เอางานเข้าแผนและตั้งงบประมาณ เพ่ือให้เกิดการดาเนินงานตาม
แผนบรู ณาการ เจ้าหน้าท่ีผู้รับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้อง
นางานที่ได้รับมอบหมายเข้าสู่แผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงาน
หรอื แผนปฏิบตั กิ ารตามช่องทางอืน่ ๆ เชน่ แผนพฒั นาจงั หวดั ฯ แผน
ขับเคล่อื นยทุ ธศาสตร์ของรัฐบาล เปน็ ต้น
สง่ิ ที่ควรทำ
- ควรการแบ่งงานและกาหนดผู้ประสานงานที่ชัดเจนของแต่ละ
หน่วยงานที่เป็นภาคีร่วมพัฒนาพื้นท่ี เพ่ือลดความซ้าซ้อน
ลดความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานด้วยกัน และระหว่าง
หน่วยงานกับชาวบ้าน ลดการใช้ทรัพยากร และสนับสนุนการ
ทางานซ่งึ กันและกนั
- สร้างความเข้าใจท่ีชัดเจน โดยเฉพาะเร่ืองแผนงานและ
งบประมาณของแต่ละหน่วยงาน รวมถึงบทบาทในการทางาน
ร่วมกันตั้งแต่ต้น เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจว่ามีหน่วยงาน
ภายนอกเอาของฟรมี ากให้ และลดความหวงั พง่ึ ของชาวบ้าน
- ควรสร้างความสัมพันธ์ท่ีดีระหว่างบุคคล พร้อมกับการสร้าง
กลไกทเ่ี อ้ือให้เกดิ การประสานงาน ซงึ่ ใช้รูปแบบที่เป็นทางการ
และไม่เป็นทางการควบคู่กันไป มีการช่วยเหลือระหว่างกัน
อาศยั ความเข้าใจซงึ่ กันและกัน
50
พัฒนำ
การพัฒนานั้นไม่ยาก
หากเข้าใจ ไว้ใจ และแบ่งงานกนั เปน็ อย่างดี
แตต่ ้องระลึกอย่เู สมอว่าปัญหาในแต่ละพื้นทีแ่ ต่ละเวลา
ไม่เหมือนกนั จึงต้องม่ันเรียนรู้ คอยทบทวน
ยืดหย่นุ และปรับใหเ้ หมาะสม
5) พฒั นาคน
การพัฒนาศักยภาพคนที่เก่ียวข้อง หลกั กำรทรงงำนท่ีเกี่ยวข้อง
ท้ังชาวบ้าน ผู้นาชุมชน เจ้าหน้าที่
หน่วยงานภาครฐั ภาคีต่างๆ รวมถึง ทางานอยา่ งมคี วามสุข
เจ้าหน้าท่ีส่งเสริมงานพัฒนาให้มี ทางานโดยคานึงถงึ ความสุขท่ีเกดิ
ทัศนคติที่ดี มีความรู้ความเข้าใจต่อ จากการไดท้ าประโยชนใ์ ห้กบั ผอู้ ืน่
แนวทางการพัฒนาเชิงพ้ืนที่แบบ
บูรณาการ ทางานเปน็ ทมี และต้อง ความเพียร
เรียนรู้ มีการปรับ พัฒนาให้ดีข้ึนอยู่ จากตวั อย่างบทพระราชนพิ นธพ์ ระ
ตลอดเวลา มหาชนก พระมหาชนกเพยี รวา่ ยน้า
อยู่ 7 วนั 7 คนื แมจ้ ะมองไมเ่ ห็นฝัง่
ประเด็นสำคัญ แต่ยงั คงว่ายต่อไป ไมจ่ มลง จน
กลายเปน็ อาหารของปลา และได้รบั
ความชว่ ยเหลอื จนถงึ ฝง่ั ได้ในท่สี ดุ
ทัศนคติ ทักษะ
ความรู้ความเข้าใจ ความเปน็ ทมี
51
วิธีกำร “พัฒนำศกั ยภำพคน”
สารวจความตอ้ งการและประเมินศกั ยภาพของผู้เก่ียวข้อง ซึ่งเป็น
การรวบรวมข้อมูลเพ่ือวิเคราะห์และประเมินศักยภาพในปัจจุบัน
ของชาวบา้ น ผ้นู าชุมชน เจ้าหน้าท่รี ฐั ภาคใี นพ้ืนที่ รวมถึงเจ้าหน้าท่ี
สง่ เสริมงานพฒั นา วิเคราะห์ศกั ยภาพและค้นหาช่องว่างระหว่างสิ่ง
ทมี่ ีกบั ส่ิงทจี่ าเป็นตอ้ งมี ดา้ นความรู้ ด้านทศั นคติ และด้านทักษะ
วิธีการสารวจทาได้โดยใช้แบบสอบถาม การสังเกตระหว่างการ
ทางานหรือทากิจกรรมร่วมกัน การประเมินจากผลการปฏิบัติงาน
การวเิ คราะห์จากปัญหาที่เกิดข้ึน ซึ่งใช้ได้กับทุกกลุ่มเป้าหมายและ
ใชป้ ระเมินได้ท้งั ด้านความรู้ ดา้ นทัศนคติ และด้านทักษะ
เม่ือพบความต้องการหรือช่องว่างที่ต้องพัฒนาศักยภาพให้กับคนใน
พ้ืนท่ีเป้าหมาย ต้องพิจารณาว่าเป็นกลุ่มใดและเลือกวิธีการพัฒนา
ศกั ยภาพให้เหมาะสม โดยสามารถพัฒนาศักยภาพได้ในระหว่างการ
ทากิจกรรมพัฒนาต่างๆ ร่วมกัน ในลักษณะ “พาทา” รวมถึง
ระหวา่ งการพดู คุยแลกเปลย่ี นความคิดเหน็ หรอื การสรุปผลหลังการ
ทากิจกรรมทุกครั้ง การพัฒนาศักยภาพในบางประเด็นจาเป็นต้องมี
การจัดกิจกรรมใหค้ วามรู้หรือพัฒนาทักษะขึ้นมาเฉพาะและต้องการ
ความต่อเน่อื งพรอ้ มมกี ารตดิ ตามผลในภายหลัง
52
ศกึ ษาดูงานกรณีตัวอย่างที่ดี กิจกรรมการศึกษาดูงานในข้ันตอนน้ี
เป็นการกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้แลกเปล่ียนเรียนรู้กับผู้ท่ีมี
ประสบการณ์ตรง ดังน้ัน จึงต้องคัดเลือกผู้ท่ีมีความสนใจจริง มี
การทาความเขา้ ใจและเตรยี มตวั ก่อนไป
วตั ถุประสงค์ในการศึกษาดูงานในขั้นตอนน้ี เน้นท้ังการปรับแนวคิด
ในการพึ่งตนเอง ตระหนักในศักยภาพของชุมชน เข้าใจการทางาน
แบบมีส่วนรว่ มและการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก
นอกจากนี้ เน้นความเข้าใจในการลงมือปฏิบัติ วิธีการและเทคนิค
การพัฒนาแตล่ ะเรื่อง ดังนัน้ การคดั เลือกกรณตี วั อย่างในการศึกษาดู
งาน จงึ ตอ้ งมปี ระเดน็ งานพฒั นาทีส่ อดคล้องกับแผนบูรณาการหรือ
ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย อาทิ การพัฒนาแหล่งน้า การ
ปรับปรุงดิน การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาด การจัดการป่า
ชุมชน เปน็ ต้น
ในระหว่างการศึกษาดูงาน ต้องมีการกระตุ้นและสร้างบรรยากาศ
ให้เกิดการซักถามแลกเปลี่ยนระหว่างผู้เข้าร่วมกับกรณีตัวอย่าง
ชี้ให้เห็นปัญหาอุปสรรคท่ีเคยเกิดขึ้นและวิธีการแก้ปัญหาด้วย และ
เมื่อสิ้นสุดการศึกษาดูงานควรมีการสรุปประเด็นที่ได้เรียนรู้
วเิ คราะหป์ จั จยั ความสาเร็จ ส่งิ ทีต่ อ้ งระวงั สงิ่ ที่ควรนามาปรบั ใช้และ
สิง่ ทไ่ี ม่เหมาะในการนามาปรบั ใช้กับพ้ืนที่เป้าหมาย
53
ฝกึ อบรมสร้างความเข้าใจและเพิ่มทักษะเฉพาะเร่ือง อาทิ การทา
บญั ชีรายรับ-รายจ่าย การเลี้ยงและขยายพันธ์ุสัตว์ การปลูกไม้เมือง
หนาว การสร้างฝายเพอ่ื การอนรุ กั ษ์และการเกษตร การใช้เคร่ืองหา
พิกัดสัญญาณดาวเทียม การสารวจและประเมินทรัพยากรป่าไม้
เป็นต้น โดยควรเป็นเรื่องหรือประเด็นท่ีพิจารณาแล้วว่าสอดคล้อง
กับแนวทางการพัฒนาพื้นท่ีให้บรรลุตามแผนการพัฒนาพ้ืนที่แบบ
บูรณาการที่กาหนดไว้ได้ รวมถึงต้องให้ความสาคัญกับการค้นหา
ผู้เข้าร่วมการอบรมที่มีความตั้งใจจริง มุ่งมั่น กล้าลอง เพื่อให้
สามารถขยายผลและตอ่ ยอดการพฒั นาในพนื้ ทเี่ ปา้ หมายได้
รปู แบบการฝึกอบรมควรเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ ควรหลีกเลี่ยง
การอบรมโดยการฟังบรรยายเพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจต้องใช้
ระยะเวลาหลายวันในการฝึกอบรม นอกจากน้ี หลังสิ้นสุดการ
ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ส่งเสริมงานพัฒนาควรมีการติดตามผลการนาไป
ปฏิบตั แิ ละคอยให้คาปรึกษาหรือชว่ ยประสานงานกับผู้ท่ีเกี่ยวข้อง
...สถาบันปิดทองหลงั พระฯ เชิญใหน้ ักวิชาการมาสอน
วิธีการปลูก การดแู ล เพื่อเพม่ิ ผลผลิตข้าวโพดหลังนา
ให้กับเกษตรกรท่ีสนใจ ไดเ้ รียนรูแ้ ละทดลองทา
ในพืน้ ท่ีของตนเอง โดยมี อสพ. ติดตามผล
และเป็นทีป่ รึกษาเม่ือเกดิ ปัญหาจนเห็นผล ...
นางสาวณัฏฐณิชา มงั คละ อสพ. และเกษตรกร
บ้านนา้ ปา้ ก อ.ทา่ วงั ผา จ.น่าน
54
จัดเวทีแลกเปลย่ี นความคิดเห็นและประสบการณ์ เป็นการเชิญผู้ท่ี
มีประสบการณ์หรือผู้ที่มีบทบาทเกี่ยวข้องในประเด็นการเรียนรู้ที่
กาหนดขึ้นจากหลายพื้นท่ีหรือหลายกรณีตัวอย่างมานาเสนอและ
แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการทางานในกลุ่มเป้าหมายได้เรียนรู้
ในคราวเดียวกนั ซง่ึ เป็นการพฒั นาศักยภาพในด้านทัศนคติและด้าน
ความรู้เป็นหลัก โดยมีข้อดี คือ กลุ่มเป้าหมายได้รับความรู้และ
เรียนร้จู ากผูร้ ้ทู ่มี ีประสบการณ์หลากหลายได้พร้อมกัน เปรียบเทียบ
ได้ง่าย สามารถจัดให้มีกลุ่มเป้าหมายร่วมรับฟังได้จานวนมากในแต่
ละครงั้
พฒั นาภาวะผู้นาและทางานเป็นทีม เป็นการพัฒนาคนที่เจ้าหน้าที่
ส่งเสริมงานพัฒนาต้องเข้าใจ เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะผู้นาเด่ียวในการ
พัฒนาพื้นท่ี ท่ีมีการทางานและตัดสินใจคนเดียว หรือคนเดียวทา
หลายหน้าท่ี โดยเจ้าหน้าท่ีส่งเสริมงานพัฒนาต้องค้นหาผู้นาตาม
ธรรมชาติที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ในชุมชน จากนั้น
สนับสนุนและส่งเสริมให้มีบทบาทในการพัฒนาชุมชนหรือกลุ่ม
รวมถึงพัฒนาความรู้และทักษะท่ีจาเป็นอย่างต่อเน่ือง เช่น ทักษะ
การพูด การแสดงความคิดเห็น การประสานงานกับหน่วยงานที่
เกย่ี วขอ้ งในเร่ืองต่างๆ เปน็ ตน้
55
สิง่ ท่ีควรทำ
- การค้นหาความต้องการพัฒนาศักยภาพด้วยการสอบถาม
ความคิดเห็นในระยะแรกของการพัฒนาอาจจะไม่ได้คาตอบที่
เป็นความต้องการท่ีแท้จริง เนื่องจากผู้ตอบอาจไม่รู้ว่าตัวเอง
ควรต้องรู้อะไรหรือขาดทักษะด้านไหน จึงต้องคอยสังเกตและ
วิเคราะห์ศักยภาพในระหว่างการทางานควบคู่กนั ไป
- ควรพัฒนาคน ในด้านความรู้และทักษะให้สอดคล้องกับความ
สนใจและงานทีร่ บั ผิดชอบ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ประโยชนก์ ับงาน
- การเปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรมเป็นส่ิงท่ีต้องใช้เวลา
และอาจไมเ่ กิดขึ้นจากกิจกรรมเพยี งครงั้ เดียว จงึ ควรมีกิจกรรม
การพัฒนาอย่างต่อเน่ือง ผสมผสานวิธีการ เรียนรู้กับบุคคลท่ี
ทาจริงและได้รับการยอมรับ ส่ิงสาคัญ คือ การปรับทัศนคติ
และสร้างความเช่ือมั่นต่อแนวทางการพัฒนาเชิงพื้นท่ีแบบ
บูรณาการที่เป็นปัจจัยขับเคล่ือนการพัฒนาศักยภาพในด้าน
อน่ื ๆ
- การพัฒนาการทางานเป็นทีม เร่ิมจากการกระตุ้นให้มีการแบ่ง
งานและหน้าที่รับผิดชอบตามความเหมาะสม ความถนัดของ
แต่ละคน จัดให้มีการสื่อสารท่ีมีประสิทธิภาพระหว่างทีม
ทางาน และการติดตามผลการปฏิบัติงานตามหน้าท่ีท่ีได้รับ
มอบหมายและคอยให้คาปรกึ ษา
56
6) พฒั นางาน
หลกั กำรทรงงำนที่เกี่ยวข้อง ส่ิงสาคัญคือการลงมือปฏิบัติ โดย
ประเด็นการพัฒนางานได้จากการ
ทาตามลาดบั ข้นั น า ข้ อ มู ล ท่ี เ ก็ บ ร ว บ ร ว ม แ ล ะ ม า
การพฒั นาให้เร่ิมต้นจากสง่ิ ทีจ่ าเปน็ วเิ คราะห์ เชอื่ มโยงให้เห็นภาพรวม
ท่สี ุดของประชาชนกอ่ น สาเหตุของปัญหา การเสนอปัญหา
ไม่ตดิ ตารา ของชาวบ้าน และนามาจัดลาดับ
ไม่ผูกมัดกับวิชาการและเทคโนโลยีทไ่ี ม่ ความสาคัญเร่งด่วนร่วมกัน โดย
เหมาะสมกบั สภาพชีวติ ความเปน็ อยู่ เริ่มพัฒนาแก้ปัญหาจากสิ่งจาเป็น
ประหยัด เรียบง่าย ไดป้ ระโยชน์สงู สดุ เรง่ ด่วนทสี่ ดุ กอ่ น ยึดหลักประหยัด
แก้ไขปัญหาด้วยความประหยดั เรยี บ เรียบง่าย เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่
งา่ ย ราษฎรสามารถทาได้เอง หาได้ใน ยึดติดกับเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสม
ทอ้ งถ่นิ และประยุกต์ใช้ส่งิ ที่มีอยู่ กับพื้นที่ ด้วยกระบวนการมีส่วน
ทาให้งา่ ย ร่วมของผู้ท่ีมีส่วนเกี่ยวข้อง และมี
ทาส่ิงยากใหก้ ลายเปน็ งา่ ย ทาสิง่ ทสี่ ลบั การตดิ ตามผลอยา่ งต่อเนอื่ ง
ซับซอ้ นใหเ้ ข้าใจง่าย
การมีส่วนร่วม ประเดน็ สำคญั
เปิดโอกาสใหป้ ระชาชนหรือเจา้ หนา้ ท่ี
ทกุ ระดับได้รว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ ประชาชนไดอ้ ะไร
เกี่ยวกับเร่ืองทตี่ ้องคานงึ ถึงความคดิ เห็น เปน็ สง่ิ ทีต่ อ้ งทาหรืออยากทา
ของประชาชนหรือความต้องการของ การมีส่วนรว่ ม
สาธารณชน การปฏิบัติการ
การตดิ ตามประเมินผล
57
วิธกี ำร “พฒั นำงำน”
เตรียมความพร้อม โดยคณะทางานระดับพ้ืนที่หรือเจ้าหน้าท่ี
สง่ เสรมิ งานพัฒนาควรประเมินว่าชาวบ้านมีความเข้าใจและพร้อมท่ี
จะร่วมลงมือกับคณะทางานหรือยัง หากยังให้ย้อนกลับไปทาความ
เขา้ ใจใหม่
ลงมือ ลงแรง ในการพัฒนางานชาวบ้านในพ้ืนท่ีเป้าหมายต้องมี
ส่วนร่วมตั้งแต่ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมทา และร่วมเป็นเจ้าของใน
การชว่ ยกันดูแลรกั ษา ซึง่ รว่ มการพฒั นาโดยไม่ได้รับค่าจ้าง ไม่มีของ
แจกฟรี ชาวบ้านที่จะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาต้องมีส่วนร่วม
ในการพัฒนาอยา่ งใดอยา่ งหน่งึ ขน้ึ อยกู่ บั ข้อตกลงของชมุ ชน
กรณีการพัฒนาฝายเพ่อื การเกษตรในหลายพื้นท่ี หากผู้ท่ีอยู่ในพื้นที่
รับน้า ไม่สามารถมาลงแรงช่วยสร้างฝายได้ด้วยเป็นผู้สูงอายุหรือมี
ข้อจากัดอื่นๆ สามารถสมทบทุนค่าอาหารในอัตราเท่ากับค่าแรงข้ัน
ต่าได้ซ่ึงข้ึนอยู่กับข้อตกลงร่วมกันของชุมชน ส่วนกรณีด้านปศุสัตว์
ชาวบา้ นทีไ่ ดร้ ับการสนบั สนุนพันธุ์ไก่ไข่จะต้องทยอยส่งเงินคืนค่าแม่
ไก่ไขท่ กุ เดอื นจนครบ เพอื่ เป็นทุนหมนุ เวยี นให้ทกุ คนได้รับประโยชน์
ร่วมกนั เป็นตน้
ควรมแี กไ้ ขปัญหาระยะเร่งด่วน (quick win)
เพื่อสร้างความเช่ือมน่ั ในการทางานร่วมกนั
การเลือก quick win ตอ้ งคานึงถึงความยง่ั ยืน
58
ยืดหยุ่น การพัฒนาเชิงพื้นท่ีต้องสามารถยืดหยุ่นตามสถานการณ์
ของพ้ืนที่เป้าหมายที่เปลี่ยนแปลง ท้ังเวลาการทางาน และวิธีการ
ทางานท่ีไม่ยึดติดกับทฤษฎีทางวิชาการหรือเทคโนโลยีสมัยใหม่
สามารถนาองค์ความรู้หรือวิธีการท่ีมีในท้องถิ่นมาปรับใช้ให้
เหมาะสม และเปดิ รบั ฟงั ความคิดเห็นจากทกุ ภาคสว่ นทเี่ ก่ียวขอ้ ง
กรณกี ารขุดลอกหนองเลิงเปือยที่ปรับแบบการขุดลอกเป็น 2 ระดับ
คือ รอบหนองลึก 2 เมตร ทาชานพัก 4 เมตร เพื่อให้ปลาวางไข่
และขดุ ลกึ ระดบั ก้นหนอง 6 เมตร ตามทีช่ าวบ้านเสนอ เป็นตน้
ติดตามการเปลี่ยนแปลง อาทิ การทาบัญชีรายรับ-รายจ่าย การ
ส่งเสริมการปลูกพืชลดรายจ่าย การติดตามประโยชน์ท่ีเกิดข้ึนจาก
การพัฒนาระบบน้า เป็นต้น ซึ่งควรมีการวางแผนการติดตามไว้
ต้ังแต่เร่ิมต้นการพัฒนาเพื่อท่ีจะได้มีข้อมูลสาหรับการเปรียบเทียบ
การเปล่ียนแปลงท่ีเกิดขึ้นได้ชัดเจน และควรมีการติดตามอย่าง
ต่อเนอ่ื ง สมา่ เสมอ พรอ้ มสรุปผลสรา้ งการเรยี นรู้
การติดตามการเปล่ียนแปลง
คือโอกาสในการแลกเปล่ยี นเรียนรู้
ความยืดหยุ่น คือ โอกาสในการพฒั นา
การขาดสิ่งหนึ่งสงิ่ ใด
จะทาให้ขาดโอกาสในการได้รบั ส่ิงทด่ี ขี ้ึน
59
ทบทวนงานต่อเน่อื ง เปน็ การสรุปผลการดาเนินงานด้านต่างๆ ตาม
แผนงานที่กาหนด วิเคราะห์เปรียบเทียบกับเป้าหมายท่ีตั้งไว้ สรุป
ปัญหาอุปสรรคท่ีเกิดขึ้น ข้อพึงระวัง วิธีการแก้ไขปัญหาท่ีผ่านมา
และแนวทางการปรับปรุงการทางานในระยะต่อไป ซ่ึงเจ้าหน้าท่ี
ส่งเสริมงานพัฒนาและคณะทางานระดับพ้ืนท่ีควรมีการทบทวน
อยา่ งสมา่ เสมอและต่อเนอ่ื ง เพือ่ พัฒนางานใหม้ ปี ระสิทธภิ าพ
สงิ่ ทค่ี วรทำ
- เจ้าหน้าส่งเสริมงานพัฒนา ควรมีบทบาทในการประสานงาน
ร่วมกับคณะทางานระดับพ้ืนท่ีในการสนับสนุนกิจกรรม
พัฒนา เป็นพี่เลี้ยง เป็นท่ีปรึกษาช่วยแก้ไขปัญหาให้กับ
ชาวบ้านในการพัฒนา รวมถึงทาหน้าที่กระตุ้นให้เกิดการ
ทางานอย่างต่อเนื่อง และเป็นตัวกลางในการแก้ไขความ
ขดั แย้งทอ่ี าจเกดิ ข้นึ
- การยืดหย่นุ ต้องอยูบ่ นพ้ืนฐานของข้อเท็จจริงท่ีเกิดขึ้นในพื้นท่ี
เป็นสาคัญ พิจารณาความเหมาะสมและสอดคล้องกับ
แผนงาน
- การทบทวนและติดตามผล เป็นสิ่งสาคัญในการพัฒนา
คุณภาพงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย อาจต้องใช้เวลาในการ
ปรับเปลี่ยนวิธีการทางาน แต่จะทาให้เกิดผลงานที่มีความ
ย่ังยืนกว่า อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนวิธีการและการใช้
งบประมาณอาจเป็นข้อจากดั ของหนว่ ยงานภาครฐั
60
61
62
4. บทสรุปและบทเรียน
การพฒั นาเชงิ พื้นทแ่ี บบบูรณาการ เป็นแนวคิดที่ได้รับความสนใจกัน
มาระยะหน่ึง เพื่อนามาช่วยแก้ปัญหาระบบการทางานท่ีผ่านมา ซ่ึง
มักเป็นการส่ังการจากระดับนโยบายให้ดาเนินการในระดับพ้ืนที่ อีก
ทัง้ เกิดกรณปี ญั หาท่ีมีหน่วยงานเก่ียวข้องหลายหน่วยงาน แต่ต่างคน
ต่างทา มีข้อจากัดด้านภารกิจ ระบบแผนและงบประมาณ และทา
เป็นเร่งใหเ้ สรจ็
ทาให้ปัญหาการพัฒนาพื้นท่ียังไม่ถูกแก้ไขอย่างจริงจัง เกิดความ
เล่ือมล้าในการพัฒนาระหว่างเมืองกับชนบท การเกษตรทาได้ไม่
เต็มท่ีเน่ืองจากขาดแคลนน้า เกิดภาวะหน้ีสิน คนในหมู่บ้านต้อง
ออกไปหางานทาในเมือง
การพฒั นาพืน้ ทต่ี ้นแบบปิดทองหลังพระฯ
ไดน้ ารูปแบบการพัฒนาเชงิ พ้ืนท่ีแบบบูรณาการมาใช้
บนหลักของศาสตร์พระราชา “เข้าใจ เข้าถึง พฒั นา”
และหลกั การทรงงานต่างๆ ปรับใช้ใหเ้ หมาะกับแต่ละ
พืน้ ท่ีซงึ่ มีภมู ศิ าสตร์และภูมิสังคมแตกต่างกนั
โดยมุ่งมนั่ ใหเ้ กิดการพฒั นาแบบเปน็ องค์รวม ไมแ่ ยกส่วน
ประสานความร่วมมอื ทงั้ แนวราบและแนวด่ิง
บรู ณาการทั้งความคิด คน งาน เงนิ ทรัพยากรต่างๆ
อย่างเปน็ รูปธรรม
63
ประสบการณ์และบทเรียนจากพน้ื ทตี่ ้นแบบ
จากการถอดบทเรียนและประสบการณ์การทางานที่ผ่านมาในพื้นที่
ต้นแบบปิดทองหลังพระฯ พบว่าการนาศาสตร์พระราชา มาใช้ในการ
พัฒนาเชิงพื้นท่ีแบบบูรณาการ สามารถจาแนกเป็นลาดับขั้นตอน แม้การ
ทางานจริงข้นั ตอนตา่ งๆ ตอ้ งทาซ้าๆ และกลับไปกลับมา เพ่ือให้น่าใจว่าได้
เกิดผลตามทตี่ ้องการ
เขา้ ใจ เข้าใจพ้นื ท่ี สงั คมวฒั นธรรม การทามาหากิน
สภาพพ้ืนท่ี ดิน นา้ ป่า
ลกั ษณะเฉพาะของพนื้ ท่ี
ปัญหาและความต้องการ
เข้าใจเขาเขาใจเรา เป้าหมายการพัฒนาแตล่ ะฝา่ ย
ความคดิ เห็นของคนในพน้ื ที่
ความสัมพันธ์ของคนและหน่วยงาน
ภารกิจ แผน เงื่อนไขของหน่วยงาน
เขา้ ถึง เขา้ ถงึ ปัญหา ขอ้ มลู ครัวเรือน
แผนทแี่ ละขอ้ มูลทรัพยากร
วงจรปญั หาและสาเหตุที่แทจ้ รงิ
ผลกระทบทเี่ กิดขึ้น
คนหวั ไวใจสู้และผ้เู กย่ี วขอ้ ง
เข้าถึงความร่วมมือ การประสานแนวราบ-แนวด่ิง
ความรว่ มมอื และแบง่ งานชัดเจน
แผนพัฒนาพน้ื ท่แี บบบูรณาการ
การนาแผนไปปฏบิ ตั ิ
64
พฒั นา พฒั นาคน ทัศนคติการพงึ่ ตนเอง
พัฒนางาน ทางานแบบมสี ว่ นร่วม
ความรแู้ ละทักษะเฉพาะเรือ่ ง
ภาวะผนู้ าและการทางานเปน็ ทมี
เป้าหมายชัด “ประชาชนไดอ้ ะไร”
ความมน่ั ใจจากสิง่ ท่ีเห็นผลไดเ้ รว็
ชมุ ชนเปน็ เจา้ ของร่วมลงมือลงแรง
ความยืดหยนุ่
ตดิ ตามการเปล่ยี นแปลง
เปรยี บเทียบก่อนและหลงั ทา
ทาต่อเนอื่ งจนเห็นผล
ควรยึดแนวทางดีกวา่ การยึดวิธกี าร
เพราะจะทาให้สามารถยดื หยนุ่ และแก้ปญั หาได้
การพฒั นาเชงิ พืน้ ทแี่ บบบรู ณาการ บอกไดแ้ ตแ่ นวทางกว้างๆ
ส่วนวิธกี ารทางานก็ขน้ึ อยู่กบั ผู้ปฏิบตั แิ ละข้ึนอยู่กับพื้นที่
การลงมือทาจะช่วยให้เกดิ การเรียนรู้ และค่อยๆ ปรบั
ให้เหมาะสม หากไมล่ งมอื ทาก็จะไมเ่ กิดการเปลย่ี นแปลงใดๆ
การศกึ ษาบทเรียนจากพ้ืนท่ีอื่น จะช่วยใหม้ โี อกาสสาเรจ็ ได้
แตไ่ ม่ใช่ไปลอกกันมา
65
สิ่งที่ควรทำ
ความชดั เจนในการประสานงาน
ความเป็นเอกภาพในการมอบหมายงาน
การสร้างความเข้าใจที่ดีกับผ้นู าชุมชนและกลุ่มเปา้ หมาย
การมรี ะบบจูงใจแก่ขา้ ราชการ
เลอื กทาสิง่ ทเ่ี หน็ ผลได้เร็ว หรือ Quick Win
คน้ หาคนหวั ไวใจสู้
ลงมือทาเมอื่ คนในพืน้ ที่อยากทาและพร้อมทา
สง่ิ ทไ่ี ม่ควรทำ
ส่งั ใหท้ า
ย้าความผดิ พลาดหรือความขดั แยง้
รีบทาและเรง่ ทา
พัฒนากลมุ่ เดิมซ้าๆ
โอกาสและความท้าทายในอนาคต
การพัฒนาเชิงพ้ืนท่ีแบบบูรณาการในพ้ืนท่ีต้นแบบปิดทองหลังพระฯ ซึ่งได้
มีการทางานกันอย่างจริงจัง จนเห็นความก้าวหน้าและผลสาเร็จเป็น
รูปธรรมในหลายพื้นที่ แต่ก็ยังต้องเรียนรู้และพัฒนางานอีกหลายประการ
นอกจากนี้ ยังต้องศึกษารูปแบบการพัฒนาในพ้ืนท่ีอ่ืนๆ เพื่อนามาพัฒนา
งานในพื้นท่ีต้นแบบด้วยเชน่ กัน
66
อันที่จรงิ รปู แบบการพัฒนาเชิงพ้ืนที่แบบบูรณาการในพื้นที่ต้นแบบปิดทอง
หลังพระฯ ได้ถูกผลักดันไว้เป็นแนวนโยบายในการทางานของภาครัฐ
เพื่อให้เกิดการบูรณาการเชิงพ้ืนท่ี (Area) ภารกิจ (Function) และการมี
ส่วนร่วม (Participation) ดังนั้นหน่วยงานราชการต่างๆ ก็ต้องเรียนรู้
เพือ่ ให้การปฏบิ ัตงิ านพัฒนาในระดบั พน้ื ทเ่ี กดิ ประสทิ ธิภาพ แก้ปัญหาได้ถูก
จุด ลดการใช้ทรัพยากร ลดความซ้าซ้อนและความขัดแย้ง และเกิดประโย
ชนสงู สดุ
ข้อพึงพจิ ารณา
ทจ่ี ะชว่ ยการรเิ ร่ิมและตอ่ ยอดงานพัฒนามีความก้าวหนา้ และ
ประสบผลสาเรจ็ มี 5 ประการ
1) ข้อมูล อันเป็นฐานในการขับเคลื่อนงานพัฒนาและการ
วางแผนอย่างเป็นระบบ รวมท้ังช่วยสะท้อนผลการทางาน
2) เป้าหมายและแผน ให้เกิดการเข้าใจตรงกัน แบ่งงานกันทา
โดยอาจมกี ารบันทึกความรว่ มมือระหว่างหนว่ ยงาน
3) การประสานงาน ที่ก่อให้เกิดความเข้าใจ ความม่ันใจ และ
ความร่วมมือทด่ี ี
4) การลงมอื ทา เป็นส่งิ สาคัญของการพฒั นา ท่ีจะช่วยสร้างการ
เปล่ียนแปลง ควรเร่ิมจากสิ่งง่าย ตอบโจทย์พ้ืนท่ี เห็นผลเร็ว
และจะช่วยขยายความร่วมมือในอนาคตต่อไป
5) การเรียนรู้และพัฒนา ทาการทบทวนและยึดหลักยืดหยุ่น
ให้เกิดการปรับปรงุ และพฒั นางานทที่ าอยา่ งต่อเนือ่ ง
67
68