The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือนักเรียนโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย 2569

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Phrapathom, 2026-05-15 03:12:58

คู่มือนักเรียนโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย 2569

คู่มือนักเรียนโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย 2569

คู่มือนักเรียน ครูและผู้ปกครองประจำป การศึกษา2569สำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครปฐมสำ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการโรงเรียรีนพระปฐมวทิยาลยัPhrapathom Witthayalai School


คำนำโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย ได้จัดทำคู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง ปีการศึกษา 2569 เพื่อให้นักเรียน ครู และผู้ปกครองได้ทราบถึงพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ซึ่งมีบทกำหนดโทษของผู้ปกครอง กฎหมาย ระเบียบต่าง ๆ ของกระทรวงศึกษาธิการ และระเบียบของโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัยเพื่อสร้างความเข้าใจและถือปฏิบัติร่วมกัน ตลอดจนแนวปฏิบัติกิจกรรมของโรงเรียนหลักสูตรการเรียนการสอน แนวปฏิบัติการวัดและการประเมินผลด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน ซึ่งส่งผลอันดีในการพัฒนาคุณภาพของนักเรียนต่อไปนายชัชวาลย์ สิงหาทองผู้อำนวยการโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย


สารบัญประวัติโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย 1ทำเนียบฝ่ายบริหารโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย 7งานกิจการนักเรียน 8พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก 2546 9ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองดูแลนักเรียนตามกฎหมาย 36โครงสร้างเวลาเรียน หลักสูตรโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 38โครงสร้างเวลาเรียน หลักสูตรโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 40กฎกระทรวง กำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 51กฎกระทรวง กำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 52กฎกระทรวง กำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. ๒๕๖8 53ระเบียบโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัยว่าด้วยความประพฤติและการปฏิบัติตน 54ของนักเรียน พ.ศ. 2557ระเบียบการแต่งกายของนักเรียน 55ระเบียบโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัยว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2566 58ระเบียบการแต่งกายเครื่องแบบยุวกาชาด 60ระเบียบการแต่งกายเครื่องแบบลูกเสือ – ระเบียบการแต่งการเครื่องแบบพลศึกษา 61ระเบียบการลาโรงเรียน 62ระเบียบการขอใบรับรองความประพฤติ – ระเบียบการขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน 64ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 66ประกาศโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย ว่าด้วยการตัดคะแนนความประพฤติ 68ของนักเรียน พ.ศ. 2569แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 73ระบบการเรียนการสอน 78ปฏิทินปฏิบัติงาน ปีการศึกษา 256๘ 82ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการชักธงชาติในสถานศึกษา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 83กิจกรรมโรงเรียน 85การปฏิบัติสำหรับนักเรียน 86ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน 89แนวปฏิบัติทั่วไปของนักเรียนโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย 90งานประชาสัมพันธ์ 92ความสำคัญของการอ่าน 93ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ 94คณะผู้จัดทำ 96


1เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๒ กระทรวงธรรมการได้รับโอนกิจการโรงเรียนวิชาชำนะโฉดซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเรือนจำระหว่างกำแพงชั้นนอกกับชั้นในด้านตะวันตกมาดำเนินการมีชื่อว่า โรงเรียนตัวอย่างมณฑลนครชัยศรี \"พระปฐมวิทยาลัย\" เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ ๑ ถึงชั้นประถมปีที่ ๔ มีครูอั้น สาริกบุตร (หลวงวิศาลดรุณการ) เป็นครูใหญ่ตั้งแต่แรกจนถึงปี พ.ศ. ๒๔๕๖ สถานที่ตั้งอยู่บนเนื้อที่ติดต่อกับ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (ปรีชาสมุทรเพรียว. ๒๕๓๒, ๖๕)พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะที่ยังดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช โปรดเสด็จเมืองนครปฐม และทรงประทับที่วังของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระองค์สนใจประวัติศาสตร์ โบราณคดีโดยเฉพาะนครปฐมเป็นเมืองเก่าพบหลักฐานทางโบราณคดีจำนวนมาก ดังปรากฏตามคำประพันธ์นิทานโบราณคดี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จเข้าตรวจเยี่ยมในเรือนจำนครปฐมเสมอ และทรงทอดพระเนตรตรวจเยี่ยมโรงเรียนที่หลวงชัยอาญา (พระพุทธเกษตรานุรักษ์) ดำเนินการพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม โรงเรียนว่า \"โรงเรียนวิชาชำนะโฉด\" เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๐โรงเรียนวิชาชำนะโฉด คำว่า \"วิชา\" แปลว่า วิชา คำว่า \"ชำนะ\" แปลว่าชนะ คำว่า \"โฉด\" แปลว่า โง่เขลา จึงรวมความได้ว่า \"โรงเรียนวิชาชนะความโง่เขลา\" (ไพบูลย์ พวงสำลี. ๒๕๕๒, ๖๔-๖๗, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม. [ออนไลน์]. วันที่สืบค้นข้อมูล. ๓ ธันวาคม ๒๕๕๘. เข้าถึงได้จาก, http://๑๖๔.๑๑๕.๒๓.๑๔๖/nakhonpathom/index๒.php?p=data) พระพุทธเกษตรานุรักษ์ได้ทำป้ายประวัติโดยย่อโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย


2ชื่อตามนามพระราชทานว่า \"โรงเรียนวิชาชำนะโฉด\" อยู่ใต้พระลัญจกรของ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธสยามมกุฎราชกุมาร ในตู้ไม้บานกระจกติดตั้งที่หน้าจั่วอาคารโรงเรียนและ ใช้ตราพระเกี้ยวเป็นตราของโรงเรียน (ไพบูลย์ พวงสำลี. ๒๕๕๒, ๖๗.)หนังสือเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง วัฒนธรรมพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดนครปฐม ได้กล่าวถึงประวัติด้านการศึกษาว่า ผู้บุกเบิกการศึกษาคนแรกที่มีบทบาทในด้านการศึกษาของจังหวัดนครปฐม คือ พระพุทธเกษตรานุรักษ์ (โพธิ์ เคหะนันทน์) พัศดีเรือนจำมณฑลนครไชยศรี พระพุทธเกษตรานุรักษ์ เป็นผู้เห็นประโยชน์ทางการศึกษาอย่างยิ่งได้สร้างอาคารเรียนในเรือนจำขึ้นหลังหนึ่ง เพื่อให้ความรู้ด้านหนังสือและวิชาช่างให้แก่นักโทษในเรือนจำ (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุฯ.๒๕๔๔,๑๐.)พระพุทธเกษตรานุรักษ์ (โพธิ์ เคหะนันทน์) เมื่อครั้งที่รับราชการ ตำแหน่งหลวงชัยอาญา พะทำมะรงเรือนจำมณฑลนครไชยศรีได้ทำคุณวิเศษนอกหน้าที่อย่างหนึ่ง คือ คิดตั้งโรงเรียนสอนเด็กซึ่งมีผู้นิยมส่งเด็กเข้าเล่าเรียนมาก จนเป็นโรงเรียนใหญ่แห่งหนึ่งในนครปฐม (ไพบูลย์ พวงสำลี. ๒๕๕๒, ๖๔, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชัยนาท.[ออนไลน์]. วันที่สืบค้นข้อมูล. ๓ ธันวาคม ๒๕๕๘. เข้าถึงได้จาก, http://aritc.nsru.ac.th/local/local_cn/person.php) ต่อมา พ.ศ. ๒๔๕๒ ทางราชการได้ซื้อที่ดินที่ตำบลห้วยจระเข้ สร้างอาคารมีห้องครัว ห้องฝึกอบรม เมื่อสร้างเสร็จจึงโปรดเกล้าฯ ให้เป็นที่ตั้งโรงเรียนรัฐบาลกระทรวงธรรมการ จึงรับโอนนักเรียนจากโรงเรียนวิชาชำนะโฉดมาเรียนแทนและใช้ชื่อว่า โรงเรียนตัวอย่างมณฑลนครชัยศรี \"พระปฐมวิทยาลัย\" และในวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๔๕๒ เวลา ๙.0๐ นาฬิกา โรงเรียนตัวอย่างมณฑลนครชัยศรี \"พระปฐมวิทยาลัย\" ทำพิธีรับมอบนักเรียนจากโรงเรียนวิชาชำนะโฉดจากหลวงชัยอาญา (โพธิ์ เคหะนันทน์) พะทำมะรงเรือนจำมณฑลนครไชยศรี และครูโรงเรียนวิชาชำนะโฉดมอบให้เมื่อรับมอบแล้ว คณะครูโรงเรียนตัวอย่างมณฑลนครชัยศรี \"พระปฐมวิทยาลัย\" นำนักเรียนเดินแถวมายังโรงเรียนตัวอย่างมณฑลนครชัยศรี \"พระปฐมวิทยาลัย\" จนปัจจุบันนี้ (ไพบูลย์พวงสำลี. ๒๕๕๒, ๖๘)


3โรงเรียนตัวอย่างมณฑลนครชัยศรี \"พระปฐมวิทยาลัย\" เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ ๑ - ๔ มีครูอั้น สาริกบุตร (หลวงวิศาลดรุณกร) เป็นครูใหญ่ตั้งแต่แรกจนถึงปี พ.ศ. ๒๔๕๖ สถานที่ตั้งอยู่บนเนื้อที่ติดต่อกับโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (ปรีชา สมุทรเพรียว. ๒๕๓๒, ๖๕)พ.ศ. ๒๔๖๒ ได้เปิดสอนแผนกฝึกหัดครูขึ้น ต่อมาได้ยุบ เลิก หรือแยกไปที่ใดไม่ปรากฎหลักฐาน และทางโรงเรียนได้ขยายชั้นเรียนให้สูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงชั้น ม.๖พ.ศ. ๒๔๖๔ มีการเปลี่ยนแปลงชื่อโรงเรียนเป็นโรงเรียนประจำมณฑลนครชัยศรี \"พระปฐมวิทยาลัย\"พ.ศ. ๒๔๗๕ ทางราชการสั่งยุบมณฑลนครชัยศรี โรงเรียนจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อเพื่อให้สอดคล้องกับการยุบมณฑลฯ ว่า โรงเรียนประจำจังหวัดนครปฐม \"พระปฐมวิทยาลัย\"พ.ศ. ๒๔๗๙ โรงเรียนได้รับโอนอาคารสถานที่จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจตำบลห้วยจระเข้ ซึ่งมีเขตติดต่อกับโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย ทางโรงเรียนได้แยกนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๔ - ม.๖) ไปเรียนยังอาคารที่ได้รับโอนมาพ.ศ. ๒๔๘๙ โรงเรียนได้โอนอาคารสถานที่ของโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัยแต่เดิมให้เป็นโรงเรียนฝึกหัดครู (ชาย) นครปฐมไป และให้นักเรียนทั้งหมดมาเรียนรวมกันที่อาคารซึ่งได้รับโอนมาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจพ.ศ.๒๔๙๔ กระทรวงศึกษาธิการสั่งเปลี่ยนแปลงชื่อโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศ โรงเรียนนี้จึงเปลี่ยนชื่ออีกครั้งหนึ่งว่า โรงเรียนนครปฐม \"พระปฐมวิทยาลัย\"พ.ศ. ๒๔๙๕ อาคารที่ได้รับโอนมาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจชำรุดทรุดโทรมมากประกอบกับทางโรงเรียนได้งบประมาณสำหรับสร้างอาคารเรียนใหม่จึงขออนุญาตรื้ออาคารเรียนที่ได้รับโอนมา แล้วสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ในพื้นที่เดิม ซึ่งเป็นอาคารไม้สองชั้น ๑๒ ห้องเรียนพ.ศ. ๒๔๙๔ ได้รับโอนอาคารสถานที่ซึ่งได้ให้โรงเรียนฝึกหัดไปกลับคืนมาและในปีนี้โรงเรียนได้ เปิดสอนชั้นเตรียมอุดมศึกษาขึ้นมาเป็นปีแรก เปลี่ยนแปลงชื่อโรงเรียนใหม่ว่า \"โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย\" โดยตัดคำนำหน้าว่า นครปฐม ออกและชื่อนี้เองที่ได้ใช้มาจนถึงปัจจุบันนี้


4ชื่อโรงเรียน โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัยที่ตั้ง ๑๑๗/๒ ถนนเทศา ตำบลพระปฐมเจดีย์อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ๗๓๐๐0สีประจำโรงเรียน น้ำเงิน - เหลืองตราประจำโรงเรียน รูปองค์พระปฐมเจดีย์ กำลังเปล่งรัศมีและลอยอยู่เหนือก้อนเมฆอักษรย่อ พ.ป.พระพุทธรูปประจำโรงเรียน หลวงพ่อวัดไร่ขิง (จำลอง)โทรศัพท์ กลุ่มบริหารทั่วไป 0 ๓๔๒๕ ๒๖๑๓ห้องประชาสัมพันธ์ 0 ๓๔๒๔ ๑๒๓๗โทรสาร ๐ ๓๔๒๕ ๒๖๑๑เว็บไซต์ www.phrapathom.ac.thข้อมูลโรงเรียน


5วิสัยทัศน์“โรงเรียนชั้นนำ ภูมิปัญญาก้าวล้ำ เป็นผู้นำสังคม”พันธกิจ1. จัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของนักเรียน ให้ดำรงตนอย่างมีความสุข2. พัฒนาโรงเรียนให้มีความปลอดภัยแก่นักเรียน3. พัฒนานักเรียนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีความเป็นเลิศทางวิชาการ4. จัดการเรียนการสอนให้นักเรียนมีสมรรถนะตามหลักสูตร และมีทักษะการดำรงชีวิต5. จัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน สร้างเครือข่าย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสริมสร้างโรงเรียนให้เป็นองค์กรแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้6. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นมืออาชีพ7. ปลูกฝังให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ค่านิยมอันดีงามบนพื้นฐานความเป็นไทย และความพอเพียง มีสุขภาวะที่ดี และมีสุนทรียภาพ8. พัฒนาห้องเรียน แหล่งเรียนรู้ และการใช้สื่อเทคโนโลยีพัฒนางานทุกระบบเป้าประสงค์ 1. นักเรียนมีความสำนึกในความรักในสถาบันหลักชาติ และยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นพลเมืองที่รู้สิทธิและหน้าที่อย่างมีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ มีความรักและความภูมิใจในความเป็นไทย 2. นักเรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ตามมาตรฐานสอดคล้องกับศักยภาพ ให้เป็นผู้มีสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับอนาคต มีความรู้ ความเข้าใจ เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ และดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข 3. นักเรียน ครู บุคลาการทางการศึกษา และสถานศึกษา ได้รับการดูแลความปลอดภัยจากภัยพิบัติและภัยคุกคามทุกรูปแบบและรองรับวิถีชีวิตใหม่รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี 4. ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีสมรรถนะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และจรรยาบรรณตามมาตรฐานวิชาชีพ 5. สถานศึกษาจัดการศึกษาเพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) และสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาครูให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี 6. สถานศึกษามีสมดุลในการบริหารจัดการเชิงบูรณาการ มีการกำกับ ติดตาม ประเมินผล มีระบบข้อมูลสารสนเทสที่มีประสิทธิภาพ และการรายงานผลอย่างเป็นระบบ ใช้งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาอัตลักษณ์สุภาพบุรุษ กุลสตรี ซื่อสัตย์ สุจริต มีอุปนิสัยใจคอดี


6๑. หลวงวิศาลดรุณการ (อั้น สาริกบุตร) พ.ศ. ๒๔๕๒ - ๒๕๕๖๒. ขุนกิติวิทย์ (สินธุ์) พ.ศ. ๒๔๕๖ - ๒๔๕๗๓. หลวงอนุพันธุ์ ศิษยานดิษฎ์ (คง สีละผลิน) พ.ศ. ๒๔๕๘ - ๒๕๖๑๔. ขุนชิตพิทยกรรม (เนาว์ รัตนวิมล) พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๓5. ขุนประสิทธิวิทยกร (ฮก คุปตะวณิช) พ.ศ. ๒๕๖๔ - ๒๕๖๖๖. ขุนโกศลเวทย์ (ต่วน หรือโกศล ไพศาลศรี) พ.ศ. ๒๔๖๗ - ๒๕๖๘๗. ขุนจรรยาวิจารย์ (อุ่น บูรณบุตร) พ.ศ. ๒๕๖๙ - ๒๔๗๕๘. นายผล หังสสูต พ.ศ. ๒๔๕๒ - ๒๔๘๘๙. นายไพโรจน์ ผาสุก พ.ศ. ๒๔๘๙ - ๒๔๙๑๑๐. นายพิพัฒน์ บุญสร้างสม พ.ศ. ๒๔๙๑ - ๒๕๐๘๑๑. นายเข็บ พฤกษพิทักษ์ พ.ศ. ๒๕๐๘ - ๒๕๑๗๑๒. นายไพบูลย์ ฉิ่งทองคำ พ.ศ. ๒๕๑๘ - ๒๕๒๙๑๓. นายไพบูลย์ ภู่พงศ์พันธุ์ พ.ศ. ๒๕๒๙ - ๒๕๓๔๑๔. นายถนอม ตะกรุดแก้ว พ.ศ. ๒๕๓๔ - ๒๕๔๓๑๕. นายโอสถ ทองมี พ.ศ. ๒๕๔๓ - ๒๕๔๙๑๖. นายชัยรัตน์ เผดิมรอด พ.ศ. ๒๕๔๙ - ๒๕๕๖๑๗. นายสามารถ รอดสำราญ พ.ศ. ๒๕๕๖ – 256618. นายชัชวาลย์ สิงหาทอง พ.ศ. ๒๕6๖ – ปัจจุบันรายนามผู้บริหารโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัยระหว่าง พ.ศ. ๒๔๕๒ - ถึงปัจจุบัน


คณะผู้บรหิารสถานศึกษาประจำ ป การศึกษา 2569ดร.ชัชชัวาลย์สงิหาทองผู้อผู้ ํานวยการโรงเรยีนพระปฐมวทิยาลัยนางนาตยา ว่อว่งวาจานนท์รองผู้อผู้ ํานวยการโรงเรียรีนพระปฐมวทิยาลัยนายหริดริล ปานรกัษา นางสาวพรรวินวิท์ผลวเิศษชยักลุนางสาววรัญรัดา แสงชมภูรองผู้อผู้ ํานวยการโรงเรียรีนพระปฐมวทิยาลัยรองผู้อผู้ ํานวยการโรงเรียรีนพระปฐมวทิยาลัยรองผู้อผู้ ํานวยการโรงเรียรีนพระปฐมวทิยาลัย


นายพิเพิชษฐ์อยูย่งค์หัวหนา้งานกิจการนกัเรยีนงานกิจการนักเรยีนประจำ ป การศึกษา 2569ระดับชนั มธัยมศึกษาป ที 1นางประจงจิตจิอมโรหัวหน้าระดับชั้นชั้มัธมัยมศึกษาปท ี 1นายสมาน บรรสารกิจการมัธมัยมศึกษาปท ี 1นายอุเทน อู่ขลิบกิจการมัธมัยมศึกษาปท ี 1ระดับชนั มธัยมศึกษาป ที 2นายปริญริ โชตินาราวฒัน์หัวหน้าระดับชั้นชั้มัธมัยมศึกษาปท ี 2นางสาวรุ่งรุ่อรณุชนั เล็กกิจการมัธมัยมศึกษาปท ี 2นางสาวธิดธิารตัน์เนยีมรงุ่เรอืงกิจการมัธมัยมศึกษาปท ี 2ระดับชนั มธัยมศึกษาป ที 3นางสาววลัยวรรณ พลสูขุโขหัวหน้าระดับชั้นชั้มัธมัยมศึกษาปท ี 3นางศศิพรรณ เกษมสขุเจรญิชยักิจการมัธมัยมศึกษาปท ี 3นายทรงพล มุสกิะสนิกิจการมัธมัยมศึกษาปท ี 3ระดับชนั มธัยมศึกษาป ที 4นางสาววันวัเพญ็ชาวสวนเจรญิหัวหน้าระดับชั้นชั้มัธมัยมศึกษาปท ี 4นายชาญณรงค์ เลิศปานกิจการมัธมัยมศึกษาปท ี 4นางสาวศศิธร แสนสบายกิจการมัธมัยมศึกษาปท ี 4ระดับชนั มธัยมศึกษาป ที 5นางสุพสุศิกลิ นบุปผาหัวหน้าระดับชั้นชั้มัธมัยมศึกษาปท ี 5นางสาวจรสพร นาคปฐมกิจการมัธมัยมศึกษาปท ี 5นางสาวโสภิต จริญัดรกิจการมัธมัยมศึกษาปท ี 5ระดับชนั มธัยมศึกษาป ที 6นายณัฐณักฤษ ทองนอ้ยหัวหน้าระดับชั้นชั้มัธมัยมศึกษาปท ี 6นายประยุทธ ธนากาญจโนภาสกิจการมัธมัยมศึกษาปท ี 6นายเทอดทูนทูวงัเยน็นยิมกิจการมัธมัยมศึกษาปท ี 6


๙พระราชบัญญัติ คุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๖เป็นปีที่ ๕๘ ในรัชกาลปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่าโดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็กพระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภาดังต่อไปนี้มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ ๒๕๔๖”มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปมาตรา ๓ ให้ยกเลิก(๑) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๓๒ ลงวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕(๒) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๔ ลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้“เด็ก” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส


๑๐“เด็กเร่ร่อน” หมายความว่า เด็กที่ไม่มีบิดามารดาหรือผู้ปกครองหรือมีแต่ ไม่เลี้ยงดูหรือไม่สามารถเลี้ยงดูได้ จนเป็นเหตุให้เด็กต้องเร่ร่อนไปในที่ต่างๆ หรือเด็ก ที่มีพฤติกรรมใช้ชีวิตเร่ร่อนจนน่าจะเกิดอันตรายต่อสวัสดิภาพของตน“เด็กกำพร้า” หมายความว่า เด็กที่บิดาหรือมารดาเสียชีวิต เด็กที่ไม่ปรากฏบิดามารดาหรือไม่สามารถสืบหาบิดามารดาได้“เด็กที่อยู่ในสภาพยากลำบาก” หมายความว่า เด็กที่อยู่ในครอบครัวยากจนหรือบิดามารดาหย่าร้าง ทิ้งร้าง ถูกคุมขัง หรือแยกกันอยู่และได้รับความลำบาก หรือ เด็กที่ต้องรับภาระหน้าที่ในครอบครัวเกินวัยหรือกำลังความสามารถและสติปัญญา หรือเด็กที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้“เด็กพิการ” หมายความว่า เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย สมอง สติปัญญา หรือจิตใจ ไม่ว่าความบกพร่องนั้นจะมีมาแต่กำเนิดหรือเกิดขึ้นภายหลัง“เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด” หมายความว่า เด็กที่ประพฤติตนไม่สมควร เด็กที่ประกอบอาชีพหรือคบหาสมาคมกับบุคคลที่น่าจะชักนำไปในทางกระทำผิด กฎหมายหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมหรือสถานที่อันอาจชักนำ ไปในทางเสียหาย ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง“นักเรียน” หมายความว่า เด็กซึ่งกำลังรับการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ทั้งประเภทสามัญศึกษาและอาชีวศึกษาหรือเทียบเท่า อยู่ในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน“นักศึกษา” หมายความว่า เด็กซึ่งกำลังรับการศึกษาระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน“บิดามารดา” หมายความว่า บิดามารดาของเด็กไม่ว่าจะสมรสกันหรือไม่“ผู้ปกครอง” หมายความว่า บิดามารดา ผู้อนุบาล ผู้รับบุตรบุญธรรม และผู้ปกครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และให้หมายความรวมถึงพ่อเลี้ยง แม่เลี้ยง ผู้ปกครองสวัสดิภาพ นายจ้าง ตลอดจนบุคคลอื่นซึ่งรับเด็กไว้ในความอุปการะเลี้ยงดูหรือซึ่งเด็กอาศัยอยู่ด้วย“ครอบครัวอุปถัมภ์” หมายความว่า บุคคลที่รับเด็กไว้อุปการะเลี้ยงดู อย่างบุตร


๑๑“การเลี้ยงดูโดยมิชอบ” หมายความว่า การไม่ให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน หรือพัฒนาเด็กตามมาตรฐานขั้นต่ำที่กำหนดในกฎกระทรวง จนน่าจะเกิด อันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของเด็ก“ทารุณกรรม” หมายความว่า การกระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดๆจนเป็นเหตุให้เด็กเสื่อมเสียเสรีภาพหรือเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ การกระทำผิด ทางเพศต่อเด็ก การใช้เด็กให้กระทำหรือประพฤติในลักษณะที่น่าจะเป็นอันตราย แก่ร่างกายหรือจิตใจหรือขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี ทั้งนี้ ไม่ว่าเด็กจะยินยอม หรือไม่ก็ตาม“สืบเสาะและพินิจ” หมายความว่า การค้นหาและรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคลและนำมาวิเคราะห์วินิจฉัยตามหลักวิชาการทางสังคมสงเคราะห์ แพทย์ จิตวิทยา กฎหมาย และหลักวิชาการอื่นที่เกี่ยวข้องกับบุคคลและครอบครัวของบุคคลนั้น“สถานรับเลี้ยงเด็ก” หมายความว่า สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กที่มีอายุไม่เกินหกปีบริบูรณ์ และมีจำนวนตั้งแต่หกคนขึ้นไป ซึ่งเด็กไม่เกี่ยวข้องเป็นญาติกับ เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสถานรับเลี้ยงเด็กดังกล่าว ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานพยาบาลหรือ โรงเรียนทั้งของรัฐและเอกชน“สถานแรกรับ” หมายความว่า สถานที่รับเด็กไว้อุปการะเป็นการชั่วคราวเพื่อสืบเสาะและพินิจเด็กและครอบครัว เพื่อกำหนดแนวทางในการสงเคราะห์และ คุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสมแก่เด็กแต่ละราย“สถานสงเคราะห์” หมายความว่า สถานที่ให้การอุปการะเลี้ยงดูและพัฒนาเด็กที่จำต้องได้รับการสงเคราะห์ ซึ่งมีจำนวนตั้งแต่หกคนขึ้นไป“สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ” หมายความว่า สถานที่ให้การศึกษา อบรม ฝึกอาชีพ เพื่อแก้ไขความประพฤติ บำบัด รักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางด้าน ร่างกายและจิตใจแก่เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ“สถานพัฒนาและฟื้นฟู” หมายความว่า สถานที่ โรงเรียน สถาบัน หรือ ศูนย์ที่จัดขึ้นเพื่อให้การบำบัดรักษา การฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางด้านร่างกายและ จิตใจ ตลอดจนการศึกษา แนะแนว และการฝึกอบรมอาชีพแก่เด็กที่จำต้องได้รับ การสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพเป็นกรณีพิเศษ


๑๒“สถานพินิจ” หมายความว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานครสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัด และสถานพินิจ และคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัด ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณา คดีเยาวชนและครอบครัว“กองทุน” หมายความว่า กองทุนคุ้มครองเด็ก“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้“ผู้ว่าราชการจังหวัด” หมายความรวมถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและ ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัด“ปลัดกระทรวง” หมายความว่า ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์และหมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวง“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้มาตรา ๕ ให้ศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเยาวชนและครอบครัวตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและ ครอบครัว มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ในจังหวัดใด ยังมิได้เปิดทำการศาลเยาวชนและครอบครัวหรือแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวขึ้น ในศาลจังหวัด ให้ศาลจังหวัดมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีตามพระราชบัญญัตินี้มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกก ฎกระทรวงหรือระเบียบ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับราชการของกระทรวงนั้นกฎกระทรวงหรือระเบียบนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้


๑๓หมวด ๑คณะกรรมการคุ้มครองเด็กมาตรา ๗ ให้มีคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ประกอบด้วย รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อัยการสูงสุด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมพัฒนาสังคม และสวัสดิการ อธิบดีกรมสุขภาพจิต อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ เป็นกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แต่งตั้งจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีประสบการณ์ในการงานที่ทำในวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ครู จิตวิทยา กฎหมาย แพทย์ ไม่น้อยกว่าเจ็ดปีวิชาชีพละสองคน โดยจะต้องมีผู้แทนจากภาคเอกชน อย่างน้อยวิชาชีพละหนึ่งคน และแต่งตั้งจากผู้มีประสบการณ์ซึ่งมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ในด้านสวัสดิการเด็กมาไม่น้อยกว่าเจ็ดปีอีกสองคน โดยมีรองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายเป็นกรรมการและเลขานุการ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งต้องเป็นสตรีไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามคณะกรรมการจะแต่งตั้งข้าราชการในกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการก็ได้มาตรา ๘ ให้สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการ โดยให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้(๑) ปฏิบัติงานธุรการทั่วไปของคณะกรรมการ(๒) ประสานงานและร่วมมือกับส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และเอกชน ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานเกี่ยวกับการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็ก


๑๔(๓) พัฒนาระบบ รูปแบบ และวิธีการ ตลอดจนให้บริการด้านสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพและส่งเสริมความประพฤติเด็ก(๔) รวบรวมผลการวิเคราะห์ วิจัย ดำเนินการติดตามและประเมินผล การปฏิบัติตามนโยบายรวมทั้งแผนงานในการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และ ส่งเสริมความประพฤติเด็กของหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง แล้วรายงาน ให้คณะกรรมการทราบ(๕) ปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการหรือตามที่คณะกรรมการมอบหมายมาตรา ๙ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งเพราะครบวาระอาจได้รับการแต่งตั้ง อีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกันมาตรา ๑๐ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๙ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) รัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าที่มีความประพฤติ เสื่อมเสียหรือหย่อนความสามารถ(๔) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก(๕) เป็นบุคคลล้มละลาย(๖) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ(๗) ขาดการประชุมติดต่อกันสามครั้งโดยไม่มีเหตุอันสมควรมาตรา ๑๑ ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติเช่นเดียวกันตามมาตรา ๗ เป็นกรรมการแทน และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของ กรรมการซึ่งตนแทนมาตรา ๑๒ ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดำรงตำแหน่งครบวาระแล้ว แต่ยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นจาก ตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน


๑๕มาตรา ๑๓ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุมให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการ ไม่มาประชุม หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานกรรมการเป็นประธาน ในที่ประชุม หากรองประธานไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการ ซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมการวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มี เสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียง เพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาดมาตรา ๑๔ คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้(๑) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบาย แผนงาน งบประมาณและ มาตรการในการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็ก ตามพระราชบัญญัตินี้(๒) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงและระเบียบ เพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้(๓) วางระเบียบโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการจัดหาผลประโยชน์ของกองทุน(๔) วางระเบียบเกี่ยวกับวิธีการดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา(๕) วางหลักเกณฑ์ในการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ (๖) ให้คำปรึกษา แนะนำ และประสานงานแก่หน่วยงานของรัฐและเอกชน ที่ปฏิบัติงานด้านการศึกษา การสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็ก รวมทั้งมีอำนาจเข้าไปตรวจสอบในสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับสถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ สถานพัฒนาและฟื้นฟู สถานพินิจหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็กทั้งของรัฐและเอกชน(๗) ติดตาม ประเมินผลและตรวจสอบการดำเนินงานของคณะกรรมการ คุ้มครองเด็กกรุงเทพมหานครและคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด รวมทั้งให้ คำแนะนำและเสนอแนะในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็กในกรุงเทพมหานครและระดับจังหวัด


๑๖(๘) ดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวกับการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็กมาตรา ๑๕ คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อปฏิบัติการตามที่คณะกรรมการมอบหมายให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๓ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงาน โดยอนุโลมมาตรา ๑๖ ให้มีคณะกรรมการคุ้มครองเด็กกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานกรรมการ ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นรองประธานกรรมการ ผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนสำนักงาน อัยการสูงสุด ผู้แทนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ผู้แทนกรมพัฒนาสังคมและ สวัสดิการ ผู้แทนศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผู้แทนสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร ผู้แทนสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาชุมชน ผู้อำนวยการ สำนักการศึกษา ผู้อำนวยการสำนักอนามัย และผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ เป็นกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้ง จากผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีประสบการณ์ในการงานที่ทำในวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ครูจิตวิทยา กฎหมาย แพทย์ วิชาชีพละสองคนโดยจะต้องมีผู้แทนจากภาคเอกชนอย่างน้อยวิชาชีพละหนึ่งคน และแต่งตั้งจากผู้มีประสบการณ์ด้านสวัสดิการเด็กอีกสองคน โดยมีผู้อำนวยการสำนักสวัสดิการสังคม เป็นกรรมการและเลขานุการกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งต้องเป็นสตรีไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามคณะกรรมการคุ้มครองเด็กกรุงเทพมหานครจะแต่งตั้งข้าราชการในสำนักสวัสดิการสังคมไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการก็ได้มาตรา ๑๗ ให้มีคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานกรรมการ รองผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นรองประธานกรรมการ อัยการจังหวัด พัฒนาการจังหวัด แรงงานจังหวัด ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ผู้แทนศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด หรือผู้แทนศาลจังหวัด ในกรณีที่จังหวัดนั้นไม่มีศาลเยาวชนและครอบครัว ผู้แทนสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัด หรือผู้แทนกระทรวงยุติธรรมซึ่งแต่งตั้งจากข้าราชการในจังหวัดในกรณีที่จังหวัดนั้นไม่มีสถานพินิจ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งจากผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีประสบการณ์ในการงานที่ทำในวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ครู จิตวิทยา กฎหมาย แพทย์ วิชาชีพละสองคน โดยจะต้องมีผู้แทนจากภาคเอกชนอย่างน้อยวิชาชีพละหนึ่งคนและแต่งตั้งจากผู้มีประสบการณ์ด้านสวัสดิการเด็กอีกสองคน โดยมีพัฒนาสังคมและสวัสดิการจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งต้องเป็นสตรีไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดจะแต่งตั้งข้าราชการในจังหวัดนั้นไม่เกินสองคน เป็นผู้ช่วยเลขานุการก็ได้


๑๗มาตรา ๑๘ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับกับการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง การแต่งตั้งกรรมการแทน และการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ โดยอนุโลม เว้นแต่อำนาจของรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๐ (๓) และมาตรา ๑๑ ให้เป็น อำนาจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณีมาตรา ๑๙ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๕ มาใช้บังคับกับ การประชุมและการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานของคณะกรรมการ คุ้มครองเด็กกรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด โดยอนุโลมมาตรา ๒๐ คณะกรรมการคุ้มครองเด็กกรุงเทพมหานครและคณะกรรมการ คุ้มครองเด็กจังหวัดมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้(๑) เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเกี่ยวกับนโยบาย แผนงาน งบประมาณ และมาตรการในการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็ก ตามพระราชบัญญัตินี้(๒) ให้คำปรึกษา แนะนำ และประสานงานแก่หน่วยงานของรัฐและเอกชน ที่ปฏิบัติงานด้านการศึกษา การสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็ก รวมทั้งมีอำนาจเข้าไปตรวจสอบในสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ สถานพัฒนาและฟื้นฟู สถานพินิจ หรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็กของรัฐและเอกชนภายในเขตกรุงเทพมหานครหรือเขตจังหวัด แล้วแต่กรณี(๓) กำหนดแนวทางการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็กในเขตกรุงเทพมหานครหรือเขตจังหวัด แล้วแต่กรณี(๔) จัดหาทุนเพื่อการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็ก ในเขตกรุงเทพมหานครหรือเขตจังหวัด แล้วแต่กรณี และรายงานผลการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดหาทุน และการจัดการทุนต่อคณะกรรมการและคณะกรรมการบริหารกองทุน(๕) ตรวจสอบหรือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงกรณีมีการปฏิบัติต่อเด็กโดยมิชอบ(๖) เรียกเอกสารหรือพยานหลักฐานใดๆ หรือขอคำชี้แจงจากผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการวินิจฉัยในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้(๗) ติดตาม ประเมินผลและตรวจสอบการดำเนินงานเกี่ยวกับการสงเคราะห์ และส่งเสริมความประพฤติเด็กในกรุงเทพมหานครและระดับจังหวัด แล้วแต่กรณี แล้วรายงานผลต่อคณะกรรมการ(๘) ดำเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายมาตรา ๒๑ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้กรรมการและอนุกรรมการเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา


๑๘หมวด ๒การปฏิบัติต่อเด็กมาตรา ๒๒ การปฏิบัติต่อเด็กไม่ว่ากรณีใด ให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของ เด็กเป็นสำคัญและไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมการกระทำใดเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก หรือเป็นการเลือกปฏิบัติ โดยไม่เป็นธรรมต่อเด็กหรือไม่ ให้พิจารณาตามแนวทางที่กำหนดในกฎกระทรวงมาตรา ๒๓ ผู้ปกครองต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนา เด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตนตามสมควรแก่ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมแห่งท้องถิ่น แต่ทั้งนี้ต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำตามที่กำหนดใน กฎกระทรวงและต้องคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตน มิให้ตกอยู่ในภาวะอันน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจมาตรา ๒๔ ปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้อำนวยการเขต นายอำเภอ ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ หรือผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ไม่ว่าเด็กจะมีผู้ปกครอง หรือไม่ก็ตาม รวมทั้งมีอำนาจและหน้าที่ดูแลและตรวจสอบสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ สถานพัฒนาและฟื้นฟู และสถานพินิจที่ตั้งอยู่ในเขตอำนาจ แล้วรายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการ คณะกรรมการคุ้มครองเด็กกรุงเทพมหานคร หรือคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด แล้วแต่กรณี เพื่อทราบ และให้มีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้มาตรา ๒๕ ผู้ปกครองต้องไม่กระทำการ ดังต่อไปนี้(๑) ทอดทิ้งเด็กไว้ในสถานรับเลี้ยงเด็กหรือสถานพยาบาลหรือไว้กับบุคคลที่รับจ้างเลี้ยงเด็กหรือที่สาธารณะหรือสถานที่ใดๆ โดยเจตนาที่จะไม่รับเด็กกลับคืน(๒) ละทิ้งเด็กไว้ ณ สถานที่ใดๆ โดยไม่จัดให้มีการป้องกันดูแลสวัสดิภาพ หรือให้การเลี้ยงดูที่เหมาะสม(๓) จงใจหรือละเลยไม่ให้สิ่งที่จำเป็นแก่การดำรงชีวิตหรือสุขภาพอนามัย จนน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของเด็ก(๔) ปฏิบัติต่อเด็กในลักษณะที่เป็นการขัดขวางการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็ก(๕) ปฏิบัติต่อเด็กในลักษณะที่เป็นการเลี้ยงดูโดยมิชอบมาตรา ๒๖ ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการ ดังต่อไปนี้(๑) กระทำหรือละเว้นการกระทำอันเป็นการทารุณกรรมต่อร่างกายหรือจิตใจของเด็ก(๒) จงใจหรือละเลยไม่ให้สิ่งจำเป็นแก่การดำรงชีวิตหรือรักษาพยาบาล แก่เด็กที่อยู่ในความดูแลของตน จนน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของเด็ก(๓) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด


๑๙(๔) โฆษณาทางสื่อมวลชนหรือเผยแพร่ด้วยประการใด เพื่อรับเด็กหรือ ยกเด็กให้แก่บุคคลอื่นที่มิใช่ญาติของเด็ก เว้นแต่เป็นการกระทำของทางราชการหรือได้รับอนุญาตจากทางราชการแล้ว(๕) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม ยินยอม หรือกระทำด้วยประการใดให้เด็ก ไปเป็นขอทาน เด็กเร่ร่อน หรือใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการขอทานหรือการกระทำผิด หรือกระทำด้วยประการใดอันเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก(๖) ใช้ จ้าง หรือวานเด็กให้ทำงานหรือกระทำการอันอาจเป็นอันตรายแก่ ร่างกายหรือจิตใจมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโต หรือขัดขวางต่อพัฒนาการของเด็ก(๗) บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กเล่นกีฬาหรือ ให้กระทำการใดเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางการค้าอันมีลักษณะเป็นการขัดขวางต่อการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็กหรือมีลักษณะเป็นการทารุณกรรมต่อเด็ก(๘) ใช้หรือยินยอมให้เด็กเล่นการพนันไม่ว่าชนิดใดหรือเข้าไปในสถานที่ เล่นการพนัน สถานค้าประเวณี หรือสถานที่ที่ห้ามมิให้เด็กเข้า(๙) บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทำ การอันมีลักษณะลามกอนาจาร ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือเพื่อการใด(๑๐) จำหน่าย แลกเปลี่ยน หรือให้สุราหรือบุหรี่แก่เด็ก เว้นแต่การปฏิบัติ ทางการแพทย์ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งมีโทษตามกฎหมายอื่นที่หนักกว่าก็ให้ ลงโทษตามกฎหมายนั้นมาตรา ๒๗ ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาหรือเผยแพร่ทางสื่อมวลชนหรือสื่อสารสนเทศประเภทใด ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็กหรือผู้ปกครอง โดยเจตนาที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดของเด็ก หรือเพื่อแสวงหาประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบมาตรา ๒๘ ในกรณีผู้ปกครองตกอยู่ในสภาพไม่อาจให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรม สั่งสอน และพัฒนาเด็กได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด หรือผู้ปกครองกระทำการใด อันน่าจะเกิดอันตรายต่อสวัสดิภาพหรือขัดขวางต่อความเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็กหรือให้การเลี้ยงดูโดยมิชอบ หรือมีเหตุจำเป็นอื่นใดเพื่อประโยชน์ในการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก หรือป้องกันมิให้เด็กได้รับอันตรายหรือถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการให้การสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพตามพระราชบัญญัตินี้มาตรา ๒๙ ผู้ใดพบเห็นเด็ก ตกอยู่ในสภาพจำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพ ตามหมวด ๓ และหมวด ๔ จะต้อง ให้การช่วยเหลือเบื้องต้นและ แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่ คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ โดยมิชักช้าแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่รับตัวเด็ก ไว้รักษาพยาบาล ครูอาจารย์ หรือนายจ้าง ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเด็กที่เป็นศิษย์หรือลูกจ้าง จะต้องรายงานให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ตามมาตรา ๒๔ หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจทราบโดยมิชักช้าหากเป็น ที่ปรากฏชัด หรือน่าสงสัยว่าเด็กถูกทารุณกรรม หรือเจ็บป่วยเนื่องจากการเลี้ยงดูโดยมิชอบ


๒๐การแจ้งหรือการรายงานตามมาตรานี้เมื่อได้กระทำโดยสุจริตย่อมได้รับความคุ้มครองและไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญาหรือทางปกครองมาตรา ๓๐ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามหมวด ๓ และหมวด ๔ มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้(๑) เข้าไปในเคหสถาน สถานที่ใด ๆ หรือยานพาหนะใด ๆ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกเพื่อตรวจค้น ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำทารุณกรรมเด็ก มีการกักขังหรือเลี้ยงดูโดยมิชอบ แต่ในกรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากไม่ดำเนินการในทันที เด็กอาจได้รับอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ หรือถูกนำพาไปสถานที่อื่นซึ่งยากแก่การติดตามช่วยเหลือ ก็ให้มีอำนาจเข้าไปในเวลาภายหลังพระอาทิตย์ตกได้(๒) ซักถามเด็กเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าเด็กจำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือ คุ้มครองสวัสดิภาพ ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ การสงเคราะห์และคุ้มครอง สวัสดิภาพเด็ก อาจนำตัวเด็กไปยังที่ทำการ ของพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อทราบข้อมูลเกี่ยวกับเด็กและครอบครัว รวมทั้งบุคคลที่เด็กอาศัยอยู่ ทั้งนี้ จะต้องกระทำโดยมิชักช้า แต่ไม่ว่ากรณีใด จะกักตัวเด็กไว้นานเกินกว่าสิบสองชั่วโมงไม่ได้ เมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าวให้ปฏิบัติตาม (๖) ระหว่างที่เด็กอยู่ในความดูแลจะต้องให้การอุปการะ เลี้ยงดูและหากเจ็บป่วยจะต้องให้การรักษาพยาบาล(๓) มีหนังสือเรียกผู้ปกครอง หรือบุคคลอื่นใดมาให้ถ้อยคำ หรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ ความประพฤติสุขภาพ และความสัมพันธ์ในครอบครัวของเด็ก(๔) ออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ปกครองของเด็ก นายจ้างหรือผู้ประกอบการ เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่ที่เด็กทำงานหรือเคยทำงาน อาศัยหรือเคยอาศัยอยู่ เจ้าของหรือผู้ครอบครองหรือผู้ดูแลสถานศึกษา ที่เด็กกำลังศึกษาหรือเคยศึกษา หรือ ผู้ปกครองสวัสดิภาพ ส่งเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ การศึกษา การทำงาน หรือความประพฤติของเด็กมาให้(๕) เข้าไปในสถานที่อยู่อาศัยของผู้ปกครอง สถานที่ประกอบการ ของนายจ้าง ของเด็กสถานศึกษาของเด็ก หรือสถานที่ที่เด็กมีความ เกี่ยวข้องด้วย ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกเพื่อสอบถามบุคคลที่อยู่ในที่นั้น ๆ และรวบรวมข้อมูลหรือหลักฐานเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ ความสัมพันธ์ในครอบครัว การเลี้ยงดูอุปนิสัยและความประพฤติของเด็ก(๖) มอบตัวเด็กให้แก่ผู้ปกครองพร้อมกับแนะนำหรือตักเตือน ผู้ปกครองให้ดูแล และอุปการะเลี้ยงดูเด็กในทางที่ถูกต้อง เพื่อให้เด็กได้รับ การพัฒนาในทางที่เหมาะสม(๗) ทำรายงานเกี่ยวกับตัวเด็กเพื่อมอบให้แก่สถานแรกรับ ในกรณีมีการส่งเด็กไปยังสถานแรกรับหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อมีการร้องขอเด็กที่อยู่ในความดูแลของพนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องได้รับการอุปการะเลี้ยงดูและได้รับการศึกษาอย่างเหมาะสม และก่อนที่จะจัดให้เด็กเข้าอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟูจะต้องปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์และการแพทย์ก่อนเท่าที่สามารถกระทำได้ในการปฏิบัติหน้าที่ตาม (๑) (๒) และ (๕) พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวก่อนและให้บุคคลที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร


๒๑บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศ ในราชกิจจานุเบกษามาตรา ๓๑ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาหมวด ๓ การสงเคราะห์เด็ก มาตรา ๓๒ เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ได้แก่(๑) เด็กเร่ร่อน หรือเด็กกำพร้า(๒) เด็กที่ถูกทอดทิ้งหรือพลัดหลง ณ ที่ใดที่หนึ่ง(๓) เด็กที่ผู้ปกครองไม่สามารถอุปการะเลี้ยงดูได้ด้วยเหตุใด ๆ เช่น ถูกจำคุก กักขัง พิการ ทุพพลภาพ เจ็บป่วยเรื้อรัง ยากจน เป็นผู้เยาว์ หย่า ถูกทิ้งร้าง เป็นโรคจิต หรือโรคประสาท(๔) เด็กที่ผู้ปกครองมีพฤติกรรมหรือประกอบอาชีพไม่เหมาะสม อันอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางร่างกายหรือจิตใจของเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแล(๕) เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูโดยมิชอบ ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำหรือ แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ถูกทารุณกรรม หรือตกอยู่ในภาวะอื่นใดอันอาจเป็นเหตุ ให้เด็กมีความประพฤติเสื่อมเสียในทางศีลธรรมอันดีหรือเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ(๖) เด็กพิการ(๗) เด็กที่อยู่ในสภาพยากลำบาก(๘) เด็กที่อยู่ในสภาพที่จำต้องได้รับการสงเคราะห์ตามที่กำหนด ในกฎกระทรวงมาตรา ๓๓ ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตาม มาตรา ๒๔ ได้รับแจ้งจากบุคคลตามมาตรา ๒๙ หรือพบเห็นเด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ตามมาตรา ๓๒ ให้พิจารณาให้การสงเคราะห์ตามวิธีการที่เหมาะสม ดังต่อไปนี้(๑) ให้ความช่วยเหลือและสงเคราะห์แก่เด็กและครอบครัวหรือบุคคลที่อุปการะ เลี้ยงดูเด็กเพื่อให้สามารถอุปการะเลี้ยงดูเด็กได้ตามมาตรา ๒๓(๒) มอบเด็กให้อยู่ในความอุปการะของบุคคลที่เหมาะสมและยินยอมรับเด็ก ไว้อุปการะเลี้ยงดูตามระยะเวลาที่เห็นสมควร แต่ต้องไม่เกินหนึ่งเดือน ในกรณีที่ไม่อาจดำเนินการตาม (๑) ได้(๓) ดำเนินการเพื่อให้เด็กได้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่น ตามกฎหมาย ว่าด้วยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม(๔) ส่งเด็กเข้ารับการอุปการะในครอบครัวอุปถัมภ์หรือ สถานรับเลี้ยงเด็ก ที่เหมาะสมและยินยอมรับเด็กไว้อุปการะ(๕) ส่งเด็กเข้ารับการอุปการะในสถานแรกรับ(๖) ส่งเด็กเข้ารับการอุปการะในสถานสงเคราะห์


๒๒(๗) ส่งเด็กเข้าศึกษาหรือฝึกหัดอาชีพ หรือส่งเด็กเข้าบำบัด ฟื้นฟูสมรรถภาพ ศึกษา หรือฝึกหัดอาชีพในสถานพัฒนาและฟื้นฟู หรือส่งเด็กศึกษากล่อมเกลาจิตใจ โดยใช้หลักศาสนาในวัดหรือสถานที่ทางศาสนาอื่น ที่ยอมรับเด็กไว้วิธีการให้การสงเคราะห์ตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามระเบียบ ที่ปลัดกระทรวง กำหนดและไม่ว่ากรณีใด ๆ การดำเนินการให้การสงเคราะห์ตาม (๔) (๕) (๖) หรือ (๗) ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง ความยินยอมดังกล่าว ต้องทำเป็นหนังสือตาม แบบที่ปลัดกระทรวง กำหนด หรือยินยอมด้วยวาจาต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคน ในกรณีที่ ผู้ปกครองไม่ให้ความยินยอมโดยไม่มีเหตุอันควร หรือไม่อาจให้ความยินยอม ได้ให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี มีอำนาจส่งเด็กเข้ารับ การสงเคราะห์ตามวิธีการดังกล่าวได้ ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องฟังรายงาน และความเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ และการแพทย์ก่อนให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณีมีอำนาจกำหนดระยะ เวลาในการสงเคราะห์เด็กตาม (๔) (๕) (๖) หรือ (๗) แต่ถ้ามีพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไป อาจจะขยายหรือย่นระยะเวลาที่กำหนดไว้แล้วก็ได้ตามแต่เห็นสมควร ในระหว่างระยะเวลาดังกล่าวให้พนักงานเจ้าหน้าที่รีบดำเนินการจัดให้เด็กสามารถกลับไปอยู่ในความปกครอง ของผู้ปกครองโดยมิชักช้าในกรณีเด็กอยู่ระหว่างการรับการสงเคราะห์ถ้าผู้ปกครองร้องขอและแสดงให้เห็นว่าสามารถปกครองและอุปการะเลี้ยงดูเด็กได้ให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณีสั่งให้เด็กพ้นจากการสงเคราะห์และมอบตัวเด็กให้แก่ผู้ปกครอง รับไปปกครองดูแลได้แม้ว่ายังไม่ครบกำหนดระยะเวลาในการสงเคราะห์ก็ตามในกรณีที่บุคคลที่ได้รับการสงเคราะห์มีอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์แต่ยังอยู่ใน สภาพที่จำเป็นจะต้องได้รับการสงเคราะห์ต่อไป ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณีอาจสั่งให้บุคคลนั้นได้รับการสงเคราะห์ต่อไปจนอายุยี่สิบปีบริบูรณ์ ก็ได้ แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นต้องให้การสงเคราะห์ต่อไปอีกและบุคคลนั้นมิได้คัดค้าน ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณีอาจสั่งให้สงเคราะห์บุคคลนั้นต่อไปตามความจำเป็นและสมควร แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินเวลาที่บุคคลนั้นมีอายุครบยี่สิบสี่ปีบริบูรณ์มาตรา ๓๔ ผู้ปกครองหรือญาติของเด็ก อาจนำเด็กไปขอรับการสงเคราะห์ที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการหรือสำนักงานพัฒนาสังคมและสวัสดิการจังหวัดหรือที่สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ หรือสถานพัฒนาและฟื้นฟูของเอกชนเพื่อขอรับการสงเคราะห์ได้กรณีมีการนำเด็กมาขอรับการสงเคราะห์ที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและสวัสดิการจังหวัด ถ้าเป็นเด็กที่จำเป็นต้องได้รับการสงเคราะห์ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาให้การสงเคราะห์ที่เหมาะสม ตามมาตรา ๓๓ แต่ในกรณี ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถหาวิธีการสงเคราะห์ที่เหมาะสมกับเด็กตามมาตรา ๓๓ ได้ จะส่งเด็กไปยังสถานแรกรับก่อนก็ได้


๒๓กรณีมีการนำเด็กมาขอรับการสงเคราะห์ที่สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ หรือสถานพัฒนาและฟื้นฟูเด็กของเอกชน ให้ผู้ปกครองสวัสดิภาพรายงานข้อมูลเกี่ยวกับเด็ก ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณาดำเนินการตามวรรคสองต่อไปมาตรา ๓๕ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตาม มาตรา ๒๔ พบเห็นเด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ตามมาตรา ๓๒ (๑) และ (๒) หรือได้รับแจ้งจากบุคคลตามมาตรา ๒๙ ได้สอบถามเพื่อทราบข้อมูลเกี่ยวกับเด็ก ถ้าเด็กเจ็บป่วยหรือจำต้องตรวจสุขภาพหรือเป็นเด็กพิการต้องรีบจัดให้มีการตรวจรักษาทางร่างกายและจิตใจทันที หากเป็นเด็กที่จำเป็นต้องได้รับการสงเคราะห์ก็ให้พิจารณาให้การสงเคราะห์ตามมาตรา ๓๓ และไม่ว่ากรณีใดให้พยายามดำเนินการ เพื่อให้เด็กสามารถกลับไปอยู่กับครอบครัวโดยเร็ว แต่หากปรากฏว่าสภาพครอบครัวหรือสิ่งแวดล้อมไม่เหมาะที่จะให้เด็กกลับไปอยู่กับครอบครัว และมีเหตุจำเป็นที่จะต้องให้การคุ้มครองสวัสดิภาพแก่เด็ก พนักงานเจ้าหน้าที่ จะใช้มาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพแก่เด็กตามหมวด ๔ ก็ได้มาตรา ๓๖ ในระหว่างที่เด็กได้รับการสงเคราะห์ตามมาตรา ๓๓ (๒) (๔) หรือ (๖) หากปรากฏว่าเป็นเด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิดและพึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี มีอำนาจสั่งให้ใช้มาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพแก่เด็กตามหมวด ๔ ได้มาตรา ๓๗ เมื่อสถานแรกรับ สถานสงเคราะห์หรือสถานพัฒนาและฟื้นฟูได้รับตัวเด็กไว้ตามมาตรา ๓๓ (๕) (๖) หรือ (๗) ให้ผู้ปกครองสวัสดิภาพรีบสืบเสาะ และพินิจเกี่ยวกับ ตัวเด็กและครอบครัว และเสนอความเห็นเกี่ยวกับวิธีการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กแต่ละคนพร้อมด้วยประวัติไปยังปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณีโดยมิชักช้าและให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการตามที่เห็นสมควรต่อไปมาตรา ๓๘ ในกรณีที่ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้เด็กเข้ารับ การสงเคราะห์โดยผู้ปกครองไม่ยินยอมตามมาตรา ๓๓ วรรคสอง กรณีที่ผู้ปกครองของเด็ก ไม่เห็นด้วยกับกำหนดระยะเวลาตามมาตรา ๓๓ วรรคสาม หรือกรณีที่ผู้ปกครองยื่นคำร้องขอรับเด็กไปปกครองดูแลเอง แต่ได้รับการปฏิเสธจากปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัดตามมาตรา ๓๓ วรรคสี่ ผู้ปกครองย่อมมีสิทธินำคดีไปสู่ศาลตามมาตรา ๕ ในเขตท้องที่นั้นภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันรับทราบคำสั่งมาตรา ๓๙ ในกรณีที่ผู้ปกครองซึ่งได้รับเด็กกลับมาอยู่ในความดูแลมีพฤติการณ์ น่าเชื่อว่าจะให้การเลี้ยงดูโดยมิชอบแก่เด็กอีก ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ ให้คำแนะนำแก่ผู้ปกครอง หากผู้ปกครองไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ ก็ให้ยื่นคำขอต่อปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ แล้วแต่กรณีเพื่อเรียกผู้ปกครองมาทำทัณฑ์บนว่าจะไม่กระทำการใดอันมีลักษณะเป็นการให้การเลี้ยงดูโดยมิชอบแก่เด็กอีกและให้วางประกันไว้เป็นจำนวนเงินตามสมควรแก่ฐานานุรูป แต่จะเรียกประกันไว้ได้ไม่เกินระยะเวลาสองปีถ้ากระทำผิดทัณฑ์บนให้ริบเงินประกันเป็นของกองทุนคุ้มครองเด็กตามมาตรา ๖๙การให้คำแนะนำหรือการเรียกประกันให้คำนึงถึงฐานะทางเศรษฐกิจของผู้ปกครอง และประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ


๒๔หมวด ๔ การคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กมาตรา ๔๐ เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ได้แก่(๑) เด็กที่ถูกทารุณกรรม(๒) เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด(๓) เด็กที่อยู่ในสภาพที่จำต้องได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพตามที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๔๑ ผู้ใดพบเห็นหรือประสบพฤติการณ์ที่น่าเชื่อว่ามีการกระทำทารุณกรรมต่อเด็กให้รีบแจ้งหรือรายงานต่อพนักงานเจ้า หน้าที่ พนักงาน ฝ่ายปกครอง หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตาม มาตรา ๒๔เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ หรือผู้มีหน้าที่ คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ตามมาตรา ๒๔ ได้รับแจ้งเหตุตามวรรคหนึ่ง หรือเป็นผู้พบเห็น หรือประสบพฤติการณ์ที่น่าเชื่อว่ามีการกระทำทารุณกรรมต่อเด็ก ในสถานที่ใด ให้มีอำนาจ เข้าตรวจค้นและมีอำนาจแยกตัวเด็กจากครอบครัวของเด็ก เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กโดยเร็วที่สุดการแจ้งหรือการรายงานตามมาตรานี้เมื่อได้กระทำโดยสุจริตย่อมได้รับ ความคุ้มครองและไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญาหรือทางปกครองมาตรา ๔๒ การดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๔๑ วรรคสอง ต้องรีบจัดให้มีการตรวจรักษาทางร่างกายและจิตใจทันทีถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นสมควรต้องสืบเสาะและพินิจเกี่ยวกับเด็กและครอบครัวเพื่อหาวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสมแก่เด็กก็อาจส่งตัวเด็กไปสถานแรกรับก่อนได้หรือถ้าจำเป็นต้องให้การสงเคราะห์ก็ให้พิจารณาให้การสงเคราะห์ตามมาตรา ๓๓ และถ้าจำเป็นต้องให้การฟื้นฟูสภาพจิตใจก็ให้รีบส่งเด็กไปยังสถานพัฒนาและฟื้นฟูการส่งเด็กไปสถานแรกรับ สถานพัฒนาและฟื้นฟูหรือสถานที่อื่นใดตาม วรรคหนึ่ง ระหว่างการสืบเสาะและพินิจเพื่อหาวิธีการการคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสมให้กระทำได้ไม่เกินเจ็ดวัน แต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น และสมควรเพื่อประโยชน์ของเด็ก พนักงานเจ้าหน้าที่หรือพนักงานอัยการ จะยื่นคำร้องขอต่อศาลตามมาตรา ๕ เพื่อมีคำสั่งขยายระยะเวลาออกไปรวมแล้วไม่เกินสามสิบวันก็ได้มาตรา ๔๓ กรณีที่ผู้ปกครองหรือญาติของเด็กเป็นผู้กระทำทารุณกรรมต่อเด็ก ถ้ามีการฟ้องคดีอาญาแก่ผู้กระทำผิดและมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ถูกฟ้องนั้น จะกระทำทารุณกรรมแก่เด็กอีก ก็ให้ศาลที่พิจารณาคดีนั้นมีอำนาจกำหนดมาตรการคุมความประพฤติผู้นั้น ห้ามเข้าเขตกำหนด หรือห้ามเข้าใกล้ตัวเด็กในระยะที่ศาลกำหนดเพื่อป้องกันมิให้กระทำการดังกล่าวและจะสั่งให้ผู้นั้นทำทัณฑ์บนตามวิธีการ ที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๔๖ และมาตรา ๔๗ แห่งประมวลกฎหมายอาญาด้วยก็ได้


๒๕หากยังไม่มีการฟ้องคดีอาญาหรือไม่ฟ้องคดีอาญาแต่มีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าจะมีการกระทำทารุณกรรมแก่เด็กอีก ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่ายปกครอง ผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ หรือพนักงานอัยการยื่นคำขอต่อศาลตามมาตรา ๕ เพื่อออกคำสั่งมิให้กระทำการดังกล่าว โดยกำหนดมาตรการคุมความประพฤติและเรียกประกันด้วยก็ได้ในกรณีตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง หากศาลเห็นว่ามีเหตุจำเป็นเร่งด่วน เพื่อคุ้มครองเด็กมิให้ถูกกระทำทารุณกรรมอีก ให้ศาลมีอำนาจออกคำสั่งให้ตำรวจจับกุมผู้ที่เชื่อว่าจะกระทำทารุณกรรมแก่เด็กมากักขังไว้มีกำหนดครั้งละไม่เกินสามสิบวันการพิจารณาออกคำสั่งหรือการเรียกประกันตามมาตรานี้ให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญมาตรา ๔๔ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ตามมาตรา ๒๔ พบเห็นหรือได้รับแจ้งจากผู้พบเห็นเด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิดให้สอบถามเด็กและดำเนินการหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวเด็ก รวมทั้งสภาพความสัมพันธ์ภายในครอบครัว ความเป็นอยู่ การเลี้ยงดู อุปนิสัย และความประพฤติของเด็ก เพื่อทราบข้อมูลเกี่ยวกับเด็ก และถ้าเห็นว่าจำเป็นต้องคุ้มครองสวัสดิภาพแก่เด็ก โดยวิธีส่งเข้าสถานคุ้มครองสวัสดิภาพหรือสถานพัฒนาและฟื้นฟูก็ให้เสนอประวัติ พร้อมความเห็นไปยังปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณาสั่งให้ใช้วิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสมแก่เด็กในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ตามมาตรา ๒๔ เห็นว่าเด็กจำเป็นต้องได้รับการสงเคราะห์ก็ให้พิจารณาให้การสงเคราะห์ตามมาตรา ๓๓ แต่ถ้าเห็นว่ายังไม่สมควรส่งตัวเด็กไปยังสถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ หรือสถานพัฒนาและฟื้นฟูก็ให้มอบตัวเด็กแก่ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่ยินยอมรับเด็กไปปกครองดูแล โดยอาจแต่งตั้งผู้คุ้มครองสวัสดิภาพแก่เด็กตามมาตรา ๔๘ หรือไม่ก็ได้และเมื่อได้ปรึกษาหารือร่วมกับผู้ปกครองหรือบุคคลที่จะรับเด็กไปปกครองดูแลแล้วอาจจะวางข้อกำหนดเพื่อป้องกันมิให้เด็ก มีความประพฤติเสียหายหรือเสี่ยงต่อการกระทำผิด โดยให้ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่รับเด็กไปปกครองดูแลต้องปฏิบัติข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อตามความเหมาะสม ดังต่อไปนี้(๑) ระมัดระวังมิให้เด็กเข้าไปในสถานที่หรือท้องที่ใดอันจะจูงใจให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร(๒) ระมัดระวังมิให้เด็กออกนอกสถานที่อยู่อาศัยในเวลากลางคืน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นหรือไปกับผู้ปกครอง(๓) ระมัดระวังมิให้เด็กคบหาสมาคมกับบุคคลหรือคณะบุคคล ที่จะชักนำไปในทางเสื่อมเสีย(๔) ระมัดระวังมิให้เด็กกระทำการใดอันเป็นเหตุให้เด็กประพฤติเสียหาย(๕) จัดให้เด็กได้รับการศึกษาอบรมตามสมควรแก่อายุ สติปัญญา และความสนใจของเด็ก(๖) จัดให้เด็กได้ประกอบอาชีพที่เหมาะสมกับความถนัดและความสนใจของเด็ก(๗) จัดให้เด็กกระทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาตนเองทางด้านคุณธรรม จริยธรรม และบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม


๒๖หากปรากฏชัดว่าผู้ปกครองหรือผู้ที่รับเด็กไว้ปกครองดูแล ละเลย ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตาม มาตรา ๒๔ ก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครอบสวัสดิภาพเด็กรับเด็กกลับไปดูแลมาตรา ๔๕ ห้ามมิให้เด็กซื้อหรือเสพสุราหรือบุหรี่ หรือเข้าไปในสถานที่เฉพาะเพื่อการจำหน่ายหรือเสพสุราหรือบุหรี่ หากฝ่าฝืนให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบถามเด็ก เพื่อทราบข้อมูลเกี่ยวกับเด็กและมีหนังสือเรียกผู้ปกครองมาร่วมประชุมเพื่อปรึกษาหารือ ว่ากล่าวตักเตือนให้ทำทัณฑ์บน หรือมีข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับวิธีการและระยะเวลาในการจัดให้เด็กทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์และอาจวางข้อกำหนดให้ผู้ปกครองต้องปฏิบัติข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อตามมาตรา ๔๔ วรรคสองหรือวางข้อกำหนดอื่นใดเพื่อแก้ไข หรือป้องกันมิให้เด็กกระทำความผิดขึ้นอีกก็ได้หากปรากฏว่าผู้ปกครองของเด็กฝ่าฝืนบทบัญญัติในวรรคหนึ่งให้นำบทบัญญัติมาตรา ๓๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลมการว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน และจัดให้เด็กทำงานบริการสังคม หรือทำงานสาธารณประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กำหนด ในกฎกระทรวงมาตรา ๔๖ ในกรณีที่ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งให้ส่งเด็กเข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพหรือในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่ ออกข้อกำหนดให้เด็กทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์ตามมาตรา ๔๕ หากผู้ปกครองไม่เห็นด้วย ให้มีสิทธินำคดีไปสู่ศาล ตามมาตรา ๕ ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันรับทราบคำสั่งมาตรา ๔๗ วิธีการดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก นอกจากที่บัญญัติไว้ ในหมวดนี้ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด


๒๗หมวด ๕ ผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กมาตรา ๔๘ ในการดำเนินการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติแก่เด็กตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่น ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ เห็นว่ามีเหตุสมควรแต่งตั้งผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก เพื่อกำกับดูแลเด็กคนใด ก็ให้ยื่น คำขอต่อปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณีให้แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ นักสังคมสงเคราะห์ หรือบุคคลที่สมัครใจและมีความเหมาะสมเป็นผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก โดยจะกำหนดสถานที่อยู่อาศัยของเด็กที่อยู่ในการกำกับดูแลของผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กด้วยก็ได้กรณีที่เด็กพ้นจากความปกครองดูแลของสถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานที่พัฒนาและฟื้นฟูแล้ว ถ้ามีเหตุผลสมควรก็ให้ผู้ปกครองสวัสดิภาพยื่นคำขอต่อปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณีให้ตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ นักสังคมสงเคราะห์ หรือบุคคลที่สมัครใจและมีความเหมาะสมเป็นผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กได้การแต่งตั้งผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กให้มีระยะเวลาคราวละไม่เกินสองปีมาตรา ๔๙ ผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้(๑) เยี่ยมเยียน ให้คำปรึกษา แนะนำ และตักเตือนเกี่ยวกับเรื่องความประพฤติ การศึกษา และการประกอบอาชีพแก่เด็กที่อยู่ในการกำกับดูแล(๒) เยี่ยมเยียน ให้คำปรึกษา และแนะนำแก่ผู้ปกครองเกี่ยวกับเรื่องการอบรมสั่งสอนและเลี้ยงดูเด็กที่อยู่ในการกำกับดูแล(๓) จัดทำรายงานและความเห็นเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ของเด็กและของผู้ปกครองเสนอต่อปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด พนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ปกครองสวัสดิภาพ คณะกรรมการ คณะกรรมการคุ้มครองเด็กกรุงเทพมหานคร หรือคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด แล้วแต่กรณี เพื่อดำเนินการต่อไปมาตรา ๕๐ ห้ามมิให้ผู้ปกครองสวัสดิภาพหรือผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก เปิดเผยชื่อตัวชื่อสกุล ภาพหรือข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับตัวเด็ก ผู้ปกครอง ในลักษณะที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือสิทธิประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งของเด็กหรือผู้ปกครองบทบัญญัติในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา และผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ ซึ่งได้ล่วงรู้ข้อมูลดังกล่าวเนื่องในการปฏิบัติหน้าที่ของตนด้วย โดยอนุโลมห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาหรือเผยแพร่ทางสื่อมวลชนหรือสื่อสารสนเทศประเภทใดซึ่งข้อมูลที่เปิดเผยโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติในวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง


๒๘หมวด ๖สถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์สถานคุ้มครองสวัสดิภาพและสถานพัฒนาและฟื้นฟูมาตรา ๕๑ ปลัดกระทรวงมีอำนาจจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟู ได้ทั่วราชอาณาจักร และผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟูภายในเขตจังหวัดนั้นหน่วยงานอื่นของรัฐนอกจากที่มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้อาจจัดตั้งและดำเนินกิจการได้เฉพาะสถานรับเลี้ยงเด็ก โดยแจ้งให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณีทราบ และให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแนะนำหรือสนับสนุนการจัดตั้งและการดำเนินการดังกล่าวมาตรา ๕๒ ภายใต้บังคับของมาตรา ๕๑ ผู้ใดจะจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟู ต้องขอรับใบอนุญาตต่อปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณีการขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต การให้ต่ออายุใบอนุญาต การขอรับใบแทนใบอนุญาตที่สูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุด การออกใบแทนใบอนุญาต และการเพิกถอนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และให้เสียค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงมาตรา ๕๓ ให้ปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมการ คณะกรรมการคุ้มครองเด็กกรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด กำกับดูแลและส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานของสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟูที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบมาตรา ๕๔ ในสถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟูจะต้องไม่ดำเนินกิจการในลักษณะแสวงหากำไรในทางธุรกิจ และต้องมีผู้ปกครองสวัสดิภาพเป็นผู้ปกครองดูแลและบังคับบัญชาการดำเนินงานของสถานที่ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่ปลัดกระทรวงกำหนดมาตรา ๕๕ ให้ปลัดกระทรวงและผู้ว่าราชการจังหวัด มีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอนผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟู ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงมาตรา ๕๖ ผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานแรกรับมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้(๑) รับตัวเด็กที่จำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพไว้เพื่อสืบเสาะและพินิจเด็กและครอบครัว วินิจฉัยกำหนดวิธีการที่เหมาะสมในการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพแก่เด็กแต่ละคน ถ้าจำเป็นอาจรับตัวเด็กไว้ปกครองดูแลชั่วคราวได้ไม่เกินสามเดือน


๒๙(๒) สืบเสาะและพินิจเกี่ยวกับอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญาการศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแห่งจิต นิสัย อาชีพ และฐานะของเด็กที่จำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพรวมทั้งของผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เด็กอาศัยอยู่ด้วย ตลอดจนสิ่งแวดล้อมทั้งปวงเกี่ยวกับเด็ก และมูลเหตุที่ทำให้เด็กตกอยู่ในสภาวะจำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพ เพื่อรายงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง(๓) จัดให้มีการตรวจสุขภาพกายและสุขภาพจิต พร้อมทั้งดำเนินการรักษาเยียวยาแก่เด็กที่อยู่ในความปกครองดูแล(๔) จัดที่พักอาศัย ที่หลับนอน เครื่องนุ่งห่ม ให้เหมาะสมและถูกสุขลักษณะ และจัดอาหารให้ถูกอนามัยและเพียงพอแก่เด็กที่อยู่ในความปกครองดูแล(๕) จัดการศึกษา การกีฬา และนันทนาการให้แก่เด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลให้เหมาะสมกับวัยและสภาพของเด็กแต่ละคน(๖) จัดส่งเด็กที่ได้ดำเนินการตาม (๑) และ (๒) ไปยังสถานสงเคราะห์ สถานพัฒนาและฟื้นฟู โรงเรียน หรือสถานที่อื่นใดที่มีวัตถุประสงค์ในการสงเคราะห์ หรือคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กให้เหมาะสมกับวัยและสภาพของเด็กแต่ละคน(๗) มอบตัวเด็กแก่ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เหมาะสมและยินยอมรับเด็กไว้อุปการะเลี้ยงดูและถ้าเห็นสมควรอาจยื่นคำขอให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี แต่งตั้งผู้คุ้มครองสวัสดิภาพแก่เด็กตามมาตรา ๔๘(๘) ให้คำปรึกษา แนะนำ และช่วยเหลือแก่ผู้ปกครอง ในกรณีที่เด็กจำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานแรกรับต้องดำเนินการให้เด็กสามารถกลับไปอยู่กับผู้ปกครองก่อน ส่วนการจัดให้เด็กไปอยู่ในสถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ หรือสถานพัฒนาและฟื้นฟู ให้ดำเนินการเป็นวิธีสุดท้ายมาตรา ๕๗ ผู้รับใบอนุญาตและผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานสงเคราะห์และสถานคุ้มครองสวัสดิภาพที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นต้องควบคุมดูแลให้มีการรับเด็กที่จำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพทุกคนไว้อุปการะเลี้ยงดูมาตรา ๕๘ ผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานสงเคราะห์มีอำนาจและหน้าที่ตามมาตรา ๕๖ (๑) (๒) (๓) และ (๔) และให้มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้(๑) จัดการศึกษา อบรม สั่งสอน และฝึกหัดอาชีพแก่เด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของสถานสงเคราะห์ให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน(๒) จัดบริการแนะแนว ให้คำปรึกษา และช่วยเหลือแก่ผู้ปกครอง(๓) สอดส่องและติดตามให้คำปรึกษา แนะนำ และช่วยเหลือแก่เด็กที่ออกจากสถานสงเคราะห์ไปแล้ว เพื่อเป็นการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพแก่เด็กที่เคยอยู่ในสถานสงเคราะห์มิให้กลับไปสู่สภาพเดิมการสืบเสาะและพินิจตามมาตรา ๕๖ (๒) ถ้าเป็นกรณีที่เด็กถูกส่งมาจากสถานแรกรับซึ่งมีรายงานการสืบเสาะและพินิจแล้ว อาจงดการสืบเสาะและพินิจก็ได้


๓๐มาตรา ๕๙ ผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานคุ้มครองสวัสดิภาพมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้(๑) ปกครองดูแลและอุปการะเลี้ยงดูเด็กที่อยู่ในสถานคุ้มครองสวัสดิภาพ(๒) จัดการศึกษา อบรม และฝึกอาชีพแก่เด็กที่อยู่ในสถานคุ้มครองสวัสดิภาพ(๓) แก้ไขความประพฤติ บำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางร่างกายจิตใจแก่เด็กที่อยู่ในสถานคุ้มครองสวัสดิภาพ(๔) สอดส่องและติดตามให้คำปรึกษา แนะนำ และช่วยเหลือแก่เด็กที่ออกจากสถานคุ้มครองสวัสดิภาพไปแล้วมาตรา ๖๐ ผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานพัฒนาและฟื้นฟูมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้(๑) ปกครองดูแลอุปการะเลี้ยงดูเด็กที่อยู่ในสถานคุ้มครองสวัสดิภาพ(๒) จัดการศึกษา อบรม และฝึกอาชีพแก่เด็กที่อยู่ในสถานคุ้มครองสวัสดิภาพ(๓) แก้ไขความประพฤติบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางร่างกาย จิตใจแก่เด็กที่อยู่ในสถานคุ้มครองสวัสดิภาพ(๔) สอดส่องและติดตามให้คำาปรึกษา แนะนำา และช่วยเหลือแก่เด็กที่ออก จากสถานคุ้มครองสวัสดิภาพไปแล้วมาตรา ๖๐ ผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานพัฒนาและฟื้นฟูมีอำนาจและ หน้าที่ดังต่อไปนี้(๑) รับเด็กที่จำต้องได้รับการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพด้านร่างกายหรือจิตใจไว้ปกครองดูแล(๒) ทำการสืบเสาะและพินิจเกี่ยวกับเด็กและครอบครัวเพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาและฟื้นฟูเด็กแต่ละคน(๓) จัดการศึกษา ฝึกอบรม สั่งสอน บำบัดรักษา แนะแนว และฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจให้เหมาะสมแก่เด็กแต่ละคนที่อยู่ระหว่างการปกครองดูแลมาตรา ๖๑ ห้ามมิให้เจ้าของ ผู้ปกครองสวัสดิภาพ และผู้ปฏิบัติงานในสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟู ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ กักขัง ทอดทิ้ง หรือลงโทษเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลโดยวิธีการรุนแรงประการอื่น เว้นแต่กระทำเท่าที่สมควรเพื่ออบรมสั่งสอนตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดมาตรา ๖๒ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตามที่ได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ผู้ปกครองสวัสดิภาพเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา


๓๑หมวด ๗การส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษามาตรา ๖๓ โรงเรียนและสถานศึกษาต้องจัดให้มีระบบงานและกิจกรรมในการแนะแนวให้คำปรึกษาและฝึกอบรมแก่นักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง เพื่อส่งเสริมความประพฤติที่เหมาะสม ความรับผิดชอบต่อสังคม และความปลอดภัยแก่นักเรียนและนักศึกษา ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงมาตรา ๖๔ นักเรียนและนักศึกษาต้องประพฤติตนตามระเบียบของโรงเรียนหรือสถานศึกษาและตามที่กำหนดในกฎกระทรวงมาตรา ๖๕ นักเรียนหรือนักศึกษาผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๖๔ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด และมีอำนาจนำตัวไปมอบแก่ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษาของนักเรียนหรือนักศึกษานั้น เพื่อดำเนินการสอบถามและอบรมสั่งสอนหรือลงโทษตามระเบียบ ในกรณีที่ไม่สามารถนำตัวไปมอบได้จะแจ้งด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือก็ได้เมื่อได้อบรมสั่งสอนหรือลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษาแจ้งให้ผู้ปกครองว่ากล่าวตักเตือนหรือสั่งสอนเด็กอีกชั้นหนึ่งการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาให้กระทำเท่าที่สมควรเพื่อการอบรมสั่งสอนตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดมาตรา ๖๖ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามหมวดนี้มีอำนาจดำเนินการเพื่อส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา ดังต่อไปนี้(๑) สอบถามครู อาจารย์ หรือหัวหน้าสถานศึกษา เกี่ยวกับความประพฤติ การศึกษา นิสัยและสติปัญญาของนักเรียนหรือนักศึกษาที่ฝ่าฝืนมาตรา ๖๔(๒) เรียกให้ผู้ปกครอง ครู อาจารย์ หรือหัวหน้าสถานศึกษาที่นักเรียนหรือนักศึกษานั้นกำลังศึกษาอยู่มารับตัวนักเรียนหรือนักศึกษา เพื่อว่ากล่าวอบรมสั่งสอนต่อไป(๓) ให้คำแนะนำแก่ผู้ปกครองในเรื่องการอบรมและสั่งสอนนักเรียนหรือนักศึกษา(๔) เรียกผู้ปกครองมาว่ากล่าวตักเตือน หรือทำทัณฑ์บนว่าจะปกครองดูแลมิให้นักเรียนหรือนักศึกษาฝ่าฝืนมาตรา ๖๔ อีก(๕) สอดส่องดูแลรวมทั้งรายงานต่อคณะกรรมการเกี่ยวกับพฤติกรรมของบุคคลหรือแหล่งที่ชักจูงนักเรียนหรือนักศึกษาให้ประพฤติในทางมิชอบ(๖) ประสานงานกับผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง ตำรวจ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่อื่นเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามหมวดนี้มาตรา ๖๗ ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมายหรือระเบียบเกี่ยวกับความประพฤติของนักเรียนหรือนักศึกษา ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในเคหสถาน สถานที่ หรือยานพาหนะใดๆ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในระหว่างเวลาทำการ เพื่อทำการตรวจสอบการฝ่าฝืนดังกล่าวได้ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวก่อน และให้บุคคลที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควรบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา


๓๒หมวด ๘กองทุนคุ้มครองเด็ก มาตรา ๖๘ ให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในสำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรียกว่า “กองทุนคุ้มครองเด็ก” เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายในการส่งเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็ก รวมทั้งครอบครัวและครอบครัวอุปถัมภ์ของเด็กตามพระราชบัญญัตินี้มาตรา ๖๙ กองทุนประกอบด้วย(๑) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้(๒) เงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี(๓) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคหรือมอบให้(๔) เงินอุดหนุนจากต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ(๕) เงินหรือทรัพย์สินที่ตกเป็นของกองทุนหรือที่กองทุนได้รับตามกฎหมายหรือโดยนิติกรรมอื่น(๖) เงินที่ริบจากเงินประกันของผู้ปกครองที่ผิดทัณฑ์บนตามมาตรา ๓๙(๗) ดอกผลที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุนมาตรา ๗๐ เงินและดอกผลที่กองทุนได้รับตามมาตรา ๖๙ ไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดินมาตรา ๗๑ ให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุนคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งไม่เกินสามคน ในจำนวนนี้ต้องเป็นผู้แทนจากภาคเอกชนซึ่งเกี่ยวข้องกับงานด้านสวัสดิการเด็กอย่างน้อยหนึ่งคน เป็นกรรมการ และให้รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายเป็นกรรมการและเลขานุการมาตรา ๗๒ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓และมาตรา ๑๕ มาใช้บังคับกับการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และการประชุมของคณะกรรมการบริหารกองทุน และการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการของคณะกรรมการบริหารกองทุน โดยอนุโลมมาตรา ๗๓ ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้(๑) บริหารกองทุนให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด(๒) พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินเพื่อการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพและส่งเสริมความประพฤติเด็ก รวมทั้งครอบครัวและครอบครัวอุปถัมภ์ของเด็กตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดหรือตามคำสั่งศาล(๓) รายงานสถานะการเงินและการบริหารกองทุนต่อคณะกรรมการตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดมาตรา ๗๔ การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การจัดหาผลประโยชน์และการจัดการกองทุน ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด


๓๓มาตรา ๗๕ ให้มีคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนจำนวนห้าคน ประกอบด้วย ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ด้านการเงิน การสวัสดิการเด็ก และการประเมินผล และให้รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายเป็นกรรมการและเลขานุการให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ มาใช้บังคับกับการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และการประชุมของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลตามวรรคหนึ่ง โดยอนุโลมมาตรา ๗๖ คณะกรรมการติดตามและประเมินผลตามมาตรา ๗๕ มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้(๑) ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานของกองทุน(๒) รายงานผลการปฏิบัติงานพร้อมทั้งข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการ(๓) มีอำนาจเรียกเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับกองทุนจากบุคคลใดหรือเรียกบุคคลใดมาชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณาประเมินผลมาตรา ๗๗ ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนจัดทำงบดุลและบัญชีทำการส่งผู้สอบบัญชีตรวจสอบภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีทุกปีให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของกองทุนทุกรอบปีแล้วทำรายงานผลการสอบและรับรองบัญชีและการเงินของกองทุนเสนอต่อคณะกรรมการภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีเพื่อคณะกรรมการเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบรายงานผลการสอบบัญชีตามวรรคสองให้รัฐมนตรีเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอต่อรัฐสภาเพื่อทราบและจัดให้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาหมวด ๙บทกำหนดโทษ มาตรา ๗๘ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๖ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับมาตรา ๗๙ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๗ มาตรา ๕๐ หรือมาตรา ๖๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับมาตรา ๘๐ ผู้ใดขัดขวางไม่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๐ (๑) หรือ (๕) หรือไม่ยอมส่งเอกสารหรือส่งเอกสารโดยรู้อยู่ว่าเป็นเอกสารเท็จแก่พนักงานเจ้าหน้าที่เมื่อถูกเรียกให้ส่งตามมาตรา ๓๐ (๔) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับผู้ใดไม่ยอมมาให้ถ้อยคำ ไม่ยอมให้ถ้อยคำโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๓๐ (๓) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าผู้ให้ถ้อยคำกลับให้ข้อความจริงในขณะที่การให้ถ้อยคำยังไม่เสร็จสิ้น การดำเนินคดีอาญาต่อบุคคลนั้นให้เป็นอันระงับไป


๓๔มาตรา ๘๑ ผู้ใดฝ่าฝืนข้อกำหนดของศาลในการคุมความประพฤติ ห้ามเข้าเขตกำหนด หรือห้ามเข้าใกล้ตัวเด็กตามมาตรา ๔๓ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับมาตรา ๘๒ ผู้ใดจัดตั้งหรือดำเนินกิจการสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ หรือสถานพัฒนาและฟื้นฟูตามมาตรา ๕๒ โดยมิได้รับใบอนุญาตหรือใบอนุญาตถูกเพิกถอนหรือหมดอายุ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับถ้าผู้ฝ่าฝืนบทบัญญัติในวรรคหนึ่งได้ยื่นคำขออนุญาตหรือยื่นคำขอต่อใบอนุญาตภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด การดำเนินคดีอาญาต่อบุคคลนั้นให้เป็นอันระงับไปมาตรา ๘๓ เจ้าของหรือผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ หรือสถานพัฒนาและฟื้นฟูผู้ใดไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวง หรือระเบียบที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับถ้าผู้ฝ่าฝืนบทบัญญัติในวรรคหนึ่งได้ดำเนินการแก้ไขหรือปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ แล้วการดำเนินคดีอาญาต่อบุคคลนั้นให้เป็นอันระงับไปมาตรา ๘๔ ผู้ใดกระทำการเป็นผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟูโดยมิได้รับแต่งตั้งตามมาตรา ๕๕ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับมาตรา ๘๕ ผู้ใดกระทำการอันเป็นการยุยง ส่งเสริม ช่วยเหลือ หรือสนับสนุนให้นักเรียนหรือนักศึกษาฝ่าฝืนบทบัญญัติตามมาตรา ๖๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับมาตรา ๘๖ ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๖๗ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


๓๕บทเฉพาะกาล มาตรา ๘๗ ให้สถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ และสถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กของหน่วยราชการ หรือของเอกชนที่ได้รับอนุญาต ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๔ ลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ที่ดำเนินกิจการอยู่จนถึงวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ และสถานคุ้มครองสวัสดิภาพตามพระราชบัญญัตินี้มาตรา ๘๘ บรรดากฎกระทรวง ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามความในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๔ ลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ และประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๓๒ ลงวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ให้คงใช้บังคับต่อไปได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีการออกกฎกระทรวง ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งตามพระราชบัญญัตินี้ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตรนายกรัฐมนตรีหมายเหตุ: เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบันที่ ๑๓๒ ลงวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕ และประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๔ ลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ใช้บังคับมาเป็นเวลานานสาระสำคัญและรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็กไม่เหมาะสมกับสภาพสังคมปัจจุบัน สมควรกำหนดขั้นตอนและปรับปรุงวิธีการปฏิบัติต่อเด็กให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อให้เด็กได้รับการอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และมีพัฒนาการที่เหมาะสม อันเป็นการส่งเสริมความมั่นคงของสถาบันครอบครัว รวมทั้งป้องกันมิให้เด็กถูกทารุณกรรม ตกเป็นเครื่องมือในการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ หรือถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม และสมควรปรับปรุงวิธีการส่งเสริมความร่วมมือในการคุ้มครองเด็กระหว่างหน่วยงานของรัฐและเอกชนให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


๓๖ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองดูแลนักเรียนตามกฎหมายคู่มือคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน พ.ศ.2557พระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559กฎกระทรวงกำหนดประเภทของสถานศึกษาและการดำเนินการของสถานศึกษาในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๖


๓๗พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการพานักเรียนและนักศึกษานอกสถานที่ พ.ศ.2562ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการพานักเรียนและนักศึกษานอกสถานที่ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2563หนังสือที่ ศธ 04277/ว1057 เรื่อง กำชับแนวทางปฏิบัติในการพานักเรียนไปนอกสถานศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองดูแลนักเรียนตามกฎหมาย


๓๘โครงสร้างเวลาเรียนหลักสูตรโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖9 – ๒๕71ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์)หมายเหตุ * ปรับปรุงแก้ไขรายวิชาเพิ่มเติม ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐ สั่ง ณ วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ * จัดตามความสนใจเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้เรียน * กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์ มีขอบข่าย คือ กิจกรรมจิตอาสาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคม ประเทศชาติ และสังคมโลกหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมง11.0 440 11.0 440 11.0 440 11.0 440 11.0 440 11.0 440ท21101 ภาษาไทย 1 1.5 60 ท21102 ภาษาไทย 2 1.5 60 ท22101 ภาษาไทย 3 1.5 60ท22102ภาษาไทย 4 1.5 60 ท23101 ภาษาไทย 5 1.5 60 ท23102 ภาษาไทย 6 1.5 60ค21101 คณติศาสตร์1 1.5 60 ค21102 คณติศาสตร์2 1.5 60 ค22101 คณติศาสตร์3 1.5 60 ค22102 คณติศาสตร์4 1.5 60 ค23101 คณติศาสตร์5 1.5 60 ค23102 คณติศาสตร์6 1.5 60ว21101 วิทยาศาสตร์1 1.0 40 ว21102 วิทยาศาสตร์2 1.0 40 ว22101 วิทยาศาสตร์3 1.0 40 ว22102 วิทยาศาสตร์4 1.0 40 ว23101 วิทยาศาสตร์5 1.0 40 ว23102 วิทยาศาสตร์6 1.0 40*ว21103 วิทยาการค านวณ 1 1.0 40 *ว21104 การออกแบบและเทคโนโลยี1 1.0 40 *ว22103 วิทยาการค านวณ 2 1.0 40*ว22104การออกแบบและเทคโนโลยี2 1.0 40 *ว23103 วิทยาการค านวณ 3 1.0 40*ว23104การออกแบบและเทคโนโลยี3 1.0 40ส21101 สังคมศึกษา 1 1.5 60 ส21103 สังคมศึกษา 2 1.5 60 ส22101 สังคมศึกษา 3 1.5 60 ส22103 สังคมศึกษา 4 1.5 60 ส23101 สังคมศึกษา 5 1.5 60 ส23103 สังคมศึกษา 6 1.5 60ส21102 ประวัติศาสตร์1 0.5 20 ส21104 ประวัติศาสตร์2 0.5 20 ส22102 ประวัติศาสตร์3 0.5 20 ส22104 ประวัติศาสตร์4 0.5 20 ส23102 ประวัติศาสตร์5 0.5 20 ส23104 ประวัติศาสตร์6 0.5 20พ21101 สุขศึกษา 1 0.5 20 พ21103 สุขศึกษา 2 0.5 20 พ22101 สุขศึกษา 3 0.5 20พ22103สุขศึกษา 4 0.5 20 พ23101 สุขศึกษา 5 0.5 20 พ23103 สุขศึกษา 6 0.5 20พ21102 พลศึกษา 1 0.5 20 พ21104 พลศึกษา 2 0.5 20 พ22102 พลศึกษา 3 0.5 20พ22104พลศึกษา 4 0.5 20 พ23102 พลศึกษา 5 0.5 20 พ23104 พลศึกษา 6 0.5 20ศ21101 ศิลปะ 1 1.0 40 ศ21102 ศิลปะ 2 1.0 40 ศ22101 ศิลปะ 3 1.0 40 ศ22102 ศิลปะ 4 1.0 40 ศ23101 ศิลปะ 5 1.0 40 ศ23102 ศิลปะ 6 1.0 40ง21101 การงานอาชีพ 1 0.5 20 ง21102 การงานอาชีพ 2 0.5 20 ง22101 การงานอาชีพ 3 0.5 20 ง22102 การงานอาชีพ 4 0.5 20 ง23101 การงานอาชีพ 5 0.5 20 ง23102 การงานอาชีพ 6 0.5 20อ21101 ภาษาอังกฤษ 1 1.5 60 อ21102 ภาษาอังกฤษ 2 1.5 60 อ22101 ภาษาอังกฤษ 3 1.5 60 อ22102 ภาษาอังกฤษ 4 1.5 60 อ23101 ภาษาอังกฤษ 5 1.5 60 อ23102 ภาษาอังกฤษ 6 1.5 603.5 140 4.5 180 2.5 100 3.5 140 2.5 100 2.5 100ค21201 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 1 1.0 40 ค21202 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 2 1.0 40 ค22201 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 3 1.0 40 ค22202 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 4 1.0 40 ค23201 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 5 1.0 40 ค23202 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 6 1.0 40อ20202 ภาษาอังกฤษเพื่อการฟังและการพูด (ห้องคี่)อ20202 ภาษาอังกฤษเพื่อการฟังและการพูด (ห้องคู่)อ20203 ภาษาอังกฤษส าหรับวิทย์คณติ (ห้องคี่)อ20203 ภาษาอังกฤษส าหรับวิทย์คณติ (ห้องคู่)อ20201 ภาษาอังกฤษเพื่อการอ่านและการเขียน (ห้องคู่)อ20201 ภาษาอังกฤษเพื่อการอ่านและการเขียน (ห้องคี่)อ20204 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร(ห้องคู่) อ20204 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร(ห้องคี่)ว20204 ของเล่นเชิงวิทยาศาสตร์ 1.0 40 ว20205 วิทยาศาสตร์กับความงาม 1.0 40 ว20253 การออกแบบและเทคโนโลยี 1.0 40ว20252 ชุดสมองกล 1.0 40ว20251 การโปรแกรมเบื้องต้น 1.0 40ส21221 ต้านทุจริต 1 0.5 20 ส21222 ต้านทุจริต 2 0.5 20 ส22221 ต้านทุจริต 3 0.5 20 ส22222 ต้านทุจริต 4 0.5 20 ส23221 ต้านทุจริต 5 0.5 20 ส23222 ต้านทุจริต 6 0.5 202.0 80 1.0 40 2.0 80 2.0 80 3.0 120 2.0 80ค20203 ความรสู้ึกเชิงจ านวน 1.0 40 ค20204 กลยุทธ์และยุทธวิธีการแก้ปัญหา 1.0 40 ค20205 การส ารวจพรีแคลคูลัสด้วย GSP 1.0 40 ค20206 การส ารวจพีชคณติด้วย GSP 1.0 40 ค20207 เรขาคณติ 1.0 40 ค20208 ปริศนาค านวณ 1.0 40ว20203 ทฤษฎีความรู้ธรรมชาติและการสืบเสาะ *1.0 40 ว20206 วิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ 1 * 1.0 40 ว20207 วิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ 2 * 1.0 40 ว20210 อิเล็กทรอนิกส์ 1.0 40 ว20209 พลังงานทดแทนฯ 1.0 40ว20208 เชื้อเพลิงเพื่อการคมนาคม 1.0 4080 80 80 80 80 8020 20 20 20 20 2020 20 20 20 20 2020 20 20 20 20 2020 20 20 20 20 2016.5 740 16.5 740 15.5 700 16.5 740 16.5 740 15.5 7001.0 40 1.0 40 1.0สาระเพิ่มเติมเพิ่มพูนประสบการณ์40 1.0 40กิจกรรมแนะแนวกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนปีการศึกษา 2569 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 33.0 หน่วยกิต/ 1,480 ชั่วโมง ปีการศึกษา 2570 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 32.0 หน่วยกิต/ 1,440 ชั่วโมง ปีการศึกษา 2571 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 32.0 หน่วยกิต/ 1,440 ชั่วโมงภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2เวลารายวิชาเวลารายวิชาเวลารายวิชาเวลารายวิชาเวลารายวิชาเวลารายวิชาสาระเพิ่มเติมสาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐานสาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนสาระเพิ่มเติมเพิ่มพูนประสบการณ์สาระเพิ่มเติมเพิ่มพูนประสบการณ์สาระเพิ่มเติมเพิ่มพูนประสบการณ์สาระเพิ่มเติมเพิ่มพูนประสบการณ์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมชุมนุม/ชมรม กิจกรรมชุมนุม/ชมรม กิจกรรมชุมนุม/ชมรม กิจกรรมชุมนุม/ชมรม กิจกรรมชุมนุม/ชมรมรวมทั้งหมด รวมทั้งหมดสาระเพิ่มเติมเพิ่มพูนประสบการณ์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมชุมนุม/ชมรมกิจกรรมแนะแนวรวมทั้งหมด รวมทั้งหมดกิจกรรมลูกเสือ/ยุวกาชาด กิจกรรมลูกเสือ/ยุวกาชาดกิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนวกิจกรรมลูกเสือ/ยุวกาชาด กิจกรรมลูกเสือ/ยุวกาชาด กิจกรรมลูกเสือ/ยุวกาชาด กิจกรรมลูกเสือ/ยุวกาชาดรวมทั้งหมด รวมทั้งหมดอ20205 ภาษาอังกฤษเพื่อการน าเสนอ 1.0 40


๓๙โครงสร้างเวลาเรียนหลักสูตรโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖9 – ๒๕71ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ห้องเรียนปกติ)หมายเหตุ * ปรับปรุงแก้ไขรายวิชาเพิ่มเติม ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐ สั่ง ณ วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ * จัดตามความสนใจเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้เรียน * กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์ มีขอบข่าย คือ กิจกรรมจิตอาสาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคม ประเทศชาติ และสังคมโลกหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมง11.0 440 11.0 440 11.0 440 11.0 440 11.0 440 11.0 440ท21101 ภาษาไทย 1 1.5 60 ท21102 ภาษาไทย 2 1.5 60 ท22101 ภาษาไทย 3 1.5 60 ท22102 ภาษาไทย 4 1.5 60 ท23101 ภาษาไทย 5 1.5 60 ท23102 ภาษาไทย 6 1.5 60ค21101 คณติศาสตร์1 1.5 60 ค21102 คณติศาสตร์2 1.5 60 ค22101 คณติศาสตร์3 1.5 60 ค22102 คณติศาสตร์4 1.5 60 ค23101 คณติศาสตร์5 1.5 60 ค23102 คณติศาสตร์6 1.5 60ว21101 วิทยาศาสตร์1 1.0 40 ว21102 วิทยาศาสตร์2 1.0 40 ว22101 วิทยาศาสตร์3 1.0 40 ว22102 วิทยาศาสตร์4 1.0 40 ว23101 วิทยาศาสตร์5 1.0 40 ว23102 วิทยาศาสตร์6 1.0 40*ว21103 วิทยาการค านวณ 1 1.0 40 *ว21104 การออกแบบและเทคโนโลยี1 1.0 40 *ว22103วิทยาการค านวณ 2 1.0 40 *ว22104การออกแบบและเทคโนโลยี2 1.0 40 *ว23103 วิทยาการค านวณ 3 1.0 40 *ว23104 การออกแบบและเทคโนโลยี3 1.0 40ส21101 สังคมศึกษา 1 1.5 60 ส21103 สังคมศึกษา 2 1.5 60 ส22101 สังคมศึกษา 3 1.5 60 ส22103 สังคมศึกษา 4 1.5 60 ส23101 สังคมศึกษา 5 1.5 60 ส23103 สังคมศึกษา 6 1.5 60ส21102 ประวัติศาสตร์1 0.5 20 ส21104 ประวัติศาสตร์2 0.5 20 ส22102 ประวัติศาสตร์3 0.5 20 ส22104 ประวัติศาสตร์4 0.5 20 ส23102 ประวัติศาสตร์5 0.5 20 ส23104 ประวัติศาสตร์6 0.5 20พ21101 สุขศึกษา 1 0.5 20 พ21103 สุขศึกษา 2 0.5 20 พ22101 สุขศึกษา 3 0.5 20 พ22103 สุขศึกษา 4 0.5 20 พ23101 สุขศึกษา 5 0.5 20 พ23103 สุขศึกษา 6 0.5 20พ21102 พลศึกษา 1 0.5 20 พ21104 พลศึกษา 2 0.5 20 พ22102 พลศึกษา 3 0.5 20 พ22104 พลศึกษา 4 0.5 20 พ23102 พลศึกษา 5 0.5 20 พ23104 พลศึกษา 6 0.5 20ศ21101 ศิลปะ 1 1.0 40 ศ21102 ศิลปะ 2 1.0 40 ศ22101 ศิลปะ 3 1.0 40 ศ22102 ศิลปะ 4 1.0 40 ศ23101 ศิลปะ 5 1.0 40 ศ23102 ศิลปะ 6 1.0 40ง21101 การงานอาชีพ 1 0.5 20 ง21102 การงานอาชีพ 2 0.5 20 ง22101 การงานอาชีพ 3 0.5 20 ง22102 การงานอาชีพ 4 0.5 20 ง23101 การงานอาชีพ 5 0.5 20 ง23102 การงานอาชีพ 6 0.5 20อ21101 ภาษาอังกฤษ 1 1.5 60 อ21102 ภาษาอังกฤษ 2 1.5 60 อ22101 ภาษาอังกฤษ 3 1.5 60 อ22102 ภาษาอังกฤษ 4 1.5 60 อ23101 ภาษาอังกฤษ 5 1.5 60 อ23102 ภาษาอังกฤษ 6 1.5 604.0 160 4.0 160 4.5 180 4.5 180 3.5 140 3.5 140อ20202 ภาษาอังกฤษเพื่อการฟังและการพูด (ห้องคี่)อ20202 ภาษาอังกฤษเพื่อการฟังและการพูด (ห้องคู่)อ20206 ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตประจ าวัน (ห้องคี่)อ20206 ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตประจ าวัน(ห้องคู่)อ20205 ภาษาอังกฤษเพื่อการน าเสนอ (4-8)อ20205 ภาษาอังกฤษเพื่อการน าเสนอ(9-16)อ20201 ภาษาอังกฤษเพื่อการอ่านและการเขียน (ห้องคู่)อ20201 ภาษาอังกฤษเพื่อการอ่านและการเขียน (ห้องคี่)อ20204 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร(ห้องคู่)อ20204 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร(ห้องคี่)ว20256 กราฟิกและเทคโนโลยีสื่อประสม (9-16)ว20256 กราฟิกและเทคโนโลยีสื่อประสม (4-8)ว20254 โปรแกรมส านักงาน 1.0 40 ว20258 การสร้างเกมด้วยคอมพิวเตอร์ 1.0 40ท21201 การค้นคว้าเบื้องต้น 1 0.5 20 ท21202 การค้นคว้าเบื้องต้น 2 0.5 20 I20201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้1.0 40 I20202 การสื่อสารและการน าเสนอ 1.0 40ส21221 ต้านทุจริต 1 0.5 20 ส21222 ต้านทุจริต 2 0.5 20 ส22221 ต้านทุจริต 3 0.5 20 ส22222 ต้านทุจริต 4 0.5 20 ส23221 ต้านทุจริต 5 0.5 20 ส23222 ต้านทุจริต 6 0.5 201.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 401.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 4080 80 80 80 80 8020 20 20 20 20 2020 20 20 20 20 2020 20 20 20 20 2020 20 20 20 20 2015.0 680 15.0 680 15.5 700 15.5 700 14.5 660 14.5 6601.0 40 1.0 40* เลือกเสรี2 * เลือกเสรี21.0 40* เลือกเสรี1 * เลือกเสรี1* เลือกเสรี21.0 40* เลือกเสรี1 * เลือกเสรี *เลือกเสรี * เลือกเสรี1* เลือกเสรี21.0 40 1.0 40รวมทั้งหมดกิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์รวมทั้งหมด รวมทั้งหมด รวมทั้งหมด รวมทั้งหมด รวมทั้งหมดกิจกรรมชุมนุม/ชมรมกิจกรรมลูกเสือ/ยุวกาชาด กิจกรรมลูกเสือ/ยุวกาชาด กิจกรรมลูกเสือ/ยุวกาชาด กิจกรรมลูกเสือ/ยุวกาชาด กิจกรรมลูกเสือ/ยุวกาชาด กิจกรรมลูกเสือ/ยุวกาชาดกิจกรรมชุมนุม/ชมรม กิจกรรมชุมนุม/ชมรม กิจกรรมชุมนุม/ชมรม กิจกรรมชุมนุม/ชมรม กิจกรรมชุมนุม/ชมรมกิจกรรมแนะแนวกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนกิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนวสาระเพิ่มเติมสาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐานสาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติมเวลารายวิชาเวลารายวิชาเวลารายวิชาเวลารายวิชาเวลารายวิชาเวลารายวิชาปีการศึกษา 2569 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 30.0 หน่วยกิต/ 1,360 ชั่วโมง ปีการศึกษา 2570 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 31.0 หน่วยกิต/ 1,400 ชั่วโมง ปีการศึกษา 2571 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 29.0 หน่วยกิต/ 1,320 ชั่วโมงภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2


๔๐โครงสร้างเวลาเรียนหลักสูตรโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖9 – ๒๕71ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (แผนการเรียนวิทยาศาสตร์- คณิตศาสตร์ พสวท.)หมายเหตุ * ปรับปรุงแก้ไขรายวิชาเพิ่มเติม ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ. 1239/2560 สั่ง ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2560 เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ * จัดตามความสนใจเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้เรียน * กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์ มีขอบข่าย คือ กิจกรรมจิตอาสาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคม ประเทศชาติ และสังคมโลก ** ปรับปรุงรายวิชาในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ หน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมง6.0 240 6.0 240 5.5 220 5.5 220 6.5 260 11.5 460ท31101 ภาษาไทย 1 1.0 40 ท31102 ภาษาไทย 2 1.0 40 ท32101 ภาษาไทย 3 1.0 40 ท32102 ภาษาไทย 4 1.0 40 ท33101 ภาษาไทย 5 1.0 40 ท33102 ภาษาไทย 6 1.0 40ค31101 คณติศาสตร์1 1.0 40 ค31102 คณติศาสตร์2 1.0 40 ค32101 คณติศาสตร์3 1.0 40 ค32102 คณติศาสตร์4 1.0 40 ค33101 คณติศาสตร์5 1.0 40 ค33102 คณติศาสตร์6 1.0 40*ว30102เคมีพื้นฐาน 1.5 60*ว30101ฟิสิกส์พื้นฐาน 1.5 60*ว30103ชีววิทยาพื้นฐาน 1.5 60 **ว30106 วิทยาการค านวณ 1 0.5 20 **ว30107 การออกแบบและเทคโนโลยี1 0.5 20 **ว30108 วิทยาการค านวณ 2 0.5 20 **ว30109 การออกแบบและเทคโนโลยี2 0.5 20 **ว30110 วิทยาการค านวณ 3 0.5 20*ว30104โลกดาราศาสตร์พื้นฐาน 1.0 40ส31101 สังคมศึกษา 1 1.0 40 ส31102 สังคมศึกษา 2 1.0 40 ส32101 สังคมศึกษา 3 1.0 40 ส32102 สังคมศึกษา 4 1.0 40 ส33101 สังคมศึกษา 5 1.0 40 ส33102 สังคมศึกษา 6 1.0 40ส30101 ประวัติศาสตร์1 1.0 40 ส30102 ประวัติศาสตร์2 1.0 40พ31101 สุขศึกษาและพลศึกษา 1 0.5 20 พ31102 สุขศึกษาและพลศึกษา 2 0.5 20 พ32101 สุขศึกษาและพลศึกษา 3 0.5 20 พ32102 สุขศึกษาและพลศึกษา 4 0.5 20 พ33101 สุขศึกษาและพลศึกษา 5 0.5 20 พ33102 สุขศึกษาและพลศึกษา 6 0.5 20ศ30101 ศิลปะ 1 0.5 20 ศ30102 นาฏศิลป์ 0.5 20 ศ30103 ดนตรี1 0.5 20 ศ30104 ดนตรี2 0.5 20 ศ30105 ศิลปะ 2 0.5 20 ศ30106 ศิลปะ 3 0.5 20ง30101 การงานอาชีพ 1 0.5 20 ง30102 การงานอาชีพ 2 0.5 20อ31101 ภาษาอังกฤษ 1 1.0 40 อ31102 ภาษาอังกฤษ 2 1.0 40 อ32101 ภาษาอังกฤษ 3 1.0 40 อ32102 ภาษาอังกฤษ 4 1.0 40 อ33101 ภาษาอังกฤษ 5 1.0 40 อ33102 ภาษาอังกฤษ 6 1.0 409.0 360 10.5 420 10.5 420 9.5 380 10.0 400 4.5 180ค31201 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 1 2.0 80 ค31202 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 2 2.0 80 ค32201 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 3 2.0 80 ค32202 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 4 2.0 80 ค33201 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 5 2.0 80 ค33202 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 6 2.0 80อ30201 ภาษาอังกฤษเพื่อการฟังและการพูด(ห้องคี่)อ30201 ภาษาอังกฤษเพื่อการฟังและการพูด(ห้องคู่)อ30203 ภาษาอังกฤษส าหรับวิทย-์คณติ(ห้องคี่)อ30203 ภาษาอังกฤษส าหรับวิทย-์คณติ(ห้องคู่)อ30205 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร(ห้องคี่) อ30205 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร(ห้องคู่)อ30202 ภาษาอังกฤษเพื่อการอ่านและการเขียน(ห้องคู่)อ30202 ภาษาอังกฤษเพื่อการอ่านและการเขียน (ห้องคี่)อ30204 ภาษาอังกฤษเพื่อการน าเสนอ(ห้องคู่) อ30204 ภาษาอังกฤษเพื่อการน าเสนอ(ห้องคี่)อ30206 ภาษาอังกฤษรอบรู้1 (ห้องคู่) อ30206 ภาษาอังกฤษรอบรู้1 (ห้องคี่)ว30211 การโปรแกรมและการประยุกต์ 1.0 40 ว30258 การจัดการฐานข้อมูล 1.0 40ว30201 ฟิสิกส์1 1.5 60 ว30202 ฟิสิกส์2 2.0 80 ว30203 ฟิสิกส์3 2.0 80 ว30204 ฟิสิกส์4 2.0 80 ว30205 ฟิสิกส์5 1.5 60ว30223 เคมี1 1.5 60 ว30224 เคมี2 1.5 60 ว30225 เคมี3 1.5 60 ว30226 เคมี4 1.5 60 ว30227 เคมี5 1.5 60ว30243 ชีววิทยา 1 1.5 60 ว30244 ชีววิทยา 2 1.5 60 ว30245 ชีววิทยา 3 1.5 60 ว30246 ชีววิทยา 4 1.5 60 ว30247 ชีววิทยา 5 1.5 60*ว30261 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 1 1.0 40 *ว30262 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 2 1.0 40 *ว30263 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 3 1.0 40 *ว30264 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 4 1.0 40 *ว30265 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 5 1.0 40ส31221 ต้านทุจริต 1 0.5 20 ส31222 ต้านทุจริต 2 0.5 20 ส32221 ต้านทุจริต 3 0.5 20 ส32222 ต้านทุจริต 4 0.5 20 ส33221 ต้านทุจริต 5 0.5 20 ส33222 ต้านทุจริต 6 0.5 201.0 40 1.0 401.0 40 1.5 60 1.5 60 1.0 40 1.0 40ว30281 เทคนิคปฏิบัติการพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์11.0 40 ค30291 คณติศาสตร์พสวท.1 0.5 20 ค30292 คณติศาสตร์พสวท.2 0.5 20 ค30298 โครงงานคณติศาสตร์1 ค30299 โครงงานคณติศาสตร์2ว30282 เทคนิคปฏิบัติการพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์21.0 40 ว30285 ระเบียบวิธีวิจัยเบื้องต้น 1.0 40 ว30290 โครงงานวิทยาศาสตร์1 ว30291 โครงงานวิทยาศาสตร์260 60 60 60 60 6020 20 20 20 20 2020 20 20 20 20 2020 20 20 20 20 2016.0 700 18.0 780 17.5 760 16.0 700 17.5 760 16.0 700ปีการศึกษา 2569 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 34 หน่วยกิต/ 1,480 ชั่วโมง ปีการศึกษา 2570 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 33.5 หน่วยกิต/ 1,460 ชั่วโมง ปีการศึกษา 2571 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 33.5 หน่วยกิต/ 1,460 ชั่วโมงภาคเรียนที่ 2รายวิชาเวลารายวิชาเวลารายวิชาเวลารายวิชาเวลารายวิชาภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ภาคเรียนที่ 1สาระเพิ่มเติมเวลารายวิชาเวลาสาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐานสาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติม1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40*ภาษาต่างประเทศตามความสนใจ *ภาษาต่างประเทศตามความสนใจสาระเพิ่มเติมเพิ่มพูนประสบการณ์สาระเพิ่มเติมเพิ่มพูนประสบการณ์สาระเพิ่มเติมเพิ่มพูนประสบการณ์สาระเพิ่มเติมเพิ่มพูนประสบการณ์สาระเพิ่มเติมเพิ่มพูนประสบการณ์1.0 40 1.0 40กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนกิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนวกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนกิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมชุมนุมกิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์รวมทั้งหมด รวมทั้งหมด รวมทั้งหมด รวมทั้งหมด รวมทั้งหมด รวมทั้งหมด


๔๑โครงสร้างเวลาเรียนหลักสูตรโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖9 – ๒๕71ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ( แผนการเรียนวิทยาศาสตร์- คณิตศาสตร์ – เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม (SMTE) )หมายเหตุ * ปรับปรุงแก้ไขรายวิชาเพิ่มเติม ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ. 1239/2560 สั่ง ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2560 เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ * จัดตามความสนใจเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้เรียน * กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์ มีขอบข่าย คือ กิจกรรมจิตอาสาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคม ประเทศชาติ และสังคมโลก ** ปรับปรุงรายวิชาในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ หน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมง6.0 240 6.0 240 5.5 220 5.5 220 6.5 260 11.5 460ท31101 ภาษาไทย 1 1.0 40 ท31102 ภาษาไทย 2 1.0 40 ท32101 ภาษาไทย 3 1.0 40 ท32102 ภาษาไทย 4 1.0 40 ท33101 ภาษาไทย 5 1.0 40 ท33102 ภาษาไทย 6 1.0 40ค31101 คณติศาสตร์1 1.0 40 ค31102 คณติศาสตร์2 1.0 40 ค32101 คณติศาสตร์3 1.0 40 ค32102 คณติศาสตร์4 1.0 40 ค33101 คณติศาสตร์5 1.0 40 ค33102 คณติศาสตร์6 1.0 40*ว30102เคมีพื้นฐาน 1.5 60*ว30101ฟิสิกส์พื้นฐาน 1.5 60*ว30103ชีววิทยาพื้นฐาน 1.5 60 **ว30106 วิทยาการค านวณ 1 0.5 20 **ว30107 การออกแบบและเทคโนโลยี1 0.5 20 **ว30108 วิทยาการค านวณ 2 0.5 20 **ว30109 การออกแบบและเทคโนโลยี2 0.5 20 **ว30110 วิทยาการค านวณ 3 0.5 20*ว30104โลกดาราศาสตร์พื้นฐาน 1.0 40ส31101 สังคมศึกษา 1 1.0 40 ส31102 สังคมศึกษา 2 1.0 40 ส32101 สังคมศึกษา 3 1.0 40 ส32102 สังคมศึกษา 4 1.0 40 ส33101 สังคมศึกษา 5 1.0 40 ส33102 สังคมศึกษา 6 1.0 40ส30101 ประวัติศาสตร์1 1.0 40 ส30102 ประวัติศาสตร์2 1.0 40พ31101 สุขศึกษาและพลศึกษา 1 0.5 20 พ31102 สุขศึกษาและพลศึกษา 2 0.5 20 พ32101 สุขศึกษาและพลศึกษา 3 0.5 20 พ32102 สุขศึกษาและพลศึกษา 4 0.5 20 พ33101 สุขศึกษาและพลศึกษา 5 0.5 20 พ33102 สุขศึกษาและพลศึกษา 6 0.5 20ศ30101 ศิลปะ 1 0.5 20 ศ30102 นาฏศิลป์ 0.5 20 ศ30103 ดนตรี1 0.5 20 ศ30104 ดนตรี2 0.5 20 ศ30105 ศิลปะ 2 0.5 20 ศ30106 ศิลปะ 3 0.5 20ง30101 การงานอาชีพ 1 0.5 20 ง30102 การงานอาชีพ 2 0.5 20อ31101 ภาษาอังกฤษ 1 1.0 40 อ31102 ภาษาอังกฤษ 2 1.0 40 อ32101 ภาษาอังกฤษ 3 1.0 40 อ32102 ภาษาอังกฤษ 4 1.0 40 อ33101 ภาษาอังกฤษ 5 1.0 40 อ33102 ภาษาอังกฤษ 6 1.0 409.0 360 10.5 420 10.5 420 9.5 380 10.0 400 4.5 180ค31201 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 1 2.0 80 ค31202 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 2 2.0 80 ค32201 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 3 2.0 80 ค32202 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 4 2.0 80 ค33201 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 5 2.0 80 ค33202 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 6 2.0 80อ30201 ภาษาอังกฤษเพื่อการฟังและการพูด(ห้องคี่)อ30201 ภาษาอังกฤษเพื่อการฟังและการพูด(ห้องคู่)อ30203 ภาษาอังกฤษส าหรับวิทย-์คณติ(ห้องคี่)อ30203 ภาษาอังกฤษส าหรับวิทย-์คณติ(ห้องคู่)อ30205 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร(ห้องคี่) อ30205 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร(ห้องคู่)อ30202 ภาษาอังกฤษเพื่อการอ่านและการเขียน (ห้องคู่)อ30202 ภาษาอังกฤษเพื่อการอ่านและการเขียน (ห้องคี่)อ30204 ภาษาอังกฤษเพื่อการน าเสนอ(ห้องคู่) อ30204 ภาษาอังกฤษเพื่อการน าเสนอ(ห้องคี่)อ30206 ภาษาอังกฤษรอบรู้1 (ห้องคู่) อ30206 ภาษาอังกฤษรอบรู้1 (ห้องคี่)ว30211 การโปรแกรมและการประยุกต์ 1.0 40 ว30258 การจัดการฐานข้อมูล 1.0 40ว30201 ฟิสิกส์1 1.5 60 ว30202 ฟิสิกส์2 2.0 80 ว30203 ฟิสิกส์3 2.0 80 ว30204 ฟิสิกส์4 2.0 80 ว30205 ฟิสิกส์5 1.5 60ว30223 เคมี1 1.5 60 ว30224 เคมี2 1.5 60 ว30225 เคมี3 1.5 60 ว30226 เคมี4 1.5 60 ว30227 เคมี5 1.5 60ว30243 ชีววิทยา 1 1.5 60 ว30244 ชีววิทยา 2 1.5 60 ว30245 ชีววิทยา 3 1.5 60 ว30246 ชีววิทยา 4 1.5 60 ว30247 ชีววิทยา 5 1.5 60*ว30261 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 1 1.0 40 *ว30262 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 2 1.0 40 *ว30263 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 3 1.0 40 *ว30264 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 4 1.0 40 *ว30265 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 5 1.0 40ส31221 ต้านทุจริต 1 0.5 20 ส31222 ต้านทุจริต 2 0.5 20 ส32221 ต้านทุจริต 3 0.5 20 ส32222 ต้านทุจริต 4 0.5 20 ส33221 ต้านทุจริต 5 0.5 20 ส33222 ต้านทุจริต 6 0.5 201.0 40 1.0 401.0 40 1.5 60 1.5 60 1.0 40 1.0 40ว30281 เทคนิคปฏิบัติการพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์11.0 40 ค30291 คณติศาสตร์พสวท.1 0.5 20 ค30292 คณติศาสตร์พสวท.2 0.5 20 ค30298 โครงงานคณติศาสตร์1 ค30299 โครงงานคณติศาสตร์2ว30282 เทคนิคปฏิบัติการพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์21.0 40 ว30285 ระเบียบวิธีวิจัยเบื้องต้น 1.0 40 ว30290 โครงงานวิทยาศาสตร์1 ว30291 โครงงานวิทยาศาสตร์260 60 60 60 60 6020 20 20 20 20 2020 20 20 20 20 2020 20 20 20 20 2016.0 700 18.0 780 17.5 760 16.0 700 17.5 760 16.0 700กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมชุมนุมรวมทั้งหมด รวมทั้งหมด รวมทั้งหมด รวมทั้งหมด รวมทั้งหมด รวมทั้งหมดกิจกรรมแนะแนวกิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมชุมนุมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนกิจกรรมแนะแนวกิจกรรมชุมนุมกิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนวกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40สาระเพิ่มเติมเพิ่มพูนประสบการณ์สาระเพิ่มเติมเพิ่มพูนประสบการณ์สาระเพิ่มเติมเพิ่มพูนประสบการณ์สาระเพิ่มเติมเพิ่มพูนประสบการณ์สาระเพิ่มเติมเพิ่มพูนประสบการณ์1.0 40 1.0 40*ภาษาต่างประเทศตามความสนใจสาระพื้นฐานสาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติมสาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน*ภาษาต่างประเทศตามความสนใจปีการศึกษา 2569 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 34 หน่วยกิต/ 1,480 ชั่วโมง ปีการศึกษา 2570 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 33.5 หน่วยกิต/ 1,460 ชั่วโมง ปีการศึกษา 2571 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 33.5 หน่วยกิต/ 1,460 ชั่วโมงภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2เวลารายวิชาเวลารายวิชาสาระเพิ่มเติมเวลารายวิชาเวลารายวิชาเวลารายวิชาเวลารายวิชา


๔๒โครงสร้างเวลาเรียนหลักสูตรโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖9 – ๒๕71ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (แผนการเรียนวิทยาศาสตร์- คณิตศาสตร์ – เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม)หมายเหตุ * ปรับปรุงแก้ไขรายวิชาเพิ่มเติม ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ. 1239/2560 สั่ง ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2560 เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ * จัดตามความสนใจเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้เรียน * กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์ มีขอบข่าย คือ กิจกรรมจิตอาสาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคม ประเทศชาติ และสังคมโลก ** ปรับปรุงรายวิชาในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ หน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมง6.0 240 6.0 240 5.5 220 5.5 220 6.5 260 11.5 460ท31101 ภาษาไทย 1 1.0 40 ท31102 ภาษาไทย 2 1.0 40 ท32101 ภาษาไทย 3 1.0 40 ท32102 ภาษาไทย 4 1.0 40 ท33101 ภาษาไทย 5 1.0 40 ท33102 ภาษาไทย 6 1.0 40ค31101 คณติศาสตร์1 1.0 40 ค31102 คณติศาสตร์2 1.0 40 ค32101 คณติศาสตร์3 1.0 40 ค32102 คณติศาสตร์4 1.0 40 ค33101 คณติศาสตร์5 1.0 40 ค33102 คณติศาสตร์6 1.0 40*ว30102เคมีพื้นฐาน 1.5 60*ว30101ฟิสิกส์พื้นฐาน 1.5 60*ว30103ชีววิทยาพื้นฐาน 1.5 60 **ว30106 วิทยาการค านวณ 1 0.5 20 **ว30107 การออกแบบและเทคโนโลยี1 0.5 20 **ว30108 วิทยาการค านวณ 2 0.5 20 **ว30109 การออกแบบและเทคโนโลยี2 0.5 20 **ว30110 วิทยาการค านวณ 3 0.5 20*ว30104โลกดาราศาสตร์พื้นฐาน 1.0 40ส31101 สังคมศึกษา 1 1.0 40 ส31102 สังคมศึกษา 2 1.0 40 ส32101 สังคมศึกษา 3 1.0 40 ส32102 สังคมศึกษา 4 1.0 40 ส33101 สังคมศึกษา 5 1.0 40 ส33102 สังคมศึกษา 6 1.0 40ส30101 ประวัติศาสตร์1 1.0 40 ส30102 ประวัติศาสตร์2 1.0 40พ31101 สุขศึกษาและพลศึกษา 1 0.5 20 พ31102 สุขศึกษาและพลศึกษา 2 0.5 20 พ32101 สุขศึกษาและพลศึกษา 3 0.5 20 พ32102 สุขศึกษาและพลศึกษา 4 0.5 20 พ33101 สุขศึกษาและพลศึกษา 5 0.5 20 พ33102 สุขศึกษาและพลศึกษา 6 0.5 20ศ30101 ศิลปะ 1 0.5 20 ศ30102 นาฏศิลป์ 0.5 20 ศ30103 ดนตรี1 0.5 20 ศ30104 ดนตรี2 0.5 20 ศ30105 ศิลปะ 2 0.5 20 ศ30106 ศิลปะ 3 0.5 20ง30101 การงานอาชีพ 1 0.5 20 ง30102 การงานอาชีพ 2 0.5 20อ31101 ภาษาอังกฤษ 1 1.0 40 อ31102 ภาษาอังกฤษ 2 1.0 40 อ32101 ภาษาอังกฤษ 3 1.0 40 อ32102 ภาษาอังกฤษ 4 1.0 40 อ33101 ภาษาอังกฤษ 5 1.0 40 อ33102 ภาษาอังกฤษ 6 1.0 409.0 360 10.5 420 10.5 420 9.5 380 10.0 400 4.5 180ค31201 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 1 2.0 80 ค31202 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 2 2.0 80 ค32201 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 3 2.0 80 ค32202 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 4 2.0 80 ค33201 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 5 2.0 80 ค33202 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 6 2.0 80อ30201 ภาษาอังกฤษเพื่อการฟังและการพูด(ห้องคี่)อ30201 ภาษาอังกฤษเพื่อการฟังและการพูด(ห้องคู่)อ30203 ภาษาอังกฤษส าหรับวิทย-์คณติ(ห้องคี่)อ30203 ภาษาอังกฤษส าหรับวิทย-์คณติ(ห้องคู่)อ30205 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร(ห้องคี่) อ30205 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร(ห้องคู่)อ30202 ภาษาอังกฤษเพื่อการอ่านและการเขียน (ห้องคู่)อ30202 ภาษาอังกฤษเพื่อการอ่านและการเขียน (ห้องคี่)อ30204 ภาษาอังกฤษเพื่อการน าเสนอ(ห้องคู่) อ30204 ภาษาอังกฤษเพื่อการน าเสนอ(ห้องคี่)อ30206 ภาษาอังกฤษรอบรู้1 (ห้องคู่) อ30206 ภาษาอังกฤษรอบรู้1 (ห้องคี่)ว30211 การโปรแกรมและการประยุกต์ 1.0 40 ว30258 การจัดการฐานข้อมูล 1.0 40ว30201 ฟิสิกส์1 1.5 60 ว30202 ฟิสิกส์2 2.0 80 ว30203 ฟิสิกส์3 2.0 80 ว30204 ฟิสิกส์4 2.0 80 ว30205 ฟิสิกส์5 1.5 60ว30223 เคมี1 1.5 60 ว30224 เคมี2 1.5 60 ว30225 เคมี3 1.5 60 ว30226 เคมี4 1.5 60 ว30227 เคมี5 1.5 60ว30243 ชีววิทยา 1 1.5 60 ว30244 ชีววิทยา 2 1.5 60 ว30245 ชีววิทยา 3 1.5 60 ว30246 ชีววิทยา 4 1.5 60 ว30247 ชีววิทยา 5 1.5 60*ว30261 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 1 1.0 40 *ว30262 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 2 1.0 40 *ว30263 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 3 1.0 40 *ว30264 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 4 1.0 40 *ว30265 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 5 1.0 40ส31221 ต้านทุจริต 1 0.5 20 ส31222 ต้านทุจริต 2 0.5 20 ส32221 ต้านทุจริต 3 0.5 20 ส32222 ต้านทุจริต 4 0.5 20 ส33221 ต้านทุจริต 5 0.5 20 ส33222 ต้านทุจริต 6 0.5 201.0 40 1.0 401.0 40 1.5 60 1.5 60 1.0 40 1.0 40ว30281 เทคนิคปฏิบัติการพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์11.0 40 ค30291 คณติศาสตร์พสวท.1 0.5 20 ค30292 คณติศาสตร์พสวท.2 0.5 20 ค30298 โครงงานคณติศาสตร์1 ค30299 โครงงานคณติศาสตร์2ว30282 เทคนิคปฏิบัติการพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์21.0 40 ว30285 ระเบียบวิธีวิจัยเบื้องต้น 1.0 40 ว30290 โครงงานวิทยาศาสตร์1 ว30291 โครงงานวิทยาศาสตร์260 60 60 60 60 6020 20 20 20 20 2020 20 20 20 20 2020 20 20 20 20 2016.0 700 18.0 780 17.5 760 16.0 700 17.5 760 16.0 700ปีการศึกษา 2569 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 34 หน่วยกิต/ 1,480 ชั่วโมง ปีการศึกษา 2570 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 33.5 หน่วยกิต/ 1,460 ชั่วโมง ปีการศึกษา 2571 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 33.5 หน่วยกิต/ 1,460 ชั่วโมงภาคเรียนที่ 2รายวิชาเวลารายวิชาเวลารายวิชาเวลารายวิชาเวลารายวิชาภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ภาคเรียนที่ 1สาระเพิ่มเติมเวลารายวิชาเวลาสาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐานสาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติม1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40*ภาษาต่างประเทศตามความสนใจ *ภาษาต่างประเทศตามความสนใจสาระเพิ่มเติมเพิ่มพูนประสบการณ์สาระเพิ่มเติมเพิ่มพูนประสบการณ์สาระเพิ่มเติมเพิ่มพูนประสบการณ์สาระเพิ่มเติมเพิ่มพูนประสบการณ์สาระเพิ่มเติมเพิ่มพูนประสบการณ์1.0 40 1.0 40กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนกิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนวกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนกิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมชุมนุมกิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์รวมทั้งหมด รวมทั้งหมด รวมทั้งหมด รวมทั้งหมด รวมทั้งหมด รวมทั้งหมด


๔๓โครงสร้างเวลาเรียนหลักสูตรโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖9 – ๒๕71ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ห้อง 6-8)หมายเหตุ * ปรับปรุงแก้ไขรายวิชาเพิ่มเติม ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ. 1239/2560 สั่ง ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2560 เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ * จัดตามความสนใจเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้เรียน * กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์ มีขอบข่าย คือ กิจกรรมจิตอาสาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคม ประเทศชาติ และสังคมโลก ** ปรับปรุงรายวิชาในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ หน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมง6.0 240 6.0 240 5.5 220 5.5 220 6.5 260 11.5 460ท31101 ภาษาไทย 1 1.0 40 ท31102 ภาษาไทย 2 1.0 40 ท32101 ภาษาไทย 3 1.0 40 ท32102 ภาษาไทย 4 1.0 40 ท33101 ภาษาไทย 5 1.0 40 ท33102 ภาษาไทย 6 1.0 40ค31101 คณติศาสตร์1 1.0 40 ค31102 คณติศาสตร์2 1.0 40 ค32101 คณติศาสตร์3 1.0 40 ค32102 คณติศาสตร์4 1.0 40 ค33101 คณติศาสตร์5 1.0 40 ค33102 คณติศาสตร์6 1.0 40*ว30102เคมีพื้นฐาน 1.5 60*ว30101ฟิสิกส์พื้นฐาน 1.5 60*ว30103ชีววิทยาพื้นฐาน 1.5 60*ว30104โลกดาราศาสตร์พื้นฐาน 1.0 40ส31101 สังคมศึกษา 1 1.0 40 ส31102 สังคมศึกษา 2 1.0 40 ส32101 สังคมศึกษา 3 1.0 40 ส32102 สังคมศึกษา 4 1.0 40 ส33101 สังคมศึกษา 5 1.0 40 ส33102 สังคมศึกษา 6 1.0 40ส30101 ประวัติศาสตร์1 1.0 40 ส30102 ประวัติศาสตร์2 1.0 40 **ว30106 วิทยาการค านวณ 1 0.5 20 **ว30107 การออกแบบและเทคโนโลยี1 0.5 20 **ว30108 วิทยาการค านวณ 2 0.5 20 **ว30109 การออกแบบและเทคโนโลยี2 0.5 20 **ว30110 วิทยาการค านวณ 3 0.5 20พ31101 สุขศึกษาและพลศึกษา 1 0.5 20 พ31102 สุขศึกษาและพลศึกษา 2 0.5 20 พ32101 สุขศึกษาและพลศึกษา 3 0.5 20 พ32102 สุขศึกษาและพลศึกษา 4 0.5 20 พ33101 สุขศึกษาและพลศึกษา 5 0.5 20 พ33102 สุขศึกษาและพลศึกษา 6 0.5 20ศ30101 ศิลปะ 1 0.5 20 ศ30102 นาฏศิลป์ 0.5 20 ศ30103 ดนตรี1 0.5 20 ศ30104 ดนตรี2 0.5 20 ศ30105 ศิลปะ 2 0.5 20 ศ30106 ศิลปะ 3 0.5 20ง30101 การงานอาชีพ 1 0.5 20 ง30102 การงานอาชีพ 2 0.5 20อ31101 ภาษาอังกฤษ 1 1.0 40 อ31102 ภาษาอังกฤษ 2 1.0 40 อ32101 ภาษาอังกฤษ 3 1.0 40 อ32102 ภาษาอังกฤษ 4 1.0 40 อ33101 ภาษาอังกฤษ 5 1.0 40 อ33102 ภาษาอังกฤษ 6 1.0 409.0 360 10.5 420 11.5 460 10.5 420 10.0 400 4.5 180ค31201 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 1 2.0 80 ค31202 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 2 2.0 80 ค32201 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 3 2.0 80 ค32202 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 4 2.0 80 ค33201 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 5 2.0 80 ค33202 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 6 2.0 80อ30201 ภาษาอังกฤษเพื่อการฟังและการพูด (ห้องคี่)อ30201 ภาษาอังกฤษเพื่อการฟังและการพูด (ห้องคู่)อ30203 ภาษาอังกฤษส าหรับวิทย-์คณติ(ห้องคี่)อ30203 ภาษาอังกฤษส าหรับวิทย-์คณติ(ห้องคู่)อ30205 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร(ห้องคี่)อ30205 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร(ห้องคู่)อ30202 ภาษาอังกฤษเพื่อการอ่านและการเขียน (ห้องคู่)อ30202 ภาษาอังกฤษเพื่อการอ่านและการเขียน (ห้องคี่)อ30204 ภาษาอังกฤษเพื่อการน าเสนอ(ห้องคู่)อ30204 ภาษาอังกฤษเพื่อการน าเสนอ(ห้องคี่)อ30206 ภาษาอังกฤษรอบรู้1 (ห้องคู่) อ30206 ภาษาอังกฤษรอบรู้1 (ห้องคี่)ว30211 การโปรแกรมและการประยุกต์ 1.0 40 ว30258 การจัดการฐานข้อมูล 1.0 40ว30201 ฟิสิกส์1 1.5 60 ว30202 ฟิสิกส์2 2.0 80 ว30203 ฟิสิกส์3 2.0 80 ว30204 ฟิสิกส์4 2.0 80 ว30205 ฟิสิกส์5 1.5 60ว30223 เคมี1 1.5 60 ว30224 เคมี2 1.5 60 ว30225 เคมี3 1.5 60 ว30226 เคมี4 1.5 60 ว30227 เคมี5 1.5 60ว30243 ชีววิทยา 1 1.5 60 ว30244 ชีววิทยา 2 1.5 60 ว30245 ชีววิทยา 3 1.5 60 ว30246 ชีววิทยา 4 1.5 60 ว30247 ชีววิทยา 5 1.5 60*ว30261 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 11.0 40 *ว30262 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 2 1.0 40 *ว30263 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 3 1.0 40 *ว30264 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 4 1.0 40 *ว30265 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 5 1.0 40I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้1.0 40 I30202 การสื่อสารและการน าเสนอ 1.0 40ส31221 ต้านทุจริต 1 0.5 20 ส31222 ต้านทุจริต 2 0.5 20 ส32221 ต้านทุจริต 3 0.5 20 ส32222 ต้านทุจริต 4 0.5 20 ส33221 ต้านทุจริต 5 0.5 20 ส33222 ต้านทุจริต 6 0.5 2060 60 60 60 60 6020 20 20 20 20 2020 20 20 20 20 2020 20 20 20 20 2015.0 660 16.5 720 17.0 740 16.0 700 16.5 720 16.0 700ปีการศึกษา 2569 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 31.5 หน่วยกิต/ 1,380 ชั่วโมง ปีการศึกษา 2570 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 33 หน่วยกิต/ 1,440 ชั่วโมง ปีการศึกษา 2571 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 32.5 หน่วยกิต/ 1,420 ชั่วโมงภาคเรียนที่ 2รายวิชาเวลารายวิชาเวลารายวิชาเวลารายวิชาเวลารายวิชาภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ภาคเรียนที่ 1สาระเพิ่มเติมเวลารายวิชาเวลาสาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐานสาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติม1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนกิจกรรมชุมนุมกิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนวกิจกรรมชุมนุม กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมชุมนุมรวมทั้งหมดกิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์*เลือกเสรี 1.0 40 *เลือกเสรี 1.0 40รวมทั้งหมด รวมทั้งหมด รวมทั้งหมด รวมทั้งหมด รวมทั้งหมด


๔๔โครงสร้างเวลาเรียนหลักสูตรโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖9 – ๒๕71ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ห้อง 9)หมายเหตุ * ปรับปรุงแก้ไขรายวิชาเพิ่มเติม ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ. 1239/2560 สั่ง ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2560 เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ * จัดตามความสนใจเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้เรียน * กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์ มีขอบข่าย คือ กิจกรรมจิตอาสาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคม ประเทศชาติ และสังคมโลก ** ปรับปรุงรายวิชาในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ หน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมงหน่วยกิตชั่วโมง6.0 240 6.0 240 5.5 220 5.5 220 6.5 260 11.5 460ท31101 ภาษาไทย 1 1.0 40 ท31102 ภาษาไทย 2 1.0 40 ท32101 ภาษาไทย 3 1.0 40 ท32102 ภาษาไทย 4 1.0 40 ท33101 ภาษาไทย 5 1.0 40 ท33102 ภาษาไทย 6 1.0 40ค31101 คณติศาสตร์1 1.0 40 ค31102 คณติศาสตร์2 1.0 40 ค32101 คณติศาสตร์3 1.0 40 ค32102 คณติศาสตร์4 1.0 40 ค33101 คณติศาสตร์5 1.0 40 ค33102 คณติศาสตร์6 1.0 40*ว30102เคมีพื้นฐาน 1.5 60*ว30101ฟิสิกส์พื้นฐาน 1.5 60*ว30103ชีววิทยาพื้นฐาน 1.5 60*ว30104โลกดาราศาสตร์พื้นฐาน 1.0 40ส31101 สังคมศึกษา 1 1.0 40 ส31102 สังคมศึกษา 2 1.0 40 ส32101 สังคมศึกษา 3 1.0 40 ส32102 สังคมศึกษา 4 1.0 40 ส33101 สังคมศึกษา 5 1.0 40 ส33102 สังคมศึกษา 6 1.0 40ส30101 ประวัติศาสตร์1 1.0 40 ส30102 ประวัติศาสตร์2 1.0 40 **ว30106 วิทยาการค านวณ 1 0.5 20 **ว30107 การออกแบบและเทคโนโลยี1 0.5 20 **ว30108 วิทยาการค านวณ 2 0.5 20 **ว30109 การออกแบบและเทคโนโลยี2 0.5 20 **ว30110 วิทยาการค านวณ 3 0.5 20พ31101 สุขศึกษาและพลศึกษา 1 0.5 20 พ31102 สุขศึกษาและพลศึกษา 2 0.5 20 พ32101 สุขศึกษาและพลศึกษา 3 0.5 20 พ32102 สุขศึกษาและพลศึกษา 4 0.5 20 พ33101 สุขศึกษาและพลศึกษา 5 0.5 20 พ33102 สุขศึกษาและพลศึกษา 6 0.5 20ศ30102 นาฏศิลป์ 0.5 20 ศ30101 ศิลปะ 1 0.5 20 ศ30103 ดนตรี1 0.5 20 ศ30104 ดนตรี2 0.5 20 ศ30105 ศิลปะ 2 0.5 20 ศ30106 ศิลปะ 3 0.5 20ง30101 การงานอาชีพ 1 0.5 20 ง30102 การงานอาชีพ 2 0.5 20อ31101 ภาษาอังกฤษ 1 1.0 40 อ31102 ภาษาอังกฤษ 2 1.0 40 อ32101 ภาษาอังกฤษ 3 1.0 40 อ32102 ภาษาอังกฤษ 4 1.0 40 อ33101 ภาษาอังกฤษ 5 1.0 40 อ33102 ภาษาอังกฤษ 6 1.0 409.0 360 10.5 420 11.5 460 10.5 420 10.0 400 4.5 180ค31201 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 1 2.0 80 ค31202 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 2 2.0 80 ค32201 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 3 2.0 80 ค32202 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 4 2.0 80 ค33201 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 5 2.0 80 ค33202 คณติศาสตร์เพิ่มเติม 6 2.0 80อ30201 ภาษาอังกฤษเพื่อการฟังและการพูด (ห้องคี่)อ30201 ภาษาอังกฤษเพื่อการฟังและการพูด (ห้องคู่)อ30203 ภาษาอังกฤษส าหรับวิทย-์คณติ(ห้องคี่)อ30203 ภาษาอังกฤษส าหรับวิทย-์คณติ(ห้องคู่)อ30205 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร(ห้องคี่)อ30205 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร(ห้องคู่)อ30202 ภาษาอังกฤษเพื่อการอ่านและการเขียน (ห้องคู่)อ30202 ภาษาอังกฤษเพื่อการอ่านและการเขียน (ห้องคี่)อ30204 ภาษาอังกฤษเพื่อการน าเสนอ(ห้องคู่)อ30204 ภาษาอังกฤษเพื่อการน าเสนอ(ห้องคี่)อ30206 ภาษาอังกฤษรอบรู้1 (ห้องคู่) อ30206 ภาษาอังกฤษรอบรู้1 (ห้องคี่)ว30211 การโปรแกรมและการประยุกต์ 1.0 40 ว30258 การจัดการฐานข้อมูล 1.0 40ว30201 ฟิสิกส์1 1.5 60 ว30202 ฟิสิกส์2 2.0 80 ว30203 ฟิสิกส์3 2.0 80 ว30204 ฟิสิกส์4 2.0 80 ว30205 ฟิสิกส์5 1.5 60ว30223 เคมี1 1.5 60 ว30224 เคมี2 1.5 60 ว30225 เคมี3 1.5 60 ว30226 เคมี4 1.5 60 ว30227 เคมี5 1.5 60ว30243 ชีววิทยา 1 1.5 60 ว30244 ชีววิทยา 2 1.5 60 ว30245 ชีววิทยา 3 1.5 60 ว30246 ชีววิทยา 4 1.5 60 ว30247 ชีววิทยา 5 1.5 60*ว30261 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 11.0 40 *ว30262 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 2 1.0 40 *ว30263 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 3 1.0 40 *ว30264 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 4 1.0 40 *ว30265 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ 5 1.0 40I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้1.0 40 I30202 การสื่อสารและการน าเสนอ 1.0 40ส31221 ต้านทุจริต 1 0.5 20 ส31222 ต้านทุจริต 2 0.5 20 ส32221 ต้านทุจริต 3 0.5 20 ส32222 ต้านทุจริต 4 0.5 20 ส33221 ต้านทุจริต 5 0.5 20 ส33222 ต้านทุจริต 6 0.5 2060 60 60 60 60 6020 20 20 20 20 2020 20 20 20 20 2020 20 20 20 20 2015.0 660 16.5 720 17.0 740 16.0 700 16.5 720 16.0 700กิจกรรมแนะแนวกิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมชุมนุมกิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมชุมนุมกิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมจริยธรรม/สาธารณประโยชน์กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนวกิจกรรมชุมนุมรวมทั้งหมด รวมทั้งหมด รวมทั้งหมด รวมทั้งหมด รวมทั้งหมด รวมทั้งหมดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนกิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนวกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนกิจกรรมชุมนุม กิจกรรมชุมนุมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40สาระเพิ่มเติมสาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐาน สาระพื้นฐานสาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติม สาระเพิ่มเติมเวลารายวิชาเวลารายวิชาเวลารายวิชาเวลารายวิชาเวลารายวิชาเวลารายวิชาปีการศึกษา 2569 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 31.5 หน่วยกิต/ 1,380 ชั่วโมง ปีการศึกษา 2570 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 33 หน่วยกิต/ 1,440 ชั่วโมง ปีการศึกษา 2571 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 32.5 หน่วยกิต/ 1,420 ชั่วโมงภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2*เลือกเสรี 1.0 40 *เลือกเสรี 1.0 40


Click to View FlipBook Version