The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวม5บทวิจัย_ธีระพันธ์ จุลแก้ว_วิทย์เทคโน_ป

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by bunsanit.ying1971, 2021-08-30 23:30:00

รวม5บทวิจัย_ธีระพันธ์ จุลแก้ว_วิทย์เทคโน_ป

รวม5บทวิจัย_ธีระพันธ์ จุลแก้ว_วิทย์เทคโน_ป

41

รายการ คะแนนและคำอธบิ ายระดับศักยภาพในการทํางานเป็นกลุ่ม
ประเมนิ
1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน

การแสดง ฉันไม่เคยแสดงหรอื ฉันแสดงหรือ ฉันเสนอและสะท้อน ฉันเสนอและ
ความ สะทอ้ นความ สะท้อนความ แนวคดิ เชงิ บวกและ สะท้อนแนวคดิ
สร้างสรรคบ์ อ่ ยครั้ง เชิงบวกและ
คิดเหน็ และ คดิ เห็นของฉนั ให้ คิดเห็นก็ต่อเมื่อ สร้างสรรคเ์ ป็น
สะท้อน สมาชิกคนอนื่ ใน สมาชิกในกลมุ่ ส่วนใหญ่
ความรคู้ วาม กลมุ่ ได้รับฟัง บอกให้ฉันทำ
เขา้ ใจ

(ตอ่ ) ตารางที่ 2 เกณฑ์การประเมนิ ตนเองของผู้เรียนในการทำงานรว่ มกันเป็นกลมุ่
2.3.1.5 นําแบบแบบประเมินตนเองของผู้เรยี นในการทำงานรว่ มกันเป็นกลุ่มเสนอ

ต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของพฤติกรรมที่ต้องการวัดและความชัดเจนของ
ภาษา จากนัน้ นําขอ้ เสนอแนะไปปรบั ปรุงแกไ้ ข

2.3.1.6 นําแบบแบบประเมินตนเองของผู้เรียนในการทำงานร่วมกันให้ผู้เชี่ยวชาญ
3 ท่าน เพื่อประเมินความเหมาะสมของของพฤติกรรมที่ต้องการวัด และเกณฑ์การประเมิน โดยมี
รายละเอยี ดในการประเมนิ ดังน้ี

เกณฑก์ ารประเมิน ดังนี้
5 หมายถงึ เหมาะสมมากที่สุด
4 หมายถึง เหมาะสมมาก
3 หมายถึง เหมาะสมปานกลาง
2 หมายถงึ เหมาะสมน้อย
1 หมายถงึ เหมาะสมนอ้ ยทีส่ ุด
2.2.3.7 นําความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญมาหา และแปลความหมายโดยใช้เกณฑ์
(บุญชม ศรสี ะอาด, 2553, หน้า 162) ดงั นี้
ค่าเฉลี่ย 4.51-5.00 หมายถงึ มคี วามเหมาะสมมากทส่ี ุด
ค่าเฉลี่ย 3.51-4.50 หมายถึง มีความเหมาะสมมาก
คา่ เฉลย่ี 2.51-3.50 หมายถงึ มคี วามเหมาะสมปานกลาง
ค่าเฉลีย่ 1.51-2.50 หมายถึง มคี วามเหมาะสมนอ้ ย

42

คา่ เฉลยี่ 0.00-1.50 หมายถึง มีความเหมาะสมนอ้ ยทส่ี ุด
พบว่า แบบประเมินตนเองของผเู้ รียนในการทำงานร่วมกนั มคี ่าความเหมาะสมเฉล่ีย
เทา่ กับ 5.00 แสดงว่า มีความเหมาะสมมากท่สี ุด สามารถนำไปใช้รู้ได้
2.2.3.8 นำผลการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ มาปรับปรุง และปรับสำนวนการใช้
ภาษาให้ถูกตอ้ งและกระชบั
2.2.3.9 นำไปใช้จริงกบั นักเรียนกลมุ่ ตัวอย่างจำนวน 41 คน
2.3.2 แบบประเมนิ ทักษะการทำงานกลมุ่ ของนักเรียน เปน็ แบบสังเกตท่คี รใู ช้ในการสังเกต
การทำงานเป็นกลุ่มของนักเรียน หลังได้รบั เทคนิคการจัดการเรียนการสอนแบบ TGT ร่วมกับการใช้
บอร์ดเกมการศึกษา เรอ่ื ง การแยกสาร มขี ัน้ ตอนการสร้างดังนี้
2.3.2.1 ศกึ ษาเอกสารและตำราท่เี ก่ยี วขอ้ งกบั เร่อื ง การทำงานรว่ มกนั เปน็ กลมุ่
2.3.2.2 ศึกษาการสร้างแบบสังเกตพฤติกรรม จากหนังสือ ตำและเอกสารท่ี
เกีย่ วขอ้ ง
2.3.2.3 วิเคราะห์และกำหนดขอบเขตของพฤติกรรมของนักเรียน ในประเด็น
ดงั ตอ่ ไปน้ี

- การช่วยเหลือซง่ึ กนั และกนั
- การให้ความร่วมมอื ในการปฎิบตั งิ านกล่มุ
- ความรบั ผดิ ชอบ
- การรบั ฟังความเห็นคิดของผู้อื่น
2.3.2.4 สร้างแบบประเมินทักษะการทำงานกลุ่มของนักเรียน เป็นแบบสังเกตที่ครู
ใชใ้ นการสงั เกตการทำงานเป็นกล่มุ ของนักเรยี น หลงั ได้รบั เทคนิคการจดั การเรยี นการสอนแบบ TGT
ร่วมกับการใช้บอร์ดเกมการศึกษา เรื่อง การแยกสาร เป็นแบบระดับคะแนน ได้แก่ 1 2 3 4 โดยใช้
เกณฑ์ดังตารางนี้

ตารางที่ 3 เกณฑก์ ารประเมินทกั ษะการทำงานกลมุ่ ของนกั เรียน

รายการ เกณฑ์การใหค้ ะแนน

ประเมนิ 4 3 2 1

1. การช่วย ช่วยเหลอื เพ่อื น ชว่ ยเหลอื เพ่อื นใน ชว่ ยเหลอื เพื่อนใน ชว่ ยเหลอื เพื่อนใน

เหลือซึ่งกัน และงมีสว่ นร่วม กจิ กรรมกลมุ่ ได้ การทำกิจกรรม การทำกิจกรรม

และกัน ในกิจกรรมกล่มุ เป็นส่วนมาก กลุม่ ได้เปน็ กล่มุ ไดน้ อ้ ย

ทกุ ขนั้ ตอน บางส่วน

43

รายการ เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ประเมนิ
2. การให้ 432 1
ความร่วมมอื
ในการ มีความกระตือ รือ มคี วามกระตอื มีความกระตอื ไม่มคี วาม
ปฏบิ ัติงาน
กลุ่มมคี วาม ร้นและให้ความ รือรน้ และให้ รอื รน้ และใหค้ วาม กระตือรอื ร้น และ
กระตือรอื ร้น
3. ความ รว่ มมอื ความรว่ มมอื รว่ มมือในการทำ ไม่ให้ความรว่ มมอื
รบั ผดิ ชอบ
ในการทำกจิ ในการทำกิจกรรม กจิ กรรมกลมุ่ ในการทำกจิ กรรม
4. การรบั ฟัง
ความคดิ เห็น กรรมกลมุ่ อย่าง กลุ่มบา้ ง แตไ่ ม่ ค่อนข้างนอ้ ย กล่มุ
ของผู้อ่ืน
ตอ่ เนื่อง ตอ่ เน่อื ง

ผลงานเสรจ็ ทัน ผลงานเสรจ็ ทนั ผลงานเสรจ็ ทนั ผลงานเสร็จช้ากวา่

ตามกำหนดเวลา ตามกำหนดเวลา ตามกำหนดเวลา กำหนดเวลา

เนอื้ หาครบถว้ น เนือ้ หาไมค่ รบถ้วน เนื้อหาไมค่ รบถว้ น เน้ือหาไม่ครบถ้วน

ตามวตั ถุประสงค์ ตามวตั ถุประสงค์ ตามวัตถุประสงค์ ตามวัตถปุ ระสงค์

ผลงานสะอาด ผลงานสะอาด ผลงานไมส่ ะอาด ไมป่ ฏิบัติตาม

เรยี บร้อย เรยี บร้อย เรยี บร้อย ท หน้าทขี่ องตนเอง

สามารถทำหนา้ ที่ สามารถทำหนา้ ที่ หนา้ ที่ของตนเอง ในกลุม่ ไดด้ ี

ของตนเองในกลุม่ ของตนเองในกลมุ่ ในกลมุ่ ไดน้ ้อย

ไดด้ ี ได้คอ่ นข้างดี

ยอมรับฟังความ ยอมรบั ฟงั ความ ยอมรบั ฟงั ความ ไม่แสดงความ

คดิ เห็นของ คิดเหน็ ของ คิดเห็นของ คิดเห็น

สมาชกิ แสดง สมาชิก แสดง สมาชิก ไม่คอ่ ย

ความคิดเหน็ ความคิดเห็นใน แสดงความคิดเห็น

อย่างมเี หตผุ ลใน บางประเด็นที่ หรอื จะแสดง

ประเด็นตา่ งๆที่ ตนเองสนใจ ความคิดเห็นเม่ือ

สำคัญ คนอนื่ รอ้ งขอ

(ต่อ) ตารางที่ 3 เกณฑ์การประเมนิ ทักษะการทำงานกลุม่ ของนกั เรียน
ผลการสังเกตคะแนนรวม 13-16 คะแนน ระดบั 4 คุณภาพ ดีมาก
ผลการสงั เกตคะแนนรวม 9-12 คะแนน ระดับ 3 คุณภาพ ดี
ผลการสังเกตคะแนนรวม 5-8 คะแนน ระดบั 2 คุณภาพ พอใช้
ผลการสงั เกตคะแนนรวม 1-4 คะแนน ระดับ 1 คณุ ภาพ ปรับปรุง

44

2.3.2.5 นําแบบประเมินทักษะการทำงานกลุ่มของนักเรียน เป็นแบบสังเกตทีค่ รูใช้
ในการสังเกตการทำงานเป็นกลุ่มของนักเรียน หลังได้รับเทคนิคการจัดการเรียนการสอนแบบ TGT
ร่วมกับการใชบ้ อร์ดเกมการศึกษา เรื่อง การแยกสาร เสนอต่ออาจารย์ที่ปรกึ ษา เพื่อพิจารณาความ
เหมาะสมของพฤติกรรมท่ีต้องการวัดและความชัดเจนของภาษา จากนั้นนําข้อเสนอแนะไปปรับปรุง
แกไ้ ข

2.3.2.6 นําแบบแบบประเมินทักษะการทำงานกลุ่มของนักเรียน ให้ผู้เชี่ยวชาญ
3 ท่าน เพื่อประเมิน ความเหมาะสมของของพฤติกรรมที่ต้องการวัด และเกณฑ์การประเมิน โดยมี
รายละเอียดในการประเมินดังน้ี

เกณฑก์ ารประเมนิ ดงั น้ี
5 หมายถึง เหมาะสมมากทส่ี ุด
4 หมายถึง เหมาะสมมาก
3 หมายถึง เหมาะสมปานกลาง
2 หมายถงึ เหมาะสมนอ้ ย
1 หมายถึง เหมาะสมน้อยทส่ี ุด
2.3.2.7 นําความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญมาหา และแปลความหมายโดยใช้เกณฑ์
(บุญชม ศรสี ะอาด, 2553, หนา้ 162) ดังนี้
ค่าเฉลย่ี 4.51-5.00 หมายถึง มีความเหมาะสมมากทีส่ ุด
คา่ เฉลยี่ 3.51-4.50 หมายถงึ มีความเหมาะสมมาก
ค่าเฉลีย่ 2.51-3.50 หมายถึง มคี วามเหมาะสมปานกลาง
คา่ เฉลีย่ 1.51-2.50 หมายถึง มีความเหมาะสมนอ้ ย
คา่ เฉลย่ี 0.00-1.50 หมายถึง มีความเหมาะสมน้อยที่สุด
พบว่า แบบประเมินทักษะการทำงานกลุ่มของนักเรียน มีค่าความเหมาะสมเฉล่ีย
เท่ากบั 5.00 แสดงวา่ มคี วามเหมาะสมมากที่สุด สามารถนำไปใชร้ ู้ได้
2.3.2.8 นำผลการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ มาปรับปรุง และปรับสำนวนการใช้
ภาษาใหถ้ กู ตอ้ งและกระชบั
2.3.2.9 นำไปใชจ้ ริงกับนักเรยี นกลุม่ ตวั อย่างจำนวน 41 คน
2.4 แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน หลังได้รับเทคนิคการจัดการเรียนการสอน
แบบ TGT ร่วมกับการใช้บอร์ดเกมการศึกษา เรื่อง การแยกสาร เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า
5 ระดบั ของลิเคอรท์ มีข้ันตอน ดังน้ี มีขั้นตอนการสร้างดงั น้ี
2.4.1 ศึกษาเอกสารและงานวิจัยท่ีเกย่ี วข้องกับความพึงพอใจ และการสร้างแบบวัด
ความพงึ พอใจ

45

2.4.2 กำหนดหัวขอ้ ทเ่ี ปน็ พฤตกิ รรมและความคดิ เห็นของนกั เรียนท่ีมีต่อการจัดการ

เรียนการสอนแบบ TGT รว่ มกบั การใชบ้ อรด์ เกมการศึกษา เรือ่ ง การแยกสาร 4 ด้าน ประกอบด้วย

ด้านเนือ้ หาสาระ ด้านการจดั การเรียนรู้ ดา้ นสอื่ การเรยี นรู้ (บอร์ดเกมการศกึ ษา) และดา้ นการวัดและ

การประเมินผล จำนวน 14 ข้อ ซึ่งกำหนดเป็นข้อคำถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับของ

ลิเคอรท์ โดยมคี า่ ระดับความพงึ พอใจ 5 ระดับ คือ

5 = พึงพอใจมากทีส่ ุด

4 = พงึ พอใจมาก

3 = พึงพอใจปานกลาง

2 = พงึ พอใจนอ้ ย

1 = พึงพอใจน้อยทสี่ ดุ

แล้วนำมาหาค่าเฉลี่ย ( ̅) และแปลผลค่าเฉลี่ยของคะแนนความพงึ พอใจกับเกณฑ์

การแบ่งทก่ี ำหนดไว้ ดังนี้

คะแนนเฉล่ีย ระดบั ความพึงพอใจ

4.51 – 5.00 มากท่ีสุด

3.51 – 4.50 มาก

2.51 – 3.50 ปานกลาง

1.51 – 2.50 น้อย

1.00 – 1.50 น้อยทส่ี ุด

2.4.3 นำแบบประเมินความพงึ พอใจให้อาจารย์ท่ีปรกึ ษา พิจารณาความครอบคลุม

ในด้านตา่ ง ๆ ของนักเรียน ดา้ นการใช้ภาษา ความถกู ต้องชดั เจน เขา้ ใจงา่ ยและนำมาปรบั ปรงุ แก้ไข

2.4.4 นำแบบวัดความพงึ พอใจของนกั เรยี นเสนอตอ่ ผเู้ ชยี่ วชาญจำนวน 3 ท่าน เพื่อ

พิจารณาตรวจสอบความถูกต้อง ภาษาท่ีใช้ และความเหมาะสมของแบบวัดความพึงพอใจของ

นักเรียนทผ่ี วู้ จิ ัยสร้างขึ้น โดยใชเ้ กณฑข์ องลิเคอร์ท เป็นแบบประเมนิ มาตราสว่ นประมาณค่า 5 ระดับ

มีเกณฑค์ ุณภาพของแผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้โดยมเี กณฑก์ ารประเมนิ ดงั นี้

การประเมนิ ความเหมาะสม มีเกณฑ์การประเมนิ ดังน้ี

+1 แนใ่ จวา่ มีความสอดคล้องระหวา่ ง จุดประสงค์ เนอ้ื หาและกิจกรรมการเรยี นรู้

0 ไม่แน่ใจว่ามีความสอดคลอ้ งระหวา่ ง จดุ ประสงค์ เนื้อหาและกจิ กรรมการเรยี นรู้

-1 แน่ใจว่าไม่มคี วามสอดคลอ้ งระหว่าง จุดประสงค์ เนื้อหาและกิจกรรมการเรียนรู้

46

โดยคำนวณไดจ้ ากสตู ร (คำรณ ลอ้ มในเมือง และรุ่งฟา้ ล้อมในเมือง, 2544) ดังนี้

I.O.C. =  R
N

เมอื่ I.O.C. แทน ค่าดัชนีความสมั พันธร์ ะหว่างจดุ ประสงค์กับเนือ้ หา

 R แทน ผลรวมระหวา่ งคะแนนความคิดเห็นของผเู้ ช่ยี วชาญ

N แทน จำนวนผูเ้ ชี่ยวชาญ
โดยค่า IOC ต้องมคี ่ามากกว่า 0.5 ขน้ึ ไปจงึ จะมคี วามเหมาะสม

2.2.5.5 นำผลการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ มาปรับปรุง และปรับสำนวนการใช้
ภาษาใหถ้ กู ตอ้ งและกระชับ

2.2.5.6 นำไปใชจ้ ริงกับนกั เรยี นกลุ่มตวั อย่างจำนวน 41 คน
3. การเก็บรวบรวมข้อมลู

ผวู้ ิจยั ทำการเก็บรวบรวมขอ้ มลู ดว้ ยตนเอง จากกลมุ่ ทดลองตามขน้ั ตอนดงั ต่อไปน้ี
3.1 ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาวิทยาศาสตร์ 4
หนว่ ยการเรียนร้เู รื่องการแยกสาร โดยเทคนคิ การจดั การเรียนการสอนแบบ TGT ร่วมกบั การใชบ้ อร์ด
เกมการศึกษา จำนวน 3 แผน จำนวน 8 คาบ
3.2 นักเรียนทำการประเมินตนเอง โดยใช้แบบประเมินตนเองของผู้เรียนในการทำงาน
รว่ มกันเป็นทมี สำหรับการวิเคราะหข์ ้อมลู
3.3 ครูทำการประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินทักษะกระบวนการกลุ่มของนักเรียน
สำหรับการวิเคราะหข์ ้อมลู
3.4 นักเรียนทำแบบประเมินพึงพอใจที่มีต่อเทคนิคการจัดการเรียนการสอนแบบ TGT
ร่วมกับการใชบ้ อรด์ เกมการศกึ ษา
4. การวเิ คราะห์ขอ้ มลู และสถติ ิที่ใชใ้ นการวิเคราะหข์ ้อมลู
ผู้วิจัยได้นำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดมาจัดทำข้อมูลเบื้องต้น ด้วยการตรวจสอบความถูกต้อง
ความสมบูรณ์และความเรียบร้อยของข้อมูล แล้วนำข้อมูลมาศึกษาวิเคราะห์ ดำเนินการวิเคราะห์
ข้อมลู เพอ่ื ทดสอบสมมุติฐาน ดังนี้
4.1 การศึกษาทักษะการทำงานกลมุ่ ของนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 หลงั ได้รับเทคนิคการ
จัดการเรียนการสอนแบบ TGT ร่วมกับการใช้บอร์ดเกมการศึกษา เรื่อง การแยกสาร โดยใช้สถิติ
ค่าเฉลย่ี และนำไปเปรียบเทยี บกับเกณฑ์คุณภาพของบญุ ชม ศรีสะอาด (2546) ทีก่ ำหนดดังน้ี

47

3.51 - 4.00 หมายถงึ ระดบั มากท่สี ุด
2.51 - 3.50 หมายถงึ ระดับมาก
1.51 - 2.50 หมายถึง ระดับปานกลาง
1.00 - 1.50 หมายถึง ระดับน้อย
4.2 การศกึ ษาความพงึ พอใจท่มี ีตอ่ เทคนิคการจัดการเรียนการสอนแบบ TGT ร่วมกับการใช้
บอร์ดเกมการศึกษา เรื่อง การแยกสาร โดยใช้สถิติค่าเฉล่ีย และนำไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์คณุ ภาพ
ของบุญชม ศรีสะอาด (2553) ทก่ี ำหนดดงั น้ี
4.51 – 5.00 หมายถึง มากทีส่ ุด
3.51 – 4.50 หมายถึง มาก
2.51 – 3.50 หมายถงึ ปานกลาง
1.51 – 2.50 หมายถงึ นอ้ ย
1.00 – 1.50 หมายถงึ นอ้ ยท่สี ุด
สถติ ิทใี่ ช้ในการวเิ คราะห์ข้อมูล
1. คา่ เฉล่ีย (Mean) โดยใช้สตู ร

= X
n

เมอื่ X แทน คา่ เฉลย่ี ของกล่มุ ตัวอย่าง
 แทน ผลรวมของคะแนนทง้ั หมด
n แทน จำนวนคนในกลุม่ ตัวอยา่ ง
(พวงรตั น์ ทวีรตั น.์ 2533 : 146)

2. ค่าเบย่ี งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยใช้สูตร

เม่อื S.D. S.D. = n2 − ()2
2 แทน n(n −1)

()2 แทน แทน คา่ ความเบีย่ งเบนมาตรฐานของกล่มุ ตวั อยา่ ง
n แทน ผลรวมของกำลังสองของคะแนน

ผลรวมของคะแนนท้ังหมดยกกำลังสอง
จำนวนคนในกลุม่ ตัวอยา่ ง

(พวงรตั น์ ทวรี ัตน.์ 2533 : 151-152)

48

บทที่ 4
ผลการวิเคราะห์ข้อมลู

ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้รายงานได้เสนอการวิเคราะหข์ ้อมลู ตามลำดับ ดงั น้ี
1. ลำดับขนั้ ในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมลู
2. ผลการวเิ คราะห์ข้อมลู

1. ลำดบั ข้นั ในการนำเสนอผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู
ผู้วิจัยไดน้ ำเสนอผลการวิจัยตามลำดับ ดงั นี้
1. ผลการศกึ ษาทกั ษะการทำงานกลุ่มของนักเรียนชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 2 หลังไดร้ ับเทคนิคการ

จัดการเรียนการสอนแบบ TGT ร่วมกับการใช้บอร์ดเกมการศึกษา เรื่อง การแยกสาร ในรายวิชา
วิทยาศาสตร์ 4 รหสั วชิ า ว22102 โดยมีการวิเคราะหข์ ้อมูลจากแบบประเมนิ ดงั ต่อไปนี้

1.1 แบบประเมินตนเองของผู้เรยี นในการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มหลังได้รับเทคนคิ
การจัดการเรยี นการสอนแบบ TGT รว่ มกบั การใชบ้ อรด์ เกมการศกึ ษา เรอ่ื ง การแยกสาร ในรายวิชา
วิทยาศาสตร์ 4 รหสั วิชา ว22102

1.2 แบบสังเกตทักษะกระบวนการกลุ่มของนักเรียนหลังได้รับเทคนิคการจัดการ
เรยี นการสอนแบบ TGT ร่วมกบั การใช้บอร์ดเกมการศึกษา เร่อื ง การแยกสาร ในรายวิชาวิทยาศาสตร์
4 รหสั วชิ า ว22102

2. ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อเทคนิคการจัดการ
เรยี นการสอนแบบ TGT ร่วมกบั การใช้บอร์ดเกมการศกึ ษา เร่ือง การแยกสารในรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์
4 รหสั วิชา ว22102
2. ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู

ตอนท่ี 1 ผลการศกึ ษาศึกษาทักษะการทำงานกลุ่มของนักเรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
หลังได้รับเทคนิคการจัดการเรยี นการสอนแบบ TGT ร่วมกบั การใชบ้ อรด์ เกมการศกึ ษา เร่อื ง
การแยกสาร ในรายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 4 รหัสวชิ า ว22102

- หลังได้รับเทคนิคการจัดการเรียนการสอนแบบ TGT ร่วมกับการใช้บอร์ดเกมการศึกษา
เร่ือง การแยกสาร ในรายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 4 รหัสวชิ า ว22102 ใหน้ กั เรยี นทำแบบประเมินตนเองของ
ผู้เรียนในการทำงานรว่ มกันเปน็ ทีมผู้วจิ ัยทำการวิเคราะห์โดยนำผลการประเมินการปฎิบัติงานแต่ละ
กล่มุ ของผเู้ รยี นมาหาค่าเฉลี่ยโดยการใชก้ ารแปลความหมายคะแนนดังตาราง

49

ตารางที่ 4 ผลการวเิ คราะหแ์ บบประเมินตนเองของผ้เู รียนในการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มหลัง
ไดร้ บั เทคนิคการจัดการเรียนการสอนแบบ TGT ร่วมกบั การใชบ้ อรด์ เกมการศึกษา เร่ือง การแยกสาร
ในรายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 4 รหสั วิชา ว22102

รายการประเมิน จำนวนความคิดเหน็ ของนักเรยี น ค่าเฉล่ีย ส่วน แปล

แบ่งตามระดับ (X) เบยี่ งเบน ความหมาย

ระดบั ระดบั ระดับ ระดับ มาตรฐาน

4 3 21 (S.D.)

1. การใหค้ วามร่วมมอื 29 10 2 0 3.63 0.58 มากทส่ี ดุ

2. การมีส่วนรว่ ม 20 16 5 0 3.34 0.69 มากทสี่ ดุ

3. การรบั ฟังความเหน็ ของ 21 18 2 0 3.44 0.59 มากท่ีสดุ

ผอู้ นื่

4. การแสดงความคดิ เห็น 9 9 21 2 2.61 0.89 มาก

และสะทอ้ นความรคู้ วาม

เขา้ ใจ

เฉลี่ยรวม 3.26 0.67 มากท่สี ุด

จากตารางท่ี 4 แสดงถงึ ผลการวิเคราะห์แบบประเมินตนเองของผู้เรียนในการทำงานร่วมกัน
เป็นทีมหลังได้รับเทคนิคการจัดการเรียนการสอนแบบ TGT ร่วมกบั การใช้บอรด์ เกมการศึกษา เรื่อง
การแยกสาร พบว่าภาพรวมทักษะการทำงานกลุ่มของนักเรียน มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 3.26
(S.D.=0.67) อย่ใู นระดบั มากที่สุด และแสดงให้เหน็ วา่ การให้ความร่วมมือของนักเรยี นมีค่าเฉล่ียสูงสุด
เทา่ กับ 3.63 (S.D.=0.58) อยู่ในระดบั มากท่ีสดุ อันดับ 2 การรบั ฟังความเห็นของผอู้ ่ืนของนักเรยี นนน้ั
มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.44 (S.D.=0.59) อยู่ในระดบั มากที่สุด อันดับ 3 เป็นการมีส่วนร่วมของนักเรยี นมี
ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.34อยู่ในระดับมากที่สุด (S.D.=0.59) และอันดับ 4 การแสดงความคิดเห็นและ
สะทอ้ นความรคู้ วามเขา้ ใจ ของนักเรยี นมีค่าเฉลี่ยเทา่ กบั 2.61 (S.D.=0.89) อยูใ่ นระดบั มากตามลำดับ

50

ภาพที่ 1 แผนภูมแิ สดงผลการวเิ คราะหแ์ บบประเมนิ ตนเองของผเู้ รียนในการทำงานเปน็ กลุ่ม

3.63 3.34 3.44
3.61

-หลังได้รับเทคนิคการจัดการเรียนการสอนแบบ TGT ร่วมกับการใช้บอร์ดเกมการศึกษา

เรือ่ ง การแยกสาร ในรายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 4 รหัสวชิ า ว22102 ครทู ำแบบสงั เกตทักษะกระบวนการ

กลมุ่ ของนกั เรยี น ผ้วู ิจยั ทำการวเิ คราะห์โดยนำผลการประเมนิ การปฎบิ ัตงิ านของผเู้ รียนมาหาค่าเฉล่ีย

โดยการใช้การแปลความหมายคะแนนดงั ตาราง

ตารางท่ี 5 ผลการวิเคราะห์แบบสงั เกตทกั ษะกระบวนการกลมุ่ ของนักเรียนจากครู

จำนวนความคิดเห็นของ ค่าเฉลี่ย สว่ น

รายการประเมิน นกั เรียนแบง่ ตามระดบั (X) เบี่ยงเบน แปล

ระดบั ระดบั ระดับ ระดับ มาตรฐาน ความหมาย

4321 (S.D.)

1. การช่วยเหลือซึ่งกันและ 29 10 2 0 3.63 0.58 มากทส่ี ดุ

กัน

2. การให้ความรว่ มมือใน 8 6 23 4 2.44 0.92 ปานกลาง

การปฏิบัติงานกลมุ่ มีความ

กระตอื รือร้น

3. การรับผิดชอบ 21 18 2 0 3.44 0.59 มากที่สดุ

4. การรับฟังความคิดเห็น 25 15 1 0 3.56 0.55 มากทส่ี ุด

ของผู้อืน่

เฉล่ียรวม 3.26 0.66 มากที่สุด

51

จากตารางที่ 5 แสดงถงึ ผลการวิเคราะห์แบบสงั เกตทักษะกระบวนการกล่มุ ของนักเรียนจาก
ครูหลงั ไดร้ บั เทคนิคการจัดการเรยี นการสอนแบบ TGT รว่ มกบั การใช้บอร์ดเกมการศกึ ษา เรื่อง การ
แยกสาร พบว่าภาพรวมทักษะการทำงานกลุ่มของนักเรียน มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 3.26 (S.D.=0.66)
อยู่ในระดับมากที่สุด และแสดงให้เห็นว่าการช่วยเหลือซึ่งกันและกันโดยภาพรวมนักเรียนมีค่าเฉลยี่
สูงสุดเท่ากับ 3.63 (S.D.=0.58) อยู่ในระดับมากที่สุด อันดับ 2 การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นกัน
โดยภาพรวมนักเรียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.56 (S.D.=0.55) อยู่ในระดับมากที่สุด อันดับ 3 การ
รับผิดชอบโดยภาพรวมนักเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.44 (S.D.=0.59) อยู่ในระดับมากที่สุด อันดับ 4
การรับฟงั ความคิดเห็นของผ้อู ืน่ โดยภาพรวมนกั เรยี นมคี า่ เฉล่ียเท่ากับ 2.44 (S.D.=0.92) อยู่ในระดับ
ปานกลางตามลำดับ

ภาพท่ี 2 แผนภมู ิแสดงผลการวเิ คราะห์แบบสังเกตทักษะกระบวนการกลุ่มของนักเรยี น

3.63 3.44 3.56
2.44

ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู ความพึงพอใจของนักเรยี นชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 2
ที่มีต่อเทคนิคการจัดการเรยี นการสอนแบบ TGT ร่วมกบั การใชบ้ อรด์ เกมการศกึ ษา เรื่อง การแยก
สารในรายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 4 รหัสวิชา ว22102

หลังได้รับเทคนิคการจัดการเรียนการสอนแบบ TGT ร่วมกับการใช้บอร์ดเกมการศึกษา
เร่ือง การแยกสาร ในรายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 4 รหสั วชิ า ว22102 ให้นักเรียนทำแบบวัดความพึงพอใจ
จำนวน 14 ข้อ ซ่งึ มีระดับความคิดเห็นในนักเรียนเลือก 5 ระดับ ผูว้ ิจยั ทำการวิเคราะหโ์ ดยนำผลแบบ
วดั ความพงึ พอใจของนกั เรียน มาหาคา่ เฉลย่ี โดยใช้การแปลความหมายคะแนนดังตาราง

52

ตารางท่ี 6 ผลแปลความหมายของแบบความพึงพอใจของนกั เรยี นช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 2

จำนวนความคดิ เหน็ ของนกั เรยี น ค่าเฉลยี่ ส่วน แปล
ความ
รายการประเมิน แบง่ ตามระดบั (X) เบย่ี งเบน หมาย
มาก
ระดบั ระดับ ระดบั ระดบั ระดับ มาตรฐาน มาก
มาก
54321 (S.D.)
มาก
1.ด้านเน้อื หาสาระ
มาก
1.1 เนอื้ หาสาระมี 25 9 2 4 1 4.29 1.10 มาก

ความเหมาะสมกับ

ระดบั ผู้เรียน

1.2 เนื้อหาสาระตรง 20 12 5 2 2 4.12 1.12

กบั ความสนใจของ

ผเู้ รยี น

1.3 เนอื้ หาสาระ 18 13 5 5 0 4.01 1.01

สามารถนำไป

ประยุกตใ์ ชไ้ ดใ้ นชวี ติ

ประจำวนั ไดจ้ ริง

1.4 เนือ้ หาสาระ 10 13 10 7 1 3.59 1.12

สามารถศกึ ษาได้ดว้ ย

ตนเอง

2.ด้านการจดั การเรียนรู้

2.1 ผู้เรียนได้มีโอกาส 16 19 3 2 1 4.15 0.94

แลกเปลี่ยนการเรียนรู้

กบั เพอ่ื นและครู

2.2 ผู้เรียนไดฝ้ กึ ทกั ษะ 8 12 17 2 2 3.54 1.03

ต่างๆเสริมความเขา้ ใจ

ยิ่งข้นึ

53

จำนวนความคิดเห็นของนักเรยี น ค่าเฉลย่ี สว่ น แปล
ความ
รายการประเมิน แบง่ ตามระดับ (X) เบย่ี งเบน หมาย

ระดับ ระดับ ระดบั ระดับ ระดับ มาตรฐาน

54321 (S.D.)

2.3 ผเู้ รยี นไดศ้ ึกษา 21 9 8 3 0 4.17 0.99 มาก
และออกแบบการแก้
ปญั หาด้วยตนเอง

2.4 ผู้เรียนได้แสดง 16 11 8 6 0 3.90 1.09 มาก
ออกและแสดงความ
คดิ เหน็ มากข้ึน
3.ด้านสื่อการเรยี นรู้ (บอร์ดเกมการศกึ ษา)

3.1 บอร์ดเกมการ 25 8 4 4 0 4.32 1.01 มาก

ศกึ ษามคี วามน่าสนใจ

3.2 บอรด์ เกมการ 18 10 11 1 1 4.02 1.01 มาก

ศกึ ษาเขา้ ใจไดง้ า่ ย

3.3 บอร์ดเกมช่วยให้ 17 11 13 0 0 4.10 0.86 มาก

ผ้เู รยี นสามารถคิด

วิเคราะห์ได้มากข้นึ

3.4บอรด์ เกมการ 22 12 4 2 1 4.27 1 มาก

ศึกษาได้ทำใหผ้ เู้ รยี นมี

ประสบการณ์โดยตรง

4.ด้านการวดั และการประเมินผล

4.1 จำนวนแบบทด 15 14 8 2 2 3.93 1.10 มาก

สอบมคี วามเหมาะสม

4.2 ผู้เรียนมีความพึง 20 14 5 1 1 4.24 0.94 มาก

พอใจในคะแนนของ

กลุ่มและของตนเอง

เฉลี่ยรวม 4.05 1.02 มาก

54

จากตารางที่ 6 ผลแปลความหมายของแบบความพึงพอใจของนักเรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
หลงั ไดร้ ับเทคนิคการจดั การเรยี นการสอนแบบ TGT ร่วมกับการใชบ้ อรด์ เกมการศกึ ษา เรอ่ื ง การแยก
สาร พบว่าความพึงพอใจของนักเรียน มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.05 (S.D.=1.02) อยู่ในระดับมาก
เมื่อพิจารณารายข้อทีไ่ ด้คะแนนสูงสุดสามอันดับอันดับแรกคือข้อท่ี 3.1 ด้านสื่อการเรียนรู้โดยบอร์ด
เกมการศึกษามคี วามน่าสนใจมีค่าเฉลีย่ เท่ากับ 4.32 (S.D.=1.01) อยู่ในระดับมาก อนั ดบั สองคือข้อท่ี
1.1 ด้านเนื้อหาสาระเนื้อหาสาระมีความเหมาะสมกับระดับผู้เรียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.29
(S.D.=1.01) อยู่ในระดับมากอันดับสามคือข้อที่ 3.4 ด้านสื่อการเรียนรู้บอร์ดเกมการศึกษาได้ทำให้
ผเู้ รียนมปี ระสบการณโ์ ดยตรงมีค่าเฉลย่ี เทา่ กบั 4.27 (S.D.=1.00) อยใู่ นระดบั มาก ตามลำดบั

ภาพที่ 3 แผนภูมิแสดงผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจที่มีต่อเทคนิคการจัดการเรียนการสอน
แบบ TGT ร่วมกบั การใช้บอรด์ เกมการศึกษา

5

4.5

4

3.5

3

2.5

2 4.29 4.12 4.01 4.15 4.17 3.9 4.32 4.02 4.1 4.27 3.93 4.24
3.59 3.54

1.5

1

0.5

0
1.1 1.2 1.3 1.4 2.1 2.2 2.3 2.4 3.1 3.2 3.3 3.4 4.1 4.2

55

บทที่ 5
สรปุ อภปิ ราย และขอ้ เสนอแนะ

วจิ ัย เรอ่ื ง การศึกษาทกั ษะการทำงานกลมุ่ โดยใชเ้ ทคนคิ การจัดการเรียนการสอนแบบ TGT
ร่วมกับบอร์ดเกมการศึกษา เรื่อง การแยกสาร รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน 4ของนักเรียนช้ัน
มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 โรงเรยี นหาดใหญร่ ฐั ประชาสรรค์

1. สรปุ ผลการวจิ ยั
2. อภปิ รายผล
3. ขอ้ เสนอแนะ

1. สรุปผลการวจิ ัย
1. ทักษะการทำงานกลุม่ ของนักเรียน เรื่อง การแยกสาร ที่ได้รับการจดั การเรียนรู้แบบกลุ่ม

ร่วมมือโดยใช้เทคนิค TGT โดยการใชบ้ อร์ดเกมการศกึ ษา ในภาพรวมอยใู่ นระดับสงู ทส่ี ดุ
หลงั จากนักเรียนได้รับเทคนิคการจดั การเรยี นการสอนแบบ TGT ร่วมกับบอรด์ เกมการศึกษา

เรื่อง การแยกสาร พบว่า ทักษะการทํางานกลุ่มของนกั เรยี น โดยภาพรวมนักเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากบั
3.26 แสดงใหเ้ ห็นวา่ นกั เรียนมกี ารใหค้ วามรว่ มมอื มสี ว่ นรว่ มในการปฎบิ ัตงิ านกล่มุ พร้อมรับฟงั ความ
คิดเห็นของผู้อื่นและข้อคิดเห็นของสมาชิกในกลุ่มก่อนที่จะเสนอแนวคิดหรือข้อคิดเห็นของตนเอง
การมีส่วนร่วมของนกั เรยี น ทำให้นักเรียนสามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกนั ภายในกลุ่มได้ พร้อมทั้งมี
ความรบั ผิดชอบในการทาํ งานร่วมกบั สมาชิกคนอืน่ ๆ ในกลุ่มได้ดี

2. นักเรียนมีความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเทคนิคการจัดการเรียนการสอนแบบ TGT
ร่วมกบั การใชบ้ อรด์ เกมการศึกษา เร่ือง การแยกสาร ในภาพรวมอยใู่ นระดับสงู ทสี่ ดุ

หลงั จากนกั เรยี นไดร้ บั เทคนคิ การจัดการเรียนการสอนแบบ TGT รว่ มกบั บอรด์ เกมการศึกษา
เรื่อง การแยกสาร ให้นักเรียนทําแบบความพึงพอใจ จํานวน 14 ข้อ ซึ่งมีระดับความคิดเห็นให้
นักเรียนเลือก 5 ระดับ โดยภาพรวมนักเรียนมีความพึงพอใจที่อยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณารายขอ้
พบว่า อันดับแรกคือ ข้อที่ 3.1 บอร์ดเกมการศึกษามีความน่าสนใจ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.32 อยู่ใน
ระดับมาก อันดับสองคือข้อที่ 1.1 เนื้อหาสาระมีความเหมาะสมกับระดับผู้เรียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ
4.29 อยู่ในระดับมาก อันดับสามคือข้อที่ 3.4 บอร์ดเกมการศึกษาได้ทำให้ผู้เรียนมีประสบกาณ์
โดยตรง มคี ่าเฉลีย่ เทา่ กับ 4.27 อยูใ่ นระดับมาก

56

2. อภิปรายผลการวิจยั
จากการดำเนินการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนกับผู้เรียน เรื่องทักษะการทำงานกลุ่มและ

ความพึงพอใจ โดยใช้เทคนิคการจัดการเรียนการสอนแบบ TGT ร่วมกับบอร์ดเกมการศึกษา เรื่อง
การแยกสาร รายวิชาวิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน4 ผู้วจิ ัยในระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหาดใหญ่รัฐ
ประชาสรรค์ ได้สรปุ ผลการวิจัยและมปี ระเด็นสำคัญทจ่ี ะนำมาอภิปรายผลดงั ตอ่ ไปน้ี

1. ผลการศกึ ษาทักษะการทำงานกลุ่มของนกั เรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 2 หลงั ไดร้ บั เทคนคิ การ
จัดการเรียนการสอนแบบ TGT ร่วมกับการใช้บอร์ดเกมการศึกษา เรื่อง การแยกสาร ในรายวิชา
วิทยาศาสตร์ 4 รหสั วิชา ว22102

จากการศึกษาทักษะการทำงานกลุ่มของนักเรียนและความพึงพอใจของนักเรีย นชั้น
มัธยมศึกษาปที ่ี 2 ท่มี ตี อ่ เทคนิคการจัดการเรียนการสอนแบบ TGT รว่ มกับการใชบ้ อร์ดเกมการศึกษา
เรื่อง การแยกสาร ในรายวิชา วิทยาศาสตร์พื้นฐาน 4 พบว่า นักเรียนร่วมกันทํางานกลุ่มไดด้ ีและได้
แบ่งรบั หน้าท่รี บั ผดิ ชอบเท่ากันทกุ คน พรอ้ มทง้ั มสี ว่ นรว่ มอยา่ งเตม็ ทีแ่ ละให้ความสนใจกบั งานในชว่ ง9
ตลอดเวลาการทำงาน นักเรียนมีความใส่ใจในการรับฟังข้อเสนอและข้อคิดเห็นของสมาชิกในกลุ่ม
กอ่ นท่ีจะเสนอแนวคิดหรือข้อคิดเหน็ ของตนเอง อกี ทั้งนกั เรียนเสนอและสะทอ้ นแนวคิดเชิงบวกและ
สร้างสรรค์บ่อยครั้ง โดยผลงานกลุ่มเสร็จทันตามเวลาที่กำหนดมีเนื้อหาครบถ้วนตามวัตถุประสงค์
ผลงานสะอาด เรยี บรอ้ ย เน่ืองจากนักเรียนมีความสามารถในการรับผิดชอบหน้าที่ของตนเองในกลุ่ม
ได้ดี จากการสำรวจพฤติกรรมในการทำงานเป็นกลุ่ม สังเกตได้ว่านักเรียนส่วนใหญ่มีความสามัคคี
มีความกระตือรือร้นในการเรียนตลอดเวลา สนใจในการเรียน อีกทั้งเป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่
นักเรียนมีความพึงพอใจในระดบั มากเนือ่ งจาก การจัดการเรียนการสอน สนุกสนาน เพลิดเพลินเม่ือ
ได้มีการเล่นเกมเป็นกลุ่ม ซึ่งบอร์ดเกมก็สามารถดึงดูดให้นักเรียนสนใจเรียนได้มากขึ้น สร้าง
บรรยากาศในการเรียนรู้ที่ดี มีเนื้อหาในบทเรียนให้น่าดึงดูดเป็นรูปธรรมที่เข้าใจง่าย รวมถึงผู้เรียน
สามารถนำความรกู้ ลับไปใชใ้ นชวี ิตประจำวนั ได้ แต่ยังคงมีนักเรยี นบางสว่ นทม่ี คี วามกระตือรือร้นและ
ให้ความร่วมมือในการทำกจิ กรรมกลุม่ ค่อนข้างนอ้ ย จากการสัมภาษณ์นักเรียนดงั กล่าวทราบว่าเปน็
ผลเกี่ยวข้องกับทัศคติรายบคุ คล แต่สุดท้ายแล้วภาพรวมของนักเรียนคือไดช้ ่วยเหลือซึ่งกนั และกันส
เพื่อนำไปสู่การแกป้ ัญหาในชีวิต พร้อมประยุกต์ใช้กับปัญหาใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกของความเป็นจริง
และส่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรียนได้มีความรู้ความสามารถท่ีจะดาํ รงชีวิตไดอ้ ยา่ งมีคณุ ภาพ

2. ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อเทคนิคการจัดการ
เรียนการสอนแบบ TGT รว่ มกบั การใช้บอร์ดเกมการศึกษา เร่ือง การแยกสารในรายวิชาวทิ ยาศาสตร์
4 รหัสวชิ า ว22102

จากการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเทคนิคการจัดการเรียนการสอนแบบ TGT
ร่วมกับการใช้บอร์ดเกมการศึกษา เรื่อง การแยกสาร ในรายวิชา วิทยาศาสตร์พื้นฐาน 4 นักเรียนมี

57

ความพึงพอใจที่อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายข้อพบว่า อันดับแรกคือ ข้อที่ 3.1 บอร์ดเกม
การศึกษามีความน่าสนใจ มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.32 อยู่ในระดับมาก อันดับสองคือข้อที่ 1.1 เนื้อหา
สาระมีความเหมาะสมกับระดับผู้เรียน มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.29 อยู่ในระดับมาก อันดับสามคือข้อที่
3.4 บอรด์ เกมการศกึ ษาได้ทำให้ผู้เรียนมีประสบกาณโ์ ดยตรง มคี ่าเฉลี่ย เทา่ กบั 4.27 อยู่ในระดับมาก
ทั้งนี้เนื่องจากครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้นักเรียนมีการใช้บอร์ดเกมการศึกษาอย่าง
หลากหลายและทันสมัย มีการวัดผลประเมินผลทุกครั้งที่มีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ทำให้
นักเรียนเกิดการเรียนรู้ สามารถสร้างองค์ความรู้ และนำไปประยุกต์ใช้ในวิชาอื่นๆและใน
ชีวิตประจำวันได้ จึงส่งผลให้นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนแบบ TGT
รว่ มกบั การใช้บอร์ดเกมการศกึ ษา เรื่อง การแยกสาร ในรายวิชา วิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน 4

บทสรุป
ผลการวิจยั สามารถยืนยนั ได้ว่าเทคนคิ การจดั การเรียนการสอนแบบ TGT ร่วมกับบอร์ดเกม
การศึกษา เรื่อง การแยกสาร ในรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน 4 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2
เป็นรปู แบบการเรียนการสอน ทส่ี ามารถพัฒนาทักษะการทำงานกลมุ่ ของนักเรียนไดส้ งู ข้นึ สอดคล้อง
กับงานวิจัย อุมาพร (2553:75) ที่นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบเกม ส่งผลให้นักเรียนได้มี
ความรับผิดชอบมากขึ้น มีความกระตือรือร้น มีความสามัคคี และรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น กล้าที่จะ
แสดงออกถึงความถูกตอ้ ง มีความเข้าใจ สามารถวิเคราะห์และแก้ปญั หาในบทเรียนได้ดขี ึ้น มีทักษะ
การทำงานเป็นทีมได้ดีขึ้น และยังสอดคล้องกับงานวิจัย Hassako (2015:35) ที่ได้ศึกษาพฤติกรรม
การทำงานกลมุ่ โดยการเรียนรู้แบบผสมผสานแบบร่วมมอื เทคนิค TGT สำหรบั นักเรียนหอ้ งเรียนพเิ ศษ
วิทยาศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 โรงเรยี นบรบือวิทยาคาร พบว่า นกั เรียนทไี่ ด้รบั การจัดการเรียนรู้
แบบผสมผสานแบบร่วมมือเทคนิค TGT มีพฤติกรรมการทำงานกลุ่มเฉลี่ยในระดับดีมาก และมี
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05
นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับงานวิจัย Wiangwalai (2013:99) เป็นเทคนิคการสอนที่มีลักษณะสำคัญ
คือ มีการปรึกษาหารือแลกเปลี่ยนความรู้ ได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างผูเ้ รียนทีม่ ีความสามารถ
แตกตา่ งกนั จงึ ต้องใช้ความสามารถของแต่ละคนมารวมกนั เพ่ือปฏิบัตใิ หป้ ระสบผลสำเรจ็ โดยมีความ
รับผดิ ชอบร่วมกัน และผลงานท่ีได้รบั แสดงถึงความสำเร็จของกล่มุ

58

3. ขอ้ เสนอแนะ
ข้อเสนอแนะในการวจิ ัย

1. การใช้เทคนคิ การจดั การเรียนการสอนแบบ TGT ร่วมกับ บอรด์ เกมการศกึ ษาของนักเรียน
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 รายวชิ าวิทยาศาสตรพ์ ื้นฐาน 4 ผู้สอนควรช้แี จงนักเรียนให้เขา้ ใจกระบวนการใน
การทำงานเป็นกลุ่มอย่างชัดเจน เพื่อให้นักเรียนแต่คนได้ทราบถึงบทบาทหน้าที่ของตนเอง และควร
สร้างบรรยากาศและแรงจูงใจท่ีดีใหเ้ อือ้ ต่อการเรียนรู้ เพือ่ ให้เกิดผลดีตอ่ การเรยี นรู้และเกิดทักษะการ
ทำงานกลุม่ ได้ดมี ากยง่ิ ข้นึ

2. การแบ่งกลุ่มนักเรียนในการจัดการเรียนการสอนแบบ TGT ร่วมกับบอร์ดเกมการศึกษา
ของนักเรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน 4 ควรมีการแบ่งผู้เรียนในแต่ละกลมุ่
ให้เหมาะสมมากที่สุด จากเดิมที่ใช้การแบ่งกลุม่ จากผลการสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชา
วิทยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน 3 รหัส ว22101 ภาคเรยี นท่ี 1 ประจำปีการศึกษา 2563 เปลยี่ นมาเป็นใช้การ
สอบวัดผลก่อนเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน 4 รหัส ว22102 ภาคเรียนท่ี 2 ประจำปีการศึกษา
2563 เพื่อให้นักเรียนไดเ้ รียนรู้ผ่านกระบวนการกลุ่มที่มีสมาชิกคละความสามารถท่ีใกล้เคียงกนั ทุก
กลมุ่

3. ผู้สอนควรมีการนำกระบวนการการจัดการเรียนการสอนแบบ TGT ร่วมกับการจัดการ
เรียนรูแ้ บบอืน่ ๆ มาใช้ในการจัดการเรียนรู้การสอนวิชาวทิ ยาศาสตรแ์ ละวชิ าอื่นๆอยา่ งเหมาะสม
ขอ้ เสนอแนะในการทำวิจัยคร้งั ต่อไป

1. ควรศึกษาการจัดการเรียนการสอนแบบ TGT ร่วมกับบอร์ดเกมการศึกษา เพื่อพัฒนา
ทักษะการทำงานกลุ่ม ในเนื้อหาอื่นๆของวิชาวิทยาศาสตร์ เพื่อเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการ
เรียนรใู้ หค้ รอบคลุมเน้ือหาและบรบิ ทอ่นื ๆ หรือชน้ั เรียนอื่นๆ

2. ควรศกึ ษาแนวทางในการจดั การเรยี นการสอนแบบ TGT รว่ มกับบอร์ดเกมการศึกษา เพ่ือ
พัฒนาทักษะการทำงานกลุ่ม ร่วมกับตัวแปรอื่นๆ เช่น การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ความสามารถในการคิดวิเคราะห์เจตคติต่อวิทยาศาสตร์ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ความคิด
สร้างสรรค์ กระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการคำนวณ ทักษะการทดลอง และทักษะการสืบคน้ ข้อมูล
เปน็ ต้น

59

บรรรณานกุ รม

กรมวชิ าการ กระทรวงศกึ ษาธิการ. 2544. ค่มู ือการจัดการเรียนรูก้ ลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์.
กรงุ เทพฯ: กรมวิชาการ

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับ
ปรับปรุง 2560). กรงุ เทพฯ:โรงพมิ พช์ ุมชนการเกษตรแห่งประเทศไทย.

ทิศนา แขมมณี. (2551). ศาสตร์การสอนองค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มี
ประสทิ ธภิ าพ. พมิ พ์คร้งั ที่ 7. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั .

นราวดี จ้อยรุ่ง. (2559). การศกึ ษาผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนวชิ าชวี วิทยาและทกั ษะกระบวนการกล่มุ
ของนกั เรยี นสายวทิ ยาศาสตรพ์ เิ ศษ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 ที่ไดร้ บั การจดั การเรียนรูแ้ บบ
ร่วมมือเทคนิค TGT (วทิ ยานพิ นธป์ ริญญาวทิ ยาศาสตรมหาบัณฑติ ). ชลบรุ :ี มหาวิทยาลัย
บรู พา.

บญุ ชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจยั เบอ้ื งตน้ . พมิ พค์ ร้ังที่ 8. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาสน์ .
ปิยวรรณ มัธยมนันทน.์ (2558). การพัฒนาทกั ษะการทำงานเป็นทมี ของนกั เรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4

เรื่องสภาพสมดุลโดยใชช้ ุดกิจกรรมตาม แนวทางการจดั การเรยี นรสู้ ะเต็มศกึ ษา
(วทิ ยานพิ นธป์ ริญญาวิทยาศาสตรมหาบณั ฑิต).อุบลราชธาน:ี มหาวิทยาลยั อบุ ลราชธาน.ี
พิชิต ฤทธ์ิจรูญ. (2550). หลักการวัดและประเมินผลการศกึ ษา. กรุงเทพฯ : เฮา้ ส์ ออฟ เคอรม์ ิสท.์
สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. 2546. การจดั สาระการเรียนร้กู ลุ่ม
สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ หลกั สตู รการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน.กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์คุรสุ ภา
ลาดพรา้ ว.
สมนกึ ภทั ทิยธนี. (2546). การวดั ผลการศกึ ษา. พมิ พ์คร้ังที่ 4. กาฬสนิ ธ์ุ : ประสานการพมิ พ์.
. (2553). การวดั ผลการศึกษา. พิมพ์คร้ังที่ 7. กาฬสนิ ธ์ุ : ประสานการพมิ พ์.
สมบัติ ทา้ ยเรือคา . (2551). ระเบียบวิธวี ิจยั สาหรับมนุษยศ์ าสตร์และสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งท่ี 2.
กาฬสนิ ธุ์ : ประสานการพิมพ์.
สุวิมล ตริ กานันท์. (2550). การสร้างเครื่องมอื วดั ตัวแปรในการวจิ ัยทางสังคมศาสตร์ : แนวทางสู่
การปฏิบตั .ิ กรุงเทพ ฯ : โรงพมิ พ์จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.
อรรถเศรษฐ์ ปรดี ากรณ.์ (2557). การออกแบบบอร์ดเกมการศึกษา เรอ่ื ง วงสธี รรมชาติ สำหรับ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพมหานคร :
มหาวทิ ยาลัยศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ.

60

บรรรณานุกรม(ตอ่ )

อบั ดลุ เลาะ อมู าร.์ (2560). ผลของการจัดการเรยี นรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es) เรื่องสมดุลเคมี ทีม่ ี
ต่อแบบจำลองทางความคิด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความพึงพอใจของนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูล จังหวัดปัตตานี (วิทยานิพนธ์ปริญญา
มหาบณั ฑติ ). ปัตตาน:ี มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์.

61

ภาคผนวก

62

ภาคผนวก ก
รายชอ่ื ผู้เช่ียวชาญ

63

รายชอื่ ผเู้ ช่ยี วชาญ

ผู้เช่ยี วชาญท่ใี หค้ ำแนะนำ ปรกึ ษา และตรวจสอบเครื่องมือวิจยั

นายบุญสนิท ยงิ่ มงคลกลุ ครชู ำนาญการพเิ ศษ สาขาวิทยาศาสตร์ โรงเรยี นหาดใหญ่

รัฐประชาสรรค์ จังหวัดสงขลา

นางเดือนเพญ็ ดษุ ฎีอภิชน ครชู ำนาญการพเิ ศษ สาขาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนหาดใหญ่

รฐั ประชาสรรค์ จังหวดั สงขลา

นางสาวนสิ า ชอบกิจ ครูชำนาญการพเิ ศษ สาขาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนหาดใหญ่

รัฐประชาสรรค์ จังหวดั สงขลา

64

ภาคผนวก ข
ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูล

65

ตารางท่ี 7 ดชั นคี วามสอดคลอ้ งของแบบสังเกตทกั ษะกระบวนการกลมุ่ ของนักเรยี น

ข้อท่ี คะแนนผู้เชี่ยวชาญ (คนที่) IOC IOC
เฉลยี่

12 3

1.1 5 5 5 5 5

1.2 5 5 5 5 5

1.3 5 5 5 5 5

1.4 5 5 5 5 5

2.1 5 5 5 5 5

2.2 5 5 5 5 5

2.3 5 5 5 5 5

2.4 5 5 5 5 5

3.1 5 5 5 5 5

3.2 5 5 5 5 5

3.3 5 5 5 5 5

3.4 5 5 5 5 5

4.1 5 5 5 5 5

4.2 5 5 5 5 5

4.3 5 5 5 5 5

4.4 5 5 5 5 5

66

ตารางที่ 8 ดัชนีความสอดคลอ้ งของแบบประเมินตนเองของผู้เรียน (self-assessment) ในการ
ทาํ งานรว่ มกนั เป็นทมี

ข้อท่ี คะแนนผูเ้ ช่ยี วชาญ (คนท่ี) IOC IOC
เฉล่ยี

12 3

1.1 5 5 5 5 5

1.2 5 5 5 5 5

1.3 5 5 5 5 5

1.4 5 5 5 5 5

2.1 5 5 5 5 5

2.2 5 5 5 5 5

2.3 5 5 5 5 5

2.4 5 5 5 5 5

3.1 5 5 5 5 5

3.2 5 5 5 5 5

3.3 5 5 5 5 5

3.4 5 5 5 5 5

4.1 5 5 5 5 5

4.2 5 5 5 5 5

4.3 5 5 5 5 5

4.4 5 5 5 5 5

67

ตารางท่ี 9 ดัชนคี วามสอดคล้องของแบบประเมินความพึงพอใจของนกั เรียน

ข้อที่ คะแนนผเู้ ช่ยี วชาญ (คนท่ี) IOC IOC
เฉลยี่
12 3
1
1 +1 +1 +1 1 1
1
2 +1 +1 +1 1 1
1
3 +1 +1 +1 1 1
1
4 +1 +1 +1 1 1
1
5 +1 +1 +1 1 1
1
6 +1 +1 +1 1 1
1
7 +1 +1 +1 1 1

8 +1 +1 +1 1

9 +1 +1 +1 1

10 +1 +1 +1 1

11 +1 +1 +1 1

12 +1 +1 +1 1

13 +1 +1 +1 1

14 +1 +1 +1 1

68

ตารางท่ี 10 ดัชนคี วามสอดคลอ้ งของแผนการจัดการเรยี นรู้

ข้อที่ คะแนนผู้เช่ยี วชาญ (คนที่) IOC IOC
เฉลยี่

12 3

1 +1 +1 +1 11
11
2 +1 +1 +1 11
11
3 +1 +1 +1 11
11
4 +1 +1 +1 11
11
5 +1 +1 +1 11
11
6 +1 +1 +1

7 +1 +1 +1

8 +1 +1 +1

9 +1 +1 +1

10 +1 +1 +1

69

ภาคผนวก ค
เครื่องมอื ที่ใชใ้ นการวิจยั

- แผนการจัดการเรียนรู้
- แบบวัดแบบการเรียนรู้
- แบบประเมนิ ตนเองของผ้เู รยี น (self-assessment) ในการทํางานร่วมกนั เป็นทีม
- แบบสงั เกตทักษะกระบวนการกล่มุ ของนกั เรียน
- แบบประเมินแบบประเมินความพงึ พอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบกลุ่ม เรื่องการ
แยกสารโดยใช้บอร์ดเกมการศึกษา
- แบบสังกัดกลุม่ นักเรียน

70

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 1

หนว่ ย การแยกสาร วชิ า วิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน 4 (ว22102) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2

เรือ่ ง การแยกสารโดยวธิ กี ารระเหยแหง้ เวลา 2 คาบ ภาคเรียนที่ 2

กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครูผู้สอน นายธรี ะพันธ์ จลุ แก้ว

1.มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชวี้ ัด
มาตรฐานการเรียนรู้ ว 2.2 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์

ระหว่างสมบัติของสสารกบั โครงสร้างและแรงยดึ เหนีย่ วระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการ
เปล่ียนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏิกิริยาเคมี

มาตรฐานการเรียนรู้ ว 4.2 เขา้ ใจและใช้แนวคดิ เชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริง
อยา่ งเป็นข้นั ตอนและเป็นระบบใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรูก้ ารทำงาน และ
การแกป้ ญั หาได้อย่างมีประสิทธภิ าพ รู้เทา่ ทนั และมจี ริยธรรม

ตัวชี้วัด
ว 2.2 ม.2/1 อธบิ ายการแยกสารผสมโดยการระเหยแหง้ การตกผลึก การกล่ันอยา่ งงา่ ย โคร
มาโทกราฟีแบบกระดาษ การสกัดด้วยตัวทำละลาย โดยใช้หลักฐานเชิงประจกั ษ์
ว 2.2 ม.2/2 แยกสารโดยการระเหยแห้ง การตกผลึก การกลั่นอย่างง่าย โครมาโทกราฟี
แบบกระดาษ การสกัดด้วยตัวทำละลาย
ว 4.2 ม.2/4 ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย มคี วามรับผดิ ชอบสร้างและแสดงสิทธิ
ในการเผยแพร่ผลงาน
2.สาระสำคญั
สารผสมเป็นสารที่ประกอบด้วยสารตง้ั แต่ 2 ชนดิ ขนึ้ ไปมารวมกัน บางครั้งเราต้องแยกสารท่ี
ตอ้ งการออกจากสารผสมกอ่ นจึงสามารถนำสารนัน้ ไปใช้ประโยชนไ์ ด้ โดยการแยกสารผสมก็สามารถ
ทำได้หลากหลายวิธี ได้แก่ การระเหยแห้งเป็นวิธีการแยกสารที่ตัวทำละลายเป็นของเหลวกับตัว
ละลายเปน็ ของแข็ง สามารถแยกโดยให้ความร้อนแก่สารละลาย ซึง่ ตวั ทำละลายเป็นของเหลวท่ีมีจุด
เดือดต่ำกว่าตัวละลาย ระเหยเป็นไอออกไปจนหมด

71

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. ความรู้ความเขา้ ใจ (K)
1.1 อธบิ ายการแยกสารโดยการระเหยแหง้
1.2 แยกสารผสมโดยวิธีการระเหยแห้ง
2. ทกั ษะ / กระบวนการ(P)
2.1 กระบวนการสร้างความคิดรวบยอดได้
2.2 การให้เหตุผลได้
2.3 การสื่อสาร ส่ือความหมาย การนำเสนอ
3. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค(์ A)
3.1 ใฝเ่ รยี นรู้
3.2 มีวนิ ยั
3.3 ซื่อสัตย์สจุ ริต
3.4 ม่งุ มัน่ ในการทำงาน
3.5 มจี ติ สาธารณะ

4. หลักฐานการเรียนรู/้ ภาระงาน/ชนิ้ งาน
-ใบความรู้ เรอ่ื ง การแยกสารโดยวธิ กี ารระเหยแหง้
-ใบกจิ กรรมที่ 1.1 เรื่อง การแยกสารโดยวธิ กี ารระเหยแหง้
-บอร์ดเกมการศึกษา เรอ่ื ง การแยกสารโดยวิธกี ารระเหยแห้ง
-แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นก่อนเรียน เรอื่ ง การแยกสาร 20 ข้อ

5.สาระการเรียนรู้
5.1 ด้านความรู้ (K)
สารผสมเป็นสารที่ประกอบด้วยสารต้ังแต่ 2 ชนดิ ข้นึ ไปมารวมกนั บางคร้งั เราต้องแยกสารท่ี

ต้องการออกจากสารผสมกอ่ นจึงสามารถนำสารนั้นไปใช้ประโยชนไ์ ด้ โดยการแยกสารผสมก็สามารถ
ทำได้หลากหลายวิธี ได้แก่ การระเหยแห้งเป็นวิธีการแยกสารที่ตัวทำละลายเป็นของเหลวกับตัว
ละลายเป็นของแขง็ สามารถแยกโดยใหค้ วามร้อนแก่สารละลาย ซ่ึงตัวทำละลายเปน็ ของเหลวท่ีมีจุด
เดอื ดต่ำกวา่ ตัวละลาย ระเหยเปน็ ไอออกไปจนหมด

5.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
-อธิบายการแยกสารโดยการระเหยแหง้
-แยกสารผสมโดยวธิ ีการระเหยแห้ง

72

5.3 ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประเมิน (A)

 รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์  อยู่อย่างพอเพียง  ซอ่ื สัตยส์ ุจริต
รกั ความเป็นไทย
 มุง่ มัน่ ในการทำงาน  มวี นิ ัย

 ใฝเ่ รียนรู้  มจี ิตสาธารณะ

5.4 ดา้ นสมรรถนะ (C)  ความสามารถในการคดิ
-ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
-ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6.สมรรถนะสำคญั
 ความสามารถในการส่ือสาร
 ความสามารถในการแกป้ ญั หา
 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

7.กิจกรรมการจัดการเรยี นร้แู บบ TGT (Team - Games – Tournament)

ขนั้ ท่ี 1 ครูสอนความคิดรวบยอด (คาบท่ี 1 ใชเ้ วลา 50 นาที)

1) ครกู ลา่ วทกั ทายนักเรยี นและพดู คุยถึงเร่ืองการจัดการเรยี นการสอนในเทอมท่ีผา่ นมา

2) ครูและนกั เรียนตกลงเรือ่ ง กฎ กติกา มารยาท ในการเข้าหอ้ งเรียนวิทยาศาสตร์ (ตาม
ระเบียบการใชห้ ้องเรยี นท่ตี ิดไวห้ นา้ หอ้ งเรยี น) และการปฏิบตั ิตนในขณะเรียนวชิ าวิทยาศาสตร์
พืน้ ฐาน ซงึ่ มดี งั นี้

2.1) ขอ้ ตกลงในการเรยี น

- นกั เรยี นต้องมเี วลาเรียนไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 80 ของเวลาเรียนทัง้ หมด

- ไมห่ ยอกลอ้ พดู คุยเสียงดัง หรือสง่ เสยี งรบกวน ในเวลาเรียน

- นกั เรยี นตอ้ งเขา้ ชั้นเรยี นให้ตรงเวลา

- หากมีความจําเปน็ ตอ้ งออกจากห้อง ต้องขออนุญาตครูผูส้ อนกอ่ นทุกครง้ั

- ไม่นําอาหารมารบั ประทานในหอ้ งเรียนขณะครสู อน

- หากมีขอ้ สงสยั ขณะเรยี น ให้สอบถามครูได้ทันที

2.2) ข้อตกลงในการปฏิบตั ิการทดลอง

- ก่อนทําการทดลองต้องฟงั คาํ ชแี้ จงให้เข้าใจอย่างถอ่ งแท้

73

- ทําการทดลองตามท่กี าํ หนด
- ไมน่ ําอุปกรณ์ในการทดลองมาใชด้ ว้ ยจุดประสงค์อน่ื ใดนอกเหนือจากการทดลอง
- ก่อนใช้อุปกรณก์ ารทดลองตอ้ งได้รบั อนุญาตจากครูผสู้ อน
- ใชอ้ ุปกรณต์ า่ งๆ ดว้ ยความระมัดระวงั
- ห้ามนําอปุ กรณก์ ารทดลองออกจากหอ้ งปฏิบัตกิ าร โดยไมไ่ ด้รบั อนญุ าต
3) ครูช้แี จงสิง่ ทีน่ กั เรียนตอ้ งเตรยี มมาในการเรยี นรายวชิ าวิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน 4 คอื นกั เรียน
ทุกคนมีหนังสอื เรยี นรายวชิ าพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์เลม่ 2 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2
4) ใหน้ ักเรยี นอา่ นคาํ แนะนาํ การใช้หนังสอื เรยี นและขอ้ ตกลงพน้ื ฐานในการทำกจิ กรรม
วทิ ยาศาสตร์ จากหนังสือเรียนรายวชิ าพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์เลม่ 2 ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 2 เพื่อเกิด
การเรยี นรู้และผลดตี อ่ นักเรียนเอง และเปดิ โอกาสให้นกั เรยี นซกั ถามเพอ่ื ความเขา้ ใจ
5) ครอู ธิบายวิธีการประเมินและเกณฑ์การประเมนิ ในแตล่ ะหนว่ ยการเรยี นรู้ มีการประเมิน
แบบทดสอบกอ่ น-หลงั เรยี น ประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ และประเมินสมรรถนะสําคัญ
6) นกั เรียนทาํ แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนเร่ือง การแยกสาร โดยให้
นกั เรียนตระหนักถงึ ความซอื่ สตั ย์ตอ่ ตนเอง (ใช้เวลา 15 นาที )
7) ครตู รวจแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นกอ่ นเรยี นเรอื่ ง การแยกสาร และแจง้
คะแนนใหน้ ักเรยี นทราบ แลว้ บนั ทกึ คะแนนของนกั เรียนแตล่ ะคน เพือ่ จดั ทําคะแนนการพฒั นาตอ่ ไป
8) ครูแจกใบความรเู้ ร่อื งการระเหยแห้ง ใหแ้ กน่ กั เรยี นทกุ คน
9) ครกู ระต้นุ ความสนใจนกั เรยี น โดยให้นักเรียนดูวดิ ิทัศน์เร่ือง การระเหยแหง้ (ความยาว
ของวิดิทัศน์ 37 วินาที ) โดยครคู ลิกลิงค์
https://www.youtube.com/watch?v=NmLNZoLK5Y0 หรือ นกั เรยี นสแกน QR Code เมือ่
วิดทิ ศั น์จบลง ครถู ามนักเรยี นว่าจากวิดิทัศน์ นักเรยี นคดิ ว่า หลกั การการระเหยแห้งคืออะไร
แนวคำตอบ (จากวิดทิ ัศนข์ ้างตน้ หลกั การการระเหยแห้ง คือความร้อนทีท่ ำให้ตัวทำละลายที่เปน็
ของเหลวระเหยกลายเปน็ ไอ จนเหลือแค่ตวั ถกู ละลายทีเ่ ป็นของแข็ง )

74

รปู ที่ 1 วิดิทัศน์เรอ่ื ง การระเหยแห้ง
10) ครูตงั้ ประเดน็ คำถามสำคัญ ดงั นี้
- นกั เรยี นร้หู รอื ไมว่ ่าหากเราเอาเกลอื ทีเ่ รากนิ อยู่ทกุ วนั มาจากไหน แนวคำตอบ (น้ำทะเล )
- ปกติแลว้ น้ำทะเลเป็นของเหลวแล้วเปน็ เกลอื ท่ีเป็นของแขง็ ไดอ้ ย่างไร แนวคำตอบ (เอาไป
ตากแดด)
- ทำไมตอ้ งเอาไปตากแดด แนวคำตอบ (เพื่อให้นำ้ ระเหยออกไป)
11) ครูนำอภิปรายเรือ่ ง การแยกสารโดยวิธรี ะเหยแห้งให้แก่นกั เรียนโดยใชส้ ื่อ powerpiont
โดยนกั เรียนจดบนั ทึกลงไปในสมดุ
ข้ันที่ 2 แบง่ กลมุ่ นกั เรยี น (คาบท่ี 2 ใช้เวลา 5 นาที)
1) ครูแบง่ นกั เรียนเป็นกลมุ่ ๆ ละ 5-6 คน (คละตามความสามารถ เกง่ ปานกลาง อ่อน ที่
สังกดั กลมุ่ ไว้ลว่ งหน้า) จำนวนท้งั หมด 7 กลมุ่ โดยใหน้ ักเรียนทกุ คนในกลมุ่ สลับกนั เป็นหวั หน้ากล่มุ
วนกันไปแต่ละคาบ จนกว่าจะครบทกุ คนในกลมุ่
2) ครแู จกใบกิจกรรมท่ี 1 .1 เรือ่ งการระเหยแห้ง ใหท้ ุกคน โดยนกั เรยี นจะเขียนชอ่ื กลมุ่ ของ
ตนเองลงไปในใบกิจกรรมที่ 1.1 ดว้ ย
ขน้ั ท่ี 3 นักเรยี นแต่ละกลุ่มเตรยี มความพร้อม (คาบท่ี 2 ใชเ้ วลา 15 นาที)
1) นักเรยี นในกลุม่ รว่ มกันระดมสมอง เพอ่ื ทำใบกิจกรรมที่ 1.1 เรอื่ ง การระเหยแห้ง โดย
สามารถศึกษาได้เพ่ิมเตมิ จาก ( Internet ,หนงั สอื เรยี นรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรเ์ ล่ม 2 , ใบความรู้
เรื่องการระเหยแห้ง ) ครเู ดินสังเกตการทำกจิ กรรมของนักเรียน พร้อมให้คำแนะนำกรณนี ักเรียนมขี อ้
สงสยั ในประเด็นต่างๆ รวมถึงสงั เกตความสามารถในการใช้เทคโนโลยี และประเมนิ ความสามารถใน
การใช้เทคโนโลยีของนกั เรียน

75

ขัน้ ที่ 4 แตล่ ะกลมุ่ ประเมินความรู้ความเขา้ ใจในเน้อื หาของสมาชิกในกลมุ่ (คาบที่ 2
ใชเ้ วลา 5 นาท)ี

1) ครูเฉลยใบกจิ กรรมท่ี 1.1 เรือ่ งการระเหยแหง้ โดยให้แต่ละกลุ่มประเมินความถูกตอ้ งใน
ใบกจิ กรรมและรว่ มกันอภิปรายพรอ้ มทั้งแก้ไขความรู้ความเข้าใจในเนือ้ หาให้ถูกตอ้ งไม่คลาดเคลือ่ น

ข้นั ที่ 5 สมาชิกกลุ่มช่วยกนั อธบิ ายเพิ่มเตมิ ในจุดที่บางคนยังไมเ่ ข้าใจ (คาบที่ 2 ใช้เวลา
5 นาท)ี

1) นักเรยี นในกล่มุ รว่ มกันอภปิ รายและทบทวนองคค์ วามรู้เรือ่ ง การระเหยแหง้ กอ่ นเขา้ สู่
กอ่ นแขง่ ขนั พร้อมทง้ั ช่วยกนั อธบิ ายเพ่ิมเตมิ ในจดุ ท่ีบางคนยงั ไม่เขา้ ใจ ครใู ห้คำแนะนำกรณีนักเรียนมี
ขอ้ สงสัยในประเด็นตา่ งๆ รวมถงึ สงั เกตความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี และประเมนิ ความสามารถ
ในการใช้เทคโนโลยีของนกั เรียน

ขน้ั ที่ 6 ครูจดั ใหม้ ีการแขง่ ขนั โดยใช้คำถามตามเนอ้ื หาในบทเรยี น (คาบที่ 2 ใชเ้ วลา

5 นาท)ี
1) ครูชแี้ จงกติกาและอธบิ ายการแข่งขนั เป็นกล่มุ โดยใช้บอร์ดเกมการศกึ ษาเรอ่ื ง การระเหย

แหง้ นกั เรยี น

สามารถแลกเปลี่ยนความคิดและสอบถามไดก้ อ่ นการแข่งขนั จะจดั ขึ้น

2) ครใู หน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่ม รว่ มกันวางแผน ออกแบบการแก้ปญั หาเพ่ือเลน่ บอร์ดเกม
การศกึ ษาเร่อื ง การระเหยแหง้ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

3) จัดการแข่งขันเป็นโต๊ะหน้าชั้นเรียนทั้งหมด 7 โต๊ะ โดยแต่ละโต๊ะจะมีตัวแทนของกลุ่ม
กลุม่ ละ 1 คนรว่ มแข่งขัน ให้แต่ละกลุม่ สง่ ช่อื ผแู้ ข่งขันแต่ละโต๊ะมาก่อนและเปน็ ความลับ

ขั้นท่ี 7 จดั การแข่งขนั เป็นโต๊ะ (คาบที่ 2 ใช้เวลา 15 นาท)ี

1) ทกุ โตะ๊ แขง่ ขนั จะเริ่มดำเนนิ การแขง่ ขนั พร้อมๆกนั โดยกำหนดเวลาให้นักเรยี น 1 คนมีเวลา
เพียงคนละ 90 วินาที ครูประเมินพฤติกรรมของนักเรียนในขณะที่ทํากิจกรรม โดยใช้แบบประเมิน
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และแบบประเมินสมรรถนะสำคัญ

2) เม่อื การแขง่ ขันจบลง ครจู ะประกาศคะแนนของแต่ละกลุม่
3) ครูประกาศผลการแข่งขนั หนา้ ชน้ั เรียนพร้อมทง้ั ให้รางวลั แก่กลมุ่ ท่ีชนะ และพูดชมเชยให้
กำลังใจกลุม่ ทไ่ี ดค้ ะแนนน้อย

76

4) ครสู รุปองคค์ วามรเู้ รอื่ งการระเหยแห้งให้กบั นักเรยี น และเฉลยผลการทำกิจกรรมของ
บอรด์ เกมการศกึ ษา เรื่อง การระเหยแหง้ ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนเพ่ือให้นกั เรียนเขา้ ใจ
ถกู ตอ้ งไม่คลาดเคล่ือนโดยใช้การถามตอบ

5) นักเรียนรว่ มกนั ประเมินและพิจารณาว่า การปฏิบตั กิ ิจกรรมทีผ่ ่านมามปี ญั หาหรือ
อุปสรรคใด ในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมบ้างและได้มกี ารแกไ้ ขอยา่ งไร ถา้ ยังมีกจิ กรรมหรอื เนอื้ หาจดุ ใดที่ยงั
ไมเ่ ข้าใจหรอื ยังมขี ้อสงสยั ครูสามารถอธบิ ายเพ่ิมเติมให้นกั เรยี นไดเ้ ขา้ ใจตอ่ ไป

6) นกั เรียนทำแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรยี นเร่อื งการระเหยแห้ง และแจง้
คะแนนให้นกั เรียนทราบ

7) ครใู หน้ กั เรียนนําใบกิจกรรมที่ 1.1 และใบความร้กู ลับไปศึกษาด้วยตนเองทบ่ี ้าน และให้
ปรับปรุงพฒั นาในการทํากิจกรรมในครง้ั ต่อไป

8) ครใู ห้นักเรยี นแจง้ ช่ือทีม่ คี วามประสงค์ใหค้ รูสอนเพ่มิ เติมนอกเวลาเรียน เพอื่ ครูได้จัดการ
เวลาเรยี น ที่เหมาะสมต่อไป

9) ครูให้นักเรยี นศึกษาค้นควา้ เพมิ่ เติมจากแหล่งเรียนรู้อนื่ ๆเช่น จากหนงั สอื และ
อินเตอรเ์ นต็ นอกเวลาเรียนเพื่อทําใหน้ กั เรยี นมีความรูค้ วามเข้าใจมากข้นึ และมอบหมายใหน้ กั เรยี น
ศกึ ษาเน้อื หาลว่ งหนา้ เรอื่ ง การตกผลกึ และการกลนั่ อย่างงา่ ย

77

8.ส่อื การเรยี นรู้/แหลง่ การเรยี นรู้

รายการ สอ่ื
บุคคล
-ครผู ้สู อน
-นกั เรียน

ใบความรู้ -ใบความร้เู รื่อง การระเหยแหง้
ใบกจิ กรรม -ใบกจิ กรรมท่ี 1.1 การระเหยแห้ง

แบบทดสอบ -แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นก่อนเรียนเรื่อง การแยกสาร 20 ข้อ

บอรด์ เกม -บอร์ดเกมการศกึ ษา เรอื่ ง การระเหยแห้ง
การศกึ ษา

วิดิทัศน์ -วดิ ิทัศนเ์ ร่ือง การระเหยแห้ง (ความยาวของวิดทิ ศั น์ 37 วินาที )
หนงั สอื เรียน จากลิงค์ต่อไปนี้
https://www.youtube.com/watch?v=NmLNZoLK5Y0
-หนังสอื เรียนรายวชิ าพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์เลม่ 2 ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 2

78

9. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้

ตวั ชีว้ ัด จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธกี าร/เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมิน
การประเมนิ

-ว 2.2 ม.2/1 ดา้ นความรู้ (K) -ใบกจิ กรรม เรื่อง คะแนน
-ว 2.2 ม.2/2 1.อธิบายการแยกสารโดยการ การระเหยแหง้ 15 - 13 = ดมี าก
-ว 4.2 ม.2/4 ระเหยแหง้ -บอร์ดเกม 12 - 10 = ดี
2. แยกสารผสมโดยวธิ กี าร การศึกษา เรื่องการ 9 - 7 = พอใช้
ระเหยแห้ง ระเหยแห้ง ตำ่ กวา่ 7 = ปรับปรงุ
ด้านกระบวนการ(P) เกณฑก์ ารผ่าน
1. กระบวนการสร้างความคดิ -แบบประเมนิ
รวบยอดได้ คุณลกั ษณะอนั พงึ ระดบั ดี หรอื 10
2. การให้เหตุผลได้ ประสงค์ คะแนนขนึ้ ไป
3. การส่ือสาร สือ่ ความหมาย
การนำเสนอ -แบบประเมนิ 16 - 20 = ดมี าก
สมรรถนะสำคญั 11 - 15 = ดี
ดา้ นคณุ ลักษณะอนั 6 - 10 = พอใช้
พงึ ประสงค์ (A) 1 - 5 = ปรบั ปรงุ
1. ใฝเ่ รยี นรู้ เกณฑก์ ารผา่ น
2. มวี ินยั ผา่ นระดับ ดี
3. ซือ่ สตั ย์สุจริต
4. มุ่งม่นั ในการทำงาน 15 - 13 = ดมี าก
5. มีจติ สาธารณะ 12 - 10 = ดี
ดา้ นสมรรถนะสำคญั 9 - 7 = พอใช้
1.ความสามารถในการคิด ต่ำกวา่ 7 = ปรับปรุง
2.ความสามารถในการใช้ เกณฑ์การผา่ น ระดับดี
เทคโนโลยี

79

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 2

หนว่ ย การแยกสาร วิชา วทิ ยาศาสตร์พนื้ ฐาน 4 (ว22102) ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 2

เรื่อง การตกผลึกและการกลนั่ อยา่ งงา่ ย เวลา 3 ชว่ั โมง ภาคเรยี นที่ 2

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครผู สู้ อน นายธรี ะพันธ์ จุลแกว้

1.มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชวี้ ัด
มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจสมบตั ิของสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสมั พันธ์ระหวา่ งสมบัติ

ของสสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง
สถานะของสสาร การเกดิ สารละลาย และการเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี

มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาทพ่ี บในชวี ิตจริงอย่างเป็น
ขั้นตอนและเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้การทำงาน และการ
แกป้ ญั หาได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ ร้เู ทา่ ทัน และมีจริยธรรม

ตวั ชวี้ ัด
ว 2.2 ม.2/1 อธบิ ายการแยกสารผสมโดยการระเหยแห้ง การตกผลกึ การกล่ันอยา่ งง่าย โคร
มาโทกราฟแี บบกระดาษ การสกดั ดว้ ยตวั ทำละลาย โดยใชห้ ลกั ฐานเชิงประจกั ษ์
ว 2.2 ม.2/2 แยกสารโดยการระเหยแห้ง การตกผลึก การกลั่นอย่างง่าย โครมาโทกราฟี
แบบกระดาษ การสกดั ด้วยตวั ทำละลาย
ว 4.2 ม.2/4 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย มคี วามรบั ผดิ ชอบสรา้ งและแสดงสิทธิ
ในการเผยแพรผ่ ลงาน
2.สาระสำคญั
สารผสมเป็นสารท่ีประกอบดว้ ยสารต้ังแต่ 2 ชนิดข้ึนไปมารวมกัน บางคร้งั เราต้องแยกสารท่ี
ต้องการออกจากสารผสมกอ่ นจงึ สามารถนำสารนั้นไปใช้ประโยชน์ได้ โดยการแยกสารผสมก็สามารถ
ทำไดห้ ลากหลายวิธี ได้แก่ การตกผลกึ เปน็ วธิ ีการแยกของผสมทีเ่ กิดจากของแขง็ ละลายในของเหลว
การทำให้ตัวละลายอิ่มตัวที่อุณหภูมสิ ูงและค่อยๆลดลง ทำให้ของแข็งที่ละลายเกินความสามารถใน

80

การละลายนั้นตกผลึกออกมาเป็นของแขง็ รูปทรงเรขาคณติ และการกลั่นอย่างง่าย เป็นการแยกตัวทำ
ละลายที่มีสถานะของเหลวออกจากตัวละลายที่มีสถานะของแข็งหรือตัวทำละลายที่มีสถานะ
ของเหลวจากตัวละลายทีม่ สี ถานะของเหลวซึง่ มจี ุดเดอื ดต่างกันมากได้
3.จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. ความรู้ความเข้าใจ (K)
1.1 อธิบายการแยกสารโดยวธิ กี ารตกผลกึ และการกล่นั อยา่ งง่าย
1.2 แยกสารผสมโดยการตกผลกึ และการกลน่ั อย่างง่าย

2. ทักษะ / กระบวนการ(P)
2.1 กระบวนการสร้างความคดิ รวบยอดได้
2.2 การใหเ้ หตุผลได้
2.3 การสือ่ สาร สือ่ ความหมาย การนำเสนอ

3. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์(A)
3.1 ใฝ่เรียนรู้
3.2 มีวินัย
3.3 ซอ่ื สัตย์สจุ ริต
3.4 ม่งุ ม่นั ในการทำงาน
3.5 มีจติ สาธารณะ

4. หลกั ฐานการเรยี นรู้/ภาระงาน/ช้นิ งาน
-ใบความรู้ เรือ่ ง การแยกสารโดยการตกผลึกและการกลน่ั อย่างง่าย
-ใบกจิ กรรมที่ 1.2 เรอื่ ง การแยกสารโดยการตกผลึกและการกลั่นอย่างงา่ ย
-บอร์ดเกมการศกึ ษา เรือ่ ง การตกผลึกและการกลัน่ อยา่ งง่าย

81

5.สาระการเรียนรู้

ความร(ู้ K) ทักษะ/กระบวนการ(P) คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

(A)

-การตกผลึก -อธิบายการแยกสารโดยการตก -ใฝ่เรียนรู้

-การกลน่ั อยา่ งงา่ ย ผลึก -มวี ินัย

-แยกสารผสมโดยวธิ ีการตก -ซอื่ สตั ยส์ ุจริต

ผลึก -มุง่ มนั่ ในการทำงาน

-อธิบายการแยกสารโดยการ -มีจิตสาธารณะ

กลั่นอย่างง่าย

-แยกสารผสมโดยวธิ กี ารกล่ัน

อย่างง่าย

6.สมรรถนะสำคัญ

-ความสามารถในการคิด

-ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

7.กิจกรรมการเรียนรโู้ ดยการจัดการเรียนร้แู บบ TGT (Team - Games – Tournament)

ชวั่ โมงที่ 1-2

ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรยี น

1) ครทู บทวนเนื้อหาในคาบทผี่ ่านมา เร่ืองการระเหยแหง้ โดยการถามตอบผา่ นสอื่
powerpiont

2) ครูแจกใบความรเู้ รื่องการตกผลกึ และการกล่นั อย่างง่าย และใบกิจกรรมท่ี 1.2 ใหแ้ ก่
นักเรียนทกุ คน

3) ครกู ระตนุ้ ความสนใจนักเรยี น โดยใหน้ กั เรียนดคู ลิปวดิ โิ อเร่อื ง การตกผลึกและการกลน่ั
อยา่ งงา่ ย

4) ครกู ระตุ้นความสนใจนกั เรียน โดยครตู ้งั ประเด็นคำถามสำคญั ดงั น้ี
1. ครูสนทนากับนกั เรียนโดยให้นกั เรียนตอบคำถามตอ่ ไปน้ี

82

- ถา้ ครตู อ้ งการแยกนำ้ ทะเล (สารละลายท่ีเกดิ จากของแข็งละลายในของเหลว) ให้
ได้ของแข็งที่มคี วามบรสิ ุทธ์สิ ูงโดยทีไ่ มม่ ีสารอ่ืนเจือปนนักเรียนคิดว่าเราสามารถแยกโดยวิธีใด (การตก
ผลึก)

- ครูนำเข้าสู่เรื่องการตกผลึก (การแยกสารละลายที่เกิดจากของแข็งละลายใน
ของเหลว โดยละลายสารในตวั ทำละลายทเี่ หมาะสม จนกระทั่งเลยจดุ อมิ่ ตัว เกดิ เปน็ ผลึกของสารน้นั )

- นกั เรียนคิดวา่ การดำรงชวี ิตอยูข่ องนกั เรียนสิ่งใดที่ขาดไมไ่ ด้ โดยเด็ดขาด (น้ำ)
- ปกติแล้วแหล่งน้ำในธรรมชาติจะมีแหล่งน้ำที่เป็นน้ำจืด และน้ำเค็ม น้ำเค็ม
สามารถนำมาใชใ้ นการดืม่ ดำรงชวี ติ ได้หรือไม่ (ได้)
- นักเรียนจะมวี ิธกี ารใด ในการทำใหน้ ้ำเคม็ กลายเป็นนำ้ จดื ไดบ้ า้ ง (การกลน่ั )
- ครูนำเข้าสู่เรื่องของการกลั่น (สารละลายที่เกิดจากของแข็งละลายในของเหลว
หรือของเหลวละลายในของเหลว สามารถแยกโดยให้ความร้อนจนตวั ทำละลาย ของเหลวท่มี ีจุดเดือด
ต่ำกจ็ ะกลายเป็นไอ แลว้ เกิดการควบแน่นกลับเปน็ ของเหลวอกี ครั้ง เม่ืออุณหภูมิลดลง เหมาะสำหรับ
การแยกสารที่ตวั ทำละลายและตวั ละลายมีจดุ เดอื ดตา่ งกันมาก)
ขัน้ สอน
1) ครูนำอภิปรายเรื่อง การตกผลึกและการกลั่นอย่างง่าย ให้แก่นักเรียนโดยใช้ส่ือ
powerpiont โดยนักเรียนจดบนั ทึกลงไปในสมดุ
2) แบง่ นกั เรียนเปน็ กลุ่ม ๆ ละ 4–5 คน (คละตามความสามารถ) เพื่อร่วมกันทำใบกจิ กรรมที่
1.2 เรื่อง การตกผลึกและการกลั่นอย่างง่าย โดยสามารถศึกษาได้เพิ่มเติมจาก ( Internet ,หนังสือ
เรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรเ์ ล่ม 2 , ใบความรู้เรื่องการตกผลึกและการกลั่นอย่างง่าย) ครูเดิน
สงั เกตการทำกจิ กรรมของนักเรยี น พร้อมให้คำแนะนำกรณีนกั เรียนมขี อ้ สงสยั ในประเดน็ ต่างๆ รวมถึง
สังเกตความสามารถในการใช้เทคโนโลยี และประเมินความสามารถในการใช้เทคโนโลยีของ
นกั เรียน
3) ครูเฉลยใบกิจกรรมที่ 1.2 เรื่องการตกผลึกและการกลั่นอย่างง่าย โดยให้แต่ละกลุ่ม
ประเมนิ ความถกู ต้องในใบกิจกรรมและรว่ มกนั อภิปรายพร้อมท้งั แกไ้ ขความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาให้
ถกู ตอ้ งไมค่ ลาดเคลื่อน
4) ครูช้แี จงกตกิ าและอธบิ ายการแข่งขนั เป็นกลุ่มโดยใช้บอร์ดเกมการศึกษาเรื่อง การตกผลึก
และการกล่ันอย่างงา่ ย นักเรียนสามารถแลกเปล่ยี นความคิดและสอบถามได้กอ่ นการแข่งขนั จะจดั ข้ึน

83

5) จัดการแข่งขันเป็นโต๊ะหน้าชั้นเรียนทั้งหมด 3 โต๊ะ โดยแต่ละโต๊ะจะมีตัวแทนของกลุ่ม
ต่างๆ ร่วมแขง่ ขัน ให้แต่ละกลุ่มสง่ ชอื่ ผู้แข่งขันแตล่ ะโต๊ะมาก่อนและเป็นความลบั

6) ทกุ โตะ๊ แขง่ ขันจะเรม่ิ ดำเนนิ การแข่งขันพร้อมๆกันโดยกำหนดเวลาให้ตามความเหมาะสม
ครูประเมนิ พฤตกิ รรมของนักเรยี นในขณะที่ทาํ กิจกรรม โดยใชแ้ บบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
และแบบประเมนิ สมรรถนะสำคญั

7) เมื่อการแข่งขันจบลง ครจู ะประกาศคะแนนของแต่ละกลมุ่
8) ครูประกาศผลการแข่งขันหน้าชั้นเรยี นพร้อมทง้ั ให้รางวลั แก่กลุม่ ที่ชนะ และพูดชมเชยให้
กำลงั ใจกลุ่มท่ไี ดค้ ะแนนน้อย
ขน้ั สรุป
1) ครูสรุปองค์ความรเู้ รอื่ งการตกผลึกและการกลั่นอย่างงา่ ย ใหก้ บั นักเรยี น โดยใชแ้ ผนผงั
ความคิดและตรวจสอบความเข้าใจของนักเรยี นเพอื่ ใหน้ ักเรยี นเข้าใจถูกต้องไมค่ ลาดเคลื่อนโดยใชก้ าร
ถามตอบ

2) นักเรียนร่วมกันประเมินและพจิ ารณาว่า การปฏิบตั กิ ิจกรรมท่ีผา่ นมามีปญั หาหรอื
อปุ สรรคใด ในการปฏิบัติกิจกรรมบ้างและไดม้ ีการแกไ้ ขอย่างไร ถา้ ยงั มกี จิ กรรมหรือเนอ้ื หาจุดใดที่ยงั
ไม่เขา้ ใจหรือยงั มีขอ้ สงสัย ครูสามารถอธิบายเพิ่มเตมิ ให้นกั เรยี นได้เข้าใจต่อไป

3) ครูให้นกั เรยี นนําใบกิจกรรมท่ี 1.2 และใบความรู้กลบั ไปศึกษาด้วยตนเองท่ีบ้าน และให้
ปรับปรุงพฒั นาในการทาํ กิจกรรมในคร้งั ตอ่ ไป

4) ครใู หน้ ักเรยี นแจง้ ช่ือทม่ี ีความประสงคใ์ หค้ รูสอนเพิ่มเตมิ นอกเวลาเรียน เพือ่ ครไู ด้จดั การ
เวลาเรยี นท่เี หมาะสมต่อไป

5) ครใู หน้ ักเรยี นศึกษาคน้ ควา้ เพิ่มเตมิ จากแหลง่ เรียนร้อู นื่ ๆเช่น จากหนังสอื และ
อินเตอร์เน็ต นอกเวลาเรียนเพื่อทาํ ใหน้ กั เรียนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจมากขน้ึ และมอบหมายใหน้ ักเรยี น
ศกึ ษาเน้ือหาลว่ งหน้า เรอ่ื ง การโครมาโทกราฟแี บบกระดาษและการสกดั ดว้ ยตวั ทำละลาย

84

8.สื่อการเรยี นรู้/แหลง่ การเรียนรู้

รายการ สือ่

บุคคล -ครผู ู้สอน
-นกั เรยี น

ใบความรู้ -ใบความรู้เร่อื ง การตกผลกึ และการกล่นั อย่างง่าย
ใบกิจกรรม -ใบกิจกรรมท่ี 1.2 การตกผลึกและการกลน่ั อย่างงา่ ย

บอร์ดเกมการศกึ ษา -บอร์ดเกมการศกึ ษา เรื่อง การตกผลึกและการกลน่ั อยา่ งงา่ ย

85

9. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

ตัวช้วี ัด จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ เคร่ืองมอื การ เกณฑก์ ารประเมิน
ประเมิน

-ว 2.2 ม.2/1 ด้านความรู้ (K) คะแนน

-ว 2.2 ม.2/2 1.อธิบายการแยกสารโดยวิธีการตก -ใบกจิ กรรม เร่อื ง 15 - 13 = ดมี าก

-ว 4.2 ม.2/4 ผลึกและการกลน่ั อย่างงา่ ย การตกผลกึ และการ 12 - 10 = ดี

2. แยกสารผสมโดยการตกผลกึ และ กล่ันอย่างง่าย 9 - 7 = พอใช้

การกลั่นอย่างง่าย -บอรด์ เกม ต่ำกว่า 7 = ปรับปรงุ

ด้านกระบวนการ(P) การศกึ ษา ระดบั ดี หรือ 10

1. กระบวนการสรา้ งความ คิดรวบ คะแนนขนึ้ ไป

ยอดได้

2. การให้เหตุผลได้

3. การสื่อสารสืค่ วามหมาย

การนำเสนอ

ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A) -แบบประเมนิ 16 - 20 = ดมี าก

1. ใฝเ่ รยี นรู้ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ 11 - 15 = ดี

2. มวี ินัย ประสงค์ 6 - 10 = พอใช้

3. ซ่ือสัตยส์ จุ ริต 1 - 5 = ปรับปรุง

4. มุ่งมัน่ ในการทำงาน ผา่ นระดบั ดี

5. มีจิตสาธารณะ 15 - 13 = ดีมาก

ดา้ นสมรรถนะสำคัญ -แบบประเมนิ 12 - 10 = ดี

1.ความสามารถในการคดิ สมรรถนะสำคญั 9 - 7 = พอใช้

2.ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ตำ่ กว่า 7 = ปรบั ปรุง

เกณฑ์การผ่าน ระดับดี

86

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 3

หน่วย การแยกสาร วชิ า วทิ ยาศาสตรพ์ ื้นฐาน 4 (ว22102) ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2

เรอื่ ง โครมาโทกราฟแี ละการสกัดด้วยตัวทำละลาย เวลา 3 ชั่วโมง ภาคเรยี นท่ี 2

กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครูผูส้ อน นายธีระพนั ธ์ จุลแกว้

1.มาตรฐานการเรียนร้แู ละตัวชว้ี ัด
มาตรฐาน ว 2.2 เขา้ ใจสมบัตขิ องสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งสมบัติ

ของสสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง
สถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี

มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแกป้ ัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็น
ขั้นตอนและเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้การทำงาน และการ
แกป้ ัญหาไดอ้ ยา่ ง มปี ระสิทธิภาพ รู้เทา่ ทนั และมีจริยธรรม

ตัวชีว้ ดั
ว 2.2 ม.2/1 อธิบายการแยกสารผสมโดยการระเหยแห้ง การตกผลกึ การกลน่ั อยา่ งง่าย โคร
มาโทกราฟีแบบกระดาษ การสกดั ดว้ ยตัวทำละลาย โดยใช้หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์
ว 2.2 ม.2/2 แยกสารโดยการระเหยแห้ง การตกผลึก การกลั่นอย่างง่าย โครมาโทกราฟี
แบบกระดาษ การสกดั ดว้ ยตัวทำละลาย
ว 4.2 ม.2/4 ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย มคี วามรับผิดชอบสรา้ งและแสดงสิทธิ
ในการเผยแพร่ผลงาน

87

2.สาระสำคัญ
สารผสมเปน็ สารท่ีประกอบดว้ ยสารตัง้ แต่ 2 ชนดิ ขน้ึ ไปมารวมกัน บางครง้ั เราต้องแยกสารที่

ต้องการออกจากสารผสมกอ่ นจึงสามารถนำสารนน้ั ไปใช้ประโยชน์ได้ โดยการแยกสารผสมก็สามารถ
ทำได้หลากหลายวิธี ได้แก่ โครมาโทกราฟี คือ การแยกสารที่เป็นองค์ประกอบชนิดหนึ่งที่อยู่ในของ
ผสมถูกยึดไวใ้ ห้อยู่กับท่ี โดยส่วนท่ีอยูก่ ับทีแ่ ละปล่อยให้องค์ประกอบอื่นถูกพาไปโดยส่วนที่เคล่อื นท่ี
ทำให้สารแยกออกจากกัน และการสกัดด้วยตัวทำละลาย คือ การแยกสารที่เป็นของเหลวปนกับ
ของเหลวหรือของแข็งปนกับของแข็ง โดยอาศัยสมบัติการละลายของสาร และเป็นการแยกสารที่
ต้องการออกจากส่วนต่างๆ ของพืชหรือของผสม หลักการสำคัญของการสกัดด้วยตัวทำละลาย คือ
การเลือกตัวทำละลายท่ีเหมาะสมในการสกัดสารท่ีต้องการออกมาให้มากที่สุด เพราะสารแต่ละชนิด
จะละลายในตัวทำละลายต่างกนั และละลายไดป้ รมิ าณตา่ งกนั
3.จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K)
1.1 อธิบายการแยกสารโดยวธิ ีโครมาโทกราฟีแบบกระดาษและการสกัดด้วยตัวทำ

ละลาย
1.2 แยกสารผสมโดยวธิ ีโครมาโทกราฟีแบบกระดาษและการสกดั ดว้ ยตวั ทำละลาย

2. ทกั ษะ / กระบวนการ(P)
2.1 กระบวนการสรา้ งความคดิ รวบยอดได้
2.2 การให้เหตผุ ลได้
2.3 การส่อื สาร สื่อความหมาย การนำเสนอ

3. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์(A)
3.1 ใฝ่เรียนรู้
3.2 มวี ินยั
3.3 ซือ่ สัตย์สจุ รติ
3.4 มุ่งม่นั ในการทำงาน
3.5 มีจิตสาธารณะ

88

4. หลักฐานการเรียนรู้/ภาระงาน/ชน้ิ งาน

-ใบความรู้ เรื่อง การแยกสารโดยวิธีโครมาโทกราฟีแบบกระดาษและการสกัดด้วยตัวทำ

ละลาย

-ใบกจิ กรรมท่ี 1.3 เรอื่ ง การโครมาโทกราฟีแบบกระดาษและการสกดั ด้วยตวั ทำละลาย

-บอร์ดเกมการศกึ ษา เรอ่ื ง การโครมาโทกราฟแี บบกระดาษและการสกดั ด้วยตัวทำละลาย

5.สาระการเรยี นรู้

ความร(ู้ K) ทกั ษะ/กระบวนการ(P) คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

(A)

-การโครมาโทกราฟแี บบ -อธิบายการแยกสารโดยการ -ใฝ่เรยี นรู้

กระดาษ โครมาโทกราฟแี บบกระดาษ -มวี ินัย

-การสกดั ดว้ ยตัวทำละลาย และการสกัดด้วยตัวทำละลาย -ซอ่ื สัตย์สจุ รติ

-แยกสารผสมโดยวิธโี ครมาโทก -มุ่งมนั่ ในการทำงาน

ราฟีแบบกระดาษและการสกัด -มจี ิตสาธารณะ

ด้วยตัวทำละลาย

6.สมรรถนะสำคญั
-ความสามารถในการคิด
-ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

7.กิจกรรมการเรยี นรโู้ ดยการจัดการเรียนรู้แบบ TGT (Team - Games – Tournament)

ช่ัวโมงท่ี 1-2

ขั้นนำเข้าสู่บทเรยี น

1) ครทู บทวนเน้ือหาในคาบทีผ่ า่ นมา เรอ่ื งการตกผลกึ และการกลน่ั อย่างง่าย โดยการถาม
ตอบผ่านส่อื powerpiont

2) ครูแจกใบความร้เู รอื่ งวิธีโครมาโทกราฟแี บบกระดาษและการสกดั ด้วยตวั ทำละลาย และ
ใบกจิ กรรมที่ 1.3 ใหแ้ กน่ กั เรยี นทกุ คน

89

3) ครูกระตุน้ ความสนใจนักเรียน โดยใหน้ ักเรียนดูคลปิ วิดโิ อเรื่อง วิธโี ครมาโทกราฟีแบบ
กระดาษและการสกดั ดว้ ยตัวทำละลาย

4) ครกู ระตุ้นความสนใจนักเรยี น โดยครตู ง้ั ประเดน็ คำถามสำคญั ดงั น้ี
1. ครสู นทนากับนักเรยี นโดยใหน้ ักเรยี นตอบคำถามตอ่ ไปน้ี
- มใี ครเคยใชส้ เี มจิกบา้ ง (เคย)
- นักเรียนคิดว่าในสีแต่ละสี เช่น สีดำ มีเพียงสีดำอย่างเดียวหรือไม่ ที่เป็น

องค์ประกอบภายใน (ไม่ เพราะ อาจจะมสี ีอื่นปนอยกู่ บั สดี ำ)
- แลว้ นักเรยี นคิดวา่ ภายในหมกึ ดำนี้ มีสีอะไรประกอบอย่บู ้าง (หลายส)ี
- นักเรียนคดิ ว่าครจู ะสามารถแยกสแี ต่สีทอ่ี ยู่ภายในสีดำนไี้ ด้หรอื ไม่ แล้วจะแยกโดย

ใช้วิธีใด (ได้ โดยใช้วิธีโครมาโทกราฟีแบบกระดาษ)
- เรียนเรยี นวิธีการแยกสารผสมมาหลายวิธีแล้ว ซึง่ แต่ละวิธีต้องมปี ริมาณสารที่มาก

พอสมควรจึงจะสามารถแยกสารที่ต้องการออกมาได้ แต่มีวิธีหนึ่งที่ใช้แยกสารที่มีปริมาณน้อยๆได้
นกั เรยี นทราบหรอื ไมว่ า่ คือวิธีใด (โครมาโทรกราฟแี บบกระดาษ)

- โครมาโทกราฟีมีหลักการอย่างไร (อาศัยความสามารถของสารในตัวทำละลาย
และการถกู ดูดซับบนตวั ดูดซบั ซ่งึ หากสารใดละลายไดม้ าก และถกู ดูดซบั ได้นอ้ ย จะเคลอ่ื นที่บนตัวดูด
ซับได้ไกล)

- หากตอ้ งการสกดั สารท่ีมีกล่นิ ออกจากสว่ นตา่ งๆของพชื ควรใชว้ ธิ ีการแยกสารโดย
วิธีใด (การสกดั ดว้ ยตวั ทำละลาย)

ขั้นสอน
1) ครูนำอภิปรายเรื่อง วิธีโครมาโทกราฟีแบบกระดาษและการสกัดดว้ ยตัวทำละลาย ให้แก่
นกั เรยี นโดยใช้สื่อ powerpiont โดยนกั เรียนจดบันทกึ ลงไปในสมดุ
2) แบง่ นกั เรยี นเป็นกลุม่ ๆ ละ 4–5 คน (คละตามความสามารถ) เพือ่ รว่ มกันทำใบกจิ กรรมท่ี
1.3 เรอื่ ง วธิ ีโครมาโทกราฟแี บบกระดาษและการสกดั ด้วยตวั ทำละลาย โดยสามารถศึกษาไดเ้ พ่ิมเติม
จาก ( Internet ,หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์เล่ม 2 , ใบความรู้เรื่องวิธโี ครมาโทกราฟี
แบบกระดาษและการสกัดด้วยตัวทำละลาย ) ครูเดินสังเกตการทำกิจกรรมของนักเรียน พร้อมให้
คำแนะนำกรณีนักเรียนมีข้อสงสัยในประเด็นต่างๆ รวมถึงสังเกตความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
และประเมินความสามารถในการใช้เทคโนโลยีของนักเรยี น

90

3) ครูเฉลยใบกิจกรรมที่ 1.3 เรื่องวิธีโครมาโทกราฟีแบบกระดาษและการสกัดด้วยตัวทำ
ละลาย โดยให้แตล่ ะกลุ่มประเมินความถูกตอ้ งในใบกิจกรรมและรว่ มกนั อภปิ รายพรอ้ มท้งั แกไ้ ขความรู้
ความเขา้ ใจในเน้ือหาใหถ้ ูกตอ้ งไมค่ ลาดเคล่ือน

4) ครูชี้แจงกติกาและอธิบายการแข่งขันเป็นกลุ่มโดยใช้บอร์ดเกมการศึกษาเรื่อง วิธีโคร
มาโทกราฟีแบบกระดาษและการสกัดด้วยตัวทำละลาย นักเรียนสามารถแลกเปลี่ยนความคิดและ
สอบถามได้ก่อนการแข่งขนั จะจดั ข้ึน

5) จัดการแข่งขันเป็นโต๊ะหน้าชั้นเรียนทั้งหมด 3 โต๊ะ โดยแต่ละโต๊ะจะมีตัวแทนของกลุ่ม
ตา่ งๆ รว่ มแขง่ ขนั ให้แต่ละกลุ่มส่งชื่อผ้แู ข่งขนั แตล่ ะโต๊ะมาก่อนและเปน็ ความลบั

6) ทุกโตะ๊ แขง่ ขนั จะเรม่ิ ดำเนนิ การแขง่ ขันพร้อมๆกนั โดยกำหนดเวลาให้ตามความเหมาะสม
ครปู ระเมนิ พฤตกิ รรมของนักเรียนในขณะทที่ ํากจิ กรรม โดยใชแ้ บบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
และแบบประเมนิ สมรรถนะสำคัญ

7) เมอื่ การแขง่ ขันจบลง ครจู ะประกาศคะแนนของแต่ละกลมุ่
8) ครูประกาศผลการแข่งขันหน้าชั้นเรียนพรอ้ มทั้งใหร้ างวัลแก่กลุ่มท่ีชนะและพูดชมเชยให้
กำลังใจกลมุ่ ที่ได้คะแนนนอ้ ย
ข้ันสรปุ
1) ครสู รุปองค์ความรเู้ รื่องวธิ ีโครมาโทกราฟีแบบกระดาษและการสกดั ดว้ ยตัวทำละลาย
ให้กับนกั เรยี น โดยใชแ้ ผนผังความคดิ และตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรยี นเพื่อให้นกั เรยี นเขา้ ใจ
ถกู ตอ้ งไม่คลาดเคลือ่ นโดยใชก้ ารถามตอบ

2) นกั เรียนรว่ มกันประเมนิ และพิจารณาวา่ การปฏบิ ตั ิกจิ กรรมทผี่ า่ นมามีปัญหาหรอื
อปุ สรรคใดในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมบา้ งและไดม้ กี ารแกไ้ ขอยา่ งไร ถ้ายงั มีกิจกรรมหรือเนอ้ื หาจดุ ใดทยี่ ัง
ไม่เขา้ ใจหรอื ยังมขี ้อสงสยั ครสู ามารถอธิบายเพ่ิมเตมิ ใหน้ ักเรียนไดเ้ ขา้ ใจตอ่ ไป

3) ครใู ห้นักเรียนนําใบกจิ กรรมที่ 1.3 และใบความรกู้ ลบั ไปศกึ ษาดว้ ยตนเองทีบ่ า้ น และให้
ปรบั ปรงุ พฒั นาในการทาํ กจิ กรรมในครงั้ ต่อไป

4) ครูให้นักเรยี นแจง้ ชื่อท่ีมีความประสงค์ให้ครูสอนเพ่มิ เตมิ นอกเวลาเรียน เพอ่ื ครไู ดจ้ ดั การ
เวลาเรียน ท่เี หมาะสมตอ่ ไป


Click to View FlipBook Version