ระบบสื บพันธุ์เพศชาย
(male reproductive system)
อัณฑะ(Testis)
อยู่ในถุงอัณฑะ(scrotum)มีอยู่ 2ข้าง ซ้ายและขวา ระยะ
แรกอยู่ในช่องท้องก่อนคลอดเล็กน้ อยจึกงออกมาอยู่ใน
ช่องท้องก่อนคลอดเล็กน้ อยจึงออกมาอยู่ในถุงอัณฑะทำ
หน้าที่ผลิตตัวอสุจิและฮอร์โมนเพศชาย เทสโทสเทอโรน
การสร้างอสุิเกิดท่อ seminiferous
98
หลอดเก็บอสุจิ(Epididymis)
เป็นแหล่งพักตัวอสุจิให้เติมโต
ท่อนำอสุจิ(Vas deferens)
เป็นท่อทางผ่านของตัวอสุจิจากท่อ Seminiferous
สู่ ภายนอก
ต่อมสร้างน้ำอสุจิ(Seminal vasicle)
สร้างอาหารให้กับอสุจิ ได้แก่ น้ำตาลฟรักโทส
และGlobulin
ต่อมลูกหมาก(Prostate vesicle)
สร้างสารเบสอ่อน เพื่อสะเทินกรดที่ออกมาจากปัสสาวะ
ต่อมคาวเปอร์(Cowper gland)
สร้างเมือกสารหล่อลื่นออกมาในขณะมีความรู้สึ กทางเพศ
99
องคชาติ(Penis)
ภายในประกอบด้วยเนื้ อเยื่อคล้ายฟองน้ำและท่อ
ปัสสาวะ ซึ่งเป็นท่อนำน้ำปัสสาวะและท่อน้ำอสุจิ
ออกนอกร่างกาย
เนื้อเยื้อ มี 2 ส่วน
corpus cavemosa :เป็นแท่งเนื้อเยื่อพรุน
ปลอกหนา เหนียว 2แท่งด้านบน
corpus spongiosum: เป็นเนื้อเยื่อพรุน
อ่อนนิ่ ม ห่อหุ้มท่อปัสสาวะอยู่ ด้านล่าง
มีseptum ผังผืด
99
100
ตัวอสุจิ(Spermatozoa)
ส่ วนหัว(Head)
บรรจุสารพันธุกรรม มีนิวเคลียส โดยด้านหน้าเป็นส่วนของ
อะโครโซม(Acosome)มีลักษณะเป็นถุงเอนไซม์เพื่อสลายเยื่อหุ้ม
เซลล์ไข่
ส่ วนกลาง(Middle)
มีลักษณะเป็นแท่ง มีไมโทคอนเดียผลิต พลังงานไว้สำหรับ
การเคลื่อนที่ของอสุจจิ
ส่ วนหาง(Tail)
มีไมโครทิวบู ทำหน้าที่โบกพัดได้เพื่อว่ายไปหาเซลล์ไข่
101
ระบบหายใจ
Respiratory system
ระบบทางเดินหายใจ
(Respiratory system)
โครงสร้างภายใน โครงสร้างภายนอก
– Gross anatomy -กระดูกซี่โครง
– Histology -กล้ามเนื้ อกระบังลม
-เยื้อหุ้มปอด
103
ทางเดินหายใจส่ วนบน
(Upper respiratory tract)
ประกอบด้วย
Nasal cavity
pharynx
larynx
ทำหน้ าที่เป็นทางผ่านของ
อากาศจากภายนอกเข้าสู่ ทาง
เดินหายใจส่ วนล่างต่อไป
ทางเดินหายใจส่ วนล่าง
(lower respiratory tract)
ประกอบด้วย
trachea
bronchus
lungs
มีความสำคัญคือลำเลียง
อากาศเข้าสู่ ปอดเพื่อแลก
เปลี่ยนแก๊ส
104
โครงสร้างภายนอกของ Nasal cavity
ส่ วนนอก ส่ วนใน
Nasal bone Etmoid
Maxilla Bone vomer
กระดูกอ่อน (cartilage) maxilla
palatine
105
โครงสร้างภายในของ Nasal cavity
ประกอบด้วย Turbinate ช่วยเพิ่มพื้นผิว
Superior turbinate และควบคุมการไหลเวียน
Meddle turbinate ของอากาศ
Inferior turbinate
106
โพรงไซนัส (Sinus)
ประกอบด้วย
Frontal sinus
Ethmoid sinus
Maxillary sinus
หน้ าที่
• ทำให้อากาศอุ่นและชื้น
• ช่วยในการเปล่งเสียง
• รักษาสมดุลของศี รษะ
• ปรับความดันของอากาศใน
โพรงจมูก
107
โครงสร้างของคอหอย (Pharynx)
ประกอบด้วย
• Nasopharynx
อยู่เหนือเพดานอ่อน มี Eustachian tube
• Oropharynx
อยู่เหนื อฝาปิดกล่องเสี ยง
• Laryngopharynx
อยู่เหนื อกระดูกอ่อนCricoid
หน้ าที่
ช่วยในการออกเสียง การกลืนและเป็น
ทางผ่านของอากาศในการหายใจ
ป้องกันการสำลัก
108
โครงสร้างกล่องเสี ยง(Larynx)
ฝาปิดกล่องเสียง (Epiglottis)
ทำหน้ าที่ปิดทางเข้าของช่องเส้ นเสี ยงหรือชุดสายเสี ยง
(glottis) ซึ่งเป็นทางเปิดระหว่างสายเสียงแท้ (vocal folds)
กระดูกอ่อน (thyroid)
เป็นกระดูกอ่อนชิ้นใหญ่ที่สุด ประกอบด้วยกระดูกอ่อนแผ่น
สี่ เหลี่ยม 2 แผ่นมาประกบกันเป็นลูกกระเดือก 2 กระดูกอ่อน
คริคอยด์ (Cricoid Cartilage) รูปร่างเหมือนวงแหวน
ริมล่างจะติดต่อกับหลอดลม
กระดูกอ่อน (cricoid)
เป็นกระดูกอ่อนยืดหยุ่น มีรูปร่างคล้ายใบไม้ ยึดติดกับกระดูก
อ่อนไทรอยด์ เมื่อเวลากลืนอาหารลงไป ฝาปิดกล่องเสียงจะปิด
เพื่อไม่ให้อาหารตกลงไป
109
โครงสร้างของปอด (Lung)
-หลอดลม(Trachea)
เป็นหลอดยาวตรง มีกระดูกอ่อนเรียงเป็นรูปตัว U
ติดอยู่เพื่อป้องกันการยุบของหลอดลม
-ขั้วปอด(Bronchus)
เป็นส่ วนของหลอดลมที่แยกออกเป็นกิ่งซ้ายและขวา
เข้าสู่ ปอด
-หลอดลมฝอย(Bronchus)
เป็นแขนงของท่อลมที่แยกออกไปมากมายและแทรกอยู่
ทั่วไปในเนื้อปอดและจะไปสิ้ นสุดที่ถุงลม(Alveolus)
110
ถุงลม (alveoli)
ที่ผนั งของถุงลมจะมีเส้ นเลือดฝอยล้อมรอบอยู่
มากมาย จึงเป็นแหล่งในการแลกเปลี่ยนก๊าซ
ภายในปอดของคนมี Alveolus ซึ่งเป็นถุงลม
เล็กๆ ประมาณ 300ล้านถุง
111
Histology ของปอด
1. Pneumocyte
1. Type I แลกเปลี่ยนแก๊ซ,จำนวนน้อยกว่าแต่พื้นผิว
มากกว่า
2. Type II เป็น precursor ของ type I, มีจำนวน
มากกว่า type I
2. Endothelial cell สร้าง ACE
3. Alveolar macrophage ทำลายสิ่ งแปลกปลอม
4. Surfactant อยู่บนเยื่อบุของalveolar สร้างโดย
Pneumocyte type II ป้องการการแฟบของถุงลมขณะ
หายใจออก
112
โครงสร้างภายนอกของระบบทางเดินหายใจ
1.กระดูกซี่โครง(rib)และกล้ามเนื้ อซี่โครง
-ปกป้องปอดและหัวใจ
-มี 12 คู่
2. กระบังลม (diaphragm)
-ใช้การหายใจ
3.เยื่อหุ้มปอด
-ป้องกันการเสี ยดสี ของปอดขณะหายใจ
เยื่อหุ้มปอดมี 2 ชั้น
ชั้นนอก Parietal pleura
ชั้นใน Viscerel pleura
ช่องว่าง
Pleural cavity
113
ระบบไหลเวียน
Circulatory System
ระบบไหลเวียน(Circulatory System)
ระบบไหลเวียนประกอบด้วย
Blood vascular system
(ระบบไหลเวียนเลือด)
→cardiovascular system
– Heart
– Blood vessels
– Blood
Lymph vascular system
(ระบบไหลเวียนน้ำเหลือง)
113
Pulmonary circulation Systemic circulation
การไหลเวียนจากหัวใจ การไหลเวียนจากหัวใจ
ห้องล่างขวาไปสู่ ปอด ห้องล่างซ้ายเพื่อไปเลี้ยง
แล้วกลับสู่ หัวใจห้อง ส่ วนต่างๆของร่างกายและ
บนซ้าย กลับสู่ หัวใจห้องบนขวา
Systemic
circulation
Pulmonary Pulmonary
circulation circulation
Systemic
circulation
114
Heart
มีขนาดเท่ากำปั้ นมือ
มีห้องหัวใจ 4 ห้อง
Right atrium หัวใจห้องบนขวา
Right ventricle หัวใจห้องล่างซ้าย
Left atrium หัวใจห้องบนซ้าย
Left ventrivle หัวใจห้องล่างขวา
ตำแหน่ งของหัวใจ
ตั้งอยู่ในช่องตรงกลางอก
หลังกระดูกอก
ระหว่างซี่โครงที่ 2 และ 6
ระหว่าง T5-T8
Apex (ฐานของหัวใจ)
ตั้งอยู่ที่ซี่โครงที่ 5
115
กล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiac muscle)
เป็นกล้ามเนื้อลายชนิดหนึ่ งที่อยู่
นอกอำนาจจิตใจ (involuntary)
พบที่หัวใจ ทำหน้าที่ในการสูบฉีด
โลหิตไปยังระบบไหลเวียนโลหิต
โดยการหดตัวของกล้ามเนื้ อ
116
Structure of the Heart
1. Pericardium (เยื่อหุ้มหัวใจ)
หุ้มหัวใจและหลอดเลือดที่บริเวณ
เข้า-ออกหัวใจ
เป็นถุง 2 ชั้น :
-Fibrous pericardium
ทำหน้ าที่ยึดหัวใจกับกระบังลม
และผนั งชั้นนอกของหลอดเลือด
เข้า-ออกหัวใจ
-Serous pericardium
>Parietal layer (ชั้นนอก)
อยู่ติดกับ fibrous pericardium
>Visceral layer (ชั้นใน)
คลุมติดกับผิวนอกของหัวใจเป็น
ผนั งชั้นนอกหรือเรียกว่าepicardium
2. Heart wall (ผนังหัวใจ)
ประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 3 ชั้น
Epicardium (ผนังชั้นนอกสุด)
-คือ Visceral pericardium
(serous membrane covers heart)
-พบBlood และ Lymphatic vessels
Myocardium (ผนังชั้นกลาง)
-Cardiac muscle tissue
-ทำหน้ าที่หดตัวเพื่อสูบฉี ดเลือด
Endocardium (ผนังชั้นใน)
-ชั้นที่ติดกับ myocardium เรียกว่า
sub endocardium พบ Perkinje
fibers ทำหน้าที่ เหนี่ ยวนำคลื่นไฟฟ้า
(electrical impulse conduction) 117
ลิ้นหัวใจ(Valves of the Heart)
Atrioventricular valves
กั้นหัวใจห้องบนและห้องล่ำง
Right atrioventricular valve (Rt. AV valve)
หรือ tricuspid valve
→กั้นหัวใจห้องขวาบนและห้องขวาล่าง
Left atrioventricular valve (Lt. AV valve)
หรือ mitral valve
→ กั้นหัวใจห้องซ้ายบนและซ้ายล่าง
118
Semilunar valves
กั้นระหว่ำงห้องหัวใจกับหลอดเลือด
Pulmonary semilunar valve
→ กั้นหัวใจห้องขวาล่างกับ pulmonary trunk
Aortic semilunar valve
→กั้นหัวใจห้องซ้ายล่างกับหลอดเลือด aorta
Pulmonary valve
Aortic valve
119
Blood Supply to the Heart
Right coronary artery
– Right marginal artery
→เลี้ยงหัวใจห้องขวาบนและล่างทางด้านหน้ า
– Posterior interventricular artery
→เลี้ยงหัวใจห้องล่างขวาและซ้ายทางด้านหลัง
Left coronary artery
– Anterior interventricular artery
→เลี้ยงหัวใจห้องล่างขวาและซ้ายทางด้านหน้ า
– Circumflex artery
→เลี้ยงหัวใจห้องบนและซ้ายซ้ายทางด้านหลัง
120
ระบบการนำกระแสประสาทหัวใจ
(Conduction System of the Heart)
Sinoatrial Node (SA Node)
เครื่องกระตุ้นหัวใจ
100วินาทีของเซลล์ใน Right atrium ใกล้กับช่อง
เปิด superior vena
Atrioventricular Node (AV Node)
มวลกล้ามเนื้ อหัวใจขนาดเล็ก
ขอบล่างซ้ายของ Right atrium
121
ประเภทของเลือด
(Types of Blood Vessels)
เปรียบเทียบ Artery Vein Capilaryy
นิ ยาม นำเลือด นำเลือด เชื่อม Atery
ออกจากหัวใจ เข้าสู่ หัวใจ และVein
หน้ าที่ นำเลือดส่ งไป นำเลือดที่ใช้เเล้ว แลกเปลี่ยน
เลี้ยงที่อวัยวะต่างๆ จากอวัยวะต่างๆ ก๊าซและสาร
ปริมาณ กลับเข้าสู่หัวใจ ต่างๆ
ออกซิเจน
สูงยกเว้น ต่ำยกเว้น -
puimonary artery puimonary vein
ความหนา หนาที่สุด หนารองลงมา บางที่สุด
ของผนั ง
ความเร็ว เร็วที่สุด เร็วรองลงมา ช้าที่สุด
ของเลือด
ลิ้นกั้นใน ไม่มียกเว้น มียกเว้น ไม่มี
หลอดเลือด puimonary artery puimonary vein
กลไกการ แรงดันเลือด กล้ามเนื้ อหดตัว
ลำเลียง และมีลิ้นป้องกัน หลักการแพร่
การไหลย้อน
ขนาดของ Aorta ใหญ่ที่สุด Vena cava ใหญ่ที่สุด -
หลอดเลือด Arteriole เล็กที่สุด Venule เล็กที่สุด
122
ระบบไหลเวียนเลือดแดง
Pulse poPiunlsetspoints
123
ระบบไหลเวียนเลือดดำ
เจาะเลือด
• Superficial vein
-Intermediate cephalic vein
• Deep vein
124
ระบบน้ำเหลือง
(Lymph vascular system)
ประกอบด้วย
• Lymphatic vessel
• Lymphoid tissue
หน้ าที่
รักษาสมดุลของน้ำในเนื้ อเยื่อ
ดูดซึมไขมันจากลำไส้ เล็ก
ดูดซึมโปรตีนกลับสู่ หลอดเลือด
ป้องกันสิ่ งแปลกปลอม
Lymphatic system and organs
125
ระบบประสาท
Nervous system
ระบบประสาท
(Nervous system)
ระบบประสาท
ควบคุมการทำหน้าที่ของส่วนต่างๆ ของทุกระบบในร่างกาย
เป็นแหล่งที่มาของความคิด ความรู้สึก สติปัญญา ความ
ฉลาดไหวพริบ การตัดสินใจ การใช้เหตุผลและการแสดง
อารมณ์
โครงสร้างของระบบประสาท
127
ระบบประสาทแบ่งออก 2 ส่วน
1. ระบบประสาทส่วนกลาง (Central nervous system)
ประกอบด้วยสมองและไขสั นหลัง
เป็นศูนย์ควบคุม และประสานการทำงานของร่างกายทั้งหมด
2. ระบบประสาทส่วนปลาย (Peripheral nervous system)
ประกอบด้วย เส้นประสาทสมอง (Cranial nerves) 12 คู่
และเส้นประสาทไขสันหลัง (Spinal nerves) 31 คู่
เป็นส่ วนที่ติดต่อระหว่างระบบประสาทส่ วนกลางและส่ วนอื่นๆ
ของร่างกาย
128
เซลล์ประสาท (Neuron)
เป็นเซลล์เร้าได้ด้วยกระแสไฟฟ้าที่ทำหน้ าที่
ประมวลและส่ งข้อมูลผ่านสั ญญาณไฟฟ้าและเคมี
โครงสร้างของเซลล์ประสาท
Soma
สร้างพลังงาน สังเคราะห์โปรตีนเป็นอาหารสื่อประสาท
มีหน้ าที่เกี่ยวกับการเติบโตและเมแทบอลิซึมของเซลล์ประสาท
Nerve fiber มี 2 ชนิด
Dendrite: นำกระแสประสาทเข้าสู่ตัวเซลล์
Axson:นำกระแสประสาทออกจากตัวเซลล์
129
Node of Ranvier
Axon ของ PNS จะถูกหุ้มด้วย myelin sheath ที่สร้างจาก
Schwann cell และจุดที่เป็นรอยต่อระหว่าง myelin sheath จะ
เรียกว่า Node of Ranvier เป็นบริเวณที่ส่งกระแสประสาทได้
เพราะไม่มี myelin sheath ซึ่งเป็นฉนวนไฟฟ้า ดังนั้นการส่ง
กระแสประสาทจึงเป็นแบบก้าวกระโดด (Saltatory conduction)
ชนิ ดของเซลล์ประสาท
Unipolar neurons (เซลล์ประสาทขั้วเดียว)
ได้แก่ เซลล์ประสาทที่มี process เดียว
อาจจะมีแต่ axonไม่มี dendrite
Bipolar neurons (เซลล์ประสาทสองขั้ว)
เป็นเซลล์ประสาทรับความรู้สึก(Sensory Neuron)
มี 1 axon มี 1 dendrite
Multipolar neurons (เซลล์ประสาทหลายขั้ว)
-เซลล์ประสาทที่พบได้บ่อยที่สุด
-มี axon 1 อันเท่านั้น และมี dendrite
2 อันขึ้นไป
130
โคงสร้างภายในของระบบประสาท
gray matter บริเวณที่มีเซลล์และDendriteจำนวนมาก
white matter บริเวณที่มีAxonจำนวนมาก
Nucleus or ganglion (ปมประสาท)
A localized collection of neuron cell bodies in the
CNS is referred to as a nucleus
In the PNS, a cluster of neuron cell bodies is
referred to as a gang
lion
Tract or nerve(เส้นประสาทหรือทางเดินอาหาร)
A bundle of axons, or fibers, found in the CNS
is called a tract
PNS would be called a nerve
131
ระบบประสาทส่ วนกลาง
Central Nervous System (CNS)
Cerebral hemisphere
Cerebral hemisphereแบ่งเป็น 4 lobes ดังนี้
1.Frontal Lobe: 2.Parietal Lobe:
ความคิด ความจำ ความรู้สึก ควบคุมการพูด การรับรส
ควบคุมเคลื่อนไหว ความรุ้สึ กด้านการสั มผัส
3.Temporal Lobe: 3.Occipital lobe:
การได้กลิ่น การได้ยิน การมองเห็น หรือช่วยใน
การเข้าใจคำพูด ภาษา การแปลความหมายภาพ
132
Thalamus
Thalamus
Hypothalamusรับความรู้สึกต่าง ๆ (sensory impulses)ผ่านมา
gray matter
เพื่อจำแนกไปสู่บริเวณของแต่ละส่วนที่เปลือกสมอง (cerebral
cortex)
รูปไข่วางตัวแนวนอน เป็นเนื้อส่วนลึกของสมองใหญ่
มี third ventricle กั้นกลางระหว่าง thalamus ซ้ายและขวา
ประกอบด้วยกลุ่มเซลล์ประสาทท าหน้าที่รวบรวมใยประสาท
ในระบบรับความรู้สึ กก่อนส่ งสั ญญาณประสาทต่อไปยัง
เปลือกสมองใหญ่
ทั้งสองข้างเชื่อมต่อถึงกันโดย interthalamic adhesion
(intermediate mass of thalamus)
133
Hypothalamus
Hypothalamus
อยู่ใต้ thalamus มีกลุ่มเซลล์ที่ควบคุม
เป็นส่วนหนึ่ งของวงจรควบคุมการตอบสนองและ
การแสดงออกทางอารมณ์ต่าง ๆ (ความกลัว ความ
ยินดี)
การสร้างและหลั่งฮอร์โมน ระบบประสาทอัตโนมัติ
โดยเชื่อมต่อกับต่อมใต้สมอง (pituitary gland)
ศูนย์ควบคุมที่สำคัญอื่นๆ เช่น ศูนย์ควบคุมความหิว
ศูนย์บอกความอิ่มควบคุมการกระหายน้ำและรักษา
อุณหภูมิร่างกาย
134
Brainstem
Brain stem
ควบคุมการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ
แบ่งออกเป็น 3 ส่วน
Midbrain ทำหน้าที่เป็นทางผ่านของเส้นใยประสาทที่จะ
ไปสู่สมองส่วนหน้า ควบคุมเกี่ยวกับการมองเห็น และการ
ได้ยิน
Pons ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหว เป็นที่อยู่ของเซลล์
ประสาทประสานงาน
Medulla Oblongata ทำหน้าที่ ควบคุมเกี่ยวกับการหายใจ
การเต้นของหัวใจ ความดันเลือดการทำงานของทางเดิน
อาหาร
135
เยื่อหุ้มสมอง meninges
Dura matter
เป็นชั้นที่หนาและเหนี ยวที่สุด
Arachnoid matter
ลักษณะใสและยืดหยุ่น
Pia matter
ลักษณะเป็นเยื่อบางติดสนิ ทกับสมอง
และไขสันหลัง และประกอบเป็นเยื่อหุ้ม
หลอดเลือดที่เข้าสู่ สมองเป็นส่ วนที่เรียกว่า
เพียล แบริเออร์ (pial barrier) ซึ่งทำ
หน้ าที่ยับยั้งและคัดกรองสารเคมีที่เคลื่อน
ย้ายผ่านเข้าออก ระหว่างกระแสเลือดใน
ซีรีบรัมกับเนื้ อเยื่อประสาทของสมอง
โพรงสมอง Vevtricles
1.โพรงสมองด้านข้าง (lateral ventricle) อยู่ในซีรีบรัม
(cerebrum) มี 2 ข้าง คือข้างขวาและข้างซ้าย
2 โพรงสมองที่ 3 (third ventricle) เป็นช่องเดียวที่อยู่กึ่งกลาง
ระหว่างทาลามัส(thalamus)
3.โพรงสมองที่ 4 (fourth ventricle) เป็นช่องเดียวที่อยู่ใต้ซีรี
เบลลัม (cerebellum)ภายในมีน้ำหล่อสมองไขสันหลังหรือน้ำ
ไขสันหลัง (Cerebrospinal fluid : CSF)
136
ไขสันหลัง (spinal cord)
เนื้ อไขสั นหลัง
เนื้อไขสันหลังมี 2 ส่วน ได้แก่
1. White matter
– เป็นส่วนนอกของไขสันหลัง
รูปตัว “H”ซึ่งมีใยประสาทที่
เชื่อมต่อระหว่างสมองและ
ไขสันหลังอัดตัวกันแน่น ได้แก่
Dorsal (posterior), ventral
(anterior) และ Lateral
columns
2. Gray matter
- เป็นส่วนในของไขสันหลัง รูป
ผีเสื้ อซึ่งมีตัวเซลล์ประสาทอยู่
อย่างหนาแน่น สามารถแยก
เป็นส่ วนได้เป็น
137
การเจาะน้ำไขสันหลัง (Lumbar puncture )
- Lumbar puncture (spinal
tap) เจาะเพื่อดูดเอา CSFมา
ตรวจวิเคราะห์
- โดยใช้เข็มเจาะระหว่าง
spinous process ของ
กระดูกสันหลังระดับเอว ที่
ระดับ L3-L4
- ปลายเข็มทะลุเยื่อหุ้ม
ไขสันหลัง เข้าไปใน dural
sac ผ่านเข้าไปในชั้น
subarachnoid space
หน้ าที่ของไขสั นหลัง
1. Reflex activities/center การตอบสนองแบบสะท้อนกลับที่
เป็นอิสระจากสมอง
2. นำสัญญาณประสาทเข้าสู่สมอง (sensory)โดยการส่งข้อมูล
การรับความรู้สึกจากร่างกายไป ยังสมองโดยผ่านใยประสาทที่
อยู่ใน white matter ของไขสันหลัง เช่น ความรู้สึกของการ
สัมผัส แรงกด และความเจ็บปวด
3. นำสัญญาณประสาทออกจากสมอง (motor)โดยการส่งข้อมูล
ค าสั่งไปยังอวัยวะต่างๆ ผ่าน ทาง white matter ของไขสันหลัง
เช่นกัน เช่น การพูด การเดิน การเคลื่อนไหวแขนขา
138
ระบบประสาทส่ วนปลาย
(Peripheral nervous system)
Spinal nerve
มี 31 คู่ งอกออกจากไขสันหลัง
แต่ละข้อเส้ นประสาทไขสั นหลัง
จะมีการรวมตัวของเส้ นประสาท
จากส่วนต่างๆ ทำให้เกิดเป็น
ตาข่าย(Plexus) เพื่อที่จะไปเลี้ยง
อวัยวะส่วนล่าง เช่น แขน ขา
Cranial nerve
มี12 คู่ ทำหน้าที่รับส่งกระแส
ประสาทสู่ สมองและนำคำสั่ ง
การจากสมองส่ งต่อไปยัง
หน่ วยปฏิบัติการ
139
เส้นประสาทสมอง Cranial nerve
ตำแหน่ งของเส้ นประสาทสมอง
I Olfactory nerve:รับความรู้สึกเกี่ยวกับ กลิ่น
II Optic nerve:รับความรู้สึกเกี่ยวกับการมองเห็น
III Oculomotor nerve:การเคลื่อนไหวลูกตา
IV Trochlear nerve:การมองลงและมองไปหาหางตา
V Trigeminal nerve:รับความรู้สึกและสั่งการเกี่ยวกับใบหน้า
VI Abducent nerve:การชำเลือง
VII Facial nerve:การเคลื่อนไหวของใบหน้า
VIII Vestibulocochlear nerve:การได้ยิน การทรงตัว
IX Glossopharyngeal nerve:การกลืน การรับรส
X Vagus nerve:รับความรู้สึกและสั่งการ ช่องอกและช่องท้อง
XI Accessory nerve:ช่วยในการเอียงคอและยกไหล่
XII Hypoglossal nerve การเคลื่อนไหวของลิ้น
140
เส้นประสาทไขสันหลัง Spinal nerve
ตำแหน่ งของเส้ นประสาทไขสั นหลัง
ระดับคอ(cervical) 8 คู่:ไปเลี้ยงบริเวณด้านหลังของ
ศี รษะ คอ อกส่วนบนและเกือบทั้งหมดของแขน
ระดับอก(thoracic) 12 คู่:ไปเลี้ยงบริเวณลำตัว ตั้งแต่
อกส่ วนบนถึงท้องน้ อย
ระดับเอว (lumbar) 5 คู่:ไปเลี้ยงบริเวณขาหนีบ หน้าแข้ง
และหลังเท้าด้านนอก
ระดับกระเบนเหน็บ (sacral) 5 คู่:ไปเลี้ยงบริเวณ สะโพก
ขาด้านหลังและเท้าด้านนอก
ระดับก้นกบ (coccyx) 1 คู่:ไปเลี้ยงบริเวณ สะโพก ขา
ด้านหลังและทวารหนั ก
141
แบ่งตามหน้าที่ ได้ 2 ชนิด
1.ส่วนรับความรูู้สึก(Sensory):รับสิ่ งจากเร้า(stimulus)จากภายนอก
และภายในร่างกาย
2.ส่วนสั่งการ(Mortor):มี 2 แบบดังนี้
1.ระบบประสาทโซมาติก (Somatic Nervous System: SNS)
2.ระบบประสาทอัตโนวัติ(Autonomic Nervous System:ANS)
1.ระบบประสาทโซมาติก
(Somatic Nervous System: SNS)
ทำหน้ าที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้ อโครงร่างที่อยู่ภาย
ใต้อำนาจจิตใจ (Voluntary) เช่น การเดิน การนั่ง การยืน
การวาดภาพ หรือการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบริเวณ
ใบหน้า ปาก และลำคอ
ที่มา
142
2.ระบบประสาทอัตโนวัติ
(Autonomic Nervous System:ANS)
Autonomic Nervous System หรือระบบประสาทอัตโนมัติ
เป็นระบบประสาทส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุม Homeostasis ของ
ร่างกาย ประกอบด้วย Sympathetic และ Parasympathetic
Sympathetic: Parasympathetic:
-ทำงานมากตอนใช้พลังงาน -ทำงานมากตอนใช้พลังงานน้อย
มาก -เส้นประสาทสมองคู่3, 7, 9,
- ไขสันหลังระดับ T1 - L3-4 10และไขสันหลังระดับ S2– S4
- เป็นระบบที่ถูกนำมาใช้ใน -เป็นระบบที่ถูกนำมาใช้เมื่อระบบ
สภาวะฉุกเฉิน เมื่อร่างกายถูก ซิมพาเทติกทำงานสิ้ นสุดลง เพื่อ
กระตุ้นอย่างรุนแรงจากสิ่ งเร้า ให้ร่างกายได้ผ่อนคลายและปรับ
ภายนอก เพื่อให้ร่างกายเกิดการ สมดุลเข้าสู่สภาวะปกติ
ตื่นตัวและทำการตอบสนอง
(สู้ หรือ หนี)
143
การทำงานของระบบประสาท
การรับความรู้สึ ก(sensory input) การประมวลผล (integration)
รับความรู้สึกจากสิ่ งกระตุ้น ประมวลความรู้สึก เพื่อตอบ
ความรู้สึกทั่วไป (general sense): สนองต่อสิ่ งกระตุ้นนั้น ๆ
ความเจ็บปวด อุณหภูมิการสัมผัส
แรงกด แรงสั่นสะเทือน การสั่งการ (motor output)
อวัยวะรับความรู้สึก: ผิวหนัง
ความรู้พิเศษ (special sense): รูป ตอบสนองต่อสิ่ งกระตุ้น
สั่งการ skeletal muscle,
รส กลิ่น เสียง การทรงตัว
อวัยวะรับความรู้สึก: ตา ลิ้น จมูก smooth muscle,cardiac muscle,
หู glands
144