1
ก ค ำน ำ ด้วยศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ จังหวัดอุทัยธานี เป็นศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรตามพระราชด าริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ จัดฝึกอบรมด้านอาชีพให้กับประชาชนให้มีรายได้ และเพื่อศึกษาค้นคว้า วิจัยพัฒนาความรู้ด้านอาชีพต่าง ๆ จากภูมิปัญญาท้องถิ่นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่ส าคัญคือเป็นแหล่งเรียนรู้และจัดกิจกรรม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในทุกรูปแบบ เป็นศูนย์สาธิต ทดลอง จัดแสดงและจัด จ าหน่ายผลิตภัณฑ์ของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ และโครงการพระราชด าริ ส่งเสริมสนับสนุน ประสานงานการจัดอบรมวิชาชีพศิลปวัฒนธรรมไทยแก่ประชาชนทั่วไปในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการ สนับสนุนประสานงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงาน ท า สร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว เพื่อให้การด าเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ที่เน้นเรื่อง การมีอาชีพเพื่อการมีงานท า มีรายได้ และอนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอดศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารและขนม ซึ่งในจังหวัดอุทัยธานี ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการ เกษตรท าให้มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร นอกจากนี้ยังได้น าศาสตร์พระราชามาใช้ในการด ารงชีวิต แต่ในปัจจุบันสภาพทางเศรษฐกิจสังคม โครงสร้างประชากรเปลี่ยนไปมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมายจึง ท าให้วิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ จึงตระหนักถึงความส าคัญ ของการสร้างและพัฒนาหลักสูตรเพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้มีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะด้าน อาชีพ สามารถน าความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการด ารงชีวิตและประกอบอาชีพต่อไป ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยากร ข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษาของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ที่ได้ร่วมจัดท าและพัฒนาหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น และจัดท า แผนการเรียนรู้รวมทั้งสื่อต่าง ๆ ให้ส าเร็จไปด้วยดีและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น ศูนย์วง เดือน อาคมสุรทัณฑ์ เล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อวิทยากร ครูผู้สอน ผู้เรียน และผู้ที่สนใจได้น าไปใช้ให้ เกิดประโยชน์คุ้มค่าสูงสุด ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ กันยายน 2566
ข สำรบัญ หน้ำ ค ำน ำ ก ควำมรู้เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ ที่ใช้ในกำรท ำขนมบ้ำบิ่นวำฟเฟิลมะพร้ำวอ่อน 1 ควำมรู้พื้นฐำนในกำรจัดกำรเรียนรู้ตำมหลักสูตรขนมบ้ำบิ่นวำฟเฟิลมะพร้ำวอ่อน 23 หลักสูตรกำรท ำขนมบ้ำบิ่นวำฟเฟิลมะพร้ำวอ่อน 24 ความเป็นมา 24 หลักการของหลักสูตร 24 จุดประสงค์ของหลักสูตร 25 จุดประสงค์การเรียนรู้ 25 กลุ่มเป้าหมาย 25 ระยะเวลา 25 โครงสร้างหลักสูตร 26 การจัดการเรียนรู้ 26 สื่อการเรียนรู้ 26 การจัดกระบวนการเรียนรู้ 27 การวัดและประเมินผล 27 การจบหลักสูตร 27 เอกสารหลักฐานการศึกษา 27 แผนกำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้หลักสูตรขนมบ้ำบิ่นวำฟเฟิลมะพร้ำวอ่อน 28 ใบความรู้ ความเป็นมาของขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน 31 ใบความรู้ วิธีท าขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน 32 แบบบันทึกการเรียนรู้ของผู้เรียน หลักสูตรขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน 34 ใบความรู้ คุณค่าทางโภชนาการของขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน 35 ใบความรู้ การบรรจุภัณฑ์ 37 ใบความรู้ การค านวณต้นทุน ก าไร 40 ใบงาน การคิดต้นทุน ก าไร 43 ใบความรู้ ช่องทางการตลาด 44 แบบประเมินผลการจัดการศึกษาและฝึกอบรมหลักสูตระยะสั้น 49 บรรณำนุกรม รำยชื่อคณะผู้จัดท ำหลักสูตร
ค สำรบัญรูปภำพ หน้ำ รูปภาพที่ 1 เตาแก๊ส 2 รูปภาพที่ 2 เครื่องปั่น 3 รูปภาพที่ 3 เครื่องชั่งขนาดใหญ่ 3 รูปภาพที่ 4 เครื่องชั่งขนาดเล็ก 4 รูปภาพที่ 5 เครื่องชั่งดิจิตอล 4 รูปภาพที่ 6 ถ้วยตวงของแห้ง 7 รูปภาพที่ 7 ถ้วยตวงของเหลว 8 รูปภาพที่ 8 ช้อนตวง 8 รูปภาพที่ 9 มีด 10 รูปภาพที่ 10 เขียง 11 รูปภาพที่ 11 เขียงพลาสติก 11 รูปภาพที่ 12 ชามผสม-อ่างผสม 12 รูปภาพที่ 13 กระชอน 13 รูปภาพที่ 14 ลังถึง 14 รูปภาพที่ 15 ถาด 14 รูปภาพที่ 16 ตะกร้อมือ 15 รูปภาพที่ 17 ไม้พายซิลิโคน 16 รูปภาพที่ 18 กระบวยสแตนเลส 17 รูปภาพที่ 19 ผ้าขาวบาง 18 รูปภาพที่ 20 มือแมว 18 รูปภาพที่ 21 เตาซิลิโคน 22 รูปภาพที่ 22 ขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน 23 รูปภาพที่ 23 ขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน 31 รูปภาพที่ 24 วัตถุดิบและส่วนผสมขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน 32 รูปภาพที่ 25 ขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน 33 รูปภาพที่ 26 วัตถุดิบและส่วนผสมขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน 36 รูปภาพที่ 27 บรรจุภัณฑ์อาหารขนม 38 รูปภาพที่ 28 บรรจุภัณฑ์พลาสติก 39 รูปภาพที่ 29 บรรจุภัณฑ์แก้ว 40
1 ควำมรู้เกี่ยวกับวัสดุ และอุปกรณ์ที่ใช้ในกำรท ำขนมบ้ำบิ่นวำฟเฟิลมะพร้ำวอ่อน ศูนย์วงเดือน อำคมสุรทัณฑ์ ศูนย์ฝึกอำชีพรำษฎรตำมพระรำชด ำริ จังหวัดอุทัยธำนี วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในกำรท ำขนมบ้ำบิ่นวำฟเฟิลมะพร้ำวอ่อน ในการจัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ในการจัดท าหลักสูตรขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อนจะต้องใช้ วัสดุและอุปกรณ์หลากหลายชนิด ตั้งแต่เตาหุงต้ม เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ในครัวเรือน เพื่อประกอบการท า และการจัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ให้พร้อม วัสดุและอุปกรณ์ทุกชนิดที่น ามาใช้ต้องอยู่ในสภาพที่ดีพร้อมใช้ งาน ซึ่งท าให้การประกอบอาหารได้ดี ไม่เสียแรงงาน และประหยัดเวลา วัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆ ประกอบด้วย อุปกรณ์ในกำรหุงต้มประเภทเตำ เตาที่ใช้ในการหุงต้ม หรือประกอบอาหารและขนมมีหลากหลายชนิด เช่น เตาถ่าน เตาน้ ามันก๊าด เตาแก๊ส และเตาไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งเตาบางชนิดไม่ได้มีการใช้งาน การเลือกใช้เตาในการประกอบอาหารและ ขนมจะเลือกใช้เตาที่ให้ความสะดวกในการใช้งานเพื่อประกอบอาหารและขนม ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีในการ ออกแบบเตาท าให้การใช้งานสะดวกและหลากหลายมากขึ้น รูปแบบของเตามีดังต่อไปนี้ เตำแก๊ส (Gas Stove) เตาแก๊ส มีหลักการท างานโดยท่อที่ต่อพ่วงจากตัวถังมายังเตา ท่อที่แก๊สจากถังจะถูกส่งจ่ายเข้าไป ภายในเตา เมื่อเปิดวาล์วควบคุมแก๊สเข้าหัวเตา แก๊สจากท่อน าแก๊สหลักจะไหลเข้าสู่ห้องผสม อากาศ ความเร็วของแก๊สที่ไหลเข้ามาในห้องผสมอากาศจะดึงดูดให้อากาศไหลเข้ามาผสมกัน ในขณะที่ ไหลเข้าสู่หัวเตา จนกระทั่งเมื่อมาถึงหัวเตาจะมีส่วนผสมส่วนหนึ่งไหลเข้าไปในท่อเล็กด้านข้าง ซึ่งภายในจะ มีหัวจุดน าเพื่อจุดส่วนผสมนี้ให้ติดไฟขึ้นได้ เตาแก๊สมีให้เลือกทั้งแบบเตาแก๊สตั้งโต๊ะ คือ เตาแบบเคลื่อนย้าย ได้และเตาฝัง ซึ่งจะต้องท าการติดตั้งแบบบิ้วท์อินกับเฟอร์นิเจอร์ท าให้มีความสวยงาม มีข้อเสียคือ เคลื่อนย้ายไม่ได้ ซึ่งการเลือกซื้อเตาแก๊สมาเพื่อการใช้งาน ต้องพิจารณาถึงลักษณะครัว การใช้งาน ความ ต้องการด้านความสวยงาม หรือการตกแต่งภายในให้เข้ากับห้องครัว วิธีกำรเลือกซื้อ ให้ค านึงถึงความสามารถในการท าความร้อน มีระบบความปลอดภัยในการตัดแก๊ส มีวัสดุที่ใช้ในการผลิตที่ทนทาน เลือกหัวเตาที่ผลิตจากวัสดุที่ทนความร้อนสูงโดยเลือกใช้หัวเตาแก๊สที่ผลิต จากทองเหลือง เลือกระบบจุดติดของหัวเตาที่เหมาะสม และระบบการท างานของหัวเตาแก๊สแบบเผาไหม้ ที่สมบูรณ์ โดยวิธีสังเกตระบบการท างานของหัวแก๊ส คือ การดูสีของเปลวไฟ ต้องเลือกเปลวไฟที่เป็นสีฟ้า และไม่มีสีแดงมาปะปน หากมีสีแดงมาปะปนจะแสดงว่ามีการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ภาชนะท าความ สะอาดยากและเก่าเร็วกว่าปกติ และจะท าให้มีความสิ้นเปลืองแก๊สมากกว่าปกติ วิธีกำรใช้งำน จัดเตรียมอาหารและขนมที่จะหุงต้มไว้ให้เรียบร้อย เลือกขนาดของภาชนะที่จะใช้หุง ต้มให้เหมาะกับหัวเตา ท าการเปิดวาล์วที่ถังแก๊ส จุดไฟที่หัวเตาพร้อมกับเปิดวาล์วที่หัวเตา ให้หมุนเปิดวาล์ว เพียงเล็กน้อยเพื่อให้แก๊สออกมาน้อย ป้องกันไม่ให้เปลวไฟลุก เมื่อไฟที่หัวเตาติดจึงปรับเพิ่มไฟตามที่ ต้องการเมื่อหุงต้มอาหารและขนมเสร็จเรียบร้อยจึงปิดวาล์วที่หัวเตา และถังแก๊ส วิธีกำรเก็บรักษำ การท าความสะอาดส่วนที่เป็นโครงเหล็กและฝาหัวเตา ให้ถอดท าความสะอาด โดยใช้ฟองน้ าหรือผ้านุ่มชุบน้ าสบู่เช็ดให้สะอาด และน าโครงเหล็กไปล้างด้วยน้ าสะอาดผึ่งให้แห้ง ส าหรับฝา หัวเตาเมื่อใช้งานเป็นระยะเวลานาน อาจมีเศษอาหารหรือเขม่าอุดตันตามรูช่องไฟได้ ให้ใช้ลวดหรือแปรงขัด ท าความสะอาด และด้านข้างให้ใช้ฟองน้ าหรือผ้านุ่มชุบน้ าสบู่เช็ด น าผ้าสะอาดเช็ดอีกครั้งให้แห้ง
2 ภาพที่ 1 : เตาแก๊ส โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้ำ เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นเครื่องทุ่นแรงในการประกอบอาหารและขนม มีบทบาทที่ส าคัญในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การประหยัดแรงงาน สร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ประกอบอาหาร ดังนั้น ผู้ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าควรมี ความรู้ในการเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในการประกอบอาหาร เพื่อจะได้เลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมกับประเภท ของการท าอาหารและขนม ประกอบด้วย เครื่องปั่น (Blender) เครื่องปั่น เป็นเครื่องปั่นละเอียด และเครื่องปั่นผสม ประกอบด้วยโถแก้ว มีใบมีดเล็กแต่คม และ แข็งแรง 3 - 4 ใบ ที่ก้นโถมีปุ่มบังคับความเร็วแตกต่างกัน แบ่งเป็นประเภท 2 ประเภท คือ แบบใบมีด ใหญ่แต่ไม่คม ใช้ปั่นหรือผสมอาหารที่มีลักษณะเหนียวข้น และแบบใบมีดเล็กแต่คม ใช้ปั่นอาหารประเภท ต่าง ๆ ที่ต้องการให้ละเอียด วิธีกำรเลือกซื้อ เครื่องปั่นพิจารณาเลือกซื้อชนิดที่เชื่อถือได้ คือ เครื่องปั่นผลิตโดยบริษัทที่ น่าเชื่อถือ ในการผลิต และมีการรับประกันสินค้า วิธีกำรใช้งำน น าวัตถุดิบหรือส่วนผสมใส่ลงในโถปั่น และเปิดสวิทซ์ไฟ กรณีใช้เครื่องปั่นติดต่อกัน เป็นเวลานานอาจจะท าให้เครื่องร้อนไหม้ได้ หากต้องการปั่นอาหารจ านวนมากและนาน ควรพักเครื่องให้ เย็นลง เมื่อปั่นของเหลวไม่ให้ใส่ปริมาณเกินครึ่งภาชนะ อาจท าให้ไหลซึมจากฝาลงไปยังเครื่อง ท าให้เกิด ไฟฟ้าช๊อตได้ ในระหว่างเครื่องปั่นท างานไม่ควรคน อาจถูกใบมีดท าให้เกิดอันตรายได้ เมื่อปั่นอาหารที่แห้ง ให้เติมของเหลวลงไปเล็กน้อย เพราะจะท าให้ปั่นง่ายเครื่องไม่ร้อนเร็ว และปั่นอาหารเริ่มต้นด้วยความเร็วต่ า ก่อนเสมอ จึงเพิ่มความเร็วภายหลัง ถ้าเป็นการตีอาหารให้ขึ้นฟูไม่ต้องตีนานเพราะเครื่องปั่นท างานเร็วมาก และห้ามใช้ผสมอาหารที่เหนียวเกินไป วิธีกำรดูแลรักษำ เมื่อเลิกใช้งานควรท าความสะอาดโถปั่น น าไปตากให้แห้ง และใช้ผ้าสะอาดเช็ด บริเวณเครื่องปั่นให้สะอาด
3 ภาพที่ 2 : เครื่องปั่น โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ อุปกรณ์เครื่องใช้ในครัว อุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวมีมากมายหลายชนิด การรู้จักอุปกรณ์เครื่องใช้และวิธีการให้อย่างถูกต้อง จะช่วยในการประกอบอาหารให้มีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลาและแรงงาน และช่วยให้ขนมที่ประกอบ ส าเร็จมีลักษณะที่ดีมีคุณภาพ ประกอบด้วย 1. เครื่องชั่ง (Scale) เครื่องชั่งที่ใช้กันอยู่ทั่วไปมี 3 ขนำด คือ 1.1 เครื่องชั่งขนาดใหญ่ ส าหรับชั่งส่วนผสมที่มีจ านวนมาก ซึ่งในการประกอบอาหารในปัจจุบัน นิยมใช้การชั่งมากกว่าการตวง การชั่งจะช่วยในการประหยัดเวลา และมีความเที่ยงตรงได้เป็นอย่างดี เครื่อง ชั่งขนาดใหญ่มีน้ าหนักตั้งแต่ 15 – 30 กิโลกรัม วัสดุเคลือบสีป้องกันสนิม การเคลื่อนย้ายไม่ควรหิ้วเพราะ จะท าให้เกิดการคลาดเคลื่อนไม่เที่ยงตรง ภาพที่ 3 : เครื่องชั่งขนาดใหญ่ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ 1.2 เครื่องชั่งขนาดเล็ก เหมาะส าหรับการชั่งเครื่องปรุงจ านวนน้อย น้ าหนักตั้งแต่ 500 – 1,000 กรัม ไม่เกิน 2,000 กรัม ท าด้วยโลหะหรือพลาสติกเหนียว ส าหรับเครื่องชั่งบางชนิดสามารถแยกจานออก เพื่อเทส่วนผสม เช่น เกลือ ผงฟู การดูแลเครื่องชั่ง ควรระมัดระวังการตกหล่นอาจจะท าให้เครื่องชั่งแตกหัก ได้ง่าย
4 ภาพที่ 4 : เครื่องชั่งขนาดเล็ก โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ 1.3 เครื่องชั่งดิจิตอล เป็นเครื่องมือที่ใช้วัดน้ าหนักของวัตถุหรือสิ่งของต่าง ๆ ซึ่งสามารถแสดง หน่วยวัดได้หลากหลาย เช่น กรัม (g) ออนซ์ (oz) ปอนด์ (Ib) กิโลกรัม (Kg) กะรัต (ct) เป็นต้น ช่วยในการ วัดปริมาณน้ าหนักได้อย่างละเอียดแม่นย า และรวดเร็ว ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น มีระบบปิดเครื่องอัตโนมัติ ค านวณปริมาณการชั่งได้ละเอียดและชัดเจน คุณสมบัติของเครื่องชั่งดิจิตอล ที่ดีต้องมีความแข็งแรง สามารถกันน้ า ฝุ่นละออง ความร้อนได้และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ภาพที่ 5 : เครื่องชั่งดิจิตอล โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ วิธีกำรเลือกซื้อ 1. ต้องทราบถึงวัตถุประสงค์ว่าจะน าไปใช้ชั่งอะไร น้ าหนักที่ชั่งไม่เกินเท่าไร และค่าอ่านละเอียด ของเครื่องชั่งเท่าไหร่ ส่วนผสมที่จะใช้ชั่งมีขนาดเล็กหรือใหญ่ ปริมาณเท่าไหร่ จะต้องใช้เครื่องชั่งแบบ ดิจิตอล หรือเครื่องชั่งแบบเข็ม เป็นต้น 2. ศึกษาที่มาหรือแหล่งผลิต ว่าสินค้าน าเข้าหรือผลิตในประเทศ ถ้าสินค้าผลิตในประเทศจะมีน้อย ส่วนมากจะเป็นสินค้าน าเข้า ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน และจีน 3. ศึกษาข้อมูลการใช้งาน เครื่องชั่งแต่ละชนิดจะมีข้อมูลการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป การเลือก ข้อมูลของเครื่องชั่งควรจะเหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้ 4. ศึกษาโครงสร้างและอุปกรณ์เครื่องชั่ง ผู้ใช้งานควรค านึงถึงสภาวะแวดล้อมที่จะใช้เครื่องชั่ง และ ลักษณะการชั่ง ทั้งนี้เพื่ออายุการใช้งานที่นานขึ้น โดยเช็คส่วนประกอบเครื่องชั่ง ดังนี้ 4.1 จอแสดงน้ าหนัก พลาสติกเอบีเอส หรือสแตนเลส มีการป้องกันฝุ่นและน้ าหรือไม่
5 4.2 วิธีการเปลี่ยนแบตเตอรี่ และการซ่อมแซม 4.3 แท่นชั่งโครงสร้างเหล็กแข็งแรงหรือไม่ จุดเชื่อม ความหนาของแท่นชั่ง โหลดเซลล์ มี คุณภาพดีหรือไม่ และป้องกันความชื้นได้หรือไม่ 5. บริการหลังการขาย เป็นสิ่งส าคัญในการบ ารุงรักษา ตรวจเช็คค่าน้ าหนักอย่างสม่ าเสมอ หรือ หากช ารุดเสียหาย สามารถหาซื้ออะไหล่ได้ง่าย 6. เครื่องชั่งควรได้รับมาตรฐาน และต้องผ่านการตรวจรับรองจากกองชั่งตวงวัด กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ วิธีกำรใช้งำน 1. เครื่องชั่งมีทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก เครื่องชั่งมีตั้งแต่ขนาด 500 กรัม 1 กิโลกรัม และ 7 กิโลกรัม เป็นต้นไป ท าจากพลาสติก โลหะ ชนิดที่ท าจากโลหะมีความทนทานกว่าพลาสติก การเลือก เครื่องชั่งที่ใช้ในครัวเรือนควรเลือกเครื่องชั่งที่มีความละเอียดขนาด 500 กรัม หรือ 1 กิโลกรัม (สมบูรณ์ มั่น ความดี, 2558) 2. โต๊ะส าหรับวางเครื่องชั่งจะต้องมั่นคงแข็งแรงไม่สั่นไม่แอ่นตัว 3. เครื่องชั่งจะต้องตั้งระดับลูกน้ าเพื่อให้เครื่องชั่งสมดุล 4. ขาของเครื่องชั่งทุกขาจะต้องตั้งบนพื้นตลอดเวลา 5. เปิดเครื่องทิ้งไว้ประมาณ 15 – 30 นาที ก่อนใช้งานดูค่าเริ่มต้นของเครื่องชั่ง โดยเครื่องชั่ง ดิจิตอลให้เริ่มจาก 0.00 หรือเครื่องชั่งแบบเข็มให้เข็มชี้ไปที่เลข 0 เท่านั้น 6. การชั่งน้ าหนักต้องวางสิ่งที่ต้องการชั่งตรงกลางจานชั่ง 7. ควรรีบน าสิ่งของที่ชั่งออกจากจานชั่งเมื่อชั่งเสร็จแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ และความชื้นภายในเครื่องชั่ง 8. อุณหภูมิภายในห้องเครื่องชั่งควรคงที่ เนื่องจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป 1 องศาจะท าให้เครื่องชั่ง อ่านค่าผิดไป 1 - 2 ส่วนในล้านส่วน และไม่ควรชั่งของขณะร้อน ต้องรอให้เย็นลงจนถึงอุณหภูมิห้อง เสียก่อน 9. ป้องกันกระแสลมจากเครื่องปรับอากาศหรือเครื่องมือที่ท าให้เกิดกระแสลม ซึ่งจะรบกวนการชั่ง 10. การชั่งน้ าหนักควรชั่งในช่วง 1/3 - 2/3 ของค่าพิกัดสูงสุดของเครื่องชั่ง 11. ไม่ควรชั่งน้ าหนักเกินค่าพิกัดสูงสุดของเครื่องชั่ง 12. ห้ามชั่งสารเคมีหรือวัสดุต่าง ๆ บนจานชั่งโดยตรง 13. วางเครื่องชั่งให้ห่างจากหน้าต่าง เพราะแสงสว่างจากดวงอาทิตย์อาจท าให้ค่าน้ าหนักไม่แม่นย า วิธีกำรดูแลรักษำ 1. เก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ร้อน หรือชื้นจนเกินไป 2. ไม่ควรชั่งของที่มีน้ าหนักเกินพิกัดของเครื่องชั่ง 3. ปิดรูเพื่อป้องกันหนูและแมลงสาบเข้าไปท าลายแผงวงจร 4. ไม่ควรเสียบชาร์จแบตเตอรี่ในระหว่างการใช้งาน 5. ท าความสะอาดเครื่องชั่งอยู่เสมอ หรือทุกครั้งหลังใช้งาน 2. ถ้วยตวงของแห้ง (Measuring Cup) ถ้วยตวง ใช้ส าหรับตวงส่วนผสมที่เป็นของแห้งชนิดต่าง ๆ เช่น แป้ง น้ าตาล เนื้อสัตว์ ผัก ถั่ว เป็น ต้น มี 4 ขนาด เรียกว่า 1 ชุด ประกอบด้วย - ขนาด 1 ถ้วยตวง (One cup)
6 - ขนาด 1/2 ถ้วยตวง (One half measuring cup) - ขนาด 1/3 ถ้วยตวง (One third measuring cup) - ขนาด 1/4 ถ้วยตวง (One fourth measuring cup) โดยที่บริเวณของก้นถ้วยตวงแต่ละใบ จะบอกขนาดของถ้วยตวงไว้อย่างชัดเจน ถ้วยตวงของแห้ง มักท าจากวัสดุ เช่น อลูมิเนียม พลาสติก และ สเตนเลส ซึ่งมีรูปทรง และขนาดมาตรฐานของถ้วยตวง เหมือนกัน วิธีกำรเลือกซื้อ ควรเลือกซื้อชนิดที่หาซื้อง่าย ทนต่อการใช้งาน น้ าหนักเบา และราคาประหยัดมีที่ จับยื่นออกมา และติดแน่นกับถ้วยตวง ง่ายต่อการดูแลรักษา และท าความสะอาด ท าให้มีอายุการใช้งานที่ นานยิ่งขึ้น วิธีกำรใช้งำน ใช้ตวงส่วนผสมประเภทของแห้งชนิดต่าง ๆ เช่น แป้ง น้ าตาล ถั่ว เนื้อสัตว์ เลือกใช้ ให้เหมาะสมกับขนาดที่ต้องการ โดยวางถ้วยตวงขนาดที่ต้องการบนโต๊ะพื้นราบเรียบใช้มือข้างหนึ่งจับถ้วย ตวงไว้ ส่วนอีกมือหนึ่งตักส่วนผสมของแห้งที่ต้องการตวงใส่ลงในตวงให้พูนถ้วย (ห้ามเขย่า หรือ เคาะถ้วย ตวง) ใช้ที่ปาด (สปาตูล่า – Spatula) หรือวัสดุที่มีสันเรียบตรงปาดส่วนที่พูนออก วิธีกำรดูแลรักษำ - เมื่อเลิกใช้งานควรล้างให้สะอาด เช็ดให้แห้งสนิท เก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย - ถ้วยตวงที่ท าจากวัสดุพลาสติก ควรท าความสะอาดโดยใช้ฟองน้ า หรือ ผ้านุ่ม ๆ เช็ดถูขณะล้าง ท าความสะอาด เพื่อไม่ให้พลาสติกเป็นริ้วรอยการขีดข่วน - ควรระวังอย่าให้ห่วงส าหรับถ้วยตวงหลุดหาย เพื่อที่จะได้ดูแลรักษาให้ถ้วยตวงอยู่ครบชุด ภาพที่ 6 : ถ้วยตวงของแห้ง โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ 3. ถ้วยตวงของเหลว (Liquid measuring cup) ถ้วยตวงของเหลว ใช้ส าหรับตวงส่วนผสมที่เป็นน้ า หรือของเหลวที่สามารถไหลรินได้ เช่น น้ า นม น้ ามัน น้ าเชื่อม น้ ากะทิ เป็นต้น ถ้วยตวงท ามาจากวัสดุที่โปร่งใส เช่น แก้ว หรือพลาสติกใส เพื่อสามารถ มองเห็นของที่น ามาตวงได้ชัดเจน ผิวด้านนอกของถ้วยตวงชนิดนี้ จะมีขีดแสดงเครื่องหมาย และตัวเลข ก ากับติดอยู่เพื่อบอกค่าปริมาตรถ้วยตวง 1 ใบ สามารถบอกค่าปริมาตรไว้หลายมาตรา เช่น 1 ถ้วยตวง มี ขีดแสดงเครื่องหมาย และมีเลขก ากับบอกปริมาตรเป็นถ้วยตวง เช่น 1/4 1/3 1/2 2/3 3/4 และ 1 ถ้วย ตวง ไว้ด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งบอกปริมาตรเป็นออนซ์ เช่น 2 4 6 และ 8 ออนซ์ หรือบอกปริมาตรเป็นลิตร
7 ปอนด์ ไปน์ เป็นต้น ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หากต้องการตวงของเหลวเป็นจ านวนมาก อาจใช้ถ้วยตวง ขนาดใหญ่ที่มีขนาดบอกปริมาตรมากกว่า 1 ถ้วย จะสะดวกและรวดเร็วกว่า วิธีกำรเลือกซื้อ ควรเลือกซื้อถ้วยตวงที่มีขีดบอกปริมาตรได้ง่าย และชัดเจน ท าจากวัสดุโปร่งใส และทนความร้อนได้ดี วิธีกำรใช้งำน ใช้ตวงส่วนผสมประเภทของเหลว เช่น น้ า นม น้ ามัน น้ าเชื่อม น้ ากะทิ โดยวางถ้วย ตวงบนพื้นราบเรียบ เทส่วนผสมที่ต้องการตวงลงในถ้วยตวงให้ได้ปริมาตรพอดีกับปากถ้วยตวง วิธีกำรดูแลรักษำ - ห้ามให้ถ้วยตวงแก้วตกพื้นเพราะจะท าให้แตกร้าว หรือบิ่นได้ - ใช้ผ้านุ่ม ๆ หรือฟองน้ าจุ่มน้ ายาล้างจานเช็ดถูให้ทั่ว ล้างด้วยน้ าสะอาด 2-3 ครั้ง หรือจนกว่าจะ สะอาด - คว่ าให้สะเด็ดน้ า และแห้งสนิท น าเก็บเข้าที่ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง เพราะจะท าให้แก้วขุ่นมัว ไม่ใสสะอาด ภาพที่ 7 : ถ้วยตวงของเหลว โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ 4. ช้อนตวง (Measuring spoon) ช้อนตวง ท าด้วยวัสดุที่เป็นอลูมิเนียม สเตนเลส และพลาสติก ใช้ส าหรับตวงของแห้ง และ ของเหลว ที่มีปริมาณเพียงเล็กน้อย มีด้วยกัน 4 ขนาด เรียกว่า 1 ชุด ประกอบด้วย - ขนาด 1 ช้อนโต๊ะ (1 Table spoon) - ขนาด 1 ช้อนชา (1 Tea spoon) - ขนาด 1/2 ช้อนชา (1/2 Tea spoon) - ขนาด 1/4 ช้อนชา (1/4 Tea spoon) วิธีกำรเลือกซื้อ ควรเลือกซื้อช้อนตวง ชนิดที่ท าด้วยวัสดุที่แข็งแรง ทนต่อการใช้งาน มีตัวเลขบอก ขนาดให้เห็นชัดเจนที่ด้ามจับช้อนตวง วิธีกำรใช้งำน ใช้ตวงส่วนผสมที่เป็นของแห้งและของเหลวในปริมาณไม่มาก ในกรณีตวงส่วนผสม ที่เป็นของเหลว ตักส่วนผสมที่ต้องการตวงให้เต็มพอดีกับขอบช้อนตวงขนาดที่ต้องการ ส าหรับส่วนผสมที่ เป็นของแห้ง ให้ใช้ช้อนตวงขนาดที่ต้องการตักของแห้งให้พูนช้อน ใช้ที่ปาด (สปาตูล่า - Spatula) หรือวัสดุ ที่เรียบตรง ปาดส่วนผสมที่เกินพูนช้อนตวงออก ให้เหลือส่วนผสมที่ต้องการอยู่ในช้อนตวงเรียบเสมอปาก ขอบช้อนตวง วิธีกำรดูแลรักษำ ดูแลอย่าให้ช้อนตวงแยกหลุดออกจากห่วงคล้อง เพื่อจะได้อยู่ครบชุด ไม่สูญหาย เมื่อเลิกใช้งานควรล้างท าความสะอาดทันที และใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้แห้งสนิทน าเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย
8 ภาพที่ 8 : ช้อนตวง โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ 5. มีด (Knife) มีด เป็นเครื่องมือชนิดแรกที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้ในชีวิตประจ าวันมาอย่างยาวนาน เกี่ยวข้อง สัมพันธ์กับแทบจะทุกกิจกรรมในการด าเนินชีวิต มีดเป็นเครื่องมือตัดเฉือนชนิดมีคมส าหรับใช้ สับ หั่น เฉือน ปาด บางชนิดอาจมีปลายแหลมส าหรับกรีด หรือแทง มักมีขนาดเหมาะสมส าหรับจับถือด้วยมือเดียว วัสดุที่ใช้ผลิตใบมีดและด้ามจับมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป วิธีกำรเลือกซื้อ - มีดสเตนเลส หรือเรียกว่าโลหะทรานซิชั่น มีข้อดีหลายประการ จึงนิยมเลือกมาใช้รวมถึงอาชีพ เชฟ เช่น มีความแข็งแรง ทนต่อการกัดกร่อนได้ดีกว่าเหล็ก High Carbon มีน้ าหนักพอเหมาะ ไม่ขึ้นสนิม สามารถน าไปลับคมได้ง่าย แต่ก็ท าให้เสียความคมได้เร็ว นอกจากนี้ผิวสเตนเลสที่มีความมันวาวท าให้สิ่ง สกปรกติดยากจึงปลอดภัยจากการปนเปื้อนในอาหารได้ - มีดเหล็ก High Carbon คนส่วนใหญ่นิยมใช้มีดที่ท าจากเหล็ก ใช้ถนัดกระชับมือ หาซื้อง่ายมี ความแข็งแกร่งคงทน หนาหนักใช้ได้นาน แม้เกิดสนิมง่าย แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่บางยี่ห้อมีสารต้าน สนิมมากขึ้น แต่ก็ยังต้องหมั่นลับคมเป็นประจ า - มีดเซรามิก ท าจาก Zirconium Dioxide (เซอร์โคเนียม ไดออกไซด์) ซึ่งมีความแข็งแรงและคม ด้วยคุณสมบัติที่แกร่งรองจากเพชร จึงสามารถใช้ได้นานโดยไม่ต้องลับคม น้ าหนักเบาหยิบใช้ง่าย แต่มีความ เปราะบาง แตกหักได้จึงไม่เหมาะกับงานสับของที่มีความแข็งมาก ๆ เช่น กระดูก ก้อนน้ าแข็ง อาหารแช่ แข็งที่ยังไม่ละลายน้ าแข็ง เป็นต้น วิธีกำรใช้งำน - มีดหั่น ใช้หั่นของทั่วไป ตัวมีดยาวกว่ามีดปอก ยาวประมาณ 5 นิ้วฟุต ไม่รวมด้ามปลายแหลม จะสะดวกในการเลาะกระดูก มีดหั่นมีความคมบาง ถ้าหนาเกินไปจะหั่นล าบากของที่หั่นออกมาจะไม่สวย - มีดปอก ตัวมีดสั้นประมาณ 3 นิ้ว ใบมีดเล็กกว่ามีดหั่น มีทั้งชนิดปลายแหลมและปลายมนใช้ ปอกเปลือกผัก ผลไม้ ปลายมีดแหลมเพื่อเจาะหรือแซะ - มีดสับ ตัวมีดกว้างมีสันหนา เพื่อให้มีน้ าหนักมาก ใช้สับอาหารให้ละเอียดเท่าที่ต้องการ - มีดคว้าน ใบมีดเรียว ปลายแหลมเรียวเล็ก โค้งเล็กน้อย ใช้ส าหรับเซาะหรือคว้านผลไม้หรือ แกะสลักผัก
9 - มีดแล่ ใบมีดค่อนข้างโค้งและหนา มีหยักฟันปลาใช้เนื้อสัตว์ ออกจากกระดูกได้ ใช้แล่เลาะ เนื้อสัตว์ที่ปรุงร้อน ๆ ออกจากกระดูก - ที่ปอก ใช้ปลอกเปลือกโดยเฉพาะ ลักษณะคมมีดหันเข้าหากันและมีด้ามถือมีดท าจากโลหะต่าง ๆ กัน วิธีกำรดูแลรักษำ เลือกใช้มีดให้ถูกวัตถุประสงค์ในการเตรียมอาหาร เช่น ไม่ใช้มีดสับมาหั่น หรือไม่ใช้มีดคว้านมาปอก เป็นต้น เมื่อเลิกใช้งานควรท าความสะอาดเช็ดให้แห้ง เก็บไว้ให้ห่างจากมือเด็ก และลับมีดให้คมอยู่ตลอดเวลา ภาพที่ 9 : มีดชนิดต่าง ๆ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ 6. เขียง (Cutting Board) เขียง ประกอบไปด้วยเขียงไม้ และเขียงพลาสติก มีทั้งที่ท าด้วยไม้และพลาสติก เขียงที่ท าจากไม้ เนื้อแข็งสามารถสับอาหารบนเขียงได้ แต่เขียงที่ท าจากไม้เนื้ออ่อน และเขียงที่ท าจากพลาสติก เหมาะ ส าหรับใช้หั่นหรือซอยอาหารเท่านั้น เขียงพลาสติก มีน้ าหนักเบา พื้นผิวเรียบสะดวกต่อการใช้งาน มีให้เลือกหลายสี สามารถแยก ประเภทการใช้งานได้อย่างชัดเจน หาซื้อได้ง่าย และที่ส าคัญคือ ท าความสะอาดง่าย ไม่เก็บกลิ่น ซึ่งสามารถ แบ่งแยกสีของเขียงตามชนิดของวัตถุดิบ และแบ่งประเภทตามการใช้งาน เพื่อป้องกันสารปนเปื้อนจาก วัตถุดิบที่ใช้ เขียงมีทั้งหมด 6 สี ได้แก่ เขียงสีแดง ใช้กับเนื้อสัตว์ดิบ เพราะอาหารที่เป็นเนื้อมีสีแดง เช่น เนื้อวัว ดังนั้นเพื่อให้ง่ายต่อการ ท าอาหารประเภทเดียวกันควรใช้เขียงสีเดียวกัน เขียงสีเหลือง ใช้ส าหรับหั่นเนื้อสัตว์ปีกดิบ เพราะสีเหลืองเป็นสีของลูกไก่และลูกเป็ด จึงง่ายต่อการ จ าว่าสีเหลืองคือสัตว์ปีก เขียงสีน้ าตาล ใช้กับเนื้อสัตว์ปรุงสุก เพราะเนื้อที่ปรุงสุก และจ าเป็นต้องหั่นจะมีสีน้ าตาล ท าให้ง่าย ต่อการจดจ าว่าสีน้ าตาลต้องคู่กับเนื้อที่ปรุงสุกแล้ว เขียงสีฟ้า ใช้กับเนื้อปลาหรืออาหารทะเลดิบ เพราะสีฟ้าเป็นสีของท้องทะเล จดจ าได้ง่ายว่าสีฟ้า ทะเลต้องคู่กับปลา เขียงสีเขียว ใช้กับผักและผลไม้ เพราะสีเขียวเป็นสีของผัก เหมาะกับการจ าว่าสีเขียวคือความสด เป็นสีของสลัดและผักสด เขียงสีขาว ใช้กับขนมปังและผลิตภัณฑ์จากนม เพราะสีขาวจะง่ายต่อการจ าว่า คือ ผลิตภัณฑ์จาก นม ท าจากนม
10 วิธีกำรเลือกซื้อ ควรเลือกซื้อเขียงเป็นไม้เนื้อแข็ง ท าจากไม้มะขาม ไม่มีรอยร้าวหรือเขียงพลาสติก เนื้อแข็ง ลักษณะจะดูสวยงาม มีราคาแพงกว่าเขียงไม้ เลือกเขียงพลาสติกตามประเภทสีของการใช้งาน เพื่อป้องกันสารปนเปื้อนจากวัตถุดิบที่ใช้ วิธีกำรใช้งำน การใช้เขียงเป็นที่รองส าหรับหั่น สับ ซอย ควรเลือกใช้ให้เหมาะกับงานนั้น เช่น การ หั่น ซอยใช้เขียงพลาสติกได้ดี แต่ไม่ควรน าเขียงพลาสติกมาสับอาหาร การใช้เขียงอย่าใช้รวมกับอาหารคาว จะท าให้อาหารหวานมีมีกลิ่นคาวได้ วิธีกำรดูแลรักษำ เมื่อเลิกใช้งานควรล้างท าความสะอาด เช็ดให้แห้ง หรือตากแดดเก็บในที่โปร่ง อากาศถ่ายเทเพื่อไม่ให้เขียงมีกลิ่น และเป็นราได้ ภาพที่ 10 : เขียงไม้และเขียงพลาสติก โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ภาพที่ 11 : เขียงพลาสติก ที่มา https://thai.alibaba.com 7. ชำมผสมหรืออ่ำงผสม (Mixing Bowls) ชามผสม หรืออ่างผสม (นรารัตน์ เล็กสิงห์โต, ม.ป.ป.) กล่าวว่า อ่างผสมมีหลายขนาด ท าด้วยวัสดุ หลายชนิด เช่น สแตนเลส อลูมิเนียม แก้ว พลาสติก เป็นต้น ใช้ส าหรับคลุกเคล้าส่วนผสมต่าง ๆ ให้เข้ากัน มีหลายชนิด และหลายขนาด แบ่งตามวัสดุและการใช้งานได้ ดังนี้ - อ่างสแตนเลส มีความหนา หนัก และทนทาน เหมาะส าหรับผสมอาหาร หรือใช้เป็นภาชนะ ส าหรับการจัดเตรียมอาหาร เช่น ล้างผัก ผลไม้ หรือเป็นภาชนะส าหรับใส่อาหาร เป็นต้น - อ่างผสมแก้ว มีความหนา ใส และมีน้ าหนัก มีทั้งแก้วทนไฟและแก้วใส เหมาะส าหรับการ ท าอาหารเพื่อการสาธิต ซึ่งท าให้เห็นอาหารได้ชัดเจน ท าความสะอาดได้ง่าย
11 - อ่างผสมเคลือบ การผสมอาหารบางชนิดควรใช้อ่างผสมเคลือบในการประกอบอาหาร เช่น อาหารที่มีส่วนผสม น้ าปูนใส เกลือ ไข่ ถ้าเป็นภาชนะประเภทโลหะ เหล็ก หรืออลูมิเนียม ซึ่งสารประกอบ โลหะอาจท าให้เกิดการปนเปื้อนลงในอาหารก่อให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้นการใช้ชามผสมหรืออ่างผสมเคลือบ ให้เหมาะสมกับอาหารที่เป็นกรด ควรระมัดระวังห้ามไม่ให้ตกอาจท าให้ส่วนที่เคลือบกะเทาะออก - อ่างผสมอลูมิเนียม ไม่เหมาะสมส าหรับน ามาอาหารที่มีรสเปรี้ยวหรือน ามาตีไข่ - อ่างผสมพลาสติก เป็นภาชนะที่เหมาะสมกับการเตรียมอาหารที่หมัก สะดวกสบายในการหยิบจับ อ่างพลาสติกไม่เหมาะส าหรับการตีไข่หรือน ามาผสมอาหาร - อ่างผสมกระเบื้อง เหมาะส าหรับกับการผสมอาหารทุกชนิด ภาชนะกระเบื้องทนต่อความเป็น กรดและด่างได้ดี วิธีกำรเลือกซื้อ ควรเลือกขนาดให้เหมาะสมกับชนิดปริมาณของอาหารและขนม และการใช้งาน ข้อส าคัญไม่ควรเป็นสนิม เลือกซื้อตามวัตถุประสงค์การใช้สอย ควรเลือกอ่างที่มีรูปร่างโค้งเรียบไม่หักมุม เพื่อช่วยในการผสมและท าความสะอาดได้ง่าย วิธีกำรใช้งำน การใช้งานของอ่างผสมแต่ละชนิดควรใช้ให้เหมาะสมกับงานหรือชนิดของอาหาร และขนมที่จะเตรียมหรือปรุง ตลอดจนปริมาณของอาหาร เพราะอ่างมีขนาดใหญ่เกินไปอาหารก็จะดูน้อย ในภาชนะ หรืออ่างเล็กเกินไปอาหารก็จะล้น โดยมีหลักพิจารณา ดังนี้ 1. อ่างผสมเคลือบ แก้ว สแตนเลส เหมาะส าหรับอาหารที่มีสภาพเป็นกรด 2. อ่างผสมอะลูมิเนียมไม่เหมาะส าหรับอาหารที่มีสภาพเป็นด่าง - กรด เมื่ออาหารท าปฏิกิริยากับ อะลูมิเนียม ท าให้อาหารมีสีคล้ าไม่น่ารับประทานอาหาร ข้อสังเกตอ่างผสมที่เป็นเครื่องแก้ว เครื่องเคลือบ จะใช้ในการตีไข่ได้ขึ้นกว่าที่ท าด้วยอะลูมิเนียม เพราะไข่มีฤทธิ์เป็นด่างจะไม่ท าปฏิกิริยากับภาชนะอื่นยกเว้น อะลูมิเนียม วิธีกำรดูแลรักษำ เมื่อเลิกใช้งานควรล้างท าความสะอาด เช็ดให้แห้ง หรือตากแดดเก็บในที่โปร่ง และอากาศถ่ายเท ภาพที่ 12 : ชามผสมหรืออ่างผสม โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ 8. กระชอน (Colander) กระชอน เป็นเครื่องกรองเพื่อแยกน้ าและกากจากกัน เช่น แยกน้ ากะทิออกจากเนื้อมะพร้าว ป้องกันสิ่งที่ไม่ต้องการหลุดลอดลงไปในน้ ากะทิ ซึ่งมีลักษณะคล้ายตะแกรงรูโปร่งเล็ก ส าหรับกระชอนคั้น กะทิท าด้วยอลูมิเนียม หรือไม้ไผ่แผ่นเล็กสานเป็นรูเล็ก ๆ และมีหูสองข้างเล็ก ส าหรับพาดเกาะปากหม้อ หรืออ่างผสมเวลาที่จะคั้นกะทิ
12 วิธีกำรเลือกซื้อ กระชอนมีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ ของการใช้งาน วิธีกำรใช้งำน กระชอนใช้ส าหรับการคั้นกะทิ หรือกรองอาหารให้แยกส่วนเนื้อและส่วนน้ าออก จากกัน ตลอดจนใช้ส าหรับการพักอาหารให้สะเด็ดน้ า มีทั้งรูปทรงกลมและสี่เหลี่ยมมีหูยาวยื่นออกมา ส าหรับพาดกับปากภาชนะ ส าหรับกระชอนอลูมิเนียมมีด้ามจับ วิธีกำรดูแลรักษำ เมื่อเลิกใช้งานควรล้างท าความสะอาด เช็ดให้แห้ง หรือตากแดดเก็บในที่โปร่ง และอากาศถ่ายเท ภาพที่ 13 : กระชอน โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ 9. อุปกรณ์ที่ใช้ในกำรหุงต้มและนึ่ง (Boilers and Steamers) อุปกรณ์หุงต้มและนึ่ง ท ามาจากวัสดุหลายชนิดด้วยกัน วัสดุที่มีความแตกต่างชนิดกัน จะมี คุณสมบัติการน าความร้อนที่แตกต่างกันไป ท ามาจากวัสดุประเภท ทองเหลือง สแตนเลสและอลูมิเนียม โลหะชนิดต่าง ๆ วิธีกำรเลือกซื้อ เลือกตามคุณสมบัติชนิดของวัสดุที่น ามาท าภาชนะพื้นฐาน ขนาดของภาชนะ ปริมาณความจุ รูปทรงของหม้อแต่ละประเภทให้เหมาะสมกับการประกอบอาหารและขนม วิธีกำรใช้งำน เลือกใช้ให้เหมาะสมกับการท างาน โดยดูจากขนาดในการบรรจุ ความสะดวกในการ ใช้งานและความเหมาะสมของอุปกรณ์ชนิดนั้นที่ต้องใช้ร่วมกัน เช่น ขนาดของเตาสัมพันธ์กับขนาดของหม้อ ความร้อนกับวัสดุที่น ามาท าภาชนะนั้น ๆ หม้อที่ท าจากอลูมิเนียมจะน าความร้อนได้ดี ส่วนภาชนะที่ท า จากสแตนเลสสตีลจะน าความร้อนไม่ทั่วถึงท าให้อาหารบางส่วนไหม้ หรือบางส่วนดิบ วิธีกำรดูแลรักษำ เมื่อเลิกใช้งานควรท าความสะอาดโดยใช้ครีมออฟทาร์ทาร์ 2 ช้อนโต๊ะ ละลาย น้ า 4 ถ้วย หรือ น้ าส้มสายชู 1 ถ้วย ต่อน้ าเปล่า 4 ถ้วย น าไปให้ความร้อนพออุ่นแช่ภาชนะอลูมิเนียมล้าง ท าความสะอาด เช็ดให้แห้ง หรือตากแดดเก็บในที่โปร่ง และอากาศถ่ายเท
13 ภาพที่ 14 : อุปกรณ์ที่ใช้ในการหุงต้มและนึ่ง ได้แก่ หม้อ ลังถึง หม้อแขก โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ 10. ถำด (Tray) ถาด ท าด้วยวัสดุเหล็กผสมดีบุก ภาชนะเคลือบ สังกะสี และอลูมิเนียม มีรูปร่างลักษณะต่าง ๆ กัน เช่น รูปสี่เหลี่ยม กลมลึก รูปไข่ เป็นต้น การใช้งานส่วนใหญ่ใช้วางวัตถุดิบ และส่วนผสมส าหรับเตรียมก่อน ขั้นตอนการท า หรือน าเข้าเตาอบตามวัตถุประสงค์ในการใช้งาน วิธีกำรเลือกซื้อ ควรเลือกซื้อให้เหมาะสมตามประโยชน์ใช้งาน วิธีกำรใช้งำน ถาดใช้ส าหรับวางอาหารและขนมเพื่อพักรอก่อนขั้นตอนการท าต่อไป กำรเก็บรักษำ เมื่อเลิกใช้งานควรล้างให้สะอาด ผึ่งให้แห้งหรือเช็ดให้แห้ง ภาพที่ 15 : ถาดอลูมิเนียม โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ 11. ตะกร้อมือ (Beater or Wire Whisk) ตะกร้อมือ เป็นเส้นลวดยาว ๆ ท าเป็นห่วงหรือขดเป็นวง ใช้ผสมแป้งกับของเหลว โดยเฉพาะเนื้อ เค้ก ที่ต้องการความเบาฟู เช่น ชิฟฟ่อนเค้ก เป็นต้น วิธีกำรเลือกซื้อ ควรตรวจดูลวดที่ติดกับโครงขอบให้แน่น เส้นลวดเป็นระเบียบ รอยต่อของเส้น ลวดกับด้ามต้องแข็งแรง รักษาความสะอาดง่าย ด้ามต้องจับได้พอเหมาะ ควรเลือกตะกร้อมือที่ท าด้วยส แตนเลส วิธีกำรใช้งำน ตะกร้อมือใช้ส าหรับคนหรือตะล่อมส่วนผสมให้เข้ากัน ใช้ตะกร้อมือตีในลักษณะ ตั้งฉากยกมือขึ้นลงคน วิธีกำรเก็บรักษำ เมื่อเลิกใช้งานควรล้างให้สะอาด และผึ่งให้แห้งก่อนจัดเก็บ
14 ภาพที่ 16 : ตะกร้อมือ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ 12. ไม้พำยซิลิโคน (Silicone spatula) ไม้พายซิลิโคน เป็นอุปกรณ์ใช้คนส่วนผสมให้เข้ากัน สามารถทนความร้อนได้ดีกว่าพายพลาสติกใช้ คนส่วนผสมในหม้อหรือกระทะที่ตั้งไฟ มีความทนทาน และยืดหยุ่นสูง วิธีกำรเลือกซื้อ 1. เลือกลักษณะของปลายไม้พายซิลิโคนที่เหมาะสมกับการใช้งาน - ไม้พายซิลิโคนแบบมุมแหลม ที่ส่วนปลายสุดของไม้พายจะมีหัวที่ตัดเป็นแนวเฉียง มุมด้านยาวจะ เป็นมุมแหลม ส่วนอีกด้านมีลักษณะโค้งมน ข้อดีข้อไม้พายลักษณะนี้ คือ มุมแหลมของไม้พายจะช่วยในการ ปาดสิ่งของที่อยู่ตามขอบมุมได้เป็นอย่างดี เช่น หม้อ ถ้วย ชาม หรือขวด และยังสามารถปาดสิ่งของที่ติดอยู่ ตามอุปกรณ์อื่น เช่น ที่ตีไข่ นอกจากนี้ส่วนปลายของไม้พายมีลักษณะแบนก็จะท าให้มีความยืดหยุ่นดี สามารถปาดสิ่งของตามซอกมุมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น - ไม้พายซิลิโคนแบบปลายมุมฉาก จะขนานไปกับภาชนะไม่เป็นปลายตัดเหมือนไม้พายแบบมุม แหลม มีด้านหนึ่งเป็นมุมฉาก ส่วนอีกด้านจะโค้งมน โดยด้านที่เป็นมุมฉากมีความแตกต่างกัน คือ มีทั้งแบบ มุมฉากที่มน และมุมฉากที่คม มุมฉากทั้งสองชนิดนี้มีความแตกต่างกันตรงที่มุมฉากที่คมจะสามารถเข้ามุม ภาชนะได้เป็นอย่างดี ในขณะที่มุมฉากแบบมนอาจไม่สามารถเข้ามุมภาชนะที่เป็นเหลี่ยมได้ 2. ขนาดและความยืดหยุ่นของไม้พายซิลิโคนมีผลต่อการใช้งาน โดยความยืดหยุ่นขึ้นอยู่กับความ หนาของปลายไม้พาย ไม้พายที่หนาจะยืดหยุ่นได้น้อยกว่าไม้พายแบบบาง ซึ่งไม้พายที่มีความอ่อนตัวจะ เหมาะส าหรับใช้ปาดสิ่งของตามซอกมุมมากกว่าน ามาคนอาหารที่ข้นหนืดหรือแข็ง แต่หากต้องการใช้กับ อาหารที่ข้นมากหรือใช้ผัดอาหาร ควรใช้ ไม้พายซิลิโคนที่มีความหนาและแข็งกว่าจะเหมาะสมที่สุด 3. เลือกไม้พายซิลิโคนที่สามารถทนความร้อนได้มากกว่าไม้พายที่ท าจากพลาสติก นอกจากจะใช้ คนส่วนผสมในชามแล้ว ยังสามารถใช้คนส่วนผสมในหม้อหรือกระทะที่ตั้งไฟอยู่ได้ แต่การทนความร้อนของ ไม้พายซิลิโคนแต่ละยี่ห้อก็แตกต่างกันไป จึงควรพิจารณาคุณภาพของไม้พายแต่ละชนิดทนความร้อนได้สูง ไม้พายซิลิโคนที่ทนความร้อนได้ดีควรทนได้ถึงอุณหภูมิ 200 - 315 องศาเซลเซียส หรือ 400 - 600 องศาฟาเรนไฮต์ หากไม้พายไม่สามารถทนความร้อนได้ถึงระดับนี้ไม่ควรน าไปใช้บนกระทะหรือในหม้อ 4. เลือกด้ามจับของไม้พายมีรูปแบบที่หลากหลายตามการออกแบบของแต่ละยี่ห้อ นอกจากการ ออกแบบที่สวยงาม ควรเลือกดูด้ามจับที่ถือถนัดมือ ไม่ท าให้เมื่อยหรือปวดมือเมื่อใช้เป็นเวลานาน โดยด้าม จับที่มีเหลี่ยมนั้นเมื่อก าเป็นเวลานานอาจท าให้รู้สึกเจ็บมือได้ในขณะที่ด้ามจับทรงกลมจะให้ความสบายมือ มากกว่า และหากด้ามจับนั้นมีขนาดเล็กหรือใหญ่มากเกินไปก็อาจจะท าให้ใช้งานได้ไม่ถนัดเช่นกัน
15 วิธีกำรใช้งำน การใช้พายซิลิโคนที่มีปลายไม้พายที่เป็นมุมฉากจะมีหน้าไม้พายมากกว่าไม้พายแบบ มุมแหลม และไม้พายมีความหนาและแข็งแรงก็จะยิ่งเหมาะส าหรับน าไปใช้ผัดอาหารแทนตะหลิว แต่ อาจจะใหญ่เกินกว่าจะน าไปใช้ปาดอาหารในภาชนะขนาดเล็ก และไม่เหมาะจะใช้ปาดสิ่งของตามซอกมุม แคบความยืดหยุ่นของไม้พายซิลิโคนก็มีผลต่อการใช้งานเช่นกัน โดยความยืดหยุ่นมักจะขึ้นอยู่กับความหนา ของปลายไม้พาย ไม้พายที่หนาจะยืดหยุ่นได้น้อยกว่าไม้พายแบบบาง ซึ่งไม้พายที่มีความอ่อนตัวจะเหมาะ ส าหรับใช้ปาดสิ่งของตามซอกมุมมากกว่าน ามาคนอาหารที่ข้นหนืดหรือแข็ง แต่หากต้องการใช้กับอาหารที่ ข้นมากหรือใช้ผัดอาหาร ควรใช้ไม้พายซิลิโคนที่มีความหนาและแข็งกว่าจะเหมาะสมที่สุด ไม่ควรน าไม้พาย วางไว้บนกระทะหรือหม้อที่ตั้งไฟไว้เป็นเวลานาน และไม่ควรน าไม้พายซิลิโคนที่ไม่ระบุระดับการทนความ ร้อนหรือทนความร้อนได้ในอุณหภูมิที่ไม่สูงมาก มาท าอาหารที่ต้องใช้ความร้อนสูง เพราะตัวซิลิโคนจะ ละลายและปนเปื้อนมากับอาหารได้ วิธีกำรเก็บรักษำ เมื่อเลิกใช้งานควรล้างท าความสะอาดด้วยน้ ายาล้างจานทั่วไป เช็ดหรือผึ่งให้แห้ง ก่อนจัดเก็บ ภาพที่ 17 : ไม้พายซิลิโคน โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ 13. กระบวยสแตนเลส (Stainless Steel Dipper) กระบวย เป็นภาชนะตักน้ า สมัยโบราณท าด้วยกะลามีด้ามถือ กระบวยในปัจจุบันท าจากสังกะสี อะลูมิเนียม ทองแดง หรือพลาสติก เป็นต้น บางชนิดมีกระบวยขนาดพิเศษยาว 1.2 เมตร วิธีกำรเลือกซื้อ การเลือกกระบวยสแตนเลส ให้ค านึงถึงวัตถุประสงค์ในการใช้งาน เช่น ใช้ส าหรับ ท าอาหาร ทอด ผัด เจียว คั่ว หรือใช้ส าหรับตักน้ าซุป น้ าแกง หรือ น้ าจิ้ม เลือกตัวด้ามที่ท าจากแบ็กกาไลท์ ทนต่อความร้อน ท าให้จับได้ถนัดมือ หัวกระบวยเป็นสแตนเลสเนื้อดี แข็งแรงทนทาน เนื้อสแตนเลสท าให้ ทนทานต่อความร้อน และท าความสะอาดง่าย ไม่เป็นสนิม วิธีกำรใช้งำน ใช้ส าหรับตัก ลวก ต้ม จุ่ม โดยมีหลายชนิดตามการใช้งาน เช่น กระบวยตักแกง กระบวยโปร่ง กระบวยตักน้ าจิ้ม กระบวยน้ าซุป กระบวยสุกี้ กระบวยหม้อไฟ กระบวยด้ามไม้ กระบวยด้าม งอ กระบวยตวง เป็นต้น วิธีกำรเก็บรักษำ เมื่อใช้งานแล้วควรล้างท าความสะอาดด้วยน้ ายาล้างจานทั่วไป เช็ดหรือผึ่งให้แห้ง ก่อนจัดเก็บ
16 ภาพที่ 18 : กระบวยสแตนเลส โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ 14. ผ้ำขำวบำง ผ้าขาวบาง มีลักษณะเป็นผ้าสีขาว บาง โปร่ง คล้ายผ้ามุ้ง แต่มีความสะอาด ความกว้างของผ้าขาว บางจะมีขนาดไม่เท่ากัน ตามสภาพการใช้งาน ส่วนใหญ่จะน ามากรองสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ไม่ให้เข้าลงไปผสม กับอาหาร ขนม หรือน้ าที่จะรับประทาน วิธีกำรเลือกซื้อ ควรเลือกซื้อผ้าขาวบางที่มีลักษณะสะอาดใหม่ ไม่มีสิ่งสกปรกติดอยู่ วิธีกำรใช้งำน ผ้าขาวบางใช้ส าหรับกรองส่วนผสมเพื่อแยกกากหรือสิ่งต่าง ๆ ออกจากส่วนที่เป็น ของเหลว หรือคลุมอาหารและขนมเพื่อป้องกันสิ่งสกปรก หรือไม่ให้ขนมแห้ง วิธีกำรเก็บรักษำ เมื่อเลิกใช้งานควรซักท าความสะอาดสิ่งสกปรก และผึ่งให้แห้งก่อนจัดเก็บ ภาพที่ 19 : ผ้าขาวบาง โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ 15. มือแมว มือแมว เป็นอุปกรณ์ใช้ส าหรับขูดมะพร้าวทึนทึกให้มีลักษณะเป็นเส้น ใช้ส าหรับโรยหน้าขนมหรือ ท าไส้ขนม ซึ่งมีสวนประกอบ 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นใบมีดมีลักษณะโค้งเป็นรูปตัวยู มีฟันหลักเพื่อสะดวกใน การขูดให้วัตถุดิบเป็นเส้นยาว และมีด้ามจับ วิธีกำรเลือกซื้อ ควรเลือกมือแมวตามลักษณะการใช้งาน และประเภทของขนม วิธีกำรใช้งำน ใช้ส่วนที่เป็นใบมีดที่มีฟันขูดกับมะพร้าวให้ได้เป็นเส้น วิธีกำรเก็บรักษำ เมื่อเลิกใช้งานควรล้างท าความสะอาดด้วยน้ ายาล้างจานทั่วไป เช็ดหรือผึ่งให้แห้ง ก่อนจัดเก็บ
17 ภาพที่ 20 : มือแมว โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ 16. เตำวำฟเฟิล เตาวาฟเฟิลมีมาตั้งแต่สมัยยุคกรีกโบราณ โดยการน าแผ่นเหล็กสองแผ่นมาประกบกันและมีที่จับ ไม้ใช้งานด้วยการน าไปถือไว้กองไฟหรือเตาไฟ ตัวแม่พิมพ์มีการแกะสลักลายที่ละเอียดอ่อน เพื่อประทับลง บนวาฟเฟิลให้เป็นลายสวยงาม แต่การใช้งานเตาเหล็กวาฟเฟิลนั้นค่อนข้างยาก และไม่สามารถเปิดเพื่อ ตรวจดูความสุกของแป้งได้ ซึ่งท าให้หลายครั้งที่แป้งวาฟเฟิลไหม้ และคนท ามักโดนเหล็กลวกมือกัน บ่อยครั้ง ในปี 1869 นาย Cornelius Swartwout จดสิทธิบัติเตาเหล็กวาฟเฟิลที่ใช้บนเตา โดยมีลักษณะ เป็นบานพับที่สามารถพลิกได้ วางบนเตาไฟได้ง่าย และมีที่จับให้เปิด-ปิดได้สะดวก ต่อมาในปี 1911 General Electric ได้พัฒนาเตาเหล็กวาฟเฟิลไฟฟ้าขึ้น และเริ่มผลิตในปี 1981 ซึ่งกลายมาเป็นที่นิยมและ ใช้งานกันอย่างแพร่หลายในเวลาอันรวดเร็ว ผู้คนเริ่มมีการเพิ่มท็อปปิ้งต่าง ๆ ลงไปบนวาฟเฟิลให้อร่อยขึ้น ซึ่งได้กลายมาเป็นวาฟเฟิลที่เรารู้จักกันในปัจจุบันที่มีลักษณะคล้ายรังผึ้ง ซึ่งร่องต่าง ๆ ที่อยู่บนวาฟเฟิลก็มีไว้ เพื่อกักเก็บน้ าเชื่อมและผลไม้ที่ราดและโรยลงไปบนวาฟเฟิลนั้นเอง วิธีกำรเลือกเครื่องท ำวำฟเฟิล มีหลายอย่างที่เราควรเลือกดูก่อนซื้อเครื่องท าวาฟเฟิล เช่น เครื่องแบบไฟฟ้า หรือแบบแม่พิมพ์ รวมไปถึง ก าลังไฟ ปริมาณการท าได้ในแต่ละครั้ง โดยสิ่งส าคัญที่สุดมีดังต่อไปนี้ วิธีกำรเลือกใช้งำน 1. เลือกจำกประเภทของเครื่องท ำวำฟเฟิล เครื่องท าวาฟเฟิลแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือแบบไฟฟ้า และแบบแม่พิมพ์ ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดี และข้อเสียที่แตกต่างกัน เราควรดูจุดประสงค์ในการใช้เป็นหลัก 1 เครื่องท ำวำฟเฟิลไฟฟ้ำ
18 - เครื่องท าวาฟเฟิลไฟฟ้าเป็นตัวเลือกที่ง่ายและสะดวกมากกว่า เพราะไม่ต้องยืนถือหรือเฝ้าดู ตลอดเวลา อีกทั้งยังสามารถปรับความร้อนได้ง่าย เพียงแค่ตั้งค่าอุณหภูมิที่เราต้องการ บางรุ่นอาจมีฟังก์ชัน ในการตัดไฟ ไม่ให้วาฟเฟิลไหม้เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรืองานปาร์ตี้ ท ากินเองในบ้าน เพราะว่าใช้ สนุก แค่เทแป้งแล้วปิดฝา ก็ให้ความอร่อยได้ภายในไม่กี่นาที และหากต้องการให้แป้งวาฟเฟิลสุกเร็วก็ควร เลือกเครื่องอบวาฟเฟิลที่มีก าลังไฟสูงราว ๆ 900 วัตต์ขึ้นไป เพราะช่วยให้วาฟเฟิลสุกเร็ว ประหยัดเวลาได้ มากขึ้น แม่พิมพ์วาฟเฟิลส่วนใหญ่จะเป็นแผ่นเหล็กประกบกันเพื่อให้แป้งแนบสนิทเป็นรูปวาฟเฟิล โดย เมื่อเทแป้งแล้วต้องน าไปอังไฟที่มีความร้อนสูง วาฟเฟิลที่ได้จะมีความกรอบกว่าแบบไฟฟ้าเป็นเพราะปิ้ง หรือย่างบนไฟแรงแต่อาจต้องปรับระดับความร้อนและไฟเองไม่เหมาะกับบ้านที่มีเด็กเล็กเพราะอาจเกิด อันตรายได้ หรือหากใครไปเดินป่า ปีนเขา หรือแคมป์ปิ้ง ก็สามารถท าเป็นขนมหวานให้ความสนุกได้ มากกว่า 2 เลือกเครื่องท ำวำฟเฟิลจำกจ ำนวนคน จ านวนคนก็มีผลในการเลือกซื้อเครื่องท าวาฟเฟิลเช่นกัน เพราะหากมีจ านวนคนเยอะประมาณ 3 คนขึ้นไปแต่ใช้เครื่องท าวาฟเฟิล 1 แผ่น อาจท าให้เสียเวลามากกว่าเดิม แถมแป้งวาฟเฟิลอาจไม่สุก หรือท า ให้เครื่องร้อนเกินขีดจ ากัด ดังนั้นเราควรเลือกเครื่องวาฟเฟิลจากจ านวนคนหรือการใช้งานร่วมด้วยหรือถ้า ใครใช้เพื่อธุรกิจท าร้านวาฟเฟิล คาเฟ่ ก็ควรเลือกเครื่องที่ท าได้ 2 แผ่นขึ้นไป เพื่อให้ทันตามความต้องการ ของลูกค้า
19 3.เลือกเครื่องท ำวำฟเฟิลที่สำมำรถเปลี่ยนแม่พิมพ์ได้ เครื่องวาฟเฟิลบางรุ่นสามารถเปลี่ยนแม่พิมพ์เพื่อท าแซนด์วิชร้อน ท าโดนัทหรือท ารูปทรงอื่น ๆ ได้ได้ ส าหรับเครื่องท าวาฟเฟิลที่สามารถเปลี่ยนแม่พิมพ์ได้ ส่วนใหญ่จะสามารถถอดแม่พิมพ์ออกมาล้างท าความ สะอาดหลังใช้งานได้อย่างง่ายดาย และถ้าหากแม่พิมพ์นั้นเป็นแม่พิมพ์ที่เคลือบสารกันติดหรือเทฟลอนแล้ว ก็จะยิ่งใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น เนื้อขนมก็ไม่ติดแม่พิมพ์ การท าความสะอาดก็ง่ายและรวดเร็ว 4.เลือกแม่พิมพ์ร่องลึกส ำหรับวำฟเฟิลรูปทรงกลม วาฟเฟิลที่เราเห็นกันทั่วไปจะมี 2 รูปทรงคือ วาฟเฟิลทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือที่มีชื่อเรียกว่า “วาฟเฟิล บรัสเซลส์ (Brussels Waffle)” และวาฟเฟิลที่มีลักษณะเป็นรูปทรงกลมหรือเรียกว่า “วาฟเฟิลลีเอช (Liege Waffle)" โดยทั่วไปสามารถท าวาฟเฟิลทั้งสองประเภทนี้ได้หากใช้เครื่องท าวาฟเฟิล แต่หากจะเน้น ท าวาฟเฟิล ลีเอชเป็นหลักแม่พิมพ์ที่มีร่องลึกจะเหมาะกว่าเพราะสามารถอบวาฟเฟิลด้วยความร้อนได้นาน เพื่อให้วาฟเฟิลที่ออกมามีเนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน วิธีกำรเก็บรักษำ 1. ในระหว่างที่ใช้งานอบขนม หน้าเตาจะมีเศษแป้ง คราบน้ ามัน เนยและน้ าตาล ที่ละลาย กลายเป็น คาราเมล ติดเป็นคราบด า ๆ อยู่ ท าให้การอบขนมในครั้งต่อไป คราบต่างๆ อาจจะไหม้ติดมากับขนม ท าให้ ขนมของเราสีไม่สวยได้ 2. ขั้นตอนแรกเพื่อไม่ให้น้ าตาลแห้งแข็งติดกับเตา เราจะใช้แปรงซิลิโคนท าความสะอาดในขณะที่ เตายังร้อนอยู่ โดยใช้แปรงซิลิโคนปัดเศษน้ าตาลและเนยที่ละลาย ให้ไหลลงมายังถาดรองน้ ามัน 3. ขั้นตอนสุดท้าย หลังจากที่เราปัดคราบน้ าตาล น้ ามัน และเศษขนมต่างๆ หมดแล้ว ให้ใช้ กระดาษ ทิชชู่ โดยการพับกระดาษทิชชู่ครึ่งหนึ่ง และใช้ไม้ทาบกับกระดาษทิชชู่ เช็ดตามร่องของเครื่องท าวาฟเฟิล เพื่อซับเอาน้ ามันที่เหลือออก เช็ดจากซ้าย-ขวา แล้วเศษที่ตกค้างอยู่จะมาอยู่รวมกันที่ด้านข้าง จากนั้นให้
20 เพื่อนๆ ปัดจากด้านบนลงล่าง ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย (ไม่แนะน าให้ใช้อุปกรณ์หรือวัสดุที่เป็นโลหะแทนไม้ เพราะหากโลหะขูดขีดหน้าเตา อาจท าให้หน้าเตาที่เป็นเทปลอนเป็นรอยเสียหาย และใช้งานได้ไม่ดี เหมือนเดิม) 4. แนะน าให้ใช้แปรงขนสัตว์ปัดหน้าเตาอีกค้าง เพื่อเก็บเศษขนมที่ตกค้าง เพียงเท่านี้เตาวาฟเฟิล ของเราก็จะสะอาดแล้ว ที่มา : https://amberbakersupply.com/clean-waffle-stove/ ภาพที่ 21 : เตาวาฟเฟิล โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
21 ควำมรู้พื้นฐำนในกำรจัดกำรเรียนรู้ตำมหลักสูตรกำรท ำวำฟเฟิลทรงเครื่อง ขนมบะบิ่น หรือ ขนมบ้าบิ่น เป็นขนมที่มีเส้นทางการเดินทางที่ยาวนาน เริ่มที่ความนุ่มละมุนลิ้น ของแป้งข้าวเหนียวผสานรสชาติหวานมันของกะทิ สอดแทรกเนื้อสัมผัสของมะพร้าว ทั้งหมดทั้งมวลจี่ลงบน กระทะร้อน ๆ รับประทานตอนอุ่น ๆ ได้อารมณ์ดีมาก ซึ่งมีข้อสันนิษฐานนี้ดูสมเหตุสมผลที่สุด เห็นได้จาก งานนิทรรศการขนมนานาชาติ เมื่อปี 2541 จัดโดยภาควิชาภาษาตะวันออก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ได้แบ่งกลุ่มขนมหวานไทยที่ได้รับอิทธิพลมาจาก โปรตุเกส ได้แก่ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ทองม้วน ลูกชุบ ขนมผิง ขนมหม้อแกง ขนมไข่ กะหรี่ปั๊บ และขนมบ้าบิ่น และมีหลักฐานยืนยันว่า ในโปรตุเกส ขนม ‘ตรูซูช ดาช กัลดัช’ (Trouxos das caldas) คือขนมเวอร์ชั่นออริจินัลของทองหยิบ ขนมฟียุชดึโอวุช (Fios de Ovos) คือต้นต ารับของฝอยทอง และขนม เกลซาดาซ เดอ กรูอิงบรา (Queijadas de Coimbra) เป็นต้นต ารับขนมบ้าบิ่น ขนมบ้าบิ่นเป็นขนมที่ท าไม่ยากเพราะอาศัยวัตถุดิบเพียงไม่กี่อย่าง ซึ่งวัตถุดิบที่ใช้ได้แก่ แป้งข้าว เหนียวขาว แป้งข้าเหนียวด า แป้งท้าวยายม่อม น้ าตาล น้ า เกลือ และน้ าตาลมะพร้าว ส าหรับสูตรโบราณ จะใช้เป็นแป้งข้าวเหนียวขาวและมะพร้าวทึนทึก แต่ปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนให้ขนมบ้าบิ่นมีความ หลากหลายมากขึ้นโดยอาจจะใช้แป้งข้าวเหนียวด าแทนแป้งข้าวเหนียวขาว หรือบางร้านอาจจะใช้แป้งสอง ชนิดผสมกันเพื่อสร้างเท็กซ์เจอร์ให้กับขนม และประยุกต์เข้ากับเนื้อมะพร้าวอ่อนที่หอมและรสชาติละมุนลิ้น ถูกปากคนไทย และได้น าขนมบ้าบิ่น มาใส่ไอเดียฟิวชั่นกับขนมฝรั่งสุดฮิตอย่าง “วาฟเฟิล” ต่อยอดเป็น “ขนมบ้าบิ่น วาฟเฟิล” ซึ่งสูตรนี้เราใช้แป้งข้าวเหนียวสองชนิดผสมกันและใช้มะพร้าวทึนทึกตามแบบฉบับ โบราณ ดับเบิลความหอมด้วยน้ าตาลมะพร้าวแท้ ๆ ที่การันตีว่าข้างนอกกรอบมาก ๆ แต่ข้างในเนื้อนุ่ม หนึบหนับ พร้อมหอมมะพร้าวทั่วทั้งชิ้น ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ได้ด าเนินการจัดท าหลักสูตรขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน เพื่อให้ ผู้เรียนน าไปสร้างอาชีพ และเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัวได้ เอกลักษณ์ไทย และเพื่อให้ผู้เรียนได้มี ความรู้ ความเข้าใจในการท าวาฟเฟิลทรงเครื่องและเกิดทักษะอาชีพน าไปสร้างอาชีพ และเป็นรายได้เสริม ให้กับครอบครัวได้ ภาพที่ 22 : เตาวาฟเฟิล โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
22 ชื่อหลักสูตรขนมบ้ำบิ่นวำฟเฟิลมะพร้ำวอ่อน จ ำนวน 5 ชั่วโมง ศูนย์วงเดือน อำคมสุรทัณฑ์ อ ำเภอเมืองอุทัยธำนี จังหวัดอุทัยธำนี 1. ควำมเป็นมำ ขนมบะบิ่น หรือ ขนมบ้าบิ่น เป็นขนมที่มีเส้นทางการเดินทางที่ยาวนาน เริ่มที่ความนุ่มละมุนลิ้น ของแป้งข้าวเหนียวผสานรสชาติหวานมันของกะทิ สอดแทรกเนื้อสัมผัสของมะพร้าว ทั้งหมดทั้งมวลจี่ลงบน กระทะร้อน ๆ รับประทานตอนอุ่น ๆ ได้อารมณ์ดีมาก ซึ่งมีข้อสันนิษฐานนี้ดูสมเหตุสมผลที่สุด เห็นได้จาก งานนิทรรศการขนมนานาชาติ เมื่อปี 2541 จัดโดยภาควิชาภาษาตะวันออก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ได้แบ่งกลุ่มขนมหวานไทยที่ได้รับอิทธิพลมาจาก โปรตุเกส ได้แก่ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ทองม้วน ลูกชุบ ขนมผิง ขนมหม้อแกง ขนมไข่ กะหรี่ปั๊บ และขนมบ้าบิ่น และมีหลักฐานยืนยันว่า ในโปรตุเกส ขนม ‘ตรูซูช ดาช กัลดัช’ (Trouxos das caldas) คือขนมเวอร์ชั่นออริจินัลของทองหยิบ ขนมฟียุชดึโอวุช (Fios de Ovos) คือต้นต ารับของฝอยทอง และขนม เกลซาดาซ เดอ กรูอิงบรา (Queijadas de Coimbra) เป็นต้นต ารับขนมบ้าบิ่น ขนมบ้าบิ่นเป็นขนมที่ท าไม่ยากเพราะอาศัยวัตถุดิบเพียงไม่กี่อย่าง ซึ่งวัตถุดิบที่ใช้ได้แก่ แป้งข้าว เหนียวขาว แป้งข้าเหนียวด า แป้งท้าว น้ าตาล น้ า เกลือ และน้ าตาลมะพร้าว ส าหรับสูตรโบราณจะใช้เป็น แป้งข้าวเหนียวขาวและมะพร้าวทึนทึก แต่ปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนให้ขนมบ้าบิ่นมีความหลากหลายมาก ขึ้นโดยอาจจะใช้แป้งข้าวเหนียวด าแทนแป้งข้าวเหนียวขาว หรือบางร้านอาจจะใช้แป้งสองชนิดผสมกันเพื่อ สร้างเท็กซ์เจอร์ให้กับขนม และประยุกต์เข้ากับเนื้อมะพร้าวอ่อนที่หอมและรสชาติละมุนลิ้นถูกปากคนไทย และได้น าขนมบ้าบิ่น มาใส่ไอเดียฟิวชั่นกับขนมฝรั่งสุดฮิตอย่าง “วาฟเฟิล” ต่อยอดเป็น “ขนมบ้าบิ่น วาฟเฟิล” ซึ่งสูตรนี้เราใช้แป้งข้าวเหนียวสองชนิดผสมกันและใช้มะพร้าวทึนทึกตามแบบฉบับโบราณ ดับเบิลความหอมด้วยน้ าตาลมะพร้าวแท้ ๆ ที่การันตีว่าข้างนอกกรอบมาก ๆ แต่ข้างในเนื้อนุ่ม หนึบหนับ พร้อมหอมมะพร้าวทั่วทั้งชิ้น ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ได้ด าเนินการจัดท าหลักสูตรขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน เพื่อให้ ผู้เรียนน าไปสร้างอาชีพ และเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัวได้ ที่มา : https://amberbakersupply.com/thai-coconut-pancakes/ 2. หลักกำรของหลักสูตร 2.1 เป็นหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่นในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลา และการวัดและการประเมินผล 2.2 มุ่งพัฒนาประชาชนให้ได้รับการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ และการมีงานท าอย่างมีคุณภาพ ทั่วถึงและเท่าเทียม สามารถลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว 2.3 มุ่งเน้นพัฒนาประชาชนให้เป็นบุคคลที่มีวินัย เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม มีจิตอาสา มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รับผิดชอบต่อตนเองและสังคม 2.4 มุ่งเน้นกระบวนการกลุ่มฝึกปฏิบัติจริงของผู้เรียน
23 3. จุดประสงค์ของหลักสูตร 3.1 เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ และความเข้าใจการท าขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน 3.2 เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะในการท าขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน 3.3 เพื่อให้ผู้เรียนสามารถน าความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการด ารงชีวิต และน าไปประยุกต์ใช้ใน การประกอบอาชีพได้ 4. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียน 4.1 อธิบายความเป็นมาของขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อนได้ 4.2 อธิบายวัสดุ อุปกรณ์ และเลือกใช้ได้ 4.3 อธิบายขั้นตอนการท าขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อนได้ 4.4 ปฏิบัติการขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อนได้ 4.5 อธิบายคุณค่าอาหารทางโภชนาการของขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อนได้ 4.6 จัดหาหรือจัดท าการบรรจุหีบห่อได้อย่างถูกต้อง 4.7 คิดต้นทุน ก าไรจากการจ าหน่ายขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อนได้ 4.8 สามารถท าบัญชีครัวเรือนเพื่อบันทึกข้อมูลรายรับ-รายจ่ายได้ 4.9 อธิบายช่องทางการจัดการการตลาดของขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อนได้ 5. กลุ่มเป้ำหมำย ประชาชนทั่วไป ไม่น้อยกว่า 6 คน 6. ระยะเวลำ ภาคทฤษฎี 1 ชั่วโมง ภาคปฏิบัติ 4 ชั่วโมง
24 7. โครงสร้ำงหลักสูตร เรื่องที่ หัวเรื่อง เวลำเรียน (ชั่วโมง) ทฤษฎี ปฏิบัติ ร รวม 1 1 ช่องทางการประกอบอาชีพการขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน 1. ความเป็นมาของขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน 2.ความเป็นไปได้และการตัดสินใจในการประกอบอาชีพการขนม บ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน 15 นาที - 1 15 นาที 2 2 การจัดกระบวนการเรียนรู้ การท าขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิล มะพร้าวอ่อน 1. ขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน 2. วัสดุ อุปกรณ์ และการเลือกใช้ 3. ขั้นตอนการขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน 4. การปฏิบัติการขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน 5. คุณค่าอาหารทางโภชนาการของขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าว อ่อน 3 30 นาที 3 3.30 ชั่วโมง 4 4.00 ชั่วโมง 3 3 การบริหารจัดการในการประกอบอาชีพการขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิล มะพร้าวอ่อน 1. การจัดหาหรือจัดท าการบรรจุหีบห่อ 2. การคิดต้นทุน ก าไรจากการจ าหน่ายขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิล มะพร้าวอ่อน 3. การท าบัญชีครัวเรือนเพื่อบันทึกข้อมูลรายรับ-รายจ่าย 4. ช่องทางการจัดการการตลาดของขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าว อ่อน 1 15 นาที 3 30 นาที 4 45 นาที รวมทั้งสิ้น 1 1.00 ชั่วโมง 4 4.00 ชั่วโมง 5 5.00 ชั่วโมง 8. กำรจัดกำรเรียนรู้ การบรรยายให้ความรู้ การสาธิต การลงมือปฏิบัติ การอภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้ 9. สื่อกำรเรียนรู้ 9.1 สื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือ ใบความรู้ เป็นต้น 9.2 สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น คลิปวีดิโอ เป็นต้น 9.3 สื่อบุคคล เช่น วิทยากร ครูผู้สอน ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น 9.4 สื่อของจริง
25 10. กำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้ 10.1 การบรรยายให้ความรู้ ประกอบสื่อการเรียนรู้ 10.2 การสาธิต และลงมือปฏิบัติ 10.3 กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน 11. กำรวัดและประเมินผล ประเมินความรู้ภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติจากการสอบถาม แบบทดสอบ การสังเกต การมีส่วน ร่วม และจากชิ้นงาน/ผลงาน กำรประเมินผล วิธีกำร เครื่องมือ ทดสอบความรู้ ความเข้าใจของผู้เรียน แบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน ทดสอบคุณธรรม จริยธรรมของผู้เรียน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ นิเทศ ติดตาม ประเมินผู้เรียน แบบประเมินผลงาน/ชิ้นงานของผู้เรียน ประเมินผลความพึงพอใจในการจัดกิจกรรม แบบประเมินความพึงพอใจ แนวทำงกำรประเมินผลกำรเรียน (รวบยอด) วิธีกำร เครื่องมือ เกณฑ์กำรจบ หลักสูตร 1. ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 1.1 ประเมินความรู้ทางภาคทฤษฎี 1.2 ประเมินทักษะการปฏิบัติ แบบทดสอบ ผลงาน/ชิ้นงาน มี ผ ล สั ม ฤ ท ธิ์ ท าง ก า ร เ รี ย น ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 มีผลงาน/ชิ้นงานที่มีคุณภาพ 12. กำรจบหลักสูตร 12.1 มีเวลาเรียนและฝึกปฏิบัติตามหลักสูตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 12.2 มีผลการประเมินผ่านตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 12.3 มีผลงาน/ชิ้นงานผ่านการประเมินตามมาตรฐานและคุณภาพ 13. เอกสำรหลักฐำนกำรศึกษำ 13.1 หลักฐานการประเมินผล 13.2 วุฒิบัตรออกโดยสถานศึกษา
แผนกำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้เรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื้อหำ กำรจัดเเรื่องที่ 1 ช่องทำงกำรประกอบอำชีพกำรขนมบ้ำบิ่นวำฟเฟิลมะพร้ำวอ่อน 1. ความเป็นมาของ ขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิล มะพร้าวอ่อน อธิบายความเป็นมาของ ขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าว อ่อนได้ ความเป็นมาของขนม บ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าว อ่อน วิทยากรอเป็นมาขอวาฟเฟิลม2. ความเป็นไปได้ และการตัดสินใจใน การประกอบอาชีพ ท าขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิล มะพร้าวอ่อน 1. อธิบายทางเลือกในการ ประกอบอาชีพได้ 2. อธิบายองค์ประกอบ ปัญหา และข้อแนะน า ก่อนตัดสินใจเลือกอาชีพได้ 3. อธิบายหลักเกณฑ์ และการตัดสินใจเลือก อาชีพได้ 4. การประเมินความพร้อม และความเป็นไปได้ของ อาชีพที่ตัดสินใจเลือกได้ 1. การวางแผนเลือก ประกอบอาชีพ 2. องค์ประกอบ ปัญหา และข้อแนะน าก่อน ตัดสินใจเลือกอาชีพ 3. หลักเกณฑ์ และการ ตัดสินใจเลือกอาชีพ 4. การประเมินความ พร้อมและความเป็นไป ได้ของอาชีพที่ตัดสินใจ เลือก วิทยากรอเป็นไปได้ตัดสินใจใอาชีพ บ้าบิ่นวาฟอ่อน
รู้ขนมบ้ำบิ่นวำฟเฟิลมะพร้ำวอ่อน กระบวนกำร เรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฏี ปฏิบัติ อธิบายความ องขนมบ้าบิ่น มะพร้าวอ่อน ใบความรู้ ความเป็นมา ของ ขนมบ้าบิ่นวาฟ เฟิลมะพร้าว อ่อน 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู้เรียน โดยใช้ใบงาน ที่ก าหนด 10 นาที อธิบายความ และการ ในการประกอบ การท าขนม ฟเฟิลมะพร้าว แบบทดสอบ ก่อนเรียน 5 นาที
เรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื้อหำ กเรื่องที่ 2 กำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้ กำรขนมบ้ำบิ่นวำฟเฟิลมะพร้ำวอ่อน 1. ขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิล มะพร้าวอ่อน อธิบายการท าขนมบ้าบิ่น วาฟเฟิลมะพร้าวอ่อนได้ ขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิล มะพร้าวอ่อน วิทยากรอวาฟเฟิลม2. วัสดุ อุปกรณ์ และการเลือกใช้ อธิบายวัสดุ อุปกรณ์ และเลือกใช้ได้ วัสดุ อุปกรณ์ และการเลือกใช้ วิทยากรอและให้ผู้เีขนมบ้าบิ่3. ขั้นตอนการท า ขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิล มะพร้าวอ่อน อธิบายขั้นตอนการท า ขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าว อ่อนได้ ขั้นตอนการท า ขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิล มะพร้าวอ่อน วิทยากรอขนมบ้าบิ่4. การปฏิบัติการท า ขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิล มะพร้าวอ่อน ปฏิบัติการท าขนมบ้าบิ่น วาฟเฟิลมะพร้าวอ่อนตาม ขั้นตอนได้ การปฏิบัติการท า ขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิล มะพร้าวอ่อน 1. วิทยากบ้าบิ่นวาฟและให้ผู้เีพร้อมบัน2. วิทยากแลกเปลี่ย5. คุณค่าอาหาร ทางโภชนาการของ ขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิล มะพร้าวอ่อน อธิบายคุณค่าอาหาร ทางโภชนาการของขนม บ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน ได้ คุณค่าอาหาร ทางโภชนาการของ ขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิล มะพร้าวอ่อน 1. ผู้เรียนคุณค่าอาหของขนมบมะพร้าวอ2. วิทยาก
กำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและ ประเมินผล ชั่วโมง ท ฤ ษ ฏี ปฏิบัติ อธิบายการขนมบ้าบิ่น มะพร้าวอ่อน ใบความรู้ วิธีการ ท าขนมบ้าบิ่น วาฟเฟิล 1. สังเกตความ สนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู้เรียน โดยใช้ใบ งานที่ก าหนด 10 นาที อธิบายวัสดุ อุปกรณ์ รียนเลือกใช้ในการท า นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน 1. สื่อรูปภาพ 2. สื่อของจริง 5 นาที อธิบายขั้นตอนการท า นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน 1. ใบความรู้ วิธีการขนม บ้าบิ่น วาฟเฟิล 2. แบบบันทึกการ เรียนรู้ของผู้เรียน หลักสูตรขนม บ้าบิ่น วาฟ เฟิล 10 นาที กรสาธิตวิธีท าการขนม ฟเฟิลมะพร้าวอ่อน รียนลงมือปฏิบัติ ทึกลงในใบงาน กรและผู้เรียน ยนเรียนรู้ 3.30 ชั่วโมง นศึกษาใบความรู้ หารทางโภชนาการ บ้าบิ่นวาฟเฟิล อ่อน กรและผู้เรียนร่วมกัน 1. ใบความรู้ คุณค่าอาหารทาง โภชนาการขนม บ้าบิ่นวาฟเฟิล มะพร้าวอ่อน 5 นาที
อภิปรายแเกี่ยวกับคุโภชนากาวาฟเฟิล 3. วิทยากเรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื้อหำ กำรจัดเรื่องที่ 3 กำรบริหำรจัดกำรในกำรประกอบอำชีพขนมบ้ำบิ่นวำฟเฟิลมะพร้ำวอ่อน 1. จัดหาหรือจัดท าบรรจุ หีบห่อ จัดหาหรือจัดท าบรรจุหีบห่อ ได้อย่างเหมาะสม การจัดหาหรือจัดท า บรรจุหีบห่อ วิทยากรอหรือจัดท า2. การคิดต้นทุน ก าไร และการท าบัญชี ครัวเรือน คิดต้นทุน ก าไรจาก การจ าหน่ายขนมบ้าบิ่น วาฟเฟิลได้อย่างถูกต้องและ การท าบัญชีครัวเรือน เพื่อบันทึกข้อมูลรายรับรายจ่ายประจ าวันเบื้องตัน ได้ 1. การคิดต้นทุน ก าไร 2. การท าบัญชีครัวเรือน 1. วิทยากวิธีการค าการท าบัญ2. ให้ผู้เรียฝึกท าบัญเพื่อบันทึกประจ าวัน3.ช่องทางการจัดการ การตลาดของขนมบ้าบิ่น วาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน อธิบายช่องทางการจัดการ การตลาดของขนมบ้าบิ่น วาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน ช่องทางการจัดการ การตลาด วิทยากรแช่องทางก
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ คุณค่าอาหารทาง ารของขนมบ้าบิ่น กรสรุปองค์ความรู้ 2. ประเด็นขนม บ้าบิ่นวาฟเฟิล มะพร้าวอ่อนให้ คุณค่าอาหาร ดกระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและ ประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฏี ปฏิบัติ อธิบายเทคนิคการจัดหา าบรรจุหีบห่อ 1. ใบความรู้ บรรจุภัณฑ์ 2. ตัวอย่าง บรรจุภัณฑ์ 1. สังเกตความ สนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู้เรียนโดยใช้ใบ งานที่ก าหนด 5 นาที 15 นาที กรให้ความรู้เกี่ยวกับ นวณต้นทุน ก าไรและ ญชีครัวเรือน ยนฝึกคิดต้นทุน ก าไรและ ญชีครัวเรือน กข้อมูลรายรับ-รายจ่าย นเบื้องตัน 2.1 ใบความรู้ การค านวณ ต้นทุน ก าไร 2.2 ใบงานการ คิดต้นทุน ก าไร 2.3 ใบความรู้ การท าบัญชี ครัวเรือน 2.2 ใบงานการ การท าบัญชี ครัวเรือน 5 นาที 15 นาที แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับ การตลาด 3. ใบความรู้ ช่องทาง การตลาด 5 นาที
28 ใบควำมรู้ ขนมบ้ำบิ่นวำฟเฟิลมะพร้ำวอ่อน ศูนย์วงเดือน อำคมสุรทัณฑ์ ขนมบะบิ่น หรือ ขนมบ้าบิ่น เป็นขนมที่มีเส้นทางการเดินทางที่ยาวนาน เริ่มที่ความนุ่มละมุนลิ้น ของแป้งข้าวเหนียวผสานรสชาติหวานมันของกะทิ สอดแทรกเนื้อสัมผัสของมะพร้าว ทั้งหมดทั้งมวลจี่ลงบน กระทะร้อน ๆ รับประทานตอนอุ่น ๆ ได้อารมณ์ดีมาก ซึ่งมีข้อสันนิษฐานนี้ดูสมเหตุสมผลที่สุด เห็นได้จาก งานนิทรรศการขนมนานาชาติ เมื่อปี 2541 จัดโดยภาควิชาภาษาตะวันออก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ได้แบ่งกลุ่มขนมหวานไทยที่ได้รับอิทธิพลมาจาก โปรตุเกส ได้แก่ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ทองม้วน ลูกชุบ ขนมผิง ขนมหม้อแกง ขนมไข่ กะหรี่ปั๊บ และขนมบ้าบิ่น และมีหลักฐานยืนยันว่า ในโปรตุเกส ขนม ‘ตรูซูช ดาช กัลดัช’ (Trouxos das caldas) คือขนมเวอร์ชั่นออริจินัลของทองหยิบ ขนมฟียุชดึโอวุช (Fios de Ovos) คือต้นต ารับของฝอยทอง และขนม เกลซาดาซ เดอ กรูอิงบรา (Queijadas de Coimbra) เป็นต้นต ารับขนมบ้าบิ่น ขนมบ้าบิ่นเป็นขนมที่ท าไม่ยากเพราะอาศัยวัตถุดิบเพียงไม่กี่อย่าง ซึ่งวัตถุดิบที่ใช้ได้แก่ แป้งข้าว เหนียวขาว แป้งข้าเหนียวด า แป้งท้าวยายม่อม น้ าตาล น้ า เกลือ และน้ าตาลมะพร้าว ส าหรับสูตรโบราณ จะใช้เป็นแป้งข้าวเหนียวขาวและมะพร้าวทึนทึก แต่ปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนให้ขนมบ้าบิ่นมีความ หลากหลายมากขึ้นโดยอาจจะใช้แป้งข้าวเหนียวด าแทนแป้งข้าวเหนียวขาว หรือบางร้านอาจจะใช้แป้งสอง ชนิดผสมกันเพื่อสร้างเท็กซ์เจอร์ให้กับขนม และประยุกต์เข้ากับเนื้อมะพร้าวอ่อนที่หอมและรสชาติละมุนลิ้น ถูกปากคนไทย และได้น าขนมบ้าบิ่น มาใส่ไอเดียฟิวชั่นกับขนมฝรั่งสุดฮิตอย่าง “วาฟเฟิล” ต่อยอดเป็น “ขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน” ซึ่งสูตรนี้เราใช้แป้งข้าวเหนียวสองชนิดผสมกันและใช้มะพร้าวทึนทึก ตามแบบฉบับโบราณดับเบิลความหอมด้วยน้ าตาลมะพร้าวแท้ ๆ ที่การันตีว่าข้างนอกกรอบมาก ๆ แต่ข้าง ในเนื้อนุ่มหนึบหนับ พร้อมหอมมะพร้าวทั่วทั้งชิ้น รูปภาพที่ 23 : ขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน โดยศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
29 ใบควำมรู้วิธีกำรท ำขนมบ้ำบิ่นวำฟเฟิลมะพร้ำวอ่อน วัตถุดิบและส่วนผสม รูปภาพที่ 24 : วัตถุดิบและส่วนผสม แป้งท้าวยายม่ อม 60 กรัม น ้ามันพืช 80 กรัม แป้งข้าวเหนียว ด้า 100 กรัม แป้งข้าวเหนียว ข้าว 500 กรัม น ้าตาลทราย 100 กรัม เกลือป่น 1 ช้อนชา เนื อมะพร้าว อ่อนขูดเส้น ฝอย 500 มิลลิกรัม หัวกะทิ 480 กรัม น ้าตาลมะพร้าว 250 กรัม
30 ขนมบ้ำบิ่นวำฟเฟิลมะพร้ำวอ่อนมะพร้ำวอ่อน ที่มำ : นำงอุมำพร แขดอน แป้งข้าวเหนียวขาว 500 กรัม แป้งข้าวเหนียวด า 100 กรัม แป้งท้าว 60 กรัม น้ าตาลมะพร้าวอย่างดี 250 กรัม น้ าตาลทรายขาว 100 กรัม เกลือป่น 1 ช้อนชา หัวกะทิ 480 กรัม น้ ามันพืช 80 กรัม เนื้อมะพร้าวอ่อน ขูดเส้น 500 กรัม วิธีท ำ 1. ผสมแป้งข้าวเหนียวขาว แป้งข้าวเหนียวด า แป้งท้าว เข้าด้วยกันในอ่างผสม ตามด้วยน้ าตาลทราย เกลือป่น น้ าตาลมะพร้าว 2. คลุกเคล้าให้ทุกอย่างเข้ากันดี ค่อย ๆ ใส่กะทิทีละน้อย นวดจนแป้งจับตัวเป็นก้อน และนวดต่อ ประมาณ 5 นาทีg 3. ใส่กะทิที่เหลือพร้อมน้ ามันพืช นวดให้เข้ากันอีกครั้ง 4. ใส่เนื้อมะพร้าวลงไป ผสมให้เข้ากัน พักไว้ในอุณหภูมิห้อง 30 นาที 5. เตรียมเครื่องท าวาฟเฟิล เปิดไฟให้ร้อน ทาน้ าพืชบาง ๆ ให้ทั่วพิมพ์ทั้งด้านล่างและด้านบน 6. ตักแป้งลงไป อบด้วยไฟเบอร์ 3 ใช้เวลา 3-5 นาที 7. เปิดฝา ปรับไฟเป็นเบอร์ 1 เพื่อให้แป้งข้างนอกกรอบ น าไปพักบนตะแกรงให้เย็น จัดเสิร์ฟ รูปภาพที่ 25 : ขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน โดยศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
31 แบบบันทึกกำรเรียนรู้ของผู้เรียน หลักสูตรวิชำกำรท ำขนมบ้ำบิ่นวำฟเฟิลมะพร้ำวอ่อน ให้ผู้เรียนจดบันทึก ขั้นตอน การท าขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน ระหว่างที่วิทยากรบรรยายลงในใบงาน แบบบันทึก ส่วนผสม ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ขั้นตอนกำรท ำ ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ .................................................................................................................................. ....................................... ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ....................................................................................................................................... .................................. ......................................................................................................................................................................... ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ............................................ ............................................................................................................................... .......................................... ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ .................................................................................................................................... ..................................... ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................
32 ใบควำมรู้ คุณค่ำทำงโภชนำกำรของขนมบ้ำบิ่นวำฟเฟิลมะพร้ำวอ่อน ขนมไทย มีรากเหง้ามาจากสังคมเกษตร ผูกพันกับธรรมชาติ วัตถุดิบที่น ามาท าเป็นขนมก็ล้วน มาจากธรรมชาติ ดังนั้น คุณสมบัติหลายประการของผลผลิตตามธรรมชาติก็ยังมีอยู่เป็นจ านวนมาก จากการส ารวจคุณค่าทางโภชนาการขนมไทย ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ขนมไทย ส่วนใหญ่ นอกจากจะมีคุณค่าในสารอาหารหลักอย่างคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมันแล้ว ยังมีแร่ธาตุและ วิตามินที่ส าคัญต่อร่างกายรวมอีกด้วย อาทิเช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ เรตินอล แคโรทีน เป็นต้น ซึ่งคุณค่าอาหารรวมหมู่แบบนี้จะหาไม่ได้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิล มะพร้าวอ่อน ประกอบด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนี้ แป้ง แป้งข้ำวเจ้ำ แป้งข้ำวเจ้ำ หรือ แป้งญวน เป็นแป้งที่ท ามาจากข้าว เป็นแป้งที่ใช้มากที่สุดในการท าขนมไทย ในสมัยก่อนใช้แป้งสดที่โม่จากข้าวสารแช่น้ าค้างคืน น าแป้งที่ได้จากการโม่มาทับน้ าออก ก็จะได้แป้งที่พร้อม น าไปท าขนม ปัจจุบันนิยมใช้แป้งแห้งที่ผลิตจากโรงงาน เนื้อแป้งข้าวเจ้ามีลักษณะสากมือ เป็นผงหยาบกว่า แป้งสาลี[1] ข้อมูลโภชนาการ, แคลอรี่, พลังงาน และสารอาหาร ใน แป้ง, ข้าวเจ้า ในปริมาณ 100g มีพลังงานทั้งหมด 366 กิโลแคลอรี่, โปรตีน 6 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 80.1 กรัม, ไขมัน 1.4 กรัม เราสามารถ ดูรายละเอียดข้อมูลอื่นๆ เข่น เกลือโซเดียม, คอเลสเตอรอล, วิตามิน, ไขมันอิ่มตัว, ไขมันไม่อิ่มตัว, น้ าตาล, กากไยอาหาร ฯลฯ แป้งข้ำวเหนียว แป้งข้าวเหนียวเป็นแป้งที่ได้จากข้าวเหนียว ในสมัยก่อนได้แป้งโม่ ปัจจุบันนิยมใช้แป้งแห้ง ลักษณะ ของผงแป้งข้าวเหนียวมีสีขาวนวล สากมือน้อยกว่าแป้งข้าวเจ้า[1] ขนมที่ท าจากแป้งข้าวเหนียวมีความ เหนียวนุ่ม เช่น ขนมถั่วแปบ แป้งจี่ขนมโค ขนมโก๋ไทย ขนมต้ม ขนมบ้าบิ่น ข้าวเหนียวตัด บัวลอย ขนมเทียน ขนมเข่ง ข้าวเหนียวเปียก ขนมหัวล้าน เป็นต้น คุณค่าทางโภชนาการให้สารอาหารประเภท โปรตีน แคลเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินบี ไนอะซิน ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก หญิงตั้งครรภ์แป้งข้าวเหนียว อุดมไปด้วยโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และไนอะซิน ซึ่งล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ด้วย ความที่แป้งข้าวเหนียวเป็นอาหารที่ย่อยยาก คุณแม่ตั้งครรภ์จึงควรรับประทานแต่พอดีไม่มากเกินไป และ หลังจากคลอดบุตรแป้งข้าวเหนียวอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์มากมายจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวหลัง คลอด แต่ก็ไม่ควรทานมากเกินไป เพราะหากทานมากเกินไปอาจท าให้ไม่สบายตัวได้ หญิงให้นมบุตร แป้งข้าวเหนียวมีประโยชน์ต่อม้ามและกระเพาะอาหาร ช่วยให้อยากอาหาร และท าให้ร่างกายดูดซึม สารอาหารได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และช่วยเพิ่มคุณภาพของน้ านมแม่อีกด้วย น้ ำตำลทรำย น้ าตาลทราย ให้สารอาหารจ าพวกคาร์โบไฮเดรต ที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย มีสรรพคุณช่วยดับร้อน ถอนพิษ แก้อาการอักเสบ ช่วยรักษาปากเป็นแผล มีอาการเจ็บคอ ไอมีเสมหะเหลือง น้ าเชื่อมที่ได้จาก น้ าตาลทรายขาว สามารถใช้เป็นยารักษาบาดแผลเน่าเปื่อยได้ เพราะน้ าเชื่อมสามารถเปลี่ยนสภาพกรดและ ด่างบริเวณปากแผลได้ ท าให้เซลล์ผิวหนังถูกกระตุ้น การไหลเวียนของโลหิตท างานดีขึ้น และยังเป็นอาหาร ที่ถูกน าไปใช้หล่อเลี้ยงผิวหนังบริเวณนั้นอีกด้วย ท าให้เชื้อโรคไม่สามารถเจริญเติบโตได้ และบาดแผลก็จะ หายเร็วขึ้น
33 แป้งท้ำวยำยม่อม แป้งท้ำวยำยม่อม ภาษาอังกฤษเรียกกว่า arrowroot flour หรือ ground arrowroot แป้งท้าวยายม่อม จะคล้าย ๆ แป้งมัน แต่จะคืนตัวยาก ให้ความหนืดและใส ท าให้ขนมนิ่ม เมนูขนมไหนที่ใช้แป้งมัน ก็สามารถ ใช้แป้งท้าวยายม่อมแทนได้ค่ะ ขนมหลาย ๆ อย่างจะผสมแป้งท้าวลงไปด้วย เพื่อให้ได้อาหารที่มีความข้น เหนียว เป็นมันวาว เช่น ขนมชั้น ขนมกล้วย เป็นต้น รูปภาพที่ 26 : รูปวัตถุดิบขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อน โดยศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ประโยชน์ขนมบ้ำบิ่นวำฟเฟิลมะพร้ำวอ่อน ขนมบ้าบิ่นวาฟเฟิลมะพร้าวอ่อนฟักทองเป็นพืชที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมายที่มี ประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 วิตามินซี วิตามินอี ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็กแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุโซเดียม ธาตุแมงกานีส ธาตุเหล็ก เป็นต้น เนื้อมะพร้าวอ่อนต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยในการชะลอวัยและความแก่ชรา ช่วยฟื้นบ ารุงสุขภาพ ผิวให้เปล่งปลั่งสดใสและช่วยปกป้องผิวไม่ให้เหี่ยวย่น ช่วยบ ารุงและรักษาสายตา ไข่ช่วยซ่อมเสริมบ ารุง สุขภาพร่างกาย ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ให้สารอาหารครบ 5 หมู่ มีทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน เกลือแร่ ไข่มัน เป็นต้น
34 ใบควำมรู้ บรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ (Packaging) คือ จรูญ โกสีย์ไกรนิรมล กล่าวว่า บรรจุภัณฑ์ คือการน าเอาวัสดุ เช่น กระดาษ พลาสติกแก้ว โลหะ ไม้ประกอบเป็นภาชนะห่อหุ้ม สินค้า เพื่อประโยชน์ในการใช้สอยที่มีความแข็งแรง สวยงามได้สัดส่วนที่ ถูกต้องสร้างภาพพจน์ที่ดีมีภาษาในการติดต่อสื่อสาร และท าให้เกิดความพึงพอใจจากผู้ซื้อสินค้า นิไกโด เคล็คเตอร์ (Nikaido Clecture) กล่าวว่า บรรจุภัณฑ์ เป็นเทคนิคที่ส่งเสริมการขายกับ การประสานประโยชน์ ระหว่างวัตถุกับภาชนะบรรจุ โดยมีความมุ่งหมายเพื่อการคุ้มครองในระหว่างการ ขนส่งและการเก็บรักษาในคลัง ส่วนหนึ่งของกระบวนการทางการตลาด โดยเฉพาะปัจจุบันที่การผลิตสินค้า หรือบริการได้เน้นหรือ ให้ความส าคัญกับผู้บริโภค (Consumer Oriented) งานเทคนิคที่ต้องอาศัยความช านาญ ประสบการณ์ และความคิดสร้างสรรค์ ในอันที่จะออกแบบและผลิตหีบห่อให้มีความ เหมาะสมกับสินค้าที่ผลิตขึ้นมา ให้ความคุ้มครองสินค้าห่อหุ้มสินค้า ตลอดจนประโยชน์ ใช้สอย อาทิเช่น ความสะดวกสบายใน การหอบหิ้ว พกพา หรือการใช้งาน เป็นต้น กลุ่มของกิจกรรมในการวางแผนเกี่ยวกับการออกแบบการผลิตภาชนะบรรจุ หรือสิ่งหุ้มห่อสินค้าบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความเกี่ยวพันอย่างใกล้ชิดกับฉลาก (Label) และตรายี่ห้อ (Brandname) ผลรวมของศาสตร์ (Science) ศิลป์ (Art) และเทคโนโลยีของการออกแบบ การผลิตบรรจุ ภัณฑ์ส าหรับสินค้าเพื่อการขนส่ง และการขาย โดยเสียค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม การใช้เทคโนโลยีและ เศรษฐศาสตร์เพื่อหาวิธีการรักษาสภาพเดิมของสินค้าจนกว่าจะถึงมือผู้บริโภคคนสุดท้าย เพื่อให้ยอดขาย มากที่สุดและต้นทุนต ่าสุด กิจกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ และผลิตรูปร่างหน้าตาของภาชนะ บรรจุสิ่งห่อหุ้มตัวผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ การน าเอาวัสดุ เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ ไม้ ประกอบเป็นภาชนะหุ้มห่อสินค้า เพื่อประโยชน์ ในการใช้สอย มีความแข็งแรง สวยงาม ได้สัดส่วนที่ถูกต้อง สร้างภาพพจน์ที่ดี มีภาษาในการติดต่อสื่อสาร และท าให้เกิดผลความพึงพอใจจากผู้ซื้อสินค้า สิ่งห่อหุ้มหรือบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งภาชนะที่ใช้เพื่อการขนส่งผลิตภัณฑ์จากแหล่งผู้ผลิตไปยังแหล่ง ผู้บริโภค หรือแหล่งใช้ประโยชน์ หรือวัตถุประสงค์เบื้องต้นในการป้องกัน หรือรักษาผลิตภัณฑ์ให้คงสภาพ ตลอดจนคุณภาพใกล้เคียงกันกับเมื่อแรกผลิตให้มากที่สุด จำกควำมหมำยสรุปได้ว่ำบรรจุภัณฑ์ หมำยถึง การน าเอาวัสดุ เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ ไม้ น ามาประกอบเป็นภาชนะห่อหุ้มผลิตภัณฑ์ เพื่อความสวยงาม มีคุณค่า และมีประโยชน์ในการใช้ สอย ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ดึงดูดความสนใจ และท าให้เกิดความพึงพอใจจากผู้บริโภค วัตถุประสงค์หลักของบรรจุภัณฑ์ (Objectives of Package) 1. เพื่อป้องกันผลิตภัณฑ์ (To Protect Products) สามารถป้องกันรักษาผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสียหาย 2. เพื่อจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ (To Distribute Products) สะดวกกับการใช้งาน และเพิ่มมูลค่าทาง เศรษฐกิจ 3. เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ (To Promote Products) ดึงดูดความสนใจผู้บริโภค กำรออกแบบบรรจุภัณฑ์ กูด (Good) กล่าวว่า การออกแบบ เป็นการวางแผนหรือก าหนดรูปแบบรวมทั้งการตกแต่งใน โครงสร้างรูปทรงของงานศิลปะ ทัศนศิลป์ ดนตรี ตลอดจนวรรณกรรม วิรุณ ตั้งเจริญ กล่าวว่า การออกแบบ หมายถึงการวางแผนสร้างสรรค์รูปแบบ โดยการวางแผนจัด ส่วนประกอบของ การออกแบบให้สัมพันธ์กับประโยชน์ใช้สอยวัสดุและการผลิต
35 จำกควำมหมำยสรุปได้ว่ำกำรออกแบบบรรจุภัณฑ์ หมำยถึง การก าหนดรูปแบบและโครงสร้าง ของบรรจุภัณฑ์ให้สัมพันธ์กับหน้าที่ใช้สอยของผลิตภัณฑ์ เพื่อการคุ้มครอง ป้องกันไม่ให้สินค้าเสียหาย และ เพิ่มคุณค่าด้านจิตวิทยาต่อผู้บริโภค โดยอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ในการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสม กับผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์กับอำหำรและขนม 1. บรรจุภัณฑ์มีบทบาทส าคัญ และมีอัตราการเจริญเติบโตมากขึ้น ควบคู่ไปกับการพัฒนา อุตสาหกรรมอาหาร 2. บรรจุภัณฑ์มีหน้าที่ส าคัญ ในการยืดยืดอายุเพื่อการเก็บรักษา และรักษาคุณภาพอาหารและ ขนม (รสชาติ กลิ่น สี รูปลักษณ์) 3. บรรจุภัณฑ์มีส่วนในการสร้างรูปลักษณ์ทางการตลาดที่แตกต่าง สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ และใช้เป็นสื่อโฆษณา นอกจากนี้ยังมีบทบาทส าคัญในด้านการอ านวยความสะดวกส าหรับการขนส่ง ผลิตภัณฑ์ ส าหรับการเลือกบรรจุภัณฑ์ สิ่งที่ต้องค านึงถึง คือ การเลือกซื้อวัสดุที่จะใช้ในการบรรจุหีบห่อที่ เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ ให้เกิดความสวยงาม และเป็นที่สนใจของผู้บริโภค ดังนี้ 1. บรรจุภัณฑ์กระดาษ ปัจจุบันนิยมใช้กันเป็นจ านวนมาก และยังมีให้เลือกหลากหลายชนิด วัสดุที่ น ามาผลิตได้แก่เยื่อกระดาษ ซึ่งมีทั้งเยื่อกระดาษคุณภาพส าหรับบรรจุภัณพ์อาหาร และเครื่องดื่ม เช่น แก้ว กระดาษ ถ้วยกระดาษ กล่องข้าวที่สามารถย่อยสลายได้ ส่วนเยื่อกระดาษรีไซเคิล ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ ประเภท กล่องลูกฟูก ถาดไข่ หรือถาดรองแก้วกาแฟ รูปภาพที่ 27 : รูปบรรจุภัณฑ์กับอาหารและขนม ที่มา http://www.warehouse69.net/product 2. บรรจุภัณฑ์พลาสติก แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ พลาสติกคงรูป และพลาสติกอ่อนตัว มีการ น ามาใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ขวดพลาสติก ถ้วย และถาดพลาสติก และสามารถบรรจุอาหาร ร้อน อาหารสด และอาหารแช่แข็ง
36 รูปภาพที่ 28 : รูปบรรจุภัณฑ์พลาสติก ที่มา http://www.bsrungsiam.co.th/web/product.html 3. บรรจุภัณฑ์โลหะ เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้มาเป็นระยะเวลานาน ปัจจุบันยังได้น ามาใช้งานอยู่ ลักษณะของบรรจุภัณฑ์ที่ท ามาจากโลหะนั้นมีหลากหลายรูปแบบ เช่น ปิ่นโต กระป๋องเครื่องดื่ม หรืออาหาร ส าเร็จรูป ถังหูหิ้ว หลอดเครื่องส าอาง อลูมิเนียมฟอยล์ หรืออลูมิเนียมแผ่นเปลว และกระป๋องฉีดพ่นต่าง ๆ รูปภาพที่ 29 : รูปบรรจุภัณฑ์โลหะ โดยศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
37 ใบควำมรู้ กำรค ำนวณต้นทุน ก ำไร การค านวณต้นทุนเป็นส่วนหนึ่งของระบบบัญชีและการเงินของการด าเนินงานธุรกิจ เป็นการ บันทึกการวัดผลและรายงานข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนของสินค้าของกิจการโดยทั่วไป การค านวณต้นทุนจะใช้ เวลาและลงรายละเอียดมากในกิจการที่ผลิตสินค้า แต่ไม่ได้ใช้กับกิจการบางประเภท เช่น กิจการขายส่ง ขายปลีกร้านอาหารหรือบริการต่าง ๆ ไม่มีความส าคัญในการที่ต้องค านวณต้นทุน การค านวณต้นทุน สามารถน าไปใช้ได้ในทุกกิจการเพราะมีความส าคัญต่อการบริหารจัดการธุรกิจ ดังนี้ 1. เพื่อให้ทราบถึงต้นทุนการผลิต และต้นทุนขายของธุรกิจ 2. เพื่อสามารถน าต้นทุนทั้งหมดของกิจการมาเปรียบเทียบกับรายได้จากการขาย เพื่อจะได้ทราบ ว่ามีก าไรหรือขาดทุนในการขายสินค้า 3. เพื่อค านวณหรือตีราคาสินค้าคงเหลือที่ขายได้ไม่หมดว่ามีมูลค่าคงเหลือเท่าไหร่ 4. เพื่อใช้ในการวางแผนและควบคุมการซื้อสินค้าและจัดท างบประมาณในการซื้อสินค้า รวมทั้ง ต่อรองราคากับผู้ขายวัตถุดิบ 5. เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าสินค้าใดควรขายต่อไป และสินค้าใดควรเลิกขาย (ในกรณีที่ผู้ผลิตมี สินค้าหลายชนิด) ต้นทุนแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ 1. ต้นทุนผันแปร คือต้นทุนที่ผันแปรตามจ านวนหน่วยที่ผลิตหรือขาย เช่น วัตถุดิบ ค่าแรงทางตรง ค่าใช้จ่ายในการผลิตทางตรง เป็นต้น 2. ต้นทุนคงที่ คือต้นทุนที่เกิดขึ้นไม่ว่ากิจการจะได้ขายสินค้าหรือไม่ ต้นทุนนี้จะไม่เปลี่ยนแปลง ตามจ านวนหน่วยที่ผลิตหรือขาย เช่น เงินเดือนพนักงานหน้าร้าน ค่าเช่าร้าน ค่าเสื่อมราคา ค่าประกันภัย เป็นต้น ดังนั้น ต้นทุนการผลิตจะประกอบไปด้วยวัตถุดิบ + ค่าแรงงาน + ค่าใช้จ่ายในการผลิต ซึ่งทั้งสาม รายการนี้เป็นเพียงส่วนของการผลิตเท่านั้น หากจะคิดต้นทุนรวมของสินค้าจ าเป็นต้องน าค่าใช้จ่ายในการ ขาย และด าเนินการมารวมด้วย เช่น เงินเดือน ค่าคอมมิชชั่นพนักงานขาย ค่าแรงพนักงานขายหน้าร้าน ค่าการตลาด (โฆษณา แผ่นพับ) ค่าเช่าส านักงานและร้าน ค่าไฟฟ้าและน้ าประปา ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ ามันรถ ดอกเบี้ย ค่าเช่ารถ ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ฯลฯ เพื่อการค านวณต้นทุนให้ใกล้เคียงความจริง หากค านวณแค่ วัตถุดิบ ค่าแรงงาน และค่าน้ า ค่าไฟฟ้า ก็อาจท าให้ได้ต้นทุนสินค้าที่น้อยกว่าความเป็นจริง และมีผลท าให้ ตั้งราคาขายที่ต่ าไป และอาจท าให้ขาดทุนได้ การค านวณแบบง่ายเหมาะกับผู้ประกอบการรายเล็กที่มีสินค้าหรือผลิตภัณฑ์น้อยชนิด อาจขาย เพียงน้ าพริก หรือแชมพูก็ได้ ซึ่งเหมาะกับการค านวณสินค้าประเภท OTOP ที่มีความชัดเจนในเรื่องการใช้ วัตถุดิบ ค่าแรงงานต่อรอบ การผลิต และไม่มีการเก็บสต๊อกวัตถุดิบไว้ การค านวณจ าเป็นต้องคิดเพื่อให้ ทราบถึงต้นทุนผลิตต่อหน่วย และน าต้นทุนผลิตไปรวมกับค่าใช้จ่ายในการด าเนินการ เพื่อให้ทราบถึงต้นทุน รวมของสินค้าอีกครั้งหนึ่ง
38 ตัวอย่ำง กำรคิดต้นทุน ก ำไร กำรผลิต และค่ำใช้จ่ำยในกำรท ำขนมบ้ำบิ่นวำฟเฟิลมะพร้ำวอ่อน วัน เดือน ปี รำยกำร จ ำนวนสิ่งของ จ ำนวนเงิน (บำท) หมำยเหตุ ค่ำใช้จ่ำย (ต้นทุน) ก า ร ก า ห น ด ร า ค า ข า ย คิดจากต้นทุน + ก าไรที่ ต้องการ แป้งข้าวเหนียวขาว 500 กรัม 21 บาท แป้งข้าวเหนียวด า 100 กรัม 8 บาท แป้งท้าวยายม่อม 60 กรัม 1.80 บาท น้ าตาลมะพร้าว 250 กรัม 11.25 บาท น้ าตาลทราย 100 กรัม 2.50 บาท น้ ามันพืช 80 กรัม 4 บาท เนื้อมะพร้าวอ่อน 500 กรัม 40 บาท เกลือป่น 1 กรัม - บาท ค่าแรงงาน 1 ชั่วโมง 50 บาท รวมเงิน 138.55บาท ค่าเบ็ดเตล็ด 20% (ค่าน้ า ค่าแก๊ส ค่าอื่น ๆ) 50 บาท รวมค่ำใช้จ่ำย 188.55 บาท ราคาต้นทุนต่อชิ้น 14 ชิ้น 20 บาท การก าหนดราคาขายต่อหน่วย ดังนี้ 1. ก าหนดก าไรที่ต้องการได้จากต้นทุน X (ก าไรที่ต้องการหารด้วย 100) ตัวอย่ำงเช่น ขายขนมไทยจากต้นทุน 188.55 บาท ต้องการก าไรร้อยละ 50 ดังนั้น ก าไรที่ต้องการ = 188.55 X 50 หาร 100 = 94.27 2. การก าหนดราคาขายต่อหน่วย ได้มาจากต้นทุน + ก าไร หารด้วยจ านวนหน่วย ตัวอย่ำง ท าขนมไทยได้ 30 ชิ้น จากต้นทุน 188.55 บาท และก าไรที่ต้องการ 94.27 บาท ฉะนั้น ราคาขายต่อชิ้น = 188.55 บาท + 94.27 บาท หารด้วย 14 ชิ้น = 20 บาท จ านวนหน่วย 282 ÷ 14 ดังนั้น เราจะขายสินค้า ชิ้นละ .......20 ...บาท หรือ ขายสินค้าราคา .....20.บาท......................... มำยเหตุ การก าหนดก าไรที่ต้องการขึ้นอยู่กับสิ่งเหล่านี้ด้วย เช่น ราคาตลาด ลักษณะของสินค้าและบริการ เป็นสินค้าหายาก เป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม หรือมีฤดูกาลเข้ามาเกี่ยวข้องสามารถก าหนดก าไรที่ต้องการให้ สูงขึ้นได้ การตั้งราคาให้สามารถแข่งขันได้นั้นต้องอยู่บนพื้นฐานความสมดุลระหว่างความพึงพอใจของผู้ซื้อ และผู้ขาย ถ้าสินค้าโดยทั่วไปมีขายกันแพร่หลาย มีคู่แข่งมากต้องก าหนดก าไรให้น้อยลง
39 ใบงำน กำรคิดต้นทุน ก ำไร ผู้เรียน/กลุ่ม..................................................................................................... ............................................. เรื่อง............................................................................................................................. ................................. วัน เดือน ปี รำยกำร จ ำนวนสิ่งของ จ ำนวนเงิน (บำท) หมำยเหตุ ค่าใช้จ่าย (ต้นทุน) .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. 1. ให้ก าหนดก าไรที่ ต้องก า ร คิดเป็น ร้อยละก่อน 2. แล้วค านวณหา ราคา ต่อหน่วยจึง จะทราบรายได้ 3. น ารายได้ที่ได้มา ใส่ตาราง รวมค่ำใช้จ่ำย รายได้จากการขาย .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. รวมรำยได้ 1. ก าไรที่ต้องการ = ต้นทุน x ( ร้อยละของก าไรที่ต้องการหารด้วย 100 ) 2. ก าหนดราคาขายต่อหน่วย = ต้นทุน + ก าไร = ____________ จ านวนหน่วย
40 ใบควำมรู้ ช่องทำงกำรตลำด ช่องทางการตลาด เป็นส่วนส าคัญในการด าเนินธุรกิจ ช่องทางการตลาดหรือช่องทางการจัด จ าหน่าย มีความหมายเดียวกันซึ่งเป็นหนึ่งใน 4P ของส่วนประสมการตลาด (Marketing mix) ที่นักการ ตลาดนิยมน าส่วนประสมทั้งสี่มาวางเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดและการขายในยุคปัจจุบัน ดังนั้น ช่องทางการ จัดจ าหน่าย (Marketing channel) จึงถูกเข้ารวมอยู่ใน P=Place นั่นคือสถานที่ขาย แหล่งขาย ช่อง ทางการขายสินค้า สินค้าแต่ละชนิดอาจมีช่องทางขายที่แตกต่างกันไป สินค้าอุปโภคมีช่องทางการขายผ่าน ร้านสะดวกซื้อ อาหารสดก็มีช่องทางการขายหน้าร้านหรือหน้าบ้านของผู้ผลิต อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เสื้อผ้า ส าเร็จรูปอาจใช้ช่องทางการขายได้หลายช่องทาง เช่น ขายทางออนไลน์ ขายหน้าร้านตนเอง ขายในตลาด นัด ขายในห้างสรรพสินค้า มีการแบ่งช่องทางการจ าหน่ายในยุคปัจจุบันได้ เป็นต้น 1. กำรเลือกสถำนที่ขำยหรือท ำเลที่ตั้ง 1.1 ควำมส ำคัญของกำรเลือกที่ตั้ง การตัดสินใจเลือกสถานที่ขายหรือท าเลที่ตั้ง เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เนื่องจากมีผลกระทบต่อ ธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะต่อความได้เปรียบในเชิงแข่งขันทางธุรกิจและจะมีผลต่อความส าเร็จของธุรกิจ ซึ่งผู้ประกอบการต้องพิจารณาถึงกลยุทธ์ที่ตั้งของธุรกิจที่มีความส าคัญต่อการด าเนินงาน 2 กลยุทธ์ส าคัญ ได้แก่ 1.1.1 กลยุทธ์ที่ตั้งตำมพื้นที่ เป็นแนวทางในการก าหนดให้ที่ตั้งแต่ละแห่งรับผิดชอบพื้นที่ แต่ละส่วน โดยต้องผลิตสินค้าและบริการทุกอย่างส าหรับพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งธุรกิจที่เลือกใช้กลยุทธ์ที่ตั้งตามพื้นที่ มักเป็นธุรกิจค้าปลีกหรือบริการ 1.1.2 กลยุทธ์ที่ตั้งตำมผลิตภัณฑ์เป็นแนวทางในการก าหนดให้ที่ตั้งหนึ่งแห่งท าการผลิต สินค้าเพียงหนึ่งอย่าง โดยยึดหลักของความส าคัญของวัตถุดิบที่มีในพื้นที่ 1.2 หลักเกณฑ์ในกำรเลือกสถำนที่ท ำเลที่ตั้ง การตัดสินใจเลือกสถานที่ท าเลที่ตั้ง เป็นกระบวนการที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้นเมื่อโลกก้าวเข้าสู่ ยุคโลกาภิวัตน์ อีกทั้งธุรกิจขนาดย่อมจ านวนมากได้มีการเติบโตขึ้น และได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ผู้ประกอบการควรพิจารณาถึงความจ าเป็นที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงส าหรับกิจการควบคู่กันไปในแต่ละ สถานการณ์ ดังนี้ 1.2.1 ควำมพึงพอใจส่วนบุคคล โดยที่ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งมักจะพิจารณาตั้งกิจการ ของตนเองในชุมชนที่ตนอาศัยอยู่เป็นท าเลในการประกอบการ อย่างไรก็ตามในแง่ของการด าเนินธุรกิจไม่ได้ หมายความว่าจะมีเพียงพื้นที่ ซึ่งตนเองมีความเคยชินเท่านั้นที่เหมาะสมต่อการตั้งกิจการเพราะ ผู้ประกอบการธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ จากสิ่งเหล่านี้ได้ไม่ว่าจะเป็นในด้านภาพลักษณ์ ส่วนตัว การได้รับความเชื่อถือหรือการยอมรับจากสังคมและอาศัยประโยชน์จากความคุ้นเคย ความสามารถในการอ้างอิงกับบุคคลต่าง ๆ ภายในชุมชนที่เกี่ยวข้องกับกิจการของตนมากขึ้น 1.2.2 ควำมได้เปรียบด้ำนต้นทุน โดยเฉพาะค่าแรงหรือค่าวัตถุดิบในพื้นที่ ที่มีต้นทุนใน การด าเนินธุรกิจต่ าซึ่งสิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงค่าใช้จ่ายในการลงทุนในช่วงเริ่มต้นของกิจการที่จะช่วยลดต้นทุน การผลิตให้ต่ าลง
41 1.2.3 ควำมสำมำรถในกำรจัดกำรทรัพยำกร เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายในการ ด าเนินงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เนื่องจากทักษะประสบการณ์ของแรงงานจะมีความสัมพันธ์โดยตรง กับผลิตผลและคุณภาพในกระบวนการผลิตของผลิตภัณฑ์ความยั่งยืนของแรงงานในท้องถิ่นมีผลกระทบต่อ อัตราค่าจ้าง ซึ่งถือเป็นต้นทุนที่ส าคัญผู้ประกอบการจะต้องค านึงถึงอยู่เสมออีกทั้งแหล่งที่ตั้งต้องมีความใกล้ กันกับวัตถุดิบและความสามารถในการขนส่งที่ธุรกิจต้องมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ 1.2.4 กำรเข้ำถึงลูกค้ำ ธุรกิจขนาดย่อมยุคปัจจุบันต้องให้ความส าคัญผันแปรแหล่งที่ตั้ง ของธุรกิจไปตามประเภทของกิจการ เช่น ธุรกิจค้าปลีกและบริการต้องมีรายละเอียดของสถานที่แสดงสินค้า บริการและรูปแบบ ดังนั้น การเลือกสถานที่หรือท าเลที่ตั้งต้องใกล้ชิดกับลูกค้าและอ านวยความสะดวกต่อ การเข้ามาติดต่อและถือเป็นปัจจัยที่มีผลต่อความส าเร็จของกิจการ ดังนั้น ในขั้นตอนแรกของเกณฑ์การเลือกสถานที่หรือท าเลที่ตั้ง ผู้ประกอบการต้องตัดสินใจก่อนว่า จะเลือกด าเนินธุรกิจในชุมชน หมายถึง จังหวัดหรืออ าเภอแล้วจึงท าการตัดสินใจขั้นสุดท้ายคือการเลือก บริเวณที่ตั้งจากหลาย ๆ พื้นที่ภายในชุมชน ซึ่งเป็นการระบุถึงต าแหน่งของที่ตั้งอย่างละเอียด 2. กำรจัดและตกแต่งหน้ำร้ำน ส่วนใหญ่ร้านขายสินค้ามักจะมีผู้ขายซึ่งเป็นเจ้าของกิจการเอง หรือบางร้านอาจมีการจ้างพนักงาน ขายของโดยเฉพาะเพื่อท าหน้าที่เอาใจใส่ดูแล และแนะน าให้ค าอธิบายต่าง ๆ แก่ลูกค้าหากเป็นร้านขนาด ใหญ่มีสินค้าหลายชนิดย่อมท าให้ต้องมีพนักงานขายจ านวนมาก กำรจัดตกแต่งร้ำนค้ำมีควำมส ำคัญต้องค ำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ 1. แสงสว่ำงภำยในร้ำน ควรจัดร้านให้มีความสว่างทั่วทั้งร้านจากแสงไฟฟ้าที่ร้านได้ติดเอาไว้แสง สว่างธรรมชาติมักไม่เพียงพอ และแสงแดดมักท าความเสียหายให้แก่สินค้าการใช้แสงไฟฟ้า แม้จะมี ค่าใช้จ่ายสูงแต่ก็จูงใจลูกค้าให้เข้ามาซื้อสินค้าได้มากกว่าร้านที่ดูมืดสลัวมุมห้องมืด ๆ ก่อนตัดสินใจเรื่องแสง สว่างควรรู้ว่าค่าไฟฟ้าเท่าไรและใช้ไฟฟ้ากี่ดวงถึงจะคุ้มค่ากับการขายสินค้าด้วย 2. กำรตกแต่งสีภำยนอกและภำยในร้ำน นอกจากการทาสีร้านค้าให้สดใสสว่าง สวยงามแล้ว สี ของหีบห่อและตัวสินค้าก็สามารถน ามาตกแต่งให้ร้านค้าดูดีขึ้นจะต้องให้ผู้คนเห็นสินค้าชัดเจนและสวยงาม 3. กำรจัดหมวดหมู่ของขนม ขนมที่มีลักษณะใกล้เคียงกันหรือขนมที่ใช้รับประทานร่วมกันจะต้อง จัดวางไว้ด้วยกัน เช่น ขนมหม้อแกงวางใกล้กับขนมตะโก้ ข้าวเหนียววางใกล้กับสังขยา เป็นต้น 4. กำรติดป้ำยรำคำสินค้ำ การติดป้ายบอกราคาสินค้าให้ชัดเจนที่ลูกค้าสามารถมองเห็นได้หรือ อ่านได้ เป็นการให้ความสะดวกกับลูกค้าในการตัดสินใจซื้อสินค้า 5. กำรจัดวำงสินค้ำ มีความส าคัญต่อการจูงใจลูกค้าให้เลือกซื้อสินค้า เพื่อให้สะดวกและเกิดความ พึงพอใจ ควรค านึงถึงสิ่งต่อไปนี้ 5.1 ความพึงพอใจของลูกค้า 5.2 จัดสินค้าไว้ในบริเวณที่จะขาย 5.3 จัดสินค้าไว้ในระดับสายตาให้มากที่สุด 5.4 จัดสินค้าด้านหน้าบนชั้นให้เต็มอยู่เสมอ 5.5 ชั้นจะต้องปรับระดับได้ตามขนาดของสินค้า 5.6 การใช้กล่องหนุนสินค้าให้ดูมีมิติ สวยงามแม้จะมีสินค้าไม่มากนัก 5.7 ความเป็นระเบียบเรียบร้อย 5.8 สินค้ามาก่อนต้องจ าหน่ายก่อน ต้องจ าหน่ายสินค้าเก่าก่อนสินค้าใหม่เสมอ พยายามวางสินค้า มาก่อนไว้แถวหน้าเสมอ ควรจัดสินค้าที่มาก่อนให้ดูสดใสสะอาดเหมือนสินค้าใหม่
42 3. กำรขำย การขาย คือ กระบวนการทั้งทางตรงและทางอ้อมของการจูงใจให้ผู้ซื้อสินค้าหรือบริการยินยอม กระท าสิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งจะท าให้เกิดประโยชน์ทางด้านการค้าแก่ผู้ขาย เมื่อผู้ผลิตสินค้าไปสู่ผู้บริโภคมีสิ่งที่ควร พิจารณา ดังนี้ 1. กำรหำตลำด ควรค านึงถึงความต้องการของตลาดว่ามีมากน้อยเพียงใด โดยใช้วิธีสังเกต สอบถามกับคนรู้จัก เพื่อนบ้าน และผู้ซื้อ กระแสการบริโภคของลูกค้ามีความต้องการซื้อเป็นของขวัญของ ฝากหรือรับประทานในครอบครัว ตลาดควรเป็นตลาดที่มีการซื้อขายอย่างต่อเนื่อง เช่น ขายทางออนไลน์ ขายหน้าร้านตนเอง ขายในตลาดนัด ขายในห้างสรรพสินค้า เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อจะได้ตรงตามความต้องการ ของตลาด 2. วิธีกำรจ ำหน่ำย เมื่อผู้ผลิตลงทุนผลิตสินค้าขึ้นมาเพื่อน าสินค้าออกสู่ตลาด ถ้าผู้ผลิตสามารถ เลือกช่องทางการตลาด การจ าหน่ายสินค้าได้อย่างถูกต้องสินค้าก็จะเข้าถึงลูกค้าได้ง่าย ซึ่งอาจเป็นการ จ าหน่ายจากผู้ผลิตถึงลูกค้าโดยตรงด้วยการจัดหาสถานที่ส าหรับจ าหน่ายสินค้าที่เป็นหลักแหล่ง มีการจัด วางสินค้าที่สามารถน าเสนอสินค้าให้ดูสวยงาม หรือเป็นผู้ผลิตให้พ่อค้าคนกลางมารับซื้อไปขายให้กับ ผู้บริโภคอีกต่อหนึ่ง เพื่อกระจายสินค้าได้อย่างทั่วถึง 3. กำรโฆษณำประชำสัมพันธ์ ถือเป็นสิ่งส าคัญที่จะท าให้ผู้ซื้อหรือลูกค้ารู้จักเกิดความต้องการที่ จะซื้อเป็นวิธีการโน้มน้าวผู้ซื้อ ที่ส าคัญการโฆษณาประชาสัมพันธ์มีหลายวิธี เช่น ใช้วิธีบอกปากต่อปาก การจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์สินค้าการออกร้านตามงานเทศกาลต่าง ๆ ของอ าเภอหรือจังหวัด การ ประชาสัมพันธ์ผ่านอินเตอร์เน็ต โดยสิ่งที่เป็นการช่วยประชาสัมพันธ์อย่างหนึ่งก็คือคุณภาพสินค้า เมื่อผู้ซื้อ หรือลูกค้าได้ซื้อสินค้าไป เช่น มีรสชาติดี มีคุณภาพ ราคาย่อมเยา จะเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์อีกช่องทาง หนึ่ง 4. กำรส่งเสริมกำรขำย การส่งเสริมการขาย หมายถึง การจูงใจที่เสนอคุณค่าพิเศษ หรือการจูงใจผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภค คนกลาง (ผู้จัดจ าหน่าย) หรือหน่วยงานขาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการสร้างยอดขายในทันที จาก ความหมายนี้สามารถสรุปได้ว่า 1. การส่งเสริมการขายเป็นการให้สิ่งจูงใจพิเศษเพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อ เช่น คูปอง ของแถม การชิงโชค การแลกซื้อ เป็นต้น 2. การส่งเสริมการขายเป็นเครื่องมือกระตุ้น กิจกรรมการส่งเสริมการขาย มีวัตถุประสงค์เพื่อ กระตุ้นให้เกิดการซื้อจ านวนมากขึ้น และสามารถตัดสินใจซื้อได้ในเวลาทันทีทันใด 3. การส่งเสริมการขายใช้ในการจูงใจกลุ่มต่าง ๆ 3 กลุ่ม คือ 3.1 การส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่ผู้บริโภค เป็นการส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่ผู้บริโภคคนสุดท้าย เพื่อจูงใจให้เกิดการซื้อจ านวนมากขึ้น ตัดสินใจซื้อได้รวดเร็วขึ้น เกิดการทดลองใช้ ถือว่าเป็นการใช้กลยุทธ์ ดึง 3.2 การส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่คนกลาง เป็นการส่งเสริมการขายที่ มุ่งสู่พ่อค้าคนกลาง ผู้จัดจ าหน่าย หรือผู้ขาย ถือว่าเป็นการใช้กลยุทธ์ผลัก 3.3 การส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่พนักงานขาย เป็นการส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่พนักงานขาย หรือหน่วยงานขาย เพื่อให้ใช้ความพยายามใน การขายมากขึ้น ถือว่าเป็นการใช้กลยุทธ์ผลัก