ก
ก ค าน า ด๎วยศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ จังหวัดอุทัยธานี เป็นศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรตามพระราชด าริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ๎า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ จัดฝึกอบรมด๎านอาชีพให๎กับประชาชนให๎มีรายได๎และเพื่อศึกษาค๎นคว๎า วิจัยพัฒนาความรู๎ด๎านอาชีพตําง ๆ จากภูมิปัญญาท๎องถิ่นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่ส าคัญคือเป็นแหลํงเรียนรู๎และจัดกิจกรรม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในทุกรูปแบบ เป็นศูนย์สาธิต ทดลอง จัดแสดงและจัดจ าหนําย ผลิตภัณฑ์ของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ และโครงการพระราชด าริ รวมถึงการสนับสนุนประสานงานรํวมกับภาคี เครือขํายในการจัดกิจกรรมการเรียนรู๎และการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานท าสร๎างรายได๎ให๎กับตนเองและครอบครัว เพื่อให๎การด าเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ที่เน๎นเรื่อง การมีอาชีพเพื่อการมีงานท า มีรายได๎ และอนุรักษ์ สืบสาน รักษา ตํอยอดศิลปวัฒนธรรมไทยให๎คงอยูํ โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารไทยและขนมไทย ซึ่งในจังหวัดอุทัยธานีประชาชนสํวนใหญํประกอบอาชีพ ทางการเกษตรท าให๎มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร นอกจากนี้ยังได๎น าศาสตร์พระราชามาใช๎ในการด ารงชีวิต แตํในปัจจุบันสภาพทางเศรษฐกิจสังคม โครงสร๎างประชากรเปลี่ยนไปมีเทคโนโลยีใหมํ ๆ เกิดขึ้นมากมาย จึงท าให๎วิถีชีวิตของคนรุํนใหมํเปลี่ยนแปลงไป ท าให๎ภูมิปัญญาท๎องถิ่นและองค์ความรู๎ตําง ๆ ก าลังจะสูญ หายไป ซึ่งหมายรวมถึงอาหารไทยและขนมไทย ดังนั้น ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์จึงตระหนักถึง ความส าคัญ และต๎องการอนุรักษ์ สืบสาน รักษา และตํอยอดด๎านอาหารไทยและขนมไทย จึงได๎คัดเลือก อาหารไทยและขนมไทยที่ก าลังจะสูญหายมาจัดท าเป็นหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ เพื่อเผยแพรํให๎ประชาชนทั่วไปได๎มีความรู๎ ความเข๎าใจ และมีทักษะด๎านอาชีพ สามารถน าความรู๎ที่ได๎รับไป ประยุกต์ใช๎ในการด ารงชีวิตและประกอบอาชีพตํอไป ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ขอขอบคุณผู๎ทรงคุณวุฒิ ภูมิปัญญาท๎องถิ่น วิทยากร ข๎าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา และบุคลากรของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ที่ได๎รํวมจัดท าและพัฒนา หลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น และจัดท าแผนการเรียนรู๎รวมทั้งสื่อตําง ๆ ให๎ส าเร็จไปด๎วยดีและหวังเป็นอยํางยิ่งวํา หลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ เลํมนี้จะเป็นประโยชน์ตํอวิทยากร ครูผู๎สอน ผู๎เรียน และผู๎ที่สนใจได๎น าไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์คุ๎มคําสูงสุด ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ มิถุนายน 2564
ข สารบัญ หน้า ค าน า ก สารบัญ ข ความรู้เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการท าคัพเค้กวุ้นกะทิดอกไม้ 1 ความรู้พื้นฐานในการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการท าคัพเค้กวุ้นกะทิดอกไม้ 24 หลักสูตรวิชา การท าคัพเค้กวุ้นกะทิดอกไม้ 26 ความเป็นมา 26 หลักการของหลักสูตร 27 จุดประสงค์ของหลักสูตร 27 จุดประสงค์การเรียนรู๎ 27 กลุํมเปูาหมาย 27 ระยะเวลา 27 โครงสร๎างหลักสูตร 27 การจัดการเรียนรู๎ 28 สื่อการเรียนรู๎ 28 การจัดกระบวนการเรียนรู๎ 28 การวัดและประเมินผล 29 การจบหลักสูตร 29 เอกสารหลักฐานการศึกษา 29 แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้หลักสูตรการท าคัพเค้กวุ้นกะทิดอกไม้ 30 ใบความรู๎ ความเป็นมาของการท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 34 ใบความรู๎ วิธีการท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 36 แบบบันทึกการเรียนรู๎ของผู๎เรียน หลักสูตรการท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 38 ใบความรู๎ คุณคําอาหารทางโภชนาการของคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 39 ใบความรู๎ การบรรจุภัณฑ์ 41 ใบความรู๎ การค านวณต๎นทุน ก าไร 48 ใบงาน การคิดต๎นทุน ก าไร 46 ใบความรู๎ ชํองทางการตลาด 50 แบบประเมินผลการจัดการศึกษาและฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น 55 บรรณานุกรม 60 คณะผู้จัดท า 62
ค สารบัญรูปภาพ หน้า ภาพที่ 1 เตาแก๏ส 1 ภาพที่ 2 เตาแมํเหล็กไฟฟูา 2 ภาพที่ 3 หม๎อหุงข๎าว 4 ภาพที่ 4 เครื่องชั่งขนาดใหญํ 5 ภาพที่ 5 เครื่องชั่งขนาดเล็ก 5 ภาพที่ 6 เครื่องชั่งดิจิตอล 5 ภาพที่ 7 ถ๎วยตวงของแห๎ง 7 ภาพที่ 8 ถ๎วยตวงของเหลว 8 ภาพที่ 9 ช๎อนตวง 9 ภาพที่ 10 มีดชนิดตําง ๆ 9 ภาพที่ 11 เขียงไม๎และเขียงพลาสติก 11 ภาพที่ 12 เขียงพลาสติก 11 ภาพที่ 13 ชามผสมหรืออํางผสม 13 ภาพที่ 14 กระชอน 14 ภาพที่ 15 กระทะ 14 ภาพที่ 16 หม๎อ และอุปกรณ์หุงต๎ม 15 ภาพที่ 17 ถาด 16 ภาพที่ 18 ตระกร๎อมือ 16 ภาพที่ 19 พายซิลิโคน 17 ภาพที่ 20 กระบวยสแตนเลส 19 ภาพที่ 21 หลอดหยด 20 ภาพที่ 22 หลอดฉีดยา และเข็มฉีดยา 21 ภาพที่ 23 ฟองดอง หรือแมํพิมพ์ซิลิโคนดอกไม๎ 22 ภาพที่ 24 คัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ (1) 25
ง สารบัญรูปภาพ (ต่อ) หน้า ภาพที่ 25 คัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎(2) 34 ภาพที่ 26 วัตถุดิบและสํวนผสม 36 ภาพที่ 27 คัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎(3) 37 ภาพที่ 28 คัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎(4) 38 ภาพที่ 29 บรรจุภัณฑ์คัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 41 ภาพที่ 30 บรรจุภัณฑ์กระดาษ 43 ภาพที่ 31 บรรจุภัณฑ์พลาสติก 43 ภาพที่ 32 บรรจุภัณฑ์โลหะ 43 ภาพที่ 33 บรรจุภัณฑ์แก๎ว 44 ภาพที่ 34 บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ 44 ภาพที่ 35 บรรจุภัณฑ์ถ๎วยกระดาษคัพเค๎ก และกลํองใสส าหรับคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 45 ภาพที่ 36 ตัวอยํางการบรรจุภัณฑ์คัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 45 ภาพที่ 37 คัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎(5) 48
1 ความรู้เกี่ยวกับวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการท าคัพเค้กวุ้นกะทิดอกไม้ ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรตามพระราชด าริ จังหวัดอุทัยธานี วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการท าคัพเค้กวุ้นกะทิดอกไม้ กํอนที่ผู๎เรียนจะเข๎าสูํการเริ่มต๎นท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ ผู๎เรียนควรเรียนรู๎เกี่ยวกับวัสดุและ อุปกรณ์ที่จ าเป็นต๎องใช๎ ได๎แกํ เครื่องครัว เครื่องใช๎ เครื่องปรุงรสที่จ าเป็นต๎องใช๎กํอน โดยมีวิธีการเลือกซื้อ การเก็บรักษา และการน ามาใช๎ในการท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ ดังนี้ 1. อุปกรณ์ในการหุงต้มประเภทเตา เตาที่ใช๎ในการหุงต๎มหรือประกอบอาหารนั้นมีด๎วยกันหลายชนิด ได๎แกํเตาถําน เตาน้ ามันก๏าด เตาแก๏ส และเตาไฟฟูา ซึ่งเตาเหลํานี้บางสํวนไมํได๎ใช๎งานแล๎ว ในปัจจุบันการเลือกใช๎เตาในการประกอบอาหาร จะ เลือกใช๎เตาในการประกอบอาหาร จะเลือกใช๎เตาที่ให๎ความสะดวกในการใช๎งาน หาซื้อได๎งําย เชํน เตาแก๏ส และเตาไฟฟูา 1.1 เตาแก๊ส (Stove) เตาแก๏สที่ใช๎หุงต๎ม จะมีเฉพาะแทํนหัวเตาซึ่งอาจจะเป็นหัวเตาเดี่ยว หัวเตาคูํ หรือสี่หัวเตา วิธีใช้เตาแก๊ส - เตรียมอาหารที่จะหุงต๎มไว๎ให๎พร๎อม - เลือกขนาดของภาชนะที่จะใช๎หุงต๎มให๎เหมาะกับหัวเตา - เปิดวาล์วที่ถังแก๏ส - จุดไฟที่หัวเตาพร๎อมกับเปิดวาล์วที่เตา ตอนแรกที่เปิดวาล์ว หมุนให๎ก๏าซออกน๎อย เพื่อปูองกัน เปลวไฟลุก เมื่อติดไฟแล๎วคํอยปรับตามที่ต๎องการ เมื่อหุงต๎มอาหารเสร็จแล๎ว ปิดวาล์วที่หัวเตาและถังก๏าซ วิธีการเก็บรักษาเตาแก๊ส การท าความสะอาด สํวนที่เป็นโครงเหล็กและฝาหัวเตา ถอดออกท าความสะอาดได๎โดยใช๎ ฟองน้ าหรือผ๎านุํมชุบน้ าสบูํเช็ดให๎สะอาด แล๎วล๎างด๎วยน้ าสะอาดผึ่งให๎แห๎ง ส าหรับฝาหัวเตาเมื่อใช๎นาน ๆ เศษอาหารหรือเขมําอาจอุดตามรูได๎ ใช๎ลวดหรือไม๎แหลมแยงบริเวณหัวเตา และด๎านข๎างใช๎ฟองน้ าหรือผ๎า นุํมชุบน้ าสบูํเช็ด แล๎วเช็ดด๎วยน้ าสะอาดจนกระทั่งสะอาด ภาพที่ 1 : เตาแก๏ส โดย : ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
2 1.2 เตาแม่เหล็กไฟฟ้า (Induction Stove) เตาแมํเหล็กไฟฟูา หรือเตาเหนี่ยวน าไฟฟูา เป็นเตาที่อาศัยความร๎อนจากการเหนี่ยวน าไฟฟูา สํงผํานไปยังภาชนะที่สามารถเหนี่ยวน าไฟฟูาได๎เชํน เหล็ก หรือเหล็กสแตนเลสบางชนิด ท าให๎ภาชนะร๎อน ขึ้น จนสามารถประกอบอาหารและขนมได๎อุปกรณ์ที่ไมํมีความสามารถเหนี่ยวน าแมํเหล็ก เชํน อลูมิเนียม แก๎ว เซรามิค จะไมํท าให๎เกิดความร๎อน เตาแมํเหล็กไฟฟูามีระบบควบคุมด๎วยไมโครชิพ ท าให๎สามารถ ท างานที่อุณหภูมิตําง ๆ ได๎อยํางแมํนย า มีความทันสมัย สวยงาม และเพิ่มความสะดวกสบายในการประกอบอาหาร และขนม ด๎านระบบความปลอดภัยเตาแมํเหล็กไฟฟูามีระบบตัดไฟกรณีไฟเกิน (Over current protection)และ กรณีมีความร๎อนมากเกินไป (Over-heat protection) วิธีการเลือกซื้อเตาแม่เหล็กไฟฟ้า ควรเลือกเตาแมํเหล็กขั้วตํอปลั๊กไฟ และสายไฟ ที่ท าจากวัสดุที่ มีคุณภาพและได๎มาตรฐาน ตัวผลิตภัณฑ์มีความแข็งแรงทนทาน ผลิตจากวัสดุที่ทนความร๎อนได๎ดีทนทาน ตํอการกัดกรํอน และการละลายจากการโดนความร๎อนได๎ดีมีแผงปรับก าลังไฟและฟังก์ชั่นการปรับระดับ ความร๎อน สามารถท าความสะอาดได๎งําย และมีระบบตัดไฟอัตโนมัติ เลือกใช๎ภาชนะส าหรับเตา แมํเหล็กไฟฟูา เชํน ภาชนะที่ท าด๎วยเหล็ก หรือเหล็กสแตนเลสบางชนิด ภาชนะโลหะพื้นเรียบ หม๎อสแตนเลส กาต๎มน้ าพื้นเรียบ หม๎อเหล็กเคลือบ กระทะหรือหม๎อโลหะ เป็นต๎น ซึ่งเมื่อวางภาชนะ เหลํานี้บนเตาจะเกิดการเหนี่ยวน าไฟฟูาจนท าให๎ภาชนะเกิดความร๎อนและสามารถประกอบอาหารและขนม ตามที่ต๎องการได๎ วิธีการใช้งานเตาแม่เหล็กไฟฟ้า น าเตาแมํเหล็กไฟฟูาเสียบปลั๊กไฟ เลือกระดับความร๎อนที่ เหมาะสมกับการประกอบอาหารและขนม วางภาชนะที่เหมาะสมกับขนาดของเตาแมํเหล็กไฟฟูา หลังจาก ประกอบอาหารและขนม เสร็จเรียบร๎อยแล๎วให๎กดปุุมปิด เพื่อปิดเตาแมํเหล็กไฟฟูา ในกรณีนี้พัดลมที่ท า ความเย็นภายในเตาจะยังคงท างานตํอไป ฉะนั้นหลังการใช๎งานจึงไมํควรจะถอดปลั๊กไฟออกทันทีเพื่อให๎ พัดลมความเย็นยังท างานตํอไปจึงถอดปลั๊กไฟออก วิธีการเก็บรักษาเตาแม่เหล็กไฟฟ้า เตรียมน้ าร๎อนครึ่งถ๎วย ผสมน้ ายาล๎างจานลงไป 2 ช๎อนชา คน ให๎เข๎ากัน น าผ๎าสะอาดชุบน้ าร๎อนผสมน้ ายาล๎างจานให๎ชุํม โรยผงเบกกิ้งโซดาลงบนหน๎าเตาแมํเหล็กไฟฟูา บิดผ๎าที่ชุบน้ าร๎อนให๎หมาด ๆ เช็ดลงไปบนเตาที่โรยผงเบกกิ้งโซดาเอาไว๎ ผ๎าเปียกจะสํงผลให๎เบกกิ้งโซดา ท างานได๎อยํางมีประสิทธิภาพมากขึ้น คลุมผ๎าทิ้งไว๎ประมาณ 15 นาที เพื่อให๎เบกกิ้งโซดาท าปฏิกิริยา หาก หน๎าเตามีคราบติดแนํน ให๎ทิ้งไว๎นานขึ้นประมาณ 1 ชั่วโมง เทน้ าลงไปให๎ชุํมอยูํเสมอเพื่อให๎เบกกิ้งโซดา ท างานได๎เต็มที่ น าฟองน้ าชุบน้ าเย็น จากนั้นน ามาเช็ดหน๎าเตาเป็นการเก็บรายละเอียดสิ่งสกปรกที่อาจยัง ตกค๎างอยูํ (ใช๎ด๎านฟองน้ าเทํานั้น) ใช๎ผ๎าไมโครไฟเบอร์มาเช็ดให๎เตาแมํเหล็กไฟฟูาให๎แห๎ง เตาแมํเหล็กไฟฟูา จะสะอาด เงางาม เป็นมันวาว ภาพที่ 2 : เตาแมํเหล็กไฟฟูา ที่มา :https://www.shopat24.com/p/SMARTHOME
3 2. อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องทุํนแรงในการประกอบอาหารสํวนมากเป็นเครื่องใช๎ไฟฟูามีบทบาทที่ส าคัญในด๎านตําง ๆ ได๎แกํ การประหยัดแรงงาน สร๎างความสะดวกสบายให๎แกํผู๎ประกอบอาหาร ดังนั้นผู๎ใช๎อุปกรณ์ไฟฟูาควรมีความรู๎ ในการเลือกใช๎เครื่องใช๎ไฟฟูาในการประกอบอาหาร เพื่อจะได๎เลือกใช๎ได๎อยํางเหมาะสมกับงานนั้น ๆ 2.1 หม้อหุงข้าวไฟฟ้า (Electric Cooker) หม๎อหุงข๎าวไฟฟูานิยมใช๎กันมากในปัจจุบัน เพราะใช๎งํายสะดวกเร็วไมํเปลืองคําเชื้อเพลิง หม๎อหุงข๎าวไฟฟูาเป็นเครื่องใช๎ไฟฟูาที่อาศัยการท างานของกระแสไฟฟูาไหลผํานขดลวด ความต๎านทาน ท า ให๎เกิดความร๎อนซึ่งเป็นหลักเดียวกันกับการใช๎ไฟฟูาอีกหลาบชนิด เชํน เตารีด เตาไฟฟูา หม๎ออบ เครื่องปิ้ง ขนมปัง หม๎อหุงข๎าวจะมีชุดความร๎อนท างานโดยอัตโนมัติ เมื่อข๎าวสุกก็จะตัดวงจรไฟฟูาออก วิธีหุงข๎าวก็ไป ซับซ๎อนจนเกินไป การเลือกซื้อหม้อหุงข้าวไฟฟ้าพิจารณาดังนี้ - บริษัทผู๎ผลิต ขนาด แบบ - โครงสร๎าง รูปรํางภายนอก ภายในหม๎อ - ราคาเหมาะสมกับการใช๎งาน - มีผู๎นิยมใช๎กันมาก - วิธีใช๎งําย สะดวก ประหยัดคําไฟฟูา - ควรสอบถามจากผู๎ที่เคยใช๎ประกอบการซื้อ วิธีใช้หม้อหุงข้าว - กํอนใช๎ให๎ตรวจสอบสายไฟและปลั๊กไฟวําอยูํในสภาพเรียบร๎อยหรือไมํ เพื่อปูองกันอันตรายที่ อาจเกิดขึ้นจากไฟฟูาดูด - เมื่อเลิกใช๎หม๎อหุงข๎าวให๎ถอดปลั๊กออก การดึงปลั๊กให๎จับที่ขั้วปลั๊ก ห๎ามดึงสายไฟ - อยําใช๎ไฟรํวมกับเครื่องใช๎ไฟฟูาอื่น ๆ ในปลั๊กเดียวกัน - อยําล๎างหม๎อชั้นนอกด๎วยน้ า ให๎ใช๎ผ๎าสะอาดเช็ด - ระหวํางก าลังหุงหรืออุํนอยูํ ห๎ามแตะตัวหม๎อชั้นนอกให๎จับที่หูหิ้วจะสะดวกและปลอดภัยกวํา - หม๎อหุงข๎าวไฟฟูาบางยี่ห๎อหลังจากหุงเสร็จสวิตซ์จะตัดอัตโนมัติ อยํากดสวิตซ์ใหมํอีกทันที ถ๎า กดสวิตซ์อีกจะเป็นผลให๎แผํนความร๎อน ร๎อนจนเกินไป อาจท าให๎เครื่องเสียได๎ - อยําตั้งหม๎อหุงข๎าวใกล๎กับความร๎อน - ตวงข๎าวสารและใสํน้ าตามสัดสํวน ซาวข๎าวสารให๎สะอาดกํอนใสํหม๎อหุงข๎าว - กํอนวางหม๎อหุงข๎าวชั้นในลงในหม๎อหุงข๎าวชั้นนอกให๎ตรงจุด ให๎แนํใจเสียกํอนวําไมํมีสิ่ง แปลกปลอมบนแผํนท าความร๎อน และผิวก๎นหม๎อชั้นในเปียกก๎นหรือไมํ ถ๎าเปียกน้ าให๎เช็ดให๎แห๎งเสียกํอน - กดสวิตซ์ที่ตัวอักษรภาษาอังกฤษ ON หรือ COOK ลง จะมีไฟสีแดงสวํางขึ้น ประมาณ 15 – 20 นาที เมื่อข๎าวสุกดวงไฟสีแดงจะดับลง แสดงวําสวิตซ์ได๎ตัดไฟโดยอัตโนมัติ จะมีไฟอุํน (WARM) ดวงไฟจะสวํางขึ้น วิธีการเก็บรักษาหม้อหุงข้าวไฟฟ้า - อยําให๎หม๎อชั้นในกระแทกของแข็ง หรือน าไปตั้งไฟจะท าให๎เกิดการเสื่อมคุณภาพ - ถ๎ามีสํงแปลกปลอมติดที่ก๎นหม๎อชั้นในหรือแผํนท าความร๎อนให๎เก็บออกกํอน - อยําปลํอยให๎หม๎อชั้นนอกท าความร๎อนโดยที่หม๎อชั้นในไมํได๎ตั้งอยูํ เพราะจะท าให๎สวิตซ์ อัตโนมัติท างานไมํถูกต๎อง อาจเสียได๎
4 - อยําวางหม๎อหุงข๎าวไว๎บนพื้นลาดเอียงจะท าให๎ข๎าวสุกไมํทั่วถึง - อยําใช๎หม๎อหุงข๎าวปรุงหรืออุํนอาหารที่น้ าข๎น เพราะจะเกิดการเดือดจนล๎นออกมาติดก๎นหม๎อ อาจท าให๎สึกกรํอนได๎ - การปิดฝาหม๎อควรปิดให๎สนิท - หม๎อหุงข๎าวเมื่อต๎องการท าความสะอาด แชํน้ า ใช๎ฟองน้ านิ่ม ๆ ถูให๎สะอาดอยําใช๎ผงขัด หรือ ของแข็งขัด จะท าให๎สีเคลือบโลหะหลุด เกิดการผุกรํอนได๎ - แผํนให๎ความร๎อน ถ๎าสกปรกหรือมีคราบใช๎กระดาษทรายละเอียดจุํมน้ าและขัดเบา ๆ แล๎วใช๎ ผ๎าชุบน้ าหมาด ๆ เช็ดให๎สะอาด - ตัวหม๎อใช๎ผ๎านิ่ม ๆ ชุบน้ าอุํนบิดให๎หมาดและเช็ดให๎แห๎ง อยําน าไปล๎างน้ าเป็นอันขาด - เมื่อหุงเสร็จต๎องถอดปลั๊กออก ถ๎าไมํถอดปลั๊กออกจะมีกระแสไฟอยูํตลอดเวลา - หม๎อหุงข๎าวแตํละแบบจะมีคูํมือในการใช๎งาน ควรอํานคูํมือการใช๎ประกอบด๎วย 3. อุปกรณ์เครื่องใช้ในครัว อุปกรณ์เครื่องใช๎ในครัวมีหลายหลายชนิด การรู๎จักอุปกรณ์เครื่องใช๎และวิธีการอยํางถูกต๎อง จะ ชํวยให๎การประกอบอาหารมีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลาและแรงงาและยังชํวยให๎อาหารที่ประกอบส าเร็จมี ลักษณะที่ดีมีคุณภาพเครื่องใช๎ที่น ามาใช๎ในการประกอบอาหารด๎วย อุปกรณ์เครื่องใช้ในครัว อุปกรณ์เครื่องใช๎ในครัวมีมากมายหลายชนิด การรู๎จักอุปกรณ์เครื่องใช๎และวิธีการให๎อยํางถูกต๎อง จะชํวยในการประกอบอาหารให๎มีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลาและแรงงาน และชํวยให๎ขนมที่ประกอบ ส าเร็จมีลักษณะที่ดีมีคุณภาพ ประกอบด๎วย 1. เครื่องชั่ง (Scale) เครื่องชั่งที่ใช้กันอยู่ทั่วไปมี 3 ขนาด คือ 1.1 เครื่องชั่งขนาดใหญํ ส าหรับชั่งสํวนผสมที่มีจ านวนมาก ซึ่งในการประกอบอาหารในปัจจุบัน นิยมใช๎การชั่งมากกวําการตวง การชั่งจะชํวยในการประหยัดเวลา และมีความเที่ยงตรงได๎เป็นอยํางดี เครื่องชั่ง ขนาดใหญํมีน้ าหนักตั้งแตํ 15 – 30 กิโลกรัม วัสดุเคลือบสีปูองกันสนิม การเคลื่อนย๎ายไมํควรหิ้วเพราะจะ ท าให๎เกิดการคลาดเคลื่อนไมํเที่ยงตรง ภาพที่ 3 : หม๎อหุงข๎าวไฟฟูา โดย: ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
5 1.2 เครื่องชั่งขนาดเล็ก เหมาะส าหรับการชั่งเครื่องปรุงจ านวนน๎อย น้ าหนักตั้งแตํ 500 –1,000กรัม ไมํเกิน 2,000 กรัม ท าด๎วยโลหะหรือพลาสติกเหนียว ส าหรับเครื่องชั่งบางชนิดสามารถแยกจานออกเพื่อเท สํวนผสม เชํน เกลือ ผงฟู การดูแลเครื่องชั่ง ควรระมัดระวังการตกหลํนอาจจะท าให๎เครื่องชั่งแตกหักได๎งําย 1.3 เครื่องชั่งดิจิตอล เป็นเครื่องมือที่ใช๎วัดน้ าหนักของวัตถุหรือสิ่งของตําง ๆ ซึ่งสามารถแสดง หนํวยวัดได๎หลากหลาย เชํน กรัม (g) ออนซ์ (oz) ปอนด์ (Ib) กิโลกรัม (Kg) กะรัต (ct) เป็นต๎น ชํวยในการ วัดปริมาณน้ าหนักได๎อยํางละเอียดแมํนย า และรวดเร็ว ซึ่งแตํละชนิดมีคุณสมบัติการใช๎งานที่แตกตํางกัน เชํน มีระบบปิดเครื่องอัตโนมัติ ค านวณปริมาณการชั่งได๎ละเอียดและชัดเจน คุณสมบัติของเครื่องชั่งดิจิตอล ที่ดี ต๎องมีความแข็งแรง สามารถกันน้ า ฝุุนละออง ความร๎อนได๎ และมีอายุการใช๎งานที่ยาวนาน ภาพที่ 4 : เครื่องชั่งขนาดใหญํ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ภาพที่ 5 : เครื่องชั่งขนาดเล็ก โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ภาพที่ 6 : เครื่องชั่งดิจิตอล โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
6 วิธีการเลือกซื้อเครื่องชั่ง 1. ต๎องทราบถึงวัตถุประสงค์วําจะน าไปใช๎ชั่งอะไร น้ าหนักที่ชั่งไมํเกินเทําไร และคําอํานละเอียด ของเครื่องชั่งเทําไหรํ สํวนผสมที่จะใช๎ชั่งมีขนาดเล็กหรือใหญํ ปริมาณเทําไหรํ จะต๎องใช๎เครื่องชั่งแบบ ดิจิตอล หรือเครื่องชั่งแบบเข็ม เป็นต๎น 2. ศึกษาที่มาหรือแหลํงผลิต วําสินค๎าน าเข๎าหรือผลิตในประเทศ ถ๎าสินค๎าผลิตในประเทศจะมีน๎อย สํวนมากจะเป็นสินค๎าน าเข๎า ได๎แกํ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุุน เกาหลี ไต๎หวัน และจีน 3. ศึกษาข๎อมูลการใช๎งาน เครื่องชั่งแตํละชนิดจะมีข๎อมูลการใช๎งานที่แตกตํางกันออกไป การเลือก ข๎อมูลของเครื่องชั่งควรจะเหมาะสมกับความต๎องการของผู๎ใช๎ 4. ศึกษาโครงสร๎างและอุปกรณ์เครื่องชั่ง ผู๎ใช๎งานควรค านึงถึงสภาวะแวดล๎อมที่จะใช๎เครื่องชั่ง และ ลักษณะการชั่ง ทั้งนี้เพื่ออายุการใช๎งานที่นานขึ้น โดยเช็คสํวนประกอบเครื่องชั่ง ดังนี้ 4.1 จอแสดงน้ าหนัก พลาสติกเอบีเอส หรือสแตนเลส มีการปูองกันฝุุนและน้ าหรือไมํ 4.2 วิธีการเปลี่ยนแบตเตอรี่ และการซํอมแซม 4.3 แทํนชั่งโครงสร๎างเหล็กแข็งแรงหรือไมํจุดเชื่อม ความหนาของแทํนชั่ง โหลดเซลล์มีคุณภาพดี หรือไมํ และปูองกันความชื้นได๎หรือไมํ 5. บริการหลังการขายเป็นสิ่งส าคัญในการบ ารุงรักษา ตรวจเช็คคําน้ าหนักอยํางสม่ าเสมอ หรือหากช ารุด เสียหาย สามารถหาซื้ออะไหลํได๎งําย 6. เครื่องชั่งควรได๎รับมาตรฐาน และต๎องผํานการตรวจรับรองจากกองชั่งตวงวัด กรมการค๎าภายใน กระทรวงพาณิชย์ วิธีการใช้งานเครื่องชั่ง 1. เครื่องชั่งมีทั้งขนาดใหญํ และขนาดเล็ก เครื่องชั่งมีตั้งแตํขนาด 500 กรัม 1 กิโลกรัม และ 7 กิโลกรัม เป็นต๎นไป ท าจากพลาสติก โลหะ ชนิดที่ท าจากโลหะมีความทนทานกวําพลาสติก การเลือกเครื่องชั่งที่ใช๎ใน ครัวเรือนควรเลือกเครื่องชั่งที่มีความละเอียดขนาด 500 กรัม หรือ 1 กิโลกรัม (สมบูรณ์ มั่นความดี, 2558) 2. โต๏ะส าหรับวางเครื่องชั่งจะต๎องมั่นคงแข็งแรงไมํสั่นไมํแอํนตัว 3. เครื่องชั่งจะต๎องตั้งระดับลูกน้ าเพื่อให๎เครื่องชั่งสมดุล 4. ขาของเครื่องชั่งทุกขาจะต๎องตั้งบนพื้นตลอดเวลา 5. เปิดเครื่องทิ้งไว๎ประมาณ 15 – 30 นาที กํอนใช๎งานดูคําเริ่มต๎นของเครื่องชั่ง โดยเครื่องชั่ง ดิจิตอลให๎เริ่มจาก 0.00 หรือเครื่องชั่งแบบเข็มให๎เข็มชี้ไปที่เลข 0 เทํานั้น 6. การชั่งน้ าหนักต๎องวางสิ่งที่ต๎องการชั่งตรงกลางจานชั่ง 7. ควรรีบน าสิ่งของที่ชั่งออกจากจานชั่งเมื่อชั่งเสร็จแล๎ว เพื่อหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ และความชื้นภายในเครื่องชั่ง 8. อุณหภูมิภายในห๎องเครื่องชั่งควรคงที่ เนื่องจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป 1 องศาจะท าให๎เครื่องชั่ง อํานคําผิดไป 1 -2 สํวนในล๎านสํวน และไมํควรชั่งของขณะร๎อน ต๎องรอให๎เย็นลงจนถึงอุณหภูมิห๎องเสียกํอน 9. ปูองกันกระแสลมจากเครื่องปรับอากาศหรือเครื่องมือที่ท าให๎เกิดกระแสลม ซึ่งจะรบกวนการชั่ง 10. การชั่งน้ าหนักควรชั่งในชํวง 1/3 - 2/3 ของคําพิกัดสูงสุดของเครื่องชั่ง 11. ไมํควรชั่งน้ าหนักเกินคําพิกัดสูงสุดของเครื่องชั่ง 12. ห๎ามชั่งสารเคมีหรือวัสดุตําง ๆ บนจานชั่งโดยตรง 13. วางเครื่องชั่งให๎หํางจากหน๎าตําง เพราะแสงสวํางจากดวงอาทิตย์อาจท าให๎คําน้ าหนักไมํแมํนย า วิธีการดูแลรักษาเครื่องชั่ง
7 1. เก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม ไมํร๎อน หรือชื้นจนเกินไป 2. ไมํควรชั่งของที่มีน้ าหนักเกินพิกัดของเครื่องชั่ง 3. ปิดรูเพื่อปูองกันหนูและแมลงสาบเข๎าไปท าลายแผงวงจร 4. ไมํควรเสียบชาร์จแบตเตอรี่ในระหวํางการใช๎งาน 5. ท าความสะอาดเครื่องชั่งอยูํเสมอ หรือทุกครั้งหลังใช๎งาน 2. ถ้วยตวงของแห้ง (Measuring Cup) ถ๎วยตวง ใช๎ส าหรับตวงสํวนผสมที่เป็นของแห๎งชนิดตําง ๆ เชํน แปูง น้ าตาล เนื้อสัตว์ ผัก ถั่ว เป็นต๎น มี 4 ขนาด เรียกวํา 1 ชุด ประกอบด๎วย - ขนาด 1 ถ๎วยตวง (One cup) - ขนาด 1/2 ถ๎วยตวง (One half measuring cup) - ขนาด 1/3 ถ๎วยตวง (One third measuring cup) - ขนาด 1/4 ถ๎วยตวง (One fourth measuring cup) โดยที่บริเวณของก๎นถ๎วยตวงแตํละใบ จะบอกขนาดของถ๎วยตวงไว๎อยํางชัดเจน ถ๎วยตวงของแห๎ง มักท าจากวัสดุ เชํน อลูมิเนียม พลาสติก และ สเตนเลส ซึ่งมีรูปทรง และขนาดมาตรฐานของถ๎วยตวงเหมือนกัน วิธีการเลือกซื้อ ควรเลือกซื้อชนิดที่หาซื้องําย ทนตํอการใช๎งาน น้ าหนักเบา และราคาประหยัด มีที่จับยื่นออกมา และติดแนํนกับถ๎วยตวง งํายตํอการดูแลรักษา และท าความสะอาด ท าให๎มีอายุการใช๎งานที่นานยิ่งขึ้น วิธีการใช้งาน ใช๎ตวงสํวนผสมประเภทของแห๎งชนิดตําง ๆ เชํน แปูง น้ าตาล ถั่ว เนื้อสัตว์ เลือกใช๎ให๎เหมาะสมกับ ขนาดที่ต๎องการ โดยวางถ๎วยตวงขนาดที่ต๎องการบนโต๏ะพื้นราบเรียบใช๎มือข๎างหนึ่งจับถ๎วยตวงไว๎ สํวนอีกมือ หนึ่งตักสํวนผสมของแห๎งที่ต๎องการตวงใสํลงในตวงให๎พูนถ๎วย (ห๎ามเขยํา หรือ เคาะถ๎วยตวง) ใช๎ที่ปาด (สปาตู ลํา – Spatula) หรือวัสดุที่มีสันเรียบตรงปาดสํวนที่พูนออก วิธีการดูแลรักษา - เมื่อเลิกใช๎งานควรล๎างให๎สะอาด เช็ดให๎แห๎งสนิท เก็บเข๎าที่ให๎เรียบร๎อย - ถ๎วยตวงที่ท าจากวัสดุพลาสติก ควรท าความสะอาดโดยใช๎ฟองน้ า หรือ ผ๎านุํม ๆ เช็ดถูขณะล๎าง ท าความสะอาด เพื่อไมํให๎พลาสติกเป็นริ้วรอยการขีดขํวน - ควรระวังอยําให๎หํวงส าหรับถ๎วยตวงหลุดหาย เพื่อที่จะได๎ดูแลรักษาให๎ถ๎วยตวงอยูํครบชุด ภาพที่ 7 : ถ๎วยตวงของแห๎ง โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
8 3. ถ้วยตวงของเหลว (Liquid measuring cup) ถ๎วยตวงของเหลว ใช๎ส าหรับตวงสํวนผสมที่เป็นน้ า หรือของเหลวที่สามารถไหลรินได๎ เชํน น้ า นม น้ ามัน น้ าเชื่อม น้ ากะทิ เป็นต๎น ถ๎วยตวงท ามาจากวัสดุที่โปรํงใส เชํน แก๎ว หรือพลาสติกใส เพื่อสามารถ มองเห็นของที่น ามาตวงได๎ชัดเจน ผิวด๎านนอกของถ๎วยตวงชนิดนี้ จะมีขีดแสดงเครื่องหมาย และตัวเลข ก ากับติดอยูํเพื่อบอกคําปริมาตรถ๎วยตวง 1 ใบ สามารถบอกคําปริมาตรไว๎หลายมาตรา เชํน 1 ถ๎วยตวง มีขีด แสดงเครื่องหมาย และมีเลขก ากับบอกปริมาตรเป็นถ๎วยตวง เชํน 1/41/31/22/33/4 และ 1 ถ๎วยตวง ไว๎ด๎านหนึ่ง อีกด๎านหนึ่งบอกปริมาตรเป็นออนซ์ เชํน 2 4 6 และ 8 ออนซ์ หรือบอกปริมาตรเป็นลิตร ปอนด์ ไปน์ เป็นต๎น ในอุตสาหกรรมขนาดใหญํ หากต๎องการตวงของเหลวเป็นจ านวนมาก อาจใช๎ถ๎วยตวงขนาดใหญํที่มีขนาดบอก ปริมาตรมากกวํา 1 ถ๎วย จะสะดวกและรวดเร็วกวํา วิธีการเลือกซื้อ ควรเลือกซื้อถ๎วยตวงที่มีขีดบอกปริมาตรได๎งําย และชัดเจน ท าจากวัสดุโปรํงใส และทนความร๎อนได๎ดี วิธีการใช้งาน ใช๎ตวงสํวนผสมประเภทของเหลว เชํน น้ า นม น้ ามัน น้ าเชื่อม น้ ากะทิ โดยวางถ๎วยตวง บนพื้นราบเรียบ เทสํวนผสมที่ต๎องการตวงลงในถ๎วยตวงให๎ได๎ปริมาตรพอดีกับปากถ๎วยตวง วิธีการดูแลรักษา - ห๎ามให๎ถ๎วยตวงแก๎วตกพื้นเพราะจะท าให๎แตกร๎าว หรือบิ่นได๎ - ใช๎ผ๎านุํม ๆ หรือฟองน้ าจุํมน้ ายาล๎างจานเช็ดถูให๎ทั่ว ล๎างด๎วยน้ าสะอาด 2-3 ครั้ง หรือจนกวําจะสะอาด - คว่ าให๎สะเด็ดน้ า และแห๎งสนิท น าเก็บเข๎าที่ให๎เป็นระเบียบเรียบร๎อย ไมํควรใช๎ผ๎าเช็ดให๎แห๎ง เพราะจะท าให๎แก๎วขุํนมัว ไมํใสสะอาด 3.1 ช้อนตวง (Measuring spoon) ช๎อนตวงที่นิยมใช๎กันทั่วไป และมีจ าหนํายอยูํในท๎องตลาด มักท าด๎วยวัสดุที่เป็นอลูมิเนียม สเตน เลส และพลาสติก ใช๎ส าหรับตวงของแห๎ง และของเหลวที่มีปริมาณเพียงเล็กน๎อย มีด๎วยกัน 4 ขนาด เรียกวํา 1ชุด ประกอบด๎วย - ขนาด 1 ช๎อนโต๏ะ (1 Table spoon) - ขนาด 1 ช๎อนชา (1 Tea spoon) - ขนาด 1/2 ช๎อนชา (1/2 Tea spoon) - ขนาด 1/4 ช๎อนชา (1/4 Tea spoon) วิธีการเลือกซื้อช้อนตวงพิจารณาดังนี้ ภาพที่ 8 : ถ๎วยตวงของเหลว โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
9 ควรเลือกซื้อชนิดที่ท าด๎วยวัสดุที่แข็งแรง ทนตํอการใช๎งาน มีตัวเลขบอกขนาดให๎เห็นชัดเจนที่ด๎าม จับช๎อนตวง วิธีการใช้ช้อนตวง ใช๎ตวงสํวนผสมที่เป็นของแห๎งและของเหลวในปริมาณไมํมาก โดยใช๎มือข๎างหนึ่งจับด๎ามช๎อนตวง ตักสํวนผสมที่ต๎องการตวงให๎เต็มพอดีกับขอบช๎อนตวงขนาดที่ต๎องการ ในกรณีตวงสํวนผสมที่เป็นของเหลว ส าหรับสํวนผสมที่เป็นของแห๎ง ให๎ใช๎ช๎อนตวงขนาดที่ต๎องการตักของแห๎งให๎พูนช๎อน ใช๎ที่ปาด (Spatula) หรือวัสดุที่เรียบตรง ปาดสํวนผสมที่เกินพูนช๎อนตวงออก ให๎เหลือสํวนผสมที่ต๎องการอยูํในช๎อนตวงเรียบ เสมอปากขอบช๎อนตวง วิธีการดูแลรักษาช้อนตวง - ดูแลอยําให๎ช๎อนตวงแยกหลุดออกจากหํวงคล๎อง เพื่อจะได๎อยูํครบชุด ไมํสูญหาย - เมื่อใช๎เสร็จแล๎วควรล๎างท าความสะอาดทันที และใช๎ผ๎าสะอาดเช็ดให๎แห๎งสนิทน าเก็บเข๎าที่ให๎ เรียบร๎อย 3.2 มีด (Knife) มีด คือเครื่องมือชนิดแรก ๆ ที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช๎ในชีวิตประจ าวันมาอยํางยาวนาน เกี่ยวข๎องสัมพันธ์กับแทบจะทุกกิจกรรม ในการด าเนินชีวิต ไมํวําจะเป็นเผําพันธุ์ หรือกลุํมสังคมใดๆ ก็ตาม มีดเป็นเครื่องมือตัดเฉือนชนิดมีคมส าหรับใช๎ สับ หั่น เฉือน ปาด บางชนิดอาจมีปลายแหลมส าหรับกรีด หรือแทง มักมีขนาดเหมาะสมส าหรับจับถือด๎วยมือเดียว วัสดุที่ใช๎ผลิตใบมีด ดีไซน์ที่รวมถึงใบมีดและด๎าม จับ ซึ่งแตํละวัสดุก็มีคุณสมบัติที่แตกตํางกันออกไป ภาพที่ 9 : ช๎อนตวง โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ภาพที่ 10 : มีดชนิดตําง ๆ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
10 วิธีการเลือกซื้อมีดพิจารณาได้จากวัสดุที่ใช้ท ามีด ดังนี้ 3.4.1 มีดสเตนเลส หรือเรียกวําโลหะทรานซิชั่น มีข๎อดีหลายประการคุณพํอบ๎าน คุณแมํบ๎านจึง นิยมเลือกมาใช๎รวมถึงอาชีพเชฟด๎วย เชํน มีความแข็งแรง ทนตํอการกัดกรํอนได๎ดีกวําเหล็ก High Carbon มีน้ าหนักพอเหมาะ ไมํขึ้นสนิม สามารถน าไปลับคมได๎งํายแตํก็ท าให๎เสียความคมได๎เร็วตามไปด๎วย นอกจากนี้ผิวสเตนเลสที่มีความมันวาวท าให๎สิ่งสกปรกติดยากจึงปลอดภัยจากการบนเปื้อนในอาหารได๎ 3.4.2 มีดเหล็ก High Carbon คนสํวนใหญํชื่นชอบใช๎มีดที่ท าจากเหล็กอาจเพราะความเคยชินใช๎ ถนัดกระชับมือ หาซื้องําย มีความแข็งแกรํงคงทน หนาหนักใช๎ได๎นาน แม๎เกิดสนิมงําย แตํด๎วยเทคโนโลยี สมัยใหมํบางยี่ห๎อมีการท าให๎ต๎านสนิมมากขึ้น แตํก็ยังต๎องหมั่นลับคม ลบสนิทบํอยๆ 3.4.3 มีดเซรามิก ท าจาก Zirconium Dioxide (เซอร์โคเนียม ไดออกไซด์) ซึ่งมีความแข็งแรง และคมมาก ด๎วยคุณสมบัติที่แกรํงรองจากเพชรจึงสามารถใช๎ได๎นานจนลืมโดยไมํต๎องลับคม น้ าหนักเบา หยิบใช๎สบายมือ แตํมีความเปราะบาง แตกหักได๎จึงไมํเหมาะกับงานสับของที่มีความแข็งมากๆ เชํน กระดูก ก๎อนน้ าแข็ง อาหารแชํแข็งที่ยังไมํละลายน้ าแข็ง และอาหารประเภทอื่นๆ ที่มีความแข็งเป็นพิเศษ วิธีการใช้มีดที่ใช้ในการหั่นอาหารมีหลายชนิด แบ่งได้ตามประเภท ดังนี้ - มีดหั่น ใช๎หั่นของทั่วไป ตัวมีดควรยาวกวํามีดปอก ยาวประมาณ 5 นิ้วฟุต ไมํรวมด๎ามปลาย แหลมจะสะดวกในการเลาะกระดูก มีดหั่นมีความคมบาง ถ๎าหนาเกินไปจะหั่นล าบากของที่หั่นออกมาจะไมํ สวย - มีดปอก ตัวมีดสั้นประมาณ 3 นิ้ว ใบมีดเล็กกวํามีดหั่น มีทั้งชนิดปลายแหลมและปลายมน ใช๎ ปอกเปลือกผัก ผลไม๎ปลายมีดแหลมเพื่อเจาะหรือแซะ - มีดสับ ตัวมีดกว๎างมีสันหนา เพื่อให๎มีน้ าหนักมาก ใช๎สับอาหารให๎ละเอียดเทําที่ต๎องการ - มีดคว้าน ใบมีดเรียว ปลายแหลมเรียวเล็ก โค๎งเล็กน๎อย ใช๎ส าหรับเซาะหรือคว๎านผลไม๎หรือ แกะสลักผัก - มีดแล่ ใบมีดคํอนข๎างโค๎งและหนา มีหยักฟันปลาใช๎เนื้อสัตว์ ออกจากกระดูกได๎ ใช๎แลํเลาะ เนื้อสัตว์ที่ปรุงร๎อน ๆ ออกจากกระดูก - ที่ปอก ใช๎ปลอกเปลือกโดยเฉพาะ ลักษณะคมมีดหันเข๎าหากันและมีด๎ามถือมีดท าจากโลหะ ตําง ๆ กัน วิธีการดูแลรักษามีด ใช๎มีดให๎ถูกวัตถุประสงค์ในการเตรียมอาหาร เชํน ไมํใช๎มีดสับมาหั่นหรือไมํใช๎มีดคว๎านมาปอก เป็น ต๎น ท าความสะอาด เช็ดให๎แห๎ง เก็บไว๎ให๎หํางจากมือเด็ก และลับมีดให๎คมอยูํตลอดเวลา
11 3.3 เขียง (Cutting Board) มีทั้งที่ท าด๎วยไม๎และพลาสติก ถ๎าเขียงที่ท าจากไม๎เนื้อแข็งสามารถสับอาหารบนเขียงได๎ แตํเขียงที่ทาก ไม๎เนื้ออํอน และเขียงที่ท าจากพลาสติก เหมาะส าหรับใช๎หั่นหรือซอยอาหารเทํานั้น เขียง ประกอบไปด๎วยเขียงไม๎ และเขียงพลาสติก มีทั้งที่ท าด๎วยไม๎และพลาสติก เขียงที่ท าจากไม๎ เนื้อแข็งสามารถสับอาหารบนเขียงได๎ แตํเขียงที่ท าจากไม๎เนื้ออํอน และเขียงที่ท าจากพลาสติก เหมาะส าหรับ ใช๎หั่นหรือซอยอาหารเทํานั้น เขียงพลาสติก มีน้ าหนักเบา พื้นผิวเรียบสะดวกตํอการใช๎งาน มีให๎เลือกหลายสี สามารถแยก ประเภทการใช๎งานได๎อยํางชัดเจน หาซื้อได๎งําย และที่ส าคัญคือ ท าความสะอาดงําย ไมํเก็บกลิ่น ซึ่งสามารถ แบํงแยกสีของเขียงตามชนิดของวัตถุดิบ และแบํงประเภทตามการใช๎งาน เพื่อปูองกันสารปนเปื้อนจาก วัตถุดิบที่ใช๎ เขียงมีทั้งหมด 6 สี ได๎แกํ 1. เขียงสีแดง ใช๎กับเนื้อสัตว์ดิบ เพราะอาหารที่เป็นเนื้อมีสีแดง เชํน เนื้อวัว ดังนั้นเพื่อให๎งํายตํอ การท าอาหารประเภทเดียวกันควรใช๎เขียงสีเดียวกัน 2. เขียงสีเหลือง ใช๎ส าหรับหั่นเนื้อสัตว์ปีกดิบ เพราะสีเหลืองเป็นสีของลูกไกํและลูกเป็ด จึงงํายตํอ การจ าวําสีเหลืองคือสัตว์ปีก 3. เขียงสีน้ าตาล ใช๎กับเนื้อสัตว์ปรุงสุก เพราะเนื้อที่ปรุงสุก และจ าเป็นต๎องหั่นจะมีสีน้ าตาล ท าให๎ งํายตํอการจดจ าวําสีน้ าตาลต๎องคูํกับเนื้อที่ปรุงสุกแล๎ว ภาพที่ 11 : เขียงไม๎และเขียงพลาสติก โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ภาพที่ 12 : เขียงพลาสติก ที่มา https://thai.alibaba.com
12 3. เขียงสีฟูา ใช๎กับเนื้อปลาหรืออาหารทะเลดิบ เพราะสีฟูาเป็นสีของท๎องทะเล จดจ าได๎งํายวําสี ฟูาทะเลต๎องคูํกับปลา 4. เขียงสีเขียว ใช๎กับผักและผลไม๎ เพราะสีเขียวเป็นสีของผัก เหมาะกับการจ าวําสีเขียวคือความ สด เป็นสีของสลัดและผักสด 5. เขียงสีขาว ใช๎กับขนมปังและผลิตภัณฑ์จากนม เพราะสีขาวจะงํายตํอการจ าวํา คือ ผลิตภัณฑ์จาก นม ท าจากนม วิธีการเลือกซื้อเขียง ควรเลือกซื้อเขียงเป็นไม๎เนื้อแข็ง ท าจากไม๎มะขาม ไมํมีรอยร๎าวหรือเขียงพลาสติกเนื้อแข็ง ลักษณะ จะดูสวยงาม มีราคาแพงกวําเขียงไม๎ เลือกเขียงพลาสติกตามประเภทสีของการใช๎งาน เพื่อปูองกันสาร ปนเปื้อนจากวัตถุดิบที่ใช๎ วิธีการใช้งานเขียง การใช๎เขียงเป็นที่รองส าหรับหั่น สับ ซอย ควรเลือกใช๎ให๎เหมาะกับงานนั้น เชํน การหั่น ซอยใช๎ เขียงพลาสติกได๎ดี แตํไมํควรน าเขียงพลาสติกมาสับอาหาร การใช๎เขียงอยําใช๎รวมกับอาหารคาว จะท าให๎ อาหารหวานมีมีกลิ่นคาวได๎ วิธีการดูแลรักษาเขียง เมื่อเลิกใช๎งานควรล๎างท าความสะอาด เช็ดให๎แห๎ง หรือตากแดดเก็บในที่โปรํง อากาศถํายเทเพื่อไมํให๎ เขียงมีกลิ่น และเป็นราได๎ 3.4 ชามผสมหรืออ่างผสมชนิดต่าง ๆ (Mixing Bowls) (นรารัตน์ เล็กสิงห์โต, ม.ป.ป.) กลําววํา อํางผสมมีหลายขนาด ท าด๎วยวัสดุหลายชนิด เชํน สแตนเลส อลูมิเนียม แก๎ว พลาสติก ฯลฯ ใช๎ส าหรับคลุกเคล๎าสํวนผสมตําง ๆ มีหลายชนิด หลายขนาด แบํงตามวัสดุ และการใช๎งานได๎ ดังนี้ 3.4.1 อ่างสแตนเลส มีความหนา หนักและทนทาน เหมาะส าหรับผสมอาหาร หือใช๎เป็นภาชนะ ส าหรับดารจัดเรียมอาหาร เชํน ล๎างผัก ผลไม๎ หรือเป็นภาชนะส าหรับใสํอาหาร 3.4.2 อ่างผสมแก้ว มีความหนา ใส และมีน้ าหนัก มีทั้งแก๎วทนไฟและแก๎วใส เหมาะส าหรับการ ท าอาหารเพื่อการสาธิต ซึ่งท าให๎เห็นอาหารได๎ชัดเจน ท าความสะอาดได๎งําย 3.4.3 อ่างผสมเคลือบ การผสมอาหารบางชนิดควรใช๎อํางผสมเคลือบในการประกอบอาหาร เชํน อาหารที่มีสํวนผสม น้ าปูนใส เกลือ ไขํ ถ๎าเป็นภาชนะประเภทโลหะ เหล็ก หรืออลูมิเนียม ซึ่งสารประกอบ โลหะอาจท าให๎เกิดการปนเปื้อนลงในอาหาร อันกํอให๎เกิดอันตรายได๎ดังนั้นการใช๎ชามหรืออํางผสมเคลือบ ให๎เหมาะสมกับอาหารที่เป็นกรด ควรระมัดระวังอยําให๎ตกจะท าให๎สํวนที่เคลือบกะเทาะออก 3.4.4 อ่างผสมอลูมิเนียม ไมํเหมาะสมส าหรับน ามาอาหารที่มีรสเปรี้ยวหรือน ามาตีไขํ 3.4.5 อ่างผสมพลาสติก เป็นภาชนะที่เหมาะสมกับการเตรียมอาหารที่หมัก สะดวกสบายในการ หยิบจับ อํางพลาสติกไมํเหมาะส าหรับการตีไขํหรือน ามาผสมอาหาร 3.4.6 อ่างผสมกระเบื้อง เหมาะส าหรับกับการผสมอาหารทุกชนิด ภาชนะกระเบื้องทนตํอความเป็น กรดและดํางได๎ดี
13 วิธีการเลือกซื้ออ่างผสมพิจารณาดังนี้ ควรเลือกขนาดให๎เหมาะสมกับปริมาณของอาหารและการใช๎งาน ข๎อส าคัญไมํเป็นสนิม เลือกซื้อ ตามวัตถุประสงค์การใช๎สอย ควรเลือกอํางที่มีรูปรํางโค๎งเรียบไมํหักมุมเพื่อชํวยในการผสมและท าความ สะอาดได๎งําย วิธีการใช้อ่างผสม การใช๎งานของอํางผสมแตํละชนิดควรใช๎ให๎เหมาะสมกับงานหรือชนิดของอาหารที่จะเตรียมหรือ ปรุง ตลอดจนปริมาณของอาหารเพราะอํางมีขนาดใหญํเกินไปอาหารก็จะดูน๎อยภาชนะ หรืออํางเล็กเกินไป อาหารก็จะล๎น โดยมีหลักพิจารณา ดังนี้ 1. อํางผสมเคลือบ แก๎ว สแตนเลส เหมาะส าหรับอาหารที่มีสภาพเป็นกรด 2. อํางผสมอะลูมิเนียมไมํเหมาะส าหรับอาหารที่มีสภาพเป็นดําง - กรด เมื่ออาหาร ท า ปฏิกิริยากับอะลูมิเนียม ท าให๎อาหารมีสีคล้ าไมํนํารับประทานอาหารเป็นต๎น ข๎อสังเกต อํางผสมที่เป็นเครื่อง แก๎ว เครื่องเคลือบจะใช๎ในการตีไขํได๎ขึ้นกวําที่ท าด๎วยอะลูมิเนียม เพราะไขํมีฤทธิ์เป็นดํางจะไมํท าปฏิกิริยา กับภาชนะอื่นยกเว๎นอะลูมิเนียม วิธีการดูแลรักษาอ่างผสม เมื่อใช๎แล๎วควรล๎างท าความสะอาด เช็ดให๎แห๎ง หรือตากแดดเก็บในที่โปรํง และอากาศถํายเท 3.5 กระชอน (Colander) กระชอนเป็นเครื่องกรองเพื่อแยกน้ าและกากจากกัน เชํน แยกน้ ากะทิออกจากเนื้อ มะพร๎าว ปูองกันสิ่งที่ไมํต๎องการหลุดลอดลงไปในน้ ากะทิ ซึ่งมีลักษณะ คล๎ายตะแกรงรูโปรํงเล็ก ส าหรับ กระชอนคั้นกะทินี้ท าด๎วยอลูมิเนียม หรือไม๎ไผํแผํนเล็กสานเป็นรู เล็ก ๆ ทั่วไปและมีหูสองข๎างเล็ก ส าหรับ พาดเกาะปากหม๎อหรืออํางผสมเวลาที่จะคั้นกะทิ วิธีการเลือกซื้อกระชอนพิจารณาดังนี้ กระชอนคั้นกะทิมีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญํ ควรเลือกใช๎ให๎เหมาะสมกับ วัตถุประสงค์ของการใช๎ งาน วิธีการใช้กระชอน ใช๎ส าหรับการคั้นกะทิหรือกรองอาหารให๎แยกสํวนเนื้อและสํวนน้ าออกจากกัน ตลอดจนใช๎ส าหรับ การพักอาหารให๎สะเด็ดน้ า หลังจากการใช๎งานควรล๎างท าความสะอาดแขวน เพื่อให๎แห๎ง มีทั้งรูปทรงกลม และสี่เหลี่ยมมีหูยาวยื่นออกมาส าหรับพาดกับปากภาชนะ ส าหรับ กระชอนอลูมิเนียม มีด๎ามถือ ภาพที่ 13 : ชามผสมหรืออํางผสม โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
14 วิธีการดูแลรักษากระชอน เมื่อใช๎แล๎วควรล๎างท าความสะอาด เช็ดให๎แห๎ง หรือตากแดดเก็บในที่โปรํง และอากาศถํายเท 3.6 กระทะ (Pan) กระทะ ท าจากโลหะชนิดตําง ๆ เชํน ทองเหลือง เหล็ก อลูมิเนียมเป็นกระทะที่ใช๎ประจ าครัว ไทย อยํางแพรํหลาย เหมาะส าหรับประกอบอาหารดาวทุกชนิด สํวนกระทะทองเหลืองใช๎เฉพาะ ประกอบ อาหารหวานเทํานั้น คนไทยนิยมรับประทานอาหารที่สุกใหมํ การใช๎กระทะจึง สะดวกสบายที่จะผัด ต๎ม ทอด ได๎อยํางรวดเร็ว กระทะที่ใช๎อยูํในครัวจะมีขนาดเล็ก ใหญํและ รูปแบบที่แตกตํางกันไป วิธีการเลือกซื้อกระทะพิจารณาดังนี้ ควรเลือกซื้อ ให๎เหมาะสมกับการใช๎งานเชํน ใช๎กระทะเพื่อการทอด ๆ ลักษณะของกระทะแบบใด เหมาะสมกับการใช๎งานที่ถูกวิธีและดีกวํากัน สํวนโลหะที่น ามาผลิตส าหรับเป็น กระทะแตํละชนิด เชํน กระทะที่ท าจากอลูมิเนียมไมํควรบางเกินไป เพราะจะท าให๎ความร๎อนไมํ สม่ าเสมอ ซึ่งความร๎อนจะสํงผําน ไปยังโลหะได๎ในระยะแรก สํวนระยะหลังความร๎อนจะไมํคงที่ ถ๎าเป็นเนื้อเหล็กควรเลือกที่มีสีเข๎ม ละเอียด เนื้อเรียบ ไมํมีรอยรั่ว น้ าหนักพอสมควร วิธีการใช้กระทะ ใช๎กระทะแตํละชนิดให๎เหมาะสมกับการประกอบอาหารโดยใช๎คูํกับทัพพี ตะหลิว และไม๎พาย วิธีการดูแลรักษากระทะ เมื่อใช๎แล๎วควรล๎างท าความสะอาด เช็ดให๎แห๎ง หรือตากแดดเก็บในที่โปรํง และอากาศถํายเท ภาพที่ 14 : กระชอน ที่มา : https://shopee.co.th ภาพที่ 15 : กระทะ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
15 3.10 อุปกรณ์ที่ใช้ในการหุงต้ม และนึ่ง (Boilers and Steamers) หม้อ และอุปกรณ์หุงต้ม (Pot and Boilers) หม๎อ และอุปกรณ์หุงต๎มท ามาจากวัสดุหลายชนิดด๎วยกัน วัสดุที่มีความแตกตํางชนิดกัน จะมี คุณสมบัติการน าความร๎อนที่แตกตํางกันไป ภาชนะหุงต๎มที่ใช๎ในครัวไทย ตั้งแตํอดีตจนถึงปัจจุบัน ท ามาจาก วัสดุประเภท ทองเหลือง สแตนเลสและอลูมิเนียม โลหะชนิดตําง ๆ ที่กลําวมานั้น วิธีการเลือกซื้อหม้อ และอุปกรณ์หุงต้ม เลือกตามคุณสมบัติชนิดของวัสดุที่น ามาท าภาชนะพื้นฐาน ขนาดของ ภาชนะ ปริมาณความจุ รูปทรงของหม๎อแตํละประเภทให๎เหมาะสมกับการประกอบอาหาร วิธีการใช้งานหม้อ และอุปกรณ์หุงต้ม เลือกใช๎ให๎เหมาะสมกับการใช๎งาน โดยพิจารณาจากขนาดในการบรรจุ ความสะดวกในการ ใช๎งาน และความเหมาะสมของอุปกรณ์ชนิดนั้น ๆ ที่ต๎องใช๎รํวมกัน เชํน ขนาดของเตาสัมพันธ์กับ ขนาดของหม๎อ ความร๎อนกับวัสดุที่น ามาท าภาชนะนั้น ๆ หม๎อที่ท าจากอลูมิเนียมจะน าความร๎อน ได๎ดี สํวนภาชนะที่ท า จากสแตนเลสสตีล จะน าความร๎อนไมํทั่วถึง ท าให๎อาหารบางสํวนไหม๎ บางสํวนดิบก็มี วิธีการดูแลรักษาหม้อ และอุปกรณ์หุงต้ม ท าความสะอาดโดยใช๎ครีม ออฟ ทาร์ทาร์ 2 ช๎อนโต๏ะ ละลายน้ า 4 ถ๎วย หรือ น้ าส๎มสายชู 1 ถ๎วย ตํอน้ าเปลํา 4 ถ๎วย น าไปให๎ความร๎อนพออุํนแชํภาชนะอลูมิเนียมล๎างท าความสะอาด และใช๎ภาชนะ ประเภทหม๎อให๎เหมาะสมกับวัสดุของภาชนะนั้น ๆ 3.11 ถาด (Tray) ถาด โดยทั่วไปมักท าด๎วยวัสดุเหล็กผสมดีบุก ภาชนะเคลือบ สังกะสี มีรูปรํางตํางๆกัน เชํน รูป สี่เหลี่ยม กลมลึก รูปไขํ เป็นต๎น การใช๎งานสํวนใหญํมักใช๎วางวัตถุดิบ และสํวนผสมส าหรับเตรียมกํอน ขั้นตอนการท า หรือน าเข๎าเตาอบ ตามแตํวัตถุประสงค์ในการใช๎งาน ภาพที่ 16 : หม๎อ และอุปกรณ์หุงต๎ม โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
16 การเลือกซื้อถาด ควรเลือกซื้อให๎เหมาะสมตามประโยชน์ใช๎สอย การใช้งานถาด การใช๎งานถาดนั้น จะแตกตํางกันไปตามวัสดุที่ใช๎ผลิตถาด สํงผลให๎อาหารอบออกมาตํางกัน เชํน – ถาดเคลือบขนมสุกเร็ว บริเวณสํวนลํางและขอบขนมหนา แข็ง ตอนกลางยุบต่ า – ถาดเหล็กผสมดีบุก ถาดอะลูมิเนียม ขนมที่ได๎จะนุํม มีสีน้ าตาลอํอนสวย – ถาดแก๎วทนไฟสีขนมจะคล้ า แตํได๎รูปสวยดี ใช๎เวลาอบเร็วขึ้น แตํส าหรับการใช๎ถาดในการท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎นั้น สามารถใช๎ถาดที่ท ามาจากวัสดุใดก็ได๎ เนื่องจากใช๎ วางวุ๎น ส าหรับเคลื่อนย๎าย และแชํตู๎เย็นเทํานั้น การเก็บรักษาอ่างผสม เมื่อใช๎แล๎วควรล๎างให๎สะอาด และผึ่งให๎แห๎ง 3.12 ตะกร้อมือ (Beater or Wire Whisk) ตะกร๎อมือใช๎ส าหรับคนหรือตะลํอมสํวนผสมให๎เข๎ากัน โดยเฉพาะเนื้อเค๎กที่ต๎องการความเบาฟู เชํน ชิฟฟุอนเค๎ก ภาพที่ 17 : ถาด ที่มา : http://www.jnkitchenware.com/ ภาพที่ 18 : ตระกร๎อมือ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
17 การเลือกซื้อตะกร้อมือ ตรวจดูลวดที่ติดกับโครงขอบให๎แนํน เส๎นลวดเป็นระเบียบ รอยตํอของเส๎นลวดกับด๎ามต๎อง แข็งแรง รักษาความสะอาดงําย ด๎ามต๎องจับได๎พอเหมาะ ควรเลือกตะกร๎อมือที่ท าด๎วยสแตนเลสทั้งอัน การใช้งานตะกร้อมือ ตะกร๎อมือเป็นเส๎นลวดยาวๆ ท าเป็นหํวงหรือขดเป็นวงใช๎ตีไขํในลักษณะตั้งฉาก ยกมือขึ้นลง แบบนี้ อาจใช๎คนอาหารที่มีสํวนผสมของเหลวให๎เข๎ากันมือ การเก็บรักษาตะกร้อมือ เมื่อใช๎งานเรียบร๎อยแล๎วควรล๎างให๎สะอาด และเช็ดให๎แห๎ง 3.13 ไม้พายซิลิโคน (Silicone spatula) อุปกรณ์เครื่องครัวส าหรับคนหรือปาดสํวนผสมที่มักคุ๎นเคยกันเป็นอยํางดี นั้นคือ "ไม๎พาย" ซึ่งไม๎ พายสํวนมากที่พบเห็นกันมักจะท าจากพลาสติกหรือซิลิโคน อยํางไรก็ตาม "ไม๎พายซิลิโคน" นั้นมีข๎อดี มากกวําไม๎พายแบบพลาสติกตรงที่สามารถทนความร๎อนได๎ดีกวํา ท าให๎นอกจากจะน าไปใช๎คนสํวนผสมใน ถ๎วยปกติแล๎ว ยังสามารถใช๎คนสํวนผสมในหม๎อหรือกระทะที่ตั้งไฟอยูํได๎ด๎วยคํะ นอกจากนี้ ยังมีความ ทนทานและความยืดหยุํนมากกวําไม๎พายแบบพลาสติกจึงสามารถน าไปประยุกต์ใช๎ได๎หลายวิธี แม๎วําไม๎พาย ซิลิโคนจะมีราคาสูงกวําแตํก็นับวําเป็นการลงทุนที่คุ๎มคํา การเลือกซื้อพายซิลิโคน 1. เลือกลักษณะของปลายไม๎พายซิลิโคนที่เหมาะสมกับการใช๎งาน - ไม๎พายซิลิโคนแบบมุมแหลมนั้นที่สํวนปลายสุดของไม๎พายจะมีหัวที่ตัดเป็นแนวเฉียง มุมด๎าน ยาวจะเป็นมุมแหลม สํวนอีกด๎านมีลักษณะโค๎งมน ข๎อดีข๎อไม๎พายลักษณะนี้ คือ มุมแหลมของไม๎พายจะชํวย ในการปาดสิ่งของที่อยูํตามขอบมุมได๎เป็นอยํางดี ไมํวําจะเป็นหม๎อ, ถ๎วย, ชาม หรือขวด และยังสามารถปาด สิ่งของที่ติดอยูํตามอุปกรณ์อื่นอยํางที่ตีไขํได๎อีกด๎วย นอกจากนี้ หากสํวนปลายของไม๎พายมีลักษณะแบนก็ จะท าให๎มีความยืดหยุํนดี จึงยิ่งปาดสิ่งของตามซอกมุมได๎อยํางมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น - สํวนปลายของไม๎พายซิลิโคนแบบปลายมุมฉากจะขนานไปกับภาชนะไมํเป็นปลายตัดเหมือนไม๎ ภาพที่ 19 : พายซิลิโคน ที่มา : https://www.sweetybakery.com
18 พายแบบมุมแหลม มีด๎านหนึ่งเป็นมุมฉาก สํวนอีกด๎านจะโค๎งมน โดยด๎านที่เป็นมุมฉากนี้ยังมีความแตกตําง กันอีก คือ มีทั้งแบบมุมฉากที่มนและมุมฉากที่คม มุมฉากทั้งสองแบบนี้มีความแตกตํางกันตรงที่มุมฉากที่คม จะสามารถเข๎ามุมภาชนะได๎เป็นอยํางดี ในขณะที่มุมฉากแบบมนอาจไมํสามารถเข๎ามุมภาชนะที่เป็นเหลี่ยมได๎ 2. ขนาดและความยืดหยุํนของไม๎พายซิลิโคนก็มีผลตํอการใช๎งาน วามยืดหยุํนของไม๎พายซิลิโคนก็มีผล ตํอการใช๎งานเชํนกัน โดยความยืดหยุํนมักจะขึ้นอยูํกับความหนาของปลายไม๎พาย ไม๎พายที่หนาจะยืดหยุํน ได๎น๎อยกวําไม๎พายแบบบาง ซึ่งไม๎พายที่มีความอํอนตัวจะเหมาะส าหรับใช๎ปาดสิ่งของตามซอกมุมมากกวํา น ามาคนอาหารที่ข๎นหนืดหรือแข็ง แตํหากต๎องการใช๎กับอาหารที่ข๎นมากหรือใช๎ผัดอาหาร ควรใช๎ไม๎พาย ซิลิโคนที่มีความหนาและแข็งกวําจะเหมาะสมที่สุด 3. เลือกไม๎พายซิลิโคนสามารถทนความร๎อนได๎มากกวําไม๎พายที่ท าจากพลาสติก ท าให๎นอกจากจะใช๎ คนสํวนผสมในชามแล๎ว ยังสามารถใช๎คนสํวนผสมในหม๎อหรือกระทะที่ตั้งไฟอยูํได๎อีกด๎วย แตํการทนความ ร๎อนของไม๎พายซิลิโคนแตํละยี่ห๎อก็แตกตํางกันไป จึงควรพิจารณาให๎ดีวําไม๎พายแตํละชิ้นทนความร๎อนได๎สูง ถึงระดับใด ไม๎พายซิลิโคนที่ทนความร๎อนได๎ดีควรทนได๎ถึงอุณหภูมิ 200 - 315 องศาเซลเซียส หรือ 400 - 600 องศาฟาเรนไฮต์ หากไม๎พายไมํสามารถทนความร๎อนได๎ถึงระดับนี้ ก็ไมํควรน าไปใช๎บนกระทะหรือใน หม๎อ 4. เลือกด๎ามจับของไม๎พายมีรูปแบบที่หลากหลายตามการออกแบบของแตํละยี่ห๎อ นอกจากการ ออกแบบที่สวยงามแล๎ว คุณควรเลือกดูด๎ามจับที่ถือแล๎วมั่นคง เหมาะกับสรีระของมือของตนเอง ไมํท าให๎ เมื่อยหรือปวดมือเมื่อใช๎เป็นเวลานานคํะ โดยด๎ามจับที่มีเหลี่ยมนั้นเมื่อก าเป็นเวลานานอาจท าให๎รู๎สึกเจ็บมือ ได๎ ในขณะที่ด๎ามจับทรงกลมจะให๎ความสบายมือมากกวํา และหากด๎ามจับนั้นมีขนาดเล็กหรือใหญํมาก เกินไปก็อาจจะท าให๎ใช๎งานได๎ไมํถนัดเชํนกัน 5. อยํางไรก็ตาม คุณไมํควรน าไม๎พายวางทิ้งไว๎บนกระทะหรือหม๎อที่ตั้งไฟไว๎เป็นเวลานาน และไมํควร น าไม๎พายซิลิโคนที่ไมํระบุระดับการทนความร๎อนหรือทนความร๎อนได๎ในอุณหภูมิที่ไมํสูงมาก มา ท าอาหารที่ต๎องใช๎ความร๎อนสูง เพราะตัวซิลิโคนจะละลายและปนเปื้อนมากับอาหารได๎ การใช้งานพายซิลิโคน 1. การใช๎พายซิลิโคนที่มีปลายไม๎พายที่เป็นมุมฉากจะมีหน๎าไม๎พายมากกวําไม๎พายแบบมุมแหลม และถ๎าไม๎พายมีความหนาและแข็งแรงก็จะยิ่งเหมาะส าหรับน าไปใช๎ผัดอาหารแทนตะหลิว แตํอาจจะใหญํ เกินกวําจะน าไปใช๎ปาดอาหารในภาชนะขนาดเล็ก และไมํเหมาะจะใช๎ปาดสิ่งของตามซอกมุมแคบ ๆ เนื่องจากไม๎พายลักษณะนี้อาจไมํสามารถเข๎าถึงซอกมุมเหลํานั้น 2. ความยืดหยุํนของไม๎พายซิลิโคนก็มีผลตํอการใช๎งานเชํนกัน โดยความยืดหยุํนมักจะขึ้นอยูํกับ ความหนาของปลายไม๎พาย ไม๎พายที่หนาจะยืดหยุํนได๎น๎อยกวําไม๎พายแบบบาง ซึ่งไม๎พายที่มีความอํอนตัว จะเหมาะส าหรับใช๎ปาดสิ่งของตามซอกมุมมากกวําน ามาคนอาหารที่ข๎นหนืดหรือแข็ง แตํหากต๎องการใช๎กับ อาหารที่ข๎นมากหรือใช๎ผัดอาหาร ควรใช๎ไม๎พายซิลิโคนที่มีความหนาและแข็งกวําจะเหมาะสมที่สุด 3. ไมํควรน าไม๎พายวางทิ้งไว๎บนกระทะหรือหม๎อที่ตั้งไฟไว๎เป็นเวลานาน และไมํควรน าไม๎พาย ซิลิโคนที่ไมํระบุระดับการทนความร๎อนหรือทนความร๎อนได๎ในอุณหภูมิที่ไมํสูงมาก มาท าอาหารที่ต๎องใช๎ ความร๎อนสูง เพราะตัวซิลิโคนจะละลายและปนเปื้อนมากับอาหารได๎ การเก็บรักษาพายซิลิโคน ล๎างท าความสะอาดด๎วยน้ ายาล๎างจานทั่วไป เช็ดหรือผึ่งให๎แห๎งกํอนจัดเก็บ
19 3.14 กระบวยสแตนเลส (Stainless Steel Dipper) กระบวย เป็นภาชนะตักน้ าสมัยกํอนท าด๎วยกะลามีด๎ามถือ ระบวยสแตนเลส ใช๎ส าหรับตัก ลวก ต๎ม จุํม โดยมีหลายชนิดตามการใช๎งานดังนี้ กระบวยตักแกง กระบวยโปรํง กระบวยตักน้ าจิ้ม กระบวยน้ าซุป กระบวยสุกี้ กระบวยหม๎อไฟ กระบวยด๎ามไม๎ กระบวยด๎ามงอ กระบวยตวง หัวกระบวยตํอด๎าม และมี กระบวยขนาดพิเศษยาว 1.2 เมตรด๎วย กระบวยในปัจจุบันมักท าจากสังกะสี อะลูมิเนียม ทองแดง หรือ พลาสติก เป็นต๎น การเลือกซื้อกระบวยสแตนเลส การเลือกกระบวยสแตนเลส ให๎ค านึงถึงวัตถุประสงค์ในการใช๎งาน เชํน ใช๎ส าหรับ ท าอาหาร ทอด ผัด เจียว คั่ว หรือใช๎ส าหรับตักน้ าซุป น้ าแกง หรือ น้ าจิ้ม เลือกตัวด๎ามที่ท าจากแบ็กกาไลท์ทนตํอความร๎อน ท าให๎จับได๎ถนัดมือ หัวกระบวยเป็นสแตนเลสเนื้อดี แข็งแรงทนทาน เนื้อสแตนเลสท าให๎ทนทานตํอความ ร๎อน ล๎างและท าความสะอาดงําย ไมํเป็นสนิม การใช้งานกระบวยสแตนเลส ใช๎งานกระบวยสแตนเลสให๎เหมาะสมกับชนิดของกระบวย และประเภทการใช๎งาน เชํน ใช๎ส าหรับ ท าอาหาร ทอด ผัด เจียว คั่ว ใช๎ส าหรับตักน้ าซุป น้ าแกง น้ าจิ้ม หรือใช๎ตักวัตถุดิบในการท าขนมหวานโดย ควรแยกกระบวยที่ใช๎ส าหรับอาหารคาว และหวาน ออกจากกัน ไมํใช๎ปะปนกัน การเก็บรักษากระบวยสแตนเลส 1. เมื่อใช๎เสร็จ ท าความสะอาดแล๎วเช็ดให๎แห๎ง กํอนท าการเก็บรักษา 2. เก็บในที่แห๎งและอากาศถํายเทสะดวก 3. เก็บให๎พันมือเด็ก หรือ สัตว์เลี้ยง เพื่อความปลอดภัย 4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสผลิตภัณฑ์กับกรดหรือดําง ภาพที่ 20 : กระบวยสแตนเลส ที่มา : https://www.ikea.com
20 3.15 หลอดหยด (Dropper) หลอดหยดเป็นอุปกรณ์ที่ใช๎ส าหรับตวงของเหลวปริมาณน๎อย ๆ ท าได๎โดยการนับจ านวนหยดของ ของเหลวที่หยดลงไป และสามารถเทียบมาตรฐาน (calibrate) ด๎วยกระบอกตวง แล๎วใช๎เป็นคํา โดยประมาณส าหรับท าการทดลองตํอไปได๎ การเลือกซื้อหลอดหยด หลอดหยด มีลักษณะเป็นหลอดแก๎วที่ปลายข๎างหนึ่งยาวเรียวเล็ก และปลายอีกข๎างหนึ่งมีกระเปาะ ยางสวมอยูํ การเลือกซื้อควรเลือกซื้อตามวัตถุประสงค์ที่จะใช๎งาน โดยตรวจสอบขนาดของหลอดหยด ซื้อ จากร๎านค๎าที่มีมาตรฐาน ในกรณีหลอดหยด เป็นหลอดแก๎ว ควรตรวจเช็คกระเปาะแก๎วไมํมีรอยแตกหรือบิ่น กํอนตัดสินใจซื้อ การใช้งานหลอดหยด หลอดหยดใช๎ส าหรับดูดของเหลวตําง ๆ ที่่ต๎องการตวงของเหลวปริมาณน๎อย ๆ ท าได๎โดยการ นับจ านวนหยดของของเหลวที่หยดลงไป เชํน การดูดสีผสมอาหาร สารแตํงกลิ่นเลียนแบบธรรมชาติ หรือ สารละลายบางตัว เป็นต๎น หลอดหยดเมื่อใช๎ดูดสารชนิดหนึ่งแล๎วห๎ามน าไปดูดสารตํางชนิดกัน ถ๎ายังไมํได๎ ท าความสะอาด โดยมีขั้นตอนการใช๎งาน ดังนี้ 1. จุํมในสีผสมอาหาร หรือสารแตํงกลิ่นเลียนธรรมชาติที่ต๎องการจะดูด 2. คํอย ๆ ปลํอยจุกยางเพื่อดูดสีผสมอาหาร หรือสารแตํงกลิ่นเลียนธรรมชาติเข๎ามาในหลอด หยด โดยดูดเข๎ามาให๎ปริมาณของเหลวใกล๎เคียงกับปริมาตรที่ต๎องการใช๎ 3. เคลื่อนย๎ายหลอดหยดไปยังภาชนะที่ต๎องการ โดยพยายามไมํให๎หลอดหยดสัมผัสกับ ภาชนะใดระหวํางการเคลื่อนย๎าย เพราะจะท าให๎เกิดการปนเปื้อน 4. คํอย ๆ บีบจุกยาง เพื่อปลํอยสีผสมอาหาร หรือสารแตํงกลิ่นเลียนธรรมชาติทีละหยดอยําง สม่ าเสมอ อยําปลํอยให๎ปลายหลอดหยดแตะขอบภาชนะและอยําให๎สูงกวําปากภาชนะมากเกินไป การเก็บรักษาหลอดหยด หลังใช๎เสร็จเรียบร๎อยแล๎ว ท าความสะอาดเช็ดให๎แห๎ง เก็บไว๎ในตู๎อุปกรณ์ ภาพที่ 21 : หลอดหยด ที่มา : http://www.kasetvirul.com
21 3.16 หลอดฉีดยา และเข็มฉีดยา (Syring and Hypodermic needle) หลอดฉีดยาเป็นอุปกรณ์วัดและตวงปริมาตรของของเหลว ส าหรับท าการทดลอง หลอดฉีดยาที่ นิยมใช๎จะท าด๎วยพลาสติก เพราะราคาถูกและหาซื้อได๎งํายส าหรับงานที่ต๎องการความถูกต๎องสูงจะใช๎หลอด ฉีดยาที่ท าด๎วยแก๎ว เข็มฉีดยามีชนิดที่หัวเข็มท าด๎วยเหล็กสเตนเลส หรือเข็มพลาสติกที่ใช๎ครั้งเดียวทิ้ง สํวนประกอบ ของเข็มกระบอกฉีดยา มีอยูํ 3 สํวน คือ 1. รอยบากปลายเข็ม (Bevel) 2. ตัวเข็ม (shaft) คือสํวนที่ตํอจาก ตัวเข็ม การเลือกซื้อหลอดฉีดยา และเข็มฉีดยา พิจารณาดังนี้ 1. ความแหลมคม ขึ้นอยูํกับรอยบากปลายเข็ม หากรอยบากปลายเข็มมาเข็มจะคม 2. ความยาวของตัวเข็ม มีความยาวตั้งแตํ 3/8 นิ้ว ถึง 5 นิ้ว การใช๎ความยาวเข็มเทําใดต๎องพิจารณา จากความลึกที่ต๎องการฉีด 3. เบอร์เข็ม เบอร์เข็มจะบอกถึงขนาดเส๎นผําศูนย์กลางของเข็มมีหลายขนาด ตั้งแตํ 14-27 เบอร์ ส าหรับการท าวุ๎น การใช้งานหลอดฉีดยา และเข็มฉีดยา ในสํวนของหลอดฉีดยาที่ใช๎ในการฉีดวุ๎นนั้น ควรเลือกใช๎ขนาด 10 ml และขนาดเข็มใช๎เบอร์ 18 ยาว 1.5 นิ้ว โดยหลังจากดูดวุ๎นกะทิสีเพื่อฉีดเข๎าไปในพิมพ์ฟองดองแล๎ว หากต๎องการใช๎งานตํอ ควรดูด น้ าอุํนและฉีดออกเพื่อล๎างสีด๎านในกระบอกฉีดกํอนทุกครั้ง จึงจะดูดวุ๎นกะทิสีอื่นตํอไป การเก็บรักษาหลอดฉีดยา และเข็มฉีดยา หลังใช๎เสร็จเรียบร๎อยแล๎ว ท าความสะอาดด๎วยการดูดไลํวุ๎นกะทิที่ค๎างอยูํในตัวกระบอกฉีด และเข็ม ออกให๎หมด แชํน้ าอุํน ล๎างด๎วยน้ ายาล๎างจาน ตากให๎แห๎ง เก็บไว๎ในตู๎อุปกรณ์ ภาพที่ 22 : หลอดฉีดยา และเข็มฉีดยา ที่มา : https://108kaset.com
22 3.17 ฟองดอง หรือแม่พิมพ์ซิลิโคนดอกไม้ (Flower Silicone Mold) ฟองดองเป็นพิมพ์ซิลิโคนแบบ 3 มิติ เป็นแมํพิมพ์แบบชิ้นเดียวคุณสมบัติเหมือนพิมพ์ซิลิโคนทั่วไป ทุกประการสํวนใหญํเป็นพิมพ์แบบหลุมเดียวมีลวดลายและรูปทรง 3 มิติ เสมือนจริงซึ่งแตกตํางจากพิมพ์ ซิลิโคนทั่วไปเหมาะส าหรับท าวุ๎น, ช็อคโกแลต, หลอมสบูํ และเรซิ่น พิมพ์ซิลิโคนเป็นแมํพิมพ์ Food grade สามารถสัมผัสอาหารได๎ปลอดภัย ทนอุณหภูมิตั้งแตํ -40 ถึง 230 องศาเซลเซียส น าเข๎าตู๎เย็น, ตู๎อบ, หม๎อ นึ่ง, ชํองฟรีสได๎ การเลือกซื้อฟองดอง หรือแม่พิมพ์ซิลิโคนดอกไม้ การเลือกซื้อฟองดอง หรือแมํพิมพ์ซิลิโคนดอกไม๎นั้น ควรเลือกซื้อแมํพิมพ์ซิลิโคนที่มีคุณภาพ พิมพ์ คมชัด ผิวเรียบ และสามารถทนอุณหภูมิตั้งแตํ - 40 ถึง 230 องศาเซลเซียส ส าหรับแชํเย็น ใสํขนมนึ่ง หรือ น าเข๎าเตาอบได๎ ควรพิจารณาขนาดของแมํพิมพ์ และเลือกขนาดให๎เหมาะกับกลํองใสํบรรจุภัณฑ์ที่จะ เลือกใช๎ การใช้งานฟองดอง หรือแม่พิมพ์ซิลิโคนดอกไม้ 1. เมื่อซื้อพิมพ์ซิลิโคนมาใหมํๆ ให๎น ามาล๎างด๎วยน้ าสบูํ ตากให๎แห๎ง แมํพิมพ์ซิลิโคนที่มีรายละเอียดของ ลายดอกและลึก ควรผําพิมพ์กํอนใช๎งาน เพื่อสะดวกตํอการแกะขนมออกจากพิมพ์ ส าหรับการใช๎ พิมพ์ซิลิโคนในการท าขนมอบ การใช๎ครั้งแรกควรทาด๎านในพิมพ์ด๎วยน้ ามัน หรือเนยเล็กน๎อย 2. การใช๎พิมพ์ซิลิโคนอบขนมหรือเบเกอรี่ตํางๆ ส าหรับพิมพ์ขนาดใหญํให๎วางบนตะแกรง ในเตาอบ โดยตรง ไมํต๎องวางบนถาดอบ (Baking Sheet) กํอน แตํถ๎าเป็นพิมพ์ขนาดเล็กต๎องวางบนถาดกํอน น าเข๎าเตาอบ 3. อุปกรณ์เบเกอรี่ที่เหมาะส าหรับใช๎กับพิมพ์ซิลิโคนก็คือ อุปกรณ์ที่ท าจากไม๎ พลาสติก หรือจ าพวก เทฟลอน ไมํควรใช๎อุปกรณ์เบเกอรี่ที่มีความคมในการกลับขนมหรือแคะขนมออกจากพิมพ์ 4. การอบด๎วยพิมพ์ซิลิโคนจะใช๎ระยะเวลาเทํากับแมํพิมพ์โลหะ แตํถ๎าคุณใช๎พิมพ์ซิลิโคนที่มีลักษณะ ตื้นกวําแมํพิมพ์ธรรมดา ควรทดสอบระยะเวลาสุกของขนมในการใช๎แมํพิมพ์ครั้งแรกกํอน 5. การใช๎พิมพ์ซิลิโคนในเตาอบประเภท Convection oven ให๎วางพิมพ์บนตะแกรงชั้นกลางของเตา อบ แตํถ๎าเป็นเตาอบแบบ Traditional oven ให๎วางพิมพ์บนตะแกรงที่อยูํชั้นลํางสุด 6. ไมํควรตั้งอุณหภูมิเตาอบเกินกวํา 260 องศาเซลเซียส (525 องศาฟาเรนไฮต์) เพราะจะท าให๎พิมพ์ ละลาย 7. ไมํควรน าพิมพ์เปลําๆ เข๎าเตาอบ แตํถ๎าเป็นการอบถาดสุดท๎าย ซึ่งมีสํวนผสมไมํพอที่จะใสํในพิมพ์ ให๎ครบทุกหลุม ให๎ใสํแปูงลงในพิมพ์หลุมที่วํางอยูํเล็กน๎อย แล๎วจึงน าเข๎าอบ ภาพที่ 23 : ฟองดอง หรือแมํพิมพ์ซิลิโคนดอกไม๎ ที่มา : https://www.cookie-plus.com/
23 8. ไมํน าพิมพ์ซิลิโคนไปใช๎ในการยํางหรือสัมผัสเปลวไฟโดยตรง การเก็บรักษาฟองดอง (พิมพ์ซิลิโคน) 1. กํอนใช๎ (ซื้อมาใหมํ) ล๎างในน้ าอุํน สบูํ หรือน้ ายาล๎างจาน ขัดเบา ๆ ให๎สะอาด เคาะให๎แห๎ง หรือ เช็ดด๎วยผ๎าสะอาด วางคว่ าแบบเอียง ตากแดดหรือลมให๎แห๎งสนิทกํอนเก็บ 2. หลังใช๎งาน แชํในน้ าร๎อน ล๎างในน้ าอุํน น้ าสบูํ หรือน้ ายาล๎างจาน ขัดเบา ๆ ให๎สะอาด ตรวจเช็ค ด๎านในพิมพ์วํามีเศษขนม หรือวุ๎นตกค๎างอยูํที่กลีบของแมํพิมพ์ดอกไม๎หรือไมํ ถ๎ามีค๎างอยูํ ให๎น าออกให๎หมด เคาะเบา ๆ ให๎แห๎ง หรือเช็ดด๎วยผ๎าสะอาด วางคว่ าแบบเอียง ตากแดดหรือลมให๎แห๎งสนิทกํอนเก็บ 3. ระวังอยําให๎มีเศษขนม เศษวุ๎น หรือหยดน้ า ตกค๎างด๎านในพิมพ์ซิลิโคน เพราะอาจจะท าให๎เป็น เชื้อราได๎ 4. กํอนใช๎งานทุกครั้ง ควรตรวจเช็คพิมพ์ด๎านในกํอนใช๎ทุกครั้ง
24 ความรู้พื้นฐานในการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการท าคัพเค้กวุ้นกะทิดอกไม้ หลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น รูปแบบกลุ่มสนใจ ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรตามพระราชด าริ จังหวัดอุทัยธานี ความรู๎พื้นฐานในการจัดการเรียนรู๎ตามหลักสูตรการท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ มีความสัมพันธ์และ เชื่อมโยงอยํางใกล๎ชิดกับวิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรมไทย มีเอกลักษณ์ที่โดดเดํน การเรียนรู๎การท า คัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎จึงเป็นการเรียนรู๎วิถีชีวิต สังคม ประเพณี วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของขนมไทย ซึ่งมีเสนํห์ มีความหลากหลาย และนําศึกษาค๎นคว๎า ด๎วยเหตุนี้ ธุรกิจด๎านการท าขนมไทย จึงเป็นที่นิยมและ เป็นที่ชื่นชอบส าหรับคนไทย และคนตํางชาติ เพื่อขยายตลาดให๎สอดคล๎องกับความต๎องการบริโภค ศูนย์วง เดือน อาคมสุรทัณฑ์ จึงมีนโยบายในการจัดการเรียนรู๎การฝึกอาชีพด๎านการท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ตาม ความต๎องการของท๎องถิ่น และเมื่อผู๎เรียนส าเร็จจากการเรียนรู๎ไปแล๎วนั้น สามารถน าความรู๎และทักษะไป เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพได๎ตํอไป ในการจัดการเรียนรู๎การท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎เป็นการจัดการเรียนรู๎เพื่อให๎ผู๎เรียนมีความรู๎เกี่ยวกับ ความเป็นมา ลักษณะ ประเภท วัตถุดิบและวัสดุอุปกรณ์ วิธีการท า ประโยชน์และคุณคํา ชํองทางการจัดการ การตลาด บรรจุภัณฑ์เพื่อให๎ผู๎เรียนมีความรู๎ความเข๎าใจ พร๎อมทั้งมีทักษะได๎อยํางถูกต๎องเหมาะสม และมี ความคิดริเริ่มสร๎างสรรค์ในการประยุกต์ขนมไทยให๎เข๎ากับยุคสมัยโดยคงไว๎ซึ่งเอกลักษณ์ไทยสืบไป หลักการและเหตุผล ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ จังหวัดอุทัยธานี เป็นศูนย์ที่จัดฝึกอบรมด๎านอาชีพในท๎องถิ่นตามพระราชด าริ ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ๎า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่ออนุรักษ์อาชีพให๎ประชาชนมีรายได๎ และเพื่อศึกษาค๎นคว๎า วิจัยพัฒนาอาชีพความรู๎ตําง ๆ เพื่อให๎การด าเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์ฯ และสอดคล๎องกับนโยบายและ จุดเน๎นการด าเนินงาน ส านัก กศน. ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ภายใต๎วิสัยทัศน์คือ “คนไทยทุกชวง วัย ไดรับโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรูตลอดชีวิตอยางมีคุณภาพ มีทักษะที่จ าเปน และสมรรถนะที่ สอดรับกับทิศทางการพัฒนาประเทศ สามารถด ารงชีวิตไดอยางเหมาะสมบนรากฐานของหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง” โดยเน๎นเรื่องการมีอาชีพเพื่อการมีงานท า มีรายได๎ และสืบสานอนุรักษ์อาชีพตําง ๆ ให๎ คงอยูํ โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารโบราณและขนมไทย อีกทั้งกระแสวัฒนธรรมเรื่องการบริโภคมีการ เปลี่ยนแปลง นอกจากรสชาติของอาหารที่อรํอยถูกปากแล๎วนั้น รูปลักษณ์ของขนมต๎องมีความสวยงาม ซึ่งมี ผลตํอความต๎องการของผู๎บริโภคสมัยใหมํ อีกทั้งพฤติกรรมของผู๎บริโภคในปัจจุบันต๎องการความสะดวก รวดเร็ว ลดกิจกรรมที่ต๎องใช๎เวลายุํงยากและซับซ๎อน จึงท าให๎ภูมิปัญญาท๎องถิ่นบางอยํางก าลังจะสูญหายไป รวมถึงอาหารโบราณและขนมไทย การท าอาหารโบราณและขนมไทยจึงควรมีวิวัฒนาการรํวมกับเทคโนโลยี สมัยใหมํและนวัตกรรม เพื่อให๎สอดคล๎องการความต๎องการของผู๎บริโภคในยุคปัจจุบัน อาทิเชํน การท าคัพ เค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ซึ่งเป็นมิติใหมํของการท าขนมไทย โดยมีรูปลักษณ์ที่สร๎างความแตกตําง สวยงาม ละเอียดอํอน แตํยังคงรสชาติความเป็นไทย คัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎จึงเป็นขนมไทยที่ผํานการปรับเปลี่ยน อัตราสํวนของวัตถุดิบ เป็นการผสมผสานที่ลงตัว นอกจากจะมีรูปลักษณะที่สวยงามแล๎ว รสชาติของวุ๎นกะทิ ดอกไม๎ยังคงหอม หวานละมุน ใช๎วิธีตัดหวานด๎วยรสเค็มอํอน ๆ ตามแบบขนมวุ๎นกะทิต๎นต ารับไทยอีกด๎วย
25 ดังนั้นศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ได๎ตระหนักถึงความส าคัญและต๎องการสืบสานการอนุรักษ์ด๎าน อาหารและขนมไทยของจังหวัดอุทัยธานี จึงได๎ประยุกต์ขนมไทยที่ก าลังจะสูญหาย รํวมกับนวัตกรรม เทคโนโลยีสมัยใหมํ และขั้นตอนวิธีการท าที่ทันสมัย มาจัดท าเป็นหลักสูตรคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎เพื่อ เผยแพรํให๎ประชาชนทั่วไปได๎มีความรู๎ ความเข๎าใจ สามารถน าไปประกอบอาชีพตํอไป วุ๎นกะทิจัดเป็นขนมชาววัง แตํในปัจจุบันเป็นขนมหวานของไทยที่หากินได๎ทั่วไป วุ๎นถูกค๎นพบเป็น ครั้งแรกที่ญี่ปุุนในชํวงศตวรรษที่ 17 โดยคนดูแลห๎องเชําแหํงหนึ่งที่สังเกตเห็นน้ าซุปสาหรํายที่เย็นแล๎วมี ลักษณะหนืดขึ้นตั้งแตํนั้นมาวุ๎นจากสาหรํายได๎ถูกน ามาเป็นสํวนประกอบอาหารของคนญี่ปุุนเป็นต๎นมา “วุ๎น” ท ามาจากสาหรํายทะเลสีแดง ที่มีหลากหลายสายพันธุ์จากชายฝั่งทะเลในประเทศตําง ๆ ตามแนว เส๎นศูนย์สูตร ตามปกติแล๎วสาหรํายทั่ว ๆ ไปที่น ามารับประทานเป็นอาหาร หรือขนมนั้นเวลาเคี้ยวจะรู๎สึก หนึบๆ ทั้งนี้เป็นคุณสมบัติพิเศษในโครงสร๎างของพืชชนิดนี้ แตํส าหรับสาหรํายแดงนั้นเมื่อน ามาต๎มหรือโดน ความร๎อนจะยิ่งท าให๎หนึบและกรอบยิ่งขึ้น จึงเป็นที่นิยมน ามาสกัดเป็นวุ๎นผง เนื้อของวุ๎นจะมีลักษณะคล๎ายกับเยลลี่ของฝรั่ง แตกตํางกันที่เนื้อสัมผัสของวุ๎นจะแข็งและกรอบกวํา คนไทยน ากะทิมาผสมกับผงวุ๎นเติมเกลือเล็กน๎อยเพื่อให๎มีรสเค็มมัน ท าเป็นหน๎าของวุ๎นตัดกับรสหวานของ เนื้อวุ๎นที่ใสํเฉพาะน้ าตาล ท าให๎กินได๎อรํอยไมํเลี่ยน และใสํสลับชั้นให๎ดูสวยงาม แตํในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ สูงขึ้น อีกทั้งนวัตกรรมในเรื่องของวัสดุอุปกรณ์ จึงท าให๎การท าน าวุ๎นมาประยุกต์ให๎แตกตํางจากกรรมวิธี แบบดั่งเดิม โดยคงรสชาติความเป็นไทย การใช๎ฟองดอง หรือพิมพ์วุ๎นซิลิโคนเพื่อใช๎เป็นแบบพิมพ์แทนการ เทวุ๎นใสํถาดสี่เหลี่ยมจึงเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยฟองดองจะมีลักษณะเป็นซิลิโคนนิ่มๆ มีรูปรํางลักษณะที่ แตกตํางกันออกไป ขึ้นอยูํวําต๎องการท าขนมรูปแบบใด เชํน ดอกไม๎ ผลไม๎ สัตว์ สิ่งของเครื่องใช๎ เป็นต๎น วุ๎น กะทิดอกไม๎จึงเป็นขนมไทยที่ผํานการปรับปรุงกรรมวิธีการท า และดัดแปลงอัตราสํวนของวัตถุดิบเพื่อ ประยุกต์ให๎เข๎ากับขนมไทยในศตวรรษที่ 21 ภาพที่ 24 : คัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎(1) โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
26 หลักสูตรวิชาการท าคัพเค้กวุ้นกะทิดอกไม้ 1. ความเป็นมา ขนมไทยจัดเป็นอาหารที่คูํส ารับกับข๎าวไทยในงานพิธีและงานมงคลตําง ๆ มาตั้งแตํครั้งโบราณ โดยใช๎ค าวํา ส ารับกับข๎าวคาวหวาน ซึ่งขนมไทยเป็นเอกลักษณ์ด๎านวัฒนธรรมประจ าชาติไทยอยํางหนึ่ง ที่รู๎จักกันดี ในสมัยโบราณคนไทยจะท าขนมเฉพาะวาระส าคัญเทํานั้น เชํน งานท าบุญ เทศกาลส าคัญ หรือ งานต๎อนรับแขกส าคัญ เพราะขนมไทยบางชนิดจ าเป็นต๎องใช๎ก าลังคนอาศัยเวลาในการท าพอสมควร สํวนใหญํเป็นขนมประเพณี เชํน ขนมงาน เนื่องในงานแตํงงาน ขนมพื้นบ๎าน สํวนขนมในรั้วในวังจะมีหน๎าตา สวยงาม ประณีต วิจิตรบรรจงในการจัดวางรูปทรงขนมสวยงาม คัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎เป็นขนมที่ประยุกต์ มาจากขนมวุ๎นกะทิ คนไทยน ากะทิมาผสมกับผงวุ๎นเติมเกลือเล็กน๎อยเพื่อให๎มีรสเค็มมัน ท าเป็นหน๎าของวุ๎น ตัดกับรสหวานของเนื้อวุ๎นที่ใสํเฉพาะน้ าตาล ท าให๎กินได๎อรํอยไมํเลี่ยน และใสํสลับชั้นให๎ดูสวยงาม แตํใน ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สูงขึ้น อีกทั้งนวัตกรรมในเรื่องของวัสดุอุปกรณ์ จึงท าให๎การท าน าวุ๎นมาประยุกต์ให๎ แตกตํางจากกรรมวิธีแบบดั่งเดิม โดยคงรสชาติความเป็นไทย การใช๎ฟองดอง หรือพิมพ์วุ๎นซิลิโคนเพื่อใช๎ เป็นแบบพิมพ์แทนการเทวุ๎นใสํถาดสี่เหลี่ยมจึงเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยฟองดองจะมีลักษณะเป็นซิลิโคนนิ่มๆ มีรูปรํางลักษณะที่แตกตํางกันออกไป ขึ้นอยูํวําเราต๎องการท าขนมรูปแบบใด เชํน ดอกไม๎ ผลไม๎ สัตว์ สิ่งของเครื่องใช๎ เป็นต๎น วุ๎นกะทิดอกไม๎จึงเป็นขนมไทยที่ผํานการปรับปรุงกรรมวิธีการท า และดัดแปลง อัตราสํวนของวัตถุดิบเพื่อประยุกต์ให๎เข๎ากับขนมไทยในศตวรรษที่ 21 คัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎จึงเป็นมิติใหมํ ของการท าขนมไทย โดยมีรูปลักษณ์ที่สร๎างความแตกตําง สวยงาม ละเอียดอํอน แตํยังคงรสชาติความเป็น ไทย คัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎จึงเป็นขนมไทยที่เป็นการผสมผสานขนมไทยโบราณ และเทคนิคขั้นตอนการท า ขนมสมัยใหมํที่ลงตัว นอกจากจะมีรูปลักษณะที่สวยงามแล๎ว รสชาติของวุ๎นกะทิดอกไม๎ยังคงหอม หวาน ละมุน ใช๎วิธีตัดหวานด๎วยรสเค็มอํอน ๆ ตามแบบขนมวุ๎นกะทิต๎นต ารับไทยอีกด๎วย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ๎า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมี พระราชด าริให๎ประชาชนคนไทย สืบสาน อนุรักษ์ รักษา ตํอยอดการท าขนมไทย เนื่องจากสภาพวิถีการใช๎ ชีวิตของประชาชนในปัจจุบันเปลี่ยนจากขนมไทย เป็นนิยมรับประทานขนมจากตํางประเทศตามกระแส นิยม นิยม ดังนั้นหากต๎องการสืบทอดและอนุรักษ์ขนมไทยไว๎นั้น จ าเป็นต๎องเรียนรู๎ที่มาและความส าคัญของ ขนม เพื่อให๎เกิดการเรียนรู๎มีทักษะ และสามารถสร๎างอาชีพเพิ่มรายได๎ให๎กับตนเองและครอบครัว ดังนั้นศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ซึ่งรับผิดชอบการจัดฝึกอบรมด๎านอาชีพของจังหวัดอุทัยธานี ตามพระราชด าริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ๎า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และได๎ตระหนักถึงความส าคัญและต๎องการสืบสานการอนุรักษ์ด๎านอาหารและขนมไทยของจังหวัดอุทัยธานี จึงได๎ประยุกต์ขนมไทยที่ก าลังจะสูญหาย รํวมกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการท าขนมอยํางสมัยใหมํ มาจัดท า เป็นหลักสูตรคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎เพื่อเผยแพรํให๎ประชาชนทั่วไปได๎มีความรู๎ ความเข๎าใจ สามารถน าไป ประกอบอาชีพตํอไป
27 2. หลักการของหลักสูตร 2.1 เป็นหลักสูตรที่มีความยืดหยุํนในการจัดกระบวนการเรียนรู๎ให๎เข๎ากับกลุํมเปูาหมาย ระยะเวลา และการวัดและการประเมินผล 2.2 มุํงพัฒนาประชาชนให๎ได๎รับการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ และการมีงานท าอยํางมีคุณภาพ ทั่วถึงและเทําเทียม สามารถลดรายจําย เพิ่มรายได๎ให๎กับตนเองและครอบครัว 2.3 มุํงเน๎นพัฒนาประชาชนให๎เป็นบุคคลที่มีวินัย เปี่ยมไปด๎วยคุณธรรม จริยธรรม มีจิตอาสา มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รับผิดชอบตํอตนเองและสังคม 2.4 มุํงเน๎นกระบวนการกลุํมฝึกปฏิบัติจริงของผู๎เรียน 3. จุดประสงค์ของหลักสูตร 3.1 เพื่อให๎ประชาชนมีความรู๎ และความเข๎าใจการท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 3.2 เพื่อให๎ประชาชนมีทักษะการท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 3.3 เพื่อให๎ประชาชนสามารถน าความรู๎ที่ได๎รับไปประยุกต์ใช๎ในการด ารงชีวิต และน าไป ประยุกต์ใช๎ในการประกอบอาชีพได๎ 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให๎ผู๎เรียน 4.1 อธิบายความเป็นมาของคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ได๎ 4.2 อธิบายวัสดุ อุปกรณ์และเลือกใช๎ได๎อยํางถูกต๎อง 4.3 อธิบายขั้นตอนการท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ได๎ 4.4 ปฏิบัติการท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ได๎ 4.5 อธิบายคุณคําอาหารทางโภชนาการของคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ได๎ 4.6 จัดหาหรือจัดท าการบรรจุหีบหํอได๎อยํางถูกต๎อง 4.7 คิดต๎นทุน ก าไรจากการจ าหนํายคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ได๎ 4.8 อธิบายชํองทางการจัดการการตลาดของคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ได๎ 5. กลุ่มเป้าหมาย ประชาชนทั่วไป ไมํน๎อยกวํา 6 คน 6. ระยะเวลา ภาคทฤษฎี 1 ชั่วโมง ภาคปฏิบัติ 4 ชั่วโมง
28 7. โครงสร้างหลักสูตร เรื่อง ที่ หัวเรื่อง เวลาเรียน (ชั่วโมง) ทฤษฎี ปฏิบัติ รวม 1 ความรู๎เบื้องต๎นเกี่ยวกับการท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 1. ความเป็นมาของการท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 2. ความเป็นไปได๎และการตัดสินใจในการประกอบอาชีพการท าคัพ เค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 15 นาที - 15 นาที 2 การจัดกระบวนการเรียนรู๎ การท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 1. การท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 2. วัตถุดิบ วัสดุ อุปกรณ์และการเลือกใช๎ 3. ขั้นตอนการท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 4. การปฏิบัติการท าการท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 5. คุณคําอาหารทางโภชนาการของคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 30 นาที 3.30 ชั่วโมง 4.00 ชั่วโมง 3 การบริหารจัดการในการประกอบอาชีพการท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 1. การจัดหาหรือจัดท าการบรรจุหีบหํอ 2. การคิดต๎นทุน ก าไรจากการจ าหนํายคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 3. ชํองทางการจัดการการตลาดของคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 15 นาที 30 นาที 45 นาที รวมทั้งสิ้น 1.00 ชั่วโมง 4.00 ชั่วโมง 5.00 ชั่วโมง 8. การจัดการเรียนรู้ การบรรยายให๎ความรู๎ การสาธิต การลงมือปฏิบัติ การอภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู๎ 9. สื่อการเรียนรู้ 9.1 สื่อออนไลน์ เชํน บทเรียนออนไลน์ รูปภาพ วิดีโอ คลิป การ์ตูนแอนิเมชั่น ข๎อความกราฟิก เสียงพูด ดนตรีประกอบ เป็นต๎น 9.2 สื่อสิ่งพิมพ์ เชํน หนังสือ ใบความรู๎เป็นต๎น 9.3 สื่ออิเล็กทรอนิกส์ 9.4 สื่อบุคคล เชํน วิทยากร ครูผู๎สอน ภูมิปัญญาท๎องถิ่น เป็นต๎น 9.5 แหลํงเรียนรู๎ในชุมชน 10. การจัดกระบวนการเรียนรู้ 10.1 การบรรยายให๎ความรู๎ ประกอบสื่อการเรียนรู๎ 10.2 การสาธิต และลงมือปฏิบัติ 10.3 กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู๎รํวมกัน
29 11. การวัดและประเมินผล ประเมินความรู๎ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจากการสอบถาม แบบทดสอบ การสังเกต การมีสํวนรํวม และจากชิ้นงาน/ผลงาน 12. การจบหลักสูตร 12.1 มีเวลาเรียนและฝึกปฏิบัติตามหลักสูตรไมํน๎อยกวําร๎อยละ 80 12.2 มีผลการประเมินผํานตลอดหลักสูตรไมํน๎อยกวําร๎อยละ 60 12.3 มีผลงาน/ชิ้นงาน ผํานการประเมินตามมาตรฐานและคุณภาพ 13. เอกสารหลักฐานการศึกษา 13.1 หลักฐานการประเมินผล 13.2 วุฒิบัตรออกโดยสถานศึกษา การประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ ทดสอบความรู๎ความเข๎าใจของผู๎เรียน แบบทดสอบกํอนเรียน และหลังเรียน ทดสอบคุณธรรม จริยธรรมของผู๎เรียน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ นิเทศ ติดตาม ประเมินผู๎เรียน แบบประเมินผลงานผู๎เรียน ประเมินผลความพึงพอใจในการจัดกิจกรรม แบบประเมินความพึงพอใจ แนวทางการประเมินผลการเรียน (รวบยอด) วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การจบหลักสูตร 1. ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 1.1 ประเมินความรู๎ทางภาคทฤษฎี 1.2 ประเมินทักษะการปฏิบัติ แบบทดสอบหลังเรียน ผลงาน / ชิ้นงาน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไมํน๎อย กวําร๎อยละ 60 มีผลงาน/ชิ้นงานที่มีคุณภาพ
แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้หลักสูตรการท าคัพเค้กวุ้นกะทิดอกไม้ เรื่อง จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหา การเรื่องที่ 1 ช่องทางการประกอบอาชีพการท าคัพเค้กวุ้นกะทิดอกไม้ 1. ความเป็นมาของการ ท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 1. อธิบายความเป็นมาของ การท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ ได๎ 1. ความเป็นมาของการ ท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 1.1 วิเป็นมกะทิด2. ความเป็นไปได๎ และการตัดสินใจในการ ประกอบอาชีพการท า คัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 1. อธิบายทางเลือกในการ ประกอบอาชีพได๎ 2. อธิบายองค์ประกอบ ปัญหา และข๎อแนะน า กํอนตัดสินใจเลือกอาชีพได๎ 3. อธิบายหลักเกณฑ์ และการตัดสินใจเลือก อาชีพได๎ 4. การประเมินความพร๎อม และความเป็นไปได๎ของอาชีพ ที่ตัดสินใจเลือกได๎ 1. การวางแผนเลือก ประกอบอาชีพ 2. องค์ประกอบ ปัญหา และข๎อแนะน ากํอนตัดสินใจ เลือกอาชีพ 3. หลักเกณฑ์และการ ตัดสินใจเลือกอาชีพ 4. การประเมินความพร๎อม และความเป็นไปได๎ของ อาชีพที่ตัดสินใจเลือก วิทยาและกประกคัพเค๎
30 รจัดกระบวนการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฎี ปฏิบัติ วิทยากรอธิบายความ มาของการท าคัพเค๎กวุ๎น ดอกไม๎ ใบความรู๎ ความเป็นมาของ คัพเค๎กวุ๎นกะทิ ดอกไม๎ 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีสํวนรํวม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู๎เรียน โดยใช๎ใบงาน ที่ก าหนด 10 นาที ากรอธิบายความเป็นไปได๎ การตัดสินใจในการ กอบอาชีพการท า ค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ แบบทดสอบ กํอนเรียน 5 นาที 30
เรื่อง จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหา การเรื่องที่ 2 การจัดกระบวนการเรียนรู้ การท าคัพเค้กวุ้นกะทิดอกไม้ 1. ความเป็นมาของการ ท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 1. อธิบายความเป็นมาของ การท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ ได๎ 1. ความเป็นมาของการ ท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 1.1 วิเป็นมกะทิด2. วัสดุอุปกรณ์และการ เลือกใช๎ 2. อธิบายวัสดุ อุปกรณ์และ เลือกใช๎ได๎อยํางเหมาะสม 2. วัสดุ อุปกรณ์และการ เลือกใช๎ 2.1 วิในกาดอกไ2.2 วิประกกะทิด2.3 ผู๎อุปกร3. ขั้นตอนการท าคัพเค๎ก วุ๎นกะทิดอกไม๎ 3. อธิบายขั้นตอนการท า คัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ได๎ 3. ขั้นตอนการท าคัพเค๎ก วุ๎นกะทิดอกไม๎ 3.1 วิเตรียการทคัพเค๎
31 รจัดกระบวนการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฎี ปฏิบัติ วิทยากรอธิบายความ มาของการท าคัพเค๎กวุ๎น ดอกไม๎ 1. ใบความรู๎เรื่อง ความเป็นมาของคัพ เค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 2. รูปภาพ 3. สื่อออนไลน์ 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีสํวนรํวม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู๎เรียน โดยใช๎ใบงาน ที่ก าหนด 10 นาที วิทยากรอธิบายอุปกรณ์ ารท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิ ไม๎ วิทยากรอธิบายวัสดุที่ใช๎ กอบการท าคัพเค๎กวุ๎น ดอกไม๎ ผู๎เรียนเลือกใช๎วัสดุ รณ์ 1.ตัวอยํางวัสดุ อุปกรณ์ 2. สื่อออนไลน์ 5 นาที วิทยากรอธิบายการ มสํวนผสมและขั้นตอน ท า ค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 1. ใบความรู๎เรื่อง การท าคัพเค๎กวุ๎น กะทิดอกไม๎ 2. สื่อออนไลน์ 3. วัสดุ อุปกรณ์ของ จริง 10 นาที 31
เรื่อง จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหา การ4. การปฏิบัติการท าคัพ เค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 4. ปฏิบัติการท าคัพเค๎กวุ๎น กะทิดอกไม๎ได๎ 4. การปฏิบัติการท าคัพเค๎ก วุ๎นกะทิดอกไม๎ 4.1 วิท าคัพผู๎เรีย4.2 วิแลกเ5. คุณคําของ คัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 5. อธิบายคุณคําของ คัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ได๎ 5. คุณคําของคัพเค๎กวุ๎นกะทิ ดอกไม๎ 5.1 ผู๎คุณคํ5.2 วิรํวมกัเรียนเค๎กวุ๎5.3 วิ
32 รจัดกระบวนการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฎี ปฏิบัติ วิทยากรสาธิตวิธีการ พเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ และ นลงมือปฏิบัติ วิทยากรและผู๎เรียน เปลี่ยนเรียนรู๎ 1. ใบงาน การจัดท าคัพเค๎กวุ๎น กะทิดอกไม๎ 3.30 ชั่วโมง ผู๎เรียนศึกษาใบความรู๎ าของขนมไทย วิทยากรและผู๎เรียน กันอภิปรายแลกเปลี่ยน รู๎เกี่ยวกับคุณคําของคัพ ๎นกะทิดอกไม๎ วิทยากรสรุปองค์ความรู๎ 1. ใบความรู๎ เรื่อง คุณคําของขนมไทย 5 นาที 32
เรื่อง จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหา การเรื่องที่ 3 การบริหารจัดการในการประกอบอาชีพการท าขนมอัญชันไข่แมงดา 1. การจัดหาหรือจัดท า บรรจุหีบหํอ 1. จัดหาหรือจัดท าการบรรจุ หีบหํอได๎อยํางเหมาะสม 1. การจัดหาหรือจัดท าการ บรรจุหีบหํอ 1.1 วิจัดท าการท1.2 ใจัดท า2. การคิดต๎นทุน ก าไร 2. คิดต๎นทุน ก าไรจากการ จ าหนํายคัพเค๎กวุ๎นกะทิ ดอกไม๎ได๎ 2. การค านวณต๎นทุน ก าไร 2.1 วิเกี่ยว2.2 ใก าไร 3. ชํองทางการจัดการ การตลาดของคัพเค๎กวุ๎น กะทิดอกไม๎ 3. อธิบายชํองทางการ จัดการการตลาดของคัพเค๎ก วุ๎นกะทิดอกไม๎ได๎ 3. ชํองทางการตลาด ของคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ 3.1 วิผู๎เรีย3.2 วิรํวมกัเรียนจัดกา
33 รจัดกระบวนการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฎี ปฏิบัติ วิทยากรอธิบายการ า/จัดหาและเทคนิคของ ท าบรรจุหีบหํอ ให๎ผู๎เรียนออกแบบและ าบรรจุหีบหํอ 1.1 ใบความรู๎เรื่อง การบรรจุหีบหํอ 1.2 ตัวอยํางการ บรรจุหีบหํอ 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีสํวนรํวม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู๎เรียนโดยใช๎ใบงาน ที่ก าหนด 5 นาที 15 นาที วิทยากรให๎ความรู๎ กับวิธีการคิดต๎นทุน ก าไร ให๎ผู๎เรียนฝึกการคิดต๎นทุน 2.1 ใบความรู๎ เรื่อง การค านวณต๎นทุน ก าไร 2.2 ใบงาน 5 นาที 15 นาที วิทยากรแจกใบความรู๎ให๎ นศึกษา วิทยากรและผู๎เรียน กันอภิปรายแลกเปลี่ยน รู๎เกี่ยวกับชํองทางการ ารการตลาด 3. ใบความรู๎เรื่อง ชํองทางการตลาด 5 นาที 33
34 ใบความรู้ ความเป็นมาของการท าคัพเค้กวุ้นกะทิดอกไม้ ขนมไทยจัดเป็นอาหารที่คูํส ารับกับข๎าวไทยมาตั้งแตํครั้งโบราณ โดยใช๎ค าวําส ารับกับข๎าวคาวหวาน โดยทั่วไปประชาชนจะท าขนมเฉพาะในงานเลี้ยง นับตั้งแตํการท าบุญเลี้ยงพระ งานมงคลและงานพิธี การ อาหารหวานที่จัดเป็นส ารับจะต๎องประกอบด๎วย ของหวานอยํางน๎อย 5 สิ่ง ซึ่งต๎องเลือกให๎มีรสชาติ สีสัน ชนิด ตลอดจนลักษณะที่กลมกลืนกัน แตํละส ารับจะต๎องมีผลไม๎ 10 ที่ และขนมเป็นน้ า 1 ที่เสมอ ใน สมัยโบราณคนไทยจะนิยมท าขนมเฉพาะงานหรือเทศกาลส าคัญเทํานั้น เชํน งานท าบุญ ต๎อนรับแขกส าคัญ เพราะขนมบางชนิดจ าเป็นอาศัยก าลังคนในขั้นตอนการท าพอสมควร (กฤติยา แหลมศรี, ม.ป.ป.) กลําววํา ขนมไทยอาจจ าแนกตามความละเอียดอํอนในขั้นตอน กรรมวิธีการท า วัตถุประสงค์ของการท าขนม แหลํงที่มาหรือสูตรต๎นต ารับของขนม ซึ่งสามารถจ าแนกได๎ เป็น 4 หมวด ดังนี้ 1. ขนมชาววัง : เป็นขนมไทยที่ใช๎ความละเมียดละไม ประดิดประดอยหลายขั้นตอน สูตรต๎นต า หรับเกิดจากคํานิยมคนสมัยกํอนมักสํงลูกหลานที่ เป็นผู๎หญิงเข๎าไปในวัง เพื่อถวายตัวรับใช๎เจ๎านายใน ต าหนักตํางๆ โดยมีการฝึกฝน ฝึกฝืมือด๎านตําง ๆ อยํางวิถีของชาววัง รวมถึงการฝีกท าอาหารและขนมไทย ขนมชาววังจึงขึ้นชื่อในเรื่องของความละเอียด ประณีต พิถีพิถันในทุกขั้นตอนของการท ารวมถึงการเลือกใช๎ วัตถุดิบ ตัวอยํางของขนมชาววังได๎แกํ ขนมลูกชุบ ขนมเบื้อง วุ๎นกะทิ วุ๎นสังขยา ขนมไขํเหี้ย เป็นต๎น 2. ขนมชาวบ๎าน (หรือขนมตามฤดูกาล) : เป็นขนมไทยที่ท างํายๆ ไมํพิถีพิถันมาก วัตถุดิบที่ใช๎ มักจะเป็นผลไม๎ที่หาได๎ตามฤดูกาล มักท าเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน โดยเน๎นท ากินเอง เหลือก็สามารถ น าไปขายได๎ ตัวอยํางของขนมชาวบ๎าน ได๎แกํ ฟักทองเชื่อม กล๎วยไขํเชื่อม กล๎วยตาก เป็นต๎น นอกจากผลไม๎ ที่หาได๎ตามฤดูกาลแล๎ว วัตถุดิบ หลักอื่น ๆ ที่ใช๎ก็มักจะเป็นสิ่งที่หาได๎งําย เชํน ข๎าวเจ๎า ข๎าวเหนียว มะพร๎าว น ามาผสม กับน้ าตาล ท าเป็นขนมได๎หลากชนิด ไมํวําจะเป็นขนมเปียกปูน ขนมจาก ขนมขี้หนู ตะโก๎ ขนม น้ าดอกไม๎ และอื่น ๆ อีกมากมาย ส าหรับผลไม๎ที่เหลือเกินรับประทาน ก็จะน ามาถนอมอาหารด๎วย ภูมิ ปัญญาชาวบ๎าน เพื่อให๎สามารถเก็บไว๎กินได๎นานๆ เชํน ทุเรียนกวน มะมํวงกวน กล๎วยตาก กล๎วยฉาบ เป็นต๎น 3. ขนมไทยที่ใช๎ในงานประเพณี และศาสนา : ขนมไทยในกลุํมนี้จะสอดแทรกอยูํ ในงานประเพณี ตําง ๆ รวมถึงงานบุญทางศาสนาด๎วย ตัวอยํางเชํน ในประเพณีปีใหมํ ของไทย (วันสงกรานต์) นอกจากมี ภาพที่ 25 : คัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎(2) โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
35 การท าบุญตักบาตร รดน้ าด าหัวแล๎ว คนไทยใน สมัยโบราณนิยมท าขนม กาละแมร์ และข๎าวเหนียวแดงเพื่อ ถวายพระและแจกจํายให๎เพื่อนบ๎านอีกด๎วย นอกจากนั้น ในชํวงวันสารทไทย ก็มักจะนิยมท าขนม "กระยา สารท" เพื่อท าบุญ ร าลึกถึงบรรพชนที่ลํวงลับไปแล๎ว โดยจะตักบาตรด๎วยกระยาสารทที่ตัดเป็นชิ้น ๆ หํอ ด๎วยใบตองคูํกับกล๎วยไขํเป็นของแกล๎มกัน 4. ขนมไทยที่ใช๎กับงานมงคล : งานมงคลตํางๆ มักจะมีขนมไทยความหมายดีๆ ประกอบอยูํในพิธี อยํางขาดเสียมิได๎ ไมํวําจะเป็นงานบวช งานแตํงงาน งานขึ้นบ๎านใหมํ โดยงานมงคลเหลํานี้มักจะมีการ ท าบุญเลี้ยงพระ ตัวอยํางขนมไทยที่ใช๎ในงานมงคลได๎แกํ ขนมชั้น เม็ดขนุน ขนมถ๎วยฟู ขนมปุยฝูาย เป็นต๎น นอกจากนั้นยังมีขนมที่มีค าวําทองทั้งหลาย เชํน ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ทองเอก ทองพลุ เพื่อมี ความหมายนัยวํา เงินทองจะได๎ไหลมาเทมา สํวนเม็ดขนุนก็สื่อถึงการท าภารกิจใด ๆ ก็จะลุลํวงไปได๎ ด๎วยดี มีคนชํวยเหลือสนับสนุนให๎งานส าเร็จ ขนมถ๎วยฟูหรือปุยฝูาย สื่อถึงความเฟื่องฟู สํวนในงานฉลองเลื่อนยศ เลื่อนต าแหนํง ก็มักจะมีขนมจํามงกุฏ เพื่อสื่อถึงยศต าแหนํง ที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นต๎น ดังนั้น วุ๎นกะทิจึงจัดเป็นขนมชาววัง ซึ่งใช๎ความละเอียด ประณีต พิถีพิถันในทุกขั้นตอนของการท า รวมถึงการเลือกใช๎วัตถุดิบ แตํในปัจจุบันเป็นขนมหวานของไทยที่หากินได๎ทั่วไป วุ๎นถูกค๎นพบเป็นครั้งแรกที่ ญี่ปุุนในชํวงศตวรรษที่ 17 โดยคนดูแลห๎องเชําแหํงหนึ่งที่สังเกตเห็นน้ าซุปสาหรํายที่เย็นแล๎วมีลักษณะหนืด ข๎น ตั้งแตํนั้นมาวุ๎นจากสาหรํายได๎ถูกน ามาเป็นสํวนประกอบอาหารของคนญี่ปุุนเป็นต๎นมา “วุ๎น” ท ามาจาก สาหรํายทะเลที่มีหลากหลายสายพันธุ์จากชายฝั่งทะเลในประเทศตําง ๆ ตามแนวเส๎นศูนย์สูตร โดยเฉพาะ สาหรํายทะเลสีแดง ตามปกติแล๎วสาหรํายทั่ว ๆ ไปที่น ามารับประทานเป็นอาหาร หรือขนมนั้นเวลาเคี้ยวจะ รู๎สึกหนึบ ๆ ทั้งนี้เป็นคุณสมบัติพิเศษในโครงสร๎างของพืชชนิดนี้ แตํส าหรับสาหรํายสีแดงนั้นเมื่อน ามาต๎ม หรือโดนความร๎อนจะยิ่งท าให๎หนึบและกรอบยิ่งขึ้น จึงเป็นที่นิยมน ามาสกัดเป็นวุ๎นผง เนื้อของวุ๎นจะมีลักษณะคล๎ายกับเยลลี่ของฝรั่ง แตกตํางกันที่เนื้อสัมผัสของวุ๎นจะแข็งและกรอบกวํา คนไทยนิยมน ากะทิมาผสมกับผงวุ๎นเติมเกลือเล็กน๎อยเพื่อให๎มีรสเค็มมัน ท าเป็นหน๎าของวุ๎นตัดกับรสหวาน ของเนื้อวุ๎นที่ใสํเฉพาะน้ าตาล ท าให๎กินได๎อรํอยไมํเลี่ยน และใสํสลับชั้นให๎ดูสวยงาม แตํในปัจจุบันมี เทคโนโลยีที่สูงขึ้น อีกทั้งนวัตกรรมในเรื่องของวัสดุอุปกรณ์ จึงท าให๎มีการน าขนมวุ๎นกะทิมาประยุกต์ให๎ แตกตํางจากกรรมวิธีแบบดั่งเดิม โดยคงรสชาติความเป็นไทย การใช๎ฟองดอง หรือพิมพ์ซิลิโคนเพื่อใช๎เป็น แบบพิมพ์แทนการเทวุ๎นใสํถาดสี่เหลี่ยม ฟองดอง หรือพิมพ์ซิลิโคนจะมีลักษณะเป็นซิลิโคนนิ่ม ๆ มีรูปรําง ลักษณะที่แตกตํางกันออกไป ขึ้นอยูํวําเราต๎องการท าขนมรูปแบบใด เชํน ดอกไม๎ ผลไม๎ สัตว์ สิ่งของ เครื่องใช๎ เป็นต๎น วุ๎นกะทิดอกไม๎จึงเป็นขนมไทยที่ผํานการปรับปรุงกรรมวิธีการท า และดัดแปลงอัตราสํวน ของวัตถุดิบเพื่อประยุกต์ให๎เข๎ากับขนมไทยในศตวรรษที่ 21
36 ใบความรู้ วิธีการท าคัพเค้กวุ้นกะทิดอกไม้ ส่วนผสม: ส่วนที่ 1 ตัววุ้นดอกไม้และฐานเค้ก ส่วนผสม: ส่วนที่ 2 วุ้นใสตัวเชื่อม กะทิ 500 กรัม น้ ามะพร๎าว 500 กรัม น้ าตาลทราย 190 กรัม น้ าเปลํา 200 กรัม ผงวุ๎น 15 กรัม เกลือส าหรับเบเกอร์รี่ 6 กรัม ผงวุ๎น 1/2 ช๎อนโต๏ะ น้ าตาลทราย 40 กรัม น้ าเปลํา 250 กรัม ภาพที่ 26 : วัตถุดิบและสํวนผสม โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
37 ขั้นตอนการท าคัพเค้กวุ้นกะทิดอกไม้ ส่วนผสม: ส่วนที่ 1 ตัววุ้นดอกไม้และฐานเค้ก ผงวุ๎น ตรานางเงือก (สีเขียว AA) 15 กรัม น้ าเปลําส าหรับแชํวุ๎น สํวนที่ 1 200 กรัม น้ าเปลํา(หรือน้ ามะพร๎าว) สํวนที่ 2 500 กรัม น้ าตาล 190 กรัม เกลือ 6 กรัม กะทิ 500 กรัม กลิ่นใบเตย 10 หยด สีผสมอาหาร (Winner Brand) / สีเจล / สีจากธรรมชาติ ส่วนผสม: ส่วนที่ 2 วุ้นใสตัวเชื่อม น้ าเปลํา 250 กรัม ผงวุ๎น 1/2 ช๎อนโต๏ะ น้ าตาล 40 กรัม 6. แชํวุ๎นในตู๎เย็นเพื่อให๎วุ๎นอยูํตัว ประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นน าวุ๎นดอกไม๎ออกมาพิมพ์ จัดลงบนคัพเค๎กโดยใช๎ไม๎จิ้มฟันเป็นตัวดาม ระหวํางดอกและฐานคัพเค๎ก 7. ต๎มวุ๎นใส ตามขั้นตอนที่ 1-2 ส าหรับเป็นกาว เชื่อม 8. ฉีดวุ๎นใสลงไปบริเวณรอยตํอของวุ๎นกะทิ ดอกไม๎ และฐานคัพเค๎ก แชํตู๎เย็นให๎วุ๎นใส แข็งตัว แล๎วจึงดึงไม๎จิ้มฟันออก 9. บรรจุลงกลํองกระดาษ หรือกลํองใส เพื่อ จ าหนํายตํอไป ขั้นตอนการท าคัพเค้กวุ้นกะทิดอกไม้ 1. แชํผงวุ๎นในน้ าสํวนที่ 1 ทิ้งไว๎ 15-20 นาที 2. ต๎มน้ าเปลํา (หรือน้ ามะพร๎าว) ในสํวนที่ 2 ให๎เดือด น าผงวุ๎นใสํลงไปคนจนผงวุ๎นสุกและละลาย จึงเท น้ าตาลทราย เกลือ คนจนสํวนผสมละลาย 3. เทกะทิ พอให๎กะทิร๎อน คนให๎เข๎ากัน ยกลงจากเตา เติ่มกลิ่นใบเตย 4. ตักวุ๎นกะทิผสมสีทีละกระบวย และเทใสํพิมพ์ซิลิโคน ดอกไม๎ ตักวุ๎นกะทิสํวนที่เหลือเทลงถ๎วยคัพเค๎ก 5. พักวุ๎นกะทิไว๎ที่อุณหภูมิห๎องประมาณ 10-20 นาที หรือจนกวําวุ๎นจะเย็น เคล็ดลับ 1. ห๎ามต๎มวุ๎นกํอนแชํน้ าเด็ดขาด เพราะจะท าให๎วุ๎นคายน้ า 2. ระหวํางต๎มวุ๎นควรใช๎ตะกร๎อมือ หรือกระบวยคนให๎ถึงก๎น หม๎อเพื่อปูองกันวุ๎นเป็นก๎อน 3. ห๎ามเปิดฝาหม๎อทิ้งไว๎ในขณะที่เราผสมสีเพราะจะท าให๎วุ๎น แข็งตัวได๎ 4. การผสมสีพาสเทลควรใช๎สีด า หรือสีน้ าตาลเล็กน๎อย เพื่อเบรก ความเข๎มของสี เชํน ถ๎าต๎องการผสมสีชมพูพาสเทล ควรผสมสี ชมพู 2-3 หยด และสีน้ าตาล 1 หยด ภาพที่ 27 : คัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎(3) โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
38 แบบบันทึก การท าคัพเค้กวุ้นกะทิดอกไม้ ชื่อ ...................................................................................................... ให๎ผู๎เรียนจดบันทึก ขั้นตอน การท าวุ๎นกะทิดอกไม๎ระหวํางที่วิทยากรบรรยาย แบบบันทึก ส่วนผสม ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ .................................................................................................................................. ....................................... ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ...................................................................................................................................... ................................... ............................................................................................... .......................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ขั้นตอนการท า ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ .................................................................................................................................. ....................................... ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ...................................................................................................................................... ................................... ............................................................................................... .......................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ................................................................................................................................. ........................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ภาพที่ 28 : คัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ (4) โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
39 ใบความรู้ คุณค่าอาหารทางโภชนาการของคัพเค้กวุ้นกะทิดอกไม้ ขนมไทย มีรากเหง๎ามาจากสังคมเกษตร ผูกพันกับธรรมชาติ วัตถุดิบที่น ามาท าเป็นขนมก็ล๎วนมา จากธรรมชาติ ดังนั้นคุณสมบัติหลายประการของผลผลิตตามธรรมชาติก็จะยังมีอยูํมาก จากการส ารวจ คุณคําทางโภชนาการขนมไทย ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบวํา ขนมไทยสํวนใหญํ นอกจากจะ มีคุณคําในสารอาหารหลักอยํางคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมันแล๎ว ยังมีแรํธาตุและวิตามินที่ส าคัญตํอรํางกาย รวมอีกด๎วย อาทิ แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ เรตินอล แคโรทีน เป็นต๎น ซึ่งคุณคําอาหารรวมหมูํ แบบนี้จะหาไมํได๎ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ประกอบด๎วยสารอาหารที่มีประโยชน์ตํอ รํางกาย ดังนี้ วุ้น เป็นผลิตภัณฑ์ที่สกัดได๎จากสาหรํายสีแดง(Rhodophyceae) บางชนิด กลุํมสาหรํายให๎วุ๎นมัก เรียกรวมกันวํา Agarophytes ซึ่งให๎คุณสมบัติแตกตํางกันไปตามความสามารถและลักษณะในการเกิดเจล (gel fomation) วุ๎นท ามาจากสาหรําย ท าให๎มีไฟเบอร์สูงถึง 80% อุดมไปด๎วยแรํธาตุส าคัญๆ จากทะเล เชํน ไอโอดีน วุ๎นไมํมีแคลอรี่ ไมํมีคาร์โบไฮเดรต จึงไมํท าให๎อ๎วน ทานเพื่อควบคุมน้ าหนักได๎ (ใสํน้ าตาล น๎อยๆ หรือไมํใสํเลย) วุ๎นดูดซับน้ าตาลกลูโคสในกระบวนการยํอยได๎รวดเร็ว ชํวยรํางกายขจัดไขมันสํวนเกิน ได๎วุ๎นท าจากพืช ดังนั้นผู๎ที่รับประทานอาหารฮาลาล หรือมังสวิรัติทานได๎ตามสบาย กะทิเป็นสํวนประกอบมาจากมะพร๎าว ที่คนไทยมักนิยมน ามาประกอบอาหารหลายชนิดให๎มี รสชาติอรํอย และยังนิยมน ากะทิท าขนมหวานหลากหลายชนิด แตํหลายคนมักหลีกเลี่ยงในการรับประทาน กะทิ เพราะมีความเชื่อวํากะทิเป็นตัวการส าคัญของความอ๎วน และท าให๎เกิดการสะสมไขมันภายในรํางกาย แตํจริงๆ แล๎วกะทิก็เป็นอาหารอยํางหนึ่งที่มีประโยชน์หลายอยํางส าหรับรํางกาย เชํน กะทิยํอยงําย ท าให๎ รํางกายสามารถน าไปใช๎ประโยชน์ได๎อยํางรวดเร็ว โดยรํางกายจะเผาพลาญกะทิให๎กลายเป็นพลังงานในตับ เพื่อให๎รํางกายสามารถน ามาใช๎ประโยชน์ได๎อยํางทันทีในกะทิมีกรดลอริค ซึ่งเป็นกรดที่สามารถชํวยตํอต๎าน เชื้อไวรัส และปูองกันเชื้อแบคทีเรีย เชื้อจุลรินทีย์ และตํอต๎านเชื้อราภายในรํางกาย จึงจัดได๎วํากะทิสามารถ สร๎างภูมิกันเชื้อโรคตํางๆ ภายในรํางกายได๎เป็นยํางดี ชํวยลดการสะสมของไขมัน เพราะเมื่อเราบริโภคกะทิเข๎าไปแล๎วนั้น กะทิจะมีสํวนในการชํวยดึงไขมันตาม สํวนตํางๆ ของรํางกายที่ถูกสะสมไว๎ไปแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานได๎อีกด๎วย จึงสามารถชํวยลดการสะสมของ ไขมันได๎เป็นอยํางดีกะทิมีฤทธิ์ในการชํวยต๎านอนุมูลอิสระ ปูองกันความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง กะทิยัง อุดมไปด๎วยแรํธาตุอีกมากมาย เชํน ธาตุแคลเซียม, ธาตุเหล็ก, ธาตุแมกนีเซียม, ธาตุฟอสฟอรัส, ธาตุ โพแทสเซียม, ธาตุสังกะสี เป็นต๎น และแรํธาตุเหลํานี้ก็เป็นแรํธาตุที่ให๎ประโยชน์หลายอยํางส าหรับรํางกาย ของเรา เชํน - แคลเซียม ชํวยท าให๎กระดูกและฟันแข็งแรง ชํวยกระตุ๎นการท างานของเอนไซม์ในรํางกาย ชํวย ท าให๎ระบบประสาทท างานได๎อยํางเป็นปกติ - ธาตุเหล็ก ชํวยเสริมสร๎างการเจริญเติบโตของรํางกาย ปูองกันอาการอํอนเพลีย และชํวยปูองกัน การเกิดภาวะโลหิตจาง - ธาตุแมกนีเซียม ชํวยปูองกันความดันโลหิต ปูองกันการเกิดโรคหัวใจ และยังชํวยปูองกันการเกิด ภาวะกระดูกพรุน - ธาตุฟอสฟอรัส ชํวยให๎กระดูกและฟันแข็งแรง ชํวยเผาพลาญไขมัน และชํวยซํอมแซมสํวนที่สึก หรอของรํางกาย
40 - ธาตุโพแทสเซียม ชํวยควบคุมให๎ปริมาณน้ าในรํางกายมีความสมดุล ชํวยลดความดันโลหิต และ บรรเทาอาการของโรคภูมิแพ๎ - ธาตุสังกะสี ชํวยสร๎างภูมิคุ๎มกันและการเจริญเติบโตให๎กับรํางกาย น้ ามะพร้าว มีแรํธาตุที่ชํวยรักษาอาการขาดน้ าได๎ นักกีฬาหรือผู๎ที่ออกก าลังกายหนักๆ จนเสีย เหงื่อมาก สามารถดื่มน้ ามะพร๎าวแทนน้ าเกลือแรํ เพื่อเพิ่มความสดชื่น และทดแทนน้ าที่สูญเสียไปพร๎อม เหงื่อได๎แรํธาตุที่อยูํในน้ ามะพร๎าวมีมากมาย ได๎แกํ วิตามินบี 1 บี 2 บี 3 บี 6 วิตามินซี แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม เหล็ก กรดอะมิโน และโปรตีน น้ ามะพร๎าวชํวยให๎ผิวพรรณสดใสเปลํง ปลั่ง เพราะชํวยให๎รํางกายเสริมสร๎างคอลลาเจน และอีลาสติน เพิ่มความยืดหยุํนให๎กับผิว มีไซโตไคน์ ที่ชํวย ให๎รํางกายแข็งแรง และลดความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อม ชํวยยํอยอาหาร และลดอาการกรดไหลย๎อน บรรเทาอาการปวดท๎องจากโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ชํวยขับปัสสาวะ บรรเทาอาการกระเพาะปัสสาวะ อักเสบ น้ ามะพร๎าวมีฮอร์โมนไฟโตเอสโตรเจน ที่มีโครงสร๎างและการออกฤทธิ์คล๎ายคลึงกับฮอร์โมนเอสโตร เจน (ฮอร์โมนเพศหญิง) ชํวยลดอาการร๎อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวนผันผวน และเหงื่อออกกลางคืนในสตรี วัยทองได๎ชํวยเพิ่มระดับของฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชายได๎เล็กน๎อย และชํวยเพิ่ม สมรรถภาพ เพราะการไหลเวียนเลือดที่ดีและสุขภาพรํางกายที่แข็งแรงแบบองค์รวม มีผลตํอการถึงจุดสุด ยอดทางเพศ และการแข็งตัวของรวมองค์เพศชายได๎ น้ าตาลทราย มีสรรพคุณชํวยดับร๎อน ถอนพิษ แก๎อาการอักเสบ ชํวยรักษาปากเป็นแผล มีอาการ เจ็บคอ ไอมีเสมหะเหลือง น้ าเชื่อมที่ได๎จากน้ าตาลทรายขาว สามารถใช๎เป็นยารักษาบาดแผลเนําเปื่อยได๎ เพราะน้ าเชื่อมสามารถเปลี่ยนสภาพกรดและดํางบริเวณปากแผลได๎ ท าให๎เซลล์ผิวหนังถูกกระตุ๎น การ ไหลเวียนของโลหิตท างานดีขึ้น และยังเป็นอาหารที่ถูกน าไปใช๎หลํอเลี้ยงผิวหนังบริเวณนั้นอีกด๎วย ท าให๎เชื้อ โรคไมํสามารถเจริญเติบโตได๎ และบาดแผลก็จะหายเร็วขึ้น
41 ใบความรู้ บรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์(Packaging) คือ จรูญ โกสีย์ไกรนิรมล กลําววํา บรรจุภัณฑ์คือการน าเอาวัสดุ เชํน กระดาษ พลาสติกแก๎ว โลหะ ไม๎ประกอบเป็นภาชนะหํอหุ๎ม สินค๎า เพื่อประโยชน์ในการใช๎สอยที่มีความแข็งแรง สวยงามได๎สัดสํวนที่ ถูกต๎องสร๎างภาพพจน์ที่ดีมีภาษาในการติดตํอสื่อสาร และท าให๎เกิดความพึงพอใจจากผู๎ซื้อสินค๎า นิไกโด เคล็คเตอร์ (Nikaido Clecture) กลําววํา บรรจุภัณฑ์ เป็นเทคนิคที่สํงเสริมการขายกับ การประสานประโยชน์ ระหวํางวัตถุกับภาชนะบรรจุ โดยมีความมุํงหมายเพื่อการคุ๎มครองในระหวํางการ ขนสํงและการเก็บรักษาในคลัง สํวนหนึ่งของกระบวนการทางการตลาด โดยเฉพาะปัจจุบันที่การผลิตสินค๎า หรือบริการได๎เน๎นหรือ ให๎ความส าคัญกับผู๎บริโภค (Consumer Oriented) งานเทคนิคที่ต๎องอาศัยความช านาญ ประสบการณ์ และความคิดสร๎างสรรค์ ในอันที่จะออกแบบและผลิตหีบหํอให๎มีความ เหมาะสมกับสินค๎าที่ผลิตขึ้นมา ให๎ความคุ๎มครองสินค๎าหํอหุ๎มสินค๎า ตลอดจนประโยชน์ใช๎สอย อาทิเชํน ความสะดวกสบายใน การหอบหิ้ว พกพา หรือการใช๎งาน เป็นต๎น กลุํมของกิจกรรมในการวางแผนเกี่ยวกับการออกแบบการผลิตภาชนะบรรจุ หรือสิ่งหุ๎มหํอสินค๎าบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความเกี่ยวพันอยํางใกล๎ชิดกับฉลาก (Label) และตรายี่ห๎อ (Brandname) ผลรวมของศาสตร์(Science) ศิลป์ (Art) และเทคโนโลยีของการออกแบบ การผลิตบรรจุภัณฑ์ ส าหรับสินค๎าเพื่อการขนสํง และการขาย โดยเสียคําใช๎จํายที่เหมาะสม การใช๎เทคโนโลยีและเศรษฐศาสตร์ เพื่อหาวิธีการรักษาสภาพเดิมของสินค๎าจนกวําจะถึงมือผู๎บริโภคคนสุดท๎าย เพื่อให๎ยอดขายมากที่สุดและ ต๎นทุนต ่าสุด กิจกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวข๎องกับการออกแบบ และผลิตรูปรํางหน๎าตาของภาชนะบรรจุ สิ่ง หํอหุ๎มตัวผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์การน าเอาวัสดุ เชํน กระดาษ พลาสติก แก๎ว โลหะ ไม๎ ประกอบเป็น ภาชนะหุ๎มหํอสินค๎า เพื่อประโยชน์ ในการใช๎สอย มีความแข็งแรง สวยงาม ได๎สัดสํวนที่ถูกต๎อง สร๎าง ภาพพจน์ที่ดี มีภาษาในการติดตํอสื่อสาร และท าให๎เกิดผลความพึงพอใจจากผู๎ซื้อสินค๎า สิ่งหํอหุ๎มหรือบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งภาชนะที่ใช๎เพื่อการขนสํงผลิตภัณฑ์จากแหลํงผู๎ผลิตไปยังแหลํง ผู๎บริโภค หรือแหลํงใช๎ประโยชน์ หรือวัตถุประสงค์เบื้องต๎นในการปูองกัน หรือรักษาผลิตภัณฑ์ให๎คงสภาพ ตลอดจนคุณภาพใกล๎เคียงกันกับเมื่อแรกผลิตให๎มากที่สุด ภาพที่ 29 : บรรจุภัณฑ์คัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์