The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ขนมคัพเค้กวุ้นกะทิดอกไม้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ขนมคัพเค้กวุ้นกะทิดอกไม้

ขนมคัพเค้กวุ้นกะทิดอกไม้

42 จากความหมายสรุปได้ว่าบรรจุภัณฑ์ หมายถึง การน าเอาวัสดุ เชํน กระดาษ พลาสติก แก๎ว โลหะ ไม๎ น ามาประกอบเป็นภาชนะหํอหุ๎มผลิตภัณฑ์ เพื่อความสวยงาม มีคุณคํา และมีประโยชน์ในการใช๎ สอย สํงผลให๎ผลิตภัณฑ์ดึงดูดความสนใจ และท าให๎เกิดความพึงพอใจจากผู๎บริโภค วัตถุประสงค์หลักของบรรจุภัณฑ์ (Objectives of Package) 1. เพื่อปูองกันผลิตภัณฑ์ (To Protect Products) สามารถปูองกันรักษาผลิตภัณฑ์ไมํให๎เสียหาย 2. เพื่อจ าหนํายผลิตภัณฑ์ (To Distribute Products) สะดวกกับการใช๎งาน และเพิ่มมูลคําทาง เศรษฐกิจ 3. เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ (To Promote Products) ดึงดูดความสนใจผู๎บริโภค การออกแบบบรรจุภัณฑ์ กูด (Good) กลําววํา การออกแบบ เป็นการวางแผนหรือก าหนดรูปแบบรวมทั้งการตกแตํงใน โครงสร๎างรูปทรงของงานศิลปะ ทัศนศิลป์ ดนตรีตลอดจนวรรณกรรม วิรุณ ตั้งเจริญ กลําววํา การออกแบบ หมายถึงการวางแผนสร๎างสรรค์รูปแบบ โดยการวางแผนจัด สํวนประกอบของ การออกแบบให๎สัมพันธ์กับประโยชน์ใช๎สอยวัสดุและการผลิต จากความหมายสรุปได้ว่าการออกแบบบรรจุภัณฑ์ หมายถึง การก าหนดรูปแบบและโครงสร๎าง ของบรรจุภัณฑ์ให๎สัมพันธ์กับหน๎าที่ใช๎สอยของผลิตภัณฑ์ เพื่อการคุ๎มครอง ปูองกันไมํให๎สินค๎าเสียหาย และ เพิ่มคุณคําด๎านจิตวิทยาตํอผู๎บริโภค โดยอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ในการสร๎างสรรค์บรรจุภัณฑ์ให๎เหมาะสม กับผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์กับอาหารและขนม 1. บรรจุภัณฑ์มีบทบาทส าคัญ และมีอัตราการเจริญเติบโตมากขึ้น ควบคูํไปกับการพัฒนา อุตสาหกรรมอาหาร 2. บรรจุภัณฑ์มีหน๎าที่ส าคัญ ในการยืดยืดอายุเพื่อการเก็บรักษา และรักษาคุณภาพอาหารและ ขนม (รสชาติ กลิ่น สีรูปลักษณ์) 3. บรรจุภัณฑ์มีสํวนในการสร๎างรูปลักษณ์ทางการตลาดที่แตกตําง สร๎างมูลคําเพิ่มให๎แกํผลิตภัณฑ์ และใช๎เป็นสื่อโฆษณา นอกจากนี้ยังมีบทบาทส าคัญในด๎านการอ านวยความสะดวกส าหรับการขนสํง ผลิตภัณฑ์ ส าหรับการเลือกบรรจุภัณฑ์ สิ่งที่ต๎องค านึงถึง คือ การเลือกซื้อวัสดุที่จะใช๎ในการบรรจุหีบหํอที่ เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ ให๎เกิดความสวยงาม และเป็นที่สนใจของผู๎บริโภค ดังนี้ 1. บรรจุภัณฑ์กระดาษ ปัจจุบันนิยมใช๎กันเป็นจ านวนมาก และยังมีให๎เลือกหลากหลายชนิด วัสดุที่ น ามาผลิตได๎แกํเยื่อกระดาษ ซึ่งมีทั้งเยื่อกระดาษคุณภาพส าหรับบรรจุภัณพ์อาหาร และเครื่องดื่ม เชํน แก๎ว กระดาษ ถ๎วยกระดาษ กลํองข๎าวที่สามารถยํอยสลายได๎ สํวนเยื่อกระดาษรีไซเคิล ได๎แกํ บรรจุภัณฑ์ ประเภท กลํองลูกฟูก ถาดไขํ หรือถาดรองแก๎วกาแฟ


43 2. บรรจุภัณฑ์พลาสติก แบํงออกได๎เป็น 2 ประเภท คือ พลาสติกคงรูป และพลาสติกอํอนตัว มีการ น ามาใช๎ประโยชน์ในรูปแบบตําง ๆ เชํน ขวดพลาสติก ถ๎วย และถาดพลาสติก และสามารถบรรจุอาหารร๎อน อาหารสด และอาหารแชํแข็ง 3. บรรจุภัณฑ์โลหะ เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช๎มาเป็นระยะเวลานาน ปัจจุบันยังได๎น ามาใช๎งานอยูํ ลักษณะของบรรจุภัณฑ์ที่ท ามาจากโลหะนั้นมีหลากหลายรูปแบบ เชํน ปิ่นโต กระป๋องเครื่องดื่ม หรืออาหาร ส าเร็จรูป ถังหูหิ้ว หลอดเครื่องส าอาง อลูมิเนียมฟอยล์ หรืออลูมิเนียมแผํนเปลว และกระป๋องฉีดพํนตําง ๆ ภาพที่ 30 : บรรจุภัณฑ์กระดาษ ที่มา http://www.warehouse69.net/product ภาพที่ 31 : บรรจุภัณฑ์พลาสติก ที่มา http://www.bsrungsiam.co.th/web/product.html ภาพที่ 32 : บรรจุภัณฑ์โลหะ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


44 4. บรรจุภัณฑ์แก๎ว มีลักษณะใส มีความสวยงาม สามารถเห็นผลิตภัณฑ์ได๎ชัดเจน แตํมีข๎อเสีย คือ แตกหักงําย บรรจุภัณฑ์แก๎วจึงต๎องใช๎คูํกับเยื่อกระดาษขึ้นรูป หรือ กระดาษรังไขํ (Pulp mold) เพื่อปูองกัน การแตกร๎าว บรรจุภัณฑ์แก๎วที่นิยมผลิตและใช๎กันมีอยูํ 3 สี คือ สีใส เชํน ขวดแก๎ว ขวดน้ าหอม ขวดน้ าพริก ขวดแยม เป็นต๎น สีอ าพัน นิยมใช๎ท าขวดยา และขวดเบียร์ ซึ่งเป็นสีที่สามารถปูองกันการเกิดปฏิกิริยาเวลา ถูกแสงแดดหรือความร๎อนได๎และสีเขียว ลักษณะจะคล๎ายกับสีอ าพัน ใช๎กับประเภทเครื่องดื่ม 5. บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบและประดิษฐ์ขึ้นมาใช๎เพื่อวัตถุประสงค์ ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล๎อม โดยชํวยลดปริมาณขยะและยํอยสลายได๎ตามธรรมชาติ จึงไมํเป็นอันตรายตํอ สิ่งแวดล๎อม นอกจากนี้ยังประหยัดคําใช๎จําย เมื่อเลือกใช๎วัสดุธรรมชาติที่มีมากในท๎องถิ่น หรือวัสดุที่ สามารถน ากลับมาใช๎ใหมํได๎ บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ สามารถแบํงได๎เป็น 3 ประเภท ได๎แกํ วัสดุ ประเภทเส๎นใย เชํน กล๎วย หวาย เตยปาหนัน กก กระจูด ผักตบชวา ซึ่งกํอนน ามาสานเป็นบรรจุภัณฑ์ต๎อง ผํานการแปรสภาพด๎วยการตากแห๎ง ฟอกขาว วัสดุที่แปรรูปเป็นแผํน และรูปทรงตําง ๆ เชํน กระดาษ และ วัสดุประเภทไม๎ เชํน ไม๎สัก ไม๎ไผํ ไม๎มะขาม เป็นต๎น ในสํวนของคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎มีการใช๎บรรจุภัณฑ์กระดาษ ส าหรับรองรับวุ๎นกะทิดอกไม๎ ลักษณะเป็นคัพกระดาษก๎นด๎านในเคลือบ เพื่อปูองการน้ า ปัจจุบันนิยมใช๎กันเป็นจ านวนมาก และยังมีให๎ เลือกหลากหลายชนิด เรียกวําถ๎วยกระดาษคัพเค๎ก ( paper line) ถ๎วยกระดาษมีหลายสี หลายขนาด และ คุณสมบัติของวัสดุที่ใช๎ท าถ๎วยคัพเค๎กให๎เลือก แตํส าหรับคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎นั้นใช๎ถ๎วยกระดาษแบบ ภาพที่ 33 : บรรจุภัณฑ์แก๎ว ที่มา http://thislovegift.lnwshop.com/product ภาพที่ 34 : บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


45 เคลือบกันน้ าด๎านใน ขนาดเส๎นผําศูนย์กลางประมาณ 5-7 เซนติเมตร โดยบรรจุใสํกลํองคัพเค๎กใสแบบ 6 หลุม เพื่อสะดวกในการขนสํง และเพิ่มมูลคําของผลิตภัณฑ์คัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ให๎สวยงามขึ้นอีกด๎วย ภาพที่ 35 : บรรจุภัณฑ์ถ๎วยกระดาษคัพเค๎ก และกลํองใสส าหรับคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ ที่มา https://www.b1package.com และ https://www.boxjourney.com ภาพที่ 36 : ตัวอยํางการบรรจุภัณฑ์คัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


46 ใบความรู้ การค านวณต้นทุน ก าไร การค านวณต๎นทุนเป็นสํวนหนึ่งของระบบบัญชีและการเงินของกิจการ เป็นการบันทึกการวัดผล และรายงานข๎อมูลเกี่ยวกับต๎นทุนของสินค๎าของกิจการโดยทั่วไป การค านวณต๎นทุนจะใช๎เวลา และลง รายละเอียดมากในกิจการที่ผลิตสินค๎า แตํไมํได๎หมายความวํากิจการประเภทอื่น เชํน กิจการขายสํง ขายปลีกร๎านอาหาร หรือบริการตําง ๆ ไมํมีความส าคัญในการที่ต๎องค านวณต๎นทุน การค านวณต๎นทุน สามารถน าไปใช๎ได๎ในทุกกิจการเพราะมีความส าคัญตํอการบริหารจัดการธุรกิจ ดังนี้ 1. เพื่อให๎ทราบถึงต๎นทุนการผลิตและต๎นทุนขายของธุรกิจ 2. เพื่อสามารถน าต๎นทุนทั้งหมดของกิจการมาเปรียบเทียบกับรายได๎จากการขาย เพื่อจะได๎ทราบ วํามีก าไรหรือขาดทุนในการขายสินค๎า 3. เพื่อค านวณหรือตีราคาสินค๎าคงเหลือที่ขายได๎ไมํหมดวํามีมูลคําเทําไหรํ 4. เพื่อใช๎ในการวางแผนและควบคุมการซื้อสินค๎า และจัดท างบประมาณในการซื้อสินค๎า รวมทั้ง ตํอรองราคากับผู๎ขายวัตถุดิบ 5. เพื่อใช๎ในการตัดสินใจวําสินค๎าใดควรขายตํอไปและสินค๎าใดควรเลิกขาย (ในกรณีที่ผู๎ผลิตมีสินค๎า หลายชนิด) ต้นทุนแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ 1. ต๎นทุนผันแปร คือต๎นทุนที่ผันแปรตามจ านวนหนํวยที่ผลิตหรือขาย เชํน วัตถุดิบ คําแรงทางตรง คําใช๎จํายในการผลิตทางตรง เป็นต๎น 2. ต๎นทุนคงที่ คือต๎นทุนที่เกิดขึ้นไมํวํากิจการจะได๎ขายสินค๎าหรือไมํ ต๎นทุนนี้จะไมํเปลี่ยนแปลง ตามจ านวนหนํวยที่ผลิตหรือขาย เชํน เงินเดือนพนักงานหน๎าร๎าน คําเชําร๎าน คําเสื่อมราคา คําประกันภัย เป็นต๎น ดังนั้น ต๎นทุนการผลิตจะประกอบไปด๎วยวัตถุดิบ + คําแรงงาน + คําใช๎จํายในการผลิต ซึ่งทั้งสาม รายการนี้เป็นเพียงสํวนของการผลิตเทํานั้น หากจะคิดต๎นทุนรวมของสินค๎าแล๎วจ าเป็นต๎องน าคําใช๎จําย ในการขายและด าเนินการมารวมด๎วย เชํน เงินเดือน คําคอมมิชชั่นพนักงานขาย คําแรงพนักงานขายหน๎าร๎าน คําการตลาด (โฆษณา แผํนพับ) คําเชําส านักงานและร๎าน คําไฟฟูาและน้ าประปา คําโทรศัพท์คําน้ ามันรถ ดอกเบี้ย คําเชํารถ คําใช๎จํายเบ็ดเตล็ด ฯลฯ เพื่อการค านวณต๎นทุนให๎ใกล๎เคียงความจริง หากค านวณแคํ วัตถุดิบคํา แรงงาน และคําน้ า คําไฟฟูา ก็อาจท าให๎ได๎ต๎นทุนสินค๎าที่น๎อยกวําความเป็นจริงและมีผลท าให๎ ตั้งราคาขายที่ต่ าไป อาจท าให๎ขาดทุนได๎ การค านวณแบบงํายเหมาะส าหรับผู๎ประกอบการรายเล็กที่มีสินค๎าหรือผลิตภัณฑ์น๎อยชนิด อาจขายเพียงน้ าพริก หรือแชมพูก็ได๎ซึ่งเหมาะกับการค านวณสินค๎าประเภท OTOP ที่มีความชัดเจนใน เรื่องการใช๎วัตถุดิบ คําแรงงานตํอรอบ การผลิตและไมํมีการเก็บสต๏อกวัตถุดิบไว๎การค านวณจ าเป็นต๎องคิด เพื่อให๎ทราบถึงต๎นทุนผลิตตํอหนํวย และน าต๎นทุนผลิตไปรวมกับคําใช๎จํายในการด าเนินการ เพื่อให๎ทราบถึง ต๎นทุนรวมของสินค๎าอีกครั้งหนึ่ง


47 ตัวอย่างการคิดต้นทุน ก าไร การผลิต และค่าใช้จ่ายในการท า “คัพเค้กวุ้นกะทิดอกไม้” วัน เดือน ปี รายการ จ านวนสิ่งของ จ านวนเงิน (บาท) หมายเหตุ 24 ต.ค. 2563 ค่าใช้จ่าย (ต้นทุน) การก าหนดราคา ขาย คิดจาก ต๎นทุน + ก าไรที่ ต๎องการ ผงวุ๎น 20 กรัม 38 น้ าเปลํา 450 กรัม 3 น้ ามะพร๎าว 500 กรัม 35 กะทิ 500 กรัม 35 น้ าตาล 230 กรัม 5 คําแรงงาน 1 คน 120 คําเบ็ดเตล็ด 10% (คํา ไฟฟูา คําน้ า คําแก๏ส) - 23.60 รวมค่าใช้จ่าย 259.60 ราคาต้นทุนคัพเค้กวุ้น กะทิดอกไม้ต่อชิ้น จ านวนที่ท าได๎ตํอสูตร 6 ชิ้น ๆ ละ 43.27 การก าหนดราคาขายต่อหน่วย ดังนี้ 1. ก าหนดก าไรที่ต๎องการได๎จากต๎นทุน X (ก าไรที่ต๎องการหารด๎วย 100) หลักการค านวณก าไรสํวนใหญํประมาณ 30-50 % ของ(ทุน + คําแรง) หากเป็นอาหารหรือขนมที่ท างําย ควรคิดก าไรประมาณ 30 % แตํถ๎ามีขั้นตอนในการท าที่ยุํงยากและซับซ๎อน ควรคิดก าไรให๎เพิ่มขึ้นจาก 30 % แตํไมํควรเกิน 50 %) ตัวอย่างเช่น ขายคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎จากต๎นทุน 260 บาท ต๎องการก าไรร๎อยละ 50 ดังนั้น ก าไรที่ต๎องการ = 259.60 X 50 หาร 100 = 129.80 บาท 2. การก าหนดราคาขายตํอหนํวย ได๎มาจากต๎นทุน + ก าไร หารด๎วยจ านวนหนํวย ตัวอย่างเช่น ท าคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ได๎ 6 ชิ้น จากต๎นทุน 259.60 บาท และก าไรที่ต๎องการ 129.80 บาท ฉะนั้น ราคาขายตํอชิ้น = 259.60 บาท + 129.80 บาท หารด๎วย 6 ชิ้น = 64.90 บาท ดังนั้น เราจะขายคัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ชิ้นละประมาณ 65 บาท


48 3. หากมีการบรรจุภัณฑ์หรือการบรรจุหีบหํอที่มีราคาสูง ควรชี้แจงกับลูกค๎าในกรณีที่ลูกค๎าต๎องการ บรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม นั้นหมายถึงเราต๎องแบกรับภาระต๎นทุนในสํวนนั้น โดยควรมีการตั้งราคาเพื่อใช๎ในการ ขาย ตัวอย่างเช่น ขายราคาตํอชิ้น 79 บาท ไมํรวมกลํองบรรจุ ขายราคาตํอชุดเล็ก (1 ชุด มี 2 ชิ้น ชิ้นละ 75 บาท) 200 บาท ราคารวมกลํองบรรจุ ขายราคาตํอชุดใหญํ (1 ชุด มี 6 ชิ้น ชิ้นละ 65 บาท) 450 บาท ราคารวมกลํองบรรจุ หมายเหตุ การก าหนดก าไรที่ต๎องการขึ้นอยูํกับสิ่งเหลํานี้ด๎วย เชํน ราคาตลาด ลักษณะของสินค๎าและบริการ เป็นสินค๎าหายาก เป็นสินค๎าเฉพาะกลุํม หรือมีฤดูกาลเข๎ามาเกี่ยวข๎องก็สามารถที่จะก าหนดก าไรที่ต๎องการ สูงได๎ การตั้งราคาให๎สามารถแขํงขันได๎นั้นต๎องอยูํบนพื้นฐานความสมดุลระหวํางความพึงพอใจของผู๎ซื้อและ ผู๎ขายด๎วย ถ๎าสินค๎าโดยทั่วไปมีขายกันแพรํหลาย มีคูํแขํงมากก็ต๎องก าหนดก าไรน๎อยลงไป ภาพที่ 37 : คัพเค๎กวุ๎นกะทิดอกไม๎ (5) โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


49 ใบงาน การคิดต้นทุน ก าไร ผู๎เรียน/กลุํม............................................................................................................................................ เรื่อง........................................................................................................................................................ วัน เดือน ปี รายการ จ านวนสิ่งของ จ านวนเงิน (บาท) หมายเหตุ คําใช๎จําย (ต๎นทุน) .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. 1. ให๎ก าหนดก าไรที่ ต๎องการ คิดเป็นร๎อยละ กํอน 2. แล๎วค านวณหาราคา ตํอหนํวยจึงจะทราบ รายได๎ 3. น ารายได๎ที่ได๎มาใสํ ตาราง รวมค่าใช้จ่าย รายได๎จากการขาย .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. รวมรายได้ 1. ก าไรที่ต๎องการ = ต๎นทุน x ( ร๎อยละของก าไรที่ต๎องการหารด๎วย 100 ) 2. ก าหนดราคาขายตํอหนํวย = ต๎นทุน + ก าไร = ____________ จ านวนหนํวย


50 ใบความรู้ ช่องทางการตลาด ชํองทางการตลาด เป็นสํวนส าคัญอยํางมากในการด าเนินธุรกิจ ชํองทางการตลาดหรือ ชํอง ทางการจัดจ าหนํายมีความหมายเดียวกันซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ P ของสํวนประสมการตลาด (Marketing mix) ที่ นักการตลาดนิยมน าสํวนประสมทั้งสี่มาวางเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดและการขายในยุคปัจจุบัน ดังนั้น ชํอง ทางการจัดจ าหนําย (Marketing channel) จึงถูกเข๎ารวมอยูํใน P=Place นั่นคือสถานที่ขาย แหลํงขาย ชํองทางการขายสินค๎านั่นเอง สินค๎าแตํละชนิดอาจมีชํองทางขายที่แตกตํางกันไปสินค๎าอุปโภคมีชํองทางการ ขายผํานร๎านสะดวกซื้อ อาหารสดก็มีชํองทางการขายหน๎าร๎านหรือหน๎าบ๎านของผู๎ผลิต อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เสื้อผ๎าส าเร็จรูปอาจใช๎ชํองทางการขายได๎หลายชํองทาง เชํน ขายทางออนไลน์ ขายหน๎าร๎านตนเอง ขายใน ตลาดนัด ขายในห๎างสรรพสินค๎า มีการแบํงชํองทางการจ าหนํายในยุคปัจจุบันได๎ เป็นต๎น 1. การเลือกสถานที่ขายหรือท าเลที่ตั้ง 1.1 ความส าคัญของการเลือกที่ตั้ง การตัดสินใจเลือกสถานที่ขายหรือท าเลที่ตั้ง เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เนื่องจากมีผลกระทบตํอ ธุรกิจในระยะยาวโดยเฉพาะตํอความได๎เปรียบในเชิงแขํงขันทางธุรกิจและจะมีผลตํอความส าเร็จ ของธุรกิจ ซึ่งผู๎ประกอบการต๎องพิจารณาถึงกลยุทธ์ที่ตั้งของธุรกิจที่มีความส าคัญตํอการด าเนินงาน 2 กลยุทธ์ส าคัญ ได๎แกํ 1.1.1 กลยุทธ์ที่ตั้งตามพื้นที่ เป็นแนวทางในการก าหนดให๎ที่ตั้งแตํละแหํงรับผิดชอบพื้นที่ แตํละสํวน โดยต๎องผลิตสินค๎าและบริการทุกอยํางส าหรับพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งธุรกิจที่เลือกใช๎กลยุทธ์ที่ตั้งตามพื้นที่ มักเป็นธุรกิจค๎าปลีกหรือบริการ 1.1.2 กลยุทธ์ที่ตั้งตามผลิตภัณฑ์เป็นแนวทางในการก าหนดให๎ที่ตั้งหนึ่งแหํงท าการผลิต สินค๎าเพียงหนึ่งอยําง โดยยึดหลักของความส าคัญของวัตถุดิบที่มีในพื้นที่ 1.2 หลักเกณฑ์ในการเลือกสถานที่ท าเลที่ตั้ง การตัดสินใจเลือกสถานที่ท าเลที่ตั้งเป็นกระบวนการที่มีความสลับซับซ๎อนมากขึ้นเมื่อโลกก๎าวเข๎าสูํ ยุคโลกาภิวัตน์อีกทั้งธุรกิจขนาดยํอมจ านวนมากได๎มีการเติบโตขึ้นและได๎พัฒนาไปอยํางรวดเร็ว ดังนั้น ผู๎ประกอบการควรพิจารณาถึงความจ าเป็นที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงส าหรับกิจการควบคูํกันไปในแตํละ สถานการณ์ดังนี้ 1.2.1 ความพึงพอใจส่วนบุคคล โดยที่ผู๎ประกอบการสํวนหนึ่งมักจะพิจารณาตั้งกิจการ ของตนเองในชุมชนที่ตนอาศัยอยูํเป็นท าเลในการประกอบการอยํางไรก็ตามในแงํของการด าเนินธุรกิจไมํได๎ หมายความวําจะมีเพียงพื้นที่ ซึ่งตนเองมีความเคยชินเทํานั้นที่เหมาะสมตํอการตั้งกิจการเพราะ ผู๎ประกอบการธุรกิจสามารถใช๎ประโยชน์ในด๎านตําง ๆ จากสิ่งเหลํานี้ได๎ไมํวําจะเป็นในด๎านภาพลักษณ์ สํวนตัว การได๎รับความเชื่อถือหรือการยอมรับจากสังคมและอาศัยประโยชน์จากความคุ๎นเคย ความสามารถ ในการอ๎างอิงกับบุคคลตําง ๆ ภายในชุมชนที่เกี่ยวข๎องกับกิจการของตนมากขึ้น 1.2.2 ความได้เปรียบด้านต้นทุน โดยเฉพาะคําแรงหรือคําวัตถุดิบในพื้นที่ ที่มีต๎นทุนใน การด าเนินธุรกิจต่ าซึ่งสิ่งเหลํานี้สะท๎อนถึงคําใช๎จํายในการลงทุนในชํวงเริ่มต๎นของกิจการที่จะชํวยลดต๎นทุน การผลิตให๎ต่ าลง


51 1.2.3 ความสามารถในการจัดการทรัพยากร เป็นการสะท๎อนให๎เห็นถึงคําใช๎จํายในการ ด าเนินงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เนื่องจากทักษะประสบการณ์ของแรงงานจะมีความสัมพันธ์โดยตรง กับผลิตผลและคุณภาพในกระบวนการผลิตของผลิตภัณฑ์ความยั่งยืนของแรงงานในท๎องถิ่นมีผลกระทบตํอ อัตราคําจ๎าง ซึ่งถือเป็นต๎นทุนที่ส าคัญผู๎ประกอบการจะต๎องค านึงถึงอยูํเสมออีกทั้งแหลํงที่ตั้งต๎องมีความใกล๎ กันกับวัตถุดิบและความสามารถในการขนสํงที่ธุรกิจต๎องมีการบริหารจัดการอยํางมีประสิทธิภาพ 1.2.4 การเข้าถึงลูกค้า ธุรกิจขนาดยํอมยุคปัจจุบันต๎องให๎ความส าคัญผันแปรแหลํงที่ตั้ง ของธุรกิจไปตามประเภทของกิจการ เชํน ธุรกิจค๎าปลีกและบริการต๎องมีรายละเอียดของสถานที่แสดงสินค๎า บริการและรูปแบบ ดังนั้น การเลือกสถานที่หรือท าเลที่ตั้งต๎องใกล๎ชิดกับลูกค๎าและอ านวยความสะดวกตํอ การเข๎ามาติดตํอและถือเป็นปัจจัยที่มีผลตํอความส าเร็จของกิจการ ดังนั้น ในขั้นตอนแรกของเกณฑ์การเลือกสถานที่หรือท าเลที่ตั้ง ผู๎ประกอบการต๎อง ตัดสินใจกํอนวําจะเลือกด าเนินธุรกิจในชุมชน หมายถึง จังหวัดหรืออ าเภอแล๎วจึงท าการตัดสินใจขั้นสุดท๎าย คือการเลือกบริเวณที่ตั้งจากหลาย ๆ พื้นที่ภายในชุมชน ซึ่งเป็นการระบุถึงต าแหนํงของที่ตั้งอยํางละเอียด 2. การจัดและตกแต่งหน้าร้าน สํวนใหญํร๎านขายสินค๎ามักจะมีผู๎ขายซึ่งเป็นเจ๎าของกิจการเองหรือบางร๎านอาจมีการจ๎าง พนักงานขายของโดยเฉพาะเพื่อท าหน๎าที่เอาใจใสํดูแลและแนะน าให๎ค าอธิบายตําง ๆ แกํลูกค๎าหากเป็นร๎าน ขนาดใหญํมีสินค๎าหลายชนิดยํอมท าให๎ต๎องมีพนักงานขายจ านวนมาก การจัดตกแตํงร๎านค๎ามีความส าคัญ ต๎องค านึงถึงสิ่งตํอไปนี้ 2.1 แสงสว่างภายในร้าน ควรจัดร๎านให๎มีความสวํางทั่วทั้งร๎านจากแสงไฟฟูาที่ร๎านได๎ติดเอาไว๎แสง สวํางธรรมชาติมักไมํเพียงพอและแสงแดดมักท าความเสียหายให๎แกํสินค๎าการใช๎แสงไฟฟูาแม๎จะมีคําใช๎จําย สูงแตํก็จูงใจลูกค๎าให๎เข๎ามาซื้อสินค๎าได๎มากกวําร๎านที่ดูมืดสลัวมุมห๎องมืด ๆ กํอนตัดสินใจเรื่องแสงสวํางควร รู๎วําคําไฟฟูาเทําไรและใช๎ไฟฟูากี่ดวงถึงจะคุ๎มคํากับการขายสินค๎าด๎วย 2.2 การตกแต่งสีภายนอกและภายในร้าน นอกจากการทาสีร๎านค๎าให๎สดใสสวําง สวยงามแล๎วสี ของหีบหํอและตัวสินค๎าก็สามารถน ามาตกแตํงให๎ร๎านค๎าดูดีขึ้นจะต๎องให๎ผู๎คนเห็นสินค๎าชัดเจนและสวยงาม 2.3 การจัดหมวดหมู่ของขนม ขนมที่มีลักษณะใกล๎เคียงกันหรือขนมที่ใช๎รับประทานรํวมกัน จะต๎องจัดวางไว๎ด๎วยกัน เชํน ขนมหม๎อแกงวางใกล๎กับขนมตะโก๎ ข๎าวเหนียววางใกล๎กับสังขยา เป็นต๎น 2.4 การติดป้ายราคาสินค้า การติดปูายบอกราคาสินค๎าให๎ชัดเจนที่ลูกค๎าสามารถมองเห็นได๎หรือ อํานได๎ เป็นการให๎ความสะดวกกับลูกค๎าในการตัดสินใจซื้อสินค๎า 2.5 การจัดวางสินค้า มีความส าคัญตํอการจูงใจลูกค๎าให๎เลือกซื้อสินค๎า เพื่อให๎สะดวกและเกิด ความพึงพอใจ ควรค านึงถึงสิ่งตํอไปนี้ ความพึงพอใจของลูกค๎า - จัดสินค๎าไว๎ในบริเวณที่เราจะขาย - จัดสินค๎าไว๎ในระดับสายตาให๎มากที่สุด - จัดสินค๎าด๎านหน๎าบนชั้นให๎เต็มอยูํเสมอ - ชั้นปรับระดับได๎ตามขนาดของสินค๎าจะเป็นการดี


52 - การใช๎กลํองหนุนสินค๎าให๎ดูงดงามแม๎จะมีสินค๎าไมํมากนัก - ความเป็นระเบียบเรียบร๎อย - สินค๎ามากํอนต๎องขายกํอนเราต๎องขายสินค๎าเกํากํอนสินค๎าใหมํเสมอพยายามวางสินค๎ามา กํอนไว๎แถวหน๎าเสมอควรท าสินค๎าที่มากํอนให๎ดูสดใสสะอาดเหมือนสินค๎าใหมํ 3. การขาย การขาย คือ กระบวนการทั้งทางตรงและทางอ๎อมของการจูงใจให๎ผู๎ซื้อสินค๎าหรือบริการยินยอม กระท าสิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งจะท าให๎เกิดประโยชน์ทางด๎านการค๎าแกํผู๎ขายเมื่อผู๎ผลิตสินค๎าไปสูํผู๎บริโภคมีสิ่งที่ควร พิจารณา ดังนี้ 3.1 การหาตลาด ควรค านึงถึงความต๎องการของตลาดวํามีมากน๎อยเพียงใด โดยใช๎วิธีสังเกต สอบถามกับคนรู๎จัก เพื่อนบ๎าน และผู๎ซื้อกระแสการบริโภคของลูกค๎ามีความต๎องการซื้อเป็นของขวัญของ ฝากหรือรับประทานในครอบครัว ตลาดควรเป็นตลาดที่มีการซื้อขายอยํางตํอเนื่อง เชํน ขายทางออนไลน์ ขายหน๎าร๎านตนเอง ขายในตลาดนัด ขายในห๎างสรรพสินค๎า เป็นต๎น ทั้งนี้เพื่อจะได๎ตรงตามความต๎องการ ของตลาด 3.2 วิธีการจ าหน่าย เมื่อผู๎ผลิตลงทุนผลิตสินค๎าขึ้นมาก็เพื่อน าสินค๎าออกสูํตลาดถ๎าผู๎ผลิตสามารถ เลือกชํองทางการตลาด การจ าหนํายสินค๎าได๎อยํางถูกต๎องสินค๎าก็จะเข๎าถึงลูกค๎าได๎งํายซึ่งอาจเป็นการ จ าหนํายจากผู๎ผลิตถึงลูกค๎าโดยตรงด๎วยการจัดหาสถานที่ส าหรับจ าหนํายสินค๎าที่เป็นหลักแหลํง มีการจัด วางสินค๎าที่สามารถน าเสนอสินค๎าให๎ดูสวยงามหรือเป็นผู๎ผลิตให๎พํอค๎าคนกลางมารับซื้อไปขายให๎กับ ผู๎บริโภคอีกตํอหนึ่ง เพื่อจ าหนํายสินค๎าได๎อยํางทั่วถึง 3.3 การโฆษณาประชาสัมพันธ์ถือเป็นสิ่งส าคัญที่จะท าให๎ผู๎ซื้อหรือลูกค๎ารู๎จักเกิดความต๎องการที่ จะซื้อเป็นวิธีการโน๎มน๎าวผู๎ซื้อที่ส าคัญการโฆษณาประชาสัมพันธ์มีหลายวิธี เชํน ใช๎วิธีบอกปากตํอปาก การ จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์สินค๎าการออกร๎านตามงานเทศกาลตําง ๆ ของอ าเภอหรือจังหวัด การ ประชาสัมพันธ์ผํานอินเตอร์เน็ตโดยสิ่งที่เป็นการชํวยประชาสัมพันธ์อยํางหนึ่ง ก็คือคุณภาพสินค๎า เมื่อผู๎ซื้อ หรือลูกค๎าได๎ซื้อสินค๎าไปรับประทาน เชํน มีรสชาติดี มีคุณภาพ ราคายํอมเยา จะเป็นการชํวย ประชาสัมพันธ์อีกชํองทางหนึ่ง 4. การส่งเสริมการขาย วัตถุประสงค์ส าคัญ ในการจัดท าการสํงเสริมการขายนั้นก็เพื่อเป็นการกระตุ๎นยอดขายของกิจการ และการแนะน าสินค๎าสูํลูกค๎า ทั้งนี้ยังสืบเนื่องกับความพึงพอใจที่ดีของลูกค๎าในการบริโภคหรืออุปโภคสินค๎า เพื่อการสร๎างเครือขํายความเป็นไปได๎ ในการเลือกบริโภคหรืออุปโภคสินค๎านั้น ๆ อยํางตํอเนื่องประกอบกับ การแนะน าสินค๎า โดยอาศัยชํองทางแบบปากตํอปากหรือเพื่อนสูํเพื่อนตํอไป สรุปการส่งเสริมการขาย คือ การสนับสนุนการสร๎างราคาสินค๎าเฉพาะเจาะจง/การสร๎างมูลคําตรา สินค๎ากลยุทธ์สํงเสริมการขายที่นิยมน ามาใช๎ในการท าตลาดในปัจจุบันมีหลายรูปแบบขึ้นอยูํกับวัตถุประสงค์ ของผู๎ประกอบการซึ่งผู๎ประกอบการสามารถเลือกน ามาใช๎ให๎เหมาะกับสินค๎า เชํน การสํงเสริมการขายที่มุํงสูํ ลูกค๎าโดยตรงเพื่อต๎องการให๎ลูกค๎าซื้อสินค๎ามากขึ้นผู๎ประกอบการก็อาจเลือกใช๎วิธีการให๎ชิมสินค๎า 4.1 การแจกของตัวอย่าง การให๎คูปอง ฯลฯ แตํหากต๎องการสํงเสริมการขายโดยมุํงไปที่ ตัวแทนจ าหนํายที่เป็นคนกลางเพื่อให๎บุคคลเหลํานี้กระจายสินค๎าไปยังลูกค๎าได๎มากขึ้นก็สามารถน าวิธีการ สํงเสริมการขายในลักษณะให๎สํวนลดสินค๎า การแถมสินค๎าการก าหนดเปูาในการซื้อสินค๎า การให๎ของขวัญ


53 พิเศษมาใช๎เป็นแรงจูงใจการใช๎คูปอง (Coupon) เป็นเครื่องมือในการสํงเสริมการขายที่นิยมใช๎แพรํหลายวิธี หนึ่งเพราะวิธีนี้ลูกค๎าที่ได๎รับจะถือวําเป็นการให๎สํวนลดอยํางหนึ่งวิธีนี้จะท าให๎เกิดแรงจูงใจในการซื้อสินค๎า มากขึ้น เพราะได๎ราคาถูกโดยอาจท าให๎ลูกค๎าที่เคยซื้อสินค๎าอยูํแล๎ว มีความต๎องการสินค๎าเพิ่มหรืออาจได๎ ลูกค๎าใหมํ ๆ เข๎ามาเพราะมองวําเป็นราคาพิเศษได๎ 4.2 การใช้แสตมป์การค้า การสํงเสริมการขายวิธีนี้จะกระตุ๎นให๎ลูกค๎าเกิดการซื้อซ้ าได๎ โดยลูกค๎าอาจเกิดความต๎องการสะสมแสตมป์ไว๎แลกของที่ต๎องการท าให๎ผู๎ประกอบการสามารถขายของได๎ มากขึ้นและอาจมีลูกค๎าประจ ากลุํมหนึ่งโดยผู๎ประกอบการสามารถก าหนดเงื่อนไขสินค๎าที่ลูกค๎าสามารถแลก ซื้อได๎ตามความเหมาะสมการลดราคาสินค๎า การสํงเสริมการขายด๎วยการลดราคาสินค๎าเพื่อจูงใจให๎ลูกค๎ามา ซื้อสินค๎าในชํวงเวลานั้นซึ่งผู๎ประกอบการสามารถน าอาหารไทยที่ต๎องการมาจัดรายการพิเศษตามชํวงเวลา หรือวันให๎ลูกค๎าได๎เลือกซื้อได๎ อยํางไรก็ตามกํอนที่ผู๎ประกอบการจะเลือกใช๎กลยุทธ์สํงเสริมการขายวิธีใด ต๎องศึกษาปัจจัยแวดล๎อมหลายประการ เชํน ลักษณะของตลาด กลุํมลูกค๎าเปูาหมาย อายุ อาชีพ สถานะภาพของกลุํมลูกค๎า ลักษณะของผลิตภัณฑ์เพราะผลิตภัณฑ์แตํละประเภทจะมีลักษณะเฉพาะที่ไมํ เหมือนกันรวมทั้งวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ราคาจ าหนําย และสิ่งส าคัญคืองบประมาณเพราะการจัดกิจกรรม สํงเสริมการขายในแตํละครั้งผู๎ประกอบการต๎องมีเงินทุนพอสมควรซึ่งผู๎ประกอบการต๎องพิจารณาอยําง ละเอียดถี่ถ๎วนเพื่อให๎เกิดประโยชน์สูงสุด 5. การเลือกช่องทางการจัดจ าหน่าย สามารถแบํงชํองทางการจ าหนํายสินค๎า แบํงออกเป็นประเภท ใหญํ ๆ 2 ประเภท คือ 5.1 ช่องทางจ าหน่ายทางตรงมีช่องทางขาย คือ ผู๎ผลิตขายสินค๎าไปยังผู๎ใช๎หรือผู๎บริโภคด๎วย ตนเองดังนี้ 5.1.1 ขายผ่านหน้าร้านแบบไม่เคลื่อนที่ เป็นการขายผํานหน๎าร๎านสาขาทั้งเป็นร๎านค๎า ของตนเองหรือเชําหน๎าร๎านตามห๎างสรรพสินค๎า Modern trade เชําพื้นที่ขายในปั้มน้ ามันขายออกบูทตาม งานแสดงสินค๎าเชําพื้นที่ในอาคารส านักงาน เป็นต๎น 5.1.2 ขายผ่านหน้าร้านที่เคลื่อนที่ไปมา เชํน ขายผลไม๎ในรถบรรทุกที่ย๎ายไปขายตาม สถานที่ตําง ๆ ได๎ตามความต๎องการเปิดท๎ายขายของตามตลาดนัดตําง ๆ หาบเรํแผงลอย เป็นการขาย แบบอิสระ เปลี่ยนเส๎นทางขายบ๎าง เปลี่ยนสินค๎าขายบ๎าง สินค๎าที่ขายอาจเป็นสินค๎าตามฤดูกาลหรือเป็น สินค๎าที่ผู๎ขายไปหาซื้อได๎มาในชํวงเวลานั้น ๆ 5.1.3 ขายผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อออนไลน์การขายลักษณะ E-commerce นี้จะขาย ผํานหน๎าโฮมเพจของตนเองโดยมีตะกร๎าให๎ซื้อและมีการโอนเงินกํอนซื้อซึ่งมีบริษัทหลายแหํงเพิ่มชํอง ทางการขายทางอิเล็กทรอนิกส์จ านวนมาก เชํน 7- 11 ขายโดยให๎ลูกค๎าเลือกซื้อใน 7-Catalogue ส าหรับ การขายผําน Social media เป็นการขายที่นิยมกันในกลุํมคนที่ยังท างานประจ าและใช๎เวลาวํางให๎เป็น ประโยชน์และกลุํมอาชีพอิสระที่ต๎องการขายสินค๎าเป็นอาชีพเสริม การขายประเภทนี้จะขายผําน Facebook Intragram Line 5.1.4 ขายผ่านสื่อการขายที่เป็นอุปกรณ์ทันสมัย เชํน ขายผํานโทรศัพท์มือถือ ผําน เครื่องเอทีเอ็ม ผํานตู๎หยอดเหรียญตําง ๆ เชํน น้ าอัดลม กาแฟ เกมส์ เครื่องกดน้ าดื่ม เครื่องซักผ๎า ฯลฯ การขายผํานเครื่องใช๎เหลํานี้ท าให๎ประหยัดเรื่องแรงงานคนท าให๎ต๎นทุนการขายต่ าไปด๎วย


54 5.1.5 ขายผ่านพนักงานขาย แม๎วําการขายผํานพนักงานจะเป็นวิธีเกําที่ใช๎กันมา นานแตํก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดส าหรับสินค๎าที่ขายให๎กับอุตสาหกรรมเพราะต๎องการการสาธิต การอธิบายวิธีการใช๎ และรายละเอียดคุณสมบัติของสินค๎า สินค๎าใหมํที่ต๎องการการอธิบายและเข๎าถึงกลุํมลูกค๎าเปูาหมาย จ าเป็นต๎องใช๎การขายผํานพนักงานขายเพื่อให๎รู๎จักสินค๎าและทราบถึงคุณสมบัติของสินค๎ากํอน นอกจากนั้น การขายผํานพนักงานขายท าให๎กิจการได๎รับ Feedback จากลูกค๎าวําพอใจหรือไมํพอใจในสินค๎าของกิจการ ซึ่งท าให๎เจ๎าของกิจการน ามาปรับปรุงแก๎ไขได๎ภายหลัง 5.2 ช่องทางการจ าหน่ายโดยอ้อมมีช่องทางการขายคือ ผู๎ผลิตขายสินค๎าผํานตัวกลาง ตัวแทน จ าหนํายร๎านค๎าสํงและร๎านค๎าปลีกเพื่อจ าหนํายไปยังผู๎ใช๎หรือผู๎บริโภค ดังนี้ 5.2.1 ขายผ่านตัวแทนจ าหน่าย สินค๎าจ าเป็นต๎องมีการแตํงตั้งตัวแทนขายเพื่อกระจาย สินค๎าได๎ทั่วประเทศ เชํน รถยนต์ เครื่องจักรตําง ๆ ยางรถยนต์ อะไหลํรถยนต์ สินค๎าบางประเภท จ าเป็นต๎องมีตัวแทนจ าหนํายหากผู๎ผลิตไมํเชี่ยวชาญในการตลาดแตํมีความเชี่ยวชาญในการผลิตมากกวํา การขายผํานตัวแทนยังเหมาะกับการขายสินค๎าที่เป็นบริการเชํนขายกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์และประกัน ชีวิตเป็นต๎น 5.2.2 ขายผ่านคนกลางทั้งผู้ค้าส่งหรือผู้ค้าปลีก ส าหรับผู๎ผลิตสินค๎าอุปโภคและบริโภค มักจะใช๎วิธีการขายผํานผู๎ค๎าสํงตามอ าเภอและจังหวัดตําง ๆ เพื่อกระจายสินค๎า ส าหรับผู๎ผลิตรายเล็กก็อาจ ขายผํานผู๎ค๎าปลีกที่ขายตรงให๎กับกลุํมลูกค๎าเปูาหมายได๎ 5.2.3 ขายผ่านระบบแฟรนไชส์ผู๎ผลิตที่มีการขายแฟรนไชส์ให๎กับบุคคลภายนอก สามารถใช๎วิธีการขายผลิตภัณฑ์ผํานเครือขํายหรือแฟรนไชส์ของตนเองได๎ เชํน ราชาบะหมี่ชายสี่บะหมี่เกี้ยว ข๎าวมันไกํมิดไนท์ เป็นต๎น 5.2.4 ขายออนไลน์ขายผํานหน๎าโฮมเพจของตนเองโดยมีตะกร๎าให๎ซื้อและมีการโอนเงิน กํอนซื้อซึ่งมีบริษัทหลายแหํงเพิ่มชํองทางการขายทางอิเล็กทรอนิกส์จ านวนมาก เชํน 7-11 ขายโดยให๎ลูกค๎า เลือกซื้อใน 7- Catalogue ส าหรับการขายผําน Social media เป็นการขายที่นิยมกันในกลุํมคนที่ยัง ท างานประจ าและใช๎เวลาวํางให๎เป็นประโยชน์และกลุํมอาชีพอิสระที่ต๎องการขายสินค๎าเป็นอาชีพเสริม การ ขายประเภทนี้จะขายผําน Facebook Intragram Line ส าหรับผู๎ประกอบการที่ด าเนินธุรกิจสํงออกสินค๎าไปตํางประเทศก็มีชํองทางการขายสองทาง เชํนกันคือเป็นผู๎สํงออกเองโดยขายตรงให๎กับลูกค๎าและอีกทางหนึ่งคือขายสินค๎าผําน trader ที่เป็นตัวกลาง ขายสินค๎าให๎กับตํางประเทศ ปัจจุบันธุรกิจขนาดใหญํมักใช๎ชํองทางการขายทั้งทางตรงและทางอ๎อมรํวมไป ด๎วยกัน โดยขายผํานหน๎าร๎าน ผํานสื่อออนไลน์ ผํานสาขา ผํานตัวแทนจ าหนํายและใช๎ กลยุทธ์ตําง ๆ ใน การสํงเสริมการขายและประชาสัมพันธ์อยํางกว๎างขวางเพื่อท าให๎ธุรกิจเติบโตขึ้นอยํางรวดเร็ว


55 แบบประเมินผลการจัดการศึกษาและฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น หลักสูตรวิชา.................................................................................... จ านวน.......... ................................ชั่วโมง ระหวํางวันที่..........เดือน......................พ.ศ..................ถึงวันที่..........เดือน......................พ.ศ.......................... สถานที่จัด ณ................................................................................................................. ................................... เกณฑ์การให้คะแนนประเมินผลการจัดการศึกษาและฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ 1. ความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาสาระ 20 คะแนน 1.1 แบบทดสอบ (20 คะแนน) 2. ทักษะการปฏิบัติ 40 คะแนน 2.1 การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ (10 คะแนน) 2.1.1 การจัดเตรียมวัสดุ (5 คะแนน) 2.1.2 การจัดเตรียมอุปกรณ์ (5 คะแนน) 2.2 ปฏิบัติตามขั้นตอน (20 คะแนน) 2.2.1 ปฏิบัติตามขั้นตอน (5 คะแนน) 2.2.2 ปฏิบัติงานเสร็จตามเวลา (5 คะแนน) 2.2.3 ปฏิบัติงานด๎วยความสะอาดเรียบร๎อย (5 คะแนน) 2.2.4 ปฏิบัติงานด๎วยความคลํองแคลํว (5 คะแนน) 2.3 มีทักษะในการท างานเป็นทีม (10 คะแนน) 2.3.1 การเคารพกฎ กติกา และการยอมรับความคิดเห็นของผู๎อื่น (5 คะแนน) 2.3.2 การมีปฏิสัมพันธ์กับผู๎อื่น (5 คะแนน) 3. คุณภาพของผลงาน/ผลการปฏิบัติงาน (40 คะแนน) 3.1 ผลงาน/ชิ้นงาน เป็นไปตามที่หลักสูตรก าหนด (30 คะแนน) 3.1.1 คุณภาพของชิ้นงาน (10 คะแนน) 3.1.2 องค์ประกอบของชิ้นงาน (10 คะแนน) 3.1.3 การตกแตํง/บรรจุภัณฑ์ของชิ้นงาน (10 คะแนน) 3.2 การน าเสนอผลงาน/ชิ้นงาน (10 คะแนน) ระดับผลการเรียน การตัดสินผลการเรียนให๎น าคะแนนระหวํางการจัดการเรียนการสอนรวมกับคะแนนจาก แบบทดสอบหลังเรียนแล๎วน าไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่ก าหนด เพื่อให๎คําระดับผลการเรียนทั้ง 5ระดับ ดังนี้ 1. ได๎คะแนน 80 – 100 ได๎เกรด 4 หมายถึง ดีมาก 2. ได๎คะแนน 70 - 79 ได๎เกรด 3 หมายถึง ดี 3. ได๎คะแนน 60 - 69 ได๎เกรด 2 หมายถึง ปานกลาง 4. ได๎คะแนน 50 - 59 ได๎เกรด 1 หมายถึง ผํานเกณฑ์ขั้นต่ าที่ก าหนด 5. ได๎คะแนน 0 - 49 ได๎เกรด 0 หมายถึง ต่ ากวําเกณฑ์ที่ก าหนด


ล าดับ ที่ เลขประจ าตัว ประชาชน ชื่อ – สกุล 1. ความรู้ความเข้าใจ ในเนื้อหาสาระ 20 คะแนน 2. ทักษ1.1 แบบทดสอบ (20) 2.1 การเตรียม วัสดุอุปกรณ์ (10) 2.22.1.1 (5) 2.1.2 (5) 2.2.1 (5) ลงชื่อ..................................................วิทยากร (......................................................) ลงชื่อ........................................... (............................................


56 ษะการปฏิบัติ 40 คะแนน 3. คุณภาพของผลงาน ผลการปฏิบัติงาน 40 คะแนน รวม 100 คะแนน ผลการเรียน 2 ปฏิบัติตามขั้นตอน (20) 2.3 มีทักษะ ในการท างาน เป็นทีม (10) 3.1 ผลงาน/ชิ้นงาน เป็นไปตามที่หลักสูตร ก าหนด (30) 3.2 การน าเสนอ ผลงาน/ชิ้นงาน (10) 2.2.2 (5) 2.2.3 (5) 2.2.4 (5) 2.3.1 (5) 2.3.2 (5) 3.1.1 (5) 3.1.2 (5) 3.1.3 (5) .......หัวหน๎ากลุํมสํงเสริมปฏิบัติการ ..........) ลงชื่อ..................................................ผู๎อนุมัติ (......................................................) 56


57 บรรณานุกรม กฤติยา แหลมศรี. ม.ป.ป. การจ าแนกขนมไทย สืบค๎นเมื่อ 9 กรกฎาคม 2564, จาก https://sites.google.com/site/khnmthiykittiya/ptithin-kar-sxn กรมสํงเสริมอุตสาหกรรม. (2561). ชํองทางการขายในยุคปัจจุบัน. สืบค๎นเมื่อ 22 ตุลาคม 2563, จาก https://bsc.dip.go.th/th/category/marketing2/fs-salechannelpresent จุลัยรัตน์. (2561). ประโยช์ของน้ ามะพร๎าว. สืบค๎นเมื่อ 22 ตุลาคม 2563, จาก https://www.sanook.com/health/5289/ ธัญนันท์อบถม. (2556). ขนมหวานไทย (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง. นิธิยา รัตนาปนนท์. (2556). หลักโภชนาศาสตร์(พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์. บริษัท ทียูแพ็ค จ ากัด. (2563). การบรรจุภัณฑ์. สืบค๎นเมื่อ 22 ตุลาคม 2563, จาก https://www.tupack.co.th/ ประวัติความเป็นมาและประโยชน์ของวุ้น. (2560). สืบค๎นเมื่อ 22 ตุลาคม 2563, จาก http://telephoneagar.com/th/agar-stories-th/story-of-agar/ ประโยชน์ของวุ๎น. (2561). สืบค๎นเมื่อ 12 กรกฎาคม 2564, https://www.facebook.com/agarmermaid/posts ปัญจพาณ์ พฤกสลุง. (2561). คุณประโยชน์ของขนมไทย. สืบค๎นเมื่อ 22 ตุลาคม 2563, จาก https://sites.google.com/site/panjapa38/khun-prayochn-khxng-khnm-thiy สมบูรณ์ มั่นความดี. (2558). เอกสารประกอบโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรการสอบเทียบ เครื่องชั่งและการใช๎เครื่องชั่งส าหรับงานทดสอบและวิเคราะห์คุณภาพ ส านักวิจัยและพัฒนา กรมชลประทาน. สืบค๎นเมื่อ 23 มิถุนายน 2564, จาก http://research.rid.go.th/download_ss/balance_calibration.pdf หลักการออกแบบบรรจุภัณฑ์. (2561). สืบค๎นเมื่อ 22 ตุลาคม 2563, จาก http://www.graphicproduce.com/knowledgedetail.php?no=19 อบเชย วงศ์ทอง และขนิษฐา พูนผลกุล. (2556). หลักการประกอบอาหาร (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.


58 คณะผู้จัดท าหลักสูตร ที่ปรึกษา นางอุทัยวรรณ โพธิ์กระจําง ผู๎อ านวยการศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ คณะที่ปรึกษาจัดท าหลักสูตร นายเชาวฤทธิ์ จงเกษกรณ์ ผู๎ทรงคุณวุฒิด๎านวัดผลและประเมินผล นางอุมาพร แขดอน ผู๎ทรงคุณวุฒิด๎านอาชีพ นายรชฏ ศิริวัฒนะ ภูมิปัญญาด๎านการท าขนม ผู้จัดท าหลักสูตร นางวัชรินทร์ พลอยสํงศรี ครูผู๎ชํวย นายบดินทร์ภัทร์ พุํมพันธ์วงศ์ ครูผู๎ชํวย นางรุํงนภา ศรีชัย ครูผู๎ชํวย นางสาวพัฒนีนาถ ภักดีอักษร ครูผู๎ชํวย นายวิทวัส เทียนข า ครูผู๎ชํวย นางสาวดาววดี เครืออํอน นักจัดการงานทั่วไป นางสาวนุชจรี หอมสมบัติ นักวิชาการเงินและบัญชี นายสิทธิชัย ศาสตร์ประสิทธิ์ นักจัดการงานทั่วไป นายสมเกียรติ หนํวงกลาง นักวิชาการศึกษา นางสุรีย์รัตน์ แพํงประสิทธิ์ เจ๎าพนักงานธุรการ นางสาวสุรีฉาย จันทร เจ๎าพนักงานการเงินและบัญชี นางสาวสุวิมล อินเฉียน นักวิชาการพัสดุ นางสาวอุนนดา ชูรัศมี นักวิชาการศึกษา นางสาวณัฐกานต์ ครุธพันธ์ นักจัดการงานทั่วไป นางสาวชวัลพัชร เพียรกสิกรรม นักวิชาการโสตทัศนศึกษา นางสาวศิริพร เกตุประทุม เจ๎าหน๎าที่เกษตร ผู้สนับสนุนข้อมูลจัดท าหลักสูตร นางสาววาณีรัตน์ วงษ์วิกย์กิจ ภูมิปัญญาท๎องถิ่น นางสมจิตร ทิพย์ศิริ ภูมิปัญญาท๎องถิ่น นางจิราภรณ์ จงเกษกรณ์ วิทยากร นางรังสินี คุปติเกษม วิทยากร นายรชฏ ศิริวัฒนะ วิทยากร นางณัฐพัชร ไชยกุล วิทยากร นางสาวธนิษฐา นาคบัว วิทยากร รูปเล่ม / หน้าปก นายวิทวัส เทียนข า ครูผู๎ชํวย นางสุรีฉาย จันทร เจ๎าพนักงานการเงินและบัญชี นางสาวอุนนดา ชูรัศมี นักวิชาการศึกษา นางสาวชวัลพัชร เพียรกสิกรรม นักวิชาการโสตทัศนศึกษา


59


Click to View FlipBook Version