The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การทำพวงมโหตร

ปี 2566


ข ค ำน ำ ด้วยศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ จังหวัดอุทัยธานีเป็นศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรตามพระราชด าริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ อนุรักษ์อาชีพให้ประชาชนมีรายได้ และเพื่อศึกษาค้นคว้า วิจัยพัฒนาอาชีพความรู้ต่าง ๆ จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ส าคัญคือใช้เป็นแหล่งเรียนรู้และจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยในทุกรูปแบบ ได้แก่ เป็นศูนย์สาธิต ทดลอง จัดแสดง และจัดจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ ของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ และผลิตภัณฑ์จากโครงการพระราชด าริ ส่งเสริมสนับสนุนประสานงาน ร่วมกับภาคีเครือข่ายในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการศึกษาอาชีพให้มีงานท า สร้างรายได้ให้ตนเองและ ครอบครัว เพื่อให้การด าเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ที่เน้นเรื่อง การมีอาชีพเพื่อการ มีงานท า มีรายได้ และอนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอดศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องงานศิลปหัตถกรรมไทย ซึ่งในจังหวัดอุทัยธานี ประซากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการ เกษตรท าให้มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร นอกจากนี้ยังได้น าศาสตร์พระราชามาใช้ในการด ารงชีวิต แต่ในปัจจุบันสภาพทางเศรษฐกิจสังคม โครงสร้างประชากรเปลี่ยนไปมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย จึงท าให้วิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไป ท าให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและองค์ความรู้ต่าง ๆ ก าลังจะ สูญหายไป ซึ่งหมายรวมถึงงานศิลปหัตถกรรมไทย ดังนั้นศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ จึงตระหนักถึง ความส าคัญและต้องการอนุรักษ์ สืบสาน รักษา และต่อยอดด้านศิลปหัตถกรรมไทย จึงได้คัดเลือกงาน ศิลปหัตถกรรมไทยที่ก าลังจะสูญหาย คือการท าพวงมโหตร มาจัดท าเป็นหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้มีความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนได้มีการ อนุรักษ์ สืบสาน ศิลปวัฒนธรมธรรมไทย และมีทักษะด้านอาชีพ สามารถน าความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ใน การด ารงชีวิตและประกอบอาชีพต่อไป ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิ ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิทยากร ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา และบุคลกากรของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ที่ได้ร่วมจัดท าและพัฒนา หลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นและจัดท าแผนการเรียนรู้ รวมทั้งสื่อต่าง ใ ให้ส าเร็จไปด้วยดีและหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น ศูนย์วงเตือน อาคมสุรทัณฑ์ เล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อวิทยากร ครูผู้สอน และ ผู้เรียนและผู้ที่สนใจได้น าไปใช้ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าสูงสุด ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ พฤษภาคม 2566 ก


ค สำรบัญ หน้ำ ค ำน ำ ก ควำมรู้เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในกำรท ำพวงมโหตร 1 หลักสูตรกำรท ำพวงมโหตร 11 ความเป็นมา 11 หลักการของหลักสูตร 12 จุดประสงค์ของหลักสูตร 12 จุดประสงค์การเรียนรู้ 12 กลุ่มเป้าหมาย 12 ระยะเวลา 12 โครงสร้างหลักสูตร 13 การจัดการเรียนรู้ 13 สื่อการเรียนรู้ 13 การจัดกระบวนการเรียนรู้ 14 การวัดและประเมินผล 14 การจบหลักสูตร 14 เอกสารหลักฐานการศึกษา 14 แผนกำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้หลักสูตรกำรท ำพวงมโหตร 15 ใบความรู้ ประวัติพวงมโหตร 21 ใบความรู้ ความรู้เบื้องต้นทฤษฎีสี 25 ใบงาน แบบบันทึกการท าพวงมโหตร 30 ใบความรู้ การบรรจุหีบห่อ 31 ใบความรู้ การค านวณต้นทุน ก าไร 32 ใบงาน การคิดต้นทุน ก าไร 34 ใบความรู้ ช่องทางการตลาด 35 แบบวัดและประเมินผลการท าพวงมโหตร 37 แบบประเมินผลงานผู้เรียน 38 แบบประเมินผลการจัดการศึกษาและฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น 39 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 41 แบบทดสอบก่อนเรียน 43 แบบทดสอบหลังเรียน 44 บรรณำนุกรม 45 รำยชื่อคณะผู้จัดท ำหลักสูตร 45 ข


ง สำรบัญรูปภำพ หน้ำ ภาพที่ 1 ด้ายไนล่อน 1 ภาพที่ 2 กรรไกร 2 ภาพที่ 3 ไม้บรรทัดเหล็ก 3 ภาพที่ 4 ไม้บรรทัดพลาสติก 3 ภาพที่ 5 ไม้บรรทัดไม้ 3 ภาพที่ 6 กาวลาเท็กซ์ 4 ภาพที่ 7 ดินสอ 6 ภาพที่ 8 กระดาษแข็งเทา-ขาว 7 ภาพที่ 9 เข็ม 8 ภาพที่ 10 กระดาษว่าว 9 ภาพที่ 11 วัสดุ-อุปกรณ์รวม 26 ภาพที่ 15 เครื่องชั่งดิจิตอล 22 ภาพที่ 16 เครื่องอบยูวีเรซิ่น 23 ภาพที่ 17 ผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น 25 ภาพที่ 18 พวงกุญแจเรซิ่น 19 ภาพที่ 19 ที่คั่นหนังสือเรซิ่น 21 ภาพที่ 20 จานรองแก้วเรซิ่น 22 ภาพที่ 21 ถาดไม้เคลือบเรซิ่น 23 ภาพที่ 22 ชั้นใส่ขนมสามชั้นเรซิ่น 25 ค


1 ควำมรู้เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในกำรท ำพวงมโหตร วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในกำรท ำพวงมโหตร ในการจัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ในการจัดท าหลักสูตรการท าพวงมโหตรจะต้องใช้วัสดุและอุปกรณ์ หลากหลายชนิด ตั้งแต่ ด้าย กรรไกร กาว ไม้บรรทัด ดินสอ คลิปหนีบกระดาษ กระดาษแข็ง และกระดาษ ว่าวสีต่าง ๆ เพื่อประกอบการท า และการจัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ให้พร้อม วัสดุและอุปกรณ์ทุกชนิดที่ น ามาใช้ต้องอยู่ในสภาพที่ดีพร้อมใช้งาน ซึ่งท าให้การประกอบอาหารได้ดี ไม่เสียแรงงาน และประหยัดเวลา วัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบด้วย ด้ำยไนล่อนหรับแขวน ด้ายไนล่อน คือด้ายที่ท ามาจากเม็ดพลาสติก HDPE เส้นใยพิเศษ มีคุณสมบัติเหนียว จึงท าให้ด้าย ไนล่อน มีความเหนียวทนต่อสภาพการใช้งานและสภาวะแวดล้อมในรูปแบบต่างๆและมีราคาถูกกว่าเส้น ใหญ่ธรรมชาติ และมีหลายขนาดให้เลือก จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถน ามาใช้ทดแทนเส้นด้าย ประเภทอื่น ๆ วิธีกำรเลือกซื้อ ต้องค านึงถึงคุณภาพของด้าย และให้เหมาะสมกับการใช้งาน โดยค านึงถึงสีที่ต้องการใช้งาน ชนิด ของด้าย เลือกยี่ห้อที่น่าเชื่อถือ และมีความแข็งแรง ทนทาน สามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี วิธีกำรใช้งำน เส้นด้ายส าหรับใช้แขวนพวงมโหตร ควรมีขนาด 0.22 มิลลิเมตรขึ้นไป วิธีกำรเก็บรักษำ ก่อนการเก็บหลอดด้ายควรน าปลายด้ายสอดไว้ในรอยบากหรือที่เก็บด้าย ถ้าหลอดด้ายแบบไม่มี รอยบาก ใช้เทปใสปิดปลายด้ายให้ติดกับหลอดด้าย ควรเก็บด้ายในกล่องอุปกรณ์ให้เรียบร้อย ภาพที่ 1 : ด้ายไนล่อน โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ กรรไกร กรรไกร เป็นเครื่องมือสามัญที่จัดอยู่ในกลุ่มเครื่องมือตัด ถูกออกแบบมาให้ใช้ได้ด้วยมือเปล่า มีทั้งแบบใช้มือเดียวและใช้สองมือ และมีคุณสมบัติเด่นหลัก ๆ คือ ช่วยให้ตัดชิ้นงานได้ทันใจ ประหยัดแรง ประหยัดเวลา พกพาสะดวก ไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บ และวิธีการบ ารุงรักษาเครื่องมือท าได้ง่าย กรรไกรมี หลายประเภท แต่ละประเภทมีรูปทรงและรูปแบบการใช้งานได้ดีต่างกัน จึงท าให้เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือตัดที่ นิยมใช้กันเกือบทุกสายงาน


2 วิธีกำรเลือกซื้อ สิ่งแรกที่เลือกซื้อคือต้องให้ตรงกับความต้องการใช้งานในแต่ละประเภท โดยค านึงถึงใบมีด ที่มีคุณภาพ ต้องเป็นเหล็กกล้าไร้สนิท ง่ายต่อการลับให้คม ขนาดกะทัดรัด เหมาะสมกับการใช้งาน ถือจับได้ อย่างสบาย คุ้มค่าสมกับราคาและการใช้งาน ทั้งยังต้องปลอดภัยส าหรับการใช้งาน วิธีกำรใช้งำน ควรใช้กรรไกรให้เหมาะสมกับประเภทการใช้งาน ตรวจสอบสภาพของกรรไกร ให้มีสภาพพร้อมต่อ การใช้งาน ไม่เป็นสนิม และต้องมีการลับให้คมอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สามารถใช้งานได้ วิธีกำรเก็บรักษำ ไม่ควรตัดวัสดุอย่างอื่น และไม่ให้ตกพื้น หลังการใช้งานควรใช้ผ้าชุบน้ ามันเช็ดท าความสะอาด หลังจากใช้งาน เก็บในกล่องอุปกรณ์การตัดเย็บ ไม้บรรทัด เป็นอุปกรณ์ทางเรขาคณิต อาจท าจากเหล็ก พลาสติก ไม้ หรืออะลูมิเนียม ใช้ในการวัดความยาว ส่วนใหญ่จะมี 2 สเกล คือ นิ้ว และ เซนติเมตร พบได้หลายขนาด ส่วนใหญ่จะเป็นขนาด 15 หรือ 30 เซนติเมตร และอาจยาวถึง 100 เซนติเมตร ไม้บรรทัดเหล็ก ลักษณะโครงสร้างของบรรทัดเหล็กมีลักษณะเป็น แผ่นบาง ยาว บิดงอตัวได้ เล็กน้อย ส าหรับบรรทัดเหล็ก แบบทั่วไปจะมีหลายขนาดความยาวให้ผู้ใช้งานได้เลือกใช้ ตามความ เหมาะสม วัสดุที่ใช้ท าบรรทัดเหล็กส่วนใหญ่ จะท าจากเหล็กไร้สนิม (Stainless Stell) เป็นวัสดุในการ ผลิต เพื่อความแข็งแรง คงทน บ ารุงรักษาท าความ สะอาดง่าย และยังไม่เกิดสนิมอีกด้วย ที่ด้านหน้าของ บรรทัด เหล็กจะมีขีดสเกลมาตราวัดไว้ทั้งระบบเมตริก และระบบอังกฤษ และในบางรุ่นจะมีตารางเปรียบเทียบ ค่า วัดระหว่างระบบเมตริกกับระบบอังกฤษไว้ด้านหลัง เพื่อความสะดวกของผู้ใช้งานหากต้องการเทียบค่าวัด ไม้บรรทัดพลำสติก ผลิตจาก พอลิสไตรีน (Polystyrene, PS) มีลักษณะแข็ง ใส เปราะและ แตกหักง่าย ทนต่อแรงกระแทกต่ า ซึ่งนิยมน าไปผลิตเป็นชิ้นส่วนตู้เย็น ชิ้นส่วนในรถยนต์ ไม้บรรทัด ภาพที่ 2 : กรรไกร โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ภาพที่ 3 : ไม้บันทัดเหล็ก โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


3 พลาสติก ด้ามปากกา ถังและขวดพลาสติก เป็นผูกลวดหลังคาและผูกลวดเหล็กโครงสร้างงานหล่อเท คาน เป็นต้น จึงอาจท าให้ไม้บรรทัด มีการแตกหัก ได้ง่าย เมื่อใช้ไปในระยะเวลานาน ไม้บรรทัดไม้ ผลิตจาก ไม้บรรทัด ผลิตจากเนื้อไม้ มีน้ าเบา มีตัวเลขชัดเจน ส าหรับการใช้งาน พกพาสะดวก มีความทนทาน วิธีกำรเลือกซื้อ วิธีการเลือกซื้อไม้บรรทัด ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการใช้ วิธีกำรใช้งำน ไม้บรรทัด ใช้ในการวัดขนาดความยาวของชิ้นงาน เพื่อให้ทราบขนาดของชิ้นงานที่ท าการวัด หรือ การใช้ไม้บรรทัดถ่ายขนาดวัด เพื่อร่างแบบหรือขีดหมายขนาดลงชิ้นงาน กำรใช้ไม้บรรทัดด้วยควำมปลอดภัย ไม้บรรทัด เป็นเครื่องมือวัดชนิดหนึ่งที่ต้องการความระมัดระวังในการใช้งาน ไม่ว่าในขณะใช้งาน หรือหลัง ใช้งาน ควรระมัดระวังและบ ารุงรักษาดังต่อไปนี้ 1. บรรทัดเหล็กมีไว้ส าหรับวัดขนาดของงานเท่านั้น อย่าใช้แทนเป็นเครื่องมืออื่น ๆ เช่น อย่าใช้ บรรทัดเหล็ก เป็นเหล็กขีด ขีดร่างแบบลงชิ้นงานหรือใช้แทนไขควง 2. ไม่ควรวางหรือเก็บบรรทัด รวมกับเครื่องมือ ชนิดอื่น 3. ระมัดระวังไม่ควรให้บรรทัดทุกประเภทตกหล่น เพราะอาจจะท าให้ขีดสเกลเริ่มช ารุด หรือ หากเป็ฯไม้บรรทัดพลาสติด อาจแตกหักได้ วิธีกำรเก็บรักษำ และกำรบ ำรุงรักษำ ก่อนและหลังการใช้งานบรรทัดควรเช็ด ท าความสะอาดด้วยผ้าสะอาด แล้วเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ 95% หากเป็นไม้บรรทัดเหล็ก ทิ้งไว้สักพักหนึ่งและทาด้วยน้ ามันเพื่อป้องกันสนิม แล้วแขวนเก็บเข้าที่ให้ เรียบร้อย ภาพที่ 4 : ไม้บรรทัดพลาสติก โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ภาพที่ 5 : ไม้บรรทัดไม้ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


4 กำวลำเท็กซ์ กาวลาเท็กซ์หรือ วัสดุที่ใช้ประสาน ในรูปแบบน้ า เหนียวข้น คือส่วนผสมของของเหลวหรือวัสดุกึ่ง ของเหลวที่สามารถเชื่อมติด หรือประสานวัสดุสองชิ้นหรือหลายๆผนึกเข้าด้วยกัน กาวมีอยู่หลากหลาย รูปแบบมีทั้งมาจากธรรมชาติหรือสารเคมีสังเคราะห์ ซึ่งการใช้งานกาวลาเท็กซ์ มักจะขึ้นอยู่กับวัสดุที่จะ น ามาติดกัน กาวลาเท็กซ์ เหมาะส าหรับ งานประดิษฐ์ หรืองานเฟอนิเจอร์ ติดงานเบาๆ งานกระดาษ งาน ผ้า หรืองานไม้ก่อนที่จะติดตะปูก็ทากาวลาเท็กซ์ยึดติดไม้ไม่ให้เลื่อนหลุด วิธีกำรเลือกซื้อ ควรเลือกซื้อกาวลาเท็กซ์ ที่มีสีขาวข้น ไม่มีสิ่งแปลกปลอม เช่น ฝ่น ผง ผสมอยู่ในเนื้อกาว วิธีกำรใช้งำน เทกาวลาเท็กซ์ ใส่ภาชนะรองรับอื่นในปริมาณที่ พอเหมาะกับความต้องการ ไม่ควรเทใส่ในฝากาวที่ให้มา ใช้ ทาในบริเวณที่ต้องการจะติด แห้งช้าอาจจะต้องรอนิดนึง กาวขาว (ไม่มีสารพิษ) คุณสมบัติคล้ายกับกาวลาเท็กซ์ แต่ไม่ มีสารเคมี เด็กสามารถใช้งานได้ ใช้ส าหรับงานประดิษฐ์ทั่วไป งานกระดาษ งานผ้า งานเฟอนิเจอร์ วิธีใช้คือทาบนที่เราจะ ติด ปลอดภัยและติดทนเช่นกัน วิธีกำรเก็บรักษำ เมื่อใช้กาวลาแท็กซ์ เสร็จแล้วให้เช็ดท าความสะอาดบริเวณปากขวดให้สะอาด แล้วปิดฝาให้สนิท เก็บไว้ในที่ร่ม ห้ามโดนแดดโดยเด็ดขาด ดินสอ สิ่งประดิษฐ์ที่ท าด้วยไม้แท่งเล็กๆ ยาวประมาณ 7 นิ้ว บรรจุภายในด้วยแกรไฟต์ นับว่าเป็น เครื่องมือของการขีดเขียนที่มีราคาถูกที่สุด ในการท างานด้านการเขียนต่างๆ ที่ยังไม่แน่ใจในความถูกต้อง และอาจจะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงผลงานต่างๆ อาทิเช่น งานวาดรูป งานออกแบบเสื้อผ้า เป็นต้น วัสดุที่ใช้ท าดินสอ ในปัจจุบันดินสอท าด้วยวัตถุดิบที่แตกต่างกันออกไปกว่า 40 ชนิด แต่ดินสอที่ดี ที่สุด คือดินสอที่ใช้อุปกรณ์ในการท าดังนี้ Graphite จากประเทศศรีลังกา มาดากัสการ์ และเม็กซิโก Clay จากประเทศเยอรมัน ยาง (ใช้ท ายางลบ) จากประเทศมาเลเซีย แร่พลวง (ใช้เป็นตัวเชื่อมของ Graphite กับ Clay) จากประเทศเบลเยี่ยม และตามบริเวณชายฝั่ง ของประเทศเดนมาร์กเท่านั้น ไม้ที่น ามาห่อหุ้มแท่งดินสอส่วนใหญ่จะท าจาก "ไม้ซีดา" ที่มีอายุ 200 ปีขึ้นไป เป็นไม้ที่มีกลิ่นหอม โดยน ามาจากรัฐแคลิฟอร์เนีย จะพบบนเขาสูงๆเท่านั้น ( ไม้ซีดาเป็นไม้ที่มีเนื้ออ่อนและ เหลาง่าย ) ชนิดของดินสอ ปัจจุบันดินสอแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดด้วยกัน คือ ดินสอด า ( Lead Pencil ) คือ ดินสอที่นิยมใช้กันทั่วๆไป ไส้ดินสอท าจากถ่านแกรไฟต์ผสมกับดินเหนียว ( Clay ) ใช้ตัวอักษร B ( Black ) ภาพที่ 6 : กาวลาเท็กซ์ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


5 และ H ( Hard ) ก าหนดความแข็งและความเข้มของไส้ดินสอ ขนาด 6 B จะมี Clay ผสมน้อย ส่วนขนาด 6 H จะมี Clay ผสมมากที่สุด ดินสอที่มีความเข้มน้อยจะใช้ในการร่างภาพ ส่วนดินสอที่มีความเข้มมากจะใช้ ในการแรเงา ดินสอคาร์บอน ( Carbon Pencil ) หรือดินสอถ่าน ท าจากส่วนผสมของถ่านไม้ (Charcoal) ไส้ดินสอด าคล้ายถ่านไม้ มีชนิดแข็งและอ่อน ล าดับจาก HH (แข็งมาก),HB(ปานกลาง ), B(ไส้อ่อนแต่ด า),BB (ด ามาก),BBB (ด าที่สุด) บางบริษัทใช้ตัวอักษร E แทนตัวอักษร B วิธีกำรเลือกซื้อ ควรเลือกซื้อดินสด ให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น งานเขียน งานวาด งานออกแบบ หากเราเพียงแค่ รู้จักวิธีการดูรหัสที่ระบุอยู่บนแท่งก็สามารถเลือกหยิบซื้อได้อย่างง่ายได้ซึ่งหากลองสังเกตให้ดีจะเห็นว่า ดินสอ แต่ละชนิดจะมีตัวหนังสือภาษาอังกฤษก ากับอยู่ 3 ตัว ได้แก่ B H และ F ทั้งสามตัวนี้ก็มีความหมาย ที่แตกต่างกันดังนี้ ตัว B (Blackness) คือ ความด าของไส้ ส่วนตัวเลขด้านหน้าจะบอกระดับความเข้มของสี เช่น 4B จะเข้มกว่า 2B ตัว H (Hard) หมายถึง ความแข็งของไส้ มากน้อยก็ขึ้นอยู่กับตัวเลขที่ระบุด้านหน้า ตัว F (Fine) เป็นความละเอียด เหมาะส าหรับงานที่ต้องใช้ความคมและความละเอียดของเส้น วิธีกำรใช้งำน 1. เลือกดินสอที่ เหมาะกับความต้องการของคุณ 2. ตัดสินใจเลือกความแข็งและความหนาของดินสอ 3. ให้ดินสอของคุณมีความคม แต่ไม่คมเกินไป หากคุณใช้ดินสอมาตรฐานที่ไม่ใช้กลไกคุณจะต้อง เหลาให้ได้คุณสามารถใช้เครื่องเหลาแบบใช้มือถือเครื่องเหลาแบบใช้มือ เครื่องเหลาไฟฟ้าหรือมีด หัตถกรรมหรือใบมีดโกน 4. ใช้ดินสอของคุณ เมื่อพร้อมใช้งานได้เลย เขียนวาดร่างหรือลงสีในแบบที่คุณวางแผนไว้หากคุณ มีปัญหาในการจับดินสอให้ใช้เคล็ดลับจากหัวข้อด้านล่างเกี่ยวกับการสอนเกี่ยวกับการจับดินสอ เหลาดินสอ อีกครั้งเมื่อจ าเป็น 5. รอยด่างหลีกเลี่ยง ข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดของดินสอคืออาจท าให้เกิดรอยเปื้อนได้หากคุณเลื่อนมือไป บนกระดาษหลังจากเขียน สิ่งนี้เกิดขึ้นโดยเฉพาะกับคนที่ถนัดซ้ายซึ่งมักพบว่าส้นมือเขียนของพวกเขาลาก ไปตามกระดาษและเลอะสิ่งที่พวกเขาเพิ่งเขียน หากสิ่งนี้เกิดขึ้นกับคุณให้ลองปรับต าแหน่งมือของคุณเพื่อ ไม่ให้เลอะมากเกินไป 6. ลบได้ตามต้องการ การคว่ าดินสอไว้เหนือปากกาหรืออุปกรณ์การเขียนอื่น ๆ นั้นส่วนใหญ่ สามารถลบได้หากคุณซื้อยางลบคุณภาพสูงและมีดินสอเขียนแบบธรรมดาคุณควรจะลบเครื่องหมายของ คุณได้ตามต้องการเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดการเขียนค าซ้ าหรือปรับการร่างของคุณ วิธีกำรเก็บรักษำ ดินสอแต่ละแท่งเมื่อเลิกจากการใช้งานแล้ว ก็ควรเหลาใหม่เพื่อเตรียมไว้ให้พร้อมที่จะใช้งานคราว ต่อไป ทั้งนี้ควรเก็บใส่กล่องให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้ปลายดินสอหัก หรือจะใส่ไว้ในกล่องโดยเอาปลายดินสอ ขึ้นก็ได้


6 กระดำษแข็งเทำ-ขำว ผลิตจากเยื่อกระดาษ หรือผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติรีไซเคิล กระดาษสีขาว ด้านหลังสีเทา เนื้อกระดาษแข็งเรียบและทึบแสง ปกติจะทีความของหนากระดาษ ตั้งแต่ 200 แกรม ถึง 500 แกรม และมี ขนาดกระดาษ (กว้าง 31 นิ้ว x ยาว 34 นิ้ว) วิธีกำรเลือกซื้อ ควรเลือกกระดาษ ที่มีความหนา ตั้งแต่ 270 – 400 แกรม พอส าหรับการใช้งานในการท า พวงมโหตร วิธีกำรใช้งำน ใช้ส าหรับท ากล่องใส่ของที่มีน้ าหนักเบา,งานโมเดลต่างๆ หรือส าหรับงานฝีมือ,ป้ายค า,งานจัด บอร์ดต่างๆ วิธีกำรเก็บรักษำ ม้วน แล้วมัดด้วยหนังยาว หรือเชือก เก็บไว้ในที่แห้ง ไม่ให้โดนน้ า เข็มเย็บผ้ำ อุปกรณ์ส าคัญในงานเย็บปักถักร้อยที่มีใช้กันมาเนิ่นนาน เข็มเย็บผ้าที่เก่าแก่ที่สุดท าจากกระดูกหรือ ไม้ จากนั้นพัฒนามาเป็นไฮคาร์บอนสตีล (High Carbon Steel) แล้วมาเป็นนิกเกิ้ล (Nickel) หรือทองค า 18k เพื่อทนต่อการกัดกร่อน เข็มเย็บผ้าส าหรับงานเย็บปักถักร้อยที่มีคุณภาพมากที่สุดท าจากแพลตตินัม หรือทองค าขาว 2 ใน 3 ส่วนกับไททาเนี่ยมอัลลอย 1 ใน 3 ส่วนเข็มที่ดีจะต้องเรียบลื่นและไม่ท าให้เส้นใย ของเนื้อผ้าเสียหาย จึงควรเลือกใช้เข็มที่เหมาะสมกับเนื้อผ้า รวมถึงด้ายเย็บก็ต้องเลือกใช้ที่มีคุณภาพด้วย ภาพที่ 7 : ดินสอ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ภาพที่ 8 : กระดาษแข็งเทา-ขาว โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


7 เหตุผลดังกล่าวท าให้มีเข็มเย็บผ้าส าหรับงานเย็บปักถักร้อยมากมายหลากหลายประเภท ออกแบบมา แตกต่างกันเพื่อให้เหมาะกับงาน เนื้อผ้า และวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ชนิดของเข็มที่นิยมใช้กันทั่วไป แยกเป็น 2 ประเภท 1. เข็มกับงานอุตสาหกรรม 2. เข็มกับงานหัตถกรรม วิธีกำรเลือกซื้อ เลือกขนาดตามความต้องการในการใช้งาน วิธีกำรใช้งำน ลักษณะการใช้เข็มกับงานหัตถกรรม : ควรพิจารณาจากประเภทของงานให้เหมาะสมกับชนิดของ เข็ม เช่น 1. เข็มเย็บ ผ้า หนัง กระดาษ 2. เข็มสอย ส่วนของ ขอบ ริม 3. เข็มร้อย ดอกไม้ สิ่งประดิษฐ์ 4. เข็มกลัด ตรึง ยึด ติดรั้งชั่วคราว 5. เข็มหมุด ใช้ก าหนดจุดเป้าหมายบนแบบหรือชิ้นงานให้แน่นอนก่อนเย็บทับแน่น หรือ ตรึงมัดอยู่กับที่ 6. เข็มปัก สร้างลวดลายบนงานศิลปแขนงต่างๆ เช่นปักเสื้อผ้า ผืนหนัง ตอกจักสาน ลายกระดาษ 7. เข็มถัก มีความยาวและขนาดพิเศษเหมาะกับงานเส้นใย ด้าย เชือก เป็นต้น 8. เข็มเจาะ ช่วยการใช้แรงงานทะลุทะลวงหรือน าทางให้เกิดมีรูร้อย เชือกด้าย สิ่งยึดเหนี่ยวให้ติด ชิดกัน วิธีกำรเก็บรักษำ ควรเก็บใส่กล่องเข็มหมุดหรือปักไว้บนหมอนเข็ม การใช้งาน ใช้ปักเข็มชนิดต่างๆ ช่วยให้หยิบใช้ ได้ง่าย ไส้หมอนเข็มใช้ผม ขนสัตว์ หรือกาก กาแฟ ผสมเศษเทียนไข เพื่อป้องกันเข็ม เป็นสนิม การเก็บดูแล รักษา ระวังอย่าให้ถูกน้ า เมื่อใช้เสร็จแล้วจึงควรเก็บใส่กล่องเครื่องมือ หรือตู้อุปกรณ์ ให้เรียบร้อย ภาพที่ 9 : เข็ม โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


8 กระดำษว่ำว กระดาษว่าว เป็นกระดาษที่ผลิตจากเยื้อไม้ไผ่ มีคุณสมบัติเหนียวและไม่โปร่ง ลมรั่วไม่ได้ เดิมใช้ กระดาษที่สั่งมาจากประเทศจีน ต่อมาใช้กระดาษจากประเทศญี่ปุ่น. วิธีกำรเลือกซื้อ เลือกกระดาษที่มีสีสันสดใส สวยงาม ไม่ซีด วิธีกำรใช้งำน น ามาจัด เป็นรูปร่างต่าง ๆ ได้ตามความต้องการ วิธีกำรเก็บรักษำ ม้วน แล้วมัดด้วยหนังยาว หรือเชือก เก็บไว้ในที่แห้ง ไม่ให้โดนน้ า ภาพที่ 10 : กระดาษว่าว โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


9 วิชำกำรท ำพวงมโหตร ความรู้พื้นฐานในการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการท าพวงมโหตร ซึ่งเป็นศิลปหัตถกรรมงาน ช่างฝีมือของไทย ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน มีความสวยงามประณีตไม่แพ้งานฝีมือประเทศไหนในโลกนี้ อีกทั้งยังมีความงดงามอ่อนช้อยและแฝงไว้ด้วยศาสตร์และศิลป์ ประเทศไทยมีศิลปวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่ การสืบทอดมากมาย แต่น่าเสียดายที่งานศิลปะของไทยหลายอย่างมิได้มีการรวบรวม และบันทึกไว้เป็นลาย ลักษณ์อักษร ศิลปะงานช่างส่วนใหญ่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษหรือจดจ ามาจากช่างฝีมือพื้นบ้าน เมื่อกาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหากไม่ได้รับการถ่ายทอดความรู้จากศิลปินหรือช่างพื้นบ้าน ก็ท าให้งานศิลปะ แขนงนั้น ๆ สูญหายไปจากสังคมไทย ตัวอย่างเช่น ศิลปะการท า “ศิลปะการท าพวงมโหตร” ที่ใช้ประดับ ประดาบริเวณงานต่างๆ เช่น งานบุญกุศล งานประเพณีทางวัฒนธรรมต่างๆ งานแต่งงาน งานบวช เพื่อ ตกแต่งให้งานมีความสวยงามน่ามอง ปัจจุบันหาดูได้ยากและ เริ่มเลือนหายไปจากสังคมไทย เด็กและ เยาวชนรุ่นใหม่ๆ ก็ไม่รู้จักพวงมโหตรว่าคืออะไร แต่ในปัจจุบันมีผู้เห็นความส าคัญสืบสาน งานชิ้นนี้ให้คงอยู่ ให้เห็นตามชนบท เวลาที่มีการจัดงานบุญงานประเพณีต่าง ๆ ในบางจังหวัดและปัจจุบันมีคนสนใจในการ ตกแต่งสถานที่ด้วยพวงมโหตรเพิ่มมากขึ้น กำรท ำพวงมโหตร จึงเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีความเป็นไปได้ที่จะ น าไปประกอบเป็นอาชีพอีกทั้งยังสามารถ น าไปถ่ายทอดเป็นวิทยากรให้กับเด็ก และเยาวชน ตาม สถานศึกษาต่าง ๆ ได้อีกด้วย ด้วยเหตุผลและปัจจัยแวดล้อมตังกล่าวรวมกัน หลักสูตรการท าพวงมโหตรที่มี คุณภาพและมาตรฐาน เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่มีโอกาสจะประสบผลส าเร็จและมีความยั่งยืนในการประกอบ อาชีพ นอกจากนี้การประกอบอาชีพท าพวงมโหตร ยังมีเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกส าหรับผู้ที่ต้องการพัฒนา รูปแบบท าพวงมโหตรให้มีความสวยงาม ซึ่งในปัจจุบันมีแนวโน้มความเป็นไปได้ในการประกอบอาชีพที่ ประสบผลส าเร็จในธุรกิจนี้และเพื่อเป็นขยายโอกาสให้ผู้ที่สนใจเรียน ได้พัฒนาฝีมือและความช านาญเป็น การยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ ในท าพวงมโหตร ให้ก้าวไกลยอมรับ และเป็นช่องทางในการประกอบอาชีพ หรือเป็นเจ้าของธุรกิจที่สร้างรายได้เป็นอย่างดี ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ จึงมีนโยบายในการจัดการเรียนรู้การฝึกอาชีพด้านการจัดดอกไม้สดใน โอกาสต่าง ๆ ตามความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นและเมื่อผู้เรียนส าเร็จจากการเรียนรู้ไปแล้ว สามารถน าความรู้และทักษะไปเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเองและครอบครัว น าไปประกอบอาชีพเสริม สร้างอาชีพใหม่ สร้างรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัวต่อไป ในการจัดการเรียนรู้การท าพวงมโหตร เป็นการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้เกี่ยวกับความ เป็นมา ลักษณะ ประเภท วัสดุอุปกรณ์ เทคนิคการท าพวงมโหตร ประโยชน์และคุณค่า ช่องทางการจัดการ ตลาด หลักการบรรจุหีบห่อ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ พร้อมทั้งมีทักษะได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบัน


10 หลักสูตรกำรท ำพวงมโหตร จ ำนวน 5 ชั่วโมง ศูนย์วงเดือน อำคมสุรทัณฑ์ 1. ควำมเป็นมำ เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการได้ก าหนดยุทธศาสตร์2555 ภายใต้กรอบเวลา 2 ปีที่จะพัฒนา 5 ศักยภาพของพื้นที่ใน 5 กลุ่มอาชีพใหม่ ให้สามารถแข่งขันได้ใน 5 ภูมิภาคหลักของโลก "รู้เขา รู้เรา เท่าทัน เพื่อแข่งขันได้ในเวทีโลก" ตลอดจนก าหนดภารกิจที่จะยกระดับการจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มศักยภาพและขีด ความสามารถให้ประขาชนได้มีอาชีพที่สมารถสร้างรายได้ที่มั่นคง มั่งคั่ง มุ่งพัฒนาคนไทยให้ได้รับการศึกษา เพื่อพัฒนาอาชีพและการมีงานท าอย่างมีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ประชาชนมีรายได้มีงานท า อย่างยั่งยืน และมีความสามารถชิงการแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับสากล ดังนั้น การจัดการ ศึกษาอาชีพในปัจจุบันจะต้องมุ่งพัฒนาประชากรของประเทศให้มีความรู้ความสามารถ และทักษะในการ ประกอบอาชีพเน้นการบูรณาการให้สอดคล้องกับศักยภาพค้านต่างๆ ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาตลอดชีวิตใน รูปแบบใหม่ที่สร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชนและประเทศชาติตลอดจนสามารถแก้ปัญหาการว่างงานและ ส่งเสริมความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจ เมื่อกล่าวถึงศิลปหัตถกรรมงานช่างฝีมือของไทยในแต่ละภาคนั้น มีความสวยงามประณีตไม่แพ้งาน ฝีมือ ประเทศไหนในโลกนี้ อีกทั้งยังมีความงดงามอ่อนช้อยและแฝงไว้ด้วยศาสตร์และศิลป์ ประเทศไทยมี ศิลปวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การสืบทอดมากมาย แต่น่าเสียดายที่งานศิลปะของไทยหลายอย่างมิได้มีการ รวบรวม และบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ศิลปะงานช่างส่วนใหญ่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ หรือจดจ ามาจาก ช่างฝีมือพื้นบ้าน เมื่อกาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหากไม่ได้รับการถ่ายทอดความรู้จากศิลปิน หรือช่างพื้นบ้าน ก็ท าให้ งานศิลปะแขนงนั้น ๆ สูญหายไปจากสังคมไทย ตัวอย่างเช่น ศิลปะการท า “ศิลปะการท าพวงมโหตร” ซึ่งเป็นงาน ประดิษฐ์พวกดอกไม้สด ดอกไม้แห้ง และการตัดกระดาษแก้วหรือ กระดาษว่าว ที่ใช้ประดับประดาบริเวณงานต่างๆ เช่น งานบุญกุศล งานประเพณีทางวัฒนธรรมต่างๆ งาน แต่งงาน งานบวช เพื่อตกแต่งให้งานมีความสวยงามน่ามอง พวงมโหตร อ่านว่า พวง-มะ-โหด พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน 2542 อธิบายว่า เป็นพวงอุบะ ซึ่งห้อยประดับอยู่ที่คันดาลฉัตร ท าด้วยผ้าตาดทอง ส่วนคันดาลฉัตรคือ คันฉัตรที่มีรูปเป็นมุมฉาก 2 ทบอย่างลูกดาล เพื่อปักให้ฉัตรอยู่ตรงเศียรพระพุทธรูป ใน ที่นี้หมายถึงพวงมโหตรแบบบ้าน ๆ ที่ติดตามธงราว ห้อยระย้าตาม สถานงานมงคล มีให้เห็นบ้างตามวัดใน ชนบท ท าด้วยกระดาษสี ตอกลายเป็นรูปนักษัตร ปัจจุบันหาดูได้ยากและ เริ่มเลือนหายไปจากสังคมไทย เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ๆ ก็ไม่รู้จักพวงมโหตรว่าคืออะไร แต่ในปัจจุบันมีผู้เห็นความส าคัญสืบสาน งานชิ้นนี้ ให้คงอยู่ให้เห็นตามชนบท เวลาที่มีการจัดงานบุญงานประเพณีต่าง ๆ ชาวบ้านจะร่วมกันตกแต่งศาลาวัด ด้วยทางมะพร้าวผ่าซีก ต้นกล้วย ต้นอ้อย และต้นไม้ต่าง ๆ แล้วน าดอกไม้สด มาเรียงร้อยอย่างสวยงาม ซึ่ง เป็นการ ร่วมมือร่วมแรงกันของผู้คนในสมัยก่อน อันสะท้อนให้เห็นถึงความรักความสามัคคี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้ าใจกันในงานบุญหรืองานรื่นเริง คนไทยมักนิยมตัดกระดาษสีเป็นธงริ้วจ านวนมาก หลากสีติดกับเชือก เส้นยาวใช้โยงในงานหรือ ท าเป็นพวงมาลัยก็มี หากฉลุมักเป็นรูปปรนักษัตรต่าง ๆ หรือฉลุชายระบายรูป ลายกนก ติดขอบหน้าต่างแทนม่าน หรือติดชายระบายคันร่ม ชายระบายรอบรถขบวน แต่ที่โดดเด่นของ งานกระดาษมักเป็นพวงมโหตร ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ซึ่งรับผิดชอบการจัดฝึกอบรมด้านอาชีพ ให้กับประชาชน ตามพระราชด าริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อให้ผู้สนใจได้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการท าพวงมโหตร ท าเป็นอาชีพและสร้างรายได้ให้กับตนเอง


11 2. หลักกำรของหลักสูตร 2.1 เป็นหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่นในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลา การวัดและการประเมินผล 2.2 มุ่งพัฒนาประชาชนให้ได้รับการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ และการมีงานท าอย่างมีคุณภาพ ทั่วถึงและเท่าเทียม สามารถลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว 2.3 มุ่งเน้นพัฒนาประชาชนให้เป็นบุคคลที่มีวินัย เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม มีจิตอาสา มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รับผิดชอบต่อตนเองและสังคม 2.4 มุ่งเน้นกระบวนการกลุ่มฝึกปฏิบัติจริงของผู้เรียน 3. จุดประสงค์ของหลักสูตร 3.1 เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ และความเข้าใจการท าพวงมโหตร 3.2 เพื่อให้ประชาชนมีทักษะในการท าพวงมโหตร 3.3 เพื่อให้ประชาชนสามารถน าความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน และน าไป ประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพได้ 4. จุดประสงค์กำรเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียน 4.1 อธิบายความเป็นมาของพวงมโหตรได้ 4.2 อธิบายวัสดุ อุปกรณ์และเลือกใช้ได้ในการท าพวงมโหตรได้ 4.3 อธิบายขั้นตอนการท าพวงมโหตร ได้ 4.4 ปฏิบัติการการท าพวงมโหตร ได้ 4.5 คิดต้นทุน ก าไรจากการขายพวงมโหตร 4.6. อธิบายช่องทางการจัดการการตลาดของการประกอบธุรกิจการท าพวงมโหตรได้ 5. กลุ่มเป้ำหมำย ประชาชนทั่วไป ตั้งแต่ 6 คน ขึ้นไป 6. ระยะเวลำ ภาคทฤษฎี 1 ชั่วโมง ภาคปฏิบัติ 4 ชั่วโมง


12 7. โครงสร้ำงหลักสูตร เรื่อง ที่ หัวเรื่อง เวลำเรียน (ชั่วโมง) ทฤษฎี ปฏิบัติ รวม 1 ช่องทางการประกอบอาชีพการท าพวงมโหตร 1. ความส าคัญของการประกอบอาชีพการท าพวงมโหตร 2. ความรู้เบื้องต้นในการประกอบอาชีพการท าพวงมโหตร 3. ความเป็นไปได้และการตัดสินใจในการประกอบอาชีพการท าพวงมโหตร 20 นาที - 20 นาที 2 การจัดกระบวนการเรียนรู้ การท าพวงมโหตร 1. การท าพวงมโหตร 2. วัสดุ อุปกรณ์ และการเลือกใช้ 3. ขั้นตอนท าพวงมโหตรในรูปแบบต่าง ๆ 30 นาที 3 ชั่วโมง 3.30 ชั่วโมง 3 การบริหารจัดการในการประกอบอาชีพการท าพวงมโหตร 1. การจัดหาหรือจัดท าบรรจุหีบห่อ 2. การคิดต้นทุน ก าไรจากการท าพวงมโหตร 3. ช่องทางการจัดการการตลาดของธุรกิจการท าพวงมโหตร 10 นาที 20 นาที 30 นาที 4 การประเมินความรู้ภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติการท าพวงมโหตร 1. การประเมินความรู้ และความเข้าใจการท าพวงมโหตร 2. การประเมินทักษะการท าพวงมโหตร 3. การน าความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการด ารงชีวิต และน าไปประยุกต์ใช้ใน การประกอบอาชีพ 40 นาที - 40 นาที รวมทั้งสิ้น 1.40 ชั่วโมง 3.20 ชั่วโมง 5.00 ชั่วโมง 8. กำรจัดกำรเรียนรู้ การบรรยายให้ความรู้/แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน การสาธิต การลงมือปฏิบัติ/ฝึกปฏิบัติ การอภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้ 9. สื่อกำรเรียนรู้ 9.1 สื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือ ใบความรู้เป็นต้น 9.2 สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น คลิปวีดิโอ เป็นต้น 9.3 สื่อบุคคล เช่น วิทยากร ครูผู้สอน ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น 9.4 สื่อของจริง เช่น ตัวอย่างชิ้นงาน 9.5 แหล่งเรียนรู้ในชุมชน 10. กำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้ 10.1 วิทยากรบรรยายให้ความรู้ภาคทฤษฏี/ภาคปฏิบัติ 10.2 วิทยากรให้ผู้เรียนท าแบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน 10.3 วิทยากรให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ 10.4 วิทยากรประเมินผลงานของผู้เรียน และผู้เรียนร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการประเมินผลงาน


13 11. กำรวัดและประเมินผล ประเมินความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจากการสอบถาม แบบทดสอบ การสังเกต การมีส่วนร่วม และจากชิ้นงาน/ผลงาน กำรประเมินผล วิธีกำร เครื่องมือ ทดสอบความรู้ความเข้าใจของผู้เรียน แบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน ทดสอบคุณธรรม จริยธรรมของผู้เรียน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ นิเทศ ติดตาม ประเมินผู้เรียน แบบประเมินผลงาน/ชิ้นงานของผู้เรียน ประเมินผลความพึงพอใจในการจัดกิจกรรม แบบประเมินความพึงพอใจ แนวทำงกำรประเมินผลกำรเรียน (รวบยอด) วิธีกำร เครื่องมือ เกณฑ์กำรจบหลักสูตร 1. ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 1.1 ประเมินความรู้ทางภาคทฤษฎี 1.2 ประเมินทักษะการปฏิบัติ แบบทดสอบ ผลงาน/ชิ้นงาน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 มีผลงาน/ชิ้นงานที่มีคุณภาพ 12. กำรจบหลักสูตร 12.1 มีเวลาเรียนและฝึกปฏิบัติตามหลักสูตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 12.2 มีผลการประเมินผ่านตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 12.3 มีผลงาน/ชิ้นงาน ผ่านการประเมินตามมาตรฐานและคุณภาพ 13. เอกสำรหลักฐำนกำรศึกษำ 13.1 หลักฐานการประเมินผล 13.2 วุฒิบัตรออกโดยสถานศึกษา


แผนกำรจัดกระบวนกำรเรียนศูนย์วงเดือน เรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื้อหำ กำรจัดกเรื่องที่ 1 ช่องทำงกำรประกอบอำชีพกำรท ำพวงมโหตร 1. ความส าคัญของ การประกอบอาชีพ ท าพวงมโหตร อธิบายความส าคัญของ การประกอบอาชีพท า พวงมโหตร ความส าคัญของการ ประกอบอาชีพการท า พวงมโหตร วิทยากรอธิบาประกอบอาชีพ2. ความรู้เบื้องต้นใน การประกอบอาชีพ ท าพวงมโหตร อธิบายความรู้เบื้องต้นใน การประกอบอาชีพท า พวงมโหตร 1. ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ อาชีพจากผู้รู้ ผู้ประกอบการในชุมชน 2.ความต้องการของตลาด 3.การลงทุน 4.กระบวนการผลิต การ จัดหาวัสดุ และอุปกรณ์ วิทยากรอธิบาความรู้เบื้องต้ท าพวงมโหตร


14 รู้ หลักสูตรกำรท ำพวงมโหตร อำคมสุทัณฑ์ กระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฏี ปฏิบัติ ายความส าคัญของการ พท าพวงมโหตร ใบความรู้ความส าคัญ ของการประกอบ อาชีพท าพวงมโหตร 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู้เรียนโดยใช้ใบงาน ที่ก าหนด 20 นาที าย ้นในการประกอบอาชีพ ร 1. ใบความรู้ 2. สื่อรูปภาพ 3. สื่อของจริง 15


เรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื้อหำ กำรจัดก3. ความเป็นไปได้ และการตัดสินใจใน การประกอบอาชีพ ท าพวงมโหตร 1. อธิบายทางเลือกในการ ประกอบอาชีพได้ 2. อธิบายองค์ประกอบ ปัญหา และข้อแนะน า ก่อนตัดสินใจเลือกอาชีพ ได้ 3. อธิบายหลักเกณฑ์ และการตัดสินใจเลือก อาชีพได้ 4. การประเมินความ พร้อมและความเป็นไปได้ ของอาชีพที่ตัดสินใจเลือก ได้ 1. การวางแผนเลือก ประกอบอาชีพ 2. องค์ประกอบ ปัญหา และข้อแนะน าก่อน ตัดสินใจเลือกอาชีพ 3. หลักเกณฑ์และการ ตัดสินใจเลือกอาชีพ 4. การประเมิน ความพร้อมและ ความเป็นไปได้ของอาชีพที่ ตัดสินใจเลือก วิทยากรอธิบาการตัดสินใจในพวงมโหตร


15 กระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฏี ปฏิบัติ ายความเป็นไปได้ และ นการประกอบอาชีพท า แบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู้เรียนโดยใช้ใบงาน ที่ก าหนด 16


เรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื้อหำ กำรจัดกเรื่องที่ 2 กำรจัดกำรบวนกำรเรียนรู้ กำรท ำพวงมโหตร 1. ท าพวงมโหตร อธิบายท าพวงมโหตร การท าพวงมโหตร วิทยากรอธิบาของพวงมโหต2. วัสดุ อุปกรณ์ และการเลือกใช้ อธิบายวัสดุ อุปกรณ์ และเลือกใช้ได้ วัสดุ อุปกรณ์ และการเลือกใช้ วิทยากรอธิบายวัดอกไม้ ส าหรับท 3. ขั้นตอนท า พวงมโหตร อธิบายขั้นตอนการท า พวงมโหตร ขั้นตอนการท าพวงมโหตร 1. การพับกระดาษว่าว 2. การตัดพวงมโหตร 3. การร้อยพวงมโหตร และตกแต่ง 1. วิทยากรอธิพวงมโหตร 2. วิทยากรแลเรียนรู้ 4. การปฏิบัติการท า พวงมโหตร ปฏิบัติการท าพวงมโหตร การปฏิบัติการท า พวงมโหตร 1. วิทยากรสาและให้ผู้เรียนลงในใบงาน 2. วิทยากรแลเรียนรู้


16 กระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฏี ปฏิบัติ ายประวัติความเป็นมา ตร การท าพวงมโหตร 1. ใบความรู้ความรู้ ประวัติความเป็นมา พวงมโหตร 2. ทฤษฎีสี 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู้เรียนโดยใช้ใบงาน ที่ก าหนด 30 นาที วัสดุ อุปกรณ์และการเลือกใช้ ท าพวงมโหตร 1. สื่อรูปภาพ 2. สื่อของจริง บายขั้นตอนการท า ะผู้เรียนแลกเปลี่ยน 1. ใบความรู้การท า พวงมโหตร 2. สื่อของจริง าธิตวิธีการท าพวงมโหตร ลงมือปฏิบัติพร้อมบันทึก ละผู้เรียนแลกเปลี่ยน 1. ใบความรู้เรื่องการ ท าพวงมโหตร 2. ใบงานการท า พวงมโหตร 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู้เรียนโดยใช้ใบงานที่ ก าหนด 3 ชั่วโมง 17


เรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื้อหำ กำรจัดกเรื่องที่ 3 กำรบริหำรจัดกำรในกำรประกอบอำชีพกำรท ำพวงมโหตร 1. การจัดหาหรือ จัดท าบรรจุหีบห่อ อธิบายการจัดหาหรือ จัดท าบรรจุหีบห่อ การจัดหาหรือจัดท าบรรจุ หีบห่อ วิทยากรอธิบาจัดท าบรรจุหีบ2. การคิดต้นทุน ก าไรจากการท า พวงมโหตร สามารถคิดต้นทุน ก าไร จากการท าพวงมโหตร การคิดต้นทุน ก าไรจาก การท าพวงมโหตร 1. วิทยากรให้ควก าไรจากการท2. ให้ผู้เรียนฝึกคิ3. ช่องทางการ จัดการการตลาดของ ธุรกิจการท า พวงมโหตร อธิบายช่องทางการจัดการ การตลาดของธุรกิจการท า พวงมโหตร ช่องทางการจัดการ การตลาดของธุรกิจการท า พวงมโหตร วิทยากรและผู้เกี่ยวกับช่องทปัจจุบัน


17 กระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฏี ปฏิบัติ ายเทคนิคการจัดหาหรือ บห่อ 1. ใบความรู้ความรู้ บรรจุภัณฑ์ 2. ตัวอย่างบรรจุภัณฑ์ 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู้เรียนโดยใช้ใบงาน ที่ก าหนด 5 นาที วามรู้เกี่ยวกับการคิดต้นทุน ท าพวงมโหตร คิดต้นทุน ก าไร 1. ใบความรู้การท า ค านวนต้นทุน ก าไร 2. ใบงานการท า ค านวนต้นทุน ก าไร 10 นาที 10 นาที ผู้เรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทางการตลาดในยุค 1. ใบความรู้ช่อง ทางการจัดการ การตลาด 5 นาที 18


เรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื้อหำ กำรจัดกเรื่องที่ 4 กำรประเมินควำมรู้ภำคทฤษฎี และภำคปฏิบัติกำรท ำพวงมโหตร หัวข้อ 4.1 กำรประเมินควำมรู้ และควำมเข้ำใจกำรท ำพวงมโหตร การวัดและ ประเมินผลการ เรียนรู้ของผู้เรียน เพื่อประเมินความรู้ และความเข้าใจการท า พวงมโหตร เรื่องที่ 1 ช่องทาง การประกอบอาชีพ การท าพวงมโหตร วิทยากรวัดแลของผู้เรียนเป็นเรื่องที่ 2 การจัด กระบวนการเรียนรู้ การท าพวงมโหตร เรื่องที่ 3 การบริหารจัดการ ในการประกอบอาชีพ การท าพวงมโหตร


18 กระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฏี ปฏิบัติ ละประเมินผลการเรียนรู้ นรายบุคคล และรายกลุ่ม 1. แบบทดสอบ ก่อนเรียน และหลัง เรียน 2. แบบบันทึก การเรียนรู้ของผู้เรียน 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ประเมินผลงาน ผู้เรียนโดยใช้ใบงาน ที่ก าหนด 20 นาที 1. แบบบันทึก การเรียนรู้ของผู้เรียน 1. ใบงาน การคิด ต้นทุน ก าไร 2. สรุปการแลกเปลี่ยนรู้ เกี่ยวกับช่องทาง การตลาด 19


เรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื้อหำ กำรจัดกเรื่องที่ 4 กำรประเมินควำมรู้ภำคทฤษฎี และภำคปฏิบัติกำรท ำพวงมโหตร หัวข้อ 4.2 กำรประเมินทักษะกำรท ำพวงมโหตร 1. การเลือกใช้ จัดเตรียมวัสดุ และ อุปกรณ์ เพื่อประเมินทักษะ การท าพวงมโหตร อธิบาย วัสดุ อุปกรณ์และเลือก ใช้ได้ วัตถุดิบ วัสดุและอุปกรณ์ ที่ใช้ วิทยากรวัดแลของผู้เรียนเป็น2. การปฏิบัติการท า พวงมโหตร การปฏิบัติการท า พวงมโหตร หัวข้อ 4.3 กำรน ำควำมรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในกำรด ำรงชีวิต และน ำไปประยุกต์ใช้ในกำรปการน าเสนอชิ้นงาน/ ผลงาน บรรจุภัณฑ์ การคิดต้นทุน ก าไร และช่องทางการจัด การตลาด ของการท า พวงมโหตร เพื่อประเมินการน าความรู้ ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ใน การด ารงชีวิต และน าไป ประยุกต์ใช้ในการ ประกอบอาชีพได้ 1. ผลงาน/ชิ้นงาน 2. บรรจุภัณฑ์ และการ ตกแต่งผลงาน/ชิ้นงาน 3. การคิดต้นทุน ก าไร 4. ช่องทางการจัดการ ตลาด วิทยากรวัดแลของผู้เรียนเป็น


19 กระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฏี ปฏิบัติ ละประเมินผลการเรียนรู้ นรายบุคคล และรายกลุ่ม แบบบันทึกการเรียนรู้ ของผู้เรียน 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 10 นาที ระกอบอำชีพ ละประเมินผลการเรียนรู้ นรายบุคคล และรายกลุ่ม แบบประเมินผล การจัดการศึกษาและ ฝึกอบรมอาชีพ หลักสูตรวิชาชีพ ระยะสั้น 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู้เรียนโดยใช้ใบงาน ที่ก าหนด 10 นาที 20


20 ใบควำมรู้ ประวัติควำมเป็นมำของพวงมโหตร ศิลปหัตถกรรมงานช่างฝีมือพื้นบ้านของไทยในแต่ละภาคนั้น มีความสวยงามประณีต อีกทั้งยังมีความอ่อนช้อยแฝงไปไว้ด้วย ศาสตร์ควรค่าแก่การสีบทอด แต่น่าเสียดายที่งานศิลปะของไทย หลายชนิดไม่ได้มีการรวบรวมและบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่ง ศิลปะงานช่างส่วนใหญ่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษหรือจดจ า มาจากช่างฝีมือพื้นบ้าน เมื่อกาลเวลาล่วงเลยไปหากไม่ได้รับการ ถ่ายทอดความรู้จากศิลปินหรือช่างพื้นบ้านก็จะท าให้งานศิลปะแขนง นั้นๆสูญหายไปจากสังคมไทยด้วย "พวงมโหตร" เป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาที่ไม่มีการรวบรวมหรือ บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร มีเพียงวิธีการท าที่ถ่ายทอดจากการ บอกเล่าปากต่อปากของคนเฒ่าคนแก่ในชุมชนซึ่งเสี่ยงต่อการเลือน หายไปตามกาลเวลา เนื่องจากงานประเภทนี้เป็นกระดาษไม่มีความ คงทนถาวรและเสื่อมสลาย จึงไม่ปรากฏหลักฐานยืนยันแน่ชัดเกี่ยวกับประวัติวามเป็นมา แต่ปัจจุบันมีกลุ่ม คนสนใจและพยายามสืบสานงานศิลปะชนิดนี้ให้คงอยู่ต่อไปเพื่อไม่ให้เป็นเพียงงานศิลป์ที่หลงเหลืออยู่ให้ เห็นแต่ในงานเทศกาลงานรื่นเริงตามชนบทเท่านั้น จึงได้มีการน าพวงมโหตรมาตกแต่งไว้ในงานต่าง ๆ เช่น งานจัดแสดงสินค้าโอท็อป 4 ภาค งานส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย พวงมโหตรถูกน ามาประดับตกแต่ง สอดแทรกอยู่ในการจัดงานต่างๆของคนไทยไม่ว่าจะเป็นเทศกาลงานบุญตามประเพณีหรืองานสมัยใหม่ที่ สอดคล้องกับวัฒนธรรมและงานที่แสดงออกถึงความเป็นไทยแต่ก็ยังไม่โดดเด่นจนเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย พวงมโหตร มีลักษณะและชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น แม้เรียกเหมือนรูปแบบและวิธีการท า แตกต่างกัน ซึ่งบางท้องถิ่นเป็นงานประดิษฐ์พวกดอกไม้สด ดอกไม้แห้ง และบางท้องถิ่นมีรูปแบบและ วิธีการท าเหมือนกันแต่เรียกคนละอย่าง คือเป็นงานตัดกระดาษแก้วที่ใช้ประดับประดาบริเวณเทศกาลงาน บุญงานรื่นเริง (สมบูรณ์ ผิวละออ.พวงมโหตร ศิลปะการตัดแบบโบราณ, 2552)ใช้เพื่อตกแต่งให้งานมีคาม สวยงามน่ามอง ซึ่งความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน 2542 ได้อธิบายถึงพวงมโหตรว่ หมายถึง พวงอุบะ ซึ่งห้อยประดับอยู่ที่คันดาลฉัตร ท าด้วยผ้าตาดทอง ในที่นี้ผู้วิจัยหมายถึงพวงมโหตรแบบ พื้นบ้านของไทยที่ใช้ตกแต่งตามเทศกาลงานรื่นเริงในงานบุญหรืองานมงคลต่างๆ มีให้เห็นบ้างตามชนบท ท าด้วยกระดาษแก้ว กระดาษว่าวสีสันสดใส พวงมโหตรแต่ละพื้นถิ่น พวงมโหตรแต่ละพื้นถิ่นมีรูปทรงและความเชื่อแตกต่างกันออกไปแต่จะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน พวงมโหตร มีชื่อเรียกเป็นอย่างอื่น ตามแต่ละถิ่น เช่น พวงมโหตรทางภาคเหนือ แพร่ น่าน เชียงใหม่ เรียกว่า ตุงพญายอหรือตุงไส้หมู หากนครสวรรค์ ระยอง เรียก พวงเต่าร้างหรือ พวงเต่ารั้ง,ส่วนที่เลย


21 อุดรธานี เรียกว่า พวงมาลัย ทางภาคกลางถึงภาคใต้ตอนบนเรียกว่า พวงระย้า หรือมโหตร (เศรษฐมันตร์ กาญจนกุล, 2553) 1. ประเพณีการสร้างพวงมโหตรชาวอ าเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย ทุกวันนี้ชาวอ าเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย มีประเพณีการสร้างพวงมโหตรกันมากว่า 50 ปี พวงมโหตรของที่นี่มีลักษณะเป็นดอกไม้ที่ปีก กันเป็นชั้นๆ แต่ละชั้นจะห่างกันประมาณ 50-70 เชนติเมตร จ านวน 7.9 ชั้น มีอุบะดอกไม้แห้งหรืออุบะนก ปลา ฯลๆ หรือกระดาษสายรังสีต่าง ห้อยไว้ที่ปลายก้านของดอกไม้แต่ละดอกเพื่อให้ชั้นของดอกไม้ ต่อเนื่องกันลงมาเป็นพวง และที่โคนของก้านดอกไม้แต่ละดอกจะผูกของกิน ของใช้ เช่น ขนมแห้ง ปากกา สมุด ดินสอ ชาวบ้านจะเริมสร้างพวงมโหตรในวันขึ้น 14 ค่ า ก่อนออกพรรษา 2 วัน และจะถวาย พวงมโหตรในวันออกพรรษา ซึ่งเชื่อกันว่าการสร้าง พวงมโหตรนี้ได้บุญกุศลมหาศาล เพราะนอกจากจะได้ ร่วมฉลองเทศน์มหาชาติถึง 13 กัณฑ์แล้ว ชาวบ้านยัง ช่วยกันหาข้าวของเครื่องใช้ที่จ าเป็นถวายให้แก่วัด เป็นการสร้างความสามัคคีแก่คนในหมู่บ้านเดียวกัน และหมู่บ้านใกล้เคียงเป็นสื่อกลางให้หนุ่มสาวได้ท า ความรู้จักคุ้นเคยและสนิทสนมกัน ช่วยสืบทอด วัฒนธรรมการขับร้องเพลงพื้นบ้านและการเล่นเพลงร้วง ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดจากการประกอบ อาชีพของคนในท้องถิ่นได้อีกทางหนึ่ง (สนุกฮอลิเดย์, 2555) 2. ตุงไส้หมูทางภาคเหนือ ตุงไส้หมูส าหรับบูชาพระธาตุ พระเจดีย์ มีลักษณะเป็นพวงประดิษฐ์ รูปร่างคล้ายจอมแหหรือปรางค์ ท าจากกระดาษสีหรือกระดาษแก้วสีต่างๆ อย่างน้อยแผ่นละสี มาวางซ้อน กันแล้วพับทแยงมุมหลาย ๆ ทบ ใช้กรรไกรตัดสลับกันเป็นลายฟันปลาจนถึงส่วนปลายสุด เมื่อคสี่ออกและ จับหงายขึ้น จะเห็นเป็นพวงกระดาษที่สวยงาม การน าตงไส้หมูไปใช้ ท าได้โดยน าไปผูกติดกับคันตุงยาว ประมาณ 1 เมตร ใช้ถือร่วมขบวนแห่ครัวตานเข้าวัด ใช้ประดับครัวตานหรือปักเจดีย์ทรายที่วัดในเทศกาล สงกรานต์ แต่ในบางท้องที่จะใช้ตกแต่งปราสาทศพ เพื่อความสวยงาม โดยประดิษฐ์เป็นพวงใหญ่ๆ ใช้ กระดาษว่าวสีขาวและสีด า หรือสีขาวและสีม่วง ศิลปะการตัดกระดาษให้เป็น "ตุงไส้หมู" เป็นองค์ ความรู้ที่มีมาแต่โบราณ ซึ่งชาวล้านนาจะใช้ในพิธีทาง ศาสนาหรือกิจกรรมทางประเพณีของชาวล้านนา โดยเฉพาะชนกลุ่มไท ได้แก่ ไทยวน ไทลื้อ ไทเชิน ไทยอง ไทใหญ่ เป็นตัน นั่นคือ ประเพณีปีใหม่ (สงกรานต์) ในพิธีกรรม หรือประเพณีดังกล่าว ชาวล้านนาจะจัดเตรียมข้าวของต่างๆ ส าหรับใช้ในพิธีใน "วันแต่งดา" คือวันสุกดิบ หรือวันเตรียมข้าวของ ซึ่งจะจัดท าก่อนหน้างานประมาณ 1 วัน สล่าตัดตุงไส้หมู (สล่า แปลว่า ช่าง หรือผู้ที่สามารถตัดตุงไส้หมูได้ก็จะน ากระดาษสีต่างๆ มาตัดให้เป็นตุงไส้หมู แล้วน าไปผูก กับไม่ไผ่ซึ่งเหลาเป็นแท่งกลม ยาวประมาณ 1 เมตร หรือน าไปผูกกับก้าน "ต้นเขือง" (ต้นเต่าร้าง) เพื่อ


22 เตรียมไปปักยังเจดีย์ทรายภายในลานวัดในวันพญาวัน หรือวันมหาสงกรานต์ ซึ่งส่วนใหญ่จะตรงกับวันที่ 15 เมษายน ของทุกปี (เอ็มเคาน์เจอร์, 2556) 3. พวงมโหตรของชาวภาคกลางหรือเพชรบุรี เป็นอีกแบบ หนึ่ง ซึ่งเห็นกันคุ้นตาตามงานบุญที่วัด พวงมโหตรจะท าประดับประดา ตามงานรื่นเริง เช่นงานวัด งานขึ้นบ้านใหม่ งานแต่งงาน งานรับขวัญ หลาน เป็นต้น โดยการตัดกระดาษแก้ว กระดาษห่อของขวัญ,กระดาษ สา หรือกระดาษว่าวก็ได้ พวงมโหตรมักจะติดอยู่ตาม ธงราว ซึ่งเป็นธง ท าจากกระดาษว่าว ต่อกลายเป็นรูปนักษัตร ใช้ตกแต่งสถานที่ในงาน รื่นเริงหรืองานบุญ เพราะชาวเพชรมีความเชื่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ว่า สัตว์ 12 ชนิดที่เป็นสัญลักษณ์ปีนักษัตรนี้ ในดีตเคยไปเฝ้าพระพุทธเจ้าตอนปรินิทพาน สัตว์เหล่านี้จึง ขอร้องว่าหากมีการเทศนาที่ไหนขอให้บอกด้วย อาจเป็นข้อคิดแก่ผู้คนว่าแม้สิงสาราสัตว์ยังรู้จักฟังเทศน์ฟัง ธรรม การน าดอกไม้สดมาเรียงร้อยเป็นช่อเป็นพวงเช่นนี้ เรียกว่า พวงมโหตร แขวนบริเวณงานเพื่อท าให้ บรรยากาศคล้ายคลึงกับป่าหิมพานต์ ซึ่งคนในสมัยก่อนเชื่อว่า ป่าหิมพานต์นั้นเป็นป่าที่อยู่บนสวรรค์ ต่อมา เมื่อมีการน ากระดาษสีมาตัด ประดิษฐ์เป็นพวงมโหตรในรูปแบบต่าง ๆ แทนดอกไม้สด ได้รับความนิยม ชมชอบ ภายหลังจึงได้ใช้กระดาบสีต่าง ๆ มาทดแทนดอกไม้สด การท าพวงมโหตรใช้วัสดุที่หาง่าย ได้แก่ กระดาษแก้ว กระดาษแข็ง กาว เชือกว่าว กรรไกร ไม้บรรทัด-ดินสอ เข็ม ด้าย น ามาตัดตกแต่งเป็นพวง รูปต่างๆ ซึ่งดูเหมือนจะท าง่าย แต่เมื่อลงมือท าจริง แล้วค่อนข้างจะยาก ต้องอาศัยความช านาญและ ประสบการณ์ ซึ่งศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านในลักษณะนี้มีอยู่ ในหล ายๆ ป ระเทศ เช่น ญี่ปุ่น จีน แต่ละมี เอกลักษณ์รูปแบบลวดลายแตกต่างกันไปในอดีต กาวสืบสานงานช่างหรืองานศิลปะมักจะสอนอยู่แต่ในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ แต่ไม่ได้ถูกน้ าไปใช้ในชีวิต จริง จึงท าไห้เด็าไม่ใส่ใจ ดีงปั่น การให้เด็กได้เรียนรู้สัมผัสศิลปินหรือช่างฝีมือพื้นบ้านด้วยตนเอง ก็จะท าให้ เด็กมีความสุขและเกิดแรงจูงใจในการสืบสานงานศิลปะที่ใกล้หมดลมหายใจให้คงอยู่ต่อไป การท า พวกมโหตรในสมัยนี้จึงไม่จ าเป็นต้องใช้งานบุญประเพณีภายในวัดอีกต่อไป แต่สามารถประยุกต์มาใช้ ประดับตกแต่งสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างสวยงามและมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม (ไทยโพสต์ 2555) ประเทศ จีนมีการท าลูกมโหตรมานานแล้ว ในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปเป็นรูปต่าง ๆ และวัสดุที่เหนียวคงทน ท าเป็น การค้าไปทั่วโลก ประเทศพม่า มีการท าพวงมโหตรไว้ส าหรับน้ าไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่กับดอกไม้ธูปเทียน ส่วน เขมร ลาว เวียดนาม พอมีให้เห็นบ้างดูเหมือนไม่เป็นที่นิยม ประเทศไทยเรามีมาแต่โบราณ และในปัจจุบัน ก็มีการตัดอยู่บ้างในบางจังหวัด เช่น เพชรบุรีเชียงใหม่ นครสวรรค์ อุทัยธานี หากเป็นคนไทยเชื้อสายจีนจะ ซื้อแบบที่มาจากจีนมากกว่า


23 ใบควำมรู้ ควำมรู้เบื้องต้นทฤษฎีสี Color สี ในการท าพวงมโหตร ผู้เรียนควรต้องมีความรู้ในเรื่อง สี ซึ่งจะเป็นสีที่ใช้ในงานศิลปะ ทุกๆ แขนงที่ได้มาจากวงจรสี ซึ่งมีทั้งหมด 12 สี ได้แก่ สีขั้นที่ 1 ได้แก่ สีแดง สีเหลือง และสีน้ าเงิน สีขั้นที่ 2 ได้แก่ สีส้ม สีเขียว และสีม่วง สีขั้นที่ 3 ได้แก่ สีม่วงแดง สีม่วงน้ าเงิน สีเขียวน้ าเงิน สีเหลืองเขียว สีส้ม เหลือง และสีส้มแดง กำรน ำสีมำใช้นั้นมีด้วยกันหลำยลักษณะ ดังต่อไปนี้ 1. Monochromatic Color สีโทนเดียว คือสีที่เกิดจากการผสมของสีกลางซึ่งได้แก่ สี เทา หรือสีด า สีตัวใดตัวหนึ่งมาผสมกับสีในวงจรสีตัวใดตัวหนึ่ง เช่น สีขาวผสมกับสีเหลือง ก็จะท้าให้สี เหลือง ค่อยๆ มีความจางลงเรื่อยๆ จนกระทั่งกลายเป็นสีขาว เมื่อเราน้าสีนี้มาใช้ในการจัดดอกไม้หนึ่งแจกัน เราก็จะได้ดอกไม้ และวัสดุตกแต่งที่มีสีเหลืองสว่างไล่ไปจนกระทั่งดอกไม้เหล่านั้นกลายเป็นสีขาว เป็นต้น สี ลักษณะนี้จะท้าให้เกิดความกลมกลืนมากที่สุด ง่ายต่อการจัด และท้าให้เกิดความสบายตามาที่สุด Monochromatic Color จึงเป็นสีที่นิยมจัดกันมากที่สุด 2. Analogous Color คือสีที่อยู่ติดกันสามสีในวงจรสี เช่น สีแดง สีส้มแดง และสีส้ม เป็นต้น จัดอยู่ในประเภทสีกลมกลืน อาจเรียกสีลักษณะนี้ว่า “สีตระกูลเดียวกัน” 3. Complementary Color คือสีที่อยู่ตรงข้างกันอย่างแท้จริงในวงจรสี เช่น สีแดงอยู่ ตรง ข้ามกับสีเขียว นับว่าเป็นสีที่นิยมจัดอีกสีหนึ่ง เนื่องจากเป็นสีที่ท้าให้เกิดความขัดแย้งกันที่เด่นชัด เมื่อ มอง แล้วจะท าให้รู้สึกสะดุดตามากที่สุด 4. Split Complementary Color คือสีที่อยู่ข้างๆ ของสีตรงข้าม หรือจะเรียกว่า “สีตัววาย” ก็ได้ เช่น สีม่วง สีส้มเหลือง และสีเขียวเหลือง เป็นต้น 5. Triadic Color คือสีสามมุมที่อยู่ในวงจรสี เช่น สีแดง สีเหลือง และสีน้ าเงิน เป็นต้น Triadic Color เป็นอีกสีหนึ่งที่จะท้าให้เกิดความตื่นเต้นและน่าสนใจ


24 ใบควำมรู้ ขั้นตอนกำรท ำพวงมโหตร วัสดุ - อุปกรณ์ 1. กระดำษว่ำว คละสี 2. กระดำษแข็งเทำ-ขำว 3. กำวลำเท็กซ์ 4. เข็มเย็บผ้ำ 5. กรรไกร 6. ด้ำยไนล่อน วิธีกำรท ำ 1. ตัดกระดำษว่ำว เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนำด 20X20 เซนติเมตร จ ำนวน 4 แผ่น ๆ ละ 1 สี 2. พับครึ่งในแนวทแยง โดยพับมุมกระดำษล่ำงซ้ำย ขึ้นไปจดกับมุมกระดำษด้ำนบนขวำ เป็น สำมเหลี่ยม ภาพที่ 11 : วัสดุ - อุปกรณ์รวม โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


25 3. พับครึ่งในแนวทแยง โดยพับมุมกระดำษล่ำงขำว ขึ้นไปจดกับมุมกระดำษด้ำนล่ำงซ้ำย เป็น สำมเหลี่ยม ครั้งที่ 2 และท ำแบบเดิม เป็นครั้งที่ 3 4. วำงกระดำษที่เปิดไม่ได้ (ด้ำนปิด) ไว้ด้ำนล่ำง แล้วพับมุมแหลมด้ำนบนลงมำให้เสมอกับขอบ ด้ำนล่ำง โดยท ำเช่นที่ กับกระดำษ ทั้ง 4 แผ่น 5. วัดจำกมุมแหลมด้ำนซ้ำยเข้ำมำ 6 เซนติเมตร แล้วเริ่มตัดเส้นแรกจำกด้ำนล่ำง และตัดจำก ขอบกระดำษด้ำนล่ำงขึ้นด้ำนบน สลับกันรวมทั้งหมด 14 เส้น โดยเหลือขอบกระดำษด้ำนตรง ข้ำมไว้ด้ำนละ 1 เซนติเมตร


26 6. กำงกระดำษออก จะได้กระดำษที่มีลักษณะดังรูป แล้วน้ ำกระดำษทั้ง 4 สี ซ้อนกัน 7. ตัดกระดำษแข็งเทำ–ขำว เป็นรูปวงกลมเส้นผ่ำนศูนย์กลำง 5-8 เซนติเมตร จำกนั้นตัดด้ำยให้มี ควำมยำวตำมต้องกำร ร้อยเข้ำรูเข็ม ผูกปมที่ปลำยด้ำยทั้งสองเส้นแล้วใช้เข็มแทงที่กึ่งกลำง ของกระดำษแข็งเทำ-ขำว ทำกำวลำเท็กซ์ด้ำนบนกระดำษแข็งเทำ-ขำว แล้วร้อยผ่ำนกระดำษ พวงมโหตรที่ตัดไว้ทีละสีโดยสอดจำกด้ำนล่ำงขึ้นมำ 8. ใช้เข็มแทงผ่ำนกระดำษพวงมโหตรที่ตัดไว้ทีละสีโดยสอดจำกด้ำนล่ำงขึ้นมำ


27 9. ยกพวงมโหตรขึ้นตรง ๆ แล้วจัดทรงกระดำษให้ได้รูปทรงสวยงำม


28 ใบงำน แบบบันทึกกำรท ำพวงมโหตร ค ำชี้แจง....ให้ผู้เรียนจดบันทึก ขั้นตอน กำรท ำพวงมโหตร ระหว่ำงที่วิทยำกรบรรยำย วัสดุอุปกรณ์ ............................................................................................................................. ............................................ ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ขั้นตอนกำรท ำ ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ .................................................................................................................................. ....................................... ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ................................................................................................ ......................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ .......................................................................................................................................... ............................... ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ .............................................................................................................................................. ........................... ....................................................................................................... ..................................................................


29 ใบควำมรู้ กำรบรรจุหีบห่อ การบรรจุหีบห่อ หมายถึง การน าเอาวัสดุเช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ ไม้ ประกอบเป็น ภาชนะหุ้มห่อสินค้า เพื่อประโยชน์ในการใช้สอย การค้า ความสวยงาม ดึงดูดความสนใจ ท าให้เกิดความ พึงพอใจจากผู้ซื้อสินค้า วัตถุประสงค์หลักของกำรบรรจุหีบห่อ 1. เพื่อป้องกันสินค้า ไม่ให้แตก หัก บุบสลาย 2. เพื่อสะดวกต่อการจ าหน่าย 3. เพื่อประชาสัมพันธ์ และดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อ ส าหรับการบรรจุหีบห่อ สิ่งที่ต้องค านึงถึงคือการเลือกซื้อวัสดุที่จะใช้ในการบรรจุหีบห่อที่จะไม่ ปิดบังความสวยงามของสินค้า และเป็นที่สนใจของผู้ซื้อ เช่น 1. บรรจุในกล่องกระดาษ หรือกล่องพลาสติก ที่โชว์ให้เห็นตัวสินค้า 2. บรรจุในถุงพลาสติกใสที่ตกแต่งด้วยโบว์สวยงาม 3. ใส่ถุงผ้าโปร่ง ฯลฯ


30 ใบควำมรู้ กำรค ำนวณต้นทุน ก ำไร การค านวณต้นทุนเป็นส่วนหนึ่งของระบบบัญชีและการเงินของกิจการ เป็นการบันทึกการวัดผล และรายงานข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนของสินค้าของกิจการโดยทั่วไป การค านวณต้นทุนจะใช้เวลา และลงรายละเอียดมากในกิจการที่ผลิตสินค้า แต่ไม่ได้หมายความว่ากิจการประเภทอื่น เช่น กิจการขายส่ง ขายปลีกร้านอาหาร หรือบริการต่าง ๆ ไม่มีความส าคัญในการที่ต้องค านวณต้นทุน การค านวณต้นทุน สามารถน าไปใช้ได้ในทุกกิจการเพราะมีความส าคัญต่อการบริหารจัดการธุรกิจ ดังนี้ 1. เพื่อให้ทราบถึงต้นทุนการผลิตและต้นทุนขายของธุรกิจ 2. เพื่อสามารถน าต้นทุนทั้งหมดของกิจการมาเปรียบเทียบกับรายได้จากการขาย เพื่อจะได้ทราบ ว่ามีก าไรหรือขาดทุนในการขายสินค้า 3. เพื่อค านวณหรือตีราคาสินค้าคงเหลือที่ขายได้ไม่หมดว่ามีมูลค่าเท่าไหร่ 4. เพื่อใช้ในการวางแผนและควบคุมการซื้อสินค้า และจัดท างบประมาณในการซื้อสินค้า รวมทั้ง ต่อรองราคากับผู้ขายวัตถุดิบ 5. เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าสินค้าใดควรขายต่อไปและสินค้าใดควรเลิกขาย (ในกรณีที่ผู้ผลิตมีสินค้า หลายชนิด) ต้นทุนแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ 1. ต้นทุนผันแปร คือต้นทุนที่ผันแปรตามจ านวนหน่วยที่ผลิตหรือขาย เช่น วัตถุดิบ ค่าแรงทางตรง ค่าใช้จ่ายในการผลิตทางตรง เป็นต้น 2. ต้นทุนคงที่คือต้นทุนที่เกิดขึ้นไม่ว่ากิจการจะได้ขายสินค้าหรือไม่ต้นทุนนี้จะไม่เปลี่ยนแปลง ตามจ านวนหน่วยที่ผลิตหรือขาย เช่น เงินเดือนพนักงานหน้าร้าน ค่าเช่าร้าน ค่าเสื่อมราคา ค่าประกันภัย เป็นต้น ดังนั้น ต้นทุนการผลิตจะประกอบไปด้วยวัตถุดิบ + ค่าแรงงาน + ค่าใช้จ่ายในการผลิต ซึ่งทั้งสาม รายการนี้เป็นเพียงส่วนของการผลิตเท่านั้น หากจะคิดต้นทุนรวมของสินค้าแล้วจ าเป็นต้องน าค่าใช้จ่าย ในการขายและด าเนินการมารวมด้วยเช่น เงินเดือน ค่าคอมมิชชั่นพนักงานขายค่าแรงพนักงานขายหน้าร้าน ค่าการตลาด (โฆษณา แผ่นพับ) ค่าเช่าส านักงานและร้าน ค่าไฟฟ้าและน้ าประปา ค่าโทรศัพท์ค่าน้ ามันรถ ดอกเบี้ย ค่าเช่ารถ ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ฯลฯ เพื่อการค านวณต้นทุนให้ใกล้เคียงความจริง หากค านวณแค่ วัตถุดิบค่า แรงงาน และค่าน้ า ค่าไฟฟ้า ก็อาจท าให้ได้ต้นทุนสินค้าที่น้อยกว่าความเป็นจริงและมีผลท าให้ ตั้งราคาขายที่ต่ าไป อาจท าให้ขาดทุนได้ การค านวณแบบง่ายเหมาะส าหรับผู้ประกอบการรายเล็กที่มีสินค้าหรือผลิตภัณฑ์น้อยชนิด อาจขายเพียงน้ าพริก หรือแชมพูก็ได้ซึ่งเหมาะกับการค านวณสินค้าประเภท OTOP ที่มีความชัดเจนใน เรื่องการใช้วัตถุดิบ ค่าแรงงานต่อรอบ การผลิตและไม่มีการเก็บสต๊อกวัตถุดิบไว้การค านวณจ าเป็นต้องคิด เพื่อให้ทราบถึงต้นทุนผลิตต่อหน่วย และน าต้นทุนผลิตไปรวมกับค่าใช้จ่ายในการด าเนินการ เพื่อให้ทราบถึง ต้นทุนรวมของสินค้าอีกครั้งหนึ่ง


31 ตัวอย่ำงกำรคิดต้นทุน ก ำไร กำรผลิต และค่ำใช้จ่ำยในกำรท ำพวงมโหตร วัน เดือน ปี รำยกำร จ ำนวนสิ่งของ จ ำนวนเงิน (บำท) หมำยเหตุ ค่ำใช้จ่ำย (ต้นทุน) การก าหนดราคา ขาย คิดจากต้นทุน + ก าไรที่ต้องการ ก าไร 54 บาท กระดาษว่าว 4 แผ่น 12 ค่าวัสดุสิ้นเปลือง (กาว ด้ายไนล่อน 2 ค่าแรง ชั่วโมง ละ 40 บาท 1 ชั่วโมง 40 รวมค่ำใช้จ่ำย 54 รำยได้จำกกำรขำย 4 ชิ้น ๆ ละ 27 บาท 108 การก าหนดราคาขายต่อหน่วย ดังนี้ 1. ก าหนดก าไรที่ต้องการได้จากต้นทุน X (ก าไรที่ต้องการ÷ ด้วย 100) ตัวอย่ำงเช่น ชิ้นงานแจกันเปลือกรักไม่รู้โรย จากต้นทุน 54 บาท ต้องการก าไรร้อยละ 100 ดังนั้น ก าไรที่ต้องการ = 54 X 100 ÷ 100 = 54 2. การก าหนดราคาขายต่อหน่วย ได้มาจากต้นทุน + ก าไร ÷ ด้วยจ านวนหน่วย 54+54 ÷ 4 = 27 บาท หมำยเหตุ การก าหนดก าไรที่ต้องการขึ้นอยู่กับสิ่งเหล่านี้ด้วย เช่น ราคาตลาด ลักษณะของสินค้าและบริการ เป็นสินค้าหายาก เป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม หรือมีฤดูกาลเข้ามาเกี่ยวข้องก็สามารถที่จะก าหนดก าไรที่ต้องการ สูงได้ การตั้งราคาให้สามารถแข่งขันได้นั้นต้องอยู่บนพื้นฐานความสมดุลระหว่างความพึงพอใจของผู้ซื้อและ ผู้ขายด้วย ถ้าสินค้าโดยทั่วไปมีขายกันแพร่หลาย มีคู่แข่งมากก็ต้องก าหนดก าไรน้อยลงไป


32 ใบงำน กำรคิดต้นทุน ก ำไร ผู้เรียน/กลุ่ม.................................................................................................................................................. เรื่อง.............................................................................................................................................................. วัน เดือน ปี รำยกำร จ ำนวนสิ่งของ จ ำนวนเงิน (บำท) หมำยเหตุ ค่าใช้จ่าย (ต้นทุน) .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. 1. ให้ก าหนดก าไรที่ ต้องการเป็นร้อยละก่อน 2. แล้วค านวณหาราคาต่อ หน่วยจึงจะทราบรายได้ 3. น ารายได้ที่ได้มาใส่ ตารางนี้ รวมค่ำใช้จ่ำย รายได้จากการขาย .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. รวมรำยได้ 1. ก าไรที่ต้องการ = ต้นทุน x ( ร้อยละของก าไรที่ต้องการหารด้วย 100 ) 2. ก าหนดราคาขายต่อหน่วย = ต้นทุน + ก าไร = ____________ จ านวนหน่วย


33 ใบควำมรู้ ช่องทำงกำรตลำด ช่องทางการตลาด เป็นส่วนส าคัญอย่างมากในการด าเนินธุรกิจ ช่องทางการตลาดหรือช่องทางการ จัดจ าหน่ายมีความหมายเดียวกันซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ P ของส่วนประสมการตลาด (Marketing mix) ที่นักการ ตลาดนิยมน าส่วนประสมทั้งสี่มาวางเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดและการขายในยุคปัจจุบัน ดังนั้นช่องทางการ จัดจ าหน่าย (Marketing channel) จึงถูกเข้ารวมอยู่ใน P = Place นั่นคือ สถานที่ขายแหล่งขาย ช่องทางการขายสินค้านั่นเอง สินค้าแต่ละชนิดอาจมีช่องทางขายที่แตกต่างกันไป สินค้าอุปโภค มีช่องทาง การขายผ่านร้านสะดวกซื้อ อาหารสดก็มีช่องทางการขายหน้าร้านหรือหน้าบ้านของผู้ผลิต อุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ เสื้อผ้าส าเร็จรูปอาจใช้ช่องทางการขายได้หลายช่องทาง เช่น ขายทางออนไลน์ ขายหน้าร้าน ตนเอง ขายในตลาดนัด ขายในห้างสรรพสินค้า มีการแบ่งช่องทางการจ าหน่าย ในยุคปัจจุบันได้แบ่งเป็น ประเภทใหญ่ๆ 2 ประเภทคือ 1. ช่องทางการจ าหน่ายทางตรง คือผู้ผลิตขายสินค้าไปยังผู้ใช้หรือผู้บริโภคด้วยตนเอง 2. ช่องทางการจ าหน่ายทางอ้อม คือผู้ผลิตขายสินค้าผ่านตัวกลาง ตัวแทนจ าหน่าย ร้านค้าส่ง และร้านค้าปลีกเพื่อจ าหน่ายไปยังผู้ใช้หรือผู้บริโภค ช่องทางการจ าหน่ายทั้งสองประเภทนี้ยังแบ่งเป็นช่องทางขายได้อีกหลายช่องทางโดยจะกล่าวถึง ช่องทางขายที่ส าคัญดังต่อไปนี้ ช่องทำงจ ำหน่ำยทำงตรงมีช่องทำงขำย ดังนี้ 1. ขายผ่านหน้าร้านแบบไม่เคลื่อนที่ เป็นการขายผ่านหน้าร้าน สาขาทั้งเป็นร้านค้าของตนเอง หรือเช่าหน้าร้านตามห้างสรรพสินค้า Modern trade เช่าพื้นที่ขายในปั้มน้ ามัน ขายออกบูทตามงานแสดง สินค้า เช่าพื้นที่ในอาคารส านักงาน เป็นต้น 2. ขายผ่านหน้าร้านที่เคลื่อนที่ไปมา เช่น ขายผลไม้ในรถบรรทุก ที่ย้ายไปขายตามสถานที่ต่าง ๆ ได้ตามความต้องการ เปิดท้ายขายของตามตลาดนัดต่าง ๆ หาบเร่แผงลอย เป็นการขายแบบอิสระ เปลี่ยน เส้นทางขายบ้าง เปลี่ยนสินค้าขายบ้าง สินค้าที่ขายอาจเป็นสินค้าตามฤดูกาล หรือเป็นสินค้าที่ผู้ขายไปหา ซื้อได้มาในช่วงเวลานั้น ๆ 3. ขายผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อออนไลน์การขายลักษณะ E-commerce นี้จะขายผ่านหน้า โฮมเพจของตนเองโดยมีตะกร้าให้ซื้อ และมีการโอนเงินก่อนซื้อซึ่งมีบริษัทหลายแห่งเพิ่มช่องทางการขาย ทางอิเล็กทรอนิกส์จ านวนมาก เช่น 7-11 ขายโดยให้ลูกค้าเลือกซื้อใน 7-Catalogue ส าหรับการขายผ่าน Social media เป็นการขายที่นิยมกันในกลุ่มคนที่ยังท างานประจ า และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และ กลุ่มอาชีพอิสระที่ต้องการขายสินค้าเป็นอาชีพเสริม การขายประเภทนี้จะขายผ่าน Facebook Intragram Line 4. ขายผ่านสื่อการขายที่เป็นอุปกรณ์ทันสมัย เช่น ขายผ่านโทรศัพท์มือถือ ผ่านเครื่องเอทีเอ็ม ผ่านตู้หยอดเหรียญต่าง ๆ เช่น น้ าอัดลม กาแฟ เกมส์ เครื่องกดน้ าดื่ม เครื่องซักผ้า ฯลฯ การขายผ่าน เครื่องใช้เหล่านี้ท าให้ประหยัดเรื่องแรงงานคนท าให้ต้นทุนการขายต่ าไปด้วย 5. ขายผ่านพนักงานขาย แม้ว่าการขายผ่านพนักงานจะเป็นวิธีเก่าที่ใช้กันมานานแต่ก็เป็นวิธีที่ดี ที่สุดส าหรับสินค้าที่ขายให้กับอุตสาหกรรมเพราะต้องการการสาธิต การอธิบายวิธีการใช้และรายละเอียด คุณสมบัติของสินค้า สินค้าใหม่ที่ต้องการการอธิบายและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จ าเป็นต้องใช้การขาย ผ่านพนักงานขายเพื่อให้รู้จักสินค้าและทราบถึงคุณสมบัติของสินค้าก่อน นอกจากนั้นการขายผ่านพนักงาน ขายท าให้กิจการได้รับ Feedback จากลูกค้าว่าพอใจหรือไม่พอใจในสินค้าของกิจการซึ่งท าให้เจ้าของ กิจการน ามาปรับปรุงแก้ไขได้ภายหลัง


34 ช่องทำงกำรจ ำหน่ำยโดยอ้อมมีช่องทำงกำรขำย ดังนี้ 1. ขายผ่านตัวแทนจ าหน่าย สินค้าจ าเป็นต้องมีการแต่งตั้งตัวแทนขายเพื่อกระจายสินค้าได้ทั่ว ประเทศ เช่น รถยนต์ เครื่องจักรต่าง ๆ ยางรถยนต์ อะไหล่รถยนต์ สินค้าบางประเภทจ าเป็นต้องมีตัวแทน จ าหน่ายหากผู้ผลิตไม่เชี่ยวชาญในการตลาดแต่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตมากกว่า การขายผ่านตัวแทนยัง เหมาะกับการขายสินค้าที่เป็นบริการ เช่น ขายกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์และประกันชีวิต เป็นต้น 2. ขายผ่านคนกลางทั้งผู้ค้าส่งหรือผู้ค้าปลีก ส าหรับผู้ผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภคมักจะใช้วิธีการ ขายผ่านผู้ค้าส่งตามอ าเภอ และจังหวัดต่าง ๆ เพื่อกระจายสินค้า ส าหรับผู้ผลิตรายเล็กก็อาจขายผ่าน ผู้ค้าปลีกที่ขายตรงให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ 3. ขายผ่านระบบแฟรนไชส์ผู้ผลิตที่มีการขายแฟรนไชส์ให้กับบุคคลภายนอกสามารถใช้วิธีการขาย ผลิตภัณฑ์ผ่านเครือข่ายหรือแฟรนไชส์ของตนเองได้เช่น ราชาบะหมี่ ชายสี่บะหมี่เกี้ยว ข้าวมันไก่มิดไนท์ เป็นต้น ส าหรับผู้ประกอบการที่ด าเนินธุรกิจส่งออกสินค้าไปต่างประเทศก็มีช่องทางการขายสองทาง เช่นกันคือ เป็นผู้ส่งออกเองโดยขายตรงให้กับลูกค้าและอีกทางหนึ่งคือขายสินค้าผ่าน trader ที่เป็นตัวกลาง ขายสินค้าให้กับต่างประเทศ ปัจจุบันธุรกิจขนาดใหญ่มักใช้ช่องทางการขายทั้งทางตรงและทางอ้อมร่วมไป ด้วยกันโดยขายผ่านหน้าร้าน ผ่านสื่อออนไลน์ ผ่านสาขา ผ่านตัวแทนจ าหน่าย และใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ ในการ ส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวางเพื่อท าให้ธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว


35 แบบวัดและประเมินผลกำรท ำพวงมโหตร ประเด็นที่เกี่ยวข้อง 1. ทักษะกำรใช้วัสดุ อุปกรณ์ 1.1 เลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ ได้เหมาะสมกับประเภท 1.2 ท าความสะอาด บ ารุงรักษาและจัดเก็บวัสดุ อุปกรณ์ได้อย่างถูกต้อง 2. ทักษะกำรประดิษฐ์ ออกแบบ และควำมคิดสร้ำงสรรค์ 2.1 ออกลักษณะ ให้เหมาะสมกับกระถางและงานที่ให้ 2.2 มีความคิดสร้างสรรค์ และสวยงาม 3. ทักษะกำรปฏิบัติ 3.1 ปฏิบัติได้ตามคุณลักษณะและมีเทคนิควิธีการที่ถูกต้อง 4. ทักษะกำรน ำเสนอ 4.1 น าเสนอผลงานได้อย่างเหมาะสม


36 ใบงำน แบบประเมินผลงำนผู้เรียน ชื่อ - นามสกุล .......................................................................................................………………............…. หลักสูตร ............................................................................... กลุ่ม……………….………………...................... ค ำชี้แจง : ให้ผู้ประเมินขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ประเด็นที่ประเมิน ผู้ประเมิน ตนเอง เพื่อน วิทยำกร 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 1. ทักษะกำรใช้วัสดุ อุปกรณ์ 1.1 เลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ ได้เหมาะสมกับประเภทและปริมาณ 1.2 ท าความสะอาด บ ารุงรักษาและจัดเก็บวัสดุ อุปกรณ์ได้อย่าง ถูกต้อง 2. ทักษะกำรประดิษฐ์ ออกแบบ และควำมคิดสร้ำงสรรค์ 2.1 ออกลักษณะต้น ใบ และผล เหมาะสมกับตัววัสดุ 2.2 มีความคิดสร้างสรรค์ และสวยงาม 3. ทักษะกำรปฏิบัติ 3.1 ปฏิบัติได้ตามคุณลักษณะ 3.2 มีเทคนิควิธีการที่ถูกต้อง 4. ทักษะกำรน ำเสนอ 4.1 มีการน าเสนอได้อย่างเหมาะสม 5. การบรรจุหีบห่อ 5.1 จัดท าหรือจัดหาบรรจุหีบห่อได้อย่างเหมาะสม 6. คิดต้นทุน ก าไร 6.1 คิดต้นทุน ก าไร ก าหนดราคาขายได้ถูกต้อง รวม รวมทุกรำยกำร เฉลี่ย ผู้ประเมิน ...........................................................(ตนเอง) ผู้ประเมิน .......................................................... (เพื่อน) ผู้ประเมิน ................................................................ (วิทยากร)


37 แบบประเมินผลกำรจัดกำรศึกษำและฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น หลักสูตรวิชา.................................................................................... จ านวน....................... .........ชั่วโมง ระหว่างวันที่..........เดือน......................พ.ศ..................ถึงวันที่..........เดือน......................พ.ศ..... ............. สถานที่จัด ณ......................................................................................................... ............................ เกณฑ์กำรให้คะแนนประเมินผลกำรจัดกำรศึกษำและฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น ศูนย์วงเดือน อำคมสุรทัณฑ์ 1. ควำมรู้ควำมเข้ำใจในเนื้อหำสำระ 20 คะแนน 1.1 แบบทดสอบ (20 คะแนน) 2. ทักษะกำรปฏิบัติ 40 คะแนน 2.1 การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ (10 คะแนน) 2.1.1 การจัดเตรียมวัสดุ (5 คะแนน) 2.1.2 การจัดเตรียมอุปกรณ์ (5 คะแนน) 2.2 ปฏิบัติตามขั้นตอน (20 คะแนน) 2.2.1 ปฏิบัติตามขั้นตอน (5 คะแนน) 2.2.2 ปฏิบัติงานเสร็จตามเวลา (5 คะแนน) 2.2.3 ปฏิบัติงานด้วยความสะอาดเรียบร้อย (5 คะแนน) 2.2.4 ปฏิบัติงานด้วยความคล่องแคล่ว (5 คะแนน) 2.3 มีทักษะในการท างานเป็นทีม (10 คะแนน) 2.3.1 การเคารพกฎ กติกา และการยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น (5 คะแนน) 2.3.2 การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น (5 คะแนน) 3. คุณภำพของผลงำน/ผลกำรปฏิบัติงำน (40 คะแนน) 3.1 ผลงาน/ชิ้นงาน เป็นไปตามที่หลักสูตรก าหนด (30 คะแนน) 3.1.1 คุณภาพของชิ้นงาน (10 คะแนน) 3.1.2 องค์ประกอบของชิ้นงาน (10 คะแนน) 3.1.3 การตกแต่ง/บรรจุภัณฑ์ของชิ้นงาน (10 คะแนน) 3.2 การน าเสนอผลงาน/ชิ้นงาน (10 คะแนน) ระดับผลกำรเรียน การตัดสินผลการเรียนให้น าคะแนนระหว่างการจัดการเรียนการสอนรวมกับคะแนนจาก แบบทดสอบหลังเรียนแล้วน าไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่ก าหนด เพื่อให้ค่าระดับผลการเรียนทั้ง 5ระดับ ดังนี้ 1. ได้คะแนน 80 – 100 ได้เกรด 4 หมายถึง ดีมาก 2. ได้คะแนน 70 - 79 ได้เกรด 3 หมายถึง ดี 3. ได้คะแนน 60 - 69 ได้เกรด 2 หมายถึง ปานกลาง 4. ได้คะแนน 50 - 59 ได้เกรด 1 หมายถึง ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ าที่ก าหนด 5. ได้คะแนน 0 - 49 ได้เกรด 0 หมายถึง ต่ ากว่าเกณฑ์ที่ก าหนด


ล ำดับ ที่ เลขประจ ำตัว ประชำชน ชื่อ – สกุล 1. ควำมรู้ควำมเข้ำใจ ในเนื้อหำสำระ 20 คะแนน 2. ทั1.1 แบบ ทดสอบ (20) 2.1 กำรเตรียม วัสดุอุปกรณ์ (10) 2.1.1 (5) 2.1.2 (5) 2.2.1 (5) ลงชื่อ..................................................วิทยากร (......................................................) ลงชื่อ......................................... (..........................................


38 ทักษะกำรปฏิบัติ 40 คะแนน 3. คุณภำพของผลงำน ผลกำรปฏิบัติงำน 40 คะแนน รวม 100 คะแนน ผลกำรเรียน 2.2 ปฏิบัติตำมขั้นตอน (20) 2.3 มีทักษะใน กำรท ำงำนเป็น ทีม (10) 3.1 ผลงำน/ชิ้นงำน เป็นไปตำมที่หลักสูตร ก ำหนด (30) 3.2 กำรน ำเสนอ ผลงำน/ชิ้นงำน (10) 2.2.2 (5) 2.2.3 (5) 2.2.4 (5) 2.3.1 (5) 2.3.2 (5) 3.1.1 (5) 3.1.2 (5) 3.1.3 (5) ..........หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ .............) ลงชื่อ..................................................ผู้อนุมัติ (......................................................)


39


Click to View FlipBook Version