(ก) คำนำ คู่มือการอบรมพัฒนาศักยภาพ “นักส่งเสริมคุณธรรมเชิงพื้นที่ระดับจังหวัด” เล่มนี้จัดทำขึ้น เพื่อใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมและขับเคลื่อนคุณธรรมเชิงพื้นที่ “จังหวัดคุณธรรม” โดยมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง กับหลักการส่งเสริมคุณธรรม เรียนรู้กระบวนการ เทคนิควิธีการ และเครื่องมือ ในการส่งเสริมคุณธรรมที่เหมาะ กับบริบทต่างๆ ของสังคมไทย อาทิ เครื่องมือมาตรฐานองค์กรคุณธรรม โครงงานคุณธรรม ธรรมนูญชุมชน การประเมินองค์กรคุณธรรมตามหลักเกณฑ์คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ เป็นต้น รวมถึงการแปลง นโยบายด้านการส่งเสริมคุณธรรมสู่การปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) โดยการนำของ รองศาสตราจารย์นายแพทย์ สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า องค์ความรู้นี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้ารับการอบรม ที่เป็นตัวแทนหน่วยงาน องค์กร ชุมชน และผู้สนใจ ให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือการส่งเสริมและ ขับเคลื่อนคุณธรรมในองค์กร เกิดการขยายผลครอบคลุมทุกพื้นที่ต่อไป คณะผู้จัดทำ กลุ่มงานสมัชชาคุณธรรมและความร่วมมือนานาชาติ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)
(ข) สารบัญ คำนำ (ก) สารบัญ (ข) ส่วนที่ ๑ กรอบแนวคิดหลักสูตรพัฒนาศักยภาพ ๑ - ๔ “นักส่งเสริมคุณธรรมเชิงพื้นที่” ระดับจังหวัด ส่วนที่ ๒ แนวคิดการส่งเสริมและขับเคลื่อนคุณธรรมเชิงพื้นที่ ๕ - ๒๔ “จังหวัดคุณธรรม” ส่วนที่ ๓ เครื่องมือการส่งเสริมคุณธรรม ๒๕ ➢ การส่งเสริมและประเมินองค์กรคุณธรรม ๒๖ - ๓๐ ตามแนวทางแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริม คุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 - 2570) ➢ มาตรฐานด้านคุณธรรมเครือข่ายทางสังคม ๓๑ - ๓๖ (องค์กรคุณธรรม) ➢ โครงงานคุณธรรม ๓๗ - ๔๔ ➢ ธรรมนูญหมู่บ้าน/ ชุมชนเมือง ๔๕ - ๕๐ ➢ เครดิตความดี Moral Credit ๕๑ - ๗๑ ➢ สื่อส่งเสริมคุณธรรม ๗๒ - ๘๑
๑ ส่วนที่ ๑ กรอบแนวคิดหลักสูตรพัฒนาศักยภาพ “นักส่งเสริมคุณธรรมเชิงพื้นที่” ระดับจังหวัด ภายใต้โครงการสมัชชาคุณธรรม ตามแนวทางของแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) ๑.หลักการและแนวคิด รัฐบาลโดยคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ได้ให้ความสำคัญของการขับเคลื่อนแผน แม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๙–๒๕๖๔) และขยายผลต่อเนื่องในแผนปฏิบัติการส่งเสริม คุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๖๖-๒๕๗๐) เพื่อให้หน่วยงาน องค์กรทุกภาคส่วน ได้มีส่วนร่วมในการ ปลูกฝังส่งเสริมคุณธรรม สร้างค่านิยมและจิตสำนึกที่ดีนำไปสู่สังคมคุณธรรมที่เกื้อกูลและแบ่งปันอันส่งผลให้ ประเทศชาติ และประชาชนมีความมั่นคง สงบสุข ด้วยมิติทางศาสนา มั่งคั่ง เข้มแข็งด้วยวิถีวัฒนธรรมไทย และ ยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และร่วมกันสร้างกระแสคุณธรรมพึงประสงค์ ๕ ประการ ได้แก่ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญู ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรม มีบทบาทในการส่งเสริม สนับสนุนการขับเคลื่อนคุณธรรมร่วมกับภาคีเครือข่ายทางสังคมทุก ภาคส่วน ได้ร่วมมือกับจังหวัดคุณธรรมนำร่อง ในการขับเคลื่อนคุณธรรมเชิงพื้นที่ จังหวัดคุณธรรม ที่สอดคล้องกับ แนวทางของแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๖๖-๒๕๗๐) มีเป้าหมายการ ขับเคลื่อนต่อเนื่อง ๓ ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๖๘ และปีที่ผ่านมาทำให้เกิดการประกาศเจตนารมณ์ความ ร่วมมือของหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ การปรึกษาหารือ การจัดกิจกรรมสมัชชาคุณธรรม การจัดตั้งกลไกเครือข่าย ทางสังคมเพื่อรองรับการขับเคลื่อนสู่การเป็นจังหวัดคุณธรรมอย่างเป็นรูปธรรม และเพื่อให้เกิดการแปลง เจตนารมณ์ความร่วมมือสู่การปฏิบัติ และพัฒนาแกนนำในการขยายผลการขับเคลื่อนคุณธรรมอย่างต่อเนื่อง ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เห็นความสำคัญของการพัฒนาศักภาพ แกนนำ “นักส่งเสริมคุณธรรมเชิงพื้นที่” ให้ครอบคลุมทุกเครือข่าย เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมและ ขับเคลื่อนคุณธรรมในทุกพื้นที่ จึงมีแผนการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพ “นักส่งเสริมคุณธรรมเชิง พื้นที่” ระดับจังหวัด ให้กับผู้แทนหน่วยงานองค์กรเครือข่ายที่เข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์การขับเคลื่อนจังหวัด คุณธรรมในปีที่ผ่านมา ได้มีความรู้ความเข้าใจแนวทางการขับเคลื่อนคุณธรรม เกิดการเรียนรู้เทคนิค และ กระบวนการใช้เครื่องมือการส่งเสริมคุณธรรม และการแปลงเจตนารมณ์สู่การปฏิบัติตามบริบทของแต่ละองค์กร รวมถึงเกิดการเชื่อมโยง บูรณาการความร่วมมือการขับเคลื่อนคุณธรรมของแต่ละเครือข่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งขึ้น
๒ ๒.วัตถุประสงค์ ๑) เพื่อพัฒนาศักยภาพแกนนำหน่วยงานภาคีเครือข่ายทางสังคมในพื้นที่จังหวัดส่งเสริมคุณธรรม ให้มี ความรู้ความเข้าใจกระบวนการและเครื่องมือการส่งเสริมคุณธรรม ให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้และขยายผล การดำเนินกิจกรรมในองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ๒) เพื่อสร้างเครือข่ายวิทยากรแกนนำนักส่งเสริมคุณธรรมเชิงพื้นที่ ให้เกิดการเชื่อมโยง บูรณาการการ ทำงานด้านการส่งเสริมคุณธรรมร่วมกันในระดับองค์กร พื้นที่ และสนับสนุนการขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม ๓) เพื่อส่งเสริม สนับสนุนการแปลงนโยบายด้านการส่งเสริมคุณธรรมในระดับจังหวัด ภูมิภาคและ ระดับชาติ ตามแนวทางแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๖๗๐) สู่การ ปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ๓. ระยะเวลาการอบรม จำนวน ๒ วัน ๔. กรอบเนื้อหาหลักสูตรพัฒนาศักยภาพ "นักส่งเสริมคุณธรรมเชิงพื้นที่ ” โดยมีกิจกรรมสำคัญ ดังนี้ ช่วงวัน กิจกรรมช่วงเช้า กิจกรรมช่วงบ่าย วันแรก • กระบวนการ ทำความรู้จักกัน • เปิดการอบรมโดย ผู้ว่าราชการจังหวัด และ ผู้บริหารศูนย์คุณธรรม • ชี้แจงหลักสูตร และกระบวนการอบรม • กิจกรรมเรียนรู้ที่ ๑ : การสร้างความเข้าใจ เป้าหมาย นโยบาย และแนวทางการขับเคลื่อน คุณธรรม (Grand Conceptual Moral Model) • กิจกรรมเรียนรู้ที่ ๒ : การสร้างความเข้าใจต่อ แนวทางการขับเคลื่อนคุณธรรมในชุมชนและ องค์กร ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ - แผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรม ระยะที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๖๖-๒๕๗๐) - แผนการขับเคลื่อนคุณธรรมตามประกาศ เจตนารมณ์ มติสมัชชาคุณธรรมระดับจังหวัด และ ระดับชาติ • Workshop 1 : เทคนิคการถอดบทเรียน และนำเสนอเรื่องเล่าความดีของแต่ละองค์กร (Show Case) • กิจกรรมเรียนรู้ที่ ๓ เรียนรู้และสร้างความ เข้าใจเครื่องมือการส่งเสริมคุณธรรมโดยการ เรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Collaborative Learning) - ฐานที่ ๑ เครื่องมือเกณฑ์การประเมิน องค์กร ชุมชน อำเภอ และจังหวัด (๙ ขั้นตอน ๓ ระดับ) - ฐานที่ ๒ มาตรฐานด้านคุณธรรม (องค์กร คุณธรรม) - ฐานที่ ๓ โครงงานคุณธรรม - ฐานที่ ๔ ธรรมนูญชุมชน - ฐานที่ ๕ Social credit / Moral credit - ฐานที่ ๖ สื่อส่งเสริมคุณธรรม
๓ ช่วงวัน กิจกรรมช่วงเช้า กิจกรรมช่วงบ่าย วันที่สอง • Check in เตรียมความพร้อมเข้าสู่การเรียนรู้ และทบทวนกิจกรรมวันแรก • Workshop 2 : ออกแบบกิจกรรมขับเคลื่อน คุณธรรมภายในองค์กร • Workshop 3 : ออกแบบกิจกรรมการ ขับเคลื่อนคุณธรรมระดับเครือข่ายเพื่อสนับสนุน การขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม • Workshop 4 : นำเสนอกิจกรรมการ ขับเคลื่อนคุณธรรมเครือข่าย ๖ เครือข่าย • กิจกรรมเรียนรู้ที่ ๔ : กิจกรรมแลกเปลี่ยน ความคิดเห็น สะท้อนการเรียนรู้และเติมเต็ม ประสบการณ์ร่วมกัน • มอบเกียรติบัตรสำหรับผู้ผ่านการอบรม /ของ ที่ระลึก • ถ่ายภาพร่วมกัน • ปิดการอบรม ๕. เงื่อนไขการอบรม ขอสงวนสิทธิ์ในการมอบใบเกียรติบัตร สำหรับผู้ที่เข้ารับการอบรบและ สามารถอยู่ร่วมกิจกรรม ครบทั้ง 2 วันเท่านั้น ๖. ผลที่คาดว่าจะได้รับ ๖.๑) เกิดแกนนำเครือข่าย “นักส่งเสริมคุณธรรมเชิงพื้นที่” ของหน่วยงานภาคีเครือข่ายทาง สังคมในพื้นที่จังหวัดส่งเสริมคุณธรรม ให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้และขยายผลการดำเนินกิจกรรมใน องค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ๖.๒) ผู้ผ่านการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ กระบวนการและเครื่องมือการส่งเสริมคุณธรรม สามารถเป็นแกนนำการเชื่อมโยง บูรณาการการทำงานด้านการส่งเสริมคุณธรรมร่วมกันในระดับองค์กร พื้นที่ และ สนับสนุนการขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรมได้ ๖.๓) เกิดการขยายผลนโยบายด้านการส่งเสริมคุณธรรมในระดับจังหวัด ภูมิภาค และระดับชาติ ตามแนวทางแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๖๗๐) สู่การปฏิบัติ อย่างเป็นรูปธรรม ๖.๔) หน่วยงาน/องค์กร/ชุมชน/ พื้นที่ จังหวัดคุณธรรมที่เข้าร่วมกระบวนการพัฒนาศักยภาพ มี ขีดความสามารถในการพัฒนา ยกระดับการขับเคลื่อนคุณธรรมให้เกิดภาพลักษณ์ด้านคุณธรรมเพิ่มขึ้น
๔ ๗. การติดตามและประเมินผล ระหว่างการอบรมมีการทดสอบความรู้ก่อนการอบรม (Pre-test) และหลังเสร็จสิ้นการอบรม (Post-test) และภายหลังการอบรม จะมีกระบวนการกระตุ้น ติดตามผลการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้และขยายผล การดำเนินกิจกรรมในองค์กรของผู้เข้ารับการอบรม ผ่านแบบสำรวจติดตาม โดยศูนย์คุณธรรมและ สถาบันการศึกษาในพื้นที่ ๘. หน่วยงานรับผิดชอบ/ประสานงานหลัก ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กลุ่มงานสมัชชาคุณธรรมและความร่วมมือนานาชาติ เลขที่ 69 อาคารวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ชั้น 16-17 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพ 10400 โทรศัพท์ 02-644-9900 ต่อ 400 -3 โทรสาร 02-644- 4901 เว็บไซต์ : www.moralcenter.or.th Facebook : ศูนย์คุณธรรม Moral Center Thailand
๕ ส่วนที่ ๒ แนวคิดการส่งเสริมและขับเคลื่อนคุณธรรมเชิงพื้นที่ “จังหวัดคุณธรรม” ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจในการส่งเสริมและขับเคลื่อน เครือข่ายทางสังคม ด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนสู่สังคมคุณธรรม ได้ร่วมกับภาคีเครือข่าย ส่งเสริมการพัฒนาคุณธรรมที่เหมาะสมกับบริบทต่างๆ และขับเคลื่อนสมัชชาคุณธรรมมาต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ศูนย์คุณธรรม ได้ริเริ่มการพัฒนาคุณธรรมเชิงพื้นที่ หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า “จังหวัดคุณธรรม” ขึ้น เพื่อสร้างต้นแบบและสร้างพลังพลเมืองในมิติของความดี ให้ภาคีทุกภาคส่วนในพื้นที่ เป็นหลักในการขับเคลื่อน ไปสู่ความอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทั้งความดี ความงาม และ ความสุขที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่ จากจุดเล็กๆขยายวงกว้างออกไปเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด ใช้การ รวมพลังแบบกัลยาณมิตร ช่วยเหลือเกื้อกูล เพิ่มพลังให้กันและกัน มุ่งหวังให้ก่อเกิดเป็นประเด็นวาระร่วมระดับ จังหวัด มีภาคส่วนต่างๆ ออกมาขับเคลื่อนส่งเสริมคุณธรรมความดีแบบเต็มพื้นที่ ไม่ต่างคนต่างทำ ในระยะเริ่มต้น ได้มีจังหวัดที่ได้เสนอตัวเอง เข้าร่วมพัฒนาเป็นจังหวัดส่งเสริมคุณธรรม นำร่อง ในภูมิภาคต่างๆ ประกอบด้วย ภาคเหนือ : จังหวัดพิจิตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดบุรีรัมย์(ต่อมาขยายไปสู่จังหวัดศรีสะเกษ และร้อยเอ็ด) ภาคกลาง : จังหวัดราชบุรี ภาคใต้ : จังหวัดพัทลุง การขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาคุณธรรมเชิงพื้นที่ในระดับจังหวัด ศูนย์คุณธรรม ร่วมกับ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ได้เชื่อมโยงกับพลังทางวิชาการในท้องถิ่น เพื่อประเมินสถานการณ์คุณธรรม หรือ ต้นทุนคุณธรรม และประสานพลังนโยบายกับผู้ว่าราชการจังหวัด และประสานเชื่อมโยงกับเครือข่ายต่างๆ ทางสังคมเกิดเป็นการรวมพลังที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเรื่อยมา จนเป็นที่ยอมรับให้เป็นรูปแบบจังหวัดคุณธรรม ที่เป็นการขับเคลื่อนสามพลัง คือ เครือข่ายปฏิบัติ เครือข่ายทางนโยบาย และเครือข่ายทางวิชาการ และ ได้นำไปสู่การเสนอเป็นหลักเกณฑ์สำคัญ ในการพัฒนาจังหวัดคุณธรรม ตามแนวทางคณะกรรมการส่งเสริม คุณธรรมแห่งชาติ ในปี ๒๕๖๐ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ รองศาสตราจารย์นายแพทย์สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศน์ทางสังคมที่เอื้อต่อการพัฒนาคุณธรรม จึงได้นำแนวคิดจังหวัด คุณธรรมมาขับเคลื่อนอีกครั้ง โดยเน้นนำหลักวิชาการมารองรับ และการจัดระบบกลไกเครือข่ายปฏิบัติ ที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดโมเดลระบบนิเวศน์ทางสังคมที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเชิงบวก และตอบโจทย์ คุณภาพของจังหวัดคุณธรรม ภายใต้แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ
๖ ในปี พ.ศ ๒๕๖๓ – ๒๕๖๕ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จึงได้ร่วมมือกับจังหวัด ๔ จังหวัด เพื่อมุ่งมั่นพัฒนาให้เป็นจังหวัดคุณธรรมเชิงคุณภาพ โดยใช้กระบวนการทางวิชาการรองรับ ประกอบด้วย ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงราย, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดอุดรธานี, ภาคกลาง : จังหวัด พระนครศรีอยุธยา และภาคใต้ : จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ได้ขยายผลการขับเคลื่อนการพัฒนา คุณธรรมเชิงพื้นที่ไปยังจังหวัดข้างเคียงตามภูมิภาคต่างๆ โดยยึดโมเดลจังหวัดคุณธรรมต้นแบบในการ ขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม ระยะ ๑-๓ ปี ได้แก่ ภาคเหนือ : จังหวัดน่าน จังหวัดลำปาง จังหวัดแพร่ จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดอุตรดิตถ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดหนองคาย จังหวัดกาฬสินธุ์และจังหวัดมุกดาหาร ภาคกลาง : จังหวัดระยอง และจังหวัดสุพรรณบุรี ภาคใต้ : จังหวัดพังงา และจังหวัดชุมพร ทั้งนี้ ศูนย์คุณธรรม และจังหวัดนำร่องจะเข้าไปเชิญชวนให้หน่วยงาน องค์กร และชุมชน ในจังหวัดขยายผล เข้ามาร่วมกันขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม ซึ่งมีจังหวัดคุณธรรมต้นแบบเป็นพี่เลี้ยง โดยใช้ กระบวนการเชิงวิชาการและมีการเชื่อมโยงบูรณาการความร่วมมือของเครือข่ายทางสังคม เกิดการรวมตัว ที่เข้มแข็ง มีพลังในการขับเคลื่อนคุณธรรมตามบริบทของแต่ละเครือข่ายภายในจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง (Area Base) ผ่านกระบวนการสมัชชาคุณธรรมที่มุ่งเน้นการบูรณการทุกภาคส่วนและ สร้างการมีส่วนร่วมของทุกหน่วยงาน มีการพัฒนาศักยภาพให้กับแกนนำ หน่วยงานองค์กรที่มีส่วนร่วมในการ ขับเคลื่อนผ่านการอบรม “นักส่งเสริมคุณธรรมเชิงพื้นที่” ให้สามารถเป็นตัวแทน แกนนำการส่งเสริมคุณธรรม ในองค์กรและในพื้นที่จังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการส่งเสริมพัฒนา “งานวิจัยและการจัดการ ความรู้” ด้านการส่งเสริมคุณธรรมเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการส่งเสริมคุณธรรมตามบริบทของแต่ละเครือข่าย และขยายผลในพื้นที่ต่อไป
๗ แนวคิดสำคัญในการส่งเสริมและขับเคลื่อนการพัฒนาคุณธรรมเชิงพื้นที่ (จังหวัดคุณธรรม) “คุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล เป็นปัจจัยสำคัญของความมั่นคงผาสุกของ ประเทศชาติ และประชาชน สังคมประเทศใดผู้นำและประชาชนมีคุณธรรม จริยธรรม การปกครองมีธรรมาภิ บาล สังคมประเทศนั้นจะเข้มแข็งมั่นคง ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน ในทางตรงกันข้าม หากสังคมประเทศ ใด ขาดเสียซึ่งคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล สังคมประเทศนั้นย่อมอ่อนแอ แตกแยก และอาจถึงขั้นล่ม สลายได้” ทำไมต้องส่งเสริมและขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม บทเรียนที่ศูนย์คุณธรรมได้เรียนรู้จากการขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณธรรมร่วมกับเครือข่ายทาง สังคม ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน อย่างต่อเนื่อง คือ การพัฒนาคุณธรรมความ ดี ที่เหมาะกับสังคมไทย(ตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)) ให้เกิดประสิทธิผลจริงนั้น นอกจากการพัฒนาองค์ความรู้นวัตกรรม การส่งเสริมการรวมพลังเครือข่ายทางสังคม การจัดสมัชชาคุณธรรม และการสื่อสารรณรงค์แล้ว จำเป็นต้อง สร้างรูปธรรมความสำเร็จของสังคมคุณธรรมในระดับพื้นที่ให้เกิดผล เชิงประจักษ์เป็นรูปแบบที่ชัดเจน สามารถนำไปขยายผลได้ โดยที่คณะกรรมการศูนย์คุณธรรมเห็นชอบใน แผนการส่งเสริม “จังหวัดคุณธรรม” จังหวัดคุณธรรมเป็นอย่างไร “สร้างบ้าน แปงเมือง” จังหวัดคุณธรรม คือ จังหวัดที่ประชาชน องค์กร หน่วยงาน เครือข่ายทางสังคมที่ทำงาน ส่งเสริมคุณธรรมความดีต่าง ๆ ที่มีอยู่ มีความตื่นตัว กระตือรือร้น ที่จะพัฒนาการทำงานด้านคุณธรรมของตน ให้ดีขึ้นมากขึ้น เปรียบเสมือนการ “สร้างบ้าน” แต่ละหลังให้เข้มแข็งเป็นชุมชนคุณธรรม องค์กรคุณธรรม ขยายสู่อำเภอคุณธรรม พร้อมกับการเชื่อมโยงประสานพลังกับองค์กรเครือข่ายทางสังคมอื่น ๆ เพิ่มขึ้น เช่น เครือข่ายโรงเรียนคุณธรรม ชุมชนคุณธรรม โรงพยาบาลคุณธรรม วัดและองค์กรทางศาสนา องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น (อปท.) สื่อมวลชน เป็นต้น และมีกระบวนการยกระดับการทำงานระหว่างเครือข่ายมาสู่ความ ร่วมมือที่มีเป้าหมายทางยุทธศาสตร์เพื่อการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน คือ การขับเคลื่อน “จังหวัดคุณธรรม” ตามบริบทที่เหมาะสมกับจังหวัดของตนเอง เปรียบเสมือนการ “แปงเมือง” ให้มั่นคงยั่งยืน
๘ แนวคิดการพัฒนาจังหวัดคุณธรรม ในฐานะเป็นจังหวัดคุณธรรมนำร่อง เป็นการพัฒนา ต้นแบบ (Prototype) ด้วยรูปแบบการเพิ่มคนดี องค์กรดี ชุมชนดี เครือข่ายดี ให้กับบ้านเมือง ที่เรียบง่าย ไม่ต้องอบรมชี้แจงมาก เน้น ททท (ทำทันที) ด้วยความร่วมมือร่วมใจของคนในสังคม โดยผสมผสานกับ กระบวนการทำแผนของส่วนราชการ แนวคิดนี้ ไม่ได้มุ่งทำให้เป็นจังหวัดที่ไม่มีปัญหาเรื่องคุณธรรม ซึ่งถ้า หากทำได้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ปัญหาทางด้านสังคม ที่เกิดจากฐานคุณธรรม ความดี ก็จะลดลง และเพิ่มในด้านคนดี องค์กรดี ชุมชนดีมากขึ้นได้ด้วย เป้าหมายการส่งเสริมและขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรมคืออะไร เพื่อสร้างสังคมคุณธรรมที่ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันในพื้นที่ หลักคุณธรรมความดีอยู่ใน วิถีการดำรงชีวิตของประชาชน วิถีปฏิบัติของชุมชน และการบริหารจัดการขององค์กรอย่างมั่นคง มีมาตรฐาน คุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลเพิ่มขึ้น ดีขึ้น
๙ ความสำเร็จ ๓ ระดับ ในการส่งเสริมและขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม ๑. กลุ่ม องค์กรเครือข่ายทางสังคมในจังหวัด เกิดการตระหนักและเข้าใจในเจตนารมณ์และ จุดมุ่งหมายการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดคุณธรรม เกิดการพัฒนาแกนนำ มีการแลกเปลี่ยนเรีย นรู้ การขับเคลื่อนสังคมคุณธรรม หรือโครงงานคุณธรรม ซึ่งกันและกัน มีการกำหนดเป้าหมายและข้อตกลงที่เป็น เจตนารมณ์ร่วมที่ชัดเจน ทำให้เกิดการรวมพลัง ทั้งจากภาคนโยบาย ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ทำให้ ประชาชนรับรู้ข้อมูลที่สำคัญอยู่เสมอ ๒. เกิดการยอมรับในระดับนโยบาย มีการประกาศวาระจังหวัด เป็นนโยบายการพัฒนา ของจังหวัด และผลักดันสู่ยุทธศาสตร์จังหวัด สามารถค้นพบรูปธรรมองค์กรดี คนดี ชุมชนดี เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สามารถจะเป็นต้นแบบที่ดีเพื่อการขยายผลในอนาคต และมีเวทีเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อเนื่อง ๓. ประชาชนจะมีความสุขมากขึ้น เนื่องจากมีส่วนร่วมในการทำความดี ได้รับรู้ ถึงสิ่งที่เป็น คุณธรรมความดีงาม ที่แต่ละภาคส่วน ได้ทำ และปัญหาทางสังคมที่เคยมี ลดลง เป็นผลกระทบที่ตามมา อีกทั้งยังสามารถพัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้เป็นต้นแบบที่ดี เพื่อการขยายผลและเชื่อมโยงเครือข่ายในจังหวัด อย่างไรเรียกว่ามีคุณธรรม การส่งเสริมจังหวัดคุณธรรมเป็นการสร้างความเข้มแข็งของพลเมืองในมิติของความดีซึ่งต้อง คู่กับการสร้างความสามารถ และความสุข ที่ยั่งยืน สืบทอดถึงลูกหลานในอนาคต คุณธรรม จึงหมายถึง สภาพความดี ที่ประชาชนพึงมีและพึงปฏิบัติในการดำเนิน ชีวิตประจำวัน ทั้งบุคคล ครอบครัว เช่น ความซื่อตรง ซื่อสัตย์ รับผิดชอบ ความพอเพียง จิตอาสา รู้ผิดชอบ ชั่วดี ละอายชั่วกลัวบาป ฯลฯ และการบริหารองค์กรที่ดี มีธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน จังหวัดคุณธรรม ไม่ใช่จังหวัดที่มีคุณธรรมความดีสมบูรณ์แล้ว แต่เป็นจังหวัดที่ มีกระบวนการและกลไกที่ช่วยลดความไม่ดี ลดสิ่งที่ทำให้ตนเองและคนอื่นเดือดร้อน และเพิ่มความดีให้ มีมากขึ้นอย่างมีเป้าหมายที่ชัดเจนร่วมกัน หลักการส่งเสริมและขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรมมีอะไรบ้าง จังหวัดคุณธรรม เป็นแนวคิดการขับเคลื่อนคุณธรรมโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง (Area Based) เป็น การบูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเห็นพ้องต้องกัน (Consensus) ในการขับเคลื่อน สังคมคุณธรรมอย่างเป็นขบวน โดยมีเป้าหมายไปสู่สังคมที่ใช้หลักคุณธรรมในการพัฒนาเป็นฐาน ซึ่งศูนย์ คุณธรรม ขอเสนอบทเรียนในการส่งเสริมเพื่อขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม ไว้เป็นหลักการ ดังนี้
๑๐ ➢ ระเบิดจากภายใน เกิดจากความต้องการของคนในพื้นที่ (สมัครใจ) เป็นความต้องการการเปลี่ยนแปลง และเห็นพ้องต้องกันของคนในจังหวัด เห็นปัญหา ตระหนักในคุณค่า และมีเป้าหมายการพัฒนา“สังคมคุณธรรม” ร่วมกัน เป็นไปตามความสมัครใจ ความเห็นพ้องต้องกัน และความพร้อมของคนที่เกี่ยวข้อง เพราะเป็นที่ปรากฏทางวิชาการโดยทั่วไป ว่า หากการพัฒนาใด ๆ ไม่เกิดจากความต้องการของคนในพื้นที่การพัฒนานั้นจะไม่ยั่งยืน เช่นเดียวกับการพัฒนาเรื่องคุณธรรม หากคนในองค์กรไม่ต้องการ ความสำเร็จที่ยั่งยืนย่อมไม่เกิด ➢ บริหารจัดการบนฐานคุณธรรม (เคารพและให้เกียรติกัน) การขับเคลื่อนงานให้ความสำคัญกับคุณธรรมความดี ทั้งในเชิงกระบวนการทำงาน และ บุคคล มากกว่าการใช้อำนาจ ตำแหน่ง การสั่งการ หรือการบังคับ โดยบูรณาการระบบ กลไกต่างๆ เข้ามาสนับสนุนการดำเนินงาน การไม่ใช้ฐานอำนาจเพราะคุณธรรมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายในใจ ไม่ สามารถสั่งได้โดยอำนาจภายนอก ถึงแม้จะสั่งก็จะได้ผลเพียงรูปแบบภายนอกไม่สามารถทำให้เกิด ความยั่งยืนได้ ดังนั้นจึงต้องใช้หลักให้ความดี “ระเบิดจากภายใน” คิดเองทำเองด้วย สมาชิก กลุ่ม หรือองค์กรภาคีเครือข่ายเอง ➢ รวมคนเข้า ไม่กันออก (มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ) เพราะความหลากหลายแตกต่างคือความงดงาม ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ การยอมรับ การให้ คุณค่า และเคารพซึ่งกันและกัน ทุกองค์กรเครือข่ายยังคงดำเนินกิจกรรมเพื่อเป้าหมายของตนได้ แต่ทุกภาคส่วนมีเป้าหมายและเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาร่วมกันในการขับเคลื่อน “จังหวัดคุณธรรม” ไม่กีดกันผู้อื่น หรือผูกขาดการทำความดี แต่ควรเชื่อมโยงอย่างเป็นขบวนการ การขับเคลื่อนจังหวัด คุณธรรม ต้องการการส่งเสริมให้เกิดการทำงานร่วมกันในทุกรูปแบบ ทุกภาคส่วน ทั้งเล็กและใหญ่ เพื่อหนุนเสริมกันจนเป็นพลังที่เข้มแข็ง มีคำกล่าวว่าคนไม่ดีรวมตัวกันง่าย คนดีรวมตัวกันยาก หากลองสังเกตดูอาจเป็นเพราะคนไม่ ดีไม่กังวลว่าใครไม่ดีกว่าใครเป็นข้อรังเกียจในการรวมตัวกัน แต่คนดีมักมีความรู้สึกว่าไม่อยาก รวมกลุ่มกับคนไม่ดี ดังนั้นในการรวมพลังภาคีเครือข่ายครั้งนี้จึงเน้นการรวมพลังส่วนดี ส่วนที่ไม่ดี *การขับเคลื่อนเรื่องคุณธรรม ผู้บริหารจึงต้องบริหารด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่อาศัย เงื่อนไขความรู้และคุณธรรม พิจารณาว่าเรื่องใดควรใช้ห่วง “เหตุ-ผล” ใช้คุณธรรมให้สมาชิกองค์กร เรียนรู้คุณธรรมโดยการคิดเองทำเองระเบิดจากภายใน หากเรื่องที่เป็นเรื่องสำคัญกระทบต่อความ อยู่รอด หรือเป็นหลักทางกฏหมาย ความเป็นธรรมขององค์กร ผู้นำควรใช้ห่วง “ภูมิคุ้มกัน” คือ สั่งการให้ชัดเจน เน้นฐานความรู้ ไม่ควรปล่อยให้ระเบิดจากภายใน จะไม่ทันการกับการแก้ไขปัญหา เมื่อ ผู้บริหารสร้างสมดุลระหว่าง การระเบิดจากภายในสร้างคุณธรรมและสั่งการใช้อำนาจในการวาง ภูมิคุ้มกันได้ ห่วงพอประมาณจะเกิดขึ้นในองค์กร
๑๑ ให้เป็นเรื่องของบุคคล กลุ่ม องค์กรไปแก้ไขเอง ไม่ตั้งข้อรังเกียจในการจับมือร่วมกันทำงานในส่วน ที่ดีที่เห็นพ้องร่วมกันของ สมาชิกและภาคีเครือข่าย แม้แต่คนที่คิดดี เราก็จะให้กำลังใจจนกว่าเขาจะ ทำได้ โดยทางปฏิบัติให้เน้นการชื่นชมให้กำลังใจคนทำดี (ถึงแม้ว่าเขายังพึ่งเริ่มทำ) ดีกว่าการกีดกัน ไม่ให้ร่วมกลุ่มทำความดี ค่อยขยายผลความดี ➢ เรียนรู้และพัฒนาต่อเนื่อง ( เริ่มทำที่ตนเอง เรียนรู้ ปรับปรุงแก้ไข) การทำงานเริ่มจากคิดเป็นระบบ ทำจากความเป็นจริง ทำอย่างปราณีต ต่อเนื่อง เรียนรู้ ร่วมกันท่ามกลางการปฏิบัติ ปรับปรุงพัฒนาอยู่เสมอ ทำงานตามบริบทของจังหวัดตนเอง เรียนรู้จาก ผู้อื่นได้ แต่ไม่ลอกเลียน และครอบงำผู้อื่น การพัฒนาคุณธรรมนั้นจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับ ต้นทุนคุณธรรมเดิมที่มีทั้งภายในและ ภายนอก ไม่อาจเร่งรัดให้เกิดความสำเร็จโดยไว หากเร่งรัด โดยเฉพาะจากผู้บริหารองค์กร หรือ ผู้บริหารเครือข่าย ก็อาจเกิดการพัฒนาปลอมๆ คือมีผลงานส่งให้ผู้บริหารดูแต่ไม่ได้เกิดการ เปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง นอกจากนี้คุณธรรม เป็นเรื่องที่อยู่ในจิตใจ ผู้ที่เกี่ยวข้องจึงต้องคอยสังเกต และติดตามอย่างจริงจังจึงจะค่อย ๆ เห็นความสำเร็จทีละน้อย ยิ่งประณีตก็จะยิ่งเห็นความสำเร็จที่ ปรากฎมาให้เห็นง่ายขึ้น ➢ ชื่นชมยกย่อง ยกย่อง เชิดชู ให้คุณค่ากับการทำความดี ทุกรูปแบบ และยกความสำเร็จ ให้เป็นเรื่องร่วม การขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรมไม่จำกัดรูปแบบในการขับเคลื่อน ไม่จำเป็นต้องรับการถ่ายทอดแนว ทางการดำเนินงานใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่เลือกเฉพาะศาสนาใดศาสนาหนึ่ง หรือชาติพันธุ์ใด ชาติพันธุ์หนึ่ง หากกลุ่มหรือภาคีเครือข่ายยังสามารถขับเคลื่อน “สังคมคุณธรรม” ไปได้ ยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ใน แต่ละปีเป็นเพียงทางเลือกให้กับผู้เริ่มต้นที่ยังไม่รู้ว่าจะแสวงหาความรู้จากที่ใด เท่านั้น แต่กระนั้น ก็ ควรจะมีการส่งเสริมยกย่องการทำความดีทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การทำความดี เป็น ภาพลักษณ์ที่สังคมนั้นๆ ยอมรับ ในอนาคต สร้างบรรยากาศ“มุทิตาจิต” ชื่นชมความดี ผู้นำควรเร่งรัดให้มีการดำเนินการ ททท. ทำทันที แต่ ไม่เน้นว่าผลงานต้องเกิดทันทีค่อยดูและความดีเล็กๆ ให้เกิดการขยายตัว
๑๒ กลยุทธ์ในการส่งเสริมและขับเคลื่อน “จังหวัดคุณธรรม” “ย้ำ” : การย้ำรากฐานความสำคัญในหลักคุณธรรมความดี ให้ดำรงอยู่ในวิถีชีวิต วิถีปฏิบัติ ของชุมชน องค์กรให้เข้มข้น แข็งขันมากยิ่งขึ้น เช่น หลักการให้ ความเอื้ออาทร ซื่อสัตย์ จิตอาสา กตัญญู กตเวที การดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น “โยง” : การเชื่อมโยงกลุ่มคน ขยายวงองค์กรที่ทำความดีให้เกิดการรวมพลัง “สร้างบ้าน แปลงเมือง” สร้างเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน คือ สังคมคุณธรรม อยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน ลดความทุกข์ เพิ่มความสุขให้มากขึ้น “ยก” : การส่งเสริมยกย่องความดี คนดี องค์กรที่ทำความดี ให้มีที่ยืนในสังคม “ขยาย” : การขยายผลความรู้ จากการทำความดีความงามไปสู่สังคม กลุ่มคนต่างๆ รวมถึง เยาวชนรุ่นใหม่ ให้มีการผลิตซ้ำความดีอย่างต่อเนื่อง รูปแบบการส่งเสริมและขับเคลื่อน “จังหวัดคุณธรรม” การขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม สามารถจะแยกแยะให้เห็นเป็นรูปแบบหลักๆ ได้ ๓ รูปแบบ ดังนี้ ๑. รูปแบบจากการขับเคลื่อนจากเครือข่ายที่หลากหลาย ขับเคลื่อนจากรูปธรรมล่างสู่บน ด้วยพลังของเครือข่าย ในจังหวัด และสามารถประสานภาคส่วนนโยบายจากภายนอก เข้าไปหนุนเสริมได้ เช่น กรณีจังหวัดพิจิตร โดยมีเครื่องมือหลัก คือ การให้แต่ละเครือข่ายทางสังคมในจังหวัดเสนอความดีที่อยากทำ และปัญหาที่อยากแก้ และมีการสร้างพื้นที่กลาง เพื่อการเรียนรู้ การยกย่อง ให้กำลังใจ และรางวัล ลักษณะ การขับเคลื่อนด้วยเครือข่าย อาจไม่เต็มพื้นที่ แต่เกิดการครอบคลุมทุกกลุ่มที่หลากหลาย เช่น กรณีจังหวัด พระนครศรีอยุธยา จังหวัดเชียงราย จังหวัดอุดรานี และจังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัด ร้อยเอ็ด ๒. รูปแบบการสร้างการมีส่วนร่วม แบบเต็มพื้นที่ เน้นการสร้างระบวนการพัฒนาเครื่องมือ กลาง ที่สามารถใช้ร่วมกันทั้งจังหวัด โดยผ่านกลไกระดับหมู่บ้าน ตำบล ด้วยการออกแบบเครื่องมือกลาง ร่วมกัน และประกาศใช้ทั้งจังหวัด เช่น กรณีจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ประกาศใช้ธรรมนูญสันติสุขหมู่บ้านพร้อมมกัน ทั้ง ๒,๔๓๖ หมู่บ้าน ๓. รูปแบบผสมผสาน เป็นการบูรณาการจากสองแบบข้างต้น โดยข้อกลางที่สำคัญคือ นายอำเภอ เป็นรูปแบบเปิดอิสระ ให้แต่ละกลุ่มเป้าหมาย ได้มีทางเลือกที่หลากหลาย ในการดำเนินการ เพื่อให้ เหมาะสมกับบริบทของตนเอง แต่มีความผสมผสานไปกับการนำนโยบายไปดำเนินการผ่านฝ่ายปกครอง มุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาที่สอดคล้องกับคุณธรรมหลักของจังหวัดที่ได้กำหนดร่วมกัน เช่น จังหวัดราชบุรี จังหวัดพัทลุง
๑๓ องค์ประกอบสำคัญของการเป็น “จังหวัดคุณธรรม” ๑. มีคุณธรรมหลัก ร่วมกัน ของจังหวัด เช่น พอเพียง วินัย มีน้ำใจ รับผิดชอบ จิตอาสา ซึ่ง จะต้องเป็นเป้าหมายร่วม ที่ต้องสะท้อนได้จากพฤติกรรมของคนในจังหวัด อย่างเป็นอัตลักษณ์ ๒. ตอบโจทย์ประเด็น ปัญหาร่วมที่สำคัญของจังหวัด คุณธรรมหลักที่กำหนดร่วมกันนั้น ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของปัญหาทางสังคมของจังหวัด เช่น ปัญหาหนี้สินเกษตรกร ปัญหาท้องก่อนวัยอันควร ปัญหาการเสพติดในบริโภคนิยม ปัญหาการขาดจิตสำนึกส่วนรวม เป็นต้น ๓. มีการขับเคลื่อน “เครือข่ายคุณธรรม” ซึ่งมาจากภาคส่วนต่างๆ เช่น ภาคชุมชนท้องถิ่น เครือข่ายสถานศึกษา เครือข่ายภาคธุรกิจ เครือข่ายสื่อมวลชน เครือข่ายองค์กรทางศาสนา เครือข่ายภาครัฐ เป็นต้น ๔. มีการขับเคลื่อนการเป็น “หน่วยงานคุณธรรม” ของหน่วยงานระดับจังหวัด ที่เป็น แรงผลักดัน และหนุนเสริม โดยมีบทบาทในการสนับสนุน ชื่นชม เชียร์ และช่วยเหลือ ตามความเหมาะสม ของแต่ละเครือข่าย ที่ต้องการสนับสนุน โดยที่ภาครัฐจะต้องไม่ไปดำเนินการแทน ๕. มีการขับเคลื่อน เชื่อมสู่ระดับฐานราก ในเชิงโครงสร้าง เกิดเป็นองค์กรคุณธรรมจากจุด เล็กๆ เชื่อมโยงเป็นชุมชนคุณธรรม ตำบลคุณธรรม อำเภอคุณธรรม ในจังหวัดนั้น พลังการเปลี่ยน ต้องทำไป อย่างสอดรับ เป็นระบบ กระบวนการส่งเสริมและขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรมทำอย่างไร กระบวนการส่งเสริมขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรมนั้น หากจะทำให้บรรลุความสำเร็จ ตามเป้าหมาย ๓ ระดับ ดังที่กล่าวมานั้น จะต้องอาศัยกระบวนการสำคัญ ๘ ขั้นตอน ดังต่อไปนี้ ❖ ชวนกันก่อการดี โดยการประสานแกนนำที่เชื่อมั่นว่าคุณธรรมความดีจะเป็นฐานสำคัญของการพัฒนา เป็น บุคคลที่มีประสบการณ์ในการทำงานจริง หรือมีความมุ่งมั่นอยากสร้างสังคมคุณธรรม ซึ่งอาจเป็นประชาชน ประชาสังคม ผู้นำศาสนา ภาคเอกชน หรือข้าราชการก็ได้ ไม่ติดยึดกับตำแหน่งเพียงอย่างเดียว ชักชวนคน เหล่านี้มาริเริ่ม ร่วมมือ และขยายวงออกไป ❖ ค้นหาความจริงของพื้นที่ ประเมินสถานการณ์ทางด้านคุณธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาลของคนและองค์กร ในระดับ พื้นที่และจังหวัด ค้นหาคุณค่า หรือต้นทุนที่จะแก้ปัญหา และพัฒนาคุณธรรมความดี ทั้งระดับบุคคล ระดับ หน่วยงานองค์กร รวมถึงค้นหาตัวอย่าง ต้นแบบของความสำเร็จเพื่อยกระดับต่อยอดขยายผล
๑๔ ❖ เชื่อมโยงประสานพลัง สร้างความสัมพันธ์ ความร่วมมือขององค์กรและเครือข่ายคุณธรรมความดี ทุกระดับ ทุก ประเภท จัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมมากที่สุด และสร้างสัญลักษณ์ที่แสดง ตัวตนและพลังของขบวนเครือข่ายคุณธรรม เช่น ธงคุณธรรม เป็นต้น ❖ พัฒนากลไกการขับเคลื่อน = ประชา + รัฐ : มีคณะทำงานที่เป็นกลไกที่มาจากบุคคลหน่วยงานองค์กรที่หลากหลาย ยืดหยุ่นคล่องตัว เหมาะสมกับสถานการณ์และบริบทของแต่ละจังหวัด โดยยึดหลักการมีส่วนร่วม ประสิทธิภาพ และความสุข ในการทำงานร่วมกัน กลไกการทำงานอาจแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากผู้ว่าราชการจังหวัด หรือเป็นกลุ่ม ประสานงานที่เหมาะสมก็ได้ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงกลไกการทำงานเป็นช่วงๆ ตามความเหมาะสม กับสถานการณ์ที่มีการประเมินร่วมกัน ❖ สร้างเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน ในจังหวัด บูรณาการ ยกระดับจากงานของแต่ละองค์กรเครือข่ายสู่การสร้างเป้าหมายการเปลี่ยนแปลง ร่วมกัน คือ การมุ่งเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเชิงบวก ของคนในจังหวัด โดยจัดกระบวนการมีส่วนร่วม ร่วมคิด ร่วมกำหนดรูปแบบกลาง ให้ได้เป้าหมาย แนวทาง และตัวชี้วัดความสำเร็จเชิงบวกร่วมกัน ❖ ลงมือทำตามแผน ลงมือปฏิบัติ ตามแผนงาน โครงการ กิจกรรม ที่ได้วางแผนร่วมกัน โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่ การ เรียนรู้ ไม่ยึดติดกับผลของการดำเนินกิจกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมุ่งสู่ผลลัพธ์/เป้าหมายที่คาดหวัง เพราะ กิจกรรมเป็นเพียงเครื่องมือ บางครั้งการดำเนินกิจกรรมล้มเหลวหากแต่ผู้เกี่ยวข้องเกิดการเรียนรู้ก็จะนำไปสู่ การปรับปรุงการพัฒนา เพิ่มประสิทธิภาพของงานในอนาคตต่อไป การปฏิบัติงานนั้นหมายรวมถึง ทั้งใน เครือข่ายของตน และงานร่วมของจังหวัดคุณธรรม ❖ พัฒนาเพื่อความมั่นคง ยั่งยืน การทำงานต้องทำซ้ำ และยกระดับงานให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ ตรวจสอบว่า ผลที่เกิดขึ้นนำไปสู่ การสร้างสังคมคุณธรรมในจังหวัดได้มากน้อยเพียงใด จะมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น เร็วขึ้นอย่างไร เมื่อทำได้ดีแล้ว ต้องขยายผลการดำเนินงานโดยการจัดการความรู้ที่เกิดขึ้น จัดทำสื่อรณรงค์เผยแพร่ การผลักดันเชิงนโยบาย และส่งเสริมให้คำแนะนำจังหวัดอื่นๆที่สนใจ ❖ สร้างข่าย ขยายผล เป็นการยกระดับการทำงานระดับจังหวัดสู่การรวมพลังขับเคลื่อนสังคมคุณธรรม ระดับประเทศ ให้เกิดแนวร่วมในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น โดยจัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พัฒนาองค์ความรู้และ นวัตกรรมร่วม และยกระดับสิ่งที่ได้ค้นพบไปสู่นโยบายสาธารณะ เพื่อให้สังคมเกิดการตื่นตัว และการปฏิบัติ อย่างแพร่หลาย กระบวนการขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรมที่ดีควรเชื่อมโยงบูรณาการกับการขับเคลื่อนงาน พัฒนาในประเด็นต่างๆ ภายในจังหวัดร่วมกับเครือข่ายด้านอื่นๆ อย่างเป็นขบวนร่วมกัน จนมีพลัง มากกว่าการทำงานเชิงเดี่ยว
๑๕ พลังขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรมคืออะไร พลังสำคัญที่ทำให้การส่งเสริมขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม ประสบความสำเร็จ ประกอบด้วย • พลังเครือข่ายทางสังคม : คือ พลังของเครือข่ายภาคประชาชน ประชาสังคม ภาคธุรกิจ และองค์กร นอกเหนือจากหน่วยงานภาครัฐ ที่มีบทบาทสำคัญ เป็นแนวหน้า หรือแกนกลางของการขับเคลื่อนงาน ที่ต่อเนื่อง • พลังทางนโยบาย : คือ พลังของราชการและการเมืองทั้งภายในจังหวัด โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัด การเมืองท้องถิ่น และระดับนโยบายส่วนกลาง ถ้าสนับสนุนจะทำให้การขับเคลื่อนงานรวดเร็ว กว้างขวางและมีประสิทธิภาพ กระบวนการขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม
๑๖ • พลังความรู้: คือ ข้อมูล และองค์ความรู้ที่จะเป็นฐานในการขับเคลื่อนงานได้อย่างถูกต้อง สอดคล้อง กับบริบทของพื้นที่ ตั้งแต่กระบวนการวิเคราะห์ วางแผน ดำเนินการ และประเมินผล • พลังศาสนา : คือ พลังทางจิตวิญญาณ ความเชื่อ ความดีงาม ที่มีการใช้สัญลักษณ์ทางศาสนา หรือ องค์กรทางศาสนา เข้ามาร่วมปฏิบัติขับเคลื่อน เสริมหนุน ชี้ให้เห็นถึงการละชั่ว กลัวบาป จะช่วยให้ การขับเคลื่อนทั้งจังหวัด มีประสิทธิภาพสูง • พลังสื่อสร้างสรรค์ : คือ เครื่องมือที่สร้างความเข้าใจ จิตสำนึก การมีส่วนร่วม การเรียนรู้ ขยายผล ที่ถ่ายทอดจากความจริงให้กับผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ พลังของสื่อมีความสำคัญและต้องยึดโยงสัมพันธ์ กันอย่างเกื้อกูล จึงจะมีประสิทธิภาพการเปลี่ยนแปลงไปสู่เป้าหมายได้ ตัวอย่างเครื่องมือ1 ที่ใช้ส่งเสริมและขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม ➢ สำรวจสถานการณ์คุณธรรมและต้นทุนชีวิต เพื่อประเมินตนเอง ให้เห็นศักยภาพและต้นทุนเพื่อการ พัฒนาในมิติด้านคุณธรรม โดยศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ➢ ธรรมนูญหมู่บ้าน ๙ ดี1 –เป็นกระบวนการนำจารีต ความเชื่อ ประเพณี และสิ่งที่ประชาชนเคารพ มา จัดทำเป็นข้อตกลงในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ที่ครบทุกมิติของของคนในพื้นที่ ภายใต้หลักศาสนา “ทำดี ละชั่ว กลัวบาป” ➢ แผนที่ความดี2 - เป็นเครื่องมือที่ใช้เพื่อค้นหาคุณค่าความดี คนดี เพื่อนำมาถอดองค์ความรู้ ยกย่อง ขยายผล ➢ ธนาคารความดี3 – เป็นกระบวนการสร้างเป้าหมายความสุขชุมชน และกระบวนการส่งเสริมการทำ ความดี ที่ผู้ทำได้ผลตอบแทนที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม ➢ ตัวชี้วัดความสุขชุมชน4 – เป็นกระบวนการค้นหาความดี ความสามารถ ความสุขร่วมของชุมชนใน อดีต ปัจจุบัน เพื่อสร้างเป้าหมายตัวชี้วัดความสุขในอนาคตร่วมกัน และสร้างกลไกกลางมาขับเคลื่อน โดยบทบาทของสภาผู้นำ แต่ละระดับ ➢ โครงงานคุณธรรม5 – เป็นกระบวนการส่งเสริมการพัฒนาในองค์กร และสถานศึกษา มีสโลแกน ในการดำเนินงานคือ “ร่วมกัน ทำดี อย่างมีปัญญา” เป็นการนำต้นแบบจากโครงงานวิทยาศาสตร์ ไปปรับใช้ 1 เครื่องมือต่างๆสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน) 2 รองศาสตราจารย์ประภาภัทร นิยม และ มิรา ชัยมหาวงศ์. รายงานการวิจัยแผนที่คนดี(People mapping). ศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน). 2547 3 องค์กรชุมชนตำบลหนองสาหร่าย อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี 4 แนวคิดจาก อาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม 5 พระมหาพงศ์นรินทร์ ฐิตวํโส คู่มือโครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ โครงการพัฒนาคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ “เยาวชนไทย ทำดี ถวายใน หลวง”.www.moralproject.net .2552
๑๗ ➢ ดัชนีชี้วัดความซื่อตรง 6 - เป็นเครื่องมือวัดความซื่อตรงที่สอดคล้องกับหลักประสิทธิภาพประสิทธิผล การดำเนินงานของตนเองที่นำไปสู่การพัฒนาและการบริหารจัดการที่มีธรรมาภิบาลขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ➢ การส่งเสริมองค์กรคุณธรรม (7) – เป็นกระบวนการส่งเสริมเพื่อพัฒนาองค์กรคุณธรรม ในมิติต่างๆ ที่เหมาะสมกับบริบทองค์กร ตามแนวทางของคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ เช่น โรงงาน คุณธรรม โรงพยาบาลคุณธรรม ธุรกิจคุณธรรม อบต.คุณธรรม หน่วยงานภาครัฐคุณธรรม เป็นต้น ➢ ตลาดนัดความดี (8) - เป็นเครื่องมือเพื่อใช้ในการเปิดพื้นที่ความดีงาม ในการเสนอรูปธรรมการ ส่งเสริมคุณธรรม ในรูปแบบต่างๆ ที่เป็นต้นทุน ในจังหวัด พร้อมกับการเสนอประสบการณ์ในการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ขยายผล ➢ สมัชชาคุณธรรมจังหวัด (9) - เป็นพื้นที่กลาง ในการรวมพลังเครือข่ายต่างๆทางสังคม เพื่อการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการพัฒนาคุณธรรม ความดี การเสนอองค์ความรู้ใหม่ๆ การพัฒนาข้อเสนอ ทางนโยบายสาธารณะ และติดตามมติสมัชชาคุณธรรมในระดับพื้นที่ ➢ Moral Credit (10)- ระบบส่งเสริมความดีที่องค์กร หรือชุมชนนั้นๆ ได้กำหนดขึ้น เพื่อมารองรับการ ทำความดี เป็นการสร้างแรงจูงใจให้คนกล้าหาญ และเชื่อมั่นต่อการทำความดี ทั้งในรูปแบบเป็น รางวัล เป็นทุน เป็นโอกาสในการเข้าถึงสวัสดิการ รวมถึง เป็นการปกป้องคุ้มครอง และ ยกย่องเชิดชู คนทำความดีทุกรูปแบบ ซึ่งมีทั้งการให้กับบุคคล ( INDIVIDUAL) กับองค์กรหรือชุมชน (ORGANIZATION) และการจัดให้ระดับพื้นที่ (AREA) ➢ มาตรฐานด้านคุณธรรมและกระบวนการรับรอง การเป็นองค์กรส่งเสริมคุณธรรม (11) โดยยึด องค์ประกอบ 3 มิติ คือ ระบบและโครงการ กระบวนการปฏิบัติ และผลลัพธ์ ซึ่งอาจส่งเสริมหรือจัด ให้มีมาตรฐานด้านคุณธรรมสำหรับเครือข่ายทางสังคมที่แตกต่างกันไปก็ได้ เช่น มาตรฐานด้าน คุณธรรมสถานศึกษาคุณธรรม มาตรฐานสุขภาวะคุณธรรมภาคเอกชน มาตรฐานคุณธรรมและธรร มาภิบาล ➢ การชื่นชมยกย่องการทำความดีทุกรูปแบบ (Moral Award) (12) - ชื่นชมยกย่องการทำความดีทุก รูปแบบ รวมถึงเชื่อมโยงกับระบบมารองรับความดี ทั้งในรูปแบบที่เป็นตัวเงิน วาจา สัญลักษณ์ สิ่งของ โอกาส สิทธิและการคุ้มครองปกป้องผู้ทำความดี นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมและรูปแบบการทำงานอื่นๆ ที่สามารถนำมาประยุกต์เพื่อเชื่อมโยงไปสู่ การพัฒนาจังหวัดคุณธรรมได้ แม้ไม่ใช้ชื่อคุณธรรมโดยตรง แต่มีเนื้อหา การปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับคุณธรรม ความดี เช่น หมู่บ้านศีลห้า หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง หมู่บ้านแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง กองทุนสวัสดิการ ชุมชน ชุมชนตั๊กวา เป็นต้น 6 โครงการพัฒนาชุดเครื่องมือการประเมินความซื่อตรงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น.ศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน).2557 8 -9 เครื่องมือ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน)
๑๘ กลไกการส่งเสริมและขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม ๑. จัดตั้งกลไกการขับเคลื่อนคุณธรรม จังหวัด เพื่อวางแผนการดำเนินงานจังหวัดคุณธรรมและแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ประกอบด้วย ๑.๑ กลไกการส่งเสริมคุณธรรม ระดับนโยบาย ประกอบไปด้วยผู้บริหารระดับสูงในระดับจังหวัด และผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีหน้าที่ในการกำหนด นโยบาย แผนงานหลัก กำกับติดตามและสนับสนุน ปัจจุบันเทียบได้กับ อนุกรรมการส่งเสริม คุณธรรมระดับจังหวัด ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ซึ่งจะต้องอาศัยการทำหน้าที่ที่ยึดหลัก ๔ ช. คือ “ชม” ชื่นชมความดีแม้เพียงเล็ก ๆ “แชร์” เผยแพร่ความดีไปในจุดที่อาจต้องการตัวอย่าง ความดี “ช่วย” เมื่อทีมมีปัญหาอุปสรรคในการทำความดี หรือสนับสนุนให้ทำความดี “เชื่อม” หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยการประสานผ่านผู้นำองค์กร ผู้บริหารร่วมประเมินผลการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมด้านคุณธรรม โดยเฉพาะการประเมินเชิงคุณภาพที่แสดงใด้ยากด้วยตัวเลขเชิงปริมาณ ๑.๒ คณะทำงานเครือข่ายคุณธรรม คณะทำงานมีหน้าที่ในการวางแผนการปฏิบัติงาน และดำเนินการ สนับสนุนDระบวนการ พัฒนาคุณธรรม จริยธรรมและสร้างองค์ความรู้ด้านคุณธรรม และอำนวยการทั่วไปตลอดจนให้ คำแนะนำ ปรึกษา แก้ไขปัญหาต่างๆ ในการดำเนินงานของกลุ่มเครือข่ายทางสังคม เช่น คณะทำงาน เครือข่ายสถานศึกษาคุณธรรม เครือข่ายเอกชน เครือข่ายเด็กและเยาวชน เครือข่ายสื่อคุณธรรม เครือข่ายชุมชนคุณธรรม เป็นต้น ๑.๓ ทีมงานทางวิชาการส่งเสริมคุณธรรม ทีมฝ่ายวิชาการ หรือฝ่ายข้อมูลการขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม : ประกอบไปด้วยผู้ที่ สามารถศึกษารวบรวมข้อมูล รายงานสถานการณ์คุณธรรม รวบรวมกิจกรรมความดี ที่มีการค้นพบ นำมาจัดหมวดหมู่ เพื่อให้สะดวกในการค้นหา/เผยแพร่ (ไม่จำกัดว่าเป็นโครงการเล็กหรือใหญ่) ๑.๔ ทีมเครือข่ายปฏิบัติ • ทีมจิตอาสาขับเคลื่อนงานด้านคุณธรรม เป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลคนที่มีเป้าหมายร่วมกัน และอยากทำความดี ทำทันที ทำตามกำลังโดยไม่ต้องรอ ว่าจะมีคนทำด้วยหรือไม่ มีบทบาท ในการติดตามเสริมพลัง เมื่อทำแล้วพร้อมที่จะแชร์แบ่งปันช่วยเหลือให้ผู้ที่อยากทำตาม โดย การร่วมกิจกรรม ตามกระบวนการส่งเสริมคุณธรรม • ทีมองค์กร/หน่วยงาน หมายถึง คณะทำงาน กลุ่มจิตอาสาในองค์กร และชุมชน ที่ร่วมกันกัน กิจกรรมความดีเพื่อขับเคลื่อน “ปัญหาที่อยากแก้ ความดีที่อยากทำ” หรือการพัฒนา คุณธรรมระดับพื้นที่ ด้วยเครื่องมืออื่นๆ เช่น ธรรมนูญสันติสุขหมู่บ้าน ระดับบุคคล ครอบครัว กลุ่มคน • ทีมองค์กร/หน่วยงาน ระดับตำบล หมายถึงทีมงานระดับตำบลที่นำความดีเล็ก ๆ มาแก้ไข “ปัญหาที่อยากแก้ความดีที่อยากทำ” ระดับตำบล (ถ้ามี)
๑๙ • ทีมระดับอำเภอ หมายถึงทีมงานระดับอำเภอ ที่นำความดีเล็ก ๆ มาแก้ไข “ปัญหาที่อยากแก้ ความดีที่อยากทำ” ระดับอำเภอ (อำเภอคุณธรรม) การติดตามและรายงานผลการดำเนินงาน กระบวนการติดตามการขับเคลื่อนงานด้านคุณธรรม เป็นการติดตามที่ไม่เร่งรัดความสำเร็จ ตามตัวชี้วัด แต่เป็นการติดตามการดำเนินการ “กระบวนการส่งเสริมคุณธรรม” ติดตามการค้นหาต้นทุน ความดี(ใคร,หน่วยงานใหน,เรื่องอะไร) ติดตามการเปิดพื้นที่ให้ความดีเล็กๆ ได้มีการนำเสนอให้กับผู้บริหาร และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจขับเคลื่อนโครงการ (ใครเข้าร่วม , ที่ใหน ,เมื่อไหร่ , ผลหลังจากการเปิดพื้นที่ แล้วใครได้รู้อะไรเพิ่มเติมบ้าง) ให้ผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้กล่าว “ชม” ความดี ที่ได้รับจากการเปิดพื้นที่/ เยี่ยมชม “แชร์” ความดี “ช่วย” ในจุดที่ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องช่วยได้ “เชื่อม” จัดให้มีการประสานข้อมูล ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนโครงการ กระบวนการสรุปประเมินผลการส่งเสริมและขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม ควรมีการสรุป ตามแผนงานโครงการปกติของหน่วยงาน โดยใช้หลักเกณฑ์และแนวทางการส่งเสริมและคัดเลือกชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรม ตามแนวทางของคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ การติดตา มผล ความก้าวหน้าตามประกาศเจตนารมณ์ของจังหวัด ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ (กรณีที่เป็นโครงการ ด้านคุณธรรมที่สำคัญ หากมีการสรุปเชิงปัญหาอุปสรรค ควรสรุปด้วยว่าจะมีการ “ช่วย” หรือ “เชื่อม” อย่างไรจากกลไกแต่ละระดับหรือผู้เกี่ยวข้อง) การขับเคลื่อนงานด้านคุณธรรม ควรงดเว้นการตำหนิทุกกรณี “จัดให้มีการนำเสนอผลงาน ผ่านตลาดนัดความดี หรือสมัชชาคุณธรรมในแต่ละปี เน้นให้สะท้อนความคิดในแง่มุม “ชม แชร์ ช่วย เชื่อม” เพื่อขยายผลความดี”
๒๐ คณะอนุกรรมการส่งเสริม คุณธรรมฯ ระดับจังหวัด คณะท างานเครือข่าย ระดับจังหวัด คณะท างานเครือข่าย ระดับจังหวัด คณะท างานเครือข่าย ระดับจังหวัด คณะท างานเครือข่าย ระดับจังหวัด คณะท างานเลขาฯ ระดับจังหวัด คณะท างานวิชาการ คุณธรรม ระดับจังหวัด โครงสร้างการส่งเสริมและขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ คณะกรรมการ ส่งเสริมคุณธรรมฯ ระดับอ าเภอ ภาคีเครือข่าย คุณธรรม ระดับอ าเภอ ส่วนราชการ คุณธรรม ระดับอ าเภอ ท้องที่ คุณธรรม ระดับอ าเภอ ท้องถิ่น คุณธรรม ระดับอ าเภอ คณะท างานเลขาฯ ระดับอ าเภอ คณะท างานแผน/ วิชาการคุณธรรม ระดับอ าเภอ
๒๑ ระดับตำบล ระดับองค์กร/หน่วยงาน/กลุ่มบุคคล คณะกรรมการ ส่งเสริมคุณธรรมฯ ระดับต าบล ภาคีเครือข่าย คุณธรรม ระดับต าบล ส่วนราชการ คุณธรรม ระดับต าบล ท้องที่ คุณธรรม ระดับต าบล คณะท างานเลขา ฯ ระดับต าบล คณะท างาน วิชาการคุณธรรม ระดับต าบล คณะท างาน ส่งเสริมคุณธรรมฯ ระดับองค์กร กลุ่มสนใจ ระดับองค์กร กลุ่มสนใจ ระดับองค์กร กลุ่มสนใจ ระดับองค์กร กลุ่มสนใจ ระดับองค์กร คณะเลขาฯ ระดับองค์กร คณะวิชาการ คุณธรรม ระดับองค์กร
๒๒ ปัจจัยสำคัญ ที่มีผลต่อความสำเร็จของการส่งเสริมและขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม ๑.การมีบุคคลคุณธรรม และองค์กรคุณธรรมต้นแบบ จังหวัดทุกจังหวัดย่อมจะมีคนดี องค์กรที่ดี ที่มุ่งมั่นดำเนินการในจังหวัด ในรูปแบบต่างๆ ทั้งที่อยู่ในพื้นที่ หรือนอกพื้นที่ และเข้ามามีบทบาทสำคัญในบ้านเกิดตนเอง คนเหล่านี้ เราต้องมีแมวมอง สืบเสาะ และดำเนินการถักทอ เชื่อมร้อยพลัง โดยให้ทุกพลัง เป็นคนที่มีบทบาทสำคัญ ต่อการเปลี่ยนแปลง ไม่สูญเสียสถานะ และบทบาททางสังคมใดๆ หากบุคคลเหล่านี้ ทำงานร่วมกันได้ ย่อมมีพลังต่อการ เปลี่ยนแปลง ๒. การมีกลุ่มเครือข่ายที่พร้อมทำเรื่องคุณธรรมเป็นต้นทุน อาทิ เครือข่ายโรงเรียนคุณธรรม เครือข่ายผู้สูงอายุ เครือข่ายสวัสดิการชุมชน และเครือข่ายสาธารณสุขคุณธรรม เครือข่ายจิตอาสา ชมรม สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน สโมสรโรตารี เป็นต้น อาจกล่าวได้ว่า การขับเคลื่อนคุณธรรมในจังหวัด ต้องอาศัยแรง ของเครือข่ายต่างๆ ที่มีอยู่ในจังหวัดนั้นๆ มากกว่าโครงสร้างของส่วนราชการเท่านั้น ๓. การขับเคลื่อนคุณธรรม เริ่มจากฐานราก เริ่มต้นจากการเป็นจังหวัดคุณธรรม ควรเริ่มต้นจากประชาชนฐานราก หรือองค์กรต่างๆ ในจังหวัด ที่ได้มองเห็นสถานการณ์ปัญหาบ้านเมือง และแนวโน้มในอนาคต โดยเริ่มจากการค้นหาปัญหาที่ อยากแก้ และความดีที่อยากทำ หรือได้ลงมือแล้ว แต่ยังขาดพลังทางนโยบายสนับสนุน การมีผู้ว่าราชการ จังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการให้การสนับสนุน ติดตามประเมินผล สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะสำคัญของการ ขับเคลื่อนคุณธรรมในจังหวัด ที่เป็นปัจจัยของความสำเร็จ คือ ภาครัฐให้ความเห็นชอบ และภาคเครือข่ายร่วม ด้วยช่วยกันในการสร้างคุณธรรมให้เกิดขึ้นในพื้นที่ ๔. ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนคุณธรรมจังหวัด เพราะ ปัญหาด้านคุณธรรมเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสังคมวงกว้าง และเป็นวาระ ที่ประชาชน และเครือข่ายต่างๆ ให้ความสนใจ ดังนั้นการที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ความสนใจ และเข้ามามี ส่วนร่วมในการขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม มีบทบาทถือธงนำ จึงมีความสำคัญต่อการสร้างขวัญกำลังใจ ของเครือข่ายต่างๆ อย่างยิ่ง ๕. การประสานพลังเครือข่าย คือ มีการประสานเชื่อมโยงให้เกิดการรู้จัก สร้างความคุ้นเคย และผูกความสัมพันธ์ โดยมีเป้าหมาย ทิศทางร่วมกัน ช่วยเหลือกันเมื่อลงมือปฏิบัติ ต้องให้การช่วยเหลือ สนับสนุน ชื่นชม ยกย่อง ให้กำลังใจ การทำความดีทุกรูปแบบ ไม่ตำหนิกัน ขยายผล สื่อสาร ให้เกิดการรับรู้ และเป็นที่ยอมรับร่วมกันต่อสาธารณะ
๒๓ สิ่งที่ควรทำ และไม่ควรทำ ในการส่งเสริมและขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม • เป้าหมายสุดท้ายของการทำเรื่องคุณธรรม คือ ความสุข ความอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน หากทำแล้ว รู้สึกเป็นทุกข์ ไม่สบายใจ คนก็จะไม่อยากทำ ไม่อยากเข้าร่วม ต้องทำให้เป็นเรื่องสนุก แต่ทำอย่าง จริงจัง แข็งขัน และบันเทิง • ความดี มีมากมายในทุกพื้นที่ ในจังหวัด แต่ยังขาดการถักทอ เชื่อมร้อย เป็นพลัง ต้องสร้างพื้นที่ กลางเพื่อการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ผลักดันไปสู่จุดหมายร่วมให้ได้ • ทำงานด้านคุณธรรมความดี ต้องไม่ติดดี ไม่ยึดติดหัวโขน ไม่คิดว่าเราดีกว่าคนอื่น คนอื่นไม่ดีท่าเรา หรือเรายังไม่ดีพอ เท่าเขา ต้องรู้สึกมีใจปราถนาอยากทำดี • การขับเคลื่อนงานด้วยเครือข่ายคุณธรรม พึงระลึกไว้ว่า ไม่มีใครใหญ่กว่าใคร ไม่มีใครเป็นนายใคร ไม่มีใครสั่งการใครได้ ต้องเน้นการทำงานด้วยใจ ไม่มีการใช้อำนาจบังคับ • การทำความดี พึงระลึกเสมอว่า ต้องมีการสื่อสารต่อเนื่องบ่อยๆ ทำให้ตระหนัก และทุกคนเห็นคุณค่า เรื่องความดีงาม • ความสำเร็จของการทำเรื่องคุณธรรม คือ ได้ความสุข ไม่มุ่งตัวชี้วัดเชิงปริมาณ แต่อาจวัดผลได้จาก การที่ทุกข์ลดลง และความดีงามเพิ่มขึ้น เมื่อใดที่เห็นความสำเร็จ ให้นำความสำเร็จนั้น มาชื่นชม ด้วยกัน ให้เป็นความสำเร็จร่วม ไม่ยกมาอวดอ้าง เป็นของตนเองแต่ผู้เดียว • การขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม ความสำคัญอยู่ที่เครือข่ายและประชาชน ไม่ได้อยู่ที่โครงสร้างอำนาจ หรือรอแต่คำสั่งการของผู้ว่าราชการแต่เพียงผู้เดียว แต่ควรใช้โครงสร้างอำนาจเป็นเครื่องมือ สนับสนุนการขับเคลื่อนอย่าง แต่ไม่ติดยึด บทบาทของศูนย์คุณธรรมในการส่งเสริมและขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม ศูนย์คุณธรรม มีนโยบายส่งเสริมเพื่อขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรมที่เน้นตามความสมัครใจ และ ความพร้อมของผู้เกี่ยวข้องในแต่ละจังหวัด ควบคู่กับการประเมินสถานการณ์ต้นทุน ศักยภาพ โอกาส และ ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง โดยมีบทบาทภารกิจ ดังนี้ ❖ ด้านการประสานเชื่อมโยง • เชื่อมโยงแกนนำผู้ก่อการดี ในทุกภาคส่วนของสังคม • ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย ๕ กระทรวงหลัก ในคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ประกอบไปด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวง สาธารณสุข กระทรวงวัฒนธรรม • เชื่อมโยงและสนับสนุนการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กิจกรรม องค์กรคุณธรรมของ เครือข่ายด้านคุณธรรมความดีทุกภาคส่วน
๒๔ ❖ ด้านองค์ความรู้และนวัตกรรม • สนับสนุนการวิจัย และการประเมินสถานการณ์คุณธรรม จัดทำข้อมูลองค์ความรู้/องค์กร คุณธรรมต้นแบบ • พัฒนาศักยภาพแกนนำ วิทยากรส่งเสริมคุณธรรม ให้ครอบคลุมหลากหลาย ในทุกพื้นที่ • ร่วมออกแบบการทำงาน เชื่อมโยงแผนงาน เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามแผนงาน จังหวัดคุณธรรม • สนับสนุนองค์ความรู้ การเรียนรู้ และการจัดการความรู้ จากการปฏิบัติภายในจังหวัดและ ระหว่างจังหวัดอย่างเหมาะสม ❖ ด้านการสื่อสารและขยายผลต่อสาธารณะ • สนับสนุนการจัดงานสมัชชาคุณธรรมจังหวัด หรืองานตลาดนัดความดี ในระดับจังหวัด • การสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เชื่อมโยงความรู้ เข้าสู่เวทีสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ • การสื่อสารสาธารณะ ผลงานของจังหวัดนำร่องทุกช่องทาง ทั้งนี้ การสนับสนุนบุคลากร และงบประมาณ ตามบทบาทข้างต้นเป็นไปตามความพร้อม ของศูนย์คุณธรรมในแต่ละปี โดยศูนย์คุณธรรม พร้อมให้การสนับสนุนกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างจังหวัดหรือพื้นที่ต่างๆ และพร้อมให้คำปรึกษา เติมเต็มความรู้ และช่วยสร้างแรงให้กับจังหวัด ขยายผลอื่นๆ ที่สนใจดำเนินการ
๒๕ ส่วนที่ ๓ เครื่องมือการส่งเสริมคุณธรรม ตามที่ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ได้ร่วมมือกับ ๘ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแพร่ จังหวัด น่าน จังหวัดลำปาง จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดหนองคาย จังหวัดระยอง และจังหวัดพังงา ในการขับเคลื่อนคุณธรรมเชิงพื้นที่ จังหวัดคุณธรรม ที่สอดคล้องกับแนวทางของแผ นปฏิบัติการด้าน การส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๖๖-๒๕๗๐) มีเป้าหมายการขับเคลื่อนต่อเนื่อง ๓ ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๖๘ และในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา ทั้ง ๘ จังหวัด ได้มีการประกาศเจตนารมณ์ ความร่วมมือของหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ การปรึกษาหารือ การจัดกิจกรรมสมัชชาคุณธรรม การจัดตั้งกลไก เครือข่ายทางสังคมเพื่อรองรับการขับเคลื่อนสู่การเป็นจังหวัดคุณธรรมอย่างเป็นรูปธรรม และเพื่อให้เกิด การแปลงเจตนารมณ์ความร่วมมือสู่การปฏิบัติ และพัฒนาแกนนำในการขยายผลการขับเคลื่อนคุณธรรม อย่างต่อเนื่อง นั้น ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จึงมีแผนการจัดประชุม เชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพ “นักส่งเสริมคุณธรรมเชิงพื้นที่ ระดับจังหวัด” ให้กับผู้แทนหน่วยงานองค์กร เครือข่ายที่เข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์การขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม ในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา ได้มีความรู้ความเข้าใจแนวทางการขับเคลื่อนคุณธรรม เรียนรู้เทคนิคและกระบวนการใช้เครื่องมือการส่งเสริม คุณธรรม และการแปลงเจตนารมณ์สู่การปฏิบัติตามบริบทของแต่ละองค์กร รวมถึงให้เกิดการเชื่อมโยง บูรณา การความร่วมมือการขับเคลื่อนคุณธรรมของแต่ละเครือข่าย อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จึงได้รวบรวมเครื่องมือการส่งเสริมคุณธรรม ที่เป็นประโยชน์ ต่อการใช้เป็นแนวทางการขับเคลื่อนคุณธรรม ในระดับองค์กร ระดับชุมชน ระดับอำเภอ และระดับจังหวัด ทั้งหมด ๖ เครื่องมือ ดังนี้ เครื่องมือที่ ๑ การส่งเสริมและประเมินองค์กรคุณธรรม ตามแนวทางแผนปฏิบัติการ ด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 - 2570) เครื่องมือที่ ๒ มาตรฐานด้านคุณธรรมเครือข่ายทางสังคม (องค์กรคุณธรรม) เครื่องมือที่ ๓ โครงงานคุณธรรม เครื่องมือที่ ๔ ธรรมนูญหมู่บ้าน/ชุมชนเมือง เครื่องมือที่ ๕ เครดิตความดี Moral Credit เครื่องมือที่ ๖ สื่อส่งเสริมคุณธรรม โดยมีรายละเอียด ดังต่อไป
๒๖ เครื่องมือที่ ๑ การส่งเสริมและประเมินองค์กรคุณธรรม ตามแนวทางแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 - 2570)
๒๗ เครื่องมือที่ ๑ การส่งเสริมและประเมินองค์กรคุณธรรม ตามแนวทางแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 - 2570) คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติได้กำหนดคุณธรรม 5 ประการ “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู” นำสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ คือ เป็นคนเก่ง คนดี มีคุณธรรม น้อมนำหลักธรรม ทางศาสนา ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และรักษาสืบสานวิถีชีวิตวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม ให้เกิดกระบวนการทางสังคม 3 ประเด็น ได้แก่ 1) การบ่มเพาะจิตใจด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพคนและองค์กรเครือข่าย 2) การส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีพฤติกรรมที่สะท้อนคุณธรรมในระดับบุคคล 3) การเสริมสร้างขีด ความสามารถของกลไกเพื่อการขับเคลื่อนและส่งเสริมคุณธรรม เป้าหมายหลักของแผน คือ คนไทยมีพฤติกรรมที่สะท้อนการมีคุณธรรมเพิ่มมากขึ้น มุ่งสู่สังคมคุณธรรมที่ คนไทยอยู่ร่วมกันด้วยความสมานฉันท์ ภายใต้หลักธรรมทางศาสนา ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และวิถี วัฒนธรรมไทยที่ดีงาม และประเทศไทยปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อเป็นการส่งเสริมและขยายผลการขับเคลื่อนคุณธรรมของสังคมไทยให้ครอบคลุมทุกมิติ คณะกรรมการ ส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายหลักการส่งเสริมและพัฒนาในระดับชุมชน องค์กร อำเภอ และ จังหวัด โดยใช้เกณฑ์การส่งเสริมและพัฒนา ๙ ข้อ ๓ ระดับ เป็นแกนหลักเหมือนกันแต่มีรายละเอียดเนื้อหาต่างกัน ตามบริบทของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย
๒๘ หลักเกณฑ์และตัวชี้วัด เพื่อการส่งเสริมและคัดเลือกองค์กรคุณธรรม ตามแนวทางของคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ การวัดองค์กรคุณธรรมเป็นกระบวนการสำคัญ ที่เน้นการใช้เครื่องมือให้แต่ละองค์กรสำรวจความก้าวหน้า และผลการดำเนินงานนำไปสู่การพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น โดยเป็นการวีดเทียบกับตนเองก่อนและหลังการดำเนินการ เพื่อยกระดับการพัฒนาคุณธรรมขององค์กรให้ดีขึ้น มีองค์ประกอบตัวชี้วัดและเกณฑ์การประเมินแบ่งได้เป็น ๙ ข้อ ๓ ระดับ ระดับที่ ๑ องค์กรส่งเสริมคุณธรรม ระดับที่ ๒ องค์กรพัฒนาคุณธรรม ระดับที่ ๓ องค์กรคุณธรรม ต้นแบบ เส้นทางสู่องค์กรคุณธรรม : ๖ ขั้นตอนสู่ความสำเร็จ ๑. ทบทวนต้นทุนความดี - ปรัชญา/เจตนารมณ์องค์กร - ค่านิยม/วัฒนธรรมองค์กร - ปฏิทินความดีขององค์กร - บันทึกร่องรอยความสำเร็จขององค์กร - แบบอย่างที่ดีขององค์กร ๒.สร้างภาพฝันร่วมกัน - พฤติกรรมคนในองค์กรที่อยากเห็น - คุณธรรมเป้าหมายขององค์กร - ปัญหาที่อยากแก้ - ความดีที่อยากทำ
๒๙ ๓.ออกแบบกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม- ตั้งทีมงาน- กำหนดกิจกรรม/จัดทำแผน- กำหนดข้อตกลงคุณธรรม /มาตรการ - เสริมสร้างสภาพแวดล้อมองค์กร ๔.ดำเนินกิจกรรม จนเป็นวิถี- ดำเนินงานตามแผนงานโครงการ ข้อตกลงคุณธรรม- ดำเนินงานให้เป็นวิถี ๕.สรุปบทเรียน และรายงานผล- เรียนรู้ แลกเปลี่ยน- จัดการความรู้เพื่อการสื่อสาร- สรุปบทเรียน ผลการดำเนินงานและจัดทำรายงานผล ๖.ชื่นชมยกย่องและขยายผลความดี - ยกย่อง ชื่นชมความดีทุกรูปแบบ - ขยายผลความดี
๓๐ องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับ “การส่งเสริมและประเมินองค์กรคุณธรรม” ที่ หน้าปก / ภาพ แสดงองค์ความรู้ ชื่อองค์ความรู้ QR-code ๑ แผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) ๒ คู่มือการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริม คุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) ๓ สรุปสาระสำคัญ แผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริม คุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) ๔ แนวทางส่งเสริมองค์กรคุณธรรม ๕ คู่มือการประเมิน ชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัด คุณธรรม ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริม คุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๖๖ - ๒๕๗๐)
๓๑ เครื่องมือที่ ๒ มาตรฐานด้านคุณธรรม ของเครือข่ายทางสังคม
๓๒ เครื่องมือที่ ๒ มาตรฐานด้านคุณธรรม ของเครือข่ายทางสังคม โดย ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) มาตรฐานด้านคุณธรรม เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมและขับเคลื่อนคุณธรรมสำหรับองค์กร โดย มาตรฐานด้านคุณธรรมไม่ได้มีจุดมุ่งหมายในการวัดหรือการประเมินองค์กร เพื่อให้คุณหรือให้โทษแต่เป็นแนวทาง เพื่อให้องค์กรได้ประเมินตนเองให้รู้ศักยภาพสถานการณ์องค์กรและนำไปสู่การพัฒนาองค์กรที่มีการดำเนินงาน อย่างมีคุณธรรมได้อย่างเป็นระบบ มาตรฐานด้านคุณธรรม จะเป็นเพียงไกด์ไลน์หรือแนวทางที่ไม่เน้นการจัดอันดับหรือการตรวจ ประเมินเพื่อให้องค์กรร่วมกันค้นหาและตรวจสอบตนเองตามบริบทขององค์กรซึ่งการส่งเสริมคุณธรรมในองค์กร โดยนำมาตรฐานด้านคุณธรรมนี้ไปเป็นแนวทางในการเริ่มต้นพัฒนาคุณธรรมในองค์กรสามารถเพิ่มข้อคุณธรรม และพัฒนามาตรฐานด้านคุณธรรมที่เหมาะสมกับองค์กรได้เองโดยศูนย์คุณธรรมจะทำหน้าที่ในการส่งเสริม กระบวนการรวมถึงให้คำแนะนำหรือเป็นพี่เลี้ยงให้กับองค์กร มาตรฐานด้านคุณธรรมประกอบด้วยคุณธรรม 5 ด้านได้แก่ ๑. พอเพียง ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผลรอบรู้ รอบคอบและการมีภูมิคุ้มกันที่ดี ๒. วินัย ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ การปฏิบัติตามข้อตกลงกฎกติกาและแบบแผนการ ทำหน้าที่ของสมาชิกในองค์กรและความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย ๓. สุจริต ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบ ได้แก่ ความโปร่งใสและธรรมาภิบาลขององค์กร ๔. จิตอาสา ประกอบด้วย 1 องค์ประกอบได้แก่การทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและ องค์กรด้วยความสมัครใจไม่หวังผลตอบแทน ๕. กตัญญูประกอบด้วย 2 องค์ประกอบได้แก่การสำนึกความดีและการตอบแทนความดี นอกจากนี้คุณธรรมแต่ละด้านมีมิติการดำเนินงานเชิงระบบ 3 ส่วน คือ ๑. ระบบ (System) ประกอบด้วย โครงสร้างและกลไก การริเริ่มนโยบาย วิสัยทัศน์วางแผนวาง ระบบกลไกโครงสร้างการดำเนินงานและการกำหนดคุณธรรมร่วมขององค์กร ๒. ปฏิบัติการ (Process) การดำเนินงานและกิจกรรมขององค์กร ๓. ผลลัพธ์(Outcome) คือ สิ่งที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานขององค์กรและมีประเด็นพิจารณา ประกอบเพื่อให้มาตรฐานมีความชัดเจนและเป็นรูปธรรม
๓๓ อย่างไรก็ตาม องค์กรสามารถลดข้อคุณธรรมหรือเพิ่มเติมคุณธรรมข้ออื่นตามบริบทขององค์กรได้ โดยนิยามข้อคุณธรรมนั้นๆว่ามีองค์ประกอบอะไรบ้าง และการจะไปสู่คุณธรรมนั้นต้องมีการพัฒนาโครงสร้างและ กลไกปฏิบัติการอย่างไร ควรมีวิธีการอย่างไรที่จะทำให้เกิดคุณค่ามีชีวิตชีวา และผลลัพธ์อย่างไรร่วมกันกับสมาชิก ขององค์กร มาตรฐานด้านคุณธรรม เหมาะกับองค์กรที่ยังไม่เคยได้เข้าร่วมการพัฒนาองค์กรคุณธรรม หรือ องค์กรที่เพิ่งเริ่มต้นที่ต้องการพัฒนาองค์กรไปสู่ความเป็นองค์กรคุณธรรมหรือต้องการพัฒนาองค์กรในมิติ ด้านคุณธรรม ซึ่งการเข้าสู่กระบวนการพัฒนามาตรฐานด้านคุณธรรมจะทำให้องค์กรเกิดความเข้าใจเกี่ยวกับ กระบวนการพัฒนาองค์กรคุณธรรม เช่น การจัดทำเป้าหมาย วิธีการที่จะนำไปสู่เป้าหมาย การทดลองปฏิบัติ รวมถึงได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นทั้งภายในองค์กรและภายนอกองค์กรเพื่อนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบท ของตนเองอย่างไรก็ตามองค์กรที่พัฒนาองค์กรคุณธรรมอยู่แล้ว ก็สามารถนำมาตรฐานด้านคุณธรรมและ กระบวนการไปปรับประยุกต์ได้เช่นกัน โดยไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับขั้นตอนหรือทำในทุกขั้นตอน ซึ่งบางองค์กร อาจนำมาตรฐานคุณธรรม เป็นเครื่องมือเพื่อประเมินหรือพิจารณาเทียบเคียงกับการมอบรางวัลต่างๆ อีกส่วนหนึ่ง ได้ด้วย กระบวนการส่งเสริมการสร้างและพัฒนามาตรฐานด้านคุณธรรม (Key process) การ ขับเคลื่อนการส่งเสริมคุณธรรมในองค์กร ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ได้กำหนดกรอบแนวทางเบื้องต้น ที่สอดคล้องกับกรอบแนวคิดหลัก Key concept เพื่อประยุกต์ใช้ในกระบวนการส่งเสริมคุณธรรมการสร้างและ พัฒนามาตรฐานด้านคุณธรรมประกอบด้วยกระบวนการ 7 ขั้นตอนดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ประเมินตนเองตามมาตรฐานด้านคุณธรรมองค์กร โดยนำแบบประเมินมาตรฐาน ด้านคุณธรรมของศูนย์คุณธรรม มาประเมินองค์กรแบบมีส่วนร่วมจากสมาชิกองค์กรที่เกี่ยวข้อง ทั้งในในมิติของ ระบบ ปฏิบัติการ และผลลัพธ์ ขั้นตอนที่ 2 วิเคราะห์สิ่งที่ทำได้ดีและโอกาสในการส่งเสริมคุณธรรมองค์กร โดยนำผลการ ประเมินมาวิเคราะห์สิ่งที่องค์กรทำได้ดีตามมาตรฐานด้านคุณธรรมในมิติต่างๆและค้นหาโอกาสในการพัฒนาโดย อาจนำแบบอย่างที่ดีจากทั้งภายในและภายนอกองค์กรมาเชื่อมโยงให้เห็นโอกาสใหม่ๆในการพัฒนาและส่งเสริม คุณธรรมต่อไป ขั้นตอนที่ 3 ออกแบบภาพเป้าหมายที่ต้องการและกำหนดพันธกิจการส่งเสริมด้านคุณธรรม องค์กร โดยการประมวลภาพเป้าหมายที่ต้องการเห็นในกรอบระยะเวลาที่องค์กรคาดหวัง หรือกำหนดวิสัยทัศน์ ด้านคุณธรรมเพื่อให้ทุกคนเห็นภาพเป้าหมายร่วมกันชัดเจนและกำหนดพันธกิจหรือทำหน้าที่ที่ตอบสนองเป้าหมาย การส่งเสริมด้านคุณธรรมนั้น ขั้นตอนที่ 4 กำหนดมาตรฐานคุณธรรมขององค์กร ทบทวนและกำหนดมาตรฐานคุณธรรมที่ จะใช้เป็นแนวทางหลักที่องค์กรจะขับเคลื่อนการส่งเสริมคุณธรรมโดยมาตรฐานคุณธรรมนั้น ควรมีความสอดคล้อง กับมาตรฐานด้านคุณธรรมของศูนย์คุณธรรม และมาตรฐานคุณธรรมอื่นที่องค์กรประยุกต์ใช้อยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ ควรกำหนดมาตรฐานที่ทุกคนยอมรับและพร้อมปฏิบัติและควรมีการกำหนดตัวชี้วัดหรือสิ่งที่บอกได้ว่าผลลัพธ์ที่ทุก คนปฏิบัตินั้นจะบรรลุความสำเร็จ
๓๔ ขั้นตอนที่ 5 จัดทำแผนส่งเสริมคุณธรรมและกำหนดวิธีการวัดผลความสำเร็จ เมื่อมีเป้าหมาย และกำหนดหน้าที่พร้อมมาตรฐานด้านคุณธรรมขององค์กรชัดเจนแล้วองค์กรควรจัดทำแผนส่งเสริมคุณธรรม เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายและมาตรฐานด้านคุณธรรมขององค์กร ที่กำหนดไว้โดยสามารถจัดทำเป็นแผนระยะ สั้นหรือระยะยาว ขึ้นอยู่กับการจัดลำดับความสำคัญและความยากง่ายในการดำเนินงาน กำหนดกิจกรรม ผู้ที่เกี่ยวข้องและแนวทางในการสื่อสาร พร้อมทั้งกำหนดการวัดผลความสำเร็จของแผนส่งเสริมคุณธรรม เพื่อองค์กรใช้ในการติดตามผลการดำเนินงาน ทั้งนี้การวัดผลความสำเร็จทำได้ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ ให้สะท้อนความเจริญงอกงามตามมาตรฐานด้านคุณธรรมที่องค์กรกำหนด ขั้นตอนที่ 6 ดำเนินการตามแผนส่งเสริมคุณธรรม โดยนำแผนไปสู่การถ่ายทอดยังผู้ที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการตามแผนส่งเสริมคุณธรรมเป็นปกติต่อเนื่อง ให้มีชีวิตชีวา ขั้นตอนที่ 7 ทบทวนผลการส่งเสริมคุณธรรมตามแผนส่งเสริมคุณธรรม ติดตามผล การดำเนินงานตามแผนส่งเสริมคุณธรรมในลักษณะของการพิจารณาเทียบเคียงกันกับมาตรฐานด้านคุณธรรม ขององค์กร การพิจารณาผลลัพธ์ตามการวัดผลที่องค์กรกำหนด การสังเกตณเวลาที่ปฏิบัติงานรวมถึงการถอด บทเรียนจากการดำเนินการเพื่อนำผลการเรียนรู้จากการปฏิบัติไปปรับใช้ในการประเมินรอบต่อไปครั้งนี้ ทั้งนี้องค์กรสามารถนำกระบวนการส่งเสริมการสร้างและพัฒนามาตรฐานด้านคุณธรรม key success 7 ขั้นตอนไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม สอดคล้องกับกระบวนการหรือขั้นตอนต่างๆที่องค์กร ดำเนินการอยู่ โดยแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการนั้น หัวใจสำคัญ คือ การมุ่งเน้นที่กรอบความคิด หลัก Key concept ที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการนั่นคือการเรียนรู้และการตระหนักรู้ของคนในองค์กร หลักการดำเนินงานตามมาตรฐานด้านคุณธรรม Key concept ของศูนย์คุณธรรม (องค์การ มหาชน) ประกอบด้วย 1) ปลุกพลังบวก มุ่งเน้นการส่งเสริมวิธีปฏิบัติที่ดีของบุคคลหรือองค์กร หรือคุณค่าที่บุคคลหรือ องค์กรยึดถือปฏิบัติเพื่อเป็นแบบอย่าง ในการส่งเสริมคุณธรรมและสร้างแรงบันดาลใจให้เกิด การปฏิบัติในวงกว้าง 2) กระบวนการมีส่วนร่วม ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของสมาชิกในกระบวนการคิด ออกแบบวางแผนดำเนินการ สรุปผลและบทเรียนร่วมกันเพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ ร่วมกัน และเกิดพลังกลุ่มในการขับเคลื่อนแผนงานและแนวทางในการส่งเสริมคุณธรรม 3) กิจกรรมขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง การเริ่มต้นด้วยกิจกรรมเล็กๆในการส่งเสริมคุณธรรมให้ เกิดความสำเร็จและสะสมความสำเร็จอย่างสม่ำเสมอจะเป็นการเสริมแรงให้ผู้ร่วมสร้าง องค์กรมีกำลังใจที่จะขับเคลื่อนแผนงานและแนวทางต่างๆอย่างต่อเนื่องช่วยให้เกิดระบบการ ส่งเสริมคุณธรรมที่ยั่งยืน
๓๕ เครื่องมือที่ใช้ในการจัดกระบวนการ 1.Dialogue การสื่อสารภายในองค์กรที่มีลักษณะของการเปิดประเด็นสนทนาโดยกลุ่มคน เกิดเป็นวงสนทนาที่กำหนดกฎ กติกามารยาทในการสนทนาไว้เพื่อสร้างกระบวนการคิดร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีบทสรุป เหมาะสำหรับการพัฒนากระบวนการคิดเพื่อสร้างความเข้าใจในระดับที่อย่างลึก 2. Appreciative inquiry (AI) มุ่งเน้นจิตวิทยาเชิงบวกโดยค้นหาสิ่งที่ดีของบุคคลและองค์กร เพื่อนำมาสร้างสรรค์โอกาส และความเป็นไปได้ในการส่งเสริมคุณธรรมในองค์กร 3. Brainstorming การแสดงความคิดเห็นร่วมกัน ระหว่างสมาชิกในกลุ่ม เพื่อเป็นแนวทาง สู่การวางแผนการดำเนินงาน การค้นหาสาเหตุของปัญหาเพื่อให้สมาชิกในกลุ่มเสนอความคิดใหม่ๆขึ้นมา 4. Cause and effect diagram ผังแสดงเหตุและผล คือ ผังที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง คุณลักษณะของปัญหา (ผล) กับปัจจัยต่างๆ (สาเหตุ) ที่เกี่ยวข้องโดยแบ่งเป็นผลลัพธ์(ปัญหา) สาเหตุหลักหรือกลุ่ม ของปัญหา ปัจจัยรองและปัจจัยย่อย 5. World cafe เป็นรูปแบบหนึ่งของการทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วม ทุกคนได้มีส่วนร่วม ในการแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์และความคิดเห็นในประเด็นที่กลุ่มได้กำหนดไว้ 6. Story telling การเล่าเรื่องเป็นวิธีการหรือเครื่องมือประเภทหนึ่ง ของการจัดการความรู้ โดยการดึงเอาประสบการณ์หรือความรู้ที่อยู่ภายในของผู้เล่าออกมาเล่าให้ผู้คนอื่นฟัง ผู้ฟังสามารถ นำเอา ประสบการณ์หรือความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้กับการทำงานของตนเองได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเริ่มต้นในการศึกษา เรื่องนั้นๆใหม่ 7. Short-term and long-term planning ความรู้เกี่ยวกับการวางแผนระยะสั้นและระยะ ยาวเพื่อให้สามารถถ่ายทอดสู่การปฏิบัติได้ 8. Conversation feedback recognition (CFR) การสนทนาที่มีคุณภาพกระบวนการที่จะ ทำให้ทีมเกิดการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายอย่างต่อเนื่องโดยผ่านการสนทนาที่รองรับความจริงทุกด้านเพื่อสะท้อนให้ เห็นโอกาสในการพัฒนา นอกจากมาตรฐานด้านคุณธรรมกลาง ทีเป็นไกด์ไลน์นี้แล้ว ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ยังได้ส่งเสริมการพัฒนามาตรฐานด้านคุณธรรมเชิงลึก สำหรับกลุ่มเฉพาะ หรือที่เหมาะสมสำหรับเครือข่าย ทางสังคมอีกด้วย ซึ่งองค์ประกอบของมาตรฐานคุณธรรมนั้น จะล้อกับมาตรฐานด้านคุณธรรมกลาง ในสามมิติ คือ ต้องประกอบด้วยระบบ กระบวนการปฏิบัติและผลลัพธ์ ซึ่งจะมีรายละเอียดแยกย่อยกันไปตามบริบท โดย ภาคการศึกษาหรือโรงเรียน จะเน้นส่งเสริมการพัฒนามาตรฐานโรงเรียนคุณธรรม ภาคธุรกิจเอกชน จะเน้น ส่งเสริมมาตรฐานสุขภาวะคุณธรรมภาคเอกชน ภาคหมู่บ้านหรือ ชุมชน จะเน้นส่งเสริมมาตรฐานชุมชน เข้มแข็งเป็นสุข และกองทุนชุมชน ต่างๆ อาทิ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล จะเน้นการส่งเสริมมาตรฐาน คุณธรรมและธรรมาถิบาลของกองทุนสวัสดิการชุมชน เป็นต้น
๓๖ ผู้สนใจสามารถสอบถามได้ที่ สำนักส่งเสริมและขับเคลื่อนเครือข่ายทางสังคม ศูนย์คุณธรรม (องค์การ มหาชน) หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ 083-1999514 หรือที่ 02-6449900 ต่อ 123 หรือที่กลุ่มงานวิจัย นวัตกรรมและระบบพฤติกรรมไทย เบอร์ 02 644 9900 ต่อ 300 องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับ “มาตรฐานด้านคุณธรรม ของเครือข่ายทางสังคม” ที่ หน้าปก / ภาพ แสดงองค์ความรู้ ชื่อองค์ความรู้ QR-code 1 มาตรฐานโรงเรียนคุณธรรม ๒ คู่มือส่งเสริมการใช้มาตรฐานด้านคุณธรรม สำหรับองค์กร
๓๗ เครื่องมือที่ ๓ โครงงานคุณธรรม (Moral Project)
๓๘ เครื่องมือที่ ๓ โครงงานคุณธรรม (Moral Project) โครงงานคุณธรรมคืออะไร? “โครงงานคุณธรรม” หรือ โครงงานความดี เป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการทำความดี มีคุณธรรมแบบเชิงรุก (Active Learning) โดยให้ผู้เรียนที่เป็นเด็กและเยาวชนเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของ กิจกรรมการเรียนรู้นี้เอง ผ่านเทคนิควิธีการเรียนรู้แบบโครงงาน (Project Approach) โดยประเด็นที่เลือกทำโครงงานนั้นเกิดขึ้นมาจากความสนใจและความคิดริเริ่มของผู้เรียนเอง ซึ่ง อาจจะเป็นปัญหาที่ต้องการแก้ไข (problem based) หรือเป็นกิจกรรมดีๆ ที่ต้องการทำ (activity based) โดยเน้นการเรียนรู้ผ่านกระบวนการกลุ่มที่ลงมือปฏิบัติงานจริง ด้วยความพากเพียรพยายามอย่างจดจ่อต่อเนื่อง ในช่วงระยะเวลาที่ยาวนานพอสมควร (ต้องทำงานจริงไม่น้อยกว่า ๒ เดือน) ในลักษณะวิจัยปฏิบัติการ (action research) นำไปสู่การแก้ไขปัญหาด้านความเสื่อมทรามทางศีลธรรม และส่งเสริมการบ่มเพาะความดีมี คุณธรรมอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นระบบ รวมทั้งการขยายความมีส่วนร่วมไปสู่บุคคลต่างๆ ในสถานศึกษา และชุมชนของตนเองหรือชุมชนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยสรุป โครงงานคุณธรรม คือ กระบวนการเรียนรู้ด้านคุณธรรมจริยธรรมที่ให้ทุกคนได้รวมกลุ่มกันคิดลงมือ ทำและเรียนรู้ด้วยตนเองตั้งแต่เริ่มต้น ในการแก้ปัญหาและทำความดีต่างๆ ในชีวิตจริง (problem/situation based หรือ activity based learning) โดยเน้นที่กระบวนการกลุ่ม ที่ลงมือทำจริง ทำไปเรียนรู้ไป เมื่อทำเสร็จ แล้วต้องมีการถอดบทเรียนสรุปผล และนำเสนอสู่สาธารณะ (เด็กคิด เด็กทำ เด็กนำเสนอ) โครงงานคุณธรรม จึงมีความแตกต่างจากกิจกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรมโดยทั่วไป คือ ผู้เรียนต้องรู้สึก เป็นเจ้าของโครงงานตั้งแต่เริ่มต้น คิดริเริ่มเอง-ทำเอง มีที่มาที่ไปของแนวคิดในการทำโครงงงานที่ชัดเจน (ไม่ใช่ คิดทำอะไรขึ้นมาลอยๆ หรือทำตามคำสั่ง) เน้นกระบวนการกลุ่มเรียนรู้ให้เกิดการลงมือทำและเรียนรู้ไปด้วยกัน ตลอดสายไม่แยกส่วน ดังนั้น โครงงานคุณธรรมจึงเน้นความสำคัญของทักษะการเรียนรู้ต่างๆ ของผู้เรียน ตั้งแต่ทักษะการ สังเกต การสำรวจ การสัมภาษณ์ กระบวนการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดประเมินค่า คิดสร้างสรรค์ คิด นำเสนอ กระบวนการติดตามประเมินผล การถอดบทเรียน ตลอดจนทักษะการสื่อสารและนำเสนออย่างมีพลัง และที่สำคัญสำหรับโครงงานที่ทำต่อเนื่องหลายปี คือ กระบวนการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ให้ยังรู้สึกเป็นเจ้าของ โครงงานที่พร้อมจะสานต่อ ต่อยอด ปรับปรุง เพิ่มเติม ขยายผล ต่อไป จึงสามารถสรุปเป็นแก่นการเรียนรู้โครงงานคุณธรรมว่า “ร่วมกัน ทำดี อย่างมีปัญญา”
๓๙ กระบวนการเรียนรู้ที่ดี และสมบูรณ์ของโครงงานคุณธรรม เกิดจากการ “ร่วมกัน ทำดี อย่างมี ปัญญา” ร่วมกัน หมายถึง สร้างความเป็นกัลยาณมิตรต่อกันก่อน เป็นปัจจัยเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด จึงต้อง ออกแบบและจัดวางเงื่อนไขให้เกิดการ รวมกลุ่มกัน โดยมีองค์ประกอบโครงสร้างและความสัมพันธ์ที่ดีในกลุ่ม ให้สามารถดึงพลังด้านบวกของแต่ละคนออกมาหากันให้ได้มากที่สุด ทำดีหมายถึง ใฝ่ดี คิดดี ทำดี ได้เต็มตามศักยภาพของแต่ละคน จากการจัดวางเงื่อนไขกระบวนการ กลุ่มเรียนรู้ (group learning) ทำให้อิทธิพลกลุ่ม ชี้นำค่านิยมไปในทางใฝ่ดี คิดดี เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมสุข ร่วมทุกข์ แบ่งปันและช่วยเหลือกันอย่างเป็นกัลยาณมิตร ทำให้เกิดการ ซึมซับความดีจากกันและกัน พร้อมๆ กับมีการเรียนรู้ผ่านการลงมือ ทำงานจริง (learning by doing) อย่างมีปัญญา หมายถึง กระบวนการทางปัญญาเกิดขึ้นตลอดสาย ตั้งแต่เริ่มต้นระดมความคิด การ สังเกตสำรวจสภาพปัญหา ปัญญา ตระหนักรู้ในสถานการณ์ที่เป็นปัญหาแล้วสืบสาวถึงสาเหตุ การค้นคว้า หา ความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เพิ่มเติม การรวบรวมประมวลข้อมูล ปัญญาคิดวิเคราะห์คิดสังเคราะห์ คิดริเริ่ม สร้างสรรค์ การทำความคิด ให้ชัดและเป็นระบบ เกิดเป็นปัญญาปฏิบัติ (Practical Wisdom) องค์ประกอบสำคัญการทำโครงงานคุณธรรม 1. กระบวนการกลุ่มกัลยาณมิตร (Good Team Learning) เป็นการใช้อิทธิพลกลุ่มเพื่อนซึ่งมีพลัง มากที่สุดต่อผู้ที่อยู่ในวัยเยาวชน มากระตุ้น สร้างค่านิยมทำความดีร่วมกัน ตามหลักคิดที่ว่า “อย่าปล่อยให้ ความดีโดดเดี่ยว” โดยเริ่มต้นกำหนดให้มีแกนนำเป็นผู้ รับผิดชอบโครงงาน จากนั้นแสวงหากัลยาณมิตร เพิ่มเติม พร้อมเชิญมาเป็นที่ปรึกษาโครงการ 2. การสร้างความตระหนักและแรงบันดาลใจ (Realization & Inspiration) จำเป็นอย่างยิ่งที่ กัลยาณมิตร ที่ปรึกษา หรือวิทยากร จะต้องสร้างกระบวนการกลุ่มเรียนรู้ ระดมความคิดเห็น อภิปราย พร้อม แลกเปลี่ยน คิดวิเคราะห์เชื่อมโยง การตัดสินใจร่วมกันบนพื้นฐานความเป็นประชาธิปไตย จนเกิดความ ตระหนักชัดในประเด็นปัญหาที่เลือกมาด้วยการยอมรับในเหตุในผลของทุกคน 3. การเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง (Learning by doing) ส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญมากที่สุดในการ เรียนรู้และบ่มเพาะให้เกิดคุณธรรมจากภายในตัวผู้เรียนเอง การฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคความยากลำบาก การ เผชิญความขัดแย้ง การเรียนรู้จากความผิดพลาดล้มเหลว การฟื้นคืนกำลังใจ การมุ่งมั่นทุ่มเทในการทำงาน ความรู้สึกเป็นเจ้าของงาน 4. การวิจัยปฏิบัติการอย่างง่าย (Mini Action Research) โครงงานคุณธรรมนั้นเน้นการลงมือทำ ความดีอย่างเป็นระบบ จึงต้องมีการสำรวจ เก็บบันทึกข้อมูล ประมวลผล สรุปผล เพื่อประเมินการทำงานว่าได้ บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้หรือไม่ รวมทั้งการประเมินตนเอง แล้วนำผลการประเมินทั้งหมดมา ย้อนพิจารณาเพื่อปรับปรุงแก้ไข ข้อบกพร่อง และการต่อยอดขยายผลต่อไป
๔๐ 5. สื่อสารความดี(Communication for Continuity) การสื่อสารเผยแพร่ข้อมูลเรื่องราวการทำ โครงงานและผลของการทำงาน สู่สาธารณะอย่างน่าสนใจและเข้าใจได้ง่าย ในรูปแบบและช่องทางต่างๆ เช่น ป้าย นิทรรศการ วีดีทัศน์ เว็บบล็อค เพจเฟซบุ๊ค 6. การสร้างทีมเพื่อสืบทอด (Next Team Building) เป็นกระบวนการสำคัญจะทำให้โครงงาน ดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน เป็นการทำงานที่เปิดโอกาสให้มีการรับสมาชิก เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและ ปฏิบัติงานร่วมกัน มีการคิดวิเคราะห์และรับผิดชอบร่วมกัน ทำให้เกิดการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งจะส่งผลให้ โครงงานดังกล่าวมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ขั้นตอนการดำเนินงานโครงงานคุณธรรม ขั้นตอนที่ 1 การสร้างความตระหนักรู้ แรงบันดาลใจ ในการเลือกประเด็นปัญหามาคิดริเริ่มเป็น หัวข้อโครงงานคุณธรรม ขั้นตอนนี้ถือเป็นการเริ่มต้นกระบวนการกลุ่มเรียนรู้ที่สำคัญที่สุด ที่ทุกคนในกลุ่มเกิดการปรึกษาหารือ กันจนเกิดความรู้สึกร่วมกันหรือเห็นพ้องต้องกัน ในลักษณะ “ตระหนักรู้” ในสถานการณ์หรือสภาพปัญหาและ เกิดเป็น “แรงบันดาลใจ” ที่จะทำสิ่งดีงามเพื่อจะแก้ไขปัญหานั้นๆ ซึ่งอาจจะเกิดจากผู้เรียนเองโดยตรง หรือ โดยอ้อม อันเกิดจากการตั้งคำถามที่เป็นเงื่อนไขภายนอก มากระตุ้นให้เกิดความตระหนักรู้หรือแรงบันดาลใจ ขึ้นได้เอง อันจะนำไปสู่การตกผลึกทางความคิดของกลุ่มในการ “เลือกประเด็นปัญหา” ที่เป็นหัวข้อในการทำ โครงงานคุณธรรม ประเด็นความดีหรือประเด็นปัญหา ที่เลือกมาทำโครงงานนั้นมีที่มา ๒ ลักษณะด้วยกัน คือ (๑) ปัญหาที่อยากแก้หรือ (๒) ความดีที่อยากทำ ขั้นตอนที่ 2 การรวบรวมข้อมูลและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง เมื่อสมาชิกทุกคนในกลุ่มเห็นพ้องกันและตัดสินใจเลือกประเด็นปัญหาหรือหัวเรื่องได้แล้ว และได้รับ ความเห็นชอบจากที่ปรึกษาแล้ว จะเป็นขั้นตอนของการระดมความคิดวางแผนงานในเบื้องต้น โดยเริ่มจากการ ร่วมกันพิจารณาวิเคราะห์สภาพปัญหาแล้วสืบสาวไปหาสาเหตุและปัจจัยร่วมต่างๆ การวางเป้าหมายและ วิธีการแก้ปัญหา แล้วประมวลสิ่งที่วิเคราะห์ได้ทำเป็นผังมโนทัศน์ ในขั้นตอนนี้จะต้องมีการรวบรวมข้อมูลนำ และองค์ความรู้เพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ขั้นตอนที่ 3 การจัดทำร่างโครงงาน ขั้นตอนนี้เป็นการคิดพิจารณาวางแผนงานในรายละเอียดและภาพรวมทั้งหมด โดยนำข้อมูลที่รวบรวม และประมวลได้มาเรียบเรียงและจัดทำร่างโครงงาน ที่มีหัวข้อต่างๆ อย่างน้อย 13 หัวข้อ ดังนี้ (1) ชื่อโครงงาน (ชื่อโครงงานเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ชื่อควรสั้นกระชับสื่อความให้ เข้าใจได้ง่ายว่าโครงงานเกี่ยวกับเรื่องอะไร ทำให้จดจำได้ง่าย) (2) กลุ่มผู้รับผิดชอบโครงงาน ชื่อกลุ่ม รายชื่อผู้รับผิดชอบโครงงาน ตำแหน่ง อีเมล์ ชื่อ สถานที่ ที่ตั้ง โทรศัพท์ โทรสาร
๔๑ (3) ที่ปรึกษาโครงงาน ชื่อ-นามสกุล ตำแหน่ง โทรศัพท์ (4) วัตถุประสงค์ (ไม่ควรเกิน 5 ข้อ) (5) สถานที่และกำหนดระยะเวลาดำเนินการ (6) ผังมโนทัศน์ สรุปภาพรวมของร่างโครงงานทั้งหมดเป็นผังมโนทัศน์ ใน 1 หน้ากระดาษ (7) สาระสำคัญของโครงงาน (8) การศึกษาวิเคราะห์ (8.1) ปัญหาและสาเหตุ (8.2) เป้าหมายและทางแก้ (8.3) หลักธรรมและหลักการที่นำมาใช้ (แสดงหลักธรรม และแนวพระราชดำริ หลักวิชาการที่นำมาใช้ อธิบายความหมายโดยย่อ เชื่อมโยงกับการดำเนินการโครงงาน อย่าง สอดคล้องเป็นเหตุเป็นผล) (9) วิธีการดำเนินงาน (10) งบประมาณและแหล่งที่มาของงบประมาณ (แสดงงบประมาณโครงงานและแหล่งที่มา หากมีการระดมทุนเพิ่ม ให้บอกแผนงานหรือวิธีการระดมทุนด้วย) (11) ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลโดยตรงและผลกระทบที่ต่อเนื่อง) (12) ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของที่ปรึกษา (13) ความคิดเห็นและความรู้สึกของประธานโครงงาน ขั้นตอนที่ 4 การดำเนินการโครงงาน ขั้นตอนนี้เป็นการนำร่างโครงงานมาปฏิบัติจริงไปตามลำดับขั้นตอนและวิธีการดำเนินงาน จะมีทั้งใน ส่วนที่แบ่งงานและดำเนินงานกันในกลุ่มผู้รับผิดชอบโครงงานและงานในส่วนที่สร้างการมีส่วนร่วมให้กับกลุ่ม หรือบุคคลต่างๆ ที่เข้ามาช่วยทำงานในด้านต่างๆ ตลอดจนการจัดกิจกรรมรณรงค์ขยายการมีส่วนร่วมออกไปสู่ ชุมชน ซึ่งแต่ละโครงงานสามารถเปิดรับสมาชิกเข้ามาร่วมกิจกรรม ได้อย่างต่อเนื่อง ขั้นตอนที่ 5 การสรุปประเมินผลและเขียนรายงาน จากการดำเนินงาน ในขั้นตอนที่ 4 นั้นให้กลุ่มเยาวชนได้ทำการประเมินผลและสรุปผลการดำเนินงาน มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาจัดทำเป็นเอกสารและสื่อการนำเสนอโครงงาน ดังนี้ (1) รายงานโครงงาน (2) สรุปย่อโครงงานใน (3) แผ่นพับนำเสนอโครงงาน (4) สื่อ Presentation เช่น PowerPoint หรือ VCD (5) แผ่นป้ายนิทรรศการโครงงาน
๔๒ ขั้นตอนที่ 6 การนำเสนอโครงงาน การนำเสนอโครงงานเป็นทักษะที่สำคัญของผู้รับผิดชอบโครงงานทุกคนที่จะต้องทำหน้าที่เป็น กัลยาณมิตร ทำการสื่อสารและถ่ายทอดความดีงามจากโครงงานของตนเองออกสู่การรับรู้ของบุคคลอื่นและ สาธารณะ สมาชิกทุกคนในกลุ่มควรทำความเข้าใจในรายละเอียดและภาพรวมของโครงงานทั้งหมด แล้ว ซักซ้อมการนำเสนอในประเด็นสำคัญๆ ไว้เพื่อเตรียมตัวสำหรับการนำเสนอบนเวที การสัมภาษณ์ซักถาม และ การนำเสนอหน้าแผ่นป้ายนิทรรศการโครงงาน ให้คณะกรรมการและผู้มาชมนิทรรศการโครงงานสามารถ เข้าใจได้ในระยะเวลาอันจำกัด แหล่งที่มีของข้อมูล : พระมหาพงศ์นรินทร์ ฐิตวํโส ประธานโครงการพัฒนาโครงการคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ ประธานกลุ่ม กัลยาณมิตรเพื่อเครือข่ายวิถีพุทธ. (๒๕๖๐). คู่มือโครงการคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ “เยาวชนไทย ทำดี ถวายในหลวง” (พิมพ์ครั้งที่ ๑). สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน: โรงพิมพ์ศูนย์ สื่อและสิ่งพิมพ์แก้วเจ้าจอม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา นายอิทธิพร วันดี, นายยงจิรายุ อุปเสน, นางสาวพัลลภา ฉัตรทอง, นางสาวชนกกานต์ หอวรรณภากร. (๒๕๖๔). วิทยากรส่งเสริมคุณธรรม สร้างคนดี เพื่อสังคมดี(พิมพ์ครั้งที่ ๓). ศูนย์คุณธรรม (องค์การ มหาชน)
๔๓ องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับ “โครงงานคุณธรรม” ที่ หน้าปก / ภาพแสดง องค์ความรู้ ชื่อองค์ความรู้ QR-code ๑ คู่มือโครงการคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ “เยาวชนไทย ทำดี ถวายในหลวง” ๒ มุ่งสู่เป้าเข้าถึงแก่น : "โครงงานคุณธรรม" 3 เด็กดีสร้างได้ 4 โรงเรียนคุณธรรม เปิดพื้นที่เรียนรู้ปลูกวิถี คุณธรรม 5 บันทึกความสำเร็จ “เยาวชนไทย ทำดี ถวาย ในหลวง”
๔๔ ที่ หน้าปก / ภาพแสดง องค์ความรู้ ชื่อองค์ความรู้ QR-code 6 เยาวชนไทยทำดีถวายในหลวง - บันทึก ความสำเร็จปีที่ ๓ 7 วิถีแห่งกิจกรรม คุณธรรมก่อเกิด ๘ วิทยากรส่งเสริมคุณธรรม สร้างคนดี เพื่อสังคมดี ๙ สารคดีดอกไม้บานสื่อสารความดี -โรงเรียน วัดละมุด https://www.youtube.com/watch?v=tdDVftlxVk ๑๐ โรงเรียนมารีย์อนุสรณ์ จังหวัดบุรีรัมย์ https://www.youtube.com/watch?v=x8UL i4Z-F0M 1๑ ดอกไม้บานสื่อสารความดี (จิตอาสา) - หนองแวง LOVE MODEL (โรงเรียนหนองแวง วิทยาคม จังหวัดมุกดาหาร) https://www.youtube.com/watch?v=6wH dDfyGTOo
๔๕ เครื่องมือที่ ๔ ธรรมนูญหมู่บ้าน/ ชุมชนเมือง
๔๖ เครื่องมือที่ ๔ ธรรมนูญหมู่บ้าน/ชุมชนเมือง “ธรรมนูญหมู่บ้าน/ชุมชนเมือง คือ หลักกำกับการทำงานและการใช้ชีวิตร่วมกันของคนในชุมชน เป็นเสมือนกติกาการอยู่ชร่วมกัน รวมถึงการจัดระเบียบ ระบบการทำงานของผู้คนในชุมชน ท้องถิ่นนั้น ๆ ให้ ชัดเจนร่วมกัน เพื่อนำไปสู่เป้าหมาย ความอยู่เย็นเป็นสุขที่พึงปรารถนาของชุมชน 1. ความหมายของคำว่า “ธรรมนูญหมู่บ้าน/ชุมชนเมือง” “ธรรมนูญหมู่บ้าน/ชุมชนเมือง” ความหมายว่า ระเบียบ อำนาจหน้าที่ที่เป็นธรรม ที่คนในชุมชนท้องถิ่น นั้น ๆ กำหนดขึ้นเอง เพื่อการใช้ชีวิตร่วมกันระหว่างคนกับคน และคนกับธรรมชาติ โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ ความ อยู่เย็นเป็นสุขของสังคมที่พึงปรารถนา โดยทั่วไปจะใช้หลักวิถีท้องถิ่น จารีตประเพณีความเชื่อ ความศรัทธา ใน พื้นที่เป็นกรอบสำคัญในการบัญญัติใช้ หรือจะเรียกให้สอดคล้องกับชาวบ้านทั่วไป ว่า “ธรรมนูญหมู่บ้าน” 2. ประโยชน์ของธรรมนูญหมู่บ้าน/ชุมชนเมือง • จัดระบบ ระเบียบของชุมชนท้องถิ่นให้ดีงาม • สร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง 3. หลักการสำคัญของธรรมนูญหมู่บ้าน/ชุมชนเมือง • ทำดี ละชั่ว กลัวบาป • หลักหิริ โอตตัปปะ (ละอายชั่ว กลัวบาป) • หลักแห่งความไม่ประมาท • หลักเมตตาธรรม • หลักแห่งการพึ่งพาตนเอง (อัตตาหิ อัตตะโน นาโถ)
๔๗ 4. หลักการสำคัญของกระบวนการจัดทำธรรมนูญหมู่บ้าน/ชุมชนเมือง หลักการสำคัญในกระบวนการจัดทำธรรมนูญหมู่บ้าน/ชุมชนเมือง เป็นหลักการร่วมที่ควรยึดถือเป็นหลัก ปฏิบัติ บนพื้นฐานความแตกต่างหลากหลายตามบริบทของแต่ละพื้นที่ ศาสนา ความเชื่อ กลุ่มชาติพันธุ์ โดยมีการ ปรับปรุงแก้ไข และเรียนรู้ร่วมกันเป็นพลังเครือข่าย และสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกันในอนาคต หลักการสำคัญใน กระบวนการจัดทำธรรมนูญหมู่บ้านและชุมชนเมือง ก็คือ 1. คิดเอง กำหนดเอง 2. ร่วมมือ รวมพลัง 3. เริ่มจากอะไรก็ได้ 4. คิดจริง ทำจริง 5. เรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 6. ร่วมสร้างเป็นขบวนการ 7. แข็งขัน บันเทิง 5. วิธีการและขั้นตอนการจัดทำธรรมนูญหมู่บ้าน/ ชุมชนเมือง ขั้นตอนที่ 1 สอดส่อง มองหากลไกขับเคลื่อนที่เหมาะสมกับระดับที่จะจัดทำ การดำเนินการจัดทำธรรมนูญหมู่บ้าน/ชุมชนเมือง จะมีหลายระดับ ตามความเหมาะสม ได้แก่ • การจัดทำในระดับหมู่บ้าน • การจัดทำในระดับตำบล • การจัดทำในระดับเมือง