The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by phattharachanok, 2021-07-28 00:03:20

ตัวชี้วัดที่ 1.1 การสร้างและพัฒนาหลัดสูตร

หลักสูตรสถานศึกษาศิลปะ





คำนำ

กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ได้จัดทำหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ฉบับนี้ ซึ่งเป็นเอกสารประกอบ
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านห้วยกบ พุทธศักราช ๒๕๖3 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖0) เพื่อเป็นเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และ
กระบวนการจัดการเรียนรู้ เพอื่ เปน็ กรอบและทิศทางในการจัดการเรียนการสอน ให้ตรงตามมาตรฐานตัวช้ีวัดและ
สาระการเรียนรู้ ของกลุม่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ โดยพิจารณาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน 2551
(ฉบบั ปรบั ปรุง พุทธศักราช 2560)

คณะผจู้ ดั ทำขอขอบคุณผู้ท่ีมสี ว่ นรว่ มในการพฒั นาและจดั ทําหลกั สูตรกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ ฉบับนี้
จนสำเรจ็ ลุล่วงเป็นอยา่ งดี และหวังเปน็ อย่างยง่ิ ว่าจะเกิดประโยชน์ต่อการจดั การเรียนรใู้ หก้ บั ผู้เรยี นต่อไป

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ
คณะผจู้ ัดทำ

สารบญั ข

เรอ่ื ง หน้า

คำนำ ก
สารบญั ข
ความนำ ๑
วิสัยทศั นห์ ลักสูตรสถานศึกษา ๑
เป้าประสงค์หลกั สูตร ๑
วสิ ยั ทศั นโ์ รงเรยี น ๒
พนั ธกจิ ๒
เปา้ ประสงค์ ๒
สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น ๒
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ๓
ทำไมต้องเรยี นศลิ ปะ 3
เรยี นรูอ้ ะไรในศิลปะ 4
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ 4
ทักษะและกระบวนการทางศิลปะ 5
คณุ ภาพผู้เรยี น 5
โครงสร้างหลักสตู รโรงเรียนบ้านหว้ ยกบ 7
ตวั ชี้วดั และสาระการเรยี นรู้แกนกลาง 16
คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน 33
โครงสรา้ งรายวิชาพน้ื ฐาน 44
การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ 61
ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้ 62
อภธิ านศพั ท์ 63
ภาคผนวก ค



ความนำ

ความนำ
หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นหว้ ยกบ พุทธศักราช ๒๕๖3 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้

พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖0) เป็นแผนหรือแนวทาง หรือข้อกำหนดของการ
จัดการศึกษาของโรงเรียนบ้านห้วยกบที่จะใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตาม
มาตรฐานท่กี ำหนด มุ่งพฒั นาผู้เรยี นใหเ้ ปน็ คนดี มปี ัญญา มคี วามสุข มีศกั ยภาพในการศกึ ษาตอ่ และประกอบ
อาชพี ที่สจุ ริต ตลอดจนการรู้จกั อนรุ ักษ์วฒั นธรรม ประเพณที อ้ งถน่ิ โดยมุ่งหวังใหม้ ีความสมบรู ณท์ ้ังดา้ นร่างกาย
จิตใจ และสติปัญญา อีกทั้งมีความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต และมีคุณภาพได้มาตรฐานสากล
เพ่ือการแข่งขนั ในยุคปัจจบุ ัน ดังนนั้ หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นหว้ ยกบ พทุ ธศักราช ๒๕๖3 ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖0) จึงประกอบด้วย
สาระสำคัญของหลักสูตรแกนกลาง สาระความรู้ที่เกี่ยวข้องกับชุมชนท้องถิ่น และสาระสำคัญที่โรงเรียนพัฒนา
เพิ่มเติม โดยจัดเป็นสาระการเรียนรู้รายวิชาพื้นฐานตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด และสาระการเรียนรู้
เพิ่มเติม จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นรายปีในระดับประถมศึกษา และกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ
โรงเรียนบ้านห้วยกบ ตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านห้วยกบ พุทธศักราช ๒๕๖3 ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พทุ ธศักราช ๒๕๖0)

วิสัยทศั น์หลักสตู รสถานศกึ ษา
หลักสูตรโรงเรียนบ้านห้วยกบ พุทธศักราช ๒๕๖3 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน

พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖0) เป็นหลักสตู รทีม่ ุง่ พัฒนาผเู้ รยี นทกุ คนเปน็ บุคคลแหง่ การ
เรียนรู้สู่มาตรฐานสากลและเปน็ มนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งร่างกาย ความรู้คู่คุณธรรม มีความเป็นผู้นำของสังคมมี
จิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลกโดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงยึดมั่นในการปกครอง
ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐานสามารถใช้นวัตกรรมและ
เทคโนโลยรี วมทัง้ เจตคตทิ ่จี ำเปน็ ต่อการศกึ ษาในการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิตโดยมงุ่ เนน้ ผู้เรียนเป็น
สำคัญบนพน้ื ฐานความเช่ือวา่ ทกุ คนสามารถเรยี นรู้และพฒั นาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ

เป้าประสงคห์ ลักสตู ร (Corporate objective)
๑. เพ่ือใหผ้ ูเ้ รียนทกุ คนได้รับการปลูกฝังคุณธรรม จรยิ ธรรม มคี ุณลักษณะอนั พึงประสงค์ มีการพัฒนา
เต็มตามศักยภาพ มีทักษะชีวิต มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดี นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงมาเป็นแนวทางการดำเนินชีวิต เป็นผู้นำที่ดีของสังคมและมีความสามารถในการใช้
เทคโนโลยเี พ่อื การเรียนรูแ้ ละการสื่อสารอยา่ งหลากหลาย
2. เพื่อให้สถานศึกษามีระบบการบริหารและจัดการศึกษาด้วยระบบคุณภาพ (Quality System
Management) เพ่อื รองรับการกระจายอำนาจอย่างทวั่ ถึง
3. เพื่อให้บุคลากรทุกคนมีทักษะวิชาชีพในการพัฒนาการเรียนการสอนและใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีท่ี
ทนั สมัยยกระดบั การจัดการเรียนการสอนอยา่ งมีประสทิ ธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด



วสิ ัยทัศน์โรงเรยี น
โรงเรยี นบา้ นห้วยกบ สามารถจดั การศกึ ษาอยา่ งท่ัวถึงและมีคุณภาพ มีทักษะชีวิต ทักษะอาชีพและการมี

งานทำ สามารถดำรงชีวติ ในสังคมไดอ้ ยา่ งมีความสุข

พนั ธกจิ
1. สร้างความเสมอภาคและเป็นธรรมทางการศึกษา ให้ผเู้ รยี นในเขตพ้นื ทส่ี ูงในถิ่นทุรกนั ดารอย่างทวั่ ถึง

เหมาะสมกับอัตลักษณ์ และความตอ้ งการของท้องถ่นิ
2. พัฒนาคณุ ภาพและมาตรฐานการศึกษาดว้ ยรูปแบบวธิ ีการท่ีเหมาะสมบนความหลากหลายของกลมุ่

ชาติพนั ธ์ และพหวุ ฒั นธรรม
3. จัดการศกึ ษาเพื่อพฒั นาคุณภาพชวี ติ เสริมสรา้ งทักษะชีวติ ทักษะอาชพี และการมงี านทำ สำนึกรักษ์

ทอ้ งถ่ิน ส่งิ แวดล้อม และความเป็นไทย ภายใตห้ ลักปรัญญาของเศรษฐกิจพอเพียง เช่ือมโยงสู่ประชาคมอาเซยี น
๔. ส่งเสริมและสนับสุนนการมสี ว่ นรว่ มของเครือข่ายในการจัดการศกึ ษา

เป้าประสงค์
๑. ประชากรวัยเรยี นของโรงเรียนบ้านหว้ ยกบทุกคนได้รับโอกาสในการศึกษาภาคบังคับอยา่ งมีคุณภาพ มี

ทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และการมีงานทำ มีสำนึกรักษ์ท้องถิ่น สิ่งแวดล้อม และความเป็นไทย ภายใต้บริบทของ
ตนและพรอ้ มเข้าสปู่ ระชาคมอาเซยี น

๒. โรงเรยี นบา้ นหว้ ยกบสามารถบริหารจดั การได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพและจัดการเรยี นรดู้ ้วยรูปแบบท่ี
เหมาะสมกบั ความหลากหลายของกลมุ่ ชาติพันธ์ และพหวุ ัฒนธรรม

๓. ผ้บู รหิ าร ครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษาของโรงเรียนบา้ นหว้ ยกบ ไดร้ บั การปลูกฝังอุดมการณ์ ความรู้
ความสามารถในการจดั การศึกษา มีขวญั กำลงั ใจ สามารถปฏิบัตกิ ารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

๔. ทกุ ภาคส่วนในสังคมมีสว่ นรว่ ม และเป็นเครือขา่ ยการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนบ้านห้วยกบ

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ในการพฒั นาผูเ้ รียนตามหลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นห้วยกบ พทุ ธศักราช ๒๕๕๓ ตามหลักสูตรแกนกลาง

การศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) มุ่งเนน้ พัฒนาผู้เรยี นใหม้ คี ุณภาพตาม
มาตรฐานท่กี ำหนด ซึ่งจะชว่ ยใหผ้ ู้เรียนเกดิ สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ดงั นี้

สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
หลักสูตรโรงเรียนบ้านหว้ ยกบ พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๓ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ ๕ ประการ ดงั นี้
๑. ความสามารถในการสื่อสาร เปน็ ความสามารถในการรับและสง่ สาร มวี ฒั นธรรมในการใช้ภาษา
ถา่ ยทอดความคดิ ความรูค้ วามเขา้ ใจ ความร้สู ึก และทศั นะของตนเองเพ่อื แลกเปลย่ี นข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ตอ่ การพฒั นาตนเองและสังคม การเลือกรับหรือไมร่ บั ขอ้ มูลขา่ วสารดว้ ยหลัก
เหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วธิ กี ารสอ่ื สาร ท่มี ีประสทิ ธภิ าพโดยคำนึงถงึ ผลกระทบที่มตี ่อตนเอง
และสังคม
๒. ความสามารถในการคดิ เป็นความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ การคดิ สงั เคราะห์ การคิด อยา่ ง
สรา้ งสรรค์ การคดิ อย่างมีวิจารณญาณ และการคดิ เปน็ ระบบ เพื่อนำไปสู่การสรา้ งองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพ่ือ
การตัดสินใจเก่ียวกับตนเองและสงั คมได้อย่างเหมาะสม



๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา เปน็ ความสามารถในการแกป้ ญั หาและอุปสรรคตา่ ง ๆ ทเ่ี ผชญิ ไดอ้ ยา่ ง
ถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลกั เหตผุ ล คุณธรรมและขอ้ มูลสารสนเทศ เข้าใจความสมั พันธแ์ ละการ
เปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ตา่ ง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยกุ ต์ความรมู้ าใชใ้ นการป้องกันและแก้ไขปัญหา
และมกี าตัดสนิ ใจท่ีมปี ระสิทธิภาพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบทีเ่ กดิ ข้นึ ต่อตนเอง สังคมและส่ิงแวดล้อม

๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ เปน็ ความสามารถในการนำกระบวนการตา่ ง ๆ ไปใช้ในการดำเนนิ
ชีวติ ประจำวนั การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรยี นรู้อยา่ งต่อเน่ือง การทำงาน และการอยรู่ ว่ มกันในสงั คมดว้ ยการสรา้ ง
เสรมิ ความสัมพันธ์อันดีระหว่างบคุ คล การจดั การปัญหาและความขัดแยง้ ตา่ ง ๆ อย่างเหมาะสม การปรบั ตัวใหท้ นั
กับการเปลีย่ นแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จกั หลีกเลย่ี งพฤตกิ รรมไม่พึงประสงค์ท่สี ่งผลกระทบ
ตอ่ ตนเองและผู้อื่น

๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลอื ก และใช้ เทคโนโลยดี ้านต่าง ๆ และมี
ทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสงั คม ในด้านการเรยี นรู้ การส่อื สาร การทำงาน การ
แก้ปญั หาอยา่ งสรา้ งสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมคี ุณธรรม

คุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์
หลักสตู รโรงเรียนบา้ นห้วยกบ พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๓ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน

พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) มุ่งพัฒนาผเู้ รยี นให้มีคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ เพื่อใหส้ ามารถ
อยู่ร่วมกบั ผ้อู ืน่ ในสังคมได้อย่างมีความสขุ ในฐานะพลเมอื งไทยและพลโลก ดงั นี้

๑. รกั ษช์ าติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
๒. ซือ่ สัตย์สุจรติ
๓. มวี นิ ัย
๔. ใฝ่เรยี นรู้
๕. อยูอ่ ย่างพอเพยี ง
๖. มุง่ มัน่ ในการทำงาน
๗. รกั ความเปน็ ไทย
๘. มีจติ สาธารณะ
๙. กตญั ญู

ทำไมตอ้ งเรยี นศลิ ปะ
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ศิลปะเป็นกลุ่มสาระท่ชี ว่ ยพัฒนาให้ผู้เรียนมีความคิดรเิ ร่ิมสร้างสรรคม์ จี ินตนาการทาง

ศิลปะชื่นชมความงาม มีสนุ ทรียภาพ ความมีคุณค่า ซ่ึงมีผลต่อคุณภาพชวี ติ มนุษย์กิจกรรมทางศิลปะช่วยพัฒนา
ผเู้ รียนท้งั ด้านรา่ งกาย จิตใจ สตปิ ัญญา อารมณ์ สงั คม ตลอดจนการนำไปสู่การพฒั นาส่ิงแวดล้อม ส่งเสริมให้
ผเู้ รียนมีความเชื่อม่ันในตนเองอนั เป็นพื้นฐานในการศกึ ษาต่อหรอื ประกอบอาชีพได้

เรียนรู้อะไรในศลิ ปะ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะมุ่งพัฒนาให้ผูเ้ รียนเกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะวิธีการทางศิลปะ เกิดความ

ซาบซึ้งในคณุ ค่าของศลิ ปะ เปิดโอกาสใหผ้ ้เู รยี นแสดงออกอยา่ งอสิ ระในศิลปะแขนงต่างๆ ประกอบด้วยสาระสำคัญ
คอื

ทัศนศิลป์ มีความรู้ความเข้าใจองค์ประกอบศิลป์ ทัศนธาตุ สร้างและนำเสนอผลงานทางทัศนศิลป์จาก
จินตนาการ โดยสามารถใช้อุปกรณ์ทีเ่ หมาะสม รวมทั้งสามารถใช้เทคนิควิธกี ารของศิลปินในการสร้างงานได้อย่าง



มีประสิทธิภาพ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณค์ ุณคา่ งานทศั นศิลปเ์ ข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์
และวัฒนธรรมเหน็ คุณคา่ งานศลิ ปะทเี่ ป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถิ่น ภูมิปญั ญาไทย และสากล ชื่นชม
ประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ ประจำ

ดนตรี มีความรู้ความเข้าใจองค์ประกอบดนตรีแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพาก
วิจารณ์คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึกทางดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชมและประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เข้าใจ
ความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมเห็นคุณค่าดนตรีที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา
ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย และสากล ร้องเพลง และเล่นดนตรีในรูปแบบต่างๆ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเสียงดนตรี
แสดงความร้สู กึ ทมี่ ตี อ่ ดนตรีในเชิงสุนทรียะ เข้าใจความสมั พนั ธ์ระหว่างดนตรีกบั ประเพณวี ฒั นธรรมและเหตุการณ์
ในประวตั ิศาสตร์

นาฏศิลป์ มีความรู้ความเข้าใจองค์ประกอบนาฏศิลป์ แสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ใช้ศัพท์
เบ้ืองต้นทางนาฏศลิ ป์ วเิ คราะห์ วิพากษว์ ิจารณ์คุณคา่ นาฏศิลป์ ถา่ ยทอดความรู้สึก ความคดิ อยากอสิ ระสรา้ งสรรค์
การเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆ ประยุกต์ใช้นาฏศิลป์ในชีวิตประจำวัน เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิ ลป์กับ
ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย
และสากล

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้

สาระท่ี 1 ทศั นศลิ ป์ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์วิเคราะ วิพากษ์
มาตรฐาน ศ 1.1 วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ถ่ายทอดความรู้สึกความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชม
และประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ ประจำวัน
มาตรฐาน ศ 1.2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างาน
สาระที่ 2 ดนตรี ทศั นศลิ ปท์ เี่ ป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถนิ่ ภูมปิ ญั ญาไทย และสากล
มาตรฐาน ศ 2.1
มาตรฐาน ศ 2.2 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่าดนตรี
สาระที่ 3 นาฏศลิ ป์ ถา่ ยทอดความรู้สึกความคดิ ตอ่ ดนตรอี ยา่ งอสิ ระ ชน่ื ชม และประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจำวัน
มาตรฐาน ศ 3.1 เข้าใจความสมั พนั ธ์ระหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และวฒั นธรรม เหน็ คณุ คา่ ของดนตรที ่ี
เปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถ่นิ ภู มิปญั ญาไทย และสากล
มาตรฐาน ศ 3.2
เข้าใจและแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่า
นาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดอยากอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ใน
ชีวติ ประจำวัน
เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของ
นาฏศิลปท์ ่ีเปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปัญญาท้องถิน่ ภมู ปิ ัญญาไทย และสากล

ทักษะและกระบวนการทางศิลปะ
ทักษะและกระบวนการทางศิลปะเปน็ ความสามารถทีม่ ่งุ พฒั นาให้ผู้เรยี นได้เกดิ ความรู้ความเข้าใจ มที กั ษะ

วิธีการทางศลิ ปะ เกิดความซาบซง้ึ ในคุณค่าของศลิ ปะ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนแสดงออกอย่างอสิ ระในศิลปะแขนงต่าง
ๆ นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้



ได้มาซึ่งความรู้ ทักษะ และกระบวนการทางศิลปะในที่นี้ เน้นที่ทักษะและกระบวนการทางศิลปะที่จำเป็นแ ละ
ต้องการพัฒนาให้เกิดขนึ้ กับผู้เรยี น ได้แก่ความสามารถตอ่ ไปนี้

1. การคิดสร้างสรรค์ กระบวนการคิดของสมอง ซึ่งมีความสามารถในการคิดได้หลากหลาย และแปลก
ใหม่จากเดิม โดยสามารถนำไปประยุกต์ทฤษฎี หรือหลักการได้อย่างรอบคอบชอบ และมีความถูกต้องจนนำไปสู่
การคดิ คน้ และสร้างสิง่ แปลกใหมไ่ ด้

2. กระบวนการปฏิบัติ เป็นกระบวนการให้ผู้เรียนฝึกฝน มักใช้กับการจัดการเรียนรู้ประสบการณ์ด้าน
ทักษะ ไดแ้ ก่ สังเกต และรับรู้ ทำตามแบบ ทำเองโดยไม่มีแบบ และฝึกใหเ้ กดิ ความชำนาญ

3. กระบวนการสร้างค่านยิ ม คา่ นิยมเปน็ ส่วนหนึง่ ของคุณธรรมท่ีต้องเน้นคลา้ ยเจตคติ แตค่ ่านิยมเป็นการ
ยอมรับและนำไปปฏิบัติ ได้แก่ สังเกต และตระหนัก การวิเคราะห์ การเลือกกำหนดเป็นค่านิยมเห็นคุณค่า และ
นำไปปฏิบตั ิ

4.การแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการทำความเข้าใจปัญหา คิดวิเคราะห์ วางแผนแก้ปัญหา และ
เลือกใช้วิธกี ารทเี่ หมาะสม

คุณภาพผู้เรียน
จบช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 3
• รู้และเขา้ ใจเกยี่ วกับรปู ร่าง รูปทรง และจำแนกทัศนธาตุของส่ิงต่างๆ ในธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม

และงานทศั นศิลป์ มีทักษะพืน้ ฐานการใช้วัสดอุ ุปกรณ์ในการสรา้ งงานวาดภาพระบายสโี ดยใชเ้ สน้ รูปร่าง รูปทรง สี
และพื้นผิว ภาพประติด และงานปั้น งานโครงสร้างเคลื่อนไหวอย่างง่ายง่ายๆ ถ่ายทอดความคิด ความรู้สึกจาก
เรื่องราวเหตุการณ์ชีวิตจริงสร้างงานทัศนศิลป์ตามที่ตนชื่นชอบสามารถแสดง เหตุผลและวิธีการในการปรับปรุง
งานของตนเอง

• รแู้ ละเข้าใจความสำคญั ของงานทศั นศิลป์ในชีวิตประจำวัน ทมี่ าของงานทัศนศลิ ปใ์ นท้องถ่นิ
ตลอดจนการใช้วสั ดุ อปุ กรณ์ และวิธกี ารสร้างงานทัศนศิลปใ์ นทอ้ งถิ่น

• รูแ้ ละเขา้ ใจแหล่งกำเนิดเสยี ง คณุ สมบตั ิของเสียง บทบาทหนา้ ท่ี ความหมาย ความสำคัญของบท
เพลงใกล้ตัวที่ได้ยิน สามารถท่องบทกลอน ร้องเพลง เคาะจังหวะ เคลื่อนไหวร่างกาย ให้สอดคล้องกับบทเพลง
อ่าน เขียน และใช้สัญลักษณ์แทนเสียงและเคาะจังหวะ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับดนตรี เสียงขับร้องของตนเอง
มสี ว่ นรว่ มกับกจิ กรรมดนตรีในชวี ิตประจำวนั

• รูแ้ ละเขา้ ใจเอกลกั ษณ์ของดนตรใี นท้องถน่ิ มคี วามชนื่ ชอบ เห็นความสำคัญ และประโยชนข์ อง
ดนตรีตอ่ การดำเนนิ ชีวิตของคนในทอ้ งถิน่

• สรา้ งสรรค์การเคลือ่ นไหวในรปู แบบตา่ งๆ สามารถแสดงท่าทางประกอบจงั หวะเพลงตาม
รูปแบบนาฏศลิ ป์ มมี ารยาทในการชมการแสดง รู้หนา้ ทขี่ องผู้แสดงและผู้ชม รูป้ ระโยชนข์ องการแสดงนาฏศิลป์ใน
ชีวติ ประจำวนั เข้าร่วมกิจกรรมการแสดงทเ่ี หมาะสมกบั วัย

• รแู้ ละเข้าใจการละเลน่ ของเดก็ ไทยและนาฏศลิ ป์ท้องถ่ิน ช่นื ชอบและภาคภูมิใจในการละเลน่
พื้นบ้าน สามารถเชื่อมโยงสิ่งที่พบเห็นในการละเล่นพื้นบ้านกับการดำรงชีวิตของคนไทย บอกลักษณ ะเด่นและ
เอกลกั ษณข์ องนาฏศิลปไ์ ทยตลอดจนความสำคญั ของการแสดงนาฏศิลป์ไทยได้



จบชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6

• ร้แู ละเขา้ ใจการใช้ทศั นธาตุ รปู ร่าง รูปทรง พน้ื ผวิ สี แสงเงา มีทกั ษะพน้ื ฐานในการใช้วัสดุ
อุปกรณ์ ถ่ายทอดความคิด อารมณ์ ความรู้สึก สามารถใช้หลักการจัดขนาด สัดส่วนความสมดุล น้ำหนัก แสงเงา
ตลอดจนการใชส้ ีคู่ตรงขา้ มทเ่ี หมาะสมในการสรา้ งงานทัศนศิลป์ 2 มติ ิ 3 มติ ิ เช่น งานสอื่ ผสม งานวาดภาพระบาย
สี งานปั้น งานพิมพ์ภาพ รวมทั้งสามารถสร้างแผนภาพ แผนผัง และภาพประกอบเพื่อถ่ายทอดความคิด
จินตนาการเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ และสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างงานทัศนศิลป์ที่
สรา้ งสรรคด์ ้วยวัสดุอปุ กรณ์และวธิ ีการที่แตกต่างกัน เข้าใจปญั หาในการจัดองคป์ ระกอบศลิ ป์ หลักการลดและเพิ่ม
ในงานปนั้ การสอื่ ความหมายในงานทัศนศิลป์ของตน รู้วธิ ีการปรับปรุงงานใหด้ ีขึ้น ตลอดจนรูแ้ ละเข้าใจคุณค่าของ
งานทศั นศลิ ป์ท่ีมีผลตอ่ ชวี ติ ของคนในสงั คม

• รแู้ ละเข้าใจบทบาทของงานทัศนศลิ ป์ท่สี ะท้อนชวี ิตและสงั คม อิทธพิ ลของความเชือ่ ความ
ศรัทธาในศาสนา และวัฒนธรรมที่มีผลต่อการสรา้ งงานทัศนศลิ ปใ์ นทอ้ งถนิ่

• รู้และเข้าใจเกย่ี วกบั เสยี งดนตรี เสียงร้อง เคร่อื งดนตรี และบทบาทหน้าที่รถู้ งึ การเคล่อื นที่ขึ้น ลง
ของทำนองเพลง องค์ประกอบของดนตรี ศัพท์สังคีตในบทเพลง ประโยค และอารมณ์ของบทเพลงที่ฟังร้องและ
บรรเลงเครื่องดนตรี ด้นสดอย่างง่ายใช้และเก็บรักษาเครื่องดนตรีอย่างถูกวิธี อ่าน เขียนโน้ตไทยและสากลใน
รูปแบบต่างๆ รู้ลกั ษณะของผู้ที่จะเลน่ ดนตรีได้ดีแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกบั องค์ประกอบดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก
ของบทเพลงทฟี่ ัง สามารถใช้ดนตรปี ระกอบกจิ กรรมทางนาฏศลิ ปแ์ ละการเล่าเร่ือง

• รู้และเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรกี ับวิถชี วี ติ ประเพณี วฒั นธรรมไทย และวัฒนธรรมตา่ งๆ
เรื่องราวดนตรีในประวัติศาสตร์ อิทธิพลของวัฒนธรรมต่อดนตรี รู้คุณค่าดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมต่างกัน เห็น
ความสำคัญในการอนุรักษ์

• รูแ้ ละเขา้ ใจองคป์ ระกอบนาฏศิลป์ สามารถแสดงภาษา ทา่ นาฏยะศพั ท์พ้นื ฐานสรา้ งสรรค์การ
เคลอ่ื นไหวและการแสดงนาฏศลิ ป์ และการละครงา่ ยๆ ถา่ ยทอดลลี าหรืออารมณ์ และสามารถออกแบบเคร่ืองแต่ง
กายหรืออุปกรณ์ประกอบการแสดงง่ายๆ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ และการละครกับสิ่งที่ประสบใน
ชวี ติ ประจำวันแสดงความคดิ เหน็ ในการชมการแสดง และบรรยายความรสู้ กึ ของตนเองท่ีมตี ่องานนาฏศลิ ป์

• รแู้ ละเขา้ ใจความสมั พนั ธ์และประโยชนข์ องนาฏศลิ ปแ์ ละการละคร สามารถเปรียบเทียบการ
แสดงประเภทต่าง ๆ ของไทยในแต่ละทอ้ งถ่ิน และสิ่งที่การแสดงสะท้อนวัฒนธรรมประเพณี เห็นคุณค่าการรักษา
และสืบทอดการแสดงนาฏศิลป์ไทย



โครงสร้างหลักสตู รโรงเรียนบ้านห้วยกบ

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านหว้ ยกบ พุทธศักราช ๒๕๕๓ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั
พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ได้กำหนดโครงสร้างของหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อให้
ผสู้ อนและผูท้ ่เี กี่ยวข้องในการจดั การเรียนรู้ตามหลักสตู รของสถานศึกษามแี นวปฏบิ ัติ ดังน้ี

ระดับการศกึ ษา
หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านห้วยกบ พุทธศักราช ๒๕๕๓ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั

พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) จดั การศกึ ษา ดงั น้ี
ระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6) การศึกษาระดับนี้เป็นช่วงแรกของการศึกษาภาค

บังคับ มุ่งเน้นทักษะพื้นฐานด้านการอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ ทักษะการคิดพื้นฐาน การติดต่อสื่อสาร
กระบวนการเรียนรู้ทางสังคม และพื้นฐานความเป็นมนุษย์ การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างสมบูรณ์และสมดุลทั้งใน
ดา้ นร่างกาย สตปิ ัญญา อารมณ์ สังคม และวัฒนธรรม โดยเนน้ จัดการเรียนรูแ้ บบบูรณาการ

การจัดเวลาเรยี น
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านห้วยกบ พุทธศักราช ๒๕๕๓ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้

พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ได้จัดเวลาเรียนตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่ม และ
กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน โดยจัดให้เหมาะสมตามบรบิ ท จุดเนน้ ของโรงเรียนและสภาพของผู้เรยี น ดังนี้

1. ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษา ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 - 6 จัดเวลาเรยี นเปน็ รายปี โดยมเี วลาเรียนวนั ละ
6 ชว่ั โมง

โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านห้วยกบ พุทธศักราช ๒๕๕๓ ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ประกอบด้วยโครงสร้างเวลาเรียนและ
โครงสรา้ งหลักสตู รชั้นปี ดงั น้ี

1. โครงสร้างเวลาเรียน เป็นโครงสรา้ งทแี่ สดงรายละเอียดในภาพรวม เวลาเรียนของแต่ละกลุ่มสาระ
การเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระที่เป็นเวลาเรียนพื้นฐาน เวลาเรียนรายวิชาเพิ่มเติม และเวลาในการจัดกิจกรรมพัฒนา
ผู้เรยี นจำแนกแตล่ ะชั้นปี ในระดบั ประถมศึกษา ดังน้ี



โครงสร้างหลกั สูตรระดับชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 1 – 3
โรงเรียนบ้านห้วยกบ สำนกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษากาญจนบรุ ี เขต 3

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ป.1 รหัส สดั สว่ นเวลาเรียน (ช่วั โมง) / ปี ป.3 รหสั
840 นำ้ หนั ชัน้ 840 น้ำหนั
รายวชิ าพื้นฐาน ท11101 ท13101
ก ค11101 ป.2 ก ค13101
1. ภาษาไทย 200 5 ว11101 840 น้ำหนั รหัส 200 5 ว13101
2. คณติ ศาสตร์ 200 5 ส11101 200 5 ส13101
3. วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี 120 3 ก 120 3
4. สงั คมศกึ ษา ศาสนา ส11102 200 5 ท12101 ส13102
40 1 พ11101 200 5 ค12101 40 1 พ13101
และวฒั นธรรม ศ11101 120 3 ว12101 ศ13101
5. ประวตั ศิ าสตร์ ง11101 40 1 ส12101 ง13101
6. สุขศกึ ษา อ11101 อ13101
40 1 40 1 ส12102 40 1
และพลศึกษา ส11201 ส13201
7. ศิลปะ 40 1 ส11202 40 1 พ12101 40 1 ส13202
8. การงานอาชีพ อ11201 อ13201
9. ภาษาอังกฤษ 40 1 40 1 ศ12101 40 1

รายวชิ าเพมิ่ เติม 40 1 40 1 ง12101 40 1

1.หน้าท่พี ลเมอื ง 120 3 120 3 อ12101 120 3
2.ตา้ นทจุ รติ
3.ภาษาอังกฤษเพ่มิ เติม 160 น้ำหนั 160 นำ้ หนั 160 นำ้ หนั
รายวชิ า/กจิ กรรมที่สถานศกึ ษา ก ก ก

จัดเพ่มิ เตมิ ตามความพร้อม 40 1 40 1 ส12201 40 1
และจดุ เนน้
40 1 40 1 ส12202 40 1
1.ลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลาร/ู้
เศรษฐกจิ พอเพียง * 80 2 80 2 อ12201 80 2
2.สวดมนตส์ ุดสัปดาห์
80 น้ำหนั 80 นำ้ หนั 80 นำ้ หนั
กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น ก ก ก

กิจกรรมแนะแนว 40 1 40 1 40 1
กจิ กรรมนกั เรยี น
(ลกู เสือ-เนตรนาร)ี 40 1 40 1 40 1
กจิ กรรมชมุ นมุ **
กิจกรรมเพือ่ สงั คมและ 120 น้ำหนั 120 น้ำหนั 120 นำ้ หนั
สาธารณะประโยชน์ ** ก ก ก

รวมเวลาเรยี นทงั้ ปี 40 1 40 1 40 1

40 1 40 1 40 1

30 1 30 1 30 1

10 สลับ 10 สลับ 10 สลับ
ชมุ นุม ชุมนุม ชมุ นุม

1,200

หมายเหตุ * กิจกรรมลดเวลาเรยี น เพม่ิ เวลารใู้ หบ้ ูรณาการเขา้ กบั เศษฐกจิ พอเพียง
**กิจกรรมชมุ นมุ และกจิ กรรมเพอื่ สงั คมฯสลับกันเรียนโดยเรียนชมุ นมุ 2 สัปดาห์ เวน้ 1 สปั ดาห์ทำกิจกรรมเพือ่ สังคม



โครงสร้างหลกั สตู รระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 4 - 6
โรงเรียนบ้านหว้ ยกบ สำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษากาญจนบรุ ี เขต 3

สดั สว่ นเวลาเรียน (ชั่วโมง) / ปี

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ชน้ั

รายวชิ าพ้นื ฐาน ป.4 รหสั ป.5 รหสั ป.6 รหัส
1. ภาษาไทย 840 นำ้ หนกั 840 น้ำหนกั 840 นำ้ หนกั
2. คณติ ศาสตร์ 160 4 ท14101 160 4 ท16101
3. วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี 160 4 ค14101 160 4 ท15101 160 4 ค16101
4. สังคมศึกษา ศาสนา และ 120 3 ว14101 120 3 ว16101
วัฒนธรรม 160 4 ค15101
5 ประวตั ิศาสตร์ 40 1 ส14101 40 1 ส16101
6. สุขศกึ ษา 120 3 ว15101
40 1 ส14102 40 1 ส16102
และพลศึกษา 40 1 ส15101
7. ศลิ ปะ 80 2 พ14101 80 2 พ16101
8. การงานอาชีพ 40 1 ส15102
80 2 ศ14101 80 2 ศ16101
และเทคโนโลยี 80 2 พ15101
10. ภาษาต่างประเทศ 40 1 ง14101 40 1 ง16101
80 2 ศ15101
รายวิชาเพม่ิ เตมิ 120 3 อ14101 120 3 อ16101
1.หน้าทพ่ี ลเมือง 160 นำ้ หนกั 40 1 ง15101 160 น้ำหนัก
2.ตา้ นทุจริต 40 1 ส14201 40 1 ส16201
3.คณิตศาสตร์เพ่มิ เติม 40 1 ส14202 120 3 อ15101 40 1 ส16202
4.ภาษาอังกฤษเพม่ิ เติม 40 1 ค14201 160 น้ำหนัก 40 1 ค16201
รายวชิ า/กจิ กรรมที่สถานศกึ ษา 80 2 อ14201 40 1 ส15201 80 2 อ16201
40 1 ส15202
จดั เพม่ิ เตมิ ตามความพร้อม 40 1 ค15201
และจุดเนน้ 80 2 อ15201

1.ลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลาร/ู้ 80 นำ้ หนัก 80 น้ำหนัก 80 น้ำหนกั
เศรษฐกิจพอเพยี ง *
2.สวดมนตส์ ดุ สัปดาห์ 40 1 40 1 40 1
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น
กจิ กรรมแนะแนว 40 1 40 1 40 1
กิจกรรมนกั เรยี น 120 น้ำหนกั 120 นำ้ หนัก 120 นำ้ หนกั
(ลูกเสอื -เนตรนารี) 40 1 40 1 40 1
กจิ กรรมชมุ นมุ **
กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและ 40 1 40 1 40 1
สาธารณะประโยชน์ **
รวมเวลาเรยี นทั้งปี 30 1 30 1 30 1

10 สลับ 10 สลบั 10 สลับ
ชุมนุม ชุมนมุ ชมุ นมุ

1,200

หมายเหตุ * กจิ กรรมลดเวลาเรยี น เพิ่มเวลารใู้ หบ้ ูรณาการเข้ากับเศษฐกจิ พอเพียง
** กจิ กรรมชมุ นมุ และกิจกรรมเพ่ือสงั คมฯสลบั กนั เรยี นโดยเรยี นชุมนุม 2 สัปดาห์ เวน้ 1 สปั ดาหท์ ำกิจกรรมเพื่อสังคม

โครงสรา้ งหลักสตู รชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ ๑๐
โรงเรียนบา้ นหว้ ยกบ
เวลาเรยี น
รหสั กลมุ่ สาระการเรยี นร้/ู กจิ กรรม (ชม./ป)ี
840
รายวชิ าพืน้ ฐาน 200
ท11101 ภาษาไทย 1 200
ค11101 คณิตศาสตร์ 1 120
ว11101 วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี 1
ส11101 สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1 40
ส11102 ประวัตศิ าสตร์ 1 40
พ11101 สุขศึกษา และพลศกึ ษา 1 40
ศ11101 ศิลปะ 1 40
ง11101 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 1 40
อ11101 ภาษาองั กฤษ 1 120
160
รายวชิ าเพ่ิมเติม 40
ส11201 หน้าที่พลเมือง 1 40
ส11202 ตา้ นทจุ รติ 1 80
อ11202 ภาษาองั กฤษเพิ่มเติม 1 80
40
รายวิชา/กิจกรรมทสี่ ถานศึกษาจดั เพ่ิมเติมตามความพรอ้ มและจุดเนน้ 40
ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลารู้ ๑๒๐
สวดมนตส์ ดุ สปั ดาห์ ๔๐
กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น
แนะแนว 40
กจิ กรรมนกั เรยี น 30
• ลกู เสือ เนตรนารี
• ชมุ นมุ ๑๐

กิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณะประโยชน์

โครงสรา้ งหลกั สูตรช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 2 ๑๑
โรงเรยี นบ้านห้วยกบ
เวลาเรียน
รหสั กลุ่มสาระการเรยี นรู้/กจิ กรรม (ชม./ป)ี
840
รายวิชาพ้นื ฐาน 200
ท12101 ภาษาไทย 2 200
ค12101 คณติ ศาสตร์ 2 120
ว12101 วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี 2
ส12101 สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 2 40
ส12102 ประวัติศาสตร์ 2 40
พ12101 สุขศกึ ษา และพลศึกษา 2 40
ศ12101 ศลิ ปะ 2 40
ง12101 การงานอาชพี 2 40
อ12101 ภาษาอังกฤษ 2 120
160
รายวชิ าเพิ่มเติม 40
ส12201 หนา้ ที่พลเมือง 2 40
ส12202 ตา้ นทุจรติ 2 80
อ12201 ภาษาอังกฤษเพ่มิ เติม 2 80
40
รายวิชา/กิจกรรมทีส่ ถานศึกษาจัดเพิ่มเติมตามความพร้อมและจุดเนน้ 40
ลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลารู้ ๑๒๐
สวดมนต์สุดสปั ดาห์ ๔๐
กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น
แนะแนว 40
กิจกรรมนักเรยี น 30
• ลูกเสอื เนตรนารี
• ชุมนุม ๑๐

กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณะประโยชน์

โครงสรา้ งหลกั สตู รช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 3 ๑๒
โรงเรียนบ้านหว้ ยกบ
เวลาเรียน
รหสั กลุ่มสาระการเรียนรู/้ กิจกรรม (ชม./ป)ี
840
รายวิชาพนื้ ฐาน 200
ท13101 ภาษาไทย 3 200
ค13101 คณติ ศาสตร์ 3 120
ว13101 วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี 3
ส13101 สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 3 40
ส13102 ประวัติศาสตร์ 3 40
พ13101 สุขศกึ ษา และพลศึกษา 3 40
ศ13101 ศลิ ปะ 3 40
ง13101 การงานอาชพี 3 40
อ13101 ภาษาอังกฤษ 3 120
160
รายวิชาเพม่ิ เติม 40
ส13201 หนา้ ที่พลเมือง 3 40
ส13202 ตา้ นทุจรติ 3 80
อ13201 ภาษาอังกฤษเพ่มิ เติม 3 80
40
รายวิชา/กิจกรรมทีส่ ถานศึกษาจัดเพิ่มเตมิ ตามความพรอ้ มและจุดเน้น 40
ลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลารู้ ๑๒๐
สวดมนต์สุดสปั ดาห์ ๔๐
กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น
แนะแนว 40
กิจกรรมนักเรยี น 30
• ลูกเสอื เนตรนารี
• ชุมนุม ๑๐

กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณะประโยชน์

โครงสร้างหลักสตู รชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ๑๓
โรงเรยี นบา้ นห้วยกบ
เวลาเรยี น
รหัส กลุ่มสาระการเรียนรู้/กจิ กรรม (ชม./ป)ี
840
รายวิชาพื้นฐาน 160
ท14101 ภาษาไทย 4 160
ค14101 คณิตศาสตร์ 4 120
ว14101 วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี 4
ส14101 สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 4 40
ส14102 ประวตั ิศาสตร์ 4 40
พ14101 สุขศกึ ษาและพลศึกษา 4 80
ศ14101 ศิลปะ 4 80
ง14101 การงานอาชพี 4 40
อ14101 ภาษาองั กฤษ 4 120
80
รายวิชาเพมิ่ เติม 40
ส14201 หน้าท่พี ลเมือง 4 40
ส14202 ตา้ นทุจรติ 4 40
ค14201 คณติ ศาสตร์เพม่ิ เติม 4 80
อ14201 ภาษาองั กฤษเพิม่ เตมิ 4 80
40
รายวิชา/กจิ กรรมท่ีสถานศกึ ษาจัดเพมิ่ เตมิ ตามความพร้อมและจุดเนน้ 40
ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลารู้ ๑๒๐
สวดมนต์สดุ สปั ดาห์ ๔๐
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น
แนะแนว 40
กจิ กรรมนกั เรยี น 30
• ลกู เสอื เนตรนารี
• ชมุ นมุ ๑๐

กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน์ ๑

โครงสรา้ งหลกั สูตรช้ันประถมศึกษาปที ่ี 5 ๑๔
โรงเรยี นบ้านหว้ ยกบ
เวลาเรียน
รหัส กลุ่มสาระการเรียนรู้/กจิ กรรม (ชม./ป)ี
840
รายวิชาพื้นฐาน 160
ท15101 ภาษาไทย 5 160
ค15101 คณิตศาสตร์ 5 120
ว15101 วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี 5
ส15101 สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 5 40
ส15102 ประวตั ิศาสตร์ 5 40
พ15101 สุขศกึ ษา และพลศึกษา 5 80
ศ15101 ศิลปะ 5 80
ง15101 การงานอาชีพ 5 40
อ15101 ภาษาองั กฤษ 5 120
160
รายวิชาเพ่ิมเติม 40
ส15201 หน้าท่พี ลเมือง 5 40
ส15202 ตา้ นทุจรติ 5 40
ค15201 คณติ ศาสตรเ์ พิ่มเติม 5 80
อ15201 ภาษาองั กฤษเพ่มิ เตมิ 5 80
40
รายวิชา/กจิ กรรมท่สี ถานศึกษาจัดเพิม่ เตมิ ตามความพรอ้ มและจดุ เนน้ 40
ลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลารู้ 120
สวดมนตส์ ดุ สัปดาห์ ๔๐
กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน
แนะแนว 40
กจิ กรรมนกั เรยี น 30
• ลูกเสือ เนตรนารี
• ชุมนุม ๑๐

กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชน์

โครงสร้างหลกั สูตรช้ันประถมศึกษาปที ่ี 6 ๑๕
โรงเรียนบ้านหว้ ยกบ
เวลาเรียน
รหัส กล่มุ สาระการเรียนรู้/กจิ กรรม (ชม./ป)ี
840
รายวิชาพื้นฐาน 160
ท16101 ภาษาไทย 6 160
ค16101 คณิตศาสตร์ 6 120
ว16101 วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี 6
ส16101 สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 6 40
ส16102 ประวตั ิศาสตร์ 6 40
พ16101 สุขศกึ ษาและพลศึกษา 6 80
ศ16101 ศิลปะ 6 80
ง16101 การงานอาชพี 6 40
อ16101 ภาษาองั กฤษ 6 120
160
รายวิชาเพ่ิมเติม 40
ส16201 หน้าท่พี ลเมือง 6 40
ส16202 ตา้ นทุจรติ 6 40
ค16201 คณติ ศาสตร์เพม่ิ เติม 6 80
อ16201 ภาษาองั กฤษเพิม่ เตมิ 6 80
40
รายวิชา/กจิ กรรมท่ีสถานศกึ ษาจดั เพิม่ เตมิ ตามความพรอ้ มและจดุ เนน้ 40
ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลารู้ ๑๒๐
สวดมนต์สดุ สปั ดาห์ ๔๐
กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน
แนะแนว 40
กจิ กรรมนกั เรยี น 30
• ลกู เสอื เนตรนารี
• ชมุ นมุ ๑๐

กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน์

๑๖

ตัวชวี้ ดั และสาระการเรียนรแู้ กนกลาง

สาระท่ี ๑ ทัศนศิลป์
มาตรฐาน ศ ๑.๑ สรา้ งสรรค์งานทศั นศิลป์ตามจนิ ตนาการ และความคดิ สร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์วจิ ารณ์คุณค่า
งานทศั นศลิ ป์ ถา่ ยทอดความรสู้ กึ ความคดิ ต่องานศลิ ปะอย่างอสิ ระ ชืน่ ชม และประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ ประจำวนั

ชั้น ตัวช้วี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ป.๑ ๑. อภปิ รายเก่ยี วกับรูปร่าง ลักษณะ • รูปร่าง ลกั ษณะ และขนาดของส่งิ ตา่ ง ๆ
และขนาดของส่ิงตา่ ง ๆ รอบตัว
รอบตัวในธรรมชาติและสงิ่ ท่ีมนษุ ย์สรา้ งขนึ้
ในธรรมชาตแิ ละส่ิงท่ีมนุษยส์ ร้างขน้ึ

๒. บอกความรูส้ ึกท่ีมตี อ่ ธรรมชาติ และ • ความรสู้ ึกทม่ี ีต่อธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม
สงิ่ แวดล้อมรอบตัว
รอบตัว เชน่ รู้สึกประทับใจกับความงาม

ของบรเิ วณรอบอาคารเรียน หรือรสู้ กึ ถงึ

ความไมเ่ ป็นระเบียบ ของสภาพภายใน

หอ้ งเรียน

๓. มที ักษะพื้นฐานในการใชว้ ัสดุ • การใช้วสั ดุ อุปกรณ์ เช่น ดนิ เหนียว

อุปกรณส์ รา้ งงานทัศนศลิ ป์ ดนิ น้ำมนั ดินสอ พู่กนั กระดาษ สเี ทยี น สนี ำ้

ดนิ สอสีสร้างงานทัศนศลิ ป์

๔. สรา้ งงานทศั นศลิ ป์โดยการทดลองใช้สี • การทดลองสดี ว้ ยการใช้สีน้ำ สโี ปสเตอร์
ด้วยเทคนคิ ง่าย ๆ
สเี ทยี นและสีจากธรรมชาตทิ ี่หาไดใ้ นท้องถิ่น

๕. วาดภาพระบายสภี าพธรรมชาติ • การวาดภาพระบายสตี ามความรสู้ ึก
ตามความร้สู ึกของตนเอง ของตนเอง

ป.๒ ๑. บรรยายรปู ร่าง รูปทรงท่ีพบในธรรมชาติ • รปู รา่ ง รูปทรงในธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม
และส่งิ แวดล้อม
เชน่ รูปกลม รี สามเหล่ียม สเ่ี หลยี่ ม และ

กระบอก

๒. ระบุทศั นธาตุท่อี ยู่ในส่งิ แวดล้อม และ • เสน้ สี รปู ร่าง รูปทรงในสิง่ แวดลอ้ ม
งานทศั นศลิ ป์ โดยเน้นเร่ืองเส้น
และงานทัศนศลิ ป์ประเภทต่าง ๆ เช่น งานวาด
สี รปู ร่าง และรปู ทรง
งานป้นั และงานพมิ พภ์ าพ

๓. สรา้ งงานทศั นศิลป์ต่าง ๆ โดยใช้ทัศน • เส้น รปู รา่ งในงานทศั นศิลปป์ ระเภทต่าง ๆ
ธาตทุ เ่ี นน้ เสน้ รูปรา่ ง
เช่น งานวาด งานปัน้ และงานพมิ พภ์ าพ

๔. มีทักษะพืน้ ฐานในการใช้วัสดุ • การใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์ สร้างงานทัศนศลิ ป์ ๓ มิติ
อุปกรณ์ สรา้ งงานทัศนศลิ ป์ ๓ มิติ

๕. สร้างภาพปะติดโดยการตัดหรือ • ภาพปะตดิ จากกระดาษ
ฉีกกระดาษ

๖. วาดภาพเพ่ือถ่ายทอดเร่ืองราวเก่ียวกับ • การวาดภาพถ่ายทอดเร่อื งราว
ครอบครวั ของตนเองและเพื่อนบ้าน

๑๗

ชัน้ ตัวชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๒ ๗. เลือกงานทศั นศิลป์ และบรรยายถึงส่ิง • เนื้อหาเรื่องราวในงานทัศนศลิ ป์
ทีม่ องเห็น รวมถงึ เนื้อหาเรือ่ งราว

๘. สร้างสรรค์งานทศั นศลิ ป์เปน็ รูปแบบ • งานโครงสรา้ งเคล่ือนไหว
งานโครงสร้างเคล่อื นไหว

ป.๓ ๑. บรรยาย รูปร่าง รปู ทรงในธรรมชาติ • รูปรา่ ง รูปทรงในธรรมชาตสิ ่งิ แวดลอ้ มและ

ส่งิ แวดล้อม และงานทัศนศิลป์ งานทัศนศิลป์

๒. ระบุ วัสดุ อปุ กรณท์ ่ีใชส้ รา้ งผลงาน • วัสดุ อุปกรณท์ ี่ใชส้ รา้ งงานทัศนศิลป์

เม่ือชมงานทัศนศลิ ป์ ประเภทงานวาด งานปัน้ งานพิมพ์ภาพ

๓. จำแนกทัศนธาตุของสงิ่ ตา่ ง ๆ • เสน้ สี รูปร่าง รปู ทรง พืน้ ผวิ ในธรรมชาติ

ในธรรมชาติสิง่ แวดลอ้ มและงานทัศนศิลป์ สง่ิ แวดลอ้ มและงานทัศนศลิ ป์

โดยเนน้ เรื่อง เสน้ สี รูปรา่ ง รูปทรง และ

พน้ื ผิว

๔. วาดภาพ ระบายสีสิ่งของรอบตวั • การวาดภาพระบายสี สง่ิ ของรอบตัว
ด้วยสเี ทียน ดนิ สอสี และสีโปสเตอร์

๕. มที ักษะพืน้ ฐาน ในการใช้วัสดอุ ปุ กรณ์ • การใช้วัสดอุ ุปกรณ์ในงานปั้น
สรา้ งสรรค์งานป้ัน

๖. วาดภาพถา่ ยทอดความคดิ ความรู้สึก • การใช้เสน้ รูปร่าง รปู ทรง สี และพน้ื ผวิ
จากเหตุการณช์ ีวิตจริง โดยใชเ้ สน้ รูปร่าง วาดภาพถา่ ยทอดความคดิ ความรู้สกึ
รูปทรง สี และพน้ื ผวิ

๗. บรรยายเหตผุ ลและวธิ กี ารในการ • วัสดุ อปุ กรณ์ เทคนคิ วธิ ีการในการสร้างงาน
สร้างงานทัศนศลิ ป์ โดยเน้นถงึ เทคนิค ทศั นศิลป์
และวสั ดุ อุปกรณ์

๘. ระบสุ ่ิงที่ช่ืนชมและสิ่งท่ีควรปรับปรุงใน • การแสดงความคิดเห็นในงานทศั นศิลปข์ อง

งานทศั นศิลป์ของตนเอง ตนเอง

๙. ระบุ และจัดกลมุ่ ของภาพตามทัศนธาตุ • การจดั กลมุ่ ของภาพตามทัศนธาตุ

ทีเ่ น้นในงานทัศนศิลปน์ น้ั ๆ

๑๐. บรรยายลกั ษณะรปู รา่ ง รปู ทรง • รปู ร่าง รปู ทรง ในงานออกแบบ
ในงานการออกแบบสิ่งต่าง ๆ ทม่ี ใี นบ้าน
และโรงเรียน

๑๘

ช้ัน ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

ป.๔ ๑. เปรียบเทยี บรปู ลกั ษณะของรปู ร่าง • รปู รา่ ง รูปทรง ในธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม

รปู ทรงในธรรมชาติ ส่ิงแวดลอ้ ม และงานทัศนศลิ ป์

และงานทัศนศลิ ป์

๒. อภปิ รายเกยี่ วกับอิทธพิ ลของสีวรรณะ • อทิ ธพิ ลของสี วรรณะอนุ่ และวรรณะเย็น

อุ่นและสวี รรณะเยน็ ท่ีมีตอ่ อารมณข์ อง

มนุษย์

๓. จำแนกทัศนธาตุของสงิ่ ตา่ ง ๆ • เสน้ สี รปู รา่ ง รปู ทรง พ้นื ผวิ และพื้นท่วี า่ ง

ในธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและงานทัศนศิลป์ ในธรรมชาตสิ ่งิ แวดลอ้ มและงานทัศนศลิ ป์

โดยเนน้ เรอ่ื งเสน้ สี รปู ร่าง รปู ทรงพ้ืนผวิ

และพ้ืนที่วา่ ง

๔. มที กั ษะพน้ื ฐานในการใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ • การใช้วสั ดุ อุปกรณส์ รา้ งงานพิมพภ์ าพ

สรา้ งสรรค์งานพิมพ์ภาพ

๕. มีทกั ษะพ้นื ฐานในการใช้วัสดุ • การใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ในการวาดภาพระบายสี

อุปกรณ์สร้างสรรคง์ านวาดภาพระบายสี

๖. บรรยายลกั ษณะของภาพโดยเนน้ • การจดั ระยะความลึก นำ้ หนกั และแสงเงา

เรอื่ งการจดั ระยะ ความลกึ น้ำหนักและ ในการวาดภาพ

แสงเงาในภาพ

๗. วาดภาพระบายสี โดยใช้สีวรรณะอุ่น • การใช้สวี รรณะอุ่นและใชส้ วี รรณะเยน็ วาด

และสีวรรณะเยน็ ถ่ายทอดความรสู้ ึกและ ภาพถา่ ยทอดความรูส้ ึกและจินตนาการ

จนิ ตนาการ

๘. เปรยี บเทยี บความคิดความร้สู ึก • ความเหมือนและความแตกตา่ งในงาน

ทถ่ี า่ ยทอดผ่านงานทัศนศิลป์ของตนเอง ทศั นศลิ ปค์ วามคดิ ความรสู้ ึกท่ีถ่ายทอดในงาน

และบุคคลอ่นื ทศั นศิลป์

๙. เลอื กใชว้ รรณะสเี พื่อถ่ายทอดอารมณ์ • การเลือกใช้วรรณะสีเพ่ือถ่ายทอดอารมณ์

ความร้สู ึกในการสร้างงานทัศนศิลป์ ความรสู้ กึ

ป.๕ ๑. บรรยายเก่ยี วกบั จงั หวะตำแหน่ง • จงั หวะ ตำแหน่งของสง่ิ ตา่ ง ๆ ในสิ่งแวดลอ้ ม

ของส่ิงต่าง ๆ ทีป่ รากฏในสิง่ แวดลอ้ ม และงานทัศนศิลป์

และงานทัศนศิลป์

๒. เปรียบเทียบความแตกตา่ งระหวา่ ง • ความแตกตา่ งระหว่างงานทัศนศลิ ป์

งานทศั นศิลป์ ทีส่ ร้างสรรค์ดว้ ยวัสดุ

อุปกรณ์และวิธกี ารท่ีต่างกัน

๓. วาดภาพ โดยใช้เทคนิคของแสงเงา • แสงเงา น้ำหนกั และวรรณะสี

น้ำหนัก และวรรณะสี

๑๙

ชน้ั ตัวชี้วัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ป.๕ ๔. สร้างสรรค์งานปนั้ จาก ดินน้ำมนั หรือ • การสร้างงานป้ันเพอื่ ถา่ ยทอดจนิ ตนาการ

ดินเหนียว โดยเน้นการถา่ ยทอด ดว้ ยการใชด้ นิ นำ้ มนั หรอื ดนิ เหนยี ว

จินตนาการ

๕. สรา้ งสรรค์งานพิมพภ์ าพ โดยเนน้ • การจดั ภาพในงานพิมพภ์ าพ

การจดั วางตำแหน่งของส่งิ ต่าง ๆ ในภาพ

๖. ระบุปญั หาในการจัดองค์ประกอบศิลป์ • การจดั องค์ประกอบศลิ ป์และการสอื่

และการส่ือความหมายในงานทัศนศลิ ป์ ความหมาย ในงานทศั นศิลป์

ของตนเอง และบอกวิธีการปรบั ปรงุ งาน

ใหด้ ขี น้ึ

๗. บรรยายประโยชน์และคณุ คา่ • ประโยชน์และคณุ ค่าของงานทัศนศิลป์

ของงานทศั นศิลปท์ ่มี ีผลต่อชวี ิตของคน

ในสงั คม

๑. ระบุสีคตู่ รงข้าม และอภิปราย • วงสธี รรมชาติ และสีค่ตู รงขา้ ม

เกย่ี วกับการใช้สคี ตู่ รงขา้ มในการ

ถ่ายทอดความคดิ และอารมณ์

๒. อธบิ ายหลักการจดั ขนาดสัดส่วน • หลกั การจัดขนาด สดั สว่ นความสมดุล

ความสมดุลในการสรา้ งงานทัศนศลิ ป์ ในงานทัศนศลิ ป์

๓. สร้างงานทัศนศลิ ป์จากรปู แบบ • งานทัศนศิลป์รูปแบบ ๒ มิติ และ ๓ มติ ิ

๒ มติ ิ เป็น๓ มติ ิ โดยใชห้ ลักการ

ของแสงเงาและน้ำหนัก

ป.๖ ๑. ระบสุ ีคตู่ รงข้าม และอภิปราย • วงสธี รรมชาติ และสีคตู่ รงข้าม
เก่ียวกบั การใชส้ คี ่ตู รงขา้ มในการ
ถ่ายทอดความคิดและอารมณ์

๒. อธิบายหลักการจดั ขนาดสดั ส่วน • หลกั การจัดขนาด สัดสว่ นความสมดุล
ความสมดุลในการสรา้ งงานทัศนศิลป์ ในงานทัศนศลิ ป์

๓. สร้างงานทัศนศลิ ปจ์ ากรูปแบบ • งานทศั นศิลป์รูปแบบ ๒ มิติ และ ๓ มติ ิ
๒ มิติ เปน็ ๓ มิติ โดยใช้หลักการ
ของแสงเงาและน้ำหนัก

๔. สร้างสรรค์งานปน้ั โดยใช้หลกั การเพ่ิม • การใช้หลกั การเพิ่มและลดในการสร้างสรรค์
และลด งานปั้น

๕. สร้างสรรค์งานทัศนศิลปโ์ ดยใช้หลกั การ • รปู และพ้นื ทว่ี า่ งในงานทัศนศิลป์
ของรูปและพ้นื ท่วี ่าง

๒๐

ชั้น ตวั ชวี้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๖ ๖. สรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์โดยใช้ • การสร้างสรรคง์ านทัศนศลิ ปโ์ ดยใช้

สคี ู่ตรงขา้ มหลักการจัดขนาดสัดสว่ น สีคูต่ รงข้าม หลักการจดั ขนาด สัดสว่ นและ
และความสมดลุ
ความสมดุล

๗. สรา้ งงานทศั นศิลปเ์ ปน็ แผนภาพ • การสร้างงานทัศนศิลป์เป็นแผนภาพ
แผนผัง และภาพประกอบ เพ่ือถ่ายทอด แผนผงั และภาพประกอบ
ความคิดหรือเรอ่ื งราวเกยี่ วกบั เหตกุ ารณ์

ตา่ ง ๆ

๑. บรรยายความแตกต่างและความ • ความแตกตา่ งและความคล้ายคลงึ กัน
คล้ายคลึงกนั ของงานทัศนศิลป์
ของทศั นธาตุในงานทัศนศิลป์ และส่งิ แวดลอ้ ม
และสิง่ แวดล้อมโดยใช้ความรู้เรื่องทศั นธาตุ

๒. ระบุ และบรรยายหลักการออกแบบ • ความเปน็ เอกภาพ ความกลมกลนื ความสมดลุ
งานทัศนศลิ ป์ โดยเน้นความเป็นเอกภาพ

ความกลมกลนื และความสมดุล

๒๑

สาระที่ ๑ ทศั นศิลป์

มาตรฐาน ศ ๑.๒ เขา้ ใจความสมั พันธ์ระหว่างทศั นศลิ ป์ ประวตั ิศาสตร์ และวฒั นธรรม เหน็ คณุ คา่

งานทัศนศลิ ปท์ ีเ่ ปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ภมู ิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปญั ญาไทย และสากล

ชั้น ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ป.๑ ๑. ระบงุ านทัศนศลิ ปใ์ นชีวิตประจำวนั • งานทศั นศิลป์ในชีวิตประจำวัน

ป.๒ ๑. บอกความสำคัญของงานทัศนศิลป์ • ความสำคัญของงานทัศนศลิ ปใ์ นชวี ิต
ทพ่ี บเหน็ ในชวี ติ ประจำวัน
ประจำวัน

๒. อภปิ รายเกยี่ วกบั งานทศั นศลิ ป์ • งานทศั นศลิ ป์ในท้องถน่ิ

ประเภทต่าง ๆ ในทอ้ งถน่ิ โดยเนน้ ถงึ

วธิ ีการสร้างงานและวสั ดุอุปกรณ์ ท่ีใช้

ป.๓ ๑. เลา่ ถึงทมี่ าของงานทัศนศลิ ปใ์ นท้องถน่ิ • ทม่ี าของงานทัศนศิลปใ์ นท้องถ่นิ

๒. อธิบายเก่ยี วกบั วัสดุอุปกรณ์และ • วสั ดุ อุปกรณ์ และวธิ ีการสร้างงานทศั นศลิ ป์
วิธีการสร้างงานทศั นศิลป์ในท้องถิน่ ในทอ้ งถ่ิน

ป.๔ ๑. ระบุ และอภิปรายเกย่ี วกับงานทัศนศลิ ป์ • งานทัศนศิลป์ในวฒั นธรรมทอ้ งถ่นิ
ในเหตุการณ์ และงานเฉลิมฉลอง

ของวฒั นธรรมในท้องถน่ิ

๒. บรรยายเกีย่ วกับงานทัศนศลิ ป์ • งานทัศนศิลป์จากวัฒนธรรมต่าง ๆ
ที่มาจากวัฒนธรรมตา่ ง ๆ

ป.๕ ๑. ระบุ และบรรยายเก่ียวกับลักษณะ • ลกั ษณะรปู แบบของงานทัศนศลิ ป์
รูปแบบของงานทัศนศลิ ป์ในแหลง่ เรียนรู้

หรอื นทิ รรศการศลิ ปะ

๒. อภิปรายเกยี่ วกับงานทัศนศิลป์ • งานทศั นศิลป์ที่สะท้อนวฒั นธรรมและ
ทสี่ ะท้อนวัฒนธรรมและภมู ปิ ัญญา ภูมิปัญญาในท้องถ่นิ
ในทอ้ งถิ่น

ป.๖ ๑. บรรยายบทบาทของงานทัศนศิลป์ • บทบาทของงานทัศนศลิ ปใ์ นชวี ติ
ทส่ี ะท้อนชีวติ และสังคม
และสงั คม

๒. อภปิ รายเกยี่ วกับอทิ ธพิ ลของ • อิทธพิ ลของศาสนาทม่ี ีตอ่ งานทศั นศิลป์

ความเชือ่ ความศรทั ธาในศาสนาทมี่ ผี ลต่อ ในท้องถิน่
งานทัศนศลิ ป์ในท้องถน่ิ

๓. ระบุ และบรรยายอิทธพิ ลทาง • อทิ ธพิ ลทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นทมี่ ีผล

วัฒนธรรมในท้องถิ่นทมี่ ผี ลต่อการสรา้ งงาน ต่อการสรา้ งงานทศั นศิลป์
ทัศนศิลป์ของบุคคล

๒๒

สาระที่ ๒ ดนตรี

มาตรฐาน ศ ๒.๑ เขา้ ใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษว์ ิจารณ์คณุ ค่าดนตรี

ถา่ ยทอดความรู้สกึ ความคิดต่อดนตรอี ย่างอสิ ระ ชื่นชม และประยุกตใ์ ช้

ในชีวิตประจำวนั

ช้นั ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ป.๑ ๑. รวู้ า่ สง่ิ ตา่ ง ๆ สามารถก่อกำเนิดเสียง • การกำเนดิ ของเสียง
ทีแ่ ตกต่างกัน
- เสยี งจากธรรมชาติ

- แหล่งกำเนดิ ของเสียง

- สีสันของเสียง

๒. บอกลกั ษณะของเสยี งดงั -เบา และความ • ระดับเสยี งดัง-เบา (Dynamic)
ช้า- เร็วของจังหวะ
• อัตราความเร็วของจงั หวะTempo

๓. ทอ่ งบทกลอน ร้องเพลงง่าย ๆ • การอ่านบทกลอนประกอบจงั หวะ

• การร้องเพลงประกอบจงั หวะ

๔. มีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมดนตรีอยา่ ง • กิจกรรมดนตรี
สนกุ สนาน - การร้องเพลง

- การเคาะจังหวะ

- การเคล่ือนไหวประกอบบทเพลง

o ตามความดงั - เบาของบท

เพลง

o ตามความช้าเรว็ ของจงั หวะ

๕. บอกความเกย่ี วข้องของเพลงทใี่ ช้ • เพลงท่ีใชใ้ นชีวิตประจำวนั
ในชีวิตประจำวัน - เพลงกลอ่ มเด็ก

- บทเพลงประกอบการละเลน่

- เพลงสำคญั (เพลงชาติไทย

เพลงสรรเสรญิ พระบารมี)

ป.๒ ๑. จำแนกแหลง่ กำเนิด ของเสียงท่ไี ด้ยิน • สสี นั ของเสียงเครื่องดนตรี

• สสี นั ของเสยี งมนุษย์

๒. จำแนกคุณสมบตั ขิ องเสียง สูง- ตำ่ , • การฝกึ โสตประสาท การจำแนกเสยี ง
ดงั -เบา ยาว-ส้ัน ของดนตรี
สงู -ตำ่ ดงั -เบา ยาว-ส้ัน

๓. เคาะจังหวะหรือเคล่ือนไหวรา่ งกาย • การเคล่อื นไหวประกอบเนอ้ื หาในบทเพลง
ใหส้ อดคล้องกบั เน้ือหาของเพลง • การเลน่ เคร่ืองดนตรปี ระกอบเพลง

๔. รอ้ งเพลงงา่ ย ๆ ท่ีเหมาะสมกับวยั • การขบั ร้อง

๕. บอกความหมายและความสำคญั • ความหมายและความสำคัญของเพลง
ของเพลงท่ีได้ยนิ ท่ไี ดย้ นิ

- เพลงปลุกใจ

- เพลงสอนใจ

๒๓

ช้ัน ตัวชี้วัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง

ป.๓ ๑. ระบรุ ปู รา่ งลกั ษณะของเคร่ืองดนตรี • รปู ร่างลกั ษณะของเครอื่ งดนตรี
ทีเ่ หน็ และได้ยนิ ในชีวิตประจำวัน • เสียงของเคร่อื งดนตรี

๒. ใช้รูปภาพหรอื สญั ลกั ษณ์แทนเสียง และ • สญั ลกั ษณแ์ ทนคุณสมบัติของเสยี ง (สูง-ต่ำ
จงั หวะเคาะ
ดงั -เบา ยาว-ส้นั )

• สัญลักษณแ์ ทนรปู แบบจังหวะ

๓. บอกบทบาทหนา้ ท่ีของเพลงที่ไดย้ ิน • บทบาทหนา้ ที่ของบทเพลงสำคญั

- เพลงชาติ

- เพลงสรรเสรญิ พระบารมี

- เพลงประจำโรงเรียน

๔. ขบั รอ้ งและบรรเลงดนตรีง่าย ๆ • การขับร้องเดี่ยวและหมู่

• การบรรเลงเครื่องดนตรีประกอบเพลง

๕. เคลือ่ นไหวท่าทางสอดคล้องกับอารมณ์ • การเคลือ่ นไหวตามอารมณ์ของบทเพลง
ของเพลงที่ฟัง

๖. แสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับเสียงดนตรี • การแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกับเสียงรอ้ ง
เสยี งขบั รอ้ งของตนเองและผู้อน่ื
และเสยี งดนตรี

- คณุ ภาพเสียงร้อง

- คณุ ภาพเสียงดนตรี

๗. นำดนตรไี ปใช้ในชีวติ ประจำวันหรือ • การใชด้ นตรีในโอกาสพิเศษ
โอกาสตา่ ง ๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม - ดนตรใี นงานร่นื เริง

ดนตรีในการฉลองวนั สำคัญของชาติ

ป.๔ ๑. บอกประโยคเพลงอยา่ งง่าย • โครงสร้างของบทเพลง

- ความหมายของประโยคเพลง

- การแบ่งประโยคเพลง

๒. จำแนกประเภทของเคร่ืองดนตรที ใ่ี ช้ใน • ประเภทของเคร่ืองดนตรี
เพลงท่ีฟงั
• เสียงของเครอ่ื งดนตรแี ตล่ ะประเภท

๓. ระบุทศิ ทางการเคลือ่ นทข่ี นึ้ – ลงงา่ ย ๆ • การเคล่อื นท่ขี นึ้ - ลงของทำนอง
ของทำนอง รูปแบบจังหวะและความเร็ว • รปู แบบจังหวะของทำนองจงั หวะ
ของจังหวะในเพลงท่ีฟัง
• รปู แบบจังหวะ

• ความช้า - เร็วของจงั หวะ

๒๔

ชัน้ ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ป.๔ ๔. อ่าน เขียนโนต้ ดนตรีไทยและสากล • เครือ่ งหมายและสญั ลักษณ์ทางดนตรี
- กญุ แจประจำหลัก

- บรรทดั ห้าเสน้

- โน้ตและเครือ่ งหมายหยุด

- เสน้ กนั้ ห้อง

• โครงสรา้ งโนต้ เพลงไทย

- การแบง่ ห้อง

- การแบง่ จงั หวะ

๕. รอ้ งเพลงโดยใช้ชว่ งเสยี งทเี่ หมาะสมกับ • การขบั รอ้ งเพลงในบนั ไดเสยี งท่ีเหมาะสม
ตนเอง กบั ตนเอง

๖. ใชแ้ ละเกบ็ เครอื่ งดนตรอี ยา่ งถูกตอ้ งและ • การใช้และการดูแลรักษาเครื่องดนตรี ของ
ปลอดภยั
ตน

๗. ระบุวา่ ดนตรีสามารถใชใ้ นการสือ่ • ความหมายของเน้ือหาในบทเพลง
เร่อื งราว

ป.๕ ๑. ระบอุ งค์ประกอบดนตรีในเพลงทใี่ ช้ใน • การสอื่ อารมณ์ของบทเพลงด้วยองคป์ ระกอบ
การส่อื อารมณ์
ดนตรี

- จังหวะกับอารมณ์ของบทเพลง

ทำนองกับอารมณ์ของบทเพลง

๒. จำแนกลกั ษณะของเสยี งขบั ร้องและ • ลกั ษณะของเสียงนกั ร้องกลมุ่ ตา่ ง ๆ
เคร่ืองดนตรที ี่อยู่ในวงดนตรีประเภทต่าง ๆ • ลักษณะเสยี งของวงดนตรีประเภทตา่ ง ๆ

๓. อา่ น เขียนโน้ตดนตรีไทยและสากล • เคร่ืองหมายและสัญลักษณ์ทางดนตรี
๕ ระดับเสยี ง - บนั ไดเสียง ๕ เสียง Pentatonic

scale

- โน้ตเพลงในบนั ไดเสยี ง ๕ เสียง

Pentatonic scale

๔. ใช้เครอ่ื งดนตรีบรรเลงจังหวะ และ • การบรรเลงเครื่องประกอบจังหวะ
ทำนอง • การบรรเลงทำนองดว้ ยเครื่องดนตรี

๕. รอ้ งเพลงไทยหรือเพลงสากลหรอื เพลง • การรอ้ งเพลงไทยในอตั ราจังหวะสองชน้ั
ไทยสากลทเ่ี หมาะสมกบั วยั
• การรอ้ งเพลงสากล หรอื ไทยสากล

- • การร้องเพลงประสานเสยี ง

แบบ Canon Round

๖. ด้นสดงา่ ย ๆ โดยใช้ประโยคเพลง • การสรา้ งสรรคป์ ระโยคเพลงถาม-ตอบ
แบบถามตอบ

๒๕

ชั้น ตัวชีว้ ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ป.๕ ๗. ใชด้ นตรรี ่วมกบั กิจกรรมในการ • การบรรเลงดนตรีประกอบกิจกรรม
แสดงออกตามจินตนาการ นาฏศิลป์

• การสรา้ งสรรคเ์ สียงประกอบการเล่าเรื่อง

ป.๖ ๑. บรรยายเพลงท่ีฟงั โดยอาศยั • องค์ประกอบดนตรแี ละศัพท์สังคีต
องค์ประกอบดนตรี และศัพท์สงั คตี

๒. จำแนกประเภทและบทบาทหน้าที่ • เครื่องดนตรีไทยแต่ละภาค
เครอ่ื งดนตรีไทยและเคร่ืองดนตรีที่ • บทบาทและหน้าท่ขี องเครอื่ งดนตรี
มาจากวฒั นธรรมตา่ ง ๆ • ประเภทของเครื่องดนตรสี ากล

๓. อา่ น เขียนโน้ตไทย และโนต้ สากล • เครือ่ งหมายและสญั ลักษณ์ทางดนตรี
ทำนองง่าย ๆ • โนต้ บทเพลงไทย อตั ราจงั หวะสองชน้ั

• โน้ตบทเพลงสากลในบนั ไดเสียง C Major

๔. ใช้เครือ่ งดนตรบี รรเลงประกอบ • การร้องเพลงประกอบดนตรี

การรอ้ งเพลง ด้นสด ทมี่ จี ังหวะและทำนอง • การสรา้ งสรรคร์ ูปแบบจังหวะและทำนอง
งา่ ย ๆ ด้วยเครอ่ื งดนตรี

๕. บรรยายความรู้สึกที่มีต่อดนตรี • การบรรยายความรู้สกึ และแสดงความ

๖. แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ทำนอง คิดเห็นท่ีมีต่อบทเพลง
จังหวะการประสานเสียง และคณุ ภาพเสียง - เน้ือหาในบทเพลง
ของเพลงที่ฟงั
- องค์ประกอบในบทเพลง

คณุ ภาพเสยี งในบทเพลง

๒๖

สาระที่ ๒ ดนตรี

มาตรฐาน ศ ๒.๒ เข้าใจความสัมพนั ธ์ระหว่างดนตรี ประวตั ิศาสตร์ และวัฒนธรรม เหน็ คณุ ค่า

ของดนตรีที่เปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภมู ิปัญญาทอ้ งถน่ิ ภมู ิปัญญาไทยและสากล

ช้นั ตวั ชวี้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๑ ๑. เล่าถงึ เพลงในทอ้ งถ่ิน • ท่ีมาของบทเพลงในท้องถ่นิ

๒. ระบสุ ิ่งทช่ี ่ืนชอบในดนตรที ้องถน่ิ • ความนา่ สนใจของบทเพลงในท้องถิ่น

ป.๒ ๑. บอกความสมั พนั ธ์ของเสยี งร้อง • บทเพลงในท้องถน่ิ

เสยี งเครือ่ งดนตรใี นเพลงท้องถิน่ - ลกั ษณะของเสยี งร้องในบทเพลง
โดยใช้คำงา่ ย ๆ - ลักษณะของเสยี งเครื่องดนตรีทใ่ี ช้

ในบทเพลง

๒. แสดงและเขา้ ร่วมกิจกรรมทางดนตรี • กิจกรรมดนตรีในโอกาสพิเศษ
ในท้องถ่นิ
- ดนตรกี บั โอกาสสำคญั ในโรงเรยี น

- ดนตรีกับวนั สำคัญของชาติ

ป.๓ ๑. ระบุลักษณะเด่นและเอกลักษณ์ • เอกลักษณ์ของดนตรีในท้องถ่ิน
ของดนตรีในท้องถิ่น - ลักษณะเสียงร้องของดนตรีในท้องถิ่น

- ภาษาและเน้ือหาในบทร้องของดนตรี

ในท้องถิ่น

- เครื่องดนตรีและวงดนตรใี นท้องถิ่น

๒. ระบคุ วามสำคัญและประโยชน์ของ • ดนตรกี ับการดำเนนิ ชีวิตในท้องถ่ิน
ดนตรตี อ่ การดำเนินชวี ติ ของคนในท้องถิ่น - ดนตรีในชีวิตประจำวัน

- ดนตรใี นวาระสำคญั

ป.๔ ๑. บอกแหล่งทม่ี าและความสัมพันธ์ • ความสมั พนั ธ์ของวถิ ีชวี ิตกับผลงานดนตรี
ของวถิ ีชวี ติ ไทย ทสี่ ะทอ้ นในดนตรี - เนื้อหาเร่ืองราวในบทเพลงกับวิถชี วี ิต
และเพลงทอ้ งถิ่น - โอกาสในการบรรเลงดนตรี

๒. ระบคุ วามสำคัญในการอนุรักษ์ส่งเสริม • การอนรุ ักษว์ ฒั นธรรมทางดนตรี
วัฒนธรรมทางดนตรี - ความสำคัญและความจำเปน็ ในการ
อนุรกั ษ์
ป.๕ ๑. อธบิ ายความสัมพันธ์ระหว่างดนตรีกับ - แนวทางในการอนุรกั ษ์
ประเพณีในวัฒนธรรมตา่ ง ๆ
• ดนตรกี บั งานประเพณี
๒. อธิบายคณุ ค่าของดนตรีที่มาจาก - บทเพลงในงานประเพณีในท้องถน่ิ
วัฒนธรรมทีต่ า่ งกนั - บทบาทของดนตรีในแตล่ ะประเพณี

• คุณค่าของดนตรีจากแหล่งวัฒนธรรม
- คุณคา่ ทางสงั คม
- คณุ คา่ ทางประวัตศิ าสตร์

๒๗

ช้ัน ตัวช้วี ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ป.๖ ๑. อธิบายเรือ่ งราวของดนตรไี ทย • ดนตรีไทยในประวตั ิศาสตร์
ในประวัตศิ าสตร์ - ดนตรีในเหตุการณส์ ำคญั ทาง
ประวัตศิ าสตร์
๒. จำแนกดนตรที ่ีมาจากยุคสมยั ที่ต่างกนั - ดนตรีในยคุ สมยั ตา่ ง ๆ
- อิทธพิ ลของวฒั นธรรมที่มีต่อดนตรี
๓. อภปิ รายอิทธิพลของวัฒนธรรม
ต่อดนตรีในทอ้ งถิ่น

๒๘

สาระท่ี ๓ นาฏศิลป์
มาตรฐาน ศ ๓.๑ เขา้ ใจ และแสดงออกทางนาฏศลิ ป์อย่างสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษ์วจิ ารณ์

คุณคา่ นาฏศลิ ป์ ถา่ ยทอดความรสู้ กึ ความคิดอยา่ งอิสระ ชน่ื ชม และประยกุ ต์ใช้
ในชวี ติ ประจำวนั

ชัน้ ตัวชว้ี ดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง
ป.๑ ๑. เลยี นแบบการเคล่ือนไหว
• การเคลอ่ื นไหวลกั ษณะต่าง ๆ
๒. แสดงทา่ ทางง่าย ๆ เพื่อส่ือความหมาย - การเลยี นแบบธรรมชาติ
แทนคำพูด - การเลียนแบบคน สตั ว์ สิ่งของ

๓. บอกสงิ่ ที่ตนเองชอบ จากการดูหรือ • การใชภ้ าษาทา่ และการประดษิ ฐ์
ร่วมการแสดง ท่าประกอบเพลง
ป.๒ ๑. เคลอื่ นไหวขณะอยู่กบั ทแ่ี ละเคล่อื นท่ี
• การแสดงประกอบเพลงท่เี กี่ยวกับ
๒. แสดงการเคลื่อนไหวท่ีสะท้อนอารมณ์ ธรรมชาตสิ ตั ว์
ของตนเองอย่างอิสระ
• การเป็นผชู้ มที่ดี
๓. แสดงท่าทาง เพื่อสื่อความหมาย
แทนคำพูด • การเคลอ่ื นไหวอยา่ งมรี ูปแบบ
- การน่ัง
๔. แสดงท่าทางประกอบจังหวะ - การยืน
อยา่ งสร้างสรรค์ - การเดนิ
๕. ระบุมารยาทในการชมการแสดง
• การประดิษฐ์ท่าจากการเคลื่อนไหว
ป.๓ ๑. สร้างสรรคก์ ารเคล่ือนไหวในรูปแบบ อย่างมรี ปู แบบ
ต่าง ๆ ในสถานการณส์ ัน้ ๆ
• เพลงทเี่ กย่ี วกับสิง่ แวดล้อม

• หลักและวธิ ีการปฏบิ ัตนิ าฏศลิ ป์
- การฝกึ ภาษาท่าสอ่ื ความหมายแทน
อากปั กิริยา
- การฝกึ นาฏยศัพท์ในส่วนลำตัว

• การใช้ภาษาทา่ และนาฏยศัพท์ประกอบ
จังหวะ

• มารยาทในการชมการแสดง การเขา้ ชม
หรือมีส่วนร่วม

• การเคลอื่ นไหวในรปู แบบต่าง ๆ
- รำวงมาตรฐาน
- เพลงพระราชนพิ นธ์
- สถานการณ์สน้ั ๆ
- สถานการณ์ทีก่ ำหนดให้

๒๙

ชั้น ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๓ ๒. แสดงทา่ ทางประกอบเพลงตามรูปแบบ • หลกั และวิธกี ารปฏบิ ัตินาฏศลิ ป์
นาฏศลิ ป์ - การฝึกภาษาท่าสื่ออารมณ์ของมนุษย์
- การฝึกนาฎยศัพท์ในส่วนขา

๓. เปรยี บเทยี บบทบาทหนา้ ท่ขี องผ้แู สดง • หลกั ในการชมการแสดง
และผู้ชม - ผแู้ สดง
- ผชู้ ม
๔. มีสว่ นรว่ มในกิจกรรมการแสดงที่ - การมสี ว่ นร่วม
เหมาะสมกับวัย

๕. บอกประโยชนข์ องการแสดงนาฏศิลป์ • การบรู ณาการนาฏศิลป์กับสาระ
ในชวี ติ ประจำวัน
การเรียนรู้อนื่ ๆ

ป.๔ ๑. ระบทุ ักษะพน้ื ฐานทางนาฏศลิ ปแ์ ละ • หลักและวธิ กี ารปฏิบตั นิ าฏศิลป์
การละครทใ่ี ช้ส่อื ความหมายและอารมณ์
- การฝึกภาษาท่า
- การฝกึ นาฏยศัพท์

๒. ใช้ภาษาทา่ และนาฏยศพั ทห์ รือศัพท์ • การใชภ้ าษาทา่ และนาฏยศัพท์ประกอบ
ทางการละครง่าย ๆ ในการถ่ายทอด เพลงปลกุ ใจและเพลงพระราชนพิ นธ์
เรอ่ื งราว
• การใชศ้ ัพทท์ างการละครในการถ่ายทอด
เรื่องราว

๓. แสดง การเคล่ือนไหวในจงั หวะต่าง ๆ • การประดิษฐ์ทา่ ทางหรอื ท่ารำประกอบ
ตามความคิดของตน
จงั หวะพนื้ เมือง

๔. แสดงนาฏศลิ ป์เป็นคู่ และหมู่ • การแสดงนาฏศิลป์ ประเภทคู่และหมู่
- รำวงมาตรฐาน

- ระบำ

๕. เลา่ ส่ิงทชี่ ื่นชอบในการแสดงโดยเนน้ • การเล่าเรอื่ ง
จุดสำคัญของเร่ืองและลักษณะเดน่ - จดุ สำคญั
ของตวั ละคร - ลกั ษณะเดน่ ของตวั ละคร

ป.๕ ๑. บรรยายองคป์ ระกอบนาฏศิลป์ • องค์ประกอบของนาฏศลิ ป์

- จงั หวะ ทำนอง คำร้อง
- ภาษาท่า นาฏยศัพท์

- อปุ กรณ์

๒. แสดงท่าทางประกอบเพลงหรือเร่อื งราว • การประดิษฐ์ทา่ ทางประกอบเพลง
ตามความคดิ ของตน
หรือทา่ ทางประกอบเรื่องราว

๓. แสดงนาฏศิลป์ โดยเนน้ การใช้ภาษาท่า • การแสดงนาฏศิลป์
และนาฏยศัพท์ในการสือ่ ความหมายและ
- ระบำ
การแสดงออก
- ฟอ้ น

- รำวงมาตรฐาน

๓๐

ชน้ั ตัวชว้ี ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ป.๕ ๔. มีสว่ นร่วมในกลุ่มกบั การเขยี น • องค์ประกอบของละคร
เค้าโครงเรอ่ื งหรือบทละครสนั้ ๆ - การเลอื กและเขยี นเคา้ โครงเร่ือง

- บทละครส้ัน ๆ

๕. เปรยี บเทียบการแสดงนาฏศิลป์ชุด • ทมี่ าของการแสดงนาฏศลิ ป์ชุดตา่ ง ๆ
ตา่ ง ๆ

๖. บอกประโยชน์ที่ไดร้ บั จากการชม • หลกั การชมการแสดง

การแสดง • การถา่ ยทอดความรู้สึกและคุณค่า

ของการแสดง

ป.๖ ๑. สร้างสรรคก์ ารเคล่ือนไหวและการแสดง • การประดิษฐท์ ่าทางประกอบเพลงปลุกใจ
โดยเนน้ การถ่ายทอดลีลาหรอื อารมณ์ หรือเพลงพ้ืนเมืองหรือท้องถน่ิ เน้นลีลา

หรืออารมณ์

๒. ออกแบบเคร่อื งแตง่ กาย หรอื อุปกรณ์ • การออกแบบสรา้ งสรรค์
ประกอบการแสดงอย่างงา่ ย ๆ
- เครือ่ งแตง่ กาย

- อปุ กรณ์ ฉากประกอบการแสดง

๓. แสดงนาฏศิลปแ์ ละละครงา่ ย ๆ • การแสดงนาฏศิลป์และการแสดงละคร

- รำวงมาตรฐาน

- ระบำ

- ฟ้อน

- ละครสร้างสรรค์

๔. บรรยายความรูส้ ึกของตนเองที่มีต่องาน • บทบาทและหน้าท่ใี นงานนาฏศิลปแ์ ละ
นาฏศิลป์และการละครอย่างสรา้ งสรรค์ การละคร

๕. แสดงความคดิ เหน็ ในการชมการแสดง • หลกั การชมการแสดง

- การวิเคราะห์

- ความร้สู ึกชืน่ ชม

๖. อธิบายความสัมพันธ์ระหวา่ งนาฏศลิ ป์ • องค์ประกอบทางนาฏศลิ ปแ์ ละการละคร
และการละครกับส่งิ ทป่ี ระสบ

ในชีวติ ประจำวัน

๓๑

สาระที่ ๓ นาฏศลิ ป์
มาตรฐาน ศ ๓.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของนาฏศิลปท์ ่ี

เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถน่ิ ภูมิปญั ญาไทยและสากล

ชนั้ ตัวช้วี ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

ป.๑ ๑. ระบุ และเล่นการละเล่นของเด็กไทย • การละเล่นของเด็กไทย

- วิธีการเลน่

- กติกา

๒. บอกสิง่ ท่ีตนเองชอบในการแสดง • การแสดงนาฏศิลป์
นาฏศิลป์

ป.๒ ๑. ระบุและเลน่ การละเล่นพนื้ บา้ น • การละเลน่ พ้นื บ้าน
- วิธกี ารเล่น

- กติกา

๒. เชื่อมโยงส่ิงท่ีพบเห็นในการละเลน่ • ทม่ี าของการละเล่นพน้ื บ้าน
พื้นบ้านกับสิ่งท่พี บเหน็ ในการดำรงชวี ิตของ

คนไทย

๓. ระบสุ ง่ิ ทช่ี ่ืนชอบและภาคภมู ิใจ • การละเลน่ พืน้ บ้าน
ในการละเลน่ พื้นบ้าน

ป.๓ ๑. เลา่ การแสดงนาฏศิลป์ทีเ่ คยเหน็ • การแสดงนาฏศิลป์พืน้ บ้านหรือท้องถน่ิ
ในทอ้ งถิ่น ของตน

๒. ระบุสิง่ ทีเ่ ปน็ ลกั ษณะเด่นและเอกลกั ษณ์ • การแสดงนาฏศิลป์
ของการแสดงนาฏศลิ ป์
- ลักษณะ

- เอกลักษณ์

๓. อธบิ ายความสำคัญของการแสดง • ทมี่ าของการแสดงนาฏศลิ ป์
นาฏศิลป์ - สง่ิ ที่เคารพ

ป.๔ ๑. อธิบายประวตั ิความเป็นมาของ • ความเปน็ มาของนาฏศิลป์
นาฏศิลป์ หรอื ชดุ การแสดงอยา่ งงา่ ย ๆ • ทมี่ าของชดุ การแสดง

๒. เปรยี บเทียบการแสดงนาฏศิลป์ • การชมการแสดง
กับการแสดงที่มาจากวฒั นธรรมอื่น - นาฏศลิ ป์

- การแสดงของท้องถิน่

๓. อธิบายความสำคัญของการแสดงความ • ความเปน็ มาของนาฏศลิ ป์

เคารพในการเรยี นและการแสดงนาฏศลิ ป์ - การทำความเคารพก่อนเรยี นและ

กอ่ นแสดง

๔. ระบเุ หตุผลทคี่ วรรักษา และสืบทอด • ความเปน็ มาของนาฏศิลป์

การแสดงนาฏศลิ ป์ - คุณคา่

๓๒

ชน้ั ตัวช้วี ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง

ป.5 ๑. เปรยี บเทียบการแสดงประเภทต่าง ๆ • การแสดงนาฏศลิ ปป์ ระเภทต่าง ๆ
ของไทย ในแตล่ ะท้องถ่ิน
- การแสดงพืน้ บา้ น

๒. ระบหุ รอื แสดงนาฏศิลป์ นาฏศลิ ป์ • การแสดงนาฏศลิ ปป์ ระเภทต่าง ๆ
พน้ื บ้านทส่ี ะท้อนถงึ วัฒนธรรมและ การแสดงพ้ืนบา้ น
ประเพณี

ป.6 ๑. อธบิ ายส่งิ ทม่ี ีความสำคญั ต่อการแสดง • ความหมาย ความเปน็ มา ความสำคญั

นาฏศิลปแ์ ละละคร ของนาฏศลิ ป์และละคร

- บุคคลสำคญั

- คณุ คา่

๒. ระบุประโยชน์ทไี่ ด้รบั จากการแสดงหรอื • การแสดงนาฏศลิ ป์และละคร

การชมการแสดงนาฏศลิ ป์และละคร ในวันสำคัญของโรงเรยี น

๓๓

คำอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน

ศ ๑๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๑ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ

ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

_______________________________________________________________

อภิปราย บอก มีทักษะ สร้าง วาดภาพ ระบุ ท่อง เล่า เลียนแบบ แสดง เกี่ยวกับรูปร่าง ลักษณะ
และขนาดของสิ่งต่าง ๆ รอบตัวในธรรมชาติ และสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ความรู้สึกที่มีต่อธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
รอบตัว สง่ิ แวดล้อมในหมูบ่ ้าน มพี ้ืนฐานในการใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์สร้างงานทศั นศิลปโ์ ดยการทดลองใชส้ ี ด้วยเทคนิค
ง่าย ๆวาดภาพระบายสีภาพธรรมชาติตามความรู้สึกของตนเองงานทัศนศิลป์ในชีวติ ประจำวัน สิ่งต่าง ๆสามารถ
ก่อกำเนดิ เสียง ทแ่ี ตกตา่ งกนั ลกั ษณะของเสยี งดัง-เบา และความช้า- เรว็ ของจังหวะ บทกลอน รอ้ งเพลงงา่ ย ๆ
มีสว่ นร่วมใน กจิ กรรมดนตรอี ยา่ งสนกุ สนานความเกี่ยวข้องของเพลงที่ใช้ในชวี ิตประจำวัน เพลงในทอ้ งถิน่ สิ่งท่ีช่ืน
ชอบในดนตรีท้องถิ่น เครื่องดนตรีจากพืชและสัตว์ในหมู่บ้าน การเคลื่อนไหว ท่าทางง่าย ๆ เพื่อสื่อความหมาย
แทนคำพดู สง่ิ ทต่ี นเองชอบ จากการดูหรือร่วมการแสดง เล่นการละเล่นของเด็กไทย

รู้ เขา้ ใจ เหน็ คณุ ค่า ช่นื ชม เกย่ี วกับรูปรา่ ง ลักษณะ และขนาดของส่ิงต่าง ๆ รอบตวั ในธรรมชาติ และส่ิง
ทมี่ นุษย์สรา้ งข้ึน ความรู้สึกทีม่ ีต่อธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อมรอบตวั สงิ่ แวดล้อมในหมู่บ้าน มีพื้นฐานในการใช้วัสดุ
อุปกรณ์สร้างงานทัศนศิลป์โดยการทดลองใช้สี ด้วยเทคนิคง่าย ๆวาดภาพระบายสีภาพธรรมชาติตามความรู้สึก
ของตนเองงานทัศนศิลป์ในชีวิตประจำวัน สิ่งต่าง ๆสามารถก่อกำเนิดเสียง ที่แตกต่างกัน ลักษณะของเสียงดัง-
เบา และความช้า-เร็ว ของจังหวะ บทกลอน ร้องเพลงง่าย ๆ มีส่วนร่วมใน กิจกรรมดนตรีอย่างสนกุ สนานความ
เกี่ยวข้องของเพลงที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เพลงในท้องถิ่นเครื่องดนตรีจากพืชและสัตว์ในหมู่บ้าน สิ่งที่ชื่นชอบใน
ดนตรีท้องถิ่น การเคลื่อนไหว ท่าทางง่าย ๆเพื่อสื่อความหมาย แทนคำพูด สิ่งที่ตนเองชอบ จากการดูหรือร่วม
การแสดง เล่นการละเล่นของเด็กไทย รักและมุ่งมั่นในการทำงาน สามารถนำความรู้ไปใชใ้ ห้เกิดประโยชนโ์ ดย
ใชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและสามารถนำไปประยุกต์ใชก้ ับชวี ติ ประจำวันได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชว้ี ดั
ศ ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ศ ๑.๒ ป.๑/๑
ศ ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ศ ๒.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ศ ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ศ ๓.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒
รวมทง้ั หมด ๖ มาตรฐาน ๑๘ ตวั ช้ีวดั

๓๔

คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

ศ ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ ๒ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ

ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๒ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

_______________________________________________________________

บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สร้าง วาดภาพ ระบุ ท่อง เล่า เลียนแบบ แสดง จำแนก เคาะ
ร้องเพลง เกี่ยวกับรูปร่าง รูปทรงที่พบใน ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ทัศนธาตุที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมและงาน
ทัศนศิลป์ โดยเน้นเรื่องเส้น สี รูปร่าง และรูปทรง ปั้นสัตว์ชนิดตา่ งๆที่มีในหมูบ่ ้าน งานทัศนศิลป์ต่าง ๆ โดยใช้
ทัศนธาตุที่เน้นเส้น รูปร่าง การใช้วัสดุ อุปกรณ์ สร้างงานทัศนศิลป์ ๓ มิติ ภาพปะติดโดยการตัดหรือฉีก
กระดาษ ภาพปะติดภาพสถานที่ท่องเที่ยวในตำบลปริกวาดภาพเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวของ
ตนเอง และเพื่อนบ้าน รวมถึงเนื้อหาเรื่องราว เป็นรูปแบบงานโครงสร้างเคลื่อนไหว ความสำคัญของงาน
ทัศนศิลป์ ที่พบเห็นในชีวิตประจำวนั งานทัศนศิลปป์ ระเภทต่าง ๆ ในท้องถิ่น โดยเน้นถงึ วิธีการสร้างงานและวสั ดุ
อุปกรณ์ ที่ใช้ แหล่งกำเนิด ของเสียงที่ได้ยินคุณสมบัติของเสียง สูง- ต่ำ , ดัง-เบา, ยาว-สั้น ของดนตรี เคาะ
จังหวะหรือเคลื่อนไหวร่างกายให้สอดคล้องกับเนื้อหาของเพลงง่าย ๆ ที่เหมาะสมกับวัยความหมายและ
ความสำคัญของเพลงท่ีได้ยิน ความสัมพันธข์ องเสียงร้อง เสียงเคร่ืองดนตรใี นเพลงท้องถ่นิ โดยใช้คำงา่ ย ๆ เครื่อง
ดนตรีในบ้านหนองคู ได้แก่ กลอง แคน ซุง เข้าร่วมกิจกรรมทางดนตรีในท้องถิ่น เคลื่อนไหวขณะอยู่กับที่และ
เคลื่อนที่ ที่สะท้อนอารมณ์ ของตนเองอย่างอิสระเลียนแบบท่าทางสัตว์ในการรำ สัตว์ที่มีในบ้านหนองคู
ท่าทาง เพ่ือสื่อความหมาย แทนคำพดู แสดงทา่ ทางประกอบจงั หวะอย่างสร้างสรรค์ มีมารยาทในการชมการ
แสดง เล่นการละเล่นพื้นบ้าน เชื่อมโยงสิ่งที่พบเห็นในการละเล่นพื้นบ้านกับสิ่งที่พบเห็นในการดำรงชีวิตของคน
ไทย ส่งิ ที่ชน่ื ชอบและภาคภูมิใจ ในการละเล่นพนื้ บา้ น

รู้ เข้าใจ เห็นคุณค่า ชื่นชม เกี่ยวกับรูปร่าง รูปทรงที่พบใน ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ทัศนธาตุที่อยู่
ในสิ่งแวดล้อมและงานทัศนศิลป์ โดยเน้นเร่ืองเส้น สี รูปร่าง และรูปทรง ปั้นสัตว์ชนิดต่างๆที่มีในหมู่บ้าน งาน
ทศั นศิลป์ตา่ ง ๆ โดยใช้ทศั นธาตทุ ีเ่ น้นเสน้ รปู ร่าง การใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ สร้างงานทัศนศลิ ป์ ๓ มิติ ภาพปะติด
โดยการตัดหรือฉีกกระดาษ ภาพปะติดภาพสถานที่ท่องเที่ยวในหมู่บ้านหนองคู วาดภาพเพื่อถ่ายทอดเรื่องราว
เกี่ยวกับครอบครัวของตนเอง และเพื่อนบ้าน รวมถึงเนื้อหาเรื่องราว เป็นรูปแบบงานโครงสร้างเคลื่อนไหว
ความสำคัญของงานทัศนศิลป์ ที่พบเห็นในชีวิตประจำวันงานทัศนศิลป์ประเภทต่าง ๆ ในท้องถิ่น โดยเน้นถึง
วธิ ีการสร้างงานและวัสดุอุปกรณ์ ทีใ่ ช้ แหล่งกำเนิด ของเสยี งที่ได้ยินคุณสมบัติของเสียง สงู - ตำ่ , ดัง-เบา,
ยาว-ส้นั ของดนตรี เคาะจังหวะหรือเคล่ือนไหวรา่ งกายให้สอดคล้องกับเน้ือหาของเพลงง่าย ๆ ทีเ่ หมาะสมกับวัย
ความหมายและความสำคัญของเพลงท่ีได้ยนิ ความสมั พนั ธ์ของเสียงร้อง เสยี งเคร่ืองดนตรีในเพลงท้องถิ่น โดยใช้
คำง่าย ๆ เครื่องดนตรใี นหมู่บ้านหนองคู ได้แก่ กลอง แคน ซุง เขา้ รว่ มกิจกรรมทางดนตรใี นท้องถ่นิ เคลื่อนไหว
ขณะอยู่กับที่และเคลื่อนที่ ที่สะท้อนอารมณ์ ของตนเองอย่างอิสระเลียนแบบท่าทางสัตว์ในการรำ สัตว์ที่มีใน
หม่บู ้านหนองคู ท่าทาง เพือ่ ส่ือความหมาย แทนคำพูด แสดงท่าทางประกอบจงั หวะอยา่ งสรา้ งสรรค์ มีมารยาทใน
การชมการแสดง เล่นการละเล่นพื้นบ้าน เชื่อมโยงสิ่งที่พบเห็นในการละเล่นพื้นบ้านกับสิ่งที่พบเห็นในการ
ดำรงชีวิตของคนไทย สิ่งที่ชื่นชอบและภาคภูมิใจ ในการละเล่นพื้นบ้าน รักและมุ่งมั่นในการทำงาน สามารถนำ
ความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ
ชวี ิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

๓๕

มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ัด
ศ ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ศ ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ศ ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ศ ๒.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ศ ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ศ ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
รวมทง้ั หมด ๖ มาตรฐาน ๒๕ ตวั ชี้วัด

๓๖

คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

ศ ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๓ กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ิลปะ

ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง

_______________________________________________________________

บรรยาย อภปิ ราย บอก มีทกั ษะ สรา้ ง วาดภาพ ระบุ ทอ่ ง เลา่ เลียนแบบ แสดง จำแนก
เปรยี บเทียบ เคาะ ร้องเพลง เกย่ี วกบั รูปร่าง รปู ทรง ในธรรมชาติ ส่งิ แวดล้อม และงานทัศนศลิ ป์ วัสดุ อุปกรณ์
ทีใ่ ชส้ ร้างผลงาน เมื่อชมงานทัศนศลิ ป์ ทัศนธาตุของส่งิ ต่าง ๆ ในธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และงานทัศนศิลป์ โดยเน้น
เร่ืองเสน้ สี รปู รา่ ง รูปทรง และพื้นผิว วาดภาพ ระบายสสี ิ่งของรอบตวั การวาดภาพประเพณีวัฒนธรรมในหมู่บา้ น
และตำบลและวาดภาพเกย่ี วกับเศรษฐกจิ พอเพียงในครอบครัว การใชว้ ัสดุ อปุ กรณส์ รา้ งสรรค์ งานป้ัน ทอด
ความคิดความรู้สึกจากเหตกุ ารณช์ ีวติ จรงิ โดยใช้เส้น รูปรา่ ง รูปทรง สี และพนื้ ผิวเหตผุ ลและวิธกี ารในการสรา้ ง
งานทศั นศลิ ป์ โดยเนน้ ถึงเทคนคิ และวสั ดุอปุ กรณ์ สง่ิ ท่ีชื่นชมและสง่ิ ท่คี วรปรับปรุงในงานทศั นศลิ ปข์ องตนเอง
ภาพตามทัศนธาตุ ทีเ่ นน้ ในงานทัศนศลิ ป์นน้ั ๆ ลักษณะรูปร่าง รูปทรง ในงาน การออกแบบสิ่งตา่ ง ๆ ที่มใี นบา้ น
และโรงเรยี น ทม่ี าของงานทัศนศิลป์ ในทอ้ งถิน่ วัสดุอปุ กรณ์และวธิ ีการสรา้ งงานทัศนศลิ ป์ในทอ้ งถ่นิ รูปรา่ งลักษณะ
ของเคร่อื งดนตรี ทเี่ ห็นและได้ยินในชีวิตประจำวันเครอ่ื งดนตรีในหมบู่ า้ นหนองคู ได้แก่ กลอง แคน ซุง รูปภาพ
หรอื สญั ลกั ษณแ์ ทนเสยี งและจงั หวะเคาะ บทบาทหน้าทขี่ องเพลงท่ีได้ยิน ดนตรีงา่ ย ๆ อารมณข์ องเพลงที่ฟงั
เสียงดนตรี เสยี งขับร้องของตนเองและผอู้ ่นื ดนตรีไปใช้ในชีวิตประจำวันหรือโอกาส ตา่ ง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
ลักษณะเดน่ และ เอกลกั ษณ์ ของดนตรีในท้องถ่นิ ความสำคัญและประโยชน์ของดนตรีต่อการดำเนินชีวติ ของคนใน
ท้องถน่ิ การเคลื่อนไหวในรูปแบบต่าง ๆในสถานการณส์ ั้น ๆ ท่าทางประกอบเพลง ตามรูปแบบนาฏศลิ ป์ บทบาท
หนา้ ที่ของผู้แสดงและผชู้ ม กิจกรรมการแสดงทเ่ี หมาะสมกับวยั ประโยชนข์ องการแสดงนาฏศลิ ป์ใน
ชวี ิตประจำวัน การแสดงนาฏศิลป์ท่เี คยเห็นในท้องถนิ่ ส่งิ ทีเ่ ปน็ ลกั ษณะเดน่ และเอกลกั ษณข์ องการแสดงนาฏศิลป์
ความสำคัญของการแสดงนาฏศลิ ป์

รู้ เข้าใจ เห็นคุณค่า ชื่นชม เกี่ยวกับรูปร่าง รูปทรง ในธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และงานทัศนศิลป์ วัสดุ
อุปกรณ์ที่ใช้สร้างผลงาน เมื่อชมงานทัศนศิลป์ ทัศนธาตุของสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และงานทัศนศิลป์
โดยเน้นเรอ่ื งเสน้ สี รูปร่าง รูปทรง และพน้ื ผวิ วาดภาพ ระบายสีส่ิงของรอบตัว การวาดภาพประเพณีวฒั นธรรมใน
หมู่บ้านและตำบลและวาดภาพเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงในครอบครัว การใช้วัสดุ อุปกรณ์สร้างสรรค์ งานป้ัน
ทอดความคิดความรู้สึกจากเหตุการณ์ชีวิตจริง โดยใช้เส้น รูปร่าง รูปทรง สี และพื้นผิวเหตุผลและวิธีการในการ
สร้างงานทัศนศลิ ป์ โดยเน้นถงึ เทคนิคและวัสดอุ ุปกรณ์ สงิ่ ท่ีช่ืนชมและส่งิ ทีค่ วรปรบั ปรุงในงานทศั นศิลป์ของตนเอง
ภาพตามทัศนธาตุ ที่เน้นในงานทัศนศิลป์นั้น ๆ ลักษณะรูปร่าง รูปทรง ในงานการออกแบบสิ่งต่าง ๆ ที่มีในบ้าน
และโรงเรียน ทม่ี าของงานทศั นศลิ ป์ ในทอ้ งถ่ินวสั ดอุ ุปกรณ์และวธิ ีการสร้างงานทัศนศลิ ป์ในท้องถิ่นรูปร่างลักษณะ
ของเครื่องดนตรี ที่เห็นและได้ยินในชวี ติ ประจำวันเครื่องดนตรีในหมู่บ้านหนองคู ได้แก่ กลอง แคน ซุง รูปภาพ
หรือสัญลักษณ์แทนเสียงและจังหวะเคาะ บทบาทหน้าที่ของเพลงที่ได้ยิน ดนตรีง่าย ๆ อารมณ์ของเพลงที่ฟัง
เสียงดนตรี เสียงขับร้องของตนเองและผู้อื่น ดนตรีไปใช้ในชีวิตประจำวันหรือโอกาสต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
ลักษณะเด่นและ เอกลกั ษณ์ ของดนตรีในท้องถิ่น ความสำคญั และประโยชนข์ องดนตรตี อ่ การดำเนนิ ชวี ิตของคนใน
ท้องถิ่นการเคลื่อนไหวในรูปแบบต่าง ๆในสถานการณ์สั้น ๆ ท่าทางประกอบเพลง ตามรูปแบบนาฏศิลป์ บทบาท
หน้าทขี่ องผู้แสดงและผู้ชม กจิ กรรมการแสดงที่เหมาะสมกับวยั ประโยชน์ของการแสดงนาฏศลิ ป์ในชีวิตประจำวัน
การแสดงนาฏศิลป์ที่เคยเห็นในท้องถิ่นสิ่งที่เป็นลักษณะเด่นและเอกลักษณ์ของการแสดงนาฏศิลป์ ความสำคัญ
ของการแสดงนาฏศลิ ป์รักและมุ่งม่ันในการทำงาน สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยกุ ต์ใชก้ ับชีวติ ประจำวนั ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

๓๗

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ศ ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒,ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐
ศ ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ศ ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗
ศ ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ศ ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕
ศ ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
รวมทั้งหมด ๖ มาตรฐาน ๒๙ ตัวชี้วดั

คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน ๓๘

ศ ๑๔๑๐๑ ศิลปะ ๔ กลุ่มสาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ
ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๔ เวลา 8๐ ชวั่ โมง

บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สร้าง วาดภาพ ระบุ ท่อง เล่า เลียนแบบ แสดง จำแนก เปรียบเทียบ
เคาะ ร้องเพลง เกี่ยวกับรูปลักษณะของรูปร่าง รูปทรงในธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และงานทัศนศิลป์ อิทธิพลของสี
วรรณะอุ่น และสีวรรณะเย็น ที่มีต่ออารมณ์ของมนุษย์ ทัศนธาตุ ของสิ่งต่างๆ ในธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และงาน
ทัศนศิลป์โดยเน้นเรื่อง เส้น สี รูปร่าง รูปทรง พื้นผิว และพื้นที่ว่าง มีทักษะพื้นฐานในการใช้วัสดุ อุปกรณ์
สร้างสรรค์งานพิมพ์ภาพและงานวาดภาพระบายสี ลักษณะของภาพโดยเน้นเรื่องการจัดระยะ ความลึก น้ำหนัก
และแสงเงาในภาพ วาดภาพระบายสี โดยใช้สีวรรณะอุ่นและสีวรรณะเย็น ถ่ายทอดความรู้สึกและจินตนาการ
ความคิดความรูส้ ึกท่ีถ่ายทอดผ่านงานทัศนศิลปข์ องตนเองและบุคคลอื่น วรรณะสีเพ่ือถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก
ในการสร้างงานทัศนศิลป์ งานทัศนศิลป์ใน เหตุการณ์ และงานเฉลิมฉลองของวัฒนธรรม ในท้องถิ่น และแหล่ง
ท่องเที่ยวในอำเภอวารนิ ชำราบ งานทศั นศิลปท์ ีม่ าจากวัฒนธรรมตา่ ง ๆ ประโยคเพลงอยา่ งง่าย ประเภทของเคร่ือง
ดนตรีที่ใช้ในเพลงที่ฟัง ทิศทางการเคลื่อนที่ ขึ้น – ลง ง่าย ๆ ของทำนอง รูปแบบ จังหวะและความเร็วของ
จังหวะในเพลงที่ฟัง โน้ตดนตรีไทยและสากล ร้องเพลงโดยใช้ช่วงเสียงที่เหมาะสมกับตนเองใช้และเก็บเครื่อง
ดนตรอี ยา่ งถูกตอ้ งและปลอดภยั ดนตรี สามารถใชใ้ นการส่อื เร่ืองราว แหล่ง ที่มาและความสัมพันธ์ของวิถีชีวิตไทย
ที่สะท้อนในดนตรีและเพลงท้องถิ่น เพลงกล่อมเด็กในอำเภอวารินชำราบ ความสำคัญในการอนุรักษ์ส่งเสริม
วฒั นธรรมทางดนตรี ทกั ษะพ้ืนฐานทางนาฏศิลป์และการละครทใ่ี ช้ส่ือความหมายและอารมณภ์ าษาท่าและนาฏย
ศพั ทห์ รือศพั ท์ทาง การละครง่าย ๆ ในการถ่ายทอดเร่ืองราว เลยี นแบบการเคล่ือนไหวของสตั ว์ท่ีมีในอำเภอวาริน
ชำราบตามรูปแบบของนาฏศลิ ป์ แสดง การเคล่อื นไหว ในจงั หวะตา่ ง ๆ ตามความคดิ ของตน แสดงนาฏศิลป์เป็นคู่
และหมู่ สิ่งที่ชอบในการแสดง โดยเน้นจุดสำคัญของเรื่องและลักษณะเด่นของตัวละคร ประวัติความเป็นมาของ
นาฏศิลป์ หรือชุดการแสดงอย่างง่าย ๆ การแสดงนาฏศิลป์กับการแสดงที่มาจากวัฒนธรรมอื่น การแสดงของ
ท้องถิ่น ความสำคัญของการแสดงความเคารพในการเรียนและการแสดงนาฏศิลป์ เหตุผลที่ควรรักษาและสืบ
ทอดการแสดงนาฏศลิ ป์

รู้ เข้าใจ เห็นคุณค่า ชื่นชม เกี่ยวกับรูปลักษณะของรูปร่าง รูปทรงในธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และงาน
ทัศนศิลป์ อิทธิพลของสีวรรณะอนุ่ และสวี รรณะเย็น ท่มี ีต่ออารมณ์ของมนุษย์ ทัศนธาตุ ของสิ่งตา่ ง ๆ ในธรรมชาติ
สิ่งแวดล้อม และงานทัศนศิลป์โดยเน้นเรื่อง เส้น สี รูปร่าง รูปทรง พื้นผิว และพื้นที่ว่าง มีทักษะพื้นฐานในการใช้
วัสดุ อุปกรณ์สร้างสรรค์งานพิมพ์ภาพและงานวาดภาพระบายสี ลักษณะของภาพโดยเน้นเรื่องการจดั ระยะ ความ
ลึก น้ำหนักและแสงเงาในภาพ วาดภาพระบายสี โดยใช้สีวรรณะอุ่นและสีวรรณะเย็น ถ่ายทอดความรู้สึกและ
จินตนาการ ความคิดความรู้สึกที่ถ่ายทอดผ่านงานทัศนศิลป์ของตนเองและบุคคลอื่น วรรณะสีเพื่อถ่ายทอด
อารมณ์ ความรู้สึกในการสร้างงานทัศนศิลป์ งานทัศนศิลป์ใน เหตุการณ์ และงานเฉลิมฉลองของวัฒนธรรม ใน
ทอ้ งถ่นิ และแหล่งท่องเท่ียวในอำเภอวารินชำราบ งานทัศนศลิ ป์ท่ีมาจากวฒั นธรรมตา่ งๆ ประโยคเพลงอย่างง่าย
ประเภทของเคร่ืองดนตรีท่ีใช้ในเพลงท่ีฟงั ทศิ ทางการเคลื่อนท่ี ขึ้น – ลง ง่าย ๆ ของทำนอง รปู แบบ จงั หวะและ
ความเร็วของจังหวะในเพลงที่ฟัง โน้ตดนตรีไทยและสากล ร้องเพลงโดยใช้ช่วงเสียงที่เหมาะสมกับตนเองใช้และ
เก็บเครื่องดนตรอี ย่างถูกต้องและปลอดภัยดนตรี สามารถใชใ้ นการสื่อเรื่องราว แหล่ง ที่มาและความสมั พันธข์ อง
วิถีชีวิตไทย ที่สะท้อนในดนตรีและเพลงทอ้ งถิ่น เพลงกล่อมเด็กในอำเภอวารินชำราบ ความสำคัญในการอนุรกั ษ์
สง่ เสรมิ วฒั นธรรมทางดนตรี ทักษะพนื้ ฐานทางนาฏศิลป์และการละครทใ่ี ช้สอ่ื ความหมายและอารมณ์ภาษาท่าและ
นาฏยศัพท์หรือศัพท์ทาง การละครง่าย ๆ ในการถ่ายทอดเรื่องราว เลียนแบบการเคลื่อนไหวของสัตว์ที่มีใน
อำเภอวารนิ ชำราบตามรปู แบบของนาฏศิลป์ แสดง การเคล่ือนไหว ในจงั หวะต่าง ๆ ตามความคิดของตน แสดง

๓๙

นาฏศิลป์เป็นคู่ และหมู่ สิ่งที่ชอบในการแสดง โดยเน้นจุดสำคัญของเรื่องและลักษณะเด่นของตัวละคร ประวัติ
ความเป็นมาของนาฏศิลป์ หรือชุดการแสดงอย่างง่ายๆ การแสดงนาฏศิลป์กับการแสดงที่มาจากวัฒนธรรมอ่ืน
การแสดงของท้องถิ่น ความสำคัญของการแสดงความเคารพในการเรียนและการแสดงนาฏศิลป์ เหตุผลที่ควร
รักษาและสืบทอดการแสดงนาฏศิลป์ รักและมุ่งมั่นในการทำงาน สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้
วธิ กี ารหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยกุ ต์ใชก้ บั ชีวติ ประจำวันได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชวี้ ัด
ศ ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗ , ป.๔/๘ , ป.๔/๙
ศ ๑.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒
ศ ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗
ศ ๒.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒
ศ ๓.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕
ศ ๓.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔
รวมท้งั หมด ๖ มาตรฐาน ๒๙ ตัวชว้ี ัด

๔๐

คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

ศ ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ ๕ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ

ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๕ เวลา 8๐ ช่วั โมง

_______________________________________________________________

บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สร้าง วาดภาพ ระบุ ท่อง เล่า เลียนแบบ แสดง จำแนก เปรียบเทียบ
เคาะ รอ้ งเพลง เกยี่ วกบั เกยี่ วกับจงั หวะ ตำแหนง่ ของ สิ่งตา่ ง ๆ ท่ีปรากฏในสงิ่ แวดล้อม และงานทัศนศิลป์ความ
แตกตา่ งระหว่างงานทัศนศิลป์ ที่สรา้ งสรรคด์ ้วยวสั ดุอุปกรณ์และวิธกี ารท่ีตา่ งกัน เทคนคิ ของแสงเงา นำ้ หนัก และ
วรรณะสี การวาดภาพภูมิศาสตร์ของสถานที่ท่องเที่ยวและประเพณีวัฒนธรรมในอำเภอวารินชำราบและจังหวัด
อบุ ลราชธานี งานปน้ั จาก ดินนำ้ มันหรือดินเหนยี วโดยเน้นการถ่ายทอดจนิ ตนาการ งานพิมพภ์ าพ โดยเน้นการจัด
วางตำแหน่งของสิ่งต่าง ๆ ในภาพ ปัญหาในการจัดองค์ประกอบศิลป์ และการสื่อความหมายในงานทัศนศิลป์ของ
ตนเอง และบอกวิธกี ารปรับปรุงงานให้ดีขนึ้ ประโยชนแ์ ละคุณคา่ ของงานทศั นศิลป์ท่ีมีผลต่อชวี ิตของคน ในสังคม
เก่ยี วกบั ลกั ษณะรูปแบบของงานทศั นศิลป์ในแหล่งเรยี นรู้หรือนทิ รรศการศิลปะ งานทศั นศลิ ปท์ ส่ี ะท้อนวัฒนธรรม
และภูมิปัญญาในท้องถิ่น องค์ประกอบดนตรีในเพลงที่ใช้ในการสื่ออารมณ์ ลักษณะของเสียงขับร้องและเครื่อง
ดนตรีที่อยู่ในวงดนตรีประเภทต่าง ๆ โน้ตดนตรีไทยและสากล ๕ ระดับเสียง เครื่องดนตรีทำจังหวะและทำนอง
เพลงไทยหรือเพลงสากล หรือเพลงไทยสากลที่เหมาะสมกับวัย ประโยคเพลงแบบถามตอบใช้ดนตรีร่วมกับ
กจิ กรรมในการแสดงออกตามจินตนาการความสัมพนั ธ์ระหว่างดนตรีกับประเพณีในวัฒนธรรมต่าง ๆ คุณค่าของ
ดนตรที ่มี าจากวัฒนธรรมที่ตา่ งกัน องค์ประกอบนาฏศิลป์ ทา่ ทางประกอบเพลงหรือเรื่องราวตามความคิดของตน
แสดงนาฏศิลป์ โดยเน้นการใช้ภาษาท่าและนาฏยศัพท์ในการสื่อความหมายและการแสดงออกการรำรองเง็ง
เลียนแบบการเคลื่อนไหวของธรรมชาติที่มีในจังหวัดอุบลราชธานี การเขียนเค้าโครงเรื่องหรือบทละครสั้น ๆการ
แสดงนาฏศลิ ปช์ ุดตา่ ง ๆประโยชน์ทไ่ี ดร้ ับจากการชมการแสดง การแสดงประเภทต่าง ๆ ของไทย ในแต่ละท้องถิ่น
แสดงนาฏศิลป์ นาฏศลิ ปพ์ ้ืนบา้ น ทส่ี ะทอ้ นถงึ วฒั นธรรมและประเพณี

รู้ เข้าใจ เห็นคุณค่า ชื่นชม เกี่ยวกับจังหวะ ตำแหน่งของ สิ่งต่าง ๆ ที่ปรากฏในสิ่งแวดล้อม และงาน
ทศั นศลิ ป์ ความแตกต่างระหว่างงานทัศนศลิ ป์ ทส่ี ร้างสรรค์ด้วยวัสดุอปุ กรณ์และวิธกี ารท่ีตา่ งกนั เทคนิคของแสง
เงา น้ำหนัก และวรรณะสี การวาดภาพภูมิศาสตร์ของสถานที่ท่องเที่ยวและประเพณีวัฒนธรรมในอำเภอวารินชำ
ราบและจังหวัดอุบลราชธานี งานปั้นจาก ดินน้ำมันหรือดินเหนียวโดยเน้นการถ่ายทอดจินตนาการงานพิมพ์ภาพ
โดยเน้นการจัดวางตำแหน่งของสิ่งต่าง ๆ ในภาพ ปัญหาในการจัดองค์ประกอบศิลป์ และการสื่อความหมายใน
งานทัศนศิลป์ของตนเอง และบอกวิธีการปรับปรุงงานให้ดีขึ้น ประโยชน์และคุณค่าของงานทัศนศิลป์ที่มีผลต่อ
ชีวิตของคนในสังคม เกี่ยวกับลักษณะรูปแบบของงานทัศนศิลป์ในแหล่งเรียนรู้หรือนิทรรศการศิลปะ งาน
ทศั นศลิ ป์ทส่ี ะท้อนวัฒนธรรมและภูมิปัญญาในท้องถ่ิน องคป์ ระกอบดนตรใี นเพลงท่ีใชใ้ นการสื่ออารมณ์ ลักษณะ
ของเสียงขับร้องและเครื่องดนตรีที่อยู่ในวงดนตรีประเภทต่าง ๆ โน้ตดนตรีไทยและสากล ๕ ระดับเสียง เครื่อง
ดนตรีทำจังหวะและทำนอง เพลงไทยหรือเพลงสากล หรือเพลงไทยสากลที่เหมาะสมกับวัย ประโยคเพลงแบบ
ถามตอบใช้ดนตรีร่วมกับกิจกรรมในการแสดงออกตามจินตนาการความสัมพันธ์ระหว่างดนตรีกับประเพณีใน
วัฒนธรรมต่าง ๆ คุณค่าของดนตรีที่มาจากวฒั นธรรมที่ต่างกัน องค์ประกอบนาฏศิลป์ ท่าทางประกอบเพลงหรอื
เร่อื งราวตามความคดิ ของตน แสดงนาฏศลิ ป์ โดยเน้นการใช้ภาษาท่าและนาฏยศัพทใ์ นการสอื่ ความหมายและการ
แสดงออกการรำ เลยี นแบบการเคล่ือนไหวของธรรมชาติที่มใี นจังหวัดอบุ ลราชธานี การเขียนเคา้ โครงเรื่องหรือบท
ละครสนั้ ๆ การแสดงนาฏศลิ ปช์ ุดต่าง ๆ ประโยชน์ที่ได้รับจากการชมการแสดง การแสดงประเภทต่าง ๆ ของไทย
ในแตล่ ะทอ้ งถ่นิ แสดงนาฏศลิ ป์ นาฏศิลป์พืน้ บา้ น ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและประเพณีรักและมุ่งม่ันในการทำงาน

๔๑

สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชนโ์ ดยใชห้ ลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถนำไปประยุกต์ใชก้ บั
ชวี ิตประจำวันได้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชว้ี ดั
ศ ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒ , ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ศ ๑.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ศ ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒ , ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ศ ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ศ ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒ , ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖
ศ ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒
รวมทง้ั หมด ๖ มาตรฐาน ๒๖ ตัวชว้ี ัด

๔๒

คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน

ศ ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ ๖ กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ

ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๖ เวลา 8๐ ชัว่ โมง

_______________________________________________________________

บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สร้าง อ่าน เขียน วาดภาพ ระบุ ท่อง เล่า เลียนแบบ แสดงจำแนก
เปรียบเทียบ เคาะ ร้องเพลง เกี่ยวกับ สีคู่ตรงข้าม และอภิปรายเกี่ยวกับการใช้ สีคู่ตรงข้าม ในการถ่ายทอด
ความคิดและอารมณ์ หลักการจัดขนาดสัดส่วนความสมดุลในการสร้างงานทัศนศลิ ป์ งานทัศนศิลป์จากรูปแบบ ๒
มิติ เป็น ๓ มิติ โดยใช้หลักการของแสงเงาและน้ำหนักงานปั้นโดยใช้หลักการเพิ่มและลด ปั้นแผนผังของโรงเรียน
งานทัศนศิลป์ โดยใช้หลักการของรูปและพื้นที่ว่างใช้สีคู่ตรงข้ามหลักการจัดขนาดสัดส่วน และความสมดุล วาด
ภาพสถาปัตยกรรมที่มีในจังหวัดอุบลราชธานี ทัศนศิลป์เป็นแผนภาพ แผนผัง และภาพประกอบ เพื่อถ่ายทอด
ความคิด หรือเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่าง ๆ บทบาทของงานทัศนศิลป์ที่สะท้อนชีวิตและสังคม เกี่ยวกั บ
อิทธิพลของความเชอื่ ความศรัทธาในศาสนาทม่ี ผี ลต่องานทัศนศิลป์ในท้องถิ่น อิทธิพลทางวฒั นธรรมในท้องถ่ินที่มี
ผลต่อการสร้างงานทัศนศิลป์ของบุคคล เพลงที่ฟัง โดยอาศัยองค์ประกอบดนตรี และศัพท์สังคีต ประเภทและ
บทบาทหน้าที่เครื่องดนตรีไทยและเครื่องดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมต่าง ๆ โน้ตไทย และโน้ตสากลทำนองง่าย ๆ
ใช้เครื่องดนตรีบรรเลงประกอบการร้องเพลงด้นสดที่มีจังหวะและทำนองง่าย ๆ ความรู้สึกที่มีต่อดนตรี ทำนอง
จังหวะ การประสานเสียง และคุณภาพเสียงของเพลงที่ฟัง เรื่องราวของดนตรีไทยในประวัติศาสตร์ ดนตรีที่มา
จากยคุ สมัยที่ต่างกนั อทิ ธพิ ลของวัฒนธรรมต่อดนตรีในท้องถิ่น การเคลือ่ นไหวและการแสดงโดยเน้นการถ่ายทอด
ลีลาหรืออารมณ์ เครื่องแต่งกาย หรืออุปกรณ์ประกอบการ แสดงนาฏศิลป์และการละคร อย่างง่าย ๆ ความรู้สึก
ของตนเองที่มีต่องานนาฏศิลป์และการละครอย่างสร้างสรรค์ การแสดงความคิดเห็นในการชมการแสดง
ความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์และการละครกับสิ่งที่ประสบในชีวิตประจำวันสิ่งที่มีความสำคัญต่อการแสดง
นาฏศลิ ปแ์ ละละคร ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ ับจากการแสดงหรือการชมการแสดงนาฏศลิ ปแ์ ละละคร

รู้ เขา้ ใจ เห็นคุณคา่ ชืน่ ชม เกย่ี วกบั สีคตู่ รงข้าม และอภปิ รายเกย่ี วกับการใช้ สคี ู่ตรงข้าม ในการถ่ายทอด
ความคดิ และอารมณ์ หลกั การจดั ขนาดสดั ส่วนความสมดลุ ในการสรา้ งงานทัศนศิลป์ งานทศั นศลิ ปจ์ ากรปู แบบ ๒
มิติ เป็น ๓ มิติ โดยใช้หลักการของแสงเงาและน้ำหนักงานปั้นโดยใช้หลักการเพ่ิมและลด ปั้นแผนผังของโรงเรียน
งานทัศนศิลป์ โดยใช้หลักการของรูปและพื้นที่ว่างใช้สีคู่ตรงข้ามหลักการจัดขนาดสัดส่วน และความสมดุล วาด
ภาพสถาปัตยกรรมที่มีในจังหวัดอุบลราชธานี ทัศนศิลป์เป็นแผนภาพ แผนผัง และภาพประกอบ เพื่อถ่ายทอด
ความคิด หรือเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่าง ๆ บทบาทของงานทัศนศิลป์ที่สะท้อนชีวิตและสังคม เกี่ยวกับ
อิทธพิ ลของความเชือ่ ความศรัทธาในศาสนาทีม่ ผี ลต่องานทศั นศลิ ปใ์ นท้องถน่ิ อทิ ธิพลทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นท่ีมี
ผลต่อการสร้างงานทัศนศิลป์ของบุคคล เพลงที่ฟัง โดยอาศัยองค์ประกอบดนตรี และศัพท์สังคีต ประเภทและ
บทบาทหนา้ ท่ีเคร่อื งดนตรไี ทยและเคร่ืองดนตรที ี่มาจากวัฒนธรรมตา่ ง ๆ โนต้ ไทย และโนต้ สากลทำนองง่าย ๆ ใช้
เครื่องดนตรีบรรเลงประกอบการร้องเพลงด้นสดที่มีจังหวะและทำนองง่าย ๆ ความรู้สึกที่มีต่อดนตรี ทำนอง
จังหวะ การประสานเสียง และคณุ ภาพเสียงของเพลงที่ฟงั เรอื่ งราวของดนตรีไทยในประวัติศาสตร์ ดนตรีที่มาจาก
ยุคสมัยที่ตา่ งกนั อิทธพิ ลของวฒั นธรรมต่อดนตรใี นท้องถิน่ การเคลอื่ นไหวและการแสดงโดยเน้นการถ่ายทอดลีลา
หรืออารมณ์ เครื่องแต่งกาย หรืออุปกรณ์ประกอบการ แสดงนาฏศิลป์และการละคร อย่างง่าย ๆ ความรู้สึกของ
ตนเองที่มีต่องานนาฏศิลป์และการละครอย่างสรา้ งสรรค์ การแสดงความคิดเห็นในการชมการแสดงความสัมพันธ์
ระหว่างนาฏศิลป์และการละครกับสิง่ ท่ีประสบในชวี ิตประจำวันส่ิงท่ีมีความสำคัญต่อการแสดงนาฏศิลป์และละคร
ประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดงหรือการชมการแสดงนาฏศิลป์และละคร รักและมุ่งมั่นในการทำงาน สามารถนำ

๔๓

ความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ
ชีวิตประจำวนั ไดอ้ ยา่ งถกู ต้องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชว้ี ัด
ศ ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗
ศ ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ศ ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ศ ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ศ ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ศ ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒
รวมทงั้ หมด ๖ มาตรฐาน ๒๗ ตัวช้ีวดั

รหัสวชิ า ศ11101 โครงสรา้ งรายวชิ าพน้ื ฐาน ๔๔
ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 1 รายวชิ าศิลปะ
เวลา 40 ชัว่ โมง กลมุ่ สาระการเรียนร้ศู ลิ ปะ
จำนวน 1 หนว่ ยกิต

หนว่ ย มาตรฐาน ตัวช้วี ดั สาระสำคญั / เวลา น้ำหนัก
การ ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ ศ 1.1 ความคดิ รวบยอด (ชั่วโมง) คะแนน
เรียนรทู้ ี่ ศ 1.1
1 เริ่มเรียนทศั นศิลป์ ภาคเรยี นท่ี 1 2 4
ศ 1.1 2
2 ความรสู้ ึกของฉัน ทัศนศิลป์ 4
ศ 2.1 3
3 สนกุ กับสเี ทียนและสีไม้ ศ 2.1 ป.1/1 - จุด เสน้ รูปรา่ งเป็นพืน้ ฐานที่ 5
ศ 2.1 สำคัญของการเรยี นทศั นศลิ ป์ 2
4 สนุกกับเสยี งดนตรี พน้ื ฐานการวาดเส้นทีด่ ีจะช่วยให้ 2 4
5 รอ้ งเต้นเลน่ ดนตรี เราวาดรูปตา่ ง ๆ ได้ตรงตาม 2 4
ความตอ้ งการ 4
6 บทเพลงและ
ความหมาย ป.1/2 - ธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม
รอบตัวมีผลตอ่ ความร้สู กึ ของ
คนเรา ทงั้ ความรู้สึกที่ดแี ละ
ความรู้สึกท่ีไมด่ ี ซงึ่ เราสามารถ
สรา้ งผลงานทศั นศิลป์ เพื่อ
ถา่ ยทอดความรู้สกึ เหล่าน้ีได้

ป.1/5 - สีเทยี น สไี มห้ รอื ดินสอสีเปน็ สี
แท่ง ใชง้ า่ ย สามารถระบายทับ
กันได้ มเี ทคนคิ การใชห้ ลายแบบ
เมือ่ ใช้สีเทียน สไี มเ้ สรจ็ แล้วควร
เก็บให้เรยี บร้อย ไมใ่ ห้ถกู
แสงแดด สีไม้ใชก้ บเหลาดนิ สอไว้
ใช้งานครัง้ ต่อไป

ดนตรี

ป.1/1 - จำแนกเสียงเคร่ืองดนตรเี ขา้ ใจ

ป.1/2 ในน้ำหนักของเสียงและจงั หวะ

ป.1/3 - สนกุ สนานกบั การรอ้ งเพลงและ
ป.1/4 เลน่

ดนตรแี ละสอดคลอ้ งกบั การใช้
ชวี ิตประจำวัน

ป.1/5 - รคู้ วามหมายทม่ี าของบทเพลง
โดยผ่าน
การเล่นดนตรี

๔๕

หนว่ ย ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน ตวั ช้ีวดั สาระสำคญั / เวลา นำ้ หนัก
การ ความคิดรวบยอด (ชว่ั โมง) คะแนน
เรยี นรูท้ ี่
7 นาฏศิลป์ 10
15
8 พื้นฐานนาฏศลิ ป์กบั การ ศ 3.1 ป.1/1 - การฝึกปฏิบัติเลียนแบบการ 6 5
1
9 เคล่อื นไหว ป.1/2 เคลื่อนไหวและแสดงท่าทาง่ายๆ 3 5

10 เพื่อสื่อความหมายแทนคำพูด 2 5

เป็นพื้นฐานเบื้องต้นของการ 2

แสดงนาฏศลิ ป์และละคร

สอบปลายภาคเรียนท่ี 1

ภาคเรยี นที่ 2

ทศั นศิลป์

เล่นสนี ำ้ กันดกี ว่า ศ 1.1 ป.1/3 - สีน้ำเป็นสีโปร่งแสง ผสมน้ำ

โดยใช้พู่กันระบาย แม่สี 3 สีคือ

สีแดง สเี หลือง และสี

น้ำเงินสามารถนำมาผสมกันให้

เกดิ เป็นสีใหม่ได้ เราใช้สีน้ำสร้าง

งานทัศนศิลป์ได้หลายวิธี เมื่อใช้

สีน้ำเสร็จ ควรเก็บอุปกรณ์ต่าง

ๆ ให้เรียบร้อยและระวังไม่ให้สี

น้ำถกู แสงแดด

สีโปสเตอรไ์ ม่ยากอย่างที่ ศ 1.1 ป.1/4 - สีโปสเตอร์เป็นสีทึบแสง

คิด สามารถนำแต่ละสีมาผสมกัน

เป็นสีใหม่แบบสีน้ำได้ เราใช้สี

โปสเตอร์สร้างงานทัศนศิลป์ได้

หลายวิธีเมื่อใช้สีโปสเตอร์เสร็จ

ควรเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้

เรียบร้อย และระวังไม่ให้สี

โปสเตอรถ์ กู แสงแดด

ทศั นศลิ ป์รอบตวั ศ 1.2 ป.1/1 - ในชีวิตประจำวันของเรานั้นมี

งานทัศนศิลป์ที่มีคุณค่าทาง

ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอยู่

รอบตัว เราควรภาคภูมิใจและ

นำความรูเ้ กยี่ วกบั งาน

ทัศนศิลป์เหล่านี้มาใช้ในการ

พฒั นางานทัศนศิลป์ของตนเอง

๔๖

หนว่ ย ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน ตัวชี้วดั สาระสำคัญ/ เวลา นำ้ หนัก
การ ความคดิ รวบยอด (ช่วั โมง) คะแนน
เรยี นร้ทู ี่

ดนตรี

11 บทเพลงละเล่นกับชวี ติ ศ 2.2 ป.1/1 - ร้องเพลงละเล่น ร้องเพลง 6 12

ท้องถิ่นประกอบการละเล่นที่ใช้

ในชีวติ ประจำวนั

นาฏศลิ ป์

12 นาฏศลิ ปไ์ ทยใครๆก็ ศ 3.1 ป.1/3 - การปฏิบัติตนเป็นผ้ชู มทด่ี แี ละ 3 4

นิยม ศ 3.2 ป.1/2 มีสมาธิในการชม ทำใหร้ บั รู้

อรรถรสของการแสดงได้ดี

นาฏศิลปไ์ ทยมีหลายประเภทมี

ความ

ออ่ นช้อยนุ่มนวล ทาํ ให้เกิด

ความ

ประทบั ใจท่ีแตกต่างกัน

13 การละเลน่ เดก็ ไทย ศ 3.2 ป.1/1 - การละเล่นของเด็กไทยมี 3 4

เอกลักษณ์ของความเป็นไทย

ควรอนรุ กั ษไ์ ว้

สอบปลายภาคเรยี นที่ 2 1 15

รวม 40 100

รหัสวชิ า ศ12101 โครงสรา้ งรายวชิ าพน้ื ฐาน ๔๗
ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 2 รายวชิ าศลิ ปะ
เวลา 40 ช่ัวโมง กลุ่มสาระการเรียนรศู้ ิลปะ
จำนวน 1 หน่วยกิต

หน่วย ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน ตวั ชว้ี ัด สาระสำคัญ/ เวลา นำ้ หนกั
การ ศ 1.1 ความคิดรวบยอด (ชว่ั โมง) คะแนน
เรยี นรู้ท่ี สนุกกบั ทัศนศลิ ป์ ศ 1.1
1 ศ 1.1 ภาคเรียนที่ 1
ศิลปนิ รนุ่ จิ๋ว
2 ศ 2.1 ทศั นศลิ ป์
ตดั ฉีก ปะติด แสนสนุก ศ 2.1
3 ศ 3.1 ป.2/1 - งานทัศนศิลปม์ ีหลายประเภท
เสยี งและสสี ันของ ป.2/2 เราใช้ทศั นธาตุและความคิด
4 ดนตรี ป.2/3 สร้างสรรค์ สร้างผลงานทัศนศลิ ป์
5 ฟงั บทเพลงบรรเลงสนกุ ป.2/4 โดยเลือกวสั ดุอุปกรณใ์ ห้

6 การเคลอื่ นไหวอย่างมี เหมาะสมกับงาน
รูปแบบ
ป.2/6 - ในงานทัศนศลิ ป์นั้นมีเนือ้ หา
ป.2/7 เรื่องราว เราสามารถใช้ผลงาน

ทัศนศิลป์ถ่ายทอดเรื่องราว เพอ่ื
สื่อถงึ ความคิด ความรูส้ ึก

ป.2/5 - การสรา้ งผลงานทศั นศิลป์ โดย
การตดั ฉกี ปะตดิ มเี ทคนิค
วิธกี ารหลายวิธี เม่อื เราทำงาน
และชน่ื ชมผลงานแล้ว ควรเก็บ
วสั ดอุ ุปกรณต์ า่ ง ๆ ให้เรียบร้อย

ดนตรี

ป.2/1 - จำแนกแยกแยะเสยี งของดนตรี
ป.2/2 ได้ชัดเจน และรู้ ดงั -เบา สูง-ต่ำ

ยาว-สนั้ ของตวั โนต้ ได้

ป.2/3 - ฟังเพลงพร้อมเคาะจงั หวะแล้ว
ป.2/4 บอกความหมายและทีม่ าของ
ป.2/5 เพลงได้

นาฏศิลป์

ป.2/1 - การเคล่ือนไหวอยา่ งมีรปู แบบ
ป.2/2 ทำให้รา่ งกายเคลอ่ื นไหวได้

คลอ่ งแคล่ว ซงึ่ ในการเคลือ่ นไหว
สามารถนำจังหวะเข้ามามีส่วน
รว่ มในการเคล่ือนไหวได้ จะทำให้
การเคล่ือนไหวนน้ั มีระเบยี บและ
เกิดความพร้อมเพรยี งสวยงาม


Click to View FlipBook Version