๔๘
หนว่ ย ชอื่ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน ตัวชี้วัด สาระสำคญั / เวลา น้ำหนกั
การ ความคิดรวบยอด (ช่วั โมง) คะแนน
เรียนรทู้ ี่
7 ซึ่งในการเคลื่อนไหวเราสามารถ 15
8 ประดษิ ฐท์ ่าทางให้เขา้ กบั จังหวะ
9 และเนอ้ื หาของบทเพลงไดจ้ ะทำ
ใหก้ ารเคล่ือนไหวมีความน่าสนใจ
สวยงามมากขน้ึ
การละเล่นพืน้ บ้านของ ศ 3.2 ป.2/1 - การละเล่นพน้ื บ้านของไทยเป็น
ไทย ป.2/2 สง่ิ ทส่ี บื ทอดกันมาช้านานแสดง
ป.2/3 ให้เห็นถงึ ความสัมพนั ธ์กบั วถิ ีชีวิต
ของคนไทย และเป็นสิง่ ทสี่ ร้าง
ความสนุกสนาน บนั เทงิ ใจ ซ่ึงคน
ไทยทุกคนควรรว่ มมือกนั อนุรักษ์
สบื ทอดต่อไป
สอบปลายภาคเรียนท่ี 1 1
ภาคเรยี นที่ 2
ทศั นศลิ ป์
สรา้ งสรรค์งานเคล่อื น ศ 1.1 ป.2/8 - การสร้างงานทัศนศิลป์เป็น
ไหว รูปแบบโครงสร้างเคลื่อนไหว
จัดเป็นการสร้างงานทัศนศิลป์
ประเภท 3 มิติ งานโครงสร้าง
เคลื่อนไหวที่ดีควรมีความสมดุล
และปลอดภัย เราสามารถใช้
ความคิดสร้างสรรค์โครงสร้าง
เคลือ่ นไหวใหส้ วยงามและ
ประหยัด เมื่อทำงานเสร็จ เรา
ตอ้ งเก็บวสั ดอุ ปุ กรณใ์ ห้เรยี บร้อย
ทศั นศลิ ป์ใน ศ 1.2 ป.2/1 - งานทัศนศิลป์ที่เราพบเห็นใน
ชวี ิตประจาํ วัน ป.2/2 ชีวิตประจำวันล้วนมีคุณค่าและ
ความสำคัญ งานทัศนศิลป์ในแต่
ละท้องถิ่นจะเน้นความงดงาม
โดยสะท้อนความคิด ความเชื่อ
ฝีมือและความชำนาญของผู้คน
ในท้องถิ่น เราจึงควรอนรุ กั ษ์และ
ชื่นชมกับมรดกไทยอย ่าง มี
ความสขุ
๔๙
หนว่ ย ชอื่ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน ตวั ชี้วดั สาระสำคญั / เวลา นำ้ หนัก
การ ความคดิ รวบยอด (ชั่วโมง) คะแนน
เรียนรู้ท่ี
10 ดนตรี 15
11 100
12 บทเพลงบรรเลงชีวิต ศ 2.2 ป.2/1 - จดั ฟงั เพลงท้องถิ่นแล้วฝึก
13 แยกแยะโดยใชก้ ารแขง่ ขนั แบบ
เกมส
บรรเลงดนตรี ศ 2.1 ป.2/2 - สอบปฏบิ ัตดิ นตรีโดยใชเ้ พลง
on concert แห่
นาฏศิลป์
สือ่ สารสรา้ งสรรค์ ศ 3.1 ป.2/3 - นาฏยศัพท์และภาษาท่าทาง
นาฏศลิ ป์ ป.2/4 นาฏศิลป์ไทยเป็นสิ่งที่ใช้สื่อ
ความหมายในการแสดงนาฏศิลป์
ทำใหก้ ารแสดงมีความสวยงาม
เมื่อนำนาฏยศัพท์ และภาษา
ท่าทาง นาฏศิลป์ไทยมาใช้
ประกอบการแสดงจะทำให้การ
แสดงน่าสนใจ มีความสวยงาม
ทำให้ผู้ชมสามารถเข้าใจการ
แสดงไดง้ ่ายขนึ้
มารยาทในการชมการ ศ 3.1 ป.2/5 - การมีมารยาทในการชมการ
แสดงนาฏศิลปไ์ ทย แสดงจะทำให้ได้รับประโยชน์
ความสนุกสนานในการชมการ
แสดง ทำให้ผู้แสดงมีสมาธิในการ
แสดง และผู้ชมคนอื่นๆ ได้รับ
ความสนุกสนานไปด้วย
สอบปลายภาคเรยี นที่ 2 1
40
รวม
รหสั วชิ า ศ13101 โครงสร้างรายวชิ าพ้นื ฐาน ๕๐
ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3 รายวิชาศลิ ปะ
เวลา 40 ชั่วโมง กลุ่มสาระการเรยี นร้ศู ิลปะ
จำนวน 1 หนว่ ยกิต
หนว่ ย ชอื่ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน ตวั ชวี้ ดั สาระสำคญั / เวลา น้ำหนัก
การ ความคดิ รวบยอด (ชั่วโมง) คะแนน
เรียนร้ทู ่ี
1 ภาคเรียนท่ี 1 2 4
2 ทศั นศลิ ป์ 2 5
3 2 4
ศลิ ปะในธรรมชาติ ศ 1.1 ป.3/3 - จำแนกทัศนธาตุท่ีปรากฏใน 3 5
4
และส่งิ แวดลอ้ ม ป.3/9 สง่ิ แวดลอ้ มและในงานทัศนศิลป์ 3 5
5
ป.3/10 เนน้ เส้น สี รูปร่าง รูปทรง จดั 7 12
6 1 15
กลุ่มของทัศนธาตุ ออกแบบส่ิง
ตา่ งทีอ่ ยูร่ อบตัว
เรยี นรู้การวาดจาก ศ 1.1 ป.3/1 - บรรยายลกั ษณะของรูปรา่ ง
สงิ่ ใกล้ตัว ป.3/4 รปู ทรง ขั้นตอนวธิ ีการใช้วสั ดุ
อปุ กรณ์ในงานทัศนศิลป์ข้นั
พื้นฐาน
สรา้ งสรรค์สนกุ สนาน ศ 1.1 ป.3/5 - ลกั ษณะวิธกี ารใช้อปุ กรณใ์ น
กับงานปั้น งานปน้ั เพือ่ จัดรูปทรงในงานป้ัน
ถ่ายทอดความคดิ ผ่านงานป้นั
ดนตรี
สญั ลักษณ์ประกอบ ศ 2.1 ป.3/1 - จำแนกเคร่ืองดนตรอี ธบิ าย
ล้อมรอบด้วยจงั หวะ ป.3/2 รูปทรง พรอ้ มทง้ั เรียนรู้
ป.3/3 สัญลกั ษณ์เครื่องหมายบงั คบั
จังหวะไดถ้ ูกต้องโดยมบี ทเพลง
ชว่ ยสอน
เลน่ ดนตรพี รอ้ มบท ศ 2.1 ป.3/4 - ฝกึ ซอ้ มบทเพลงและดนตรเี พือ่
เพลงพาเพลิน ป.3/5 ใชใ้ นงานตา่ ง ๆ และรูบ้ ทบาทใน
ป.3/6 การเลน่ ทถี่ ูกตอ้ ง
ป.3/7
นาฏศิลป์
สรา้ งสรรค์ ส่ือสาร ศ 3.1 ป.3/1 - องคป์ ระกอบของนาฏศลิ ปไ์ ทย
การเคลอ่ื นไหว ป.3/2 ทำใหก้ ารแสดงนาฏศิลป์ และ
การละครมคี วามสมบรู ณ
สอบปลายภาคเรียนท่ี 1
๕๑
หน่วย ช่ือหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน ตวั ชี้วัด สาระสำคัญ/ เวลา น้ำหนกั
การ ความคิดรวบยอด (ช่วั โมง) คะแนน
เรียนรทู้ ่ี
7 ภาคเรยี นที่ 2 3 6
8 ทศั นศิลป์ 3 5
9 วาดภาพผา่ นความคดิ ศ 1.1 ป.3/6 - ถา่ ยทอดความรสู้ ึกผ่านชีวิต 3 5
10 3 5
11 ป.3/8 โดยใช้วธิ ีการจดั กลุ่มของทัศน 4 7
12 ธาตใุ นรูปแบบงาน 3 7
1 15
ทศั นศลิ ป์ 40 100
ทัศนศิลป์ในท้องถิ่น ศ 1.1 ป.3/2 - ศกึ ษาอภิปรายผลงานทอ้ งถิ่นท่ี
สะทอ้ นถึงวิถชี วี ติ จริง ทง้ั ความ
เชอ่ื ความศรัทธา และศาสนาท่ี
ส่งผลตอ่ งานทศั นศลิ ป์ภายใน
ทอ้ งถิ่น
ดนตรี
ดนตรกี ับเอกลกั ษณ์ ศ 2.2 ป.3/1 - จดั ทำแผน่ ภาพดนตรีท้องถิ่น
ท้องถ่ิน พรอ้ มอธิบาย
ดนตรกี บั ท้องถ่นิ ของ ศ 2.2 ป.3/2 - เลน่ เคร่อื งดนตรีพน้ื บ้านและใช้
เรา ในงานต่างไดอ้ ย่างเหมาะสม
นาฏศลิ ป์
การมีส่วนร่วมในงาน ศ 3.1 ป.3/3 - การเป็นผู้ชมที่ดแี ละการมสี ่วน
นาฏศิลป์ ป.3/4 รว่ มในการแสดงที่เหมาะสมกับ
ป.3/5 วัยสามารถนำไปใชใ้ น
ชีวิตประจำวนั ได้
การแสดงนาฏศลิ ป์ใน ศ 3.2 ป.3/1 - เอกลกั ษณข์ องนาฏศิลป์
ทอ้ งถนิ่ ป.3/2 พนื้ บา้ นมีเอกลักษณเ์ ดน่ ท่ีส่อื ถึง
ป.3/3 ความเป็นอยู่ในท้องถนิ่ นั้น
สอบปลายภาคเรียนที่ 2
รวม
รหัสวิชา ศ14101 โครงสร้างรายวชิ าพน้ื ฐาน ๕๒
ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 4 รายวิชาศิลปะ
เวลา 80 ช่วั โมง กลมุ่ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ
จำนวน 2 หน่วยกิต
หน่วย มาตรฐาน ตัวชวี้ ดั สาระสำคญั / เวลา นำ้ หนกั
การ ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ ศ 1.1 ความคดิ รวบยอด (ช่ัวโมง) คะแนน
เรยี นรูท้ ี่
1 การมองเหน็ คิดเปน็ ทำ ศ 1.1 ภาคเรียนที่ 1 5 5
ได้ ศ 1.1 ทศั นศลิ ป์ 6 5
ศ 2.1
2 สอี ุ่นกบั สีเย็น ศ 2.1 ป.4/1 - เสน้ สี รูปรา่ ง รูปทรง เปน็ สง่ิ 2 2
ป.4/3 สำคัญสำหรบั การสรา้ งผลงาน 5 4
3 สนกุ กับงานพิมพ์ 8 7
4 บทเพลงและเคร่ือง ทศั นศลิ ป์ เราสามารถสงั เกต
เส้น สี รปู รา่ ง รูปทรง ได้จาก
ดนตรปี ระกอบเพลง ธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม และ
5 สนกุ กับการอ่านโนต้ เราสามารถสรา้ งความแลก
เปล่ียนใหม่ ให้กบั งานทัศนศลิ ป์
เบื้องต้น ได้ด้วยการใช้พ้นื ทว่ี า่ งและพืน้ ผวิ
ป.4/2 - สีมอี ิทธิพลตอ่ มนษุ ย์ สถี ูก
ป.4/5 แบง่ เปน็ สวี รรณะอุน่ และวรรณะ
ป.4/7 เยน็ เราควรเลอื กใช้สีให้
ป.4/8 สอดคลอ้ งกับการถา่ ยทอด
ป.4/9 ความรสู้ ึกและจินตนาการและ
ควรหม่นั พฒั นาฝีมือของตนเอง
ควบคไู่ ปกับการเรียนรจู้ ากบคุ คล
รอบตัว
ป.4/4 - การพิมพภ์ าพเป็นการ
สรา้ งสรรคท์ ัศนศลิ ป์ท่ีใชแ้ ม่พิมพ์
ดนตรี
ป.4/1 - ฟงั เพลงที่กำหนดและบอก
ป.4/2 ความหมายและเครื่องดนตรีที่ใช้
โดยใชห้ ลักการฟัง
ป.4/3 - แจกบทเพลงและฝกึ อ่านโน้ต
ป.4/4 โดยใช้เครื่องดนตรเี ลน่ พรอ้ มท้ัง
ป.4/5 เรียนรู้การเกบ็ รักษาจากVDO
ป.4/6
ป.4/7
๕๓
หน่วย ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน ตวั ช้วี ัด สาระสำคัญ/ เวลา น้ำหนัก
การ ความคิดรวบยอด (ช่ัวโมง) คะแนน
เรียนรทู้ ่ี
6 นาฏศิลป์ 9 8
7 แสดงนาฏศลิ ป์ตาม ศ 3.1 ป.4/2 - ภาษาทา่ นาฏยศัพท์และศพั ท์ 4 4
1 15
8 ความคิด ป.4/3 ทางการละครเป็นพ้นื ฐานการ 9 5
9 4 5
แสดงนาฏศลิ ปแ์ ละการละครท่ี
10 13 10
สามารถสื่อความหมาย และ
ถา่ ยทอดอารมณ์ออกมาเป็น
เร่อื งราวไดต้ ามความคดิ เหน็ ของ
ตนเอง
นาฏศิลปไ์ ทยกับ ศ 3.2 ป.4/1 - การแสดงนาฏศลิ ปไ์ ทยและ
วัฒนธรรมอ่นื ป.4/2 นาฏศิลปพ์ ืน้ บ้านแสดงให้เหน็
ป.4/3 คณุ คา่ ความสำคญั ประวัตคิ วาม
ป.4/4 เป็นมาของภูมปิ ญั ญาไทยและ
ภมู ปิ ัญญาท้องถน่ิ
สอบปลายภาคเรียนท่ี 1
ภาคเรยี นท่ี 2
ทัศนศลิ ป์
ทำอยา่ งไรให้ภาพสวย ศ 1.1 ป.4/6 - นำ้ หนกั แสงเงา การจัดระยะ
ความลกึ ในภาพ เป็นสง่ิ สำคญั ท่ี
จะทำให้ภาพวาดดมู มี ิตแิ ละมี
ความสมจริง
ทัศนศิลป์ในท้องถิ่น ศ 1.2 ป.4/1 - งานทศั นศลิ ปใ์ นท้องถิ่นเปน็
ป.4/2 งานท่ีมีคุณคา่ สืบทอดกันมา
ต้ังแต่โบราณจนถึงปจั จบุ นั
จนเชอ่ื มโยงกบั เหตุการณ์งาน
ประเพณวี ัฒนธรรมท้องถิน่ น้ัน ๆ
สร้างเปน็ ผลงานทม่ี ีเอกลกั ษณ์
ประจำท้องถ่ิน ดัดแปลง
สร้างสรรคใ์ หม้ คี วามสวยงาม มี
ค่าควรแก่การอนรุ ักษ์และรักษา
ให้กับคู่กบั ประเทศไทย
ดนตรี
บทเพลงร้องกบั อนรุ กั ษ์ ศ 2.2 ป.4/1 - ฝกึ ร้องเพลงพนื้ บา้ นและเล่น
ท้องถนิ่ ป.4/2 ดนตรเี พลงพ้นื บ้านพร้อมเรยี นรู้
การอนุรักษด์ นตรีทอ้ งถิ่นโดย
การจดั บอร์ดนิทรรศการ
๕๔
หน่วย มาตรฐาน ตวั ช้วี ดั สาระสำคัญ/ เวลา นำ้ หนกั
การ ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ ศ 3.1 ความคิดรวบยอด (ชัว่ โมง) คะแนน
เรียนรทู้ ่ี ศ 3.1
นาฏศลิ ป์ 10 10
11 แสดงนาฏศลิ ปเ์ ปน็ คู่ 3 5
และหมู่ ป.4/4 - ระบำรำฟ้อนทางนาฏศิลป์
สามารถแสดงเป็นคู่ และเปน็ หมู่
12 การละคร ได้
ป.4/1 - การเลา่ โดยการเน้นจุดสำคัญ
ป.4/5 ของเรื่องเป็นการถา่ ยทอดที่ดี
สอบปลายภาคเรยี นที่ 2 1 15
รวม 40 100
รหัสวชิ า ศ15101 โครงสรา้ งรายวชิ าพืน้ ฐาน ๕๕
ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5 รายวชิ าศิลปะ
เวลา 80 ชั่วโมง กล่มุ สาระการเรียนร้ศู ิลปะ
จำนวน 2 หนว่ ยกิต
หน่วย มาตรฐาน ตวั ช้ีวดั สาระสำคญั / เวลา น้ำหนกั
การ ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ ศ 1.1 ความคิดรวบยอด (ช่ัวโมง) คะแนน
เรยี นร้ทู ่ี
ศ 1.1 ภาคเรยี นที่ 1
1 ทศั นธาตุกับ ศ 1.1
ส่งิ แวดลอ้ มรอบตวั และ ศ 2.1 ทัศนศิลป์
ในงานทศั นศลิ ป์ ศ 2.1
ศ 2.1 ป.5/1 - ส่งิ แวดลอ้ มตามธรรมชาติ ถูก
2 การจดั องค์ประกอบ ป.5/2 จัดวางอยา่ งลงลงตวั ท้ังรปู รา่ ง
งานทศั นศลิ ป์
รูปทรง เส้นและสีสัน จงั หวะ
3 สร้างสรรค์งานแสงเลน่ ระยะการจัดวางของทัศนธาตุใน
สี งานศิลปะมีทงั้ สม่ำเสมอ และ
ระยะหา่ งทไี่ มเ่ ทา่ กัน การจัด
4 องค์ประกอบและบท องค์ประกอบของภาพจึงมี
เพลงบรรเลงการฟงั ความสำคญั ในงานทัศนศลิ ป์
5 อา่ นโนต้ คล่อง ประลอง ป.5/6 - การจัดองค์ประกอบศิลป์และ
รอ้ งเพลง สอื่ ความหมายในงานทัศนศลิ ป์
แก้ไขและปรบั ปรุงผลงาน
6 เลน่ ดนตรสี ด ทศั นศิลป์
on concert
ป.5/3 - การสรา้ งงานทัศนศิลป์โดย
เทคนคิ วธิ ีการ แสงเงา นำ้ หนัก
และวรรณะของสีในการ
สรา้ งสรรค์
ดนตรี
ป.5/1 - ฟงั เพลงแล้วแยกแยะ
ป.5/2 องคป์ ระกอบโดยใชห้ ลกั การฟัง
และประเภทของบทเพลง
ป.5/3 - ฝึกอา่ นโนต้ โดยใช้เคร่อื งดนตรี
ป.5/4 บรรเลงและฝกึ ขับร้องเพลงกับ
เปียโน
ป.5/5 - ฝกึ เลน่ ดนตรบี นเวทพี ร้อมด้น
ป.5/6 สด
ป.5/7
๕๖
หน่วย มาตรฐาน ตวั ชว้ี ัด สาระสำคญั / เวลา นำ้ หนัก
การ ช่อื หน่วยการเรียนรู้ ศ 3.1 ความคิดรวบยอด (ช่วั โมง) คะแนน
เรียนรู้ท่ี ศ 3.1
นาฏศลิ ป์
7 องคป์ ระกอบนาฏศลิ ป์
ไทย ป.5/1 - ภาษาทา่ นาฏยศัพท์ จังหวะ
ทำนอง คำรอ้ ง และอุปกรณ์เป็น
8 สร้างสรรคก์ ารแสดง องค์ประกอบท่ีทำให้การแสดง
สมบรู ณ์
ป.5/2 - สร้างสรรค์นาฏศลิ ป์ด้วยลีลา
อารมณ์
9 ชมการแสดงและ ศ 3.1 ป.5/5 - การแสดงนาฏศลิ ปแ์ ละการ
เปรยี บเทยี บนาฏศลิ ป์ ป.5/6 แสดงพื้นบ้านชดุ ต่าง ๆ เห็น
ไทยและสากล ศ 3.2 ป.5/1 ความแตกตา่ งกันโดยการรูท้ ่ีมา
ของการแสดงน้นั ๆ เกดิ สุนทรี
ในการชม
สอบปลายภาคเรียนที่ 1 1 15
ภาคเรียนที่ 2
ทัศนศิลป์
10 จนิ ตนาการผา่ นงานปัน้ ศ 1.1 ป.5/4 - สรา้ งผลงานป้ันจาจนิ ตนาการ
โดยใช้ดนิ น้ำมัน หรอื ดินเหนียว
โดยถา่ ยทอดผ่านวิธกี ารปน้ั
11 สร้างสรรค์งานพิมพ์ ศ 1.1 ป.5/5 - การสรา้ งสรรคง์ านภาพพิมพ์
โดยใชแ้ ม่พิมพธ์ รรมชาตแิ ละ
แม่พิมพท์ ี่มนุษยส์ ร้างขึ้น ส่ือ
ความหมายผา่ นจินตนาการ
12 งานทศั นศิลป์กับ ศ 1.1 ป.5/7 - ประโยชน์และคุณค่าของงาน
ภมู ิปัญญาท้องถน่ิ
ทัศนศลิ ป์ท่ีมีผลตอ่ ชวี ติ ของ
ศ 1.2 ป.5/1 มนุษยใ์ นสังคม เกีย่ วกับงาน
ป.5/2 ทัศนศลิ ป์ สะทอ้ นวฒั นธรรม
และภูมิปัญญาในท้องถน่ิ
ดนตรี
13 ดนตรีกับประเพณีไทย ศ 2.2 ป.5/1 - ดวู ีดีโอการเลน่ ดนตรพี ้นื บ้าน
ในกิจกรมตา่ ง ๆ พร้อมอธิบาย
14 ดนตรีกบั วัฒนธรรม ศ 2.2 ป.5/2 - ูวีดโี อและกจิ กรรมทาง
วฒั นธรรมของแต่ละภาคว่ามี
เครื่องดนตรีใดประกอบพร้อม
อภปิ ราย
๕๗
หน่วย สาระสำคัญ/ เวลา นำ้ หนัก
การ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน ตวั ชี้วดั ความคดิ รวบยอด (ชั่วโมง) คะแนน
เรียนรทู้ ่ี
1 15
นาฏศิลป์ 40 100
15 แสดงนาฏศิลป์สะท้อน ศ 3.1 ป.5/3 - การแสดงนาฏศิลปแ์ ละการ
วัฒนธรรม ศ 3.2 ป.5/2 แสดงพน้ื บ้าน มภี าษาท่าและ
นาฏยศัพทเ์ ปน็ องค์ประกอบที่
ส่ือความหมายใหเ้ ห็นคุณคา่ ได้
อยา่ งงดงาม
16 บทละคร ศ 3.1 ป.5/5 - การเลอื กบทและการเขียนบท
เป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งของ
การแสดงละคร
สอบปลายภาคเรยี นท่ี 2
รวม
รหัสวชิ า ศ16101 โครงสร้างรายวชิ าพ้ืนฐาน ๕๘
ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6 รายวิชาศลิ ปะ
เวลา 80 ชวั่ โมง กลมุ่ สาระการเรียนร้ศู ลิ ปะ
จำนวน 2 หนว่ ยกติ
หน่วย มาตรฐาน ตวั ช้ีวัด สาระสำคัญ/ เวลา น้ำหนกั
การ ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ ความคิดรวบยอด (ชวั่ โมง) คะแนน
เรียนรู้ท่ี
1 สวยงามดว้ ยความ ภาคเรียนท่ี 1 3
3
สมดุล ทัศนศลิ ป์ 7
2 สตี รงข้ามก็งามได้
ศ 1.1 ป.6/2 - หลักการจัดขนาด สัดส่วน 2 3
3 2 มติ ิ สู่ 3 มติ ิ ป.6/5 ความสมดุล รปู และพนื้ ท่ีว่างเป็น
องค์ประกอบที่สำคัญในการ
4 องค์ประกอบดนตรี สร้างงานทศั นศลิ ป์
สงั คีตและบทบาทท่ี
ควรร ศ 1.1 ป.6/1 - สีคู่ตรงข้ามเป็นสีที่อยู่ตรงข้าม 2
ป.6/6 กันในสีธรรมชาติ สีคู่รงข้าม ทำ
5 การอ่านโน้ตเพลง ให้มีผู้มองเห็นเกิดความรู้สึก
ขัดแย้ง แต่วธิ ีการใชส้ คี ู่ตรงข้าม
ที่เหมาะสมจะทำให้ผลงาน
ทัศนศิลป์มีความโดดเด่นสวย
งามและน่าสนใจ
ศ 1.1 ป.6/3 - การวาดภาพ 2 มิติ ให้เป็น 9
ภาพ 3 มิติ จำเป็นต้องใช้เส้น
อย่างถกู ต้อง และมกี าร
ลงน้ำหนกั แสงเงาในภาพ ซึ้งเป็น
หลักการพื้นฐานที่ผู้สร้างงาน
ทัศนศิลป์ต้องรู้และเข้าใจเพื่อ
นำไปใช้สรา้ งสรรค์ผลงาน
ทัศนศิลป์ให้มีความลงตัวละ
สามารถนำความรู้พื้นฐานไป
ประยุกต์สร้างสรรค์ผลงานให้มี
ค ว า ม แ ป ล ก ใ ห ม่ ไ ด ้ อ ย ่ า ง
เหมาะสม
ดนตรี
ศ 2.1 ป.6/1 - เรียนองค์ประกอบดนตรสี งั คีต 3
ป.6/2 และบทบาทดนตรีในใบงาน
ศ 2.1 ป.6/3 - อ่านโนต้ เพลงตาม score ด้น 4 3
ป.6/4 สด กับเพลงที่กำหนดมาให้ได้
หนว่ ย มาตรฐาน ตวั ช้ีวดั สาระสำคญั / ๕๙
การ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ศ 2.1 ความคิดรวบยอด
เรยี นรู้ที่ เวลา นำ้ หนัก
ป.6/5 - เลน่ ดนตรีพร้อมเรยี นรู้ข้ันคู่ (ชวั่ โมง) คะแนน
6 ดนตรกี บั ฮารโ์ มนี ป.6/6 เสยี ง
64
นาฏศลิ ป์
7 จนิ ตนาการ ศ 3.1 ป.6/1 - การสร้างสรรค์การแสดง 11 7
ป.6/2 นาฏศิลป์ เป็นการส่ือให้เห็นถึง 5
15
ความคิดและจินตนาการของผู้ 5
4
แสดง ซ่งึ จะต้องใหป้ ฏบิ ัติตนตาม
3
บทบาทหน้าที่ของการแสดง
อยา่ งสร้างสรรค์
8 ทัศนานาฏศิลป์ ศ 3.1 ป.6/5 - การมีมารยาทในการชมการ 2
ศ 3.2 ป.6/2 แสดงจะได้รับประโยชน์จากการ
ชมการแสดงและเข้าใจการแสดง
มากขนึ้
สอบปลายภาคเรยี นที่ 1 1
ภาคเรียนท่ี 2
ทัศนศลิ ป์
9 ปนั้ แต่งเติม เพม่ิ และ ศ 1.1 ป.6/4 - หลักการเพมิ่ และลดเป็นส่งิ 5
ลด สำคัญท่ีทำใหง้ านปน้ั เกดิ เปน็
รูปทรงทีต่ ้องการ
10 ภาพนีม้ ีความหมาย ศ 1.1 ป.6/7 - การสรา้ งแผนภาพ แผนผงั 6
และภาพประกอบท่ีถา่ ยทอด
ความคดิ หรอื เล่าเร่ืองราวต่าง ๆ
จำเปน็ ต้องมีการจดั ลำดับขอ้ มูล
ทต่ี อ้ งการนำเสนอประกอบการ
ใชท้ ักษะและความคิดสรา้ งสรรค์
ในการวาด
11 ทศั นศลิ ป์สะท้อนชวี ติ ศ 1.2 ป.6/1 - งานทัศนศลิ ป์ในท้องถ่นิ มีที่มา 2
ป.6/2 จากภูมิปญั ญาของชาวบา้ น โดย
ป.6/3 อาศยั แรงบนั ดาลใจจากอทิ ธิพล
ของความเชอื่ ในศาสนา
วฒั นธรรมในท้องถ่นิ ผลงานท่ี
ออกมาจึงสะท้อนให้เห็นถึงวิธี
ชีวติ ของชาวบ้านใน
ท้องถนิ่ นน้ั ๆ
๖๐
หนว่ ย ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน ตัวช้วี ัด สาระสำคัญ/ เวลา นำ้ หนกั
การ ความคิดรวบยอด (ช่วั โมง) คะแนน
เรียนรทู้ ี่
12 ดนตรี 10
13 ความเปน็ มายุค ศ 2.2 ป.6/1 - เรียนรู้ที่มายุคสมัย ไทย-สากล 13 8
14 สมยั ดนตรไี ทย-สากล ป.6/2 แผ่นภาพกับ VDO 9 5
4
ป.6/3 15
1 100
นาฏศิลป์ 40
นาฏศลิ ป์และละคร ศ 3.1 ป.6/3 - การแสดงนาฏศิลป์ และละคร
ดว้ ยลีลา อารมณ์ เป็นเอกลักษณ์
สะท้อนวัฒนธรรมที่มีคุณค่าต่อ
คนในชาติทคี่ วรร่วมกนั สง่ เสรมิ
พรรณนานาฏศิลป์ ศ 3.1 ป.6/4 - นาฏศิลป์ไทยและการละคร
ป.6/6 เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มี
ศ 3.2 ป.6/1 ความเป็นมาอันยาวนานมี
องค์ประกอบเป็นพื้นฐาน และ
เกี่ยวข้องกบั ชีวติ ประจำวัน
สอบปลายภาคเรียนท่ี 2
รวม
๖๑
การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
การดำเนินการการวดั และประเมินผลการเรยี นรูต้ ามกลมุ่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ คณะกรรมการจดั ทํา
หลักสตู รกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ ได้กำหนดวิธกี ารปฏิบตั ดิ งั น้ี
1. ประเมินผลให้ครอบคลมุ ทั้งดา้ นความรู้ ทกั ษะ กระบวนการ และคุณลกั ษณะ โดยมีการประเมินผลดังน้ี
1.1 การประเมินผลก่อนเรียน
1.1.1 ประเมินผลก่อนเรียน เพื่อตรวจสอบความพร้อมและพื้นฐานของผู้เรียนและจัดกิจกรรม
ซอ่ มเสรมิ เพอ่ื ให้มคี วามร้พู ืน้ ฐานเพยี งพอที่จะเรยี น
1.1.2 ประเมินก่อนเรยี น เพื่อตรวจสอบความรอบรู้ในเน้ือหา และทักษะที่จะเริ่มเรยี น เพื่อเป็น
ข้อมลู เปรยี บเทยี บผลการเรียนหลงั เรียน แสดงการพัฒนาการของผู้เรยี น
1.1.3 การประเมินผลระหว่างเรียน ให้มีการประเมินผลเป็นระยะ ๆ และสอดคล้องกับตัวชี้วัด
โดยใช้การประเมนิ ผลตามสภาพจริง ดว้ ยวิธีการท่ีหลากหลายท้ังวิธกี ารวัด เครอ่ื งมอื และแหล่งข้อมูล เพอ่ื
มุ่งตรวจสอบพัฒนาการของผู้เรียน และนำผลการประเมินไปปรับปรุงแก้ไขจนผู้เรียนสามารถบรรลุตาม
เกณฑข์ นั้ ต่ำทีก่ ำหนดไว้ โดยใชว้ ิธีการที่หลากหลายเหมาะสมกบั ศกั ยภาพของแตล่ ะบุคคล
1.1.4 การประเมนิ รายภาค ในการประเมนิ ผลปลายปี ในระดบั ประถมศึกษา และปลายภาค ใน
ระดบั มธั ยมศกึ ษา ประเมนิ จากการปฏบิ ัติกจิ กรรม เชน่ จากผลงาน ชิน้ งาน โครงงาน แฟมู สะสม
ผลงาน หรอื แบบทดสอบ ทง้ั นใ้ี ห้สอดคล้องกับตวั ชีว้ ดั
2. การกำหนดสดั ส่วนระหว่างเรียนกับการประเมนิ ปลายปี/ปลายภาค ประเมนิ ผลระหว่างเรยี น และการประเมิน
ผลปลายปี/ปลายภาค ใหม้ กี ารประเมนิ ท้งั ด้าน ความรู้ ทักษะ กระบวนการ และคุณลักษณะ
3. การจดั ทำเอกสารบันทึกขอ้ มลู สารสนเทศของผเู้ รยี น ประกอบดว้ ย ประเมนิ ผลตลอดปลายปี ระดบั ประถม
ศกึ ษา โดยมหี วั ข้อดงั น้ี
1) การประเมนิ ผลกอ่ นเรียน
2) การประเมินระหวา่ งเรียน
3) การประเมินปลายภาค
4. การตัดสนิ ผลการเรียนกลุม่ สาระการเรียนรู้ศิลปะ
ตดั สินผลการเรียนเป็นรายวิชากำหนดเป็นระดับผลการเรียน 8 ระดบั คอื
4 หมายถงึ ผลการเรยี นดเี ยีย่ ม (80 - 100 คะแนน)
3.5 หมายถงึ ผลการเรียนดีมาก (75 - 79 คะแนน)
3.0 หมายถงึ ผลการเรยี นดี (70 - 74 คะแนน)
2.5 หมายถึง ผลการเรียนค่อนขา้ งดี (65 - 69 คะแนน)
2 หมายถึง ผลการเรยี นน่าพอใจ (60 - 64 คะแนน)
1.5 หมายถึง ผลการเรียนพอใช้ (55 - 59 คะแนน)
1 หมายถงึ ผลการเรียนผา่ นเกณฑ์ข้ันต่ำ (50 - 54 คะแนน)
0 หมายถงึ ผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ ( 0- 49 คะแนน)
๖๒
สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
ในการจดั การเรียนรู้ของกลมุ่ สาระการเรยี นร้ศู ลิ ปะ ศึกษาหาความรู้หรือเรียนรู้จากแหล่งการเรยี นรู้ ดังน้ี
1. ห้องสมุดโรงเรยี นบ้านหว้ ยกบ และห้องสมดุ หน่วยงานอ่ืน ๆ
2. แหล่งวิทยาการทง้ั ภาครัฐและเอกชน ซ่งึ ให้บริการความรใู้ นเรอ่ื งตา่ ง ๆ
3. ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น ปราชญ์ชาวบ้านทมี่ ีความร้คู วามสามารถ มีประสบการณง์ านศลิ ปะ สาขา
ตา่ ง ๆ ท่มี ีอยู่ในชุมชนทอ้ งถิ่น ฯลฯ
4. สอื่ ประกอบการสอน เช่น แผนภาพ แผนภูมิ เครอ่ื งโทรทัศน์ เคร่ืองดนตรีไทย เครื่องดนตรี
สากล เครอ่ื งแต่งกายนาฏศลิ ป์
5. สอ่ื สง่ิ พมิ พต์ ่าง ๆ เช่น เอกสารประกอบการสอน แผ่นพับ วารสาร หนังสอื อ้างอิงหนังสือพมิ พ์
6. ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม เชน่ อทุ ยานแหง่ ชาติ สวนสัตว์ พพิ ิธภณั ฑ์
7. ส่ืออิเล็คทรอนิกส์ เช่น อินเทอร์เนต็ ซดี ี–รอม วซี ดี ี วดี ีทัศน์ ฯลฯ
๖๓
อภธิ านศพั ท์
ทศั นศลิ ป์
โครงสร้างเคลื่อนไหว (mobile)
เป็นงานประติมากรรมที่มีโครงสร้างบอบบางจัดสมดุลด้วยเส้นลวดแข็งบาง ๆ ที่มีวัตถุรูปร่าง รูปทรง
ตา่ ง ๆ ทอ่ี อกแบบเชื่อมติดกับเส้นลวด เปน็ เครอื่ งแขวนท่ีเคลื่อนไหวไดด้ ว้ ยกระแสลมเพียงเบา ๆ
งานสอ่ื ผสม (mixed media)
เป็นงานออกแบบทางทัศนศิลป์ที่ประกอบด้วยหลายสื่อโดยใช้วัสดุหลาย ๆ แบบ เช่น กระดาษ ไม้ โลหะ
สร้างความผสมกลมกลืนดว้ ยการสรา้ งสรรค์
จงั หวะ (rhythm)
เป็นความสัมพันธ์ของทัศนธาตุ เช่น เส้น สี รูปร่าง รูปทรง น้ำหนักในลักษณะของการซ้ำกัน สลับไปมา
หรือลักษณะลื่นไหล เคลื่อนไหวไม่ขาดระยะจังหวะที่มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกันจะช่วยเน้นให้เกิดความเด่น หรือ
ทางดนตรีก็คือการซ้ำกันของเสียงในช่วงเท่ากันหรือแตกต่างกันจังหวะให้ความรู้สึกหรือความพอใจทาง
สนุ ทรยี ภาพในงานศลิ ปะ
ทศั นธาตุ (visual elements)
สิ่งที่เป็นปัจจัยของการมองเห็นเปน็ ส่วนต่าง ๆ ท่ีประกอบกันเป็นภาพ ได้แก่ เส้น น้ำหนัก ที่ว่าง รูปร่าง
รปู ทรง สี และลกั ษณะพื้นผวิ
ทศั นียภาพ (perspective)
วิธีเขยี นภาพของวัตถุใหม้ องเหน็ ว่ามีระยะใกล้ไกล
ทัศนศิลป์ (visual art)
ศิลปะที่รับรู้ได้ด้วยการเห็น ได้แก่ จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ และงานสร้างสรรค์อืน่ ๆ ที่รับรู้ด้วย
การเหน็
ภาพปะติด (collage)
เป็นภาพที่ทำขึน้ ดว้ ยการใชว้ สั ดุตา่ ง ๆ เชน่ กระดาษ ผา้ เศษวสั ดุธรรมชาติ ฯลฯ ปะตดิ ลงบนแผ่นภาพ
ด้วยกาวหรือแป้งเปียก
วงสีธรรมชาติ (color circle)
คือวงกลมซึ่งจัดระบบสใี นแสงสีรุ้งท่ีเรียงกันอยู่ในธรรมชาติ สีวรรณะอุ่น จะอยู่ในซีกที่มีสีแดงและเหลือง
ส่วนสวี รรณะเย็นอยใู่ นซกี ที่มสี เี ขยี ว และสีม่วง สคี ตู่ รงข้ามกันจะอยูต่ รงกนั ขา้ มในวงสี
วรรณะสี (tone)
ลกั ษณะของสีท่ีแบ่งตามความรู้สึกอุ่นหรือเยน็ เชน่ สแี ดง อยใู่ นวรรณะอ่นุ (warm tone) สีเขียวอยู่ใน
วรรณะเย็น (cool tone)
๖๔
สคี ตู่ รงข้าม (complementary colors)
สีทีอ่ ย่ตู รงกนั ข้ามกันในวงสธี รรมชาติเป็นคู่สีกนั คอื สีคทู่ ี่ตัดกนั หรอื ต่างจากกันมากท่ีสดุ เช่น สีแดงกับ
สีเขยี ว สเี หลืองกับสีม่วง สีนำ้ เงนิ กบั สสี ้ม
องคป์ ระกอบศิลป์ (composition of art)
วชิ าหรือทฤษฎีที่เก่ียวกบั การสร้างรปู ทรงในงานทศั นศลิ ป์
๖๕
ดนตรี
การดำเนนิ ทำนอง (melodic progression)
๑. การก้าวเดนิ ไปข้างหนา้ ของทำนอง
๒. กระบวนการดำเนินคอรด์ ซึง่ แนวทำนองขยบั ทลี ะขนั้
ความเข้มของเสยี ง (dynamic)
เสยี งเบา เสียงดัง เสยี งท่ีมีความเข้มเสยี งมากก็ยิ่งดังมากเหมอื นกบั loudness
ดน้ สด
เป็นการเล่นดนตรีหรือขับร้อง โดยไม่ได้เตรียมซ้อมตามโน้ตเพลงมาก่อน ผู้เล่นมีอิสระในการกำหนดวิธี
ปฏิบัติเคร่อื งดนตรแี ละขับร้อง บนพื้นฐานของเนือ้ หาดนตรที ่ีเหมาะสม เชน่ การบรรเลงในอัตราความเร็วทยี่ ืดหยุ่น
การบรรเลงดว้ ยการเพิม่ หรอื ตัดโนต้ บางตัว
บทเพลงไลเ่ ลียน (canon)
แคนอน มาจากภาษากรีก แปลว่า กฎเกณฑ์ หมายถึงรูปแบบบทเพลงที่มีหลายแนวหรือดนตรีหลายแนว
แตล่ ะแนวมีทำนองเหมือนกัน แต่เร่ิมไม่พร้อมกนั แต่ละแนว จึงมที ำนองท่ีไล่เลียนกันไปเป็นระยะเวลายาวกว่าการ
เลียนทั่วไป โดยทั่วไปไม่ควรต่ำกว่า ๓ ห้อง ระยะขั้นคู่ระหว่างสองแนวที่เลียนกันจะห่างกันเป็นระยะเท่าใดก็ได้
เช่น แคนอนคูส่ อง หมายถงึ แคนอนทีแ่ นวท้งั สองเร่ิมทโี่ น้ตห่างกนั เป็นระยะคู่ ๕ และรกั ษาระยะคู่ ๕ ไปโดยตลอด
ถือเป็นประเภทของลีลาสอดประสานแนวทำนองแบบเลียนทีม่ ีกฎเกณฑ์เขม้ งวดทส่ี ุด
ประโยคเพลง (phrase)
กลมุ่ ทำนอง จังหวะที่เรียบเรยี งเชอ่ื มโยงกนั เปน็ หนว่ ยของเพลงท่มี ีความคิดจบสมบรู ณใ์ นตัวเอง มกั ลง
ท้ายดว้ ยเคเดนซ์ เป็นหนว่ ยสำคญั ของเพลง
ประโยคเพลงถาม - ตอบ
เป็นประโยคเพลง ๒ ประโยคที่ต่อเนื่องกนั ลีลาในการตอบรับ – ส่งลอ้ – ล้อเลยี นกันอย่างสอดคล้อง เป็น
ลักษณะคล้ายกันกับบทเพลงรูปแบบ AB แต่เป็นประโยคเพลงสั้น ๆ ซึ่งมักจะมีอัตราความเร็วเท่ากันระหว่าง ๒
ประโยค และความยาวเทา่ กัน เชน่ ประโยคเพลงท่ี ๑ (ถาม) มคี วามยาว ๒ ห้องเพลง ประโยคเพลงท่ี ๒ (ตอบ) ก็
จะมีความยาว ๒ หอ้ งเพลง ซง่ึ จะมีลีลาตา่ งกนั แตส่ อดรบั กันได้กลมกลืน
ผลงานดนตรี
ผลงานที่สร้างสรรค์ขน้ึ มาโดยมีความเก่ียวข้องกับการนำเสนองานทางดนตรี เชน่ บทเพลง การแสดง
ดนตรี
เพลงทำนองวน (round)
เพลงท่ีประกอบด้วยทำนองอย่างนอ้ ย ๒ แนว ไล่เลียนทำนองเดียวกัน แต่ต่างเวลาหรอื จังหวะ สามารถไล่
เลียนกันไปได้อยา่ งตอ่ เนอ่ื งจนกลับมาเร่ิมต้นใหม่ได้อีกไม่มีวนั จบ
๖๖
รูปร่างทำนอง (melodic contour)
รูปรา่ งการขน้ึ ลงของทำนอง ทำนองที่สมดลุ จะมีทิศทางการขนึ้ ลงท่ีเหมาะสม
สสี นั ของเสียง
ลักษณะเฉพาะของเสียงแต่ละชนิดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะต่างกัน เช่น ลักษณะเฉพาะของสีสันของเสียง
ผู้ชายจะมีความทุ้มต่ำแตกต่างจากสีสันของเสียงผู้หญิง ลักษณะเฉพาะของสีสัน ของเสียง ของเด็กผู้ชายคนหน่ึง
จะมีความแตกต่างจากเสยี งเด็กผชู้ ายคนอื่น ๆ
องคป์ ระกอบดนตรี (elements of music)
ส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดเสียงดนตรี ได้แก่ทำนอง จังหวะ เสียงประสาน สีสันของเสียง และเนื้อ
ดนตรี
อัตราความเรว็ (tempo)
ความชา้ ความเรว็ ของเพลง เช่น อัลเลโกร(allegero) เลนโต (lento)
ABA
สัญลักษณ์บอกรูปแบบวรรณกรรมดนตรแี บบตรีบท หรือเทอร์นารี (ternary)
ternary form
สงั คีตลกั ษณ์สามตอน โครงสร้างของบทเพลงท่มี ีสว่ นสำคัญขยับทลี ะขั้นอยู่ ๓ ตอน ตอนแรกและตอนท่ี ๓
คือ ตอน A จะเหมือนหรือคลา้ ยคลงึ กันทั้งในแงข่ องทำนองและกุญแจเสียง ส่วนตอนที่ ๒ คือ ตอน B เป็นตอนท่ี
แตกต่างออกไป ความสำคัญของสังคีตลักษณ์นี้ คือ การกลับมาของตอน A ซึ่งนำทำนองของส่วนแรกกลับมาใน
กุญแจเสียงเดิมเป็นสังคีตลักษณ์ที่ใช้มากที่สุดโดยเฉพาะในเพลงร้อง จึงอาจเรียกว่า สังคีตลักษณ์เพลงร้อง (song
form) กไ็ ด้
๖๗
นาฏศิลป์
การตบี ท
การแสดงท่ารำตามบทร้อง บทเจรจาหรือบทพากย์ควรคำนึงถึงความหมายของบท แบ่งเป็นการตีบท
ธรรมชาติ และการตีบทแบบละคร
การประดิษฐท์ ่า
การนำภาษาท่า ภาษานาฎศิลป์ หรือ นาฏยศัพท์มาออกแบบ ใหส้ อดคล้องสัมพันธ์กบั จังหวะทำนอง
บทเพลง บทร้อง ลลี า ความสวยงาม
นาฏยศัพท์
ศัพท์เฉพาะทางนาฎศิลป์ ที่ใช้เกี่ยวกับการเรียกท่ารำ กิริยาที่แสดงมีส่วนศีรษะใบหน้าและไหล่ ส่วน
แขนและมือ ส่วนของลำตวั สว่ นขาและเท้า
บคุ คลสำคญั ในวงการนาฎศลิ ป์
เป็นผู้เชยี่ วชาญทางนาฎศิลป์ และภมู ิปัญญาทอ้ งถิน่ ที่สรา้ งผลงาน
ภาษาท่า
การแสดงท่าทางแทนคำพดู ใชแ้ สดงกิริยาหรืออริ ยิ าบถ และใชแ้ สดงถงึ อารมณ์ภายใน
ส่วนขาและเท้า
กิริยาแสดง เช่น กระทบ ยดื ยุบ ประเทา้ กระดกเทา้ กระทุง้ จรด ขยบั ซอย วางสน้ ยกเท้า ถัดเท้า
สว่ นแขนและมือ
กิรยิ าทีแ่ สดง เชน่ จบี ตัง้ วง ล่อแก้ว ม้วนมือ สะบัดมือ กรายมอื ส่ายมือ
สว่ นลำตัว
กิริยาทแี่ สดง เช่น ยักตวั โยต้ วั โยกตัว
สว่ นศีรษะใบหน้าและไหล่
กริ ยิ าทแ่ี สดง เช่น เอยี งศรี ษะ เอียงไหล่ กดไหล่ กล่อมไหล่ กล่อมหนา้
สงิ่ ทเ่ี คารพ
ในสาระนาฎศิลป์มีสิ่งที่เคารพสืบทอดมา คือ พ่อแก่ หรือพระพรตฤษี ซึ่งผู้เรียนจะต้อง แสดงความ
เคารพ เมื่อเรม่ิ เรยี นและก่อนแสดง
องค์ประกอบนาฎศลิ ป์
จังหวะและทำนองการเคลื่อนไหว อารมณ์และความรู้สึก ภาษาท่า นาฎยศัพท์ รูปแบบของการแสดง
การแตง่ กาย
๖๘
องค์ประกอบละคร
การเลือกและแต่งบท การเลือกผู้แสดง การกำหนดบุคลิกของผู้แสดง การพัฒนารูปแบบของการแสดง
การปฏิบตั ิตนของผู้แสดงและผชู้ ม
๖ค๙
ภาคผนวก
๗๐
คำสั่งโรงเรียนบา้ นหว้ ยกบ
ที่ 26 /2563
เรอ่ื ง แต่งตัง้ คณะกรรมการบรหิ ารหลักสูตรและวชิ าการของสถานศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน
..................................................................................
เพื่อให้การบริหารจัดการภารกิจของโรงเรียนด้านบริหารหลักสูตรและงานวิชาการของโรงเรียน
บ้านห้วยกบ บรรลุตามวัตถปุ ระสงค์และสนองนโยบายของทางราชการ เกิดความคล่องตัวในการดำเนนิ การและ
มีประสิทธิภาพสูงสดุ จงึ แตง่ ตัง้ ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาปฏิบัติหน้าที่ดา้ นบริหารหลักสูตรและงาน
วิชาการของโรงเรียน ดงั ตอ่ ไปน้ี
1. การบริหารหลักสูตรและงานวิชาการระดบั ปฐมวยั
1. นางเบญจมาศ วยั นพิ ิฐพงษ์ ผู้อำนวยการสถานศกึ ษา ประธานกรรมการ
2. นางภาณุมาศ ใจซือ่ หวั หน้าสายชั้นอนุบาล กรรมการ
3. นางสาวมลธิชา หล้าบา้ นโพน หัวหน้างานบริหารงานวชิ าการ กรรมการและเลขานุการ
2. การบริหารหลักสตู รและงานวิชาการระดบั ประถมศกึ ษา
1. นางเบญจมาศ วัยนิพฐิ พงษ์ ผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษา ประธานกรรมการ
2. นางสาวอันตกิ า จนั ทร์เอี่ยมผ่อง หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย กรรมการ
3. นางสาวอารีรตั น์ เจนศริ ิทวีทรพั ย์ หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ กรรมการ
4. นางสาวกรรณกิ าร์ กลั ณา หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ กรรมการ
และเทคโนโลยี
5. นางสาวอรอมุ า ตาพทิพย์ หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ังคมศึกษา ศาสนา กรรมการ
และวัฒนธรรม
6. นายเกรียงศักด์ิ กาญจนสนั ตกิ ลุ หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ุขศกึ ษาและพลศึกษา กรรมการ
7. นางสาวภทั รชนก จนั ทนะ หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ กรรมการ
8. นางสาวปณั ฐิสา ทศั นดี หวั หน้ากลุม่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ กรรมการ
9. นายวิษณุ คงไพร หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ กรรมการ
10. นางสาวสุกญั ญา พนั ธเุ มฆ หัวหน้ากลุ่มกิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น กรรมการ
11. นางสาวมลธชิ า หล้าบา้ นโพน หวั หนา้ งานบรหิ ารงานวิชาการ กรรมการและเลขานุการ
มหี น้าท่ี
1. กำหนดสาระรายละเอียดของหลักสูตรระดับสถานศึกษา แนวการจดั สดั ส่วนสาระการเรียนรแู้ ละ
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานตลอดจนสภาพเศรษฐกิจ
สงั คม ศิลปวฒั นธรรม และภูมปิ ัญญาของทอ้ งถน่ิ
2. จดั ทำคมู่ อื การบริหารหลกั สูตร การจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล และกิจกรรม
พัฒนาผู้เรยี นใหส้ อดคลอ้ งและเป็นไปตามมาตรฐานหลกั สูตรการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน
3. ส่งเสริมการสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตร การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้เป็นไปตามจุดหมาย
และแนวทางการดำเนนิ งานของหลกั สูตร
๗๑
4. ประสานความร่วมมือจากบุคคล ชุมชน หน่วยงาน และองค์กรต่างๆ เพื่อให้การใช้หลักสูตร
เปน็ ไปอยา่ งมีประสทิ ธิภาพและคุณภาพ
5. ประชาสัมพันธ์หลักสูตรและการให้หลักสูตรแก่นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชนผู้ที่เกี่ยวข้องและนำ
ขอ้ มูลป้อนกลบั จากฝ่ายตา่ งๆ มาพิจารณาเพอ่ื การปรบั ปรุงและพัฒนาหลกั สูตรของสถานศึกษา
6. สง่ เสริมและสนับสนนุ การวิจยั เกีย่ วกบั การพัฒนาหลกั สตู รและกระบวนการเรยี นรู้
7. ติดตามผลการเรียนของนักเรียนรายบุคคล ระดับชั้น ระดับช่วงชั้นและระดับกลุ่มสาระการ
เรียนรู้ แตล่ ะปีการศกึ ษา เพอื่ ปรับปรุงการแก้ไขและพฒั นาการดำเนนิ ดา้ นตา่ งๆ ของสถานศกึ ษา
8. ตรวจสอบ ทบทวน ประเมินมาตรฐานการปฏิบัติของครูและการบริหารหลักสูตรระดับ
สถานศกึ ษาในรอบปที ผี่ ่านมา แล้วใช้ผลการประเมิน เพื่อวางแผนพฒั นาการปฏิบตั ขิ องครูและการบริหารหลักสูตร
ในปีการศึกษาต่อไป
9. รายงานผลการปฏิบัติงานและผลการบริหารหลักสูตรของสถานศึกษา โดยเน้นผลการพัฒนา
คณุ ภาพนักเรยี นตอ่ คณะกรรมการการบรหิ ารสถานศึกษาขนั้ พื้นบาน ผ้เู กี่ยวขอ้ งและสาธารณชน
ให้คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้เกิดความสำเร็จอย่างเป็น
รปู ธรรม และเกดิ ประโยชนส์ ูงสุดในการบรหิ ารจดั การศึกษา
ทงั้ น้ี ต้งั แตว่ นั ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป
ส่ัง ณ วนั ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2563
(นางเบญจมาศ วัยนิพฐิ พงษ์)
ผู้อำนวยการโรงเรยี นบ้านห้วยกบ
๗๒