ช้ัน ตัวชี้วัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง
กลุ่มดาวนั้นปรากฏ ผู้สังเกตสามารถใช้มือในการ
ประมาณคา่ ของมุมเงยเมื่อสงั เกตดาวในทอ้ งฟา้
ป.๖ ๑. สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิด • เมื่อโลกและดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรง
และ เปร ียบเทียบปราก ฏก ารณ์ เดียวกันกับดวงอาทติ ยใ์ นระยะทางที่เหมาะสม ทำให้ดวง
สรุ ิยุปราคาและจนั ทรปุ ราคา
จันทร์บังดวงอาทิตย์เงาของดวงจันทร์ทอดมายังโลก ผู้
สังเกตที่อยู่บริเวณเงาจะมองเห็นดวงอาทิตย์มืดไป เกิด
ปรากฏการณ์สุริยุปราคา ซึ่งมีทั้งสุริยุปราคาเต็มดวง
สรุ ิยปุ ราคาบางสว่ นและสุรยิ ปุ ราคาวงแหวน
• หากดวงจันทร์และโลกโคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรง
เดียวกนั กับดวงอาทิตยแ์ ล้วดวงจันทรเ์ คล่ือนที่ผา่ นเงาของ
โลก จะมองเห็นดวงจันทร์มืดไปเกิดปรากฏการณ์
จันทรุปราคาซึ่งมีทั้งจันทรุปราคาเต็มดวง และ
จันทรุปราคาบางสว่ น
๒. อธิบายพัฒนาการของเทคโนโลยี • เทคโนโลยีอวกาศเริ่มจากความต้องการของมนุษย์ใน
อวกาศ และ ยกตัวอย่างการนำ การสำรวจวัตถุท้องฟ้าโดยใช้ตาเปล่า กล้องโทรทรรศน์
เทคโนโลยีอวกาศมาใช้ประโยชน์ใน และได้พัฒนาไปสู่การขนส่งเพื่อสำรวจอวกาศด้วยจรวด
ชีวติ ประจำวัน จากข้อมูลทร่ี วบรวมได้ และยานขนส่งอวกาศและยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีอวกาศบางประเภทมา
ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การใช้ดาวเทียมเพื่อ
การสื่อสาร การพยากรณ์อากาศ หรือการสำรวจ
ทรัพยากรธรรมชาติการใช้อปุ กรณ์วัดชีพจรและการเต้น
ของหัวใจ หมวกนริ ภยั ชุดกฬี า
ม.3 ๑. อธิบายการโคจรของดาวเคราะห์ • ในระบบสุริยะมีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางโดยมีดาว
รอบดวงอาทิตย์ด้วยแรงโน้มถ่วงจาก เคราะห์และบริวาร ดาวเคราะห์แคระ ดาวเคราะห์น้อย
สมการ ดาวหาง และอื่น ๆ เช่น วัตถุคอยเปอร์ โคจรอยู่โดยรอบ
ซึ่งดาวเคราะห์ และวัตถุเหล่านี้โคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วย
แรงโน้มถ่วง แรงโน้มถ่วงเป็นแรงดึงดูดระหว่างวัตถุสอง
วัตถุโดยเป็นสัดส่วนกับผลคูณของมวลทั้งสอง และเป็น
สัดสว่ นผกผันกับกำลังสองของระยะทางระหว่าง
วัตถุทั้งสอง แสดงได้โดยสมการ เมื่อ F
แทนความโน้มถ่วงระหว่างมวลทั้งสอง G แทนค่านิจโน้ม
ถ่วงสากล m1 แทนมวลของวัตถุแรก m2 แทนมวลของ
วตั ถุท่สี อง และ r แทนระยะหา่ งระหวา่ งวัตถุท้ังสอง
๒. สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิด • การที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ในลักษณะที่แกนโลก
ฤดู และการเคลื่อนที่ปรากฏของดวง เอียงกับแนวตั้งฉากของระนาบทางโคจรทำให้ส่วนต่าง ๆ
อาทติ ย์ บนโลกได้รับปริมาณแสงจากดวงอาทิตย์แตกต่างกันใน
รอบปี เกิดเป็นฤดูกลางวันกลางคืนยาวไม่เท่ากัน และ
ช้ัน ตวั ชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ตำแหน่งการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ที่ขอบฟ้าและ
เส้นทางการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์เปลี่ยนไปในรอบปี
ซง่ึ สง่ ผลตอ่ การดำรงชีวติ
๓. สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิด • ดวงจันทร์โคจรรอบโลก โลกและดวงจนั ทรโ์ คจรรอบดวง
ข้างขึ้นข้างแรม การเปลี่ยนแปลงเวลา อาทิตย์ ดวงจันทร์รับแสงจากดวงอาทิตย์ครึ่งดวง
การขึ้นและตกของดวงจันทร์ และการ ตลอดเวลา เมื่อดวงจันทร์โคจรรอบโลกได้หันส่วนสว่าง
เกดิ นำ้ ข้ึนนำ้ ลง มายังโลกแตกต่างกัน จึงทำให้คนบนโลกสังเกตส่วนสว่าง
ของดวงจันทร์แตกต่างไปในแต่ละวันเกิดเป็นข้างข้ึน
ขา้ งแรม
• ดวงจันทร์โคจรรอบโลกในทิศทางเดียวกันกับที่โลก
หมุนรอบตัวเอง จึงทำให้เห็นดวงจันทร์ขึ้นช้าไปประมาณ
วนั ละ ๕๐ นาที
• แรงโนม้ ถ่วงทีด่ วงจันทร์ ดวงอาทติ ย์กระทำต่อโลกทำให้
เกิดปรากฏการณน์ ้ำขึน้ น้ำลง ซึง่ ส่งผลต่อสิง่ แวดล้อมและ
สิง่ มชี ีวติ บนโลก วนั ที่น้ำมีระดับการขึ้นสงู สุดและลงต่ำสุด
เรียก วันน้ำเกิด ส่วนวันที่ระดับน้ำมีการขึ้นและลงน้อย
เรียกวันน้ำตาย โดยวันนำ้ เกิด น้ำตาย มีความสัมพนั ธ์กับ
ข้างขึ้นขา้ งแรม
๔. อธิบายการใช้ประโยชน์ของ • เทคโนโลยีอวกาศได้มีบทบาทต่อการดำรงชีวิตของ
เทคโนโลยีอวกาศ และยกตัวอย่าง มนุษย์ในปัจจุบันมากมาย มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์จาก
ความก้าวหน้าของโครงการสำรวจ เทคโนโลยีอวกาศ เช่น ระบบนำทางด้วยดาวเทียม
อวกาศ จากข้อมลู ทีร่ วบรวมได้ (GNSS) การตดิ ตามพายุ สถานการณไ์ ฟป่า ดาวเทียมช่วย
ภัยแล้งการตรวจคราบน้ำมนั ในทะเล
• โครงการสำรวจอวกาศต่าง ๆ ได้พัฒนาเพิ่มพูนความรู้
ความเข้าใจต่อโลก ระบบสุริยะและเอกภพมากขึ้นเป็น
ลำดับ ตัวอย่างโครงการสำรวจอวกาศ เช่น การสำรวจ
สง่ิ มีชีวติ นอกโลก การสำรวจ ดาวเคราะหน์ อกระบบสรุ ิยะ
การสำรวจดาวองั คาร และบริวารอ่นื ของดวงอาทติ ย์
มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการ
เปลี่ยนแปลงภายในโลก และบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและ
ภูมิอากาศโลก รวมทง้ั ผลต่อสงิ่ มีชีวิตและสิ่งแวดล้อม
ชนั้ ตวั ชี้วัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง
ป.๑ ๑.อธิบายลักษณะภายนอกของหิน • หินที่อยู่ในธรรมชาติมีลักษณะภายนอกเฉพาะตัวท่ี
จากลักษณะเฉพาะตวั ที่สังเกตได้ สงั เกตได้เช่น สลี วดลาย นำ้ หนัก ความแขง็ และเนือ้ หิน
ชัน้ ตัวช้วี ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๒ ๑.ระบุส่วนประกอบของดิน และ • ดินประกอบด้วยเศษหิน ซากพืช ซากสัตว์ผสมอยู่ ใน
จำแนกชนิดของดนิ โดยใชล้ กั ษณะเน้ือ เนื้อดิน มีอากาศและน้ำแทรกอยู่ตามช่องว่าง ในเนื้อดนิ
ดนิ และการจับตวั เป็นเกณฑ์
ดินจำแนกเป็น ดินร่วน ดินเหนียว และดินทราย ตาม
๒. อธิบายการใชป้ ระโยชนจ์ ากดิน จาก ลักษณะเนื้อดินและการจับตัว ของดินซึ่งมีผลต่อการอุ้ม
ขอ้ มลู ท่รี วบรวมได้
น้ำทแ่ี ตกต่างกัน
• ดินแต่ละชนิดนำไปใช้ประโยชน์ได้แตกต่างกัน ตาม
ลักษณะและสมบตั ขิ องดิน
ป.๓ ๑. ระบุส่วนประกอบของอากาศ • อากาศโดยทั่วไปไม่มีสีไม่มีกลิ่น ประกอบด้วย แก๊ส
บรรยายความ สำคัญของอากาศ และ ไนโตรเจน แก๊สออกซิเจน แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ แก๊ส
ผลกระทบของมลพิษทาง อากาศต่อ อื่น ๆ รวมทั้งไอน้ำ และฝุ่นละออง อากาศ มีความสำคัญ
สงิ่ มชี วี ติ จากขอ้ มูลทร่ี วบรวมได้
ต่อสิ่งมีชีวิต หากส่วนประกอบของ อากาศไม่เหมาะสม
๒. ตระหนักถึงความสำคัญของอากาศ เนื่องจากมีแก๊สบางชนิดหรือ ฝุ่นละอองในปริมาณมาก
โดยนำเสนอ แนวทางการปฏิบัติตนใน อาจเป็นอันตรายต่อ สิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ จัดเป็นมลพิษ
การลดการเกิดมลพษิ ทางอากาศ ทางอากาศ
• แนวทางการปฏิบัติตนเพื่อลดการปล่อยมลพิษ ทาง
อากาศ เช่น ใช้พาหนะร่วมกัน หรือเลือกใช้ เทคโนโลยีที่
ลดมลพษิ ทางอากาศ
๓. อธิบายการเกิดลมจากหลักฐานเชิง • ลม คืออากาศที่เคลื่อนที่ เกิดจากความแตกต่างกัน
ประจกั ษ์
ของอุณหภูมิอากาศบริเวณที่อยู่ใกล้กัน โดยอากาศ
บรเิ วณทีม่ ีอุณหภมู ิสูงจะลอยตวั สูงข้ึน และอากาศ บรเิ วณ
ท่มี ีอณุ หภมู ติ ่ำกว่าจะเคลอ่ื นเขา้ ไปแทนท่ี
๔. บรรยายประโยชน์และโทษของลม • ลมสามารถนำมาใช้เป็นแหลง่ พลงั งานทดแทน ในการ
จากขอ้ มูล ท่รี วบรวมได้
ผลิตไฟฟ้า และนำไปใช้ประโยชน์ในการ ทำกิจกรรมตา่ ง
ๆ ของมนุษย์หากลมเคลื่อนที่ ด้วยความเร็วสูงอาจทำให้
เกิดอันตรายและ ความเสียหายต่อชวี ติ และทรพั ย์สนิ ได้
ป.๕ ๑. เปรียบเทียบปริมาณน้ำในแต่ละ • โลกมีทั้งนำ้ จืดและนำ้ เค็มซึ่งอยู่ในแหล่งน้ำต่าง ๆ ที่มี
แหล่ง และระบุปริมาณน้ำที่มนุษย์ ทั้งแหล่งน้ำผิวดิน เช่น ทะเล มหาสมุทร บึง แม่น้ำ และ
สามารถนำมาใชป้ ระโยชนไ์ ดจ้ ากขอ้ มูล แหล่งน้ำใต้ดิน เช่น น้ำในดิน และน้ำบาดาล น้ำทั้งหมด
ที่รวบรวมได้
ของโลกแบ่งเป็นน้ำเค็ม ประมาณร้อยละ๙๗.๕ ซึ่งอยู่ใน
มหาสมุทรและแหล่งน้ำอื่น ๆ และที่เหลืออีกประมาณ
ร้อยละ ๒.๕ เป็นน้ำจืด ถ้าเรียงลำดับปริมาณน้ำจืดจาก
มากไปน้อยจะอยู่ที่ ธารน้ำแข็ง และพืดน้ำแข็ง น้ำใต้ดนิ
ชั้นดินเยือกแข็งคงตัวและน้ำแข็งใต้ดิน ทะเลสาบ
ความชน้ื ในดนิ ความชน้ื ในบรรยากาศ บึง แม่นำ้ และน้ำ
ในสง่ิ มชี วี ติ
ช้นั ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
๒. ตระหนักถึงคุณค่าของน้ำโดยน้ำ • น้ำจืดที่มนุษย์น้ำมาใช้ได้มีปริมาณน้อยมากจึงควรใช้
เสนอแนวทางการใช้น้ำอย่างประหยัด น้ำอยา่ งประหยัดและร่วมกันอนุรักษน์ ้ำ
และการอนุรักษน์ ำ้
๓. สร้างแบบจำลองที่อธิบายการ • วฏั จักรนำ้ เปน็ การหมนุ เวียนของน้ำท่ีมีแบบรูปซ้ำเดิม
หมุนเวียนของน้ำในวัฏจักรน้ำ
และต่อเนื่องระหว่างน้ำในบรรยากาศ น้ำผิวดิน และน้ำ
ใต้ดิน โดยพฤติกรรมการดำรงชวี ติ ของพืชและสัตวส์ ่งผล
ตอ่ วัฏจักรนำ้
๔. เปรียบเทียบกระบวนการเกิดเมฆ • ไอนำ้ ในอากาศจะควบแน่นเป็นละอองน้ำเลก็ ๆ โดยมี
หมอก น้ำค้าง และน้ำค้างแข็ง จาก ละอองลอย เชน่ เกลอื ฝุ่นละออง ละอองเรณูของดอกไม้
แบบจำลอง
เป็นอนุภาคแกนกลาง เมื่อละอองน้ำจำนวนมากเกาะ
กลุ่มรวมกันลอยอยู่สูงจากพื้นดินมาก เรียกว่า เมฆ แต่
ละอองน้ำที่เกาะกลุ่มรวมกันอยู่ใกล้พื้นดิน เรียกว่า
หมอก ส่วนไอน้ำที่ควบแน่นเป็นละอองน้ำเกาะอยู่บน
พื้นผิววัตถุใกล้พื้นดิน เรียกว่า น้ำค้าง ถ้าอุณหภูมิใกล้
พื้นดินต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง น้ำค้างก็จะกลายเป็นน้ำค้าง
แขง็
๕. เปรยี บเทยี บกระบวนการเกิดฝน • ฝน หมิ ะ ลกู เหบ็ เป็นหยาดน้ำฟา้ ซงึ่ เปน็ นำ้ ท่ีมีสถานะ
หิมะ และลูกเหบ็ จากข้อมูลท่ีรวบรวม ตา่ ง ๆ ทต่ี กจากฟา้ ถงึ พนื้ ดิน ฝนเกดิ จากละอองนำ้ ในเมฆ
ได้ ที่รวมตัวกันจนอากาศไม่สามารถพยุงไว้ได้จึงตกลงมา
หิมะเกิดจากไอน้ำในอากาศระเหิดกลับเป็นผลึกน้ำแข็ง
รวมตัวกันจนมีน้ำหนักมากขึ้นจนเกินกว่าอากาศจะพยงุ
ไวจ้ งึ ตกลงมาลูกเหบ็ เกดิ จากหยดน้ำทีเ่ ปล่ยี นสถานะเป็น
น้ำแข็งแล้วถูกพายุพดั วนซ้ำไปซ้ำมาในเมฆฝนฟ้าคะนอง
ที่มขี นาดใหญ่และอยู่ในระดบั สงู จนเป็นกอ้ นน้ำแข็งขนาด
ใหญข่ ึน้ แล้วตกลงมา
ป.๖ ๑. เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหิน • หนิ เป็นวสั ดแุ ขง็ เกิดขน้ึ เองตามธรรมชาตปิ ระกอบด้วย
อัคนี หินตะกอน และหินแปร และ แร่ตั้งแต่หนึ่งชนิดขึ้นไป สามารถจำแนกหินตาม
อธบิ ายวัฏจักรหนิ จากแบบจำลอง กระบวนการเกิดได้เป็น ๓ ประเภท ได้แก่ หินอัคนีหิน
ตะกอน และหนิ แปร
• หินอัคนีเกิดจากการเย็นตัวของแมกมา เนื้อหิน มี
ลักษณะเป็นผลึก ทั้งผลึกขนาดใหญ่และขนาดเล็ก บาง
ชนิดอาจเปน็ เนื้อแก้วหรอื มีรูพรนุ
• หินตะกอน เกิดจากการทับถมของตะกอนเมื่อถูกแรง
กดทบั และมสี ารเชือ่ มประสานจึงเกิดเปน็ หนิ เนอ้ื หินกลุ่ม
นี้ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเม็ดตะกอนมีทั้งเนื้อหยาบและ
เนื้อละเอียด บางชนิดเป็นเนื้อผลึกที่ยึดเกาะกันเกิดจาก
ช้นั ตวั ชี้วัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
การตกผลึกหรือตกตะกอนจากน้ำโดยเฉพาะน้ำทะเล
บางชนิด มลี ักษณะเป็นชน้ั ๆ จึงเรียกอกี ชื่อวา่ หินช้ัน
• หินแปร เกิดจากการแปรสภาพของหินเดิม ซึ่งอาจ
เป็นหินอัคนหี ินตะกอน หรือหินแปร โดยการกระทำของ
ความรอ้ น ความดนั และปฏิกิริยาเคมเี นอ้ื หินของหินแปร
บางชนิดผลึกของแร่เรียงตัวขนานกันเป็นแถบ บางชนิด
แซะออกเป็นแผ่นได้บางชนิดเป็นเนื้อผลึกที่มีความแข็ง
มาก
• หนิ ในธรรมชาตทิ ัง้ ๓ ประเภท มกี ารเปลย่ี นแปลงจาก
ประเภทหนึ่งไปเป็นอกี ประเภทหนึ่ง หรือประเภทเดิมได้
โดยมีแบบรูปการเปลี่ยนแปลงคงที่และต่อเนื่องเป็นวัฏ
จักร
๒. บรรยายและยกตัวอย่างการใช้ • หินและแร่แต่ละชนิดมีลกั ษณะและสมบัติแตกต่างกนั
ป ร ะ โ ย ช น ์ ข อ ง ห ิ น แ ล ะ แ ร ่ ใ น มนุษยใ์ ชป้ ระโยชน์จากแร่ในชีวิตประจำวันในลักษณะต่าง
ชวี ติ ประจำวนั จากขอ้ มลู ท่รี วบรวมได้ ๆ เช่น นำแร่มาทำเครื่องสำอาง ยาสีฟัน เครื่องประดับ
อุปกรณ์ทางการแพทย์และนำหินมาใช้ในงานกอ่ สร้างต่าง
ๆ เป็นตน้
๓. สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิด • ซากดึกดำบรรพ์เกิดจากการทับถมหรือการประทับ
ซากดึกดำบรรพ์และ คา ด คะ เ น รอยของสิ่งมีชีวิตในอดีต จนเกิดเป็นโครงสร้างของซาก
สภาพแวดล้อมในอดีตของซากดึกดำ หรือร่องรอยของสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏอยู่ในหิน ในประเทศ
บรรพ์ ไทยพบซากดึกดำบรรพ์ที่หลากหลาย เช่น พืช ปะการัง
หอย ปลา เต่า ไดโนเสาร์และรอยตีนสตั ว์
• ซากดึกดำบรรพ์สามารถใช้เป็นหลักฐานหนึ่งที่ช่วย
อธบิ ายสภาพแวดล้อมของพนื้ ที่ในอดีต ขณะเกิดส่ิงมีชีวิต
นั้น เช่น หากพบซากดึกดำบรรพ์ของหอยน้ำจืด
สภาพแวดล้อมบรเิ วณน้ันอาจเคยเปน็ แหลง่ นำ้ จืดมากอ่ น
และหากพบซากดึกดำบรรพ์ของพืช สภาพแวดล้อม
บริเวณนั้นอาจเคยเป็นป่ามาก่อน นอกจากนี้ซากดึกดำ
บรรพ์ ยังสามารถใช้ระบุอายุของหิน และเป็นข้อมูลใน
การศึกษาวิวัฒนาการของสง่ิ มชี วี ิต
๔. เปรียบเทียบการเกดิ ลมบก ลมทะเล • ลมบก ลมทะเล และมรสุม เกิดจากพื้นดินและพ้นื น้ำ
และมรสุมรวมทั้งอธิบายผลที่มีต่อ ร้อนและเย็นไม่เท่ากันทำให้อุณหภูมิอากาศเหนือพื้นดิน
สิ่ง มีชีว ิตและ สิ่ง แว ดล้อ มจาก และพนื้ น้ำแตกต่างกนั จึงเกิดการเคลอื่ นท่ขี องอากาศจาก
แบบจำลอง
บรเิ วณท่ีมอี ุณหภูมติ ำ่ ไปยงั บรเิ วณที่มีอุณหภูมิสงู
• ลมบกและลมทะเลเป็นลมประจำถิ่นที่พบบริเวณ
ชายฝั่ง โดยลมบกเกิดในเวลากลางคืน ทำให้มีลมพัดจาก
ชน้ั ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
ชายฝ่งั ไปส่ทู ะเล ส่วนลมทะเลเกดิ ในเวลากลางวนั ทำให้มี
ลมพดั จากทะเลเข้าสชู่ ายฝงั่
๕. อธิบายผลของมรสุมต่อการเกิดฤดู • มรสมุ เปน็ ลมประจำฤดเู กดิ บริเวณเขตรอ้ นของโลก ซ่ึง
ของประเทศไทยจากข้อมูลที่รวบรวม เป็นบริเวณกว้างระดับภูมิภาคประเทศไทยได้รับผลจาก
ได้ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงประมาณกลางเดือน
ตุลาคมจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ทำให้เกิดฤดูหนาว และ
ได้รับผลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงประมาณ
กลางเดือนพฤษภาคมจนถึงกลางเดือนตุลาคมทำให้เกิด
ฤดูฝน ส่วนช่วงประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์จนถึง
กลางเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงเปลี่ยนมรสุมและประเทศ
ไทยอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร แสงอาทิตย์เกือบตั้งตรงและต้ัง
ตรงประเทศไทยในเวลาเทยี่ งวนั ทำใหไ้ ดร้ ับความรอ้ นจาก
ดวงอาทิตย์อย่างเต็มที่อากาศจึงร้อนอบอ้าวทำให้เกิดฤดู
รอ้ น
๖. บรรยายลกั ษณะและผลกระทบของ • น้ำทว่ ม การกดั เซาะชายฝัง่ ดนิ ถลม่ แผน่ ดินไหวและสึ
น้ำท่วมการกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม นามิมีผลกระทบต่อชีวติ และสง่ิ แวดลอ้ มแตกตา่ งกนั
แผ่นดินไหว สึนามิ
• มนษุ ยค์ วรเรียนรวู้ ิธีปฏบิ ัตติ นใหป้ ลอดภยั เช่น ตดิ ตาม
๗. ตระหนักถึงผลกระทบของภัย ข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ เตรียมถุงยังชีพให้พร้อมใช้
ธรรมชาติและธรณีพิบัติภัย โดย ตลอดเวลา และปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ปกครองและ
นำเสนอแนวทางในการเฝ้าระวังและ เจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดเมื่อเกิดภัยธรรมชาติและธรณี
ปฏิบัติตนใหป้ ลอดภยั จากภัยธรรมชาติ พบิ ตั ิภัย
และธรณพี ิบตั ภิ ยั ท่อี าจเกดิ ในทอ้ งถิ่น
๘. สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิด • ปรากฏการณเ์ รอื นกระจกเกดิ จากแก๊สเรือนกระจกใน
ปรากฏการณ์เรือนกระจกและผลของ ชั้นบรรยากาศของโลกกักเก็บความร้อนแล้วคายความ
ปรากฏการณเ์ รือนกระจกตอ่ สิง่ มีชีวิต ร้อนบางส่วนกลับสู่ผิวโลก ทำให้อากาศบนโลกมีอุณหภูมิ
๙ . ต ร ะ ห น ั ก ถ ึ ง ผ ล ก ร ะ ท บ ขอ ง เหมาะสมต่อการดำรงชวี ิต
ปรากฏการณ์เรอื นกระจก โดยนำเสนอ • หากปรากฏการณ์เรือนกระจกรุนแรงมากขึ้นจะมีผล
แนวทางการปฏิบตั ิตนเพื่อลดกิจกรรม ต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก มนุษย์จึงควรร่วมกัน
ทกี่ อ่ ใหเ้ กดิ แก๊สเรอื นกระจก
ลดกิจกรรมท่กี อ่ ใหเ้ กิดแกส๊ เรือนกระจก
ม.1 ๑. สร้างแบบจำลองที่อธิบายการแบ่ง • โลกมีบรรยากาศห่อหุ้ม นักวิทยาศาสตร์ใช้สมบัติ และ
ชั้นบรรยากาศ และเปรียบเทียบ องค์ประกอบของบรรยากาศในการแบ่งบรรยากาศของ
ประโยชน์ของบรรยากาศแตล่ ะชั้น โลกออกเป็นชั้น ซึ่งแบ่งได้หลายรูปแบบตามเกณฑ์ท่ี
แตกต่างกัน โดยทั่วไปนักวิทยาศาสตร์ใช้เกณฑ์การ
เปลยี่ นแปลงอุณหภมู ิตามความสงู แบ่งบรรยากาศได้เป็น
๕ ชั้น ไดแ้ ก่ ชั้นโทรโพสเฟียร์ ชนั้ สตราโตสเฟยี ร์ ช้นั มโี ซส
เฟียร์ ช้นั เทอรโ์ มสเฟียร์ และช้ันเอกโซสเฟียร
ช้นั ตัวชีว้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
• บรรยากาศแต่ละชัน้ มีประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตแตกตา่ งกนั
โดยชั้นโทรโพสเฟยี ร์มีปรากฏการณ์ลมฟ้าอากาศที่สำคัญ
ต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ชั้นสตราโตสเฟียร์ช่วย
ดูดกลืนรังสีอัลตราไวโอเลต จากดวงอาทิตย์ไม่ให้มายัง
โลกมากเกินไป ชั้นมีโซสเฟียร์ช่วยชะลอวัตถุนอกโลกที่
ผ่านเข้ามาให้เกิดการเผาไหม้กลายเป็นวัตถุขนาดเล็กลด
โอกาสที่จะทำความเสียหายแก่สิ่งมีชีวิตบนโลก ชั้นเทอร์
โมสเฟียร์สามารถสะท้อนคล่ืนวิทยุ และ ชั้นเอกโซสเฟยี ร์
เหมาะสำหรับการโคจรของดาวเทยี มรอบโลกในระดบั ตำ่
๒. อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการ • ลมฟ้าอากาศ เป็นสภาวะของอากาศในเวลาหนึ่งของ
เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของลมฟ้า พื้นที่หนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาขึ้นอยู่กับ
อากาศ จากข้อมลู ที่รวบรวมได้ องค์ประกอบลมฟ้าอากาศ ได้แก่ อุณหภูมิอากาศ ความ
กดอากาศ ลม ความชื้น เมฆ และหยาดน้ำฟ้า โดยหยาด
นำ้ ฟ้าทีพ่ บบ่อยในประเทศไทยได้แก่ ฝน องค์ประกอบลม
ฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ
เช่น ปริมาณรังสีจากดวงอาทิตย์และลักษณะพื้นผิวโลก
ส่งผลต่ออุณหภูมิอากาศ อุณหภูมิอากาศและปริมาณไอ
นำ้ ส่งผลตอ่ ความช้นื ความกดอากาศสง่ ผลตอ่ ลม ความชื้น
และลมส่งผลต่อเมฆ
๓. เปรียบเทียบกระบวนการเกิดพายุ • พายฝุ นฟา้ คะนอง เกดิ จากการท่อี ากาศท่ีมอี ุณหภูมิและ
ฝนฟ้าคะนองและพายุหมุนเขตร้อน ความชน้ื สูงเคล่ือนท่ีขนึ้ สรู่ ะดบั ความสงู ท่ีมีอุณหภูมิต่ำลง
และผลท่ีมีต่อสิง่ มีชีวิตและสิ่งแวดล้อม จนกระทั่งไอน้ำในอากาศเกิดการควบแน่นเป็นละอองนำ้
รวมทั้งนำเสนอแนวทางการปฏิบัติตน และเกิดต่อเนื่องเป็นเมฆขนาดใหญ่ พายุฝนฟ้าคะนองทำ
ให้เหมาะสมและปลอดภัย ให้เกิดฝนตกหนัก ลมกรรโชกแรง ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า ซึ่งอาจ
กอ่ ใหเ้ กิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพยส์ นิ
• พายุหมุนเขตร้อนเกิดเหนือมหาสมุทรหรือทะเลที่น้ำมี
อุณหภูมิสูงตั้งแต่ ๒๖-๒๗ องศาเซลเซียสขึ้นไป ทำให้
อากาศที่มีอุณหภูมิและความชื้นสูง บริเวณนั้นเคลื่อนที่
สูงข้นึ อยา่ งรวดเรว็ เปน็ บริเวณกวา้ ง อากาศจากบริเวณอื่น
เคลือ่ นเข้ามาแทนทีแ่ ละพัดเวียนเข้าหาศนู ย์กลางของพายุ
ยิ่งใกล้ศูนย์กลาง อากาศจะเคลื่อนที่พัดเวียนเกือบเป็น
วงกลมและมีอัตราเร็วสูงท่ีสุด พายุหมนุ เขตรอ้ นทำให้เกิด
คลื่นพายุซัดฝั่ง ฝนตกหนักซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อ
ชีวิตและทรพั ยส์ ินจงึ ควรปฏบิ ตั ิตนให้ปลอดภัยโดยติดตาม
ข่าวสารการพยากรณ์อากาศ และไม่เข้าไปอยู่ในพื้นที่ท่ี
เส่ยี งภยั
ชนั้ ตัวชวี้ ดั สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
๔. อธิบายการพยากรณ์อากาศ และ • การพยากรณ์อากาศเป็นการคาดการณ์ลมฟ้าอากาศท่ี
พยากรณ์อากาศอย่างง่ายจากข้อมูลท่ี จะเกิดขนึ้ ในอนาคต โดยมีการตรวจวดั องคป์ ระกอบลมฟ้า
รวบรวมได้ อากาศ การสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลองค์ประกอบลมฟ้า
อากาศระหว่างพื้นที่การวิเคราะห์ข้อมูลและสร้างคำ
พยากรณอ์ ากาศ
๕. ตระหนักถึงคุณค่าของการพยากรณ์ • การพยากรณ์อากาศสามารถนำมาใช้ประโยชน์ด้านต่าง
อากาศโดยนำเสนอแนวทางการปฏิบัติ ๆ เช่น การใช้ชีวิตประจำวัน การคมนาคม การเกษตร
ตนและการใช้ประโยชน์จา ก ค ำ การป้องกนั และเฝา้ ระวงั ภัยพิบัติทางธรรมชาติ
พยากรณอ์ ากาศ
๖. อธิบายสถานการณ์และผลกระทบ • ภูมิอากาศโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องโดย
การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกจาก ปัจจัยทางธรรมชาติ แต่ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลง
ข้อมลู ท่ีรวบรวมได้ ภูมิอากาศเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากกิจกรรมของ
มนุษย์ในการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจกสู่บรรยากาศ
แก๊สเรือนกระจกที่ถูกปลดปล่อยมากที่สุด ได้แก่ แก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์ซง่ึ หมุนเวียนอยู่ในวฏั จกั รคารบ์ อน
๗. ตระหนักถึงผลกระทบของการ • การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกก่อให้เกิดผลกระทบต่อ
เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก โดย สิ่งมีชีวิตและสิง่ แวดล้อม เช่น การหลอมเหลวของนำ้ แข็ง
นำเสนอแนวทางการปฏิบัติตนภายใต้ ขั้วโลก การเพิ่มขึ้นของระดับทะเล การเปลี่ยนแปลงวัฏ
การเปลยี่ นแปลงภูมิอากาศโลก จักรน้ำ การเกิดโรคอุบัตใิ หมแ่ ละอุบตั ิซ้ำ และการเกิดภัย
พิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น มนุษย์จึงควรเรียนรู้แนว
ทางการปฏิบตั ิตนภายใต้สถานการณ์ ดังกล่าว ท้งั แนวทาง
การปฏิบัติตนให้เหมาะสมและแนวทางการลดกิจกรรมที่
ส่งผลตอ่ การเปล่ยี นแปลงภูมอิ ากาศโลก
ม.2 ๑. เปรียบเทียบกระบวนการเกิด • เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ เกิดจากการเปลี่ยนแปลง
สมบัติ และการใช้ประโยชน์ รวมทั้ง สภาพของซากสิ่งมีชีวิตในอดีต โดยกระบวนการทางเคมี
อธิบายผลกระทบจากการใช้เชื้อเพลิง และธรณีวิทยา เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ ได้แก่ ถ่านหิน
ซากดึกดำบรรพ์ จากข้อมูลที่รวบรวม หินน้ำมัน และปิโตรเลียม ซึ่งเกิดจากวัตถตุ ้นกำเนิด และ
ได้ สภาพแวดล้อม การเกิดที่แตกต่างกัน ทำให้ได้ชนิดของ
เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ที่มีลักษณะ สมบัติ และการ
นำไปใชป้ ระโยชน์แตกต่างกนั สำหรับปิโตรเลียมจะต้องมี
การผ่านการกลั่นลำดับส่วนก่อนการใช้งาน เพื่อให้ได้
ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมตอ่ การใชป้ ระโยชน์ เช้อื เพลิงซากดึก
ดำบรรพ์เป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป เนื่องจากต้องใช้
เวลานานหลายลา้ นปีจึงจะเกดิ ขน้ึ ใหม่ได
๒. แสดงความตระหนักถึงผลจากการ • การเผาไหม้เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ในกิจกรรมต่าง ๆ
ใช้เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ โดย ของมนุษย์จะทำให้เกิดมลพิษทางอากาศซึ่งส่งผลกระทบ
ต่อสงิ่ มชี ีวิตและสง่ิ แวดลอ้ ม นอกจากนีแ้ กส๊ บางชนิดที่เกิด
ช้นั ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
นำเสนอแนวทางการใช้เชื้อเพลิงซาก จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ เช่น แก๊ส
ดึกดำบรรพ คารบ์ อนไดออกไซด์ และไนตรสั ออกไซด์ ยงั เป็นแก๊สเรือน
กระจกซึ่งสง่ ผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภูมอิ ากาศของโลก
รุนแรงขึ้น ดังนั้นจึงควรใช้เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ โดย
คำนึงถึงผลที่เกิดขึ้นต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เช่น
เลือกใช้พลังงานทดแทน หรือเลือกใช้เทคโนโลยที ี่ลดการ
ใชเ้ ชอื้ เพลิงซากดึกดำบรรพ
๓. เปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของ • เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญใน
พลังงานทดแทนแต่ละประเภทจาก กิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ เนื่องจากเชื้อเพลิงซากดึกดำ
การรวบรวมข้อมูลและนำเสนอแนว บรรพ์มีปริมาณจำกัดและมักเพิ่มมลภาวะในบรรยากาศ
ทางการใชพ้ ลงั งานทดแทนทเี่ หมาะสม มากขึ้น จึงมีการใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น เช่น พลังงาน
ในท้องถิ่น แสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานชีวมวล
พลังงานคลื่น พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงาน
ไฮโดรเจน ซึ่งพลังงานทดแทนแต่ละชนิด จะมีข้อดีและ
ขอ้ จำกดั ท่แี ตกตา่ งกนั
๔. สร้างแบบจำลองทีอ่ ธบิ ายโครงสร้าง • โครงสร้างภายในโลกแบ่งออกเป็นชั้นตามองค์ประกอบ
ภายในโลกตามองค์ประกอบทางเคมี ทางเคมี ได้แก่ เปลือกโลก ซึ่งอยู่นอกสุด ประกอบด้วย
จากขอ้ มลู ที่รวบรวมได้ สารประกอบของซิลิกอนและอะลูมิเนียมเป็นหลัก เน้ือ
โลกคือส่วนที่อยู่ใต้เปลือกโลกลงไปจนถึงแก่นโลก มี
องค์ประกอบหลักเป็นสารประกอบของซิลิกอน
แมกนีเซียม และเหล็ก และแก่นโลกคือส่วนที่อยู่ใจกลาง
ของโลก มีองคป์ ระกอบหลักเปน็ เหลก็ และนิกเกลิ ซึ่งแต่ละ
ชนั้ มลี กั ษณะแตกต่างกนั
๕. อธิบายกระบวนการผุพังอยู่กับที่ • การผุพังอยู่กับท่ี การกร่อน และการสะสมตัวของ
การกร่อนและการสะสมตวั ของตะกอน ตะกอน เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา ท่ี
จากแบบจำลองรวมทั้งยกตัวอย่างผล ทำให้ผิวโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นภูมิลักษณ์แบบต่าง
ของกระบวนการดังกล่าวที่ทำให้ผิว ๆ โดยมีปัจจัยสำคัญ คือ น้ำ ลม ธารน้ำแข็ง แรงโน้มถ่วง
โลกเกดิ การเปลยี่ นแปลง ของโลก ส่งิ มีชวี ิต สภาพอากาศ และปฏกิ ิรยิ าเคมี
• การผุพังอยู่กับท่ี คือ การที่หินผุพังทำลายลงด้วย
กระบวนการต่าง ๆ ได้แก่ ลมฟ้าอากาศกับน้ำฝน และ
รวมทั้งการกระทำของต้นไม้กับแบคทีเรีย ตลอดจนการ
แตกตวั ทางกลศาสตรซ์ ึง่ มกี ารเพ่มิ และลดอุณหภูมิสลับกัน
เป็นต้น
• การกร่อน คือ กระบวนการหนึ่งหรอื หลายกระบวนการ
ที่ทำใหส้ ารเปลอื กโลกหลุดไปละลายไปหรือกรอ่ นไปโดยมี
ตัวนำพาธรรมชาติ คือ ลม น้ำ และธารน้ำแข็ง ร่วมกับ
ปัจจัยอื่น ๆ ได้แก่ ลมฟ้าอากาศ สารละลาย การครูดถู
ช้นั ตัวชี้วัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง
การนำพา ทั้งนี้ไม่รวมถึงการพังทลายเป็นกลุ่มก้อน เช่น
แผ่นดนิ ถลม่ ภเู ขาไฟระเบดิ
• การสะสมตัวของตะกอน คือ การสะสมตัวของวัตถจุ าก
การนำพาของนำ้ ลม หรือธารน้ำแข็ง
๖. อธิบายลักษณะของชั้นหน้าตัดดิน • ดินเกิดจากหินที่ผุพังตามธรรมชาติผสมคลุกเคล้ากับ
แ ล ะ ก ร ะ บ ว น ก า ร เ ก ิ ด ด ิ น จ า ก อินทรียวตั ถทุ ไ่ี ด้จากการเน่าเป่อื ยของซากพืชซากสัตว์ทับ
แบบจำลอง รวมทั้งระบุปัจจัยที่ทำให้ ถมเป็นชั้น ๆ บนผิวโลก ชั้นดิน แบ่งออกเป็นหลายช้ัน
ดินมลี กั ษณะและสมบตั แิ ตกตา่ งกัน ขนานหรอื เกอื บขนานไปกบั ผวิ หน้าดิน แต่ละชั้นมลี กั ษณะ
แตกต่างกัน เนื่องจากสมบัติทางกายภาพ เคมี ชีวภาพ
และลักษณะอื่น ๆ เช่น สี โครงสร้าง เนื้อดิน การยึดตัว
ความเป็นกรด-เบส สามารถสังเกตได้จากการสำรวจ
ภาคสนาม การเรียกชื่อชั้นดินหลักจะใช้ อักษร
ภาษาอังกฤษตวั ใหญ่ ไดแ้ ก่ O, A, E, B, C, R
• ชั้นหน้าตัดดิน เป็นชั้นดินที่มีลักษณะปรากฏให้เห็น
เรียงลำดับเป็นช้นั จากช้นั บนสดุ ถงึ ชั้นล่างสุด
• ปัจจัยที่ทำให้ดินแต่ละท้องถิ่นมีลักษณะและสมบัติ
แตกต่างกนั ได้แก่ วัตถุต้นกำเนดิ ดิน ภูมิอากาศ สิ่งมีชีวติ
ในดิน สภาพภูมิประเทศ และระยะเวลาในการเกดิ ดนิ
๗. ตรวจวัดสมบัติบางประการของดิน • สมบัตบิ างประการของดิน เช่น เน้อื ดิน ความช้นื ดิน ค่า
โดยใช้เครื่องมือที่เหมาะสมและ ความเป็นกรด-เบส ธาตุอาหารในดิน สามารถนำไปใช้ใน
นำเสนอแนวทางการใช้ประโยชน์ดิน การตัดสินใจถึงแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยอาจ
จากขอ้ มูลสมบตั ิของดิน นำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตรหรืออื่น ๆ ซึ่งดินที่ไม่
เหมาะสมต่อการทำการเกษตร เช่น ดินจืด ดินเปรีย้ ว ดิน
เค็มและดินดาน อาจเกิดจากสภาพดินตามธรรมชาติหรอื
การใช้ประโยชน์จะต้องปรับปรงุ ใหม้ ีสภาพเหมาะสม เพื่อ
นำไปใช้ประโยชน
๘. อธิบายปัจจัยและกระบวนการเกิด • แหล่งน้ำผิวดินเกิดจากน้ำฝนที่ตกลงบนพื้นโลกไหลจาก
แหลง่ น้ำผิวดินและแหล่งน้ำใต้ดิน จาก ที่สงู ลงสทู่ ต่ี ่ำด้วยแรงโน้มถว่ ง การไหลของน้ำทำให้พื้นโลก
แบบจำลอง เกิดการกัดเซาะเปน็ รอ่ งน้ำ เช่น ลำธาร คลอง และแม่นำ้
ซึ่งร่องน้ำจะมีขนาดและรูปร่างแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับ
ปริมาณน้ำฝน ระยะเวลาในการกัดเซาะ ชนิดดินและหิน
และลักษณะภูมิประเทศ เช่น ความลาดชัน ความสูงต่ำ
ของพื้นที่ เมื่อน้ำไหลไปยังบริเวณที่เป็นแอ่งจะเกิดการ
สะสมตัวเป็นแหล่งน้ำ เช่น บึง ทะเลสาบทะเล และ
มหาสมุทร
• แหล่งน้ำใต้ดินเกิดจากการซึมของน้ำผิวดินลงไปสะสม
ตวั ใต้พืน้ โลก ซึง่ แบ่งเป็นนำ้ ในดนิ และน้ำบาดาล น้ำในดิน
ช้นั ตวั ชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
เป็นน้ำที่อยู่ร่วมกับอากาศตามช่องว่างระหว่างเม็ดดิน
สว่ นนำ้ บาดาลเปน็ น้ำทีไ่ หลซมึ ลกึ ลงไปและถูกกักเกบ็ ไว้ใน
ช้ันหนิ หรือชั้นดิน จนอิ่มตัวไปด้วยน้ำ
๙. สรา้ งแบบจำลองท่ีอธิบายการใช้น้ำ • แหลง่ น้ำผิวดนิ และแหลง่ น้ำใต้ดินถูกนำมาใช้ในกิจกรรม
และนำเสนอแนวทางการใช้น้ำอย่าง ตา่ ง ๆ ของมนุษย์ สง่ ผลตอ่ การจดั การการใชป้ ระโยชน์น้ำ
ย่งั ยืนในทอ้ งถน่ิ ของตนเอง และคณุ ภาพของแหลง่ น้ำเน่ืองจากการเพิ่มขน้ึ ของจำนวน
ประชากร การใช้ประโยชน์พื้นที่ในด้านต่าง ๆ เช่น ภาค
เกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และการเปลี่ยนแปลง
ภูมิอากาศ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำฝนใน
พ้ืนทีล่ ุ่มน้ำ และแหล่งนำ้ ผวิ ดินไม่เพียงพอสำหรับกิจกรรม
ของมนุษย์ น้ำจากแหล่งน้ำใต้ดินจึงถูกนำมาใช้มากข้ึน
ส่งผลให้ปริมาณน้ำใต้ดินลดลงมากจึงต้องมีการจัดการใช้
น้ำอย่างเหมาะสมและยั่งยืนซึ่งอาจทำได้โดยการจัดหา
แหล่งน้ำเพื่อให้มีแหล่งน้ำเพียงพอสำหรับการดำรงชีวิต
การจดั สรรและการใชน้ ้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การอนรุ ักษ์
และฟื้นฟูแหล่งน้ำ การป้องกันและแก้ไขปัญหาคุณภาพ
นำ้
๑๐. สร้างแบบจำลองที่อธิบาย • น้ำท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม หลุมยุบ แผ่นดิน
กระบวนการเกิดและผลกระทบของน้ำ ทรุด มีกระบวนการเกิดและผลกระทบที่แตกต่างกัน ซ่ึง
ท่วม การกัดเซาะชายฝั่งดินถล่ม หลุม อาจสรา้ งความเสยี หายรา้ ยแรงแกช่ ีวิต และทรพั ย์สนิ
ยุบ แผน่ ดนิ ทรุด • น้ำท่วม เกิดจากพื้นทีห่ น่ึงได้รับปริมาณนำ้ เกินกว่าที่จะ
กกั เกบ็ ได้ ทำให้แผน่ ดนิ จมอย่ใู ตน้ ้ำ โดยข้ึนอยู่กับปริมาณ
นำ้ และสภาพทางธรณีวทิ ยาของพนื้ ที่
• การกัดเซาะชายฝั่ง เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงของ
ชายฝั่งทะเลที่เกิดขึน้ ตลอดเวลาจากการกดั เซาะของคลนื่
หรือลม ทำให้ตะกอนจากท่ีหนึ่งไปตกทบั ถมในอกี บริเวณ
หนึ่ง แนวของชายฝั่งเดิมจึงเปลี่ยนแปลงไป บริเวณที่มี
ตะกอนเคลื่อนเข้ามาน้อยกว่าปริมาณที่ตะกอนเคลื่อน
ออกไปถอื ว่าเปน็ บริเวณท่ีมีการกดั เซาะชายฝ่ัง
• ดินถลม่ เปน็ การเคลื่อนทีข่ องมวลดนิ หรอื หินจำนวนมาก
ลงตามลาดเขา เนือ่ งจากแรงโนม้ ถว่ งของโลกเป็นหลัก ซง่ึ
เกิดจากปัจจัยสำคัญ ได้แก่ความลาดชันของพื้นท่ี สภาพ
ธรณีวิทยา ปริมาณน้ำฝน พืชปกคลุมดิน และการใช้
ประโยชนพ์ ื้นที่
• หลมุ ยุบ คือ แอ่งหรอื หลมุ บนแผ่นดินขนาดต่าง ๆ ที่อาจ
เกิดจากการถล่มของโพรงถ้ำหินปูน เกลือหินใต้ดิน หรือ
เกิดจากน้ำพัดพาตะกอนลงไปในโพรงถำ้ หรอื ธารน้ำใตด้ ิน
ช้นั ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
• แผ่นดินทรุดเกิดจากการยุบตัวของชั้นดิน หรือหินร่วน
เมื่อมวลของแข็งหรือของเหลวปริมาณมากท่ีรองรับอยูใ่ ต้
ชั้นดินบริเวณนั้นถูกเคลื่อนย้ายออกไปโดยธรรมชาติหรือ
โดยการกระทำของมนุษย์
สาระที่ ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการ
เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ
เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
เลอื กใช้เทคโนโลยอี ย่างเหมาะสมโดยคำนึงถงึ ผลกระทบต่อชวี ิต สงั คม และสงิ่ แวดล้อม
ชน้ั ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ม.๑ ๑. อธิบายแนวคิดหลักของเทคโนโลยี • เทคโนโลยี เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างหรือพัฒนาขึ้นซึ่งอาจ
ในชีวิตประจำวันและวิเคราะห์สาเหตุ เป็นได้ทั้งชิ้นงานหรือวิธกี าร เพื่อใช้แก้ปัญหาสนองความ
หรือปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง ต้องการ หรือเพมิ่ ความสามารถในการทำงานของมนุษย์
ของเทคโนโลยี • ระบบทางเทคโนโลยี เปน็ กลุ่มของสว่ นต่าง ๆ ตั้งแต่สอง
ส่วนขึ้นไปประกอบเข้าด้วยกันและทำงานร่วมกันเพื่อให้
บรรลุวัตถุประสงค์ โดยในการทำงานของระบบทาง
เทคโ น โ ลยีจะ ปร ะ ก อ บไ ปด้ว ยตัว ป้อ น (Input)
กระบวนการ (Process) และผลผลิต (Output) ทส่ี มั พันธ์
กัน นอกจากนี้ระบบทางเทคโนโลยีอาจมีข้อมูลย้อนกลับ
(Feedback) เพ ื่อ ใช้ปร ับปร ุง การ ทำง านได้ตาม
วัตถุประสงค์ ซงึ่ การวิเคราะหร์ ะบบทางเทคโนโลยีช่วยให้
เข้าใจองค์ประกอบและการทำงานของเทคโนโลยี รวมถึง
สามารถปรับปรงุ ใหเ้ ทคโนโลยีทำงานได้ตามตอ้ งการ
• เทคโนโลยีมกี ารเปล่ียนแปลงตลอดเวลาตง้ั แต่อดีตจนถึง
ปัจจุบัน ซึ่งมีสาเหตุหรือปัจจัยมาจากหลายด้าน เช่น
ปัญหา ความต้องการ ความก้าวหน้าของศาสตร์ต่าง ๆ
เศรษฐกิจ สงั คม
๒. ระบุปัญหาหรือความต้องการใน • ปัญหาหรือความต้องการในชีวิตประจำวันพบได้จาก
ชีวติ ประจำวันรวบรวม วเิ คราะห์ขอ้ มูล หลายบริบทขึ้นกับสถานการณ์ที่ประสบ เช่น การเกษตร
และแนวคิดทีเ่ ก่ียวข้องกับปัญหา การอาหาร
• การแก้ปัญหาจำเป็นต้องสืบค้น รวบรวมข้อมูลความรู้
จากศาสตร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การออกแบบ
แนวทางการแกป้ ญั หา
ชน้ั ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
๓. ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดย • การวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่
วิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจ จำเป็น โดยคำนึงถึงเงื่อนไข และทรัพยากรทีม่ อี ยู่ ช่วยให้
เลือกข้อมูลที่จำเป็นนำเสนอแนว ได้แนวทางการแก้ปญั หาทีเ่ หมาะสม
ทางการแก้ปัญหาให้ผู้อื่นเข้าใจ • การออกแบบแนวทางการแก้ปัญหาทำได้หลากหลายวิธี
วางแผนและดำเนินการแกป้ ญั หา เชน่ การรา่ งภาพ การเขยี นแผนภาพ การเขยี นผงั งาน
• การกำหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการทำงานก่อน
ดำเนินการแก้ปัญหาจะช่วยให้ทำงานสำเร็จได้ตาม
เป้าหมายและลดขอ้ ผิดพลาดของการทำงานท่ีอาจเกิดขนึ้
๔. ทดสอบ ประเมินผล และระบุ • การทดสอบ และประเมินผลเป็นการตรวจสอบชิ้นงาน
ข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งหาแนว หรือวธิ กี ารวา่ สามารถแก้ปัญหาได้ตามวตั ถุประสงคภ์ ายใต้
ทางการปรับปรุงแก้ไขและนำเสนอผล กรอบของปัญหา เพื่อหาข้อบกพร่อง และดำเนินการ
การแก้ปญั หา ปรบั ปรุง โดยอาจทดสอบซ้ำเพ่ือใหส้ ามารถแกป้ ัญหาได้
• การนำเสนอผลงานเป็นการถ่ายทอดแนวคดิ เพื่อให้ผู้อ่ืน
เข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการทำงานและช้ินงานหรอื วิธีการ
ที่ได้ ซ่ึงสามารถทำได้หลายวธิ ี เชน่ การเขียนรายงาน การ
ทำแผ่นนำเสนอ ผลงาน การจัดนิทรรศการ การนำเสนอ
ผา่ นสื่อออนไลน์
๕. ใช้ความรู้และทักษะเกี่ยวกับวัสดุ • วัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติแตกต่างกัน เช่น ไม้โลหะ
อุปกรณ์เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้า หรือ พลาสติก จึงต้องมีการวิเคราะห์สมบัติเพื่อเลือกใช้ให้
อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแก้ปัญหาได้อย่าง เหมาะสมกบั ลักษณะของงาน
ถกู ต้อง เหมาะสมและปลอดภยั • การสร้างชิ้นงานอาจใช้ความรู้ เรื่องกลไก ไฟฟ้า
อเิ ลก็ ทรอนิกส์ เช่น LED บซั เซอร์ มอเตอร์ วงจรไฟฟ้า
• อุปกรณ์และเครื่องมือในการสร้างชิ้นงานหรือพัฒนา
วิธีการมีหลายประเภท ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง เหมาะสม
และปลอดภยั รวมทงั้ รู้จักเกบ็ รกั ษา
ม.2 ๑. คาดการณ์แนวโน้มเทคโนโลยีที่จะ • สาเหตุหรือปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความก้าวหน้าของศาสตร์
เกิดขึ้นโดยพิจารณาจากสาเหตุหรือ ต่าง ๆ การเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของ วฒั นธรรม ทำให้เทคโนโลยีมีการเปลยี่ นแปลงตลอดเวลา
เทคโนโลยี และวิเคราะห์เปรียบเทียบ • เทคโนโลยีแตล่ ะประเภทมีผลกระทบต่อชวี ติ สังคม และ
ตดั สนิ ใจเลือกใชเ้ ทคโนโลยโี ดยคำนึงถึง สิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน จึงต้องวิเคราะห์เปรียบเทียบ
ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชีวิต สังคมและ ขอ้ ดี ข้อเสีย และตัดสนิ ใจเลอื กใชใ้ ห้เหมาะสม
สิง่ แวดลอ้ ม
๒. ระบุปัญหาหรือความต้องการใน • ปัญหาหรือความต้องการในชุมชนหรือท้องถิ่นมีหลาย
ชุมชนหรือท้องถิ่น สรุปกรอบของ อย่าง ขึ้นกับบริบทหรือสถานการณ์ที่ประสบ เช่น ด้าน
ปัญหา รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลและ พลงั งาน สิ่งแวดล้อม การเกษตร การอาหาร
แนวคิดทเ่ี กย่ี วข้องกับปญั หา • การระบุปัญหาจำเป็นต้องมีการวิเคราะห์สถานการณ์
ของปญั หาเพอื่ สรุปกรอบของปญั หาแล้วดำเนินการสืบค้น
ชน้ั ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
รวบรวมข้อมูล ความรู้จากศาสตร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อ
นำไปสูก่ ารออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา
๓. ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดย • การวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่
วิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจ จำเป็น โดยคำนึงถึงเงื่อนไขและทรัพยากร เช่น
เลือกข้อมูลท่จี ำเปน็ ภายใต้เงือ่ นไขและ งบประมาณ เวลา ข้อมูล และสารสนเทศ วัสดุ เครื่องมือ
ทรัพยากรที่มอี ยู่ นำเสนอแนวทางการ และอุปกรณ์ช่วยให้ได้แนวทางการแก้ปัญหาท่ีเหมาะสม
แก้ปัญหาให้ผู้อื่นเข้าใจ วางแผน • การออกแบบแนวทางการแก้ปัญหาทำได้หลากหลาย
ขั้นตอนการทำงานและดำเนินการ วธิ ี เชน่ การร่างภาพ การเขยี น แผนภาพ การเขียนผงั งาน
แกป้ ัญหาอย่างเปน็ ขั้นตอน
• การกำหนดขั้นตอนระยะเวลาในการทำงานก่อน
ดำเนินการแก้ปัญหาจะช่วยให้การทำงานสำเร็จได้ตาม
เปา้ หมาย และลดขอ้ ผดิ พลาดของการทำงานที่อาจเกิดข้นึ
๔. ทดสอบ ประเมินผล และอธิบาย • การทดสอบและประเมินผลเป็นการตรวจสอบชิ้นงาน
ปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น หรอื วธิ ีการว่าสามารถแก้ปญั หาได้ตามวัตถุประสงคภ์ ายใต้
ภายใต้กรอบเงื่อนไขพร้อมทั้งหาแนว กรอบของปัญหา เพื่อหาข้อบกพร่อง และดำเนินการ
ทางการปรบั ปรงุ แกไ้ ข และนำเสนอผล ปรับปรุงใหส้ ามารถแกไ้ ขปัญหาได้
การแกป้ ัญหา • การนำเสนอผลงานเปน็ การถา่ ยทอดแนวคดิ เพ่ือให้ผู้อ่ืน
เข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการทำงานและช้ินงานหรอื วิธีการ
ท่ีได้ ซง่ึ สามารถทำไดห้ ลายวธิ ี เช่น การเขียนรายงาน การ
ทำแผน่ นำเสนอผลงาน การจดั นิทรรศการ
๕. ใช้ความรู้ และทักษะเกี่ยวกับวัสดุ • วัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติแตกต่างกัน เช่น ไม้ โลหะ
อุปกรณ์เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้า และ พลาสติก จึงต้องมีการวิเคราะห์สมบัติเพื่อเลือกใช้ให้
อิเล็กทรอนิกส์เพื่อแก้ปัญหาหรือ เหมาะสมกบั ลักษณะของงาน
พัฒนางานได้อย่างถูกต้องเหมาะสม • การสร้างชิ้นงานอาจใช้ความรู้ เรื่องกลไก ไฟฟ้า
และปลอดภยั
อเิ ล็กทรอนิกส์ เชน่ LED มอเตอร์ บซั เซอร์ เฟอื ง รอก ลอ้
เพลา
• อุปกรณ์และเครื่องมือในการสร้างชิ้นงานหรือพัฒนา
วิธีการมีหลายประเภท ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง เหมาะสม
และปลอดภยั รวมท้ังรจู้ กั เก็บรักษา
ม.3 ๑. วิเคราะห์สาเหตุ หรือปัจจัยที่ส่งผล • เทคโนโลยมี ีการเปลีย่ นแปลงตลอดเวลาต้ังแต่อดีตจนถึง
ต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ปัจจุบัน ซึ่งมีสาเหตุหรือปัจจัยมาจากหลายด้าน เช่น
และความสัมพันธ์ของเทคโนโลยีกับ ปัญหาหรือความต้องการของมนุษย์ความก้าวหน้าของ
ศาสตร์อื่น โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ ศาสตร์ต่าง ๆ การเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม
หรือคณิตศาสตร์ เพ่อื เปน็ แนวทางการ วัฒนธรรม ส่งิ แวดล้อม
แก้ปญั หาหรือพัฒนางาน • เทคโนโลยีมีความสัมพันธ์กับศาสตร์อื่น โดยเฉพาะ
วิทยาศาสตร์ โดยวทิ ยาศาสตรเ์ ปน็ พน้ื ฐานความรู้ท่ีนำไปสู่
การพัฒนาเทคโนโลยี และเทคโนโลยีที่ได้สามารถเป็น
ช้นั ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ค้นคว้าเพื่อให้ได้มาซึ่งองค์
ความรูใ้ หม่
๒. ระบุปัญหาหรือความต้องการของ • ปัญหาหรือความต้องการอาจพบได้ในงานอาชีพของ
ชุมชนหรือท้องถิ่น เพื่อพัฒนางาน ชุมชนหรือท้องถิ่น ซึ่งอาจมีหลายด้าน เช่น ด้าน
อาชีพ สรุปกรอบของปัญหา รวบรวม การเกษตร อาหาร พลังงาน การขนสง่
วิเคราะห์ข้อมูลและแนวคิดที่เกีย่ วขอ้ ง • การวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาช่วยให้เข้าใจเงื่อนไข
กับปัญหา โดยคำนึงถึงความถูกต้อง และกรอบของปัญหาได้ชัดเจน จากนั้นดำเนินการสืบค้น
ด้านทรพั ย์สินทางปัญญา
รวบรวมข้อมูล ความรู้จากศาสตร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อ
นำไปสูก่ ารออกแบบแนวทางการแกป้ ัญหา
๓. ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดย • การวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่
วิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจ จำเป็น โดยคำนึงถึงทรัพย์สินทางปัญญาเงื่อนไขและ
เลือกข้อมูลที่จำเปน็ ภายใต้เง่อื นไขและ ทรัพยากร เช่น งบประมาณ เวลา ข้อมูลและสารสนเทศ
ทรัพยากรที่มีอยู่ นำเสนอแนวทางการ วัสดุ เครื่องมือและอุปกรณ์ช่วยให้ได้แนวทางการ
แก้ปัญหาใหผ้ ู้อน่ื เขา้ ใจด้วยเทคนิคหรือ แก้ปัญหาทเ่ี หมาะสม
วิธีการที่หลากหลาย วางแผนขั้นตอน • การออกแบบแนวทางการแก้ปญั หาทำได้หลากหลายวิธี
การทำงานและดำเนินการแก้ปัญหา เชน่ การรา่ งภาพ การเขียนแผนภาพ การเขียนผังงาน
อยา่ งเป็นขั้นตอน • เทคนคิ หรอื วิธีการในการนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหา
มหี ลากหลาย เชน่ การใช้แผนภมู ิ ตาราง ภาพเคลื่อนไหว
• การกำหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการทำงาน ก่อน
ดำเนินการแก้ปัญหาจะช่วยให้การทำงานสำเร็จได้ตาม
เป้าหมาย และลดข้อผิดพลาดของการทำงานทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ
๔. ทดสอบ ประเมินผล วิเคราะห์ และ • การทดสอบและประเมินผลเป็นการตรวจสอบชิ้นงาน
ใหเ้ หตผุ ลของปญั หาหรือข้อบกพร่องที่ หรือวิธีการว่า สามารถแก้ปัญหาได้ตามวัตถุประสงค์
เกิดขึ้นภายใต้กรอบเงื่อนไข พร้อมทั้ง ภายใต้กรอบของปัญหา เพื่อหาข้อบกพร่อง และ
หาแนวทางการปรับปรุง แก้ไข และ ดำเนินการปรับปรุง โดยอาจทดสอบซ้ำเพื่อให้สามารถ
นำเสนอผลการแกป้ ัญหา แก้ไขปญั หาได้
• การนำเสนอผลงานเปน็ การถ่ายทอดแนวคดิ เพอ่ื ให้ผูอ้ ื่น
เข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการทำงานและช้ินงานหรอื วิธีการ
ท่ีได้ ซึง่ สามารถทำได้หลายวธิ ี เช่น การเขยี นรายงาน การ
ทำแผ่นนำเสนอผลงาน การจัดนิทรรศการ การนำเสนอ
ผา่ นสอื่ ออนไลน์
๕. ใช้ความรู้ และทักษะเกี่ยวกับวัสดุ • วัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติแตกต่างกัน เช่น ไม้ โลหะ
อุปกรณ์เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้าและ พลาสติก เซรามิก จึงต้องมีการวิเคราะห์สมบัติเพ่ือ
อิเล็กทรอนิกส์ให้ถูกต้องกับลักษณะ เลือกใช้ให้เหมาะสมกบั ลกั ษณะของงาน
ของงาน และปลอดภัย เพื่อแก้ปัญหา • การสร้างชิ้นงานอาจใช้ความรู้ เรื่องกลไก ไฟฟ้า
หรอื พฒั นางาน อิเล็กทรอนิกส์ เช่น LED LDR มอเตอร์ เฟือง คาน รอก
ล้อ เพลา
ช้ัน ตัวชี้วัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง
• อุปกรณ์และเครื่องมือในการสร้างชิ้นงานหรือพัฒนา
วิธีการมีหลายประเภท ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง เหมาะสม
และปลอดภยั รวมทงั้ รู้จกั เกบ็ รกั ษา
มาตรฐาน ว ๔.๒ เขา้ ใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปญั หาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็น
ขั้นตอนและเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการ
แก้ปญั หาได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ร้เู ทา่ ทนั และมีจริยธรรม
ชัน้ ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ป.๑ ๑. แก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้การลอง • การแก้ปัญหาให้ประสบความสำเร็จทำได้โดยใช้
ผดิ ลองถูก การเปรยี บเทียบ
ขน้ั ตอนการแก้ปญั หา
• ปัญหาอยา่ งงา่ ย เช่น เกมเขาวงกต เกมหา จดุ แตกตา่ ง
ของภาพ การจัดหนงั สอื ใส่กระเป๋า
๒. แสดงลำดับขั้นตอนการทำงานหรอื • การแสดงขั้นตอนการแก้ปัญหา ทำได้โดยการ เขียน
การแก้ปัญหา อย่างง่ายโดยใช้ภาพ บอกเลา่ วาดภาพ หรือใช้สญั ลักษณ์
สัญลกั ษณ์หรือข้อความ
• ปัญหาอย่างง่าย เชน่ เกมเขาวงกต เกมหาจดุ แตกตา่ ง
ของภาพ การจดั หนังสอื ใส่กระเปา๋
๓. เขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ • การเขียนโปรแกรมเป็นการสร้างลำดับของคำสั่ง ให้
ซอฟตแ์ วร์ หรือสอ่ื
คอมพิวเตอรท์ ำงาน
• ตัวอยา่ งโปรแกรม เชน่ เขยี นโปรแกรมสั่งให้ ตัวละคร
ย้ายตำแหน่งย่อขยายขนาดเปลีย่ นรูปรา่ ง
• ซอฟต์แวร์หรือสื่อที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น ใช้
บตั รคำสัง่ แสดงการเขยี นโปรแกรม, Code.org
๔. ใช้เทคโนโลยีในการสร้าง จัดเก็บ • การใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยีเบื้องต้น เช่น การใช้
เรยี กใชข้ อ้ มลู ตามวตั ถุประสงค์
เมาส์คียบ์ อร์ด จอสมั ผัส การเปิด-ปดิ อปุ กรณ์ เทคโนโลยี
• การใช้งานซอฟต์แวร์เบื้องต้น เช่น การเข้าและ ออก
จากโปรแกรม การสร้างไฟล์การจัดเก็บ การเรียกใช้ไฟล์
ทำได้ในโปรแกรม เช่น โปรแกรม ประมวลคำ โปรแกรม
กราฟิก โปรแกรมนำเสนอ
• การสร้างและจัดเก็บไฟล์อย่างเป็นระบบจะทำให้
เรยี กใชค้ น้ หาข้อมลู ได้ง่ายและรวดเรว็
๕. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง • การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เช่น รู้จัก
ปลอดภัย ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลงในการใช้ ข้อมูลส่วนตัว อันตรายจากการเผยแพร่ ข้อมูลส่วนตัว
คอมพิวเตอร์ร่วมกัน ดูแล รักษา และไม่บอกข้อมูลส่วนตัวกับ บุคคลอื่นยกเว้นผู้ปกครอง
อุปกรณ์เบอ้ื งตน้ ใชง้ านอย่างเหมาะสม หรือครูแจ้งผู้เกี่ยวข้อง เมื่อต้องการความช่วยเหลือ
เกีย่ วกับการใชง้ าน
ชน้ั ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
• ขอ้ ปฏิบตั ิในการใชง้ านและการดูแลรักษาอปุ กรณ์ เช่น
ไม่ขีดเขียนบนอุปกรณ์ทำความสะอาด ใช้อุปกรณ์อย่าง
ถกู วิธี
• การใช้งานอย่างเหมาะสม เช่น จัดท่านั่งให้ถูกต้อง
การพักสายตาเมื่อใช้อุปกรณ์เป็นเวลานาน ระมัดระวัง
อบุ ตั ิเหตจุ ากการใชง้ าน
ป.๒ ๑. แสดงลำดับขั้นตอนการทำงานหรอื • การแสดงขั้นตอนการแก้ปัญหา ทำได้โดยการเขียน
การแก้ปัญหา อย่างง่ายโดยใช้ภาพ บอกเลา่ วาดภาพ หรอื ใชส้ ญั ลกั ษณ์
สญั ลักษณ์หรือขอ้ ความ
• ปัญหาอย่างงา่ ย เช่น เกมตวั ต่อ ๖-๑๒ ช้นิ การแต่งตัว
มาโรงเรยี น
๒. เขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ • ตัวอย่างโปรแกรม เชน่ เขียนโปรแกรมส่ังให้ ตัวละคร
ซอฟต์แวร์ หรือสื่อ และตรวจหา ทำงานตามท่ีต้องการ และตรวจสอบ ขอ้ ผดิ พลาด ปรับแก้
ขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรม
ไขให้ไดผ้ ลลัพธต์ ามทก่ี ำหนด
• การตรวจหาข้อผิดพลาด ทำได้โดยตรวจสอบคำสัง่ ท่ี
แจ้งข้อผดิ พลาด หรือหากผลลพั ธ์ไม่เปน็ ไปตาม ที่ตอ้ งการ
ใหต้ รวจสอบการทำงานทีละคำสั่ง
• ซอฟต์แวร์หรือสื่อที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น ใช้
บตั รคำสงั่ แสดงการเขยี นโปรแกรม, Code.org
๓. ใช้เทคโนโลยีในการสร้าง จัด • การใช้งานซอฟต์แวร์เบื้องต้น เช่น การเข้า และออก
หมวดหมู่ค้นหา จัดเก็บ เรียกใช้ข้อมูล จากโปรแกรม การสร้างไฟล์การจัดเก็บ การเรียกใช้ไฟล์
ตามวัตถปุ ระสงค์
การแก้ไขตกแต่งเอกสาร ทำได้ ในโปรแกรม เช่น
โปรแกรมประมวลคำ โปรแกรมกราฟกิ โปรแกรมนำเสนอ
• การสร้าง คัดลอก ย้าย ลบ เปลี่ยนชื่อ จัดหมวด หมู่
ไฟล์และโฟลเดอร์อย่างเป็นระบบจะทำให้ เรียกใช้ค้นหา
ข้อมูลได้ง่ายและรวดเรว็
๔. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง • การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย เช่น รู้จัก
ปลอดภยั ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลงในการใช้ ข้อมูลส่วนตัว อันตรายจากการเผยแพร่ ข้อมูลส่วนตัว
คอมพิวเตอร์ร่วมกัน ดูแล รักษา และไม่บอกข้อมูลส่วนตัวกับบุคคล อื่นยกเว้นผู้ปกครอง
อุปกรณเ์ บือ้ งต้น ใชง้ านอยา่ งเหมาะสม หรือครูแจ้งผู้เกี่ยวข้องเมื่อ ต้องการความช่วยเหลือ
เก่ียวกับการใช้งาน
• ข้อปฏิบัติในการใช้งานและการดแู ลรักษาอุปกรณ์ เชน่
ไม่ขีดเขียนบนอุปกรณ์ทำความสะอาด ใชอ้ ปุ กรณ์อย่างถูก
วิธี
ป.๓ ๑. แสดงอัลกอริทึมในการทำงานหรือ • อลั กอริทมึ เป็นข้นั ตอนที่ใชใ้ นการแก้ปญั หา
การแก้ปัญหา อย่างง่ายโดยใช้ภาพ • การแสดงอลั กอริทมึ ทำได้โดยการเขยี น บอกเล่า วาด
สัญลกั ษณห์ รอื ข้อความ
ภาพ หรือใช้สัญลักษณ์ • ตัวอย่างปัญหา เช่น เกมเศรษฐี
ช้นั ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
เกมบันไดงู เกม Tetris เกม OX การเดินไปโรงอาหาร
การทำความสะอาดห้องเรียน
๒. เขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ • การเขียนโปรแกรมเป็นการสร้างลำดับของคำสั่ง ให้
ซอฟต์แวร์ หรือสื่อ และตรวจหา คอมพวิ เตอรท์ ำงาน
ข้อผดิ พลาดของโปรแกรม
• ตัวอย่างโปรแกรม เช่น เขียนโปรแกรมที่สั่งให้ ตัว
ละครทำงานซ้ำไมส่ น้ิ สดุ
• การตรวจหาข้อผิดพลาด ทำได้โดยตรวจสอบคำสัง่ ท่ี
แจง้ ขอ้ ผดิ พลาด หรือหากผลลัพธไ์ ม่เป็นไปตาม ที่ตอ้ งการ
ใหต้ รวจสอบการทำงานทีละคำส่ัง
• ซอฟต์แวร์หรือสื่อที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น ใช้
บตั รคำส่งั แสดงการเขยี นโปรแกรม, Code.org
๓. ใชอ้ นิ เทอร์เนต็ ค้นหาความรู้ • อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ช่วยให้ การ
ติดต่อสื่อสารทำได้สะดวกและรวดเร็ว และเป็น
แหลง่ ขอ้ มูลความร้ทู ่ีชว่ ยในการเรียน และการดำเนนิ ชีวิต
• เว็บเบราว์เซอร์เป็นโปรแกรมสำหรับอ่านเอกสาร บน
เว็บเพจ
• การสบื ค้นขอ้ มลู บนอินเทอร์เนต็ ทำได้โดยใช้ เว็บไซต์
สำหรับสืบค้น และต้องกำหนดคำค้น ที่เหมาะสมจงึ จะได้
ขอ้ มูลตามต้องการ
• ขอ้ มูลความรเู้ ช่น วิธีทำอาหาร วิธพี ับกระดาษ เปน็ รูป
ต่าง ๆ ข้อมูลประวัติศาสตร์ชาติไทย (อาจเป็นความรู้ใน
วิชาอื่น ๆ หรือเรอ่ื งท่ีเปน็ ประเด็นท่สี นใจในชว่ งเวลาน้นั )
• การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยควรอยู่ ในการดูแล
ของครหู รอื ผปู้ กครอง
๔. รวบรวม ประมวลผล และนำเสนอ • การรวบรวมข้อมูล ทำได้โดยกำหนดหัวข้อ ที่ตอ้ งการ
ข ้ อ ม ู ล โ ด ย ใ ช้ ซ อ ฟ ต ์ แ ว ร ์ ตาม เตรยี มอปุ กรณใ์ นการจดบันทึก
วัตถปุ ระสงค์
• การประมวลผลอย่างง่าย เช่น เปรียบเทียบ จัดกลุ่ม
เรยี งลำดับ
• การนำเสนอข้อมูลทำได้หลายลักษณะตาม ความ
เหมาะสม เช่น การบอกเลา่ การทำเอกสาร รายงาน การ
จัดทำป้ายประกาศ
• การใช้ซอฟต์แวร์ทำงานตามวัตถุประสงค์เช่น ใช้
ซอฟต์แวร์นำเสนอ หรือซอฟต์แวร์กราฟิก สร้างแผนภูมิ
รูปภาพ ใช้ซอฟต์แวร์ประมวลคำ ทำป้ายประกาศหรือ
เอกสารรายงาน ใช้ ซอฟต์แวร์ตารางทำงานในการ
ประมวลผลขอ้ มลู
ชน้ั ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
๕. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง • การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เช่น
ปลอดภัย ปฏิบัติ ตามข้อตกลงในการ ปกป้องข้อมูลส่วนตัว ขอความช่วยเหลือจากครูหรือ
ใช้อนิ เทอรเ์ น็ต
ผู้ปกครอง เมื่อ เกิดปัญหาจากการใช้งาน เมื่อพบข้อมูล
หรอื บุคคลท่ีทำให้ไมส่ บายใจ
• การปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้อินเทอร์เน็ต จะทำ
ให้ไม่เกิดความเสียหายต่อตนเองและผู้อื่น เช่น ไม่ใช้คำ
หยาบ ลอ้ เลียน ดา่ ทอ ทำให้ผู้อื่น เสียหายหรือเสยี ใจ
• ข้อดีและข้อเสียในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และ
การส่ือสาร
ป.๔ ๑.ใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา • การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็นการนำกฎเกณฑ์หรือ
การอธิบาย การทำงาน การคาดการณ์ เงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณีมาใช้พิจารณาในการ
ผลลพั ธ์จากปัญหาอย่างงา่ ย
แก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน หรือการ คาดการณ์
๒.ออกแบบ และเขียนโปรแกรมอย่าง ผลลัพธ์
ง่าย โดยใช้ ซอฟต์แวร์หรือสื่อ และ • สถานะเริ่มต้นของการทำงานที่แตกต่างกันจะให้
ตรวจหาข้อผดิ พลาด และแก้ไข
ผลลัพธ์ที่แตกต่างกนั
๓.ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้และ • ตวั อยา่ งปัญหา เช่น เกม OX โปรแกรมทีม่ ีการคำนวณ
ประเมิน ความนา่ เชือ่ ถอื ของขอ้ มูล โปรแกรมที่มีตัวละครหลายตัว และมีการสั่งงานที่
๔.รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูล แตกต่างหรือมีการสื่อสาร ระหว่างกัน การเดินทางไป
และสารสนเทศ โดยใช้ซอฟต์แวร์ท่ี โรงเรียน โดยวิธกี าร ตา่ ง ๆ
หลากหลาย เพื่อแก้ปัญหาใน
ชีวิตประจำวัน • การออกแบบโปรแกรมอย่างง่ายเช่น การออกแบบ
โดยใชs้ toryboard หรอื การออกแบบอลั กอริทึม
๕. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง
ปลอดภัย เข้าใจ สิทธิและหน้าที่ของ • การเขียนโปรแกรมเป็นการสร้างลำดับของคำสั่ง ให้
ตน เคารพในสิทธิของผู้อื่น แจ้ง คอมพิวเตอร์ทำงาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามความต้องการ
ผู้เกี่ยวข้องเมื่อพบข้อมูลหรือบุคคลที่ หากมีขอ้ ผิดพลาดใหต้ รวจสอบ การทำงานทีละคำส่ัง เม่ือ
ไม่เหมาะสม พบจดุ ที่ทำใหผ้ ลลพั ธ์ ไม่ถกู ต้อง ให้ทำการแก้ไขจนกว่าจะ
ได้ผลลพั ธ์ ทถ่ี ูกตอ้ ง
• ตัวอย่างโปรแกรมที่มีเรื่องราว เช่น นิทานที่มี การ
โต้ตอบกับผู้ใช้การ์ตูนสั้น เล่ากิจวัตรประจำวัน
ภาพเคลอ่ื นไหว
• การฝึกตรวจหาขอ้ ผิดพลาดจากโปรแกรมของผ้อู ื่น จะ
ช่วยพัฒนาทักษะการหาสาเหตุของปัญหาได้ดี ยิ่งขึ้น •
ซอฟต์แวร์ท่ีใช้ในการเขยี นโปรแกรม เช่น Scratch, logo
• การใช้คำค้นที่ตรงประเด็น กระชับ จะทำให้ได้
ผลลัพธ์ที่รวดเรว็ และตรงตามความตอ้ งการ
ช้นั ตัวช้วี ดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
• การประเมินความนา่ เชื่อถือของข้อมูล เช่น พิจารณา
ประเภทของเว็บไซต์ (หน่วยงานราชการ สำนักข่าว
องค์กร) ผเู้ ขยี น วันทีเ่ ผยแพร่ข้อมูล การอ้างอิง
• เมื่อได้ข้อมูลที่ต้องการจากเว็บไซต์ต่าง ๆ จะต้อง นำ
เนื้อหามาพิจารณา เปรียบเทียบ แล้วเลือก ข้อมูลที่มี
ความสอดคลอ้ งและสัมพนั ธ์กนั
• การทำรายงานหรือการนำเสนอข้อมูลจะต้อง นำ
ข้อมลู มาเรียบเรียง สรุป เปน็ ภาษาของตนเอง ทเี่ หมาะสม
กับกลุ่มเป้าหมายและวิธีการนำเสนอ (บูรณาการกับวิชา
ภาษาไทย)
• การรวบรวมข้อมูล ทำได้โดยกำหนดหัวข้อ ที่ตอ้ งการ
เตรียมอุปกรณใ์ นการจดบันทึก
• การประมวลผลอย่างง่าย เช่น เปรียบเทียบ จัดกลุ่ม
เรยี งลำดับ การหาผลรวม
• วิเคราะห์ผลและสร้างทางเลือกที่เป็นไปได้ ประเมิน
ทางเลอื ก (เปรยี บเทียบ ตดั สิน)
• การนำเสนอข้อมูลทำได้หลายลักษณะตามความ
เหมาะสม เช่น การบอกเล่า เอกสารรายงาน โปสเตอร์
โปรแกรมนำเสนอ
• การใช้ซอฟต์แวร์เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน เช่น
การสำรวจเมนูอาหารกลางวันโดยใช้ ซอฟต์แวร์สร้าง
แบบสอบถามและเก็บข้อมูล ใช้ ซอฟต์แวร์ตารางทำงาน
เพื่อประมวลผลข้อมูล รวบรวมข้อมูลเก่ียวกับคุณค่าทาง
โภชนาการและ สร้างรายการอาหารสำหรับ ๕ วัน ใช้
ซอฟต์แวร์ นำเสนอผลการสำรวจรายการอาหารที่เป็น
ทางเลอื กและข้อมูลด้านโภชนาการ
• การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เข้าใจ
สิทธิและหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของผู้อื่น เช่น ไม่
สร้างขอ้ ความเท็จและสง่ ให้ผู้อ่ืน ไมส่ รา้ ง ความเดือดร้อน
ต่อผู้อื่นโดยการส่งสแปม ข้อความลูกโซ่ส่งต่อโพสต์ที่มี
ข้อมูลส่วนตัวของผู้อ่ืน ส่งคำเชิญเล่นเกม ไม่เข้าถึงขอ้ มูล
ส่วนตัวหรือ การบ้านของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
ไมใ่ ช้ เคร่ืองคอมพวิ เตอร์/ช่ือบัญชีของผอู้ น่ื
• การสือ่ สารอยา่ งมมี ารยาทและรู้กาลเทศะ
ชนั้ ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
• การปกป้องข้อมูลสว่ นตวั เช่น การออกจากระบบ เมื่อ
เลิกใช้งาน ไม่บอกรหัสผ่าน ไม่บอกเลข ประจำตัว
ประชาชน
ป.๕ ๑. ใช้เหตุผลเชิง ตร รก ะในการ • การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็นการนำกฎเกณฑ์หรือ
แก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การ เงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณีมาใช้พิจารณาในการ
คาดการณ์ผลลัพธ์จากปัญหาอยา่ งงา่ ย แก้ปัญหาการอธิบายการทำงาน หรือการคาดการณ์
๒. ออกแบบ และเขียนโปรแกรมที่มี ผลลัพธ์
การใช้เหตุผลเชิงตรรกะอย่างง่าย • สถานะเริ่มต้นของการทำงานที่แตกต่างกันจะให้
ตรวจหาข้อผดิ พลาดและแก้ไข
ผลลพั ธ์ท่ีแตกต่างกัน
๓. ใชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ คน้ หาข้อมลู ตดิ ตอ่ • ตัวอย่างปัญหา เช่น เกม Sudoku โปรแกรมทำนาย
สื่อสารและทำงานร่วมกัน ประเมิน ตวั เลข โปรแกรมสร้างรปู เรขาคณติ ตามค่าขอ้ มูลเข้า การ
ความนา่ เชอื่ ถือของขอ้ มลู
จดั ลำดบั การทำงานบ้านในชว่ งวันหยุด จดั วางของในครัว
๔. รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูล
และสารสนเทศตามวัตถุประสงค์โดย • การออกแบบโปรแกรมสามารถทำได้โดยเขียนเป็น
ใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบน ข้อความหรือผังงาน
อินเทอร์เน็ตที่หลากหลาย เพ่ือ
แกป้ ญั หาในชวี ิตประจำวนั • การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการตรวจสอบ
เงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณีเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง
๕. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง ตรงตามความต้องการ
ปลอดภัย มีมารยาทเข้าใจสิทธิและ
หน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของผู้อื่น • หากมีข้อผิดพลาดให้ตรวจสอบการทำงานทีละคำสั่ง
แจง้ ผู้เกย่ี วขอ้ งเม่ือพบขอ้ มลู หรือบุคคล เมอ่ื พบจุดทท่ี ำใหผ้ ลลพั ธ์ไม่ถกู ต้องให้ทำการแก้ไขจนกว่า
ทีไ่ มเ่ หมาะสม จะไดผ้ ลลัพธ์ทถ่ี ูกตอ้ ง
• การฝกึ ตรวจหาข้อผิดพลาดจากโปรแกรมของผู้อื่น จะ
ช่วยพัฒนาทกั ษะการหาสาเหตุของปญั หาได้ดียิง่ ข้นึ
• ตัวอย่างโปรแกรม เช่น โปรแกรมตรวจสอบเลขคู่เลขค่ี
โปรแกรมรับข้อมูลน้ำหนักหรอื สว่ นสงู แล้วแสดงผลความ
สมส่วนของร่างกาย โปรแกรมสั่งให้ตัวละครทำตาม
เงือ่ นไขท่ีกำหนด
• ซอฟตแ์ วร์ทีใ่ ชใ้ นการเขยี นโปรแกรม เชน่ Scratch, logo
• การค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต และการพิจารณาผล
การค้นหา
• การติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น อีเมล บล็อก
โปรแกรมสนทนา
• การเขียนจดหมาย (บูรณาการกับวิชาภาษาไทย)
• การใช้อินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารและทำงาน
ร ่ว มก ัน เช่น ใช้น ัดหมายใน ก าร ปร ะ ชุมก ลุ่ ม
ประชาสัมพันธ์กิจกรรมในห้องเรียน การแลกเปลี่ยน
ความรคู้ วามคิดเหน็ ในการเรียน ภายใต้การดแู ลของครู
ชนั้ ตวั ชวี้ ดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง
• การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล เช่น
เปรียบเทียบความสอดคล้อง สมบูรณ์ของข้อมูลจาก
หลายแหล่ง แหล่งตน้ ตอของข้อมูล ผ้เู ขยี น วันที่เผยแพร่
ข้อมูล
• ข้อมูลที่ดีต้องมีรายละเอียดครบทุกด้าน เช่น ข้อดีและ
ข้อเสยี ประโยชนแ์ ละโทษ
• การรวบรวมข้อมูล ประมวลผล สร้างทางเลือก
ประเมินผล จะทำใหไ้ ดส้ ารสนเทศเพ่ือใช้ในการแก้ปัญหา
หรอื การตัดสนิ ใจได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
• การใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตที่
หลากหลายในการรวบรวม ประมวลผลสร้างทางเลือก
ประเมินผล นำเสนอ จะช่วยให้การแก้ปัญหาทำได้อย่าง
รวดเร็ว ถูกตอ้ ง และแม่นยำ
• ตัวอย่างปัญหา เช่น ถ่ายภาพ และสำรวจแผนที่ใน
ท้องถ่ินเพ่อื นำเสนอแนวทางในการจดั การพน้ื ท่ีว่างให้เกิด
ประโยชน์ทำแบบสำรวจความคิดเห็นออนไลน์และ
วิเคราะห์ขอ้ มลู นำเสนอข้อมูลโดยการใช้blog หรอื web
page
• อันตรายจากการใช้งานและอาชญากรรมทาง
อนิ เทอรเ์ นต็
• มารยาทในการติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต (บูรณา
การกับวชิ าที่เก่ียวข้อง)
ป.๖ ๑. ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบาย • การแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนจะช่วยให้แก้ปัญหาได้
และออกแบบวิธีการแก้ปัญหาที่พบใน อย่างมีประสิทธิภาพ
ชวี ิตประจำวัน
• การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็นการนำกฎเกณฑ์หรือ
เงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณีมาใช้พิจารณาในการ
แกป้ ัญหา
• แนวคดิ ของการทำงานแบบวนซำ้ และเง่ือนไข
• การพิจารณากระบวนการทำงานท่ีมีการทำงานแบบวน
ซ้ำหรือเงอ่ื นไขเป็นวธิ ีการที่จะชว่ ยใหก้ ารออกแบบวิธีการ
แก้ปญั หาเปน็ ไปอย่างมปี ระสิทธภิ าพ
• ตวั อย่างปญั หา เช่น การคน้ หาเลขหน้าที่ตอ้ งการให้เร็ว
ที่สุด การทายเลข ๑-๑,๐๐๐,๐๐๐ โดยตอบให้ถูกภายใน
๒๐ คำถาม การคำนวณเวลาในการเดินทาง โดยคำนึงถึง
ระยะทาง เวลาจดุ หยุดพัก
ชนั้ ตวั ช้วี ดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
๒. ออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่าง • การออกแบบโปรแกรมสามารถทำได้โดยเขียนเป็น
ง่าย เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ขอ้ ความหรือผังงาน
ตรวจหาขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรมและ • การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการใช้ตัวแปรกา
แกไ้ ข รวนซำ้ การตรวจสอบเงื่อนไข
• หากมีข้อผิดพลาดให้ตรวจสอบการทำงานทีละคำส่ัง
เมือ่ พบจุดท่ีทำให้ผลลัพธ์ไม่ถกู ต้องให้ทำการแก้ไขจนกว่า
จะไดผ้ ลลัพธท์ ถ่ี กู ตอ้ ง
• การฝึกตรวจหาข้อผิดพลาดจากโปรแกรมของผู้อื่นจะ
ช่วยพัฒนาทกั ษะการหาสาเหตขุ องปญั หาไดด้ ียิ่งขนึ้
• ตัวอย่างโปรแกรม เช่น โปรแกรมเกม โปรแกรมหาค่า
ค.ร.น. เกมฝกึ พิมพ์
• ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น Scratch,
logo
๓. ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูล • การค้นหาอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการค้นหาข้อมูลที่
อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
ได้ตรงตามความต้องการในเวลาที่รวดเรว็ จากแหล่งข้อมูล
ทีน่ า่ เชอื่ ถอื หลายแหล่ง และขอ้ มูลมคี วามสอดคลอ้ งกัน
• การใช้เทคนิคการค้นหาข้ันสงู เชน่ การใช้ตวั ดำเนนิ การ
การระบรุ ปู แบบของขอ้ มลู หรอื ชนิดของไฟล์
• การจัดลำดับผลลพั ธ์จากการค้นหาของโปรแกรมค้นหา
• การเรียบเรียง สรุปสาระสำคัญ (บูรณาการกับวิชา
ภาษาไทย)
๔. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทำงาน • อันตรายจากการใช้งานและอาชญากรรมทาง
ร่วมกันอย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธิและ อินเทอร์เน็ต แนวทางในการป้องกนั
หน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของผู้อ่ืน • วธิ ีกำหนดรหัสผา่ น
แจง้ ผู้เก่ียวขอ้ งเมอ่ื พบขอ้ มูลหรือบุคคล
ทีไ่ มเ่ หมาะสม • การกำหนดสิทธิ์การใชง้ าน (สิทธ์ใิ นการเขา้ ถึง)
• แนวทางการตรวจสอบและปอ้ งกันมลั แวร์
• อนั ตรายจากการติดตัง้ ซอฟต์แวร์ทอ่ี ยูบ่ นอินเทอรเ์ นต็
ม.1 ๑. ออกแบบอลั กอริทึมทใ่ี ช้แนวคิดเชิง • แนวคิดเชิงนามธรรม เป็นการประเมินความสำคัญของ
นามธรรมเพื่อแก้ปัญหาหรืออธิบาย รายละเอียดของปัญหา แยกแยะส่วนที่เป็นสาระสำคัญ
การทำงานทพ่ี บในชีวติ จรงิ ออกจากส่วนทไี่ มใ่ ชส่ าระสำคัญ
• ตัวอย่างปัญหา เช่น ต้องการปูหญา้ ในสนามตามพ้นื ที่ที่
กำหนด โดยหญา้ หนงึ่ ผนื มีความกวา้ ง ๕๐ เซนติเมตร ยาว
๕๐ เซนติเมตร จะใช้หญ้าทั้งหมดกีผ่ ืน
๒. ออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่าง • การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการใช้ตัวแปร
ง่ายเพอื่ แกป้ ัญหาทางคณติ ศาสตร์หรือ เงื่อนไข วนซำ้
วทิ ยาศาสตร์
ชน้ั ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
• การออกแบบอัลกอริทมึ เพื่อแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์
วิทยาศาสตรอ์ ย่างง่าย อาจใช้แนวคดิ เชงิ นามธรรมในการ
ออกแบบ เพือ่ ใหก้ ารแก้ปญั หามปี ระสทิ ธิภาพ
• การแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนจะช่วยให้แก้ปัญหาได้
อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
• ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น Scratch,
Python, Java, c
• ตัวอย่างโปรแกรม เช่น โปรแกรมสมการ การเคลื่อนที่
โปรแกรมคำนวณหาพ้ืนท่ี โปรแกรมคำนวณดัชนีมวลกาย
๓. รวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ ประมวลผล • การรวบรวมข้อมลู จากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ ประมวลผล
ประเมินผล นำเสนอข้อมูล และ สร้างทางเลือก ประเมินผล จะทำให้ได้สารสนเทศเพื่อใช้
สารสนเทศ ตามวัตถุประสงค์ โดยใช้ ในการแก้ปญั หาหรอื การตดั สินใจไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
ซอฟต์แวร์ หรอื บริการบนอนิ เทอรเ์ นต็ • การประมวลผลเป็นการกระทำกับข้อมูล เพื่อให้ได้
ท่ีหลากหลาย ผลลพั ธ์ที่มีความหมายและมีประโยชน์ต่อการนำไปใช้งาน
สามารถทำได้หลายวิธี เช่น คำนวณอัตราส่วน คำนวณ
ค่าเฉลี่ย
• การใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตที่
หลากหลายในการรวบรวม ประมวลผล สร้างทางเลือก
ประเมินผล นำเสนอ จะช่วยให้แก้ปัญหาได้อย่างรวดเรว็
ถูกต้อง และแมน่ ยำ
• ตวั อยา่ งปญั หา เน้นการบรู ณาการกับวชิ าอื่น เชน่ ต้มไข่
ให้ตรงกับพฤติกรรมการบริโภค ค่าดัชนี มวลกายของคน
ในท้องถิ่น การสร้างกราฟผลการทดลองและวิเคราะห์
แนวโน้ม
๔. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง • ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั เช่น การปกปอ้ ง
ปลอดภัย ใช้สื่อและแหล่งข้อมูลตาม ความเป็นสว่ นตัวและอัตลักษณ์
ข้อกำหนดและข้อตกลง • การจัดการอัตลักษณ์ เช่น การตั้งรหัสผ่าน การปกป้อง
ขอ้ มลู ส่วนตวั
• การพิจารณาความเหมาะสมของเนื้อหา เช่น ละเมิด
ความเป็นส่วนตัวผู้อื่น อนาจาร วิจารณ์ ผู้อื่นอย่างหยาบ
คาย
• ข้อตกลง ข้อกำหนดในการใช้สื่อหรือแหล่งข้อมูลตา่ ง ๆ
เช่น Creative commons
ม.2 ๑. ออกแบบอัลกอริทึมที่ใช้แนวคิดเชิง • แนวคิดเชิงคำนวณ
คำนวณในการแก้ปัญหา หรือการ • การแกป้ ญั หาโดยใช้แนวคิดเชงิ คำนวณ
ทำงานท่ีพบในชีวติ จรงิ • ตัวอย่างปัญหา เช่น การเข้าแถวตามลำดับความสูงให้
เร็วทสี่ ดุ จัดเรยี งเส้ือใหห้ าไดง้ ่ายทส่ี ดุ
ชน้ั ตัวชวี้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๒. ออกแบบและเขียนโปรแกรมที่ใช้ • ตวั ดำเนนิ การบูลีน
ตรรกะและฟังกช์ นั ในการแก้ปัญหา • ฟังกช์ นั
• การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการใช้ตรรกะและ
ฟังก์ชนั
• การออกแบบอัลกอริทึม เพอื่ แกป้ ัญหาอาจใชแ้ นวคิดเชิง
คำนวณในการออกแบบ เพื่อให้การแก้ปัญหามี
ประสทิ ธิภาพ
• การแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนจะช่วยให้แก้ปัญหาได้
อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
• ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น Scratch,
Python, Java, c
• ตัวอย่างโปรแกรม เช่น โปรแกรมตัดเกรด หาคำตอบ
ทง้ั หมดของอสมการหลายตวั แปร
๓. อภปิ รายองคป์ ระกอบและหลักการ • องค์ประกอบและหลกั การทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์
ทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ และ • เทคโนโลยกี ารส่อื สาร
เทคโนโลยีการสื่อสาร เพื่อประยุกต์ใช้ • การประยกุ ตใ์ ชง้ านและการแก้ปัญหาเบ้อื งต้น
งานหรือแก้ปัญหาเบื้องตน้
๔. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง • ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย โดยเลือก
ปลอดภัย มคี วามรับผดิ ชอบ สร้างและ แนวทางปฏิบัติเมื่อพบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม เช่น แจ้ง
แสดงสิทธใิ นการเผยแพรผ่ ลงาน รายงานผู้เกี่ยวข้อง ป้องกันการเข้ามาของข้อมูลที่ไม่
เหมาะสม ไม่ตอบโต้ ไมเ่ ผยแพร่
• การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างมีความรับผิดชอบ เชน่
ตระหนักถึงผลกระทบในการเผยแพร่ข้อมลู
• การสรา้ งและแสดงสิทธคิ วามเปน็ เจ้าของผลงาน
• การกำหนดสทิ ธกิ ารใชข้ ้อมูล
ม.3 ๑. พัฒนาแอปพลิเคชันที่มีการบูรณา • ขั้นตอนการพัฒนาแอปพลิเคชนั
การกับวิชาอ่ืนอย่างสร้างสรรค์ • Internet of Things (IoT)
• ซอฟตแ์ วรท์ ี่ใช้ในการพฒั นาแอปพลิเคชัน เชน่ Scratch,
Python, Java, c, AppInventor
• ตัวอย่างแอปพลิเคชัน เช่น โปรแกรมแปลงสกุลเงิน
โปรแกรมผันเสียงวรรณยุกต์ โปรแกรมจำลองการแบ่ง
เซลล์ ระบบรดน้ำอัตโนมตั ิ
๒ . ร ว บร ว มข้อมูล ปร ะ มว ลผล • การรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิ
ประเมินผล นำเสนอข้อมูลและ ประมวลผล สร้างทางเลือก ประเมินผล จะทำให้ได้
สารสนเทศตามวัตถุประสงค์ โดยใช้ สารสนเทศเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาหรือการตัดสินใจได้
ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเทอร์เน็ต อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
ท่ีหลากหลาย
ช้นั ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
• การประมวลผลเป็นการกระทำกับข้อมูล เพื่อให้ได้
ผลลัพธ์ทีม่ คี วามหมายและมีประโยชน์ต่อการนำไปใชง้ าน
• การใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตที่
หลากหลายในการรวบรวม ประมวลผล สร้างทางเลือก
ประเมินผล นำเสนอ จะช่วยให้แก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
ถูกต้อง และแม่นยำ
• ตัวอย่างปัญหา เช่น การเลือกโปรโมชันโทรศัพท์ให้
เหมาะกับพฤติกรรมการใช้งาน สินค้าเกษตรที่ต้องการ
และสามารถปลกู ได้ในสภาพดนิ ของทอ้ งถนิ่
๓. ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล • การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล เช่นตรวจสอบ
วิเคราะห์สื่อและผลกระทบจากการให้ และยืนยันข้อมูล โดยเทียบเคียงจากข้อมูลหลายแหล่ง
ขา่ วสารที่ผิด เพอ่ื การใชง้ านอย่างรู้เท่า แยกแยะข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น หรือใช้
ทัน PROMPT การสืบคน้ หาแหล่งตน้ ตอของข้อมูล
• เหตผุ ลวิบตั ิ (Logical fallacy)
• ผลกระทบจากขา่ วสารท่ีผิดพลาด
• การรู้เท่าทันสื่อ เช่น การวิเคราะห์ถึงจุดประสงค์ของ
ข้อมลู และผ้ใู ห้ขอ้ มลู ตีความ แยกแยะเนอ้ื หาสาระของส่ือ
เลือกแนวปฏิบตั ไิ ดอ้ ยา่ งเหมาะสมเม่ือพบขอ้ มูลตา่ ง ๆ
๔. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง • การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เช่น การทำ
ปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อ ธุรกรรมออนไลน์ การซื้อสินค้า ซื้อซอฟต์แวร์ ค่าบริการ
สังคม ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับ สมาชิก ซื้อไอเทม็
คอมพิวเตอร์ ใช้ลิขสิทธิ์ของผู้อื่นโดย • การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีความรับผิดชอบ เช่น
ชอบธรรม ไม่สร้างข่าวลวง ไม่แชร์ข้อมลู โดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจรงิ
• กฎหมายเกย่ี วกับคอมพิวเตอร์
• การใช้ลขิ สทิ ธขิ์ องผู้อ่นื โดยชอบธรรม (Fair use)
รายวิชาพ้ืนฐาน
กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์
และเทคโนโลยี
คำอธบิ ายรายวิชา
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวชิ า วิทยาศาสตร์ 1 ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 1
รหสั วชิ า ว11101 เวลา 120 ช่วั โมง / ปี
................................................................................................................................................................
ศึกษาการเรียนรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ ลักษณะ หน้าที่และการดูแลรักษาส่วนต่างๆ ของ
ร่างกายมนุษย์ ลักษณะและหน้าที่ของส่วนต่าง ๆ ของสัตว์และพืชรอบตัว และสภาพแวดล้อมใน
บริเวณที่สัตว์และพืชอาศัยอยู่ ชนิดและสมบัติของวัสดุที่ใช้ทำวัตถุรอบตัว การเกิดเสียงและ
ทิศทางการเคลื่อนท่ีของเสียง ลักษณะของหิน และการมองเห็นดาวบนท้องฟ้าในเวลากลางวัน
และกลางคนื การแก้ปัญหาโดยการลองผดิ ลองถูก การเปรียบเทยี บ การเขยี นโปรแกรมอย่างง่ายโดย
ใช้ ซอฟต์แวรห์ รือสือ่ การใชง้ านอปุ กรณ์เทคโนโลยเี บอื้ งตน้ การใช้งานซอฟตแ์ วรเ์ บ้อื งตน้
ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต สำรวจตรวจสอบโดยใช้เครื่องมืออย่างง่าย รวบรวมข้อมลู
บันทึก และอธิบายผลการสำรวจตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานและมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศและการส่ือสารเบ้ืองตน้ สามารถส่ือสารสง่ิ ที่เรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถท างาน
ร่วมกบั ผอู้ ื่น แสดงข้ันตอนการแก้ปญั หาอย่างงา่ ย เขยี นโปรแกรมโดยใช้ส่อื สรา้ ง จัดเก็บและเรียกใช้
ไฟลต์ ามวัตถปุ ระสงค์ ดว้ ยการจัดการเรียนรเู้ ชิงรุก (Active Learning)
ตระหนักถึงประโยชนข์ องการใช้ความรู้และกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรใ์ นการดำรงชีวิต ใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบตั ติ ามข้อตกลงในการใช้งาน ดแู ลรกั ษาอุปกรณ์และใช้งาน
เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเหมาะสม มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมทีเ่ หมาะสม
และบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รหัสตวั ชีว้ ดั
ว 1.1 ป.1/1 , ป.1/2
ว 1.2 ป.1/1 , ป.1/2
ว 2.1 ป.1/1 , ป.1/2
ว 2.3 ป.1/1
ว 3.1 ป.1/1 , ป.1/2
ว 3.1 ป.1/1
ว 4.2 ป.1/1 , ป.1/2 , ป.1/3 , ป.1/4 , ป.1/5
รวม 15 ตัวชีว้ ัด
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวิชา วิทยาศาสตร์ 2 ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 2
รหสั วิชา ว12101 เวลา 120 ช่ัวโมง / ปี
..............................................................................................................................................................................
ศกึ ษาการเรยี นรแู้ บบนักวิทยาศาสตร์ ลกั ษณะของส่งิ มีชวี ติ และส่งิ ไม่มชี ีวิต ความจำเป็นของ
แสง และน้ำต่อการเจริญเติบโตของพืช วัฏจักรชีวิตของพืชดอก สมบัติการดูดซับน้ำของวัสดุและการ
นำไปใช้ ประโยชน์ สมบัติของวัสดุที่เกิดจากการนำวสั ดุมาผสมกัน การเลือกวัสดุมาใช้ทำวตั ถุตามสมบัติของ
วสั ดุ การนำวัสดุที่ใช้แล้วกลบั มาใช้ใหม่ การเคลื่อนท่ีของแสง การมองเหน็ วตั ถุ การป้องกันอันตรายจาก
การมองวตั ถุในบริเวณท่ีมีแสงสวา่ งไมเ่ หมาะสม ส่วนประกอบและการจำแนกชนิดของดนิ การใช้ประโยชนจ์ าก
ดนิ การแสดงข้นั ตอนการแก้ปัญหา การตรวจหาข้อผดิ พลาดของโปรแกรม การใชง้ านซอฟต์แวรเ์ บือ้ งตน้ การ
จัดการไฟล์และโฟลเดอร์ การใช้งานและดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีในชีวิตประจำวนั การใช้
เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัย
ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต จำแนกประเภท รวบรวมข้อมูล บันทึก และอธิบายผลการสำรวจ
ตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานและมีทักษะ
การเรียนรูใ้ นศตวรรษที่ ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเบื้องต้น สามารถสื่อสารสิ่งท่ี
เรียนรู้ มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ สามารถทำงานรว่ มกับผอู้ ื่น แสดงขน้ั ตอนการแกป้ ัญหาอย่างง่าย เขยี นโปรแกรม
แบบมเี งื่อนไขโดยใช้บตั รคำส่งั และตรวจหาขอ้ ผิดพลาด ใช้งานซอฟตแ์ วร์ สรา้ งจดั หมวดหม่ไู ฟล์และโฟลเดอร์
ดว้ ยการจัดการเรยี นร้เู ชิงรุก (Active Learning)
ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรูแ้ ละกระบวนการทางวิทยาศาสตรใ์ นการดำรงชีวิต ตระหนกั
ถึงความสำคัญของการปกป้องข้อมูลส่วนตัว ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ดูแลรักษาอุปกรณ์
คอมพิวเตอร์ มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม และบูรณาการหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง
รหัสตวั ชี้วัด
ว 1.2 ป.2/1, ป.2/2 , ป.2/3
ว 1.3 ป.2/1
ว 2.1 ป.2/1, ป.2/2 , ป.2/3 , ป.2/4
ว 2.3 ป.2/1 , ป.2/2
ว 3.2 ป.2/1 , ป.2/2
ว 4.2 ป.2/1 , ป.2/2 , ป.2/3 , ป.2/4
รวม 16 ตวั ชีว้ ัด
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ 3 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
รหัสวชิ า ว13101 เวลา 120 ช่วั โมง / ปี
..............................................................................................................................................................................
ศึกษาการเรียนรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ ปัจจัยในการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของมนุษย์และสัตว์
วัฏจักรชีวิตของสัตว์ วัตถุประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนย่อยซึ่งสามารถแยกออกจากกันและประกอบกันเป็นวัตถุ
ชิ้นใหม่ได้ การเปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อทำให้ร้อนขึ้นหรือเย็นลง ผลของแรงที่มีต่อการเปลี่ยนแปลง การ
เคลื่อนที่ของวัตถุ แรงสัมผัสและแรงไม่สัมผัส วัสดุท่ีแม่เหล็กดึงดูดได้ แรงแม่เหล็ก ขั้วแม่เหล็ก การเปลี่ยน
พลังงานหนง่ึ ไปเปน็ อกี พลงั งานหนงึ่ การทำงานของเครอ่ื งกำเนดิ ไฟฟ้า แหลง่ พลงั งานในการผลติ ไฟฟ้า การใช้
ไฟฟ้าอย่างประหยัดและปลอดภัย การเกิดกลางวัน กลางคืน การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ การกำหนด
ทิศ ความสำคัญของดวงอาทิตย์ ส่วนประกอบของอากาศ ความสำคัญของอากาศ ผลกระทบของมลพิษ
ทางอากาศ การเกิดลม ประโยชน์และโทษของลม การแสดงขั้นตอนการแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
เบื้องต้น การเขียนโปรแกรมแบบวนซ้ำโดยใช้บัตรคำสั่งและการตรวจหาข้อผิดพลาด การใช้อินเทอร์เน็ต
และข้อตกลงในการใช้งาน การรวบรวมข้อมูล การประมวลผลข้อมูลเบื้องต้น การนำเสนอข้อมูล เทคโนโลยี
ในงานดา้ นต่าง ๆ ขอ้ ดีและขอ้ เสยี ในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร
ใชก้ ารสบื เสาะหาความรู้ สังเกต รวบรวมขอ้ มลู จดั กระทำและส่ือความหมายขอ้ มูล สรา้ งแบบจำลอง
และอธิบายผลการสำรวจตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขน้ั
พื้นฐานและมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเบ้อื งตน้
สามารถสอ่ื สารสิง่ ทเ่ี รียนรู้ มีความคิดสรา้ งสรรค์ สามารถทำงานรว่ มกับผู้อน่ื แสดงข้ันตอนการแก้ปญั หา เขียน
โปรแกรมแบบวนซ้ำโดยใช้บัตรคำสั่ง ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาความรู้ รวบรวม ประมวลผล และนำเสนอ
ขอ้ มูลตามวตั ถปุ ระสงค์ ด้วยการจดั การเรยี นร้เู ชงิ รกุ (Active Learning)
ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ในการดำรงชวี ิต ตระหนกั
ถึงการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยและอยู่ในการดูแลของครูหรือผู้ปกครอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม
คณุ ธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม และบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหัสตัวช้วี ดั
ว 1.2 ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3 , ป.3/4
ว 2.1 ป.3/1 , ป.3/2
ว 2.2 ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3, ป.3/4
ว 2.3 ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3
ว 3.1 ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3
ว 3.2 ป.3/1 , ป.3/2, ป.3/3 , ป.3/4
ว 4.2 ป.3/1 , ป.3/2, ป.3/3 , ป.3/4, ป3/5
รวม 25 ตวั ชี้วัด
คำอธิบายรายวชิ า
รายวิชา วิทยาศาสตร์ 4 ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4
รหสั วชิ า ว14101 เวลา 160 ช่ัวโมง / ปี
..............................................................................................................................................................................
ศึกษาการเรียนรูแ้ บบนกั วิทยาศาสตร์ การจำแนกสิ่งมีชีวติ เป็นกลุม่ พืช กลุ่มสัตว์ และกลุ่มที่ไม่ใชพ่ ืช
และสัตว์ การจำแนกพืชออกเป็นพืชดอกและพืชไม่มีดอก การจำแนกสัตว์ออกเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังและ
สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ลักษณะเฉพาะของสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มปลา กลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก
กลุ่มสัตว์เล้ือยคลาน กลุ่มนก และกลุ่มสัตวเ์ ลี้ยงลูกด้วยน้ำนม หน้าที่ของ ราก ลำต้น ใบและดอกของพืชดอก
สมบัติทางกายภาพ ด้านความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนำความร้อน และการนำไฟฟ้าของวัสดุ การนำสมบัติ
ทางกายภาพของวัสดุไปใช้ในชวี ิตประจำวัน สมบัตขิ องสสารทง้ั 3 สถานะ ผลของแรงโนม้ ถว่ งที่มีตอ่ วัตถุ การ
วัดน้ำหนักของวตั ถุ มวลของวตั ถุท่ีมีผลตอ่ การเปล่ยี นแปลงการเคลอ่ื นท่ีของวตั ถุ และตัวกลางของแสง การขึ้น
และตกและรูปรา่ งดวงจันทร์ และองค์ประกอบของระบบสุรยิ ะ การใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแกป้ ัญหา การ
ออกแบบและเขยี น โปรแกรมอย่างง่าย การตรวจหาขอ้ ผิดพลาดในโปรแกรม การค้นหาขอ้ มูลในอินเทอร์เน็ต
และการใชค้ ำค้น การประเมินความนา่ เช่ือถอื ของขอ้ มูล การรวบรวม นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ
ใช้การสืบเสาะหาความรู้ ตั้งคำถาม คาดคะเนคำตอบหรือสร้างสมมติฐาน วางแผนและสำรวจ
ตรวจสอบโดยใช้เครื่องมืออุปกรณ์และเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสม ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล
รวมรวมข้อมูล ประมวลผลอย่างง่าย วิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์ผลและสร้างทางเลือกนำเสนอข้อมูลลงความ
คดิ เห็นและสรุปผลการสำรวจตรวจสอบ เพอ่ื ให้เกดิ ความรู้ความเข้าใจ มีทกั ษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
และมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารเบื้องต้น มี
ความคดิ สร้างสรรค์ สามารถทำงานร่วมกบั ผู้อื่น ใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะในการแก้ปัญหา และอธิบายการทำงาน
หรือคาดการผลลพั ธ์จากปญั หาอย่างงา่ ย ออกแบบและเขยี นโปรแกรม ตรวจหาข้อผิดพลาดจากโปรแกรมของ
ตนเองและผอู้ ื่น ด้วยการจัดการเรียนรูเ้ ชงิ รุก (Active Learning)
ตระหนักถึงคุณค่าของความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และใช้ความรู้และกระบวนการ ทาง
วิทยาศาสตร์ในการดำรงชวี ิต สามารถสอ่ื สารอย่างมีมารยาทและรู้กาลเทศะ รู้จกั การปกปอ้ งข้อมูล ส่วนตัว มี
จิตวิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มที่เหมาะสม และบูรณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
รหสั ตัวชี้วัด
ว 1.2 ป.4/1
ว 1.3 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4
ว 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4
ว 2.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
ว 2.3 ป.4/1
ว 3.1 ป.4/1 , ป.4/2, ป.4/3
ว 4.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5
รวม 21 ตัวช้ีวัด
คำอธิบายรายวชิ า
รายวิชา วิทยาศาสตร์ 5 ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5
รหสั วิชา ว15101 เวลา 160 ชั่วโมง / ปี
..............................................................................................................................................................................
ศึกษาการเรียนรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ โครงสร้างและลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมในแต่ละ
แหล่งที่อยู่ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตและความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิต
การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของพชื สัตว์ และมนุษย์ การเปลี่ยนสถานะของสสาร การละลายของสาร
ในนำ้ การเปล่ยี นแปลงทางเคมี การเปลีย่ นแปลงที่ผนั กลับได้และผันกลบั ไม่ได้ แรงลพั ธ์ แรงเสียดทาน การได้
ยินเสียงผา่ นตวั กลาง ลักษณะและการเกิดเสียงสูง เสียงตำ่ เสียงดัง และเสียงค่อย ระดับเสยี งและมลพิษ ทาง
เสยี ง ความแตกตา่ งของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ การใช้แผนท่ีดาว แบบรูปเสน้ ทางการขึ้นและตกของกลมุ่ ดาว
ฤกษ์บนท้องฟ้าในรอบปี ปริมาณน้ำในแต่ละแหล่ง ปริมาณน้ำที่มนุษย์สามารถนำมาใช้ได้ การใช้น้ำอย่าง
ประหยดั และการอนรุ ักษน์ ้ำ วัฏจกั รน้ำ กระบวนการเกิดเมฆ หมอก นำ้ ค้าง และนำ้ คา้ งแขง็ กระบวนการเกิด
ฝน หิมะ และลูกเห็บ การใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การเขียนรหัสลำลองเพื่อแสดงวิธีแก้ปัญหา
การออกแบบ และการเขียนโปรแกรมแบบมีเงื่อนไขและการทำงานแบบวนซ้ำ การใช้ซอฟต์แวร์ ประมวลผล
ข้อมลู การติดต่อสอ่ื สารผ่านอนิ เทอร์เน็ต การใชอ้ นิ เทอร์เน็ตคน้ หาข้อมูลและการประเมนิ ความน่าเช่ือถือของ
ข้อมลู อันตรายจากการใช้งานและอาชญากรรมทางอนิ เทอรเ์ น็ต
ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สงั เกต รวบรวมข้อมลู จดั กระทำและสอื่ ความหมายขอ้ มูล สรา้ งแบบจำลอง
และอธิบายผลการสำรวจตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ขัน้ พน้ื ฐานและทักษะการเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ ในดา้ นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารเบ้ืองต้น
สามารถสื่อสารสิ่งทีเ่ รียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น แสดงวิธีแกป้ ัญหาโดยใช้เหตผุ ล
เชิงตรรกะ ใชร้ หัสลำลองแสดงวธิ ีการแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน ออกแบบ และเขียนโปรแกรมแบบมีเง่ือนไข
และการทำงานแบบวนซ้ำ ตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม ใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการแก้ปัญหา
ใช้อินเทอร์เน็ตติดต่อสื่อสารและค้นหาข้อมูล แยกแยะข้อเท็จจริงกับข้อคิดเห็น ประเมินความน่าเชื่อถือ
ของขอ้ มลู ด้วยการจัดการเรยี นรู้เชงิ รกุ (Active Learning)
ตระหนักถึงคุณค่าของความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และใช้ความรู้และกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์ในการดำรงชีวิต ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัยและมีมารยาท มีจิตวิทยาศาสตร์
จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมทีเ่ หมาะสม และบรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหัสตัวชีว้ ดั
ว 1.1 ป5/1, ป5/2, ป5/3, ป5/4
ว 1.3 ป5/1, ป5/2
ว 2.1 ป5/1, ป5/2, ป5/3, ป5/4
ว 2.2 ป5/1, ป5/2, ป5/3, ป5/4, ป5/5
ว 2.3 ป5/1, ป5/2, ป5/3, ป5/4
ว 3.1 ป5/1, ป5/2
ว 3.2 ป5/1, ป5/2, ป5/3, ป5/4, ป5/5
ว 4.2 ป5/1, ป5/2, ป5/3, ป5/4, ป5/5 รวม 31 ตัวชว้ี ดั
คำอธิบายรายวชิ า
รายวชิ า วิทยาศาสตร์ 6 ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6
รหัสวชิ า ว16101 เวลา 160 ชวั่ โมง / ปี
..............................................................................................................................................................................
ศึกษาการเรียนรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ สารอาหาร การเลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหาร
ครบถ้วนในสดั ส่วนที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อสขุ ภาพ ระบบย่อยอาหาร การแยกสารผสมโดยการหยิบออก
การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน แรงไฟฟ้าซึง่ เกดิ จากวัตถุที่ผ่านการ
ขดั ถู การตอ่ วงจรไฟฟ้าอยา่ งง่าย การต่อเซลล์ไฟฟา้ แบบอนกุ รมและการนำไปใช้ประโยชน์ การตอ่ หลอดไฟฟ้า
แบบอนุกรมและแบบขนานและการนำไปใช้ประโยชน์ การเกิดเงามืดเงามัว ปรากฏการณ์สุริยุปราคา
และจนั ทรุปราคา เทคโนโลยีอวกาศ กระบวนการเกิดหนิ อัคนี หินตะกอน และหนิ แปร และวัฏจักรหนิ ลกั ษณะ
และสมบัตขิ องหนิ และแร่ การใช้ประโยชน์ของหนิ และแร่ การเกิดซากดึกดำบรรพ์และสภาพแวดล้อม ในอดีต
ของซากดึกดำบรรพ์ การเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม ผลของมรสมุ ต่อการเกิดฤดูของประเทศไทย ลักษณะ
และผลกระทบของน้ำท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว สึนามิ การเกิดและผลกระทบของ
ปรากฏการณ์เรอื นกระจก การใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบายและออกแบบวิธีการแก้ปัญหา การออกแบบ
การเขียนโปรแกรมและการตรวจหาข้อผิดพลาด การค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้
เทคโนโลยสี ารสนเทศในการทำงานร่วมกัน
ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สงั เกต รวบรวมข้อมูล จัดกระทำและสื่อความหมายขอ้ มูล สร้างแบบจำลอง
และอธิบายผลการสำรวจตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขน้ั
พื้นฐานและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเบื้องต้น
สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น อธิบายและออกแบบวิธีการ
แก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ เขียนโปรแกรมอย่างง่ายเพื่อแก้ปัญหาและตรวจหาข้อผิดพลาดของ
โปรแกรม ค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทำงานร่วมกัน ด้วยการ
จดั การเรียนรเู้ ชงิ รุก (Active Learning)
ตระหนักถึงคุณค่าของความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และใช้ความรู้และกระบวนการ
ทางวทิ ยาศาสตร์ในการดำรงชีวิต ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกันอย่างปลอดภยั เข้าใจสทิ ธิและหน้าที่ของตน
เคารพในสิทธิของผู้อ่ืน มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม และบูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหสั ตัวช้ีวดั
ว 1.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5
ว 2.1 ป.6/1
ว 2.2 ป.6/1
ว 2.3 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3 , ป.6/4 , ป.6/5 , ป.6/6 , ป.6/7 , ป.6/8
ว 3.1 ป.6/1 , ป.6/2
ว 3.2 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3 , ป.6/4 , ป’6/5 , ป.6/6 , ป.6/7 , ป.6/8 , ป.6/9
ว 4.2 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3, ป.6/4
รวม 30 ตวั ช้ีวดั
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ 1 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1
รหสั วชิ า ว21101 เวลา 60 ชวั่ โมง / ภาคเรยี น (1.5 หนว่ ยกิต)
............................................................................................................................................................................
ศึกษา วิเคราะห์ การเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ สมบัตขิ องสารบรสิ ุทธิ์ การจำแนกและองคป์ ระกอบของสาร
บริสุทธิ์ เซลล์ การลำเลียงสารเข้าออกเซลล์ การสืบพันธุ์และขยายพันธ์ุพชื ดอก การสังเคราะห์ด้วยแสง การ
ลำเลียงนำ้ ธาตอุ าหาร และอาหารของพืช
โดยใชก้ ารสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละทักษะการ
เรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21 การสืบคน้ ข้อมูลและการอภปิ ราย ดว้ ยการจัดการเรียนร้เู ชิงรกุ (Active Learning)
ตระหนักถึงคุณค่าของความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และใช้ความรู้และกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์ในการดำรงชีวิต มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม และบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง
ตัวช้ีวดั
ว 1.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 ม.1/8 ม.1/9 ม.1/10 ม.1/11
ม.1/12 ม.1/13 ม.1/14 ม.1/15 ม.1/16 ม.1/17 ม.1/18
ว 2.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 ม.1/8
รวมท้งั หมด 22 ตวั ชวี้ ดั
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวชิ า เทคโนโลยี 1 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 1
รหัสวิชา ว21102 เวลา 20 ชว่ั โมง / ภาคเรยี น (0.5 หนว่ ยกิต)
............................................................................................................................................................................
แนวคดิ หลักของเทคโนโลยใี นชวี ติ ประจำวนั และวิเคราะห์สาเหตุหรือปัจจยั ท่ีสง่ ผลต่อการเปล่ียนแปลง
ของเทคโนโลยี ปัญหาหรือความตอ้ งการในชีวติ ประจำวนั ออกแบบวธิ ีการแกป้ ัญหา ทดสอบ ประเมนิ ผล และ
ระบุข้อบกพร่องท่ีเกิดข้ึนพร้อมท้ังหาแนวทางแก้ไข ทักษะเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้า หรือ
อิเลก็ ทรอนิกส์ อลั กอรทิ มึ ท่ีใชแ้ นวคิดเชงิ นามธรรม ออกแบบและเขยี นโปรแกรมอยา่ งง่าย รวบรวมข้อมูลปฐม
ภูมิ ประมวลผล ประเมินผล นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศตามวัตถุประสงค์โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบน
อินเตอรเ์ นต็ ท่หี ลากหลาย ใช้เทคโนโลยีอยา่ งปลอดภัย ใช้สื่อและแหล่งขอ้ มลู ตามขอ้ กำหนดและข้อตกลง
โดยใชก้ ารแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมคี วามคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
เลือกใชเ้ ทคโนโลยอี ย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชวี ิต สงั คม และส่งิ แวดลอ้ ม ดว้ ยการจัดการเรียนรู้
เชงิ รกุ (Active Learning)
ตระหนักถึงคุณค่าของความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกันอย่าง
ปลอดภัย เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของผู้อื่น และบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
ตวั ช้วี ัด
ว 4.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4
รวมทัง้ หมด 4 ตวั ช้ีวดั
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ 2 ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 1
รหสั วิชา ว21103 เวลา 60 ช่วั โมง / ภาคเรยี น (1.5 หน่วยกิต)
............................................................................................................................................................................
ศึกษา วิเคราะห์ คำนวณปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนอุณหภูมิและสถานะ การใช้
เทอร์โมมิเตอร์ การขยายตัวหรือหดตวั การถ่ายโอนความร้อน ปริมาณความร้อนที่ถ่ายโอนระหว่างสสารจน
เกิดสมดลุ ความรอ้ น การนำความรอ้ น การพาความรอ้ น การแผร่ ังสคี วามร้อน ความสัมพันธค์ วามดันอากาศ
กับความสูงจากพื้นโลก การแบ่งชั้นบรรยากาศ องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ กระบวนการเกิดพายุ ฝนฟ้า
คะนองและพายุหมุนเขตร้อน การพยากรณ์อากาศ และผลกระทบและการปฏิบัติตนของการเปลี่ยนแปลง
ภมู อิ ากาศโลก
โดยใช้การสบื เสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละทักษะการ
เรียนร้ใู นศตวรรษท่ี 21 การสบื คน้ ข้อมูลและการอภิปราย ดว้ ยการจดั การเรยี นรเู้ ชิงรกุ (Active Learning)
ตระหนักถึงคุณค่าของความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และใช้ความรู้และกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์ในการดำรงชีวิต มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม และบูรณา
การหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ตวั ช้ีวัด
ว 2.1 ม.1/9 ม.1/10
ว 2.2 ม.1/1
ว 2.3 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7
ว 3.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7
รวมทัง้ หมด 17 ตัวชี้วดั
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวิชา เทคโนโลยี 2 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1
รหสั วชิ า ว21104 เวลา 20 ชั่วโมง / ภาคเรียน (0.5 หนว่ ยกติ )
............................................................................................................................................................................
แนวคดิ หลกั ของเทคโนโลยีในชวี ติ ประจำวนั และวิเคราะหส์ าเหตหุ รือปัจจัยท่ีส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง
ของเทคโนโลยี ปญั หาหรือความต้องการในชีวิตประจำวนั ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา ทดสอบ ประเมินผล และ
ระบุข้อบกพร่องที่เกิดขึน้ พร้อมทั้งหาแนวทางแก้ไข ทักษะเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไกไฟฟ้า หรือ
อิเล็กทรอนกิ ส์ อัลกอรทิ ึมทีใ่ ชแ้ นวคิดเชิงนามธรรม ออกแบบและเขียนโปรแกรมอยา่ งง่าย รวบรวมข้อมูลปฐม
ภูมิ ประมวลผล ประเมินผล นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศตามวัตถุประสงค์โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบน
อนิ เตอร์เน็ตทห่ี ลากหลาย ใชเ้ ทคโนโลยีอยา่ งปลอดภัย ใชส้ ื่อและแหล่งขอ้ มลู ตามขอ้ กำหนดและขอ้ ตกลง
โดยใช้การแกป้ ัญหาหรือพฒั นางานอยา่ งมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม
เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคำนึงถงึ ผลกระทบตอ่ ชวี ติ สังคม และสง่ิ แวดลอ้ ม ดว้ ยการจัดการเรียนรู้
เชงิ รุก (Active Learning)
ตระหนักถึงคุณค่าของความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และใช้ความรู้และกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์ในการดำรงชีวิต ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัยและมีมารยาท และบูรณาการหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ตวั ชี้วัด
ว 4.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4
รวมทัง้ หมด 4 ตัวชวี้ ดั
คำอธิบายรายวชิ า
รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ 3 ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 2
รหัสวชิ า ว22101 เวลา 60 ช่วั โมง / ภาคเรียน (1.5 หน่วยกิต)
............................................................................................................................................................................
ศึกษา วิเคราะห์ โครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่างๆ ในร่างกายมนุษย์ ได้แก่ ระบบหายใจ ระบบ
ขับถ่าย ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และความสัมพันธ์ของระบบต่างๆ ของมนุษย์
การแยกของผสมโดยการระเหยแห้ง การตกผลึก การกลั่นอย่างง่าย โครมาโทกราฟีแบบกระดาษ การสกดั
ด้วยตัวทำละลาย นำวิธีการการแยกสารไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ผลของชนิดตัวละลาย ชนิดตัวทำ
ละลาย อุณหภูมิ และความดนั ทม่ี ีตอ่ สภาพการละลายได้ของสาร ความเขม้ ข้นของสารและการใช้สารละลายใน
ชวี ิตประจำวันอยา่ งถกู ต้องและปลอดภัย
โดยใช้การสบื เสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และทักษะการ
เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสาร สิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการ
ตัดสิน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ที่ได้จากการสังเกต การทดลอง และใช้สารสนเทศที่ได้จากแหล่งข้อมูล
ตา่ งๆ ดว้ ยการจดั การเรยี นรูเ้ ชงิ รุก (Active Learning)
ตระหนักถงึ คุณค่าของความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม
และค่านิยมท่ีเหมาะสม และบูรณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ตัวชี้วดั
ว 1.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8 ม.2/9 ม.2/10 ม.2/11
ม.2/12 ม.2/13 ม.2/14 ม.2/15 ม.2/16 ม.2/17
ว 2.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6
รวมทง้ั หมด 23 ตวั ชว้ี ัด
คำอธิบายรายวชิ า
รายวชิ า เทคโนโลยี 3 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2
รหัสวิชา ว22102 เวลา 20 ช่ัวโมง / ภาคเรียน (0.5 หน่วยกิต)
............................................................................................................................................................................
ศึกษา พิจารณาสาเหตุ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี คาดการณ์แนวโน้ม
เทคโนโลยีทจ่ี ะเกดิ ข้ึน วเิ คราะห์ เปรียบเทียบ ตัดสนิ ใจเลือกใช้เทคโนโลยี ผลกระทบท่ีเกดิ ข้ึนตอ่ ชีวติ สังคม
และสิ่งแวดล้อม ระบุปัญหาหรือความต้องการในชุมชนหรือท้องถิ่น รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลและแนวคิดท่ี
เกี่ยวข้องกบั ปัญหา ออกแบบวิธีการแก้ปญั หา โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่จำเป็น
ภายใต้เงอื่ นไขและทรพั ยากรทีม่ ีอยู่
โดยใช้การนำเสนอแนวทางการแกป้ ัญหา วางแผนข้ันตอนการทำงานและดำเนินการแกป้ ัญหาอย่าง
เป็นขั้นตอน ใช้ความรู้ และทักษะเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ เพ่ือ
แก้ปญั หาหรือพัฒนางานไดอ้ ยา่ งถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภยั ทดสอบ ประเมินผล และอธิบายปญั หาหรือ
ข้อบกพร่องที่เกดิ ขึ้นภายใต้กรอบเงื่อนไข หาแนวทางการปรับปรุงแกไ้ ข และนำเสนอผลการแก้ปัญหาหรือ
พฒั นางาดว้ ยการจดั การเรียนรเู้ ชิงรุก (Active Learning)
ตระหนักถึงคุณค่าของความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สามารถสื่อสารอย่างมีมารยาทและรู้
กาลเทศะ รู้จักการปกป้องข้อมูล ส่วนตัว ตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยีโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชีวิต
สงั คมและส่งิ แวดล้อม และบรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ตัวชีว้ ดั
ว 4.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5
รวมทงั้ หมด 5 ตัวชวี้ ดั
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ 4 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2
รหัสวิชา ว22103 เวลา 60 ชวั่ โมง / ภาคเรยี น (1.5 หน่วยกิต)
...........................................................................................................................................................................
ศึกษา วิเคราะห์ แรงที่กระทำต่อวัตถุ ขนาดและทิศทางของแรง แรงลัพธ์และผลของแรงลัพธ์ที่มีต่อ
วัตถุ แรงกริ ิยาและแรงปฏกิ ริ ิยา แรงพยงุ ของของเหลว แรงเสยี ดทาน โมเมนต์ของแรง การเคลือ่ นทีข่ องวัตถุใน
แนวตรงและแนวโคง้ ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งขนาดของแรงแมเ่ หล็ก แรงไฟฟา้ และแรงโน้มถ่วงท่กี ระทำต่อวัตถุ
กับระยะห่างจากแหล่งของสนามถึงวัตถุ อตั ราเรว็ และความเรว็ งานและพลงั งาน หลกั การทำงานของเคร่ืองกล
อย่างง่าย พลังงานศักย์และพลังงานจลน์ การเปลี่ยนรูปพลังงาน กฎการอนุรักษ์พลังงาน กระบวนการเกิด
ลักษณะ และสมบัติของดิน การใช้และการปรับปรุงคุณภาพของดิน กระบวนการเกิด ลักษณะ และสมบัติ
ของหิน ชนิด แหล่งที่พบ และประโยชน์ของหิน วัฏจักรหิน ลักษณะและสมบัติทางกายภาพของแร่ ชนิด
แหล่งที่พบ และประโยชน์ของแร่ กระบวนการเกิดแร่ แหล่งสำรวจในประเทศ และการใช้ประโยชน์ของ
ปิโตรเลียม ถ่านหิน ก๊าซรรมชาติ ลักษณะและการเกิดแหล่งน้ำผิวดิน น้ำใต้ดิน การใช้ประโยชน์และการ
อนุรักษ์แหล่งนำ้ ในทอ้ งถิ่น ธรณีพิบัติภัย ลักษณะโครงสร้างโลก ความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการ
เปลีย่ นแปลงทางธรณีวิทยาบนเปลอื กโลก
โดยใชก้ ารสบื เสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละทักษะการ
เรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21 การสืบค้นขอ้ มูลและการอภิปราย ด้วยการจดั การเรยี นรเู้ ชิงรุก (Active Learning)
ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการดำรงชีวิต มี จิต
วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มท่ีเหมาะสม และบรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ตวั ช้ีวดั
ว 2.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8 ม.2/9 ม.2/10 ม.2/11
ม.2/12 ม.2/13 ม.2/14 ม.2/15
ว 2.3 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6
ว 3.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8 ม.2/9 ม.2/10
รวมทัง้ หมด 31 ตวั ช้วี ัด
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวชิ า เทคโนโลยี 4 ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 2
รหัสวชิ า ว22104 เวลา 20 ชว่ั โมง / ภาคเรยี น (0.5 หน่วยกิต)
...........................................................................................................................................................................
การใช้แนวคดิ เชงิ คำนวณในการแก้ปญั หา หรอื การทำงานในชวี ิตจริง ออกแบบอัลกอริทมึ ออกแบบ
และเขียนโปรแกรมที่ใช้ตรรกะและฟังก์ชันในการแก้ปัญหา อภิปรายองค์ประกอบและหลักการทำงานของ
ระบบคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี การสื่อสาร เพื่อประยุกต์ใช้งานหรือแก้ปัญหาเบื้องต้น ใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศอยา่ งปลอดภยั มคี วามรบั ผดิ ชอบ สร้างและแสดงสทิ ธใิ นการเผยแพรผ่ ลงาน
โดยใช้การออกแบบอลั กอริทึมทใ่ี ชแ้ นวคิดเชงิ คำนวณในการแก้ปญั หา หรือการทำงานท่พี บในชวี ติ จริง
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย มีความรับผิดชอบ สร้างและแสดงสิทธิในการเผยแพรผ่ ลงาน เลือกใช้
เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวติ สังคม และสิ่งแวดลอ้ ม ด้วยการจัดการเรียนร้เู ชิงรกุ
(Active Learning)
ตระหนักถงึ การใชอ้ นิ เทอร์เนต็ อย่างปลอดภัยและอยู่ในการดูแลของครหู รอื ผู้ปกครอง และบูรณาการ
หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ตัวช้วี ัด
ว 4.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4
รวมท้งั หมด 4 ตัวชว้ี ัด
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวิชา วิทยาศาสตร์ 5 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3
รหัสวชิ า ว23101 เวลา 60 ชัว่ โมง / ภาคเรยี น (1.5 หน่วยกติ )
..............................................................................................................................................................................
ศึกษา วิเคราะห์ ความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ กระแสไฟฟ้า และความต้านทาน โวลต์มิเตอร์
แอมมเิ ตอร์ วงจรไฟฟา้ เม่อื ต่อตวั ต้านทานแบบอนุกรมและแบบขนาน ความต่างศักย์ไฟฟา้ กระแสไฟฟา้ การ
ทำงานของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อย่างง่ายในวงจร ค่าไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน การเลือกใช้
เครื่องใช้ไฟฟ้า การเกิดและส่วนประกอบของคลื่น คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและสเปกตรัมคลื่น ประโยชน์และ
อันตรายจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สมบัตขิ องแสง การเคล่อื นที่ของแสง ปรากฏการณ์ท่ีเกี่ยวกับแสง การเกิด
ภาพของทัศนอุปกรณ์และเลนส์ตา ความสว่างของแสง การโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ แรงโน้ม
ถ่วง การเกิดฤดู ปรากฏของดวงอาทติ ย์ การเกดิ ขา้ งขนึ้ ขา้ งแรม การข้ึนและตกของดวงจนั ทร์ และการเกิด
น้ำขน้ึ น้ำลง
โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทกั ษะการ
เรยี นร้ใู นศตวรรษที่ 21 การสบื ค้นข้อมูลและการอภิปราย ด้วยการจัดการเรียนรเู้ ชงิ รกุ (Active Learning)
ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการดำรงชีวิต มีจิต
วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านยิ มที่เหมาะสม และบรู ณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รหสั ตัวช้ีวดั
ว.2.1 ม.3/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8
ว.2.3 ม.3/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9, ม.1/10, ม.1/11, ม.1/12
รวมท้งั หมด 20 ตัวชว้ี ดั
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวชิ า เทคโนโลยี 5 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3
รหสั วิชา ว23102 เวลา 20 ชั่วโมง / ภาคเรยี น (0.5 หนว่ ยกิต)
..............................................................................................................................................................................
ศกึ ษา วเิ คราะห์สาเหตุ ปัจจัยทีส่ ง่ ผลต่อการเปลย่ี นแปลงของเทคโนโลยี ความสมั พันธข์ องเทคโนโลยี
กับวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตรอ์ ่ืน ๆ ระบปุ ัญหาหรือความต้องการของท้องถิ่น รวบรวม วิเคราะห์
ข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา ความถูกต้องด้านทรัพย์สินทางปัญญา ให้เหตุผลของปัญหาหรือ
ข้อบกพร่อง ออกแบบวธิ กี ารแกป้ ัญหา ตัดสนิ ใจเลอื กข้อมูลทจ่ี ำเปน็ ภายใตเ้ ง่ือนไขและทรพั ยากรทม่ี ีอยู่
โดยใช้ความรู้ และทักษะเกย่ี วกับวัสดุ อุปกรณ์ เคร่อื งมอื กลไก ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกต้องกับ
ลักษณะของงาน นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาโดยใช้วิธีการที่หลากหลาย วางแผนกำหนดขั้นตอนการ
ทำงาน และดำเนนิ การแก้ปัญหาอย่างเป็นขน้ั ตอน ทดสอบ ประเมนิ ผล กำหนดแนวทางการปรับปรุงแก้ไข
และนำเสนอผลการแกป้ ัญหาหรอื พฒั นางาน ดว้ ยการจดั การเรียนรเู้ ชิงรุก (Active Learning)
ตระหนัก ถึงความสำคัญของการปกป้องข้อมูลส่วนตัว ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ดูแล
รกั ษาอปุ กรณ์ คอมพวิ เตอร์ และบูรณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหัสตวั ชี้วดั
ว.4.1 ม.3/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4
รวมท้งั หมด 4 ตัวชี้วดั
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ 6 ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3
รหสั วชิ า ว23103 เวลา 60 ชั่วโมง / ภาคเรียน (1.5 หนว่ ยกติ )
...........................................................................................................................................................................
ศกึ ษา อธิบาย สำรวจ ปฏสิ ัมพนั ธข์ ององคป์ ระกอบของระบบนเิ วศ ความสมั พันธร์ ะหว่างสิ่งมีชีวิตกับ
สิ่งมีชีวิตรูปแบบต่าง ๆ การถ่ายทอดพลังงานในสายใยอาหาร ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมใน
ระบบนิเวศ ความสมั พันธ์ระหวา่ งยีน ดเี อ็นเอ และโครโมโซม การถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรม การเกิดจี
โนไทป์และฟีโนไทป์ของลูก ความแตกต่างของการแบ่งเซลล์ของสิ่งมีชีวิต การเปลี่ยนแปลงของยีนหรือ
โครโมโซม โรคทางพันธกุ รรม การใช้ประโยชนจ์ ากสิง่ มีชีวิตดัดแปรพันธกุ รรม ความหลากหลายทางชีวภาพ
วัสดุประเภทพอลิเมอร์ เซรามิกส์ และวัสดุผสม การเกิดปฏิกิริยาเคมี กฎทรงมวล ปฏิกิริยาดูดความร้อน
และปฏิกิริยาคายความร้อน การเปลี่ยนแปลงพลังงานความร้อนของปฏิกิริยาเคมี การเกิด ฝนกรด การ
สงั เคราะหด์ ว้ ยแสง
โดยใชก้ ารสบื เสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และทกั ษะการ
เรียนรใู้ นศตวรรษที่ 21 การสบื คน้ ขอ้ มลู และการอภปิ ราย ด้วยการจัดการเรียนรูเ้ ชิงรุก (Active Learning)
ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการ มีจิตวิทยาศาสตร์
จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านยิ มทเ่ี หมาะสม และบูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหสั ตัวช้วี ดั
ว 1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6
ว 1.3 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/7, ม.3/8, ม.3/9, ม.3/10, ม.3/11
ว 2.3 ม.3/13, ม.3/14, ม.3/15, ม.3/16, ม.3/17, ม.3/18, ม.3/19, ม.3/20, ม.3/21
รวมทัง้ หมด 26 ตัวช้ีวดั
คำอธิบายรายวชิ า
รายวิชา เทคโนโลยี 6 ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3
รหสั วชิ า ว23104 เวลา 20 ชั่วโมง / ภาคเรียน (1.5 หนว่ ยกติ )
...........................................................................................................................................................................
ศึกษา รวบรวมข้อมูล ประมวลผล ประเมินผล นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศตามวัตถุประสงค์
พัฒนาแอปพลิเคชันทบี่ รู ณาการกับวิชาอน่ื อยา่ งสรา้ งสรรค์
โดยใชซ้ อฟต์แวรห์ รอื บริการบนอินเทอรเ์ น็ตทีห่ ลากหลาย และการใช้งานอย่างรู้เทา่ ทนั การประเมิน
ความน่าเชื่อถอื ของข้อมูล ดว้ ยการจดั การเรียนรู้เชงิ รุก (Active Learning)
ตระหนักถึงการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้งาน ดูแลรักษา
อุปกรณ์และใช้งาน เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งเหมาะสม และบรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
รหสั ตัวช้วี ัด
ว 4.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5
รวมท้งั หมด 5 ตัวชวี้ ัด
โครงสรา้ งรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละ
เทคโนโลยี