The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ใบความรู้นิวแมติกส์ ใช้ประกอบการเรียนในรายวิชานิวแมติกส์และไฮดรอลิกส์เบื้องต้น ระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ใบความรู้นิวแมติกส์และไฮดรอลิกส์เบื้องต้น

ใบความรู้นิวแมติกส์ ใช้ประกอบการเรียนในรายวิชานิวแมติกส์และไฮดรอลิกส์เบื้องต้น ระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ

1

บทท่ี 1 บทนำนิวแมตกิ ส์

( Introduction to Pneumatics )

1.1 ควำมหมำยนิวแมติกส์
คำวำ่ “PNEUMA” น้นั เป็นคำมำจำกภำษำกรีซโบรำณ มีควำมหมำยวำ่ ลม หรือ ลมหำยใจ

ในทำงปรัชญำจะหมำยควำมวำ่ วญิ ญำณ และคำวำ่ “PNEUMATICS” น้นั แผลงมำจำกคำวำ่ PNEUMA
น้นั เอง ( หมำยถึง กำรศึกษำเกี่ยวกบั กำรเคล่ือนที่ของอำกำศ และ เกิดลม )

สำหรับในปัจจุบนั น้ีควำมหมำยของคำวำ่ “PNEUMATIC” ท่ีเรำส่วนมำกเขำ้ ใจกนั ก็คือ กำร
นำเอำอำกำศมำเป็นวสั ดุใชง้ ำนในงำนทำงอุตสำหกรรม โดยเฉพำะอยำ่ งยง่ิ ทำงดำ้ นกำรขบั เคล่ือน หรือ
ควบคุมเคร่ืองจกั ร และ อุปกรณ์เคร่ืองช่วยตำ่ งๆ ส่วนวศิ วกรที่ทำงำนดำ้ นน้ีไดใ้ หค้ วำมหมำย คำวำ่
“นิวแมติกส์” ไวว้ ำ่ หมำยถึง ระบบกำรส่งกำลงั จำกตน้ ทำงไปยงั ปลำยทำงโดยอำศยั ลมเป็นตวั กลำงในกำรส่ง
กำลงั และควบคุมกำรทำงำนดว้ ยระบบลม ส่วนคำวำ่ “นิวแมติกส์ไฟฟ้ ำ” หมำยถึงระบบกำรส่งกำลงั จำกตน้
ทำงไปยงั ปลำยทำง โดยอำศยั ลมเป็นตวั กลำงในกำรส่งกำลงั และควบคุมกำรทำงำนดว้ ยระบบลมผสมไฟฟ้ ำ

1.2 ประวตั ิควำมเป็ นมำของนิวแมติกส์ ( Pneumatics )
อำกำศที่อดั ตวั จนมีแรงดนั สูง ( COMPRESSED AIR ) เป็นพลงั งำนรูปหน่ึงที่มนุษยไ์ ดน้ ำเอำมำดดั แปลง

ใชง้ ำน โดยนำเอำคุณสมบตั ิทำงฟิ สิกส์ที่เปลี่ยนแปลงไปของอำกำศ เมื่อมีแรงดนั เพม่ิ ข้ึนมำใชใ้ หเ้ ป็น
ประโยชน์ นำมำใชก้ บั งำนต่ำงๆ มำกมำย

กำรนำเอำอำกำศมำเป็ นวสั ดุใชง้ ำนน้นั มนุษยไ์ ดร้ ู้จกั ทำกนั มำเป็นพนั ๆปี แลว้ แต่ลกั ษณะกำร
นำไปใชง้ ำนกแ็ ตกตำ่ งกนั ออกไป ในสมยั โบรำณเรำเร่งใหไ้ ฟติดไดเ้ ร็วดว้ ยลมธรรมชำติ ในขณะท่ีไม่มีลม
ธรรมชำติ เรำก็ตอ้ งสร้ำงลมข้ึนเองโดยกำรพดั – โบก เมื่อเจริญข้ึนมำกๆ กม็ ีกำรคิดคนั ป้ัมโดยใชเ้ ป็ นคนั โยก
เพ่ือลดกำรทำงำนของมนุษย์ กำรนำเอำแรงลมมำใชใ้ หเ้ ป็นประโยชนม์ ีอีกมำกมำยท่ีจะยกตวั อยำ่ ง เช่น กำร
ใชแ้ รงลมไปขบั พำเรือใหเ้ คล่ือนที่ไป ( เรือใบ ) หรือ เอำแรงลมมำหนุนกงั หนั และต่อเอำกำลงั ที่เพลำของ
กงั หนั ไปใชง้ ำนในลกั ษณะต่ำงๆ กนั เช่น วดิ น้ำ , สีขำ้ ว , โม่แป้ ง เป็ นตน้

ทำงดำ้ นอำวธุ สงครำม กไ็ ดม้ ีกำรดดั แปลงเอำอำกำศแรงดนั เพอื่ มำทำเป็นอำวธุ เม่ือประมำณ 2000
ปี มำแลว้ ชำวกรีซไดน้ ำเอำมำดดั แปลงเป็นอำวธุ เรียกวำ่ KTESIBIOS ( ไมซ้ ำง )

ถึงแมว้ ำ่ เรำจะรู้จกั กบั PNEUMATICS มำเป็นระยะเวลำอนั ยำวนำนแลว้ กต็ ำม แตก่ ำรวจิ ยั และคน้ ควำ้
กนั อยำ่ งจริงๆ จงั ๆ เพื่อนำมำใชใ้ นวงกำรอุตสำหกรรม เพง่ิ จะเริ่มทำกำรคน้ ควำ้ กนั อยำ่ งจริงจงั เม่ือตน้
ศตวรรษท่ีแลว้ นี่เอง และต้งั แต่ปี ค.ศ. 1950 จึงสำมำรถที่จะกล่ำวไดอ้ ยำ่ งมนั่ ใจวำ่ ไดน้ ำเอำอำกำศมำดดั แปลง
ใชก้ บั งำนดำ้ นอุตสำหกรรม ไดอ้ ยำ่ งแทจ้ ริง

ก่อนที่จะมีกำรคน้ ควำ้ ถึงกำรนำเอำอำกำศแรงดนั มำใชก้ บั งำนดำ้ นอุตสำหกรรมก็ไดม้ ีกำรนำอำกำศ
แรงดนั ไปดนั แปลงใชก้ บั งำนบำงอยำ่ ง เช่น งำนในเหมือง , งำนก่อสร้ำง , และในรถไฟ ( ใชอ้ ำกำศแรงดนั
กบั ระบบเบรก ) งำนท่ีสำคญั อีกอยำ่ งหน่ึงของอำกำศแรงดนั ที่เรำเห็นกนั อยเู่ สมอ คือ ใชอ้ ำกำศแรงดนั มำเป่ ำ
ทำควำมสะอำดในโรงงำน

2

ในปัจจุบนั ไดน้ ำระบบนิวแมติกส์ มำใชแ้ ทนระบบกำรควบคุมดว้ ยมอเตอร์ไฟฟ้ ำกนั อยำ่ งแพร่หลำย
เน่ืองจำกกำรควบคุมดว้ ยระบบนิวแมติกส์น้ี มีขอ้ ดีหลำยอยำ่ งเมื่อเปรียบเทียบกบั ระบบมอเตอร์ไฟฟ้ ำ เช่น
กำรส่งดว้ ยกำลงั งำนทำไดง้ ่ำย กำรเคลื่อนที่ในแนวตรงไม่ตอ้ งมีระบบแมคคำนิกส์เขำ้ มำช่วยกำรปรับควำมเร็ว
ง่ำย ระบบเบรกไม่ยงุ่ ยำก มีควำมปลอดภยั สูงกวำ่ และบำรุงรักษำง่ำย คุณสมบตั ิท่ีเหนือกวำ่ เกือบทุกๆดำ้ นน้ี
จึงทำใหก้ ำรควบคุมระบบนิวแมติกส์ใชก้ นั อยำ่ งกวำ้ งขวำงในวงกำรอุตสำหกรรมขณะน้ี

1.3 ข้อดี และ ข้อเสียของกำรควบคุมระบบนิวแมตกิ ส์
เม่ือเปรียบเทียบกบั กำรควบคุมดว้ ยระบบมอเตอร์ไฟฟ้ ำ
ข้อดี
1. กำรเคลื่อนที่ในแนวตรง ในระบบนิวแมติกส์กำรเคล่ือนที่ในแนวตรงกระทำไดง้ ่ำยกวำ่ คือ จะใช้
อุปกรณ์ทำงำนประเภทกระบอกสูบ ซ่ึงไม่จำเป็นตอ้ งใชร้ ะบบแมคคำนิกส์เขำ้ มำช่วย
2. ระบบเบรก หรือระบบหยดุ ในระบบนิวแมกติกส์กระทำ ไดง้ ่ำยกวำ่ มำก ถำ้ รำตอ้ งกำรใหก้ ำรทำงำน
ของเครื่องจกั รหยดุ ที่ตำแหน่งใด เรำกจ็ ะเลือกกระบอกสูบที่มีระยะชกั ตำมตำแหน่งท่ีเรำตอ้ งกำร
3. กำรปรับควำมเร็ว ในระบบนิวแมติกส์สะดวกกวำ่ มำก โดยจะใชอ้ ุปกรณ์ควบคุมควำมเร็วต่อเขำ้ กบั
ระบบ ง่ำย สะดวก รวดเร็ว และรำคำถูก
4. กำรบำรุงรักษำและซ่อมบำรุงง่ำย ในระบบนิวแมติกส์กำรบำรุงรักษำไม่ยงุ่ ยำกเหมือนระบบไฟฟ้ ำ
โดยเฉพำะกำรตรวจหำขอ้ บกพร่องของเครื่องจกั รง่ำยกวำ่ ระบบไฟฟ้ ำจำเป็นตอ้ งตดั กำลงั ท่ีส่งให้
ระบบออกจำกวงจร
5. มีควำมปลอดภยั สูง อุปกรณ์ระบบลมไมเ่ กิดกำรเสียหำยถึงแมว้ ำ่ จะใชง้ ำนเกินกำลงั เม่ือเกิด
ขอ้ บกพร่องในวงจรกไ็ ม่เกิดอนั ตรำยต่อผใู้ ชเ้ คร่ืองจกั รกลน้นั
ข้อเสีย
1. มีเสียงดงั เม่ือป้ อนลมเขำ้ ไปในระบบควบคุมอุปกรณ์ทำงำนต่ำงๆ ของระบบจะตอ้ งระบำยลมออก
ทำงดำ้ นวำลว์ ควบคุม แมว้ ำ่ ท่ีวำลว์ ควบคุมจะมีตวั เก็บเสียง ( Silencer ) ติดอยกู่ ็ตำม ก็จะยงั ทำใหม้ ี
เสียงดงั ขณะที่เคร่ืองจกั รทำงำน
2. ควำมดนั ของลมเปล่ียนแปลงเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง ควำมดนั ของลมจะมีค่ำเพิ่มข้ึนเม่ืออุณหภูมิ
สูงข้ึนและควำมดนั จะลดลงเมื่ออุณหภูมิลดลง เป็นผลทำใหก้ ำรควบคุมในระบบเปล่ียนแปลง
3. ลมอดั มีควำมช้ืน เม่ือลมอดั ถูกทำใหเ้ ยน็ ลงหลงั จำกกำรอดั เขำ้ ในถงั เก็น ซ่ึงจะทำใหเ้ กิดกำรกลนั่ ตวั
เป็นหยดน้ำ และเม่ือควำมช่ืนเขำ้ ไปในระบบกำรควบคุม ก็จะทำใหต้ วั ทำงำนและวำลว์ ควบคุมต่ำงๆ
เกิดสนิมและจะทำใหอ้ ำยกุ ำรใชง้ ำนของอุปกรณ์ส้นั สง
4. เนื่องจำกลมสำมำรถอดั ตวั ได้ จึงทำใหก้ ำรเคล่ือนท่ีของตวั ทำงำนในขณะที่มีโหลด มีโอกำสเคลื่อนท่ี
ไม่สม่ำเสมอ

3

บทที่ 2

วำล์วในระบบนิวแมติกส์

ในระบบนิวแมติกส์ กำรควบคุมกำรทำงำนของเคร่ืองจกั ร เช่น กำรเร่ิมสตำร์ท กำรหยดุ กำรทำงำน

ตลอดจนกำรควบคุมกำรเคล่ือนท่ีของกำ้ นสูบใหเ้ คลื่อนท่ีเร็วหรือชำ้ ตำมท่ีเรำตอ้ งกำร จะข้ึนอยกู่ บั อุปกรณ์

บงั คบั ทิศทำงตำ่ งๆ ซ่ึงในวงจรนิวแมติกส์ กค็ ือ วำลว์ แบบต่ำงๆ น้นั เอง วำลว์ ในระบบนิวแมติกส์ สำมำรถ

แยกประเภทตำมหนำ้ ที่และคุณสมบตั ิไดเ้ ป็น 5 ประเภท ดงั น้ีคือ

1. วำลว์ ควบคุมทิศทำงกำรไหลของลม ( Directional Control Valves )

2. วำลว์ ควบคุมกำรไหลทำงเดียว ( Non – return Valve )

3. วำลว์ ควบคุมดว้ ยแรงดนั ลม ( Pressure Control Valve )

4. วำลว์ ควบคุมอตั รำกำรไหลของลม ( Flow Control Valve )

5. วำลว์ ปิ ด – เปิ ด และวำลว์ ผสม ( Shut – off Valve and Combination Valve )

2.1 วำล์วควบคุมทศิ ทำงกำรไหลของลม ( Directional Control Valve )
วำลว์ ควบคุมทิศทำงกำรไหลของลม มีหนำ้ ท่ีควบคุมอุปกรณ์ทำงำนตำ่ งๆ ของเครื่องจกั รให้
ทำงำนตำมที่เรำตอ้ งกำร เช่น เคล่ือนที่ออก เคลื่อนท่ีเขำ้ และคำ้ งตำแหน่งเป็ นตน้ วำลว์ ชนิดน้ี
โดยทว่ั ๆ ไป จะนิยมเรียกวำ่ D.C.V. ( Directional Control Valve )

2.1.1 สัญลกั ษณ์ และกำรเรียกชื่อวำล์วในระบบนิวแมติกส์
กำรเขียนวงจรกำรทำงำนของเคร่ืองจกั รในระบบนิวแมติกส์น้นั จะเขียนเฉพำะ
หนำ้ ท่ีกำรทำงำนของวำลว์ เท่ำน้นั ไม่นิยมเขียนโครงสร้ำงภำยในของวำลว์ เพ่ือ
สะดวกในกำรเขียนและอำ่ นวงจรกำรทำงำนของเครื่องจกั ร จึงควรมำเรียนรู้วธิ ีเขียน
และเรียกช่ือวำลว์ ในระบบนิวแมติกส์ ดงั น้ี

ตำแหน่งกำรทำงำนของวำล์ว
สญั ลกั ษณ์ท่ีใชแ้ ทนตำแหน่งกำรทำงำนของวำลว์ จะแทนดว้ ยรูปส่ีเหล่ียมเช่น

วำลว์ 2 ตำแหน่ง

วำลว์ 3 ตำแหน่ง

4

ในสัญลกั ษณ์ส่ีเหลี่ยมท่ีแสดงตำแหน่งของวำลว์ น้ี จะประกอบดว้ ยตำแหน่งปกติ
( ตำแหน่งท่ีวำลว์ ยงั ไม่ถูกเลื่อน ) และตำแหน่งกำรทำงำนของวำลว์ ( ตำแหน่งท่ีวำล์วถูกเล่ือน ) ตำแหน่ง
กำรทำงำนของวำลว์ อำจมีมำกกวำ่ หน่ึงตำแหน่งก็ได้ ตำแหน่งปกติของวำลว์ ทำงำนสองตำแหน่งจะอยดู่ ำ้ น
ขวำมือส่วนตำแหน่งกำรทำงำนของวำลว์ จะอยดู่ ำ้ นซำ้ ยมือ ดงั แสดงในรูป

10 วำลว์ ควบคุม 2 ตำแหน่งมีตำแหน่งปกติ 1 ตำแหน่ง และ
ตำแหน่งทำงำน 1 ตำแหน่ง
0 หมำยถึง ตำแหน่งปกติ คือ วำลว์ ยงั ไมถ่ ูกเลื่อน
1 หมำยถึง ตำแหน่งทำงำน คือ วำลว์ ถูกเลื่อน

102 วำลว์ ควบคุม 3 ตำแหน่งมีตำแหน่งปกติ 1 ตำแหน่ง และ
ตำแหน่งกำรทำงำน 2 ตำแหน่ง
0 หมำยถึง ตำแหน่งปกติ คือ วำลว์ ไมถ่ ูกเล่ือน
1 หมำยถึง ตำแหน่งกำรทำงำนที่ 1 คือ วำลว์ ถูกเล่ือนไปทำงดำ้ น

ขวำมือ
2 หมำยถึง ตำแหน่งกำรทำงำนที่ 2 คือ วำลว์ ถูกเลื่อนไปทำงดำ้ น

ซำ้ ยมือ

1 2 0 3 วำลว์ ควบคุม 4 ตำแหน่งมีตำแหน่งปกติ 1 ตำแหน่ง และ
ตำแหน่งทำงำน 3 ตำแหน่ง

ทำงตอ่ ลมของวำลว์
ทำงต่อลมในระบบนิวแมติกส์และนิวแมติกส์ไฟฟ้ ำ จะกำหนดอยใู่ นตำแหน่งปกติของวำลว์

ควบคุม ( ตำแหน่ง 0 ) ดงั รูป

วำลว์ 2ทำง

วำลว์ 3ทำง

5

วำลว์ 4ทำง

วำลว์ 5 ทำง

2.1.2 กำรกำหนดสัญลกั ษณ์หรือรหัสทำงต่อลมของวำล์ว
ท่อต่อลมของอุปกรณ์วำลว์ ควบคุมในระบบนิวแมติกส์และนิวแมติกส์ไฟฟ้ ำ จะมี

กำรกำหนดรหสั ทำงต่อลม เพอื่ ใหเ้ กิดควำมสะดวกในกำรต่อวงจร กำรกำหนดรหสั ทำงตอ่
ลมของวำลว์ ควบคุมโดยทวั่ ๆไป จะกำหนดเป็นตวั อกั ษร หรือตวั เลขดงั น้ี

ตวั อกั ษร ตวั เลข ควำมหมำย
p 1 ทำงต่อลมเขำ้ จำกแหล่งจำ่ ยลม
2,4 ทำงตอ่ ลมไปใชง้ ำน ( ต่อเขำ้ ตวั ทำงำน )
A,B 3,5 ทำงระบำยลม
R,S ทำงต่อลมสัญญำณควบคุม
X,Y, Z 10 , 12 , 14

กำรเรียกช่ือวำลว์ ควบคุม
กำรเรียกช่ือวำลว์ ควบคุมในระบบนิวแมติกส์และนิวแมติกส์ไฟฟ้ ำ จะเรียกช่ือโดย

เรียกทำงต่อลมก่อนแลว้ ตำมดว้ ยตำแหน่งกำรทำงำนดงั ตวั อยำ่ ง

วำลว์ 2 ทำง 2 ตำแหน่ง ปกติปิ ด
( 2 / 2 D.C. Valve normally closed )
D.C. หมำยถึง Directional Control Valve ( วำลว์ ควบคุมทิศทำง )

สัญลกั ษณ์ ควำมหมำย
ทอ่ ทำงภำยในวำลว์ มี ลูกศร ใหล้ มผำ่ นตลอด
ตำมทิศทำงหวั ลูกศร ส่วนอีกรูปหน่ึงถูกก้นั อยู่ ( T )

6

ทำงตอ่ ลมภำยในวำลว์ ต่อถึงกนั แสดงดว้ ยจุดตอ่
วงกลมทึบ

แสดงจุดต่อลมในตำแหน่งปกติของวำลว์ โดยยดึ ผำ่ น
กรอบสี่เหลี่ยม

แสดงถึงวำลว์ ท่ีติดต้งั ตวั เกบ็ เสียงที่รูระบำย
สัญลกั ษณ์รูป
ติดกบั กรองสี่เหล่ียมแสดงวำ่ กำรระบำยลมอดั ภำยใน
ของตวั วำลว์ เอง
สญั ลกั ษณ์รูป
แสดงวำ่ กำรระบำยลมอดั สำมำรถต่อท่อหรือติดตวั
เก็บเสียงได้

สัญลกั ษณ์ ควำมหมำย
แสดงถึงกำรกำหนดสญั ลกั ษณ์ทำงตอ่ ลมอุปกรณ์ของ
วำลว์ ชนิดตำ่ งๆ และสญั ลกั ษณ์ คือแหล่งจำ่ ยลม
ที่ตอ่ เขำ้ วำลว์ ควบคุม คือ เขำ้ ท่ีทำงต่อลม P หรือ 1
ทำงตอ่ ลม A , B หรือ 2 , 4 จะตอ่ ไปใชง้ ำน ส่วน R
หรือ 3 , 5 คือ รูระบำยลมทิ้ง ส่วนอุปกรณ์ท่ีให้
สญั ญำณ Y , Z หรือ 12 , 14 เขำ้ ไปทำหนำ้ ท่ีควบคุม
กำรทำงำนของวำลว์

วำลว์ ควบคุม 2 ทำง 2 ตำแหน่ง ปกติปิ ด
( 2 / 2 D.C Valve Normally Closed )

วำลว์ ควบคุม 2 ทำง 2 ตำแหน่ง ปกติเปิ ด
( 2 / 2 D.C Valve Normally Opened )

วำลว์ ควบคุม 3 ทำง 2 ตำแหน่ง ปกติปิ ด
( 3 / 2 D.C Valve Normally Closed )

7

วำลว์ ควบคุม 2 ทำง 2 ตำแหน่ง ปกติเปิ ด
( 2 / 2 D.C Valve Normally Opened )

วำลว์ ควบคุม 4 ทิศทำง 2 ตำแหน่ง
( วำลว์ 4 / 2 D.C. Valve )

วำลว์ ควบคุม 4 ทำง 3 ตำแหน่ง ตำแหน่งกลำงเป็น
แบบปิ ดหมด ( 4 / 3 D.C.V Closed Center ) สำหรับ
ตำแหน่งกลำงน้ีมีอยหู่ ลำยแบบแลว้ แตล่ กั ษณะของ
กำรนำไปใชง้ ำน
วำลว์ ควบคุม 5 ทำง 2 ตำแหน่ง
( 5 / 2 D.C. Valve )

กำรเลอื่ นวำล์วควบคุม
กำรเล่ือนใหว้ ำลว์ ควบคุมเปล่ียนทิศทำงกำรเคลื่อนท่ีน้นั รำสำมำรถเล่ือนไดห้ ลำยลกั ษณะข้ึนอยกู่ บั

ลกั ษณะของวงจรและกำรออกแบบวงจรเพอื่ ใชใ้ นงำนตำ่ งๆ ลกั ษณะกำรเลื่อนของวำลว์ ควบคุมสำมำรถแยก
ตำมลกั ษณะ กำรเลื่อนไดด้ งั น้ี

กำรเลอื่ นวำล์วควบคุมโดยใช้กล้ำมเนือ้

สัญลกั ษณ์ ควำมหมำย
ใชก้ ลำ้ มเน้ือในกำรเล่ือน ( สัญลกั ษณ์ทว่ั ไป )

ใชม้ ือกด

ใชค้ นั โยกมือ

8

ใชเ้ ทำ้ เหยยี บ

ใชม้ ือดึง คนั มีตวั ลอ็ คตำแหน่ง

กำรเลอ่ื นวำล์วควบคุมโดยใช้กลไก

สัญลกั ษณ์ ควำมหมำย
ใชก้ ลไกภำยนอกกด

ใชส้ ปริงดนั ใหอ้ ยตู่ ำแหน่งปกติ

สัญลกั ษณ์ ควำมหมำย
ใชก้ ลไกภำยนอกกด

ใชก้ ลไกภำยนอกกดแตท่ ำงำนในทิศทำงเดียวกบั ส่วน
อีกทิศทำงหน่ึงจะไม่ทำงำน

วำลว์ ทำงำน

วำลว์ ไม่ทำงำน

9

กำรเลอ่ื นวำล์วควบคุมโดยใช้ลมควบคุมทำงตรง

สัญลกั ษณ์ ควำมหมำย
ใชส้ ัญญำณลมเล่ือนวำลว์

ใชส้ ัญญำณลมระบำยทิ้งเลื่อนวำลว์

ใชส้ ัญญำณลมเล่ือนวำลว์ โดยใชค้ วำมแตกตำ่ งของ
พ้นื ที่หนำ้ ตดั ของวำลว์

กำรเลอื่ นวำล์วควบคุมโดยใช้ลมควบคุมทำงอ้อม

สัญลกั ษณ์ ควำมหมำย

ใชล้ มไปดนั วำลว์ ใหเ้ ลื่อนผำ่ นลิ้นช่วย ( Pilot Valve )
ท่ีอยภู่ ำยในตวั วำลว์ ไปดน้ ใหว้ ำลว์ เล่ือน

ใชล้ มระบำยทิ้งเล่ือนวำลว์ โดยผำ่ นลิ้นช่วยท่ีอยภู่ ำยใน
ตวั วำลว์

2.2 โครงสร้ำงและหลกั กำรทำงำนของวำล์วควบคุมทศิ ทำงกำรไหลของลม
โครงสร้ำงของวำลว์ ควบคุมทิศทำงกำรไหลของลมโดยทว่ั ๆ ไป จะแบ่งออกเป็ น 2 ชนิด
ใหญ่ ๆ คือ วำลว์ ชนิดนง่ั บำ่ ( Poppet Valve หรือ Seat Valve ) และวำลว์ ชนิดเลื่อน ( Slide
Valve ) วำลว์ แต่ละชนิดยงั แยกออกเป็นหลำยๆแบบ และมีขอ้ ดี ขอ้ เสีย แตกต่ำงกนั

10

2.2.1 วำลว์ แบบนง่ั บ่ำ ( Poppet Valve )
ขอ้ ดี ปัญญำเรื่องซีลชำรุดมีนอ้ ย
ขอ้ เสีย แรงที่ใชใ้ นกำรเลื่อนวำลว์ มำก เนื่องจำกตอ้ งเอำชนะแรงสปริงและ
แรงดนั ลม

แบบลูกบอล แบบแผน่ กลม

2.2.2 วำลว์ แบบเล่ือน ( Slide valve )
ขอ้ ดี แรงที่ใชใ้ นกำรเล่ือนวำลว์ นอ้ ยกวำ่ วำลว์ แบบนง่ั บ่ำ เพรำะแรงท่ีใชเ้ พยี ง
เอำชนะแรงเสียดทำนเทำ่ น้นั
ขอ้ เสีย ซีลของวำลว์ จะเสียดสีกบั โครงของวำลว์ ตลอดเวลำท่ีมีกำรเลื่อนวำลว์
ทำใหอ้ ำยกุ ำรใชง้ ำน ของซีลส้นั ลง

11

วำลว์ แบบลูกสูบเล่ือน
วำลว์ แบบลูกสูบและแผน่ เล่ือน

12

2.3 วำล์ว 3 / 2 ปกตปิ ิ ด เลอื่ นด้วยมอื เลอื่ นกลบั ด้วยแรงสปริงแบบลกู สูบเลอ่ื น
[ 3 / 2 way valve normally close set by manual , reset by spring ( spool type ) ]

สภำวะปกติ แรงดนั ลมจำกรู P จะถูกลิ้นของวำลว์ ก้นั กำรไหล ส่วนรู A จะต่อรู R

สภำวะทำงำน เม่ือลิ้นของวำลว์ ถูกเล่ือนดว้ ยแรงมือกด ลิ้นของวำลว์ จะถูกเลื่อนไปทำงดำ้ นขวำมือ เป็นผลทำ
ใหแ้ รงดนั ลมจำกรู P ไหลผำ่ นไปยงั รู A ได้ ส่วนรู R น้นั จะถูกลิ้นของวำลว์ ปิ ดทำงลม

2.4 วำล์ว 3 / 2 ปกติปิ ด เลอ่ื นด้วยมือ เลอื่ นกลบั ด้วยแรงสปริงแบบน่ังบ่ำ
[ 3 / 2 way valve normally close set by manual , reset by spring ( dise poppet ) ]

สภำวะปกติ แรงดนั ลมจำกรู P จะถูกลิ้นของวำลว์ ก้นั กำรไหล ส่วนรู A จะต่อถึง R

13

สภำวะทำงำน เมื่อลิ้นของวำลว์ ถูกเลื่อนดว้ ยแรงมือกด ลิ้นของวำลว์ จะถูกเล่ือนไปทำงดำ้ นขวำมือ เป็นผลทำ
ใหแ้ รงดนั ลมจำกรู P ไหลผำ่ นไปยงั รู A ได้ ส่วนรู R น้นั จะถูกลิ้นของวำลว์ ปิ ดทำงลม

2.5 วำล์ว 3 / 2 ปกตปิ ิ ด เลอ่ื นด้วยมือ เลอื่ นกลบั ด้วยแรงสปริง
( ใช้มือเปิ ดลนิ้ เลก็ และลมเลอ่ื นลนิ้ ใหญ่ )
[ 3 / 2 way valve normally closed pilot openrated with finger lever ]

สภำวะปกติ แรงดนั ลมจำกรู P จะแยกไหลออกเป็นสองทำง ทำงหน่ึงจะไหลไปทำงลิ้นเล็ก ดำ้ นบน ซ่ึงปิ ด
ก้นั ทำงไหลไม่ใหไ้ ปเล่ือนลิ้นใหญ่ของวำลว์ ได้ และอีกทำงหน่ึงจะถูกลิ้นของวำลว์ ปิ ดก้นั ไม่ให้
ลมไหลไปทำงรู A ได้ ส่วนรู A จะต่อถึงรู R

14

สภำวะทำงำน เมื่อใชแ้ รงมือกดเปิ ดลิ้นเลก็ ดำ้ นบน จะทำใหล้ มจำกรู P ผำ่ นลิ้นเลก็ ไปเล่ือนลิ้นใหญ่ ของ
วำลว์ ได้ เป็ นผลทำใหล้ ิ้นของวำลว์ ถูกเล่ือนลงดำ้ นล่ำง ลมจำกรู P จะไหลผำ่ นไปยงั รู A
ได้ ส่วนรู R จะถูกลิ้นของวำลว์ ปิ ดก้นั ทำงไหล
วำล์ว 3 / 2 ปกตเิ ปิ ด เลอื่ นด้วยมอื เลอื่ นกลบั ด้วยแรงสปริงแบบน่ังบ่ำ

[ 3 / 2 way valve normally open set by manual , reset by spring ( dise poppet ) ]

สภำวะปกติ แรงดนั ลมจำกรู P จะตอ่ ถึงรูป A ส่วนรู R จะถูกลิ้นของวำลว์ เปิ ดไว้

15

สภำวะทำงำน เมื่อใชแ้ รงมือกดเลื่อนลิ้นของวำลว์ จะทำใหล้ มจำกรู P ถูกลิ้นของวำลว์ ปิ ดก้นั ทำงไหล
ของลม ส่วนรู A จะตอ่ ถึงรู R

วำล์ว 3 / 2 ปกติเปิ ด เลอื่ นด้วยมือ เลอ่ื นกลับด้วยแรงสปริง
( ใช้มือเปิ ดลนิ้ เลก็ และลมเลอ่ื นลนิ้ ใหญ่ )
[ 3 / 2 way valve normally open , pilot – operated with finger ]

สภำวะปกติ แรงดนั ลมจำกรู P จะต่อแยกไหลออกเป็นสองทำง ทำงหน่ึงจะไหลไปทำงลิ้นเล็กดำ้ นบน
ซ่ึงปิ ดก้นั ทำงไหลไมใ่ หเ้ ล่ือนลิ้นใหญ่ของวำลว์ ได้ และอีกทำงหน่ึงจะไหลผำ่ นไปยงั รู A
ส่วนรู R จะถูกลิ้นของวำลว์ ปิ ดไว้

16

สภำวะทำงำน เม่ือใชแ้ รงมือกดเปิ ดลิน้ เลก็ ดำ้ นบน จะทำใหล้ มจำกรู P ผำ่ นลิ้นเล็กไปเล่ือนลิ้นใหญข่ องวำลว์
ได้ เป็นผลทำใหล้ ิ้นของวำลว์ ถูกเลื่อนลงดำ้ นล่ำง ลมจำกรู P จะถูกลิ้นของวำลว์ ปิ ดก้นั ทำง
ไหลไว้ ส่วนรู A จะต่อถึงรู R

2.6 วำล์ว 4 / 2 เลอ่ื นด้วยมือ เล่ือนกลบั ด้วยแรงสปริง
( ใช้มอื เปิ ดลนิ้ เลก็ และเลื่อนลนิ้ ใหญ่ ) แบบน่ังบ่ำ

[ 4 / 2 way directional control valve , pilot openrated with finger lever – ( discpoppet type ) ]

สภำวะปกติ แรงดนั ลมจำกรู P จะแยกไหลออกเป็นสองทำง ทำงหน่ึงจะไหลไปทำงลิ้นเลก็ ของดำ้ นบน
ซ่ึงปิ ดก้นั ทำงไหลไม่ใหไ้ ปเล่ือนลิ้นใหญข่ องวำลว์ ได้ และอีกทำงหน่ึงจะไหลผำ่ นลิ้นของวำลว์
ไปยงั รู B ส่วน A จะต่อรู R

17

สภำวะทำงำน เมื่อใชแ้ รงมือกดเปิ ดลิ้นเล็กดำ้ นบน จะทำใหล้ มจำกรู P ผำ่ นลิ้นเล็กไปเลื่อนลิ้นใหญ่
ของวำลว์ ได้ เป็นผลทำให้ทิศทำงของลมจำกรู P เปล่ียนกำรต่อ คือ รู P จะต่อถึงรู A
ส่วนรู B จะต่อถึงรู R

2.7 วำล์ว 5 / 2 เลอื่ นด้วยมอื เล่ือนกลบั ด้วยแรงสปริง แบบลูกสูบเลอื่ น
[ 5 / 2 directional control valve set by manual , reset by spring ( spool type ) ]

สภำวะปกติ แรงดนั ลมจำกรู P จะต่อถึงรู B รู A จะต่อถึงรู R ส่วนรู S จะถูกลิ้นของวำลว์ ปิ ดไว้

18

สภำวะทำงำน เม่ือใชแ้ รงมือกดใหล้ ิ้นของวำลว์ เอำชนะสปริงเล่ือนไปทำงดำ้ นขวำมือ เป็นผลทำใหท้ ิศทำง
ของลมจำกรู P เปลี่ยนกำรต่อคือ รู P จะต่อถึงรู A รู B จะต่อถึงรู S ส่วนรู R
จะถูกลิ้นของวำลว์ ปิ ดไว้

วำล์ว 3 / 2 ปกติปิ ด เลอื่ นด้วยลม เลอื่ นกลบั ด้วยแรงสปริง
[ 3 / 2 way valve normally close or open air t openrated , reset by spring ]

สภำวะปกติ เม่ือยงั ไม่มีแรงดนั ลมทำงดำ้ น Z ของวำลว์ 3 / 2 ลมจำกรูป P จะถูกลิ้นของวำลว์ ปิ ดก้นั
ทำงไหลไว้ ส่วนรู A จะต่อถึงรู R

19

สภำวะทำงำน เมื่อใชแ้ รงสญั ญำณเขำ้ ทำงดำ้ น Z ของวำลว์ 3 / 2 แรงดนั ลมจะเล่ือนลิ้นของวำลว์ ใหเ้ ล่ือนลง
ไปดำ้ นล่ำง เป็นผลทำใหแ้ รงดนั ลมจำกรู P ผำ่ นไปยงั A ได้ ส่วนรู R จะถูกปิ ดก้นั ไว้

ขอ้ สังเกตุ วำลว์ ลกั ษณะน้ีจะสำมำรถทำเป็นวำลว์ 3 / 2 ปกติเปิ ดหรือปกติปิ ดกไ็ ด้ โดยสลบั กำรตอ่
ระหวำ่ ง รู P และ R
------------------------ วำลว์ ปกติปิ ด
---------------- วำลว์ ปกติเปิ ด

วำล์ว 4 / 2 เลอื่ นด้วยลมท้งั สองด้ำน แบบลกู สูบและแบบเลอ่ื น
[ 4 / 2 way directional control valve spool / flat slide valve pneumatically - openrated on both spring ]

แสดงกำรทำงำนของวำลว์ 4 / 2 เม่ือแรงดนั ของลมเขำ้ มำทำงดำ้ น Y ลิ้นของวำลว์ จะถูกเลื่อนไปทำงดำ้ น
ซำ้ ยมือ เป็นผลทำใหแ้ รงดนั จำกรู P ต่อถึงรู A ต่อถึงรู R

20

แสดงกำรทำงำนของวำลว์ 4 / 2 เม่ือแรงดนั ของลมเขำ้ มำทำงดำ้ น Z ลิ้นของวำลว์ จะถูกเล่ือนไปในทำงดำ้ น
ขวำมือ เป็ นผลทำใหแ้ รงดนั ลมจำกรู P เปลี่ยนกำรต่อคือ รู P ต่อถึงรู A และ รู B จะต่อถึงรู R

วำล์ว 5 / 2 เลอ่ื นด้วยลมท้งั สองด้ำน แบบลูกสูบเลอื่ น
[ 5 / 2 way valve - spool valve pneumatically openrated on both sides ]

แสดงกำรทำงำนของวำลว์ 5 / 2 แบบลูกสูบเล่ือน เมื่อแรงดนั ของลมเขำ้ มำทำงดำ้ น Y ลิ้นของวำลว์ จะถูก
เล่ือนไปทำงดำ้ นซำ้ ยมือ เป็ นผลทำใหแ้ รงดนั ลมจำกรู P ต่อถึงรู B , รู A ตอ่ ถึงรู R ส่วนรู S จะถูกปิ ดไว้

21

แสดงกำรทำงำนของวำลว์ 5 / 2 แบบลูกสูบเล่ือน เม่ือแรงดนั ของลมเขำ้ มำทำงดำ้ น Z ลิ้นของวำลว์ จะถูก
เล่ือนไปทำงดำ้ นขวำมือ เป็นผลทำใหแ้ รงดนั ลมเปล่ียนกำรต่อคือ รู P ต่อถึงรู A , รู A ต่อเขำ้ ถึงรู S
ส่วนรู R จะถูกปิ ดไว้

บทท่ี 3
วงจรนิวแมตกิ ส์พนื้ ฐำน

ในงำนอุตสำหกรรมทุกสำขำ จำเป็นจะตอ้ งมีกำรออกแบบกำรควบคุมกำรทำงำนของเครื่องจกั รเพ่ือใหไ้ ดง้ ำน
ตำมควำมตอ้ งกำรและไดท้ รำบถึงชิ้นส่วนอุปกรณ์ตำ่ งๆ ท่ีจะนำมำใชใ้ นกำรสร้ำงเคร่ืองจกั รกลน้นั ในระบบ
นิวแมติกส์เช่นเดียวกนั กำรออกแบบวงจรกำรควบคุมเครื่องจกั รกลก็เป็นส่ิงท่ีสำคญั ในกำรท่ีจะไดผ้ ลผลิตตำม
ควำมตอ้ งกำรและทำใหเ้ กิดกำรประหยดั กำรช้ืออุปกรณ์ตำ่ งๆ ท่ีจะนำมำใชใ้ นกำรออกแบบวงจรควำมรู้
พ้นื ฐำนที่เรำไดร้ ับเกี่ยวกบั อุปกรณ์ทำงำนและวำลว์ ควบคุมแบบต่ำงๆ น้นั เรำจะสำมำรถนำมำใชใ้ นกำร
ออกแบบวงจรพ้ืนฐำนในระบบนิวแมติกส์ได้ ดงั น้ี

22

3.1 วงจรควบคุมกำรทำงำนของกระบอกสูบ
3.1.1 วงจรควบคุมกระบอกสูบทำงำนทำงเดียว ( Single acting cylinder )
เนื่องจำกกระบอกสูบทำงำนทำงเดียวมีทำงต่อลมเขำ้ ทำงเดียว เพรำะฉะน้นั กำร

ควบคุมกำรทำงำนของกระบอกสูบทำงำนทำงเดียวจึงตอ้ งใชว้ ำลว์ ควบคุมท่ีมีทำงออกของลมเพยี งทำงเดียว
คือ วำลว์ 2 / 2 และวำลว์ 3 / 2 เป็นตน้

จำกรูปที่แสดงใหเ้ ห็นวำ่ เม่ือใชม้ ือกดเลื่อนวำลว์ 2 / 2 จะทำใหล้ มจำกรู P ผำ่ นรู A ไปยงั กระบอกสูบ ทำ
ใหก้ ำ้ นสูบเอำชนะแรงสปริงเคลื่อนที่ออก และเม่ือปล่อยมือลิ้นของวำลว์ 2 / 2 จะปิ ดทำงลมทำใหล้ มที่อยใู่ น

หอ้ งสูบไม่สำมำรถระบำยออกได้ กำ้ นสูบจึงไม่สำมำรถเคลื่อนที่กลบั ได้ จะเห็นวำ่ กำรควบคุมกระบอกสูบ
ทำงำนทำงเดียว จะไมส่ ำมำรถใชว้ ำลว์ 2 / 2 เพียงตวั เดียวควบคุมกำรทำงำนได้ ถำ้ จะใหก้ ระบอกสูบทำงำน

ตำมตอ้ งกำรจะตอ้ งใชว้ ำลว์ 2 / 2 สองตวั ควบคุม ดงั แสดงรูป

สภำวะกลบั ตำแหน่งเดิม สภำวะทำงำน

23

วงจรควบคุมกำรทำงำนด้วยวำล์ว 3 / 2

เมื่อกดวำลว์ 3 / 2 แรงดนั ลมจะไหลจำกรู P ไปผำ่ นรู A เขำ้ ไปดน้ ลูกสูบใหเ้ ลื่อนออกส่วนรู R
จะถูกปิ ดก้นั ไว้ และเมื่อปล่อยมือสปริงจะเล่ือนลิ้นของวำลว์ ใหก้ บั สู่สภำพเดิม ทำใหแ้ รงดนั ลมจำกรู P ถูก
ปิ ดก้นั กำรไหล ส่วนแรงดนั ลมภำยในหอ้ งสูบจะระบำยออกสู่บรรยำกำศที่รู R กำ้ นสูบจะเคล่ือนท่ีกลบั ดว้ ย
แรงสปริงภำยในกระบอกสูบ

3.1.2 วงจรควบคุมกระบอกสูบทำงำนสองทำง ( DOUBLE ACTING CYLINDER )
เน่ืองจำกกระบอกสูบทำงำนสองทำงมีทำงต่อลมสองทำง เพรำะฉะน้นั กำรควบคุม

กำรทำงำนสองทำงจึงตอ้ งใชว้ ำลว์ ควบคุมท่ีมีทำงออกของลมสองทำงดว้ ย คือ วำลว์ 4 / 2 ; วำลว์ 5 / 2 เป็ นตน้

วงจรควบคุมกำรทำงำนด้วยวำล์ว 4 / 2

เมื่อกดวำลว์ 4 / 2 ( สภำวะทำงำน ) แรงดนั ลมจำกรู P จะเปลี่ยนทิศทำงไหล คือ แรงดนั ลมจำกรู P
จะไหลผำ่ นรู A เขำ้ ไปดนั ลูกสูบใหเ้ ลื่อนออก ส่วนลมจำกหอ้ งสูบดำ้ นขวำมือจะระบำยออกสู่บรรยำกำศผำ่ น
รู B ไปยงั รู R และเม่ือปล่อยมือ ( สภำวะปกติ ) แรงดนั ลมจำกรู P จะเปลี่ยนทิศทำงกำรไหล คือ แรงดนั

24

ลมจำกรู P จะไหลผำ่ นรู B เขำ้ ไปยงั หอ้ งสูบดำ้ นขวำมือ ไปดนั ใหล้ ูกสูบเคล่ือนที่เขำ้ ส่วนลมจำกหอ้ งสูบ
ดำ้ นซำ้ ยมือจะระบำยออกสู่บรรยำกำศผำ่ นรู A ไปยงั รู R

วงจรควบคุมกำรทำงำนด้วยวำล์ว 5 / 2

เมื่อกดวำลว์ 5 / 2 ( สภำวะทำงำน ) แรงดนั ลมจำกรู P จะเปลี่ยนทิศทำงกำรไหล คือ แรงดนั ลมจำก
รู P จะไหลผำ่ นรู A เขำ้ ไปดนั ลูกสูบใหเ้ ลื่อนออกส่วนลมจำกหอ้ งสูบดำ้ นขวำมือจะระบำยออกสู่บรรยำกำศ
ผำ่ นรู B ไปยงั รู S และเมื่อปล่อยมือ ( สภำวะปกติด ) แรงดนั ลมจำกรู P จะเปล่ียนทิศทำงกำรไหลคือ
แรงดนั จำกรู P จะไหลผำ่ นรู B เขำ้ ไปยงั หอ้ งสูบดำ้ นขวำมือไปดนั ใหล้ ูกสูบเคลื่อนท่ีเขำ้ ส่วนลมจำกหอ้ ง
สูบดำ้ นซำ้ ยมือจะระบำยออกสู่บรรยำกำศผำ่ นรู A ไปยงั รู R

3.2 ชนิดของกำรควบคุม
กำรควบคุมในระบบนิวแมติกส์แบง่ กำรควบคุมออกเป็น 2 ชนิด

1. กำรควบคุมโดยตรง ( DIRECT CONTROL )
2. กำรควบคุมทำงออ้ ม ( INDIRECT CONTROL )

กำรควบคุมโดยตรง ( DIRECT CONTROL ) หมำยถึง แรงดนั ลมจำกแหล่งจำ่ ยลมจะผำ่ น
วำลว์ ควบคุมไปยงั กระบอกสูบโดยตรง กำรควบคุมลกั ษณะน้ีจะใชใ้ นกรณีที่ตำแหน่งกำรควบคุมอยไู่ มไ่ กล
จำกตวั ทำงำนมำกนกั เพรำะถำ้ อยไู่ กลกนั มำกๆ จะทำใหแ้ รงดนั ลมที่ไหลเขำ้ กระบอกต่ำ ซ่ึงผลอนั น้ีจะทำให้
แรงที่กระทำชิ้นงำนนอ้ ยลงดว้ ย ( F = P x A )

รูปกำรควบคุมทำงตรง

25

กำรควบคุมทำงออ้ ม ( INDIRECT CONTROL ) หมำยถึง แรงดนั ลมที่ผำ่ นวำลว์ ควบคุมจะ
ไมไ่ หลเขำ้ ไปยงั กระบอกสูบโดยตรง แต่จะไหลเขำ้ ไปยงั แมนวำลว์ และใหเ้ มนวำลว์ เป็นตวั จำ่ ยลมใหก้ บั
กระบอกสูบ กำรควบคุมลกั ษณะน้ีจะแกก้ ำรเกิดแรงดนั ลมตก ( PRESSURE DROP ) ที่ทำใหแ้ รงกระทำของ
กระบอกสูบลดนอ้ ยลงและจะใชใ้ นกรณีที่จุดควบคุมอยหู่ ่ำงจำกตวั ทำงำนมำกๆ

รูปกำรควบคุมทำงออ้ ม
จำกรูปแมว้ ำ่ วำลว์ ควบคุม 1.2 จะอยหู่ ่ำงจำกกระบอกสูบมำกเทำ่ ใดกต็ ำม จะไม่มีผลทำใหแ้ รงของ
กระบอกสูบนอ้ ยลง เพรำะลมจำกวำลว์ ควบคุมน้นั จะใชใ้ นกำรเลื่อนลิ้นของเมนวำลว์ 1.1 เทำ่ น้นั ส่วนเมน
วำลว์ 1.1 จะอยใู่ กลก้ บั ตวั ทำงำน
3.3 วงจรควบคุมกำรทำงำนเป็ นจังหวะ

วงจรกำรทำงำนแบบที่ 1

26

อธิบำยวงจร ( กระบอกสูบทำงำนสองทำง )
เม่ือกดวำลว์ 4 / 2 ใหล้ ิ้นของวำลว์ เลื่อนไปขวำมือ แรงดนั ลมจำก P จะเปลี่ยนทิศทำงกำร

ไหลคือ จะไหลผำ่ น A ไปดน้ ใหก้ ำ้ นสูบเคล่ือนที่ออก ส่วนลมในหอ้ งสูบดำ้ นขวำมือจะระบำยออกสู่
บรรยำกำศโดยผำ่ น B ไปยงั R เมื่อปล่อยมือลิ้นของวำลว์ จะเลื่อนกลบั สู่สภำพเดิมดว้ ยแรงสปริง แรงดนั ลม
จำก P จะเปล่ียนทิศทำงกำรไหลคือ จะไหลผำ่ น B ไปดนั ใหก้ ำ้ นสูบเคลื่อนท่ีเขำ้ ส่วนลมที่อยหู่ อ้ งสูบดำ้ น
ซำ้ ยมือจะระบำยออกสู่บรรยำกำศโดยผำ่ น A ไปยงั P

วงจรกำรทำงำนแบบที่ 2

คำอธิบำยวงจร ( กระบอกสูบทำงำนสองทำง )
เม่ือกดวำลว์ 3 / 2 ใหล้ ิ้นของวำลว์ เลื่อนไปทำงขวำมือ แรงดนั ลมจำก P ไหลผำ่ นวำลว์

3 / 2 ไปยงั Z ของวำลว์ 5 / 2 และเล่ือนลิ้นของวำลว์ 5 / 2 ใหเ้ ล่ือนไปทำงดำ้ นขวำมือ แรงดนั ลมจำก P จะ
เปลี่ยนทิศทำงกำรไหลคือ จะไหลผำ่ น A ไปดนั ใหก้ ำ้ นสูบเคล่ือนท่ีออก ส่วนลมในหอ้ งสูบดำ้ นขวำมือจะ
ระบำยออกสู่บรรยำกำศโดยผำ่ น B ไปยงั S เม่ือปล่อยมือ วำลว์ 3 / 2 จะเล่ือนกลบั สู่สภำพเดิม แรงดนั ลมที่
ใชว้ ำลว์ 5 / 2 จะระบำยออกทำง R ทำใหล้ ิ้นของวำลว์ 5 / 2 กลบั สู่สภำพเดิมแรงดนั ลมจำก P จะเปลี่ยน
ทิศทำงและจะไหลผำ่ น B ไปดนั กำ้ นสูบใหเ้ คลื่อนที่กลบั ส่วนลมในหอ้ งสูบดำ้ นซำ้ ยมือจะระบำยออกสู่
บรรยำกำศโดยผำ่ น A ไปยงั R

ขอ้ จำกดั ในกำรใชง้ ำน กำรใชว้ งจรกำรทำงำนเป็ นจงั หวะน้ี จะมีขอ้ จำกดั คือ จะตอ้ งกดวำลว์ 3 / 2
คำ้ งไวข้ ณะท่ีลูกสูบ เลื่อนออก เมื่อปล่อยมือลูกสูบจะเคลื่อนเขำ้ ทนั ที

ลกั ษณะกำรใชง้ ำน เช่น งำนเล่ือนชิ้นงำน , งำนป้ัมข้ึนรูปชิ้นงำน , งำน PUNCH รูชิ้นงำน เป็นตน้

27

3.4 วงจรควบคุมกำรทำงำนค้ำงตำแหน่ง
วงจรกำรทำงำนแบบที่ 1

คำอธิบำยวงจร ( กระบอกสูบทำงำนสองทำง )
เม่ือกดวำลว์ 4 / 2 แบบล็อคตำแหน่ง แรงดนั ลมจำก P จะไหลผำ่ น A ไปดนั กำ้ นสูบให้

เคลื่อนที่ออกและคำ้ งตำแหน่ง เม่ือปลดลอ็ ควำลว์ 4 / 2 แรงดนั ลมจำก P จะไหลผำ่ น B ไปดนั ใหก้ ำ้ นสูบ
เคลื่อนท่ีเขำ้

วงจรกำรทำงำนแบบที่ 2

คำอธิบำยวงจร ( กระบอกสูบทำงำนสองทำง )
เม่ือกดวำลว์ 3 / 2 แบบล็อคตำแหน่ง แรงดนั ลมจำก P จะไหลผำ่ นวำลว์ 3 / 2 ไปเลื่อนเมน

วำลว์ 4 / 2 ทำใหแ้ รงดนั ลมจำก P ไหลผำ่ นวำลว์ 4 / 2 ไปดนั ใหก้ ำ้ นสูบเคล่ือนที่ออก และเม่ือปลดล็อค
วำลว์ 3 / 2 แรงดนั ลมที่เล่ือนเมนวำลว์ 4 / 2 จะระบำยออกทำง R ของวำลว์ 3 / 2 ทำใหเ้ มนวำลว์ 4 / 2
เล่ือนกลบั สู่สภำพเดิมกระบอกสูบจึงเคลื่อนท่ีกลบั

28

วงจรกำรทำงำนแบบที่ 3

คำอธิบำยวงจร
เมื่อกดวำลว์ 1.2 สญั ญำณลมจำก P จะไหลผำ่ นวำลว์ 1.2 ไปเลื่อนเมนวำลว์ 1.1 ใหเ้ ล่ือน

ไปทำงดำ้ นขวำมือ เป็นผลทำใหก้ ระบอกสูบเคลื่อนที่ออก ในทำงตรงกนั ขำ้ มเม่ือกดวำลว์ 1.3 สญั ญำณลม
จำก P จะไหลผำ่ นวำลว์ 1.3 ไปเล่ือนใหเ้ มนวำลว์ กลบั สู่สภำพเดิม เป็นผลทำใหก้ ระบอกสูบเคลื่อนท่ีเขำ้

ลกั ษณะกำรใชง้ ำน วงจรควบคุมกำรทำงำนคำ้ งตำแหน่งน้ีจะใชใ้ นงำนตำ่ งๆ เช่น งำนแยก
ชิ้นงำน งำนจบั ยดึ ชิ้นงำน และปำกกำลม เป็นตน้

3.5 วงจรควบคุมกำรทำงำนหลำยตำแหน่ง
วงจรกำรทำงำนแบบท่ี 1 กำรควบคุมกำรทำงำนสองตำแหน่ง

29

คำอธิบำยวงจร
จำกรูปวงจร จะเห็นวำ่ ไมว่ ำ่ จะกดวำลว์ 1.2 หรือ วำลว์ 1.4 ตวั ใดตวั หน่ึง จะทำให้

กระบอกสูบที่ออก และเม่ือปล่อยมือกระบอกสูบจะเคลื่อนที่เขำ้

วำล์วลมเดี่ยว ( SHUTTLE VALVE ) วำลว์ ชนิดน้ีจะทีทำงต่อลมเขำ้ สองทำงและมีทำงออกของลม
เพียงทำงเดียว คุณสมบตั ิของวำลว์ ชนิดน้ีจะยอมใหล้ มไหลผำ่ นไดเ้ ม่ือมีสัญญำณเขำ้ มำดำ้ นใดดำ้ นหน่ึง

หลกั กำรทำงำน

A

Y
X

เม่ือแรงดนั ลมเขำ้ มำทำงดำ้ น Y ( P2 ) แรงดนั ลมจะดนั ลิ้นของวำลว์ ใหเ้ ล่ือนปิ ดทำงดำ้ น X ( P1 ) P2
ไหลผำ่ นไปยงั A ได้

A Y
X

เมื่อแรงดนั ลมเขำ้ มำทำงดำ้ น X ( P1 ) แรงดนั ลมจะดนั ลิ้นของวำลว์ ใหเ้ ล่ือนปิ ดทำงดำ้ น Y ( P2 )
ทำใหแ้ รงดนั ลมท่ีมำจำกดำ้ น X ( P1) ไหลผำ่ นไปยงั A ได้

ประโยชนใ์ นกำรใชว้ ำลว์ ชนิดน้ีคือ สำมำรถควบคุมกำรทำงำนของเครื่องจกั รได้ หลำยตำแหน่ง

30

วงจรกำรทำงำนแบบที่ 2 กำรควบคุมกำรทำงำนสำมตำแหน่ง

1.2 1.4 1.6

คำอธิบำยวงจร
จำกรูปวงจรจะเห็นวำ่ ไมว่ ำ่ จะกดวำลว์ 1.2 หรือ วำลว์ 1.4 หรือวำลว์ 1.6 ตวั ใดตวั หน่ึงจะ

ทำใหก้ ระบอกสูบเคลื่อนท่ีออก และเม่ือปล่อยมือกระบอกสูบจะเคล่ือนท่ีเขำ้

วงจรกำรทำงำนแบบท่ี 3 ( กำรควบคุมกำรทำงำนแบบสำมตำแหน่ง )
คำอธิบำยวงจร

จำกรูปวงจรจะเห็นวำ่ ไมว่ ำ่ จะกดวำลว์ 1.2 หรือ 1.4 หรือ 1.6 ตวั ใดตวั หน่ึง จะทำให้
กระบอกสูบเคล่ือนที่ออกและในทำงตรงกนั ขำ้ ม ไมว่ ำ่ จะกดวำลว์ 1.3 หรือ วำลว์ 1.5

ตวั ใดตวั หน่ึงจะทำใหก้ ระบอกสูบเคลื่อนที่เขำ้
ลกั ษณะกำรใชง้ ำน เช่น งำนควบคุมช่องลมหลงั คำหนำ้ ต่ำง , งำนย้ำหมุด เป็ นตน้

31

1.2 1.3
1.5
1.4 1.6

วงจรกำรทำงำนแบบที่ 2 ( แบบอตั โนมตั ิ )

1.4

1.2 1.3

คำอธิบำยวงจร
เม่ือกดวำลว์ ล็อคตำแหน่ง 1. 2 สญั ญำณลมจำก P จะไหลผำ่ นวำลว์ 1.2 และวำลว์ 1.4 ไปเลื่อนเมน

วำลว์ ทำใหก้ ระบอกสูบเคลื่อนที่ออก ( วำลว์ 1.4 จะถูกปล่อย ) เมื่อกำ้ นสูบเคล่ือนท่ีออกสุด จะเคลื่อนท่ีไป
กดวำลว์ 1.3 ใหส้ ญั ญำณลมจำก P ไหลผำ่ นวำลว์ 1.3 เล่ือนเมนวำลว์ ใหก้ ลบั สู่สภำพเดิมกระบอกสูบจึง

32

เคลื่อนท่ีเคล่ือนท่ีออกอีกคร้ังหน่ึง กระบอกสูบจะเคลื่อนที่เขำ้ และออกไปเรื่อยๆ จนกวำ่ จะปลดล็อดวำลว์ 1.2
กระบอกสูบจึงจะเคลื่อนที่เขำ้ สุดและหยดุ กำรทำงำน

วงจรกำรทำงำนแบบที่ 3 ( แบบก่ึงอตั โนมตั ิและแบบอตั โนมตั ิ )

ก่ึงอตั โนมตั ิ อตั โนมตั ิ

คำอธิบำยวงจร
คำอธิบำยวงจรจะเหมือนแบบก่ึงอตั โนมตั ิและแบบอตั โนมตั ิ วำลว์ 1.2 จะควบคุมกำรทำงำนแบบ

ก่ึงอตั โนมตั ิ วำลว์ 1.4 จะควบคุมกำรทำงำนแบบอตั โนมตั ิ กำรควบคุมแบบก่ึงอตั โนมตั ิน้นั จะตอ้ งปลดลอ็ ด
กำรทำงำนของวำลว์ 1.4 ก่อนเสมอลกั ษณะกำรใชง้ ำน เช่น งำนเทน้ำหล่อ เป็ นตน้

วำลว์ ลมคู่ ( TWO PRESSURE VALVE ) วำลว์ ลมคู่น้ีจะมีทำงเขำ้ ของสัญญำณลมสองทำง และ
จะมีทำงออกของลมเพยี งทำงดำ้ น คุณสมบตั ิของวำลว์ ชนิดน้ีจะยอมใหแ้ รงดนั ลมผำ่ นออกไปไดจ้ ะตอ้ งมี
แรงดนั ลมเขำ้ มำท้งั สองดำ้ น

หลกั กำรทำงำน

A

X
Y

33

เมื่อแรงดนั ลมเขำ้ มำทำงดำ้ น X แรงดนั ลมจะดนั ลิ้นของวำลว์ ไปทำงดำ้ นขวำมือปิ ดทำงลมไมใ่ หแ้ รงดนั ไหล
ผำ่ นไปยงั A ได้

A
XY

เม่ือแรงดนั ลมเขำ้ มำทำงดำ้ น Y แรงดนั ลมจะดนั ลิ้นของวำลว์ ไปทำงดำ้ นซำ้ ยมือ ปิ ดทำงลม
ไม่ใหแ้ รงดนั ลมไหลผำ่ นไปยงั A ได้ จะเห็นวำ่ แรงดนั จะไหลผำ่ น A ไดก้ ต็ ่อเม่ือตอ้ งมีสญั ญำณลมเขำ้ มำท้งั
ดำ้ น X และดำ้ น Y เทำ่ น้นั

ประโยชนข์ องวำลว์ ชนิดน้ีจะใชใ้ นวงจรท่ีมีระบบป้ องกนั เช่น ตอ้ งกดสองมือเทำ่ น้นั
เคร่ืองจกั ร จึงจะทำงำนได้ หรือตอ้ งปิ ดฝำเคร่ืองจกั รก่อนจึงจะสตำร์ทใหเ้ คร่ืองจกั รทำงำนไดเ้ ป็นตน้
วงจรกำรทำงำนแบบที่ 4

1.2
1.4

START

34

คำอธิบำยวงจร
เม่ือกดวำลว์ 1.2 หรือ 1.4 ตวั ใดตวั หน่ึง วงจรจะไมท่ ำงำน นอกจำกจะตอ้ งกดวำลว์ 1.2

และวำลว์ 1.4 เท่ำน้นั จึงจะทำใหม้ ีสญั ญำณผำ่ นวำลว์ 1.6 ไปเลื่อนเมนวำลว์ และกระบอกสูบจะเคลื่อนที่
ออก เมื่อปล่อยมือวำลว์ ตวั ใดตวั หน่ึง กระบอกสูบจะเคลื่อนที่เขำ้

ลกั ษณะกำรใชง้ ำน เช่น งำนป้ัมชิ้นงำนข้ึนรูป ; งำน PUNCH รูชิ้นงำน เป็ นตน้

วำลว์ จดั ลำดบั แรงดนั
( PRUSSURE SEQUENCE VALVE )

แสดงสภำวะกำรทำงำนของวำลว์ จดั ลำดบั แรงดนั ( PRUSSURE SEQUENCE VALVE ) เมื่อไมม่ ี
แรงดนั จำกลมเขำ้ มำทำงดำ้ น Z แรงดนั ลมท่ีมำจำกทำงดำ้ น P จะถูกปิ ดก้นั ส่วนรู A จะต่อถึงรู R

แสดงสภำวะกำรทำงำนของวำลว์ จดั ลำดบั แรงดนั ( PRUSSURE SEQUENCE VALVE ) เมื่อมี
แรงดนั ลมเขำ้ มำทำงดำ้ น Z แรงดนั ลมจะเอำชนะแรงดนั สปริงเลื่อนกำ้ นท่ีติดอยกู่ บั แผน่ ไดอะแฟรมดนั ลิ้นของ
วำลว์ ใหเ้ ปิ ดทำงลม เป็นผลทำใหแ้ รงดนั ลมที่เขำ้ มำทำงรู P ผำ่ นไปยงั รู A ได้
หมำยเหตุ กำรเลื่อนลิ้นของวำลว์ ใหเ้ ปิ ดทำงลม สำมำรถปรับควำมดนั ใหส้ ูงต่ำตำมตอ้ งกำรได้

35

3.6 วงจรกำรทำงำนด้วยวำล์วจัดลำดบั ( PRESSURE SEQUENCE VALVE )
บำงคร้ังกำรติดต้งั วำลว์ ลูกกลิ้งในตำแหน่งออกสุดและเขำ้ สุดของกระบอกสูบไม่สำมำรถ

ติดต้งั ได้ เน่ืองจำกเน้ือท่ีในกำรติดต้งั แคบหรือถำ้ ติดต้งั แลว้ จะทำใหก้ ำรทำงำนของเคร่ืองจกั รไม่สะดวก
ดงั น้นั จึงตอ้ งนำวำลว์ จดั ลำดบั ( PRESSUER SEQUENCE VALVE ) มำใชใ้ นกำรควบคุมเพอ่ื แกป้ ัญหำ
ดงั กล่ำว

วงจรกำรทำงำนแบบท่ี 1 ( แบบก่ึงอตั โนมตั ิ )

คำอธิบำยวงจร
เม่ือกดวำลว์ 1.2 จะมีสญั ญำณลมไหลผำ่ นวำลว์ 1.2 ไปเล่ือนเมนวำลว์ เป็นผลทำให้

กระบอกสูบเคลื่อนท่ีออกสุด เมื่อกระบอกสูบเคล่ือนท่ีออกสุดแรงดนั ลมส่วนหน่ึงจะไหลเขำ้ ทำงดำ้ น Z ของ
วำลว์ จดั ลำดบั ทำใหม้ ีสัญญำณลมไปเล่ือนเมนวำลว์ ใหก้ ลบั สู่สภำพเดิมกระบอกสูบจึงเคล่ือนท่ีกลบั

36

วงจรกำรทำงำนแบบที่ 2 ( แบบอตั โนมตั ิ

คำอธิบำยวงจร
เมื่อกดวำลว์ 1.2 จะมีสญั ญำณลมไหลผำ่ นวำลว์ 1.2 และ 1.4 ไปเลื่อนเมนวำลว์ เป็นผลทำ

ใหก้ ระบอกสูบเคล่ือนที่ออก เม่ือกระบอกสูบเคล่ือนท่ีออกสุดแรงสปริงจะดนั วำลว์ 1.4 ใหก้ ลบั สู่สภำพเดิม
และจะมีสัญญำณลมส่วนหน่ึงจำกกระบอกสูบไปเลื่อนวำลว์ 1.3 ใหท้ ำงำนสญั ญำณลมจำกวำลว์ 1.3 จะ
เลื่อนเมนวำลว์ ใหก้ ลบั ทำใหก้ ระบอกสูบเคล่ือนที่กลบั เมื่อกระบอกสูบเคล่ือนท่ีเขำ้ สุด แรงสปริงจะเล่ือนวำลว์
1.3 ใหก้ ลบั สู่สภำพเดิมและสญั ญำณลมส่วนหน่ึงจำกกระบอกสูบจะแยกไปเล่ือนวำลว์ 1.4 ใหเ้ ปิ ดทำงลม
สัญญำณลมกจ็ ะไหลผำ่ นวำล์ว 1.4 ไปเล่ือนเมนวำลว์ ทำใหก้ ระบอกสูบเคล่ือนที่ออกอีกคร้ังหน่ึง กระบอก
สูบจะเคล่ือนท่ีเขำ้ และออกไปเรื่อยๆ จนกวำ่ จะปลดล็อควำลว์ 1.2 กระบอกสูบจึงจะหยดุ ทำงำน

37

วำลว์ กำรทำงำนแบบท่ี 3 ( แบบก่ึงอตั โนมตั ิและแบบอตั โนมตั ิ )

คำอธิบำยวงจร
คำอธิบำยวงจรจะเหมือนแบบก่ึงอตั โนมตั ิและแบบอตั โนมตั ิ วำลว์ 1.2 จะควบคุมกำร

ทำงำนแบบก่ึงอตั โนมตั ิ วำล์ว 1.4 จะควบคุมกำรทำงำนแบบอตั โนมตั ิ กำรควบคุมแบบก่ึงอตั โนมตั ิน้นั
จะตอ้ งปลดลอ็ คกำรทำงำนของวำลว์ 1.4 ก่อนเสมอ

ลกั ษณะกำรใชง้ ำน เช่น งำนเทน้ำหล่อ งำนประทบั ตรำชิ้นงำน เป็นตน้

3.7 วงจรกำรทำงำนด้วยวำล์วต้งั เวลำ ( TIME DELAY VALVE )
วงจรกำรทำงำนแบบที่ 1 หน่วงเวลำกลบั เม่ือกระบอกสูบเริ่มเคล่ือนท่ีออก

38

คำอธิบำยวงจร
เม่ือกดวำลว์ 1.2 จะมีสัญญำณลมไหลผำ่ นวำลว์ 1.2 ไปเล่ือนเมนวำลว์ ทำใหก้ ระบอกสูบ

เคลื่อนท่ีออกเมื่อกระบอกสูบเคล่ือนที่ออกสุดจะมีแรงดนั ลมส่วนหน่ึงแยกไหลเขำ้ ไปเล่ือนวำลว์ 1.3 ทำงดำ้ น
วำลว์ 1.3 จะไมเ่ ล่ือนทนั ทีแต่จะรอจนกวำ่ สัญญำณลมจำกวำลว์ 1.3 จะไปเล่ือนเมนวำลว์ ใหเ้ คล่ือนท่ีกลบั เป็น
ผล ทำใหก้ ระบอกสูบเคลื่อนที่เขำ้ สุด เม่ือกระบอกสูบเคลื่อนท่ีเขำ้ สุด แรงดนั ลมท่ีเล่ือนวำลว์ 1.3 จะถูก
ระบำยทิง้ วำลว์ 1.3 ก็จะกลบั สู่สภำพเดิม

วำลว์ ต้งั เวลำ 3 / 2 ปกติดเปิ ด
( 3 / 2 TIME DELAY VALVE , NORMALLY OPEN )

สภำวะปกติด เม่ือยงั ไมม่ ีแรงดนั ลมทำงดำ้ น Z ของวำลว์ ต้งั เวลำ แรงดนั ลมจำกรู P จะต่อถึงรู A
ส่วนรู R จะถูกลิ้นของวำลว์ ปิ ดก้นั ไว้

สภำวะทำงำน เม่ือมีแรงดนั ลมเขำ้ ทำงดำ้ น Z แรงดนั ลมจะไมส่ ำมำรถไหลผำ่ นวำลว์ ก้นั ทำง
ไหล ( CHECK VALVE ) ได้ แต่สำมำรถไหลผำ่ นไดท้ ำงเดียวคือ ทำงวำลว์ หรี่ ( THROTTLE VALVE
ADJUSTABLE ) แรงดนั ลมจะไหลผำ่ นวำลว์ หรี่เขำ้ ไปยงั ถงั เกบ็ ลม ( RECIEVER ) เม่ือปริมำณลมไหลเขำ้
จนเตม็ ถงั กจ็ ะทำใหเ้ กิดแรงดนั เล่ือนลิ้นของวำลว์ ลงดำ้ นล่ำงได้ เป็นผลทำใหแ้ รงดนั ลมจำกรู P ถูกลิ้นของ
วำลว์ ปิ ดก้นั ทำงไหล ส่วนรู A จะต่อถึงรู R

39

วงจรกำรทำงำนแบบท่ี 2 หน่วงเวลำกลบั และรอเวลำสตำร์ท

คำอธิบำยวงจร
วงจรน้ีจะใชเ้ วลำตอนกระบอกสูบเคล่ือนที่กลบั งำนบำงอยำ่ งเมื่อกระบอกสูบเคล่ือนท่ีกลบั

แลว้ จะสตำร์ททำใหง้ ำนใหมไ่ ดอ้ ีกจะตอ้ งรอเวลำ

วำลว์ กำเนิดควำมสนั่ ( VARIABLE IMPULSW GENERATOR VALVE )
วำลว์ ผสมชนิดน้ีจะควบคุมงำนท่ีตอ้ งกำรควำมถ่ีของกำรส่นั สะเทือนสูง ประกอบดว้ ยวำลว์

ควบคุมอตั รำกำรไหลทำงเดียวสองตวั และวำลว์ 3 / 2 สองตวั รวมอยภู่ ำยในโครงสร้ำงของวำลว์
เม่ือมีแรงดนั ลมเขำ้ มำทำงรู P แรงดนั ลมจะผำ่ นวำลว์ 3 / 2 ปกติดเปิ ดออกไปยงั รู B และสญั ญำณลม

ส่วนหน่ึงจะแยกไหลผำ่ นวำลว์ ควบคุมกำรไหลทำงเดียวเพื่อเล่ือนวำลว์ 3 / 2 ปกติปิ ดทำงดำ้ น รูป Z1 จะทำให้
สัญญำณลมจำกรู P แยกมำออกท่ีรู A ดว้ ย ขณะท่ี A ไดร้ ับสัญญำณลม ลมส่วนหน่ึงจะแยกไหลมำเล่ือน
วำลว์ 3 / 2 ปกติเปิ ดทำงดำ้ นรู Z2 ทำใหส้ ญั ญำณลมที่ B ถูกปิ ด จะมีผลทำใหว้ ำลว์ 3 / 2 ปกติดปิ ด (
ดำ้ นล่ำง ) กลบั สู่ตำแหน่งเดิมดว้ ยแรงสปริง สัญญำณลมก็จะไม่สำมำรถผำ่ นไปยงั A ได้ ซ่ึงเป็นเวลำ
เดียวกบั วำลว์ 3 / 2 ปกติปิ ด ( ดำ้ นบน ) เคล่ือนที่กลบั สู่สภำพเดิม สญั ญำณลมกจ็ ะกลบั มำออกท่ี B อีก
ลกั ษณะกำรทำงำน เช่นน้ีจะทำใหม้ ีสญั ญำณลมออกท่ี A และ B สลบั ไปมำตลอดเวลำ ควำมถี่ของกำร
สั่นสะเทือน หรือควำมถี่กำรทำงำนของกระบอกสูบจะข้ึนอยกู่ ำรปรับวำลว์ ควบคุมกำรไหลทำงเดียวของท้งั
สองตวั ที่อยภู่ ำยใน ถำ้ ปรับใหล้ มไหลผำ่ นไดส้ ะดวก ควำมถ่ีของกำรสนั่ ก็จะมีค่ำสูง แต่ถำ้ ปรับใหป้ ริมำณ
ไหลผำ่ นไดน้ อ้ ย ควำมถ่ีของกำรสนั่ ก็จะมีค่ำนอ้ ย ตำมไปดว้ ย

40

วำลว์ กดสองมือ ( TWO HAND START UNIT )
วำลว์ ผสมชนิดน้ีจะออกแบบใชส้ ำหรับในงำนท่ีจะเกิดอนั ตรำยต่อผใู้ ชง้ ำนได้ เช่น งำนป้ัม

ข้ึนรูปชิ้นงำนเป็นตน้ วำลว์ ชนิดน้ีจะประกอบดว้ ย วำลว์ ลมเด่ียว ( SHUTTLE VALVE ) วำลว์ ลมคู่ ( TWO
PRESSURE VALVE ) วำล์วควบคุมกำรไหลของลมทำงเดี่ยว ( ONE WAY FLOW CONTROL VALVE )
ถงั เกบ็ ลม ( RECIEVER ) และวำลว์ 3 / 2 รวมอยดู่ ว้ ย และมีรูปแบบกำรผลิตอยสู่ องแบบ คือ แบบใชร้ ะบบ
แมคคำนิกส์ป้ องกนั และแบบใชส้ ัญญำณลมเป็นตวั ป้ องกนั

บทที่ 4
กำรควบคุมควำมเร็วในระบบนิวแมตกิ ส์

งำนกำรควบคุมในระบบนิวแมติกส์จำเป็นตอ้ งมีกำรควบคุมควำมเร็วในกำรเคลื่อนท่ีของกำ้ นสูบ งำน
บำงอยำ่ งตอ้ งกำรใหก้ ระบอกสูบเคล่ือนออกดว้ ยควำมเร็วสูงเช่น งำนข้ึนรูปชิ้นงำน งำน PUNCH รูชิ้นงำน
งำนบำงอยำ่ งตอ้ งกำรใหก้ ระบอกสูบเคล่ือนท่ีออกชำ้ เช่น งำนเทน้ำหล่อ งำนส่งชิ้นงำน เป็นตน้ ดงั น้นั จึง
จำเป็นตอ้ งเรียนรู้หลกั กำรควบคุมควำมเร็วของกำ้ นสูบและ อุปกรณ์ท่ีใชใ้ นกำรควบคุมควำมเร็ว เพ่ือจะได้
นำไปใชใ้ หเ้ หมำะสมกบั ลกั ษณะงำนตำ่ งๆ ไดอ้ ยำ่ งถูกตอ้ ง

4.1 หลกั กำรควบคุมควำมเร็วของก้ำนสูบ

A
V

Q

Q = อตั รำกำรไหลของลม ( ลิตร / นำที )

t = เวลำ ( นำที )

v = ควำมเร็วของกำ้ นสูบ ( เมตร / นำที )

A = พ้นื ที่หนำ้ ตดั ของลูกสูบ ( ตำรำงมิลลิเมตร )

ควำมเร็วของดำ้ นสูบจะมีควำมสมั พนั ธ์กนั อตั รำกำรไหลของลมท่ีบรรจุเขำ้ ไปในกระบอกสูบและ
พ้ืนที่หนำ้ ตดั ของลูกสูบ ซ่ึงมีควำมสมั พนั ธ์ดงั น้ี

Q = V.A

41

ถำ้ อตั รำกำรไหลมีหน่วยเป็ นลิตร / นำที ควำมเร็วเป็ นเมตร / นำที และ พ้ืนท่ีหนำ้ ตดั เป็น
ตำรำงมิลลิเมตร สูตรสำเร็จ คือ

Q = V.A
1000

4.2 โครงสร้ำงและหลกั กำรทำงำนของอุปกรณ์ควบคุมกำรไหลของลม
4.2.1 วำลว์ กนั กลบั ( CHEACK VALVE )
วำลว์ ชนิดน้ีจะมีคุณสมบตั ิให้ลมไหลผำ่ นไดเ้ พียงทำงเดียวโดยจะไหลยอ้ นกลบั ไมไ่ ด้

มีท้งั แบบไมม่ ีสปริงดนั ภำยใน และแบบมีสปริงดนั ภำยใน ประโยชน์ของวำลว์ ชนิดน้ีจะใหเ้ ป็นอุปกรณ์ที่
ตอ้ งกำรใหล้ มไหลผำ่ นไปไดเ้ พยี งทำงเดียว

XY

แสดงสภำวะกำรทำงำนของ CHECK VALVE เมื่อแรงดนั ลมเขำ้ มำทำงดำ้ น Y ลมจะดนั ลิ้นของวำลว์
ใหป้ ิ ดทำงลม ทำใหล้ มท่ีเขำ้ มำทำงดำ้ น Y ไมส่ ำมำรถผำ่ นไปยงั ดำ้ น X ได้

XY

แสดงสภำวะกำรทำงำนของ CHECK VALVE เมื่อแรงดนั ลมเขำ้ ทำงดำ้ น X แรงดนั ของลมจะ
เอำชนะแรงสปริงและดนั ลิ้นของวำลว์ ใหเ้ ปิ ดทำงลม ทำใหล้ มท่ีเขำ้ มำทำงดำ้ น X สำมำรถผำ่ นไปยงั ดำ้ น
Y ได้

42

4.2.2 วำลว์ กนั กลบั ชนิดมีสัญญำณควบคุม

วำลว์ ชนิดน้ีปกติลมจะไหลจำก 1 ไป 2
ได้ แต่ ไหลยอ้ นกลบั จำก 2 มำ 1 ไมไ่ ด้ แต่ถำ้ มีสญั ญำณลมเขำ้ ท่ีท่อ 21 ลมจำกทอ่ 1 และ 2 จะไหลไป
หรือกลบั ไปไดท้ ้งั สองทิศทำง

4.2.3 วำลว์ หร่ีปรับคำ่ ได้ ( THROTTLE VALVE ADJUSTABLE ) วำลว์ ชนิดน้ีจะมี
คุณสมบตั ิควบคุมปริมำณกำรไหลของลมไดท้ ้งั สองทำง

หลกั กำรทำงำน
แสดงสภำวะกำรทำงำนของวำลว์ ควบคุมกำรไหลของลมท่ีปรับคำ่ ได้ เมื่อแรงดนั ของลมเขำ้
มำทำงดำ้ น X ปริมำณลมจะผำ่ นไปยงั ดำ้ น Y มำกหรือนอ้ ย ข้ึนอยกู่ บั กำรปรับสกรู ของวำลว์ ใหล้ ิ้นเปิ ดทำง
ลมกวำ้ งหรือแคบ หรือ ลมจะเขำ้ ทำง Y ออกทำง X กไ็ ดผ้ ลเช่นเดียวกนั
4.2.4 วำลว์ ควบคุมอตั รำกำรไหลของลมทำงเดียว ( ONE WAY FLOW CONTROL

VALVE ) วำลว์ ชนิดน้ีจะสำมำรถควบคุมอตั รำกำรไหลของลมไดเ้ พียงทำงเดียว เม่ือ
แรงดนั ลมเขำ้ มำทำงดำ้ นหน่ึงจะไหลผำ่ นปกติ แตถ่ ำ้ แรงดนั ลมเขำ้ มำอึกดำ้ นหน่ึงจะ
สำมำรถควบคุมปริมำณของลมได้ จำกคุณสมบตั ิอนั น้ีเรำจะสำมำรถนำวำลว์ ชนิดน้ีไป
ติดต้งั ควบคุมกำรทำงำนของกระบอกสูบใหเ้ คล่ือนท่ีออก หรือ เคล่ือนที่เขำ้ ซ้ำได้ อยำ่ ง
ใดอยำ่ งหน่ึงวำลว์ ชนิดน้ีจะประกอบวำลว์ กนั กลบั ( CHECK VALVE ) และวำลว์ หร่ีท่ี
ปรับค่ำได้ ( THROTTLE VALVE ADJUSTABLE ) รวมอยใู่ นตวั เดียวกนั

หลกั กำรทำงำน
แสดงสภำวะกำรทำงำนของวำลว์ เม่ือแรงดนั ลมเขำ้ มำทำงดำ้ น X แรงดนั ลมจะไมส่ ำมำรถไหลผำ่ นวำลว์ กนั
กลบั ได้ ( CHECK VALVE ) แตจ่ ะไหลผำ่ นไดเ้ พียงทำงเดียว คือวำลว์ หรี่ ดงั น้นั ปริมำณลมที่ออกมำ
ทำงดำ้ น Y จะสำมำรถควบคุมปริมำณลมไดส้ ภำวะกำรทำงำนของวำลว์ เม่ือแรงดนั ลมเขำ้ มำทำงดำ้ น Y
แรงดนั ลมจะสำมำรถไหลผำ่ นวำลว์ ก้นั ทำงไหล ( CHECK VALVE ) และวำลว์ หรี่ ( THROTTLE
VALVE ) ได้ ดงั น้นั ปริมำณลมท่ีออกมำทำงดำ้ น X จะไมส่ ำมำรถควบคุมได้

43

4.2.5 วำลว์ เร่งระบำย ( QUICK EXHAUST VALVE ) วำลว์ ชนิดน้ีจะเป็นวำลว์ ที่ควบคุมใหล้ ม
ระบำยออกเร็วเพ่ือลดแรงตำ้ นในกำรเคล่ือนที่ของกระบอกสูบ ทำใหก้ ระบอกสูบเคลื่อนท่ีเร็วกวำ่ ปกติ
ประโยชน์ของวำลว์ ชนิดน้ีจะใชร้ ะบำยลมออกเร็ว เช่นงำนข้ึนรูปชิ้นงำน งำน PHNCH รูชิ้นงำนเป็ นตน้

หลกั กำรทำงำน
แสดงสภำวะกำรทำงำนของวำลว์ เร่งระบำย เม่ือ แรงดนั ลมเขำ้ มำทำงดำ้ น P แรงดนั ลมจะเล่ือนลิ้น

ของวำลว์ ใหไ้ ปปิ ดทำง R ทำใหล้ มจำก P ผำ่ นไปยงั A ไดเ้ ม่ือแรงดนั ลมเขำ้ มำทำงดำ้ น A แรงดนั ลมจะ
เลื่อนลิ้นของวำลว์ ใหไ้ ปปิ ดทำง P ทำใหล้ มจำก A สำมำรถระเบำยออกทำง R ไดอ้ ยำ่ งรวดเร็ว

ลมจำก P จะไหลผำ่ นวำลว์ โดยไมถ่ ูกควบคุมเขำ้ ไปในกระบอกสูบได้ ในทำงตรงขำ้ มถำ้ ลม
ไหลยอ้ นกลบั จำก A ไป P ลมที่ระบำยทิ้งน้ีจะถูกควบคุมใหอ้ อกชำ้ หรือ เร็ว ใหอ้ ยกู่ บั สกรูปรับปริมำณกำร
ไหลผำ่ นของลม

4.3 วธิ ีกำรควบคุมควำมเร็วก้ำนสูบแบบต่ำงๆ
วธิ ีท่ี 1 กำรควบคุมปริมำณลมไหลเขำ้ ( METER IN METHODE หรือ INLET AIR

CONTROLLED )
กำรควบคุมควำมเร็วของกำ้ นสูบวธิ ีน้ีจะเป็นกำรควบคุมปริมำณลมเขำ้ กระบอกสูบ ส่วนปริมำณลมที่

ออกจำกกระบอกสูบจะไม่ถูกควบคุม กำรควบคุมวธิ ีน้ีจะมีขอ้ ดีคือแรงกระทำของกำ้ นสูบจะมีค่ำคอ่ ยๆ เพิม่
มำกแต่กม็ ีขอ้ เสียคือ ถำ้ มีกำรควบคุมปริมำณลมใหเ้ ขำ้ กระบอกสูบนอ้ ย ( ตอ้ งกำรให้กำ้ นสูบเคลื่อนท่ีชำ้ มำก )
กำรเคลื่อนที่ของกำ้ นสูบจะไม่สม่ำเสมอและเคล่ือนที่สะดุดไม่เรียบเน่ืองจำกในขณะที่ดำ้ นสูบเคล่ือนท่ีออกน้นั
จะทำใหเ้ กิดช่องวำ่ งของหอ้ งสูบดำ้ นซำ้ ยมือซ่ึงกำ้ นสูบจะเคลื่อนที่ต่อไปไดต้ อ้ งใหป้ ริมำณลมเขำ้ มำเตม็ ห้อง
สูบอีกคร้ังหน่ึงก่อนจึงจะเคล่ือนที่ต่อไปได้ ผลอนั น้ีเองจะทำใหก้ ำ้ นสูบเคล่ือนที่ไมเ่ รียบกำรควบคุมแบบน้ีจะ
เหมำะสำหรับงำนบำงกรณีเท่ำน้นั เช่น ใชค้ วบคุมควำมเร็วของกระบอกสูบทำงเดียว ( SINGLE ACTING
CYLINDER ) หรือ กระบอกสูบท่ีมีขนำดเลก็ เป็นตน้

44

วธิ ีที่ 2 กำรควบคุมปริมำณลมไหลออก ( METER OUT METHOD หรือ OUTLET AIR
CONTROLLED )

กำรควบคุมควำมเร็วองกำ้ นสูบวธิ ีน้ีจะเป็นกำรควบคุมปริมำณลมออกจำกกระบอกสูบ ( ควบคุมลม
ระบำยออก ) ส่วนปริมำณลมที่เขำ้ กระบอกสูบจะไม่ถูกควบคุม กำรควบคุมแบบน้ีจะมีขอ้ ดีกวำ่ วธิ ีที่ 1 คือ
กำรเคลื่อนท่ีของกำ้ นสูบจะเคลื่อนที่สม่ำเสมอและเรียบเน่ืองจำกปริมำณลมที่เขำ้ กระบอกสูบจะเขำ้ เตม็ ที่ กำร
ควบคุมแบบน้ีมีขอ้ เสียอยบู่ ำ้ งเหมือนกนั คือแรงท่ีกระทำที่กำ้ นสูบจะมีคำ่ นอ้ ยกวำ่ แบบที่ 1 เพรำะกำรควบคุม
ปริมำณลมออกน้นั จะทำใหเ้ กิดแรงตำ้ นกำรเคลื่อนที่ของกำ้ นสูบและกำรควบคุมควำมเร็วแบบน้ีจะไม่เหมำะ
กบั ลูกสูบชนิดช่วงชกั ส้นั ๆ หรือขนำดเลก็ ๆ แรงดนั ที่เป็ นแรงตำ้ นทำนลมระบำยอำจไม่เพยี งพอฉะน้นั กำร
ควบคุมวธิ ีแรกจึงเหมำะกวำ่ ( สำหรับกระบอกสูบช่วงชกั ส้ันๆ หรือ ขนำดเล็กๆ )

45

วธิ ีท่ี 3 กำรควบคุมปริมำณลมจำกแหล่งจ่ำยลม ( SUPPPLY METERING METHOD )
กำรควบคุมควำมเร็วของกำ้ นสูบแบบน้ีจะควบคุมปริมำณลมที่มำจำกแหล่งจ่ำยลม กำรควบคุมแบบน้ี
จะมีขอ้ เสีย คือ ไมส่ ำมำรถแยกกำรควบคุมกำรเคลื่อนที่เขำ้ และออกของกำ้ นสูบเป็ นอิสระได้

4.6 หลกั กำรเขยี นรหัสอุปกรณ์ในวงจรนิวแมติกส์
ในกำรเขียนวงจรนิวแมติกส์ จะเป็นตอ้ งมีมำตรฐำนกำรเขียนรหสั อุปกรณ์ต่ำงๆ ใหถ้ ูกตอ้ งและมีควำม

เขำ้ ใจตรงกนั เพ่ือสะดวกในกำรอ่ำนและออกแบบวงจร ในขณะเดียวกนั อุปกรณ์ทุกชิ้นของเครื่องจกั รจะตอ้ ง
มีหมำยเลขกำกบั ดว้ ย เพอ่ื ใชใ้ นกำรอำ้ งอิงวงจร และตรวจสอบวงจรในกรณีที่กำรทำงำนของเคร่ืองจกั รเกิด
ขดั ขอ้ ง ซ่ึงกำรมีรหสั กำกบั อุปกรณ์น้ี จะช่วยใหก้ ำรหำขอ้ ขดั ขอ้ งของวงจรไดง้ ่ำย และรวดเร็วยง่ิ ข้ึน ฉะน้นั
จึงจำเป็นตอ้ งเรียนรู้วธิ ีกำรกำหนดรหสั อุปกรณ์ในวงจรนิวแมติกส์ ดงั กล่ำวต่อไปน้ี

กำรกำหนดหมำยเลขอุปกรณ์ในวงจรนิวแมติกส์ 46
วงจรกำรทำงำน
อุปกรณ์กำรทำงำน

Working Element

อุปกรณ์ควบคุมควำมเร็ว

Flow Control Element

เมนวำลว์ Main Valve

อุปกรณ์ใหส้ ญั ญำณ

Signal Element

แหลง่ จ่ำยลม

Supply Unit

กำรกำหนดหมำยเลขอุปกรณ์ในวงจรนิวแมติกส์นิยมใชก้ นั อยู่ 2 ระบบ คือ ระบบใชต้ วั อกั ษร และ
ระบบใชต้ วั เลข แตใ่ นปัจจุบนั ส่วนใหญ่ จะใชก้ ำรกำหนดรหสั อุปกรณ์เป็ นระบบตวั เลข

ระบบใชต้ วั เลข จะเรียงลำดบั จำกซำ้ ยมือไปขวำมือ และจำกบนลงล่ำง

1.อุปกรณ์ทำงำน ( WORKING ELEMENT )
ตวั เลขหลงั จำกจุดทศนิยมจะเป็นเลข 0 ส่วนตวั เลขหนำ้ จุดทศนิยมจะบอกถึงอุปกรณ์ทำงำน

ตวั ท่ีเทำ่ ไร เช่น 1.0 , 2.0 , 3.0 ,.......n..0

2.เมนวำลว์ ( MAIN VALVE )
ตวั เลขหลงั จำกจุดทศนิยมจะเป็นตวั เลข 1 ส่วนตวั เลขหนำ้ จุดทศนิยมจะบอกวำ่ เป็นเมนวำลว์

ของตวั ทำงำนตวั ที่เท่ำไร เช่น 1.1 , 2.1 , 3.1 , ......n .1

3.อุปกรณ์ควบคุมควำมเร็ว ( FLOW CONTROL ELEMENT )
อุปกรณ์ควบคุมควำมเร็วกำ้ นสูบเคล่ือนท่ีออก ตวั เลขหลงั จุดทศนิยม .0 เลขคู่ เช่น 1.02 ,

1.04 , 2.02 , 2.04

47

อุปกรณ์ควบคุมควำมเร็วกำ้ นสูบเคล่ือนท่ีเขำ้ ตวั เลขหลงั จุดทศนิยม .0 เลขค่ี เช่น 1.01 , 1.03 ,
2.01 , 2.03

ส่วนตวั เลขหนำ้ จุดทศนิยมจะบอกถึงวำ่ เป็นอุปกรณ์ควบคุมควำมเร็วของอุปกรณ์ทำงำนตวั ที่
เท่ำไร

4.อุปกรณ์ใหส้ ัญญำณ ( SIGNAL ELEMENT )
อุปกรณ์ใหส้ ัญญำณในระบบนิวแมติกส์ ส่วนใหญจ่ ะเป็นวำลว์ ควบคุมแบบตำ่ งๆ ตวั เลขท่ี

กำหนดไวท้ ่ีอุปกรณ์จะมีรหสั ดงั น้ี ตวั เลขหลงั จุดทศนิยมเป็นเลขคู่ จะเป็นอุปกรณ์ท่ีมีผลทำใหก้ ระบอก
สูบเคล่ือนท่ีออก ส่วนตวั เลขหนำ้ จุดทศนิยมจะบอกถึงอุปกรณ์ทำงำนตวั ท่ีเทำ่ ไรที่เคล่ือนที่ออก เช่น 1.2
, 1.4 , 2.2 , 2.4 เป็นตน้ ตวั เลขหลงั จุดทศนิยมเป็นเลขคี่จะเป็นอุปกรณ์ที่มีผลทำใหก้ ระบอกสูบเคลื่อนที่
เขำ้ ส่วนตวั เลขหนำ้ จุดทศนิยมจะบอกถึงอุปกรณ์ทำงำนตวั ท่ีเท่ำไรเคล่ือนที่เขำ้ เช่น 1.3 , 1.5 , 2.3 , 2.5
เป็ นตน้

5.แหล่งจ่ำยลม ( SUPPLY UNIT ) และอุปกรณ์ท่ีไม่มีผลในกำรบงั คบั ทิศทำง
แหล่งจำ่ ยลมเป็นอุปกรณ์ที่ไมม่ ีผลตอ่ กำรบงั คบั ทิศทำงของกำ้ นสูบจะใชต้ วั เลขหนำ้ จุด

ทศนิยมเป็น 0 เช่น 0.1 , 0.2 , 0.3

บทที่ 5
กำรควบคุมกำรทำงำนแบบต่อเน่ือง

SEQUENCE CONTROL

5.1 วธิ ีแสดงข้นั ตอนกำรทำงำนแบบต่อเนื่อง
วงจรกำรทำงำนของเครื่องจกั รที่ใชก้ ำรควบคุมดว้ ยระบบนิวแมติกส์หรือระบบนิวแมติกส์ไฟฟ้ ำจะหนี

ไมพ่ น้ ท่ีจะตอ้ งมีกำรควบคุมกำรทำงำนอยำ่ งต่อเน่ือง ( SEQUENCE CONTROL ) โดยเฉพำะเครื่องจกั รที่มี
กำรทำงำนแบบอตั โนมตั ิ กำรควบคุมกำรทำงำนแบบต่อเนื่องน้ี ในวงจรกำรควบคุมจะสมั พนั ธ์และ
ต่อเน่ืองกนั กำรแสดงข้นั ตอนกำรทำงำนของวงจรมกั จะแสดงอยใู่ นรูปแบบของไดอะแกรมเป็นหลกั เพรำะ
สำมำรถเขำ้ ใจง่ำย ไมย่ งุ่ ยำกในกำรตรวจสอบและกำรออกแบบวงจร วธิ ีแสดงข้นั ตอนกำรทำงำนของวงจร
แบง่ ออกเป็น 4 วธิ ี ดงั น้ีคือ

1. ALPHABATIC SEQUENCE
กำรแสดงข้นั ตอนกำรทำงำนของกระบอกสูบต่ำงๆ โดยใชอ้ กั ษรภำษำองั กฤษหรือตวั เลขท่ีมี

หลงั จุดทศนิยมเป็นศูนยผ์ สมกบั เคร่ืองหมำย + และ - มีหลกั เกณฑด์ งั น้ี

48

อกั ษรตวั ใหญ่หรือตวั เลขที่มีหลงั จุดทศนิยมเป็นศูนย์ หมำยถึงอุปกรณ์ทำงำน ( WORKING
ELEMENT ) เช่น กระบอกสูบ สูบใดทำงำนก่อนจะไดร้ ับอกั ษรก่อน เช่น สูบ A , B , C ( 1.0 ; 2.0 ; 3.0 )
ตำมลำดบั

ตวั อยำ่ งท่ี 1 เครื่องหมำย + หมำยถึงกำ้ นสูบเคลื่อนท่ีออก เช่น A+B+ ( 1.0 + 2.0 + )
ตวั อยำ่ งที่ 2 เคร่ืองหมำย - หมำยถึงกำ้ นสูบเคลื่อนที่เขำ้ เช่น A – B - ( 1.0 + 2.0 - )

SEQUENCE แสดงวำ่
START เครื่องมี 2 สูบ
A + กำรทำงำนของเครื่องใน 1 CYCLE มี 4 STEP 4 MOTION
B + ก่อนกำร START สูบ A อยใู่ นตำแหน่ง  ออกสุด  เขำ้ สุด
A - ก่อนกำร START สูบ B อยใู่ นตำแหน่ง  ออกสุด  เขำ้ สุด
B–

SEQUENCE แสดงวำ่
START เครื่องมี 2 สูบ
A + กำรทำงำนของเครื่องใน 1 CYCLE มี 3 STEP 4 MOTION
B - ก่อนกำร START สูบ A อยใู่ นตำแหน่ง  ออกสุด  เขำ้ สุด
A - B + ก่อนกำร START สูบ B อยใู่ นตำแหน่ง  ออกสุด  เขำ้ สุด

2. MOTION - STEP DIAGRAM

กำรแสดงข้นั ตอนกำรทำงำนโดยใชไ้ ดอะแกรมควำมสมั พนั ธ์ระหวำ่ งกำรเคล่ือนที่ของกำ้ นสูบกบั

จงั หวะในกำรทำงำน ทำไดโ้ ดยต้งั แกนข้ึนมำ 2 แกน

แกนต้งั = ระยะทำงกำรเคลื่อนที่ของกำ้ นสูบ

เส้น In ( 0 ) หมำยถึง ตำแหน่งกำ้ นสูบเขำ้ สุด

เส้น Out ( 1 ) หมำยถึง ตำแหน่งกำ้ นสูบออกสุด

แกนนอน = หมำยถึงจงั หวะกำรทำงำน

1 012 34

OUT

IN stroke

0

Step1 step2 step3 step4

49

ตวั อยำ่ ง กำรเขียน MOTION – STEP DIAGRAM แสดงข้นั ตอนกำรทำงำนของวงจร สองสูบ

01 2 34
2.2
2.2

กระบอกสูบA 2.3 2.3
กระบอกสูบB 1.3 1.3

1.4

ขอ้ สงั เกต หวั ลูกศร หมำยถึง กำรส่งสญั ญำณของวำลว์ ควบคุม

วงจรกำรทำงำน

50

3. MOTION - TIME DIAGRAM

กำรแสดงข้นั ตอนกำรทำงำนโดยใชไ้ ดอะแกรมควำมสมั พนั ธ์ระหวำ่ งกำรเคล่ือนท่ีของกำ้ นสูบกบั

เวลำท่ีใชท้ ำไดโ้ ดยต้งั แกนข้ึนมำ 2 แกน

แกนต้งั = แทนระยะทำงในกำรเคล่ือนที่ของกำ้ นสูบ

- เส้น In ( 0 ) หมำยถึง ตำแหน่งกำ้ นสูบเขำ้ สุด

- เส้น Out ( 1 ) หมำยถึง ตำแหน่งกำ้ นสูบออกสุด

กระบอกสูบเคลื่อนที่ออกใชเ้ วลำ 6 วนิ ำที

กระบอกสูบคำ้ งตำแหน่ง 3 วนิ ำที

กระบอกสูบเคลื่อนท่ีเขำ้ ใชเ้ วลำ 2 วนิ ำที

4. ALPHARBATIC WITH SIGNAL FLOW DIAGRAM
กำรแสดงข้นั ตอนกำรทำงำนของกำ้ นสูบโดยใชอ้ กั ษรผสมกบั เคร่ืองหมำย + และ - พร้อม

ท้งั โยงลูกศรแสดงกำรส่งสญั ญำณของ CONTROL VAVLE มีหลกั เกณฑด์ งั น้ี
ตวั อกั ษรตวั ใหญ่หรือตวั เลขที่มีหลงั จุดทศนิยมเป็นศูนย์ หมำยถึง

อุปกรณ์ทำงำน ( WORKING ELEMENT ) เช่น กระบอกสูบใดทำงำนก่อนจะไดร้ ับอกั ษรตวั เลขก่อน

เคร่ืองหมำย + หมำยถึง กำ้ นสูบเคล่ือนท่ีออก
เครื่องหมำย - หมำยถึง กำ้ นสูบเคลื่อนที่เขำ้
เคร่ืองหมำย หมำยถึง กำรไหลของสญั ญำณ หรือ

ตวั อยำ่ ง กำรเขียน SIGNAL FLOW DIAGRAM B-
A+ B+ A-

1.2(start) 2.2 1.3 2.3 1.4

ขอ้ สงั เกตุ

. ใชแ้ ทนกำรไหลของสัญญำณ
- - - - - - - - ใชโ้ ยงเหตุกำรณ์ที่ต่อเนื่อง


Click to View FlipBook Version