The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by imean3, 2020-12-24 10:11:37

สายสัมพันธ์

สายสัมพันธ์

ขายยังเมืองไทย “นายฮ้อย” คนหนึ่งจะมีพาข้าว เอาเคล็ด เมื่อเคลื่อนย้ายออกไปแล้วก็ถือว่า
มารว่ มเปนสิบๆ พาขา้ ว ๆ ละ ๕ ตวั ๑๐ ตวั หรอื เปนการเดินทางตามฤกษ์ ตัว “นายฮ้อย” พวก
๒๐ ตัว ข้ึนไป ต่าง พาข้าว ก็น�าเขา้ มารวมฝงู กบั พาข้าวตลอดจนลูกแล่ง ลูกแล่งก็คือเด็กหนุ่มหรือ
ของ “นายฮ้อย” กลายเปน กลุ่มใหญ่ขึ้นมา ๕๐๐ บกั ห�านอ้ ยท่ีรับจา้ งไลต่ อ้ นสตั ว์ จะกลบั เขา้ ไปนอน
ถงึ ๑,๐๐๐ ตวั กม็ ีซ่งึ เรียกวา่ ฝงู หนง่ึ ในบ้านไม่ได้ ต้องนอนอยู่ในฝูง แต่ก็มีลูกแล่งบาง
คนทแี่ ตง่ งานใหมย่ งั สงั่ เสยี ลกู เมยี ไมแ่ จม่ กระจา่ งนกั
เม่ือ “นายฮ้อย” รวบรวมสัตว์พอแก่ เพราะ “อ้ายไปเที่ยวนี้ต้องไปหลายเวน (วัน)”
ความตอ้ งการแลว้ จงึ ไปตดิ ตอ่ กบั สตั วแพทยท์ อ้ งที่ แอลเล็ดลอด “นายฮ้อย” ไปหลับนอนสั่งเสีย
เพอ่ื ตรวจกกั ฉดี วคั ซนี ปอ งกนั โรคระบาดและปฏบิ ตั ิ เพ่มิ เตมิ ก็มีอย่เู หมือนกัลล์!!!
ตามระเบียบของกรมปศุสัตว์ก็เปนอันเสร็จสิ้น
กระบวนการ จงึ กา� หนดวนั เดนิ ทางตอ่ ไป ปกตแิ ลว้ ในระหว่างการเดินทาง จะห้ามน�าเน้ือ
เกษตรกรทางภาคอีสานและภาคเหนือจะไล่ต้อน โคกระบือ เข้ามาบริโภคในฝูง เปนการถือเคล็ด
นา� สตั วไ์ ปขายยงั จงั หวดั ภาคกลางกเ็ มอ่ื ฤดเู กบ็ เกยี่ ว ความเปนสิริมงคลแก่วัวควายท่ีน�าไปขาย อีก
ข้าวเข้ายุง้ เขา้ ฉางประมาณเดือน ๑๒-เดอื นอา้ ย ประการหนึ่งเพื่อเปนการปองกันโรคระบาดท่ีอาจ
ติดมากับเน้ือสัตว์ จะไปเกิดโรคระบาดขึ้นในฝูง
ข้อปฏิบัติและข้อห้ามในการเดินทาง เกิดล้มหายตายจากและจะต้องถูกกักสัตว์โดย
หะแรก! นายฮ้อยจะออกกฎขอ้ ปฏบิ ัติและขอ้ ห้าม เจา้ หนา้ ทส่ี ตั วแพทย์ ทา� ใหเ้ สยี เวลาในการเดนิ ทาง
ในการเดนิ ทางทถ่ี อื ปฏบิ ตั เิ ปน บรรทดั ฐาน คอื ตอ้ งดู
ฤกษ์ผานาที วันไหนเปนวันฟูวันไหนเปนวันจม ในระหว่างการเดินทาง ห้ามกลา่ วค�าลามก
วันไหนเปนวันธงชัย วันไหนเปนวันโลกาวินาส สบั ประดสี้ ปี ระดน คา� ลามกเขาถอื วา่ ขดั ลาภ คนไทย
“นายฮอ้ ย” จะตรวจสอบเวลาเดนิ ทางกต็ อ้ งดดู ว้ ย ในภาคกลางทจ่ี ะไปทา� การคา้ ขายหรอื ออกไปหาอยู่
จะออกเวลาไหนถึงจะท�ามาค้าขายหมาน (คล่อง) หากนิ ส่วนใหญ่ก็คือเช่นน้ี
ส่วนใหญ่แทบทุก “นายฮ้อย” จะถือฤกษ์ยาม
อุบากองพม่าแหกคุก ตกสูญไหนดีไม่ดี เช่น ข้อห้ามประการสุดท้ายนับว่าส�าคัญมาก
ตกสูญหนึ่งอย่างพึงจร แม้นราญรอนจะอัปรา กค็ อื หา้ มคบคนแปลกหนา้ เขา้ มาในฝงู เพอื่ ปอ งกนั
สองสูญเรง่ ยาตรา จะมลี าภสวัสด.ี .. การโจรกรรม

เ ม่ื อ ไ ด ้ ฤ ก ษ ์ ผ า น า ที ใ น ก า ร เ ดิ น ท า ง ก็น่ีแหละเปนข้อปฏิบัติและข้อบัญญัติ
“นายฮ้อย” ก็จะไปท�าพิธีเซ่นไหว้ศาลตาปูบ้าน ทยี่ ดึ ถอื ปฏบิ ตั ิกนั มาแตบ่ รรพกาล
อยู่ในเมืองก็ศาลตาปูเมือง จะเปนเหล้าไห ไก่ตัว
ซกเล็ก หัวหมู เหลา้ ขาว ก็ว่าไปพร้อมอธิษฐานขอ เส้นทางไล่ต้อน กรมปศุสัตว์ได้ก�าหนด
ให้การเดินทางประสบโชคดีมีชัย ท�ามาค้าคล่อง เสน้ ทางเดนิ สตั วโ์ ดยออกเปน ระเบยี บคา� สงั่ กา� หนด
จึงเคลื่อนย้ายฝูง บางฝูงก็จะยิงปนขึ้นฟา เส้นทางการน�าสัตว์ไล่ต้อน ต้องผ่านด่านกักสัตว์
จดุ ประทดั โหร่ อ้ งเปนการเอาฤกษ์ ตา่ งๆ เพอ่ื ตรวจตราโรคระบาดไวด้ ังต่อไปน้ี

ในการเคลื่อนย้ายฝงู ถ้าหากมีความจา� เปน สัตว์ไล่ต้อนจากจังหวัดภาคตะวันออก
ยงั เดนิ ทางไมไ่ ดแ้ มจ้ ะไดฤ้ กษก์ ต็ าม กอ็ าจจะเคลอื่ น เฉยี งเหนอื ต้องไลต่ ้อนผ่านด่านกกั สตั ว์ต่างๆ คอื
ย้ายฝูงจากที่ตั้งไปพักแรมใกล้ๆ หมู่บ้านเพ่ือ
ด่านกักสัตว์สะแกราช อ�าเภอปกธงชัย
จังหวัดนครราชสีมา ส่วนใหญ่ “นายฮ้อย” จะ
ไล่ต้อนไปขายยังอ�าเภอและจังหวัดชายทะเล เช่น

๙๙ในพระอุปถัมภ พระเจสาวารยวสงัมศพเธนั อธ พสมระาอคงมคนเักจเารโยีสนมเสกวาลสี ัตกวรแมพหทมยืน่ สกทุ รธมนปาศรุสีนัตาถว

อา� เภอพนัสนิคม พนมสารคาม จังหวัดฉะเชงิ เทรา ขาดแคลนโคกระบือในการท�าไร่ไถนา จึงมี
ชลบุรี สมทุ รปราการ ความต้องการโคกระบือเปนประจ�าทุกปและ
โคกระบือในจังหวัดทางภาคเหนือและภาคอีสาน
ด่านกักสัตว์บันไดม้า อ�าเภอปากช่อง มปี รมิ าณมาก ราคาจงึ ถกู กวา่ ทางภาคกลาง การไล่
จงั หวดั นครราชสมี าสว่ นใหญ่“นายฮอ้ ย”จะไลต่ อ้ น ต้อนไปขายจึงเปนการลดต้นทุนเปนอย่างมาก
ไปขายยงั อา� เภอและจงั หวดั ตา่ งๆ ในทลี่ มุ่ ภาคกลาง “นายฮอ้ ย” จงึ ไดก้ า� ไรอยใู่ นเกณฑค์ อ่ นขา้ งสงู คมุ้ คา่
เช่น จังหวดั สระบุรี ลพบรุ ี อยุธยา เหน็ดเหนื่อย บางคนก็มีก�ารสองถึงสามส่ีพันบาท
ต่อโคหรือกระบือหน่ึงตัว จึงนับว่าเปนอาีพหรือ
ดา่ นกกั สตั วโ์ คกคลี อา� เภอชยั บาดาล จงั หวดั งานอดิเรกที่ได้ก�าไรคุ้มค่า ส�าหรับกองคารวาน
ลพบรุ ี “นายฮ้อย” จะไลต่ อ้ นไปขายยงั อ�าเภอและ เกวยี นทใี่ ชบ้ รรทกุ เสบยี งในการเดนิ ทาง “นายฮอ้ ย”
จงั หวดั ตา่ งๆ เชน่ จงั หวดั สระบรุ ี ลพบุรี อ่างทอง กจ็ ะขายทง้ิ จนหมด เหลอื แตต่ วั และเงนิ คา่ โคกระบอื
อยธุ ยา กลับ ส่วนใหญ่บรรดา “นายฮ้อย” ท้ังหลายจะพา
ลูกน้องกลับถ่ินฐานโดยทางรถไฟไม่กลับโดยทาง
ด่านกักสัตว์ปะค�า อ�าเภอปะค�า จังหวัด รถยนต์เพราะปลอดภัยในการถูกจ้ีปล้นและ
บุรีรัมย์ ส่วนใหญ่ “นายฮ้อย” จะน�าไปขายยัง การสง่ เงนิ หรอื โอนเงนิ ในระบบธนาคารสมยั นนั้ ยงั
อ�าเภอและจังหวัดชายแดนด้านเขมร เช่นอ�าเภอ ไม่เจริญเท่าทุกวันน้ี ในด้านการใช้จ่ายเงินบรรดา
สระแก้ว จังหวัดสระแก้ว อ�าเภอวัฒนานคร พวก “นายฮอ้ ย” จะกระเหมด็ กระแหม่ มคี วามอดทน
อรัญประเทศและอ�าเภอต่างๆ จังหวัดปราจีนบุรี ถงึ แมว้ า่ พวกเขาจะพกเงนิ คนละเปน หมน่ื เปน แสน
ฉะเชงิ เทราและชลบุรี ก็ไม่ลืมตัว เคยกินอยู่อย่างไรเม่ืออยู่กับบ้าน ก็ใช้
จา่ ยอย่างนนั้ แตก่ ม็ ี “นายฮ้อย” ใหม่ๆ บางคนทีม่ ี
จากจงั หวดั ตา่ งๆ ทางภาคเหนอื ตอ้ งไลต่ อ้ น ประสบการณน์ อ้ ย ไมเ่ คยเหน็ เงนิ มากเลยเวอ่ ลมื ตวั
ผ่านด่านกกั สัตว์ คอื ใช้จ่ายไปในทางเสเพลสุร่ยุ สุรา่ ย บางคนก้ไปมีเมยี
(นอ้ ย) คนไทยทิ้งไว้ เมือ่ กลบั ไปถึงบา้ นไม่มีเงินไป
ดา่ นกกั สตั วส์ ลกบาตรอ์ า� เภอขาณวุ รลกั ษบรุ ี ช�าระค่าโคกระบือท่ีไปซื้อเชื่อเขา ชาวบ้านก็หมด
จังหวัดก�าแพงเพชร ความเชื่อถือต้องหลบลี้หนีหน้า จึงหมดสิทธ์ิท่ีจะ
เปน “นายฮ้อย” อกี ต่อไป
ด่านกักสัตวบ์ างมูลนาก อ�าเภอบางมูลนาก
จงั หวัดพจิ ติ ร เรื่องรายของ “นายฮ้อย” ก็ยังพอมีเร่ือง
เล่าขานกัน ในฐานะอดีตผู้เขียนมีประสบกาณณ์
ดา่ นกกั สตั วเ์ พชรบูรณ์ อ�าเภอเมือง จังหวัด คลกุ คลงี านอยูก่ บั “นายฮ้อย” บางคร้ังก็ตอ้ งคอย
เพชรบรู ณ์ ช่วยเหลือแก้ไขอุปสรรค มิฉะน้ันการไล่ต้อนสัตว์
หรอื การคา้ ขาย ตอ้ งชะงกั งนั ประสบกบั ความหายนะ
การไล่ต้อนผ่านด่านกักสัตว์ทั้ง ๓ ด่านน้ี ในกรณีที่เส้นทางมีโจรชุกชุมก็จ�าเปนท่ีจะต้อง
สว่ นใหญ่ “นายฮอ้ ย” จะน�าไปขายยังอา� เภอและ ช่วยเหลือประสานกับเจ้าหน้าท่ีต�ารวจท้องที่ให้
จังหวัดตา่ งๆ แถบทรี่ าบลุม่ เจ้าพระยา ความคุ้มกัน บางคร้งั “นายฮ้อย” ยงิ โจรปลน้ ตาย

ในการผา่ นดา่ นกกั สตั ว์ “นายฮอ้ ย” จะตอ้ ง
น�าสัตว์พร้อมใบอนุญาตและหลักฐานต่างๆ จาก
สตั วแพทยต์ น้ ทางเขา้ แจง้ ตอ่ นายดา่ นฯ และปฏบิ ตั ิ
ตามระเบยี บของทางราชการทกุ ประาณ เมอ่ื เปน ท่ี
เรยี บรอ้ ยแลว้ จงึ เดินทางต่อไปได้

ภาวะการซื้อขายโคกระบือในจังหวัด
ภาคกลาง เนื่องจากเกษตรกรในจังหวัดภาคกลาง
๑๐๐ สในาพยรสะัมอพุปันถธัม ภสมพารคะมเนจาักวเรรียวงนศเกเธาอสตั พวรแะพอทงยคเ กจารโมสปมศสสุ วตั ลวี กรมหม่นื สทุ ธนารีนาถ

ก็จ�าเปนต้องเปนพยานให้กับ “นายฮ้อย” เพ่ือ สรพงศ์ ชาตรี เปนพระเอก) ส่วนใหญ่จะเมกกัน
มนษุ ยธรรม เว่อ ดูแล้วหนักไปทางลูกทุ่งตะวันตกไม่ได้เหลือ
ร่องรอย “นายฮ้อย” ไทย (เสี่ยวอีสาน) ไว้บ้าง
ชีวิตของพวก “นายฮ้อย” จึงเปนชีวิตท่ี จงึ เปนท่ีน่าเสยี ดายอยา่ งยิง่
น่าสรรเสริญในความทรหดอดทน ทั้งการกินอยู่
หลับนอนและล�าบากตรากตร�าในการเดินทาง ก่อนจบเรื่องนี้ ก็ขอคารวะแด่วิญญาณ
เปนชีวิตของนักเผชิญโชคบางทีก็ขาดทุน บางคน (ถ้าตายแล้ว “นายฮ้อย” แก้วแห่งอ�าเภอจัตุรัส
กส็ ้ินเน้ือประดาตัว บางคนก็ถูกผ้รู า้ ยยิงตาย แตจ่ ะ จังหวัดชัยภูมิ “นายฮ้อย” พรหมแห่งอ�าเภอ
อย่างไรก็ตาม “นายฮ้อย” รุ่นเกาที่มีวิญญาณ มหาชนะชัย จังหวัดอบุ ลราชธานี “นายฮอ้ ย” เอย้
เต็มร้อยเม่ือถึงฤดูกาลไล่ต้อนสัตว์ไม่ว่าจะขาดทุน แห่งจังหวัดสกลนคร (ใช้โคท�าต่าง) และนายฮ้อย
หรือได้ก�าไร ปไหนไม่ได้ล่องไทยเปนนอนไม่หลับ รุ่นเดอะ ท้ังหลายท่ีจ�าช่ือไม่ได้ที่เคยโคจรมาพบ
เหมือนนักมวยพอได้ยินเสียงปเสียงกลองก็ร�าปอ กับผูเ้ ขยี นในอตี ปานน้ีคงละสังขารไปหมดสน้ิ แล้ว
เลยตอ้ งล่องไทยทกุ ป เพราะถ้าขืนยังอยู่อายุคงเฉียดร้อยหรือร้อยกว่า
เพราะข้อยก็ปาเข้าไปเกือบเจ็ดสิบอยู่รอมร่อแล้ว
เรื่องของ “นายฮ้อย” ได้มีผู้เขียนถึงและ เหมยี นกลั ล์!!!...M
ท�าสคริปไปสร้างเปนภาพยนตร์ (ถ้าจ�าไม่ผิด

บรรดาหมอควายลอ มวงเตรยี มกง ...เอย! กอ นลอ งไทยกต็ องจับฉีดยากันกอน
เตรยี มยาฉดี ใหค วายนายฮอย

บรรดาพอคา ชาวไรชาวนาเขา มาเลอื ก บักหาํ ใหญต วั นซ้ี ้ือมาสิบหา พัน ไลไ ปถึงไทยขายได
ตัวไหนเขา ตา สนนราคาพอควรก็ซอ้ื ไป สบายยี่สิบพัน (ราคาเมอ่ื ๓๐ ปลวงมาแลว )
๑๐๑ในพระอปุ ถัมภ พระเจสาวารยวสงมั ศพเ ธันอธ พสมระาอคงมคนเกัจเารโียสนมเสกวาลสี ตั กวรแมพหทมย่นื สกุทรธมนปาศรสุนี ตัาถว

“บอนไซ”

ไมประดบั ระดับโลก

โดย ศ.บอนไซ
ในบรรดาตนหมากรากไมท่ีใชประดับเคหสถานอาคารบานเรือน ไมวาจะเปนวัดวา
อาราม สถานทรี่ าชการหรอื สวนหยอ ม ไมม ไี มป ระดบั รปู แบบ (STYLE) ไหนจะสวยงามเพยี บ
พรอมไปดว ยศลิ ปะเทาไมป ระดบั ท่ีเรยี กวา “บอนไซ”
“บอนไซ” คืออะไร “บอนไซ” (BONSAI) เปนภาษาญป่ี ุนทใ่ี ช้เรียกไม้ประดับรปู แบบ (STYLE) หนึง่
“บอน” แปลว่ากระถาง “ไซ” แปลว่า ต้นไม้ เพื่อใหเ้ ข้าใจงา่ ยตามความหมายของชือ่ ลกั ษณะการปลูกเลยี้ ง
“บอนไซ” ก็คือ ต้นไม้ท่ีล�าลองแบบมาจากธรรมชาติ ปลูกเล้ียงในกระถางและดินที่จ�ากัดหรืออีกนัยหน่ึง
ที่เรียกกนั ทวั่ ไปว่า “ไมแ้ คระ”
ความเปน มาของ “บอนไซ” (BONSAI) การปลกู เลยี้ ง “บอนไซ” แต่เดิมนน้ั ชาวจนี เปน ผปู้ ลูกเล้ียง
ในยคุ สมยั ทยี่ งั มรี าชวงศต์ า่ งๆ แตก่ ป็ ลกู เลยี้ งกนั ในหมขู่ นุ นางหรอื ในราชสา� นกั ตอ่ มาการปลกู เลย้ี ง “บอนไซ”
ไดแ้ พร่หลายเขา้ มาในประเทศญี่ปนุ ญี่ปนุ ได้พัฒนารูปแบบ (STYLE) ของ “บอนไซ” จนเปนไปตามรปู แบบ
ของต้นไม้ในปาตามธรรมชาติ เกิดความกลมกลืน สวยงามเต็มไปด้วยศิลปะ จึงเปนท่ีนิยมปลูกเลี้ยงกัน
ในประเทศและแพรห่ ลายไปเกือบทัว่ ทุกมุมโลก
หากจะมคี า� ถามวา่ เมอื งไทยจะปลกู เลยี้ ง “บอนไซ” เปน อาชพี กนั จะไดห้ รอื ไม่ ความจรงิ ทอ่ี ยากจะบอก
ก็คือปลูกเล้ียงกันได้สบายมากเพราะขายบอนไซไปต้นหนึ่งก็ได้ราคาคุ้มค่าเหน็ดเหนื่อย มีสวน “บอนไซ”
สวนหนึ่งแถบฝงธนบุรี ปลูกเลี้ยง “บอนไซ” ขาย จนสามารถส่งลูกหลานไปเรียนเมืองนอกเมืองนาได้
ปจ จุบันเรามชี มรม “บอนไซ” (ไมแ้ คระ) ท้งั ในกรงุ เทพฯ และต่างจังหวัดหลายชมรม มสี มาคมพฤกษชาติ
แหง่ ประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ท่สี ่งเสรมิ การปลกู เลี้ยง “บอนไซ” ไมด้ อกและไม้ประดบั ผมู้ ีใจรัก
จะศึกษาหาความรู้จากต�ารับต�าราหรือประสบการณืในการจัดนิทรรศการหรือประกวดของชมรมโดย
ไม่ยากนัก แต่ท้ังน้ีและท้ังน้ัน ผู้ท่ีจะปลูกเล้ียง “บอนไซ” เปนอาชีพหรืองานอดิเรกจะประสบความส�าเร็จ
ในการปลูกเลย้ี ง “บอนไซ” อย่างสมบูรณไ์ ด้ จะต้องเปฯผมู้ ีใจรกั มคี วามอดทนและมีความรคู้ วามช�านาญ
รูปแบบ (STYLE) ของ “บอนไซ” การปลูกเลี้ยง “บอนไซ” จะไม่ประสบความส�าเร็จเลยหากผู้ปลูกเลี้ยง
ขาดคณุ สมบัติ ๓ ประการ ดงั ทก่ี ลา่ วมาน้ี

๑๐๒ ใสนาพยรสะัมอพปุ ันถธัม ภสมพารคะมเนจากั วเรรียวงนศเกเธา อสตั พวรแะพอทงยคเ กจารโมสปมศสุสวัต ลวี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

ประเทศไทยมภี ูมิอากาศที่เหมาะสมในการปลกู ต้นหมากรากไม้ ในปา กอ็ ุดมไปด้วยตน้ ไม้หลากหลาย
ชนิด สามารถท่ีจะน�ามาดัดแปลงเพื่อปลูกเล้ียงเปน “บอนไซ” ได้ ไม่ว่าจะเปนต้นไม้รอบร้ัวบ้าน เช่น
มะขาม กระถนิ ชบา โพธิ์ ไทร ไกร กรา่ ง ชา มะขามเทศ ซง่ึ สามารถทจ่ี ะนา� มาดดั แปลงปลกู เลยี้ งเปน “บอนไซ”
นอกเหนอื ไปจากไมใ้ นปา ภาคต่างๆ ของประเทศ อันมี ตะโก ข่อย มะสงั มะเดื่อ โมก หมากเล็กหมากน้อย
อรพมิ แฟบ (ตน้ หลู งิ ) เฟอ งฟา หรือตะแบบก็ตาม ซึ่งต้นไมด้ ังกล่าวหาได้งา่ ย อายยุ ืน ข้อกงิ่ ส้ัน ใบดก ทนทาน
ต่อโรค แต่ก่อนที่จะไปแสวงหาด้วยการไปขุดหรือซื้อจากผู้ที่ขุดมาขายเพื่อน�ามาปลูกเลี้ยงเปน “บอนไซ”
จ�าเปนอย่างย่งิ ผ้ทู ี่จะปลูกเล้ยี งจะตอ้ งมคี วามรูร้ ปู แบบของ “บอนไซ” ว่าจะน�ามาปลกู เลีย้ งรูปแบบใด หาก
ไมร่ รู้ ปู แบบของ “บอนไซ” กอ่ นแลว้ จะอา่ นหนุ่ ของตน้ ไมไ้ มอ่ อก เพราะการไปซอื้ หาตน้ ไมห้ รอื ขดุ มาจากปา
จ�าเปนจะต้องตัดทอนกิ่งท่ีไม่ต้องการทิ้งและกิ่งท่ีต้องการให้สั้นลง เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายและ
ชว่ ยกา� ลงั ไมเ้ พราะตน้ ไมท้ ไี่ ปขดุ มายอ่ มจะตอ้ งสญู เสยี รากทเี่ กดิ จากการขดุ จะเปน การชว่ ยทนุ แรงไมไ้ ดอ้ ยา่ งดี

รูปแบบ (STYLE) ของ “บอนไซ” ตามแบบ มีดงั นี้

๑. แบบต้นตรงตง้ั ฉาก (FORMAL UPRIGHT STYLE)
๒. แบบล�าตน้ งอต้งั (INFORMAL UPRIGHT STYLE)
๓. แบบลา� ต้นเอน (SLANTING STYLE)
๔. แบบตกกระถางหรอื น�า้ ตก (CASCADE STYLE)
๕. แบบกึ่งตกกระถาง (SEMI CASCADE STYLE)
๖. แบบลู่ลม (WIND SWEPT STYLE)
๗. แบบตอคู่หรือตอแอบ (TWIN-TRUNK STYLE) แบบตนตรงตั้งฉาก (Formal Upright)

๘. แบบตอแยก (SPLIT TRUNK STYLE)
๙. แบบไม้กลุ่มกอ (CLUMP STYLE) ขน้ึ มาจากรากเดย่ี ว (หรอื MULTIPLE TRUNK STYLE)
๑๐. แบบทรงไม้กวาด (BROOM STYLE)
๑๑. แบบขดเลอ้ื ย (COILED STYLE)
๑๒. แบบยอดหักกลับลงดนิ ปลายยอดกลบั หกั ขึน้ (LITERATI STYLE)
๑๓. แบบเกลยี วน�้า (DRIFWOOD STYLE)
๑๔. แบบล�าตน้ บิด (TWISTED TRUNK STYLE)
๑๕. แบบปลาหมกึ ยกั ษ์ (OCTOPUS STYLE)
๑๖. แบบลา� ต้นตรงแนวเดยี ว (STRAIGHT LINE STYLE)
๑๗. แบบลา� ตน้ ขึน้ คดเคี้ยว (SINUOUS STYLE LINE PLANTING)
๑๘. แบบไมก้ ลมุ่ (๓ เหล่า) (BONSAI GROUP STYLE)
๑๙. แบบไมก้ ลุม่ พนั ธตุ์ ่างๆ (OTHER GROUP STYLE)
๒๐. แบบไม้แตกจากต้น (STUMP STYLE) แบบปลกู เปน กลมุ (Multiple Tree)

๒๑. แบบโชวร์ าก (EXPOSURE ROOT STYLE)
๒๒. แบบรากเกาะหนิ (ROOT OVER ROCK STYLE)

๑๐๓ในพระอุปถมั ภ พระเจสาวารยวสงมั ศพเ ธนั อธ พสมระาอคงมคนเกัจเา รโยีสนมเสกวาลสี ตั กวรแมพหทมยื่นสกทุ รธมนปาศรุสนี ตัาถว

แบบปลูกบนหิน (Clinging To A Rock) แบบลําตน คู (Twin Trunk) แบบลําตนโนมเอยี ง (Slanting)

๒๓. แบบรากตดิ แนน่ ตามกอ้ นหิน (CLINGING TO AROCK STYLE)
๒๔. แบบ ๓ ตอ (TRIPLE TRUNK STYLE)

ความสงู ของ “บอนไซ”
ชมรมบอนไซ (ไม้แคระ) แห่งประเทศไทยไดก้ า� หนดความสูงของ “บอนไซ” ระดับประกวด ดงั น้ี
ขนาดจวิ๋ (MINAITURE)
ความสงู วัดจากปากกระถางถงึ ยอดไม่เกิน ๒๐ เซนติเมตร โดยรวม “บอนไซ” ทกุ ประเภท เช่น บอน
ไซจว๋ิ ไมก้ ล่มุ จว๋ิ ไม้เกาะหนิ จิว๋ สวนถาดจิว๋ ฯลฯ
ขนาดเล็ก
ความสงู วัดจากปากกระถางถงึ ยอด ไมเ่ กนิ ๓๐ เซนติเมตร
ขนาดกลาง
ความสงู วดั จากปากกระถางถงึ ยอด ไม่เกิน ๔๕ เซนติเมตร
ขนาดใหญ
ความสูงวัดจากปากกระถางถึงยอด ไม่เกนิ ๖๐ เซนตเิ มตร
ขนาดใหญสดุ
ความสงู เกนิ ๖๐ เซนตเิ มตรขึน้ ไป
ขนาดความสงู ตามก�าหนดนม้ี ที ง้ั บอนไซในประเทศและต่างประเทศ

๑๐๔ สในาพยรสะมั อพปุ ันถธมั  ภสมพารคะมเนจาักวเรรยีวงนศเกเธาอสัตพวรแะพอทงยคเกจารโมสปมศสุสวัตลวี กรมหมนื่ สุทธนารนี าถ

เม่ือทราบแบบฟอร์ม ขนาดความสูงของต้นไม้ท่ีจะน�ามาท�า “บอนไซ” แล้ว การไปเสาะแสวงหา
กส็ ะดวกและงา่ ยขน้ึ

ดังได้กล่าวมาแล้ว พันธุ์ไม้ที่จะน�ามาดัดแปลงเปน “บอนไซ” ในปาภาคต่างๆ ของประเทศไทย
มีมากมายหลายหลากชนิด สามารถท่ีจะออกไปแสวงหาด้วยการขุดแล้วน�ามาเล้ียง ดัด ตัด แต่ง (Train)
ใหเ้ ขา้ รปู ได้ หากไมม่ โี อกาสเวลา กส็ ามารถทจี่ ะหาซอ้ื ไดต้ ามจงั หวดั ทม่ี กี ารเลน่ “บอนไซ” ในกรงุ เทพมหานคร
จะหาซื้อได้ที่สวนจตุจักรในวันเสาร์อาทิตย์ ท่ีชาวบ้านขุดมาวางขายหรือบางร้านท่ีขายต้นไม้ มีทั้งยังห่อ
ตมุ้ ดนิ ลงกระถางธรรมดาและกระถาง “บอนไซ” เชน่ ตะโก ขอ่ ย มะขาม เชอรร์ ี่ เฟอ งฟา หมากเลก็ หมากนอ้ ย
โพธ์ิ ไทร ไกร กร่าง ฯลฯ สุดแท้แต่จะเลือก ส่วนใหญ่ที่ชาวบ้านเอามาขายจะเปนไม้ท่ีขุดมาใหม่ๆ
หรือไม้ค้างป อยู่ในตุ้มดินหรือหมักเอาไว้และโดยมากจะปล่อยกิ่งก้านให้ดูทรงพุ่มใหญ่ เพ่ือให้ขายได้ราคา
ฉะนนั้ หากผทู้ จ่ี ะนา� มาดดั แปลงเปน “บอนไซ” มคี วามชา� นาญรปู แบบ (Style) ตามพน้ื ฐาน (Basic) กส็ ามารถ
ที่จะเลือกซื้อหามาเล่นหรือพลิกแพลงมาท�าเปน “บอนไซ” แบบต่างๆ ได้ ตะโก ข่อย มะขาม เชอร์รี่
เฟองฟา หรือ ต้นหมากเล็กหมากน้อย ตอ (Trunk) ดีๆ ขา (Root) สวยๆ ขนาดเท่าหัวเข่าหรือขนาด
ปานกลางไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไปนัก สนนราคาซ้ือหากันตั้งแต่หน่ึงพันบาทข้ึนไปถึงส่ีห้าพัน บางต้นมีแต่ตอ
(Trunk) และก่งิ (Branch) ซง่ึ ยงั ไมแ่ ตกใบ (Leaves) จงึ นับว่าเปน อาชีพท่ที า� รายไดด้ ีอาชีพหนึ่ง อยา่ ลืมวา่
การเล่น “บอนไซ” ไม่เหมือนกับเล่นไม้ประดับอ่ืนๆ เพราะ “บอนไซ” มีรูปแบบเปนเอกลักษณ์ของมัน
ฉะนนั้ การจะซอ้ื จะหาหรือการไปเทยี่ วหาขุดจะตอ้ งพจิ ารณาโครงร่าง (Form) ของตน้ ไม้ อุปมาดงั่ ชายหน่มุ
หญิงสาว หากโครงร่างดีก็จะเปนท่ีเสน่หาของผู้พบเห็น หน้าตานั้น พอเสริมสวยกลบเกล่ือนให้ดีได้
เชน่ เดยี วกบั ทรงพมุ่ ของตน้ ไมเ้ ราสามารถทจ่ี ะดดั ตดั แตง่ (Train) ใหเ้ ขา้ รปู ทรงไดเ้ ชน่ กนั ครบู าชาวอสี านคน
หนงึ่ สอนลกู สอนหลานไว้ “ไอป้ ระเภทสงู ชะลดู ตดู ปอดยอดทหารมา้ หาหนุ่ ไมไ่ ด้ เอง็ จงอยา่ ยกึ ! อกี หลา่ เอย้ .!”

การแสวงหาด้วยการขุด การขุดต้นไม้มาท�าเปน “บอนไซ” ก้เหมือนกับการขุดต้นไม้มาปลูกเพ่ือ
เอาดอกเอาผล ตอ้ งเลอื กฤดกู าล ในฤดหู นายอากาศแหง้ ไมค่ วรขดุ หรอื ยา้ ยตน้ ไมเ้ พราะเปน ชว่ งเวลาทต่ี น้ ไม้
พกั ตวั หลงั จากเตบิ โตมาจากฤดฝู นกถ็ งึ เวลานอนหลบั พกั ผอ่ น จะสงั เกตไดจ้ ากพชื ทมี่ หี วั เชน่ มนั ประเภทตา่ งๆ
หรอื แมแ้ ตก่ ระทง่ั ตน้ บานเยน็ บานเชา้ ทอี่ อกดอกใหเ้ ราเหน็ สตี า่ งๆ แมแ้ ตต่ น้ ตะโกทเ่ี ราเอามาทา� เปน “บอนไซ”
หากสังเกตรุ ากของมนั ใหด้ ีจะเห็นปมุ ยาวคลา้ ยหวั มันอยตู่ ามราก เมอื่ เขา้ ฤดูหนาวตน้ จะเหย่ี วเฉา ดอกใบจะ
รว่ งโรยแลว้ กห็ ยดุ การเจรญิ เตบิ โต อาศยั อาหารทสี่ ะสมไวใ้ นหวั เพอ่ื ยงั ชพี ในระยะนเี้ ราจะเรง่ อาหารสตู รตา่ งๆ
หรือเร่งปุยเท่าไร ก็จะไม่เกิดประโยชน์ เมื่อถึงใกล้ฤดูฝนใหม่ก็จะแตกระบัดใบขึ้นมาเอง แผ่รากหาอาหาร
ออกดอกออกผลอกี ตอ่ ไป การขดุ ตน้ ไมไ้ มว่ า่ จะเปน ตะโก โพธ์ิ ไทร ไกร กรา่ ง ฯลฯ จงึ ไมค่ วรแสวงหาดว้ ยการขดุ
ในฤดูหนาว เวลาท่ีเหมาะสมท่ีสุด ควรจะส้ินสุดฤดูหนาวหรือปลายๆ เดือนกุมภาพันธ์ ซ่ึงเปนฤดูกาล
เชื่อมต่อกับฤดูแล้ง ต่อด้วยฤดูฝน เปนจังหวะที่ต้นไม้จะพลิกฟนตัวเพ่ือรับฝนใหม่ได้เร็ว อีกประการหนึ่ง
การขุดต้นไม้ในฤดูฝนในสภาพพื้นที่ ที่ดินเปนทราย ก็ไม่ควรพึงกระท�า เพราะปนดินจะไม่เกาะราก
เพราะกระทบกระเทือนในการขุด หากเปนต้นไม้เล็กหรือประเภทไม้ล้มลุกก็พอเล้ียงรอด หากเปนพวก
ไม้ยืนต้นเช่น ตะโก ข่อย มะขาม เชอร์รี่หรือสะสัง จะน�ามาเลี้ยงให้รอดยาก ยกเว้นจังหวัดที่มีอากาศชื้น
มีฝนตกชุก เช่น จังหวัดที่อยู่ชายทะเลแถบจันทบุรี ตราดหรอื จังหวดั ภาคใต้ ก็พอจะเลยี้ งรอดได้บ้าง ฉะนน้ั
ในการขุดหรือซื้อหาต้นไม้ท่ีจะน�ามาท�าแบบ “บอนไซ” จึงต้องค�านึงถึงในเรื่องนี้และที่จะขาดเสียมิได้ก็คือ

๑๐๕ในพระอุปถมั ภ พระเจสาวารยวสงัมศพเ ธันอธ พสมระาอคงมคนเ ักจเารโยีสนมเสกวา ลสี ัตกวรแมพหทมย่ืนสกุทรธมนปาศรสุีนตัาถว

จะต้องช�านาญในรูปแบบ (Style) มิฉะน้ันจะอ่านหุ่น(Form) ไม่ออกดังได้กล่าวมาแต่ต้น จะมัวแต่ลังเล
ซอื้ ไมซ่ อ้ื รบั รองไมท่ นั เซยี นเพราะพวกทม่ี รี สนยิ มอนั วไิ ลในการเลน่ “บอนไซ” สว่ นใหญเ่ ปน พวกเศรษฐมี สี ตางค์
มีท้ังนายแพทย์ นายพล เส่ีย นักธุรกิจ ครูบาอาจารย์ระดับบ๊ิก! ตาก็ระดับเซียน ! บางคนตาถึงก็ซ้ือ
ตัดหนา้ เราไป หลบเอาไปตัดแตง่ แลว้ เอาออกนา� มาขายใหม่ โกง่ ราคาไดอ้ กี สองถึงสามเทา่ ตัว

วิธีการขุด เครือ่ งมือทีจ่ �าเปน ต้องใช้คือเสยี มหรือชะแลง เลื่อยตัดรากแบบพับได้ คลองเลื่อยโคง้ และ
เทา่ กนั (มขี ายตามรา้ นขายอปุ กรณต์ น้ ไม)้ กรรไกรตดั กงิ่ ไม้ ขวานสา� หรบั ตดั รากแกว้ ถงุ ปยุ หรอื แผน่ พลาสตกิ
ส�าหรับห่อต้นไม้ เชือพลาสติกส�าหรับมัดตุ้ม ฯลฯ ก่อนขุดใช้ไม้ปลายแหลมคุ้ยดินบริเวณรอบๆ โคนต้น
กอ่ น คยุ้ ใหถ้ งึ ขา (Root) เพราะตน้ ไมใ้ นปา ดนิ จะทบั ถมกลบรากจนสงู ทตี่ อ้ งคยุ้ ใหถ้ งึ ขาหรอื รากกเ้ พอื่ ปอ งกนั
การตัดรากแก้วส้ันไป อีกประการหนึ่งก็เพ่ือต้องการดูขาเล็กขาใหญ่ไปทางไหน สวยหรือไม่และค�านวณ
ในการตดั ไมใ่ หส้ น้ั หรอื ยาวเกนิ ไป จากนนั้ ใชเ้ ลอ่ื ยตดั แตง่ กงิ่ ทไี่ มต่ อ้ งการออก กง่ิ ทต่ี อ้ งการตดั ใหส้ นั้ กระทดั รดั
โดยดูความเหมาะสมกับส่วนสูงหรือหุ่นของต้น จากน้ันจึงเริ่มท�าการขุดดดยรอบโคนต้น กะขนาดของตุ้ม
ประมาณหนึง่ เทา่ ครงึ่ ของเส้นผ่าศนู ยก์ ลางของลา� ตน้ ๑.๕ เท่า อย่าให้เกนิ ไปจากน้ี เพราะตุ้มจะใหญเ่ กินไป
ไม่มีความจ�าเปน ส�าหรับขา (Root) ท่ีลอยอยู่ควรใช้เล่ือยคมตัดอย่าใช้ชะแลงกระแทกเพราะขาจะช้�าเละ
ขุดลงไปโดยรอบให้เปนรูปกรวยเล็กน้อย เพื่อสะดวกในการตัดรากแก้ว ควรเปดหน้าดินให้กว้างไว้เปน
สองทางเพอื่ สะดวกในการผลกั ตน้ ไมใ้ หเ้ อน จะไดต้ ดั รากแก้วได้สะดวก การตดั รากแกว้ หากรากไมใ่ หญ่เกนิ
ก็ควรใช้เล่ือยสอดเข้าไปตัด หากใหย่เกินก็จ�าเปนต้องใช้ขวานฟน การตัดรากแก้วไม่ควรจะตัดยาวเกินไป
เพราะรากแก้วมีหน้าท่ียึดล�าต้นไม่ให้ล้ม ส่วนรากฝอยเปนรากท่ีดูดหาอาหาร กะคะเนตัดประมาณไม่เกิน
๑ เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของล�าต้น หรืออาจจะเกินเล็กน้อย ถ้ามีรากฝอยเยอะ จากนั้นก็ยกตุ้มออก
ห่อดว้ ยถุงพลาสติกท่เี ตรียมมา มัดตุ้มดว้ ยเชือก รั้งไวก้ บั โคนต้นอย่าปด ปากตมุ้ ให้มิด เปดโล่งไว้รปู ใบทิง้ ออก
ใหห้ มดเพอื่ ชว่ ยกา� ลงั ตน้ ไม้ นา� มาเขร้ ม่ รา� ไร (บงั ไพร) รดนา�้ ใหโ้ ชก จากนน้ั กส็ เปรยน์ า�้ ทกุ วนั ประมาณ ๑๕ วนั
ก็จะแตกใบอ่อนหากระบบรากฝอยดี ไม่บอบชา�้ เกนิ ไป ตมุ้ ไม่แตก ไมจ้ ะโตวันโตคืนไมม่ ีทางตาย ศ.บอนไซ
เอาคอเปนประกนั ...แฮ่ม!...M

๑๐๖ ใสนาพยรสะมั อพปุ นั ถธัม ภสมพารคะมเนจากั วเรรยีวงนศเกเธา อสัตพวรแะพอทงยคเ กจารโมสปมศสุสวตั ลวี กรมหมื่นสทุ ธนารนี าถ

บอนไซ “Wild Plum” ลาํ ตน สงู : ๒๗ นิ้ว

ภาชนะสาํ หรับปลกู : กระถางดนิ เผาไมเ คลือบมนั สีแดงดาน
แบบ INFORMAL UPRIGHT
“WILD PLUM” พลัมปา

ผทู ่สี นใจการปลูกเลย้ี ง “บอนไซ” ตดิ ตอสอบถามเปน จดหมายไดท ่ี
ศิลป เปรมฤทยั ๙/๘๘ ม.จติ ตภ กั ดี ถ.สุขาภบิ าล ๑ เขตบึงกุม กทม. ๑๐๒๔๐
จดหมายจะตอบในวารสารสายสัมพันธ เทาน้นั บก.

๑๐๗ในพระอปุ ถมั ภ พระเจสาวารยวสงมั ศพเ ธนั อธ พสมระาอคงมคนเกัจเา รโยีสนมเสกวา ลสี ัตกวรแมพหทมยน่ื สกทุ รธมนปาศรสุนี ตัาถว

แบบตา งๆ ของบอนไซ

บอนไซ “Black Pine ของญี่ปนุ

แบบ Formal upright ลําตน สงู : ๒๘ นิ้ว
ภาชนะสําหรบั ปลูก : กระถางดินเผาสีแดง ไมเคลือบเงา

ขนาดสูง ๔ น้วิ กวาง ๑๙ x ๑๓ น้ิว
“BLACK PINE” สนดาํ

๑๐๘ ใสนาพยรสะมั อพปุ นั ถธัม ภสมพารคะมเนจาักวเรรยีวงนศเกเ ธา อสตั พวรแะพอทงยคเ กจารโมสปมศสสุ วัต ลวี กรมหมืน่ สทุ ธนารนี าถ

CASCADE STYLE (แบบตกกระถาง)

SEMI CASCADE STYLE (แบบก่งึ ตกกระถาง)
๑๐๙ในพระอปุ ถมั ภ พระเจสาวารยวสงัมศพเ ธนั อธ พสมระาอคงมคนเ กัจเารโียสนมเสกวาลสี ตั กวรแมพหทมยนื่ สกุทรธมนปาศรุสีนัตาถว

BROOM STYLE (แบบไมก วาด)

GROUP PLANTING STYLE (แบบสวนปา )
๑๑๐ สในาพยรสะัมอพุปนั ถธัม ภสมพารคะมเนจากั วเรรียวงนศเกเ ธา อสัตพวรแะพอทงยคเกจารโมสปมศสสุ วตั ลวี กรมหมนื่ สทุ ธนารีนาถ

หมอตอนควาย

โดย เรืองศกั ด์ิ ละทยั นลิ

ตามหลักฐานทางประวัติศาสตรและโบราณคดีไดบงชี้ชัดเจนแลววาเดิมทีควายเปน
สตั วป า ชนดิ หนึง่ คนยุคกอ นไดล า มากินเปนอาหาร ตอมามกี ารเลย้ี งเอาไว คงสงั เกตเห็นวา
ควายสามารถอยูรวมกับคนไดเปนอยางดี เลี้ยงใหเช่ืองและเช่ือฟงคําสั่งไดแถมยังมีนิสัย
ทําอะไรซํ้าๆ เชนการเดินย่ําไปมาในพ้ืนท่ีชุมนํ้า ทําใหสามารถหวานเมล็ดขาวไดงอกงามดี
จึงมีการทํานาแบบทดน้ํา ตอมาไดมีการพัฒนาการใชแรงงานจากควายจนสามารถ
ใชป ระโยชนไ ดหลากหลาย อยา งทเ่ี ราทราบกัน

ท�าไมคนจึงนิยมใช้แรงงานจากควาย? ต่างจากการตอนต้นไม้ ซึ่งกลับหมายถึงการท�าให้
ถ้าควายไม่มีคุณสมบัติหรือคุณลักษณะที่ดีเด่น สามารถขยายพนั ธ์ุตอ่ ไปได้อกี
เหนือกว่าสัตว์อ่ืนแล้ว คงไม่มีใครใช้ควายมาได้ถึง
กว่า ๓,๐๐๐ ปเปนแน่ ปานนี้คงใช้แพะไถนา ค�าว่า ตอน ตามพจนานุกรม ฉบับ
ใชช้ า้ งคราดนา ใช้หมูเทยี มเกวียน หรือใชก้ ระต่าย ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕ หมายถึง น.ห้วง,
ฉุดระหดั วดิ นา้� กันเตม็ ไรเ่ ต็มนากันแลว้ ชุด, ทอ่ น, ระยะวรรค; ส่วนหน่ึงๆ ที่แบ่งออกจาก
ส่วนใหญ่ เช่น แม่น้า� สายน้ี แบ่งออกเปน ๓ ตอน
จ า ก ค� า ถ า ม ข ้ า ง บ น นี้ ก็ ต อ บ ไ ด ้ เ ล ย ว ่ า ถนนพหลโยธินตอนทีผ่ า่ นดอนเมอื ง หนังสือเล่มนี้
เพราะควายเปน สัตวท์ ่ีเชื่อง แสนรู้ สั่งได้ แขง็ แรง มี ๑๐ ตอน โขนแสดงตอนหนุมานเผาลงกา ขอให้
และทสี่ า� คัญ ควายเปนสัตว์ท่ีเปนมติ รกบั คน มาตอนเชา้ ตอนเหนือของประเทศไทย ก.แยกกิง่
ออกจากต้นเดิมเพื่อเอาไปปลูกโดยวิธีใช้มีดควั่น
ก า ร ใ ช ้ แ ร ง ง า น จ า ก ค ว า ย ก็ มี ป  ญ ห า เอาเปลือกออกแล้วเดินพอกให้ออกรากเปนต้น;
เหมือนกัน โดยเฉพาะควายตัวผู้ เวลาเปนหนุ่ม ตัดหรือท�าลายอวัยวะซ่ึงเปนส่วนหนึ่งของการ
กลดั มนั ขน้ึ มากเ็ อาไมค่ อ่ ยอยเู่ หมอื นกนั (อยา่ วา่ แต่ สบื พันธเุ์ พือ่ ไม่ใหเ้ กิดลกู เปนตน้
ควายเลย คนเองก็เถอะ) ดังนน้ั คนจึงหาวิธีจดั การ
กบั ควายพวกนเี้ พราะลดความคกึ คะนอง ดเู หมอื น การตอนสัตว์ในภาษาอังกฤษใช้ค�าว่า
คนจะรู้จุดอ่อนของควายดี คงได้จากการสังเกตดู Castration
ตัวเองว่าจุดอ่อนอยู่ตรงไหน อะไรคือสาเหตุของ
การคึกคะนอง ก็เลยจัดการได้ถกู จุด การตอนควายจะเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยใด
ไมป่ รากฏ แตก่ ารทา� ใหค้ นผชู้ ายไมส่ ามารถสบื พนั ธ์ุ
น่นั กค็ ือ ตอน เสียเลย ได้มีมาต้ังแต่สมัยราชวงศ์เก่าแก่ของจักพรรด์ิจีน
ก า ร ต อ น ค ว า ย ห รื อ สั ต ว ์ อื่ น ห ม า ย ถึ ง แล้ว ท่ีเรารู้จักกันว่าเปนพวกขันที ซ่ึงพวกน้ีจะให้
การตดั วงจรระบบสบื พนั ธ์ุ ไมใ่ หส้ ามารถสบื พนั ธไ์ุ ด้ รับใช้ราชวงศ์ฝายในเข้าออกในพระราชวังช้ันใน
รวมถึงการท�าให้หมดความต้องการทางเพศด้วย ซ่ึงต้องห้าม สา� หรบั สามญั ชนทัว่ ไปได้ เพราะไว้ใจ

๑๑๑ในพระอุปถัมภ พระเจสาวารยวสงมั ศพเ ธนั อธ พสมระาอคงมคนเ กัจเารโียสนมเสกวาลสี ัตกวรแมพหทมย่ืนสกุทรธมนปาศรสุนี ัตาถว

ในเร่ืองชู้สาวได้ แต่ก็มีปญหาเหมือนกันที่พวก คาดว่าการตอนควายก็คงมีประวัติมา
ขันทีคิดไม่ซ่ือต่อราชวงศ์ในเร่ืองอ�านาจการ ยาวนานพอๆ กันกับการตอนคนแต่ผลมันต่างกัน
ปกครองเหมือนกัน ในเร่ืองน้ีมีหลักฐานปรากฏ เพราะการท่ีคนรู้จักการตอนควาย ท�าให้เกิด
ในจดหมายเหตุสามกกระบุว่าสมัยสามกกคือ วัฒนธรรมการเกษตรท่ียิ่งใหญ่และยาวนานของ
ระยะเวลาทป่ี ระเทศจนี มรี ฐั อสิ ระ ๓ รฐั ไดแ้ ก่ รฐั วยุ่ มนุษยชาติ
รัฐจกฮั่น และรัฐหงอ ต่างยึดครองอาณาเขตของ
บางมณฑล และต่างสถาปนาราชวงศ์ของตน การตอนควายในประเทศไทยคงท�ามานาน
เร่ิมตงั้ แต่ พ.ศ. ๗๖๓ ถึง พ.ศ. ๘๒๓ (ค.ศ. ๒๒๐ นบั พนั ปแ ลว้ วธิ กี ารกค็ งเปน การทบุ หรอื ตดั อวยั วะ
ถึง ค.ศ. ๒๘๐) รวมเวลา ๖๐ ป รัฐวุ่ยของโจผี สืบพันธุ์ (อัณฑะ) โดยตรง การตอนควายของ
บุตรชายของโจโฉมีอาณาเขตกว้างใหญ่ทาง คนอีสานก็นิยมท�ากันแพร่หลายทุกหมู่บ้าน
ภาคเหนือ รัฐจกฮั่นของเล่าปได้ครองอาณาเขต ทุกต�าบลก็ว่าได้ เพราะจะมีคนท่ีเรียกว่า
เพียง ๒-๓ มณฑลทางภาคตะวันตก ส่วนรัฐหงอ หมอตอนควาย อยูแ่ ทบท้ังนั้น อยา่ งน้อยในตา� บล
ของซุนกวนได้ครองอาณาเขตหลายมณฑล หน่ึงๆ จะมีหมอตอนควายอยู่ไม่น้อยกว่าหนึ่งคน
ทางภาคตะวันออกเฉยี งใต้ เครอ่ื งมอื ตอนควายสมยั โบราณ เปน เครอื่ งมอื งา่ ยๆ
ที่ใชไ้ ม้ในทอ้ งทปี่ ระดษิ ฐข์ ้ึนเอง...M
ต้นเหตุท่ีท�าให้เกิดมีสามกกอาจกล่าวได้ว่า
สืบเน่ืองมาจากอ�านาจการปกครองของรัฐบาล
ตอนปลายสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออกเร่ิมเส่ือม
มาต้ังแต่แผ่นดินพระเจ้าฮ่ันเต้และพระเจ้าเลนเต้
เพราะพระมหากษัตริย์ท้ังสองพระองค์ไม่คบหา
ขุ น น า ง ผู ้ มี ธ ร ร ม จ ร ร ย า ก ลั บ เ ช่ื อ แ ล ะ ว า ง ใ จ
ในพวกขนั ที ถงึ กลับปลอ่ ยให้พวกขนั ทยี ่งุ เก่ียวกับ
ราชการบ้านเมืองพวกขันทีจึงถือโอกาสใส่ร้าย
ขุนนางผู้ใหญ่ และร่วมกันฉ้อราษฎร์บังหลวง
ข า ย ต� า แ ห น ่ ง พ นั ก ง า น ใ ห ้ พ ว ก เ ห ล ่ า นั้ น ไ ป
รดี นาทาเรน้ ราษฎร จนประชาชนเดอื ดรอ้ นกนั มาก
บ้านเมืองจึงเกิดจลาจลท่ัวไป ต่อมาก็เกิดมี
โจรโพกผา้ เหลอื งก่อกบฏขึน้

จะเห็นว่าการตอนคนมีมานานแล้วและ
เปนเหตุให้ประวัติศาสตร์เมืองจีน พลิกผันไปได้
มากเหมือนกันด้วยพิษสงของพวกขันที (ค�าว่า
“ขันที” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน
พุทธศกั ราช ๒๕๒๕ หมายความว่า (นาม) ชายท่ี
ถกู ตอน บางประเทศทางเอเชยี สมยั กอ่ นใชส้ า� หรบั
ควบคมุ ฝา ยใน)
๑๑๒ สในาพยรสะมั อพปุ ันถธมั  ภสมพารคะมเนจากั วเรรยีวงนศเกเ ธา อสตั พวรแะพอทงยคเ กจารโมสปมศสุสวตั ลวี กรมหมืน่ สทุ ธนารีนาถ

กดุ จี่ทีห่ ายไป (พรอ มกบั ควาย)

โดย เรอื งศักดิ์ ละทัยนลิ *

คนในชนบทไดมีการเรียนรูถึงวิธีการดํารงชีวิต วาสภาวะตางๆ ทําอยางไรจึงจะ
เอาชวี ติ ใหร อดอยไู ด บางทกี ไ็ มไ ดเ ปน ความเกง กาจเฉพาะตวั สกั เทา ใด เพยี งแตส ญั ชาตญิ าณ
และเหตุการณบังคับ หรือไมก็อาจจะเปนการคนพบโดยบังเอิญ หรือการลองผิดลองถูก
กันมานับคร้ังไมถวน ในที่สุดก็ไดพบสิ่งท่ีมีประโยชน สิ่งท่ีมีคุณคาตอการดํารงชีวิต
หรอื ทางกลบั กนั อาจจะคน พบสง่ิ ทไ่ี มม ปี ระโยชนห รอื ทาํ ใหเ กดิ โทษ หรอื มอี นั ตรายได เชน พบวา
พืชชนิดใดกินได ชนิดใดกินไมได ชนิดใดกินไมได ชนิดใดกินแลวทําใหปวดทอง ชักตาต้ัง
นอกจากน้ียังรูวาควรกินสวนใดของพืชกินในชวงไหน ชนิดใดเก็บไวกินนานๆ ได ชนิดใด
ตอ งกินทนั ที ชนดิ ใดรกั ษาโรคอะไรไดและชนดิ ใดนําไปทาํ เปน ยาพิษได

ถึงอย่างไรก็ถือว่าการค้นพบส่ิงต่างๆ สภาพทางธรรมชาติเช่นนั้นคนอีสานมีการด�ารง
เหล่าน้ันเปนความชาญฉลาดเปนความโชคดีและ ชีวิตที่เรียบง่าย มีอาหารการกินท่ีคนภาคอ่ืน
เปน ความกลา้ หาญของบรรพบรุ ษุ ของคนในชนบท เหน็ แลว้ ตอ้ งบอกวา่ “เปบ พสิ ดาร” เชน่ การกนิ กอ้ ย
ซึ่งสมัยนี้นิยมเรียกกันว่า ภูมิปญญาท้องถิ่นหรือ ท่ีใช้เน้ือสัตว์สดๆ มาปรุง การลาบเลือดที่ใส่
ภูมิปญญาชาวบ้านหรือศิลปะในการด�ารงชีวิต เลือดวัว เลือดควาย หรือเลือดหมูสดๆ การกิน
แลว้ แตจ่ ะเรยี กกนั ไปแตส่ งิ่ ทสี่ า� คญั กวา่ คอื การรจู้ กั ที่มีรสขมสุดๆ เช่นกินดีของสัตว์ การรู้จักวิธีจับ
ถ่ายทอดจากคนรุ่นหน่ึงสู่คนรุ่นต่อๆ มานับร้อย และกนิ สตั วช์ นดิ ตา่ งๆ ทอี่ ยตู่ ามปา ตามเขา อยใู่ นรู
นับพันรุ่นท�าให้คนรุ่นปจจุบันนี้สะดวก สบาย ในหลืบหิน ในโคลนตม หรือในอากาศมาท�าเปน
ไม่ต้องเสีย่ งมาก อาหารได้หลากหลาย บรรดาแมลงต่างๆ มีเปน
นบั รอ้ ยๆ ชนดิ ทค่ี นอสี านจบั มากนิ ยกตวั อยา่ งเชน่
แตท่ กุ วนั นก้ี น็ า่ เสยี ดายทภี่ มู ปิ ญ ญาเหลา่ นน้ั แมงกินูน แมงกะซอน จิโปม จินาย จิ้งหรีด
ก�าลังถูกคนรุ่นใหม่ดูถูกดูแคลนว่าล้าสมัย กลับไป แมลงดานามดแดงแมเ่ ปง แมลงตบั เตา่ แมงหวั ควาย
เห่อเหิมรับเอาแต่วิทยาการใหม่ๆ หรือรับเอา แมงขา้ วสาร แมงเม่า ตกั๊ แตน แมลงมนั แมงแคง
วฒั นธรรมทไี่ มใ่ ชข่ องบรรพบรุ ษุ มาครอบงา� วถิ ชี วี ติ แมลงหนา้ งา�้ แมลงเหนย่ี ง ตวั แตน ตวั ตอ่ แมลงทบั
จนลืมวิทยาการอันลึกล�้าท่ีบรรพบุรุษถ่ายทอด ดักแด้ แมลงกอก แมลงก้องแขยน แมลงคราม
มาให้เกอื บจะสิน้ เชิง ด้วงม่วง ด้วงงิ้ว แมลงสีเสียด แมลงโยงโหย่
ดว้ งกลว้ ย ด้วงต�าแย จักจ่นั แมลงอี่ แมลงกระโซ่
ค น ใ น ภ า ค อี ส า น เ ป  น ค น ก ลุ ่ ม ห น่ึ ง ท่ี มี จิโหลน ตัวบึ้ง ตั๊กแตนอีค่วง แมลงม้า แมลงนารี
ประวตั กิ ารดา� รงชวี ติ อยา่ งทรหด อาจจะเปน เพราะ
ความกันดารในอดีตจึงต้องปรับตัวให้อยู่ได้กับ

๑๑๓ในพระอุปถัมภ พระเจสา วารยวสงมั ศพเ ธนั อธ พสมระาอคงมคนเ ักจเา รโยีสนมเสกวาลสี ัตกวรแมพหทมยนื่ สกุทรธมนปาศรุสนี ตัาถว

แมลงช้าง ด้วงช้าง กุดจ่ี และแมลงอ่ืนๆ อีก ถึงตอนกลางคืนกุดจ่ีก็จะบินลงมาอยู่ในข้ีควาย
หลายชนิด ข้ีวัวเพื่อจัดการกับสารอาหารท่ีตกค้างคงเหลือใน
ขี้วัวขี้ควาย เปนการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่าง
ในทนี่ ้ีจะกลา่ วถึงเฉพาะกดุ จ่ขี ค้ี วายเทา่ นน้ั คุ้มค่าและสมดุล กุดจี่พวกนี้จะรู้โดยสัญชาตญาณ
กุดจี่ข้ีควาย มีชื่อภาษาไทยว่า แมลงกุดจี่ วา่ อนั ไหนเปน ขว้ี วั ขคี้ วาย (ซงึ่ เปน คนละจา� พวกกบั
หรือด้วงขี้ควาย มี ๒ ชนิดคือ กดุ จี่หวาย (ตัวเลก็ ) กุดจ่ีขี้คน ซ่ึงคนอีสานดูออก การน�ามากินรับรอง
และกดุ จหี่ นมุ่ (ตวั ใหญก่ วา่ ) ในตอนหลงั พบวา่ มอี กี ไดว้ า่ ไม่มกี ารมว่ั )
ชนิดหนึง่ คอื กดุ จี่กา ซ่งึ ตัวใหญก่ วา่ ๒ ชนิดแรก
กุดจ่ีหวาย มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Dung ตวั กดุ จจี่ ะอยใู่ นขว้ี วั ขคี้ วายประมาณ ๑ วนั
Beetle/มีช่อื วิทยาศาสตร์วา่ Copris nevvinsoni หลังจากนั้นจะฝงตัวลงไปในดินใต้กองขี้ควายนั้น
Waterhouse / Order Coleoptera / Hamily ดังนั้นชาวบ้านที่ต้องการกุดจ่ีจะมาคุ้ยหากุดจ่ี
Scarabaeidia ภายในวันรุ่งข้ึนหลังจากวัวควายถ่ายมูลลงไปแล้ว
กดุ จหี่ มมุ่ มชี อื่ ภาษาองั กฤษวา่ Dungbeetle จงึ จะสามารถจบั ตวั กดุ จไี่ ดอ้ ยา่ งงา่ ยดาย โดยเพยี ง
เช่นเดียวกับกุดจี่หวาย / มีช่ือวิทยาศาสตร์ว่า แตใ่ ชเ้ สยี มเลก็ ๆ มาขดุ คยุ้ หรอื พลกิ กองขว้ี วั ขคี้ วาย
Paragymnopleurus aethiops Sharp / ทเ่ี รม่ิ แหง้ หมาดๆ ไปแลว้ กจ็ ะพบตวั กดุ จแี่ ละจบั ได้
OrderColeoptera / Family Scarabaeidia โดยงา่ ย แต่ถา้ ปลอ่ ยไวอ้ ีกวนั ตัวกุดจก่ี จ็ ะเรมิ่ มุดลง
กุดจ่ีมีด้วยกันหลายชนิด มีขนาดแตกต่าง ในดิน จะต้องใช้เสียมขุดแซะลงไปในดินจึงจะได้
กันไป โดยท่ัวไปจะมีสีน�้าตาลเข้มไปจนถึงด�า ตัวกุดจ่ี ยิ่งปล่อยจนข้ีวัว ขี้ควายแห้งย่ิงจะลงไป
ส�าหรับกุดจ่ีข้ีควายมีลักษณะเปนรูปไข่ มีหนวด ในดินชัน้ ลึกลงไปแทบจะหาตัวไม่เจอ
เปนแบบใบไม้ บางตัวมีเขาบนหัว ปากเปนแบบ
ปากกดั ขาคหู่ นา้ มลี กั ษณะเปน หนาม เปน แผน่ แบน ในสมัยก่อนตามท้องทุ่งนาภาคอีสานหน้า
ขาอีก ๒ คู่ที่เหลือมีลักษระแบนกว้าง มีปกแข็ง แลว้ ในยามเชา้ ตรจู่ ะเหน็ ฝงู คนจา� นวนมากสว่ นใหญ่
คลุมส่วนท้องมิด ล�าตัวและปกมีสีน�้าตาลเข้มถึง จะเปนเด็กๆ หรือพวกผู้หญิงถือครุถัง (ถังตักน้�า)
ดา� บรเิ วณปก แขง็ มรี อ่ งตามความยาวขา้ งละ ๘ รอ่ ง หรือตะกร้าไม้ไผ่ใบเล็กๆ และเสียมน้อยเดินลงไป
เปนแมลงที่มีขนาดเล็ก ขนาดล�าตัวของกดุ จี่หวาย ในทุ่ง บ้างก็สาละวนกับผืนนาท่ีมีแหล่งอาหาร
ประมาณ ๑๐-๑๕ มิลลิเมตร ส่วนกุดจ่ีหมุ่ม สา� คญั บา้ งกว็ งิ่ กรกู นั เพอ่ื แยง่ แหลง่ อาหารกองใหม่
ประมาณ ๑๘-๒๕ มลิ ลเิ มตร ท่ีเพ่ิงค้นพบด้วยความสนุกสนาน เมื่อแต่ละคนได้
กุดจี่ขี้ควายจะอาศัยอยู่ในข้ีวัว ข้ีควายที่ ตัวกุดจ่ีมากพอสมควร ก็จะเอียงภาชนะท่ีใส่มา
ถ่ายมูลไว้ตามธรรมชาติเช่นตามพื้นไร่พ้ืนนาใน อวดกันว่าใครได้มากได้น้อยขนาดไหนมีบางคนที่
หน้าแล้ง ท่ีผืนดินแห้งเหือดไปแล้วแต่ยังคงมี ไดม้ ากก็จะแบ่งปน ให้แกผ่ ้ทู อ่ี บั โชคเดนิ ไปไมไ่ ด้
ค ว า ม ชุ ่ ม ชื้ น พ อ ที่ ตั ว กุ ด จ่ี จ ะ ฝ  ง ตั ว ล ง ไ ป ไ ด ้
เม่ือชาวบ้านปล่อยวัวควายออกไปแทะเล็มหญ้า ค่อยพบขุนทรัพย์เปนการแสดงน้�าใจที่
หรอื ตอซงั ในทงุ่ นาชว่ งหนา้ แลง้ ชว่ งเดอื นมกราคม ประเสริฐ แล้วก็พากันเดินกลับบ้านให้ทันกินงาย
ถงึ เดอื นเมษายน ววั ควายจะกนิ หญา้ ไปพรอ้ มๆ กบั (หรืออาหารเช้า ทค่ี นอสี านมักจะกินกนั ตอนสายๆ
ทดแทนคณุ ผนื ดนิ ดว้ ยการถา่ ยมลู ไปเรอื่ ยๆ พอตก ส่วนมื้อกลางวันจะกินกันตอนบ่าย ๒ ถึง ๓ โมง
๑๑๔ ใสนาพยรสะัมอพปุ นั ถธัม ภสมพารคะมเนจากั วเรรียวงนศเกเธา อสตั พวรแะพอทงยคเกจารโมสปมศสสุ วัตลวี กรมหมืน่ สทุ ธนารีนาถ เรียกว่ากินข้าวสวย และม้ือเย็นจะกินเอาตอน
๑-๓ ทุม่ เรียกวา่ ขา้ วแลง)

มีเรื่องเล่าสนุก (แต่เปนเรื่องจริง) ที่บาง ต้องเด็ดออกเพราะตรงน้ีจะมัน
หมู่บ้านมีที่นาตีนบ้าน (หรือท่ีนาท่ีอยู่ติดหมู่บ้าน) การคั่วก็จะต้ังกระทะให้ร้อนเอากุดจ่ีลงค่ัว
น้อย วัวควายก็ไม่มากนัก แน่นอนขุมทรัพย์ที่ว่า
ย่อมจะมีจ�ากัด พอตอนเย็นท่ีจะไล่วัวควายเข้า กับเกลือพอให้สุกหอมก็ตักออกมากินได้แล้ว
หมู่บ้านเด็กๆ จะพากันเอาไม้ไปปกที่ขี้ควายไว้ การทอดคนอสี านไมช่ อบเพราะคนอสี านไมช่ อบกนิ
เพ่ือแสดงความเปนเจ้าของโดยใช้ไม้ที่มีลักษณะ อาหารทมี่ มี นั มาก จะสงั เกตเหน็ วา่ คนอสี านโบราณ
ทเี่ จ้าของจดจ�าได้ เรยี กวา่ ปกหมายจองเอาไว้ก่อน ไม่กินทอด ไม่กินแกงหรือของหวานท่ีใส่กะทิเลย
รุ่งเช้าอีกวันจึงออกไปหากุดจ่ีตามที่ตนเองได้ท�า นบั วา่ เปน ความชาญฉลาดในการบริโภคอยา่ งหนง่ึ
หมายจองเอาไว้ ซึ่งคนอ่ืนๆ ก็จะเคารพสิทธิอันนี้ ในขณะทม่ี คี วามโงเ่ ขลาอยู่อีกหลายด้าน
ไม่ไปแอบเอากุดจ่ีก่อนผู้จอง ก็นับว่าเปน
ความซือ่ สัตยอ์ กี แบบหนงึ่ ของคนชนบทา การปนก็โดยเอากุดจ่ีท่ีคั่วหรือต้มสุกแล้ว
มาโขลกให้ละเอียดใส่พริกปนหรือพริกสดเผาไฟ
การนา� กดุ จขี่ ค้ี วายมากนิ นนั้ กอ่ นอน่ื ตอ้ งนา� ใส่น้�าปลาร้า แล้วห่ันต้นหอมและผักชีหอมเติม
มาลา้ งนา�้ ใหส้ ะอาดและแชน่ า�้ ทงิ้ ไว้ ๑-๒ ชว่ั โมงเปน ลงไป กินกับข้าวเหนียว มีผักพ้ืนบ้านเช่นผักเม็ก
อย่างนอ้ ย ถา้ จะให้ดตี อ้ งแชท่ ้งิ ไว้ ๑ วัน หรือ ๑ วัน ผักกระโดน กินแกลม้ กันไป
กบั อกี หนง่ึ คนื เพอื่ ใหก้ ดุ จถ่ี า่ ยมลู ออกใหห้ มดกอ่ น
จงึ นา� มาประกอบเปน อาหาร ซง่ึ ทา� ไดท้ งั้ คว่ั ใสเ่ กลอื การหมกก็น�ากุดจี่ที่ล้างน�้าสะอาดเด็ดปก
จ่ี หรือเผาไฟพอให้สกุ ทอด ปน ลาบ หรือกนิ เม่ยี ง แล้วมาคลุกเคล้ากับเครื่องปรุง อันได้แก่ พริก
ตะไคร้ หอม กระเทียม โขลกรวมกัน เติมด้วย
ก่อนอ่ืนขอบอกก่อนว่าคนอีสานไม่รังเกียจ น้�าปลาร้า ใส่ในใบตองโดยมีใบผักอีตู่ (แมงลัก)
ข้ีวัว ข้ีควาย เพราะถือว่าเปนสัตว์ท่ีกินสะอาด ใส่ลงไปก่อนที่จะห่อใบตองเปนห่อหมก น�าไป
เพราะกนิ แต่หญา้ ฟางขา้ ว หรอื ใบไม้ยอดไม้ และ ย่างไฟจนสกุ ก็เปดหอ่ ออกมากนิ
ผลไม้ตามปาที่ไม่มีพิษ บางอย่างเปนยาสมุนไพร
เสียด้วยซ�้า จะเห็นว่าคนอีสานกินเพลี้ย ซ่ึงเปน การลาบกุดจ่ีท�าได้สองแบบคือแบบแรกใช้
อาหารในลา� ไสเ้ ลก็ ของววั ควายซงึ่ ผา่ นการยอ่ ยแลว้ กุดจี่ท่ีคั่วจนสุกแล้วมาสับให้ละเอียดแล้วปรุงรส
มีน�้าดี (ซึ่งเปนน้�าย่อยอย่างหน่ึง) คลุกเคล้าอยู่จะ ดว้ ยนา้� มะนาว นา้� ปลารา้ พรกิ ปน ขา้ วคว่ั และผัก
ทา� ใหม้ ีรสขม บางทีเพลยี้ ในลา� ไส้ไม่พอกจ็ ะบบี เอา ต่างๆ เชน่ ตน้ หอม สะระแหน่ ผักชีหอม ผกั ชีฝร่งั
น้�าขมจากกระเพาะ (คนอีสานเรียกว่า “โพ่น”) (ผกั หอมเป) และใบมะกรดู ซอยละเอยี ดคลกุ เขา้ ไป
นอกจากน้ีข้ีวัวขี้ควายไปใช้ทาลาน (ผืนดินท่ีท�าให้ ด้วย ส�าหรับการกินเมย่ี งน้นั ถือว่าเปน การกินเล่น
เรียบเพ่ือการนวดข้าว) น�าไปโบกหรือยาไม้ไผ่ หรอื กินแบบของว่าง จะน�ากุดจ่ีท่คี วั่ แล้ว (บางคน
ที่สานขัดแตะท�าเปนฝาเรือน หรือภาชนะส�าหรับ กินสดๆ) มาจิ้มกับแจ่วบอง (หรือปลาร้าสับหรือ
ใส่ผลผลิตทางการเกษตร รวมท้ังใช้ประโยชน์ ปลาร้าทรงเคร่ือง) แนมด้วยผกั ตา่ งๆ เช่น ผักอีเลิด
อยา่ งอน่ื ๆ อีกโดยไม่มีความรังเกียจ (ใบช้าพลู) ผักกระโดน ผักเม็ก พวกน้ีรสฝาด
แกท้ อ้ งเสยี ไปในตัว
วิธีน�ากุดจ่ีมาประกอบอาหารหลังจาก
ลา้ งนา�้ สะอาดแลว้ ถา้ ตวั ใหญจ่ ะเดด็ ปก แขง็ ๆ ออก ส�าหรับคุณค่าทางอาหารของกุดจ่ีจะมี
ส่วนตัวเล็กไม่ต้องเด็ดปกก็ได้ ส่วหัวน้ันส�าคัญไม่ แสดงไว้ในตารางทหี่ น้าสุดทา้ ย

เม่ือวนั ที่ ๗-๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ ผู้เขียน
ได้น�าคณะเจ้าหน้าที่ส�านักงานปศุสัตว์จังหวัด

๑๑๕ในพระอปุ ถัมภ พระเจสา วารยวสงมั ศพเธันอธ พสมระาอคงมคนเักจเา รโยีสนมเสกวา ลสี ตั กวรแมพหทมย่ืนสกทุ รธมนปาศรุสนี ตัาถว

ยโสธร และส�านักงานปศุสัตว์อ�าเภอต่างๆ ออกไป ดูแคลน ว่าจะไปถงึ เหรอ้ ? แล้วเบ้าแค่น้จี ะทา� ครก
ใหบ้ ริการตามโครงการสตั วแพทย์เคลอื่ นที่ ทบี่ ้าน ได้อยา่ งไรกัน กดุ จต่ี อบทนั ควันวา่ นกี่ ะว่าจะไปกนิ
คา� เม็ก บา้ นหนองเมก็ และบา้ นคา� น้า� เกีย้ ง ตา� บล งายเมืองลังกาโน่นแหละวันน้ี (หมายถึง จะไปให้
ทงุ่ แต้ อา� เภอเมอื งยโสธร เชา้ ตรวู่ นั ที่ ๘ กมุ ภาพนั ธ์ ทันกินข้าวเช้า) แล้วก้อนดินนี้จะปาดออกให้เปน
๒๕๔๕ ไดอ้ อกทุง่ เพื่อหาจดุ จี่ (ภาษาอสี านเรยี กว่า ครก ๓ ใบก็ได้ หมาได้ฟง ก็งึดมาก (งึดนีแ้ ปลวา่ งง
ขวยกุดจี่ หริขวั กุดจี่ กับคณุ ยาย ผาน ยาวะโนภาษ หรือแปลกใจอย่างสุดๆ เลย) ต้ังแต่นั้นมาหมา
อายุ ๗๘ ป ชาวบ้านค�าเมก็ หมู่ที่ ๕ ได้ความรใู้ หม่ ไม่กินกุดจ่ีเลยโดยถือว่ากุดจ่ีมีความสามารถ
จากคุณยายว่าในกองข้คี วายกองเดยี วกันนอกจาก มากกว่าตวั เอง ซึ่งในความเปนจรงิ แล้วหมาทุกตัว
จะมีกุดจี่หวาย กุดจี่หมุ่ม แล้วยังมีกุดจี่กา ซึ่งมี จะเมินไมย่ อมกนิ กุดจ่ี ไม่วา่ จะตัวสด หรอื ควั่ ทอด
ขนาดใหญ่กวา่ กดุ จ่หี มมุ่ ข้นึ ไปอกี นดิ หน่ึง เข้าใจว่า จนสุกแล้วก็ตาม ยังเปนท่ีถกเถียงกันอยู่ว่าจริงๆ
กุดจ่ีกาน้ีจะเปนตัวเมียท่ีท�าหน้าท่ีวางไข่ ในรูที่ขุด แล้วจะเปนเพราะหมาไม่ถูกกับกล่ินข้ีควายหรือ
ไว้ใต้กองข้ีควาย เม่ือวางไข่แล้วจะใช้ขี้ควายหุ้มไข่ เปลา่ ก็ไมท่ ราบได้
ไวช้ นั้ ใน สว่ นชนั้ นอกจะใชด้ นิ หอ่ หมุ้ จนหนา กลมมน
มีขนาดเท่าไข่นกกระทา พอดินช้ันนอกแห้ง ในหน้าแล้งพื้นท่ีอีสานจะแห้งแล้งกันดาร
พอหมาดๆ กุดจี่กา และกุดจ่ีหวายที่ตัวเล็กกว่า จริงๆ อาหารที่มีมากตามธรรมชาติเช่นพวกกบ
ซงึ่ เชอื่ วา่ จะเปน ตวั ผู้ จะชว่ ยกนั ใชห้ วั รนุ หรอื ใชเ้ ทา้ เขียด ปู ปลา และหอยก็จะพลอยหดหายไปด้วย
ยันให้ดินท่หี อ่ หุ้มไข่ (ชาวบ้านเรยี กวา่ เบ้า) กล้ิงไป ไดแ้ ตน่ า� ปลามาหมกั กบั เกลอื และรา� ทา� ปลารา้ ใสไ่ ห
ตามทาง เพอื่ ไปหาทท่ี ส่ี งู กวา่ นา้� ทว่ มไมถ่ งึ เมอื่ กลง้ิ เอาไว้กิน แต่ร่างกายก็ยังต้องการอาหารโปรตีน
เบ้ามากองสุมกันมากพอสมควรแล้ว ก็ช่วยกัน แร่ธาตุและวิตามินคนอีกสานจ�าเปนต้องเสาะ
คยุ้ ทรายมาถมจนมิด เพอ่ื รอวนั ใหไ้ ขฟ่ กแลว้ จงึ จะ แสวงหาสงิ่ อนื่ มาทดแทน ซงึ่ ในชว่ งแลง้ ๆ กใ็ ชว่ า่ จะ
บินไปวางไข่ที่กองข้ีควายใหมต่ อ่ ไป ไม่มีอะไรมาทดแทนเอาเสียเลย นับว่าบรรพบุรุษ
ของคนอสี านกลา้ หาญและชาญฉลาดพอทจี่ ะเสาะ
ในคราวเดียวกันน้ีผู้เขียนได้ทราบเร่ืองราว หาสิ่งที่มีคุณค่าต่อการด�ารงชีวิตเอาไว้ให้ลูกหลาน
ที่เปนนิทานพ้ืนบ้าน เร่ืองปูตั๋วหลาน (ปูโกหก รุ ่ น ห ลั ง ไ ด ้ มี อ า ห า ร ก า ร กิ น ป ร ะ ทั ง ชี วิ ต ไ ด ้
หลาน) จากนายวัน ทองค�า ผู้ใหญ่บ้านค�าเม็ก หลากหลาย (คงไม่ใช่แค่ประทังชีวิตเท่านั้น
หมู่ท่ี ๕ ต�าบลทุ่งแต้ อ�าเภอเมืองยโสธร ว่า บางอย่างเปนการช่วยรักษาสมดุลของธรรมชาติ
“คร้ังหนึ่งนานมาแล้ว ขณะท่ีกุดจ่ีสองตัวผัวเมีย บางอย่างเปนยาบ�ารุงร่างกายอย่างวิเศษ เช่น
กา� ลงั ชว่ ยกนั กลง้ิ เบา้ (ลกู ดนิ กลมๆ ทหี่ อ่ หมุ้ ไขก่ ดุ จ)่ี แมลงต่างๆ จับมากินมากมาย โดยเฉพาะธาตุ
ไปตามทางผ่านหน้าหมาตัวหนึ่ง หมาสงสัยก็ แคลเซยี่ มแลว้ ผมเชอ่ื เหลอื เกนิ วา่ คนอสี านกระดกู
ถามว่าจะพากันไปไหน กุดจี่ตอบว่า จะไปเมือง และฟนแข็งแรง ผมดกด�าก็ด้วยอาศัยธาตุอาหาร
ลงั กา (กรงุ ลงกา ในเรอ่ื งรามเกยี รต)์ิ หมากย็ งิ่ สงสยั จากแมลงตา่ งๆ เปน สว่ นมาก เพราะฉะนนั้ ลกู หลาน
ว่าไปท�าอะไรหรือ กุดจตี่ อบว่าได้ข่าวว่าเมืองลงั กา ของคนอีสานจะต้องรักษาวัฒนธรรมการบริโภค
ถูกหนุมานเผาเมืองไหม้วอดวายหมด รวมท้ังครก แมลงไว้เพื่อเปนการลดจ�านวนของศัตรูพืชก่อน
ทต่ี า� อาหารกไ็ หมจ้ ะเอาเบา้ ไปทา� ครกถวายพระเจา้ ที่จะถึงฤดูกาลเพาะปลูก ตัวแมลงเองก็สะอาด
เมืองลังกาหมาย่ิงงงและถามไปอีกอย่างดูถูก เพราะส่วนใหญ่จะกินพืชผลพลอยได้จากการ
๑๑๖ สในาพยรสะมั อพปุ ันถธมั  ภสมพารคะมเนจาักวเรรยีวงนศเกเธาอสัตพวรแะพอทงยคเ กจารโมสปมศสสุ วตั ลวี กรมหมื่นสทุ ธนารนี าถ

ย่อยสลายของพืชเปนอาหาร แล้วยังมีโปรตีน กองขคี่ วายกะสีด�าข่ีหลี่
ไขมันแร่ธาตุอีกขอบคุณแมง และแมลงต่างๆ มแี มงกดุ จ่หี ละตัวสีด�าด�า
รวมท้ังกุดจ่ีข้ีควายด้วย...แต่อนิจจา ทุกวันนี้จะไป เอามาข่ัวกินตวั หละค�า
หากดุ จก่ี นั ทไี่ หน อาหารชัน้ น�าในยามขาดแคลน

กุดจ่ีมันอยู่ในขี้ควาย ไม่มีข้ีควาย ก็เท่ากับ แตใ่ นปนี้กดุ จี่หายไป
ว่าไม่มีตัวควาย ไม่มีตัวควาย ก็แสดงว่าหน่ึงไม่มี กองขค่ี วายกะหายากเหลอื แสน
ที่เลย้ี ง สองไม่มคี นเลีย้ ง ท่เี ล้ยี งควายหายไปไหน? เบงิ่ ทง่ นากะเหลอื แตค่ วามเปล่าแปน
คนเลี้ยงควายหายไปไหน? ฮอดยามขาดแคลนบม่ ีขัว่ กดุ จี่

ที่น่าสงสัยย่ิงกว่าก็คือ ไม่มีความจ�าเปน กดุ จีไ่ ปใส กดุ จไ่ี ปใส
จะเลยี้ งควายแลว้ หรอื อย่างไร? บ่มีขี่ควายกุดจบี่ ่มีหม่องอยู่
ขค่ี วายไปไส ขคี่ วายไปไส
ส�าหรับค�าถามสุดท้ายฝากไว้เปนค�าถาม นาบ่มคี วายกะเลยบม่ ขี ค่ี วาย
ส�าหรับประชาชาติไทย และฝากให้คนไทยทุกคน
ช่วยกันค้นหาค�าตอบให้ได้โดยเร็ว ก่อนท่ีควายตัว ตกแล่งปน ี้บ่คอ่ ยมีกองควายข่ี
สุดท้ายมันจะถูกฆ่า ก่อนที่กุดจี่ควายมันจะเหลือ แมงกุดจ่ขี าดที่อยอู่ าศยั
เปน เพยี งตา� นานเลา่ ขานใหล้ กู หลานฟง จนพวกเขา กองทพั ควายเหล้กบกุ ทงุ่ นาไทย
คิดว่ามันเปนเพียงสัตว์ประหลาดตามจินตนาการ ควายนาถูกขายเพราะถกู รถไถแย่งงาน
ของนักสรา้ งหนงั การต์ นู ตา่ งชาติเทา่ น้นั
ควายเนื่อกินหญ่าถา่ ยมาเปน ข่คี วาย
ในเรื่องของกุดจี่มีเพลงของครูสลา คุณวุฒิ ควายเหล็กยุคใหมถ่ ่ายออกมาเปนควัน
ชื่อเพลงตามหากุดจี่ ได้เขียนสะท้อนเร่ืองราวของ กดุ จ่ไี ดก้ ลน่ิ บินท้ิงท่งุ อีสาน
กดุ จไ่ี ด้อย่างชดั เจนทเี ดยี ว จึงขอบันทึกไว้ตรงน้ี ต้งั แตว่ ันนนั่ กะเลยบเ่ ห็นกุดจ่ี
กะเลยบ่เหน็ กุดจ่.ี ..”...M
“ฮอดหนา้ แล้งฟาแดงยามเช้า
อสี านบ้านเฮากะหลายปผ ่านมา
ผ้เู ฒ่าเด็กนอ้ ยหละพายขอ่ งไปนา
สอดส่ายสายตาหละหากองข่คี วาย

๑๑๗ในพระอปุ ถัมภ พระเจสา วารยวสงมั ศพเธนั อธ พสมระาอคงมคนเกัจเา รโียสนมเสกวาลสี ัตกวรแมพหทมยนื่ สกุทรธมนปาศรสุนี ตัาถว

ควายเผอื ก

โดย เรืองศกั ด์ิ ละทัยนิล

สัตวเผอื ก ตามความเขา ใจของคนท่ัวไปมกั จะคิดวา เปนสตั วมสี ขี าวไปทัง้ ตัว ท้ังๆ ที่
ตามปกติจะไมเปนสขี าว เชน นกเขาเผือก ปลาดุกเผือก งเู หลอื มเผอื ก แมวเผือก ลงิ เผือก
กาเผอื ก ฯลฯ

ความจริงสัตว์เผือกหรือคนเผือกเปน แม้แต่ในม่านตา (ซ่ึงปกติจะเปนสีด�า สีน�้าตาล
ความผิดปกติในการถ่ายทอดทางพันธุกรรม หรือสีอื่น) แสงจะผ่านดวงตาแล้วสะท้อนผ่าน
อย่างหนึ่งโดยยีนส์ (Genes) ที่ควบคุมการเกิด เส้นเลือดออกมาท�าให้เห็นดวงตาเปนสีแดงทับทิม
สีภายในร่างกายของคนหรือสัตว์บกพร่องท�าให้ เร่ือๆ
การสร้างเม็ดสีต่างๆ เปล่ียนแปลงผิดแผกไปจาก
พ่อและแม่ เปนการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน การที่เกิดสัตว์เผือกถือว่าเปนการคัดสรร
ซง่ึ ทางวิชาการเรยี กว่าการผา่ เหล่า (Mutation) เผา่ พนั ธข์ุ องสตั วเ์ อง เนอื่ งจากสตั วท์ มี่ ลี กั ษณะดอ้ ย
ย ่ อ ม จ ะ ด� า ร ง ชี วิ ต ต า ม ธ ร ร ม ช า ติ ไ ด ้ ล� า บ า ก
ลักษณะเผือกจะเปนเฉพาะตัว แต่ถ้า ท้ั ง ก า ร เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต ก็ จ ะ ช ้ า ก ว ่ า สั ต ว ์ ป ก ติ
สัตว์เผือกมีโอกาสสืบพันธุ์ก็สามารถจะถ่ายทอด ความต้านทานโรคก็จะด้อยลงไป อีกทั้งลักษณะ
ลักษณะด้อยน้ีต่อไปได้ หรือลักษณะด้อยน้ีจะ สขี าวกย็ อ่ มเปน เปา หมายเดน่ ชดั แกศ่ ตั รดู ว้ ย การท่ี
สามารถแฝงตัวอยู่ในลูกหลานต่อไปได้ แต่โอกาส สัตว์เผือกต่างเพศจะได้ผสมพันธุ์กันเองตาม
ท่ีจะแสดงออกมายากมากเนื่องจากลักษระด้อย ธรรมชาติน้ันถือว่ามีโอกาสน้อยมาก แต่ในยุค
ทางพนั ธกุ รรม(Recessive)ยงั จะมยี นี สล์ กั ษณะเดน่ ป  จ จุ บั น มี ก า ร เ ส า ะ ห า สั ต ว ์ เ ผื อ ก ต ่ า ง เ พ ศ
(Dominant) คอยควบคมุ อยอู่ กี มากมาย ในขณะท่ี มาผสมพันธุ์กันก็สามารถท�าได้และมีผู้ท�าแล้ว
ลักษณะเผือกแฝงเร้นอยู่เราก็ไม่สามารถดูด้วย เ ป  น ก า ร น� า ลั ก ษ ณ ะ ด ้ อ ย แ ล ะ ค ว า ม ห า ย า ก
สายตาไดเ้ ลย ประกอบกับความสวยงามแปลกตามาเปนจุดขาย
ซ่ึงแน่นอนราคาค่างวดย่อมจะแพงกว่าสัตว์ปกติ
การท่ีคนหรือสัตว์มีสีท่ีเปลี่ยนไปจากปกติ มาก
(ส่วนใหญ่จะเปล่ียนเปนสีขาวหรือสีที่ใกล้เคียง
เช่นสีชมพูเร่ือๆ สีเหลือง หรือเหลืองทอง) ท่ีเรา ท่ีน้ีลองมาพจิ ารณาดู “ควายเผือก” บา้ ง
เรียกว่าคนหรือสัตว์เผือกนี้เรียกว่า Albinism ศาสตราจารย์ประสบ บูรณมานัส อธิบาย
การเผือก อาจจะเผือกสมบูรณ์ ขาวหมดท้ังตัว ไว้ในหนังสอื “กระบอื และการรกั ษา” (ส�านักพมิ พ์
เรยี กวา่ Complete Albinism แตถ่ า้ เปน การเผอื ก ไทยวัฒนาพานิช พ.ศ.๒๕๓๑) ว่า “...กระบือ
เฉพาะบางส่วน เรยี กว่า Uncomplete Albinism มี ๒ สี คือ สีเทาเข้มเกือบด�ามีขนสีเหลืองคล้าย
สีทองปกคลุมบ้างจังหวัดมีสีแดงจัด และสีเผือก
สัตว์เผือกขาวสมบูรณ์นั้นรงควัตถุที่แสดง ผิวหนังสีชมพูขนยาว กีบและเขามีสีเหลืองน่าดู
สีอ่ืนนอกจากสีเผือกจะไม่แสดงออกให้เห็นเลย

๑๑๘ สในาพยรสะัมอพุปันถธมั  ภสมพารคะมเนจาักวเรรยีวงนศเกเ ธาอสัตพวรแะพอทงยคเกจารโมสปมศสุสวัต ลวี กรมหมนื่ สทุ ธนารนี าถ

และมกั มรี อยตกกระเปน จดุ ดา� (Freckles) บนลา� ตวั ยืนยันในเร่ืองนี้ ดร.ดี.ซี.ไรฟ และข้าพเจ้าได้วาง
ท�าให้ไม่น่าดู...ผลการทดลองของ ดร.ดี.ซี.ไรฟ แปลนแผนผงั ในการทดลองคน้ ควา้ ขน้ึ ทส่ี ถานบี า� รงุ
(Dr.D.C.Rife) (๕๔) และข้าพเจา้ พบว่ากระบือไทย พนั ธสุ์ ตั วท์ บั กวางเมือง พ.ศ. ๒๕๐๐ และได้จดั หา
ไม่ใช่เผือก (True-albino) เพราะว่ามีตาสีด�า กระบือสีด�าและสีขาวตามจ�านวนที่ต้องการ และ
(dark eye) และผิวหนังสีชมพู (pink skin) ได้เริม่ ทดลองผสมพันธแุ์ ลว้ แต่ผลการทดลองไม่มี
ซ่ึงโดยมากตกกระ จึงควรเรียกว่ากระบือขาว รายงานออกมาหลงั จากทข่ี า้ พเจา้ ถกู ยา้ ยไปทา� งาน
(White buffalo) และกระบือขาวนี้มีอยู่ท่ัวไป อย่างอ่ืน มีผู้กล่าวเสมอว่ากระบือไทยมีมากกว่า
ในประเทศไทย มีจ�านวนแตกต่างกันต้ังแต่ ๘% หนึ่งพันธ.ุ์ ..”
ถงึ ๓๐% แลว้ แตภ่ าคไหนของประเทศ ในขณะที่
ส�ารวจในป พ.ศ. ๒๕๐๑ นั้น ภาคเหนือแถว ควายเผือก หรือควายขาว ทางภาคอีสาน
เชยี งรายมกี ระบอื ขาวมากทสี่ ดุ ในเรอื่ งกระบอื ขาว เรียกวา่ “ควายดอ่ น” สัตว์อื่นหรอื คนถา้ มีลกั ษณะ
ท่ีเขาเรียกว่ากระบือเผือกนั้น ทางภาคเหนือ เผอื กกจ็ ะเรยี กวา่ ดอ่ นเหมอื นกนั สา� หรบั ควายดอ่ น
ไม่ถือว่าเปนข้อเสียหายกันส่วนมาก และใน ยั ง พ บ อ ยู ่ ป ร ะ ป ร า ย ใ น พ้ื น ท่ี ทุ ก จั ง ห วั ด ข อ ง
ภาคอื่นๆ ก็กล่าวเช่นน้ัน แต่เมื่อข้าพเจ้าได้ส่ง ภาคอีสาน มีการเลี้ยงร่วมฝูงกับความด�าตามปกติ
ใบสอบถาม (questionaries) ออกไปส�ารวจกับ รวมถึงมีการใช้แรงงานในการไถ คราด ด้วยตาม
สัตวแพทย์ทั่วราชอาณาจักรปรากฏว่าไม่ชอบ ท่ีผู้เขียนได้สอบถามชาวบ้านที่เลี้ยงควายและ
กระบอื เผือก ชาวบ้านท่ัวไปจะพบว่าบางคนก็ถือว่าเปนสัตว์
เพราะเหตุ ไม่ค่อยชอบแต่ไม่ถึงกับอัปมงคล บางคนก็บอกว่า
เลี้ยงยาก เวลาเข้าไถจะหยุดและนอนน�้าบ่อย
๑. เชอ่ื ถอื วา่ เปน กระบอื เจา้ เพราะมสี ขี าว เรื่องน้ีเห็นจะจริงเพราะไม่มีเม็ดสีด�าท่ีจะดูดซับ
เปนสขี องผบู้ รสิ ทุ ธิ์ ความรอ้ นเอาไวไ้ ดค้ วามรอ้ นจากแสงแดดจงึ ทะลวง
เข้าถึงผิวหนังช้ันในหรือเส้นประสาทชั้นใต้ผิวหนัง
๒. เน้ือกระบอื เผอื กมีกลนิ่ คาวจดั ได้ง่าย ชาวบ้านบางคนบอกว่าเลี้ยงง่าย เลี้ยงไว้
๓. เน้ือกระบือเผือกแสลงแก่ผู้หญิงตอนมี ท�าให้ค้�าคูณหรือท�าให้มีโชคมีชัย บางคนก็บอกว่า
ประจา� เดอื น บรรพบรุ ษุ สง่ั สอนไวว้ า่ ไมค่ วรเลยี้ ง แตท่ พี่ ดู ตรงกนั
๔. ทา� งานไม่ทน มากท่ีสดุ กค็ ือจะไม่คอ่ ยมีการซอ้ื ขายกัน คอื ขายก็
๕. ไม่ชอบสี เปน ตน้ ไม่คอ่ ยมคี นซ้อื จงึ เลี้ยงเอาไว้ด้วยสงสาร ปลอ่ ยให้
หมายเหตุ กระบือขาวที่เกาะบาหลีมี แกต่ ายไปเอง ถา้ นา� ไปเชือด ช�าแหละถ้าชาวบา้ นรู้
๗๐% ฟลิปปนส์ เวียดนาม และกัมพูชา มี ๕% ก็จะไม่ซ้ือหรือไม่กินกลัวว่าจะผิดส�าแดง (หรือผิด
ไต้หวัน น้อยกว่า ๑% บอร์เนียวกับเนปาลเกือบ สา� แลง) แสลงโรคโดยเฉพาะผหู้ ญงิ ตง้ั ทอ้ ง (แมม่ าน)
ไมม่ เี ลย และส่วนใหญ่ไม่พบในกระบอื น้�า ผลจาก หรอื แม่ลกู ออ่ น คนรนุ่ เกา่ ๆ จะสอนกันนักหนาว่า
การทดลองของ ไรฟ (Rife) กับข้าพเจ้าเก่ียวกับ ไม่ใหก้ นิ เด็ดขาด จะไม่มีนมใหล้ กู กนิ หรือจะแสลง
สขี าวในกระบอื เผอื กนนั้ ปรากฏวา่ เปน ลกั ษณะดอ้ ย จนเปน ไขห้ รือตกเลือด
(Simple recessive) การทดลองน้ีใช้ไคสแควร์
(Chi-square) ในการวิเคราะห์ทางสถิติ และเพ่ือ ดังน้ัน ควายเผือกหรือควายด่อนที่เห็นอยู่
ทวั่ ไปเนอื่ งจากเจา้ ของมคี วามเมตตาสตั วบ์ งั เอญิ ถกู

๑๑๙ในพระอุปถมั ภ พระเจสา วารยวสงมั ศพเธนั อธ พสมระาอคงมคนเักจเา รโยีสนมเสกวาลสี ตั กวรแมพหทมยน่ื สกทุ รธมนปาศรสุีนัตาถว

ควายเผือกผสมมาตามธรรมชาติโดยที่ปล่อยร่วม สภาพควายเผือกในท้องที่ จังหวัดยโสธร และ
ทงุ่ กัน ถา้ ออกลกู มาเปน เผือกกเ็ ล้ียงดแู ละใชง้ านกั สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เก่ียวข้องเจาะเลือดตรวจโรค
นไป บางรายมีควายเผือกเปนฝูงใหญ่ บางฝูงมี ติดต่อท่ีส�าคัญ ถ้าพบว่าปลอดจากเช้ือโรคที่
ขาวๆ ด�าๆ ปนกันไป บางตวั แม่สีดา� ใหล้ ูกขายกม็ ี ต้องหา้ ม เช่น โรคแท้งตดิ ตอ่ , โรคเลปโตสไปโรซีส,
โรคพารา ทูเบอร์คิวโลซีส, โรค IBR (Infectios
เรือ่ งควายเผอื กนไ้ี ด้มกี ารเสนอในทีป่ ระชมุ Bovine Rhinotracheitis), และโรคท้องร่วงจาก
หัวหน้าส่วนราชการกรมปศุสัตว์ประจ�าป ๒๕๔๓ เช้อื ไวรัส หรอื BVD (Bovine Viral Diarhoer)
ทจ่ี งั หวดั กระบี่ โดยนายเรอื งศกั ด์ิ ละทยั นลิ ปศสุ ตั ว์
จังหวัดยโสธร เสนอว่าขณะนี้ควายเผือกเหลืออยู่ จากการส�ารวจจ�านวนควายเผือกของ
นอ้ ยแลว้ ต่อไปในอนาคตอาจจะหาดไู มไ่ ด้ ควรจะ จังหวัดยโสธรเม่ือเดือนมิถุนายน ๒๕๔๓
รีบรีดน�้าเช้ือตัวผู้ น�าไปฝากศูนย์พันธุกรรม มีควายเผอื ก รวม ๓๑ ตัว (ตัวผู้ ๑๑ ตัวเมีย ๒๐)
(Genebank) เอาไว้ ก่อนที่จะสายเกินไป คดิ เปน ๐.๐๕๘% ของจา� นวนกระบือท้ังหมดของ
ด้วยเห็นว่าควายเผือกหรือควายขาว มีลักษณะ จงั หวดั ซงึ่ มจี า� นวน ๕๒,๗๗๑ ตวั ซงึ่ นบั วา่ มนี อ้ ยมาก
แปลก สีสะดุดตาควรเก็บไว้เปนความหลากหลาย ในจังหวัดอื่นๆ ก็คาดว่าจะมีปริมาณที่น้อย
ทางชวี ภาพดา้ นพนั ธกุ รรมสตั ว์ สตั วเ์ ผอื กชนดิ อน่ื ๆ เช่นเดียวกัน ถ้าหากว่าไม่ด�าเนินการอย่างใด
เขายังเสาะหามาเลีย้ งเปน การคา้ หรอื เปนสิรมิ งคล อยา่ งหน่งึ เม่อื ควายเผอื กหมดไปจรงิ ๆ จะเปน เรือ่ ง
ได้ ควายเผือกกค็ วรจะท�าเช่นกัน อกี ประการหนึง่ ท่นี า่ เสยี ดายและเสียใจมาก
เราสามารถใชเ้ ปน สตั วป์ ระกอบธรุ กจิ การทอ่ งเทย่ี ว
ได้ซ่ึงเรื่องน้ีผู้บริหารกรมปศุสัตว์ก็เห็นด้วยโดย การรู้จักคุณค่าและรู้จักพันธุกรรมสัตว์
นายสรุ จติ ทองสอดแสง ผอู้ า� นวยการกองผสมเทยี ม ให้คงอยู่ต่อไปและใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนน้ัน
(ต�าแหน่งเม่ือป ๒๕๔๓ ขณะนี้ ด�ารงต�าแหน่ง นับว่าจ�าเปนอย่างยิ่ง คนบางกลุ่มอาจจะเห็นเปน
ผู้เชี่ยวชาญด้านวิจัยผสมเทียม) ได้ออกไปส�ารวจ เพียงแง่มุมหรือกิจกรรมเล็กๆ ของมนุษย์เท่านั้น
๑๒๐ สในาพยรสะัมอพปุ นั ถธัม ภสมพารคะมเนจาักวเรรียวงนศเกเธา อสัตพวรแะพอทงยคเ กจารโมสปมศสสุ วตั ลวี กรมหมนื่ สทุ ธนารีนาถ จึงมไิ ดใ้ ส่ใจหรอื สนใจสักเท่าใด ความจรงิ เรือ่ งราว

ของทุกสิ่งบนโลกทั้งส่ิงท่ีมีชีวิตและไม่มีชีวิต ๔. เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวด้าน
ไม่ว่าจะเปนส่ิงใกล้ตัวหรือไกลตัว ก็ควรที่จะ การเกษตรเนอ่ื งจากควายเผอื กมลี กั ษณะทนี่ า่ สนใจ
ให้ความส�าคัยเท่ากัน เพราถ้าโลกขาดหรือแม้แต่ และหาดูไดย้ ากเพราะขณะนี้เหลอื อยนู่ อ้ ยแล้ว
เพียงพร่องไปเพียงบางส่วนก็จะท�าให้ดุลยภาพ
ในโลกเสยี ไป ขอ้ มลู เมอ่ื เดอื นกรกฎาคม ๒๕๔๖ มจี า� นวน
ควายเผือกอยู่ ๑๓ ตัว เปน แมค่ วายทัง้ น้ัน ยงั ขาด
ในการอนุรักษ์ควายเผือก ก็ยังนับว่าโชคดี พ่อพันธุ์ส�าหรับคุมฝูง ซึ่งทางกลุ่มก�าลังเสาะหา
ทมี่ คี นกลมุ่ เลก็ ๆ กลมุ่ หนงึ่ นา� โดยนายอดลุ ย์ ศรบี รุ ี พ่อพันธุ์ควายเผือกมาคุมฝูงอยู่ ขณะเดียวกัน
รักษาการในต�าแหน่งปศุสัตว์อ�าเภอส�าโณงทาบ ก็ได้ขอความอนุเคราะห์ธนาคารโค กระบือ
จังหวัดสุรินทร์ (ต�าแหน่งในช่วงก่อนป ๒๕๔๖) เพ่ือเกษตรกรตามพระราชด�าริ เพ่ือสนับสนุน
ไ ด ้ ด� า เ นิ น ก า ร ต า ม โ ค ร ง ก า ร อ นุ รั ก ษ ์ พั ฒ น า ควายเผือกกรณีท่ีมีผู้ไถ่ชีวิตควายเผือกถวายเปน
ควายเผือก ข้ึนที่บ้านเกาะแก้ว หมู่ที่ ๑ ต�าบล พระราชกุศลผ่านธนาคารฯ จะได้รวบรวมไว้ให้
เกาะแก้ว อ�าเภอส�าโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ ได้เปนแหล่งศึกษาและวิจัยควายเผือกแหล่งใหญ่
โดยมีวัตถุประสงค์หลกั ๔ ประการคอื ต่อไป

๑. เพื่ออนุรักษ์ควายเผือกให้คนรุ่นหลัง ก็ถือได้ว่าเปนความพยายามที่น่ายกย่อง
ไดศ้ ึกษา ถา้ ไมม่ ใี ครคดิ หว่ งใยแบบนแ้ี ลว้ ในอนาคตเรอ่ื งราว
ของควายเผอื กคงเปน แคเ่ พยี งตา� นาน ทไี่ ดเ้ ลา่ ขาน
๒. เพอ่ื ปรบั ปรงุ พนั ธใ์ุ หเ้ ปน ควายเผอื กแทๆ้ ให้ลูกหลานฟง หรือซ้�าร้ายกว่าน้ันก็คงไม่ปรากฏ
ทเ่ี รียกว่า เผอื กปุยฝาย (สขี าวลว้ น) เรือ่ งราวแห่งควายเผือกหลงเหลอื อยู่เลยก็เปน ได้

๓. เพอ่ื ใหเ้ ปน แหลง่ ศกึ ษา ทดลองและวจิ ยั นอกจากควายเผอื กและสตั วเ์ ผอื กชนดิ ตา่ งๆ
สา� หรับนักวชิ าการ แล้ว ยังมีสัตว์เผือกอีกชนิดหน่ึงที่มีความส�าคัญ
ต่อชาติไทยมาก นั่นกค็ อื ช้างเผอื ก

ช้างเผือก ถือว่าเปนสัตว์ชั้นสูง เปน
สัตว์พิเศษประจ�าพระองค์ของพระมหากษัตริย์
เปน สตั วม์ งคลคบู่ า้ นเมอื ง หากใครโพนไดช้ า้ งเผอื ก
ก็พร้อมท่ีจะน�าข้ึนน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย
พระมหากษัตริย์ เพ่ือข้ึนระหว่างเปนช้างหลวง
เปนชา้ งสา� คญั ประจ�ารชั กาลต่อไป

คา� วา่ ชา้ งเผอื กไมใ่ ชม่ องดจู ะเหน็ สขี าวโพลน
ไปทั้งตัว แต่การดูช้างเชือกใดว่าเปนช้างเผือก
หรือไม่ต้องอาศัยดูลักษณะตามต�าราคชศาสตร์
เทา่ นน้ั ...M

๑๒๑ในพระอุปถมั ภ พระเจสา วารยวสงมั ศพเ ธนั อธ พสมระาอคงมคนเ ักจเา รโียสนมเสกวาลสี ัตกวรแมพหทมยืน่ สกทุ รธมนปาศรสุีนัตาถว

การสูขวัญควาย

โดย เรอื งศกั ดิ์ ละทยั นิล

“ขวัญ” เปนคาํ ทีม่ ีการใชอ ยบู อยๆ และมีความหมายมากมายหลากหลาย
ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๕๒๕ “ขวัญ” (ขวัน) นง
ผม หรือขนท่ีขน้ึ เวยี นเปนกน หอย, ม่ิงมงคล, สริ ิ, ความดี เชน ขวญั ขา ว ขวัญเรือน; สง่ิ ที่
ไมมตี ัวตน นยิ มกนั วามอี ยูประจําชีวติ ของคนตง้ั แตเกิดมา ซึง่ เชอื่ วาถาขวญั อยกู ับตัวก็เปน
สริ ิมงคล เปนสขุ สบาย จิตใจมน่ั คง ถา คนตกใจหรอื เสยี ขวัญ ขวญั ก็ออกจากรางกายไปเสยี
ซ่ึงเรียกวา ขวัญหาย ขวัญหนี ขวัญบิน เปนตน และอนุโลมใชไปถึงสัตวหรือส่ิงของ
บางอยาง เชน ชา ง มา ขาว เรือน ฯลฯ

คนโบราณเช่ือว่ามีส่ิงหนึ่งซ่ึงจับต้องไม่ได้ การสูข่ วญั ท่มี ุ่งใหเ้ กดิ สริ ิมงคล ไดแ้ ก่ การสู่
รู้แต่เพียงว่าเปนสิ่งท่ีก�ากับดูแลชีวิตประจ�าวัน ขวัญข้าว สู่ขวัญเรือน และสู่ขวัญวัว สู่ขวัญควาย
ความเปนอยู่ อารมณ์ และจิตใจของผูค้ น รวมถึง เปน ต้น
เปนสิ่งก�ากับทุกสิ่งทุกอย่างที่มีในโลก ให้เปนอยู่
และเปน ไปอย่างราบรน่ื หากเม่ือใดไมร่ าบรื่น ไมม่ ี พิธีสู่ขวัญวัว ควาย เคยมีมาในอดีต แต่ใน
สวัสดิภาพ ไม่มีความสุขหรือมีส่ิงไม่พึงปรารถนา ยคุ นพ้ี ฑิ ดี งั กลา่ วจะไมค่ อ่ ยมแี ลว้ อาจจะเปน เพราะ
ผา่ นเขา้ มา กจ็ ะทา� ใหส้ งิ่ ทกี่ า� กบั ดแู ลนน้ั เลอื่ นลอย วัว ควายลดลง หรอื ไม่มีความจา� เปน จะใชแ้ รงงาน
ออกไป หรือสญู เสยี การทา� หนา้ ท่ี สงิ่ ท่ีว่าน้ัน กค็ ือ สัตว์แล้ว หรืออาจจะเปนเพราะว่ามีการซื้อขาย
ขวญั นั่นเอง เปลี่ยนมือกันบ่อย แล้วความผูกพันกับคนมีน้อย
ลงกเ็ ปนได้ ดว้ ยเหตนุ ห้ี มอสขู่ วัญควายจงึ ไมค่ ่อยมี
ชาวอีสานมีความเชื่อเรื่องน้ีมาก จะเห็นได้ แมแ้ ตค่ า� สู่ขวัญวัว ควายก็ไมค่ ่อยมีใครจดจ�ากัน
จากมีการท�าพิธีบายศรีสู่ขวัญในหลายช่วงของวิถี
ชวี ติ เชน่ การเกดิ การบวช การแต่งงาน การจาก ในป ๒๕๔๔ สา� นกั งานปศสุ ตั วจ์ งั หวดั ยโสธร
บา้ นไปไกล การกลบั จากเดนิ ทางไกล การหายจาก ได้จัดพิธีสู่ขวัญควายขึ้น ด้วยเกรงว่าประเพณี
อาการปวยหนัก ย่ิงเปนการเจ็บปวยจากอุบัติเหตุ วัฒนธรรม ดังกล่าวจะสูญหายไป โดยจัดท่ี
กม็ พี ธิ ตี า่ งหากอกี คอื การไปชอ้ นขวญั ของผปู้ ระสบ บ้านค�าดรตา ต�าบลดงมะไฟ อ�าเภอทรายมูล
อบุ ตั เิ หตุ ณ ทเี กดิ เหตกุ นั ทเี ดยี ว เพราะเชอ่ื วา่ ขวญั ซึ่งหมู่บ้านดังกล่าวเปนหมู่บ้านอนุรักษ์และพัฒนา
จะออกจากเนื้อจากตัวไม่ยอมกลับไปด้วยจึงต้อง ควายไทย หนึง่ ใน ๗๘ หมบู่ ้านอนุรกั ษ์และพัฒนา
มาเชญิ ใหก้ ลบั ไปอยกู่ บั เจา้ ตวั สง่ิ ทไี่ ดร้ บั อาจจะมผี ล ควายไทยท่ีจดั ตง้ั ขึน้ ในจังหวัดยโสธร
ทางจิตใจ หรือเปนจิตวิทยาอย่างหน่ึง ท�าให้ผู้น้ัน
มีความมัน่ ใจมากยง่ิ ขนึ้ เร่ิมพิธีโดยชาวบ้านท่ีมีการเลี้ยงควาย น�า
ควายของตนออกมาขงั รวมกนั ไวใ้ นคอกรวมทสี่ รา้ ง
ขึ้นไว้ช่ัวคราวในบริเวณวัด หมอสู่ขวัญ หรือหมอ

๑๒๒ ใสนาพยรสะมั อพปุ นั ถธัม ภสมพารคะมเนจากั วเรรยีวงนศเกเธา อสตั พวรแะพอทงยคเ กจารโมสปมศสสุ วตั ลวี กรมหมน่ื สุทธนารีนาถ

สตู รขวญั หรอื หมอพราหมณ์ จะโยงดา้ ยสายสญิ จน์ ซงึ่ มีคา� ส่ขู วญั ดังน้ี
รอบคอกควาย ไปยังท่ีปะร�าพิธีซึ่งอยู่ใกล้กัน คําสูขวัญควาย (ของนายสีกา ทองนอ ย)
จากนัน้ ก็นมิ นต์พระ ๙ รูป มาเพ่ออาราธนาขอศลี
ขอพร และสวดเจริญพระพุทธมนต์ จากน้ันก็รว่ ม ● ศรี ศรี มือ้ นี้แมน่ มอ้ื หมัน่ หม่นั ให้เจา้
กันถวายปจจัยไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนา หมั่นกว่าก้อนผาแอ่น หม่ันให้หม่ันกว่าแท่น
แล้วน�าน�้าพระพุทธมนต์ไปประพรมแก่ชาวย้าน พระจวงจันทร์ หมั่นให้เจ้าหมั่นกว่าภูเขาหลวง
และควายท่ีอยู่ในคอก ไกรลาศ หมั่นให้เจ้าหม่ันกว่าศิลาอาสน์หินเพชร
เฮด็ นาเจา้ อยา่ ไดช้ า้ ใหเ้ จา้ ตงั้ ซอ่ื ไปไวไว เจา้ อยา่ ได้
ขน้ั ตอ่ มาชาวบา้ นจะยกพานบายศรที จี่ ดั ทา� มีใจโกรธกล้าหยาบช้าอดสะหาว ข้อยฮักเจ้าคือ
เตรียมไว้แล้วออกมาตั้งท่ีปะร�าพิธีพร้อมส�ารับข้าว สาวฮักน้อง ไม้ล่องค่องเตาะต่อยตีไป กูสิแก้ปด
ปลาอาหาร และเหล้าขาวหนึ่งขวด ทีพ่ านบายศรี เสียมอื้ นว่ี ันนี่
(พาขวัญ) ก็มีฝายมงคลส�าหรับผูกแขนชาวบ้าน
และผูกเขาควาย (หรือผูกายสะพายก็ได้) ● ข่อยจึงสู่ขวัญควาย เทิงหมู่ปูย่าและ
นอกจากนั้นมีขา้ วตม้ มัด ไขไ่ ก่ต้ม ขา้ วตอกดอกไม้ หลานเหลน โตใดเข็นหลายให้เจา้ แผ่พืน่ เมอื หน้า
และเทียน ท่ีขาดไม่ไดค้ ือหญา้ สดหนงึ่ มัด แลว้ โยง ไดก้ นิ หญา้ เจา้ อย่าได้เข้าสวน ให้เจ้าชวนกนั มาแต่
ด้ายสายสิญจน์จากฝูงควายผ่านชาวบ้าน มายัง นาฮอดบ้าน ให้เจ้าอวนกันมาอยู่แหล่งใต้ล่าง
พานบายศรี ก่อนท่ีหอมจะเร่ิมสวด จะมีผู้อาวุโส เฮอื นเสา บอ่ นขอ้ ยสผิ ูกเจ้าไว้ ให้เจ้าได้ลูกเตา้ น้อย
เข้ามาผูกแขนให้หมอก่อนด้วยฝายปอยใหญ่ ออ่ นพอพนั มอ้ื นแี่ มน่ มอื้ สันวนั นีแ่ ม่นวนั กลา้
และปจ จยั ตามศรทั ธา
● ขอ้ ยจงึ สขู่ วญั ควายบกั คา� อเี ผอื กโตบญุ มี
จากนน้ั หมอพราหมณห์ รอื หมอสขู่ วญั จะเรมิ่ อีเขาปโตบุญกว้าง ข่ายจึงเอาเจ้าเม่ืออยู่สร้าง
ปาวประกาศเทวดาอารักษ์ แล้วร่ายค�าสู่ขวัญเปน มีลูกหลานและลูกน้อย แล่นอ่อมอ้อยแอ่วกินนม
ท�านองพื้นเมืองอีสาน เพ่ือถึงตอน “มาเด้อ ทม ๆ ใจสิขาด น้�าตาหยาดไหลตก เจ้าจึงคะนิง
ขวญั เอย ” ชาวบา้ นกจ็ ะรอ้ งรบั แทบทกุ คน ดว้ ยเสยี ง ในอกในทรวงจักแตกทะลาย อยู่เหิงหลาย
อันดงั ฟงแลว้ รสู้ ึกมมี นตข์ ลัง และจะรอ้ งแบบน้ีไป สวยพองายแดดกลา้ เจา้ จงึ ตา่ วหนา้ คนื มา ขอ่ ยจงึ มี
เปน ช่วง ๆ จนจบคา� สู่ขวัญ ใจเยี ดค้อย ข่อยจังพายเอาค้อนนอ้ ย ๆ เตาะตอ่ ยตี
ไปบดขี อ่ ยจงั ไดด้ า่ ไปซา้ ขอ่ ยจงั ไดไ้ ลเ่ รว็ ไว เจา้ จงั ไป
ตอ่ จากนนั้ จะมกี ารนา� ฝา ยมงคลจากพาขวญั ชซี ดุ ชซี าด ชดิ คา่ วขาดเซไปปลดไถเซาขอ่ ยกะสติ ซี า�้
มาผูกข้อมือซ่ึงกันและกัน แล้วน�าฝายมงคลไปผูก
ท่ีสายสะพายควายของตัวเอง (บางคนก็จะผูกที่ ● มาเยอขวญั เอย ขวัญหัวเจ้าไปกินหญ้า
เขาควายข้างใดข้างหนึ่ง) และแบ่งปนหญ้าท่ีน�า อยกู่ ลางดง กะใหม้ าลงมอื้ นว่ี นั น่ี ขวญั เจา้ ไปเซซงอ
เข้าพิธีไปปอนให้วัวควายกินเพ่ือเปนสิริมงคล ยใู่ นปา กใ็ หม้ าสาในมอื้ นว่ี นั น่ี ขวญั หวั เจา้ ไปแอบนา�้
และพูดกับควาย พร้อมลูบหัวลูบตัวอย่างเอ็นดู อยใู่ นหนองแหนลเ้ี หลอื ก กข็ อใหม้ าสาในมอ้ื นว่ี นั น่ี
ซ่ึงเปนภาพที่ดแู ล้วเกดิ ความปต เิ ปน อย่างมาก
● มาเยอขวญั เอย เจา้ อยา่ ไดต้ กสะทอ้ นใจ
สา� หรบั หมอสขู่ วญั ควาย ทเี่ ชญิ มาในครง้ั นนั้ ฝนตกฟาฮ่�าฮ้อง ให้เจ้าตั้งหนา้ ตอ่ ทางมา ดสู องตา
ช่ือ นายสีกา ทองน้อย อยู่บ้านหนองผือน้อย งามละห้อย กับเทิงขวัญลกู น้อย แลน่ อ่อมอ้อยนา�
หมู่ท่ี ๘ ต�าบลนาโส่ อ�าเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร แม่อยูลีลา ให้เจ้ามากินหญ้าแฝกใบหนา ข่อยกะ

๑๒๓ในพระอุปถมั ภ พระเจสา วารยวสงัมศพเธันอธ พสมระาอคงมคนเ กัจเารโยีสนมเสกวาลสี ตั กวรแมพหทมยน่ื สกุทรธมนปาศรุสีนัตาถว

ได้มาแล้ว ให้เจ้ากินหญ้าคาใบเขียวอ่อน ข่อยกะ ● เสยี งโทมโทมเขาโลง่ โคง้ ปลอ่ ยลงทง่ อยู่
ได้มาแล้ว หญ้าปองแอ้วเหลือหลาย ข่อยกะ กลางนา งามแตห่ างฮอดส้นนอ่ ง เกนิ งาม คอ่ งเจ้า
ไดม้ าแลว้ หญา้ หวายกนิ แซมซอ้ ย ขอ่ ยกะไดม้ าแลว้ มหิงสา ยามไถนาบ่มีขาด ยามเฮาคราดมีก�าลัง
ใบแลบนอ้ ยนนั่ แมน่ หญา้ ไ ขอ่ ยกะไดม้ าแลว้ ใบสวย บ่ถอยหลังตกต�่า ฮอดยามค่�าขี่เข้าเฮือน ไถเปน
ส่วยยอดกล้วย ยอดอ้อย ขอ่ ยกะได้มาแลว้ มาตงั้ เดอื นกะบ่จ่อย เกง่ บ่ค่อยกาสร สองเขางอนงามย่งิ
ล้อมพาขวัญอย่สู ้วนล่วย มกั อันใดใหเ้ จา้ กนิ อันน่นั แขวนกระดง่ิ อยใู่ นคอฟง เสยี งขอดงั สนนั่ เกนิ กลา้ กน่ั
อา้ ยทยุ ทอง สบี ห่ มองเหลอื งหลา่ ไลล่ งทา่ ไปนอนซา�
● มาเย่อขวัญเอย โตใดบ่มา เสือเหลือง เจา้ ของนา� ดงึ เชอื ก นอนตมเกลอื กเซามแี ฮง บกึ บนึ
มักสิน�าไปฆ่าเจ้าแล้ว มาเยอขวัญเอย โตใดบ่มา แขง็ องอาจพอปานนาคราชดงึ เขาพระสเุ มร
หมาสนิ า� ไปเหยยี บสเู จา้ แลว้ มาเยอขวญั เอย มาอยู่
ยืนยาวในห้อง ไม้ล่องค่องเตาะตอ่ ยตไี ป ขอ่ ยสแิ ก้ ● ผใู้ ดเ หน็ กะอยากได้ โตเจา้ ใหญเ่ พยี งตา
สปิ ด มอื้ นวี้ นั น้ี ขอ่ ยจกั ตอ่ ยทงั ลม่ิ จมี ไถ ขอ่ ยจกั ตอ่ ย ยาวเปนวาหลังบ่แอ่น ไถนาแก่นแหง่ ขา้ วงามไถนา
ทงั้ ไลจีมคราด ให้เจา้ ยืนยาวหมนั่ ทันตาตงั้ อยู่ดีเยอ ทามและนาโคก เจา้ ถึงโสกกาสร คนออนซอนยา่ ง
อยา่ ไดโ้ ค่นคา่ งลม้ ลงกอ่ นเสียเยอ อาดอาด เจา้ ฉลาดไถนาดี บ่เคยตีตามฮ่อง ไปตาม
ปองบ่สับสน พอปานคนเจ้าองอาจ เอาใส่คราด
● ชยตุ ภวงั ค์ ชยมงั คลงั สตวสั สา ทฆี ายโุ ก บ่มีถอย ย่างตามฮอยฮู้ฮ่อม ไปหลอม ๆ ท�านา
โหนตุ มหิงสาโคณา มีปูปลามาอยู่ ดีกว่าหมู่นาทาม ข้าวกะงามแตก
หนอ่ นามูลพ่อขาวเขียว เฮด็ ขา้ วเหนยี วแลข้าวจ้าว
■■■■■■ พันล้าวอ้าวฮวงดี ยามเฮาตีฟาดตุ้ม ข้าวขึ้นกุ้ม
เต็มลาน เฮดนาหมานคูณค้�า พ่อเฒ่าจ้�าว่าบ่ขาย
คาํ สขู วญั ควาย (จากตาํ รามรดกอสี าน ของ ราคาหลายเปนหม่นื
สวิง บญุ เจมิ )
● เจ้าดีลื่นมาอยู่น�า ปานทองค�าฮักห่อ
● ศรี ศรี วันน้ีเปนวันดี วันเศรษฐี ลกู ของพอ่ กาสร ตาออนซอนเจา้ ไถคราด เจา้ ฉลาด
วนั ขตั ยิ ราช มอี า� นาจพลงั เหลอื หลาย มคี วามหมาย พอปานคน เจ้าอดทนเหลือหลาก หญ้าเต็มปาก
เหลือหลาก บ่ทุกข์อยากอันใด สมดังใจมวลหมู่ น�าคันนา ไปเอามาให้เจ้าอยู่ เอามาสู่เต็มกะทอ
จังได้สู่เอาขวัญ จ่ังได้ชวนทวยเทพอยู่เมืองแมน กนิ ใหพ้ ออยา่ อดึ อยาก มหี ลายหลากในนา ใหม้ หงิ สา
พญาแถนผู้ปนหล่อ ผู้เค้าก่อไถนา จั่งเอามา ลากแก่
ยังมหิงสาตัวอาจ ตัวสามารถมีพลัง เอามยังเคหา
มาอยู่นาบกั เขาแกว้ ใหช้ อ่ื แล้วบกั คณู เอามาหนนุ ● ขา้ วกะแผเ่ ปน ฮวง ทว่ มหลงั กวางชา้ งมา้
เกอ้ื นกอ่ มาเปน หนอ่ ทองคา� ไถนาดา� และนาหวา่ น อยูน่ าทา่ ขา้ วกะงาม อยนู่ าทามข้าวแตกหน่อ ปาน
ตัวทผ่ี ่านไถนา เปน พระยาฤทธิเดช อยใู่ นเขตปฐพี คนก่อแปงเอา เขียวปานเทาบ่เหลืองหล่า ได้พัน
เปนควายดีมีอ�านาจ งามองอาจกว่ามหิงสา จังได้ ต่าแสนกระพุง กินเต็มพุงบ่ออึดอยาก บ่ทุกข์ยาก
เลือกเอามาอยู่ชายคาหลั่งใหญ่ โตมันไล่พาลี อนั ใด พอลดจากไถเจา้ พกั ผอ่ น หยดุ กอ่ นหมดเวลา
โตมนั ตกี บั สคุ รพี โตมนั ถบี ทรพี มนั บห่ นบี กั เขาแกว้ เจา้ ไถนาเหลอื และนาใต้ ทงั้ นาใกลแ้ ละนาไกล อยา่
เอามาแล้วมาโฮม ไปไสให้เจ้าอยู่ ไปนา� หมู่หาเลม็

๑๒๔ สในาพยรสะัมอพุปนั ถธัม ภสมพารคะมเนจากั วเรรียวงนศเกเ ธา อสัตพวรแะพอทงยคเกจารโมสปมศสุสวัตลวี กรมหมน่ื สุทธนารีนาถ

● ว่า มาเยอขวัญเอย ถึงยามค�่าให้เจ้า ● ว่ามาเยอขวัญเอย นังคัลพ่ัวฟอยหาง
เขา้ เฮอื นมา เดือนด�าตกมือซา่ วลา่ ว ให้เจ้าฟา วมา กวัดแกว่ง แห่งสิได้ไล้ฮ้ินเหลือบยุงน�า ขวัญตาก�้า
เฮือนหา เข้าชายคาอยู่ในคอก ฟงข้อยบอกจื่อจ�า ทงั้ สองมองอยู่ ขวญั ปากควิ้ หวั พรอ้ มสแู่ นว มาฮอด
เสียง ฟงสา� เนียงให้เจา้ แล่น ให้เจา้ แกน่ นอนเฮอื น แลว้ หลกั เกา่ เสาเฮือน นอนสเี คยี งฮ่มเย็นหายฮ่อน
อยา่ ไดเ้ หมือนกระฮอก ผใู้ ดบ อกให้เจ้า อย่ามัวเมา อย่าไปเซยซมซ้อนหนีไปนอนเฮือนเพ่ิน ให้เจ้ามา
น�าโตแม่ อย่าไปแวสวนมอน อยา่ ไปซอนสวนเพ่นิ ตะล่างกวา้ งเฮาพ่อี ยา่ สหิ นี
เจ้าอยา่ เปน หลงทาง
● เอหิ มะหสิ ะ สะกะฆะเร ปะตฏิ ฐาหิ สาธุ
● ว่า มาเยอขวัญเอย ให้มาสาม้ือน่ีวันนี่
มาอยู่ท่ีตะล่างเฮือนสูง เขาบ่จูงเจ้าไปฆ่า เขาบ่ด่า ■■■■■■
เจ้าโตดี เขาบต่ เี อาเชอื กถาบ เขาบห่ าบมังสัง เขาบ่
ซงั กดขี่ ให้เจา้ มาอยู่ท่เี คยนอนบ่มีหมอนใหเ้ อาเขา คําผกู เขาควาย
โลง่ โค่ง คือกระด้งมาหมนุ ● ศรี ศรี ฝายเส้นน้ีแม่นฝายดี ฝายอัน

● ว่ามาเยอขวัญเอย ให้เจ้าคูณเจ้าค้�า นี้มีฤทธิ์ส่งมาแต่เมืองฟา พระนารายณ์เปนเจ้าส่ง
ยามมืดค�่าให้โงมา ยามไปนาให้เจ้าต่าว อย่ากิน ลงมา ให้ผูกเขามหิงสาตัวประเสรฐิ เพื่อใหเ้ กิดค้�า
คร่าวเชือกไถ อยา่ จัญไรซนฮ่ัว อย่าไปกั๊วสวนแตง คณู ขวญั ผดิ ทกี่ ใ็ หห้ าย ขวญั จัญไรกใ็ หเ้ จดิ มีแต่ท่ี
เจา้ ของแพงฮกั ฮ่อ ลกู ของพ่อคณู เฮือน ประเสรฐิ ท้ังตวั ควาย โรคปากเปอยอย่าให้มี โรคบ่
ดีอย่าให้พ้อ ให้เจ้าเปนต้ังต่อคูณเฮือน ทุกปเดือน
● วา่ มาเยอขวญั เอย ขวญั เจา้ ไปวงั นา้� นอน อยา่ ใหเ้ จา้ อึดหยาก ให้ได้ดงั ค�ามักค�าปรารถนา ว่า
ตมบ่อนมันหล่ม ขวัญเจ้าไปเทียวพ่อกาสรโตแม่ อุ อะ มุ มุนมา มะหามูนมงั สวาหมุ ฯ ...M
เจา้ อยา่ แวล่องเลน่ เหน็ แลว้ ใหต้ า่ วมา

● ว่ามาเยอขวัญเอย มาตั้งขวัญเขา
ให้พร้อมขวัญหูทั้งคู่ จัตุบาทอย่าได้ช้าให้มาพร้อม
พร่า� กัน

๑๒๕ในพระอุปถมั ภ พระเจสาวารยวสงมั ศพเ ธนั อธ พสมระาอคงมคนเ กัจเา รโยีสนมเสกวา ลสี ัตกวรแมพหทมย่ืนสกุทรธมนปาศรสุีนตัาถว

นายฮอ ยยคุ สดุ ทาย

โดย เรอื งศักดิ์ ละทัยนลิ

คําวานายฮอยเปนภาษาถ่ินอีสานหมายถึงผูท่ีทําการคาตามหมูบานตําบล รวมถึง
ผูที่เรขายของไปในถิ่นไกล ๆ รวมถึงพวกที่เที่ยวหาซ้ือของถูกเพ่ือจะไปขายแพงเอากําไร
คาํ วา นายฮอ ยสว นใหญจ ะเปน พวกผชู าย เพราะสมยั กอ นคนอสี านมกั นยิ มใหผ หู ญงิ ทาํ หนา ท่ี
เปนแมบาน แมเรือน ตักน้ํา ตําขาว ปลูกฝาย ปลูกหมอนเลี้ยงไหม ทอผาและทํางาน
ฝมือตา ง ๆ อยูกับบาน สว นพวกผชู ายออกไปลา สัตว หาปลา หักรา งถางพง ไถคราดทาํ นา
ทาํ ไร รวมทง้ั การเรขายของไปตามที่ตาง ๆ ในยามวา งดวย

ถา้ จะเปรยี บพวกนายฮอ้ ยกบั สมยั ปจ จบุ นั นี้ แดนไกล (บางคนบอกวา่ เปน ชนเฝาหนึ่งของพมา่ )
กค็ งเปน พวกขายตรง (Directsell) ไมท่ ราบวา่ พวก พวกนี้จะมีถุงผ้าขนาดใหญ่ (หรือไถ้) เปนภาชนะ
นายฮ้อยเริ่มมีมาตั้งแต่เมื่อใด คงจะเกิดในยุคที่ ส�าหรับใส่ของท่ีจะน�ามาเร่ขาย ส่วนสินค้าหลัก
ประเทศไทยเริ่มมีการใช้เงินตราแล้ว เม่ือก่อนน้ี จะมพี วกสยี อ้ มไหม สยี ้อมฝาย (น้�าย้อม) น้�าออ้ ย
คนอีสาน จะมีระบบเศรษฐกิจแบบแลกเปล่ียน น้�าตาล เข็ม หวี และของจ�าเปนเล็ก ๆ น้อย ๆ
ไม่นยิ มซ้อื ขายกนั เช่น หมบู่ ้านที่อยู่ในท่ลี ุม่ มักจะ ท่ีใช้ในครัวเรือน พอแบกไถ้ผ่านมาแถบทุ่งกุลา
เกิดน�้าท่วมเปนประจ�า แม้ข้าวเสียหายแต่ก็อุดม ร้องไห้ในหน้าแล้ง แดดก็ร้อน ทุ่งก็กว้าง หมู่บ้าน
สมบูรณ์ดว้ ยปลา ก็จะหมกั ทา� ปลารา้ ท�าปลาแห้ง ก็อยู่ห่างกันลิบลับ ในทุ่งก็ไม่ค่อยมีต้นไม้ให้หลบ
หรอื ยา่ งรมควนั เอาไวม้ าก ๆ พอถงึ หนา้ แลง้ กจ็ ะนา� ร่มเงา กระหายน้�าก็ไม่มีแหล่งน้�าพอได้อาบกินให้
ปลาไปแลกขา้ วทห่ี มบู่ า้ นทอ่ี ยทู่ ดี่ อน การจะใหข้ า้ ว บรรเทา พวกกลุ าออ่ นเพลยี ละเหยี่ ใจถงึ กบั ทงิ้ ถงุ ไถ้
เทา่ ไร แลกกบั ปลาทนี่ า� ไปกอ็ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของผใู้ ห้ นง่ั รอ้ งไหอ้ ยกู่ ลางทงุ่ จงึ ไดน้ ามเลา่ ขานกนั ตอ่ มาวา่
ซึ่งจะถือเอาความเปนธรรม ไม่เอาเปรียบกันเปน น่ีคอื ทงุ่ กุลาร้องไห้
ส�าคัญ ย่ิงถ้าเปนญาติพ่ีน้องกัน ก็มักจะให้มาก ๆ
โดยไมค่ า� นงึ ถึงมลู ค่าของทีม่ าแลก จะขอพูดถึงนายฮ้อยท่ีมีกิจการท่ีมีการ
ลงทุนสูง มีกระบวนการท่ีเปนรูปแบบที่โดดเด่น
ตามที่คนเฒ่าคนแก่เล่ากันมาเกี่ยวกับ อีกพวกหน่ึง และถือว่า พวกนี้เปนพวกท่ีมีความ
ทงุ่ กุลาร้องไห้ ซง่ึ เปนท่รี าบสูงทรุ กนั ดารกว้างใหญ่ หมายว่า นายฮ้อยอย่างแท้จริง ก็คือ นายฮ้อยวัว
มเี นื้อที่ถงึ ล้านกว่าไร่ มอี าณาเขตอยใู่ น ๕ จังหวัด นายฮ้อยควาย ซ่งึ ค�าพนู บญุ ทวี นกั เขยี นรางวลั
ของภาคอสี าน ไดแ้ ก่ รอ้ ยเอด็ สรุ นิ ทร์ มหาสารคาม ซีไรท์ ลูกอีสานน�ามาผูกเปนเร่ืองราวในหนังสือ
ศรีสะเกษ และยโสธร เมื่อก่อนจะมีชนเผ่าหนึ่ง เรอ่ื ง “นายฮอ้ ยทมฬิ ” ไดม้ กี ารสรา้ งเปน ภาพยนตร์
ท่ีเรียกว่า กุลา พวกนี้เปนพวกเร่ขายของมาจาก เกรยี วกราวมาแล้ว

๑๒๖ สในาพยรสะมั อพุปนั ถธัม ภสมพารคะมเนจาักวเรรยีวงนศเกเธา อสตั พวรแะพอทงยคเ กจารโมสปมศสสุ วตั ลวี กรมหมนื่ สทุ ธนารีนาถ

นายฮ้อยวัว นายฮ้อยควาย จะมีอยู่ท่ัวทุก ทเ่ี ขยี นไวด้ งั นี้ “งานทท่ี า� นอกฤดกู าลทา� นาอกี อยา่ ง
จังหวัดในภาคอีสานกระจายตัวอยู่ตามหมู่บ้าน หนงึ่ คอื การขายของเร่ พวกพอ่ คา้ เรจ่ ะไปรบั ของใน
ต�าบลตา่ ง ๆ แตก่ จ็ ะมีแกนน�าอยู่ไม่กคี่ น ส่วนใหญ่ ตลาดหาบไปขายตามหมบู่ า้ น ขายหมดกเ็ อาเงนิ ไป
จะเปนคนที่มีฐานะดี สามารถกว้านซ้ือวัวควาย ส่งเถ้าแก่ รับของใหม่ไปขายอีกต่อไป ของที่ไปเร่
มารวมได้คราวละมาก ๆ หลายร้อยถึงเปนพันตัว ขายเปนของเล็ก ๆ ท่ีชาวบ้านต้องใช้ มีสีย้อมผ้า
หรืออาจจะเปนพวกที่ชาวบ้านเช่ือถือเอาวัวควาย เปนพื้น ชาวบ้านเรียกพ่อค้าเร่ว่า นายฮ้อย พวก
มาก่อน เม่ือน�าไปขายได้แล้วค่อยน�าเงินมาจ่าย นายฮ้อยไปขายของไกล ๆ มีเรื่องเล่าให้เพื่อนฝูง
เจา้ ของววั ควายทหี ลงั เรยี กวา่ มเี ครดติ ดี หรอื บางที ฟง ไดม้ าก
ก็เปนผู้ท่ีมีอิทธิพล มีนายฮ้อยท่ีเปนลูกน้องหรือ
สาขามากก็เปน ได้ นายฮ้อยบางพวกเปนคนรวบรวมของจาก
หมบู่ า้ นไปขายในเมอื ง บางคนซอ้ื หนงั สตั ว์ เขาสตั ว์
มบี รรพบรุ ษุ ของนกั การเมอื งทมี่ ชี อื่ เสยี งบาง พชื ไร่ และคร่ัง บางหมบู่ ้านมีชา่ งเหลก็ พวกชา่ งตี
คนเคยเปนนายฮ้อยมาก่อน อย่างเช่นบิดาของ มีด ตจี อบ ตีเสียม และของใชอ้ ืน่ ๆ พวกนายฮ้อ
นายเตยี ง ศริ ขิ นั ธ์ ทเี่ คยเปน ส.ส.สกลนคร ถงึ ๕ ครง้ั ยก็มาซ้ือไปขายอีกต่อหน่ึง พวกนายฮ้อยก็เหมือน
(ป ๒๔๘๐, ๒๔๘๑, ๒๔๘๙, ๒๔๙๒ และ ๒๔๙๕) พอ่ คา้ ทง้ั หลาย เขาพยายามเสาะแสวงหาสนิ คา้ จาก
และเปน รฐั มนตรี ๓ สมยั (ชดุ นายกฯ ทวี จลุ ลทรพั ย,์ แหลง่ หนึง่ ไปขายในท่ีทีม่ คี นต้องการ
ม.ร.ว.เสนยี ์ ปราโมช และชดุ หลวงธา� รงนาวาสวสั ด)์ิ
ต่อมาเจอกับข้อหาอย่างรุนแรงทางการเมืองและ นายฮ้อยท่ีย่ิงใหญ่ได้แก่ นายฮ้อยวัว
ถูกรัดคอ น�าไปย่างศพท่ีปากาญจนบุรี เมื่อเดือน นายฮ้อยควาย พวกน้ีจะรวบรวมก�าลังกันซื้อ
ธนั วาคม ๒๔๙๕ ววั ควาย หรอื รับววั ควายชาวบ้านไปขาย ท่ขี ายคือ
กรุงเทพมหานคร (รวมถึงจังหวัดอื่น ๆ ทางภาค
จากเรอื่ ง “เตยี ง ศริ ขิ นั ธ์ ท�าไมต้องถกู เก็บ” กลาง - ผู้เขียน) เม่ือรวบรวมวัวควายได้พอเพียง
ของ “ปรามนิ ทร์ เครอื ทอง” ทล่ี งตพี มิ พใ์ นวารสาร แล้ว เขาจะพากันต้อนัวควายไปตามเส้นทางที่
ศิลปวัฒนธรรม ปท่ี ๒๓ ฉบับท่ี ๓ ประจ�าเดือน เคยเดิน รอนแรมกันไปเปนเดือนจึงถึงท่ีหมาย
มกราคม ๒๕๔๕ ให้ข้อมลู เอาไวว้ ่า “เตยี ง ศิริขันธ์ เมื่อขายสัตว์เรียบร้อยแล้วก็พากันขึ้นรถไฟกลับ
เปนชาวสกลนครโดยก�าเนิด เกิดเม่ือวันที่ ๕ นายฮ้อยพวกน้ีมีความทรหดอดทนมาก เปนนักสู้
ธนั วาคม ๒๔๕๒ บดิ าคอื นายฮอ้ ยบดุ ดี เปน หวั หนา้ ที่ดีด้วย พวกคาวบอยอเมริกันข่ีม้าต้อนวัวไปขาย
ก อ ง ค า ร า ว า น รั บ ซ้ื อ วั ว ค ว า ย ไ ป ข า ย ท่ี เ มื อ ง อย่างไร นายฮอ้ ยววั ควายของภาคอีสานก็ทา� แบบ
มะละแหม่ง และย่างกุ้ง ประเทศพม่า ภายหลัง เดียวกัน ผิดกันแต่ว่านายฮ้อยอีสานเดินทาง
ได้เปนขุนนิเทศพานิช มารดาคือนางอ้ม ศิริขันธ์ ด้วยเทา้ และใชป้ นคาบศลิ าแทนปน ลกู โม”่
มีพีน่ อ้ งทัง้ หมด ๙ คน”
“นายฮ้อยหมูท�าหน้าที่รับซื้อหมูจาก
เพ่ือจะได้เห็นภาพหรือให้รู้จักความหมาย ชาวบา้ นไปสง่ ในเมอื ง นอกจากเกบ็ หมตู ามหมบู่ า้ น
ของค�าว่านายฮ้อย ได้ชัดเจนย่ิงขึ้น ขอยกเอา ทีละตัวสองตัวแล้ว เขายังยกพวกไปซ้ือหมูจาก
ข้อเขียนของ พร.ก่อ สวัสดิ์พาณิชย์ จากหนังสือ พวกภูไทย ซึ่งอยู่แถวภูพานในจังหวัดกาฬสินธุ์
เรอ่ื ง อสี านเมอื่ วนั วาน (สา� นกั พมิ พ์ บรษิ ทั พ.ี วาทนิ และสกลนคร หมูภูไทยเปนหมูผอม บางตัวก็ยัง
พับลิเคชั่น จ�ากัด พิมพ์คร้ังท่ี ๒ พ.ศ. ๒๕๓๔) ไมไ่ ดต้ อน พวกนายฮอ้ ยจะนา� มาขนุ ใหอ้ ว้ นเสยี กอ่ น

๑๒๗ในพระอุปถมั ภ พระเจสา วารยวสงมั ศพเธนั อธ พสมระาอคงมคนเกัจเา รโียสนมเสกวาลสี ัตกวรแมพหทมยน่ื สกุทรธมนปาศรุสีนัตาถว

จึงขายได”้ พวกนายฮ้อยเกวียนก็เปรียบเหมือนเถ้าแก่
ชาวบ้านในภาคอีสานจะไม่ค่อยเรียก รถสบิ ลอ้ ในสมยั ปจ จบุ นั แตก่ องเกวยี นสมยั กอ่ นจะ
มีสสี ันกวา่ ขบวนสิบล้อมากนัก เพราะก่อนท่ีจะตง้ั
นายฮ้อยอย่างเต็มยศกันสักเท่าไหร่ ส่วนมาก กองเวียนแต่ละคร้ังจะมีการวางแผนกันอย่างดี
จะเรียกสน้ั ๆ เชน่ สมมติวา่ นายฮ้อยชื่อ นายค�า, ว่าจะได้เกวียนจากบ้านไหนบ้าง วัวดีหรือไม่
นายสงกา, นายบุดดา ก็จะเรียกว่า ฮ้อยค�า, และรวมกันท่ีทุ่งไหนก่อนออกเดินทาง สินค้าซ่ึง
ฮอ้ ยสงกา และฮ้อยบดุ ดา เปนต้น จ�าเปน ของปา เช่น หนังสัตว์ น�้ามันยาง ไข้ไต้
ครั่ง น่นุ พริก ปลารา้ ปลาย่างรมควัน ฟกทอง ข้าว
ยังมีนายฮ้อยอีกพวกหน่ึงเรียกว่านายฮ้อย ไหม ปอ ปาน ยาสูบ (ยาหั่นเส้น) ดอกฝา ย แก่นคูน
เกวียน (หรือนายฮ้อยเกียนตามส�าเนียงอีสาน) หมาก พลู สมนุ ไพร ผา้ ทอมอื และของหตั ถกรรม
นายฮ้อยพวกนี้จะเทียบเท่ากองคาราวานในหนัง พน้ื บ้านอ่ืน ๆ จะรวบรวมได้จากไหนบา้ งมากนอ้ ย
คาวบอยตะวันตก ต่างกันก็ตรงที่เกวียนฝรั่งจะ เทา่ ใด ใครเปนนายทนุ จ่ายเงนิ กอ่ น ในราคาเทา่ ใด
เทียมด้วยม้า ส่วนเกวียนอีสานจะเทียมด้วยวัว จึงจะเปนธรรมแก่ผู้ผลิต และมีก�าไรคุ้มค่ากับ
หรอื ควายสว่ นใหญจ่ ะใชว้ วั คู่ ทเ่ี ปน เพศผมู้ ลี กั ษณะ การเดินทางไกลและความเส่ียง ใครท่ีน�าสินค้าไป
ตัวใหญ่แข็งแรง ทั้งคู่มีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก กอ่ นจ่ายทีหลงั มีความน่าเช่อื ถือสักเทา่ ไร จะเสีย
บางทเี หมอื นกนั อยา่ งฝาแฝดเลยทเี ดยี ว ทสี่ า� คญั จะ ช่ือเสียงของหัวหน้าหรือนายกองคาราวานหรือไม่
ตอ้ งมสี ่วนสูงเทา่ กัน เพราะเมอื่ ให้เข้าเทียมเกวยี น อุปกรณ์เครื่องมือส�าหรับการจับปลาล่าสัตว์เปน
ขนาบข้างคู่กันแล้วจะไม่ท�าให้เอียงไปข้างใด อาหารระหว่างเดินทางจะเอาปนแกปของใครปน
ขา้ งหนง่ึ การเดนิ ทางกร็ าบรน่ื ทง้ั ววั และคนขบั รวม ลูกซองของใคร ก่ีกระบอก มีดดาบ พลุ หน้าเก้ง
ถงึ คนนงั่ หรอื สนิ คา้ ที่บรรทุกไปดว้ ย (หน้าไม้) หน้าท่ืน (ธนู) ว่าวสะนูหวายไว้ชักฟง
เสียงยามค่�าคืน ครก (ส่วนมากใช้ครกไม้ เพราะ
บางทีก็ใช้ควายเทียมเกวียน ซ่ึงเกวียนที่ใช้ จะทนทาน ตกกไ็ ม่แตกไมต่ อ้ งระวงั มาก) หม้อดนิ
ควายจะมีลักษณะแตกต่างจากเกวียนท่ีใช้วัว กระบอกใสน่ �้า (บ้งั ทิง) หรือน้�าเต้า มีดทา� ครัว สวิง
โดยเกวียนใช้ควายนี้บางท้องถิ่นจะเรียกว่า ล้อ แห เบ็ด ส�าหรับหาปลา หวด หรือมวยนึ่งข้าว
ซ่ึงล้อนี้มีกงล้อท่ีใหญ่แข็งแรงบึกบึนเปนพิเศษ เหนียว ปลาร้า พริกปน พริกแห้ง หอม กระเทยี ม
รอบกงล้อหรือวงเกวียนน้ี (ด้านสัมผัสกับพ้ืนดิน) เกลือ ยาสูบ เสื่อสาด บางทีก็ไม่ต้องใช้ผ้าขาวม้า
จะประกบด้วยแผ่นเหล็กจนรอบวงเลย ตัวล้อ แทน หมอนก็ไม่ต้องหนุนแขนหรือท่อนไม้ เหล็ก
(เกวียนที่ใช้ควาย) จะไม่มีการตกแต่งมากจะใช้ ไฟปก (หินเหล็กไฟ ที่ใช้จุดไฟแทนไม้ขีดไฟ)
เพ่ือการบรรทุกหนักหรือสมบุกสมบันโดยเฉพาะ ใครเปนคนรวบรวมและท�าอาหารเล้ียงพรรคพวก
เน่ืองจากควายแข็งแรงกว่าวัว การลุยพื้นท่ีที่ กจ็ ะวางแผนกันอยา่ งดี
ทลุ กั ทเุ ลเช่นเดนิ โคลน ทางทุรกนั ดาร ควายจะไป
ได้ดีกว่า แต่เสียอยู่อย่างที่ไปได้ช้าและไม่สง่างาม ที่ ข า ด ไ ม ่ ไ ด ้ ส� า ห รั บ ก อ ง เ ก วี ย น คื อ
เหมือนเกวียนเทียมด้วยวัว ถ้าจะเปรียบกับสมัยน้ี เครื่องดนตรที ่ีสา� คัญมแี คน ซงุ ซอ และขลุ่ย จะได้
เกวียนเทียมวัวก็เหมือนรถปคอัพ ส่วนล้อหรือ บรรเลงยามพักนอนที่ไหน เปนเคร่ืองประโลมใจ
เกวียนเทียมควายก็เหมือนรถหกล้อหรือรถสิบล้อ พอให้คลายคิดถึงบ้าน (หรือบางทีอาจจะเพิ่ม
นั่นเอง
๑๒๘ ใสนาพยรสะมั อพปุ ันถธมั  ภสมพารคะมเนจาักวเรรียวงนศเกเธา อสัตพวรแะพอทงยคเ กจารโมสปมศสสุ วตั ลวี กรมหมืน่ สทุ ธนารีนาถ

ความคดิ ถงึ เปน ทวีคูณกไ็ ด้) ประการท่ีสอง ฝุนจะไม่คลุ้งมาก แม้ดิน
เนี่ืองจากกองคาราวานจะมีเกวียนคราวละ จะแห้งแล้ว แต่กย็ งั มีความช้ืนอยบู่ ้าง

หลายสิบเล่ม บางขบวนใหญ่เปนร้อยเล่ม ประการท่สี าม ชว่ งน้นี า�้ ตามแหลง่ น�้า ห้วย
การเดินทางก็จะต้องหาฤกษ์หายามโดยให้พระ หนอง บึง หรือตามสระน�้าในไร่นายังมีมากอยู่
ท่ีคนเคารพนับถือดูฤกษ์ให้หรือบางทีก็ให้หมอดู สามารถใช้เปน�้ากิน-น�้าอาบ ได้ทั้งคนและสัตว์
ประจ�าตา� บล ท่เี คยดูฤกษ์ใหค้ ราวก่อน ๆ ปรากฏ อีกท้ังยังเปนแหล่งหาอาหารการกินได้เปนอย่างดี
ว่าเรียบร้อยราบรื่นดี ก็จะให้ดูให้อีก หรือให้เปน ไม่ว่าจะเปน หอย ปู กุ้ง ปลา กบ เขียด และ
เจ้าประจ�ากันไปเลย เมื่อได้ฤกษ์งามยามดีก็นัด ผักตา่ ง ๆ ตามแหลง่ น�า้ เช่น เทา (สาหรา่ ยสีเขยี ว
หมายรวมกองคาราวางหรอื กองเกวยี นกนั สว่ นใหญ่ ในน้�า) ผักบ้งุ ผกั กระโดน ผักพาย และผักกระเฉด
จะเปนทุ่งนาตีนบ้าน ท่ีเกี่ยวข้าวไปแล้วและ ก็ยงั มีอยอู่ ยา่ งอุดมสมบูรณ์
พื้นดินแห้งดีแล้ว จะเปนท่ีนาของใครก็ส�าคัญ
เหมือนกัน เพราะวา่ กวา่ จะออกเดินทางววั - ควาย ประการทสี่ ี่ อากาศไมร่ อ้ นมากนกั ววั ควาย
เปนร้อย ๆ ตัวมารวมกนั อยู่ กวา่ จะพรอ้ มทจี่ ะออก สามารถเดนิ ทางไดร้ ะยะไกล ๆ
เดินทางได้อย่างน้อยก็ใช้เวลาเลี้ยงในทุ่งนาน้ัน
เปนสัปดาห์ หรือบางทีอาจจะรอความพร้อมหรือ ประการที่ห้า เมื่อเดินทางเข้าเขตปาดง
รอฤกษ์ดี รวมท้ังรอฉีดวัคซีนและดูอาการสัตว์ พงไพร ใบไมก้ ็กา� ลังผลใิ บ เปนอาหารอย่างดที ัง้ คน
นานกว่านี้ก็มี ซึ่งสิ่งที่จะเปนผลพลอยได้คือขี้วัวขี้ และสัตว์ เขาเล่าว่าพวกนายฮ้อยจะรู้ดีว่าพืชอะไร
ควายจ�านวนมหาศาล น่ันก็หมายถึงว่าฤดูการท�า กินได้พืชอะไรกินไม่ได้ ถ้ากิน จะกินส่วนไหน
นาครั้งต่อไป ท่ีนาแปลงนั้นจะกลายเปนนาดีหรือ ท�าอย่างไรจึงจะอร่อย พืชชนิดใดเปนสมุนไพร
นางามไปโดยปรยิ าย ดงั นน้ั ผเู้ ปน เจา้ ของนาถา้ ไมใ่ ช่ พืชใดเปนพิษ เขาจะรู้ดี หรือพืชบางชนิดไม่ค่อย
หัวหน้านายฮ้อยก็มักจะเปนผู้ท่ีเสนอส่ิงตอบแทน คนุ้ เคยเพราะลกั ษณะปา แตกตา่ งจากปา ทบี่ า้ นเกดิ
ให้อย่างงาม เช่น ช่วงพักอยู่ก่อนออกเดินทางจะ ก็จะสอนต่อ ๆ กนั วา่ ถ้าพชื ใดวัวควายกนิ ไดใ้ ห้คน
ให้เปดไก่เปนอาหารแก่กองคาราวานก่ีตัว หรือให้ กินไดเ้ ลยรับรองไมเ่ บอ่ื แน่
เหลา้ โท (สาโท) ก่ไี หก็ว่าไป
ก่อนออกเดินทางนอกจากจะดูฤกษ์ดูยาม
การเดนิ ทางไปคา้ ขายดว้ ยกองเกวยี นนส้ี ว่ น แล้ว ยังมีข้อปฏิบัติอ่ืน ๆ อีกตามความเชื่อของ
มากจะเดินทางไปในหน้าแล้งท่ีเก็บเก่ียวข้าวเสร็จ คนในทอ้ งถน่ิ ดว้ ย เชน่ การสขู่ วญั ผกู ขอ้ มอื แตง่ แก้
ได้น�าข้าวขึ้นยุ้งข้ึนฉางเรียบร้อยและมีการเอาบุญ แต่งบูชา (สะเดาะเคราะห์) บอกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์
กมุ้ ขา้ วหรือบุญคณู ลานขา้ วเรียบร้อยแลว้ การเดิน ประจ�าหมู่บ้าน หรือรับเคร่ืองรางของขลังจาก
ทางในช่วงนี้สะดวกหลายประการ เช่น ผู้เฒ่าผู้แก่เมื่อท�าพิธีแล้วจะไม่ให้กลับเข้าไปนอน
ในหมู่บ้าน การหลับนอนร่วมเพศกับเมียคืนก่อน
ประการที่หน่ึง เม่ือเดินทางไปตามทุ่งนา ออกเดินทางถือเปนสิ่งต้องห้าม (หรือ คะล�า)
ท่ีโล่ง ๆ การเดินทางก็สะดวกไม่ต้องเลี่ยงกับการ และในขบวนนายฮ้อยมักจะไม่มีผู้หญิงเดินทาง
เหยียบย่�าต้นข้าว แถมยังจะมีฟางข้าวและตอซัง ไปด้วย (เวน้ แต่กรณีจ�าเปน จรงิ ๆ)
เหลอื อยตู่ ามไรน่ ามาก เปน อาหารสา� หรบั ววั ควาย
ทเ่ี ทยี มเกวยี นไดเ้ ปน อยา่ งดี การเดินทางไปค้าขายด้วยเกวียนนี้มีทั้ง
ในระยะใกล้ เช่น ตา่ งอา� เภอ หรือจงั หวดั ใกล้เคียง
กนั และในระยะไกลเชน่ จากภาคอสี านตอนบนและ

๑๒๙ในพระอุปถมั ภ พระเจสาวารยวสงัมศพเธันอธ พสมระาอคงมคนเ กัจเา รโียสนมเสกวาลสี ัตกวรแมพหทมย่นื สกุทรธมนปาศรสุีนัตาถว

ตอนกลางไปถึงสระบุรี ท่ีนิยมไปมากที่สุดเห็นจะ ในขบวนจะไม่มีเพราะเปนผู้ชายล้วน ๆ จะมีบ้าง
เปนที่จังหวัดนครราชสีมา หรือโคราช เพราะที่นี่ เรื่องชู้สาวตามเส้นทางท่ีกองเกวียนเดินผ่าน
จะเปนศูนย์กลางการค้าระหว่างภาคกลางกับภาค แต่เรื่องนี้บางคณะจะเข้มงวดมาก มีข้อห้ามไม่ให้
อีสาน นายฮอ้ ยหรือพ่อคา้ ก็จะมีทั้งจากภาคอีสาน ลูกขบวนไปยุ่งเกี่ยวเลยก็มี แต่ก็นั่นแหละ
ตอนบนหรือตอนกลางลงไปโคราช และพ่อค้า เร่ืองชาย หญิง เปนเร่ืองของธรรมชาติ เมื่อชาย
จากโคราชน�าสินค้าบรรทุกเกวียนขึ้นมาขายทาง ต่างถ่ินเจอหญิงต่างถิ่นถ้าศรศิลปกินกันอะไรมัน
ตอนบน ก็กน้ั ไม่ได้

คุณปูของผู้เขียนเองชื่อนายปุย ละทัยนิล ส่ิงท่ีถือว่าเปนปญหาใหญ่ท่ีสุดของคณะ
(สกุลเดิม อินทรมณี เคยเปนนายกองคาราวาน กองเกวียนก็คือการปล้น การจี้ หรือการลักขโมย
ชาวโคราช บ้านเดิมอยู่ที่บ้านพะเนาว์-พะโล เรื่องนี้ทางกองเกวียนคาราวานจะมีการปองกัน
อ�าเภอเมืองนครราชสีมา ญาติ ๆ เล่าใหฟ้ ง วา่ ท่าน ตัวอย่างดี ตามเส้นทางที่จะต้องผูกมิตรกับคน
เปนหัวหน้าน�ากองคาราวานไปค้าขายที่อ�าเภอ ในท้องถิ่น ในคณะก็จะมีการติดอาวุธไปด้วยตาม
โกสมุ พสิ ยั จงั หวดั มหาสารคาม หลายรอบจนไดพ้ บ สมควร เพ่อื ปองกนั ตวั เวลาพักแรมท่ีไหนกจ็ ะต้อง
และแตง่ งานกับคุณย่าทอี่ �าเภอโกสุมพิสัย สนิ ค้าที่ รวมตัวเปนกลุ่มเปนก้อน ลากเกวียนมาล้อมเปน
พ่อค้าจากโคราชน�าขึ้นมาขาย และสินค้าที่พ่อค้า วงกลมจนชดิ กนั คนจะอยดู่ า้ นในวงลอ้ มของเกวยี น
จากตอนบนนา� ขน้ึ มาจากโคราชหลงั ขายสนิ คา้ ทขี่ น มีเว้นทางออกเพียงทางเดียว มีการอยู่เวรยาม
ลงไปหมดแล้ว มักจะเปนพวก น�า้ มันกาด น้�าตาล เพื่อระวังเหตุและดูแลความเรียบร้อยตลอดคืน
สยี อ้ มผา้ มดี โกน ผา้ ทอ เสน้ ดา้ ย เขม็ เยบ็ ผา้ ไมข้ ดี ไฟ จนผ่านคืนนั้นไปได้ถึงรุ่งสาวทุกคนก็จะโล่งอกไป
ยารกั ษาโรค น้า� ปลา ขนมเดก็ เบ็ด จกั รยายน และ ตามๆ กนั เนอ่ื งจากชว่ งกลางวนั จะไมค่ อ่ ยมปี ญ หา
อะไหล่จักรยาน สงั กะสี กระสอบปาน ตาปู ลวด การปล้นจี้ ตามค�าบอกเล่าของญาติผู้เขียนท่ีเคย
เคร่ืองมือและวัสดุก่อสร้าง ยากะแร็ต ถ้วย รว่ มกองเกวยี นบอกวา่ มบี า้ งเหมอื นกนั ทมี่ กี ารมาใช้
กราไก่ ช้อน ปนโต เทียนไข บาตรพระ ตะเกียง อิทธิพลข่มขู่ช่วงเดินทางกลางวัน แต่พอไดส่ิงของ
กระปอ ง ตะเกียงลาน สบลู่ าย กางเกงแพร กระดุม ไปบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะยอมเปดทางให้
หมวกกะโล่ สมุด ดินสอ ปากกา หมึก แปงผัดหน้า
(ทเ่ี ปน เมด็ กลมๆเลก็ ๆบรรจใุ นกระปอ ง)กระดาษยน่ ส�าหรับนายฮ้อยที่ย่ิงใหญ่คือนายฮ้อยวัว
และเครื่องใช้ไม้สอยและของกินอ่ืน ๆ ท่ีเปน นายฮ้อยควาย ทไี่ ดก้ ล่าวถึงตัง้ แต่ต้นน้ันถือวา่ เปน
ลักษณะที่ทนั สมัยและในชนบทไมส่ ามารถผลติ ได้ ผกู้ มุ เศรษฐกจิ ของชาวอสี านจรงิ ๆ เพราะการผลติ
ของคนอีสานในสมัยโบราณจะเปนการผลิตเพื่อ
การเดนิ ทางดว้ ยกองเกวยี นคาราวานสนิ คา้ การยังชีพ เชน่ ท�านาข้าวเอาไว้กิน เอาไวใ้ ช้ในการ
แบบอีสานก็จะมีเหตุการณ์ที่น่าต่ืนเต้นเหมือนกับ ทา� บญุ ทา� ทานตามประเพณี หรอื แบง่ ปน ลกู หลาน
หนังคาวบอยตะวันตกเหมือนกัน กล่าวคือมีเจอ ผขู้ ัดสน เหลอื กินปน ้กี เ็ ก็บเอาไว้ปหน้า ปโน้น เผอ่ื
ภยั ธรรมชาติ โรคระบาดทง้ั ในคนและสตั ว์ บางครง้ั น้�าท่วมหรือฝนแล้ง จะได้ไม่อดกิน ถ้ามีเหลืออีก
สัตวก์ แ็ ตกตน่ื มีความขัดแย้งในกองเกวียนอยูบ่ ้าง ก็จะน�าไปแลกส่ิงของอ่ืนที่ยังขาด เช่น น�าไปแลก
แต่ก็ไม่ถึงรุนแรงเพราะจะเช่ือฟงผู้ใหญ่ในขบวน ปลาร้า พริก ยาสูบหรือฝาย แต่ส่วนมากมีแต่คน
หรอื หวั หนา้ กองคาราวาน สว่ นเรอื่ งชงิ รกั หกั สวาท ทีบ่ า้ นอนื่ ท่นี �้าทว่ ม หรอื ฝนแลง้ ขาดแคลนข้าว จะ
๑๓๐ สในาพยรสะมั อพปุ นั ถธัม ภสมพารคะมเนจาักวเรรยีวงนศเกเธา อสัตพวรแะพอทงยคเ กจารโมสปมศสสุ วตั ลวี กรมหมื่นสทุ ธนารีนาถ

น�าสิ่งของอืน่ มาแลกขา้ ว เพราะถือว่าขา้ วเปน สงิ่ ท่ี งานแตง่ งานจะขาดไมไ่ ด้ ถา้ มงี านดงั กลา่ วชาวบา้ น
จ�าเปนและสา� คญั กว่าสิ่งอ่ืนใด จะตื่นเต้นเปนพิเศษเพราะจะได้ไปกินลาบก้อย
ซอยแซ่ ใส่ดี ใสเ่ พ้ียขม ๆ
ทวี่ า่ เปน การผลติ เพอ่ื ยงั ชพี เนอ่ื งจากวา่ ไมม่ ี
การมุ่งท�าเพื่อขายเปนเงินตรา การปลูกฝาย พูดถึงการฆ่าวัวควายเพื่อเปนอาหารก็ใคร่
ป ลู ก ห ม ่ อ น เ ลี้ ย ง ไ ห ม ก็ เ พ่ื อ ที่ จ ะ ท อ ผ ้ า ใ ช ้ ใ น จะขยายความอีกนิดหนึ่ง คือ คนอีสานนิยมกิน
ครอบครัว หรือใช้ตามประเพณี การปลูกพืชผัก เนื้อววั แตถ่ ้าจา� เปน หาวัวไมไ่ ด้ กจ็ ะมีการฆา่ ควาย
เพื่อกนิ หรือแลกเปลีย่ นกับสิ่งอนื่ เท่านัน้ ไม่ค่อยได้ ซึ่งนาน ๆ จะมีสักครั้งในสมัยก่อนการกินเนื้อวัว
ขายเปนเงนิ สกั เทา่ ใด ถงึ แม้จะมีขายบ้างก็เปน เงนิ เน้ือควายของคนอีสานจะไม่ได้กินบ่อยนัก หรือ
เล็กน้อย พอได้ใช้จ่ายค่าหยูกค่ายา หรือไว้ท�าบุญ เรยี กวา่ ไมไ่ ดก้ นิ เปน ประจา� มกี ารมงี าน (จดั งาน) ที
ท�าทานเท่านั้น เหลือจากกินจากทาน (ตาม หรอื มกี ารเอาบญุ ประเพณที จี งึ จะมกี ารหาววั ควาย
ความเชื่อทต่ี ดิ เปนวัฒนธรรมของคนอีสาน) กจ็ ะมี มาเชือดแล้วแบ่งปนกันไปเปนส่วน ๆ ซ่ึงเรียก
นายฮ้อยรวบรวมไปขายตามที่กล่าวถึงแล้วน้ันแต่ ว่าการแบ่งภูด ตามสว่ นทีส่ ัง่ จองวา่ ใครจะเอาก่ีภดู
กจ็ ะเปน ตวั เงนิ ตกถงึ ครวั เรอื นไมม่ ากมายสกั เทา่ ใด หรือก่ีส่วน ๆ ละ ก่ีบาท เพื่อน�าไปท�าอาหารต่อ
ส่วนใหญ่คนอีสานจะมีอาหารประเภท ปลา กบ
ส�าหรับสินค้าท่ีเปนวัวควายแล้วจะถือว่า เขียด เปน หลกั หนา้ แลง้ ก็อาศยั ปลาร้าท่หี มกั ไว้ใน
เปนสินค้าที่น�าเงินเข้าสู่หมู่บ้าน เข้าสู้ระดับครัว ไหประจ�าทุกครัวเรือน นอกจากนั้นจะกินผักตาม
เรือนอย่างเปนกอบเปนก�า แม้ว่าจะได้ปละคร้ัง ฤดกู าล และอาศัยสัตวห์ รือแมลงอนื่ ๆ มากินเพือ่
ก็ตามที เนื่องจากชาวชนบทในภาคอีสานจะเลี้ยง เปน อาหารโปรตนี แทนเนอื้ สตั ว์ เชน่ แมงแคง กดุ จี่
วัวควายกันแทบทุกครัวเรือน โดยเฉพาะควาย แมงกีนูน แย้ ก้ิงก่า จิ้งหรีด หอยขม และโอกาส
จะเล้ียงชนิดท่ีขาดไม่ได้ เพราะทุกครัวเรือน พิเศษก็จะมีการน�าเปดไก่ท่ีเลี้ยงไว้มาเชือดต้มแกง
ทา� นาขา้ ว การทา� นาตอ้ งใชแ้ รงงานควายอยา่ งเดยี ว อ่อม ย่าง หรือลาบ กินกันสักคร้งั
ลว้ น ๆ (นอกจากแรงงานคน) การเลยี้ งควายก็ไม่
ยงุ่ ยาก มหี ญ้า มฟี าง เตม็ ทุง่ เต็มท่า ถึงยามทา� นา ทีนี้ขอวกมาหาเร่ืองที่ว่าการขายควายของ
ที่เลีย้ งก็เปลีย่ นไปเลีย้ งตามโคก ตามปา ตามดอน คนอีสานท�าให้มีเงินเข้าหมู่บ้านมากน้ันก็โดยท่ี
มีหญ้าและพืชในธรรมชาติมากมายท่ีควายกินได้ มีนายฮ้อย อาสาที่จะไล่ต้อนควาย จากหมู่บ้าน
ควายตัวผู้ ตัวเมียปล่อยเล้ียงร่วมกัน ก็ผสมพันธุ์ ไปขายยังต่างจังหวัดไกล ๆ เช่นท่ีจังหวัดสระบุรี
กันตามธรรมชาติ (ยกเว้นควายตัวผู้จ�านวนหนึ่ง ปราจีนบุรี ชลบุรี หรือไปไกลทางเหนือและ
จะถูกตอน เพื่อท�าให้เชื่อง ไม่คึกคะนอง สะดวก ชายแดนพมา่ ซงึ่ เปน การเพมิ่ มลู คา่ ใหส้ นิ คา้ เพราะ
ในการบังคับใช้งาน) แต่ละปจะมีควายตกลูกมาก ควายจะซื้อขายกันเองในทางภาคอีสานไม่ค่อยได้
เพราะควายจะให้ลกู ดก ตวั เมยี ท่ีสมบรู ณ์จะใหล้ กู ราคา เพราะทุกครัวเรือนจะเล้ียงอยู่แล้ว ตกลูก
ไดท้ ุกป ๆ ละ หนึ่งตวั เมื่อสนิ้ หนา้ นา กจ็ ะมีควาย มาทุกปป ระกอบกับ คนอีสานไม่ชอบกินเนอื้ ควาย
เพิ่มขึ้นในหมู่บ้านทุกป จ�าเปนจะต้องขาย ต่างจากวัวซึ่งมีการซ่ือขายกันเปนประจ�าในท้องท่ี
ออกไปบ้าง บางส่วนก็จะถูกฆ่าเปนอาหารโดย เมื่อมีนายฮ้อยอาสาเอาไปขายให้ ก็จึงเปนเร่ืองที่
เฉพาะในช่วงมีการจัดงานประเพณีจะมีการฆ่าวัว ได้ประโยชน์หลายฝาย เจ้าของควายได้ขายควาย
ควาย เพ่ือเปนอาหาร ย่ิงในงานกินดอง หรือ นายฮ้อยมีก�าไร คนในภาคอ่ืน ๆ ก็ได้ซ้ือควาย

๑๓๑ในพระอปุ ถัมภ พระเจสาวารยวสงมั ศพเ ธนั อธ พสมระาอคงมคนเักจเารโยีสนมเสกวาลสี ตั กวรแมพหทมยืน่ สกุทรธมนปาศรสุีนตัาถว

ในราคาเปนธรรมไปใช้แรงงาน หรือน�าไปเปน จากจังหวดั ทไี่ มม่ ีทางรถไฟผ่าน เช่น อุบลฯ ยโสธร
อาหาร โดยท่ีไม่ตอ้ งเสียเวลาเล้ียง การทีน่ ายฮ้อย ร้อยเอ็ด มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ไล่ไปยังสถานี
จะได้ควายไปขายที่อื่นน้ัน มีท้ังการซ้ือขาดกันไป รถไฟบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น แล้วเหมาตู้รถไฟ
เลย หรอื อาจจะมกี ารมอบใหน้ า� ไปขาย ไดเ้ งนิ กลบั บรรทุกต่อไปยังจังหวัดสระบุรี พอขายหมด
มาคอ่ ยมาจา่ ยกนั ถา้ เกดิ เคราะหก์ รรมถกู ปลน้ ถกู จ้ี กน็ า� เงนิ ขน้ึ รถไฟกลับ
หรือล้มตายกลางทางก็จะรับเคราะห์กรรมร่วมกัน
แต่จะต้องซ่อื สัตวต์ ่อกัน ซ่งึ เรื่องนี้คนอสี านถือเปน ส�าหรับการน�าวัว ควาย บรรทุกรถยนต์
เรื่องส�าคญั มาก จะมีมาเมื่อประมาณ ๓๐ - ๔๐ ปมาน้ี โดยพวก
นายฮ้อยจะเร่หาซ้ือ วัว ควาย ตามหมู่บ้าน
เม่อื นายฮ้อยผ่านวบิ ากกรรมตา่ ง ๆ ในช่วง ต�าบลต่าง ๆ โดยตีราคากนั เปน ตวั ๆ ถา้ ตกลงกนั
ไลต่ อ้ นควายไปขาย (ซงึ่ จะกลา่ วถงึ ในตอนตอ่ ไป) ก็ ไดจ้ ะจา่ ยเงนิ เลยหรอื อาจจะจา่ ยสว่ นหนงึ่ มดั จา� เอา
จะนา� เงนิ สดเดนิ ทางกลบั ถา้ เปน พวกทไ่ี ปขายแถบ ไวก้ อ่ น ถงึ เวลารวบรวมจะนา� รถมาบรรทุกถึงบ้าน
จังหวัดสระบุรีขากลับก็จะน�าเงินขึ้นรถไฟกลับ หรือในคนมาจูงไปรวบรวมเพื่อเตรียมน�าข้ึนรถ
แล้วเดินทางต่อโดยทางอื่นไปยังภูมิล�าเนาของ อีกที จึงค่อยจ่ายส่วนที่เหลือ มีอยู่บ้างเหมือนกัน
ตนเอง เมื่อไปถึงก็จะนัดจ่ายเงินแก่เจ้าของควาย ที่น�าวัว ควาย ไปขายก่อน ได้เงินจึงน�ามาช�าระ
ท่ีค้างกันเอาไว้ ทีน้ีจะเปนเรื่องใหญ่ทีเดียว มีผู้มา เจ้าของทีหลัง วิธีนี้จะใช้เฉพาะคนท่ีรู้จักกันดี
แสดงความยินดีมาก จัดบายศรีสู่ขวัญ เชือดวัว และไว้เนื้อเชื่อใจกัน หรือไม่ก็จะมีการใช้ราคา
กินเล้ยี งกันเอิกเรกิ เลยทเี ดียว ที่สูงกว่าปกติ

การเดนิ ทางของนายฮ้อยควาย จะคลา้ ย ๆ การซ่อื ขายววั ควายในสมัยปจจุบนั นี้ นิยม
กบั พวกนายฮอ้ ยเกวยี น มกี ารเตรียมการก่อนออก ซื้อขายกันนตลาดนัดวัว ควาย หรือตลาดนัด
เดินทาง พิธีกรรม เสน้ ทางการเดนิ ทาง ระยะเวลา โค กระบือ ซ่ึงจะมีมาได้ประมาณ ๒๐ ปมานี้
และกจิ กรรมระหวา่ งเดนิ ทางคลา้ ยกนั มาก ตา่ งกนั เม่ือมีคนตั้งตัวเปนผู้จัดการหรือเจ้าของตลาดนัด
เพยี งแตต่ วั สนิ ค้าเทา่ นน้ั เอง จดั ทท่ี างใหก้ วา้ งขวาง มที ข่ี น้ึ ลงสตั ว์ มรี ม่ เงา มพี นื้ ท่ี
เพียงพอส�าหรับผู้กสัตว์ได้มาก ๆ ก็จะประกาศ
ปจจุบันก็ยังมีพวกนายฮ้อยวัว นายฮ้อย ให้ชาวบ้านทั่วไป หรือเครือข่ายพ่อค้า (นายฮ้อย)
ควายอยู่แทบทุกหมู่บ้านในภาคอีสาน แต่การ ได้รู้ทั่วกันว่าจะเปดการซ้ือขายวัว ควาย
รวบรวมวัวควายเดินทุ่งไล่ต้อนจ�านวนมาก ๆ เปน ปฐมฤกษใ์ นวนั ไหน และจะมที กุ ๆ วนั ไหน เชน่
รอนแรมไปขายอย่างสมัยก่อนไม่มีอีกแล้ว ทกุ พธุ หรอื ทกุ เสาร์ อยา่ งนเ้ี ปน ตน้ เพอื่ เปน การนดั
เนอื่ งจากการคมนาคมสะดวกสบาย มถี นนหนทาง หมายไปในตัว เมื่อมตี ลาดนัดใหม่ ๆ ก็ไมค่ อ่ ยจะมี
เช่ือมถึงกันทุกภูมิภาค ประกอบกับยานพาหนะ ปญหาอะไรมากนัก ผทู้ ่นี า� สัตว์มาขายส่วนใหญ่จะ
จ�าพวกรถบรรทุกก็มีมากสามารถที่จะบรรทุกได้ เปนเกษตรกรเจ้าของวัว ควาย น�าวัว ควายของ
ทีละมาก ๆ การเดินทางจากจังหวัดหนึ่งไปยังอีก ตนเองเขา้ มาขาย เมอื่ ขายได้ เจ้าของตลาดนัดจะ
จงั หวัดหน่งึ กไ็ ปได้รวดเร็ว หักค่าใช้จ่ายตามที่ตกลงกัน ถ้าขายไม่ได้ก็ไม่ต้อง
จา่ ย ผทู้ ม่ี าซอื้ จะมที ง้ั พวกทซ่ี อื้ ไปขายตอ่ หรอื พวก
จากการไล่ต้อนวัว ควายไปขาย ก็มี เกษตรกรท่ีต้องการซื้อวัว ควายไปเลี้ยงขายพันธุ์
พฒั นาการมาเรอ่ื ย ๆ ระยะหลงั ๆ ในราว ๔๐ - ๕๐ ป
มาแล้ว จะมีนายฮ้อยบางพวกรวบรวมวัวควาย
๑๓๒ สในาพยรสะัมอพุปันถธมั  ภสมพารคะมเนจาักวเรรียวงนศเกเ ธา อสัตพวรแะพอทงยคเ กจารโมสปมศสุสวัตลวี กรมหม่ืนสทุ ธนารีนาถ

หรือใช้แรงงานต่อไป หรืออาจจะเปนพวกมาซ้ือ ต.หัวเมอื ง อ�าเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร เกดิ
เพ่ือไปเชือดในการจัดงานประเพณีหรือการเลี้ยง พ.ศ. ๒๔๕๐ อายุ ๙๔ ป (บันทึกปากค�าและ
แขกคนในงานตา่ ง ๆ ถา่ ยภาพเมอ่ื วนั ที่ ๑๕ มถิ นุ ายน ๒๕๔๔ ในระหวา่ ง
ท่ีผู้เขียนน�าคณะเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ สัตวบาล
เจ้าของตลาดนัดนอกจากจะมีรายได้จาก ออกไปพักค้างท่ีบ้านหนองตุเพื่อปฏิบัติงาน
การเก็บค่าสถานที่หรือค่าธรรมเนียมจากผุ้ท่ีขาย โครงการหน่วยสัตวแพทย์เคล่ือนที่ ที่บ้านหนองตุ
วัว ควายได้แล้ว ยังมีรายได้จากการขายน�้า บา้ นเหลา่ พนั เขยี ว บา้ นหนองบวั และบา้ นอน่ื ๆ อกี )
เคร่อื งด่มื อาหาร ส�าหรบั คนขายยา ขายหญา้ ฟาง นายฮ้อยสังข์เล่าว่า เริ่มเปนนายฮ้อยไล่ควายไป
และอปุ กรณ์การเล้ียงสัตว์ต่าง ๆ ด้วย ขายตง้ั แตอ่ ายุได้ ๒๓ ป ซ่ึงมนี ายฮ้อยรว่ มไล่ต้อน
ควายไปขายในชว่ งนน้ั หลายคน เชน่ นายฮอ้ ยโหลน่
ในปจจุบันน้ีตลาดนัดวัว ควาย พัฒนา นายฮ้อยไข่ (อยู่บ้านคุ้ม ต�าบลคูเมือง อ�าเภอ
ไปมาก พวกท่ีน�าสัตว์มาขายมักจะเปนนายฮ้อย มหาชนะชัย) นายฮ้อยค�า (อยู่บ้านส�าโรง อ�าเภอ
รายยอ่ ยทร่ี วบรวมววั ควาย จากหมบู่ า้ นตา� บลตา่ ง ๆ มหาชนะชชัย) นายฮ้อยเพ็ง นายฮ้อยพรหมมา
ในละแวกนนั้ กม็ ี หรอื ขา้ มจงั หวดั มากม็ ี สว่ นทมี่ าซอ้ื โรมพนั ธ์ (ญาตขิ องนายฮอ้ ยสงั ข์ ซง่ึ ตอนหลงั ถกู โจร
จะเปนพ่อค้ารายใหญ่ เปนเจ้าของกิจการโรงงาน ยิงตายระหว่างการไล่ต้อนควายไปขาย) และ
ลูกช้ินโดยตรง หรือเปนพ่อค้าท่ีมีธุรกิจเขียงเน้ือ จารย์อ้วน หรือนายฮ้อยอ้วน แห่งบ้านหัวเมือง
ในภาคต่าง ๆ น�ารถบรรทกุ สบิ ล้อมาจอดรถตั้งแต่ อ�าเภอมหาชนะชัย เปนนายฮ้อยใหญ่ หรือ
ก่อนวันเปดตลาดนัดเลย พอซื้อได้ครบก็จะขอ หวั หนา้ คณะ
อนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์จากเจ้าหน้าท่ีปศุสัตว์
อ�าเภอ ซึ่งจะมกี ารปอ งกนั โรคตามระเบียบ ทก่ี รม อ�าเภอมหาชนะชัย เดิมเรียกว่าเมืองฟา
ปศุสตั วก์ �าหนดไวจ้ ึงจะอนุญาตให้ออกเดินทางได้ หยาด อยู่ในเขตจังหวัดอุบลราชธานี ต่อมาเม่ือ
วนั ท่ี ๑ มนี าคม ๒๕๑๕ ไดย้ กฐานะอ�าเภอยโสธร
จากการที่มีธุรกิจการค้าวัว ควายอย่าง เปนจังหวัดยโสธร อ�าเภอมหาชนะชัย จึงขึ้นกับ
เปน ลา�่ เปน สนั การขนสง่ ทา� ไดง้ า่ ย จงึ เปน เหตใุ หเ้ กดิ จังหวัดยโสธร
ปญหาตามมาหลายประการ เช่น วัว ควายลด
จ�านวนลงอย่างรวดเร็ว ปญหาการควบคุมโรค นายฮ้อยสังข์ เล่าว่าการเตรียมการหาซื้อ
เปนไปด้วยความล�าบาก และปญหาอาชญากรรม และรวบรวมควายจะเริ่มข้ึนหลังจากท�านาเสร็จ
ในตลาดนดั เปนตน้ น�าข้าวขึ้นเล้า (ยุ้งฉาง) เรียบร้อยแล้ว คือในราว
เดอื นอ้าย ถึงเดือนยี่ (ธนั วาคมถงึ มกราคม) ราคา
แมจ้ ะไมม่ กี ารไลต่ อ้ นววั ควายไปขายมานาน ควายทซ่ี อ้ื ในสมยั กอ่ นตวั ใหญ่ ๆ งาม ๆ ราคาตวั ละ
แล้ว นายฮ้อยส่วนหนึ่งก็ล้มหายตายจากไปแล้ว ๗๐ - ๘๐ บาท นายฮอ้ ยแตล่ ะคนจะหามาสมทบกนั
แตก่ ย็ งั มนี ายฮอ้ ยเดิมอยูห่ ลายคน รวมถงึ ยังมอี ดีต คนละ ๑๐ ถึง ๑๐ กว่าตวั เม่อื รวบรวมได้ประมาณ
นายฮ้อยเดินทุ่งบางส่วนท่ีปรับเปล่ียนวิธีค้าขาย ๑๐๐ ตวั ก็จะน�าสัตวม์ ารวมกนั ท่โี นนนกเอีย้ ง ใกล้
ไปตามยุคตามสมัยแล้วก็ยังมี จึงได้ขอบันทึกเรื่อง บ้านหัวเมือง ต�าบลหัวเมือง อ�าเภอมหาชนะชัย
ราวจากบุคคลเหล่านี้เอาไว้เพ่ือให้คนรุ่นหลังได้ ซ่ึงนายฮ้อยทุกคนก็จะเตรียมของใช้ส่วนตัวและ
ศึกษาต่อไป สง่ิ ของจา� เปนตา่ ง ๆ ออกมาพรอ้ ม จะไม่มใี ครกลับ

๑. นายสังข์ โรมพันธ์ (นายฮ้อยสังข์) ๑๓๓ในพระอปุ ถมั ภ พระเจสา วารยวสงมั ศพเ ธันอธ พสมระาอคงมคนเกัจเา รโยีสนมเสกวา ลสี ัตกวรแมพหทมยืน่ สกทุ รธมนปาศรสุนี ัตาถว
ปจ จบุ ันอยบู่ ้านเลขที่ ๑๒๑ บ้านหนองตุ หมทู่ ่ี ๖

เขา้ ไปนอนในหมบู่ า้ นอกี แตก่ จ็ ะมคี นในครอบครวั สูงเนิน อ�าเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
น�าอาหารมาส่งหรือมีญาติพ่ีน้องออกมาเยี่ยมให้ ในเส้นทางนีจ้ ะผ่านด่านกักสัตว์บันไดมา้ ในทอ้ งท่ี
ก�าลังใจอยู่เสมอจนกว่าจะถึงวันเดินทาง ซึ่งพวก อ�าเภอปากชอ่ ง ไปถงึ ดา่ นจะมีท่กี กั สตั ว์ แล้วหมอ
นายฮ้อยก็ได้หาฤกษ์หายามไว้แล้ว จะมาตรวจอาการ ถ้ามีสัตว์ปวยจะถูกกัก สอง
ถึง สาม สัปดาห์ หรืออาจจะต้องได้รับการฉีดยา
การเดินทางไปขายควายจะมีเกวียนตาม หรือวัคซีนกันอีกทีก็ได้ แล้วผ่านเขตดงพญาไฟ
ขบวนไปด้วย จา� นวนสอง สามเลม่ หรือมากกว่าน้ี (ปจจุบันเรียกดงพญาเย็น ซ่ึงเหตุใดจึงเปลี่ยนชื่อ
ตามความจ�าเปน เช่น ถ้ามีจ�านวนควายมาก จะได้เล่าไว้ใตอนท้ายอีกที) แล้วผ่านเขตอ�าเภอ
นายฮ้อยติดตามมาก สัมภาระก็มากตามตัว มวกเหล็ก อ�าเภอแก่งคอย อ�าเภอเมืองสระบุรี
จะต้องใช้เกวียนบรรทุกมากเล่ม ส่วนใหญ่แล้ว และจุดหมายสุดท้ายคือท่ีอ�าเภอหนองแค จังหวัด
เกวียนจะบรรทุกส่ิงของ และมีคนบังคับเพียง สระบุรี
หนึ่งคน ส่วนคนอื่นจะเดินตามฝูงควายเพื่อบังคับ
ฝูงควายไม่ให้แตกฝูงจะมีบ้างท่ีเหน็ดเหนื่อยมา เสน้ ทางท่ีสอง จะผ่านเข้าทางคูสระ อ�าเภอ
อาศัยนั่งห้อยขาด้านท้ายเกวียน หรือเปนผู้อาวุโส ราษีไศล อ�าเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ
ก็จะใหน้ ง่ั เกวยี นไปสลบั กบั การลงเดนิ เปน ระยะ ๆ อา� เภอศรขี รภมุ ิ จงั หวดั สรุ นิ ทร์ อา� เภอละหานทราย
จังหวัดบุรีรัมย์ ซ่ึงจะผ่านด่านกักสัตว์ปะค�า
กอ่ นออกเดินทางนายฮ้อยรว่ มคณะกจ็ ะมา (จะมีการกักตรวจโรคเช่นเดียวกับด่านกักสัตว์
ท�าพิธีร่วมกินน้�าสาบานกันว่าจะรักสามัคคี และ บันไดม้า) แล้วผ่านอ�าเภอตาพระยา อ�าเภอ
ซ่อื สตั ย์ต่อกนั มีการบายศรีสู่ขวัญ พร้อมทงั้ จัดหา อรัญประเทศ จังหัดปราจีนบุรี บาทีก็เริ่มขาย
วัสดุอุปกรณ์ เคร่ืองมือ เครื่องใช้ เคร่ืองดนตรี ที่อรญั ประเทศ แต่บางทไี ปต้งั ตน้ การขายทีอ่ า� เภอ
เครอ่ื งรางของขลงั (ตามทไ่ี ดก้ ลา่ วไวแ้ ลว้ ในตอนตน้ ) พนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา บางครั้งอาจเลย
พรอ้ มทั้งนัดหมอ (สตั วแพทยอ์ า� เภอ) มาฉดี วัคซีน ไปถึงเขตจังหวัดชลบุรี ซ่ึงมีพวกท�าไร่อ้อยมาก
ปองกันโรคให้ ซ่ึงสมัยก่อนมีการฉีดวัคซีนปองกัน จะซ้ือควายไว้ไถปลกู ออ้ ยหรือพรวนดนิ ไร่ออ้ ย
โรครินเดอร์เปสต์ หรอื โรคลงแดง เพียงอย่างเดียว
เน่ืองจากมีการระบาดของโรคดังกล่าวอยู่ (ขณะนี้ การเดินทางในแต่ละเส้นทางน้อยฮ้อยท่ี
ไดห้ มดไปจากประเทศไทยแล้ว) เปนหัวหน้าจะช�านาญมาก ซึ่งนายฮ้อยรุ่นใหม่ ๆ
ก็จะเรียนรตู้ าม เขาจะรูว้ ่าตอ้ งพักทีจ่ ดุ ไหนบา้ งจงึ
ส�าหรับเส้นทางการไล่ต้อนควายไปขาย จะปลอดภัย มีแหล่งอาหารส�าหรับคน และสัตว์
ของนายฮอ้ ยคณะน้ีมี ๒ เส้นทาง คือ รู้ว่าแหล่งน้�าตรงไหนมีปลาประเภทไหนชุกชุม
ตรงไหนมตี น้ ไมท้ สี่ ามารถนา� ใบหรอื ดอกมากนิ เปน
เสน้ ทางทห่ี นงึ่ คอื ปลายทางทจ่ี งั หวดั สระบรุ ี ผกั ได้ แมม้ ดื ค�า่ ก็เดนิ ไปเก็บไดถ้ ูกตน้ เวลาท�าลาบ
ออกเดนิ ทางจากอา� เภอมหาชนะชยั จังหวดั ยโสธร ก้อย หรือต้มย�าปลาจะใส่มดแดงเพื่อให้ออกรส
ผ่านทุ่งกลุ าร้องไห้ ผา่ นเขตอ�าเภอราษีไศล จงั หวัด เปรี้ยว ก็รู้ว่าต้นไม้ตรงไหนมีรังมดแดงมาก หรือรู้
ศรสี ะเกษ ผา่ นอา� เภอสวุ รรณภมู ิ อา� เภอเกษตรวสิ ยั กระทง่ั วา่ ทยี่ า่ นไหนมโี จรชกุ ชมุ บางทอ้ งทอ่ี าจจะมี
จงั หวดั รอ้ ยเอด็ ผา่ นทงุ่ ปา หลาน อา� เภอพยฆั ภมู พิ สิ ยั ความสนทิ คนุ้ เคยกบั พวกทมี่ อี ทิ ธพิ ลไปถงึ จะมขี อง
จังหวัดมหาสารคาม ผ่านอ�าเภอพุทไธสง จังหวัด ฝากของรางวัลให้พิเศษ ก็จะได้รับความคุ้มครอง
บุรีรมั ย์ ผ่านอ�าเภอปะทาย เขา้ ตลาดแค เขา้ จอหอ
อ�าเภอเมืองนครราชสีมา ผ่านอ�าเภอสีค้ิว อ�าเภอ
๑๓๔ สในาพยรสะัมอพปุ นั ถธัม ภสมพารคะมเนจาักวเรรยีวงนศเกเ ธาอสัตพวรแะพอทงยคเ กจารโมสปมศสสุ วัต ลวี กรมหมื่นสทุ ธนารนี าถ

อีกต่างหาก จากจุดหนึ่งถึงจุดหน่ึงจะใช้เวลาเดิน พร้อมเหมือนกัน จารย์อ้วนหัวหน้ากองคาราวาน
ทางเท่าไร จุดท่ีอยู่ห่างไกลกันก็จะสั่งให้ออกเดิน เห็นทา่ ไมด่ ีก็ตอ่ รองว่าจะให้ ๔ ตัว ขอให้หลีกทาง
ทางแต่เช้ามืดหนอ่ ย ส่วนบางจดุ ไมห่ า่ งกนั มากนกั ใหไ้ ปแตโ่ ดยดเี ถดิ พรอ้ มบอกวา่ ทางบา้ นปน แ้ี ลง้ จดั
กอ็ อกเดนิ ทางสบาย ๆ และไมไ่ ดเ้ รง่ ฝเ ทา้ กนั มากนกั ถา้ ไมไ่ ดข้ ายควายชดุ นพ้ี วกทรี่ ออยทู่ บี่ า้ นอดตายแน่
กะกันว่าวันหนึ่ง ๆ ฝูงควายและเกวียนท่ีเดินตาม พอพูดขาดค�าพวกโจรระดมยิงหลายนัด พวกนาย
จะเดินทางได้วันละประมาณ ๒๐ กิโลเมตรเปน ฮอ้ ยยงิ ไปเพยี งนดั เดยี วเทา่ นน้ั จากนนั้ กว็ งิ่ หลบกนั
อย่างมาก ถ้าผ่านสภาพภูมิประเทศท่ีเปนปาเขา ชุลมุน เหลืออยู่ส่วนหน้าคือนายฮ้อยสังข์ และ
จะเคล่ือนท่ีได้วันละไม่ไกลมากนัก ก็ถือเอาดวง นายฮอ้ ยพรหมมา กา� บงั อยขู่ า้ งเกวยี น หา่ งจากพวก
อาทิตย์เปนเกณฑ์ ถ้าค่�าจะไม่เคลื่อนขบวนต่อ โจรประมาณ ๓๐ เมตร พวกโจรยิงมาอีก ๑ ชุด
เพราะเส่ียงกับการที่ควายจะแตกฝูง และเส่ียงกับ ปรากฏว่ายิงไม่ออก (ลูกหลานของนายฮ้อยสังข์ที่
การถูกปล้นจีด้ ว้ ย รว่ มฟง การจดบนั ทกึ ถอ้ ยคา� อยนู่ นั้ ตา่ งกพ็ ดู เสรมิ วา่
นายฮ้อยสังขม์ ีเครือ่ งรางคงกระพนั เปนทล่ี ือชาใน
นายฮอ้ ยสังข์ โรมพนั ธ์ ได้เลา่ ถึงเหตกุ ารณ์ แถบนนั้ วา่ แกฟน ไมเ่ ขา้ ยงิ ไมอ่ อก หรอื หนงั เหนยี ว)
ส�าคัญท่ีนายฮ้อยพรหมมา โรมพันธ์ ซ่ึงเปน นายฮอ้ ยสงั ขเ์ รยี กพรรคพวกใหเ้ ขา้ มาเพอื่ รว่ มสกู้ บั
ญาติกันถูกโจรยิงตายเม่ือราวป ๒๕๐๕ เหตุ พวกโจร เพราะปนที่อัดดินปนและยังไม่ได้ยิงยังมี
เกิดขึ้นในบริเวณหนองสองห้องในท้องท่ีอ�าเภอ หลายกระบอก พอจะสู้กันได้ ขณะเดียวกันโจรก็
อรัญประเทศ จังหวัดปราจีนบุรี (ปจจุบันเปน ยงิ ใส่นายฮ้อยพรหมมาลม้ ลง พวกนายฮอ้ ยคนอน่ื
จังหวัดสระแก้ว) ขณะน้ันเปนเวลาบ่ายคล้อย เหน็ ดงั นั้นก็แตกกระเจงิ เข้าปา ไป นายฮอ้ ยสังขร์ ีบ
เกือบเย็น คณะคาราวานเกือบจะถึงที่พักแรมซึ่ง อ้มุ เอาศพนายฮ้อยพรหมมาซึ่งเปน ญาตกิ นั ออกไป
เปน ทดี่ อนใกล้ ๆ แหลง่ นา�้ กองคาราวานไดไ้ ลต่ อ้ น
ฝูงควายลงอาบน�้าและกินน�้าท่ีในหนองน้�า ควาย ในคราวน้ันโจรไล่ต้อนเอาฝูงควายเกือบ
เพงิ่ จะลงไปถงึ นา�้ ไมก่ ตี่ วั กม็ โี จรประมาณ ๗ - ๘ คน ร้อยตวั ไปเกอื บหมด เหลือไว้เพยี ง ๙ ตัว เท่าน้ัน
มอี าวธุ ทง้ั ปน แกป และปน ลกู ซอง เกอื บทกุ คนเหน็ หลังจากเหตุการณ์สงบลงก็ได้พากันไปแจ้งความ
มีเพียง ๓ คนเท่านั้นท่ีถือดาบ โผล่ออกมาจาก กับนายอ�าเภออรัญประเทศออกมาสอบสวน ซ่ึง
ปาละเมาะใกล้หนองน�้า คล้ายกับว่าโจรพวกนี้ นายอ�าเภอก็สั่งให้เจ้าหน้าท่ีออกติดตามโจรพวกน้ี
ได้ดักรออยู่แล้ว เม่ือมาประจันหน้ากัน ฝายโจรก็ ก็ยงั ไมท่ ราบผลว่าเปน อย่างไร ตอ่ มาได้นิมนตพ์ ระ
ร้องถามว่าควายฝูงนี้จะขายไหมจารย์อ้วน หรือ ทต่ี า� บลใกลๆ้ กนั นน้ั มาประกอบพธิ ฝี ง ศพนายฮอ้ ย
นายฮอ้ ยอว้ นเหน็ มอี าวธุ ครบมอื กร็ แู้ ลว้ วา่ ไมใ่ ชพ่ วก พรหมมาที่บริเวณใกล้กับหนองสองห้องน้ัน
มาซื้อควายธรรมดาแล้ว จึงพยักหน้าให้ทุกคนรู้ ส่วนควายที่เหลือก็ขายราคาถูกๆ ให้แก่ชาวบ้าน
และระวังตัว พร้อมชะงักการไลค่ วายลงนา�้ ไว้กอ่ น ละแวกนั้นแล้วพากันเดินทางกลับบ้านที่ต�าบล
แลว้ ตอบกลับไปอยา่ งไม่สะทกสะทา้ นวา่ ยงั ไมข่ าย หัวเมือง อ�าเภอมหาชนะชัย จังหวัดอุบลราชธานี
หรอกจะเอาไปสง่ พอ่ คา้ ทพี่ นมสารคาม เมอ่ื ตอบไป พอล่วงไปอีกปหน่ึงได้พาญาติพี่น้องไปยังบริเวณ
อยา่ งนนั้ บรรดาโจรกม็ ปี ฏกิ ริ ยิ าตอบโตท้ นั ที พรอ้ ม หนองสองห้องเพื่อขุดเอากระดูกของนายฮ้อย
ยกปน ขน้ึ ขวู่ ่า ถ้าอยา่ งนน้ั จะขอเอาเฉย ๆ ท้งั หมด พรหมมากลับไปท�าพิธีเผา และท�าบุญอุทิศส่วน
นแ้ี หละ ขณะนน้ั บรรดาพวกนายฮอ้ ยกเ็ ตรยี มอาวธุ กุศลตามประเพณีปรากฏว่ามีการขัดขวางจาก

๑๓๕ในพระอปุ ถัมภ พระเจสา วารยวสงมั ศพเ ธันอธ พสมระาอคงมคนเ กัจเารโยีสนมเสกวา ลสี ตั กวรแมพหทมยืน่ สกุทรธมนปาศรสุนี ัตาถว

พวกโจรโดยมกี ารยงิ ปน ข่มขู่ แต่ก็ไม่มีเหตุร้ายใดๆ เดนิ ทงุ่ ยคุ หลงั สดุ กว็ า่ ได้ เพราะเขาเรมิ่ ตดิ ตามพวก
เกดิ ขึ้นสามารถนา� กระดูกกลับบ้านเกิดได้ ส่วนผล นายฮ้อยเก่าๆ ไปขายควายเม่ือป ๒๕๑๑
การสืบสวนสอบสวนด�าเนินการกับพวกโจร ซึ่งตอนนั้นเพ่ิงจะเรียนจบช้ันประถมส่ีใหม่ๆ ผู้ที่
ได้ผลอย่างไรน้ัน ไม่มีใครติดใจไปสอบถาม ชักชวนให้เข้าร่วมวงการนายฮ้อยควาย ก็คือ
นายอ�าเภออกี เลย นายฮ้อยสิงห์ แห่งบ้านจานทุ่ง (ต�าบลน�้าอ้อม)
เร่ิมมปี ระสบการณค์ รัง้ แรกดว้ ยกองคาราวานใหญ่
นายฮ้อยสงั ข์ บอกวา่ กอ่ นออกเดินทางจาก โตมโหฬารทีเดียว คือมีเกวียน ๑๐ เล่ม เกวียน
โนนนกเอ้ียงฝ บ้านหัวเมือง อ�าเภอมหาชนะชัย แต่ละเล่มคุมควาย ๔๐ ตัว ทั้งขบวนก็จะมีควาย
มีลางสังหรณ์อยู่อย่างหนึ่งคือฝูงควายแตกต่ืน ไลต่ อ้ นไปประมาณ ๔๐๐ ตวั
โกลาหลมากกว่าจะต้อนเข้ารวมฝูงได้ก็เสียเวลา
ไปมากเหมือนกัน แต่ก็ไม่มีใครคิดว่าจะเปนอะไร นายฮ้อยอ�าคาเล่าว่า พวกนายฮ้อยจะเร่ิม
มีการท�าพธิ ีต่างๆ ครบถ้วนเหมอื นเดมิ ในเคราะห์ เร่หาซื้อควายตั้งแต่เก่ียวข้าวเสร็จใหม่ๆ ในราว
กรรมคราวนั้น ท�าให้นายฮ้อยหลายคนเข็ดขยาด ปลายเดอื นธนั วาคมถงึ กลางเดอื นมกราคม ใชเ้ วลา
เลกิ รว่ มเดนิ ทางไปคา้ ควายกม็ แี ตก่ ย็ งั เปน นายฮอ้ ย หาซอื้ กว่าจะไดค้ รบกถ็ ึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ถึง
ค้าขายอยู่ในละแวกหมู่บ้านและต�าบลใกล้เคียง ตน้ เดอื นมนี าคม แลว้ จะเกณฑใ์ หม้ าตงั้ ทพั รวมกนั ที่
บางคนถึงกับเลิกเปนนายฮ้อยไปเลยก็มี และผล ท่งุ นาบา้ นสา� โรง ตา� บลคูเมอื ง อ�าเภอมหาชนะชัย
จากการถูกปล้นควายคราวนั้นก็ท�าให้ฐานะของ ช่วงท่ีพักอยู่ที่นาบ้านส�าโรงจะมีสัตวแพทย์อ�าเภอ
พวกนายฮ้อยย่�าแย่ไปตามๆ กัน กว่าจะฟนได้ มหาชนะชยั มาฉดี วคั ซีนให้ หลังจากน้ันประมาณ
เหมือนเดิมก็ต้องท�านาและค้าขายใช้หนี้ค่าควาย ๑๐ วนั กอ็ อกเดนิ ทางได้ในชว่ งทร่ี อฤกษอ์ อกเดนิ
ที่ยังค้างอยู่หลายป แต่ก็ยังดีท่ีได้น้�าใจจากพ่ีน้อง ทางเจ้าของท่ีนา (นายฮ้อยค�าบอกภายหลังว่า
ทางบา้ นและเจา้ ของควายทไ่ี มค่ ดิ ราคาควายเตม็ ที่ ดเู หมือนจะชอ่ื ว่าครูอว้ น) ได้ดแู ลคณะนายฮ้อย
ตามที่ตกลงกันไว้ ลดหย่อนให้ตั้งมาก น่ีแหละคือ เปนอย่างดี ปกติจะให้เปด ไก่มาลาบกิน แต่ชุดท่ี
วัฒนธรรมอันหนึ่งของคนอีสาน ซ่ึงในปจจุบันไม่ นายฮอ้ ยอ�าคาเริ่มตน้ การเปนนายฮอ้ ยน้ปี รากฏวา่
แนใ่ จว่าจะยงั มีหลงเหลืออยูบ่ ้างหรอื ไม่ ใหห้ มเู ปน ตวั เลย (คงคดิ วา่ คมุ้ เพราะควาย ๔๐๐ ตวั
อยู่ ๑๐ วนั คงได้ปยุ คอกหลายตัน)
๒. นายอ�าคา คัสกร (นายฮ้อยอ�าคา)
อยู่บ้านเลขที่ ๕๒ บ้านโพนแพง หมู่ที่ ๓ ต�าบล เส้นทางที่เปนประสบการณ์อันส�าคัญของ
น้�าอ้อม อ�าเภอค้อวัง จังหวัดยโสธร อายุ ๔๔ ป นายฮอ้ ยอ�าคา คอื เสน้ ทางสายดงพญาไฟ คือจาก
บนั ทกึ ถอ้ ยคา� และถา่ ยภาพเมอ่ื วนั ท่ี ๑๘ พฤษภาคม ยโสธร เขา้ เขตทงุ่ กลุ ารอ้ งไห้ จงั หวดั รอ้ ยเอด็ เขา้ ทงุ่
๒๕๔๕ (ในระหวา่ งทผี่ ้เู ขียนนา� คณะเจา้ หนา้ ท่จี าก ปาหลาน จ.มหาสารคาม เข้าอ�าเภอพุทไธสง
ส�านักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธร และส�านักงาน จังหวดั บรุ ีรัมย์ เข้าอา� เภอปะทาย ตลาดแค จอหอ
ปศุสัตวอ์ �าเภอตา่ งๆ ออกไปพกั คา้ งทีบ่ า้ นโพนแบง ปากช่อง สีคิ้ว สูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา แล้ว
เพ่ือให้บริการตามโครงการหน่วยสัตวแพทย์ เข้าเขตจงั หวดั สระบรุ ี จะแตกตา่ งจากการเดนิ ทาง
เคลื่อนที่ ท่ีบ้านโพนแบง บ้านน้�าอ้อม และ ของนายฮ้อยยุคเก่าก็คือ จะเดินทางด้วยเท้าและ
หมบู่ า้ นต่างๆ ในต�าบลเดียวกนั ) ขนสัมภาระด้วยเกวียนไปถึงตลาดอ�าเภอสูงเนิน
จังหวัดนครราชสี จากนั้นก็จะบรรทุกควายโดย
นายฮ้อยอ�าคา จะเรียกว่าเปนนายฮ้อย
๑๓๖ ใสนาพยรสะมั อพปุ นั ถธมั  ภสมพารคะมเนจากั วเรรียวงนศเกเธาอสตั พวรแะพอทงยคเ กจารโมสปมศสุสวัตลวี กรมหมื่นสทุ ธนารนี าถ

ขบวนรถสนิ คา้ (รถไฟ) จะเชา่ เหมาเปน ตู้ เฉลย่ี แลว้ ว่ากินอาหารพวกน้ีมีกรรมวิธีในการเตรียมอาหาร
จะเสียค่าระวางบรรทุกจากสถานีสูงเนนิ ถึงสถานี ยุ่งยากก็เปนได้ กว่าจะได้กินคนท�าทะเลาะกับคน
สระบรุ ี ตวั ละประมาณ ๑๘ บาท สว่ นสมั ภาระอนื่ ๆ กนิ แลว้ ) จะไมก่ นิ มดแดงเพราะจะทา� ใหท้ ะเลาะกนั
จะน�าไปด้วยเท่าท่ีจ�าเปน ที่เหลือจะทานให้แก่ หรอื กดั กนั เหมอื นมด ไขเ่ ปด ไขไ่ ก่ กเ็ ปน สง่ิ ตอ้ งหา้ ม
คนยากจนแถวๆ สถานรี ถไฟสงู เนนิ สว่ นเกวยี นนน้ั เหมือนกัน เนื่องจากไข่แตกง่ายจะท�าให้แตกแยก
ก็จับว่าสภาพย�่าแย่เต็มทีแล้ว ก�าเกวียนและเพลา กันได้ นอกจากนี้จะห้ามพวกหนุ่มๆ ไปเล่นสาวใน
คอดกว่ิ เตม็ ทแี ลว้ บางทกี ท็ ง้ิ ไปเลย แตบ่ างทกี ม็ คี น ต่างถิ่น ตามเส้นทางที่เคล่ือนขบวนไป (ค�าว่า
เอาไกม่ าแลกไมก่ ตี่ วั กใ็ ห้ เพราะนา� ไปดว้ ยกไ็ มไ่ ด้ จะ “เล่นสาว” ก็คือเก้ียวสาวหรือจีบสาวน่ันเอง)
เอาไปขายที่ไหนก็ไม่มีใครซื้อ พวกที่เอาไก่มาแลก เพราเรอ่ื งนเ้ี รอ่ื งเดยี วจะมปี ญ หาตามมาอกี มากมาย
กห็ วงั ทจ่ี ะเอาไปซอ่ มแซม พอไดใ้ ชง้ านเบาๆ ตอ่ ไป (เหมือนกนั ทกุ ยคุ ทุกสมยั เลย)
เท่าน้ัน กม็ ีอย่บู ้างทขี่ ายได้ แต่ก็ไดร้ าคาไมด่ ีนัก
ระหว่างการเดินทางก็จะก�าหนดจัดพัก
นายฮ้อยอ�าคาเล่าว่าขบวนคาราวานควาย เปนระยะๆ ซ่ึงหัวหน้ากองคาราวานจะก�าหนด
ของนายฮ้อยทุกคณะจะมีพิธีกรรมและแนวทาง ไม่ค่อยพลาดเพราะมีประสบการณ์มาหลายป
ปฏบิ ตั คิ ลา้ ยๆ กนั เชน่ กอ่ นออกเดนิ ทางมกี ารกนิ นา�้ สว่ นใหญจ่ ะพกั ไมห่ า่ งจากหมบู่ า้ น มากนกั เพราะจะ
รว่ มสาบานมกี ารบายศรสี ขู่ วญั ผกู ขอ้ มอื เสยี่ งทาย ปลอดภัยกว่า อีกอย่างขาดเหลืออะไรจะสามารถ
ไข่ต้ม ท่ีใส่ในพาขวัญ (พานบายศรี) ว่าเวลาปอก เข้าไปขอในหมู่บ้านได้แต่ก็ต้องค�านึงถึงสถานท่ี
ไข่ต้ม ไข่จะกลมเกลีย้ งเกลาดีหรือไม่ ผ่าซีกไขอ่ อก พักควาย แหล่งน้�า และแหล่งหาอาหารด้วย
มาแลว้ ไขแ่ ดงสวยงามดหี รอื ไม่ ถา้ ดกี จ็ ะหมายถงึ วา่ เมอ่ื ไปถงึ ทพี่ กั แลว้ จะมกี ารขงึ เชอื กลอ้ มเปน วงกลมุ่
ทุกอย่างจะราบร่ืนดี ถ้าไม่ดีก็จะแต่งแก้ แต่งบูชา ของใครของมนั ถ้าควายไม่มากเกินไปก็จะกัน้ เปน
ดว้ ยการทา� กระทงกาบกลว้ ย ใสห่ มากพลู ขา้ วตอก วงใหญ่วงเดียวเลยก็มี ให้ควายอยู่ข้างใน เกวียน
ดอกไม้ ทา� กาบกล้วยเปน รปู คน ปก ไว้ แล้วให้หมอ จะล้อมวงอยู่ข้างนอก จัดคนผลัดเปลี่ยนกันอยู่
พราหม์ รา่ ยคาถาแกใ้ ห้ ถอื วา่ ใหเ้ รอื่ งรายกลายเปน ดี เวรยาม ซ่ึงมีท้ังเวรยามวงในใกล้ฝูงควาย และ
จะช่วยให้พวกนายฮ้อยสบายใจมีขวัญและก�าลัง วงนอกโดยใช้ไม้ค�้าชานเกวียนไว้แล้วปูผ้าขาวม้า
ใจดีขึ้น การเดินทางก็จะไม่ได้กังวงเร่ืองใดๆ อีก นอนใต้ชานเกวยี นนั้นเลย
เม่ือสู่ขวัญแล้วห้ามกลับเข้านอนในหมู่บ้านอีกเปน
อันขาด มีการเตรียมเคร่ืองรางของขลัง เตรียม เมอ่ื ถึงด่านกกั สตั ว์ หมอจะตรวจโรคถ้าพบ
เครื่องใช้ไม้สอย เตรียมอาวุธ เคร่ืองมือหาปลา ว่าเปนปากเปอยเท้าเปอย (โรคปากและเท้าเปอย
ล่าสัตว์ อุปกรณ์ท�าครัว ข้าวสารเหนียว ปลาร้า หรือ Foot and Mouth Diseses) กจ็ ะถูกกกั อยู่ท่ี
เกลอื พรกิ พวกน้ขี าดไมไ่ ด้ ดา่ นไมน่ อ้ ยกวา่ ๓ อาทติ ยใ์ นชว่ งนนี้ ายฮอ้ ยจะตอ้ ง
ออกไปหาเปลือกไม้แดง มาต้มเคี่ยวจนได้น�้า
ตามคา� บอกเลา่ ของนายฮอ้ ยอา� คา ดเู หมอื น สีแดงข้น แล้วเอามาทาแผลที่ปากและกีบ นับว่า
ว่าจะมีบางอย่างท่ีคณะของนายฮ้อยที่เขาติดตาม เปน ยาพืน้ บ้านทร่ี กั ษาโรคน้ีได้เปนอย่างดี
ไปจะปฏิบัติแตกต่างจากคณะอ่ืนก็คือจะมีการให้
คา� มนั่ สญั ญากนั วา่ จะไมก่ นิ หอย ไมก่ นิ เปด ระหวา่ ง การเดินทางจากอ�าเภอมหาชนะชัย ถึง
เดินทางเพราะจะท�าให้แตกแยก (หรืออาจจะเห็น อ�าเภอสูงเนินใช้เวลาประมาณ ๒๕ วัน ข้ึนรถไฟ
ไปสระบุรอี กี ๑ วัน แล้วลงรถไฟตอ้ นควายเดนิ ตอ่

๑๓๗ในพระอุปถมั ภ พระเจสาวารยวสงมั ศพเ ธนั อธ พสมระาอคงมคนเักจเา รโยีสนมเสกวา ลสี ัตกวรแมพหทมย่นื สกทุ รธมนปาศรสุีนัตาถว

อีกวันหรือสองวันก็ถึงที่ขายควายในช่วงเดินทางที่ ส่วนใหญ่จะมีข่าวดีหรือโชคดีกลับบ้านกล่าวคือ
สระบุรีบางทีก็จะต้องจ้างลูกหาบสองสามคนเพื่อ ได้เงินมาเปนจ�านวนมากบางคนก็ซ้ือทองมาฝาก
หาบสมั ภาระให้ กวา่ จะขายหมดกย็ า่ งเขา้ เดอื นหก คนทางบ้าน แต่ก็มีอยู่เปนบางครั้งท่ีเปนข่าวร้าย
หรือเดือนเจ็ดเงินจะยัดใส่ปป ห้ิวขึ้นรถไฟไปลงที่ เช่นโดนจี้โดนปล้นจนหมดตัว ถูกฆ่าตาย หรือ
สถานอี ทุ มุ พรพสิ ยั จงั หวดั ศรสี ะเกษ หรอื สถานอี น่ื ปว ยหนกั ก็มี
หรือบางทีอาจจะเดินทางกลับโดยทางรถยนต์
(ตอนหลงั เรมิ่ มรี ถโดยสารและรถบรรทกุ วงิ่ ระหวา่ ง เส้นทางท่ีนับได้ว่าโหดร้าย ทุรกันดารและ
จังหวัดแลว้ ) เส่ียงภัยมากที่สุดของบรรดานายฮ้อยควาย
ท้ังหลาย เห็นจะเปนเส้นทางช่วงผ่านดงพญาไฟ
การเดินทางของขบวนนายฮ้อยควายก็ หรือดงพญาเย็นในปจจุบัน พ้ืนที่ส่วนนี้เปนเทือก
ถือว่ามีการวางแผนการเดินทางอย่างรัดกุมทีเดียว เขาใหญ่ ซ่ึงมีภูเขาน้อยใหญ่ สลับซับซ้อนมีปา
เพราะจะต้องให้สัมพันธ์กันระหว่างการเคล่ือนที่ อุดมสมบูรณ์มีสัตว์ปาชุกชุมและมีไข้มาลาเรียด้วย
ของเกวยี น ฝงู ควาย และการเดนิ เทา้ ของคน ควาย แนวปาเขาดังกล่าวน้ีเปนบริเวณกว้างขวางตั้งแต่
กบั คนก็เลือกทางเดินได้งา่ ยพอสมควร แต่สา� หรับ เขตจังหวัดนครราชสีมาด้านตะวันตก ไปจนถึง
เกวียนแล้วจะต้องไปตามทางเกวียนโดยเฉพาะ เขตจังหวัดสระบุรีด้านตะวันออกแต่เดิมเรียกว่า
เวน้ แตบ่ รเิ วณทเี่ ปน ทโี่ ลง่ ๆ กจ็ ะเดนิ ทางไปไดอ้ ยา่ ง ดงพญาภัย คงจะมีสารพัดภัยสมชื่อ (เพราะคน
สบายๆ เมอื่ ขบวนเกวยี นของนายฮอ้ ยไปเจอขบวน สมยั กอ่ นมกั จะตงั้ ชอ่ื สถานทตี่ ามคณุ ลกั ษณะเดน่ ๆ
เกวยี นของเจ้าถ่นิ ส่วนใหญ่กจ็ ะหลกี ทางใหเ้ จา้ ถน่ิ ท่ีปรากฏเห็นชัด) ต่อมาจงเพ้ียนมาเปนดง
ไปกอ่ น เวน้ เสยี แตว่ า่ เกวยี นของนายฮอ้ ยตา่ งถน่ิ จะ พญาไฟ คร้ันต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จ
ถล�าเข้าไปเลยทางทพ่ี อจะหลบไดม้ ากแล้วเทา่ นัน้ พระพุทธเจ้าหลวง “พระปยมหาราช” พระองค์
ท่านได้เสด็จพระราชด�าเนินทรงเปดทางรถไฟดง
ราคาควายในช่วงป ๒๕๑๑-๒๕๑๕ ช่วงที่ พญาไฟ ทรงเห็นว่าช่ือไม่เปนมงคล ประกอบกับ
นายฮ้อยอ�าคาเดินทุ่งขายควายน้ีจะซื้อหาได้ราคา ไดท้ รงทราบวา่ ในคราวสรา้ งทางรถไฟสายกรงุ เทพ
ตัวละ ๗๐๐-๑,๕๐๐ บาท ส่วนใหญ่จะซ้ือเฉพาะ - นครราชสีมา ในช่วงก่อสร้างผ่านดงพญาไฟมี
ควายผ้ตู ัวใหญๆ่ เม่อื ขายกจ็ ะไดร้ าคาเพิม่ อกี เกอื บ กรรมการเสียชีวิตเปนจ�านวนมากตลอดจน
เท่าตวั นับวา่ ค้มุ ค่าเหนื่อยทเี ดยี ว นายช่างผู้ควบคุมงานชาวยุโรปก็ได้เสียชีวิตไป
๒-๓ คนด้วย จึงทรงประกาศให้เปล่ียนชื่อเปน
นายฮ้อยอ�าคา บอกว่าการไล่ต้อนควายไป “ดงพญาเย็น” ต้ังแต่บัดน้ันเปนต้นมา ต่อมาก็
ขายนับต้ังแต่ออกเดินทางไปจนกระทั่งได้กลับถึง เ ป  น ที่ ป ร ะ จั ก ษ ์ แ ล ้ ว ว ่ า พ้ื น ที่ เ ข ต ที่ เ รี ย ก ว ่ า
บ้านจะใช้เวลามากพอสมควร บางทีออกเดินทาง ดงพญาเยน็ เปน แหลง่ ทรพั ยากรธรรมชาตผิ นื ใหญ่
ตง้ั แตเ่ ดอื นสามหรอื เดอื นสี่ กวา่ จะไดก้ ลบั กย็ า่ งเขา้ ของประเทศไทย เปนท่ีต้ังของอุทธยานแห่งชาติ
เดือนหก หรอื เดอื นเจด็ เมอ่ื กลบั มาถงึ ภมู ลิ า� เนาก็ เขาใหญ่ เปนแหล่งท่องเท่ียวทางนิเวศท่ีส�าคัญ
เตรียมท�านากันต่อไป พ้ืนดินมีความอุดมสมบูรณ์เปนแหล่งพัฒนาการ
ผลิตการเกษตรท่ีส�าคัญ เปนพ้ืนที่ที่มีความ
ในการไล่ต้อนควายไปขายทางจังหวัด หลากหลายทางชีวภาพแห่งหนึ่งของประเทศไทย
ภาคกลาง หรือเดินทางไปท�าธุระในจังหวัดทาง
ภาคกลาง หรือท่ีกรุงเทพมหานคร คนอีสานจะ
เรียกว่าลงไปไทย การลงไปไทยของนายฮ้อย
๑๓๘ สในาพยรสะัมอพปุ ันถธมั  ภสมพารคะมเนจาักวเรรยีวงนศเกเ ธาอสัตพวรแะพอทงยคเ กจารโมสปมศสสุ วัตลวี กรมหม่ืนสทุ ธนารนี าถ

หรอื ของทวปี เอเซยี กว็ า่ ได้ ตอ่ มาอทุ ธยานแหง่ ชาติ ไปจากเขาร่มมากนัก แต่พ้ืนที่ด้านบนเขาเขียว
เ ข า ใ ห ญ ่ ก็ ไ ด ้ รั บ ก า ร ป ร ะ ก า ศ จ า ก อ ง ค ์ ก า ร มีความกว้างน้อยกว่าเขาร่มอยู่พอสมควร ภูเขา
สหประชาชาติใหเ้ ปน มรดกโลกดว้ ย เช่นน้ีมีลักษณะคล้ายคลึงกับภูเขาหินทรายทาง
ภาคอีสานอีกหลายๆ เห่ง เช่น ภูกระดึง ภูหลวง
สภาพของอทุ ธยานแหง่ ชาตเิ ขาใหญซ่ งึ่ เปน ภูหอ ลักษณะเด่นจะเปนภูเขาที่มีหน้าราบและ
พน้ื ทคี่ าบเกย่ี วกนั กบั แนวเทอื กเขาดงพญาเยน็ และ ขอบชัน (Mesa or Table Land) หากย้อนไปถงึ
มสี ภาพทางภมู ศิ าสตรแ์ ละธรณวี ทิ ยาคลา้ ยคลงึ กนั ประวัติทางธรณีกาลเพื่อเชื่อมโยงเขาเขียว-เขาร่ม
ได้มีบันทึกไว้ในเรื่อง “ดิบเขา...แห่งเขาใหญ่” เข้ากับแนวเทือกเขาต่างๆ ในบริเวณน้ีคงเร่ิมต้นท่ี
ของ “โดม ประทุมทอง” ที่ลงตีพิมพ์ ในนติ ยสาร ลักษณะภูมิประเทศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
Advance Thailand Geographic ปที่ ๗ ทเี่ กดิ การยกตวั ของแผน่ ดนิ สองดา้ นของทร่ี าบสงู น้ี
ฉบับที่ ๕๐ ประจ�าเดือนมกราคม พุทธศักราช คือด้านตะวันตก และด้านทิศใต้อันท�าให้เกิดขอบ
๒๕๔๕ ว่า “...เนือ้ ท่กี ว่า ๒,๐๐๐ ตารางกโิ ลเมตร สูงชันของแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์ ต่อไปยังแนว
ของอุทธยานแห่งชาติเขาใหญ่ เมื่อจ�าแนกเปน เทอื กเขาดงพญาเยน็ โดยขอบชนั สว่ นใหญจ่ ะหนั ไป
สงั คมปา ประเภทตา่ งๆ แลว้ กวา่ ครงึ่ หนงึ่ ของพน้ื ที่ ทางด้านตะวนั ตก แนวเทือกเขาดงั กล่าววกไปทาง
มลี กั ษณะเปน สงั คมปา ดงดบิ (Evergreen Forest) ด้านตะวันออกตามแนวเทือกเขาสันก�าแพง ทอด
แตเ่ ปน ปา ดงดบิ ทเ่ี รารจู้ กั กนั ในนามปา ดบิ เขา (Hill ยาวไปถึงแนวเทือกเขาพนมดงรัก โดยหันขอบชัน
Evergreen Forest) มีเน้ือที่ครอบคลุมประมาณ ไปทางด้านประเทศกมั พชู า การยกตัวของแผน่ ดนิ
๒.๖ เปอร์เซ็นต์ และจะพบกระจายเฉพาะบรเิ วณ ทั้ ง ส อ ง ด ้ า น นี้ เ กิ ด จ า ก ก ร ะ บ ว น ก า ร ไ ห ว ตั ว
ยอดเขาสูงเท่านน้ั เขาเขยี ว-เขารม่ คอื พ้นื ท่ีหนึ่งที่ (Organic Processes) เกดิ การโคง้ งอของแผน่ ทวปี
บรเิ วณทร่ี าบสงู ยอดเขาถกู ปกคลมุ ไปดว้ ยสงั คมปา (Folded Belt) ซึ่งบริเวณตามขอบตะวันตกและ
ประเภทนี้ ...ลักษณะเด่นทางธรณีสัณฐานของ ตะวันตกเฉียงใต้ของที่ราบสูงโคราช อันเปนที่ตั้ง
เขาเขียว-เขาร่ม คือเปนภูเขารูปโตะ โดยมีที่ราบ ของเขาเขียวและเขาร่ม จะมีช้ันหินที่มีโครงสร้าง
ด้านบนและมีแนวขอบสูงชัน (Table Land or โคง้ งอของหนิ ทรายและชนั้ หนิ ดนิ ดานในตอนปลาย
Mesa) ซ่งึ สว่ นใหญ่แลว้ เราจะพบภูเขาท่มี ีลักษณะ มหายุคมโี สโซอิก (Late Mesozoic) โดยกลุ่มหนิ
เช่นนี้ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเท่าน้ัน...ใน โคราชเปนหินท่ีอยู่ในยุคไตรแอสซิกตอนบน
ช่วงฤดูฝน สภาพภูมิอากาศบนยอดเขาเขียว- (Upper Triassic) จนถงึ ยุคครีเตเยส (Cretaceos)
เขาร่ม โดยส่วนใหญ่จะถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอก หรอื ใน ๒๒๕-๑๓๕ ล้านปกอ่ น...”...M
อยู่ตลอดเวลา ท�าให้เกดิ การกล่ันตวั ของไอน้า� เปน
หยาดน้�าฟา (Precipitation) ขึ้นมา และสงั คมปา ๑๓๙ในพระอุปถัมภ พระเจสา วารยวสงัมศพเ ธนั อธ พสมระาอคงมคนเักจเารโยีสนมเสกวา ลสี ัตกวรแมพหทมยนื่ สกทุ รธมนปาศรสุีนัตาถว
บริเวณนี้ก็ท�าหน้าท่ีกักเก็บน้�าเพ่ือไหลลงสู่แม่น�้า
สายส�าคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและ
ภาคกลาง อันไดแ้ ก่แมน่ า�้ มูล และแม่น้�านครนายก
เปนกระบวนการไหลเวียนตามวัฏจักรของน้�า
ซึ่งธรรมชาติได้บรรจงสรรค์สร้างวิธีการนี้มานับ
ลา้ นป. ..เขาเขยี ว มลี กั ษณะธรณสี ณั ฐานไมแ่ ตกตา่ ง

กวาง

ความรทู างวิชาการ สําหรบั สัตวแพทย สัตวบาล
นกั ศกึ ษา ผปู ระกอบการฟารม เลย้ี งกวาง

เฉลมิ พงศ จริ พฤฒศิ ิริ สตั วแพทยร นุ ที่ ๔๔

กวางเปน สัตวเล้ยี งดว ยน้าํ นม กีบคู เค้ยี วเอ้ีอง จดั อยูในลาํ ดับ Oder: Artioduatgla
Family :Cervidae Sub family: ๔ sub family สกลุ Genus: ๑๖ genus ชนดิ Specie s:๓๗

ขอ แนะนาํ พิศษ (Special Comments) การควบคมุ บงั คบั กวางดว ยสารเคมี (Chemical
ใ น ค ว า ม ห ล า ก ห ล า ย ใ น ว ง ศ ์ ก ว า ง นั้ น Restraint)

หลายสกุลที่มีความเหมือนและแตกต่างกัน ใน ทใ่ี ชเ้ ปน ประจา� ไดแ้ ก่ Rompun (Xylazine
Must deer ปรากฏ Upper Canine ที่ย่นื ออกมา HCl.) แล ะVetalar (Ketamine HCl.) ทา� ให้ซมึ
และมีถุงน้�าดี (Gall bladder) ในลักษณะเฉพาะ หลับและใช้ในการจับและเคลื่อนย้าย มีการน�ายา
ของ Tragulidae เขาจะเจรญิ ไดด้ ใี นตวั ผู้ ใหญห่ รอื มาผสมกนั เปน mixture ใหใ้ ชน้ อ้ ยลง ออกฤทธเ์ิ รว็
เล็กข้ึนกับชนิดของกวาง ใน Reindeer bear และฟน เรว็ ยาอกี ขนานหนง่ึ ทนี่ ยิ มใชค้ อื Combelen
เท่าน้ันที่มีเขาท้ังสองเพศ ข้อแตกต่างท่ีเด่นชัด (propionylphenothiazine) และ M๙๙/Reckitts
ระหวา่ ง muntjacts และ water deer ในยุดแรก (Etorpine HCl) สตั วแพทยต์ อ้ งศกึ ษาอยา่ งถอ่ งแท้
คือ เขาก่งิ เดียว ฟน ฉีกดา้ นบนทย่ี ่ืนออกมาเพอ่ื ใช้ ก่อนใชการใช้ยาต่าง ๆ ให้แม่นย�าขนาดผู้มี
เปนอาวุธปอ งกันตัว ตอ่ มาไม่มีเขา แต่มฟี น ฉีกบน ประสบการณ์จะได้เปรียบผู้ท�างานใหม่ ที่ให้ยา
ที่ยาวบนขากกรไกรในกวางหลายชนิด เช่น red อย่างแม่นย�าเที่ยงตรง การประเมินเพศสัตว์
deer, fallow deer และ sika deer ถูกน�ามา สุขภาพสัตว์ ความปราดเปรียว ความคุ้นเคย
เลี้ยงให้เช่ืองได้ง่าย ส่วนใหญ่ในคอกเล้ียงส่วนตัว กับคน สถานที่กว้างหรือแคบเพ่ือใช้พิจารณา
และที่ฝกกวาง ส่วนชนิดอื่นๆที่ปราดเปรียวมัก ขนาดยา เมือใช้อุปกรณ์ฉีดยาสลบสัตว์ระยะไกล
เลี้ยงในสวนสัตว์ไม่กี่แห่งเท่านั้น เขาและฟนเปน ใหค้ า� นงึ ถงึ ปรมิ าณยา นา�้ หนกั ลกู ดอก ในสตั วท์ เี่ ชอื่ ง
ข้อแยกแยะชนิดกวาง การเก็บตัวอย่างโลหิตเก็บ ปวย ฤดูผสมพันธุ์ ขนาดยาต้องลดลง การท�าให้
จาก juular vein หรอื ear vein ในปรมิ าณนอ้ ย ๆ สัตว์ฟนด้วยantidote มีความจ�าเปนมาก ต้องดู
และใกล้ชนิดจนกวา่ จะฟน เปนปกติ

ขอใหเพ่ือนพี่นองทท่ี าํ งานใหก รมปศุสัตว ยึดถือวิชาการ (The Theory) นาํ สูการปฏิบัติแบบชํานาญ (Empiry)
เพือ่ ตดั กรรมกบั ชีวิตสรรพสตั วและเปน มงคลชีวติ และ ขอใหท ุกทา นโชคดี

เฉลิมพงศ จิรพฤฒิศิริ สัตวแพทยร นุ ที่ ๔๔
๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๐

๑๔๐ ใสนาพยรสะัมอพปุ นั ถธัม ภสมพารคะมเนจาักวเรรยีวงนศเกเ ธาอสตั พวรแะพอทงยคเกจารโมสปมศสสุ วตั ลวี กรมหม่ืนสทุ ธนารีนาถ

พยาธิ (Parasites) เรื้อรังขนหยาบกร้าน เขามีการเจริญเติบโตช้า
โปรโตซัวที่พบบ่อยคือ coccidiosis. การกา� จดั พยาธติ วั นใ้ี ชฉ้ ดี ยา Dekelmin นอกจากน้ี
ยังใช้ยา Thiabendazole ๑๐๐mg/Kg.bw.
(Eimeria spp) ในกวางอายุน้อย นอกจากนี้ยังมี บางทีก็ใช้ Mebendazole ร่วมด้วยในขนาด
Trichomonads spp. Sarcopsporidia spp. ๑๕ mg/kg.bw. ยาฉีดมักใช้ Citarin๕mg/
และ Toxoplasma spp. ที่ยากต่อการวินิจฉัย kg.bw. i/m พยาธิตัวกลมในทางเดินอาหารอื่นๆ
ในสตั วม์ ชี วี ติ ในกรณกี ารตดิ เชอื้ Babesia cpreoli เช่น Ostertagia sp. Cooperia sp.,
ปว ยแบบไมแ่ สดงอาการจา� นวนมากใน Roe deerc Trichostrongylus sp., Heamonchus sp.,
แต่ไม่พบบ่อยใน Fallow deer, Red deer. Nematoirus sp.,Strongyloides sp.,
อาการที่พบคือ โลหิตจาง ดีซ่าน อัตราตายในลูก Chaberia sp., Oesophagostomumsp.,
Roe deer ในเร่ืองของ Anaplasmosis ไมเ่ ปน ที่ Bunostomum sp.เหล่านี้ใช้ Thiabendazole
คาดหมายว่าจะเกิดในกวาง ยาท่ีใช้ได้ผลต้อง ๑๐๐ mg./kg.bw. ได้ผลดีมาก ส�าหรับ
เหมาะสมกับชนิดของโปรโตซัวที่มีอุบัติในแต่ละ Parentel tartrate.ใช้ ๒๕ mg./kg.bw ใชร้ ่วมกับ
ทอ้ งถ่ิน Mebendazole. ในขนาด ๑๕ mg./kg/bw.
พยาธิ (Helminths) ในสวนสตั ว์โดยมากใช้ยาดังกลา่ ว

๑. Trematodes พบมากในกวางปา ๔. พยาธิในปอด มีหลายตัวที่ก่อให้เกิด
ท่ีจับมาเล้ียง รุนแรงในท่ีขัง แต่ไม่รุนแรงในกรณี ความเสียหายต่อสัตว์ มีความนิยมใช้ยาฉีดก�าจัด
สวนกวางหรือสวนสัตว์กว้าง การติดจากการมี มากกว่ายากินโดยมาใช้ Citarin แมลงและพยาธิ
ตวั กลางของพยาธหิ นงึ่ หรอื สองตวั การกา� จดั พยาธิ ภายนอก ก่อความร�าคาญไม่สบายตัวแก่สัตว์และ
ต้องก�าจัดในตัวกลางของพยาธิพร้อมกับที่ตัวสัตว์ ก่อโรคตามมา การพ่นสเปรย์ก�าจัด หรือปอนยา
ด้วยจึงจะได้ผลดี พยาธิใบไม้ที่พบบ่อยคือ เชน่ Neguvon. หรอื ฉดี Ivermectin/Doramectin.
Fasciola hepatica, Dicrocoelium dentriticum, และใชย้ าตามทีพ่ บที่ตวั กวาง
Parafasciolopsis fasciolaemorpha และ โรคระบาดในกวางและวคั ซีนปอ งกนั โรค
Paraenphistomum cervi โรคจาก Bacteria

๒. Tapeworms ได้แก่ Moniezia ● Clostridium perfringens พบมาก
expansa, M benedeni, Thysanosoma ใน Reindeer ระยะฟก ตัวสั้น สัตวแ์ พม้ าก อาการ
actinoides, Echinococcus granulosus ที่ชัดเจนคือระบบประสาท ขาเดินไม่สัมพันธ์กัน
ส่วน Taenia Hydatigena,T krabbei พบไดน้ ้อย ท้องอืดมีเสียงครืดๆ จาก rumen ระยะต่อมา
ส่วน Cysticercus tenuicollis มรี ายงานวา่ ยังพบ หายใจลา� บาก รายทป่ี ว ยรกั ษาตามอาการหลงั จาก
เปนคร้งั คราว ให้ antitoxin ปฏชิ วี นะทใ่ี ชค้ อื Chloramphenicol,
Oxy/Doxy:tetracycline i/v รวมกับยาลดไข้
๓. พยาธิทางเดินอาหารที่เปนตัวกลม แก้ปวดตามที่มีใช้ในฟาร์มกวางลดความเสี่ยงโดย
พบมากในการจดั การสขุ ภาพกวาง Elk ในสวนสตั ว์ ก า ร ส ร ้ า ง ค ว า ม คุ ้ ม โ ร ค ด ้ ว ย ก า ร ฉี ด วั ค ซี น
ยุโรป โดยเฉพาะการติดพยาธิ Trichuris sp.
และการจดั การอาหาร ทพ่ี บเหน็ อาการคอื ทอ้ งเสยี ๑๔๑ในพระอุปถัมภ พระเจสา วารยวสงมั ศพเธนั อธ พสมระาอคงมคนเ กัจเารโียสนมเสกวา ลสี ัตกวรแมพหทมย่นื สกุทรธมนปาศรสุีนัตาถว

“Novipan” ทุก ๆ ๖ เดือน อัตราตายสูงมาก ในกวางมอี ตั ราตาย ๓-๕๐% ใน Rein deer เกดิ โรค
ใน Reindeer สัตวแพทย์มักเรียกกันว่ากาฬโรค Malignant hoof การกระจายของเชอ้ื และ เนอ้ื รา้ ย
ในเรนเดียร์ (Reindeer plague) พบเช้ือทั้ง เกดิ Metastases ไปยังปอดและอวยั วะอื่นๆ
C. Perfringens และ C.chauvoei
● ท  อ ง เ สี ย S a l l m o n e l l o s i s ,
● Pasteurellosis จากสัตว์แทะ คือ Paratubercuiosis, Colibacillosis พบบ้างใน
Pasteurella pseudotuberculosis. ในกวาง บางคร้ังอัตราการตายไมแ่ น่นอน
อายนุ อ้ ย (roe deer,mazamas) ยังไมม่ วี ธิ รี กั ษา โรคจากไวรัส
และวัคซีนปอ งกนั ท่ไี ด้ผล
● Malignant catarrhal fever (Coryza
● Haemorrhagic septicemia gangraenosa) ในกวาง P’ere David’s deer
(Pasteurella multocida) ตายภายใน ๑ - ๒ วนั แต่ไม่ค่อยพบใน Red deer อาการที่ชัดเจน
อาการทั้งระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดิน ทอ้ งเสยี เปน น�้า เบอ่ื อาหาร เย่อื ตาอกั เสบ หายใจ
อาหาร ระบบเลือด ได้แก่หลอดลม ปอดอักเสบ ล�าบาก การตรวจวินิจฉัยต้องแยกให้ออกจากโรค
ท้องเสียปนเลือด โลหิตเปนพิษ Reindeer Rinderpest, mucosal disease. อตั ราตายสงู มาก
แพ้โรคนี้มาก อัตราตายสูงและรุนแรง มักเรียก ในโรคนี้ การรกั ษาตามอาการและโรคแทรกซอ้ น
Reindeer Pasteurellosis อัตราตายทสี่ งู ในกวาง
จากโรคนี้จากถ่ายเปนเลือด โลหิตเปนพิษ ● Mucosal Disease(MD) ในกวาง
และไข้สูงเกิน ๔๐องศาเซลเซียส การให้ ก็ไวต่อการตดิ โรคนี้ อาการท้องเสีย เยือ่ ตาอกั เสบ
Hyperimmune serum อาจเปนทางเลือกได้ เยอ่ื ในปากอกั เสบลอกหลดุ บางครงั้ เดนิ กระแผลก
ในสัตว์บางตัว ในประเทศไทยหากพบเชื้อสมควร จากกีบอกั เสบ การรกั ษาตรงไม่มี มเี พยี งรกั ษาโรค
นา� ไปผลิตวัคซีน แทรกซ้อน ในกรณเี ร่งดว่ นควรฉีดวัคซนี ปอ งกนั

● วัณโรค (Tuberculosis) ในกวางเคย ● Foot and mouth diseases (FMD)
ตรวจพบ Typus bovinus, Typus humanus ในกวางไวต่อโรคนี้เช่นกัน ในทางปฏิบัติมักฉีด
ในลักษณะ Atypical mycobacteria แต่ วคั ซินปองกันโรค ตามรายงานการเกิดโรคในพน้ื ท่ี
Typus gallinaceus ไม่ค่อยถูกตรวจพบ ข้างเคียง มาตรการเข้มงวดในการกักสัตว์และ
การวนิ ิจฉยั โรค Skin test/X- ray ตัวทต่ี รวจพบ การพน่ นา�้ ยาฆา่ เชอ้ื จะมปี ระสทิ ธภิ าพดกี วา่ การใช้
ต้องทา� ลาย วัคซีนที่ไมต่ รง serotype

● Brucellosis จากเช้ือBrucella ● Rabies Roe deer ในปาท่ีมีพ้ืนท่ี
melitensis และ B abortus พบมากใน กวา้ งตดิ โรคจากการถูกหมาปาท่ตี ดิ เช้ือกดั
Rein deer ส�าหรับเช้ือ B rangiferus พบใน
Rein deer เช่นกัน การตรวจเลือดกวางจ�าเปน ● Rinderpest, Aujeszky เคยมี
อย่างย่ิงถ้าพบต้องท�าลาย การฉีดวัคซีนเปน การตรวจพบทั้งสองโรค การรักษาด้วยปฏิชีวนะ
การปอ งกันโรคทีด่ ีท่ีสดุ ฤทธ์ิกว้างท�าได้ในกรณีที่ไม่สามารถฉีดวัคซีน
ปองกันโรคได้
● Listeriosis พบใน Roe deer
● Hoof disease (Necrobacillosis) ● Q-fever (Coxiella burnetii) เปน
๑๔๒ สในาพยรสะมั อพปุ ันถธัม ภสมพารคะมเนจากั วเรรยีวงนศเกเธา อสตั พวรแะพอทงยคเกจารโมสปมศสสุ วตั ลวี กรมหมน่ื สุทธนารนี าถ โรคสตั ว์ตดิ คน ตอ้ งตรวจทางห้องปฏิบัติการ

● Vesicular stomatitis อาการคลา้ ย โรคท่เี กดิ การเคลอื่ นยายทง้ั เฉียบพลนั และเร้อื รัง
FMD. มเี มด็ ตุ่มท่ีเย่ือบุชอ่ งปาก หวั นม ไรกีบ มา้ เมอื่ กอ่ นมกั เรยี กRailroad disease-Transit
และโคกระบอื เปนโรคน้ี สัตวท์ เ่ี ปนตัวอมโรคในปา
คือหมูปา โรคน้ีติดคนแต่ในคนอาการไม่เหมือน tetany ท่ีเรียกชื่อดังกล่าว โดยคาดว่าเกิดจาก
ในสัตว์ มักมอี าการคลา้ ยไขห้ วดั มากกว่า การขนส่ง แต่ทางสัตวแพทย์มักเรียก Acidosis/
Capture myopathy ท่ีมีความซับซ้อนมาก
● โรคอน่ื ๆ เชน่ Epizootic hemorrhagic สาเหตุหลักคือความเครียด ฉะนั้นการเคล่ือนย้าย
disease (EHD), Blue tongue และ Infectious สตั วต์ อ้ งมคี วามนมุ่ นวล เงยี บ ไมร่ นุ แรง เคลอื่ นยา้ ย
bovine rhinotracheitis (IBR) - มีรายงานเกดิ ใน กวางในชว่ งอากาศเยน็ ไมร่ อ้ นเกนิ ไป อปุ กรณต์ า่ ง ๆ
อเมรกิ าและแคนนาดา สา� หรับ Rickettsiosis เคย ไมม่ เี สยี งกระทบดงั รุนแรง ซงึ่ จะมีเอกสารวิชาการ
พบใน Roe deer. เสรมิ ในเรอ่ื งนโ้ี ดยเฉพาะ ควรเคลอ่ื นยา้ ยดว้ ยวธิ ใี ช้
โรคท่ีเกดิ จากเชื้อรา-ยสี ต ยาสลบหรือยาซมึ
โรคท่ีเกิดจากการกินจนเกิดทองอืด (Bloat-
มักตรวจไม่พบด้วยตาเปล่าจากภายนอก Ruminal tympany)
ตรวจไดจ้ ากการเกบ็ จากเนื้อเยอ่ื การตรวจวินิจฉัย
ใช้หอ้ งปฏิบตั ิการแล้วจงึ ทา� การรักษา กวางที่กินหญ้าชุ่มน้�าและให้อาหารท่ีมี
โรคในระบบประสาท โปรตีนสูงในปริมาณมาก ๆ ส่วนมากเปนโปรตีน
ท่ลี ะลายได้ง่าย สารละลายในrumen มีแรงตึงสูง
เชน่ สมอง เยอ่ื หมุ้ สมองอกั เสบ (Meningitis- ไม่ค่อยแตกตัว เกิดแกสสะสมอย่างรวดเร็วแกส
Encephalitis) เปนสาเหตุการตายในลูกกวาง มักข้นเหนียว เกิดได้จากจุลินทรีย์ปรับตัวย่อย
การควบคุมประสาทส่วนกลางเสียหาย เคยพบใน โปรตีนปริมาณมากๆไม่ทัน เกิดอาหารไม่ย่อย
Red deer ซึ่งสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด อาการ ควรให้อาหารโปรตีนสูงพอเหมาะ หรือให้
ตุปดตุเป ขาหลังคล้ายอัมพาต อาการเดิน อาหารหยาบ หญ้าสดก่อนให้อาหารข้นโปรตีนสูง
ไม่สัมพันธ์กัน ขาเหยียดเกร็ง และมักตาย ไม่มี การรกั ษาตามอาการ กรอกนา้� มนั พชื เจาะสวาปซา้ ย
การรักษาท่ไี ด้ผล เอาแกส ออกจากกระเพาะดว้ ย Trocar cannula
โรคระบบโครงสรางกระดกู และกลามเนอื้ หรือตามสัตวแพทยม์ าชว่ ยดแู ลรกั ษา
อบุ ัติเหตุ
โรคน้ีไม่พบบ่อยนัก ส่วนมากเกิดเวลา
จับสัตว์ เช่น กระดูกหัก เช่นกระดูกคอ สันหลัง ทา� รา้ ยหรอื ตอ่ สกู้ นั บาดเจบ็ เขาหกั ทอ้ งทะลุ
ในกวางเต็มวัยเกิดจากการว่ิงชนรั้ว จนช็อคตาย เกิดบาดแผลขนาดใหญ่ กระดูกหัก ควรตาม
การรักษาไม่ได้ผลเท่าที่ควร มักต้องท�าลายสัตว์ สตั วแพทย์
เหล่าน้ี การเคลือ่ นย้ายกวางทเี่ ปรียวควรใชก้ ารยงิ
ยาสลบโดยเน้นยิงในจุดท่ีปลอดภัย ให้พิจารณา ● ก า ร บ า ด เ จ็ บ ข อ ง แ ม ่ ห ลั ง ค ล อ ด
ความยาวและแบบของเข็มให้เหมาะสมปลอดภัย ลูกเกิดใหม่จากสัตว์อ่ืน เช่น กาจิกตาลูก หรือจิก
จะไดไ้ ม่เกดิ ปญหาตามหลังมา ช่องคลอดแม่กวางหลังคลอด สัตว์อื่นกัดท�าร้าย
แกไ้ ขปองกนั ตามสาเหตุ

๑๔๓ในพระอุปถัมภ พระเจสาวารยวสงมั ศพเธนั อธ พสมระาอคงมคนเกัจเารโียสนมเสกวาลสี ตั กวรแมพหทมยื่นสกทุ รธมนปาศรุสนี ตัาถว

Capture myopathy

Restraint

Intense muscular activity Stress
Lactic acid in muscle cell Activation of
hypothalamus Release cathecholamine
Destruction of Destruction of
heart muscle fiber skeletal muscle fiber

Heart function K, Ca, Myoglobin in blood Hypertension diversion
compromised of blood hyperglycemia

Renal failure Heart senatized to Physiological
Cardiac failure epinephrine by K, Ca

Death
exhaustion

Type of capture myopathy syndrome Ataxic - myoglobinuric syndrome
● Capture shock syndrome ● Signs : ataxia, heart failure and
● Ataxic-myoglobinuric syndrome
● Muscle rupture syndrome death in hrs. or days (๔-๕ days)
● Delayed peracute syndrome ● Myoglobinuria, AST, LPK, BUN
● Necropsy : Kidney swelling with
Capture shock syndrome
● Signs : hyperthermia, shock, mild lesion
Muscle rupture syndrome
acute rhabdomyolysis, weak, depress and
recumbency ● Signs : ๒๔ - ๔๘ hrs. after capture
or restraint animal cannot standing and
● Circulatory failure and death weak
(with in ๑-๖ hrs.)
● Death in ๓ – ๔ wks.
● AST, LDH, CPK ● Necropsy : subcutaneous
● Necropsy : lung edema and hemorrhage, multifocal small to large
congestion pale soft and pale in muscles
๑๔๔ ใสนาพยรสะมั อพปุ ันถธมั  ภสมพารคะมเนจากั วเรรียวงนศเกเ ธาอสตั พวรแะพอทงยคเกจารโมสปมศสุสวัต ลวี กรมหมืน่ สทุ ธนารนี าถ

Delays peracute syndrome
● ๒๔ – ๔๘ hrs. after capture or restraint
● Cardiac arrest, ventricular fibrillation and death
● AST, LDH, CPK

ตารางการการต้งั ทอ งและอายุโดยเฉลี่ย gestation/day longevity/year
๑๙๐ ๓
ชนดิ (species) ๑๘๓ ๑๕
Must deer ๒๓๐ ๑๕
Munject ๒๓๐ ๑๗
Fallow deer ๒๓๕ ๒๖
Hog deer ๒๕๐ ๑๕
Red deer (Europe) ๑๘๐ ๑๐
Pere David’s deer ๑๕
Chinese water deer ๑๕๐-๒๙๐ ๑๘
Roe deer ๒๐๕ ๙
White-tail deer ๒๑๗ ๒๐
Mazama ๒๓๕ ๑๒
Moose ๒๔๐ ๑๐
Rein deer ๒๑๐ ๑๒
Pudu ๒๕๑
Rusa deer ๒๖๐ ๑๒-๑๕
Red deer ๒๖๐ ๑๒-๑๕
Sika deer ๒๕๑
Chital de deer ๒๕๐ ๑๒
Sambar deer ๑๘๐ ๑๕-๒๐
Barking deer ๑๔๐
Java mouse deer ๑๕


๑๔๕ในพระอปุ ถัมภ พระเจสาวารยวสงมั ศพเธนั อธ พสมระาอคงมคนเ ักจเารโยีสนมเสกวาลสี ตั กวรแมพหทมยน่ื สกทุ รธมนปาศรุสนี ตัาถว

ตารางขนาดยาท่ใี ชค วบคมุ กวาง

Species X mg/kg M๙๙mg/animal Ketamine mg/kg
Fallow deer ๑-๒(๔-๖) ๑-๒ ๒.๕-๕.๕
Hog deer ๑-๒(๓-๔) ๒.๕-๕.๕
Sika deer ๒-(๓-๔) ๐.๕-๑.๕ ๓.๕-๕.๕
Dybowski deer ๒-๔หรือ ๒-๓ ๓.๕-๕.๕
Red deer(European) ๑-๒(๓-๔) ๓-๓.๕ ๕.๕-๗.๕
Wapiti ๑-๒(๓-๔) ๑-๒.๘ ๕-๗
P’ere David deer ๐.๓-๐.๕(๐.๕-๑) ๓.๕-๔ ๕-๗
Roe deer ๐.๕-๑(๑.๕-๓) ๕ ๕-๗
White tail deer ๐.๕-๑.๕(๓-๔) ๕-๖
Mule deer ๑.๒(๓-๕)
Moose ๐.๕(๑.๕) ๒.๔-๒.๘
Rein deer ๐.๕(๑.๕)
๕-๗
๓.๒-๕

DOSAGE OF Xylazine HCl In Elephant
๐.๐๒ mg/kg xy ๒% ๑ml=๒๐mg ๒๐/๐.๐๒=๑๐๐๐kg
๐.๐๔mg/kg xy ๒% ๑ml=๒๐ mg
๒๐/๐.๐๔= ๕๐๐kg
๐.๐๘mg/kg xy ๒% ๑ml=๒๐mg
๒๐/๐.๐๘= ๒๕๐kg
Lethal dose ๐.๑๕mg/kg dead ๑๐๐%
ยา ๓.๕ ml.ใช.้ X ๑๐%๒.๐ml.ผสมกบั X ๒% ๑.๕ml.-> ๓.๕ml. =๒๓๐mg
ได้น�า้ หนักช้าง ๔,๗๕๐ kg.
ววั บ้าน ๐.๑๒๕-๐.๒๕max๐.๖ lethal ๐.๘
ใช้ X ต้องเงียบ ปลอดสิ่งเร้า

๑๔๖ สในาพยรสะมั อพปุ นั ถธัม ภสมพารคะมเนจาักวเรรียวงนศเกเ ธาอสัตพวรแะพอทงยคเกจารโมสปมศสุสวตั ลวี กรมหม่ืนสุทธนารนี าถ

DOSAGE OF XYLAZINE HYDROCHLORIDE Mg/Kg ๓-๔
๓-๔
กวางดาว ๕-๘
เนอ้ื ทราย ๓-๔
กวางพลั โลว์ ๓-๔
กวางซิกา้ ๑-๓
กวางเอลค์ ๑
วอเตอร์บคั ๐.๒-๐.๕
แบลค็ บัค ๑-๑.๕
ควายปา ๐.๕-๑.๕
กระทงิ กระทงิ เขาทยุ ๐.๖-๑.๐
วัวแดง ๑-๒
ไบซัน ๘-๑๐
อูฐ ๘-๑๐
หมสี ีนา�้ ตาล ๘-๑๐
หมคี วาย ๒-๓
หมีหมา ๖-๘
สนุ ัขจงิ้ จอก ๘-๑๐
เสอื ลายเมฆ ๘-๑๐
สงิ โต ๘-๑๐
เสือดาว เสอื ด�า
เสอื โครง่

ตารางการหยดุ ยาชนดิ ตาง ๆ (Withdrawal period)
๑. ยาปฏชิ ีวนะแทบทกุ ชนดิ ใชเ้ วลา ๒๘ วนั ยกเวน้ กลุ่มคลอแรมเฟนคิ อล อย่างนอ้ ยหนึ่งเดอื นคร่ึง
๒. ยาถา่ ยพยาธภิ ายในใชเ้ วลา๒๘ วนั
๓. ยาก�าจดั แมลงกนิ เลอื ด แมลงไชเขา พยาธิภายนอก ใชเ้ วลา ๒๘ วนั
๔. วิตามิน ยาบา� รุงต่าง ๆ ใชเ้ วลา ๒๑วนั
๕. ยาสลบ ยาซมึ ยากลอ่ มประสาท ใช้เวลา๒๑ วัน
๖. Steroids –Non steroids ใช้เวลา ๒๑ วนั
๗. Hormonesชนิดต่าง ๆ อยา่ งนอ้ ย๑ เดอื น

๑๔๗ในพระอปุ ถมั ภ พระเจสา วารยวสงัมศพเธนั อธ พสมระาอคงมคนเ กัจเา รโยีสนมเสกวาลสี ัตกวรแมพหทมย่นื สกทุ รธมนปาศรุสนี ัตาถว

แบบประเมินความรู กอ น/หลงั อบรม อบรม

AB

…๑๐… ยาขนานท๑่ี +ยาขนานท๒ี่ ออกฤทธิ์ =๐ ๑. Hellabrunn’s mixture
…๗… ยาขนานท๑่ี +ยาขนานท๒ี่ ออกฤทธิ์ =๒ ๒. ฉดี เข้าหลอดเลือดด�า
…๑๓… ยาขนานท๑่ี +ยาขนานท๒่ี ออกฤทธ์ิ >๒ ๓. ไกลหัวใจ ใกล้เส้นเลอื ด ใกลส้ มอง
…๑,๑๓… Xylazine HCl + KetamineHCl ๔. ๑๐-๑๔mg/lbs bw. (๒๒-๓๐ mg/kgbw.)
…๑,๑๓… XylazineHCl+KetamineHCl+Acp ๕. ใช้ในช้างได้ดี (ยาซึมในช้างตกมนั )
maleate ๖. สุนัขท่ีกินอาหารแล้วอาเจียน
…๒,๔,๒๐,๒๔…Pentobarbital sodium (Nembutal/ ๗. ปกติ
Sagatal) ๘. ฉีดเขา้ กล้ามเน้อื
…๓… ในการฉีดยาสลบเข้ากล้ามเน้ือด้วยมือ ๙. Yohimbine HCl.
หรือ ใชล้ ูกดอกยิงยา ๑๐. ตา้ นฤทธกิ์ ัน
… ๑๑,๑๔… สัตวช์ อ่ื ยาสลบ ๑๑. ATP/ E/Selenium.
…๑,๒๒… A c e p r o m a z i n e m a l e a t e ๑๒. Atipamizal
(Acp maleate) ๑๓. เสรมิ ฤทธิ์กนั
… ๑,๕,๖,๘,๙,๒๕… Xylazine HCl. ๑๔. Antidote
…๑,๙… Ketamine HCl. ๑๕. Acidosis
…๑๔,๒๑… Doxapram HCl. ๑๖. พบเสมอเมอื่ เครยี ด ตายแบบเฉยี บพลัน
…๑,๑๒… Medetomidine.+Azaperone ในกวางเลี้ยง สัตวป์ า
…๑๕,๑๖… Capture myopathy. ๑๗. ในแมว เสอื จะดงึ Mg. ขับทงิ้ ทางไต แมวหรือเสอื
…๑,๑๙… Zoletil. ชักกระตกุ จนเสยี ชีวติ
…๑๗,๑๘… Fentanyl/Kafentanyl citrate ๑๘. อนพุ นั ธ์ุ ของมอร์ฟน
…๒๒… Promethazine, chlorpromazine, ๑๙. อนพุ ันธข์ุ องไดอะซิแพมและคีตามนี
acepromazine ๒๐. ออกฤทธเิ์ รว็ และมรี ะยะสลบนานในสนุ ขั ทเ่ี ครยี ด
…๒๒,๒๓... Perphenazine enanthate. และในสภาพ อากาศรอ้ นจดั สุนขั อาจตายได้
…๒๑… Yohimbine HCl. ๒๑. กรณฉี ุกเฉินใช้เปน Antidote ยากล่มุ
Barbiturate ได้
๒๒. อนุพนั ธ์ใุ นกลมุ่ Phenothiazine
ชอ่ื -สกลุ .......................................................................... ๒๓. ส�าหรับสตั วป์ า ขนาดใหญ่ ออกฤทธน์ิ าน
ตา� แหนง่ ...................................สงั กดั ............................. ๒๔. i/m induce infarction
อา� เภอ..............................จงั หวดั ................................... ๒๕. ในช้าง ๐.๐๒-๐.๐๔ mg/kg. จนถงึ ขนาด ๐.๐๘
mg/kg. ถา้ เกนิ ไปถงึ ๐.๑๕ mg/kg. dead ๑๐๐%
คะแนน Pre test……………….. ๒๖. ใช้กินในแมวสลบได้

Post test……………….

๑๔๘ ใสนาพยรสะมั อพุปันถธัม ภสมพารคะมเนจากั วเรรียวงนศเกเธา อสตั พวรแะพอทงยคเกจารโมสปมศสสุ วัต ลวี กรมหมน่ื สุทธนารีนาถ


Click to View FlipBook Version