แบบฝึกหัด ชอ่ื .................................................................. คะแนน..............
ช้ัน ............................เลขท.่ี ...........................
ให้เดก็ ๆ โยงเส้นความสัมพนั ธ์ระหวา่ งประโยชน์ และวติ ามินหรอื เกลือแร่
ช่วยในการสรา้ งกระดกู แลฟนั แคลเซยี ม ปอ้ งกันโรค
ไม่ทาให้กระดูกเปราะ วิตามนิ บี 1 คอพอก
ป้องกันโรค ไอโอดีน ปอ้ งกนั โรค
ลักปิดลกั เปิด กระดูกพรนุ
วิตามินซี
ป้องกันโรค ป้องกนั โรค
เหนบ็ ชา ฟอสฟอรสั ตาปอดกลางคืน
ชว่ ยในการดดู ซึม วิตามนิ ป้องกนั กระดกู เปราะ
แคลเซียม เค และฟนั ผุ
เหลก็
เป็นส่วนประกอบ ชว่ ยใหเ้ ลือด
ของฮีโมโกลบิน วิตามนิ ดี แขง็ ตัว
ในเม็ดเลอื ดแดง
วติ ามิน 51
เอ
แบบฝึกหัด ชอ่ื .................................................................. คะแนน..............
ชน้ั ............................เลขท.่ี ...........................
ใหเ้ ดก็ ๆ ทาเครอื่ งหมาย หนา้ ขอ้ ความทถี่ กู ต้อง
1. วิตามินทลี่ ะลายในนา ได้แก่ ........ (เลือก 2 คาตอบ)
B1 A C D E K
2. วิตามนิ ทล่ี ะลายในนา ได้แก่ ........ (เลือก 4 คาตอบ)
B1 A C D E K
3. โรคเลอื ดออกตามไรฟนั เกิดจากการขาด วติ ามนิ ........
B1 B2 C D E K
4. โรคกระดอู อ่ น เกิดจากการขาด วติ ามนิ ........
B1 A C D E K
5. โรคเหนบ็ ชา เกิดจากการขาด วิตามิน........
B1 B2 C D E K
6. โรคปากนกกระจอก เกิดจากการขาด วิตามิน........
B1 B2 C D E K
7. รา่ งกายสามารถสงั เคราะห์วิตามนิ ได้เอง โดยแบคทเี รียในลาไส้ใหญ่ คอื วติ ามิน ........
B1 A C D E K
8. โรคเลือดแขง็ ตวั ชา้ เกดิ จากการขาด วิตามนิ ........
B1 A C D E K
9. โรคตาบอดกลางคืน เกิดจากการขาด วิตามิน........
B1 A C D E K
10. โรคลักปิดลักเปิด เกิดจากการขาด วติ ามิน........
B1 A C D E K
52
แบบฝกึ หัด ชอื่ .................................................................. คะแนน..............
ช้ัน ............................เลขท.ี่ ...........................
ใหเ้ ด็กๆ ทาเครอื่ งหมาย หนา้ ขอ้ ความทถี่ กู ต้อง
1. โรคกระดูกพรนุ เกดิ จากขาดแรธ่ าตชุ นิดใด
เหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส ไอโอดนี
ไอโอดีน
2. กระดกู มสี ่วนประกอบของแร่ธาตชุ นิดใด(เลือก 2 คาตอบ) วติ ามินซี
ไอโอดนี
เหลก็ แคลเซียม ฟอสฟอรสั ไอโอดนี
ไอโอดีน
3. โรคกระดูกอ่อน เกดิ จากขาดแรธ่ าตุ หรือ วิตามนิ ชนิดใด ไอโอดนี
โซเดยี ม
เหลก็ แคลเซียม วติ ามินดี วติ ามินซี
K
4. โรคคอพอก เกดิ จากขาดแรธ่ าตุชนิดใด
เหล็ก แคลเซยี ม ฟลูออรนี
5. แรธ่ าตชุ นิดใดชว่ ยเคลอื บฟันให้แข็งแรง ปอ้ งกันฟันผุ
เหลก็ แคลเซยี ม ฟลอู อรนี
6. แรธ่ าตชุ นดิ ใดเปน็ องค์ประกอบของเม็ดเลือดแดง
เหล็ก แคลเซยี ม ฟอสฟอรัส
7. โรคโลหติ จาง เกดิ จากขาดแร่ธาตุชนดิ ใด
เหลก็ แคลเซียม ฟอสฟอรัส
8. หากร่างกายขาดแร่ธาตุ................จะทาให้เกดิ ตะครวิ
เหลก็ โพแทสเซียม ฟอสฟอรสั
9. โรคเลือดออกตาไรฟนั เกิดจากขาดแรธ่ าตุ หรือ วติ ามินชนดิ ใด
ฟอสฟอรสั แคลเซียม วติ ามินดี
10. แร่ธาตุ หรือ วิตามนิ ชนดิ ใด ช่วยบารุงสายตา
เหลก็ แคลเซยี ม A
53
แบบฝกึ หัด ชื่อ .................................................................. คะแนน..............
ช้ัน ............................เลขท.่ี ...........................
ใหเ้ ด็กๆ สบื คน้ ขอ้ มลู แหล่งอาหารทส่ี ามารถปอ้ งกันการเกิดโรคตามภาพทกี่ ้าหนด
ลักปดิ ลักเปดิ โรคกระดูกอ่อน
………………………………… …………………………………
………………………………… …………………………………
………………………………… …………………………………
โรคกระดกู พรนุ โรคคอพอก
………………………………… …………………………………
………………………………… …………………………………
………………………………… …………………………………
54
โรคเหนบ็ ชา โรคโลหิตจาง
………………………………… …………………………………
………………………………… …………………………………
………………………………… …………………………………
โรคตานขโมย โรคตาบอดกลางคืน
………………………………… …………………………………
………………………………… …………………………………
………………………………… …………………………………
โรคปากนกกระจอก ช่วยในการ
แขง็ ตวั ของเลอื ด
……………………………………………… ………………………………………………
……………………………………………… ………………………………………………
55
แบบฝกึ หัด ช่อื .................................................................. คะแนน..............
ชั้น ............................เลขท.่ี ...........................
ให้เดก็ ๆ โยงเส้นความสัมพนั ธ์ระหวา่ งอาหารและพลังงานจากสารอาหาร
0 กิโลแคลอรีตอ่ กรมั 4 กิโลแคลอรตี ่อกรมั 9 กโิ ลแคลอรีตอ่ กรมั
กะทิ
56
แบบฝกึ หัด ช่อื .................................................................. คะแนน..............
ชน้ั ............................เลขท.่ี ...........................
ใหเ้ ดก็ ๆ โยงเส้นความสมั พันธร์ ะหว่างอาหารและพลงั งานจากสารอาหาร
0 กโิ ลแคลอรตี อ่ กรมั 4 กโิ ลแคลอรีตอ่ กรมั 9 กิโลแคลอรตี อ่ กรมั
เตา้ หู้
เส้นก๋วยเต๋ียว
57
แบบฝกึ หัด ชอื่ .................................................................. คะแนน..............
ชน้ั ............................เลขท.ี่ ...........................
ให้เดก็ ๆ เขยี นปริมาณพลงั งานทไ่ี ดจ้ ากสารอาหารแตล่ ะชนิด
............kcal นาเต้าหู้ ลกู ชิน กะทิ
............ kcal ............ kcal ............ kcal
............ kcal ............ kcal ............ kcal เต้าหู้
............ kcal
เนย ............ kcal ............ kcal ชสี
............ kcal ............ kcal
นามนั พชื ............ kcal ............ kcal
............ kcal
58
แบบฝกึ หัด ช่ือ .................................................................. คะแนน..............
ช้ัน ............................เลขท.่ี ...........................
ให้เดก็ ๆ ปฏิบัตติ ามคาสง่ั ด้านลา่ งนะ
ใหว้ งกลมล้อมรอบภาพอาหารท่ีใหพ้ ลังงาน 4 kcal ดว้ ยสีแดง
ใหว้ งกลมล้อมรอบภาพอาหารทใี่ หพ้ ลังงาน 9 kcal ด้วยสีนาเงิน
ใหว้ งกลมลอ้ มรอบภาพอาหารท่ีไม่ใหพ้ ลังงานดว้ ยดนิ สอ
นม ขา้ ว นาตาล
นา
มันฝรั่ง
โยเกริ ต์
ไสก้ รอก
กะหล่า
59
แบบฝึกหัด ชือ่ .................................................................. คะแนน..............
ช้นั ............................เลขท.ี่ ...........................
ให้เดก็ ๆ คา้ นวณพลงั งานจากสารอาหารในแตล่ ะขอ้ ให้ถูกต้องนะ
กาหนดใหภ้ าพด้านล่างเป็นตวั แทนของสารอาหาร ดังนี
โปรตีน ไขมัน วติ ามนิ
คาร์โบไฮเดรต นา เกลือแร่
อาหารชนดิ นีประกอบด้วย ....................................................................
....................................................................
15 กรมั 5 กรัม ....................................................................
....................................................................
10 กรมั
20 กรมั
อาหารชนดิ นปี ระกอบด้วย ....................................................................
15 g 12 g ....................................................................
....................................................................
8g ....................................................................
20 g
60
อาหารชนดิ นปี ระกอบด้วย
22 g 8 g ....................................................................
20 g
....................................................................
20 g ....................................................................
....................................................................
อาหารชนิดนีประกอบดว้ ย ....................................................................
15 g 30 g ....................................................................
....................................................................
5 g 20 g ....................................................................
อาหารชนดิ นปี ระกอบด้วย ....................................................................
6 g 14 g ....................................................................
....................................................................
7 g 20 g 25 g ....................................................................
61
แบบฝึกหัด ชอื่ .................................................................. คะแนน..............
ช้ัน ............................เลขท.่ี ...........................
ใหเ้ ด็กๆ ค้านวณพลงั งานจากอาหารในแตล่ ะข้อ ให้ถกู ตอ้ งนะ
ชนิดอาหาร โปรตีน (g) คาร์โบไฮเดรต (g) ไขมนั (g) เกลือแร่ (g) วิตามนิ (g) นา (g)
A6 7 7 6 5 10
B5 9 10 8 6 8
C 10 10 5 5 10 5
D8 5 8 10 8 6
อาหาร A ให้พลงั งาน = ……………………………………..……………………
= ……………………………………..……………………
อาหาร B ใหพ้ ลงั งาน = ……………………………………..……………………
= ……………………………………..……………………
อาหาร C ให้พลังงาน = ……………………………………..……………………
= ……………………………………..……………………
อาหาร D ให้พลงั งาน = ……………………………………..……………………
= ……………………………………..……………………
อาหารชนิดใดให้พลงั งานมากที่สดุ ...................................................
62
แบบฝกึ หัด ชอื่ .................................................................. คะแนน..............
ชั้น ............................เลขท.ี่ ...........................
ให้เดก็ ๆ ดคู ่าพลังงานจากอาหารในตารางดา้ นลา่ ง และตอบค้าถามในแตล่ ะขอ้ นะ
รายการอาหาร พลังงาน ชอ่ื .........................................................
(กโิ ลแคลอรี) เพศ......................อาย.ุ .........................
ผัดไทย ต้องไดร้ ับพลังงาน...............................
ข้าวมนั ไก่ 500
ขา้ วผดั กะเพราไก่ไข่ดาว 595 ใหเ้ ด็กๆ เลอื กรับประทานอาหารในแตม่ อื
ผดั ซีอิวหมูใส่ไข่ 630 อาหารเช้า
ก๋วยเตี๋ยวลูกชนิ นาใส 679
ขา้ วหมแู ดง 260 รายการอาหาร
สกุ ีนากุ้ง 540 ...................................................................
ไข่เจียว 340 ...................................................................
ไก่ย่าง 1 ชิน 220 ...................................................................
ข้าวสวย 175 ...................................................................
สม้ 1 ผล 80 พลังงานท่ีได้รบั เท่ากับ
นม 1 แก้ว 60 ...................................................................
นาสม้ 1 แกว้ 170 ...................................................................
นาอดั ลม 1 แกว้ 150
ชานมไขม่ ุก 100
ขาเขียว 240
70
ตอ่
63
รายการอาหาร พลงั งาน อาหารกลางวัน
(กโิ ลแคลอร)ี
ผดั ไทย รายการอาหาร
ข้าวมนั ไก่ 500 ...................................................................
ข้าวผดั กะเพราไกไ่ ขด่ าว 595 ...................................................................
ผดั ซีอิวหมใู ส่ไข่ 630 ...................................................................
ก๋วยเตย๋ี วลกู ชินนาใส 679 ...................................................................
ขา้ วหมแู ดง 260 พลงั งานทไ่ี ดร้ ับ เท่ากับ
สกุ นี ากุง้ 540 ...................................................................
ไขเ่ จยี ว 340 ...................................................................
ไก่ยา่ ง 1 ชิน 220
ข้าวสวย 175 อาหารเยน็
สม้ 1 ผล 80
นม 1 แก้ว 60 รายการอาหาร
นาส้ม 1 แกว้ 170 ...................................................................
นาอัดลม 1 แกว้ 150 ...................................................................
ชานมไขม่ ุก 100 ...................................................................
ขาเขียว 240 ...................................................................
70 พลังงานท่ีไดร้ บั เท่ากบั
...................................................................
...................................................................
พลังงานทีไ่ ด้รับจากอาหารทงั วัน เท่ากบั
……………………………………..……………………………………..……………………………………..………
………………………………………..………………
พลังงานทีไ่ ด้รับทังหมด เพียงพอกับความต้องการหรือไมอ่ ย่างไร
……………………………..………………………………………………..………………………………………..…
……………………………………………..…………
64
แบบฝกึ หัด ช่อื .................................................................. คะแนน..............
ชน้ั ............................เลขท.ี่ ...........................
ให้เด็กๆ คา้ นวณพลังงานในแต่ละวนั แล้วตอบคา้ ถามอยา่ งมีเหตุผล
วันจนั ทร์
ขา้ ว + แกงเลยี ง ข้าว + ผัดผกั บงุ้ สลดั ผกั นมสด มะม่วง ขา้ วโพดตม้
195 kcal 290 kcal 240 kcal 140 kcal 100 kcal 200 kcal
วนั อังคาร นมถั่วเหลอื ง ส้มโอ
150 kcal 240 kcal
ขนมจีนนายา
330 kcal ขา้ ว + แกงจืดมะระ ไข่ดาว ขา้ ว + ผดั คะนา้ นามนั หอย
160 kcal 200 kcal 290 kcal
วนั พธุ ข้าวเหนียว + ลาบไก่ แซนวิช ไอศ2ก8ร0มี kวcาaนlิลา
285 kcal 180 kcal
ข้าวเหนียวหมูทอด ฟักทองแกงบวด
440 kcal 185 kcal
วนั จันทร์ ได้พลงั งานจากสารอาหาร = …………………………………………………………..
วันองั คารได้พลงั งานจากสารอาหาร = …………………………………………………………..
วันพธุ ไดพ้ ลังงานจากสารอาหาร = …………………………………………………………..
หากเด็กๆ ต้องการพลังงานวันละ 1,300 กิโลแคลอรี วันใดท่ีรับประทานอาหารได้พลังงานเพียงพอ
กบั ความต้องการ ได้สารอาหารครบถว้ น และไดส้ ัดส่วนตามธงโภชนาการ .....................................
65
แบบฝึกหัด ชอ่ื .................................................................. คะแนน..............
ชั้น ............................เลขท.่ี ...........................
จากตาราง ให้เดก็ ๆ คา้ นวณปริมาณโปรตนี ท่ตี อ้ งการใชใ้ นแต่ละวนั ตามโจทย์กา้ หนด
ชว่ งอายขุ องเด็ก (ปี) ปรมิ าณโปรตนี ที่ตอ้ งการในแต่ละวนั
(กรัม / นาหนักตัว 1 กิโลกรมั )
<1
1–6 2
7 – 12 1.5
13 - 20 1.2
1
ด.ช.เป็นปลมื อายุ 5 ขวบ หนัก 14 กิโลกรมั ต้องการโปรตนี วนั ละ
…………………………………………………………..…………………………………………
………………………………………………..……………………………………………………
………………………………………………..……………………………………………………
ให้เดก็ ๆ ใช้ข้อมูลส่วนตัวของตนเอง
นักเรียนอาย…ุ ………… ปี หนกั ……………กโิ ลกรมั ตอ้ งการโปรตีนวันละ
…………………………………………………………..…………………………………………
………………………………………………..……………………………………………………
………………………………………………..……………………………………………………
66
แบบฝึกหัด ชอ่ื .................................................................. คะแนน..............
ชนั้ ............................เลขท.ี่ ...........................
ให้เดก็ ๆ เติมสัดส่วนของอาหารทเี่ หมาะสมใน 1 วนั สาหรับเด็กอายุ 6 – 13 ปี
ผัก
นม
อธบิ ายเพิม่ เตมิ ได้ ดังน้ี
กลมุ่ .........................รบั ประทานในปรมิ าณมากทสี่ ุด ใหส้ ารอาหารหลกั คือ ...................................
เปน็ แหลง่ .........................................และควรเลอื กชนิดที่................................เช่น.............................
กลุ่ม ........................................... รบั ประทานรองลงมา เพอื่ ใหไ้ ด้......................................................
กลมุ่ .....................................................กินในปรมิ าณที่พอเหมาะ เพอ่ื ให้ไดโ้ ปรตีนคุณภาพดี เหล็ก
และ แคลเซยี ม
กลุ่ม ...........................................กนิ แต่น้อย เทา่ ทจ่ี าเป็น
67
แบบฝกึ หัด ช่อื .................................................................. คะแนน..............
ช้ัน ............................เลขท.่ี ...........................
จากกราฟ ให้เดก็ ๆ ตอบคา้ ถามในแต่ละขอ้ อย่างมเี หตผุ ล
ด.ญ. A มีนาหนกั 40 กโิ ลกรัม สงู 130 เซนตเิ มตร มีการเจริญเตบิ โตของรา่ งกาย คอื
ด.ญ. B มนี าหนกั 52 กโิ ลกรมั สูง 155 เซนตเิ มตร มีการเจริญเตบิ โตของร่างกาย คอื
ด.ญ. C มนี าหนกั 46 กโิ ลกรมั สงู 132 เซนตเิ มตร มีการเจริญเตบิ โตของรา่ งกาย คอื
ด.ญ. D มีนาหนกั 30 กิโลกรัม สูง 153 เซนตเิ มตร มีการเจรญิ เตบิ โตของร่างกาย คอื
ด.ญ. L มนี าหนัก 49 กิโลกรัม สงู 145 เซนตเิ มตร มกี ารเจรญิ เตบิ โตของร่างกาย คอื
68
แบบฝึกหัด ชือ่ .................................................................. คะแนน..............
ชนั้ ............................เลขท.ี่ ...........................
จากกราฟ ให้เด็กๆ ตอบคา้ ถามในแตล่ ะข้ออยา่ งมีเหตผุ ล
ด.ช. A มีนาหนกั 45 กิโลกรมั สงู 130 เซนตเิ มตร มกี ารเจรญิ เติบโตของร่างกาย คอื
ด.ช. B มนี าหนัก 50 กโิ ลกรมั สูง 157 เซนติเมตร มกี ารเจรญิ เตบิ โตของรา่ งกาย คอื
ด.ช. C มีนาหนัก 48 กโิ ลกรมั สูง 140 เซนตเิ มตร มกี ารเจริญเตบิ โตของรา่ งกาย คอื
ด.ช. D มนี าหนกั 30 กโิ ลกรมั สงู 151 เซนตเิ มตร มกี ารเจริญเติบโตของรา่ งกาย คอื
ด.ช. L มนี าหนัก 60 กิโลกรมั สูง 155 เซนติเมตร มกี ารเจริญเตบิ โตของรา่ งกาย คอื
69
แบบฝึกหัด ชอื่ .................................................................. คะแนน..............
ชั้น ............................เลขท.ี่ ...........................
ใหเ้ ด็กๆ สบื ค้นข้อมูลจากแหล่งขอ้ มลู ต่างๆ ตอบคา้ ถามในแต่ละขอ้ อย่างมีเหตผุ ล
การเลือกรับประทานอาหารท่ีจาเป็นตอ่ ดารงชีวิต
ในแตล่ ะวนั เราควรเลอื กรับประทานอาหารอยา่ งไร
……………………………………..……………………………………
..……………………………………..…………………………………
……
…………………………………………..………………………………
…………………………..………………………………………………
……………………………………………………
…………………………………………..………………
………………..………………………………
กอ่ นบริโภคผกั และผลไมส้ ด ควรทาอย่างไร
……………………………………..……………………………
………..……………………………………..……………………
…………………………..………………………………
………………..………………………………
70
แบบฝึกหัด ชอ่ื .................................................................. คะแนน..............
ช้นั ............................เลขท.่ี ...........................
ให้เด็กๆ สืบค้นขอ้ มลู จากแหล่งขอ้ มลู ต่างๆ ตอบคา้ ถามอย่างมเี หตผุ ล
จากรปู ผ้ชู ายท้งั สองคนมรี ่างกายไม่สมส่วนอย่างไร และน่าจะเป็นโรคทางโภชนาการอะไร
โรค ....................... โรค .......................
รูปร่าง รูปร่าง
เกิดจากสาเหตุ เกดิ จากสาเหตุ
…………………..……………………………………. …………………..…………………………………….
.……………………………………..………………… .……………………………………..…………………
.……………………………………..………………… .……………………………………..…………………
.……………………………………..………………… .……………………………………..…………………
อุปสรรคในการทากิจกรรมท่ีเกิดจากโรค อุปสรรคในการทากจิ กรรมทเ่ี กิดจากโรค
…………………..……………………………………. …………………..…………………………………….
.……………………………………..………………… .……………………………………..…………………
.……………………………………..………………… .……………………………………..…………………
………………………………………… …………………………………………
ป้องกันไดอ้ ย่างไร
71
แบบฝึกหัด ชอ่ื .................................................................. คะแนน..............
ช้นั ............................เลขท.ี่ ...........................
ให้เดก็ ๆ สืบคน้ ข้อมูลจากแหล่งข้อมลู ต่างๆ ตอบค้าถามในแต่ละข้ออย่างมเี หตผุ ล
หากเด็กรบั ประทานขา้ วขาหมทู กุ ๆ เชา้ กอ่ นไปโรงเรียนโดย
รบั ประทานอาหารอยา่ งอ่ืนนอ้ ยมาก
จะเกิดอะไรขนึ กบั ร่างกายของเดก็ ๆ
……………………………………..……………………………………..……
………………………………..………………………………………………..
………………………………..………………………………………………..
…………………………………………..………………………………
………………..………………………………
พฤติกรรมแบบใดทสี่ ่งผลให้เปน็ โรคขาดสารอาหาร
……………………………………..……………………………………..……
………………………………..………………………………………………..
………………………………..………………………………………………..
…………………………………………..………………………………………
………………………………..………………………………………………..
………………..………………………………
72
แบบฝกึ หัด ชอื่ .................................................................. คะแนน..............
ชน้ั ............................เลขท.่ี ...........................
ให้เดก็ ๆ ใชข้ ้อมูลในตาราง การทดสอบสารอาหารในการตอบคา้ ถาม
ชนิดอาหาร ทดสอบด้วยสารละลายไอโอดีน ทดสอบโดยถกู บั กระดาษ
A ฟ้า โปรง่ แสง
B
C นาตาล ไมม่ ีการเปลย่ี นแปลง
D นาเงนิ ไมม่ ีการเปลย่ี นแปลง
E มว่ ง
นาเงิน - มว่ ง โปร่งแสง
โปรง่ แสง
จงเรยี งลาดบั อาหารทม่ี ีแป้ง จากมาก ไป นอ้ ย ....................................................................................
อาหารชนิดใดบ้าง ทีม่ ีสารอาหารประเภทไขมนั ...............................................................................
สงั เกตได้จาก .....................................................................................................................................
อาหารชนดิ ใดควรบรโิ ภคใหน้ อ้ ยลง เพราะเหตุใด..............................................................................
.............................................................................................................................................................
นาอาหารชนิดหนึง่ มาทาการทดสอบสารอาหาร ดว้ ยการทดสอบจานวน 4 ครัง ได้ผลการทดสอบ
ดงั ตาราง
การทดลองที่ วธิ ีการทดสอบ ผลการทดลอง
1 ใชส้ ารละลายไอโอดีน สารละลายสนี าเงิน
2 ใช้สารละลายเบเนดิกต์ สารละลายสีฟา้
3 ใชส้ ารละลายไบยูเร็ต สารละลายสีมว่ ง
4
แตะกระดาษ ไม่โปรง่ แสง
จากการทดสอบสรปุ ไดว้ า่ อาหารชนดิ นี มีสารอาหารประเภทใดบา้ ง
........................................................................................................................................................
73
แบบฝกึ หัด ชื่อ .................................................................. คะแนน..............
ช้นั ............................เลขท.่ี ...........................
ใหเ้ ดก็ ๆ ใช้ข้อมลู ในตาราง การทดสอบสารอาหารในการตอบคาถาม
สารละลายไอโอดีน สารละลายเบเนดิกต์ สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ กระดาษซบั มนั
และสารละลายคอปเปอร์ซัลเฟต
เปลี่ยนเป็นสนี าเงิน - เปลยี่ นเป็นสีมว่ ง ถแู ลว้ โปร่งแสง
ให้เดก็ ๆ ยกตัวอย่างอาหาร ท่ีได้ผลการทดสอบดังตาราง 5 ตวั อยา่ ง
จากการหยดสารละลายไอโอดนี ลงในตัวอยา่ งอาหารชนิดต่างๆ ปรากฏผลดังนี
อาหาร สารละลายไอโอดนี ยกตัวอย่างอาหารทไี่ ดผ้ ลการทดสอบ
A สีนาเงนิ ม่วง เชน่ เดยี วกบั อาหาร C
B สีมว่ ง
C สนี าเงิน
D สนี าตาล
74
แบบฝึกหัด ช่อื .................................................................. คะแนน..............
ชน้ั ............................เลขท.ี่ ...........................
ให้เด็กๆ ท้าเครอื่ งหมาย หลังข้อความทถ่ี กู ตอ้ ง และทา้ เครอ่ื งหมาย หลงั ข้อความทผ่ี ิด
1. อาหาร คือ ส่ิงทีร่ บั ประทานเข้าสรู่ า่ งกาย และเป็นประโยชนต์ ่อรา่ งกาย
2. สารอาหาร คอื สารท่ีมีอยู่ในอาหารและมปี ระโยชนต์ อ่ ร่างกาย
3. อาหารและสารอาหาร คอื ส่ิงเดียวกนั
4. อาหารบางอย่างมีสารอาหารเพียงอย่างเดยี ว
5. อาหารมอี ยู่ 6 ประเภท ได้แก่ โปรตนี คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ และนา
6. สารอาหารทีใ่ ห้พลังงานไดแ้ ก่ โปรตนี คารโ์ บไฮเดรต และไขมัน
7. โปรตีน เปน็ แหลง่ พลงั งานและสรา้ งความอบอุ่นให้แกร่ า่ งกาย
8. ไขมันช่วยในการดูดซึมวติ ามิน A D E และ K
9. คาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารที่ใหพ้ ลงั งานมากทสี่ ุด คือ 9 kcal/g
10. เนอื นม ไข่ ถ่ัว ใหส้ ารอาหารประเภท คารโ์ บไฮเดรต
11. การรบั ประทานแปง้ ข้าว ทาใหไ้ ดส้ ารอาหารประเภท คารโ์ บไฮเดรต
12. ผัก และผลไม้ เป็นแหล่งของสารอาหารประเภท วติ ามนิ และเกลือแร่
13. วิตามินท่ีละลายนาได้แก่ วิตามิน A D E และ K
14. หากเดก็ ๆ เปน็ หวัดบอ่ ย ควรทานผกั และผลไม้ใหม้ ากขนึ
15. ขณะทที่ ้องเสียอย่างรุนแรง รา่ งกายจะอ่อนเพลีย เกิดจากร่างกายขาดเกลอื แร่ และนา
75
แบบฝึกหัด ชื่อ .................................................................. คะแนน..............
ชัน้ ............................เลขท.่ี ...........................
ให้เด็กๆ ทา้ เครอ่ื งหมาย หลังข้อความที่ถูกต้อง
และท้าเครื่องหมาย หลังขอ้ ความทีผ่ ดิ เก่ียวกบั โภชนบญั ญัติ 9 ประการ
1. กนิ อาหารใหค้ รบ 5 หมู่ แต่ละหมู่สามารถรับประทานอาหารซาๆได้
2. หมนั่ ดูแลนาหนกั ตวั
3. กนิ ข้าวเปน็ อาหารหลกั เท่านนั
4. กนิ พืชผักให้มาก และกนิ ผลไมเ้ ป็นประจา
5. กินปลา เนือสัตว์ไม่ติดมนั ไข่ และถั่วเมล็ดแหง้ เปน็ ประจา
6. ด่มื นมใหเ้ หมาะสมตามวัย
7. ไม่กนิ อาหารที่มไี ขมัน
8. หลีกเล่ยี งการกินอาหารรสหวานจัด และเคม็ จัด
9. กนิ อาหารที่สะอาด และราคาแพง
10.งดหรอื ลดเคร่ืองด่ืมท่ีมแี อลกอฮอล์
76
แบบฝึกหัด ช่ือ .................................................................. คะแนน..............
ช้ัน ............................เลขท.ี่ ...........................
ใหเ้ ด็กๆ เลอื กคาตอบที่ถกู ต้องเพยี งคาตอบเดียวอยา่ งมีเหตผุ ล
1. ขอ้ ใดกลา่ วได้ ถกู ตอ้ ง
ก. อาหารทุกชนิดจะมีสารอาหารเพียงประเภทเดียว
ข. สารอาหาร คือ สารท่ีเป็นองคป์ ระกอบของอาหารทเี่ รารบั ประทานเขา้ ไป
ค. อาหารมอี ยใู่ นสารอาหารหลักแต่ละหมู่
ง. สารอาหาร คือ ส่ิงท่ีรบั ประทานเข้าสูร่ า่ งกาย และเป็นประโยชนต์ อ่ ร่างกาย
2. กาหนดให้ A B C และ D เป็นประโยชน์ของสารอาหาร 4 ประเภท ดังนี
A ร่างกายต้องการในปริมาณเล็กน้อย แต่มีความสาคัญต่อร่างกาย
B ชว่ ยปอ้ งกันการกระทบกระเทอื นของอวัยวะภายของรา่ งกาย
C ช่วยใหร้ ่างกายเจรญิ เติบโต
D ชว่ ยควบคุมอุณหภมู ขิ องรา่ งกาย
อาหาร A B C และ D คอื อาหารในข้อใด ตามลาดบั
ก. นา นามันพืช เนือปลา ผักบุ้ง ข. เนอื ปลา นา มนั พืช ผักบ้งุ
ค. ผักบุง้ เนอื ปลา นามนั พชื นา ง. ผกั บงุ้ นามนั พืช เนือปลา นา
3. ข้อใดมีสารอาหารท่ีไม่ไดอ้ ย่ใู นประเภทเดียวกนั ทังหมด
ก. ปลาทู ไข่ไก่ เนยแขง็ ข. ขนมปัง ขา้ วเจา้ นาตาลทราย
ค. ลูกชนิ ปง้ิ ถัว่ เหลือง เตา้ หู้ ง. เนยแขง็ เนย นามนั พชื
4. ข้อใดจับค่คู วามสัมพนั ธเ์ กี่ยวกับสารอาหาร ไมถ่ ูกต้อง
ก. โปรตนี เนือสัตว์ ข. คาร์โบไฮเดรต ถวั่ เหลอื ง
ค. ไขมนั นามนั พชื ง. วิตามนิ ผกั และผลไม้
5. อาหารในข้อใดใหส้ ารอาหารแตกต่างจากขอ้ อื่น
ก. นามนั พืช ข. กะทิ ค. เนยแขง็ ง. มันหมู
77
6. อาหารในขอ้ ใดทเ่ี ปน็ แหล่งสารอาหารประเภทโปรตนี สาหรับผู้ทรี่ ับประทานอาหารมงั สวิรตั ิ
ก. ข้าวกลอ้ ง เนยแข็ง ข. ถั่วชนดิ ต่างๆ เต้าหู้
ค. นม เต้าหู้ เนอื ปลา ง. ไข่ เนือปลา
7. สารอาหารประเภทใดที่ให้พลังงานแกร่ า่ งกาย
ก. โปรตนี คารโ์ บไฮเดรต ไขมนั ข. โปรตีน เกลือแร่ ไขมัน
ค. คาร์โบไฮเดรต วติ ามิน นา ง. ไขมนั เกลือแร่ นา
8. ขอ้ ใดไม่ใช่ประโยชนข์ องนาทีม่ ีต่อรา่ งกาย
ก. ช่วยควบคุมอุณหภมู ิของร่างกายใหค้ งที่ ข. เปน็ สว่ นประกอบของเนอื เยือ่
ค. ช่วยใหผ้ วิ พรรณดี ง. เป็นแหลง่ พลังงาน
9. อาหารท่ีมเี สน้ ใย จะช่วยป้องกนั โรคอะไร
ก. กระเพาะอาหาร ข. ความดนั โลหิต
ค. ทอ้ งผูก ง. ไขมนั อดุ ตันในเส้นเลอื ด
10. ผกั และผลไม้ จะพบสารอาหารประเภทใดมากท่สี ุด
ก. โปรตีน ข. วิตามนิ เกลือแร่
ค. นา ง. คาร์โบไฮเดรต
78
แบบฝกึ หัด ชอื่ .................................................................. คะแนน..............
ช้ัน ............................เลขท.่ี ...........................
ใหเ้ ดก็ ๆ เลือกคาตอบทีถ่ ูกต้องเพยี งคาตอบเดยี วอยา่ งมเี หตผุ ล
1. ข้อใดกล่าวไม่ถกู ต้องเก่ียวกบั สารอาหาร
ก. โปรตนี ช่วยใหร้ ่างกายเจรญิ เตบิ โต ซอ่ มแซมส่วนที่สกึ หรอ
ข. คารโ์ บไฮเดรตเปน็ แหล่งพลงั งาน และชว่ ยละลายวติ ามินบางชนิด
ค. ไขมันสรา้ งความอบอนุ่ และปกปอ้ งอวัยวะภายในรา่ งกาย
ง. นาเป็นส่วนประกอบของเนอื เย่อื ช่วยควบคุมอุณหภมู ิของรา่ งกาย
2. ขณะทอ้ งเสยี อยา่ งรุนแรง รา่ งกายอ่อนเพลีย หน้ามืด วงิ เวียนศรี ษะ อาการเหล่านเี กิดจาก
รา่ งกายกาลังขาดสารอาหารประเภทใด
ก. นา เกลอื แร่ ข. ไขมนั นา
ค. วติ ามิน คาร์โบไฮเดรต ง. วติ ามิน เกลือแร่
3. วิตามิน แบ่งออกเปน็ 2 กลุ่ม ทถี่ ูกต้องตามขอ้ ใด
วิตามนิ ทลี่ ะลายในนา วิตามินทล่ี ะลายในไขมนั
ก. A D E K B1 B2 C
ข. A D B1 B2 CEK
ค. B1 B2 C ADEK
ง. C E K A D B1 B2
4. ผกั ชนิดใด เม่อื ลา้ งนาแล้วสูญเสยี วติ ามนิ มากที่สดุ
ก. ผักที่มวี ิตามนิ B1 B5 E ข. ผักที่มีวิตามิน A D K
ค. ผกั ทีม่ วี ติ ามนิ A B2 C ง. ผกั ทม่ี ีวิตามิน B1 B12 C
79
5. ถา้ หากไมม่ ไี ขมันเปน็ ตัวทาละลาย การกินผกั ชนิดใดท่รี ่างกายจะไม่สามารถดดู ซึมวติ ามินมา
ใชไ้ ด้ (O-NET)
ชนดิ ของผัก วิตามินในผัก
ก. ชนดิ ท่ี 1 B1 B2 C
ข. ชนิดท่ี 2 ADK
ค. ชนิดที่ 3 A B2 C
ง. ชนิดที่ 4 A B1 D
6. ข้อใดแสดงความสมั พันธร์ ะหวา่ งวิตามินหรอื แร่ธาตุ กบั โรคจากการขาด ไม่ถูกตอ้ ง
ก. วิตามิน K โรคเลอื ดออกตามไรฟนั ข. ธาตุแคลเซยี ม โรคกระดูกพรุน
ค. วติ ามนิ ดี โรคกระดกู อ่อน ง. ธาตไุ อโอดนี โรคคอพอก
7. หากเด็กๆ มีอาการของโรคเลือดออกตามไรฟัน เด็กๆ ควรเลือกรบั ประทานอาหาร
ในขอ้ ใด
ชนิดของผลไม้ ปริมาณวติ ามิน A (มลิ ลกิ รัม) ปริมาณวติ ามิน C (มลิ ลกิ รมั )
ก. ชนดิ ท่ี 1 1.32 2.34
ข. ชนิดท่ี 2 2.3 0.54
ค. ชนดิ ที่ 3 0.15 4.73
ง. ชนดิ ท่ี 4 0.73 1.01
8. จากข้อ 7 เดก็ ๆ ควรเลอื กรับประทานอาหารชนิดใด เพอ่ื ให้อาการของโรคดขี นึ
ก. ผกั ใบเขยี วต่างๆ ข. อาหารทะเล
ค. เครือ่ งในสัตว์ ง. ผลไม้ท่ีมีรสเปรียว
80
9. อาหารทะเล ช่วยปอ้ งกันโรคใดต่อไปนี
ก. โรคตาบอดกลางคนื ข. โรคคอพอก
ค. โรคกระดกู พรนุ ง. โรคปากนกกระจอก
10. หากเดก็ ๆออกมาว่งิ เลน่ และได้รบั แสงแดดออ่ นๆยามเช้า สามารถปอ้ งกันโรคใด
ก. โรคหมนั ข. โรคเหน็บชา
ค. โรคกระดูกอ่อน ง. โรคโลหิตจาง
81
แบบฝึกหัด ช่ือ .................................................................. คะแนน..............
ช้ัน ............................เลขท.่ี ...........................
ให้เดก็ ๆ เลือกคาตอบที่ถูกตอ้ งเพยี งคาตอบเดยี วอย่างมเี หตผุ ล
1. ขอ้ ใดเปน็ การบรโิ ภคอาหารท่ีไม่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ
ก. การบริโภคอาหารให้ครบทกุ หมู่ ใหเ้ หมาะสมกับเพศและวยั
ข. ควรงดอาหารประเภทไขมัน เนื่องจากเสย่ี งตอ่ ไขมนั ในเส้นเลอื ดสงู
ค. กินผกั และผลไม้เป็นประจา
ง. กินปลา เนือสัตว์ไม่ตดิ มนั ไข่ และถว่ั เมลด็ แหง้ เปน็ ประจา
2. เด็กคนหน่งึ มรี ปู ร่างผอม พุงโร กน้ ปอด คณุ หมอจะแนะนาใหเ้ ดก็ คนนรี บั ประทานอาหาร
ประเภทใด
ก. สลัดผัก ข. ไกย่ ่าง
ค. ขา้ วขาหมู ง. ผกั และผลไมท้ ่มี วี ติ ามินซี
3. นกั เรยี นควรบรโิ ภคอาหารชดุ ใด จงึ จะไดอ้ าหารครบทกุ หมู่และชว่ ยในการทางานของลาไส้
ใหญไ่ ด้ดีที่สุด (สสวท)
ก. ยากิโซบะ ซชู ิ ชาเขียวปน่ั
ข. ไกท่ อด มันฝรั่งทอด นาโค้ก
ค. แซนวชิ ทนู ่า ลูกชนิ ปิง้ นมสด
ง. ข้าวหมทู อด แกงจืดตาลึง นาสม้
4. ปัจจัยท่มี ผี ลต่อความต้องการอาหารที่ใหพ้ ลังงานกบั ร่างกายแตกตา่ งกนั คือ
ก. เพศ ข. กิจกรรมต่างๆ ในชวี ิตประจาวัน
ค. วยั ง. ถูกทกุ ข้อ
82
5. จากตาราง จงใชใ้ นการตอบคาถาม พลงั งาน (กโิ ลแคลอร)ี
1,850
เพศ อายุ 2,300
10 – 12 2,400
ชาย 13 – 15 1,700
16 - 19
2,000
10 – 12 1,850
หญงิ 13 – 15
16 - 19
ถ้า ด.ช.เป็นปลืม อายุ 14 ปี และ ด.ญ.ฟรุ้งฟรงิ อายุ 16 ปี ใน 1 วนั ใครตอ้ งการพลงั งานมากกว่า
หรือนอ้ ยกวา่ กันอยา่ งไร
ก. ด.ช.เปน็ ปลมื ตอ้ งใช้พลงั งานต่อวนั มากกวา่ ด.ญ.ฟรงุ้ ฟรงิ 450 กโิ ลแคลอรี
ข. ด.ช.เป็นปลมื ต้องใช้พลังงานตอ่ วนั น้อยกวา่ ด.ญ.ฟรุง้ ฟรงิ 450 กิโลแคอรี
ค. ด.ช.เป็นปลืม ตอ้ งใชพ้ ลงั งานต่อวนั มากกวา่ ด.ญ.ฟรุ้งฟริง 400 กโิ ลแคอรี
ง. ด.ช.เป็นปลมื ต้องใช้พลงั งานต่อวัน นอ้ ยกว่า ด.ญ.ฟรุง้ ฟรงิ 400 กโิ ลแคอรี
6. กาหนดให้ A B C D และ E คืออาหาร 5 ชนดิ ซึง่ มสี ารอาหารหลักและปรมิ าณพลงั งานต่อ
หนง่ึ หน่วยบริโภค ดงั ตาราง (O-NET)
ชนิดอาหาร สารอาหารหลกั พลงั งาน(กิโลแคลอรี)
A โปรตนี และนา 450
B 450
C ไขมนั 300
D คารโ์ บไฮเดรต 0
E แร่ธาตุ และวติ ามนิ 650
ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต
จากข้อมลู ควรเลอื กรับประทานอาหารในข้อใดเพือ่ ให้ได้พลงั งานรวม 1,400 กโิ ลแคลอรี
และไดร้ บั สารอาหารครบทกุ ประเภท
ก. A B และ C ข. A C และ E ค. A B C และ D ง. A C D และ E
83
7. ข้อมูลแสดงพลังงานของอาหาร 6 ชนิดเปน็ ดังนี
อาหาร หนว่ ยบรโิ ภค พลังงาน
(กิโลแคลอร)ี
กว๋ ยเต๋ียวเนือสบั 1 จาน
กว๋ ยเตย๋ี วเสน้ ใหญ่ราดหน้าไก่ 1 จาน 370
1 ถ้วย 397
เตา้ หู้นมสด 1 ผล 150
กล้วยไข่ 1 ผล 40
สม้ เขียวหวาน 1 ผล 32
มะมว่ งสุก 98
หากตอ้ งการรับประทานอาหารใหไ้ ดร้ บั พลังงานมากท่ีสดุ ควรเลอื กรับประทานอาหาร
ตามข้อใด (O-NET)
ก. ก๋วยเตยี๋ วเนือสับ 1 จาน และกล้วยไข่ 2 ผล
ข. ก๋วยเตย๋ี วเนือสับ 1 จาน และ ส้มเขยี วหวาน 1 ผล
ค. ก๋วยเตย๋ี วเส้นใหญ่ราดหนา้ ไก่ 1 จาน และเตา้ ห้นู มสด 1 ถว้ ย
ง. ก๋วยเต๋ยี วเส้นใหญ่ราดหน้าไก่ 1 จาน ส้มเขยี วหวาน 1 ผล และมะม่วงสุก 1 ผล
8. จากรูปธงโภชนาการท่ีระบุสัดส่วนสาหรับเด็กหญิงอายุ 10 ปี ท่ีมีร่างกายสมส่วนซ่ึงควรได้รับ
พลงั งานประมาณวนั ละ 1,600 กิโลแคลอรี (O-NET)
A และ B ในธงโภชนาการควรเป็นอาหารประเภทใด
ก. A คอื โปรตนี B คือไขมนั ข. A คอื นาตาล B คือไขมัน
ค. A คอื ข้าว B คือผลไม้ ง. A คือขา้ ว B คือนาตาล นามัน เกลอื
84
9. จากตารางการทดสอบสารอาหาร 4 ชนดิ ไดผ้ ลดงั ตาราง (O-NET)
ชนดิ อาหาร ทดสอบดว้ ยสารละลาย ทดสอบโดยถกู บั กระดาษ
ไอโอดีน
A ไม่เปลย่ี น
B นาตาล ไม่เปลย่ี น
C ฟา้ ไมเ่ ปล่ียน
D ฟา้ โปรง่ แสง
มว่ งเข้ม
คุณแม่มีนาหนกั 85 กิโลกรมั คุณแม่ต้องหลกี เลี่ยงการรบั ประทานอาหารชนดิ ใดมากทสี่ ุด
ก. A ข. B ค. C ง. D
10. จากตารางแสดงการทดสอบนาผลไม้ชนิดต่างๆ ผ้ปู ว่ ยโรคเบาหวานควรหลีกเลี่ยงผลไม้ชนดิ ใด
สว่ นผู้ท่ีเปน็ โรคลกั ปดิ ลกั เปดิ ควรรับประทานผลไมช้ นิดใดตามลาดับ (สสวท)
นาผลไม้ การเปลย่ี นแปลงเม่ือเตมิ จานวนหยดของนาผลไม้ที่ทาให้
สารละลายเบเนดิกต์ สีของสารละลายไอโอดนี ใน
ก นาแป้ง จางหายไป
ข เขียวอ่อน
ค แดงอิฐ 7
ง เขียวปนเหลอื ง 12
4
ฟา้ 20
ก. ชนิด ก และชนดิ ค ข. ชนดิ ข และชนดิ ค
ค. ชนิด ข และชนิด ง ง. ชนดิ ค และชนิด ง
85
ระบบย่อยอาหาร
ระบบย่อยอาหารเป็นระบบของอวยั วะของร่างกาย มหี นา้ ทยี่ ่อยอาหาร
ให้มีอนุภาคขนาดเลก็ ลง จนร่างกายสามารถดดู ซมึ และนาไปใชไ้ ด้
มฟี นั บดเคยี วอาหารให้เล็กลง ปาก หลอดอาหาร เปน็ ท่อ จะบีบและคลายตัว
มีลนิ ขยบั คลุกเคล้าอาหารกบั เพื่อส่งกอ้ นอาหารให้เคลอื่ นลงสู่
นาลาย ซึง่ มีเอนไซม์สาหรับ กระเพาะอาหาร
ยอ่ ยคาร์โบไฮเดรต (แป้ง)
กระเพาะอาหาร
ดูดซึมนา เกลอื แร่ และวิตามินบ ย่อยโปรตนี โดยใชเ้ อนไซม์
ในสภาวะทเ่ี ป็นกรด
บบี ตัวส่งกากอาหารไปยงั ทวารหนัก
สาไสเ้ ล็ก ยอ่ ยอาหาร และ
สาไสใ้ หญ่ ดูดซมึ สารอาหารทุกประเภท
บีบตวั ขับกากอาหาร ทวารหนกั
ออกนอกร่างกาย
อวยั วะชว่ ยย่อย
สรา้ งนาดีไปเกบ็ ทถี่ งุ นาดี
ตับ
ถงุ นาดี ตบั ออ่ น
เก็บนาดี และส่งไปยงั ลาไส้เล็ก สร้างเอนไซม์สง่ ไปยงั ลาไส้เล็ก
นาดี : ทาให้ไขมนั แตกตัวมขี นาดเล็กลง เพื่อชว่ ยย่อยอาหาร
จึงง่ายตอ่ การย่อยโดยเอนไซม์
86
อวัยวะในระบบยอ่ ยอาหาร
ปาก : ) เป็นช่องมลี ิน และฟันอยู่ภายใน
ตับ : ) เป็นอวยั วะที่มีขนาดใหญ่ กระเพาะอาหาร : )
เป็นถุงรูปตวั J
ผนังด้านใน
มลี กั ษณะเป็นคล่ืน
ถุงนาดี : ) ตับอ่อน : )
ลกั ษณะคลา้ ยลูกแพร์ เปน็ อวยั วะรูปร่างเรียวยาว
ลาไส้ใหญ่ : )
ดูโอดีนัม : ) เปน็ ท่อขนาดใหญ่
เปน็ ลาไส้ส่วนทตี่ อ่ มาจาก แต่สนั กว่าลาไส้เล็ก
กระเพาะอาหารกับลาไส้เลก็ ลาไส้เล็ก : )
เป็นท่อยาวขดไปมา
ผนังด้านในมลี กั ษณะยืน่ ออกมา
คล้ายนิวมือจานวนมาก
87
อวยั วะในระบบย่อยอาหาร
ปาก
ปาก : เปน็ ช่อง มลี ิ้นและฟนั อยู่ภายใน
หหนนาา้ ท่ี : เปน็ ทางเข้าของอาหาร มีฟันสาหรับตัด สับอาหาร
ให้มีขนาดเลก็ มีลนิ้ ตะลอ่ มคลกุ เคล้าอาหารกับน้าลาย
ลนิ้ : เปน็ แผ่นกลา้ มเนอ้ื ปลายเรยี ว
หนา้ ที่ : ช่วยตะล่อมและคลกุ เคลา้ อาหารกบั น้าลาย
และเอนไซม์
ฟนั : เป็นซข่ี นาดเล็ก เรียงต่อกนั สขี าว
แหขนง็ ้าหทนี่ :าบด สับ อาหารให้เปน็ ชน้ิ เลก็ ๆ
ภาพจาก https://www.cancer.org
ตอ่ มนาลาย (Salivary Gland)
เปน็ เหมือนสารหล่อลื่นชว่ ยใน
การบดเคยี วอาหารและช่วยให้
การกลืนอาหารง่ายขนึ
และยงั มีเอนไซม์อะไมเลสช่วย
ยอ่ ยแป้งให้เป็นนาตาล
ดังนัน เวลาเคยี วข้าวจงึ ทาให้
เกิดรสหวาน
ตอ่ มนาลายใตล้ นิ 1 คู่
ตอ่ มนาลายขา้ งกกหู 1 คู่
ต่อมนาลายใตข้ ากรรไกรล่าง 1 คู่
88
กระเพาะอาหาร
อวัยวะในระบบย่อยอาหาร
เปน็ ถุงรูปตัว J ผนังด้านในมีลกั ษณะเป็นคลนื่ เรยี กว่า
ขนาด 50 ลบ.ซม.
“รูก”ี (Rugae) ชว่ ยเพม่ิ พนื ผวิ ของกระเพาะอาหาร
ทาใหป้ ระสทิ ธิภาพในการย่อยอาหารเพมิ่ มากขึน
นอกจากนียังชว่ ยใหก้ ระเพาะสามารถเพ่มิ และ
ขยายขนาดของกระเพาะอาหาร
ขณะรบั ประทานอาหาร
ประโยชนข์ อง กรดเกลอื (HCl) ในกระเพาะอาหาร
ทาใหก้ ระเพาะมสี ภาพเป็นกรด มคี า่ pH ประมาณ 2 ทาใหเ้ หมาะสมตอ่ การทางานของเอนไซม์
และกรดเกลอื ยังชว่ ยทาลายแบคทเี รยี ทต่ี ิดมากับอาหาร
ลาไส้เล็ก มี 3 ส่วน
ดโู อดนี มั (Duodenum)
มีการย่อยอาหารมากท่สี ุด
เจจนู มั
มีการดดู ซมึ อา(หJาeรjuมnากuทmสี่ )ุด
ไอเลยี ม
(Ileum)
89
อวัยวะในระบบย่อยอาหาร
ลา้ ไส้เล็ก
ลาไสเ้ ล็กเปน็ ส่วนที่ยาวทสี่ ุดของระบบยอ่ ยและทางเดินอาหาร ตอ่ มาจากกระเพาะอาหาร
มีความยาวประมาณ 7 – 8 เมตร ผนงั ดา้ นในมลี กั ษณะยน่ื ออกมาคลา้ ยนวิ มอื จานวนมาก
เรียกวา่ วลิ ลสั (Villus พหูพจน์เรยี กว่า วิลไล Villi) เพอ่ื เพิ่มพนื ทผ่ี ิวในการดดู ซึมสารอาหารที่ย่อยแลว้
ภาพจาก http://qqq.thaigoodview.com
นาตาลโมเลกลุ เดี่ยว กรดอะมโิ น เกลอื แร่ วิตามนิ ทีล่ ะลายนา (B และ C)
ถกู ดูดซึมท่ีเส้นเลือดฝอย B C
กรดไขมัน กลเี ซอรอล
วติ ามนิ ทลี่ ะลายในไขมนั (A D E K)
ถกู ดูดซมึ ที่ ทอ่ นาเหลอื ง
วิลลสั
E D
K
A
90
ประเภทของการยอ่ ย
การยอ่ ยเชิงกล (Mechanical digestion) เชน่ การบดเคียว การหดและคลายตัวของ
เปน็ กระบวนการทาให้อาหารมขี นาดเลก็ ลง โดยใช้ฟัน กลา้ มเนือเปน็ ช่วงๆ
แต่ยังไม่เล็กสดุ จงึ ไมส่ ามารถดดู ซึมเขา้ เซลลไ์ ด้
การยอ่ ยเชิงกล เพอริสทัลซสิ
(เปลย่ี นขนาด) ตงั แต่หลมอตี ดงั อแาตหห่ารลจอนดถึงลาไส้
การยอ่ ยเชิงเคมี (Chemical digestion) โมเลกุลเล็กสุดของ
เปน็ การยอ่ ยอาหารให้มขี นาดเล็กท่ีสุด การย่อย คือ
จนสามารถดดู ซึมเข้าสูเ่ ซลล์ได้ กรดอะมโิ น
โดยการใช้เอนไซม์(Enzyme)
ซึง่ อาหารท่มี ีการย่อย ไดแ้ ก่ คาร์โบไฮเดรต โมเลกุลเลก็ สดุ
โปรตีน และไขมนั ของการยอ่ ย คือ
ส่วนเกลือแร่ และวติ ามนิ จะดูดซมึ เข้าสู่ นาตาลโมเลกุลเด่ยี ว
รา่ งกายไดโ้ ดยตรง ไม่ตอ้ งผา่ นกระบวนการย่อย
เชน่ กลโู ครส
การย่อยเชิงเคมี
(เปลย่ี นโครงสรา้ งทางเคมี) โมเลกลุ เล็กสดุ
ของการยอ่ ย คอื
กรดไขมัน + กลเี ซอรอล
91
การยอ่ ยอาหารในอวัยวะตา่ งๆ
ย่อยเชิงกล ปาก ย่อยเชิงกล (เพอริสทลั ซสิ )
ยอ่ ยเชิงเคมี
หลอดอาหาร
ใชเ้ อนไซม์อะไมเลส
ย่อยคาร์โบไฮเดรต(แปง้ ) กระเพาะอาหาร
ไมม่ ีการยอ่ ย ยอ่ ยเชิงกล
สาไสใ้ หญ่ ย่อยเชิงเคมี ใชเ้ อนไซม์
เพปซิน และ เรนนนิ
ย่อยโปรตีน
ยอ่ ยนม
สาไสเ้ ล็ก
ยอ่ ยเชงิ กล
ย่อยเชงิ เคมี ใช้เอนไซม์
หลายชนิด เช่น มอลเทส
ซเู ครส แลคเทส ไลเปส
ย่อยไขมนั และอาหารทุกชนิด
92
การย่อยอาหารแตล่ ะประเภท
ปาก ย่อย แปง้
กระเพาะอาหาร ยอ่ ย โปรตีน
เชน่ เนอื สตั ว์ ไข่ ถ่ัว โยเกิร์ต ชีส
ส้าไส้เลก็ ยอ่ ย ไขมนั และอาหารทุกประเภท
คือ คารโ์ บไฮเดรต โปรตนี ไขมนั
สารอาหาร วิตามนิ เกลอื แร่ นา
ที่ไมต่ อ้ งผ่านการยอ่ ย
สามารถดูดซมึ ไดเ้ ลย
93
แบบฝึกหัด ชอื่ .................................................................. คะแนน..............
ช้นั ............................เลขท.ี่ ...........................
ใหเ้ ดก็ ๆ บอกชือ่ และหน้าทข่ี องอวยั วะในระบบย่อยอาหาร
……………………………………..… …………………………………….
…………………………………..…… .………………………………………..………
………………………………..……… ………
……………………………..…………
………………………….. ……………………………………..………
……………………………..………………
บ
……………………………………..………
……………………………………..………… ……………………………..………………
………………………….…..………………
อวัยวะชว่ ยย่อย
……………………………………..………
……………………………..……………… ……………………………………..………
……………………………..………………
……………………………………………..
……… 94
………………………………..…………
…………………………………………………..…
………………………………………..……………
แบบฝึกหัด ช่อื .................................................................. คะแนน..............
ชน้ั ............................เลขท.่ี ...........................
ใหเ้ ดก็ ๆ เรยี งลาดบั อวัยวะในระบบทางเดินอาหาร ใหถ้ กู ตอ้ งนะ
กระเพาะอาหาร คอหอย ปาก ลาไส้เลก็
หลอดอาหาร ลาไสใ้ หญ่ ทวารหนกั
………………………….. ………………………….. ………………………….. ……………………….
………………………….. ………………………….. …………………………..
นามาเขยี นแผนผังได้ดงั นี
อวัยวะท่ชี ว่ ยย่อย
สรา้ ง..................
สร้าง..................
95
แบบฝกึ หัด ชื่อ .................................................................. คะแนน..............
ช้นั ............................เลขท.่ี ...........................
ให้เดก็ ๆ วงรอบรูปภาพอวยั วะทเ่ี กี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหารใหถ้ กู ตอ้ งนะ
บ
สรุปจากภาพดา้ นบน อวยั วะที่เกย่ี วขอ้ งกับระบบย่อยอาหาร ประกอบดว้ ย
……………………………………..……………………………………..…………………………
…………..……………………………………..……………………………………..……………
…
96
แบบฝกึ หัด ช่อื .................................................................. คะแนน..............
ชน้ั ............................เลขท.ี่ ...........................
ใชภ้ าพด้านล่างในการตอบคาถามนะเด็กๆ
1. อวัยวะ หมายเลข 1 คอื ……………..…………………
2. อวัยวะ หมายเลข 2 คอื ……………..…………………
3. อวยั วะ หมายเลข 3 คอื ……………..…………………
4. อวัยวะ หมายเลข 4 คือ ……………..…………………
5. อวยั วะ หมายเลข 5 คอื ……………..…………………
6. อวัยวะ หมายเลข 6 คือ ……………..…………………
7. อวัยวะ หมายเลข 7 คือ ……………..…………………
8. อวัยวะ หมายเลข 8 คอื ……………..…………………
9. อวยั วะ หมายเลข 9 คอื ……………..…………………
10. ระบบย่อยอาหารเริ่มต้น ที่..................................
สินสดุ ที่ ……………………………………………………..
11. อวัยวะทมี่ ีลักษณะเป็นถงุ รูปตัว J ผนังดา้ นใน มลี กั ษณะเป็นคลน่ื คือ.................................
12. อวยั วะทเี่ ป็นทางผา่ นของอาหารลงสู่กระเพาะอาหาร คือ ...................................................
13. อวยั วะท่ีมลี ักษณะเปน็ ชอ่ งเปิดทอ่ี ยู่ส่วนปลายสุดของทางเดนิ อาหาร คือ ...........................
14. อวยั วะทม่ี ีลกั ษณะเป็นทอ่ ยาวขดไปมา ผนงั ด้านในมีลกั ษณะยื่นออกมาคล้ายนิวมอื
จานวนมาก คือ ........................................
15. อวัยวะท่ีมีการย่อย และมีการดดู ซมึ สารอาหารมากท่สี ุด คือ ........................................
97
แบบฝกึ หัด ชือ่ .................................................................. คะแนน..............
ช้ัน ............................เลขท.่ี ...........................
ใชภ้ าพดา้ นล่างในการตอบคาถามนะเดก็ ๆ
1. .................. มีฟันบดเคียวอาหาร
ปาก 2. ……..………………….. ลักษณะเปน็ ถุงรปู ตัวJ
หลอดอาหาร 3. .................. สร้างนาดี
4. .................. เปน็ ชอ่ งรบั อาหารเขา้ สู่ร่างกาย
กระเพาะอาหาร 5. .................. เก็บนาดี
ตบั ตบั ออ่ น 6. ………..…………… เป็นทแี่ รกท่มี กี ารยอ่ ยอาหาร
ถุงนา้ ดี เชงิ เคมีประเภทโปรตีน
สาไสใ้ หญ่ สาไส้เลก็
7. ……..…………… ยอ่ ยอาหารทุกประเภท
8. ……..……………สรา้ งนาย่อยส่งไปลาไสเ้ ลก็
ทวารหนกั
9. ………..……………เปน็ สว่ นที่ยาวท่ีสุดของทางเดนิ อาหาร
10. .......................... เป็นทางผ่านของอาหารลงสู่กระเพาะอาหาร
11. ………..…………… ดูดซมึ นา เกลือแร่ จากกากอาหาร
12. ……………..……… มกี รดไฮโดรคลอรกิ ทาใหก้ ระเพาะอาหารมี pH = 2
13. ……………..……… ทาหน้าที่ขับกากอาหารออกภายนอกรา่ งกาย
14. ……………..... เปน็ อวยั วะแรกท่ีชว่ ยย่อยแปง้ เปน็ ทแ่ี รก เนื่องจากมีเอนไซมอ์ ะไมเลส
15. ลาไสเ้ ล็กมีสว่ นเช่ือมต่อกบั ...................... เพื่อรบั เอนไซมม์ าช่วยในการยอ่ ยอาหาร
98
แบบฝกึ หัด ชื่อ .................................................................. คะแนน..............
ชั้น ............................เลขท.ี่ ...........................
ให้เด็กๆ โยงข้อความกบั ภาพอวัยวะท่เี กี่ยวขอ้ งให้ถกู ตอ้ ง
1. การย่อยอาหารสนิ สดุ ท่อี วัยวะนี
2. ผนังดา้ นในของอวยั วะนีมีลกั ษณะย่ืนออกมาคลา้ ยนิวมอื
ทาหนา้ ท่ีในการเพิม่ พนื ทีใ่ นการดดู ซึมสารอาหาร
3. มกี ารดดู ซึมสารอาหารมากท่ีสุด
4. มีผนงั ดา้ นในลกั ษณะเปน็ คลืน่
5. มเี อนไซม์อะไมเลส ชว่ ยย่อยแปง้ เป็นทแ่ี รก
6. อวัยวะท่ีสร้างนาดี
7. ลักษณะเป็นท่อ จะบบี และคลายตวั
เพ่อื ส่งก้อนอาหารให้เคลอ่ื นลงสู่กระเพาะอาหาร
8. ลาไสเ้ ล็กมสี ่วนเช่ือมต่อกับอวยั วะนี เพอ่ื รบั เอนไซม์
มาช่วยในการยอ่ ยอาหาร
9. มีลักษณะเปน็ ทอ่ ทาหน้าที่ดูดซมึ เกลือแร่
และนาจากกากอาหาร
10. อวยั วะทีช่ ่วยเกบ็ นาดี
99
แบบฝกึ หัด ชอ่ื .................................................................. คะแนน..............
ช้นั ............................เลขท.่ี ...........................
ใหเ้ ด็กๆ ทาเครอื่ งหมาย หนา้ ข้อความทถี่ ูกต้อง
1. ระบบยอ่ ยอาหารเร่ิมตน้ ท่ีอวยั วะใด และสินสดุ ท่ีอวัยวะใด
ปาก ลาไส้เล็ก ปาก ลาไสใ้ หญ่ ปาก ทวารหนัก
2. นาลายในปากมปี ระโยชน์อยา่ งไร (เลือก 2 คาตอบ)
ช่วยใหค้ อชุม่ ชนื มเี อนไซม์อะไมเลสสาหรบั ชว่ ยยอ่ ยแป้ง
ช่วยใหอ้ าหารลื่น ง่ายตอ่ การกลืนอาหาร
3. ลักษณะเป็นทอ่ จะบบี และคลายตัว เพ่ือสง่ ก้อนอาหารให้เคล่ือนลงสูก่ ระเพาะอาหาร
ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ตับ
4. การทาให้ไขมันแตกตวั ตอ้ งใช้นาดีทีส่ ร้างจาก..........................
ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ตับ
5. ขอ้ ใดอธิบายเก่ียวกบั นาดี ได้ถกู ตอ้ ง
เปน็ นาย่อย ย่อยไขมัน ทาให้ไขมนั แตกตัว เพ่ือให้ไขมนั ยอ่ ยไดง้ า่ ยขึน
6. ...................... สร้างเอนไซมส์ ง่ ไปยอ่ ยอาหารที่ลาไสเ้ ลก็
ตบั อ่อน ลาไส้เลก็ ถุงนาดี ตบั
7. ......................... มีการดดู ซึมสารอาหารมากท่สี ดุ
ปาก หลอดอาหาร ลาไส้เล็ก ลาไส้ใหญ่
8. สว่ นต่างๆ ของรา่ งกายไดร้ ับสารอาหาร โดยผา่ นระบบ .........................
หายใจ หมุนเวยี นโลหติ
9. สารอาหารจะถกู ดดู ซึมเข้าสู่ .........................
หลอดเลอื ด และท่อนาเหลอื งทอ่ี ยใู่ นผนังของลาไส้เลก็
หลอดเลอื ด และทอ่ นาเหลอื งที่อย่ใู นผนังของลาไสใ้ หญ่
10. สง่ิ ทีเ่ หลือจากการยอ่ ยอาหารเรียกว่า......................และออกจากร่างกายทาง.....................
กากอาหาร ทวารหนกั กากอาหาร ลาไสใ้ หญ่
100