The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ใบงานวิทย์ ป.6 หลักสูตรใหม่ ครูฟาง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aree1522, 2021-10-11 07:10:15

ใบงานวิทย์ ป.6 หลักสูตรใหม่ ครูฟาง

ใบงานวิทย์ ป.6 หลักสูตรใหม่ ครูฟาง

แบบฝึกหัด ช่ือ .................................................................. คะแนน..............
ช้นั ............................เลขท.่ี ...........................

 ใหเ้ ดก็ ๆ ทาแผนภาพประเภทของการย่อยอาหารใหค้ รบถ้วนสมบูรณ์

โดยทาเครอื่ งหมาย  หนา้ ขอ้ ความ และใสช่ ่ือเอนไซม์ ใหถ้ ูกตอ้ งนะ 

มอลเทส อะไมเลส แลคเทส เอนไซม์
เพปซนิ ซูเครส เรนนนิ ไลเปส

 ยอ่ ยเชิงกล ปาก
 ยอ่ ยเชิงเคมี ใช.้ .................. หลอดอาหาร
 ย่อยเชิงกล (เพอริสทัลซิส)
ชื่อ...............................  ย่อยเชิงเคมี ใช้...................
ชือ่ ...............................
สาไส้ใหญ่ กระเพาะอาหาร
 ย่อยเชิงกล  ยอ่ ยเชิงกล
 ยอ่ ยเชิงเคมี ใช.้ ..................  ย่อยเชิงเคมี ใช.้ ..................
ชอื่ ...............................
ช่ือ...............................
สาไส้เล็ก

 ย่อยเชิงกล
 ยอ่ ยเชิงเคมี ใช้..................หลายชนดิ

เช่น
............................... ...........................
............................... ...........................

101

แบบฝกึ หัด ชอ่ื .................................................................. คะแนน..............
ชัน้ ............................เลขท.ี่ ...........................

 ให้เดก็ ๆ ทาแผนภาพการยอ่ ยอาหารให้ครบถ้วนสมบรู ณ์ ให้ถูกตอ้ งนะ 

ยอ่ ยอาหารประเภท
เช่น
ปาก

กระเพาะอาหาร
ย่อยอาหารประเภท
เช่น

ส้าไสเ้ ลก็ ยอ่ ยอาหารประเภท
เชน่

สารอาหารประเภทใด
ไม่ต้องผา่ นการยอ่ ย
สามารถดูดซึมได้เลย

102

แบบฝกึ หัด ช่อื .................................................................. คะแนน..............
ชนั้ ............................เลขท.ี่ ...........................

 ใหเ้ ดก็ ๆ วงกลมลอ้ มรอบภาพอาหารทเี่ กดิ การย่อยเชงิ เคมีในอวยั วะตา่ งๆ 

ยอ่ ยอาหารประเภท
ปาก

น้ามนั พืช

กระเพาะอาหาร ยอ่ ยอาหารประเภท

ชสี กะทิ

สา้ ไส้เลก็ ยอ่ ยอาหารประเภท

เนย

สารอาหารประเภทใด
ไมต่ อ้ งผ่านการยอ่ ย
สามารถดูดซึมได้เลย

103

แบบฝึกหัด ชอ่ื .................................................................. คะแนน..............
ชนั้ ............................เลขท.่ี ...........................

 ใหเ้ ดก็ ๆ วิเคราะหก์ ารย่อยอาหารเชงิ เคมี ของอาหารตามทีก่ าหนดให้
โดยทาเครอื่ งหมายวงกลมให้ถกู ต้อง 

เรมิ่ ยอ่ ยที่ สินสดุ ที่

ขนมปงั เริ่มยอ่ ยท่ี สินสดุ ท่ี
นม เริ่มยอ่ ยที่ สนิ สุดที่
เนย เริม่ ยอ่ ยที่ สนิ สุดที่

104

เริ่มยอ่ ยท่ี สินสุดที่

เรม่ิ ยอ่ ยที่ สนิ สุดท่ี

ขนมปังทาเนย ย่อย ......................................... ย่อย .........................................

เริ่มย่อยที่ สินสดุ ท่ี

ขา้ วเหนียวหมูป้งิ ย่อย ......................................... ย่อย .........................................

เร่มิ ย่อยท่ี สินสุดที่

ขา้ วผดั กุ้งใสไ่ ข่ ย่อย ......................................... ย่อย .........................................

เร่มิ ตน้ ท่ี สินสดุ ท่ี

ไข่ตม้ ย่อย ......................................... ไข่ดาว ย่อย .........................................

105

แบบฝกึ หัด ชอ่ื .................................................................. คะแนน..............
ชัน้ ............................เลขท.ี่ ...........................

 ให้เดก็ ๆ วเิ คราะหก์ ารย่อยอาหารเชงิ เคมี ของอาหารตามท่กี าหนดให้ 

ขา้ วเหนียวหมูปิง้ ย่อย ................... ย่อย ................... ย่อย ...........................

ขา้ วไข่เจยี ว ย่อย ................... ย่อย ................... ย่อย ..........................

ข้าวผดั ก้งุ ใสไ่ ข่ ย่อย ................... ย่อย ................... ย่อย ............................
กว๋ ยเตย๋ี วลูกชินนาใส ย่อย ................... ย่อย ................... ย่อย ...........................

ไกช่ ุบแปง้ ทอด ย่อย ................... ย่อย ................... ย่อย ........................

106

แบบฝกึ หัด ช่ือ .................................................................. คะแนน..............
ช้นั ............................เลขท.่ี ...........................

 ใหเ้ ดก็ ๆ เลือกหมายเลขเตมิ ลงในช่องวา่ งใหถ้ ูกต้อง 

1. การย่อยอาหารประเภทคารโ์ บไฮเดรตเริม่ ต้นท่ี .............
 และสินสดุ ที่................

2. การยอ่ ยอาหารประเภทโปรตีนเร่มิ ตน้ ที่ .............
  และสนิ สุดท่ี................

 3. การยอ่ ยอาหารประเภทไขมนั เริม่ ต้นท่ี .............
  และสินสดุ ที่................

4. ระบบย่อยอาหารสินสุดท่ี .....................................
5. ดูดซึมสารอาหารทุกประเภทที่ ..............................

6. อวัยวะหมายเลข ...……………………… ผลติ เอนไซม์ใช้ในการยอ่ ยคารโ์ บไฮเดรตเป็นท่ีแรก
7. อวยั วะหมายเลข ...……………………… ผลติ เอนไซมใ์ ช้ในการยอ่ ยโปรตนี เป็นท่แี รก
8. อวัยวะหมายเลข ...……………………… ผลิตเอนไซมใ์ ช้ในการยอ่ ยไขมันเปน็ ที่แรก
9. ด.ช.ขาวโจ๊ะ รบั ประทานขนมปังปิง้ อวัยวะสุดทา้ ยท่ีเกดิ การยอ่ ย คือ …………………..
10. หากเกิดโรคกบั อวยั วะหมายเลข 2 จะมปี ญั หาตอ่ การย่อยอาหารใดบ้าง

จงยกตัวอยา่ ง 5 ตวั อย่าง

……………………………………..………… 107
…………………………..……………………
………………..………………………………
……..………………………………………..
…………………………..……………………
………………..………………………………
………..…………………

แบบฝกึ หัด ชอื่ .................................................................. คะแนน..............
ชน้ั ............................เลขท.่ี ...........................

 ให้เด็กๆ เลือกหมายเลขเตมิ ลงในช่องวา่ งให้ถกู ต้อง 

1. อวยั วะทเ่ี ก่ียวขอ้ งกบั การย่อยขา้ ว คอื .............................
 2. อวยั วะทเ่ี กย่ี วข้องกับการย่อยหมทู อด คือ .......................

  3. อวัยวะทเี่ ก่ยี วข้องกบั การย่อยกะทิ คือ ............................

4. อวัยวะท่เี กยี่ วข้องกับการย่อยข้าวไขเ่ จยี ว คอื

  ................................................
5. อวยั วะทเี่ กี่ยวข้องกับการย่อยขา้ วผดั กุ้ง คอื

................................................

6.

6. อวัยวะหมายเลข ...……………………… ผลิตเอนไซมใ์ ช้ในการย่อย มนั เทศ
7. อวยั วะหมายเลข ...……………………… ผลิตเอนไซมใ์ ช้ในการย่อย ไข่
8. อวัยวะหมายเลข ...……………………… ผลิตเอนไซมใ์ ช้ในการย่อย กะทิ
9. ด.ช.ขาวโจะ๊ ทานข้าวนาพรกิ กะปิ อวยั วะที่ทาหน้าในการดูดซมึ สารอาหาร คือ …………………..
10. หากเกดิ โรคกบั อวยั วะหมายเลข 5 จะมีปัญหาตอ่ การยอ่ ยอาหารใดบ้าง

จงยกตัวอย่าง 5 ตัวอย่าง

……………………………………..………… 108
…………………………..……………………
………………..………………………………
……..………………………………………..
…………………………..……………………
………………..………………………………
………..…………………

แบบฝกึ หัด ชอ่ื .................................................................. คะแนน..............
ช้นั ............................เลขท.ี่ ...........................

 ให้เด็กๆ วิเคราะหก์ ารยอ่ ยเชิงเคมีเฉพาะสารอาหารหลกั ของอาหารตามทก่ี าหนดให้ 

ขา้ วไขเ่ จยี ว

ส่วนประกอบในอาหาร สารอาหาร อวัยวะ

การย่อย การดดู ซึม

ข้าว + ตม้ จดื ตาลึงเต้าหหู้ มสู บั

สว่ นประกอบในอาหาร สารอาหาร อวยั วะ

การย่อย การดูดซึม

109

แบบฝกึ หัด ชอ่ื .................................................................. คะแนน..............
ชน้ั ............................เลขท.่ี ...........................

 ให้เดก็ ๆ ทาเครอ่ื งหมาย หน้าขอ้ ความทีเ่ กีย่ วข้องกบั โจทย์ ให้ถูกต้อง 

1. การบดเคียวอาหารโดยฟัน เพอื่ ให้มีโมเลกุลของอาหารมีขนาดเลก็ ลงเปน็ การยอ่ ย ............

 เชงิ กล  เชงิ เคมี

2. การใชน้ าย่อย หรอื เอนไซมใ์ นการย่อยอาหาร ทาให้โมเลกุลของอาหารมีขนาดเล็กลงจน

รา่ งกายสามารถดูดซมึ ได้ เป็นการย่อย .................

 เชิงกล  เชิงเคมี

3. การเคยี วขา้ วในปากและมกี ารใชเ้ อนไซม์ เปน็ การย่อย .................

 เชิงกล  เชงิ เคมี

4. การหด และคลายตวั ของกล้ามเนือเป็นชว่ งๆ ท่ีเรียกวา่ เพอริสทัลซิส เปน็ การย่อย.....

 เชงิ กล  เชิงเคมี

5. ขอ้ ใดถกู ตอ้ งเกย่ี วกับ ปาก (มากกว่า 1 คาตอบ)

 มีการย่อย  ไม่มกี ารย่อย  การย่อยเชิงกล  การยอ่ ยเชิงเคมี

6. ข้อใดถกู ตอ้ งเก่ยี วกบั หลอดอาหาร (มากกว่า 1 คาตอบ)

 มกี ารย่อย  ไมม่ กี ารย่อย  การย่อยเชิงกล  การยอ่ ยเชิงเคมี

7. ข้อใดถกู ต้องเก่ียวกับ กระเพาะอาหาร (มากกว่า 1 คาตอบ)

 มีการยอ่ ย  ไมม่ ีการยอ่ ย  การยอ่ ยเชิงกล  การยอ่ ยเชิงเคมี

8. ข้อใดถกู ต้องเก่ียวกบั ลาไสเ้ ล็ก (มากกวา่ 1 คาตอบ)

 มีการย่อย  ไมม่ กี ารยอ่ ย  การยอ่ ยเชิงกล  การย่อยเชงิ เคมี

9. ขอ้ ใดถกู ต้องเก่ยี วกบั ลาไส้ใหญ่

 มกี ารย่อย  ไม่มีการยอ่ ย  การยอ่ ยเชงิ กล  การย่อยเชงิ เคมี

10. ข้อใดถกู ตอ้ งเกี่ยวกบั ตบั

 มีการย่อย  ไม่มกี ารยอ่ ย  การย่อยเชิงกล  การย่อยเชิงเคมี

110

11. ข้อใดถูกต้องเกีย่ วกบั ตับออ่ น

 มีการย่อย  ไม่มีการยอ่ ย  การย่อยเชิงกล  การย่อยเชิงกล

12. .................... ไม่มีการยอ่ ยอาหารเชิงเคมี

 ปาก  หลอดอาหาร  กระเพาะอาหาร  ลาไส้เลก็

13. ......................... ไม่มีการย่อยอาหารทงั เชงิ กล และเชิงเคมี

 ปาก  หลอดอาหาร  ลาไสเ้ ลก็  ลาไสใ้ หญ่

14. ภายในกระเพาะอาหารมีการย่อยโปรตนี โดยใช้เอนไซม์ในภาวะที่เปน็ ..........

 กรด  เบส

15. จากขอ้ 14 ในสภาวะเช่นนนั กระเพาะจึงมกี ารหลงั่ สารท่ีมีชอ่ื วา่

 กรดนาสม้  กรดเกลอื หรือ ไฮดรอคอริก

16. โมเลกลุ เล็กสุดของการย่อยคาร์โบไฮเดรต คือ

 กรดอะมโิ น  นาตาลโมเลกุลเดยี่ ว  กรดไขมนั และกลเี ซอรอล

17. โมเลกุลเล็กสดุ ของการย่อยโปรตนี คอื

 กรดอะมโิ น  นาตาลโมเลกลุ เดย่ี ว  กรดไขมัน และกลีเซอรอล

18. โมเลกุลเลก็ สดุ ของการยอ่ ยไขมนั คอื

 กรดอะมโิ น  นาตาลโมเลกลุ เดี่ยว  กรดไขมัน และกลีเซอรอล

19. ………………..ชว่ ยให้ไขมนั แตกตัวมีขนาดเลก็ ลง สร้างจาก................ ทาให้เกดิ การย่อยได้ดีขนึ

 นายอ่ ย ตับ  นาดี ตับ  นาย่อย ตบั อ่อน

20. หากเรารับประทานไก่ทอด .................... จะเปน็ อวัยวะแรกที่ย่อยเชงิ เคมขี องไก่

 ปาก  หลอดอาหาร  กระเพาะอาหาร  ลาไส้เล็ก

111

แบบฝกึ หัด ชื่อ .................................................................. คะแนน..............
ช้นั ............................เลขท.ี่ ...........................

 ให้เด็กๆ ตอบคาถามในแตล่ ะขอ้ อยา่ งละเอยี ดและมเี หตผุ ลนะ 

ระบบยอ่ ยอาหารมีหน้าท่อี ะไร

……………………………………..…………………………………
…..…………………………………………………………………...

ถา้ ร่างกายของเราไมม่ ี
ระบบยอ่ ยอาหารจะเกดิ อะไรขนึ ……………………………………..…………………………………

…..…………………………………………………………………...

ขณะเคียวอาหารและกลนื อาหาร ปาก ลิน ฟนั และคอ ทางานสมั พนั ธ์กนั หรอื ไม่ อยา่ งไร
……………………………………..……………………………………..……………………………………..
……………………………………..………………………………………..…………………………..………
……………………………..………………………………………..…………………

การเคยี วอาหารให้ละเอียดก่อนกลนื มขี อ้ ดอี ยา่ งไร

……………………………………..……………………………………..…………………………………………………………
………...…..…………………………………………………………………...…..………………………………………………

112

แบบฝึกหัด ชื่อ .................................................................. คะแนน..............
ชัน้ ............................เลขท.ี่ ...........................

 ให้เดก็ ๆ ตอบคาถามในแตล่ ะขอ้ อย่างละเอยี ดและมีเหตผุ ลนะ 

ตบั เกี่ยวข้องกับการยอ่ ยอาหารในระบบย่อยอาหารอยา่ งไร

……………………………………..……………………………………..…
…………………………………..……………………………………..……
…………………………………..……………………………………..……
…………………………………..……………………………………..……

ถา้ เป็นโรคเก่ยี วกับตับ และทาให้ตับไม่สามารถสร้างและส่งนาดไี ปยงั ลาไสเ้ ลก็
ผู้ปว่ ยควรลดการรบั ประทานอาหารทีม่ สี ารอาหารประเภทใด เพราะเหตุใด
……………………………………..……………………………………..……………………………
………..……………………………………..………………………………………..…………………
………..……………………………………..………………………………………..…………………

การย่อยไขมันตอ้ งใช้สง่ิ ใดบา้ ง

……………………………………..……………………………………
..……………………………………..…………………………………
.………………………………………..…………………………..……

113

แบบฝึกหัด ชอื่ .................................................................. คะแนน..............
ชน้ั ............................เลขท.่ี ...........................

 ให้เดก็ ๆ ตอบคาถามในแตล่ ะขอ้ อยา่ งละเอยี ดและมเี หตุผลนะ 

วติ ามนิ และเกลือแรม่ ีการย่อยและการดดู ซมึ ทีอ่ วัยวะใด
……………………………………..……………………………………..…
…………………………………..……………………………………..……
…………………………………..……………………………………..……

การดูดซึมสารอาหารสว่ นใหญ่เกดิ ขนึ ที่อวยั วะใด และอวัยวะนันเหมาะสมต่อการดดู ซมึ
สารอาหารอย่างไร

……………………………………..……………………………………
..……………………………………..…………………………………
.………………………………………..…………………………..……
.………………………………………..…………………………..……

ถา้ ลาไส้เล็กสันลงกวา่ เดิม
จะมีผลอย่างไรต่อการทางาน
ของระบบย่อยอาหาร

ภาพจาก หนงั สือเรียน สสวท. ป.6

……………………………………..……………………………………..……………………………………..………
………………………….………………………………………..…………………………..…….……………………

114

แบบฝึกหัด ชื่อ .................................................................. คะแนน..............
ชน้ั ............................เลขท.ี่ ...........................

 ให้เดก็ ๆ สืบค้นขอ้ มลู เกีย่ วกบั การปอ้ งกนั และการดแู ลรักษาโรคหรืออาการ
ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั ระบบย่อยอาหารอยา่ งมเี หตุผลนะ 

กระเพาะอาหารอักเสบ

……………………………………..……………………………………..……………………………………..………

ทอ้ งอดื
……………………………………..……………………………………..……………………………………..………
………………………….………………………………………..…………………………..…….……………………

รดิ สีดวงทวาร

……………………………………..……………………………………..……………………………………..………

ภาวะกรดไหลย้อน https://commons.wikimedia.org

……………………………………..……………………………………..……………………………………..………

มะเรง็ ล้าไสใ้ หญ่

……………………………………..……………………………………..……………………………………..………
………………………….………………………………………..…………………………..…….……………………

115

แบบฝกึ หัด ชอ่ื .................................................................. คะแนน..............
ชน้ั ............................เลขท.ี่ ...........................

 ให้เดก็ ๆ เลอื กคาตอบเพยี งคาตอบเดยี ว อย่างมีเหตผุ ลนะ 

1. พจิ ารณาขอ้ ความต่อไปนี

1. กระเพาะอาหารมีผนังด้านในลักษณะเปน็ คลืน่ ชว่ ยในการดดู ซมึ สารอาหาร

2. ในปากมเี อนไซม์อะไมเลส ช่วยย่อยแปง้

3. นาดชี ่วยให้ไขมันแตกตวั

4. ลาไส้เลก็ มกี ารยอ่ ยแต่ไม่มีการดูดซมึ

ข้อใดกลา่ วถึงการยอ่ ยอาหารได้ถูกตอ้ ง

ก. 2 และ 3 ข. 1 และ 4

ค. 2 และ 4 ค. 3 และ 4

2. พจิ ารณาขอ้ ความต่อไปนี

1. ลาไสเ้ ล็กมีส่วนเชือ่ มต่อกับตบั อ่อน เพ่ือรับเอนไซมม์ าช่วยในการย่อยอาหาร

2. การย่อยอาหารเสรจ็ สนิ ทล่ี าไสใ้ หญ่

3. ลาไส้ใหญท่ าหน้าท่ดี ูดซึมสารอาหารบางประเภท

4. ผนงั ดา้ นในของลาไส้เล็กที่ย่นื ออกมาคล้ายนวิ มอื ทาหน้าทใี่ นการเพิ่มพืนทใี่ นการดดู ซึม

สารอาหาร

ข้อใดกลา่ วถงึ การย่อยอาหารได้ถูกตอ้ ง

ก. 2 3 และ 4 ข. 1 2 และ 4

ค. 3และ 4 ง. 1 3 และ 4

3. ขอ้ ใดเรียงลาดบั อวยั วะในระบบทางเดนิ อาหารได้ถูกต้อง

ก. ปาก หลอดอาหาร คอหอย กระเพาะอาหาร ลาไสเ้ ล็ก ลาไสใ้ หญ่

ข. ปาก คอหอย หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลาไสเ้ ลก็ ลาไส้ใหญ่

ค. ปาก คอหอย หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลาไสเ้ ลก็ ลาไส้ใหญ่

ง. ปาก กระเพาะอาหาร คอหอย หลอดอาหาร ลาไส้เล็ก ลาไส้ใหญ่

116

4. อวยั วะทไ่ี ม่ได้ สร้างนาย่อย หรือเอนไซม์

ก. ปาก ข. ลาไสใ้ หญ่ ค. ตบั ออ่ น ง. กระเพาะอาหาร

5. อวัยวะใดไม่มีการยอ่ ยอาหาร

ก. ปาก ข. ลาไส้ใหญ่ ค. ลาไสเ้ ล็ก ง. กระเพาะอาหาร

6. การยอ่ ยอาหาร เริ่มจากอวยั วะใด และสนิ สดุ ท่อี วยั วะใด

ก. กระเพาะอาหาร ลาไสเ้ ลก็ ข. ปาก ลาไส้เล็ก

ค. กระเพาะอาหาร ลาไสใ้ หญ่ ง. ปาก ลาไสใ้ หญ่

7. การย่อยในข้อใดทเ่ี ปน็ การยอ่ ยเชิงกล

1. การหดตัวและคลายตวั ของกล้ามเนอื หลอดอาหาร (เพอริสทลั ซิส)

2. การเคียวอาหารใหม้ ีขนาดเล็กลงโดยใช้ฟันในปาก

ก. ถกู เฉพาะ ขอ้ 1 ข. ถกู เฉพาะ ข้อ 2

ค. ถูกทงั 2 ขอ้ ง. ไมถ่ กู ทัง 2 ขอ้

8. อาหารชนิดใดถกู ยอ่ ยเชิงเคมใี นปาก

ก. ข.

ค. ง.

9. อาหารชนิดใดถูกย่อยเชิงเคมที ่ีแรกในกระเพาะอาหาร
ก. ข.

ค. ง.

117

10. คนทีม่ ีแผลในกระเพาะอาหาร จะกระทบกระเทอื นตอ่ การย่อยอาหารประเภทใดมากที่สุด

ก. โปรตนี ข. คารโ์ บไฮเดรต ค. ไขมนั ง. เกลือแร่

11. คนท่ถี กู ตดั ถงุ นาดี จะกระทบกระเทอื นต่อการยอ่ ยอาหารในข้อใดมากท่สี ุด

ก. ก๋วยเต๋ียวนาใสลูกชิน ข. ข้าวขาหมู

ค. ขา้ วผัดไข่ ง. สุกีนาทะเล

12. สารอาหารชนิดใด ร่างกายสามารถดูดซึมได้โดยที่ไมต่ อ้ งผา่ นกระบวนการย่อย

ก. คารโ์ บไฮเดรต วิตามิน ข. โปรตนี ไขมัน

ค. เกลอื แร่ ไขมัน ง. วิตามนิ เกลือแร่

13. อวยั วะใดมหี น้าท่ี ดดู ซมึ เกลอื แร่ นา และสง่ กากอาหารไปยงั ทวารหนัก

ก. ตับ ข. ลาไส้ใหญ่ ค. ลาไสเ้ ลก็ ง. กระเพาะอาหาร

14. หากเรารับประทานอาหารตามรายการด้านลา่ งนี อวัยวะใดในระบบย่อยอาหาร

จะทางานหนกั

สดั สว่ นอาหาร

ข้าว แป้ง เผือก มนั 8 ทัพพี

ผกั 1 ทพั พี

ผลไม้ 3 สว่ น

นม 2 แกว้

เนือสตั ว์ 30 ช้อนกนิ ขา้ ว

นามนั นาตาล เกลอื 12 ช้อนชา

ก. ตับ ข. ลาไส้ใหญ่ ค. ลาไส้เลก็ ง. กระเพาะอาหาร

15. หากเรารับประทานอาหารตามรายการด้านบน มีโอกาสเกดิ อาการหรอื โรคใด

ก. โรคกรดไหลยอ้ น ข. ทอ้ งเสยี

ค. โรคกระเพาะอาหาร ง. ทอ้ งผกู

118

การแยกสาร

เปน็ สารท่ีมองเห็นเปน็ เนอื เดยี วกัน เปน็ สารที่มองเห็นไมเ่ ปน็ เนอื เดยี วกนั ตลอดทกุ สว่ น
ตลอดทกุ สว่ น และมสี มบตั เิ หมอื นกันทกุ สว่ น และมีสมบตั ขิ องเนอื สารในแตล่ ะส่วนแตกตา่ งกัน
เช่น นาเกลือ แอลกอฮอล์ นาเช่อื ม เช่น ตะกอนในนาโคลน นาอบไทย ลอดชอ่ ง

ทมี่ า https://www.khaosod.co.th

ทีม่ า https://www.scimath.org

119

การแยกสาร

การแยกสาร หมายถงึ การแยกสารทผ่ี สมกนั ตงั แต่ 2 ชนดิ ขนึ ไปออกจากกัน
เพ่ือนาสารท่ไี ดน้ นั ไปใช้ประโยชนต์ ามต้องการ

การเลอื กวิธที ี่เหมาะสมในการแยกสาร พจิ ารณาจากลกั ษณะ สมบตั ขิ องสาร
ที่ผสมกนั รวมทงั ตอ้ งคานงึ ถึงประสทิ ธิภาพและความประหยดั การแยกสารสามารถ
นาไปใชป้ ระโยชน์ในการแกป้ ญั หาในชวี ิตประจาวนั ได้

การระเหยแหง้

การหยบิ ออก การร่อน การฝดั

การตกตะกอน การรินออก การใช้แม่เหล็กดงึ ดูด

การใช้กรวยแยก การกรอง

120

การแยกสารเนือผสมอย่างง่าย

การฝดั การรอ่ น และการหยิบออก ใชใ้ นการแยกของแข็งในสารเนือผสมออกจากกนั

ตวั อย่าง
การแยกถัว่ ชนดิ ต่างๆ ออกจากกนั
 การแยกเปลอื กถวั่ ลิสงปนกับ

เมลด็ ถ่ัวลสิ ง

เป็นการแยกของแข็งออกจากของแขง็ ท่มี ีลกั ษณะ
เช่น สี รูปร่าง ขนาด แตกตา่ งกนั อยา่ งชดั เจน

วัสดุทม่ี ีขนาดใหญ่กว่า ตัวอย่าง
รเู ปิดของตะแกรง
จะคา้ งอยบู่ นตะแกรง การแยกทรายละเอียดออกจาก
ทรายหยาบ
เป็นการแยกของแขง็ ที่มีขนาดแตกตา่ งกัน
ผา่ นตะแกรง  การรอ่ นแร่

แกลบเบา ตัวอย่าง

ข้าวสารหนกั การฝดั ข้าว
 การแยกเปลอื กถว่ั ลสิ งปนกับ
เป็นการแยกของแข็งทม่ี ีมวลตา่ งกันออกจากกนั
เมลด็ ถวั่ ลิสง

121

การแยกสารเนอื ผสมอยา่ งง่าย

การรินออก การกรอง และการตกตะกอน ใชใ้ นการแยกของแขง็ กับของเหลว
ในสารเนือผสมออกจากกันได้

ตัวอย่าง
 การแยกนาออกจากนาโคลน
การแยกแป้งออกจากนาอบ
เป็นวธิ ีทที่ าใหข้ องแข็งค่อยๆ แยกตวั และจมลง
ท่กี ้นภาชนะ จากนนั แยกของเหลวออกจากของแขง็
โดยการรนิ ของเหลวออกจากของแขง็

ตัวอยา่ ง
การรนิ นาลา้ งขา้ วออกจากเมลด็ ขา้ ว

เปน็ การแยกสารผสมท่ีมีของแข็งปนกบั ของเหลว
โดยท่ีของแขง็ ไม่ละลายในของเหลวนนั

เป็นวธิ ีทที่ าให้ของเหลวไหลผ่านตวั กรองทม่ี รี ูขนาดเล็ก เช่น
กระดาษกรอง ผ้าขาวบาง ซ่ึงของแขง็ ผ่านไมไ่ ด้จงึ คา้ งอยู่บนตวั กรอง

ตวั อย่าง
การแยกนาออกจากนาโคลน
 การแยกกากมะพร้าวออกจากนากะทิ

122

การแยกสารเนอื ผสมอย่างง่าย

ตวั อย่าง
 การแยกเศษเหลก็ ออกจากเศษขยะ

เปน็ การแยกสารแม่เหล็กออกจากสารเนือผสม

พิมเสน ตัวอยา่ ง
 การแยกพมิ เสนออกจากเกลือ
เปน็ การแยกสารเนือผสมทีเ่ ปน็ ของแข็ง สารทสี่ ามารถระเหดิ ได้ เช่น พมิ เสน
โดยของแขง็ ชนดิ หน่งึ สามารถระเหดิ ได้
การบรู ไอโอดนี

ไอโอดีนระเหิดกลบั
ไอโอดนี ระเหดิ

เป็นวธิ ีที่แยกของเหลวผสมอยกู่ ับของเหลวแต่ไม่รวมเปน็ เนอื เดยี วกนั
โดยของเหลวทีม่ ีความหนาแน่นนอ้ ยกว่าจะอยขู่ ้างบน
ของเหลวทีม่ ีความหนาแน่นมากกว่าจะอยขู่ ้างล่าง

นามนั มคี วามหนาแน่นน้อยกวา่ จะอยขู่ า้ งบน
นามีความหนาแน่นมากกว่าจะอยู่ขา้ งลา่ ง

123

การแยกสารเนอื ผสมอยา่ งง่าย

ตัวอยา่ ง
 การแยกเกลือออกจากนาเกลอื
 การแยกเกลอื ออกจากนาทะเล

เป็นการแยกสารเนอื เดยี ว เกลือ
ทม่ี ขี องแขง็ ละลายอย่ใู นของเหลว การทานาเกลอื

เปน็ กระบวนการแยกของแขง็ ท่ีละลายในตวั ทาละลายท่ีเปน็ ของเหลว
โดยทาให้สารละลายอ่ิมตัวท่อี ณุ หภมู ิสูง แล้วปลอ่ ยใหส้ ารละลายเยน็ ลง
ของแข็งจะตกผลกึ ออกมา เช่น การตกผลกึ นาตาล

การตกผลกึ นาตาล

ท่มี า https://www.sanook.com สารส้ม
เปน็ สารเรง่ การตกตะกอน ทาใหอ้ นุภาค
ของสารแขวนลอยในนารวมตวั เป็น
กล่มุ กอ้ นขนาดใหญ่ ทาให้ตกตะกอน
ไดเ้ รว็ ขึน เช่นการนาไปแกว่งในนา

124

แบบฝึกหัด ชอ่ื .................................................................. คะแนน..............
ชัน้ ............................เลขท.่ี ...........................

 ให้เดก็ ๆ ทาแผนผังมโนทัศนก์ ารแยกสารเนอื ผสม ใหถ้ กู ต้อง 

การแยกสารเนือผสมอย่างง่าย

ของแข็งปนกับของแข็ง

ขนาดแตกต่างกันมาก -.................................
-.................................
ตัวอยา่ ง
.....................................................
ใช้ ......................

สแี ละรูปร่างแตกต่างกัน

ใช้ .................................

ตวั อยา่ ง

..............................................................

..............................................................

มวลแตกต่างกัน

ใช้ .................................

ตวั อยา่ ง

..............................................................
..................................................................

125

แบบฝกึ หัด ชือ่ .................................................................. คะแนน..............
ช้นั ............................เลขท.ี่ ...........................

 ให้เดก็ ๆ ทาแผนผังมโนทศั น์การแยกสารเนอื ผสม ให้ถกู ต้อง 

การแยกสารเนอื ผสมอยา่ งง่าย

ของแข็งปนกบั ของเหลว

ของแข็งไม่ละลาย ของแขง็ ละลาย
ในของเหลว ในของเหลว

ใช้ ................................. ใช้ .................................

เช่น ................................ เช่น
................................ .เ.ช..่น............................................
................................................
เช่น .................................
................................. ภาพจาก http://www.patongbeachthailand.com

ใช้ .................................

เช่น .............................................
เชน่ .............................................
เช่น .............................................

126

แบบฝกึ หัด ชอื่ .................................................................. คะแนน..............
ชั้น ............................เลขท.่ี ...........................

 ให้เด็กๆ ทาแผนผังมโนทศั นก์ ารแยกสารเนอื ผสม ใหถ้ ูกตอ้ ง 

การแยกสารเนือผสมอย่างง่าย

ของแขง็ ท่ีเป็น
สารแม่เหลก็ ปนกบั สารอื่น

ตัวอยา่ ง

.......................................................
.......................................................
.......................................................
.......................................................
.......................................................

127

แบบฝกึ หัด ชอ่ื .................................................................. คะแนน..............
ชัน้ ............................เลขท.ี่ ...........................

 ให้เดก็ ๆ เลอื กวิธกี ารแยกสาร และเขียนใหต้ รงกบั ภาพ

การรอ่ น การกรอง การใชก้ รวยแยก การระเหยแหง้ การตกตะกอน
การฝดั การหยิบออก การรินออก การระเหิดกลับ การใช้แมเ่ หลก็ ดึงดูด

……………………….…… ……………………….…… ……………………….……

……………………….…… ……………………….…… ……………………….……
128

แบบฝกึ หัด ชอ่ื .................................................................. คะแนน..............
ชั้น ............................เลขท.ี่ ...........................

 ใหเ้ ดก็ ๆ เลือกวิธกี ารแยกสาร เติมลงในช่องว่างใหถ้ กู ตอ้ ง 

การฝัด การร่อน การหยบิ ออก

1. ......................... ..................... ................................ ใช้ในการแยกของแขง็ ในสารเนือผสม
ออกจากกนั

2. ………………………… เป็นการแยกของแขง็ ออกจากของแข็งทม่ี ีลกั ษณะ เชน่ สี รูปรา่ ง ขนาด
แตกต่างกนั อยา่ งชัดเจน

3. ………………………… เปน็ การแยกของแข็งทม่ี ขี นาดแตกต่างกันผ่านตะแกรง
4. ………………………… เป็นการแยกของแขง็ ที่มีมวลตา่ งกนั ออกจากกนั
5. ………………………… ใชใ้ นการแยกทรายละเอยี ดออกจากทรายหยาบ
6. ………………………… ใชใ้ นการแยกแกลบหรือเปลือกขา้ ว ออกจากเมลด็ ข้าว
7. ………………………… ใชใ้ นการแยกลกู อมสีต่างๆที่ปนกันออกจากกัน แยกเปน็ กลุ่มสตี า่ งๆ
8. ………………………… หรอื ......................... ใชใ้ นการแยกเปลือกถั่วลสิ งปนกับเมล็ดถว่ั ลิสง
9. ………………………… หรอื ......................... ใช้ในการแยกเปลือกหอยออกจากทราย
10. จากภาพด้านลา่ งใชว้ ิธี.................. ในการแยกแรอ่ อกจากเศษหนิ ดนิ ทรายทปี่ ะปนมากับแร่

ภาพจาก https://www.trueplookpanya.com 129

แบบฝกึ หัด ชอื่ .................................................................. คะแนน..............
ชัน้ ............................เลขท.่ี ...........................

 ให้เด็กๆ เลือกวิธกี ารแยกสาร เติมลงในช่องวา่ งให้ถกู ตอ้ ง 

การรินออก การกรอง การตกตะกอน

1. ........................... ..................... และ............................. ใช้ในการแยกของแข็งกบั ของเหลว
ในสารเนือผสมออกจากกันได้

2. ………………………… เปน็ วิธีท่ีทาให้ของแขง็ ค่อยๆ แยกตวั และจมลงทกี่ ้นภาชนะ
จากนนั แยกของเหลวออกจากของแขง็ โดย………………………..ของเหลวออกจากของแข็ง

3. ………………………………… เป็นวธิ ีที่ทาใหข้ องเหลวไหลผา่ นตัวกรองทมี่ ีรขู นาดเล็ก
เช่น กระดาษกรอง ซ่ึงของแขง็ ผา่ นไม่ไดจ้ ึงคา้ งอยู่บนตัวกรอง

4. ………………………… หรอื ......................... ใชใ้ นการแยกแป้งออกจากนาอบ
5. ………………………… หรือ ......................... ใชใ้ นการแยกปนู ออกจากนาปูน
6. ......................... ใชใ้ นการแยกนามนั ทีล่ อยอยู่ในนาแกง
7. ………………………… หรอื ......................... ใช้ในการแยกนาออกจากนาโคลน
8. ………………………… หรอื ......................... ใชใ้ นการแยกดนิ ออกจากนาคลอง
9. ………………………… ใชใ้ นการแยกกากถว่ั เหลอื งจากนาถั่วเหลือง
10. ………………………… ใชผ้ า้ ขาวบางในการแยกกากมะพร้าวออกจากนากะทิ

130

แบบฝกึ หัด ชอื่ .................................................................. คะแนน..............
ชัน้ ............................เลขท.่ี ...........................

 ให้เดก็ ๆ เลือกวิธีการแยกสาร เตมิ ลงในชอ่ งว่างใหถ้ กู ตอ้ ง 

การระเหยแหง้ การใชแ้ ม่เหล็กดึงดูด การใชก้ รวยแยก

1. ………………………………… เปน็ วิธที ่ีแยกของเหลวผสมอยู่กบั ของเหลวแตไ่ ม่รวมเปน็
เนอื เดียวกัน โดยของเหลวทีม่ ีความหนาแน่นน้อยกว่าจะอยูข่ ้างบน ของเหลวท่ีมี
ความหนาแนน่ มากกว่าจะอยู่ข้างลา่ ง

2. ................................ เป็นวธิ กี ารแยกสารผสมท่ีมขี องแขง็ ละลายอยู่ในของเหลว
3. ………………………………… เป็นการแยกสารแม่เหลก็ ออกจากสารเนอื ผสม
4. ....................................... ใชใ้ นการแยกนา ออกจากนามัน
5. .......................................ใชใ้ นการแยกเกลือออกจากนาเกลอื
6. ………………………………… ใชใ้ นการแยกผงตะไบเหล็กออกจากทราย
7. ………………………………… ใชใ้ นการแยกเศษเหล็กออกจากเศษขยะ
8. ………………………………… ใช้ในการแยกเกลือออกจากนาทะเล

ใช้ภาพการใช้กรวยแยกนาและนามันออกจากกันในการตอบคาถาม

9. สารที่ได้จากการแยกท่ีอยู่ด้านบน คือ ..............................
มีความหนาแน่น........................นา

10. สารทีไ่ ด้จากการแยกทอ่ี ยู่ด้านลา่ ง คอื ..............................
มีความหนาแนน่ ........................นามัน

131

แบบฝึกหัด ชอ่ื .................................................................. คะแนน..............
ชน้ั ............................เลขท.่ี ...........................

 ให้เดก็ ๆ ทาเครอ่ื งหมาย  หน้าขอ้ ความที่ถกู ต้องนะ

การกรอง ลกั ษณะหรือสมบัติของสารท่แี ยกออกจากกนั

สารที่ค้างอยบู่ นกระดาษกรองอย่ใู นสถานะ
 ของแขง็  ของเหลว

มีขนาด  เลก็ กว่า  ใหญ่กว่า รพู รนุ ของกระดาษกรอง
สารท่ีผ่านกระดาษกรองลงมาอย่ใู นสถานะ

 ของแขง็  ของเหลว

การระเหยแหง้ ลักษณะหรือสมบัติของสารที่เหลืออยู่ในภาชนะ
 ของแขง็  ของเหลว

สารผสมกอ่ นแยกมีลักษณะ

 ของแขง็ แขวนลอยอยู่ในของเหลว
 ของแข็งละลายอยใู่ นของเหลว

 ทาเครอื่ งหมาย หนา้ สถานการณ์ท่ีใชว้ ธิ ีการแยกสารแบบการกรอง

และ  หนา้ สถานการณ์ท่ีใชว้ ิธีการแยกสารแบบการระเหยแหง้

 แปง้ ออกจากนาอบ  นากะทอิ อกจากกากมะพรา้ ว

 การทานาเกลอื  ใบชาออกจากนาชา  การแยกเศษผงออกจากนา

132

แบบฝกึ หัด ช่ือ .................................................................. คะแนน..............
ช้ัน ............................เลขท.ี่ ...........................

 ให้เด็กๆ ทาเครอ่ื งหมาย หน้าข้อความท่กี ลา่ วถกู ต้อง และวงล้อมรอบภาพ
ท่ีมคี วามสัมพนั ธก์ บั โจทยท์ ีก่ าหนดให้ 2 คาตอบ 

 แยกเปลอื กหอยออกจากทราย
 การฝัดขา้ ว
 เปน็ การแยกของแขง็ ออกจากของแขง็ ท่ีมลี กั ษณะ เชน่

สี รูปรา่ ง ขนาดแตกตา่ งกันอยา่ งชดั เจน

การร่อน

 แยกเกลอื ออกจากนาทะเล
 แยกนาลา้ งขา้ ว(นาซาวขา้ ว) ออกจากข้าว
 เปน็ การแยกของแข็งออกจากของเหลว โดยของแขง็ ไมล่ ะลาย

ในของเหลว

การระเหยแหง้

การรอ่ นแร่ การทานาเกลือ การแยกเกลอื ออกจากนาเกลือ

 แยกทรายออกจากนา
 แยกนาออกจากโคลน
 แยกเกลอื ออกจากนาทะเล

133

แบบฝกึ หัด ชือ่ .................................................................. คะแนน..............
ชั้น ............................เลขท.่ี ...........................

 ใหเ้ ด็กๆ เลอื กวธิ กี ารแยกสารให้เหมาะสม 

การรอ่ น การกรอง การใช้กรวยแยก การระเหยแห้ง การตกตะกอน

การรินออก การหยบิ ออก การใชแ้ ม่เหลก็ ดึงดดู การกรองดว้ ยผ้าขาวบาง
การฝัด การระเหดิ

แยก ............... แยก ...............
ออกจาก .................
ออกจาก ................. โดยวิธี
โดยวิธี
..............................................
............................................
............................................
..............................................

แยก ............... แยก ...............
ออกจาก ................. ออกจาก .................
โดยวธิ ี โดยวธิ ี

.............................................. ........................................................................

134

แยก ............... แยก .......................
ออกจาก ................. ออกจาก .................
โดยวธิ ี โดยวธิ ี

.............................................. ..............................................

.............................................. ..............................................

https://sgmagazine.com แยก ............... แยก ...............
ออกจาก ............... ออกจาก .................
โดยวิธี โดยวธิ ี

....................................... .......................................

แยก ............... แยก ...............
ออกจาก ................. ออกจาก .................
โดยวิธี โดยวิธี

.............................................. ................................

135

แบบฝกึ หัด ชื่อ .................................................................. คะแนน..............
ช้ัน ............................เลขท.่ี ...........................

 ใหเ้ ด็กๆ ตอบคาถามในแตล่ ะขอ้ อยา่ งมเี หตุผลนะ 

ขอ้ มูลแสดงขนาดของสารและสมบัติการละลายนาของสาร 3 ชนิด เป็นดังนี

สาร ขนาดของสาร (มิลลเิ มตร) การละลายนา
W 2.5 ไม่ละลาย
X 7.0 ละลาย
Y 6.3 ไมล่ ะลาย

ครูให้นกั เรียนแยกสารเนอื ผสมที่มีสาร W X Y และนาผสมอยู่ โดยทดลอง
ตามลาดบั ดังนี (O-NET)

สถานการณท์ ี่ 1 นาสารเนอื ผสมทีม่ สี าร W X Y และนาผสมอยู่ไปกรองด้วยกระดาษกรอง

สารที่อยู่บนกระดาษกรอง คอื สาร .............. และ ...............

สารที่ละลายอย่ใู นนา คอื สาร ................

นาสารละลายท่กี รองได้ไประเหยแหง้
สารทไ่ี ดจ้ ากการระเหยแห้ง คอื สาร .................

136

สถานการณท์ ี่ 2 นาสารส่วนที่คา้ งอย่บู นกระดาษกรองไปลา้ งด้วยนา 3 รอบ แลว้ ผงึ่ แดด
ให้แหง้ จากนนั นาไปรอ่ นด้วยตะแกรงที่มรี ูขนาด 5 มิลลิเมตร

ตะแกรงทม่ี รี ขู นาด 5 มลิ ลิเมตร สารท่คี ้างอยบู่ นตะแกรง
คือสาร ............

สารท่ีผ่านตะแกรงได้ คอื สาร ............

ในการแยกสารเนอื ผสม X Y และ Z มีวธิ กี ารแยกสาร ดังนี
การแยกสารในครังนี ใชว้ ธิ ีการแยกสารแบบใดบ้าง

1. …………………………………………………..
2. …………………………………………………..
3. …………………………………………………..

จากการแยกสารในการทดลองนี เราสามารถแยกสารทังหมด
ออกจากกันไดห้ รอื ไม่ .....................................................

137

แบบฝกึ หัด ชอ่ื .................................................................. คะแนน..............
ช้นั ............................เลขท.่ี ...........................

 ใหเ้ ด็กๆ ตอบคาถามในแตล่ ะขอ้ อย่างมเี หตุผลนะ 

สารผสมประกอบด้วย สาร 4 ชนิด ท่ีมีลักษณะและสมบัตแิ ตกต่างกนั ดังตาราง (O-NET)

ตาราง ลกั ษณะและสมบัติของสาร 4 ชนิด

ชนิดของสาร ลกั ษณะ การะลายนา

A ผงละเอียดเหมอื นแปง้ ได้

B ผงละเอียดเท่าเกลอื ป่น ไม่ได้

C เม็ดขนาด 0.6 ซม. ได้

D เม็ดขนาด 0.4 ซม. ไม่ได้

เมอื่ แยกสารผสมโดยการร่อนด้วยตะแกรงที่มรี ูขนาดเสน้ ผา่ นศนู ย์กลาง 0.5 ซม.
สารท่ีค้างอยบู่ นตะแกรง คือสาร ............

สารที่ผา่ นตะแกรงลงมาได้ คือสาร
............ ............ และ ..............

นาสารทผี่ า่ นการรอ่ นแล้วไปผสมกบั นาเปล่าให้เขา้ กัน จากนันนาไปกรอง
ด้วยกระดาษกรอง

สารที่อย่บู นกระดาษกรอง คอื สาร .............. และ ...............

สารที่ละลายอยูใ่ นนา คือสาร ................

138

นาของเหลวที่ผ่านกระดาษกรองไประเหยแหง้
สารทีไ่ ด้จากการระเหยแห้ง คอื สาร .............. และ …………….

ใหเ้ ดก็ ๆ ใส่เครอ่ื งหมาย หนา้ ขอ้ ความท่ถี กู และใสเ่ ครอ่ื งหมาย  หนา้ ข้อความทผ่ี ดิ
……………. สารทแ่ี ยกออกจากสารผสมไดเ้ ปน็ ลาดับแรกคอื A
……………. สารทแ่ี ยกออกจากสารผสมไดเ้ ปน็ ลาดับแรกคอื C
……………. สาร A และ B ไม่สามารถแยกออกจากกนั ได้
……………. สาร B และ C ไม่สามารถแยกออกจากกันได้
……………. สาร B และ D ไม่สามารถแยกออกจากกันได้
……………. สารทกุ ชนดิ สามารถแยกออกเป็นอิสระได้

139

แบบฝึกหัด ชอื่ .................................................................. คะแนน..............
ชน้ั ............................เลขท.ี่ ...........................

 ให้เด็กๆ ตอบคาถามในแตล่ ะขอ้ อย่างมีเหตุผลนะ 

สาร 4 ชนดิ มีลกั ษณะเปน็ เกล็ดของแขง็ ทม่ี ีสมบัตแิ ตกตา่ งกัน ดงั ตาราง (O-NET)

สมบตั สิ าร ชนดิ สาร A B C D

ความหนาแน่น (กรัม/ลบ.ซม.) 2.0 0.9 1.8 0.8
ละลายไดด้ ี ละลายไมไ่ ด้ ละลายไมไ่ ด้
การละลายในนา ละลายได้ดี
1.0 1.2 1.5
ขนาดเกลด็ (มลิ ลเิ มตร) 0.8

เมือ่ นาสารผสมของสาร 4 ชนดิ ไปกรองด้วยตะแกรงขนาด 0.9 มลิ ลิเมตร

สารท่คี ้างอยบู่ นตะแกรง คือสาร
............ ............ ............

สารที่ผา่ นตะแกรงลงมาได้ คือสาร ............

แลว้ เอาสารผสมที่คา้ งบนตะแกรงไปใสน่ าในอ่างนา

สารทไ่ี มล่ ะลายนา และมคี วามหนาแนน่ นอ้ ยกว่านา
คือสาร ................
สารที่ละลายอยูใ่ นนา คือสาร ................

สารทไี่ มล่ ะลายนา และมคี วามหนาแนน่ มากกว่านา
คือสาร ................

140

สรุป

สาร ............

คอื สาร ................ เพราะ..............................................
คอื สาร ................เพราะ.................................
คอื สาร ................ เพราะ............................................

ให้เด็กๆ ใส่เครอื่ งหมาย หน้าข้อความที่ถกู และใสเ่ ครอ่ื งหมาย  หนา้ ข้อความทผ่ี ดิ
……………. แยกสาร A ออกจากสารผสมได้ เพราะมีความหนาแนน่ สงู สุด
……………. แยกสาร A และสาร B ออกจากกันไมไ่ ด้ เพราะมีสมบตั ิการละลายนาไดด้ ีเหมอื นกัน
……………. แยกสาร A และสาร D ออกจากกันได้ เพราะมสี มบตั ิการละลายนาตา่ งกัน
……………. แยกสาร B และสาร D ออกจากกันได้ เพราะมีสมบัติการละลายนาต่างกนั
……………. แยกสาร C และสาร D ออกจากกนั ไมไ่ ด้ เพราะมีขนาดเกล็ดใกล้เคยี งกนั มาก
……………. แยกสาร C และสาร D ออกจากกันได้ เพราะมคี วามหนาแน่นตา่ งกัน

141

แบบฝึกหัด ชือ่ .................................................................. คะแนน..............
ชน้ั ............................เลขท.ี่ ...........................

 ให้เด็กๆ ตอบคาถามในแตล่ ะข้ออยา่ งมเี หตุผลนะ 

นาสารเนอื ผสมทป่ี ระกอบด้วยทราย เกลอื และผงเหลก็ มาแยกด้วยวิธกี ารต่างๆ สารทแ่ี ยกได้
แสดงดังแผนภาพ

ทราย เกลอื ผงเหล็ก D

E

AB

เกลอื เกลือC
ผง ผง
เหลก็ ผงเหลก็ เหล็ก

1. A คอื ....................... ประกอบด้วย ..................... และ ...............................
2. B ประกอบดว้ ย ..............................และ ...............................
3. แยกสารผสม ดว้ ยวธิ กี าร C คอื .....................................
4. D คือ .......................
5. กระบวนการ ของ E มีวิธกี ารคือ ...................................................................

142

แบบฝกึ หัด ชือ่ .................................................................. คะแนน..............
ช้นั ............................เลขท.ี่ ...........................

 ให้เด็กๆ ตอบคาถามในแตล่ ะขอ้ อย่างมเี หตผุ ลนะ 

ในการแยกสารเนื้อผสมที่เป็นของแข็งปนอยู่ในของเหลว โดยเทสารผ่านวัสดุที่ใช้กรอง
A B C และ D ไดผ้ ลดังตาราง (ขอบคณุ โจทย์จาก หนังสือวิทย์ สสวท. ป.6 หน้า 125-126)

ให้เดก็ ๆ เรียงลาดบั ขนาดรูพรนุ ของวัสดุท่ใี ชก้ รองจากเล็กไปใหญ่
พรอ้ ม อธิบายเหตุผลเพิ่มเตมิ
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
ถ้าตอ้ งการทาให้ของเหลวที่ผ่านการกรองด้วยวัสดุ D ใสขึนอกี ควรเลอื กวิธกี ารในข้อใด
 วางใหต้ กตะกอนนานขนึ
 กรองหลายๆ ครังโดยใชว้ ัสดุท่ีใช้กรองเดิม
 รนิ ของเหลวผ่านวสั ดุท่ใี ชก้ รองชนิดเดมิ อย่างช้าๆ
 กรองโดยใช้วสั ดุทใี่ ช้กรองชนดิ เดิมแตม่ รี พู รนุ เล็กกว่าเดมิ

143

1. ชื่อ ..................................................................
ชน้ั ............................เลขท.ี่ ...........................
แบบฝกึ หัด คะแนน..............

 ให้เด็กๆ ทาเครื่องหมาย  หนา้ ขอ้ ความทถี่ กู ต้อง 

1. ………………………… เป็นการแยกของแข็งออกจากของแข็งท่มี ีลกั ษณะ เช่น สี รูปรา่ ง

ขนาดแตกตา่ งกนั อย่างชดั เจน

 การรอ่ น  การหยบิ ออก  การฝดั

2. ………………………… เป็นการแยกของแขง็ ออกจากของแข็งทมี่ ขี นาดแตกต่างกนั ผ่านตะแกรง

 การร่อน  การหยิบออก  การฝดั

3. ………………………… เปน็ การแยกของแขง็ ออกจากของแข็งท่ีมมี วลต่างกันออกจากกนั

 การร่อน  การหยบิ ออก  การฝดั

4. ………………………………… เป็นการแยกสารแม่เหลก็ ออกจากสารเนอื ผสม

 การกรอง  การใช้แม่เหลก็ ดึงดูด

 การตกตะกอน  การรินออก

5. ………………………… เป็นวธิ ีทที่ าให้ของแขง็ คอ่ ยๆ แยกตวั และจมลงทก่ี น้ ภาชนะ

จากนนั แยกของเหลวออกจากของแขง็ โดยการรนิ ของเหลวออกจากของแข็ง

 การกรอง  การใชแ้ ม่เหล็กดึงดูด

 การตกตะกอน  การรินออก

6. ………………………………… เป็นวิธีที่ทาให้ของเหลวไหลผา่ นตวั กรองท่มี ีรูขนาดเล็ก

เช่น กระดาษกรอง ซ่ึงของแข็งผ่านไมไ่ ดจ้ ึงคา้ งอย่บู นตัวกรอง

 การกรอง  การใชแ้ ม่เหลก็ ดึงดูด

 การตกตะกอน  การรนิ ออก

7. ………………………………… เป็นวิธีท่แี ยกของเหลวผสมอย่กู บั ของเหลวแตไ่ ม่รวม

เป็นเนอื เดียวกนั โดยของเหลวทมี่ คี วามหนาแนน่ น้อยกวา่ จะอยู่ขา้ งบน ของเหลว

ทีม่ คี วามหนาแนน่ มากกวา่ จะอยู่ขา้ งลา่ ง

 การตกตะกอน  การกรอง  การใช้กรวยแยก

144

8. A และ B เป็นของแข็ง A มขี นาดใหญก่ วา่ B มาก หากตอ้ งการแยกสารทงั สองออกจากกัน

ควรเลือกใช้วธิ กี ารแยกสารแบบใด

 การหยบิ ออก  การกรอง  การร่อน

9. A และ B เป็นของแขง็ โดยสารทงั สองมขี นาดตา่ งกนั เลก็ นอ้ ย หากตอ้ งการแยกสารทังสอง

ออกจากกัน ควรเลือกใชว้ ิธกี ารแยกสารแบบใด

 การหยบิ ออก  การกรอง  การร่อน

10. A เปน็ ของแข็งทไ่ี ม่ละลายในของเหลว B หากตอ้ งการแยกสารทงั สองออกจากกัน

ควรเลอื กใช้วธิ ีการแยกสารแบบใด

 การหยบิ ออก  การกรอง  การรอ่ น

145

แบบฝกึ หัด ชอ่ื .................................................................. คะแนน..............
ช้ัน ............................เลขท.ี่ ...........................

 ให้เด็กๆ ทาเครอ่ื งหมาย หนา้ ข้อความที่ถูกต้อง 

1. หากตอ้ งการแยกเปลือกถ่ัวลิสงกบั เมลด็ ถ่วั ลสิ ง ควรเลอื กใชว้ ธิ กี ารแยกสารแบบใด

 การฝดั  การใช้แมเ่ หลก็ ดงึ ดูด  การรอ่ น

2. หากตอ้ งการแยกเศษกระเจย๊ี บออกจากนากระเจย๊ี บ ควรเลือกใช้วธิ ีการแยกสารแบบใด

 การหยิบออก  การกรอง  การรอ่ น

3. หากตอ้ งการแยกดินสอพองกบั นา ออกจากกนั ควรเลือกใช้วธิ กี ารแยกสารแบบใด

 การหยบิ ออก  การกรอง  การร่อน

4. หากตอ้ งการแยกเศษเหลก็ ในกองขยะ ควรเลอื กใชว้ ธิ ีการแยกสารแบบใด

 การกรอง  การใช้แมเ่ หล็กดึงดดู  การฝดั

5. หากตอ้ งการแยกตะปเู หล็กที่ปนกบั อะลมู เิ นียม ควรเลอื กใช้วธิ กี ารแยกสารแบบใด

 การกรอง  การใช้แม่เหลก็ ดงึ ดูด  การฝัด

6. หากต้องการแยกเปลอื กข้าวออกจากขา้ ว ควรเลือกใชว้ ิธีการแยกสารแบบใด

 การตกตะกอน  การระเหดิ  การฝดั

7. หากต้องการแยกนาออกจากนาโคลน ควรเลอื กใช้วิธีการแยกสารแบบใด

 การตกตะกอน  การระเหิด  การฝัด

8. หากตอ้ งการแยกนาตาลออกจากการบูร ควรเลือกใชใ้ นวิธกี ารแยกสารแบบใด

 การกรอง  การระเหยแหง้  การระเหิด

9. ผ้าขาวบาง เปน็ อุปกรณ์ทีใ่ ช้ในวิธกี ารแยกสารแบบใด

 การกรอง  การระเหยแห้ง  การระเหิด

10. การทานาเกลอื เป็นวธิ ีการแยกเกลอื ออกจากนา ควรเลือกใชว้ ิธกี ารแยกสารแบบใด

 การกรอง  การระเหยแหง้  การระเหดิ

146

11. หากตอ้ งการแยกนามันออกจากนา ควรเลอื กใช้วิธีการแยกสารแบบใด

 การระเหดิ  การใช้กรวยกรอง  การใช้ชอ้ นตัก

12. หากตอ้ งการแยกนาล้างข้าวออกจากขา้ ว ควรเลอื กใช้วิธกี ารแยกสารแบบใด

 การรนิ  การตกผลึก  การระเหยแห้ง

13. หากต้องการแยกนาตาลออกจากนา ควรเลือกใชว้ ธิ ีการแยกสารแบบใด

 การรนิ  การตกผลึก  การระเหยแหง้

14. หากตอ้ งการแยกนามนั ท่ีลอยอย่ใู นนาแกง ควรเลอื กใช้วิธกี ารแยกสารแบบใด

 การริน  การตกผลกึ  การระเหยแห้ง

15. หากตอ้ งการแยกถว่ั ชนิดตา่ งๆออกจากกนั ควรเลอื กใช้วิธกี ารแยกสารแบบใด

 การหยบิ ออก  การกรอง  การรอ่ น

147

แบบฝึกหัด ช่อื .................................................................. คะแนน..............
ชั้น ............................เลขท.ี่ ...........................

 ให้เด็กๆ ตอบคาถามในแตล่ ะขอ้ อยา่ งมีเหตุผลนะ 

การเลอื กวิธกี ารแยกสารออกจากกันพจิ ารณาจากสิ่งใด
........................................................................

เครื่องคัดส้ม จากภาพเปน็ การนาความรู้เร่ืองการแยกสาร
ไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ิตประจาวันอยา่ งไร
..................................................................................
..................................................................................
..................................................................................

จากภาพเครื่องคดั สม้ เป็นการนาความรู้เรือ่ ง
การแยกสารไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวนั อย่างไร
...........................................................................................
...........................................................................................
...........................................................................................
...........................................................................................
...........................................................................................

148

แบบฝกึ หัด ช่ือ .................................................................. คะแนน..............
ชั้น ............................เลขท.ี่ ...........................

 ให้เด็กๆ เลอื กคาตอบทถ่ี กู ต้องเพยี งคาตอบเดยี วนะ 

1. จากภาพ หากต้องการแยกถ่ัวชนิดตา่ งๆ ออกจากกนั ควรเลือกใช้วิธกี ารใด

ก. การกรอง ข. การหยิบออก
ค. การฝดั ง. การระเหยแหง้

2. เม่อื วางสารเนอื ผสม ดงั รูป ก ไว้ 5 นาที พบว่าเนือสารผสมดังกล่าว แยกออกเป็น
ของเหลว A และของแขง็ B ดงั รปู ข (ขอบคุณโจทยแ์ ละรูปจากหนงั สอื วทิ ย์ สสวท. ป.6 หน้า 125)

ของแข็ง

สถานการณด์ ังกลา่ วเป็นการแยกสารโดยวธิ กี ารใด และถา้ แยกของเหลว A ออกจากของแข็ง B
ควรใช้วิธีการใด ตามลาดับ

ก. การตกตะกอน การหยิบออก ข. การตกตะกอน การกรอง
ค. การกรอง การรินออก ง. การกรอง การตกตะกอน

3. ควรใช้วธิ ีการใด แยกถัว่ แดงออกจากเตา้ ทงึ เย็น

ก. การกรอง ข. การรอ่ น
ค. การตักออก ง. การระเหยแห้ง

149

4. จากภาพ เปน็ วิธกี ารแยกสาร โดยวธิ กี ารใด ข. การร่อน
ก. การกรอง ง. การระเหยแหง้
ค. การตักออก
ข. นาเกลอื
5. การใชก้ รวยแยก สามารถแยกของผสมในขอ้ ใด ง. นาตาลออกจากนาเชื่อม

ก.นากบั นามัน
ค. นาโคลน

6. ด.ญ.ฟรงุ้ ฟริง ทาพิมเสนตกลงโถเกลอื ของคุณแม่ ให้เด็กๆ แนะนาวิธีการแยกพิมเสนออก

จากเกลอื ให้กับ ด.ญ.ฟรุ้งฟรงิ

ก. นาสารทังสองไปร่อน ข. นาสารทงั สองไปตากแดด

ค. นาสารทังสองไปละลายนา ง. นาสารทงั สองไปกรอง

7. ในการทานาเกลอื สง่ิ ทเ่ี หลืออยใู่ นนาเกลือ คือ

ก. เศษดิน ข. เกลอื
ค. นาทะเล ง. เปลือกหอย

150


Click to View FlipBook Version