นนววัตัตกกรรรรมมคคู่มู่มือือกกาารรสสออนนเเสสรริมิมเเตตรรียียมมสสออบบขขึ้นึ้นททะะเเบบียียนนรรับับใใบบออนนุญุญาาตตปปรระะกกออบบววิชิชาาชชีพีพกกาารรพพยยาาบบาาลลรราายยววิชิชาากกาารรพพยยาาบบาาลลสสุขุขภภาาพพจจิติตแแลละะจจิติตเเววชชศศาาสสตตรร์์IInnnnoovvaattiivvee SSuupppplleemmeennttaarryy IInnssttrruuccttiioonnaall MMaannuuaall ffoorrtthhee NNuurrssiinngg LLiicceennssuurree EExxaammiinnaattiioonn iinn PPssyycchhiiaattrriiccaanndd MMeennttaall HHeeaalltthh NNuurrssiinnggนวัตกรรมคู่มือการสอนเสริมเตรียมสอบขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลรายวิชาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวชศาสตร์Innovative Supplementary Instructional Manual forthe Nursing Licensure Examination in Psychiatricand Mental Health Nursing
นน..สส..นนิจิจททิริราา บบุญุญยยิ งิ งนน..สส..ภภาานนุชุชนนาารรถถ หหมมาายยชชัยัยนน..สส..ญญาาณณิศิศาา สสาาธธรรนน..สส..มมณณีรีรัตัตนน์์คคงงศศิลิลปป นน..สส..ไไหหมมแแกก้ว้ว จจันันดดีทีทมมนน..สส..กกนนกกววรรรรณณ สสนนสสุรุรัตัตนน์์นน..สส..ออังังศศุมุมาาลลีีพพะะนนิริรัมัมยย์์นน..สส..นนาาดดียียาา บบินินดดีนีนนน..สส..ใใหหมมสสุนุนียีย์์บบ่า่าหหมม๊ะ๊ะนน..สส..ออาาภภัชัชรราา ซซาาททููนน..สส..ออนนัญัญลลักักษษณณ์์จจออมมหหงงษษ์์นน..สส..ชชุตุติกิกาาญญจจนน์์ภภูรูริจิจิริรนนนนทท์น์นุกุกุลุลนน..สส..ปปรราางงชชนนกก ถถมมสสูงูงเเนนินินนน..สส..ภภัทัทรราานนีีสสิมิมชชาาตติิน.ส.นิจทิรา บุญยิ งน.ส.ภานุชนารถ หมายชัยน.ส.ญาณิศา สาธรน.ส.มณีรัตน์คงศิลป น.ส.ไหมแก้ว จันดีทมน.ส.กนกวรรณ สนสุรัตน์น.ส.อังศุมาลีพะนิรัมย์น.ส.นาดียา บินดีนน.ส.ใหมสุนีย์บ่าหม๊ะน.ส.อาภัชรา ซาทูน.ส.อนัญลักษณ์จอมหงษ์น.ส.ชุติกาญจน์ภูริจิรนนท์นุกุลน.ส.ปรางชนก ถมสูงเนินน.ส.ภัทรานีสิมชาติออาาจจาารรยย์ท์ที ปี ปรรึกึกษษาานนาาววาาโโททหหญญิงิง ดดรร..เเบบญญจจภภัคัค สสาางงหห้ว้วยยไไพพรรหหัวัวหหนน้า้าภภาาคคววิชิชาากกาารรพพยยาาบบาาลลสสุขุขภภาาพพจจิติตแแลละะจจิติตเเววชชผผู้รู้รับับผผิดิดชชออบบววิชิชาากกาารรศศึกึกษษาาออิสิสรระะแแลละะววิชิชาาววิจิจัยัยแแลละะนนววัตัตกกรรรรมมททาางงกกาารรพพยยาาบบาาลลอาจารย์ที่ปรึกษานาวาโทหญิง ดร.เบญจภัค สางห้วยไพรหัวหน้าภาควิชาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวชผู้รับผิดชอบวิชาการศึกษาอิสระและวิชาวิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาลจจจััดัดจัดททําําําโโดดยย
คคคำําําคำนนําําํานนววัตัตกกรรรรมมคคู่มู่มือือเเลล่ม่มนนี จี จัดัดททําําขขึ นึ นเเพพื อื อเเปป น นสส่ว่วนนหหนนึ งึ งขขอองงกกาารรศศึกึกษษาาแแลละะรรววบบรรววมมคคววาามมรรู้เู้เกกี ยี ยววกกับับเเนนื อื อหหาาววิชิชาากกาารรพพยยาาบบาาลลสสุขุขภภาาพพจจิติตแแลละะจจิติตเเววชชศศาาสสตตรร์โ์โดดยยมมีวีวัตัตถถุปุปรระะสสงงคค์์เพื อใใหห้ผ้ผู้อู้อ่า่านนไไดด้เ้เขข้า้าใใจจเเนนื อื อหหาาออยย่า่างงถถูกูกตต้อ้องง ชชัดัดเเจจนน แแลละะสสาามมาารรถถนนําําไไปปใใชช้ใ้ในนกกาารรสสออบบใใบบปปรระะกกออบบววิชิชาาชชีพีพพพยยาาบบาาลลผผู้จู้จัดัดททําําไไดด้ค้ค้น้นคควว้า้าแแลละะรรววบบรรววมมขข้อ้อมมูลูลจจาากกแแหหลล่ง่งตต่า่างงๆๆทที นี น่า่าเเชชื อื อถถือือเเพพื อื อใใหห้เ้เนนื อื อหหาามมีคีคววาามมคครรบบถถ้ว้วนนแแลละะเเปป น นปปรระะโโยยชชนน์ม์มาากกทที สี สุดุด หหาากกมมีขีข้อ้อผผิดิดพพลลาาดดปปรระะกกาารรใใดดผผู้จู้จัดัดททําําขขออออภภัยัยมมาา ณณ ทที นี นี แี แลละะยยินินดดีนีน้อ้อมมรรับับขข้อ้อเเสสนนออแแนนะะเเพพื อื อปปรรับับปปรรุงุงใใหห้ด้ดียียิ งิ งขขึ นึ นสสุดุดทท้า้ายยนนี ี ผผู้จู้จัดัดททําําหหววังังเเปป น นออยย่า่างงยยิ งิ งวว่า่านนววัตัตกกรรรรมมคคู่มู่มือือเเลล่ม่มนนี จี จะะเเปป น นปปรระะโโยยชชนน์์แแกก่ผ่ผู้อู้อ่า่านนไไมม่ม่มาากกกก็น็น้อ้อยยจจัดัดททําําโโดดยยนนักักศศึกึกษษาาพพยยาาบบาาลลชชั นั นปป ท ที ี 33 กกลลุ่มุ่ม 99นวัตกรรมคู่มือเล่มนี จัดทําขึ นเพื อเป นส่วนหนึ งของการศึกษาและรวบรวมความรู้เกี่ยวกับเนื้อหาวิชาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวชศาสตร์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจเนื อหาอย่างถูกต้อง ชัดเจน และสามารถนําไปใช้ในการสอบใบประกอบวิชาชีพพยาบาลผู้จัดทําได้ค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆที น่าเชื อถือเพื่อให้เนื้อหามีความครบถ้วนและเป็นประโยชน์มากที่สุด หากมีข้อผิดพลาดประการใดผู้จัดทำ ขออภัยมา ณ ที่นี้และยินดีน้อมรับข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นสุดท้ายนี้ ผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่านวัตกรรมคู่มือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านไม่มากก็น้อยจัดทำ โดยนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 3 กลุ่ม 9ก
สสาารรบบบััญัญบัขเนื้อหา หน้าแนวข้อสอบสภาการพยาบาล (Pre-test) 1บทที่ 1 แนวคิดทฤษฏีที่สำ คัญสำ หรับการพยาบาล 11บทที่ 2 เครื่องมือที่ใช้ในการพยาบาลจิตเวช 16บทที่ 3 การพยาบาลผู้ใหญ่ที่มีปัญหาทางจิตเวชโดย 25คำ นึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยและหลักฐานเชิงประจักษ์บทที่ 4 การพยาบาลผู้สูงอายุที่มีปัญหาจิตเวชโดย 35คำ นึงความปลอดภัยของผู้ป่วยบนหลักฐานเชิงประจักษ์บทที่ 5 การพยาบาลเด็กและวัยรุ่นที่มีปัญหาทางจิตเวช 40โดยคำ นึงถึงความปลอดภัยและหลักฐานเชิงประจักษ์บทที่ 6 ภาวะวิกฤตทางจิตใจและจิตเวชฉุกเฉิน 45บทที่ 7 บทบาทของพยาบาลในการรักษาทางจิตเวช 50โดยคำ นึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยบนหลักฐานเชิงประจักษ์แนวข้อสอบสภาการพยาบาล (Post-test) 53เฉลย Pre - Test 62เฉลย Post - Test 68
แแนนววขข้อ้อสสออบบสสภภาากกาารรพพยยาาบบาาลล ((PPrree--tteesstt))11.. ปป จ จจจัยัยเเสสี ยี ยงง ((PPrreeddiissppoossiinngg)) ททาางงสสุขุขภภาาพพจจิติตมมาากกทที สี สุดุดคคือือขข้อ้อใใดด11.. บบ้า้านนพพังังจจาากกกกาารรโโดดนนรระะเเบบิดิด22.. ลลูกูกชชาายยจจมมนนํ าํ าเเสสียียชชีวีวิติต33.. มมีบีบิดิดาาทที เี เปป น นโโรรคคจจิติตเเภภทท44.. เเปป น นโโรรคคมมะะเเรร็ง็งรระะยยะะสสุดุดทท้า้ายย22.. ปป จ จจจัยัยปป อ องงกกันัน ((PPrrootteeccttiivvee FFaaccttoorrss)) ดด้า้านนชชีวีวภภาาพพคคือือขข้อ้อใใดด11.. มมอองงโโลลกกใในนแแงง่ด่ดีี22.. รรับับปปรระะททาานนยยาาตต่อ่อเเนนื อื องง33.. ยยออมมรรับับกกาารรเเจจ็บ็บปป ว วยย44.. คครรออบบคครรัวัวมมีสีส่ว่วนนรร่ว่วมม33.. ขข้อ้อใใดดเเปป น น PPrriimmaarryy PPrreevveennttiioonn ใในนงงาานนสสุขุขภภาาพพจจิติตแแลละะจจิติตเเววชชชชุมุมชชนน11.. ใใหห้ค้คววาามมรรู้เู้เกกี ยี ยววกกับับกกาารรจจัดัดกกาารรคคววาามมเเคครรียียดดใในนปปรระะชชาาชชนน22.. ใใหห้ค้ค าาแแนนะะนน าานนักักเเรรียียนนทที เี เสสพพยยาาเเขข้า้าบบําําบบัดัดรรักักษษาา33.. คค้น้นหหาากกลลุ่มุ่มเเสสี ยี ยงงตต่อ่อภภาาววะะซซึมึมเเศศรร้า้าโโดดยยใใชช้้22QQ,, 99QQ44.. ฝฝ ก กออาาชชีพีพใใหห้ก้กับับผผู้ปู้ป ว วยยใในนชชุมุมชชนนแนวข้อสอบสภาการพยาบาล (Pre-test)1. ปัจจัยเสี่ยง (Predisposing) ทางสุขภาพจิตมากที่สุดคือข้อใด1. บ้านพังจากการโดนระเบิด2. ลูกชายจมน้ำ เสียชีวิต3. มีบิดาที่เป็นโรคจิตเภท4. เป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย2. ปัจจัยป้องกัน (Protective Factors) ด้านชีวภาพคือข้อใด1. มองโลกในแง่ดี2. รับประทานยาต่อเนื่อง3. ยอมรับการเจ็บป่วย4. ครอบครัวมีส่วนร่วม3. ข้อใดเป็น Primary Prevention ในงานสุขภาพจิตและจิตเวชชุมชน1. ให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการความเครียดในประชาชน2. ให้ค าแนะน านักเรียนที่เสพยาเข้าบำ บัดรักษา3. ค้นหากลุ่มเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าโดยใช้ 2Q, 9Q4. ฝึกอาชีพให้กับผู้ป่วยในชุมชน1
44.. นนักักเเรรียียนนมมีกีกาารรใใชช้บ้บุหุหรรี ไี ไฟฟฟฟ า า พพยยาาบบาาลลจจิติตเเววชชจจึงึงเเขข้า้ามมาาชช่ว่วยยเเหหลลือือจจัดัดกกิจิจกกรรรรมมใใหห้ค้คําําปปรรึกึกษษาาสสุขุขภภาาพพจจิติตใในน โโรรงงเเรรียียนน เเปป น นกกาารรปป อ องงกกันันใในนรระะดดับับใใดด11.. กกาารรปป อ องงกกันันรระะดดับับปปฐฐมมภภูมูมิิ22.. กกาารรปป อ องงกกันันรระะดดับับททุตุติยิยภภูมูมิิ33.. กกาารรปป อ องงกกันันรระะดดับับตตตติยิยภภูมูมิิ44.. กกาารรปป อ องงกกันันสส่ง่งเเสสรริมิมสสุขุขภภาาพพ55.. กกาารรพพยยาาบบาาลลผผู้ปู้ป ว วยยตตาามมแแนนววคคิดิดททฤฤษษฎฎีชีชีวีวภภาาพพกกาารรแแพพททยย์์ไไดด้แ้แกก่ข่ข้อ้อใใดด11.. ดดูแูแลลใใหห้ไ้ไดด้ร้รับับปปรระะททาานนยยาาตตาามมแแผผนนกกาารรรรักักษษาา22.. เเปป ด ดโโออกกาาสสใใหห้ร้ระะบบาายยคคววาามมรรู้สู้สึกึก33.. แแนนะะนนําํากกาารรสสรร้า้างงสสัมัมพพันัน ธธภภาาพพกกับับผผู้ปู้ป ว วยยออื นื น44.. สส่ง่งเเสสรริมิมคคววาามมมมีคีคุณุณคค่า่าใในนตตนนเเอองง66.. ผผู้ปู้ป ว วยยตตะะโโกกนนใใสส่พ่พยยาาบบาาลลวว่า่า ““ฉฉันันจจะะไไมม่พ่พูดูดกกับับใใคครรๆๆ ไไมม่ต่ต้อ้องงมมาาพพูดูดดดีีททําําดดีกีกับับฉฉันันคคนนใในนโโลลกกนนี ใี ใจจรร้า้ายยกกันันหหมมดดททุกุก คคนน”” เเกกิดิดจจาากกสสาาเเหหตตุใุใดดตตาามมแแนนววคคิดิดรระะหหวว่า่างงบบุคุคคคลลขขอองงเเพพบบพพลลาาวว11.. ขขาาดดคคววาามมไไวว้ว้วาางงใใจจสสิ งิ งแแววดดลล้อ้อมม22.. ขขาาดดคคววาามมสสนนใใจจสสิ งิ งแแววดดลล้อ้อมมรรออบบๆๆตตัวัว33.. ขขาาดดคคววาามมเเชชื อื อมมั นั นใในนกกาารรสสรร้า้างงคคววาามมสสัมัมพพันันธธ์ก์กับับผผู้อู้อื นื น44.. ขขาาดดททักักษษะะใในนกกาารรสสรร้า้างงสสัมัมพพันันธธภภาาพพเเนนื อื องงจจาากกเเจจ็บ็บปป ว วยยเเรรื อื อรรังัง4. นักเรียนมีการใช้บุหรี่ไฟฟ้า พยาบาลจิตเวชจึงเข้ามาช่วยเหลือจัดกิจกรรมให้คำปรึกษาสุขภาพจิตใน โรงเรียน เป็นการป้องกันในระดับใด1. การป้องกันระดับปฐมภูมิ2. การป้องกันระดับทุติยภูมิ3. การป้องกันระดับตติยภูมิ4. การป้องกันส่งเสริมสุขภาพ5. การพยาบาลผู้ป่วยตามแนวคิดทฤษฎีชีวภาพการแพทย์ ได้แก่ข้อใด1. ดูแลให้ได้รับประทานยาตามแผนการรักษา2. เปิดโอกาสให้ระบายความรู้สึก3. แนะนำ การสร้างสัมพัน ธภาพกับผู้ป่วยอื่น4. ส่งเสริมความมีคุณค่าในตนเอง6. ผู้ป่วยตะโกนใส่พยาบาลว่า“ฉันจะไม่พูดกับใครๆ ไม่ต้องมาพูดดี ทำ ดีกับฉันคนในโลกนี้ใจร้ายกันหมดทุก คน”เกิดจากสาเหตุใดตามแนวคิดระหว่างบุคคลของเพบพลาว1. ขาดความไว้วางใจสิ่งแวดล้อม2. ขาดความสนใจสิ่งแวดล้อมรอบๆตัว3. ขาดความเชื่อมั่นในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น4. ขาดทักษะในการสร้างสัมพันธภาพเนื องจากเจ็บป วยเรื อรัง2
77.. ผผู้ปู้ป ว วยยรร่ว่วมมคคิดิดหหาาววิธิธีกีกาารรแแกก้ป้ป ญ ญหหาาแแลละะตตัดัดสสินินใใจจดด้ว้วยยตตนนเเอองง แแสสดดงงวว่า่าพพยยาาบบาาลลใใชช้้ททฤฤษษฎฎีใีใดด11.. มมนนุษุษยยนนิยิยมม22.. ปป ญ ญญญาานนิยิยมม33.. พพฤฤตติกิกรรรรมมนนิยิยมม44.. พพฤฤตติกิกรรรรมมแแลละะปป ญ ญญญาานนิยิยมม88.. พพรระะรราาชชบบัญัญญญัตัติสิสุขุขภภาาพพจจิติต พพ..ศศ.. 22555511 มมาาตตรราา 1177 ขข้อ้อใใดดไไมม่ไ่ไดด้เ้เปป น นกกาารรลละะเเมมิดิดสสิทิทธธิผิผู้ปู้ป ว วยยจจิติตเเววชช11.. ไไมม่พ่พูดูดกกับับผผู้ปู้ป ว วยยทที พี พูดูดคคําําหหยยาาบบ22.. ผผูกูกมมัดัดผผู้ปู้ป ว วยยทที มี มีอีอาากกาารรสสับับสสนน ไไมม่อ่อยยู่นู่นิ งิ ง33.. ใใหห้ผ้ผู้ปู้ป ว วยยชชาายยออาาบบนนํ าํ ารรววมมกกันันใในนหหออผผู้ปู้ป ว วยย44.. โโกกนนหหัวัวผผู้ปู้ป ว วยยหหญญิงิงททั งั งหหมมดดเเนนื อื องงจจาากกมมีโีโรรคคเเหหาารระะบบาาดด99.. ผผู้ชู้ชาายยถถือือมมีดีดพพูดูดขขู่วู่ว่า่า ““ฉฉันันไไมม่ไ่ไดด้บ้บ้า้า ออยย่า่าเเขข้า้ามมาานนะะ ใใคครรเเขข้า้ามมาาจจะะแแททงงใใหห้ต้ตาายยเเลลยย””คคนนพพบบเเหห็น็นคคววรรททําําออยย่า่างงไไรร11.. แแจจ้ง้งเเจจ้า้าหหนน้า้าทที ี รรพพ..จจิติตเเววชชทที ใี ใกกลล้ท้ที สี สุดุด ใใหห้บ้บังังคคับับบบําําบบัดัด22.. แแจจ้ง้งตตําํารรววจจใใหห้พ้พาาไไปปรรักักษษาาทที สี สถถาานนบบําําบบัดัดททาางงจจิติตเเววชช33.. พพูดูดคคุยุย หหวว่า่านนลล้อ้อมมใใหห้ผ้ผู้ชู้ชาายยรราายยนนี ยี ยออมมรรับับกกาารรไไปปบบําําบบัดัดรรักักษษาา44.. ใใหห้ผ้ผู้ดู้ดูแูแลลตตัดัดสสินินใใจจวว่า่าจจะะสส่ง่งผผู้ปู้ป ว วยยเเขข้า้ารรับับกกาารรบบําําบบัดัดรรักักษษาาหหรรือือไไมม่่7. ผู้ป่วยร่วมคิดหาวิธีการแก้ปัญหาและตัดสินใจด้วยตนเอง แสดงว่าพยาบาลใช้ทฤษฎีใด1. มนุษยนิยม2. ปัญญานิยม3. พฤติกรรมนิยม4. พฤติกรรมและป ญญานิยม8. พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 มาตรา 17 ข้อใดไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิผู้ป่วยจิตเวช1. ไม่พูดกับผู้ป่วยที่พูดคำ หยาบ2. ผูกมัดผู้ป่วยที่มีอาการสับสน ไม่อยู่นิ่ง3. ให้ผู้ป่วยชายอาบน้ำ รวมกันในหอผู้ป่วย4. โกนหัวผู้ป วยหญิงทั งหมดเนื องจากมีโรคเหาระบาด9. ผู้ชายถือมีดพูดขู่ว่า“ฉันไม่ได้บ้า อย่าเข้ามานะ ใครเข้ามาจะแทงให้ตายเลย”คนพบเห็นควรทำ อย่างไร1. แจ้งเจ้าหน้าที่ รพ.จิตเวชที่ใกล้ที่สุด ให้บังคับบำ บัด2. แจ้งตำ รวจให้พาไปรักษาที่สถานบำ บัดทางจิตเวช3. พูดคุย หว่านล้อมให้ผู้ชายรายนี้ยอมรับการไปบำ บัดรักษา4. ให้ผู้ดูแลตัดสินใจว่าจะส่งผู้ป วยเข้ารับการบําบัดรักษาหรือไม่3
1100.. พพยยาาบบาาลลรรับับฟฟ ง งปป ญ ญหหาาขขอองงผผู้ปู้ป ว วยย สสงงสสาารร จจึงึงรร้อ้องงไไหห้ไ้ไปปกกับับผผู้ปู้ป ว วยย พพยยาาบบาาลลออยยู่ใู่ในนภภาาววะะใใดด11.. AAcccceeppttaannccee22.. CCaarree33.. EEmmppaatthhyy44.. SSyymmppaatthhyy1111.. คคําําพพูดูดใใดดขขอองงพพยยาาบบาาลลทที แี แสสดดงงถถึงึงกกาารรใใชช้ต้ตรระะหหนนักักรรู้ใู้ในนตตนนเเอองงเเปป น นเเคครรื อื องงมมือือใในนกกาารรบบําําบบัดัด11..““ฉฉันันโโกกรรธธมมาากก ฉฉันันจจะะไไมม่ช่ช่ว่วยยออะะไไรรเเขขาาออีกีก””22..““ฉฉันันคคิดิดวว่า่าพพฤฤตติกิกรรรรมมผผู้ปู้ป ว วยยไไมม่เ่เหหมมาาะะสสมม ฉฉันันตต้อ้องงคคววบบคคุมุมเเขขาา””33..““ฉฉันันรรู้สู้สึกึกโโกกรรธธ แแตต่ฉ่ฉันันขข่ม่มใใจจ เเพพรราาะะถถ้า้าททําําออะะไไรรไไปปคคนนออื นื นจจะะเเดดือือดดรร้อ้อนน””44..““ฉฉันันโโกกรรธธผผู้ปู้ป ว วยย แแตต่ฉ่ฉันันกก็ค็คววบบคคุมุมตตนนเเอองงตตออนนทที ฉี ฉันันมมีปีปฏฏิสิสัมัมพพันันธธ์ก์กับับเเขขาา””1122.. นนาางงสส้ม้มเเชช้ง้งผผิดิดหหววังังจจาากกกกาารรทที สี สาามมีไีไปปมมีภีภรรรรยยาานน้อ้อยย พพยยาาบบาาลลคคนนใใดดเเขข้า้าถถึงึงออาารรมมณณ์์คคววาามมรรู้สู้สึกึกขขอองงสส้ม้มเเชช้ง้งตตาามม หหลลักัก eemmppaatthhiicc uunnddeerrssttaannddiinngg มมาากกทที สี สุดุด11..““ถถ้า้าฉฉันันเเปป น นคคุณุณ ฉฉันันกก็เ็เสสียียใใจจ””22..““คคุณุณคคงงลลําําบบาากกใใจจทที จี จะะเเลลิกิกแแลละะลลืมืมเเขขาา””33..““ออยย่า่าไไปปกกังังววลลเเสสียียใใจจกกับับคคนนทที ไี ไมม่ร่รักักเเรราา เเรริ มิ มตต้น้นชชีวีวิติตใใหหมม่ว่วันันนนี เี เลลยยนนะะคคะะ””44..““คคุณุณเเปป น นคคนนโโชชคคดดีมีมาากกเเลลยยทที ไี ไดด้ร้รู้คู้คววาามมจจรริงิงกก่อ่อนน มมิฉิฉะะนนั นั นจจะะเเจจ็บ็บชชํ าํ ามมาากกกกวว่า่านนี ”ี ”10. พยาบาลรับฟังปัญหาของผู้ป่วย สงสาร จึงร้องไห้ไปกับผู้ป่วย พยาบาลอยู่ในภาวะใด1. Acceptance2. Care3. Empathy4. Sympathy11. คำ พูดใดของพยาบาลที่แสดงถึงการใช้ตระหนักรู้ในตนเองเป็นเครื่องมือในการบำ บัด1.“ฉันโกรธมาก ฉันจะไม่ช่วยอะไรเขาอีก”2.“ฉันคิดว่าพฤติกรรมผู้ป่วยไม่เหมาะสม ฉันต้องควบคุมเขา”3.“ฉันรู้สึกโกรธ แต่ฉันข่มใจ เพราะถ้าทำ อะไรไปคนอื่นจะเดือดร้อน”4.“ฉันโกรธผู้ป วย แต่ฉันก็ควบคุมตนเองตอนที ฉันมีปฏิสัมพันธ์กับเขา”12. นางส้มเช้งผิดหวังจากการที่สามีไปมีภรรยาน้อย พยาบาลคนใดเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกของส้มเช้งตาม หลัก empathic understanding มากที่สุด1.“ถ้าฉันเป็นคุณ ฉันก็เสียใจ”2.“คุณคงลำ บากใจที่จะเลิกและลืมเขา”3.“อย่าไปกังวลเสียใจกับคนที่ไม่รักเรา เริ่มต้นชีวิตใหม่วันนี้เลยนะคะ”4.“คุณเป นคนโชคดีมากเลยที ได้รู้ความจริงก่อน มิฉะนั นจะเจ็บชํ ามากกว่านี ”4
1133.. กกาารรแแกก้ไ้ไขขภภาาววะะววิติตกกกกังังววลลจจาากกกกาารรพพรราากกจจาากก ((SSeeppaarraattee aannxxiieettyy)) คคือือขข้อ้อใใดด11.. คคุยุยกกับับผผู้ปู้ป ว วยยททุกุกววันันตตาามมทที ผี ผู้ปู้ป ว วยยรร้อ้องงขขออ22.. บบออกกขข้อ้อมมูลูลตตนนเเอองงแแลละะบบออกกววันันเเรริ มิ มตต้น้น –– ววันันสสิ นิ นสสุดุดใในนรระะยยะะสสุดุดทท้า้ายย33.. บบออกกววันันทที เี เรริ มิ มตต้น้นแแลละะววันันสสิ นิ นสสุดุด ใในนททุกุกขขั นั นตตออนนใในนกกาารรสสรร้า้างงสสัมัมพพันันธธภภาาพพ44.. บบออกกววันันสสิ นิ นสสุดุดสสัมัมพพันันธธภภาาพพใในนรระะยยะะทที สี สอองงเเพพื อื อใใหห้ผ้ผู้ปู้ป ว วยยเเตตรรียียมมใใจจ1144.. สสถถาานนกกาารรณณ์ใ์ใดดทที พี พยยาาบบาาลลคคววรรเเปปลลี ยี ยนนเเรรื อื องงสสนนททนนาา11.. ผผู้ปู้ป ว วยยพพูดูดวว่า่า ““ผผมมออยยาากกตตาายย””22.. ผผู้ปู้ป ว วยยรร้อ้องงไไหห้้พพูดูดวว่า่า ““ฉฉันันเเสสียียใใจจมมาากก””33.. ผผู้ปู้ป ว วยยพพูดูดเเสสียียงงเเบบาาวว่า่า ““ฉฉันันไไมม่พ่พรร้อ้อมมทที จี จะะคคุยุยเเรรื อื องงนนี ”ี ”44.. ผผู้ปู้ป ว วยยบบออกกวว่า่า ““ฉฉันันไไมม่ร่รู้จู้จะะออธธิบิบาายยใใหห้ค้คุณุณพพยยาาบบาาลลฟฟ ง งออยย่า่างงไไรร””1155.. ผผู้ปู้ป ว วยยพพูดูดวว่า่า ““คคนนออยย่า่างงผผมมเเปป น นคคนนไไรร้ค้ค่า่า ออยย่า่ามมาาเเสสียียเเววลลาากกับับคคนนออยย่า่างงผผมมเเลลยย””พพยยาาบบาาลลกกลล่า่าววตตออบบออยย่า่างงไไรรจจึงึงจจะะเเหหมมาาะะสสมม11..““ดดิฉิฉันันชช่ว่วยยคคุณุณไไดด้น้นะะคคะะ””22..““ใใคครรคคือือคคนนททําําใใหห้ค้คุณุณรรู้สู้สึกึกไไมม่ม่มีคีค่า่าหหรรือือคคะะ””33..““ดดิฉิฉันันจจะะใใหห้พ้พยยาาบบาาลลคคนนใใหหมม่ม่มาาดดูแูแลลคคุณุณ””44..““ดดิฉิฉันันเเขข้า้าใใจจคคววาามมรรู้สู้สึกึกคคุณุณ ดดิฉิฉันันออาาจจชช่ว่วยยคคุณุณไไดด้”้”13. การแก้ไขภาวะวิตกกังวลจากการพรากจาก (Separate anxiety) คือข้อใด1. คุยกับผู้ป่วยทุกวันตามที่ผู้ป่วยร้องขอ2. บอกข้อมูลตนเองและบอกวันเริ่มต้น – วันสิ้นสุดในระยะสุดท้าย3. บอกวันที่เริ่มต้นและวันสิ้นสุด ในทุกขั้นตอนในการสร้างสัมพันธภาพ4. บอกวันสิ นสุดสัมพันธภาพในระยะที สองเพื อให้ผู้ป วยเตรียมใจ14. สถานการณ์ใดที่พยาบาลควรเปลี่ยนเรื่องสนทนา1. ผู้ป่วยพูดว่า“ผมอยากตาย”2. ผู้ป่วยร้องไห้ พูดว่า“ฉันเสียใจมาก”3. ผู้ป่วยพูดเสียงเบาว่า“ฉันไม่พร้อมที่จะคุยเรื่องนี้”4. ผู้ป วยบอกว่า“ฉันไม่รู้จะอธิบายให้คุณพยาบาลฟ งอย่างไร”15. ผู้ป่วยพูดว่า“คนอย่างผมเป็นคนไร้ค่า อย่ามาเสียเวลากับคนอย่างผมเลย”พยาบาลกล่าวตอบอย่างไรจึงจะเหมาะสม1.“ดิฉันช่วยคุณได้นะคะ”2.“ใครคือคนทำ ให้คุณรู้สึกไม่มีค่าหรือคะ”3.“ดิฉันจะให้พยาบาลคนใหม่มาดูแลคุณ”4.“ดิฉันเข้าใจความรู้สึกคุณ ดิฉันอาจช่วยคุณได้”5
1166.. ผผู้ปู้ป ว วยยบบออกกวว่า่า ““ถถ้า้าผผมมไไดด้ค้คุยุยกกับับคคุณุณททุกุกววันันกก็ค็คงงจจะะดดีมีมาากก”” พพยยาาบบาาลลคคววรรกกลล่า่าววตตออบบออยย่า่างงไไรร11..““ไไมม่ไ่ไดด้ห้หรรออกกคค่ะ่ะ ดดิฉิฉันันมมีงีงาานนออื นื นตต้อ้องงททําํา””22..““ตต่อ่อไไปปเเรราามมาาคคุยุยกกันันททุกุกววันันนนะะคคะะ””33..““คคุณุณไไมม่ส่สบบาายยใใจจออะะไไรรจจึงึงออยยาากกคคุยุยกกับับดดิฉิฉันันททุกุกววันัน””44..““คคุยุยกกันันสสัปัปดดาาหห์ล์ละะสสาามมววันันตตาามมทที ตี ตกกลลงงกกันันไไวว้แ้แลล้ว้ว””1177.. หหลลังังจจาากกทที พี พยยาาบบาาลลบบออกกสสิ นิ นสสุดุดสสัมัมพพันันธธภภาาพพ ผผู้ปู้ป ว วยยรร้อ้องงไไหห้ฟ้ฟูมูมฟฟาายย กกาารรพพยยาาบบาาลลขข้อ้อใใดดเเหหมมาาะะสสมมทที สี สุดุด11.. ปปลลออบบใใจจแแลละะออยยู่เู่เปป น นเเพพื อื อนนผผู้ปู้ป ว วยย22.. เเปป ด ดโโออกกาาสสใใหห้ร้ระะบบาายยคคววาามมรรู้สู้สึกึกทที เี เกกิดิดขขึ นึ น33.. จจัดัดบบรรรรยยาากกาาศศใใหห้ผ้ผู้ปู้ป ว วยยดดีขีขึ นึ น44.. ใใหห้ญ้ญาาตติขิขอองงผผู้ปู้ป ว วยยมมาาดดูแูแลลผผู้ปู้ป ว วยยแแททนน1188.. เเททคคนนิคิคกกาารรสสนนททนนาาเเพพื อื อกกาารรบบําําบบัดัดขข้อ้อใใดดถถูกูกตต้อ้องง ผผู้ปู้ป ว วยย :: ““ผผมมททะะเเลลาาะะกกับับพพ่อ่อผผมมบบ่อ่อยยมมาากก”” พพยยาาบบาาลล :: ““คคุณุณชช่ว่วยยเเลล่า่าเเหหตตุกุกาารรณณ์ใ์ใหห้ด้ดิฉิฉันันฟฟ ง งหหนน่อ่อยยคค่ะ่ะ11.. CCllaarriiffyyiinngg22.. EEnnccoouurraaggiinngg eevvaalluuaattiioonn33.. EExxpplloorriinngg44.. FFooccuussiinngg16. ผู้ป่วยบอกว่า“ถ้าผมได้คุยกับคุณทุกวันก็คงจะดีมาก” พยาบาลควรกล่าวตอบอย่างไร1.“ไม่ได้หรอกค่ะ ดิฉันมีงานอื่นต้องทำ”2.“ต่อไปเรามาคุยกันทุกวันนะคะ”3.“คุณไม่สบายใจอะไรจึงอยากคุยกับดิฉันทุกวัน”4.“คุยกันสัปดาห์ละสามวันตามที่ตกลงกันไว้แล้ว”17. หลังจากที่พยาบาลบอกสิ้นสุดสัมพันธภาพ ผู้ป่วยร้องไห้ฟูมฟาย การพยาบาลข้อใดเหมาะสมที่สุด1. ปลอบใจและอยู่เป็นเพื่อนผู้ป่วย2. เปิดโอกาสให้ระบายความรู้สึกที่เกิดขึ้น3. จัดบรรยากาศให้ผู้ป่วยดีขึ้น4. ให้ญาติของผู้ป วยมาดูแลผู้ป วยแทน18. เทคนิคการสนทนาเพื่อการบำ บัดข้อใดถูกต้อง ผู้ป่วย :“ผมทะเลาะกับพ่อผมบ่อยมาก” พยาบาล :“คุณช่วยเล่าเหตุการณ์ให้ดิฉันฟังหน่อยค่ะ1. Clarifying2. Encouraging evaluation3. Exploring4. Focusing6
1199.. ผผู้ปู้ป ว วยยหหญญิงิงรราายยหหนนึ งึ งมมีอีอาากกาารร HHaalllluucciinnaattiioonn คคววรรใใชช้เ้เททคคนนิคิคกกาารรสสนนททนนาาเเพพื อื อกกาารรบบําําบบัดัดขข้อ้อใใดดผผู้ปู้ป ว วยย :: ““แแมม่ด่ดิฉิฉันันมมาาหหาาคค่ะ่ะ ยยืนืนออยยู่ทู่ที ปี ปรระะตตู”ู”พพยยาาบบาาลล :: ““ดดิฉิฉันันไไมม่เ่เหห็น็นใใคครร มมีแีแคค่ด่ดิฉิฉันันกกับับคคุณุณเเทท่า่านนั นั น””11.. CCllaarriiffyyiinngg 22.. FFooccuussiinngg33.. GGiivviinngg iinnffoorrmmaattiioonn 44.. PPrreesseenntt rreeaalliitt2200.. ผผู้ปู้ป ว วยยบบออกกวว่า่าตตนนเเปป น นเเททพพธธิดิดาามมาาเเกกิดิดใในนโโลลกกมมนนุษุษยย์์เเสสกกมมนนตต์ไ์ไดด้้ผผู้ปู้ป ว วยยมมีคีคววาามมผผิดิดปปกกตติดิด้า้านนคคววาามมคคิดิดแแบบบบใใดด11.. DDeelluussiioonn ooff ggrraannddeeuurr22.. DDeelluussiioonn ooff rreeffeerreennccee33.. DDeelluussiioonn ooff ppeerrsseeccuuttiioonn44.. DDeelluussiioonn ooff bbeeiinngg ccoonnttrroolllleedd2211.. ผผู้ปู้ป ว วยยพพูดูดวว่า่า ““ฉฉันันเเบบื อื อโโรรงงพพยยาาบบาาลล ฉฉันันออยยาากกกกลลับับบบ้า้านน”” พพยยาาบบาาลลคคววรรตตออบบออยย่า่างงไไรร11.. ดดิฉิฉันันจจะะบบออกกแแพพททยย์ท์ที ดี ดูแูแลลคคุณุณใใหห้้22.. คคุณุณเเบบื อื อ แแลละะรรู้สู้สึกึกออยยาากกกกลลับับบบ้า้านน33.. คคุณุณยยังังไไมม่ด่ดีขีขึ นึ น ตต้อ้องงออยยู่โู่โรรงงพพยยาาบบาาลลกก่อ่อนนนนะะคคะะ44.. ใใจจเเยย็น็นๆๆ นนะะคคะะ คคุณุณมมาาออยยู่เู่เพพียียงง 22 ววันันเเทท่า่านนั นั น19. ผู้ป่วยหญิงรายหนึ่งมีอาการ Hallucination ควรใช้เทคนิคการสนทนาเพื่อการบำ บัดข้อใดผู้ป่วย :“แม่ดิฉันมาหาค่ะ ยืนอยู่ที่ประตู”พยาบาล :“ดิฉันไม่เห็นใคร มีแค่ดิฉันกับคุณเท่านั้น”1. Clarifying 2. Focusing3. Giving information 4. Present realit20. ผู้ป่วยบอกว่าตนเป็นเทพธิดามาเกิดในโลกมนุษย์ เสกมนต์ได้ ผู้ป่วยมีความผิดปกติด้านความคิดแบบใด1. Delusion of grandeur2. Delusion of reference3. Delusion of persecution4. Delusion of being controlled21. ผู้ป่วยพูดว่า“ฉันเบื่อโรงพยาบาล ฉันอยากกลับบ้าน” พยาบาลควรตอบอย่างไร1. ดิฉันจะบอกแพทย์ที่ดูแลคุณให้2. คุณเบื่อ และรู้สึกอยากกลับบ้าน3. คุณยังไม่ดีขึ้น ต้องอยู่โรงพยาบาลก่อนนะคะ4. ใจเย็นๆ นะคะ คุณมาอยู่เพียง 2 วันเท่านั น7
2222.. ผผู้ปู้ป ว วยยใใชช้ม้มือือหหยยิบิบจจับับตตาามมแแขขนน บบออกกวว่า่ามมีมีมดดไไตต่ต่ตาามมแแขขนน ผผู้ปู้ป ว วยยรราายยนนี มี มีคีคววาามมผผิดิดปปกกตติติตาามมขข้อ้อใใดด11.. AAuuddiittoorryy HHaalllluucciinnaattiioonn22.. GGuussttaattoorryy HHaalllluucciinnaattiioonn33.. OOllffaaccttoorryy HHaalllluucciinnaattiioonn44.. TTaaccttiillee HHaalllluucciinnaattiioonn2233.. แแบบบบคคัดัดกกรรอองงใในนขข้อ้อใใดดเเหหมมาาะะสสมมสสําําหหรรับับบบุคุคคคลลทที มี มีอีอาากกาารรเเงงียียบบไไมม่ค่คุยุยกกับับใใคครรแแลละะเเกก็บ็บตตัวัวออยยู่ใู่ในนหห้อ้องงนนออนนมมาา 22 สสัปัปดดาาหห์์11.. แแบบบบววัดัดคคววาามมเเคครรียียดด22.. แแบบบบคคัดัดกกรรอองงโโรรคคจจิติต33.. แแบบบบคคัดัดกกรรอองงภภาาววะะซซึมึมเเศศรร้า้า44.. แแบบบบคคัดัดกกรรอองงภภาาววะะเเสสี ยี ยงงตต่อ่อกกาารรฆฆ่า่าตตัวัวตตาายย2244.. ผผู้ปู้ป ว วยยออาายยุุ2200 ปป แแยยกกตตัวัว รร้อ้องงไไหห้้บบออกกวว่า่าถถ้า้าตตาายยไไปปคคงงจจะะดดีแีแบบบบปปรระะเเมมินินใใดดเเหหมมาาะะสสมมทที สี สุดุด11.. แแบบบบปปรระะเเมมินิน 99QQ22.. แแบบบบปปรระะเเมมินิน 88QQ33.. แแบบบบปปรระะเเมมินิน 22QQ44.. แแบบบบปปรระะเเมมินิน SSTT--5522. ผู้ป่วยใช้มือหยิบจับตามแขน บอกว่ามีมดไต่ตามแขน ผู้ป่วยรายนี้มีความผิดปกติตามข้อใด1. Auditory Hallucination2. Gustatory Hallucination3. Olfactory Hallucination4. Tactile Hallucination23. แบบคัดกรองในข้อใดเหมาะสมสำ หรับบุคคลที่มีอาการเงียบไม่คุยกับใครและเก็บตัวอยู่ในห้องนอนมา 2 สัปดาห์1. แบบวัดความเครียด2. แบบคัดกรองโรคจิต3. แบบคัดกรองภาวะซึมเศร้า4. แบบคัดกรองภาวะเสี ยงต่อการฆ่าตัวตาย24. ผู้ป่วยอายุ 20 ปี แยกตัว ร้องไห้ บอกว่าถ้าตายไปคงจะดีแบบประเมินใดเหมาะสมที่สุด1. แบบประเมิน 9Q2. แบบประเมิน 8Q3. แบบประเมิน 2Q4. แบบประเมิน ST-58
2255.. ขข้อ้อใใดดถถูกูกตต้อ้องง เเกกี ยี ยววกกับับโโรรคคจจิติตเเภภทท11.. ออาากกาารรนนาานนเเกกินิน 11 เเดดือือนน แแตต่ไ่ไมม่ถ่ถึงึง 66 เเดดือือนน22.. ไไดด้ร้รับับกกาารรบบําําบบัดัดดด้ว้วยยยยาา DDiiaazzeeppaamm เเปป น นหหลลักัก33.. รรักักษษาาดด้ว้วยยววิธิธีจีจิติตบบําําบบัดัด44.. มมีอีอาากกาารรหหลลงงผผิดิดปปรระะสสาาททหหลลออนน2266.. ผผู้ปู้ป ว วยยบบออกกพพยยาาบบาาลลวว่า่า”” กกําําลลังังมมีเีเสสียียงงบบออกกฉฉันันวว่า่าฉฉันันเเปป น นคคนนเเลลวว”” ผผู้ปู้ป ว วยยถถาามมพพยยาาบบาาลลวว่า่า”” ไไดด้ย้ยินินเเสสียียงงนนั นั นหหรรือือไไมม่”่” พพยยาาบบาาลลคคววรรพพูดูดออยย่า่างงไไรร11..““ฉฉันันไไมม่ไ่ไดด้ย้ยินิน แแตต่ฉ่ฉันันเเชชื อื อวว่า่าคคุณุณไไดด้ย้ยินิน””22..““เเปป น นเเสสียียงงทที เี เกกิดิดจจาากกคคววาามมคคิดิดขขอองงคคุณุณเเอองง””33..““เเปป น นออาากกาารรหหนนึ งึ งขขอองงโโรรคคทที คี คุณุณเเปป น น””44..““เเสสียียงงนนั นั นคคุณุณคคนนเเดดียียววเเทท่า่านนั นั นทที ไี ไดด้ย้ยินิน””2277.. ผผู้ปู้ป ว วยยทที ไี ไดด้ร้รับับยยาา CClloozzaappiinnee พพยยาาบบาาลลคคววรรเเฝฝ า ารระะววังังเเรรื อื องงใใดดเเปป น นพพิเิเศศษษ11.. รระะดดับับนนํ าํ าตตาาลลใในนเเลลือือดด22.. กกาารรททําํางงาานนขขอองงตตับับ33.. จจําํานนววนนเเมม็ด็ดเเลลือือดดขขาาวว ((WWBBCC))44.. รระะดดับับโโซซเเดดียียมมใในนเเลลือือดด25. ข้อใดถูกต้อง เกี่ยวกับโรคจิตเภท1. อาการนานเกิน 1 เดือน แต่ไม่ถึง 6 เดือน2. ได้รับการบำ บัดด้วยยา Diazepam เป็นหลัก3. รักษาด้วยวิธีจิตบำ บัด4. มีอาการหลงผิดประสาทหลอน26. ผู้ป่วยบอกพยาบาลว่า”กำ ลังมีเสียงบอกฉันว่าฉันเป็นคนเลว”ผู้ป่วยถามพยาบาลว่า” ได้ยินเสียงนั้นหรือไม่” พยาบาลควรพูดอย่างไร1.“ฉันไม่ได้ยิน แต่ฉันเชื่อว่าคุณได้ยิน”2.“เป็นเสียงที่เกิดจากความคิดของคุณเอง”3.“เป็นอาการหนึ่งของโรคที่คุณเป็น”4.“เสียงนั นคุณคนเดียวเท่านั นที ได้ยิน”27. ผู้ป่วยที่ได้รับยา Clozapine พยาบาลควรเฝ้าระวังเรื่องใดเป็นพิเศษ1. ระดับน้ำ ตาลในเลือด2. การทำ งานของตับ3. จำ นวนเม็ดเลือดขาว (WBC)4. ระดับโซเดียมในเลือด9
2288.. ขข้อ้อใใดดถถูกูกตต้อ้องงใในนกกาารรดดูแูแลลผผู้ปู้ป ว วยยทที ไี ไดด้ร้รับับยยาา LLiitthhiiuumm11.. ใใหห้จ้จําํากกัดัดกกาารรดดื มื มนนํ าํ า22.. ใใหห้ล้ลดดเเกกลลือือใในนออาาหหาารร33.. ใใหห้ห้หยยุดุดยยาาเเมมื อื อมมีอีอาากกาารรมมือือสสั นั นเเลล็ก็กนน้อ้อยย44.. ใใหห้ต้ตรรววจจรระะดดับับ LLiitthhiiuumm ใในนเเลลือือดดสสมมํ าํ าเเสสมมออ2299.. นนาางงสสาาววปปาานน ออาายยุุ2255 ปป มมีอีอาากกาารรหหัวัวใใจจเเตต้น้นแแรรงง หหาายยใใจจไไมม่อ่อิ มิ ม เเหหงงื อื อออออกกมมาากกมมือือสสั นั น รรู้สู้สึกึกกกลลัวัววว่า่าตตนนเเอองงจจะะ ตตาายย เเปป น นมมาา 66 เเดดือือนน สสาารรสสื อื อปปรระะสสาาททใใดดทที ที ทําํางงาานนเเพพิ มิ มขขึ นึ น11.. SSeerroottoonniinn22.. GGAABBAA33.. NNoorreeppiinneepphhrriinnee44.. DDooppaammiinnee3300.. ขข้อ้อใใดดถถูกูกตต้อ้องงเเกกี ยี ยววกกับับลลักักษษณณะะสสําําคคัญัญขขอองงกกลลุ่มุ่มโโรรคค PPaarraapphhiilliicc DDiissoorrddeerrss11.. มมีคีคววาามมผผิดิดปปกกตติทิทาางงรร่า่างงกกาายยสส่ง่งผผลลตต่อ่อกกาารรททําํางงาานนขขอองงรระะบบบบสสืบืบพพันันธธุ์ุ์22.. มมีคีคววาามมพพึงึงพพออใใจจททาางงเเพพศศลลดดลลงง เเนนื อื องงจจาากกคคววาามมเเคครรียียดดแแลละะซซึมึมเเศศรร้า้า33.. มมีคีคววาามมพพึงึงพพออใใจจททาางงเเพพศศซซํ าํ าๆๆ กกับับววัตัตถถุุจจนนกก่อ่อใใหห้เ้เกกิดิดคคววาามมททุกุกขข์ต์ต่อ่อผผู้อู้อื นื น44.. ไไมม่ส่สบบาายยใใจจเเกกี ยี ยววกกับับเเพพศศสสภภาาพพขขอองงตตนนเเอองงทที ไี ไมม่ต่ตรรงงกกับับเเพพศศทที กี กําําเเนนิดิด28. ข้อใดถูกต้องในการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับยา Lithium1. ให้จำ กัดการดื่มน้ำ2. ให้ลดเกลือในอาหาร3. ให้หยุดยาเมื่อมีอาการมือสั่นเล็กน้อย4. ให้ตรวจระดับ Lithium ในเลือดสมํ าเสมอ29. นางสาวปาน อายุ 25 ปี มีอาการหัวใจเต้นแรง หายใจไม่อิ่ม เหงื่อออกมากมือสั่น รู้สึกกลัวว่าตนเองจะ ตาย เป็นมา 6 เดือน สารสื่อประสาทใดที่ทำ งานเพิ่มขึ้น1. Serotonin2. GABA3. Norepinephrine4. Dopamine30. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับลักษณะสำ คัญของกลุ่มโรค Paraphilic Disorders1. มีความผิดปกติทางร่างกายส่งผลต่อการทำ งานของระบบสืบพันธุ์2. มีความพึงพอใจทางเพศลดลง เนื่องจากความเครียดและซึมเศร้า3. มีความพึงพอใจทางเพศซ้ำ ๆ กับวัตถุ จนก่อให้เกิดความทุกข์ต่อผู้อื่น4. ไม่สบายใจเกี ยวกับเพศสภาพของตนเองที ไม่ตรงกับเพศที กําเนิด10
บทที่1แนวคิดทฤษฎีที่สำ คัญสำ หรับการพยาบาลจิตเวช(สิริกร,2568)1.แนวคิดสุขภาพจิต และการเจ็บป่วยทางจิตสุขภาพจิตหมายถึงภาวะที่บุคคลสามารถรับรู้ศักยภาพของตนเองสามารถจัดการกับความเครียดในชีวิตประจำ วัน ทำ งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างเหมาะสม ส่วนการเจ็บป่วยทางจิตเป็นภาวะที่บุคคลมีความผิดปกติด้านความคิด อารมณ์ หรือพฤติกรรม ส่งผลต่อการดำ เนินชีวิตและการทำ หน้าที่ในสังคม(Jahoda, 1958; Maslow, 1970)2.แนวคิดการดูแลต่อเนื่อง / แนวคิดจิตเวชชุมชนแนวคิดการดูแลต่อเนื่องเป็นการดูแลผู้ป่วยจิตเวชอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระยะป้องกัน การรักษา และการฟื้นฟูสมรรถภาพ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถดำ รงชีวิตในสังคมได้อย่างเหมาะสม ลดการกลับเป็นซ้ำ ของโรค และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย (Caplan, 1964; Peplau, 1997)3.ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องทางการพยาบาลจิตเวช3.1 ชีวภาพทางการแพทย์แนวคิดชีวภาพทางการแพทย์อธิบายว่าความผิดปกติทางจิตเกิดจากความผิดปกติของสมอง สารสื่อประสาท พันธุกรรม หรือการทำ งานของระบบประสาท การรักษามักใช้ยาการรักษาด้วยไฟฟ้า หรือการรักษาทางกายอื่นๆ(Engel, 1977)3.2 จิตวิเคราะห์ของฟรอยด์ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์อธิบายว่าพฤติกรรมของมนุษย์ได้รับอิทธิพลจากจิตใต้สำ นึก และประสบการณ์ในวัยเด็ก โดยแบ่งโครงสร้างบุคลิกภาพเป็น Id, Egoและ Superego ความขัดแย้งระหว่างองค์ประกอบเหล่านี้อาจนำ ไปสู่ปัญหาทางจิตใจ(Freud, 1923)11
3.3 พัฒนาการทางจิตสังคมของอีริกสันอีริกสันอธิบายว่ามนุษย์มีพัฒนาการทางจิตสังคมเป็นลำ ดับขั้นตลอดช่วงชีวิตแต่ละช่วงวัยมีวิกฤติที่ต้องเผชิญ หากสามารถแก้ไขได้อย่างเหมาะสมจะทำ ให้เกิดพัฒนาการที่ดีทางบุคลิกภาพ (Erikson, 1963)3.4 สัมพันธภาพระหว่างบุคคลของเพบพลาวเพบพลาวอธิบายว่าความสัมพันธ์ระหว่างพยาบาลกับผู้ป่วยเป็นเครื่องมือสำ คัญในการบำ บัดทางจิตใจ โดย เป้าหมายสำ คัญของการสร้างสัมพันธภาพมี 2 ประการ คือ1.ช่วยลดความวิตกกังวลของผู้ป่วย และทำ ให้ผู้ป่วยเข้าใจปัญหาของตนเอง2.ช่วยพัฒนาความสามารถของผู้ป่วยในการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่นการสร้างสัมพันธภาพระหว่างพยาบาลและผู้ป่วยแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่1. Orientation phase (ระยะเริ่มต้น)เป็นระยะที่พยาบาลเริ่มสร้างความไว้วางใจ แนะนำ บทบาทของตนเอง และช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกปลอดภัยในการพูดคุยปัญหา2. Identification phase (ระยะระบุปัญหา)ผู้ป่วยเริ่มระบุปัญหาและความต้องการของตนเอง พร้อมทั้งยอมรับความช่วยเหลือจากพยาบาล3. Exploitation phase (ระยะใช้ประโยชน์จากการรักษา)ผู้ป่วยใช้ทรัพยากรและความช่วยเหลือจากพยาบาลอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหา4. Resolution phase (ระยะยุติความสัมพันธ์)ผู้ป่วยสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้นและยุติความสัมพันธ์เพื่อการบำ บัด(Peplau, 1997)บทที่1แนวคิดทฤษฎีที่สำ คัญสำ หรับการพยาบาลจิตเวช(พเยาว์,2568)12
บทที่1แนวคิดทฤษฎีที่สำ คัญสำ หรับการพยาบาลจิตเวช(พเยาว์,2568)3.5 มนุษยนิยมทฤษฎีมนุษยนิยมเชื่อว่ามนุษย์มีศักยภาพในการพัฒนาตนเองและสามารถตัดสินใจเลือกแนวทางชีวิตได้ การบำ บัดจึงเน้นการยอมรับและการเข้าใจผู้รับบริการCarl Rogers ได้พัฒนาแนวคิด Client-centered therapy ซึ่งเน้นการยอมรับผู้รับบริการอย่างไม่มีเงื่อนไข และเชื่อว่าผู้ป่วยสามารถเข้าใจและแก้ไขปัญหาของตนเองได้(Rogers, 1951)3.6 พฤติกรรมนิยมทฤษฎีพฤติกรรมนิยมเชื่อว่าพฤติกรรมมนุษย์เกิดจากการเรียนรู้ผ่านสิ่งเร้าและการเสริมแรง พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมสามารถปรับเปลี่ยนได้โดยการใช้หลักการเรียนรู้ เช่นการเสริมแรงหรือการปรับพฤติกรรม (Skinner, 1953; Pavlov, 1927)3.7 พฤติกรรมและปัญญานิยมแนวคิดนี้อธิบายว่าความคิดมีผลต่ออารมณ์และพฤติกรรม หากบุคคลมีความคิดที่บิดเบือนหรือเป็นลบ อาจทำ ให้เกิดปัญหาทางจิตใจ การบำ บัดจึงเน้นการปรับความคิดให้เหมาะสม (Beck, 1976)3.8 การปรับตัวของรอยทฤษฎีการปรับตัวของรอยอธิบายว่าบุคคลต้องปรับตัวต่อสิ่งเร้าต่าง ๆ โดย สิ่งเร้าที่มีอิทธิพลต่อการปรับตัวมากที่สุดคือ Focal stimulus หรือสิ่งเร้าโดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งเร้าที่บุคคลกําลังเผชิญอยู่ในขณะนั น (Roy, 2009)13
บทที่1แนวคิดทฤษฎีที่สำ คัญสำ หรับการพยาบาลจิตเวช(พเยาว์,2568)การปรับตัวตามทฤษฎีของรอย (Roy Adaptation Model) มี 4 ด้าน1. Physiological mode (ด้านร่างกาย) การปรับตัวเกี่ยวกับ การทำ งานของร่างกายและความต้องการพื้นฐาน เช่น การหายใจ การกิน การนอน การขับถ่าย2. Self-concept mode (ด้านอัตมโนทัศน์) การปรับตัวเกี่ยวกับ ความรู้สึกและความคิดต่อตนเอง เช่น ความภาคภูมิใจ ความเชื่อมั่น ภาพลักษณ์ของตนเอง3. Role function mode (ด้านบทบาทหน้าที่) การปรับตัวเกี่ยวกับ บทบาทของบุคคลในครอบครัวและสังคม เช่น บทบาทพ่อ แม่ นักเรียน หรือพยาบาล4. Interdependence mode (ด้านความสัมพันธ์พึ่งพาอาศัยกัน) การปรับตัวเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับผู้อื่น การให้และรับการสนับสนุน เช่น ครอบครัว เพื่อน คนรอบข้าง(Roy, 2009)3.9 ความเครียดกับการเผชิญความเครียดความเครียดเป็นปฏิกิริยาของร่างกายและจิตใจเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่กดดัน บุคคลสามารถใช้วิธีเผชิญความเครียดที่เหมาะสม เช่น การแก้ปัญหา การผ่อนคลาย หรือการขอความช่วยเหลือ เพื่อช่วยลดผลกระทบของความเครียด (Lazarus & Folkman,1984)4. พระราชบัญญัติสุขภาพจิตพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ.2551 มาตรา 17 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2)พ.ศ.2562 เน้นคุ้มครองสิทธิผู้ป่วย โดยห้ามบังคับรักษาหรือแยกผู้ป่วยเว้นแต่เป็นกรณีฉุกเฉินอันตรายร้ายแรงต่อตนเอง/ผู้อื่น หรือเพื่อการบำ บัดรักษา การก้าวร้าวรุนแรงจัดเป็นเหตุความจำ เป็นที่ต้องมีการจำ กัดพฤติกรรมหรือแยกห้องเพื่อความปลอดภัย หากพบผู้ป่วยจิตเวชก้าวร้าวหรือเสี่ยงอันตราย แจ้งตำ รวจหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้นำ ส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาและคุ้มครองความปลอดภัยตาม พ.ร.บ.สุขภาพจิตฯ(พระราชบัญญัติสุขภาพจิต, 2551; แก้ไขเพิ มเติม 2562)14
5. ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดปัญหาสุขภาพจิต (4P factors)การวิเคราะห์ปัญหาสุขภาพจิตมักใช้หลัก 4P factors เพื่ออธิบายสาเหตุและการดำ เนินของปัญหา ได้แก่ Predisposing factors คือปัจจัยเสี่ยงที่ทำ ให้บุคคลมีโอกาสเกิดปัญหาทางจิตใจ เช่น พันธุกรรม การเลี้ยงดู และบุคลิกภาพ, Precipitatingfactors คือปัจจัยกระตุ้นที่ทำ ให้เกิดอาการ เช่น การสูญเสียหรือความเครียดเฉียบพลัน,Perpetuating factors คือปัจจัยที่ทำ ให้อาการคงอยู่หรือรุนแรงขึ้น เช่น การไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง และ Protective factors คือปัจจัยที่ช่วยป้องกันหรือลดความรุนแรงของปัญหา เช่น การสนับสนุนจากครอบครัว การมีทักษะการเผชิญปัญหา และการรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง (Engel, 1977; Sadock & Sadock, 2015)6. ระดับการป้องกันปัญหาสุขภาพจิตการป้องกันปัญหาสุขภาพจิตแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ Primary prevention คือการป้องกันก่อนเกิดปัญหา โดยการส่งเสริมสุขภาพจิตและให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการความเครียด, Secondary prevention คือการค้นหาและรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นเพื่อลดความรุนแรงของโรค เช่น การคัดกรองภาวะซึมเศร้า และ Tertiary prevention คือการฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยหลังการรักษา เพื่อลดความพิการและช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้(Caplan, 1964)บทที่1แนวคิดทฤษฎีที่สำ คัญสำ หรับการพยาบาลจิตเวช(พเยาว์, 2568)15
1.การใช้ตนเองเพื่อการบำ บัด (Use of Self)การใช้ตนเองเพื่อการบำ บัดเป็นกระบวนการที่พยาบาล ใช้บุคลิกภาพ ความคิด อารมณ์และประสบการณ์ของตนเองเป็นเครื่องมือในการช่วยเหลือผู้ป่วยการตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness) คือ การรับรู้ความคิด ความรู้สึก และอารมณ์ของตนเองในปัจจุบัน และสามารถควบคุมการแสดงออกให้เหมาะสมกับบทบาทวิชาชีพ เป็นพื้นฐานสำ คัญของการสร้างสัมพันธภาพเพื่อการบำ บัด(Peplau, 1997; Varcarolis, 2021)ตัวอย่าง: พยาบาลกล่าวว่า“ฉันโกรธผู้ป่วย แต่ฉันก็ควบคุมตนเองตอนที่ฉันมีปฏิสัมพันธ์กับเขา”แสดงถึงการใช้ Self-awareness ในการควบคุมอารมณ์ของตนเองขณะดูแลผู้ป่วย(Peplau, 1997)เจตคติที มีผลทางบวกต่อการใช้ตนเองความมีใจกว้าง (Open-minded)การยอมรับความคิดเห็นของผู้อื นความยืดหยุ่นทางความคิด2. Johari WindowJohari Window เป็นแนวคิดที่ช่วยให้พยาบาลเข้าใจ การรับรู้ของตนเองและของผู้อื่นแบ่งออกเป็น 4 ส่วน:1.Open area (ส่วนที่เปิด) – สิ่งที่ ทั้งตนเองและผู้อื่นรู้2.Blind area (ส่วนที บอด) – สิ งที ผู้อื นเห็น แต่ตัวบุคคลไม่รู้ตัวตัวอย่าง: ผู้ป่วยถอนหายใจบ่อย เหม่อลอย แยกตัว แต่บอกว่า“ไม่ได้รู้สึกอะไรผิดปกติ”3.Hidden area (ส่วนที่ปิดบัง) – สิ่งที่ ตนเองรู้ แต่ไม่เปิดเผยให้ผู้อื่นรู้4.Unknown area (ส่วนที่ไม่รู้) – สิ่งที่ ทั้งตนเองและผู้อื่นไม่รู้(Luft & Ingham, 1955)บทที่2เครื่องมือที่ใช้ในการพยาบาลจิตเวช(อินทนิล,2568)16
การสนทนาบำ บัดผู้ป วย HallucinationHallucination: การรับรู้สิ งที ไม่มีอยู่จริง (ได้ยิน, เห็น, ถูกสัมผัส)เทคนิค Present reality: ไม่เถียงหรือยืนยันสิ่งที่ผู้ป่วยเห็น/ได้ยิน แจ้งความจริงอย่างสงบและสุภาพตัวอย่าง: ผู้ป่วย:“มีคนตามมาทำ ร้ายฉัน”พยาบาล:“ดิฉันไม่เห็นใครอยู่ตรงนั้น มีเพียงคุณกับดิฉันค่ะ”(Townsend & Morgan, 2018; Varcarolis, 2021)Giving information / Providing reality cues: ให้ข้อมูลเพื่อแยกความจริงกับจินตนาการหลักสําคัญ:ไม่ล้อเลียนผู้ป วยควบคุมอารมณ์สร้างความปลอดภัย(Varcarolis, 2021)Empathic UnderstandingEmpathic understanding คือ ความสามารถของพยาบาลในการเข้าใจและเข้าถึงความรู้สึกของผู้ป่วย โดยมองสถานการณ์จากมุมมองของผู้ป่วย โดยไม่ตัดสินหรือวิจารณ์การแสดงความเข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วยจะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกได้รับการยอมรับ กล้าเปิดเผยความคิดและความรู้สึกมากขึ้น และส่งเสริมสัมพันธภาพเพื่อการบำ บัดระหว่างพยาบาลกับผู้ป่วยตัวอย่าง:พยาบาลกล่าวว่า“คุณคงลำ บากใจที่จะเลิกและลืมเขา”เป็นการสะท้อนความเข้าใจต่อความรู้สึกของผู้ป่วย จึงเป็นการแสดง Empathic understanding(Peplau, 1997)บทที่2เครื่องมือที่ใช้ในการพยาบาลจิตเวช(อินทนิล,2568)17
2 การสื่อสารเพื่อการบำ บัด (Therapeutic Communication)การสื่อสารเพื่อการบำ บัดเป็นกระบวนการสื่อสารที่มุ่งช่วยให้ผู้ป่วยสามารถแสดงความคิดและความรู้สึกได้อย่างอิสระ โดยพยาบาลต้องใช้ทักษะการฟังอย่างตั้งใจ การสังเกตพฤติกรรม และการตอบสนองอย่างเหมาะสม เพื่อส่งเสริมความเข้าใจระหว่างพยาบาลและผู้ป่วย (Townsend & Morgan, 2018)เทคนิคสำ คัญ• Validation (การตรวจสอบความรู้สึก)พยาบาลตรวจสอบว่าความเข้าใจของตนตรงกับความรู้สึกของผู้ป่วยหรือไม่• ตัวอย่าง: ผู้ป่วย:“ผมรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจผมเลย”พยาบาล:“คุณรู้สึกโดดเดี่ยวและเหมือนไม่มีใครรับฟังคุณอยู่ใช่ไหมคะ”• Accepting (การยอมรับ) – แสดงการรับฟังและยอมรับผู้ป่วยโดยไม่ตัดสิน• Reflecting feeling (สะท้อนความรู้สึก) – ช่วยผู้ป่วยเข้าใจอารมณ์ของตนเองบทบาทของพยาบาลในการสื่อสารเพื่อการบำ บัดพยาบาลมีบทบาทสำ คัญในการใช้การสื่อสารเพื่อการบำ บัด เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถแสดงความรู้สึก ความคิด และปัญหาที่เผชิญอยู่ได้อย่างเหมาะสมการสื่อสารที่ดีจะช่วยสร้างความไว้วางใจ ลดความวิตกกังวล และส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีการปรับตัวที่ดีขึ้นตัวอย่าง: พยาบาลใช้การรับฟังอย่างตั้งใจ สะท้อนความรู้สึก และให้กำ ลังใจผู้ป่วยในการเผชิญปัญหา(Townsend & Morgan, 2018; Varcarolis, 2021)บทที่2เครื่องมือที่ใช้ในการพยาบาลจิตเวช(อินทนิล,2568)18
3 กระบวนการสร้างสัมพันธภาพเพื่อการบำ บัดการสร้างสัมพันธภาพเพื่อการบำ บัดมี 4 ระยะ (Peplau, 1997; Townsend &Morgan, 2018):Pre-orientation phase (ระยะเตรียมการ) – พยาบาลเตรียมตัว รวบรวมข้อมูลผู้ป วย ประเมินตนเองOrientation phase (ระยะเริ่มต้น) – สร้างความไว้วางใจ แนะนำ ตนเองกำ หนดบทบาท ระยะเวลา และขอบเขตความสัมพันธ์Working phase (ระยะใช้ประโยชน์จากการรักษา) – ช่วยผู้ป่วยแก้ปัญหา ฝึกทักษะ และพัฒนาการปรับตัวTermination phase (ระยะยุติความสัมพันธ์) – เตรียมผู้ป่วยต่อการเลิกใช้บริการและรักษาการปรับตัวสัมพันธภาพเพื่อการบำ บัดเป็นความสัมพันธ์เชิงวิชาชีพระหว่างพยาบาลกับผู้ป่วย มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจปัญหาและสามารถปรับตัวได้ดีขึ้นพยาบาลต้องใช้ทักษะการสื่อสาร การยอมรับผู้ป่วย และการสร้างความไว้วางใจ เพื่อให้ผู้ป่วยกล้าเปิดเผยความคิดและความรู้สึกตัวอย่าง:พยาบาลรับฟังผู้ป่วยอย่างตั้งใจ ไม่ตัดสิน และเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยพูดถึงปัญหาของตนเอง(Peplau, 1997; Townsend & Morgan, 2018)บทที่2เครื่องมือที่ใช้ในการพยาบาลจิตเวช(อินทนิล,2568)19
4.การกำ หนดขอบเขตของสัมพันธภาพเพื่อการบำ บัด (Boundaries)ในการสร้างสัมพันธภาพเพื่อการบำ บัด พยาบาลต้องกำ หนดขอบเขตที่เหมาะสมในการติดต่อสื่อสารกับผู้ป่วยเพื่อให้สัมพันธภาพมีความเป็นวิชาชีพและไม่เกิดการพึ่งพามากเกินไปตัวอย่าง:เมื่อผู้ป่วยกล่าวว่า“ถ้าผมได้คุยกับคุณทุกวันก็คงจะดีมาก”พยาบาลตอบว่า“คุยกันสัปดาห์ละสามวันตามที่ตกลงกันไว้แล้ว” ซึ่งเป็นการรักษาขอบเขตของสัมพันธภาพเพื่อการบำ บัด(Peplau, 1997; Townsend & Morgan,2018)5.การดูแลผู้ป่วยในระยะสิ้นสุดสัมพันธภาพ (Termination Phase)ระยะสิ้นสุดสัมพันธภาพเป็นช่วงที่พยาบาลและผู้ป่วยเตรียมยุติความสัมพันธ์ในการบำ บัด ผู้ป่วยอาจมีความรู้สึกเศร้า เสียใจ หรือวิตกกังวลพยาบาลควรเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยแสดงความรู้สึกและระบายอารมณ์ที่เกิดขึ้นตัวอย่าง:เมื่อผู้ป่วยร้องไห้หลังจากทราบว่าสัมพันธภาพจะสิ้นสุด พยาบาลควรเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยระบายความรู้สึกที่เกิดขึ้น (Peplau, 1997)บทที่2เครื่องมือที่ใช้ในการพยาบาลจิตเวช(อินทนิล,2568)20
6.การตอบสนองต่อผู้ป่วยที่รู้สึกว่าตนเองไร้ค่าผู้ป่วยจิตเวชบางรายอาจมีความรู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า หรือรู้สึกว่าตนเองเป็นภาระต่อผู้อื่น พยาบาลควรใช้การสื่อสารเพื่อการบำ บัดที่แสดงความเข้าใจและยอมรับความรู้สึกของผู้ป่วย เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกได้รับการสนับสนุนและเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยแสดงความรู้สึกของตนเองมากขึ้นตัวอย่าง:พยาบาลกล่าวว่า“ดิฉันเข้าใจความรู้สึกคุณ ดิฉันอาจช่วยคุณได้”เป็นการสะท้อนความเข้าใจและแสดงความพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้ป่วย(Townsend & Morgan, 2018; Varcarolis, 2021).7.เทคนิคการเปลี่ยนเรื่องสนทนา (Changing the Subject)การเปลี่ยนเรื่องสนทนาเป็นเทคนิคการสื่อสารเพื่อการบำ บัดที่ใช้เมื่อผู้ป่วยยังไม่พร้อมที่จะพูดถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือรู้สึกไม่สบายใจที่จะสนทนาเกี่ยวกับประเด็นนั้น พยาบาลจึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปเรื่องอื่นชั่วคราว เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายและไม่ถูกกดดันตัวอย่าง:เมื่อผู้ป่วยพูดว่า“ฉันไม่พร้อมที่จะคุยเรื่องนี้” พยาบาลควรเปลี่ยนเรื่องสนทนาไปหัวข้ออื่นก่อน(Townsend & Morgan, 2018)บทที่2เครื่องมือที่ใช้ในการพยาบาลจิตเวช(อินทนิล,2568)21
8.ภาวะวิตกกังวลจากการพรากจาก (Separation Anxiety)ภาวะวิตกกังวลจากการพรากจากอาจเกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยมีความผูกพันกับพยาบาลในกระบวนการสร้างสัมพันธภาพเพื่อการบำ บัด การลดความวิตกกังวลของผู้ป่วยสามารถทำ ได้โดยการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลาและขั้นตอนของสัมพันธภาพอย่างชัดเจน เช่น วันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดของการดูแลตัวอย่างพยาบาลบอกวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดของสัมพันธภาพในแต่ละขั้นตอน เพื่อให้ผู้ป่วยเตรียมตัวและลดความวิตกกังวลจากการสิ้นสุดสัมพันธภาพ (Peplau, 1997)9. การบันทึกการสนทนาเพื่อการบำ บัดการบันทึกการสนทนาเป็นเครื่องมือสำ คัญในการ ประเมินและศึกษาปัญหาของผู้ป่วย และ ตรวจสอบความเหมาะสมของการสื่อสารของพยาบาล• ช่วยให้พยาบาลวิเคราะห์และปรับปรุงทักษะการสื่อสาร• ใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการบำ บัดอย่างต่อเนื่อง(Peplau, 1997 )โดยพยาบาลต้องใช้ Self-awareness, Empathy คือความสามารถของพยาบาลในการเข้าใจความรู้สึกและประสบการณ์ของผู้ป่วยทำ ให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าได้รับการเข้าใจและสนับสนุนในการแก้ปัญหา (Peplau, 1997)และ Boundaries ร่วมกัน1.Clarifying (ชี้แจง/ทำ ให้ชัดเจน) ใช้เมื่อต้องการให้ผู้ป่วยอธิบายความคิดหรือความรู้สึกที่ไม่ชัดเจนตัวอย่าง: ผู้ป่วย:“ผมทะเลาะกับพ่อบ่อยมาก”พยาบาล:“คุณช่วยเล่าเหตุการณ์ให้ดิฉันฟังหน่อยค่ะ”บทที่2เครื่องมือที่ใช้ในการพยาบาลจิตเวช(อินทนิล,2568)22
2.Exploring (ขยายความ/เจาะลึกใช้กระตุ้นให้ผู้ป่วยพูดความรู้สึกหรือประสบการณ์เพิ่มเติมตัวอย่าง:“คุณรู้สึกอย่างไรตอนนั้นคะ?”(Peplau, 1997; Townsend & Morgan, 2018)3.Encouraging Evaluation (กระตุ้นการประเมิน/พิจารณา) ช่วยผู้ป่วยคิดวิเคราะห์ปัญหาและทางออกตัวอย่าง:“คุณคิดว่ามีวิธีอื่นแก้ปัญหานี้ได้ไหมคะ?”(Townsend & Morgan, 2018)4.Focusing (โฟกัสประเด็นสำ คัญ) ใช้เมื่อต้องการให้ผู้ป่วยพูดเรื่องสำ คัญไม่กระจายประเด็นตัวอย่าง:“ตอนนี้เรามาโฟกัสที่ปัญหาความสัมพันธ์กับเพื่อนก่อนนะคะ”(Peplau, 1997)10.การสัมภาษณ์ทางจิตเวช (Psychiatric Interview)การสัมภาษณ์ทางจิตเวชเป็นกระบวนการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยในด้านชีวภาพ จิตใจ และสังคม เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ปัญหาและวางแผนการรักษา การสัมภาษณ์ที่มีประสิทธิภาพช่วยให้ผู้ป่วยเกิดความไว้วางใจและให้ข้อมูลที่ถูกต้อง(Sadock et al., 2017)11.การตรวจสภาพจิต (Mental Status Examination: MSE)การตรวจสภาพจิตเป็นการประเมินสภาวะทางจิตใจของผู้ป่วยในช่วงเวลาปัจจุบัน เช่น พฤติกรรม อารมณ์ ความคิด การรับรู้ และความจำ ซึ่งมีความสำ คัญต่อการวินิจฉัยและติดตามผลการรักษา (Townsend & Morgan, 2018)ความผิดปกติของความคิด (Thought content)Delusion คือ ความเชื่อที่ผิดจากความเป็นจริงอย่างชัดเจน และยังคงเชื่อแม้มีหลักฐานแย้งบทที่2เครื่องมือที่ใช้ในการพยาบาลจิตเวช(อินทนิล,2568)23
Delusion of Grandeur คือ ความเชื่อว่าตนเองมีความสามารถ อำ นาจ หรือสถานะที่ยิ่งใหญ่เกินความจริง เช่น เชื่อว่าตนเป็นบุคคลสำ คัญ มีพลังพิเศษ หรือมีอำ นาจเหนือผู้อื่น (Varcarolis, 2021)12.เครื่องมือคัดกรองสุขภาพจิต2Q แบบคัดกรองภาวะซึมเศร้าเบื องต้น9Q แบบประเมินความรุนแรงของภาวะซึมเศร้า8Q แบบประเมินความเสี ยงต่อการฆ่าตัวตายST-5 แบบประเมินความเครียด13.กระบวนการพยาบาลทางจิตเวช (Psychiatric Nursing Process)กระบวนการพยาบาลทางจิตเวชเป็นขั้นตอนการดูแลผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วยการประเมิน การวินิจฉัย การวางแผน การปฏิบัติ และการประเมินผลเพื่อให้การดูแลผู้ป่วยมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับปัญหาสุขภาพจิตของผู้ป่วย(Varcarolis, 20)บทที่2เครื่องมือที่ใช้ในการพยาบาลจิตเวช(อินทนิล,2568)24
บทที่3การพยาบาลผู้ใหญ่ที่มีปัญหาทางจิตเวชโดยคำ นึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยและหลักฐานเชิงประจักษ์(ไปรญา,2568)1. กลุ่มโรคซึมเศร้า (Depressive Disorders) ความหมาย เป็นความผิดปกติทางอารมณอารมณ์เศร้า เบื่อหน่าย สิ้นหวัง ส่งผลต่อความคิด พฤติกรรม ร่างกาย และสังคม หากรุนแรงอาจนําไปสู่การฆ่าตัวตายอาการสําคัญ• ด้านอารมณ์: เศร้า หดหู่ เบื่อชีวิต• ด้านความคิด: สมาธิลดลง คิดลบ คิดอยากตาย• ด้านพฤติกรรม: เชื่องช้า แยกตัว• ด้านร่างกาย: นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร อ่อนเพลียสาเหตุ• ชีวภาพ: พันธุกรรม สารสื่อประสาท (Serotonin, Norepinephrine,Dopamine) ลดลง• จิตใจ: การสูญเสีย ความเครียดรุนแรง ความคิดเชิงลบ• สังคม: ขาดการสนับสนุน ปัญหาครอบครัว2. กลุ่มโรควิตกกังวล (Anxiety Disorders)ความหมายภาวะอารมณ์หวาดหวั่น ไม่สบายใจ เกรงว่าจะเกิดอันตราย แม้ไม่มีภัยจริงการเปลี่ยนแปลงที่พบ• ร่างกาย: ใจสั่น เหงื่อออก ปวดท้อง หายใจเร็ว• จิตใจ: กระวนกระวาย กลัว ขาดความมั่นใจ• พฤติกรรม: หลีกเลี่ยงสถานการณ์ พึ่งพาผู้อื่น• ความคิด: ครุ่นคิด หมกมุ่น สมาธิลดลงสาเหตุ• ชีวภาพ: ความไม่สมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง เช่น GABA ลดลงทำ ให้การยับยั้งระบบประสาทลดลง• จิตใจ: ความขัดแย้งภายใน กลไกป้องกันตนเอง• สังคม: ประสบการณ์วัยเด็ก ความสัมพันธ์และแหล่งสนับสนุน25
3. กลุ่มความผิดปกติภายหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (Trauma & StressRelated Disorders)ความเครียด (Stress)เป็นการตอบสนองของร่างกายและจิตใจต่อสิ่งคุกคาม แบ่งเป็น• ความเครียดเฉียบพลัน • ความเครียดเรื้อรังโรคสําคัญ• Acute Stress Disorder• Adjustment Disorder • Post-TraumaticStress Disorder (PTSD)อาการ PTSD• ฝันร้าย คิดถึงเหตุการณ์ซํ้า • หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น • ตื่นตัวง่าย อารมณ์แปรปรวน• สมาธิและความจําลดลง4. กลุ่มโรคอาการทางกาย (Somatic Symptom and Related Disorders) ความหมาย บุคคลมีปัญหาทางจิตใจ แต่แสดงออกเป็นอาการทางกาย โดยไม่พบพยาธิสภาพชัดเจน (ปารณี,2568)1. Somatic Symptom Disorder:คือสภาวะที่บุคคลมีความหมกมุ่นอย่างรุนแรงกับอาการทางกายที่เกิดขึ้นจริง (เช่น อาการปวดหรือความเหนื่อยล้า) โดยความหมกมุ่นนี้ส่งผลให้เกิดความทุกข์ทรมานเกินกว่าเหตุ มีความคิด พฤติกรรม หรือความวิตกกังวลเกี่ยวกับอาการนั้นอย่างต่อเนื่อง จนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำ วันอย่างมาก(American Psychiatric Association [APA], 2013, pp. 311-315)2. Illness Anxiety Disorder : การที่บุคคลมีความกังวลหรือกลัวอย่างมากว่าตนเองกำ ลังป่วยเป็นโรคร้ายแรง ทั้งที่ในความเป็นจริงอาจ ไม่มีอาการทางกายเลย หรือมีเพียงเล็กน้อยมาก ผู้ป่วยมักคอยเช็กความผิดปกติของร่างกายซ้ำ ๆ หรือไปพบแพทย์บ่อยเกินจําเป นเพื อขอคํายืนยันว่าไม่ได้เป นโรค (APA, 2013, pp. 315-318)บทที่3การพยาบาลผู้ใหญ่ที่มีปัญหาทางจิตเวชโดยคำ นึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยและหลักฐานเชิงประจักษ์(ไปรญา,2568)26
3. Conversion Disorder : ภาวะที ความเครียดหรือความขัดแย้งทางจิตใจถูกเปลี ยน (Convert) มาเป นอาการผิดปกติทางระบบประสาท เช่น อยู่ดีๆ ก็เป นอัมพาต ตาบอด หรือชัก โดยที การตรวจทางการแพทย์และเครื องมือทางวิทยาศาสตร์ไม่พบความพยาธิสภาพทางกายที อธิบายอาการนั นได้(Sadock, Sadock, & Ruiz,2017)4. Schizophrenia: โรคทางจิตเวชที รุนแรงและเรื อรัง ซึ งมีความผิดปกติในการรับรู้ความจริง อาการหลักประกอบด้วย อาการหลงผิด (Delusion) เช่น เชื อว่ามีคนปองร้าย, อาการประสาทหลอน (Hallucination), และพฤติกรรมหรือการพูดจาที ไม่ต่อเนื องกัน (Disorganized speech) โดยต้องมีอาการต่อเนื องอย่างน้อย 6 เดือน(APA, 2013, pp. 99-105)5. Hallucination Types : การรับรู้ทางประสาทสัมผัสที เกิดขึ นโดยไม่มีสิ งกระตุ้นจากภายนอกจริง (Sadock et al., 2017) แบ่งออกเป น:• Auditory (หูแว่ว): ได้ยินเสียงคนพูดหรือเสียงสั ง (พบบ่อยที สุดในจิตเภท)• Visual (ภาพหลอน): เห็นภาพที ไม่มีอยู่จริง• Tactile (สัมผัสหลอน): รู้สึกเหมือนมีอะไรมาไต่ตามตัว• Olfactory (กลิ นหลอน): ได้กลิ นที ผิดปกติเช่น กลิ นเหม็นหรือกลิ นไหม้• Gustatory (รสหลอน): รู้สึกถึงรสชาติประหลาดในปาก (Ohayon, 2000)บทที่3การพยาบาลผู้ใหญ่ที่มีปัญหาทางจิตเวชโดยคำ นึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยและหลักฐานเชิงประจักษ์(ปารณี,2568)27
• Psychological Factors Affecting Medical Conditions• Factitious Disorderลักษณะร่วม• หมกมุ่นกับอาการเจ็บป่วย• ตรวจร่างกายซํ้า ๆ แม้ผลปกติ• ความวิตกกังวลส่งผลต่อชีวิตประจําวัน5. ความผิดปกติทางเพศ (Sexual Disorders)แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักตาม DSM-51. Sexual Dysfunctions ความบกพร่องในการตอบสนองทางเพศ เช่น การแข็งตัวผิดปกติหลั่งเร็ว ความต้องการทางเพศลดลง2. Gender Dysphoria ความทุกข์ใจจากความไม่สอดคล้องระหว่างเพศกําเนิดกับเพศที่ตนรับรู้3. Paraphilic Disorders ความต้องการหรือพฤติกรรมทางเพศที่ผิดปกติ อาจเป็นอันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่น6. บุคลิกภาพแปรปรวน (Personality Disorders) ความหมาย รูปแบบความคิดอารมณ์ และพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนจากสังคม เริ่มตั้งแต่วัยรุ่น ส่งผลต่อการใช้ชีวิตและความสัมพันธ์ลักษณะสําคัญ• ปรับตัวต่อความเครียดยาก• มีปัญหาสัมพันธภาพ• ควบคุมอารมณ์และแรงกระตุ้นไม่ดีบทที่3การพยาบาลผู้ใหญ่ที่มีปัญหาทางจิตเวชโดยคำ นึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยและหลักฐานเชิงประจักษ์(ปารณี,2568)28
การแบ่งประเภท• กลุ่ม A: พฤติกรรมแปลก (เช่น Paranoid)• กลุ่ม B: อารมณ์แปรปรวน หุนหัน (เช่น Borderline)• กลุ่ม C: วิตกกังวล กลัว (เช่น Avoidant)สรุปภาพรวมสําคัญ• ปัญหาสุขภาพจิตมีความเชื่อมโยงกันทั้ง ชีวภาพ–จิตใจ–สังคม• อาการอาจแสดงออกทางอารมณ์ ความคิด พฤติกรรม หรือร่างกาย• การพยาบาลต้องเน้น ความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ ความปลอดภัย และการดูแลต่อเนื่อง• การประเมินความเสี ยง โดยเฉพาะ การฆ่าตัวตาย มีความสําคัญมากบทที่3การพยาบาลผู้ใหญ่ที่มีปัญหาทางจิตเวชโดยคำ นึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยและหลักฐานเชิงประจักษ์(ไปรญา,2568)29
1.กลุ่มโรคซึมเศร้าลักษณะเด่น• อารมณ์เศร้า เบื่อหน่าย สิ้นหวัง• คิดลบ สมาธิลดลง อาจคิดฆ่าตัวตาย• นอน/กินผิดปกติ อ่อนเพลียสาเหตุ• สารสื่อประสาทลดลง• ความสูญเสีย/ความเครียด• ขาดการสนับสนุน2.กลุ่มโรควิตกกังวลลักษณะเด่น• ใจสั่น หายใจเร็ว เหงื่อออก• กระวนกระวาย กลัวเกินเหตุ• หลีกเลี่ยงสถานการณ์สาเหตุ• ระบบประสาทไวต่อสิ่งกระตุ้น• ความขัดแย้งภายใน• ประสบการณ์ชีวิตบทที่3การพยาบาลผู้ใหญ่ที่มีปัญหาทางจิตเวชโดยคำ นึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยและหลักฐานเชิงประจักษ์(เบญจภัค,2568)30
3. Trauma & Stressประเภทสำ คัญ• Acute stress• Adjustment disorder• PTSDอาการ PTSD• ฝันร้าย/คิดถึงเหตุการณ์ซ้ำ• หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น• ตื่นตัวง่าย หงุดหงิด• สมาธิลดลง4. Somatic Symptom Disordersลักษณะเด่น• มีอาการทางกายแต่ไม่พบโรคชัดเจน• หมกมุ่นกับการเจ็บป่วย• ตรวจซ้ำ บ่อยโรคย่อย• Somatic symptom• Illness anxiety• Conversion• Factitiousบทที่3การพยาบาลผู้ใหญ่ที่มีปัญหาทางจิตเวชโดยคำ นึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยและหลักฐานเชิงประจักษ์(เบญจภัค,2568)31
5.Sexual Disordersแบ่ง 3 กลุ่ม1. Sexual dysfunction (ความต้องการ/การตอบสนองผิดปกติ)2. Gender dysphoria (ไม่ตรงกับเพศกำ เนิด)3. Paraphilic (พฤติกรรมทางเพศผิดปกติ)6.Personality Disordersลักษณะ• พฤติกรรมเบี่ยงเบนเรื้อรัง• ปัญหาความสัมพันธ์• ควบคุมอารมณ์ไม่ดีแบ่งกลุ่ม• A: แปลก/ระแวง• B: อารมณ์รุนแรง (เช่น Borderline)• C: วิตกกังวล7. สารเสพติด (Substance Use Disorders)ความหมาย ความผิดปกติทางจิตจากการใช้สาร เช่น แอลกอฮอล์ ยาเสพติด ส่งผลต่อสมอง พฤติกรรม และสังคมบทที่3การพยาบาลผู้ใหญ่ที่มีปัญหาทางจิตเวชโดยคำ นึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยและหลักฐานเชิงประจักษ์(เบญจภัค,2568)32
-เกณฑ์สำ คัญ (DSM-5)มี 11 ข้อ เช่น• ใช้มากกว่าที่ตั้งใจ• อยากใช้ (craving)• ล้มเหลวหน้าที่• ใช้ต่อแม้มีปัญหา• มี tolerance / withdrawal-แบ่งความรุนแรง: เล็กน้อย / ปานกลาง / รุนแรงอาการสำ คัญ• ควบคุมการใช้ไม่ได้• ใช้ต่อแม้มีผลเสีย• มีอาการถอนยา• พฤติกรรมเสี่ยงผลกระทบ• สมองฝ่อ ชัก สติปัญญาลดลง• ตับ ไตเสีย• ปัญหาครอบครัว สังคมบทที่3การพยาบาลผู้ใหญ่ที่มีปัญหาทางจิตเวชโดยคำ นึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยและหลักฐานเชิงประจักษ์(เบญจภัค,2568)33
ปัจจัยเสี่ยง• พันธุกรรม (เสี่ยงมากขึ้น 3–5 เท่า)• สมอง (dopamine reward system)• จิตสังคม เช่น เพื่อน ความเครียดการพยาบาลสำ คัญ• ประเมินการใช้สารและความรุนแรง• ดูแลช่วงถอนยา• ให้ยาและสังเกตอาการข้างเคียง• ป้องกันกลับไปใช้ซ้ำการเตรียมจำ หน่าย (THOD)• T: Treatment → ทำ ตามแผนรักษา• H: Health → ฟื้นฟูร่างกาย/จิตใจ• O: Outpatient → มาตามนัด• D: Diet → อาหารเหมาะสมบทที่3การพยาบาลผู้ใหญ่ที่มีปัญหาทางจิตเวชโดยคำ นึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยและหลักฐานเชิงประจักษ์(เบญจภัค,2568)34
4.1 การพยาบาลเพื่อการส่งเสริม ป้องกัน การบำ บัด การฟื้นฟูและการดูแลต่อเนื่องการพยาบาลผู้สูงอายุที่มีปัญหาทางจิตเวชควรครอบคลุมการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การบำ บัดรักษา การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการดูแลต่อเนื่อง โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ในการดูแลผู้ป่วยในกลุ่มโรค Delirium และ Major and MildNeurocognitive Disorders (พิทักษ์ ทองสุข, 2568)กลุ่มโรคที่ครอบคลุม ได้แก่4.1.1 Delirium4.1.2 Major and Mild Neurocognitive Disorders4.1.1 DeliriumDelirium เป็นภาวะสับสนเฉียบพลันที่เกิดจากความผิดปกติของการทำ งานของสมองทำ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับความรู้สึกตัว ความสนใจ และการรับรู้ โดยอาการมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีลักษณะขึ้น-ลงตลอดวัน (fluctuating course)(สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์, 2563)ผู้ป่วย Delirium มักมีอาการขึ้น-ลงตลอดวัน ดังนั้นการประเมินจึงต้องทำ ซ้ำ อย่างต่อเนื่องร่วมกับทีมสหวิชาชีพ เช่น แพทย์พยาบาล และนักกิจกรรมบําบัดบทที่4การพยาบาลผู้สูงอายุที่มีปัญหาจิตเวชโดยคำ นึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยบนหลักฐานเชิงประจักษ์(พิทักษ์,2568)35
บทที่4การพยาบาลผู้สูงอายุที่มีปัญหาจิตเวชโดยคำ นึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยบนหลักฐานเชิงประจักษ์(พิทักษ์,2568)พยาธิสภาพภาวะ Delirium เป นความผิดปกติของการทํางานของสมองแบบเฉียบพลัน ส่งผลให้เกิดการเปลี ยนแปลงของระดับความรู้สึกตัว การรับรู้และสมาธิของผู้ป วยอย่างรวดเร็ว(กรมสุขภาพจิต, 2564)กลไกสําคัญของการเกิด Delirium เกี ยวข้องกับความไม่สมดุลของสารสื อประสาทในสมอง โดยเฉพาะการลดลงของ Acetylcholine ซึ งมีบทบาทสําคัญต่อกระบวนการเรียนรู้ความจํา และการตื นตัวของสมองนอกจากนี ยังพบว่าการเพิ มขึ นของDopamine สามารถทําให้เกิดความผิดปกติของความคิด การรับรู้และพฤติกรรม ซึ งเป นลักษณะสําคัญของภาวะ Delirium (ณัฐพล ชื นอารมณ์, 2565)เครื องมือประเมินหลักCAM (Confusion Assessment Method) เป นเครื องมือมาตรฐานที ใช้ในการประเมินและวินิจฉัยภาวะ Delirium และถูกนํามาใช้กันอย่างแพร่หลายในการดูแลผู้ป วยสูงอายุ (Inouye et al., 1990)องค์ประกอบ CAMAcute Onset and Fluctuating Course – มีการเริ มต้นของอาการแบบเฉียบพลันและมีการเปลี ยนแปลงขึ นลงของอาการInattention – มีสมาธิลดลง ไม่สามารถจดจ่อกับสิ งใดสิ งหนึ งได้Disorganized Thinking – ความคิดสับสน ไม่เป นระบบAltered Level of Consciousness – ระดับความรู้สึกตัวเปลี ยนแปลง เช่นง่วงซึมหรือกระวนกระวายการวินิจฉัย Delirium ต้องมีข้อ 1 และข้อ 2 และมีข้อใดข้อหนึ งในข้อ 3 หรือข้อ 4อย่างน้อย1ข้อ36
เครื องมือที ใช้ร่วมCAM-ICU เป นเครื องมือที ใช้ประเมินภาวะ Delirium ในผู้ป วยวิกฤต โดยเฉพาะผู้ป วยที ใส่ท่อช่วยหายใจ ซึ งช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถประเมินภาวะสับสนได้แม้ผู้ป วยไม่สามารถสื อสารได้ตามปกติ(กิตติพงษ์วัฒนสินธุ์, 2565)Mini-Mental State Examination (MMSE) และ Montreal CognitiveAssessment (MoCA) เป นแบบประเมินที ใช้วัดระดับความสามารถด้านการรู้คิดของสมอง เช่น ความจํา สมาธิและการใช้ภาษา โดยมักใช้เพื อประเมินเปรียบเทียบก่อนและหลังการรักษา หรือใช้ช่วยแยกความแตกต่างระหว่าง Delirium กับ Dementiaแต่ไม่สามารถใช้เป นเกณฑ์วินิจฉัย Delirium ได้โดยตรง (อรทัย นาคทอง, 2564)แนวทางการป องกันการป องกันภาวะ Delirium ควรใช้แนวทางแบบหลายวิธีร่วมกัน โดยเน้นการดูแลที ไม่ใช้ยา เช่นการกระตุ้นการรับรู้สิ งแวดล้อม การจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม การส่งเสริมการนอนหลับ และการดูแลให้ผู้ป วยได้รับนํ าและสารอาหารอย่างเพียงพอ(พวงเพ็ญ ชูศรี, 2566)นอกจากนี การลดป จจัยเสี ยง เช่น การหลีกเลี ยงการใช้ยาที มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง การป องกันการติดเชื อ และการดูแลภาวะสมดุลของอิเล็กโทรไลต์สามารถช่วยลดโอกาสการเกิด Delirium ในผู้สูงอายุได้(นันทพร ศรีสุข, 2565)บทที่4การพยาบาลผู้สูงอายุที่มีปัญหาจิตเวชโดยคำ นึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยบนหลักฐานเชิงประจักษ์(พิทักษ์,2568)37
4.1.2 Major and Mild Neurocognitive DisordersMajor และ Mild Neurocognitive Disorders คืออะไรMajor และ Mild Neurocognitive Disorders เป็นกลุ่มอาการที่มีความผิดปกติของการทำ งานด้านการรู้คิดของสมอง ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการคิด การจำ และการดำ เนินชีวิตประจำ วันของผู้ป่วย (สมภพ เรืองตระกูล, 2563)ด้านการรู้คิดที่บกพร่อง ผู้ป วยอาจมีความบกพร่องในด้านต่าง ๆ ได้แก่ความจำ (Memory)การใช้ภาษา (Language)การรับรู้สิ งรอบตัว (Perception)การคิดเชิงนามธรรม (Abstract thinking)สมาธิ (Attention)การตัดสินใจ (Judgment)ความสามารถในการดำ เนินชีวิตประจำ วัน(สุรางค์ โค้วตระกูล, 2564)โรคที่พบได้บ่อยโรคที่พบได้บ่อยในกลุ่ม Neurocognitive disorders ได้แก่Alzheimer’s diseaseและ Vascular dementia ซึ่งเป็นสาเหตุสำ คัญของภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ(วิไลวรรณ ทองเจริญ, 2565บทที่4การพยาบาลผู้สูงอายุที่มีปัญหาจิตเวชโดยคำ นึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยบนหลักฐานเชิงประจักษ์(พิทักษ์,2568)38
การจำ แนกระดับMild Neurocognitive Disorderเป็นภาวะที่มีการลดลงของความสามารถด้านการรู้คิดเพียงเล็กน้อย ผู้ป่วยยังสามารถดำ เนินชีวิตประจำ วันได้ด้วยตนเอง แม้อาจมีปัญหาด้านความจำ หรือการตัดสินใจบ้าง(ศันสนีย์ ฉัตรคุปต์, 2564)ตัวอย่างอาการลืมของบ่อยหลงทิศทางเล็กน้อยใช้เวลาตัดสินใจนานขึ้นMajor Neurocognitive Disorderเป็นภาวะที่มีการเสื่อมของความสามารถด้านการรู้คิดอย่างชัดเจน ส่งผลให้ผู้ป่วยต้องพึ่งพาผู้อื่นในการทำ กิจวัตรประจำ วัน (สุพร อภินันทเวช, 2563)ตัวอย่างอาการจำ คนในครอบครัวไม่ได้เดินหลงทางไม่สามารถดูแลตนเองได้บทที่4การพยาบาลผู้สูงอายุที่มีปัญหาจิตเวชโดยคำ นึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยบนหลักฐานเชิงประจักษ์(พิทักษ์,2568)39
1. โรคออทิซึมสเปกตรัม (Autism Spectrum Disorder: ASD)ลักษณะทางคลินิกและพยาธิสภาพเป็นความผิดปกติของพัฒนาการทางสมองที่มีความบกพร่องถาวรใน 2 ด้านหลัก คือด้านการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และด้านรูปแบบพฤติกรรม ความสนใจ หรือกิจกรรมที่จำ กัดและซ้ำ ๆ โดยพยาธิสภาพมีความเกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทที่ผิดปกติ ส่งผลต่อการประมวลผลทางอารมณ์และสังคม (Lord et al.,2018)กระบวนการประเมินโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์1. การคัดกรองด้วยเครื่องมือมาตรฐาน: การใช้แบบประเมิน PDDSQ (PervasiveDevelopmental Disorder Screening Questionnaire) สำ หรับบุคคลอายุ 1-18ปี และการคัดกรองความบกพร่องด้านประสาทสัมผัส เนื่องจากผู้ป่วยมักมีภาวะไวต่อสิ่งเร้าเกินไป (American Psychiatric Association [APA], 2022)2. การสังเกตเชิงพฤติกรรม: ประเมินการสบตา การตอบสนองต่อเสียงเรียกชื่อซึ่งควรปรากฏภายในอายุ 12 เดือน และการแสดงออกทางสีหน้า3. การตรวจประเมินพัฒนาการร่วม : ประเมินทักษะการมีส่วนร่วมผ่านการมองตามทิศทางที่ผู้อื่นชี้ ในช่วงอายุ 10-12 เดือน และการชี้บอกสิ่งที่ตนสนใจ ในช่วงอายุ14-16 เดือนบทที่5การพยาบาลเด็กและวัยรุ่นที่มีปัญหาทางจิตเวชโดยคำ นึงถึงความปลอดภัยและหลักฐานเชิงประจักษ์(พิทักษ์,2568)40
กิจกรรมการพยาบาล1. การจัดการความปลอดภัย: เฝ้าระวังพฤติกรรมรุนแรงหรือพฤติกรรมซ้ำ ๆ ที่อาจก่ออันตรายต่อตนเอง (Self-harm) จัดสิ่งแวดล้อมเพื่อลดสิ่งเร้าทางประสาทสัมผัสและใช้รูปแบบโครงสร้างที่ชัดเจน เพื่อลดความสับสน (กรมสุขภาพจิต, 2565)2. การส่งเสริมพัฒนาการ: ประยุกต์ใช้การวิเคราะห์พฤติกรรมประยุกต์ (AppliedBehavior Analysis: ABA) เพื่อเพิ่มทักษะการเรียนรู้ และใช้การสนับสนุนด้วยภาพเพื่อช่วยในการสื่อสาร (Hyman et al., 2020) พร้อมสนับสนุนให้ครอบครัวมีส่วน2. ภาวะบกพร่องทางสติปัญญา (Intellectual Disabilities: ID)ลักษณะทางคลินิกภาวะที่มีข้อจำ กัดอย่างมีนัยสำ คัญด้านสติปัญญา โดยมีระดับเชาวน์ปัญญา (IQ) \\le70 ร่วมกับความบกพร่องในพฤติกรรมการปรับตัว (Adaptive Behavior) ในด้านความคิดรวบยอด สังคม และการปฏิบัติ เพื่อการดำ รงชีวิต (APA, 2022)การแบ่งระดับความรุนแรงตามมาตรฐาน DSM-5• ระดับเล็กน้อย (Mild): IQ 50-70 พัฒนาการสูงสุดเท่ากับอายุ 9-12 ปี เรียนได้ในระดับประถม ต้องการความช่วยเหลือในกิจกรรมที่ซับซ้อน• ระดับปานกลาง (Moderate): IQ 35-49 พัฒนาการสูงสุดเท่ากับเด็กอายุ 6-9ปี มีปัญหาด้านการพูดและการตัดสินใจ จำ เป็นต้องเรียนในโรงเรียนการศึกษาพิเศษ• ระดับรุนแรง (Severe): IQ 20-34 พัฒนาการสูงสุดเท่ากับเด็กอายุ 3-5 ปีเคลื่อนไหวช้า พูดได้น้อย ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและเฝ้าระวังอุบัติเหตุหรือการถูกล่วงละเมิด (World Health Organization [WHO], 2023)• ระดับรุนแรงมาก (Profound): IQ < 20 พัฒนาการล่าช้าทุกด้านตั้งแต่วัยทารกต้องได้รับการดูแลช่วยเหลือตลอดเวลาบทที่5การพยาบาลเด็กและวัยรุ่นที่มีปัญหาทางจิตเวชโดยคำ นึงถึงความปลอดภัยและหลักฐานเชิงประจักษ์(พิทักษ์,2568)41
กิจกรรมการพยาบาล1. การปรับพฤติกรรม (Behavior Modification): ใช้หลักการเสริมแรงทางบวกเพื่อกระตุ้นพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และเสริมแรงทางลบเพื่อลดพฤติกรรมที่เป็นปัญหา2. การฝึกทักษะชีวิต (Functional Life Skills): มุ่งเน้นการฝึกทักษะการดูแลตนเองที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำ วัน (Shogren et al., 2020) พร้อมให้คำ แนะนำแก่ผู้ปกครองในการปรับพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ3. ความผิดปกติเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร (Eating Disorders)ประเภทและลักษณะทางพยาธิสภาพ• Anorexia Nervosa: จำ กัดการบริโภคอาหารอย่างรุนแรงเนื่องจากกลัวน้ำ หนักเพิ่มและมีภาพลักษณ์ร่างกายที่ผิดเพี้ยน• Bulimia Nervosa: บริโภคอาหารปริมาณมาก แล้วตามด้วยการกำ จัดอาหารออกเช่น การล้วงคออาเจียน ซึ่งอาจนำ ไปสู่ภาวะแทรกซ้อนทางสรีรวิทยาเช่น Refeeding Syndrome เมื่อเริ่มกลับมารับประทานอาหาร (Hay et al., 2019)กิจกรรมการพยาบาล1. การประเมินภาวะสุขภาพ: ประเมินทุกมิติ (ร่างกาย จิตใจ สังคม จิตวิญญาณ)ตรวจห้องปฏิบัติการ และซักประวัติครอบครัวหรือการใช้สารเสพติด2. การดูแลหลังมื้ออาหาร: เฝ้าระวังพฤติกรรมหลังรับประทานอาหารอย่างน้อย 1-2ชั่วโมง เพื่อป้องกันการล้วงคออาเจียน (NICE, 2020)3. การบำ บัดโดยใช้ครอบครัว (Family-Based Treatment: FBT): สนับสนุนให้ครอบครัวมีบทบาทหลักในการช่วยผู้ป่วยฟื้นฟูภาวะโภชนาการ(Lock & Le Grange, 2019)บทที่5การพยาบาลเด็กและวัยรุ่นที่มีปัญหาทางจิตเวชโดยคำ นึงถึงความปลอดภัยและหลักฐานเชิงประจักษ์(พิทักษ์,2568)42
ลักษณะอาการเชิงพฤติกรรมองค์การอนามัยโลก (WHO, 2018) จัดให้เป็น Gaming Disorder ใน ICD-11โดยมีอาการหลักคือ ความต้องการเล่นอย่างรุนแรง การเพิ่มเวลาเล่น และอาการขาดเมื่อไม่ได้เล่น เช่น หงุดหงิด ก้าวร้าวแนวทางการป้องกันและแก้ไข1. การจัดการสิ่งแวดล้อมและเวลา: หลีกเลี่ยงอุปกรณ์ในพื้นที่ปิดลับ ติดตั้งนาฬิกาขนาดใหญ่เพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องเวลา2. การจัดกิจกรรมทดแทน: ส่งเสริมกิจกรรมสันทนาการเชิงสร้างสรรค์ในช่วงเวลาวิกฤต (เช่น หลังเลิกเรียน) เพื่อปรับเปลี่ยนวงจรพฤติกรรม3. การบำ บัดทางจิตสังคม: ใช้เทคนิคการสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจ และการปรับความคิดและพฤติกรรม เพื่อให้ตระหนักถึงผลกระทบทางการเรียนและสัมพันธภาพ(King & Delfabbro, 2019)4.โรคเสพติดเกม อินเทอร์เน็ต และการพนันGame and Internet Addiction/Gambling Disorderลักษณะทางคลินิกและพยาธิสภาพเป็นความผิดปกติทางพฤติกรรมที่มีรูปแบบการทำ กิจกรรมซ้ำ จนเสียการควบคุม(Loss of control) แม้มีผลกระทบทางลบชัดเจน พยาธิสภาพเกี่ยวข้องกับการหลั่งDopamine ผิดปกติในระบบรางวัลของสมอง และการทำ งานที่ลดลงของสมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ส่งผลให้ขาดความยับยั้งชั่งใจและเกิดภาวะดื้อพฤติกรรม (Volkow et al., 2016)บทที่5การพยาบาลเด็กและวัยรุ่นที่มีปัญหาทางจิตเวชโดยคำ นึงถึงความปลอดภัยและหลักฐานเชิงประจักษ์(พิทักษ์,2568)43
กระบวนการประเมินโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์1. การคัดกรองด้วยเครื่องมือมาตรฐาน: ใช้แบบประเมิน IGD-20 (เกม), IAT(อินเทอร์เน็ต) และ SOGS (การพนัน) เพื่อระบุความรุนแรงของโรคตามเกณฑ์ DSM5 (Young, 1998; Lesieur & Blume, 1987)2. การประเมินโรคร่วม: ตรวจสอบภาวะสมาธิสั้น (ADHD) และโรคซึมเศร้า เนื่องจากมักพบร่วมกันเป็นกลไกการปรับตัวที่ผิดปกติ (Kuss & Lopez-Fernandez, 2016)3. การสังเกตพฤติกรรม: ประเมินการหมกมุ่น การโกหกปกปิด และความล้มเหลวในการพยายามเลิกหรือลดพฤติกรรมหลายครั้งกิจกรรมการพยาบาล1. การปรับพฤติกรรม: ประยุกต์ใช้การบำ บัดทางความคิดและพฤติกรรม (CBT) เพื่อแก้ไขความเชื่อที่บิดเบือน และฝึกทักษะการเผชิญปัญหาโดยไม่พึ่งพาพฤติกรรมเสพติด(Potenza, 2014)2. การจัดการสิ่งแวดล้อม: จัดตารางกิจวัตรประจำ วันให้ชัดเจน (Structure) เพื่อลดเวลาว่างและจำ กัดการเข้าถึงสิ่งเร้าที่เป็นตัวกระตุ้นพฤติกรรม (กรมสุขภาพจิต, 2565)3. การสนับสนุนครอบครัว: ให้ความรู้แก่ญาติเพื่อลดการตำ หนิผู้ป่วย และสร้างระบบสนับสนุนที่เน้นการเสริมแรงทางบวกแทนการบีบบังคับ (Grant et al., 2010)การป้องกัน1. Primary prevention:ให้ความรู้เรื่องการใช้สื่อดิจิทัลอย่างเหมาะสม และส่งเสริมกิจกรรมทางกายและกิจกรรมสร้างสรรค์2. Secondary prevention:คัดกรองเด็กหรือวัยรุ่นที่เริ่มมีพฤติกรรมติดเกม และให้คำปรึกษาเร็ว3. Tertiary prevention:การบำ บัดและฟ นฟูผู้ที ติดเกมรุนแรงป องกันการกลับเป นซํ าบทที่5การพยาบาลเด็กและวัยรุ่นที่มีปัญหาทางจิตเวชโดยคำ นึงถึงความปลอดภัยและหลักฐานเชิงประจักษ์(พิทักษ์,2568)44
1. ความหมายของภาวะวิกฤตทางจิตใจภาวะที่บุคคลเผชิญเหตุการณ์รุนแรงหรือเกินขีดความสามารถในการรับมือ ทําให้เกิดความไม่สมดุลทางอารมณ์ ความคิด และพฤติกรรม ส่งผลกระทบต่อการดําเนินชีวิตอย่างมาก-คนไทยประมาณ 1 ใน 4 มีโอกาสเผชิญภาวะนี้-72 ชั่วโมงแรก เป็นช่วงทองของการช่วยเหลือทางจิตใจ (PFA)-สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ให้บริการตลอด 24 ชม.(กรมสุขภาพจิต, 2563)2. ประเภทของภาวะวิกฤต (4 ประเภท)2.1. วิกฤตจากสถานการณ์ – สูญเสีย อุบัติเหตุ ภัยพิบัติ ตกงาน2.2. วิกฤตจากพัฒนาการ – วัยรุ่น วัยกลางคน วัยสูงอายุ2.3. วิกฤตจากการเจ็บป่วย – โรคเรื้อรัง โรคร้ายแรง2.4. วิกฤตจากสังคม/วัฒนธรรม – ความขัดแย้ง การย้ายถิ น ความยากจน(Townsend & Morgan, 2018)3. สัญญาณเตือนของภาวะวิกฤต• ด้านอารมณ์/ความคิด: วิตกกังวล สิ้นหวัง สับสน หงุดหงิด• ด้านร่างกาย: นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย ใจสั่น• ด้านพฤติกรรม/ความสัมพันธ์: แยกตัว ก้าวร้าว มีป ญหากับผู้อื น(Stuart, 2020)บทที่6ภาวะวิกฤตทางจิตใจและจิตเวชฉุกเฉิน(ไปรญา,2568)45
4. ปัจจัยกระตุ้นที่พบบ่อย- การสูญเสีย- ปัญหาความสัมพันธ์- ปัญหาสุขภาพ- ปัญหาการเงิน(กรมสุขภาพจิต, 2563)5.การช่วยเหลือเบื้องต้นทางจิตใจ (PFA)หลัก Look – Listen – Link- Look: สังเกต ประเมินความปลอดภัยและความต้องการพื้นฐาน- Listen: รับฟังอย่างไม่ตัดสิน ให้กําลังใจ- Link: เชื่อมโยงแหล่งช่วยเหลือ ครอบครัว บริการสุขภาพจิต(WHO, 2011)6. กระบวนการพยาบาลในภาวะวิกฤต1. สร้างสัมพันธภาพ2. ประเมินปัญหาและความเสี่ยง3. วางแผนช่วยเหลือระยะสั้น4. ให้การพยาบาล (สื่อสารบําบัด ผ่อนคลาย ให้ยา ประสานทีม)5. ติดตามผลและป องกันการเกิดซํ า(Stuart, 2020)บทที่6ภาวะวิกฤตทางจิตใจและจิตเวชฉุกเฉิน(ไปรญา,2568)46