แผนการจดั การเรียนรู
ชอ่ื – นามสกลุ นายกอบกติ ติ์ ไตรสวุ รรณ รหสั นกั ศึกษา 63121111007
เรื่อง การแยกตัวประกอบ ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี 6
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ค 1.1 เขา ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน
ผลท่ีเกดิ จากการดำเนินการ สมบัตขิ องการดำเนินการ และนำไปใช
ตัวชว้ี ดั
ค 1.1 ป.6/6 แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยปญหา โดยใชความรูเ กี่ยวกับ ห.ร.ม. และ ค.ร.น.
จุดประสงคก ารเรยี นรู
ดานความรู
- นกั เรียนสามารถแยกตัวประกอบของจำนวนนับได
ดานทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
- นักเรียนมีทกั ษะการใหเ หตุผล
- นักเรยี นมที กั ษะการแกปญหา
ดานคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
- มุงม่ันในการทำงาน
- ใฝเรยี นรู
หลักฐานการเรียนรู
แบบฝกหดั เรอื่ ง การแยกตวั ประกอบ
กิจกรรมการเรยี นรู
การนำเขาสูบทเรียน
ครทู บทวนความรเู กีย่ วกับความหมายของตวั ประกอบของจำนวนนับและหาตวั ประกอบของจำนวนนบั
โดยการใหน กั เรียนเขา ไปเลนเกมตอบคำถามที่
เว็บไซต : https://playgo.vonder.co.th/?pin=46024320 Game PIN : 46024320
หรอื ใหนกั เรียนสแกน QR Code
ตวั อยา่ งเกม
ขั้นการจัดกจิ กรรมการเรียนรู
ครใู หค วามหมายของการแยกตวั ประกอบ ดังนี้
จำนวนนบั ทเ่ี ขยี นรูปการคูณจำนวนเฉพาะ เรียกวา การแยกตวั ประกอบ
ซง่ึ การแยกตัวประกอบ ในระดับชัน้ ประถมศกึ ษานน้ั สามารถทำได 3 วิธี
1. วิธกี ารเขยี นในรูปกระจายของผลคณู
2. วธิ กี ารเขียนในรูปแผนภาพ
3. การแยกตวั ประกอบโดยวิธกี ารหาร
วิธีท่1ี วิธกี ารเขียนในรปู กระจายของผลคูณ
การแยกตวั ประกอบโดยวิธีนี้ เปนการนำจำนวนนบั ทก่ี ำหนดมาเขียนในรูปผลคณู ของตัวประกอบทีละ
2 จำนวน โดยเขยี นไปเร่ือยๆ จนกระท่ังกลายเปนผลคูณของตวั ประกอบเฉพาะ เชน
36 = 2 × 18
=2×2×9
=2×2×3×3
ดงั นั้น 36 = 2 × 2 × 3 × 3
วธิ ที ี2่ วิธกี ารเขียนในรปู แผนภาพ
การแยกตัวประกอบโดยวิธีนี้ เปนการเขยี นจำนวนนับในรปู การคูณของตวั ประกอบสองตัว
จนไดต ัวประกอบทุกตัวเปน จำนวนเฉพาะ เชน
36
2 × 18
2×9
3× 3
ดงั นัน้ 36 = 2 × 2 × 3 × 3
วธิ ที ่3ี การแยกตวั ประกอบโดยวิธหี าร
การแยกตัวประกอบโดยวิธนี ้ี เปน การนำตวั ประกอบเฉพาะมาหารจนไดผ ลหารเปนจำนวนเฉพาะ
แลวเขียนจำนวนนับนนั้ ในรูปการคณู ของตัวหารทุกจำนวนและผลหารสดุ ทา ย
2 ) 36
2 ) 18
3) 9
3 ผลหารเปนจำนวนเฉพาะ
ดังนน้ั 36 = 2 × 2 × 3 × 3
ขั้นสรปุ
ครูใหนกั เรียนทำแบบฝกหดั เรื่อง การแยกตัวประกอบ
การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู วิธีการวัด เครอื่ งมอื วดั เกณฑก ารประเมิน
สิ่งที่ตองการวัด ตรวจความ แบบฝก หัด
ถูกตองจาก นกั เรียนไดค ะแนน
ดานความรู แบบฝก หดั แบบฝกหัด ตัง้ แต 6 คะแนนจาก
-นกั เรียนสามารถแยกตัวประกอบได คะแนนเตม็ 10 คะแนน
ตรวจความ แบบสงั เกต
ดา นทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร ถูกตอ งจาก พฤตกิ รรม ขึ้นไปผานเกณฑ
-นักเรยี นมที กั ษะการใหเหตุผล แบบฝกหัด รายบคุ คล
-นักเรยี นมที ักษะการแกป ญ หา นักเรยี นไดคะแนน
สงั เกต ต้งั แต 6 คะแนนจาก
ดานคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค พฤติกรรม คะแนนเตม็ 10 คะแนน
-มุง ม่นั ในการทำงาน
-ใฝเ รียนรู ข้ึนไปผานเกณฑ
ไดระดบั คุณภาพ 2
ทกุ รายการข้นึ ไปถือวา
ผา นเกฑณ
เกณฑการใหค ะแนนแบบฝก หดั เกณฑก ารใหคะแนน
คะแนน นกั เรยี นแสดงวิธที ำอยางละเอียดเปนขน้ั ตอนดังตวั อยาง
1
1 นกั เรยี นสามารถแยกตวั ประกอบไดอยางถูกตอ ง
จำนวนขอ คะแนนเตม็ (ตอ 1ขอ ) คะแนนรวม
5 2 10
เกณฑก ารใหค ะแนนดา นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
รายการ ระดบั คณุ ภาพ รายละเอียดในการพิจารณา
1.ใฝเ รียนรู 3 มกี ารอางองิ ที่ถูกตอ งและเสนอแนวคิดประกอบ
(ด)ี การตดั สินใจอยางสมเหตสุ มผล
2 มกี ารอา งองิ ที่ถูกตอ งบางสวน
(พอใช) และเสนอแนวคิดประกอบการตัดสินใจแตอาจไม
สมเหตุสมผลในบางกรณี สรปุ ผลไมคอ ยถกู ตอง
1 มกี ารเสนอแนวคิดท่ไี มส มเหตสุ มผลในการตัดสินใจ
(ปรบั ปรุง) และไมอ างอิง สรปุ ผลไมถ ูกตอ ง
2.มุงมนั่ ในการทำงาน 3 สงงานกอ นหรือตรงตามกำหนดเวลานัดหมายรับผิดชอบ
(ดี) ในงานท่ีไดรับมอบหมายและปฏบิ ัตเิ องจนเปนนิสัย
2 สงงานชา กวากำหนด แตไ ดมีการตดิ ตอชี้แจงโดยมี
(พอใช) เหตุผลรับฟงได รบั ผิดชอบในงานท่ไี ดร บั มอบหมาย
และปฏิบตั ิจนเปน นิสยั
1 สง งานชา กวากำหนด ปฏบิ ตั ิงานโดยตองอาศัย
(ปรบั ปรุง) การช้ีแนะ ใหค ำแนะนำ และการตกั เตือน
แบบฝก หัด
เรื่อง การแยกตัวประกอบ
ช่ือ-นามสกลุ ........................................................................................ช้ัน................เลขท่ี……………
คำส่งั ใหนกั เรยี นแยกตัวประกอบของจำนวนนับทีก่ ำหนดให โดยเลือกใชว ิธีท่ีตนเองถนัด
1) 9 2) 12
...................................................................................... .......................................................................................
...................................................................................... .......................................................................................
...................................................................................... .......................................................................................
...................................................................................... .......................................................................................
...................................................................................... .......................................................................................
...................................................................................... .......................................................................................
…………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………..
3) 25 4) 69
...................................................................................... ……………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………..
4) 120 ยง่ิ ฝึ กฝน
……………………………………………………………………………. ยง่ิ แขง็ แกร่ง
…………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………….