โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบือ้ งต้น อ่างเกบ็ นา้ เหมืองตะกัว่
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดา้ ริ จังหวดั พทั ลงุ บทที่ 2 ข้อมูลพื้นฐานและสภาพทั่วไปของโครงการ
กลุ่มชุดท่ี 53 ลกั ษณะโดยทั่วไปดินมีเน้ือดนิ บน เป็นดินร่วนหรือดินรว่ นปนดินเหนียว เป็นดนิ ลกู รงั หรือ
ดนิ ปนเศษหนิ ผุ ซง่ึ เป็นพวกหนิ ดนิ ดานพบในเขตฝนตกชุกเชน่ ภาคใต้ ลกั ษณะพนื้ ทเี่ ปน็ ลกู คลนื่ หรือเนินเขา ดนิ มคี วาม
อุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาตคิ อ่ นข้างตา่้ คา่ ความเป็นกรด-ดา่ ง เป็นกรดปานกลางถึงกรดจดั มาก
ตารางท่ี 2.2-9 แสดงกล่มุ ชุดดนิ ต่างๆ บริเวณพืนทโ่ี ครงการ
กลุ่มชุดดนิ ตารางเมตร พืนที่ รอ้ ยละ
2,805,546.20 ไร่ 13.90
กล่มุ ชดุ ที่ 6 6,282,191.65 31.13
กล่มุ ชดุ ที่ 17 3,319,724.67 1,753.47 16.45
กลุ่มชุดที่ 32 6,864,518.83 3,926.37 34.02
กล่มุ ชดุ ที่ 34 208,282.10 2,074.83 1.03
กลมุ่ ชุดท่ี 51 417,080.36 4,290.32 2.07
กลมุ่ ชุดที่ 53 282,334.93 130.18 1.40
กลุ่มชุดท่ี 62 260.68
176.46
2.2.7 อทุ กธรณแี ละน้าใต้ดิน
พื้นที่ศึกษามีลักษณะภูมิประเทศเป็นพ้ืนท่ีภูเขากับที่ราบ มีภูเขาย่อมๆ ที่รอบเชิงเขาน้ี บริเวณที่จะสร้าง
อา่ งเก็บน้า ต้งั อยู่บนเขาหินแกรนติ และมีความลาดลงมาตอ่ กับเชงิ เขาที่เปน็ หนิ แปร สภาพอุทกธรณีวทิ ยาเบื้องต้นของ
พื้นท่โี ครงการอ่างเกบ็ น้า ประกอบด้วย
1). ข้อมูลแผนท่ีน้าบาดาลชนิดดิจิทอลของจังหวัดพัทลุง จากกรมทรัพยากรน้าบาดาล กระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม
2). ข้อมูลรายละเอียดบ่อบาดาลชนิดดิจิทอลของจังหวัดพัทลงุ จากกรมทรพั ยากรน้าบาดาล กระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม
(2.1) จากข้อมูลแผนที่น้าบาดาลชนิดดิจิทอลของจังหวัดพัทลุง พบว่าอ่างเก็บน้าอยู่บนหินแกรนิต
ไมม่ ีคา่ การให้นา้ ของหิน จงึ ไม่อาจบอกว่าหินทึบน้าหรอื มโี อกาสรั่วซมึ สูงหรือไม่
(2.2) จากข้อมูลรายละเอยี ดบอ่ บาดาลชนดิ ดิจิทอลของจังหวดั พัทลงุ พบวา่ บ่อบาดาลในพื้นท่ีศกึ ษา
ซ่ึงมีเฉพาะบ่อในพืน้ ที่รับประโยชนแ์ ละบริเวณใกล้เคียงที่น้าขอ้ มูลวิเคราะห์ จ้านวน 39 บ่อ มีขอ้ มลู ของบ่อ ดังน้ี
ความลึกของบ่อบาดาล พบวา่ บ่อบาดาลในพื้นทศี่ กึ ษามีระดับความลกึ ต้ังแต่ 12 เมตร ถึง 106.5 เมตร
ส่วนมากจะเป็นบ่อมีระดับลึกไม่เกิน 50 เมตร (รูปที่ 2.2-19) ซ่ึงจากข้อมูลแผนท่ีน้าบาดาลประกอบด้วยหินอุ้มน้า
ดงั น้ี
Qfd ชั้นหินอุม้ นา้ ตะกอนน้าพา
Gr ชั้นหินอมุ้ น้าหินแกรนิต
Cms ช้นั หินอุ้มน้าหินชนั้ กงึ่ แปร
Qot ชั้นหนิ อุม้ น้าตะกอนตะพักน้ายุคเก่า
Qcl ชั้นหนิ อุ้มน้าตะกอนเศษหินเชงิ เขา
SDmm ชน้ั หนิ อมุ้ น้าหนิ แปร
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จา้ กัด 2-38 รายงานการเร่มิ งาน
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จา้ กัด (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อ่างเก็บน้าเหมืองตะก่วั
อันเน่อื งมาจากพระราชด้าริ จังหวัดพัทลงุ บทท่ี 2 ขอ้ มูลพนื้ ฐานและสภาพท่ัวไปของโครงการ
อา่ งเก็บน้าเหมืองตะกั่ว
รูปท่ี 2.2-18 กลุม่ ชดุ ดนิ ต่างๆ บรเิ วณพนื ท่ีโครงการ
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จา้ กัด 2-39 รายงานการเร่มิ งาน
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จา้ กัด (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบือ้ งตน้ อ่างเก็บน้าเหมืองตะกวั่
อันเน่อื งมาจากพระราชด้าริ จังหวดั พัทลงุ บทที่ 2 ข้อมูลพ้นื ฐานและสภาพท่วั ไปของโครงการ
อ่างเกบ็ นา้ เหมืองตะก่ัว
รปู ท่ี 2.2-19 ปริมาณนา้ บาดาลบริเวณพนื ทโ่ี ครงการ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จา้ กดั 2-40 รายงานการเร่มิ งาน
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จา้ กัด (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้อื งต้น อ่างเกบ็ น้าเหมอื งตะกว่ั
อันเน่ืองมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวัดพทั ลุง บทที่ 2 ข้อมูลพ้นื ฐานและสภาพท่วั ไปของโครงการ
ชั้นหินตะกอนน้าพาซงึ่ มกั เป็นชั้นอมุ้ น้าคณุ ภาพดีให้น้าบาดาลปรมิ าณมากมพี ื้นท่ีไม่มากอยู่ปลายสุด
ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของพ้ืนที่รับประโยชน์ บ่อที่มีความลึกที่สุดคือกว่า 100 เมตร อยู่ใกล้เขาและบริเวณท่ีจะ
สร้างอ่างเก็บน้า แสดงว่าได้น้าจากชั้นหินอุ้มน้าหินแปร (SDmm) ท่ีอยู่ภายใต้ โดยมีตะกอนเศษหินเชิงเขา (Qcl) ปิด
ทับอยขู่ า้ งบนและแสดงให้เหน็ จากแผนทเ่ี ฉพาะชุดตะกอนเศษหิน
ความสามารถในการจ่ายน้าของบ่อบาดาล บอ่ ในพื้นท่ีเกือบท้ังหมดสามารถจ่ายน้าไดต้ ั้งแต่ปริมาณ
น้อย 1.1 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง จนถึง 6.8 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง มีเพียงบ่อเดียวที่มีปริมาณน้ามากถึง 68
ลกู บาศก์เมตรตอ่ ชว่ั โมง และอยู่ตรงกลางที่ลาดเชิงเขาระหว่างเขาท้งั ดา้ น แสดงว่าบริเวณพ้ืนท่ีรับประโยชนน้ีส่วนใหญ่
มชี ั้นหนิ อ้มุ น้าคุณภาพไม่ดี
ค่าสารละลายทางเคมีในน้าบาดาล ปริมาณของสารละลายเหล็กในน้าบาดาล ส่วนใหญ่มีปริมาณ
เหลก็ มากเกินมาตรฐานน้าดมื่ เกณฑ์อุโลมสูงสุดของเหล็กในน้าบาดาลจะไม่เกิน 1 มิลลิกรัม/ลิตร บ่อที่มีปริมาณเหล็ก
มากผิดปกติ อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของพื้นท่ีรับประโยชน์ มีปริมาณเหล็กถึง 14.8 และ 36.7 มิลลิกรัม/ลิตร ส่วนปริมาณ
ของ คลอไรด์ ความกระดา้ ง และสารละลายรวม บางบอ่ มีค่าสงู เชน่ กันแตไ่ มเ่ กนิ มาตรฐานน้าดื่ม
2.2.8 ทรัพยากรปา่ ไม้และสตั วป์ า่
ปัจจุบันพื้นท่ีป่าเขาบรรทัดมีประมาณ 791,847 ไร่ ได้รับการจัดต้ังเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด
ครอบคลุมพื้นท่ี 4 จังหวัดได้แก่ สตูล สงขลา ตรัง และจังหวัดพัทลุง ก้ากับดูแลรักษาทรัพยากรทางธรรมชาติ และ
ส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์หลากหลายรูปแบบทั้งท่องเท่ียวเดินป่า เที่ยวชมน้าตก เป็นแหล่งรวมพืช
พรรณไม้และสัตว์ป่าแล้ว ยังเป็นต้นน้าสายส้าคัญมากมายท่ีไหลสู่พ้ืนท่ีราบท้ังสองฝั่ง ในฝ่ังตะวันออกมีล้าน้าล้าคลอง
อย่าง คลองนาท่อม คลองท่ามะเดื่อ คลองป่าบอน คลองพรุพ้อ และคลองรัตภูมิ เป็นต้น ไหลลงสู่พื้นที่ราบรวมเป็น
ทะเลสาบสงขลา
1) ทรพั ยากรป่าไม้
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด มีสภาพป่าท่ีแตกต่างกัน 2 ลักษณะ คือ ป่าดิบชื้นและป่าเขา
หินปูน ซึ่งเป็นป่าที่ไม่ผลัดใบ-ป่าดงดิบชื้น เป็นป่าที่ขึ้นปกคลุมพื้นท่ีส่วนใหญ่ของเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า พบตั้งแต่
บริเวณล้าห้วยข้ึนไปจนถึงยอดเขา มีพรรณไม้ขนาดต่างๆ ข้ึนอยู่อย่างหนาแน่น เรือนยอดปกคลุมมากกว่า 80%
บริเวณพ้ืนท่ีปา่ ปกคลมุ ด้วยอนิ ทรีย์วัตถุ ซึง่ เปน็ ซากของใบไมก้ ่ิงไมเ้ ป็นจา้ นวนมาก-ปา่ เขาหนิ ปูน เป็นป่าที่ขึ้นอยู่เฉพาะ
ตามภูเขาที่เป็นเขาหินปูนเท่าน้ัน ในเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทัด พบว่า ป่าเขาหินปูนบริเวณหน่วยพิทักษ์
ป่าโตนเต๊ะ และบริเวณถ้าเจ็ดคตใกล้หน่วยพิทักษ์ป่าคีรีวง สภาพป่าเป็นป่าแคระแกร็น ไม้ที่ข้ึนอยู่มีขนาดเล็ก
เน่ืองจากมีซับหน้าดินน้อยมากชนิดพรรณไม้บริเวณท่ีข้ึนถึงนั้นเป็นเนินเขาเต้ียๆ ไม่สูงชัน มีช้ันหน้าดินค่อนข้างหนา
และตดิ อยู่กบั ปา่ ดบิ ช้นื
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จา้ กดั 2-41 รายงานการเร่มิ งาน
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จ้ากัด (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้อื งต้น อา่ งเก็บน้าเหมอื งตะกวั่
อนั เน่อื งมาจากพระราชด้าริ จงั หวดั พทั ลงุ บทท่ี 2 ข้อมูลพน้ื ฐานและสภาพทั่วไปของโครงการ
2) ทรพั ยากรสัตวป์ ่า
ทรัพยากรสัตว์ป่า มีกลุ่มสัตว์เล้ียงลูกด้วยน้านม เช่น ค้างคาวขอบหูขาว ค้างคาวขอบหูดา้ ค้างคาว
หัวด้า ค้างคาวหน้ายาว ค้างคาวหางโผล่ กระรอกหางม้า กระรอกดิน กระเตน็ พญากระรอกบนิ หูแดง หนขู นเสียน หนู
หวาย หนูฟาน และหนฟู ันขาว กลุ่มนก จ้านวน 283 ชนิด มีนกจ้านวนหลายวงศ์ ที่มีจ้านวนชนิดสูงมากเกิน 10 ชนิด
วงศ์กินแมลงมีจ้านวน 26 ชนิด วงศ์นกปรอด 17 ชนิด วงศ์นกหัวขวานมี 18 ชนิด วงศ์นกจับแมลง 14 ชนิด วงศ์นก
กินปลามี 12 ชนิดและวงศ์นกคัดคู 11 ชนิด กลุ่มสัตว์สะเทินน้าสะเทินบก มีวงศ์กบต่างๆ จ้านวน 16 ชนิด
วงศ์อ่ึงต่างๆ จ้านวน 7 ชนิด กลุ่มสัตว์เล้ือยคลาน กลุ่มเต่า กลุ่มตะพาบน้า มีจ้านวน 3วงศ์ 9 ชนิด กลุ่มต๊ักแก ก้ิงก่า
และจ้ิงเหลน มี 4 วงศ์ 35 ชนิด กลุ่มงมู ี 6 วงศ์ 28 ชนิด กลุ่มปลาน้าจืด รวมท้ังสิ้น 29 ชนิด วงศ์ท่ีมีจ้านวนชนิดท่ีสูง
ทีส่ ุด คือ วงศ์ปลารากกลว้ ย มีจ้านวน 6 ชนดิ รองลงไปคือ วงศ์ปลาแขยง และวงศป์ ลาชอ่ น
2.2.9 พืนทช่ี ันคุณภาพลมุ่ นา้
ชั้นคุณภาพลุ่มน้าในบริเวณพื้นที่โครงการ พบว่า พ้ืนท่ีโดยส่วนใหญ่เป็นพ้ืนท่ีลุ่มน้าช้ัน 5 เน่ืองด้วยมีสภาพ
พื้นท่ีค่อนข้างราบ และมีพน้ื ท่ีบริเวณอ่างเก็บน้าเป็นพ้ืนท่ีลมุ่ นา้ ช้ัน 4 ซ่ึงสภาพการใช้ประโยชนท์ ี่ดนิ ปจั จุบนั ตลอดโดย
ส่วนใหญ่เป็นพนื้ ทเ่ี กษตรกรรม ดงั แสดงในรูปท่ี 2.2-20
2.2.10 การใชป้ ระโยชนท์ ี่ดนิ
โครงการอ่างเก็บน้าเหมืองตะก่ัว อันเนื่องมาจากพระราชด้าริ จังหวัดพัทลงุ เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้าที่มี
พ้ืนท่ีรับประโยชน์ 12,456 ไร่ ครอบคลุมพ้ืนท่ีบางส่วนของอ้าเภอตะโหมดและอ้าเภอป่าบอน ซ่ึงมีสภาพท่ัวไปเป็น
พน้ื ท่ีภเู ขา พ้นื ท่ลี กู คลนื่ ลอนชนั จนถึงที่ราบเชิงเขา และท่รี าบ ส่งผลให้มรี ูปแบบการใช้ประโยชนท์ ่ีดนิ หลากหลาย ตาม
สภาพภูมปิ ระเทศและสภาพความเปน็ อยู่ของชมุ ชน โดยบริเวณพ้ืนทภี่ ูเขาจะมีการปลกู ยางพาราและไมผ้ ล สว่ นบรเิ วณ
ท่ีราบเป็นท่ีนาและไร่นาสวนผสม โดยเฉพาะบริเวณที่ลุ่มริมฝั่งล้าน้าต่างๆ เช่น คลองญวน คลองเหมืองตะกั่ว และ
คลองบงั พรวน พบการตง้ั ถนิ่ ฐานของชุมชนต่างๆ ค่อนข้างหนาแนน่
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากัด 2-42 รายงานการเร่ิมงาน
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จา้ กดั (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บนา้ เหมอื งตะกวั่
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวดั พทั ลงุ บทท่ี 2 ขอ้ มูลพนื้ ฐานและสภาพทว่ั ไปของโครงการ
อา่ งเกบ็ น้าเหมืองตะก่วั
รูปที่ 2.2-20 พืนทีช่ นั คุณภาพลุม่ น้าบริเวณพนื ทีโ่ ครงการและพืนทใี่ กล้เคียง
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จ้ากัด 2-43 รายงานการเรมิ่ งาน
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จ้ากัด (Inception Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเก็บน้าเหมืองตะกวั่
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชด้าริ จงั หวดั พทั ลงุ บทท่ี 2 ขอ้ มูลพน้ื ฐานและสภาพท่วั ไปของโครงการ
2.2.11 การเกษตร ปศุสัตว์ ประมงและการเลยี งสัตวน์ ้า
การศึกษาด้านการเกษตร มีจุดมุ่งหมายเพ่ือการรับรู้ เข้าใจสภาพปัจจุบันของการผลิตทางการเกษตรและ
พัฒนาระบบการผลิตทางการเกษตรภายหลังเม่ือมีโครงการ ทั้งน้ีเพ่ือให้ได้สินค้าเกษตรและอาหารท่ีมีคุณภาพสูงใน
ระดับพรีเมี่ยมและปลอดภัยได้มาตรฐานสากลและมูลค่าสูง และเกิดผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อมน้อยท่ีสุดในระดับที่
สามารถรับได้และเพอื่ ยกระดบั คุณภาพชีวติ ท่ดี ีของเกษตรกรและประชากรอืน่ ๆ ในพ้นื ที่ศึกษาโครงการอย่างย่งั ยืน
วตั ถุประสงคข์ องการศกึ ษา
1) เพ่ือศึกษาส้ารวจ รวบรวม วิเคราะห์สภาพปัจจุบันของเกษตรกร ระบบการผลิตทางการเกษตรทั้ง
การผลิตพืชเศรษฐกิจ ปศสุ ัตว์และการประมงในบริเวณพ้ืนที่โครงการ เทคนคิ วิธีการผลิต ผลผลติ ปัญหาอุปสรรคและ
ข้อจ้ากัดในการผลิตและแนวโน้มการผลิต การได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตของเกษตรกร ปัจจัยจ้าเป็นท่ี
เกษตรกรต้องได้รับความช่วยเหลือเพ่ือการเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของผลผลิตที่ มีความปลอดภัยและให้
ผลตอบแทนสงู อยา่ งย่งั ยืน
2) เพื่อเสนอยุทธศาสตร์ ระบบ รูปแบบและแผนการผลิตทางการเกษตรแบบครบวงจรท่ีเหมาะสมใน
พ้ืนที่โครงการท่ีได้รับการปรับปรุงแล้ว ตามแนวทางการผลิตในรูปแบบเกษตรแปลงใหญ่ โดยใชแ้ ผนที่เกษตรเพื่อการ
บริหารจัดการเชิงรุก (Agri Map) เป็นพื้นฐานในการก้าหนดสินค้าเกษตรและต้าแหน่งพ้ืนท่ีที่เสนอให้ด้าเนินการผลิต
ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สร้างความม่ันคง มั่งคั่งและยั่งยืนของผลผลิตคุณภาพและสูงในระดับมาตรฐานสากล
และมีมลู ค่าสูง ซ่ึงหมายรวมถึงการผลิตพืช การประมงและการผลิตปศุสัตว์ ด้วยการใช้เทคโนโลยแี ละปจั จยั การผลิตที่
มีคุณภาพต้นทุนการผลิตตา้่ และเพิ่มผลตอบแทนสูงขึ้นโดยมีศนู ย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้าเกษตร
ในพน้ื ทเี่ ป็นเครอ่ื งมือ
ขอบเขตและวธิ กี ารศกึ ษา
1. การศึกษา วิเคราะห์สภาพปัจจุบันของเกษตรกรและการผลิตทางการเกษตรในพนื ท่ีโครงการ
1.1 สภาพทวั่ ไปของประชากรในพื้นทศี่ ึกษา แสดงจา้ นวนครัวเรอื นทง้ั หมด ครัวเรือนเกษตรกร
จา้ นวนครัวเรอื นและประชากรทัง้ หมดและจา้ นวนครัวเรือนและประชากรที่เปน็ เกษตรกร อาชพี หลัก อาชพี รอง สภาพ
การผลิตทางการเกษตร ขนาดพื้นท่ีถือครองทางการเกษตรและการใช้ประโยชน์ท่ีดินเกษตรกรรมผลิตสินค้าเกษตร
ปัญหาอปุ สรรคในการประกอบอาชีพและความต้องการเพิม่ เติมในการประกอบอาชีพ
1.2 สภาพปัจจุบันของการผลิตสนิ ค้าเกษตรและอาหาร ศึกษาและทบทวนประเภท ชนิดพืชที่
ปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ ขนาดพ้ืนที่เพาะปลูกแต่ละชนิด วัตถุประสงค์ในการผลิต ระบบการผลิต ปฏิทินการเพาะปลูก
พืชและประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ท่ีดินในฤดูฝน ฤดูแล้งและตลอดปี พันธ์ุ เทคนิควิธีการปลูก รวมท้ังข้าว พืชผัก
พืชไร่ ไม้ผลยนื ต้น ไม้ดอกไมป้ ระดับ การใช้ปัจจัยการผลิตและต้นทุนการผลิต ผลผลิตต่อไร่ ผลตอบแทนทเี่ ปน็ เงินสด
จากการผลิต การจัดการและวิถีการตลาดผลผลิต ปัญหาอุปสรรคในการปลูกพืช ความต้องการพัฒนาการผลิตทาง
การเกษตรของเกษตรกร และการได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนในการผลิต แนวโน้มของการผลิตและการตลาด
ความต้องการผลผลิตในปัจจุบันและในอนาคต ซึ่งผลการศึกษาจะเป็นประโยชน์อย่างย่ิงต่อการวางแผนด้าเนินการ
ปรับปรุงรูปแบบการผลิตพืชในอนาคตเม่ือมีโครงการ ให้ได้สินค้าเกษตรและสินค้าผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปท่ีมีทั้ง
ปรมิ าณและผลผลิตทม่ี ีคุณภาพ ปลอดภยั นอกจากนยี้ งั สามารถลดต้นทุนและให้ผลตอบแทนสูงอยา่ งต่อเนือ่ ง
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กดั 2-44 รายงานการเรม่ิ งาน
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จ้ากดั (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้อื งต้น อ่างเกบ็ นา้ เหมืองตะกว่ั
อันเนือ่ งมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวัดพทั ลุง บทที่ 2 ขอ้ มูลพนื้ ฐานและสภาพท่วั ไปของโครงการ
1.3 สภาพปัจจุบันของการผลิตปศุสัตว์ในพ้ืนท่ีโครงการ ศึกษาทบทวนสภาพการผลิตปศุสัตว์
เศรษฐกิจท่สี ้าคญั ไดแ้ ก่ โคเนื้อ กระบอื เปด็ ไก่ และแพะ วัตถุประสงค์ในการผลติ พนั ธ์ุ จ้านวนตัวทีผ่ ลติ วิธีการผลิต/
เลยี้ ง ช่วงเวลาในการผลิต การใช้ปัจจัยการผลติ และต้นทุนการผลิต การจัดการผลผลิต สภาพการตลาดและราคาขาย
ผลตอบแทนด้านการเงิน การได้รับการสง่ เสริมและสนบั สนุนในการผลิต ปัญหาอุปสรรคในการผลิตและความต้องการ
พัฒนาการผลิตปศุสัตว์ของเกษตรกร แนวโน้มของการผลิตและการตลาด ความต้องการผลผลิตในปัจจุบันและใน
อนาคต
1.4 สภาพการเพาะเลยี้ งและการจับสัตว์นา้ ศกึ ษา ส้ารวจรวบรวม วเิ คราะหแ์ ละทบทวนสภาพ
การเพาะเลี้ยงและการจับสัตว์น้า ได้แก่ ประเภท ชนิด ปลา กุ้ง พันธ์ุ วัตถุประสงค์การผลิตและการจับ แหล่งน้าที่
เลีย้ ง/ที่จบั ท้ังแหล่งน้าธรรมชาติและแหล่งน้าสร้างขึน้ ปริมาณท่เี ล้ียงและท่ีจบั ได้ วิธีการเลี้ยง เครื่องมอื อุปกรณท์ ่ีใช้
จับ การจัดการผลผลิต สภาพการตลาดและราคาขาย การได้รับการสนับสนุนและส่งเสริม ปัญหาอุปสรรคในการจับ
และเพาะเล้ียงสัตว์น้าและความต้องการพัฒนาการผลิตและการจับสัตว์น้าของเกษตรกร แนวโน้มของการผลิตและ
การตลาด ความต้องการผลผลติ สัตว์น้าในปัจจบุ นั และในอนาคต
2. การเสนอแนะรปู แบบการผลิตทางการเกษตรท่ีเหมาะสมในอนาคตในพืนที่ศกึ ษาโครงการเพ่ือให้
การผลิตที่มีการใช้ทรัพยากรนา้ อย่างประหยัด ในการผลิตสินค้าและอาหารท่ีมีคุณภาพระดบั พรีเมี่ยม ด้วยต้นทุน
การผลิตตา่้ และให้ผลตอบแทนสงู อยา่ งยงั่ ยืน
2.1 ศึกษาทบทวนทิศทางและแนวทางพัฒนาการผลิตทางการเกษตรของประเทศและพ้ืนท่ี
ศกึ ษาโครงการดว้ ยการวิเคราะหข์ ้อมูลทุตยิ ภูมทิ ี่เป็นสถิติและรายงานจากเอกสารที่มีอยู่ในหน่วยงาน/องคก์ ร/สถาบัน
ในสื่ออเี ลคทรอนิคส์ เพื่อใชเ้ ป็นแนวทางในการกา้ หนดแผนดา้ เนินการพัฒนารูปแบบการผลติ ทางการเกษตรในอนาคต
เมอ่ื มโี ครงการ สาระข้อมลู ท่ีสา้ คัญ ประกอบด้วย
- สภาวะการตลาดของสินค้าเกษตรและปริมาณและคุณภาพอาหารท่ีเป็นความต้องการ
ของโลกในอนาคตซ่ึงเปน็ อาหารแปรรูปที่มคี ณุ ภาพสูงได้มาตรฐานสากล มบี รรจภุ ัณฑแ์ ละพร้อมบรโิ ภคและอุปโภค
- ทิศทางการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและความต้องการอาหารของประชาคมเศรษฐกิจ
อาเซยี่ น (AEC)
- วิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศ ปี 2570 ยุทธศาสตร์และแผนการพัฒนาการผลิตทาง
การเกษตรในร่างแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาตฉิ บับท่ี 12 (พ.ศ.2560 – 2564)
- แนวทางการพัฒนาการเกษตรของประเทศไทยยุค 4.0 ที่ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีและ
องค์ความรูท้ เี่ หมาะสม การผลิตสินค้าเกษตรทม่ี คี ุณภาพสงู ในระดับพรเี ม่ียม
- ยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาการผลิตทางการเกษตร ปี 2560-2564 ของรัฐบาลและของ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในรูปแบบการผลิตเกษตรแปลงใหญ่แบบครบวงจร ด้วยการใช้แผนท่ีเกษตรเพ่ือการ
บรหิ ารจัดการเชงิ รกุ (Agri – Map) ในการกา้ หนดแผนงาน/โครงการพัฒนาการผลิตสินคา้ เกษตร แผนพัฒนาการผลิต
ทางการเกษตรของกลมุ่ จังหวัดภาคใต้ตอนกลาง
- ยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดพัทลุง รวมท้ังของส้านักงาน
โครงการชลประทานพัทลุง ส้านักงานเกษตรจังหวัด ส้านักงานปศุสัตว์จังหวัดและส้านักงานประมงจังหวัด รวมทั้ง
แผนพัฒนาการผลติ ทางการเกษตรขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ในพนื้ ท่ศี กึ ษาโครงการ
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากดั 2-45 รายงานการเรมิ่ งาน
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จา้ กัด (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น อา่ งเกบ็ น้าเหมืองตะกัว่
อนั เน่อื งมาจากพระราชด้าริ จังหวัดพัทลุง บทท่ี 2 ขอ้ มูลพืน้ ฐานและสภาพทัว่ ไปของโครงการ
2.2 ศึกษาวเิ คราะห์ปัจจยั ทเี่ ป็นจุดแขง็ และจุดอ่อนของการผลติ ทางการเกษตรในสภาพปัจจบุ ัน
ทง้ั ปจั จัยภายในพ้นื ทีแ่ ละเกษตรกร รวมทัง้ ปัจจยั ภายนอกโครงการที่เปน็ ปัจจัยสนบั สนนุ และทีเ่ ปน็ ภาวะคกุ คามตอ่ การ
พัฒนาการผลิตทางการเกษตรในปัจจุบันและในอนาคตภายในพื้นท่ีศึกษาโครงการ โดยการวิเคราะห์ SWOT ด้วย
การศกึ ษาทบทวนวเิ คราะห์ปัจจยั ต่างๆ ทเี่ ปน็ จุดแขง็ และจดุ อ่อนในกจิ กรรมการผลิตทางการเกษตรในสภาพปจั จุบันใน
พ้ืนท่ีศึกษาท้ังลักษณะทางกายภาพท่ีเป็นสภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศ คุณภาพของทรัพยากรดินและทรัพยากรน้า
สภาพการผลติ ทางการเกษตร สภาพเกษตรกรประกอบด้วย สภาพเศรษฐกิจ สังคม วฒั นธรรมและวิถีชีวติ ชมุ ชน และ
ศึกษาวิเคราะห์ปัจจัยภายนอกท่ีเป็นโอกาสให้การสนับสนุน/ส่งเสริม และปัจจัยภายนอกท่ีเป็นอุปสรรคในการ
พัฒนาการผลิตทางการเกษตรในพ้ืนท่ีในประเทศปัจจุบันและอนาคตเม่ือมีโครงการซึ่งประกอบด้วยปัจจัยท่ีเป็น
แนวโน้มความต้องการอาหารของโลก ของภูมิภาค ของประเทศและของพ้ืนที่ นโยบาย/แผนงาน/โครงการพฒั นาการ
ผลิตทางการเกษตรของประเทศ ของกลุม่ จังหวดั จงั หวดั อา้ เภอและองคก์ รปกครองทอ้ งถน่ิ สภาพการตลาดและความ
ต้องการของผู้บริโภคสินค้าเกษตร สภาพทางสังคมด้านสุขภาพอนามัย การพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมและการ
เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมจากแหล่งข้อมูลท่เี กี่ยวขอ้ งจากแหล่งตา่ งๆ ท่ีเช่อื ถือได้
3. เสนอยุทธศาสตร์ แนวทางและระบบการผลิตทางการเกษตรเพื่อการผลิตสินค้าและอาหารอินทรีย์ท่ีมี
คุณภาพสูงระดับพรเี ม่ยี มในพืนที่ศกึ ษาโครงการอยา่ งเหมาะสมในอนาคตเมื่อมโี ครงการ
3.1 ก้าหนดแนวทางและกิจกรรมการพัฒนาการผลิตทางการเกษตรท่ีมีประสิทธิภาพและทิศทางการ
ผลิตแบบครบวงจรตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถสร้างความมั่นคงด้านอาหารและรายได้ที่
พอเพียงของครัวเรือนอย่างย่ังยืนและก้าหนดเกณฑ์การประเมินความเหมาะสมของระบบ การผลิตทางการเกษตรท่ี
เสนอแนะ
3.2 เสนอระบบการผลติ ทางการเกษตรในรูปแบบการผลติ เกษตรแปลงใหญ่แบบครบวงจรในพื้นที่เมื่อมี
โครงการ ในลักษณะเกษตรผสมผสานเชิงพื้นท่ีเพือ่ สรา้ งความมน่ั คงด้านอาหาร รายไดข้ องครัวเรือนและทรพั ยากรการ
ผลิตทางการเกษตรในพื้นที่และใช้แผนท่ีเกษตรเพ่ือการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri - Map) และศูนย์เรียนรู้การเพิ่ม
ประสิทธภิ าพในการผลติ เปน็ เคร่อื งมอื รวมทั้งการเพิ่มเติมแปลงหญ้าอาหารสัตว์ในพนื้ ท่นี าดอน เพ่ือการผลิตโคเนื้อ โคขุน
แพะ และสตั วเ์ ศรษฐกิจอื่นๆ นอกจากนีย้ ังสนบั สนุนการเพาะเล้ียงสตั ว์น้า เกษตรผสมผสาน
3.3 เปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างระหว่างรูปแบบการผลิตทางการเกษตรในสภาพปัจจุบันและ
รปู แบบการผลติ ในอนาคตเม่ือมีการปรับปรุงโครงการ โดยการเปรียบเทียบประเภท ชนิดพืช ขนาดพ้ืนที่ปลูกในฤดูฝน
ฤดแู ลง้ และตลอดปี รวมทง้ั การผลิตอนื่ ๆ ประสิทธิภาพการใชป้ ระโยชน์ทด่ี นิ
3.4 เสนอแนะการใช้เทคโนโลยีการผลิตและการใช้ปัจจัยการผลิต โดยระบุพันธ์ุพืช ขนาดพื้นท่ีผลิตพืช
ประเภทต่างๆ จ้านวนปศุสัตว์ ปริมาณสัตว์น้าท่ีเสนอให้มีการผลิต เทคนิควิธีการผลิต การใช้ปัจจัยการผลิตและการ
จัดการผลผลติ ทีเ่ กดิ ข้นึ พร้อมท้ังค้านวณมูลคา่ ผลตอบแทนท่ีเกิดขึ้นจากรปู แบบการผลติ ทางการเกษตรท่ีเสนอ
3.5 ก้าหนดระบบการผลิตทางการเกษตรจ้าลองหรือฟาร์มโมเดล (Farm Model) โดยพิจารณาให้เหมาะสม
และสอดคลอ้ งกบั พน้ื ที่
3.6 ศึกษาวิเคราะห์ความเป็นไปได้และความเหมาะสมในด้านจ้านวนแรงงานและเงินทุน โดยพิจารณา
การผลิตท่ีมีอยู่ของครัวเรือนในพ้ืนที่กับความต้องการใช้แรงงานและเงินทุนที่เพ่ิมเติมตามรูปแบบการผลิตทาง
การเกษตรทีเ่ สนอพร้อมทัง้ เสนอแนวทางแก้ไขปญั หา
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จ้ากดั 2-46 รายงานการเร่มิ งาน
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จ้ากัด (Inception Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บน้าเหมืองตะกวั่
อันเน่ืองมาจากพระราชด้าริ จงั หวดั พทั ลุง บทที่ 2 ข้อมูลพนื้ ฐานและสภาพท่วั ไปของโครงการ
4. เสนอแนะแนวทางสนบั สนุนและส่งเสริมการรูปแบบการผลิตทางการเกษตรในพืนที่ศึกษาโครงการในอนาคต
4.1 การเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาขีดความสามารถของเกษตรกรในการผลิต รวมทั้งการจัดตั้ง
องค์กรเกษตรกรในพน้ื ท่ีศกึ ษาโครงการและใหก้ ารสนับสนนุ ทรพั ยากรท่ีจ้าเป็นต้องใชใ้ ห้แกเ่ กษตรกร
4.2 การส่งเสริมและจัดท้าโครงการสนับสนุนการผลิตสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปและ
อาหารอินทรยี ์ในรูปแบบการผลิตเกษตรแปลงใหญ่โดยรวมแปลงการผลติ พชื ปศสุ ัตว์ และการเพาะเลีย้ งสัตวน์ ้า โดยใช้
เคร่ืองมือที่ส้าคัญ ได้แก่ แผนท่ีเกษตรเพ่ือการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri - map) ของพ้ืนที่ ศูนย์เรียนรู้การเพ่ิม
ประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรในพ้ืนที่ การมีความพร้อมและความสามารถในการด้าเนินงานของหน่วยงาน/
องค์กร/สถาบัน และบุคลากรท่ีมีบทบาทหน้าที่ส่งเสริมพัฒนา (Smart Office and Smart Officer) และเกษตรกร
ปราดเปรื่องหรือเกษตรกรอัจฉริยะ (Smart Farmer)
4.3 น้าเสนอแนวทางและจัดท้าโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งและพัฒนาศักยภาพในการผลิตสินค้า
เกษตรและอาหารของเกษตรกรเพ่ือให้ได้ผลผลิตทพี่ อเพียงอย่างย่ังยืนท้ังปริมาณและคุณภาพตามความจา้ เป็นในการ
บรโิ ภคของประชากรในพนื้ ที่และเป็นวตั ถุดบิ ของโรงงานแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าสินคา้ เกษตร
2.2.12 สภาพเศรษฐกิจและสังคม
1) เขตการปกครอง
อ้าเภอป่าบอนแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 5 ต้าบล 51 หมู่บ้าน มีองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
(อบต.) จ้านวน 5 แห่ง และเทศบาลต้าบลปา่ บอน 1 แหง่
2) ประชากร
จากการรวบรวมและศึกษาวิเคราะห์ขอ้ มูลประชากรจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซ่งึ ได้
มีการรวบรวมและแสดงไว้ในเว็บไซต์ www.dopa.go.th โดยผลการรวบรวมและศึกษาข้อมูลของอ้าเภอป่าบอน
จงั หวัดพัทลงุ พบว่า มีประชากรจ้านวน ทงั้ หมด 43,870 คน แบ่งเป็นเพศชาย 21,731 คน และเพศหญิง 22,139 คน
และมีจา้ นวนครัวเรอื นทั้งหมด 15,365 ครัวเรือน รายละเอียดแสดงดงั ตารางที่ 2.2-10
ตารางที่ 2.2-10 การแบ่งเขตการปกครองของอ้าเภอปา่ บอน จังหวัดพัทลุง
พนื ที่ จา้ นวนหมบู่ า้ น ชาย ประชากร รวม จา้ นวน
อ้าเภอ ต้าบล หญงิ 8,575 ครัวเรอื น
10,362 3,116
ป่าบอน ปา่ บอน 11 4,187 4,388 8,599 3,674
10,097 2,904
โคกทราย 13 5,094 5,268 6,237 3,469
43,870 2,202
หนองธง 9 4,288 4,311 15,365
ทุ่งนารี 9 5,088 5,009
วังใหม่ 9 3,074 3,163
1 อ้าเภอ 5 ต้าบล 51 หมบู่ ้าน 21,731 22,139
ท่มี า : กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย, 2561
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากัด 2-47 รายงานการเรม่ิ งาน
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จ้ากดั (Inception Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งต้น อา่ งเก็บน้าเหมอื งตะกวั่
อนั เนื่องมาจากพระราชด้าริ จงั หวัดพทั ลุง บทที่ 2 ข้อมูลพ้นื ฐานและสภาพทวั่ ไปของโครงการ
2.2.13 การชดเชยที่ดินและทรัพย์สนิ
การทบทวนรายงานการศึกษาความเหมาะสม (Feasibility Study) โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อม
เบื้องต้น อ่างเก็บนา้ เหมอื งตะก่ัว อนั เน่ืองมาจากพระราชดา้ ริ ตา้ บลหนองธง อ้าเภอป่าบอน จังหวัดพทั ลุง พบว่า พ้นื ท่ี
น้าท่วมของโครงการที่ระดับน้านองสูงสุด +111.650 ม.(ร.ท.ก.) มีพื้นที่ท้ังหมดประมาณ 350 ไร่ อยู่ในเขตพื้นท่ีป่า
สงวนแห่งชาติป่าเทือกเขาบรรทัด อีกทั้งติดอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์โซน C และพื้นที่ป่าเพ่ือเศรษฐกิจโซน E ตามแผนที่
แสดงการจา้ แนกเขตการใชป้ ระโยชน์ทรัพยากรและท่ดี นิ ป่าไม้ในพ้ืนทีป่ า่ สงวนแห่งชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวนั ที่
10 และ 17 มีนาคม 2535 และอยู่ในเขตพ้ืนท่ีช้ันคุณภาพลุ่มน้าชั้น 2, 3, และ 4 แต่อย่างไรก็ตามที่ปรึกษาจะได้ท้า
การตรวจสอบในพื้นทโี่ ครงการในข้ันตอนต่อไปโดยได้ใช้อากาศยานไร้คนขับ (Drone) บินส้ารวจและถา่ ยภาพบริเวณ
พน้ื ที่อ่างเกบ็ น้าของโครงการ เพอื่ ตรวจสอบสภาพการใช้ท่ีดนิ บรเิ วณพืน้ ท่อี ่างเกบ็ น้าเหมอื งตะกวั่ อีกครั้งต่อไป
2.2.14 การศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ของโครงการ
การวิเคราะห์เพื่อประเมินความเหมาะสมทางด้านเศรษฐศาสตร์ของโครงการเป็นการวิเคราะห์เปรียบเทียบ
ผลประโยชน์จากการพฒั นาโครงการตามที่วางแผนและเสนอแนะไวก้ บั ค่าลงทุนในการพัฒนาโครงการ
1) คา่ ลงทนุ โครงการ
ในการวิเคราะห์จะสรุปค่าลงทุนโครงการในด้านต่างๆ จากแผนการพัฒนาโครงการที่ได้เสนอไว้
สา้ หรบั แตล่ ะส่วนประกอบของโครงการ โดยจะสรปุ คา่ ลงทุนในด้านต่างๆ คอื
(1) คา่ ลงทุนกอ่ สรา้ งตามระยะเวลากอ่ สร้างทีว่ างแผนไว้
(2) คา่ ชดเชยทรัพยส์ ินและคา่ ใช้จา่ ยอ่นื ท่ีเก่ยี วขอ้ ง (ถา้ มี)
(3) คา่ ใช้จา่ ยในการซอ่ มแซม การส่งน้า และบ้ารงุ รักษา (ถา้ ม)ี
(4) ผลตอบแทนการลงทนุ โครงการ (ผลประโยชน์โครงการ)
2) ผลประโยชนจ์ ากโครงการ
ผลตอบแทนจากการลงทุนพัฒนาต่างๆ จะสรุปจากข้อเสนอแนะในการพัฒนาด้านต่างๆ
และการประเมินผลประโยชนต์ อบแทนในแต่ละด้าน ซึ่งทีส่ ้าคัญได้แก่ ผลประโยชนด์ า้ นชลประทาน และผลประโยชน์
ด้านอ่ืนๆ
(1) ผลประโยชน์ด้านชลประทาน ได้จากการพัฒนาโครงการและพฒั นาเกษตรกรรมทปี่ ระเมิน
มูลค่าเป็นเงินได้จะประเมินจากผลต่างของผลประโยชน์สุทธิจากการท้าการเกษตรในกรณีที่มีการพัฒนาโครงการกับ
กรณีที่ไม่มีการพัฒนาโครงการชลประทาน ผลประโยชน์สุทธิในแต่ละกรณีได้แก่ ผลต่างของรายได้จากผลผลิต
หกั ออกด้วยคา่ ใชจ้ ่ายในการผลติ
(2) ผลประโยชน์ดา้ นอ่นื ๆ เช่น
- ผลประโยชน์ทางด้านการจ้างงาน การก่อสร้างพัฒนาโครงการจะต้องใช้แรงงานจ้านวน
มากและเปน็ ระยะเวลาหลายปี จงึ คาดว่าผลประโยชนท์ างด้านการจา้ งงานจะเพมิ่ ขน้ึ ไปดว้ ย
- ผลประโยชน์ในด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ การใช้น้าเพ่ืออุปโภคบริโภคท่ีจะมีสมบูรณ์ขึ้น
ซง่ึ เป็นผลประโยชน์ ซ่ึงประเมินมูลค่าเปน็ เงินได้ยาก
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กดั 2-48 รายงานการเรม่ิ งาน
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จ้ากัด (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ นา้ เหมืองตะก่วั
อันเนอ่ื งมาจากพระราชด้าริ จงั หวดั พทั ลงุ บทที่ 2 ขอ้ มูลพ้ืนฐานและสภาพทว่ั ไปของโครงการ
3) การวิเคราะห์และประเมนิ ผลดา้ นเศรษฐศาสตร์
การวิเคราะห์เพ่ือประเมินผลด้านเศรษฐศาสตร์จะใช้วิธีการ Discounted Cash Flow Technique
of Cost-Benefit Analysis ซ่ึงเป็นวิธีท่ียอมรับกันโดยทั่วไป โดยค่าลงทุนของโครงการจะประกอบด้วยค่าเตรียมงาน
ก่อสร้าง ค่าบริการวิศวกรรมและบริหารโครงการ ค่ารื้อถอนและชดเชย ตลอดจนค่าจัดซื้อและติดต้ังอุปกรณ์ต่างๆ
ของโครงการ และคา่ บ้ารงุ ดูแลและรักษาโครงการ
ค่าใช้จ่ายทางการเงินต่างๆ ที่เป็นค่าลงทุนและค่าใช้จ่ายของโครงการดังกล่าวจะต้องแปลงเป็น
ค่าใช้จ่ายทางเศรษฐศาสตร์ ท้ังน้ีโดยอาศัย Conversion Factor ท่ีธนาคารโลกได้ศึกษาไว้เพื่อการวิเคราะห์โครงการ
ภาครฐั ในประเทศไทยโดยเฉพาะมาทา้ การค้านวณ Economic Cost/Economic Benefit ของโครงการ เพ่ือวเิ คราะห์
ผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ของโครงการ ซ่งึ จะสรปุ ผลเป็นดชั นวี ัดค่า 3 ค่า คือ มูลค่าปัจจบุ ันของผลตอบแทนสุทธิ
(Net Present Value) อัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน (Benefit Cost Ratio) และอัตราผลตอบแทนทาง
เศรษฐศาสตร์ (Economic Internal Rate of Return)
1) มลู ค่าปัจจุบันของผลตอบแทนสุทธิ (Net Present Value : NPV)
เป็นการหาความแตกต่างระหว่างมูลค่าปัจจุบันของผลประโยชน์กับมูลค่าปัจจุบันของค่าลงทุน
โดยมสี ูตรในการคา้ นวณคอื
NPV = n Bt − n Ct
+ i)t + i)t
t =1 (1 t =1 (1
= n Bt − Ct
(1+ i)t
t =1
โดย Bt = ผลประโยชน์ในปีที่ t
Ct = คา่ ลงทุนในปที ่ี t
t = ระยะเวลาของโครงการ
i = อัตราสว่ นลดหรืออตั ราดอกเบ้ียท่ีเหมาะสม
n = อายโุ ครงการ, ปี
2) อัตราผลตอบแทนต่อคา่ ลงทุน (Benefit Cost Ratio,B/C)
เปน็ การเปรยี บเทียบมลู ค่าปจั จุบันของผลประโยชน์ท่ีประเมนิ คา่ เป็นตวั เงินได้ กับมลู คา่ ปจั จบุ ัน
ของคา่ ลงทุน สตู รท่ีใชใ้ นการค้านวณ คือ
B/C = n (1 Bt i)t
+
t =1
n (1 Ct
+ i)t
t =1
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากดั 2-49 รายงานการเริ่มงาน
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จา้ กดั (Inception Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอื้ งต้น อ่างเกบ็ น้าเหมอื งตะกวั่
อนั เนื่องมาจากพระราชดา้ ริ จังหวัดพัทลุง บทที่ 2 ข้อมูลพ้ืนฐานและสภาพทั่วไปของโครงการ
3) อตั ราผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ (Economic Internal Rate of Return, EIRR)
เป็นอัตราส่วนลดท่ีจะท้าให้ผลประโยชน์และค่าลงทุนท่ีคิดเป็นมูลค่าปัจจุบันแล้วเท่ากัน ฉะน้ัน
EIRR จึงแสดงความสามารถของเงนิ ลงทุนท่จี ะกอ่ ใหเ้ กดิ รายไดค้ ุ้มกับเงนิ ลงทุนเพอื่ การนนั้ พอดี ซึ่งหาได้จากสูตร
NPV = n Bt − Ct =0
(1 + t
t =1 i)
นน่ั คือ EIRR คือ i (อัตราส่วนลด) ท่ที า้ ใหม้ ูลค่าปัจจุบันสทุ ธิ (Net Present Value หรอื NPV) มี
คา่ เท่ากับศนู ยห์ รอื B/C มีคา่ เปน็ หน่งึ
4) การวิเคราะหค์ วามออ่ นไหวของโครงการ (Sensitivity Analysis)
การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐศาสตรข์ น้ึ อยู่กับการก้าหนดกระแสเงนิ สดเปน็ สา้ คัญ
ในขณะเดียวกันการกา้ หนดกระแสเงินสดกข็ ึ้นอยู่กบั การประมาณการต้นทุนและผลตอบแทน ดังนัน้ โอกาสที่โครงการ
จะไดร้ บั อตั ราผลตอบแทนตรงตามท่ีกา้ หนดไวจ้ งึ เปน็ ไปไดน้ อ้ ย ไมว่ า่ โครงการจะได้รบั การออกแบบและมกี ารประมาณ
การต้นทุนและผลตอบแทนมาดีเพียงใดก็ตาม เนื่องจากอนาคตเป็นส่ิงที่ไม่แน่นอน ผลกระทบจากความไม่แน่นอน
ดงั กลา่ วสามารถทดสอบได้ด้วยการวิเคราะห์ความอ่อนไหว (Sensitivity Analysis)
การวิเคราะห์ความอ่อนไหวเป็นการก้าหนดว่าเมื่อต้นทุน หรือผลประโยชน์ของโครงการมีการ
เปล่ียนแปลงไปจะมีผลกระทบต่อ NPV หรือ EIRR มากน้อยเพียงใด การวิเคราะห์ความอ่อนไหวของโครงการจะ
พิจารณาในกรณีดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) ต้นทนุ โครงการเพิม่ ขึ้น ผลประโยชนค์ งที่
(2) ผลประโยชน์โครงการลดลง ตน้ ทุนคงที่
(3) ตน้ ทนุ โครงการเพ่มิ ขน้ึ และผลประโยชน์ลดลง
(4) ผลประโยชนด์ ้านการชลประทานเกดิ ข้นึ ล่าชา้ กว่าท่ีคาดหมายไว้
(5) การกอ่ สร้างพัฒนาเสรจ็ ส้นิ ช้ากวา่ ทีก่ ้าหนด
(6) โครงการถกู เลือ่ นการด้าเนนิ การออกไป
2.2.15 การสา้ รวจภาคสนาม
กล่มุ วศิ วกรและนกั วิชาการสงิ่ แวดล้อมได้ด้าเนินการส้ารวจตรวจสอบภาคสนามเบ้อื งต้นในวันท่ี 27 มถิ นุ ายน
2562 สรุปสภาพทั่วไปได้ดังนี้
➢ การเดนิ ทางเขา้ สู่หวั งาน
การเดินทางเขา้ สู่หัวงานสามารถเดินทางไดส้ ะดวกโดยรถยนต์ โดยเร่ิมจากตัวเมืองพัทลุงมุ่ง
หน้าไปทางทิศใตบ้ นถนนหมายเลข 4 เป็นระยะทางประมาณ 50 กโิ ลเมตร จากน้ันเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนหมายเลข 4122
มุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตกเป็นระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตรจากน้ันเล้ียวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงชนบทหมายเลข 1029
มุ่งหน้าทางทิศใต้เป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร จากน้ันเลี้ยวขวาเข้าสู่ทางลาดยางสู่น้าตกโตนสะตอ ประมาณ
500 เมตร และเดินเทา้ อีกประมาณ 200 เมตรจะถงึ ทต่ี งั้ หัวงานโครงการ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากดั 2-50 รายงานการเริม่ งาน
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จ้ากัด (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้าเหมอื งตะก่วั
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวดั พทั ลงุ บทที่ 2 ข้อมูลพนื้ ฐานและสภาพท่วั ไปของโครงการ
➢ สภาพทั่วไปบริเวณหัวงาน
เหมืองตะก่วั มนี ้าไหลตลอดปี พบหินโผล่ (outcrop) และหนิ แกรนิตแผน่ ตลอดแนวเหนือน้า
และท้ายนา้ ของที่ตั้งเข่อื น ล้านา้ บรเิ วณหวั งานกว้างประมาณ 50 เมตร
➢ สภาพการเกษตรกรรมในพืนทรี่ ับประโยชน์
เกษตรกรนิยมปลูกยางพารา ปาล์มและไม้ผล เศรษฐกิจได้แก่ มังคุด เงาะ และทุเรียน
เป็นต้น
➢ โครงการพฒั นาแหล่งนา้ บริเวณใกล้เคยี ง
โครงการพัฒนาแหล่งน้าที่ส้าคัญ ได้แก่ ฝายทดน้าคลองท่ายูง และ ฝายทดน้าคลองบ้าน
ใหม่ ซงึ่ ตงั้ อย่ทู า้ ยนา้ หัวงานของโครงการ ปจั จุบันมีสภาพใชง้ านได้
➢ สภาพปญั หาในพนื ท่ี
ในฤดูฝนมีปัญหาน้าไหลหลากเข้าท่วมพ้ืนที่ท้ากินและตัดถนนทางสัญจรขาดหลา ยสาย
ส่วนในฤดแู ล้งขาดแหล่งน้ากักเกบ็ เพอ่ื ใชใ้ นการเกษตรและด้านอ่ืนๆ
ได้สรุปสภาพท่ัวไปบริเวณพื้นที่หัวงานและพ้ืนทร่ี บั ประโยชนใ์ นรปู ที่ 2.2-21
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จา้ กดั 2-51 รายงานการเริม่ งาน
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จ้ากัด (Inception Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้าเหมอื งตะก่วั
อันเนอื่ งมาจากพระราชดา้ ริ จังหวัดพัทลงุ บทท่ี 2 ขอ้ มูลพน้ื ฐานและสภาพทัว่ ไปของโครงการ
รปู ท่ี 2.2-21 การตรวจสอบภาคสนามเบอื งตน้ ในขนั การจดั ทา้ ข้อเสนอ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กัด 2-52 รายงานการเริ่มงาน
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จา้ กดั (Inception Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบือ้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้าเหมอื งตะก่วั
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวัดพทั ลงุ บทที่ 2 ขอ้ มูลพื้นฐานและสภาพทว่ั ไปของโครงการ
ก.สภาพทว่ั ไปบริเวณหวั งาน
ข.สภาพท่ัวไปบรเิ วณพืนท่ีรบั ประโยชน์
รปู ท่ี 2.2-21 การตรวจสอบภาคสนามเบอื งตน้ ในขันการจัดทา้ ข้อเสนอ (ต่อ)
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จา้ กดั 2-53 รายงานการเร่มิ งาน
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จา้ กดั (Inception Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเก็บน้าเหมอื งตะก่วั
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดา้ ริ จังหวดั พัทลุง บทท่ี 2 ข้อมูลพ้ืนฐานและสภาพทัว่ ไปของโครงการ
2.3 สภาพปญั หาด้านอทุ กภัยและภยั แลง้
2.3.1 สภาพปัญหาด้านอทุ กภยั
พื้นที่โครงการตั้งอยู่ในลุ่มน้าทะเลหลวงซึ่งเป็นลุ่มน้าสาขาของลุ่มน้าทะเลสาบสงขลา มีพ้ืนที่รับน้า
ประมาณ 4,522.98 ตารางกิโลเมตร (รูปที่ 2.3-1) ครอบคลุมพ้ืนที่อ้าเภอกระแสสินธ์ุ อ้าเภอระโนด อา้ เภอควนขนุน
อ้าเภอตะโหมด อ้าเภอเขาชัยสน อ้าเภอป่าบอน อ้าเภอบางแก้ว อ้าเภอปากพะยูน อ้าเภอสทิงพระ อ้าเภอศรีบรรพต
อ้าเภอศรีนครินทร์ อ้าเภอกงหรา และอ้าเภอเมืองพัทลุง มีคลองเกิด คลองอ้ายโต คลองใหญ่ และคลองท่าแคเป็นล้าน้า
สายหลัก และมีคลองเล็กๆ หลายสายไหลมารวมกัน ได้แก่ คลองหัวช้าง คลองโล๊ะจังกระ คลองตะโหมด คลองเหมืองตะกั่ว
คลองหลายพัน เป็นต้น ซ่ึงต้นน้าเกิดจากเทือกเขาบรรทัด ไหลผ่านเขตอ้าเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง ลงสู่ทะเลสาบ
สงขลา ลักษณะทางกายภาพบริเวณตอนบนของพ้ืนที่โครงการ มีลักษณะเป็นพื้นท่ีลาดเชิงเขา โดยปัญหาการระบาย
น้าหลากของพนื้ ท่ีโครงการ มีสาเหตหุ ลักมาจากคลองธรรมชาตสิ ายต่างๆ ในพื้นที่ทเี่ ปน็ คลองระบายนา้ น้นั ปจั จุบนั ต้ืนเขิน
ไม่สามารถระบายน้าได้อย่างเต็มที่ ความจุคลองธรรมชาติบางช่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงปากคลองมีค่าต้่ามาก
เม่ือเทียบกับอัตราปริมาณน้าหลากไหลในคลอง เป็นผลให้น้าล้นตล่ิงมาท่วมพื้นท่ีเกษตรและพ้ืนที่อยู่อาศัยตามแนว
คลองธรรมชาติ
จากการรวบรวมภาพถ่ายดาวเทียมของ GISTDA ในชว่ งที่มีการเกดิ อุทกภัยตั้งแต่ ปี พ.ศ.2548-2558 จา้ นวน
11 ปี พบว่ามีจ้านวนปีท่ีน้าท่วมในพื้นที่โครงการทั้งหมด 6 ปี ได้แก่ ปี พ.ศ.2551, 2552, 2553, 2554, 2556 และ
2557 ดังแสดงในตารางที่ 2.3-1 จากการวเิ คราะห์พ้ืนที่น้าท่วมรวมระยะเวลา 11 ปี พบว่ามีจ้านวนปีท่ีน้าท่วม 6 ปี
ใน 11 ปี โดยปีท่มี ีน้าทว่ มได้แก่ พ.ศ.2551 ถงึ พ.ศ.2556 โดยปีที่ไม่มีนา้ ท่วมไดแ้ ก่ พ.ศ.2548 ถงึ พ.ศ.2550 และ พ.ศ.
2557 ถึง พ.ศ.2558 ซ่ึงปีที่มีน้าท่วมสูงสุดในแต่ละปี คือปี พ.ศ.2553, 2554, 2552, 2551, 2556 และ 2555 ตามล้าดับ มี
พ้ืนที่น้าท่วมทั้งหมดในพ้ืนท่ีโครงการเป็น 35.107, 12.71, 10.93, 10.09, 7.44 และ 4.16 ตารางกิโลเมตรตามล้าดับ และ
อ้าเภอท่ีมีพื้นท่ีน้าท่วมมากที่สุดได้แก่ อ.บางแก้ว อ.เขาชัยสน อ.ปากพะยูน และอ้าเภอป่าบอน ตามล้าดับ ซ่ึงอ้าเภอ
ทมี่ ีนา้ ท่วมสูงสุดคอื อ้าเภอบางแก้ว มตี า้ บลท่ีมนี ้าท่วมสูงสดุ คือ ต.นาปะขอ ต.ท่ามะเดอ่ื และ ต.โคกสัก ตามล้าดบั โดย
ตัวอยา่ งพืน้ ท่นี ้าท่วมโครงการเม่ือวันท่ี 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2553 ซ่ึงเปน็ ช่วงเวลาท่มี ีน้าท่วมสงู สดุ แสดงดังรปู ท่ี 2.3-2
จากข้อมูลพื้นที่น้าท่วมปี พ.ศ.2553 ของ GISTDA ซ่ึงแสดงพ้ืนท่ีเหตุการณ์น้าท่วมบริเวณจังหวัดพัทลุง
บรเิ วณพ้ืนท่ีโครงการ จะเห็นว่ามีการเกิดน้าท่วมตลอดแนวชายฝ่ังท่ีติดกับทะเลสาบสงขลาโดยเฉพาะบริเวณด้านทิศ
ตะวันออกเฉียงเหนือของพ้ืนท่ีโครงการจะมีน้าท่วมเป็นบริเวณกว้าง เป็นพ้ืนท่ีโครงการบ้านอาพัดอันเนื่องมาจาก
พระราชด้าริ อยู่ในเขตอ้าเภอเขาชัยสน มีลักษณะเป็นที่ลุ่ม มีคลองขนาดใหญ่สองสายผ่านคือ คลองท่ามะเด่ือและ
คลองปากพะเนียด เมื่อคลองทั้งสองระบายน้าลงทะเลสาบสงขลาไม่ทันจะท้าให้น้าเท้อขึ้นแล้วท่วมบริเวณนี้เป็น
เวลานาน ซ่งึ สอดคล้องกับบริเวณพ้ืนท่ีน้าท่วมซ้าซากในเขตจงั หวดั พัทลุง ดังแสดงในรปู ท่ี 2.3-3 ส้าหรับพืน้ ที่ท่อี ยู่ห่าง
จากชายฝั่งทะเลสาบสงขลาน้าจะไดร้ ับผลกระทบจากนา้ ท่วมเป็นหย่อมๆ ในทุกลุม่ น้ายอ่ ย
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จา้ กัด 2-54 รายงานการเริ่มงาน
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จ้ากัด (Inception Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเกบ็ น้าเหมอื งตะก่วั
อันเนอื่ งมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวัดพัทลุง บทที่ 2 ขอ้ มูลพืน้ ฐานและสภาพท่วั ไปของโครงการ
รปู ท่ี 2.3-1 ลักษณะพนื ทีล่ มุ่ นา้ และระบบคลองธรรมชาติของโครงการ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จ้ากดั 2-55 รายงานการเริ่มงาน
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จ้ากดั (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอ้ื งต้น อา่ งเก็บน้าเหมืองตะก่วั
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวดั พทั ลงุ บทท่ี 2 ขอ้ มูลพน้ื ฐานและสภาพทั่วไปของโครงการ
ตารางที่ 2.3-1 พนื ท่ีน้าท่วมรายปใี นบริเวณโครงการ พ.ศ.2548-2556
พืนท่ี 2551 2552 2553
ตร.กม. ไร่
อา้ เภอ ตา้ บล ตร.กม. ไร่ ตร.กม. ไร่ 3.03 1,893.75
8.44 5,276.25
ต.เขาชัยสน 0.43 266.88 0.74 463.75 0.05 30.00
11.52 7,200.00
อ.เขาชัยสน ต.จองถนน 3.37 2,106.25 3.26 2,040.00 2.55 1,594.38
ต.หานโพธิ์ 0.02 11.25 0.00 1.88 3.47 2,170.00
13.15 8,215.63
รวมพนื ที่นา้ ทว่ ม 3.82 2,384.38 4.01 2,505.63 19.17 11,980.00
3.17 1,978.75
ต.โคกสกั 0.44 275.63 0.73 454.38 3.17 1,978.75
1.24 777.50
อ.บางแก้ว ต.ท่ามะเด่ือ 1.08 672.50 1.17 728.75 0.01 5.63
ต.นาปะขอ 3.63 2,269.38 4.40 2,750.63 1.25 783.13
35.11 21,941.88
รวมพนื ท่ีนา้ ทว่ ม 5.15 3,217.50 6.29 3,933.75
2556
อ.ปากพะยูน ต.ฝาละมี 0.72 451.88 0.31 195.63 --
รวมพนื ทน่ี า้ ท่วม 0.72 451.88 0.31 195.63 2.09 1,307.36
2.61 1,632.84
ต.ปา่ บอน 0.40 251.88 0.32 198.13 4.70 2,940.20
--
อ.ปา่ บอน ต.วังใหม่ - --- 0.13 80.24
1.38 864.26
รวมพนื ที่นา้ ทว่ ม 0.40 251.88 0.32 198.13 1.51 944.50
1.22 764.98
รวมพืนทใ่ี นเขตพนื ทีศ่ ึกษาทงั หมด 10.09 6,305.63 10.93 6,833.13 1.22 764.98
--
2553 2554 --
--
ต.เขาชัยสน 0.89 553.13 - - 7.44 4,649.68
อ.เขาชัยสน ต.จองถนน 4.33 2,708.13 1.45 906.90
ต.หานโพธิ์
0.00 1.25 - -
รวมพืนที่นา้ ทว่ ม 5.22 3,262.50 1.45 906.90
ต.โคกสกั 0.45 279.38 0.07 41.27
อ.บางแกว้ ต.ทา่ มะเดื่อ 1.31 825.00 0.69 431.53
ต.นาปะขอ 4.97 3,107.50 0.90 564.26
รวมพนื ที่น้าท่วม 6.73 4,206.88 1.66 1,037.06
อ.ปากพะยนู ต.ฝาละมี 0.63 395.63 0.84 524.05
รวมพืนท่ีน้าท่วม 0.63 395.63 0.84 524.05
ต.ป่าบอน 0.10 65.00 0.44 272.32
อ.ป่าบอน ต.วงั ใหม่ 0.02 13.13 0.23 143.99
รวมพืนท่นี า้ ท่วม 0.13 78.13 0.67 416.31
รวมพืนที่ในเขตพืนท่ศี กึ ษาทังหมด 12.71 7,943.13 4.61 2,884.32
ที่มา : ฐานข้อมูลพ้นื ท่นี า้ ท่วม GISTDA, วิเคราะหโ์ ดยกลุ่มบรษิ ทั ทีป่ รกึ ษา, 2560
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากดั 2-56 รายงานการเรมิ่ งาน
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จา้ กดั (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเกบ็ น้าเหมอื งตะกั่ว
อันเน่ืองมาจากพระราชดา้ ริ จังหวัดพัทลงุ บทที่ 2 ข้อมูลพื้นฐานและสภาพท่วั ไปของโครงการ
พนื ท่ีศกึ ษา
ที่มา : สา้ นกั งานพัฒนาเทคโนโลยอี วกาศและภูมสิ ารสนเทศ (GISTDA)
รปู ที่ 2.3-2 ภาพถ่ายดาวเทยี มพืนทีน่ ้าทว่ มบริเวณพนื ที่โครงการ
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กดั 2-57 รายงานการเริ่มงาน
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จา้ กัด (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้าเหมืองตะก่ัว
อนั เนื่องมาจากพระราชดา้ ริ จังหวัดพัทลุง บทท่ี 2 ข้อมูลพนื้ ฐานและสภาพทั่วไปของโครงการ
พนื ท่ีศกึ ษา
ท่ีมา : กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย, 2557
รูปท่ี 2.3-3 บรเิ วณพืนท่นี ้าท่วมซ้าซาก จงั หวดั พทั ลุง
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จ้ากดั 2-58 รายงานการเร่มิ งาน
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จ้ากดั (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอื้ งต้น อา่ งเกบ็ น้าเหมอื งตะก่วั
อนั เน่ืองมาจากพระราชด้าริ จงั หวดั พัทลงุ บทท่ี 2 ข้อมูลพ้นื ฐานและสภาพท่วั ไปของโครงการ
2.3.2 สภาพปัญหาด้านภัยแล้ง
จากพนื้ ท่ีเส่ียงภยั แล้งของจังหวดั พัทลงุ โดยกรมพัฒนาทีด่ นิ พ.ศ.2556 พบว่าบริเวณพ้ืนทโี่ ครงการอยู่ในเขต
อ้าเภอป่าบอน จัดอยใู่ นพน้ื ทเี่ สย่ี งตอ่ การเกดิ ภัยแล้งในระดบั ตา่้ ดังแสดงในรปู ท่ี 2.4-1
2.4 แนวคดิ การแก้ไขปญั หา
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้าเหมืองตะกั่ว อันเน่ืองมาจากพระราชด้าริ จังหวัด
พทั ลุง มีระบบระบายน้าประกอบด้วยคลองระบายนา้ ธรรมชาติสายหลกั คอื คลองเกิด คลองอ้ายโต คลองใหญ่ คลอง
ท่าแค และคลองระบายน้าธรรมชาติอีกหลายสาย ที่อยู่ในพ้ืนที่โครงการ แต่เป็นคลองท่ีมีขนาดเล็ก ท้าให้ไม่สามารถ
ระบายนา้ ดา้ นเหนอื นา้ ไดท้ นั เวลา
แนวทางการวิเคราะหอ์ ุทกภัยในพ้ืนที่โครงการ ทมี่ ีหัวงานอยู่ที่บรเิ วณบา้ นเหมืองตะก่ัว จะส่งผลดีต่อพ้ืนท่ีลุ่มน้า
ทะเลหลวง เนื่องจากได้ท้าการส้ารวจและรวบรวมข้อมูลของพ้ืนท่ีโครงการในเร่ืองของอุทกภัย รวมทั้งจากผลการ
วิเคราะห์สภาพนา้ ท่วมด้วยแบบจา้ ลองคณิตศาสตร์ สามารถสรุปแนวทางเลือกในการบรรเทาสภาพน้าท่วมซึง่ อธิบาย
ไดด้ งั ต่อไปน้ี
2.4.1 มาตรการหลักในการบรรเทาอทุ กภยั
จากการลงสนามดูพ้ืนท่ีบริเวณโครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บน้าเหมืองตะกั่ว อัน
เนอื่ งมาจากพระราชดา้ ริ จังหวัดพทั ลุง สามารถสรุปปญั หาและอุปสรรคที่ส้าคัญได้ดังนี้
1. ปรมิ าณน้าตน้ ทุนไม่เพียงพอ และภัยแล้ง
2. ระบบชลประทานและอาคารไมม่ ีประสทิ ธิภาพ
3. อตั รากา้ ลังไม่เพยี งพอ
4. ปัญหาน้าท่วมและการระบายน้า
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้าเหมืองตะกั่ว อันเนื่องมาจากพระราชด้าริ
จังหวัดพัทลุง มีแนวคดิ ในการแก้ไขปัญหาเสนอเป็นแผนพัฒนาปี 60 ดังแสดงในรปู ท่ี 2.4-2 โดยแนวทางในการแก้ไข
ปัญหาท่ีสอดคล้องกับแนวคิดของโครงการน้ัน จะต้องน้าไปศึกษาวิเคราะห์ในรายละเอียดให้ชัดเจน เพื่อพิจารณา
ปรบั ปรงุ โครงการทีเ่ หมาะสมตอ่ ไป
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จ้ากัด 2-59 รายงานการเริม่ งาน
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จ้ากดั (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองต้น อา่ งเกบ็ น้าเหมืองตะกัว่
อนั เนื่องมาจากพระราชดา้ ริ จังหวดั พัทลงุ บทที่ 2 ขอ้ มูลพนื้ ฐานและสภาพทั่วไปของโครงการ
ระดับความเสี่ยง
พืนทีเ่ สีย่ งต่อการเกดิ ภัยแล้งต้่า
พนื ที่เสยี่ งต่อการเกดิ ภยั แล้งปานกลาง
พืนทเี่ สีย่ งต่อการเกดิ ภัยแล้งสูง
พนื ทศ่ี กึ ษา
ที่มา : กรมพฒั นาทีด่ ิน, 2556
รูปท่ี 2.4-1 พืนทเี่ สย่ี งต่อการเกดิ ภัยแลง้ บรเิ วณพนื ทีโ่ ครงการและขา้ งเคียง
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จา้ กัด 2-60 รายงานการเร่มิ งาน
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จ้ากดั (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอื้ งต้น อ่างเกบ็ น้าเหมอื งตะกว่ั
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดา้ ริ จังหวดั พทั ลงุ บทท่ี 2 ข้อมูลพน้ื ฐานและสภาพทว่ั ไปของโครงการ
เพ่มิ ประสิทธิภาพการระบายนา้ คลองปากพะเนียด
อัตราการระบายน้า 364 ลบ.ม./วนิ าที
เพิม่ ประสทิ ธิภาพการระบายน้าคลองปากพะเนียด
อัตราการระบายนา้ 318 ลบ.ม./วนิ าที
เพมิ่ ประสิทธิภาพการระบายน้าคลองปากบาง เพมิ่ ประสิทธิภาพการระบายนา้ คลองทา่ มะเดือ่
อัตราการระบายน้า 46 ลบ.ม./วนิ าที อัตราการระบายนา้ 248 ลบ.ม./วนิ าที
เพิ่มประสิทธิภาพการระบายนา้ คลองลานชา้ ง
อตั ราการระบายน้า 111 ลบ.ม./วนิ าที
เพม่ิ ประสิทธิภาพการระบายนา้ คลองลานช้าง
อตั ราการระบายน้า 173 ลบ.ม./วนิ าที
เพ่มิ ประสิทธิภาพการระบายนา้ คลองเคยี ม
อัตราการระบายนา้ 57 ลบ.ม./วนิ าที
อ่างเก็บนา้ คลองหัวช้างดา้ เนินก่อสรา้ งแล้ว
ความจุ 30 ล้าน ลบ.ม.
กอ่ สรา้ งอ่างเกบ็ น้าคลองโหล๊ะจังกระ
ความจุ 17 ลา้ น ลบ.ม.
กอ่ สร้างอ่างเก็บน้าคลองบางคราม
ความจุ 7.5 ลา้ น ลบ.ม.
รปู ท่ี 2.4-2 แนวคดิ ของโครงการเสนอเป็นแผนพฒั นาปี 60
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จ้ากัด 2-61 รายงานการเรม่ิ งาน
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จ้ากัด (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บน้าเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดา้ ริ จังหวัดพทั ลุง การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
บทท่ี 3
การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
3.1 ภาพรวมการศึกษาทบทวน
การศึกษาทบทวนความเหมาะสม การศึกษาทางเลือกของโครงการและเหตุผลประกอบ ในรายงานศึกษา
ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น จะต้องเสนอทางเลือกในการพฒั นาโครงการ ไดแ้ ก่ ประเภทการพฒั นาทีเ่ หมาะสม ที่ตัง้
หวั งานทีเ่ หมาะสม ปริมาณนา้ เกบ็ กักท่ีเหมาะสม การพฒั นาเพ่ิมความจุการเก็บกกั น้าของอา่ งเกบ็ นา้ พ้ืนที่ชลประทาน
ท่ีเหมาะสม ระบบชลประทานท่ีเหมาะสม เป็นต้น โดยมีภาพรวมการด้าเนินการศึกษาทบทวนความเหมาะสม
ประกอบด้วยข้นั ตอนทสี่ ้าคัญดงั นี้
- การรวบรวมข้อมูลที่ส้าคัญได้ แก่ ข้อมูลด้าน อุตุ-อุทกวิทยา ข้อมูลสภาพภูมิประเทศ ข้อมูลธรณีวิทยา
และปฐพีกลศาสตร์ เป็นตน้
- การศกึ ษาและวิเคราะห์ทางดา้ นวิชาการต่างๆ เช่น อุตุ-อุทกวทิ ยา ธรณีวทิ ยา/แผ่นดินไหว การใช้ท่ีดิน
สภาพเศรษฐกจิ -สังคม เปน็ ต้น
- การศกึ ษา/วเิ คราะห์สาเหตนุ ้าท่วมและความสามารถในการระบายน้า และรวมท้งั สาเหตุและปัญหาการ
ขาดแคลนนา้
- การศึกษา/ทบทวนแนวทางและแผนงาน/โครงการในการแก้ไขปัญหาน้าท่วมและบรรเทาอุทกภัยจาก
หนว่ ยงานทีเ่ ก่ยี วข้องทง้ั ทด่ี า้ เนินการแล้ว ก้าลงั ด้าเนินการ และแผนงานในอนาคต
- การศึกษาและวิเคราะห์ศกั ยภาพการพฒั นาแหลง่ เกบ็ กักน้า
- การก้าหนดทางเลอื กแนวทาง/มาตรการการบรรเทาอุทกภยั และการพฒั นาแหลง่ นา้
- การคัดเลอื กและจดั ลา้ ดบั ความส้าคัญแนวทาง/มาตรการการบรรเทาอทุ กภยั และการพฒั นาแหลง่ น้า
- ทบทวนการออกแบบและประมาณราคาเบอ้ื งตน้ โครงการ
3.2 การรวบรวมและทบทวนขอ้ มูล/เอกสารทีเ่ กี่ยวขอ้ ง
การรวบรวมและทบทวนข้อมูล/เอกสารที่เก่ียวขอ้ ง แบ่งออกเป็น การทบทวนรายงานท่ีเก่ียวข้อง และการ
รวบรวมข้อมูลด้านต่าง ๆ ส้าหรับรายงานการศึกษาท่ีเก่ียวข้องได้ท้าการรวบรวมข้อมูลด้านวิชาการท่ีเกี่ยวข้องซึ่ง
คอ่ นข้างหลากหลายนั้น ส่วนใหญ่ได้ท้าการรวบรวมไว้แลว้ ดังที่ได้นา้ เสนอไวใ้ นบทที่ 2 ซึ่งจะดา้ เนนิ การเพิ่มเติมก็เฉพาะ
รวบรวมข้อมูลให้มีความทันสมัยข้นึ และรวบรวมขอ้ มลู ในภาคสนามระดับต้าบล หมู่บ้าน และลุ่มน้าย่อย ซึ่งจะเน้นในการ
ด้าเนินการของโครงการต่อไป
ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาอย่างน้อยประกอบด้วยข้อมูลหลัก ได้แก่ ข้อมูลแผนที่ที่เกย่ี วข้อง ขอ้ มูลอุตุ-
อุทกวิทยา ข้อมูลส้ารวจลักษณะภูมิประเทศและรูปตัดล้าน้าต่าง ๆ ข้อมูลสภาพท่ัวไปของพื้นที่โครงการ ข้อมูลสภาพน้าท่วมและ
ความเสียหายครั้งท่ีสา้ คญั ข้อมลู สภาพการขาดแคลน น้าและภัยแลง้ ข้อมูลระบบเครอื ขา่ ยสถานีอุตุ-อทุ กวทิ ยา ข้อมูล
การศึกษาการใช้แบบจ้าลองจัดการน้าหลากและเตือนภัย ข้อมูลแผนงาน/โครงการแก้ไขปัญหาน้าท่วม/
บรรเทาอทุ กภยั และการขาดแคลนนา้ ในบริเวณ ล่มุ น้าทีศ่ ึกษาและพน้ื ทีใ่ กล้เคยี ง และข้อมูลด้านการบรหิ ารจัดการน้า
และสถาบนั /องค์กร เป็นต้น โดยได้แสดงแนวทางการเก็บรวบรวมขอ้ มูลในรปู ท่ี 3.2-1
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กัด 3-1 รายงานการเรม่ิ งาน
บรษิ ัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จ้ากัด (Inception Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องตน้ อา่ งเกบ็ น้าเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดา้ ริ จังหวัดพัทลุง การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
3.3 การศึกษาและวิเคราะหท์ างวิชาการด้านตา่ งๆ
3.3.1 การศกึ ษาดา้ นอุตุนยิ มวิทยาและอุทกวิทยา
การศึกษาด้านอุตุนิยมวิทยาและอทุ กวิทยา ประกอบด้วย การรวบรวมข้อมูลและทบทวนข้อมูลทเ่ี กี่ยวข้อง
ต่างๆ การวิเคราะห์ข้อมูลภูมิอากาศ การวิเคราะห์ปริมาณฝน การวิเคราะห์ปริมาณน้าท่า การศึกษาปริมาณน้านอง
สงู สุด การศึกษาระดับน้าสูงสุดและการศึกษาด้านตะกอนในล้าน้า ซ่ึงงานด้านอุตุนิยมวิทยาและอทุ กวิทยาจะเปน็ งาน
ที่ตอ้ งด้าเนินการในชว่ งต้นของการศึกษาเพื่อน้าผลไปใชก้ ับงานการศึกษาด้านอืน่ ๆ โดยมีแนวทางและข้นั ตอนแสดงใน
รูปท่ี 3.2-1 และมรี ายละเอยี ดดังน้ี
1) การศกึ ษาด้านอุตนุ ยิ มวทิ ยา
(1) การวิเคราะห์ข้อมูลภูมิอากาศ : จากการรวบรวมและทบทวนข้อมูลภูมิอากาศ กลุ่มบริษัทท่ี
ปรึกษาจะน้ามาท้าการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น ประกอบด้วยการค้านวณค่าเฉล่ีย ค่าสูงสุด และต้่าสุด ของตัวแปร
ภมู ิอากาศรายเดอื นและรายปี การกระจายรายเดือน การค้านวณปรมิ าณการคายระเหยของพืชอ้างอิง ซึ่งมีแนวทางใน
การดา้ เนินการศกึ ษาดงั น้ี
1. สรุปข้อมูลภูมิอากาศ ทั้งค่าเฉลี่ย ค่าสูงสุด และค่าต้่าสดุ รายเดือนและรายปีทส่ี ถานีตรวจวัด
อากาศในบริเวณพื้นท่โี ครงการ
2. ค้านวณปริมาณการคายระเหยของพืชอ้างอิงโดยใช้วิธี Penman Monteith โดยใช้ข้อมูล
ภมู อิ ากาศรายเดอื นเฉลยี่ ของสถานตี รวจอากาศในพนื้ ท่ีโครงการ คือ จงั หวัดพทั ลุง
(2) การวิเคราะห์ปริมาณฝน : การวิเคราะห์ปริมาณฝน แยกออกเป็นการศึกษาสภาพฝนทั่วไปใน
พนื้ ท่ีศึกษาโครงการ และการออกแบบปริมาณฝน การวิเคราะห์กรณีแรกเก่ียวข้องกับปริมาณฝนรายปี การผันแปรตาม
ฤดกู าล การกระจายของปรมิ าณฝนรายเดือนเฉลี่ย และจา้ นวนวันทฝ่ี นตกรายเดอื นเฉลี่ย ส้าหรบั การออกแบบปริมาณฝน
จะเกีย่ วขอ้ งกบั การวิเคราะห์ปริมาณฝนรายเดือน ปรมิ าณฝนรายวัน ปรมิ าณฝนสูงสุดรายปี ช่วงเวลา 1 วันถงึ 5 วนั เปอร์เซ็นต์
การกระจายรายช่ัวโมงของปรมิ าณฝนสงู สุด 24 ชั่วโมง ซ่งึ มแี นวทางในการดา้ เนนิ การศึกษาดังนี้
1. การวิเคราะห์ปริมาณฝนรายเดอื นและรายปี เพ่ือหาคา่ เฉลยี่ ค่าสูงสุดและค่าต่้าสุดรายเดือน
และรายปี การสร้างแผนท่ีเส้นช้ันปริมาณฝนรายปีเฉลี่ย (Isohyetal Map of Mean Annual Rainfall) การผันแปรรายปี
การกระจายรายเดอื นและฤดกู าล โดยศึกษาทงั้ ระดับสถานีหลกั และปรมิ าณฝนส้าหรับแต่ละลมุ่ นา้ ย่อย
2. ส้าหรับขอ้ มูลปริมาณฝนรายเดือนก่อนท่ีจะนา้ ไปใชใ้ นการศกึ ษาต่อไป จะท้าการตรวจสอบความ
ถูกต้องของข้อมูลเบื้องต้น โดยจะท้าการตัดข้อมูลท่ีไม่น่าเช่ือถือบางค่าท้ิงไป และจะท้าการตรวจสอบความน่าเชื่อถือ
ของข้อมูลปริมาณฝนของสถานีหลัก โดยใชว้ ิธีท่นี ยิ มกนั ทั่วไป คือ Double Mass Curve หากตรวจสอบพบว่าขอ้ มลู มี
ปริมาณน้าฝนมีความไมน่ า่ เชือ่ ถือก็จะทา้ การปรับค่าบางสว่ นทไ่ี ม่น่าเช่ือถือเสียใหม่ หรอื ยกเลกิ การใช้ข้อมูลของสถานีน้ัน
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กดั 3-2 รายงานการเรมิ่ งาน
บรษิ ทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จ้ากัด (Inception Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งต้น อา่ งเก็บน้าเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชด้าริ จังหวดั พทั ลงุ การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
-
.
/
·/
·/
·/
·/
·
·
·
·
·
/ รูปท่ี3.31.-23-1 แผนภู ิมแสดงแนวทางการเ ็กบรวบรวมและทบทวนข้อ ูมลที่เ ี่กยวข้อง
/
/
/
· ·
· ·
· ·
·
·
·
·
·
·
·
·
-
/
Rating Curves
·
·
·
·
·
·
·
·
·
-
/
/
/
· · ·
· · ·
· ·
· ·
· ·
· ·
· ·
·
·
·
·
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กดั 3-3 รายงานการเริ่มงาน
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จ้ากดั (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งตน้ อ่างเก็บน้าเหมอื งตะกว่ั บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชด้าริ จงั หวดั พทั ลงุ การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
3. ในกรณีที่ข้อมูลปริมาณฝนรายเดือนของสถานีหลักมีช่วงปีสถิติข้อมูลสั้นเกินไปหรือมีข้อมูล
ขาดหายไปจะท้าการต่อขยายและเติมข้อมูลปริมาณฝนรายเดือนที่ขาดหายไปให้ครบสมบูรณ์และมีช่วงปีสถิติ ข้อมูล
ยาวเพยี งพอด้วยแบบจ้าลอง HEC-4
4. การศกึ ษาจ้านวนวันฝนตกรายเดอื นและรายปีเฉล่ียในบรเิ วณพืน้ ทีศ่ ึกษาโครงการ
2) การศึกษาดา้ นอุทกวิทยา
(1) การวิเคราะห์ปริมาณน้าท่า : จะท้าการรวบรวมข้อมูลปริมาณน้าท่ารายเดือนและรายปีท่ีมีการ
ตรวจวัดท่สี ถานีวัดน้าท่าและท่ีหัวงานของอาคารชลประทานต่างๆ โดยจะนา้ ข้อมูลดงั กล่าวมาวิเคราะห์หาปรมิ าณน้าท่า
รายเดือนของแต่ละลุ่มน้าย่อยที่ศึกษา ในกรณีท่ีข้อมูลปรมิ าณน้าท่ารายเดือนของสถานีหลักมีสถติ ิสั้นและไม่สมบูรณ์จะ
ท้าการตอ่ ขยายข้อมูลให้ครบสมบูรณแ์ ละมชี ว่ งปีขอ้ มูลยาวพอเพยี งกอ่ นทจี่ ะนา้ ไปใช้ในการศึกษาปริมาณนา้ ทา่ รายเดอื น
ของลุ่มนา้ ย่อยและสาขาย่อย
(2) การวิเคราะห์ปริมาณน้านองสูงสุด : การวิเคราะห์ปริมาณน้านองสูงสุด ประกอบด้วย
การวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณน้านองสูงสุดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต โดยศึกษาจากข้อมูลปริมาณน้านองสูงสุดและระดับน้า
สูงสดุ รายปขี องสถานีวัดน้าทา่ ตา่ งๆ โดยมีแนวทางในการด้าเนินการศกึ ษาดงั นี้
1. รวบรวมข้อมลู ปรมิ าณน้านองสูงสุดรายปีจากหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง จากข้อมูลท่ีรวบรวมได้จะ
ทา้ การวิเคราะห์แจกแจงความถี่ปรมิ าณน้านองสูงสุดดว้ ยวิธกี มั เบล
2. ส้าหรับค่าปริมาณฝนสูงสุดรายปี ช่วงเวลา 1 วันถึง 5 วัน ของสถานีวัดน้าฝนต่าง ๆ จะน้า
มาวิเคราะห์แจกแจงความถี่ด้วยวิธีกัมเบล แล้วจึงท้าการวิเคราะห์ปริมาณฝนสูงสุดรายปีช่วงเวลา 1 วัน ถึง 5 วันท่ี
ความถ่ีของการเกิดต่างๆ ต้ังแต่ 2 5 10 20 50 100 200 500 และ 1,000 ปี ส้าหรับลุ่มน้าย่อย โดยพิจารณาใช้
ขอ้ มูลจากสถานีท่ีเกี่ยวข้องต่างๆ และแฟคเตอร์ถ่วงน้าหนักธเี อสเซ่น (Thiessen Weighting Factors) และปรับค่าด้วย
แฟคเตอรล์ ดปริมาณฝนตามขนาดพนื้ ท่ีรับน้าฝน (Area Reduction Factors)
3. ในการศึกษาปริมาณน้าหลากท่ีเกิดจากพายุฝน หรือจากปริมาณฝนสูงสุดรายปี ช่วงเวลา
1 ถึง 5 วัน จะใช้วิธีการค้านวณด้วยเทคนิคกราฟหน่ึงหน่วยน้าท่า และส้าหรับการวิเคราะห์น้าท่าหรือน้าหลากจาก
ข้อมูลปริมาณฝนรายวันในช่วงที่เกิดพายุฝนที่ส้าคัญ สามารถค้านวณโดยใช้แบบจ้าลอง NAM MODEL ซ่ึงเป็น
แบบจ้าลองยอ่ ยของแบบจา้ ลอง MIKE 11
4. ในการศึกษาการจัดการน้าหลากและการระบายน้าหลากด้วยระบบคลองผันน้าและล้าน้า
ธรรมชาติ จะใช้แบบจ้าลอง MIKE 11 โดยศกึ ษาสภาพน้าหลากทีเ่ กิดจากสภาวะฝนวกิ ฤตต่างๆ
(3) การศึกษาระดับน้าสูงสุด : ประกอบด้วย การศึกษาระดับน้าสูงสุดท่ีตรวจวัดหรือบันทึกตาม
สถานีและอาคารบังคับน้าต่างๆ โดยการศึกษาระดับน้าเฉล่ีย สูงสุด และต้่าสุด ทั้งรายเดือนและรายปี การวิเคราะห์
แจกแจงความถร่ี ะดับน้าสูงสุดรายปดี ้วยวธิ ีกมั เบลเพอื่ หาคา่ ระดับน้าสูงสุดท่ีคาบความถ่ีของการเกิดต่างๆ ตั้งแต่ 2 ถึง
1,000 ปี เปน็ ต้น
(4) การศึกษาปริมาณตะกอน : ประกอบด้วย การรวบรวมข้อมูลปริมาณตะกอนแขวนลอยรายเดือน
การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณตะกอนแขวนลอยรายปีเฉลี่ย และพ้ืนท่ีรับน้าเพื่อน้าไปใช้ในการประเมิน
ปริมาณตะกอนที่ไหลลงอ่างเกบ็ นา้ ปจั จบุ ันและศกั ยภาพ และทบ่ี รเิ วณจุดพิจารณาต่างๆ
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จา้ กัด 3-4 รายงานการเรมิ่ งาน
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จ้ากัด (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องตน้ อา่ งเก็บนา้ เหมืองตะก่ัว บทท่ี 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวดั พัทลุง การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
3.3.2 การศกึ ษาด้านธรณวี ทิ ยา อุทกธรณวี ิทยาและแหล่งน้าบาดาล
หวั ขอ้ ทศ่ี กึ ษา แนวทางการศึกษา
1. ธรณวี ิทยา การศึกษาด้านธรณีวิทยาเป็นการรวบรวมแผนท่ีธรณีวิทยาระดับภาค จากกรมทรัพยากรธรณี และ
2. อทุ กธรณีวทิ ยา รวบรวมข้อมูลจากเอกสารและรายงานท่ีเก่ียวข้องต่างๆ โดยการศึกษาจะด้าเนินการใน 2 ประเด็น
หลกั คอื
3. แหลง่ นา้ บาดาลและการส้ารวจ
(1) การศึกษาลกั ษณะธรณีวทิ ยาทั่วไปของพื้นที่โครงการ
(2) การศกึ ษาลกั ษณะของชน้ั หนิ ใต้ผวิ ดนิ
การศึกษาด้านอุทกธรณีวิทยาเป็นการรวบรวมแผนท่ีอุทกธรณีวิทยาระดับภาค มาตราส่วน
1:50,000 และระดับจังหวัด มาตราสว่ น 1:100,000 ของกรมทรัพยากรน้าบาดาล โดยการศึกษาจะ
ดา้ เนนิ การในประเด็นหลักดงั น้ี
(1) การศกึ ษาสภาพอุทกธรณีทว่ั ไปของพืน้ ทโ่ี ครงการ
(2) การศกึ ษาชนั้ หินให้นา้
(3) การศกึ ษาปรมิ าณการให้น้าของชนั้ หนิ
(4) การศึกษาศักยภาพพื้นท่ที ส่ี ามารถนา้ น้าบาดาลมาใช้ประโยชนไ์ ด้
กลุ่มบริษัทท่ีปรึกษาจะด้าเนินการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลการเจาะบ่อบาดาลของหน่วยงานต่างๆ
ในพ้ืนท่ีศึกษา เพ่ือวิเคราะห์ทั้งปริมาณน้าและคุณภาพน้าบาดาล และส้าหรับการส้ารวจ
น้าบาดาลนั้น จะท้าการรวบรวมข้อมูล ผลการส้ารวจน้าบาดาลจากรายงานและเอกสารต่างๆ และ
ผลการสา้ รวจดว้ ย Seismic ในบรเิ วณพ้นื ที่ศกึ ษา
3.3.3 การศึกษาด้านธรณวี ิทยาฐานราก ปฐพกี ลศาสตร์ และวัสดุก่อสร้าง
กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาจะด้าเนินการรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพทางธรณีวิทยา ธรณีเทคนิคและ
แหล่งวัสดุกอ่ สรา้ งภายในพนื้ ที่ศึกษา โดยจะด้าเนนิ การรวบรวมขอ้ มูลแผนท่ีธรณีวทิ ยา ของกรมทรพั ยากรธรณี และข้อมูล
ผลส้ารวจทางธรณีเทคนิคและการเจาะดินที่มีการส้ารวจไว้แล้วในโครงการอ่ืนๆ ภายในพ้ืนท่ีโครงการโดยกรมชลประทาน
และหน่วยงานอื่นๆ รวมทั้งข้อมูลคุณสมบัติของดินที่ใช้วิเคราะห์ในการออกแบบอ่างเก็บน้าและอาคารประกอบ คลอง
ระบายน้า ประตรู ะบายน้า สถานสี ูบน้า รวมถงึ อาคารประกอบต่างๆ โดยขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการส้ารวจและรวบรวม บริษัท
ที่ปรึกษาจะน้ามาใชเ้ ป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาแนวทางเลือกของมาตรการในการบรรเทาอทุ กภัยและการพัฒนา
แหลง่ น้า และใชป้ ระกอบในการออกแบบองคป์ ระกอบโครงการในเบ้ืองต้นต่อไป
3.3.4 การศึกษาด้านการใช้ท่ดี นิ และผงั เมือง
ลักษณะการใช้ที่ดินในสภาพปัจจุบันและการเปลี่ยนแปลงลักษณะการใช้ท่ีดินในอนาคต จะมีผลต่อสภาพ
การเกิดอทุ กภยั ท้ังในด้านความรุนแรงของอัตราการไหลของนา้ หลาก ระดับน้าท่วมที่อาจสูงขนึ้ เมื่อมีการเปล่ียนการใช้
ทีด่ ินบริเวณที่ลุ่มหรือทีร่ าบน้าทว่ มถึง (Flood Plain) หรอื บริเวณแก้มลงิ หรือแม้กระทั่งการขยายตัวของชุมชนเข้าไป
ในระบบระบายน้า และ/หรอื การรกุ ล้าทางน้าสาธารณะจะมีผลต่อทศิ ทางการไหล ทศิ ทางการระบายน้าและอัตราการ
ระบายน้า ดังนั้นจึงจ้าเป็นต้องศึกษาลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดิน วิเคราะห์ระบบชุมชนและความเป็นเมืองของพ้ืนท่ี
ศึกษาโครงการและคาดการณ์แนวโน้มการเปล่ียนแปลงในอนาคต 30 ปี และก้าหนดแผนการใช้ที่ดินในอนาคตให้
สอดคล้องและเป็นประโยชนต์ อ่ การพัฒนาแหลง่ น้าและระบบปอ้ งกันน้าท่วม โดยมีแนวทางในการศึกษาดังน้ี
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กัด 3-5 รายงานการเริ่มงาน
บรษิ ทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จ้ากัด (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้าเหมอื งตะกวั่ บทท่ี 3
อันเนื่องมาจากพระราชดา้ ริ จังหวดั พัทลงุ การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
1) การศกึ ษาดา้ นการใชท้ ี่ดนิ
(1) การศึกษาทบทวนข้อมูลแผนที่ ซ่ึงได้จัดท้าแล้วโดยกรมพัฒนาที่ดิน มาตราส่วน 1:50,000 และ
วิเคราะหส์ ภาพการใช้ทดี่ นิ ในปัจจบุ ันรว่ มกับการตรวจสอบในภาคสนาม
(2) จัดเตรียมภาพถ่ายทางอากาศมาตราส่วน 1:15,000 และ 1:50,000 ที่ทันสมัย และข้อมูลภาพ
ถ่ายดาวเทียม LANDSAT เพอื่ วิเคราะหก์ ารใช้ทดี่ นิ ในปัจจบุ ัน
(3) จัดท้าแผนท่ีการใช้ท่ีดินในปัจจุบันของพ้ืนท่ีศึกษาและลุ่มน้าท่ีเกี่ยวข้องมาตราส่วน 1:50,000
รวมท้ังประเมินความเหมาะสมของการใช้ท่ีดนิ ข้อจา้ กดั ปญั หาต่างๆ และแนวโนม้ การเปลี่ยนแปลงในการใช้ที่ดินเพ่ือ
เปน็ ขอ้ มลู ประกอบการจัดท้าแผนการใชท้ ี่ดนิ
(4) จัดทา้ แผนการใช้ท่ีดนิ ในอนาคตให้สอดคล้องและเป็นประโยชน์ตอ่ การพัฒนาแหลง่ น้าและระบบ
ป้องกันน้าท่วม ระบบระบายน้าและระบบคาดการณ์เตือนภัย รวมทั้งลักษณะทางกายภาพและระบบนิเวศของพ้ืนที่
อาทิ การก้าหนดพน้ื ทอ่ี นุรักษ์ เพ่ือการเก็บกกั น้าและระบายน้ารวมถงึ พื้นที่ที่มศี ักยภาพสามารถพัฒนาได้ เปน็ ต้น โดย
ท้งั นี้จะต้องขึ้นอยกู่ บั การยอมรับของราษฎรจะสามารถน้าไปสกู่ ารปฏิบัติทเี่ ปน็ รูปธรรมได้
2) การศกึ ษาดา้ นผงั เมือง
(1) ทบทวนผลการศึกษาที่ผ่านมาและรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิจากหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ได้แ ก่
รายงานการปรบั ปรงุ ผังเมอื งรวม
(2) ประเมนิ การขยายตวั ของชมุ ชนและแผนการใชท้ ดี่ ินในเขตผังเมอื งรวมในอนาคต 30 ปี
(3) เสนอแนวทางการปรับปรุงเขตการใช้ท่ีดนิ ในพ้ืนท่ีผังเมืองรวม โดยกา้ หนดพื้นท่ีอนุรักษ์เพ่ือการ
เก็บกกั นา้ และระบายน้า และพ้นื ทที่ ่ีมศี ักยภาพในการพัฒนาได้
(4) ดา้ เนนิ การร่วมกับคณะศกึ ษาดา้ นการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้ผลการศึกษาเปน็ ทีย่ อมรบั
ของราษฎรในพน้ื ท่ี ซึง่ จะนา้ ไปสู่การปฏบิ ัตทิ เี่ ปน็ รูปธรรมและมปี ระสิทธิภาพสงู สดุ
3.3.5 การศกึ ษาดา้ นเกษตรกรรม ปศสุ ตั ว์ ประมง และการเพาะเลียงสัตว์น้า
1) การเกษตรกรรมและปศุสตั ว์
เพ่อื ศึกษาวิเคราะหส์ ภาพการผลิต วเิ คราะห์ปญั หาและประเมนิ ศักยภาพการพฒั นาดา้ นการเกษตรและ
ปศุสตั วใ์ นพื้นท่ีศกึ ษา โดยมีวธิ ีการศึกษาดงั นี้
(1) รวบรวมข้อมูลและทบทวนข้อมูลด้านการเกษตรและปศุสัตว์ระดับต้าบล/หมู่บ้านในพื้นที่อ้าเภอ
ในพ้ืนที่ศึกษาในประเด็นเก่ียวกับสภาพการผลิตด้านต่างๆ เช่น ชนิดพืชท่ีปลูก สัตว์เล้ียง ระบบการผลิต ลักษณะการ
ผลิต พ้ืนที่การผลิต ระบบการจัดการด้านการผลิต ระดับการใช้เทคโนโลยี ปัจจัยในกระบวนการผลิตด้านต่างๆ ระบบ
การตลาด ต้นทุนและผลตอบแทน ปัญหาอุปสรรคต่างๆ โดยรวบรวมข้อมูลให้ทันสมัยที่สุด จากหน่วยงานต่างๆ ใน
ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค (จังหวัดพัทลุง) ได้แก่ ส้านักงานเกษตรจังหวัด/อ้าเภอ ส้านักงานปศุสัตว์จังหวัด/อ้าเภอ
ส้านักงานเศรษฐกจิ การเกษตร สา้ นกั งานพาณชิ ยจ์ ังหวัด และกรมสง่ เสรมิ การเกษตร เป็นตน้
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จา้ กดั 3-6 รายงานการเร่ิมงาน
บรษิ ัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จ้ากัด (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น อา่ งเก็บน้าเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อันเนื่องมาจากพระราชด้าริ จังหวัดพทั ลงุ การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
(2) ประเมินศักยภาพการผลิตด้านการเกษตรและปศุสัตว์ โดยจะน้าข้อมูลการผลิตด้านการเกษตร
และปศุสัตว์ในปัจจุบัน ข้อจ้ากัดและอุปสรรคต่างๆ ท่ีรวบรวมมาได้มาสังเคราะห์ร่วมกับผลการศึกษาศักยภาพของ
ทรัพยากรดิน การใช้ที่ดิน ทรัพยากรน้าและสภาพเศรษฐกิจสังคม เพื่อประเมินศักยภาพและโอกาสการพัฒนาด้าน
การเกษตร ปศุสัตว์ และระบบการผลิตในพ้ืนที่โครงการ และพื้นท่ีข้างเคียงให้เหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพทาง
ชีวภาพและสภาพเศรษฐกจิ สังคม
(3) ก้าหนดมาตรการการพัฒนาด้านการเกษตร และปศุสัตว์ ในพ้ืนท่ีอ้าเภอให้อยู่ภายใต้กรอบ
ยุทธศาสตรจ์ งั หวัดและกลมุ่ จังหวัด
2) การประมงและการเพาะเลียงสัตว์น้า (จดื )
เพื่อศึกษาสภาพการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้า สภาพการผลิต วิเคราะห์ปัญหาและข้อจ้ากัด
และประเมินศกั ยภาพการพัฒนาดา้ นการประมงและการเพาะเล้ยี งสตั วน์ า้ โดยมีวิธกี ารศกึ ษาดังน้ี
(1) รวบรวมข้อมูลจ้านวนผู้เพาะเล้ียงปลาและสัตว์น้าประเภทต่างๆ ในบริเวณพื้นที่อ้าเภอป่าบอน
และข้างเคยี ง รวมถึงข้อมลู ของส้านักงานประมงจังหวดั พทั ลงุ
(2) รวบรวมข้อมูลจ้านวน/ชนิดสัตว์น้า ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อให้ทราบแนวโน้มของการจับปลาและ
สตั วน์ า้ ในบริเวณตา่ งๆ เพ่อื วเิ คราะห์ผลผลิตรายปขี องปลา/สตั วน์ ้า
(3) สา้ รวจเศรษฐกิจสังคมการประมงและทัศนคติ การส้ารวจดงั กล่าวนี้จะผนวกในหัวข้อการศึกษา
ดา้ นเศรษฐกิจสังคม
(4) ประเมินศักยภาพการพัฒนาด้านการประมง/เพาะเลี้ยงสัตว์น้าจากการพัฒนาโครงการ และ
ผลกระทบจากการพัฒนาโครงการต่างๆ ต่อผูเ้ พาะเลยี้ งสัตวน์ ้าในแงข่ องปริมาณและมลู คา่ รายได้
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จ้ากดั 3-7 รายงานการเริ่มงาน
บรษิ ัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จา้ กัด (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบือ้ งต้น อา่ งเก็บน้าเหมืองตะกั่ว บทที่ 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวดั พัทลุง การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
3.3.6 การศกึ ษาดา้ นประชากรและอุตสาหกรรม
ประเด็นการศกึ ษา แนวทางการศกึ ษา
1. การศึกษาด้าน การศึกษาดา้ นประชากรเป็นการศกึ ษาสภาพประชากรจากอดีตถึงปจั จุบันของประชากรในบริเวณพ้ืนที่
ประชากร ศึกษาโครงการและข้างเคยี ง เพ่ือทา้ การศกึ ษาการเปลีย่ นแปลงและวเิ คราะหอ์ ัตราการเจริญเติบโตของ
ประชากรในอนาคตอกี 30 ปขี า้ งหน้า ซง่ึ ประกอบด้วยขัน้ ตอนการศกึ ษาหลักดังนี้
(1) รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เก่ียวข้อง เช่น ส้านักงานกลางทะเบียนราษฎร์ กรมการปกครอง
สา้ นกั งานอ้าเภอ และเทศบาล/ต้าบลในอ้าเภอ
(2) วเิ คราะหป์ ระชากรในปจั จุบนั
(3) ศกึ ษาความหนาแนน่ ของประชากร
(4) ศกึ ษาการเปลยี่ นแปลงของประชากร
(5) คาดประมาณประชากรในอนาคต ทุกๆ 5 ปจี นถึง 30 ปีขา้ งหนา้
2. การศึกษาด้าน การศกึ ษาดา้ นอตุ สาหกรรมจะเนน้ ในเร่ืองของพื้นทป่ี ระกอบการอตุ สาหกรรมเพื่อน้าไปค้านวณปรมิ าณ
อตุ สาหกรรม ความต้องการใช้นา้ ท้งั ในปัจจุบันและอนาคต ประกอบด้วยขั้นตอนการศึกษาหลักดงั น้ี
(1) รวบรวมข้อมูลสถิติโรงงานอตุ สาหกรรมและพ้ืนที่ประกอบการต่างๆ ในพื้นทอ่ี ้าเภอในช่วง 5-10 ปีที่
ผา่ นมาจากหนว่ ยงานที่เก่ยี วขอ้ ง อาทิ กรมโรงงาน ส้านกั งานอตุ สาหกรรมจงั หวัดพัทลุง เป็นต้น
(2) วเิ คราะห์พื้นทีป่ ระกอบการอตุ สาหกรรม และจา้ นวนโรงงานอุตสาหกรรมในปัจจุบนั
(3) วิเคราะห์สาเหตุการเปล่ียนแปลงมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดพัทลุง โดยเฉพาะในสาขา
อตุ สาหกรรม และการ เปล่ียนแปลงของการอุตสาหกรรมในเขตพื้นท่ีอ้าเภอจากอดีตถึง
ปัจจุบนั ในประเด็นตา่ งๆ
(4) คาดการณ์ทิศทางและลักษณะการเติบโตของอุตสาหกรรมในพ้ืนที่อ้าเภอ และคาดประมาณ
พื้นที่ประกอบการอุตสาหกรรมและจ้านวนโรงงานอุตสาหกรรมในอนาคตทุกๆ 5 ปีจนถึง 30 ปี
ข้างหนา้ โดยวิธกี าร Exponential
ส้าหรับการศึกษาด้านประชากรและอุตสาหกรรมดังกล่าวข้างต้น จะด้าเนินการทั้งในระดับหมู่บ้านต้าบล/
อ้าเภอและระดับลุ่มน้าสาขายอ่ ยตามความเหมาะสม
3.3.7 การศกึ ษาด้านความต้องการใชน้ ้า
การศึกษาความต้องการใช้น้าจะเป็นการศึกษาถึงปริมาณความต้องการใช้น้าในกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่ศึกษา
โดยจะด้าเนินการทั้งระดับต้าบล/หมู่บ้าน ลุ่มน้าสาขาย่อยและระดับโครงการ ซ่ึงประกอบด้วย กิจกรรมการใช้น้าท่ี
ส้าคญั ได้แก่ การอุปโภคบรโิ ภค การเกษตร การปศุสตั ว์ การอตุ สาหกรรม และการรกั ษาระบบนเิ วศวทิ ยาท้ายน้า
ส้าหรับความต้องการปริมาณน้าต่้าสุดด้านท้ายน้าเพื่อรักษาระบบนิเวศวิทยา โดยปกติจะก้าหนดจากผลการ
วเิ คราะห์ระบบนิเวศและสงิ่ แวดล้อม เพ่ือรกั ษาสมดุลของระบบ และในบางครั้งก็จะกา้ หนดตามปริมาณความต้องการน้า
ด้านท้ายน้า เช่น การขับไล่น้าเสีย ความต้องการด้านการเกษตร อุปโภคบริโภค ปศุสัตว์ อุตสาหกรรม เป็นต้น ดังน้ัน
ปรมิ าณน้าต้่าสุดดา้ นทา้ ยนา้ ทจี่ า้ เป็นต้องรักษาไวใ้ นแตล่ ะช่วงเวลา แตล่ ะโครงการและแต่ละลา้ น้า จึงมคี วามแตกตา่ งกัน
ส้าหรับการศึกษาในเบ้ืองต้นจะพิจารณาปริมาณน้าต่้าสุดจาก Flow Duration Curve ของปริมาณน้าท่ารายเดือนโดย
พิจารณาท่คี า่ 90 เปอร์เซน็ ต์
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กดั 3-8 รายงานการเริ่มงาน
บรษิ ัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จา้ กัด (Inception Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องตน้ อา่ งเก็บน้าเหมอื งตะกวั่ บทที่ 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดา้ ริ จังหวดั พัทลุง การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
สรุปได้ว่าการศึกษาความต้องการใช้น้า จะเป็นการศึกษาถึงปริมาณความต้องการใช้น้าในกิจกรรมต่างๆ ใน
พื้นท่ีศึกษา ซ่ึงประกอบด้วยกิจกรรมการใช้น้าที่ส้าคัญ ได้แก่ การอุปโภคบริโภค เกษตรกรรม อุตสาหกรรม รวมถึงการ
ใชน้ า้ เพื่อรักษาระบบนเิ วศวทิ ยาท้ายน้า โดยจะพิจารณาแบง่ ยอ่ ยออกเป็นระดับตา้ บล/อ้าเภอ หรือระดับลุ่มน้าสาขายอ่ ย
3.3.8 การศึกษาดา้ นเศรษฐกิจและสงั คม
การศึกษาสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมมีวัตถุประสงค์เพ่ือเสนอภาพรวมทางด้านเศรษฐกิจและสังคมของ
พื้นทศ่ี ึกษาโครงการในปัจจุบัน เพื่อน้าไปเป็นขอ้ มูลพ้นื ฐานในการวางแผนการบรหิ ารจดั การน้า และเพอื่ ให้ได้ประโยชน์
ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรในพ้ืนท่ีศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมูลพื้นฐานในการเปรียบเทียบกับการ
เปลี่ยนแปลงภายหลังการบริหารโครงการตามแนวทางท่ีเสนอ ซ่ึงจะเป็นดัชนีหนึ่งในการประเมินผลส้าเร็จของการ
ด้าเนินการตามโครงการ นอกจากนกี้ ารส้ารวจศกึ ษาสภาพทางเศรษฐกิจและสงั คมยังทา้ ใหท้ ราบความตอ้ งการของชุมชน
ซึ่งจะเป็นขอ้ มลู ท่ีจา้ เป็นต่อการก้าหนดรปู แบบและแผนการบริหารโครงการใหส้ อดคลอ้ งกบั ความต้องการของชุมชน
กลุ่มบรษิ ัทที่ปรึกษาจะทา้ การรวบรวมขอ้ มูลท่ีจะใช้ในการวเิ คราะห์สภาพเศรษฐกิจสังคม ซึ่งส่วนใหญจ่ ะเป็น
ข้อมูลทุติยภูมิท่ีจะได้จากเอกสารรายงานของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนกลางและระดับท้องถ่ิน โดยเฉพาะ
จากข้อมูล กชช.2ค. ปีล่าสุด และข้อมูลระดับเทศบาลและต้าบล (อบต.) ศึกษาสภาพเศรษฐกิจสังคม ในภาพรวมของ
พน้ื ทศี่ ึกษาทงั้ หมดเพอ่ื ใชเ้ ปน็ ข้อมูลในภาพกวา้ ง นอกจากนีจ้ ะท้าการสอบถามเพิม่ เตมิ ในภาคสนาม
3.3.9 การศึกษาสมดลุ นา้
การศกึ ษาประกอบด้วย ขน้ั ตอนและวิธีการดงั น้ี
1) ท้าการเลือกแบบจ้าลองท่ีใช้ในการวิเคราะห์ ซึ่งในโครงการน้ีกลุ่มบริษัทท่ีปรึกษาได้เสนอท่ีจะใช้
แบบจ้าลอง MIKE BASIN พัฒนาโดย Danish Hydraulic Institute (DHI) หรือแบบจ้าลองอ่ืนท่เี หมาะสม
2) รวบรวมข้อมูลโครงการพัฒนาแหล่งน้าท้ังท่ีมีอยู่ในปัจจุบัน และที่อยู่ในแผนงานของหน่วยงานต่างๆ
จากผลการศึกษาในรายงานทเี่ กี่ยวข้อง และโครงการพัฒนาแหลง่ น้าทีก่ ลุ่มบริษัททป่ี รึกษาจะเสนอเพ่ิมเตมิ ซ่ึงอาจจะ
เป็นโครงการบรรเทาอุทกภยั ทม่ี ีความเก่ียวเนอ่ื ง
3) จัดเตรียมขอ้ มูลทใี่ ชใ้ นการวิเคราะห์ และกา้ หนดเกณฑ์และเง่ือนไขในการวเิ คราะห์
4) วิเคราะห์ระบบแหล่งน้าทั้งในสภาพปัจจุบันและสภาพอนาคตที่มีทางเลือกการพัฒนาโครงการต่างๆ
โดยด้าเนนิ ในระดับลุม่ น้า และระดับโครงการท่ีส้าคัญ
5) สรุปผลการศึกษาศกั ยภาพและการพัฒนาแหล่งเก็บกักน้าและความสามารถของแหล่งน้าต้นทุนที่จะ
พัฒนาเพิม่ ข้ึน
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กัด 3-9 รายงานการเรมิ่ งาน
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จ้ากดั (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้อื งตน้ อ่างเกบ็ น้าเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวดั พทั ลุง การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
3.4 การศกึ ษาทางเลือกในการพัฒนาโครงการ
3.4.1 ภาพรวมการศึกษาทางเลือก
ในการศึกษาคร้ังนี้ที่ปรกึ ษาจะได้พิจารณาทางเลือกในการพัฒนาโครงการ ไดแ้ ก่ ทางเลือกการพัฒนาแหล่งน้า
รูปแบบต่างๆ ประเภทการพฒั นาทเี่ หมาะสมทตี่ ้ังหัวงานที่เหมาะสม ปรมิ าณน้าเกบ็ กกั ที่เหมาะสม พื้นท่ีชลประทานท่ี
เหมาะสม ระบบชลประทานที่เหมาะสม เป็นต้น โดยจะพิจารณาตามแนวทางการจัดท้ารายงานฯ ของส้านักงาน
นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) โดยจะพิจารณาข้อดี ข้อเสีย ของแต่ละทางเลือก และ
เหตผุ ลประกอบการตัดสินใจทางเลอื กน้ันๆ ทั้งทางดา้ นเศรษฐศาสตร์ สงั คม เทคโนโลยี และสงิ่ แวดลอ้ ม โดยท่ีปรึกษา
จะได้พิจารณาเพ่ิมเติมโดยใช้วิธีการวิเคราะห์ Multi-Criteria Analysis (MCA) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยเชิงคุณภาพ
(Qualitative Variable) มาเปน็ ปจั จยั เชิงปริมาณ (Quantitative Variable) โดยจะได้พิจารณาปัจจัยประกอบ 4 ด้าน
ได้แก่ ด้านส่ิงแวดล้อม สังคม วศิ วกรรม และเศรษฐศาสตร์ โดยท่ีปรึกษามีกรอบแนวคิด และวิธีการด้าเนินการศึกษา
แนวทางเลอื กในการพฒั นาโครงการดังแสดงในรูปท่ี 3.4.1-1 และอธบิ ายรายละเอยี ดไดด้ งั นี้
3.4.2 การคดั เลอื กและจดั ล้าดบั ความสา้ คญั ของแผนงาน
การคัดเลือกจัดล้าดับความส้าคัญของโครงการในข้ันทางเลือกการพัฒนาโครงการจะพิจารณาข้อดีข้อเสีย
เปรียบเทียบในเชิงพรรณาในประเด็นท่ีส้าคัญ ของทางเลือกการบริหารจัดการน้าจากโครงสร้างโครงการพัฒนา
แหล่งน้าในปัจจุบัน ทางเลือกการปรับปรุงอาคารทดน้าและแหล่งน้าขนาดเล็กในพื้นท่ี และทางเลือกการพัฒนาอ่าง
เกบ็ น้ารว่ มกับระบบชลประทานในพนื้ ท่ี
การคัดเลือกจัดล้าดับความส้าคัญของโครงการในขั้นเปรียบเทียบทางเลือกที่ตั้งเขื่อน และระดับเก็บกักน้า
จะพิจารณาเปรียบเทียบทางเลือกได้พิจารณาปัจจัยที่ส่งผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบต่อการพัฒนาโครงการ
โดยกลุ่มปัจจัยท่ีส้าคัญท่ีจะส่งผลต่อการพัฒนาโครงการ ประกอบด้วย กลุ่มปัจจัยด้านวิศวกรรม กลุ่มปัจจัยด้าน
ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ รายละเอียดหลกั การพจิ ารณามดี ังต่อไปน้ี
1) เกณฑ์การคัดเลือกโครงการ การพิจารณาคัดเลือกโครงการ มีวัตถุประสงค์เพ่ือคัดเลือกต้าแหน่งท่ีต้ัง
โครงการอ่างเก็บน้าเหมืองตะกั่ว อันเนื่องมาจากพระราชด้าริ จังหวัดพัทลุง ซึ่งมีทางเลือก 3 แนวทาง ท่ีมีความ
เหมาะสมทางด้านวิศวกรรม ตลอดจนการตรวจสอบประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม และด้านเศรษฐกิจสังคม โดยมี
หลักเกณฑใ์ นการพิจารณาทางเลอื กทตี่ ้ังโครงการต่างๆ จากวธิ ี Weighted Scoring Matrix ซงึ่ เป็นการก้าหนดคะแนน
และนา้ หนักของตัวแปรตามความส้าคัญของผลกระทบในดา้ นต่างๆ โดยพจิ ารณาดังน้ี
(1) ด้านวิศวกรรม เป็นการเปรียบเทียบความเหมาะสมของโครงการทางด้านวิศวกรรม เช่น
ความจุอ่างเก็บนา้ พน้ื ที่อา่ งเก็บนา้ ความสงู อ่างเก็บน้า และปริมาณวสั ดุถมตัวเข่อื น เปน็ ต้น
(2) ด้านส่งิ แวดลอ้ ม เป็นการเปรียบเทียบผลกระทบด้านสิง่ แวดล้อมของโครงการ ได้แก่ ผลกระทบ
ต่อพื้นท่ีป่าไม้ตามกฎหมาย (ป่าสงวนแห่งชาติ และพ้ืนท่ีป่าอนุรักษ์ตามกฎหมาย) และผลกระทบต่อพ้ืนท่ีช้ันคุณภาพ
ลุ่มน้า
(3) ด้านเศรษฐกิจสังคม การเปรียบเทียบผลประโยชน์ที่เกิดข้ึนต่อชุมชนหรือครัวเรือน
ทางด้านเศรษฐกิจ-สงั คม เช่น จา้ นวนครัวเรอื นทีไ่ ด้รบั ผลประโยชน์ และการยอมรบั ของสังคม เป็นต้น
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กดั 3-10 รายงานการเรมิ่ งาน
บรษิ ัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จ้ากดั (Inception Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องตน้ อา่ งเก็บน้าเหมอื งตะกว่ั บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชด้าริ จงั หวดั พัทลุง การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
3 3
12
3
3
-
-
-3
-
3
รูปท่ี 3.4.1-1 กรอบแนวคดิ และวธิ ีการศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากัด 3-11 รายงานการเรม่ิ งาน
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จา้ กัด (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งตน้ อ่างเก็บน้าเหมืองตะกวั่ บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดา้ ริ จังหวดั พัทลงุ การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
(ก) การก้าหนดน้าหนักความส้าคัญของกลุ่มปัจจัย การพิจารณาเพื่อก้าหนดน้าหนักเปรียบเทียบ
ความส้าคัญของกลุ่มปัจจัยทั้ง 3 ด้าน ประกอบดว้ ย ด้านวิศวกรรม ดา้ นสง่ิ แวดล้อม และด้านเศรษฐกิจสังคม ไดม้ ีการ
กา้ หนดน้าหนักในรปู แบบของสัดสว่ นของคะแนน โดยพิจารณาความส้าคญั และความสมั พันธท์ เี่ กย่ี วขอ้ งของแต่ละกลุ่ม
ปัจจยั ในรูปแบบแนวต้งั (column) และแนวนอน (Row) โดยใหน้ า้ หนกั ความส้าคญั ดังนี้
- คะแนนเท่ากบั 1 ของตวั ประกอบแนวตงั้
หมายถึง มีความส้าคัญน้อยกว่าตัวประกอบแนวนอน
- คะแนนเท่ากับ 2 ของตัวประกอบแนวตง้ั
หมายถงึ มีความส้าคญั เทา่ กบั ตัวประกอบแนวนอน
- คะแนนเท่ากบั 3 ของตัวประกอบแนวต้งั
หมายถึง มีความสา้ คญั มากกวา่ ตวั ประกอบแนวนอน
คะแนนตามน้าหนักความส้าคัญดังกล่าว เป็นตัวเลขแบบเปรียบเทียบ (Relative Figure)
เพ่ือท่ีจะชี้ให้เห็นความส้าคัญที่แตกต่างระหว่างกลุ่มปัจจัยสมมติฐานเดียวกัน และน้ามาใช้เปรียบเทียบเกณฑ์ตัว
ประกอบดงั กลา่ ว โดยมีขอ้ สรุปดังนี้
(1) ด้านวิศวกรรมกับด้านสงิ่ แวดล้อม เกณฑ์ตัวประกอบด้านวิศวกรรมเป็นการพิจารณาตัวแปร
ในด้านกายภาพ แหล่งน้า ธรณีฐานราก และปรมิ าณวสั ดถุ มตัวเข่ือน ซ่ึงท้ังหมดเป็นคุณสมบัติดา้ นกายภาพเป็นต้นทุน
เฉพาะแห่งที่มีอยู่ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อเปรียบเทียบเกณฑ์ตัวประกอบด้านสิ่งแวดล้อมโดยพิจารณาถึง
ผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนซ่ึงมีผลกระทบหลายด้าน มีข้อกฎหมายก้าหนดเม่ือมีผลกระทบจะต้องขอมติจาก
คณะรฐั มนตรี จึงจัดใหร้ ะดับความสา้ คญั ดา้ นวิศวกรรมน้อยกวา่ ด้านส่งิ แวดล้อม
(2) ด้านวิศวกรรมกับด้านเศรษฐกิจสังคม การพิจารณาแนวทางเลือกของการก่อสร้างเขื่อน
จะต้องพิจารณาดา้ นจา้ นวนครวั เรือนที่คาดวา่ จะไดร้ ับประโยชน์ ครวั เรอื นทค่ี าดวา่ จะได้รับผลกระทบ และการยอมรับ
ของสังคมในพื้นที่ท่ีจะถูกผลกระทบเป็นตัวแปรที่จะต้องให้ความสา้ คัญเป็นอยา่ งยิง่ ซ่งึ การคดั ค้านหรือเหน็ ด้วยจะเป็น
ตัวกา้ หนดในการพัฒนาโครงการต่อไป จึงกา้ หนดให้ความส้าคัญด้านเศรษฐกจิ สังคมมากกวา่ ด้านวิศวกรรม
(3) ด้านเศรษฐกิจสังคมกับด้านสิ่งแวดล้อม เน่ืองจากในการด้าเนินโครงการต่างๆ สิ่งท่ีต้อง
คา้ นึงถึงคือ การยอมรับของชุมชนในพื้นที่ รวมทั้งผลประโยชน์และผลกระทบท่ีเกิดข้ึนจากการดา้ เนินโครงการ ดงั น้ัน
จึงกา้ หนดให้ความส้าคัญดา้ นเศรษฐกิจสงั คมเทา่ กับดา้ นสงิ่ แวดลอ้ ม
จากการก้าหนดเกณฑ์ของตัวประกอบดังกล่าวข้างต้น สามารถหาตัวถ่วงน้าหนักในแต่ละกลุ่ม
ปจั จัย เพอ่ื นา้ ไปกา้ หนดสดั ส่วนของคะแนนในแตล่ ะกลุ่มปจั จัยได้ ดังแสดงในตารางที่ 3.4.2-1
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จา้ กัด 3-12 รายงานการเรมิ่ งาน
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จ้ากัด (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งต้น อา่ งเกบ็ น้าเหมอื งตะกวั่ บทท่ี 3
อันเนื่องมาจากพระราชดา้ ริ จังหวดั พัทลงุ การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
ตารางท่ี 3.4.2-1 การคา้ นวณตัวถ่วงนา้ หนกั ในแต่ละกลมุ่ ปัจจัย
คะแนนของตัวประกอบ คะแนนของตวั ประกอบ (แนวตงั ) รวม
(แนวนอน) วศิ วกรรม สงิ่ แวดล้อม เศรษฐกจิ สังคม 6
3
วศิ วกรรม -3 3 3
12
ส่ิงแวดล้อม 1- 2 100
เศรษฐกิจสงั คม 12 -
รวม 25 5
ตัวถ่วงน้าหนกั (%) 20 40 40
(ข) การก้าหนดตัวแปร ในการจัดล้าดับความส้าคัญของโครงการ ได้ค้านึงถึงลักษณะของ
โครงการทั้งจากลักษณะทางกายภาพ องค์ประกอบของโครงการ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และด้านเศรษฐกิจสังคม
ที่จะเกิดข้ึนจากการพัฒนาโครงการ ตลอดจนค่าลงทุนของโครงการ ท้าการก้าหนดตัวแปรที่มีความส้าคัญของแต่ละ
กลุ่มปัจจัย ดังน้ี
(1) ด้านวิศวกรรม ใช้หลกั เกณฑ์ในการพิจารณาดงั น้ี
- ความจุอ่างเก็บน้า หากท่ีต้ังเข่ือนแห่งใดสามารถเก็บกักน้าได้มาก ย่อมจะมี
ประสิทธิภาพในการจัดสรรน้าแก่พ้นื ทร่ี ับประโยชน์ไดม้ าก ท้าให้มคี วามเปน็ ไปไดต้ ่อการพจิ ารณาก่อน
- Hazars Assessment Classification เข่ือนที่มีความสูงน้อยที่สุด มีผลให้ความ
มนั่ คงด้านโครงสร้างมีค่ามากที่สุด และมีผลต่อการปรับปรุงโครงสร้างฐานรากเข่ือนน้อยที่สุด ส่งผลให้มีการพิจารณา
โครงการก่อน
- ปริมาณวัสดุถมตัวเข่ือน ตัวเขื่อนที่ใช้ปริมาณวัสดุก่อสร้างเพ่ือถมตัวเข่ือนน้อย
ทส่ี ดุ แสดงใหเ้ หน็ ถึงราคากอ่ สร้างทถ่ี ูกทส่ี ุด และมีความเหมาะสมตอ่ การกอ่ สรา้ งมากที่สดุ
- พื้นท่ีรับประโยชน์ ท่ีตั้งเขื่อนแห่งใดท่ีมีศักยภาพต่อพ้ืนท่ีรับประโยชน์มากท่ีสุด
ทตี่ ัง้ เขอ่ื นแหง่ น้นั จะสง่ ผลให้มีการพิจารณาก่อน
การให้คะแนนดา้ นวิศวกรรมของทางเลอื กท่ตี ัง้ เขื่อน ก้าหนดให้มคี วามสา้ คัญในระดับ
ปานกลางเท่ากัน โดยมีระดบั คะแนนท่ีได้ 5 คะแนน ทง้ั 4 ตวั แปร
(2) ด้านสิ่งแวดล้อม ตัวแปรด้านสิ่งแวดล้อมที่ส้าคัญท่ีใช้ในการพิจารณาคัดเลือกที่ตั้ง
โครงการทีเ่ หมาะสม มี 2 ตัวแปร ดังนี้
- ผลกระทบต่อพื้นที่ป่าไม้ตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นข้อจ้ากัดด้านสิ่งแวดล้อมใน
การขออนุญาตใช้พื้นที่เพ่ือการก่อสร้างโครงการต่างๆ และข้ันตอนการศึกษาด้านสิ่งแวดลอ้ ม โดยการตรวจสอบ พื้นที่
อ่างเก็บน้ากับประเภทการใช้ประโยชน์ท่ีดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติของกรมป่าไม้ และพื้นที่ป่าอนุรักษ์ตามกฎหมา ย
ของกรมอทุ ยานแห่งชาติ สตั ว์ปา่ และพันธพุ์ ืช
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากัด 3-13 รายงานการเรมิ่ งาน
บรษิ ทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จา้ กดั (Inception Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้น อา่ งเก็บน้าเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชด้าริ จังหวัดพทั ลุง การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
- ผลกระทบต่อชั้นคุณภาพลุ่มน้า เนื่องจากเป็นข้อจ้ากัดด้านส่ิงแวดล้อมในการใช้
พ้ืนที่เพ่ือการก่อสร้างโครงการต่างๆ และข้ันตอนการศึกษาด้านส่ิงแวดล้อม โดยตรวจสอบพื้นที่อ่างเก็บน้ากับ
ชั้นคณุ ภาพลมุ่ นา้ ของส้านักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม
การใหค้ ะแนนด้านส่ิงแวดล้อม ก้าหนดให้มคี วามส้าคัญในระดบั สูง โดยผลกระทบต่อ
พืน้ ทป่ี ่าไม้ตามกฎหมายและชนั้ คุณภาพลุ่มนา้ ทแ่ี ตกตา่ งกนั จะมรี ะดับคะแนนที่ต่างกัน โดยการสูญเสยี พ้ืนที่ป่าอนรุ ักษ์
ตามกฎหมายและพ้ืนท่ีลุ่มน้าช้ันที่ 1 บริเวณอ่างเก็บน้า มีความส้าคัญในระดับสูง ทั้งน้ีคะแนนเต็มของทั้ง 2 ตัวแปร
คือ 20 คะแนน
(3) ด้านเศรษฐกิจสังคม มีกรอบใช้ในการก้าหนดเกณฑ์การคัดเลือกด้านเศรษฐกิจสังคม
ประกอบด้วย
- การยอมรบั ของสังคม ในการพัฒนาโครงการต้องได้รับการยอมรบั จากประชาชน
ในพ้ืนท่ี โดยเฉพาะความต้องการโครงการ ต้าแหน่งที่ตง้ั ที่ประชาชนในพ้ืนที่ยอมรับมากท่สี ุดยอ่ มมีแนวโน้มที่โครงการ
นัน้ จะได้รับพจิ ารณากอ่ น
- ครัวเรือนท่ีได้รับผลประโยชน์ เมื่อมีการพัฒนาโครงการ ย่อมมีผลประโยชน์
เกดิ ขึ้นต่อครัวเรอื น ดงั นั้นโครงการใดที่มผี ลประโยชน์สูงสุด ยอ่ มมคี วามเปน็ ไปไดท้ ่ีจะพิจารณากอ่ น
- ราคาค่าก่อสร้างต่อพ้ืนที่รับประโยชน์ เม่ือพิจารณาเปรียบเทียบอัตราส่วนราคา
ก่อสร้างต่อพื้นท่ีรับประโยชน์ หากท่ีตั้งทางเลือกใดมีอัตราส่วนน้อยท่ีสุด ที่ต้ังทางเลือกนั้นจะมีความเป็นไปได้ในการ
พิจารณากอ่ น
การให้คะแนนด้านเศรษฐกิจสังคมก้าหนดให้เป็นปัจจัยที่มีความส้าคัญมาก คือ
ตัวแปรมีความส้าคัญในระดับสูง โดยมีระดับคะแนนท่ีได้ 20 คะแนน ในด้านการยอมรับของสังคม ส่วนตัวแปร
ครัวเรือนที่ได้รับผลประโยชน์ และตัวแปรอัตราส่วนของราคาค่าก่อสร้างต่อพ้ืนที่รับประโยชน์ ให้มีระดับคะแนน
10 คะแนน เท่ากัน
รายละเอียดเกณฑแ์ ละปจั จัยการวเิ คราะห์ดังแสดงในตารางที่ 3.4.2-2
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จา้ กดั 3-14 รายงานการเรม่ิ งาน
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จา้ กัด (Inception Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ น้าเหมอื งตะกว่ั บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชด้าริ จังหวัดพทั ลงุ การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
ตารางที่ 3.4.2-2 เงื่อนไขและเกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ตัวแปร ช่วงพิสัยตัวแปร/เง่อื นไข คะแนน
1 ดา้ นวศิ วกรรม 20% 0-5 ตามสดั ส่วน ความจมุ ากทสี่ ดุ ไดค้ ะแนนมากทส่ี ดุ 5
0-5 ตามสัดส่วนความสงู ของเข่ือน 5
1.1 ความจุอ่างเกบ็ น้า
โดยความสงู ของเขอ่ื นน้อยที่สุดมีผลให้มีความมนั่ คง 5
1.2 Hazard Assessment Classification ด้านโครงสร้างมีคา่ มากท่สี ดุ ไดค้ ะแนนมากทส่ี ดุ
0-5 ตามสัดส่วนของปริมาณวสั ดถุ มเขื่อน 5
(ความสงู เขอื่ น) โดยปรมิ าณวัสดนุ อ้ ยทส่ี ุด ได้คะแนนมากทสี่ ดุ
0-5 ตามสดั สว่ นพนื้ ทีร่ บั ประโยชน์ 0
1.3 ปรมิ าณวสั ดถุ มตวั เขอ่ื น โดยพนื้ ทร่ี บั ประโยชน์มากท่สี ุด ได้คะแนนมากทสี่ ดุ 5
10
1.4 พ้ืนที่รับประโยชน์ พ้นื ท่อี ุทยานแห่งชาติ/เขตรักษาพันธุ์สัตวป์ า่ 15
พื้นท่ีปา่ เพอื่ การอนรุ กั ษ์ (โซน C) 20
2 ดา้ นสิ่งแวดล้อม 40% พน้ื ที่ปา่ เพอ่ื เศรษฐกิจ (โซน E) 0
พ้ืนท่ีปา่ ท่ีเหมาะสมต่อการเกษตร (โซน A) 5
2.1 ผลกระทบตอ่ พนื้ ทปี่ ่าไมต้ ามกฎหมาย ไม่อย่ใู นพนื้ ทป่ี ่าไม/้ พน้ื ทน่ี อกเขตป่าสงวนแหง่ ชาติ 10
พน้ื ที่ลุ่มน้าชัน้ ที่ 1 เอ 15
บริเวณพ้ืนทอี่ า่ งเกบ็ นา้ พื้นที่ลุม่ น้าช้นั ที่ 1 บี 20
พน้ื ที่ลมุ่ น้าช้ันที่ 2
2.2 ผลกระทบตอ่ ชนั้ คณุ ภาพลมุ่ น้า พน้ื ที่ลุ่มน้าชน้ั ท่ี 3 และ 4 20
บริเวณพ้ืนที่อ่างเกบ็ น้า พื้นทล่ี มุ่ น้าชัน้ ที่ 5
10
3 ดา้ นเศรษฐกิจ-สังคม 40% 0-20 ตามสัดส่วนการยอมรบั ของสังคม
3.1 การยอมรบั ของสังคม มากทีส่ ุด ได้คะแนนมากทสี่ ุด 10
3.2 ครัวเรือนที่ไดร้ ับผลประโยชน์ 0-10 ตามสดั ส่วนครวั เรอื นท่ไี ดร้ ับผลประโยชน์
มากท่ีสดุ ไดค้ ะแนนมากท่สี ุด
3.3 ราคาค่าก่อสรา้ งต่อพื้นท่ีรบั ประโยชน์
0-10 ตามสดั สว่ นราคาค่ากอ่ สร้างต่อพน้ื ทร่ี บั ประโยชน์
นอ้ ยทีส่ ุด ไดค้ ะแนนมากที่สดุ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จ้ากดั 3-15 รายงานการเริ่มงาน
บรษิ ัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จา้ กดั (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ นา้ เหมืองตะกัว่ บทท่ี 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชด้าริ จงั หวัดพัทลุง การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
3.5 การทบทวนการออกแบบและประมาณราคาเบืองต้น
3.5.1 ข้อมูลส้าหรบั การพจิ ารณาออกแบบ
การทบทวนการออกแบบเบ้ืองต้นของหัวงานเข่ือน อาคารประกอบและระบบชลประทานให้ถูกต้องตาม
มาตรฐานทางวิศวกรรมและความปลอดภัย สามารถด้าเนินการก่อสร้างได้ง่าย รวดเร็วและประหยัดค่าก่อสร้าง
มากท่สี ดุ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อก้าหนดขนาดและรูปรา่ งทางดา้ นชลศาสตร์ส้าหรับเป็นข้อมูลในการประเมินราคาค่า
ลงทุนก่อสร้างโครงการเบ้ืองต้น จ้าเป็นต้องรวบรวมข้อมูลพ้นื ฐานเพื่อใช้ประกอบการออกแบบทัง้ ในส่วนของข้อมูลผล
ส้ารวจด้านวิศวกรรม ข้อมลู อุตุนิยมวิทยาและอทุ กวิทยา ปรมิ าณความต้องการใช้น้า รวมทงั้ หลักเกณฑแ์ ละข้อกา้ หนด
ในการออกแบบ โดยมีรายละเอียดอธิบายได้พอสงั เขปดังน้ี
1) ผลส้ารวจด้านวิศวกรรม ข้อมูลผลส้ารวจด้านวิศวกรรมส้าหรับเข่ือน อาคารประกอบและระบบส่งน้า
ชลประทานเบื้องต้น ประกอบด้วย ข้อมูลส้าหรับการออกแบบเข่ือนและอาคารประกอบ ได้แก่ ผลส้ารวจสภาพ
ภูมิประเทศบริเวณหัวงานและอ่างเก็บน้า รวมท้ังข้อมูลจากการเจาะส้ารวจและทดสอบด้านธรณีวิทยาฐานรากและ
ปฐพีกลศาสตร์ ส่วนข้อมูลส้าหรับการออกแบบระบบชลประทานจ้าเป็นต้องใช้ผลส้ารวจภูมิประเทศในขอบเขต
พ้ืนท่ีรับประโยชน์ของโครงการ มาตราส่วน 1:10,000 ประกอบกับข้อมูลสภาพการใช้ประโยชน์ท่ีดิน ภาพถ่าย
ดาวเทียมปีปัจจุบันและผลการศึกษาความเหมาะสมของดินเพ่ือการชลประทาน เพื่อน้ามาพิจารณาก้าหนดแนวการ
วางท่อและคลองส่งนา้
2) ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยา ประกอบด้วย ปริมาณน้าหลากสูงสุด ณ รอบปีการเกิดซ้าต่างๆ
ปริมาณน้าสูงสุดในช่วงฤดูน้าแล้งและปริมาณน้าต่้าสุดส้าหรับการหล่อเลี้ยงระบบนิเวศวิทยาด้านท้ายน้า ข้อมูล
ดังกล่าวน้ามาใช้ในการออกแบบอาคารระบายน้าล้น (Spillway) อาคารระบายน้าลงล้าน้าเดิม (River Outlet)
ตลอดจนการออกแบบทางผันน้าระหว่างก่อสร้างและการออกแบบความสูงของตัวเข่ือนให้สามารถรองรับปริมาณน้า
หลากสูงสดุ ในรอบปีการเกิดท่พี ิจารณาได้อย่างม่นั คงแขง็ แรง
3) ปริมาณความต้องการใช้น้า ได้จากผลการศึกษาความต้องการใช้น้าของกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่รับ
ประโยชน์ของโครงการ ส้าหรบั ใชป้ ระเมินค่าชลภาระในการออกแบบขนาดของระบบชลประทาน รวมถึงปริมาณน้าท่ี
ต้องระบายผ่านอาคารส่งน้าลงล้าน้าเดิมด้านท้ายน้า ให้สามารถส่งน้าให้กับทุกกิจกรรมได้ตามความต้องการและ
ครอบคลมุ ท้งั พน้ื ที่รบั ประโยชน์
4) หลักเกณฑ์และข้อก้าหนดในการออกแบบ จะต้องสอดคล้องกับสภาพเง่ือนไขและข้อจ้ากัดส้าคัญใน
พ้ืนท่ี เช่น การก้าหนดเกณฑ์การออกแบบเข่ือนและอาคารประกอบในพื้นที่เส่ียงภัยแผ่นดินไหว เพื่อให้เกิดความ
ปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐานการออกแบบของกรมชลประทาน เปน็ ตน้
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จา้ กัด 3-16 รายงานการเรม่ิ งาน
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จ้ากดั (Inception Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเกบ็ นา้ เหมอื งตะก่ัว บทท่ี 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชด้าริ จงั หวดั พัทลุง การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
3.5.2 การสา้ รวจด้านวิศวกรรม
ภายหลังจากการคัดเลอื กองคป์ ระกอบการพัฒนาโครงการจากขั้นตอนการวางแผนการพัฒนาโครงการ จนได้
แนวทางการพัฒนาโครงการท่ีมีความเหมาะสม เพ่ือให้สามารถศึกษารายละเอียดด้านวิศวกรรมส้าหรับการก้าหนด
องค์ประกอบโครงการในขัน้ ตอนการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบส่ิงแวดล้อม จา้ เป็นจะตอ้ งมกี ารสา้ รวจขอ้ มูล
ด้านวิศวกรรมเพ่ิมเตมิ ประกอบด้วย การส้ารวจภูมิประเทศเพ่ือจัดท้าแผนท่ี Site Plan บริเวณหวั งาน การส้ารวจเพ่ือ
จัดท้าแผนท่ีภูมิประเทศบริเวณอ่างเก็บน้า การส้ารวจธรณีวิทยาบริเวณหัวงานและการส้ารวจปริมาณวัสดุก่อสร้างใน
เขตอา่ งเกบ็ น้า เป็นตน้
3.5.3 การประมาณราคาค่าก่อสร้างเบืองต้น
ค่าลงทุนโครงการ ประกอบด้วย ค่าก่อสร้างองค์ประกอบของโครงการ ค่าด้าเนินการและบ้ารุงรักษาและค่า
ด้าเนินการด้านประชาสัมพันธ์และติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ส้าหรับค่าก่อสร้างองค์ประกอบของโครงการ
จัดท้าโดยการรวบรวมและน้าผลสรุปจากการศึกษาความเหมาะสมและ แบบเบ้ืองต้นของโครงการมาคิดปริมาณงาน
ขององค์ประกอบตา่ งๆ แยกตามลักษณะและประเภทของงาน เชน่ งานขุดดิน งานขุดระเบิดหิน งานปรับปรงุ ฐานราก
งานคอนกรีต งานท่อเหล็ก เป็นต้น แล้วคูณกับราคาต่อหน่วยที่รวบรวมไว้ของงานน้ันๆ ค่าด้าเนินการและบ้ารุงรักษา
ได้จากการรวบรวมขอ้ มูลสถิติงบประมาณ O&M แผนงานของกรมชลประทานมาเปน็ พ้นื ฐานในการจดั ท้า
3.5.3.1 เกณฑใ์ นการประมาณราคาคา่ กอ่ สร้างเบืองตน้
ส้าหรับการประมาณราคาเบื้องต้นในการศึกษาความเหมาะสมของโครงการในคร้ังน้ี ด้าเนินการภายใต้
หลกั เกณฑก์ ารพิจารณาตา่ งๆ อธิบายรายละเอียดไดพ้ อสังเขป ดังนี้
1) การค้านวณปรมิ าณงานประเภทตา่ งๆ โดยอาศัยเกณฑ์ ดังนี้
(1) ในกรณีท่ีเป็นอาคารส้าคัญ เช่น เขื่อนและอาคารประกอบ โรงไฟฟ้าพลังน้า อาคารรับน้า
คลองสง่ นา้ เป็นต้น จะค้านวณปรมิ าณงานโดยคดิ จากแบบทไ่ี ด้ด้าเนนิ การออกแบบไว้ในขนั้ การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
(2) ในกรณีท่ีเป็นอาคารมาตรฐาน เช่น ท่อลอด ท่อระบาย สะพาน ไซฟอน ซ่ึงจะเป็นอาคารอยู่ตาม
แนวคลองสง่ น้า จะคา้ นวณปรมิ าณงานโดยอาศยั แบบมาตรฐานขนาดตา่ งๆ ท่ีก้าหนดไว้
(3) การค้านวณปริมาตรงานประเภทคันป้องกันน้าท่วม หรืออาคารป้องกันการกัดเซาะตล่ิงท้ายน้า
จะค้านวณจากรูปตัดมาตรฐานและความยาวทก่ี า้ หนดไวใ้ นการออกแบบในการศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
(4) ส่วนอาคารอื่นๆ เช่น ถนนเข้างานก่อสร้าง (Access Road) เป็นต้น จะค้านวณโดยอาศัยแบบ
มาตรฐาน หรอื แบบเบื้องต้นในการศึกษาทบทวน
2) การค้านวณราคางานต่อหน่วย (Unit Cost) ในการค้านวณราคาต่อหน่วยของงานประเภทต่างๆ นั้น
พิจารณาจัดท้าราคาตามหลักเกณฑ์การค้านวณราคางานต้นทุนต่อหน่วย งานก่อสรา้ งชลประทาน ซึ่งอยู่ในหลกั เกณฑ์
การค้านวณราคากลางงานก่อสร้างฉบับใหม่ (กรมบัญชีกลาง ปีล่าสุด) ทั้งน้ีเพ่ือให้ได้ราคาต่อหน่วยท่ีใกล้เคียงความ
เป็นจรงิ มากทีส่ ดุ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จา้ กดั 3-17 รายงานการเริ่มงาน
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จ้ากดั (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเกบ็ นา้ เหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดา้ ริ จังหวดั พัทลุง การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
3) การประมาณราคาค่าก่อสร้างโครงการและค่าลงทุนอ่ืนๆ ในการประมาณราคาค่าก่อสร้างโครงการ
ใชว้ ิธกี ารค้านวณแยกรายละเอียดปริมาณงาน รวมท้ังท้าการวิเคราะห์ค่ากอ่ สรา้ งต่อหน่วย โดยพิจารณาราคาของวสั ดุ
อุปกรณ์ ค่าขนส่ง ค่าแรง วิธีการก่อสร้างและสภาพในบริเวณโครงการ ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่ราชการยอมรับ
ราคาค่าก่อสร้างในขั้นการศึกษาทบทวนความเหมาะสมประกอบดว้ ย ค่ากอ่ สร้าง คา่ เผอ่ื เหลือเผ่ือขาด ภาษี ก้าไรและ
ค่าด้าเนินการ โดยจะแยกค่ากอ่ สร้างดงั กล่าวเปน็ รายปตี ามแผนงานการก่อสร้างทีก่ ้าหนดไว้
นอกจากนี้ ราคาค่าลงทุนในโครงการยังประกอบด้วย ค่าลงทุนอ่ืนๆ เช่น ค่าติดต้ังระบบพยากรณ์
น้าหลาก (ถ้าม)ี ระบบโทรมาตร (ถ้ามี) ค่าลงทุนอนั เนื่องมาจากค่าเวนคืนและค่าชดเชยทรพั ย์สิน รวมทั้งมาตรการลด
ผลกระทบส่ิงแวดล้อม ซึ่งได้จากขนั้ ตอนการศกึ ษาทบทวนความเหมาะสมและการศึกษาด้านสิง่ แวดลอ้ มน้าไปคิดรวม
กับค่ากอ่ สร้างเป็นคา่ ลงทุนโครงการ
4) การประมาณการค่าใช้จ่ายรายปีในโครงการ นอกจากราคาค่าลงทุนโครงการแล้ว การประมาณ
ค่าใช้จา่ ยอนั เน่ืองมาจากการด้าเนินการอื่นๆ ท่ีตอ้ งการท้าทุกปี เช่น ค่าบริหารโครงการ การซ่อมบ้ารุง การปฏิบัติงาน
ตลอดอายโุ ครงการ
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จา้ กดั 3-18 รายงานการเริ่มงาน
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จา้ กดั (Inception Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้ืองต้น อา่ งเกบ็ น้าเหมืองตะก่ัว บทที่ 4
อันเนอ่ื งมาจากพระราชด้าริ จังหวัดพทั ลงุ แนวทางการศึกษาผลส่งิ แวดลอ้ มเบอ้ื งต้น
บทที่ 4
แนวทางการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้
4.1 หลกั การและเหตุผล
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้าเหมืองตะก่ัวอันเน่ืองมาจากพระราชด้าริ จังหวัด
พัทลุง เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้าท่ีมีวัตถุประสงค์ส้าคัญ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของรา ษฎรด้านการ
เพาะปลูกและอุปโภคบริโภคในฤดูแล้ง ในท้องที่บริเวณเทือกเขาบรรทัด จังหวัดพัทลุง แต่เนื่องจากพ้ืนท่ีทีข่ ออนุญาต
ด้าเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้าบางสว่ นอยู่ในเขตพืน้ ที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเทือกเขาบรรทัด ในส่วนป่าอนุรกั ษ์เพ่ิมเติม
(โซน C) ประมาณ 264 ไร่ และเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทัด ประมาณ 188 ไร่ จงึ เข้าข่ายประเภทและขนาดของ
โครงการที่ต้องจัดท้ารายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันท่ี 26 เมษายน 2554
เพ่ือเสนอส้านักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม (สผ.) น้าเข้าสู่การพิจารณ าของ
คณะกรรมการผู้ช้านาญการพิจารณารายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมด้านพัฒนาแหล่งน้า (คชก.) เพื่อประกอบการ
พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อรายงานฯ และน้าเสนอกรมป่าไม้ เพื่อประกอบการพิจารณาขออนุญาตใชพ้ ้ืนท่ีป่าสงวน
แห่งชาติ และกรมอทุ ยานแห่งชาติ สัตวป์ ่าและพรรณพชื เพ่อื ประกอบการพิจารณาขอเพิกถอนใชพ้ ื้นทีเ่ ขตรกั ษาพันธุ์
สัตว์ปา่ เขาบรรทดั เพ่ือการก่อสรา้ งโครงการตามกฎหมายและระเบียบทีก่ า้ หนดต่อไป
เน่ืองจากพ้ืนที่โครงการบางส่วนอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขาบรรทัด และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
ซ่ึงเป็นพ้ืนที่อนุรักษ์และได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2559 และ
พระราชบัญญตั ิสงวนและคุ้มครองสตั ว์ป่า พ.ศ.2562 ลงวันท่ี 24 พฤษภาคม พ.ศ.2562 ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
วนั ที่ 29 พฤษภาคม 2562 ดังน้ัน การเข้าไปในพ้ืนท่ีเพ่ือศึกษาวิจัยหรือวิจัยทางวิชาการจ้าเป็นต้องได้รับอนุญาตจาก
กรมปา่ ไม้ และกรมอุทยานแหง่ ชาติ สตั ว์ปา่ และพรรณพชื ก่อนการเข้าไปด้าเนินงานต่างๆ ท้ังนี้กลมุ่ บริษัททป่ี รกึ ษาจะ
ได้เรง่ รัดด้าเนินการกระบวนการขออนญุ าตตา่ งๆ ให้แล้วเสรจ็ ตง้ั แต่ช่วงเร่ิมต้นการศึกษานับจากวันที่กรมชลประทาน
ลงนามในสัญญาว่าจ้างหรือสั่งการให้ที่ปรึกษาเร่ิมด้าเนินการศึกษาโครงการ ท้ังน้ีการศึกษาวิจัยในเขตพ้ืนที่ป่าสงวน
แห่งชาติหรือพ้ืนท่ีอนุรักษ์ต่างๆ ต้องด้าเนินการด้วยความระมัดระวัง ละเอียดรอบคอบและได้รับการยอมรับจากทุก
ฝ่ายท่ีเก่ียวข้อง กรมชลประทานในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบด้านการพัฒนาแหล่งน้า จึงได้น้ากระบวนการศึกษา
ผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องตน้ (IEE) มาใช้เป็นเครื่องมือในการคาดการณ์ผลกระทบจากการพัฒนาโครงการอา่ งเกบ็ น้า
เหมืองตะก่ัว รวมท้ังจัดท้ามาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบ
ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม เพอ่ื ให้การพฒั นาของโครงการเกิดผลกระทบตอ่ ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม
น้อยท่ีสดุ และอยู่ในระดับทย่ี อมรับได้ และสามารถใช้เปน็ ข้อมูลประกอบการตัดสินใจในขนั้ ตอนต่างๆ เพอ่ื การก่อสร้าง
และด้าเนินโครงการตอ่ ไป
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากัด 4-1 รายงานการเริ่มงาน
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จ้ากัด (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเกบ็ นา้ เหมอื งตะกว่ั บทที่ 4
อันเนอื่ งมาจากพระราชด้าริ จงั หวัดพัทลุง แนวทางการศกึ ษาผลสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้
4.2 วตั ถุประสงค์
1) ทบทวนโครงการพัฒนาแหลง่ น้าในพื้นที่ใหส้ อดคลอ้ งกับความตอ้ งการของประชาชน
2) เพ่ือศึกษาและจัดท้ารายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น (Initial Environmental Impact
Examination : IEE) ที่สอดคล้องและเป็นไปตามข้อก้าหนดของกฎหมายและระเบียบท่ีเก่ียวข้องและแนวทางของ
ส้านกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม (สผ.)
3) ดา้ เนนิ งานประชาสัมพนั ธ์ มวลชนสมั พนั ธ์ และการมสี ว่ นรว่ มของประชาชนและของทุกภาคส่วน โดยให้
สอดคลอ้ งและเป็นไปตามข้อกา้ หนดของกฎหมายและระเบียบทเ่ี กย่ี วข้อง
4) เพื่อจัดท้ามาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบ
สง่ิ แวดล้อม
4.3 ขอบเขตพืน้ ทศ่ี กึ ษาโครงการ
เพอ่ื ให้บรรลุวัตถุประสงคข์ องโครงการ จะพจิ ารณาขอบเขตพืน้ ทศ่ี กึ ษาของโครงการ ให้ครอบคลุมพืน้ ที่ที่คาด
ว่าจะได้รับผลกระทบจากการด้าเนินโครงการ ได้แก่ พ้ืนที่ลุ่มน้า พ้ืนที่อ่างเก็บน้า พ้ืนท่ีหัวงานเข่ือน พื้นท่ีท้ายน้า
พน้ื ทีช่ ลประทาน และพืน้ ท่อี ่นื ๆ ทีเ่ ก่ียวข้อง
4.4 ขอบเขตการศึกษา
1) ศึกษาทบทวนความเหมาะสม การศึกษาทางเลือกของโครงการและเหตุผลประกอบ ในรายงาน
ผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มจะต้องเสนอทางเลือกในการพัฒนาโครงการ ได้แก่ ประเภทการพฒั นาที่เหมาะสม ท่ีต้ังหวั งานที่
เหมาะสม ปรมิ าณน้าเกบ็ กักทเี่ หมาะสม พนื้ ทช่ี ลประทานท่ีเหมาะสม ระบบชลประทานทเี่ หมาะสม เปน็ ตน้ โดยต้องมี
รายละเอียดเบ้อื งต้น รวมทงั้ สรุปขอ้ ดีข้อเสยี ของแต่ละทางเลือก และเหตุผลประกอบการตดั สินใจเลือกทางเลือกนั้นๆ
ทง้ั ทางด้านวศิ วกรรม เศรษฐศาสตร์ สงิ่ แวดล้อม และสงั คม โดยค้านึงถงึ ความสอดคล้องกับวตั ถปุ ระสงคแ์ ละเป้าหมาย
ในการพัฒนาโครงการ และจะต้องระบุทางเลือกที่เหมาะสมท่ีสุดท่ีจะด้าเนินโครงการพร้อมแสดงเหตุผลและความ
จา้ เปน็ ประกอบ
2) ศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้นจากการพัฒนาโครงการ โดยให้ครอบคลุมองค์ประกอบทาง
สิ่งแวดล้อมและคุณค่าต่างๆ ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการพัฒนาโครงการใน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านกายภาพ
ด้านชีวภาพ ด้านคุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ และด้านคุณค่าต่อคุณภาพชีวิต โดยประกอบด้วยการศึกษา
สภาพแวดล้อมในปจั จุบัน การประเมินผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มทีเ่ กดิ จากการพัฒนาโครงการ มาตรการปอ้ งกนั และแก้ไข
ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการชดเชย มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบส่ิงแวดล้อม ทั้งนี้จะต้องด้าเนินการตาม
แนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนและกาประเมินผลกระทบทางสังคม และแนวทางการประเมินผลกระทบทาง
สุขภาพในรายงานการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งตน้
3) ด้าเนินการตามแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนและการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมทางสังคม
ใหเ้ ป็นส่วนหนงึ่ ในรายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งต้น หรอื รายงานการประเมินผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้อื งต้น
4) ศึกษารายละเอียดข้ันพ้ืนฐานทางด้านสังคม - เศรษฐกิจเก่ียวกับผลประโยชน์ท่ีคาดว่าจะได้รับจาก
โครงการ ตลอดจนการวเิ คราะหท์ างเศรษฐกจิ และเร่ืองอนื่ ๆ ท่ีเก่ยี วข้อง
5) จัดท้ามาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบส่ิงแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบ
สิ่งแวดล้อมที่มีความส้าคัญ จะต้องก้าหนดเป็นแผนปฏิบัติการท่ีเหมาะสมและสอดคล้องกับผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่
ประเมินได้และสามารถน้าไปปฏิบัติได้จริง โดยระบุรายละเอียดมาตรการฯ ทั้งหมด วัตถุประสงค์ วิธีด้าเนินการ
แผนการปฏิบัติ คา่ ใชจ้ า่ ยโดยประมาณ ระยะเวลาดา้ เนินการ และผ้รู บั ผดิ ชอบ
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กัด 4-2 รายงานการเร่มิ งาน
บรัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จ้ากดั (Inception Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้อื งต้น อ่างเก็บน้าเหมืองตะกั่ว บทที่ 4
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวดั พัทลงุ แนวทางการศกึ ษาผลสิ่งแวดล้อมเบอื้ งตน้
4.5 แนวทางการศกึ ษา
4.5.1 แนวทางการจัดทารายงานผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งต้น จะดาเนนิ การศกึ ษาตามแนวทางต่างๆ
1) แนวทางการจัดท้ารายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมโครงการพัฒนาแหล่งน้า ของส้านักงานนโยบายและ
แผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม (มกราคม 2559)
2) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการจัดท้ารายงานการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อม ตามประกาศ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม เรือ่ ง ก้าหนดโครงการ กิจการ หรือการดา้ เนนิ การซึ่งต้องจัดท้ารายงาน
การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการจัดท้ารายงานการประเมินผลกระทบ
สิ่งแวดลอ้ ม ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เมอื่ วนั ท่ี 4 มกราคม 2562
3) อืน่ ๆ ท่เี กยี่ วขอ้ งตามกฎหมายและระเบียบทกี่ ้าหนด
4.5.2 แนวทางการประเมนิ ผลกระทบทางสุขภาพ จะดาเนนิ การศกึ ษาตามแนวทางต่าง ๆ ดงั น้ี
1) แนวทางการประเมินผลกระทบทางสขุ ภาพ ในรายงานผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม ของส้านักงานนโยบายและ
แผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม (เมษายน 2556)
2) แนวทางการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพจากโครงการพัฒนาแหล่งน้า ของกรมอนามัย กระทรวง
สาธารณสุข (มถิ นุ ายน, 2557)
4.5.3 แนวทางการประชาสัมพันธ์ มวลชนสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน จะดาเนินการศึกษาตาม
แนวทางต่างๆ
1) แนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการจัดท้ารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
โดยส้านกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม (มกราคม, 2562)
2) คู่มอื การมีสว่ นร่วมของประชาชน โดยกองสง่ เสรมิ การมีส่วนร่วมของประชาชน กรมชลประทาน (2552)
3) ระเบียบอ่ืนๆ ท่เี กยี่ วขอ้ ง
4.5.4 จัดทาแผนงาน
โดยแสดงกิจกรรมหลัก กิจกรรมรอง ความเชื่อมโยงของกิจกรรมและภาระงานของบุคลากรหลัก ระยะเวลา
ด้าเนินงานทชี่ ัดเจน และแผนงานดังกล่าวจะระบุถงึ จดุ วกิ ฤตของกิจกรรมที่ส้าคญั รวมทงั้ จุดวัดผลสา้ เรจ็ ของงานในแตล่ ะชว่ ง
อยา่ งครบถ้วน โดยจะใช้ในกรณกี ารรายงานผลงาน และการปรับปรงุ แผนการดา้ เนนิ งานของโครงการ
4.5.5 วิธกี ารศึกษา
ท้าการระบรุ ายละเอียดวิธกี ารศึกษาและการได้มาของข้อมูลการเก็บตัวอย่าง ระยะเวลาท่ีใช้ ความเหมาะสม
และข้อจ้ากัดของวิธีการศึกษา การวิเคราะห์ข้อมูลในห้องปฏิบัติการ ซึ่งจะเลือกใช้ห้องปฏิบัติการของหน่วยงานที่ได้
มาตรฐานหรอื ไดร้ บั การรับรองมาตรฐานจากทางราชการ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากัด 4-3 รายงานการเริ่มงาน
บรัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จา้ กัด (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเกบ็ น้าเหมืองตะก่ัว บทท่ี 4
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดา้ ริ จังหวดั พทั ลงุ แนวทางการศกึ ษาผลสง่ิ แวดล้อมเบื้องต้น
4.5.6 ดาเนินการขออนุญาตเข้าทาการศึกษาตามพื้นทีร่ ับผิดชอบของแตล่ ะหน่วยงานใหส้ อดคล้องกับแผนการ
ศึกษาของโครงการ
1) ขอเข้าศึกษาวิจัยกรมป่าไม้
ส้านักจดั การทรพั ยากรปา่ ไมท้ ี่ 12 (นครศรธี รรมราช) แผนที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเทอื กเขาบรรทดั แปลง
ท่ี 1 ตอนที่ 3 จงั หวดั นครศรีธรรมราช
2) ขอเขา้ ศกึ ษาวจิ ัยกรมอุทยานแห่งชาติ สตั ว์ปา่ และพันธุ์พชื
กรมอุทยานแหง่ ชาติ สัตวป์ ่าและพันธพ์ ืช
4.6 ข้นั ตอนและวิธีการศกึ ษา
การศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้นของโครงการ จะด้าเนินการควบคู่ไปกับการศึกษาในด้าน
ต่างๆ ที่เกย่ี วข้อง โดยจะพิจารณาถึงระบบการจัดการและการบรหิ ารการใช้ทรัพยากรดา้ นต่างๆของพื้นที่ รวมถงึ จะท้า
การทบทวนผลการศึกษาเดิมท่ีเก่ียวข้อง และศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมตามที่กฎหมายก้าหนด ดังน้ันใน
การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้าเหมืองตะกั่ว อันเน่ืองมาจากพระราชด้าริ จังหวัดพัทลุง จึงมี
ขั้นตอนการศึกษาท่ีสา้ คัญในการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้น ดงั แสดงในรปู ท่ี 4.6-1 และตารางที่ 4.6-1
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กัด 4-4 รายงานการเริ่มงาน
บรทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จา้ กดั (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเกบ็ น้าเหมอื งตะกว่ั บทที่ 4
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวัดพัทลุง แนวทางการศกึ ษาผลสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองต้น
รวบรวมและศึกษาขอ้ มูลทตุ ิยภมู ิท่ีเกยี่ วขอ้ ง รวบรวมและศกึ ษาข้อมลู ลักษณะโครงการฯ
สารวจภาคสนามบริเวณพนื้ ท่โี ครงการ และบริเวณใกล้เคียง
- คณุ ภาพน้าผิวดิน (ฤดูฝนและฤดูแลง้ 4 สถาน)ี
- นเิ วศวทิ ยาทางน้า (ฤดูฝนและฤดูแลง้ 4 สถาน)ี
- คณุ ภาพนา้ ใต้ดนิ (ฤดฝู นและฤดแู ล้ง 3 สถานี)
- ทรัพยากรปา่ ไม้
- ทรัพยากรสตั ว์ป่า (ฤดูฝนและฤดูแล้ง 2 ครัง้ )
- สภาพเศรษฐกิจ-สงั คม
- ทรพั ยากรดนิ
- แหลง่ แร่
- โบราณสถาน
- การชดเชยท่ดี นิ /ทรัพย์สิน
- สาธารณสุข (สารวจสุขภาพ)
ประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้อื งตน้ และจัดเตรยี ม
มาตรการป้องกันแกไ้ ขและลดผลกระทบส่งิ แวดลอ้ ม และ
มาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบส่ิงแวดลอ้ ม
การจดั ทารา่ งรายงาน IEE
การจดั ทารายงาน IEE
รูปที่ 4.6-1 ข้ันตอนการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จ้ากดั 4-5 รายงานการเรมิ่ งาน
บรัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จา้ กดั (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอื้ งต้น อา่ งเกบ็ นา้ เหมืองตะกวั่ บทท่ี 4
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวัดพัทลุง แนวทางการศึกษาผลสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งตน้
ตาราง ี่ท 4.6-1 แผนการศึกษาและจัดทารายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวด ้ลอมเบ้ือง ้ตน ่อางเก็บน้าเห ืมองตะกั่ว ัอนเนื่องมาจากพระราชดาริ
จังห ัวด ัพทลุง
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จา้ กัด 4-6 รายงานการเร่มิ งาน
บรทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จ้ากดั (Inception Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอื้ งตน้ อ่างเก็บนา้ เหมอื งตะก่ัว บทท่ี 4
อันเนื่องมาจากพระราชด้าริ จังหวัดพัทลงุ แนวทางการศกึ ษาผลส่งิ แวดลอ้ มเบอื้ งต้น
1) การรวบรวมและศกึ ษาขอ้ มูลทตุ ิยภูมิ
(1) การทบทวนการศึกษาเดิม
ด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการจะทบทวนรายงานการศึกษาเดิมของโครงการ รวมท้ังเอกสารและ
รายงานอื่นๆ ท่ีเก่ียวข้อง ท่ีได้ด้าเนินการศึกษาไปแล้ว เช่น โครงการศึกษาวางโครงการ (Pre Feasibility Study)
โครงการอ่างเก็บนา้ เหมืองตะกัว่ อนั เนอื่ งมาจากพระราชดา้ ริ อ้าเภอป่าบอน จังหวัดพทั ลงุ ปี 2552
(2) การศึกษาข้อกฎหมาย และข้อจ้ากดั ดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม
ท้ าก ารศึ ก ษ าข้ อก ฎ ห ม าย ระเบี ย บ ข้ อบั งคั บ แ ล ะป ระก าศ ต่ างๆ ท่ี เก่ี ย วข้ องกั บ
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ พรบ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพส่ิงแวดล้อม (ฉบับท่ี 2)
พ.ศ.2561 รวมทั้งตรวจสอบกับข้อมูลแผนที่ท่ีแสดงแหล่งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือพื้นท่ีท่ีมีความ
อ่อนไหวต่อผลกระทบหรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม เพื่อเป็นข้อมูลพ้ืนฐานในการพิจารณาก้าหนดทาง
เผอ่ื เลอื ก และ/หรือคัดเลือกทางเลือกทมี่ ีความเหมาะด้านสง่ิ แวดล้อม ในกรณีท่ีมีความจ้าเป็นต้องเปล่ียนแปลง
(3) การรวบรวมและศึกษาข้อมลู สภาพทรพั ยากรและสิ่งแวดล้อม
ท้าการรวบรวมและศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลสภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บริเวณพื้นท่ี
ศึกษาของโครงการ ครอบคลุมทั้งพ้ืนท่ีลุ่มน้า รวมถึงพื้นที่เก่ียวเน่ือง และพ้ืนท่ีที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการ
พัฒนา และพื้นท่ีอ่ืนๆ (ถ้ามี) โดยปัจจัยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท่ีจะท้าการรวบรวมและศึกษาทบทวน
ได้แก่ ทรัพยากรดา้ นกายภาพ ทรัพยากรชวี ภาพ คุณคา่ การใชป้ ระโยชน์ของมนุษย์ และคณุ คา่ ต่อคุณภาพชวี ติ ท้งั นี้จะ
มุ่งเน้นหรือพิจารณ าเฉพาะปัจจัยที่เกี่ยวข้องและอาจได้รับผลกระทบกรณี มีการพัฒ นาของโครงการ
โดยอยา่ งนอ้ ยจะประกอบดว้ ย
- ทรัพยากรกายภาพ อาทิ สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ทรัพยากรดิน ธรณีวิทยาและแผ่นดินไหว
ทรพั ยากรนา้ พื้นทชี่ ุ่มน้า เปน็ ตน้
- ทรัพยากรชวี ภาพ อาทิ ป่าไม้ สตั ว์ป่า และสิ่งมชี วี ติ ในนา้ เปน็ ต้น
- คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ อาทิ การใช้น้าและการชลประทาน การระบายน้าและการบรรเทา
นา้ ทว่ ม การใช้ประโยชน์ทีด่ นิ การคมนาคมขนสง่ เปน็ ต้น
- คุณค่าต่อคุณภาพชีวิต อาทิ เศรษฐกิจและสังคม สุขภาพอนามัยและการบริการสาธารณสุข
การทอ่ งเทีย่ ว แหลง่ นนั ทนาการและสนุ ทรยี ภาพ แหล่งโบราณสถานและส่งิ มีคณุ คา่ ทางประวตั ิศาสตร์ เป็นต้น
2) การตรวจสอบขอ้ มลู ภาคสนาม
ท้าการส้ารวจข้อมูลสภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้นในภาคสนาม เพื่อให้ทราบ
ลักษณะและสภาพทางกายภาพ ต้าแหน่งที่ต้ัง และการเดินทางเข้าถึง อาทิ สภาพภูมิประเทศ แหล่งน้า การใช้
ประโยชน์ท่ีดิน สภาพชุมชน โดยข้อมูลที่ได้จากการศึกษาในขั้นน้ีจะเป็นประโยชน์ในการศึกษาวิเคราะห์และ
ประเมนิ ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มในล้าดบั ตอ่ ไป
3) การพิจารณาทางเลอื กทเี่ หมาะสมด้านส่ิงแวดลอ้ ม (ถ้าม)ี
ใน ก รณี ที่ มี ค วา ม จ้า เป็ น ต้ อ งป รับ เป ลี่ ยน ราย ล ะ เอี ย ด ห รือ อ งค์ ป ระก อ บ ข อ งโค รงก ารไป จ าก เดิ ม
ผู้เช่ียวชาญด้านส่ิงแวดล้อมสาขาต่างๆ ของโครงการ จะร่วมกันพิจารณาตรวจสอบประเด็นผลกระทบส่ิงแวดล้อมท่ี
อาจจะเกิดข้ึนจากการพัฒนาในแต่ละทางเผื่อเลือกของโครงการ เพื่อน้าผลการศึกษาวิเคราะห์ด้านส่ิงแวดล้อมไป
พิจารณาร่วมกับการศึกษาด้านวิศวกรรม และด้านเศรษฐกิจการเงิน ในขั้นตอนการพิจารณาคัดเลือกทางเลือกท่ีมี
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กัด 4-7 รายงานการเริ่มงาน
บรษิ ัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จา้ กดั (Inception Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบือ้ งต้น อา่ งเก็บนา้ เหมอื งตะก่ัว บทท่ี 4
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดา้ ริ จังหวัดพทั ลงุ แนวทางการศึกษาผลส่งิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้
ความเหมาะสม ซึ่งจะน้าไปศกึ ษาความเหมาะสมและศึกษาวิเคราะหผ์ ลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอ้ื งตน้ ในล้าดบั ต่อไป
ท้ังนี้ในการให้คะแนนความเหมาะสมด้านส่ิงแวดล้อมจะพิจารณาท้ังในแง่ความส้าคัญของปัจจัยหรือ
ประเด็นผลกระทบส่ิงแวดล้อม (Importance impact) และลักษณะหรือขนาดของผลกระทบ (Magnitude Impact)
โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณาในเบื้องต้นว่าประเด็นผลกระทบท่ีมีความส้าคัญมากจะมีคะแนนมาก และลดลง
ตามล้าดับความส้าคัญที่น้อยลง ส่วนคะแนนตามลักษณะหรือขนาดของผลกระทบน้ัน ในกรณีท่ีมีผลกระทบทางลบ
มากจะได้คะแนนน้อย แต่ถา้ มีผลกระทบทางลบน้อย หรอื มีผลกระทบทางบวกมาก จะได้คะแนนมากขน้ึ ตามลา้ ดบั
4) การศึกษาวเิ คราะห์และจัดทารายงานการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้อื งต้น
ท้าการศึกษาและจัดท้ารายงานศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น (Initial Environmental
Examination, IEE) โดยมรี ายละเอียดข้ันตอนและวธิ กี ารศึกษาดังจะกล่าวตอ่ ไป
4.7 การศกึ ษาและจดั ทารายงานผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ (IEE)
ในการศึกษาและจัดท้ารายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น ของโครงการอ่างเก็บน้าเหมืองตะกั่วอัน
เนื่องมาจากพระราชด้าริ จังหวัดพัทลุง จะด้าเนินงานตาม แนวทางการจัดท้ารายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมโครงการ
พัฒนาแหล่งน้าของส้านักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (มกราคม 2559), หลักเกณฑ์
วิธกี าร และเง่ือนไขในการจดั ท้ารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามประกาศกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดล้อม เร่ือง ก้าหนดโครงการ กิจการ หรือการด้าเนินการซึ่งต้องจัดท้ารายงานการประเมินผลกระทบ
สิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการจัดท้ารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ประกาศใน
ราชกิจจานเุ บกษา เม่ือวันที่ 4 มกราคม 2562 และแนวทางอ่ืนๆ ท่ีเก่ียวข้องตามกฎหมายและระเบียบท่ีกา้ หนด ท้ังนี้
ในการศกึ ษาวิเคราะหผ์ ลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองตน้ ของโครงการ มกี ระบวนการขนั้ ตอนการศกึ ษาทีส่ า้ คญั ดงั นี้
1) การศึกษาขอ้ มูลรายละเอียดโครงการ
2) การศกึ ษาสภาพทรัพยากรสง่ิ แวดลอ้ มปัจจบุ นั และการส้ารวจขอ้ มูลเพ่ิมเตมิ
3) การประเมนิ ผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอื้ งตน้
4) การจัดท้ามาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบ
สิ่งแวดลอ้ ม
4.7.1 การศกึ ษาขอ้ มลู รายละเอียดโครงการ
พิจารณาข้อมลู รายละเอียดของโครงการ ครอบคลมุ ถึง
(1) ข้อมูลพ้ืนฐานหรือข้อมูลเบ้ืองต้นของโครงการ อาทิ เหตุผลความจ้าเป็นและความเป็นมาของโครงการ
วัตถุประสงคห์ รือเป้าหมายของการพฒั นา แผนที่แสดงขอบเขตและทต่ี ้ังโครงการ รวมถึงแผนที่แสดงถึงพื้นท่ีบริเวณที่
อาจจะได้รับผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบจากโครงการ โดยเฉพาะบริเวณท่ีจะเป็นที่ต้ังของโครงการ พ้ืนที่รับ
ประโยชน์ พื้นท่ลี ุ่มนา้ สาขาทีเ่ ก่ยี วข้องกบั โครงการ
(2) ขอ้ มูลรายละเอยี ดดา้ นวิศวกรรมที่เป็นองค์ประกอบตา่ งๆ ของโครงการ เช่น ธรณีฐานราก ลกั ษณะท่ัวไป
ของเขือ่ นและอา่ งเก็บน้าระบบส่งนา้ และระบายน้าเป็น เปน็ ตน้
(3) รายละเอียดขัน้ พนื้ ฐานทางด้านเศรษฐกิจและการเงนิ ของโครงการ
(4) แผนการก่อสร้างและดา้ เนนิ การโครงการ
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จ้ากดั 4-8 รายงานการเรมิ่ งาน
บรัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จ้ากัด (Inception Report)