The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pang Natthiyaa, 2022-07-27 01:08:38

รายงานการเริ่มงาน

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อ่างเก็บน้าเหมอื งตะก่วั บทท่ี 4
อันเนอื่ งมาจากพระราชดา้ ริ จังหวัดพทั ลงุ แนวทางการศกึ ษาผลสิง่ แวดล้อมเบ้อื งต้น

4.7.2 การศึกษาสภาพทรพั ยากรสง่ิ แวดล้อมปจั จบุ นั และการสารวจข้อมูลเพิ่มเติม
ข้อมูลสภาพทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมปัจจุบัน จะเป็นข้อมูลพ้ืนฐานในการประเมินผลกระทบ

ส่ิงแวดล้อม โดยจะรวบรวมและศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลทุติยภูมิและท้าการส้ารวจข้อมูลภาคสนามเพ่ิมเติมตามความ
จ้าเป็น ท้ังน้ีในการศึกษาจะระบุรายละเอียดวิธีการศึกษาและการได้มาของข้อมูล การเก็บตัวอย่าง ระยะเวลาท่ีใช้
ความเหมาะสมและข้อจ้ากัดของวิธีการศึกษา และหากมีการประเมินท่ีต้องใช้การวิเคราะห์ข้อมูลในห้องปฏิบัติการ
จะใช้ห้องปฏิบัติการของหน่วยงานท่ีได้มาตรฐานหรือได้รับการรับรองมาตรฐานจากทางราชการส้าหรับประเด็นหรือ
ปัจจัยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมส้าคัญๆ ที่พิจารณาจะครอบคลุมท้ังทางด้านทรัพยากรทางกายภาพ
ทรพั ยากรทางชวี ภาพ คุณคา่ การใช้ประโยชน์ของมนษุ ย์ และคณุ คา่ ตอ่ คุณภาพชวี ติ ดังน้ี

1) ทรัพยากรส่งิ แวดล้อมทางกายภาพ
(1) สภาพภมู ปิ ระเทศ
รวบรวมและศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อแสดงลักษณะภูมิประเทศ บริเวณที่ตั้งโครงการ ลักษณะทางน้า

และสภาพพ้ืนที่บริเวณท่ีเกี่ยวข้องกับการพัฒนาของโครงการ โดยพิจารณาจากแผนที่ภูมิประเทศ มาตราส่วน
1:50,000 ของกรมแผนท่ีทหาร และภาพถ่ายทางอากาศ รวมทั้งเอกสารอ่ืนๆ ท่ีเก่ียวข้อง นอกจากน้ีจะท้าการ
ตรวจสอบข้อมูลภาคสนามบริเวณที่ตั้งหัวงาน พ้ืนท่ีก่อสร้างอาคาร/องค์ประกอบต่างๆ ของโครงการ และพ้ืนท่ีอื่น
บริเวณใกล้เคียงโครงการ และบันทึกการเปล่ียนแปลงของสภาพภูมิประเทศที่เกิดข้ึน ข้อมูลต่างๆที่ได้จากการศึกษา
ดังกล่าว จะใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการประเมินผลกระทบต่อสภาพภูมิประเทศ กรณีที่มีการพัฒนาของโครงการ
รวมถึงผลกระทบท่ีเกี่ยวเนื่องอื่นๆ อาทิ ผลกระทบด้านการชะล้างพังทลาย และการตกตะกอน และผลกระทบ
ดา้ นอทุ กวทิ ยาน้าผิวดิน เปน็ ตน้

(2) สภาพภูมอิ ากาศ
- รวบรวมข้อมูลภูมิอากาศล่าสุดในคาบ 30 ปี จังหวัดพัทลุง ของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยเน้น

ข้อมูลปริมาณฝน อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ การระเหยน้า ความเร็วและทิศทางของกระแสลม และข้อมูลอื่นๆ
ท่ีเก่ียวข้อง จากสถานีอุตุนิยมวิทยาที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงพ้ืนที่โครงการ และท้าการประเมินการเปลี่ยนแปลงสภาพ
ภูมอิ ากาศบริเวณพื้นท่โี ครงการและบรเิ วณใกล้เคียง อนั เน่ืองมาจากโครงการ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนัน้

(3) ทรัพยากรดนิ
- การศึกษานี้จะท้าควบคู่ไปกับการศึกษาด้านการชะล้างพังทลายของดินและการใช้ประโยชน์

ทดี่ นิ โดยจะประสานงานในการเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อให้การศกึ ษาและการวิเคราะห์สอดคล้องกัน โดยเฉพาะในด้าน
ชนดิ ของดินและแผนท่ดี นิ

- ทา้ การตรวจสอบขอ้ มลู ภาคสนาม โดยเฉพาะพ้นื ทีช่ ลประทาน และท่ตี ้ังโครงการบริเวณหัวงาน
โดยเน้นคุณสมบัติดิน ความเหมาะสมของดิน และปัญหาข้อจ้ากัดของดิน เช่น ความลาดเทของพื้นท่ี ความลึก
การระบายน้าในดิน ความสามารถในการซึมน้า การชะล้างพังทลายของดินและการตกตะกอน ตลอดจนสมรรถภาพ
ของดินในการเพาะปลูก เปน็ ต้น

- รวบรวมข้อมูลท่ีได้จากการส้ารวจด้านปฐพี และธรณีวิทยา จากรายงานการศึกษาความ
เหมาะสมดา้ นวศิ วกรรม

อน่ึงข้อมูลท่ีได้จากการศึกษาจะน้าเสนอในรูปแผนท่ีดิน แผนที่แสดงคุณภาพและความเหมาะสม
ของดิน แผนทแ่ี สดงศักยภาพการใชป้ ระโยชน์ทด่ี นิ รวมท้งั ดินท่มี ีปัญหาในพนื้ ทโ่ี ครงการ

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กดั 4-9 รายงานการเรมิ่ งาน
บรทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จ้ากดั (Inception Report)

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ น้าเหมอื งตะกั่ว บทท่ี 4
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชด้าริ จงั หวดั พัทลงุ แนวทางการศึกษาผลสง่ิ แวดลอ้ มเบือ้ งตน้

(4) ธรณวี ทิ ยาและแผน่ ดินไหว
ข้อมูลที่จะท้าการรวบรวม ได้แก่ แผนท่ีธรณีวิทยา ผลการศึกษาสภาพธรณีวิทยาและธรณีสัณฐาน

บรเิ วณที่ตงั้ ของโครงการ แผนท่ีแสดงเขตแผน่ ดนิ ไหว และรอยเลือ่ นในประเทศไทย ขอ้ มูลตา่ งๆ ท่ีได้จะน้าไปพิจารณา
ประกอบในการประเมินความสามารถในการรองรบั นา้ หนกั ของโครงสร้างและองค์ประกอบต่างๆ ของโครงการ รวมท้ัง
ศึกษาผลกระทบกรณเี กิดแผน่ ดินไหวด้วย

(5) วัสดุท่ใี ช้ในการก่อสร้างเข่ือน
ขอ้ มูลท่ีจะท้าการรวบรวม ไดแ้ ก่ แหล่งวสั ดุและคุณสมบตั ิของวสั ดุท่ีใช้ในการก่อสรา้ งเข่ือน รวมท้ัง

ปริมาณส้ารองในแตล่ ะแหลง่ ให้เพยี งพอกับปรมิ าณทต่ี ้องใช้ในการก่อสร้างโครงการ
(6) อทุ กวทิ ยาน้าผวิ ดิน
ท้าการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณและการไหลของน้าท่า ภาวะน้าท่วม และข้อมูลด้าน

อุตุนิยมวทิ ยา เพื่อน้ามาวิเคราะห์ถึงการเปล่ยี นแปลงสภาพอุทกวิทยาของล้าน้า และผลกระทบต่อความสมดุลของน้า
(water balance) ในสภาพกอ่ นและหลังมีโครงการ โดยแหล่งข้อมูลส้าคญั ของการศึกษา ได้แก่ เอกสาร รายงาน และ
สถิติข้อมูลที่หน่วยงานต่างๆ ได้รวบรวมและจัดท้าไว้ อาทิ ข้อมูลของกรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป่าไม้
กรมอุทยานแหง่ ชาติสตั ว์ปา่ และพนั ธ์ุพืช เป็นตน้

(7) คณุ ภาพนา้ ผิวดิน
- รวบรวมขอ้ มลู ทุติยภมู จิ ากรายงานและเอกสารท่เี กย่ี วข้อง
- ท้าการส้ารวจภาคสนาม เพื่อศึกษาสภาพคุณภาพน้า การเก็บตัวอย่างน้าจะให้ครอบคลุมการ

เปล่ียนแปลงคุณภาพนา้ ตามกิจกรรมการก่อสร้างโครงการ ส้าหรับจุดเก็บตวั อย่างจะครอบคลุมทั้งบรเิ วณพน้ื ท่ีหวั งาน
บริเวณที่จะท้าการก่อสร้างฝาย และพื้นท่ีชลประทาน โดยเก็บตัวอย่างน้าในคลองเหมืองตะกั่ว คลองญวน คลองบังพรวน
และคลองใหญ่ จ้านวน 4 สถานี 2 คร้ัง เพ่ือเป็นตัวแทนของ 2 ฤดูกาล คือ ฤดูฝนและฤดูแล้ง ได้แก่ บริเวณท่ีต้ัง
โครงการ พิกัด 618471E, 795884N (หัวงานเขื่อน) 1 สถานี บริเวณท่ีต้ังฝายทดน้าคลองท่ายูง พิกัด 619155E,
797957N จา้ นวน 1 สถานี บริเวณทต่ี ้งั ฝายทดนา้ คลองบ้านใหม่ พกิ ัด 619878E, 805880N จ้านวน 1 สถานี บริเวณ
พ้นื ทีช่ ลประทาน (ท้ายน้า) บรเิ วณบ้านคลองใหญ่ พกิ ดั 619543E, 798848N จ้านวน 1 สถานีดังแสดงในรูปที่ 4.7.2-1

วิธีการเกบ็ และวเิ คราะหต์ ัวอย่างน้า
การเก็บตัวอย่างน้าผิวดินจะด้าเนินการโดยใช้กระบอกเก็บตัวอย่างน้า (Water Sampler)
ท้าการเก็บน้าท่บี ริเวณจดุ กงึ่ กลางลา้ นา้ และกึง่ กลางความลกึ ของล้านา้ ตวั อย่างนา้ ทไี่ ดจ้ ะนา้ มาท้าการวิเคราะห์โดยใช้
วิธี Standard Method ซ่ึงก้าหนดโดย AWWA, APHA และ WPEF (1998) และวิธีที่ส้านักงานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ มยอมรับ
สา้ หรับดัชนีคุณภาพน้าผิวดนิ ทจ่ี ะท้าการวิเคราะห์ ดังตารางที่ 4.7.2-1

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จา้ กัด 4-10 รายงานการเริ่มงาน
บรัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จ้ากัด (Inception Report)

โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อา่ งเก็บน้าเหมืองตะกั่ว บทท่ี 4
อันเนอื่ งมาจากพระราชด้าริ จงั หวดั พัทลุง แนวทางการศกึ ษาผลสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งต้น

รูปท่ี 4.7.2-1 สถานีเกบ็ ตวั อย่างคุณภาพน้าผวิ ดนิ และนิเวศวทิ ยาทางนา้ ของโครงการ

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กัด 4-11 รายงานการเริม่ งาน
บรัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จ้ากดั (Inception Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งต้น อ่างเกบ็ น้าเหมืองตะกั่ว บทที่ 4
อันเนอื่ งมาจากพระราชด้าริ จังหวดั พทั ลงุ แนวทางการศึกษาผลส่ิงแวดล้อมเบือ้ งต้น

ตารางท่ี 4.7.2-1 ดชั นีคุณภาพน้าท่ีทาการวิเคราะหบ์ รเิ วณพนื้ ท่ีโครงการ

ดัชนคี ุณภาพนา้ วิธกี ารตรวจวดั วเิ คราะห์
1. ความเปน็ กรด-ดา่ ง (pH) Electrometric Method
2. อุณหภมู ิน้า (Temperature) วดั ในสนามโดยใช้ Thermometer
3. ความเคม็ (Salinity) Salinity meter
4. ความโปรง่ ใส (Transparcncy) วดั ในสนามโดยใช้ Secchi Disc
5. ความขุน่ (Turbidity) Nephelometric Method
6. การน้าไฟฟ้า (Conductivity) วัดในสนามโดยใช้ Conductivity Meter
7. ออกซิเจนละลายน้า (DO) Azide Modification
8. บีโอดี (BOD) 5-Day BOD Test
9. แคลเซียม (Ca2+) Atomic Absorption Spectrometer Method
10. แมกนีเซียม (Mg2+) Atomic Absorption Spectrometer Method
11. โซเดียม (Na+), Atomic Absorption Spectrometer Method
12. Sodium Absorption Ratio (SAR) ค้านวณ
13. RSC (Residual Sodium Carbonate) ค้านวณ
14. ความกระดา้ งทงั้ หมด (Total hardness as CaCO3) EDTA Titrimetric Method
15. ซลั เฟต (SO42-) Ion Chromatography Method
16. ฟอสเฟต (PO4) Ascorbic Acid Method
17. คลอไรด์ (Cl-), Ion Chromatography Method
18. ไนเตรท (NO3-) Ion Chromatography Method
19. แมงกานีส (Mn) Digestion, Inductively Coupled Plasma Method
20. เหล็ก (Fe) Digestion, Inductively Coupled Plasma Method
21. ปรมิ าณสารแขวนลอย (TSS) Dried at 103–105°C
22. ปริมาณของแขง็ ท่ีละลายได้ (TDS) Dried at 180°C
23. ตะกั่ว Digestion, Electrothermal Atomic Absorption
Spectrometric Method
24. แคดเมยี ม Digestion, Inductively Coupled Plasma Method
25. ปรอท Cole Vapour Atomic Absorption Method
26. โครเมียม Atomic Absorption Spectrometric Method
27. สังกะสี Digestion, Inductively Coupled Plasma Method
28. ทองแดง Digestion, Inductively Coupled Plasma Method
29 สารหนู Atomic Absorption Spectrometric Method
30. โคลิฟอรม์ แบคทเี รียท้งั หมด Total Coliform Bacteria Most Probable Number Method

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กดั 4-12 รายงานการเรม่ิ งาน
บรทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จา้ กดั (Inception Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งต้น อ่างเก็บน้าเหมอื งตะกัว่ บทที่ 4
อันเนอ่ื งมาจากพระราชด้าริ จงั หวัดพัทลงุ แนวทางการศึกษาผลส่ิงแวดลอ้ มเบ้อื งต้น

ตารางท่ี 4.7.2-1 ดัชนีคุณภาพนา้ ท่ีทาการวิเคราะหบ์ ริเวณพ้ืนที่โครงการ (ตอ่ )

ดชั นีคณุ ภาพน้า วิธกี ารตรวจวดั วเิ คราะห์
31. ฟีคอลโคลฟิ อร์มแบคทีเรยี Fecal Coliform Bacteria Most Probable Number Method
32. ดีดที ี (DDT Gas Chomatography
33. แอลฟา-บเี อชซี (Alpha-BHC) Gas Chomatography
34. อัลดริน (Aldrin) Gas Chomatography
35. ดีลดริน (Dieldrin) Gas Chomatography
36. เอนดริน (Endrin) Gas Chomatography
37.เฮปตาคลอร์ และเฮปตาคลอร์อปี อกไซด์ Gas Chomatography
(Heptachlor and Heptachlor epoxide)
38.ไซยาไนท์ (cyanide) Distillation, Colorimetric Method
39.ไบคารบ์ อเนต (HC O3-) Calculation

การวิเคราะห์ดัชนีคุณภาพน้าบางปัจจัย เช่น pH, อุณหภูมิ, DO, เสียงและความสั่นสะเทือน, พ้ืนท่ี

ชมุ่ น้า, พ้ืนท่สี า้ คัญทางธรณวี ทิ ยาและภมู ิทศั น์ เป็นตน้ จะท้าการตรวจวัดทภี่ าคสนามขณะเก็บรกั ษาตวั อยา่ ง เนอ่ื งจาก

เป็นดัชนีท่ีเปลี่ยนแปลงค่าง่าย ส่วนดัชนีคุณภาพน้าตัวอื่นๆ จะได้ท้าการเก็บรักษาตัวอย่างน้าและน้ามาท้าการ

วเิ คราะหใ์ นห้องปฏบิ ัตกิ าร

(8) นา้ ใต้ดนิ

- ทา้ การรวบรวมข้อมูลแหลง่ นา้ ใต้ดิน บรเิ วณพนื้ ท่โี ครงการและบริเวณใกล้เคยี ง ประกอบดว้ ย
1. ขอ้ มูลแผนที่ อุทกธรณวี ทิ ยา มาตราส่วน 1:250,000 จากกรมทรพั ยากรธรณี
2. ข้อมูลบ่อบาดาลจากกรมทรัพยากรนา้ บาดาล
3. ขอ้ มลู พืน้ ฐานด้านแหล่งนา้ จากที่ว่าการอ้าเภอป่าบอน
4. ระบุพกิ ัดและความลกึ ของบ่อ

- ท้าการรวบรวมและทบทวนข้อมลู ทตุ ยิ ภูมจิ ากเอกสารรายงานทีเ่ ก่ียวขอ้ ง
- ดา้ เนินการส้ารวจภาคสนาม เพื่อรวบรวมขอ้ มูลท่เี ก่ียวกับประเภทและจ้านวนบ่อน้าใต้ดนิ ท้ังบ่อน้าต้ืน
และบ่อบาดาล และสภาพของบอ่ (Water Inventory) รวมทงั้ การใชน้ า้ ใต้ดินในปจั จุบัน
- ท้าการเก็บตัวอย่างน้าใต้ดิน 2 ครั้ง ตามฤดูกาล คือ ฤดูฝนและฤดูแล้ง ท้ังจากบ่อน้าตื้นและ
บ่อบาดาล ที่อยู่ใกล้เคียงพ้ืนที่โครงการ ดังแสดงในรูปที่ 4.7.2-2 และตารางที่ 4.7.2-2 โดยมีจุดเก็บตวั อย่างอย่างน้อย 3
สถานี ได้แก่ บ่อน้าใต้ดินที่บ้านเหมืองตะก่ัว พิกัด 619262E, 798489N จ้านวน1 สถานี บ่อน้าใต้ดินที่บ้านท่าเขียด
พิกัด 620392E, 803059N จ้านวน 1 สถานี และบ่อน้าใต้ดินท่ีบ้านคลองใหญ่ พิกัด 619306E, 805993N จ้านวน 1
สถานี ส้าหรับดัชนีคุณภาพน้าที่จะท้าการตรวจวัด ได้แก่ ความเป็นกรด-ด่าง, สี, อุณหภูมิ, ความขุ่น, ความน้าไฟฟ้า,
ความเคม็ , ความกระด้างทัง้ หมด, ปริมาณของแข็งท่ีละลายได้ท้ังหมด, ไนเตรท, ซลั เฟต, เหลก็ , สงั กะสี, ตะก่ัว, สารหนู, ซิลเิ นยี ม,
ทองแดง, โครเมียม เฮกซาวาเลนท์, นิเกิล,ปรอท, แมงกานีส, แคดเมียม, ฟลูออไรด์, คลอไรด์, โคลิฟอร์มแบคทีเรีย
ท้ังหมด, ฟีคอลโคลิฟอร์มแบคทีเรีย, อีโคไล และสารก้าจดั ศตั รูพชื

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากัด 4-13 รายงานการเรม่ิ งาน
บรทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จ้ากดั (Inception Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเกบ็ น้าเหมืองตะกว่ั บทท่ี 4
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดา้ ริ จังหวดั พทั ลงุ แนวทางการศึกษาผลสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งต้น

ทงั้ นว้ี ธิ กี ารวเิ คราะห์และดัชนกี ารตรวจวดั จะเป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการสิง่ แวดล้อม
แห่งชาติ ฉบับที่ 20 พ.ศ.2543 ซึ่งก้าหนดให้ใช้วิธีการมาตรฐานส้าหรับการวิเคราะห์น้าและน้าเสีย (Standard
Methods for the Examination of Water and Wastewater) ซึ่ ง American Public Health Association,
American Water works Association and water Environmental Federation ของสหรัฐอเมรกิ าร่วมกนั ก้าหนด
หรือตามค่มู ือวิเคราะห์นา้ และน้าเสยี ของสมาคมวิศวกรส่ิงแวดล้อมแหง่ ประเทศไทย

ตารางที่ 4.7.2-2 ลักษณะคุณสมบัติของนา้ ใตด้ ินและวิธีการที่ใช้ในการศึกษาวิเคราะห์

พารามิเตอร์ หนว่ ย วิธีการวดั /วิเคราะห์1/

สี (Color) Pt-Co Visual Comparison Method

ความขนุ่ (Turbidity) NTU Nephelometric Method

ความเป็นกรด-ด่าง (pH) - Electrometric Method

การนา้ ไฟฟา้ (Conductivity) µs/cm Electrometric Conductivity

ความเค็ม (Salinity) ppt Electrometric Conductivity

เหล็ก (Fe) mg/l Digestion, Inductively Coupled Plasma Method

แมงกานีส (Mn) mg/l Digestion, Inductively Coupled Plasma Method

ทองแดง mg/l Digestion, Inductively Coupled Plasma Method

สงั กะสี mg/l Digestion, Inductively Coupled Plasma Method

ซลั เฟต mg/l Ion Chromatography Method

คลอไรด์ (Cl-) mg/l Ion Chromatography Method

ฟลูออไลด์ mg/l Ion Chromatography Method

ไนเตรท (NO3-) mg/l Ion Chromatography Method

ความกระดา้ งท้งั หมด Total Hardness as CaCO3 mg/l EDTA Titrimetric Method

ปริมาณของแขง็ ทีล่ ะลายได้ (TDS) mg/l Dried at 180°C

สารหนู mg/l Digestion, Hydride Generation / Atomic Absorption

Spectrometric Method

ไซยาไนด์ mg/l Distillation, Colorimetric Method

ตะก่ัว mg/l Digestion, Electrothermal Atomic Absorption

Spectrometric Method

ปรอท mg/l Digestion, Cold-Vapor Atomic Absorption Spectrometric

Method

แคดเมยี ม mg/l Digestion, Inductively Coupled Plasma Method

ซีลเี นียม mg/l Digestion, Hydride Generation / Atomic Absorption

Spectrometric Method

อีโคไล (E.Coli) MPN/100 ml Most Probable Number Method

ความกระดา้ งถาวร mg/l EDTA Titrimetric Method

บักเตรที ่ตี รวจพบโดยวธิ ี Standard plate count Colony/ml Standard plate count

บักเตรีทต่ี รวจพบโดยวธิ ี Most Probable Number MPN/100 ml Multiple Tube Fermentation Technique

(MPN)

หมายเหตุ : 1/ แหลง่ น้าประเภทท่ี 3 (การอปุ โภคและบรโิ ภคตอ้ งผ่านการฆา่ เชอ้ื โรคตามปกตแิ ละผา่ นกระบวนการปรบั ปรงุ คณุ ภาพน้าทวั่ ไปกอ่ น และเพอ่ื

การเกษตร) ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดลอ้ มแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 8 (พ.ศ.2537) เรือ่ งก้าหนดมาตรฐานคณุ ภาพน้าในแหลง่ นา้ ผิวดนิ

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กัด 4-14 รายงานการเริม่ งาน
บรทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จา้ กดั (Inception Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ น้าเหมืองตะกั่ว บทท่ี 4
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดา้ ริ จังหวัดพทั ลงุ แนวทางการศึกษาผลส่งิ แวดล้อมเบือ้ งต้น

รปู ท่ี 4.7.2-2 สถานเี ก็บตวั อย่างคุณภาพน้าใต้ดินของโครงการ

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จา้ กดั 4-15 รายงานการเรมิ่ งาน
บรัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จา้ กัด (Inception Report)

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บน้าเหมืองตะกว่ั บทที่ 4
อันเนอื่ งมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวัดพัทลุง แนวทางการศกึ ษาผลสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้น

(9) การกดั เซาะและการตกตะกอน
รวบรวมข้อมูลจากเอกสารรายงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและท้าการตรวจสอบข้อมูลภาคสนาม

โดยข้อมูลส้าคัญท่ีจะท้าการรวบรวมและศึกษาวิเคราะห์ ได้แก่ ลักษณะและความลาดชันบริเวณที่ตั้งของโครงการ
สภาพดินและการใช้ท่ีดิน และบริเวณพ้ืนท่ีลุ่มน้าเหนือพื้นที่หัวงานของโครงการ รวมท้ังการเปลี่ยนแปลงระดับน้าใน
พื้นท่ีก่อสรา้ งโครงการ และท้าการประเมินผลกระทบด้านการกดั เซาะและตกตะกอน กรณมี กี ารพฒั นาโครงการ

2) ทรพั ยากรสง่ิ แวดล้อมทางชีวภาพ
(1) สิ่งมชี วี ิตในนา้
ดา้ เนินการรวบรวม และศึกษาวิเคราะห์ขอ้ มูลจากเอกสาร รายงานท่ีเก่ียวข้อง การสอบถามจากคน

ในพ้ืนที่ เกี่ยวกับพันธุ์ปลาและสัตว์น้าในล้าน้าเหมืองตะกั่วและล้าน้าใกล้เคียง และจะด้าเนินการส้ารวจข้อมูล
ภาคสนาม และเก็บตัวอย่างส่ิงมีชีวิตทางน้า เพ่ือให้ทราบถึงสภาพนิเวศวิทยาทางน้าและทรัพยากรประมงโดยสถานี
เก็บตัวอย่าง เป็นสถานีเดียวกันกับการเก็บตัวอย่างคุณภาพน้าผิวดิน ทั้งหมด 4 สถานี จ้านวน 2 ฤดูกาล คือ ฤดูฝน
และฤดูแล้ง (รูปท่ี 4.7.1-1) โดยรายละเอียดการเก็บตัวอย่างส่ิงมีชีวิตทางน้า ได้แก่ แพลงก์ตอน สัตว์หน้าดิน และ
พรรณไม้น้า ปลา และสัตวน์ ้าอ่ืนๆ มดี งั น้ี

(1.1) แพลงก์ตอนพืชและแพลงกต์ อนสตั ว์
จะใช้ถุงแพลงกต์ อนขนาดตา 30 ไมครอน เพ่ือกรองตัวอย่างนา้ ปรมิ าณ 10 ลติ ร ซ่งึ ตักโดย

กระบอกตักน้าแบบปิดอัตโนมัติ จากบริเวณกลางคลองที่ความลึกประมาณ 1 เมตร ใต้ระดับผิวน้า ตัวอย่างแพลงก์ตอน
ที่ค้างอยู่ในถุงแพลงก์ตอน จะถูกรวบรวมและดองด้วยน้ายาฟอร์มาลีน เข้มข้น 5-7% เพ่ือน้ามาท้าการวิเคราะห์
จ้าแนกชนิดและจ้านวน ณ ห้องปฏิบัติการต่อไป โดยความหนาแน่นของส่ิงมีชีวิตในน้า จะค้านวณในหน่วยเซลล์ต่อ
ลูกบาศก์เมตร หลังจากที่ท้าการวิเคราะห์ชนิดและความหนาแน่นของแพลงก์ตอนของแต่ละสถานี จะน้ามาค้านวณ
ความหลากหลายทางชีวภาพ (Species Diversity Index) จากสมการของ Shannon – Wiener Index (Shannon
และ Wiener, 1963) ดังนี้

H’ = s

- i=1 (ni / n)n(ni / n)

เมอ่ื H’ = ดชั นีความหลากหลาย

s = จา้ นวนชนดิ ของแพลงกต์ อน

n = จา้ นวนแพลงก์ตอนท้งั หมด

nI = จ้านวนแพลงก์ตอนแตล่ ะชนดิ
ความหลากหลายทางชีวภาพทีไ่ ด้ จะบ่งชถี้ ึงเกณฑค์ ุณภาพน้า (Wilhm and Dorrix, 1968) ดงั นี้

H’ < 1.0 คณุ ภาพน้าต้า่

H’ = 1.0-3.0 คุณภาพนา้ อยใู่ นเกณฑป์ านกลาง

H’ > 3.0 คุณภาพนา้ อยใู่ นเกณฑ์ดถี งึ ดมี าก

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จา้ กดั 4-16 รายงานการเรมิ่ งาน
บรัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จา้ กดั (Inception Report)

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเกบ็ นา้ เหมอื งตะกวั่ บทท่ี 4
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชด้าริ จังหวดั พทั ลงุ แนวทางการศกึ ษาผลสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้

นอกจากนี้แล้วจะท้าการเก็บตัวอย่างน้าเพ่ือน้าไปวิเคราะห์ Chlorophyll A และ
Pheophytin A โด ยมี วิธีก ารเก็บ ตัวอย่ างต าม Standard methods for the Examination of Water and
Wastewater (20 edition, 1998) ซง่ึ มีรายละเอยี ดดังนี้

1) กรองน้าตัวอย่างด้วยกระดาษกรองขนาด 0.45 ไมครอน ทันทีท่ีเก็บตัวอย่างแล้วจด
ปริมาตรท่ีผ่านกระดาษกรองไว้เพ่ือน้าไปค้านวณหา Chlorophyll A ต่อไป โดยปริมาตรน้าท่ีใช้ในการกรองให้ดูจาก
ความหนาแน่นของแพลงก์ตอน และปริมาณตะกอนที่มีอยู่ในตัวอย่างน้าน้ันเป็นหลัก คือ อย่างน้อยบนกระดาษควร
ปรากฏสีเขียวของแพลงกต์ อนใหเ้ หน็

2) หยด MgCO3 ลงในกระดาษท่ีกรองน้าผา่ นแล้ว 3-4 หยด พับครงึ่ แล้วใส่ภาชนะปดิ มดิ ชิด
เช่น กระดาษฟอยลใ์ นถงุ พลาสติกทไ่ี มม่ อี ากาศ แล้วน้าไปเกบ็ ไว้ในชอ่ งแชแ่ ขง็ และส่งหอ้ งปฏบิ ตั ิการวเิ คราะห์คุณภาพ
น้าของคณะประมงมหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์

(1.2) สตั ว์หนา้ ดิน

จะทา้ การเกบ็ ตวั อย่าง ณ สถานเี ดียวกนั กบั สถานเี กบ็ ตวั อย่างแพลงกต์ อน โดยใช้
Ekman Grab ขนาดพื้นท่ี 0.5 ตารางฟุต ตักดินพ้ืนท้องน้า ณ แต่ละสถานี จ้านวน 3 ตัวอย่าง โดยตัวอย่างทั้งหมดที่
เก็บได้จะถกู น้ามารวมเข้าด้วยกันเพื่อจ้าแนกขนาดของสัตว์หน้าดิน โดยตะแกรงลวดหลายขนาด นอกจากน้ีจะบันทึก
ลักษณะตะกอน และดองตัวอย่างที่ค้างอยู่ในตะแกรงด้วยน้ายาฟอร์มาลีนท่ีมีความเข้มข้น 5-7% เพ่ือน้ามาท้าการ
วิเคราะห์จา้ แนกชนดิ และจ้านวน ณ ห้องปฏิบตั กิ ารตอ่ ไป

(1.3) ปลาและสตั วน์ ้าอน่ื ๆ
จะท้าการเก็บตัวอย่าง ณ สถานีเดียวกันกับสถานีเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอน และ

สัตวห์ น้าดินทั้งหมด 3 สถานี โดยใชเ้ บ็ดตกปลา และตาข่ายล้อมปลา ปลาที่จบั ได้จะถูกนา้ มาจ้าแนกชนิด น้าหนักและ
ความยาวของตัวปลา ซึ่งหากไม่สามารถจ้าแนกชนิดได้จะท้าการเก็บรักษาตัวอย่างในถุงพลาสติกในน้ายาฟอร์มารีน
ความเข้มข้น 10% และน้าส่งไปวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการต่อไป นอกจากนี้จะท้าการเก็บข้อมูล โดยการสอบถามจาก
ชาวบ้านบริเวณน้นั ด้วย

ท้ังน้ีในขณะท่ีท้าการเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอน สัตว์หน้าดินและปลา จะท้าการ
ตรวจสอบสภาพปัจจุบนั ของการใชป้ ระโยชน์ท่ีดินริมฝั่งน้า พืชน้า ระบบนเิ วศวทิ ยาทางน้า รวมท้ังการทา้ ประมง และ
เพาะเล้ียงสตั วน์ ้า (หากม)ี ในลา้ นา้ ทง้ั ดา้ นเหนือน้าและท้ายน้าด้วย

(2) ทรพั ยากรปา่ ไม้
- ท้าการรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิเก่ียวกับการใช้ที่ดิน ข้อมูลป่าไม้และชั้นคุณภาพลุ่มน้า รวมทั้ง

กฎหมาย ระเบยี บ ขอ้ บังคับท่เี ก่ยี วขอ้ ง จากเอกสารและรายงานตา่ งๆ
- ศกึ ษาวิเคราะห์ขอ้ มูลเก่ยี วกับนิเวศวทิ ยาบนบกในพื้นทโี่ ครงการ และบริเวณใกลเ้ คยี ง ที่คาดว่า

จะได้รับผลกระทบจากการด้าเนินโครงการ โดยประเดน็ สา้ คัญของการศึกษา ประกอบดว้ ย
• ลักษณะทางนเิ วศวิทยา ความอดุ มสมบูรณ์ และความสา้ คัญของระบบนิเวศ รวมถึงการใช้

ประโยชน์จากระบบนเิ วศ
• สภาพการเขา้ ใช้ประโยชน์/การบุกรกุ พื้นท่ีปา่ ของชาวบา้ น โดยเฉพาะบริเวณพนื้ ที่ปา่ สงวน

แหง่ ชาติ และพืน้ ท่ีอนรุ ักษ์
• พืชในระบบนิเวศ ได้แก่ ชนิดพันธ์ุไม้ ความหนาแน่น ความหลากชนิด ปริมาณ ขนาด

ปริมาตรไม้ และสถานภาพของทรพั ยากรปา่ ไม้ และสงั คมพชื

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กดั 4-17 รายงานการเริ่มงาน
บรทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จ้ากดั (Inception Report)

โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ น้าเหมืองตะก่ัว บทท่ี 4
อันเนอื่ งมาจากพระราชด้าริ จังหวดั พทั ลงุ แนวทางการศึกษาผลสงิ่ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น

- การส้ารวจภาคสนาม การส้ารวจข้อมูลด้านทรัพยากรป่าไม้ในภาคสนามจะด้าเนินการใน
บริเวณที่ตั้งหัวงานเข่ือน และพ้ืนท่ีอ่างเก็บน้า และพ้ืนที่โดยรอบ ดังแสดงในรูปท่ี 4.7.2-3 เพื่อให้ทราบถึงชนิดป่า
ลักษณะการใช้ที่ดิน และส่ิงปกคลุมดินโดยสงั เขป โดยใช้แผนท่ีภูมิประเทศของกรมแผนท่ที หาร มาตราส่วน 1:50,000
ข้อมูลดาวเทียม Google earth และเครื่อง GPS (Global Positioning System) เปน็ เคร่ืองมือช่วยในการส้ารวจและ
วางแปลงศึกษา การส้ารวจทรัพยากรป่าไม้ในพื้นท่ีโครงการจะใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบ Stratified Sampling
Technique โดยประยุกต์ใช้วิธีการวางแปลงตัวอยา่ งแบบ Line Plot System ตามประเภทการใชท้ ี่ดิน/ชนิดป่า ซึ่งมี
รายละเอยี ดดังน้ี

1) กรณีพ้ืนที่ไม่มสี ภาพเป็นป่า ท้าการส้ารวจโดยการสังเกตเพื่อศึกษาชนิดพรรณไม้ยืนต้นและไม้
พื้นล่าง ทงั้ ทช่ี าวบา้ นปลกู และทีเ่ กดิ ขนึ้ เองตามธรรมชาติ

2) กรณีพ้ืนท่ีท่ีมีสภาพเป็นป่า ท้าการส้ารวจแบบแนวเส้น (Line Plot System) โดยวางแนว
ส้ารวจหา่ งกันประมาณ 200 เมตร และแปลงสา้ รวจชั่วคราว (Temporary Sample Plots) มรี ะยะห่างกัน 100 เมตร
โดยแปลงสา้ รวจเป็นแปลงส่ีเหลี่ยมเพ่ือใชเ้ ก็บขอ้ มลู ท่แี ตกต่างกัน คือ

ขนาดของแปลงตัวอย่าง ใช้แปลงตัวอย่างช่ัวคราว (temporary sampling plots) เป็นรูป
ส่ีเหลี่ยมขนาด 40x40 เมตร และในแปลงตัวอย่างขนาด 40x40 เมตร ได้ด้าเนินการแบ่งแปลงย่อย ออกเป็น ขนาด
10x10 5x5 และ 1x1 เมตร ซ่ึงเป็นขนาดแปลงตัวอย่างท่ีตามที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก้าหนด
เชน่ กัน แบง่ ออกได้ตามลกั ษณะของพรรณไม้ 3 ขนาด ดงั น้ี

▪ แปลงตัวอย่างส่ีเหลี่ยม ขนาด 10X10 เมตร (400 ตารางเมตร) ส้าหรับศึกษาไม้ใหญ่ (Tree)
ซง่ึ หมายถึงต้นไมท้ ี่มีขนาดเสน้ ผ่าศูนย์กลางเพยี งอก (DBH) ต้งั แต่ 10 เซนติเมตรขน้ึ ไปเพอ่ื ท้าการบันทึกข้อมลู ชนิดไม้
(Species) ขนาดความโต (Girth) ความสงู (Height) ความสูงของไมย้ ืนต้นและความสูงของไม้ท่ีสามารถท้าเป็นสินค้า
ได้ (Total and Merchantable Height) คุณภาพของทอ่ นไม้ (TQ : Timber Quality) จ้านวนท่อนไม้ ทใ่ี ช้เป็นสนิ คา้
ได้ (No. of Log) ความยาวไม้ท่อนท่อนละ 6 เมตร แปลงศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพ่ือวิเคราะห์ลักษณะทางนิเวศวิทยา
ของไม้ใหญ่ทพ่ี บในพืน้ ท่ี เชน่ ชนิดไม้ ความหนาแน่น ความเด่น และปรมิ าตรไม้ เป็นต้น นอกจากน้ียังท้าการศึกษาไม้
ไผ่ ปาลม์ หวาย และไม้พน้ื ลา่ งอ่นื ๆ ที่พบในแปลงตัวอย่างดว้ ย

▪ แปลงตัวอย่างส่ีเหล่ียม ขนาด 4X4 ตารางเมตร (100 ตารางเมตร) วางซ้อนทับลงไปในแปลง
ขนาด 10X10 ตารางเมตร สา้ หรับศึกษาลูกไม้ (Sapling) ทีม่ ี DBH ต่้ากว่า 4-10 เซนตเิ มตรและมีความสงู ตั้งแต่ 1.30
เมตรขึ้นไป โดยจะท้าการบันทึกข้อมูลชนิด (Species) จ้านวนที่พบแต่ละชนิด และความสูงเฉล่ียของลูกไม้ เพื่อ
นา้ มาใช้ในการค้านวณหาความหนาแน่นของลกู ไม้ และใช้ประกอบการประเมินสถานภาพทางนิเวศวิทยาป่าไมใ้ นด้าน
ชนดิ ไม้ ความหนาแน่นของลกู ไม้ และโอกาสในการทดแทนตามธรรมชาติเป็นไม้ใหญต่ อ่ ไป

▪ แปลงตัวอย่างสี่เหลี่ยม ขนาด 1X1 ตารางเมตร (16 ตารางเมตร) วางซ้อนทับลงไปในแปลง
ขนาด 4X4 ตารางเมตร ส้าหรับศึกษากล้าไม้ (Seeding) ท่ีมีขนาด DBH ต่้ากว่า 4 เซนติเมตร และมีความสูงต้่ากว่า
1.30 เมตร โดยจะท้าการบันทึกข้อมูล ชนิดและจ้านวนของกล้าไม้ และไม้พ้ืนล่างท่ีปรากฏในแปลงศึกษา เพื่อ
วิเคราะห์หาความหนาแน่นของกลา้ ไม้ ตลอดจนใชใ้ นการประเมินศกั ยภาพของการทดแทนตามธรรมชาตเิ ป็นลูกไมต้ ่อไป

นอกจากน้ีแล้วจะท้าการคัดเลือกพ้ืนที่ที่เป็นตัวแทนของแต่ละชนิดป่า เพ่ือท้าการวางแปลงขนาด
20x40 เมตร เพื่อบันทึกต้าแหน่งของต้นไม้ทุกต้นที่มี DBH ตั้งแต่ 10 เซนตเิ มตรข้นึ ไป ท้าการวัดเส้นผ่าศูนย์กลางของ
เรอื นยอด โดยท้าการวัด 2 ครั้งต้ังฉากกันโดยใชเ้ ทปวดั ระยะ (Measuring Tape) วัดความสูงท้ังหมดของต้นไม้ (Total

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากดั 4-18 รายงานการเรมิ่ งาน
บรัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จ้ากดั (Inception Report)

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบือ้ งต้น อ่างเก็บน้าเหมืองตะกว่ั บทท่ี 4
อนั เนอื่ งมาจากพระราชด้าริ จังหวัดพัทลุง แนวทางการศกึ ษาผลส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น

Height) วดั ความสูงถึงกงิ่ สดก่ิงแรก (Height of The Main Living Branch) โดยใช้ไม้วดั ความสูง (Measuring Pole)
เพ่ือน้ามาเขียนรปู ลักษณะการปกคลุมของเรือนยอดของต้นไม้ เพื่อเป็นแปลงตัวอย่างที่ใช้อ้างอิงประเภทของป่า และ
การจดั ชั้นความสูงตามแนวดิง่ (Crown Projection and Profile Diagrams)

- การวิเคราะหข์ อ้ มูล น้าข้อมูลทไ่ี ดจ้ ากการส้ารวจทัง้ หมดมาทา้ การวเิ คราะหห์ าค่าตา่ งๆ ดังน้ี

• จ้าแนกชนิดป่า ชนิดไม้และไม้เด่นท่ีพบในป่าแต่ละชนิด โดยแสดงท้ังช่ือไทยและชื่อ
วิทยาศาสตร์

• วเิ คราะห์ความหนาแน่นเฉลีย่ ของต้นไม้ ลูกไม้ และกลา้ ไมร้ วมถงึ ชนดิ พันธุ์ไมเ้ ด่นในสงั คมพืช

• การแบ่งชั้นความสูงตามแนวด่ิง (Vertical Stratification) วิเคราะห์โดยใช้ Profile Diagram
ตามวธิ กี ารของ Davis และ Richards (1933) และ Richards (1983)

• วเิ คราะห์ปรมิ าตรไม้ คุณภาพและสถานภาพการอนรุ ักษ์ของท่อนไม้ทสี่ ามารถท้าเป็นสินคา้ ได้
(3) ทรัพยากรสตั วป์ ่า

- ท้าการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลด้านสัตว์ป่าจากเอกสารและรายงานที่ได้มีการรวบรวมไว้
แล้ว โดยเฉพาะข้อมูลจากพ้ืนที่ป่าสงวนแห่งชาติปา่ เทือกเขาบรรทัด และเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทัดและบริเวณ
ใกล้เคียง

- ทา้ การสา้ รวจภาคสนามในพ้ืนที่ศึกษา เพื่อให้ทราบถึงชนิด ปริมาณ การกระจาย แหล่งอาหาร
และท่ีอยู่อาศัยของสัตว์ป่า เพ่ือเป็นข้อมูลพ้ืนฐานในการประเมินผลกระทบต่อสัตว์ป่าในพ้ืนที่ลุ่มน้า พ้ืนท่ีรับ
ผลกระทบ/พื้นท่ีน้าท่วมของโครงการ และพื้นที่อืน่ ๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ ง (ถา้ ม)ี โดยจะท้าการส้ารวจ 2 ครง้ั ในชว่ งฤดูกาลของ
การเปลี่ยนแปลงประชากรสัตว์ป่า ประเภทสัตว์ประจ้าถิ่น และสัตว์ป่าอพยพ ทั้งน้ีจะใช้ท้ังวิธีการส้ารวจโดย ตรง
(Direct count) และส้ารวจโดยอ้อม (Indirect count) ซ่ึงอธิบายโดยสังเขป ดังนี้

• วธิ ีการส้ารวจโดยตรง (Directed count)เป็นวิธีการเข้าไปส้ารวจภาคสนามในบริเวณพื้นท่ี
ศกึ ษา โดยการเก็บข้อมูลชนดิ สัตว์ จ้านวนและร่องรอยของสตั ว์ เช่น รอยเท้า โพรง รัง มูล ขน คราบ และลักษณะอื่นๆ
ท่ีปรากฏ เช่น เสียงร้อง เป็นต้น ซึ่งการส้ารวจโดยตรง อาจใช้วิธีการสังเกต (observed) วิธีการค้นหา (searching)
วิธีการส่องไฟ (spotlight count) วิธีการใช้กล้อง (camera trap) และวิธีการดักจับ (life trap)การส้ารวจโดยตรง
กระทา้ ท้งั กลางวัน 6.00-18.30 น. และกลางคืนเวลา 19.00-23.00 น.และมกี ารนอนค้างแรมในพ้นื ทโ่ี ครงการด้วย

• วิธีการส้ารวจโดยทางอ้อม (Indirected count)เป็นการเก็บข้อมูลสัตว์ป่าโดยทางอ้อมจาก
แหล่งข้อมูลทุติยภูมิ แยกเป็น 2 วิธีการ คือ การตรวจสอบจากเอกสาร (Literature review) และการสอบถาม
(Inquiry) ชาวบา้ น พราน และเจ้าหน้าที่ เพื่อจะได้ทราบถึงข้อมูล ชนดิ สัตวป์ ่าท่ีพบเหน็ และผลการสมั ภาษณท์ ้าให้ได้
ขอ้ มลู ดา้ นการล่าสตั ว์ป่า และการใช้ประโยชนส์ ัตวป์ ่าของชาวบ้านด้วย

- การวิเคราะห์ข้อมูล ผลจากการรวบรวมข้อมูลท้ังทางตรงและทางอ้อม จะน้ามาวิเคราะห์และ
จัดท้าเป็นรายชื่อสัตว์ป่าทั้งหมดท่ีส้ารวจพบ โดยแยกเป็น 4 กลุ่ม คือ สัตว์เล้ียงลูกด้วยนม นก สัตว์เลื้อยคลาน และ
สตั ว์สะเทินนา้ สะเทินบก ซง่ึ แตล่ ะกลุ่มจะระบคุ วามชุกชุม (Abundance) สถานทีพ่ บ (Habitat type) และสถานภาพ
(Status) ของแต่ละชนิด

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากัด 4-19 รายงานการเริ่มงาน
บรัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จ้ากดั (Inception Report)

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องตน้ อา่ งเก็บนา้ เหมอื งตะกว่ั บทที่ 4
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวดั พัทลงุ แนวทางการศกึ ษาผลสิง่ แวดล้อมเบ้ืองต้น

รปู ท่ี 4.7.2-3 แผนทพ่ี น้ื ทป่ี ่าสงวนแหง่ ชาติปา่ เทือกเขาบรรทดั (โซน C) และ
เขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ า่ เขาบรรทัด และบรเิ วณพ้ืนท่ีโครงการ

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากัด 4-20 รายงานการเริ่มงาน
บรัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จา้ กดั (Inception Report)

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ นา้ เหมืองตะกัว่ บทท่ี 4
อนั เนอื่ งมาจากพระราชด้าริ จังหวัดพัทลุง แนวทางการศกึ ษาผลสิง่ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น

3) คุณคา่ การใช้ประโยชน์ของมนษุ ย์
(1) การจัดการลุ่มน้า
- รวบรวมเอกสารและข้อมูลต่างๆ จากหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง เช่น กรมพัฒนาท่ีดิน ส้านักงาน

นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ มแห่งชาติ เปน็ ต้น เอกสารและข้อมูลทีท่ า้ การรวบรวม เช่น แผนที่
แสดงขอบเขตท่ีต้ังและรายละเอียดท่ีต้ังโครงการ แผนท่ีแสดงขอบเขตช้ันคุณภาพลุ่มน้า บริเวณชั้นคุณภาพลุ่มน้า
ครอบคลุมพื้นทโ่ี ครงการ แผนท่ีการใช้ที่ดินบริเวณพื้นที่โครงการ เปน็ ตน้

- ท้าการส้ารวจภาคสนามบริเวณพื้นที่โครงการ เพ่ือท้าการส้ารวจสภาพภูมิประเทศในบริเวณ
พื้นท่ีศกึ ษาและพ้ืนท่ีโครงการ และเพื่อทา้ การตรวจสอบสภาพการใช้ทด่ี นิ ในบริเวณพ้นื ที่ศึกษาและพนื้ ท่โี ครงการ เพ่ือ
ทา้ การแกไ้ ขปรับปรงุ ใหถ้ ูกตอ้ งตรงกบั สภาพการใชท้ ีด่ ินท่มี อี ยู่

- ซอ้ นทับแผนท่ีชั้นคุณภาพลุ่มน้ากบั พ้ืนที่โครงการ เพื่อให้ทราบถึงสดั ส่วนและการกระจายของ
แต่ละชั้นคุณภาพลุ่มน้าในบริเวณพื้นทีโ่ ครงการ และเพื่อน้าข้อมูลมาประกอบการวเิ คราะหป์ ระเมินสถานภาพของลุ่ม
น้าก่อนการดา้ เนนิ การโครงการ และเพอ่ื บริหารงานลมุ่ น้าหลงั การดา้ เนินโครงการ

(2) การใชน้ ้า
- รวบรวมข้อมูลเกยี่ วกับการใช้น้าของชุมชนในบริเวณที่ใช้น้าจากโครงการในปัจจุบัน ท่ีมีระบบ

ประปาจากหนว่ ยงานที่เกย่ี วขอ้ ง เชน่ การประปาสว่ นภมู ิภาค (กปภ.) กรมโยธาธิการฯ อบต. ฯลฯ โดยข้อมลู ส้าคญั ๆท่ี
จะท้าการรวบรวม ได้แก่ ข้อมูลสถิติประชากร นักท่องเท่ียว แหล่งน้าดิบ การปรับปรุงคุณภาพน้า ปัญหาการขาด
แคลนน้า และการแก้ไขปัญหา เปน็ ต้น นอกจากน้จี ะทา้ การรวบรวมข้อมูลแผนการขยายระบบประปา และปริมาณน้า
ทคี่ าดว่าจะใช้

- ทบทวนแผนพฒั นาโครงการพัฒนาแหลง่ นา้ ตา่ งๆ ของอ้าเภอป่าบอน และพ้ืนทใ่ี กล้เคียง
- รวบรวมและศึกษาทบทวนข้อมูลด้านการใช้น้าและการบริหารจัดการน้า จากเอกสารและ
รายงานทเี่ กี่ยวข้อง
- รวบรวมแหลง่ น้าใช้ท่สี า้ คัญในปัจจบุ ัน พร้อมสภาพปัญหาและแนวทางแก้ไข ท้ังแหล่งน้าผวิ ดิน
อา่ งเกบ็ นา้ บอ่ น้าตืน้ บ่อนา้ ซับ ฯลฯ
- ท้าการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น เพื่อค้านวณหาปริมาณน้าใช้เพ่ือการอุปโภค-บริโภค
การทอ่ งเทีย่ ว การเกษตรกรรม การเพาะเลีย้ งสัตว์นา้ การรักษาระบบนเิ วศทา้ ยน้า เป็นต้น ท้ังในปัจจุบนั และอนาคต
(3) ระบบชลประทาน
- รวบรวมข้อมูลโครงการชลประทานท่ีมีอยู่ในปัจจุบันบริเวณพื้นที่โครงการ รวมถึงโครงการที่
กา้ ลังด้าเนนิ การ
- รวบรวมและศึกษาทบทวนข้อมูลด้านการบริหารจัดการน้าและการชลประทาน จากเอกสาร
และรายงานทเ่ี กย่ี วข้อง
- รวบรวมข้อมูลท่ัวไปของโครงการ ได้แก่ ปริมาณน้าท่า แผนการปลูกพืช ลักษณะของเหมือง
ตะก่วั และลา้ นา้ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง เพอื่ น้าขอ้ มูลไปศกึ ษาระบบแหล่งน้าของโครงการ
- ศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการใช้น้าเพื่อชลประทานในด้านต่างๆ เช่น การเพาะปลูกพืช
และการอุปโภค-บรโิ ภค

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากดั 4-21 รายงานการเร่มิ งาน
บรัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จ้ากัด (Inception Report)

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งต้น อา่ งเก็บน้าเหมอื งตะก่วั บทท่ี 4
อันเนอ่ื งมาจากพระราชด้าริ จงั หวัดพทั ลงุ แนวทางการศกึ ษาผลสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งต้น

(4) การเกษตรและการเล้ียงสตั ว์
- รวบรวมข้อมูลด้านการเกษตรและการเลี้ยงสัตว์จากหน่วยงานต่างๆ เช่น ส้านักงานเกษตร

สา้ นกั งานปศสุ ัตว์ และส้านักงานพาณิชยจ์ งั หวัดพัทลงุ
- รวบรวมและศึกษาทบทวนข้อมูลด้านการเกษตรและการเลี้ยงสัตว์ จากรายงานการศึกษาเดิม

และรายงานการศกึ ษาอ่นื ๆท่เี กีย่ วขอ้ ง
- ส้ารวจสภาพพ้ืนท่ีโครงการ และเก็บรวบรวมข้อมูลและสัมภาษณ์เจ้าหน้าท่ีฝ่ายต่างๆ และ

เกษตรกรในพื้นท่ี เพือ่ ศึกษาความเหมาะสมของระบบทัง้ การปลกู พชื และการเลี้ยงสัตวบ์ รเิ วณพน้ื ทโี่ ครงการ
(5) การใช้ทด่ี นิ
- รวบรวมข้อมูลและทบทวนข้อมูลท่ีเกี่ยวข้อง เช่น แผนท่ีการใช้ที่ดินในบริเวณพื้นที่ศึกษาจาก

กรมพัฒนาท่ดี ิน และภาพถ่ายทางอากาศปีล่าสดุ รวมท้ังแผนที่ภูมิประเทศ มาตรสว่ น 1:50,000 ของกรม แผนทีท่ หาร
รวมทง้ั จากผลการศึกษาดา้ นการใช้ท่ดี นิ ในรายงานการศึกษาต่างๆ ที่เกีย่ วขอ้ ง

- จัดท้าแผนที่การใชท้ ี่ดินโดยการแปลภาพถ่ายทางอากาศ ภาพถ่ายทางอากาศท่ีใชใ้ นการศกึ ษา
คอื ภาพถ่ายทางอากาศขนาดมาตราส่วน 1:15,000 (ข้อมูลภาพปลี ่าสดุ ) เพื่อหาขอบเขตการใช้ที่ดินและหน่วยการใช้
ที่ดิน เช่น พื้นท่เี กษตรกรรม พื้นท่ีป่าไม้ แหลง่ น้า และท่ีอยูอ่ าศยั เปน็ ต้น ขอ้ มูลที่ได้จะน้ามาจัดท้า Base Map เพอ่ื ใช้
ในการตรวจสอบภาคสนาม

- การตรวจสอบภาคสนาม โดยใช้หน่วยการใช้ที่ดินท่ีแปลไว้แล้ว (Base Map) เป็นหลัก
ประกอบกับข้อมูลอ่ืนๆ ที่มีอยู่ รวมทั้งแผนท่ีสภาพภูมิประเทศมาตราส่วน 1:50,000 เม่ือด้าเนินการตรวจสอบ
ภาคสนามเรียบร้อยแล้วจะปรับหน่วยการใช้ที่ดินต่างๆ ให้ถูกต้องที่สุด และก้าหนดเป็นหน่วยการใช้ท่ีดินในสภาพ
ปัจจบุ ัน รวมทั้งจดั ท้าแผนท่ีการใช้ทด่ี ินในปัจจบุ นั แผนท่ีการใชท้ ่ดี ินท่ไี ดจ้ ะนา้ มาเปรยี บเทยี บกับแผนทก่ี ารใชท้ ี่ดินที่มี
อยู่แล้ว เพือ่ พิจารณาถงึ การเปล่ียนแปลงสภาพการใช้ทดี่ ิน

- วิเคราะห์ข้อมูลการใช้ท่ีดิน และข้อมูลอื่นๆ ท่ีได้จากการทบทวนเอกสารและการส้ารวจ
ภาคสนาม รวมท้ังข้อมูลดิน คุณภาพน้า การใช้น้า เศรษฐกิจ-สังคม การเกษตร น้าไปวางแผนการใช้ท่ีดินทาง
การเกษตร เชน่ การวางแผนระบบปลูกพืชในพน้ื ท่ีชลประทาน และพ้นื ท่จี ดั สรรอพยพ (ถ้าม)ี

การก้าหนดหน่วยแผนท่ีและประเภทการใช้ที่ดินในปจั จบุ ัน โดยทั่วไปจะเน้นการก้าหนดหน่วยแผน
ท่อี อกเป็นประเภทใหญ่ๆ กลา่ วคอื

(1) การใช้ที่ดินส้าหรับท้าการเกษตร ไม้ผลหรือไม้ยืนต้นถาวร เช่น สวนยางพารา สวนผลไม้
สวนมะพร้าว เป็นต้น อาจจะแยกออกตามความละเอียดและตามมาตราส่วนของแผนท่ีเช่นเดียวกัน เช่น สวนไม้ผล
ผสม หรอื สวนผลไมแ้ ต่ละชนิด และหนว่ ยผสมของหน่วยเหล่านี้ เปน็ ตน้

(2) การใช้ที่ดินทางด้านบริโภค เช่น เป็นพ้ืนที่เมือง หมู่บ้าน เขตชุมชน เขตอุตสาหกรรม
เขตนนั ทนาการและการทอ่ งเที่ยว เป็นต้น

(3) สภาพการใช้ที่ดินทางด้านป่าไม้ ซึ่งสามารถแยกออกได้หากเป็นพื้นท่ีที่มีป่าไม้เป็นบริเวณ
กว้างขวางมีลักษณะแตกตา่ งกันออกไป เช่น ปา่ ดิบช้ืน ป่าไม้ผลัดใบ ฯลฯ หรืออาจจะเป็นพ้ืนท่ีสวนป่า เปน็ ต้น หากมี
ปริมาณพืน้ ทใี่ นแต่ละหน่วยกว้างขวางพอทีจ่ ะลงในแผนท่ีไดต้ ามข้อจา้ กัดของมาตราสว่ น

(4) เป็นหน่วยการใช้ท่ีดินของส่ิงปกคลุมดิน (land cover) ด้านอื่นๆ เช่น แหล่งน้า อ่างเก็บน้า
นอกจากน้ีเปน็ ไปไดท้ ีจ่ ะมหี นว่ ยสภาพการใชท้ ด่ี นิ ทเี่ ป็นหนว่ ยผสมของประเภทการใชต้ า่ งๆ อยดู่ ว้ ยกนั

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากดั 4-22 รายงานการเร่ิมงาน
บรทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จา้ กัด (Inception Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งตน้ อ่างเก็บน้าเหมืองตะกั่ว บทท่ี 4
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวัดพทั ลงุ แนวทางการศึกษาผลสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น

การก้าหนดหน่วยแผนท่ี การใช้ที่ดินในการศึกษานี้และการจัดท้าแผนที่การใช้ที่ดินของ
โครงการจะใช้ในระดับมาตราสว่ น 1:50,000

(6) การคมนาคมขนสง่
- ท้าการเก็บรวบรวมข้อมูลโครงข่ายการคมนาคมท่ีเชื่อมต่อกับพ้ืนที่โครงการ พร้อมทั้งข้อมูล

สถติ ปิ รมิ าณการจราจรในชว่ งเวลาตา่ งๆ
- ตรวจสอบขอ้ มูลภาคสนามเพื่อใหท้ ราบขนาดและสภาพเสน้ ทางคมนาคมในปัจจุบัน
- ส้ารวจแนวเส้นทางทจี่ ะเขา้ สู่บรเิ วณพ้นื ท่ีก่อสรา้ งหวั งาน และหน้างานของโครงการ

(7) การควบคมุ นา้ ทว่ มและการระบายนา้
- ท้าการรวบรวมข้อมูลจากการศึกษาทางด้านวิศวกรรม เก่ียวกับระดับเก็บกักน้า และการ

บรหิ ารจัดการนา้ ในช่วงเวลาต่างๆ
- ทา้ การรวบรวมข้อมูลการใช้ท่ีดิน ลักษณะชมุ ชน และการใช้ประโยชน์ล้าน้าในบริเวณที่คาดว่า

จะได้รบั ผลกระทบจากการพัฒนาโครงการ
- ทา้ การรวบรวมข้อมูลการเกิดปัญหาอุทกภัย และความเสียหายจากน้าทว่ มบริเวณพื้นที่ทา้ ยน้า

ของโครงการ
- รวบรวมและศกึ ษาทบทวนข้อมูลด้านการระบายน้าและการบริหารจัดการน้า จากเอกสารและ

รายงานทีเ่ ก่ียวข้อง
(8) แหลง่ แร่และเหมืองแร่
- รวมรวมข้อมูลจากกรมทรัพยากรธรณีและส้านักงานทรัพยากรธรณีจังหวัดเกี่ยวกับแหล่งแร่

และเหมอื งแรใ่ นพ้นื ทีโ่ ครงการ ได้แก่ แผนทีแ่ สดงแหล่งแร่ ชนิด บริเวณทต่ี ัง้ พนื้ ท่คี รอบคลุมและปรมิ าณแรส่ า้ รองของ
แต่ละแห่ง สถานภาพแหล่งแร่ และสถานภาพของเหมืองแร่

- ประเมินศักยภาพในการท้าเหมอื งแร่ในพ้ืนท่ีโครงการ รวมทั้งประเมินการสญู เสยี แหล่งแรห่ รือ
การผลิตแร่ อนั เป็นผลเน่ืองจากการดา้ เนนิ โครงการ

- ประเมินผลกระทบของการทา้ เหมืองแรใ่ นปัจจบุ ัน ต่อคณุ ภาพน้าและตอ่ การใชน้ า้ ในลุ่มน้าของ
โครงการ รวมถึงผลกระทบทางตน้ น้าและในพ้ืนท่ตี งั้ ของโครงการต่อคุณภาพน้าและการตกตะกอน

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากดั 4-23 รายงานการเริ่มงาน
บรัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จ้ากดั (Inception Report)

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบือ้ งตน้ อ่างเกบ็ นา้ เหมืองตะกัว่ บทท่ี 4
อนั เนอื่ งมาจากพระราชด้าริ จังหวัดพทั ลงุ แนวทางการศกึ ษาผลสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งต้น

4) คณุ คา่ ต่อคุณภาพชีวติ

(1) สภาพเศรษฐกจิ สงั คม
- รวบรวมข้อมูลทุติยภูมิสภาพเศรษฐกิจ-สังคมของชุมชนในพื้นท่ีศึกษาของโครงการ

จากหน่วยงานต่างๆ ข้อมูลท่ีปรากฏเป็นรายงานการศึกษา เอกสารราชการ ตลอดจนเอกสารส่ิงพิมพ์ต่างๆ
ท่ีเก่ียวข้อง ท้ังในส่วนกลางและส่วนท้องถ่ิน เช่น กชช 2ค. และทะเบียนราษฎร์ ข้อมูลทุติยภูมิที่ใช้ในการศึกษาน้ี
ประกอบด้วย ข้อมลู ด้านประชากร สภาพเศรษฐกจิ สภาพสงั คม ประเพณี วัฒนธรรม ประวัตคิ วามเป็นมาและการต้ัง
ถ่ินฐานของชุมชน เป็นตน้

- รวบรวมและศึกษาทบทวนขอ้ มูลด้านเศรษฐกจิ และสงั คม จากรายงานการศึกษาตา่ งๆที่เกย่ี วข้อง
- ส้ารวจและรวบรวมข้อมูลสภาพเศรษฐกิจ-สังคม คุณภาพชีวิต ความคิดเห็น/ข้อวิตกกังวลกรณีมีการ
พัฒนาโครงการและอ่ืนๆ โดยการส้ารวจและสอบถามผู้น้าชุมชน และประชาชนในพื้นที่โครงการและพ้ืนที่ใกล้เคียง เช่น
บริเวณพื้นท่ีก่อสร้างอาคารและองค์ประกอบโครงการ และพื้นทรี่ ับประโยชน์ของโครงการ โดยมีรายละเอียดของการ
ส้ารวจข้อมูลดงั นี้

o ประชากรเป้าหมาย
ประชากรเป้าหมายของการศกึ ษานี้ คือ ผนู้ ้าชุมชน และครวั เรือนในพื้นท่ศี ึกษาของโครงการ
ครอบคลุมกลุ่มครัวเรือนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบทางบวก (ในเขตพื้นท่ีชลประทาน) และครัวเรือนที่จะได้รับ
ผลกระทบทางลบด้านการสูญเสียท่ีดินและทรัพย์สินจากการก่อสร้างองค์ประกอบต่างๆของโครงการ และครัวเรือนท่ี
อย่ใู กลเ้ คียงและอาจได้รบั ผลกระทบดา้ นสง่ิ แวดล้อมกรณมี ีการก่อสร้างและด้าเนนิ โครงการ
o การสมุ่ ตัวอย่าง จ้าแนกกลุม่ ตวั อยา่ งออกเป็น 3 กลุม่ ดงั น้ี

1) กลุม่ ครัวเรือนทไี่ ด้รับผลกระทบโดยตรงจากการสญู เสียทดี่ นิ และทรัพย์สิน
: จะท้าการส้ารวจความคิดเห็นหั วหน้าครัวเรือน/คู่สมรส หรือตัวแทนครัวเรือน ท้ังหมดทุกครัวเรือน
(ท่ีสามารถตดิ ตามสัมภาษณไ์ ด้)

2) กลุ่มครัวเรือนในพื้นท่ีชลประทาน/ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบทางบวก
และครวั เรือนใกลเ้ คยี งพื้นทกี่ อ่ สรา้ งและด้าเนนิ งานโครงการ : จะทา้ การสมุ่ ตัวอยา่ ง โดยก้าหนดคา่ ความเช่ือถอื ได้อยู่ท่ี
ร้อยละ 95 และค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกินร้อยละ 5 ท้ังนี้จา้ นวนตัวอย่างจะมีการปรับให้มีความเหมาะสม ภายหลัง
จากได้ท้าการส้ารวจภาคสนามอย่างละเอียดอีกคร้ัง โดยกลุ่มครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบทางบวกและทางลบจาก
โครงการ : จะท้าการส้ารวจความคิดเห็นหัวหน้าครัวเรือน/คู่สมรส หรือตัวแทนครัวเรือน ที่ได้จากการสุ่มตัวอย่าง
โดยก้าหนดค่าความเชื่อถือได้อยทู่ ี่ร้อยละ 95 และค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกินร้อยละ 5 ส้าหรับสตู รท่ีค้านวณ หาขนาด
ตัวอย่างเป็นสูตรอย่างง่าย (Parel และคณะ, 1973:13) ดังน้ี

n = NZ² P(1-P)
ND²+Z² P(1-P)

N หมายถึง จ้านวนครัวเรอื นตวั อย่าง
N หมายถึง จา้ นวนครวั เรอื นรวม
Z หมายถึง ค่าความเช่ือม่ันของการเลอื กตัวอย่าง

กา้ หนดใหเ้ ทา่ กับ ร้อยละ 95 ทา้ ให้คา่ Z เทา่ กับ 1.96
P หมายถึง คา่ สดั สว่ นของประชากร ในท่ีน้ีกา้ หนดให้เป็น 0.5
D หมายถงึ ความน่าจะเป็นของความผิดพลาดที่ยอมให้เกิดขึ้นได้ ในที่น้ีกา้ หนดให้ไม่เกินร้อยละ

5 ท้าให้ D มีค่าเทา่ กบั 0.05

ทัง้ น้ี จ้านวนตัวอยา่ งที่จา้ ทา้ การสา้ รวจจะไมน่ อ้ ยกวา่ 200 ตัวอยา่ ง

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กัด 4-24 รายงานการเริ่มงาน
บรัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จา้ กัด (Inception Report)

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องตน้ อ่างเกบ็ น้าเหมืองตะก่วั บทท่ี 4
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวดั พัทลงุ แนวทางการศึกษาผลส่ิงแวดล้อมเบ้อื งต้น

3) กลุ่มผู้น้าชุมชน : ก้าหนดให้ท้าการสัมภาษณ์ผู้ใหญ่บ้าน หรือกรรมการ
หมู่บา้ นทกุ หมูบ่ า้ นทไ่ี ด้ท้าการส้ารวจข้อมลู ระดับครวั เรือน จ้านวน 15 ราย

o การวิเคราะหข์ ้อมลู
ในการวิเคราะห์ข้อมูลส้าหรับการศึกษาน้ี จะใช้โปรแกรมส้าเร็จรูปในการวิเคราะห์
ทางสังคมศาสตร์ โดยค่าสถิติท่ีใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าเฉล่ีย และค่าร้อยละ ส่วนตัวแปรส้าคัญท่ีจะท้าการ
วิเคราะห์ ได้แก่ ขนาดและโครงสรา้ งครวั เรือน การประกอบอาชีพ รายได้และรายจ่าย การถือครองที่ดินและทรัพยส์ ิน
การใช้ประโยชน์ท่ีดินเพ่ือการเกษตร ความสัมพันธ์ในชุมชน และการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในชุมชน การรับรู้ข้อมูล
ขา่ วสารโครงการ ความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะต่อโครงการ และการประเมินผลกระทบท่ีคาดวา่ จะเกิดข้ึนกรณีมีการ
พัฒนาโครงการ ฯลฯ
(2) การชดเชยทด่ี นิ และทรพั ยส์ นิ
(ก) คา่ ชดเชยท่ีดิน
- ทา้ การรวบรวมข้อมูลการใชท้ ่ดี ิน จากการศึกษาความเหมาะสมด้านวิศวกรรมของโครงการ จากนั้น
จึงออกสา้ รวจรายละเอียดในภาคสนาม เพ่อื ท้าการตรวจสอบความถูกต้อง
- ส้ารวจในพ้ืนที่บริเวณโครงการ และแนวเส้นทางการคมนาคม รวมถึงรายละเอียดต่างๆ ในการ
ครอบครองท่ีดนิ ประเภทเจา้ ของทด่ี นิ ขนาดท่ดี นิ ถือครอง ชนดิ ของเอกสารสทิ ธิ์ และราคาซอื้ ขายจริง เปน็ ต้น
- ติดต่อสา้ นกั งานท่ีดนิ จังหวัดหรืออ้าเภอ เพื่อขอทราบราคาที่ดนิ ประเภทต่างๆ ในพืน้ ทโี่ ครงการ เช่น
ราคาประเมินที่ดินเพื่อจัดเก็บภาษีบ้ารุงท้องท่ี ราคาประเมินท่ีดินเพื่อประโยชน์ในการจดทะเบียน สิทธิ และนิติกรรม
และราคาที่ดินที่ชาวบ้านซื้อขายกันจริง นอกจากนี้จะเก็บรวบรวมข้อมูลเอกสารสิทธ์ิ สภาพการถือครอง หรอื การเป็น
เจ้าของในท่ีดนิ
- จัดท้าแผนท่ีแสดงการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทต่างๆ ในบริเวณพ้ืนท่ีโครงการ เช่น พื้นที่อยู่อาศัย
พื้นท่ีท้าการเกษตร พื้นท่ีว่างเปล่า พื้นที่ป่าปลูก และพ้ืนที่ป่าไม้ธรรมชาติ เป็นต้น รวบรวม และศึกษาหลักเกณฑ์
การประเมิน และการจ่ายค่าชดเชยท่ีดิน ส้าหรับโครงการอ่ืนๆ ในบริเวณใกล้เคียงพ้ืนที่โครงการ รวมถึงศึกษา
ค่าชดเชยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2562 ลงวันท่ี 24 พฤษภาคม
พ.ศ.2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 พระราชบัญญัติปา่ ชุมชน พ.ศ.2562 ลงวันที่ 24
พฤษภาคม พ.ศ.2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันท่ี 29 พฤษภาคม 2562 และมติคณะรัฐมนตรีวันท่ี 11
กรกฎาคม 2532 คือ ค่าชดเชยในลักษณะค่าขนย้ายแก่ราษฎรท่ีเข้าท้ากินในพื้นท่ีป่าสงวน ท่ีสาธารณะและหวงห้าม
ของทางราชการทั้งที่มีเอกสารสิทธ์ิและไม่มีเอกสารสิทธ์ิ โดยจะต้องครอบครองและท้าประโยชน์มาก่อนท่ีจะมี
การกอ่ สร้างโครงการ (ถ้ามี) ราษฎรทตี่ อ้ งอพยพทา้ กนิ อยใู่ นพื้นทีป่ า่ สงวนฯ
- ท้าการค้านวณราคาค่าชดเชยที่ดิน ส่ิงปลูกสร้าง และพืชผล โดยใช้ข้อมูลที่ได้จากการส้ารวจ และ
เกบ็ รวบรวมดงั กล่าวมาแล้ว
(ข) ค่าชดเชยสิ่งปลูกสร้าง
- สา้ รวจภาคสนามและจัดท้าแผนท่ีต้าแหน่งสิ่งปลูกสร้างชุมชนลงในแผนทภี่ าพถา่ ยทางอากาศ หรือ
แผนท่ภี มู ิประเทศ
- บนั ทึกจ้านวนชนดิ /ประเภท ลักษณะของการก่อสรา้ ง ประเภทวสั ดทุ ี่ใช้ และขนาดของส่งิ ปลกู สรา้ ง
ท้ังหมด ได้แก่ ของเอกชน ชุมชน และของทางราชการ

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากดั 4-25 รายงานการเรมิ่ งาน
บรทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จ้ากัด (Inception Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบือ้ งต้น อา่ งเก็บนา้ เหมืองตะกว่ั บทท่ี 4
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชด้าริ จังหวัดพทั ลงุ แนวทางการศึกษาผลส่งิ แวดล้อมเบื้องตน้

- สา้ หรบั สิ่งปลกู สรา้ งของเอกชน จะทา้ การคัดเลอื กตวั อยา่ งของส่ิงปลูกสร้างแต่ละชนดิ โดยพจิ ารณา
จากลักษณะการปลูกสร้าง และประเภทวัสดุที่ใช้ก่อสร้างมาท้าการถอดแบบประเมินราคาค่าทดแทนต่อหน่วย
ส่วนสง่ิ ปลกู สร้างของทางราชการจะส้ารวจราคาค่าก่อสรา้ งโดยสอบถามจากเจ้าของหนว่ ยงานที่รับผิดชอบ

- เก็บรวบรวมราคาวัสดุประเภทต่างๆ ที่ใช้ในการก่อสร้าง ราคาค่าแรงงานก่อสร้าง ตลอดจน
คา่ ขนสง่ จากส่วนราชการ และรา้ นค้าในท้องถิน่

- รวบรวมข้อมูลและศึกษาหลักเกณฑ์การประเมินค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้างจากโครงการต่าง ๆ ใน
บริเวณใกลเ้ คยี ง

- ประเมนิ ราคาคา่ ชดเชยสิ่งปลูกสร้างท้งั หมดบริเวณพ้นื ทีโ่ ครงการ และแนวเส้นทางการคมนาคม
(ค) คา่ ชดเชยพืชผล
- จากการสา้ รวจการใช้ประโยชน์ทด่ี ิน ท้าใหท้ ราบถึงตา้ แหน่ง และขอบเขต ตลอดจนชนิดของพืชผล
ท่มี ีอยูใ่ นบรเิ วณที่ต้ังของโครงการ และแนวเสน้ ทางการคมนาคม
- ท้าการสุ่มตัวอย่างแปลงเพาะปลูกพืชผล โดยเฉพาะไม้ยืนต้น เพ่ือตรวจสอบความหนาแน่นของ
ต้นไม้ตอ่ พนื้ ที่
- เก็บรวบรวมข้อมูลด้านผลผลิต ค่าใช้จ่าย และผลตอบแทนสุทธิท่ีชาวบ้านได้จากการเพาะปลูก
พชื ผลประเภทตา่ งๆ โดยเฉพาะไม้ยืนต้นเศรษฐกิจ
- เก็บรวบรวมข้อมูลราคาค่าชดเชยตน้ ไมป้ ระเภทต่างๆ จากโครงการอ่ืนๆ ที่อยใู่ กลท้ ่ตี ง้ั โครงการ
- ประเมนิ ราคาค่าชดเชยพืชผลท้ังหมดในพนื้ ท่ตี ้งั ของโครงการ และแนวเส้นทางการคมนาคม
(3) สขุ ภาพอนามยั และการบรกิ ารสาธารณสขุ

(ก) การรวบรวมและวิเคราะหข์ อ้ มลู ด้านการสาธารณสขุ ทัว่ ไป
- ด้าเนินการรวบรวมข้อมูลสภาพสาธารณสขุ ทั่วไปในจังหวัดพทั ลุงและพืน้ ทโี่ ครงการ ย้อนหลัง 5 ปี
จากรายงาน/เอกสารด้านสาธารณสุข และหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขระดับจังหวัดหรืออ้าเภอท่ีอยู่ในพ้ืนท่ี
โครงการ ประกอบด้วย สถติ ชิ พี (จ้านวนประชากร อตั ราเกดิ อัตราตาย อตั ราเพิม่ ฯลฯ)
- ข้อมูลโรคประจ้าถิ่น โรคติดต่อ และโรคระบาดตามฤดูกาล ข้อมูลอัตราปว่ ยและอัตราตายของ
โรคที่มีสตั วเ์ ป็นพาหะน้า ได้แก่ โรคไขเ้ ลือดออก โรคไข้สมองอกั เสบจาก Japanese B. Encephalitis (JE) โรคเท้าชา้ ง
(Filariasis) โรคมาลาเรีย โรคฉ่ีหนู และโรคพยาธิต่างๆ ที่แพร่กระจายผ่านทางน้าและทางพื้นดิน เป็นต้น
โดยเปรียบเทียบอัตราการพบโรคดงั กล่าวกับอัตราเฉล่ียของภาคใต้และของประเทศ สถานการณ์ด้านอาชีวอนามัยใน
พื้นที่โครงการ/โรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพ ได้แก่ โรคท่ีเกิดจากสารเคมีควบคุมศัตรูพืชท่ีเกษตรกรใช้ในการ
เพาะปลูก โรคท่ีเกิดจากการใช้แรงงานในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ได้แก่ โรคเกี่ยวกับกล้ามเน้ือและข้อ
โรคผิวหนัง เป็นต้น จ้านวนบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมท้ังจ้านวนโรงพยาบาลและศูนย์บริการ
สาธารณสุขต่างๆ พร้อมทั้งเปรียบเทียบกับอัตราของภาคใต้และของประเทศ และเทียบกับมาตรฐานของกระทรวง
สาธารณสุข
- สถิติข้อมูลอื่นๆ ในพื้นท่ีโครงการ เช่น สภาพอนามัยส่ิงแวดล้อม การเกิดอุบัติเหตุ และภาวะ
โภชนาการ เป็นต้น

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จ้ากดั 4-26 รายงานการเร่ิมงาน
บรทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จ้ากัด (Inception Report)

โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบื้องต้น อา่ งเก็บนา้ เหมืองตะกวั่ บทที่ 4
อันเนอ่ื งมาจากพระราชด้าริ จังหวดั พัทลงุ แนวทางการศึกษาผลสิ่งแวดล้อมเบ้อื งต้น

(ข) การส้ารวจและเกบ็ ตวั อย่างในภาคสนาม
- การตรวจสขุ ภาพเบ้ืองต้น และศึกษาด้านอาหารและภาวะโภชนาการ ด้าเนินการตรวจสุขภาพ
ทั่วไปโดยแพทย์ พร้อมท้ังใช้แบบสอบถามสัมภาษณ์เกี่ยวกับการเจ็บป่วยในอดีตและปัจจุบันของประชาชนในพ้ืนท่ี
โครงการ รวม 30 ตัวอย่าง
- การสา้ รวจปลาและหอย ซง่ึ เปน็ พาหะของโรคพยาธใิ บไม้ตบั และพยาธใิ บไม้เลือด จากแหล่งน้า
ในพื้นที่โครงการ โดยท้าการส้ารวจและวิเคราะห์ปลา จ้านวน 1 คร้ัง รวม 30 ตัวอย่าง ส้ารวจและวิเคราะห์หอย
จา้ นวน 1 ครัง้ รวม 3 สถานี
- การส้ารวจยุง โดยท้าการเก็บตัวอย่างเพ่ือวิเคราะห์ยุงและลูกน้า ซ่ึงเป็นพาหะของโรค
ไข้เลอื ดออกและโรคมาลาเรีย จา้ นวน 1 ครงั้ รวม 3 สถานี
- การตรวจคุณภาพน้าด่ืม โดยท้าการเก็บตัวอย่างและวิเคราะห์คุณภาพน้าด่ืมของประชาชนใน
เขตพื้นที่โครงการ จ้านวน 8 ตัวอย่าง ตามวิธีการที่อธิบายไว้ใน Standard Methods for the Examination of
Water and Wastewater ของ APHA, AWWA และ WEF (1998) ผลการตรวจวัดคุณภาพน้าจะน้ามาเปรียบเทียบ
กบั มาตรฐานคุณภาพนา้ บรโิ ภคในชนบทของกรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุข โดยใช้ฟลูออไรดเ์ ป็นดัชนตี ัวชวี้ ัด
- การส้ารวจพฤติกรรมการใช้สารเคมีทางการเกษตร สภาพสาธารณสุข อนามัยส่ิงแวดล้อม
(การใชส้ ว้ ม น้าดม่ื -นา้ ใช้ การปรับปรงุ คุณภาพน้ากอ่ นด่มื การกา้ จดั ขยะมลู ฝอย ฯลฯ) และผลกระทบด้านจติ ใจ โดยใช้
แบบสอบถามในการสา้ รวจ โดยดา้ เนินการร่วมกับการส้ารวจสภาพเศรษฐกจิ -สงั คม จ้านวน 30 ตวั อย่าง
(4) การพกั ผอ่ นหย่อนใจและสนุ ทรยี ภาพ
รวบรวมข้อมูลดา้ นการพักผ่อนหย่อนใจ และสนุ ทรียภาพในพื้นท่โี ครงการและบริเวณใกล้เคียง อาทิ
- สถานทีแ่ หลง่ ทอ่ งเทีย่ วท่ีมคี วามสา้ คญั ในพนื้ ท่ีศึกษาโครงการ
- ชว่ งเวลาหรือฤดกู าลท่เี หมาะสมส้าหรบั การท่องเทย่ี ว และการพกั ผ่อนหยอ่ นใจ
- จา้ นวนท่พี กั และส่ิงอา้ นวยความสะดวกตา่ งๆ
- จ้านวนนกั ท่องเท่ยี ว กิจกรรม เส้นทางทอ่ งเท่ยี ว สถติ ิ และแนวโน้มทีผ่ า่ นมา
- ขอ้ จ้ากดั ในการพัฒนาหรือการดา้ เนนิ การ ดา้ นการทอ่ งเท่ียว และการพักผอ่ นหย่อนใจ
- สถานท่ีที่มีความงาม หรือความเป็นเอกลักษณ์ของทรัพยากรธรรมชาติท่ีจะต้องสูญเสียไป
เน่ืองจากโครงการ และแหล่งทอ่ งเที่ยวทีจ่ ะเกดิ ใหม่
(5) แหล่งโบราณคดแี ละประวตั ิศาสตร์
- รวบรวมข้อมูลแหล่งโบราณคดี และสิ่งที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ รวมท้ังวัฒนธรรมและวิถี
ชีวิตของชุมชน โดยใช้ข้อมูลจากเอกสาร รายงาน และแผนท่ีที่แสดงแหล่งโบราณคดีและสถานที่ส้าคัญในพ้ืนที่ศึกษา
ของโครงการ
- ศึกษาขอ้ มลู และผลการศึกษาจากรายงานการศึกษาตา่ งๆ ที่เก่ยี วข้อง
- ประเมินผลกระทบทค่ี าดว่าจะเกิดข้ึน ต่อแหล่งโบราณคดี และส่ิงมีค่าทางประวัติศาสตร์ กรณี
ท่มี ีการพัฒนาโครงการ

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จ้ากัด 4-27 รายงานการเร่ิมงาน
บรทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จ้ากัด (Inception Report)

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเกบ็ น้าเหมืองตะกวั่ บทท่ี 4
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวดั พัทลุง แนวทางการศกึ ษาผลส่งิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้

4.7.3 การประเมนิ ผลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม
1) ภมู ปิ ระเทศ
- ประเมินผลกระทบท่ีเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศเดิมและสภาพแวดล้อม

บรเิ วณพ้ืนทก่ี ่อสร้างและพ้นื ที่ใกลเ้ คยี งในระยะสั้นและระยะยาว
2) ภูมอิ ากาศ
- ท้าการประเมินการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บริเวณพ้ืนท่ีโครงการและบริเวณใกล้เคียง

อนั เน่อื งมาจากโครงการ และผลกระทบจากการเปล่ยี นแปลงนั้น
- ประเมินผลกระทบของฝุ่นที่อาจเกิดข้ึนจากกิจกรรมของโครงการ เช่น จากการเปิดหน้าดินการ

ขนส่งวสั ดุกอ่ สร้าง ท่ีจะส่งผลกระทบตอ่ พ้ืนทีอ่ ่อนไหว ไดแ้ ก่ ชุมชน โรงพยาบาล โรงเรียน ศาสนสถาน ฯลฯ
3) ทรัพยากรดิน
- ประเมินความสูญเสียของดินในบริเวณพน้ื ท่ีโครงการท่ีอาจถูกนา้ ท่วม บริเวณแนวเสน้ ทางคมนาคม

รวมท้งั คลองส่งน้า
- ประเมนิ การสูญเสียดนิ จากลุ่มน้า เนื่องจากการเปล่ียนแปลงการใชท้ ่ดี ิน อนั สืบเน่ืองจากการพัฒนา

โครงการ เช่น การแผ้วถางป่าและการเกษตรกรรมต่อการกัดเซาะดินและการตกตะกอนบริเวณท่ีตั้งโครงการ
(ศึกษาควบคไู่ ปกับการศึกษาดา้ นการกดั เซาะและการตกตะกอนและการจดั การลมุ่ น้า)

- ประเมนิ ผลกระทบต่อคณุ ภาพดิน เชน่ การขงั น้าในดิน (Water logging) จากการพฒั นาโครงการ
- ประเมนิ ความเหมาะสมของดนิ ในการใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะบริเวณพื้นทีช่ ลประทาน
4) ธรณวี ิทยาและแผ่นดินไหว
- ประเมินความเหมาะสมของพื้นที่ท่ีจะสร้างอาคาร/องค์ประกอบของโครงการ เพ่ือให้การออกแบบ
สามารถรองรับความเปลย่ี นแปลงทม่ี ีสาเหตุจากแผน่ ดนิ ไหว
5) อทุ กวทิ ยาน้าผวิ ดนิ
- วิเคราะห์ถึงการเปล่ียนแปลงสภาพอุทกวิทยาของล้าน้า และผลกระทบต่อความสมดุลของน้า
(water balance) ในสภาพกอ่ นและหลังมโี ครงการ
6) คุณภาพนา้ ผวิ ดิน
- ประเมินการเปล่ียนแปลงคุณภาพน้าในสภาพก่อนและหลังมีโครงการ ซ่ึงรวมถึงการคาดคะเนการ
เปลีย่ นแปลงคณุ ภาพน้าเนอ่ื งจากการพัฒนาของโครงการ
- ประเมินผลกระทบจากการเก็บกักน้า และการปล่อยน้าท่ีจะมีผลต่อคุณภาพน้าและระบบนิเวศ
บริเวณที่ตงั้ ของโครงการ และบรเิ วณทา้ ยน้า
7) นา้ ใต้ดนิ
- ประเมินผลกระทบร่วมกับทางด้านอุทกธรณีวิทยา โดยพิจารณาความสัมพันธ์ของทิศทางการไหล
ของน้า การเปลีย่ นแปลงใดๆ ท่ีอาจมผี ลต่อปรมิ าณ และคณุ ภาพน้าใต้ดินในบริเวณโครงการ และในพ้ืนที่ท้ายน้า
8) การกัดเซาะและตกตะกอน
- ประเมินปริมาณตะกอนดนิ ที่คาดว่าจะถกู พัดพามาพร้อมกบั กระแสนา้ จากต้นน้า และการทับถม ซ่ึง
จะมีผลต่อปริมาณน้า และอายุการใช้งานของโครงการ นอกจากน้ีจะท้าการตรวจสอบลักษณะการกัดเซาะตลิ่ง หรือ
การพังทลายของตลิง่ ตามธรรมชาติบรเิ วณท้ายน้าของโครงการด้วย โดยพิจารณาร่วมกับสภาพภูมิประเทศ ความลาด

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จ้ากดั 4-28 รายงานการเรม่ิ งาน
บรทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จา้ กดั (Inception Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบือ้ งต้น อา่ งเกบ็ นา้ เหมืองตะกัว่ บทท่ี 4
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวัดพทั ลุง แนวทางการศกึ ษาผลสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองตน้

เอียงของพื้นท่ี ลักษณะดินและพันธพ์ุ ืชที่ปกคลุมพื้นที่ เพ่ือประเมินผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงของระดับน้าก่อน
และหลังมีโครงการ

9) สง่ิ มชี ีวิตในนา้
- ประเมินผลกระทบต่อสภาพนิเวศวิทยาทางน้า อันสืบเน่ืองจากการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้าในช่วง

การก่อสร้างของโครงการ โดยเฉพาะความขุ่นของน้า ปริมาณตะกอนแขวนลอย และปริมาณตะกอนต่อสัตว์หน้าดิน
แพลงก์ตอน และสตั วน์ า้ วัยออ่ น

- ประเมินผลกระทบต่อสภาพนิเวศวิทยาทางน้าในล้าน้าบริเวณท่ีตั้งโครงการ เนื่องจากการ
เปลยี่ นแปลงคณุ ภาพนา้ โดยเฉพาะในชว่ งของการปิดประตูระบายน้า หรือการกกั เก็บน้าในเขือ่ นทดน้า ซ่ึงจะมกี ารยอ่ ย
สลายของซากพืชและการเปล่ียนแปลงของสภาพนิเวศวิทยาจากสภาพน้าไหลไปเป็นส ภาพน้าน่ิง และมีการ
เปลย่ี นแปลงของระดบั น้า โดยจะไดค้ าดการณ์การเปลี่ยนแปลงของชนิด ปรมิ าณ ความหลากหลายของพืชและสตั ว์น้า
รวมทั้งผลผลติ เบอ้ื งตน้ และหว่ งโซอ่ าหารของสิ่งมีชวี ติ อยู่ในน้า และบรเิ วณหนา้ ดินในสภาพกอ่ นและหลังมีโครงการ

- ประเมินการเปลย่ี นแปลงระบบนเิ วศวิทยาทางน้าในลา้ น้าทางดา้ นท้ายน้าของประตูระบายน้า
- ประเมินผลกระทบต่อการกีดขวางเส้นทางอพยพของปลา ซ่ึงต้องย้ายถ่ินเพ่ือวัตถุประสงค์ใดๆ
ในชว่ งวงจรชีวติ และศึกษาความจา้ เปน็ ของการสร้างทางปลาผา่ น ตามพระราชบัญญตั ิการประมง ปีพ.ศ.2490 พร้อม
ท้ังประเมินถงึ ทรัพยากรประมงที่จะเกิดขึ้นใหม่ในบริเวณที่ต้ังโครงการ และการประมงในบริเวณล้าน้าคลองบริเวณท่ี
อาจได้รับผลกระทบ
10) ทรัพยากรป่าไม้
- ประเมนิ ผลกระทบจากกิจกรรมต่างๆ ของโครงการทม่ี ีตอ่ ระบบนิเวศ/ทรัพยากรปา่ ไม้ ท้งั ผลกระทบ
ทางตรงในด้านการสูญเสียและการเพ่ิมพูนพ้ืนท่ีป่าไม้และทรัพยากรไม้ และผลกระทบทางอ้อมท่ีอาจเกิดขึ้นจาก
กิจกรรมในระยะกอ่ สรา้ งและระยะด้าเนินการของโครงการ
11) ทรัพยากรสตั วป์ า่
- ประเมินผลกระทบต่อสัตว์ป่าในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเทือกเขาบรรทัด และ พื้นที่ท่ีรับ
ผลกระทบ/พ้ืนทีน่ ้าท่วม โดยพจิ ารณาถึงลักษณะของผลกระทบและระยะเวลาที่เกดิ ผลกระทบ
- คาดคะเนถึงการเกิดแหล่งท่อี ยู่อาศยั ของสตั ว์ปา่ ขนึ้ ใหม่หลังจากการพฒั นาของโครงการ
12) การจดั การล่มุ น้า
- ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมท่ีอาจเกิดขึ้นจากการด้าเนินโครงการต่อการบริหารจัดการลุ่มน้า
ท้ังระหว่างการก่อสร้างและในระยะดา้ เนนิ การ
13) การใช้นา้
- ประเมนิ ความต้องการใช้น้าของชุมชนในปจั จบุ ัน และในอนาคต 10 ปี กับปริมาณน้าทง้ั หมดท่ีได้มา
จากโครงการ เพอ่ื ท้าการวิเคราะหค์ วามเพียงพอของน้าในอนาคต
- ประเมินผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบของโครงการท่ีมีต่อแหล่งน้าใช้ของชุมชนที่อยู่บริเวณ
ทา้ ยนา้ ของโครงการ ทั้งดา้ นคณุ ภาพและปริมาณ ทั้งน้าผวิ ดนิ และน้าบาดาล และการเปลย่ี นแปลงใดๆ อันเน่ืองมาจาก
การเปลีย่ นแปลงดงั กล่าว

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จา้ กัด 4-29 รายงานการเริม่ งาน
บรัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จา้ กัด (Inception Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น อ่างเกบ็ น้าเหมอื งตะกวั่ บทท่ี 4
อนั เนอื่ งมาจากพระราชด้าริ จังหวดั พทั ลงุ แนวทางการศึกษาผลสิ่งแวดล้อมเบือ้ งต้น

14) ระบบชลประทาน
- ประเมินผลกระทบต่อภาพรวมของระบบชลประทานท่ีมีอยู่ในปัจจุบัน หรือกา้ ลังจะพัฒนาในลุ่มน้า

จากการพฒั นาโครงการ
15) การเกษตร
- ประเมินผลกระทบของโครงการต่อการเปล่ียนแปลงชนิดและรูปแบบการเพาะปลูกพืช และเลี้ยง

สัตว์ และผลกระทบจากของเสีย การใชส้ ารเคมี ป๋ยุ ยาปราบศัตรพู ืช และสารพษิ ตกคา้ งในไร่นา และจากการเลยี้ งสัตว์
ท่ีมีตอ่ แหล่งนา้ และโครงการ

16) การใชท้ ี่ดนิ
- วิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและสิทธิการถือครองที่ดิน อันเน่ืองมาจากโครงการ

ทง้ั ในบรเิ วณพื้นทีเ่ ก็บกกั นา้ พ้ืนทีช่ ลประทาน และบรเิ วณพืน้ ทต่ี ง้ั ถน่ิ ฐานใหม่ (ถ้าม)ี
- ประเมินและคาดคะเนการเปล่ียนแปลงลักษณะรูปแบบการใช้ท่ีดินเนื่องจากการพัฒนาโครงการ

เชน่ การเปล่ียนพน้ื ทป่ี า่ ไม้หรอื ไรน่ าไปเปน็ พื้นท่ีโครงการ และพน้ื ที่เกษตรกรรม การเปลี่ยนพื้นทเี่ กษตรกรรมเปน็ พ้ืนท่ี
ชุมชน เปน็ ต้น

- ประเมินผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงการใช้ที่ดินดังกล่าวต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม และการใช้
ทรัพยากรของมนุษย์ เช่น ต่อการชะล้างพังทลายของดิน ต่อสัตว์ป่า ต่อพ้ืนท่ีป่าไม้ ต่อสภาพเศรษฐกิจ-สังคม
ต่อคุณภาพน้า เป็นต้น

17) การคมนาคมขนสง่
- ประเมนิ ผลกระทบต่อการคมนาคมขนสง่ ทง้ั ทางบกและทางนา้ อนั เป็นผลสบื เนอื่ งมาจากการพฒั นา

โครงการ ซ่ึงรวมถึงปริมาณการจราจรท่เี พิ่มข้ึน ความเสยี หายตอ่ ถนนโดยเฉพาะในช่วงการกอ่ สรา้ ง
- ประเมนิ ผลประโยชน์ของการพฒั นาเสน้ ทางการคมนาคมของโครงการ ตอ่ การขนสง่ ล้าเลยี งในท้องถ่นิ

18) การควบคมุ นา้ ท่วมและการระบายนา้
- ประเมนิ การเปลยี่ นแปลงสภาพอทุ กวิทยากอ่ นและหลงั มโี ครงการ
- ประเมินผลประโยชน์ของการพฒั นาโครงการตอ่ การป้องกนั และบรรเทาปัญหานา้ ท่วม
- ประเมินผลกระทบตอ่ การลดลงของพืน้ ทที่ นี่ า้ ทว่ มถึง

19) แหล่งแรแ่ ละเหมอื งแร่
- ประเมินศักยภาพในการท้าเหมืองแร่ในพื้นท่ีโครงการ รวมท้ังประเมินการสูญเสียแหล่งแร่หรือ

การผลิตแร่ อันเป็นผลเนอ่ื งจากการด้าเนินโครงการ
- ประเมินผลกระทบของการท้าเหมืองแร่ในปัจจุบัน ต่อคุณภาพน้าและต่อการใช้น้าในลุ่มน้าของ

โครงการ รวมถึงผลกระทบทางตน้ นา้ และในพนื้ ทีต่ ้ังของโครงการตอ่ คุณภาพน้าและการตกตะกอน
20) เศรษฐกิจและสงั คม
- ประเมินผลกระทบทางสังคม (SIA)จากการพัฒนาโครงการ ตามแนวทางการประเมินผลกระทบ

ส่ิงแวดล้อมทางสังคมของ สผ. โดยเน้นผลกระทบต่อชุมชนและครัวเรือนในพ้ืนท่ีศึกษาของโครงการ อาทิ ผลกระทบ
ต่อรายได้ การใช้แรงงาน ลักษณะการด้าเนินชีวิต ศักยภาพ ความเข้มแข็งขององค์กร ชุมชน ครัวเรือน
การเปลยี่ นแปลงด้านเศรษฐกิจ-สังคม วิถชี วี ติ และการปรับตัวของชมุ ชน

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากดั 4-30 รายงานการเรมิ่ งาน
บรทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จ้ากัด (Inception Report)

โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบื้องตน้ อา่ งเกบ็ นา้ เหมืองตะกวั่ บทที่ 4
อันเนอ่ื งมาจากพระราชด้าริ จังหวดั พทั ลุง แนวทางการศกึ ษาผลสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองตน้

- ประเมินผลกระทบทางดา้ นจติ ใจของผอู้ พยพและผอู้ ยูเ่ ดมิ ในพ้นื ที่จัดสรรอพยพ (ถ้ามี)
- ประเมินผลกระทบจากการเวนคืนท่ดี นิ พ้นื ท่อี ่างเกบ็ น้า (ถ้าม)ี บรเิ วณหวั งานเขื่อนและแนวเส้นทาง
การคมนาคม
21) การชดเชยทดี่ ินและทรพั ย์สิน
ประเมินค่าชดเชยที่จะต้องจ่ายสา้ หรับท่ดี ิน ไม้ผล ส่งิ ปลูกสร้าง และทรัพย์สนิ อ่ืนๆ ท่ีจะถูกน้าท่วม หรือ
อยู่ในเขตก่อสรา้ งองค์ประกอบต่าง ๆ ของโครงการเพ่ือเป็นข้อมูลสา้ คัญในการช่วยให้ประชาชนท่ีได้รับความเสียหาย
จากการดา้ เนนิ โครงการไดร้ บั คา่ ชดเชยอย่างเป็นธรรม
22) สุขภาพอนามยั และบรกิ ารสาธารณสุข
- ประเมินผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนในพ้ืนที่โครงการและบริเวณใกล้เคียง
ผลกระทบต่อการสาธารณสุขและการสุขาภิบาล ผลกระทบต่อภาวะโภชนาการของชุมชนและเด็กก่อนวัยเรียน และ
ผลกระทบทางด้านจิตใจของประชาชนในทอ้ งถน่ิ
- พิจารณาประเมินผลกระทบทางสุขภาพ (HIA) เบื้องต้นตามแนวทางการประเมินผลกระทบทาง
สขุ ภาพในรายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมของ สผ. โดยมีรายละเอียดดังนี้

• ท้าการระบถุ ึงประชากรกลุม่ เส่ียงทอี่ าจไดร้ ับผลกระทบ

• ทา้ การแจกแจงความสัมพันธ์ของกิจกรรมที่กอ่ ให้เกิดส่ิงคุกคาม และระบุวา่ สง่ิ คุกคาม
ตา่ งๆ ทีเ่ กิดขน้ึ จะมผี ลกระทบทา้ ให้เกิดการเปล่ียนแปลงของสถานะสุขภาพอยา่ งไร

• ประเมินผลกระทบท่ีอาจเกิดจากโครงการ หรือกิจกรรมที่เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ
พลานามยั รวมถงึ การสาธารณสุขและสขุ อนามัยส้าหรบั ทพ่ี ักคนงานและความเปน็ อยขู่ องคนงานด้วย

• ประเมินผลกระทบต่อโอกาสการเกดิ โรคระบาด การเจบ็ ป่วยของประชาชนในพน้ื ท่ีอันเกิด
จากชุมชนแรงงาน

• ประเมินผลกระทบต่อความสามารถในการเขา้ ถึงสถานบริการสาธารณสุขในพืน้ ทีโ่ ครงการ
รวมท้ังปัญหาอปุ สรรคในดา้ เนินงานด้านการสาธารณสุขในพ้ืนท่โี ครงการ

• ประเมินผลกระทบจากการด้าเนินโครงการตอ่ สภาพสุขอนามัยของประชาชน การรบกวน
การดา้ รงชวี ติ ความเป็นอยขู่ องประชาชน เป็นตน้

• ประเมินผลกระทบต่อด้านอาชีวอนามัย เช่น โรคและอุบัติเหตุท่ีเกิดจากการท้างาน
การเกิดโรคระบาด การเจ็บป่วยของคนงาน

• ประเมินผลกระทบต่อด้านปัญหาอาชีวอนามัยที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนบริเวณ
ใกลเ้ คียง เช่น สภาพสุขอนามัยของชุมชนแรงงาน สภาพความเป็นอยขู่ องคนงานก่อสร้าง สถานทต่ี ง้ั ของชมุ ชนแรงงาน
ห้องนา้ หอ้ งสว้ ม สาธารณปู โภคท่จี า้ เปน็ กฎระเบยี บดา้ นอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เปน็ ตน้

• ประเมนิ ผลกระทบตอ่ ความเพียงพอของสถานบรกิ ารสาธารณสขุ ที่สามารถรองรบั อบุ ตั เิ หตุ
ทีอ่ าจเกดิ ข้ึนในพน้ื ทโี่ ครงการ

• ประเมินผลกระทบในด้านการเพิ่มความเส่ียงต่อการเกิดโรคและอุบัติเหตุที่เกิดจากการ
ท้างานของคนงาน และสภาพพืน้ ทีท่ า้ งานของโครงการ เป็นตน้

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กดั 4-31 รายงานการเรม่ิ งาน
บรทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จ้ากัด (Inception Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบือ้ งตน้ อ่างเก็บน้าเหมืองตะกั่ว บทที่ 4
อนั เนอื่ งมาจากพระราชด้าริ จังหวดั พัทลุง แนวทางการศึกษาผลส่ิงแวดลอ้ มเบอื้ งตน้

23) การพักผอ่ นหย่อนใจและสุนทรียภาพ
- ประเมินผลกระทบท้ังด้านบวกและด้านลบที่คาดว่าจะเกิดข้ึนจากการด้าเนินการก่อสร้างของ

โครงการท่ีมีต่อแหล่งพักผ่อนหย่อนใจและสุนทรียภาพ เช่น ความสวยงามตามธรรมชาติที่อาจสูญเสียไป หรือคุณค่า
การใช้ประโยชน์เพอ่ื การสนั ทนาการ และลกั ษณะดา้ นสนุ ทรยี ภาพของการพัฒนาโครงการทีเ่ กดิ ขนึ้

24) แหล่งโบราณคดแี ละประวตั ิศาสตร์
- ประเมินผลกระทบท่ีคาดว่าจะเกิดข้ึน ต่อแหล่งโบราณคดี และสิ่งมีค่าทางประวัติศาสตร์ กรณีท่ีมี

การพัฒนาโครงการ เพื่อเป็นฐานข้อมูลส้าคัญในการจัดท้าแผนหรือมาตรการในการป้องกัน แก้ไขหรือบรรเทา
ผลกระทบ กรณมี กี ารพัฒนาโครงการ

4.7.4 การจัดทามาตรการปอ้ งกันแก้ไขผลกระทบส่งิ แวดล้อม
การพัฒนาของโครงการอาจก่อให้เกิดผลกระทบทางลบต่อทรัพยากรและส่ิงแวดล้อม ดังน้ันจะจัดท้ามาตรการ

ป้องกัน และแก้ไขหรือบรรเทาความรุนแรงของผลกระทบท่ีอาจจะเกิดข้ึนตามที่ได้ประเมินไว้ รวมท้ังมาตรการด้านการ
ชดเชยความเสียหายที่จะเกิดข้ึน ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือเกิดข้ึนน้อยท่ีสุดเท่าที่
เป็นไปได้ โดยมาตรการอาจอยู่ในรปู ของแนวทางหรือกฎระเบียบในการปฏบิ ัติ และแผนงานหรือแผนปฏบิ ัติการ อาทิ

- มาตรการปอ้ งกนั ผลกระทบด้านป่าไม้ แผนการปลูกปา่ ทดแทน ระยะก่อสร้างและระยะด้าเนนิ การ
- แผนงานอพยพสัตว์ปา่ บริเวณกอ่ สร้างโครงการ
- แผนงานชดเชยทีด่ ินและทรพั ย์สนิ
- แผนงานป้องกนั การแพร่ระบาดของโรคต่างๆ ท่เี กิดจากโครงการ
- แผนพฒั นาดา้ นการทอ่ งเท่ยี วในพ้ืนท่ีโครงการ เป็นต้น

4.7.5 การตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบสิง่ แวดลอ้ ม
การส้ารวจและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม จะครอบคลุมถึงแผนงานท่ีเหมาะสมในการส้ารวจ

ติดตามตรวจสอบผลกระทบของการพัฒนาโครงการท่ีมีต่อคุณค่าและทรัพยากรสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น
ภายหลัง โดยในแผนงานจะมีรายละเอียด วิธีการ ระยะเวลา ความถี่ของการติดตามตรวจสอบประเด็นต่างๆ เช่น
คุณภาพน้าผิวดินในบริเวณท่ีต้ังโครงการและพ้ืนท่ีท้ายน้า การประมงและการเพาะเลี้ ยงสัตว์น้า วัชพืชน้า
การเปลี่ยนแปลงสภาพป่าไม้ การกัดเซาะพังทลายของตล่ิง การตกตะกอนของล้าน้า การใช้น้าเพื่อการเกษตร
การอุปโภคบริโภค การท่องเที่ยวการสาธารณสุข สขุ าภบิ าล และโภชนาการ และการเปล่ียนแปลงทางสงั คมเศรษฐกิจ
เป็นตน้

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จ้ากัด 4-32 รายงานการเริ่มงาน
บรทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จ้ากัด (Inception Report)

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอื้ งต้น อา่ งเกบ็ น้าเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 5

อันเนอ่ื งมาจากพระราชด้าริ จังหวัดพัทลุง การประชาสมั พนั ธ์ มวลชนสัมพนั ธ์ และการมสี ่วนรว่ มของประชาชน

บทที่ 5
การประชาสัมพนั ธ์ มวลชนสมั พนั ธ์ และการมสี ว่ นรว่ มของประชาชน

5.1 คานา

การประชาสัมพันธ์ มวลชนสัมพันธ์ และการมีส่วนร่วมของประชาชนในงานโครงการศึกษาผลกระทบ
ส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บน้าเหมืองตะกั่ว อันเน่ืองมาจากพระราชด้าริ จังหวัดพัทลุง เป็นกิจกรรมท่ีด้าเนินการใน
ระยะก้าหนดโครงการ ช่วงการทบทวนผลการศึกษาความเหมาะสมและจัดท้ารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้น
(IEE) ซ่ึงกรมชลประทานสนับสนุนให้หน่วยงาน องค์กรท่ีเก่ียวข้อง และประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมรับทราบข้อมูล
ให้เกิดความเข้าใจ แลกเปลี่ยนและแสดงความคิดเห็น น้าเสนอข้อห่วงกังวลตลอดจนให้ข้อแนะน้า เป็นข้อดีของการ
สื่อสารสองทางเพ่ือให้โครงการสนองตอบความต้องการของประชาชนมากที่สุด และในขณะเดียวกันต้องค้านึงถึง
สิ่งแวดลอ้ มและสังคม โดยมีมาตรการปอ้ งกันและแก้ไขท่ีเหมาะสม เปน็ ทยี่ อมรับสอดคลอ้ งกับบริบทในพนื้ ท่ี

การมีส่วนร่วมของประชาชนตามข้อก้าหนด (TOR) ของโครงการ ด้าเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย ปี 2560 มาตรา 57 ข้อ (2) รัฐต้องอนุรักษ์ คุ้มครอง บ้ารุงรักษา ฟื้นฟู บริหารจัดการ และใช้หรือ
จดั ให้มีการใชป้ ระโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ ให้เกิดประโยชน์อย่าง
สมดุลและย่ังยืน โดยต้องใหป้ ระชาชนและชุมชนในทอ้ งถ่นิ ท่ีเกย่ี วขอ้ งมสี ว่ นร่วมด้าเนนิ การและได้รับประโยชน์จากการ
ด้าเนินการดังกล่าวด้วยตามที่กฎหมายบัญญัติ ท้ังน้ีจะด้าเนินการตามระเบียบส้านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟัง
ความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ.2548 แนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนและการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ทางสังคมในกระบวนการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ.25 61 ของส้านักงานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคู่มือการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ
ประชาชน กรมชลประทาน พ.ศ.2552

5.2 วตั ถุประสงค์

1) เพ่ือเผยแพรข่ ้อมูลขา่ วสารการด้าเนินงาน และแนวทางการพัฒนาโครงการฯ ใหห้ นว่ ยงานและประชาชน
รับทราบ ตลอดจนสรา้ งความเข้าใจทถี่ ูกตอ้ ง

2) เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการด้าเนินโครงการ รวมทั้งแนวทางการแก้ไข ตลอดจน
แลกเปล่ียนความคิดเห็นระหว่างหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ประชาชน และกรมชลประทาน เพื่อรับทราบความต้องการใน
พน้ื ท่ีโครงการฯ ซึ่งเป็นการสรา้ งโอกาสการมสี ว่ นรว่ มและน้าขอ้ มูลมาประกอบการวิเคราะหห์ าแนวทางแก้ไขปัญหาท่ีมี
ความสอดคลอ้ งกนั เหมาะสม และเปน็ ทีย่ อมรับของประชาชน

3) เพ่ือแสดงเจตนารมณ์ท่ีมุ่งม่ันของกรมชลประทานในการพัฒนาแหล่งน้าควบคู่กับความใส่ใจต่อ
สิง่ แวดลอ้ มและความเปน็ อย่ขู องประชาชน

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กดั 5-1 รายงานการเร่ิมงาน
บรษิ ัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จ้ากดั (Inception Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบื้องต้น อา่ งเก็บน้าเหมืองตะกัว่ บทท่ี 5

อันเนอ่ื งมาจากพระราชด้าริ จงั หวัดพัทลงุ การประชาสมั พันธ์ มวลชนสัมพนั ธ์ และการมีสว่ นรว่ มของประชาชน

5.3 กลยทุ ธ์การประชาสมั พันธ์ มวลชนสัมพนั ธ์และการมีส่วนรว่ มของประชาชน
5.3.1 การทบทวนการดาเนนิ งานโครงการท่เี กีย่ วขอ้ ง

จากการทบทวนข้อมูลความคิดเห็นในโครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น โดยกรมชลประทาน
เมื่อ พ.ศ.2552 พบว่าผู้ให้ข้อคิดเห็นในแบบสอบถามส่วนใหญ่ ร้อยละ 84 เต็มใจสนับสนุนโครงการ และยินดีเสียสละ
ทด่ี นิ บางส่วนเพอ่ื กอ่ สรา้ งระบบสง่ นา้

5.3.2 เทคนิคเพอื่ สรา้ งการมสี ว่ นรว่ มของประชาชน
การมีส่วนร่วมของประชาชนและความสัมพันธ์ท่ีดีเป็นตัวเชื่อมโยงท่ีท้าให้โครงการด้าเนินไปได้อย่างราบรื่น

บนพ้ืนฐานความเข้าใจซึ่งกนั ไดร้ ว่ มคดิ และเกิดความรู้สึกเป็นส่วนหนง่ึ ของโครงการ โดยวางแผนด้าเนินงานการมีสว่ น
ร่วมของประชาชนอย่างเหมาะสมและสอดคลอ้ งกับผลการศึกษาในระยะต่างๆ ของโครงการ และดา้ เนินงานในเชิงลึก
และเชิงรุก ในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการด้าเนินงานการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ต้องให้ความส้าคัญกับการ
เข้าถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเป็นพิเศษ และเปิดโอกาสในการสร้างความเข้าใจ ให้ข้อคิดเห็นและ
ขอ้ เสนอแนะต่างๆ ต่อการพัฒนาโครงการรว่ มกัน ด้วยบรรยากาศผ่อนคลายที่เอ้ือต่อการพูดคุย และพร้อมที่จะแสดง
ความคิดเห็น อันจะเป็นประโยชน์สูงสุดในการด้าเนินโครงการให้ประสบความส้าเร็จ ได้รับการยอมรับจากประชาชน
ชมุ ชน และสังคมอยา่ งแท้จริง

การใช้เทคนิคเพ่ือสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนจะเลือกใช้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดข้ึนจริงและ
ใหค้ วามสา้ คญั กบั การกา้ หนดกลุ่มผมู้ ีส่วนไดส้ ว่ นเสีย โดยให้ความส้าคญั กบั กลุ่มผูไ้ ดร้ บั ผลกระทบเป็นลา้ ดับตน้ ๆ ดงั นัน้
ในกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนจะได้ประสานข้อมูลอย่างใกล้ชิดกับผู้เช่ียวชาญด้านการชดเชยทรัพย์สิน
ผู้น้าชุมชน และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้ทราบรายช่ือ ที่อยู่ของผู้ได้รับผลกระทบส้าหรับเชิญเข้าร่วมประชุมแสดง
ความคิดเห็นตั้งแต่เร่ิมต้นโครงการ ซึ่งเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและแสดงถึงความเอาใจใส่ของกรมชลประทาน
อยา่ งไรกต็ าม ตอ้ งมั่นใจว่ากล่มุ เปา้ หมายทุกกลมุ่ มีโอกาสเข้ามามีสว่ นรว่ มเพอื่ แสดงความคดิ เห็นตามสิทธิที่ตนมอี ยู่

5.4 การดาเนินงานในขั้นการศึกษาทบทวนผลการศึกษาความเหมาะสมและศึกษาผลกระทบ
สงิ่ แวดล้อมเบ้อื งต้น
แผนด้าเนินการประชาสัมพันธ์ มวลชนสัมพันธ์ และการมีส่วนร่วม ตามกรอบเวลาการศึกษา 330 วัน

ดังแสดงไว้ในตารางท่ี 5.4-1 และสรุปกระบวนการส่ิงที่นา้ เข้า (INPUT) และผลได้ (OUTPUT) ดงั รูปที่ 5.4-1

5.4.1 การเขา้ พบและประสานงานหน่วยงาน/ผู้นาชุมชน
กา้ หนดให้มีการเข้าพบและประสานหน่วยงาน/ผู้น้าชุมชนที่เก่ียวขอ้ งในพื้นที่ อาทิ ผู้วา่ ราชการจังหวดั พัทลุง

นายอ้าเภอป่าบอน นายกองค์การบริหารส่วนต้าบล ก้านัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานชลประทานในพ้ืนท่ี ได้แก่
สา้ นักงานชลประทานท่ี 16 โครงการชลประทานพัทลุง ต้ังแต่เริ่มต้นก่อนการประชุมปฐมนิเทศโครงการ เพื่อแนะน้า
โครงการและรับฟังแนวความคิดในการพัฒนาโครงการ รวมทั้งข้อเสนอแนะในการด้าเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของ
ประชาชน และจะประสานงานเป็นระยะๆ อย่างตอ่ เน่ืองตลอดการศึกษาโครงการ

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากัด 5-2 รายงานการเริม่ งาน
บรษิ ัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จ้ากัด (Inception Report)

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องตน้ อ่างเก็บนา้ เหมอื งตะก่วั บทท่ี 5

อนั เนอื่ งมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวดั พัทลุง การประชาสัมพนั ธ์ มวลชนสัมพันธ์ และการมสี ่วนรว่ มของประชาชน

ตารางท่ี 5.4-1 แผนดาเนินการด้านการประชาสมั พันธ์ มวลชนสัมพนั ธ์ และการมสี ว่ นรว่ มของโครงการ

แผนงาน/กจิ กรรม เดอื น, วัน
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11
30 60 90 120 150 180 210 240 270 300 330

19 ส.ค. 62 18 ก.ย. 62 18 ต.ค. 62 17 พ.ย. 62 17 ธ.ค. 62 16 ม.ค. 63 15 ก.พ. 63 16 ม.ี ค. 63 15 เม.ย. 63 15 พ.ค. 63 14 ม.ิ ย. 63

17 ก.ย. 62 17 ต.ค. 62 16 พ.ย. 62 16 ธ.ค. 62 15 ม.ค. 63 14 ก.พ. 63 15 ม.ี ค. 63 14 เม.ย. 63 14 พ.ค. 63 13 ม.ิ ย. 63 13 ก.ค. 63

1) การศกึ ษาทบทวนลกั ษณะโครงการ/แผนการดาเนินงาน IR PR ITR DFR FR
2) การกาหนดกลมุ่ เปา้ หมายและพน้ื ทเ่ี ปา้ หมาย
3) เข้าพบและประสานหนว่ ยงาน/ผนู้ าชุมชน
4) การจัดประชุมรับฟงั ความคดิ เห็น

4.1) การประชุมปฐมนิเทศโครงการ
4.2) การประชุมกลมุ่ ยอ่ ย
4.3) การจดั กจิ กรรมสอื่ สญั จร
4.4) การประชุมปจั ฉิมนิเทศโครงการ
5) การจัดทารายงานการประชุม/สมั มนา
6) การจัดทาสอื่ /เผยแพร่สอ่ื
6.1) เอกสารประกอบการประชุม/แบบแสดงความคดิ เห็น 3 คร้ัง
6.2) บอร์ดนทิ รรศการ (3 ครั้ง)
6.3) แผน่ พบั 2 คร้ัง
6.4) จดหมายข่าว 2 ครั้ง
6.5) ข่าวแจกสอ่ื มวลชน 2 ครั้ง
6.6) บทความทางหนงั สอื่ พิมพ์ 2 ครั้ง
6.7) บทความเผยแพร่ทางวิทยุ 2 ครั้ง
6.8) จดั ทาวีดทิ ัศน์ 1 คร้ัง
7) จดั ทาข้อเสนอแนะ

แผนการสง่ รายงาน

หมายเหตุ : บางช่วงเวลา - -
IR = รายงานเรมิ่ งาน PR = รายงานความก้าวหนา้ ITR = รายงานฉบับกลาง DFR = รา่ งรายงานฉบับสุดท้าย FR = รายงานฉบับสุดท้าย

INPUT กระบวนการ OUTPUT
- ความเปน็ มาและวัตถปุ ระสงคโ์ ครงการ เข้าพบและประสานงานหนว่ ยงาน ผ้นู า้ ชมุ ชน - สภาพปญั หาและความเร่งดว่ นของปญั หา
- แนวทางและขอบเขตการศกึ ษา เดือนท่ี 1 หรอื กอ่ น ดั ประชมุ ป มนิเทศโครงการ
- ทตี่ งั้ ลกั ษณะโครงการ และพน้ื ทศ่ี กึ ษา และความตอ้ งการของประชาชนในพน้ื ที่
การประชุมป มนเิ ทศโครงการ - นโยบายรัฐทม่ี ีผลตอ่ การศกึ ษาโครงการ
- ความเปน็ มาและวัตถปุ ระสงคโ์ ครงการ เดือนที่ 3 หรอื หลงั ส่งรายงานความก้าวหนา้ - คาแนะนาในการจดั การมีสว่ นร่วมของประชาชน
- แนวทางและขอบเขตการศกึ ษา
- ทตี่ งั้ ลกั ษณะโครงการ และพนื้ ทศี่ กึ ษา การประชุมกลุ่มย่อย - สภาพปญั หาและความเร่งดว่ นของปญั หา
- ผลการทบทวนการศกึ ษาเบอื้ งตน้ เดือนที่ หรอื หลังสง่ รายงาน บับกลาง และความตอ้ งการของประชาชนในพน้ื ที่

- ความเปน็ มาและวัตถปุ ระสงคโ์ ครงการ เดือเนดทือนี่ ท่ี 1ห0กกราาอืหรรหรปปือลรรังะะดัสชชสง่ มุมุร่งปร่าป่าจงจงรราิมามิยนยนงิเงาทิเาทนศนศกโวคโาเิครครรงวรงกาเิ กคาะรารหราผ์ ะลหกผ์ รละทกรบะทบ - ข้อมูลเพอ่ื ประกอบการพจิ ารณาศกึ ษาโครงการ
- แนวทางและขอบเขตการศกึ ษา สส่งิ ิ่งแแววดดลล้อ้อมม - คาแนะนาในการทางานของโครงการ
- ทต่ี ง้ั ลกั ษณะโครงการ และพน้ื ทศ่ี กึ ษา
- ผลการทบทวนการศกึ ษาเบอ้ื งตน้ - สภาพปญั หาและความเร่งดว่ นของปญั หา
และความตอ้ งการของประชาชนในพนื้ ท่ี
- สรุปผลการศกึ ษาโครงการ
- ร่างผลการประเมินผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม - ข้อมูลเพอ่ื ประกอบการพิจารณาศกึ ษาโครงการ
- คาแนะนาในการทางานของโครงการ
มาตรการปอ้ งกนั และแกไ้ ขผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม
- ความคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะตอ่ การประเมินผลกระทบ
มาตรการปอ้ งกนั และแกไ้ ขผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม

- นาผลการรับฟังความคดิ เห็นไปประกอบการพิจารณา
ปรับปรุงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม

รปู ท่ี 5.4-1 กระบวนการดาเนินงานประชาสมั พนั ธ์ มวลชนสัมพันธ์ และการมีสว่ นรว่ มของประชาชน

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จ้ากดั 5-3 รายงานการเร่ิมงาน
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จา้ กัด (Inception Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบือ้ งตน้ อ่างเกบ็ นา้ เหมอื งตะกวั่ บทที่ 5

อันเน่อื งมาจากพระราชด้าริ จงั หวดั พัทลุง การประชาสมั พนั ธ์ มวลชนสมั พนั ธ์ และการมีส่วนร่วมของประชาชน

5.4.2 การ ัดประชุม

การจัดประชุมเพ่ือรับฟังความคิดเห็นในโครงการก้าหนดไว้ให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าของผลการศึกษา
ด้านวิศวกรรมและส่ิงแวดล้อม โดยจัดทั้งหมด 3 ครั้ง ได้แก่ การประชุมปฐมนิเทศโครงการ การประชุมกลุ่มย่อยและ
การประชุมปัจฉมิ นเิ ทศโครงการ มแี ผนการประชุมดังนี้

1) แผนการประชุมปฐมนิเทศโครงการ

(1) วัตถุประสงค์ เพ่ือแนะน้าและประชาสัมพันธ์โครงการ หน่วยงาน บุคลากร พร้อมท้ังเปิด
โอกาสในการรบั ฟงั ขอ้ มูลและความคิดเห็นจากผู้เขา้ รว่ มประชมุ

(2) ข้อมูล/ข่าวสารที่ต้องการน้าเสนอ ความเป็นมาและวัตถุประสงค์โครงการ แนวทางและ
ขอบเขตการศกึ ษา ท่ตี ง้ั ลกั ษณะโครงการ และพืน้ ท่ีศกึ ษา และความจา้ เปน็ ทต่ี ้องจดั ประชุม

(3) พื้นที่เป้าหมาย ครอบคลุมพื้นที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมพ้ืนที่เหนือน้า พื้นท่ีท้ายน้า
พนื้ ทต่ี ามแนวคลอง พืน้ ท่ีชลประทาน

(4) กลมุ่ เป้าหมาย ไดแ้ ก่ หน่วยงานราชการระดับจังหวัด อ้าเภอ ตา้ บล องค์กรพัฒนาเอกชน

ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง ส่ือมวลชน ผนู้ ้าชมุ ชนและผทู้ อ่ี ยู่ในพนื้ ทเ่ี ป้าหมายทไ่ี ดร้ บั ผลกระทบจากโครงการฯ

(5) ขัน้ ตอนการด้าเนนิ งาน วธิ กี ารและเทคนิค

- ขั้นตอนท่ี 1 ลงทะเบยี น กล่าวรายงาน กลา่ วเปิดการประชุม

- ข้นั ตอนท่ี 2 น้าเสนอข้อมูลตามรายละเอียดข้อมูลตามที่กล่าวไว้ข้างต้น

- ขน้ั ตอนที่ 3 รับฟังความคดิ เหน็ และแลกเปลย่ี นขอ้ มลู

- ขน้ั ตอนท่ี 4 สรุปการประชมุ และชี้แจงกจิ กรรมที่จะดา้ เนนิ การต่อไป

(6) อุปกรณ์เครื่องมือ/ประเภทของส่ือ สื่อที่ใช้ ไดแ้ ก่ เอกสารประกอบการประชุม แบบแสดง
ความคดิ เหน็ บอร์ดนิทรรศการ (รูปแบบ X Stand Banner ขนาด 80x180 เซนติเมตร และ/หรือบอร์ดขนาดฟวิ เจอร์
บอรด์ มาตรฐาน) แผน่ พับ ข่าวแจกสือ่ มวลชน สไลดป์ ระกอบค้าบรรยาย และเว็บไซต์

(7) ระยะเวลาด้าเนินการ ก้าหนดการประชุมหลังตรวจรับรายงานความก้าวหน้ามีระยะเวลา
ด้าเนินการภายใน 1 วนั

(8) สถานที่ด้าเนนิ การ พจิ ารณาใช้สถานที่ในอา้ เภอป่าบอน

(9) ผู้รับผิดชอบด้าเนินการ ประกอบด้วย ผู้จัดการโครงการ ผู้เชี่ยวชาญด้านชลประทาน
ผู้ช้านาญการสิ่งแวดล้อม ผู้เช่ียวชาญด้านการประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วม และผู้เชี่ยวชาญสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง
รวมทั้งนักวิชาการผชู้ ่วยและบคุ ลากรสนับสนุน

(10) ประโยชนท์ ีค่ าดวา่ จะไดร้ ับ

- ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับทราบถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์โครงการ แนวทาง
และขอบเขตการศึกษา ท่ีตั้ง ลักษณะโครงการ และพ้ืนท่ีศึกษา และความจ้าเป็นที่ต้องจัดประชุม การแสดงความ
คิดเห็นและใหข้ ้อมูลทเี่ ปน็ ประโยชน์ตอ่ การศกึ ษาของโครงการ

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กดั 5-4 รายงานการเรมิ่ งาน
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จา้ กัด (Inception Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งตน้ อา่ งเกบ็ นา้ เหมืองตะก่ัว บทท่ี 5

อันเนอ่ื งมาจากพระราชด้าริ จังหวัดพทั ลงุ การประชาสัมพันธ์ มวลชนสัมพันธ์ และการมสี ว่ นร่วมของประชาชน

- รับทราบปัญหาและความเร่งด่วนของปัญหาในพื้นที่ศึกษา ตลอดจนความ
ตอ้ งการของประชาชนในพื้นที่เพื่อน้ามาประกอบการศึกษาโครงการ

- รับทราบความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชนต่อแนวทางการศึกษาและ
การพัฒนาโครงการ

- รบั ทราบประเดน็ หว่ งกงั วลและขอ้ มลู ทเ่ี กยี่ วข้องจากผ้เู ขา้ ร่วมประชมุ

- สามารถน้าผลจากการประชุมมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาแนว
ทางเลือกการพัฒนาโครงการที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของชุมชน เพ่ือลดผลกระทบต่อชุมชนและ
สงั คม

2) แผนการประชุมกล่มุ ยอ่ ย

(1) วัตถุประสงค์ เพ่ือน้าเสนอผลการคัดเลือกแนวทางการพัฒนาโครงการ เผยแพร่ข้อมูล
ข่าวสารโครงการใหแ้ ก่ผ้ทู ีเ่ กยี่ วข้องได้รับรูร้ ับทราบ พร้อมทั้งรบั ฟงั ปญั หา ข้อมลู ความคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะต่อ
การดา้ เนินงานศกึ ษาโครงการ

(2) ข้อมูล/ข่าวสารที่ต้องการน้าเสนอ สรุปผลการศึกษาโครงการในภาพรวมท้ังหมด ข้อดี
ขอ้ เสยี รวมท้ังข้อจ้ากัดในการพัฒนาโครงการ รา่ งการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อม มาตรการป้องกันและแก้ไข

(3) พ้ืนที่เป้าหมาย ครอบคลุมพื้นท่ีได้รับผลกระทบครอบคลุมพ้ืนท่ีเหนือน้า พ้ืนท่ีท้ายน้า
พน้ื ทีต่ ามแนวคลอง พ้ืนทช่ี ลประทาน

(4) กลุ่มเป้าหมาย ไดแ้ ก่ หน่วยงานราชการระดับอ้าเภอ ตา้ บล ทีเ่ ก่ียวขอ้ ง ผู้นา้ ชมุ ชนและผู้ท่ี
อยใู่ นพื้นที่เป้าหมายทีไ่ ด้รับผลกระทบจากโครงการฯ

(5) ขน้ั ตอนการด้าเนนิ งาน วิธกี ารและเทคนคิ

- ขั้นตอนที่ 1 ลงทะเบยี น กล่าวรายงาน กล่าวเปดิ การประชุม

- ขน้ั ตอนท่ี 2 น้าเสนอข้อมูลตามรายละเอยี ดขอ้ มลู ตามท่กี ลา่ วไวข้ ้างต้น

- ข้ันตอนท่ี 3 รบั ฟังความคดิ เห็นและแลกเปลีย่ นข้อมูล

- ขัน้ ตอนที่ 4 สรุปการประชมุ และชแ้ี จงกิจกรรมทจี่ ะดา้ เนนิ การตอ่ ไป

(6) อุปกรณ์เครื่องมือ/ประเภทของสื่อ ส่ือที่ใช้ ได้แก่ เอกสารประกอบการประชุม แบบแสดง
ความคิดเห็น บอร์ดนิทรรศการ นิทรรศการ (รูปแบบ X Stand Banner ขนาด 80x180 เซนติเมตร และ/หรือบอร์ด
ขนาดฟวิ เจอร์บอร์ดมาตรฐาน) สไลดป์ ระกอบค้าบรรยาย

(7) ระยะเวลาด้าเนินการ ก้าหนดการประชุมหลังตรวจรับ รายงานฉบับกลาง (ITR)
มีระยะเวลาด้าเนินการภายใน 1 วัน

(8) สถานทด่ี ้าเนนิ การ พจิ ารณาใชส้ ถานท่ีในอา้ เภอปา่ บอน

(9) ผู้รับผิดชอบด้าเนินการ ประกอบด้วย ผู้จัดการโครงการ ผู้เช่ียวชาญด้านชลประทาน
ผู้ช้านาญการส่ิงแวดล้อม ผู้เช่ียวชาญด้านการประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วม และผู้เช่ียวชาญสาขาอ่ืนท่ีเก่ียวข้อง
รวมท้ังนักวิชาการผู้ช่วยและบคุ ลากรสนับสนุน

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กัด 5-5 รายงานการเรมิ่ งาน
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จ้ากัด (Inception Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อา่ งเก็บน้าเหมอื งตะกวั่ บทท่ี 5

อนั เนื่องมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวดั พทั ลุง การประชาสมั พนั ธ์ มวลชนสัมพนั ธ์ และการมีส่วนร่วมของประชาชน

(10) ประโยชน์ทค่ี าดวา่ จะไดร้ บั
- ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับทราบผลการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบ

สิง่ แวดล้อมโครงการ พรอ้ มท้งั แสดงความคิดเหน็ ต่อผลการศึกษาของโครงการ
- โครงการน้าผลจากการประชุมมาประกอบการพิจารณาปรบั ปรุงผลการศึกษาให้

สมบรู ณ์ยงิ่ ขึน้ สอดคล้องกับความตอ้ งการของประชาชนให้มากท่สี ดุ บนพ้ืนฐานข้อมูลและการวิเคราะห์ทางวิชาการ

3) แผนการประชมุ ปัจฉิมนิเทศโครงการ
(1) วัตถุประสงค์ เพื่อน้าเสนอสรุปผลการศึกษาโครงการในภาพรวมทั้งหมด คือ การศึกษา

ทบทวนผลการศึกษาความเหมาะสม ข้อดีข้อเสียรวมทั้งข้อจ้ากัดในการพัฒนาโครงการ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมพร้อม
มาตรการปอ้ งกนั และแกไ้ ข เพื่อให้ผูเ้ ข้าประชุมได้รับทราบและแสดงความคดิ เห็นตอ่ ผลการศกึ ษาโครงการ

(2) ข้อมูล/ข่าวสารท่ีต้องการน้าเสนอ สรุปผลการศึกษาโครงการในภาพรวมท้ังหมด ข้อดี
ข้อเสยี รวมทง้ั ข้อจา้ กดั ในการพฒั นาโครงการ รา่ งการประเมนิ ผลกระทบส่งิ แวดล้อม มาตรการป้องกนั และแกไ้ ข

(3) พ้ืนที่เป้าหมาย ครอบคลุมพ้ืนท่ีได้รับผลกระทบครอบคลุมพ้ืนท่ีเหนือน้า พื้นที่ท้ายน้า
พืน้ ท่ตี ามแนวคลอง พืน้ ทช่ี ลประทาน

(4) กลุ่มเป้าหมาย ไดแ้ ก่ หน่วยงานราชการระดับจงั หวัด อ้าเภอ ตา้ บล องค์กรพฒั นาเอกชนท่ี
เก่ียวข้อง ส่ือมวลชน ผนู้ า้ ชมุ ชนและผู้ท่ีอยูใ่ นพนื้ ทเ่ี ปา้ หมายทีไ่ ด้รับผลกระทบจากโครงการฯ

(5) ขน้ั ตอนการด้าเนนิ งาน วธิ ีการและเทคนิค
- ข้นั ตอนท่ี 1 ลงทะเบียน กล่าวรายงาน กล่าวเปดิ การประชุม
- ขน้ั ตอนที่ 2 น้าเสนอข้อมลู ตามรายละเอียดขอ้ มูลตามท่กี ลา่ วไวข้ ้างต้น
- ขั้นตอนท่ี 3 รับฟังความคิดเหน็ และแลกเปลีย่ นขอ้ มูล
- ขัน้ ตอนท่ี 4 สรุปการประชุมและชแี้ จงกิจกรรมทจี่ ะดา้ เนินการตอ่ ไป

(6) อุปกรณ์เครื่องมือ/ประเภทของสื่อ สื่อทใ่ี ช้ ได้แก่ เอกสารประกอบการประชุม แบบแสดง
ความคิดเห็น บอร์ดนิทรรศการ นิทรรศการ (รูปแบบ X Stand Banner ขนาด 80x180 เซนติเมตร และ/หรือบอร์ด
ขนาดฟวิ เจอร์บอร์ดมาตรฐาน) แผน่ พับ ขา่ วแจกสอ่ื มวลชน วดี ิทัศน์ สไลด์ประกอบค้าบรรยาย และเวบ็ ไซต์

(7) ระยะเวลาด้าเนินการ ก้าหนดการประชุมหลังตรวจรับร่างรายงานฉบับสุดท้าย (DFR)
มีระยะเวลาด้าเนนิ การภายใน 1 วัน

(8) สถานทด่ี ้าเนนิ การ พิจารณาใช้สถานท่ใี นอา้ เภอปา่ บอน
(9) ผู้รับผิดชอบด้าเนินการ ประกอบด้วย ผู้จัดการโครงการ ผู้เช่ียวชาญด้านชลประทาน
ผู้ช้านาญการสิ่งแวดล้อม ผู้เชี่ยวชาญด้านการประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วม และผู้เชี่ยวชาญสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง
รวมทั้งนักวชิ าการผชู้ ่วยและบคุ ลากรสนบั สนนุ

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จ้ากดั 5-6 รายงานการเร่ิมงาน
บรษิ ัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จ้ากัด (Inception Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเกบ็ น้าเหมืองตะกัว่ บทที่ 5

อนั เนอื่ งมาจากพระราชด้าริ จังหวดั พัทลงุ การประชาสัมพันธ์ มวลชนสมั พนั ธ์ และการมสี ่วนร่วมของประชาชน

(10) ประโยชน์ท่ีคาดวา่ จะไดร้ ับ

- ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับทราบผลการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบ
สิง่ แวดล้อมโครงการ พรอ้ มทงั้ แสดงความคิดเห็นตอ่ ผลการศกึ ษาของโครงการ

- โครงการน้าผลจากการประชุมมาประกอบการพิจารณาปรับปรุงผลการศกึ ษาให้
สมบรู ณย์ ่งิ ขึ้นสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของประชาชนใหม้ ากท่สี ุดบนพนื้ ฐานขอ้ มลู และการวิเคราะห์ทางวชิ าการ

- ร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมได้รับการตรวจสอบความ
ครบถ้วนสมบรู ณจ์ ากทกุ ภาคสว่ น

5.4.3 แผนการประชาสัมพันธ์
การจัดท้าและเผยแพร่สื่อเพ่ือการประชาสัมพันธ์ มีวัตถุประสงค์เพ่ือเผยแพร่ข่าวสารและข้อมูลการศึกษา

ความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่หน่วยงานและ
ประชาชนท่ีสนใจในวงกว้าง และกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมรับรู้ ร่วมคิดและให้ข้อมูล โดยด้าเนินการเป็นระยะๆ
อย่างต่อเน่ือง และเลือกใช้ประเภทส่ือให้เหมาะสม สอดคล้องกับการน้าเสนอผลการศึกษาของโครงการ โดยจัดท้าสื่อ
ต่างๆ ใหก้ รมชลประทานเห็นชอบก่อนดา้ เนินการจดั กจิ กรรมการมีส่วนรว่ มของประชาชน ดงั นี้

1) การผลิตวดี ีทัศน์
ความยาวประมาณ 8-12 นาที ด้าเนินการ 1 ครั้ง น้าเสนอในการประชมุ ปัจฉิมนเิ ทศโครงการ

2) โปสเตอร์
จัดท้าโปสเตอร์ รูปแบบ X Stand Banner ขนาด 80x190 เซนติเมตร และ/รูปแบบ Roll up

Stand Banner ขนาดไม่นอ้ ยกว่า 80x200 เซนตเิ มตร
3) แผ่นพับ
จัดท้าแผ่นพับเป็นกระดาษขนาด A4 พับสาม พิมพ์สี เพื่อแนะน้าความเป็นมาของโครงการ

ขอบเขตของงาน วตั ถปุ ระสงคข์ องโครงการ เป็นตน้
4) จดหมายขา่ ว
จัดท้าเป็นกระดาษ ขนาด A4 พิมพ์ส่ีสี ความยาวประมาณ 1-2 หน้าเพื่อให้ข่าวสารโครงการและ

จัดส่งให้หน่วยงานที่เก่ียวข้อง เช่น หน่วยงานประชาสัมพันธ์ของกรมชลประทานทั้งในส่วนกลางและส่วนท้องถ่ิน
ส้านักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้น้าชุมชน และส่ือมวลชนท้องถ่ิน รวมท้ังประชาชนใน
พืน้ ทโ่ี ครงการ เนอื้ หาประกอบด้วย ความก้าวหน้าของงาน และกิจกรรมการมีส่วนรว่ มของประชาชน

5) ขา่ วประชาสมั พันธ์แจกส่ือมวลชน
จัดทา้ เป็นกระดาษ ขนาด A4 พิมพ์ขาวด้าหนา้ เดียว รวมทั้งในรปู แบบของไฟล์สรุปเนอ้ื หาที่นา้ เสนอ

ในการประชมุ ปฐมนเิ ทศโครงการ และปจั ฉมิ นิเทศโครงการ เพอ่ื ใหส้ ่อื มวลชนน้าไปเผยแพร่ในสอื่ ของตน
6) บทความประชาสัมพนั ธท์ างส่ือสิ่งพมิ พ์
บทความทางหนังสือพิมพ์ท้องถ่ิน น้าเสนอในรูปบทความสั้นสรุปภาพรวมของโครงการ พร้อมรูป

ประกอบ จา้ นวน 2 ครั้ง คอื ในช่วงหลังการประชุมปฐมนิเทศ และหลงั การประชมุ ปัจฉมิ นิเทศ

7) สอ่ื วิทยุกระจายเสียง

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากดั 5-7 รายงานการเริม่ งาน
บรษิ ัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จา้ กดั (Inception Report)

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องตน้ อ่างเก็บนา้ เหมืองตะกว่ั บทที่ 5

อันเนื่องมาจากพระราชด้าริ จังหวัดพทั ลุง การประชาสัมพนั ธ์ มวลชนสัมพันธ์ และการมสี ่วนร่วมของประชาชน

บทความทางวิทยุ นา้ เสนอในรปู ของบทความสั้น 2-10 นาที โดยประชาสัมพันธผ์ ่านเครือข่ายวิทยุ
ชมุ ชนในพน้ื ทโ่ี ครงการ 3 คร้ัง คอื กอ่ นการประชมุ ปฐมนเิ ทศ กอ่ นการประชมุ กลมุ่ ย่อย และกอ่ นการประชมุ ปัจฉิมนเิ ทศ

8) การจดั กจิ กรรมสือ่ สัญจร
การจัดกจิ กรรมสื่อสญั จร มสี ่ือมวลชนรว่ มทุกแขนง ได้แก่ วิทยุ สอื่ สง่ิ พมิ พ์ โทรทศั น์

5.4.4 การ ดั ทารายงานการประชุมและการสมั มนา
หลังจากจัดประชุมแตล่ ะคร้ังเสร็จเรียบร้อยแล้วจะจัดท้ารายงานสรุปผลการประชุมในแต่ละครงั้ ให้แล้วเสร็จ

ภายใน 15 วัน เพือ่ น้าไปใช้ประโยชน์ในการประชาสมั พันธ์หรือปรบั ปรงุ งานท่ีเก่ยี วข้อง และจดั ทา้ ข้อเสนอแนะส้าหรบั
การดา้ เนนิ งานในขั้นถัดไป

5.5 กลุ่มเป้าหมาย
กลุ่มเป้าหมายของการจดั การมีส่วนรว่ มของประชาชน ด้าเนินการตามแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชน

และการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมทางสังคม ในกระบวนการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อม พ.ศ.2561
ของส้านักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ซึ่งจ้าแนกผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการพัฒนา
โครงการไว้ 7 ประเภท ประกอบดว้ ย

1) ผู้รบั ผลกระทบ (ผูไ้ ดป้ ระโยชน์และผ้เู สียประโยชน์)
2) ผทู้ ่รี บั ผิดชอบจดั ท้ารายงานการประเมินผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม (เจา้ ของโครงการ)
3) ผทู้ ่ที า้ หนา้ ทีพ่ จิ ารณารายงานการประเมินผลกระทบส่งิ แวดลอ้ ม
4) หน่วยงานราชการในระดับตา่ งๆ และรัฐวิสาหกจิ ทัง้ สว่ นกลาง สว่ นภมู ิภาค และสว่ นท้องถ่ิน
5) องค์กรเอกชนดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบนั การศกึ ษาและนกั วชิ าการอสิ ระ
6) ส่อื มวลชน
7) ประชาชนทว่ั ไป

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากดั 5-8 รายงานการเร่ิมงาน
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จา้ กัด (Inception Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องตน้ อ่างเก็บน้าเหมอื งตะกั่ว บทท่ี 6 แผนการทา้ งานและการจดั ก้าลงั บคุ ลากร
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดา้ ริ จังหวัดพทั ลุง

บทที่ 6
แผนการทางานและการจดั กาลงั บคุ ลากร

6.1 แผนการทางานและส่งมอบงาน
6.1.1 แผนการทางาน

การดาเนินงานโครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บน้าเหมืองตะก่ัว อันเนื่องมาจาก
พระราชดาริ จังหวัดพัทลุง กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาได้วางแผนการดาเนินงานให้สอดคล้องกับข้อมูลสภาพพ้ืนที่โครงการ
ตลอดจนแนวคิด แนวทาง ข้ันตอนและวิธีการดาเนินงานที่นาเสนอไว้ในบทที่ 2 บทท่ี 3 และบทที่ 4 โดยจะ
ดาเนินการให้แล้วเสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 330 วัน (11 เดือน) ตามเง่ือนไขขอบเขตการศึกษาการว่าจ้างที่ปรึกษา
(TOR) ซง่ึ ประกอบดว้ ยกจิ กรรมหลัก 5 งาน ดงั นี้

1) การศึกษาด้านส่ิงแวดลอ้ มเบื้องต้น
2) การศกึ ษาด้านเศรษฐกจิ และสังคม
3) การศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดลอ้ ม
4) การจดั ทามาตรการปอ้ งกันและแกไ้ ขผลกระทบสิง่ แวดลอ้ ม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบ
สงิ่ แวดลอ้ ม
5) การประชาสมั พนั ธแ์ ละกระบวนการมสี ่วนรว่ มของประชาชน

งานทั้ง 5 ส่วนดังกล่าวข้างต้น ทางกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาต้องส่งรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม
เบ้ืองต้น (IEE) ให้กรมชลประทานภายใน 330 วัน นับจากวันเริ่มปฏิบัติงาน ดังนั้นแผนการดาเนินงานของโครงการ
จะต้องรัดกุมและต่อเน่ือง ดังแสดงในรูปที่ 6.1.1-1 อีกท้ังได้ทาการวิเคราะห์หาวิถีวิกฤตของข่ายงาน CPM (Critical
Path Method) วิเคราะห์กิจกรรมตา่ งๆ ท่ีจะตอ้ งทาในโครงการอย่างประหยัดท่ีสุดและให้เสร็จทันเวลา เพ่ือให้ทราบ
ถึงเวลาแล้วเสร็จของโครงการว่าเป็นเท่าใด และกิจกรรมใดบ้างที่อยู่ในวถิ ีวิกฤต ซึ่งจะนาไปสู่การวางแผนตัดสินใจเพ่ือ
ควบคุมโครงการ หรอื เร่งรัดโครงการต่อไป ดงั แสดงในรปู ท่ี 6.1.1-2

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จ้ากดั 6-1 รายงานการเรมิ่ งาน
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จา้ กัด (Inception Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น อา่ งเกบ็ น้าเหมืองตะกว่ั
อันเนอื่ งมาจากพระราชด้าริ จงั หวัดพัทลุง

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากัด
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จา้ กัด
สัญญาเลขที่ จ.46/2562 (สพด.) แผนการปฏิบตั งิ านโครงการ
วันเริ่มปฏิบตั ิงาน 19 สิงหาคม 2562 โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้าเหมืองตะกวั่ อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดา้ ริ จังหวัดพัทลงุ
ลงวันท่ี 13 สิงหาคม 2562
วันส้ินสุดสัญญา 13 กรกฎาคม 2563 ระยะเวลาการปฏิบตั ิงาน 330 วนั

ความกา้ วหนา้ พ.ศ.2562 พ.ศ.2563

งาน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 %
หลกั ท่ี 100
งานยอ่ ยที่ กจิ กรรม แผนงานและ รอ้ ยละ 30 60 90 120 150 180 210 240 270 300 330

ผลงาน 19 ส.ค. 62 18 ก.ย. 62 18 ต.ค. 62 17 พ.ย. 62 17 ธ.ค. 62 16 ม.ค. 63 15 ก.พ. 63 16 มี.ค. 63 15 เม.ย. 63 15 พ.ค. 63 14 มิ.ย. 63

17 ก.ย. 62 17 ต.ค. 62 16 พ.ย. 62 16 ธ.ค. 62 15 ม.ค. 63 14 ก.พ. 63 15 มี.ค. 63 14 เม.ย. 63 14 พ.ค. 63 13 มิ.ย. 63 13 ก.ค. 63

1 การศึกษาทบทวนผลการศึกษาความเหมาะสม แผนงาน 40.00
1.1 รวบรวมข้อมูลในระดับพ้ืนท่ีโครงการเพิ่มเติม ผลงาน 0.00
แผนงาน 1.50 0.50 0.50 0.50
1.2 สารวจข้อมูลเพิ่มเติม ผลงาน 0.00
1) สารวจภมู ิประเทศ
แผนงาน 0.50 0.25 0.25
2) สารวจธรณวี ทิ ยาฐานราก/ปฐพกี ลศาสตร/์ วสั ดกุ อ่ สร้าง
ผลงาน 0.00
3) สารวจดา้ นดนิ /การใช้ท่ีดนิ
แผนงาน 0.50 0.25 0.25
4) สารวจ/สอบถามดา้ นเศรษฐกจิ -สงั คม
ผลงาน 0.00
5) สารวจ/สอบถามดา้ นการชดเชยที่ดนิ /ทรัพย์สนิ
แผนงาน 0.50 0.25 0.25
1.3 ศึกษา/วิเคราะห์ข้อมูลด้านวิชาการในระดับโครงการ
ผลงาน 0.00
1.4 ศึกษาทางเผ่ือเลือกโครงการ/แนวทางท่ีเหมาะสม
แผนงาน 0.50 0.25 0.25
1.5 วิเคราะห์ระบบแหล่งนา้ และศักยภาพในการพัฒนาโครงการ
ผลงาน 0.00
1.6 วิเคราะห์นา้ หลากและความสามารถระบายนา้
แผนงาน 0.50 0.25 0.25
1.7 วางโครงการ กาหนดรปู แบบ และขนาดโครงการท่ีเหมาะสม
ผลงาน 0.00
1.8 การออกแบบและประมาณราคาเบ้ืองต้น
แผนงาน 4.00 2.00 2.00
1.9 วิเคราะห์ทางด้านเศรษฐศาสตรข์ องโครงการ
ผลงาน 0.00
1.10 จดั ทาแผนดาเนนิ โครงการ/แผนก่อสรา้ ง
แผนงาน 4.00 2.00 2.00
1.11 ศึกษาด้านการบรหิ ารจดั การนา้ และองค์กร
ผลงาน 0.00
2 การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองตน้ (IEE)
แผนงาน 4.00 2.00 2.00
2.1 รวบรวมข้อมูลและเอกสารท่ีเก่ียวข้องระดับพื้นท่ีโครงการเพิ่มเติม ่รมป ับ งาน 1 ส.ค. 62
และการขออนุญาตเิ ข้าศกึ ษาวจิ ัยในพน้ื ท่ีปา่ สงวนแหง่ ชาต/ิ อทุ ยานแห่งชาติ ผลงาน 0.00 ันสนสุดการป ับ งาน 13 ก.ค. 63

2.2 สารวจและเก็บข้อมูลภาคสนาม แผนงาน 4.00 2.00 2.00
1) คุณภาพนา้ ผิวดิน/นเิ วศวิทยาทางนา้
ผลงาน 0.00
2) คุณภาพนา้ ใต้ดิน
แผนงาน 4.00 2.00 2.00

ผลงาน 0.00

แผนงาน 4.00 2.00 2.00 75

ผลงาน 0.00 2.00

แผนงาน 4.00 1.00 1.00

ผลงาน 0.00

แผนงาน 4.00 2.00 2.00

ผลงาน 0.00

แผนงาน 4.00 2.00 2.00

ผลงาน 0.00

แผนงาน 50.00

ผลงาน 0.00

แผนงาน 7.00 1.00 3.00 3.00

ผลงาน 0.00

แผนงาน 1.50 0.20 0.30 0.50 0.50
ผลงาน 0.00 0.10 0.20 0.20 0.50
แผนงาน 1.00

บทท่ี 6 แผนการทา้ งานและการจดั ก้าลังบุคลากร3) ทรพั ยากรป่าไม้ผลงาน0.000.20 0.30 0.500.5050
4) ทรพั ยากรสัตว์ป่า แผนงาน 1.50 0.20 0.30 0.50 0.50
รายงานการเรม่ิ งาน5) การคมนาคมขนส่ง ผลงาน 0.00
6) เศรษฐกิจ-สังคม แผนงาน 1.50 0.50 0.50
6-2 (Inception Report)7) การชดเชยท่ีดินและทรพั ย์สิน ผลงาน 0.00
8) สาธารณสุข แผนงาน 1.00 0.20 0.30 0.50 0.50
9) การท่องเท่ียวและสุนทรยี ภาพ ผลงาน 0.00
10) โบราณสถาน/โบราณคดี/ประวัติศาสตร์ แผนงาน 1.50 0.50 0.50
2.3 วิเคราะห์ข้อมูลสภาพทรพั ยากรสิ่งแวดล้อมในปัจจบุ ันและในอนาคต ผลงาน 0.00
2.4 ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม แผนงาน 1.00 0.25 0.25 0.50
2.5 จดั ทามาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ผลงาน 0.00
2.6 จดั ทามาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม แผนงาน 1.00 0.50 0.50
2.7 จัดทาและปรับปรุงรายงาน ผลงาน 0.00
3 มวลชนสัมพนั ธ์ ประชาสัมพนั ธแ์ ละการมสี ่วนร่วม แผนงาน 1.00 0.50 0.50
3.1 การประชุมปฐมนเิ ทศโครงการ ผลงาน 0.00
3.2 ประชุมกลุ่มย่อย แผนงาน 1.00 2.00 2.00 3.00 3.00
3.3 การประชุมปัจฉิมนเิ ทศโครงการ ผลงาน 0.00
5 การส่งมอบรายงานการศึกษา แผนงาน 10.00 2.00 2.00 3.00 25
5.1 รายงานการเรมิ่ งาน (Inception Report) ผลงาน 0.00 1.00 2.00 3.00
5.2 รายงานความก้าวหนา้ (Progress Report) แผนงาน 7.00
5.3 รายงานฉบับกลาง (Interim Report) ผลงาน 0.00 1.00 2.00 3.00
5.4 รา่ งรายงานฉบับสุดท้าย (Draft Final Report) แผนงาน 6.00
5.5 รายงานฉบับสุดท้าย (Final Report) ผลงาน 0.00 1.00 1.00
5.6 รายงานผลการดาเนินงานประจาเดอื น แผนงาน 6.00
แผนงาน (ร้อยละ) ผลงาน 0.00 1.50 2.00 0.50
ผลงาน (ร้อยละ) แผนงาน 2.00 1.00 1.00
แผนงานสะสม (ร้อยละ) ผลงาน 0.00
ผลงานสะสม(ร้อยละ) แผนงาน 10.00 2.00 2.00
ผลงาน 0.00
แผนงาน 4.00
ผลงาน 0.00
แผนงาน 2.00
ผลงาน 0.00
แผนงาน 4.00
ผลงาน 0.00

1 .ค. 62

16 .ค.62

14 ก. . 63

14 .ค. 63

13 ก.ค. 63

0 1.50 6.75 18.25 15.40 10.65 14.45 8.50 10.50 10.00 3.00 1.00
0 0.00
0 1.50 8.25 26.50 41.90 52.55 67.00 75.50 86.00 96.00 99.00 100.00
0 0.00

รปู ที่ 6.1.1-1 แผนการดา นนงานของโครงการ

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเก็บนา้ เหมอื งตะก่วั
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวัดพัทลงุ

งาน 15 30 45 60 75 90 105 120 135 150 16

ทบทวนแผนงาน

งานศึกษาทบทวนความเหมาะสม รวบรวม ขอ้ มลู

สารวจขอ้ มลู เพิ่มเติม

ศกึ ษาดา้ นวชิ าการ และวิศวกรรม
ศึกษาวางแผนเปรียบเทยี บ ทางเลอื ก

คดั เลือกทางเลือกท่เี หมาะสม

งานศึกษาผลกระทบ รวบรวม ข้อมลู ทรพั ยากรสงิ่ แวดลอ้ มที่สาคั
่ิสงแวด ้ลอมเบื้องต้น
สารวจขอ้ มูลเพิม่ เตมิ

งานมวลชน ัสมพันธ์และการ ีม ่สวน ่รวม จดั ต้งค ะทางาน ดา้ นมวลชนสัมพันธ์ กาหนดกล่มุ เป้าหมาย

ปฐมนิเทศ

กา้ หนดสง่ งาน Critical path PR
ITR = รายงานฉบบั กลาง
หมายเหตุ IR = รายงานเร่ิมงาน IR
FN = รายงานปิดโครงการ PR = รายงานความกา้ วหน้า รูปท่ี 6.1.1-2 การ คราะหห์ า ถี กฤ ของ

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จ้ากัด
บรษิ ัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จ้ากัด

บทที่ 6 แผนการท้างานและการจดั ก้าลงั บุคลากร

65 180 195 210 225 240 255 270 285 300 315 330

จดั ทาแบบ ประมา ราคาเบอ้ื งตน้

วเิ คราะห์ เศรษฐศาสตร์
การเงิน ความเหมาะสม

สารวจ ศกึ ษา วิเคราะหแ์ ละประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม จดั ทารายงาน
จดั ทาและเสนอมาตรการป้องกันแกไ้ ขผลกระทบ มาตรการ ปดโครงการ

ประชุมกล่มย่อย ปจ มิ นเิ ทศ
เพอื่ ขอความคดิ เห็น แนว

ทางเลือก

ITR DFR FR, FN
FR = รายงานฉบับสดุ ทา้ ย
งข่ายงาน CPM (Critical Path Method) DFR = ร่างรายงานฉบับสดุ ทา้ ย
รายงานการเริม่ งาน
6-3 (Inception Report)

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเก็บน้าเหมืองตะก่วั บทท่ี 6 แผนการท้างานและการจัดกา้ ลังบุคลากร
อนั เนื่องมาจากพระราชด้าริ จังหวดั พทั ลุง

6.1.2 การส่งมอบงาน

ในเอกสารขอบเขตของงานจ้างที่ปรึกษาของกรมชลประทาน ได้กาหนดระยะเวลาในการดาเนินงานศึกษา
โครงการ รวมทั้งสิ้น 330 วัน (11 เดือน) นับตั้งแต่วันเร่ิมปฏิบัติงาน ในระหว่างการปฏิบัติงานกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา
จะเสนอแนวคิด แผนปฎิบัติงาน วิธีการ ขั้นตอน และแผนการจัดบุคลากรที่จะดาเนินการให้สัมพันธ์กับกาหนดเวลา
ทีก่ รมชลประทานต้องการ พร้อมสง่ มอบรายงานผลการศึกษาเปน็ ระยะๆ ตามกาหนดเวลานบั ต้ังแตว่ นั เร่ิมปฏิบตั ิงาน

โดยมรี ายละเอียดดงั นี้

1) รายงานการ ร่มงาน (Inception Report) จะนาเสนอกรอบแนวทาง หลักการการดาเนินงาน วิธีการ
แผนงานรวม แผนงานและแนวทางในการศึกษาแต่ละด้าน บุคลากรหลักท่ีรับผิดชอบในแต่ละแผนงานของโครงการ
ความสัมพันธ์ของแผนงานแต่ละด้าน พร้อมจัดทาแผนการดาเนนิ งานโครงการโดยละเอยี ด จานวน 15 เลม่ สง่ ภายใน
60 วนั นับตงั้ แต่วนั เร่ิมปฏบิ ัติงาน

2) รายงานค ามก้า หน้า (Progress Report) เพื่อแสดงความก้าวหน้าของแผนการปฏิบัติงานประเด็น
การศึกษาแต่ละด้าน ป หาอุปสรรค และความเห็นในการแก้ไขป หาอุปสรรค ฯลฯ ของการดาเนินงาน และ
สรุปความกา้ วหน้าของกิจกรรมของผเู้ ช่ียวชา แตล่ ะราย จานวน 15 ชุด ภายใน 120 วนั นับตง้ั แต่วนั เริ่มปฏิบัตงิ าน

3) รายงานฉบับกลาง (Interim Report) จะต้องแสดงถึงผลการคัดเลือกแนวทางการพัฒนาโครงการ
ที่เหมาะสม จานวน 20 ชดุ ภายใน 180 วนั นบั ตั้งแตว่ ันเริ่มปฏบิ ตั ิงาน

4) ร่างรายงานฉบับสุดท้าย (Draft Final Report) ส่งภายใน 270 วัน นับต้ังแต่วันเริ่มปฏิบัติงาน
ประกอบดว้ ย

- ร่างรายงานสรุปสาหรบั ผบู้ รหิ าร (ภาษาไทย) จานวน 30 เลม่
- ร่างรายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องต้น จานวน 30 เลม่
- รา่ งรายงานภาคผนวก จานวน 30 เลม่

5) รายงานฉบบั สดุ ท้าย (Final Report) ส่งภายใน 330 วัน นับตั้งแตว่ ันเรมิ่ ปฏบิ ัติงานประกอบด้วย

- รายงานสรุปสาหรับผบู้ ริหาร (ภาษาไทย) จานวน 60 เล่ม
- รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น จานวน 60 เล่ม
- รายงานภาคผนวก จานวน 60 เล่ม
6) รายงาน น้ ฉบับ รอ้ มไฟล์นา สนอที่แก้ไขแล้ าม 1) ถึง 5) ในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book)
ให้บนั ทึกลงในเครอ่ื งคอมพิวเตอร์แบบหนา้ จอสมั ผัส (Tablet) จานวน 2 ชดุ และ CD หรอื DVD ในรปู แบบ Text file
(Word และ PDF) ที่สามารถใช้ในการอ่านและแก้ไขได้อย่างสะดวก จานวนอย่างละ 20 ชุด ส่งภายในหลังจากที่
ค ะกรรมการฯ พจิ าร าให้ความเหน็ ชอบ

) รายงาน ้นฉบับของรายการที่ 5) ไมเ่ ยบ็ เล่ม จานวน 1 ชุด สง่ ภายใน 330 วนั

8) รายงานประจา ดือน เพื่อสรุปผลของการดาเนินงานประจาเดือน โดยจัดทาสรุปแบบสั้นได้ใจความ
จานวนคร้ังละ 15 ชดุ ภายใน 330 วัน นบั ตั้งแต่วนั เรมิ่ ปฏิบตั งิ าน

) รายงานปิดโครงการ จานวน 15 เล่ม ส่งภายใน 330 วนั นับตั้งแตว่ ันเริ่มปฏบิ ตั ิงาน

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จ้ากัด 6-4 รายงานการเร่ิมงาน
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จา้ กดั (Inception Report)

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอื้ งตน้ อา่ งเก็บนา้ เหมอื งตะก่ัว บทท่ี 6 แผนการทา้ งานและการจดั ก้าลังบุคลากร
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดา้ ริ จังหวดั พทั ลุง

10) อกสารสง่ มอบอนื่ ๆ

(1) ฐานข้อมูลโครงการ จานวน 10 ชุด พร้อมคอมพิวเตอร์ อุปกร ใ์ ชง้ าน และคู่มือการใช้ข้อมูล 1 ชุด
สง่ ภายใน 330 วัน นับตง้ั แตว่ นั เรม่ิ ปฏบิ ตั งิ านหรอื ตามระยะเวลาการผลติ งาน

(2) เอกสารการประชาสัมพันธ์ รวมทั้งสื่อการประชาสัมพันธ์โครงการที่ได้จัดทาข้ึนในระหว่างการ
ดาเนินงานโครงการ พร้อมบันทึกลงในแผ่น CD จานวน 10 ชุด ส่งภายใน 330 วัน นับต้ังแต่วันเร่ิมปฏิบัติงาน หรือ
ตามระยะเวลาการผลติ งาน

(3) ข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิต่าง ๆ ที่ใช้ในการศึกษาในรูปแบบ Digital form เพ่ือกรมชลประทาน
จะได้ใช้เป็นข้อมูลในการศึกษาเพิ่มเติมในอนาคต พร้อมบันทึกลงในแผ่น CD จานวน 10 ชุด ส่งภายใน 330 วัน
นบั ต้งั แตว่ ันเริม่ ปฏบิ ัตงิ าน

นอกจากน้ีที่ปรึกษาต้องนาส่งตามข้อ 10) (1) (2) และ (3) ในลักษ ะ Digital Form บันทึกลงใน
External Hard disk ขนาด Capacity ไมน่ ้อยกว่า 2 TB จานวน 10 ชุด ส่งภายใน 330 วัน นบั ต้งั แตว่ ันเรมิ่ ปฏบิ ัตงิ าน

ในการส่งรายงานตามระยะเวลาการศึกษาโครงการสามารถสรุปดัง ารางท่ี 6.1.2-1 ให้ค ะกรรมการ
ตรวจรับพัสดุในงานจ้างที่ปรึกษา พิจาร าตรวจรับพัสดุให้ถูกต้องครบถ้วนตามข้อกาหนดในสั า ดังตาราง
การสง่ มอบงาน ค ะกรรมการตรวจรบั พสั ดฯุ จะเชิ ผูช้ านา การหรอื ผู้ทรงคุ วฒุ ิเกีย่ วกับรายละเอยี ดของงานนัน้ ๆ
มาให้คาปรึกษา โดยที่ปรึกษาจัดหาผู้ชานา การหรือผู้เชี่ยวชา ที่เก่ียวข้องนาเสนอผลการศึกษาของรายงานต่าง ๆ
ให้ผู้เชี่ยวชา หรือผู้ทรงคุ วุฒิน้ัน ๆ เพื่อพิจาร าให้ความเห็นทางเทคนิคหรือทางวิทยาศาสตร์ตามกาหนดเวลา
สาหรับรายงานทสี่ าคั ให้นาเสนอในรูปแบบทปี่ ระ ีตและได้มาตรฐานพร้อมบันทกึ ลงใน CD/DVD สง่ ให้ผู้ชานา การ
หรือผู้ทรงคุ วุฒิ ทุกครั้งที่มการนาเสนอผลการศึกษาของรายงาน จานวน 1 ชุด นอกจากนี้ ท่ีปรึกษาจะต้องนาส่ง
ข้อมูลปฐมภมู ิ ทตุ ิยภมู ิ ท่ีไดจ้ ดั รูปแบบท่ีใชใ้ นการศกึ ษา ในลกั ษ ะ Digital Form ใหด้ ว้ ย

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กดั 6-5 รายงานการเรมิ่ งาน
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จ้ากัด (Inception Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเก็บน้าเหมอื งตะกั่ว บทที่ 6 แผนการท้างานและการจดั กา้ ลังบุคลากร
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดา้ ริ จังหวดั พัทลุง

ารางท่ี 6.1.2-1 การส่งมอบรายงานผลการศกึ ษา

ล้าดับ ระยะเวลาการศกึ ษา (เดอื นท่ี ,วัน)
ท่ี รายงาน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11
30 60 90 120 150 180 210 240 270 300 330

19 ส.ค. 62 18 ก.ย. 62 18 ต.ค. 62 17 พ.ย. 62 17 ธ.ค. 62 16 ม.ค. 63 15 ก.พ. 63 16 ม.ี ค. 63 15 เม.ย. 63 15 พ.ค. 63 14 ม.ิ ย. 63

17 ก.ย. 62 17 ต.ค. 62 16 พ.ย. 62 16 ธ.ค. 62 15 ม.ค. 63 14 ก.พ. 63 15 ม.ี ค. 63 14 เม.ย. 63 14 พ.ค. 63 13 ม.ิ ย. 63 13 ก.ค. 63

1 รายงานการเรมิ่ งาน (Inception Report) จานวน 15 ชุด
2 รายงานความก้าวหนา้ ( Progress Report) จานวน 15 ชุด
3 รายงานฉบับกลาง (Interim report) จานวน 20 ชุด
4 รา่ งรายงานฉบับสุดท้าย (Draft final Report)

1) รา่ งรายงานสรปุ สาหรบั ผู้บรหิ าร (ภาษาไทย) จานวน 30 เล่ม
2) รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น จานวน 30 เล่ม
3) รา่ งรายงานภาคผนวก จานวน 30 เล่ม
5 รายงานฉบับสุดท้าย (Final Report) ประกอบด้วย
1) รายงานสรปุ สาหรบั ผู้บรหิ าร (ภาษาไทย) จานวน 60 เล่ม
2) รายงานสรปุ สาหรบั ผู้บรหิ าร (ภาษาไทย) จานวน 60 เล่ม
3) รายงานภาคผนวก จานวน 60 เล่ม
6 รายงานต้นฉบับพรอ้ มไฟล์นาเสนอท่ีแก้ไขแล้วตาม 1 ถึง 5 ในรปู แบบ
หนงั สืออิเล็กทรอนกิ ส์ (E-Book) ให้บันทึกลงในเครอื่ งคอมพิวเตอร์
แบบหนา้ จอสัมผัส (Tablet) จานวน 2 ชุด และ CD หรอื DVD ใน
รปู แบบ Text file (Word และ PDF) ท่ีสามารถใช้ในการอ่านและ
แก้ไขได้อย่างสะดวก จานวนอย่างละ 20 ชุด ส่งภายในหลังจากท่ี
คณะกรรมการฯ พิจารณาให้ความเห็นชอบ
7 รายงานต้นฉบับของรายการที่ 5 ไม่เย็บเล่ม จานวน 1 ชุด
8 รายงานประจาเดือน จานวนครง้ั ละ 15 ชุด ทุกๆ 30 วัน
9 รายงานปิดโครงการ จานวน 15 เล่ม
10 ฐานข้อมูลโครงการ จานวน 10 ชุด
11 เอกสารส่งมอบอ่ืนๆ
1) คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ใช้งาน และคู่มือการใช้ข้อมูล 1 ชุด
2) เอกสารการประชาสัมพันธ์ สื่อการประชาสัมพันธ์โครงการ
ในรปู แบบ Digital form
3) ข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิ ในรปู แบบ Digital form
12 ตามระบุในข้อ 11 1) 2) และ 3) ในลักษณะ Digital Form
บันทึกลงใน External Hard disk ขนาด Capacity ไม่นอ้ ยกว่า 2 TB
จานวน 10 ชุด

หมายเหตุ : กาหนดส่งรายงาน เริ่มงาน : 19 สิงหาคม 2562
สิ้นสุด : 13 กรกฎาคม 2563

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากดั 6-6 รายงานการเรมิ่ งาน
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จา้ กัด (Inception Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อา่ งเก็บนา้ เหมืองตะก่วั บทที่ 6 แผนการทา้ งานและการจัดกา้ ลังบุคลากร
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวัดพทั ลงุ

6.2 การจัดกาลังบคุ ลากรและหน้าทคี่ ามรบั ผดชอบ

6.2.1 การจดั บุคลากรและบรหารโครงการ

1) การจดั บุคลากร
ในเง่ือนไขและขอบเขตการศึกษาได้กาหนดให้บริษัทท่ีปรึกษาจ้างบุคลากรหลักเพ่ือดาเนินการศึกษา

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้าเหมืองตะกั่ว อันเน่ืองมาจากพระราชดาริ จังหวัดพัทลุง
จานวน 17 ตาแหนง่ (ตามท่ีระบุไวใ้ น TOR หนา้ 3-10 ถึงหนา้ 3-15)

กลุ่มบริษัทท่ีปรึกษาได้ร่วมกันพิจาร าแล้วมีความเห็นว่า ควรเพ่ิมเติมบุคลากรหลักบางสาขา
ทั้งน้ีเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและครอบคลุมประเด็นตามเงื่อนไข และขอบเขตการศึกษาให้สมบูร ์ย่ิงข้ึน
จานวน 1 ตาแหน่ง ดังน้ี

(1) ผ้เู ชี่ยวชา ด้านเกษตร #2
ดังน้ันในการศึกษาโครงการจึงมีจานวนบุคลากรหลักทั้งสิ้น 18 ตาแหน่ง ดังแสดงแผนภูมิการ

บริหารและการจัดบุคลากรของกลุ่มที่ปรึกษาในรูปที่ 6.2.1-1 และสรุปคุ สมบัติของผู้เช่ียวชา ในแต่ละสาขา
โดยมีรายละเอยี ดเกี่ยวกบั ประวัติ คุ วุฒแิ ละประสบการ ์แสดงไวใ้ น ารางท่ี 6.2.1-1

2) การบรหารโครงการ
เพื่อให้การทางานของค ะบุคลากรหลักในด้านต่างๆ สามารถทางานประสานกันได้อย่าง

มีประสิทธิภาพ รวมท้ังการติดต่อประสานงานระหว่างค ะกรรมการกากับฯ ของกรมชลประทานกับกลุ่มบริษัท
ท่ีปรึกษา กลุ่มบริษัทท่ีปรึกษาจึงได้กาหนดรูปแบบองค์กรของค ะทางานให้สอดคล้องกับความต้องการดังกล่าว
ดงั แสดงในรปู ที่ 6.2.1-1 โดยแบง่ กล่มุ ทางานออกเปน็ 4 กลุ่มงาน ดังน้ี

1) กลุ่มงานบริหารโครงการ
2) กล่มุ งานศึกษาความเหมาะสม และวเิ คราะหผ์ ลกระทบสิง่ แวดลอ้ ม
3) กลุ่มงานด้านมวลชนสมั พนั ธแ์ ละการมีส่วนรว่ มของราษฎร
4) กลุ่มงานสนับสนนุ โครงการ
โดยในแต่ละกลุ่มงานศึกษาดังกล่าวข้างต้น จะมีหัวหน้ากลุ่มเป็นผู้ดูแลบริหารงานในแต่ละกลุ่ม
เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการติดตามและประสานงาน และมีผู้จัดการโครงการ/ผู้ ช่ีย ชาญด้าน างโครงการ
(นายกาจ ศ ์ กล้าหาญ) เป็นผู้ควบคุมการดาเนินงานศึกษาท้ังหมด คอยให้ความสนับสนุนช่วยแก้ไขป หาและให้
ข้อเสนอแนะต่างๆ
อย่างไรก็ตาม การดาเนินงานท้ังหมดจะอยู่ในความดูแลของคณะกรรมการ ร จรับ ัสดุฯ
ท่ีกรมชลประทานได้แต่งตั้งขึ้นมาประสานงานกับกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาฯ นอกจากนี้ ผู้จัดการโครงการ/ผู้ ช่ีย ชาญ
ดา้ น างโครงการ จะทาหน้าทร่ี บั ผิดชอบในการตรวจสอบรายงานขัน้ สดุ ท้ายหลงั จากทผี่ ูท้ ที่ าหน้าที่บรร าธกิ าร ได้ทา
การตรวจทานภาพรวมของรายงานใหม้ คี วามสอดคลอ้ งเช่อื มโยงในเน้ือหาสาระของรายงานในทุกข้นั ตอนแลว้
อนึ่งกลุ่มบริษัทท่ีปรึกษาขอเสนอ นางสา งบุบผา ดาไสย ทาหน้าที่เป็นบรร าธิการเพื่อ
ตรวจทานภาพรวมของรายงานในทุกข้ันตอน เพ่อื ขอความเหน็ ชอบจากค ะกรรมการกากบั ดแู ลท่ปี รกึ ษาด้านวิชาการ
และจะจัดหาเจา้ หน้าที่เพื่อเป็นผู้ประสานงานและปฏบิ ัติงานในโครงการตลอดระยะเวลาปฏิบัติงานจนสิ้นสุดโครงการ
จานวน 1 คน โดยปฏบิ ัติหน้าที่ทก่ี รมชลประทานและทางานร่วมกบั ผู้ประสานงานของกลุ่มบรษิ ัทที่ปรึกษาด้วย พร้อม
ทงั้ อานวยความสะดวกในการทีค่ ะกรรมการกากับฯ สารวจพน้ื ท่ภี าคสนามตลอดระยะเวลาศึกษาโครงการ

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กัด 6-7 รายงานการเรม่ิ งาน
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จา้ กัด (Inception Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอ้ื งต้น อ่างเก็บนา้ เหมืองตะกว่ั บทที่ 6 แผนการท้างานและการจัดกา้ ลังบุคลากร
อันเนอื่ งมาจากพระราชด้าริ จงั หวดั พทั ลุง

กรมชลประทาน

คณะกรรมการกา้ กบั ฯ

กลุ่มบริหารโครงการ

ผจู้ ัดการโครงการ/ผู้เช่ียวชาญดา้ นวางโครงการ

นายกาจวิศว์ กลา้ หาญ

กลุ่มงานศึกษาทบทวนความเหมาะสมและวิเคราะหผ์ ลกระทบสิ่งแวดล้อม กลุ่มงานดา้ นมวลชนสัมพนั ธแ์ ละการมีส่วนร่วม

งานด้านวิศวกรรม งานด้านส่ิงแวดล้อม ผเู้ ช่ียวชาญดา้ นประชาสมั พนั ธแ์ ละการมี
สว่ นร่วม
ผเู้ ช่ียวชาญดา้ นอทุ กวิทยา ผชู้ ้านาญการดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม
นายไชยาพงษ์ เทพประสทิ ธิ์ นายกนก เข็มนาค นายยิ่งเจริญ คสู กลุ รัตน์

ผเู้ ช่ียวชาญดา้ นชลประทาน ผู้เชี่ยวชาญด้านดินและการใช้ประโยชนท์ ดี่ ิน ผเู้ ชี่ยวชาญดา้ นเศรษฐกจิ สงั คม และองคก์ ร
นายวรรธนะ ชัชวชั วมิ ล ผศ.ดร.ชัยฤกษ์ สวุ รรณรัตน์ นางกาญจนา จันทร์วเิ มลอื ง

ผเู้ ช่ียวชาญดา้ นธรณีวิทยา ผเู้ ชี่ยวชาญดา้ นเกษตร #1 ผเู้ ช่ียวชาญดา้ นการชดเชยทรัพยส์ นิ
แผน่ ดนิ ไหว/แหลง่ แร่/วัสดกุ อ่ สร้าง รศ.ดร.เอ็จ สโรบล นายสมพร จุลสทุ ธิ

ดร.ภาณุ พร้อมพทุ ธางกูร ผเู้ ช่ียวชาญดา้ นเกษตร #2 *
รศ.ดร.ธานี ศรีวงศช์ ัย
ผเู้ ชี่ยวชาญดา้ นเศรษฐศาสตร์/
เศรษฐศาสตร์สง่ิ แวดลอ้ ม ผเู้ ช่ียวชาญดา้ นปา่ ไม้/การจดั การลมุ่ นา้
ดร.แหลมไทย พวู่ ณชิ ย์ ผศ.ดร.ปิยพงษ์ ทองดนี อก

ผเู้ ชี่ยวชาญดา้ นสตั ว์ปา่
ประทีป มวี ฒั นา

ผเู้ ชี่ยวชาญดา้ นการประเมินผลกระทบ
ตอ่ สขุ ภาพ

ผศ.ดร.สพญ.ญาณนิ ลมิ ปานนท์

ผเู้ ช่ียวชาญดา้ นคณุ ภาพนา้
นางสาวนัชษร สงั ขพนั ธ์ุ

ผเู้ ช่ียวชาญดา้ นนเิ วศวิทยาทางน้าและ
การประมง

ผศ.สมหมาย เจนกิจการ

ผเู้ ชี่ยวชาญดา้ นโบราณคดแี ละ
ประวัตศิ าสตร์

นางพชั รี คณุ ะสาร

กลุ่มบคุ ลากรสนบั สนนุ โครงการ

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จา้ กัด รปู ท่ี 6.2.1-1 แผนภมู การจัดองคก์ รการบรหารงาน รายงานการเริ่มงาน
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จ้ากัด 6-8 (Inception Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บนา้ เหมอื งตะกั่ว บทที่ 6 แผนการทา้ งานและการจดั ก้าลงั บุคลากร
อนั เน่อื งมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวดั พัทลงุ

ารางท่ี 6.2.1-1 สรปุ คณุ สมบั ของบคุ ลากรหลกั

อายุ ประสบการณ์ เลขท่ี
(ปี) (ปี)
ล้าดับที่ ตา้ แหน่งท่ีเสนอในโครงการ ชอ่ื - สกุล คุณวุฒิ ใบประกอบ สถานะ
ประจา
วิชาชพี

1 ผู้จดั การโครงการ/ผู้เชยี่ วชาญด้านวางโครงการ นายกาจวศิ ว์ กล้าหาญ 46 วศ.บ. (ชลประทาน), มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์, 2538 23 -
เขม็ นาค วศ.ม. (ชลประทาน), มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์, 2548
2 ผู้ชานาญการด้านสิ่งแวดล้อม นายกนก เทพประสิทธิ์ 30 58 E 000018 ประจา
53 ศศ.บ.(รฐั ศาสตร์) มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์, 2531
3 ผู้เชย่ี วชาญด้านอุทกวทิ ยา นายไชยาพงษ์ วท.ม. (วทิ ยาศาสตรส์ ่ิงแวดล้อม) มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์, 2534 22 ภ.ย. 22303 ไม่ประจา

44 วศ.ด. (วศิ วกรรมทรัพยากรนา้ ) มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์, 2555

วศ.ม. (วศิ วกรรมทรัพยากรน้า) มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์, 2546

วศ.บ. (วศิ วกรรมทรัพยากรน้า) มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์, 2540

4 ผู้เชยี่ วชาญด้านชลประทาน นายวรรธนะ ชชั วชั วมิ ล 46 วศ.บ. (วศิ วกรรมชลประทาน) มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์, 2537 24 สย.9090 ประจา
พร้อมพุทธางกูร วศ.ม. (วศิ วกรรมทรัพยากรนา้ ) มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์, 2542 24 - ไม่ประจา
5 ผู้เชย่ี วชาญด้านธรณีวทิ ยาแผ่นดินไหว/แหล่งแร่/ ดร.ภาณุ
46 Ph.D.(Geotechnical engineering)มหาวทิ ยาลัยเชฟฟลิ ด์,2552

วสั ดุก่อสรา้ ง วศ.ม.(Geotechnical engineering) มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยพี ระจอมเกล้าธนบุรี, 2542

วศ.บ.(โยธา) สถาบันเทคโนโลยพี ระจอมเกล้าธนบุรี, 2537

6 ผู้เชย่ี วชาญด้านดินและการใชป้ ระโยชนท์ ี่ดิน ผศ.ดร.ชยั ฤกษ์ สุวรรณรตั น์ 72 Dr.agr. (ปฐพวี ทิ ยา) Justus-Liebig-University of Giessen, West Germany, 2523 50 - ไม่ประจา

7 ผู้เชย่ี วชาญด้านเกษตร รศ.ดร.เอ็จ สโรบล วท.ม. (เกษตรศาสตร์) มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์, 2515 44 - ไม่ประจา
รศ.ดร.ธานี * ศรวี งศ์ชยั กส.บ. (กสิกรรมและสัตวบาล) มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์, 2512
66 Ph.D. (Crop Production and Physiology) Iowa State University, 2559 24 - ไม่ประจา
วทม. (เกษตรศาสตร์) มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์, 2521
วทบ. (เกษตรศาสตร์) มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์, 2517
46 วท.ด. (พันธวุ ศิ วกรรม) พันธวุ ศิ วกรรมมหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ , 2551
วท.ม. (เกษตรศาสตร์) ปรบั ปรงุ พนั ธพ์ุ ืช พนั ธศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ , 2540

วท.บ. (เกษตรศาสตร์) พืชไร่นามหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์, 2537

8 ผู้เชย่ี วชาญด้านเศรษฐกิจ สังคม และองค์กร นางกาญจนา จนั ทรว์ เิ มลือง 59 กศ.บ. (ชวี วทิ ยา) มหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวโิ รฒ พ.ศ.2526 37 - ประจา

พบ.ม. สาขาพฒั นาสังคม (นโยบายและการวางแผน)

9 ผู้เชยี่ วชาญด้านการชดเชยทรพั ยส์ ิน นายสมพร จุลสุทธิ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ พ.ศ. 2530 27 - ประจา
10 ผู้เชย่ี วชาญด้านเศรษฐศาสตร์/ 54 วท.บ. (ภูมิศาสตร์-แผนที่) พ.ศ. 2534 33 - ไม่ประจา
ดร.แหลมไทย พู่วณิชย์
วท.ม. (การบริหารงานก่อสร้าง) มหาวทิ ยาลัยศรีปทุม พ.ศ. 2556
58 วท.บ. (สถติ ิ) มหาวทิ ยาลัยรามคาแหง, พ.ศ. 2529

เศรษฐศาสตรส์ ิ่งแวดล้อม วท.ม. (เศรษฐศาสตรเ์ กษตร) มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2536

ปร.ด. (เศรษฐศาสตร์เกษตร) มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2552

11 ผู้เชย่ี วชาญด้านป่าไม้/การจดั การลุ่มน้า ผศ.ดร.ปิยพงษ์ ทองดีนอก 44 วท.บ. (วนศาสตร์),การจัดการทรัพยากรป่าไม้(แขนงวชิ าการจดั การลุ่มน้า) 20 - ไม่ประจา
มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์,2541
วท.ม. (วนศาสตร์), การจัดการลุ่มนา้ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ , 2544

ปร.ด. (วนศาสตร์) สาขาการจัดการลุ่มนา้ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์, 2550

12 ผู้เชย่ี วชาญด้านสัตวป์ ่า ดร.ประทีป มีวฒั นา 47 - วท.บ (ชวี วทิ ยา) มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ , 2538 24 - ไม่ประจา
15 - ไม่ประจา
- วท.ม.(วทิ ยาศาสตร์ส่ิงแวดล้อม) มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์, 2541 29 - ประจา
- Ph.D. Forest Ecology (Wildlife Biology) มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์, 2548 27 - ไม่ประจา

13 ผู้เชยี่ วชาญด้านการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ ผศ.ดร.สพญ.ญาณิน ลิมปานนท์ 45 - สพ.บ. จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย, 2544
- วท.ม. (สาขาวชิ าโรคสัตวน์ ้า) จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย, 2547

- D.Sc. (Marine Life Science), Jeju National University, สาธารณรัฐเกาหลี, 2553

14 ผู้เชยี่ วชาญด้านคุณภาพน้า นางสาวนชั ษร สังขพันธ์ุ 50 - วท.บ. (สาธารณสุขศาสตร์) มหาวทิ ยาลัยมหิดล, 2532
ผศ.สมหมาย เจนกิจการ - วท.ม. (เทคโนโลยสี ิ่งแวดล้อม) มหาวทิ ยาลัยมหิดล, 2536
15 ผู้เชย่ี วชาญด้านนเิ วศวทิ ยาทางนา้
และการประมง 51 - วท.บ. (ประมง) คณะประมง มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์, 2533
- วท.ม. (วทิ ยาศาสตร์การประมง) คณะประมง มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์,2538

- กาลังศึกษาระดับปริญญาเอก ณ The University of Tennessee ประเทศ สหรฐั อเมริกา

สาขา Natural Resources 2550 - ปัจจุบัน

16 ผู้เชย่ี วชาญด้านประชาสัมพันธแ์ ละการมีส่วนร่วม นายยงิ่ เจรญิ คูสกุลรัตน์ 48 สศ.บ.(สาขาอาชวี อนามัยและความปลอดภัย) มหาวทิ ยาลัยสุโขทัยธรรมาธริ าช,2545 27 - ไม่ประจา
วท.ม.(สาขาสุขาภิบาลส่ิงแวดล้อม) มหาวทิ ยาลัยมหิดล ,2545 30 ภย.29653 ไม่ประจา
วท.บ.(สาธารณสุขศาสตร์) มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น,2534

17 ผู้เชยี่ วชาญด้านโบราณคดีและประวตั ิศาสตร์ นางพชั รี คุณะสาร 52 ศศ.บ. (โบราณคดี) มหาวทิ ยาลัยศิลปากร, 2530

สค.ม. (สิ่งแวดล้อม) มหาวทิ ยาลัยมหิดล, 2547

หมายเหตุ : * ตาแหนง่ ผู้เชยี่ วชาญท่ีเสนอเพ่มิ เติมจาก TOR

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จา้ กดั 6-9 รายงานการเร่มิ งาน
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จ้ากดั (Inception Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อา่ งเก็บน้าเหมืองตะก่ัว บทที่ 6 แผนการทา้ งานและการจดั กา้ ลังบุคลากร
อันเนื่องมาจากพระราชด้าริ จงั หวดั พัทลุง

6.2.2 หน้าที่ค ามรับผดชอบของบคุ ลากรหลักดา้ น ทคนค
หน้ าที่ และความรับ ผิดช อบของบุคลากรห ลักที่ ได้ ม อบ หมายเพ่ื อให้ การป ฏิบั ติงานเป็ นไป อย่าง มี ระบ บ

มีประสิทธภิ าพ มคี วามสอดคล้องและชดั เจนในขอบเขตของงานที่ตนเองรับผดิ ชอบและงานที่เกย่ี วข้อง โดยหน้าท่แี ละ
ความรบั ผดิ ชอบในแต่ละตาแหนง่ ของบุคลากรหลัก ไดแ้ สดงไว้ใน ารางที่ 6.2.2-1 และ ารางที่ 6.2.2-2

ารางที่ 6.2.2-1 บคุ ลากรหลกั และหนา้ ทีร่ ับผดชอบโครงการ

1. ผู้จัดการโครงการ/ผู้เชยี่ วชาญดา้ นวางโครงการ นายกาจวศิ ว์ กล้าหาญ

หน้าท่ีรบั ผิดชอบ

1) บรหิ ารงานโครงการและควบคุมการปฏิบัติงานของคณะทางาน 4) ศึกษาทบทวนแผนงานโครงการที่เก่ียวขอ้ งท้ังหมด

2) ติดต่อ/ประสานงานและรว่ มประชมุ กับคณะกรรมการกากับฯ 5) ศึกษาปัญหาความต้องการของราษฎร และขอ้ จากัดของพื้นที่

และหนว่ ยงานอ่ืนๆ ท่ีเก่ียวขอ้ ง 6) วางแผนการพัฒนาโครงการ/วเิ คราะห์ศักยภาพและความเหมาะสมโครงการ

3) ควบคุมกาหนดแนวทางและวธิ กี ารศึกษาให้ได้คุณภาพงานและแผนงาน ร่วมกับผู้เชย่ี วชาญด้านอ่ืนๆ

ตามเอกสารประกอบการจา้ งที่ปรกึ ษา (TOR) และการศึกษาความเหมาะสม 7) ตรวจสอบเอกสารและรายงานทุกครั้งก่อนเสนอคณะกรรมการฯ

การพัฒนาแหล่งน้าให้เป็นไปตามหลักวชิ าการ 8) จดั ทารายงานและเขา้ รว่ มในการชแี้ จงผลการศึกษา

2. ผู้ชา้ นาญการด้านส่ิงแวดล้อม นายกนก เขม็ นาค
หน้าท่ีรับผิดชอบ
1) หัวหนา้ คณะทางานด้านผลกระทบส่ิงแวดล้อมและบรหิ ารจดั การ 4) รว่ มในการวเิ คราะห์ความเหมาะสมของทางเลือกรูปแบบ/ที่ต้ังในด้าน
การดาเนนิ งานศึกษา สิ่งแวดล้อม

2) Integrate ผลการศึกษาจากผู้เชยี่ วชาญและดาเนนิ การประเมินผลกระทบ 5) ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการพฒั นาโครงการ
สิ่งแวดล้อมโดยภาพรวมของท้ังโครงการ โดยจาแนกเป็นกรณีท่ีมีโครงการ 6) จดั ทาแผนปฏิบัติการป้องกันแก้ไขและมาตรการตรวจสอบติดตามผลกระทบ
และไม่มีโครงการ
ส่ิงแวดล้อม (EIMP) อันเนอื่ งจากโครงการ

3) ร่วมกาหนดเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม เพือ่ จัดลาดับและคัดเลือกแนวทางเลือก 7) ชแี้ จงโครงการในระหวา่ งการศึกษา รวมถงึ การนาเสนอรายงานและตอบ

ท่ีเหมาะสม ขอ้ คิดเห็นต่อหนว่ ยงานท่ีเก่ียวขอ้ ง

8) จดั ทารายงานในส่วนท่ีเก่ียวขอ้ งและเขา้ ร่วมในการชแี้ จงผลการศึกษา

3. ผู้เชยี่ วชาญด้านอุทกวทิ ยา นายไชยาพงษ์ เทพประสิทธ์ิ
หน้าที่รบั ผิดชอบ
1) รวบรวม ศึกษา/วเิ คราะห์ขอ้ มูลทางด้านอุตุวทิ ยาและอุทกวทิ ยา 5) ประเมินการเปล่ียนแปลงที่อาจจะมีผลกระทบด้านด้านอุตุวทิ ยาและ
2) วเิ คราะห์ระดับนา้ หลากสูงสุด ปรมิ าณฝนสูงสุดตามรอบปีการเกิดซ้าต่างๆ อุทกวทิ ยา เชน่ ภูมิอากาศ อัตราการไหลของน้าท่า ในฤดูฝนและฤดูแล้ง
3) รว่ มศึกษาวเิ คราะห์ความสามารถของระบบระบายน้าในปัจจุบัน สภาพน้าท่วม การระบายของน้า และการตกตะกอน ภายหลังจากมี
พร้อมท้ังศึกษาวเิ คราะห์แนวทางจัดการน้าเพอื่ บรรเทาอุทกภัย การพัฒนาโครงการ และจัดทาขอ้ เสนอแนะเพ่ือลดผลกระทบส่ิงแวดล้อม
4) ร่วมกับผู้เชยี่ วชาญด้านออกแบบอาคารทางชลศาสตรแ์ ละผู้เชย่ี วชาญ
ด้านชลประทานในการจดั ทาเกณฑ์การออกแบบอาคารชลศาสตร์ และ 6) จดั ทารายงานในส่วนที่เกี่ยวขอ้ งและเขา้ ร่วมในการชแี้ จงผลการศึกษา
ให้ขอ้ คิดเห็นในการออกแบบอาคารชลศาสตร์

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากดั 6-10 รายงานการเรมิ่ งาน
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จา้ กัด (Inception Report)

โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งต้น อา่ งเก็บน้าเหมืองตะกว่ั บทท่ี 6 แผนการท้างานและการจัดกา้ ลงั บุคลากร
อนั เน่ืองมาจากพระราชดา้ ริ จังหวดั พทั ลุง

ารางท่ี 6.2.2-1 บุคลากรหลักและหนา้ ทรี่ บั ผดชอบโครงการ ( อ่ )

4. ผู้เชย่ี วชาญด้านชลประทาน นายวรรธนะ ชชั วชั วมิ ล
หน้าท่ีรับผิดชอบ
1) รวบรวม/ทบทวนขอ้ มูลระบบชลประทานและระบบระบายน้าในพน้ื ท่ี 6) รว่ มกับผู้เชย่ี วชาญด้านธรวทิ ยาฯ ในการวางแผนสารวจด้านธรณีวทิ ยา
โครงการ ฐานรากและปฐพีวทิ ยาบริเวณท่ีต้ังองค์ประกอบโครงการ

2) วเิ คราะห์หาความต้องการใชน้ ้า และค่าความต้องการใชน้ า้ 7) จดั ทารายงานในส่วนท่ีเกี่ยวขอ้ งและเขา้ รว่ มในการชแี้ จงผลการศึกษา
3) รว่ มสารวจและตรวจสอบทางกายภาพของประสิทธภิ าพระบบชลประทาน
5 จดั ทาแบบจาลองสมดุลน้าในอ่างเก็บนา้
4) ประเมินผลกระทบของการ พัฒนาโครงการท่ีจะส่งผลต่อภาพรวม

ของระบบชลประทานท่ีมีอยใู่ นปัจจุบันและระบบชลประทานที่จะเกิด
ขนึ้ จากโครงการ

5. ผู้เชย่ี วชาญด้านธรณีวทิ ยา/แผ่นดินไหว/แหล่งแร่/วสั ดกุ ่อสรา้ ง ดร.ภาณุ พร้อมพทุ ธางกูร

หน้าท่ีรับผิดชอบ

1) ศึกษา วเิ คราะห์ ประเมินสภาพธรณีวทิ ยา ธรณีสัณฐาน สภาพการเกิด 6) สารวจและวเิ คราะห์คุณสมบัติของวสั ดุสาหรบั ใชใ้ นการก่อสร้างและปรบั ปรงุ

แผ่นดินไหวในพ้นื ที่โครงการ อาคารประกอบต่างๆ

2) รวบรวม ตรวจสอบ และวเิ คราะห์ขอ้ มูลด้านปฐพกี ลศาสตรใ์ นพ้นื ที่โครงการ 7) ประเมินผลกระทบด้านความม่ันคงของฐานรากท่ีมีต่อองค์ประกอบโครงการ

3) ศึกษาความเหมาะสมด้านธรณีวทิ ยาเพ่ือประกอบการวางโครงการ/ 8) เสนอแนะแนวทางในการปรบั ปรงุ ฐานราก รวมถงึ การประมาณราคาค่า

กาหนดรปู แบบโครงการที่เหมาะสม ปรบั ปรุงฐานราก

5) ตรวจสอบขอ้ มูลด้านการทรดุ ตัว 9) จัดทารายงานในส่วนท่ีเก่ียวขอ้ งและเขา้ รว่ มในการชแ้ี จงผลการศึกษา

6. ผู้เชย่ี วชาญด้านดนิ และการใชป้ ระโยชน์ที่ดนิ ผศ.ดร.ชยั ฤกษ์ สุวรรณรตั น์

หน้าที่รับผิดชอบ

1) ศึกษา/สารวจ/วเิ คราะห์/ประเมินประเภทชนดิ ของชดุ ดิน ตามมาตรฐานของ 4) ศึกษาและประเมินความเหมาะสมดินและการใชป้ ระโยชนท์ ่ีดินเพ่ือประกอบ

กรมพัฒนาที่ดิน การวางแผนพัฒนาโครงการ

2) วเิ คราะห์ แนวโนม้ การเปลี่ยนแปลงการใชท้ ่ีดินและสิทธกิ ารถอื ครองที่ดิน 5) ประเมินผลกระทบต่อดินและการใชท้ ี่ดินตามแผนพัฒนาโครงการ

ของโครงการท้ังในบริเวณรอบอ่างเก็บนา้ พืน้ ท่ีชลประทาน และบริเวณ 6) เสนอมาตรการจัดการด้านดินและการใชท้ ่ีดินไม่ให้เกิดการเส่ือมสภาพ หรอื

พืน้ ที่อื่น ๆ (ถา้ มี) การฟื้นฟูสภาพดินให้มีการใชท้ ี่ดินอยา่ งยง่ั ยนื

3) รว่ มกับผู้เชย่ี วชาญด้านการเกษตรในการกาหนดรูปแบบการเพาะปลูกท่ี 7) จัดทารายงานในส่วนที่เกี่ยวขอ้ งและเขา้ รว่ มในการชแี้ จงผลการศึกษา

เหมาะสมให้สอดคล้องกับการใชท้ ี่ดินและระบบชลประทานในพืน้ ท่ีโครงการ

7. ผู้เชยี่ วชาญดา้ นเกษตร #1 รศ.ดร.เอ็จ สโรบล
หน้าที่รับผิดชอบ
1) รวบรวม สารวจ และวเิ คราะห์ขอ้ มูลด้านการเกษตรในพืน้ ท่ีโครงการ 4) ประเมินผลกระทบด้านการเกษตรในพน้ื ที่โครงการทั้งก่อนและหลังมีโครงการ
2) รว่ มกับผู้เชยี่ วชาญด้านดินและการใชท้ ี่ดินในการพิจารณาคุณภาพดินและ การเปลี่ยนแปลงชนดิ และรปู แบบการเพาะปลูกพชื และการเล้ียงสัตว์
พืน้ ที่การเกษตรเพอ่ื กาหนดรปู แบบการเพาะปลูกท่ีเหมาะสมให้สอดคล้อง
กับการใชท้ ี่ดินและระบบชลประทานในพ้นื ท่ีโครงการ 5) ประเมินผลกระทบท่ีเกิดขนึ้ จากการใชส้ ารเคมี ปุ๋ย ยาปราบ ศัตรูพืช สารพิษ
3) ศึกษาต้นทุนการผลิต ผลผลิต ผลตอบแทน แรงงาน และปัจจัยการผลิต ตกค้าง และการเลี้ยงสัตวใ์ นพ้นื ท่ีชลประทานท่ีมีต่อแหล่งน้าและโครงการ
รวมท้ังปัญหาอุปสรรค์ในการปลูกพชื
6) เสนอแนะแนวทางการปรับปรุงการเกษตรที่เหมาะสมเมื่อมีการพัฒนา
โครงการ

7) ร่วมจัดทารายงานในส่วนท่ีเกี่ยวขอ้ งและเขา้ ร่วมในการชแ้ี จงผลการศึกษา

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จา้ กดั 6-11 รายงานการเร่ิมงาน
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จ้ากัด (Inception Report)

โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบือ้ งตน้ อ่างเก็บนา้ เหมอื งตะก่ัว บทที่ 6 แผนการท้างานและการจัดก้าลังบุคลากร
อนั เน่ืองมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวัดพัทลุง

ารางท่ี 6.2.2-1 บคุ ลากรหลักและหนา้ ที่รับผดชอบโครงการ ( ่อ)

8. ผู้เชยี่ วชาญดา้ นเกษตร #2 * รศ.ดร.ธานี ศรวี งศช์ ยั
หน้าท่ีรบั ผิดชอบ
1) รวบรวม สารวจ และวเิ คราะห์ขอ้ มูลด้านการเกษตรในพ้ืนที่โครงการ 4) ประเมินผลกระทบด้านการเกษตรในพื้นที่โครงการทั้งก่อนและหลังมีโครงการ
2) ร่วมกับผู้เชยี่ วชาญด้านดินและการใชท้ ี่ดินในการพจิ ารณาคุณภาพดินและ การเปลี่ยนแปลงชนดิ และรูปแบบการเพาะปลูกพชื และการเลี้ยงสัตว์
พนื้ ที่การเกษตรเพอื่ กาหนดรปู แบบการเพาะปลูกท่ีเหมาะสมให้สอดคล้อง
กับการใชท้ ี่ดินและระบบชลประทานในพ้ืนที่โครงการ 5) ประเมินผลกระทบที่เกิดขนึ้ จากการใชส้ ารเคมี ปุ๋ย ยาปราบ ศัตรพู ชื สารพิษ
3) ศึกษาต้นทุนการผลิต ผลผลิต ผลตอบแทน แรงงาน และปัจจยั การผลิต ตกค้าง และการเล้ียงสัตวใ์ นพื้นท่ีชลประทานที่มีต่อแหล่งนา้ และโครงการ
รวมทั้งปัญหาอุปสรรค์ในการปลูกพืช
6) เสนอแนะแนวทางการปรบั ปรงุ การเกษตรที่เหมาะสมเม่ือมีการพฒั นา
โครงการ

7) รว่ มจัดทารายงานในส่วนท่ีเกี่ยวขอ้ งและเขา้ รว่ มในการชแ้ี จงผลการศึกษา

9. ผู้เชยี่ วชาญดา้ นเศรษฐกิจ สังคมและองค์กร นางกาญจนา จันทรว์ เิ มลือง
หน้าท่ีรับผิดชอบ
1) รวบรวมขอ้ มูลสภาพเศรษฐกิจ สังคม และองค์กรในพน้ื ท่ีโครงการ 5) ศึกษาวเิ คราะห์ด้านเศรษฐกิจ-สังคมและทัศนคติของราษฎรที่มีต่อโครงการ
2) ศึกษาวเิ คราะห์ขอ้ มูลพ้ืนฐานด้านเศรษฐกิจ สังคม เชน่ อาชพี วฒั นธรรม 6) ศึกษาด้านรปู แบบองค์กรบริหารจดั การนา้ ที่เหมาะสม
แรงงาน รายได้ ฯลฯ พร้อมทั้งเปรยี บเทียบขอ้ มูลระดับโครงการ จงั หวดั 7) วเิ คราะห์ถงึ ปัจจยั ต่างๆ ที่มีผลกระทบ และการกระจายผลประโยชนส์ ู่สังคม
และประเทศในภาพรวม
3) รว่ มในการกาหนดเกณฑ์จัดลาดับ/คัดเลือกโครงการด้านเศรษฐกิจ สังคม และผลท่ีสังคมได้รับจากโครงการ
4) วางแผนงานสารวจภาคสนามด้านเศรษฐกิจ สังคมในระดับพน้ื ท่ีโครงการ 8) รว่ มในกิจกรรมด้านการมีส่วนร่วม และการประชาสัมพันธ์
9) จัดทารายงานในส่วนท่ีเกี่ยวขอ้ งและเขา้ รว่ มในการชแี้ จงผลการศึกษา

10. ผู้เชย่ี วชาญดา้ นชดเชยทรัพย์สิน นายสมพร จุลสิทธิ
หน้าท่ีรบั ผิดชอบ
1) รวบรวมขอ้ มูลอัตราค่าชดเชยที่ดินและส่ิงปลูกสร้างในพนื้ ท่ีโครงการ 4) ประเมินค่าชดเชย/เวนคืนหรือจดั หาที่ดินและชดเชยทรพั ยส์ ิน/สิ่งก่อสร้าง
2) สารวจและตรวจสอบการถอื ครองที่ดิน/เอกสารกรรมสิทธทิ์ ่ีดิน ตลอดจน รวมทั้งการอพยพ (กรณีท่ีมี)
ทรัพยส์ ินที่ได้รบั ผลกระทบจากโครงการ
3) ศึกษาความจาเป็นในการจดั หาและพัฒนาพื้นที่อพยพให้แก่ผู้ได้รับ 5) สารวจสอบถามความคิดเห็น/ทัศนคติของราษฎรที่ได้รบั ผลกระทบ
ผลกระทบ (ถา้ มี) และหากจาเป็นจะศึกษารปู แบบของพ้ืนท่ีอพยพ 6) จัดทาแผนการดาเนนิ การจา่ ยค่าเวนคืน/ชดเชย และอพยพตั้งถนิ่ ฐานใหม่
ตลอดจนสารวจและจัดหาพน้ื ที่สาหรับต้ังถน่ิ ฐานใหม่
(กรณีที่มี)
7) รว่ มในกิจกรรมด้านการมีส่วนรว่ มของประชาชน
8) จัดทารายงานในส่วนที่เก่ียวขอ้ งและเขา้ รว่ มในการชแ้ี จงผลการศึกษา

11. ผู้เชย่ี วชาญด้านเศรษฐศาสตร์/เศรษฐศาสตรส์ ิ่งแวดล้อม ดร.แหลมไทย พู่วณิชย์

หน้าที่รบั ผิดชอบ

1) รวบรวมราคาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ราคาผลผลิต 6) วเิ คราะห์ Farm Model เพือ่ พจิ ารณารูปแบบท่ีเหมาะสม

2) วเิ คราะห์ความเสียหายและผลประโยชนข์ องโครงการทั้งทางตรงและทางอ้อม 7) วเิ คราะห์ผลตอบแทนทางสังคม (Social Rate of Return) กรณีที่มี

3) ร่วมประเมินค่าลงทุนและผลประโยชนข์ องการพฒั นาโครงการ 8) จัดทารายงานในส่วนท่ีเก่ียวขอ้ งและเขา้ รว่ มในการชแี้ จงผลการศึกษา

4) วเิ คราะห์จัดทาแผนการลงทุนโครงการ

5) วเิ คราะห์ด้านเศรษฐศาสตร์ การเงนิ และการลงทุน และวเิ คราะห์ความ

อ่อนไหวของโครงการ รวมทั้งวเิ คราะห์ด้านเศรษฐศาสตรส์ ิ่งแวดล้อม

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากัด 6-12 รายงานการเริ่มงาน
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จา้ กดั (Inception Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้อื งต้น อ่างเก็บนา้ เหมืองตะก่ัว บทที่ 6 แผนการท้างานและการจดั ก้าลงั บุคลากร
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดา้ ริ จงั หวัดพัทลงุ

ารางท่ี 6.2.2-1 บคุ ลากรหลกั และหนา้ ทีร่ บั ผดชอบโครงการ ( ่อ)

12. ผู้เชยี่ วชาญดา้ นป่าไม/้ การจัดการลุ่มนา้ ผศ.ดร.ปิยพงษ์ ทองดีนอก
หน้าที่รับผิดชอบ
1) สารวจ ศึกษา รวบรวมขอ้ มูลด้านนเิ วศวทิ ยาป่าไม้ และชนั้ คุณภาพลุ่มนา้ 4) ประเมินผลกระทบในด้านนเิ วศวทิ ยาป่าไม้ บรหิ ารจดั การพน้ื ที่ลุ่มน้า
ในพ้ืนท่ีโครงการ ที่จะสูญเสียไปจากการดาเนนิ โครงการ
2) ศึกษา/สารวจ/วเิ คราะห์ผลกระทบต่อสภาพพน้ื ท่ีป่าไม้ ระบบนเิ วศป่าไม้
3) ประเมินผลกระทบในด้านนเิ วศวทิ ยาป่าไม้ เกิดขน้ึ จากกิจกรรม 5) เสนอมาตรการลดผลกระทบ และมาตรการติดตามผลกระทบ
การก่อสรา้ งต่าง ๆ สถานภาพการบุกรุกทาลายป่าที่อาจเปลี่ยนแปลง ต่อนเิ วศวทิ ยาป่าไม้
อันเนอ่ื งมาจากการพัฒนาโครงการ
6) จัดทารายงานในส่วนที่เก่ียวขอ้ งและเขา้ ร่วมในการชแี้ จงผลการศึกษา

13. ผู้เชย่ี วชาญดา้ นสัตวป์ า่ นายประทีป มวี ฒั นา
หน้าท่ีรบั ผิดชอบ
1) สารวจ รวบรวมขอ้ มูลระบบนเิ วศสัตวป์ ่า ในพน้ื ท่ีโครงการ 3) วเิ คราะห์ผลกระทบที่เกิดขน้ึ จากกิจกรรมการก่อสร้างต่าง ๆ ของโครงการ
2) สารวจ ศึกษา วเิ คราะห์ ประเมินผลกระทบต่อสัตวป์ ่าคุ้มครองทุกชนดิ 4) ประเมินการเกิดแหล่งที่อยใู หม่และแหล่งอาหารใหม่ของสัตวป่า
(ชนดิ ปริมาณ การดารงชวี ติ สถานภาพ) ระบบนเิ วศสัตวป์ ่าในบรเิ วณ
ท่ีจะถกู น้าท่วม และบริเวณโดยรอบอ่างเก็บนา้ ท้ังด้านแหล่งที่อยอู่ าศัย ท่ีอาจเกิดขน้ึ หลังจากมีโครงการ
พืน้ ท่ีหากิน เส้นทางเดิน และเส้นทางอพยพ โครงสร้างและลักษณะ 5) เสนอมาตรการลดผลกระทบและมาตรการติดตามตรวจสอบต่อสัตวป์ ่า
ตามธรรมชาติของระบบนเิ วศสัตวป์ ่า 6) จัดทารายงานในส่วนที่เกี่ยวขอ้ งและเขา้ ร่วมในการชแี้ จงผลการศึกษา

14. ผู้เชย่ี วชาญด้านการประเมนิ ผลกระทบตอ่ สุขภาพ ผศ.ดร.สพญ.ญาณิน ลิมปานนท์

หน้าที่รับผิดชอบ

1) รวบรวมและวเิ คราะห์ขอ้ มูลสาธารณสุขและโภชนาการในพืน้ ท่ีโครงการ ใชแ้ รงงานก่อสร้าง ความเพียงพอของสถานพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์

2) ศึกษา/สารวจ/วเิ คราะห์/ประเมินผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน กับประชาชนในพนื้ ที่โครงการ

และบริการสาธารณสุขในพืน้ ท่ีโครงการ และพื้นท่ีที่คาดวา่ จะได้รบั 3) เสนอมาตรการลดผลกระทบและมาตรการติดตามตรวจสอบในด้านสุขภาพ

กระทบจากการพฒั นาโครงการการแพร่ระบาดของโรคพยาธชิ นดิ ต่างๆ ในด้านสุขภาพและสาธารณสุข/ภาวะโภชนาการ

โรคติดต่อทางน้า และ/หรอื แมลงพาหะเป็นสื่อกลาง โรคไม่ติดต่อที่ 4) จดั ทารายงานในส่วนที่เกี่ยวขอ้ งและเขา้ ร่วมในการชแ้ี จงผลการศึกษา

ในการดาเนนิ ชวี ติ และโรคติดต่อจากประชากรที่อพยพจากพน้ื ที่อื่นเขา้ มา

15. ผู้เชย่ี วชาญดา้ นคณุ ภาพน้า นางสาวนัชษร สังขพันธ์ุ
หน้าที่รบั ผิดชอบ
3) ประเมินผลกระทบของการพฒั นาโครงการที่มีต่อคุณภาพนา้ ในพ้ืนที่
1) รวบรวมขอ้ มูลด้านคุณภาพนา้ ผิวดินและน้าใต้ดินในพ้นื ที่โครงการ โครงการ
2) สารวจและเก็บตัวอยา่ ง/วเิ คราะห์คุณภาพน้า (น้าผิวดิน/นา้ ใต้ดิน)
4) เสนอแนะมาตรการลดผลกระทบ/ปรับปรุงคุณภาพน้าตลอดจนมาตรการ
เพอื่ ประเมินสถานการณ์คุณภาพนา้ และความเหมาะสมต่อการ ติดตามตรวจสอบผลกระทบส่ิงแวดล้อม
ใชป้ ระโยชนใ์ นปัจจบุ ัน และแนวโนม้ จากการพฒั นาโครงการ
ทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง 5) จดั ทารายงานในส่วนท่ีเก่ียวขอ้ งและเขา้ ร่วมในการชแ้ี จงผลการศึกษา

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากดั 6-13 รายงานการเร่ิมงาน
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จา้ กัด (Inception Report)

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบือ้ งต้น อา่ งเก็บน้าเหมืองตะกัว่ บทท่ี 6 แผนการทา้ งานและการจัดก้าลงั บุคลากร
อันเนอื่ งมาจากพระราชด้าริ จงั หวัดพัทลงุ

ารางที่ 6.2.2-1 บุคลากรหลักและหน้าทีร่ ับผดชอบโครงการ ( อ่ )

16. ผู้เชยี่ วชาญดา้ นนิเวศวทิ ยาทางนา้ และการประมง ผศ.สมหมาย เจนกิจการ

หน้าที่รบั ผิดชอบ

1) รวบรวมขอ้ มูลด้านนเิ วศวทิ ยาทางน้า และการประมง/การเพาะเล้ียงสัตวน์ ้า 4) ประเมินผลกระทบจากการพัฒนาโครงการ เชน่ การเก็บกักนา้ หรือ

2) สารวจและเก็บตัวอยา่ งด้านนเิ วศวทิ ยาทางน้าในสนาม การระบายน้าที่มีต่อนเิ วศวทิ ยาทางน้าและการประมง

3) ศึกษาวเิ คราะห์นเิ วศวทิ ยาทางน้าและสภาพการประมงในระดับพืน้ ท่ีโครงการ 5) เสนอมาตรการป้องกันแก้ไขหรอื เฝ้าระวงั และมาตรการติดตามตรวจสอบ

4) ศึกษา วเิ คราะห์ ศักยภาพการพฒั นาให้เป็นแหล่งประมงและการเพาะเล้ียง 6) เสนอแนะแนวทางและมาตรการในการส่งเสรมิ หรือขยายกิจการประมง

สัตวน์ ้าในพ้ืนที่ท้ายเขอ่ื น ในอนาคต

7) จัดทารายงานในส่วนที่เกี่ยวขอ้ งและเขา้ รว่ มในการชแ้ี จงผลการศึกษา

17. ผู้เชย่ี วชาญดา้ นประชาสัมพันธ์และการมสี ่วนรว่ ม นายยิ่งเจรญิ คูสกุลรัตน์

หน้าที่รับผิดชอบ

1) จัดทาแผนและดาเนนิ งานด้านประชาสัมพันธโ์ ครงการเพอ่ื ให้ความร้แู ละ 4) จดั ประชมุ ชแี้ จงและรบั ฟงั ความคิดเห็นเพือ่ การมีส่วนร่วมของประชาชน

ความเขา้ ใจเกี่ยวกับโครงการต่อราษฎรในพ้นื ที่ เพ่อื ให้ขอ้ มูล ขอ้ เท็จจริง ความรู้ 5) สรุปประเมิน/สรปุ ผลการประชมุ พร้อมทั้งวเิ คราะห์และกล่ันกรองปัญหา

และความเขา้ ใจ เกี่ยวกับโครงการต่อราษฎรในพืน้ ที่โครงการ และความต้องการของราษฎร นาเสนอต่อผู้จดั การโครงการและผู้เชย่ี วชาญ

2) ประสานกับองค์กรระดับภูมิภาค/ท้องถนิ่ /ประชาชนในพื้นที่โครงการ ด้านอ่ืนๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ ง

ให้เขา้ มามีส่วนรว่ มฯ ในการศึกษาโครงการ 6) จัดทาสื่อเพ่อื ประชาสัมพันธโ์ ครงการ เชน่ แผ่นพับ จดหมายขา่ ว วดี ีทัศน์ ฯลฯ

3) กาหนดกลุ่มเป้าหมาย/วเิ คราะห์ผู้มีส่วนได้เสียจากการพัฒนาโครงการ 7) จัดทารายงานในส่วนท่ีเกี่ยวขอ้ งและเขา้ ร่วมในการชแี้ จงผลการศึกษา

18. ผู้เชย่ี วชาญดา้ นโบราณคดีและประวตั ิศาสตร์ นางพชั รี คณุ ะสาร
หน้าที่รับผิดชอบ
1) รวบรวมและวเิ คราะห์ขอ้ มูลด้านแหล่งโบราณคดี และคุณค่าทาง 3) ประเมินผลกระทบของโครงการต่อแหล่งโบราณคดี/ประวตั ิศาสตรท์ ี่อาจ
ประวตั ิศาสตร์ในพนื้ ท่ีโครงการ จะเกิดจากการพฒั นาโครงการ
2) สารวจภาคสนามด้านแหล่งโบราณคดีที่มีศักยภาพ เพือ่ จาแนกหลักฐาน
และความสาคัญโดยเฉพาะในบริเวณพน้ื ท่ีท่ีจะได้รับการพัฒนาจาก 4) เสนอมาตรการลดผลกระทบและมาตรการติดตามตรวจสอบผล
โครงการ กระทบส่ิงแวดล้อม

5) จดั ทารายงานในส่วนท่ีเก่ียวขอ้ งและเขา้ รว่ มในการชแี้ จงผลการศึกษา

หมายเหตุ : * คือ บุคลากรหลักที่ทางที่ปรึกษาเสนอเพ่มิ เติม เพื่อให้การศึกษาครอบคลุมตามเงอื่ นไขและขอบเขตการศึกษา

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากดั 6-14 รายงานการเร่มิ งาน
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จา้ กดั (Inception Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น อ่างเกบ็ น้าเหมืองตะกว่ั
อันเนื่องมาจากพระราชด้าริ จงั หวัดพัทลุง

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากัด
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จ้ากัด
ารางที่ 6.2.2-2 ค ามสัม ัน ์ของหน้าท่แี ละค ามรบั ผดชอบของบคุ ลากรหลกั

งาน งาน กิจกรรม ผู้จัดการโครงการ/ผู้เ ี่ชยวชาญด้านวางโครงการ
หลกั ยอ่ ย ผู้ชานาญการด้าน ิ่สงแวดล้อม
ท่ี ที่ ผู้เ ่ีชยวชาญด้าน ุอทก ิวทยา
ผู้เ ่ีชยวชาญด้านชลประทาน
ผู้เ ่ีชยวชาญด้านธร ีณ ิวทยาแผ่น ิดนไหว/แห ่ลงแ ่ร/วัส ุด ่กอส ้ราง
ผู้เ ่ีชยวชาญด้าน ิดนและการใช้ประโยชน์ ี่ท ิดน
ผู้เ ่ีชยวชาญด้านเกษตร #1
ผู้เ ่ีชยวชาญด้านเกษตร #2 *
ผู้เ ี่ชยวชาญด้านเศรษฐ ิกจ สังคม และองค์กร
ผู้เ ่ีชยวชาญด้านการชดเชยท ัรพย์ ิสน
ผู้เ ่ีชยวชาญด้านเศรษฐศาสต ์ร/เศรษฐศาสต ์ร ิ่สงแวดล้อม
ผู้เ ่ีชยวชาญด้าน ่ปาไม้/การจัดการ ุ่ลม ้นา
ผู้เ ่ีชยวชาญด้านสัตว์ ่ปา
ผู้เ ี่ชยวชาญด้านการประเ ิมนผลกระทบ ่ตอ ุสขภาพ
ผู้เ ี่ชยวชาญด้าน ุคณภาพ ้นา
ผู้เ ี่ชยวชาญด้าน ินเวศ ิวทยาทาง ้นาและการประมง
ผู้เ ่ีชยวชาญด้านประชาสัมพันธ์และการ ีม ่สวน ่รวม
ผู้เ ่ีชยวชาญด้านโบราณค ีดและประวั ิตศาสต ์ร

1. การศกึ ษาทบทวนผลการศึกษาความเหมาะสม
1.1 รวบรวมข้อมูลในระดับพื้นที่โครงการเพ่ิมเติม
1.2 สารวจข้อมูลเพิ่มเติม
1) สารวจภูมิประเทศ
2) สารวจธรณีวิทยาฐานราก/ปฐพีกลศาสตร/์ วัสดุก่อสรา้ ง
3) สารวจด้านดิน/การใช้ที่ดิน
4) สารวจ/สอบถามด้านเศรษฐกิจ-สังคม
5) สารวจ/สอบถามด้านการชดเชยท่ีดิน/ทรพั ย์สิน
1.3 ศึกษา/วิเคราะห์ข้อมูลด้านวิชาการในระดับโครงการ
1) อุตุนยิ มวิทยาและอุทกวิทยา
2) ธรณีวิทยา/ธรณีวิทยาฐานราก/แผ่นดินไหว
3) อุทกธรณีวิทยา/นา้ ใต้ดิน
4) ดิน/การใช้ที่ดิน
5) ผังเมือง/อุตสาหกรรม
6) เกษตรกรรม ปศุสัตว์ และประมง/การเพาะเลี้ยงสัตว์นา้
7) ระบบชลประทาน/ระบบระบายนา้
8) เศรษฐกิจ-สังคม/ชุมชน/ประชากร
9) ความต้องการใช้นา้
10) สภาพนา้ หลาก และขีดความสามารถในการระบายนา้
11) ชดเชยท่ีดินและทรพั ย์สิน
1.4 ศึกษาทางเผื่อเลือกโครงการ/แนวทางท่ีเหมาะสม
1) กาหนดทางเลือกแนวทาง/รปู แบบของโครงการที่เหมาะสม
2) จดั ทาเกณฑก์ ารจดั ลาดับความเหมาะสมของทางเลือก
3) เปรยี บเทียบและคัดเลือกแนวทาง/รปู แบบโครงการท่ีมีความเหมาะสมมากท่ีสุด

บทที่ 6 แผนการทา้ งานและการจดั ก้าลงั บคุ ลากร1.5 วิเคราะห์ระบบแหล่งนา้ และศักยภาพในการพัฒนาด้วยแบบจาลองคณิตศาสตร์
1.6 วิเคราะห์นา้ หลากและความสามารถระบายนา้ ด้วยแบบจาลองคณิตศาสตร์
รายงานการเรม่ิ งาน1.7 วางโครงการ กาหนดรปู แบบ และขนาดโครงการที่เหมาะสม
1.8 การออกแบบและประมาณราคาเบื้องต้น
6-15 (Inception Report)1.9 วิเคราะห์ทางด้านเศรษฐศาสตรข์ องโครงการ

1) ประเมินค่าลงทุนและค่าใช้จา่ ยโครงการ
2) ประเมินผลประโยชนข์ องโครงการ
3) วิเคราะห์โครงการ / Model
4) วิเคราะห์ด้านเศรษฐศาสตรส์ ่ิงแวดล้อม
5) วิเคราะห์ด้านการเงิน
6) วิเคราะห์ความอ่อนไหวของโครงการ
1.10 จดั ทาแผนดาเนนิ โครงการ/แผนก่อสรา้ ง
1.11 ศึกษาด้านการบรหิ ารจดั การนา้ และองค์กร
1.12 แก้ไขและปรบั ปรงุ รายงาน
2. การศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น (IEE)
2.1 รวบรวมข้อมูลและเอกสารที่เก่ียวข้องระดับพื้นท่ีโครงการเพิ่มเติม
2.2 สารวจและเก็บข้อมูลภาคสนาม
1) คุณภาพนา้ ผิวดิน/นเิ วศวิทยาทางนา้
2) คุณภาพนา้ ใต้ดิน
3) ป่าไม้
4) สัตว์ป่า
5) สาธารณสุข
6) การคมนาคมขนส่ง
7) โบราณสถาน/โบราณคดี/ประวัติศาสตร์
8) การท่องเท่ียว
9) การชดเชยท่ีดินและทรพั ย์สิน
10) เศรษฐกิจ-สังคม
2.3 วิเคราะห์ข้อมูลสภาพทรพั ยากรส่ิงแวดล้อมในปัจจบุ ันและในอนาคต
2.4 ประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อม
2.5 จดั ทามาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม
2.6 จดั ทามาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม
2.7 แก้ไขและปรบั ปรงุ รายงาน
3. มวลชนสัมพนั ธ์ ประชาสัมพนั ธ์และการมสี ่วนร่วม
3.1 จดั ประชุมรบั ฟังความคิดเห็น / การมีส่วนรว่ ม
1) การประชุมปฐมนเิ ทศโครงการ
2) การประชุมกลุ่มย่อย
3) การประชุมปัจฉิมนเิ ทศโครงการ
3.2 จดั ทาสื่อเผยแพรป่ ระชาสัมพันธ์โครงการ / ประสานหนว่ ยงาน ผู้นาชุมชน

หมายเหตุ หนา้ ที่รับผิดชอบหลกั
หนา้ ที่รับผิดชอบรอง


Click to View FlipBook Version