โครงการเกษตรวิชญา
บา้ นกองแหะ หมู่ 4 ตาบลโปง่ แยง อาเภอแมร่ มิ
จงั หวัดเชียงใหม่
ดาเนนิ การโดย
หน่วยงานบรู ณาการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม
คำนำ
โครงการเกษตรวิชญา เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรที่พระบาทสมเด็จพระวิชรเกล้าเจ้าอยู่หัว
เมอ่ื ครงั้ ดารงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระราชดาริมอบท่ีดิน
ส่วนพระองค์ บริเวณบ้านกองแหะ หมู่ที่ 4 ตาบลโป่งแยง อาเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อท่ี 1,350 ไร่
ให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นาไปดาเนินการสารวจพื้นที่ วางแผนการใช้ท่ีดิน พัฒนาแหล่งน้าและ
พฒั นาท่ีดิน เพื่อให้เกษตรกรทาการเกษตรได้ การใช้ทดี่ นิ มคี วามเหมาะสมกบั สภาพพ้ืนท่ี และให้มีการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ และทรงพระราชทานนามศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรบ้านกองแหะ ตาบลโป่ง
แยง อาเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ว่า “เกษตรวิชญา” หมายถึง “ปราชญ์แห่งการเกษตร” การดาเนินงาน
เปน็ ไปในรูปแบบของคณะทางาน ไดร้ ว่ มมอื กนั พัฒนาให้เป็นศนู ย์เรียนร้ดู า้ นการเกษตรบนพนื้ ที่สูง ในแบบการ
มีส่วนร่วมของชุมชน โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดาริของพระบาทสมเด็จพระบรม
ชนกาธเิ บศรมหาภูมพิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพ่ือเพ่ิมพูนความรู้ความสามารถแก่เกษตรกรให้มี
คุณภาพชีวิตท่ีดีขึ้น โดยให้สถานที่แห่งน้ีเป็นศูนย์เรียนรู้และสาธิตด้านการเกษตรบนพื้นท่ีสูงให้แก่เกษตรกร
ในโครงการและพ้ืนที่ใกล้เคียง การจัดทารายงานผลการดาเนินงานของโครงการเกษตรวิชญา ประจาปี
งบประมาณ 2564 มีวัตถุประสงค์เพ่ือแสดงให้เห็นถึงผลสาเร็จของกิจกรรมท่ีได้ดาเนินงานจากหน่วยงาน
บูรณาการทีไ่ ด้ทางานรว่ มกันอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
พฤศจิกายน 2564
สารบญั ก
คำนำ หน้า
สำรบัญ
สำรบญั ภำพ ก
สำรบัญตำรำง ข
สว่ นที่ 1 ข้อมูลทวั่ ไป ง
1.1 ควำมเป็นมำ 1
1.2 วตั ถุประสงค์ 1
1.3 เปำ้ หมำยเชิงสัมฤทธ์ิ 1
1.4 ขอ้ มลู พน้ื ฐำนของโครงกำร 2
1.5 กำรใช้ประโยชนท์ ี่ดินในพืน้ ที่โครงกำร 4
1.6 พื้นทหี่ มู่บำ้ นรอบโครงกำร 6
1.7 หนว่ ยงำนรว่ มบูรณำกำร 6
สว่ นท่ี 2 ผลกำรดำเนินงำน
2.1 ผลกำรดำเนินงำนในพ้นื ที่โครงกำร 10
2.2 ผลกำรดำเนินตำมประเดน็ ขอ้ เสนอแนะ 28
2.3 ผลกำรติดตำมและประเมินผลโครงกำร ปงี บประมำณ 2563 47
2.4 ผลสัมฤทธ์จิ ำกกำรดำเนินงำนโครงกำร 49
ภำคผนวก 50
สารบญั ภาพ ข
ภำพท่ี 1 สภำพภมู ิประเทศโครงกำรเกษตรวิชญำ หน้า
ภำพท่ี 2 ทรัพยำกรน้ำโครงกำรเกษตรวชิ ญำ 2
ภำพท่ี 3 กำรใช้ประโยชน์ที่ดินโครงกำรเกษตรวิชญำ 4
ภำพที่ 4 กำรปรับปรงุ ดูและรักษำพน้ื ท่ที รงงำน 5
ภำพท่ี 5 ฐำนเรียนรดู้ ำ้ นกำรพฒั นำทีด่ ินบนพนื้ ทีส่ งู 10
ภำพท่ี 6 ฐำนเรยี นรดู้ ้ำนกำรปลกู ข้ำวไรแ่ ละธญั พชื เมอื งหนำว 13
ภำพท่ี 7 ฐำนเรยี นรดู้ ำ้ นกำรปลูกไม้ผล/ไมย้ ืนตน้ บนพื้นท่สี ูง 14
ภำพที่ 8 ฐำนเรียนรู้ดำ้ นกำรปลกู ผกั 15
ภำพที่ 9 ฐำนเรยี นรู้ดำ้ นกำรปลกู ไม้ดอกไมป้ ระดบั 16
ภำพที่ 10 ฐำนเรยี นรู้ด้ำนกำรเล้ียงสตั ว์ 17
ภำพท่ี 11 ฐำนเรียนรู้และสำธิตกำรเพำะเล้ียงสตั ว์นำ้ 18
ภำพที่ 12 ฐำนเรียนร้ดู ้ำนกำรบญั ชแี ละสหกรณ์ 19
ภำพท่ี 13 กำรเข้ำเยีย่ มชม ศึกษำดงู ำนภำยในศูนย์สำธิตกำรเรยี นรเู้ กษตรบนพื้นที่สงู 21
ภำพที่ 14 กำรดำเนนิ งำนในพนื้ ท่ีจัดสรรใหเ้ กษตรกรทำกนิ 22
ภำพที่ 15 กำรดำเนนิ งำนในพื้นทีธ่ นำคำรอำหำรชมุ ชน 23
ภำพท่ี 16 กำรปรับปรุงสระเกบ็ นำ้ หว้ ยปงหลวงพร้อมอำคำรประกอบ 25
ภำพที่ 17 กจิ กรรมกำรดำเนินงำนในพน้ื ทปี่ ่ำไม้ 26
ภำพท่ี 18 กำรประชมุ ร่วมกบั ประชำชนในพื้นท่ี และเจ้ำหนำ้ ท่ีจำกมณฑลทหำรบกที่ 33 27
ภำพที่ 19 รว่ มจัดทำแนวกันไฟบรเิ วณรอบพื้นท่โี ครงกำรฯ 28
ภำพที่ 20 กำรประชุมรว่ มกับหน่วยงำนบูรณำกำรในพน้ื ที่ 29
ภำพที่ 21 กำรจดั ฝึกอบรมและถ่ำยทอดองค์ควำมรู้ใหแ้ ก่เกษตรกร 29
ภำพที่ 22 กำรดำเนนิ งำนในพื้นทป่ี ่ำไมแ้ ละพน้ื ท่ีธนำคำรอำหำรชุมชน 30
ภำพที่ 23 กำรปลูกพืชแบบประณีตและปลอดภัยของเกษตรกรในโครงกำรฯ 31
ภำพท่ี 24 ต้นแบบกำรจัดสรรพน้ื ทใ่ี หเ้ กษตรกรทำกนิ โดยจดั ทำระบบอนุรักษ์ดนิ และนำ้ 32
ภำพท่ี 25 กำรเข้ำร่วมอบรม ศกึ ษำดูงำน และประสำนกบั เจ้ำหน้ำทม่ี ูลนธิ โิ ครงกำรหลวง 33
ภำพท่ี 26 กำรบริหำรจัดกำรน้ำในพ้นื ท่จี ัดสรรให้เกษตรกรทำกิน 34
ภำพท่ี 27 ประชมุ ช้ีแจงกำรทบทวนจัดสรรพืน้ ทใี่ ห้เกษตรกรทำกนิ 39
ภำพที่ 28 กำรสง่ เสรมิ ใหเ้ กษตรกรใช้สำรชวี ภัณฑ์เพอื่ ผลิตพืชปลอดภยั 40
ภำพที่ 29 กำรถ่ำยทอดองค์ควำมรู้ดำ้ นกำรสรำ้ งปำ่ สร้ำงรำยได้ใหแ้ ก่ประชำชนในพืน้ ท่ี 41
43
บำ้ นบวกจั่น
ภำพท่ี 30 กำรปรุงดนิ สำหรับกำรปลกู พชื 43
สารบญั ภาพ (ตอ่ ) ค
ภำพที่ 31 แปลงสำธิตกำรปลูกไมด้ อกเมืองหนำว หน้า
ภำพที่ 32 กำรสำธติ และพัฒนำทักษะในกำรเพำะพันธุ์กบนำใหแ้ กเ่ กษตรกร 44
ภำพที่ 33 กำรสง่ เสรมิ ปลูกไผพ่ ันธุด์ ี 44
ภำพที่ 34 แปลงสำธติ กำรปลกู ผักกำดเคลภำยในศนู ย์สำธติ กำรเรียนรเู้ กษตรบนพื้นทส่ี งู 45
ภำพที่ 35 เกษตรกรนำวธิ ีกำรปลกู ผักกำดเคลไปประยกุ ตใ์ ช้ในพ้นื ท่ีของตนเอง 46
46
สารบัญตาราง ง
ตำรำงที่ 1 จำนวนประชำกรและครัวเรอื นตำบลโป่งแยง หน้า
ตำรำงที่ 2 แสดงรำยกำรสูตรปรงุ ดนิ สำหรบั เรง่ ใบ 6
ตำรำงที่ 3 แสดงรำยกำรสูตรปรงุ ดนิ สำหรบั เร่งผล/ควำมหวำน 12
ตำรำงท่ี 4 แผนกำรผลติ พชื ผกั สำหรับแปลงสำธติ ของฐำนเรียนรู้กำรปลกู ผกั 13
ตำรำงที่ 5 แสดงรำยกำรทนุ ของสหกรณ์กำรเกษตรบ้ำนกองแหะ จำกัด 16
ตำรำงท่ี 6 แผนดำเนนิ งำนของหนว่ ยงำนบรู ณำกำรโครงกำรเกษตรวิชญำ ปีงบประมำณ 20
35
2564-2565
1
ส่วนท่ี 1
ขอ้ มูลท่ัวไป
1.1 ความเป็นมา
วันท่ี 21 ธันวาคม 2544 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เม่ือคร้ังดารงพระอิสริยยศ
พระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดาเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปยังบ้านกองแหะ
หมู่ที่ 4 ตาบลโป่งแยง อาเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ทอดพระเนตรสภาพพ้ืนที่เป็นเขาหัวโล้น ราษฎรทา
การเกษตรแบบไรเ่ ลื่อนลอย หนา้ ดินถูกชะลา้ งพังทลาย ทรัพยากรป่าไม้เส่ือมโทรม มีพระราชดาริให้หน่วยงาน
ทาการสารวจพ้ืนท่ี วางแผนการใช้ที่ดินและพัฒนาแหล่งน้าเพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เกษตรกรทาการเกษตร การใช้
ทดี่ ินมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพพนื้ ท่ีและใหม้ กี ารอนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาตใิ ห้สมบรู ณ์
วันท่ี 18 กรกฎาคม 2545 พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์เนื้อที่ 1,350 ไร่ บ้านกองแหะ
หมู่ท่ี 4 ตาบลโป่งแยง อาเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพ่ือใช้ในกิจการของ
ทางราชการ อนั ก่อให้เกิดประโยชน์เป็นส่วนรวมต่อหน่วยราชการ สถานศึกษา และราษฎร โดยดาเนินการใน
ลกั ษณะคลินกิ เกษตร เพอ่ื เผยแพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตรจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้
อันเนื่องมาจากพระราชดาริ ในรูปแบบของศนู ยบ์ ริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีชุมชน เป็นศูนย์ฝึกอบรมและ
วิจัยพัฒนาการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่ รวมท้ังเพ่ือการฟื้นฟูและอนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้เกิดระบบนิเวศ
ทส่ี มบูรณเ์ ปน็ แหล่งผลิตอาหารธรรมชาติ และมกี ารใชป้ ระโยชนจ์ ากทรัพยากรธรรมชาติอยา่ งย่งั ยนื
วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2549 พระราชทานนามศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรบ้านกองแหะ ตาบล
โป่งแยงอาเภอแม่รมิ จงั หวัดเชยี งใหม่ วา่ “เกษตรวชิ ญา” หมายถึง “ปราชญแ์ ห่งการเกษตร”
1.2 วัตถปุ ระสงค์
1. เพื่อพฒั นาพน้ื ที่โครงการใหเ้ ป็นศูนยเ์ รียนรู้ด้านการเกษตรบนพ้ืนทีส่ งู และขยายผลสู่เกษตรกร
2. เป็นต้นแบบในการทางานบูรณาการระหวา่ งหนว่ ยงาน และชมุ ชนในการทาการเกษตรแบบยงั่ ยืน
3. เป็นต้นแบบการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้เกิดระบบนิเวศท่ีสมบูรณ์ เกษตรกรสามารถใช้พื้นท่ี
ป่าไม้เป็นแหล่งผลติ อาหาร และมกี ารใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยนื
1.3 เปา้ หมายเชงิ สมั ฤทธ์ิ
1. โครงการเกษตรวิชญา เป็นโครงการต้นแบบการใช้ที่ดินบนพื้นท่ีสูงแบบผสมผสาน แก้ไขปัญหา
ตามสภาพพ้ืนที่ให้เกษตรกรทากินและมีรายได้ เพ่ิมความอุดมสมบูรณ์ของดินและน้า เน้นการพัฒนาแบบ
ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ดูแลรักษา และใช้ทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน โดยมีส่วนราชการ
สนับสนนุ การศกึ ษา วจิ ัย ให้ได้วทิ ยาการใหมๆ่
2. ราษฎรบ้านกองแหะได้รับการสนับสนุนการจัดต้ังกลุ่มพัฒนาอาชีพ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีข้ึน
และเสรมิ สร้างความเข้มแขง็ ดา้ นการอนรุ กั ษ์ทรพั ยากรปา่ ไม้
2
3. ทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้า ป่าไม้ ไดร้ ับการอนรุ กั ษ์และฟ้ืนฟู ให้เป็นป่าต้นน้าลาธาร กักเก็บน้าไว้
ใช้ประโยชน์ และเป็นแหล่งอาหารชุมชน โดยสร้างจิตสานึก ความรักและหวงแหนในทรัพยากรธรรมชาติ
ใหค้ นอยู่รว่ มกบั ปา่ ไมไ้ ดอ้ ย่างย่งั ยืน
1.4 ข้อมูลพื้นฐานของโครงการ
1.4.1 สภาพภมู ิประเทศ
โครงการ "เกษตรวิชญา" ต้ังอยู่ในเขตตาบลโป่งแยง อาเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ครอบคลุม
พ้ืนที่โครงการเน้ือท่ีทั้งหมด 1,350 ไร่ โดยมีพิกัดซ้ายบน 477000E 2086100N และพิกัดขวาล่าง
481500E 2083500N พื้นท่สี ่วนใหญ่มีลกั ษณะเปน็ เนนิ เขาและภูเขาสูง โดยมีดอยผานกกกทอดตัวจาก
แนวตะวันตกมาตะวันออกบริเวณทิศใต้ของพ้ืนที่โครงการ มีจุดสูงสุดท่ีระดับ 1,380 เมตรจากระดับทะเล
ปานกลาง บริเวณทิศเหนือติดกับดอยป่าเกี๊ยะมีจุดสูงสุดที่ระดับ 1,267 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง
บริเวณรอบโครงการมี หมู่บา้ น กองแหะต้ังอยู่ทางตอนเหนอื ของพ้ืนท่ีโครงการ และหมู่บ้านบวกจ่ันต้ังอยู่ทาง
ทิศตะวันตกของพื้นที่โครงการ สภาพพ้ืนท่ีเป็นเนินเขามีระดับความลาดชันระหว่าง 20-35 เปอร์เซ็นต์
รายละเอียดดังแสดงในรปู ที่ 1
ภาพท่ี 1 สภาพภมู ิประเทศโครงการเกษตรวชิ ญา
3
1.4.2 สภาพภมู อิ ากาศ
ลักษณะอากาศมีสภาพอากาศค่อนข้างเย็นเกือบตลอดปี มี 3 ฤดู ได้แก่ ฤดูร้อนเร่ิมต้ังแต่
เดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน อุณหภูมิสูงสุดเฉล่ีย 26 องศาเซลเซียส ฤดูฝนเริ่มต้ังแต่เดือนกรกฎาคม
ถึงเดอื นตลุ าคม มปี ริมาณฝนเฉลย่ี ทง้ั ปี 1,121.3 มลิ ลิเมตร เฉลย่ี นอ้ ยที่สดุ ในเดือนกมุ ภาพันธ์ 0.8 มิลลิเมตร
เฉลี่ยมากที่สุดในเดือนกันยายน 212.0 มิลลิเมตร และฤดูหนาวเร่ิมตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือน
กุมภาพันธ์ อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 8–20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉล่ียท้ังปี 20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่าสุด
เฉลย่ี 9 องศาเซลเซียส
1.4.3 ทรัพยากรดนิ
ดินที่พบในพ้ืนท่ีส่วนใหญ่ในพ้ืนท่ีโครงการเป็นดินที่เกิดจากการผุพังสลายตัวของหินชีสต์ หรือ
ไมก้าชีสต์ และเกิดจากวัสดุดินท่ีเคล่ือนจากบริเวณใกล้ๆ โดยแรงโน้มถ่วงของโลก ลักษณะของดินเป็นดินลึก
เนอ้ื ดินบนเปน็ ดนิ ร่วนหรอื ดินรว่ นปนดินเหนยี ว เน้ือดินลา่ งเป็นดินเหนยี ว ปฏกิ ิริยาดนิ เปน็ กรดแก่ถงึ เป็นกรด
เล็กนอ้ ย ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่า พื้นที่สูงชันจะพบปัญหาการชะล้างพังทลายของดิน พื้นที่ธนาคารอาหาร
ชุมชนพบลักษณะของดินท่ีเกิดจากการผุพังสลายตัวของหินแกรนิตและหินแกรโนไดโอไลท์เน้ือหยาบ รวมถึงท่ี
เกิดจากวัสดุดินหรือหินท่ีเคล่ือนย้ายมาโดยแรงโน้มถ่วงของโลก ลักษณะของดินเป็นดินลึกปานกลางถึงชั้น
กรวดเหล่ียมของแร่ควอตซ์หนาแน่นมากภายในความลึก 50 เซนติเมตรจากผิวดิน ปริมาณและขนาดของ
ควอตซ์เหล่ียมจะเพ่ิมมากขึ้นตามความลึก เน้ือดินบนเป็นดินร่วนปนทรายหรือดินทรายปนดินร่วน ปฏิกิริยา
ดินเป็นกรดเลก็ นอ้ ยถึงเป็นกลาง นอกจากน้ียังพบดินตะกอนน้าพาใหม่บริเวณที่ราบระหว่างเขา เป็นดินลึกถึง
ลึกมาก มีลักษณะการสลับชั้นของ เนื้อดิน เนื้อดินบนเป็นดินร่วนปนทรายหรือดินทรายปนดินร่วน ปฏิกิริยา
ดนิ เป็นกรดปานกลางถงึ เปน็ กลาง
1.4.4 ทรพั ยากรนา้
แหลง่ น้ำผิวดินท่ีส้ำคญั ของโครงกำรเกษตรวชิ ญำ ประกอบด้วยล้ำห้วยสำยตำ่ งๆ ในลุ่มน้ำสำขำ
ยอ่ ยของน้ำแมส่ ำ ประกอบดว้ ยล้ำหว้ ยบรเิ วณทศิ ตะวนั ตกเฉียงเหนือไหลมำจำกภูเขำใกล้บ้ำนบวกจ่ันและไหล
ผ่ำนพืนท่ีโครงกำรไปทำงทิศตะวันออกเฉียงเหนือลงสู่อ่ำงเก็บน้ำนำลิว ล้ำห้วยบริเวณทิศตะวันออก ได้แก่
ห้วยปำงหมี และล้ำห้วยที่ไหลมำจำกดอยผำนกกก ไหลไปทำงตะวันตกเฉียงเหนือผ่ำนพืนที่ส่วนรำชกำรและ
ไหลไปรวมกับห้วยสุวรรณบริเวณตอนเหนือของพืนท่ีโครงกำร ล้ำห้วยบริเวณทิศตะวันตกประกอบด้วย
หว้ ยสุวรรณไหลจำกเทือกเขำผำนกกกไหลผ่ำนฝำยห้วยสุวรรณและสระเก็บน้ำโดยไหลจำก ทิศตะวันตกไปยัง
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณตอนใต้ของพืนท่ีมีล้ำห้วยไหลจำกทิศใต้ไปทิศเหนือ ได้แก่ ห้วยช้ำงตำย
ห้วยบวกหมู และห้วยโป่งอัน มีกำรพัฒนำสร้ำงฝำยห้วยช้ำงตำยและฝำยห้วยบวกหมูน้อย ส่วนห้วยโป่งอัน
มีกำรกักเก็บน้ำในอ่ำงเก็บน้ำโป่งอันก่อนไหลไปรวมกับห้วยบวกหมูและห้วยช้ำงตำย บรรจบห้วยสุวรรณไหล
ผ่ำนหมู่บ้ำนกองแหะ นอกจำกแหล่งน้ำธรรมชำติแล้วพ้ืนที่โครงการยังได้รับน้าจากอ่างเก็บน้า 2 แห่ง ได้แก่
อ่างเก็บนา้ นาลวิ มคี วามจใุ นการกักเก็บน้า 470,000 ลูกบาศก์เมตร ใช้น้าเพ่ือการเกษตรในพ้ืนที่พัฒนาการ
เกษตร และการอุปโภคในหมู่บ้านกองแหะ ส่วนอ่างเก็บน้าโป่งอ้ัน มีความจุ 90,000 ลูกบาศก์เมตร ใช้เป็น
แหล่งกักเก็บน้าเพื่อใช้ในพ้ืนท่ีทรงงาน นอกจากนี้ยังมีการสร้างสระเก็บน้ากระจายอยู่ในพ้ืนที่โครงการ
รายละเอยี ดดังแสดงในภาพที่ 2
4
ภาพที่ 2 ทรัพยากรน้าโครงการเกษตรวิชญา
1.5 การใชป้ ระโยชนท์ ่ดี ินในพื้นทีโ่ ครงการ
โครงการเกษตรวชิ ญามีการกาหนดเขตการใชท้ ี่ดินออกเปน็ 5 พนื้ ท่ี ดงั นี้
1.5.1 พ้ืนที่ทรงงาน เนื้อท่ี 32 ไร่ (ร้อยละ 2.37 ของพื้นท่ีทั้งหมด) ต้ังอยู่บริเวณส่วนล่าง
ด้านตะวันออกของพ้ืนท่ีโครงการ เป็นพื้นท่ีจุดสูงสุดเห็นภูมิทัศน์โดยรอบ มีความสูง 1,185 เมตร จาก
ระดบั นา้ ทะเลปานกลาง ดาเนินการจัดภูมทิ ศั น์ ปลูกไมย้ นื ต้น และศาลาทรงงาน
1.5.2 พื้นท่ีศูนย์สาธิตการเรียนรู้เกษตรบนพ้ืนที่สูง เน้ือที่ 138 ไร่ (ร้อยละ 10.22 ของพ้ืนที่
ทั้งหมด) ตั้งอยู่ทางส่วนเหนือด้านตะวันออกของพ้ืนท่ีโครงการ วัตถุประสงค์ในการกาหนดเขตพื้นท่ีนี้ เพื่อ
พัฒนาให้เป็นศูนย์ฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีชุมชน ศูนย์สาธิตทดสอบงานด้านการเกษตรบนพ้ืนท่ีสูง
สาหรับเป็นพื้นที่ตัวอย่างให้เกษตรกรได้เรียนรู้ นาไปปฏิบัติในพ้ืนท่ีของตนเอง และเป็นศูนย์ประสานการ
ปฏบิ ตั งิ านของหน่วยงานราชการที่มสี ่วนรับผดิ ชอบในพ้นื ท่ีโครงการ
1.5.3 พืน้ ท่ีจัดสรรให้เกษตรกรท้ากนิ เนื้อที่ 139 ไร่ (ร้อยละ 10.30 ของพื้นท่ีทั้งหมด) ตั้งอยู่ทาง
ส่วนเหนือด้านตะวันตกของพ้ืนที่โครงการติดกับหมู่บ้านกองแหะ เดิมมีการทาการเกษตรในพ้ืนท่ีดังกล่าว
แต่เนื่องจากสภาพพื้นท่ีมีความเส่ียงต่อการชะล้างพังทลายจึงมีการจัดท้ำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ฟื้นฟู
ปรับปรุงบำ้ รงุ ดนิ พฒั นำแหล่งนำ้ และระบบกระจายน้า วางผงั แบ่งแปลงจดั สรรทีท่ ากินให้กับเกษตรกร จานวน
5
60 รายๆละ 1 ไร่ รวม 60 ไร่ ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ (ปัจจุบันมีเกษตรกรทาการเกษตรในพื้นท่ี
จานวน 58 ราย)
1.5.4 พ้ืนท่ีธนาคารอาหารชุมชน เน้ือที่ 123 ไร่ (ร้อยละ 9.11 ของพ้ืนที่ท้ังหมด) ตั้งอยู่บริเวณ
ตอนกลางของพื้นท่ีระหว่างพื้นที่ป่าไม้ เดิมเป็นพ้ืนท่ีป่าเสื่อมโทรม จึงมีวัตถุประสงค์ในการกาหนดเขตเป็นวน
เกษตร/ธนาคารอาหารชุมชน เพ่ือการฟื้นฟูพัฒนาพื้นที่ป่าเส่ือมโทรม อนุรักษ์แหล่งต้นน้าลาธาร
ทรัพยากรธรรมชาติ โดยใหช้ ุมชนมีส่วนรว่ มและเกอ้ื กูลกนั ท้ังระบบ เป็นแหล่งรวบรวมพัฒนาพืชสมุนไพร ให้มี
ความหลากหลาย มีปริมาณเพียงพอกับความต้องการของชุมชน พัฒนาระบบนิเวศของป่าให้มีความ
หลากหลายทางชีวภาพ เก้ือกูลกับการขยายพันธุ์สัตว์ตามธรรมชาติ และเพ่ือเป็นแหล่งผลิตอาหารตาม
ธรรมชาติ อย่างมีประสทิ ธิภาพและยัง่ ยนื ตลอดจนไม่เป็นอนั ตรายตอ่ ระบบนเิ วศ
1.5.5 พื้นทีป่ ่าไม้ เนอ้ื ท่ี 918 ไร่ (ร้อยละ 68.00 ของพื้นที่ทั้งหมด) แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่พ้ืนท่ีป่า
ด้านตะวันตกของโครงการมีพ้ืนท่ี 598 ไร่ และพ้ืนที่ป่าด้านตะวันออกของโครงการมีพ้ืนที่ 320 ไร่ สภาพ
พ้ืนท่ีส่วนใหญ่เป็นป่าไม้ท่ีไม่ผลัดใบประเภทป่าดิบเขา เดิมมีพื้นที่ป่าเส่ือมโทรมท้ังหมด 470 ไร่ ได้รับการ
ฟน้ื ฟูจนมีสภาพป่าสมบรู ณ์ทง้ั หมด และอนุรักษใ์ หเ้ ปน็ พน้ื ที่ป่าไมต้ ามธรรมชาตขิ องระบบนเิ วศอยา่ งย่งั ยนื
ภาพท่ี 3 การใช้ประโยชน์ท่ีดินโครงการเกษตรวิชญา
6
1.6 พืน้ ทห่ี มูบ่ า้ นรอบโครงการ
โครงการเกษตรวิชญาครอบคลุมพ้ืนที่ตาบลโป่งแยง อาเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีหมู่บ้าน
ทั้งหมด 10 หมู่บ้าน ประชากรมีท้ังชาวไทยพื้นราบและชาวเผ่าม้ง มีจานวนรวมท้ังส้ิน 10,079 คน
ความหนาแน่นเฉล่ีย 193 คนต่อตารางกิโลเมตร เป็นเพศชาย จานวน 5,102 คน เป็นเพศหญิง จานวน
4,977 คน และมีครัวเรือนในตาบลโป่งแยง รวมท้ังสิ้น 2,652 ครัวเรือน ความหนาแน่นเฉล่ีย 50.80
ครัวเรือนต่อตารางกิโลเมตร รายละเอียดดังแสดงในตารางที่ 1 ในส่วนของหมู่บ้านที่ติดกับโครงการ ได้แก่
หมู่บ้านกองแหะ และบ้านบวกจั่น ซึ่งบ้านกองแหะ มีประชากรท้ังหมด 741 คน มีจานวนครัวเรือน 293
ครัวเรอื น บา้ นบวกจัน่ มปี ระชากรท้ังหมด 1,009 คน มจี านวนครวั เรอื น 145 ครัวเรอื น
ตารางที่ 1 จ้านวนประชากรและครัวเรือนต้าบลโป่งแยง
ล้าดับ ชอ่ื หม่บู า้ น หมทู่ ี่ ครวั เรือน ประชากร(คน)
1. บา้ นโป่งแยงใน
2. บา้ นโปง่ แยงนอก 1 515 1,729
3. บา้ นโป่งมว่ งคา 2 633 1,916
4. บา้ นกองแหะ
5. บา้ งปงไคร้ 3 378 1,087
6. บ้านแม่สาใหม่ 4 293 741
7. บ้านบวกจั่น
8. บ้านปางลุง (บวกเต๋ย) 5 168 463
9. บา้ นผานกกก 6 161 1,124
10 บ้านแมส่ านอ้ ย
7 145 1,009
รวมทงั้ หมด
8 151 647
9 115 657
10 93 706
2,652 10,079
ท่ีมา:องคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบลโปง่ แยง (2553)
1.7 หนว่ ยงานรว่ มบรู ณาการ
โครงการเกษตรวิชญาดาเนินการในรูปแบบของคณะกรรมการโครงการเกษตรวิชญา โดยมีประธาน
กรรมการมูลนิธิโครงการหลวงเป็นที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน
กรรมการ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นรองประธานกรรมการ และอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินเป็น
กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการประกอบด้วย รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ผวู้ ่าราชการจังหวัดเชยี งใหม่ อธิบดีกรมปา่ ไม้ อธิบดีกรมการข้าว อธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมตรวจบัญชี
สหกรณ์ อธิบดีกรมประมง อธบิ ดีกรมปศสุ ัตว์ อธบิ ดกี รมวิชาการเกษตร อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร อธิบดีกรม
ส่งเสริมสหกรณ์ อธิบดีกรมหม่อนไหม เลขาธิการสานักงานปฏิรูปที่ดินเพ่ือเกษตรกรรม เลขาธิการสานักงาน
เศรษฐกิจการเกษตร และผ้อู านวยการสถาบันวจิ ัยและพัฒนาพนื้ ทสี่ งู
7
การดาเนินงานของโครงการมีหน่วยงานร่วมบูรณาการ 13 หน่วยงาน ได้แก่ กรมพัฒนาที่ดิน
กรมชลประทาน สานักการปฏริ ูปทีด่ ินเพ่ือเกษตรกรรม กรมป่าไม้ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร
กรมการข้าว กรมหมอ่ นไหม กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ สานักงาน
เศรษฐกจิ การเกษตร โดยแต่ละหนว่ ยงานมบี ทบาทหนา้ ที่พอสงั เขป ดงั น้ี
หน่วยงาน บทบาทหน้าที่ พ้นื ทดี่ ้าเนินงาน
กรมพัฒนาทดี่ นิ -ทาหน้าท่ีเป็นผู้ประสานงานหลักของกระทรวง -พื้นท่ีทรงงาน พื้นท่ีศูนย์
เกษตรและสหกรณ์ และบริหารจัดการศูนย์ สาธิตการเรียนรู้เกษตรบน
ประสานงาน ศนู ยบ์ ริการเกษตรกร พ้ืนที่สูง พ้ืนท่ีจัดสรรให้
-สารวจจาแนกดิน วางแผนการใช้ท่ีดิน พัฒนาพ้ืนท่ี เ ก ษ ต ร ก ร ท า กิ น พ้ื น ท่ี
และจัดทาโครงสรา้ งพน้ื ฐานระบบอนรุ ักษ์ดินและนา้ ธนาคารอาหารชุมชน และ
-สาธิตและส่งเสรมิ การปรบั ปรุงบารุงดิน การจัดการ พ้ืนท่ปี า่ ไม้
นา้ การผลติ และใชป้ ุ๋ยอนิ ทรยี ์ชวี ภาพ -หมู่บา้ นกองแหะ
-บรหิ ารจัดการการศึกษาดูงานในพื้นท่ีโครงการและ
อบรมเกษตรกรด้านการจัดการดินและปุ๋ย
กรมชลประทาน -จดั หาแหล่งนา้ และทาระบบส่งนา้ -พื้นท่ีทรงงาน พ้ืนท่ีศูนย์
-อบรมและต้งั กลมุ่ ผ้ใู ช้น้าบา้ นกองแหะ สาธิตการเรียนรู้เกษตรบน
พ้ืนท่ีสูง พื้นที่จัดสรรให้
เ ก ษ ต ร ก ร ท า กิ น พ้ื น ท่ี
ธนาคารอาหารชุมชน และ
พ้นื ที่ปา่ ไม้ หมบู่ า้ นกองแหะ
สานักงานการปฏิรูป -พัฒนาฟืน้ ฟปู ่าเสื่อมโทรม เป็นพ้ืนทอี่ าหารชมุ ชน - พื้นทธ่ี นาคารอาหารชมุ ชน
ท่ีดินเพ่อื เกษตรกรรม -ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง สร้างความ - หมบู่ า้ นกองแหะ
หลากหลายทางชวี ภาพ
-อบรมสร้างกระบวนการเรียนรู้ และการบริหาร
จัดการใชป้ ระโยชนพ์ ื้นท่ธี นาคารอาหารชมุ ชน
-จัดระเบียบการใช้พื้นที่ธนาคารอาหารชุมชนเพื่อ
ชุมชนโดยชมุ ชน
กรมป่าไม้ -ฟ้ืนฟูและอนุรักษ์ป่าไม้ตามธรรมชาติท่ีมีอยู่เดิมให้ -พื้นที่ทรงงาน พื้นท่ีศูนย์
สมบูรณ์ เพื่อเป็นแหล่งต้นน้าและรักษาความชุ่มช้ืน สาธิตการเรียนรู้เกษตรบน
ในพ้นื ท่ี พนื้ ทีส่ งู และพืน้ ที่ป่าไม้
-ปลูกไม้ยืนต้นพืน้ ท่ีและดแู ลพน้ื ทป่ี ่าไมใ้ ชส้ อย -หม่บู า้ นกองแหะ
-จัดทาระบบวนเกษตร ส่งเสริมให้ราษฎรมีรายได้
เสรมิ จากพชื เศรษฐกิจ ช่วยลดการเกิดไฟปา่
-อบรมให้ราษฎร เยาวชน สรา้ งจติ สานึกการอนุรักษ์
ทรัพยากรปา่ ไม้ การใช้ประโยชนจ์ ากป่าอย่างยัง่ ยนื
8
หนว่ ยงาน บทบาทหนา้ ท่ี พ้นื ที่ด้าเนนิ งาน
กรมสง่ เสรมิ
การเกษตร -สาธิตและส่งเสริมการใช้สารชีวภัณฑ์เพ่ือลดการใช้ -พ้ืนที่ท้ัง 5 สว่ น
กรมวชิ าการเกษตร สารเคมี -หมบู่ ้านกองแหะ
กรมการขา้ ว -อบรม และถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกรผลิตพืช
กรมหมอ่ นไหม ปลอดภยั
กรมประมง
-สง่ เสรมิ การจัดตงั้ กลมุ่ วสิ าหกจิ ชมุ ชนบา้ นกองแหะ
กรมปศสุ ัตว์
กรมส่งเสริมสหกรณ์ -สาธิตการปลูกไมผ้ ลเมืองหนาว -พ้ืนที่ศูนย์สาธิตการเรียนรู้
กรมตรวจบัญชี -ถ่ายทอดเทคโนโลยีการให้น้าและการตัดแต่งกิ่งไม้ เกษตรบนพื้นท่ีสงู
สหกรณ์
ผลบนพ้ืนทสี่ งู -หมู่บ้านกองแหะ
-ถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกไม้ผลบนพื้นที่สูงท่ี
เหมาะแก่เกษตรกรในพนื้ ทห่ี มู่บ้าน
-สาธิตการปลูกข้าวบนพื้นที่สูง และคัดเลือกพันธ์ุ -พื้นที่ศูนย์สาธิตการเรียนรู้
ขา้ วทีเ่ หมาะสมกับพื้นท่ี เกษตรบนพืน้ ทีส่ งู
-ถ่ายทอดองค์ความรู้ การผลิตข้าวบนพื้นที่สูง และ
ธัญพืชเมืองหนาว
-สาธิตและถ่ายทอดความรู้ด้านการปลูกหม่อนผล -พื้นที่ศูนย์สาธิตการเรียนรู้
สด หมอ่ นใบ และการแปรรูป เกษตรบนพ้นื ทส่ี ูง
-หมบู่ ้านกองแหะ
-สาธิตการเพาะเลย้ี งสัตว์น้าให้เปน็ แหล่งโปรตนี -พื้นที่ศูนย์สาธิตการเรียนรู้
-อบรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้าและการอนุรักษ์ เกษตรบนพน้ื ที่สงู
ทรัพยากรสตั ว์นา้ -หมู่บ้านกองแหะ
-สนบั สนุนพนั ธุ์ปลาปล่อยในแหล่งน้าธรรมชาติ
-สาธิตการเลี้ยงสัตว์เพ่ือเป็นแหล่งอาหารโปรตีน -พ้ืนท่ีศูนย์สาธิตการเรียนรู้
และสร้างรายไดค้ รวั เรือน เกษตรบนพ้ืนที่สงู
-อบรมและสง่ เสรมิ การเล้ียงสตั ว์ สุขาภิบาลสตั ว์ -หมู่บ้านกองแหะ
-ใหค้ วามร้คู วามเขา้ ใจการรวมกล่มุ เป็นสหกรณ์ -พ้ืนท่ีศูนย์สาธิตการเรียนรู้
-สนับสนุนการรวมกลุม่ สหกรณ์รูปแบบต่างๆ เกษตรบนพ้ืนท่ีสูง พ้ืนท่ี
-พฒั นากลมุ่ สหกรณ์ใหม้ คี วามเขม้ แข็ง จัดสรรใหเ้ กษตรกรทากิน
-หมูบ่ ้านกองแหะ
-ให้ความรู้ความเข้าใจระบบการทาบัญชี เพ่ือ -พื้นท่ีศูนย์สาธิตการเรียนรู้
วิเคราะหต์ ้นทุน ประกอบการทาอาชีพ เกษตรบนพื้นท่ีสูง พ้ืนท่ี
-สนับสนุนการจัดทาบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการ จัดสรรใหเ้ กษตรกรทากนิ
ประกอบอาชพี -หมูบ่ ้านกองแหะ
-สรา้ งครบู ัญชีอาสาในพื้นท่ี
หน่วยงาน บทบาทหน้าท่ี 9
สานกั งานเศรษฐกิจ -ติดตาม และประเมนิ ผลโครงการ พน้ื ที่ดา้ เนนิ งาน
การเกษตร -ให้ขอ้ เสนอแนะการดาเนินงานโครงการ -พนื้ ท่ที งั้ 5 ส่วน
-หม่บู ้านกองแหะ
10
ส่วนที่ 2
ผลการด้าเนนิ งาน
การดาเนินงานโครงการเกษตรวิชญา เป็นการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงาน โดยปฏิบัติงานตาม
แผนการดาเนินงานและความรบั ผิดชอบในพ้นื ท่ีโครงการท้งั 5 ส่วน มีผลดาเนินการ ดังน้ี
2.1 ผลการด้าเนนิ งานในพืน้ ทีโ่ ครงการ
2.1.1 พื้นท่ีทรงงาน ดาเนินการปรับปรุง ดูแลรักษาภูมิทัศน์ และความสะอาดโดยรอบศาลา
ทรงงาน เพื่อคงไว้ซ่ึงความสะอาดและความสวยงามของพ้ืนที่ รวมทั้งมีการติดต้ังหลอดไฟระบบพลังงาน
แสงอาทติ ยภ์ ายในบริเวณพื้นท่ีทรงงาน
ภาพที่ 4 การปรบั ปรุงดูแลรักษาพ้นื ทที่ รงงาน
2.1.2 พืน้ ท่ีศนู ย์สาธติ การเรียนรู้เกษตรบนพ้ืนทส่ี งู
การดาเนินการในพื้นท่ีศูนย์สาธิตการเรียนรู้เกษตรบนพ้ืนที่สูง มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์
ฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีชุมชน ศูนย์สาธิตทดสอบงานด้านการเกษตรบนพ้ืนที่สูงสาหรับเป็นพ้ืนที่
ตัวอย่างให้เกษตรกรได้เรียนรู้ นาไปปฏิบัติในพื้นท่ีของตนเอง และเป็นศูนย์ประสานการปฏิบัติงานของ
หน่วยงานราชการที่มีส่วนรับผิดชอบในพ้ืนที่โครงการ โดยมีฐานการเรียนรู้การเกษตรบนพ้ืนที่สูง จานวน
8 ฐาน และมีหน่วยงานร่วมบรู ณาการเปน็ ผรู้ บั ผิดชอบ รายละเอียดการดาเนนิ งาน ดังน้ี
11
1) ฐานเรียนรู้ด้านการพัฒนาท่ีดินบนพื้นท่ีสูง ดาเนินการโดย ศูนย์ปฏิบัติการโครงการ
เกษตรวิชญา สานักงานพัฒนาที่ดินเขต ๖ กรมพัฒนาท่ีดิน ได้ดาเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนา
ที่ดนิ การปรับปรงุ บารุงดนิ และการสาธิตการใช้ปุ๋ยพืชสด การทาน้าหมักชีวภาพ การทาปุ๋ยหมัก เพื่อส่งเสริม
การใช้สาร ชีวภัณฑ์ทดแทนการใช้เคมีทางการเกษตร รวมถึงจัดทาแปลงสาธิตการผลิตพืช บนพ้ืนท่ีสูง
ได้แก่ แปลงสาธิตการปลูกสตรอเบอร์ร่ีแบบปลอดภัย โดยใช้สารชีวภัณฑ์ทดแทนสารเคมีในการกาจัดแมลง
ศัตรูพืช แปลงสาธิตทดสอบการใช้ผลิตภัณฑ์ พด.13 ไมคอร์ไรซาสาหรับข้าวโพด และมีการปรุงบารุงดินให้
เหมาะสมต่อการผลิตพืชแต่ละชนิด โดยอาศัยผลการวิเคราะห์ดินเป็นพ้ืนฐาน ปัจจุบันมีสูตร ปรุงดินสาหรับ
ปลกู พืช 2 สตู ร ซ่งึ มีรายละเอยี ดดังนี้
สูตรการปรุงดินสาหรบั เรง่ ใบ
วัสดุปรงุ ดิน (สาหรับ 2,000 กิโลกรมั )
1. ดนิ จานวน 1,000 กโิ ลกรัม
2. มูลวัว จานวน 900 กโิ ลกรัม
3. แกลบหยาบ จานวน 90 กิโลกรัม
4. หินฟอสเฟส (0-3-0) จานวน 10 กโิ ลกรัม
5. สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 จานวน 1 ซอง
6. สารเร่งซุปเปอร์ พด.3 จานวน 10 ซอง
7. น้าหมกั ชีวภาพซปุ เปอร์ พด.2 จานวน 3 ลิตร
(หมักจากปลา,หอยเชอร์ร่ี)
ขน้ั ตอนการผลติ
1. ทาการผลิตปุ๋ยหมักคุณภาพสูง โดยนาวัสดุท่ีเตรียมไว้ ได้แก่ มูลวัว แกลบ
หยาบ หนิ ฟอสเฟส มาคลุกเคล้าให้เขา้ กัน
2. ใสส่ ารเรง่ ซปุ เปอร์ พด. 1 สารเร่งซุปเปอร์ พด.3 และน้าหมักชีวภาพจากสาร
เร่งซปุ เปอร์ พด.2 ท่หี มักจากปลาหรอื หอยเชอร์รี่ ในปริมาณตามอัตราข้างต้น
แล้วคลกุ เคล้าให้เข้ากัน
3. นาไปผสมคลุกเคล้ากับดินท่ีได้เตรียมไว้ จะได้ดินสาหรับการปลูกสตรอเบอร์รี่
จานวน 2,000 กิโลกรัม
4. การนาดินที่ปรุงแล้วไปใช้ หากนาไปใส่ในถุงพลาสติกสาหรับปลูกในโรงเรือน
จะใส่ในปริมาณ 2 กิโลกรัมต่อถุง (ได้ 1,000 ถุง) แต่หากปลูกในแปลง
จะต้องยกร่องแปลง และนาดินท่ีปรุงแล้วใส่รองก้นหลุม หรือผสมกับดินใน
แปลงอีกคร้ังในอัตรา 2 กิโลกรัมต่อตารางเมตร สาหรับการนาไปใช้กับพืช
ชนดิ อ่นื มอี ตั ราการใช้ดังน้ี
- พืชผัก/ไม้ดอก/ไม้ประดับ (คุลกเคล้าก่อนข้ึนแปลง) อัตรา 1-3
กิโลกรมั ตอ่ ตารางเมตร
- ไมผ้ ลตน้ เลก็ (ใช้รองกน้ หลมุ ) อตั รา 200-500 กิโลกรัมต่อต้น
- ไมผ้ ลต้นใหญ่ (ใช้บารุงต้น) อัตรา 20-30 กิโลกรมั ต่อต้น
12
ต้นทุนการผลิต สาหรับต้นทุนการผลิต ในการปรุงดินจานวน 2,000 กิโลกรัม มี
ตน้ ทุน 2,040 บาท คิดเป็นกโิ ลกรัมละ 1.02 บาท
ตารางท่ี 2 แสดงรายการสตู รปรุงดนิ ส้าหรับเร่งใบ
รายการ จ้านวน หนว่ ย ราคา/หน่วย รวม (บาท)
1. ดนิ 1,000 กิโลกรมั - -
2. มลู ววั 900 กิโลกรมั 2 1,800
3. แกลบหยาบ 90 กโิ ลกรัม 2 180
4. หนิ ฟอสเฟต (0-3-0) 10 กโิ ลกรมั 6 60
5. สารเรง่ พด.1 1 ซอง --
6. สารเรง่ พด.3 10 ซอง --
7. นา้ หมกั ชีวภาพ พด.2 3 ลติ ร --
รวม 2,040
หมายเหตุ ดิน ไม่มีคา่ ใชจ้ า่ ย เนอ่ื งจากเปน็ ดินในพน้ื ที่ของแต่ละแปลง
สตู รการปรุงดนิ สาหรบั เรง่ ผล/ความหวาน
วัสดุปรงุ ดนิ (สาหรบั 2,000 กโิ ลกรมั )
1. ดนิ จานวน 1,000 กโิ ลกรัม
2. มลู ไก่ จานวน 900 กโิ ลกรัม
3. แกลบหยาบ จานวน 70 กิโลกรัม
4. หินฟอสเฟส (0-3-0) จานวน 30 กิโลกรมั
5. สารเร่งซปุ เปอร์ พด.1 จานวน 1 ซอง
6. สารเรง่ ซุปเปอร์ พด.3 จานวน 10 ซอง
7. น้าหมกั ชีวภาพซุปเปอร์ พด.2 จานวน 3 ลิตร
(หมักจากผัก, ผลไม้)
ข้ันตอนการผลิต
1. ทาการผลิตปุ๋ยหมักคุณภาพสูง โดยนาวัสดุท่ีเตรียมไว้ ได้แก่ มูลวัว แกลบ
หยาบ หนิ ฟอสเฟส มาคลุกเคลา้ ใหเ้ ข้ากัน
2. ใส่สารเรง่ ซปุ เปอร์ พด. 1 สารเรง่ ซปุ เปอร์ พด.3 และนา้ หมักชีวภาพจากสาร
เร่งซุปเปอร์ พด.2 ท่ีหมักจากผักหรือผลไม้ ในปริมาณตามอัตราข้างต้น แล้ว
คลุกเคลา้ ให้เข้ากัน
3. นาไปผสมคลุกเคล้ากับดินที่ได้เตรียมไว้ จะได้ดินสาหรับการปลูกพืชสูตรเร่ง
ผล/ความหวาน จานวน 2,000 กโิ ลกรัม
13
4. การนาดนิ ท่ีปรุงแล้วไปใช้ มอี ตั ราดังนี้
- พืชผัก (หว่านตามแถวหลังปลูก 20 วัน) อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อ
ตารางเมตร
- ไมผ้ ลขนาดเลก็ (หวา่ นโคนตน้ ช่วงตดิ ดอก) อัตรา 100-300 กรัมต่อ
ตน้
- ไม้ผลขนาดใหญ่ (หว่านใต้ทรงพุ่มช่วงติดดอก) อัตรา 20-50 กิโลกรัม
ตอ่ ต้น
ต้นทนุ การผลิต สาหรับตน้ ทนุ การผลิต ในการปรุงดินจานวน 2,000 กิโลกรัม มีต้นทุน
1,760 บาท คิดเป็นกิโลกรัมละ 0.88 บาท ดังนั้นหากเกษตรกรนาไปปรับใช้ในพื้นที่จะสามารถลดต้นทุน
การผลิตได้
ตารางที่ 3 แสดงรายการสูตรปรุงดินส้าหรบั เร่งผล/ความหวาน
รายการ จ้านวน หนว่ ย ราคา/หน่วย รวม (บาท)
1. ดนิ 1,000 กิโลกรัม - -
2. มลู ไก่ 900 กโิ ลกรัม 1.6 1,440
3. แกลบหยาบ 70 กิโลกรมั 2 140
4. หนิ ฟอสเฟต (0-3-0) 30 กิโลกรัม 6 180
5. สารเร่ง พด.1 1 ซอง --
6. สารเรง่ พด.3 10 ซอง --
7. นา้ หมักชีวภาพ พด.2 3 ลติ ร --
รวม 1,760
หมายเหตุ ดิน ไมม่ คี า่ ใช้จา่ ย เน่อื งจากเป็นดนิ ในพื้นท่ีของแตล่ ะแปลง
ภาพท่ี 5 ฐานเรยี นรู้ด้านการพัฒนาทด่ี นิ บนพนื้ ทีส่ ูง
14
2) ฐานเรียนรู้ด้านการปลูกข้าวไร่และธัญพืชเมืองหนาว ดาเนินการโดย ศูนย์วิจัย
ข้าวสะเมิง กรมการข้าว ได้ดาเนินการปลูกข้ำวสำลี พันธุ์ฝำง ๖๐ เพ่ือจัดท้ำเป็นแปลงตัวอย่ำงส่งเสริมให้
เกษตรกรในพืนที่บำ้ นกองแหะ หมบู่ ำ้ นข้ำงเคยี ง และผูส้ นใจทั่วไปในกำรปลูกเป็นพชื หลงั นำ ปลูกเมื่อวันที่ ๒๐
พฤศจิกำยน ๒๕๖๓ โดยใช้เคร่ืองหยอดเมล็ดแบบ ๔ แถว ใช้อัตรำเมล็ดพันธ์ุ ๒๐ กิโลกรัมต่อไร่ ให้น้ำด้วย
ระบบสปิงเกอร์ พบว่ำ กำรเจริญเติบโตของข้ำวสำลี ฝำง ๖๐ มีควำมสูง ๙๐ เซนติเมตร และมีจ้ำนวนรวง
๑๔๒ รวงต่อพืนท่ี ๑ ตำรำงเมตร และเก็บเกี่ยวผลผลิต เมื่อวันที่ ๑๐ มีนำคม ๒๕๖๔ พบว่ำ องค์ประกอบ
ผลผลิต มีน้ำหนักเมล็ดต่อรวง ๔๒.๒๐ กรัม น้ำหนัก ๑,๐๐๐ เมล็ด ๔๒.๖๖ กรัม และให้ผลผลิตเฉลี่ย ๒๙๗
กโิ ลกรมั ต่อไร่
ภาพที่ 6 ฐานเรียนรูด้ ้านการปลกู ข้าวไร่และธัญพชื เมืองหนาว
3) ฐานเรียนรู้ด้านการปลูกไม้ผล/ไม้ยืนต้นบนพื้นท่ีสูง ดาเนินการโดย สานักงานวิจัย
และพัฒนาการเกษตรท่ี 1/สานักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่/ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่
ดาเนินการถา่ ยทอดองค์ความรู้ และจดั ทาแปลงสาธติ การปลูกไม้ผล ไม้ยนื ตน้ และหมอ่ นผล มรี ายละเอยี ดดงั นี้
1. สานักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรท่ี 1 กรมวิชาการเกษตร ดาเนินการจัดทา
แปลงต้นแบบการปลูกไม้ผล/ไม้ยืนต้น ได้แก่ มะคาเดเมีย พลับ อะโวคาโด้ โกโก้ เกาลัดจีน กาแฟ และแปลง
สาธิตการปลูกถ่ัวเหลืองฝักสด โดยดูแลรักษาแปลง กาจัดวัชพืช ใส่ปุ๋ย และเปล่ียนยอดพันธุ์อะโวคาโด้พันธ์ุ
พง้ิ เคอตัน
2. สานักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ กรมส่งเสริมการเกษตร ดาเนินงานกิจกรรม
อบรมถ่ายทอดองคค์ วามรแู้ ก่เกษตรกร จานวน 60 ราย โดยมีหวั ข้ออบรบได้แก่ การปฏิบตั ทิ างการเกษตร ที่ดี
ทางพืชอาหาร (GAP) การใช้สารชีวภัณฑ์เพื่อการป้องกันกาจัดแมลงศัตรูพืช และคลังอาหารพืช สาหรับ
กจิ กรรมดแู ลแปลงสาธติ น้นั ได้สนับสนุนอุปกรณ์และสารชีวภัณฑ์เพื่อส่งเสริมการปลูกพืชปลอดภัย ได้แก่ กาว
เหนียว และสารล่อแมลง พรอ้ มท้ังมกี ารปลูกกุหลาบอนิ ทรยี ์ (ไม้ดอกกินได)้ แอปเปล้ิ จานวน 5 ต้น พลับ 25
ตน้ ทง้ั นี้การดาเนนิ งานมีการเก็บขอ้ มูลต้นทุนการผลติ ตวั อย่างเช่น การผลิตซาโยเต้รายได้เสริม จานวน 1 ไร่
มีต้นทุน 20,000 บาท และมีการใชส้ ารชวี ภัณฑ์ การทาปุ๋ยหมัก ในการผลิต จึงสามารถลดต้นทุนการผลิตได้
และยังส่งผลใหผ้ ลผลิตเพิ่มขึ้น
15
3. ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ ดาเนินการปรับปรุงซ่อมแซมระบบ
น้าภายในแปลงสาธติ แปลงสาธติ การปลูกหม่อนใบพันธ์ุบุรีรัมย์ 60 จานวน 1,400 ต้น และแปลงปลูกหม่อน
ผลสด พันธุ์เชียงใหม่ จานวน 150 ต้น เพ่ือบารุงรักษาต้นหม่อนให้มีคุณภาพ รวมถึงดาเนินการจ้างเหมา
แรงงานในการกาจัดวัชพืชและดูแลรักษาแปลงสาธิต โดยวิธีการตัด ดายหญ้า พรวนดิน ปรับปรุงบารุงดินด้วย
โดโลไมท์ เพ่อื ปรับสภาพความเป็นกรดของดนิ เพ่ือใหต้ น้ หมอ่ นเจรญิ เติบโตให้ผลผลติ เปน็ ทนี่ ำ่ พึงพอใจ ซึ่งเป็น
กำรใช้วัสดุทดแทนกำรใช้สำรเคมีท่ีอำจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสำมำรถเป็นต้นแบบของศูนย์เรียนรู้
ด้ำนกำรปลูกไมผ้ ลบนพนื ทส่ี ูงให้แก่เกษตรกรในโครงกำรและผู้ท่ีสนใจไดเ้ ข้ำมำศึกษำเรียนรู้
ภาพท่ี 7 ฐานเรยี นรูด้ ้านการปลกู ไมผ้ ล/ไม้ยืนต้นบนพน้ื ทส่ี ูง
16
4) ฐานเรียนรู้ด้านการปลูกผัก ดาเนินการโดย ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเกษตรวิชญา
สานักงานพัฒนาท่ีดินเขต ๖ กรมพัฒนาที่ดิน ได้ดาเนินการปรับปรุงบารุงดินในฐานเรียนรู้การปลูกผักด้วย
พืชปุ๋ยสด (ปอเทือง) และโดโลไมท์ เนื่องจากมีปริมาณอินทรียวัตถุอยู่ในระดับต่ามาก มีค่าความเป็นกรด-ด่าง
อยใู่ นระดบั กรดรุนแรง และไดด้ าเนินการจดั ทาแปลงสาธิตการปลูกพืชผกั จานวน 5 ชนิด ไดแ้ ก่ คะน้าฮ่องกง
กะหล่าปลีหัวใจ บล็อกโคล่ี กระเทียม และหอมหัวใหญ่ โดยเป็นการผลิตแบบปลอดสารพิษ อาศัยแรงงานคน
ในการกาจัดวัชพืช ใช้น้าหมักชีวภาพจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 เพื่อเป็นฮอร์โมนสาหรับ เร่งการเจริญเติบโต
ของพชื และใช้สารปอ้ งกนั กาจดั แมลงศัตรพู ชื ที่ผลติ จากสารเรง่ ซุปเปอร์ พด.7 ฉีดพ่นสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทาให้
ช่วยลดการเข้าทาลายของแมลงศัตรูพืชได้ นอกจากน้ียังได้มีการวางแผนการผลิตพืชผักในแปลงสาธิต โดย
ประสานงานกับศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สาใหม่ ในการนาองค์ความรู้การผลิตพืชผักมาใช้เพ่ือเป็น
แบบอยา่ งใหเ้ กษตรตอ่ ไป
ตารางที่ 4 แผนการผลติ พืชผักส้าหรับแปลงสาธิตของฐานเรยี นรู้การปลกู ผกั
พืช อายุเก็บ ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย.
เก่ียว
ผกั กาดขาวปลี 45-60
คะน้าฮ่องกง 35-45
กะหล่าหัวใจ 50-60
หอมหัวใหญ่ 110-130
ผักเคล 50-60
ภาพที่ 8 ฐานเรียนรดู้ ้านการปลูกผกั
17
5) ฐานเรียนรู้ด้านการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ดาเนินการโดย ศูนย์ปฏิบัติการโครงการ
เกษตรวชิ ญา สานกั งานพฒั นาทดี่ นิ เขต ๖ กรมพัฒนาท่ีดิน ได้ดาเนินการจัดทาแปลงสาธิตการปลูกไม้ดอกไม้
ประดับ ได้แก่ ดอกกุหลาบตัดดอก ซ่ึงไดป้ ระสานงานกับศนู ยพ์ ฒั นาโครงการหลวงทุ่งเรา ในการนาองค์ความรู้
การปลูกกุหลาบ การดูแลรักษา และได้พันธุ์ไม้ดอกที่สามารถนามาปลูกเพื่อเพ่ิมความสวยงามในพื้นที่และ
สามารถจาหน่ายเป็นไม้ดอกได้ นอกจากน้ียังมีการปลูกไม้ดอกไม้ประดับชนิดอื่นๆ เพ่ิมเติม ได้แก่ ดอก
ดาวเรือง วา่ นสท่ี ศิ และเก๊กฮวย เปน็ ตน้ เพ่อื ถ่ายทอดองค์ความรใู้ หแ้ ก่เกษตรกรและผู้ที่สนใจนาไปประยุกต์ใช้
ในพนื้ ที่ของตนเองอยา่ งเหมาะสม
ภาพที่ 9 ฐานเรยี นรูด้ ้านการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ
18
6) ฐานเรียนรู้ด้านการเลี้ยงสัตว์ ดาเนินการโดย สานักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ ได้
ดาเนินการจัดทาฐานเรียนรู้การสาธิตการเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อย โดยทาการซ่อมแซมโรงเรือนเลี้ยงไก่ ปรับปรุง
พื้นท่ีบริเวณรอบโรงเรือน รวมท้ังการพ่นน้ายาฆ่าเช้ือเพ่ือเตรียมความพร้อมสาหรับการเลี้ยงไก่ไข่ จานวน
100 ตัว ซึ่งดาเนินการนาไก่ไข่ลงเลี้ยงในโรงเรือนในวันท่ี 7 ธันวาคม 2564 โดยเจ้าหน้าที่จากสานักงาน
ปศุสัตว์อาเภอแม่ริม มีการสังเกตพฤติกรรมไก่โดยรวม พร้อมทั้งเสริมวิตามินผสมน้า เพื่อลดความเครียดและ
ฟ้ืนฟูร่างกายของไก่จากการเดินทางและการปรับตัว นอกจากน้ี มีการนาอาหารไก่ไข่ท่ีได้รับการสนับสนุนไป
จัดเก็บไว้ในพื้นที่สาหรับจัดเก็บอาหาร จานวน 60 กระสอบ ตลอดระยะเวลาการเลี้ยงไก่ สานักงานปศุสัตว์
จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับสานักงานปศุสัตว์อาเภอแม่ริม ได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลสุขภาพและควบคุมโรค
ไก่ไขใ่ นโครงการเกษตรวชิ ญาเป็นระยะๆ สง่ ผลให้ปัจจบุ นั เปน็ การเล้ียงไก่ไข่ รุ่นที่ 2 ไดผ้ ลผลิตไข่ไก่ประมาณ
วนั ละ 60 ฟอง จากแมไ่ กท่ เ่ี หลอื 80 ตวั โดยไขไ่ กท่ ี่ไดจ้ ะนาไปจาหน่ายใหแ้ ก่ประชาชนในชุมชน และนาไปใช้
ในกิจกรรมของโครงการเกษตรวิชญา
ภาพท่ี 10 ฐานเรยี นรู้ด้านการเลย้ี งสัตว์
19
7) ฐานเรียนรู้และสาธิตการเพาะเล้ียงสัตว์น้า ดาเนินการโดย สานักงานประมงจังหวัด
เชียงใหม่ ไดด้ าเนนิ การจดั ทาฐานเรียนรู้และสาธิตการเลี้ยงปลาในบ่อพลาสติก ได้แก่ ปลาดุก จานวน 1,000
ตวั พรอ้ มอาหารปลากนิ เน้ือชนิดเมด็ ลอยนา้ โปรตีนไม่ต่ากว่า 30% จานวน 10 กระสอบ และการเล้ียงกบใน
กระชงั จานวน 500 ตวั และอาหารปลากินเนอ้ื ชนดิ เมด็ ลอยน้าโปรตีนไม่ต่ากว่า 32% จานวน 10 กระสอบ
ในพืน้ ท่ีฐานเรียนรู้ เพอ่ื เป็นแหล่งเรียนรู้แก่เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา และผู้ท่ีสนใจ สามารถนาไปประกอบ
อาชีพได้ และดาเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้ หลักสูตร “การเพาะเลี้ยงสัตว์น้าและการอนุรักษ์ทรัพยากร
ประมง” แก่เกษตรกร จานวน 40 ราย เพื่อให้เกษตรกรท่ีเข้าร่วมโครงการฯ สามารถเล้ียงสัตว์น้าไว้เพื่อ
บริโภคและสร้างแหล่งอาหารประเภทโปรตีนไว้ในครัวเรือนได้เอง นอกจากนี้มีการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ
การเพาะเลี้ยงสัตว์น้าให้แก่เกษตรกร จานวน 40 ราย โดยแบ่งเป็น กิจกรรมการส่งเสริมการเล้ียงปลาดุกใน
บ่อพลาสติก จานวน 20 ราย ซึ่งเกษตรกรได้รับการสนับสนุนพลาสติกขนาด 3.5 x 6 เมตร รายละ 1 ผืน
พันธ์ุปลาดุก รายละ 300 ตัว พร้อมอาหารปลากินเน้ือชนิดเม็ดลอยน้าโปรตีนไม่ต่ากว่า 30% รายละ
1 กระสอบ และกิจกรรมการส่งเสริมการเล้ียงปลาในบ่อดิน จานวน 20 ราย โดยเกษตรกรได้รับพันธ์ุปลานิล
รายละ 1,000 ตัว พร้อมอาหารปลากินเนื้อชนิดเม็ดลอยน้าโปรตีนไม่ต่ากว่า 30% รายละ 1 กระสอบ เพื่อ
ช่วยสร้างรายได้ และลดรายจ่าย รวมทั้งเป็นการสร้างจุดสาธิตการเล้ียงปลาภายในพ้ืนท่ีสามารถเป็นแหล่ง
เรียนรู้ภายในหมูบ่ ้าน
ภาพที่ 11 ฐานเรยี นรู้และสาธิตการเพาะเล้ียงสัตวน์ ้า
20
8) ฐานเรียนรู้ด้านการบัญชีและสหกรณ์ ดาเนินการโดย สานักงานตรวจบัญชีสหกรณ์
เชียงใหม่ และสานักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ ได้ดาเนินการจัดทาฐานเรียนรู้ด้านการบัญชีและสหกรณ์
รายละเอียดดงั น้ี
1. สานักงานตรวจบัญชีสหกรณ์เชียงใหม่ ดาเนินการจัดทาฐานเรียนรู้การบัญชี
ประจาไวใ้ นพน้ื ทีฐ่ านฯ เพอื่ เป็นแหล่งเรียนรู้ให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่เข้ามาศึกษาดูงานในโครงการฯ
และจัดทาโครงการส่งเสริมการจัดทาบัญชีแก่กลุ่มเป้าหมายตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริ
(โครงการเกษตรวิชญา) ประจาปีงบประมาณ 2564 โดยจัดอบรมให้ความรู้ สอนแนะนาการบันทึกบัญชี
รายรับ-จ่ายในครัวเรือน บัญชีต้นทุนประกอบอาชีพในสมุดบัญชี และการบันทึกบัญชีในโทรศัพท์มือถือ ผ่าน
ระบบ Application Smart Me ซ่ีงเป็นนวัตกรรมใหม่ พร้อมท้ังกากับแนะนา ติดตามผลการจัดทาบัญชี/
ติดตามตรวจเยี่ยม เกษตรกรท่ีเข้าร่วมโครงการฯ จานวน 60 ราย เพ่ือให้เกษตรกร มีความรู้ ความเข้าใจ
สามารถจดั ทาบญั ชีและวเิ คราะห์ตน้ ทนุ อาชีพไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง และเพ่อื พฒั นาเกษตรกรให้สามารถนาข้อมูลทาง
บัญชไี ปใช้ประโยชนใ์ นการประกอบอาชีพ ไดอ้ ย่างเหมาะสม มีการลดต้นทุนการผลิต เพ่ิมรายได้และสร้างเงิน
ออม รวมท้ังเพ่ือสร้างนิสัยให้เกษตรกรจัดทาบัญชีต้นทุนอาชีพเป็นประจาสม่าเสมอ ผลการดาเนินงาน พบว่า
เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายได้รับการสอนแนะนาการจัดทาบัญชี ร้อยละ 100.00 โดยกลุ่มเป้าหมายมีความรู้
ความเข้าใจในการจัดทาบัญชี จานวน 42 ราย คิดเปน็ รอ้ ยละ 70.00 และกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการฝึกอบรม
สามารถจัดทาบัญชีได้ และวิเคราะห์ได้ จานวน 9 ราย คดิ เป็นรอ้ ยละ 15.00
2. สานักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ ดาเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เร่ือง
การประยุกต์ใช้แนวทางพระราชดาริ เป็นแนวทางขับเคลื่อนเพ่ือพัฒนาสหกรณ์อย่างย่ังยืน (บันได 7 ขั้น)
ให้แก่เกษตร จานวน 30 ราย และดาเนินการแนะนาส่งเสริมสหกรณ์การเกษตรบ้านกองแหะ จากัด ในการ
ดาเนินธุรกิจบริการสมาชิก ตามกฎหมายสหกรณ์ให้เกิดความเข้มแข็ง และสนับสนุนทุนหมุนเวียนดอกเบี้ยต่า
(ร้อยละ 3 ต่อปี) แก่สหกรณ์บ้านกองแหะ จากัด ในการจัดหาปัจจัยการผลิต และการส่งเสริมด้านการตลาด
จานวน 800,000 บาท ซึง่ ปัจจบุ ันมีสมาชิก 113 ราย รายละเอียดสหกรณม์ ดี งั นี้
ตารางท่ี 5 แสดงรายการทุนของสหกรณก์ ารเกษตรบ้านกองแหะ จ้ากัด
รายการ จ้านวนเงิน (บาท)
1. ทนุ เรือนหนุ้ 328,560.00
2. ทนุ สารอง 197,581.39
3. ทุนอนื่ ๆ 61,647.58
4. กาไรสทุ ธิ 74,957.91
5. ทุนดาเนินงาน 1,484,305.49
21
ภาพท่ี 12 ฐานเรยี นรดู้ ้านการบญั ชีและสหกรณ์
22
9) การเข้าเยี่ยมชม ศึกษาดูงาน โครงการเกษตรวิชญา ในปีงบประมาณ 2564 มี
ผ้เู ขา้ เย่ียมชม ศึกษาดูงาน และจัดฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ในด้านต่างๆ ณ โครงการเกษตรวิชญา โดย มี
หนว่ ยงานราชการ เอกชน องคก์ รอิสระ เกษตรกร ประชาชน นกั เรยี น นักศกึ ษา รวมทง้ั สน้ิ 234 คน
ภาพท่ี 13 การเข้าเยย่ี มชม ศกึ ษาดูงานภายในศนู ย์สาธิตการเรียนรู้เกษตรบนพนื้ ทสี่ ูง
23
2.1.3 พื้นท่ีจัดสรรให้เกษตรกรท้ากิน มีการจัดทาทะเบียนเกษตรกร 60 ราย เพ่ือปรับปรุง
รายชื่อผู้ท่ีได้รับการจัดสรรตามรายชื่อเดิม หรือเปลี่ยนแปลงรายช่ือโดยสืบทอดให้กับทายาทตามรายชื่อท่ี
ได้รับการจัดสรรเดิม พบว่าปัจจุบันมีเกษตรกรท่ีต้องการทาการเกษตรกรรมในพ้ืนที่จัดสรร จานวน 58 ราย
โดยเกษตรกรได้รับองค์ความรู้ด้านการปรับปรุงบารุงดินให้เหมาะสมต่อการปลูกพืช รวมถึงการปรับปรุง
ซอ่ มแซมระบบอนุรักษด์ ินและนา้ การพัฒนาแหลง่ นา้ การใหค้ าแนะนาสง่ เสรมิ ให้เกษตรกรใช้สารชีวภัณฑ์เพื่อ
ลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร และมีการวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดย
การบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานราชการ และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สาใหม่ โดยมีเป้าหมาย
ส่งเสริมภาคเกษตรแบบเกษตรปลอดภัย (GAP)
ภาพที่ 14 การด้าเนนิ งานในพ้นื ที่จัดสรรใหเ้ กษตรกรทา้ กิน
24
2.1.4 พ้ืนที่ธนาคารอาหารชุมชน ดาเนินการโดย สานักงานปฏิรูปท่ีดินจังหวัดเชียงใหม่ โดยมี
การพัฒนาพื้นท่ีป่าเส่ือมโทรมให้คืนกลับสู่สภาพธรรมชาติ เป็นธนาคารอาหารชุมชน โดยน้อมนาศาสตร์
พระราชา การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ทาให้เกิดป่าไม้แบบผสมผสาน เกิดความหลากหลายทาง
ชวี ภาพ เป็นแหล่งอาหารของชุมชน
การดาเนินงานร่วมกันระหว่างชุมชนกับหน่วยงานราชการใช้หลักการ 4 ประสาน ในการ
ขับเคลื่อนงาน ได้แก่ ชุมชนบ้านกองแหะ โรงเรียนบ้านกองแหะ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ และ ส.ป.ก.
ทาให้เกิดมกี จิ กรรมภายในพ้ืนที่ทั้งหมด 6 กจิ กรรม ประกอบด้วย
1. เป็นแหลง่ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งต้นนา้ ลาธารแบบชมุ ชนมีสว่ นร่วม
2. แหล่งผลิตอาหารตามธรรมชาติ ไดแ้ ก่ พืชผัก พืชสมุนไพร ผลไม้ และอาหารป่า
3. แหล่งเรียนรู้ในลักษณะห้องเรียนธรรมชาติ เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ให้เกษตรกร
ยุวเกษตรกรในเขตปฏริ ปู ทีด่ นิ รวมท้งั ชมุ ชน และประชาชนทั่วไป เป็นแหล่งรวบรวมพันธ์ุไม้และพืชสมุนไพรท่ี
มีความหลากหลาย ในรูปแบบของเส้นทางศกึ ษาธรรมชาติ 6 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ ฐานเรียนรู้รักษ์ไม้พื้นบ้าน,
ฐานเรยี นรูก้ ารบริจดั การน้า, ฐานเรียนรู้คุณค่าพันธุ์ไผ่, ฐานเรียนรู้สมุนไพร, ฐานเรียนรู้ชะลอน้าด้วยฝาย และ
ฐานเรยี นรู้ธนาคารพชื หัวคูค่ รวั วถิ ีไทย ในระยะทาง 1,380 เมตร เพือ่ ไดส้ ัมผสั และใกลช้ ดิ ธรรมชาติ
4. เสรมิ สรา้ งความเขม้ แข็งของเครอื ข่ายยุวเกษตรกร ผู้ปกครอง ครู เกษตรกร และชุมชนใน
เขตพนื้ ท่ีโครงการฯ เพ่ือปลุกจิตสานึกให้เกิดความรักและหวงแหนแหล่งพืชอาหาร/สมุนไพรป่า รวมถึงเรียนรู้
การใชป้ ระโยชน์ การฟืน้ ฟูและอนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาติ
5. อบรมให้ความรู้และสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเกษตรกร ผู้สืบทอด/ทายาท
เกษตรกร ครู นักเรียน และชุมชน มุ่งเน้นให้สามารถพ่ึงพาตนเองได้ ควบคู่กับการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์
ทรัพยากรธรรมชาติ
6. พัฒนาพื้นทโ่ี ครงการฯ เป็นแหลง่ เรียนรกู้ ารอนรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม
การจัดสัมมนา อบรม ทาการอบรมหลักสูตรต่อเน่ืองตั้งแต่ปีงบประมาณ 2546 - 2563
และในปีงบประมาณ 2564 มีการจัดสัมมนาและฝึกอบรมโครงการธนาคารอาหารชุมชน (เกษตรวิชญา)
จานวน 2 หลกั สูตร ดังนี้
1. หลกั สตู รการจัดการพ้ืนท่ธี นาคารอาหารชมุ ชน โดยกลมุ่ อนุรกั ษ์ ดนิ น้า ปา่ บา้ นกองแหะ
2. หลักสูตรมัคคุเทศก์น้อยเพ่ือส่งเสริมการท่องเท่ียงเชิงเกษตร ในพ้ืนที่ธนาคารอาหาร
ชมุ ชน (เกษตรวชิ ญา)
นอกจากนีย้ งั ดาเนนิ กิจกรรมอนื่ ๆตามภารกจิ ที่ไดร้ ับมอบหมาย ประกอบด้วย
1. กิจกรรมฟื้นฟูประชากรของพรรณไม้ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธ์ุ โดยดาเนินงานร่วมกับ
องคก์ ารสวนพฤษศาสตร์
2. โครงการปลูกผักสวนครัวระยะส้ันสู้วิกฤต COVID-19 ภายใต้โครงการส่งเสริมการ
ดาเนินงานอันเนอ่ื งมาจากพระราชดาริ
25
ภาพท่ี 15 การด้าเนินงานในพ้ืนทธ่ี นาคารอาหารชุมชน
26
นอกจากนี้ภายในพื้นท่ีธนาคารอาหารชุมชน ยังได้รับการพัฒนาแหล่งน้าโดยการปรับปรุง
สระเก็บน้าห้วยปงหลวงพร้อมอาคารประกอบ ความยาว 0.054 กิโลเมตร ดาเนินการโดยกรมชลประทาน
ในการจัดหาแหล่งน้าเพื่อสนับสนุนการดาเนินกิจกรรมต่างๆของโครงการเกษตรวิชญา และพ้ืนที่การเกษตร
บา้ นกองแหะ เพอื่ เพิ่มประสิทธภิ าพการเก็บกกั น้าและการส่งน้าในพ้ืนท่ีรับประโยชน์จานวน 1,350 ไร่ ส่งผล
ให้ราษฎรประมาณ 286 ครัวเรือน ประชากร 795 คน สามารถใช้น้าเพื่อการอุปโภคบริโภค ทาให้ราษฎรมี
คุณภาพชวี ติ ทีด่ ขี ึน้
ภาพท่ี 16 การปรบั ปรุงสระเกบ็ น้าหว้ ยปงหลวงพรอ้ มอาคารประกอบ
27
2.1.5 พ้ืนท่ีป่าไม้ ดาเนินการโดย สานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 เชียงใหม่ มีกิจกรรมการ
ดาเนนิ งานในปีงบประมาณ 2564 ดงั นี้
1) กิจกรรมเพาะชากล้าไม้ จานวน 80,000 กล้า เพื่อใช้แจกจ่ายส่งเสริมกิจกรรมการปลูก
ต้นไม้ ของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ศาสนสถาน โรงเรียน ชุมชน และประชาชนทั่วไป ได้ดาเนินการ
เพาะกลา้ ไม้ ประกอบด้วย กล้าไมท้ ั่วไป, กล้าไม้มีคา่
2) กิจกรรมเพาะชาหญ้าแฝก จานวน 100,000 กล้า เพาะชาหญ้าแฝกเพ่ือแจกจ่ายให้
ราษฎรนาไปปลกู ในพืน้ ท่ีการเกษตรในรปู แบบตา่ งๆ เพอื่ การอนุรักษด์ ินและนา้
3) กิจกรรมบารุงป่า จานวน 100 ไร่ ดาเนินการแผ้วถางวัชพืช ตัดแต่งกิ่งไม้ ปลูกซ่อมแซม
พรวนดินใส่ปุ๋ยโคนต้นไม้ท่ีปลูกใหม่อย่างสม่าเสมอ ซ่อมแซมเส้นทางตรวจการในพ้ืนที่แปลงปลูกป่า รอบบริเวณ
โครงการฯ
4) กิจกรรมงานส่งเสริมและพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดาริ จานวน 1 งาน สารวจจัดทา
ขอ้ มลู โครงการปลกู พืชเศรษฐกจิ ภายใต้รม่ เงาป่า เพ่อื สร้างรายไดแ้ ละอนรุ ักษ์ทรัพยากรปา่ ไม้อย่างย่งั ยืน
5) กิจกรรมงานอานวยการและประสานการดาเนินงานโครงการ จานวน 1 งาน บูรณาการ
ระหว่างกรมพัฒนาทด่ี ิน สานกั งานพัฒนาทดี่ ินเขต 6 แนะนาวิธีการและข้นั ตอนการทาปยุ๋ หมักจากเศษใบไม้แห้ง
ภาพที่ 17 กิจกรรมการด้าเนนิ งานในพื้นท่ปี ่าไม้
28
2.2 ผลการด้าเนนิ งานตามประเดน็ ขอ้ เสนอแนะ
ความก้าวหน้าการดาเนินงานโครงการเกษตรวิชญา ตามประเด็นข้อเสนอแนะจากการประชุม
คณะกรรมการโครงการเกษตรวิชญา คร้ังที่ 1/2563 เม่ือวันท่ี 10 สิงหาคม 2563 ณ ห้องประชุมกรม
พฒั นาทด่ี นิ โดยคณะทางานในระดบั พ้ืนทไี่ ด้ดาเนนิ การ ดังตอ่ ไปนี้
2.2.1 ประเด็นข้อเสนอแนะที่ 1 ดาเนินงานโครงการเกษตรวิชญาให้ตรงตามวัตถุประสงค์ท่ี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ (ร.10) ได้พระราชทานไว้ โดยมุ่งเน้นทาความเข้าใจกับประชาชนในพ้ืนท่ี ให้
ตระหนักและเห็นความสาคัญของโครงการ เพ่ือให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมพัฒนาพ้ืนท่ีควบคุมดูแลการบุกรุกพ้ืนท่ี
ปา่ กากับดแู ลการดาเนนิ งานให้เปน็ ไปตามแผนงานทีก่ าหนดไว้
โครงการเกษตรวิชญา มีวัตถุประสงค์ ดังน้ี
1) เพื่อพัฒนาพ้ืนที่โครงการให้เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรบนพ้ืนที่สูงและขยายผล
สเู่ กษตรกร
2) เปน็ ตน้ แบบในการทางานบูรณาการระหวา่ งหน่วยงาน และชมุ ชนในการทาการเกษตรแบบยัง่ ยนื
3) เป็นต้นแบบการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้เกิดระบบนิเวศท่ีสมบูรณ์ เกษตรกรสามารถใช้
พืน้ ท่ี ปา่ ไม้เป็นแหลง่ ผลติ อาหาร และมีการใช้ประโยชนจ์ ากทรัพยากรธรรมชาตอิ ย่างย่งั ยืน
การดาเนินงานตามวัตถุประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ (ร.10) ที่ได้
พระราชทานทด่ี นิ ส่วนพระองคเ์ พอื่ ใช้ในกจิ การของราชการน้นั โครงการเกษตรวิชญา ได้ดาเนินการจัดประชุม
ร่วมประชาชนบ้านกองแหะเพ่ือทาความเข้าใจกับเกษตรกรท่ีเข้าร่วมโครงการฯ จานวน 2 คร้ัง และมีการ
วางแผนพัฒนาชมุ ชนโดยการมีสว่ นรว่ มของชมุ ชนในการตระหนกั ถึงการอนุรักษท์ รพั ยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์
โดยเฉพาะในพื้นป่าไม้ และป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดจากไฟป่าในช่วง ฤดูแล้ง จึงร่วมกันจัดทาแนวกัน
ไฟรอบโครงการฯ จานวน 1 คร้ัง โดยมีประชาชนบ้านกองแหะ เจ้าหน้าที่กรม ป่าไม้ และหน่วยงานบูรณา
การเข้าร่วมดาเนินงาน นอกจากน้ีมณฑลทหารบกที่ 33 ได้มอบหมายเจ้าหน้าที่เข้าลาดตระเวนพื้นที่ป่า
บรเิ วณรอบโครงการฯ เพื่อสารวจไฟปา่ และรกั ษาทรัพยากรธรรมชาติในพนื้ ท่ี
ภาพท่ี 18 การประชุมร่วมกับประชาชนในพืน้ ที่ และเจ้าหนา้ ทจ่ี ากมณฑลทหารบกที่ 13
29
ภาพที่ 19 รว่ มจดั ท้าแนวกันไฟบรเิ วณรอบพ้ืนทโ่ี ครงการฯ
2.2.2 ประเด็นข้อเสนอแนะท่ี 2 ให้ทบทวนแนวทางการดาเนินงานของศูนย์ฯเกษตรวิชญา โดย
พิจารณาจากวัตถปุ ระสงคก์ ารจดั ต้งั ศูนยฯ์ กาหนดบทบาทหนา้ ท่ีของศนู ยฯ์ ให้ชดั เจน
การด้าเนินงาน คณะทางานได้ร่วมพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ของโครงการเกษตรวิชญา
ที่ดาเนินการเพ่ือพัฒนาพื้นท่ีโครงการให้เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรบนพ้ืนท่ีสูงและขยายผลสู่เกษตรกร
เป็นต้นแบบในการทางานบูรณาการระหว่างหน่วยงานและชุมชนในการทาการเกษตรแบบย่ังยืน และเป็น
ต้นแบบการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้เกิดระบบนิเวศท่ีสมบูรณ์ เกษตรกรสามารถใช้พื้นท่ีป่าเป็นแหล่งผลิต
อาหารและมีการใช้ประโยชนจ์ ากทรพั ยากรธรรมชาติอย่างยง่ั ยนื นนั้ คณะทางานจงึ มีการทบทวนแนวทางการ
ดาเนินงานให้เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรบนพ้ืนท่ีสูง เพ่ือเป็นต้นแบบให้เกษตรกรสามารถผลิตพืชและ
แก้ปัญหาตามสภาพพื้นที่ เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินและน้า เน้นการพัฒนาแบบชุมชนมีส่วนร่วม
ในรูปแบบบูรณาการท้ังภาครัฐและประชาชนในพ้ืนที่ เพ่ือถ่ายทอดองค์ความรู้การพัฒนาอาชีพและร่วมกัน
อนุรักษ์ ฟ้ืนฟู ดูแลรักษา ทรัพยากรธรรมชาติ คณะทางานจึงมีมติประชุม กาหนดแนวทางดาเนินงานโดยให้
พื้นท่ีศนู ย์สาธติ การเรียนรู้เกษตรบนพนื้ ทสี่ งู เป็นฐานเรียนรู้ท่จี ะรวบรวมองคค์ วามรทู้ งั้ ดา้ น ดิน น้า พืช รวมถึง
การบริหารจัดการพ้ืนท่ีสูง เพ่ือให้เป็นต้นแบบแก่เกษตรสามารถนาไปปรับใช้ในพ้ืนท่ีของตนเอง และคัดเลือก
เกษตรกรตน้ แบบท่ีมกี ารนาองค์ความรูไ้ ปประยกุ ต์ใช้ในพื้นทีจ่ ดั สรรให้เกษตรกรทากิน ในด้านการผลิตพืชแบบ
ปลอดภยั โดยมีการจัดการดิน น้า พืช และการใช้ทรัพยากรในพ้ืนที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพ่ือเป็นแบบอย่าง
แก่เกษตรกรรายอืน่ ๆ นอกจากนี้ไดด้ าเนนิ การสนับสนนุ ปัจจยั การผลิตใหแ้ ก่เกษตรกรต้นแบบ จากผู้ท่ีผ่านการ
ฝึกอบรมหลักสูตรดา้ นการจดั การพน้ื ทธ่ี นาคารอาหารชุมชน เพื่อสร้างต้นแบบจากการนาองค์ความรู้ที่ได้รับไป
บริหารจัดการภายในแปลงเกษตรของตนเอง อันจะนาไปสู่การพ่ึงพาตนเองควบคู่กับการอนุรักษ์และใช้
ประโยชนท์ รพั ยากรธรรมชาตอิ ยา่ งย่งั ยืนต่อไป
ภาพท่ี 20 การประชุมร่วมกับหนว่ ยงานบรู ณาการในพืน้ ที่
30
2.2.3 ประเด็นข้อเสนอแนะท่ี 3 การพัฒนาศูนย์เรียนรู้ขอให้ดาเนินงานเกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็น
รปู ธรรม เพื่อเปน็ แบบอยา่ งให้ประชาชนนาไปใช้ประโยชน์ไดจ้ ริง และไมย่ ากเกนิ ไปท่จี ะนาไปปฏิบตั ิ
การด้าเนินงาน การพัฒนาพื้นที่ศูนย์สาธิตการเรียนรู้เกษตรบนพ้ืนที่สูง พื้นที่ 138 ไร่ โดย
จัดทาแปลงสาธิตด้านการอนุรักษ์ดินและน้า เพ่ือทาการเกษตรบนพื้นที่สูงในรูปแบบฐานเรียนรู้ต่างๆ ในการ
สาธิต ทดสอบ รวบรวมพันธุ์ เพ่ือเป็นต้นแบบและแนวทางให้แก่เกษตรกรสามารถนาไปใช้ได้จริงในพื้นที่ของ
ตนเอง จานวน 8 ฐาน (รายละเอียดตามข้อ 2.2.1-2.1.8) และได้จัดฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่
เกษตรกรอยา่ งตอ่ เนื่อง
ภาพที่ 21 การจัดฝึกอบรมและถา่ ยองคค์ วามรู้ให้แกเ่ กษตรกร
31
สาหรบั การดาเนนิ งานในพ้นื ทป่ี า่ ไม้นั้น พื้นท่ีป่าได้รับการฟ้ืนฟูจากพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมเป็นป่า
สมบูรณ์ทั้งหมด 470 ไร่ และมีกิจกรรมบารุงดูแลรักษาป่าอย่างต่อเน่ือง นอกจากน้ียังเพาะชากล้าไม้ เพ่ือใช้
แจกจ่ายส่งเสริมและถ่ายทอดองค์ความรู้ กิจกรรมการปลูกต้นไม้ให้หน่วยงาน ชุมชน และประชาชนทั่วไป
นาไปปลูกในพนื้ ทข่ี องตนเอง
พ้นื ท่ีธนาคารอาหารชุมชน มีการพัฒนาพื้นท่ีป่าเส่ือมโทรมให้เป็นธนาคารอาหารชุมชน โดย
น้อมนาศาสตร์พระราชา การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ทาให้เกิดป่าไม้แบบผสมผสาน เกิดความ
หลากหลายทางชีวภาพ ซ่ึงเปน็ แหลง่ ผลิตอาหารตามธรรมชาติ ได้แก่ พืชผกั พืชสมุนไพร ผลไม้ และอาหารป่า
และถ่ายทอดองค์ความรู้การใช้ประโยชน์จากป่าให้แก่เกษตรกร ยุวเกษตรกร รวมทั้งชุมชน และประชาชน
ทว่ั ไป เพื่อให้สามารถนาความรู้ไปใชแ้ ละสามารถอยรู่ ่วมกบั ปา่ ได้อยา่ งย่งั ยนื
ภาพที่ 22 การดา้ เนนิ งานในพ้ืนที่ป่าไมแ้ ละพืน้ ที่ธนาคารอาหารชมุ ชน
32
2.2.4 ประเด็นขอ้ เสนอแนะท่ี 4 ให้สรา้ งจุดเดน่ ในพ้ืนทศี่ นู ยเ์ รียนรู้ 138 ไร่ หากมีการศึกษาดูงาน
ในพื้นที่ เกษตรกรหรอื ผทู้ ี่สนใจจะไดร้ บั องค์ความรู้อะไรบ้าง
การด้าเนินงาน พนื้ ท่ศี นู ย์สาธิตการเรยี นรู้เกษตรบนพ้ืนทีส่ งู เป็นพน้ื ท่ีฝึกอบรมและถ่ายทอด
เทคโนโลยีชุมชน สาธิตทดสอบงานด้านการเกษตรบนพื้นท่ีสูงเพื่อเป็นตัวอย่างให้เกษตรกรได้เรียนรู้ นาไป
ปฏิบัติในพ้ืนท่ีของตนเอง และเป็นศูนย์ประสานการปฏิบัติงานของหน่วยงานราชการที่มีส่วนรับผิดชอบใน
พนื้ ท่ีโครงการ โดยมฐี านการเรียนรู้ จานวน 8 ฐาน ในการจัดทาแปลงสาธิต ทดสอบ เพ่ือรวบรวมองค์ความรู้
ด้านดิน นา้ พืช สัตว์ การบัญชีและสหกรณ์ ซึง่ มรี ายละเอยี ดดังน้ี
1) ด้านดิน การอนุรักษ์ดินและน้าในพื้นที่สูง การปรับปรุงบารุงดิน การปรุงดิน และการใช้
ผลิตภณั ฑ์เทคโนโลยชี ีวภาพในการผลิตปยุ๋ หมกั และนา้ หมกั ชวี ภาพ เพ่ือลดต้นทุนการผลิตพชื
2) ด้านน้า การบรหิ ารจดั การน้าอยา่ งมีประสิทธภิ าพในพน้ื ท่ีการเกษตรบนทีส่ งู
3) ด้านพืช การรวบรวมพันธ์ุพืชสาหรับปลูกในพื้นท่ีสูง ได้แก่ พันธ์ุข้าวบนพ้ืนที่สูง ซึ่ง
ประกอบด้วย กลุ่มข้าวเหนียว และข้าวเจ้า กลุ่มละ 10 พันธ์ุ สาหรับไม้ผลไม้ยืนต้น มีการวบรวมพันธุ์
มะคาเดเมีย พลับ อะโวคาโด้ โกโก้ เกาลัดจีน และกาแฟ นอกจากนี้มีแปลงสาธิตการผลิตผักแบบปลอดภัย
และไม้ดอกไมป้ ระดับสาหรับเมืองหนาว
4) ด้านสัตว์ องคค์ วามรู้การเลย้ี งสตั ว์น้าบนพนื้ ทส่ี ูง และการเล้ียงไกแ่ บบปล่อย
5) ด้านอ่ืนๆ ไดแ้ ก่ องค์ความรู้การทาบัญชคี รัวเรอื นและการสหกรณ์
2.2.5 ประเดน็ ข้อเสนอแนะท่ี 5 แนวคิดท่ีจะทาศนู ย์เรียนรู้เร่ืองเกษตรอัจฉริยะอาจจะต้องปรับให้
ชาวบ้านสามารถนาไปใช้ได้ มกี ารบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลือ่ นการดาเนินงานให้โครงการเกษตรวิชญา
เปน็ โครงการต้นแบบในการพัฒนาพน้ื ที่ทีเ่ นน้ เร่อื งปราชญ์เกษตร
การด้าเนนิ งาน ดาเนินการปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการทาเกษตรอัจฉริยะให้เป็นเกษตรแบบ
ประณีต เกษตรปลอดภัย โดยจัดทาแปลงสาธิตการปลูกพืชผัก และมีการปรุงดินเพื่อปลูกผัก ได้แก่ คะน้า
ฮอ่ งกง กะหลา่ ปลีหัวใจ บลอ็ กโคล่ี กระเทยี ม และหอมหัวใหญ่ ผลิตปุ๋ยหมักและน้าหมักชีวภาพจากผลิตภัณฑ์
เทคโนโลยีชีวภาพของกรมพัฒนาท่ีดิน เพื่อทดแทนการใช้สารเคมีในการผลิต รวมถึงดาเนินงานร่วมกับ
หน่วยงานบูรณาการในการใช้สารชีวภัณฑ์เพ่ือควบคุมและป้องกันโรคพืชในแปลงสาธิต เพื่อเป็นต้นแบบให้
เกษตรกรสามารถนาไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองได้ โดยปัจจุบันมีเกษตรกรนาแนวทางการผลิตพืชปลอดภัย
ไปใชใ้ นพนื้ ทต่ี นเอง จานวน 10 ราย
ภาพที่ 23 การปลูกพืชแบบประณตี และปลอดภัยของเกษตรกรในโครงการฯ
33
2.2.6 ประเด็นข้อเสนอแนะที่ 6 ทุกหน่วยงานท่ีร่วมบูรณาการการดาเนินงานในพื้นที่โครงการ
เกษตรวิชญา ถอดบทเรียนรูปแบบวิธีการการทาการเกษตรองค์ความรู้ท่ีเหมาะสมต่อการทาการเกษตรบน
พื้นท่สี ูง เพ่อื รวบรวมและจัดทาเป็นชุดองค์ความรู้สาหรับถ่ายทอดให้เกษตรนาไปประยุกต์ใช้ได้อย่างครบถ้วน
และมีประสิทธิภาพ
การด้าเนินงาน ดาเนินการประชุมคณะทางานระดับพ้ืนท่ี เพ่ือติดตามการดาเนินงาน และ
รวบรวมองค์ความรู้จากหน่วยงานบูรณาท่ีดาเนินงานในพ้ืนที่โครงการฯ และจัดทาองค์ความรู้ในรูปแบบ
ทันสมัย (Digital Data) ซ่ึงเป็นชุดองค์ความรู้ด้านการเกษตรบนพื้นที่สูง สาหรับถ่ายทอดให้เกษตรกรนาไป
ประยกุ ตใ์ ชไ้ ดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ
2.2.7 ประเด็นข้อเสนอแนะที่ 7 โครงการเกษตรวิชญาควรจะเป็นต้นแบบสาคัญในการจัดสรร
พื้นที่ให้เกษตรกรโดยไม่ทาลายป่าและสิ่งแวดล้อมให้เป็นรูปธรรม ทุกหน่วยงานควรมีการวางแผนแบบบูรณา
การ สรา้ งชมุ ชนให้เข้มแขง็ รสู้ ึกสานึกในการรกั ษาธรรมชาตใิ ห้เปน็ สมบัติของตวั เอง
การด้าเนินงาน มีการจัดสรรพื้นที่ให้เกษตรกรเข้าทากิน โดยจัดสรรพ้ืนท่ีให้รายละ 1 ไร่
ปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าใช้พื้นท่ี จานวน 58 ราย และมีการบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ ในการถ่ายทอดองค์
ความรู้ สนับสนุนปัจจัยการผลิต การรวมกลุ่ม การบริหารจัดการน้า การวางแผนการผลิตให้ใช้พ้ืนท่ีเกิด
ประโยชน์สูงสุด ท่ีจะเพ่ิมรายได้ให้เกษตรกรตลอดท้ังปี นอกจากนี้พื้นท่ีป่าไม้ได้จัดทาโครงการ การใช้
ประโยชน์ร่วมกับป่าในพื้นท่ีเสี่ยงต่อการบุกรุกและเกิดไฟป่าโดยกาหนดกฎกติกาในการเข้าร่วมโครงการและ
คดั เลอื กเกษตรกรเขา้ รว่ มโครงการ จานวน 40 ราย หน่วยงานร่วมบูรณาการ ได้แก่ กรมพัฒนาที่ดิน กรมป่าไม้
กรมวชิ าการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และมูลนิธิโครงการหลวง
ภาพท่ี 24 ต้นแบบการจดั สรรพน้ื ทใี่ หเ้ กษตรกรทา้ กิน โดยจดั ท้าระบบอนรุ ักษ์ดนิ และน้า
34
2.2.8 ประเด็นข้อเสนอแนะท่ี 8 การพัฒนาบนพ้ืนที่สูงเห็นควรใช้รูปแบบการดาเนินงานของ
โครงการหลวงเป็นต้นแบบในการพัฒนาและถ่ายทอด โดยนาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้และเมื่อชุมชนมี
ความเข้มแขง็ แล้ว ใหม้ ีการตอ่ ยอดและนาไปประยกุ ต์ใช้ประโยชน์ให้กับพนื้ ท่ีโดยรอบได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
การดา้ เนินงาน ดาเนินการประสานงานกับมูลนิธิโครงการหลวง (ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง
แม่สาใหม่ และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา) พร้อมมอบหมายเจ้าหน้าท่ีและผู้แทนเกษตรกรเข้าศึกษา
ดูงานการดาเนินงานของโครงการหลวง จานวน 2 คร้ัง เพื่อนามาปรับใช้ในพื้นที่ของโครงการเกษตรวิชญา
และมีการวางแผนการผลิตพืช โดยนากระบวนการผลิตของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สาใหม่มาปรับใช้ใน
การจัดทาแปลงสาธิตของฐานเรียนรู้การผลิตพืชผักภายในพื้นที่โครงการ เพ่ือนามาเป็นข้อมูลสาหรับถ่ายทอด
และพัฒนาใหเ้ กษตรกรในพ้นื ท่จี ัดสรรต่อไป
ภาพที่ 25 การเข้าร่วมอบรม ศึกษาดูงาน และประสานกบั เจา้ หนา้ มลู นธิ โิ ครงการหลวง
2.2.9 ประเด็นข้อเสนอแนะที่ 9 ให้จัดทาแผนการดาเนินงานประจาปี 2564-2565 เพ่ือกาหนด
ทศิ ทางการบริหารงบประมาณใหเ้ กดิ ผลสัมฤทธิ์สงู สูด
การด้าเนินงาน มีการรวบรวมและจัดทาแผนการดาเนินงานของหน่วยงานร่วมบูรณาการ
ในพื้นที่ ได้แก่ ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเกษตรวิชญา สานักงานพัฒนาที่ดินเขต 6 สานักงานเกษตรจังหวัด
เชียงใหม่ ศนู ยว์ ิจยั และพฒั นาการเกษตรเขตท่ี 1 ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ สานักงานตรวจ
บัญชีสหกรณจ์ ังหวดั เชียงใหม่ สานักงานสหกรณจ์ ังหวัดเชียงใหม่ ศนู ยว์ ิจัยข้าวสะเมิง สานักงานประมงจังหวัด
เชียงใหม่ สานักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ สานักงานปฏิรูปที่ดินเพ่ือการเกษตร เชียงใหม่ โครงการ
ชลประทานเชยี งใหม่ สานักจดั การทรัพยากรปา่ ไม้ท่ี 1 เชียงใหม่ และสานักงานเศรษฐกิจการเกษตรท่ี 1 โดย
จัดแบ่งตามพ้ืนที่ เพ่ือใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติงานแบบบูรณาการทุกภาคส่วน และกาหนดทิศทางการ
บริหารงานใหเ้ กดิ ผลอย่างสงู สดุ รายละเอยี ดดงั ต่อไปนี้
ตารางท่ี 6 แผนด้าเนินงานของหน่วยงานบูรณาการโครงการเกษตรวชิ ญา ป
พื้นท/ี่ แนวทางการดา้ เนินงาน/กิจกรรม เปา้ หมาย
1 แหง่
พน้ื ทท่ี รงงาน
1. ดแู ลความสะอาด ความเรียบร้อย ปรบั ปรุงภมู ทิ ัศน์
รวม 300 ไร่
100 ไร่
พน้ื ที่ศูนยก์ ารเรียนรู้ 1 โครงการ
1. ฐานเรยี นรู้ด้านการพัฒนาที่ดินบนพืน้ ทสี่ ูง 5 ไร่
1.1 สาธติ การทาการใช้นา้ หมักชีวภาพ
1.2 สาธิตการทาปุย๋ หมัก พด. 5 ไร่
1.3 ปรับปรงุ ดูแลรักษาโครงการ
60 ราย
2. ฐานเรียนรู้ด้านการปลูกพืชผัก
2.1 จดั ทาแปลงสาธิตการปลูกพืชผกั 60 ราย
4 ไร่
3. ฐานเรียนรดู้ ้านการปลกู ไม้ดอกไม้ประดบั 2 ราย
3.1 จดั ทาแปลงสาธิตไม้ดอกเมืองหนาว
4. ฐานเรียนรู้ดา้ นการปลกู ไม้ผล ไม้ยนื ต้นบนพ้ืนท่ีสงู
4.1 จัดอบรมเกษตรกร เร่ืองการปฏบิ ตั ิทางการเกษตรที่ดี
ทางพืชอาหาร (GAP) , การใชส้ ารชวี ภัณฑ์ เพอ่ื การป้องกนั
กาจัดแมลงศัตรูพชื และคลังอาหารพืช
4.2 ส่งเสริมการผลติ พืชปลอดภัย
4.3 ดแู ลแปลงสาธติ ดา้ นการเกษตรภายในศนู ยเ์ รยี นรู้
4.4 จา้ งเหมาคนงานเกษตร
35
ปงี บประมาณ 2564-2565 หมายเหตุ
งบประมาณ ระยะเวลาดา้ เนินงาน
(บาท) ปี 2564 ปี 2565
- - - ศนู ยป์ ฏบิ ตั กิ ารโครงการ
เกษตรวิชญา
- --
39,000 19,500 19,500 ศนู ยป์ ฏิบตั กิ ารโครงการ
680,000 340,000 340,000 เกษตรวิชญา
780,000 390,000 390,000
ศูนยป์ ฏิบัติการโครงการ
- - - เกษตรวชิ ญา
- - - ศนู ย์ปฏบิ ัติการโครงการ
เกษตรวิชญา
43,200
21,600 21,600 สนง.เกษตร
60,000
64,000 จังหวดั เชยี งใหม่
168,000
30,000 30,000
32,000 32,000
84,000 84,000
35
พ้นื ท/่ี แนวทางการด้าเนินงาน/กิจกรรม เปา้ หมาย
4.5 สนับสนนุ วสั ดุบารงุ รักษาแปลงหม่อน 2 ไร่
4.6 ปรับปรุง และซ่อมแซมระบบการใหน้ า้ ในแปลงหม่อน 2 ไร่
4.7 โครงการแปลงตน้ แบบการปลูกไมผ้ ลเมอื งหนาว 5 ไร่
5. ฐานเรียนรกู้ ารบญั ชแี ละสหกรณ์ 60 ราย
5.1 อบรมสอนแนะนาการจดั ทาบัญชีตน้ ทุนอาชพี ให้แก่
60 ราย
เกษตรกร 60 ราย
5.2 กากบั แนะนาการจดั ทาบัญชีตน้ ทนุ อาชีพให้แกเ่ กษตรกร 1 แห่ง
5.3 ตดิ ตามผลการจัดทาบญั ชีครวั เรอื น 30 ราย
5.4 แนะนาส่งเสริมสหกรณก์ ารเกษตรบ้านกองแหะ จากดั
5.5 ประชุมเชิงปฏิบัตกิ าร การประยุกต์ใชแ้ นวทาง 1 แหง่
พระราชดาริ เปน็ แนวทางขบั เคลอื่ นเพื่อพัฒนาสหกรณ์ 9 ไร่
5.6 สนบั สนนุ เงินทุนหมุนเวียนดอกเบ้ียตา่ แก่สหกรณ์
การเกษตรบ้านกองแหะ จากัด ในการจัดหาปจั จัยการผลิตและ
การตลาด
6. ฐานเรียนรดู้ า้ นการปลกู ข้าวไรแ่ ละธญั พชื บนพนื้ ทสี่ งู
6.1 การจัดทาฐานเรียนรแู้ ละสาธติ การปลกู ข้าวบนพนื้ ที่สูง
6.2 การจดั ทาฐานเรยี นรู้และสาธติ การปลูกธญั พชื เมือง
หนาว
6.3 การผลติ เมล็ดพันธุ์สาหรับเกษตรกร
6.4 การติดตาม ใหค้ าแนะนา
36
งบประมาณ ระยะเวลาด้าเนินงาน หมายเหตุ
(บาท) ปี 2564 ปี 2565
152,000
152,000 - ศูนย์หมอ่ นไหมเฉลิมพระ
300,000
เกียรตฯิ เชียงใหม่
150,000 150,000 ศูนย์วิจยั และพฒั นา
การเกษตรเขตที่ 1
36,000 18,000 18,000 สนง.ตรวจบัญชสี หกรณ์
จงั หวดั เชียงใหม่
4,800 2,400
4,800 2,400 2,400
16,000 8,000 2,400
31,800 15,900 8,000 สนง.สหกรณ์
15,900 จังหวดั เชียงใหม่
1,600,000 800,000 800,000
200,000 100,000 100,000 ศนู ย์วจิ ยั ข้าวสะเมิง
36
พืน้ ที่/แนวทางการด้าเนินงาน/กจิ กรรม เปา้ หมาย
7. ฐานเรียนรปู้ ระมงบนพนื้ ท่ีสูง 1 แห่ง
7.1 สาธิตการเพาะเล้ียงสัตว์น้าในกระชัง 40 ราย
7.2 สง่ เสรมิ และพัฒนาศักยภาพการเพาะเล้ยี งสตั ว์น้า
(สง่ เสรมิ และฝกึ อบรม) 100 ตัว
1 จุด
8. ฐานเรียนรูด้ ้านการเลยี้ งสัตว์ 10 ตวั
8.1 จดุ สาธิตการเลย้ี งไก่ไข่แบบปล่อย (Happy Chick)
8.2 ปรบั ปรงุ ซอ่ มแซมร้ัวจดุ สาธติ การเล้ียงไกไ่ ข่แบบปล่อย 300 ไร่
8.3 จุดสาธติ การเลยี้ งหมหู ลุม 100 ไร่
รวม 2 กม.
พืน้ ท่จี ัดสรรให้เกษตรกรท้ากิน 100 ราย
1. สาธติ การใช้ป๋ยุ พชื สด
2. ปรับปรุงซอ่ มแซมระบบอนุรักษ์ดนิ และน้า 1 แปลง
3. กอ่ สรา้ งและซ่อมแซมทางลาเลยี ง 1 แปลง
รวม
พื้นท่ธี นาคารอาหารชุมชน
1. โครงการฝกึ อบรมหลกั สูตร การปลูกจิตสานกึ ในการอนุรกั ษ์
ทรพั ยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและการใชป้ ระโยชน์อยา่ งรู้
คุณคา่
2. แปลงเรียนรกู้ ารรวบรวมและขยายพนั ธุ์หวา่ นหางจระเข้
และแปลงเรยี นรู้การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษด์ ินและนา้
3. แปลงเรียนรกู้ ารปลกู ผักปลอดสารพษิ และการเพาะเห็ด
เศรษฐกิจ
งบประมาณ ระยะเวลาดา้ เนนิ งาน 37
(บาท) ปี 2564 ปี 2565
หมายเหตุ
100,000 50,000 50,000
91,000 45,500 45,500 สนง.ประมง
จังหวดั เชยี งใหม่
103,880 51,940 51,940 สนง.ปศุสัตว์
82,000 82,000 - จังหวัดเชยี งใหม่
93,350 - 93,350
4,649,830 2,395,240 2,254,590
390,000 195,000 195,000 ศนู ย์ปฏิบัติการโครงการ
100,000 50,000 50,000 เกษตรวชิ ญา
252,000 126,000 126,000
742,000 371,000 371,000
212,800 106,400 106,400 สนง.ปฏริ ูปท่ดี นิ เพื่อ
การเกษตร เชยี งใหม่
42,000 42,000 -
60,000 - 60,000
37
พืน้ ท/ี่ แนวทางการดา้ เนนิ งาน/กิจกรรม เปา้ หมาย
4. สารวจพ้นื ท่ี เพ่ือวางแผนการพฒั นาพืน้ ท่ีโครงการธนาคาร -
อาหารชุมชน -
5. เพิม่ พ้ืนท่ีอาหารในโครงการธนาคารอาหารชมุ ชน -
6. ประชุมจดั ทาแผนปฏบิ ตั ิการขับเคล่อื นการดาเนนิ งานของ -
โครงการฯ และสรปุ ผล (อย่างนอ้ ยปีละ 2 ครั้ง) 1 แห่ง
7. อบรม และศึกษาดูงานนอกสถานที่ เพ่อื เพิ่มองค์ความรู้ ปลูก
จติ สานกึ และส่งเสรมิ อาชพี เพ่อื เพมิ่ รายได้ (ปีละ 1 คร้ัง) -
8. ปรับปรงุ สระเก็บน้าห้วยบวกหมูน้อยพรอ้ มอาคารประกอบ -
-
รวม 1 แหง่
พ้ืนที่ป่าไม้ 1 โครงการ
1. ศนู ยเ์ รียนรู้การสร้างป่าสรา้ งรายได้ คนอยรู่ ่วมกบั ป่าได้อยา่ ง
ยง่ั ยนื
2. ถา่ ยทอดองค์ความร้ใู นการจดั การทรัพยากรธรรมชาติ
3. สนบั สนนุ กล้าพันธ์ไุ ม้ เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
4. ปรบั ปรุงระบบส่งนา้ ห้วยสวนดงพรอ้ มอาคารประกอบ
โครงการเกษตรวิชญา
รวม
การด้าเนินงานอน่ื ๆ
1. สารวจข้อมลู เพือ่ ตดิ ตามผลผู้ผ่านการส่งเสริมและฝึกอบรม
ดา้ นการเกษตรตามแผนปฏิบัติงานโครงการเกษตรวชิ ญา
รวม
รวมทั้งหมด
38
งบประมาณ ระยะเวลาด้าเนนิ งาน หมายเหตุ
(บาท) ปี 2564 ปี 2565
90,000 สนง.ปฏริ ปู ท่ีดนิ เพ่อื
90,000 - การเกษตร เชียงใหม่
100,000
40,000 50,000 50,000
20,000 20,000
346,000 173,000 173,000
7,800,000 7,800,000 - โครงการชลประทานฯ
8,690,800 8,281,400 409,400
- - - สานักจดั การทรัพยากร
ปา่ ไมท้ ี่ 1 เชยี งใหม่
- --
- --
1,850,000 - 1,850,000 โครงการชลประทาน
เชยี งใหม่
1,850,000 - 1,850,000
166,000 83,000 83,000 สนง.เศรษฐกจิ การเกษตร
ท่ี 1
166,000 83,000 83,000
15,932,630 11,047,640 4,884,990
38
39
2.2.10 ประเด็นข้อเสนอแนะท่ี 10 การเพิ่มสมาชิกในพื้นที่การเกษตรท่ียังไม่มีเกษตรกรให้ครบ
60 ราย โดยเกษตรกรต้องเป็นผู้ท่ีอาศัยอยู่ในพื้นที่บ้านกองแหะมาแต่เดิมหรือคัดเลือกเกษตรกรรายเดิมท่ีมี
ความขยัน ประพฤตดิ ี
การด้าเนินงาน ดาเนินการจัดประชุมและคัดเลือกเกษตรกรที่มีความต้องการเข้าร่วม
โครงการฯ รวมถึงมีการจัดทาทะเบียนเกษตรกร เพ่ือปรับปรุงรายชื่อผู้ท่ีได้รับการจัดสรรตามรายช่ือเดิม หรือ
เปลยี่ นแปลงรายชอื่ โดยสืบทอดใหก้ ับทายาทตามรายช่อื ทไี่ ด้รับการจัดสรรเดิม พบว่าปัจจุบันได้มีการปรับปรุง
แหล่งนา้ เพิ่มเติม ได้แก่ การปรับปรุงสระเก็บน้าห้วยปงหลวงพร้อมอาคารประกอบ เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพการ
กักเก็บน้าและการส่งน้าสู่แปลงเกษตรกร ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ของเกษตรกร จานวน 2 ราย จึงทาให้มี
เกษตรกรทาการเกษตรกรรมในพน้ื ที่จัดสรรให้เกษตรกรทากิน จานวน 58 ราย
2.2.11 ประเดน็ ขอ้ เสนอแนะที่ 11 ทบทวนการจัดสรรให้เกษตรกรทากินว่าสามารถเพ่ิมเติมหรือ
เปล่ียนแปลงได้หรือไม่ รวมไปถึงการวางแผนบริหารจัดการน้าในพ้ืนท่ี ให้เกษตรกรสามารถใช้งานการทา
การเกษตรไดอ้ ยา่ งพอเพียง โดยอาจจะทาเปน็ อ่างพวง และบารุงรกั ษาอ่างเกบ็ นา้ เดิมไมใ่ หต้ นื้ เขนิ
การดา้ เนินงาน สาหรับพ้ืนท่ีจัดสรรให้เกษตรทากิน เนื้อที่ 139 ไร่นั้น จากการสารวจพื้นที่
ปจั จบุ ันไม่สามารถขยายพืน้ ท่ีทาการเกษตรเพมิ่ เตมิ ได้ เนื่องจากมอี าณาเขตตดิ ตอ่ กบั พ้ืนท่ีป่าไม้และชุมชนบ้าน
กองแหะ รวมถึงมีการจัดสรรพ้ืนที่ในการปรับปรุงสระเก็บน้าห้วยปงหลวงพร้อมอาคารประกอบ เพ่ือเพ่ิม
ประสิทธิภาพการกักเก็บน้าและการส่งน้าโดยโครงการชลประทานเชียงใหม่ และมีการติดต้ังระบบสูบน้า
พลังงานแสงอาทิตย์ และระบบกระจายน้าภายในแปลงเกษตรกร เพ่ือให้เกษตรกรได้ใช้น้าในพื้นท่ีอย่างทั่วถึง
นอกจากน้ีเกษตรกรมีการรวมกลุ่มและแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ใช้น้า เพ่ือบริหารจัดการน้า กากับและดูแล
แหล่งน้าให้อยใู่ นสภาพสมบรู ณอ์ ยู่เสมอ
ภาพที่ 26 การบริหารจัดการน้าในพ้นื ทจี่ ัดสรรใหเ้ กษตรกรทา้ กนิ
40
2.2.12 ประเด็นข้อเสนอแนะที่ 12 ทบทวนการจดั สรรให้เกษตรกรทากินใหม่ ซ่ึงเดิมมีลักษณะ
พื้นท่ีแปลงตามยาว ให้เป็นแปลงที่มีความยาวจากบนลงล่าง เพ่ือวางแผนการเพาะปลูกพืชได้เหมาะสม
สะดวกตอ่ การจดั การแปลงการให้นา้ การเก็บเก่ียวและขนสง่ ผลผลติ
การด้าเนินงาน มีการทบทวนการจัดสรรพื้นที่แปลงเกษตรกรใหม่ ซ่ึงพิจารณาจาก
ลักษณะของพ้ืนที่เพ่ือให้สะดวกต่อการจัดการภายในแปลงและการขนส่งผลผลิต โดยประชุมและทาความ
เข้าใจกับเกษตรกรในพ้ืนที่เบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการจัดทาแผนและกาหนดขอบเขตแปลง
ตามความเหมาะสมของสภาพพ้ืนท่ี
ภาพท่ี 27 ประชุมช้ีแจงการทบทวนจดั สรรพนื้ ที่ให้เกษตรกรทา้ กนิ
2.2.13 ประเดน็ ข้อเสนอแนะท่ี 13 ควรมีการสารวจความต้องการของตลาดและความต้องการ
ของเกษตรกรก่อนส่งเสรมิ ใหป้ ลกู พชื
การด้าเนินงาน ดาเนินการประชุม สารวจ วางแผนร่วมกับเกษตรกร และมูลนิธิโครงการ
หลวง โดยวางแผนการผลติ พชื ผักตามฤดูกาล รวมถึงสารวจความต้องการของตลาด และแหล่งรับซ้ือผลผลิต
ปัจจุบันมีเกษตรกรเริ่มปรับเปล่ียนการผลิตจากการปลูกพืชชนิดเดียว มาเป็นการปลูกพืชแบบผสมผสาน
มากขึ้น ซ่ึงจะสามารถใหผ้ ลผลติ ได้ตลอดท้งั ปี