41
2.2.14 ประเด็นข้อเสนอแนะท่ี 14 ส่งเสรมิ และขยายผลการใช้สารชีวภัณฑ์แทนการใช้สารเคมี
เพื่อผลิตพืชปลอดภัย และมีการผลิตไว้ใช้ในพื้นท่ีตนเอง เนื่องจากโครงการหลวงให้ความสาคัญในการผลิต
สินค้าปลอดภัย และ ประเด็นข้อเสนอแนะที่ 15 ส่งเสริมให้เกษตรกรทาเกษตรแบบปลอดภัยในเบ้ืองต้น
กอ่ น เม่ือมคี วามพรอ้ มจึงพัฒนาไปส่เู กษตรอนิ ทรยี ์
การด้าเนินงาน กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดาเนินการจัดอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้
ด้านเทคโนโลยีการควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธี รวมถึงการใช้สารชีวภัณฑ์แทนการใช้สารเคมีในการป้องกัน
ศัตรูพืช และส่งเสริมปัจจัยการผลิตให้เกษตรกรนาไปใช้ในพื้นที่ของตนเอง นอกจากนี้กรมพัฒนาท่ีดินได้
ดาเนินการสาธิตการผลิตปุ๋ยหมัก และน้าหมักชีวภาพ เพ่ือลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร และส่งเสริมให้
เกษตรกรนาความรู้ไปปฏบิ ัตใิ นพ้นื ที่ของตนเอง จานวน 10 ราย ซง่ึ อยใู่ นระหวา่ งการรับรองมาตรฐาน GAP
และเกษตรกรจานวน 10 ราย ที่มีการจัดต้ังกลุ่มเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (GPS) ซ่ึงอยู่ในระยะ
ปรบั เปล่ยี น
ภาพท่ี 28 การสง่ เสริมให้เกษตรกรใชส้ ารชวี ภณั ฑ์เพื่อผลติ พืชปลอดภัย
42
2.2.15 ประเด็นข้อเสนอแนะท่ี 16 การผลิตพืชท่ีปลอดภัยจากสารเคมี โครงการหลวงจะ
สามารถช่วยในเรื่องการตลาดได้ โดยขยายผลิตภัณฑ์ให้กับโครงการหลวง ซ่ึงหน่วยงานจะต้องชี้แจงให้กับ
เกษตรกรให้เข้าใจเรือ่ งคณุ ภาพ ตลาดและรายได้
การด้าเนินงาน ดาเนินการประสานงานกับมูลนิธิโครงการหลวงแม่สาใหม่ ด้านการ
ส่งเสริมการผลิตของมูลนิธิโครงการหลวง โดยศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สาใหม่ ได้ดาเนินการวาง
แผนการผลิต ซึ่งจะดาเนินการร่วมกับเกษตรกรในการวางแผนการทาเกษตร และนาเสนอแผนการส่งเสริม
การเกษตรให้กับมูลนิธิโครงการหลวงส่วนกลางทราบต่อไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอคาส่ังการจากส่วนกลาง
เพ่ือเข้าดาเนินการตามแผนที่วางไว้ โดยมีเป้าหมายส่งเสริมภาคเกษตรแบบเกษตรปลอดภัย (GAP) ท้ังนี้
เกษตรกรต้องดาเนินการในระบบและรูปแบบการผลิต การตลาด ของมูลนิธิโครงการหลวง เพ่ือจะสามารถ
ช่วยเหลือเกษตรกรด้านการตลาดและรายได้
2.2.16 ประเด็นข้อเสนอแนะท่ี 17 ขอให้รวบรวมข้อมูลรายได้ของเกษตรกรในพื้นที่ โครงการ
จากทุกรายการ โดยแสดงให้เห็นว่ารายได้จากการท่ีเกษตรกรท่ีเข้ามาทาการเกษตรในพ้ืนที่ 1 ไร่ รวมทั้ง
รายไดอ้ ื่นจากการใช้พ้ืนที่ในโครงการ หรือเปน็ ลกู จา้ งในโครงการ มีจานวนเทา่ ไร
การดา้ เนินงาน จากการรวบรวมข้อมูลรายได้ของเกษตรกรในพ้ืนที่จัดสรรให้เกษตรกรทา
กิน พบวา่ ปกี ารผลิต 2563/2564 เกษตรกรมกี ารปลกู พืชผัก ได้แก่ กะหล่าปลี ถ่ัวแขก ซาโยเต้ ดาวเรือง
ผกั กาดขาวปลี ข้าวโพด เผือก หอมหัวใหญ่ พริก และกระเทียม โดยบางรายมีการใช้พ้ืนท่ีปลูกพืชรอบเดียว
คือ ช่วงเดอื นพฤศจกิ ายนถึงเมษายน เพือ่ ปลูกหอมหัวใหญ่ หลังจากนั้นมีการพักแปลงเพ่ือปรับปรุงบารุงดิน
โดยการปลูกพืชปุ๋ยสด และบางรายมีการปลูกพืชแบบผสมผสานตลอดปี ส่งผลให้มีรายได้เฉล่ียจากการทา
เกษตรในพ้ืนท่ี 1 ไร่ จานวน 47,318 บาท (จากการสารวจ) สาหรับรายได้อื่นๆ พบว่า เกษตรกรมีรายได้
จากภายนอกการเกษตร ได้แก่ เป็นลูกจ้างของรีสอร์ทหรือโรงแรมในบริเวณพื้นที่ตาบลโป่งแยง และมี
เกษตรกร จานวน 2 ราย เปน็ ลกู จา้ งในโครงการฯ
2.2.17 ประเดน็ ข้อเสนอแนะท่ี 18 ใหม้ กี ารนาลักษณะการดาเนินงานโครงการส่งเสริมปลูกพืช
เศรษฐกิจภายใต้ร่มเงาป่า เพื่อสร้างรายได้และอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน เช่น การปลูกกาแฟแซม
ในพ้นื ท่ีป่า ไปส่งเสรมิ และขยายดาเนนิ การในพ้นื ท่ที ม่ี กี ารทาลายป่าไม้ เชน่ พ้ืนท่ีบา้ นบวกจัน่
การด้าเนินงาน สานกั จดั การทรพั ยากรป่าไม้ท่ี 1 จังหวัดเชียงใหม่ ได้ดาเนินการโครงการ
สง่ เสริมปลกู กาแฟภายใต้ร่มเงาป่า โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้ เร่ือง ดิน การปลูก การดูแลรักษาตลอดจน
การเกบ็ เกีย่ ว และการแปรรปู โดยการกาหนดพื้นที่ หลักเกณฑ์ในการเข้าร่วมโครงการเพื่อส่งเสริมการปลูก
กาแฟในพื้นที่ป่าไม้ และปรับปรุงดินในพื้นท่ีสวนกาแฟเดิม มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 40 ราย ดูแลต้น
กาแฟ 800 ตน้ ตอ่ ราย ในพนื้ ทภ่ี ายในโครงการเกษตรวชิ ญา รวมถึงดาเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการ
สร้างป่าสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นท่ีบ้านบวกจ่ัน โดยการจัดอบรมและศึกษาดูงานในพื้นท่ีของ
โครงการเกษตรวชิ ญา
43
ภาพที่ 28 การถา่ ยทอดองค์ความรู้ดา้ นการสรา้ งป่าสร้างรายได้ให้แกป่ ระชาชนในพืน้ ท่บี า้ นบวกจั่น
2.2.18 ประเด็นข้อเสนอแนะที่ 19 ให้พัฒนาการปรับปรุงดินในถุง/กระถาง ท่ีศูนย์ฯ
ดาเนินการอยู่ ใหป้ รากฏผลเดน่ ชดั มีการจดบนั ทึกต้นทนุ และสว่ นประกอบของการปรุงดินท่ชี ัดเจน
การด้าเนินงาน ดาเนินการพัฒนาการปรุงดินสาหรับการปลูกพืช โดยปัจจุบันมีสูตร
สาหรับการปรุงดิน จานวน 2 สูตร (รายละเอียดส่วนผสมและต้นทุน แสดงในข้อ 2.1.2) และได้ทาการ
บันทกึ ข้อมูลต่างๆ ได้แก่ สูตรปรุงดิน ข้นั การปรุงดิน และต้นทุนสาหรับการปรุงดิน รวมถึงข้อมูลผลผลิตพืช
ซึ่งอยู่ในระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูล เนอ่ื งจากพืชบางชนิดยังอยู่ในช่วงเก็บเกยี่ วผลผลิต
ภาพที่ 29 การปรุงดนิ สา้ หรบั การปลกู พืช
44
2.2.19 ประเด็นขอ้ เสนอแนะที่ 20 ใหม้ ีการจัดทาแปลงสาธิตปลูกไม้ดอกเมืองหนาวเพิ่มเติมใน
บริเวณพื้นที่ศูนย์สาธิตการเรียนรู้การเกษตรบนพ้ืนท่ีสูง เพื่อเพ่ิมความสวยงามให้กับภูมิทัศน์โดยรอบ
โครงการเป็นจุดสนใจให้กับประชาชนเข้ามาเรียนรู้ในพ้ืนท่ีมากข้ึน โดยประสานกับมูลนิธิโครงการหลวง
เพอ่ื ใหไ้ ดพ้ ันธุ์ไม้ดอกทสี่ ามารถจาหนา่ ยเป็นไม้ดอกได้ด้วย
การด้าเนินงาน ดาเนินการปรับปรุงฐานเรียนรู้การปลูกไม้ดอกไม้ประดับและจัดทาแปลง
สาธติ ไดแ้ ก่ กหุ ลาบตดั ดอก ซง่ึ ได้ประสานงานกบั ศูนย์พฒั นาโครงการหลวงทุ่งเรา ในการนาองค์ความรู้การ
ปลูกกุหลาบ การดูแลรักษา และได้พันธุ์ไม้ดอกท่ีสามารถนามาปลูกเพื่อเพ่ิมความสวยงามในพ้ืนที่และ
สามารถจาหน่ายเป็นไม้ดอกได้ นอกจากนี้ยังมีการปลูกไม้ดอกไม้ประดับชนิดอ่ืนๆ เพิ่มเติม ได้แก่ ดอก
ดาวเรือง ว่านสี่ทิศ เป็นต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรและผู้ท่ีสนใจนาไปประยุกต์ใช้ในพ้ืนที่
ของตนเองอย่างเหมาะสม
ภาพที่ 30 แปลงสาธติ การปลูกไมด้ อกเมืองหนาว
2.2.20 ประเด็นขอ้ เสนอแนะที่ 21 การเล้ียงกบเป็นอาชีพทางเลือกในการส่งเสริมให้เกษตรกร
เล้ียงและเลอื กจาหน่ายเป็นกบวัยเจริญพันธ์หรือลูกอ๊อด ซึ่งการผลิตเป็นลูกอ๊อดขายใช้รายะเวลาน้อยได้ผล
ผลติ เพอื่ จาหนา่ ยเรว็ กวา่ การเลยี้ งขายเปน็ ตัวและมีตลาดรองรบั
การด้าเนนิ งาน ฐานเรยี นรูก้ ารเล้ียงสัตว์และประมงบนพื้นที่สูง ได้มีการสาธิตการเล้ียงกบ
ในกระชงั และการเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติก มกี ารฝกึ อบรมเกษตรกร หลักสูตร การเพาะเล้ียงสัตว์น้าและ
การอนุรักษ์ทรัพยากรประมง จานวน 40 ราย มีการพัฒนาทักษะในการเพาะพันธุ์กบนา จานวน 24 ราย
และทดลองเลี้ยงจานวน 4 ราย
ภาพท่ี 31 การสาธติ และพัฒนาทักษะในการเพาะพนั ธุ์กบนาใหแ้ ก่เกษตรกร
45
2.2.21 ประเด็นข้อเสนอแนะท่ี 22 ส่งเสริมปลูกไผ่พันธ์ุดีให้ใกล้ชิดชุมชนเพราะสามารถกัน
วาตภัยและใช้ประโยชน์ได้หลากหลายรวมท้ังส่งเสริมให้ปลูกกาแฟร่วมกับการปลูกป่าเพื่อให้ชุมชนเรียนรู้
ทีจ่ ะอยู่กบั ป่าได้
การด้าเนินงาน การส่งเสรมิ ไผพ่ นั ธดุ์ ี ดาเนนิ การโดยสานักงานปฏริ ูปท่ีดนิ เชียงใหม่ ในการ
ฟ้ืนฟูสภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ โดยการปลูกไผ่สายพันธ์ุต่างๆ จานวน 14 สายพันธุ์ ได้แก่
ไผ่เฮียะปล้องยาว ไผ่ตงหม้อ ไผ่บง ไผ่เป๊าะยักษ์ ไผ่ยักษ์น่าน ไผ่ซางหม่น ไผ่โปกพม่า ไผ่เก้าดาว ไผ่มัน
หมู ไผ่ซางเย็น ไผ่หก ไผ่ไร่ ไผ่ข้าวหลาม และไผ่หวาน ในพื้นท่ีธนาคารอาหารชุม รวมทั้งถ่ายทอดองค์
ความรู้และส่งเสริมพฒั นาอาชีพให้แก่เกษตรกร ปจั จบุ ันเกษตรและชมุ ชนไดน้ าผลผลิตจากไผ่ไปใช้ประโยชน์
อย่างคุ้มคา่
ภาพที่ 32 การสง่ เสริมปลูกไผพ่ นั ธุ์ดี
2.2.22 ประเด็นข้อเสนอแนะท่ี 23 พ้ืนท่ีตาบลโป่งแยงซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการเกษตรวิชญา
เป็นพื้นท่ีที่เจริญและมีราคาแพง ในการผลิตพืชจึงควรส่งเสริมให้ใช้พันธ์ุดี แปลกใหม่ไม่ซ้ากับพ้ืนที่อื่นและ
เหมาะสมกับสภาพพนื้ ที่ เช่น ผกั กาดเคล ซงึ่ กาลังเปน็ ทีน่ ยิ มในปจั จุบัน จะทาให้มีราคาดี เป็นท่ีต้องการของ
ตลาดและสามารถพฒั นาเป็นแหลง่ ทอ่ งเที่ยวได้
การด้าเนินงาน ดาเนินการประสานงานกับมูลนิธิโครงการหลวง (ศูนย์พัฒนาโครงการ
หลวงแม่สาใหม่) เร่ืองพันธุ์พืชท่ีควรส่งเสริมการปลูก และได้นากล้าพันธุ์พืชผัก ได้แก่ ผักกาดหอมห่อ สลัด
คอส เบบ้ฮี ่องเต้ คะน้า และผักกาดเคล เพื่อนามาปลูกในแปลงสาธิตภายในพ้ืนท่ีศูนย์ฯ ปัจจุบันมีเกษตรกร
ในโครงการฯเรมิ่ ใหค้ วามสนใจในการปลูกผักกาดเคล และมีการนาองค์ความรูไ้ ปใช้ในพ้นื ท่ีของตนเอง
46
ภาพที่ 33 แปลงสาธิตการปลูกผักกาดเคลภายในศนู ย์สาธิตการเรยี นร้เู กษตรบนพนื้ ที่สงู
ภาพท่ี 34 เกษตรกรนา้ วิธกี ารปลกู ผักกาดเคลไปประยุกต์ใชใ้ นพ้ืนทขี่ องตนเอง
2.2.23 ประเด็นข้อเสนอแนะท่ี 24 การจัดกิจกรรมพิเศษควรแสดงให้เห็นว่าการดาเนินงาน
ต่างๆ มีอะไรเป็นจุดเด่น เกษตรกร ชุมชน ได้รับประโยชน์และมีความเป็นอยู่ท่ีดีขึ้นอย่างไร และเสนอแนะ
ให้กรมปศุสตั ว์และกรมประมงพิจารณาถงึ ความเหมาะสมในการสง่ เสรมิ ให้เกษตรกรเล้ียงสัตว์นอกเหนือจาก
การปลูกพืช ประเด็นข้อเสนอแนะที่ 25 การกาหนดกิจกรรมต้องสอดคล้องกับฤดูกาลและคานึงถึงความ
เป็นไปได้ในการจัดกิจกรรมรวมทั้งประโยชน์ท่ีชุมชนจะได้รับ และประเด็นข้อเสนอแนะที่ 26 ปฏิทิน
โครงการควรแสดงให้เห็นถงึ ความสาเร็จของโครงการในระยะ 1 ปี ถ้าสามารถทาให้เกษตรกรเข้าโครงการ
สามารถผลิตผลผลิตและสร้างรายไดใ้ หก้ บั ครัวเรือนได้ตามที่วางแผน ถือว่าโครงการประสบผลสาเร็จในการ
พัฒนาอาชีพให้เกษตรกร ซงึ่ จะเปน็ กจิ กรรมสาคญั ทีโ่ ดดเด่นในปี 2564
การด้าเนินงาน เน่ืองจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเช้ือโควิด-19 ทาให้ไม่สามารถจัด
กิจกรรมพิเศษ ทงั้ นีไ้ ดเ้ ตรยี มความพร้อมเพื่อจัดกิจกรรมตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย และมีแผนเตรียมเข้า
ประชมุ กบั คณะทางานโครงการเกษตรวิชญาต่อไป
47
2.2.24 ประเดน็ ข้อเสนอแนะที่ 27 การนาเสนอเนอ้ื หาของศูนย์ ให้นาเสนอเก่ียวกับบริบทของ
พื้นที่ ท่มี าและความสาคัญของการแบ่งสดั ส่วนและการใช้ประโยชน์ท่ีดิน โดยให้จัดทาเป็นวีดีทัศน์ไว้สาหรับ
นาเสนอแก่ ผศู้ ึกษาดูงาน
การด้าเนินงาน ดาเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลวีดีทัศน์เกี่ยวกับโครงการเกษตรวิชญา และ
นาเสนอให้แก่ผู้เข้ามาศึกษาดูงานโครงการ อาทิเช่น วิดีทัศน์เรื่อง เกษตรวิชญา : พระราชดาริเพื่อการ
พัฒนาพื้นท่ีภาคเหนือ (https://www.youtube.com/watch?v=otadxynDN2Y) วิดีทัศน์เร่ือง โครงการ
เกษตรวิชญา : พระราชปณิธานในการพัฒนาการเกษตร ท่ีเผยแพร่โดยสานักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อ
ประสานโครงการอันเนื่องพระราชดาริ (https://www.youtube.com/watch?v=53zDBdVuPPQ&t
=283s) รวมถงึ วางแผนจัดทาวดี ีทัศน์ประจาปี เพ่ือปรับปรุงข้อมูลใหเ้ ป็นปจั จบุ ันและครบถว้ นสมบรู ณ์
2.3 ผลการติดตามและประเมนิ ผลโครงการ ปีงบประมาณ 2563
ในปีงบประมาณ 2564 สานักงานเศรษฐกิจการเกษตรท่ี 1 เชียงใหม่ ได้ดาเนินการติดตามผล
ผู้ผ่านการอบรมฯ ปี 2563 ซึ่งมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดาเนินการส่งเสริมและ
จัดฝึกอบรมภายใต้โครงการ จานวน 6 หน่วยงาน 9 หลักสูตร มีผู้ผ่านการอบรมจานวน 476 ราย โดย
ดาเนนิ การสุ่มสัมภาษณผ์ ้ผู ่านการอบรมฯ จานวน 145 ราย คิดเป็นร้อยละ 30.46 ของจานวนผู้ผ่านการ
อบรมทง้ั หมด จานวน 9 หลกั สูตร ได้แก่ 1) การใช้เช้ือจุลินทรีย์และแมลงควบคุมศัตรูพืช จานวน 60 ราย
โดยสานักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ 2) การผลิตอโวคาโดคุณภาพ จานวน 50 ราย โดยสานักงานเกษตร
จงั หวัดเชียงใหม่ 3) การเพาะเลีย้ งสัตวน์ า้ และการอนรุ กั ษ์ทรพั ยากรประมง จานวน 40 ราย โดยสานักงาน
ประมงจังหวัดเชียงใหม่ 4) การจัดทาบัญชีต้นทุนอาชีพ-บัญชีครัวเรือน จานวน 60 ราย โดยสานักงาน
ตรวจบัญชีสหกรณ์เชียงใหม่ 5) การประชุมเชิงปฏิบัติการการประยุกต์ใช้แนวพระราชดาริเป็นแนวทาง
การขับเคล่ือนเพ่ือพัฒนาสหกรณ์อย่างย่ังยืน (บันได 7 ขั้น) จานวน 30 ราย โดยสานักงานสหกรณ์จังหวัด
เชียงใหม่ 6) การแปรรูปหม่อนไหม จานวน 40 ราย โดยศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่
7) การเพ่มิ สายพันธ์ุไผ่ในพ้ืนท่ีธนาคารอาหารชุมชน จานวน 66 ราย โดยสานักงานการปฏิรูปท่ีดินจังหวัด
เชียงใหม่ 8) การนาเท่ียวเส้นทางธรรมชาติธนาคารอาหารชุมชน (มัคคุเทศก์น้อย) จานวน 30 ราย
โดยสานักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ 9) การปลูกจิตสานึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
สิ่งแวดล้อมและการใช้ประโยชน์อย่างรู้คุณค่า จานวน 100 ราย โดยสานักงานการปฏิรูปท่ีดินจังหวัด
เชียงใหม่
ผลที่ได้ ในภาพรวมผูผ้ ่านการฝึกอบรม ได้นาความรทู้ ีไ่ ดร้ ับการอบรมไปใช้ประโยชน์ นาไปปฏิบัติ
รอ้ ยละ 82.07 สว่ นใหญ่ในเร่อื ง 1) การเพาะเลี้ยงสัตว์น้าและการอนุรักษ์ทรัพยากรประมง (การเลี้ยงปลา
นิลและปลาดุก) 2) การปลูกจิตสานึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและการใช้ประโยชน์อย่าง
รู้คุณค่า ได้รับความรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การไม่ตัดไม้ทาลายป่า 3) การนาเท่ียวเส้นทาง
ธรรมชาติธนาคารอาหารชุมชน (มัคคุเทศก์น้อย) ได้รับควำมรู้ประโยชน์ของป่ำไม้ และกำรฝึกพูด
ต่อสำธำรณชน และไมน่ าไปปฏิบตั ริ ้อยละ 17.93 เนื่องจากผู้ผ่านการอบรมมีภาระงานในแปลงเกษตรมาก
จงึ ยงั ไม่ไดน้ าความรูท้ ไ่ี ด้รบั ไปปฏิบัติ
48
ผลกระทบระยะสน้ั จากผลท่ีได้ สานักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขตที่ 1 ไดว้ เิ คราะหถ์ ึงกระทบ ดังนี้
1. ด้านเศรษฐกิจ เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ ร้อยละ 36.55 ซ่ึงส่งผลให้มีการ
เปลี่ยนแปลงด้านรายจ่ายลดลง หรือมีรายได้เพ่ิมข้ึน ได้แก่หลักสูตร 1) การใช้เชื้อจุลินทรีย์และแมลง
ควบคุมศัตรูพืช ทาให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้สารเคมีได้ 2) การเพาะเลี้ยงสัตว์น้าและการอนุรักษ์
ทรัพยากรประมง ทาให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการบริโภค และมีรายได้เสริม และ 3) การประชุมเชิง
ปฏิบัติการการประยุกต์ใช้แนวพระราชดาริเป็นแนวทางการขับเคลื่อนเพ่ือพัฒนาสหกรณ์อย่างยั่งยืน
(บนั ได 7 ขน้ั ) สมาชิกสหกรณ์การเกษตรบ้านกองแหะจะได้ผลตอบแทนเปน็ เงนิ ปันผล เป็นตน้
2. ด้านสังคม ผู้ผ่านการฝึกอบรมนาความรู้ไปใช้ในการรวมกลุ่มร้อยละ 33.79 โดยนาไปใช้
ประโยชน์ผ่านกลุ่มท่ีดาเนินการในพื้นที่ ได้แก่ 1) กลุ่มเกษตรกรบ้านกองแหะ 60 ราย มีการประชุมและ
ทาปุ๋ยหมกั ไวใ้ ช้ร่วมกนั 2) กลุ่มผู้ทาบัญชคี รวั เรือน มกี ารปรึกษาการบนั ทึกบัญชีด้วยกัน และมีครูบัญชีอาสา
จานวน 3 ท่าน เป็นท่ีปรึกษากลุ่ม 3) กลุ่มสมาชิกสหกรณ์การเกษตรบ้านกองแหะ มีการประชุมประจาปี
เพื่อรับทราบการแบ่งปันหุ้น และผลประโยชน์ของสมาชิก และ 4) กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ช่วยสร้างรายได้
เสรมิ ใหแ้ กส่ มาชกิ
3. ด้านสิ่งแวดล้อม ผู้ผ่านการอบรมได้นาความรู้ท่ีได้รับไปใช้ แล้วเกิดการเปล่ียนแปลงด้าน
ส่ิงแวดล้อมในแปลงเกษตร ร้อยละ 86.96 และไม่เกิดการเปล่ียนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมในแปลงเกษตร
ร้อยละ 13.04 โดยหลักสูตรท่ีเก่ียวข้องกับด้านส่ิงแวดล้อม ได้แก่ 1) หลักสูตรการใช้เช้ือจุลินทรีย์และ
แมลงควบคุมศัตรูพืช ผู้ผ่านการฝึกอบรมนาความรู้ไปปฏิบัติแล้วพบว่า ระบบนิเวศน์ในแปลงเกษตร
เปลี่ยนแปลงร้อยละ 87.50 เน่ืองจากเมื่อนาเช้ือจุลินทรีย์ แมลงควบคุมศัตรูพืช และปุ๋ยหมัก ไปใช้ในแปลง
เกษตรแล้ว ส่งผลให้ลดการใช้สารเคมีลง ดินมีสภาพดีข้ึน และพืชเจริญเติบโตดี และ 2) หลักสูตรการ
ประชุมเชิงปฏิบัติการการประยุกต์ใช้แนวพระราชดาริเป็นแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาสหกรณ์
อย่างย่ังยืน (บันได 7 ข้ัน) ผู้ผ่านการฝึกอบรมนาความรู้ไปปฏิบัติแล้วพบว่า ระบบนิเวศน์ในแปลงเกษตร
เปล่ียนแปลงร้อยละ 85.71 เน่ืองจากมีการนาปุ๋ยหมัก และน้าหมักชีวภาพไปใช้ในแปลงเกษตรมากข้ึน
ลดการใชส้ ารเคมลี ง สง่ ผลให้ดนิ มีสภาพดขี ้ึน และพชื เจริญเตบิ โตดี
4. ด้านความยั่งยืน ผู้ผ่านการฝึกอบรมจะดาเนินกิจกรรมต่อเน่ืองร้อยละ 44.14 เนื่องจาก
ความรู้ด้านการเกษตรที่ได้รับสามารถนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน และประกอบอาชีพได้ รองลงมา
จะดาเนินการต่อบางกิจกรรมร้อยละ 24.14 ไม่แน่ใจว่าจะดาเนินการต่อหรือไม่ร้อยละ 18.62 และ
ไม่ดาเนินการต่อร้อยละ 13.10 เน่ืองจากมีภาระงานแปลงเกษตรมากจึงยังไม่มีเวลานาความรู้ท่ีได้รับ
ไปปฏิบตั ิต่อเน่อื ง
5. ร้อยละความพึงพอใจภาพรวม พิจารณาจากความพึงพอใจด้านเนื้อหาการอบรม
ระยะเวลาอบรม การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น วิทยากร เอกสาร ปัจจัยการผลิต ผลผลิตท่ีเกิด
จากการปฏิบัติ การลงทะเบียน สถานท่ีส่งเสริมและฝึกอบรม และแปลงสาธิต ซึ่งผู้ผ่านการอบรมพึงพอใจ
ต่อกิจกรรมโครงการภาพรวม ในระดบั มากที่สุดด้วยคะแนน 4.70 (คะแนนเต็ม 5)
49
2.4 ผลสมั ฤทธจ์ิ ากการดา้ เนนิ งานโครงการ
1. มศี นู ยเ์ รียนรดู้ า้ นการเกษตรบนพน้ื ทสี่ งู แบบผสมผสาน ประกอบด้วยศูนย์เรียนรู้จานวน 5 ศูนย์
ได้แก่ ศูนย์เรยี นร้ดู ้านการเกษตรสมัยใหม่ ศูนย์เรียนร้ธู นาคารอาหารชุมชน ศูนย์เรียนรู้ด้านการอนุรักษ์และ
ฟนื้ ฟปู า่ ศูนย์เรียนรู้การขยายผลสู่เกษตรกรต้นแบบ และศูนย์เรียนรู้พ้ืนท่ีทรงงาน ในปีงบประมาณ 2564
มีผูเ้ ขา้ มาเยีย่ มชมศูนย์เรียนรู้เกษตรวชิ ญา จานวน 234 คน
2. เกษตรบ้านกองแหะ จานวน 293 ครัวเรือน สามารถลดค่าครองชีพและต้นทุนค่าใช้จ่าย จาก
การใชพ้ ้นื ทธ่ี นาคารอาหารชุมชนเป็นแหลง่ อาหารของชมุ ชนรวมถงึ ไม้ใชส้ อยและสมนุ ไพร
3. พ้ืนท่ีแปลงเกษตรกรที่ได้รับการจัดสรร จานวน 58 แปลง ได้รับการปรับปรุงบารุงดิน โดยมี
ปริมาณอินทรียวัตถุเพ่ิมขึ้นจากระดับปานกลางเป็นระดับค่อนข้างสูง ค่าความเป็นกรดของดินลดลงจาก
ระดบั กรดจดั มากเปน็ ระดบั กรดจัด
4. ทรัพยากรป่าไม้ในพ้ืนที่โครงการมีความอุดมสมบูรณ์ครอบคลุมพ้ืนที่ป่าเน้ือท่ี 918 ไร่ และ
สามารถลดการเผาป่าในพื้นท่ีรอยต่อขอบเขตโครงการได้ร้อยละ 90 สามารถใช้เป็นต้นแบบการบูรณาการ
ขับเคลอ่ื นการใชท้ รพั ยากรปา่ ไม้อยา่ งย่ังยนื
5. มกี ารบูรณาการร่วมกนั ระหว่างหน่วยงานภาครฐั และชุมชน เพอ่ื สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง และรู้สึก
สานึกในการรกั ษาธรรมชาตใิ หค้ งอย่ยู ่งั ยนื สืบไป
50
ภาคผนวก
ศูนยป์ ฏิบัติการโครงการเกษตรวิชญา สานักงานพัฒนาที่ดินเขต ๖
บา้ นกองแหะ หมู่ 4 ตาบลโป่งแยง อาเภอแม่ริม จงั หวัดเชยี งใหม่
E-mail : [email protected]