The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kanlayawola2565, 2023-02-22 01:13:52

รูปเล่ม

รูปเล่ม

การพัฒนาระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application หน่วย พัฒนาครูบริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด Developing a system for searching and storing documents on Mobile Application Teacher Development Unit Amon 8558 Personnel Development and Education Innovation Co., Ltd. กัลยา โวลา โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยอาชีวศึกษามหาสารคาม สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 พ.ศ.2566


การพัฒนาระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application หน่วย พัฒนาครูบริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด Developing a system for searching and storing documents on Mobile Application Teacher Development Unit Amon 8558 Personnel Development and Education Innovation Co., Ltd. กัลยา โวลา โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชา คอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยอาชีวศึกษามหาสารคาม สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 พ.ศ.2566


ใบรับรองโครงการ หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ การพัฒนาระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application หน่วยพัฒนาครูบริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด Developing a system for searching and storing documents on Mobile Application Teacher Development Unit Amon 8558 Personnel Development and Education Innovation Co., Ltd. จัดทำโดย นางสาวกัลยา โวลา คณะกรรมการสอบโครงการ ลงชื่อ ประธานกรรมการ (นายประมุข ธรรมศิรารักษ์) ลงชื่อ กรรมการ (นางสาวดวงเนตร ยศคำลือ) ลงชื่อ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ (ดร.มงคล แสงอรุณ) สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 อนุมัติให้รับโครงการฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่งของ การศึกษาตามหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยอาชีวศึกษามหาสารคาม ลงชื่อ..................................................... (นางจุฬาลักษณ์ ฐาไชยลา) หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วันที่.........เดือน......................พ.ศ. ........... ลิขสิทธิ์ของ วิทยาลัยอาชีวศึกษามหาสารคาม สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3


ก กิตติกรรมประกาศ โครงการการพัฒนาระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application หน่วยพัฒนาครู บริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด สำเร็จสมบูรณ์ได้ด้วยดีได้รับความ กรุณาชี้แนะ และช่วยเหลืออย่างดียิ่งจาก ดร.มงคล แสงอรุณ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ ขอบคุณพระคุณ คุณวสุพล คะยอมดอก เลขาบริษัทและคุณอมร แก้วกาหลง ประธานบริษัท ที่ กรุณาให้คำแนะนำ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการ ขอขอบพระคุณคณาจารย์สาขาวิชา คอมพิวเตอร์ธุรกิจทุกท่าน ที่ได้ให้ความรู้ และให้ ประสบการณ์ อันมีค่ายิ่งจนสามารถสำเร็จการศึกษาระดับบัณฑิต ขอขอบพระคุณบิดา มารดา และญาติ พี่ น้อง ครอบครัว ทุกท่าน ที่ให้ความช่วยเหลือ และให้ กำลังใจในการศึกษาตลอดมา และขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ผู้ศึกษาไม่ได้เอ่ยนามไว้ ณ ที่นี่ ด้วย คุณค่าและประโยชน์อันพึงมีต่อผู้ที่สนใจศึกษาโครงการฉบับนี้ขอมอบเป็นกตัญญูกตเวทิตา แด่บิดา มารดา และบูรพาจารย์ ที่เคยอบรมสั่งสอน และผู้มีพระคุณทุกท่าน กัลยา โวลา


ข ชื่อโครงการ การพัฒนาระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application หน่วยพัฒนาครูบริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด Developing a system for searching and storing documents on Mobile Application Teacher Development Unit Amon 8558 Personnel Development and Education Innovation Co., Ltd. ผู้จัดทำโครงการ นางสาวกัลยา โวลา อาจารย์ที่ปรึกษา ดร.มงคล แสงอรุณ ปริญญา เทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชา คอมพิวเตอร์ธุรกิจ สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 วิทยาลัยอาชีวศึกษามหาสารคาม ปีที่พิมพ์2566 บทคัดย่อ การศึกษาโครงการพัฒนาทักษะวิชาชีพ เรื่อง การพัฒนาระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application หน่วยพัฒนาครูบริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด มี วัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application หน่วยพัฒนาครู บริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของ ผู้ใช้งานในระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application หน่วยพัฒนาครูบริษัทอมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด ประชากรบุคลากรบริษัท จำนวน 5 คน สมาชิกผู้เข้า อบรม หลักสูตรที่ 1 รายงานรอบเดือนธันวาคม จำนวน 130 คน โดยเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 97 ท่าน ได้แก่ ประธานบริษัท เลขานุการบริษัท สมาชิกผู้เข้าอบรม หลักสูตรที่ 1 และ บุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้งาน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือแบบสอบถามความพึง พอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยการพัฒนาระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application หน่วยพัฒนาครู บริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด พบว่า ผลประเมินความพึงพอใจ ระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application หน่วยพัฒนาครู บริษัท อมร 8558 พัฒนา บุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด โดยรวมพบว่า ผลรวมในทุกด้านภาพรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.06 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ โดยเรียงลำดับข้อมูลจากมากไปน้อย ด้านการเข้าถึงข้อมูล สารสนเทศ งานเอกสารด้านต่างๆ อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.48 ด้านองค์ประกอบระบบ อยู่ใน ระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.91 และด้านประสิทธิภาพการใช้งาน อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.78 คำสำคัญ : ระบบจัดการเอกสาร , หน่วยพัฒนาครู , การพัฒนาระบบ


ค TITLE Developing a system for searching and storing documents on Mobile Application Teacher Development Unit Amon 8558 Personnel Development and Education Innovation Co., Ltd. AUTHOR Kanlaya Wola ADVISORS Dr.Mongkol Sangaroon DEGREE Bachelor of Technology MAJOR Business computer INSTITUTE OF VOCATIONAL EDUCATION: NORTHEASTERN REGION 3 COLLAGE Mahasarakham Vocational College YEAR 2023 ABSTRACT A study of the Professional Skills Development Project on the development of search and document storage systems on Mobile Application Teacher Development Unit of Amorn 8558 Personnel Development and Educational Innovation Co., Ltd. has the objectives 1) to develop a search system and document storage on Mobile Application Teacher Development Unit Amorn 8558 Personnel Development and Educational Innovation Co., Ltd. 2) To study the satisfaction of users in the search system and document storage on Mobile Application, Teacher Development Unit, Amorn 8558 Personnel Development and Educational Innovation Co., Ltd., population of company personnel, 5 people, members of the training course 1, monthly report. December 130 people By purposive sampling, 97 people were selected, namely the company president, company secretary. Participants in the 1st course and personnel involved in the use The data collection tool was the satisfaction questionnaire. The statistics used to analyze the data were mean and standard deviation. The results of the research on the development of a search and document storage system on Mobile Application Teacher Development Unit, Amorn 8558 Personnel Development and Educational Innovation Co., Ltd. found that the satisfaction assessment results for the search and document storage system on Mobile Application Teacher Development Unit, Amorn 8558 Development Company Personnel and Educational Innovation Co., Ltd. Overall, it was found that the overall results in all aspects were at a high level. The mean was 4.06 considering each item. By sorting the data from the most to the least. information access Document work at a high level The mean was 4.48 for the system components. at a high level The average was 3.91 and the efficiency of use. at a high level The mean was 3.78. Keywords : document management system , teacher development unit , system development


ง สารบัญ หน้า กิตติกรรมประกาศ……………………………………………………………………………………………………………. ก บทคิดย่อภาษาไทย………………………………………………………………………………………………………….. ข บทคัดย่อภาษาอังกฤษ……………………………………………………………………………………………………… ค สารบัญ…………………………………………………………………………………………………………………………… ง สารบัญตาราง………………………………………………………………………………………………………………….. ฉ สารบัญภาพ……………………………………………………………………………………………………………………. ช บทที่ 1 บทนำ 1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา……………………………………………………………… 1 1.2 วัตถุประสงค์ของโครงการ………………………………………………………………………………… 1 1.3 ขอบเขตการศึกษา……………………………………………………………………….…………………… 1 1.4 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ………………………………………………………………………………… 2 1.5 นิยามศัพท์เฉพาะ……………………………………………………………………….…………………… 3 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 หน่วยพัฒนาครู บริษัท อมร 8558 พัฒนาครูและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด…… 4 2.2 ความรู้เกี่ยวกับ Mobile Application……………….……………….……………….……………. 4 2.3 ความรู้เกี่ยวกับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์……………….……………….……………….……… 7 2.4 ระบบการจัดการเอกสาร……………….……………….……………….……………….………………. 10 2.5 การออกแบบส่วนต่อประสานผู้ใช้ (User Interface) ……………….……………….………… 12 2.6 ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการพัฒนาระบบ……………….……………….……………….……………….…… 15 2.7 การออกแบบและพัฒนาระบบ SDLC Model……………….……………….……………….…… 29 2.8 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง……………….……………….……………….……………….……………….……… 33 บทที่ 3 วิธีดำเนินงาน 3.1 การวางแผนระบบ (System Planning)..………………..…………….……………….…………… 35 3.2 การวิเคราะห์ระบบ (System Analysis)...…………….…………….………….…………….……. 37 3.3 การออกแบบระบบ (System Design)..……………………………………………………………… 40 3.4 การพัฒนาระบบ (System Development).……………………………………………………… 42 3.5 การติดตั้งระบบ (System Implementation).…………………………………………………… 43 3.6 การดูแลรักษาระบบ (System Maintenance).………………………………………………….. 43 3.7 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล……………………………………………………………….. 44 3.8 การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ………………………………………………………………………………. 44


จ สารบัญ (ต่อ) หน้า บทที่ 4 ผลการศึกษา 4.1 ผลการวางแผนระบบ………………………………………………………………………………………… 47 4.2 ผลการวิเคราะห์ระบบ………………………………………………………………………………………. 47 4.3 ผลการออกแบบระบบ………………………………………………………………………………………. 48 4.4 ผลการพัฒนาระบบ………………………………………………………………………………………….. 51 4.5 ผลการติดตั้งระบบ……………………………………………………………………………………………. 56 4.6 ผลการดูแลรักษาระบบ……………………………………………………………………………………… 58 4.7 ผลการสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล………………………………………………. 59 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการศึกษา……………………………………………………………………………………………… 64 5.2 อภิปรายผลการศึกษา……………………………………………………………………………………….. 64 5.3 ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับระบบ……………………………………………………………………………….. 65 บรรณานุกรม ภาคผนวก ภาคผนวก ก ภาคผนวก ข ประวัติผู้เขียน


ฉ สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า 4.1 ข้อมูลทั่วไป เพศ………………………………………………………………………………………………………… 60 4.2 ข้อมูลทั่วไป อายุ………………………………………………………………………………………………………… 60 4.3 ข้อมูลทั่วไป สถานภาพ……………………………………………………………………………………………….. 60 4.4 ด้านองค์ประกอบระบบ………………………………………………………………………………………………. 61 4.5 ด้านการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศ งานเอกสารด้านต่างๆ…………………………………………………… 62 4.6 ด้านประสิทธิภาพการใช้งาน……………………………………………………………………………………….. 62 4.7 ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้งานที่มีต่อการใช้งานระบบสืบค้น…………………………… และจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application หน่วยพัฒนาครูบริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัดทุกด้าน 63


ช สารบัญภาพ ภาพที่ หน้า 2.1 แอปพลิเคชันเกี่ยวกับการจองคอนโด……………………………………………………………………………. 5 2.2 แอปพลิเคชันเกี่ยวกับการท่องเที่ยว……………………………………………………………………………… 5 2.3 แอปพลิเคชันเกี่ยวกับอาหาร……………………………………………………………………………………….. 6 2.4 แอปพลิเคชันเกี่ยวกับการขายสินค้า…………………………………………………………………………….. 6 2.5 แอปพลิเคชันเกี่ยวกับหน่วยงานราชการ……………………………………………………………………….. 7 2.6 โครงสร้างสถาปัตยกรรมของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์………………………………………………. 8 2.7 หน้าต่างเว็บไซต์ appsheet………………………………………………………………………………………… 15 2.8 หน้าเว็บไซต์ appsheet……………………………………………………………………………………………… 16 2.9 หน้า Login……………………………………………………………………………………………………………….. 16 2.10 หน้าหลังบ้านของเว็บไซต์………………………………………………………………………………………….. 17 2.11 หน้าสร้างแอปพลิเคชัน…………………………………………………………………………………………….. 17 2.12 หน้าตั้งชื่อแอปพลิเคชัน…………………………………………………………………………………………….. 17 2.13 หน้าเลือกข้อมูล……………………………………………………………………………………………………….. 17 2.14 หน้าการสร้างแอปพลิเคชันตัวอย่าง……………………………………………………………………………. 18 2.15 หน้าต่าง Install………………………………………………………………………………………………………. 18 2.16 แอปพลิเคชันบนหน้าจอโทรศัพท์………………………………………………………………………………. 18 2.17 Google Workspace………………………………………………………………………………………………. 19 2.18 โปรแกรม Google Sheets………………………………………………………………………………………. 21 2.19 หน้าการเข้าใช้งาน……………………………………………………………………………………………………. 21 2.20 หน้าต่างเอกสารสเปรดชีต…………………………………………………………………………………………. 22 2.21 หน้าเปลี่ยนชื่อเอกสาร……………………………………………………………………………………………… 22 2.22 การนำเข้าไฟล์…………………………………………………………………………………………………………. 22 2.23 หน้าการอัพโหลดไฟล์……………………………………………………………………………………………….. 23 2.24 การเลือกไฟล์และกำหนดรูปแบบ………………………………………………………………………………. 23 2.25 ส่วนประกอบของ Google Sheets……………………………………………………………………………. 23 2.26 โปรแกรม Google chrome…………………………………………………………………………………….. 24 2.27 ส่วนประกอบ Google Chrome……………………………………………………………………………….. 25 2.28 โปรแกรม Canva…………………………………………………………………………………………………….. 26 2.29 หน้าลงชื่อเข้าใช้งาน…………………………………………………………………………………………………. 27 2.30 หน้าการสมัครใช้งาน………………………………………………………………………………………………… 27 2.31 การเลือกใช้งาน……………………………………………………………………………………………………….. 27


ซ สารบัญภาพ (ต่อ) ภาพที่ หน้า 2.32 หน้าต่างการใช้งาน…………………………………………………………………………….…………………….. 28 2.33 ขั้นตอน SDLC Model ……………………………………………………………………………………………. 30 2.34 การพัฒนาระบบ SDLC Model ……………………………………………………………………………….. 33 3.1 ผังงานการเข้าใช้งานของผู้ใช้……………………………………………………………………………………….. 38 3.2 ผังงานระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application……………………………………. หน่วยพัฒนาครู บริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด 39 3.3 หน้าหลักของแอปพลิเคชันและเมนูใช้งานต่างๆ…………………………………………………………….. 40 3.4 หน้าแสดงหน้าของเอกสารทั่วไป เอกสารการบรรยาย และตัวอย่างรายงาน……………………... 40 3.5 หน้าแสดงหน้าของเอกสารอื่นๆ และหน้าติดต่อเรา……………………………………………………...... 41 3.6 หน้าการเพิ่มเมนูเอกสาร…………………………………………………………………………………………….. 41 3.7 หน้าการเพิ่มเอกสารทั่วไปและตัวอย่างการรายงาน……………………………………………………..... 42 4.1 หน้าแรกของผู้ใช้………………………………………………………………………………………………........... 48 4.2 หน้าเมนูของผู้ใช้………………………………………………………………………………………………………… 49 4.3 หน้าแสดงหน้าติดต่อเรา……………………………………………………………………………………………… 49 4.4 หน้าเมนูด้านตัวอย่างรายงานการพัฒนาตน…………………………………………………………………… 50 4.5 หน้าเมนูของผู้ดูแลระบบ…………………………………………………………………………………………….. 50 4.6 หน้าฐานข้อมูล…………………………………………………………………………………………………………… 50 4.7 หน้าลงชื่อเข้าใช้งาน…………………………………………………………………………………………………… 51 4.8 เลือกบัญชี…………………………………………………………………………………………………………………. 51 4.9 หน้ารอเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน……………………………………………………………………………………. 52 4.10 หน้าแรกของแอปพลิเคชัน……………………………………………………………………………………...... 52 4.11 หน้าเมนูของแอปพลิเคชัน…………………………………………………………………………………………. 53 4.12 หน้าเมนูของแอปพลิเคชัน 2……………………………………………………………………………………... 53 4.13 หน้าเมนูติดต่อเรา…………………………………………………………………………………………………….. 54 4.14 หน้าเมนูตัวอย่างรายงานการพัฒนาตนเอง………………………………………………………………….. 54 4.15 หน้าเมนูผังงาน………………………………………………………………………………………………………… 55 4.16 ออกจากระบบ…………………………………………………………………………………………………………. 55 4.17 เลือก Log Out เพื่อออกจากระบบ……………………………………………………………………………. 55 4.18 การตั้งค่ากำหนดให้ผู้ใช้…………………………………………………………………………………………….. 56 4.19 การตั้งค่ากำหนดสิทธิ์ผู้เข้าใช้งาน………………………………………………………………………………. 56 4.20 หน้าแสดงการป้อนอีเมลที่ต้องการอนุญาต………………………………………………………………….. 56 4.21 การกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้โดยเชิญผ่าน Links……………………………………………………………………… 57


ฌ สารบัญภาพ (ต่อ) ภาพที่ หน้า 4.22 อีเมลเชิญการเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน…………………………………………………………………………. 57 4.23 แอปพลิเคชันบนหน้าจอสมาร์ทโฟน…………………………………………………………………………... 57 4.24 หน้าจอภายในแอปพลิเคชันของผู้ใช้งานระบบ…………………………………………………………….. 58 4.25 เอกสารคู่มือการใช้งาน……………………………………………………………………………………………… 58 4.26 การให้คำแนะนำการใช้งาน……………………………………………………………………………………….. 59


บทที่ 1 บทนำ 1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา หน่วยพัฒนาครู บริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด รหัสหน่วย พัฒนา 0445561000922 เป็นหน่วยพัฒนาครูที่ได้รับการรับรองจากสถาบันคุรุพัฒนา สำนักงานเลขาธิการ คุรุสภากระทรวงศึกษาธิการ ปัจจุบันการจัดการเอกสารในบริษัทส่วนใหญ่จะเป็นการเก็บให้อยู่ในรูปแบบ ไฟล์โฟลเดอร์และใน Google Drive มีการส่งเอกสารในรูปแบบไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น Gmail Hotmail เมื่อมีบุคลากรครูสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกกับทางบริษัท การจัดเก็บเอกสารใน หน่วยพัฒนาครู บริษัทอมร 8558ฯ เป็นการจัดเก็บเอกสารในคอมพิวเตอร์ และ Google Drive เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีเอกสารอยู่จำนวนมาก เนื่องจากเอกสารที่จัดเก็บในคอมพิวเตอร์จะ แยกจากเป็นไฟล์ที่อยู่ในโฟลเดอร์และอยู่ในคอมพิวเตอร์ทั้งหมด 4 เครื่องหลัก 2 เครื่องย่อยด้วยกัน เมื่อถึง เวลาที่จะค้นหาเรียกใช้เอกสารทำให้เกิดความลำบาก เสียเวลาในการค้นหา หรือบางครั้งต้องจัดทำเอกสาร ขึ้นมาใหม่ เพราะเอกสารไม่ได้อยู่ในเครื่องเดียว เมื่อมีการส่งเอกสารไปยังบุคลากรครูผ่านไปรษณีย์ อิเล็กทรอนิกส์ บุคลากรครูบางท่านก็หาเอกสารไม่พบหรือดาวน์โหลดแล้วลืมที่เก็บไฟล์เอกสารทำให้ต้อง ติดต่อมาที่บริษัทเพื่อขอรับเอกสารใหม่ จากการฝึกประสบการวิชาชีพในสำนักงานฝ่ายเจ้าหน้าที่ผู้แลระบบ จึงได้มีแนวความคิดที่จะทำการ นำโครงการการพัฒนาระบบจัดการและสืบค้นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยพัฒนาครูบริษัทอมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด มาต่อยอดให้อยู่ในรูปแบบการสืบค้นและจัดเก็บเอกสาร บน Mobile Application โดยการใช้แอปพลิเคชัน AppSheet ในจัดการระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสาร สามารถให้บุคลากรครูเข้าค้นหา ดาวน์โหลดเอกสารได้ มีเจ้าหน้าที่เป็นผู้ดูช่วยในการดูแล เพื่อเพิ่มความ สะดวกรวดเร็วในการทำงานและการเข้าใช้งานได้ง่ายของบุคลากรครูในปัจจุบัน 1.2 วัตถุประสงค์ของโครงการ 1.2.1 เพื่อพัฒนาระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application หน่วยพัฒนาครู บริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด 1.2.2 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้งานในระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application หน่วยพัฒนาครูบริษัทอมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด 1.3 ขอบเขตการศึกษา 1.3.1 ด้านระบบงาน 1.3.1.1 ส่วนของผู้ใช้งาน (User) สามารถใช้งานได้ ดังต่อไปนี้ 1) สามารถสืบค้นข้อมูล และแสดงผลเกี่ยวกับเอกสารได้ - คู่มือการใช้งาน - ประกาศรับรอง - เอกสารประกอบการบรรยาย - ตัวอย่างการรายงาน - ผังงาน


2 - แผนงาน - ตัวอย่างอื่น ๆ / อื่น ๆ 2) สามารถสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อของหน่วยพัฒนาครูบริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด 3) สามารถดู ดาวน์โหลดเอกสารได้ 1.3.1.2 ส่วนของผู้ดูแลระบบ (Admin) สามารถจัดการระบบได้ดังต่อไปนี้ 1) สามารถเพิ่ม ลบ และแก้ไขข้อมูลได้ 2) สามารถกำหนดสิทธิ์ของผู้เข้าใช้งานได้ 1.3.2 ด้านฮาร์ดแวร์ 1.3.2.1 โน้ตบุ๊ก HP 14-cm0112AU หน่วยประมวลผล Intel Core i3-5005U หน่วยความจำ (RAM) สูงสุด 4GB 1.3.2.2 ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows 10 Pro 13.3 ด้านซอฟต์แวร์ 1.3.3.1 โปรแกรม Web Service : AppSheet 1.3.3.2 โปรแกรม Google Apps : Google Sheet 1.3.3.3 โปรแกรม Web Browser : Google Chrome 1.3.3.4 โปรแกรม Canva 1.3.4 ด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แบ่งประชากร และกลุ่มตัวอย่าง ดังนี้ 1.3.4.1 ประชากร 1) บุคลากรหน่วยพัฒนาครูบริษัทอมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทาง การศึกษา จำกัด จำนวน 5 คน 2) สมาชิกผู้เข้าอบรม หลักสูตรที่ 1 รายงานรอบเดือนธันวาคม จำนวน 130 คน 1.3.4.2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง สำหรับประเมินความพึงพอใจของระบบสืบค้นและ จัดเก็บเอกสารบน Mobile Application หน่วยพัฒนาครู บริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรม ทางการศึกษา จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนของประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ โดยเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 97 ท่าน ได้แก่ ประธานบริษัท เลขานุการบริษัท สมาชิกผู้เข้าอบรม หลักสูตรที่ 1 และบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้งาน 1.4 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.4.1 มีระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application หน่วยพัฒนาครู บริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด สำหรับใช้งานในหน่วยงาน 1.4.2 ผู้ใช้งานสามารถสืบค้นและดาวน์โหลดเอกสารบน Mobile Application ได้อย่างสะดวก และบุคลากรภายในหน่วยงานสามารถเพิ่ม ลบ แก้ไขข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว 1.4.3 ได้นำโครงการการพัฒนาระบบจัดการและสืบค้นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยพัฒนาครู บริษัทอมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด มาเป็นแนวทางในการพัฒนาต่อยอด


3 ให้เป็นระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application หน่วยพัฒนาครู บริษัท อมร 8558 พัฒนา บุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด 1.5 นิยามศัพท์เฉพาะ 1.5.1 ระบบการจัดการเอกสารบน Mobile Application หมายถึง ระบบการจัดการเอกสารใน รูปแบบออนไลน์ บนระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟน ที่มีคุณสมบัติในการค้นหา เพิ่ม ลบ แก้ไข ข้อมูลเอกสาร ในหน่วยพัฒนาครู บริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด 1.5.2 Mobile Application ประกอบขึ้นด้วยคำสองคำ คือ Mobile กับ Application Mobile คืออุปกรณ์สื่อสารที่ใช้ในการพกพา ส่วน Application หมายถึง ซอฟต์แวร์ที่ใช้เพื่อช่วยเหลือการทำงาน ของผู้ใช้ (User) โดยจะต้องมีสิ่งที่เรียกว่า ส่วนติดต่อกับผู้ใช้ (User Interface หรือ UI) เพื่อเป็นตัวกลาง การใช้งานต่างๆ ซึ่งนอกจากจะใช้งานได้ตามพื้นฐานของโทรศัพท์แล้ว ยังทำงานได้เหมือนกับเครื่อง คอมพิวเตอร์ เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่พกพาได้จึงมีคุณสมบัติเด่น คือ ขนาดเล็กน้ำหนักเบาใช้พลังงาน ค่อนข้างน้อย ปัจจุบันมักใช้ทำหน้าที่ได้หลายอย่างในการติดต่อแลกเปลี่ยนข่าวสารกับคอมพิวเตอร์ 1.5.3 หน่วยพัฒนาครู คือ หน่วยพัฒนาครูจัดอบรมครูตามโครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร หรือ “คูปองครู” ได้อย่างมีคุณภาพเพื่อพัฒนาคุณภาพครูสู่การยกระดับคุณภาพของผู้เรียน ปัจจุบันมี สมาชิกประมาณ 100 หน่วยพัฒนา และจะทวีจำนวนมากขึ้นตามลำดับ 1.5.4 การจัดเก็บเอกสาร คือ กระบวนการจัดระบบจำแนกและเก็บเอกสารให้เป็นระบบ ระเบียบ สะดวก สามารถค้นหาได้ง่ายในทันที่ ที่ต้องการใช้เอกสารนั้น และถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการบริหาร เอกสาร


บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษา ระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application หน่วยพัฒนาครู บริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด ผู้จำทำได้รวบรวมแนวคิดทฤษฎีและ หลักการต่างๆ จากเอกสารที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้ 2.1 หน่วยพัฒนาครู บริษัท อมร 8558 พัฒนาครูและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด 2.2 ความรู้เกี่ยวกับ Mobile Application 2.3 ความรู้เกี่ยวกับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 2.4 ระบบการจัดการเอกสาร 2.5 การออกแบบส่วนต่อประสานผู้ใช้ (User Interface) 2.6 ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการพัฒนาระบบ 2.7 การออกแบบและพัฒนาระบบ SDLC Model 2.8 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 หน่วยพัฒนาครู บริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด บริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด เป็นหน่วยพัฒนาครูที่ได้รับ การรับรองจากสถาบันคุรุพัฒนา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ มีพันธกิจในการส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนานวัตกรรมสู่คุณภาพ การศึกษา และมาตรฐานการศึกษา เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของ โลก การขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อข้าราชการครู พนักงานครู และบุคลากรทางการศึกษา และการบริการวิชาการฝึกอบรม ให้แก่สังคม และท้องถิ่น 2.2 ความรู้เกี่ยวกับ Mobile Application Mobile Application ประกอบขึ้นด้วยคำสองคำ คือ Mobile กับ Application มีความหมายดังนี้ Mobile คืออุปกรณ์สื่อสารที่ใช้ในการพกพา ซึ่งนอกจากจะใช้งานได้ตามพื้นฐานของโทรศัพท์แล้ว ยัง ทำงานได้เหมือนกับเครื่องคอมพิวเตอร์ เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่พกพาได้จึงมีคุณสมบัติเด่น คือ ขนาดเล็ก น้ำหนักเบาใช้พลังงานค่อนข้างน้อย ปัจจุบันมักใช้ทำหน้าที่ได้หลายอย่างในการติดต่อแลกเปลี่ยนข่าวสาร กับคอมพิวเตอร์ สำหรับ Application หมายถึงซอฟต์แวร์ที่ใช้เพื่อช่วยการทำงานของผู้ใช้ (User) โดย Application จะต้องมีสิ่งที่เรียกว่า ส่วนติดต่อกับผู้ใช้ (User Interface หรือ UI) เพื่อเป็นตัวกลางการใช้ งานต่าง ๆ Mobile Application เป็นการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่น โทรศัพท์มือถือแท็บเล็ตโดยโปรแกรมจะช่วยตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค อีกทั้งยังสนับสนุน ให้ ผู้ใช้โทรศัพท์ได้ใช้ง่ายยิ่งขึ้น ในปัจจุบันโทรศัพท์มือ หรือ สมาร์ทโฟน มีหลายระบบปฏิบัติการที่พัฒนา ออกมาให้ผู้บริโภคใช้ ส่วนที่มีคนใช้และเป็นที่นิยมมากก็คือ ios และ Android จึงทำให้เกิดการเขียนหรือ พัฒนา Application ลงบนสมาร์ทโฟนเป็นอย่างมาก อย่างเช่น แผนที่, เกมส์, โปรแกรมคุยต่างๆ และ หลายธุรกิจก็เข้าไปเน้นในการพัฒนา Mobile Application เพื่อเพิ่มช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้ามากขึ้น ตัวอย่าง Application ที่ติดมากับโทรศัพท์ อย่างแอปพลิเคชันเกมส์ชื่อดังที่ชื่อว่า Angry Birds หรือ


5 facebook ที่สามารถแชร์เรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ความรู้สึก สถานที่ รูปภาพ ผ่านทางแอปพลิเคชันได้ โดยตรงไม่ต้องเข้าเว็บบราวเซอร์ Mobile Application เหมาะสำหรับธุรกิจและองค์กรต่างๆในการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ รวมถึง ขยายการให้บริการผ่านมือถือ สะดวกง่าย ทุกที่ ทุกเวลา ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ เช่น 1. Mobile Application for Real Estate : โมบายแอปพลิเคชันสำหรับอสังหาริมทรัพย์ ใช้ในการเก็บข้อมูลลูกค้า การจอง การขายบ้าน คอนโด ที่ดิน ภาพที่ 2.1 แอปพลิเคชันเกี่ยวกับการจองคอนโด ที่มา : https://www.ddproperty.com 2. Mobile Application for Tourism : โมบายแอปพลิเคชันสำหรับการท่องเที่ยว โรงแรม บริษัททัวร์ สามารถดูข้อมูล จองที่พักได้ รวมถึงกลุ่ม MICE ที่สามารถจัดทำระบบการลงทะเบียน การชำระเงิน ข้อมูลการประชุม สัมมนา นิทรรศการ ภาพที่ 2.2 แอปพลิเคชันเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ที่มา : https://travel.mthai.com


6 3. Mobile Application for Restaurant : โมบายแอปพลิเคชันสำหรับภัตตาคารร้านอาหาร ร้านไวน์นำเสนอเมนูอาหารรูปแบบใหม่สร้างความแตกต่างและทันสมัย ภาพที่ 2.3 แอปพลิเคชันเกี่ยวกับอาหาร ที่มา : https://www.foodbook.asia 4. Mobile Application for Retail or Wholesale : โมบายแอปพลิเคชันสำหรับการขายสินค้า หรือ บริการ ทั้งแบบค้าปลีก ค้าส่ง ตัวแทนจำหน่าย หรือขายผ่านพนักงานขาย ภาพที่ 2.4 แอปพลิเคชันเกี่ยวกับการขายสินค้า ที่มา : https://www.akerufeed.com 5. Mobile Application for Education: โมบายแอปพลิเคชันสำหรับการศึกษาสถาบันการศึกษา หอสมุด ศูนย์ฝึกอบรม สามารถจัดทำสื่อการสอน การจัดทำบทเรียน 6. Learning Management System Mobile Application for Healthcare : สำหรับบริการ ทางการแพทย์ สาธารณสุข ในการให้คำปรึกษาทางไกล


7 7. Mobile Application for Logistics, Mobile Application for Government : สำหรับ หน่วยงานราชการในการนำเสนอฐานข้อมูล ข่าวสาร กิจกรรม บริการต่าง ๆ ของหน่วยงานในรูปแบบ ทันสมัยมากขึ้น เป็นต้น ภาพที่ 2.5 แอปพลิเคชันเกี่ยวกับหน่วยงานราชการ ที่มา : https://thematter.co 2.3 ความรู้เกี่ยวกับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ แอนดรอยด์ (Android) คือระบบปฏิบัติการแบบเปิดเผยซอร์ฟแวร์ต้นฉบับ (Open Source) โดย บริษัท กูเกิ้ล (Google Inc.) ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง เนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอน ดรอยด์มีจำนวนมาก อุปกรณ์มีหลากหลายระดับหลายราคา รวมทั้งสามารถทำงานบนอุปกรณ์ที่มีขนาด หน้าจอ และความละเอียดแตกต่างกันได้ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ตามต้องการ และหากมองใน ทิศทางสำหรับนักพัฒนาโปรแกรม (Programmer) แล้วนั้น การพัฒนาโปรแกรมเพื่อใช้งานบน ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ไม่ใช่เรื่องที่ยาก เพราะมีข้อมูลในการพัฒนารวมทั้ง Android SDK (Software Development Kit) เตรียมไว้ให้กับนักพัฒนาได้เรียนรู้ และเมื่อนักพัฒนาต้องการจะเผยแพร่หรือจำหน่าย โปรแกรมที่พัฒนาแล้วเสร็จ แอนดรอยด์ก็ยังมีตลาดในการเผยแพร่โปรแกรม ผ่าน Android Market แต่ หากจะกล่าวถึงโครงสร้างภาษาที่ใช้ในการพัฒนานั้น สำหรับ Android SDK จะยึดโครงสร้างของภาษาจา วา (Java language) ในการเขียนโปรแกรม เพราะโปรแกรมที่พัฒนามาได้จะต้องทำงานอยู่ภายใต้ Dalvik Virtual Machine เช่นเดียวกับโปรแกรมจาวา ที่ต้องทำงานอยู่ภายใต้ Java Virtual Machine (Virtual Machine เปรียบได้กับสภาพแวดล้อมที่โปรแกรมทำงานอยู่) นอกจากนั้นแล้ว แอนดรอยด์ ยังมีโปรแกรมแกรมที่เปิดเผยซอร์ฟแวร์ต้นฉบับ (Open Source) เป็นจำนวนมาก ทำให้นักพัฒนาที่สนใจ สามารถนำซอร์ฟแวร์ต้นฉบับ มาศึกษาได้อย่างไม่ยากประกอบกับ ความนิยมของแอนดรอยด์ได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก องค์ประกอบของแอนดรอยด์แอปพลิเคชัน สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทดังนี้ 1. Activity (User Interface) คือ สิ่งที่ใช้ในการแสดงผลออกมาเพื่อให้ผู้ใช้งานได้เห็น และได้ใช้งานโดย แต่ละแอปพลิเคชันนั่น อาจจะมีActivity เดียว หรือหลายๆ Activity และสิ่งที่อยู่ใน Activity นั้นจะเรียกว่า View ซึ่งมีอยู่หลายรูปแบบ เช่น button, text field, scroll bars, menu items, check boxes และอื่นๆ


8 2. Service (Service Provider) เป็นส่วนที่ไม่มีการแสดงผลแต่ถูกเรียกใช้ให้ รันอยู่ใน ลักษณะของ background process โดย service นั้นอาจจะมีการกระทำ อะไรบางอย่าง เช่น ติดต่อรับส่ง ข้อมูลผ่านเครือข่าย หรือคำนวณค่าต่างๆ แล้วทำการส่งข้อมูลไปแสดงยัง Activity ก็ได้ หรือการเปิดเพลง ในขณะที่เรากำลังทำงานบน แอปพลิเคชันอื่น 3. Broadcast receiver (Data Provider) คือ ตัวที่ใช้สำหรับคอยรับและตอบสนองต่อ เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น เมื่อแบตเตอรี่ต่ำ ,การเปลี่ยนภาษา, มีการโทรออก, มีข้อความเข้าและอื่นๆ ถึงแม้ broadcast receiver จะไม่มีส่วนของการแสดงผลแต่ก็สามารถที่จะเรียก Activity ขึ้นมาแสดงผลให้ ผู้ใช้ทราบได้ เรียกว่า Notification Manager ซึ่งจะเป็นตัวที่แจ้งเตือนในรูปแบบต่างๆ เช่น การสั่น,การ แสดงไฟกระพริบที่หน้าจอ หรือการส่งเสียงออกมาโดยจะมีicon แสดงอยู่บน status bar เพื่อแจ้ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 4. Content provider (System Event Listener) คือกลุ่มของข้อมูลที่สร้างมาจากแอป พลิเคชัน เพื่อให้แอปพลิเคชันอื่นๆ ได้นำไปใช้ โดยการจัดเก็บข้อมูลของ content provider นั้นจะอยู่ใน ลักษณะของ ไฟล์, ฐานข้อมูล SQLite และอื่นๆ ตัวอย่างแอปพลิเคชัน ที่ใช้งาน content provider ที่เห็น ชัดเจนที่สุดคือ โปรแกรม Contacts ที่แสดงรายชื่อใน Contacts สถาปัตยกรรมของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ แอนดรอยด์ เป็นซอฟต์แวร์ที่มีโครงสร้างแบบเรียงทับซ้อนหรือแบบสแตก (Stack) ซึ่งรวม เอาระบบปฏิบัติการ (Operating System), มิดเดิลแวร์ (Middleware) และแอปพลิเคชันที่สำคัญเข้าไว้ ด้วยกัน เพื่อใช้สำหรับทำงานบนอุปกรณ์พกพาเคลื่อนที่ เช่น โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น การทำงานของแอนดรอยด์มีพื้นฐานอยู่บนระบบลีนุกซ์เคอร์เนล ซึ่งใช้ Android SDK (Software Development Kit) เป็นเครื่องมือสำหรับการพัฒนาแอปพลิเคชันบนระบบปฏิบัติการแอน ดรอยด์และใช้ภาษาจาวา (Java) ในการพัฒนาสถาปัตยกรรมของแอนดรอยด์ (Android Architecture) นั้น ภาพที่ 2.6 โครงสร้างสถาปัตยกรรมของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ที่มา : https://pongployappdev.medium.com


9 การพัฒนาสถาปัตยกรรมของแอนดรอยด์ (Android Architecture) นั้น ถูกแบ่งออกเป็นลำดับชั้น ออกเป็น 5 ชั้นหลัก ดังนี้ 1. ชั้นแอปพลิเคชัน (Application)ชั้นนี้จะเป็นชั้นที่อยู่บนสุดของโครงสร้างสถาปัตยกรรม แอนดรอยด์ซึ่งเป็นส่วนของแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นมาใช้งาน เช่น แอปพลิเคชันรับส่งอีเมล์ SMS ปฏิทิน แผนที่ เว็บบราวเซอร์รายชื่อผู้ติดต่อ เป็นต้น ซึ่งแอปพลิเคชันจะอยู่ในรูปแบบของไฟล์ .apk โดยทั่วไปแล้ว จะอยู่ในไดเร็คทอรี data/app 2. ชั้นแอปพลิเคชันเฟรมเวิร์ค (Application Framework) ในชั้นนี้จะอนุญาตให้ นักพัฒนา สามารถเข้าเรียกใช้งาน โดยผ่าน API (Application Programming Interface) ซึ่งแอนดรอยด์ ได้ออกแบบไว้เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการใช้งานแอปพลิเคชันคอมโพเนนต์ (application component) โดยในชั้นนี้ประกอบด้วยแอปพลิเคชันเฟรมเวิร์คดังนี้ - View System เป็นส่วนที่ใช้ในการควบคุมการทำงานสำหรับการสร้างแอป พลิเคชัน เช่น lists, grids, text boxes, buttons และ embeddable web browser - Location Manager เป็นส่วนที่จัดการเกี่ยวกับค่าตำแหน่งของเครื่องอุปกรณ์ พกพาเคลื่อนที่ - Content Provider เป็นส่วนที่ใช้ควบคุมการเข้าถึงข้อมูลที่มีการใช้งานร่วมกัน (Share data) ระหว่างแอปพลิเคชันที่แตกต่างกัน เช่น ข้อมูลผู้ติดต่อ (Contact) - Resource Manager เป็นส่วนที่จัดการข้อมูลต่างๆ ที่ไม่ใช่ส่วนของโค้ด โปรแกรม เช่น รูปภาพ, localized strings, layout ซึ่งจะอยู่ในไดเร็คทอรี - Notification Manager เป็น ส่วนที่ควบคุมอีเวนต์ (Event) ต่างๆ ที่แสดงบน แถบสถานะ (Status bar) เช่น ในกรณีที่ได้รับข้อความหรือสายที่ไม่ได้รับและการแจ้งเตือนอื่นๆ เป็นต้น - Activity Manager เป็นส่วนควบคุม Life Cycle ของแอปพลิเคชัน 3. ชั้นไลบรารี (Library) แอนดรอยด์ได้รวบรวมกลุ่มของไลบรารีต่างๆ ที่สำคัญและมี ความจําเป็นเอาไว้มากมาย เพื่ออํานวยความสะดวกให้กับนักพัฒนาและง่ายต่อการพัฒนาโปรแกรม โดย ตัวอย่างของไลบรารีที่สำคัญ เช่น - System C library เป็นกลุ่มของไลบรารีมาตรฐานที่อยู่บนพื้นฐานของภาษา C ไลบรารีสำหรับระบบสมองกลฝังตัว (embedded system) ที่มีพื้นฐานมาจากลีนุกซ์ (Linux) - Media Libraries เป็นกลุ่มการทำงานมัลติมีเดีย เช่น MPEG4 H.264 MP3 AAC AMR JPG และ PNG - Surface Manager เป็นกลุ่มการจัดการรูปแบบหน้าจอ การวาดหน้าจอ - 2D/3D library เป็นกลุ่มของกราฟิกแบบ 2 มิติหรือ SGL (Scalable Graphics Library) และแบบ 3 มิติหรือ OpenGL - FreeType เป็นกลุ่มของบิตแมป (Bitmap) และเวคเตอร์ (Vector) สำหรับการ เรนเดอร์ (Render) ภาพ - SQLite เป็นกลุ่มของฐานข้อมูล โดยนักพัฒนาสามารถใช้ฐานข้อมูลนี้เก็บข้อมูล แอปพลิเคชันต่างๆ ได้ - Browser Engine เป็นกลุ่มของการแสดงผลบนเว็บบราวเซอร์โดยอยู่บน พื้นฐานของ WebKit ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับกูเกิลโครม (Google Chrome)


10 4. Android Runtime เป็นชั้นย่อยที่อยู่ในชั้นไลบรารีซึ่งจะประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก คือ - Dalvik VM (Virtual Machine) ส่วนนี้ถูกเขียนด้วยภาษา Java เพื่อใช้เฉพาะ การใช้งานในอุปกรณ์เคลื่อนที่ Dalvik VM จะแตกต่างจาก Java VM (Virtual Machine) คือ Dalvik VM จะรันไฟล์ .dex ที่คอมไพล์มาจากไฟล์ .class และ .jar โดยมี tool ที่ชื่อว่า dx ทำหน้าที่ในการบีบอัดคลาส Java ทั้งนี้ไฟล์ .dex จะมีขนาดกะทัดรัดและเหมาะสมกับอุปกรณ์เคลื่อนที่มากกว่า .class เพื่อต้องการใช้ พลังงานจากแบตเตอรี่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด - Core Java Library ส่วนนี้เป็นไลบรารีมาตรฐาน แต่ก็มีความแตกต่างจาก ไลบรารีของ Java SE (Java Standard Edition) และ Java ME (Java Mobile Edition) 5. ชั้นลีนุกซ์เคอร์เนล (Linux Kernel) ระบบแอนดรอยด์นั้นถูกสร้างบนพื้นฐานของ ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์โดยในชั้นนี้จะมีฟังก์ชันการทำงานหลายๆ ส่วน แต่โดยส่วนมากแล้วจะเกี่ยวข้องกับ ฮาร์ดแวร์โดยตรง เช่น การจัดการหน่วยความจํา (Memory Management) การจัดการโพรเซส (Process Management) การเชื่อมต่อเครือข่าย (Networking) เป็นต้น 2.4 ระบบการจัดการเอกสาร การจัดการเอกสาร DMS (Document Management System) คือ ระบบจัดการเอกสารแบบ ครบวงจร ในลักษณะ Digital ซึ่งหลักในการทำงานของระบบนี้คือ ช่วยจัดเก็บเอกสาร (Store) จัดการ เอกสาร (Manage) ติดตามเอกสาร (Track) ในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic) ทั้งนี้ Document Management System ระบบจัดเก็บเอกสาร ถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบ ECM (Enterprise Content Management) หรือก็คือระบบที่ช่วยจัดการ จัดเก็บ ควบคุม และบริหารข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ สรุปก็คือระบบ DMS เป็นระบบการจัดการเอกสารย่อยของ ECM อีกที โดยระบบ DMS ใช้หลักแนวคิด Paperless หรือที่เรียกว่า การใช้ทรัพยากรกระดาษให้น้อยที่สุด เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของเอกสารลงไป ช่วยจัดการเอกสารให้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย เสริมประสิทธิภาพวางรากฐาน Digital Transformation ให้องค์กรพร้อมเข้าสู่ Digital Workflow อย่าง สมบูรณ์แบบ หลักการทำงานของระบบ Document Management System 1. เป็นพื้นที่จัดเก็บเอกสารแบบ Digital (Store) เนื่องจากระบบจัดการเอกสาร เปรียบเสมือนตู้เก็บเอกสารขนาดใหญ่ เพียงแต่คุณเปลี่ยน กระดาษเอกสารให้เป็นรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ และทำการเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้เข้าไปใน โปรแกรม DMS ซึ่งสามารถจุเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้เป็นจำนวนมาก หมดปัญหาเรื่องหาพื้นที่เก็บเอกสาร ภายในองค์กรไปได้เลย 2. จัดประเภทชัดเจน ร่นเวลาหาเอกสาร (Search) เมื่อทำการเก็บเอกสารเป็นที่เรียบร้อย คุณสามารถจัดประเภทเอกสารได้ตามที่คุณ ต้องการ อย่างเช่น แบ่งประเภทเอกสารตามฝ่าย แบ่งประเภทเอกสารตามชื่อบุคคล เป็นต้น เพื่อลดปัญหา การค้นเอกสารไม่เจอ อีกทั้งทางระบบยังมีฟังก์ชันที่ช่วยให้หาเอกสารได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น 3. ระบุสิทธิ์การเข้าถึงเอกสารไว้ชัดเจน (Share) สามารถเลือกแจ้งสิทธิ์การเข้าถึงเอกสารภายในระบบการจัดการเอกสารได้ อย่างเช่น คุณ ต้องการให้เอกสารฉบับนี้มีคนในฝ่ายบัญชีเข้ามาแก้ไขได้ ฝ่ายการตลาดเข้ามาแก้ไขได้ หรือฝ่ายจัดซื้อเข้ามา


11 แก้ไข คุณสามารถระบุได้ตามต้องการ อีกทั้งยังสามารถใช้งานข้อมูลเอกสารพร้อมกันหลายๆคน และข้อมูล ในเอกสารจะอัพเดตแบบ Real-Time 4. จำกัดสิทธิ์เข้าถึงเอกสาร (Security) ระบบจะทำการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงการใช้งานของข้อมูลเอกสาร สามารถระบุเป็นรายชื่อ หรือเป็นฝ่ายที่สามารถเข้าถึงเอกสารได้ เพื่อความปลอดภัยของเอกสาร นอกจากการกำหนดสิทธิ์เข้าถึง เอกสารแล้ว ในระบบยังทำการรักษาเอกสารต้นฉบับ เพื่อป้องกันปัญหาลบเอกสารไปโดยไม่ตั้งใจ แถมยัง สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงการแก้ไขของเอกสาร ถือว่าเป็นการยกระดับความปลอดภัยให้กับเอกสาร อิเล็กทรอนิกส์ไปในตัว ประโยชน์ของการจัดการเอกสารด้วย Document Management System 1. DMS ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายภายในองค์กร หลายบริษัทที่มีกองเอกสารเป็นจำนวนมาก คุณคงเข้าใจดีที่จะต้องมานั่งหาตู้เก็บเอกสาร ภายในองค์กร จัดพื้นที่ให้เพียงพอกับเอกสารที่มีอยู่ หรือบางทีเอกสารเยอะจนไม่สามารถเก็บที่บริษัทได้ ก็ ต้องไปเช่าโกดังเพื่อเก็บเอกสารโดยเฉพาะ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ย่อมมีค่าใช้จ่ายที่ตามมา 2. เพิ่มประสิทธิภาพ Digital Workflow เปรียบการหาเอกสารสักใบในองค์กรยักษ์ใหญ่ ก็เหมือนเรากำลังงมเข็มในมหาสมุทร ถ้า มัวแต่มานั่งหาเอกสาร คงหมดไปเป็นวัน ดังนั้นการสร้าง Digital Workflow ให้มีประสิทธิภาพ ช่วยลด ขั้นตอนในการหาเอกสาร เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์ มีเวลาไปโฟกัสงานหลัก 3. สร้าง Centralize ให้กับองค์กร ระบบ Document Management System เป็นศูนย์กลางของข้อมูล เป็นที่รวบรวม เอกสารทั้งหมดขององค์กร ดังนั้นการจะหาเอกสารสักใบก็เป็นเรื่องง่าย สะดวกต่อการนำเอกสารมาใช้ รวมถึงยังเป็นพื้นที่กลางที่สามารถนำเอกสารส่งต่อให้คนในองค์กรได้อีกด้วย 4. เพิ่มความปลอดภัยให้กับเอกสารในองค์กร เนื่องจากเอกสารภายในองค์กรไม่ได้มีแค่เอกสารทั่วไปที่ใครก็สามารถเข้าถึงได้ แต่ยังมี เอกสารลับทางธุรกิจ และเอกสารข้อมูลลับอื่นๆ ที่ไม่ต้องการให้พนักงานทั่วไปเห็น ทาง Document Management System มีระบบรักษาความปลอดภัยของเอกสาร สามารถกำหนดการได้รับอนุญาตให้ เข้าถึงเอกสาร และยังช่วยป้องกันเอกสารเสียหายหรือสูญหายได้อีกด้วย ระบบจัดการเอกสารภายในองค์กร ระบบจัดการเอกสารภายในองค์กร สามารถอำนวยความสะดวกให้กับหลายๆ องค์กร สามารถจัดเก็บ ค้นหา เรียกใช้ และควบคุมสิทธิ์ในการแชร์เอกสารเพื่อการเข้าถึงได้ทุกรูปแบบ ด้วยฟังก์ชัน ที่มีการพัฒนาขึ้นทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงเอกสารได้ง่าย และยังสามารถจัดเก็บเอกสารในระบบการ จัดการเอกสารได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น PDG , JPG , TIF , BMP , DWG , DOCX , XLSX เมื่อระบบการ จัดการเอกสารสามารถจัดเก็บไฟล์ได้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ยังสามารถเข้าดูไฟล์เหล่านี้ได้ และยัง สามารถ Preview เอกสารได้โดยที่ไม่ต้องติดตั้ง Software อื่น ๆ เพิ่มเติมอีกง่ายและรวดเร็วต่อการใช้งาน ง่ายต่อการค้นหาเพราะตัวระบบการจัดการเอกสารจะรองรับการสร้างโฟลเดอร์หลัก และ โฟลเดอร์ย่อยจึงง่ายต่อการจัดเก็บไฟล์เอกสาร ในเมื่อเราอยู่ในยุค 4.0 แน่นอนว่าการพัฒนาระบบจะต้องใช้ งานง่ายสามารถเลือกใช้ได้ถึงสองภาษาหรืออาจมีภาษาอื่น ๆ เข้ามาทำให้สามารถใช้งานได้ดีมากขึ้น การ


12 เข้าใช้งานไม่จำเป็นต้องผ่าน Admin ของระบบตลอดเมื่อต้องการใช้งาน อย่างเช่นหากต้องการ เปลี่ยนแปลงรหัสผ่านก็สามารถทำได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องผ่าน Admin และยังมีระบบตรวจสอบการใช้งาน ระบบอัตโนมัติอยู่เสมอเมื่อมีการเข้าสู่ระบบหรือเปลี่ยนแปลงรหัสผ่าน ระบบการจัดการเอกสารมีฟังก์ชันที่รองรับการค้นหาเอกสารอย่างระบบ Advance Tag หากผู้ใช้งานทำการติด Tag เอกสารก็จะช่วยให้การค้นหาง่ายขึ้น หรือหากต้องการนำไฟล์ต่างๆ ที่มีจำนวน หลายไฟล์ก็สามารถอัพโหลดเข้าสู่ระบบพร้อมๆ กันทีละหลายๆ ไฟล์ได้เช่นกัน ด้วยความที่ระบบการ จัดการเอกสารผู้ใช้งานระบบสามารถเข้าถึงเอกสารได้ในเวลาพร้อมๆ กันจึงผู้พัฒนาระบบจึงได้พัฒนาให้มี ระบบ Auto Lock โดยจะทำการ lock เอกสารหากมีผู้ใช้งานกำลังทำการแก้ไขเอกสารอยู่ โดยผู้ใช้งานคน อื่นจะสามารถเปิดดูได้เท่านั้นไม่สามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงไฟล์เอกสารได้จึงเป็นการลดความมั่วของ ไฟล์เอกสารได้เป็นอย่างดี ระบบการจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์เป็นการรวมเทคโนโลยีต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันทั้งการ จัดการเอกสารการเรียกดูข้อมูลไม่ว่าจะเป็นภาพหรือสื่อผสม ระบบจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ช่วยคง สภาพเอกสารชององค์กรและยังสร้างประโยชน์และปรับปรุงหน้าที่การทำงานทางธุรกิจให้มีความรวดเร็ว ระบบจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ช่วยเพิ่มความคล่องตัวของการทำงานหากมีการเคลื่อนย้ายสำนักงานก็ ไม่ต้องคอยกังวลถึงความยุ่งยากของเอกสารเพราะได้มีการจัดเก็บไว้ในระบบการจัดการเอกสารเป็นอย่างดี ผู้พัฒนาระบบการจัดการเอกสารมักจะคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลเอกสารที่ ผู้ใช้งานนำเอกสารเข้าไปจัดเก็บไว้อย่างแน่นอนอาจเป็นเอกสารที่เป็นความลับ หรือมีความสำคัญกับองค์กร ระบบการจัดการเอกสารจึงมีฟังก์ชันที่รองรับการตั้งค่าสิทธิ์ในการเข้าถึงไฟล์ หรือโฟลเดอร์ โดยการกำหนด สิทธิ์ต่างๆ ก็ขึ้นอยู่กับผู้ดูแลว่าต้องการให้ผู้ใช้คนไหนสามารถดูเอกสารได้หรือแก้ไขได้ หรืออาจกำหนดให้ สามารถดูได้แค่ชื่อไฟล์หรือโฟลเดอร์แต่มาสามารถเข้าไปดูเนื้อหาในเอกสารได้ เป็นการจัดการเอกสารที่ไม่ ยุ่งยากและมีความปลอดภัยทำให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น สรุปปัญหาในการจัดเก็บเอกสารจะลดลงไปมากทีเดียวหากมีเทคโนโลยีการจัดการ เอกสารเข้ามาช่วย การทำงานจะรวดเร็วมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทุกคนในองค์กรจะได้เอกสารที่เหมือนกัน ในเวลาอันรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาเดินแจกทีละคน แน่นอนว่ายุค 4.0 โลกเปลี่ยนแปลงไว ระบบการจัดการ เอกสารจะต้องมีการพัฒนาให้สามารถใช้งานได้ดียิ่งขึ้นมากไปอีกอย่างแน่นอน 2.5 การออกแบบส่วนต่อประสานผู้ใช้ (User Interface) User Interface Design หรือ Human-Computer Interaction คือการออกแบบส่วนต่อประสาน กับผู้ใช้ ระหว่างผู้ใช้กับคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีกระบวนการที่เริ่มจากการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องตลอดจนภูมิ ความรู้ของนักจิตวิทยา นักการศึกษา นักออกแบบกราฟิก ช่างเทคนิค ผู้เชี่ยวชาญด้านมนุษย์วิทยา นัก ออกแบบสถาปัตยกรรมข้อมูล และนักสังคมศาสตร์ เพื่อมาร่วมกันพัฒนากระบวนการออกแบบพัฒนาส่วน ต่อประสานให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ สามารถใช้งานได้ง่าย ใช้ทักษะส่วนบุคคลน้อย มีการฝึกอบรมการใช้ งานน้อย เพิ่มมาตรฐานการออกแบบส่วนต่อประสานในระบบ (U.S Military Standard for Human Engineering Design Criteria, 1999) นอกจากนี้ การออกแบบส่วนต่อประสานที่ดีจะทำให้งานที่สำเร็จออกมาดีใช้งานได้ง่าย เรียนรู้ได้ ง่าย เมื่อได้ผลงานออกมาดีก็จะสามารถแข่งขันกับซอฟท์แวร์อื่น ๆ ในตลาดได้ ดังที่ Jacob nielsen


13 ผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบ Web Usability ได้กล่าวว่า “Bad usability equal no customers.” ไม่มี ใครอยากใช้งานระบบซอฟแวร์ที่ใช้งานยาก เพราะเมื่อใช้งานยาก ก็จะไม่มีคนอยากจะใช้ Universal Usability ในการออกแบบส่วนต่อประสานเราควรคำนึงถึงเรื่องใดบ้าง 1. ความหลากหลายของผู้ใช้งานทั้งทางกายภาพและสภาพแวดล้อม 2. บุคลิกของผู้ใช้ที่แตกต่างกัน ความต่างระหว่างบุคคล มนุษย์เราย่อมมีความแตกต่างกัน 3. ความแตกต่างของสติปัญญาและความสามารถในการรับรู้ 4. ความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม 5. ผู้ใช้งานที่ไร้ความสามารถหรือพิการ 6. อายุของผู้ใช้งาน 7. การออกแบบสำหรับเด็ก เด็กต้องการการออกแบบที่แตกต่างจากผู้ใหญ่ ต้องมีการเร้า ความสนใจสูง 8. การปรับให้เข้ากับซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์ ที่มีอยู่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความเข้ากันไม่ได้ ของระบบ ข้อคำนึงดังกล่าวจะเห็นได้ว่า การออกแบบส่วนต่อประสานควรที่จะคำนึงถึงแทบทุกเรื่องไม่ว่าจะ เป็นเพศ อายุ เชื้อชาติ ศาสนา ก็นำมาเป็นส่วนประกอบในการพิจารณาได้ทั้งสิ้นเช่น ในบางศาสนามีข้อ ต้องห้ามสำหรับการแสดงภาพสัตว์ สิ่งของบางชนิด, ผู้ใช้งานที่เป็นเด็กจะนิยมภาพที่มีสีสันฉูดฉาดมากกว่า ผู้ใหญ่ สภาพแวดล้อมต่าง ๆ ในการใช้งานก็เป็นส่วนหนึ่งเช่น เมื่อเราจะออกแบบตู้โฆษณากลางแจ้งมีแสง มาก แต่เราออกแบบให้มีสีที่มีการตัดกัน(Contrast) น้อย จะทำให้ผู้ใช้งานมองเห็นข้อความที่เราสื่อไม่ ชัดเจน แม้กระทั่งความแตกต่างเฉพาะบุคคลเช่นบางคนชอบอ่านมากกว่าฟัง บางคนชอบภาพเคลื่อนไหว มากกว่าภาพนิ่ง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตัวแปรในการออกแบบส่วนต่อประสานทั้งสิ้น Principle หลักการในการออกแบบส่วนต่อประสาน (Ben, 2005) 1. ประเมินทักษะผู้ใช้งาน เพราะผู้ใช้งานมีหลากหลาย การรู้จักผู้ใช้ เป็นหลักการแรกที่ ต้องทำ (Hansen, 1971) เราอาจแบ่งทักษะผู้ใช้งานออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ ผู้ใช้มือใหม่ (Novice or first-time user) ผู้ใช้ระดับกลาง (Knowledgeable intermittent users) และผู้เชี่ยวชาญ (Expert frequent user) หากจะออกแบบให้ใช้งานได้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจะเป็นเรื่องง่าย แต่ถ้าต้องออกแบบให้คน ทั้งสามกลุ่มเข้าใจร่วมกันได้ จะเป็นเรื่องที่ยากและท้าทายมาก 2. แจกแจงงาน นักออกแบบต้องแจกแจงหน้าที่และงานของระบบให้ละเอียดก่อน แล้ว เรียงลำดับว่างานไหนมีความสำคัญก่อน งานไหนสำคัญหลัง 3. เลือกแบบการมีปฏิสัมพันธ์ การปฏิสัมพันธ์มีได้หลายรูปแบบนักออกแบบต้องเลือกให้ เหมาะสม เช่น 1. Direct manipulation การจับต้องสัมผัสโดยตรง เช่น การลากไอคอนลงไป บนถังขยะ แสดงว่าต้องการลบ มีข้อดีคือ ภาพแสดงถึงหน้าที่อย่างชัดเจน เรียนรู้ได้ง่าย จดจำได้ง่าย หลีกเลี่ยงความผิดพลาด สนับสนุนการค้นหา และ ก่อให้เกิดการปฏิบัติตาม มีข้อเสียคือ สร้างยาก และ ต้องการการแสดงผลที่เป็นกราฟิกและต้องอาศัยเครื่องชี้ (เม้าส์ , พอยเตอร์) 2. Menu Selection การเลือกเมนู มีข้อดีคือ เรียนรู้ได้ง่าย ลดการใช้คีย์บอร์ด เกิดการตัดสินใจที่มีโครงสร้าง ลดการเกิดข้อผิดพลาด มีข้อเสียคือ เมนูที่มากไปทำให้การนำเสนอไม่ดี ทำ ให้ผู้ใช้งานที่คล่องใช้งานได้ช้าลง ใช้พื้นที่ในการแสดงผลมาก


14 3. Form Fill in การเติมคำลงในฟอร์ม มีข้อดีคือ การกรอกข้อมูลมีความง่าย ฝึกฝนได้โดยไม่ยาก และมีคำแนะนำที่สะดวก มีข้อเสียคือ ใช้พื้นที่แสดงผลมาก 4. Command Language ภาษาสั่งการ เป็นการใช้ตัวอักษรในการสั่งการ ส่วน ใหญ่จะใช้กับผู้ใช้ที่มีความเชี่ยวชาญ มีข้อดีคือ ยืดหยุ่น ดึงดูดผู้ใช้ระดับสูง ผู้ใช้สามารถสร้างคำสั่งเองได้ มี ข้อเสียคือ มีข้อผิดพลาดได้ง่าย ต้องการการอบรมและการจดจำสูง 5. Natural Language ภาษาพูด หรือภาษาที่ใช้โดยธรรมชาติ มีข้อดีคือ สร้าง สาระสำคัญของระบบการเรียนรู้ มีข้อเสียคือ ต้องแยกแยะบทสนทนา อาจไม่แสดงถึงเนื้อหา อาจต้องพิมพ์ มาก และคาดเดาไม่ได้ 4. ใช้กฎ 8 ข้อสำหรับการออกแบบหน้าจอ 1. Strive for consistency ทำให้เกิดความสม่ำเสมอไม่ว่าจะเป็นเมนู ไอคอน สี รูปแบบ ตัวอักษรต่าง ๆ ควรจะมีความสม่ำเสมอเป็นรูปแบบเดียวกันไม่ว่าจะเป็นสัญลักษณ์ สี ขนาดที่ใช้ ควรจะเป็นชุดเดียวกัน 2. Cater to universal usability ให้ความพอใจกับทุกคนกับทุกกลุ่มผู้ใช้ อาจ ต้องหาข้อมูลผู้ใช้งานมาให้ครอบคลุมทั้งหมด แล้วเลือกการออกแบบที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่พอใจ 3. Offer information feedback ให้ข้อมูลป้อนกลับเมื่อมีการปฏิสัมพันธ์ ข้อมูลป้อนกลับจะเป็นตัวเร้าที่ดีสำหรับผู้ใช้งาน ให้มีความรู้สึกว่ากำลังได้ควบคุมและโต้ตอบกับระบบอยู่ 4. Design dialog yield closure ออกแบบให้มีจุดเริ่มต้นระหว่างกลาง และจุด สุดท้าย 5. Prevent error มีการป้องกันความผิดพลาดจากผู้ใช้งาน เช่น เมื่อมีการคลิก เม้าส์ผิดที่หรือป้อนข้อมูลผิด ระบบจะมีข้อความเตือนว่าผู้ใช้งานป้อนข้อมูลผิดพลาด จะช่วยลดความ ผิดพลาดของข้อมูลได้มาก 6. Permit easy reversal of actions สามารถย้อนกลับได้ง่ายเพื่อแก้ไขหาก เกิดข้อผิดพลาด 7. Support internal locus of control ระบบมีการจัดการการควบคุมภายใน ต้องออกแบบให้เกิดการตอบสนองของหน้าจอกับสิ่งที่ผู้ใช้ได้กระทำลงไปให้มีความสัมพันธ์กัน 8. Reduce short-term memory load ลดความยาวของเวลาที่นำเสนอเนื้อหา เพื่อง่ายในการจดจำในความจำระยะสั้น Ten Usability Heuristics (Jakob Nielsen, 2000) นอกจากนี้ปรมาจารย์ทางด้านการออกแบบส่วนต่อประสาน Jakob Nielsen ได้สรุป สาระสำคัญของการออกแบบให้ใช้งานง่ายไว้ 10 ข้อ ดังต่อไปนี้ 1. Visibilityof system status ระบบต้องแสดงให้ผู้ใช้งานเห็นเสมอว่าตนกำลังทำอะไร อยู่ กำลังจะเกิดอะไรขึ้น และให้ผลป้อนกลับในเวลาที่เหมาะสม 2. Match between system and the real world ระบบต้องสามารถพูดภาษาเดียวกัน กับผู้ใช้โดยมีตรรกะการใช้งานที่เป็นธรรมชาติ ไม่ใช้ภาษาที่แปลกไปจากปรกติ 3. User control and freedom ผู้ใช้มักจะใช้งานผิดพลาดจึงจำเป็นต้องมีทางออกให้ เสมอสำหรับสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ เมื่อผู้ใช้งานทำผิด สนับสนุนการ Undo และ Redo 4. Consistency and standards มีความสม่ำเสมอและเป็นมาตรฐานไปทุก ๆ หน้าจอ ของการออกแบบ ผู้ใช้งานต้องไม่สับสนในเรื่องการจัดวางหรือขนาดของตัวหนังสือ ตัวระบบเองก็ควรจะมี ชุดป้อนคำสั่งต่างๆ ที่เป็นมาตรฐาน


15 5. Error prevention ระบบควรจัดให้มีคำเตือนให้ระวังความผิดพลาดซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่จะ ช่วยป้องกันความผิดพลาด ระบบควรจะให้มีการตกลงใจซ้ำอีกครั้งเพื่อตรวจสอบความแน่นอนของการ ตัดสินใจของผู้ใช้ เช่น ท่านต้องการแก้ไขหรือไม่ ให้ตอบ แก้ไข หรือ ไม่แก้ไข 6. Recognition rather than recall พยายามทำให้ผู้ใช้งานต้องใช้ความจำในการจดจำ คำสั่งต่างๆ ในระบบให้น้อยที่สุดโดยการทำให้ส่วนประกอบหน้าจอ การออกคำสั่งปฏิบัติและส่วนตัวเลือกมี ความชัดเจน วิธีการใช้งานต้องเข้าถึงได้ง่ายและรับรู้ได้ง่าย 7. Flexibility and efficiency of use มีความยืดหยุ่นสำหรับผู้ใช้งานหลากหลายกลุ่ม และมีประสิทธิผลในการทำงาน 8. Aesthetic and minimalist design การนำเสนอเนื้อหาต้องไม่รวมเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือใช้อย่างน้อยๆ เพื่อจะได้เน้นเนื้อหาที่เราต้องการสื่อสารอย่างเต็มที่ 9. Help users recognize, diagnose, and recover from errors ข้อความแสดงความ ผิดพลาดต้องปรากฏในแบบตัวอักษรธรรมดาไม่ใช่โค้ดโปรแกรมที่เข้าใจยาก ระบุปัญหาและบอกวิธีแก้ไข ให้ผู้ใช้งานสามารถแก้ไขได้เอง 10. Help and documentation ถึงแม้จะคาดหวังไว้ว่าระบบที่ดีต้องทำงานได้โดยไม่ ต้องอาศัยคู่มือการใช้ แต่อย่างไรก็ตามคู่มือก็ยังมีความจำเป็น ในคู่มือต้องมีการแบ่งสารบัญข้อมูลที่ให้ต้อง หาง่ายเจาะจงไปยังหน้าที่ต่าง ๆ มีการเรียงลำดับอย่างเป็นระบบ และไม่หนาจนเกินไป 2.6 ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการพัฒนาระบบ 2.6.1 โปรแกรม AppSheet AppSheet คือ Platform ที่ช่วยในการสร้าง Mobile Application ที่ผู้พัฒนาไม่ จำเป็นต้องมีทักษะเรื่องการเขียนโปรแกรม ก็สามารถสร้าง Application ขึ้นมาได้ ซึ่งจะตัดภาพ Process ของการ Dev ออกไป เช่น การจัดตั้งทีมผู้พัฒนา การวางแผนสำหรับ Coding หรือการเขียนโปรแกรม ซึ่ง AppShee มีฟังก์ชันการทำงานได้เทียบเท่าซอฟแวร์สำนักงานพวก Enterprise Resource Planning (ERP) ตั้งแต่การทำเอกสาร การทำบัญชี การทำระบบจองห้องประชุม การเก็บข้อมูลความพึงพอใจ พนักงาน การตรวจวัดสต็อกสินค้า การติดตามยอดขายของฝ่ายแผนกการตลาด โดยสามารถเปิดใช้งานผ่าน Web Browser ได้ทั้งในสมาร์ทโฟน และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ภาพที่ 2.7 หน้าต่างเว็บไซต์ appsheet ที่มา : https://about.appsheet.com


16 ความพิเศษของ AppSheet อีกอย่างหนึ่ง คือ การที่ผู้ใช้สามารถสร้างฐานข้อมูลโดยใช้ Spread Sheet (เช่น Google Sheet หรือ Airtable) ได้ ซึ่งแตกต่างจากการพัฒนาแอปพลิเคชันแบบเดิม ที่ต้อง สร้างฐานข้อมูลเฉพาะ AppSheet จึงเหมาะกับ Business User ที่ไม่มีทักษะเรื่องการเขียนโปรแกรม แต่รู้ ปัญหาของ Workflow ที่ทำอยู่ และรับรู้ถึงปัญหาที่ต้องการแก้ไข หรือควรจะเพิ่มตรงจุดไหนที่จะทำให้การ ทำงานในปัจจุบันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น AppSheet เป็นโซลูชันด้านการผลิตทางธุรกิจให้การแสดงเนื้อหาการจดบันทึกรูปแบบและเวิร์ก โฟลว์สำหรับสถานการณ์ทางธุรกิจที่เรียบง่าย Appsheet จะใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในสเปรดชีต Google ชีต , Excel และสเปรดชีตสมาร์ทการ์ดและแสดงในแบบโต้ตอบผ่านแอป การสร้าง Application โดยใช้ Appsheet มีวิธีการโดยย่อ ดังนี้ 1. เข้าไปที่เว็บไซต์ https://www.appsheet.com 2. เข้าใช้งานระบบที่มุมขวาบน คำว่า " sign in " ภาพที่ 2.8 หน้าเว็บไซต์ appsheet ที่มา : https://www.appsheet.com 3. เลือกตัวเลือกในการที่จะ Login เข้าใช้งานใน appsheet ภาพที่ 2.9 หน้า Login ที่มา : https://www.appsheet.com


17 4. ระบบจะพาเข้ามาสู่หน้าหลังบ้านของเว็บไซต์ ภาพที่ 2.10 หน้าหลังบ้านของเว็บไซต์ ที่มา : https://www.appsheet.com 5. เริ่มต้นสร้างแอปพลิเคชันโดยกด Create > App > แล้วเลือก “Start with existing data” จากนั้นก็ตั้งชื่อแอปพลิเคชัน เสร็จสิ้นแล้วกด “Choose your data” ภาพที่ 2.11 หน้าสร้างแอปพลิเคชัน ที่มา : https://www.appsheet.com ภาพที่ 2.12 หน้าตั้งชื่อแอปพลิเคชัน ที่มา : https://about.appsheet.com 6. เลือกข้อมูลที่จะเลือกใช้สร้างแอปพลิเคชัน ภาพที่ 2.13 หน้าเลือกข้อมูล ที่มา : https://www.appsheet.com


18 7. เริ่มต้นใช้งานและทำงานสร้างแอปพลิเคชัน ภาพที่ 2.14 หน้าการสร้างแอปพลิเคชันตัวอย่าง ที่มา : https://www.appsheet.com การติดตั้ง Application บนโทรศัพท์มือถือ 1. เมื่อกดเข้า Link แล้วจะพบหน้าต่างดังภาพนี้ ให้กด Install ภาพที่ 2.15 หน้าต่าง Install 2. จากนั้นจะขึ้นภาพดังด้านล่างเพื่อเพิ่มไปยังหน้าจอให้กด “เพิ่ม” ภาพที่ 2.16 แอปพลิเคชันบนหน้าจอโทรศัพท์


19 โดยทั่วไป AppSheet สามารถสร้างแอปพลิเคชันสำหรับบันทึกข้อมูล โดยรองรับข้อมูลได้หลาย แบบ เช่น ข้อมูลพิกัด location, ภาพถ่าย, ลายเซ็น, เวลาปัจจุบัน, บาร์โค้ด, QR code, Barcode, RFID และอื่น ๆ รองรับการทำ Automation เบื้องต้น เช่น การส่งอีเมล ,สร้างไฟล์เอกสารอัตโนมัติ หรือแม้แต่ การแจ้งเตือนผ่าน Line ในความเป็นจริง AppSheet สามารถใช้สร้างแอปพลิเคชันที่ทำงานได้หลากหลาย แต่คุณประโยชน์ในการทำแอปพลิเคชันให้องค์กรมีดังนี้ 1. เพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารด้วย 2. ลดข้อผิดพลาด และการทุจริตที่เกิดจากพนักงาน 3. ลดงานซ้ำซ้อน และการใช้กระดาษ ข้อจำกัดของ AppSheet 1. AppSheet ไม่เหมาะกับการสร้างแอปพลิเคชันที่เป็น Public Application ระบบ AppSheet ยังไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับ In-App purchase, ระบบการจัดการสิทธิการเข้าถึงที่ซับซ้อน และโทนของ User Interface ก็ไม่ได้มีให้เลือกหลากหลาย จึงทำให้ AppSheet ไม่เหมาะกับการใช้พัฒนา Application ให้คนทั่วๆ ไปใช้ แต่เหมาะแก่พัฒนาเพื่อใช้งานในองค์กรมากกว่า 2. AppSheet ไม่รองรับการเชื่อมต่อฐานข้อมูลแบบ No SQL ระบบ AppSheet รองรับ การใช้ Spread Sheet เป็นฐานข้อมูล หรือจะใช้ฐานข้อมูล SQL ที่มีอยู่ในบริษัทก็ได้ แต่ในปัจจุบัน AppSheet ยังไม่รองรับการเชื่อมต่อฐานข้อมูลแบบ No SQL ซึ่งอาจจะใช้ในงานที่ซับซ้อนมาก 3. AppSheet ไม่เหมาะกับการสร้าง Application ที่ซับซ้อนที่มีการใช้ Third party API ระบบ AppSheet ในปัจจุบันยังไม่รองรับการเชื่อมต่อ Third party API เพื่อใช้บริการของนักพัฒนา เช่น การดึงข้อมูลมากจากที่อื่น หรือระบบสั่งซื้อของ เป็นต้น 4. AppSheet ใช้ Spreadsheet ในการเก็บข้อมูลทำให้มีข้อจำกัดในการใช้ระบบ ถ้า Spreadsheet อย่าง Google Sheet, Airtable หรือ Excel สามารถนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลได้ 2.6.2 โปรแกรม Google Workspace Google Workspace คือ บริการหนึ่งของ Google ที่ข้อมูลทั้งหมดจะถูกจัดเก็บอยู่ใน ระบบคลาวน์ ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่ ทุกเวลา และสิ่งเหล่านี้นี่เองที่จะเข้ามาช่วยให้การ ทำงานร่วมกันในองค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยแอปพลิเคชันที่มีความสามารถครอบคลุมในทุก ๆ ด้าน จึงทำให้ Google Workspace กลายเป็นเครื่องมือที่หลายองค์กรระดับโลกเลือกใช้ ภาพที่ 2.17 Google Workspace ที่มา : https://encom.co.th/blog/workspace


20 แอปพลิเคชันพื้นฐานบน Google Workspace 1. แอปพลิเคชันเพื่อการสื่อสาร 1.1 Google Meet ออกแบบมาเพื่อลดความยุ่งยากในการเข้าร่วม Video Call เพราะแค่ ตั้งค่าการประชุม แล้วแชร์ลิงก์ไปให้บุคคลอื่น ก็สามารถสร้างห้องประชุมได้แล้ว และที่สำคัญ Google Meet สามารถรองรับผู้เข้าร่วมประชุมได้สูงสุด 100 คน (หากมีผู้เข้าร่วมประชุมเกิน 100 คน โปรดติดต่อ ผู้ดูแลระบบ) 1.2 Google Chat หลายองค์กรอาจจะใช้แอปฯ แชทอื่น ๆ ในการคุยงาน เช่น Messenger, Line, etc. แต่ Google Chat สามารถช่วยให้แยกงานออกจากเรื่องส่วนตัวได้ และยังช่วยให้ ทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว รวดเร็วมากขึ้น ซึ่งสามารถแชททั้งแบบส่วนตัวหรือแบบกลุ่มก็ได้ 1.3 Google Calendar แอปฯ ปฏิทินออนไลน์ ที่ช่วยในการจัดการตารางเวลา นอกจาก จะดูตารางงานของตัวเองแล้วยังสามารถดูตารางงานของคนอื่น ๆ ได้ และยังสามารถแจ้งเตือนผ่าน โทรศัพท์มือถือ เมื่อใกล้ถึงเวลาประชุมได้อีกด้วย 2. แอปพลิเคชันจัดการด้านเอกสาร 2.1 Google Doc หลายคนที่ยังคงพิมพ์เอกสารในโปรแกรม Microsoft Word ควรย้าย มาลองใช้แอปฯ เอกสาร Google Doc ที่ใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์กันได้แล้ว เพราะนอกจากจะไม่ต้อง โหลดโปรแกรมอื่นให้ยุ่งยากแล้ว ยังสามารถแชร์ให้บุคคลอื่นเข้ามาแก้ไขเอกสารนั้นไปพร้อมกันได้เลย 2.2 Google Sheet เป็นที่เก็บข้อมูลที่นอกจากข้อมูลทุกอย่างจะอยู่บนออนไลน์แล้ว ยัง สามารถเชื่อมต่อข้อมูลกับเอกสารอื่น ๆ ได้อีกด้วย และ Google Sheet ยังทำงานร่วมกับไฟล์ Microsoft Excel ได้อย่างราบรื่น 2.3 Google Slide ใครที่ต้องพรีเซนต์งานบ่อยๆ ต้องสนิทกับแอปฯ นี้เป็นอย่างดี เพราะ คุณจะหมดปัญหาการนั่งทำสไลด์คนเดียว เพราะคุณสามารถแชร์ให้บุคคลอื่นเข้ามาช่วยกันทำได้ แถมยัง คอมเมนท์ แชท และแก้ไขข้อมูลในสไลด์ได้แบบเรียลไทม์อีกด้วย 3. แอปพลิเคชันสำหรับจัดเก็บข้อมูล 3.1 Google Drive ตัวช่วยเด็ดที่จะทำให้การจัดเก็บไฟล์งานนั้นง่ายขึ้น หมดกังวล เพราะ Google Drive มีความจุที่มาก และยังให้ส่งต่อข้อมูลกันได้อย่างต่อเนื่อง เพราะทุกคนที่ให้สิทธิ์สามารถ เข้าถึงข้อมูลได้ หรือจะกำหนดให้ใครดู แก้ไข แล้วแต่กำหนดเลย 4. แอปพลิเคชันรักษาความปลอดภัย 4.1 Google Admin (สำหรับผู้ดูแลระบบ) แอปพลิเคชันที่เอาไว้สำหรับบริหารจัดการ Google Workspace โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่ม แก้ไข ระงับ ลบผู้ใช้งาน เพิ่มอุปกรณ์ที่ใช้งาน กำหนดสิทธิ์ และตั้งค่าความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ซึ่งแอปฯ นี้ สามารถบริหารจัดการได้ครบ จบในแอปฯ เดียว 2.6.3 โปรแกรม Google Sheets Google Sheets สเปรดชีต (spreadsheet) หรือแผ่นตารางทำการ คือ แผ่นงานที่มี ลักษณะเป็นช่องตามรางสี่เหลี่ยม ใช้สำหรับการจัดเรียงข้อมูลและคำนวณเป็นหลัก มีโปรแกรมสเปรดชีต (spreadsheet) ที่เป็นที่นิยมอยู่มากมาย แต่สเปรดชีต (spreadsheet) ออนไลน์ของ Google เป็น Application ที่ใช้งานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผู้ใช้สามารถสร้างสเปรดชีต (spreadsheet) ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลผลการเรียนของนักเรียน บัญชีรายจ่าย เป็นต้น สามารถสร้างแผนภูมิเพื่อนำเสนอข้อมูล


21 รวมไปถึงฟอร์มหรือแบบสอบถามออนไลน์สำหรับเก็บข้อมูล ทั้งยังสามารถแบ่งปันให้ผู้อื่นได้แก้ไขและ ทำงานร่วมกันในสเปรตชีตสเปรดชีต (spreadsheet) ของตนได้ ภาพที่ 2.18 โปรแกรม Google Sheets ที่มา : https://www.mindphp.com/ Google Sheets เป็น Apps สร้างสเปรดชีต (spreadsheet) เป็นอีกหนึ่ง Apps ใหม่จากทาง Google คุณสมบัติเอาไว้จัดการสร้างสเปรดชีต เหมือนกับไฟล์บนโปรแกรม Microsoft Excel สามารถเปิด แก้ไขไฟล์สเปรดชีต (spreadsheet) ล่าสุดได้ทันที แชร์ และทำงานร่วมกับเพื่อนๆ ภายในสเปรดชีต (spreadsheet) เดียวกัน รองรับการจัดการกับตาราง ไม่ว่าจะเป็นการเรียงลำดับ บวก ลบ คูณ หาร หรือ ฟังก์ชันอื่นๆ ที่ควรจะมีในสเปรดชีต (spreadsheet) โปรแกรม Excel Google Sheets สามารถทำงานได้ โดยที่เราไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต รองรับการเปิดไฟล์สเปรดชีต (spreadsheet) แบบต่างๆ มากมาย คุณสมบัติของ Google Sheets 1. สร้างสเปรดชีต (spreadsheet) ใหม่ เปิดและแก้ไขสเปรดชีต (spreadsheet) จาก เครื่องใดก็ได้ ที่ใดก็ได้ จากทางหน้าเว็บหรืออุปกรณ์อื่น 2. แชร์สเปรดชีต (spreadsheet) และทำงานร่วมกันกับคนอื่นๆ บนสเปรดชีต (spreadsheet) เดียวกันและในเวลาเดียวกัน 3. ทำงานได้ทุกเวลา แม้ขณะที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต 4. จัดรูปแบบเซลล์ ป้อน จัดเรียงข้อมูลและการทำงานต่างๆ บนสเปรดชีต 5. ระบบคลาวด์ (Cloud) จะบันทึกการแก้ไขข้อมูลโดยอัตโนมัติ การสร้างเอกสาร spreadsheet 1. เข้าไปที่ http://www.google.com หรือ http://www.gmail.com ลงชื่อเข้าใช้งาน 2. คลิกที่สัญลักษณ์ App Launcher หรือ Icon Apps ภาพที่ 2.19 หน้าการเข้าใช้งาน ที่มา : http://www.atg.go.th/training


22 3. เริ่มต้นจะปรากฏหน้าต่างเอกสารสเปรดชีต (spreadsheet) ให้ผู้ใช้พิมพ์ข้อความที่ต้องการ โดย หน้าจอและคำสั่งของเอกสารสเปรดชีต (spreadsheet) จะคล้ายคลึงกับโปรแกรม Excel (Microsoft Excel) ดังภาพ ภาพที่ 2.20 หน้าต่างเอกสารสเปรดชีต ที่มา : http://www.atg.go.th/training 4. การแก้ไขชื่อเอกสารให้นำเม้าส์(mouse) ไปชี้ ที่ชื่อเอกสาร คือ "Untitled spreadsheet" จะพบคำสั่ง Rename ดังภาพ (จะไม่มีคำสั่งบันทึก (save) หรือบันทึกเป็น (save as) เหมือนโปรแกรม Excel (Microsoft Excel) เพราะ Google จะบันทึกเอกสารอัตโนมัติ ตลอดเวลา) ภาพที่ 2.21 หน้าเปลี่ยนชื่อเอกสาร ที่มา : http://www.atg.go.th/training 5. การนำสเปรดชีต (spreadsheet) ที่มีอยู่แล้ว เพื่อแก้ไขหรือเผยแพร่ สามารถทำ ได้ ดังนี้ เลือก ไฟล์(File) > นำเข้า (Imports…) เลือกไฟล์ที่ต้องการนำเข้า เลือกลักษณะการนำเข้า และกดปุ่ม Upload ไฟล์ที่เลือกจะปรากฏเป็นสเปรดชีต (spreadsheet) สามารถแก้ไขและแบ่งปันได้ต่อไป ภาพที่ 2.22 การนำเข้าไฟล์ ที่มา : http://www.atg.go.th/training


23 ภาพที่ 2.23 หน้าการอัพโหลดไฟล์ ที่มา : http://www.atg.go.th/training ภาพที่ 2.24 การเลือกไฟล์และกำหนดรูปแบบ ที่มา : http://www.atg.go.th/training ส่วนประกอบต่าง ๆ บน Google Sheets ภาพที่ 2.25 ส่วนประกอบของ Google Sheets ที่มา : https://sites.google.com/a/kku.ac.th


24 1. แถบเมนูคำสั่ง (Menu bar) ประกอบด้วยชื่อเมนูที่สามารถเลือกใช้ได้ โดยแต่ละเมนู จะมีคำสั่ง ย่อยอยู่เก็บเป็นชุดๆ ตามลักษณะการใช้งาน 2. แถบเครื่องมือ (Toolbar) เป็นส่วนที่ใช้แสดงคำสั่งที่ต้องใช้บ่อยๆ ซึ่งแสดงอยู่ในรูปของไอคอน เพื่อให้เรียกใช้งานได้อย่างสะดวกและรวดเร็วกว่าการเลือกจากแถบเมนูคำสั่ง 3. แถบสูตร (Formula bar) เป็นส่วนที่แสดงข้อมูลที่กำลังจะป้อนเข้าหรือแสดงข้อมูลที่จะแก้ไข 4. ชื่อคอลัมน์ (Column) 5. ชื่อแถว (Row) 6. พื้นที่ชีตงาน (Worksheet Area) เป็นพื้นที่ที่ใช้แสดงเอกสารต่างๆ ที่เราสร้างหรือเรียกใช้ ซึ่ง เป็นกระดาษทำการ (Worksheet) หรือแผนภูมิ (Chart) พื้นที่ทำการใช้ในการเก็บข้อมูลสูตรการคำนวณ รวมทั้งผลลัพธ์ที่ได้อีกทั้งยังอาจสร้างแผนภูมิรวมไว้ด้วยก็ได้ 7. เครื่องมือสร้างแผ่นงาน และปุ่มเลือกรายการแผ่นงานที่มีทังหมด 8. แถบแสดงรายชื่อแผ่นงาน 2.6.4 โปรแกรม Google chrome Google Chrome คือ โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ (Web Browser) ที่ใช้สำหรับเปิดเว็บไซต์ โดยมี Google เป็นผู้พัฒนา ปัจจุบันเป็นที่นิยมของผู้ใช้งาน Internet เป็นอย่างมากเพราะมีความปลอดภัย สูง มีโปรแกรมเสริมมากมายโดยโปรแกรมเสริมเหล่านี้มีทั้งแบบ Download มาใช้งานได้ฟรีและแบบมี ค่าใช้จ่าย ที่ Google พัฒนาขึ้นได้อย่างหลากหลายการเปิดหน้าเว็บเพจทำได้อย่างรวดเร็ว Google Chrome นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริการต่าง จึงเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว Google Chrome ยังมีการ Update อย่างสม่ำเสมอทำให้มีข้อบอกพร่องน้อยมาก ภาพด้านล่างเป็นภาพรวมของ Google Chrome ซึ่งจะเห็นว่ามีไอค่อนแสดงอยู่ 3 ไอค่อน ประกอบด้วย Store Docs Google Drive หากคุณเคยสมัคร และมี Gmail Account อยู่แล้วสามารถเข้าสู่ระบบและใช้งานบริการต่าง ๆ ได้อย่างทันที ภาพที่ 2.26 โปรแกรม Google chrome ที่มา : https://www.gqthailand.com


25 ส่วนประกอบของโปรแกรม Google Chrome ภาพที่ 2.27 ส่วนประกอบ Google Chrome ที่มา : https://sites.google.com/site/teachnom2 หมายเลข 1 เรียกว่า Tab Bar (แท็บบาร์) เป็นส่วนที่ใช้สำหรับจัดการแท็บของการเปิดดูหน้าเว็บ เพจใหม่ โดยที่ไม่ต้องเปิด google chrome ขึ้นมาใหม่ หรือจะปิดแท็บ หรือ Re-Open แท็บที่เราเพิ่งจะ ปิดไป ซึ่งจะสังเกตได้ว่า google chrome จะไม่มี Title Bar ที่แยกออกมาเป็นอิสระเลย ซึ่งหัวข้อหรือหัว เรื่อง จะถูกแสดงอยู่ภายในแต่ละแท็บเลย หมายเลข 2 เรียกว่า Navigation Bar (เนวิเกชั่นบาร์) เป็นส่วนที่ใช้สำหรับเลื่อนการแสดงผลหน้า เว็บเพจ (ไปข้างหน้าหรือย้อนหลัง) กรณีที่เราเปิดดูเว็บเพจหลาย ๆ หน้า หมายเลข 3 เรียกว่า Address Bar (ที่อยู่เว็บ หรือ URL) เป็นส่วนที่ให้พิมพ์ที่อยู่หรือ URL เว็บ เพจที่เราต้องการเข้าไปเยี่ยมชม ซึ่งในช่อง Address Bar ของ Google Chrome นี้ เราสามารถพิมพ์คีย์ เวิร์ดหรือคำค้นหา ที่เราต้องการค้นหาลงได้ไปเลย จากนั้น Google Chrome ก็จะทำการแสดงผลลัพธ์การ ค้นหาออกมาให้เอง หมายเลข 4 เรียกว่า Menu Bar (เมนูบาร์) เป็นส่วนของกลุ่มเมนูคำสั่งต่าง ๆ ที่ช่วยอำนวยความ สะดวกในการใช้งาน เช่น บันทึกหน้าเว็บ, พิมพ์หน้าเว็บ, ค้นหาในหน้าเว็บเพจ, ตั้งค่าการแสดงผลของหน้า เว็บเพจ, การติดตั้ง Addons Extensions, การตั้งค่าการใช้งาน Google Chrome ต่าง ๆ เป็นต้น หมายเลข 5 เรียกว่า Bookmark Bar (บุ๊คมาร์คบาร์) เป็นส่วนที่ใช้สำหรับแสดงเว็บที่เราชื่นชอบ หรือเข้าบ่อย ๆ ซึ่งเราได้ทำการเก็บไว้ใน Bookmark Bar เรียบร้อยแล้ว ซึ่งช่วยให้เราเข้าเว็บที่เรา Bookmark ไว้ได้ง่าย และสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น หมายเลข 6 เรียกว่า Apps ไอคอนสำหรับแอปที่เราได้ติดตั้งจาก Chrome เว็บสโตร์สามารถ เข้าถึงได้โดยการคลิกบุ๊กมาร์ก Apps ในแถบบุ๊กมาร์ก เมื่อเราอยู่ในหน้า Chrome Apps เพียงคลิกที่ ไอคอนเพื่อเปิดแอป หมายเลข 7 เรียกว่า WebView Area เป็นส่วนที่ใช้ในการแสดงผลหน้าเว็บเพจที่เราเปิดดู


26 ข้อดีและข้อเสียของ Google Chrome ข้อดี 1. สามารถโหลดหน้าเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็วกว่า Web Browser อื่นๆ อีกหลายตัว 2. มีพื้นที่หน้าเว็บขนาดใหญ่ ไม่เกาะกะ ไม่มีแถบเครื่องมืออันเยอะแยะน่าเวียนหัว เหมือน Web Browser ของค่ายอื่น 3. สะดวกสบายในการเชื่อมโยง Web Browser กับบัญชีต่างๆ ของ Google เช่น G-Mail ทำให้ง่ายต่อการใช้งานเป็นอย่างสูง 4. เคยได้รับตำแหน่ง Web Browser มีผู้นิยมใช้มากที่สุด ข้อเสีย 1. การแก้ไขข้อความต่างๆ ใน Google Chrome ค่อนข้างทำได้อย่างยากลำบาก พอสมควร เนื่องจากไม่ว่าเราจะใช้เมาส์คลิกบริเวณใดของข้อความก็ตาม Cursor จะชอบขยับไปอยู่ ข้างหน้าข้อความตลอด 2. สำหรับการลากทับข้อความ บางที่จะคลุมได้ไม่หมดทั้งๆ ที่ตอนแรกว่าลากคลุมไป หมดแล้วทั้งข้อความ 2.6.5 โปรแกรม Canva Canva คือ โปรแกรมสำหรับรูปที่ใช้งานบนเว็บไซต์ ช่วยเรื่องของการดีไซน์งานต่างๆ เป็น แพลตฟอร์มออนไลน์ สำหรับนักออกแบบงานกราฟิกหรือคนทั่วๆ ไป ยกตัวอย่าง เช่น งานโฆษณา ทำ โปสเตอร์ งาน Present ภาพสำหรับโซเชียลมีเดียหรือ Content บนรูปภาพ โดย Canva สามารถใช้งาน ผ่าน Application บนมือถือหรือจะใช้งานผ่านเว็บไซต์ก็ได้ สามารถใช้งาน Canva ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย แถม ยังมีเทมเพลตและรูปภาพที่ช่วยในการออกแบบที่เยอะมากด้วย Canva ช่วยให้งานดีไซน์หรือช่วยให้ทุกงาน Artwork ออกมาดูดีมากที่สุด แม้ว่าจะไม่มีความรู้ในเรื่องการออกแบบหรือไม่จำเป็นต้องมีความรู้ศิลปะก็ สามารถใช้งานได้ ภาพที่ 2.28 โปรแกรม Canva ที่มา : https://docs.tlic.cmu.ac.th ในปัจจุบันมีผู้ใช้งาน Canva ทั้งใน Application บนโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ โดยการใช้ งาน Canva ใน Application บนมือถือนั้นก็สะดวก แต่ถ้าพูดถึงการใช้งานที่รวดเร็ว สามารถมองเห็น รูปภาพตัวหนังสือได้ชัดเจน รวมถึงการจัดระเบียบตัวอักษรต่างๆ การใช้งานบนคอมพิวเตอร์น่าจะเหมาะสม มากกว่าการสมัครใช้งาน Canva บนเว็บไซต์สามารถใช้งานได้ ดังนี้


27 1. เข้าที่เว็บไซต์ www.canva.com เมื่อเข้ามาแล้วก็ให้คลิกที่สมัครใช้งาน ภาพที่ 2.29 หน้าลงชื่อเข้าใช้งาน ที่มา : https://entro.io/canva 2. สามารถสมัครใช้งานด้วยอีเมลได้ แต่ถ้าหากมีบัญชี Google Account หรือ Facebook Account อยู่แล้ว คุณก็สามารถเชื่อมต่อบัญชีเหล่านั้นได้เลย ภาพที่ 2.30 หน้าการสมัครใช้งาน ที่มา : https://entro.io/canva 3. เมื่อเข้ามาแล้วระบบจะถามว่าต้องการใช้ Canva เพื่ออะไร ก็ให้คุณคลิกตอบได้เลย ภาพที่ 2.31 การเลือกใช้งาน ที่มา : https://entro.io/canva


28 4. เสร็จสิ้นการสมัครและพร้อมใช้งานแล้ว สามารถใช้งาน Canva ในการออกแบบหรือ Design งาน Artwork ต่างๆ ได้เลย ภาพที่ 2.32 หน้าต่างการใช้งาน ที่มา : https://entro.io/canva Canva มีฟีเจอร์หลักๆ ดังนี้ 1. การออกแบบในขั้นพื้นฐาน สามารถปรับรูปภาพจัดวางตำแหน่งหรือการเปลี่ยนสีได้ ง่ายๆ 2. การออกแบบร่วมกับผู้อื่น หมายถึง การส่งงานที่เราออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้วให้กับ คนอื่นๆ ซึ่งเพื่อนคนอื่นๆ สามารถนำไปช่วยปรับแต่งเพิ่มเติมได้ 3. การปรับขนาดภาพ สามารถปรับขนาดภาพได้ให้เหมาะกับการออกแบบภาพที่ หลากหลายขนาด อย่างเช่น การทำภาพโฆษณาออนไลน์หรือการทำภาพให้ดูสวยงามในสไลด์สำหรับการพ รีเซ้น เป็นต้น 4. ใส่ Effect คำพูด คือ การใส่ตัวอักษรลงไปในงานออกแบบ ซึ่งCanva มีทั้งฟอนต์ ภาษาไทยและฟอนต์ภาษาอังกฤษที่สวยงามมากมาย อ่านง่าย นอกจากนั้นยังสามารถใส่ Effect ต่างๆ ได้ ด้วย 5. Template ฟรีมากมาย เช่น ทำปกหนังสือ ปกนิตยสาร ปกนิยาย รูปภาพบน Social Media งาน Presentation งานโฆษณาหรือแม้แต่การทำ Resume สมัครงาน เป็นต้น 6. Icon และภาพฟรี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการออกแบบ รวมไปถึงรูปภาพต่างๆ มากมายให้คุณสามารถเลือกใช้งานและออกแบบได้ตามใจชอบ 7. Filter และ Effect ภาพ คือ การปรับแสงสีและใส่ Filter ต่างๆ ของภาพ เหมาะ สำหรับคนที่อยากคุมโทนเป็นของตัวเองหรืออยากให้ภาพที่โหลดมาใช้งานฟรีดูแตกต่างจากภาพปกติ โดด เด่นไม่เหมือนใคร 8. การเซฟไฟล์ภาพออกมาใช้งาน คุณสามารถเซฟไฟล์ภาพได้ ไม่ว่าจะเป็น jpeg หรือ เป็น pdf ก็ได้ การเลือกรูปแบบชิ้นงาน สามารถเลือกออกแบบที่เหมาะสม อีกทั้งยังสามารถเลือก Dimension ของภาพได้ด้วย Canva จะนำเสนอหรือแนะนำรูปแบบต่างๆ ให้กับผู้ใช้งาน สำหรับรูปแบบพื้นฐานที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้ ได้แก่


29 1. Facebook Story สามารถออกแบบหรือ Design งานต่างๆ มีเทมแพลต หลากหลาย ใช้งานฟรี หรือสามารถอัพโหลดรูปภาพแล้วทำ Content รูปภาพ เพิ่มตัวหนังสือ ปรับแต่ง Filter ต่างๆ ได้อย่างอิสระตามความต้องการ 2. Presentation Video เหมาะสำหรับงานออกแบบ Presentation ที่ต้องการ นำเสนอในรูปแบบของวีดีโอหรือภาพเคลื่อนไหว สามารถทำกราฟฟิกวีดีโอหรือตัดต่อวีดีโอขั้นพื้นฐานได้ แต่จะเหมาะสำหรับคลิปสั้นๆ มากกว่า 3. Poster สำหรับรูปแบบของโปสเตอร์นั้นเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำเสนอ ผลงานในรูปแบบโปสเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษาหรือพนักงานออฟฟิศก็ตาม สามารถเซฟไฟล์ ออกมาเป็น jpeg ได้ เพราะไฟล์นี้หากนำไปให้ทางร้านพิมพ์ จะสะดวกมากกว่า 4. Instagram Post อีกหนึ่งรูปแบบที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เป็นภาพ สี่เหลี่ยมด้านเท่า เหมาะที่จะดูได้ทั้งในคอมพิวเตอร์หรือในโทรศัพท์มือถือ 5. Logo เหมาะสำหรับคนที่ต้องการมีโลโก้เป็นของตัวเอง อาทิเช่น โลโก้สำหรับ เว็บไซต์ โลโก้สำหรับร้านอาหาร หรือโลโก้ของธุรกิจต่างๆ เป็นต้น 6. Resume หากคุณต้องการทำเรซูเม่สวยๆ ดีไซน์โดดเด่นสำหรับสมัครงาน Canva ก็สามารถตอบโจทย์ได้เพราะมีรูปแบบของ Template ให้คุณเลือกมากมาย 7. Infographic คือ ภาพสี่เหลี่ยมด้านยาว แนวตั้ง ส่วนมากแล้วจะนิยมออกแบบ โดยใส่คำพูดเยอะๆ เน้นข้อมูลที่คนอ่านแล้วเข้าใจง่าย ข้อดีและข้อเสีย Canva ข้อดี 1. ใช้งานง่าย ใช้งานฟรี 2. ไม่ใช่นักออกแบบก็สามารถออกแบบได้ 3. มีฟีเจอร์ที่โดดเด่นหลากหลาย 4. มีเทมเพลตฟรีให้เลือกมากมาย 5. ใช้งานได้ทั้งโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ 6. สามารถใช้งานร่วมกับผู้อื่นได้ ข้อเสีย 1. บางครั้งเทมเพลตที่คุณชอบอาจต้องเสียเงิน 2. การใช้งานบนมือถือ บางครั้งค่อนข้างยากพอสมควร 2.7 การออกแบบและพัฒนาระบบ SDLC Model SDLC ย่อมาจาก Systems Development Life Cycle ซึ่งเป็นแนวคิดของกระบวนการพัฒนา ระบบ Software หรือโปรแกรมต่างๆ เป็นกระบวนการต่อเนื่องหลายขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มคิดพัฒนาถึงสิ้นสุด กระบวนการพัฒนา จนกระทั่งโปรแกรมที่เราพัฒนาใช้งานได้ SDLC มีอยู่หลายโมเดล ได้แก่ Waterfall model, V-shaped model, Iterative model, Agile mode! และ Spiral mode! ซึ่งแต่ละโมเดลมีกระบวนการทำงานที่ต่างกันบ้าง แต่ว่าทุกโมเดลล้วนเป็นขั้น ตอนในการพัฒนาโปรแกรมจนสำเร็จทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับเราเลือกใช้


30 ขั้นตอนที่ใช้ศึกษาขบวนการวิเคราะห์และออกแบบระบบ ประกอบด้วย 1. การทำความเข้าใจกับปัญหา 2. การรวบรวมข้อมูลn 3. การวิเคราะห์ระบบ 4. การออกแบบระบบ 5. การพัฒนาระบบ และ จัดทำเอกสาร 6. การทดสอบและบำรุงรักษาระบบ 7. การส่งเสริมและการประเมินผลระบบ ภาพที่ 2.33 ขั้นตอน SDLC Model ที่มา : https://training.javatpoint.com/ วงจรการพัฒนาระบบ (System Development Life Cycle : SDLC) คือ การแบ่งขั้นตอน กระบวนการพัฒนาระบบงาน หรือระบบเทคโนโลยีสารสนเทศด้วย เพื่อช่วยแก้ปัญหาทางธุรกิจหรือ ตอบสนองความต้องการขององค์กรโดยระบบที่จะพัฒนานั้นอาจเป็นการพัฒนาระบบใหม่หรือการปรับปรุง ระบบเดิมให้ดีขึ้นก็ได้ วงจรการพัฒนาระบบ หรือมักเรียกสั้นๆ ว่า SDLC เป็นวงจรที่แสดงถึงกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นลำดับขั้นตอนในการพัฒนาระบบ ซึ่ง SDLC ประกอบด้วยกิจกรรม 7 ระยะด้วยกัน ดังนี้ 1. การกำหนดปัญหา นักวิเคราะห์ระบบจะต้องศึกษาเพื่อค้นหาปัญหา ข้อเท็จจริงที่แท้จริง ซึ่งหากปัญหาที่ ค้นพบ มิใช่ปัญหาที่แท้จริง ระบบงานที่พัฒนาขึ้นมาก็จะตอบสนองการใช้งานไม่ครบถ้วน ปัญหาหนึ่งของระบบงานที่ใช้ในปัจจุบัน คือ โปรแกรมที่ใช้งานในระบบงานเดิมเหล่านั้น ถูกนำมาใช้งานในระยะเวลาที่เนิ่นนานอาจเป็นโปรแกรมที่เขียนขึ้นมาเพื่อติดตามผลงานใดงานหนึ่ง โดยเฉพาะเท่านั้น ไม่ได้เชื่อมโยงถึงกันเป็นระบบ ดังนั้น นักวิเคราะห์ระบบจึงต้องมองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นใน ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบงานที่จะพัฒนา แล้วดำเนินการแก้ไขปัญหา ซึ่งอาจมีแนวทางหลาย แนวทาง และคัดเลือกแนวทางที่ดีที่สุดเพื่อนำมาใช้ในการแก้ปัญหาในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม แนวทางที่ดีที่สุดอาจไม่ถูกเลือกเพื่อมาใช้งาน ทั้งนี้เนื่องจากแนวทางที่ดี ที่สุด ส่วนใหญ่ต้องใช้งบประมาณสูง ดังนั้น แนวทางที่ดีที่สุดไม่ใช่ระบบที่ต้องใช้งบประมาณแพงอย่างเดียว แต่เป็นแนวทางที่เหมาะสมสำหรับการแก้ไขในสถานการณ์นั้นๆ เป็นหลักสำคัญ ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ


31 งบประมาณค่าใช้จ่าย และเวลาที่จำกัด อย่างไรก็ตามในขั้นตอนการกำหนดปัญหานี้ หากเป็นโครงการ ขนาดใหญ่อาจเรียกขั้นตอนนี้ว่า ขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ สรุปขั้นตอนของระยะการกำหนดปัญหา 1. รับรู้สภาพของปัญหาที่เกิดขึ้น 2. ค้นหาต้นเหตุของปัญหา รวบรวมปัญหาของระบบงานเดิม 3. ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการพัฒนาระบบ 4. จัดเตรียมทีมงาน และกำหนดเวลาในการทำโครงการ 5. ลงมือดำเนินการ 2. การวิเคราะห์ การวิเคราะห์ จะต้องรวบรวมข้อมูลความต้องการ (Requirements) ต่างๆ มาให้มากที่สุด ซึ่งการสืบค้นความต้องการของผู้ใช้สามารถดำเนินการได้จากการรวบรวมเอกสารการสัมภาษณ์ การ ออกแบบสอบถาม และการสังเกตการณ์บนสภาพแวดล้อมการทำงานจริง เมื่อได้นำความต้องการมาผ่านการวิเคราะห์เพื่อสรุปเป็นข้อกำหนดที่ชัดเจนแล้วขั้นตอน ต่อไปของนักวิเคราะห์ระบบก็คือ การนำข้อกำหนดเหล่านั้นไปพัฒนาเป็นความต้องการของระบบใหม่ด้วย การพัฒนาเป็นแบบจำลองขึ้นมา ซึ่งได้แก่ แบบจำลองกระบวนการ (Data Flow Diagram) และ แบบจำลองข้อมูล (Data Model) เป็นต้น สรุปขั้นตอนของระยะการวิเคราะห์ 1. วิเคราะห์ระบบงานปัจจุบัน 2. รวบรวมความต้องการ และกำหนดความต้องการของระบบใหม่ 3. วิเคราะห์ความต้องการเพื่อสรุปเป็นข้อกำหนด 4. สร้างแผนภาพ DFD และแผนภาพ E-R 3. การออกแบบ เป็นระยะที่นำผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์ ที่เป็นแบบจำลองเชิงตรรกะมาพัฒนาเป็น แบบจำลองเชิงกายภาพ โดยแบบจำลองเชิงตรรกะที่ได้จากขั้นตอนการวิเคราะห์ มุ่งเน้นว่ามีอะไรที่ต้องทำ ในระบบในขณะที่แบบจำลองเชิงกายภาพจะนำแบบจำลองเชิงตรรกะมาพัฒนา ต่อด้วยการมุ่งเน้นว่าระบบ ดำเนินการอย่างไรเพื่อให้เกิดผลตามต้องการ งานออกแบบระบบประกอบด้วยงานออกแบบสถาปัตยกรรม ระบบที่เกี่ยวข้องกับฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบเครือข่าย การออกแบบรายงาน การออกแบบหน้าจอ อินพุตข้อมูล การออกแบบผังงานระบบ การออกแบบฐานข้อมูล และการออกแบบโปรแกรม เป็นต้น สรุปขั้นตอนของระยะการออกแบบ 1. พิจารณาแนวทางในการพัฒนาระบบ 2. ออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ 3. ออกแบบรายงาน 4. ออกแบบหน้าจออินพุตข้อมูล 5. ออกแบบผังงานระบบ 6. ออกแบบฐานข้อมูล 7. การสร้างต้นแบบ 8. การออกแบบโปรแกรม


32 4. การพัฒนา เป็นระยะที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโปรแกรม โดยทีมงานโปรแกรมเมอร์จะต้องพัฒนา โปรแกรมตามที่นักวิเคราะห์ระบบได้ออกแบบไว้ การเขียนชุดคำสั่งเพื่อสร้างเป็นระบบงานทางคอมพิวเตอร์ ขึ้นมา โดยโปรแกรมเมอร์สามารถนำเครื่องมือเข้ามาช่วยในการพัฒนาโปรแกรมได้เพื่อช่วยให้ระบบงาน พัฒนาได้เร็วขึ้นและมีคุณภาพ สรุปขั้นตอนของระยะการพัฒนา 1. พัฒนาโปรแกรม 2. เลือกภาษาโปรแกรมที่เหมาะสม 3. สามารถนำเครื่องมือมาช่วยพัฒนาโปรแกรมได้ 4. สร้างเอกสารประกอบโปรแกรม 5. การทดสอบ เมื่อโปรแกรมได้พัฒนาขึ้นมาแล้ว ยังไม่สามารถนำระบบไปใช้งานได้ทันทีจำเป็นต้อง ดำเนินการทดสอบระบบก่อนที่จะนำไปใช้งานจริงเสมอ ควรมีการทดสอบข้อมูลเบื้องต้นก่อน ด้วยการสร้าง ข้อมูลจำลองขึ้นมาเพื่อใช้ตรวจสอบการทำงานของระบบงาน หากพบข้อผิดพลาดก็ปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง การทดสอบระบบจะมีการตรวจสอบไวยากรณ์ของภาษาเขียน และตรวจสอบว่าระบบตรงกับความต้องการ ของผู้ใช้หรือไม่ สรุปขั้นตอนของระยะการทดสอบ 1. ทดสอบไวยากรณ์ภาษาคอมพิวเตอร์ 2. ทดสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ที่ได้ 3. ทดสอบว่าระบบที่พัฒนาตรงตามความต้องการของผู้ใช้หรือไม่ 6. การนำระบบไปใช้ เมื่อดำเนินการทดสอบระบบจนมั่นใจว่าระบบที่ได้รับการทดสอบนั้นพร้อมที่จะนำไป ติดตั้งเพื่อใช้งานบนสถานการณ์จริง ขั้นตอนการนำระบบไปใช้งานอาจเกิดปัญหา จากการที่ระบบที่พัฒนา ใหม่ไม่สามารถนำไปใช้งานแทนระบบงานเดิมได้ทันที จึงมีความจำเป็นต้องแปลงข้อมูลระบบเดิมให้อยู่ใน รูปแบบที่ระบบใหม่สามารถนำไปใช้งานได้เสียก่อน หรืออาจพบข้อผิดพลาดที่ไม่คาดคิดเมื่อนำไปใช้ใน สถานการณ์จริง ครั้นเมื่อระบบสามารถรันได้จนเป็นที่น่าพอใจทั้งสองฝ่าย ก็จะต้องจัดทำเอกสารคู่มือระบบ รวมถึงการฝึกอบรมผู้ใช้ สรุปขั้นตอนของระยะการนำระบบไปใช้ 1. ศึกษาสภาพแวดล้อมของพื้นที่ก่อนที่จะนำระบบไปติดตั้ง 2. ติดตั้งระบบให้เป็นไปปตามสถาปัตยกรรมที่ออกแบบไว้ 3. จัดทำคู่มือระบบ 4. ฝึกอบรมผู้ใช้ 5. ดำเนินการใช้ระบบงานใหม่ 6. ประเมินผลการใช้งานของระบบใหม่ 7. การบำรุงรักษา หลังจากระบบงานที่พัฒนาขึ้นใหม่ได้ถูกนำไปใช้งานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนการ บำรุงรักษาจึงเกิดขึ้น ทั้งนี้ข้อบกพร่องในด้านการทำงานของโปรแกรมอาจเพิ่งค้นพบได้ ซึ่งจะต้อง ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องรวมถึงกรณีที่ข้อมูลที่จัดเก็บมีปริมาณที่มากขึ้นต้องวางแผนการรองรับเหตุการณ์


33 นี้ด้วย นอกจากนี้งานบำรุงรักษายังเกี่ยวข้องกับการเขียนโปรแกรมเพิ่มเติมกรณีที่ผู้ใช้มีความต้องการ เพิ่มขึ้น สรุปขั้นตอนระยะการบำรุงรักษา 1. กรณีเกิดข้อผิดพลาดขึ้นจากระบบ ให้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง 2. อาจจำเป็นต้องเขียนโปรแกรมเพิ่มเติม กรณีที่ผู้ใช้มีความต้องการเพิ่มเติม 3. วางแผนรองรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 4. บำรุงรักษาระบบงาน และอุปกรณ์ ภาพที่ 2.34 การพัฒนาระบบ SDLC Model ที่มา : https://www.mindphp.com/ 2.8 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง อารีรัตน์ มีเย็น เจษฎา แก้ววิทย์คัดเค้า สันธนะสุข และประยง มหากิตติคุณ (2561) ระบบการ จัดการเอกสาร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นระบบสารสนเทศจัดเก็บ เอกสารอิเล็กทรอนิกส์สำหรับงานประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อให้มีความสะดวก รวดเร็วและเพิ่ม ประสิทธิภาพในการจัดการเอกสารสำหรับงานประกันคุณภาพการศึกษาเป็นหลัก ผู้วิจัยได้พัฒนาระบบการ จัดการเอกสารจากการวิเคราะห์กระบวนการทำงานจัดการเอกสารในรูปแบบเดิม การรวบรวมความ ต้องการของผู้ใช้การออกแบบระบบงานใหม่ในรูปแบบของเว็บไซต์ผังงานของระบบ ฐานข้อมูลของระบบ และการออกแบบหน้าจอเพื่อปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้ระบบการจัดการเอกสารเปิดให้มีการใช้งานจริงโดย เจ้าหน้าที่และอาจารย์ของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2553 วริทธิ์ธร คำหมาย และ เพ็ญศรี อมรศิลปชัย (2559) งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์สองประการคือ (1) เพื่อพัฒนาระบบจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทโรงสีธัญญรุ่งเรืองชัย (ประเทศไทย) จำกัด ให้ ตอบสนองความต้องการ สามารถจัดการเอกสาร และช่วยให้การทำงานของผู้ใช้ระบบมีประสิทธิภาพมาก


34 ขึ้น (2) เพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทโรงสีธัญญรุ่งเรืองชัย (ประเทศไทย) จำกัด โดยทำการศึกษาและพัฒนาระบบงานเดิมที่มีอยู่เดิมและปรับปรุงให้เหมาะสมกับการ ใช้งานขององค์กร การพัฒนาระบบสารสนเทศในครั้งนี้ใช้โปรแกรม VB 2008 เป็นรูปแบบ windows Application ใช้ Microsoft SQL Server 2005 เป็นโปรแกรมจัดการฐานข้อมูล ได้กระบวนการหลักของ ระบบ 4 กระบวนการ ได้แก่ (1) กระบวนการผู้ดูแลระบบ (2) กระบวนการขอขึ้นทะเบียนเอกสาร (3) กระบวนการอนุมัติเอกสาร (4)กระบวนการตรวจสอบสิทธิ์การใช้งานเอกสาร ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ (1)พนักงานบริษัทโรงสีธัญญรุ่งเรืองชัย (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 110 คน กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ใน การวิจัยได้แก่ (1) ผู้จัดการบริษัท จำนวน 1 คน (2)หัวหน้าแผนกควบคุมเอกสาร จำนวน 1 คน (3) เจ้าหน้าที่แผนกควบคุมเอกสาร จำนวน 2 คน (4) หัวหน้าแผนกต่างๆของบริษัทโรงสีธัญญรุ่งเรืองชัย (ประเทศไทย)จ ากัด จำนวน 10 คน รวมกลุ่มเป้าหมาย ทั้งหมด 14 คน เกวลี เฉิดดิลก (2564) การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบเว็บแอปพลิเคชัน เป็นงานที่ เกี่ยวข้องกับหนังสือ เอกสารทางราชการที่มีเข้าออกทุกวัน เอกสารเหล่านั้นได้มีการทำสำเนาเพื่อส่งต่อหรือ แจ้งเวียนให้รับทราบภายในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ผังมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อรับทราบแล้วก็ทิ้งไป บางเรื่องก็จัดเก็บเช้าแฟ้มเพื่อเป็นข้อมูลในการนำไปใช้ต่อ ในแต่ละวันก็จะมีการใช้ กระดาษในปริมาณที่มาก งานสารบรรณจึงได้นำสถาชัดยกรรมแบบกลุ่มมฆ โดยใช้ Google Dive มาประ ยุกในการปฏิบัติงาน อดคลัองกับการพัฒนาสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หนึ่งใน ยุทธศาสตร์ที่สำคัญของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม สถาปัตยกรรมแบบกลุ่มเมฆ โดยใช้ Google Drive เป็น อีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถนำไฟล์ด่าง ๆ ฝากไว้บนระบบสถาปัดยกรรมแบบกลุ่มมและการสำรองข้อมูลที่มี ความปลอดภัย และที่สำคัญสามารถใช้ได้ทุกที่ที่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต อีกทั้งยังสามารถใช้กับอุปกรณ์ หลายประเภท ซึ่งสามารถนำมาประยุกติใช้กันการปฏิบัติงานของงานสารบรรณตยมีวัตถุประสงค์เพื่อลด ปริมาณของการใช้กระดาษ และพื้นที่ในการจัดเก็บเอกสาร รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารภายใน ให้คล่องตัวสะดวกรวดเร็ว สามารถตรวจสอบคิดตามสถานะของหนังสือ เอกสาร โดยใช้เวลาสั้นลงและการ บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ


บทที่ 3 วิธีการดำเนินการ การพัฒนาระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application หน่วยพัฒนาครู บริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด มีวัตถุประสงค์ของการศึกษาดังนี้ 3.1 เพื่อพัฒนาระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application หน่วยพัฒนาครู บริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด 3.2 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของบุคลากรในการใช้งานระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application หน่วยพัฒนาครู บริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด วิธีในการดำเนินการในครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้นำความรู้เกี่ยวกับ วงจรการพัฒนาระบบ (SDLC) มาเป็น ส่วนประกอบสำหรับการดำเนินการโครงการ ซึ่งประกอบไปด้วยขั้นตอนต่อไปนี้ 1) การวางแผนระบบ (System Planning) 2) การวิเคราะห์ระบบ (System Analysis) 3) การออกแบบระบบ (System Design) 4) การพัฒนาระบบ (System Development) 5) การติดตั้งระบบ (System Implementation) 6) การดูแลรักษาระบบ (System Maintenance) 7) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 8) การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ 3.1 การวางแผนระบบ (System Planning) ผู้ศึกษาได้ทำการศึกษาข้อมูล จากระบบงานเดิมพบว่า หน่วยพัฒนาครู บริษัท อมร 8558 พัฒนา บุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด มีการจัดการข้อมูลหลายรูปแบบทั้งในคอมพิวเตอร์และ Google Drive ซึ่งเอกสารที่จัดเก็บในคอมพิวเตอร์จะแยกจากเป็นไฟล์ที่อยู่ในโฟลเดอร์และอยู่ใน คอมพิวเตอร์ทั้งหมด 4 เครื่องหลัก 2 เครื่องย่อยด้วยกัน เมื่อถึงเวลาที่จะค้นหาเรียกใช้เอกสารทำให้เกิด ความลำบาก เสียเวลาในการค้นหา หรือบางครั้งต้องจัดทำเอกสารขึ้นมาใหม่ เพราะเอกสารไม่ได้อยู่ใน เครื่องเดียว เมื่อมีการส่งเอกสารไปยังบุคลากรครูผ่านไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ บุคลากรครูบางท่านก็หา เอกสารไม่พบหรือดาวน์โหลดแล้วลืมที่เก็บไฟล์เอกสาร ทำให้ต้องติดต่อมาที่บริษัทเพื่อขอรับเอกสารใหม่ ผู้ ศึกษาจึงมีแนวคิดที่จะทำการนำโครงการการพัฒนาระบบจัดการและสืบค้นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หน่วย พัฒนาครูบริษัทอมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด มาต่อยอดให้อยู่ในรูปแบบ การสืบค้นและจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application โดยการใช้แอปพลิเคชัน AppSheet ในจัดการ ระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสาร สามารถให้บุคลากรครูเข้าค้นหา ดาวน์โหลดเอกสารได้ มีเจ้าหน้าที่เป็นผู้ดู ช่วยในการดูแล และนำเสนอข้อมูลบนอุปกรณ์เคลื่อนที่แบบไร้สาย โดยเฉพาะกลุ่ม Mobile Phone, Smart Phone, Tablet PC เข้ามาประยุกต์ในการทำงาน การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้ศึกษาได้ทำการรวบรวมข้อมูลจากแบบสำรวจความต้องการของผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และบุคลากรครูที่ใช้งาน โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง 5 คน มีรายละเอียด ดังนี้


37 1) ความต้องการด้านการใช้งานเอกสาร ได้แก่ 1. คู่มือการใช้งานระบบ LMS 2. เอกสารประกาศรับรอง 3. เอกสารประกอบการบรรยาย 4. เอกสารตัวอย่างรายงานการพัฒนาตนเอง 5. แผนงาน/ผังงาน 2) ความต้องการด้านการออกแบบ และรูปแบบระบบ 1. หน้าแอปพลิเคชันเป็นที่ดึงดูด น่าเข้าใช้งาน 2. มีการจัดเอกสารให้เป็นระบบหมวดหมู่ ง่ายต่อการใช้งาน 3. สีสันในการออกแบบแอปพลิเคชันมีความเหมาะสม 4. สีพื้นหลังกับสีตัวอักษรมีความเหมาะสมต่อกัน อ่านได้ง่าย ดูแล้วสบายตา 5. ภาพประกอบสามารถสื่อความหมายได้ 6. ความถูกต้องในการเชื่อมโยงของเมนูในแอปพลิเคชัน 7. มีความเหมาะสมของหมวดหมู่หัวข้อที่ใช้ 8. องค์ประกอบภายในแอปพลิเคชันมีความเป็นระเบียบ เข้าใจง่าย 9. การเข้าใช้งานแอปพลิเคชันง่ายไม่มีความซับซ้อน 10. ความถูกต้องของผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้งานเมนูต่างๆ ภายในแอปพลิเคชัน 3) ความต้องการด้านประโยชน์และการนำไปใช้งาน 1. เนื้อหามีประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ 2. เป็นแหล่งข้อมูลที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน 3. แสดงภาพรวมในแต่ละการใช้งานได้ชัดเจน 3.2 การวิเคราะห์ระบบ (System Analysis) การวิเคราะห์ระบบ โดยการวิเคราะห์เกี่ยวข้องกับการออกแบบผังรายละเอียดต่างๆ ของการ ดำเนินงาน การวิเคราะห์โครงสร้างของระบบ โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วน คือ ผู้ใช้ (User) และ ผู้ดูแลระบบ (Admin) ดังนี้ 3.2.1 ส่วนของผู้ใช้ (User) ผู้ใช้งานสามารถเข้าใช้งานระบบสืบค้นข้อมูลเอกสาร ดังต่อไปนี้ 3.2.1.1 ข้อมูลติดต่อ ประกอบไปด้วย เบอร์โทร อีเมล ชื่อบริษัท ที่อยู่ และตำแหน่งที่ตั้ง 3.2.1.2 ข้อมูลคู่มือการใช้งานระบบ LMS ประกอบไปด้วย คู่มือการเข้าระบบอบรม หลักสูตรระบบออนไลน์ คู่มือการทำแบบทดสอบและเช็คคะแนน คู่มือสำหับเข้าเรียนระบบ LMS 3.2.1.3 ข้อมูลเอกสารประกาศรับรอง ประกอบไปด้วย ประกาศขยายหลักสูตร และ ประกาศรับรองหลักสูตร 3.2.1.4 ข้อมูลเอกสารประกอบการบรรยาย ประกอบไปด้วย ชื่อเอกสาร และไฟล์เอกสาร เช่น 3 ด้าน 15 ตัวชี้วัด ข้อตกลงในการพัฒนางาน ส่วนประกอบของ PA เป็นต้น 3.2.1.5 ข้อมูลเอกสารตัวอย่างรายงานการพัฒนาตนเอง ประกอบไปด้วย ชื่อเอกสาร ตัวอย่าง ไฟล์เอกสารและรหัสหลักสูตร 16 หลักสูตร เช่น ตัวอย่าง-รายงานการพัฒนาตนเอง-629032003 ตัวอย่าง-รายงานการพัฒนาตนเอง-623032004 เป็นต้น


38 3.2.1.6 ข้อมูลผังงาน/แผนงาน ประกอบไปด้วย ชื่อเอกสาร ไฟล์เอกสารและหมวดหมู่ผัง งาน/แผนงาน ภาพที่ 3.1 ผังงานการเข้าใช้งานของผู้ใช้ ผังระบบการเข้าใช้งานของผู้ใช้ระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application หน่วย พัฒนาครู บริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด มีขั้นตอนการทำงานดังนี้ 1) เริ่มต้น เป็นการกำหนดค่าเริ่มต้นของการเข้าใช้งานระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application หน่วยพัฒนาครู บริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด 2) เข้าสู่ระบบ ผู้ใช้งานทำการเข้าสู่ระบบหรือเข้าใช้งานโดยใช้ลิงค์จากผู้ดูแลระบบ 3) เลือกเมนู ผู้ใช้งานจะต้องเลือกเมนูเพื่อเข้าค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเอกสารนั้น มีรายละเอียดดังนี้ ปุ่มคู่มือ ปุ่มเอกสารประกาศรับรอง ปุ่มเอกสารประกอบการบรรยาย ปุ่มตัวอย่างการรายงานการพัฒนา ตนเอง ปุ่มแผนงาน ปุ่มผังงาน ปุ่มตัวอย่างอื่นๆ ปุ่มติดต่อ และปุ่มเอกสารอื่นๆ 4) ค้นหา คลิกที่ปุ่มค้นหา หากไม่ใช้ให้กลับไปที่หน้าเมนูหลักเพื่อเลือกใหม่อีกครั้ง 5) แสดงข้อมูล เป็นการแสดงข้อมูลเอกสารที่ผู้ใช้งานเลือกอยู่ 6) พิมพ์เอกสาร หากผู้ใช้เลือกเอกสารที่ต้องการเสร็จที่ได้จากการค้นหาหรือตามความต้องการ แล้ว ให้กดเลือกเอกสารแล้วสั่งพิมพ์ หากไม่ใช้ให้กลับไปเลือกเมนูหลักเพื่อเลือกเอกสารใหม่ 7) จบการทำงาน หากผู้ใช้ทำการพิมพ์เอกสารหรือดาวน์โหลดเสร็จสิ้นแล้ว หรือต้องการออกจาก แอปพลิเคชันก็สามารถจบการทำงานได้เสร็จ


39 3.2.2 ส่วนของผู้ดูแลระบบ (Admin) การเข้าใช้งานระบบในส่วนของ Admin สามารถเข้าใช้งาน ได้ ดังนี้ 3.2.2.1 ผู้ดูแลระบบสามารถเพิ่ม ลบ และแก้ไขข้อมูลในระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสาร บน Mobile Application หน่วยพัฒนาครู บริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด โดยเข้าผ่านลิงค์ URL: https://www.appsheet.com/ 3.2.2.2 ล็อกอินเข้าสู่ระบบ ด้วย Username และ Password ของผู้ดูแลระบบ 3.2.2.3 สามารถเพิ่ม ลบ และแก้ไขข้อมูลในระบบได้ ดังนี้ 1) เปิดโปรแกรม Google Sheet ผ่าน https://docs.google.com/ เปรียบเสมือนฐานข้อมูล 2) เปิดไฟล์เอกสารชื่อ ระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสาร เพื่อเข้าถึงไฟล์เอกสาร และทำการแก้ไขข้อมูล การสร้างระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application หน่วยพัฒนาครู บริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด นั้นผู้ศึกษาได้พัฒนาตามผังงานตาม ภาพที่ 3.2 สามารถจัดการระบบได้ ดังนี้ ภาพที่ 3.2 ผังงานระบบสืบค้นและจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application หน่วยพัฒนาครู บริษัท อมร 8558 พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมทางการศึกษา จำกัด


Click to View FlipBook Version