บทที่ 5
ผลท่คี าดวา่ จะไดร้ บั
บทท่ี 5
ผลทคี่ าดว่าจะได้รบั
1. ลดการป่วยจากโรคที่มผี ลจากสารปนเปอื้ นในอาหาร
ส่งิ เป็นพษิ ทีป่ นเปอ้ื นอาหาร ซง่ึ เกิดจากมลภาวะของส่ิงแวดลอ้ ม ประกอบดว้ ยส่งิ เปน็ พษิ
ทั้งที่เป็นสิง่ มีชวี ิต สารเคมี และสารกัมมนั ตรังสี
การปอ้ งกนั และลดปญั หาสารพษิ จากสง่ิ แวดลอ้ มเปน็ เรอ่ื งทหี่ นว่ ยงานของรฐั และประชาชน
จะตอ้ งรว่ มมือกัน ในส่วนของหนว่ ยงานรัฐจะตอ้ งควบคุมดูแลใหโ้ รงงานอุตสาหกรรมและชุมชน
มีการจัดการขยะของเสียและน้�ำเสียที่ถูกวิธีก่อนปล่อยออกสู่ท่อน้�ำท้ิงสาธารณะ มีการติดตาม
ตรวจสอบความปลอดภัย ของอาหารอย่างสม่�ำเสมอ เผยแพร่ข่าวสารให้ความรู้แก่ประชาชน
ส�ำหรับประชาชนท่ัวไปต้องใหค้ วามร่วมมือปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ ทีเ่ กย่ี วกบั การสขุ าภิบาล
ชุมชน ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องสารพิษ ให้ทราบสาเหตุแหล่งท่ีมาเพ่ือให้สามารถเลือกซื้อ
อาหาร และหลกี เลีย่ งการบริโภคอาหารทม่ี โี อกาสเสีย่ งต่อสารพิษไดถ้ ูกตอ้ ง ในกรณีทเี่ ปน็ ผู้ผลติ
หรอื จำ� หนา่ ยอาหารตอ้ งระมดั ระวงั การเลอื กซอื้ วตั ถดุ บิ ควบคมุ การผลติ ใหถ้ กู ลกั ษณะทกุ ขนั้ ตอน
และใหข้ อ้ มูลที่ตรงความจริงตอ่ ผูบ้ ริโภคตามทกี่ ฎหมายก�ำหนด
โรงพยาบาลจึงจ�ำเป็นต้องมีการตรวจสอบวัตถุดิบ ตรวจสอบคุณภาพอาหาร เป็นระยะ
เพื่อป้องกันสารปนเปื้อนในอาหารของผู้ป่วย และไม่ก่อให้เกิดโรคในผู้ป่วยเพ่ิม การค�ำนึงถึง
ความปลอดภัยของวัตถุดิบน�ำเข้ามาประกอบอาหารจึงเป็นส่ิงจ�ำเป็นและส�ำคัญในการตรวจสอบ
คุณภาพ วัตถุดิบท่ีน�ำมาใช้ประกอบอาหารต้องผ่านการคัดเลือก คัดสรร จากผู้ประกอบการ
ท่ีน่าเช่ือถือ ปลอดภัย ปราศจากสารพิษตกค้าง เช่น การซ้ือผักผลไม้ ต้องซ้ือจากแปลงผัก
ปลอดสารพิษ เพือ่ ใหผ้ ู้ป่วย ผู้มารับบรกิ าร ญาตผิ ้ปู ่วยและเจา้ หนา้ ที่ในโรงพยาบาล ลดการป่วย
จากโรคท่ีมผี ลจากสารปนเปอื้ นในอาหาร
2. ประชาชนได้รับการคุ้มครองด้านสุขภาพ
การคมุ้ ครองดา้ นสขุ ภาพ หมายถงึ การปกปอ้ งดแู ลผบู้ รโิ ภค ใหไ้ ดร้ บั ความปลอดภยั เปน็ ธรรม
จากการบรโิ ภคสนิ คา้ และบรกิ าร ไมใ่ หผ้ ้บู รโิ ภคตกอย่ใู นภาวะเส่ยี งตอ่ การรับบรกิ ารทีเ่ พม่ิ ขน้ึ
การให้บริการประกอบอาหารของโรงครัวภายในโรงพยาบาล และร้านอาหารภายใน
โรงพยาบาลจึงมีความส�ำคัญของหน่วยงานรัฐในการคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพของประชาชน
ผรู้ บั บรกิ าร โดยเปน็ ตวั แทนในการรกั ษาสทิ ธิ เสรภี าพ ทจ่ี ะไมต่ อ้ งรบั สารพษิ จากการประกอบอาหาร
50 มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital)
เพิ่มเติมในโรงพยาบาล โดยโรงพยาบาลต้องจัดหาอาหารและวัตถุดิบท่ีมีคุณภาพ มีมาตรฐาน
ปลอดภัย เพียงพอในการน�ำมาปรุงอาหารให้ประชาชนผู้รับบริการเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค
ดา้ นสขุ ภาพ
3. ลดรายจา่ ยดา้ นสขุ ภาพทเ่ี กดิ จากโรคทม่ี ผี ลจากสารปนเปอ้ื น
ในอาหาร
ผลกระทบอนั เกดิ จากความไมส่ ะอาด ปลอดภัยของอาหาร
1. ผลกระทบทางตรง ไดแ้ ก่ ผลกระทบทเี่ กดิ ขนึ้ ตอ่ สขุ ภาพอนามยั ของประชาชน โดยเฉพาะ
โรคทีเ่ กิดจากอาหารและนำ้� เป็นส่อื
2. ผลกระทบทางออ้ ม ไดแ้ กผ่ ลกระทบด้านดา้ นเศรษฐกิจและสงั คม
- ผลกระทบทางเศรษฐกิจ เม่ือเกิดการเจ็บป่วยอันเน่ืองมาจากการบริโภคอาหาร
ที่ไม่สะอาดปลอดภัย สิ่งที่ตามมาคือ การสูญเสียค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้เม่ือเกิดโรคแต่ละคร้ัง และ
ยงั มีผลตอ่ ผทู้ ่เี กี่ยวข้องที่ไดร้ บั ผลกระทบ เชน่ ผปู้ ่วยเสียคา่ ใชจ้ า่ ยดา้ นการรักษาพยาบาล สูญเสีย
รายไดข้ องตนเอง สญู เสียรายไดข้ องรัฐ (ค่าเหมาจ่ายรายหวั ) เสยี ค่าใช้จ่ายเพ่ือสร้างโรงพยาบาล/
สง่ิ อำ� นวยความสะดวก ในโรงพยาบาลเพม่ิ ขน้ึ รา้ นอาหาร เสยี คา่ ใชจ้ า่ ยเมอื่ พนกั งานถกู สงั่ พกั งาน/
ถูกกันไปสอบสวนโรค โรงแรมเสียค่าใช้จ่ายเม่ืออาหารถูกตรวจพบว่ามีพาหนะของเชื้อโรคอยู่
สูญเสยี ก�ำไรท่ีควรจะได้รบั ระหวา่ งช่วงเวลาท่ถี ูกส่งั ปดิ รา้ น หนว่ ยงานทอ้ งถ่นิ เสียค่าชดเชยให้กับ
พนักงานโรงแรม/ร้านอาหารท่ีต้องหยุดงาน (กรณีมีสวัสดิการ) เจ้าของโรงงานเสียค่าใช้จ่าย
เน่ืองจากหยุดการผลิตและค่าใช้จ่ายที่ต้องท�ำลายอาหารท่ีอยู่ในสต๊อก เม่ือพบว่าเป็นสาเหตุของ
การปนเปอ้ื นและเสยี คา่ ใชจ้ า่ ยในการปรบั ปรงุ โรงงานและ สถานทปี่ ระกอบอาหาร หอ้ งปฏบิ ตั กิ าร
เสียค่าใช้จ่ายเก่ียวกับการทดสอบเชื้อจุลินทรีย์ในอาหาร และการสืบสวนการระบาดของโรค
นอกจากนี้ ยงั มคี ่าใช้จ่ายอืน่ ทีไ่ มส่ ามารถวัดได้โดยตรง ได้แก่ ความทุกข์ทรมาน ความกังวลของ
ผู้ท่ีเกี่ยวขอ้ ง ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าเสียเวลาของผูท้ ีม่ าเย่ียม เป็นต้น
- ผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ ประเทศไทยนับเป็นประเทศส่งออกอาหาร
รายส�ำคัญของโลก แต่ถ้าอาหารท่ีส่งออกถูกตรวจพบว่าไม่ได้มาตรฐานหรือมีการปนเปื้อนของ
เชื้อโรค ไม่ไดม้ าตรฐานอาหารตามท่ีประเทศผนู้ �ำเขา้ ก�ำหนดจะถกู ปฏเิ สธและสง่ กลับคืนประเทศ
ผสู้ ่งออก ท�ำใหส้ ูญเสียคา่ ใช้จ่ายจำ� นวนมาก
- ผลกระทบต่อเชื่อเสียงของประเทศ เนื่องจากในปัจจุบันเป็นยุคข้อมูลข่าวสาร
การแพรก่ ระจายขอ้ มลู ขา่ วสารผา่ นส่ือต่างๆ จะเป็นไปอยา่ งรวดเร็ว กรณีท่เี กดิ การเจ็บปว่ ยดว้ ย
โรคท่ีเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนเช้ือโรค โดยเฉพาะถ้าเกิดกับนักท่องเที่ยว
ชาวตา่ งประเทศ จะส่งผลกระทบโดยตรงตอ่ ผู้ทเ่ี กี่ยวขอ้ งในสว่ นตา่ งๆ และในระยะยาวจะส่งผล
ตอ่ ความเชอื่ ม่นั ของประเทศในฐานะผู้ผลิต หรือผ้ใู หบ้ ริการด้านอาหาร
มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital) 51
การควบคมุ ปัจจยั ท่มี ผี ลต่อความสะอาดปลอดภัยของอาหารมีดังนี้
1. บคุ คล หมายถึง ผูส้ ัมผัสอาหาร ไดแ้ ก่ ผู้ปรงุ ผู้เสริ ฟ์ ผ้จู �ำหน่ายอาหาร ล้างภาชนะ
อุปกรณ์ ผู้ขนส่งอาหาร และแม่บ้านที่ปรุงอาหารให้สมาชิกในครอบครัว ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้
ความเข้าใจในการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง ท้ังในเร่ืองสุขวิทยาส่วนบุคคลและสุขนิสัยที่ดีใน
การประกอบ ปรงุ อาหาร โดยยดึ หลกั วา่ จะตอ้ งทำ� ใหอ้ าหารสะอาด ปลอดภยั ปราศจากการปนเปอ้ื น
ในทุกขนั้ ตอนของการปรุง ประกอบ และจำ� หน่าย
2. อาหาร หมายถึง อาหารที่จะน�ำมาปรุง ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด เน้ือสัตว์ ผักสด
อาหารแหง้ หรอื อาหารกระปอ๋ ง จะตอ้ งเลอื กอาหารทใ่ี หม่ สด สะอาด และปลอดภยั ผลติ จากแหลง่
ที่เชือ่ ถือได้ นอกจากน้ีวตั ถุปรุงแต่งอาหาร เชน่ น้�ำปลา น้�ำส้ม ซอส ซอี ๊วิ เป็นต้น ตอ้ งเลือกใช้
ที่ถกู ตอ้ ง มกี ารรบั รองความปลอดภัยจากหนว่ ยงานราชการ เช่น ส�ำนกั งานคณะกรรมการอาหาร
และยา หรอื ส�ำนักงานมาตรฐานผลิตภณั ฑ์อตุ สาหกรรม (มอก.) เปน็ ตน้
3. ภาชนะอปุ กรณ์ หมายถงึ ภาชนะรวมถงึ อุปกรณต์ ่างๆ ท่ีใช้ใส่อาหาร หรือหยบิ จบั
อาหารระหวา่ งการเตรยี ม การปรงุ ประกอบ และการจำ� หนา่ ยอาหาร เชน่ จาน ชอ้ น สอ้ ม ตะเกยี บ
มีด เขียง หม้อ กระทะ ที่คีบอาหาร เป็นต้น ต้องสะอาด ท�ำจากวัสดุที่ปลอดภัย และเลือกใช้
ให้ถูกต้องเหมาะสมกับอาหารแต่ละชนิดเพราะภาชนะอุปกรณ์บางชนิด อาจท�ำให้เกิดอันตราย
ต่อสุขภาพได้หากใช้ไม่ถูกต้อง นอกจากน้ีการล้างเก็บภาชนะอุปกรณ์ที่ถูกต้อง ก็มีส่วนท่ีจะท�ำ
ใหอ้ าหารสะอาด ปลอดภยั ไมถ่ กู ปนเป้ือนเชื้อโรคได้
4. สถานทปี่ รุง ประกอบ และจ�ำหน่ายอาหาร หมายถงึ บริเวณที่เตรยี ม ปรุง ประกอบ
จ�ำหนา่ ยอาหาร รวมถงึ บริเวณที่รับประทานอาหารดว้ ย บรเิ วณท่เี ตรียม ปรงุ ประกอบ จำ� หนา่ ย
อาหาร ควรจัดใหส้ ะอาดเปน็ ระเบยี บ สะดวกต่อการทำ� งาน ไม่นำ� วัตถมุ พี ษิ ซ่งึ เปน็ อันตราย เชน่
สารเคมีกำ� จดั แมลงและศตั รพู ืชมาเก็บ ไวใ้ นบริเวณนีเ้ ดด็ ขาด มีการระบายอากาศท่ดี ี โดยมีปลอ่ ง
ระบายควัน กลน่ิ จากการประกอบอาหาร มีบ่อดกั ไขมัน จดั ท�ำท่อระบายน�ำ้ ท้งิ ที่ถูกตอ้ งตามหลัก
สุขาภิบาล มีห้องส้วมและท่ีปัสสาวะให้พอเพียงส�ำหรับการบริการลูกค้า และท�ำความสะอาด
อยเู่ สมอ บรเิ วณทจี่ ำ� หนา่ ยอาหารหรอื รบั ประทานอาหาร กค็ วรลา้ งทำ� ความสะอาดอยเู่ สมอเชน่ กนั
5. สัตว์ แมลงน�ำ โรค หมายถงึ หนู แมลงวนั แมลงสาบ มด รวมทัง้ สัตว์ เลี้ยง เช่น
สนุ ขั แมว นก หรอื อนื่ ๆ ซง่ึ สามารถนำ� เชอ้ื โรคตา่ งๆ มาปนเปอ้ื นในอาหาร และภาชนะอปุ กรณไ์ ด้
ดังน้ัน จึงต้องมีการควบคุมและป้องกันโดยการจัดสภาพ แวดล้อมของสถานท่ีให้สะอาดเป็น
ระเบียบ เพ่ือไม่ให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ แมลงน�ำโรค และการใช้สารเคมีก�ำจัด จะต้อง
ระมัดระวังเปน็ กรณพี เิ ศษ
การจัดการควบคุมปัจจัยทั้ง 5 ที่กล่าวมาข้างต้น ซ่ึงเป็นสาเหตุท่ีจะท�ำให้อาหารสกปรก
ตอ้ งอาศยั ความรว่ มมือของภาคเี ครือข่ายท่ีเกย่ี วขอ้ ง ได้แก่
52 มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital)
1. เจ้าหน้าที่หมายถึง Food Inspector (เจ้าหนา้ ท่ีทอ้ งถน่ิ หรอื เจ้าหน้าท่ี สาธารณสขุ
ซ่ึงรับผิดชอบงานสขุ าภบิ าลอาหาร) หรือเจ้าหน้าท่ีภาครัฐ ทมี่ ีหน้าที่ในการจดั การอบรมให้ความรู้
แก่ผปู้ ระกอบการค้าอาหาร ตรวจสอบ แนะน�ำ ควบคุม ก�ำกบั และเฝา้ ระวงั ให้ผปู้ ระกอบการคา้
อาหารปฏิบัติตามข้อก�ำหนดกฎเกณฑ์ทางวิชาการท่ีระบุไว้ตามกฎหมาย ท้ังยังมีหน้าท่ีเผยแพร่
ความรู้ให้แก่กลุ่มผู้บริโภค ให้มีความรู้และรู้จักพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค หากมีเร่ืองร้องเรียนจาก
ผู้บริโภค เจ้าหน้าที่ก็ต้องรีบด�ำเนินการแก้ไข ให้ผู้ประกอบการค้าอาหารด�ำเนินการให้ถูกต้อง
เพอื่ ความปลอดภัยของผู้บรโิ ภค
2. ผู้ประกอบกิจการด้านอาหาร หมายถึง ผู้ปรุง ประกอบ และจ�ำหน่าย อาหาร
รวมทงั้ บคุ คลทกุ คนทมี่ หี นา้ ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั กจิ การดา้ นอาหาร เชน่ ผลู้ า้ ง ภาชนะอปุ กรณ์ ตอ้ งปฏบิ ตั ิ
ใหไ้ ดม้ าตรฐาน หรอื ขอ้ กำ� หนดทที่ างราชการไดก้ ำ� หนด ไว้ หากปฏบิ ตั ไิ ดถ้ กู ตอ้ ง กจ็ ะไดก้ ารรบั รอง
จากทางราชการ และเพอื่ ความเขม้ แขง็ ของผปู้ ระกอบการดา้ นอาหาร กอ็ าจมกี ารรวมตวั เปน็ ชมรม
สมาคม เพอ่ื รวมกนั ด�ำเนินกิจกรรมใหบ้ รรลุเปา้ หมายของทางราชการ
4. สนบั สนนุ เกษตรกรซง่ึ เปน็ รากฐานสำ� คญั ของสงั คมไทย
การด�ำเนนิ งานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย เป็นการช่วยสง่ เสรมิ สนับสนนุ เกษตรกรไทย
ซ่ึงเป็นรากฐานส�ำคัญของสังคมไทย ในการผลิตวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหาร เช่น ข้าว
เน้ือสัตว์ ผักสด และผลไม้ ซึ่งการจัดหาวัตถุดิบนั้น เป็นความจ�ำเป็นที่จะต้องได้วัตถุดิบ
ท่ีปลอดสารพิษ ปลอดสารปนเปื้อนต่างๆ การทเ่ี กษตรกรไทยจดั ท�ำการปลกู พชื ผัก และผลไม้
เป็นแบบเกษตรอินทรยี เ์ ปน็ ระบบเกษตรท่เี นน้ ในเรอื่ งการอนุรักษ์ส่ิงแวดลอ้ ม
การเกษตรแบบธรรมชาติ เป็นการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นวัตถุดิบปลอดภัย ปราศจาก
สารปนเปื้อน โดยเกษตรธรรมชาติมีหลักแนวคิดที่อาศัยกระบวนการและกลไกธรรมชาติในการ
ท�ำเกษตร โดยการพยายามเข้าไปจัดการฟาร์มเท่าท่ีจ�ำเป็นจริงๆ โดยการจัดการฟาร์มนั้น
จะเป็นจุดส�ำคัญและในช่วงจังหวะเวลาท่ีเฉพาะ ซ่ึงท�ำให้พืชและสัตว์มีสภาพท่ีเป็นธรรมชาติ
มากที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถมีผลผลิตส�ำหรับเกษตรกรได้ หลักแนวปฏิบัติของเกษตร
ธรรมชาติตามแนวทางมอี ยู่ 5 คอื ไมไ่ ถพรวน ไม่ใส่ปยุ๋ ไม่กำ� จัดวชั พืช ไมก่ ำ� จดั แมลงและศตั รูพชื
และไม่ตัดแต่งก่ิงไม้ ระบบเกษตรธรรมชาติในแนวทางน้ีไม่สนับสนุนให้มีการใช้เคร่ืองจักรกล
ในฟาร์ม ถา้ จ�ำเปน็ อาจเป็นเคร่อื งมอื การเกษตรแบบง่ายๆ
มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั (Food Safety Hospital) 53
ประโยชน์ของเกษตรอนิ ทรีย์ และเกษตรธรรมชาติต่อผู้บรโิ ภคและส่งิ แวดลอ้ ม
1. อนุรักษ์และปรับปรุงสภาพแวดล้อมท่ีเสื่อมโทรมให้สมบูรณ์ ท�ำให้ห่วงโซ่อาหารท่ี
ถกู ทำ� ลายไปโดยสารเคมีกลับฟื้นคนื ดี ท�ำใหป้ ระชาชนมีอาหารท่เี กดิ จากธรรมชาติ เชน่ กงุ้ หอย
ปู ปลา กบ เขยี ด นก
2. ลดตน้ ทนุ การผลติ ทำ� ใหเ้ กษตรกรไดก้ ำ� ไรมากขนึ้ เกษตรกรทย่ี ากจนสามารถปลดเปลอ้ื ง
หนส้ี นิ ให้ลดลงและหมดไปได้
3. ผลผลิตขายได้ราคาสูงกว่าผลผลิตจากการผลิต โดยใช้สารเคมีทั้งในตลาดต่างประเทศ
และในประเทศประมาณ 10 - 30% ประสิทธิภาพการผลิตต่อพ้ืนที่เพิ่มมากขึ้นในระยะยาว
เพราะดนิ ไดร้ ับการปรับปรุงใหด้ ีขน้ึ อย่างตอ่ เนอื่ ง
4. ผลผลติ ปลอดภยั ตอ่ ผบู้ รโิ ภค ทำ� ใหอ้ ตั ราการปว่ ยไขแ้ ละเสยี ชวี ติ ของประชาชนทงั้ ประเทศ
ลดจ�ำนวนลง และประชาชนมีสุขภาพพลานามัยดีขึ้น ท�ำให้รัฐสามารถประหยัดเงินงบประมาณ
ในการรกั ษาพยาบาลลงได้มาก
5. ประเทศไทยสามารถลดการน�ำเข้าปุ๋ยเคมีและสารเคมีก�ำจัดศัตรูพืชลงได้ คิดเป็นมูลค่า
ไม่ต่�ำกว่าปีละ 50,000 ล้านบาท ประหยัดเงินตราต่างประเทศ สามารถสร้างงาน และรายได้
ในส่วนนใ้ี หก้ บั คนไทยทผ่ี ลติ ปยุ๋ ชีวภาพ และสารธรรมชาตกิ �ำจดั ศตั รพู ืชข้นึ ทดแทนได้อีกด้วย
6. แก้ไขปัญหาการส่งออกสินค้าการเกษตรท่ีมีสารเคมีที่เป็นพิษเจือปนและถูกประเทศ
ผนู้ ำ� เขา้ ตงั้ ขอ้ รงั เกยี จทจี่ ะนำ� เขา้ สนิ คา้ การเกษตรจากประเทศไทย หากปรบั เปลย่ี นมาใชก้ ารผลติ
โดยวิธีเกษตรอินทรยี ์จะทำ� ให้ประเทศส่งออกสนิ คา้ การเกษตรไดม้ ากขึ้นทั้งปริมาณและมลู ค่า
7. ลดภาระงบประมาณของรัฐในการด�ำเนินการควบคุมตามกฎหมายและตรวจวิเคราะห์
สารพิษตกค้างในผลผลติ การเกษตรลงไดค้ ดิ เป็นมลู คา่ ปลี ะหลายพันลา้ นบาท
การเลอื กวัตถุดบิ ท้ัง พชื ผกั และผลไม้ จากเกษตรกรที่มีการผลิตแบบเกษตรอินทรยี ์ และ
แบบธรรมชาติ จงึ มีความสำ� คัญในการพัฒนา ส่งเสรมิ ให้โรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข
เปน็ โรงพยาบาลอาหารปลอดภยั ประชาชนผรู้ บั บรกิ ารมคี วามปลอดภยั จากการรบั ประทานอาหาร
ภายในโรงพยาบาล เปน็ อาหารที่ปลอดภยั ปลอดสารพิษ และสิง่ ปนเปอื้ น พร้อมทั้งยังเป็นการ
สนับสนุนเกษตรกรซงึ่ เป็นรากฐานส�ำคัญของสังคมไทย
54 มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั (Food Safety Hospital)
ภาคผนวก
ก. การแสดงฉลากของอาหาร
ในภาชนะบรรจุ
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบบั ท่ี 367) พ.ศ. 2557
เรอ่ื ง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ
เลม่ ๑๓๑ ตอนพเิ ศษ ๑๐๒ ง หนา้ ๓๒ ๖ มถิ ุนายน ๒๕๕๗
ราชกจิ จานุเบกษา
ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ
(ฉบับท่ี ๓๖๗) พ.ศ. ๒๕๕๗
เรอ่ื ง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ
โดยเปน็ การสมควรปรับปรงุ ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าดว้ ยเรอื่ ง ฉลาก
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖ (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติอาหาร
พ.ศ. ๒๕๒๒ อันเป็นกฎหมายท่ีมีบทบัญญัติบางประการเก่ียวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓ และ ๔๕ ของรัฐธรรมนูญ
แหง่ ราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศไว้ ดังตอ่ ไปน้ี
ข้อ ๑ ให้ยกเลกิ
(๑) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ ๑๙๔) พ.ศ. ๒๕๔๓ เร่ือง ฉลาก ลงวันที่ ๑๙ กันยายน
พ.ศ. ๒๕๔๓
(๒) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ ๒๕๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ เร่ือง ฉลาก (ฉบับที่ ๒)
ลงวันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๕
(๓) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓๔๓) พ.ศ. ๒๕๕๕ เรื่อง ฉลาก (ฉบับท่ี ๓)
ลงวันท่ี ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๕
ข้อ ๒ ในประกาศฉบบั นี้
“อาหารในภาชนะบรรจุ” หมายถงึ อาหารทมี่ ภี าชนะหุม้ หอ่ เพ่อื จําหน่าย
“หมดอายุ” หมายความว่า วันที่ซึ่งแสดงการสิ้นสุดของคุณภาพของอาหารภายใต้เงื่อนไข
การเก็บรักษาทร่ี ะบุไว้ และหลงั จากวนั ที่ระบไุ ว้นั้น อาหารนัน้ วางจาํ หนา่ ยไม่ได้
“ควรบริโภคก่อน” หมายความว่า วันที่ซึ่งแสดงการสิ้นสุดของช่วงเวลาที่อาหารนั้นยังคง
คุณภาพดี ภายใตเ้ ง่อื นไขการเก็บรักษาท่รี ะบไุ ว้ และหลังจากวนั ที่ระบไุ ว้น้ัน อาหารนนั้ วางจําหน่ายไมไ่ ด้
“แบ่งบรรจุ” หมายความว่า การนําอาหารจากภาชนะบรรจุเดิมมาแบ่งบรรจุในภาชนะบรรจุย่อย
ซ่งึ ไม่รวมการทํา ผสม ปรงุ แต่งอาหารดังกลา่ ว
“สารก่อภมู แิ พ้” หมายถึง สารที่เขา้ สู่รา่ งกายแล้วทาํ ใหร้ า่ งกายมปี ฏกิ ิรยิ าผิดปรกติ ท้ังที่ตามธรรมดา
สารน้ันเมื่อเข้าสู่ร่างกายคนทั่ว ๆ ไปแล้วจะไม่มีอันตรายใด ๆ จะมีอันตรายก็เฉพาะในคนบางคนท่ีแพ้สารน้ัน
เทา่ น้นั และใหห้ มายความรวมถงึ สารท่ีก่อภาวะภูมไิ วเกิน
56 มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั (Food Safety Hospital)
เลม่ ๑๓๑ ตอนพิเศษ ๑๐๒ ง หนา้ ๓๓ ๖ มิถนุ ายน ๒๕๕๗
ราชกจิ จานุเบกษา
ขอ้ ๓ ให้อาหารในภาชนะบรรจตุ ้องแสดงฉลาก ยกเว้นอาหาร ดงั ต่อไปน้ี
(๑) อาหารท่ีผู้ผลิตสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารท่ีผลิตแก่ผู้บริโภคได้ในขณะนั้น เช่น
หาบเร่ แผงลอย เปน็ ต้น
(๒) อาหารสดท่ีไม่ผ่านกรรมวิธีใด ๆ หรืออาหารสดท่ีผ่านกรรมวิธีการแกะ ชําแหละ ตัดแต่ง
หรือวิธีการอื่นใดเพื่อลดขนาด ซึ่งอาจแช่เย็นหรือไม่แช่เย็นและบรรจุในภาชนะท่ีสามารถมองเห็นสภาพ
ของอาหารสดน้ันได้ ท้ังน้ี ไม่รวมถึงอาหารแปรรูปในภาชนะบรรจุพร้อมจําหน่ายตามประกาศกระทรวง
สาธารณสุขว่าด้วยเร่ืองวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหารแปรรูป
ในภาชนะพร้อมจาํ หนา่ ย
(๓) อาหารในภาชนะบรรจุที่ผลิตและจําหน่ายเพื่อบริการภายในร้านอาหาร ภัตตาคาร
โรงแรม โรงเรียน สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล สถานที่อ่ืนในลักษณะทํานองเดียวกัน และรวมถึง
การบรกิ ารจัดสง่ อาหารใหก้ บั ผ้ซู ื้อด้วย
อาหารตาม (๑) (๒) (๓) หากไดม้ กี ารขอรับเลขสารบบอาหาร ตอ้ งปฏิบัตติ ามประกาศฉบบั น้ี
อาหารในภาชนะบรรจุที่ได้มีประกาศกระทรวงสาธารณสุขกําหนดการแสดงฉลากไว้เป็นการเฉพาะ
นอกจากตอ้ งปฏิบัติตามประกาศฉบบั น้ัน ๆ แลว้ ยงั ต้องปฏิบตั ิตามประกาศฉบบั นีด้ ้วย
ข้อ ๔ การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุที่ผลิตเพ่ือจําหน่าย นําเข้าเพื่อจําหน่าย
หรือท่ีจําหน่าย ต้องแสดงข้อความเป็นภาษาไทย และอย่างน้อยจะต้องมีข้อความแสดงรายละเอียด
ดงั ตอ่ ไปนี้ เวน้ แต่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะยกเว้นใหไ้ ม่ต้องระบขุ ้อความหนงึ่ ข้อความใด
(๑) ช่อื อาหาร
(๒) เลขสารบบอาหาร
(๓) ชื่อและท่ีตั้งของผู้ผลิตหรือผู้แบ่งบรรจุหรือผู้นําเข้า หรือสํานักงานใหญ่ แล้วแต่กรณี
ดังต่อไปน้ี
(๓.๑) อาหารท่ีผลิตในประเทศ ให้แสดงชื่อและท่ีตั้งของผู้ผลิตหรือผู้แบ่งบรรจุ หรือแสดงช่ือ
และทีต่ ง้ั ของสาํ นักงานใหญ่ของผผู้ ลิตหรือผ้แู บง่ บรรจกุ ไ็ ด้ โดยตอ้ งมีข้อความดงั ต่อไปนี้ กาํ กับไวด้ ว้ ย
(๓.๑.๑) ขอ้ ความวา่ “ผู้ผลิต” หรือ “ผลติ โดย” สาํ หรับกรณเี ปน็ ผผู้ ลิต
(๓.๑.๒) ข้อความว่า “ผู้แบ่งบรรจุ” หรือ “แบ่งบรรจุโดย” สําหรบั กรณีเป็นผ้แู บง่ บรรจุ
(๓.๑.๓) ข้อความว่า “สํานักงานใหญ่” สําหรับกรณีเป็นผู้ผลิตหรือผู้แบ่งบรรจุ
ทป่ี ระสงคจ์ ะแสดงช่ือและทีต่ งั้ ของสาํ นกั งานใหญ่
มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั (Food Safety Hospital) 57
เล่ม ๑๓๑ ตอนพิเศษ ๑๐๒ ง หน้า ๓๔ ๖ มถิ นุ ายน ๒๕๕๗
ราชกจิ จานุเบกษา
(๓.๒) อาหารนําเข้าจากต่างประเทศ ให้แสดงชื่อและท่ีต้ังของผู้นําเข้าโดยมีข้อความว่า
“ผนู้ ําเขา้ ” หรือ “นาํ เข้าโดย” กาํ กบั และแสดงชอ่ื และประเทศของผู้ผลิตดว้ ย
(๔) ปรมิ าณของอาหารเป็นระบบเมตริก
(๔.๑) อาหารทีม่ ลี ักษณะเปน็ ของแข็ง ให้แสดงนาํ้ หนกั สทุ ธิ
(๔.๒) อาหารที่มลี ักษณะเป็นของเหลว ให้แสดงปริมาตรสุทธิ
(๔.๓) อาหารที่มีลักษณะครึ่งแข็งคร่ึงเหลว หรือลักษณะอื่น อาจแสดงเป็นนํ้าหนักสุทธิ
หรือปริมาตรสุทธิก็ได้
กรณีอาหารท่ีมีการกําหนดน้ําหนักเน้ืออาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ให้แสดงปริมาณ
นา้ํ หนกั เนอื้ อาหารดว้ ย
(๕) ส่วนประกอบที่สําคัญเป็นร้อยละของน้ําหนักโดยประมาณเรียงตามลําดับปริมาณจากมากไปน้อย
เวน้ แต่
(๕.๑) อาหารที่ฉลากมีพื้นท่ีท้ังแผ่นน้อยกว่า ๓๕ ตารางเซนติเมตร แต่ทั้งน้ี จะต้องมี
ข้อความแสดงส่วนประกอบที่สําคัญไว้บนหบี ห่อของอาหารนน้ั หรอื
(๕.๒) อาหารท่มี ีส่วนประกอบเพียงอย่างเดียวโดยไม่นับรวมถึงวัตถุเจือปนอาหารหรือวัตถุ
แตง่ กลน่ิ รสทเี่ ปน็ สว่ นผสม หรอื
(๕.๓) อาหารชนิดแห้ง หรือชนิดผง หรือชนิดเข้มข้น ท่ีต้องเจือจางหรือทําละลาย
ก่อนบริโภคอาจเลอื กแสดงสว่ นประกอบทส่ี าํ คัญของอาหารเป็นร้อยละของนํ้าหนักโดยประมาณ หรือเมื่อเจือจาง
หรอื ทาํ ละลายตามวิธีปรุงเพอ่ื รบั ประทานตามท่แี จง้ ไว้บนฉลาก อยา่ งใดอย่างหนงึ่ หรอื แสดงทง้ั สองอยา่ งก็ได้
(๖) ข้อความว่า “ข้อมูลสําหรับผู้แพ้อาหาร : มี ……..….” กรณีมีการใช้เป็นส่วนประกอบ
ของอาหาร หรอื “ขอ้ มลู สาํ หรับผแู้ พ้อาหาร : อาจมี ………….…” กรณีมกี ารปนเปอื้ นในกระบวนการผลิต
แล้วแต่กรณี (ความท่ีเว้นไว้ให้ระบุประเภทหรือชนิดของสารก่อภูมิแพ้หรือสารท่ีก่อภาวะภูมิไวเกิน)
โดยขนาดตัวอักษรต้องปฏิบัติตามข้อ ๑๔ (๓) และสีของตัวอักษรตัดกับสีพื้นของฉลาก ขนาดตัวอักษร
ต้องไม่เล็กกว่าขนาดตวั อกั ษรทแ่ี สดงสว่ นประกอบและแสดงไว้ท่ีด้านลา่ งของการแสดงส่วนประกอบ
ประเภทหรือชนดิ ของอาหารตามวรรคหนงึ่ ซ่ึงเป็นสารก่อภูมิแพ้ หรือสารท่ีก่อภาวะภูมิไวเกิน
ได้แก่
(๖.๑) ธัญพืชท่ีมีส่วนประกอบของกลูเตน ได้แก่ ข้าวสาลี ไรน์ บาร์เลย์ โอ๊ต สเปลท์
หรือสายพันธ์ุลกู ผสมของธัญพชื ดงั กลา่ ว และผลิตภัณฑจ์ ากธญั พืชท่ีมสี ว่ นประกอบของกลเู ตนดังกลา่ ว
58 มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital)
เลม่ ๑๓๑ ตอนพเิ ศษ ๑๐๒ ง หนา้ ๓๕ ๖ มถิ ุนายน ๒๕๕๗
ราชกิจจานุเบกษา
(๖.๒) สัตว์นํ้าที่มีเปลือกแข็ง เช่น ปู กุ้ง ก้ัง ลอบเสตอร์ เป็นต้น และผลิตภัณฑ์จากสัตว์นํ้า
ท่มี เี ปลือกแข็ง
(๖.๓) ไข่ และผลติ ภัณฑจ์ ากไข่
(๖.๔) ปลา และผลิตภัณฑ์จากปลา
(๖.๕) ถ่ัวลิสง ถัว่ เหลือง และผลิตภัณฑ์จากถว่ั ลสิ ง ถั่วเหลือง
(๖.๖) นม และผลิตภณั ฑจ์ ากนม รวมถึงแลคโตส
(๖.๗) ถ่ัวท่ีมีเปลือกแข็ง และผลิตภัณฑ์จากถ่ัวท่ีมีเปลือกแข็ง เช่น อัลมอนต์ วอลนัท
พีแคน เปน็ ต้น
(๖.๘) ซัลไฟต์ ท่ีมีปรมิ าณมากกวา่ หรอื เท่ากับ ๑๐ มิลลิกรมั ต่อกโิ ลกรมั
ทั้งน้ี ความใน (๖) ไม่รวมถึงอาหารที่มีสารก่อภูมิแพ้หรือสารที่ก่อภาวะภูมิไวเกินเป็น
สว่ นประกอบท่สี ําคัญ และมีการแสดงชอ่ื อาหารทีร่ ะบุช่ือสารกอ่ ภมู แิ พห้ รอื สารทกี่ อ่ ภาวะภมู ิไวเกินไว้ชัดเจนแล้ว
เช่น นํา้ นมโคสด ถัว่ ลิสงอบกรอบ เป็นต้น
(๗) แสดงช่ือกลุ่มหน้าที่ของวัตถุเจือปนอาหารร่วมกับช่ือเฉพาะ หรือแสดงชื่อกลุ่มหน้าท่ีของ
วัตถุเจือปนอาหารร่วมกับตัวเลขตาม International Numbering System : INS for Food Additives
ถ้ามีการใช้หรือมีวัตถุเจือปนอาหารติดมากับวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหาร เป็นส่วนประกอบของอาหาร
ในปริมาณที่เกิดผลตามวัตถุประสงค์ของการใช้วัตถุเจือปนอาหาร และให้แสดงข้อความดังต่อไปนี้ด้วย
แลว้ แต่กรณี
(๗.๑) “สีธรรมชาติ” หรือ “สีสังเคราะห์” ตามด้วยช่ือเฉพาะ หรือตัวเลขตาม International
Numbering System: INS for Food Additives แลว้ แต่กรณี
(๗.๒) ช่ือกลุ่มหน้าท่ีตามด้วยชื่อเฉพาะ สําหรับกรณีวัตถุปรุงแต่งรสอาหาร และวัตถุ
ท่ีใหค้ วามหวานแทนนํา้ ตาล
(๘) ข้อความว่า “แต่งกล่ินธรรมชาติ” “แต่งกลิ่นเลียนธรรมชาติ” “แต่งกลิ่นสังเคราะห์”
“แต่งรสธรรมชาต”ิ หรอื “แตง่ รสเลียนธรรมชาต”ิ ถา้ มีการใช้แล้วแต่กรณี
(๙) แสดงวัน เดือนและปี สําหรับอาหารท่ีมีอายุการเก็บไม่เกิน ๙๐ วัน หรือแสดง
วัน เดือนและปี หรือเดือนและปี สําหรับอาหารที่มีอายุการเก็บเกิน ๙๐ วัน โดยมีข้อความว่า
“ควรบรโิ ภคก่อน” กาํ กบั ไวด้ ว้ ย
นอกจากการแสดงข้อความตามวรรคหนึ่ง อาจกําหนดให้แสดงข้อความ “ผลิต” หรือ “หมดอายุ”
ใหเ้ ป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ว่าดว้ ยอาหารนน้ั
มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั (Food Safety Hospital) 59
เล่ม ๑๓๑ ตอนพิเศษ ๑๐๒ ง หน้า ๓๖ ๖ มิถนุ ายน ๒๕๕๗
ราชกจิ จานุเบกษา
การแสดงวัน เดือนและปี หรือเดือนและปี ให้แสดงเป็นวัน เดือนและปี หรือเดือนและปี
เรยี งตามลาํ ดับ ท้งั น้ี อาจแสดง “เดือน” เป็นตัวเลขหรือตัวอักษรก็ได้
กรณีท่ีมีการแสดงไม่เป็นไปตามวรรคสาม ต้องมีข้อความหรือตัวอักษรท่ีส่ือให้ผู้บริโภคเข้าใจ
อย่างชดั เจนถงึ วิธีการแสดงขอ้ ความดังกล่าวกาํ กบั ไว้ดว้ ย
(๑๐) คาํ เตอื น (ถา้ ม)ี
(๑๑) ขอ้ แนะนําในการเก็บรกั ษา (ถา้ มี)
(๑๒) วิธปี รุงเพ่อื รบั ประทาน (ถา้ มี)
(๑๓) วิธีการใช้และข้อความที่จําเป็นสําหรับอาหารที่มุ่งหมายจะใช้กับทารกหรือเด็กอ่อน
หรือบุคคลกลุม่ ใดโดยเฉพาะ
(๑๔) ข้อความท่ีกาํ หนดเพ่มิ เติมตามบัญชแี นบทา้ ยประกาศ
(๑๕) ข้อความทต่ี ้องมีสําหรบั อาหารท่ีมีประกาศกระทรวงสาธารณสขุ กําหนด
กรณีการแสดงฉลากอาหารท่ีมิใช่จําหน่ายโดยตรงต่อผู้บริโภคหรือผู้แบ่งบรรจุหรือผู้ปรุงหรือ
ผู้จําหน่ายอาหาร อย่างน้อยต้องแสดงรายละเอียดตามข้อ ๔ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๙) และ
อาจแสดงข้อความเป็นภาษาอังกฤษแทนก็ได้ไว้บนฉลาก ท้ังน้ี ต้องมีการแสดงรายละเอียดเป็นภาษาไทย
ท่ีครบถว้ นตามขอ้ ๔ ทเ่ี หน็ ไดช้ ดั เจนและอ่านได้งา่ ย ไวใ้ นคมู่ ือหรอื เอกสารประกอบการจาํ หน่ายทกุ คร้งั
ข้อ ๕ ฉลากของอาหารที่ผลิตเพ่อื ส่งออกจะแสดงขอ้ ความเป็นภาษาใดก็ได้ แตอ่ ยา่ งนอ้ ยต้องระบุ
(๑) ประเทศผู้ผลิต
(๒) เลขสารบบอาหาร หรอื เลขสถานท่ีผลิตอาหาร หรือช่ือและท่ีต้ังของสถานที่ผลิตอย่างหนึ่ง
อย่างใดก็ได้
ข้อ ๖ ฉลากของอาหารดังต่อไปน้ี ต้องส่งมอบฉลากให้สํานักงานคณะกรรมการอาหาร
และยาตรวจอนมุ ตั ใิ ห้ใชก้ ่อนนําไปใช้
(๑) อาหารควบคมุ เฉพาะ
(๒) อาหารอ่ืนท่ีรฐั มนตรปี ระกาศกําหนด
ข้อ ๗ การแสดงเลขสารบบอาหาร ให้เป็นไปตามท่ีกําหนดในระเบียบสํานักงานคณะกรรมการ
อาหารและยา
ข้อ ๘ ฉลากของอาหารต้องปิด ติด หรือแสดงไว้ในท่ีเปิดเผยท่ีภาชนะบรรจุและหรือหีบห่อ
ของภาชนะบรรจุอาหาร และมองเห็นได้ชัดเจน โดยมีขนาดของฉลากสัมพันธ์กับพ้ืนท่ีของภาชนะบรรจุ
หรอื หบี ห่อนนั้ ๆ
60 มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital)
เล่ม ๑๓๑ ตอนพิเศษ ๑๐๒ ง หนา้ ๓๗ ๖ มถิ ุนายน ๒๕๕๗
ราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๙ ฉลากของอาหารต้องไม่ทําให้เข้าใจผิดไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมระหว่างอาหาร
กบั ข้อความ รูป รูปภาพ รอยประดษิ ฐ์ เครือ่ งหมาย หรือเครอื่ งหมายการค้าทแ่ี นะนําผลติ ภัณฑ์ชนดิ อ่ืน
ขอ้ ๑๐ ฉลากที่มีข้อความ รูป รูปภาพ รอยประดิษฐ์ เคร่ืองหมาย ตรา หรือเครื่องหมาย
การค้า เครอ่ื งหมายการค้าจดทะเบยี นไมว่ า่ จะเปน็ ภาษาใดทป่ี รากฏในฉลาก ต้อง
(๑) ไม่เป็นเท็จหรือหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร หรือไม่ทําให้เข้าใจผิด
ในสาระสาํ คัญ
(๒) ไม่แสดงถึงชื่ออาหาร ส่วนประกอบของอาหาร อัตราส่วนของอาหาร ปริมาณของอาหาร
หรอื แสดงถงึ สรรพคุณของอาหารอันเปน็ เทจ็ หรอื เปน็ การหลอกลวงให้เกดิ ความหลงเชื่อ
(๓) ไม่ทําให้เข้าใจว่ามีวัตถุตามข้อความ ชื่อ รูป รูปภาพ รอยประดิษฐ์ เคร่ืองหมาย
หรือเคร่ืองหมายการค้าดังกล่าวผสมอยู่ในอาหารโดยท่ีไม่มีวัตถุน้ันผสมอยู่ หรือมีผสมอยู่ในปริมาณ
ทไี่ ม่อาจแสดงสรรพคณุ
(๔) ไม่พ้องเสียง พ้องรูป กับคําหรือข้อความที่ส่ือถึงคุณประโยชน์ คุณภาพ สรรพคุณ
อนั เป็นการโอ้อวด หรือเป็นเทจ็ หรือเกนิ จรงิ หรือหลอกลวงทาํ ให้เกิดความหลงเช่อื โดยไม่สมควร
(๕) ไม่ขัดกับวฒั นธรรมและศลี ธรรมอันดีงามของไทยหรอื ส่อไปในทางทาํ ลายคุณค่าของภาษาไทย
(๖) ไม่ส่งเสริมหรืออาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง ความแตกแยก หรือผลกระทบในเชิงลบ
ทั้งทางตรงหรือทางอ้อมต่อสังคม วัฒนธรรม ศีลธรรม ประเพณี หรือพฤติกรรมท่ีเกี่ยวกับเพศ ภาษา
และความรุนแรง
ขอ้ ๑๑ ฉลากทีแ่ สดงข้อความกลา่ วอ้างเกี่ยวกับสารหรือส่วนประกอบอืน่ ใดในอาหาร ตอ้ ง
(๑) ไม่ใช้กบั อาหารท่ีมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขกําหนดห้ามใช้ หรืออาหารท่ีโดยธรรมชาติ
ของอาหารนนั้ ไมม่ สี ารนั้น หรืออาหารท่ใี นกระบวนการผลิตไมม่ สี ารนัน้ เกิดข้นึ
(๒) ไม่เป็นวตั ถุทห่ี ้ามใช้ในอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสขุ
(๓) ไม่กอ่ ใหเ้ กิดความเข้าใจผิดในผลติ ภัณฑ์
ข้อ ๑๒ ฉลากท่ีแสดงเคร่ืองหมายการค้า ให้ระบุ คําว่า “ตรา” หรือ “เครื่องหมายการค้า” หรือ
“เครื่องหมายการค้าจดทะเบียน” กํากับช่ือตรา หรือชื่อเคร่ืองหมายการค้านั้นด้วย โดยต้องมีลักษณะ
เหน็ ได้ชดั เจน และอ่านได้ง่าย ขนาดของตัวอกั ษรต้องสมั พันธ์กบั ขนาดพนื้ ทฉ่ี ลากและเป็นไปตามข้อ ๑๐
ข้อ ๑๓ การแสดงชื่ออาหารตามข้อ ๔ (๑) ต้องเป็นไปตามข้อ ๑๐ และให้ใช้ช่ืออย่างหน่ึง
อย่างใด ดังต่อไปน้ี
(๑) ชอื่ เฉพาะของอาหาร ชอื่ สามญั หรือชือ่ ที่ใชเ้ รียกอาหารตามปกติ
มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั (Food Safety Hospital) 61
เล่ม ๑๓๑ ตอนพเิ ศษ ๑๐๒ ง หนา้ ๓๘ ๖ มถิ ุนายน ๒๕๕๗
ราชกจิ จานุเบกษา
(๒) ชื่อท่ีแสดงประเภทหรอื ชนิดของอาหาร
(๓) ช่ือทางการค้า การใช้ชื่อนี้ต้องมีข้อความแสดงประเภทหรือชนิดของอาหารกํากับชื่ออาหารด้วย
โดยจะอยู่ในบรรทัดเดียวกับชื่อทางการค้าก็ได้ และจะมีขนาดตัวอักษรต่างกับช่ือทางการค้าก็ได้ แต่ต้อง
สามารถอ่านไดช้ ัดเจน
ในกรณีท่ีใช้ชื่ออาหารที่อาจทําให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของอาหารน้ัน ๆ
รวมทั้งแหล่งกําเนิด ต้องระบุข้อความหน่ึงข้อความใดประกอบชื่ออาหารด้วย ซ่ึงอาจเป็นสารท่ีใช้บรรจุ
หรอื กรรมวิธกี ารผลิต หรือรปู ลกั ษณะของอาหาร หรือส่วนของพชื หรอื สัตว์ หรือแหลง่ กาํ เนดิ ของอาหาร
ขอ้ ๑๔ ข้อความในฉลากต้องมีลักษณะเห็นได้ชัดเจน และอ่านได้ง่าย ขนาดของตัวอักษร
ต้องสมั พนั ธก์ ับขนาดของพ้นื ทฉี่ ลาก และต้องปฏบิ ตั ิ ดงั นี้
(๑) การแสดงข้อความตามข้อ ๔ (๑) ต้องมีขนาดความสูงของตัวอักษรไม่น้อยกว่า
๒ มิลลิเมตร และตัวอักษรต้องอ่านได้ชัดเจน ได้สัดส่วนสัมพันธ์กับขนาดพ้ืนท่ีฉลาก อยู่ส่วนท่ีสําคัญ
ของฉลากเมื่อวางจําหน่าย และมีข้อความต่อเนื่องกันในแนวนอน เว้นแต่ฉลากที่มีเน้ือท่ีน้อยกว่า
๓๕ ตารางเซนตเิ มตร ใหแ้ สดงชือ่ ด้วยขนาดตวั อกั ษรความสงู ไมน่ ้อยกวา่ ๑ มิลลิเมตร
(๒) การแสดงข้อความตามข้อ ๔ (๒) ต้องมีขนาดความสูงของตัวอักษร ให้เป็นไปตามท่ีกําหนด
ในระเบียบสํานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
(๓) การแสดงข้อความตามข้อ ๔ (๓) (๔) (๕) (๖) และ (๙) ต้องมีขนาดความสูง
ของตัวอักษรแล้วแตก่ รณี ดงั นี้
(๓.๑) ไม่น้อยกว่า ๑ มิลลิเมตร สําหรับฉลากที่มีพื้นท่ีไม่เกิน ๑๐๐ ตารางเซนติเมตร
เว้นแตฉ่ ลากอาหารทม่ี ีพน้ื ท่ีทงั้ แผ่นนอ้ ยกว่า ๓๕ ตารางเซนตเิ มตร การแสดงสว่ นประกอบ อาจแสดงไว้
บนหีบหอ่ ของอาหารแทนได้
(๓.๒) ไม่น้อยกว่า ๑.๕ มิลลิเมตร สําหรับฉลากที่มีพ้ืนที่มากกว่า ๑๐๐ ตารางเซนติเมตร
ถงึ ๒๕๐ ตารางเซนติเมตร
(๓.๓) ไม่น้อยกวา่ ๒ มิลลเิ มตร สําหรับฉลากทมี่ ีพน้ื ท่มี ากกว่า ๒๕๐ ตารางเซนติเมตร
(๔) การแสดงข้อความตามข้อ ๔ (๑) (๖) และ (๙) ให้แสดงไวใ้ นตาํ แหน่งท่สี ามารถเห็นได้ชดั เจน
กรณีการแสดงข้อความตามข้อ ๔ (๙) ไว้ที่ด้านล่างหรือส่วนอื่น ต้องมีข้อความท่ีฉลากท่ีสื่อ
ได้ชัดเจนว่าจะดูวัน เดือนและปีท่ีควรบริโภคก่อน หรือเดือนและปีที่ควรบริโภคก่อน ได้ท่ีใด
และอาจแสดงข้อความกํากับวัน เดือนและปี หรือเดือน และปีที่ผลิต หรือหมดอายุ หรือควรบริโภคก่อน
ไวด้ ้วยอีกหรือไมก่ ไ็ ด้
62 มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั (Food Safety Hospital)
เล่ม ๑๓๑ ตอนพิเศษ ๑๐๒ ง หนา้ ๓๙ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๗
ราชกจิ จานุเบกษา
ขอ้ ๑๕ การแสดงสีของพื้นฉลากและสีของข้อความในฉลากต้องใช้สีที่ตัดกัน ซ่ึงทําให้ข้อความ
ที่ระบุอ่านได้ชัดเจน เว้นแต่ข้อความดังต่อไปน้ี ต้องมีขนาดตัวอักษร สี ตําแหน่ง และแบบ แล้วแต่กรณี
ดังน้ี
(๑) เลขสารบบอาหาร ใหเ้ ปน็ ไปตามทก่ี าํ หนดในระเบียบสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา
(๒) การแสดงขอ้ ความตามข้อ ๔ (๑๔) และ (๑๕)
ขอ้ ๑๖ ให้ผู้ผลิตหรือผู้นําเข้าอาหารท่ีได้จัดทําฉลากไว้ก่อนวันท่ีประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ
ทําการแก้ไขฉลากให้ถูกต้องตามประกาศฉบับน้ี และให้ใช้ฉลากเดิมท่ีเหลืออยู่ต่อไป แต่ไม่เกินสองปี
นับแตว่ ันทป่ี ระกาศฉบับนี้มีผลใช้บงั คับ
ขอ้ ๑๗ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับจากวันท่ีประกาศใน
ราชกจิ จานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
ประดษิ ฐ สินธวณรงค์
รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสุข
มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital) 63
บัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสขุ (ฉบบั ที่ ๓๖๗ ) พ.ศ. ๒๕๕๗
เรอื่ ง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ
--------------------------------
ขอ้ ความท่กี ําหนดให้แสดงเพมิ่ เตมิ ตามขอ้ ๔ (๑๔)
ชนดิ ของอาหาร ข้อความคาํ เตือน/ข้อความอ่นื
๑.เคร่ืองด่มื ทผ่ี สมกาเฟอนี
“ห้ามดื่มเกินวันละ ๒ ขวด เพราะหัวใจจะส่ัน นอนไม่หลับ เด็ก
๒.ไอศกรมี ทมี่ กี ารใชว้ ัตถเุ จือปนอาหารเพอ่ื ชว่ ย และสตรีมีครรภ์ไม่ควรดื่ม ผู้ป่วยปรึกษาแพทย์ก่อน” ด้วยตัวอักษร
ให้โครงสรา้ งผลึกน้าํ แขง็ มีความคงตวั เส้นทึบสีแดง ขนาดความสูงไม่น้อยกว่า ๒ มิลลิเมตร ในกรอบ
สเ่ี หลีย่ มพ้ืนขาวสีของกรอบตัดกบั สขี องพ้นื ฉลาก
“ใช้ โปรตีนจับโครงสร้างนํ้าแข็งชนิด เอช พี แอล ซี ๑๒” หรือ
“ใช้ Ice Structuring Protein type III HPLC ๑๒” และต้อง
แสดงข้อความท่ีส่ือให้ผู้บริโภคทราบด้วยว่า หากต้องการทราบ
รายละเอียดเพิ่มเติมเก่ียวกับวัตถุเจือปนอาหารดังกล่าวให้ระบุ
หมายเลขโทรศพั ท์ หรือ เว็ปไซต์ ตดิ ต่อดว้ ย
64 มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั (Food Safety Hospital)
ข. ภาชนะบรรจุ
ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ฉบับท่ี 92 (พ.ศ. 2528)
เรือ่ ง ก�ำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจกุ ารใชภาชนะบรรจุและ
การหา มใชว ตั ถใุ ดเปน ภาชนะบรรจอุ าหาร และ
ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ (ฉบับท่ี 295) พ.ศ. 2548
เรอ่ื ง ก�ำหนดคณุ ภาพหรอื มาตรฐานของภาชนะบรรจุท่ที ําจากพลาสตกิ
มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั (Food Safety Hospital) 65
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
ฉบับที่ 92 (พ.ศ.2528)
เรอ่ื ง กาํ หนดคุณภาพหรอื มาตรฐานของภาชนะบรรจุ การใชภาชนะบรรจุ
และการหา มใชวัตถุใดเปน ภาชนะบรรจุอาหาร
-----------------------------------------------
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 6(6) และ (9) แหงพระราชบัญญัติอาหาร
พ.ศ.2522 รฐั มนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุขออกประกาศไว ดงั ตอไปน้ี
ขอ 1 ใหย กเลกิ
(1) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับท่ี 7 (พ.ศ.2522) เรื่อง กําหนดคุณภาพหรือ
มาตรฐานของภาชนะบรรจุ การใชภาชนะบรรจุ และการหามมิใหใชสิ่งใดเปนภาชนะบรรจุอาหาร ลงวันท่ี
24 สงิ หาคม พ.ศ.2522
(2) ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ฉบบั ท่ี 8 (พ.ศ.2522) เรอ่ื ง กาํ หนดการใชถ งุ พลาสตกิ
หรอื แผน พลาสติกเปนภาชนะบรรจุอาหาร ลงวันท่ี 24 สิงหาคม พ.ศ.2522
(3) ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ฉบบั ท่ี 17 (พ.ศ.2522) เรอื่ ง กาํ หนดลกั ษณะคณุ ภาพ
มาตรฐานภาชนะเครอ่ื งเคลอื บดนิ เผาหรอื เครอ่ื งโลหะเคลอื บทใ่ี ชบ รรจอุ าหาร ลงวนั ท่ี 13 กนั ยายน พ.ศ.2522
ขอ 2 ในประกาศนี้
(1) ภาชนะบรรจุ หมายความวา วตั ถทุ ใ่ี ชบ รรจอุ าหารไมว า ดว ยการใสห รอื หอ หรอื ดว ยวธิ ี
ใด ๆ และใหหมายความรวมถึงฝาหรอื จกุ ดว ย
(2) ภาชนะเซรามกิ หมายความวา ผลติ ภณั ฑอ โลหะ อนนิ ทรยี ท ค่ี งตวั หลงั จากเผาผนกึ
หรอื หลอมตวั ที่อณุ หภูมิสูง ท่ีใชเปน ภาชนะบรรจุ
(3) ภาชนะโลหะเคลอื บ หมายความวา ผลิตภณั ฑท ่ีใชส ารเคมเี คลือบบนพนื้ ผวิ โลหะที่
ขนึ้ รปู แลว เพอ่ื ปองกนั การสึกกรอนที่ใชเ ปน ภาชนะบรรจุ
ขอ 3 ภาชนะเซรามกิ และภาชนะโลหะเคลอื บ ไดแ ก
(1) ภาชนะแบบแบน หมายความวา ภาชนะซงึ่ มคี วามลกึ ไมเ กนิ 25 มลิ ลเิ มตร เมอื่ วดั ใน
แนวดงิ่ จากจดุ ลกึ ท่สี ุดภายในภาชนะถงึ แนวระดับราบของขอบรมิ บนสดุ ของภาชนะ
(2) ภาชนะแบบลึก หมายความวา ภาชนะซึ่งมีความลึกเมื่อวัดตาม (1) แลวเกิน
25 มลิ ลิเมตร
(ก) ภาชนะแบบลกึ ขนาดเลก็ หมายความวา ภาชนะทมี่ คี วามจนุ อ ยกวา 1.1 ลติ ร
(ข) ภาชนะแบบลกึ ขนาดใหญ หมายความวา ภาชนะทมี่ คี วามจตุ งั้ แต 1.1 ลติ ร ขนึ้ ไป
(3) ภาชนะบรรจุอาหารสําหรับทารก หมายความวา ภาชนะซ่ึงใชบรรจุอาหารของเดก็
ตงั้ แตแรกเกดิ จนถงึ 12 เดอื น
(4) ภาชนะหงุ ตม หมายความวา ภาชนะซง่ึ ผลติ ขนึ้ ใหท นตอ ความรอ นทใี่ ชใ นการประกอบ
อาหาร
66 มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital)
ขอ 4 ภาชนะบรรจุตอ งมคี ุณภาพหรือมาตรฐาน ดังน้ี
(1) สะอาด
(2) ไมเคยใชบรรจุหรือใสอาหารหรือวัตถุอ่ืนใดมากอน เวนแตภาชนะบรรจุท่ีเปนแกว
เซรามกิ โลหะเคลือบ หรอื พลาสติก แตท ้ังน้ีตอ งไมมลี กั ษณะตองหา มตามขอ 7 และขอ 8
(3) ไมมีโลหะหนักหรือสารอ่ืนออกมาปนเปอนกับอาหารในปริมาณที่อาจเปนอันตราย
ตอ สขุ ภาพ
(4) ไมมีจลุ นิ ทรยี ท ่ีทาํ ใหเกดิ โรค
(5) ไมม สี อี อกมาปนเปอ นกับอาหาร
ขอ 5 ภาชนะบรรจทุ ท่ี าํ ดว ยพลาสตกิ นอกจากตอ งมคี ณุ ภาพหรอื มาตรฐานตามขอ 4 แลว ตอ งมี
คณุ ภาพหรอื มาตรฐานตามบญั ชีหมายเลข 1 ทายประกาศนี้ดวย
พลาสติกที่เปนแผนหรือเปนถุงและนํามาใชเปนภาชนะบรรจุอาหาร ตอ งไมทาํ ข้ึนจาก
พลาสตกิ ที่ใชแ ลวและไมม ีสีใด ๆ เจอื ปน ยกเวน ในกรณี ดังตอ ไปนี้
(1) พลาสตกิ ชนดิ ลามิเนต (Laminate) เฉพาะชัน้ ท่ไี มส มั ผสั โดยตรงกับอาหาร
(2) พลาสตกิ ท่ีใชบ รรจผุ ลไมชนิดทม่ี เี ปลือก
ความในขอ 5 ถูกยกเลกิ แลวโดยขอ 1 แหงประกาศฯ ฉบับท่ี 111 (พ.ศ.2531)
ขอ 6 ภาชนะที่เปนภาชนะเซรามิกหรือภาชนะโลหะเคลือบ นอกจากจะตองมีคุณภาพหรือ
มาตรฐานตามขอ 4 แลว ตอ งมีคณุ ภาพหรอื มาตรฐานของตะก่วั และแคดเมยี่ ม โดยตรวจพบปริมาณโลหะท่ี
ละลายออกมา เมอ่ื วเิ คราะหโดยวิธตี ามทีก่ าํ หนดในหนังสอื เอโอเอซี (Association of Official Analytical
Chemists) ของประเทศสหรัฐอเมริกา ฉบบั พิมพครั้งท่ี 13 ป ค.ศ.1980 ขอ 25.031 ถงึ ขอ 25.034 เวน แต
ภาชนะหงุ ตม เมอ่ื วเิ คราะหโ ดยวธิ ตี ามทกี่ าํ หนดในวารสาร เอโอเอซี ของประเทศสหรฐั อเมรกิ า ฉบบั ป ค.ศ.1983
ฉบบั ที่ 66 ตอนที่ 3 หนาที่ 610 ถึงหนา 619 ไดไ มเกนิ ขอ กาํ หนดตามบญั ชีหมายเลข 2 ทา ยประกาศนี้
ขอ 7 หา มมใิ หใ ชภ าชนะบรรจทุ เ่ี คยใชบ รรจหุ รอื หมุ หอ ปยุ สารมพี ษิ หรอื วตั ถทุ อี่ าจเปน อนั ตราย
ตอ สขุ ภาพเปน ภาชนะบรรจุอาหาร
ขอ 8 หามมิใหใชภาชนะบรรจุท่ีทําขึ้นเพ่ือใชบรรจุส่ิงของอยางอื่นท่ีมิใชอาหาร หรือมีรูป
รอยประดิษฐ หรือขอความใดที่ทําใหเกิดความเขาใจผิดในสาระสําคัญของอาหารที่บรรจุอยูในภาชนะน้ัน
เปน ภาชนะบรรจอุ าหาร
ประกาศฉบบั น้ี ใหใ ชบงั คับตงั้ แตว นั ถดั จากวันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน ตน ไป
ประกาศ ณ วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ.2528
มารุต บุนนาค
รฐั มนตรีวาการกระทรวงสาธารณสขุ
(ราชกิจจานเุ บกษา ฉบบั พเิ ศษ เลม ที่ 102 ตอนที่ 117 ลงวันที่ 2 กนั ยายน พ.ศ.2528)
มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital) 67
บญั ชีหมายเลข 1
ทา ยประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ฉบับที่ 92 (พ.ศ.2528)
ปรมิ าณสงู สดุ ท่กี ําหนดใหม ีได (มลิ ลิกรมั ตอ 1 กโิ ลกรัม)
ชนิดของพลาสติก
รายละเอียด
โพลีไวนิลคลอไร ด
(Polyvinyl chloride)
โพลีเอทธิลีน โพลีโปรป ีลน
(Polyethylene Polypropylene)
โพลีสไตรีน (Polystyrene)
โพลีไวนิลิ ีดนคลอไร ด (Polyvinylidene
chloride)
โพลีเอทธิลีนเทอราพทาลเลต
(Polyethylene teraph thalate)
พลาส ิตกชนิดอ่ืน
ชนิดลามิเนต ่ึซง ดานท่ีสัม ัผสกับอาหาร
เ ปนพลาสติกชนิดโพลีเอทธิ ีลน เ ชน
ภาชนะบรรจุนมหรือเคร่ือง ื่ดม
เมลามีน (Melamine)
ชนิดลามิเนตพลาสติกลวน ึ่ซง ดานท่ี
สัม ัผสกับอาหารเปนพลาสติกชนิดโพลีส
ไต ีรน ํสาหรับบรร ุจนมหรือผ ิลตภัณฑนม
และเครื่อง ่ืดม
(ก) ตะกัว่ 100 100 1100-- 00 111000- 000 1100--00 ---- 2---0 ---- 2---0
(ข) แคดเมย่ี ม 100 100 5,0---00 6--- ---- ----
(ค) แบเรียม -- (2,000)** - --
C(งo)mสpาoรuปnรdะก) อบไดบวิ ทลิ ทนิ (Dibutyltin 100 -
(จ) ครซี ลิ ฟอสเฟต (Cresyl phosphate) 1,000 - ---- ---- 1,5---00
(ฉ) ไวนลิ คลอไรดโ มโนเมอร 1-
(ช) ไวนิลดิ ีนคลอไรด (Vinylidene Chloride) --
อ(ซีน) (สไTแนอoาลอโรlซะuรรมโสeะปไลnัเตรหeโปปรย)นีลรไเดปเอ(บSล ท(นtVเyิลบซorเนนีelบanซน(teนีiIlsซ)eoนี(nsp-u(rpEobrtpsohytpyallynbblcebeenensznz)eeznคeneือne)e)โ)ทลู - -
- - -- -
(ฌ) ฟน อล (Phenol) -- 11----0 11----0 001.1--.0015 3141--00 15---- ตตออ งง11ไไ0--*มม*พพ บบ** 5-----
(ญ) ฟอรมาลดไี ฮด (Formaldehyde) -- 30 30 30 - 15 30* 15
(ฎ) พลวง (Antimony) -- 30 30 30 30 15 30* 15
(ฏ) เยอรมาเนยี ม (Germanium) --
(ฐ) โลหะหนัก (คาํ นวณเปนตะกัว่ ) 11
(((คKฑฒวM)า)มnโสเพOปาแ2รน ทตRกสกeรเdคดซuา-ียดcงมทาinเง่ีรปgะเอกเSหรินuแยbม5ไsดง)tกใaนาnเนcนeํา้ ต)(ทก่ใี รชณทีอาํ าปหฏาิกรรทิย่มี าีคา 10 10
30 30
ค(กณรวดา)ม-ดสเขาางมรตขไมกนคเรกอานิ งยจล5า)ะก4สา(กรทรณีร่ ะอี เหาหยาไดรทในมี่ กีคราดคอวะาซมตี เปิกน 30 30
(คแดอว)าลมกสเอาขฮรม ตอขกลน ค)ราองยจลาะกส2า0ร(ทก่รี ระณเหีเปยไนดอใ านหแาอรลทกีม่ อี ฮอล 30 30 30 30 30 - 15 30* 15
(ไเทตขนม) นั ส(n)า-รhตeกpคtaา nงeจ)า(กกสราณรทไี ข่รี มะเนั หนยไา้ํ ดมใันนนแลอะรมอลัาหเฮาปรท่ีมี 150 (13500)** 240 30 30 - 15 30* 15
(ถ) สารหนู --- - -- -- -- -- 26,2000 -- 2-
H(ทe)saสnาeร)ที่สกัดดว ยนอรม ัลเฮกเซน (Extracts by n- 113,000 --
(ธ) สารท่ลี ะลายไดในไซลีน -- -- -- กรณีท่ีใชงานที่
หมายเหตุ * ตองวิเคราะหท่ีอุณหภูมิใชงาน - ไมตองวิเคราะหตามรายการน้ัน ( )**
อุณหภมู สิ ูงกวา 100 องศาเซลเซยี ส
68 มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั (Food Safety Hospital)
บัญชีหมายเลข 2
ทายประกาศประทรวงสาธารณสุข ฉบับท่ี 92 (พ.ศ.2528)
ผลิตภณั ฑ ตะกวั่ แคดเมียม
(มิลลิกรัมตอ ลติ ร) (มิลลกิ รมั ตอลิตร)
ภาชนะแบบแบน 7 0.7
ภาชนะแบบลกึ ขนาดเล็ก 5.0 0.5
ภาชนะแบบลกึ ขนาดใหญ 2.5 0.25
ภาชนะบรรจอุ าหารสาํ หรบั ทารก 2.5 0.25
ภาชนะหุงตม 5.0 0.5
มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั (Food Safety Hospital) 69
เลม ๑๒๓ ตอนพเิ ศษ ๑ ง หนา ๑๐ ๖ มกราคม ๒๕๔๙
ราชกิจจานุเบกษา
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
(ฉบบั ที่ ๒๙๕) พ.ศ. ๒๕๔๘
เรือ่ ง กาํ หนดคุณภาพหรอื มาตรฐานของภาชนะบรรจุทที่ ําจากพลาสตกิ
โดยที่เปนการสมควรปรับปรุงประกาศกระทรวงสาธารณสุขวาดวยเร่ือง กําหนดคุณภาพ
หรอื มาตรฐานของภาชนะบรรจทุ ที่ ําจากพลาสตกิ
อาศยั อาํ นาจตามความในมาตรา ๕ มาตรา ๖ (๖) และ (๙) แหงพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. ๒๕๒๒
อนั เปนกฎหมายท่ีมบี ทบญั ญตั ิบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธแิ ละเสรีภาพของบุคคล ซ่ึงมาตรา ๒๙
ประกอบดวยมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย
บัญญัติใหกระทําไดโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมาย รัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุข
ออกประกาศไว ดงั ตอไปนี้
ขอ ๑ ใหย กเลกิ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ ๑๑๑ (พ.ศ. ๒๕๓๑) เร่ือง กําหนด
คุณภาพหรอื มาตรฐานของภาชนะบรรจุพลาสตกิ การใชภ าชนะบรรจุพลาสติก และการหามใชวัตถุใด
เปนภาชนะบรรจุอาหาร ลงวนั ท่ี ๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๑
ขอ ๒ ในประกาศนี้ ภาชนะบรรจุ หมายความวา วัตถุที่ใชบรรจุอาหาร ไมวาดวยการใส
หรือหอ หรอื ดว ยวธิ ใี ด ๆ และใหห มายความรวมถึงฝาหรอื จุกดว ย
ขอ ๓ ภาชนะบรรจทุ ที่ ําจากพลาสติก ตอ งมีคณุ ภาพหรอื มาตรฐาน ดงั น้ี
(๑) สะอาด
(๒) ไมม ีสารอ่ืนออกมาปนเปอ นกับอาหาร ในปริมาณท่ีอาจเปนอนั ตรายตอสุขภาพ
(๓) ไมม จี ุลนิ ทรยี ท่ที ําใหเกิดโรค
(๔) ไมมสี อี อกมาปนเปอ นกบั อาหาร
ขอ ๔ ภาชนะบรรจุที่ทําจากพลาสติก นอกจากตอ งมีคณุ ภาพหรือมาตรฐานตามขอ ๓ แลว
ตอ งมคี ุณภาพหรือมาตรฐานตามบญั ชีหมายเลข ๑ ทา ยประกาศน้ดี ว ย
ขอ ๕ การตรวจวิเคราะหคุณภาพหรือมาตรฐานการแพรกระจายของภาชนะบรรจุท่ีทําจากพลาสติก
ใหว เิ คราะหโดยวธิ ตี ามท่ีกําหนดโดยสํานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
70 มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital)
เลม ๑๒๓ ตอนพเิ ศษ ๑ ง หนา ๑๑ ๖ มกราคม ๒๕๔๙
ราชกจิ จานเุ บกษา
ขอ ๖ ภาชนะบรรจุท่ีทําจากพลาสติกซ่ึงใชบรรจุนมหรือผลิตภัณฑนม ตองเปนพลาสติก
ชนิดพอลิเอทิลีน, เอทิลีน ๑-แอลคีน โคพอลิเมอรไรซดเรซิน, พอลิพรอพิลีน, พอลิสไตรีน หรือ
พอลิเอทิลนี เทเรฟทาลเลต
ผลติ ภณั ฑนมตามวรรคหน่ึง ไดแก นมเปร้ียว นมดัดแปลงสําหรับทารก นมปรุงแตงและครีม
แตไมร วมถงึ นมและผลิตภณั ฑน มดงั กลาวที่อยูในลักษณะผงหรือแหง
ขอ ๗ หา มมใิ หใชภ าชนะบรรจทุ ี่ทําจากพลาสตกิ ทีม่ สี บี รรจอุ าหาร ยกเวน ในกรณี ดงั ตอไปน้ี
(๑) พลาสตกิ ชนิดลามิเนต (Laminate) เฉพาะชัน้ ที่ไมสัมผสั โดยตรงกบั อาหาร
(๒) พลาสตกิ ท่ใี ชบ รรจผุ ลไมชนิดทไ่ี มร บั ประทานเปลือก
(๓) กรณอี ื่นตามทไ่ี ดรับความเห็นชอบจากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ขอ ๘ หา มมใิ หใชภ าชนะบรรจุทีท่ าํ ข้นึ จากพลาสติกท่ใี ชแ ลว บรรจุอาหาร เวนแตใชเพ่ือบรรจุ
ผลไมช นดิ ที่ไมร ับประทานเปลือก
ขอ ๙ หามมิใหใชภาชนะบรรจุท่ีทําจากพลาสติกที่เคยใชบรรจุหรือหุมหอปุย วัตถุมีพิษ
หรอื วัตถทุ ่ีอาจเปน อันตรายตอ สขุ ภาพ เปนภาชนะบรรจอุ าหาร
ขอ ๑๐ หามมิใหใชภ าชนะบรรจุทีท่ ําจากพลาสติกท่ีทําขึ้นเพื่อใชบรรจุสิ่งของอยางอื่นที่มิใชอาหาร
หรือมีรูป รอยประดิษฐ หรือขอความใดท่ีทําใหเกิดความเขาใจผิดในสาระสําคัญของอาหารท่ีบรรจุ
อยูในภาชนะนน้ั เปน ภาชนะบรรจุอาหาร
ประกาศน้ี ใหใ ชบังคับตัง้ แตว ันถดั จากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป
ประกาศ ณ วนั ท่ี ๓๐ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
อนทุ ิน ชาญวีรกลู
รัฐมนตรีชว ยวา การฯ ปฏิบัตริ าชการแทน
รฐั มนตรวี าการกระทรวงสาธารณสุข
มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั (Food Safety Hospital) 71
72 มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั (Food Safety Hospital) ตารางท่ี 1 คุณภาพหรอื มาตรฐานของเน้ือพลาสตกิ บญั ชหี มายเลข 1
ทา ยประกาศกระทรวงสาธารณสขุ (ฉบบั ที่ 295 ) พ.ศ. 2548
ชนิดพลาสติก * ปริมาณสูงสดุ ท่ีใหม ีได (มิลลิกรัมตอ 1 กิโลกรัม) ชนิดพลาสตกิ ท่ใี ชบรรจุนมหรอื
ผลติ ภณั ฑน ม ซง่ึ ดานท่สี ัมผัสกับอาหารเปนพลาสตกิ ชนดิ
พอลิไวนิลคลอไร ด
พอลิเอทิลีน
พอลิพรอพิลีน
พอลิสไต ีรน
พอลิไวนิลิ ีดนคลอไร ด
พอลิเอทิลีน
เทเรฟทาเลต
พอลิคา รบอเนต
ไนลอน (พีเอ)
พอลิไวนิล
แอลกอฮอล
พอลิเมทิล
เมทาค ิรเลต
พอลิเมทิลเพนทีน
เมลา ีมน
พอลิพรอพิลีน
พอลิสไต ีรน
พอลิเอทิลีน
เทเรฟทาเลต
รายละเอียด พอลเิ อทิลนี หรอื
เอทิลนี 1-แอลคีน
โคพอลิเมอรไรซดเ รซิน
(1) ตะกว่ั 100 100 100 100 100 100 100 100 100 100 100 - - - 100
(2) โลหะหนกั (คํานวณเปนตะกัว่ ) - - - - --- - - -- 20 20 20 -
(3) แบเรียม -- - 100 - - - - - -- - -- -
(4) สารประกอบไดบิวทลิ ทิน 50 - - - - - - - - - - - -- -
(5) เครซลิ ฟอสเฟต 1,000 - - - - - - - - - - - -- -
(6) ไวนลิ คลอไรดโมโนเมอร 1 - - - - - - - - -- - -- -
(7) สารระเหยได คอื โทลอู นี , เอทลิ - - 5,000 - --- - - -- - - 1,500 -
เบนซนิ , ไอโซโปรปล เบนซิน, นอรมลั 2,000 **
โปรปล เบนซินและสไตรนี
(8) ไวนิลดิ ีนคลอไรด - - - 6 - - - - - -- - - - -
(9) สารหนู - - - - - - - - - -- 2 2 2 -
(10) สารท่สี กดั ดวยนอรม ัลเฮกเซน - - - - --- - - -- 26,000 55,000 - -
(11) สารที่ละลายไดใ นไซลนี - - - - - - - - - - - 113,000 300,000 - -
(12) บสิ ฟนอลเอ - - - - - 500 - - - - - - - - -
(รวมทัง้ ฟนอลและ พี-ท-ี บวิ ทิลฟนอล) - - -
(13) ไดฟน ิลคารบอเนต - - - - - 500 - - - - - - - - -
(14) แอมีนส - - - - - 1 - - - -- - - - 100
(ไทรเอทิลาลีนและไทรบิวทิลามีน)
(15) แคดเมยี ม 100 100 100 100 100 100 100 100 100 100 100 -
หมายเหตุ : - ไมต อ งวิเคราะหตามรายการนน้ั
* พลาสตกิ ชนดิ อ่ืนที่ยงั มิไดก ําหนดคุณภาพหรือมาตรฐานไว ตอ งมีคณุ ภาพหรือมาตรฐานตามท่สี ํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาเหน็ สมควร
** กรณใี ชง านท่อี ุณหภูมสิ ูงกวา 100 องศาเซลเซยี ส ทง้ั นีป้ ริมาณสไตรีนตองไมเ กนิ 1,000 มลิ ลิกรมั ตอ 1 กโิ ลกรมั และปริมาณเอทิลเบนซินตอ งไมเกนิ 1,000 มลิ ลิกรมั ตอ 1 กโิ ลกรมั
ตารางที่ 2 คุณภาพหรอื มาตรฐานการแพรกระจาย 2
ชนิดพลาสติก *
ปริมาณสงู สุดที่ใหม ไี ด (มลิ ลิกรัมตอ 1 ลกู บาศกเดซิเมตรของสารละลาย)
พอลิไวนิลคลอไร ด ชนดิ พลาสตกิ ทใ่ี ชบ รรจนุ มหรือพอลิไวนิลแอลกอฮอลพอลิเมทิลเมทาค ิรเลต
พอลิเอทิลีน
พอลิพรอพิลีน ผลิตภัณฑนม ซง่ึ ดา นทีส่ ัมผสั กับอาหารเปนพลาสติกชนดิ
พอลิสไต ีรน พอลิคา รบอเนต ไนลอน (พีเอ) พอลิเมทิลเพนทีน เมลา ีมน ***
รายละเอยี ด พอลิเอทลิ นี หรือ พอลิพรอพิลีน
พอลิไวนิลิ ีดนคลอไร ด เอทิลนี 1-แอลคีน พอลิสไต ีรน
(1) ฟน อล พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต โคพอลเิ มอรไรซดเ รซิน พอลิเอทิลีน
เทเรฟทาเลต
มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั (Food Safety Hospital) 73 -- -- - - - - -- ตองไ มพบ ตองไ มพบ - -- -
(2) ฟอรแ มลดไี ฮด - - -- - - - - - - - -- -
(3) พลวง - - - - 0.05 - - - - - - - - - 0.025
(4) เจอรเ มเนยี ม - - - - 0.1 - - - - - - - - - 0.05
(5) โลหะหนัก (คํานวณเปน ตะก่ัว) 1 1 11 1 1 1 1 1 11 1 11 1
(6) โพแทสเซียมเปอรแมงกาเนต 10 10 10 10 10 10 10 10 10 10 10 5 55 5
ที่ใชท าํ ปฏิกิริยา
(7) สารตกคางที่ระเหยไดใ นน้ํา 30 30 30 30 30 30 30 30 30 30 - - -- -
(กรณอี าหารทมี่ คี วามเปน กรด-ดาง เกนิ 5)
(8) สารตกคา งจากสารทรี่ ะเหยไดใน 30 30 30 30 30 30 30 30 30 30 30 15 15 15 15
กรดอะซตี ิกความเขม ขน รอ ยละ 4
(กรณีอาหารทมี่ ีคา ความเปนกรด-ดาง
ไมเกิน 5)
(9) สารตกคา งจากสารทรี่ ะเหยไดใ น 30 30 30 30 30 30 30 30 30 30 - - -- -
แอลกอฮอล ความเขมขน รอ ยละ 20
(กรณีอาหารทมี่ ีแอลกอฮอล)
74 มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั (Food Safety Hospital) ตารางท่ี 2 คณุ ภาพหรือมาตรฐานการแพรกระจาย (ตอ ) 3
ชนดิ พลาสติก * ปรมิ าณสูงสดุ ที่ใหม ไี ด (มลิ ลิกรัมตอ 1 ลกู บาศกเ ดซิเมตรของสารละลาย)
รายละเอยี ด ชนิดพลาสตกิ ท่ีใชบรรจุนมหรือ
ผลิตภณั ฑน ม ซึง่ ดา นทสี่ มั ผัสกบั อาหารเปน พลาสตกิ ชนดิ
พอลิเอทลิ ีน หรอื
เอทลิ ีน 1-แอลคนี
โคพอลเิ มอรไ รซดเรซิน
พอลิไวนิลคลอไร ด
พอลิเอทิลีน
พอลิพรอพิลีน
พอลิสไต ีรน
พอลิไวนิลิ ีดนคลอไร ด
พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต
พอลิคา รบอเนต
ไนลอน (พีเอ)
พอลิไวนิลแอลกอฮอล
พอลิเมทิลเมทาค ิรเลต
พอลิเมทิลเพนทีน
เมลา ีมน ***
พอลิพรอพิลีน
พอลิสไต ีรน
พอลิเอทิลีน
เทเรฟทาเลต
(10) สารตกคา งจากสารที่ระเหยไดใน 150 150 240 30 30 30 30 30 30 120 - 75 **** -- -
นอรม ลั เฮปเทน (กรณไี ขมัน น้ํามัน และ 30** - - -- -
อาหารที่มไี ขมัน) - - -- -
(11) บสิ ฟน อลเอ (ฟนอลและ พี-ที-บวิ ทิล - - - - - 2.5 - - -- - -
ฟนอล) ท่ีสกัดดว ยนํา้ (กรณอี าหารที่มี - -
ความเปนกรด-ดาง เกิน 5) - -
- -
(12) บสิ ฟนอลเอ (ฟน อลและ พี-ท-ี บวิ ทิล - - - - - 2.5 - - --
ฟนอล) ท่สี กดั ดวยกรดอะซตี ิกความเขมขน
รอ ยละ 4 (กรณอี าหารที่มีความเปน กรด-
ดาง ไมเกนิ 5)
(13) บิสฟน อล เอ (ฟน อลและ พี-ที-บิวทิล - - - - - 2.5 - - -- -- -
ฟนอล) ทส่ี กดั ดวยเอทานอลความเขม ขน -- -
รอยละ 20 (กรณีอาหารท่มี แี อลกอฮอล) -- -
-- -
(14) บิสฟนอล เอ (ฟนอลและ พี-ท-ี บิวทลิ - - - - - 2.5 - - --
ฟน อล) ทส่ี กดั ดว ยนอรม ลั เฮปเทน
(กรณีไขมัน น้าํ มนั และอาหารทีม่ ไี ขมัน)
(15) แคโพรแลกแทม - - - - - - 15 - - -
(16) เมทาครเิ ลต - - - - - - - - 30 -
หมายเหตุ : - ไมต องวเิ คราะหต ามรายการนัน้
* พลาสตกิ ชนดิ อ่นื ทย่ี งั มิไดกาํ หนดคุณภาพหรอื มาตรฐานไว ตอ งมคี ุณภาพหรือมาตรฐานตามทสี่ าํ นักงานคณะกรรมการอาหารและยาเห็นสมควร
** กรณใี ชงานท่ีอุณหภูมิสูงกวา 100 องศาเซลเซียส
*** กรณใี ชง านทอี่ ุณหภมู สิ ูงกวา 100 องศาเซลเซยี ส ใหวเิ คราะหท ี่อุณหภูมิ 95 องศาเซลเซยี ส เวลา 30 นาที
**** สาํ หรบั นมและผลิตภณั ฑน มชนดิ ทเี่ ปนครีม
ค. มาตรฐาน อย.
มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital) 75
มาตรฐาน อย.
การแสดงเลขสารบบอาหารภายในกรอบเคร่ืองหมาย อย. คือ เลขประจ�ำตัวผลิตภัณฑ์
อาหาร จะระบุข้อมูลส�ำคัญเก่ียวกับสถานที่ และข้อมูลผลิตภัณฑ์อาหาร ช่วยให้เจ้าหน้าท่ีและ
ผ้บู ริโภคสามารถตดิ ตามตรวจสอบง่ายขนึ้ โดยส่วนใหญ่เลขสารบบอาหารจะปรากฏอยบู่ นฉลาก
ของอาหารควบคมุ เฉพาะ/อาหารกล่มุ ที่กำ� หนดคุณภาพหรอื มาตรฐาน และ อาหารกล่มุ ทีต่ ้องมี
ฉลาก แต่มีอาหารบางชนดิ ทีอ่ ยู่ในกลมุ่ ดงั กลา่ ว เช่น เกลือบรโิ ภค ฯลฯ และกลุม่ อาหารนอกเหนือ
จากกลมุ่ ขา้ งตน้ ทม่ี รี ะดบั ความเสย่ี งตำ�่ มาก เชน่ นำ�้ ตาลทราย เครอื่ งเทศ ฯลฯ ทฉ่ี ลากไมบ่ งั คบั ให้
ตอ้ งแสดงเลขสารบบอาหาร เพยี งแคผ่ ผู้ ลติ ปฏบิ ตั สิ ว่ นอน่ื ใหถ้ กู ตอ้ งตามทก่ี ฎหมายกำ� หนดเทา่ นนั้
สำ� หรบั รายละเอยี ดของเลขสารบบอาหาร 13 หลกั นี้ ประกอบดว้ ยตวั เลข 13 หลกั แสดงถงึ
ข้อมลู ส�ำคัญ 2 ชดุ ไดแ้ ก่
• ชุดข้อมูลชุดแรก (X) คือข้อมูลสถานท่ีประกอบการ ประกอบด้วยตัวเลข 8 หลักแรก
XX-X-XXXXX
• ชดุ ข้อมูลชดุ หลัง (Y) คอื ขอ้ มูลเก่ยี วกับผลติ ภณั ฑ์ ประกอบด้วยตัวเลข 5 หลักหลงั
Y-YYYY
แบง่ ออกเปน็ 5 กลมุ่ ย่อย ดังน้ี
กลมุ่ ที่ 1 ประกอบด้วยเลข สองหลัก หมายถงึ จงั หวัดที่ต้งั ของสถานทผ่ี ลิตอาหารหรอื
น�ำเข้าอาหาร โดยใชต้ วั เลขแทนอกั ษรยอ่ ของจงั หวัด เชน่ 12 หมายถงึ จงั หวัดนนทบุรี เปน็ ตน้
กลุ่มท่ี 2 ประกอบด้วยเลข หน่ึงหลัก หมายถึง สถานะของสถานท่ีผลิตอาหารหรือ
นำ� เขา้ อาหาร และหนว่ ยงานทีเ่ ปน็ ผอู้ นุญาตสถานทน่ี ้ันๆ ดังน้ี
หมายเลข 1 หมายถึง สถานท่ผี ลิตอาหาร ทส่ี ำ� นักงานคณะกรรมการอาหารและ
ยาเป็นผู้อนญุ าต
หมายเลข 2 หมายถงึ สถานท่ีผลิตอาหาร ทจี่ งั หวดั เปน็ ผู้อนุญาต
หมายเลข 3 หมายถึง สถานท่ีนำ� เข้าอาหาร ท่ีสำ� นักงานคณะกรรมการอาหาร
และยาเปน็ ผู้อนุญาต
หมายเลข 4 หมายถงึ สถานท่นี �ำเข้าอาหาร ทจ่ี ังหวัดเปน็ ผู้อนญุ าต
กล่มุ ท่ี 3 ประกอบด้วยเลข หา้ หลกั หมายถึง เลขสถานทีผ่ ลิตอาหารหรือเลขสถานที่
น�ำเขา้ อาหารที่ไดร้ ับอนญุ าต และปี พ.ศ. ท่ีอนุญาต โดยตัวเลขสามหลักแรก คอื เลขสถานทีผ่ ลติ
หรอื สถานทเ่ี ขา้ อาหารแล้ว แต่กรณี ส่วนตัวเลขสองหลักสุดท้าย คือ ตัวเลขสองหลักสุดท้ายของ
76 มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital)
ปี พ.ศ. ท่ีได้รับอนุญาต เช่น 00244 แทนเลขสถานที่ผลิตหรือน�ำเข้าอาหาร ซึ่งได้รับอนุญาต
เลขที่ 2 และอนญุ าตในปี พ.ศ. 2544
กลุ่มท่ี 4 ประกอบด้วยเลข หน่ึงหลัก หมายถึง หน่วยงานที่อนุญาตผลิตภัณฑ์นั้นๆ
ซ่งึ อาจจะเหมือนหรอื แตกตา่ งจากหน่วยงานท่อี นญุ าตสถานที่กไ็ ด้ ดังน้ี
1 หมายถงึ ผลิตภณั ฑน์ ัน้ อนญุ าตโดยส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
2 หมายถึง ผลิตภณั ฑ์นั้นอนุญาตโดยจังหวดั
3 หมายถึง ผลิตภัณฑ์ท่ีผลิตเพื่อส่งออกอนุญาตโดยส�ำนักงานคณะกรรมการ
อาหารและยา
4 หมายถงึ ผลิตภณั ฑท์ ่ีผลติ เพื่อส่งออกอนญุ าตโดยจังหวัด
5 หมายถึง ผลติ ภณั ฑน์ ั้นอนุญาตผ่านอนิ เตอรเ์ นต็ โดยส�ำนักงานคณะกรรมการ
อาหารและยา
6 หมายถึง ผลิตภัณฑ์น้นั อนุญาตผา่ นอินเตอร์เน็ตโดยจงั หวัด
กลมุ่ ท่ี 5 ประกอบดว้ ยเลข สห่ี ลกั หมายถงึ ลำ� ดบั ทข่ี องอาหารทผ่ี ลติ ภณั ฑด์ งั กลา่ วของ
สถานท่นี ั้นๆ ทีผ่ ่านการอนญุ าตจากหนว่ ยงานทป่ี ระเมนิ ผลติ ภณั ฑ์ เช่น 0001 แทนลำ� ดบั ที่ 1
หรือ 0099 แทนล�ำดบั ที่ 99 เปน็ ตน้
นอกจากน้ีการแสดงเลขสารบบอาหารในเครื่องหมาย อย. ยังก�ำหนดให้ใช้ตัวเลข
ท่ีมีสีตัดกับสีพืน้ ของกรอบ มีขนาดไม่เล็กกวา่ 2 มลิ ลเิ มตร และสขี องกรอบตัดกับสพี ื้นของฉลาก
นอกจากน้ี ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเล็งเห็นความส�ำคัญในการส่งเสริม
ภาวะโภชนาการที่ดีของผู้บริโภค จึงได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเร่ือง ฉลาก
โภชนาการ เพอื่ เปน็ เครอ่ื งมือให้ผู้บรโิ ภคใชใ้ นการเลือกซือ้ ผลติ ภณั ฑอ์ าหารใหเ้ หมาะกับสุขภาวะ
ของตนเองและได้มีการต่อยอดการแสดงฉลากโภชนาการอย่างง่ายในรูปแบบจีดีเอ (Guideline
Daily Amounts; GDA) เพือ่ สง่ เสรมิ ให้ผูบ้ ริโภครบั ผิดชอบตัวเองในดา้ นสขุ ภาพและส่งเสรมิ การ
บริโภคอาหารสมดุลโดยแสดงค่าพลังงาน (กิโลแคลอรี) ไขมัน (กรัม) น�้ำตาล (กรัม) โซเดียม
(กรมั ) สำ� หรบั หนงึ่ หนว่ ยบรโิ ภค (ชนิ้ หอ่ ซอง) ของผลติ ภณั ฑอ์ าหารนน้ั ๆ โดยนำ� ขอ้ มลู จากกรอบ
ขอ้ มูลโภชนาการมาแสดงด้านหนา้ บรรจภุ ัณฑ์ (front-of-pack) นอกกรอบข้อมูลโภชนาการ ท�ำให้
ผบู้ รโิ ภคสามารถสงั เกตการแสดงขอ้ มลู โภชนาการไดง้ า่ ยเนอ่ื งจากเปน็ แสดงขอ้ มลู โภชนาการอยา่ ง
ตรงไปตรงมา ไม่ทำ� ให้สับสนและเขา้ ใจงา่ ยกวา่ กรอบขอ้ มลู โภชนาการ และสามารถเปรียบเทยี บ
คณุ คา่ ทางโภชนาการขา้ มผลติ ภณั ฑไ์ ดท้ นั ทจี ากตวั เลขทป่ี รากฏอยบู่ นฉลาก โดยประกาศกระทรวง
สาธารณสุข (ฉบับท่ี 374) พ.ศ. 2559 เร่ือง อาหารท่ีต้องแสดงฉลากโภชนาการ และคา่ พลงั งาน
นำ้� ตาล ไขมัน และโซเดียม แบบจดี ีเอไดก้ �ำหนดให้ผลติ ภัณฑ์อาหารจากเดิม 5 ชนิดเป็น 5 กล่มุ
15 ชนิด ดังต่อไปนี้ต้องแสดงฉลากโภชนาการแบบจีดีเอพร้อมทั้งฉลากโภชนาการแบบเต็มหรือ
แบบยอ่ แลว้ แตก่ รณี และตอ้ งแสดงขอ้ ความวา่ “บรโิ ภคแตน่ อ้ ยและออกกาํ ลงั กายเพอื่ สขุ ภาพ” ดว้ ย
มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital) 77
• อาหารขบเค้ียว ไดแ้ ก่ (1) มันฝร่ังทอดหรืออบกรอบ (2) ข้าวโพดคัว่ ทอดหรืออบ
กรอบ (3) ข้าวเกรียบทอดหรอื อบกรอบ หรอื อาหารขบเคยี้ วชนดิ อบพอง (4) ถวั่ หรือนตั ทอดหรอื
อบกรอบหรอื อบเกลือ หรอื เคลอื บปรุงรส (5) สาหรา่ ยทอดหรอื อบกรอบ หรอื เคลือบปรงุ รส และ
(6) ปลาเสน้ ทอดหรอื อบกรอบหรือปรุงรส
• ชอ็ กโกแลต และผลิตภัณฑ์ในทํานองเดียวกันน้ี
• ผลติ ภัณฑข์ นมอบ ไดแ้ ก่ (1) ขนมปงั กรอบ หรือแครกเกอร์ หรือบิสกิต (2) เวเฟอร์
สอดไส้ (3) คกุ กี้ (4) เค้ก และ (5) พาย เพสตรี้ ท้ังชนดิ ทีม่ ีและไม่มไี ส้
• อาหารกึ่งสําเร็จรูป ได้แก่ (1) ก๋วยเต๋ียว ก๋วยจั๊บ บะหม่ี เส้นหมี่ และวุ้นเส้น
ไม่ว่าจะมีการปรุงแต่งหรือไม่ก็ตามพร้อมซองเคร่ืองปรุง และ (2) ข้าวต้มที่ปรุงแต่ง และโจ๊ก
ทปี่ รงุ แต่ง
• อาหารมอื้ หลกั ทเ่ี ปน็ อาหารจานเดยี ว ซงึ่ ตอ้ งเกบ็ รกั ษาไวใ้ นตเู้ ยน็ หรอื ตแู้ ชแ่ ขง็ ตลอด
ระยะเวลาจาํ หนา่ ย โดยจะมีผลบังคบั ใชต้ ง้ั แตว่ นั ท่ี 18 ตลุ าคม 2559 เปน็ ต้นไป
ปจั จบุ นั สำ� นกั งานคณะกรรมการอาหารและยาไดจ้ ดั ทำ� สญั ลกั ษณโ์ ภชนาการ “ทางเลอื ก
สขุ ภาพ” (Healthier Choice) เปน็ เคร่ืองหมายแสดงทางเลอื กสุขภาพทชี่ ่วยให้ผู้บรโิ ภคสามารถ
ตัดสินใจเลือกซื้ออาหารผ่านสัญลักษณ์โภชนาการที่ติดบนบรรจุภัณฑ์ โดยได้ก�ำหนดเกณฑ์
สารอาหารหรือคุณค่าทางโภชนาการของอาหารแต่ละประเภทที่เหมาะสมกับผู้บริโภค เช่น
ผลิตภัณฑ์เคร่ืองด่ืมประเภทน�้ำอัดลมท่ีได้รับสัญลักษณ์โภชนาการจะมีส่วนประกอบของน�้ำตาล
ไม่เกนิ 6 กรมั ตอ่ 100 มลิ ลิลติ ร เป็นต้น ขณะนี้ได้ออกหลกั เกณฑ์ การพจิ ารณาใหส้ ัญลักษณ์
โภชนาการแลว้ 6 กลมุ่ ไดแ้ ก่ (1) อาหารมอ้ื หลกั (2) เครอ่ื งดมื่ (นำ�้ ผกั และนำ�้ ผลไม้ นำ�้ อดั ลมและ
น้�ำหวานกล่นิ รสต่าง ๆ น�ำ้ นมถ่วั เหลอื ง นำ้� ธญั พชื ชาปรงุ รส กาแฟปรงุ รส เครอ่ื งดื่มชอ็ กโกแลต
โกโก้ และมอลตส์ กัด) (3) เคร่ืองปรงุ รส (4) อาหารกงึ่ สำ� เร็จรปู (บะหมกี่ ง่ึ สำ� เรจ็ รปู ข้าวต้ม โจก๊
ทป่ี รงุ แตง่ และแกงจืด ซปุ ชนดิ เข้มขน้ ชนิดกอ้ น ชนิดผง หรือชนิดแห้ง) (5) ผลิตภณั ฑ์นม และ
(6) ขนมขบเคยี้ ว โดยจะขยายเกณฑใ์ ห้ครอบคลุมอาหารประเภทอื่นต่อไป
78 มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั (Food Safety Hospital)
ง. หลักเกณฑ์และ
การให้เครอื่ งหมายรบั รอง
“อาหารปลอดภยั ”
(Food Safety)
มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital) 79
หลักเกณฑ์และการใหเ้ ครื่องหมายรับรอง “อาหารปลอดภัย”
(Food Safety)
1. ขอบขา่ ยการรบั รอง
กระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
ส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย
จากกระทรวงสาธารณสขุ ใหก้ ารรบั รองและใหเ้ ครอ่ื งหมายตราสญั ลกั ษณ์
(logo) “อาหารปลอดภยั ” ( Food Safety ) แกผ่ ูป้ ระกอบการที่จำ� หน่วย
อาหารโดยมีหลกั เกณฑด์ งั น้ี
1.1 ผปู้ ระกอบการต้องมีแหลง่ จ�ำหน่ายอาหารแนน่ อน แบง่ เป็นประเภทต่างๆ ไดด้ ังน้ี
1.1.1 ซูเปอร์มารเ์ ก็ตในหา้ งสรรพสนิ คา้
1.1.2 ตลาดสด ตลาดนดั ทีม่ จี ุดจ�ำหนว่ ยประจำ� ร้านคา้ ร้านขายของชำ� แผงลอย
1.1.3 ภัตตาคาร ร้านอาหาร สโมสร ฯลฯ
1.2 ประเภทอาหารทใี่ หก้ ารรองรับจะเปน็ อาหารทัว่ ไป ทไี่ มม่ เี ลขทะเบียน อย. ก�ำกบั ได้แก่
1.2.1 อาหารสด
1.2.2 อาหารแปรรูป
1.2.3 อาหารปรุงจ�ำหนา่ ย
1.3 ประเภทสารเคมแี ละจุลินทรียท์ จ่ี ะให้การรับรองอาหารตามข้อ 1.2 มีดงั นี้
1.3.1 สารบอแรกซ์ ยาฆา่ แมลง สารฟอกขาว สารกนั รา(กรดซาลซิ ลิ คิ ) สารฟอรม์ าลนิ
(น้�ำยาดองศพ) สารเร่งเนื้อแดง (กลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ เช่น Salbutamol และ Clenbuterol)
คลอแรมเฟนคิ อล ไนโตรฟูแรน และจลุ นิ ทรีย์
1.3.2 รายการอื่นๆ
2. ขนั้ ตอนการขอรับรอง
2.1 การเข้าร่วมโครงการ
2.1.1 เจ้าของสถานสถานประกอบการ (ซเู ปอรม์ าเก็ต ภตั ตาคาร ร้านค้า ตลาดสด)
หรือผู้รับมอบอ�ำนาจให้ด�ำเนินการในกิจการจ�ำหน่ายอาหารตามขอบข่ายดังกล่าวข้างต้น
กรอกใบสมัครเขา้ ร่วมโครงการ พรอ้ มท้ังแนบแผนท่ีต้ังของผปู้ ระกอบการ
2.2 สถานท่ีย่ืนใบสมัคร
2.2.1 ส่วนกลาง
ยน่ื ใบสมคั รทกี่ รมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ สำ� นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
กรมอนามยั กรมสนบั สนนุ บรกิ ารสขุ ภาพ กระทรวงสาธารณสขุ จงั หวดั นนทบรุ ี และสำ� นกั อนามยั
กรงุ เทพมหานคร
80 มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั (Food Safety Hospital)
2.2.2 ส่วนภมู ภิ าค
ย่ืนใบสมัครที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
สำ� นักงานสาธารณสุขจงั หวดั เทศบาลและองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ ในพื้นที่
2.3 การตรวจสถานทแี่ ละสุม่ เกบ็ ตัวอยา่ งอาหาร
เจ้าหน้าทตี่ รวจความครบถ้วนของเอกสารใบสมัครแล้ว แจ้งนัดวนั ตรวจสถานท่ี และ
สมุ่ เก็บตัวอย่างอาหารมาตรวจตามวัตถุประสงคท์ ย่ี ื่นขอการรบั รอง โดยด�ำเนินการตอ่ ไปนี้
2.3.1 ตรวจสุขลักษณะทัว่ ไป
กระทรวงสาธารณสุข หรือหน่วยงานท่ีได้รับมอบหมายจากกระทรวง
สาธารณสุขดังกล่าวแล้ว จะส่งคณะเจ้าหน้าที่ไปตรวจสุขลักษณะท่ัวไป ณ สถานประกอบการ
ไดแ้ ก่ การดูแลความสะอาดของสถานทปี่ รงุ อาหารและสถานทีจ่ �ำหนา่ ย การบรรจุ การเกบ็ รกั ษา
อาหารไว้รอจ�ำหนา่ ยตามเกณฑ์ท่ีกำ� หนด
2.3.2 การสมุ่ เกบ็ ตวั อยา่ งอาหาร
สุ่มเก็บตัวอย่างอาหารตามวัตถุประสงค์ท่ีขอรับรอง ตามปริมาณตัวอย่าง
ทกี่ ำ� หนดไว้ และด�ำเนินการตรวจวเิ คราะหอ์ าหาร ดังน้ี
2.3.2.1 อาหารท่ีสามารถตรวจวิเคราะห์ได้ด้วยชุดทดสอบ เช่น บอแรกซ์
อาจจะด�ำเนินการในรถเคลอื่ นที่ (Mobile unit) ของกระทรวงสาธารณสุข หรอื อาจจะน�ำมาตรวจ
ในหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร โดยใชช้ ุดทดสอบอาหารกไ็ ด้
2.3.2.2 อาหารท่ีต้องตรวจวิเคราะห์ด้วยวิธีการทางห้องปฏิบัติการ เช่น
สารเร่งเน้ือแดง ให้เก็บตัวอย่างเพื่อส่งไปยังห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือ
หนว่ ยอน่ื ทีม่ ศี ักยภาพพร้อมที่จะตรวจวิเคราะห์ได้
2.4 เกณฑ์การตดั สนิ
กระทรวงสาธารณสุข หรือหน่วยงานท่ีได้รับมอบหมาย ด�ำเนินการตรวจทางด้าน
สขุ ลักษณะท่วั ไป ตามเกณฑก์ ำ� หนด ของสถานท่ปี รุง จำ� หนา่ ย, เก็บรักษา และสมุ่ เกบ็ ตวั อย่าง
อาหาร ณ สถานประกอบการ เพอื่ ตรวจสอบสารปนเปอ้ื น จำ� นวน 3 ครงั้ ตดิ ตอ่ กนั (เดอื นละครงั้ )
ถ้าผลการตรวจทางด้านสุขลักษณะท่ัวไปหรือสารปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์อาหารที่ขอรับรอง
ไม่ผ่านเกณฑ์ติดตอ่ กนั 3 ครัง้ จะต้องเรมิ่ ด�ำเนนิ การใหม่ตั้งแตต่ น้ จนกว่าจะผา่ นเกณฑ์ 3 ครั้ง
ต่อเน่อื งกนั จึงจะถือวา่ ผา่ นเกณฑก์ ารตัดสิน
2.5 การให้ใบรับรอง
เมอื่ ผลการตรวจวเิ คราะหอ์ าหารและขอ้ มลู ดา้ นสขุ ลกั ษณะของสถานทป่ี รงุ จำ� หนา่ ย,
เก็บรักษาอาหาร ผ่านเกณฑ์ก�ำหนดและอาหารท่ีจ�ำหน่ายมีคุณภาพปลอดภัยตามท่ีก�ำหนด
ทง้ั 3 ครงั้ ตอ่ เนอ่ื งกนั แลว้ กระทรวงสาธารณสขุ จะออกใบประกาศนยี บตั รและปา้ ยทองเครอื่ งหมาย
“อาหารปลอดภยั ” (Food Safety) ใหผ้ ปู้ ระกอบการตามรายการอาหารทยี่ นื่ ขอรบั รอง ถา้ รา้ นอาหาร
มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital) 81
ในศูนยอ์ าหาร ได้ผา่ นเกณฑ์กำ� หนดทั้งหมดทกุ ร้าน ทางกระทรวงสาธารณสุข จะออกใบรับรอง
ในภาพรวมของศูนย์อาหารหรอื หา้ งสรรพสินคา้ นั้นได้
2.6 การใช้ข้อมูลการรบั รองจากหนว่ ยราชการอนื่ เข้ารว่ มในการรบั รอง
ในกรณีท่ีอาหารบางชนิดได้มีการรับรองบางรายการจากหน่วยราชการอื่นอยู่แล้ว
กระทรวงสาธารณสขุ จะใชผ้ ลการรบั รองนนั้ ประกอบกบั รายการอนื่ ทก่ี ำ� หนด เชน่ เนอ้ื หมู ถา้ ไดร้ บั
การรับรองการปลอดสารเร่งเนื้อแดงและยาปฏิชีวนะจากกรมปศุสัตว์แล้ว กระทรวงสาธารณสุข
จะตรวจเฉพาะสารบอแรกซ์ แลว้ ใหก้ ารรบั รอง “อาหารปลอดภัย” (Food Safety)
2.7 ระยะเวลาในการด�ำเนนิ งาน
ขั้นตอน ระยะเวลา
1. ตรวจสขุ ลักษณะทั่วไปและสุ่มตัวอยา่ งอาหาร ภายใน 1 สปั ดาหห์ ลังจากรับเอกสารใบสมัคร
ครงั้ ที่ 1
2 .ตรวจสขุ ลักษณะทวั่ ไปและสุ่มตัวอย่างอาหาร ภายในสปั ดาห์ที่ 4 หลังจากสุ่มตวั อยา่ ง
ครัง้ ที่ 2 ครง้ั ที่ 1
3 .ตรวจสขุ ลกั ษณะทั่วไปและสุม่ ตวั อย่างอาหาร ภายในสัปดาห์ท่ี 4 หลงั จากสุม่ ตัวอยา่ ง
ครั้งท่ี 3 ครงั้ ท่ี 2
4. การออกใบประกาศนียบตั รและปา้ ยทอง ภายใน 1 สัปดาหห์ ลงั จากผลการประเมินทั้ง
อาหารปลอดภยั 3 ครั้ง ผา่ นเกณฑ์ต่อเน่ืองกันแลว้
3. ข้อปฏิบัตหิ ลงั การรับรอง
3.1 ผ้ไู ดร้ บั การรับรองเครือ่ งหมาย “อาหารปลอดภัย” (Food Safety) จะตอ้ งด�ำเนินการ
ดแู ลและกำ� หนดแนวทางทไี่ มใ่ หอ้ าหารทม่ี เี สยี่ งตอ่ สขุ ภาพเขา้ มาจำ� หนา่ ยในสถานประกอบการของ
ตนเอง ตดิ ปา้ ยอาหารปลอดภัย (ปา้ ยทอง) ค่กู ับใบประกาศนยี บตั รทุกคร้งั และหากมีการเปล่ียน
แหล่งรับซ้ือวัตถุดิบตามท่ีได้เคยแจ้งขอรับรองไว้ จะต้องรีบแจ้งให้หน่วยงานที่ไปย่ืนขอรับการ
รบั รองทราบ หากไมแ่ จง้ กระทรวงสาธารณสขุ ขอสงวนสทิ ธทิ์ จ่ี ะขอถอนหรอื ยกเลกิ ใบรบั รองทนั ที
3.2 ต้องไม่น�ำผลการรับรองไปใช้โฆษณาในทางที่จะท�ำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสน หรือ
ท�ำให้เกิดความเข้าใจผดิ ในการได้รบั เครอื่ งหมายรบั รอง
3.3 ผู้ประกอบการที่ไดร้ บั เครอ่ื งหมายรับรองแล้ว จะต้องด�ำเนินการต่ออายุใบรบั รองทกุ ปี
3.4 หลังจากได้รับเครื่องหมายรับรองแล้ว 6 เดือน กระทรวงสาธารณสุขหรือหน่วยงาน
ทไ่ี ดร้ บั มอบหมายจากกระทรวงสาธารณสขุ ทใ่ี หก้ ารรบั รอง จะดำ� เนนิ การสมุ่ ตรวจตดิ ตาม หากพบวา่
อาหารท่ีได้เครื่องหมายรับรองแล้วมีความเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพ จะด�ำเนินการแจ้งให้
ผู้รับเครื่องหมายรับรองทราบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง ถ้าพบการกระท�ำผิดเป็นคร้ังที่ 2 จะพัก
ใบรับรอง
82 มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital)
3.5 หากถูกพักใบรับรอง กระทรวงสาธารณสุขจะประกาศทางสื่อมวลชนให้ทราบท่ัวกัน
และผถู้ กู พกั ใบรบั รอง จะตอ้ งยตุ กิ ารกลา่ วอา้ งหรอื แสดงใหล้ กู คา้ เขา้ ใจผดิ วา่ ยงั คงไดร้ บั การรบั รอง
จากกระทรวงสาธารณสขุ
4. การตรวจติดตามหลงั การรับรอง
กระทรวงสาธารณสุข หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุข
จะด�ำเนินการสุ่มเก็บตัวอย่างอาหารหลังจากให้การรับรองไปแล้ว 6 เดือน โดยไม่แจ้งวันท่ี
จะไปเกบ็ ตวั อยา่ งใหท้ ราบลว่ งหนา้ และจะดำ� เนนิ การสมุ่ ตรวจปลี ะ 1 ครง้ั หรอื มากกวา่ ถา้ อาหาร
นน้ั มคี วามเสยี่ งสงู โดยผปู้ ระกอบการตอ้ งเสยี คา่ ใชจ้ า่ ยในการตรวจ ในอตั ราเดยี วกนั กบั ทขี่ อรบั รอง
ในครงั้ แรก (กรณที ี่มกี ารเกบ็ คา่ วเิ คราะห)์
5. ใบประกาศนียบตั ร/เครอื่ งหมายสญั ลักษณ์
เม่ือผู้ประกอบการได้ผ่านเกณฑ์การรับรอง “อาหารปลอดภัย” (Food Safety) ตามที่
กระทรวงสาธารณสขุ กำ� หนด สิ่งท่ีผู้ประกอบการจะได้รบั ประกอบไปดว้ ย
5.1 ใบประกาศนียบตั ร “อาหารปลอดภัย” (Food Safety)
5.2 เคร่ืองหมายสัญลักษณ์ “อาหารปลอดภัย” ขนาดประมาณ 30 x 40 ซม. ท�ำจาก
พลาสติกอะคริลิคพิมพ์ 4 สี พรอ้ มสายโซส่ ำ� หรับแขวน
6. สิทธิประโยชน์พงึ ไดข้ องผ้จู ำ� หนา่ ย
6.1 ผปู้ ระกอบการที่ได้รบั ใบประกาศนยี บตั ร และเครอื่ งหมายปา้ ยทอง “อาหารปลอดภยั ”
(Food Safety) จากกระทรวงสาธารณสุขแล้ว สามารถน�ำไปใช้ประกาศโฆษณาหรือติดบน
ผลติ ภัณฑ์ พรอ้ มหมายเลขทร่ี ับรองได้
6.2 กระทรวงสาธารณสขุ จะประกาศรายชอ่ื ผทู้ ไ่ี ดร้ บั การรบั รอง เพอื่ เผยแพรผ่ า่ นสอื่ มวลชน
และบันทึกในเวบ็ ไซตข์ องกระทรวงสาธารณสขุ
7. ค่าใชจ้ ่ายในการขอรบั รองและต่ออายใุ บรับรองประจำ� ปี
ทงั้ นี้ค่าใชจ้ า่ ยในการตรวจข้ึนอยกู่ ับดุลยพนิ จิ ของโรงพยาบาลพิจารณาทจ่ี ะด�ำเนินการ
7.1 ผู้เข้าร่วมโครงการ “ความปลอดภัยด้านอาหาร” เสียค่าใช้จ่ายในการขอรับรอง และ
ค่าตอ่ อายุใบรบั รองประจ�ำปี โดยมกี ารตรวจสอบเพอื่ ขอตอ่ อายุใบประกาศนยี บัตร 1 ครง้ั และ
ตรวจติดตามอกี 1 ครงั้ (6 เดือน) หลงั จากได้รับใบประกาศนียบตั ร ในการขอตอ่ อายแุ ล้ว
7.2 การตอ่ อายใุ บรับรองน้ัน ผูป้ ระกอบการต้องแจง้ ความจ�ำนงไปยังกระทรวงสาธารณสุข
หรอื หนว่ ยงานทไี่ ด้รับมอบหมาย ก่อนท่ีใบรับรองจะหมดอายุ 1 เดอื น
มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital) 83
สรุปข้นั ตอนในการขอรบั รองอาหารปลอดภัย
(Food Safety)
ผูจ้ �ำหน่วยอาหารแจง้ ความประสงค์ ระยะเวลาด�ำเนินการ
ขอเขา้ ร่วมโครงการ 1 วนั
กระทรวงสาธารณสขุ หรือหน่วยงาน
ท่ไี ด้รบั มอบหมาย
ตรวจสขุ ลกั ษณะทั่วไป
และสุ่มเกบ็ ตัวอยา่ งอาหาร
วิเคราะห์ตวั อยา่ ง 3 เดือน
ผลการตรวจวิเคราะห์
ไม่ผ่านเกณฑ์ ผ่านเกณฑค์ ร้งั ที่ 1
ไม่ผ่านเกณฑ์ ผา่ นเกณฑ์ 3 ครงั้
3 คร้งั ติดต่อกนั ตดิ ตอ่ กนั
ปฏิเสธการออกใบรบั รอง ออกใบประกาศนยี บตั ร + 7 วัน
ปา้ ยทอง
84 มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั (Food Safety Hospital)
จ. มาตรฐานอาหาร
ในโรงพยาบาล
มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital) 85
มาตรฐานอาหารในโรงพยาบาล
อาหารที่บริการแก่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลมีหลายลักษณะ ซึ่งแตกต่างจากอาหารคนปกติ
ทั่วไปอาหารแบง่ เปน็
1. อาหารท่วั ไป (General diet)
2. อาหารบำ� บดั โรคหรืออาหารเฉพาะโรค (Therapeutic diet)
3. อาหารทางสายให้อาหาร (Tube feeding)
1. อาหารทว่ั ไป ประกอบด้วย
1.1 อาหารธรรมดา (Regular diet)
ส�ำหรับผู้ป่วยที่ไม่ต้องใช้อาหารบ�ำบัดโรคและใช้เป็นหลักในการดัดแปลงเป็นอาหาร
บำ� บดั โรคแต่ละวัน
• ลกั ษณะอาหาร
คล้ายกบั อาหารคนปกตทิ ่วั ไป เพยี งแต่รสต้องไม่จดั
• อาหารท่คี วรเลี่ยงและขอ้ ควรระวงั
อาหารทยี่ อ่ ยยาก เหนยี ว มรี สจดั มาก อาหารกงึ่ สกุ กงึ่ ดบิ อาหารหมกั ดองบางชนดิ
เชน่ ปเู ค็ม ปลาร้า เปน็ ต้น
1.2 อาหารอ่อน (Soft diet)
สำ� หรบั ผปู้ ว่ ยทม่ี ปี ญั หาการเคย้ี ว-กลนื เปน็ โรคเกย่ี วกบั ระบบทางเดนิ อาหาร หลงั การ
ผา่ ตดั รอผลการวินจิ ฉยั โรค ระหว่างพกั ฟื้น หรอื ผูส้ งู อายุ
• ลกั ษณะอาหาร
เป็นอาหารเปื่อย นุ่ม เคยี้ วง่าย ยอ่ ยง่ายและรสคอ่ นขา้ งจดื เช่น โจ๊ก ข้าวตม้ เครอ่ื ง
ข้าวตม้ กบั เป็นต้น
• อาหารท่คี วรเลย่ี งและขอ้ ควรระวงั
อาหารทม่ี ีเปลอื กแขง็ มีเมลด็ มใี ยอาหารมาก ธญั พชื ท่ีมีกากมาก อาหารทอดทม่ี ี
ไขมันสูง อาหารหมักดอง อาหารทีเ่ หนยี วและรสจัด
1.3 อาหารน้ำ� ใส (Clear liquid diet)
ส�ำหรบั ผปู้ ว่ ยที่มกี ารอกั เสบอยา่ งรนุ แรง บริเวณอวยั วะทเ่ี กย่ี วกบั การยอ่ ยอาหาร เชน่
ท้องรว่ งอย่างรนุ แรงหรอื หลังการผ่าตดั
• ลักษณะอาหาร
ลักษณะอาหารเป็นน�้ำเหลวใส ไม่มีกาก เช่น ซุปหรือเคร่ืองดื่มที่ไม่มีกากของผัก
ไมม่ เี นอ้ื สตั ว์ หรอื นม ผสมในอาหาร และหากเปน็ นำ�้ ผลไม้ ตอ้ งกรองเอาใยและเนอื้ ผลไมอ้ อกกอ่ น
86 มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital)
• อาหารทีค่ วรเลยี่ งและข้อควรระวงั
เนอ่ื งจากอาหารนำ�้ ใสเปน็ อาหารทใ่ี หพ้ ลงั งานตำ่� ไมเ่ พยี งพอกบั ความตอ้ งการของ
รา่ งกาย ดงั นนั้ ควรให้ใช้ในระยะเวลาส้ันๆ ประมาณ 3 – 4 มือ้ /วัน และควรให้คร้ังละไมม่ าก
1.4 อาหารนำ้� ข้น (Full liquid diet)
ส�ำหรับผปู้ ่วยทไี่ มส่ ามารถเคย้ี วอาหารได้ หรอื ผู้ป่วยหลงั ผ่าตดั
• ลกั ษณะอาหาร
ลักษณะเป็นน�้ำเหลวข้นกว่าอาหารน้�ำใส เพราะมีการบดผักเนื้อสัตว์หรือนม
ผสมลงไปเป็นน้�ำซุปกลนื ได้ง่าย อาหารนใ้ี ห้พลังงานและสารอาหารสงู กวา่ อาหารน�้ำใสเครื่องดม่ื
และอาหารน้�ำทุกชนดิ รวมท้ัง นำ้� ผลไม้ ไอศกรมี นม คสั ตาร์ด ซุปต่างๆ สามารถใหไ้ ด้
• อาหารที่ควรเลยี่ งและควรระวัง
หลีกเลย่ี งเครอ่ื งด่มื ท่มี แี อลกอฮอล์
มาตรฐานอาหารผปู้ ่วยทั่วไป
แตล่ ะโรงพยาบาลกำ� หนดมาตรฐานการบรกิ ารอาหารไวแ้ ตกตา่ งกนั ขน้ึ อยกู่ บั นโยบาย
การบรกิ าร ขอยกตัวอยา่ งการกำ� หนดมาตรฐานอาหารไว้ ดงั น้ี
ตารางที่ 1 มาตรฐานอาหารทัว่ ไป
Diets Energy (Kcal) Prot (g) Fat (g) CHO (g)
ธรรมดา 1,500 - 2,000 54 - 75 50 - 56 225 - 300
(Regular) 1,500 -1,800 (12 -15 %) (25 - 30 %) (55 - 60 %)
ออ่ น 45 - 68 42 - 60 188 - 270
(Soft) 800 (12 -15 %) (25 - 30 %) (55 - 60 %)
เหลวใส 600 -1,000
(Clear Liquid) 2 ต�ำ่ มาก 198
ธรรมดา (1 %) (99 %)
(Full Liquid) 15 - 25 6 -16 113 - 200
(10 %) (25 - 30 %) (75 - 80 %)
การสงั่ อาหารท่ัวไป
เม่ือมีการรับผู้ป่วยใหม่หรือมีการส่ังเปลี่ยนอาหาร ข้อมูลส�ำคัญท่ีควรระบุในการ
สง่ั อาหารประกอบด้วย
1. ชอ่ื ผ้ปู ว่ ย
2. เบอรเ์ ตียง/หอ้ ง/ตกึ
3. ระบชุ นิดอาหารตามแผนการรักษาของแพทย์
มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั (Food Safety Hospital) 87
4. อายุ น้�ำหนักและสว่ นสงู ของผู้ปว่ ย
5. โรคทผ่ี ้ปู ว่ ยเปน็ อยู่
6. ปญั หาการบริโภคของผปู้ ่วย เชน่ ความไมช่ อบ ศาสนา หรอื ส่งิ ท่ตี ้องการ
ตวั อยา่ งการส่ังอาหาร
- นายหล่อ ใจงาม อายุ 40 ปี สงู 170 ซม. นำ�้ หนกั 65 กก. เตียง 5 ตึกอายรุ กรรม
สามญั อาหารธรรมดา อสิ ลาม งดเผด็ ขอผลไม้ทกุ มื้อ
- นายหลอ่ ใจงาม อายุ 40 ปี สงู 170 ซม. นำ้� หนกั 65 กก. เตยี ง 5 ตกึ อายรุ กรรม
สามญั อาหารธรรมดา อิสลาม
- นายหล่อ ใจงาม อายุ 40 ปี สูง 170 ซม. นำ้� หนัก 65 กก. เตียง 5 ตกึ อายุรกรรม
สามัญอาหารอ่อน อสิ ลาม ขอขา้ วตม้ กบั และนำ้� ผลไม้ทุกม้ือ งดผลไม้สด
2. อาหารบ�ำบัดโรคหรอื อาหารเฉพาะโรค
เปน็ อาหารท่ีดดั แปลงเพอ่ื ใช้ในการบ�ำบัดโรคมหี ลายชนิด ได้แก่
2.1 อาหารเบาหวาน (DM diet)
สำ� หรบั ผปู้ ว่ ยทเี่ ปน็ เบาหวาน ตอ้ งควบคมุ นำ�้ หนกั และระดบั นำ�้ ตาลในเลอื ดเพอื่ ปอ้ งกนั
ภาวะแทรกซอ้ น
• ลักษณะอาหาร
เหมอื นอาหารคนปกตทิ ว่ั ไปแตจ่ ำ� กดั ปรมิ าณและชนดิ ของอาหารทใ่ี หค้ ารโ์ บไฮเดรต
(CHO) สูง
• อาหารที่ควรเลยี่ งและข้อควรระวงั
เครือ่ งดม่ื ทีม่ รี สหวาน ลกู อม ขนมหวาน ของเชอ่ื ม ดอง แชอ่ ม่ิ ลอยแก้ว ผลไม้
กระปอ๋ ง การปรงุ รสด้วยน�ำ้ ตาล
2.2 อาหารลดโซเดยี ม หรือลดเคม็ ลดเกลอื (Low sodium diet)
ส�ำหรบั ผูป้ ่วยทเี่ ป็นโรคความดนั โลหติ สงู โรคหัวใจ โรคตบั แขง็ โรคไต ครรภ์เปน็ พิษ
หรอื ผทู้ ีม่ ีอาการบวม
• ลักษณะอาหาร
เหมอื นอาหารทวั่ ไปแตป่ รงุ รสใหอ้ อ่ นกวา่ อาหารทว่ั ไป หรอื ตามการกำ� หนดปรมิ าณ
โซเดียม (Na) ของแพทย์
• อาหารที่ควรเลยี่ งและขอ้ ควรระวงั
น�้ำปลา เกลือ เคร่ืองจ้มิ ตา่ งๆทงั้ ที่มรี สและไมม่ ีรสเคม็ อาหารที่ใส่ผงฟู และผงชูรส
อาหารกระปอ๋ ง หมกั ดอง เน้อื เค็ม ปลาเคม็ เปน็ ต้น
88 มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital)
2.3 อาหารลดไขมนั (Low fat diet)
• ลกั ษณะอาหาร
เหมือนอาหารท่ัวไปแตด่ ดั แปลงการประกอบอาหารให้มีไขมันต่�ำกวา่ ปกติ เชน่ ต้ม
ต๋นุ อบ นง่ึ ยา่ ง เป็นต้น อาจลดคลอเลสเตอรอล รว่ มดว้ ย
• โอกาสทใ่ี ช้
ส�ำหรับผู้ป่วยทม่ี คี วามผิดปกตขิ องถุงน้ำ� ดี มคี วามผดิ ปกตขิ องการย่อย และดูดซมึ
ไขมนั คนอว้ นที่ต้องลดน�ำ้ หนัก ผปู้ ่วยโรคหัวใจ ผมู้ ีภาวะไขมนั ในเลอื ดสูง ความดนั โลหิต
• อาหารที่ควรเล่ียงและข้อควรระวงั
หลกี เลยี่ งอาหารทม่ี ไี ขมนั สงู เนอื้ สตั วต์ ดิ มนั เครอ่ื งในสตั วท์ กุ ชนดิ หนงั เปด็ หนงั ไก่
น�ำ้ สลัด อาหารทอด อาหารท่มี กี ะทิ
2.4 อาหารโปรตีนต่�ำ (Low protein diet)
• ลกั ษณะอาหาร
อาหารให้พลังงานเพียงพอ จ�ำกัดโปรตีน 0.6 กรัม/น้�ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน
อาจมีการจำ� กดั โซเดยี มหรอื โปแตสเซยี มรว่ มดว้ ย มที ้ังท่เี ปน็ เป็นอาหารอ่อนและธรรมดา
• โอกาสทใี่ ช้
ส�ำหรบั ผู้ป่วยที่มีภาวะ uremia, acute renal failure
• อาหารทค่ี วรเล่ียงและข้อควรระวัง
หลีกเล่ียงถ่ัวเมล็ดแห้ง ผักที่มีโปรตีนสูง ควรเลือกโปรตีนท่ีมีคุณภาพดี เช่น ไข่
เนื้อสัตว์และจัดใหใ้ นปริมาณจ�ำกัด
2.5 อาหารเพิม่ โปรตนี (High protein diet)
• ลักษณะอาหาร
เป็นอาหารธรรมดาหรอื อ่อน ที่มโี ปรตนี สูงกว่า 15% ต่อวัน หรือสงู กวา่ มาตรฐาน
ท่ีก�ำหนด
• โอกาสที่ใช้
จดั ใหแ้ ก่ผปู้ ว่ ยก่อนหรือหลงั ผ่าตัด Burn ผปู้ ว่ ยลา้ งไต หรือมีการสญู เสยี โปรตีน
• อาหารที่ควรเล่ยี งและขอ้ ควรระวัง
โปรตนี ทีใ่ ห้ควรมคี ุณภาพดี เช่น เนอ้ื นม ไข่ อาจตอ้ งจ�ำกดั โซเดยี ม ถา้ มีอาการ
บวมร่วมด้วย
2.6 อาหารลดกาก (Low residue diet)
• ลกั ษณะอาหาร
เป็นอาหารท่ีดูดซึมได้เกือบหมดหลังการย่อย จึงมีกากเหลือน้อยหรือไม่มีเลย
วิตามนิ และแรธ่ าตอุ าจไมเ่ พยี งพอถ้าให้แกผ่ ู้ปว่ ยหลายวัน
มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั (Food Safety Hospital) 89
• โอกาสท่ีใช้
ผู้ป่วยท่ีมอี าการท้องรว่ งอยา่ งแรง เพอ่ื เปน็ การพกั อวัยวะ ผู้ปว่ ยกอ่ นหรอื หลงั การ
ผา่ ตัดล�ำไส้ใหญห่ รอื ทวารหนัก
• อาหารทีค่ วรเลีย่ งและขอ้ ควรระวงั
หลีกเลย่ี งนม เนยแขง็ ผกั ผลไม้ทุกชนิด ธัญพืชท่ีมกี าก อาหารเน้อื เหนยี ว อาหาร
รสจัด อาหารทอดอมนำ้� มนั เคร่อื งเทศ ของหมักดอง
มาตรฐานอาหารเฉพาะโรค
มาตรฐานอาหารเฉพาะโรค ไมแ่ ตกตา่ งจากอาหารทวั่ ไป หรอื เปน็ ไปตามทแ่ี พทยก์ ำ� หนด
เพียงแต่ระบุเพิ่มว่าเป็นอาหารเฉพาะโรคอะไร หรือต้องการสารอาหารอะไรเป็นพิเศษ ซึ่งฝ่าย
โภชนาการ/กลมุ่ งานโภชนศาสตรจ์ ะไดด้ ำ� เนนิ การ หรอื ใหข้ อ้ เสนอแนะทถ่ี กู ตอ้ ง มาตรฐานอาหาร
ท่กี ำ� หนดแตกต่างกนั ดังนี้
ตารางที่ 2 มาตรฐานอาหารเฉพาะโรค
Diets Energy (Kcal) Prot (g) Fat (g) CHO (g)
ธรรมดาเบาหวาน 1,500 -1,800 54 - 75 60 - 78 225 - 300
(Regular – DM) (12 -15 %) (30 - 35 %) (55 - 60 %)
อ่อนเบาหวาน 1,500 -1,800 45 - 68 50 - 58 188 - 270
(Soft – DM) (12 -15 %) (30 - 35 %) (55 - 60 %)
ธรรมดา ลดโซเดียม 54 - 75 60 - 78 225 - 300
(Regular – Low sodium) 1,500 -1,800 (12 -15 %) (30 - 35 %) (55 - 60 %)
(น้อยกว่า 2,400 mg/d)
อ่อน ลดโซเดียม 1,500 -1,800 45 - 68 50 - 58 188 - 270
(Soft – Low sodium) (12 -15 %) (30 - 35 %) (55 - 60 %)
(นอ้ ยกวา่ 2,400 mg/d)
ธรรมดา ลดไขมัน 188 - 270 56 - 90 33 - 50 225 - 293
(Regular-Low fat) (55 - 60 %) (15 - 20 %) (20 - 25 %) (60 - 65 %)
ออ่ น ลดไขมัน 1,500 40 - 60 27- 33 225 - 244
(Soft-Low fat) (15 - 20 %) (20 - 25 %) (60 - 65 %)
ธรรมดา เพิ่มโปรตนี 1,500 -1,800 67 -100 60 - 78 202 - 275
(Regular-high prot.) (15 - 20 %) (30 - 35 %) (45 - 55 %)
ออ่ น เพ่ิมโปรตนี 188 - 270 56 - 90 50 - 58 169 - 248
(Soft-High prot.) (55 - 60 %) (15 - 20 %) (30 - 35 %) (45 - 55 %)
หมายเหตุ : อาหารเฉพาะโรคทุกชนดิ เปลี่ยนแปลงพลงั งานและสารอาหารใหแ้ ตกตา่ งไปจากมาตรฐาน
ได้ตามแผนการรกั ษาของแพทยซ์ ึง่ ต้องแจง้ ให้นกั โภชนาการ/นกั กำ� หนดอาหารทราบเป็นรายๆ
ไปเพ่ือท�ำการเปลย่ี นแปลงสดั ส่วนของอาหาร
90 มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั (Food Safety Hospital)
การสง่ั อาหารเฉพาะโรค
การส่ังอาหารเฉพาะโรคไม่แตกต่างจากการส่ังอาหารทั่วไปแต่ต้องระบุเพ่ิมว่าเป็น
อาหารเฉพาะโรคอะไรหรือต้องการสารอาหารอะไรเป็นพิเศษซ่ึงฝ่ายโภชนาการ/กลุ่มงาน
โภชนศาสตร์จะไดด้ ำ� เนินการหรือใหข้ ้อเสนอแนะทีถ่ ูกตอ้ ง ข้อมลู ส�ำคัญท่ตี ้องระบุ ได้แก่
1. ระบุช่อื ผ้ปู ่วย เบอรเ์ ตยี ง ตกึ อายุ น�้ำหนัก ส่วนสูง
2. ระบุชนดิ อาหารทั่วไป เช่น ธรรมดา หรือออ่ น
3. ระบชุ นิดของอาหารเฉพาะโรค เช่น เบาหวาน ลดโซเดียม ลดไขมนั
4. ระบุปัญหาการบริโภคของผูป้ ่วย เชน่ ความชอบ ไมช่ อบ ศาสนา หรือสิ่งท่ีตอ้ งการ
ตวั อยา่ งการส่งั อาหาร
- นายหล่อ ใจงาม อายุ 40 ปี สูง 170 ซม. นำ�้ หนกั 65 กก. เตยี ง 5 ตกึ อายุรกรรม
อาหารธรรมดา ลดโซเดียม อสิ ลาม
- นายหลอ่ ใจงาม อายุ 40 ปี สงู 170 ซม. น้ำ� หนัก 65 กก. เตียง 5 ตกึ อายุรกรรม
อาหารอ่อน ลดโซเดยี ม โปรตีน 0.6 กรัม/น้�ำหนักตัว 1 กก./วนั ขอขา้ วต้มกบั และน�ำ้ ผลไม้ทกุ ม้ือ
- นายหล่อ ใจงาม อายุ 40 ปี สูง 170 ซม. น�ำ้ หนกั 65 กก. เตยี ง 5 ตกึ อายรุ กรรม
อาหารธรรมดา ลดไขมัน อสิ ลาม งดเผด็ ขอผลไม้ทุกม้อื
สดั ส่วนอาหารที่จดั บรกิ าร
อาหารผู้ป่วยบางประเภทนักโภชนาการ/นักก�ำหนดอาหารต้องค�ำนวณเพื่อให้ทราบ
ปรมิ าณอาหาร ทค่ี วรทาน และแบง่ ใหเ้ ปน็ มอ้ื ๆ เชน่ อาหารเบาหวานทใี่ หพ้ ลงั งานแตกตา่ งกนั ดงั นี้
อาหาร 1,200 kcal 1,400 kcal 1,500 kcal
สว่ น ช ก บ ย ส่วน ช ก บ ย ส่วน ช ก บ ย
ข้าว 6 2 2 - 7722 - 3823 - 3
เนอ้ื 4 1 1.5 - 5 1.5 1.5 1.5 - 2 5 1.5 1.5 - 2
ผัก 3 1 1 - 3111 - 1311 - 1
ผลไม้ 2 - 1 1- 3 - 11113 - 111
น�้ำมนั 3 1 1 - 3 1 1.5 1.5 - 1.5 4 1 1.5 - 1.5
นมถ่วั 1 1 - - 11 - - - - 11- - -
พลงั งาน 1,185 kcal 1,398 kcal 1,523 kcal
หมายเหตุ : มาตรฐานทดี่ คี วรคำ� นวณพลงั งานใหใ้ กลเ้ คยี งตามพลงั งานทก่ี ำ� หนดหรอื สามารถคลาดเคลอ่ื นได้
+ 30 Kcal
มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั (Food Safety Hospital) 91
3. มาตรฐานอาหารทางสายใหอ้ าหาร (Tube feeding)
เป็นอาหารท่ีมีลักษณะเปน็ นำ้� ผ่านเขา้ สู่ร่างกายทางสายใหอ้ าหาร เพราะผปู้ ว่ ยไม่สามารถ
รบั ประทานอาหารทางปากได้ อาหารมีหลายชนดิ ทนี่ ิยมใช้ ไดแ้ ก่
3.1 ชนดิ ปั่นผสม (Blenderlized Diet; BD)
เป็นอาหารทางสายท่ีใช้วัตถุดิบมาจากอาหาร 5 หมู่ น�ำมาท�ำให้สุกและปั่นผสม
ให้สัดส่วนท่ีก�ำหนดไว้เพ่ือให้ได้พลังงานและสารอาหารตามแผนการรักษาของแพทย์ เน่ืองจาก
เป็นอาหารที่เตรียมเอง จึงมีข้อจ�ำกัดในเร่ืองความเข้มข้นของพลังงานและสารอาหารบางอย่าง
โดยท่ัวไปอาหารจะมีความเข้มข้นตั้งแต่ 0.5 kcal/cc. - 1.2 kcal/cc. ถ้าอาหารให้พลังงาน
สูงกว่า1.2 kcal/cc. ลักษณะของอาหารจะเข้มข้นมากท�ำให้ไหลช้า เกดิ การอดุ ตันทส่ี ายใหอ้ าหาร
และการ Feed อาหารได้
ในดา้ นของโปรตนี ในอาหาร ผปู้ ว่ ยควรไดร้ บั ประมาณวนั ละ 0.8 -1.0 กรมั /นำ้� หนกั ตวั
1 กโิ ลกรมั /วนั การใหโ้ ปรตนี สงู มาก อาจทำ� ใหอ้ าหารมคี วามเขม้ ขน้ มาก ไมส่ ามารถไหลผา่ นสาย
ให้อาหารได้ และท�ำให้เกิดการสูญเปล่าในกรณีจ�ำเป็นท่ีผู้ป่วยต้องได้รับโปรตีนสูงควรปรึกษานัก
กำ� หนดอาหารเพอ่ื หาทางแกไ้ ขหรอื ใชอ้ าหารกง่ึ สำ� เรจ็ รปู บางชนดิ มาเปน็ สว่ นประกอบของอาหาร
3.2 ชนิดสำ� เร็จรูป(Commercial Formula)
สว่ นมากนำ� เขา้ จากตา่ งประเทศ มหี ลายสตู รใหเ้ ลอื กใช้ เพอ่ื ใหเ้ หมาะสมกบั ภาวะของ
ผปู้ ่วยรวมทั้งเฉพาะโรค ลกั ษณะของอาหารมที ้ังทเ่ี ปน็ น้�ำ (Fluid) ซ่ึงเพยี งเปดิ กระป๋องกส็ ามารถ
ใช้ได้เลยและเป็นผง (Powder) น�ำมาผสมน�้ำตามอัตราส่วนท่ีก�ำหนด จึงสะดวกในการเตรียม
สามารถผสมใหอ้ าหารมคี วามเขม้ ขน้ ของพลงั งานแตกตา่ งกนั ตงั้ แต่ 0.5 - 2.0 kcal/cc. แตอ่ าหาร
ชนดิ นมี้ ีราคาค่อนข้างสงู
การส่งั อาหารทางสายให้อาหาร
เพือ่ ใหเ้ ตรยี มอาหารไดถ้ ูกตอ้ งควรสง่ั ตามรายละเอียด ดงั นี้
1. ประเภทของสตู รอาหาร ระบุวา่ ต้องการสตู รใด เชน่ สตู รป่นั ผสม หรอื สูตรสำ� เร็จ
(ระบชุ อ่ื อาหาร)
2. แจ้งจ�ำนวนพลังงานท่ีต้องการต่อวัน พร้อมโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต
ถ้าแตกต่างไปจากสูตรมาตรฐาน
3. แจง้ ปรมิ าณของอาหารทต่ี ้องใหต้ อ่ ม้อื พร้อมจ�ำนวนมือ้ ตอ่ วัน
4. ระบุเวลาท่ตี ้องให้อาหารแตล่ ะม้อื
ตวั อย่างการสงั่ อาหาร
- นายหลอ่ ใจดี BD (1.1) 300 × 6 หรือ
- นายหล่อ ใจดี BD 1,800 kcal/d (1 : 1) 300 × 6
92 มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั (Food Safety Hospital)
- นายหลอ่ ใจดี BD 1,800 kcal/d (1.2 : 1) 250 × 6
- นายหล่อ ใจดี BD 1,800 kcal/d (1.2 : 1) 250 × 6 + ไข่ขาว 1 ฟอง
หมายเหตุ
1. การสงั่ เพมิ่ โปรตนี ใหม้ ากกวา่ ทกี่ ำ� หนดไวใ้ นสตู ร สามารถทำ� ได้ แตไ่ มค่ วรใหโ้ ปรตนี
เกิน 1 กรัม
2. การเพม่ิ ไขข่ าว สามารถทำ� ได้ แตไ่ มค่ วรเกนิ 2 ฟอง/ปรมิ าณอาหาร 250-300 cc.
ถ้ามากกว่านีจ้ ะท�ำให้อาหารข้นมากเกินไป
3. วิธกี ารให้อาหารทางสายให้อาหาร ทีถ่ ูกตอ้ ง ควรใช้วิธี Gravity drip และเขย่าขวด
บอ่ ยๆ เพ่ือปอ้ งกันการอดุ ตนั ของอาหาร
การจัดบริการอาหารผู้ป่วยในโรงพยาบาล เป็นงานท่ีไม่สามารถท�ำเฉพาะฝ่าย/
กลมุ่ งานโภชนาการเทา่ นน้ั แตต่ อ้ งไดร้ บั ความรว่ มมอื จากบคุ ลากรทเ่ี กย่ี วขอ้ งทกุ ฝา่ ย รวมทงั้ แพทย์
พยาบาล เจา้ หนา้ ท่ีอนื่ ๆ ใหม้ คี วามเขา้ ใจท่ีตรงกัน สื่อสารไปในทิศทางเดยี วกัน เพื่อให้ไดข้ อ้ มลู
ที่ถูกต้องตามแผนการรักษาและความต้องการของผู้ป่วยซ่ึงจะน�ำไปสู่การให้โภชนบ�ำบัดทาง
การแพทย์ทีถ่ ูกตอ้ งในท่ีสุด
มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital) 93
ฉ. ความรดู้ ้านสารพิษตกค้าง
และเชอื้ แบคทีเรียก่อโรค
ในอาหารและวัตถดุ บิ
มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital) 95
ความรู้ด้านสารพิษตกคา้ งและเชอื้ แบคทีเรียก่อโรคในอาหาร
และวตั ถุดบิ
สารพษิ ตกคา้ ง
ตามพระราชบญั ญตั อิ าหาร พ.ศ. 2522 ภายใต้ ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ฉบบั ที่ 163
(พ.ศ. 2535) ค�ำว่า “สารพิษตกค้าง” หมายถึง “สารเคมีป้องกันก�ำจัดศัตรูพืชหรือสัตว์หรือ
กลุ่มอนุพันธ์ของสารเคมีต่างๆ หรือสิ่งปลอมปนที่มีความเป็นพิษซ่ึงปนเปื้อน หรือตกค้าง
ในอาหาร” ซึง่ ครอบคลมุ สารเคมที ี่ใช้ทุกประเภทตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงมือผู้บริโภค และ
หากเมอื่ มกี ารใชแ้ ลว้ ไมค่ วรมกี ารตกคา้ งหรอื มกี ารการตกคา้ งไดบ้ า้ งแตต่ อ้ งอยใู่ นระดบั ทป่ี ลอดภยั
ต่อผู้บริโภค ตามท่ีกฎหมายอาหารก�ำหนด ในปัจจุบันการตรวจวิเคราะห์สารปนเปื้อนทุกชนิด
พร้อมกันยังไม่สามารถท�ำได้ โดยเฉพาะตัวอย่างผลิตผลทางการเกษตรที่เป็น ของเน่าเสียง่าย
ย่ิงกระท�ำการตรวจวิเคราะห์ได้ยาก ดังนั้น ในปัจจุบันจึงมีการพัฒนาวิธีการตรวจท่ีง่ายและ
รวดเร็วขึน้ เพอื่ สามารถคดั กรองตัวอย่างกอ่ นส่งถงึ มอื ผู้บรโิ ภค
สารพิษปนเปอื้ นท่ีมผี ลกระทบต่อรา่ งกาย
1. ยาฆา่ แมลง
องค์การอาหารและเกษตรแหง่ สหประชาชาติ (FAO) พบว่าประเทศไทยมีเน้ือทที่ ำ� การ
เกษตรมากเปน็ อนั ดบั 48 ของโลก แตใ่ ชย้ าฆา่ แมลงเปน็ อนั ดบั 5 ของโลก ใชย้ าฆา่ หญา้ เปน็ อนั ดบั
4 ของโลก และน�ำเข้าสารเคมีสงเคราะหท์ างการเกษตรเป็นเงินไมต่ ำ�่ กว่า 3 หมนื่ ล้านบาทตอ่ ปี
สารเคมกี �ำจัดศตั รูพชื หรือยาฆ่าแมลงที่ตรวจพบไดม้ ี 4 กลุ่ม คอื
1. กล่มุ ออรก์ าโนฟอสเฟต (Organophosphate compounds) เป็นกลุม่ สารท่มี กี าร
ใชม้ าก มพี ษิ คอ่ นขา้ งสงู แตส่ ลายตวั ไดเ้ รว็ เชน่ พาราไธออน เมท็ ทลิ พาราไธออน โมโนโครไตฟอส
เป็นตน้
2. กลุ่มคาร์บาเมต (Carbamate compounds) เป็นกลุ่มสารที่มีการใช้พอๆ กับ
กลมุ่ ออรแ์ กโนฟอสเฟต และสลายตัวไดเ้ ร็วเช่นเดยี วกนั เชน่ คาร์บาริลหรือเซวิน 85 คาโบฟูแรน
หรอื ฟรู าดาน เม็ทโธมลิ เปน็ ตน้
3. กลมุ่ ไพรที รอยด์ (Pyrethroids) สารในกลมุ่ นม้ี คี วามเปน็ พษิ ในสตั วเ์ ลอื ดอนุ่ คอ้ นขา้ งตำ�่
สลายตวั ไดเ้ ร็ว นิยมใชแ้ พรห่ ลาย เชน่ เดียวกับหลมุ่ ออร์กาโนฟอสเฟต และกล่มุ คารบ์ าเมต เชน่
ไซเปอร์มที ริน เฟนวาลเิ รท เปน็ ตน้
4. กลมุ่ ออรก์ าโนคลอรนี (Organochlorine compounds) เปน็ กลมุ่ สารทมี่ กี ารใชม้ าก
ในระยะเร่ิมแรก แต่ต่อมาพบว่าเป็นสารท่ีสลายตัวช้า มีพิษตกค้างอยู่ในสภาวะแวดล้อมได้นาน
สารในกล่มุ นจ้ี งึ ประกาศหา้ มใชท้ างการเกษตร ได้แก่ ดดี ีที ดีลดรนิ เปน็ ต้น แตเ่ ท่าทย่ี ังให้ใช้ ได้แก่
สารเอน็ โดซัลเฟล เปน็ ตน้ หากไดร้ ับสารเคมีเขา้ สรู่ ่างกาย
96 มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั (Food Safety Hospital)
• กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต และกลุ่มคาร์บาเมต จะเกิดปฏิกิริยาเคมีเอนไซม์ท่ีรอย
ตอ่ เสน้ ประสาท
• กล่มุ ออร์กาโนคลอรีน จะขัดขวางการท�ำงานเส้นประสาทโดยตรง
• กลมุ่ ไพเรทรอยด์ จะออกฤทธ์โิ ดยตรงไปน็อคตัวแมลงสลบแบบ Knock Down
ทั้ง 4 กลุ่ม จึงกล่าวรวมกันว่าท�ำให้การท�ำงานของระบบประสาททั้งในคนและสัตว์
ผดิ ปกตไิ ป เกดิ พษิ มผี ลกระทบตอ่ สขุ ภาพ
2. สารบอแรกซ์
เป็นสารที่มีพิษต่อเซลล์ของร่างกายมนุษย์ไม่ว่าจะเป็น สมอง ไต ระบบย่อยอาหาร
หากรับประทานในปริมาณมากจะเกิดพิษเฉียบพลัน คือ มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อุจจาระร่วง
อ่อนเพลีย ปวดศรี ษะ หงุดหงดิ ตับไตอักเสบ ผิวหนังอักเสบ คัน ผมร่วง ถา้ ผู้ใหญ่รบั สารบอแรกซ์
15 กรัม หรือเดก็ ไดร้ ับ 5 กรัม จะทำ� ให้อาเจียนเป็นเลอื ด และอาจตายได้
3. สารฟอกขาว (โซเดียมไฮโดรซัลไฟต์; Sodium hydrosulphite)
เป็นสารทม่ี พี ิษต่อรา่ งกาย หากสัมผัสผวิ หนงั จะทำ� ใหผ้ วิ หนังอักเสบ เป็นผ่ืนแดง และ
ถา้ บรโิ ภคเข้าไปจะทำ� ให้เกิดการอักเสบในอวยั วะทีส่ มั ผสั อาหาร เชน่ ปาก ส�ำคอ และกระเพาะ
อาหาร เกดิ ปวดหลงั ปวดศรี ษะ อาเจยี น แนน่ หนา้ อก หายใจไมส่ ะดวก ความดนั โลหติ ลดลงอยา่ ง
รวดเร็ว ผู้ท่ีแพ้อย่างรุนแรงหรือผู้ท่ีป่วยโรคหอบหืดจะมีอาการช็อค หมดสติ และเสียชีวิต หรือ
หากบรโิ ภคเกิน 30 กรัม อาจท�ำให้เสียชวี ิตได้
4. สารกันรา (กรดซาลซิ ลิ คิ ; Salicylic acid)
เปน็ สารทมี่ พี ษิ ตอ่ รา่ งกายสงู ถา้ รา่ งกายไดร้ บั ความเขม้ ขน้ ในเลอื ดถงึ 25 - 35 มลิ ลกิ รมั
ตอ่ เลือด 100 มลิ ลิลิตร จะมอี าการอาเจียน หอู ื้อ มีไข้และอาจถงึ ตายได้
5. สารฟอร์มาลนิ (น้�ำยาดองศพ)
เปน็ สารละลายทปี่ ระกอบดว้ ยกา๊ ซฟอรม์ าลดไี ฮด์ ประมาณรอ้ ยละ 37 ละลายอยใู่ นนำ้�
และมีเมทานอล ปนอยู่ประมาณร้อยละ 10 - 15 ลักษณะเป็นของเหลวใส ไม่มีสี แต่มีกลิ่นฉุน
เฉพาะตัว หากบริโภคโดยตรงจะท�ำให้เกิดพิษโดยเฉียบพลัน คือ มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง
อาเจียน อุจจาระร่วง หมดสติ และตายในท่ีสุด หากได้รับในปริมาณน้อยลงมา จะส่งผลให้
การท�ำงานของตับ ไต หัวใจ และสมองเสื่อมลง หากสัมผัสก็จะระคายเคืองผิวหนัง ปวดแสบ
ปวดร้อน ผ้ทู ่ไี วต่อสารนี้จะมีอาการปวดศีรษะ หายใจติดขัด แน่นหนา้ อก หากสูดดมจะมอี าการ
เคอื งตา จมกู และคอ ปวดแสบปวดรอ้ น
มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital) 97