การพัฒนาระบบการจดั เกบ็ เอกสารบน Mobile Application ฝา่ ยธุรการ ศูนย์
พฒั นาคุณภาพการศกึ ษากทู่ อง จังหวดั มหาสารคาม
The Development of document storage system on Mobile
Application for Administrative of Kuthong Education Quality
Improvement Center Mahasarakham Province
กติ กิ ุล อนรรฆรตั น์
โครงการนเ้ี ป็นสว่ นหนง่ึ ของการศกึ ษาตามหลกั สูตรเทคโนโลยีบณั ฑติ
สาขาวิชาคอมพวิ เตอรธ์ ุรกจิ
วทิ ยาลัยอาชีวศึกษามหาสารคาม
สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3
พ.ศ. 2565
การพัฒนาระบบการจดั เกบ็ เอกสารบน Mobile Application ฝ่ายธรุ การ ศูนย์
พฒั นาคุณภาพการศกึ ษากทู่ อง จงั หวดั มหาสารคาม
The Development of document storage system on Mobile
Application for Administrative of Kuthong Education Quality
Improvement Center Mahasarakham Province
กติ กิ ุล อนรรฆรัตน์
โครงการนเ้ี ป็นสว่ นหนง่ึ ของการศึกษาตามหลกั สตู รเทคโนโลยบี ัณฑติ
สาขาวิชาคอมพวิ เตอรธ์ รุ กิจ
วทิ ยาลัยอาชีวศึกษามหาสารคาม
สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3
พ.ศ. 2565
ใบรบั รองโครงการ
หลักสูตรเทคโนโลยบี ัณฑิต สาขาวิชาคอมพวิ เตอร์ธุรกิจ
การพัฒนาระบบการจดั เกบ็ เอกสารบน Mobile Application ฝา่ ยธุรการ ศนู ยพ์ ัฒนาคุณภาพการศกึ ษากู่
ทอง จังหวดั มหาสารคาม
The Development of document storage system on Mobile Application for Administrative
of Kuthong Education Quality Improvement Center Mahasarakham Province
จัดทาโดย กติ ิกลุ อนรรฆรัตน์
คณะกรรมการสอบโครงการ
ลงชอื่ ................................................. ประธานกรรมการ
(นายสมยั สีลาดเลา)
ลงช่ือ................................................ กรรมการ
(นายกฤษณะ กั้วสทิ ธ)์ิ
ลงชอื่ ................................................ กรรมการ
(นางอุไรวรรณ จันทมูล)
สถาบนั การอาชีวศึกษาภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื 3 อนมุ ัตใิ ห้รับโครงการฉบบั น้ี เป็นส่วนหน่งึ ของ
การศกึ ษาตามหลักสูตรเทคโนโลยีบณั ฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอรธ์ ุรกจิ ของวทิ ยาลยั อาชีวะมหาสารคาม
ลงชอ่ื ................................................
(นางสาวสพุ ัตตา ค้มุ สุวรรณ์)
หัวหน้าภาควชิ าคอมพวิ เตอร์ธรุ กจิ
วันที่ 9 เดอื นมีนาคม พ.ศ. 2565
ลิขสทิ ธขิ์ อง สถาบนั การอาชีวศกึ ษาภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ 3
ก
กติ ติกรรมประกาศ
การพฒั นาระบบการจดั เกบ็ เอกสารบน Mobile Application ฝา่ ยธุรการ ศูนยพ์ ฒั นาคุณภาพ
การศึกษากู่ทอง จงั หวัดมหาสารคาม เลม่ นี้สาเรจ็ สมบูรณ์ได้ด้วยดี ไดร้ บั ความกรุณาชีแ้ นะ และช่วยเหลอื
อยา่ งดยี ่ิงจาก นางอุไรวรรณ จันทมูล อาจารย์ท่ปี รึกษาโครงการ
ขอขอบพระคุณ อาจารย์อุไรวรรณ จนั ทมูล และอาจารย์มงคล แสงอรุณ อาจารยผ์ ูเ้ ช่ยี วชาญท่ี
ใหค้ วามอนุเคราะห์ตรวจแกไ้ ขขอ้ บกพร่องเครอ่ื งมอื ในการศกึ ษา
ขอขอบพระคุณ นางกรุณา นารถสูงเนนิ ครพู เ่ี ลยี้ ง ท่ีกรณุ าให้คาแนะนา และใหข้ อ้ มูลเกี่ยวกบั
การดาเนินงานโครงการ
ขอขอบพระคุณคณาจารยส์ าขาวชิ า คอมพวิ เตอรธ์ ุรกจิ ทุกท่าน ทไ่ี ด้ให้ความรู้ และให้
ประสบการณ์ อันมีค่ายิ่งจนสามารถสาเร็จการศกึ ษาระดับบณั ฑติ
ขอขอบพระคณุ บดิ า มารดา และญาติ พี่ น้อง ครอบครัว ทุกทา่ น ท่ีใหค้ วามชว่ ยเหลอื และให้
กาลงั ใจในการศกึ ษาตลอดมา และขอขอบคุณผู้ทีม่ สี ว่ นเก่ียวขอ้ งทุกท่าน ทผ่ี ู้ศกึ ษาไม่ได้เอ่ยนามไว้ ณ ทน่ี ี้
ดว้ ย
คุณค่าและประโยชน์อนั พึงมตี ่อผทู้ ี่สนใจศึกษาโครงการฉบบั น้ี ขอมอบเป็นกตญั ญูกตเวทติ า
แดบ่ ดิ ามารดา และบูรพาจารย์ ท่เี คยอบรมส่งั สอน และผู้มีพระคณุ ทุกทา่ น
กิติกุล อนรรฆรตั น์
ข
ชอ่ื โครงการ การพัฒนาระบบการจดั เก็บเอกสารบน Mobile Application ฝ่ายธุรการ ศนู ย์พฒั นา
คุณภาพการศึกษากทู่ อง จังหวัดมหาสารคาม
ชือ่ โครงการ The Development of document storage system on Mobile Application for
Administrative of Kuthong Education Quality Improvement Center
Mahasarakham Province
ผู้จดั ทาโครงการ นายกิติกุล อนรรฆรตั น์
อาจารย์ที่ปรกึ ษา นางอุไรวรรณ จันทมลู
ปริญญา เทคโนโลยีบณั ฑติ สาขาวิชา คอมพวิ เตอรธ์ ุรกจิ
สถาบันการอาชวี ศึกษาภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื 3 วิทยาลัยอาชวี ศกึ ษามหาสารคาม ปที ี่พมิ พ์ 2565
บทคัดยอ่
การศึกษาโครงการเรื่องการพัฒนาระบบการจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application ฝ่าย
ธรุ การ ศนู ย์พัฒนาคุณภาพการศึกษากู่ทอง จังหวัดมหาสารคาม มีวัตถปุ ระสงค์ คือ 1) เพอื่ ออกแบบและ
พฒั นาระบบการจดั เก็บเอกสารบน Mobile Application ฝา่ ยธุรการ ศนู ย์พัฒนาคุณภาพการศกึ ษากู่
ทอง จังหวดั มหาสารคาม 2) เพื่อประเมนิ หาประสทิ ธิภาพของระบบการจัดเก็บเอกสารบน Mobile
Application ฝา่ ยธรุ การ ศนู ย์พัฒนาคุณภาพการศกึ ษากู่ทอง จังหวัดมหาสารคาม 3) เพ่ือศกึ ษาความพงึ
พอใจของบคุ ลากรในการใชร้ ะบบการจัดเกบ็ เอกสารบน Mobile Application ฝ่ายธุรการ ศูนยพ์ ัฒนา
คณุ ภาพการศึกษากทู่ อง จงั หวดั มหาสารคาม เลอื กกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ วิธีการเลือกแบบเจาะจง สถิติท่ีใช้
คือ รอ้ ยละ คา่ เฉลี่ย และสว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
ผลการออกแบบและพฒั นาระบบการจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application ฝา่ ยธรุ การ ศนู ย์
พัฒนาคุณภาพการศึกษากู่ทอง จังหวดั มหาสารคาม พบว่า เม่อื ได้ทาการออกแบบและพัฒนาระบบการ
จดั เกบ็ เอกสารบน Mobile Application ทาใหม้ รี ะบบท่ีสะดวก รวดเรว็ สามารถ เพ่ิม ลบ แกไ้ ข และ
ผ้ใู ช้งานสามารถเข้าใชง้ านได้อยา่ งสะดวกทัง้ คอมพวิ เตอรต์ ้ังโต๊ะ และคอมพิวเตอร์พกพา ตลอดจนการใช้
สมารท์ โฟนในการใชง้ านได้ ผลการประเมนิ ประสทิ ธิภาพของระบบการจัดเกบ็ เอกสารบน Mobile
Application ฝา่ ยธุรการ โดยรวมพบวา่ อย่ใู นระดับมาก ค่าเฉล่ยี เทา่ กบั 4.24 ผลประเมินความพึงพอใจ
อยใู่ นระดับมากทีส่ ดุ คา่ เฉลยี่ เทา่ กับ 4.84
คาสาคญั : ระบบการจดั เก็บเอกสาร, Mobile Application, ศนู ย์พัฒนาคุณภาพการศกึ ษาก่ทู อง
ค
Title The Development of document storage system on Mobile Application
for Administrative of Kuthong Education Quality Improvement Center
Mahasarakham Province
Author’s Name Mr. Kittikul Anankarat
Advisor Ms. Uraiwan Chantamool
Bachelor Bachelor of Technology
Institute of vocational education: northeastern region 3 Year 2022
Abstract
Study project subject The Development of document storage system on Mobile
Application for Administrative of Kuthong Education Quality Improvement Center
Mahasarakham Province. The research aimed to study 1) Design and develop document
storage system on Mobile Application for Administrative of Kuthong Education Quality
Improvement Center Mahasarakham Province. 2) Evaluate the efficiency of document
storage system on Mobile Application for Administrative of Kuthong Education Quality
Improvement Center Mahasarakham Province. 3) Study the satisfaction of personnel in
using the document storage system on Mobile Application for Administrative of Kuthong
Education Quality Improvement Center Mahasarakham Province. The sample was
selected by the specific selection method. The statistics used were percentage, mean,
and standard deviation.
The result of design and development of document storage system on Mobile
Application for Administrative of Kuthong Education Quality Improvement Center
Mahasarakham Province. It was found that when designing and developing a document
storage system on Mobile Application, the system is convenient, fast, able to add,
delete, edit and users can easily access both desktop computers and portable
computers and use a smartphone. The results of the evaluation of the efficiency of the
document storage system on the Mobile Application, the administrative department as a
whole were found to be at a high level. The mean is 4.24. The satisfaction assessment
was at the highest level. The mean is 4.84.
Keywords: Document Storage System, Mobile Application, Kuthong Education Quality
Improvement Center
สารบัญ ง
กิตตกิ รรมประกาศ หนา้
บทคัดย่อภาษาไทย ก
บทคดั ยอ่ ภาษาองั กฤษ ข
สารบัญ ค
สารบญั ภาพ ง
สารบัญตาราง ฉ
บทที่ 1 บทนา ซ
1
1.1 ความเปน็ มาและความสาคญั ของปัญหา 1
1.2 วัตถุประสงค์ของโครงการ 2
1.3 ขอบเขตของโครงการ 2
1.4 นิยามศพั ท์เฉพาะ 3
1.5 ประโยชนท์ ่คี าดวา่ จะได้รบั 4
บทท่ี 2 เอกสารและงานวจิ ัยท่เี กีย่ วข้อง 5
2.1 แนวคิดเก่ยี วกับการจดั เกบ็ เอกสาร (Filing system 5
2.2 แนวคิดและทฤษฎเี กีย่ วกับโมบายแอปพลิเคชัน (Mobile Application) 9
2.3 ความรเู้ กย่ี วกับการออกแบบและพัฒนา 12
2.4 ซอฟตแ์ วรท์ ่ใี ชใ้ นการพัฒนาระบบ 22
2.5 งานวจิ ยั ทีเ่ กี่ยวข้อง 29
บทท่ี 3 วธิ ีการดาเนินการ 32
3.1 การวางแผนระบบ (System Planning) 32
3.2 การวเิ คราะหร์ ะบบ (System Analysis) 33
3.3 การออกแบบระบบ (System Design) 35
3.4 การพฒั นาระบบ (System Development) 37
3.5 การติดตงั้ ระบบ (System Implementation) 38
3.6 การดูแลรักษาระบบ (System Maintenance) 38
3.7 เครอ่ื งมอื ทีใ่ ช้ในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล 38
3.8 การวิเคราะหข์ ้อมูลทางสถิติ 40
สารบัญ (ต่อ) จ
บทที่ 4 ผลการศกึ ษา หน้า
4.1 ผลการออกแบบและพฒั นาระบบการจดั เก็บเอกสารบน Mobile 42
Application ฝา่ ยธุรการ ศนู ย์พฒั นาคุณภาพการศกึ ษากู่ทอง จงั หวดั 42
มหาสารคาม
4.2 ผลการประเมินหาประสิทธภิ าพของระบบการจดั เกบ็ เอกสารบน 51
Mobile Application ฝ่ายธุรการ ศนู ย์พัฒนาคุณภาพการศกึ ษากู่ทอง
จงั หวดั มหาสารคาม 55
4.3 ผลการศกึ ษาความพงึ พอใจของบุคลากรในการใชร้ ะบบการจดั เก็บ
เอกสารบน Mobile Application ฝา่ ยธุรการ ศูนยพ์ ฒั นาคุณภาพ 60
การศกึ ษากู่ทอง จังหวัดมหาสารคาม 60
61
บทที่ 5 สรปุ ผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 62
5.1 สรุปผลการศกึ ษา 63
5.2 อภปิ รายผลการศึกษา 65
5.3 ขอ้ เสนอแนะ 66
75
บรรณานุกรม 87
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก
ภาคผนวก ข
ประวตั ิผ้เู ขียน
สารบญั ภาพ ฉ
ภาพที่ หน้า
1 เทคนคิ กระดานคมั บัง 14
2 ADDIE Model 15
3 วงจรชีวิตของการพัฒนาซอฟต์แวร์ SDLC 21
4 หนา้ ต่างเว็บไซต์ AppSheet 22
5 หนา้ Login 23
6 หน้าหลงั บา้ นของเว็บไซต์ 23
7 หนา้ ตั้งชอื่ แอปพลิเคช่นั และประเภท 24
8 หนา้ สรา้ งข้อมลู 24
9 หน้าสรา้ งระบบ 25
10 โปรแกรม Google Sheets 26
11 เอกสารสเปรดชตี 27
12 การแก้ไขช่ือเอกสาร 27
13 สว่ นประกอบในสเปรตชตี 28
14 ผงั งานการเข้าใช้งานของผูใ้ ช้ 34
15 หน้าหลักของแอปพลิเคชั่นและเมนใู ชง้ านต่าง ๆ 35
16 หนา้ เมนเู พิ่มเอกสาร 36
17 หน้ารายละเอียดข้อมูล 36
18 หน้าแรกของผใู้ ช้ 43
19 เมนรู ะบบจดั เก็บเอกสาร 44
20 หนา้ เมนหู นังสือรบั ส่ง 44
21 หนา้ ใบเสรจ็ รบั เงนิ 45
22 หน้าคาส่ัง 45
23 หนา้ เอกสารจัดซอ้ื 46
24 หนา้ เมนผู ู้ดูแลระบบ 46
25 หน้าฐานขอ้ มลู 47
26 เขา้ ใชง้ านแอพพลิเคชันผ่านบัญชีอเี มล์ 47
27 หน้าโหลดกอ่ นเขา้ แอพพลเิ คชนั 48
สารบัญภาพ (ต่อ) ช
ภาพท่ี หน้า
28 หนา้ หลกั แอพพลิเคชนั และหน้าเมนู 48
29 การแชร์แอพพลเิ คชนั 49
30 แอพพลิเคชนั บนหนา้ จอสมาร์ทโฟน 49
31 เอกสารคู่มอื การใช้งาน 50
32 แนะนาการใช้งาน 50
ซ
สารบัญตาราง
ตารางท่ี หน้า
1 จานวนและรอ้ ยละของประสบการณ์ในการทางานเกย่ี วกับระบบสารสนเทศ 51
2 จานวนและร้อยละของความรูค้ วามเข้าใจในการพัฒนาระบบสารสนเทศ 51
3 จานวนและร้อยละของเคยเปน็ วิทยากรเก่ียวกับการอบรมระบบสารสนเทศ 52
4 คา่ เฉล่ียและส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน การประเมินประสิทธภิ าพของระบบโดยผเู้ ชี่ยวชาญ 52
5 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน การประเมินผลประสทธิภาพของระบบจาแนกราย 53
ข้อ 55
6 ข้อมลู ทวั่ ไป ดา้ นเพศ 55
7 ข้อมูลท่ัวไป ดา้ นอายุ 56
8 ค่าเฉลย่ี และสว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน ภาพรวมความพึงพอใจต่อการใชง้ านระบบ 56
9 คา่ เฉลย่ี และสว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจต่อการใช้งานระบบดา้ นผลลพั ธท์ ่ีได้
57
จากระบบโดยจาแนกรายขอ้
10 ค่าเฉล่ียและสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจต่อการใชง้ านระบบดา้ นตรงต่อความ 58
ตอ้ งการของผ้ใู ช้โดยจาแนกรายข้อ 58
11 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจต่อการใชง้ านระบบด้านการ
ประมวลผลของระบบโดยจาแนกรายข้อ
12 คา่ เฉล่ียและส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจต่อการใชง้ านระบบด้านการใชง้ าน
ระบบโดยจาแนกรายขอ้
1
บทที่ 1
บทนา
1.1 ความเป็นมาและความสาคัญของปัญหา
เอกสารนับเปน็ ทรพั ยากรท่สี าคญั ขององคก์ รเพราะเปน็ เคร่ืองมือในการปฏิบัติงาน จึงจาเป็นที่ทุก
หน่วยงานต้องมีการบริหารจัดการเอกสารอย่างเป็นระบบ เพ่ือให้สามารถมาใช้ประโยชน์ได้เมื่อต้องการ
เพิ่มประสิทธิภาพประสิทธิผลในการบริหารและดาเนินงานขององค์กร (สุชาติ ฤกษ์โอรส, 2558) ใน
ปัจจุบันน้ีปริมาณเอกสารของส่วนราชการต่างๆ ได้เพิ่มปริมาณข้ึนทาให้เป็นปัญหาต่อการบริหารจัดการ
เก็บเอกสาร และทาลายเอกสาร ทาให้เกิดความยุ่งยาก ไม่เป็นระเบียบ ยากต่อการค้นหา และสิ้นเปลือง
พน้ื ทใ่ี นการเกบ็ รกั ษา (ศูนยถ์ ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณท์ ่ี 2 จงั หวดั ปทุมธานี, 2556)
ศูนย์พัฒนาคุณภาพการศึกษากู่ทอง จังหวัดมหาสารคาม เป็นส่วนหน่ึงของสานักงานเขตพื้นที่
การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 3 มีโรงเรียนภายในศูนย์ท้ังหมด 13 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียน
บ้านหนองชาด โรงเรียนบ้านหนองมันปลา โรงเรียนบ้านหนองบุญชู โรงเรียนบ้านนาทอง โรงเรียนบ้าน
แบก โรงเรียนบ้านหนองล่าม โรงเรียนบ้านทัพม้าดอนหันแวงวิทยา โรงเรียนบ้านเหล่าหนองบัวดอนโพธ์ิ
โรงเรียนบ้านขามเปี้ย โรงเรียนบ้านเมืองเพ็ง โรงเรียนบ้านกู่ทอง โรงเรียนบ้านหนองเด่ิน และโรงเรียน
บ้านโจด โดยมีธุรการประจาโรงเรียน โรงเรียนละ 1 คน รวมทั้งหมด 13 คน ซ่ึงทาหน้าที่ปฏิบัติงานด้าน
การธุรการทั่วไป ได้แก่ จัดการพัสดุ การเงิน สารบรรญ ประสานงานด้านต่างๆ รวมถึงจัดการด้านผลิต
เอกสาร และจัดเก็บเอกสารต่างๆ ภายในโรงเรียน ซ่ึงการจัดเก็บเอกสารโรงเรียน เป็นการเก็บเอกสาร
ระบบแบบที่ทาด้วยมือ โดยจัดเก็บเอกสารในแฟ้มเอกสาร ซ่ึงยากต่อการค้นหาและดูแล ไม่มีความ
ปลอดภัยต่อเอกสารและไม่มีระบบแบบแผนในการจัดเก็บ ใช้เวลานานและยุ่งยาก ทาให้เสียเวลาในการ
ค้นหา
จากปัญหาดังกล่าวผู้วิจัยจึงมีแนวคิดในการพัฒนาระบบจัดการเอกสารบน Mobile
Application ของธุรการ ศูนย์พัฒนาคุณภาพการศึกษากู่ทอง จังหวัดมหาสารคาม เพื่อเป็นเครื่องมือ
จัดเก็บข้อมูลด้านเอกสารของธุรการ ผู้อานวยการโรงเรียน ครู และบุคลากรในโรงเรียน ที่จะสามารถ
สืบคน้ ขอ้ มลู สรปุ ขอ้ มูลการจัดเก็บเอกสารได้ เพือ่ นามาตรวจสอบและรายงานตอ่ ผู้บรหิ ารได้ง่ายข้ึน
2
1.2 วตั ถุประสงค์ของโครงการ
1. เพอ่ื ออกแบบและพัฒนาระบบการจดั เก็บเอกสารบน Mobile Application
ฝ่ายธรุ การ ศูนยพ์ ัฒนาคณุ ภาพการศึกษากทู่ อง จังหวัดมหาสารคาม
2. เพอ่ื ประเมนิ หาประสทิ ธิภาพของระบบการจดั เกบ็ เอกสารบน Mobile Application
ฝ่ายธุรการ ศูนยพ์ ัฒนาคุณภาพการศกึ ษากทู่ อง จงั หวดั มหาสารคาม
3. เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของบุคลากรในการใช้ระบบการจัดเก็บเอกสารบน Mobile
Application ฝา่ ยธรุ การ ศูนย์พัฒนาคณุ ภาพการศึกษากทู่ อง จงั หวดั มหาสารคาม
1.3 ขอบเขตของโครงการ
1.3.1 ดา้ นระบบงาน
1.3.1.1 ส่วนของผู้ใช้ (User) สามารถใชง้ านได้ดงั ต่อไปน้ี
1) สามารถสบื ค้นข้อมูล และแสดงผลเกย่ี วกบั เอกสาร
- หนงั สอื รับ - สง่
- เอกสารจัดซื้อ – จดั จา้ ง
- หนงั สอื คาส่ัง
- แบบฟอรม์ / รายงาน อ่นื ๆ
2) สามารถเพ่มิ ลบ และแก้ไข ข้อมูลได้
1.3.1.2 ส่วนของผ้ดู ูแลระบบ (Admin) สามารถจัดการระบบได้ ดังตอ่ ไปน้ี
1) สามารถเพม่ิ ลบ และแก้ไขขอ้ มลู ได้
1.3.2 ดา้ นฮารด์ แวร์
1.3.2.1 โน้ตบกุ๊ Acer Nitro หน่วยประมวลผล Intel Core i5 หน่วยความจา (RAM) 16 GB
1.3.2.2 ระบบปฏิบตั กิ าร Microsoft Windows 11
1.3.3 ด้านซอฟต์แวร์
1.3.3.1 โปรแกรม Web Service : AppSheet
1.3.3.2 โปรแกรม Google Apps : Google Sheet
1.3.3.3 โปรแกรม Web Browser : Google Chrome
1.3.4 ด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
3
ในการศึกษาคร้งั น้ี ไดแ้ บ่งประชากร และกลมุ่ ตวั อย่าง ออกเปน็ 3 กลุม่ ดงั นี้
1.3.4.1 สาหรบั ประเมนิ ความเทยี่ งตรงของแบบสอบถาม ระบบการจดั เกบ็ เอกสารบน
Mobile Application ฝ่ายธรุ การ ศนู ย์พัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษากู่ทอง จังหวดั มหาสารคาม คัดเลอื กแบบ
เจาะจง จานวน 3 คน ประกอบด้วย ครูฝกึ ในสถานประกอบการ อาจารยท์ ี่ปรกึ ษาโครงการ และอาจารย์
ผู้สอนในสถานศึกษา
1.3.4.2 สาหรบั ประเมินหาประสิทธภิ าพของระบบการจัดเก็บเอกสารบน Mobile
Application ฝา่ ยธรุ การ ศูนย์พฒั นาคุณภาพการศึกษากู่ทอง จังหวัดมหาสารคาม คัดเลือกแบบเจาะจง
จานวน 3 คน ประกอบด้วย ครูฝกึ ในสถานประกอบการ อาจารย์ทปี่ รึกษาโครงการ และอาจารยผ์ ู้สอนใน
สถานศกึ ษา
1.3.4.3 สาหรบั ประเมินความพึงพอใจของระบบการจดั การเอกสารบน Mobile Application
ฝ่ายธรุ การ ศนู ยพ์ ัฒนาคุณภาพการศึกษากู่ทอง จงั หวดั มหาสารคาม คัดเลือกแบบเจาะจง จานวน 13 คน
ประกอบดว้ ย ธรุ การภายในศูนยพ์ ัฒนาคุณภาพการศึกษากู่ทอง จังหวัดมหาสารคาม ได้แก่ โรงเรยี นบ้าน
หนองชาด โรงเรยี นบ้านหนองมันปลา โรงเรยี นบา้ นหนองบญุ ชู โรงเรียนบ้านนาทอง โรงเรียนบ้านแบก
โรงเรียนบ้านหนองลา่ ม โรงเรียนบา้ นทพั ม้าดอนหันแวงวทิ ยา โรงเรียนบา้ นเหล่าหนองบัวดอนโพธ์ิ
โรงเรยี นบ้านขามเปี้ย โรงเรียนบ้านเมืองเพง็ โรงเรยี นบ้านกทู่ อง โรงเรยี นบา้ นหนองเดิน่ และโรงเรียน
บ้านโจด
1.4 นิยามศัพท์เฉพาะ
1.4.1 ระบบการจัดการเอกสารบน Mobile Application หมายถงึ ระบบท่ีผวู้ ิจัยพฒั นาข้ึนเพ่ือ
จัดการเอกสารในรูปแบบออนไลน์ บนระบบปฏิบัตกิ ารสมารท์ โฟน ท่มี ีประโยชน์ในการลดภาระงานและ
ลดระยะเวลาการทางาน มีคุณสมบัติในการ เพมิ่ ลบ แกไ้ ข และตรวจสอบเอกสารได้งา่ ย
1.4.2 ฝ่ายธรุ การ หมายถึง ฝ่ายปฏิบตั งิ านเกี่ยวกบั การจดั การด้านธุรการทัว่ ไป การจัดการด้าน
การผลติ เอกสาร การจดั การด้านพัสดุ การจัดการด้านการเงิน การจดั การด้านสารบรรณ และการ
ประสานงานด้าน ตา่ ง ๆ
1.4.3 ศูนยพ์ ัฒนาคุณภาพการศกึ ษากู่ทอง หมายถึง ศูนย์รวมของโรงเรียนในเขตอาเภอเชียงยืน
เพ่อื พัฒนาคุณภาพการเรียน การสอน การศึกษาเพ่ือให้มปี ระสทิ ธภิ าพสูงสดุ โดยเป็นสว่ นหนึง่ ของ
สานกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษามหาสารคาม เขต 3 ประกอบไปดว้ ยโรงเรยี นทง้ั 13 โรงเรียน
4
ไดแ้ ก่ โรงเรียนบา้ นหนองชาด โรงเรียนบ้านหนองมนั ปลา โรงเรยี นบ้านหนองบญุ ชู โรงเรียนบ้านนาทอง
โรงเรียนบ้านแบก โรงเรยี นบ้านหนองล่าม โรงเรียนบ้านทัพม้าดอนหนั แวงวิทยา โรงเรียนบ้านเหล่าหนอง
บวั ดอนโพธ์ิ โรงเรยี นบา้ นขามเปย้ี โรงเรยี นบา้ นเมอื งเพ็ง โรงเรียนบ้านกทู่ อง โรงเรียนบ้านหนองเดน่ิ และ
โรงเรยี นบา้ นโจด
1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. มีระบบการจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application ฝา่ ยธุรการ ศนู ยพ์ ัฒนาคุณภาพ
การศกึ ษากู่ทองจงั หวดั มหาสารคาม สาหรับใช้งานในหน่วยงาน
2. ไดท้ ราบว่าระบบการจัดเก็บเอกสารท่สี ร้างขึ้นมีประสทิ ธิภาพสมั พันธผ์ ลลพั ธ์การใช้งานระบบ
3. ได้ทราบถึงระดับความพึงพอใจต่อระบบและมีแนวทางในการพัฒนาไปยังฝ่ายงานอื่นในศูนย์
พัฒนาคุณภาพการศกึ ษากู่ทองจังหวัดมหาสารคาม
5
บทท่ี 2
เอกสารและงานวจิ ยั ท่เี กี่ยวขอ้ ง
การศึกษาเร่อื ง การพฒั นาระบบการจดั เก็บเอกสารบน Mobile Application ฝ่ายธุรการ ศูนย์พัฒนา
คุณภาพการศึกษากู่ทอง จังหวัดมหาสารคาม ผู้ศึกษาได้ทาการ รวบรวม ค้นหาแนวคิดทฤษฎี เอกสารทาง
วชิ าการ รวมถึงผลงานวจิ ัยทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง โดยเรียงลาดบั การนาเสนอ ดังนี้
1. แนวคิดเก่ียวกบั การจดั เก็บเอกสาร (Filing system)
2. แนวคิดและทฤษฎีเกย่ี วกบั โมบายแอปพลเิ คชัน (Mobile Application)
3. ความรเู้ ก่ียวกับการออกแบบและพัฒนา
4. ซอฟต์แวรท์ ี่ใชใ้ นการพฒั นาระบบ
5. งานวจิ ัยท่ีเกีย่ วข้อง
2.1 แนวคดิ เกี่ยวกับการจัดเกบ็ เอกสาร (Filing system) (ศรจี ติ ร รัตนแกว้ กาญจน์, 2543)
2.1.1 ความหมายและความสาคัญของการจัดเก็บเอกสาร
การจดั เก็บเอกสาร ( Filing system) หมายถึง กระบวนการในการจาแนก จัดเก็บเอกสาร
ให้เป็นระเบียบเพ่ือให้ความสาคัญของการเก็บเอกสารเมื่อธุรกิจให้ความสาคัญกับเอกสาร โดยถือว่า
เอกสารเป็นเสมือนความจาของธุรกิจ และเอกสารใช้เป็นหลักฐานสาคัญท่ีต้องเก็บไว้เพ่ือการตรวจสอบ
หรอื ค้นควา้ ในอนาคตแลว้ ดังนี้ ธุรกจิ ต้องมีการเก็บเอกสารท่ีดี เพ่อื รวบรวมเอกสารให้เป็นหมวดหมู่ เป็น
ระเบยี บ เอกสารไม่ชารดุ เสียหาย สะดวกต่อการค้นหาเม่ือต้องการใช้ และมีวธิ ีการเก็บเอกสารท่ีเหมาะสม
กับธุรกิจ ซ่ึงผู้มีหน้าที่ในการเก็บเอกสารจาเป็นต้องมีความรู้ด้านการเก็บเอกสารเป็นอย่างดีด้วย ดังนั้น
ก่อนจะเก็บเอกสารจะต้องมีการวางแผนไว้ล่วงหน้าให้พร้อมโดยคานึงถึงส่ิงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น
สถานที่เก็บเอกสาร อุปกรณ์สาหรับเก็บเอกสาร ระบบการจัดเก็บเอกสาร ข้ันตอนในการปฏิบัติเกี่ยวกับ
เอกสาร เป็นต้น วัตถุประสงค์ของการเก็บเอกสารแหล่งเก็บเอกสารเปรียบเสมือนศูนย์ความจาของธุรกิจ
และเป็นท่ีรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ ของธุรกิจไว้ทั้งหมดการท่ีธุรกิจเก็บเอกสารต่าง ๆ เหล่านี้ไว้รวมกันก็
เพือ่ วตั ถปุ ระสงคด์ ังต่อไปน้ี
- เพอื่ รวบรวมเอกสารท่ีมีความสมั พันธ์ต่อเน่ืองกนั จัดเขา้ ไวใ้ ห้เปน็ หมวดหมแู่ ละแหล่ง
6
เดยี วกัน
- เพื่อความสะดวกรวดเรว็ และง่ายต่อการค้นหา
- เพอ่ื ให้เอกสารอยใู่ นทท่ี ่ปี ลอดภัย
- เพ่อื เกบ็ เอกสารไวเ้ ป็นหลักฐานอ้างองิ ในอนาคต
องค์ประกอบในการเก็บเอกสารการเก็บเอกสารจะให้ได้ผลดีน้ันต้องข้ึนอยู่กับองค์ประกอบ 5
ประการคือ
1. เจ้าหน้าที่เก็บเอกสาร ซึ่งจะทาหน้าที่ดูแลรักษาเอกสารให้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะใช้งานได้
ตลอดเวลา หนา้ ท่โี ดยตรงของพนักงานเก็บเอกสาร คือ มีหน้าท่ีเก็บรวบรวมเอกสารให้เป็นหมวดหมู่ เป็น
ระบบ
2. เอกสาร ซ่ึงอาจจะอยู่ในรูปของรูปภาพ ฟิล์ม ข้อความ แผ่นพับ ภาพโฆษณา จดหมาย ซ่ึง
เอกสารเหลา่ นตี้ ้องเกบ็ รักษาเพอ่ื ไวใ้ ชเ้ ป็นหลักฐานต่อไป
3. ระบบการจดั เก็บ คือ ระบบหรอื วธิ ีการจัดเกบ็ เอกสารให้เอกสารอยู่ในสภาพท่ีพร้อม จะใช้งาน
ซ่ึงแต่ละบริษัทอาจจะมีระบบการเก็บเอกสารที่แตกต่างกันข้ึนอยู่กับความเหมาะสมของ แต่ละธุรกิจนั้น
แต่ไมว่ า่ จะมีระบบการจัดเกบ็ วิธใี ดกต็ าม จุดประสงค์ของระบบการจดั เก็บเอกสารก็ คือ การจัดเอกสารให้
เปน็ ระเบยี บ ครบถ้วน เอกสารไม่ชารุดเสียหาย และค้นหาไดท้ นั ทเี มอื่ ตอ้ งการ ใช้
4. อุปกรณ์ในการจัดเก็บ การเก็บเอกสารจาเป็นต้องอาศัยอุปกรณ์ต่าง ๆ ช่วย เพ่ือให้การ เก็บ
เอกสารมีประสิทธิภาพย่ิงข้ึน และเพื่อให้การจัดเก็บเอกสารเป็นระเบียบสวยงาม อุปกรณ์ท่ีใช้ ในการ
จัดเก็บ เช่น แฟ้มเอกสาร ตูเ้ กบ็ เอกสาร ฯลฯ
5. สถานที่ในการเก็บ หมายถึง แหล่งเก็บเอกสาร ธุรกิจควรจะมีการจัดสถานท่ีในการ เก็บ
เอกสารอย่างเป็นสัดส่วนและเพียงพอ ห้องเก็บเอกสารควรเป็นห้องท่ีโปร่ง มีอากาศถ่ายเทได้ สะดวก ไม่
ร้อนอบร้าวจนเกินไป ไม่ควรอยู่ในที่ท่ีมีคนพลุกพล่าน และต้องมีเจ้าหน้าท่ีประจาห้อง เก็บเอกสารด้วย
พนักงานกับการเก็บเอกสารผทู้ ม่ี ีส่วนเก่ียวข้องกับเอกสาร มี 2 ฝ่าย คือ ผู้จัดเก็บเอกสาร จะต้องเป็นผู้ที่มี
ความรู้ความสามารถและมีความชานาญในการจัดเก็บ เอกสารตามระบบการเก็บเอกสารที่บริษัทของ
ตนเองกาหนดไว้ พร้อมท้ังเป็นผู้ท่ีมีความละเอียด รอบคอบ มีระเบียบวินัย และรักงานด้านน้ี และมี
อปุ นสิ ัยรักการอ่านหนงั สอื หน้าทีโ่ ดยตรงคอื เป็นผ้จู ดั เอกสารทไ่ี ดร้ บั เข้ามาเก็บเข้าแหล่งเก็บเอกสารอย่าง
ถูกวิธี และจัดเก็บความเรียบร้อย ดูแล จัดการเกี่ยวกับเอกสาร บารุงรักษาเอกสารให้อยู่ในสภาพที่ดีอยู่
เสมอ และคอยให้บริการแก่ผู้ที่มี ความประสงค์จะขอใช้เอกสารด้วย ผู้ใช้เอกสาร เป็นผู้นาเอกสารจาก
7
แหล่งเก็บเอกสารไปใช้เพ่ือให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจ จึงถือว่าเป็นผู้ที่มีความสาคัญต่อการจัดเก็บเอกสาร
เพราะผู้ใช้เอกสารต้องให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎระเบียบของการใช้เอกสารที่ผู้จัดเอกสารได้
กาหนดไว้ เพอื่ ใหเ้ อกสารอยใู่ นสภาพทด่ี ี อยู่ตลอดเวลาระบบการเก็บเอกสารระบบการเก็บเอกสารของแต่
ละหน่วยงานอาจจะแตกต่างกัน ท้ังนี้ข้ึนอยู่กับลักษณะงาน จานวนเอกสารที่แตกต่างกัน และความ
เหมาะสม ดังนั้นจึงอาจสรุปได้ว่า ระบบการเก็บเอกสารท่ีนิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบัน 1. การเก็บเอกสาร
ตามลาดับตัวอักษร ( Alphabetic Filing ) เป็นวิธีการเก็บเอกสารท่ีนิยม มากที่สุด เป็นการเก็บเอกสาร
โดยเรียงตามตัวอักษร โดยดูจากชื่อบุคคล ชื่อบริษัท หรือห้างร้านก็ได้ ในการจัดเรียงลาดับนั้นจะต้อง
คานึงถึงตัวพยัญชนะว่า พยัญชนะใดมาก่อนหลัง ซ่ึงในภาษาไทย เรียงจาก ก –ฮ และในภาษาอังกฤษ
เรียงจาก A – Z 2. การเก็บเอกสารตามตัวเลข ( Numeric Filing ) เป็นวิธีการเก็บเอกสารโดยใช้ตัวเลข
แทน ชื่อบุคคล ช่ือบริษัท – ห้างร้าน โดยจะใช้ตัวเลขเป็นหลักในการจัดเก็บ 3. การเก็บเอกสารตาม
ภูมิศาสตร์ ( Geographic Filing ) เป็นวิธีการเก็บเอกสารโดยใช้ช่ือ สถานที่ต้ัง ประเทศ จังหวัด อาเภอ
ตาบล หมู่บ้าน เป็นหน่วยงานในการจัดเก็บ 4. การเก็บเอกสารตามชื่อเรื่อง ( Subject Filing ) เป็นการ
จัดเอกสารโดยใช้ชื่อเรื่องเป็น หน่วยในการจัดเก็บ โดยแยกเอกสารออกเป็นแต่ละเร่ือง แล้วจึงเรียง
ตามลาดับตัวอักษรอีกครั้งหนึ่ง 5. การเก็บเอกสารตามเสียง ( Soundex Filing ) ใช้ในระบบการเก็บ
เอกสารภาษาองั กฤษ โดยนาเอาชื่อท่ีมีเสียงคล้ายกันมารวมกันไว้ในที่เดียวกัน โดยไม่คานึงถึงตัวสะกด 6.
การเกบ็ เอกสารตามสี ( Color Filing ) เปน็ วธิ กี ารเก็บจดั เกบ็ เอกสารทีใ่ ชส้ ีเข้าช่วยในการเก็บ โดยอาศัยสี
เป็นตัวจาแนกหมวดหมู่เอกสาร 7. การเก็บเอกสารตามปีปฏิทิน ( Chronological Filing ) เป็นวิธีการ
เก็บเอกสารตามวัน เดือน ปีปฏิทิน โดยอาศัยการเรียงลาดับวันท่ีที่ได้รับเอกสารนั้น 8. การเก็บเอกสาร
ด้วยไมโครฟิล์ม ( Microfilming ) เป็นระบบการเก็บเอกสารโดยถ่ายย่อ เอกสารลงบนแผ่นฟิล์ม เพื่อ
ประหยัดเนื้อท่ีในการจัดเก็บและสะดวกในการค้นหา วิธีการเก็บด้วย ไมโครฟิล์มน้ีถือว่าเป็นวิธีการเก็บ
เอกสารที่ดีทสี่ ุด แต่เสียค่าใชจ้ ่ายในการจัดเก็บสูงมาก
2.1.2 การบรหิ ารงานเอกสารหรือการจดั การเอกสาร
การบริหารงานเอกสารหรือการจัดการเอกสาร (Records Management) หมายถึง งาน
ซง่ึ เกีย่ วกบั การเก็บข้อมลู เพอ่ื ช่วยเพ่ิมความจาในงานสานักงานและการตัดสินใจทุกระดับของผู้บริหารใน
ทุกองค์กร จาเป็นต้องมีข้อมูลประกอบเพื่อความถูกต้องของการปฏิบัติงาน การบริหารเอกสารเป็นการ
ดาเนนิ งานเอกสารให้บรรลวุ ัตถุประสงคต์ ามลาดับข้ันตอน คือ การวางแผน การกาหนดหน้าที่ โครงสร้าง
การจัดเก็บเอกสาร การกาหนดระบบการจัดเก็บเอกสาร การเก็บรักษา การควบคุมและการทาลาย
8
เอกสาร การบริหารงานเอกสารเป็นหัวใจสาคัญยิ่งของการดาเนินงาน เพราะถ้าสามารถบริหารงาน
เอกสารให้มีประสิทธิภาพแล้วก็จะสามารถลดต้นทุนในการดาเนินงานให้ต่าลงได้ โดยควรมีการกาหนด
นโยบายการบริหารงานเอกสารไว้ และมีหลักการที่ต้องคานึงถึงปัจจัยหลายอย่าง นอกจากน้ีจะต้อง
คานึงถึงปริมาณหนังสือเอกสารในปัจจุบันแล้ว ยังต้องคานึงถึงระบบท่ีสามารถขยายได้ในอนาคตไม่ต้อง
แก้ไข เปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ ด้วยการตัดสินใจว่าหน่วยงานแต่ละหน่วยงานซ่ึงมีวัตถุประสงค์หรือประเภท
ของการประกอบการต่างกัน ควรตัดสินใจใช้ระบบใดในการเก็บเอกสาร เป็นเรื่องท่ีต้องพิจารณาอย่าง
ละเอียดรอบคอบตอ้ งมกี ารศึกษาว่าระบบใด จึงจะทาให้การปฏิบัติงานการจัดเก็บเอกสารมีประสิทธิภาพ
มากท่ีสุด ซ่ึงอาจสรุปได้ว่าการบริหารงานเอกสารเป็นศูนย์รวมของการบริหารท้ังมวล เป็นกิจกรรมที่
กาหนดข้นึ เพือ่ ควบคุมวงจรชวี ติ ของเอกสาร ตง้ั แต่การผลิตไปจนถึงการทาลายเอกสารวงจรเอกสาร (The
Document Cycle) ถ้าผู้บริหารสามารถจัดการกับงานเอกสารได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ก็จะทาให้
ตน้ ทุนในการจดั เก็บเอกสารลดลงได้ การปฏิบัติงานเก่ียวกับเอกสารมีความจาเป็นอย่างย่ิงต้องดาเนินการ
อย่างมีระเบียบแบบแผน อันจะก่อให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดท้ังเวลาและแรงงาน ซ่ึงนาไปสู่
ประสทิ ธิภาพและบงั เกิดประสิทธิผลในการทางาน
2.1.2.1 การผลิต (Creation) เอกสารท่ีเข้ามาในสานักงานจากแหล่งต่าง ๆ หรือการผลิต
เอกสารขน้ึ มาเอง ในการทาให้เอกสารเกดิ ข้นึ น้ีถอื เป็นชั้นกาเนิดของเอกสารต้ังแต่ การคิด ร่าง เขียน แต่ง
พิมพ์ ทาสาเนา การอดั สาเนา ถ่ายเอกสาร เพ่ือใช้งานในสานักงานในรูปจดหมายโต้ตอบ บันทึก ข้อความ
และงานพิมพ์ต่าง ๆ เอกสารจะถูกสร้างข้ึนมาจากภายนอกองค์กร และภายในองค์กร ทาให้มีเอกส าร
มากมายหลายประเภท
2.1.2.2 การใช้ประโยชน์ (Utilizations) เป็นขั้นตอนท่ีเอกสารได้ผ่านการดาเนินงานใน
ส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องภายในองค์กร การไหลผ่าน (Flow) ของเอกสารจะเป็นไปตามกระบวนการท่ี
กาหนดไว้ในแต่ละองค์กร โดยจะต้องดูแลประโยชน์เอกสารแต่ละประเภทซึ่งมีความสาคัญมากน้อย
แตกต่างกัน เอกสารบางชิ้นยังไม่มีประโยชน์ในการนาข้อมูลมาใช้ในโอกาสต่อไป และบางชิ้นมีความ
จาเป็นต้องเก็บไว้เป็นหลักฐานอ้างอิง ขั้นตอนน้ีคือการพัฒนาระบบการเดินทางของเอกสารให้มีลักษณะ
คลอ่ งตวั สามารถเรยี กใช้และจดั สง่ ถึงทีใ่ นเวลาท่ตี ้องการ
2.1.2.3 การจัดเก็บ (Storage) เมื่อดาเนินการผลิตเอกสารข้ึนมาและดาเนินการท่ีจาเป็น
แล้วสาเนาเร่ืองเดิมหรือเอกสารท่ีจาเป็นต้องนาไปแยกเป็นประเภท หรือเป็นกลุ่ม ตามหมวดแฟ้มที่
เกี่ยวข้อง โดยรวบรวมเอกสารให้เป็นหมวดหมู่ มีระเบียบ เอกสารต้องไม่ชารุดเสียหาย เพื่อความสะดวก
9
ในการเรียกใช้ภายหลัง โดยต้องมีการวางแผนไว้ล่วงหน้าให้พร้อม คานึงถึงส่ิงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น
สถานท่ีจัดเก็บ อุปกรณ์สาหรับการเก็บ ระบบในการจัดเก็บเอกสาร ขั้นตอนปฏิบัติเกี่ยวกับเอกสาร โดย
จดั ทาคู่มือไว้เป็นมาตรฐานในการปฏบิ ตั งิ าน และจัดให้มที เี่ กบ็ รักษาเอกสารอย่างเพียงพอ
2.1.2.4 การเรียกใช้หรือการสืบค้น (Retrieval) งานจัดเก็บเอกสารมีบทบาทในการ
ดาเนนิ งานเปน็ อยา่ งมาก เพราะการไดข้ ้อมูลอยา่ งรวดเร็วจะทาใหก้ ารตัดสินใจสามารถทาได้ทันที เอกสาร
ต่างๆ เป็นสิ่งท่ีมีประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาของผู้บริหารและการวางแผนในอนาคต ข้อมูลในเอกสาร
จะต้องถูกนามาพจิ ารณาประกอบการวางแผนและการตดั สินใจ ท้ังนี้การเรียกใช้หรือการสืบค้น จะต้องทา
ได้อย่างรวดเร็ว ประหยัดเวลา ประหยดั แรงงาน มปี ระสทิ ธภิ าพและมปี ระสทิ ธผิ ล
2.1.2.5 การกาหนดสภาพ (Disposition) การจัดเก็บเอกสารเป็นการรักษาเอกสารสาคัญ
เอาไว้เพ่ือประโยชน์ในการนามาใช้ได้ทันทีที่ต้องการ จึงต้องมีการจัดการอย่างรัดกุม มีข้ันตอนการกาจัด
เอกสารเม่ือมีอายุนานพอสมควร หรอื ได้จดั เก็บไวจ้ นครบตามท่ีกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับระบุไว้ เม่ือ
จัดเก็บไว้จนคุณค่าหรือประโยชน์ในการอ้างอิงมีน้อย ก็จาเป็นต้องดาเนินการกาจัดหรือคัดเลือกออกไป
เพ่อื ดาเนินการทาลาย อาจมีการตัง้ คณะกรรมการในการทาลาย เพ่ือช่วยในการพิจารณาคัดกรองเอกสาร
เหล่านัน้
2.1.3 ระบบการจัดการเอกสาร
ระบบการจัดการเอกสาร (อังกฤษ: Document management system) คือระบบ
คอมพวิ เตอร์หรอื กลุ่มของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ใช้ในการติดตามและเก็บบันทึกเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
หรือ รูปภาพประกอบเอกสาร โดยใช้แนวคิดของ ระบบการจัดการเนื้อหา (Content management
system ,CMS) ซ่ึงมักจะถูกมองว่าเป็นองค์ประกอบของระบบการจัดงานภายในองค์กร (Enterprise
content management system, ECM) ซ่ึงมีความสัมพันธ์กับการจัดการทรัพย์สินดิจิตอล (Digital
asset management system, DAM) นอกจากนี้ยังมีหัวข้อท่ีเกี่ยวข้องและมีความสัมพันธ์อีกเช่น ระบบ
จัดการเก็บเอกสารด้วยคอมพิวเตอร์ (Document imaging system) การจัดการลาดับงาน (Workflow
system) และระบบการเก็บบนั ทึก (Records management system)
2.2 แนวคิดและทฤษฎเี กีย่ วกบั โมบายแอปพลเิ คชนั (Mobile Application)
โมบายแอปพลิเคชัน (Mobile Application) คือ แอปพลิเคชันท่ีช่วยการทางาน ของผู้ใช้บน
อุปกรณ์สื่อสารแบบพกพา เช่น โทรศัพท์มือถือ ซ่ึงแอปพลิเคชันเหล่าน้ันจะทางานบนระบบปฏิบัติการ
10
(OS) ท่ีแตกต่างกันไป (สุชาดา พลาชัยภิรมย์ศลิ , 2554) ตัวอย่างของระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์เคล่ือนท่ี
ได้แก่
- Symbian OS ของ โนเกยี
- Windows Mobile ของ Microsoft
- BlackBerry OS ของ RIM
- Web OS ของ Palm
- iOS ของ Apple
- Android OS ของ Google
โมบายแอปพลเิ คชนั แบ่งออกเปน็ 3 ประเภท (อภศิ ักด์ิ อาจนนั ท์, 2557) ดังน้ี
1. เนทีฟแอปพลิเคชัน (Native Application) คือ แอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นด้วยชุดคาส่ัง เพ่ือ
เอาไว้สาหรับพัฒนาโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันของ OS Mobile นั้นโดยเฉพาะ ข้อดีคือผู้ใช้งานสามารถ
เข้าถึงได้ง่าย จาก Google Play หรือ Apple’s App Store รวมถึงการทางานแบบไม่ต้องเชื่อมต่อ
อินเทอร์เนต็ ในบางแอปพลิเคชนั ทาให้ผู้ใช้งานสะดวก
2. ไฮบริดแอปพลิเคชัน (Hybrid Application) คือ แอปพลิเคชันท่ีถูกพัฒนาขึ้นมาด้วย
จดุ ประสงค์ทตี่ ้องการให้สามารถรันบนระบบปฏิบัติการได้ทุก OS โดยใช้ชุดคาส่ังเข้าช่วย เพ่ือให้สามารถ
ทางานได้ทุกระบบปฏิบัติการ และหลายแพลตฟอร์ม ในแอปพลิเคชันเดียว จึงมีข้อดีคือ ทาให้ผู้พัฒนาไม่
ต้องเสียเวลาในการพัฒนาเพราะเขียนชุดคาส่ังคร้ังเดียว สามารถใช้ได้ทุกแพลตฟอร์มและเสียค่าใช้จ่าย
นอ้ ย
3. เว็บแอปพลิเคชัน (Web Application) คือ แอปพลิเคชันท่ีถูกเขียนข้ึนมาเพื่อเป็น Browser
สาหรับการใช้งานเว็บเพจต่าง ๆ ซ่ึงถูกปรับแต่งให้แสดงผลแต่ส่วนท่ีจาเป็น เพ่ือเป็นการลดทรัพยากรใน
การประมวลผลของตัวเครื่องสมาร์ตโฟน หรือ แท็บเล็ต ทาให้โหลดหน้าเว็บไซต์ได้เร็วข้ึน ข้อดีคือใช้งาน
ง่ายได้สะดวกทุกที่ ทุกเวลา รวมถึงมีการอัปเดต แก้ไขข้อผิดพลาดต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลาและใช้งานได้ทุก
แพลตฟอร์ม
11
2.2.1 ความหมายของโปรแกรมประยุกต์ (Mobile Application)
Mobile Application ประกอบข้ึนด้วยคาสองคา คือ Mobile กับ Application ซึ่งมี
ความหมายดงั นี้
Mobile คืออุปกรณ์สื่อสารที่ใช้ในการพกพา ซึ่งนอกจากจะใช้งานได้ตามพื้นฐานของ
โทรศัพทแ์ ล้ว ยงั ทางานได้เหมอื นกับเครอ่ื งคอมพิวเตอรเ์ นื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่พกพาได้จึงมีคุณสมบัติเด่น
คือ ขนาดเล็กน้าหนักเบา ใช้พลังงานค่อนข้างน้อยปัจจุบันมักใช้ทาหน้าที่ได้หลายอย่างติดต่อแลกเปล่ียน
ข่าวสารกับคอมพวิ เตอรไ์ ดแ้ ละท่ีสาคญั คือ สามารถเพม่ิ หน้าท่ีการทางานได้
สาหรับ Application จะหมายถึง ซอฟต์แวร์ที่ใช้เพ่ือช่วยการทางานของผู้ใช้ (User) โดย
Application จะต้องมีส่ิงที่เรียกว่าส่วนติดต่อกับผู้ใช้ (User Interface หรือ UI) เพื่อเป็นตัวกลางการใช้
งานต่างๆ
โทรศัพท์มือถือแบบ Smartphone เป็น Mobile Device ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งาน
มากท่ีสุดในยุคปัจจุบันและมีแนวโน้มการใช้งานเติบโตข้ึนเรื่อยๆ เพราะมีระบบปฏิบัติการ ซึ่งเป็น
System Software ทส่ี ามารถรองรับการใชแ้ อพพลิเคชนั ตา่ งๆ บนโทรศพั ทม์ ือถือได้จึงตอบสนองผู้ใช้งาน
ไดท้ ุกวัยในยุคดจิ ทิ ลั และสังคมออนไลน์ทุกวันน้ี
ผู้ศึกษาสรุปได้ว่า โมบายแอบพลิเคช่ัน (Mobile Application) หมายถึง แอปพลิเคชั่นที่
ชว่ ยในการทางานบนโทรศัพท์มือถือ เพื่อเพิ่มความสะดวกและประหยัดเวลา
2.2.2 ประโยชน์ของ Mobile Application
ปจั จุบนั นีผ้ ูท้ ี่ประกอบธรุ กจิ ต่างๆไมว่ า่ จะขนาดใหญ่ หรือ ขนาดเลก็ ได้ให้ความสนใจในการ
ที่จะพฒั นา Mobile Application เพอ่ื ทีจ่ ะสามารถประชาสัมพันธ์ หรือ ทาการติดต่อ ซึ่งแบ่งออกได้เป็น
กลุ่มๆ คือ กลุ่มธุรกิจการการท่องเท่ียวและการเดินทาง มีการจัด Mobile Application ระบบแนะนา
สถานท่ีท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์โรงแรมและการจองห้องพัก และกลุ่มธุรกิจเพื่อการศึกษา มีการโฆษณา
ประชาสัมพันธ์ การซ้ือขายสอ่ื การเรียนการสอน การแลกเปลย่ี นความร้ตู า่ งๆ
2.2.2.1ประโยชน์ด้านผู้ใหบ้ ริการ
1) ลดค่าใชจ้ า่ ยในการผลิตสื่อเพ่อื โฆษณาประชาสมั พนั ธ์ เพราะการประชาสมั พนั ธ์
ทางแอพพลิเคชั่นจะมขี ้อมลู ที่หลากหลาย และเปน็ ช่องทางการติดตอ่ ได้อีกด้วย
2) เพมิ่ ภาพพจนร์ ้านใหด้ ดู ี มจี ุดเดน่ มีจุดขายทชี่ ดั เจน สง่ ผลให้ ธุรกิจมียอดขายท่ี
เพมิ่ ข้ึน เพราะสามารถเขา้ ถึงได้อยา่ งง่าย และสะดวก
12
3) มกี ารบรกิ ารลกู ค้าสมั พันธ์ทดี่ ขี ึ้น สามารถตดิ ต่อได้ทันที
4) ลดข้ันตอนการทางาน ทาให้การติดตอ่ งานต่างๆสะดวกมากยิ่งข้ึน
2.2.2.2 ประโยชน์ด้านผูบ้ ริโภค
1) ลดขั้นตอน และประหยัดเวลา ในการทาธุรกรรมต่างๆ เช่น ต้องการโอนเงิน
ค่าสินค้า ก็สามารถใช้ Mobile App ทาธุรกรรมทางการเงินได้ในทันที โดยไม่ต้องออกไปข้างนอกและ
สามารถ ท่จี ะ ช้อปปิง้ ไดต้ ลอดเวลา โดยไม่เสยี เวลาในการเดนิ ชอ้ ปปง้ิ อีกต่อไป
2) มีตัวเลือกท่ีหลากหลาย สามารถเปรียบเทียบ คุณภาพ และราคาได้ โดยที่ไม่
ต้องออกไปสารวจราคาสินค้าทเี่ ราตอ้ งการให้เสียเวลา ท้งั ยงั สามารถที่จะดูรวี ิวจากสนิ ค้าร้านนั้นๆ ก่อนจะ
ทาการซ้ือขายอกี ดว้ ย
3) ประหยดั คา่ ใชจ้ า่ ยในการออกไปเลอื กซื้อสนิ คา้ หรือการใช้บรกิ ารตา่ งๆ
4) ช่วยลดเวลาในการเดินทาง คานวณเวลาได้ ค้นหาเส้นทางหรือแนะนาเลี่ยง
เสน้ ทางท่มี ีการจราจรตดิ ขดั ได้
2.3 ความรูเ้ กย่ี วกับการออกแบบและพฒั นา
2.3.1 การพัฒนาโมบายแอพพลิเคช่ัน
การพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่น คือ การเขียนซอฟแวร์สาหรับอุปกรณ์พกพา เช่น สมาร์ท
โฟน(Smart phone) และ แท็บเล็ต(Tablet) หรือพดู กนั ง่ายๆ คอื การทาแอพลิเคชั่นหรือการสร้างแอพลิ
เคช่ันสาหรับมือถือ ซ่ึงผู้พัฒนาจะเขียนแอพลิเคช่ันมือถือ เพ่ือใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์บางอย่างของมือ
ถือที่มีคุณลักษณะเฉพาะ เช่น เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน (Accelerator
Sensor), GPS และข้อมูลจากเซ็นเซอร์ตัวอื่นๆ เป็นต้น ข้อเสียของการพัฒนาแอพพลิเคช่ันมือถือ คือ
ผู้พัฒนาไม่สามารถนา source code ของระบบปฎิบัติการหนึ่งไปใช้อีกระบบปฏิบัติการได้ ตัวอย่างเช่น
source code ท่ีใช้ทาแอพพลิเคช่ันหรือสร้างแอพพลิเคชั่นดั้งเดิมสาหรับอุปกรณ์ Android ไม่สามารถ
ทางานร่วมกับ Windows Phone โปรแกรมประยุกต์ที่ใช้เบราว์เซอร์ต้องมี equipment-agnostic
เพอื่ ให้เบราว์เซอรท์ างานบนอุปกรณ์มือถือต่างๆได้
การพฒั นาแอปพลิเคชัน ประกอบด้วย
1. การศกึ ษาความตอ้ งการ
13
แอปพลิเคชันถูกสร้างขึ้นเพ่ือตอบสนองความต้องการและแก้ปัญหาให้ผู้ใช้ ผู้พัฒนาจึง
จาเป็นต้องทราบถึงความต้องการและปัญหาก่อนจะเริ่มออกแบบ ปัญหาท่ีสาคัญในข้ันตอนน้ี คือ การ
ส่ือสารทีค่ ลาดเคล่ือนระหว่างผใู้ ชแ้ ละผู้พฒั นา
2. การออกแบบ
ขั้นตอนท่เี ปน็ หวั ใจสาคญั ในการพัฒนาแอปพลิเคชัน แอปพลิเคชันท่ีพร้อมใช้งานส่วน
ใหญ่มักมีความซับซ้อนและมีรายละเอียดปลีกย่อยเป็นจานวนมาก จึงมีความจาเป็นในการนาแนวคิดเชิง
คานวณ มาประยุกต์ในการออกแบบอย่างเป็นระบบการออกแบบท่ีดีนามาซ่ึงองค์ประกอบที่สามารถ
ตรวจสอบและปรบั เปล่ยี นตามความต้องการไดง้ ่ายในภายหลงั
3. การสร้างแอปพลเิ คชัน
เป็นข้ันตอนของการเร่ิมเขียนโปรแกรมในส่วนต่าง ๆ ตามที่ได้ออกแบบไว้ ผู้พัฒนาจะ
เริ่มพบข้อบกพร่องหรือข้อจากัดท่ีมองข้ามไปในขั้นก่อนหน้านี้ จึงเป็นเร่ืองปกติหากต้องย้อนกลับไปคิด
ทบทวนเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ขนั้ ตอนเหล่านั้นอีกคร้ัง
4. การทดสอบ
เป็นขั้นของการตรวจสอบคุณภาพของอปพลิเคชันโดยมีเป้าหมายเพ่ือ ค้นหา
ข้อผิดพลาดและปรับปรุงแก้ไขแอปพลิเคชันให้ทางานได้ถูกต้องและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้
มากทสี่ ุด
2.3.2 แนวคดิ การพฒั นาซอฟต์แวร์แบบเอจายล์ (agile software development)
เป็นกระบวนการพัฒนาแอปพลิเคชันสมัยใหม่ เน้นการปรับปรุงเปล่ียนแปลงความ
ต้องการและการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยการทางานร่วมกันระหว่างผู้ใช้และผู้พัฒนา สนับสนุน
การวางแผนท่ียืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ง่าย เพ่ือตอบสนองต่อ ความต้องการที่เปล่ียนแปลงของผู้ใช้ได้
อยา่ งรวดเร็ว
Kanban
ใช้เทคนิคกระดานคัมบัง (Kanban Board) โดยนากระดาษแต่ละใบมาติดไว้บนกระดาน เพ่ือ
กาหนดเฟสตา่ ง ๆ ในกบั งานยอ่ ย สาหรับแอปพลเิ คชนั ท่ีไม่ซบั ซ้อนมาก อาจแบง่ ออกเป็น 3 เฟส คอื
14
ภาพท่ี 1 เทคนิคกระดานคัมบงั
ท่ีมา : http://kruball.rbp.ac.th
การใช้กระดานคมั บังเร่มิ จากการนาการด์ ท่ีระบุงานติดไว้ในเฟสแรกท่ีช่องซ้ายมือและย้ายมาทีละ
ชอ่ งทางขวาเพอื่ แสดงถงึ ความก้าวหน้าในการทางานและส่ือสารให้ผู้ร่วมทีมได้รับทราบทั่วกันบนการ์ดแต่
ละใบอาจมีการกาหนดขอ้ มูลตา่ ง ๆ ดังน้ี
– คาอธิบายรายละเอียดของาน
– ความสาคัญของงาน เช่น วิกฤติ (critical) สาคัญมาก (major) ปกติ (normal) ไม่เร่งด่วน
(minor)
– ประเภทงาน เช่น ลักษณะเฉพาะหรือฟีเจอร์ (feature) ความผิดพลาดท่ีต้องแก้ไข (bug) งาน
อนื่ ๆ
– กาหนดเวลาแล้วเสร็จ
– ผรู้ ับผดิ ชอบ
15
ADDIE Model
ภาพท่ี 2 ADDIE Model
ทม่ี า : http://kruball.rbp.ac.th
ADDIE Model คือ หลักการออกแบบกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาอย่างเป็นระบบท่ีได้รับการ
ยอมรับทั่วโลก มีจดุ มุ่งหมายในการออกแบบให้ประหยดั เวลาและค่าใชจ้ า่ ย ดว้ ยการวเิ คราะห์ท่ีสาเหตุของ
ปัญหา คิดค้นขึ้นโดย Florida State University’s Center for Educational Technology
ประกอบด้วย 5 ข้นั ตอน คอื
1. ขน้ั ตอน Analysis (การวเิ คราะห์)
2. ข้นั ตอน Design (การออกแบบ)
3. ขน้ั ตอน Development (การพฒั นา)
4. ขน้ั ตอน Implementation (การดาเนินงาน)
5. ข้ันตอน Evaluation (การประเมินผล)
2.3.3 การออกแบบแอปพลิเคชันบนมอื ถือตามแนวคิด ของบลูมปรับใหม่
การออกแบบแอปพลเิ คชนั บนมือถือตามแนวคิด ของบลมู ปรับใหม่ การออกแบบเป็นการ
ถา่ ยทอดรปู แบบจากความคดิ ออกมาเป็นช้นิ งานท่ผี อู้ น่ื สามารถมองเหน็ รับรู้ หรือ สัมผสั ได้ เพ่ือให้มีความ
เขา้ ใจในชิ้นงานร่วมกนั (Chuang, 2015) ขนั้ ตอนการออกแบบช้นิ งานถือวา่ เปน็ สิง่ ท่ีสาคัญมาก ผูว้ ิจยั
จะต้องออกแบบใหม้ ีความสอดคล้องกับสงิ่ ทีต่ ้องการ ศกึ ษา จึงจะสามารถตอบคาถามการวิจยั ได้ การ
16
ออกแบบ แอปพลเิ คชนั บนมอื ถอื ของงานวจิ ัยต่าง ๆ มีความแตกตา่ ง กนั ออกไป ไม่มหี ลกั เกณฑ์ทตี่ ายตัว
ขน้ึ อยู่กับว่าต้องการ มงุ่ เนน้ ผลลพั ธใ์ นเร่ืองใดเป็นหลกั เชน่ ออกแบบตามลาดบั ข้นั ทางปญั ญา ออกแบบ
ตามลกั ษณะของกล่มุ ผู้ใช้งาน หรอื ออกแบบตามลกั ษณะการใชง้ าน การออกแบบแอปพลเิ คชันบนมือถือ
ตามแนวคิดของ บลมู ปรับใหม่ ส่วนใหญม่ งุ่ เน้นด้านพทุ ธพิ ิสัย (Cognitive domain) โดย Anderson et
al. (2001) ไดแ้ บ่งพฤติกรรม การเรยี นรดู้ า้ นพุทธพิ ิสัย ออกเป็น 2 มิติ คือ มิติท่ี 1 ด้านความรู้
(Knowledge dimension) และมติ ทิ ่ี 2 ด้านกระบวนการทางปญั ญา (Cognitive process) งานวิจัย
ของ Reychav and Wu (2016) ได้ออกแบบกิจกรรมใน แอปพลเิ คชันบนมอื ถอื ตามความซบั ซ้อนทาง
ปญั ญา โดยนามติ ดิ า้ นความรู้เพียงมิติเดยี วมากาหนดระดับของกจิ กรรม กาหนดให้กิจกรรมในระดบั ท่ี 1
มีความซับซ้อนน้อยทสี่ ดุ สะทอ้ นเรื่องความร้ใู นข้อเท็จจรงิ (Factual knowledge) และความร้ใู น
ความคดิ รวบยอด (Conceptual knowledge) กิจกรรมในระดับที่ 2 มคี วามซบั ซ้อนปานกลาง สะท้อน
เร่ืองความรู้ในกระบวนการ (Procedural knowledge) และกิจกรรมในระดับที่ 3 มคี วามซบั ซ้อนสูงสุด
สะทอ้ น เร่ืองความรู้ในอภิปัญญา (Metacognitive knowledge)
นอกจากนี้การใช้งานแอปพลเิ คชนั บนมอื ถือตาม แนวคิดของบลมู ปรับใหม่ ยงั มีการออกแบบการ
ใชง้ าน เป็นแบบรายบุคคล (Individual) และแบบกลมุ่ รว่ มมอื (Collaborative group) ซึ่งหลักการใน
การออกแบบ มคี วาม แตกตา่ งกนั แอปพลเิ คชันบนมือถือแบบรายบุคคล การ ตัดสินใจดาเนินการทาสิง่
ใดสงิ่ หนึ่ง ตอ้ งมาจากความคิด ของตัวเองเปน็ หลกั แตส่ ามารถปรกึ ษาหรือมปี ฏิสัมพนั ธก์ ัน ภายในกลมุ่
เพอื่ นได้ เพ่ือแสวงหาข้อมูลเพิ่มเตมิ แต่สุดทา้ ย แล้วคาตอบมาจากการตดั สนิ ใจของตวั เอง (Reychav &
Wu, 2016) สว่ นแอปพลเิ คชันบนมือถือแบบกลุ่มร่วมมือ สมาชิกภายในกลมุ่ สามารถปรึกษาหารือ หา
ขอ้ มูล และมี ปฏิสมั พนั ธ์ร่วมกันในทุก ๆ เรอื่ ง การตัดสนิ ใจของกลมุ่ ใช้ เสยี งสว่ นใหญ่เป็นคาตอบสุดทา้ ย
ของการดาเนินงานหรือ การตอบคาถามนัน้ ๆ (Cheong et al., 2012; Chuang, 2015; Reychav &
Wu, 2016; Chuang, 2017)
2.3.4 หลักการออกแบบและพัฒนาโปรแกรม
วงจรชวี ติ ของการพัฒนาซอฟตแ์ วร์ หรอื Software Development Life Cycle (SDLC)
เปน็ โครงรา่ งหรอื แนวทางวธิ กี าร เพื่อใช้ทาความเขา้ ใจและเพ่อื ใชเ้ ป็นขน้ั ตอนการพัฒนา ระบบสารสนเทศ
หรอื ซอฟตแ์ วรใ์ หส้ าเรจ็ โดยการให้มาซึ่งซอฟต์แวรอ์ าจจะเป็นโดยการซอ้ื หรือการจ้างทาหรือการพฒั นา
เองก็ได้
17
ระเบียบวธิ ีการพฒั นาซอฟต์แวรม์ ีอยู่หลายวธิ ีการ แต่ละวิธกี ารมีข้อดีและข้อเสยี ทแ่ี ตกตา่ ง
กัน ตวั อยา่ งระเบยี บวิธกี ารพัฒนาซอฟตแ์ วรท์ ่ไี ด้รบั ความนิยม เชน่ โครงสรา้ งแบบน้าตก (Waterfall
Model), โครงสรา้ งแบบกน้ หอย (Spiral Model), วิธกี ารพัฒนาซอฟต์แวร์แบบคล่องแคลว่ ว่องไว (Agile
Software Development)
ลาดับวงจรชีวติ ของการพฒั นาซอฟต์แวร์
การวางแผน (Planning) เปน็ ขัน้ ตอนการการวางแผนงานโดย กาหนดรูปแบบของ
ซอฟต์แวร์ ประมาณการต้นทุนในการพฒั นาระบบ กาหนดแนวทางของการพฒั นาระบบ กาหนด
ระยะเวลา เป็นตน้
การวิเคราะห์ความต้องการ (Analysis) เปน็ ขน้ั ตอนของการค้นหาความตอ้ งการของระบบ
และวเิ คราะห์ความต้องการนนั้ เพื่อให้เข้าใจภาพรวมและหน้าที่การทางานของระบบ
การออกแบบ (Design) เป็นขนั้ ตอนการออกแบบสว่ นประกอบต่างๆของซอฟตแ์ วร์
เพ่อื ให้ตรงกบั ความต้องการท่ีไดว้ ิเคราะห์มาแล้ว
การเขยี นโปรแกรม (Development) เปน็ ข้นั ตอนการสรา้ งระบบโดยการเขยี นโปรแกรม
ตามแนวทางการออกแบบจากขน้ั ตอนทผี่ า่ นมา
การทดสอบ (Testing) เป็นขน้ั ตอนการนาระบบทที่ ามาทดสอบการใช้งาน วา่ ทางาน
ถกู ต้องตามความต้องการทีไ่ ด้หรือไม่ ซ่ึงการทดสอบน้ีจะรวมถึงการทดสอบการเช่อื มโยงกบั ระบบ
ซอฟตแ์ วรอ์ ่ืนๆทเ่ี ก่ยี วข้องด้วย
การประเมนิ เปน็ ข้นั ตอนการประเมนิ วา่ ระบบที่ผ่านการทดสอบแล้ว เหมาะสมท่ีจะ
นาไปใชง้ านไดห้ รือไม่
การโอนยา้ ยขอ้ มลู (Data Conversion) เปน็ ข้นั ตอนการนาข้อมลู เกา่ เข้าระบบใหม่ก่อน
การนาระบบไปใชจ้ ริง
การนาไปใช้งานงานจริง (Production) เป็นข้นั ตอนทน่ี าระบบที่พัฒนาสาเรจ็ และผา่ นการ
ทดสอบแลว้ ไปใช้งาน โดยทาการตดิ ตง้ั และสอนวธิ ีการใช้งานแกผ่ ูใ้ ช้
การให้ความชว่ ยเหลอื (Support) เป็นขัน้ ตอนของการใหค้ วามช่วยเหลือตอ่ ผ้ใู ช้ เม่ือพบ
ปัญหา โดยหากปัญหาท่ีเกดิ ไม่สามารถแกไ้ ขได้ จะต้องทาการพฒั นาระบบเพิ่มเติม ก็จะเรมิ่ วนไปที่
ขน้ั ตอนแรกใหม่
ระยะที่ 1 การกาหนดปัญหา
18
นักวิเคราะห์ระบบจะต้องศึกษาเพื่อค้นหาปัญหา ข้อเท็จจริงท่ีแท้จริง ซึ่งหากปัญหาที่
คน้ พบ มิใชป่ ัญหาท่แี ท้จริง ระบบงานทพี่ ัฒนาขึ้นมาก็จะตอบสนองการใชง้ านไม่ครบถว้ น
ปัญหาหนึง่ ของระบบงานท่ีใช้ในปจั จุบันคือ โปรแกรมทใี่ ช้งานในระบบงานเดิมเหล่านั้นถูก
นามาใช้งานในระย ะเวลาที่เน่ินนานอา จเป็นโปรแกรมท่ีเ ขียนขึ้นมาเพ่ื อติดตา มผลงานใดงานหนึ่ ง
โดยเฉพาะเท่านนั้ ไม่ได้เชอื่ มโยงถึงกนั เป็นระบบ ดังน้ัน นกั วิเคราะห์ระบบจงึ ตอ้ งมองเห็นปัญหาท่ีเกิดขึ้น
ในทุกหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องกับระบบงานท่ีจะพัฒนา แล้วดาเนินการแก้ไขปัญหา ซึ่งอาจมีแนวทางหลาย
แนวทาง และคัดเลือกแนวทางท่ดี ที ส่ี ดุ เพอ่ื นามาใช้ในการแกป้ ัญหาในครั้งนี้
อย่างไรกต็ าม แนวทางทดี่ ที ่สี ุดอาจไม่ถูกเลอื กเพ่ือมาใช้งาน ทง้ั นีเ้ นือ่ งจากแนวทางที่ดีที่สุด
สว่ นใหญ่ตอ้ งใช้งบประมาณสงู ดังนน้ั แนวทางที่ดีที่สุดในท่ีนี้คงไม่ใช่ระบบที่ต้องใช้งบประมาณแพงลิบ
ลิ่ว แต่เป็นแนวทางท่ีเหมาะสมสาหรับการแก้ไขในสถานการณ์นั้นๆ เป็นหลักสาคัญ ท่ีต้ังอยู่บนพื้นฐาน
ของงบประมาณค่าใช้จ่าย และเวลาที่จากัด อย่างไรก็ตามในขั้นตอนการกาหนดปัญหาน้ี หากเป็น
โครงการขนาดใหญอ่ าจเรียกขั้นตอนน้ีว่า ขนั้ ตอนการศกึ ษาความเป็นไปได้
สรุปขั้นตอนของระยะการกาหนดปัญหา
1. รบั รสู้ ภาพของปญั หาทเี่ กิดขึ้น
2. คน้ หาต้นเหตขุ องปญั หา รวบรวมปัญหาของระบบงานเดมิ
3. ศกึ ษาความเปน็ ไปได้ของโครงการพฒั นาระบบ
4. จัดเตรียมทมี งาน และกาหนดเวลาในการทาโครงการ
5. ลงมือดาเนินการ
ระยะท่ี 2 การวิเคราะห์
การวเิ คราะห์ จะตอ้ งรวบรวมขอ้ มลู ความต้องการ (Requirements) ต่างๆ มาให้มากที่สุด
ซึ่งการสืบค้นความต้องการของผู้ใช้สามารถดาเนินการได้จากการรวบรวมเอกสารการสัมภาษณ์ การ
ออกแบบสอบถาม และการสังเกตการณบ์ นสภาพแวดล้อมการทางานจรงิ
เม่ือได้นาความต้องการมาผ่านการวิเคราะห์เพ่ือสรุปเป็นข้อกาหนดท่ีชัดเจนแล้ว ขั้นตอน
ตอ่ ไปของนักวเิ คราะหร์ ะบบกค็ ือ การนาขอ้ กาหนดเหล่านนั้ ไปพัฒนาเปน็ ความต้องการของระบบใหม่ด้วย
การพัฒนาเป็นแบบจาลองขึ้นมา ซึ่งได้แก่ แบบจาลองกระบวนการ (Data Flow Diagram) และ
แบบจาลองขอ้ มลู (Data Model) เปน็ ต้น
สรุปขั้นตอนของระยะการวิเคราะห์
19
1. วเิ คราะห์ระบบงานปัจจุบัน
2. รวบรวมความต้องการ และกาหนดความตอ้ งการของระบบใหม่
3. วิเคราะหค์ วามตอ้ งการเพือ่ สรปุ เป็นข้อกาหนด
4. สร้างแผนภาพ DFD และแผนภาพ E-R
ระยะที่ 3 การออกแบบ
เป็นระยะที่นาผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์ ท่ีเป็นแบบจาลองเชิงตรรกะมาพัฒนาเป็น
แบบจาลองเชิงกายภาพ โดยแบบจาลองเชงิ ตรรกะท่ีได้จากข้ันตอนการวิเคราะห์ มุ่งเน้นว่ามีอะไรท่ี
ตอ้ งทาในระบบในขณะทแี่ บบจาลองเชิงกายภาพจะนาแบบจาลองเชิงตรรกะมาพัฒนา ต่อด้วยการมุ่งเน้น
ว่าระบบดาเนินการอย่างไรเพื่อให้เกิดผลตามต้องการ งานออกแบบระบบประกอบด้วยงานออกแบบ
สถาปัตยกรรมระบบที่เก่ียวข้องกับฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบ เครือข่าย การออกแบบรายงาน
การออกแบบหน้าจออินพุตข้อมูล การออกแบบผังงานระบบ การออกแบบฐานข้อมูล และการออกแบบ
โปรแกรม เปน็ ตน้
สรปุ ขั้นตอนของระยะการออกแบบ
1. พจิ ารณาแนวทางในการพัฒนาระบบ
2. ออกแบบสถาปตั ยกรรมระบบ
3. ออกแบบรายงาน
4. ออกแบบหน้าจออินพุตขอ้ มลู
5. ออกแบบผงั งานระบบ
6. ออกแบบฐานข้อมูล
7. การสร้างตน้ แบบ
8. การออกแบบโปรแกรม
ระยะท่ี 4 การพฒั นา
เป็นระยะที่เก่ียวข้องกับการพัฒนาโปรแกรม โดยทีมงานโปรแกรมเมอร์จะต้องพัฒนา
โปรแกรมตามท่ีนักวิเคราะห์ระบบได้ออกแบบไว้ การเขียนชุดคาส่ังเพ่ือสร้างเป็นระบบงานทาง
คอมพิวเตอร์ข้ึนมา โดยโปรแกรมเมอร์สามารถนาเคร่ืองมือเข้ามาช่วยในการพัฒนาโปรแกรมได้เพื่อช่วย
ใหร้ ะบบงานพัฒนาได้เรว็ ข้ึนและมคี ณุ ภาพ
สรุปขัน้ ตอนของระยะการพัฒนา
20
1. พัฒนาโปรแกรม
2. เลอื กภาษาโปรแกรมทเ่ี หมาะสม
3. สามารถนาเครือ่ งมอื มาช่วยพฒั นาโปรแกรมได้
4. สรา้ งเอกสารประกอบโปรแกรม
ระยะท่ี 5 การทดสอบ
เม่ือโปรแกรมได้พัฒนาข้ึนมาแล้ว ยังไม่สามารถนาระบบไปใช้งานได้ทันทีจาเป็นต้อง
ดาเนินการทดสอบระบบก่อนท่ีจะนาไปใช้งานจริงเสมอ ควรมีการทดสอบข้อมูลเบื้องต้นก่อน ด้วยการ
สรา้ งข้อมูลจาลองข้ึนมาเพ่อื ใช้ตรวจสอบการทางานของระบบงาน หากพบข้อผิดพลาดก็ปรับปรุงแก้ไขให้
ถูกต้อง การทดสอบระบบจะมีการตรวจสอบไวยากรณ์ของภาษาเขียน และตรวจสอบว่าระบบตรงกับ
ความตอ้ งการของผู้ใช้หรอื ไม่
สรุปขัน้ ตอนของระยะการทดสอบ
1. ทดสอบไวยากรณภ์ าษาคอมพวิ เตอร์
2. ทดสอบความถูกตอ้ งของผลลพั ธท์ ีไ่ ด้
3. ทดสอบว่าระบบท่พี ฒั นาตรงตามความต้องการของผู้ใชห้ รอื ไม่
ระยะที่ 6 การนาระบบไปใช้
เมื่อดาเนินการทดสอบระบบจนม่ันใจวา่ ระบบท่ีได้รบั การทดสอบนน้ั พรอ้ มท่ีจะนาไปติดต้ัง
เพ่ือใช้งานบนสถานการณ์จริง ขั้นตอนการนาระบบไปใช้งานอาจเกิดปัญหา จากการท่ีระบบที่พัฒนา
ใหมไ่ มส่ ามารถนาไปใชง้ านแทนระบบงานเดิมไดท้ นั ที จึงมคี วามจาเป็นตอ้ งแปลงข้อมูลระบบเดิมให้อยู่ใน
รูปแบบท่ีระบบใหม่สามารถนาไปใช้งานได้เสียก่อน หรืออาจพบข้อผิดพลาดที่ไม่คาดคิดเมื่อนาไปใช้ใน
สถานการณ์จริง คร้ันเม่ือระบบสามารถรันได้จนเป็นท่ีน่าพอใจท้ังสองฝ่าย ก็จะต้องจัดทาเอกสารคู่มือ
ระบบ รวมถงึ การฝกึ อบรมผูใ้ ช้
สรปุ ข้ันตอนของระยะการนาระบบไปใช้
1. ศึกษาสภาพแวดล้อมของพื้นทก่ี อ่ นทจี่ ะนาระบบไปตดิ ตัง้
2. ตดิ ต้ังระบบให้เปน็ ไปปตามสถาปัตยกรรมท่อี อกแบบไว้
3. จัดทาคมู่ ือระบบ
4. ฝึกอบรมผู้ใช้
5. ดาเนนิ การใชร้ ะบบงานใหม่
21
6. ประเมินผลการใชง้ านของระบบใหม่
ระยะที่ 7 การบารุงรักษา
หลังจากระบบงานที่พัฒนาขึ้นใหม่ได้ถูกนาไปใช้งานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ข้ันตอนการ
บารุงรักษาจึงเกิดข้ึน ท้ังนี้ข้อบกพร่องในด้านการทางานของโปรแกรมอาจเพิ่งค้นพบได้ ซ่ึงจะต้อง
ดาเนินการแก้ไขให้ถูกต้องรวมถึงกรณีที่ข้อมูลที่จัดเก็บมีปริมาณที่มากข้ึนต้องวางแผนการรองรับ
เหตุการณ์น้ีด้วย นอกจากนี้งานบารุงรักษายังเกี่ยวข้องกับการเขียนโปรแกรมเพิ่มเติมกรณีท่ีผู้ใช้มีความ
ต้องการเพมิ่ ข้นึ
สรปุ ขั้นตอนระยะการบารงุ รกั ษา
1. กรณีเกดิ ข้อผิดพลาดขน้ึ จากระบบ ใหด้ าเนินการแกไ้ ขใหถ้ ูกตอ้ ง
2. อาจจาเปน็ ต้องเขียนโปรแกรมเพ่มิ เติม กรณที ่ีผู้ใชม้ ีความตอ้ งการเพมิ่ เตมิ
3. วางแผนรองรบั เหตกุ ารณ์ทอี่ าจเกิดข้ึนในอนาคต
4. บารงุ รกั ษาระบบงาน และอุปกรณ์
ภาพท่ี 3 วงจรชวี ติ ของการพัฒนาซอฟตแ์ วร์ SDLC
ทมี่ า : https://6a6c2e96-a-62cb3a1a-s-sites.googlegroups.com/site/jjiraphatkanha
22
2.4 ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการพัฒนาระบบ
2.4.1 โปรแกรม AppSheet
AppSheet คือ Platform สาหรบั การใชส้ ร้างแอพพลิเคชัน่ โดยไม่จาเปน็ ต้องเขียน
Code สามารถสร้างและดีไซนแ์ อพพลเิ คช่ันบน Web Service ของทาง AppSheet ซง่ึ งา่ ยตอ่ การใช้งาน
และประยุกตใ์ ชง้ านไดห้ ลากหลาย โดยจะใช้ Google Form หรือ Excel ที่เรารู้ค้นุ เคยกนั เป็นอยา่ ง
ดี หรือมองเสมือนว่าเปน็ การเพิม่ ประสทิ ธิภาพการใชง้ านของ Excel ให้เป็นดงั เสมือนแอพลเิ คชนั่ ตามที่
เราออกแบบไดด้ งั ตามใจนึก ตัวอยา่ งแอพพลิเคชัน่ เบ้ืองตน้ เชน่ แอพพลเิ คช่นั การการทา PM, การ
บันทกึ เกบ็ ประวตั ิงานซ่อม, การจัดระบบหน่วยงานลดเวลาการทางาน ทั้งนี้ขนึ้ อยกู่ บั ผู้ออกแบบการใช้
งานของแอพลลิเคชนั่ และทาได้ไม่ยาก เปรียบเหมือนกบั การใช้ Microsoft Word, PowerPoint
ภาพท่ี 4 หนา้ ตา่ งเว็บไซต์ AppSheet
ที่มา : https://medium.com
AppSheet เปน็ โซลชู นั ด้านการผลิตทางธุรกจิ ให้การแสดงเนอ้ื หาการจดบนั ทึกรูปแบบ
และเวริ ์กโฟลวส์ าหรบั สถานการณท์ างธุรกจิ ท่ีเรยี บง่าย Appsheet จะใช้ข้อมูลท่ีมอี ยู่ในสเปรดชีต
Google ชตี , Excel และสเปรดชตี สมาร์ทการด์ และแสดงในแบบโต้ตอบผ่านแอป การสร้าง Application
โดยใช้ Appsheet มีวธิ กี ารโดยยอ่ ดังน้ี
1. เขา้ ไปท่เี ว็บไซต์ https://www.appsheet.com/
2. เข้า Login ระบบท่ีมมุ ขวาบน คาว่า" Login"
23
ภาพที่ 5 หนา้ Login
ทม่ี า : https://medium.com
3. ระบบจะพาเขา้ มาสู่หนา้ หลงั บา้ นของเว็บไซต์
ภาพท่ี 6 หน้าหลังบ้านของเว็บไซต์
ทมี่ า : https://medium.com
4. เรม่ิ ต้นสรา้ งแอปพลิเคชัน่ โดยกดท่ีคาว่า "+New Apps แล้วเลอื ก Start with your
own data
24
5. ต้ังช่อื แอปพลเิ คช่ันและประเภท จากน้ันคลิก Choose your data
ภาพที่ 7 หน้าตง้ั ชื่อแอปพลิเคชัน่ และประเภท
ทมี่ า : https://medium.com
6.เลอื ก data ทสี่ ร้างขน้ึ ไว้แล้วกดเลือกแลว้ กด Select
ภาพที่ 8 หนา้ สรา้ งข้อมลู
ท่ีมา : https://medium.com
25
7.เรมิ่ สรา้ ง ระบบตามที่ได้ทาแบบเอาไว้
ภาพท่ี 9 หนา้ สร้างระบบ
ทีม่ า : https://medium.com
การตดิ ต้งั Application บนโทรศพั ทม์ ือถือ
1. เขา้ App Store / Play Store พิมพ์วา่ AppSheet กดรับและติดตงั้ ได้เลย
2. เมื่อตดิ ตั้ง App เสรจ็ เขา้ App Sheet แลว้ เลอื กบญั ชีใหต้ รงกันกับท่ีสรา้ ง App
3. พอเข้าจะเจอหนา้ แรกของ App ให้กดตรง 3 ขดี หรือเมนูบาร์
4. พมิ พ์ช่อื ตามที่ต้องการ
5. กด Recent เพื่อไปยังหน้า App ท่ีเราสร้างขน้ึ และกดเขา้ สู่ App ทเ่ี ราสรา้ ง
2.4.2 โปรแกรม Google Sheets
ความหมายของสเปรดชตี (spreadsheet) คอื Google Sheets เป็นนวตั กรรมของ
Google (กูเกิล) มีลักษณะการทางานคล้ายกันกบั Microsoft Excel (ไมโครซอฟท์ เอ็กเซล) คอื
สามารถสรา้ ง Column, Row สามารถใส่ขอ้ มลู ตา่ งๆ ลงไปใน Cell (เซลล)์ ได้ และคานวณสตู รต่างๆ
ได้ สามารถใชง้ านได้ฟรี เพียงดาวน์โหลดแอปพลเิ คชัน ทางานเปน็ ทีมแบบเรยี ลไทม์ไดแ้ ละบนั ทึกได้
อัตโนมัติ
26
ภาพท่ี 10 โปรแกรม Google Sheets
ทีม่ า https://www.pharmscphub.com
สเปรดชตี (spreadsheet) หรือแผ่นตารางทาการ คอื แผน่ งานที่มลี กั ษณะ เป็นช่อง
ตารางสี่เหลย่ี ม ใช้สาหรบั การจดั เรยี งข้อมลู และคานวณเปน็ หลัก มโี ปรแกรมสเปรดชตี (spreadsheet) ที่
เป็นทน่ี ิยมอยู่มากมาย แตส่ เปรดชีต (spreadsheet) ออนไลนข์ อง Google เป็น Application ทีใ่ ชง้ านได้
โดยไมเ่ สียคา่ ใช้จ่าย ผใู้ ชส้ ามารถสร้างสเปรดชตี (spreadsheet) ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเปน็ ข้อมูลผล
การเรยี นของนักเรยี น บญั ชรี ายจา่ ย เปน็ ต้น สามารถสรา้ ง แผนภมู เิ พื่อนาเสนอข้อมลู รวมไปถึงฟอร์ม
หรอื แบบสอบถามออนไลนส์ าหรบั เก็บข้อมลู ท้ังยงั สามารถแบง่ ปันให้ผู้อืน่ ได้แกไ้ ขและทางานร่วมกันใน
สเปรตชตี สเปรดชีต (spreadsheet) ของตนได้
Google Sheets เป็น Apps สร้างสเปรดชตี (spreadsheet) เป็นอีกหน่ึง Apps ใหม่จาก
ทาง Google คณุ สมบตั เิ อาไว้จดั การสรา้ งสเปรดชีต เหมอื นกบั ไฟล์บน โปรแกรม Microsoft Excel
สามารถเปดิ แก้ไขไฟล์ สเปรดชีต (spreadsheet) ลา่ สดุ ได้ทนั ที แชร์ และทางานรว่ มกับเพอ่ื นๆ ภายใน
สเปรดชตี (spreadsheet) เดียวกัน รองรบั การจดั การกับตาราง ไม่ว่าจะเป็นการเรียงลาดับบวก ลบ คณู
หาร หรอื ฟงั ก์ช่นั อ่ืนๆ ท่ีควรจะมใี นสเปรดชตี (spreadsheet) โปรแกรม Excel Google Sheets
สามารถทางานไดโ้ ดยที่เราไม่ไดเ้ ชอ่ื มต่อกับอินเตอรเ์ นต็ รองรบั การเปิดไฟลส์ เปรดชีต (spreadsheet)
แบบต่างๆ มากมาย
การสร้างเอกสาร spreadsheet
1. เข้าไปที่http://www.google.com หรอื http://www.gmail.com ลงชื่อเขา้ ใช้
2. คลิกที่สญั ลกั ษณ์ App Launcher หรือ Icon Apps
27
3. เอกสารสเปรดชตี (spreadsheet) เร่ิมตน้ จะปรากฏหนา้ ต่างเอกสารสเปรดชีต
(spreadsheet) ให้ผูใ้ ชพ้ ิมพ์ข้อความท่ีตอ้ งการ โดยหน้าจอ และคาส่ังของเอกสารสเปรดชตี
(spreadsheet) จะคล้ายคลึงกับโปรแกรมเอกเซล (Microsoft Excel)
ภาพท่ี 11 เอกสารสเปรดชตี
ท่ีมา : http://www.satrinon.ac.th
4. การแก้ไขช่ือเอกสารใหน้ าเมาส์ (mouse) ไปคลิก ที่ชอ่ื เอกสาร คอื "สเปรตซตี ไม่มชี ่อื "
จะขน้ึ ตัวหนงั สือสนี ้าเงนิ ดังภาพ จากนน้ั กเ็ ปลย่ี นเปน็ ชอื่ ที่ตอ้ งการและไมต่ ้องกดบันทึก เหมอื น
โปรแกรมเอ็กเซล (Microsoft Excel) เพราะ Google จะบันทึกเอกสารอัตโนมตั ิ ตลอดเวลา)
ภาพที่ 12 การแก้ไขช่ือเอกสาร
ท่มี า : http://www.satrinon.ac.th
28
5. สว่ นประกอบต่าง ๆ บน Google Spreadsheet
ภาพที่ 13 ส่วนประกอบในสเปรตชีต
ทีม่ า : http://www.satrinon.ac.th
5.1 แถบเมนคู าส่ัง (Menu bar) ประกอบด้วยช่อื เมนูทสี่ ามารถเลือกใชไ้ ด้ โดยแต่
ละเมนู จะมีคาสั่งย่อยอยเู่ ก็บเป็นชดุ ๆ ตามลกั ษณะการใช้งาน
5.2 แถบเครอ่ื งมือ (Toolbar) เป็นสว่ นท่ใี ช้แสดงคาสง่ั ท่ตี ้องใช้บ่อย ๆ ซึ่งแสดงอยู่
ในรูปของไอคอน เพื่อใหเ้ รียกใช้งานได้อย่างสะดวกและรวดเรว็ กวา่ การเลอื กจากแถบเมนู
5.3 แถบสตู ร (Formula bar) เป็นสว่ นท่ีแสดงข้อมลู ที่กาลงั จะปอ้ นเข้าหรือแสดง
ข้อมลู ที่จะแก้ไข
5.4 ชื่อคอลัมน์ (Column)
5.5 ช่อื แถว (Row)
5.6 พืน้ ท่ีชตี งาน (Worksheet Area) เป็นพื้นทที่ ี่ใชแ้ สดงเอกสารต่าง ๆ ที่เราสรา้ ง
หรอื เรียกใช้ ซึง่ เปน็ กระดาษทาการ (Worksheet) หรือแผนภมู ิ (Chart) พ้นื ท่ที าการใชใ้ น
การเกบ็ ข้อมูลสูตรการคานวณ , รวมท้ังผลลพั ธ์ทีไ่ ดอ้ ีกทงั้ ยังอาจสร้างแผนภูมริ วมไวด้ ว้ ยก็ได้
งานสว่ นใหญ่จงึ มักใช้อยใู่ นกระดาษทาการเป็นหลัก ซ่งึ ขณะน้จี ะแสดงกระดาษทาการช่ือ
เคร่ืองมอื สรา้ งแผ่นงาน และปุ่มเลอื กรายการแผน่ งานที่มีทังหมด
6. เพิ่มรายช่อื แผ่นงาน
7. แถบแสดงรายชื่อแผ่นงาน
29
2.5 งานวจิ ยั ทเี่ กีย่ วข้อง
สิทธชิ ยั วรโชตกิ าจร และ พัชราภรณ์ วรโชติกาจร (2561) ได้ทาการศึกษาเรื่อง การพัฒนาระบบ
จดั เก็บและค้นคนื เอกสารงานสารบรรณ ผลการวจิ ัยพบวา่ การแก้ปัญหาในเร่ือง การควบคุมจัดเก็บข้อมูล
สารสนเทศ การค้นหาข้อมูลสารสนเทศ การบารุงรักษาข้อมูลสารสนเทศ และด้านการปฏิบัติงาน เพ่ือ
ช่วยให้การทางานด้านงานสารบรรณมีประสิทธิภาพ และเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการปฏิบัติงานได้ดี
ย่งิ ขน้ึ โดยเน้นในการศึกษา 4 ด้าน คือ 1) ด้านข้ันตอนกระบวนการ 2) ด้านเน้ือหา 3) ด้านประสิทธิภาพ
และความปลอดภัย 4) ด้านความพงึ พอใจต่อคุณภาพการให้บรกิ าร โดยมสี มมติฐานคือ ผู้ใช้ระบบงานสาร
บรรณมีความพึงพอใจในทางบวกผูว้ ิจัยพัฒนาระบบฯ และทาการทดสอบกับผู้ใช้ระบบงานสารบรรณของ
วิทยาลัยนวตั กรรมสือ่ สารสังคมมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒโดยทาการคัดเลือกแบบเจาะจงจานวน 10
คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบประเมินวัดความพึงพอใจ ทาการวิเคราะห์ข้อมูลตามหลักสถิติ โดย
คานวณ หาค่าเฉล่ียเลขคณิต ( ̅) ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) ซึ่งผลการประเมินความพึงพอใจต่อ
ระบบโดยรวมในส่วนของผู้ใช้งานมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.55 ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.41 สรุปได้ว่า
ผู้ใชง้ านมีความพงึ พอใจอยูใ่ นเกณฑ์ดีมาก ดังนนั้ ระบบท่ีพัฒนาขึน้ น้สี ามารถนาไปใช้งานจัดเก็บและค้นคืน
เอกสารงานสารบรรณ และใหร้ ายงานทเี่ หมาะสมสาหรับผ้บู รหิ ารในการตดั สินใจ
โสภณ มีฟัก (2561) ได้ทาการศึกษาเรื่อง การพัฒนาระบบการจัดเก็บเอกสารของฝ่าย Admin
ของบริษัทสยามแม็คโคร จากัด (มหาชน) สาขาบางบอน ผลการวิจัยพบว่า การพัฒนาระบบการจัดเก็บ
เอกสารของฝา่ ยแอดมิน บรษิ ทั สยามแม็คโคร กาจัด มหาชน สาขาบางบอน ทาให้เกิดประโยชน์และผลดี
กล่าวคือ1. เอกสารในฝ่ายต่าง ๆ ถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ มีการจัดเรียงเอกสารเข้าตามหมวดหมู่ มี
การจัดเรียงเข้าช้ันอย่างชัดเจนและเป็นระเบียบย่ิงขึ้น 2. การจัดเก็บและการค้นหาเอกสารทาได้ง่ายและ
สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น 3. สะดวกรวดเร็วในการค้นหาใช้งานและการตรวจสอบข้อมูลเอกสารต่าง ๆ 4.
เอกสารมีการจัดเกบ็ และจัดเรยี งได้อย่างถกู ตอ้ ง ทาให้ลดความผดิ พลาดในการจัดเก็บและการสูญหายของ
เอกสาร
ธัญทพิ ย์ พรหมมณี (2561) ได้ทาการศึกษาเร่ือง การพัฒนาระบบการจดั เกบ็ เอกสาร สานัก
คอมพวิ เตอร์ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ผลการวจิ ยั พบวา่ ผลการประเมินประสทิ ธิภาพของระบบ
โดยผเู้ ช่ียวชาญ จานวน 3 คน ภาพรวมอยู่ในระดบั มาก ( ̅=4 .21, 5 D.-0.72) เมื่อพิจารณารายด้านโดย
เรยี งลาดับตามค่าเฉล่ีย (X) จากมากท่สี ุดไปน้อยท่ีสดุ พบว่า ผเู้ ชย่ี วชาญประเมินประสิทธภิ าพดา้ นความ
30
รวดเรว็ ในการทางานของระบบ (Performance Test)อยู่ในระดบั มากท่ีสุด ( ̅=4.67, .D. -0.58) รองสง
มาคือ ด้านตรงต่อความต้องการของผูใ้ ช้ (Functional Requirement Test) อยใู่ นระดบั มาก ( ̅=4.22,
S.D. =0.37) ดา้ นความถูกต้องในการทางาน (Functional Test) อยู่ในระดับมาก ( ̅=4.11, S.D.-0.86)
ด้านการรกั ษาความปลอดภยั ของระบบ (Security Test) อยูใ่ นระดบั มาก ( ̅=4.08, S.D.-0.90) และด้าน
ความสะดวกและง่ายต่อการใชง้ าน (Usability Test) อยู่ในระดบั มาก ( ̅=4.00, S.D.=0.89) ตามลาดบั
ผลการประเมินความพึงพอใจตอ่ การใช้งานของระบบโดยผู้ใชง้ าน จานวน 19 คน ภาพรวมอยูใ่ นระดับ
มากทส่ี ุด ( ̅=4.51, S.D. -0.72) เมือ่ พจิ ารณารายด้านโดยเรียงลาดับตามคา่ เฉลีย่ (3 จากมากทีส่ ุดไป
น้อยทส่ี ดุ พบว่า ผ้ใู ชง้ านมีความพงึ พอใจตอ่ ด้านการประมวลผลของระบบ (Performance Test)อยู่ใน
ระดบั มากทีส่ ุด ( ̅=9.68, .0.-0.55) รองลงมาคือ ด้านผลลัพธ์ทไี่ ด้จากระบU (Functional Test)อยูใ่ น
ระดับมาก ( ̅=9.50, S.D.= 0.54) ด้านการใชง้ านระบบ (Usability Test) อยใู่ นระดับมาก( ̅=4.49,
5.D.= 0.62) และด้านตรงต่อความตอ้ งการของผใู้ ช้ (Functional Requirement Test) อยใู่ นระดับมาก
( ̅=4.38, S.D. = 0.62) ตามลาดับ
ชตุ ิมา ปาลวสิ ทุ ธ์ิ (2562) ได้ทาการศึกษาเรื่อง การพฒั นาเว็บแอปพลเิ คชันเพื่อสง่ เสริม
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสาหรบั นกั เรียนช่วงช้ันท่ี 2 โรงเรยี นอนบุ าลราชบรุ ี
ผลการวิจยั พบว่า 1) ผลการพัฒนาเว็บแอปพลเิ คชนั เพื่อสง่ เสริมความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
สารสนเทศ สาหรับนกั เรียนชว่ งช้นั ที่ 2 โรงเรยี นอนุบาลราชบรุ ี มคี ่าประสทิ ธภิ าพเทา่ กบั 81.33/82.50
2) ผลการประเมนิ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ สาหรับนักเรยี นช่วงชนั้ ท่ี 2 โรงเรียน
อนบุ าลราชบุรี มีคา่ เฉลยี่ คอื 12.06 คดิ เปน็ ร้อยละ 80.40 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ
อยู่ในระดับดีมาก 3) ผลการศึกษาความพึงพอใจสาหรบั นกั เรียนชว่ งช้ันที่ 2 โรงเรยี นอนบุ าลราชบุรที มี่ ีต่อ
การเรยี นผ่านเวบ็ แอปพลิเคชันโดยการประเมินเกณฑค์ วามพึงพอใจ 3 ระดับ พบว่า นักเรียนมีความพึง
พอใจอยู่ในระดบั มาก (x =2.77,S.D.=0.45)
ชนสิทธ์ิ สิทธ์ิสูงเนิน และ เอกสิทธ์ิ ชนินทรภูมิ (2564) ได้ทาการศึกษาเร่ือง การพัฒนา
ระบบปฏิบัติการออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือเพ่ือการติดตามเงินอุดหนุนเพ่ือการเล้ียงดูเด็กแรกเกิด
ผลการวิจัยพบว่า 1) การพัฒนาระบบปฏิบัติการ Online ผ่านโทรศัพท์มือถือ เพ่ือการติดตามเงิน
อุดหนุนเพ่ือการเล้ียงดูเด็กแรกเกิด มี 2 ส่วนคือ ส่วนที่ ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการแจ้งสิทธิ์เงินอุดหนุน
31
เพื่อการเลี้ยงดเู ด็กแรกเกิด ได้แก่ ขอ้ มูลโครงการ หลกั เกณฑ์ เอกสารสาหรับยื่นขอรับเงินอุดหนุนเพื่อการ
เล้ียงดูเด็กแรกเกิด คุณสมบัติผู้มีสิทธ์ิลงทะเบียน คาถามท่ีพบบ่อย และการแจ้งสิทธ์ิ โดยการแสกน QR
Code จากป้ายประชาสัมพันธ์ ส่วนท่ี 2 ระบบลงทะเบียน โดยจะมีการกรอกข้อมูล ช่ือ ที่อยู่ อายุ เพศ
อาชีพ เบอร์โทรศัพท์ และ E-mail พร้อมทั้งการตรวจสอบเอกสารท่ีส่งกับทางองค์การปกครองส่วน
ทอ้ งถ่นิ ระบบยืนยันตัวตน ระบบค้นหาข้อมูล ระบบติดตามสิทธ์ิและระบบส่งข้อมูลตอบรับผ่าน MS และ
Email การได้รับข้อความ (Messenger) ได้รับสิทธ์ิหรือไม่ได้รับสิทธิ์ พร้อมเหตุผล และ Link Google
Form การประเมินความพึงพอใจต่อระบบฯ 2) ประสิทธิผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าท่ีพัฒนาสังคม
จังหวัดและองค์การปกครองส่วนท้องถ่ินตามโครงการเงินอุดหนุนเพ่ือการเล้ียงดูเด็กแรกเกิดตาม
ระบบปฏิบัติการ Online ผ่านโทรศัพท์มือถือมีทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ทางานสะดวกรวดเร็ว ลดข้ันตอนในการ
ทางาน ให้ข้อมลู เบ้ืองต้นแก่ผใู้ ช้บริการและประโยชน์ต่อการทางาน 3) ความพึงพอใจของเจ้าหน้าที่พัฒนา
สงั คมจงั หวัดและองคก์ ารปกครองส่วนท้องถิ่นมที ้งั 5 ด้าน ไดแ้ ก่ ด้านการทางานบรกิ ารเงินอดุ หนนุ
32
บทท่ี 3
วธิ ีการดาเนนิ การ
พัฒนาระบบการจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application ฝ่ายธุรการ ศูนย์พัฒนาคุณภาพ
การศกึ ษากู่ทอง จังหวดั มหาสารคาม มีวัตถุประสงคข์ องการศกึ ษาดังน้ี
1. เพอื่ ออกแบบและพฒั นาระบบการจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application
ฝา่ ยธุรการ ศูนยพ์ ัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษากูท่ อง จงั หวัดมหาสารคาม
2. เพ่ือประเมินหาประสิทธภิ าพของระบบการจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application
ฝา่ ยธรุ การ ศูนยพ์ ัฒนาคุณภาพการศกึ ษากู่ทอง จังหวัดมหาสารคาม
3. เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของบุคลากรในการใช้ระบบการจัดเก็บเอกสารบน Mobile
Application ฝา่ ยธรุ การ ศูนย์พฒั นาคุณภาพการศกึ ษาก่ทู อง จงั หวัดมหาสารคาม
วิธีในการดาเนินการในครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้นาความรู้เกี่ยวกับ วงจรการพัฒนาระบบ
(SDLC) มาเป็นส่วนประกอบสาหรับการดาเนนิ การโครงการ ซ่งึ ประกอบไปด้วยข้นั ตอนต่อไปน้ี
1) การวางแผนระบบ (System Planning)
2) การวิเคราะหร์ ะบบ (System Analysis)
3) การออกแบบระบบ (System Design)
4) การพฒั นาระบบ (System Development)
5) การตดิ ตง้ั ระบบ (System Implementation)
6) การดูแลรักษาระบบ (System Maintenance)
7) เคร่ืองมือท่ใี ช้ในการเก็บรวบรวมขอ้ มูล
8) การวิเคราะห์ข้อมลู ทางสถิติ
3.1 การวางแผนระบบ (System Planning)
โรงเรียนภายในศูนย์พัฒนาคุณภาพการศึกษากู่ทอง จังหวัดมหาสารคาม มีการรวบรวมเป็น
รูปเล่มเอกสาร ซ่ึงใช้เวลานานในการค้นหาข้อมูลที่ต้องการ ไม่สะดวกในการเข้าถึงข้อมูล และเกิดความ
ยุ่งยากในการค้นหา มคี วามล่าช้า ผศู้ ึกษาจงึ มแี นวคดิ ในการนาเสนอขอ้ มูลบนอุปกรณ์เคล่ือนที่แบบไร้สาย
โดยเฉพาะกลุ่ม Mobile Application, Smart Phone, Tablet PC เข้ามาประยุกต์ในการทางานการเก็บ
33
รวบรวมข้อมูล ผู้ศึกษาได้ทาการรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถามเก่ียวกับความต้องการของธุรการ
โรงเรียน โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง จานวน 2 คน ได้แก่ ผู้อานวยการโรงเรียนและเจ้าหน้าท่ีธุรการ
โรงเรยี น มรี ายละเอยี ด ดงั นี้
3.1.1 ความตอ้ งการดา้ นการใช้งานเอกสาร ไดแ้ ก่
3.1.1.1 เอกสารงานข้อมูลเอกสารจดั ซ้อื
3.1.1.2 เอกสารงานข้อมูลหนงั สอื รบั สง่
3.1.1.3 เอกสารงานขอ้ มลู คาสง่ั
3.1.1.4 เอกสารงานขอ้ มูลใบเสร็จรบั เงนิ
3.1.2 ความต้องการด้านการออกแบบ และรูปแบบระบบ
3.1.2.1 หนา้ แอปพลเิ คช่ันการจดั การเอกสารทีเ่ ปน็ ระบบ งา่ ยตอ่ การใช้งาน
3.1.2.2 สีสนั ในการออกแบบแอปพลิเคช่ันการจัดการเอกสารมคี วามเหมาะสม
3.1.2.3 สีพนื้ หลงั กบั สีตัวอักษรมีความเหมาะสมต่อการอ่าน
3.1.2.4 ขนาดตัวอกั ษร และรูปแบบตวั อกั ษร มีความสวยงามและอ่านได้งา่ ย
3.1.2.5 ความรวดเร็วในการแสดงภาพ ตัวอักษร และขอ้ มูลตา่ ง ๆ
3.1.2.6 ภาพประกอบสามารถสอื่ ความหมายได้
3.1.2.7 ความถกู ตอ้ งในการเชอ่ื มโยงภายเมนู
3.1.2.8 ความเหมาะสมของหมวดหมหู่ วั ขอ้ ท่ใี ช้
3.1.2.9 การจดั องค์ประกอบมคี วามเป็นระเบยี บ เขา้ ใจงา่ ย
3.1.2.10 ขนาดของสัญลักษณก์ ารเข้าถึงขอ้ มูล (Icon) ท่ีเหมาะสม
3.1.2.11 การแบ่งหมวดหมเู่ นอื้ หาทช่ี ัดเจน
3.1.2.12 การเขา้ ใช้งานระบบการจัดการเอกสารทซี่ บั ซอ้ น
3.1.2.13 ความถูกต้องของผลลัพธท์ ี่ได้จากการใช้งานเมนูตา่ ง ๆ ภายใน
แอปพลิเคชั่น
3.2 การวิเคราะห์ระบบ (System Analysis)
การวิเคราะห์ระบบโดยการวิเคราะห์เก่ียวข้องกับการออกแบบผังรายละเอียดต่าง ๆ ของ
การดาเนินงานการวิเคราะห์โครงสร้างของระบบ โดยแบ่งการทางานออกเป็น 1 ส่วน คือ ผู้ใช้ (User)
ดงั น้ี
34
3.2.1 ส่วนของผใู้ ช้ (User) ผู้ใช้งานสามารถเขา้ ใช้งานระบบการจดั เก็บเอกสาร ดังตอ่ ไปนี้
3.2.1.1 ข้อมลู เอกสารจัดซื้อ ประกอบไปด้วย ลาดับเอกสารจดั ซอ้ื ช่ือเอกสารจัดซ้ือ
รปู เอกสาร เปน็ ต้น
3.2.1.2 ข้อมูลหนังสือรับส่ง ประกอบไปด้วย ลาดับหนังสือ ชื่อหนังสือ เลขท่ี รูป
เอกสาร เปน็ ตน้
3.2.1.3 ข้อมูลคาส่ัง ประกอบไปด้วย ลาดับคาส่ัง ช่ือคาส่ัง เลขที่ รูปเอกสาร เป็น
ตน้
3.2.1.4 ขอ้ มูลใบเสรจ็ รบั เงิน ประกอบไปดว้ ย ลาดบั ใบเสร็จ ช่ือใบเสร็จ รูปใบเสร็จ
เป็นตน้
ภาพที่ 14 ผงั งานการเขา้ ใชง้ านของผู้ใช้
ผังระบบการเข้าใช้งานของผู้ใช้ระบบการจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application ฝ่าย
ธุรการ ศนู ย์พฒั นาคณุ ภาพการศึกษากู่ทอง จังหวดั มหาสารคาม มขี ัน้ ตอนการทางาน ดงั นี้
1. เรมิ่ ต้น เขา้ ส่รู ะบบ ผ้ใู ชง้ านทาการเขา้ สู่ระบบโดยใช้ลงิ ค์จากผ้ดู แู ระบบ ล็อกอินเขา้
สู่ระบบ ดว้ ย Username และ Password ของที่เป็น @gmail.com
2. เลอื กเมนู ผู้ใชง้ านจะตอ้ งเลอื กเมนูเพ่ือกรอกข้อมูลเกีย่ วกับ เอกสารจัดซอ้ื ,เอกสาร
35
คาสงั่ ,เอกสารหนังสือรบั สง่ ,เอกสารใบเสร็จ
3. คน้ หา คลิกปุม่ คน้ หา หากไม่ใช่ใหก้ ลบั ไปที่หนา้ เมนหู ลักอกี ครง้ั เพือ่ เลือกใหม่
5. แสดงขอ้ มลู เป็นการแสดงขอ้ มูลทผี่ ใู้ ช้งานเลอื ก
3.2.2 สว่ นของผดู้ ูแลระบบ (Admin)การเข้าใชง้ านระบบในสว่ นของ admin สามารถเข้าใชง้ าน
ได้ดังน้ี
3.2.2.1 ผู้ดูแลระบบสามารถเพ่มิ ลบ และแก้ไขข้อมูลในระบบการจดั เก็บเอกสารบน
Mobile Application ฝ่ายธุรการ ศูนย์พฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาก่ทู อง จังหวัดมหาสารคาม
3.2.2.2 เข้าส่รู ะบบ โดยเขา้ ผ่านลิงค์ URL:http://www.appsheet.com
3.2.2.3 สามารถเพ่ิม ลบ และแกไ้ ขข้อมูลในระบบได้
3.3 การออกแบบระบบ (System Design)
จากผงั งานระบบการจดั เกบ็ เอกสารบน Mobile Application ฝา่ ยธรุ การ ศนู ยพ์ ฒั นา
คุณภาพการศึกษากูท่ อง จงั หวดั มหาสารคามผ้ศู ึกษาไดด้ าเนินการออกแบบหน้าจอระบบ ดงั นี้
3.3.1 การออกแบบหนา้ จอหลักของ Application ระบบการจดั การเอกสาร
ภาพท่ี 15 หน้าหลกั ของแอปพลิเคชนั่ และเมนูใชง้ านต่าง ๆ
ทม่ี า : https://www.appsheet.com
36
จากภาพที่ 15 การออกแบบหนา้ จอหลักของ Application ใช้ในการ แสดงเมนูต่าง ๆ ในการเขา้
ใช้งาน แบ่งตามหมวดหม่ตู ามประเภทของเอกสาร และการเพิม่ เอกสารของระบบการจัดเก็บเอกสารบน
Mobile Application ฝา่ ยธรุ การ ศูนย์พัฒนาคุณภาพการศึกษากทู่ อง จงั หวดั มหาสารคาม
3.3.2 การออกแบบหน้าจอเมนูการเพม่ิ เอกสารของ Application ระบบการจดั การเอกสาร
ภาพท่ี 16 หน้าเมนูเพิ่มเอกสาร
ทีม่ า : https://www.appsheet.com
จากภาพท่ี 16 การออกแบบหน้าจอเมนูการเพิ่มเอกสาร ใช้เพ่ิมเอกสารและแยกเป็น
หมวดหมู่ เพ่อื ใหส้ ะดวกตอ่ การใชง้ านในหน้าเมนู
3.3.3 รายละเอยี ดขอ้ มลู ต่างๆ ท่เี พ่ิมใน แอพพลิเคช่ัน
ภาพท่ี 17 หน้ารายละเอยี ดข้อมลู
ท่ีมา : https://www.appsheet.com
37
จากภาพที่ 17 การออกแบบหน้าจอเมนูรายละเอียดข้อมูล สามารถเพ่ิม ลบ แก้ไข
ข้อมูลได้
3.4 การพฒั นาระบบ (System Development)
ผู้ศึกษาได้ทาการพัฒนาระบบตามที่ได้ออกแบบไว้ โดยใช้เคร่ืองมือและภาษาที่ใช้ในการ
พัฒนาระบบ ดังน้ี
3.4.1 ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows 10 ใช้งานง่ายและปลอดภัยต่อภาคธุรกิจเช่น
ปรับปรงุ ในสว่ นของ User experience เพม่ิ เติมในส่วนของระบบรักษาความปลอดภัยให้ดยี ิง่ ขน้ึ และเพิ่ม
ความสามารถในการจัดการได้ง่ายข้ึนจากตัวผู้ใช้เอง พร้อมกันนั้นยังมีการกลับมาของปุ่ม Start Menu
นอกจากนี้แอปพลิเคชันท่ีอยู่ในหน้า Metro รวมไปถึงแอปพลิเคชันต่าง ๆ ใน Windows Store ก็จะ
สามารถเปิดใช้งานเปน็ หน้าตา่ งแบบปกติที่ย่อขยายไดแ้ ลว้ ทาใหไ้ ม่ต้องเสยี พนื้ ทเี่ ต็มหน้าจออกี ต่อไป
3.4.2 โปรแกรม Web Service: App Sheet สาหรับการสร้างแอพพลิเคชั่น สามารถ
เปลี่ยนแปลงและตอบสนองต่อความคิดของผู้ใช้ได้ในเวลาเดียวกัน และเพ่ิมคุณสมบัติต่าง ๆ ให้ทันสมัย
ตอ่ การใช้งานโดยไม่ต้องลงมือเขยี นโคด้
3.4.3 โปรแกรม Google Apps : Google Sheet คือ Apps ในกลุ่มของ Google Drive ซึ่ง
เป็นนวัตกรรมใหม่ของ Google มีลักษณะการทางานคล้าย ๆ กับ Excel มีการสร้าง Column Row
สามารถใส่ข้อมูลต่าง ๆ ลงไปใน Cell ได้ คานวณสูตรต่าง ๆ ได้ แต่วิธีการใช้สูตรคานวณจะแตกต่างจาก
Excel ไม่ต้องติดต้ังท่ีเครื่อง สามารถใช้งานบน Web ได้โดยไฟล์จะถูกบันทึกไว้ท่ี Server ของ Google
ทาใหส้ ามารถเปิดใช้งานได้ ไม่ว่าจะอยู่ท่ีใดเพียงมี Web browser และ อินเตอร์เน็ต สามารถแชร์ไฟล์ให้
ผู้อ่ืนร่วมใช้งานได้และมีระบบ Real time Save อัตโนมัติ นอกจากนี้ยังสามารถ Save หรือ Export
ออกมาใช้งานกับ Excel ท่ีเคร่ืองของเราได้อีกด้วย ทาให้การทางานสะดวกสบายมากย่ิงข้ึน โดยการ
ลอ็ กอนิ เขา้ ใชง้ านในเวบ็ ไซต์ Google ดว้ ย Google account หรอื Gmail ก็สามารถเขา้ ไปทางานได้
3.4.4 โปรแกรม Web Browser: Google Chrome คือ โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ (Web
Browser) ท่ีใช้สาหรับเปิดเว็บไซต์โดยมี Google เป็นผู้พัฒนาและยังเป็น Open source browser ท่ี
สามารถให้โปรแกรมเมอร์ทั่วโลกพัฒนาโปรแกรมเสริมเพื่อใช้ร่วมกับ Google Chrome ได้อีกด้วย
ปจั จุบนั เป็นที่นิยมของผู้ใช้งาน Internet เป็นอย่างมากเพราะมีความปลอดภัยสูงการเปิดหน้าเว็บเพจทา
38
ได้อย่างรวดเร็ว มีโปรแกรมเสริมมากมาย และยังสามารถใช้บริการต่าง ๆ ที่ Google พัฒนาข้ึนได้อย่าง
หลากหลาย Google Chrome จึงเปน็ ที่นยิ มอยา่ งรวดเร็ว
3.5 การตดิ ต้งั ระบบ (System Implementation)
การพัฒนาระบบท่ีทางานบนแพลตฟอร์มแอปพลิเคชั่น (Platform application) หรือใน
รูปแบบ Web service สาหรับการสร้างแอปพลิเคช่ัน คือ การจาลองเคร่ืองคอมพิวเตอร์ให้เป็นเครื่องแม่
ข่ายเว็บ ด้วยโปรแกรมสาเร็จรูปช่วยจาลอง เคร่ืองแม่ข่ายเว็บ ซึ่ง App Sheet เป็นอีกหน่ึงผลิตภัณฑ์ที่มี
การพฒั นาออกมาใหใ้ ชง้ าน App Sheet เป็นเคร่ืองมือช่วยพัฒนา Application Mobile เมื่อพัฒนาเสร็จ
แล้ว สามารถ Upload ขึ้น Play store หรือ App store เพื่อติดตั้งท่ี Smartphone หรือจะใช้งานผ่าน
เว็บ browser โดยท่ีไม่ต้องรู้การเขียนโปรแกรมเพียงมีความคิดส่ิงท่ีอยากทาและการเช่ือมโยงข้อมูลการ
ทางานกส็ ามารถสร้าง Application ใน Platform App Sheet เพ่ือนาไปใช้งานได้
ดังนั้นผู้ศึกษาจึงติดตั้งระบบโดยการทางานผ่านโปรแกรมสาเร็จรูปช่วยการเขียน
แอปพลิเคชั่นด้วย App Sheet สามารถเข้าระบบผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต URL :
https://www.appsheet.com/
3.6 การดูแลรักษาระบบ (System Maintenance)
ถ้าเกิดปัญหาจากโปรแกรม ผู้ศกึ ษาจะต้องเข้ามาแกไ้ ข หรือผู้ใช้อาจมีความต้องการวิธกี าร
ทางานใหม่ ๆ เพมิ่ เติม ทัง้ นี้การดแู ลรักษาระบบจะเป็นขัน้ ตอนในสว่ นท่เี กิดตามมาภายหลังทไี่ ด้มีการ
ตดิ ตงั้ และใช้งานระบบแล้ว การซ่อมบารงุ ระบบการจดั เก็บเอกสารบน Mobile Application ฝา่ ยธรุ การ
ศูนยพ์ ัฒนาคุณภาพการศึกษากู่ทอง จังหวดั มหาสารคาม
มีการดาเนินงาน ดังนี้
3.6.1 เกบ็ รวบรวมคาร้องขอใหป้ รบั ปรงุ ระบบ
3.6.2 วเิ คราะห์ขอ้ มลู รอ้ งขอให้ปรับปรงุ ระบบ
3.6.3 ออกแบบการทางานที่ต้องการปรบั ปรุง
3.6.4 ปรับปรงุ แก้ไขระบบ
3.7 เครอื่ งมือทใ่ี ชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
เครอื่ งมอื ที่ใชใ้ นการวิจัยในคร้งั น้ีประกอบด้วย
39
3.7.1 แบบประเมินหาประสิทธิภาพของระบบการจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application
ฝา่ ยธรุ การ ศูนย์พฒั นาคุณภาพการศึกษากู่ทอง จังหวัดมหาสารคาม เพื่อพัฒนาระบบการจัดเก็บเอกสาร
บน Mobile Application มีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ตามแบบของลิเคิร์ท
(Likert Rating Scale) ครอบคลุมเนื้อหาเก่ียวกบั การประเมนิ ประสทิ ธิภาพ โดยมีเกณฑ์การแปลผล ดงั นี้
5 หมายถงึ มปี ระสิทธภิ าพมากท่ีสดุ
4 หมายถึง มปี ระสิทธิภาพมาก
3 หมายถึง มปี ระสทิ ธิภาพปานกลาง
2 หมายถงึ มปี ระสิทธิภาพน้อย
1 หมายถึง มปี ระสิทธิภาพน้อยทสี่ ุด
การแปลผลโดยใช้คา่ เฉล่ยี เลขคณิต ตามวิธขี อง (รงั สรรค์ สิงหเลิศ, 2558) ดังนี้
4.51 - 5.00 หมายถงึ มปี ระสิทธิภาพมากทสี่ ดุ
3.51 - 4.50 หมายถึง มปี ระสทิ ธิภาพมาก
2.51 - 3.50 หมายถึง มปี ระสิทธิภาพปานกลาง
1.51 - 2.50 หมายถึง มปี ระสทิ ธิภาพน้อย
1.00 - 1.50 หมายถงึ มปี ระสิทธิภาพน้อยที่สุด
3.7.2 แบบสอบถามความพึงพอใจ ของกลมุ่ ตัวอยา่ ง มลี กั ษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณ
ค่า 5 ระดับ ตามแบบของลิเคิร์ท (Likert Rating Scale) ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับการประเมินความพึง
พอใจของกลุ่มตัวอย่างของผู้ใช้งานสาหรับใช้งานของระบบการจัดเก็บเอกสารบน Mobile Application
ฝ่ายธุรการ ศนู ยพ์ ฒั นาคุณภาพการศึกษากทู่ อง จงั หวดั มหาสารคาม โดยมเี กณฑ์การแปลผลดังนี้
5 หมายถึง มีความพึงพอใจมากทส่ี ุด
4 หมายถงึ มีความพงึ พอใจมาก
3 หมายถึง มคี วามพึงพอใจปานกลาง
2 หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจนอ้ ย
1 หมายถงึ มีความพงึ พอใจนอ้ ยทีส่ ุด
การแปลผลโดยใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิตน้ันจะทาได้โดยกาหนดคะแนนแทนน้าหนักให้แต่ละ
ช่วงของระดบั ความคดิ เหน็ แล้วคานวณค่าเฉลย่ี และนาคา่ เฉล่ียท่ีได้ไปเทียบกับเกณฑ์การแปลความหมาย