ēÙøÜÖćøÿŠüîóøąĂÜÙÿŤ öđéĘÝóøąÖîĉþåćíøĉ ćßđÝšć ÖøöÿöđéÝĘ óøąđìóøêĆ îøćßÿčéćĄ ÿ÷ćöïøöøćßÖčöćøĊ
öĎúîíĉ ĉÖćøýÖċ þćìćÜĕÖúñŠćîéćüđìĊ÷ö ĔîóøąïøöøćßðĎ ëĆöõŤ
ÿćĞ îĆÖÜćîÙèąÖøøöÖćøÖćøýÖċ þć×îĆš óČîš åćî ÿëćïĆîÿÜŠ đÿøĉöÖćøÿĂîüĉì÷ćýćÿêøĒŤ úąđìÙēîēú÷Ċ
ชุดเอกสารสื่อ ๖๐ พรรษา สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ ารี
ลขิ สทิ ธ์ขิ อง สาํ นักงานโครงการสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี
สํานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
สถาบันสง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ
สงวนลิขสทิ ธิ์ตามพระราชบญั ญัติลขิ สิทธ์ิ
II ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรบั ครูผ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖
ค�ำ ชแ้ี จง
ชุดการจดั กิจกรรมการเรียนรู้(สำ�หรับครูผู้สอน) หนว่ ยที่ ๓ ทศนิยม และการบวก การลบ การคณู การหาร
ทศนยิ ม เล่มน้ี เปน็ ๑ ใน ๘ เล่ม ของชดุ การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ ใช้กับนักเรียนชัน้
ประถมศึกษาปีท่ี ๖ ซ่ึงผ่านการวเิ คราะห์ตวั ช้ีวดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์(ฉบบั
ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เม่อื สอนครบทง้ั ๘ เลม่
นกั เรียนจะได้เรียนรู้ครบถ้วนครอบคลุมทุกตวั ชว้ี ัดของหลกั สูตร
ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ (สำ�หรบั ครูผ้สู อน) หนว่ ยที่ ๓ ทศนยิ ม และการบวก การลบ การคณู การหาร
ทศนยิ ม เล่มน้ี เป็นเอกสารทนี่ ำ�เสนอแนวทางในการจัดการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ เรื่อง ทศนยิ ม ใหก้ ับนักเรยี นชัน้
ประถมศึกษาปีที่ ๖ ประกอบดว้ ย
(๑) คำ�แนะนำ�สำ�หรบั ผ้สู อน
(๒) โครงสร้างชดุ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
(๓) กำ�หนดการสอนคณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
(๔) โครงสรา้ งหนว่ ยการเรยี นรู้ หน่วยที่ ๓ ทศนยิ ม และการบวก การลบ การคณู การหารทศนิยม
(๕) มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ช้ีวัดของหนว่ ยการเรยี นรู้ หน่วยท่ี ๓ ทศนยิ ม และการบวก การลบ การคณู
การหารทศนิยม
(๖) แผนการจัดการเรยี นรู้ จำ�นวน ๑๓ แผน
(๗) เฉลยแบบฝกึ หดั ของนกั เรียน
(๘) แบบประเมนิ ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์
ก่อนการสอนเร่อื ง ทศนิยม ผ้สู อนควรศกึ ษาแผนการจัดการเรียนรจู้ ากเอกสารเล่มน้ีอย่างละเอียด จะทำ�ใหร้ ู้วา่
ต้องสอนแต่ละเนอื้ หาอยา่ งไร และต้องเตรียมสอ่ื /อปุ กรณ์ประกอบการสอนอะไรบ้าง ซง่ึ จะทำ�ใหก้ ารจดั การเรียนร้ขู อง
ผู้สอนมปี ระสทิ ธภิ าพ ส่งผลใหน้ กั เรยี นมีความรู้ความเข้าใจในเน้อื หาทีส่ อน
คณะผจู้ ดั ทำ�หวงั เป็นอย่างย่ิงวา่ ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ (สำ�หรบั ครผู สู้ อน) หน่วยที่ ๓ ทศนยิ ม
และการบวก การลบ การคณู การหารทศนิยม เลม่ น้ี จะเป็นประโยชนต์ ่อผ้สู อน ในการนำ�ไปใชจ้ ดั การเรยี นรู้
เรื่องทศนยิ มใหก้ ับนักเรียนชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ เพอ่ื เพ่ิมประสิทธภิ าพการจัดการเรียนรขู้ องผสู้ อนและการเรียนรู้
ของนกั เรยี นใหส้ ูงขึ้นต่อไป
สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรบั ครูผสู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ III
สารบญั ๑
๕
คำ�แนะนำ�สำ�หรบั ผสู้ อน ๖
โครงสรา้ งชดุ การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ ๗
กำ�หนดเวลาการสอนคณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๖ ๘
โครงสร้างหน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๓ ทศนิยม และการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม ๙
มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้วี ัดของหนว่ ยการเรียนรู้ หน่วยที่ ๓ ทศนยิ ม และการบวก การลบ ๑๖
การคูณ การหารทศนิยม ๒๖
แผนการจดั การเรยี นรู้ ๓๑
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๑ ๔๐
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๒ ๔๙
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๓ ๕๖
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๔ ๖๓
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๕ ๗๒
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๖ ๘๐
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๗ ๘๖
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๘ ๙๓
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๙ ๑๐๐
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๑๐
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี ๑๑ ๑๑๐
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๑๒ ๑๔๗
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี ๑๓
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก เฉลยแบบฝึกหดั
ภาคผนวก ข แบบประเมินทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
IV ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ (สำ�หรบั ครผู ้สู อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๖
ค�ำ แนะน�ำ ส�ำ หรับผสู้ อน
๑. แนวคดิ หลัก
การจัดการเรยี นการสอนคณติ ศาสตรม์ ่งุ ใหน้ ักเรียนมีความสามารถดา้ นการสื่อสารและการคดิ อย่างเป็นระบบ
สามารถตัง้ ขอสนั นิษฐาน สบื เสาะและเลอื กสรรสารสนเทศ ใหเ หตผุ ล แกป้ ญั หาโดยเลอื กใชย ทุ ธวิธีตา ง ๆ การจดั
กจิ กรรมจงึ ควรเน้นการเรยี นรูรว มกันเปนกลุม ซง่ึ เป็นการเปด โอกาสใหน กั เรยี นได้รว มกนั คิด ปรกึ ษาหารอื อภปิ ราย
แกปญหา แสดงความคดิ เหน็ และสะท้อนความคิด (reflective thinking) ชวยใหน กั เรียนไดพ ัฒนาความรู ทกั ษะ
และกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และคุณธรรม จริยธรรมในการจัดกลุม อาจจัดเปนกลุม ๒ คน หรือกลุ่ม
๓ – ๔ คน หรืออาจจัดกจิ กรรมรว่ มกนั ทั้งช้นั ทั้งนี้ข้ึนอย่กู ับวัตถุประสงคข์ องการจัดกิจกรรมการเรียนรูนนั้ ๆ
ในการดาํ เนินกิจกรรมการเรยี นการสอนคณติ ศาสตร สิ่งสำ�คญั ท่ผี ูสอนควรคํานึงถงึ เป็นอันดับแรกคอื
ความรูพื้นฐานของนักเรียน ผูสอนอาจทบทวนโดยใชคําถามหรือยุทธวิธีต่าง ๆ เพื่อนำ�ไปสูการเรียนรู้เนื้อหาใหม
ขัน้ การสอนเน้อื หาใหม่ ผูสอนอาจกำ�หนดสถานการณ์ท่ีเช่อื มโยงกับเรือ่ งราวในข้ันทบทวนความรู้ และใชย ุทธวิธี
ตา่ ง ๆ ทช่ี ว่ ยใหนกั เรียนสามารถสรุปหรือเขาใจหลักการ แนวคิด กฎ สตู ร สจั พจน์ ทฤษฎีบท หรอื บทนิยามดวยตนเอง
ในขณะท่ีนกั เรียนปฏบิ ัติกจิ กรรม ผูส อนควรใหอิสระทางความคิดกับนักเรยี นโดยผสู้ อนคอยสังเกต ตรวจสอบความ
เขา้ ใจและให้คําแนะนําอยา่ งใกล้ชดิ
ในการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน ผสู อนควรใหนักเรยี นแตล่ ะคนหรือแต่ละกลุม่ ไดน าํ เสนอแนวคิด เพราะ
นักเรียนมีโอกาสแสดงแนวคดิ เพ่มิ เตมิ รวมกัน ซกั ถาม อภิปรายข้อขัดแยง้ ดว ยเหตแุ ละผล ผูสอนมโี อกาสเสริมความรู
ขยายความร้หู รือสรุปประเดน็ สําคญั ของสาระทน่ี ําเสนอน้ัน ทําให้การเรียนรขู้ ยายวงกวา้ งและลึกมากข้นึ สามารถนำ�
ไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ จริงได้ นอกจากนี้ยงั ทำ�ให้นักเรยี นเกิดเจตคตทิ ่ีดี มีความภมู ใิ จในผลงาน เกิดความรสู ึกอยากทํา
กลา แสดงออก และจดจาํ สาระทีต่ นเองไดอ้ อกมานาํ เสนอไดนาน รวมทง้ั ฝกึ การเป็นผูน้ ำ� ผู้ตาม รบั ฟงั ความคิดเห็น
ของผู้อ่นื
การจัดกจิ กรรมการเรียนรสู้ ําหรับช้นั ประถมศกึ ษา ผสู อนควรใหนักเรียนไดเ้ รียนรูจากการปฏิบตั ิ ฝกทกั ษะ
การสังเกต ฝกใหเ หตผุ ลและหาขอ สรุปจากสอื่ รปู ธรรมหรือแบบจาํ ลองตาง ๆ ก่อน แลว้ ขยายวงความรสู ูนามธรรม
ตามความสามารถของนักเรยี น สำ�หรับบางเนื้อหาทีย่ ากตอ่ การทำ�ความเขา้ ใจของนักเรยี นบางคน ผสู อนควรหา
ยุทธวิธีต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับนักเรียนในการอธิบาย เช่น ใช้วิธีลดรูปของปญหา หรือเลือกใช้สื่อ เทคโนโลยีที่
เหมาะสมเพื่อช่วยให้การเรียนรู้ง่ายขึ้น และเพื่อให้นักเรียนตระหนักในคุณค่าของคณิตศาสตร์ ผู้สอนควรใช้
สถานการณท์ ีเ่ กยี่ วขอ้ งกับชวี ติ จริงเปน็ ตัวอย่างในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ (ส�ำ หรบั ครูผูส้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖ 1
๒. กระบวนการจดั การเรียนรู้
การนำ�ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ไปใช้ ผู้สอนควรเตรยี มตัวลว่ งหน้า ดังนี้
๑. ศึกษาโครงสรา้ งชดุ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ เพอื่ ใหท้ ราบวา่ ตลอดทง้ั ปกี ารศึกษา นักเรียนต้องเรยี นรทู้ ้ังหมด
กหี่ น่วย แต่ละหน่วยมีหนว่ ยย่อยอะไรบา้ ง ใชเ้ วลาสอนกช่ี ัว่ โมง และมีก่แี ผน
๒. ศึกษาโครงสร้างหน่วยการเรียนรู้ ว่าแต่ละหนว่ ยการเรยี นรมู้ เี นอ้ื หาอะไรบา้ ง เนือ้ หาละกีช่ ั่วโมง ซ่ึงจะชว่ ยให้
ผสู้ อนมองเห็นภาพรวมของการสอนในหน่วยดงั กล่าวไดอ้ ย่างชดั เจน
๓. ศึกษาแนวการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ซ่ึงอยหู่ น้าแผนแตล่ ะแผน เป็นการสรุปแนวการจัดกิจกรรมในแต่ละ
ขัน้ ตอนการสอน ทำ�ใหผ้ สู้ อนมองเห็นภาพรวมของการจดั การเรียนรู้ในชว่ั โมงน้ัน ๆ
๔. ศกึ ษาแผนการจดั การเรยี นรู้ ตามหัวข้อต่อไปน้ี
๔.๑ ขอบเขตเน้ือหา เป็นเน้อื หาทนี่ กั เรียนต้องเรียนร้ใู นแผนท่กี ำ�ลงั ศึกษา
๔.๒ สาระสำ�คญั เปน็ ความคดิ รวบยอดหรอื หลกั การทน่ี กั เรยี นควรจะไดห้ ลงั จากไดเ้ รยี นรตู้ ามแผนทก่ี ำ�หนด
๔.๓ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ แบง่ เปน็ ดา้ นความรู้ และดา้ นทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์
๔.๔ กจิ กรรมการเรยี นรู้ แบง่ เปน็ ขน้ั นำ� ขน้ั สอน และขน้ั สรปุ ซง่ึ แตล่ ะขน้ั ผสู้ อนควรศกึ ษาทำ�ความเขา้ ใจอยา่ ง
ละเอยี ด นอกจากนผ้ี สู้ อนควรพจิ ารณาดว้ ยวา่ ในแตล่ ะขน้ั ตอนการสอน ผสู้ อนจะตอ้ งศกึ ษาวา่ มี สอ่ื /อปุ กรณ์
อะไรบา้ ง
๔.๕ สอ่ื /แหลง่ เรยี นรู้ เปน็ การบอกรายการสอ่ื อปุ กรณ์ และแหลง่ เรยี นรทู้ ต่ี อ้ งใชใ้ นการจดั กจิ กรรมการเรยี นรใู้ น
ชัว่ โมงนั้น
๔.๖ การประเมนิ เปน็ การบอกทง้ั วธิ กี าร เครอ่ื งมอื และเกณฑก์ ารประเมนิ สำ�หรบั เครอ่ื งมอื การประเมนิ ในชดุ
การจดั กิจกรรมการเรยี นรูฯ้ น้ี ได้จดั เตรียมไวใ้ หผ้ สู้ อนเรยี บร้อยแลว้
๓. สือ่ การจัดการเรียนรู้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖
สื่อการจดั การเรียนรู้ กลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ ประกอบด้วย
๓.๑ แผนการจัดการเรียนรู้ สำ�หรับผ้สู อนใช้เป็นแนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนรใู้ หก้ บั นกั เรยี น
๓.๒ แบบฝกึ หดั สำ�หรบั นกั เรยี นใชฝ้ กึ ทกั ษะหลงั จากทำ�ความเขา้ ใจบทเรยี น แนวคดิ และความคดิ รวบยอดท ่ี
สำ�คญั ในบทเรยี นเร่ืองน้นั ๆ ไปแลว้
๓.๓ ใบกิจกรรม สำ�หรบั นกั เรียนใช้ฝึกทกั ษะปฏิบตั ิ หรือสร้างความคดิ รวบยอดในบทเรยี น
๓.๔ แบบทดสอบ เปน็ การวดั ความรู้ความเขา้ ใจตามตัวชวี้ ดั ท่ีกำ�หนดไว้ในหลักสตู ร
2 ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ (ส�ำ หรับครผู ูส้ อน) กลุม่ สาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๖
แบบฝกึ หัด ใบกจิ กรรมและแบบทดสอบของนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๖ ได้มกี ารกำ�หนดสัญลักษณ์
รปู ดาว ๕ แฉกจำ�นวน ๖ ดวง และแถบสมี ว่ ง โดย
ฝ. หมายถงึ แบบฝึกหัด
ก. หมายถึง ใบกจิ กรรม
ท. หมายถึง แบบทดสอบ
ผ. หมายถึง แผนการจดั การเรียนรู้
เชน่
ฝ. ๑.๖ / ผ.๖ เปน็ แบบฝึกหดั หน่วยท่ี ๑ ลำ�ดับท่ี ๖ อย่ใู นแผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๖
ฝ. ๓.๗ / ผ.๖ เปน็ แบบฝึกหัดหน่วยท่ี ๓ ลำ�ดบั ท่ี ๗ อยใู่ นแผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๖
ก. ๒.๑ / ผ.๓ เป็นใบกจิ กรรมหนว่ ยท่ี ๒ ลำ�ดบั ท่ี ๑ อย่ใู นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓
ท. ๑.๒ / ผ.๖ เปน็ แบบทดสอบหนว่ ยที่ ๑ ลำ�ดบั ที่ ๒ อยใู่ นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖
หมายเหตุ ลำ�ดบั ทีข่ องแบบฝกึ หัด ใบกิจกรรม และแบบทดสอบจะเรยี งตอ่ กนั จนครบทกุ แผนในแต่ละหนว่ ย
เมือ่ ขึน้ หนว่ ยใหมล่ ำ�ดับท่ีของแบบฝึกหัด ใบกจิ กรรม และแบบทดสอบจะเริม่ ต้นใหม่
๔. ลักษณะชดุ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
ชดุ การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ จดั ทำ�เปน็ หนว่ ย
การเรยี นรู้ (Learning Unit) โดยผ่านการวิเคราะหต์ วั ช้วี ัดและสาระการเรยี นร้แู กนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้
คณติ ศาสตร(์ ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ มาจัดทำ�
เปน็ หนว่ ยการเรยี นร้ใู นแต่ละภาคเรยี น ดังน้ี
ภาคเรยี นที่ ๑ ประกอบด้วย หน่วยการเรียนรู้ ๕ หนว่ ย ดังนี้
หนว่ ยที่ ๑ จำ�นวน และการบวก การลบ การคณู การหาร
หนว่ ยท่ี ๒ เศษส่วน และการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน
หนว่ ยที่ ๓ ทศนยิ ม และการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม
หนว่ ยท่ี ๔ รอ้ ยละ
หน่วยยอ่ ยท่ี ๔.๑ รอ้ ยละ
หน่วยยอ่ ยท่ี ๔.๒ อัตราส่วน
หนว่ ยที่ ๕ แบบรปู
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ (ส�ำ หรบั ครผู ูส้ อน) กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๖ 3
ภาคเรยี นที่ ๒ ประกอบดว้ ย ๓ หน่วย ดงั น้ี
หนว่ ยท่ี ๖ เรขาคณิตสองมติ ิ
หน่วยยอ่ ยที่ ๖.๑ รปู สามเหลี่ยม
หนว่ ยย่อยที่ ๖.๒ รปู หลายเหลี่ยม
หน่วยย่อยที่ ๖.๓ วงกลม
หน่วยที่ ๗ รูปเรขาคณติ สามมติ ิและปริมาตรของทรงสเ่ี หล่ียมมุมฉาก
หน่วยท่ี ๘ สถิติและความนา่ จะเป็นเบื้องตน้
๕. แผนการจดั การเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๖
การจดั ทำ�แผนการจัดการเรยี นรู้ กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ กำ�หนดให้สอดคล้อง
กับหน่วยการเรยี นรู้ แตล่ ะหนว่ ยการเรยี นรู้ประกอบดว้ ยแผนการจดั การเรียนรูห้ ลายแผน แผนละ ๑ ชว่ั โมง โดยมี
องคป์ ระกอบของแผนการจัดการเรียนร้คู ือ ขอบเขตเน้ือหา สาระสำ�คญั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรซู้ ึ่งมที ้ังดา้ นความรู้และ
ด้านทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ กจิ กรรมการเรียนรู้ สอ่ื /แหล่งเรยี นรู้ และการประเมนิ สำ�หรับแผนการ
จัดการเรียนร้ทู ุกแผนจะมแี นวการจดั กจิ กรรมการเรยี นรอู้ ยู่หนา้ แผนทุกแผนซึ่งเปน็ การสรปุ ภาพรวมของการจัด
กจิ กรรมการเรียนรู้ในชัว่ โมงนน้ั ๆ ในทุกข้นั ตอนการสอนตง้ั แต่ขน้ั นำ� ขั้นสอน ขน้ั สรุป และการประเมินผล
4 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ (สำ�หรับครูผูส้ อน) กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖
โครงสร้างชุดการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
หน่วยท่ี ๘ หนว่ ยท่ี ๑ หนว่ ยท่ี ๒
สถติ แิ ละความนา่ จะเป็นเบือ้ งต้น จำ�นวนนบั และ เศษส่วน และการบวก การลบ
(๘ ช่ัวโมง) การบวก การลบ การคูณ การหาร การคณู การหารเศษส่วน
(๑๕ ชั่วโมง)
(๑๘ ชัว่ โมง)
หน่วยท่ี ๗ ป.๖ หนว่ ยท่ี ๓
๑๖๐ ชม./ปี
รูปเรขาคณิตสามมติ แิ ละ หน่วยที่ ๕ ทศนิยม และการบวก การลบ
ปรมิ าตรของทรงสเี่ หล่ียมมมุ ฉาก การคณู การหารทศนยิ ม
แบบรูป (๑๓ ชั่วโมง)
(๑๒ ชัว่ โมง) (๗ ชว่ั โมง)
หนว่ ยท่ี ๔
หนว่ ยท่ี ๖
รอ้ ยละ
เรขาคณติ สองมิติ (๑๘ ช่ัวโมง)
(๕๒ ชั่วโมง)
หมายเหตุ เวลารวมของทกุ หน่วยเป็น ๑๔๓ ชม. รวมกับการวัดผลประเมินผล
และกจิ กรรมเสริมการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์เป็น ๑๖๐ ชม./ปี
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู ้สู อน) กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖ 5
กำ�หนดเวลาการสอนคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๖
ภาคเรยี นท่ี ๑ ภาคเรียนที่ ๒
หน่วยการเรยี นรู้
หน่วยท่ี ๑ จำ�นวนนบั และการบวก การลบ จ�ำ นวน หนว่ ยการเรยี นรู้ จ�ำ นวน
การคูณ การหาร ช่ัวโมง ช่ัวโมง
๑๙
หนว่ ยท่ี ๒ เศษส่วน และการบวก การลบ ๑๘ หน่วยท่ี ๖ เรขาคณติ สองมติ ิ ๑๕
การคณู การหารเศษสว่ น หนว่ ยยอ่ ยที่ ๖.๑ รูปสํามเหลย่ี ม ๑๘
หนว่ ยย่อยท่ี ๖.๒ รปู หลํายเหลย่ี ม
๑๕ หน่วยยอ่ ยท่ี ๖.๓ วงกลม
หนว่ ยท่ี ๓ ทศนยิ ม และการบวก การลบ การ ๑๓ หน่วยท่ี ๗ รปู เรขาคณติ สามมติ ิ ๑๒
คณู การหารทศนิยม และปรมิ าตรของทรงส่ีเหลย่ี มมุมฉาก
หนว่ ยที่ ๔ รอ้ ยละ ๑๐ หน่วยที่ ๘ สถติ แิ ละความน่าจะเปน็ เบอื้ งตน้ ๘
หน่วยย่อยท่ี ๔.๑ ร้อยละ ๘
หนว่ ยย่อยท่ี ๔.๒ อตั ราสว่ น
หน่วยท่ี ๕ แบบรปู ๗
กิจกรรมเพิม่ เติมสำ�หรับโรงเรียน ๙ กิจกรรมเพ่มิ เตมิ สำ�หรบั โรงเรียน ๘
รวม ๘๐ รวม ๘๐
6 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ (ส�ำ หรับครูผ้สู อน) กลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
โครงสรา้ งหน่วยการเรียนรู้
หนว่ ยท่ี ๓ ทศนิยม และการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม
กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖
การเขยี นเศษสว่ น การหารทศนิยม
ในรูปทศนิยม (๕ ช่ัวโมง)
(๒ ช่ัวโมง)
หน่วยท่ี ๓
ทศนยิ ม และการบวก
การลบ การคณู การหารทศนยิ ม
(๑๓ ช่ัวโมง)
การนำ�ความรู้เกยี่ วกบั การแกโ้ จทย์ปัญหา
ทศนยิ มไปใช้ การบวก การลบ
(๑ ช่วั โมง) การคณู การหารทศนยิ ม
(๕ ชว่ั โมง)
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครูผสู้ อน) กลุ่มสาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ 7
มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชี้วัดของหน่วยการเรียนรู้
หน่วยที่ ๓ ทศนยิ ม และการบวก การลบ การคณู การหารทศนิยม
กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
สาระท่ี ๑ จ�ำ นวนและพีชคณติ
มาตรฐาน ค ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจ�ำ นวนระบบจำ�นวน การด�ำ เนนิ การของ
จ�ำ นวน ผลทเ่ี กิดข้ึนจากการด�ำ เนนิ การ สมบตั ิของการด�ำ เนนิ การและน�ำ ไปใช้
ตวั ชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๖/๙ หาผลหารของทศนิยมท่ีตวั หารและผลหารเปน็ ทศนิยมไม่เกิน ๓ ตำ�แหน่ง
ค ๑.๑ ป.๖/๑๐ แสดงวิธหี าคำ�ตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม
๓ ข้ันตอน
ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์
1. การแกป้ ญั หา
2. การใหเ้ หตุผล
3. การสอื่ สารและการส่อื ความหมายทางคณติ ศาสตร์
4. การเชอ่ื มโยง
8 ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรบั ครผู ู้สอน) กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู ู้สอน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๖ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๑
แนวการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั นำ� ทบทวนการเขียนเศษส่วนในรูปทศนยิ ม ทีเ่ ศษส่วนเปน็ ตวั ประกอบของ 10 100 หรอื 1,000
และการเขยี นทศนยิ ม 1 ต�ำ แหน่ง 2 ตำ�แหน่ง หรอื 3 ต�ำ แหน่ง ในรปู เศษสว่ น
ขน้ั สอน เขียนเศษสว่ นในรปู ทศนิยมที่เศษสว่ นไมเ่ ปน็ ตัวประกอบของ 10 100 หรือ 1,000
ข้นั สรุป และเขียนทศนิยม 1 ต�ำ แหนง่ 2 ต�ำ แหนง่ หรอื 3 ต�ำ แหนง่ ในรปู เศษส่วนที่เป็นเศษสว่ นอยา่ งตำ่�
การวัดและประเมนิ ผล
ท�ำ แบบฝกึ หดั 3.1
ครใู ช้การถามตอบจนนกั เรียนรว่ มกนั สรปุ เกีย่ วกบั การเขียนเศษสว่ นในรูปทศนิยม ท่เี ศษส่วนไมเ่ ปน็
ตัวประกอบของ 10 100 หรือ 1,000 และเขยี นทศนิยมไมเ่ กนิ 3 ต�ำ แหน่ง
ในรปู เศษสว่ นท่ีเป็นเศษส่วนอย่างตำ�่
- ประเมนิ จากการตอบค�ำ ถาม และการท�ำ แบบฝึกหัด
- ประเมนิ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ด้านการใหเ้ หตผุ ล และการสอ่ื สารและส่ือความ
หมายทางคณิตศาสตร์
9
10 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๑ ชน้ั ป. ๖
เวลา ๑ ชว่ั โมง
กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
หนว่ ยท่ี ๓ เรื่อง ทศนยิ ม และการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม
ขอบเขตเน้ือหา กจิ กรรมการเรียนรู้ ส่อื /แหล่งเรยี นรู้
ขนั้ น�ำ
การเขียนเศษสว่ นในรปู 1. ทบทวนการเขยี นเศษสว่ นในรปู ทศนยิ มทเ่ี ศษสว่ นมตี วั สว่ นเปน็ ตวั ประกอบ 10 100 หรอื 1,000 แบบฝกึ หัด 3.1
ทศนิยมด้วยการทำ�เศษส่วน โดยครูและนักเรียนรว่ มกนั อภปิ ราย ซกั ถามโดยการตอบค�ำ ถาม ดงั นี้
ให้เปน็ เศษส่วน อยา่ งตำ�่ และ 1) 1) 35ครูเ ขยี น 35 บนกร2ะ)ดา 27น5 แ ล้วซัก ถาม 3) 18 การประเมนิ
ตัวสว่ นเป็นตวั ประกอบของ
10 100 หรอื 1,000 และ - 5 เป็นตวั ประกอบของ 10 หรือไม่ เพราะเหตใุ ด (เป็น เพราะ 5 × 2 = 10) 1. วธิ ีการ
การเขียนทศนิยมในรูป - 35 เขยี นในรปู ทศนิยมไดอ้ ยา่ งไร (น�ำ 2 คณู ท้ังตวั เศษและตวั ส่วนได้ 53 = 53××22 = 160 =0.6) 1.1 สังเกตพฤติกรรมการ
เศษส่วน หรอื นักเรยี นตอบดงั น้ี เรียนรู้
2เพ) ร (านเะขำ�เยีห2นต0ใุ 2ด2ค5ูณ(บเปทนน็ง้ักตรเัวะพเดศราาษนะแแล2ละ5ว้ต×ถวั าส4มว่ น=นกั ไ1เดร0้ยี 053นวแ=า่ละ2355××2225เป00×น็ ต=4วั106ป000ร=ะ=ก1อ0,0บ.60ข00อ))ง 100 และ 1,000 หรอื ไม่
สาระสำ�คญั 3- ) เข27ย5ี นเข18ยี นบในนกรูประทดศานนิยแมลไว้ดถอ้ ายม่านงกไั รเร(ยี น ว27า่5××844เป=น็ ต120วั 80ปร=ะ0ก.อ2บ8ขอหงรอื1,02705×0×44ห00รอ=ื ไ1ม20่8เ00พ0รา=ะเ0ห.2ต8ใุ ด) 1.2 ตรวจผลงานจากแบบ
(เปน็ เพราะ 8 × 125 = 1,000) ฝึกหัด
1. การเขียนเศษสว่ นทม่ี ตี วั - 81 เขยี นในรูปทศนิยมได้อยา่ งไร ( 81××112255 = 1102050 =0.125 )
สว่ นไมเ่ ป็นตวั ประกอบของ 2. เครือ่ งมอื
10 100 หรือ 1,000 ในรูป
ทศนิยม ใหท้ ำ�เศษสว่ นนั้น 2.1 แบบฝึกหัด 3.1
เป็นเศษสว่ นอย่างต�ำ่ ที่มีตัว 2.2 แบบประเมนิ ทกั ษะ
สว่ นเป็นตวั ประกอบของ และกระบวนการทาง
10 100 หรอื 1,000 แล้ว คณิตศาสตร์
นำ�จำ�นวนนบั มาคณู ทั้งตัว
เศษและตัวส่วน เพอื่ ให้ได้ 2. นักเรยี นชว่ ยกันเขยี นทศนยิ มในรปู เศษส่วน ดงั น้ี
1) 0.8 เขยี นเป็นเศษส่วนไดเ้ ทา่ ไร ( 180 )
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑ ชัน้ ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
หนว่ ยท่ี ๓ เรอื่ ง ทศนยิ ม และการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม 3. เกณฑ์
3.1 ผลงานมคี วามถูกต้อง
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู ู้สอน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ เศษสว่ นทม่ี ีตัวสว่ นเป็น 10 2) 0.25 เขียนเปน็ เศษสว่ นได้เทา่ ไร ( (11207050050) ) ไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ 80
100 หรอื 1,000 แลว้ เขียน 3) 0.075 เขยี นเป็นเศษส่วนได้เท่าไร
ในรปู ทศนิยม 1 ตำ�แหน่ง 2 3.2 คะแนนรวมดา้ น
ต�ำ แหน่ง หรือ 3 ตำ�แหนง่ ข้ันสอน ทักษะและกระบวนการ
ตามลำ�ดับ ทางคณิตศาสตร์ไมน่ อ้ ย
2. การเขียนทศนยิ มในรูป 3. ครูใชก้ ารถาม – ตอบ โดยครูเขียน 195 61205 และ 2106 บนกระดาน แล้วซกั ถามนักเรียน กว่ารอ้ ยละ 60
เศษส่วน ทศนยิ ม 1 ตำ�แหน่ง ดงั น้ี
2 ต�ำ แหน่ง หรอื 3 ตำ�แหน่ง น�ำ 3 -1ห) า1ร95ท195ง้ั เตปนัว็นกัเศเเศรษยีษนแสลจ่วะะนเตอขวั ยยี ส่าน่วงในตนไ่�ำ รดหูป)้ รทือศไนม่ยิ เมพไรดา้อะยเห่าตงไใุ รด((อยางั จไมมนีเ่ ปกั น็ เรเศยี ษนตส่วอนบอไดย้แา่ งลตะำ่�ตอเพบรไามะไ่ ดส้)ามารถ
มตี ัวส่วนเปน็ 10 100 หรอื ดจ-จ--2ะะัง ) 11นไไ99655 ดด1 6ัน้2 10้้250เเ5ขข1เยีีย9ป55335นเนข็น ใเีย==น==เปศนร ็นษ0ปูใ35 เ1น.สท53××9ศ65รว่22ศษูปนน หสทอยิ===ว่รมยศนือ่าไนอ35 ด1ง60ิย××ย00ห้ต0.ม220า่.6ร่�ำ600ไงอื ห0ดตไรมเ้่�ำ ทือ===ไ่หทยดา่ ร�ไำงั้อ531อืรไ6××ย0ด(0ย22(0่าอ้00อ0000ังงย.า.00)ไ66า่รจท0ง0มไ (�ำ0รนี ให1(กั 9ซ5=้เเง่ึรปีย5น็=0นเเ.ศตป61ษ9นอ0็ 5÷0สบต÷3ว่วั3ไดปนแ้รอ=ะลยกะา่ 53อตงบตอข)่ำ�บไอไดงม้อ่ไ1ยด0า่)้ ง1ไ0ร0(แนล�ำ ะ51ห,0า0ร0
1,000 ตามลำ�ดับ แลว้ เขียน ทงั้ ตวั เศษ และตวั สว่ น)
ในรปู เศษส่วนอยา่ งต�ำ่
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ด้านความรู้
เพ่ือใหน้ ักเรยี นสามารถ
1. เขียนเศษส่วนทตี่ ัวส่วนไม่
เปน็ ตวั ประกอบของ 10 100
หรือ 1,000 ในรูปทศนิยมไม่
เกิน 3 ต�ำ แหน่ง
11
12 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี ๑ ชั้น ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
กลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
หนว่ ยท่ี ๓ เรือ่ ง ทศนยิ ม และการบวก การลบ การคณู การหารทศนยิ ม
2. เขยี นทศนยิ มในรปู เศษสว่ น ครูเขยี นวิธีคดิ ตามทน่ี ักเรียนบอกบนกระดาน ดังนี้
ทีเ่ ปน็ เศษส่วนอย่างต�ำ่ จะ ได ้ 66 11220055 = 1611122201022×55÷065÷×80585 = 1225
ด้านทักษะและกระบวนการ =
ทางคณติ ศาสตร์ =
=
เพ่อื ใหน้ กั เรยี นสามารถ = 0.016
1. ให้เหตุผล ดงั 3-น) นั้ 1122606061 205เเขปยี็น=นเศใน0ษ.รส0ูปว่1ทน6ศอนย่าิยงมตไ�่ำดหเ้ ทรา่อื ไยรัง(อ(ยาังจ)มทนี ำ�ักใหเรเ้ียศนษตสอว่ บนไอดย้แ่าลงะตต่ำ�อไดบอ้ ไยมา่ไ่ ดงไ้)ร (น�ำ 4 หารทั้ง
2. ส่อื สาร และสือ่ ความ ตัวเศษ และตวั ส่วน)
หมายทางคณติ ศาสตร์
ครูเขียนวธิ คี ดิ ตามท่นี ักเรียนบอกบนกระดาน ดังนี้
จะได ้ 12120660 = 1141250254××0650÷÷225445 = 54
=
=
=
= 1.25
ดงั นนั้ 12 06 = 1.25
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ ๑ ชนั้ ป. ๖
เวลา ๑ ชั่วโมง
กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
หนว่ ยที่ ๓ เรอื่ ง ทศนยิ ม และการบวก การลบ การคูณ การหารทศนยิ ม 162
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู ู้สอน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ 4. ครูแบ่งนักเรยี นออกเปน็ กลุ่ม กลุม่ ละ 3-4 คน ให้แตล่ ะกล่มุ เขยี นเศษสว่ นในรปู ทศนยิ ม
โดยจับฉลากกลมุ่ ละ 1 ข้อ เม่ือทำ�เสรจ็ แลว้ ส่งตัวแทนเสนอผลงาน
1)ค ร16 แู2 ละนกั เร2ยี )น ช78่ว15 ยกันตรวจส3อ)บคว1า31ม625ถูกตอ้ ง ดังน้ี
1) ว ิธ16ที2�ำ
162 ==== 161212512××÷ 0÷5656
= 0.5
ตอบ ๐.๕
2) 7851
วิธีท�ำ 7851 = 7228112271550075÷×÷×084334
=
=
=
= 1.08
ตอบ ๑.๐๘
13
14 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๑ ชน้ั ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
หน่วยท่ี ๓ เรอ่ื ง ทศนยิ ม และการบวก การลบ การคณู การหารทศนยิ ม
3) 113265 131265 = 1111133024426220×555÷0×8÷989
=
วธิ ที �ำ =
=
= 0.032
ตอบ ๐.๐๓๒
5. ครูและนักเรยี นร่วมกนั อภปิ ราย การเขียนทศนยิ มในรปู เศษสว่ น ดังน้ี
- 0.124 เขียนในรปู เศษส่วนไดอ้ ย่างไร เพราะเหตุใด (0.124 = 1102040 เพราะทศนิยม
3 ตำ�แหน่งมตี วั ส่วนเปน็ 1,000)
ดจ- ะังนไ11ด0้นั 2 ้040 ทำ�1เ 1ป020็น040.เ÷1÷ศ424ษ4สว่ น==อ ย112่า0325ง0140ต0ำ่�ไ=ด้เ2ท35่า10ไร (น�ำ 4 หารทง้ั ตัวเศษและตัวส่วน
6. ครใู ห้นักเรียนทำ�แบบฝึกหดั 3.1 เป็นการบ้าน
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี ๑ ชั้น ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู ู้สอน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ หน่วยที่ ๓ เร่อื ง ทศนยิ ม และการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม
ขัน้ สรปุ
7. ครสู นทนาซกั ถามนักเรียนเกยี่ วกับการเขยี นเศษสว่ นในรปู ทศนยิ ม และการเขยี นทศนยิ มใน
รูปเศษสว่ น ดังน้ี
- การเขียนเศษสว่ นที่ตัวสว่ นไมเ่ ป็นตวั ประกอบของ 10 100 หรอื 1,000 ทำ�ไดอ้ ยา่ งไร
(เศษสว่ นทต่ี ัวส่วนไม่เปน็ ตวั ประกอบ 10 100 หรือ 1,000 ใหส้ งั เกตวา่ เศษสว่ นนั้นเป็นเศษส่วน
อยา่ งต�ำ่ หรอื ไม่ ถ้ายังไมเ่ ป็นเศษส่วนอยา่ งต่ำ� ให้ทำ�เปน็ เศษสว่ นอยา่ งตำ่� แล้วท�ำ เศษส่วน
ให้ตัวส่วนเปน็ ตวั ประกอบของ 10 100 หรอื 1,000 โดยหาจำ�นวนนับมาคณู ทั้งตัวเศษและ
ตวั สว่ น ที่มตี วั ส่วนเปน็ 10 100 หรือ 1,000 แลว้ เขียนในรูปทศนิยม 1 ต�ำ แหน่ง 2 ต�ำ แหน่ง
หรือ 3 ตำ�แหนง่ ตามล�ำ ดบั )
- การเขียนทศนยิ มในรปู เศษส่วนทำ�ได้อย่างไร
(ทศนยิ ม 1 ต�ำ แหนง่ 2 ต�ำ แหนง่ หรอื 3 ต�ำ แหนง่ มตี วั สว่ นเปน็ 10 100 หรอื 1,000 ตามล�ำ ดบั
แล้วหาจำ�นวนนับมาหารทงั้ ตวั เศษและตัวส่วน เพ่ือใหไ้ ดเ้ ศษสว่ นทีเ่ ป็นเศษสว่ นอย่างต�ำ่ )
15
16 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ ๒
แนวการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ทบทวนการเขียนจ�ำ นวนคละทเี่ ศษส่วนแท้มตี ัวสว่ นเป็น
ขน้ั น�ำ ตวั ประกอบของ 10 100 หรือ 1,000 ในรูปทศนยิ ม
และการเขียนทศนยิ ม 1 ต�ำ แหน่ง 2 ตำ�แหนง่ หรอื 3 ต�ำ แหน่ง ในรปู เศษสว่ น
ข้นั สอน เขียนจ�ำ นวนคละทเี่ ศษส่วนแทม้ ีตัวสว่ นไมเ่ ป็นตัวประกอบของ 10 100 หรอื 1,000
ขั้นสรปุ ในรปู ทศนิยมและการเขยี นทศนยิ มไม่เกนิ 3 ต�ำ แหน่ง ในรปู จำ�นวนคละ
การวัดและประเมนิ ผล ท�ำ แบบฝึกหดั 3.2
ครใู ชก้ ารถามตอบจนนักเรียนรว่ มกนั สรปุ การเขียนจำ�นวนคละที่ตัวส่วน
ไม่เปน็ ตัวประกอบของ 10 100 หรือ 1,000
ในรูปทศนิยม และการเขียนทศนยิ มไมเ่ กิน 3 ต�ำ แหน่ง ในรูปจำ�นวนคละ
- ประเมินจากการตอบคำ�ถาม และการท�ำ แบบฝกึ หัด
- ประเมนิ ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ ดา้ นการให้เหตผุ ล และการสื่อสารและสือ่ ความ
หมายทางคณติ ศาสตร์
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๒ ช้ัน ป. ๖
เวลา ๑ ชว่ั โมง
กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ สอื่ /แหลง่ เรียนรู้
หน่วยท่ี ๓ เรอื่ ง ทศนยิ ม และการบวก การลบ การคณู การหารทศนยิ ม
แบบฝกึ หัด 3.2
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู ู้สอน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ ขอบเขตเนอื้ หา กจิ กรรมการเรียนรู้
ขนั้ นำ� การประเมิน
การเขยี นจำ�นวนคละใน 1. ทบทวนการเขยี นจ�ำ นวนคละทเ่ี ศษสว่ นแทม้ ตี วั สว่ นเปน็ ตวั ประกอบของ 10 100 หรอื 1,000
รปู ทศนิยมท่เี ศษสว่ นแท้ โดยใช้การซักถามนักเรียน 1. วธิ กี าร
สามารถทำ�ใหเ้ ป็นเศษส่วน ครเู ขยี น 721 บนกระดาน แลว้ ถามนักเรยี นวา่ 721 มวี ิธีการเขยี นในรปู ทศนยิ มไดอ้ ยา่ งไร 1.1 สงั เกตพฤติกรรมการ
อยา่ งต่ำ�และเศษสว่ นอยา่ งต�ำ่ ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายไดข้ ้อสรุปดงั น้ี เรยี นรู้
น้นั มีตัวสว่ นเป็นตัวประกอบ วธิ ีท่ี 1 เขียนจ�ำ นวนคละในรปู เศษเกนิ 1.2 ตรวจผลงานจาก
ของ 10 100 หรอื 1,000 - เขยี นในรปู เศษเกินไดอ้ ยา่ งไร 7 12 = 22(712×522+)×122 + 22 + 22 + 22 + 22 + 22 + 12 แบบฝกึ หัด
และการเขยี นทศนยิ มในรูป = 2. เครอื่ งมือ
เศษส่วน =
จากนัน้ ครถู ามนักเรียนว่า เขยี นในรปู ทศนยิ มได้อย่างไร นักเรียนแสดงวธิ ีคิดได้อยา่ งไร 2.1 แบบฝึกหดั 3.2
สาระส�ำ คญั (ได โ้ ดนยเำ�ขคด5ยี ังรนนูถคจา้ันณู �ำมนทนว้ังกั ตนเรวัค7ียเลศนะ12ษตใแนอ่ =ลรไปะปู 7ตว.5จ่าวั �ำส7น่ว12วนนเไขนดยี บั ้ นดบใงั วนนกรี้ กปู ับทเศศ12นษ5ิยส=ม่วดน้ว1)25ยค××ว5ร5ธิ แู อี ลน่ื =ะไนด17กั อ้ 50เีกรห=ียนรอืช7ไ่ว.5มย่ กทนั ำ�เไขดยี อ้ นย่า7ง12ไร 2.2 แบบประเมินทักษะ
เป็นทศนิยมในรปู จำ�นวนนับบวกกับเศษสว่ น ได้ดังนี้ และกระบวนการทาง
1. การเขยี นจำ�นวนคละ คณิตศาสตร์
ในรูปทศนิยม อาจเขียน
17 จำ�นวนคละในรปู เศษเกนิ
ก่อน ทำ�เศษเกนิ นนั้ ให้ตัว
สว่ นเป็นตัวประกอบของ
10 100 หรือ 1,000 แลว้ จงึ
เขียนเศษส่วนในรปู ทศนยิ ม
1 ตำ�แหน่ง 2 ตำ�แหน่ง หรอื
18 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒ ช้ัน ป. ๖
เวลา ๑ ชว่ั โมง
กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
หนว่ ยท่ี ๓ เร่ือง ทศนยิ ม และการบวก การลบ การคณู การหารทศนิยม
3 ตำ�แหนง่ หรืออาจเขียน วธิ ีที่ 2 เขยี นจ�ำ นวนคละในรปู จ�ำ นวนนับบวกกบั เศษสว่ น 3. เกณฑ์
จ�ำ นวนคละในรูปผลบวกของ 7 21 = 7 + 121152xx055 3.1 ผลงานมคี วามถกู ต้อง
จ�ำ นวนนับกับเศษส่วน = 7 + ไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 80
ทำ�เศษสว่ นใหต้ ัวส่วนเป็น = 7 +
ตวั ประกอบของ 10 100 = 7 + 0.5 3.2 คะแนนรวมด้าน
หรอื 1,000 แลว้ จงึ เขยี น = 7.5 ทกั ษะและกระบวนการ
เศษสว่ นในรูปทศนิยม ดงั น้ัน 7 21 = 7.5 ทางคณิตศาสตร์ไมน่ อ้ ย
1 ต�ำ แหนง่ 2 ตำ�แหนง่ หรอื กว่ารอ้ ยละ 60
3 ต�ำ แหน่ง โดยนำ�ไปบวก
กบั จ�ำ นวนนบั ขนั้ สอน
2. การเขยี นทศนยิ มในรูป
เศษส่วน ซ่งึ ทศนยิ ม 2. ครใู ช้การถาม-ตอบ การเขยี นจำ�นวนคละในรูปทศนยิ ม ดังน้ี
1 ตำ�แหนง่ 2 ตำ�แหน่ง หรือ 1) ครูเขียน 21345 บนกระดาน แลว้ ถามนักเรียนว่าเขยี นในรูปทศนยิ มได้อยา่ งไร และมวี ิธีการ
3 ตำ�แหน่ง มีตัวส่วนเปน็ 10 อยา่ งไรบ้าง
100 หรือ 1,000 ตามล�ำ ดับ (- เขยี นจำ�นวนคละในรปู เศษเกินแล้วท�ำ เศษเกนิ ให้มตี ัวส่วนเป็น 10 100 หรอื 1,000
แลว้ เขยี นเศษส่วนที่ไดใ้ นรปู - เขยี นจ�ำ นวนคละในรปู จ�ำ นวนนบั บวกเศษสว่ น แลว้ ท�ำ เศษสว่ นใหม้ ตี วั สว่ นเปน็ 10 100 หรอื
เศษสว่ นอยา่ งต�ำ่ ถา้ เศษท่ไี ด้ 1,000)
เปน็ เศษเกนิ ให้ท�ำ เศษส่วน จากนั้นครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั อภปิ ราย และเขียนตามที่นกั เรยี นบอก ดงั นี้
อย่างต�ำ่ นน้ั เปน็ จำ�นวนคละ
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒ ชั้น ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
กลมุ่ สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์
หน่วยท่ี ๓ เรื่อง ทศนิยม และการบวก การลบ การคณู การหารทศนิยม
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู ู้สอน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ หรอื เขยี นทศนิยมในรปู การ วิธีที่ 1 เขยี นจ�ำ นวนคละในรปู เศษเกนิ
กระจายก่อนแล้วเขยี นเปน็ 2 13 45 ====== 113821(8355220454254×××÷÷232 377 55)+14 หรอื 2 3154 = 2(11252152522××40×5522)+2
จำ�นวนนับบวกเศษสว่ น = 2.4
หากเศษสว่ นน้นั ท�ำ ใหเ้ ป็น =
เศษสว่ นอยา่ งต่ำ�ไดใ้ หท้ �ำ =
เศษสว่ นเปน็ เศษสว่ นอย่าง =
ต�ำ่ = 2.4 =
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ดงั น้ัน 2 1354 = 2.4 ดังนั้น 21354 = 2.4
ด้านความรู้ วิธีท่ี 2 เขียนจำ�นวนคละในรปู จ�ำ นวนนับบวกกับเศษส่วน
เพอ่ื ใหน้ กั เรียนสามารถ 2 1354 = 2222++++31521542540××22
=
1. เขยี นจำ�นวนคละทต่ี วั =
สว่ นไม่เป็นตัวประกอบของ =
10 100 หรือ 1000 ในรูป = 2 + 0.4
ทศนิยม = 2.
2. เขียนทศนยิ มไมเ่ กิน 3 ดงั นัน้ 2 3154 = 2.4
ตำ�แหน่ง ในรปู จ�ำ นวนคละ
19
20 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๒ ชั้น ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
หน่วยที่ ๓ เร่อื ง ทศนิยม และการบวก การลบ การคูณ การหารทศนยิ ม
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ 3. ครูแบง่ นักเรยี นออกเป็นกลุม่ กลมุ่ ละ 3 - 4 คน ให้นักเรยี นแต่ละกล่มุ จบั ฉลากกลุม่ ละ 1 ขอ้
ทางคณิตศาสตร์ โดยเขยี นจำ�นวนคละท่ตี วั ส่วนไมเ่ ปน็ ตัวประกอบของ 10 100 หรือ 1,000 ในรปู ทศนยิ ม ลงใน
กระดาษทคี่ รูแจก
เพอ่ื ให้นักเรยี นสามารถ 1) 3 1 5162 2) 4 38 2 3) 5 3975 4) 10 1106
1. ให้เหตผุ ล เม่ือแต่ละกลุม่ เขยี นจ�ำ นวนคละในรูปทศนยิ มเสรจ็ แลว้ ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ติดกระดาษผลงาน
2. สื่อสาร และสือ่ ความ บนกระดาน ครซู กั ถาม แล้วรว่ มกนั อภิปราย ดังน้ี
หมายทางคณติ ศาสตร์ 1) 3 151362 15162
วธิ ที �ำ
===== 313 7272(05213xx ×55 22)+1 หรอื ว ธิ ีท�ำ 3 15162 = 333+++121215xx055
= 3 + 0.5
= 3.5
=
= 3.5 ตอบ ๓.๕ =
ตอบ ๓.๕
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒ ชั้น ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
กลุม่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
หนว่ ยท่ี ๓ เรอ่ื ง ทศนยิ ม และการบวก การลบ การคณู การหารทศนิยม
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู ู้สอน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ 2) 4 382 43 82 ====== (4144414120×7 .4×2750×444125 ) 2+5 5 1 หรือ วต ธิอีทบำ� 4 382 = 4+ 411241××0522055
วธิ ที �ำ ๔.๒๕ = 4+
= 4+
= 4+0.25
= 4.25
ตอบ ๔.๒๕
3) วิธ5ีท�ำ37955 3795 ====== (555×61615122 .1122100085228523202 ××55 5044)88 + 3 หรือ วต ิธอที บ�ำ ๕5.๐ 3๒795๔ = 5+ 3117932025×504×808
= 5+
= 5+
= 5+0.024
= 5.024
ตอบ ๕.๐๒๔
21
22 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี ๒ ชัน้ ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
หนว่ ยท่ี ๓ เร่อื ง ทศนยิ ม และการบวก การลบ การคณู การหารทศนยิ ม
4) 10 111600 1160 ===== (1188100518×08 ××0585681 081220)25+5 55 หรอื ว ิธีท�ำ 10 1106 = 10 + 5815860××2011502255
วธิ ีท�ำ = 10 +
= 10 +
= 10 + 0.625
= 10.625
= 10.625 ตอบ ๑๐.๖๒๕
ตอบ ๑๐.๖๒๕
4. ครูและนักเรยี นร่วมกันอภปิ ราย และแสดงวธิ ีการเขยี นทศนยิ มในรปู จำ�นวนคละ ดังนี้
1) 2.85 เขยี นในรปู เศษสว่ น ไดอ้ ยา่ งไร นกั เรยี นชว่ ยกนั เขยี น 2.85 ในรปู เศษสว่ นอยา่ งงา่ ยได้ ดงั น้ี
2.85 = 12522222122180007008 ++05122150+ 1077021÷÷22+705500 12+702107
=
=
=
=
=
=
ดังน้นั 2.85 =
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๒ ชน้ั ป. ๖
เวลา ๑ ชว่ั โมง
กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
หนว่ ยที่ ๓ เรอ่ื ง ทศนยิ ม และการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู ู้สอน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ -- คดห11ังร ร09นูเือ50ข้นั ีย เนข ีย1น22.9..เ88ป555น็ ค จรำ�ูถน====าวมนนคัก2222ลเ++ระ2121ยี17070ไ8120ดน5070อ้วย่าจา่ ะงไเรขีย(น1ใ1น1890ร0550ปู0=เศ) ษ21แ70ลสะ่วในนไรดูปอ้ อยยา่ งา่ ไงรง่า(ย11ไ09ด50อ้ )ย่างไร
( 1 1290 ) 19050 = 1209
- 1.95 เขียนในรปู อย่างง่ายได้อยา่ งไร ( 1 2190 )
ดงั นัน้ 1.95 = 1 2109
- นักเรียนมวี ิธีการเขียน 1.95 ในรปู เศษส่วนวิธีอน่ื หรอื ไม่ จากนนั้ ครูและนกั เรียนชว่ ยกนั
เขยี นในรูปเศษส่วน ไดด้ งั นี้
1.95 = 1+0.95
= 1 21111 09++2109192109050
= 19050 = 1209
=
ดงั นั้น 1.95 =
23
24 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒ ชั้น ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
หน่วยที่ ๓ เรอื่ ง ทศนิยม และการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม
จากนน้ั ครใู ห้นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ ชว่ ยกันเขยี น 3.036 ในรปู จำ�นวนเฉพาะ ครูตรวจสอบความถูก
ตอ้ ง ดงั นี้
3.036 = 31000306 = 3332++59 12003956000
=
=
ตอบ 3 2950
หรอื 3.036 = 3 + 0.036
= 33 +2951 030600
=
3 2950
ตอบ
5. ครูให้นักเรียนทำ�แบบฝึกหดั 3.2 เป็นการบ้าน
ข้ันสรุป
6. ครูให้นกั เรียนรว่ มกันตอบคำ�ถามเก่ียวกับการเขยี นจำ�นวนคละทต่ี ัวสว่ นไมเ่ ปน็ ตวั ประกอบ
ของ 10 100 หรอื 1,000 ในรูปทศนิยม และการเขียนทศนิยมในรูปจำ�นวนคละ ได้ข้อสรปุ ดงั น้ี
- การเขียนจำ�นวนคละทเ่ี ศษส่วนไม่เปน็ ตวั ประกอบของ 10 100 หรือ 1,000 ในรูปทศนยิ ม
ท�ำ ได้อยา่ งไร
(การเขียนจำ�นวนคละทตี่ ัวสว่ นไม่เปน็ ตัวประกอบของ 10 100 หรือ 1,000 ทำ�ได้โดยเขยี น
จ�ำ นวนคละในรูปเศษส่วนกอ่ น แล้วท�ำ ตวั ส่วนใหเ้ ปน็ ตัวประกอบของ 10 100 หรือ 1,000 จาก
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒ ชั้น ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู ู้สอน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ หนว่ ยที่ ๓ เรอ่ื ง ทศนยิ ม และการบวก การลบ การคณู การหารทศนยิ ม
นนั้ จงึ เขียนเศษสว่ นในรูปทศนิยม 1 ต�ำ แหนง่ 2 ต�ำ แหน่ง หรอื 3 ตำ�แหนง่ ตามลำ�ดับ หรอื อาจ
เขยี นจำ�นวนคละในรปู ผลบวกของจ�ำ นวนนบั กับเศษส่วน โดยท�ำ ตัวสว่ นให้เป็นตวั ประกอบของ
10 100 หรอื 1,000 แล้วจงึ เขยี นเศษสว่ นในรปู ทศนิยม 1 ต�ำ แหน่ง 2 ต�ำ แหนง่ หรือ 3 ต�ำ แหนง่
แลว้ น�ำ ไปบวกกบั จำ�นวนนับ)
- การเขยี นทศนยิ มไม่เกิน 3 ตำ�แหนง่ ในรปู จ�ำ นวนคละอย่างไร
(การเขียนทศนยิ มในรูปเศษส่วน ทศนิยม 1 ตำ�แหนง่ 2 ต�ำ แหนง่ หรือ 3 ต�ำ แหน่ง มีตัวสว่ น
เปน็ 10 100 หรอื 1,000 ตามลำ�ดับ แล้วเขยี นเศษสว่ นท่ีไดใ้ นรูปเศษส่วนอยา่ งตำ่� จากนน้ั ท�ำ
เศษสว่ นอย่างตำ�่ ให้เปน็ จ�ำ นวนคละ หรอื เขยี นในรูปการกระจายทศนิยมก่อนแลว้ เขียนจ�ำ นวนนับ
บวกเศษส่วน แล้วท�ำ เศษสว่ นเปน็ เศษส่วนอย่างต�่ำ )
25
26 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี ๓
แนวการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั น�ำ ทบทวนการหารเศษสว่ น
ข้ันสอน หารทศนยิ มหรอื จำ�นวนนับดว้ ยทศนยิ ม 1 ตำ�แหนง่ 2 ต�ำ แหนง่ หรือ 3 ต�ำ แหนง่
ข้นั สรุป โดยใชค้ วามสมั พนั ธข์ องทศนยิ มกบั เศษส่วน
การวัดและประเมินผล ทำ�แบบฝกึ หัด 3.3
ครูใชก้ ารถามตอบจนนกั เรยี นร่วมกนั สรปุ เก่ยี วกบั
การหารทศนยิ มหรอื จ�ำ นวนนบั ดว้ ยทศนยิ ม 1 ตำ�แหนง่ 2 ตำ�แหนง่ หรือ 3 ต�ำ แหนง่
- ประเมนิ จากการตอบคำ�ถาม และการท�ำ แบบฝึกหดั
- ประเมินทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ดา้ นการใหเ้ หตผุ ล และการสือ่ สารและสื่อความ
หมายทางคณติ ศาสตร์
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๓ ช้ัน ป. ๖
เวลา ๑ ช่วั โมง
กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ สื่อ/แหล่งเรียนรู้
หนว่ ยที่ ๓ เรอ่ื ง ทศนยิ ม และการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม
แบบฝกึ หดั 3.3
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู ู้สอน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ ขอบเขตเนือ้ หา กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั น�ำ การประเมิน
การหารทศนยิ มหรือ 1. ทบทวนการหาผลหารของเศษสว่ นด้วยเศษสว่ น โดยการซกั ถามนกั เรยี น ดงั นี้
จ�ำ นวนนบั ดว้ ยทศนิยม 180 ÷ 120 = 1. วธิ กี าร
1 ตำ�แหนง่ 2 ต�ำ แหน่ง นกั เรยี นหาผลหารของ ÷ 120 ไดอ้ ย่างไร ใชค้ วามสัมพนั ธข์ องการคูณการหารได้หรือไม่ (ได้) 1.1 สังเกตพฤตกิ รรม
หรือ 3 ตำ�แหนง่ โดยใช้ 180
ความสมั พนั ธข์ องทศนยิ มกบั ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันอภปิ ราย แลว้ แสดงการหาผลหาร การเรยี นรู้
เศษสว่ น จดแแ�ำสลัง นนะด วนั้เงนนว ่ือ า่ใ ดงจค า111ูณ888ก000ก÷÷=บั 1 80112210020×= ×=1=20118 2004(=1840 1.2 ตรวจผลงานจาก
เพราะ 4 × 120 = 180 ) แบบฝกึ หดั
สาระส�ำ คัญ 4 ส่วนกลับของ
× 120 120 2. เครือ่ งมือ
การหารทศนยิ มหรอื
จ�ำ นวนนบั ดว้ ยทศนยิ ม =4 2.1 แบบฝึกหัด 3.3
1 ต�ำ แหนง่ 2 ตำ�แหน่ง หรือ จากน้นั นักเรียนช่วยกันสรปุ การหารเศษส่วนหาผลหารโดยนำ�สว่ นกลบั ของตัวหารคณู กบั ตัวตั้ง 2.2 แบบประเมนิ ทักษะ
3 ตำ�แหนง่ อาจทำ�ไดโ้ ดย ขน้ั สอน และกระบวนการทาง
เขยี นทศนิยมในรูปเศษสว่ น 2. ครเู ขียนโจทยก์ ารหารทศนิยม 1.2 ÷ 0.4 ใหน้ ักเรียนหาผลหาร โดยใชค้ วามสัมพนั ธ์ของ คณติ ศาสตร์
แลว้ หาผลหาร จากนั้นเขยี น
ผลหารในรปู ทศนยิ ม ทศนิยมกบั เศษสว่ น พร้อมทง้ั ตรวจสอบค�ำ ตอบ โดยครซู ักถามนกั เรยี น ดังน้ี
- 1.2 ÷ 0.4 เขียนในรูปการหารเศษสว่ นไดอ้ ยา่ งไร (11×20140÷)140)
-- 11110220 ÷ เขยี นในรูปการคณู เศษส่วนไดอ้ ย่างไร ( 1120
27 × 114400 เทา่ กับเทา่ ไร ( 3 )
28 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ ชัน้ ป. ๖
เวลา ๑ ช่ัวโมง
กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ 3. เกณฑ์
หนว่ ยท่ี ๓ เรื่อง ทศนยิ ม และการบวก การลบ การคณู การหารทศนิยม
3.1 ผลงานมีความถูกตอ้ ง
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ดงั นั้น 1.2 ÷ 0.4 = 3 ไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ 80
- นักเรียนตรวจสอบคำ�ตอบไดอ้ ยา่ งไร (นำ�ผลหารคูณกบั ตวั หาร เท่ากบั ตวั ตงั้ จะได้ 3.2 คะแนนรวมดา้ น
ด้านความรู้ 3 × 0.4 = 1.2 ) ทกั ษะและกระบวนการ
เพอ่ื ใหน้ กั เรียนสามารถ 3. ครูเขยี นโจทย์การหารทศนยิ ม 3.08 ÷ 0.7 ให้นกั เรยี นหาผลหาร โดยใช้ความสมั พันธ์ของ ทางคณิตศาสตร์ไมน่ อ้ ย
ทศนิยมกับเศษสว่ น พร้อมทง้ั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง โดยการถาม-ตอบ ดังน้ี กวา่ รอ้ ยละ 60
หาผลหารทศนยิ มหรอื - 3.08 ÷ 0.7 เขียนในรูปการหารเศษสว่ นได้อย่างไร ( 133100000808×÷ 117700 )
จำ�นวนนบั ดว้ ยทศนิยม - ด131341งั000004น8008ัน้×÷เข11377ยี00.0น8เเเปขท÷็นียา่ นทก0ใับศ.7นนเ=รทยิ ูปา่ 4มกไ.ไร4าดร้เคท(ูณ่า41ไเ40รศษ()4ส.่ว4น)ได้อยา่ งไร ( )
1 ตำ�แหน่ง 2 ต�ำ แหนง่ หรอื -
3 ต�ำ แหน่ง โดยใช้ความ -
สมั พนั ธ์ของทศนยิ มกบั
เศษสว่ น - นักเรยี นตรวจสอบคำ�ตอบ ดังนี้ (4.4 × 0.7 = 3.08)
ด้านทกั ษะและกระบวนการ 4. ครเู ขยี นโจทย์การหารทศนิยม 5 ÷ 0.125 ใหน้ ักเรียนหาผลหาร โดยใช้ความสัมพันธข์ อง
ทางคณติ ศาสตร์ ทศนยิ มกบั เศษส่วน พรอ้ มทงั้ ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง โดยการถาม-ตอบ ดังน้ี
- 55ดงั ÷÷น้นั 011.012055205÷เข0เขยี.1ยีน2นใ5นในร=รปู ูป4ก0กา ารรคหูณาเรศเษศสษ่วสน่วไนดไอ้ดย้อ่ายงา่ ไงรไรแล(5ะเ÷ท1า่10ก20บั50เท) ่าไร
เพื่อให้นักเรยี นสามารถ - ( 5 × 1102050 = 40 )
1. ใหเ้ หตุผล
2. สื่อสาร และส่อื ความ - นกั เรียนช่วยกันตรวจสอบค�ำ ตอบ
หมายทางคณิตศาสตร์
40 × 0.125 = 5.000
ดงั น้นั 5 ÷ 0.125 = 40 เปน็ ค�ำ ตอบทีถ่ ูกต้อง
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี ๓ ชั้น ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
หน่วยที่ ๓ เร่อื ง ทศนยิ ม และการบวก การลบ การคูณ การหารทศนยิ ม
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู ู้สอน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ 5. ครูแบง่ นกั เรียนออกเปน็ กล่มุ กลุม่ ละ 3 - 4 คน ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ แสดงวธิ ีหาผลหาร โดยใชค้ วาม
สัมพันธข์ องทศนยิ มกบั เศษสว่ น โดยการจบั ฉลากกลมุ่ ละ 2 ขอ้ เม่อื นักเรยี นท�ำ เสร็จแล้ว ให้สง่ ตวั
แทนน�ำ เสนอผลงาน ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง ดงั นี้ (นกั เรียนตรวจสอบโดย
ใชเ้ ครือ่ งคิดเลข)
1) 2.04 ÷ 0.3
2) 8.154 ÷ 0.02
3) 12 ÷ 0.012
4) 4.32 ÷ 0.24
1) 2.04 ÷ 0.3 2) 8.154 ÷ 0.02
วิธีท�ำ 2.04 ÷ 0.3 = 1212160000084040÷× 113300 วธิ ีท�ำ 8.154 ÷ 0.02 = 8811411001005507040407÷×11022000
= =
= =
= 6.8 = 407.7
6.8 x 0.3 = 2.04 407.7 x 0.02 = 8.154
หรอื 2.04 ÷ 0.3 = 6.8 หรือ 8.154 ÷ 0.02 = 407.7
ดงั นั้น 2.04 ÷ 0.3 = 6.8 ดงั นัน้ 8.154 ÷ 0.02 = 407.7
ตอบ ๖.๘ ตอบ ๔๐๗.๗
29
30 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๓ ชน้ั ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
หน่วยท่ี ๓ เรอ่ื ง ทศนิยม และการบวก การลบ การคณู การหารทศนยิ ม
3) 12 ÷ 0.012 4) 4.32 ÷ 0.24 411430030220 1122004400
วธิ ีทำ� 12 ÷ 0.012 = 12 ÷ 111100020200 วธิ ที ำ� 4.32 ÷ 0.24 = ÷
= 12 × = ×
= 1,000 = 18
1000 x 0.012 = 12 18 x 0.24 = 4.32
หรือ 12 ÷ 0.012 = 1000 หรือ 4.32 ÷ 0.24 = 18
ดงั น้ัน 12 ÷ 0.012 = 1,000 ดังน้ัน 4.32 ÷ 0.24 = 18
ตอบ ๑,๐๐๐ ตอบ ๑๘
6. ครูใหน้ กั เรียนทำ�แบบฝึกหดั 3.3 เปน็ การบา้ น
ขน้ั สรุป
7. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันอภปิ ราย การหารทศนยิ มหรอื จำ�นวนนบั ดว้ ยทศนยิ ม 1 ต�ำ แหนง่ 2
ต�ำ แหนง่ หรือ 3 ต�ำ แหน่ง โดยใช้ความสัมพันธข์ องทศนยิ มกับเศษสว่ น จนได้ขอ้ สรปุ ว่า
การหารทศนยิ มหรือจำ�นวนนับด้วยทศนยิ ม หาผลหารโดยเขียนทศนิยมในรปู เศษสว่ น แลว้
เขียนการหารเศษส่วนในรปู การคูณเศษส่วนโดยน�ำ สว่ นกลับของตัวหารคณู กับตวั ต้งั แล้วจงึ หาคำ�
ตอบ
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู ู้สอน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๔
แนวการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั น�ำ ทบทวนทศนยิ มที่เท่ากัน และการหาผลหารทศนิยมดว้ ยจ�ำ นวนนับ
โดยใชค้ วามสมั พนั ธ์ของทศนิยมกบั เศษส่วน
ขนั้ สอน หาผลหารทศนิยมด้วยจ�ำ นวนนบั ผลหารเปน็ ทศนยิ มไม่เกิน 3 ตำ�แหนง่ ด้วยวิธีการต้งั หาร
ท�ำ แบบฝกึ หดั 3.4
ขั้นสรปุ ครูใช้การถามตอบจนนกั เรยี นร่วมกนั สรุป
การหาผลหารทศนิยมด้วยจ�ำ นวนนบั ผลหารเป็นทศนยิ มไมเ่ กนิ 3 ตำ�แหน่ง ดว้ ยวิธกี ารต้ังหาร
การวัดและประเมนิ ผล - ประเมนิ จากการตอบค�ำ ถาม และการท�ำ แบบฝกึ หัด
- ประเมินทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตรด์ ้านการให้เหตุผล และการสื่อสารและสือ่ ความ
หมายทางคณิตศาสตร์
31
32 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๔ ชน้ั ป. ๖
เวลา ๑ ชวั่ โมง
กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ส่ือ/แหลง่ เรียนรู้
หนว่ ยที่ ๓ เรือ่ ง ทศนยิ ม และการบวก การลบ การคูณ การหารทศนยิ ม
แบบฝกึ หดั 3.4
ขอบเขตเนอ้ื หา กิจกรรมการเรยี นรู้
การประเมิน
การหารทศนยิ มดว้ ยจ�ำ นวน ขน้ั น�ำ
นบั ผลหารเปน็ ทศนยิ มไมเ่ กนิ 1. วธิ กี าร
3 ต�ำ แหนง่ ดว้ ยวธิ กี ารตง้ั หาร 1. ทบทวนทศนิยมท่ีเทา่ กัน โดยใหน้ ักเรยี นพิจารณาภาพแสดง จำ�นวนนบั เท่ากับทศนิยม 1 1.1 สังเกตพฤติกรรมการ
ตำ�แหนง่ และ 2 ต�ำ แหน่ง ดังนี้ เรียนรู้
สาระส�ำ คญั 1.2 ตรวจผลงานจากแบบ
ภาพแสดง จ�ำ นวนนับเท่ากบั ทศนิยม 1 ตำ�แหน่ง ฝกึ หดั 3.4
การหารทศนยิ มดว้ ยจ�ำ นวน 1 1.0 2. เครอ่ื งมอื
นบั ผลหารเปน็ ทศนยิ มไมเ่ กนิ ครซู ักถามนกั เรยี นวา่ จากภาพ 1 เทา่ กับ 1.0 หรือไม่ เพราะเหตุใด (เทา่ กนั เพราะ สงิ่ ของ 2.1 แบบฝกึ หัด 3.4
3 ต�ำ แหนง่ อาจใชห้ ลกั การ ทง้ั หมดแบ่งเป็น 10 สว่ นเท่า ๆ กันแล้วตอ้ งการ 10 สว่ น ซึง่ เทา่ กับ 1) 2.2 แบบประเมินทกั ษะ
เดยี วกบั การหารจ�ำ นวนนบั จากน้นั ครใู ห้นักเรียนพจิ ารณาภาพแสดง จำ�นวนนับเทา่ กบั ทศนิยม 2 ต�ำ แหน่ง และกระบวนการทาง
ดว้ ยจ�ำ นวนนบั โดยเขยี น คณติ ศาสตร์
จดุ ทศนยิ มของผลหารใหต้ รง
กบั จดุ ทศนยิ มของตวั ตง้ั
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ดา้ นความรู้
เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นสามารถ
หาผลหารทศนยิ มดว้ ยจ�ำ นวน
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๔ ชนั้ ป. ๖
เวลา ๑ ชว่ั โมง
กล่มุ สาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ 3. เกณฑ์
หนว่ ยที่ ๓ เร่อื ง ทศนยิ ม และการบวก การลบ การคณู การหารทศนยิ ม
3.1 ผลงานมคี วามถูกตอ้ ง
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู ู้สอน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ นบั ผลหารเปน็ ทศนยิ มไมเ่ กนิ ภาพแสดง จำ�นวนนับเทา่ กับทศนยิ ม 2 ตำ�แหนง่ ไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ 80
3ต�ำ แหนง่ ดว้ ยวธิ กี ารตง้ั หาร 3.2 คะแนนรวมด้าน
ทกั ษะและกระบวนการ
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ ทางคณิตศาสตรไ์ ม่นอ้ ย
ทางคณติ ศาสตร์ กว่ารอ้ ยละ 60
เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นสามารถ 1 1.00
1. ใหเ้ หตผุ ล ครซู กั ถามนกั เรยี นวา่ จากภาพ 1 เท่ากับ 1.00 หรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด (เท่ากนั เพราะ สง่ิ ของ
2. สอ่ื สาร และสอ่ื ความหมาย ท้ังหมดแบ่งเปน็ 100 สว่ นเทา่ ๆ กันแลว้ ตอ้ งการ 100 ส่วน ซ่ึงเท่ากบั 1)
ทางคณติ ศาสตร์ ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรปุ จากภาพ 1 = 1.0 = 1.00
ครถู ามนกั เรียนต่อไปว่าถา้ ต้องการทำ�จำ�นวนนบั 1 ให้เป็นทศนิยม 3 ต�ำ แหน่ง จะทำ�อยา่ งไร
(โดยใส่จดุ ทศนยิ ม หลงั 1 แลว้ เตมิ 0 3 ตวั จะได้ 1 = 1.000)
ดงั นน้ั 1 = 1.0 = 1.00 = 1.000
จากนน้ั ให้นักเรยี น เขียน 0.3 เป็นทศนยิ ม 2 ตำ�แหนง่ และ 3 ตำ�แหน่ง
จะได้ 0.3 = 0.30 = 0.300
2. ทบทวนการหาผลหารทศนิยมด้วยจำ�นวนนับ โดยใช้ความสัมพันธข์ องทศนิยมกับเศษส่วน
ดว้ ยการซกั ถามนักเรยี น
33
34 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๔ ช้นั ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
หนว่ ยที่ ๓ เรื่อง ทศนิยม และการบวก การลบ การคณู การหารทศนิยม
ครูเขยี น 1.281 ÷ 7 บนกระดาน แลว้ ซกั ถามนักเรียนดงั น้ี
- 1.281 ÷ 7 เขียนในรปู การหารเศษส่วนได้อย่างไร (1111020280801010 ÷7 )
- 1111022088001010 ÷
- x 7 เขียนในรูปการคณู เศษสว่ นไดอ้ ย่างไร ( x 17 )
เท่ากับเทา่ ไร ( 1108030 = 0.183 )
71
- ตรวจสอบ โดยใช้ความสมั พนั ธ์ระหว่างการคูณกับการหาร จะได้
ผลหาร × ตวั หาร = ตวั ต้งั
0.183 x 7 = 1.281
ดังนัน้ 1.281 ÷ 7 = 0.183
ข้ันสอน
3. ครูและ นักเรียนช่วยกนั หาผลหาร 1.281 ÷ 7 ด้วยวิธตี ง้ั หาร ดังนี้
0.183
7 ) 1.281 7 × 0.1
0.7 7 × 0.08
7 × 0.003
0.58
0.56
0.021
0.021
0
ตรวจสอบ 0.183 x 7 = 1.281
หรอื 1.281 ÷ 7 = 0.183
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี ๔ ชนั้ ป. ๖
เวลา ๑ ชว่ั โมง
กลุม่ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์
หนว่ ยที่ ๓ เร่อื ง ทศนยิ ม และการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู ู้สอน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ ดงั น้ัน 1.281 ÷ 7 = 0.183
4. ครแู ละนกั เรียนชว่ ยกนั หาผลหาร 16.9 ÷ 4 ดว้ ยวิธีต้งั หาร ดังนี้
ครูถามนกั เรียน 16.9 เขียนเป็นทศนิยม 2 ตำ�แหนง่ และ 3 ต�ำ แหน่ง ไดเ้ ทา่ ไร
(16.9 = 16.90 = 16.900)
164..920205 4×4
4) 4 × 0.2
16 4 × 0.02
0.9 4 × 0.005
0.8
0.10
0.08
0.020
0.020
0
ตรวจสอบ 4.225 × 4 = 16.9
= 4.225
หรอื 16.9 ÷ 4
ดังนัน้ 16.9 ÷ 4 = 4.225
35
36 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ ๔ ชั้น ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
หนว่ ยที่ ๓ เรอ่ื ง ทศนิยม และการบวก การลบ การคูณ การหารทศนยิ ม
5. ครูแบง่ นักเรยี นออกเป็นกลุม่ กลมุ่ ละ 3-4 คน ใหแ้ ต่ละกลุ่ม จบั ฉลาก กลุม่ ละ 1 ขอ้ เขียน
แสดงวธิ หี าผลหาร 48.26 ÷ 38 และ 281.4 ÷ 8 โดยครแู จกกระดาษใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่
และเมอื่ นักเรียนแต่ละกลมุ่ ทำ�เสรจ็ แลว้ สง่ ตัวแทนน�ำ เสนอผลงาน
ครแู ละนักเรยี นชว่ ยกนั ตรวจสอบวธิ กี ารตัง้ หาร และผลหาร ดังนี้
48.26 ÷ 38
38 ) 481..2267 38 × 1
38 38 × 0.2
10.2 38 × 0.07
7.6
2.66
2.66
0
ตรวจสอบ 1.27 x 38 = 48.26
หรอื 48.26 ÷ 38 = 1.27
ดังนนั้ 48.26 ÷ 38 = 1.27
ตอบ ๑.๒๗
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๔ ช้นั ป. ๖
เวลา ๑ ชั่วโมง
กลมุ่ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์
หนว่ ยท่ี ๓ เรื่อง ทศนยิ ม และการบวก การลบ การคณู การหารทศนยิ ม
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู ู้สอน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ 281.4 ÷ 8
- ครูซักถามนักเรียน 281.4 สามารถเขยี นเปน็ ทศนิยม 2 ตำ�แหนง่ หรือ 3 ต�ำ แหน่ง ได้อยา่ งไร
( 281.4 = 281.40 = 281.400 )
- นกั เรียนชว่ ยกันหารผลหาร ดว้ ยวธิ ีการต้ังหารได้ ดงั น้ี
วิธ ที �ำ 2 8 1 .4 ÷ 8
8 ) 35.175
22841.400
4401
01..84
00..6506
00..004400
0
ตรวจสอบ 35.175 x 8 = 281.4
หรือ 281.4 ÷ 8 = 35.175
ดังนนั้ 281.4 ÷ 8 = 35.175
37 ตอบ ๓๕.๑๗๕
38 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๔ ชน้ั ป. ๖
เวลา ๑ ชว่ั โมง
กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
หนว่ ยท่ี ๓ เรอ่ื ง ทศนิยม และการบวก การลบ การคูณ การหารทศนยิ ม
6. ครใู ห้นกั เรยี นชว่ ยกันหาผลหาร ของ 18 ÷ 5
นักเรยี นร่วมกันอภปิ ราย 18 = 18.0 = 18.00 = 18.000
18 ÷ 5
วธิ ีทำ� 3.6
5 ) 18.0
15
3.0
3.0
0
ตรวจสอบ 3.6 x 5 = 18
หรือ 18 ÷ 5 = 3.6
ดงั น้นั 18 ÷ 5 = 3.6
ตอบ ๓.๖
7. ครใู หน้ ักเรียนทำ�แบบฝึกหดั 3.4 เปน็ การบ้าน
ขนั้ สรปุ
8. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายสรุป การหารทศนิยมดว้ ยจ�ำ นวนนับ ผลหารเป็นทศนยิ มไม่
เกิน 3 ต�ำ แหนง่ ด้วยวธิ ีการตัง้ หาร จนไดข้ อ้ สรุปวา่
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๔ ชน้ั ป. ๖
เวลา ๑ ชว่ั โมง
กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู ู้สอน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ หนว่ ยท่ี ๓ เรอ่ื ง ทศนิยม และการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม
การหารทศนยิ มด้วยจำ�นวนนบั ผลหารเป็นทศนยิ มไม่เกนิ 3 ต�ำ แหน่ง อาจใชห้ ลกั การเดยี วกับ
การหารจ�ำ นวนนับดว้ ยจ�ำ นวนนับ โดยเขียนจุดทศนยิ มของผลหารให้ตรงกับจดุ ทศนยิ มของตัวตั้ง
ถา้ หารไม่ลงตวั สามารถเตมิ 0 ทต่ี ัวตง้ั เพอ่ื ใหห้ ารไดล้ งตวั
39
40 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๕
แนวการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันนำ� ทบทวนการหาผลหารทศนยิ มดว้ ยทศนยิ ม 1 ต�ำ แหน่ง โดยวิธีการใช้ความสัมพนั ธ์ของทศนยิ มกับ
เศษส่วน และการหารทศนยิ มกับจ�ำ นวนนบั ดว้ ยวธิ ตี งั้ หาร
ขนั้ สอน หาผลหารทศนยิ มดว้ ยทศนิยม 1 ต�ำ แหนง่ ท่ีผลหารเป็นทศนยิ มไม่เกิน 3 ตำ�แหน่ง ดว้ ยวิธีตัง้ หาร
ทำ�แบบฝกึ หัด 3.5
ขนั้ สรุป ครใู ช้การถามตอบจนนักเรยี นรว่ มกันสรุป
การหาผลหารทศนยิ มด้วยทศนยิ ม 1 ต�ำ แหนง่ ทผี่ ลหารเปน็ ทศนยิ มไม่เกิน 3 ต�ำ แหน่ง ด้วยวธิ ตี งั้ หาร
การวัดและประเมินผล - ประเมินจากการตอบค�ำ ถาม และการท�ำ แบบฝกึ หัด
- ประเมินทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรด์ า้ นการให้เหตผุ ล และการสอื่ สารและสอื่
ความหมายทางคณติ ศาสตร์
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๕ ชัน้ ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ ส่อื /แหลง่ เรยี นรู้
หน่วยที่ ๓ เรือ่ ง ทศนิยม และการบวก การลบ การคณู การหารทศนยิ ม
แบบฝึกหัด 3.5
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู ู้สอน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ ขอบเขตเนือ้ หา กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั นำ� การประเมนิ
การหารทศนยิ มดว้ ย 1. ทบทวนการหาผลหารทศนิยมด้วยทศนยิ ม 1 ตำ�แหนง่ โดยวิธีการใชค้ วามสมั พนั ธข์ อง
ทศนยิ ม 1 ต�ำ แหนง่ ผลหาร ทศนยิ มกับเศษส่วน โดยใช้การถามตอบ 8.25 ÷ 0.3 ดังนี้ 1. วธิ ีการ
เปน็ ทศนยิ มไมเ่ กนิ 3 ต�ำ แหนง่ ---- เขคค8ียร81.81รนูใ220ห02ูถใ55005าน้นม÷÷รกั ÷นูปเ0รัก1ก33ยี.0เ3านรรียเหเคขเทนขาณูีย่าวผียนกเา่ลนศใับคนใษ8เน1ูณรท2ส0รูป5่าว่ ปู กไนรก18×าไา02รดร50(หอ้31หาย2×า1ร7า่ ร0ทเ5งข1เ3ไศศ0ีย=รนษน2ิยส=ใ18น7ม่ว02.รนไ80551ดูป2ไ0้อด×5)กยอ้า1่า×ยร30งหา่ ไง31าร)ไรร(เ=ศ8(ษ22811ส.75200ว่505น÷=ไ÷ด32้อ17)30ย.5า่ ง)ไร ( 81205 ÷3 ) 1.1 สังเกตพฤตกิ รรมการ
ดว้ ยวธิ ีตงั้ หาร ดังน้ัน 8.25 ÷ 0.3 = 82.5 ÷ 3 = 27.5 เรยี นรู้
สาระส�ำ คัญ 1.2 ตรวจผลงานจาก
แบบฝึกหัด 3.5
การหารทศนิยมด้วย 2. เครอื่ งมอื
ทศนยิ ม 1 ต�ำ แหนง่ ผลหาร 2.1 แบบฝึกหดั 3.5
เปน็ ทศนยิ ม ไมเ่ กนิ 3 ต�ำ แหนง่ 2. นกั เรยี นร่วมกนั พิจารณา การหาผลหารของ 0.24 ÷ 0.6 16101660 2.2 แบบประเมินทักษะ
ดว้ ยวธิ ีต้ังหาร อาจท�ำ ตวั หาร 1) 0.24 ÷ 0.6 = 11 22100444000 ÷ 116600 2) 0.24 ÷ 0.6 = 12102214000440 ÷ และกระบวนการทาง
เป็นจำ�นวนนบั โดยน�ำ 10 มา = × = × คณิตศาสตร์
คูณทั้งตัวตงั้ และตัวหาร = = ×
แลว้ จงึ หาผลหาร ด้วยวธิ กี าร
หารยาว
= 0.4 = 2.4 ÷ 6 = 0.4
ดงั นน้ั 0.24 ÷ 0.6 = 2.4 ÷ 6 = 0.4
41
42 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๕ ช้ัน ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
กลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์
หนว่ ยท่ี ๓ เรือ่ ง ทศนยิ ม และการบวก การลบ การคณู การหารทศนยิ ม
จุดประสงค์การเรยี นรู้ ขั้นสอน 3. เกณฑ์
3. ครใู หน้ ักเรียนชว่ ยกนั หาผลหารของ 7.35 ÷ 0.5 โดยรว่ มกนั อภิปรายซักถามดงั นี้ 3.1 ผลงานมคี วามถกู ตอ้ ง
ดา้ นความรู้ - 7.35 ÷ 0.5 = 73.5 ÷ 5 หรือไม่ (เทา่ กนั เพราะตวั ตง้ั และตวั หารเพ่ิมเป็น 10 เท่าของ ไม่นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 80
เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นสามารถหา จ�ำ นวนเดิม ซ่งึ ได้จาก และ
- 73.5 ÷ 5 = 14.7 ดงั น้นั 7.35 ÷ 0.5 = 14.7 3.2 คะแนนรวมดา้ น
ผลหารทศนยิ มดว้ ยทศนิยม จากนน้ั ครใู หน้ กั เรียนหาผลหารของ 0.162 ÷ 0.2 โดยใช้ความรู้ เรื่อง การหารทศนิยม ทักษะและกระบวนการ
1 ตำ�แหนง่ ที่ผลหารเป็น เมอ่ื ตวั หารเปน็ จำ�นวนนบั ได้ดังนี้ ทางคณิตศาสตรไ์ ม่นอ้ ย
ทศนิยมไม่เกนิ 3 ต�ำ แหน่ง - 0.162 ÷ 0.2 = 1.62 ÷ 2 หรอื ไม่ (เทา่ กนั เพราะตัวตงั้ และตัวหารเพม่ิ เป็น 10 เท่าของ กว่าร้อยละ 60
ด้วยวธิ ตี ้งั หาร
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ จำ�นวนเดิม ซง่ึ ไดจ้ าก 0.162 × 10 = 1.62 และ 0.2 × 10 = 2.0 = 2)
ทางคณิตศาสตร์ - 1.62 ÷ 2 = 0.81 ดังนน้ั 0.162 ÷ 0.2 = 0.81
นักเรียนรว่ มกันสรุปการหารท่ีตัวหารเป็นทศนยิ ม 1 ตำ�แหน่ง ใหเ้ ปลยี่ นทศนยิ ม1 ต�ำ แหนง่
เพ่อื ให้นกั เรยี นสามารถ เปน็ จ�ำ นวนนับโดยน�ำ 10 ไปคณู ทงั้ ตัวต้งั และตวั หารแล้วจึงหาผลหาร
1. ใหเ้ หตุผล 4. ครใู หน้ ักเรยี นหาผลหาร 18.927 ÷ 0.9 โดยใชค้ วามรเู้ รือ่ ง การหารทศนยิ มเม่ือตัวหารเปน็
2. สื่อสาร และสื่อความ จ�ำ นวนนบั ดงั นี้
หมายทางคณติ ศาสตร์ เนื่องจาก 18.927 ÷ 0.9 = 18.927 ÷ 9119900=
= 18.927 ×
= 189.27 ÷ 18.927 ÷ 0.9
หรือ 18.927 ÷ 0.9 = (18.927 × 10) ÷ (0.9 × 10)
= 189.27 ÷ 9
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๕ ชัน้ ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
กลุม่ สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์
หน่วยที่ ๓ เรื่อง ทศนิยม และการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู ู้สอน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ 9 ) 21.03
189.27
180 9 × 20
9 9×1
9 9 × 0.0
0.2 9 × 0.03
0.0
0.27
0.27
0
ตรวจสอบ 21.03 x 0.9 = 18.927
หรอื 18.927 ÷ 0.9 = 21.03
ดงั นน้ั 18.927 ÷ 0.9 = 21.03
ตอบ ๒๑.๐๓
5. ครแู บง่ กลุ่มนักเรียนออกเป็นกลุ่มละ 3-4 คน ใหแ้ ต่ละกล่มุ หาผลหาร โดยการจบั ฉลาก
กลมุ่ ละ 2 ขอ้ ให้แสดงการหาผลหารลงในกระดาษท่ีครูแจกให้ เมอ่ื นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ท�ำ เสรจ็ แลว้
ส่งตัวแทนน�ำ เสนอผลงาน
1) 2.44 ÷ 0.8 2) 9.6 ÷ 0.5
3) 12.084 ÷ 1.2 4) 75.9 ÷ 1.5
43
44 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๕ ชัน้ ป. ๖
เวลา ๑ ชว่ั โมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
หน่วยท่ี ๓ เร่อื ง ทศนิยม และการบวก การลบ การคูณ การหารทศนยิ ม
ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้องดงั นี้
1) 2.44 ÷ 0.8
วิธที �ำ 2.44 ÷ 0.8 = (2.44 × 10) ÷ (0.8 × 10)
= 24.4 ÷ 8
3.05
8 ) 24.40
24
0.40
0.40
0
ตรวจสอบ 3.05 x 0.8 = 2.44
หรือ 2.44 ÷ 0.8 = 3.05
ดังนัน้ 2.44 ÷ 0.8 = 3.05
ตอบ ๓.๐๕
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ ๕ ชัน้ ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
กลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
หนว่ ยที่ ๓ เรอ่ื ง ทศนิยม และการบวก การลบ การคูณ การหารทศนยิ ม
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู ู้สอน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ 2) 9.6 ÷ 0.5
วธิ ีทำ� 9.6 ÷ 0.5 = (9.6 × 10) ÷ (0.5 × 10)
= 96.0 ÷ 5
19.2
5 ) 96.0
5
46
45
1.0
1.0
0
ตรวจสอบ 19.2 x 0.5 = 9.6
หรือ 9.6 ÷ 0.5 = 19.2
ดงั นั้น 9.6 ÷ 0.5 = 19.2
ตอบ ๑๙.๒
45
46 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี ๕ ชน้ั ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
หน่วยที่ ๓ เรอื่ ง ทศนิยม และการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม
3) 12.084 ÷ 1.2
วิธีทำ� 12.084 ÷ 1.2 = (12.084 × 10) ÷ (1.2 × 10)
= 120.840 ÷ 12
12 ) 12100..8047
12
00
0
0.8
0
0.84
0.84
0
ตรวจสอบ 10.07 x 1.2 = 12.084
หรอื 12.084 ÷ 1.2 = 10.07
ดังนน้ั 12.084 ÷ 1.2 = 10.07
ตอบ ๑๐.๐๗