รสราา้ งยสัมงมาาชนพี ผชุมลชนกตาามรหลขักับปรเชั คญลาขอ่ืองนเศรโษคฐกริจงพกอเพายี รง
การสรา้ งกลุม่ สมั มาชีพชุมชนสกู่ ารเปน็ ผ้ปู ระกอบการชมุ ชน
(COMMUNITY ENTREPRENEUR:CE)
µÅÒ´»ÃЪÒÃѰ
รสราา้ งยสัมงมาาชนีพผชุมลชนกตาามรหลขักับปรเชั คญลาขอ่ืองนเศรโษคฐกริจงพกอเพายี รง
การสร้างกลุม่ สมั มาชพี ชมุ ชนสู่การเปน็ ผปู้ ระกอบการชมุ ชน
จดั ท�ำ โดย กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ค�ำ น�ำ
กรมการพัฒนาชุมชน ได้จัดทำ�ข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of
Understanding : MOU) เม่อื วันพุธที่ 14 ธนั วาคม 2559 ณ ห้องประชมุ 5001 ช้ัน 5
กรมการพัฒนาชุมชน เพื่อสร้างสัมมาชีพชุมชนโดยการสนับสนุนการพัฒนากลุ่มอาชีพ
ในพ้นื ทีช่ มุ ชน/ต�ำ บล สกู่ ารเปน็ ผปู้ ระกอบการชมุ ชน (Community Entrepreneur : CE)
และพฒั นาไปส่กู ารเปน็ วสิ าหกิจเพื่อสงั คม (Social Enterprise : SE) หรือกจิ การแบบ
ธรุ กจิ เพอื่ สังคม (Social Business : SB) มีหน่วยงานร่วมลงนาม 2 คณะ ประกอบด้วย
คณะที่ 1 กรมการพฒั นาชมุ ชน กบั มลู นธิ สิ มั มาชพี และตลาดหลกั ทรพั ยแ์ หง่ ประเทศไทย
และคณะที่ 2 กรมการพัฒนาชมุ ชน กบั หน่วยงานรเิ ริ่มธุรกจิ เพ่อื สังคมแห่งประเทศไทย
(Thailand Social Business Initiative : TSBI) ประกอบด้วย องคก์ รภายใตห้ น่วยงาน 3
องคก์ ร ไดแ้ ก่ (1) Yunus Center AIT (2) สถาบนั ไทยพฒั น์ และ (3) บรษิ ทั อมิ เมจ พลสั
คอมมิวนิเคชั่น จำ�กัด โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ ครัวเรือนสัมมาชีพหรือกลุ่มอาชีพ
ในแตล่ ะจงั หวดั ทไ่ี มไ่ ด้รบั การพฒั นาจาก บริษทั ประชารัฐรกั สามัคคีจังหวดั (วสิ าหกิจ
เพ่ือสังคม) จำ�กัด เพื่อให้ครอบคลุม และทั่วถึงกลุ่มเป้าหมายและขับเคลื่อนภายใต้
MOU ดังกล่าว โดยการจัดทำ�โครงการสร้างสัมมาชีพชุมชน ตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง กจิ กรรมจดั ท�ำ รายงานผลการสรา้ งกลมุ่ สมั มาชพี สกู่ ารเปน็ ผปู้ ระกอบการ
ชุมชน (Community Entrepreneur : CE)
4 รกาายรงสารน้าผงกลลก่มุาสรขมั ับมเาคชลพี ือ่ ชนุมโคชรนงสกกู่ าารรสเปรา้็นงผสปู้ ัมรมะากชอพี บชกุมาชรชนมุตชานมห(Cลกัomปรmชั ญunาiขtyองEเnศtรrษeฐpกreิจnพeอuเrพ:ยี CงE)
เอกสารเล่มนี้ เป็นรายงานผลการขับเคล่ือนตามโครงการสร้างสัมมาชีพชุมชนตาม
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมสร้างกลุ่มสัมมาชีพสู่การเป็นผู้ประกอบการ
ชุมชน (Community Entrepreneur : CE) ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือข้างต้น
โดยมีสาระความรู้ประกอบด้วย ความเป็นมาของการขับเคล่ือนกิจกรรมภายใต้ข้อตกลง
ความรว่ มมือ (Memorandum of Understanding : MOU) ผลการดำ�เนินการขบั เคล่ือน
กิจกรรมภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding : MOU)
การลงพ้ืนที่จัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มอาชีพเป้าหมาย สรุปผลการวิเคราะห์และ
การจดั ประเภทกลมุ่ อาชพี ผลการด�ำ เนนิ กจิ กรรมสรา้ งกลมุ่ สมั มาชพี สกู่ ารเปน็ ผปู้ ระกอบการ
ชุมชน(Community Entrepreneur : CE) ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 และ
แผนการด�ำ เนินงานในอนาคต
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารฉบับนี้ จะเกิดประโยชน์สำ�หรับเจ้าหน้าท่ีพัฒนาชุมชน
สมาชิกกลุ่มอาชีพในการขับเคลื่อนโครงการฯ เพื่อพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการ
กลุ่มอาชพี ส่กู ารเปน็ ผปู้ ระกอบการชมุ ชน ต่อไป
สำ�นกั เสรมิ สรา้ งความเขม้ แข็งชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน
5กรมการพฒั นาชุมชน กระทรวงมจดัหทาด�ำ โไดทยย
สารบัญ ห8น้า
เร่ือง
สว่ นท่ี 1 ความเป็นมาของการขับเคลื่อนกิจกรรมภายใตข้ ้อตกลงความร่วมมือ
(Memorandum of Understanding : MOU)
สว่ นที่ 2 การเตรียมความพรอ้ มการสร้างกลุ่มสัมมาชพี ชุมชนสู่การ 11
เป็นผปู้ ระกอบการชมุ ชน (Community Entrepreneur : CE)
ส่วนท่ี 3 การลงพ้นื ทจ่ี ดั เก็บและวเิ คราะหข์ ้อมลู กลมุ่ อาชีพเปา้ หมาย 37
ส่วนท่ี 4 สรปุ ผลการวิเคราะห์และการจัดประเภทกลมุ่ อาชพี 73
ส่วนท่ี 5 ผลการดำ�เนนิ กจิ กรรมโครงการสร้างสมั มาชพี ชมุ ชนตามหลักปรชั ญา 83
ของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กจิ กรรม สรา้ งกลุ่มสมั มาชีพสกู่ ารเปน็ ผ้ปู ระกอบการชมุ ชน
(Community Entrepreneu : CE) ประจำ�ปงี บประมาณ พ.ศ. 2561
ส่วนที่ 6 กา้ วต่อไปและกระบวนการพัฒนาในการดำ�เนินการขบั เคล่ือนกิจกรรม 90
6 รกาายรงสารนา้ ผงกลลกุ่มาสรขัมบั มเาคชลีพ่ือชนมุโคชรนงสกู่กาารรสเปรา้็นงผสปู้ ัมรมะากชอพี บชกุมาชรชนุมตชานมห(CลกัomปรmัชญunาiขtyองEเnศtรrษeฐpกreิจnพeอuเrพ:ียCงE)
7กรมการพฒั นาชมุ ชน กระทรวงมจดัหทาด�ำ โไดทยย
สว่ นท่ี 1
ความเป็นมา
กรมการพัฒนาชุมชน จัดพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับมูลนิธิสัมมาชีพ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหน่วยงานริเร่ิมธุรกิจเพื่อสังคมแห่งประเทศไทย
(Thailand Social Business Initiative : TSBI) เมอื่ วนั ท่ี 14 ธนั วาคม 2559 ซง่ึ เปน็ การ
สร้างความรว่ มมอื ระหว่างหนว่ ยงาน เพอื่ การสรา้ งสมั มาชีพชมุ ชน โดยการสนบั สนุนการ
พัฒนากลุ่มอาชีพในพื้นที่ชุมชน/ตำ�บล สู่การเป็น ผู้ประกอบการชุมชน (Community
Entrepreneur : CE) และการเตรียมความพรอ้ มผปู้ ระกอบการชมุ ชน ใหม้ กี ารประกอบ
กิจกรรมทางเศรษฐกิจเพ่ือพัฒนาไปสู่ กิจการแบบธุรกิจเพ่ือสังคม (Social Business
: SB) หรือ วสิ าหกจิ เพ่ือสงั คม (Social Enterprise : SE) และเป็นการสรา้ งสรรค์
เศรษฐกิจระดบั ชุมชนทอ้ งถน่ิ ตามแนวทางประชารัฐ โดยพิธีลงนามความร่วมมอื ดงั กล่าว
ประกอบดว้ ย 2 คณะ ดังน้ี
คณะที่ 1 ระหว่าง กรมการพฒั นาชุมชน กับ มลู นิธสิ มั มาชพี และตลาดหลักทรพั ย์
แห่งประเทศไทย จะร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจและอาชีพระดับชุมชน โดยเน้น
กลุ่มอาชีพทม่ี าจากครัวเรือนสัมมาชีพในชุมชน สู่การเป็นผ้ปู ระกอบการชุมชน (CE) และ
วสิ าหกจิ เพ่ือสังคม (SE) มีระยะเวลาด�ำ เนินการรว่ มกนั 2 ปี โดยมีผรู้ ่วมลงนาม ดงั นี้
8 กราายรงสารนา้ ผงกลลกุ่มาสรขัมับมเาคชลพี ่ือชนมุโคชรนงสก่กู าารรสเปร้าน็ งผสปู้ ัมรมะากชอพี บชกมุาชรชนุมตชานมห(Cลกัomปรmชั ญunาiขtyองEเnศtรrษeฐpกreิจnพeอuเrพ:ยี CงE)
1) นายอภชิ าติ โตดลิ กเวชช์ อธบิ ดกี รมการพฒั นาชมุ ชน
2) นายสนธริ ตั น์ สนธจิ ิรวงศ์ ประธานคณะกรรมการบริหารมลู นธิ ิสมั มาชีพ
3) นางเกศรา มัญชุศร ี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์
แหง่ ประเทศไทย
4) นายสมพล เกียรติไพบลู ย ์ ประธานคณะกรรมการมูลนิธสิ มั มาชีพ
(ประธานสักขพี ยาน)
คณะท่ี 2 ระหว่าง กรมการพัฒนาชุมชน กับ หน่วยงานริเริ่มธุรกิจเพ่ือสังคม
แหง่ ประเทศไทย (Thailand Social Business Initiative : TSBI) ประกอบดว้ ย 1) Yunus
Center AIT 2) สถาบนั ไทยพฒั น์ และ 3) บริษัท อิมเมจพลัส คอมมวิ นิเคชัน่ จำ�กดั
โดยรว่ มมอื ในการพฒั นากจิ การของผปู้ ระกอบการชมุ ชน (CE) สกู่ ารเปน็ กจิ การแบบธรุ กจิ
เพือ่ สังคม (SB) เพ่ือใหเ้ ป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกจิ ระดบั ทอ้ งถ่นิ และฐานราก
โดยมผี ูร้ ่วมลงนาม ดังนี้
1) นายอภชิ าติ โตดลิ กเวชช์ อธิบดีกรมการพฒั นาชุมชน
2) Dr. Faiz Shah ผ้อู ำ�นวยการ Yunus Center AIT
3) ดร.พิพฒั น์ ยอดพฤติการ ผู้อ�ำ นวยการสถาบนั ไทยพฒั น์
4) นางสาวปาจารยี ์ คุณชยั มงั กรรมการบรษิ ัท อมิ เมจ พลสั คอมมวิ นิเคช่นั
โดยมผี ้แู ทนองคก์ ร กลา่ วแสดงเจตนารมณ์ในการลงนามความรว่ มมือรว่ มกนั ดังนี้
นายสนธิรัตน์ สนธิจริ วงศ์ (ประธานคณะกรรมการบริหารมลู นิธิสัมมาชพี ) กล่าววา่
เจตนารมณ/์ ปณธิ าน ทจี่ ะตอ้ งด�ำ เนนิ กจิ กรรมในพนื้ ที่ คอื มงุ่ เนน้ การสรา้ งสมั มาชพี เตม็ ทกุ พนื้ ที่
โดยประยุกต์ใชห้ ลกั การสัมมาอาชวี ะ ไปเป็นสว่ นสำ�คญั ในการประกอบอาชพี ชุมชน
9กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมจดัหทาด�ำ โไดทยย
นางเกศรา มญั ชศุ รี (กรรมการและผจู้ ดั การตลาดหลกั ทรพั ยแ์ หง่ ประเทศไทย) กลา่ ววา่
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยินดีที่ได้มีโอกาสและมีส่วนร่วมที่จะช่วยเหลือชุมชน
ช่วยเหลือสังคม ภายใต้หลักการการพัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainability of
development and growth)
ดร.พพิ ัฒน์ ยอดพฤตกิ าร (ผ้อู �ำ นวยการสถาบันไทยพฒั น)์ กล่าวว่า สถาบนั ไทยพฒั น์
มีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับกรมการพัฒนาชุมชน เพื่อเสริมแรงและช่วยยกระดับศักยภาพ
ของชุมชนโดยการปรับใช้แนวคิดธุรกิจเพ่ือสังคม (Social Business : SB) นอกจาก
นี้ สถาบนั ไทยพฒั น์ ยังมุง่ หวังว่า หากการประยกุ ต์ใชแ้ นวคดิ ดงั กลา่ วเกดิ ผลเปน็ รูปธรรม
แลว้ จะสง่ ผลใหป้ ระเทศไทยมบี ทบาทส�ำ คญั ในการพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมระดบั ฐานราก
และกลายเป็นกรณีศึกษา (Case Study) ท่ีช่วยให้ชุมชนหรือกลุ่มเกษตรกรทุกอาชีพ
ได้มีโอกาสเข้าถึงช่องทางการตลาด (การระบายสินค้าทางการเกษตร) ซึ่งจะบรรเทา
ความเดือดร้อนของชุมชน/กลมุ่ เกษตรกร ไดเ้ ปน็ อยา่ งมาก
นางสาวปาจารีย์ คุณชัยมัง (กรรมการบริษัท อิมเมจพลัส คอมมิวนิเคชั่น จำ�กัด)
กล่าวว่า บริษัทฯ ยินดีที่จะร่วมพัฒนาและผลักดันแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคม (Social
Business : SB) ให้เกิดข้ึนจริงในประเทศไทย บริษัทฯ มีความพร้อมท่ีจะขับเคล่ือน
การพฒั นาผปู้ ระกอบการชมุ ชน ใหม้ ศี กั ยภาพและองคค์ วามรมู้ ากยง่ิ ขน้ึ และบรษิ ทั ฯ มงุ่ หวงั
ทีจ่ ะใหม้ ีกรณีศกึ ษา (Case Study) และการปฏบิ ตั ทิ ี่เป็นเลิศ (Best Practice) ทส่ี ามารถ
น�ำ ไปพดู คยุ และแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ในเวทสี ากลระดบั โลกได้
Dr. Faiz Shah (ผอู้ ำ�นวยการสถาบนั Yunus Center AIT) กลา่ ววา่ สถาบัน Yunus
Center ยนิ ดีทีจ่ ะน�ำ ประสบการณ์การด�ำ เนนิ งานระดับโลก มาแลกเปลยี่ นการด�ำ เนนิ งาน
กับประเทศไทย พร้อมทั้งเรียนรู้วิธีการดำ�เนินงานของประเทศไทยอีกทางหนึ่งด้วย
ทั้งนี้ แนวคิดของ Professor Muhammad Yunus มีความสอดคล้องกับพระราชดำ�ริ
ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ท่ีเน้นการพัฒนาเพ่ือเสริมสร้าง
ความเข้มแขง็ ของประเทศ ด้วยวถิ กี ารพึ่งตนเองและพัฒนาตนเองให้เข้มแข็ง
นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ (อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน) กล่าวว่า ตนเองม่ันใจว่า
ถ้าองค์กรร่วมลงนามฯ มีความเชื่อมโยงกันในลักษณะนี้ จะส่งผลให้ชุมชนหรือสังคมที่อยู่
ในชนบทสามารถลมื ตาอา้ ปากไดเ้ รว็ ขนึ้ ดงั นน้ั ความส�ำ คญั ของการลงนามขอ้ ตกลงความรว่ มมอื
ในครั้งนี้ จะกำ�หนดยุทธศาสตร์หรอื แนวทางการทำ�งานร่วมกันเพอื่ ลงไปชว่ ยพี่นอ้ งชาวบา้ น
องคก์ รรว่ มลงนามฯ จะเดนิ จบั มอื รว่ มกนั ไปสเู่ ปา้ หมายทจี่ ะชว่ ยเหลอื พน่ี อ้ งชนบทอยา่ งแทจ้ รงิ
ในการขบั เคลอ่ื นขอ้ ตกลงความรว่ มมอื (MOU) ขา้ งตน้ ก�ำ หนดด�ำ เนนิ การตามโครงการ
สร้างสัมมาชีพชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมสร้างกลุ่มสัมมาชีพ
สูก่ ารเปน็ ผปู้ ระกอบการชมุ ชน (Community Entrepreneur : CE) โดยมีกลไกโครงการ/
กจิ กรรม ในการขบั เคลื่อนซ่งึ จักไดก้ ลา่ วถึงผลการขับเคล่อื นในลำ�ดบั ต่อไป
10 กราายรงสารน้าผงกลลกมุ่าสรขมั บัมเาคชลีพอ่ื ชนมุโคชรนงสกูก่ าารรสเปรา้น็ งผสู้ปมั รมะากชอีพบชกุมาชรชนมุตชานมห(CลกัomปรmัชญunาiขtyองEเnศtรrษeฐpกreิจnพeอuเrพ:ยี CงE)
ส่วนท่ี 2
การเตรยี มความพรอ้ ม
การสร้างกลุม่ สมั มาชพี ชมุ ชน
สูก่ ารเปน็ ผูป้ ระกอบการชุมชน
(Community Entrepreneur : CE)
1. การเตรียมความพร้อมกลไกและเครอ่ื งมือ
1.1 สรา้ งกลไกในการขบั เคล่อื น ดังนี้
1.1.1 คณะกรรมการอำ�นวยการและคณะทำ�งานขับเคลื่อนกิจกรรมภายใต้
ข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ประกอบด้วย รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็น
ประธาน ผแู้ ทนจากมลู นธิ สิ มั มาชพี ตลาดหลกั ทรพั ยแ์ หง่ ประเทศไทย หนว่ ยงานรเิ รมิ่ ธรุ กจิ
เพอ่ื สงั คมแหง่ ประเทศไทย (Thailand Social Business Initiative : TSBI) ประกอบดว้ ย
1) สถาบนั ไทยพฒั น์ 2) Yunus Center AIT 3) บรษิ ทั อมิ เมจ พลสั คอมมนู เิ คชน่ั จ�ำ กดั
และผอู้ �ำ นวยการกลมุ่ หวั หนา้ ฝา่ ย ส�ำ นกั เสรมิ สรา้ งความเขม้ แขง็ ชมุ ชน กรมการพฒั นาชมุ ชน
เป็นกรรมการ โดยมี ผู้อำ�นวยการสำ�นักเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน เป็นกรรมการ
และเลขานกุ าร
1.1.2 คณะทำ�งานทมี ปฏิบตั ิการ ประกอบด้วย ผู้อ�ำ นวยการกลุ่มงานประสาน
นโยบายและยุทธศาสตร์ (สสช.) เป็นหัวหน้าคณะทำ�งาน ผู้แทนจากมูลนิธิสัมมาชีพ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หน่วยงานริเร่ิมธุรกิจเพื่อสังคมแห่งประเทศไทย
(Thailand Social Business Initiative : TSBI) ประกอบดว้ ย 1) สถาบันไทยพฒั น์
2) Yunus Center AIT 3) บรษิ ัท อมิ เมจ พลัส คอมมนู ิเคชนั่ จ�ำ กดั สำ�นกั ส่งเสรมิ
ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน (สภว.) สำ�นักพัฒนาทุนและองค์กรการเงินชุมชน
(สทอ.) กองแผนงาน และเจ้าหนา้ ทีส่ �ำ นกั เสรมิ สร้างความเขม้ แขง็ ชุมชน เป็นกรรมการ
และเลขานกุ าร
1.1.3 มอบหมายผู้รับผิดชอบระดับจังหวัดและอำ�เภอ จากสำ�นักงาน
พฒั นาชมุ ชนจงั หวดั ส�ำ นกั งานพฒั นาชมุ ชนอ�ำ เภอ ผแู้ ทนศนู ยป์ ระสานงานองคก์ ารชมุ ชน
ผูน้ �ำ อาสาพฒั นาชุมชน
1.2 การสร้างความเข้าใจในการขับเคล่ือนและประชุมสร้างความเข้าใจระหว่าง
11กรมการพฒั นาชมุ ชน กระทรวงมจัดหทาด�ำ โไดทยย
หน่วยงานร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เก่ียวกับกรอบคิดการพัฒนา
ผู้ประกอบการชมุ ชน (Community Entrepreneur : CE) และแนวทางการขับเคลื่อน
กจิ กรรมตามกรอบคดิ การพฒั นา เม่อื วันที่ 21 ธนั วาคม 2559 ณ ห้องประชุม 503 ชนั้
5 กรมการพฒั นาชมุ ชน
การประชุมสร้างความเข้าใจระหว่างกรมการพัฒนาชุมชน กับ มูลนิธิสัมมาชีพ และ
สถาบันไทยพัฒน์
การประชมุ สร้างความเขา้ ใจระหว่างกรมการพฒั นาชุมชน กับ สถาบันไทยพฒั น์ Yunus
Center AIT และ บริษทั อมิ เมจพลัส คอมมวิ นิเคชน่ั จำ�กดั
12 รกาายรงสารน้าผงกลลก่มุาสรขัมบัมเาคชลพี อ่ื ชนมุโคชรนงสกู่กาารรสเปร้า็นงผสปู้ ัมรมะากชอพี บชกุมาชรชนมุตชานมห(CลกัomปรmัชญunาiขtyองEเnศtรrษeฐpกreจิ nพeอuเrพ:ียCงE)
ประชุมสรา้ งความเขา้ ใจผ้นู �ำ ชมุ ชนในพืน้ ท่ีเปา้ หมายดำ�เนินการ เมอื่ วนั อังคารที่ 27
ธนั วาคม 2559 เวลา 09.00 – 16.30 น. ณ หอ้ งประชมุ 3001 ชน้ั 3 กรมการพฒั นาชมุ ชน
มขี ้อสรุป ดงั น้ี
ประเดน็ ท่ี 1 ทบทวนแผนการด�ำ เนินงานการสรา้ งผปู้ ระกอบการชมุ ชน (CE)
1.1 MOU 1 : กรมการพฒั นาชมุ ชน กบั มูลนธิ ิสัมมาชพี และตลาดหลกั ทรัพย์
แหง่ ประเทศไทย
การขับเคล่ือนการดำ�เนินการตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือที่ 1 (MOU 1)
น้ัน มูลนิธิสมั มาชีพวางแผนจะดำ�เนินการคดั เลอื ก SME สัมมาชพี จำ�นวน 10 บริษทั
เพ่ือการขับเคล่ือนการพัฒนาผู้ประกอบการชุมชน (Community Entrepreneur :
CE) ตามกระบวนการบริหารที่มูลนิธิสัมมาชีพกำ�หนด โดยกำ�หนดเกณฑ์การพิจารณา
พ้นื ที่รเิ รมิ่ ดังนี้
(1) ความเข้มแข็งชุมชน กล่าวคือ การพิจารณาความสามารถของชุมชน/กลุ่ม
ในการรวมตัว (การจัดตั้งกลุ่ม) และการบริหารจัดการกลุ่มให้มีประสิทธิผล รวมถึงการ
พิจารณาปจั จัยด้านวัยของผูก้ อ่ การ/วยั ของผ้ปู ระกอบการ ในการดำ�เนินธรุ กิจด้วย
(2) ความเป็นไปได้ในการดำ�เนินธุรกิจ กล่าวคือ การพิจารณาโอกาสที่
ธุรกิจนั้นๆ จะประสบความสำ�เร็จหรือล้มเหลว รวมถึงการพิจารณาเร่ืองกำ�ไร/ขาดทุน
ในการด�ำ เนนิ ธรุ กจิ ในอนาคต
ดังน้ัน เพื่อให้การดำ�เนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สอดคล้องกับวัตถุประสงค์
การดำ�เนินการ (การพัฒนาผู้ประกอบการชุมชนสู่การเป็นวิสาหกิจเพ่ือสังคม : Social
Enterprise) และสอดคล้องกับกระบวนการบริหารท่ีก�ำ หนด จึงกำ�หนดให้ผู้นำ�ชุมชนทั้ง
6 พื้นทีร่ เิ รมิ่ ไดพ้ จิ ารณาพ้ืนทีข่ องตนเอง เพือ่ คน้ หาอตั ลกั ษณเ์ ด่น/กจิ กรรมเดน่ ของพน้ื ที่
ในลักษณะ Social Impact กล่าวคือ เป็นกิจกรรมหรือผลิตภัณฑ์ท่ีมีโอกาสได้รับการ
พฒั นาตอ่ ยอดใหม้ คี ณุ ภาพ (ผลติ ภณั ฑ)์ หรอื มคี ณุ คา่ งาน (กจิ กรรม) ทส่ี ง่ ผลกระทบตอ่ การ
พฒั นาชุมชน/สงั คมโดยภาพรวมตอ่ ไปได้
ท้ังนี้ บทบาทสำ�คัญของมูลนิธิสัมมาชีพ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
จะร่วมแสวงหาภาคีเครือข่ายอ่ืนๆ พร้อมทั้งเข้าไปสนับสนุนผู้ประกอบการชุมชน
ในการพัฒนาธุรกิจให้มีศักยภาพการแข่งขันทางการตลาดท่ีสูงข้ึน เพ่ือพัฒนาสู่การ
จดทะเบยี นเป็นวิสาหกจิ เพื่อสังคม (หรอื การพฒั นาเปน็ หนว่ ยธุรกิจในรปู แบบอนื่ ) ตอ่ ไป
ดงั นัน้ กระบวนการบริหาร จะด�ำ เนนิ การไปตามปจั จัยการขบั เคล่ือน ดังนี้
(1) การพิจารณาคัดเลือกพ้ืนที่ริเร่ิม ที่มีศักยภาพและมีโอกาสในการประสบ
ความสำ�เร็จ โดยพิจารณาจากผู้นำ�ชุมชนที่มีศักยภาพ และใช้เกณฑ์การพิจารณา
ท้งั 2 เกณฑ์ประกอบการพจิ ารณาคัดเลือกพ้ืนท่ี
13กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมจดัหทาดำ�โไดทยย
(2) การขับเคล่ือนปัจจัยด้านการสื่อสารผลงาน ในการดำ�เนินการ กล่าวคือ
การสือ่ สารเพอ่ื สร้างความรู/้ ความเข้าใจแก่ผูน้ ำ�ชุมชน องค์กรเครอื ขา่ ย และสมาชกิ กลุม่
ท่ีจะเข้าไปดำ�เนินการ เก่ียวกับแนวทางปฏิบัติเพื่อการพัฒนาผู้ประกอบการชุมชน ท้ังน้ี
มูลนิธิสัมมาชีพประเมินว่า ความสำ�เร็จของการดำ�เนินการคร้ังน้ี ข้ึนอยู่กับความชัดเจน
ของขอ้ มลู ขา่ วสารทสี่ อื่ ถงึ กลมุ่ เปา้ หมาย วา่ มคี วามถกู ตอ้ ง ชดั เจน ครบถว้ นในประเดน็ สาระ
และสร้างความเข้าใจในทิศทางเดียวกัน มากน้อยเพียงใด จึงกล่าวได้ว่า การส่ือสาร
มีความสำ�คัญ ท้ังการส่ือสารระหว่างภาคีสนับสนุนกับกลุ่มเป้าหมาย และการส่ือสาร
ระหว่างภาคีสนับสนนุ ด้วยกัน
(3) การขับเคลื่อนปัจจัยด้านการจัดการความรู้ ในการดำ�เนินการ กล่าวคือ
ไม่ว่าปลายทางของการพัฒนาผู้ประกอบการชุมชน จะพัฒนาไปสู่วิสาหกิจเพ่ือสังคม
(Social Enterprise : SE) หรอื กจิ การแบบธรุ กิจเพ่อื สังคม (Social Business : SB)
ก็ตาม ควรสนับสนุนการจัดการความรู้ในการดำ�เนินการ คือ การถอดสกัดความรู้เด่น
ทสี่ ง่ ผลตอ่ ความส�ำ เรจ็ ในการด�ำ เนนิ การ ทงั้ น้ี ทางมลู นธิ สิ มั มาชพี มบี คุ ลากรทพ่ี รอ้ มสนบั สนนุ
การจดั การความรูต้ อ่ ภาคสี นบั สนนุ และต่อกลุ่มเป้าหมายในพืน้ ท่ีริเริม่
(4) การขบั เคลอื่ นปจั จยั ดา้ นการสรา้ งเศรษฐกจิ ชมุ ชน กลา่ วคอื การวดั ผลความส�ำ เรจ็
ของการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน/เศรษฐกิจท้องถิ่น อาทิ การพัฒนาเคร่ืองมือเพ่ือวัดผล
การพัฒนาผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ระดับตำ�บล-อำ�เภอ, เครื่องมือวัดผล
ความสำ�เร็จของผปู้ ระกอบการชมุ ชน (ระดบั กลุ่ม) เปน็ ต้น
ดังนั้น กระบวนการบริหารเพื่อการพัฒนาผู้ประกอบการชุมชนตามที่มูลนิธิสัมมาชีพ
กำ�หนดไว้ จึงถกู ขับเคลื่อนตามแผนภาพดา้ นลา่ ง
14 กราายรงสารนา้ ผงกลลกุม่าสรขมั บัมเาคชลพี อื่ ชนุมโคชรนงสกู่กาารรสเปรา้็นงผสู้ปัมรมะากชอีพบชกมุาชรชนมุตชานมห(Cลกัomปรmชั ญunาiขtyองEเnศtรrษeฐpกreจิ nพeอuเrพ:ียCงE)
Partnership for CE 2
กรมการพัฒนาชุมชน Ecosystem Building
(คัดเลือกชุมชน)
การพัฒนา
มลู นิธสิ มั มาชีพ (องค์กร ความสามารถ
รว่ มประสานเพ่อื การ
ปฏบิ ัติงาน) ของชมุ ชน
ตลาดหลกั ทรัพย์ฯ การพฒั นาธุรกิจ
(สอ่ื กลางสาหรับการ
แนะนาธรุ กิจใหร้ ูจ้ ัก การพฒั นา
เศรษฐกิจท้องถ่นิ
ชมุ ชน) (ชมุ ชน-กระแสหลัก)
การจดั การความรู้
การส่ือสารผลงาน
เกณฑ์ความเป็นไปได้ในการดาเนินธุรกจิ
เกณฑค์ วามเข้มแข็งชมุ ชน
1.2 MOU 2 : กรมการพัฒนาชุมชน กับ หน่วยงานริเร่ิมธุรกิจเพ่ือสังคม
แห่งประเทศไทย (Thailand Social Business Initiative : TSBI)
การขับเคล่ือนการดำ�เนินการตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือท่ี 2 (MOU 2) นั้น
ขับเคลื่อนตามวงจรกิจการแบบธุรกจิ เพื่อสังคม (Social Business : SB) โดยเร่ิมตน้
จากการลงทุน ซ่ึงเป็นการนำ�กองทุนต่างๆ ในชุมชน มาเป็นทุนตั้งต้นให้แก่กลุ่ม
ผปู้ ระกอบการชมุ ชน จากนนั้ จงึ เปน็ ขนั้ ตอนของการพฒั นาผลติ ภณั ฑช์ มุ ชนใหม้ มี าตรฐาน/
คุณภาพ แล้วนำ�เข้าสู่ข้ันตอนการจัดจำ�หน่ายในกระดานสินค้าท่ีจัดไว้เป็นลำ�ดับถัดไป
จากนนั้ ผลก�ำ ไรทไ่ี ดจ้ ากการจ�ำ หนา่ ยผลิตภณั ฑ์จะน�ำ คืนทุนต้งั ตน้ ส่วนหน่ึง อีกสว่ นหนง่ึ
จะน�ำ ไปลงทุนรอบใหม่ ดังน้ัน วงจรการพฒั นาผูป้ ระกอบการชุมชนตามที่ TSBI เสนอไว้
จงึ ขบั เคลื่อนตามวงจรดำ�เนินการ ดังนี้
15กรมการพฒั นาชุมชน กระทรวงมจัดหทาด�ำ โไดทยย
ท้ังน้ี ปัจจัยสำ�คัญท่ีส่งผลต่อความสำ�เร็จของการขับเคล่ือนการพัฒนาผู้ประกอบการ
ชุมชนน้ี คือ ความร่วมมือของผู้นำ�ชุมชนท่ีจะเข้าไป ระบุความต้องการท่ีรอการตอบ
สนอง (หรอื ปญั หาท่ีรอการแกไ้ ข) ของกล่มุ /ชมุ ชน นัน้ ๆ ผนู้ ำ�ในพนื้ ที่รเิ ร่ิมทั้ง 6 แหง่
จึงถูกคาดหวังว่า จะสามารถวิเคราะห์ศักยภาพชุมชน/กลุ่ม ท่ีจะลงไปดำ�เนินการ
ได้อย่างตรงประเด็น และชี้ชัดถึงแนวทางการพัฒนาท่ีจำ�เป็นต่อการพัฒนากลุ่มและ
ผลิตภัณฑ์ เพอ่ื ใหส้ ามารถเข้าส่กู ารจัดจ�ำ หน่ายในกระดานสนิ คา้ และรวมถงึ การพัฒนาสู่
การเปน็ ธุรกจิ เพอ่ื สังคม (Social Business : SB) ไดต้ ่อไป
นอกจากนี้ การพิจารณาคัดเลือกพ้ืนท่ีริเริ่ม ก็มีความสำ�คัญท่ีจะส่งผลให้การดำ�เนิน
กิจกรรมประสบความสำ�เร็จหรือล้มเหลว ซ่ึงทางสถาบันไทยพัฒน์ได้ให้ข้อสังเกต
การพิจารณาคัดเลือกพื้นท่ีริเริ่มว่า นอกจากเกณฑ์ด้านความเข้มแข็งของชุมชน และ
เกณฑ์ด้านความเป็นไปได้ในการดำ�เนินธุรกิจแล้ว ขอให้คำ�นึงเกี่ยวกับศักยภาพของ
ชุมชน (หรือของกลุ่มและผู้นำ�ชุมชน) ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้/ภูมิปัญญาท้องถ่ิน
จากร่นุ หน่งึ ส่อู ีกรนุ่ หนึง่ เพือ่ ความยั่งยืนของการด�ำ เนนิ ธุรกิจในภายหนา้
ประเดน็ ท่ี 2 กำ�หนดพนื้ ทด่ี ำ�เนินการ
ผลการประชุมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพ่ือขับเคล่ือนกิจกรรมตามข้อตกลง
ความร่วมมือ (MOU) เมื่อวันท่ี 21 ธันวาคม 2559 ณ ห้องประชุม 503 ชั้น 5
กรมการพฒั นาชมุ ชน มขี ้อสรุปเบื้องต้นเก่ยี วกบั การคดั เลอื กพื้นทดี่ ำ�เนินการ ดังนี้
16 รกาายรงสารนา้ ผงกลลกมุ่าสรขมั บัมเาคชลีพื่อชนุมโคชรนงสกู่กาารรสเปรา้็นงผสู้ปมั รมะากชอพี บชกมุาชรชนุมตชานมห(CลักomปรmัชญunาiขtyองEเnศtรrษeฐpกreิจnพeอuเrพ:ียCงE)
ผลการประชุมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพ่ือขับเคลื่อนกิจกรรมตาม
ข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เม่ือวันท่ี 21 ธันวาคม 2559 ณ ห้องประชุม 503 ช้ัน 5 กรมการ
พัฒนาชมุ ชน มขี อ้ สรปุ เบอ้ื งต้นเกยี่ วกบั การคดั เลอื กพืน้ ที่ดาเนินการ ดังนี้
เง่อื นไข MOU คณะท่ี 1 MOU คณะที่ 2
1. พน้ื ที่ พื้นท่ซี ึ่งไมอ่ ยูใ่ นขอบข่ายทบ่ี ริษัท พื้นทีซ่ ง่ึ ไมอ่ ยใู่ นขอบข่ายท่บี ริษัท
ดาเนินการ ประชารัฐจังหวดั ฯ คัดเลอื ก ประชารฐั จังหวัดฯ คดั เลอื ก
ดาเนินการ ดาเนนิ การ
2. กลไก ดาเนินงานใน 76 จังหวัด ๆ ละ ดาเนินงานใน 76 จงั หวดั ๆ ละ
ขบั เคลอ่ื น 1 หมู่บา้ น/ชุมชน 1 หมูบ่ า้ น/ชุมชน
ศอช.ต. หรอื ผ้นู า อช. ที่เขม้ แขง็
3. ภารกจิ ศอช.ต. หรอื ผนู้ า อช. ทเ่ี ข้มแข็ง หน่วยงานรเิ ริ่มธรุ กิจเพอื่ สังคมแหง่
และ SMEs ในพนื้ ที่ (พจิ ารณาโดย ประเทศไทย (TSBI)
บทบาท มูลนธิ ิสัมมาชีพ และ ตลาด
หนา้ ที่ หลกั ทรัพยแ์ หง่ ประเทศไทย) การพัฒนาผ้ปู ระกอบการชุมชน
(CE) สู่การเป็นธุรกิจเพื่อสงั คม
การพัฒนาผูป้ ระกอบการชมุ ชน (Social Business : SB)
(CE) สู่การเปน็ วิสาหกิจเพ่ือสังคม การส่อื สารผลงานในระดับสากล
(Social Enterprise : SE) การจดั การความรู้
การสอ่ื สารผลงานในระดบั สากล
การจัดการความรู้
ผลการประชมุ เมอื่ วนั ท่ี 27 ธนั วาคม 2559 ที่ประชุมไดข้ ้อสรุปเพิม่ เตมิ เกย่ี วกับ
พื้นทร่ี ิเรม่ิ สำ�หรบั การขบั เคลอื่ นการดำ�เนนิ งานของคณะ MOU ท้ัง 2 คณะ โดยสรปุ วา่
ให้ผู้นำ�พ้ืนที่ริเริ่มท้ัง 6 คน/จังหวัด (จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี จงั หวดั สมทุ รปราการ และ จงั หวดั สมทุ รสงคราม) ไดพ้ จิ ารณาคดั เลอื ก
กลมุ่ อาชพี ทมี่ ศี กั ยภาพโดดเดน่ เพอื่ การขบั เคลอ่ื นการด�ำ เนนิ การใหเ้ หน็ ผลลพั ธเ์ ปน็ รปู ธรรม
ในระยะเวลาท่ีกำ�หนด พร้อมทั้ง ให้ผู้นำ�ชุมชนจากแต่ละจังหวัด ได้เสนอผลิตภัณฑ์
ชมุ ชน เพอื่ เปน็ หน่วยการวิเคราะห์ข้อมูล (ข้อมูลศักยภาพชมุ ชน/กลุม่ ) นำ�เสนอตอ่ มลู นธิ ิ
สมั มาชพี และหนว่ ยงานรเิ รมิ่ ธรุ กจิ เพอ่ื สงั คมแหง่ ประเทศไทย (TSBI) ไวเ้ ปน็ ขอ้ มลู พน้ื ฐาน
ประกอบการดำ�เนินการสนับสนนุ และพฒั นาตอ่ ไป
นอกจากน้ี ที่ประชุมมีมติให้มีการคัดเลือกพ้ืนท่ี (พ้ืนที่จับคู่พัฒนา) อีก 6 พ้ืนที่/
จังหวัด เพ่ือให้เป็นพ้ืนที่ดำ�เนินการในลักษณะคู่ขนานกับพ้ืนที่ริเริ่ม 6 พื้นที่ก่อนหน้า
โดยสรปุ แลว้ การด�ำ เนนิ การพฒั นาผปู้ ระกอบการชมุ ชน(Community Entrepreneur : CE)
สู่การเป็นวิสาหกิจเพ่ือสังคม (Social Enterprise : SE) หรือธุรกิจเพื่อสังคม
(Social Business : SB) จะดำ�เนนิ การในพนื้ ทรี่ ิเร่มิ จ�ำ นวน 12 พน้ื ที/่ จังหวัด และมีการ
ระบุผลิตภณั ฑ์ชุมชนทม่ี ีศักยภาพ รายละเอยี ด ดังนี้
17กรมการพัฒนาชมุ ชน กระทรวงมจดัหทาดำ�โไดทยย
จังหวดั กลุม่ /ชุมชน หรือ จับคู่ กลุ่ม/ชุมชน หรือ
จงั หวัด ผลิตภณั ฑ์ชมุ ชน
ริเร่ิม ผลติ ภัณฑ์ชุมชน
สรุ าษฎร์ กลมุ่ วิสาหกิจชมุ ชนพฒั นา
กลุ่มแปรรูปผลผลติ การเกษตร (กล้วย ธานี เศรษฐกิจชุมชน หมทู่ ี่ 4 ตาบลเขา
ถ่าน อาเภอท่าฉาง
สมทุ รสงคราม มกุ -หอม) หมู่ท่ี 5 ตาบลเหมืองใหม่ สงขลา กลุม่ โรงสขี า้ วชมุ ชนบา้ นหนอง
โอน หมทู่ ่ี 6 ตาบลควนรู อาเภอรัต
อาเภออัมพวา ชยั ภูมิ ภูมิ
กลุม่ สบตู่ าลโตนด (โหนด นา
กลุม่ อาชพี แมค่ รัวหัวปา่ หมู่ท่ี 3 ยโสธร เล) หมู่ที่ 7 ตาบลท่าหิน อาเภอ
สทงิ พระ
ตาบลหวั ปา่ อาเภอพรหมบุรี น่าน กลมุ่ แปรรปู ผลิตภัณฑช์ มรมผนู้ า
อาสาพฒั นาชุมชนอาเภอเกษตร
สิงห์บรุ ี กลุ่มวิสาหกจิ ชมุ ชน ข้าวปลอดภยั แม่ สมบรู ณ์ หมทู่ ่ี 3 ตาบลบ้านหัน
ครัวหวั ป่า หมู่ท่ี 3 ตาบลหวั ป่า อาเภอ อาเภอเกษตรสมบูรณ์
กลุ่มผลติ และแปรรูปผลผลติ ทาง
พรหมบรุ ี การเกษตร (ข้าวหอมมะลิ
ปลอดภัย) หมูท่ ่ี 2 ตาบลคูเมอื ง
นนทบุรี กลุม่ อาชีพสตรแี ปรรปู อาหารบางเลน อาเภอมหาชนะชยั
หมทู่ ี่ 2 ตาบลบางเลน อาเภอบางใหญ่
กลมุ่ อาชพี เนื้อโคขนุ บา้ นแหด หมู่
กลุ่มศนู ย์เรียนรเู้ ศรษฐกจิ พอเพียง (เชิง ท่ี 12 ตาบลฝายแกว้ อาเภอภู
เกษตร) หมทู่ ี่ 2 ตาบลหนา้ ไม้ อาเภอลาด เพียง
ปทมุ ธานี หลมุ แกว้
กลมุ่ เกษตรชมุ ชนตาบลหน้าไม้ หมู่ท่ี
11 ตาบลหน้าไม้ อาเภอลาดหลมุ แกว้
กลุ่มกุ้งก้ามแดงแพรกษา หมทู่ ่ี 7
ตาบลแพรกษา อาเภอเมืองฯ
สมุทรปราการ กลุ่มพัฒนาอาชพี บา้ นคลองนาเกลือ
หมทู่ ่ี 2 ตาบลนาเกลือ อาเภอพระสมุทร
เจดยี ์
สพุ รรณบรุ ี กลุ่มขา้ วบา้ นบางคนั ช่งั หมู่ท่ี 12 กลุ่มกรีนมารเ์ กต็ ซับสมบรู ณ์
ตาบลบางตาเถร อาเภอสองพนี่ อ้ ง
กลมุ่ ผา้ ชายกยุ หมู่ท่ี 6 ตาบลวังน้า เพชรบูรณ์ ตาบลซับสมบูรณ์ อาเภอวเิ ชียร
เย็น อาเภอบางปลาม้า บุรี
18 รกาายรงสารน้าผงกลลกุ่มาสรขัมบัมเาคชลพี ื่อชนมุโคชรนงสกกู่ าารรสเปรา้็นงผสปู้ มั รมะากชอพี บชกมุาชรชนุมตชานมห(Cลกัomปรmชั ญunาiขtyองEเnศtรrษeฐpกreิจnพeอuเrพ:ียCงE)
2
ประเด็นที่ 3 จดั ทาแผนปฏบิ ัตกิ าร (Action Plan)
ประเดน็ ที่ 33.1จกดั าทรำ�กแาหผนนดปพฏ้ืนิบทตั ี่แิกลาะรกิจ(AกcรรtiมoดnาเPนlินaกnา)ร
(หรEหเCาสรnรยoนืออื tลmrอะ ผธeธเmรอลุรpรุาuกียกr3กยnดeิจ.าจิล1iตเntรเพะyาeพกเกมื่อEuอ่ือำ�ตาสrnยีสหราังผtดรกังrคนeา:ลคตำ�มงpดหกมาrCแมe(นาS(nEผตดรSeoา)นกพoucรกicrนื้าaาสiาห:ทlงaู่กรBCl่แี นาดuBEลรดำs�ะ)uเiแเnปกsสนeผiจิ็นู่กnsินกนาวesกรริsสก:รเาsาปามSรหร็น:BดพกดSวำ�)ัฒิจิสเาBตนเาเนา)พินหนมาต่ือกกแิ นผาสผาิจมู้กปรนังเพแารคกผ่ืะรอามรนพสกดังกอั ฒา(คาเSบนมรนoกิดนาcา(งำ�Sผiารเaนoนู้ ชปlcทนิ ุมรia่ีมงEะชlาูลnกนEนนtอneทิธtบิสre่ีม(pCrัมกูลprมนoirาsiาsิธรmชeeิสชีพmัมุ:มเ:สมSuชนาEnSนอช)iEtีพy)
ที่ กิจกรรม ปี 2560 (ไตรมาส)
1234
1. SMEs – มูลนิธิสัมมาชีพ – กรมการพัฒนา
ชุมชน
การคดั เลือกชมุ ชน/เอกชน
Matching Program
Organize and test run business
2. เอกชนในพื้นท่ี
การคดั เลอื กชุมชน/เอกชน
Matching Program
Organize and test run business
3. รปู แบบการรว่ มงานแบบมีตัวตน
การคัดเลอื กชุมชน/เอกชน
Matching Program
Organize and test run business
4. การพัฒนาสู่การดาเนินธุรกิจ (Develop to
business)
Business operation
Ecosystem building
3.2 การวเิ คราะห์ศกั ยภาพกลุม่ /ชมุ ชนตัวอย่างของพนื้ ทรี่ เิ รมิ่
ผลการวิเคราะห์ศักยภาพของกลุ่มอาชีพตัวอย่าง ตามกรอบคิดที่พัฒนา
โดยสถาบันไทยพัฒน์ โดยท่ีประชุมได้พิจารณาเลือกกลุ่มกล้วยมุก-หอม
(จงั หวดั สมุทรสงคราม) เปน็ หน่วยในการวิเคราะห์ มผี ลการวิเคราะหต์ ามแผนภาพ
19กรมการพฒั นาชมุ ชน กระทรวงมจดัหทาดำ�โไดทยย
ปญ หา/ความตองการ : พฒั นาคุณภาพผลิตภณั ฑกลว ย
ลงทนุ ผลติ ภณั ฑ จําหนาย กาํ ไร
1. เครือ่ งทอดสุญญากาศ 1. กลว ยเบรกแตก 1. จําหนา ยในพื้นท่ี 1. คืนทนุ ตงั้ ตน 50%
2. เพ่มิ พ้ืนทปี่ ลูกกลว ยหกั มกุ 2. กลว ยธัญพชื (คนมารับซ้ือ) 2. ทนุ สาํ รอง 20%
3. ปุยหมักจากเปลือก 3. ลงทุนรอบใหม 30%
(เชา ) 2. ตางจังหวดั (ไปรษณีย)
3. หนอพนั ธกุ ลวย กลว ย 3. ทางออนไลน เชน ซอื้ ซีลขนาดใหญ
4. พฒั นาบรรจภุ ัณฑ 4. กลวยบวชชบี รรจุ
5. พัฒนาความหลากหลาย
กระปอง
ของผลติ ภัณฑ 5. กระทง (ใบตอง)
6. สรา งเครือขา ยปจ จัยการ 6. เชอื กกลว ย (หยวก)
7. ใบตองสด
ผลิต
ใครทาํ : ๑. คณะกรรมการกลมุ
๒. ครวั เรอื นทเี่ ปน สมาชกิ กลมุ
ประเดน็ ท่ี 4 ข้อคดิ เหน็ และขอ้ แนะนำ�จากผแู้ ทน Yunus Center AIT
Dr. Faiz Shah จาก Yunus Center AIT ให้ข้อแนะนำ�ต่อท่ีประชุมสำ�หรับ
การขับเคลือ่ นการด�ำ เนนิ การฯ สรุปความได้ ดังนี้
(1) Writing down the communities and products’ stories กล่าวคือ
การเขียนบันทึกองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถ่ิน ซ่ึงเป็นเร่ืองเล่าที่มีคุณค่าต่อประวัติ
และความเปน็ มาของท้องถิ่นน้ันๆ
(2) Finding out which social/community problems should be solved
กล่าวคือ ทีมต้องสร้างการรับรู้และความเข้าใจต่อกลุ่ม/ชุมชน ในการระบุปัญหาและ
แนวทางการพฒั นาทจี่ ะเออื้ ตอ่ การพฒั นาเปน็ ผปู้ ระกอบการชมุ ชน กระบวนการระบปุ ญั หา
และคน้ ควา้ แนวทางการพฒั นา จะสง่ ผลใหเ้ กดิ แนวความคดิ ใหม่ (ideas) ทเี่ ปน็ ประโยชน์
ตอ่ การเสรมิ สรา้ งความเขม้ แขง็ ของประชาชน ( the empowerment of the people) และ
สง่ ผลตอ่ โอกาสแหง่ การพฒั นาธรุ กจิ (business opportunities) ทจี่ ะเกดิ ขน้ึ ในชมุ ชนตอ่ ไป
(3) Acknowledging who are the best organized groups กล่าวคือ
ความพยายามของทมี ด�ำ เนนิ การทจี่ ะประสานความรว่ มมอื กบั กลมุ่ /เครอื ขา่ ยทม่ี กี ารบรหิ าร
จดั การทดี่ ขี องชมุ ชนนน้ั ๆ เพอ่ื รว่ มกนั ก�ำ หนดอนาคตและทศิ ทางการพฒั นาทสี่ อดคลอ้ งกบั
บรบิ ทในเวลาน้นั ๆ
20 รกาายรงสารน้าผงกลลกุม่าสรขัมับมเาคชลีพือ่ ชนมุโคชรนงสกู่กาารรสเปรา้น็ งผส้ปู ัมรมะากชอพี บชกมุาชรชนุมตชานมห(CลกัomปรmัชญunาiขtyองEเnศtรrษeฐpกreิจnพeอuเrพ:ียCงE)
1.3 การสำ�รวจและเก็บข้อมูลเพ่ือวางแผนการพัฒนาผู้นำ�ในพื้นที่ริเร่ิมและ
พนื้ ทีจ่ ับคู่พฒั นา เกบ็ ข้อมลู กลมุ่ อาชีพเป้าหมาย ตามแบบสำ�รวจขอ้ มลู ที่กำ�หนด
1.4 การกำ�หนดแผนปฏิบัติการขับเคลือ่ น
กรมการพฒั นาชมุ ชน โดยส�ำ นกั เสรมิ สรา้ งความเขม้ แขง็ ชมุ ชน รว่ มกบั มลู นธิ สิ มั มาชพี
ประชุมหารือเพื่อกำ�หนดแผนปฏิบัติการการขับเคลื่อนการพัฒนาผู้ประกอบการชุมชน
เม่ือวนั พฤหัสบดที ่ี 12 มกราคม 2560 เวลา 14.00 – 16.00 น. ณ สำ�นักเสรมิ สร้าง
ความเข้มแขง็ ชุมชน มีข้อสรุปดงั นี้
(1) การคัดเลือกชุมชน/เอกชน กิจกรรมการคัดเลือกชุมชน/เอกชน เพ่ือกำ�หนด
เปน็ พนื้ ทเ่ี ปา้ หมายส�ำ หรบั ด�ำ เนนิ การ ไดถ้ กู ก�ำ หนดเปน็ 3 พนื้ ที่ คอื (1) พนื้ ทถ่ี อดบทเรยี น
ต้นแบบ (ถอดโมเดล) ในพน้ื ทจ่ี ังหวัด 3 จังหวดั คือ จังหวัดสมทุ รปราการ จังหวัดล�ำ ปาง
และ จงั หวัดศรีสะเกษ (2) พน้ื ทรี่ เิ รม่ิ ในพน้ื ทจี่ ังหวัด นนทบุรี ปทมุ ธานี สมุทรสงคราม
สมุทรปราการ สิงห์บรุ ี สุพรรณบรุ ี และ (3) พนื้ ที่จับคู่พฒั นา ในพื้นท่จี งั หวัด สงขลา
สุราษฎร์ธานี ชัยภมู ิ ยโสธร นา่ น เพชรบรู ณ์ ทั้งน้ี เหตผุ ลส�ำ หรับการเพ่ิมจ�ำ นวนพ้ืนท่ี
ข้ึนมาอีก 1 พื้นท่ี เพ่ือค้นหากลุ่มอาชีพต้นแบบ (ถอดโมเดล) ซ่ึงจะเป็นประโยชน์
ต่อการขยายผลการขับเคลื่อนการพัฒนาผู้ประกอบการชุมชน (CE) สู่พื้นที่อื่นๆ
ใหป้ ระสบความสำ�เรจ็
21กรมการพัฒนาชมุ ชน กระทรวงมจัดหทาด�ำ โไดทยย
(2) การด�ำ เนินการพัฒนาผูป้ ระกอบการชมุ ชน (CE) ตามแนวทางทกี่ ำ�หนด
การลงพื้นที่และการวิเคราะห์ข้อมูลชุมชนและศักยภาพของกลุ่มอาชีพต้นแบบ
(ถอดโมเดล) คณะท�ำ งานจะไดร้ ปู แบบการพฒั นา ทงั้ นี้ หากกลมุ่ อาชพี มศี กั ยภาพ มคี วามพรอ้ ม
ในการดำ�เนนิ ธรุ กิจ กลุม่ อาชีพน้ันกส็ ามารถดำ�เนินการในลกั ษณะ Matching Program
กับภาคธุรกิจรายอื่นๆ เพื่อการต่อยอดและพัฒนาธุรกิจของตนให้ก้าวหน้าแต่หาก
กลุ่มอาชีพใดที่ยังไม่พร้อมและต้องการความช่วยเหลือเพ่ือการพัฒนาธุรกิจ ก็จะได้รับ
การพัฒนาในรปู แบบ Training/Coaching เพ่ือใหม้ ศี กั ยภาพทเ่ี ขม้ แขง็
ทงั้ น้ี กระบวนการพฒั นาผปู้ ระกอบการชมุ ชน (CE) ในพน้ื ทรี่ เิ รม่ิ และพนื้ ทจี่ บั คพู่ ฒั นา
ให้มีศักยภาพเข้มแข็ง จะดำ�เนินการไปในทิศทางการบูรณาการแนวทางฯ จาก MOU
ของคณะที่ 1 และ คณะที่ 2 รว่ มกนั ประกอบดว้ ย การวเิ คราะหโ์ อกาสและความเปน็ ไปได้
ในการประกอบธุรกิจ การสนับสนุนการศึกษาดูงาน การพัฒนากลุ่มอาชีพ การพัฒนา
ผลิตภณั ฑ์ การส่งเสริมช่องทางการจ�ำ หนา่ ย และการจัดการกำ�ไร เป็นต้น ซ่งึ ในท้ายท่สี ุด
กระบวนการพัฒนาผู้ประกอบการชุมชน (CE) จะนำ�สู่การพัฒนาเศรษฐกิจท้องถ่ิน
กลา่ วคอื ผปู้ ระกอบการชมุ ชน (CE) มศี กั ยภาพเขม้ แขง็ ทจ่ี ะพฒั นารปู แบบการด�ำ เนนิ ธรุ กจิ
ตามรูปแบบและแนวทางท่ผี ้ปู ระกอบการชุมชน (CE) รายนนั้ ๆ ประสงค์
(3) การติดตาม/ประเมินผลการดำ�เนินงาน ที่ประชุมกำ�หนดแนวทางการ
ติดตาม/ประเมินผลการดำ�เนินการ ประกอบด้วย การรายงานผลการดำ�เนินงานต่อ
ผู้บริหารระดับสูง พร้อมทั้ง การนำ�เสนอผลการดำ�เนินงานระดับ Best Practice
ของผปู้ ระกอบการชุมชน (CE) ในเวทีวชิ าการระดบั ประเทศ และ/หรือ ระดบั สากล
22 รกาายรงสารน้าผงกลลกมุ่าสรขมั บัมเาคชลพี ื่อชนมุโคชรนงสกู่กาารรสเปร้า็นงผสูป้ ัมรมะากชอีพบชกุมาชรชนมุตชานมห(CลักomปรmัชญunาiขtyองEเnศtรrษeฐpกreจิ nพeอuเrพ:ยี CงE)
23กรมการพฒั นาชมุ ชน กระทรวงมจัดหทาดำ�โไดทยย
24 รกาายรงสารน้าผงกลลกุ่มาสรขัมบัมเาคชลพี อ่ื ชนมุโคชรนงสกู่กาารรสเปร้า็นงผสู้ปมั รมะากชอีพบชกุมาชรชนุมตชานมห(Cลกัomปรmชั ญunาiขtyองEเnศtรrษeฐpกreจิ nพeอuเrพ:ยี CงE)
25กรมการพฒั นาชมุ ชน กระทรวงมจัดหทาดำ�โไดทยย
2. การสรา้ งโมเดลขบั เคลอื่ น : การสรา้ งกลมุ่ สมั มาชพี สกู่ ารเปน็ ผปู้ ระกอบการชมุ ชน
(Community Entrepreneur : CE)
2.1 การกำ�หนดเกณฑ์การประเมินและตัวช้ีวัดศักยภาพกลุ่มอาชีพ/
กลุ่มวิสาหกจิ ชมุ ชน-สัมมาชพี
คณะกรรมการอำ�นวยการและคณะทำ�งานขับเคล่ือนกิจกรรมภายใต้ข้อตกลง
ความร่วมมือฯ เห็นชอบเกณฑ์การประเมินและตัวช้ีวัดศักยภาพกลุ่มอาชีพ
/กลุ่มวิสาหกิจชุมชน-สัมมาชีพ ซึ่งประยุกต์มาจากเกณฑ์การให้คะแนนรางวัล
กลุ่มวสิ าหกิจชุมชนดเี ดน่ ของมลู นธิ สิ มั มาชพี ดงั น้ี
26 รกาายรงสารน้าผงกลลกุ่มาสรขัมับมเาคชลีพอ่ื ชนุมโคชรนงสกกู่ าารรสเปร้า็นงผส้ปู มั รมะากชอีพบชกมุาชรชนมุตชานมห(Cลักomปรmชั ญunาiขtyองEเnศtรrษeฐpกreจิ nพeอuเrพ:ยี CงE)
เกณฑก์ ารประเมนิ (ตัวชว้ี ัด) ศกั ยภาพกล่มุ อาชีพ / กล่มุ วสิ าหกิจชมุ ชน – สมั มาชีพ
เปา้ หมาย เกณฑ์การพิจารณา ตวั ช้ีวัด
1. ด้านการจัดการวิสาหกิจ
ความสามารถ ยดึ ถอื หลักความยั่งยืน 1. กจิ การใช้ทนุ ทางสงั คม/วัฒนธรรมเปน็ ฐานในการดาเนนิ งาน
ในการจัดการ ในการประกอบการ 2. การดาเนินงานคานึงถึงผลกระทบทางสิ่งแวดลอ้ ม
วสิ าหกจิ การจัดหา จัดจ้าง 3. การทางานใช้วตั ถุดบิ ในชุมชน และการจัดจ้างคนในชุมชน
ผลประกอบการน่าพงึ 4. กจิ การมผี ลกาไรมาแล้ว 1-3 ปี
ใจ
แผนธรุ กิจในอนาคต 5. มีแผนงานในการยกระดับ /ขยายวสิ าหกิจ
2. ดา้ นการจัดการองค์กร
ความสามารถ มกี ารรวมกลมุ่ 1. องคก์ รมีโครงสร้างและฝ่ายงานรบั ผิดชอบมีระเบยี บกลมุ่ ท่ี
ในการจัดการ ชัดเจน
องคก์ ร มุ่งบริหารงานด้ว ย 2. องคก์ รมีแผนงาน มีระบบกากบั ตดิ ตามการดาเนนิ งานที่
ระบบ ชัดเจน (ภายในกลุ่ม)
การมีส่วนร่วม 3. สมาชิกมสี ่วนรว่ มวางแผนและตัดสนิ ใจ
การสร้างความร่วมมือ 4. องคก์ รมรี ะบบตรวจสอบจากภายนอก (อาทิ การตรวจ-สอบ
บัญชสี หกรณ์จากหน่วยงานภายนอก)
5. การมสี ่วนรว่ มจากองค์กรภายนอก/พนั ธมติ ร (การสนับสนนุ
ดา้ นความรู้ ทุน ฯลฯ)
เป้าหมาย เกณฑ์การพจิ ารณา ตวั ชวี้ ดั
3. ดา้ นนวัตกรรม
ความสามารถ การสร้างสรรค์ 1. มกี ารสร้างสรรคส์ นิ ค้าใหม่ กจิ กรรมใหม่ทางเศรษฐกิจเกดิ ขึ้น
ในการสร้าง ผลิตภณั ฑ์ใหม่ (ตัวสนิ คา้ )
นวัตกรรม 2. มีการสร้างสรรคม์ ลู คา่ เพิ่มใหม่ให้เกิดข้ึน
การบรหิ ารจัดการแนว 3. มกี ารจัดการใหม/่ กจิ กรรมใหม่ท่ตี อบสนองตอ่ สมาชิกและ
ใหม่ ชมุ ชน
(เชิงโครงสร้างองค์กร/กระบวนการ)
4. มกี ารนาเทคโนโลยี/ความรู้ใหม่มาใช้ในการดาเนนิ งาน
มกี ารยกระดบั ความรู้ 5. มกี ารศึกษาวจิ ยั และอบรมพฒั นาความรู้ในการทางาน
27กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมจดัหทาดำ�โไดทยย
3
เปา้ หมาย เกณฑ์การพจิ ารณา ตัวชว้ี ัด
1. ด้าน4ก. ดาร้าจนัดผกลาลรัพวธิส์าหกิจ
ผควลาลมัพสธา์จมาากรถ มยดึกี ถารือสหรล้ากังเคสวรามิ มยง่ั ยืน 1. กิาจรกดาารเในชิน้ทงนุ าทนาสงรส้าังงครมาย/วไัฒด้เนพธิ่มรแรมกเส่ ปมน็ าฐชากิ นในการดาเนินงาน
กในากรทาราจธัดรุ กาิจร/ เใศนรกษารฐปกรจิ ะขกอองบชกุมาชรน 2. กิจารกดาารเทนาินงงเศานรษคฐากนิจึงถตงึอ่ ผเนล่อืกงรไะดทร้ บบั ทกาางรสอง่ิ ุดแหวนดนุล้อใหมพ้ ัฒนา
วสิ าหกิจแก่ กมาสี ร่วจนดั สหรา้ งจคดั วจา้ามง 3. การทางานขใชอ้วงัตอถงคดุ ์กบิ รในเปช็นุมตชัวนอยแ่าลงะแกกาอ่รจงคัดก์จ้ารงอคื่นนๆใในนชทุม้อชงนถนิ่
สมาชิก / เผขล้มปแรขะ็งกขออบงกชาุมรชนน่าพงึ 4ได. ้กจิ การมีผลกาไรมาแล้ว 1-3 ปี
ชุมชน/สังคม ใจ 4. มีหน่วยงานภายนอกชุมชนเข้ามาสนใจใหก้ ารสนับสนนุ
สแผร้านงธุรกจิ ในอนาคต 5. มองีแคผก์ นรงจาัดนแในบก่งผารลยกการไระเดพับ่ือส/ขายธาายรวณสิ ปารหะกโยจิ ชน์
สาธารณประโยชน์ 2. ด้านการจดั การองค์กร
ความสามารถ มีการรวมกลุ่ม 5. ด1า้ .นอจงรคยิ ก์ ธรรมรีโคมร–งสสรัม้างมแาลชะพีฝ่ายงานรับผิดชอบมีระเบียบกลุ่มท่ี
คในวกาามรยจึดดั มก่ันาร ระบุในระดับปรชั ญา 1ช.ดั กเจานหนดในปรัชญา/วิสยั ทัศน/์ ระเบียบองคก์ ร
อในงหค์กลรัก มีกุ่งาบรรปิหฏบิาัตรติงามนแดผ้วนย 2. อมงีกคา์กรดรมาเีแนผนิ นกงาารนตามีรแะผบนบงกานากทับีก่ าตหิดนตดาไวม้ การดาเนินงานที่
คุณธรรม กระาบรบารงุ รักษา ช3.ดั มเจีปนระ(กภาศยใมนกี าลรุ่มให) ร้ างวลั การลงโทษเร่ืองจริยธรรม
กวฒัารนมธสี ร่วรนมรอ่วงมค์กร 43. อสงมคา์กชรกิ ไมดีสร้ ่วบั นรราว่งมวลัวา/งคแาผชนน่ื แชลมะตปดั รสานิ กใฏจแกส่ าธารณชน
ไกดาร้ บัสรคา้ วงาคมวเาชมือ่ รถ่วอื มมือ 45. ไอมงม่คก์ีข้อรมรอ้ีระงบเรบียตนร/กวจรณสอพี บพิ จาทกทภีเ่าชยอ่ื นมอโกยง(เอรา่อื ทงิคกุณารธตรรวมจอ-งสคอก์ บร
บัญชีสหกรณ์จากหนว่ ยงานภายนอก)
5. การมสี ว่ นรว่ มจากองคก์ รภายนอก/พันธมติ ร (การสนับสนนุ
ด้านความรู้ ทุน ฯลฯ)
เปา้ หมาย เกณฑ์การพจิ ารณา ตัวชี้วดั
3. ด้านนวัตกรรม
ความสามารถ การสร้างสรรค์ 1. มีการสร้างสรรคส์ ินค้าใหม่ กจิ กรรมใหม่ทางเศรษฐกิจเกดิ ขน้ึ
ในการสร้าง ผลติ ภัณฑ์ใหม่ (ตัวสนิ คา้ )
นวัตกรรม 2. มกี ารสร้างสรรค์มลู คา่ เพ่ิมใหม่ให้เกิดข้นึ
การบริหารจัดการแนว 3. มกี ารจัดการใหม่/กิจกรรมใหม่ที่ตอบสนองตอ่ สมาชิกและ
ใหม่ ชมุ ชน
(เชงิ โครงสรา้ งองค์กร/กระบวนการ)
4. มกี ารนาเทคโนโลย/ี ความรู้ใหมม่ าใชใ้ นการดาเนินงาน
มีการยกระดับความรู้ 5. มีการศึกษาวจิ ยั และอบรมพฒั นาความรู้ในการทางาน
28 รกาายรงสารนา้ ผงกลลก่มุาสรขัมับมเาคชลพี ือ่ ชนมุโคชรนงสกู่กาารรสเปรา้็นงผสู้ปมั รมะากชอีพบชกุมาชรชนุมตชานมห(CลักomปรmัชญunาiขtyองEเnศtรrษeฐpกreจิ nพeอuเrพ:ียCงE)
เกณฑก ารประเมินศกั ยภาพและความเปนไปไดในการประกอบธุรกจิ
01. ความสามารถ 01 03. ความสามารถ
ในการจัดการวสิ าหกิจ 05 ในการสรางนวตั กรรม
1. สรางสรรคสนิ คา ใหม
1. ใชทนุ ทางสงั คม-วฒั นธรรมเปน ฐานการดําเนนิ งาน 02 03 2. สรา งสรรคม ลู คา เพ่มิ ใหมใหเกดิ ขึ้น
2. คํานงึ ถงึ ผลกระทบทางส่ิงแวดลอม 04 3. จดั กิจกรรมใหมท ต่ี อบสนองตอ สมาชิกและชุมชน
3. ใชทรพั ยากรการผลิตและแรงงานจากชมุ ชน 4. นาํ เทคโนโลยแี ละความรูใ หมม าใชใ นการ
4. มผี ลกําไรมาแลว 1 – 3 ป
5. มีแผนงานในการขยายวสิ าหกจิ ดําเนินงาน
02. ความสามารถ 04. 5.กามรกี าสรศรกึ ษา าวงจิ ผัยแลละพปัฒนราะองโคคยวาชมรนูใหมแ กส งั คม
ในการจัดการองคกร 1. สรางรายไดเ พม่ิ แกส มาชิก
2. ไดร บั การสนับสนุนใหพ ัฒนาอยางตอเน่อื ง
1. มโี ครงสรา ง-ระเบยี บกลุมทชี่ ัดเจน 3. เปน ตวั อยางแกอ งคืกรอืน่ ๆ ในทองถนิ่ ได
2. มแี ผนงานกาํ กบั ติดตามการดําเนินงานท่ีชัดเจน 4. มหี นว ยงานภายนอกเขา มาสนับสนุน
3. สมาชกิ มีสว นรวมวางแผนตัดสินใจ 5. องคกรจัดแบงผลกาํ ไรเพื่อสาธารณประโยชน
4. มีระบบตรวจสอบจากภายนอก
กรมการพฒั นาชมุ ชน 29กระทรวงมจัดหทาดำ�โไดทยย 5. แสวงหาความรว มมอื จากองคก รภายนอก-พนั ธมติ ร 05. ความยดึ มัน่ ในหลักคุณธรรม
คะแนนเต็ม 75 คะแนน 1. กาํ หนดหลักคณุ ธรรมในปรชั ญา-วสิ ัยทศั นขององคก ร
2. ดําเนินการตามแผนงานทก่ี ําหนดไว
3. มปี ระกาศการใหร างวลั /ลงโทษเรือ่ งคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
4. องคกรไดรับรางวลั /คาํ ชื่นชม ปรากฏแกสาธารณะ
5. ไมม ีขอรอ งเรียน/พพิ าททเ่ี ชื่อมโยงเรอ่ื งคณุ ธรรมองคกร
ตารางการประเ ิมนศักยภาพและความเปนไปไดในการประกอบธุร ิกจ
คะแนนเต็ม
3
3
3
3
3
คะแนนเต็ม
3
3
3
3
3
30 รกาายรงสารน้าผงกลลกุ่มาสรขัมบัมเาคชลพี อ่ื ชนมุโคชรนงสกู่กาารรสเปร้า็นงผสู้ปมั รมะากชอีพบชกุมาชรชนุมตชานมห(Cลกัomปรmชั ญunาiขtyองEเnศtรrษeฐpกreจิ nพeอuเrพ:ยี CงE)
กรมการพฒั นาชมุ ชน 31กระทรวงมจัดหทาดำ�โไดทยย ตารางการประเมนิ ศกั ยภาพและความเปนไปไดใ นการประกอบธรุ กจิ
คะแนนเตม็
3
3
3
3
3
คะแนนเตม็
3
3
3
3
3
ตารางการประเ ิมน ัศกยภาพและความเปนไปไดในการประกอบธุร ิกจ
คะแนนเต็ม
3
3
3
3
3
รวมคะแนน ั้ทง 5 ดาน = 75 คะแนน
32 รกาายรงสารน้าผงกลลกุ่มาสรขัมบัมเาคชลพี อ่ื ชนมุโคชรนงสกู่กาารรสเปร้า็นงผสู้ปมั รมะากชอีพบชกุมาชรชนุมตชานมห(Cลกัomปรmชั ญunาiขtyองEเnศtรrษeฐpกreจิ nพeอuเrพ:ยี CงE)
2.2 การกำ�หนดโมเดลต้นแบบการพัฒนาผู้ประกอบการชุมชน (Community
Entrepreneur : CE)
ความเช่ือมโยงของโมเดลต้นแบบ ได้ประยุกต์เคร่ืองมือการทำ�งาน (เคร่ืองมือ
การวิเคราะห์เพื่อให้รางวัลวิสาหกิจชุมชนดีเด่นของมูลนิธิสัมมาชีพ) มาเป็นเคร่ืองมือ
ต้ังต้นสำ�หรับการวิเคราะห์ความเข้มแข็งชุมชนและความเป็นไปได้ในการดำ�เนินธุรกิจ
ของพน้ื ท่เี ปา้ หมายท้ัง 12 จังหวัด โดยเคร่ืองมือนนั้ มีเกณฑก์ ารพจิ ารณา จ�ำ นวน 5 ดา้ น
ซ่ึงแต่ละด้านมีตัวช้ีวัดที่เกี่ยวข้องแตกต่างกันไป ภายหลังการนำ�เคร่ืองมือดังกล่าวไป
วิเคราะห์พ้ืนที่ปฏิบัติการเป้าหมายแล้ว ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น คือการจัดประเภทของ
กลมุ่ อาชพี ตามศกั ยภาพ จ�ำ นวน 3 ประเภท ไดแ้ ก่ ประเภทที่ 1 เปน็ กลมุ่ อาชพี ทสี่ ามารถ
ตอ่ ยอดและยกระดับเป็นผูป้ ระกอบการในลกั ษณะวสิ าหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise
: SE), กิจการเพ่ือสังคม (Social Business : SB) หรือ วิสาหกิจขนาดกลางและ
ขนาดย่อม (SMEs) ประเภทที่ 2 เป็นกลุ่มอาชีพที่ต้องได้รับการบ่มเพาะก่อนการ
ต่อยอดกิจการ กล่าวคือ เป็นการพัฒนากลุ่มอาชีพให้เป็นผู้ประกอบการชุมชน (CE)
ที่เข้มแข็ง และประเภทท่ี 3 คือเป็นกลุ่มอาชีพท่ีไม่สามารถพัฒนาได้ด้วยตนเอง
ต้องได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภาครัฐและเอกชน
ภายหลงั การวเิ คราะห์ (ด้วยเครอ่ื งมือ 5 ดา้ น) และจดั ประเภทกลุม่ (3 ประเภท)
แล้วน้ัน กระบวนการพัฒนาสู่การเป็นผู้ประกอบการชุมชน จะประยุกต์ใช้วงจรการ
พัฒนาของกจิ การเพ่ือสังคม (SB) มาเป็นต้นแบบการพัฒนา ซงึ่ การขบั เคล่อื นตามวงจร
ดงั กลา่ ว เรม่ิ ตน้ จากการลงทนุ ซง่ึ เปน็ การน�ำ กองทนุ ตา่ งๆ ในชมุ ชน มาเปน็ ทนุ ตง้ั ตน้ ใหแ้ ก่
กลุ่มผู้ประกอบการชุมชน จากน้ันจึงเป็นข้ันตอนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน
ให้มีมาตรฐาน/คุณภาพ แล้วนำ�เข้าสู่ข้ันตอนการจัดจำ�หน่ายในระบบตลาด จากนั้น
ผลกำ�ไรที่ได้จากการจ�ำ หน่ายผลิตภัณฑ์จะนำ�คืนทุนต้ังต้นและน�ำ ไปลงทุนรอบใหม่ ดังน้ัน
วงจรการพัฒนาผปู้ ระกอบการชุมชนจะขบั เคล่อื นดังน้ี
3333กรมกรามรพกาฒั รพนาัฒชนุมาชชนุมกชรนะทกรวะทงมจรัดวหงทามจดำ�ัดหโไดททายยด�ำ โไดทยย
34 รกาายรงสารน้าผงกลลกุ่มาสรขัมบัมเาคชลพี อ่ื ชนมุโคชรนงสกู่กาารรสเปร้า็นงผสู้ปมั รมะากชอีพบชกุมาชรชนุมตชานมห(Cลกัomปรmชั ญunาiขtyองEเnศtรrษeฐpกreจิ nพeอuเrพ:ยี CงE)
1. การวเิ คราะหแ ละจดั ประเภทกลุม อาชพี
กรมการพฒั นาชมุ ชน 35กระทรวงมจัดหทาดำ�โไดทยย โมเดลการดาํ เนนิ งานตามโครงการสรา งสมั มาชพี ชมุ ชน
สูการเปน ผูป ระกอบการชุมชน (Community Entrepreneur: CE)
2. กระบวนการพฒั นากลมุ อาชพี สูการเปน ผูประกอบการชุมชน (CE)
วิสาหกจิ เพื่อสงั คม
(Social Enterprise : SE)
CE กจิ การแบบธุรกิจเพอ่ื สงั คม
(Social Business : SB)
64 จังห ัวด
กรอบระยะเวลาการ ํดาเนินงานตามโครงการสรางสัมมาชีพชุมชน SMEs 12 2,560
สูการเปน ูผประกอบการ ุชมชน (Community Entrepreneur: CE) กลุม กลุม
12 จังหวัด
36 รกาายรงสารน้าผงกลลกุ่มาสรขัมบัมเาคชลพี อ่ื ชนมุโคชรนงสกู่กาารรสเปร้า็นงผสู้ปมั รมะากชอีพบชกุมาชรชนุมตชานมห(Cลกัomปรmชั ญunาiขtyองEเnศtรrษeฐpกreจิ nพeอuเrพ:ยี CงE)
ส่วนที่ 3
ผขอ้ลมกูลากรลลงุม่ พอน้ืาชทพีจ่ี ัดเปเก้าหบ็ แมลาะยวิเคราะห์
คณะท�ำ งานทมี ปฏบิ ตั ิการ สงั กดั กรมการพฒั นาชมุ ชน พรอ้ มบคุ ลากรจากหน่วยงาน
ร่วมลงนามขอ้ ตกลงความรว่ มมือ (MOU) ลงพ้ืนทจี่ ัดเกบ็ และวเิ คราะห์ขอ้ มลู กลุ่มอาชีพ
เปา้ หมาย ในพนื้ ท่ดี ำ�เนินการ (พนื้ ทรี่ ิเร่ิมและพื้นท่จี บั คู่พัฒนา) ดว้ ยเกณฑ์การประเมนิ
(ตัวชีว้ ดั ) ศกั ยภาพของกลุ่ม ดงั น้ี
1) พ้ืนท่จี ังหวดั ปทมุ ธานี
คณะทำ�งานทีมปฏิบัติการ ลงพ้ืนท่ีสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการ
ดำ�เนินกจิ กรรมตามขอ้ ตกลงความรว่ มมือ (MOU) แกพ่ ฒั นาการจงั หวัด หัวหน้ากลุ่มงาน
และนักวิชาการที่เกี่ยวข้อง และลงพื้นท่ีจัดเก็บข้อมูลกลุ่มศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
เชงิ เกษตร หมทู่ ่ี 2 ต�ำ บลหนา้ ไม้ อ�ำ เภอลาดหลมุ แกว้ จงั หวดั ปทมุ ธานี และกลมุ่ เกษตรชมุ ชน
ตำ�บลหน้าไม้ หมู่ท่ี 11 ตำ�บลหน้าไม้ อำ�เภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี
เมอ่ื วันที่ 18 พฤษภาคม 2560
การประชุมช้แี จงสรา้ งความเขา้ ใจแก่ผ้เู กย่ี วข้องเก่ยี วกบั โครงการฯ ณ ส�ำ นักงาน
พฒั นาชุมชนจังหวดั ปทุมธานี
การลงพื้นท่ีจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล (ศักยภาพและความเข้มแข็งของชุมชน
และความเป็นไปได้ในการประกอบธุรกิจ) ณ ท่ีทำ�การกลุ่มอาชีพ กลุ่มศูนย์เรียนรู้
เศรษฐกจิ พอเพียงเชิงเกษตร หมทู่ ี่ 2 ตำ�บลหน้าไม้ อ�ำ เภอลาดหลุมแก้ว จงั หวดั ปทมุ ธานี
37กรมการพฒั นาชมุ ชน กระทรวงมจดัหทาดำ�โไดทยย
1. พัฒนาการของกลุ่มอาชีพ
ประวตั คิ วามเปน็ มา
เนอ่ื งจากปี พ.ศ. 2554 เกดิ วกิ ฤตอทุ กภยั น�้ำ ทว่ มครง้ั ใหญย่ าวนานเปน็ เวลาถงึ 3 เดอื น
ทำ�ให้พืชสวนไร่นาเกิดความเสียหายท้ังหมด เม่ือนำ้�แห้งลงในชุมชนไม่มีพืชผักหรือ
ไม้ผลไว้บรโิ ภค จงึ ตอ้ งหาพชื พันธุ์ไม้ท่ีมคี วามจำ�เป็นมาปลูกไวเ้ พ่ือบริโภคภายในครวั เรือน
สิ่งท่ีทำ�ให้เกิดแรงบันดาลใจ คือการได้เห็นต้นมะนาวต้นหน่ึงท่ีรอดตายจากน้ำ�ท่วมในปี
นน้ั คอื ต้นมะนาวแป้นท่ีเสยี บยอดจากตอมะขวดิ สว่ นมะนาวกงิ่ ตอนตายหมด จงึ ได้ขยาย
พนั ธมุ์ ะนาวด้วยการเสียบยอดจากตอมะขวดิ เพ่ือแจกจ่ายใหก้ ับคนในชมุ ชน และจ�ำ หน่าย
สร้างรายได้เสริมให้กับครัวเรือน จนเป็นที่ยอมรับและรู้จักท้ังทางสื่อทีวีและสื่อออนไลน์
เพราะเห็นคุณสมบตั ิพิเศษของต้นมะขวดิ ในการทนตอ่ ความช้ืนและทนต่อความแห้งแลง้
ปัจจุบัน ได้พัฒนาศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง (เชิงเกษตร) ถ่ายทอดความรู้
ให้กับประชาชนท่ัวไป เพ่ือน้อมนำ�หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของ
พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช รัชกาลท่ี 9 มาใช้ในการด�ำ เนนิ ชีวติ
2. ผลติ ภณั ฑข์ องกลุม่ อาชพี
2.1 อตั ลกั ษณ์ (เอกลกั ษณ)์ /จุดเดน่ ของผลติ ภณั ฑ์
มะนาวที่เสียบยอดบนตอมะขวิดมีอายุยืนยาวมากกว่ากิ่งตอน ทนต่อความชื้นและ
ความแห้งแล้ง ให้ผลผลิตดกตลอดปีทุกฤดูกาล ปลูกได้ในพ้ืนดินทั่วไป ไม่ต้องใส่รอมปูน
ไมต่ อ้ งบงั คบั ออกดอกผลนอกฤดกู าล ผลผลติ ทไ่ี ดจ้ ากการจ�ำ หนา่ ยเพอ่ื บรโิ ภคในครวั เรอื นแลว้
ยงั สามารถแปรรปู เปน็ เครอ่ื งดมื่ น�ำ้ มะนาวผสมดอกอญั ชนั เปน็ จดุ เดน่ ของผลติ ภณั ฑอ์ กี ดว้ ย
2.2 มาตรฐานและรางวลั ทไ่ี ด้รบั เกียรติบตั ร บรษิ ัท ซี พี ออลล์ จำ�กดั (มหาชน) และ
วทิ ยาลยั เทคโนโลยปี ญั ญาภวิ ตั น์ โครงการหนอ่ นวตั กรรม ครง้ั ท่ี 6 ประจ�ำ ปกี ารศกึ ษา 2559
3. กระบวนการผลิต
3.1 วัตถุดิบและส่วนประกอบ
1. เพาะเมลด็ มะขวดิ ใหม้ ขี นาดลำ�ต้นเส้นผ่าศนู ยก์ ลางประมาณ 1 เซนตเิ มตร
หรือมากกวา่ นนั้ ย่ิงดี สงู ประมาณ 60-80 เซนติเมตร หาไดใ้ นชมุ ขน
38 รกาายรงสารน้าผงกลลกุม่าสรขัมับมเาคชลพี อ่ื ชนมุโคชรนงสกู่กาารรสเปร้า็นงผสู้ปัมรมะากชอพี บชกมุาชรชนมุตชานมห(Cลกัomปรmชั ญunาiขtyองEเnศtรrษeฐpกreิจnพeอuเrพ:ียCงE)
2. ต้นแม่พนั ธม์ุ ะนาวแปน้ ใช้ได้ทกุ สายพันธุ์
3. กรรไกรตัดแต่งกง่ิ ไม้ / คัตเตอร์ / เทปพันกิ่ง
4. ถุงพลาสตกิ ส�ำ หรบั อบ ขนาด 25*45 หรอื โรงเรอื นส�ำ หรบั อบ
3.2 ขน้ั ตอนการผลิต
นำ�ต้นตอมะขวิดท่ีเตรียมไว้มาตัดยอดออกให้เหลือต้นตอประมาณ 8 – 10 นิ้วฟุต
ใชค้ ัต-เตอรห์ รือมีดผา่ กลางต้นตอมะขวิดประมาณ 1 น้ิวฟุต น�ำ ก่งิ พนั ธุม์ ะนาวทเ่ี ตรียมไว้
ปาดก่ิงท้ังสองด้านให้เป็นล่ิม แล้วเสียบลงไปในต้นตอมะขวิด พันแผลด้วยเทป
นำ�ใส่ถุงพลาสตกิ แลว้ อบไวป้ ระมาณ 18 – 22 วัน มะนาวจะแตกยอดออกมา นำ�ออกจาก
ถุงอบอนบุ าลไวอ้ กี 10 – 15 วนั แล้วจึงน�ำ ไปปลกู ที่ไร่หรอื สวนตอ่ ไป
ส่วนการแปรรูปมะนาวผสมดอกอัญชนั วัตถุดิบและสว่ นประกอบ (1) ผลมะนาวได้ทุก
สายพนั ธ์ุ (2) น�ำ้ ตาลทราย (3) เกลือปน่ (4) น้�ำ สะอาด (5) ดอกอญั ชัน (6) ใบเตยหอม
3.3 เทคนิค/เคลด็ ลบั ในการผลติ
การเสียบยอดมะนาวบนต้นตอมะขวิด
1. การเสยี บยอดมะนาวบนตน้ ตอมะขวดิ ก่ิงมะนาวต้องไมอ่ ่อนเกินไปและไมแ่ กเ่ กินไป
2. แผลของการเสยี บยอดตอ้ งชิดด้านใดด้านหน่งึ ระหวา่ งกิง่ มะนาวและตน้ ตอมะขวดิ
3. ทำ�ได้ในอณุ หภูมิ 25-31 องศา ไม่ท�ำ ในฤดหู นาว เพราะในอากาศหนาว ก่งิ มะนาว
กบั ต้นตอมะขวดิ จะไม่ติดกัน (เซลล์เน้อื เยอ่ื ไมเ่ ดนิ ในอากาศที่หนาวเย็น)
การแปรรปู มะนาวผสมดอกอญั ชนั
1. ผลมะนาวสดจากสวนท่ีปลอดภัยจากสารเคมี ผลต้องเขียวไม่เหลือง ถ้าไม่สด
จะมรี สขม
2. ต้มหรือเค่ียวน้ำ�ตาลทรายจนละลายได้ที่แล้วต้องท้ิงไว้ให้เย็นสนิท จึงผสมน้ำ�
มะนาว/เกลือ/ดอกอัญชันตามสูตร บรรจุลงในขวดบรรจุภัณฑ์ นำ�แช่ในห้องแช่เย็นทันที
เป็นการน็อคผลิตภณั ฑใ์ ห้มอี ายกุ ารผลิตเพือ่ การจำ�หน่ายได้นาน (ปราศจากสารกันบูด)
4. รายละเอียดผูผ้ ลิต ผู้ประกอบการ
4.1 กลุ่มผู้ผลติ ผูป้ ระกอบการ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกจิ พอเพยี ง (เชงิ เกษตร)
สถานที่ผลิต บ้านเลขที่ 60 หม่ทู ่ี 2 ต�ำ บลหนา้ ไม้ อำ�เภอลาดหลมุ แกว้ จงั หวดั ปทมุ ธานี
ประธานกลุ่ม นายละเอียด โอผล เบอร์โทรศัพท์ 02-979-3385, 08-5202-2856,
08-9857-8567
สถานทต่ี ง้ั กลมุ่ บา้ นเลขที่ 60 หมทู่ ่ี 2 ต�ำ บลหนา้ ไม้ อ�ำ เภอลาดหลมุ แกว้ จงั หวดั ปทมุ ธานี
4.2 แหลง่ จำ�หนา่ ยผลิตภัณฑ์
1. ศนู ยเ์ รียนรูเ้ ศรษฐกจิ พอเพียง (เชงิ เกษตร)
2. แหล่งทอ่ งเที่ยววถิ ชี มุ ชนบ้านสวนมะนาว
3. ส่วนราชการ (เบรกในการอบรม)
39กรมการพฒั นาชมุ ชน กระทรวงมจดัหทาดำ�โไดทยย
4. ร้านคา้ ทั่วไปในชมุ ชน
การลงพื้นท่ีจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล (ศักยภาพและความเข้มแข็งของชุมชน
และ ความเป็นไปได้ในการประกอบธุรกิจ) ณ ที่ทำ�การกลุ่มอาชีพ กลุ่มเกษตรชุมชน
ตำ�บลหน้าไม้ หมู่ท่ี 11 ตำ�บลหนา้ ไม้ อ�ำ เภอลาดหลุมแก้ว จงั หวัดปทุมธานี
1. พัฒนาการของกลุ่มอาชีพ
ประวตั คิ วามเปน็ มา
เนื่องจากตำ�บลหน้าไม้ เป็นพื้นท่ีทำ�การเกษตรเป็นส่วนใหญ่ เกษตรกรปลูกพืช
และทำ�ไร่ทำ�สวนเพื่อสร้างรายได้ให้ตนเอง ต่อมาเกษตรกรหลายท่านเกิดการเจ็บป่วย
เมื่อพบแพทย์จึงรู้ว่าร่างกายมีสารพิษสะสม ซ่ึงเป็นอันตรายต่อสุขภาพท้ังผู้ผลิตและ
ผู้บริโภค จึงคิดปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพ โดยการทำ�เกษตรปลอดภัย
ลด ละ เลิกการใช้สารเคมี รวมกลุ่มกันปลูกพืชสมุนไพรและพืชผักในการจำ�หน่าย
และการบริโภคเอง และได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏวลัยอลงกรณ์
ในพระบรมราชูปถัมภ์ มาวิจัยและให้ความรู้กับเกษตรกรเก่ียวกับการผลิต การตลาด
สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร และสร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค ในโครงการชุมชน
คนรกั เกษตรปลอดภัย จำ�หน่ายสนิ คา้ ดว้ ยจติ สำ�นกึ ตอ่ ผู้บรโิ ภค
2. ผลติ ภณั ฑข์ องกลมุ่ อาชีพ
2.1 อตั ลักษณ์ (เอกลกั ษณ์)/จดุ เดน่ ของผลติ ภัณฑ์
1. เปน็ ผลไมแ้ ละพชื ผกั สวนครวั และอาหารทปี่ ลอดภยั จากสารเคมแี ละสงิ่ ปลอมปน
2. เปน็ ผลิตภณั ฑท์ ี่ผลติ ดว้ ยจิตสำ�นกึ ในการรักสขุ ภาพจากเกษตรกรในชมุ ชน
2.2 มาตรฐานและรางวัลทีไ่ ด้รบั
- ยังไมม่ ี
40 รกาายรงสารน้าผงกลลก่มุาสรขัมับมเาคชลีพื่อชนุมโคชรนงสก่กู าารรสเปรา้็นงผสู้ปมั รมะากชอีพบชกมุาชรชนมุตชานมห(Cลกัomปรmชั ญunาiขtyองEเnศtรrษeฐpกreจิ nพeอuเrพ:ียCงE)
3. กระบวนการผลติ
3.1 วตั ถุดบิ และสว่ นประกอบ
1. พชื พันธไ์ุ มท้ นี่ ยิ มบรโิ ภค
2. อุปกรณก์ ระถางและแปลงเพาะปลูก
3.2 ข้นั ตอนการผลติ
ปรุงดินให้มีธาตุอาหารหลักและธาตุอาหารรองที่พืชต้องการ ด้วยปุ๋ยหมักชีวภาพ
และจลุ นิ ทรยี ์
3.3 เทคนคิ /เคล็ดลบั ในการผลิต
1. ไม่เกบ็ เกี่ยวผลผลติ ก่อนก�ำ หนด เนน้ คณุ ภาพและความสดสะอาด ไมม่ ีสารพษิ
ตกคา้ ง
2. คัดขนาดที่ได้มาตรฐาน และไม่เอาเปรียบผู้บรโิ ภค
4. รายละเอยี ดผู้ผลติ ผปู้ ระกอบการ
4.1 กลมุ่ ผู้ผลิต ผปู้ ระกอบการ กลมุ่ เกษตรกรชุมชนต�ำ บลหน้าไม้
สถานท่ีผลิต บา้ นเลขท่ี 5/3 หมู่ที่ 11 ตำ�บลหน้าไม้ อำ�เภอลาดหลุมแกว้ จังหวดั
ปทุมธานี
ประธานกลมุ่ นายพนาสณฑ์ วิจิตรโอฬาร เบอรโ์ ทรศัพท์ 08-8287-8834
สถานท่ีตงั้ กลุ่ม บา้ นเลขที่ 5/3 หมทู่ ี่ 11 ตำ�บลหน้าไม้ อ�ำ เภอลาดหลุมแกว้ จังหวดั
ปทมุ ธานี
4.2 แหลง่ จ�ำ หน่ายผลิตภัณฑ์
1. จำ�หน่ายในตำ�บลหนา้ ไมแ้ ละตำ�บลใกล้เคียง
2. จำ�หนา่ ยในการออกบธู ของหน่วยงานราชการ
41กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมจัดหทาด�ำ โไดทยย
2) พื้นที่จังหวัดสพุ รรณบรุ ี
คณะทำ�งานทีมปฏิบัติการ ลงพ้ืนท่ีสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการ
ดำ�เนนิ กจิ กรรมตามขอ้ ตกลงความร่วมมอื (MOU) แก่พัฒนาการจงั หวดั หัวหน้ากลุ่มงาน
และนักวิชาการท่ีเก่ียวข้อง และลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลกลุ่มข้าวบ้านบางคันชั่ง หมู่ท่ี 12
ตำ�บลบางตาเถร อำ�เภอสองพ่ีน้อง จังหวัดสุพรรณบุรี และกลุ่มผ้าชายกุย หมู่ท่ี 6
ตำ�บลวงั น้�ำ เยน็ อำ�เภอบางปลาม้า จังหวัดสพุ รรณบรุ ี เมอื่ วันท่ี 18 พฤษภาคม 2560
การประชุมช้ีแจงสร้างความเข้าใจแก่ผู้เก่ียวข้องเก่ียวกับโครงการฯ ณ สำ�นักงาน
พัฒนาชมุ ชนจังหวดั สุพรรณบุรี
การลงพื้นที่จัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล (ศักยภาพและความเข้มแข็งของชุมชน
และ ความเป็นไปไดใ้ นการประกอบธรุ กจิ ) ณ ทที่ �ำ การกลมุ่ อาชพี กลุ่มข้าวบา้ นบางคันชง่ั
หมูท่ ี่ 12 ต�ำ บลบางตาเถร อำ�เภอสองพีน่ อ้ ง จังหวัดสุพรรณบรุ ี
1. พฒั นาการของกลุ่มอาชีพ
ประวตั คิ วามเปน็ มา
ปัจจุบัน การประกอบอาชีพของเกษตรกรในพ้ืนที่ส่วนใหญ่ เป็นการทำ�นาและมีการ
ใช้ปุ๋ยเคมีและยาปราบศัตรูพืชกันมากขึ้น ซ่ึงเป็นการเพ่ิมต้นทุนด้านปัจจัยการผลิต
ดังนั้น กลุ่มเกษตรกรในหมู่บ้านบางคันช่ัง จึงมีแนวความคิดท่ีจะช่วยกันพัฒนาปัจจัย
ในการดำ�รงชีวิต รวมทงั้ ไดร้ ับการส่งเสรมิ และสนับสนนุ จากพฒั นาการอ�ำ เภอสองพนี่ ้อง
ในดา้ นการแปรรปู ขา้ วและการสรา้ งกลมุ่ เครอื ขา่ ย โดยเรมิ่ จากการสขี า้ วเพอ่ื รบั ประทานกนั
ในกล่มุ เกษตรกร ต่อมาสมาชกิ ทีม่ ีแนวคิดทีค่ ล้ายกัน จึงจัดตงั้ กลุม่ ข้ึนในนามกลุม่ ขา้ วบ้าน
บางคันชั่ง เร่ิมต้นด้วยการค้าขายกันในกลุ่มเกษตรกร และขยายฐานการจำ�หน่ายไปยัง
หมูบ่ ้านและต�ำ บลขา้ งเคียง
2. ผลิตภณั ฑ์ของกลุ่มอาชีพ
2.1 อตั ลกั ษณ์ (เอกลกั ษณ์)/จุดเด่นของผลติ ภณั ฑ์
กลุ่มข้าวบ้านบางคันชั่ง มีระบบการบริหารจัดการแบบครบวงจร ตั้งแต่การส่ง
เสริมด้านปัจจัยการผลิต เมล็ดพันธ์ุ ปุ๋ย และยา ด้านการแปรรูปและการจัดจำ�หน่าย
ควบคู่ไปกับกระบวนการผลติ
42 กราายรงสารนา้ ผงกลลกุ่มาสรขมั บัมเาคชลพี อื่ ชนุมโคชรนงสกกู่ าารรสเปร้าน็ งผสู้ปัมรมะากชอีพบชกุมาชรชนมุตชานมห(CลกัomปรmัชญunาiขtyองEเnศtรrษeฐpกreิจnพeอuเrพ:ยี CงE)
2.2 มาตรฐานและรางวลั ท่ไี ดร้ บั
- ไมม่ ี
3. กระบวนการผลติ
3.1 วัตถุดิบและสว่ นประกอบ
1. ข้าวพนั ธต์ุ า่ งๆ
2. เครอ่ื งสีข้าวขนาดกลาง
3. เครือ่ งบรรจภุ ัณฑ์
3.2 ข้นั ตอนการผลติ
1. นำ�ขา้ วเปลอื กมาเข้าเคร่ืองสขี า้ วเพ่ือคัดเมลด็
2. น�ำ เข้าบรรจภุ ัณฑ์
3.3 เทคนคิ /เคลด็ ลบั ในการผลิต
- ต้องคัดเลือกเมล็ดขา้ วเปลือกทไ่ี มส่ กปรก ไม่มีสงิ่ เจอื ปน
4. รายละเอยี ดผูผ้ ลติ ผปู้ ระกอบการ
4.1 กลมุ่ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ กลุ่มขา้ วบ้านบางคันชั่ง
สถานที่ผลติ 212 หมูท่ ่ี 12 ตำ�บลบางตาเถร อ�ำ เภอสองพนี่ ้อง จังหวดั สพุ รรณบุรี
ประธานกลมุ่ นายถาวร สวัสดิแพทย์ เบอร์โทรศพั ทท์ ่ีตดิ ต่อได้ 08-1890-7451
สถานทต่ี งั้ กลมุ่ 212 หมทู่ ่ี 12 ต�ำ บลบางตาเถร อ�ำ เภอสองพนี่ อ้ ง จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี
เส้นทางการคมนาคม ถนนหมายเลข 3422 สองพนี่ ้อง – วดั ไผโ่ รงวัว ประมาณ
31 กโิ ลเมตร เมอื่ ถงึ สแ่ี ยก สภ.บางตาเถร ใหเ้ ลยี้ วซา้ ยแลว้ ขบั รถอกี ประมาณ 14 กโิ ลเมตร
4.2 แหล่งจ�ำ หนา่ ยผลติ ภัณฑ์
1. ชาวบา้ นทว่ั ไป
2. กจิ กรรมช่วงเทศกาลต่างๆ
3. โรงแรม / รสี อรท์
การลงพื้นท่ีจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล (ศักยภาพและความเข้มแข็งของชุมชน
และ ความเปน็ ไปได้ในการประกอบธรุ กิจ) ณ ที่ท�ำ การกลุ่มอาชพี กลมุ่ ผ้าชายกยุ หมู่ที่ 6
ต�ำ บลวงั น้ำ�เย็น อำ�เภอบางปลามา้ จังหวดั สพุ รรณบรุ ี
43กรมการพัฒนาชมุ ชน กระทรวงมจดัหทาด�ำ โไดทยย
1. พัฒนาการของกลมุ่ อาชีพ
ประวัตคิ วามเปน็ มา
กลุ่มผ้าชายกุย เร่ิมก่อตั้งเมื่อนางสาวนัยเนตร์ นำ้�ใจดี ได้ถ่ายทอดความรู้หลังการ
ฝึกอบรมให้เพื่อนบ้านใกล้เคียง ซึ่งการจำ�หน่ายในช่วงแรกจะจำ�หน่ายให้แก่บุคคลใกล้ชิด
หรือญาติพี่น้องที่รู้จัก ต่อมาได้ขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ไม่สามารถทอผ้า
ได้ทันต่อความต้องการของลูกค้า จึงเกิดแนวคิดที่จะรวมกลุ่มกันเพื่อผลิตและหาตลาด
จดั จ�ำ หนา่ ยสนิ คา้ และไดช้ กั ชวนแมบ่ า้ นภายในหมบู่ า้ นทวี่ า่ งเวน้ จากการท�ำ นา มารวมตวั กนั
ทอผา้ เพ่ือสรา้ งรายได้ และสร้างอาชพี แก่กลมุ่ แม่บา้ น
2. ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพ
2.1 อัตลกั ษณ์ (เอกลักษณ)์ /จุดเดน่ ของผลติ ภัณฑ์
กลุ่มผ้าชายกุย มีระบบการบริหารจัดการแบบครบวงจร ตั้งแต่การส่งเสริม
ด้านปัจจยั การผลิต ดา้ นการแปรรูปและการจดั จำ�หน่ายควบค่ไู ปกบั กระบวนการผลิต
2.2 มาตรฐานและรางวัลที่ไดร้ บั
- ไมม่ ี
3. กระบวนการผลิต
3.1 วัตถุดบิ และสว่ นประกอบ
1. เน้ือผา้
2. จักรเย็บ
3.2 ขน้ั ตอนการผลิต
1. น�ำ เนอ้ื ผ้าท่ีผ่านกระบวนการเย็บออกแบบแลว้ เสรจ็ มาติดชายกุย
2. การทำ�ผ้าชายกุยมี 2 แบบ คือ (1) ชายกุยอย่างง่าย เส้นยาวตามขนาด
ที่พงึ พอใจ และ (2) ชายกุยแบบผูกเป็นลายปม
3.3 เทคนคิ /เคล็ดลบั ในการผลิต
- ต้องมีความช�ำ นาญ
4. รายละเอยี ดผ้ผู ลติ ผู้ประกอบการ
4.1 กล่มุ ผผู้ ลิต ผู้ประกอบการ กลุ่มผา้ ชายกุย
สถานทผ่ี ลติ 181 หมู่ท่ี 6 ตำ�บลวังน�้ำ เยน็ อ�ำ เภอบางปลาม้า จังหวัดสพุ รรณบรุ ี
ประธานกลุ่ม นางสาวนยั เนตร์ น�้ำ ใจดี
สถานที่ตง้ั กลุ่ม 181 หมูท่ ่ี 6 ตำ�บลวงั น้�ำ เย็น อำ�เภอบางปลาม้า จงั หวัดสพุ รรณบรุ ี
เส้นทางการคมนาคม ขับรถจากถนนหมายเลข 3215, ถนนหมายเลข 340 และ
ถนนหมายเลข 3318 ไปต�ำ บลวังน�ำ้ เยน็
4.2 แหลง่ จำ�หนา่ ยผลิตภัณฑ์
1. ชาวบา้ นทัว่ ไป 2. กิจกรรมชว่ งเทศกาลต่างๆ 3. ของฝากที่ระลึก
44 รกาายรงสารนา้ ผงกลลกุ่มาสรขมั บัมเาคชลพี อื่ ชนมุโคชรนงสก่กู าารรสเปรา้็นงผส้ปู ัมรมะากชอพี บชกุมาชรชนมุตชานมห(Cลักomปรmชั ญunาiขtyองEเnศtรrษeฐpกreจิ nพeอuเrพ:ยี CงE)
3) พืน้ ที่จังหวดั นนทบุรี
คณะทำ�งานทีมปฏิบัติการ ลงพ้ืนท่ีสร้างความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับแนวทางการ
ดำ�เนนิ กจิ กรรมตามข้อตกลงความรว่ มมอื (MOU) แก่พฒั นาการจงั หวดั หัวหนา้ กลุม่ งาน
และนกั วชิ าการทเี่ กยี่ วขอ้ ง และลงพน้ื ทจี่ ดั เกบ็ ขอ้ มลู กลมุ่ อาชพี สตรแี ปรรปู อาหารบางเลน
หมทู่ ่ี 2 ต�ำ บลบางเลน อำ�เภอบางใหญ่ จังหวดั นนทบรุ ี เมอ่ื วันที่ 19 พฤษภาคม 2560
การประชุมชแ้ี จงสร้างความเขา้ ใจแก่ผ้เู กี่ยวขอ้ งเกี่ยวกบั โครงการฯ ณ ส�ำ นักงาน
พฒั นาชมุ ชนจังหวดั นนทบุรี
การลงพื้นท่ีจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล (ศักยภาพและความเข้มแข็งของชุมชน
และความเป็นไปได้ในการประกอบธุรกิจ) ณ ท่ีทำ�การกลุ่มอาชีพ กลุ่มอาชีพสตรี
แปรรปู อาหารบางเลน หมทู่ ่ี 2 ต�ำ บลบางเลน อำ�เภอบางใหญ่ จังหวดั นนทบุรี
45กรมการพฒั นาชมุ ชน กระทรวงมจัดหทาด�ำ โไดทยย
1. พัฒนาการของกลุม่ อาชพี
ประวตั ิความเปน็ มา
เกิดการรวมกลุ่มและหาสมาชิก โดยการแนะนำ�ของทางราชการ ในนามกลุ่มออม
ทรพั ยเ์ พอื่ การผลติ ปจั จบุ นั มสี มาชกิ 268 คน เรม่ิ เปน็ กลมุ่ หตั ถกรรมดอกไมจ้ ากเกลด็ ปลา
และไดส้ ง่ เสรมิ ใหส้ มาชกิ น�ำ เงนิ ไปประกอบอาชพี ในรปู แบบตา่ งๆ ตอ่ มา สมาชกิ มคี วามคดิ
ท่จี ะทำ�โครงการขนมอบเพ่ือบรกิ ารในงานตา่ งๆ เชน่ งานบวช งานศพ ฯลฯ โดยผลิต
เปน็ ผลติ ภณั ฑต์ ่างๆ เชน่ คุกกี้ เคก้ ขนมปงั และอาหารกล่อง เพ่ือจ�ำ หนา่ ยและบรกิ าร
สมาชิก
2. ผลติ ภณั ฑข์ องกลุ่มอาชพี
2.1 อัตลักษณ์ (เอกลักษณ)์ /จุดเด่นของผลติ ภณั ฑ์
- นำ�วัสดุท่ีท้ิงแล้วจากตลาด ได้แก่ เกล็ดปลา นำ�มาผลิตเป็นดอกไม้
และของทีร่ ะลกึ รูปแบบต่างๆ จนเปน็ ทรี่ จู้ ักกนั แพร่หลายถงึ ผลติ ภัณฑข์ องกลุ่ม
2.2 มาตรฐานและรางวลั ท่ีได้รับ
- มาตรฐาน OTOP 4 ดาว ดอกไม้เกลด็ ปลา
- มาตรฐาน OTOP 3 ดาว ผลิตภณั ฑ์ขนมอบ เช่น ทองพับ เบเกอร์รี่
3. กระบวนการผลติ
3.1 วัตถุดิบและส่วนประกอบ
- ส�ำ หรบั ดอกไมเ้ กล็ดปลา น�ำ เกลด็ ปลาจากตลาด มาล้างท�ำ ความสะอาด ผึ่งแหง้
ย้อมสี แจกจ่ายให้สมาชิกนำ�ไปผลิตเป็นดอกไม้และรูปต่างๆ ตามภูมิปัญญาของสมาชิก
และคัดเลือกรูปแบบ/พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ไดม้ าตรฐาน
- สำ�หรบั ขนมอบ มวี ัตถุดบิ ไดแ้ ก่ แปง้ น้ำ�ตาล นม เนย ตามสตู รของผลิตภัณฑ์
แต่ละชนิด
3.2 ขัน้ ตอนการผลติ
- ส�ำ หรับดอกไม้เกลด็ ปลา นำ�เกลด็ ปลาจากตลาด มาลา้ งทำ�ความสะอาด ผึ่งแห้ง
ยอ้ มสี สร้างผลติ ภณั ฑต์ ามค�ำ ส่ังของลูกคา้ ส�ำ หรบั ขนมอบ ผลิตตามสูตรต่างๆ
4. รายละเอยี ดผู้ผลติ ผู้ประกอบการ
4.1 กลมุ่ ผู้ผลิต ผปู้ ระกอบการ กลมุ่ อาชีพสตรีแปรรปู อาหารบางเลน
สถานทผี่ ลติ บา้ นเลขท่ี 65/3 หมทู่ ่ี 2 ต�ำ บลบางเลน อ�ำ เภอบางใหญ่ จงั หวดั นนทบรุ ี
ประธานกล่มุ นางสาวสรุ รี ัตน์ จัน่ ลา
สถานทต่ี งั้ กลมุ่ บา้ นเลขท่ี 65/3 หมทู่ ่ี 2 ต�ำ บลบางเลน อ�ำ เภอบางใหญ่ จงั หวดั นนทบรุ ี
4.2 แหล่งจำ�หนา่ ยผลติ ภณั ฑ์
จำ�หน่าย ณ สถานที่ผลติ ร้านคา้ ชุมชน เทศกาลตา่ งๆ และทางโทรศพั ท์
46 รกาายรงสารนา้ ผงกลลกุม่าสรขัมบัมเาคชลพี อ่ื ชนุมโคชรนงสกกู่ าารรสเปร้าน็ งผสู้ปมั รมะากชอพี บชกุมาชรชนุมตชานมห(CลกัomปรmัชญunาiขtyองEเnศtรrษeฐpกreิจnพeอuเrพ:ียCงE)
4) พื้นท่ีจงั หวดั สิงหบ์ ุรี
คณะทำ�งานทีมปฏิบัติการ ลงพื้นท่ีสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทาง
การด�ำ เนนิ กจิ กรรมตามขอ้ ตกลงความรว่ มมอื (MOU) แกพ่ ฒั นาการจงั หวดั หวั หนา้ กลมุ่ งาน
และนักวิชาการท่ีเก่ียวข้อง และลงพ้ืนที่จัดเก็บข้อมูลกลุ่มอาชีพแม่ครัวหัวป่า หมู่ท่ี 3
ต�ำ บลหวั ปา่ อ�ำ เภอพรหมบรุ ี จงั หวดั สงิ หบ์ รุ ี และกลมุ่ วสิ าหกจิ ชมุ ชนขา้ วปลอดภยั แมค่ รวั หวั ปา่
หมูท่ ่ี 3 ต�ำ บลหัวปา่ อำ�เภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บรุ ี เม่อื วนั ที่ 19 พฤษภาคม 2560
การประชุมชี้แจงสร้างความเข้าใจแก่ผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับโครงการฯ ณ สำ�นักงาน
พฒั นาชุมชนจังหวดั สงิ ห์บรุ ี
การลงพ้ืนท่ีจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล (ศักยภาพและความเข้มแข็งของชุมชน
และความเปน็ ไปได้ในการประกอบธรุ กจิ ) ณ ท่ีท�ำ การกลุม่ อาชพี กลุม่ อาชีพแมค่ รัวหัวปา่
หมูท่ ี่ 3 ตำ�บลหวั ป่า อ�ำ เภอพรหมบรุ ี จงั หวดั สิงหบ์ ุรี
1. พฒั นาการของกลุ่มอาชพี
ประวตั คิ วามเปน็ มา
เนื่องจาก พ.ศ. 2558 - 2560 เกิดวิกฤตภัยแลง้ ไม่มีน�ำ้ ทำ�นา ซ่งึ ประชากรสว่ นใหญ่
ท�ำ นาเปน็ อาชพี หลกั พอไมม่ นี �้ำ ท�ำ นาจงึ สง่ ผลใหป้ ระชากรไมม่ รี ายได้ ประกอบกบั ประชากร
ส่วนใหญจ่ ะเปน็ ลกู หนี้ ธ.ก.ส. และหนี้กองทุนในชุมชน ดงั นั้น จึงคิดแก้ปญั หาดงั กล่าวด้วย
กระบวนการแผนชมุ ชน (รว่ มคดิ ร่วมท�ำ รว่ มแก้ไขปัญหา) จงึ เกดิ กลมุ่ อาชพี แม่ครัวหัวป่า
ข้ึน อาศัยว่าตำ�บลหัวป่ามที ุนเดิมอยู่ คอื สมยั ของพระพุทธเจา้ หลวง (ร.5) เสด็จประพาสต้น
เมอื งพรหมบรุ ี ครง้ั นน้ั มีชาวบา้ นไดม้ ีโอกาสปรุงอาหารนำ�ไปถวาย โดยมีแม่ครวั เครือ่ งคาว
คอื อ�ำ แดงเกลย้ี ง อ�ำ แดงอง่ึ อ�ำ แดงสวง สว่ นแมค่ รวั เครอ่ื งหวาน คอื อ�ำ แดงหงส์ อ�ำ แดงสนิ
อำ�แดงพลับ และอำ�แดงเพลา ต้นเครื่องยุคนั้นได้สืบทอดวิชาการปรุงอาหารรสเลิศเกิด
เปน็ ตำ�นานแม่ครัวหวั ป่าเมอื งพรหมบุรี ปัจจุบนั สบื ทอดเปน็ ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ ทมี่ วี ัตถดุ ิบ
หาได้ภายในชุมชนเอง เช่น ผัก กุ้ง ปู ปลา ในแหล่งนำ้�ธรรมชาติท่ีมีอยู่ ทางกลุ่มฯ
จึงเกิดความคิดท่ีจะหาเงินมาเล้ียงชีพในชุมชน โดยใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมมาฟ้ืนฟูชุมชน
47กรมการพัฒนาชมุ ชน กระทรวงมจดัหทาด�ำ โไดทยย
(แบบพออยู่พอกนิ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง)
2. ผลติ ภณั ฑข์ องกลุม่ อาชพี
2.1 อัตลักษณ์ (เอกลักษณ์)/จดุ เด่นของผลิตภณั ฑ์
1. ปลาช่อน, ปลากะดี่, ปลาสลิด, ปลาดุกแดดเดียว ต้องใช้ปลาในพ้ืนท่ีสิงห์บุรี
เป็นปลาทม่ี มี ันนอ้ ย ทานแลว้ อายยุ ืน สายตาดี
2. ไขเ่ คม็ พอกดนิ จอมปลวก เนอื่ งจากดนิ จอมปลวกสงิ หบ์ รุ ี มแี รธ่ าตกุ �ำ มะถนั มากกวา่
ท่ีอ่ืน ช่วยใหไ้ ขเ่ คม็ มีรสชาตดิ ี ส่วนไขเ่ ปด็ ตอ้ งเป็นเป็ดไร่ทุง่ ซึ่งเป็ดจะได้กนิ อาหารจากข้าว
เปลือกทตี่ กหล่นจากการเก็บเกี่ยว
2.2 มาตรฐานและรางวัลที่ไดร้ บั
ได้รบั มาตรฐานอาหารปลอดภัยจากจงั หวดั สิงหบ์ ุรี (งานกาชาดประจ�ำ ปสี ิงห์บุร)ี
3. กระบวนการผลิต
3.1 วตั ถดุ ิบและสว่ นประกอบ
- ไข่เคม็ พอกดนิ จอมปลวก
1. ไข่เปด็
2. ดนิ จอมปลวก
3. เกลอื เม็ด (เกลือทะเล)
4. ขเ้ี ถ้าแกลบ (แกลบด�ำ )
5. น้ำ� (ตม้ แลว้ )
6. แรงกาย/แรงใจผผู้ ลิต
3.2 ขัน้ ตอนการผลิต
- ไข่เคม็ พอกดินจอมปลวก
1. น�ำ ไขเ่ ปด็ มาล้างให้สะอาด แลว้ น�ำ มาผง่ึ ใหแ้ ห้ง
2. นำ�ดินจอมปลวกกับเกลือมาบดให้ละเอียดแล้วนำ�น้ำ�ที่ต้มมาผสม แล้วนำ�
ไข่เป็ดท่ีล้างแล้วมาคลุกให้ทั่วท้ังลูก แล้วนำ�ไปคลุกกับแกลบดำ�อีกครั้งเป็นอันเสร็จ
หลงั จากเสรจ็ แลว้ ใหล้ งวนั ผลติ ดงั นี้ 1 – 5 วนั (ตม้ เปน็ ไขห่ วาน) 3 – 7 วนั (ทอดเปน็ ไขด่ าว)
10 – 15 วนั (ต้มเป็นไข่เคม็ ) 15 – 20 วนั (ท�ำ ไส้ขนมหรอื นำ�มายำ�) แล้วนำ�บรรจุ
พร้อมจ�ำ หนา่ ย
3.3 เทคนิค/เคล็ดลับในการผลิต
1. ไขต่ ้องใหมไ่ ม่เกิน 5 วนั
2. ตอ้ งเปน็ ดินจอมปลวกสงิ หบ์ ุรีเท่าน้นั
3. ต้องเป็นเกลอื เม็ด เพราะความเคม็ จะคงที่
4. การคลกุ ไขก่ ับดนิ จะต้องไมห่ นาหรอื บางเกนิ ไป
48 รกาายรงสารน้าผงกลลก่มุาสรขมั ับมเาคชลพี ่ือชนมุโคชรนงสก่กู าารรสเปรา้น็ งผสู้ปัมรมะากชอพี บชกุมาชรชนุมตชานมห(CลกัomปรmัชญunาiขtyองEเnศtรrษeฐpกreจิ nพeอuเrพ:ียCงE)
4. รายละเอียดผูผ้ ลิต ผู้ประกอบการ
4.1 กล่มุ ผ้ผู ลิต ผู้ประกอบการ กลุม่ อาชีพแม่ครัวหัวปา่
สถานทีผ่ ลิต 50/2 หม่ทู ี่ 3 ต�ำ บลหัวป่า อำ�เภอพรหมบุรี จังหวัดสงิ ห์บรุ ี
ประธานกลมุ่ นายศวิ กรวิศษิ ฏ์ อว่ มปว่ น 09-5136-0350, 08-9141-3718
สถานทต่ี งั้ กลุ่ม 50/2 หมู่ที่ 3 ตำ�บลหวั ปา่ อำ�เภอพรหมบุรี จังหวดั สงิ ห์บุรี 16120
เสน้ ทางการคมนาคม ถนนสงิ ห์บรุ ี – อา่ งทอง สายเกา่ หลกั กโิ ลเมตรท่ี 9
4.2 แหลง่ จ�ำ หนา่ ยผลิตภณั ฑ์
1. ท่ีท�ำ การกล่มุ
2. ตลาดนัดชุมชนทุกพื้นทใ่ี นจงั หวัดสิงห์บรุ ี
3. กจิ กรรมเทศกาลตา่ งๆ
4. ขายสง่ ตามเครอื ขา่ ยในจงั หวัด และตา่ งจงั หวดั
การลงพ้ืนท่ีจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล (ศักยภาพและความเข้มแข็งของชุมชน
และความเป็นไปได้ในการประกอบธุรกิจ) ณ ท่ีทำ�การกลุ่มอาชีพ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน
ขา้ วปลอดภยั แมค่ รัวหัวปา่ หมูท่ ่ี 3 ตำ�บลหวั ปา่ อ�ำ เภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บรุ ี
1. พฒั นาการของกลมุ่ อาชีพ
ประวตั คิ วามเปน็ มา
จากการที่รัฐส่งเสริมให้ปลูกข้าวเพื่อเป็นการค้า ชาวนาก็แข่งขันกันทำ�ผลผลิต
ให้ได้ปริมาณมาก/เยอะเพราะราคาสูง ส่งผลให้เกิดการใช้สารเคมี (เพื่อทำ�ขาย
เพยี งอยา่ งเดยี ว ไมบ่ รโิ ภคเอง) หลงั จากรฐั เกดิ วกิ ฤตเรอื่ งราคาขา้ วตกต�ำ่ ชาวนากข็ าดทนุ ขาย
ข้าวไดร้ าคาต่�ำ จึงเปลี่ยนมาทำ�แบบไม่ใช้สารเคมเี พือ่ ลดต้นทนุ การผลติ จากขายข้าวเปลือก
เปล่ียนเป็นขายข้าวสาร เพ่ือจะได้มีผลกำ�ไรนำ�มาเลี้ยงครอบครัว ท้ังน้ี จากความคิด
ของผ้นู ำ�ในชมุ ชนไมก่ ี่คน จึงเกดิ การรวมตวั เป็นกล่มุ และไดจ้ ดทะเบยี นเป็นวสิ าหกจิ ชุมชน
ขา้ วปลอดภัยแมค่ รวั หัวป่า
2. ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพ
2.1 อัตลักษณ์ (เอกลักษณ)์ /จุดเดน่ ของผลิตภัณฑ์
1. ข้าวหอมประทมุ
2. ข้าวหอมมะลิ
3. ขา้ วมะลแิ ดง
4. ข้าวไรซเ์ บอรร์ ี่
5. ข้าวชยั นาท
2.2 มาตรฐานและรางวลั ทีไ่ ดร้ บั
ยงั ไม่มี แตเ่ ขา้ รว่ มนาแปลงใหญ่ของจังหวดั
49กรมการพฒั นาชุมชน กระทรวงมจดัหทาดำ�โไดทยย
3. กระบวนการผลติ
3.1 วตั ถดุ ิบและสว่ นประกอบ
1. ข้าวเปลือกพันธ์ตุ ่างๆ
2. เครื่องสขี า้ ว
3. เครือ่ งบรรจภุ ัณฑ์
3.2 ข้นั ตอนการผลติ
1. น�ำ ข้าวเปลอื กผ่านกระบวนการขัดสี
2. บรรจุขา้ วเปลอื กทผ่ี ่านกระบวนการขัดสแี ล้ว ลงในบรรจภุ ณั ฑท์ ่ีเตรยี มไว้
3.3 เทคนคิ /เคลด็ ลับในการผลติ
1. ตอ้ งเป็นข้าวของสมาชิกและเครอื ข่ายเท่านัน้
2. ตรวจแล้วไม่มีสารเคมี
3. สมาชิกตอ้ งซื้อสนิ คา้ ของกล่มุ
4. จ�ำ หน่ายในราคาไม่แพง
4. รายละเอยี ดผูผ้ ลิต ผู้ประกอบการ
4.1 กลุม่ ผ้ผู ลิต ผปู้ ระกอบการ กลุ่มวิสาหกจิ ชมุ ชนข้าวปลอดภยั แม่ครวั หวั ปา่
สถานท่ผี ลติ 50/2 หมูท่ ี่ 3 ตำ�บลหวั ป่า อ�ำ เภอพรหมบุรี จงั หวัดสิงหบ์ ุรี
ประธานกลมุ่ นายศวิ กรวิศษิ ฏ์ อว่ มปว่ น 09-5136-0350, 08-9141-3718
สถานท่ีตง้ั กล่มุ 50/2 หมู่ที่ 3 ต�ำ บลหัวป่า อำ�เภอพรหมบรุ ี จังหวดั สงิ ห์บรุ ี
เส้นทางการคมนาคม ถนนสิงหบ์ ุรี – อา่ งทอง สายเกา่ หลักกโิ ลเมตรที่ 9
4.2 แหลง่ จ�ำ หนา่ ยผลิตภณั ฑ์
1. ที่ทำ�การกลมุ่
2. ตลาดนดั ชุมชนทุกพนื้ ที่ในจงั หวัดสิงหบ์ รุ ี
3. กิจกรรมเทศกาลตา่ งๆ
4. ขายสง่ ตามเครอื ข่ายในจงั หวัด และตา่ งจังหวดั
5. ขายส่งเครือขา่ ยคนรกั สขุ ภาพ
6. ขายทางสอ่ื ออนไลน์
50 รกาายรงสารน้าผงกลลกุ่มาสรขัมบัมเาคชลพี อ่ื ชนุมโคชรนงสกู่กาารรสเปร้า็นงผสู้ปัมรมะากชอีพบชกุมาชรชนุมตชานมห(Cลักomปรmชั ญunาiขtyองEเnศtรrษeฐpกreจิ nพeอuเrพ:ียCงE)