“เป็นความจริงอยู่โดยธรรมดา ท่ีบุคคลในสังคมนั้นย่อมมี
อัชฌาสัยจิตใจแตกต่างเหล่ือมล้ากันเป็นหลายระดับ ข้ึนอยู่กับ
พ้ืนฐานภูมิธรรมของตน บางคนก็มีความคิดจิตใจสูง มีความ
ประพฤตปิ ฏบิ ตั ดิ งี าม เปน็ คณุ เป็นประโยชนอ์ ยูแ่ ลว้ เป็นปกติ แต่
บางคนไม่สามารถจะท้าเช่นน้ันได้ เพราะยังไม่เห็นคุณค่าของ
การปฏิบัติดี จึงมักก่อปัญหาให้เกิดแก่สังคม คนเรานั้น ส้าคัญ
อยู่ที่ควรจะได้ปรารภปรารถนาที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีข้ึนเป็น
ลา้ ดับเพือ่ ให้ชีวติ เป็นสุข และเจริญรงุ่ เรอื ง”
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั รชั กาลท่ี 9
พระราชทานเพ่อื เชญิ ไปอา่ นในพธิ เี ปดิ การประชุม
ยวุ พทุ ิกสมาคมทวั่ ประเทศ ครงั้ ที่ ๑๖
๓๐ พฤษภาคม ๒๕๒๔
พระราชดา้ รสั พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัว รชั กาลท่ี 9
“12 ขอ้ คดิ ในการใชช้ วี ติ ”
๑. “อย่าทา้ ลายความหวงั ของใคร” เพราะเขาอาจเหลอื อยู่แค่นัน้ ก็ได้
๒. “เมือ่ มคี นเล่าวา่ ..” เขามีส่วนในเหตกุ ารณส์ ้าคัญอะไรก็ตาม เราไม่ต้องไป
คุยทบั ปล่อยใหเ้ ขาฟงุ้ ไปตามสบาย
๓. “รจู้ กั ฟงั ใหด้ ี” โอกาสทองบางทมี ันก็มาแบบแวว่ ๆ เทา่ น้นั
๔. “หยดุ อา่ น” ค้าอธิบายสถานทีท่ างประวัตศิ าสตร์ ซึง่ อยู่รมิ ทางเสยี บ้าง
๕. “จะคดิ การใด...” จงคิดให้ใหญ่ ๆ เข้าไว้ แต่เติมความสนุกสนาน
ลงไปดว้ ยเลก็ น้อย
๖. “หดั ทา้ สงิ่ ดี” ใหก้ บั ผูอ้ น่ื จนเป็นนสิ ัย โดยไม่จา้ เปน็ ต้องใหเ้ ขารบั รู้
๗. “จา้ ไวว้ า่ ..” ข่าวทกุ ชนดิ ลว้ นถูกบดิ เบือนมาแลว้ ทง้ั นัน้
๘. “เวลาเลน่ เกมส์กบั เดก็ ๆ” กป็ ล่อยใหแ้ กชนะไปเถิด
๙. “ใครจะวจิ ารณ์เราอยา่ งไรกช็ า่ ง” ไมต่ อ้ งไปเสยี เวลาตอบโต้
๑๐. “ใหโ้ อกาส” ผู้อื่นเปน็ ครัง้ ท่ี "สอง" แตอ่ ย่าให้ถงึ "สาม"
๑๑. “อยา่ วจิ ารณ์นายจา้ ง” ถา้ ท้างานกับเขาแลว้ ไม่มีความสุข กล็ าออกซะ
๑๒. “ทา้ ตวั ใหส้ บาย” อย่าคิดมาก ถ้าไม่ใชเ่ รือ่ งคอขาดบาดตายแลว้ อะไร ๆ
กไ็ ม่ไดส้ า้ คญั อยา่ งทคี่ ดิ ไว้ทแี รกหรอก
หลกั 23 ขอ้
ในการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว รชั กาลที่ 9
ขอ้ ท่ี 1 จะท้าอะไรตอ้ งศึกษาขอ้ มูลให้เป็นระบบ
อดีตท้าอะไรมาบ้าง ทั้งเอกสาร สอบถามเจ้าหน้าท่ีและชาวบ้าน
เพื่อน้าข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆ เช่นงานยาเสพติด ต้องดูข้อมูลให้ลึกซึ้ง
ท้าไมท้างานไม่ส้าเร็จ ต้องศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ท้ังการพูดคุย การดูตัวเลข
แตอ่ ยา่ ให้ตัวเลขมาหลอกเราได้ผ้ยู ิ่งใหญเ่ หน็ แต่ภาพสวยหรแู ท้ทจ่ี รงิ เละต้มุ เป๊ะ
แม้ท้าไม่ได้ มีปัญหาตัวเลข ก็สวยหรู เพราะมีการคาดโทษ ตอ้ งยอมรับความ
จริงกอ่ น แลว้ ลงมือแกไ้ ข
ขอ้ ที่ 2 ระเบดิ จากภายใน
สร้างความเข้มแข็งจากภายในให้เกิดความเข้าใจ และอยากท้า มิใช่สั่ง
ให้ท้า คนไม่เข้าใจจะไม่ท้าแยกให้ออกระหว่างคุณค่ากับมูลค่า ว่ามีเหตุผล
อยา่ งไรจงึ ควรทา้
ขอ้ ที่ 3 แก้ปญั หาจากจุดเล็ก
มองภาพรวมก่อนเสมอ แต่การแก้ปัญหาต้องเริ่มจากจุดเล็ก ๆ
ไม่เร่ิมทีเดียวใหญ่ ๆ และควรมองในสิ่งที่มักจะมองข้าม ถ้าปวดหัวคิดอะไร
ไม่ออก ให้คิดแก้ปวดหัวก่อน เปน็ ค้าพูดทฟ่ี ังดูตลก แต่ลึกซึ้ง คิดใหญ่ท้าเล็ก
คิดกว้างท้าแคบ คิดละเอียดท้าหยาบ ลงมือท้าในจุดเล็กๆ ก่อน ส้าเร็จแล้ว
จึงค่อยขยาย มิใช่ส่ังท้าพร้อมกันท่ัวประเทศ ดูดี แต่ลงทุนสูงได้ผลน้อย
ในที่สุดทุกคนกจ็ ะหมดแรง เพราะมแี ต่คนสัง่ คนทา้ มีอย่ไู ม่กค่ี น
ขอ้ ท่ี 4 ท้าตามล้าดบั ขั้น
เร่ิมทา้ จากความจ้าเป็นก่อน ส่ิงที่ขาดคือสิ่งท่ีจ้าเป็น เช่น ประชาชน
ต้องแก้ปัญหาเร่ืองสุขภาพก่อน จากน้ันก็ไปแก้ท่ีสาธารณูปโภค แล้วต่อด้วย
การประกอบอาชีพ ถ้าท้าเป็นข้ันเป็นตอน ก็จะท้าให้ส้าเร็จได้ง่าย เช่น งาน
ยาเสพตดิ รักษา --> ส่งเสริม--> ฟ้ืนฟู -->กลับอยู่ในสังคมปกติ เปน็ คนดขี องชาติ
ขอ้ ที่ 5 ภมู ิสังคม ภูมศิ าสตร์ สงั คมศาสตร์
การท้างานทุกอย่าง ต้องค้านึงถึงภูมิศาสตร์ว่า อยู่แถบไหน อากาศ
เป็นอย่างไร ติดชายแดน ติดทะเล และสังคมของเราเป็นอย่างไร นับถือ
ศาสนาอะไร คนนิสัยใจคอเป็นอย่างไร รวมไปถึงพวกเรากันเองด้วย ถ้าไม่รู้
เขารู้เราจะรบชนะได้อย่างไร สั่งท้าโครงการทั่วประเทศ ไม่ได้ ต้องดูเฉพาะ
พื้นท่ี กระทรวงสาธารณสุขออกแบบ สถานีอนามัยเหมือนกันท่ัวประเทศ
บางคร้งั กไ็ ม่ดนี กั
ขอ้ ท่ี 6 ทา้ งานแบบองค์รวม
โดยคิดความเช่ือมโยง ทรงมองเหตุการณ์ที่เกิดข้ึนและมีแนวโน้ม
ทางแก้ไขอย่างเช่ือมโยง องค์รวม <--------> ครบวงจรเช่ือมโยง “เด็ดดอกไม้
สะเทือนถึงดวงดาว” เป็นค้าพูดที่ฟังแล้วโอเวอร์ไปหน่อย แต่ก็จริง ทุกสิ่งล้วน
เกย่ี วพนั กัน แยกออกจากกนั โดยเด็ดขาดมไิ ด้
ข้อที่ 7 ไม่ติดต้ารา
ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด บางครั้งเรายึดทฤษฎีจนเกินไปท้าอะไร
ไม่ได้เลย ส่ิงที่เราท้า บางคร้ังต้องโอบอ้อมต่อสภาพธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม
สงั คม จติ วิทยาด้วย
ข้อที่ 8 ประหยดั
เรอ่ื งง่ายได้ประโยชนส์ ูงสดุ ทา้ ได้เอง หาได้เองในท้องถ่นิ ใช้เทคโนโลยี
เรียบง่าย เช่น ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก ปล่อยให้ข้ึนเอง บางครั้งมีพิธีกรรม
ให ญ่ โต ผู้ ยิ่ ง ให ญ่ ท้ า พิ ธี ป ลู ก ป่ า โด ย น้ า ร ถ ไถ ไป ไถ ท่ี ให้ เรี ย บ เพื่ อ ป ลู ก ป่ า
โดยท้าลายต้นไม้ไปมากมาย น่าตลก เรื่องเช่นนี้ยังมีในสังคมไทย
มากมาย กรอบแนวคิด Input ----> Process ----> Output ประหยัด
เรียบงา่ ย ประโยชนส์ ูงสดุ
ขอ้ ท่ี 9 ท้าใหง้ า่ ย
ท้าอะไรให้ง่ายๆ ท้าให้ชีวิตง่าย โปรดรับส่ังท้าส่ิงยากๆ ให้กลายเป็น
ส่ิงท่ีง่าย ๆ นักข่าวชาวฝร่ังเศสถามพระองค์ว่า พระองค์ทรงงานแบบใด
ท่านตรัสตอบเป็นภาษาฝรง่ั เศสว่า“ซิมปลีฟีเย่” ซึ่งภาษาอังกฤษแปลว่า ซิมพลี
ฟาย(simplify) ภาษาไทยแปลว่า ท้าให้ง่าย คนส่วนใหญ่ชวนท้าสิ่งง่าย
ๆ ให้เป็นส่ิงยากๆ ผมบอกเจ้าหน้าท่ีงานยาเสพติดว่า ถ้าใครโทรศัพท์มาของ
ความช่วยเหลือ ให้ถามเขาค้าแรกว่า “คุณจะให้ผมไปหาคุณหรือคุณจะมาหา
ผมเด๋ียวน้ี”
ขอ้ ท่ี 10 การมสี ว่ นร่วม
เปิดโอกาสให้แสดงความคดิ เหน็ หัดท้าใจให้หนักแน่น รบั ฟังความ
คิดเห็นการรับฟังคือการเก็บความคิด เราจะประมวลความคิดเพื่อมาใช้
ประโยชน์
ขอ้ 11 ต้องยึดประโยชน์สว่ นรวม
จากพระราชด้ารัส ใครต่อใครชอบบอกให้นึกถึงประโยชน์ส่วนรวม
ให้ส่วนรวมคือการช่วยตัวเองด้วย เพราะเม่ือส่วนรวมได้ประโยชน์ เราเองก็
ได้ประโยชน์ การช่วยกันแกป้ ัญหายาเสพตดิ สว่ นรวมได้ประโยชน์ ลูกหลาน
เราก็ปลอดภัยจากยาเสพติดด้วยประเทศชาติอยไู่ ม่ได้ อย่าหวังเลยว่าเราจะอยู่ได้
ขอ้ ท่ี 12 บริการทจ่ี ุดเดยี ว
วันนี้เราพูด วันสต๊อปเซอร์วิส แต่ในหลวงตรัสไว้เกิน 20ปีมาแล้ว
ศูนย์ศึกษาพัฒนา 6 แห่งท่ัวประเทศให้บริการจุดเดียวมากกว่า 20 ปี
ใครทนั สมยั กันแน่
ข้อที่ 13 ใชธ้ รรมชาติชว่ ยธรรมชาติ
มองธรรมชาติให้ออก กักน้าตามล้าธาร ช่วยให้ป่าสมบูรณ์ช่วยให้
ชาวเขามีอาชีพ เรากจ็ ะลดปัญหายาเสพติดลงไปการช่วยดแู ลผ้ตู ิดยา เขาจะไม่
กลับไปเสพซ้าและสามารถกลับมาช่วยเราอีกแรง ท้าให้ได้แนวร่วมเพิ่มขน้ึ อยู่
แบบสมดุล ซ่ึงการจะมองปัญหาออกต้องมีใจว่าง ไม่ล้าเอียง ต้องมีจิต
อันพิสทุ ธิ์
ข้อที่ 14 ใช้อธรรมปราบอธรรม
เอาผักตบชวาท่ีเป็นปัญหาของเราในประเทศ มาก้าจัดน้าเสียเอา
ปัญหามาชว่ ยขจัดปญั หา เอาปัญหายาเสพติด มาช่วยพัฒนาณธรรม จรยิ ธรรม
ของคนไทยกันดีกวา่ แผน่ ดินธรรมแผ่นดินทองควรจะเฟอื่ งฟูได้แล้ว
ข้อท่ี 15 ปลกู ป่าในใจคน
ตอ้ งปลูกปา่ ท่จี ิตสา้ นกึ ก่อน ต้องใหเ้ ห็นคุณค่าก่อนท่ีจะลงมือทา้ การ
ดูแลปัญหายาเสพติด ถ้าคน ท้าหน้าที่น้ียังท้าเพราะเป็นหน้าท่ีงานส้าเร็จ
ได้ยาก แต่ถ้าท้าด้วยความดีใจที่ได้ช่วยลูกเขาให้กลับคืนสู่อ้อมอกพ่อแม่
ได้เพียงหนึ่งคน ซึ่งคุ้มค่ากว่าได้เงินทองเป็นล้าน แสดงว่าพลังต่อสู้กับยาเสพติด
ได้เกิดขนึ้ ในใจของท่านแลว้ จงปลกุ สิงโตทองค้าในหัวใจใหต้ ่ืนขน้ึ มาให้ได้กอ่ น
ที่ 16 ขาดทุนคอื ก้าไร
อย่ามองที่ก้าไรขาดทุนที่เป็นตัวเงินมากจนเกินไป บางครั้งเราได้ก้าไร
จากการขาดทุน ลงทนุ มหาศาล ได้ธรรมชาติกลับคนื มา ลงทุนมหาศาล ได้ลูก
คืนมา ลงทุนมหาศาล ได้คนดี ๆ กลบั มา ลงทุนมหาศาล ได้ความรู้ไว้คอยช่วยเหลือ
ขอ้ ที่ 17 การพ่ึงตนเอง
ในหลวงทรงสอนให้พวกเราพึ่งตนเอง เพราสังคมบริโภคจะเป็น
ทาสของผูผ้ ลิต การพ่ึงตนเองได้ท้าให้ไมต่ ้องเป็นทาสใคร เมื่อแก้ปญั หาเฉพาะ
หน้าแลว้ พยายามพงึ่ ตนเองให้ได้
ขอ้ ท่ี 18 พออยพู่ อกิน
พ ออยู่พ อกิน ก่ อน แล้วค่อยพั ฒ น าเราขอให้ บ้ าบั ดให้ ได้
ก่อน==> ประคับประคอง==>เป็นท่ีปรึกษา==>เป็นผู้ช่วยเหลือผู้อ่ืนต่อไป
ข้อท่ี 19 เศรษฐกจิ พอเพยี ง
เป็นแนวทางการต่อสู้ รับมือความเปลี่ยนแปลงของโลก การจัดการ
กับปัญหายาเสพติดต้องค้านึงถึงเรื่องความพอดีให้ดีโดยอาศัยหลักเศรษฐกิจ
พอเพียง
ข้อที่ 20 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ ริต จริงใจต่อกนั
คนท่ีมีความรู้มาก แต่โกง สู้คนท่ีไม่เก่ง แต่ดีไม่ได้ วีรบุรุษ
วีรสตรี คือคุณธรรมที่ท้าประโยชน์เพ่ือผู้อื่น พวกเราที่ท้างานยาเสพติด
คอื วีรบุรุษ วีรสตรผี หู้ นง่ึ
ข้อที่ 21 ทา้ งานอย่างมีความสขุ
“ทา้ งานกับฉนั ฉันไมม่ ีอะไรจะให้ ฉนั มีแต่ความสุขทร่ี ่วมกันในการท้า
ประโยชน์ให้กับผู้อื่นเท่าน้ัน”ท้าอะไรต้องมีความสุขด้วย เพราะศึกคร้ังนี้
ยาวนาน ถ้าเราท้าอย่างไม่มีความสุขจะแพ้แต่ถ้าเรามี ความสุข เราจะชนะ
เพียงแต่คนท้างานเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมีความสุข สนุกกับการท้างานเพียง
เท่าน้นั ถือว่าเราชนะแล้ว
ขอ้ ที่ 22 ความเพียร
กว่า 60 ปีท่ีทรงงาน ในหลวงไม่เคยทรงท้อถอย ไม่มีการลาพักร้อน
หยุดงานสักเวลาเดียว
ข้อที่ 23 รู้ รกั สามคั คี
คดิ เพ่ืองาน
รู้ = ต้องร้ปู ัจจยั รูป้ ญั หา รูท้ างออกของปญั หา
รกั = เมื่อรู้แล้ว ต้องเกิดความอยากในทางท่ีดีก่อนคือฉันทะเห็นว่า
เปน็ ประโยชน์ตอ่ ประเทศชาติ ภูมิใจ อยากทา้
สามัคคี = ลงมือปฏิบัติ ต้องร่วมมือเพื่อเกิดพลังแยกกันไร้ค่า
รวมกนั ไรเ้ ทียมทาน คิดเพ่ือตัวเราเอง
รู้ = รู้จักทุกคนท้ังหน้าที่การงาน ชีวิต ครอบครัวท้าอย่างไร จึงจะ
รจู้ ักให้ดไี ด้รจู้ ุดอ่อน จุดแข็งโดยเฉพาะผู้บังคบั บัญชา
รัก = เน้นความดี ใสใ่ จกันและกนั มองกนั ในแง่ดี
สามคั คี = จงึ จะเกิด
วาระกรมการพัฒนาชมุ ชน ปี 2560
ปจั จัยขบั เคล่อื นวาระกรมการพัฒนาชุมชน ปี 2560
การพัฒนาอาชีพครวั เรอื น
แนวทางการดา้ เนินงานระบบ มชช. 1
ความหมายของมาตรฐานการพัฒนาชมุ ชน
มาตรฐานการพัฒนาชุมชน (มชช.) คือ เคร่ืองมือส่งเสรมิ กระบวนการ
เรียนรู้และการพัฒนาตนเองของกลุ่มเป้าหมาย การพัฒนาภาวะผู้น้าของผู้น้า
ชุมชนสู่ผู้น้าคุณภาพ และการพัฒนามาตรฐานในการบริหารจัดการที่ดี
มีประสิทธิภาพของกลุ่ม องค์กรชุมชน เครือข่ายองค์กรชุมชน และชุมชน
ภายใต้หลักคิด คือ 1) การมีส่วนรว่ มของชุมชน ชุมชนเป็นเจ้าของ ประชาชน
เป็นผู้รับประโยชน์ 2 ) ชุมชนมีความ สมัครใจในการพัฒ นาตนเอง
3) กระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาตนเอง 4) ความยืดหยุ่น สอดคล้อง
เหมาะสมกับแต่ละพ้ืนที่ชุมชน 5) ความร่วมมอื และยอมรับเป็นเคร่อื งมือเชื่อม
ประสานบูรณาการงานของภาคกี ารพฒั นา
มาตรฐาน หมายถึง สิ่งท่ีถือเป็นหลักส้าคัญเทียบก้าหนด หรอื ข้อก้าหนด
รายการส้าหรับอย่างใดอยา่ งหน่งึ หรอื หลายอยา่ ง เกย่ี วกับสง่ิ นัน้ ๆ
มาตรฐานการพฒั นาชมุ ชน (มชช.) หมายถึง ข้อกา้ หนดรายการ
อย่างใดอยา่ งหนึ่ง หรือหลายอย่าง ทถี่ ือเปน็ หลักส้าหรับเทียบกา้ หนด เกี่ยวกบั
คณุ ภาพการพฒั นาของชมุ ชน ใน ๔ มาตรฐาน ได้แก่
๑. มาตรฐานผนู้ ้าชมุ ชน
๒. มาตรฐานกลุ่มองค์กรชมุ ชน
๓. มาตรฐานเครือขา่ ยองค์กรชมุ ชน
๔. มาตรฐานชมุ ชน
2 แนวทางการด้าเนนิ งานระบบ มชช.
หลกั การสา้ คญั ของมาตรฐานการพัฒนาชมุ ชน
๑) ความเปน็ มาตรฐานเดียว ทีต่ รงกันในทกุ จังหวัดทั่วประเทศ
๒) ชุมชนมีความพร้อมและสมัครใจในการพัฒนาตนเอง
๓) กระบวนการเรียนรู้และการพฒั นาตนเองด้วยเครอ่ื งมือต่างๆ
๔) การมสี ่วนร่วม และเชอ่ื มประสานการทา้ งานการพฒั นาศกั ยภาพชมุ ชน
๕) ความรว่ มมือและยอมรบั ของภาคีการพฒั นา
แนวทางการดา้ เนนิ งานระบบ มชช. 3
กลมุ่ เป้าหมาย
ในการด้าเนนิ งานตามระบบมาตรฐานการพัฒนาชมุ ชน จะให้บรกิ าร
ครอบคลุมกลมุ่ เป้าหมาย ๔ ประเภท ดงั นี้
๑. ผนู้ ้าชุมชน (รายบุคคล)
๒. กล่มุ องค์กรชุมชน
๓. เครือขา่ ยองค์กรชุมชน
๔. ชุมชน
4 แนวทางการดา้ เนินงานระบบ มชช.
ประโยชน์ของระบบมาตรฐานการพัฒนาชมุ ชน
๑) ผนู้ า้ ชมุ ชน รู้จักตนเอง เกดิ กระบวนการเรยี นรู้ มกี ารพัฒนาศกั ยภาพของ
ตนเองอยา่ งมีทิศทาง และตอ่ เนอื่ ง จนมขี ดี ความสามารถในการบริหาร
จัดการสงู ขึน้ ในระดับมาตรฐานและไดร้ บั การยอมรับจากสงั คม
๒) กลมุ่ องคก์ รชมุ ชน ร้จู ักตนเอง เกิดการแลกเปล่ียนเรียนรู้ภายในกลมุ่ /
องค์กร มีการพฒั นาศักยภาพของกลุ่ม/องคก์ ร และสมาชกิ อยา่ งมีทศิ ทาง
และต่อเนื่องจนมขี ีดความสามารถในการบรหิ ารจัดการสูงข้ึนในระดบั
มาตรฐาน
๓) เครือขา่ ยองคก์ รชมุ ชน ร้จู กั ตนเอง เกดิ การแลกเปล่ยี นเรียนรู้ และประสาน
การท้างานภายในและระหว่างเครอื ข่าย มกี ารพัฒนาศักยภาพของ
เครือขา่ ยอยา่ งมีทิศทางและตอ่ เนื่อง จนมีขีดความสามารถในการบรหิ าร
จัดการสูงขน้ึ ในระดับมาตรฐาน
๔) ชมุ ชน เกดิ กระบวนการแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ในการพฒั นาตนเองอย่าง
มีทศิ ทาง มชี อ่ งทางสะท้อนปญั หา ความต้องการ สามารถบริหารจดั การ
ชมุ ชน โดยใช้ทุนทางสงั คมของชุมชน และประสานการสนบั สนุนจากภาคี
การพฒั นาอย่างเหมาะสมจนมีขดี ความสามารถในการบริหารจดั การสงู ข้นึ
ในระดับมาตรฐาน นา้ ไปสู่ความเขม้ แขง็ พ่ึงตนเองได้
๕) ภาคกี ารพฒั นา มเี ครอ่ื งมือเชอื่ มประสานการทา้ งานการพัฒนาศกั ยภาพ
ชุมชน ที่มีกลไกในชุมชนและตัวชุมชนเป็นศูนย์กลาง สามารถลดความ
ซา้ ซ้อน เพิ่มความคุ้มค่า ในการทา้ งานตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน
แนวทางการดา้ เนนิ งานระบบ มชช. 5
การพัฒนาผนู้ า้ สมั มาชพี ชมุ ชน
ด้วยระบบมาตรฐานการพฒั นาชมุ ชน
6 แนวทางการดา้ เนินงานระบบ มชช.
ความส้าคัญของการพัฒนาผู้น้าสัมมาชีพด้วยระบบ
มาตรฐานการพัฒนาชุมชน
กรมฯ ได้จัดสรรงบประมาณประจ้าปี 2560 ในการพัฒนาผู้น้า
สัมมาชีพชุมชนระดับต้าบลด้วยระบบมาตรฐานการพัฒนาชุมชน โดยให้
จงั หวัดด้าเนนิ การ 2 กิจกรรม คอื
1) การพัฒนาผู้น้าสัมมาชีพชุมชนระดับต้าบลด้วยระบบมาตรฐานการ
พัฒนาชุมชน (มชช.) โดยการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพ่ือสร้างกระบวนการ
เรียนรู้ระบบมาตรฐานการพัฒนาชุมชนแก่ผู้น้าสัมมาชีพชุมชนระดับต้าบล
ท่ี ส มั ค ร แ ล ะ ได้ รั บ ก า ร คั ด เลื อ ก เข้ า สู่ ร ะ บ บ ม า ต ร ฐ า น ก า ร พั ฒ น า ชุ ม ช น
2) การประเมินมาตรฐานผู้น้าสัมมาชีพชุมชนระดับต้าบล โดยการ
ประชุมคณะกรรมการรับรองมาตรฐานการพัฒนาชุมชนในระดับจังหวัด
เพ่อื สร้างความเขา้ ใจในการประเมนิ ผลและรับรองมาตรฐานแกก่ ลุ่มเปา้ หมาย
เป้าหมาย
1) คัดเลือกผู้น้าสัมมาชีพชุมชนที่ผ่านหลักสูตรผู้น้าสัมมาชีพชุมชน
จากกรมฯ เฉล่ียต้าบลละ 1 คน (กรณีต้าบลท่ีไม่มีผู้น้าสัมมาชีพชุมชน
ใหค้ ดั เลอื กจากต้าบลทีม่ ีผนู้ า้ สัมมาชพี ชุมชนได้มากกว่า 1 คน)
2) ให้ดา้ เนนิ การทุกอ้าเภอ โดยยึดจ้านวนเป้าหมายตามจา้ นวนต้าบล
ท่ีมีการบูรณาการแผนชุมชนระดับต้าบล ประจ้าปี 2560 (6,095 คน)
แนวทางการดา้ เนนิ งานระบบ มชช. 7
ความหมายของ “สมั มาชพี ”
สัมมาชีพ คือ อาชีพท่ีไม่เบียดเบียนตนเอง ไม่เบียดเบียน
ผู้อ่ืน ไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม และมีรายได้มากกว่ารายจ่าย
เป็นความพยายามที่จะปรับจากการท้ามาหากินเป็นการ
ท้ามาค้าขาย โดยไม่ได้เอาก้าไรสูงสุดเป็นตัวตั้ง หรือเป็น
เป้าหมายสุดท้าย และต้องค้านึงถึงความเป็นธรรมทางสังคม
กล่าวคือ ความสุขของตนและคนท้างาน รวมถึงประโยชน์
ของผูบ้ ริโภค และผู้รบั บรกิ ารเป็นหลัก
ทม่ี า : แนวทางการสร้างสมั มาชีพชมุ ชน
กรมการพฒั นาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
8 แนวทางการดา้ เนนิ งานระบบ มชช.
ความหมายของ “สมั มาชีพชุมชน”
ชมุ ชนท่ีมกี ารประกอบอาชพี โดยชอบ ซง่ึ มี
รายไดม้ ากกว่ารายจา่ ย โดยลดการเบียดเบยี นตนเอง
ผอู้ ื่น และส่งิ แวดลอ้ ม ทงั้ นตี้ ้องมคี วามสอดคล้องกบั
วิถีของชมุ ชนเพ่อื ความม่งุ หมายในการสรา้ งระบบ
เศรษฐกิจชมุ ชน
ที่มา : มูลนธิ สิ มั มาชพี ชุมชน
แนวทางการดา้ เนนิ งานระบบ มชช. 9
ความหมายของ “วทิ ยากรสมั มาชีพชมุ ชน”
ปราชญ์ชุมชนที่ผ่านการอบรมตามหลกั สตู ร
“วิทยากรผนู้ ้าสัมมาชพี ” จากศูนย์ศกึ ษาและพัฒนา
ชุมชน สถาบันการพฒั นาชมุ ชน กรมการพัฒนาชุมชน
ทม่ี า : แนวทางการสรา้ งสมั มาชพี ชมุ ชน
กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
10 แนวทางการดา้ เนินงานระบบ มชช.
ความหมายของ “ผนู้ า้ สมั มาชีพชุมชนระดบั ต้าบล”
“วิทยากรสัมมาชีพชุมชน” ท่ีผ่านการพฒั นาตามระบบ
มาตรฐานการพัฒนาชมุ ชน (มชช.) ต้าบลละ 1-2 คน
ท่ีมา : แนวทางการสรา้ งสมั มาชีพชมุ ชน
กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
แนวทางการดา้ เนินงานระบบ มชช. 11
แนวทางการพัฒนาผู้น้าสัมมาชีพชุมชนด้วยระบบ
มาตรฐานการพฒั นาชมุ ชน (มชช.)
การด้าเนินงานพัฒนาผู้น้าสัมมาชีพชุมชนด้วยระบบมาตรฐานการ
พัฒนาชุมชน ผู้น้าสัมมาชีพชุมชนจะต้องด้าเนินการ ส้ารวจเพ่ือค้นพบตัวเอง
วิเคราะห์ ประเมินว่ามีความพร้อมสามารถจะพัฒนาตนเอง จากฐานที่มีอยู่
ไปสู่อนาคตที่ดีกว่า ลงมือปฏิบัติจนมีความรู้เกิดทักษะบรรลุผลส้าเร็จได้
รับการรับรองมาตรฐาน รักษามาตรฐานน้ันไว้ตลอดไป และพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น
มีแนวทางการด้าเนนิ งาน ดังนี้
12 แนวทางการด้าเนนิ งานระบบ มชช.
ตารางแสดงขน้ั ตอนการดาเนนิ งานพฒั นาผนู้ าสัมมาชพี ชมุ ชนดว้ ยระบบ มชช.
ชว่ ง ขน้ั ตอน กจิ กรรม เนอ้ื หา ระยะเวลา
ก่อน เตรยี มการ ประชา-
สมั พนั ธ์ จังหวดั /อา้ เภอด้าเนนิ การ ต.ค – ธ.ค.
ระหวา่ ง สร้าง
ความรู้ รับสมคั ร ประชาสมั พนั ธ์ให้ผูน้ ้า
คดั เลือก สมั มาชีพชุมชนร้จู กั เข้าใจ
จดั ประชุม เบื้องตน้ ในระบบมาตรฐาน
เชงิ ปฏบิ ัติ
การ การพฒั นาชุมชน (ตอ้ ง
กระต้นุ ใหเ้ ห็นประโยชน์
และอยากสมคั รเข้ารับการ
รับรอง)
-จงั หวัด/อา้ เภอ ก้าหนด ต.ค.-ธ.ค.
วนั รับสมคั ร
-อา้ เภอเปดิ รบั สมคั รผ้นู า้
สัมมาชพี ทม่ี คี วามพร้อม
และสมคั รใจเข้าร่วม
จงั หวดั /อา้ เภอ ดา้ เนินการ ต.ค.-ธ.ค.
คัดเลอื กผ้นู า้ สัมมาชพี
ชมุ ชนทสี่ มัคร เป้าหมาย
ตามจ้านวนตา้ บลท่มี ี
การบูรณาการแผนชุมชน
ระดบั ตา้ บล ปี 2560
ของจงั หวัด/อ้าเภอ
จงั หวัดจดั ประชมุ ม.ค.– ม.ี ค.
เชิงปฏบิ ตั ิการเพ่อื สรา้ ง
กระบวนการเรยี นรู้ระบบ
มาตรฐานการพัฒนาชมุ ชน
แก่ผู้นา้ สมั มาชีพชุมชน
ได้รบั การคัดเลือกเขา้ สู่
ระบบ มชช.
แนวทางการด้าเนินงานระบบ มชช. 13
ตารางแสดงข้นั ตอนการดา้ เนนิ งานพฒั นาผนู้ ้าสมั มาชีพชุมชนด้วยระบบ มชช.
ชว่ ง ขน้ั ตอน กจิ กรรม เนือ้ หา ระยะเวลา
ระหวา่ ง สรา้ ง จดั ท้า ม.ค.– ม.ี ค.
ความรู้ แผนพัฒนา ผนู้ า้ สมั มาชีพชมุ ชน
ระหว่าง วิเคราะห์ตนเองเทยี บกับ ม.ค.– ก.ค.
ดา้ เนิน ลงมอื ตวั บง่ ชีแ้ ล้วจดั ทา้ แผนใน
การ พัฒนา การพฒั นาตนเอง จัดเกบ็ ม.ค.– ก.ค.
ตนเอง หลกั ฐาน และเขียน
เอกสารรายงานไปจนถงึ
เขียน วันทต่ี รวจประเมนิ และเขา้
เอกสาร รบั การรบั รองมาตรฐาน
รายงานผล โดยมีทมี พ่ีเล้ียงชว่ ยเหลอื
สนบั สนนุ
ผูน้ ้าสมั มาชีพชมุ ชน
ด้าเนินการตามแนวทาง/
กจิ กรรมการพัฒนาตนเอง
ตามแผนพฒั นา โดย
ดา้ เนินการด้วยตนเอง ขอ
ความรว่ มมอื และรับการ
สนบั สนนุ จากหน่วยงาน
ภาคอี น่ื ๆ โดยมที ีมพเี่ ลยี้ ง
ช่วยเหลอื สนับสนนุ
ผู้น้าสมั มาชีพชุมชนเขยี น
เอกสารรายงานผลการ
พัฒนาตนเองตามแผน
พฒั นาเปน็ ระยะ ๆ โดยมี
ทมี พ่เี ลย้ี งช่วยเหลือ
สนบั สนนุ
14 แนวทางการด้าเนินงานระบบ มชช.
ตารางแสดงขัน้ ตอนการดา้ เนนิ งานพฒั นาผนู้ ้าสมั มาชีพชมุ ชนดว้ ยระบบ มชช.
ชว่ ง ข้นั ตอน กิจกรรม เนอื้ หา ระยะเวลา
ระหว่าง ด้าเนนิ จัดเก็บ ผนู้ า้ สมั มาชีพชมุ ชนจัดเกบ็ ม.ค.– ก.ค.
การ หลักฐาน หลักฐาน ภาพถา่ ย ฯลฯ ในการ
พฒั นาตนเองตามแผนพฒั นา ม.ค.– ก.ค.
ประเมนิ - การ โดยมที มี พเี่ ลีย้ งชว่ ยเหลือ ม.ี ค.-เม.ย.
รบั รอง ประเมิน สนบั สนุน ก.ค. – ส.ค.
ความกา้ ว
หน้า - ผนู้ ้าสมั มาชพี ชมุ ชนดา้ เนินการ ส.ค. - ก.ย.
-ตดิ ตาม ประเมินความก้าวหน้าในการ
และทบทวน พัฒนาตนเองเปน็ ชว่ ง ๆ โดยมี
แผนพัฒนา ทีมพเี่ ล้ยี งช่วยเหลอื สนับสนุน
ตนเอง - จังหวดั จัดประชุมผนู้ ้าสัมมาชีพ
ตรวจ ชุมชนระหว่างการพฒั นาตนเอง
ประเมิน เพ่อื ตดิ ตามความก้าวหน้า และ
ทบทวนแผนพัฒนาตนเอง
รบั รอง
มาตรฐาน คณะอนกุ รรมการประเมนิ ฯ
ติดตามผลการพัฒนาตนเอง
และตรวจประเมนิ ผนู้ า้ สมั มาชีพ
ชุมชนตามตัวบ่งชที้ ก่ี า้ หนดใน
ทกุ องค์ประกอบและสรุปให้
ความเหน็ แกค่ ณะกรรมการ
รบั รองฯ
คณะกรรมการรับรองฯพิจารณา
เอกสารรายงาน/หลกั ฐานตา่ ง ๆ
และสรุปความเห็นของคณะอนุ-
กรรมการประเมนิ ฯเพื่อรบั รอง
มาตรฐานฯ
แนวทางการดา้ เนินงานระบบ มชช. 15
ตารางแสดงข้นั ตอนการดา้ เนนิ งานพฒั นาผนู้ า้ สัมมาชพี ชมุ ชนดว้ ยระบบ มชช.
ชว่ ง ขนั้ ตอน กิจกรรม เนือ้ หา ระยะเวลา
หลัง ประกาศ ประกาศ จังหวดั จัดท้าประกาศรับรอง ก.ย.
เชดิ ชู รบั รอง มาตรฐานการพฒั นาชมุ ชน
ประจ้าปี
มอบ จงั หวดั จดั ท้าใบประกาศ ก.ย.
ประกาศ เกยี รติคณุ รบั รองมาตรฐานให้
เกยี รตคิ ณุ กลมุ่ เปา้ หมาย (ใช้โลโก้ มชช.)
ให้รางวัลฯ กรม/จงั หวดั จดั หารปู แบบ ก.ย.
รางวลั ใหแ้ ก่ผผู้ ่านการรบั รอง
มาตรฐาน
ถอด - จงั หวัดจัดทา้ ฐานขอ้ มูล ก.ย.
บทเรยี น และถอดบทเรยี นผผู้ า่ น
การรับรองมาตรฐานเพอื่
เผยแพร่ความรู้ใช้ประชา-
สัมพันธแ์ ละสรา้ งเครือข่าย
ในการพัฒนาชุมชน
- จงั หวดั คดั เลือกผนู้ า้ สมั มาชีพ
ทผี่ า่ นการรบั รองของจงั หวดั
ทีโ่ ดดเด่นเป็นตัวอย่างในการ
ติดตามประชาสมั พันธ์
จงั หวดั ละ 1 คน พรอ้ ม
จดั ท้ารายละเอยี ดสง่ ให้
กรมฯ
16 แนวทางการดา้ เนินงานระบบ มชช.
คุณลกั ษณะของมาตรฐานผู้น้าสมั มาชีพชุมชนระดบั
ตา้ บล
ลกั ษณะความมีมาตรฐานของผู้น้าสัมมาชพี ชมุ ชนตามระบบมาตรฐาน
การพัฒนาชุมชน ประกอบด้วย “ด้าน” กับ “องค์ประกอบ” (3X3) ท่ีแสดง
ถึงคุณลักษณะท่ีดี ขีดความสามารถในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
สะท้อนภาวะผู้น้าและขีดความสามารถของผู้น้าสัมมาชีพชุมชน โดยผู้น้า
สัมมาชีพชุมชน จะได้รับการรับรองมาตรฐานการพัฒนาชุมชนนั้น จะต้อง
พัฒ นาตนเองผ่านทุกตัวบ่งชี้มาตรฐานในทุกด้าน ทุกองค์ประกอบ
มาตรฐานผู้น้าสัมมาชีพชุมชนตามระบบมาตรฐานการพัฒนาชุมชน
แบ่งเป็นการแสดงภาวะผู้น้า 3 ด้าน ซ่ึงแต่ละด้านจะมี องค์ประกอบ
3 องค์ประกอบ และตัวบ่งช้แี ตกต่างกันไป จา้ นวน 10 ตวั บ่งช้ี ดงั นี้
แนวทางการดา้ เนนิ งานระบบ มชช. 17
มาตรฐานผนู้ ้าสัมมาชีพชุมชนระดบั ตา้ บล
ดา้ นบรหิ ารตนเอง
18 แนวทางการดา้ เนนิ งานระบบ มชช.
มาตรฐานผู้นา้ สัมมาชีพชุมชนระดบั ต้าบล
ดา้ นบรหิ ารสงั คม
แนวทางการด้าเนนิ งานระบบ มชช. 19
มาตรฐานผู้น้าสมั มาชพี ชุมชนระดบั ต้าบล
ดา้ นบรหิ ารงาน
20 แนวทางการด้าเนนิ งานระบบ มชช.
กระบวนการด้าเนินงานพัฒนาผู้น้าสมั มาชีพชุมชนตามระบบ
มาตรฐานผนู้ า้ สมั มาชพี ชมุ ชน
1. เขา้ รว่ มการประชมุ เชงิ ปฏิบตั กิ าร
โดยสา้ นักงานพฒั นาชมุ ชนจงั หวดั จัดประชุมเชงิ ปฏิบัติการเพอื่ สร้าง
กระบวนการเรยี นร้รู ะบบมาตรฐานการพฒั นาชุมชนแก่ผู้นา้ สัมมาชีพชุมชน
ทสี่ มัครและได้รับการคัดเลือกเข้าสู่ระบบมาตรฐานการพัฒนาชุมชน
ในไตรมาสท่ี 2 จา้ นวน 1 ครั้ง เพ่อื ให้กลมุ่ เป้าหมายเข้าใจระบบมาตรฐาน
การพฒั นาชุมชน สามารถพัฒนาภาวะผู้น้าของตนเอง โดยสามารถวิเคราะห์
วางแผนดา้ นการบริหารตนเอง ด้านการบรหิ ารสังคม และด้านการบรหิ ารงาน
2. ประเมินสถานภาพตนเองเบ้ืองต้น หลังจากผู้น้าสัมมาชีพ ท้าความ
เข้าใจเก่ียวกับระบบมาตรฐานการพัฒนาชุมชนแล้ว ผู้น้าสัมมาชีพชุมชน
ร่วมกับทีมพี่เลี้ยง เทียบเคียงคุณลักษณะของตนเอง ตามคุณลักษณะของผู้น้า
สัมมาชีพชุมชน ท่ีมีมาตรฐาน ซึ่งมี 3 ด้าน 9 องค์ประกอบ 10 ตัวบ่งชี้
เพื่อค้นหาคุณลักษณะท่ผี ู้น้าสัมมาชีพชมุ ชนด้าเนินการเป็นวิถีชวี ิต เป็นกิจวัตร
ประจ้าสม่้าเสมออยู่แล้ว และคุณลักษณะท่ีผู้น้าสัมมาชีพชุมชนยังพัฒนาไม่ได้
ตามระดับมาตรฐานผู้น้าสัมมาชีพชุมชนที่ก้าหนดไว้ และจะต้องด้าเนินการ
พฒั นาตนเองตอ่ ไป โดยมาตรฐานผ้นู ้าสมั มาชีพชมุ ชน มดี ังน้ี
แนวทางการด้าเนนิ งานระบบ มชช. 21
มาตรฐานผนู้ า้ สัมมาชพี ชุมชน มีดงั นี้
ด้านบริหารตนเอง มี 3 องคป์ ระกอบ
1) บุคลิกภาพ มตี วั บ่งชี้ คือ
มสี ขุ ภาพดี แต่งกายเหมาะสมและมีทกั ษะในการพูด
2) การพัฒนาความรู้ความสามารถด้านอาชีพ
มีการเรียนรู้ จัดการความรู้ด้วยตนเอง และสามารถถ่ายทอด
องคค์ วามรใู้ หก้ ับคนในชมุ ชนได้
3) เปน็ ครอบครัววิถพี อเพยี ง
มีการพ่งึ ตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ดา้ นบรหิ ารสงั คม มี 3 องค์ประกอบ
1) มนุษยสมั พนั ธ์ มีตวั บง่ ช้ี คือ
มีการปรับตัวเขา้ กับสังคมและสถานการณ์ได้อยา่ งเหมาะสม
มคี วามเอ้อื อาทร จิตสาธารณะ เกื้อกูลต่อบคุ คลอ่ืน และเป็นท่ี
ยอมรบั จากสังคม
2) การประสานงานที่ดี มีตวั บง่ ชี้ คือ
มที กั ษะในการประสานงาน และสามารถบูรณาการการท้างาน
กับหน่วยงานตา่ ง ๆ ได้
3) เป็นทีพ่ ึ่งของคนในชุมชน
สามารถให้คา้ ปรึกษาแนะนา้ และให้กา้ ลงั ใจครวั เรือน
สมั มาชีพชมุ ชนในการประกอบอาชีพได้
22 แนวทางการดา้ เนนิ งานระบบ มชช.
ด้านบรหิ ารงาน มี 3 องค์ประกอบ
1) แผนงาน โครงการ มีตวั บ่งช้ี คือ
มีแผนปฏิบัติงานของตนเองในการส่งเสรมิ อาชีพของครัวเรอื น
สัมมาชีพชมุ ชนและกลุ่มอาชีพ
2) การปฏบิ ตั ิตามแผน มีตัวบ่งช้ี คอื
ครวั เรอื นสัมมาชีพชมุ ชน มอี าชพี ทกี่ ่อให้เกิดรายได้ และมกี าร
รวมกลุ่มอาชีพ
3) การสรา้ งทมี งาน มตี ัวบ่งช้ี คอื
มีทมี วทิ ยากรสัมมาชีพชมุ ชนระดบั หม่บู ้าน/ตา้ บล ที่สามารถ
สนบั สนนุ ครัวเรือนสัมมาชีพชมุ ชนได้
3. จัดท้าแผนพัฒนาตนเอง ผู้น้าสัมมาชีพชุมชนร่วมกับทีมพี่เล้ียง ท่ีท้า
หน้าท่ีให้ค้าแนะน้าช่วยเหลือการด้าเนินงานตามระบบมาตรฐานการพัฒนา
ชุมชน น้าคุณลักษณะด้านองค์ประกอบ และตัวบ่งชี้ต่าง ๆ มาวางแผนการ
พัฒนาตนเอง (ประกอบด้วยแผนการรักษาสถานภาพในตัวบ่งช้ีที่มีมาตรฐาน
แล้ว และแผนการพัฒนาตนเองในตัวบ่งช้ีต่าง ๆ ท่ียังไม่ได้มาตรฐานจะต้อง
ด้าเนินการพัฒนา) โดยก้าหนดรูปแบบวิธีการพัฒนา (เป็นการหาแนวทาง/
กิจกรรมการพัฒนาตนเอง มีท้ังการด้าเนินการด้วยตนเอง และส่วนท่ีขอความ
ร่วมมือและรับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาคีอ่ืน ๆ) การเขียนเอกสาร
รายงานผล การจัดเกบ็ หลักฐานฯ และการประเมนิ ความก้าวหนา้ ในการพัฒนา
ตนเอง ตามระยะเวลาท่ีมอี ยูอ่ ย่างละเอียด เพ่ือให้มีคุณลักษณะที่พร้อมท่ีจะให้
คณะอนุกรรมการตรวจประเมินรับรอง อยู่ในระดับมาตรฐานหรือเหนือกว่า
ระดับมาตรฐานหรือเหนือกว่ามาตรฐานที่ก้าหนดเป็นเกณฑ์เดียวกันทั่ว
ประเทศ ซึ่งทีมพี่เล้ียงจ้าเป็นท่ีจะต้องให้ข้อมูลแหล่งท่ีมาขององค์ความรู้และ
กิจกรรมในการพัฒนาตนเองที่กว้างขวางครอบคลุม ถ้าแผนดี การไปถึง
เปา้ หมายยอ่ มมปี ระสิทธภิ าพทนั ตามเวลาทีก่ า้ หนด
แนวทางการดา้ เนนิ งานระบบ มชช. 23
4. ลงมือพัฒนาตนเอง ผู้น้าสัมมาชีพชุมชน ด้าเนินการพัฒนาตนเองตาม
แผนการพัฒนาตนเองท่ีจัดท้าไว้ โดยหาความรู้และลงมือท้ามีทีมพี่เล้ียงคอย
ส่งเสริมสนับสนุนให้ค้าปรึกษาแนะน้า ซึ่งผู้น้าสัมมาชีพชุมชนสามารถท่ีจะ
พัฒนาตนเอง ฝึกทักษะ เพิ่มความรู้ได้ด้วยการเข้ารับการฝึกอบรม เข้าร่วมการ
ประชุมสมั มนา เวทปี ระชาคม ทมี่ ีการจัดด้าเนินการขึ้น โดยหนว่ ยงานต่าง ๆ ท้ังใน
ชุมชน นอกชุมชน นอกจากน้ี ยังสามารถอ่านหนังสือจุลสาร ความรู้ทาง
วิชาการ เทคนิคต่าง ๆ ดูหนังสารคดี ภาพยนตร์ แต่จะต้องมีการสรุปเนื้อหา
องค์ความรู้ที่ได้รับจากการอ่านหนังสือ ว่าได้อะไร แล้วน้าไปปรับใช้ในการ
ปฏิบัติงาน ภารกิจหน้าท่ีในชุมชน โดยท้าซ้า ๆ บ่อย ๆ ให้เกิดความเคยชิน
การพูดคุยแลกเปล่ียน ซักถามในเวทีสนทนา เสวนา สนทนากับผู้รู้ การศึกษา
ดูงานแหล่งเรียนรู้ แล้วน้าไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานภารกิจหน้าท่ีในชุมชน
โดยท้าซ้า ๆ บ่อย ๆ ให้เกิดความเคยชิน ทีมพ่ีเล้ียงจะมีส่วนส้าคัญอย่างย่ิงใน
การพาผู้น้าสัมมาชีพชุมชนไปเรียนรู้งานในทุกท่ี ทุกกิจกรรมตามที่ผู้น้า
สัมมาชีพชุมชนร้องขอและคอยกระตุ้นเมื่อหลงลืม ให้ก้าลังใจเม่ือท้อแท้ ปลุก
เร้าให้มุ่งมั่น เพ่ือน้าไปสู่การปรับใช้ฝึกฝนพัฒนาตนและพัฒนาการท้างานของ
ตนเอง
5. การเขียนเอกสารรายงาน เมื่อผู้น้าสัมมาชีพได้เริ่มลงมือปฏิบัติตาม
แผนการพัฒนาตนเองที่จัดท้าไว้แล้ว ทีมพี่เล้ียงควรชี้แนะให้ผู้น้าชุมชนมีสมุด
จดไว้ และเขียนเป็นเอกสารรายงานผลในการพัฒนาตนเองเป็นระยะ ๆ อย่า
ปล่อยให้ใชว้ ธิ ีจา้ เพือ่ รอไว้เขียนในตอนสุดท้ายก่อนรับการตรวจประเมินรับรอง
(จดดกี วา่ จ้า) โดยทีมพ่ีเลย้ี งอาจชว่ ยลงนามเปน็ สักขพี ยานหรือใหค้ า้ แนะนา้ ใน
แต่ละกิจกรรมหรือช่วงเวลาของการพัฒนาตนเอง ตามแผนท่ีผู้น้าสัมมาชีพ
ชุมชนได้วางไว้
24 แนวทางการดา้ เนนิ งานระบบ มชช.
6. การจัดเก็บหลักฐาน โดยผู้น้าสัมมาชีพควรท้าควบคู่ไปกับการเขียน
เอกสาร รายงาน และการลงมือพัฒนาตนเอง ในทุกกิจกรรม ทุกสถานที่
ทุกระยะ กับทุกภาคีการพัฒนา และทุกช่วงเวลาการประเมินตนเอง ผู้น้า
สัมมาชีพชุมชนต้องฝึกฝนให้เป็นคนละเอียด รอบคอบ มีสมาธิกับการพัฒนา
ตนเอง ยง่ิ ตัวบ่งชท้ี ่ีเป็นเชิงนามธรรม จะตอ้ งเก็บหลกั ฐานทุกอยา่ ง (โดยเฉพาะ
ภาพถ่าย) เพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรม อย่างปล่อยให้ผ่านไป เพราะมีหลาย
กิจกรรมทเี่ ราไมส่ ามารถยอ้ นกลับไปเก็บเอกสารหลักฐานในอดีตได้อีก
7. การประเมินความก้าวหน้า ในการพัฒนาตนเอง ตามระยะเวลา
ที่ก้าหนด ผู้น้าสัมมาชีพชุมชนไม่ควรวางใจที่จะรอคอยเอาไว้จนถึงช่วงเวลา
รับการตรวจประเมินรับรองจากคณะอนุกรรมการฯ แต่ควรจะร่วมกับทีม
พี่เล้ียง และ/หรือขอความร่วมมือกับกลุ่มคนในชุมชน/นอกชุมชน ท่ีมีโอกาส
ได้สัมผัส ร่วมงานกับผู้น้าสัมมาชีพ ท้ังท่ีมีลักษณะเป็นผู้ตาม บุคคลในระดับ
เดียวกัน และกลุ่มบุคคล ผู้มีหน้าที่ และองค์ความรู้สูงกว่าตน ได้ช่วยเป็น
กระจกสะท้อน ภาพที่สะท้อนจะช่วยชี้ให้เห็นว่าสถานภาพปัจจุบันของผู้น้า
สัมมาชีพชุมชนอยใู่ นระดับใด การมองอย่างรอบด้าน/หลายมุม ย่อมดีกว่ามอง
ด้านเดียว และผลการประเมินความก้าวหน้า ยังช่วยเป็นเอกสารหลักฐาน
ยืนยันการพัฒนาตนเองได้อีกทางหน่ึง ซึ่งการประเมินความก้าวหน้าในการ
พัฒนาตนเองของผู้น้าสัมมาชีพชุมชน เป็นช่วง ๆ เช่น ทุกเดือน ทุก 2 เดือน
หรือช่วงตรงกลางระหว่างการพัฒนา จะช่วยให้การด้าเนินงานกระชับเดินไป
ถูกทาง ตรงตามแผนท่ีวางไว้ และผ่านการตรวจประเมินรับรองจาก
คณะอนุกรรมการฯ ได้อยา่ งแนน่ อน
แนวทางการดา้ เนนิ งานระบบ มชช. 25
8. การตรวจประเมินรับรองมาตรฐาน ก่อนถึงก้าหนดเวลาการตรวจ
ประเมินเพ่ือรับรองมาตรฐาน ผู้น้าสัมมาชีพชุมชนร่วมกับทีมพ่ีเล้ียง
ควรตรวจเช็คดูเอกสารรายงานผลการพัฒนาตนเอง หลักฐานเอกสารต่าง ๆ
ท่ี เก็ บ รวบ รว ม ไว้ก่ อ น ห ากถู ก ต้ อ งค รบ ถ้ว น ส ม บู รณ์ จึ งน้ าส่ งให้
คณะอนุกรรมการฯ พิจารณา สรุปให้ความเห็นชอบต่อคณะกรรมการรับรอง
มาตรฐานการพัฒนาชุมชนจังหวัด ซึ่งจะใช้วิธีพิจารณาตามคุณลักษณะ ด้าน
องคป์ ระกอบ และตัวบง่ ช้ีวา่ ผ่าน – ไมผ่ า่ น
ผ่าน - ท้าไดต้ ามตัวบง่ ชท้ี ก่ี ้าหนด ครบทกุ ตวั
ไม่ผ่าน - ท้าได้ต่้ากว่าตวั บง่ ช้ีที่กา้ หนด หรือทา้ ไดไ้ มค่ รบทกุ ตัว
9. การรับรองมาตรฐาน เม่ือคณะอนุกรรมการฯ พิจารณาตามคุณลกั ษณะ
ด้านองค์ประกอบ และตัวบ่งชี้ และเสนอเอกสารรายงาน พร้อมหลักฐาน
ต่าง ๆ รวมทั้งลงนามให้ความเห็นว่า ผ่าน-ไม่ผ่าน ต่อคณะกรรมการรับรอง
มาตรฐานการพัฒนาชุมชนจังหวัด ผู้น้าสัมมาชีพชุมชนอาจได้รับเชิญไปชี้แจง
ข้อมูลเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการพร้อมหลักฐานต่าง ๆ รวมท้ัง สรุปความเห็น
ของคณะอนุกรรมการฯ ว่า ผ่าน- ไม่ผ่าน แล้วมีมติรับรองเพ่ือประกาศรับรอง
มาตรฐานของผ้นู ้าสัมมาชีพชุมชน และได้รับใบประกาศเกียรติคุณ พรอ้ มสิทธิ
ประโยชนต์ ่าง ๆ
10. การถอดบทเรียน เมื่อได้รับการรับรองมาตรฐานการพัฒนาชมุ ชนแล้ว
ก็ไม่ได้หมายความจะเป็นจุดสิ้นสุดของการพัฒนาตนเอง กระบวนการเรียนรู้
ด้วยระบบมาตรฐานการพัฒนาชุมชนนี้ สามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา ตลอด
ชีวิต อย่างไรก็ตามการถอดบทเรียน สกัดองค์ความรู้ ปัจจัยส้าเร็จในการ
พัฒนาตนเองของผู้น้าสัมมาชีพชุมชน ปัญหาอุปสรรคท่ีเข้ามาระหว่าง
การพัฒนา จะเป็นตวั ชว่ ยให้ผนู้ า้ สัมมาชีพชมุ ชน รักษามาตรฐานของตนเอง
26 แนวทางการด้าเนนิ งานระบบ มชช.
และปรับปรุงพัฒนาศักยภาพของตนเองให้มีขีดความสามารถสูงขึ้น สามารถ
บริหารจัดการตน ชุมชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล สร้างชุมชน
เข้มแข็ง พง่ึ ตนเองได้อยา่ งย่ังยืน
สรปุ กระบวนการพฒั นาผนู้ า้ สมั มนาชุมชนดว้ ยระบบมาตรฐานการพฒั นา
ชมุ ชน (มชช.)
แนวทางการด้าเนินงานระบบ มชช. 27
โครงสรา้ งกลไกการพฒั นาผนู้ า้ สมั มาชพี ชมุ ชนดว้ ยระบบ
มาตรฐานการพฒั นาชมุ ชน (มชช.)
การด้าเนนิ งานพฒั นาผู้น้าสัมมาชพี ชมุ ชนด้วยระบบมาตรฐานการ
พัฒนาชมุ ชน มีโครงสร้างองค์กร ประกอบดว้ ย
1. คณะอนุกรรมการตรวจประเมินเพอ่ื การรบั รองมาตรฐานการพฒั นาชุมชน
(จังหวดั /อา้ เภอ)
1.1 ระดับจงั หวดั ประกอบดว้ ย เจ้าหนา้ ทพี่ ัฒนาชุมชนและภาคกี าร
พฒั นา จา้ นวน ๗-๑๕ คน ได้แก่
-พฒั นาการจงั หวัด หรอื ผทู้ ่ีพฒั นาการจงั หวดั มอบหมายเป็นประธานฯ
-หวั หน้าสว่ นราชการในจงั หวดั หรือผู้ทีห่ ัวหนา้ ส่วนราชการมอบหมาย
เป็นคณะกรรมการฯ
-ภาคีการพัฒนา ภาคเอกชน/ประชาชน ในจงั หวัดที่เกย่ี วข้อง
เปน็ คณะกรรมการฯ
-หวั หน้ากลมุ่ งานสง่ เสรมิ ฯ สพจ. หรือผู้ที่ พัฒนาการจงั หวดั
มอบหมายเปน็ เลขานุการฯ
-นกั วิชาการพัฒนาชมุ ชน สพจ. ที่พัฒนาการจังหวัดมอบหมาย
เป็นผู้ช่วยเลขานุการฯ
1.2 ระดบั อ้าเภอ ประกอบดว้ ย เจา้ หน้าที่พัฒนาชมุ ชนและภาคีการ
พัฒนา จ้านวน ๕-๙ คน ไดแ้ ก่
- นายอา้ เภอ หรอื ผูท้ ี่นายอ้าเภอมอบหมาย เป็นประธานฯ
- หวั หน้าสว่ นราชการในอ้าเภอ เป็นคณะกรรมการฯ
- ภาคกี ารพฒั นา ภาคเอกชน/ประชาชน ในอ้าเภอ เป็นคณะกรรมการฯ
- พัฒนาการอ้าเภอ เปน็ เลขานกุ ารฯ
- เจ้าหน้าทพ่ี ัฒนาชมุ ชนใน สพอ. เป็นผู้ชว่ ยเลขานุการฯ
28 แนวทางการด้าเนนิ งานระบบ มชช.
มีอ้านาจหน้าท่ี ในการให้บริการตรวจประเมินให้แก่ผู้สมัครเข้ารับการรับรอง
สามารถพัฒนาตนเอง สรุปให้ความเห็นในการรับรองแก่คณะกรรมการรับรอง
มาตรฐานการพัฒนาชุมชนจังหวัด ให้ความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง เพื่อ
น้าไปสู่การปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง สามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง และบริหาร
จัดการเพื่อให้บริการอย่างมีคณุ ภาพตรงตามมาตรฐานและสร้างความพึงพอใจ
ให้กับประชาชน/ชุมชน และอ่ืน ๆ ตามคแวนาวมทเาหงกมาราดะา้ เสนมินงา(นศดึก้วษยราะรบบายมลชชะ.เอีย2ด8
เพ่มิ เติมเพ่ือปรบั ใชไ้ ด้จากระบบ มชช.เดมิ )
๒. คณะกรรมการรับรองมาตรฐานการพฒั นาชุมชนจังหวดั
เป็นคณะกรรมการในระดับจังหวัด ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน
และภาคีการพัฒนา จ้านวน ๗-๑๕ คน ไดแ้ ก่
- รองผูว้ า่ ราชการจังหวัด หรอื ผทู้ ี่ผู้วา่ ราชการจงั หวัดมอบหมาย เปน็ ประธานฯ
- หวั หน้าส่วนราชการในจังหวดั ที่เกย่ี วขอ้ ง เป็นคณะกรรมการฯ
- ผู้แทนองค์กรภาคีเครือข่ายพัฒนาชมุ ชนในจงั หวัด เปน็ คณะกรรมการฯ
- พัฒนาการจังหวดั เป็นเลขานุการฯ
- หัวหน้ากล่มุ งาน สพจ. เปน็ ผชู้ ว่ ยเลขานุการฯ
มีอ้านาจหน้าท่ี ในการจัดบริการให้แก่ภาคประชาชนในชุมชน ด้านการตรวจ
ประเมินและการรับรองตามระบบมาตรฐานการพัฒนาชุมชน ของผู้น้าชุมชน
ผู้น้าสัมมาชีพชุมชน กลุ่มองค์กร ชุมชน เครือข่ายองค์กรชุมชน และชุมชน
โดยส่งเสริมให้ผู้ขอรับการรับรองมาตรฐานเกิดการปรับปรุงและพัฒนาตนเอง
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพ่ิมขีดความสามารถในการบริหารจัดการ และมีการ
พัฒนาปรับปรุงระบบอย่างต่อเน่ือง และมีความรวดเร็วในการให้บริการ
ประกาศรับรองการพัฒนาตนเอง จัดทา้ ใบประกาศเกยี รตคิ ุณรบั รองมาตรฐาน
ให้กลุ่มเป้าหมาย สรุปบทเรียน จัดท้าทะเบียนข้อมูล เอกสารเผยแพร่
ประชาสัมพันธ์และอ่ืนๆ ตามความเหมาะสม (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเพ่ือ
ปรบั ใชไ้ ดจ้ ากระบบ มชช.เดมิ )
3. คณะอนุกรรมการอ่ืนๆ ตามทจี่ งั หวัดเห็นวา่ มีความเหมาะสม
แนวทางการด้าเนินงานระบบ มชช. 29
ทีมพ่ีเล้ียง
นอกเหนือจากคณะกรรมการฯ/คณะอนุกรรมการฯ ดังกล่าวแล้ว
ให้จังหวัดและ/หรืออ้าเภอ พิจารณาจัดตั้ง ทีมพ่ีเลี้ยง ประกอบด้วยเจ้าหน้าท่ี
พัฒนาชุมชนและภาคีการพัฒนา (เช่น ชุดปฏิบัติการประจ้าต้าบล ผู้น้าท้องท่ี
ผู้น้าท้องถ่ิน เครือข่ายผู้ท่ีผ่าน มชช.) จ้านวนตามความเหมาะสม เพื่อส่งเสริม
สนับสนุนการด้าเนินงานตามระบบมาตรฐานการพัฒนาชุมชน สร้างความรู้
ความเข้าใจและช่วยเหลือในการพัฒนาตนเองของกลุ่มเป้าหมาย การจัดท้า
รายงานและการจัดเก็บเอกสารหลักฐานในแต่ละข้ันตอนจนได้รับการรับร อง
มาตรฐานจากคณะกรรมการฯ
30 แนวทางการด้าเนินงานระบบ มชช.
ภาพรวมการพฒั นาผู้น้าสมั มาชีพชมุ ชน
ภาคผนวก
32 แนวทางการด้าเนินงานระบบ มชช.
กรณีตวั อยา่ งผนู้ า้ ชมุ ชนท่ผี า่ นระบบมาตรฐานการพฒั นาชมุ ชน
นางณภัทร จาตุรัส คณะกรรมการ ศอช.ต.เหมืองใหม่ อ้าเภออัมพวา
จงั หวดั สมทุ รสงคราม
นางณภัทร จาตุรัส สมัครเข้าสู่ระบบ
ม ช ช . ใน ข ณ ะ ท่ี ด้ า ร งต้ า แ ห น่ ง
เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 ต้าบล
เหมืองใหม่ อ้าเภออัมพวา จังหวัด
สมุทรสงคราม โดยการแนะน้าของ
เจา้ หน้าท่พี ัฒนาชุมชน และความต้ังใจ
ในการที่จะพัฒ นาตนเอง รวมถึง
ตอ้ งการให้คนในชุมชน และหน่วยงาน
ต่าง ๆ ให้การยอมรับ จึงท้าความเข้าใจกระบวนการและขั้นตอนการพัฒนา
ตนเองตามระบบ มชช. ให้เข้าใจ โดยมีเจา้ หนา้ ทีพ่ ฒั นาชุมชนอ้าเภอคอยเปน็ ท่ี
ปรกึ ษา
ความต้องการในการพัฒนาตนเองให้ได้ตามเป้าหมาย เป็นเรื่องท่ี
คณุ ณภัทรคิดว่ามีความท้าทายมาก ต้องอาศัย “ใจที่มุ่งมั่น” ก้าหนดเป้าหมาย
อย่างชัดเจน และ “ยอมรับ”จุดด้อยของตนเอง รวมถึง “เปิดใจ” ท่ีจะ
ปรับปรุงและพัฒนาให้ดีข้ึน โดยต้องมีการวางแผนในการพัฒนาตนเอง
ท่ีชัดเจน ตรงจุด และต้องปฏิบัติตามแผนท่ีได้ก้าหนดไว้ปฏิบัติซ้า ๆ บ่อย ๆ
จนกลายเป็นนิสัย ส่งผลให้คุณณภัทร สามารถพัฒนาตนเองจนได้รับการ
รับรองให้เป็นผู้น้าชุมชนท่ีผ่านระบบมาตรฐานการพัฒนาชุมชน เมื่อผ่าน
ระบบ มชช. มาแล้วก็ยังคิดอยู่เสมอว่า การพัฒนาตนเอง “สามารถพัฒนาได้
อีกเรื่อย ๆ ไม่มีท่ีส้ินสุด ตราบท่ียังมีลมหายใจ” แม้ว่าจะผ่านระบบมาตรฐานแล้ว
แนวทางการด้าเนนิ งานระบบ มชช. 33
ก็ยงั คงตอ้ งรกั ษามาตรฐาน และตอ้ ง แนวทางการด้าเนนิ งานด้วยระบบ มชช. 33
สร้างมาตรฐานท่ีดีกว่าเดิมให้ตัวเอง
ตอ่ ไปดว้ ย
การน้าแนวทางพัฒนาตนเอง
ตามระบบ มชช. มาใช้แล้วได้ผล
ประสบความส้าเร็จ เกิดข้ึนกับท้งั ตัว
คุณณภัทร จาตุรัส เอง และผู้น้า
อื่น ๆ ในชุมชนด้วย เช่น เรื่อง
ภ าวะค วาม เป็ น ผู้ น้ า ส่ งผ ล ให้
หน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ รวมถึงคน
ในชุมชน ให้การยอมรับ และให้
ความร่วมมือในการท้างาน มีการ
เชื่อมประสานการท้างานมาก ท้าให้สามารถบริหารจัดการตนเอง รวมถึงการ
บริหารงาน กิจกรรม โครงการต่าง ๆ ก็สามารถบริหารจัดการได้ดีส่งผลดีต่อ
ชุมชนของตนเอง นอกจากน้ียังได้น้าแนวทาง มชช. ไปใช้ในการพัฒนาผู้น้า
ชมุ ชนยุคใหมใ่ นชุมชน โดยน้าตัวชี้วัดแต่ละด้านไปเทียบ แล้วสอนหรือแนะน้า
เขาให้ปรับปรุงตัว และจะดูผล
จากพฤติกรรมของเขา เมือ่ พัฒนา
เขาได้ระดับหนึ่งแล้ว ก็จะชักชวน
ให้เขาน้าแนวทาง มชช. ไปใช้ใน
การพฒั นาตนเองต่อไป
34 แนวทางการด้าเนนิ งานระบบ มชช.
กรณีศกึ ษา “ พสี่ อนนอ้ ง นอ้ งสอนพี่ ” ในการพฒั นาตนเองของกลมุ่ เป้าหมาย
ทสี่ มคั รเขา้ สรู่ ะบบ มชช. ในประเภทผู้น้าชมุ ชน
นายสมั พนั ธ์ ศรสี วสั ดิ์ ผใู้ หญบ่ า้ นโสนนอ้ ย หมทู่ ่ี 2 ตา้ บลทา่ ข้าม
อ้าเภออรญั ประเทศ จงั หวดั สระแกว้
เดิมผู้ใหญ่สัมพันธ์ เป็นคนที่ท้างานเก่ง แต่พูด
ไม่ค่อยเก่ง และไม่กล้าพูดต่อหน้าชุมชนมาก
นัก แต่มีจดุ เด่นดา้ นคอมพวิ เตอร์ และโซเชยี่ ล
เน็ตเวิร์ค อาทิ เช่น facebook line ฯ จึงได้
เดินเขา้ มาสมคั รเข้าสู่ระบบ มชช.ในปี 2559
ด้วยตนเอง เพอื่ อยากจะพฒั นาตนเองให้มีความรู้เพิม่ ข้ึน และต้องการปรับปรุง
ตนเองให้ดีข้ึน ซึ่งเมื่อสมัครเข้ามาแล้ว ก็ได้รุ่นพ่ีท่ีมีทักษะด้านการพูด และ
กระบวนการคิด อย่างนางนภาลัย ทัพมงคล ผู้ใหญ่บ้านหนองปรือ หมู่ท่ี 7
ต้าบลผ่านศึก อ้าเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ท่ีผ่านระบบ มชช.มาแล้ว
ในปี 2558 ให้ปรึกษาหารือ และค้าแนะน้าในการพัฒนาตนเอง แต่ผู้ใหญ่
นภาลัยไม่ค่อยเก่งเรื่องคอมพิวเตอร์ facebook และline ก็ได้ผู้ใหญ่สัมพันธ์
เป็นคนสอนให้ใช้เป็นและคล่องแคล่ว เพราะเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสาร
ให้ค้าปรึกษาหารือระหว่างกัน รวมถึงทักษะการพูดภาษากัมพูชา เพราะท้ัง 2
หมู่บ้าน เป็นหมู่บ้านชายแดนคู่ขนานระหว่างไทย(จังหวัดสระแก้ว)กับกัมพูชา
(จังหวัดบันเตียเมียนเจย) ซึ่งไทยได้เข้าไปพัฒนาหมู่บ้านในกัมพูชาตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยบ้านโสนน้อย เข้าไปพัฒนาบ้านซากะดาน
ส่วนบ้านหนองปรือ เข้าไปพัฒนาบ้านตะโบกวิน ของจังหวัดบันเตียเมียนเจย
ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างสองประเทศตามโครงการพัฒนาชุมชนใน
ประเทศเพ่ือนบา้ น
แนวทางการดา้ เนนิ งานระบบ มชช. 35
การพัฒนาตนเองตามแบบ “พี่สอนน้อง น้องสอนพ่ี” ส่งผลให้ผู้ใหญ่
ได้ทักษะในการพูด และกระบวนการคิดจากรุ่นพ่ี ท้าให้มีความม่ันใจและ
สามารถพูดในที่ชุมชนได้ ส่วนรุ่นพ่ีก็มีทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์ ท้าให้เกิด
การพัฒนาตนเองและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันตลอดเวลา เพราะการเรียนรู้น้ัน
ไม่มีจุดส้ินสุด ระบบ มชช. ก็เช่นกัน ถึงแม้ว่าจะผ่านการรับรองมาแล้ว ก็ยัง
ตอ้ งเรยี นรู้และพัฒนาตนเองตอ่ ไป ผ้ทู ี่เข้ามาสมัคร มชช.ต้องเรยี นรู้และพัฒนา
ตนเองให้ผ่านการรับรองตามเกณฑ์ด้าน องค์ประกอบ และตัวบ่งช้ี และ
สามารถน้ากรณีศึกษา“ พี่สอนน้อง น้องสอนพี่ ” ไปใช้เป็นแนวทางในการ
พัฒนาตนเองให้มีขีดความสามารถในการบริหารจัดการระดับมาตรฐาน และ
เปน็ ทีย่ อมรับของสังคมได้
36 แนวทางการดา้ เนินงานระบบ มชช.
กรณศี ึกษา นายภทั รดนัย สมศรี
ก้านนั ต้าบลแสงอรณุ อา้ เภอทบั สะแก จงั หวดั ประจวบครี ขี นั ธ์
“ถ้าเราพัฒนาตัวเราให้มีมาตรฐาน จะเป็นเครื่อง
การันตีอย่างดีในการสร้างความไว้วางใจ ความ
เชอื่ มั่น และความยอมรับนับถอื ให้เกิดขึ้นกับตัวเรา
แลว้ ความส้าเร็จทุกอย่างก็จะตามมา”
ค้าบอกเล่าจากก้านันเอก ท่ีบอกว่าเส้นทาง
การท้างานในฐานะผ้นู ้าชมุ ชนท่ีประสบความส้าเร็จ
จนได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย เช่น ก้านัน
แหนบทองค้า รางวัลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
“อยู่เย็น เป็นสุข” ดีเด่นระดับจังหวัด รางวัลหมู่บ้านสารสนเทศเพ่ือการ
พัฒนาชุมชนต้นแบบระดับเขต รางวัลบ้านสวยเมืองสุขดีเด่นระดับจังหวัด/
เขต/ภาค รางวลั กองทุนแมข่ องแผน่ ดินดีเด่นระดับจงั หวัด ศอช.ต.ดเี ด่นระดับ
จังหวัด และอื่น ๆ อีกหลายรางวัล นอกจากน้ียังเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้
เรื่องต่าง ๆ ให้กับคนในชุมชน เช่น เศรษฐกิจพอเพียง กองทุนแม่ของแผ่นดิน
รวมถึงการสรา้ งแรงบนั ดาลให้กับเดก็ และเยาวชนท่ีตดิ ยาเสพติดให้กลบั มาเป็น
คนดีของสังคม ซึ่งความส้าเร็จที่เกิดข้ึนท้ังหมดในวันน้ี ส่วนหนึ่งมาจากการที่
ก้านันสมัครเข้าสู่ระบบมาตรฐานการพัฒนาชุมชน (มชช.) ท้าให้มีโอกาส
ได้พัฒนาตนเอง พัฒนาความรู้ความสามารถจากการได้เข้าไปอบรมหลักสูตร
ต่าง ๆ เช่น ผู้น้าการพัฒนา ผู้น้าการเปลี่ยนแปลง (Smart Leader) ท้าให้ได้รับ
การพัฒนาภาวะความเป็นผู้น้า ทั้งในเรื่องบุคลิกภาพ มนุษยสัมพันธ์
การบริหารงาน การบริหารคน ส่งผลให้รู้หลักการ วิธีการในการพฒั นาตนเอง
พัฒนางาน มองสังคมโลกด้วยความเข้าใจ จนมีบุคลิกภาพที่ดี ม่ันใจในตัวเอง
มีพลังความคิด กล้าตัดสินใจในการบริหารงาน ก่อให้เกิดประโยชน์
แนวทางการดา้ เนนิ งานระบบ มชช. 37
กับหน่วยงานและชุมชนสร้างความน่าเช่ือถือ จนท้าให้คนในชุมชน ทีมงาน
และหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมงานด้วยเกิดการยอมรับนับถือ ให้ความไว้วางใจ
ส่งผลลัพธ์ท่ีดีท้ังต่อตัวเองและชุมชน และสามารถเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ผู้น้า
หลาย ๆ คนในชุมชนได้ จึงอยากเชิญชวนผู้น้าชุมชนทุกคน ให้มาพัฒนา
ตนเองด้วยกระบวนการ มชช. แต่ส่งิ ที่ส้าคัญท่ีสดุ คอื ผู้น้าจะต้องมีใจ และเกิด
ความต้องการที่อยากจะเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างแท้จริง จึงจะท้าให้เรา
กลายเป็นคนท่ีมีมาตรฐานได้ในที่สุด แต่ยังไงก็ตามเม่ือเราผ่านมาตรฐานแล้ว
ก็ไม่ได้หมายความว่าการพัฒนาตัวเองจะสิ้นสุดลง โดยเฉพาะความรู้ เรายังคง
ต้องเรียนรู้และปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดข้ึน
ตลอดเวลาด้วย
38 แนวทางการดา้ เนินงานระบบ มชช.
กรณีศึกษา นายบุญชอบ ปิ่นทอง
ผนู้ า้ อช. ตา้ บลบอ่ กระดาน อา้ เภอปากทอ่ จังหวดั ราชบรุ ี
การเป็นผู้น้าชุมชน มีจุดเร่ิมต้นหลังจากเกษียณอายุ
ราชการ ด้วยความที่มีใจรักในการท้างานกับประชาชน
จึงมาร่วมท้างานกับชุมชน ท้าให้ประชาชนไว้วางใจ
เชอื่ ใจ จนคดั เลือกให้เป็นอาสาพัฒนาชุมชนบา้ นหนองบัว
หมู่ที่ 1 และได้รับคัดเลือกจากสมาชิกอาสาพัฒนา
ชุมชน ให้เป็นผู้น้าอาสาพัฒนาชุมชนต้าบลบ่อกระดาน และได้รับค้าชักชวน
จากเจ้าหน้าท่ีพัฒนาชุมชนอ้าเภอปากท่อง ให้สมัครเข้าสู่ระบบมาตรฐานการ
พัฒนาชุมชน จึงสนใจและสมัคร เพราะเห็นว่าในยุคปัจจุบัน อะไรๆ ก็ต้องมี
มาตรฐาน ถ้าเป็นอาหารก็ต้องมี อย. ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ก็ต้องมี มผช.
โรงงงานหรือหน่วยงานก็ต้องมี ISO จึงคิดว่าแล้วคนหล่ะ ก็ต้องท้าให้มี
มาตรฐานด้วยเหมอื นกนั จึงตดั สนิ ใจสมัครเขา้ พัฒนาตัวเองด้วยระบบ มชช.
แลว้ ศึกษาท้าความเขา้ ใจการเขา้ สรู่ ะบบมาตรฐานงานพัฒนาชมุ ชนและตัวชีวัด
ประเภทผู้น้า อย่างละเอียด เรียนรู้การพัฒนาตนเอง จากการไปอบรม
แลกเปล่ียน และศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองจากหนังสือ อินเตอร์เน็ต
พี่บุญชอบ กล่าวว่า การพัฒนาตนเองตามระบบ มชช. ไม่ได้มีอะไร
ท่ียุ่งยาก ซับซ้อน เพราะส่วนใหญ่เราก็ปฏิบัติเป็นปกติอยู่แล้ว เกณฑ์ท่ีตั้งไว้
ก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก เพราะเราเป็นคนคิด ก้าหนดเกณฑ์ของเราเองอยู่แล้ว
ท่ีส้าคัญคือเราต้องท้าแผนล่วงหน้า ว่าเราจะท้าอะไร พัฒนาอะไร ส่ิงท่ีมีแล้ว
เราก็เพม่ิ เตมิ ถ้าไม่มีเราก็พัฒนาให้มี ทา้ แผนแลว้ เราก็ปฏบิ ตั ิให้ได้ตามแผนน้ัน
ฝึกปฏิบัติให้เป็นนิสัย การพัฒนาตนเอง โดยไม่พ่ึงพาผู้อื่น เป็นสิ่งท่ีคุณควร
กระท้าเป็นอย่างยิ่ง และ ระบบงานมาตรฐานการพัฒนาชุมชน (มชช.) เป็น
เคร่อื งมอื หน่งึ ในการพัฒนาตนเอง
แนวทางการด้าเนนิ งานระบบ มชช. 39
ผลจากการทไ่ี ดจ้ ากน้าระบบมาตรฐานงาน
ชมุ ชน (มชช.) มาเปน็ แนวทางและเคร่ืองมือ
ในการพฒั นาตนเอง พฒั นาสังคม และพัฒนา
งาน มีดังน้ี
1. เป็นคนตรงต่อเวลา
2. มบี คุ ลกิ ภาพท่ดี ี มีความม่ันใจมากข้ึน
3. สามารถบริหารจัดการงาน จัดการเวลา
ของตนเองได้
4. สามารถสอนแนะคนอ่ืนได้ และเป็น
แบบอยา่ งท่ีดีใหก้ ับผู้นา้ ได้
5. ทา้ งานอย่างมีสติ ต่อเนือ่ งและเป็นระบบ
6. มเี ครอื ขา่ ยจากการประชมุ รว่ มกิจกรรมตา่ ง ๆ ท้าให้การทา้ งานมี
แนวร่วมมากขึน้
7. ได้รับการยอมรับ และไวว้ างใจจากคนในชมุ ชน
8. บคุ ลิกภาพด้านความคิดก่อใหเ้ กดิ ประโยชน์กบั หน่วยงาน ชุมชน
มพี ลงั ความคิด ความเสียสละทีจ่ ะท้างานเพือ่ ส่วนรวมมากข้นึ
9. ได้รับการสนบั สนุนจากคน กลุม่ องค์กรในชุมชน กล่มุ องคก์ รภายนอก และ
หน่วยงานภาครฐั ต่าง ๆ ท้าให้งานมีประสิทธิภาพเพิ่มข้นึ
การพฒั นาตนเอง จนได้รบั การยอมรบั และไว้วางใจจากคนในชุมชน
และหน่วยงานต่าง ๆ ท้าให้ปัจจุบนั บุญชอบ ปน่ิ ทอง เป็นวทิ ยากรใหค้ วามรู้
เรือ่ งทนุ ชมุ ชนใหแ้ ก่หนว่ ยงานราชการ ได้แก่ ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและ
การศกึ ษาตามอธั ยาศยั , สานักงานพัฒนาชุมชน, และองค์การปกครองส่วน
จงั หวดั และเปน็ วิทยากรการเลือกต้ังของสา้ นักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ประจา้ จังหวดั ราชบรุ ีด้วย