แนวทางการบูรณาการ
แผนพัฒนาต�ำ บล
(สำ�หรบั ศอช.ต.)
ส�ำ นกั เสริมสรา้ งความเขม้ แขง็ ชมุ ชน
กรมการพัฒนาชมุ ชน
แนแวผทนางพกฒั ารนบาูรตณ�ำ บากลาร
(สำ�หรบั ศอช.ต.)
แนวทางการบรู ณาการแผนพฒั นาต�ำ บล (ส�ำ หรบั ศอช.ต.)
ISBN: 978–974–423–169–7
ปีที่พมิ พ์ ธนั วาคม ๒๕๖๓
ขนาดหนังสือ A5 100 หน้า
จัดทำ�โดย:
สำ�นักเสรมิ สร้างความเข้มแขง็ ชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน
ศูนย์ราชการฯ อาคารรฐั ประศาสนภกั ดี ช้ันท่ี ๕ ถนนแจง้ วฒั นะ
แขวงทุง่ สองหอ้ ง เขตหลักสี่ กรงุ เทพฯ ๑๐๒๑๐ โทร. ๐ – ๒๑๔๑ – ๖๑๓๙
พิมพท์ ี:่
บริษัท อัพทรูยู ครีเอทนวิ จำ�กัด
โทร. 0 – 2964 – 8484/0 – 85845 – 8468
E-mail: [email protected]
คำ�นำ�
ยทุ ธศาสตรช์ าติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) ประเดน็ ยทุ ธศาสตรด์ า้ นการ
ปรบั สมดลุ และพฒั นาระบบการบรหิ ารจดั การภาครฐั ขอ้ ๔.๒ ก�ำ หนดใหภ้ าครฐั บรหิ าร
งานแบบบูรณาการโดยมียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายและเชื่อมโยงการพัฒนาใน
ทกุ ระดบั ทกุ ประเดน็ ทกุ ภารกจิ ทกุ พน้ื ท่ี กอปรกบั กระทรวงมหาดไทยไดอ้ อกระเบยี บ
กระทรวงมหาดไทย วา่ ดว้ ยการจดั ท�ำ แผนและประสานแผนพฒั นาพนื้ ทใ่ี นระดบั อ�ำ เภอ
และตำ�บล พ.ศ. ๒๕๖๒ เพ่ือบูรณาการในการจัดทำ�แผนและประสานแผนพัฒนา
ในระดับพื้นท่ีหมู่บ้าน ชุมชน ตำ�บล และอำ�เภอ ให้เกิดความเชื่อมโยงสอดคล้องกับ
ทศิ ทางการพฒั นาในระดบั จงั หวดั กลมุ่ จงั หวดั ภาค และระดบั ประเทศ ไปในทศิ ทาง
เดียวกนั ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
กรมการพัฒนาชุมชนในฐานะหน่วยงานสังกัดกระทรวงมหาดไทยและได้รับ
มอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลัก ในการขับเคล่ือนการจัดทำ�แผนพัฒนาตำ�บล จึงได้
จดั ท�ำ แนวทางการบรู ณาการแผนส�ำ หรบั ศนู ยป์ ระสานงานองคก์ ารชมุ ชน ส�ำ หรบั เปน็
เครอ่ื งมอื และแนวทางปฏบิ ตั ใิ หก้ บั คณะกรรมการศนู ยป์ ระสานงานองคก์ ารชมุ ชน (ศอช.)
ทุกระดับ คณะกรรมการบริหารงานตำ�บลแบบบูรณาการ (ก.บ.ต.) และเจ้าหน้าที่
ท่ีเก่ียวข้อง หวังเป็นอย่างย่ิงว่าแนวทางฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ในการขับเคล่ือน
การดำ�เนินงานจัดทำ�แผนและประสานแผนพัฒนาระดับพ้ืนที่ได้อย่างถูกต้องและเกิด
สมั ฤทธผิ ลสูงสดุ
ธนั วาคม 256๓
ส�ำ นักเสรมิ สรา้ งความเข้มแข็งชุมชน
กรมการพัฒนาชุมชน
สารบญั
ค�ำ นำ� 3
สารบัญ 4
สว่ นท่ี ๑ การด�ำ เนินงานศูนยป์ ระสานงานองคก์ ารชุมชน 5
ส่วนที่ 2 การจดั ท�ำ แผนและประสานแผนพัฒนาระดับพื้นท ี่ 27
สว่ นที่ 3 กระบวนการจัดท�ำ แผนพฒั นาต�ำ บล 38
ภาคผนวก 64
●● ภาคผนวก ก ระเบยี บกระทรวงมหาดไทยวา่ ด้วย
การจดั ท�ำ แผนและประสานแผนพัฒนาพ้ืนทีใ่ นระดบั อ�ำ เภอ
และตำ�บล พ.ศ. 2562 65
●● ภาคผนวก ข ตัวอยา่ งร่างค�ำ สั่งแตง่ ต้งั คณะกรรมการ
บรหิ ารงานตำ�บลแบบบูรณาการ 75
●●ภาคผนวก ค ตวั อย่างแผนพัฒนาตำ�บล 78
●●ภาคผนวก ง แบบประเมินแผนพฒั นาต�ำ บล 93
บรรณานุกรม 95
คณะผจู้ ัดทำ� 96
สว่ นที่ ๑
การด�ำ เนนิ งานศูนย์ประสานงาน
องคก์ ารชุมชน (ศอช.)
ศนู ยป์ ระสานงานองคก์ ารชมุ ชน (ศอช.) มชี อ่ื ภาษาองั กฤษวา่ “Community
Organization Network Center” เรยี กโดยยอ่ วา่ “CON Center” คอื องคก์ ร
ท่ีเป็นศูนย์กลางในการประสานการทำ�งานระหว่างองค์กรต่าง ๆ ท่ีมีอยู่ในชุมชน
ผนึกกำ�ลังร่วมกันในการแก้ไขปัญหาของชุมชนในรูปแบบของเครือข่าย เป็นองค์กร
ภาคประชาชน ที่เกิดจากความเห็นพ้องต้องกันของชุมชน กลุ่ม องค์กรชุมชน และ
เครือข่ายท่ีเกี่ยวข้อง โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดำ�เนินงาน
ทุกขั้นตอน และมีหน่วยงานราชการทำ�หน้าท่ีในการสนับสนุนทางด้านวิชาการและ
ประสานงานกบั สว่ นราชการตา่ ง ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง โดยมรี ะเบยี บกระทรวงมหาดไทย วา่ ดว้ ย
การดำ�เนินงานศูนยป์ ระสานงานองคก์ ารชมุ ชน พ.ศ. ๒๕๕๑ รองรับการดำ�เนนิ งาน
ความเป็นมา
กรมการพฒั นาชมุ ชน มภี ารกจิ ในการสง่ เสรมิ กระบวนการเรยี นรแู้ ละการมสี ว่ นรว่ ม
ของชุมชนในการพัฒนา เพื่อให้ชุมชนเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้ กรมการพัฒนาชุมชน
ตระหนักถึงความสำ�คัญของการทำ�งานแบบเครือข่ายระหว่างองค์กรต่าง ๆ ในชุมชน
เพ่ือเพ่ิมขีดความสามารถของชุมชนในการรับมือกับปัญหาและความท้าทายใหม่ ๆ
ในสถานการณ์ การพฒั นาทม่ี คี วามซบั ซอ้ นและมกี ารเปลย่ี นแปลงอยา่ งรวดเรว็ เชน่ ปจั จบุ นั
จึงได้ส่งเสริมการดำ�เนินงานศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชนระดับตำ�บล อำ�เภอ และ
จงั หวัดครอบคลุมทั้งประเทศ ต้ังแตป่ ี 2544
แนวทางการบูรณาการแผนพฒั นาตำ�บล (สำ�หรับ ศอช.ต.) 5
ต่อมาได้มีการดำ�เนินงานโครงการสนับสนุนเครือข่ายองค์กรชุมชนด้วย
ความชว่ ยเหลอื จากส�ำ นกั งานเพอื่ การพฒั นาระหวา่ งประเทศแหง่ ออสเตรเลยี ในพนื้ ท่ี
12 จงั หวดั ทง้ั 2 โครงการ มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ หมอื นกนั ตรงทต่ี อ้ งการสง่ เสรมิ การเชอ่ื มโยง
เครือข่ายระหว่างองค์กรชุมชน และใช้พลังของเครือข่ายองค์กรชุมชนขับเคลื่อน
ใหช้ มุ ชนสามารถแกป้ ญั หาชมุ ชน เสรมิ สรา้ งพลงั ความเขม้ แขง็ ของชมุ ชนและพงึ่ ตนเอง
ได้ในท่ีสุด แต่กระบวนการดำ�เนินงานใน 2 โครงการมีความแตกต่างกัน การเรียนรู้
ร่วมกันระหว่าง 2 โครงการ ทำ�ให้เกิดแนวคิดที่จะปรับแนวทางการดำ�เนินงาน
ศนู ย์ประสานงานองคก์ รชมุ ชนระดบั ต�ำ บลใหม้ ีประสทิ ธิภาพย่ิงข้นึ
ในระยะแรก กรมการพัฒนาชุมชนได้ดำ�เนินการ “โครงการนำ�ร่องจัดต้ัง
ศนู ยป์ ระสานงานองคก์ รเพอ่ื การพฒั นาชมุ ชน” โดยทดลองด�ำ เนนิ การในพน้ื ท่ี 12 ศพช.
เขต 22 จังหวัด ๆ ละ 1 ตำ�บล รวมเป็น 22 ตำ�บล ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2543
ถึงเดอื นมถิ นุ ายน 2544 เปน็ ระยะเวลาประมาณ 11 เดือน
●●พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้มีระเบียบกรมการพัฒนาชุมชน ว่าด้วยการดำ�เนินงาน
ศูนย์ประสานงานองค์กรชมุ ชน พ.ศ. ๒๕๔๔
●●พ.ศ. ๒๕๕๑ กระทรวงมหาดไทย ไดป้ รบั ปรงุ ระเบยี บกรมการพฒั นาชมุ ชน
เปน็ ระเบยี บกระทรวงมหาดไทย วา่ ดว้ ยการด�ำ เนนิ งานศนู ยป์ ระสานงานองคก์ ารชมุ ชน
เพ่ือมุ่งเสริม ขีดความสามารถของกลุ่ม/องค์การภาคประชาชนในการพัฒนาชุมชน
และเพอ่ื เสรมิ สร้างกลไกการรวมพลงั ภาคประชาชน และมงุ่ หวังให้
“ศอช. คือ เครอื ข่ายองค์กรภาคประชาชน
ทส่ี ง่ เสริมใหค้ นดไี ด้เข้ามามสี ่วนรว่ ม
ในการแกไ้ ขปัญหาของบา้ นเมือง”
6 แนวทางการบรู ณาการแผนพฒั นาตำ�บล (สำ�หรบั ศอช.ต.)
นอกจากนี้ กรมการพฒั นาชมุ ชนไดส้ ง่ เสรมิ ให้ ศนู ยป์ ระสานงานองคก์ ารชมุ ชน
ระดบั ต�ำ บลในแตล่ ะพนื้ ท่ี เกดิ การเชอ่ื มโยง เกอื้ หนนุ และเออ้ื ประโยชนซ์ งึ่ กนั และกนั
รวมทั้งช่วยกันแก้ไขปัญหาวิกฤติที่ชุมชนบางแห่งอาจประสบอยู่ ในการดำ�เนินงาน
ดังกล่าว โดยการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนและภาคี
ร่วมพัฒนา โดยใช้รูปแบบท่ีหลากหลาย เช่น การประชุมเชิงปฏิบัติการ การสัมมนา
แลกเปลยี่ นเรยี นรปู้ ระสบการณ์ การจดั ท�ำ เอกสารแนวทางการด�ำ เนนิ งานและตวั อยา่ ง
เครือข่ายท่ีประสบความสำ�เร็จ โดยในเบ้ืองต้นให้สนับสนุนการพัฒนาเครือข่าย
องคก์ ารชมุ ชน (ศอช.) ในระดบั ต�ำ บลใหเ้ ขม้ แขง็ กอ่ นแลว้ จงึ จะขยายไปยงั ระดบั อ�ำ เภอ
และจังหวดั ตามความพร้อมของแต่ละพื้นที่
วัตถุประสงค์
๑. เพอ่ื เปน็ ศนู ยก์ ลางในการประสานการท�ำ งานขององคก์ รชมุ ชนและเครอื ขา่ ย
ให้สามารถชว่ ยเหลือเกอื้ กูลกนั และกนั
๒. เพื่อรวมพลังเครือข่ายองค์กรในการแก้ไขปัญหา การจัดการพัฒนาชุมชน
น�ำ ไปสูก่ ารเสรมิ สร้างความเขม้ แขง็ ของชุมชน
๓. เพ่ือให้เป็นเครือข่ายองค์กรภาคประชาชนท่ีจะทำ�งานเคียงคู่ไปกับองค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
หลกั การดำ�เนนิ งาน
ศนู ยป์ ระสานงานองคก์ ารชมุ ชน (ศอช.) มหี ลกั การ ในการด�ำ เนนิ งานทส่ี �ำ คญั
๔ ประการ คือ
๑. ความเห็นพ้องตอ้ งกันของกล่มุ องคก์ รชุมชน และเครือขา่ ยต่าง ๆ
๒. ใชก้ ระบวนการประชาคมเป็นกลไกขับเคลือ่ นการดำ�เนินงาน
๓. เปน็ ศนู ยป์ ระสานเครอื ขา่ ยของภาคประชาชนมใิ ชก่ ลไก หรอื หนว่ ยงานของ
ภาครัฐ
๔. การติดตามประเมินผล โดยมตี ัวชี้วดั ผลการด�ำ เนนิ งานดังกล่าว
แนวทางการบูรณาการแผนพฒั นาตำ�บล (สำ�หรบั ศอช.ต.) 7
แนวคิดศนู ยป์ ระสานงานองค์การชมุ ชน (ศอช.)
คอื องค์การเครือข่ายชุมชน
ทำ�หน้าท ่ี สนบั สนนุ ใหเ้ กดิ ความรว่ มมอื ระหวา่ งผนู้ �ำ กลมุ่ องคก์ รทง้ั ในชมุ ชนและ
เพื่อ นอกชมุ ชน ท�ำ งานประสานสัมพนั ธ์กับภาคกี ารพัฒนาทกุ ภาคสว่ น
ส รา้ งพลงั ชมุ ชน และพฒั นาศกั ยภาพ ผนู้ �ำ ชมุ ชน และกลมุ่ องคก์ ารชมุ ชน
โดย ใหเ้ ขม้ แขง็ และพง่ึ ตนเองไดด้ ว้ ยการบรู ณาการกจิ กรรมตา่ ง ๆ ตามบรบิ ท
ของชมุ ชน
มสี ว่ นราชการ รฐั วสิ าหกจิ และองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ใหก้ ารสง่ เสรมิ
สนับสนุนและเปน็ ทปี่ รกึ ษาในการดำ�เนินกิจการ
เครอ่ื งหมาย/สัญลักษณ์
ความหมายของ โลโก้ ศอช.
ดาว เปน็ สญั ลกั ษณข์ องความสอ่ งสวา่ ง
สีฟา้ แผป่ กคลุมไปทั่วสารทิศเหมือนทอ้ งฟา้ บนผนื แผน่ ดนิ ไทย
รปู จบั มอื หมายถงึ ความร่วมมือกนั
โบว ์ คอื การผกู มดั ยึดโยงความร่วมมอื กนั
รัศมสี ีแดง แสดงให้เหน็ วา่ การเปลง่ ประกายมคี วามเคล่อื นไหวตลอดเวลา
หมุนรอบตวั เอง
เสน้ วงนอก วงใน มกี ารรวมตวั กนั ในการ
ท�ำ งาน มกี จิ กรรมทม่ี ี
ความเคลอ่ื นไหว
8 แนวทางการบรู ณาการแผนพัฒนาตำ�บล (สำ�หรบั ศอช.ต.)
คณุ ค่าของ ศอช.
●●ทำ�ใหเ้ กิดการรวมตัวของผู้น�ำ กล่มุ สามเสาหลกั
องคก์ าร “เปน็ เครอื ขา่ ย” ทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ พลงั ชมุ ชน ร่วมประสาน การพฒั นา
และการใช้ทรัพยากรอยา่ งคุม้ ค่า
●●“ความเป็นเครอื ข่ายที่มีคณุ ภาพ”
ของ ศอช. ย่อมสง่ ผลให้ชมุ ชนเข้มแข็ง
●●“เป็นเครือขา่ ยแห่งการเรยี นรู้”
ดว้ ยตนเอง และท�ำ ใหเ้ กดิ การแลกเปลย่ี นเรยี นรู้
ระหว่างองคก์ ารสมาชกิ
●●“ศอช. ทมี่ ศี กั ยภาพ” จะสามารถ
ท�ำ งานเคยี งคกู่ ับ อปท.และท�ำ ใหง้ านของ อปท. มปี ระสิทธภิ าพยงิ่ ขนึ้
จดุ เดน่ ของ ศอช.
สามารถรองรับภารกิจของหนว่ ยงานต่าง ๆ
เป็นกลไกในการบรู ณาการแผนระดบั ตำ�บล
เช่ือมประสานระหวา่ งองค์กรภาคประชาชนกับ
องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
เป็นเวทีทก่ี อ่ ให้เกิดการพัฒนาแบบองค์รวม
ด�ำ เนนิ กิจกรรมตามบริบทของชุมชน (ชมุ ชน คือ ตัวตง้ั )
แนวทางการบูรณาการแผนพัฒนาตำ�บล (สำ�หรบั ศอช.ต.) 9
โครงสร้างของ ศอช.
ศนู ยป์ ระสานงานองคก์ ารชมุ ชน (ศอช.) ถอื เปน็ องคก์ รเครอื ขา่ ยภาคประชาชน
ท่ีจัดต้ังขึ้นเพื่อรวมพลังระหว่างผู้นำ� กลุ่ม องค์กรต่าง ๆ ที่มีอยู่ในหมู่บ้าน ตำ�บล
ในการทำ�งานร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน กำ�นัน และองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ิน รวมท้ังประสานกับภาครัฐ และประชาชน ในการบริหารจัดการชุมชน
โดยมีเป้าหมายเพ่ือให้ประชาชนสามารถบริหารจัดการชุมชนได้ด้วยตนเอง สามารถ
พ่ึงตนเองได้ และน�ำ ไปสู่ชุมชนเขม้ แขง็ อยา่ งยงั่ ยนื
ดังนั้น รูปแบบของ ศอช. จะเป็นไปในลักษณะของการสร้างเครือข่ายที่มี
สมาชิกมีการติดต่อซึ่งกันและกัน มีการทำ�งานเช่ือมโยงกัน โดยมีรูปแบบโครงสร้าง
การด�ำ เนินงาน ดังน้ี
แผนภาพ แสดงรูปแบบเครอื ขา่ ยของ ศอช.
กข.คจ. กล่มุ ออมทรพั ย์ เครือขา่ ย
สถาบัน เพือ่ การผลติ กทบ.
การจดั การ องคก์ รสตรี
เงนิ ทุนชุมชน
ผู้น�ำ /กลุ่ม/ ศอช. อปท.
องคก์ รอน่ื ๆ
กองทนุ พัฒนา ก�ำ นนั / ผ้นู �ำ อช./
บทบาทสตรี ผใู้ หญ่บ้าน อช.
กลุ่ม กล่มุ
อาชพี OTOP
10 แนวทางการบรู ณาการแผนพฒั นาตำ�บล (สำ�หรบั ศอช.ต.)
แผนภาพ แสดงโครงสรา้ งการบริหารงานของ ศอช.
โครงสรา้ งการบรหิ ารงานศูนยป์ ระสานงานองค์การชุมชน (ศอช.)
ภายใตร้ ะเบยี บกระทรวงมหาดไทย วา่ ด้วยการดำ�เนนิ งานศูนยป์ ระสานงานองค์การชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๑
หนา้ ที่ (คณะกรรมการกลาง) คณะกรรมการกลางศนู ย์ประสานงาน สำ�นกั งานอำ�นวยการ
๑. ก�ำ หนดนโยบาย ควบคุมกิจการ องค์การชุมชน คณะกรรมการกลาง ศอช.
๒. ออกระเบียบขอ้ บังคบั หน้าท่:ี
๓. แตง่ ตงั้ อนุกรรมการ เจ้าหนา้ ท่ี ●●ป ลดั กระทรวงมหาดไทย ประธาน ๑. ปฏบิ ตั ิงานด้านวชิ าการ
๔. จัดให้มกี ารประเมินความก้าวหน้า ●●อ ธบิ ดกี รมการพัฒนาชมุ ชน เปน็ และธรุ การ
๕. จดั ทำ�ฐานขอ้ มูล ๒. สนบั สนนุ การจดั ประชุม
๖. ปฏิบัติการอ่ืนตามทีป่ ลัดกระทรวง รองประธาน ท่ตี ั้ง:
●● หวั หนา้ ส่วนราชการ มท. (1๒ คน) ส�ำ นกั งานเสรมิ สรา้ งความเขม้ แขง็ ชมุ ชน
มอบหมาย ●●ผู้แทน ศอช. (๕ คน) กรมการพฒั นาชุมชน
●●ผู้แทนเครือขา่ ยฯ (๕ คน)
หนา้ ที่ (สำ�นักงานกลาง ศอช.) ●●ผู้ทรงคณุ วุฒิ (๕ คน) หนา้ ท:ี่ (คณะทำ�งานสง่ เสริม)
๑. ศนู ยก์ ลางในการพฒั นาความเข้มแข็งของ ●●ร องอธบิ ดที ่ีอธบิ ดีฯมอบหมาย ๑. สนบั สนนุ ภารกจิ ศอช.
๒. เสริมสรา้ งความเขม้ แขง็ /พฒั นา
กรรมการ เปน็ กรรมการและเลขานุการ ๓. ใหค้ ำ�ปรึกษาดา้ นวิชาการ
๒. สง่ เสรมิ และพัฒนาสวัสดิภาพและ ●●ผ อ.ส�ำ นักเสรมิ สร้างความเขม้ แข็ง
กฎหมาย ระเบยี บ
สวัสดิการ ชุมชนเป็นกรรมการและ คณะทำ�งานส่งเสริม ศอช.จ.
๓. เปน็ สือ่ กลางในการประสานความรว่ มมอื ผูช้ ว่ ยเลขานกุ าร
ข้าราชการ พนกั งาน
ระหวา่ ง ศอช. สำ�นกั งานกลาง ศอช. รัฐวิสาหกจิ หรือผทู้ รงคณุ วฒุ ิ
๔. จดั หาทุนสนับสนุนการด�ำ เนินงาน ทีต่ ้งั กรมการพฒั นาชุมชน
๕. ประสานการด�ำ เนนิ กิจการ คอช. จนท.พช. เปน็ เลขานุการ
คณะกรรมการบรหิ าร ศอช.จ. คณะทำ�งานส่งเสรมิ ศอช.อ.
ภารกจิ (คณะกรรมการบรหิ าร ศอช.) จำ�นวน ๙ – ๒๕ คน
๑. สนบั สนนุ กระบวนการฐานขอ้ มลู ข้าราชการ พนักงาน
๒. บรู ณาการแผนชุมชน ต�ำ บล ประสาน ผู้แทน คอช.อ. ผู้แทนองคก์ ารเครอื ข่าย รัฐวิสาหกจิ หรอื ผ้ทู รงคณุ วิฒิ
พฒั นาชมุ ชนระดบั จงั หวดั ผู้แทน
แผนท้องถิ่นและแผนพัฒนาจงั หวัด จนท.พช. เป็นเลขานุการ
๓. ประสานระหว่างองคก์ ารชุมชน เครือขา่ ยองค์การชุมชนอื่นระดบั จังหวัด คณะท�ำ งานส่งเสรมิ ศอช.ต.
๔. ประสาน/สนับสนนุ ประชาธิปไตย และผทู้ รงคณุ วุฒิ
๕. สนับสนนุ การมสี ว่ นร่วมของประชาชน นายก อบต. หรือ ผ้แู ทน
คณะกรรมการบรหิ าร ศอช.อ. ก�ำ นัน ผ้ใู หญ่บา้ นและข้าราชการ
ตามหลักธรรมาภิบาล จำ�นวน ๙ – ๒๕ คน เจา้ หนา้ ที่ พช. เปน็ เลขานกุ าร
๖. ประสาน/สนบั สนนุ เศรษฐกจิ พอเพยี ง
๗. สนบั สนนุ ใหม้ กี องทนุ /สวสั ดกิ ารในชมุ ชน ผแู้ ทน คอช.ต. ทุกตำ�บลในอ�ำ เภอ 11
๘. สง่ เสรมิ /ประสานให้มีการจัดการความรู้ ผู้แทนเครอื ขา่ ยองคก์ ารชมุ ชน
๙. สนบั สนนุ /เสรมิ สร้างภมู ิค้มุ กนั ของสังคม ระดบั อำ�เภอ และผทู้ รงคุณวฒุ ิ
๑๐. ประสาน/สง่ เสริมการป้องกันยาเสพตดิ
๑๑. ประสาน/สนับสนุนการมีส่วนร่วม คณะกรรมการบรหิ าร ศอช.ต.
จำ�นวน ๙ – ๒๕ คน
อนรุ ักษ์บำ�รุงรักษาและจดั การ
ทรพั ยากรธรรมชาติ ผู้แทนองคก์ ารชมุ ชน ผ้นู ำ�ชมุ ชน/
๑๒. ประสานงานกับหน่วยงานรัฐ กลุ่มอืน่ ๆ หรอื ผ้แู ทนองค์การชุมชนอ่นื
๑๓. ส่งเสรมิ กิจการทเี่ ป็นประโยชนต์ อ่ สังคม
ในต�ำ บลนัน้
แนวทางการบรู ณาการแผนพฒั นาตำ�บล (สำ�หรบั ศอช.ต.)
การดำ�เนินงานของศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน แบ่งโครงสร้างออกเป็น
๒ ระดบั คอื โครงสรา้ งในสว่ นกลาง และโครงสรา้ งในระดบั พน้ื ท่ี โดยมรี ายละเอยี ด ดงั น้ี
๑. โครงสร้างในส่วนกลาง
●●คณะกรรมการกลางศนู ยป์ ระสานงานองคก์ ารชมุ ชน (ศอช.) ประกอบดว้ ย
คณะกรรมการ จำ�นวน 27 คน โดยมี
1) ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปน็ ประธาน
2) อธิบดีกรมการพฒั นาชุมชน เป็นรองประธาน
3) หวั หนา้ สว่ นราชการระดบั กรม ในสงั กดั กระทรวงมหาดไทยและหวั หนา้
หนว่ ยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย เป็นกรรมการ
4) ผแู้ ทน ศอช. ผแู้ ทนเครอื ขา่ ยองคก์ ารชมุ ชนและผทู้ รงคณุ วฒุ ิ (จ�ำ นวน
ฝา่ ยละ 5 คน) เป็นกรรมการ
5) รองอธบิ ดฯี ทอี่ ธบิ ดกี รมการพฒั นาชมุ ชนมอบหมาย เปน็ กรรมการและ
เลขานกุ าร
6) ผู้อำ�นวยการสำ�นักเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน เป็นกรรมการและ
ผ้ชู ่วยเลขานกุ าร
อ�ำ นาจหนา้ ที่ คือ
1) กำ�หนดนโยบาย และควบคุมดูแลกิจการท่ัวไปของศูนย์ประสานงาน
องคก์ ารชุมชน
2) ออกระเบียบ ข้อบังคับ เพ่ือปฏิบัตกิ ารให้เปน็ ไปตามวัตถุประสงค์
3) แต่งต้ังอนุกรรมการหรือเจ้าหน้าท่ีเพ่ือดำ�เนินการอย่างหนึ่งอย่างใด
ให้เปน็ ไปตามวตั ถุประสงค์
4) จดั ใหม้ กี ารประเมนิ ผลความกา้ วหนา้ ในการด�ำ เนนิ งานของศนู ยป์ ระสานงาน
องคก์ ารชุมชนในทกุ ระดบั
5) จดั ท�ำ ฐานขอ้ มลู กลางเกย่ี วกบั การด�ำ เนนิ งานศนู ยป์ ระสานงานองคก์ าร
ชุมชน
6) ปฏิบตั กิ ารอ่นื ตามที่ปลัดกระทรวงมอบหมาย
12 แนวทางการบูรณาการแผนพฒั นาตำ�บล (สำ�หรบั ศอช.ต.)
●●ส�ำ นกั งานอ�ำ นวยการคณะกรรมการกลาง ศอช. เปน็ หนว่ ยงานภายในของ
กรมการพฒั นาชมุ ชน ภายใต้ ความรบั ผดิ ชอบของส�ำ นกั เสรมิ สรา้ งความเขม้ แขง็ ชมุ ชน
มีหน้าที่ปฏิบัติเกี่ยวกับงานด้านวิชาการและธุรการให้กับคณะกรรมการกลางฯ และ
ดำ�เนนิ การตามที่คณะกรรมการกลางฯ มอบหมาย
●●สำ�นักงานกลาง ศอช. เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาความเข้มแข็ง ส่งเสริม
และพฒั นาสวสั ดภิ าพและสวสั ดกิ ารของ ศอช. เปน็ สอ่ื กลางในการประสานความรว่ มมอื
จดั หาทนุ สนบั สนนุ การด�ำ เนนิ งาน สนบั สนนุ และประสานการด�ำ เนนิ กจิ การของ ศอช.
๒. โครงสร้างในระดับพ้ืนท่ี แบง่ ออกเปน็ ๒ ส่วน คือ
๒.๑ คณะกรรมการบริหาร ศอช. มี ๓ ระดับ ได้แก่ ระดับตำ�บล (ศอช.ต.)
ระดับอำ�เภอ (ศอช.อ.) และระดับจงั หวดั (ศอช.จ.)
๒.๒ คณะทำ�งานส่งเสริม ศอช. มี ๓ ระดับ เช่นกัน คือ ระดับตำ�บล ระดับ
อ�ำ เภอ และระดบั จงั หวัด
๒.๑ คณะกรรมการบริหาร ศอช.
องค์ประกอบของศูนย์ประสานงานองค์การชุมชนแต่ละระดับ ประกอบด้วย
สมาชิก และคณะกรรมการฯ ดังต่อไปน้ี
●●ศูนยป์ ระสานงานองคก์ ารชุมชนระดับต�ำ บล (ศอช.ต.)
๑. สมาชกิ ประกอบดว้ ย
๑.๑ กลมุ่ องค์กรชมุ ชนท้ังหมดในตำ�บล
๑.๒ ผนู้ �ำ ทเ่ี ปน็ ทางการ เชน่ ก�ำ นนั ผใู้ หญบ่ า้ น สมาชกิ องคก์ รปกครอง
ส่วนทอ้ งถิ่น เปน็ ต้น
๑.๓ ผู้นำ�ท่ีไม่เป็นทางการ เช่น ผู้นำ�อาสาพัฒนาชุมชน (ผู้นำ� อช.)
คณะกรรมการพฒั นาสตรี (กพสม.) ปราชญ์ชาวบา้ น ผ้นู �ำ ศาสนา เป็นตน้
๒. คณะกรรมการบรหิ าร ศอช.ต. โดยมาจากการเชญิ ผแู้ ทนองคก์ รชมุ ชน
ในต�ำ บลทง้ั หมด และประชาชนทวั่ ไป จดั เวทปี ระชาคมคดั เลอื กคณะกรรมการบรหิ าร
ศอช.ต. จ�ำ นวนไมน่ ้อยกวา่ ๙ คน แต่ไม่เกนิ ๒๕ คน
แนวทางการบรู ณาการแผนพัฒนาตำ�บล (สำ�หรับ ศอช.ต.) 13
●●ศนู ย์ประสานงานองค์การชมุ ชนระดับอำ�เภอ (ศอช.อ.)
๑. สมาชกิ ประกอบด้วย
๑.๑ ศนู ย์ประสานงานองคก์ ารชุมชนระดบั ตำ�บล
๑.๒ กลุ่ม องค์กร เครือข่าย ระดบั อำ�เภอ
๒. คณะกรรมการบรหิ าร ศอช.อ.
โดยมาจากการเชญิ ศอช.ต. ทกุ ต�ำ บล ต�ำ บลละ ๒ คน องคก์ รเครอื ขา่ ยพฒั นา
ชุมชนระดับอำ�เภอทุกองค์กร ๆ ละ ๒ คน และประชาชนท่ัวไปในเขตอำ�เภอ จัดเวที
ประชาคมคดั เลอื กคณะกรรมการบรหิ าร ศอช.อ. จ�ำ นวนไมน่ อ้ ยกวา่ ๙ คน แตไ่ มเ่ กนิ
๒๕ คน
●●ศูนย์ประสานงานองค์การชมุ ชนระดบั จงั หวดั (ศอช.จ.)
๑. สมาชิก ประกอบดว้ ย
๑.๑ ศนู ยป์ ระสานงานองค์การชมุ ชนระดับอำ�เภอ
๑.๒ กลุม่ องค์กร เครือข่าย ระดับจงั หวัด
๒. คณะกรรมการบรหิ าร ศอช.จ. โดยมาจากการเชญิ ศอช.อ. ทกุ อ�ำ เภอ
อำ�เภอละ ๑ คน องค์กรเครือข่ายพัฒนาชุมชนระดับจังหวัดทุกองค์กร ๆ ละ ๑ คน
และประชาชนทั่วไปในเขตจังหวัด จัดเวทีประชาคมคัดเลือกคณะกรรมการบริหาร
ศอช.จ. จำ�นวนไม่น้อยกว่า ๙ คน แต่ไมเ่ กนิ ๒๕ คน
ภารกจิ /หน้าท่ี
ศนู ยป์ ระสานงานองคก์ ารชมุ ชน (ศอช.) แต่ละระดับ มีภารกิจ ดงั น้ี
1. สนบั สนนุ กระบวนการจัดท�ำ ระบบฐานขอ้ มลู
2. บรู ณาการการจดั ท�ำ แผนชมุ ชนระดบั ต�ำ บล ประสานแผนพฒั นาองคก์ ร
ปกครองสว่ นท้องถนิ่ แผนพัฒนาอำ�เภอ และแผนพฒั นาจงั หวัด
3. ประสานงานระหวา่ งองคก์ ารชมุ ชนในการด�ำ เนนิ งานตามแผนงานและ
กจิ กรรม
4. ประสานงาน และสนบั สนุนกระบวนการประชาธิปไตย
14 แนวทางการบรู ณาการแผนพัฒนาตำ�บล (สำ�หรับ ศอช.ต.)
5. สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการส่งเสริมธรรมาภิบาล
การป้องกนั และปราบปรามการทจุ ริตและประพฤตมิ ชิ อบ
6. ประสานงาน และสนับสนุนการดำ�เนินงานตามปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
7. สนับสนุนใหม้ ีกองทุน และสวัสดกิ ารในชมุ ชน
8. ส่งเสริมและประสานให้มีการจัดการความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น
การอนรุ ักษ์ศิลปวัฒนธรรม
9. สนับสนุน และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของสังคม การยุติความขัดแย้ง
ในชุมชน การรักษาความสงบเรียบร้อย และความม่ันคงของประเทศ เพื่อให้เกิด
ความอยูเ่ ยน็ เปน็ สขุ ความสมานฉันท์
10. ประสานงาน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการป้องกัน และแก้ไข
ปญั หายาเสพติด
11. ประสานงาน และสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ การบำ�รุง
รักษา การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม
12. ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครอง
ส่วนทอ้ งถน่ิ และภาคประชาชน ในการด�ำ เนินกิจการของ ศอช.
13. สง่ เสริมและด�ำ เนินกจิ การอน่ื ๆ ทเ่ี ป็นประโยชน์ตอ่ สังคม
●●คณะท�ำ งานส่งเสรมิ ศอช.
๑. สมาชกิ ประกอบด้วย
●●คณะทำ�งานส่งเสริม ศอช.ต. ประกอบด้วย นายกองค์กรปกครอง
สว่ นทอ้ งถน่ิ หรอื ผแู้ ทนก�ำ นนั ผใู้ หญบ่ า้ น ขา้ ราชการทป่ี ฏบิ ตั งิ านในพน้ื ทห่ี รอื ผทู้ รงคณุ วฒุ ิ
ในตำ�บล
●●คณะทำ�งานส่งเสริม ศอช.อ. ประกอบด้วย ข้าราชการ พนักงาน
รฐั วสิ าหกจิ ท่ปี ฏิบัติงานในอำ�เภอ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ
●●คณะทำ�งานส่งเสริม ศอช.จ. ประกอบด้วย ข้าราชการ พนักงาน
รฐั วิสาหกิจที่ปฏบิ ัตงิ านในจงั หวัด หรอื ผทู้ รงคณุ วฒุ ิ
แนวทางการบูรณาการแผนพฒั นาตำ�บล (สำ�หรับ ศอช.ต.) 15
๒. บทบาท/หนา้ ท่ี
1) สนับสนนุ ภารกิจของ ศอช.
2) เสรมิ สรา้ งความเขม้ แข็งและพัฒนาทักษะดา้ นตา่ ง ๆ แกก่ รรมการ
3) ให้ค�ำ ปรึกษาดา้ นวชิ าการ กฎหมาย และระเบียบต่าง ๆ ท่เี ก่ยี วข้อง
แผนภาพ แสดงโครงสรา้ งในระดบั พนื้ ที่
คณะกรรมการ คณะทำ�งาน
บรหิ าร ศอช.จ. ส่งเสรมิ ศอช.จ.
คณะกรรมการ คณะท�ำ งาน
บริหาร ศอช.อ. ส่งเสรมิ ศอช.อ.
คณะกรรมการ คณะทำ�งาน
บรหิ าร ศอช.ต. ส่งเสริม ศอช.ต.
หลกั การบรหิ ารจัดการของ ศอช.
●●เปน็ สมาชกิ ด้วยความสมคั รใจ และมคี วามเปน็ อสิ ระ
●●ใช้กระบวนการมีส่วนรว่ ม เปน็ กลไกขบั เคลือ่ นการด�ำ เนนิ งาน
●●บริหารงานและท�ำ งานดว้ ยความเออื้ อาทรและชว่ ยเหลอื เก้อื กูล
●●ย ึดประโยชน์ของประชาชน/ชุมชนเป็นตัวตั้ง ควบคุมและบริหารงานโดย
สมาชกิ ตามหลักการประชาธิปไตย
●●บรู ณาการกิจกรรม เศรษฐกจิ สงั คม และสิ่งแวดล้อม
●●ด�ำ เนินกจิ กรรมตามบริบทของชมุ ชน
●●มกี ารจดั ระบบการสือ่ สาร ทัง้ ภายใน ภายนอก และสู่สาธารณะ
16 แนวทางการบรู ณาการแผนพฒั นาตำ�บล (สำ�หรับ ศอช.ต.)
ปัจจบุ นั ศอช. มจี ำ�นวนทง้ั สน้ิ 7,763 แห่ง แบ่งออกเป็น 3 ระดบั คอื
●●ระดับตำ�บล (ศอช.ต.) จ�ำ นวน 6,809 แหง่
●●ระดบั อำ�เภอ (ศอช.อ.) จำ�นวน 878 แห่ง
●●ระดับจังหวดั (ศอช.จ.) จ�ำ นวน 76 แห่ง
แนวทางการจัดตั้งคณะกรรมการ ศอช.
การจดั ตงั้ ศนู ยป์ ระสานงานองคก์ ารชมุ ชนควรด�ำ เนนิ การอยา่ งเปน็ กระบวนการ
เพอ่ื สรา้ งความพรอ้ มและ ความเขา้ ใจทถี่ กู ตอ้ งแกผ่ ทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ งในทกุ ระดบั ทงั้ ในสว่ น
ของเจา้ หนา้ ทพ่ี ฒั นาชมุ ชน เจา้ หนา้ ทห่ี นว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
ผู้นำ�ชุมชน ผู้นำ�กลุ่ม องค์กรที่มีอยู่ในชุมชน ให้เกิดความชัดเจนถึงความจำ�เป็น
และประโยชน์ท่ีทุกฝ่ายจะได้รับจากการรวมตัวเป็นเครือข่ายของภาคประชาชน
ในการพัฒนาชุมชนด้วยตนเองของภาคประชาชนนำ�ไปสู่การพึ่งตนเองของชุมชน
ซึ่งกระบวนการเริ่มต้นเพื่อจัดตั้ง ศอช. สามารถใช้เวทีประชาคมเพื่อระดมพลังจาก
ทกุ ภาคส่วนและด�ำ เนนิ การเปน็ ขัน้ ตอน ดังน้ี
๑ การทบทวนความพรอ้ มและการสรา้ งความเขา้ ใจกับเจ้าหน้าท่ี และทมี วทิ ยากร
๒ การเตรียมความพรอ้ มกลมุ่ องคก์ ร และผ้นู �ำ ชุมชน
๓ การจัดเวทีประชาคมเพอ่ื จดั ตงั้ ศอช.
๔ การสนบั สนนุ การด�ำ เนินงานของ ศอช.
๕ การดำ�เนินงานตามแผน และการสรปุ ตดิ ตามผล
แนวทางการบูรณาการแผนพฒั นาตำ�บล (สำ�หรับ ศอช.ต.) 17
แผนภาพ แสดงแนวทางการคัดเลือกคณะกรรมการบริหาร
และคณะท�ำ งานสง่ เสริม ศอช.
กรอบแนวทางการคดั เลอื กคณะกรรมการบรหิ าร และคณะทำ�งานส่งเสรมิ ศอช.
กระบวนการดำ�เนนิ งาน ขน้ั ตอนการด�ำ เนนิ งาน ผลผลิต/ผลลพั ธ์
●● จนท.พช.จ.สรา้ งความเขา้ ใจกบั หน.หนว่ ยงานในสงั กดั มท. และ แตง่ ตงั้ คณะทำ�งาน ●●ค�ำ ส่งั แต่งตง้ั คณะท�ำ งาน
หนว่ ยภาคกี ารพฒั นาฯระดบั จงั หวดั เพอ่ื เชญิ เปน็ คณะท�ำ งานฯ สง่ เสรมิ ศอช.จ. ●● การรายงานตอ่ คณะกรรมการ
แตง่ ตัง้ คณะทำ�งาน
●● เสนอชื่อ ประธาน รองฯ และก�ำ หนดตำ�แหนง่ อน่ื ตาม สง่ เสริม ศอช.อ. กลาง
เหมาะสม แต่งต้งั คณะท�ำ งาน ●●การสนบั สนนุ การจัดเวที จ./อ.
สง่ เสริม ศอช.ต. ●●ค�ำ สง่ั แตง่ ตง้ั คณะท�ำ งาน
●●จ นท.พช.อ.สรา้ งความเขา้ ใจกบั หน.หนว่ ยงานในสงั กดั มท. และ เลือกคณะกรรมการ ●●การรายงานตอ่ ผวจ.
หนว่ ยภาคกี ารพฒั นาฯระดบั อ�ำ เภอ เพอ่ื เชญิ เปน็ คณะท�ำ งานฯ บริหาร ศอช.ต. ●●การสนับสนนุ การจัดเวที อ./ต.
เลอื กคณะกรรมการ ●●คำ�สงั่ แตง่ ตั้งคณะท�ำ งาน
●● เสนอช่อื ประธาน รองฯ และกำ�หนดต�ำ แหน่งอ่ืนตาม บรหิ าร ศอช.อ. ●●การรายงานตอ่ ผวจ.
เหมาะสม ●●การสนบั สนนุ การจดั เวที ต.
เลอื กคณะกรรมการ
●●จ นท.พช.อ.ขอความรว่ มมอื จากหน.หนว่ ยงานในสงั กัด มท. บริหาร ศอช.จ. ●●ประกาศรับรองผล โดย นอภ.
ระดบั อำ�เภอและหนว่ ยภาคกี ารพฒั นาฯ พจิ ารณาคัดเลอื ก ●●การรายงานตอ่ ผวจ.
ขา้ ราชการที่ปฏิบัตงิ านในพนื้ ท่ี และอปท. เปน็ คณะทำ�งาน ●●ก ารคดั เลอื กผู้แทน ศอช.ต.
ร่วมกับ นายก อบต. กำ�นนั ผใู้ หญบ่ ้าน
ร่วมเป็นคณะกรรมการบรหิ าร
●●เ สนอช่ือ ประธาน รองฯ และก�ำ หนดตำ�แหนง่ อน่ื ตาม ศอช.อ.
เหมาะสม ●●ประกาศรบั รองผล โดย นอภ.
●●การรายงานตอ่ ผวจ.
●●เลขาฯ คณะท�ำ งานสง่ เสรมิ ศอช.ต. ขออนมุ ตั ิ นอภ. จดั เวทฯี ●● การคัดเลอื กผแู้ ทน ศอช.อ.
●●อ อกหนังสอื เชิญผูแ้ ทนองค์การชุมชนท้ังหมดในอ�ำ เภอและ ร่วมเป็นคณะกรรมการบรหิ าร
ศอช.จ.
ประชาชนรว่ มเวทเี พ่อื คัดเลือกคณะกรรมการบริหาร ศอช.ต. ●●ประกาศรับรองผล โดย ผวจ.
●● คณะกรรมการบรหิ าร ศอช.ต. เลอื ก ประธาน รองฯ เลขา ●●การรายงานต่อ ผวจ.
และกำ�หนดตำ�แหนง่ อื่นตามเหมาะสม
●●เลขาฯ คณะทำ�งานส่งเสรมิ ศอช.อ. ขออนมุ ตั ิ นอภ. จัดเวทีฯ
●● ออกหนงั สอื เชญิ ศอช.ต. เครือขา่ ยองคก์ ารชมุ ชนอ�ำ เภอ
เครอื ข่ายองค์การชมุ ชนและประชาชนท่ัวไปรว่ มเวทเี พื่อ
คดั เลอื กคณะกรรมการบริหาร ศอช.อ.
●● คณะกรรมการบริหาร ศอช.อ. เลอื ก ประธาน รองฯ เลขา
และกำ�หนดต�ำ แหน่งอน่ื ตามเหมาะสม
●●เลขาฯ คณะทำ�งานส่งเสรมิ ศอช.จ. ขออนุมัติ ผวจ. จดั เวทีฯ
●● ออกหนังสือเชญิ ศอช.อ. องคก์ ารเครือขา่ ยชมุ ชน องคก์ าร
เครอื ขา่ ยพฒั นาชุมชนระดับจังหวดั ทง้ั หมด และประชาชน
ทวั่ ไปรว่ มเวทเี พอ่ื คัดเลือกคณะกรรมการบรหิ าร ศอช.จ.
●● คณะกรรมการบรหิ าร ศอช.จ. เลอื ก ประธาน รองฯ เลขา
และกำ�หนดต�ำ แหนง่ อน่ื ตามเหมาะสม
18 แนวทางการบูรณาการแผนพัฒนาตำ�บล (สำ�หรับ ศอช.ต.)
๑. การจัดต้งั ศนู ย์ประสานงานองคก์ ารชุมชนระดบั ต�ำ บล (ศอช.ต.)
คณะกรรมการบริหาร ศอช.ต. คณะทำ�งานสง่ เสรมิ ศอช.ต.
คุณสมบัติ
๑. กลมุ่ (เชน่ กลมุ่ อาชพี กลมุ่ ออมทรพั ยฯ์ ๑. ขา้ ราชการ
เป็นตน้ ) ๒. ท้องที่
๒. องค์กร (เช่น ผนู้ �ำ อช. /สตร)ี ๓. ท้องถน่ิ
๓. เครือขา่ ย (เชน่ เครอื ขา่ ย ๔ รัฐวิสาหกจิ
กลุ่มออมทรัพย์ฯ เครือข่ายกองทุน ๕. ผทู้ รงคุณวฒุ ิ
หมู่บา้ น เครือขา่ ย OTOP)
๔. ประชาชนทั่วไป
๕. ภาคเอกชน
ขน้ั ตอนวิธกี าร
1. เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนท่ีปฏิบัติงานใน 1. ให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนที่ปฏิบัติงาน
ตำ�บลขออนมุ ัตนิ ายอ�ำ เภอ เชญิ ผแู้ ทน ในต�ำ บล จดั ท�ำ ค�ำ สง่ั แตง่ ตง้ั คณะท�ำ งาน
องค์กรชุมชนในตำ�บลท้ังหมดและ ส่งเสริม ศอช.ต. ประกอบด้วย
ประชาชนทวั่ ไป เขา้ รว่ มเวทปี ระชาคม นายกองค์การบริหารส่วนตำ�บลหรือ
๒. ดำ�เนินการจัดเวทีประชาคมคัดเลือก ผู้แทน นายก อปท.หรือผู้แทน กำ�นัน
คณะกรรมการบรหิ าร ศอช.ต. จ�ำ นวน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการท่ีปฏิบัติงานใน
ไมน่ อ้ ยกวา่ 9 คน และไมเ่ กนิ 25 คน ต�ำ บล หรอื ผทู้ รงคณุ วฒุ อิ น่ื ทเ่ี หมาะสม
๓. คณะกรรมการฯที่ได้รับการคัดเลือก ๒. คณะทำ�งานฯ ตามข้อ ๑ คัดเลือก
ตามขอ้ ๒ คดั เลอื กกนั เอง เปน็ ประธาน กันเองเป็นประธาน โดยให้เจ้าหน้าที่
เลขานุการ และกรรมการตำ�แหน่งอื่น พัฒนาชุมชนทำ�หน้าที่เป็นเลขานุการ
ตามความจำ�เปน็ และเหมาะสม คณะทำ�งาน และนำ�เสนอนายอำ�เภอ
๔. เจ้าหน้าท่ีพัฒนาชุมชนจัดทำ�ประกาศ ลงนามในค�ำ สง่ั แต่งตง้ั
รบั รองผลการคดั เลอื กคณะกรรมการฯ ๓. คณะทำ�งานส่งเสริม ศอช.ต. และ
ตามมตขิ องเวทปี ระชาคม และน�ำ เสนอ คณะกรรมการบรหิ าร ศอช.ต. ประชมุ
นายอำ�เภอเพ่ือลงนามแตง่ ตง้ั ร่วมกันเพ่ือร่างระเบียบข้อบังคับของ
ศอช.ต. ก�ำ หนดวาระการด�ำ รงต�ำ แหนง่
ของทง้ั สองคณะ และจดั หาสถานทท่ี �ำ การ
แนวทางการบรู ณาการแผนพัฒนาตำ�บล (สำ�หรับ ศอช.ต.) 19
๒. การจัดต้ังศนู ยป์ ระสานงานองคก์ ารชุมชนระดบั อำ�เภอ (ศอช.อ.)
คณะกรรมการบรหิ าร ศอช.อ. คณะทำ�งานสง่ เสรมิ ศอช.อ.
คณุ สมบัติ
1. ผู้แทน ศอช.ต. ทุกตำ�บล ในอำ�เภอ 1. ขา้ ราชการ
ต�ำ บลละอยา่ งน้อย 1 คน 2. พนกั งานรฐั วสิ าหกจิ ทป่ี ฏบิ ตั งิ านในอ�ำ เภอ
2. ผู้แทนเครือข่ายองค์การชุมชนระดับ 3. ผู้ทรงคณุ วฒุ ิอนื่ ท่ีเหมาะสม
อำ�เภออย่างนอ้ ยเครือข่ายละ 1 คน
3. ผู้ทรงคุณวฒุ อิ น่ื ตามความเหมาะสม
ขั้นตอนวธิ ีการ
1. เจ้าหน้าท่ีพัฒนาชุมชนขออนุมัติ 1 ให้เจ้าหน้าท่ีพัฒนาชุมชน จัดทำ�คำ�สั่ง
นายอ�ำ เภอ เชญิ ศอช.ต. ทกุ ต�ำ บล ๆ ละ แต่งต้ังคณะทำ�งานส่งเสริม ศอช.อ.
2 คน เครือข่ายองค์กรพัฒนาชุมชน ประกอบด้วย ข้าราชการ พนักงาน
ระดับอำ�เภอทุกองค์กร ๆ ละ 2 คน รัฐวิสาหกิจท่ีปฏิบัติงานในอำ�เภอ หรือ
และประชาชนทว่ั ไป จดั เวทปี ระชาคม ผู้ทรงคุณวุฒิอื่นทเี่ หมาะสม
เพ่ือคัดเลือกคณะกรรมการบริหาร ๒. คณะทำ�งานฯ ตามข้อ ๑ คัดเลือก
ศอช.อ. จำ�นวนไม่น้อยกว่า 9 คน กันเองเป็นประธาน โดยให้เจ้าหน้าท่ี
และไม่เกนิ 25 คน พัฒนาชุมชนทำ�หน้าที่เป็นเลขานุการ
2 คณะกรรมการฯ คัดเลือกกันเอง เป็น และน�ำ เสนอนายอ�ำ เภอลงนามในค�ำ สงั่
ประธาน เลขานุการ และกรรมการ แตง่ ตั้ง
ตำ�แหน่งอื่นตามความจำ�เป็นและ 3. ให้คณะทำ�งานส่งเสริม ศอช.อ. และ
เหมาะสม คณะกรรมการบรหิ าร ศอช.อ. ประชมุ
3 เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนที่ปฏิบัติงาน ร่วมกันเพื่อร่างระเบียบข้อบังคับของ
ในตำ�บลจัดทำ�ประกาศรับรองผล ศอช.อ. ก�ำ หนดวาระการด�ำ รงต�ำ แหนง่
การคัดเลือกคณะกรรมการฯ ตามมติ ของทั้งสองคณะ และจัดหาสถานที่
ของเวทีประชาคม และนำ�เสนอ ทำ�การ
นายอำ�เภอเพ่ือลงนาม
20 แนวทางการบูรณาการแผนพัฒนาตำ�บล (สำ�หรบั ศอช.ต.)
๓. การจัดตงั้ ศนู ย์ประสานงานองคก์ ารชมุ ชนระดับจงั หวัด (ศอช.จ.)
คณะกรรมการบริหาร ศอช.อ. คณะทำ�งานส่งเสริม ศอช.อ.
คณุ สมบัติ
1. ผู้แทน ศอช.อ. ทุกอำ�เภอในจังหวัด 1. ขา้ ราชการ
อำ�เภอละอยา่ งน้อย 1 คน 2. พนักงานรฐั วสิ าหกิจ ที่ปฏิบัติงาน
2. ผู้แทนองค์การเครือข่ายพัฒนาชุมชน ในจังหวัด
ระดบั จังหวดั องค์การละ 1 คน 3. ผทู้ รงคุณวฒุ อิ นื่ ท่เี หมาะสม
3. ผู้แทนเครือข่ายองค์การชุมชนอื่น ๆ
ในระดบั จังหวัด เครือขา่ ยละ 1 คน
4. ผ้ทู รงคุณวุฒอิ ืน่ ตามความเหมาะสม
ขัน้ ตอนวธิ ีการ
1. นักวิชาการพัฒนาชุมชน สำ�นักงาน 1. ใหเ้ จา้ หนา้ ทพ่ี ฒั นาชมุ ชน จดั ท�ำ ค�ำ สง่ั
พั ฒ น า ชุ ม ช น จั ง ห วั ด ข อ อ นุ มั ติ แต่งต้ังคณะทำ�งานส่งเสริม ศอช.จ.
ผู้ว่าราชการจังหวัด เชิญ ศอช.อ. ทุก ประกอบด้วย ข้าราชการ พนักงาน
อำ�เภอ ๆ ละ 1 คน องค์กรเครือข่าย รัฐวิสาหกิจท่ีปฏิบัติงานในจังหวัด
พัฒนาชุมชนระดับจังหวัดทุกองค์กร ๆ หรอื ผู้ทรงคุณวฒุ ิอ่นื ทเ่ี หมาะสม
ละ 1 คน และประชาชนทั่วไปในเขต ๒. คณะทำ�งานฯ ตามข้อ ๑ คัดเลือก
จังหวัด จัดเวทีประชาคมเพื่อคัดเลือก กนั เอง เปน็ ประธาน โดยใหเ้ จา้ หนา้ ท่ี
คณะกรรมการ บรหิ าร ศอช.จ. จ�ำ นวน พฒั นาชมุ ชนท�ำ หนา้ ทเี่ ปน็ เลขานกุ าร
ไมน่ อ้ ยกวา่ 9 คน และไมเ่ กนิ 25 คน คณะท�ำ งาน และน�ำ เสนอผวู้ า่ ราชการ
2. คณะกรรมการฯ คัดเลือกกันเอง เป็น จงั หวัด ลงนามในคำ�สงั่
ประธาน เลขานุการ และกรรมการ 3. คณะทำ�งานส่งเสริม ศอช.จ. และ
ต�ำ แหนง่ อน่ื ตามความจ�ำ เปน็ และเหมาะสม คณะกรรมการบริหาร ศอช.จ.
3. นกั วชิ าการพฒั นาชมุ ชน จดั ท�ำ ประกาศ ประชุมร่วมกันเพื่อร่างระเบียบ
รับรองผลการคัดเลือกคณะกรรมการ ข้อบังคับของ ศอช.จ. กำ�หนดวาระ
บริหาร ศอช.จ. ตามมติของเวที การดำ�รงตำ�แหน่งของทั้งสองคณะ
ประชาคม และนำ�เสนอผู้ว่าราชการ และจัดหาสถานท่ีท�ำ การ
จังหวดั เพ่ือลงนาม
แนวทางการบูรณาการแผนพฒั นาตำ�บล (สำ�หรบั ศอช.ต.) 21
หมายเหตุ
๑. สำ�นักงานพัฒนาชุมชนอำ�เภอ จัดส่งประกาศรับรองผลการคัดเลือก
คณะกรรมการบรหิ าร ศอช.ต./ศอช.อ. และค�ำ สง่ั แตง่ ตง้ั คณะท�ำ งานสง่ เสรมิ ศอช.ต./
ศอช.อ. ใหส้ �ำ นักงานพฒั นาชุมชนจังหวัดและหนว่ ยงานที่เกีย่ วขอ้ ง
๒. กรณีท่ีคณะทำ�งานส่งเสริม ศอช. ตำ�แหน่งใดใน แต่ละระดับว่างลง
เนอ่ื งจากมกี ารแตง่ ตง้ั โยกยา้ ย สบั เปลย่ี น ต�ำ แหนง่ หนา้ ทรี่ าชการ หรอื เหตอุ นื่ ใด หรอื
เพอื่ ประโยชนใ์ นการสง่ เสรมิ กจิ การ ศอช. ใหจ้ ดั ท�ำ ค�ำ สงั่ แตง่ ตงั้ เพมิ่ เตมิ แลว้ รายงาน
ใหผ้ ้วู า่ ราชการจงั หวัดทราบ
๔. เกณฑก์ ารพจิ ารณาคดั เลอื กศนู ยป์ ระสานงานองคก์ ารชมุ ชนระดบั ต�ำ บล
(ศอช.ต.) ดเี ด่น
ดำ�เนินการภายใต้การประกวดกิจกรรมพัฒนาชุมชนดเี ด่น ดังน้ี
ศูนย์ประสานงานองค์การชุมชนระดับตำ�บล (ศอช.ต.) ที่เข้มแข็ง สามารถ
ประสานบูรณาการแผนชุมชนไปสู่การปฏิบัติตามภารกิจศูนย์ประสานงานองค์การ
ชมุ ชน (ศอช.) ให้เปน็ ทป่ี ระจกั ษ์อยา่ งเป็นรูปธรรม และเป็นแหล่งศึกษาดูงานได้
ผ่านตัวชี้วัดและเกณฑ์การพิจารณาประกอบการจัดระดับการพัฒนา
ศูนย์ประสานงานองค์การชุมชนระดับตำ�บล (ศอช.ต.) 5 หมวด 23 ตัวชี้วัด ต้องได้
คะแนนรวมอยู่ในระดับ 3 (เขม้ แข็ง)
มีการปฏิบัติและการเข้าไปมีส่วนร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาหมู่บ้านและ
ชุมชนท้องถิ่นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของกรมการพัฒนาชุมชน
ตามหลกั กจิ กรรม 3 สรา้ ง คอื สรา้ งความมน่ั คงทางอาหารสรา้ งสง่ิ แวดลอ้ มใหย้ ง่ั ยนื
และสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ทเี่ ป็นรปู ธรรม
ศนู ยป์ ระสานงานองคก์ ารชมุ ชนระดบั ต�ำ บล (ศอช.ต.) ทเ่ี คยไดร้ บั รางวลั ดเี ดน่
แลว้ ใหค้ งรกั ษาสถานะดเี ดน่ ไวเ้ ปน็ เวลา 5 ปี จงึ จะมสี ทิ ธเ์ิ ขา้ รบั การคดั เลอื กในระดบั จงั หวดั
ได้อกี
เปน็ ศนู ยป์ ระสานงานองคก์ ารชมุ ชนระดบั ต�ำ บล (ศอช.ต.) ทผ่ี า่ นการรบั รอง
ตามระบบมาตรฐานการพฒั นาชุมชน (มชช.) แลว้
จงั หวดั สามารถก�ำ หนดหลกั เกณฑก์ ารคดั สรรเพม่ิ เตมิ ไดต้ ามความเหมาะสม
22 แนวทางการบูรณาการแผนพฒั นาตำ�บล (สำ�หรับ ศอช.ต.)
ตัวชว้ี ัดและเกณฑ์การพจิ ารณาประกอบการจดั ระดับการพัฒนา
ศนู ย์ประสานงานองคก์ ารชุมชนระดบั ตำ�บล ศอช.ต.
(5 หมวด 23 ตวั ช้วี ดั )
สง่ิ ท่ี ตวั ชว้ี ัดระดบั การพฒั นา ศอช.ต. เกณฑ์
ต้องการวดั ออ่ นแอ ปานกลาง เข้มแข็ง
(5 หมวด) (1 คะแนน) (2 คะแนน) (3 คะแนน)
1. ความ 1. รอ้ ยละของ กรรมการ ศอช.ต. น้อยกว่า 40% 40-70% มากกวา่
สามารถใน ท่ีสามารถปฏิบตั งิ านตามบทบาทหน้าท่ี 50-80% 70%
การบริหาร 30-70% มากกวา่
จดั การ 2. จ�ำ นวนองค์กรในตำ�บลที่เป็นสมาชกิ น้อยกว่า 50% 80%
เครือข่าย ศอช.ต. มากกว่า
70%
3. มีแผนปฏิบัติการทีค่ รอบคลุมตามภารกิจ น้อยกว่า 30%
ของ ศอช.ต.
4. การก�ำ หนดระเบียบกฎเกณฑ์และ นอ้ ยกวา่ 30% 30-70% มากกว่า
การปฏบิ ัติตามของสมาชกิ 70%
5. คณะกรรมการ ศอช.ต. มีการตดิ ตาม 0-1 คร้งั /ปี 2 คร้ัง/ปี 3 ครงั้ /ปี
การดำ�เนนิ งานตามแผนปฏิบัตกิ าร ข้นึ ไป
6. การมีกองทุนในการบรหิ ารจดั การ ไม่มกี องทุน มกี องทุน มกี องทุน/
เครอื ขา่ ย ระดมทุนอยา่ ง
ต่อเน่ือง
2. การทำ�หนา้ ท่ี 7. การจัดทำ�ทะเบยี นขอ้ มูลสมาชิกและ ไม่มีการจดั ทำ� มีการจัดท�ำ มีการจดั ท�ำ
เป็น การปรับปรุงข้อมูลใหเ้ ป็นปจั จุบนั ทะเบียนฯ ทะเบียนฯ ทะเบียนฯ
ศูนยก์ ลาง แตข่ ้อมลู และขอ้ มลู
ประสาน ไม่เป็นปจั จุบัน เป็นปจั จบุ ัน
การท�ำ งาน
ของกลมุ่ 8. ความถข่ี องการประชุมสมาชิก ทัง้ อย่าง ปลี ะ 0-1 คร้งั ปลี ะ ปลี ะ 3 คร้ัง
องค์กร เป็นทางการ และไม่เปน็ ทางการ 2 – 3 ครัง้ ขึ้นไป
สมาชิก 9. จำ�นวนครั้งของการจดั เวทีประชาคม ปลี ะ ปลี ะ ปลี ะ 5 ครงั้
โดย ศอช.ต. 0 – 2 ครง้ั 3 – 4 คร้งั ขึ้นไป
10. จำ�นวนหนว่ ยงาน/แหล่งทุน ท่ี ศอช.ต. ไม่มี 1 แหง่ /ปี 2 แหง่ /ปี
ประสานความรว่ มมือ และได้รับ
ความร่วมมือ
แนวทางการบูรณาการแผนพัฒนาตำ�บล (สำ�หรบั ศอช.ต.) 23
สิง่ ที่ ตัวชว้ี ดั ระดบั การพฒั นา ศอช.ต. เกณฑ์
ต้องการวัด อ่อนแอ ปานกลาง เขม้ แข็ง
(5 หมวด) (1 คะแนน) (2 คะแนน) (3 คะแนน)
3. ความ 11. ร้อยละของโครงการ/กิจกรรม ที่เกดิ น้อยกว่า 40 – 60% มากกวา่
สามารถ จากการจดั เวทีประชาคม โดย ศอช.ต. 40% 60%
ในการ และ อปท.น�ำ ไปบรรจใุ นแผน/ขอ้ บงั คบั
แกป้ ัญหา ไม่มี 1 เป้าหมาย/ปี 2 เปา้ หมาย/ปี
และพัฒนา 12. การก�ำ หนดเป้าหมายในการทำ�งานเพ่ือ ขึ้นไป
ต�ำ บล แก้ไขปญั หาของตำ�บล
0 – 1 1 – 2 3 โครงการ/ปี
13. จำ�นวนโครงการ/กจิ กรรมท่ี ศอช. โครงการ/ปี โครงการ/ปี ขน้ึ ไป
ด�ำ เนินการเพ่ือใหบ้ รรลเุ ป้าหมายใน
การแก้ปญั หาของตำ�บลตามท่วี างไว้
14. สามารถแก้ไขปญั หาของชมุ ชนได้ตาม ไมม่ ี 1 เป้าหมาย/ปี 2 เปา้ หมาย/ปี
เป้าหมายทีว่ างไว้ ขึน้ ไป
15. จ�ำ นวนกองทุนในชมุ ชนท่ี ศอช.ต. นอ้ ยกว่า 30 – 70% 70% ของ
ดำ�เนินการใหม้ ีการบรหิ ารจดั การ 30% จ�ำ นวนกองทนุ
รว่ มกันในลักษณะเครอื ขา่ ยเพ่อื ในชมุ ชน
ช่วยเหลอื คนในชมุ ชน
4. ค วาม 16. จำ�นวนคร้งั ท่ี ศอช.ต. จัดให้มกี าร ไม่มี 1 – 2 ครัง้ /ปี 3 ครงั้ /ปี
สามารถ ใหค้ วามร้แู ก่สมาชิก ขึ้นไป
ในการพฒั นา
กลุม่ องคก์ ร 17. จำ�นวนคร้งั ท่ี ศอช.ต. ใหค้ �ำ แนะนำ� ไม่มี 1 – 5 ครง้ั /ปี 6 คร้งั /ปี
สมาชกิ ชว่ ยเหลือองคก์ รสมาชกิ เชน่ เรอื่ งการ ขึ้นไป
ประชุม การจดั ท�ำ บัญชี การจัดท�ำ
ขอ้ มูล ฯลฯ
18. จำ�นวนองค์กรสมาชิกที่ ศอช. ไม่มี 2 องคก์ ร/ปี 4 องคก์ ร/ปี
ให้การชว่ ยเหลอื เช่น การประสาน
งบประมาณสนบั สนุน การตดิ ตอ่ ตลาด
จำ�หนา่ ยผลติ ภณั ฑ์ ฯลฯ
19. จ�ำ นวนโครงการกจิ กรรมที่องค์กร 0 – 1 2 – 3 4 โครงการ/ปี
สมาชกิ ศอช.ต. ดำ�เนนิ การเพอ่ื โครงการ/ปี โครงการ/ ปี
ช่วยเหลอื ซ่ึงกนั และกนั
24 แนวทางการบรู ณาการแผนพฒั นาตำ�บล (สำ�หรับ ศอช.ต.)
ส่งิ ที่ ตัวช้ีวดั ระดบั การพฒั นา ศอช.ต. อ่อนแอ เกณฑ์ เขม้ แขง็
ต้องการวดั (1 คะแนน) ปานกลาง (3 คะแนน)
(5 หมวด) (2 คะแนน)
10 – 50% มากกวา่
5. ความ 20. รอ้ ยละของกรรมการ ศอช.ต. ท่ีได้รับ น้อยกวา่ 50%
สามารถ การคัดเลอื กให้เปน็ กรรมการ ของ 10% 20 – 70%
ในการพฒั นา หนว่ ยงาน หรือองคก์ รตา่ ง ๆ น้อยกว่า มากกว่า
ผ้นู �ำ 21. รอ้ ยละของกรรมการ ศอช.ต. ทีไ่ ปร่วม 20% 20 – 60% 70%
ประชุม อบรม สัมมนา ในโครงการ
ต่าง ๆ 1 – 30% มากกว่า
60%
22. รอ้ ยละของกรรมการ ศอช.ต. ท่ี นอ้ ยกวา่
สามารถเป็นแกนน�ำ ในการจัดเวที 20% มากกวา่
ประชาคม 30%
23. รอ้ ยละของกรรมการ ศอช.ต. ท่ไี ดร้ บั ไมม่ ี
การยกยอ่ งชมเชย หรอื ได้รับรางวลั
รวม
ค�ำ ชี้แจง
ใหร้ ะบผุ ลรวมคะแนนของตวั ชวี้ ดั ทง้ั หมด จ�ำ นวน 23 ขอ้ ใหน้ �ำ คะแนนรวม
มาสรปุ ผลการประเมนิ การพฒั นา ศอช. แบง่ ออกเปน็ 3 ระดบั คือ
●●ค่าคะแนนระหว่าง 56 – 69 คะแนน อยใู่ นระดบั 3 = เข้มแข็ง
●●ค่าคะแนนระหว่าง 42 – 55 คะแนน อยใู่ นระดับ 2 = ปานกลาง
●●คา่ คะแนนระหวา่ ง 1 – 41 คะแนน อยู่ในระดบั 1 = อ่อนแอ
แนวทางการบรู ณาการแผนพัฒนาตำ�บล (สำ�หรับ ศอช.ต.) 25
26 แนวทางการบรู ณาการแผนพฒั นาตำ�บล (สำ�หรับ ศอช.ต.)
สว่ นที่ ๒
การจดั ท�ำ แผนและประสานแผนพฒั นา
ระดบั พน้ื ท่ี
กระทรวงมหาดไทยไดอ้ อกระเบยี บกระทรวงมหาดไทย วา่ ดว้ ยการจดั ท�ำ แผน
และประสานแผนพฒั นาพน้ื ทใ่ี นระดบั อ�ำ เภอและต�ำ บล พ.ศ. ๒๕๖๒ ก�ำ หนดแนวทาง
เพอื่ บรู ณาการในการจดั ท�ำ แผนและประสานแผนพฒั นาในระดบั พนื้ ทห่ี มบู่ า้ น ชมุ ชน
ตำ�บล และอำ�เภอ ให้เกิดความเชื่อมโยงสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาในระดับ
จังหวัด กลุ่มจังหวัด ภาค และประเทศ ไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยได้ใหค้ ำ�นิยามและแนวทางปฏบิ ัติ ดงั นี้
หลักการด�ำ เนนิ งานของระเบยี บกระทรวงมหาดไทย ว่าดว้ ยการจดั ทำ�แผน
และประสานแผนพฒั นาพื้นที่ในระดบั อำ�เภอและต�ำ บล พ.ศ. ๒๕๖๒
ก�ำ หนดแนวทางการเช่ือมโยงและประสานแผนพฒั นาในลกั ษณะ One Plan
โดยไม่สง่ ผลกระทบต่ออำ�นาจหนา้ ทใ่ี นการจัดท�ำ และประสานแผนของสว่ นราชการ
หรือองค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นทกี่ ำ�หนดไวใ้ นระเบยี บ กฎหมาย หรอื แนวทางปฏิบัติ
ก�ำ หนดแนวทางการเชอ่ื มโยงในการท�ำ งานรว่ มกนั ของการบรหิ ารราชการ
สว่ นภมู ภิ าคอบั อปท. (อาศยั ระเบยี บ/กฎหมายของ อปท. ทม่ี ผี ลบงั คบั ใช้
อยแู่ ลว้ โดยไมม่ ผี ลกระทบตอ่ บทบาทอ�ำ นาจหนา้ ทข่ี อง อปท.)
กำ�หนดเป้าหมายเพื่อใหก้ ารจัดท�ำ แผนทกุ ระดับมาจากปญั หา
ความต้องการของประชาชนอย่างแทจ้ ริง
กำ�หนดกลไกใหม้ ีหนว่ ยงานรบั ผดิ ชอบการจดั ทำ�แผนในทุกระดบั และ
ก�ำ หนดแนวทางปฏิบตั ใิ นการเชื่อมโยงประสานแผนเพอ่ื การใหก้ ารด�ำ เนนิ งาน
ไม่เกดิ ความซ้ําซอ้ น และเกดิ ความคุ้มค่ากับประชาชนมากที่สุด
ยดึ ประชาชนเปน็ ศนู ย์กลาวง (People Centric) ในการบรหิ ารราชการ โดยความร่วมมอื
จากภาคประชาชน เข้ามามีสว่ นรว่ มในการบรหิ ารราชการสว่ นภมู ภิ าค
แนวทางการบรู ณาการแผนพฒั นาตำ�บล (สำ�หรบั ศอช.ต.) 27
คำ�นยิ าม
“แผนพัฒนาในระดับพื้นที่” หมายความว่า แผนพัฒนาหมู่บ้าน แผนชุมชน
แผนพัฒนาตำ�บล แผนพัฒนาท้องถิ่น แผนพัฒนาอำ�เภอ และแผนพัฒนาของ
สว่ นราชการหรือหน่วยงานอ่นื ท่ดี �ำ เนนิ การในพน้ื ท่ีอ�ำ เภอ
“การจัดทำ�แผนและประสานแผนพัฒนาในระดับพื้นท่ี” หมายความว่า
การจัดทำ�แผนและประสานแผนพัฒนาหมู่บ้าน แผนชุมชน แผนพัฒนาตำ�บล
แผนพฒั นาทอ้ งถน่ิ แผนพฒั นาอ�ำ เภอและแผนพฒั นาของสว่ นราชการหรอื หนว่ ยงานอน่ื
รวมท้ังองค์กรภาคเอกชนและประชาชนท่ีดำ�เนินการในพื้นที่ให้มีความเชื่อมโยง
และสอดคล้องในทุกระดับเป็นแผนเดียวกัน เพื่อให้สะท้อนปัญหาและความต้องการ
ของประชาชนในพนื้ ท่ี และสอดคลอ้ งกบั แนวทางตามแผนพฒั นาจงั หวดั แผนพฒั นา
กลุ่มจังหวัด และแผนพัฒนาภาค ที่เป็นการบูรณาการการทำ�งานของทุกหน่วยงาน
ในพ้นื ที่
“แผนพฒั นาอ�ำ เภอ” หมายความวา่ แผนพฒั นา ทร่ี วบรวมรายการโครงการ
และแผนงานต่าง ๆ ของอำ�เภอท่ีสะท้อนถึงปัญหาและความต้องการของประชาชน
ตลอดจนความต้องการของทุกภาคส่วนในพื้นที่อำ�เภอโดยแผนพัฒนาอำ�เภอจำ�เป็น
ตอ้ งจดั ท�ำ เพอ่ื ใหเ้ ปน็ เครอ่ื งมอื ในการด�ำ เนนิ งานตามวตั ถปุ ระสงคแ์ ละทศิ ทางการพฒั นา
ของอำ�เภอในอนาคต
“แผนความต้องการระดับอำ�เภอ” หมายความว่า รายการเกี่ยวกับโครงการ
และแผนงานต่าง ๆ ท่ีจำ�เป็นต้องดำ�เนินการ ในพ้ืนท่ีอำ�เภอในแต่ละปีงบประมาณ
ที่ระบุถึงปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นท่ีอำ�เภอและเป็นไปตามลำ�ดับ
ความสำ�คัญ ที่มาจากแผนพัฒนาหมู่บ้าน แผนชุมชน แผนพัฒนาตำ�บล แผนพัฒนา
ทอ้ งถนิ่ และแผนของสว่ นราชการหรอื หนว่ ยงานอนื่ ทดี่ �ำ เนนิ การในพนื้ ท่ี โดยจดั กลมุ่
ของปัญหาและความต้องการออกเป็นหมวดหมู่และส่งไปยังจังหวัดหรือหน่วยงาน
ทเี่ กย่ี วขอ้ งเพอ่ื ประกอบการจดั ท�ำ แผนพฒั นาจงั หวดั และแผนปฏบิ ตั ริ าชการประจ�ำ ปี
ของจังหวดั หรือแผนปฏบิ ัติราชการประจำ�ปขี องส่วนราชการ
28 แนวทางการบรู ณาการแผนพัฒนาตำ�บล (สำ�หรับ ศอช.ต.)
“แผนปฏิบัติงานประจำ�ปีของอำ�เภอ” หมายความว่า แผนพัฒนาที่รวบรวม
โครงการหรือกิจกรรมของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ องค์กร
ปกครองสว่ นท้องถิ่นทีไ่ ด้รบั การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจ�ำ ปีทีต่ ้องด�ำ เนนิ การ
ในพนื้ ท่ีอำ�เภอ และรายงานใหค้ ณะกรรมการบรหิ ารงานจงั หวดั แบบบรู ณาการทราบ
“แผนพัฒนาท้องถิ่น” หมายความว่า แผนพัฒนาท้องถ่ินตามระเบียบ
กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำ�แผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
“แผนพัฒนาตำ�บล” หมายความว่า แผนพัฒนาท่ีรวบรวมรายการแผนงาน
หรอื โครงการหรอื กจิ กรรม ทจ่ี �ำ เปน็ ตอ้ งท�ำ เพอ่ื การพฒั นาแกไ้ ขปญั หาและความตอ้ งการ
ของประชาชน ในพื้นที่ระดับตำ�บลท่ีมาจากแผนพัฒนาหมู่บ้าน แผนชุมชน
แผนพฒั นาท้องถนิ่ และแผนของสว่ นราชการหรือหนว่ ยงานอื่นท่ีด�ำ เนินการในพื้นท่ี
“แผนพัฒนาหมู่บ้าน” หมายความว่า แผนพัฒนา ที่กำ�หนดแผนงานหรือ
โครงการ หรอื กจิ กรรมทมี่ าจากกระบวนการเรยี นรเู้ พอ่ื จดั การตนเองทคี่ ณะกรรมการ
หมู่บ้านและประชาชน ในหมู่บ้านร่วมคิด วิเคราะห์ปัญหา ศักยภาพความพร้อมของ
หมบู่ า้ น ภายใตเ้ วทปี ระชาคมหมบู่ า้ น และขอ้ มลู ทค่ี นในหมบู่ า้ นจดั เกบ็ รวมถงึ ขอ้ มลู
จากแผนชนิดต่าง ๆ ท่ีมีอยู่ในหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นแผนท่ีส่วนราชการ หน่วยงาน
องค์กรต่าง ๆ ให้การสนับสนุน หรือจัดทำ�ขึ้น เพ่ือรวบรวมให้เป็นกรอบแนวทาง
การปอ้ งกนั แกไ้ ขปญั หา และพฒั นาหมบู่ า้ นใหส้ อดคลอ้ งกบั ปญั หาและความตอ้ งการ
ท่ีแท้จริงของหมบู่ า้ น
“แผนชุมชน” หมายความว่า แผนชุมชนตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยการจดั ท�ำ แผนพฒั นาขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น
“การจัดทำ�เวทีประชาคมหมู่บ้านและชุมชน” หมายความว่า การจัดทำ�เวที
ประชาคมร่วมกัน ระหว่างประชาชน คณะกรรมการหมู่บ้าน คณะกรรมการชุมชน
และสว่ นราชการหรอื หนว่ ยงานอน่ื ทดี่ �ำ เนนิ การในพน้ื ที่ เพอ่ื รวบรวม วเิ คราะหป์ ญั หา
และความตอ้ งการของประชาชนในพน้ื ท่ี เพอื่ ใชป้ ระกอบการจดั ท�ำ แผนพฒั นาหมบู่ า้ น
แผนพฒั นาทอ้ งถนิ่ และแผนของสว่ นราชการหรอื หนว่ ยงานอนื่ ทด่ี �ำ เนนิ การในพนื้ ที่
แนวทางการบรู ณาการแผนพฒั นาตำ�บล (สำ�หรับ ศอช.ต.) 29
แนวทางปฏบิ ัติการจดั ทำ�แผนและประสานแผนพัฒนาระดบั พนื้ ท่ี
๑. การจัดท�ำ แผนพฒั นาหมบู่ ้านและแผนชมุ ชน
1.1 กลไกการจดั ท�ำ แผนพัฒนาหมูบ่ า้ นและแผนชุมชน
●●แผนพฒั นาหมบู่ า้ น กรณหี มบู่ า้ นทม่ี กี �ำ นนั ผใู้ หญบ่ า้ น ใหค้ ณะกรรมการ
หมู่บ้านเป็นองค์กรหลักท่ีรับผิดชอบในการจัดทำ�แผนพัฒนาหมู่บ้าน ซึ่งการจัดต้ัง
คณะกรรมการหมู่บ้านเป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์
การเปน็ กรรมการหมบู่ า้ น การปฏบิ ตั หิ นา้ ทแี่ ละการประชมุ ของคณะกรรมการหมบู่ า้ น
พ.ศ. 2551
●●แผนชุมชน กรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ที่ไม่มีกำ�นัน ผู้ใหญ่บ้าน
ให้คณะกรรมการชุมชนรับผิดชอบจัดทำ�แผนชุมชน ให้ที่ทำ�การปกครองอำ�เภอเป็น
หน่วยงานหลักรับผิดชอบการจัดทำ�แผนพัฒนาหมู่บ้านและสำ�นักงานพัฒนาชุมชน
อ�ำ เภอสนบั สนนุ ภารกจิ ไดแ้ ก่ การเปน็ วทิ ยากรฝกึ อบรมเพม่ิ ศกั ยภาพคณะกรรมการ
หมู่บ้านด้านวิทยากรแผนชุมชน การสนับสนุนข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล จปฐ.
กชช.2ค และข้อมูลโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลชุมชนในการพัฒนาระบบสารสนเทศ
เพือ่ การบูรณาการวางแผนงาน (CIA)
1.2 กระบวนการและรปู แบบการจดั ท�ำ แผนพฒั นาหมบู่ า้ นและแผนชมุ ชน
(1) คณะกรรมการหมูบ่ า้ น พจิ ารณากำ�หนดวนั ท่เี หมาะสม ในการจัดเวที
ประชาคมหมู่บ้าน และให้นายอำ�เภอรับทราบวัน ในการจัดทำ�เวทีประชาคมหมู่บ้าน
ตามท่ีคณะกรรมการหมู่บ้านเสนอ โดยอำ�เภอแจ้งให้ส่วนราชการ องค์กรปกครอง
สว่ นทอ้ งถน่ิ และหนว่ ยงานอน่ื ทด่ี �ำ เนนิ การในพน้ื ทเ่ี ขา้ รว่ มเวทปี ระชาคมดว้ ย โดยขน้ั ตอน
การด�ำ เนนิ การจัดทำ�เวทปี ระชาคมให้ยดึ ถอื แนวทางปฏบิ ัตขิ องกรมการปกครอง
(2) คณะกรรมการชุมชน พิจารณากำ�หนดวันที่เหมาะสม ในการจัดเวที
ประชาคมชุมชน โดยขอความเห็นชอบจากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
เม่ือผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินอนุมัติแล้ว ให้แจ้งคณะกรรมการชุมชน
และส่วนราชการหรือหน่วยงานอ่ืนท่ีเกี่ยวข้องในพื้นท่ีเข้าร่วมเวทีประชาคมด้วย
โดยขั้นตอนการดำ�เนินการจัดทำ�เวทีประชาคมให้ยึดถือแนวทางปฏิบัติของ
30 แนวทางการบรู ณาการแผนพัฒนาตำ�บล (สำ�หรับ ศอช.ต.)
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ิน ท้ังน้ี คณะกรรมการชุมชนซ่ึงได้รับการแต่งตั้งจาก
การปรับปรุงคำ�สั่งตามแนวทางดังกล่าว ให้มีระยะเวลาคงเหลือในการดำ�รงตำ�แหน่ง
ตามวาระของคำ�สัง่ แตง่ ตง้ั คณะกรรมการฯ ประจ�ำ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
(3) รูปแบบการจัดทำ�แผนพัฒนาหมู่บ้านและแผนชุมชน ให้นำ�ข้อมูลจาก
เวทปี ระชาคมหมบู่ า้ นและชมุ ชน ขอ้ มลู ความจ�ำ เปน็ พน้ื ฐาน (จปฐ.) และขอ้ มลู พนื้ ฐาน
ระดบั หมบู่ า้ น (กชช.2ค) มาใชเ้ ปน็ ขอ้ มลู พน้ื ฐานในการจดั ท�ำ แผนพฒั นาหมบู่ า้ นและ
แผนชุมชน พร้อมท้ังจัดลำ�ดับความสำ�คัญแผนงาน/โครงการ ตามรูปแบบการจัดทำ�
แผนพัฒนาหมู่บ้านท่ีกรมการปกครองกำ�หนด และรูปแบบการจัดทำ�แผนชุมชน
ทก่ี รมส่งเสริมการปกครองท้องถ่นิ กำ�หนด
๒. การจัดท�ำ แผนพฒั นาต�ำ บล
2.1 กลไกการจัดทำ�แผนพัฒนาตำ�บล ให้คณะกรรมการบริหารงานตำ�บล
แบบบูรณาการ (ก.บ.ต.) เป็นกลไกหลักในการจัดทำ�แผนพัฒนาตำ�บล โดยให้
ส�ำ นกั งานพฒั นาชมุ ชนอ�ำ เภอด�ำ เนนิ การจดั ท�ำ ค�ำ สง่ั แตง่ ตง้ั ก.บ.ต. และใหน้ ายอ�ำ เภอ
ลงนามในคำ�ส่ังแต่งตั้ง ซึ่งการกำ�หนดคุณสมบัติของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.บ.ต.
และตวั อย่างค�ำ ส่ัง ก.บ.ต. เปน็ ไปตามทก่ี รมการพัฒนาชุมชนกำ�หนด
2.2 กระบวนการและรูปแบบการจดั ทำ�แผนพัฒนาตำ�บล
(1) ให้ ก.บ.ต. ด�ำ เนนิ การจดั ท�ำ แผนพฒั นาต�ำ บล จ�ำ นวน 7,036 ต�ำ บล
ในส่วนพ้ืนท่ีความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน จำ�นวน 219 ตำ�บล
(กรณีไม่มีกำ�นัน ผู้ใหญ่บ้าน) ให้คณะกรรมการพัฒนาท้องถ่ินดำ�เนินการจัดทำ�แผน
พัฒนาท้องถนิ่ ใหถ้ ือว่าเปน็ การจัดทำ�แผนเชน่ เดยี วกับการจดั ทำ�แผนพัฒนาต�ำ บล
(2) รปู แบบการจดั ท�ำ แผนพฒั นาต�ำ บล ให้ ก.บ.ต. จดั ท�ำ แผนพฒั นาต�ำ บล
ตามรปู แบบทก่ี รมการพัฒนาชมุ ชนก�ำ หนด
แนวทางการบรู ณาการแผนพัฒนาตำ�บล (สำ�หรับ ศอช.ต.) 31
แนวทางการจัดทำ�แผนระดับหมู่บา้ น/ชมุ ชน และระดับตำ�บล
แผนพฒั นา กลไก คณะกรรมการ หนว่ ยงาน ปค. พช./
หมู่บา้ น หมู่บ้าน หลกั หน่วยงานอน่ื
แผนชุมชน
กลไก คณะกรรมการ หน่วยงาน สถ/อปท. สนับสนนุ
ชุมชน หลกั ●●ขอ้ มลู ฯ
●●ว ทิ ยากร
●●รวบรวมขอ้ มลู ●●ก�ำ หนดวันประชาคม
●● จดั เวทีประชาคม/ ●●ก �ำ กับดแู ล/ตดิ ตาม/ กระบวนการ
วเิ คราะหข์ อ้ มูลฯ สนับสนนุ
●●จัดท�ำ แผน/รปู เลม่ แผนฯ ●●ประเมินแผนฯ/ใชแ้ ผนฯ
●●ส่งต่อแผน/ประสานแผน ●●ส่งตอ่ ก.บ.ต.
●●พัฒนาศกั ยภาพกลไก
แผนพฒั นา กลไก ก.บ.ต. หน่วยงาน พช. นายอ�ำ เภอ
ต�ำ บล หลัก
กำ�กับดูแล
●●ร วบรวมข้อมูลฯ/ ●●ก ำ�หนดวันประชุม/หารือ ให้เปน็ ไปตาม
แผนพฒั นาหม่บู า้ น/ ●● กำ�กับดูแล/ตดิ ตาม/ ระเบียบฯ
แผนชุมชน
สนบั สนุน กระทรวงมหาดไทย
●● จดั ประชุม/หารอื / ●●ป ระเมินแผนพัฒนา กำ�หนดรูปแบบแผน/
วิเคราะหข์ ้อมูลฯ ปฏทิ ินการจดั ท�ำ แผน
ตำ�บล
●●สง่ ตอ่ แผน/ประสานแผน ●●สง่ ต่อแผน อปท./ก.บ.อ.
●●พฒั นาศกั ยภาพกลไก
๓. การจัดท�ำ แผนพฒั นาอ�ำ เภอ
3.1 กลไกการจัดทำ�แผนพัฒนาอำ�เภอ ให้คณะกรรมการบริหารงานอำ�เภอ
แบบบรู ณาการ (ก.บ.อ.) เปน็ กลไกหลกั ในการจดั ท�ำ แผนพฒั นาอ�ำ เภอ โดยใหอ้ �ำ เภอ
ด�ำ เนนิ การจดั ท�ำ ค�ำ สง่ั แตง่ ตง้ั ก.บ.อ. และใหผ้ วู้ า่ ราชการจงั หวดั ลงนามในค�ำ สง่ั แตง่ ตง้ั
ซึ่งการกำ�หนดคุณสมบัติของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.บ.อ. และตัวอย่างคำ�สั่ง
ก.บ.อ. เป็นไปตามท่ีกรมการปกครองกำ�หนด ท้ังนี้ ก.บ.อ. ซึ่งได้รับการแต่งต้ัง
จากการปรบั ปรงุ ค�ำ สง่ั ตามแนวทางดงั กลา่ ว ใหม้ รี ะยะเวลาคงเหลอื ในการด�ำ รงต�ำ แหนง่
ตามวาระของคำ�ส่ังแตง่ ตงั้ ก.บ.อ. ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
32 แนวทางการบูรณาการแผนพฒั นาตำ�บล (สำ�หรบั ศอช.ต.)
3.2 กระบวนการและรปู แบบการจัดทำ�แผนพัฒนาอ�ำ เภอ
(1) ให้ ก.บ.อ. นำ�กรอบทิศทางการพัฒนาอำ�เภอและยุทธศาสตร์
การพฒั นาจงั หวดั มาเปน็ แนวทางในการจดั ท�ำ แผนพฒั นาอ�ำ เภอ และแผนความตอ้ งการ
ระดับอำ�เภอ โดยกำ�หนดให้แผนพัฒนาอำ�เภอมีระยะเวลาสอดคล้องกับห้วงเวลาของ
แผนพัฒนาจังหวัด ทั้งน้ี กำ�หนดให้แผนพัฒนาอำ�เภอ และแผนความต้องการระดับ
อ�ำ เภอต้องด�ำ เนนิ การในชว่ งระหว่างเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน
(2) แผนพฒั นาอ�ำ เภอใหเ้ สนอผวู้ า่ ราชการจงั หวดั พจิ ารณาใหค้ วามเหน็ ชอบ
ก่อนการประกาศใช้ โดยให้ท่ีทำ�การปกครองจังหวัดยกร่างคำ�ส่ังแต่งต้ังคณะทำ�งาน
กลั่นกรองแผนพัฒนาอำ�เภอ เสนอให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดท่ีรับผิดชอบเรื่อง
แผนพัฒนาจังหวัดพิจารณาก่อนเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นชอบและลงนาม
ในคำ�ส่ังแต่งต้ัง ซึ่งมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน จ่าจังหวัดเป็นคณะทำ�งาน
และเลขานกุ ารท�ำ หนา้ ทห่ี ลกั ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ทเ่ี ลขานกุ ารคณะท�ำ งานฯ และผอู้ �ำ นวยการ
กลมุ่ งานยทุ ธศาสตรแ์ ละขอ้ มลู เพอ่ื การพฒั นาจงั หวดั ส�ำ นกั งานจงั หวดั เปน็ คณะท�ำ งาน
และเลขานุการร่วม โดยให้นายอำ�เภอเข้าชี้แจงข้อมูลแผนพัฒนาอำ�เภอแต่ละอำ�เภอ
ต่อคณะทำ�งานกลั่นกรองแผนพัฒนาอำ�เภอในการประชุมคณะทำ�งานและเมื่อ
คณะทำ�งานฯ ได้พิจารณากล่ันกรองแผนพัฒนาอำ�เภอแล้ว จะนำ�เข้าการประชุม
ก.บ.จ. เพื่อทราบ ทั้งน้ี คำ�ส่ังคณะทำ�งานฯ เป็นไปตามที่กรมการปกครองกำ�หนด
และห้วงเวลาของการเสนอแผนพัฒนาอำ�เภอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นชอบผ่าน
คณะท�ำ งานกลน่ั กรองแผนพฒั นาอ�ำ เภอใหด้ �ำ เนนิ การใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในเดอื นมถิ นุ ายน
(3) รูปแบบการจัดทำ�แผนพัฒนาอำ�เภอ ให้ ก.บ.อ. จัดทำ�แผนพัฒนา
อ�ำ เภอและแผนความตอ้ งการระดบั อำ�เภอตามรปู แบบที่กรมการปกครองก�ำ หนด
๔. การจัดทำ�แผนพฒั นาทอ้ งถิน่
กลไกการจดั ท�ำ แผนพฒั นาทอ้ งถน่ิ ใหค้ ณะกรรมการพฒั นาทอ้ งถน่ิ รบั ผดิ ชอบ
จัดทำ�แผนพัฒนาท้องถ่ิน โดยในการจัดทำ�แผนพัฒนาท้องถิ่นให้เป็นไปตามระเบียบ
กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำ�แผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2548 และทีแ่ กไ้ ขเพม่ิ เตมิ
แนวทางการบรู ณาการแผนพฒั นาตำ�บล (สำ�หรบั ศอช.ต.) 33
๕. การจดั ท�ำ แผนพฒั นาจงั หวดั
ให้สำ�นักงานจังหวัดให้ความสำ�คัญกับปัญหาความต้องการของประชาชน
ในพ้ืนที่และการประสานแผนพัฒนาในระดับพื้นท่ี โดยพิจารณาจัดทำ�แผนงาน/
โครงการ ทม่ี าจากแผนพฒั นาหมบู่ า้ น แผนชมุ ชน แผนพฒั นาต�ำ บล แผนพฒั นาทอ้ งถน่ิ
และแผนพฒั นาอำ�เภอ บรรจุอยใู่ นแผนพฒั นาจังหวัดตามความเหมาะสม
๖. การประสานแผนและหว้ งระยะเวลาในการจดั ท�ำ แผนพฒั นา
6.1 แผนพัฒนาหมู่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ดำ�เนินการจัดทำ�
แผนพัฒนาหมู่บ้านส่งให้ประธานคณะกรรมการบริหารงานตำ�บลแบบบูรณาการ
(ประธาน ก.บ.ต.) ณ ทท่ี �ำ การปกครองอ�ำ เภอ และองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ในพน้ื ท่ี
ความรับผดิ ชอบ ระหว่างเดอื นมกราคม – กมุ ภาพันธ์
6.2 แผนชุมชน คณะกรรมการชุมชนดำ�เนินการจัดทำ�แผนชุมชนส่งให้
ประธานคณะกรรมการบริหารงานตำ�บลแบบบูรณาการ (ประธาน ก.บ.ต.) และ
องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ในพน้ื ทค่ี วามรบั ผดิ ชอบ ระหวา่ งเดอื นมกราคม – กมุ ภาพนั ธ์
6.3 แผนพฒั นาต�ำ บล คณะกรรมการบรหิ ารงานต�ำ บลแบบบรู ณาการ (ก.บ.ต.)
ด�ำ เนนิ การจดั ท�ำ แผนพฒั นาต�ำ บลสง่ ใหค้ ณะกรรมการบรหิ ารงานอ�ำ เภอแบบบรู ณาการ
(ก.บ.อ) ผ่านทางสำ�นักงานอำ�เภอ และจัดทำ�บัญชีประสานโครงการพัฒนาส่งให้
องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ในพนื้ ทคี่ วามรบั ผดิ ชอบ ระหวา่ งเดอื นมนี าคม – เมษายน
6.4 แผนพฒั นาอำ�เภอ
(1) ให้ ก.บ.อ. จ�ำ แนกแผนงานหรอื โครงการระดบั อ�ำ เภอในความรบั ผดิ ชอบ
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และจัดทำ�บัญชีประสานโครงการพัฒนา ส่งให้
องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นภายในเดอื นพฤษภาคม
(2) ให้ ก.บ.อ. จดั สง่ แผนพฒั นาอ�ำ เภอทผ่ี วู้ า่ ราชการจงั หวดั ใหค้ วามเหน็ ชอบ
แล้วให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ รวมท้ังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพ้ืนที่
เพ่ือให้ทุกภาคส่วนนำ�ไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาพื้นท่ีระดับอำ�เภอในทิศทาง
การพัฒนาเดยี วกนั
(3) ให้ ก.บ.อ. จัดส่งแผนความต้องการระดับอำ�เภอให้ ก.บ.จ. (ผ่านทาง
34 แนวทางการบูรณาการแผนพัฒนาตำ�บล (สำ�หรับ ศอช.ต.)
ส�ำ นกั งานจงั หวดั ) หรอื หนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งเพอ่ื เปน็ ขอ้ มลู ในการจดั ท�ำ แผนพฒั นาจงั หวดั
และแผนปฏบิ ตั ริ าชการประจ�ำ ปขี องจงั หวดั หรอื แผนปฏบิ ตั ริ าชการของหนว่ ยงานนน้ั ๆ
ภายในเดอื นมิถนุ ายน
6.5 แผนพัฒนาท้องถิ่น ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจารณาโครงการท่ี
องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ขอรบั การประสานโครงการตามบญั ชปี ระสานโครงการพฒั นา
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือโครงการของคณะกรรมการบริหารงานจังหวัด
แบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) เพ่ือบรรจุไว้ในแผนพัฒนาขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
พร้อมท้ังตรวจสอบโครงการดังกล่าวเพ่ือไม่ให้โครงการซํ้าซ้อนกับแผนพัฒนาจังหวัด
และแผนปฏิบัติงานของส่วนราชการหรือหน่วยงานอ่ืน และให้จัดทำ�บัญชีประสาน
โครงการพัฒนา เพ่ือจัดส่งให้หน่วยงานที่เก่ียวข้องพิจารณาดำ�เนินการ ในช่วง
เดือนกรกฎาคม
6.6 แผนพัฒนาจังหวัด จังหวัดโดยคณะกรรมการบริหารงานจังหวัด
แบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) นำ�แผนพัฒนาอำ�เภอและแผนความต้องการระดับอำ�เภอ
รวมทั้งประสานข้อมูลแผนงาน/โครงการท่ีเกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
กับคณะกรรมการประสานแผนพัฒนาท้องถิ่นระดับจังหวัด เพ่ือประกอบการจัดทำ�
แผนพัฒนาจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการประจำ�ปีของจังหวัด ระหว่างเดือน
พฤษภาคม – กันยายน โดยนำ�หลักเกณฑ์ แนวทางและปฏิทินที่คณะกรรมการ
บรู ณาการน โยบายพฒั นาภาค (ก.บ.ภ.) จะก�ำ หนดในแตล่ ะปงี บประมาณมาพจิ ารณา
ประกอบดว้ ย โดยใหส้ �ำ นกั งานจงั หวดั รายงานผลการเชอื่ มโยงและประสานแผนพฒั นา
พื้นท่ีเข้าสู่แผนปฏิบัติราชการประจำ�ปีของจังหวัดตามแบบที่สำ�นักงานปลัดกระทรวง
มหาดไทยก�ำ หนด และรายงานให้สำ�นกั งานปลดั กระทรวงมหาดไทยทราบ
แนวทางการบรู ณาการแผนพัฒนาตำ�บล (สำ�หรบั ศอช.ต.) 35
36 แนวทางการบูรณาการแผนพัฒนาตำ�บล (สำ�หรับ ศอช.ต.)
การประสานแผนและหว้ งระยะเวลาในการจัดทำ�แผน
จังหวัด พ.ค. - ก.ย. ก.ค. ยทุ ธศาสตร์ประเทศ/
แผนพฒั นาจงั หวดั / แผนพฒั นาเศรษฐกิจและ
แผนปฏบิ ัตริ าชการประจำ�ปีของจงั หวัด จดั ประชมุ เพอ่ื พิจารณา สงั คมแห่งชาต/ิ ทศิ ทาง
บรู ณาการโครงการ นโยบายรฐั บาล/กรอบ
ก.บ.จ. ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาของ
คณะกรรมการประสานแผนท้องถนิ่
ระดบั จงั หวัด (อบจ.) ภาค/กลุ่มจังหวัด
อ�ำ เภอ พ.ค.-มิ.ย. ม.ิ ย. พ.ค. ทิศทาง นโยบาลรัฐบาล
ตำ�บล แผนพฒั นาอำ�เภอ/ ผวจ. เหน็ ชอบ จดั ประชมุ เพือ่ พจิ ารณาบูรณาการ กรอบยทุ ธศาสตร์การ
แผนปฏิบตั ิราชการ แผนพัฒนา พฒั นาของจังหวดั
ประจำ�ปขี องอำ�เภอ โครงการ กรอบแผนพฒั นาอำ�เภอ
(แผนความต้องการ อ�ำ เภอ คณะกรรมการประสานแผนทอ้ งถิ่น
คณะท�ำ งาน
ระดบั อำ�เภอ) กลน่ั กรองแผน ระดบั อำ�เภอ
ก.บ.อ. พัฒนาอ�ำ เภอ
ม.ี ค.-เม.ย.
มี.ค.-เม.ย. Bottom-up แผนพฒั นาท้องถิ่น
แผนพัฒนาต�ำ บล อปท. (อบต./ทต./ทม./ทน.)
ก.บ.ต.
หม่บู า้ น/ ม.ค.-ก.พ. ความต้องการ ม.ค.-ก.พ. กรอบแผนพัฒนาอ�ำ เภอ
ชมุ ชน แผนพัฒนาหมู่บา้ น/ชุมชน จัดประชุม ประชาคม รา่ งแผนพฒั นาทอ้ งถิน่
รว่ มกัน(ชมุ ชน/หมบู่ า้ น/
หม่บู ้าน/ชมุ ชน อปท.
(กม./คณะกรรมการชมุ ชน) ท้องถ่นิ )
การจัดท�ำ แผนและประสานแผนพัฒนาพ้ืนท่ี ตามระเบยี บ มท.
ระดบั กลไก แผนพฒั นา แผน อบจ.
ก.บ.จ. พ.ค.-ก.ย. สง่ แผนงานโครงการทเี่ กี่ยวขอ้ งให้ อบจ. ก.ค.-ต.ค.
หมู่บ้าน/ชุมชน ำต�บล อำ�เภอ จังห ัวด แผนพฒั นาจังหวดั หรอื ก.บ.จ. คณะกรรมการประสาน
นำ�แผนพัฒนาอ�ำ เภอและ ส่งแผนพัฒนา ๗๖ แผน หนว่ ยงานราชการและ
แผนความต้องการฯ อำ�เภอและแผน แผนทอ้ งถน่ิ ระดับ รัฐวสิ าหกจิ ในพน้ื ที่
ความตอ้ งการฯ จงั หวดั
ประกอบการจดั ท�ำ แผน จว. ใหก้ ับ ก.บ.จ. เกินศกั ยภาพ อปท.
(แผนพัฒนาอำ�เภอ สง่ แผนพฒั นาอ�ำ เภอท่ผี า่ นความเห็นชอบ พ.ค.
คณะท�ำ งานกลั่นกรอง คณะกรรมการประสาน เกินศักยภาพ
แผนพัฒนาอำ�เภอ เห็นชอบโดย สง่ บญั ชปี ระสานโครงการพัฒนาให้ อปท. แผนทอ้ งถน่ิ ระดบั อ�ำ เภอ
ผวจ. ผา่ น สง่ แผนงานโครงการท่เี ก่ียวข้องใหก้ .บ.อ. มี.ค.-เม.ย.
ก.บ.อ. คณะทำ�งานฯ) พ.ค.-ม.ิ ย. แผนเทศบาล (ทน./ทม.)
แผนพัฒนาอ�ำ เภอ
จัดท�ำ แผนพฒั นาอ�ำ เภอ ๘๗๘ แผน ๕,๖๙๔ แผนชุมชน
แผนความต้องการระดับ ส่งแผนชุมชน ให้ อปท.
สง่ แผนพัฒนาต�ำ บล สง่ แผนงานโครงการที่เกย่ี วขอ้ งให้ ก.บ.อ. และ ก.บ.ต.
อำ�เภอและบญั ชีประสาน ให้ ก.บ.อ. One Plan เกนิ ศกั ยภาพ
โครงการพัฒนา ม.ี ค.-เม.ย.
สง่ บัญชีประสานโครงการพัฒนาให้ อปท. ม.ี ค.-เม.ย.
ก.บ.ต. แผนพฒั นาต�ำ บล แผน อบต./
๗,๐๓๖ แผน เทศบาลต�ำ บล
จดั ท�ำ แผนพฒั นาต�ำ บลและ
บญั ชปี ระสานโครงการพฒั นา ส่งแผนพฒั นา อปท. สามารถดงึ ข้อมูลจากเวที ม.ค.-ก.พ.
หมบู่ ้านให้ ก.บ.ต. ประชาชนเพ่ือปรพกอบ แผนชุมชน
กม./คกก.ชุมชน การจดั ทำ�แผนของ อปท. ๑๘๘ แผน (๑๖ ทต.)
และ อปท.
คณะกรรมการหมบู่ ้าน ม.ค.-ก.พ. Bottom Up
จัดท�ำ แผนพัฒนาหม่บู ้าน
แผนพฒั นาหมบู่ า้ น
คณะกรรมการชุมชน ๗๔,๖๕๕ แผน
จัดทำ�แผนชุมชน
หมู่บ้าน/ชมุ ชน/อปท. ในพน้ื ที่ จดั ประชมุ ประชาคมร่วมกัน
37 แนวทางการบรู ณาการแผนพฒั นาตำ�บล (สำ�หรับ ศอช.ต.)
ส่วนที่ ๓
กระบวนการจดั ท�ำ แผนพัฒนาตำ�บล
กรมการพัฒนาชุมชนเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ซ่ึงถือเป็น
หน่วยงานหนึ่งท่ีมีบทบาทสำ�คัญในการจัดทำ�แผนและประสานแผนพัฒนาทุกระดับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดท�ำ แผนและประสานแผนระดับต�ำ บล โดยส�ำ นักงานพัฒนา
ชุมชนอำ�เภอได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการจัดทำ�
แผนพัฒนาตำ�บล และมีคณะกรรมการศูนย์ประสานงานองค์การชุมชนระดับตำ�บล
(ศอช.ต.) เป็นกลไกสำ�คัญที่ทำ�งานเคียงคู่กับเจ้าหน้าท่ีพัฒนาชุมชนในการขับเคล่ือน
การจัดท�ำ แผนพัฒนาต�ำ บล
ซึ่งบทบาทภารกิจของคณะกรรมการศูนย์ประสานงานองค์การชุมชนระดับ
ตำ�บล (ศอช.ต.) เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดำ�เนินงาน
ศนู ยป์ ระสานงานองค์การชมุ ชน พ.ศ. 2551 โดยมีวตั ถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื สง่ เสรมิ การบรู ณาการแผนชมุ ชนระดบั ต�ำ บล และการใชป้ ระโยชน์
จากแผนชมุ ชนในการสรา้ งสมั มาชพี ชมุ ชน ทม่ี งุ่ เนน้ การบรู ณาการปญั หาความตอ้ งการ
ช้ีเป้าเพ่ือสร้างความร่วมมือในการจัดการปัญหาและตอบสนองความต้องการ
โดยมุ่งเนน้ ดา้ นการสร้างสมั มาชีพชุมชน
2. เพื่อสนับสนุนให้คณะกรรมการศูนย์ประสานงานองค์การชุมชนระดับ
ตำ�บล (ศอช.ต.) เป็นกลไกหลักในการบูรณาการแผนชุมชนระดับตำ�บล ท่ีเชื่อมโยงสู่
แผนพฒั นาทอ้ งถน่ิ และแผนพฒั นาอ�ำ เภอ และแผนพฒั นาจงั หวดั มงุ่ เนน้ การเพม่ิ โอกาส
เข้าถึงแหล่งงบประมาณท่ีสนับสนุนการยกระดับ/ต่อยอดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ
ประชาชนในพ้ืนที่ใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพเพม่ิ ขึ้น
38 แนวทางการบูรณาการแผนพัฒนาตำ�บล (สำ�หรบั ศอช.ต.)
ขัน้ ตอนการจัดทำ�แผนพัฒนาตำ�บล
ขน้ั ที่ ๑ ขน้ั เตรยี มการ
1.1 สำ�นักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด/อำ�เภอ จัดทำ�/ปรับปรุงฐานข้อมูล หรือ
ค�ำ สง่ั แตง่ ตง้ั คณะกรรมการศนู ยป์ ระสานงานองคก์ ารชมุ ชน (ศอช.) แตล่ ะระดบั ใหเ้ ปน็
ปัจจบุ นั
๑.๒ สำ�นักงานพัฒนาชุมชนอำ�เภอจัดทำ�/ทบทวนคำ�สั่งแต่งต้ังคณะกรรมการ
บรหิ ารงานต�ำ บลแบบบรู ณาการ (ก.บ.ต.)
1.2 สำ�นักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด/อำ�เภอดำ�เนินการประชุมคณะกรรมการ
ศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน (ศอช.) คณะกรรมการบริหารงานตำ�บล
แบบบูรณาการ (ก.บ.ต.) เจ้าหน้าท่ีที่เกี่ยวข้อง และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เพ่ือ
เป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจ กำ�หนดแผนปฏิบัติการร่วมกัน และพัฒนาศักยภาพ
คณะกรรมการเกีย่ วกบั การการจัดทำ�แผนและประสานแผนพฒั นาตำ�บล
แนวทางการบูรณาการแผนพัฒนาตำ�บล (สำ�หรบั ศอช.ต.) 39
ข้นั ท่ี ๒ วิเคราะห์ปญั หา
คณะกรรมการบรหิ ารงานต�ำ บลแบบบรู ณาการ (ก.บ.ต.) รว่ มกบั คณะกรรมการ
ศูนย์ประสานงานองค์การชุมชนระดับตำ�บล (ศอช.ต.) และผู้เก่ียวข้องนำ�แผนชุมชน
หรือแผนพัฒนาหมู่บ้านทุกหมู่/ทุกชุมชนในตำ�บลมาวิเคราะห์ร่วมกัน โดยค้นหาว่า
ตำ�บลมีปัญหาอะไรบ้าง มากหรือน้อย จำ�เป็นเร่งด่วนต้องแก้ไขขนาดไหน อย่างไร
เป็นปัญหาท่ีเกิดจากปัจจัย ในชุมชนเองหรือเกิดจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบ
ต่อคนส่วนใหญ่ในตำ�บล โดยนำ�ข้อมูลทั้ง ๒ ประเภท มารวบรวมและประมวลผล
คน้ หาศกั ยภาพของต�ำ บล จากขอ้ มลู พน้ื ฐานของชมุ ชนและวเิ คราะหค์ ณุ ภาพชวี ติ รายรบั
รายจ่าย เงินออม และหน้ีสิน ในภาพรวมของตำ�บล จากข้อมูลพ้ืนฐานของครัวเรือน
เช่น ข้อมูล กชช. 2ค ข้อมูล จปฐ. ข้อมูลบัญชีครัวเรือน เพ่ือให้ทุกฝ่ายท่ีเกี่ยวข้อง
ได้รับรู้ปัญหาและหาแนวทางแก้ไขร่วมกันอย่างมีเป้าหมายเพ่ือให้รวดเร็วขึ้น อาจจะ
แยกกลุ่มย่อยตามประเภทของปัญหาหรือประเด็นปัญหา เช่น ประเด็นแหล่งนํ้า
เศรษฐกจิ สงั คม สง่ิ แวดลอ้ ม ยาเสพตดิ ฯลฯ ท�ำ การวเิ คราะหป์ ระเดน็ ปญั หา สาเหตขุ อง
ปญั หา แนวทางการแกไ้ ขปญั หาแลว้ น�ำ ขอ้ เสนอทป่ี ระชมุ ยอ่ ย หรอื เสนอตอ่ ทป่ี ระชมุ ใหญ่
ตัวอย่าง ปัญหา
การวิเคราะห์ ประชาชนสว่ นใหญย่ ากจน
ปัญหา
แนวทางการแกไ้ ขปญั หา สาเหตุ
●●โครงการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ●●ผลผลิตทางการเกษตรตกตํ่า
●●โ ครงการปลูกผกั สวนครัว ●●ขาดอาชพี เสรมิ ไมม่ ีรายได้
●●ไมม่ ีเงนิ ออม ตดิ หนน้ี อกระบบ
ลดรายจา่ ย เพมิ่ รายได้
บนั ทึกชว่ ยจ�ำ
การวิเคราะหส์ าเหตแุ ละปญั หา ตอ้ งเขียนให้มีองค์ประกอบให้ครบ เพือ่ ให้
สอดรบั กับหลกั การและเหตผุ ลของโครงการทจ่ี ะของบประมาณต่อไป
40 แนวทางการบรู ณาการแผนพัฒนาตำ�บล (สำ�หรบั ศอช.ต.)
เครือ่ งมอื การวิเคราะหป์ ัญหา
●●การประเมินศกั ยภาพทางยทุ ธศาสตร์ของต�ำ บล (SWOT Analysis)
คือ การค้นหาปัจจัยท่ีช่วยผลักดันให้ตำ�บลบรรลุวิสัยทัศน์และตำ�แหน่ง
การพัฒนาท่ีวางไว้ได้ โดยใช้ข้อมูลสภาพทั่วไปของตำ�บล เป็นต้นทุนในการประเมิน
ศกั ยภาพทางยุทธศาสตร์ (SWOT Analysis) ซงึ่ มอี งคป์ ระกอบในการประเมิน ดงั น้ี
ปจั จัยผลักดันภายใน ปัจจัยผลักดนั ภายนอก
S: Strength (จุดแข็ง) O: Opportunity (โอกาส)
จุดแข็งในปัจจุบันของตำ�บลที่ทำ�ให้ โอกาสในปัจจุบันจากภายนอกท่ีทำ�ให้
ต�ำ แหนง่ การพฒั นาบรรลุผล ตำ�แหนง่ การพัฒนาบรรลผุ ล
W: Weakness (จดุ อ่อน) T: Threat (อปุ สรรค)
จุดอ่อนในปัจจุบันของตำ�บลท่ีทำ�ให้ อปุ สรรคในปจั จบุ นั จากภายนอกทท่ี �ำ ให/้
ตำ�แหน่งการพัฒนาของเราไม่พัฒนาให้ คกุ คามต�ำ แหน่งการพฒั นาไมบ่ รรลผุ ล
บรรลุผล
การวิเคราะห์ปัจจัยภายใน เป็นการวิเคราะห์ปัจจัยภายในท่ีเป็นจุดแข็งและ
จุดอ่อนในด้านต่าง ๆ ที่ต้องนำ�มาพิจารณาในการวิเคราะห์ศักยภาพของตำ�บล เช่น
ปจั จยั ดา้ นการบรหิ ารจดั การ ดา้ นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม ดา้ นเศรษฐกจิ
ด้านสังคม และดา้ นการความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย
●●การวเิ คราะหจ์ ดุ แขง็ (Strength = S) เปน็ การพจิ ารณาปจั จยั ภายใน
ตำ�บลที่มีส่วนดี ความเข้มแข็ง ความสามารถ ศักยภาพ ส่วนที่ส่งเสริมความสำ�เร็จ
ซ่งึ จะพิจารณาในด้านต่าง ๆ ตามบริบทของตำ�บล
ตัวอย่างเช่น มีพ้ืนท่ีอุดมสมบูรณ์ แหล่งนํ้าสมบูรณ์ มีแหล่งท่องเที่ยว
ทางธรรมชาติ มผี ูน้ ำ� กลุม่ องค์กรท่เี ขม้ แขง็ เปน็ ตน้
●●การวิเคราะห์จุดอ่อน (Weakness = W) เป็นการพิจารณาปัจจัย
ภายในตำ�บลว่ามีส่วนเสีย ความอ่อนแอ ข้อจำ�กัด ความไม่พร้อม ซึ่งจะพิจารณา
ในดา้ นต่าง ๆ เชน่ เดยี วกับการวิเคราะหจ์ ุดแขง็
แนวทางการบูรณาการแผนพัฒนาตำ�บล (สำ�หรบั ศอช.ต.) 41
ตวั อยา่ งเชน่ ประชาชนขาดความรคู้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกบั การทอ่ งเทย่ี วชมุ ชน
การขนสง่ ไม่ครอบคลมุ เป็นต้น
การวิเคราะห์ปัจจัยผลักดันภายนอก เป็นการวิเคราะห์โอกาสและอุปสรรค
ในการพฒั นาต�ำ บล เชน่ ปจั จยั ดา้ นการเมอื ง ดา้ นเศรษฐกจิ ดา้ นสงั คม นโยบายรฐั บาล
กฎหมาย และเทคโนโลยี เป็นตน้
●●การวเิ คราะหโ์ อกาส (Opportunity = O)
เป็นการศึกษาสภาพแวดล้อมภายนอกว่ามีสภาพเป็นเช่นไร เหตุการณ์
สถานการณข์ องจงั หวดั ประเทศ ทเ่ี กดิ ขน้ึ จะสง่ ผลตอ่ ต�ำ บล ชมุ ชนและสงั คมอยา่ งไร
มีการเปลี่ยนแปลงใดท่ีเป็นประโยชน์ หรือเป็นโอกาสอันดีต่อตำ�บล โดยจะต้อง
พิจารณา ทัง้ ดา้ นเศรษฐกิจ สงั คม การเมืองการปกครอง และเทคโนโลยี
ตัวอย่างเช่น นโยบายรัฐบาลมุ่งส่งเสริมการดำ�เนินงานตามหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดกำ�หนดการแก้ไขปัญหาความยากจนเป็นวาระสำ�คัญ
ของจังหวดั ผ้บู รโิ ภคเน้นกระแสการทานอาหารปลอดภัย เป็นต้น
●●การวิเคราะห์ปัญหาอปุ สรรคหรือข้อจ�ำ กดั (Threat = T)
เป็นการศึกษาสภาพแวดล้อมภายนอกท่ีเป็นอุปสรรคหรือภาวะคุกคาม
ท่ีก่อให้เกิดผลเสียหรือเป็นข้อจำ�กัดต่อตำ�บล โดยจะต้องพิจารณาท้ังด้านเศรษฐกิจ
สังคม การเมืองการปกครอง และเทคโนโลยี เช่นเดียวกับการวิเคราะห์โอกาส
การวิเคราะหศ์ กั ยภาพเพอ่ื ประเมนิ ปัจจัยภายนอกและปัจจยั ภายใน
ตัวอย่างเช่น ปัญหายาเสพติดในชุมชน การเกิดการแพร่ระบาดของ
โรคตดิ เชอ้ื ไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ (COVID – 19) เป็นต้น
●●วิเคราะห์ข้อมูลชุมชนด้วยระบบสารสนเทศเพื่อการบูรณาการวางแผนงาน
(Community Information Analysis: CIA)
การวิเคราะห์ข้อมูลชุมชนด้วยเครื่องมือ Community Information Radar
Analysis หรือ CIA เป็นเครื่องมือท่ีนำ�ข้อมูลสำ�คัญของชุมชนมาใช้ในการวิเคราะห์
ปญั หาของชมุ ชน เชน่ ขอ้ มลู ความจ�ำ เปน็ พน้ื ฐาน (จปฐ.) ขอ้ มลู พน้ื ฐานระดบั หมบู่ า้ น
(กชช. 2ค) และข้อมูลอื่น ๆ ท่ีมีอยู่ในชุมชนหรือเกี่ยวข้องกับชุมชน รวมทั้ง
42 แนวทางการบูรณาการแผนพัฒนาตำ�บล (สำ�หรับ ศอช.ต.)
ความต้องการที่จะนำ�ไปสู่การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาคุณภาพชีวิตต่อไป
CIA เป็นเคร่ืองมือที่ถูกพัฒนาจากโปรแกรม Microsoft Excel โดยมุ่งเน้นให้ผู้ใช้
สามารถวเิ คราะหข์ อ้ มลู ทสี่ �ำ คญั ตา่ ง ๆ ของชมุ ชน ในการจดั ท�ำ ระบบสารสนเทศชมุ ชน
ให้เปน็ ไปตามเกณฑ์เพือ่ การพัฒนาคณุ ภาพชวี ิต ท้งั ๕ ดา้ น ได้แก่
1) สารสนเทศเพ่ือการพัฒนาดา้ นอาชีพ
1) สารสนเทศเพ่อื การจดั การทนุ ของชมุ ชน
3) สารสนเทศเพอ่ื จัดการความเส่ยี งของชุมชน (ภมู ิคุ้มกัน)
4) สารสนเทศเพอ่ื แกไ้ ขปญั หาความยากจน
5) สารสนเทศเพอ่ื การบรหิ ารจัดการชมุ ชน
Community Information Radar Diagram: ขอ้ มลู จปฐ.
ผลการวิเคราะหส์ ภาพปัญหาคุณภาพชวี ิต ด้านการพฒั นาอาชพี ข้อมูล กชช.2ค
ข้อมลู อืน่ ๆ
จดดั้านกการาชรบุมรชหิ นาร
ดท้าุนนชจุมดั ชกนาร
ด้านความยากจน ดทาุ้นนชคุมวชานมเส่ยี ง
โปรแกรม CIA ยังถูกนำ�มาใช้ในการวางแผนพัฒนาแผนงานโครงการหรือ
กจิ กรรมสอดคลอ้ งกบั ปญั หาของต�ำ บลสามารถใชป้ ระโยชนใ์ นการวางแผนและพฒั นา
ทงั้ 4 ระดบั คอื ระดบั ชมุ ชน ระดบั อ�ำ เภอ ระดบั จงั หวดั และระดบั กรมฯ โปรแกรม
แบง่ สว่ นการใช้งานเปน็ 4 สว่ น ประกอบดว้ ย
แนวทางการบูรณาการแผนพฒั นาตำ�บล (สำ�หรบั ศอช.ต.) 43
1) Data: ขอ้ มูล
2) Radar Diagram: วิเคราะห์ขอ้ มูลแตล่ ะประเภท
3) Radar Analysis: วเิ คราะหข์ ้อมลู ภาพรวม
4) Logic Model: แผนบูรณาการการพฒั นาคณุ ภาพชีวิต
ข้ันตอนการใช้งานเครือ่ งมอื CIA
1. คลกิ แถบ Data เพ่ือปอ้ นขอ้ มลู ชุมชน
1.1 ข้อมูล จปฐ. ป้อนข้อมูลเฉพาะร้อยละท่ีไม่ผ่านเกณฑ์ (เฉพาะข้อที่
ตกเกณฑ)์ ตามขอ้ คำ�ถาม จปฐ. ทัง้ 31 ตวั ช้ีวดั
1.2 ข้อมูล กชช. 2ค ป้อนค่าคะแนนระดับปัญหา คือ 1 หรือ 2 หรือ 3
ตามข้อค�ำ ถามของ กชช.2 ค ท้งั 33 ตวั ช้วี ดั
1.3 หากชุมชนมีข้อมูลอื่น ๆ ให้วิเคราะห์ข้อมูลนั้น เป็น 5 ประเภท
ตามประเด็นการพัฒนาหมู่บา้ นสารสนเทศชมุ ชน แล้วเพมิ่ ขอ้ มลู 2 ชอ่ งคอื
1) ชอ่ งสเี หลอื ง คยี ร์ ายละเอยี ดชอ่ื ขอ้ มลู นนั้ เชน่ 1. ขอ้ มลู ภมู ปิ ญั ญา
2) ชอ่ งสีส้ม ให้ปอ้ นระดับของปญั หาของข้อมลู น้ัน โดย
3= ปญั หานอ้ ย
2= ปญั หาปานกลาง
1= ปญั หามาก
44 แนวทางการบูรณาการแผนพัฒนาตำ�บล (สำ�หรบั ศอช.ต.)
1.4 การคีย์ค่าคะแนนระดับปัญหาลงในช่องระดับปัญหา ได้แก่ 1, 2
และ 3 หากมีการคีย์ข้อมูลผิดพลาด หรือคลาดเคลื่อนไปจากรูปแบบท่ีกำ�หนดแล้ว
จะแสดงหนา้ จอแจ้งเตือนให้ทราบเพ่อื แกไ้ ขขอ้ มลู ใหถ้ กู ตอ้ ง
2. คลกิ แถบท่ี 2. Radar Diagram เพอื่ ดแู ผนภาพเรดาร์ ทแ่ี สดงใหเ้ หน็ ถงึ
ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ชมุ ชน บง่ ชป้ี ญั หาและประเดน็ ของการพฒั นาสารสนเทศชมุ ชน
ทตี่ รงกับปญั หาของชุมชน เพ่ือการพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ ตอ่ ไป
แนวทางการบูรณาการแผนพัฒนาตำ�บล (สำ�หรับ ศอช.ต.) 45
2.1 การแปลความ Radar Diagram จากการคีย์ข้อมูล (ตามข้อ 2)
จะเห็นได้ว่าร้อยละไม่ผ่านเกณฑ์ของข้อมูล จปฐ. และระดับปัญหา ของข้อมูล กชช.
2ค มีค่าคะแนนที่ต่างกันระหว่างสองชุดข้อมูล และโปรแกรมได้ทำ�การแปลงข้อมูล
คุณภาพเป็นข้อมูลเชิงปริมาณเรียบร้อยแล้ว เพ่ือการนำ�เสนอผลการวิเคราะห์ด้วย
ผงั เรดารห์ ลายเหลยี่ ม ซง่ึ จะสะทอ้ นภาพของผลการวเิ คราะหท์ ง้ั หมดออกมาพรอ้ มกนั
ได้อยา่ งชัดเจน
2.1.1 ผังเรดาร์ห้าเหล่ียม หมายถึงหัวข้อการพัฒนาทั้ง 5 ด้าน
ตามเกณฑท์ กี่ �ำ หนดไว้ เพอื่ แสดงถงึ ผลการวเิ คราะหป์ ญั หาแตล่ ะดา้ น ใหช้ ดั เจนยงิ่ ขนึ้
2.1.2 ค่าคะแนนในสเกล มตี งั้ แต่ 0, 1, 2, และ 3 หมายถงึ ระดับ
ปญั หาในแต่ละด้านของชมุ ชน
2.1.3 กราฟเส้น แสดงข้อมูลแต่ละกลุ่มที่นำ�มาวิเคราะห์ให้เห็นภาพ
ชดั เจนยง่ิ ขน้ึ และมคี า่ อธบิ ายก�ำ กบั ตามสขี องกราฟเสน้ นนั้ ๆ เชน่ สนี าํ้ เงนิ = ขอ้ มลู
จปฐ, เสน้ สแี ดง = ข้อมูล กชช. 2ค และเสน้ สเี ขยี ว = ขอ้ มลู อน่ื ๆ
2.1.4 การแปลคา่ เพอ่ื งา่ ยในการวเิ คราะห์ สามารถจดั กลมุ่ คา่ คะแนน
ในสเกล ดงั นี้
กล่มุ ที่ 1 ค่าคะแนนอยู่ในช่วง 0 – 1 แสดงถึงสถานะปัญหาว่า
มีปัญหามาก
กลุ่มที่ 2 ค่าคะแนนอยู่ในช่วง 1 – 2 แสดงถึงสถานะปัญหาว่า
มีปัญหาปานกลาง
กลมุ่ ท่ี 3 ค่าคะแนนอยู่ในช่วง 2 – 3 แสดงถึงสถานะปัญหาว่า
มปี ัญหาน้อย หรือไม่มปี ญั หา
46 แนวทางการบูรณาการแผนพัฒนาตำ�บล (สำ�หรับ ศอช.ต.)
2.1.5 ผลการวิเคราะห์ การเลือกประเด็นในการพัฒนาทั้ง 5 ด้าน
น้ัน ชุมชนควรเลือกด้านท่ีมีระดับ ปัญหามากท่ีสุด หรือค่าคะแนนในสเกลอยู่ใกล้
0 – 1 เป็นอันดับแรก หรือประเด็นท่ีมีค่าคะแนนช่วงที่ 1 – 2 เป็นอันดับสอง และ
ค่าคะแนนชว่ งท ่ี 2 – 3 เปน็ อนั ดบั สาม ตามล�ำ ดบั จากปญั หามากไปจนถงึ ปญั หานอ้ ย
นอกจากน้ันชุมชนยังสามารถเลือกประเด็นในพัฒนาตามความสำ�คัญของข้อมูล
ที่มผี ลกระทบโดยตรงกบั ชุมชนไดอ้ กี รูปแบบหน่ึง
3. คลกิ แถบที่ 3. Radar Analysis เพอ่ื ดภู าพรวมของผลการวเิ คราะหข์ อง
ชุมชน
แนวทางการบรู ณาการแผนพฒั นาตำ�บล (สำ�หรบั ศอช.ต.) 47
3.1 แปลความ Radar Analysis
3.1.1 ผงั เรดารห์ า้ เหลยี่ ม หมายถงึ หวั ขอ้ การพฒั นาทงั้ 5 ดา้ น ตาม
เกณฑ์ที่กำ�หนดไว้ เพ่ือแสดง ถึงผลการวิเคราะหป์ ัญหาแตล่ ะด้าน ให้ชดั เจนยิง่ ขนึ้
3.1.2 คา่ คะแนนในสเกล มีตั้งแต่ 0, 1, 2, และ 3 หมายถึงระดบั
ปัญหาในแต่ละดา้ นของชมุ ชน
3.1.3 กราฟเสน้ แสดงผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ในภาพรวมทงั้ หมดของ
ชุมชน โดยการนำ�ค่าคะแนนจากกลุ่มข้อมูล จปฐ, กชช.2ค และข้อมูลอ่ืน (ตาม
ขอ้ 2.1.3) มารวมกนั แลว้ หาคา่ เฉลยี่ ผลทไี่ ดจ้ งึ แสดงเปน็ เสน้ กราฟ สฟี า้ เพยี งสเี ดยี ว
3.1.4 การแปลคา่ เพอ่ื งา่ ยในการวเิ คราะห์ สามารถจดั กลมุ่ คา่ คะแนน
ในสเกล ดงั น้ี
กล่มุ ท่ี 1 ค่าคะแนนอยู่ในช่วง 0 – 1 แสดงถึงสถานะปัญหาว่า
มีปญั หามาก
กลมุ่ ที่ 2 ค่าคะแนนอยู่ในช่วง 1 – 2 แสดงถึงสถานะปัญหาว่า
มปี ญั หาปานกลาง
กลุม่ ท่ี 3 ค่าคะแนนอยู่ในช่วง 2 – 3 แสดงถึงสถานะปัญหาว่า
มปี ัญหาน้อย หรือไม่มีปัญหา
3.1.5 ผลการวเิ คราะห์ จากภาพรวมของชมุ ชนทว่ี เิ คราะหจ์ ากขอ้ มลู จ�ำ นวน
หลายข้อมูล แล้วสามารถแสดงผลเป็นหน่ึงเส้นในแผนผัง Radar Diagram ในการ
เลือกประเด็นในการพัฒนา ทั้ง 5 ด้านน้ัน ชุมชนควรเลือกด้านท่ีมีระดับปัญหา
มากที่สุด หรือค่าคะแนนในสเกลอยู่ใกล้ 0 – 1 เป็นอันดับแรก หรือประเด็นท่ีมี
ค่าคะแนนช่วงที่ 1 – 2 เป็นอันดับสอง และค่าคะแนนช่วงที่ 2 – 3 เป็นอันดับสาม
ตามลำ�ดบั จากปญั หามากไปนอ้ ย
48 แนวทางการบูรณาการแผนพฒั นาตำ�บล (สำ�หรับ ศอช.ต.)