The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรกลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by khunkrunuiy, 2022-07-12 08:46:39

หลักสูตรกลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา

หลักสูตรกลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา

1

หลักสตู รกลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศกึ ษา
โรงเรยี นชมุ ชนประชาธปิ ตั ย์วิทยาคาร
พุทธศักราช 2564

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)

สำนักงานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาปทุมธานี เขต 2
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ



คำนำ

กลุมสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ไดจัดทำหลักสูตรกลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพล
ศึกษา ฉบับนี้ ซึ่งเปนเอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนชุมชนประชาธิปตยวิทยาคาร ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และหลักสูตรท้องถิ่น เพื่อเปนเปาหมายในการพัฒนา
คุณภาพผูเรียน และกระบวนการจัดการเรียนรู เพื่อเปนกรอบและทิศทางในการจัดการเรียนการสอน ให ตรง
ตามมาตรฐานตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู ของกลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา โดย พิจารณาตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560) หลักสูตรท้องถิ่น และ
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนชมุ ชนประชาธปิ ตยวทิ ยาคาร ซงึ่ มีองคประกอบดังนี้

- วสิ ัยทัศน หลักการ จดุ หมาย
- สมรรถนะสำคัญของผูเรยี น
- คุณลักษณะอนั พึงประสงค
- สาระและมาตรฐานการเรียนรู
- คุณภาพผูเรยี น
- ตวั ช้วี ดั และสาระการเรยี นรูแกนกลาง
- รายวชิ าที่เปด
- คำอธิบายรายวชิ าและโครงสรางรายวชิ าพืน้ ฐาน
- สื่อ/แหลงเรยี นรู
- การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู
คณะผูจัดทำขอขอบคุณผูท่ีมสี วนรวมในการพัฒนาและจัดทำหลกั สตู รกลุมสาระการเรียนรูสขุ ศึกษาและ
พลศึกษา ฉบับนี้ จนสำเรจ็ ลลุ วงเปนอยางดี และหวงั เปนอยางยิง่ ว่าจะเกิดประโยชนตอการจดั การเรยี นรูใหกับ
ผูเรยี นตอไป

กลมุ สาระการเรียนรูสขุ ศึกษาและพลศึกษา
คณะผูจัดทำ

สารบัญ ข

คำนำ หน้า
สารบญั ก
ความนำ ข
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ๑
คุณภาพของผเู้ รยี น ๔
ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถน่ิ ๔
โครงสร้างเวลาเรียนกล่มุ สาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ๗
โครงสรา้ งรายวิชากลุม่ สาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๓๐
คำอธิบายรายวชิ า ๓๑
ส่ือและแหลง่ เรยี นรู้ ๓๓
การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๖๓
ภาคผนวก ๖๔
อภิธานศัพท์ ๗๔
คณะผู้จัดทำ ๗๕
๘๓



ความนำ

กล่มุ สาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา

ทำไมตอ้ งเรยี นสุขศึกษาและพลศึกษา
สุขภาพ หรือ สุขภาวะ หมายถึง ภาวะของมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทาง

ปัญญาหรอื จิตวญิ ญาณ สขุ ภาพหรือสขุ ภาวะจึงเปน็ เรอื่ งสำคญั เพราะเกย่ี วโยงกับทกุ มิตขิ องชวี ติ ซึ่งทุกคนควร
จะได้เรียนรู้เรื่องสุขภาพ เพื่อจะได้มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง มีเจตคติ คุณธรรมและค่านิยมที่ เหมาะสม
รวมท้ังมีทักษะปฏบิ ตั ิดา้ นสขุ ภาพจนเปน็ กิจนสิ ยั อนั จะส่งผลให้สงั คมโดยรวมมีคณุ ภาพ

เรียนรูอ้ ะไรในสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
สุขศึกษาและพลศึกษาเป็นการศึกษาด้านสุขภาพที่มีเป้าหมาย เพื่อการดำรงสุขภาพ การสร้างเสริม

สุขภาพและการพัฒนาคุณภาพชวี ติ ของบุคคล ครอบครัว และชมุ ชนให้ย่งั ยนื
สุขศึกษา มุ่งเน้นให้ผู้เรียนพัฒนาพฤติกรรมด้านความรู้ เจตคติ คุณธรรม ค่านิยมและการปฏิบัติ

เกยี่ วกบั สุขภาพควบค่ไู ปด้วยกัน
พลศึกษา มุ่งเน้นให้ผู้เรียนใช้กิจกรรมการเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การเล่นเกมและกีฬา เป็น

เครื่องมือในการพัฒนาโดยรวมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม สติปัญญา รวมทั้งสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ
และกฬี า

สาระที่เป็นกรอบเนื้อหาหรือขอบข่ายองค์ความรู้ของกลุ่มสาระการเรี ยนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
ประกอบด้วย

การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เรื่องธรรมชาติของการเจริญเติบโต
และพฒั นาการของมนุษย์ ปัจจยั ท่มี ผี ลตอ่ การเจริญเติบโต ความสมั พนั ธ์เชื่อมโยงในการทำงานของระบบต่างๆ
ของรา่ งกาย รวมถงึ วิธีปฏิบตั ติ นเพอ่ื ให้เจริญเตบิ โตและมีพฒั นาการท่ีสมวัย

ชีวิตและครอบครัว ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เรื่องคุณค่าของตนเองและครอบครัว การปรับตัวต่อการ
เปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ความรู้สึกทางเพศ การสร้างและรักษาสัมพันธภาพกับผู้อื่น สุขปฏิบัติ
ทางเพศ และทักษะในการดำเนนิ ชีวิต

การเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย และกีฬาสากล ผู้เรียนได้เรียนรู้เรื่องการ
เคลื่อนไหวในรูปแบบต่าง ๆ การเข้าร่วมกิจกรรมทางกายและกีฬา ทั้งประเภทบุคคล และประเภททีมอย่าง
หลากหลายทั้งไทยและสากล การปฏิบัติตามกฎ กติกา ระเบียบ และข้อตกลงในการเข้าร่วมกิจกรรมทางกาย
และกีฬา และความมีนำ้ ใจนกั กฬี า

การสร้างเสริมสขุ ภาพ สมรรถภาพ และการปอ้ งกนั โรค ผูเ้ รียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับหลักและวิธีการ
เลือกบริโภคอาหาร ผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพ การสร้างเสริมสมรรถภาพเพือ่ สุขภาพ และการป้องกันโรคท้ัง
โรคตดิ ตอ่ และโรคไมต่ ดิ ต่อ

ความปลอดภัยในชวี ิต ผูเ้ รยี นจะได้เรยี นรู้เรอื่ งการปอ้ งกนั ตนเองจากพฤติกรรมเส่ยี งต่าง ๆ ท้ังความ
เสี่ยงต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ ความรุนแรง อันตรายจากการใช้ยาและสารเสพติด รวมถึงแนวทางในการสร้างเสริม
ความปลอดภัยในชวี ิต



วิสยั ทศั น์
กล่มุ สาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศึกษา จัดการศึกษาโดยเนน้ การมสี ่วนร่วม เพือ่ มงุ่ เน้นใหผ้ ู้เรยี น มี

ภาวะของมนษุ ยท์ ่ีสมบรู ณท์ ้ังด้านรา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา รวมท้งั สมรรถภาพทางกาย เพอ่ื
สขุ ภาพและกฬี า มเี จตคติ และคา่ นยิ มทีเ่ หมาะสมต่อการเข้ารว่ มกิจกรรมทางกายและกฬี า มนี ้ำใจนักกฬี า

สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา มุ่งพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น

พื้นฐานมุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ 5
ประการ ดังนี้

1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และ
ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชนต์ ่อการพฒั นาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาตอ่ รองเพอ่ื ขจัดและลดปัญหา
ความขัดแย้งต่างๆ การเลือกรับหรอื ไม่รับขอ้ มูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความ ถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้
วิธกี ารสอื่ สารทม่ี ปี ระสทิ ธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบทีม่ ตี ่อตนเองและ สงั คม

2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์การคิดสังเคราะห์การคิดอย่าง
สร้างสรรค์การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อน าไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือ สารสนเทศ
เพ่ือการตดั สนิ ใจเกยี่ วกบั ตนเองและสังคมไดอ้ ย่างเหมาะสม

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เปน็ ความสามารถในการแกป้ ัญหาและอปุ สรรคตา่ งๆ ทเี่ ผชิญได้อย่าง
ถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจ ความสัมพันธ์และการ
เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่างๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ประยุกต์ความรู้มาใช้ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
และมกี ารตัดสนิ ใจที่มีประสิทธภิ าพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบทีเ่ กิดข้นึ ตอ่ ตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เปน็ ความสามารถในการนำกระบวนการต่างๆ ไปใช้ในการดำเนิน
ชีวติ ประจ าวนั การเรยี นร้ดู ้วยตนเอง การเรยี นร้อู ยา่ งต่อเนื่อง การท างาน และการอยู่ร่วมกันในสังคม ด้วยการ
สรา้ งเสรมิ ความสมั พันธ์อนั ดีระหวา่ งบุคคล การจดั การปัญหาและความขัดแย้งตา่ งๆ อยา่ งเหมาะสม การปรับตัว
ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและความขัดแย้งต่างๆ อย่าง เหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการ
เปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยง พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อ
ตนเองและผอู้ ืน่

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเป็นความสามารถในการเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆ และมี
ทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยเี พื่อการพฒั นาตนเองและสังคมในดา้ นก ารเรียนรู้ การสื่อสาร การท างาน การ
แกป้ ัญหาอยา่ งสรา้ งสรรคถ์ กู ต้องเหมาะสมและมีคณุ ธรรม



คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
กล่มุ สาระการเรยี นร้สู ขุ ศึกษาและพลศึกษา มงุ่ พัฒนาผู้เรียนใหม้ คี ุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพ่ือให้

สามารถอย่รู ่วมกบั ผู้อืน่ ในสงั คมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเปน็ พลเมอื งไทย และพลโลก ตามหลักสตู ร แกนกลาง
การศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน ดังนี้

1. รกั ชาติ ศาสนก์ ษัตริยห์ มายถึง มคี วามภาคภูมิใจในความเปน็ ไทย นิยมไทย ปฏบิ ัติตามค าส่งั สอน
ของศาสนาเคารพเทดิ ทูนศาสนา แสดงความจงรกั ภักดเี ทิดทูนพระเกียรตแิ ละพระราชกรณยี กจิ ของ
พระมหากษัตรยิ ์

2. ซื่อสตั ยส์ ุจรติ หมายถงึ การประพฤตปิ ฏิบัติอย่างเหมาะสม และตรงต่อความเป็นจรงิ ประพฤตปิ ฏิบตั ิ
อยา่ งตรงไปตรงมา ทงั้ กาย วาจา ใจ ตอ่ ตนเองและผู้อ่ืนรวมตลอดทั้งต่อหนา้ ท่ีการงานและคำมนั่ สัญญา ความ
ประพฤติท่ีตรงไปตรงมาและจริงใจในสิง่ ทถ่ี ูกที่ควร ถกู ต้องตามทำนองคลองธรรมรวมไป ถงึ การไมค่ ดิ คดทรยศ
ไม่คดโกงและไม่หลอกลวงนอกจากนแี้ ลว้ ความซ่อื สัตย์สุจริตยงั รวมไปถึงการ รกั ษาคำพูดหรือคำมน่ั สัญญาและ
การปฏิบัตหิ น้าที่การงานของตนเองด้วยความรบั ผิดชอบและดว้ ย ความซอ่ื สัตย์ไมแ่ สวงหาผลประโยชน์ใหแ้ ก่
ตนเองและพวกพ้องด้วยการใชอ้ ำนาจหน้าทีโ่ ดยมิชอบซ่งึ ความซือ่ สตั ยส์ ุจริตน้จี ะดำเนินไปด้วยความต้ังใจจริง
เพื่อทำหน้าที่ของตนเองใหส้ ำเรจ็ ลลุ ว่ ง ด้วยความ ระมดั ระวัง และเกดิ ผลดีต่อตนเองและสงั คม

3. มวี นิ ัย หมายถงึ การควบคุมความประพฤตใิ หถ้ ูกตอ้ งและเหมาะสมกบั จรรยามารยาท ข้อบงั คับ
ขอ้ ตกลง กฎหมายและศีลธรรมการรู้จกั ควบคุมตนเองใหป้ ระพฤตปิ ฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง ข้อบังคบั ระเบียบแบบ
แผน และขนบธรรมเนยี มประเพณีอนั ดีงามย่อมนำมาซึง่ ความสงบสขุ ในชีวติ ของตน ความเปน็ ระเบยี บเรียบร้อย
ของสงั คมและประเทศชาติ

4. ใฝเ่ รยี นรู้หมายถงึ การคน้ ควา้ หาความร้หู รอื สงิ่ ที่เป็นประโยชนเ์ พอื่ พัฒนาตนเองอยู่เสมอ
5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง หมายถึง การมคี วามพอดีในการบรโิ ภค ใช้ทรพั ยากรและเวลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์
คำนงึ ถงึ ฐานะและเศรษฐกิจ คดิ ก่อนใช้จา่ ยตามความเหมาะสมร้จู ักการเพิ่มพูนทรัพยด์ ้วยการเกบ็ และน าไปใช้
ใหเ้ กดิ ประโยชน์ดแู ลรกั ษาบูรณทรัพย์ของตนเอง มีการเกบ็ ออมเงนิ ไวต้ ามสมควร
6. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน หมายถงึ การศึกษาเรยี นรเู้ พ่ือหาข้อเท็จจรงิ ซึง่ อาจพฒั นาไปสูค่ วามจรงิ ในสงิ่ ที่
ตอ้ งการเรยี นรหู้ รือต้องการหาคำตอบเพื่อนาคำตอบที่ไดน้ ้ันมาใช้ประโยชน์ในดา้ นตา่ งๆ เช่น การยกระดบั ความรู้
การนำไปประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจำวัน หรอื นำมาสรุปเปน็ ความจริงได้
7. รกั ความเป็นไทย หมายถึง เข้าใจ หวงแหนความเป็นไทยซงึ่ ถอื เป็นต้นทุนทางสังคมทำให้ทกุ ศาสนา
สามารถอยู่รว่ มกนั ได้อย่างสันติโดยต้องมีการดำเนินชวี ิตโดยกายสุจรติ วจีสจุ รติ และมโนสจุ ริตเปน็ คุณลักษณะ
ท่เี กยี่ วข้องกับการเขา้ สงั คมและการมปี ฏสิ ัมพันธก์ ับผอู้ น่ื เชน่ ความมกี ริ ยิ ามารยาท การ ปรบั ตัว ความตรงต่อ
เวลา ความสุภาพ การมีสัมมาคารวะ การพูดจาไพเราะ และอ่อนนอ้ มถ่อมตน
8. มีจติ สาธารณะ หมายถงึ คุณลักษณะทางจติ ใจของบุคคลเก่ยี วกบั การมองเห็นคณุ ค่า หรอื การให้
คุณค่าแก่การมีปฏิสัมพนั ธท์ างสงั คมและส่งิ ต่างๆ ท่ีเป็นสง่ิ สาธารณะที่ไมม่ ีผู้ใดผูผ้ ้หู นง่ึ เป็นเจา้ ของ หรือเป็นส่งิ ท่ี
คนในสงั คมเปน็ เจา้ ของร่วมกันเป็นสง่ิ ที่สามารถสังเกตได้จากความรู้สกึ นึกคิด หรือการ กระทำท่ีแสดงออกมา
ได้แก่การหลกี เล่ยี งการใชห้ รอื การกระทำทจ่ี ะทำให้เกดิ ความชำรดุ เสียหายตอ่ ส่วนรวมทใี่ ช้ประโยชนร์ ว่ มกันของ
กลมุ่ การถือเปน็ หน้าทที่ ่ีจะมีส่วนรว่ มในการดแู ลรกั ษาของส่วนรวม ในวสิ ัยที่ตนสามารถทำได้และการเคารพสทิ ธิ
ในการใชข้ องส่วนรวมท่เี ปน็ ประโยชนร์ ่วมกันของกลุม่



สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 1 การเจรญิ เติบโตและพฒั นาการของมนษุ ย์
มาตรฐาน พ 1.1 เขา้ ใจธรรมชาตขิ องการเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของมนุษย์
สาระท่ี 2 ชวี ติ และครอบครัว
มาตรฐาน พ 2.1 เขา้ ใจและเห็นคณุ ค่าตนเอง ครอบครัว เพศศกึ ษา และมที ักษะในการดำเนินชวี ิต
สาระที่ 3 การเคล่อื นไหว การออกกำลังกาย การเลน่ เกม กีฬาไทย และกีฬาสากล
มาตรฐาน พ 3.1 เขา้ ใจ มที ักษะในการเคล่อื นไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกฬี า
มาตรฐาน พ 3.2 รักการออกกำลังกาย การเลน่ เกม และการเลน่ กีฬา ปฏิบัติเปน็ ประจำอยา่ งสมำ่ เสมอ มวี นิ ยั

เคารพสทิ ธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกฬี า มีจติ วิญญาณในการแขง่ ขนั และชน่ื ชมในสนุ ทรยี ภาพ
ของการกีฬา
สาระท่ี 4 การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ สมรรถภาพและการป้องกันโรค
มาตรฐาน พ 4.1 เหน็ คณุ ค่าและมีทักษะในการสร้างเสรมิ สขุ ภาพ การดำรงสขุ ภาพ การป้องกนั โรคและการ
สรา้ งเสรมิ สมรรถภาพเพอ่ื สุขภาพ
สาระที่ 5 ความปลอดภยั ในชวี ิต
มาตรฐาน พ 5.1 ป้องกนั และหลกี เลีย่ งปจั จัยเสี่ยง พฤติกรรมเสยี่ งต่อสุขภาพ อุบตั ิเหตุ การใชย้ า สารเสพติด
และความรุนแรง

คณุ ภาพผ้เู รยี น
จบช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3

➢ มีความรู้ และเข้าใจในเรื่องการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ ปัจจัยที่มีผลต่อการ
เจรญิ เติบโตและพฒั นาการ วิธกี ารสร้างสมั พนั ธภาพในครอบครัวและกลมุ่ เพอ่ื น

➢ มีสุขนิสัยที่ดีในเรื่องการกิน การพักผ่อนนอนหลับ การรักษาความสะอาดอวัยวะทุกส่วนของ
รา่ งกาย การเล่นและการออกกำลังกาย

➢ ปอ้ งกนั ตนเองจากพฤติกรรมท่ีอาจนำไปสู่การใชส้ ารเสพติด การลว่ งละเมดิ ทางเพศและรู้จักปฏิเสธ
ในเรือ่ งทไี่ มเ่ หมาะสม

➢ ควบคุมการเคลื่อนไหวของตนเองได้ตามพัฒนาการในแต่ละช่วงอายุ มีทักษะ การเคลื่อนไหวข้ัน
พื้นฐานและมีส่วนรว่ มในกจิ กรรมทางกาย กิจกรรมสรา้ งเสริมสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ และเกม ไดอ้ ย่าง
สนกุ สนาน และปลอดภัย

➢ มีทักษะในการเลือกบริโภคอาหาร ของเล่น ของใช้ ที่มีผลดีต่อสุขภาพ หลีกเลี่ยงและป้องกัน
ตนเองจากอุบัตเิ หตุได้

➢ ปฏบิ ตั ติ นได้อยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสมเม่ือมีปญั หาทางอารมณ์ และปญั หาสขุ ภาพ
➢ ปฏิบัติตนตามกฎ ระเบียบข้อตกลง คำแนะนำ และขั้นตอนต่างๆ และให้ความร่วมมือกับผู้อื่น
ดว้ ยความเตม็ ใจจนงานประสบความสำเร็จ
➢ ปฏิบัตติ ามสิทธขิ องตนเองและเคารพสทิ ธิของผู้อนื่ ในการเล่นเปน็ กลุ่ม



จบชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 6

➢ เข้าใจความสัมพันธ์เชื่อมโยงในการทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย และรู้จักดูแลอวัยวะท่ี
สำคญั ของระบบนัน้ ๆ

➢ เข้าใจธรรมชาติการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม แรงขับทางเพศของชาย
หญิง เมอ่ื ยา่ งเข้าสู่วยั แรกรุ่นและวยั รุ่น สามารถปรับตัวและจดั การไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

➢ เขา้ ใจและเห็นคุณค่าของการมีชีวิตและครอบครวั ท่ีอบอุ่น และเป็นสุข
➢ ภูมใิ จและเหน็ คุณคา่ ในเพศของตน ปฏิบตั ิสุขอนามัยทางเพศไดถ้ กู ตอ้ งเหมาะสม
➢ ป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพและการเกิดโรค อุบัติเหตุ ความ
รุนแรง สารเสพติดและการลว่ งละเมิดทางเพศ
➢ มีทกั ษะการเคลือ่ นไหวพืน้ ฐานและการควบคมุ ตนเองในการเคล่ือนไหวแบบผสมผสาน
➢ รู้หลักการเคลื่อนไหวและสามารถเลือกเข้าร่วมกิจกรรมทางกาย เกม การละเล่นพื้นเมือง กีฬา
ไทย กีฬาสากลได้อย่างปลอดภัยและสนุกสนาน มีน้ำใจนักกีฬา โดยปฏิบัติตามกฎ กติกา สิทธิ และหน้าท่ี
ของตนเอง จนงานสำเร็จลลุ ว่ ง
➢ วางแผนและปฏิบัติกิจกรรมทางกาย กิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพได้ตาม
ความเหมาะสมและความต้องการเปน็ ประจำ
➢ จดั การกบั อารมณ์ ความเครียด และปัญหาสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
➢ มีทักษะในการแสวงหาความรู้ ข้อมูลขา่ วสารเพ่ือใชส้ รา้ งเสริมสขุ ภาพ

จบชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 3

➢ เขา้ ใจและเหน็ ความสำคญั ของปจั จัยทีส่ ง่ ผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและพฒั นาการทมี่ ีตอ่ สุขภาพ
และชวี ติ ในช่วงวัยตา่ ง ๆ

➢ เข้าใจ ยอมรับ และสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ ความรู้สึก
ทางเพศ ความเสมอภาคทางเพศ สร้างและรักษาสัมพันธภาพกับผู้อ่ืน และตัดสินใจแก้ปัญหาชีวิตด้วยวิธีการที่
เหมาะสม

➢ เลือกกนิ อาหารทเ่ี หมาะสม ได้สัดส่วน ส่งผลดีตอ่ การเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการตามวัย
➢ มีทักษะในการประเมินอิทธิพลของเพศ เพื่อน ครอบครัว ชุมชนและวัฒนธรรมที่มีต่อเจตคติ
คา่ นยิ มเกย่ี วกับสขุ ภาพและชีวติ และสามารถจดั การไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
➢ ป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพและการเกิดโรค อุบัติเหตุ การใช้ยา
สารเสพตดิ และความรุนแรง รู้จักสรา้ งเสรมิ ความปลอดภยั ให้แก่ตนเอง ครอบครัว และชมุ ชน
➢ เข้าร่วมกิจกรรมทางกาย กิจกรรมกีฬา กิจกรรมนันทนาการ กิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพทาง
กายเพื่อสุขภาพ โดยนำหลักการของทักษะกลไกมาใช้ได้อย่างปลอดภัย สนุกสนาน และปฏิบัติเป็นประจำ
สมำ่ เสมอตามความถนดั และความสนใจ
➢ แสดงความตระหนักในความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมสุขภาพ การป้องกันโรค การดำรงสุขภาพ
การจดั การกบั อารมณ์และความเครยี ด การออกกำลงั กายและการเลน่ กีฬากบั การมีวิถชี วี ิตท่ีมีสุขภาพดี
➢ สำนกึ ในคณุ คา่ ศักยภาพและความเปน็ ตวั ของตวั เอง
➢ ปฏบิ ตั ติ ามกฎ กตกิ า หน้าทคี่ วามรบั ผิดชอบ เคารพสทิ ธิของตนเองและผู้อื่น ให้ความร่วมมือใน
การแขง่ ขันกีฬาและการทำงานเปน็ ทีมอย่างเป็นระบบ ด้วยความมุ่งมั่นและมีนำ้ ใจนกั กฬี า จนประสบความสำเร็จ
ตามเป้าหมายด้วยความช่ืนชม และสนกุ สนาน



จบชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6

➢ สามารถดแู ลสุขภาพ สรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ ป้องกันโรค หลีกเล่ียงปัจจยั เส่ยี ง และพฤตกิ รรมเสย่ี งต่อ
สุขภาพ อุบัติเหตุ การใช้ยา สารเสพติด และความรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการวางแผนอย่างเป็น
ระบบ

➢ แสดงออกถึงความรัก ความเอื้ออาทร ความเข้าใจในอิทธิพลของครอบครัว เพื่อน สังคม และ
วัฒนธรรมทม่ี ีตอ่ พฤติกรรมทางเพศ การดำเนนิ ชีวิต และวิถชี ีวิตท่ีมสี ขุ ภาพดี

➢ ออกกำลังกาย เลน่ กีฬา เข้ารว่ มกจิ กรรมนันทนาการ กจิ กรรมสร้างเสริมสมรรถภาพ เพ่ือสุขภาพ
โดยนำหลักการของทกั ษะกลไกมาใชไ้ ด้อยา่ งถูกต้อง สม่ำเสมอด้วยความชื่นชมและสนกุ สนาน

➢ แสดงความรับผิดชอบ ใหค้ วามรว่ มมือและปฏิบัตติ ามกฎ กติกา สทิ ธิ หลกั ความปลอดภยั ในการ
เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางกาย และเลน่ กีฬาจนประสบความสำเรจ็ ตามเปา้ หมายของตนเองและทีม

➢ แสดงออกถึงการมีมารยาทในการดู การเล่น และการแข่งขัน ด้วยความมีน้ำใจนักกีฬาและนำไป
ปฏบิ ตั ิในทกุ โอกาสจนเป็นบคุ ลิกภาพท่ีดี

➢ วิเคราะห์และประเมินสุขภาพส่วนบุคคลเพื่อกำหนดกลวิธลี ดความเสี่ยง สร้างเสริมสุขภาพ ดำรง
สขุ ภาพ การปอ้ งกันโรค และการจัดการกบั อารมณแ์ ละความเครียดไดถ้ ูกต้องและเหมาะสม

➢ ใช้กระบวนการทางประชาสังคม สรา้ งเสริมใหช้ มุ ชนเขม้ แขง็ ปลอดภยั และมีวิถชี ีวติ ทีด่ ี



ตวั ชวี้ ดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง

สาระท่ี ๑ การเจรญิ เติบโตและพฒั นาการของมนษุ ย์

มาตรฐาน พ ๑.๑ เข้าใจธรรมชาติของการเจรญิ เติบโตและพฒั นาการของมนุษย์

ชนั้ ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๑ ๑. อธิบายลกั ษณะและหน้าที่ของอวัยวะ  ลักษณะและหน้าทขี่ องอวัยวะภายนอกท่ีมกี าร

ภายนอก เจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการไปตามวัย

- ตา หู คอ จมูก ผม มือ เทา้ เล็บ ผวิ หนงั

ฯลฯ

- อวยั วะในชอ่ งปาก (ปาก ลิ้น ฟนั เหงือก)

๒. อธิบายวธิ ดี แู ลรกั ษาอวยั วะภายนอก  การดแู ลรักษาอวัยวะภายนอก

- ตา หู คอ จมกู ปาก ลน้ิ ฟนั ผม มือ เทา้

เล็บ ผิวหนัง ฯลฯ

- อวยั วะในช่องปาก (ปาก ล้ิน ฟนั เหงอื ก)

ป. ๒ ๑. อธิบายลักษณะ และหน้าที่ของอวัยวะ  ลกั ษณะ และหน้าที่ของอวัยวะภายในท่ีมกี าร

ภายใน เจริญเติบโตและพฒั นาการไปตามวัย (สมอง

หวั ใจ ตับ ไต ปอด กระเพาะอาหาร ลำไส้

ฯลฯ)

๒. อธิบายวธิ ดี แู ลรักษาอวยั วะภายใน  การดแู ลรักษาอวยั วะภายใน

- การระมัดระวังการกระแทก

- การออกกำลงั กาย

- การกนิ อาหาร

๓. อธิบายธรรมชาตขิ องชวี ติ มนษุ ย์  ธรรมชาติของชวี ติ มนุษย์ตงั้ แต่เกิดจนตาย

ป.๓ ๑. อธิบายลักษณะและการเจรญิ เตบิ โตของ  ลกั ษณะการเจรญิ เตบิ โตของร่างกายมนุษย์

ร่างกายมนุษย์ ทีม่ ีความแตกต่างกนั ในแตล่ ะบคุ คล

- ลักษณะรูปรา่ ง

- นำ้ หนกั

- ส่วนสูง

๒. เปรยี บเทยี บการเจรญิ เติบโตของตนเองกับ  เกณฑ์มาตรฐานการเจรญิ เตบิ โต ของเด็กไทย

เกณฑ์มาตรฐาน

๓. ระบุปจั จัยท่ีมีผลตอ่ การเจริญเตบิ โต  ปัจจยั ทม่ี ผี ลต่อการเจริญเติบโต

- อาหาร

- การออกกำลงั กาย

- การพกั ผ่อน

ป. ๔ ๑. อธบิ ายการเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการของ  การเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของรา่ งกาย

ร่างกายและจิตใจ ตามวยั และจติ ใจ ตามวยั (ในช่วงอายุ ๙ – ๑๒ ป)ี

๒. อธิบายความสำคัญของกลา้ มเนื้อ กระดกู  ความสำคัญของกลา้ มเนอ้ื กระดูกและข้อ ที่

และข้อทมี่ ีผลต่อสขุ ภาพ การเจรญิ เติบโตและ มผี ลตอ่ สุขภาพ การเจริญเตบิ โตและพฒั นาการ

พัฒนาการ



ชั้น ตวั ชวี้ ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
๓. อธิบายวธิ ดี แู ลกล้ามเนอ้ื กระดกู และข้อ  วิธดี ูแลรักษากลา้ มเน้ือ กระดกู และข้อให้
ใหท้ ำงานอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ทำงานอย่างมีประสทิ ธิภาพ
 ความสำคญั ของระบบยอ่ ยอาหารและระบบ
ป. ๕ ๑. อธิบายความสำคัญของระบบย่อยอาหาร ขบั ถ่ายท่ีมผี ลตอ่ สขุ ภาพ การเจริญเติบโต และ
และระบบขับถา่ ยท่ีมีผลตอ่ สุขภาพ การ พฒั นาการ
เจรญิ เตบิ โต และพัฒนาการ  วธิ ดี ูแลรกั ษาระบบย่อยอาหารและระบบ
๒. อธบิ ายวธิ ดี แู ลระบบย่อยอาหารและระบบ ขับถา่ ยให้ทำงานตามปกติ
ขบั ถ่ายให้ทำงานตามปกติ  ความสำคัญของระบบสืบพนั ธ์ุ ระบบไหลเวียน
โลหติ และระบบหายใจท่ีมผี ลต่อสุขภาพ การ
ป.๖ ๑. อธิบายความสำคัญของระบบสืบพนั ธุ์ เจริญเตบิ โตและพฒั นาการ
ระบบไหลเวยี นโลหติ และระบบหายใจ ทีม่ ผี ล  วิธดี แู ลรกั ษาระบบสบื พนั ธุ์ ระบบไหลเวยี น
ตอ่ สขุ ภาพ การเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการ โลหิต และระบบหายใจใหท้ ำงานตามปกติ
๒. อธิบายวิธกี ารดแู ลรกั ษาระบบสืบพันธ์ุ
ระบบไหลเวยี นโลหิต และระบบหายใจให้  ความสำคัญของระบบประสาท และระบบ
ทำงานตามปกติ ต่อมไรท้ อ่ ท่ีมีผลต่อสขุ ภาพ การเจรญิ เติบโต
และพัฒนาการของวยั รุ่น
ม.๑ ๑. อธบิ ายความสำคัญของระบบประสาท  วธิ ีดแู ลรกั ษาระบบประสาท และระบบต่อม
และระบบต่อมไรท้ ่อที่มผี ลต่อสขุ ภาพ การ ไร้ทอ่ ให้ทำงานตามปกติ
เจริญเตบิ โต และพฒั นาการของวยั รนุ่  การวิเคราะห์ภาวะการเจริญเตบิ โต
๒. อธิบายวธิ ดี ูแลรักษาระบบประสาท และ ตามเกณฑ์มาตรฐานและปจั จัยทีเ่ กย่ี วข้อง
ระบบตอ่ มไร้ทอ่ ให้ทำงานตามปกติ  แนวทางในการพฒั นาตนเองให้เจรญิ เติบโต
๓. วเิ คราะหภ์ าวะการเจรญิ เตบิ โตทางร่างกาย สมวยั
ของตนเองกับเกณฑ์มาตรฐาน  การเปล่ยี นแปลงด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์
๔. แสวงหาแนวทางในการพฒั นาตนเองให้ สังคม และสติปัญญาในวยั ร่นุ
เจริญเติบโตสมวยั  ปจั จัยท่มี ีผลกระทบต่อการเจริญเตบิ โตและ
พฒั นาการด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม
ม. ๒ ๑. อธบิ ายการเปลยี่ นแปลงด้านร่างกาย จิตใจ และสตปิ ัญญา
อารมณ์ สงั คม และสติปญั ญาในวยั รุน่ - พันธุกรรม
๒. ระบปุ จั จยั ที่มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโต - ส่งิ แวดล้อม
และพฒั นาการด้านรา่ งกาย จิตใจ อารมณ์ - การอบรมเลีย้ งดู
สังคม และสติปญั ญา ในวยั รุ่น  การเปล่ียนแปลง ดา้ นรา่ งกาย จิตใจ
อารมณ์ สังคม และสติปญั ญาในแต่ละวัย
ม. ๓ ๑. เปรยี บเทียบการเปลย่ี นแปลงทางด้าน - วัยทารก
ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สงั คม และสตปิ ัญญา - วัยกอ่ นเรียน
แต่ละช่วง ของชีวิต - วยั เรียน
- วยั รนุ่
- วยั ผู้ใหญ่
- วยั สงู อายุ



ชนั้ ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

๒. วเิ คราะห์อิทธิพลและความคาดหวงั ของ  อิทธิพลและความคาดหวังของสังคมที่มตี อ่

สงั คมต่อการเปลยี่ นแปลงของวยั รุ่น การเปลย่ี นแปลงของวัยรุ่น

๓. วเิ คราะห์ สอ่ื โฆษณา ที่มอี ิทธพิ ลต่อการ  ส่อื โฆษณา ท่มี ีอทิ ธพิ ลต่อการเจริญเติบโต

เจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการของวัยรุ่น และพฒั นาการของวยั รุ่น

- โทรทัศน์ - วิทยุ

- สือ่ ส่ิงพมิ พ์ - อินเทอร์เน็ต

ม.๔– ๑. อธิบายกระบวนการสรา้ งเสริมและดำรง  กระบวนการสร้างเสริมและดำรงประสทิ ธิภาพ

ม.๖ ประสิทธภิ าพการทำงาน ของระบบอวยั วะต่าง ๆ การทำงานของระบบอวยั วะ

ต่าง ๆ

- การทำงานของระบบอวัยวะตา่ งๆ

- การสร้างเสริมและดำรงประสิทธภิ าพของ

อวยั วะตา่ งๆ (อาหาร การออกกำลังกาย

นันทนาการ การตรวจสขุ ภาพ ฯลฯ)

๒. วางแผนดูแลสขุ ภาพตามภาวะการ  การวางแผนดแู ลสขุ ภาพของตนเองและบุคคล

เจริญเติบโตและพัฒนาการของตนเองและบุคคล ในครอบครัว

ในครอบครัว

สาระท่ี ๒ ชวี ติ และครอบครวั

มาตรฐาน พ ๒.๑ เข้าใจและเหน็ คุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศกึ ษา และมีทักษะในการดำเนนิ ชวี ติ

ชั้น ตัวชว้ี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป. ๑ ๑. ระบุสมาชกิ ในครอบครวั และความรกั ความ  สมาชิกในครอบครัว

ผกู พนั ของสมาชิกท่ีมตี ่อกัน  ความรกั ความผูกพันของสมาชกิ ใน

ครอบครวั

๒. บอกสงิ่ ที่ชน่ื ชอบ และภาคภมู ิใจในตนเอง  สงิ่ ท่ีชื่นชอบและความภาคภมู ใิ จ

ในตนเอง (จดุ เด่น จุดด้อยของตนเอง)

๓. บอกลักษณะความแตกต่างระหว่างเพศชาย  ลกั ษณะความแตกตา่ งของเพศชาย เพศ

และเพศหญิง หญงิ

- ร่างกาย - อารมณ์ - ลักษณะนสิ ยั

ป. ๒ ๑. ระบบุ ทบาทหน้าทีข่ องตนเอง และสมาชกิ ใน  บทบาทหน้าทข่ี องสมาชิกในครอบครัว

ครอบครัว - ตนเอง - พอ่ แม่

- พ่นี อ้ ง - ญาติ

๒. บอกความสำคัญของเพ่ือน  ความสำคญั ของเพ่ือน (เช่น พดู คุย ปรกึ ษา

เลน่ ฯลฯ)

๓. ระบพุ ฤตกิ รรมท่ีเหมาะสมกับเพศ  พฤตกิ รรมท่เี หมาะสมกับเพศ

- ความเป็นสุภาพบุรุษ

- ความเปน็ สุภาพสตรี

๔. อธบิ ายความภาคภมู ิใจในความเปน็ เพศหญงิ  ความภาคภูมใิ จในเพศหญิง หรือเพศชาย

หรือเพศชาย

๑๐

ชน้ั ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป. ๓ ๑. อธบิ ายความสำคัญ และความแตกตา่ งของ  ความสำคัญของครอบครัว ความแตกต่าง
ของแต่ละครอบครวั
ครอบครวั ท่ีมตี ่อตนเอง - เศรษฐกิจ
- สงั คม
๒. อธบิ ายวธิ ีสร้างสมั พันธภาพในครอบครัวและ - การศึกษา
กลุ่มเพ่ือน  วธิ กี ารสร้างสัมพนั ธภาพในครอบครัวและ
๓. บอกวธิ ีหลกี เล่ียงพฤติกรรมท่ีนำไปสูก่ ารล่วง กลุม่ เพื่อน
ละเมดิ ทางเพศ  พฤตกิ รรมที่นำไปสกู่ ารล่วงละเมิดทางเพศ
(การแตง่ กาย การเท่ียวกลางคนื การคบเพือ่ น
ป. ๔ ๑. อธิบายคณุ ลักษณะของความเป็นเพอื่ นและ การเสพสารเสพติด ฯลฯ)
สมาชิกที่ดขี องครอบครัว  วธิ หี ลกี เล่ยี งพฤติกรรมที่นำไปสู่การลว่ ง
๒. แสดงพฤตกิ รรมทเี่ หมาะสมกับเพศของตน ละเมดิ ทางเพศ (ทักษะปฏเิ สธและอื่น ๆ )
ตามวฒั นธรรมไทย  คณุ ลกั ษณะของความเป็นเพื่อนและสมาชิก
๓. ยกตัวอย่างวธิ กี ารปฏเิ สธการกระทำท่เี ปน็ ท่ีดขี องครอบครวั
อนั ตรายและไมเ่ หมาะสมในเร่ืองเพศ  พฤตกิ รรมท่ีเหมาะสมกับเพศของตนตาม
วฒั นธรรมไทย
ป. ๕ ๑. อธิบายการเปลยี่ นแปลงทางเพศ และปฏบิ ัติ  วธิ ีการปฏิเสธการกระทำที่เปน็ อันตรายและ
ตนไดเ้ หมาะสม ไมเ่ หมาะสมในเรื่องเพศ
 การเปลยี่ นแปลงทางเพศ การดแู ลตนเอง
๒. อธิบายความสำคัญของการมีครอบครัวท่ี  การวางตวั ทีเ่ หมาะสมกบั เพศตาม
อบอุ่นตามวัฒนธรรมไทย วฒั นธรรมไทย
 ลักษณะของครอบครวั ท่ีอบอ่นุ ตาม
๓. ระบุพฤตกิ รรมที่พึงประสงค์ และไม่พงึ วฒั นธรรมไทย (ครอบครัวขยาย การนบั ถือ
ประสงค์ในการแก้ไขปัญหาความขัดแยง้ ใน ญาต)ิ
ครอบครวั และกลมุ่ เพ่ือน  พฤตกิ รรมทพี่ ึงประสงค์และไม่พงึ ประสงค์
ป. ๖ ๑. อธบิ ายความสำคัญของการสรา้ งและรักษา ในการแกไ้ ขปญั หาความขดั แย้งในครอบครัว
สัมพันธภาพกับผู้อน่ื
 ความสำคัญของการสรา้ งและรักษา
๒. วเิ คราะหพ์ ฤติกรรมเสี่ยงท่ีอาจนำไปสู่การมี สมั พนั ธภาพกับผู้อน่ื
เพศสัมพันธ์ การติดเช้ือเอดส์ และการตัง้ ครรภ์  ปจั จยั ทีช่ ว่ ยให้การทำงานกลุ่มประสบ
ก่อนวัยอนั ควร ความสำเร็จ
- ความสามารถสว่ นบุคคล
- บทบาทหนา้ ทีข่ องสมาชิกในกล่มุ
- การยอมรับความคิดเห็น และความแตกต่าง
ระหวา่ งบุคคล
- ความรับผิดชอบ
 พฤตกิ รรมเสยี่ งทีน่ ำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์
การตดิ เชอ้ื เอดส์ และการต้งั ครรภก์ ่อนวัย
อนั ควร

๑๑

ชัน้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม. ๑ ๑. อธิบายวิธีการปรับตัวต่อการเปลยี่ นแปลงทาง  การเปลีย่ นแปลงทางรา่ งกาย จิตใจ

รา่ งกายจติ ใจ อารมณ์ และพัฒนาการทางเพศ อารมณ์ และพัฒนาการทางเพศ

อย่างเหมาะสม - ลักษณะการเปล่ยี นแปลงทางรา่ งกาย จิตใจ

อารมณ์ และพัฒนาการทางเพศ

- การยอมรับและการปรบั ตัวตอ่ การ

เปล่ยี นแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และ

พฒั นาการทางเพศ

- การเบ่ยี งเบนทางเพศ

๒. แสดงทกั ษะการปฏเิ สธเพ่อื ป้องกันตนเองจาก  ทักษะปฏเิ สธเพื่อป้องกนั การถูกล่วงละเมิด

การถูกล่วงละเมดิ ทางเพศ ทางเพศ

ม. ๒ ๑. วเิ คราะหป์ จั จัยทีม่ ีอิทธิพลตอ่ เจตคตใิ นเร่ือง  ปจั จัยทม่ี ีอทิ ธิพลต่อเจตคตใิ นเร่ืองเพศ

เพศ - ครอบครัว

- วฒั นธรรม

- เพ่อื น

- สอื่

๒. วิเคราะหป์ ัญหาและผลกระทบทีเ่ กิดจากการมี  ปญั หาและผลกระทบที่เกิดจากการมี

เพศสัมพันธใ์ นวยั เรียน เพศสมั พันธใ์ นวยั เรียน

๓. อธบิ ายวธิ ีป้องกันตนเองและหลีกเล่ยี งจาก  โรคตดิ ต่อทางเพศสัมพนั ธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพนั ธ์ เอดส์ และการต้งั ครรภ์  โรคเอดส์
โดยไมพ่ ึงประสงค์
 การตัง้ ครรภ์โดยไมพ่ ึงประสงค์

๔. อธิบายความสำคัญของความเสมอภาคทาง  ความสำคญั ของความเสมอภาคทางเพศ

เพศ และวางตวั ได้อย่างเหมาะสม  การวางตัวตอ่ เพศตรงขา้ ม

 ปัญหาทางเพศ

 แนวทางการแก้ไขปัญหาทางเพศ

ม.๓ ๑. อธบิ ายอนามยั แม่และเด็ก การวางแผน  องคป์ ระกอบของอนามัยเจริญพนั ธ์ุ

ครอบครัว และวิธีการปฏบิ ัตติ นทีเ่ หมาะสม - อนามัยแมแ่ ละเด็ก

- การวางแผนครอบครัว

๒. วเิ คราะห์ปัจจัยท่มี ีผลกระทบต่อการต้ังครรภ์  ปจั จัยทีม่ ผี ลกระทบต่อการตั้งครรภ์

- แอลกอฮอล์

- สารเสพติด

- บหุ ร่ี

- สภาพแวดล้อม

- การตดิ เชอ้ื

- โรคท่เี กดิ จากภาวะการตั้งครรภ์

๓. วิเคราะห์สาเหตุ และเสนอแนวทางปอ้ งกัน  สาเหตุความขัดแย้งในครอบครัว

แก้ไขความขัดแย้งในครอบครัว  แนวทางปอ้ งกนั แก้ไขความขัดแยง้ ใน

ครอบครัว

๑๒

ชั้น ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ม. ๑. วเิ คราะห์อิทธิพลของครอบครัว เพ่อื น สังคม  อทิ ธิพลของครอบครวั เพื่อน สังคม และ

๔– และวฒั นธรรมท่มี ผี ลตอ่ พฤติกรรมทางเพศและการ วฒั นธรรมที่มีต่อพฤติกรรมทางเพศ และการ

ม.๖ ดำเนนิ ชวี ติ ดำเนินชีวติ

๒. วิเคราะหค์ า่ นยิ มในเรื่องเพศ ตามวัฒนธรรม  คา่ นยิ มในเร่อื งเพศตามวัฒนธรรมไทย

ไทยและวฒั นธรรม อน่ื ๆ และวัฒนธรรมอื่น ๆ

๓. เลอื กใช้ทักษะทเี่ หมาะสมในการปอ้ งกัน ลด  แนวทางในการเลือกใช้ทักษะตา่ ง ๆ ในการ

ความขดั แย้งและแกป้ ญั หาเรื่องเพศและครอบครวั ปอ้ งกนั ลดความขัดแย้ง และแกป้ ัญหาเรื่องเพศ

และครอบครวั

- ทกั ษะการสือ่ สารและสร้างสัมพันธภาพ

- ทักษะการตอ่ รอง

- ทักษะการปฏเิ สธ

- ทักษะการคิดวเิ คราะห์

- ทกั ษะการตดั สินใจ และแกไ้ ขปัญหา

ฯลฯ

๔. วิเคราะห์สาเหตุและผลของความขดั แย้งท่ีอาจ  ความขัดแย้งท่อี าจเกิดขึ้นระหว่างนกั เรยี น

เกิดข้นึ ระหวา่ งนกั เรยี น หรือเยาวชนในชุมชน หรือเยาวชนในชุมชน

และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา - สาเหตุของความขดั แย้ง

- ผลกระทบที่เกิดจากความขัดแยง้ ระหว่าง

นักเรียน หรอื เยาวชนในชุมชน

- แนวทางในการแก้ปญั หาที่อาจเกิดจากความ

ขัดแย้งของนักเรียนหรอื เยาวชนในชุมชน

๑๓

สาระท่ี ๓ การเคล่ือนไหว การออกกำลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย และกีฬาสากล

มาตรฐาน พ ๓.๑ เข้าใจ มีทักษะในการเคล่ือนไหว กจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกม และกีฬา

ชน้ั ตวั ชีว้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

ป.๑ ๑. เคลือ่ นไหวร่างกายขณะอยกู่ บั ที่  ธรรมชาตขิ องการเคลอื่ นไหวร่างกายใน

เคลื่อนทีแ่ ละใช้อุปกรณป์ ระกอบ ชวี ติ ประจำวนั

- แบบอยูก่ บั ที่ เชน่ นงั่ ยนื กม้ เงย เอยี ง

ซา้ ย ขวา เคล่ือนไหวข้อมือ ข้อเท้า แขน ขา

- แบบเคล่อื นท่ี เช่น เดนิ วงิ่ กระโดด กลงิ้

ตวั

- แบบใช้อุปกรณป์ ระกอบ เชน่ จบั โยน เตะ

เคาะ

๒. เล่นเกมเบ็ดเตล็ดและเข้าร่วม  กิจกรรมทางกายที่ใชใ้ นการเคลอื่ นไหวตาม

กจิ กรรมทางกายทีใ่ ช้การเคลื่อนไหว ธรรมชาติ

ตามธรรมชาติ - การเล่นเกมเบ็ดเตล็ด

ป. ๒ ๑. ควบคมุ การเคลื่อนไหวร่างกาย  ลกั ษณะและวิธกี ารของการเคลือ่ นไหว

ขณะอยู่กับที่ เคล่ือนที่ และใช้อุปกรณ์ รา่ งกาย แบบอยู่กับที่ เช่น กระโดด บดิ ตัว

ประกอบ ดึง ผลัก แบบเคลื่อนที่ เช่น กระโดดเขย่ง

ก้าวชิดกา้ ว ว่งิ ตามทิศทางท่ีกำหนด และแบบ

ใชอ้ ุปกรณป์ ระกอบ เชน่ คีบ ขว้าง ตี

๒. เลม่ เกมเบ็ดเตล็ดและเข้าร่วม  การเลน่ เกมเบ็ดเตลด็ และเข้ารว่ มกิจกรรม

กจิ กรรมทางกายทีว่ ิธเี ล่น อาศัยการ ทางกายทวี่ ธิ เี ล่นอาศยั การเคลื่อนไหวเบ้ืองต้น

เคลือ่ นไหวเบ้ืองต้นท้ังแบบอยู่กับท่ี ท้งั แบบอยูก่ ับที่ เคลอ่ื นที่ และใชอ้ ุปกรณ์

เคลอ่ื นทแ่ี ละใช้อุปกรณ์ประกอบ ประกอบ

ป. ๓ ๑. ควบคุมการเคล่ือนไหวร่างกาย  การเคลือ่ นไหวร่างกายแบบอยู่กบั ท่ี

ขณะอย่กู ับที่ เคลอ่ื นทแ่ี ละใช้อุปกรณ์ เชน่ ย่อยดื เขย่ง พบั ตัว เคลอ่ื นไหวลำตวั

ประกอบอย่างมีทิศทาง การเคล่ือนไหวแบบเคลื่อนท่ี เช่น เดนิ ตอ่ เทา้

เดนิ ถอย-หลัง กระโจน และแบบใชอ้ ปุ กรณ์

ประกอบโดยมกี ารบังคบั ทิศทาง เชน่ ดดี

ขวา้ ง โยน และรับ

 วธิ ีการควบคมุ การเคลอ่ื นไหวรา่ งกายแบบ

ต่างๆ อย่างมีทศิ ทาง

๒. เคลือ่ นไหวร่างกายท่ีใช้ทักษะการ  กิจกรรมทางกายท่ีใช้ทักษะการเคลอื่ นไหว

เคลือ่ นไหวแบบบังคับทศิ ทาง ใน แบบบังคบั ทิศทาง ในการเลน่ เกมเบ็ดเตลด็

การเล่นเกมเบ็ดเตลด็

ป. ๔ ๑. ควบคมุ ตนเองเม่ือใช้ทักษะ  การเคลื่อนไหวรา่ งกายแบบผสมผสานท้งั

การเคล่อื นไหวในลักษณะผสมผสานได้ แบบอย่กู ับที่ เช่น กระโดดหมุนตวั กระโดด-

ทง้ั แบบอยกู่ บั ท่ี เคล่ือนท่ี และใช้ เหยยี ดตวั แบบเคลื่อนท่ี เชน่ ซิกแซก็ ว่งิ

อุปกรณ์ประกอบ เปลี่ยนทศิ ทาง ควบม้า และแบบใช้อุปกรณ์

ประกอบ เช่น บอล เชือก

๑๔

ชนั้ ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

๒. ฝกึ กายบริหารท่ามือเปล่า  กายบรหิ ารทา่ มือเปล่าประกอบจังหวะ

ประกอบจงั หวะ

๓. เล่นเกมเลยี นแบบและกิจกรรม  เกมเลยี นแบบและกจิ กรรมแบบผลดั

แบบผลดั

๔. เล่นกีฬาพนื้ ฐานได้อย่างนอ้ ย  กีฬาพ้นื ฐาน เชน่ แชร์บอล แฮนดบ์ อล

๑ ชนิด ห่วงขา้ มตาข่าย

ป. ๕ ๑. จัดรปู แบบการเคลื่อนไหว  การจดั รปู แบบการเคล่ือนไหวรา่ งกาย แบบ

แบบผสมผสาน และควบคุมตนเองเม่ือ ผสมผสาน และการปฏิบัตกิ จิ กรรมทางกายทงั้

ใช้ทกั ษะการเคลอ่ื นไหว ตาม แบบอยกู่ บั ที่ เคลือ่ นท่ี และใชอ้ ุปกรณป์ ระกอบ

แบบทก่ี ำหนด ตามแบบท่ีกำหนด เชน่ การฝกึ กายบริหาร

ยดื หย่นุ ขนั้ พ้นื ฐาน เปน็ ตน้

๒. เล่มเกมนำไปสู่กีฬาทเ่ี ลือกและ  เกมนำไปสู่กฬี าและกจิ กรรมแบบผลัดทมี่ ีการ

กจิ กรรมการเคลอ่ื นไหวแบบผลดั ตี เขย่ี รับ – ส่งส่ิงของ ขว้าง และวิ่ง

๓. ควบคมุ การเคลื่อนไหวในเร่ืองการ  การเคลือ่ นไหวในเรอื่ งการรบั แรง การใชแ้ รง

รับแรง การใช้แรงและความสมดุล และความสมดลุ

๔. แสดงทักษะกลไกในการปฏิบัติ  ทักษะกลไกทส่ี ่งผลต่อการปฏิบตั ิกิจกรรมทาง

กจิ กรรมทางกายและเล่นกฬี า กายและเลน่ กีฬา

๕. เลน่ กีฬาไทย และกฬี าสากล  การเลน่ กีฬาไทย เชน่ ตะกรอ้ วง วง่ิ ชักธง

ประเภทบุคคลและประเภททีมได้อยา่ ง และกฬี าสากล เชน่ กรีฑาประเภทลู่ แบดมนิ ตนั

ละ ๑ ชนดิ เปตอง ฟตุ บอล เทเบลิ เทนนสิ วา่ ยนำ้

๖. อธิบายหลักการ และเขา้ รว่ ม  หลกั การและกจิ กรรมนนั ทนาการ

กจิ กรรมนันทนาการ อย่างน้อย

๑ กิจกรรม

ป. ๖ ๑. แสดงทักษะการเคลื่อนไหว  การเคล่อื นไหวร่วมกบั ผอู้ ่ืนแบบผลดั ใน

ร่วมกับผ้อู ่ืนในลักษณะแบบผลัดและ ลักษณะผสมผสาน ในการรว่ มกจิ กรรมทางกาย

แบบผสมผสานได้ตามลำดับท้ังแบบอยู่ เช่น กจิ กรรมแบบผลัด กายบรหิ ารประกอบเพลง

กบั ท่ี เคลือ่ นที่ และใช้อปุ กรณ์ ยืดหย่นุ ขัน้ พืน้ ฐานท่ใี ชท้ า่ ต่อเนือ่ ง และการต่อตวั

ประกอบ และการเคลื่อนไหวประกอบ ท่างา่ ย ๆ

เพลง

๒. จำแนกหลกั การเคล่อื นไหวในเรอื่ ง  การเคล่อื นไหวในเรอ่ื งการรบั แรง การใช้แรง

การรบั แรง การใชแ้ รง และความสมดลุ และความสมดลุ กับการพฒั นาทักษะการเคล่อื นไหว

ในการเคล่ือนไหวรา่ งกายในการเลน่ ในการเล่นเกมและกีฬา

เกม เลน่ กีฬา และนำผลมาปรับปรงุ

เพม่ิ พนู วธิ ปี ฏบิ ัติของตนและผู้อ่ืน

๓. เล่นกฬี าไทย กีฬาสากลประเภท  การเลน่ กฬี าไทย กฬี าสากล ประเภทบคุ คล

บุคคลและประเภททีมได้อยา่ งละ ๑ และประเภททีม เช่น กรฑี าประเภทลู่ และลาน

ชนดิ เปตอง ว่ายนำ้ เทเบลิ เทนนสิ วอลเลยบ์ อล

ฟตุ บอล ตะกร้อวง

๑๕

ชน้ั ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

๔. ใช้ทักษะกลไก เพ่ือปรบั ปรงุ เพิ่มพูน  การใชข้ อ้ มลู ด้านทักษะกลไกเพ่อื ปรับปรุง

ความสามารถของตนและผู้อ่ืนในการ และเพ่ิมพนู ความสามารถในการปฏิบัตกิ จิ กรรมทาง

เลน่ กฬี า กาย และเลน่ กีฬา

๕. ร่วมกจิ กรรมนนั ทนาการอย่างน้อย  การนำความร้แู ละหลักการของกจิ กรรม

๑ กิจกรรม แล้วนำความรแู้ ละหลักการ นนั ทนาการไปใช้เปน็ ฐานการศึกษาหาความรู้

ทไ่ี ด้ไปใช้เป็นฐานการศกึ ษาหาความรู้

เรอ่ื งอื่น ๆ

ม. ๑ ๑. เพ่ิมพูนความสามารถของตน  หลักการเพ่ิมพูนความสามารถในการ

ตามหลกั การเคลือ่ นไหวทใี่ ช้ทักษะ เคล่อื นไหวทีใ่ ช้ทักษะกลไกและทักษะพ้นื ฐานที่

กลไกและทักษะพน้ื ฐานที่นำไปสูก่ าร นำไปส่กู ารพัฒนาทกั ษะการเลน่ กีฬา

พัฒนาทกั ษะการเล่นกีฬา

๒. เล่นกฬี าไทยและกีฬาสากล  การเลน่ กีฬาไทย และกฬี าสากลทเ่ี ลือก เชน่

ประเภทบคุ คลและทีมโดยใช้ทกั ษะ กรฑี าประเภทลแู่ ละลาน บาสเกตบอล กระบี่

พน้ื ฐานตามชนิดกีฬา อยา่ งละ ๑ เทเบิลเทนนิส เทนนิส วา่ ยนำ้

ชนิด

๓. ร่วมกิจกรรมนนั ทนาการอย่าง  การนำความรแู้ ละหลกั การของกิจกรรม

น้อย ๑ กจิ กรรมและนำหลักความร้ทู ่ี นนั ทนาการไปใช้เช่อื มโยงสมั พนั ธ์กับวชิ าอืน่

ไดไ้ ปเช่ือมโยงสมั พันธ์กับวชิ าอ่ืน

ม. ๒ ๑. นำผลการปฏบิ ัติตนเกี่ยวกับ  การนำผลการปฏิบัติตนเกีย่ วกบั ทกั ษะกลไก

ทกั ษะกลไกและทักษะการเคล่ือนไหว และทักษะการเคล่ือนไหวในการเลน่ กฬี าจาก

ในการเล่นกีฬาจากแหลง่ ข้อมูลที่ แหลง่ ข้อมลู ทห่ี ลากหลายมาสรปุ เป็นวิธที ี่

หลากหลายมาสรปุ เป็นวธิ ที ่ีเหมาะสม เหมาะสมในบรบิ ทของตนเองในการเล่นกีฬา

ในบริบทของตนเอง

๒. เลน่ กฬี าไทยและกีฬาสากล  การเลน่ กีฬาไทย กีฬาสากลตามชนดิ กีฬาที่

ทั้งประเภทบุคคลและทีมได้อยา่ งละ เลือก เชน่ กรีฑาประเภทลูแ่ ละลาน บาสเกตบอล

๑ ชนดิ กระบี่ เทนนิส ตระกรอ้ ลอดบว่ ง ฟตุ ซอล

ว่ายนำ้ เทควนั โด

๓. เปรียบเทียบประสิทธิภาพของ  ประสทิ ธภิ าพของรปู แบบการเคล่ือนไหวท่ี

รปู แบบการเคลื่อนไหวทส่ี ่งผลตอ่ การ สง่ ผลตอ่ การเลน่ กฬี าและกจิ กรรมใน

เลน่ กีฬาและกิจกรรมในชวี ติ ประจำวัน ชีวิตประจำวนั

๔. ร่วมกิจกรรมนันทนาการอย่าง  การนำประสบการณจ์ ากการร่วมกิจกรรม

น้อย ๑ กิจกรรม และนำความร้แู ละ นนั ทนาการไปปรับใชใ้ นชีวติ ประจำวนั

หลักการท่ีไดไ้ ปปรบั ใชใ้ น

ชีวิตประจำวันอยา่ งเปน็ ระบบ

ม. ๓ ๑. เลน่ กีฬาไทยและกฬี าสากล  เทคนิคและวธิ ีการเลน่ กีฬาไทยและกฬี า

ไดอ้ ย่างละ ๑ ชนิดโดยใช้เทคนิค สากลทเ่ี ลอื ก เชน่ กรฑี าประเภทลู่และลาน

ทีเ่ หมาะสมกบั ตนเองและทีม วอลเลย์บอล บาสเกตบอล ดาบสองมือ เทนนิส

ตะกร้อข้ามตาข่าย ฟุตบอล

๑๖

ช้นั ตัวชวี้ ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ม.๔–ม.๖ ๒. นำหลักการ ความร้แู ละทักษะ  การนำหลักการ ความรู้ ทกั ษะในการ
ในการเคล่ือนไหว กจิ กรรมทางกาย เคลือ่ นไหว กจิ กรรมทางกาย การเล่นเกม การ
การเล่นกม และการเล่นกีฬาไปใช้ เล่นกฬี าไปใช้เปน็ ระบบสร้างเสริมสุขภาพอยา่ ง
สร้างเสรมิ สขุ ภาพอย่างต่อเนื่อง ตอ่ เนอ่ื ง
เป็นระบบ
๓. รว่ มกิจกรรมนนั ทนาการอยา่ ง  การจดั กิจกรรมนนั ทนาการแก่ผูอ้ น่ื
นอ้ ย ๑ กจิ กรรมและนำหลกั ความรู้
วิธกี ารไปขยายผลการเรยี นรู้ให้กบั ผอู้ ื่น  ความคิดรวบยอดเก่ียวกับการเคล่ือนไหว
๑. วเิ คราะห์ความคดิ รวบยอด รูปแบบต่าง ๆ ในการเล่นกีฬา
เก่ยี วกับการเคลอื่ นไหวรปู แบบตา่ งๆ  การวิเคราะห์ความคดิ รวบยอดเกยี่ วกับการ
ในการเลน่ กีฬา เคล่อื นไหวรูปแบบตา่ งๆ ในการเลน่ กฬี า
 การใช้ความสามารถของตนในการเล่นกีฬา
๒. ใช้ความสามารถของตน เพอ่ื เพม่ิ ศักยภาพของทีม โดยคำนึงถึง ผลทเ่ี กิด
เพอ่ื เพิม่ ศักยภาพของทีม คำนงึ ถึงผล ตอ่ ผอู้ นื่ และสงั คม
ทเี่ กิดต่อผูอ้ น่ื และสงั คม  กีฬาประเภทบุคคล / คู่ ประเภททมี เชน่
๓. เลน่ กีฬาไทย กีฬาสากลประเภท ฟุตซอล รักบ้ีฟุตบอล ยิมนาสตกิ ลีลาศ
บคุ คล / คู่ กีฬาประเภททีมไดอ้ ยา่ ง ซอฟทบ์ อล เทนนสิ เซปกั ตะกร้อ มวยไทย
นอ้ ย ๑ ชนิด กระบี่กระบอง พลอง งา้ ว
 การเคล่อื นไหวทส่ี ร้างสรรค์ เช่น กิจกรรม
๔. แสดงการเคล่ือนไหวได้อยา่ ง เขา้ จงั หวะ เชียรล์ ดี เดอร์
สร้างสรรค์  การนำหลกั การและแนวคดิ ของกจิ กรรม
๕. เข้าร่วมกจิ กรรมนนั ทนาการนอก นนั ทนาการไปปรับปรุงและพัฒนาคณุ ภาพชีวิต
โรงเรยี น และนำหลักการแนวคดิ ของตนและสังคม
ไปปรบั ปรงุ และพฒั นาคณุ ภาพชวี ิต
ของตนและสังคม

๑๗

สาระที่ ๓ การเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย และกีฬาสากล

มาตรฐาน พ ๓.๒ รกั การออกกำลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏบิ ตั เิ ปน็ ประจำอย่างสม่ำเสมอ

มีวนิ ยั เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนกั กีฬา มจี ิตวิญญาณในการแขง่ ขนั และช่ืนชม ใน

สนุ ทรยี ภาพของการกฬี า

ชัน้ ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถ่ิน

ป.๑ ๑. ออกกำลังกาย และ  การออกกำลงั กาย และการ

เลน่ เกม ตามคำแนะนำ เล่นเกมเบด็ เตลด็

อยา่ งสนกุ สนาน

๒. ปฏิบตั ติ นตามกฎ  กฎ กตกิ า ข้อตกลงในการ

กตกิ า ข้อตกลงในการเลน่ เลน่ เกมเบ็ดเตลด็

เกมตามคำแนะนำ

ป.๒ ๑. ออกกำลงั กาย และ  การออกกำลังกาย และเล่น

เล่นเกม ได้ด้วยตนเอง เกมเบด็ เตลด็

อย่างสนกุ สนาน  ประโยชน์ของการออกกำลัง

กายและการเล่นเกม

๒. ปฏิบตั ติ ามกฎ กตกิ า  กฎ กตกิ า ขอ้ ตกลงในการ

และข้อตกลงในการเล่นเกม เล่นเกมเปน็ กลุ่ม

เปน็ กลุม่

ป. ๓ ๑. เลอื กออกกำลงั กาย  แนวทางการเลอื กออกกำลัง การออกกำลงั กาย เกม และ

การละเล่นพ้ืนเมือง และ กาย การละเลน่ พ้นื เมืองและเล่น การละเลน่ พื้นเมอื ง “สะบ้า

เลน่ เกม ที่เหมาะสม เกมทเี่ หมาะสมกับจุดเดน่ จดุ ทอย”

กบั จดุ เดน่ จดุ ด้อย และ ด้อยและขอ้ จำกัดของแต่ละ

ข้อจำกัดของตนเอง บคุ คล

๒. ปฏิบัตติ ามกฎ กติกา  การออกกำลงั กาย เกม

และข้อตกลงของการออก และการละเล่นพนื้ เมอื ง

กำลังกาย การเล่นเกม  กฎ กตกิ าและข้อตกลงใน
การละเลน่ พ้นื เมืองไดด้ ้วย การออกกำลังกาย การเลน่ เกม
ตนเอง และการละเล่นพืน้ เมอื ง

ป. ๔ ๑. ออกกำลงั กาย เลน่  การออกกำลังกาย เล่นเกม

เกม และกฬี าท่ตี นเองชอบ ตามความชอบของตนเองและเลน่

และมีความสามารถในการ กฬี าพ้นื ฐานร่วมกับผู้อ่นื

วิเคราะห์ผลพฒั นาการของ  การวเิ คราะห์ผลพฒั นาการ
ตนเองตามตัวอย่างและ ของตนเองในการออกกำลงั กาย
แบบปฏบิ ตั ิของผอู้ ่นื
เล่นเกมและเลน่ กฬี า ตาม

ตวั อย่างและแบบปฏิบตั ิของผู้อืน่

 คณุ ค่าของการออกกำลัง

กาย เลน่ เกม และเล่นกีฬา ที่

มตี อ่ สุขภาพ

ช้ัน ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ๑๘

สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิ่น

๒. ปฏบิ ตั ิตามกฎ กตกิ า - การปฏิบตั ติ ามกฎ กติกา การ

การเลน่ กฬี าพ้นื ฐาน ตาม เลน่ กฬี าพน้ื ฐาน ตามชนดิ กีฬาที่

ชนิดกฬี าทเี่ ลน่ เลน่

ป. ๕ ๑. ออกกำลังกายอย่างมี  หลักการและรปู แบบการ

รูปแบบ เลน่ เกมที่ใช้ ออกกำลังกาย

ทักษะการคดิ และตัดสนิ ใจ  การออกกำลงั กาย และการ

เล่นเกม เช่น เกมเบด็ เตล็ด เกม

เลียนแบบ เกมนำ และ

การละเลน่ พ้นื เมือง

๒. เลน่ กีฬาทตี่ นเองชอบ  การเล่นกฬี าไทย และกีฬา

อย่างสมำ่ เสมอ โดยสรา้ ง สากลประเภทบุคคลและทมี ท่ี

ทางเลือกในวธิ ีปฏบิ ัตขิ อง เหมาะสมกับวยั อยา่ งสม่ำเสมอ

ตนเองอย่างหลากหลาย  การสร้างทางเลอื กในวิธี
และมนี ้ำใจนักกีฬา
ปฏบิ ัติในการเลน่ กีฬาอย่าง

หลากหลาย และมีน้ำใจนักกีฬา

๓. ปฏิบัติตามกฎกติกา  กฎ กตกิ าในการเล่นเกม

การเลน่ เกม กีฬาไทย และ กีฬาไทยและกีฬาสากลตามชนดิ

กฬี าสากล ตามชนิดกีฬาที่ กีฬาที่เล่น

เล่น  วธิ ีการรุกและวธิ ปี อ้ งกันใน

การเล่นกฬี าไทยและกีฬาสากลท่ี

เลน่

๔. ปฏิบัตติ นตามสทิ ธิ  สิทธิของตนเองและผู้อ่ืนใน

ของตนเอง ไมล่ ะเมิดสทิ ธิ การเลน่ เกมและกีฬา

ผู้อ่นื และยอมรบั ในความ  ความแตกตา่ งระหว่างบุคคล
แตกต่างระหวา่ งบคุ คลใน ในการเล่นเกม และกฬี า
การเล่นเกม และกีฬาไทย

กีฬาสากล

ป. ๖ ๑. อธบิ ายประโยชนแ์ ละ  ประโยชนแ์ ละหลักการออก

หลกั การออกกำลงั กายเพื่อ กำลงั กายเพ่อื สุขภาพ

สขุ ภาพ สมรรถภาพทาง สมรรถภาพทางกายและการสรา้ ง

กายและการสร้างเสริม เสรมิ บุคลกิ ภาพ

บุคลิกภาพ

๒. เลน่ เกมท่ีใช้ทักษะ  การเลน่ เกมทใ่ี ช้ทักษะการ

การวางแผน และสามารถ วางแผน

เพม่ิ พนู ทกั ษะการออก  การเพิม่ พูนทักษะการออก
กำลังกายและเคลื่อนไหว กำลังกายและการเคล่อื นไหว
อยา่ งเป็นระบบ
อยา่ งเปน็ ระบบ

ช้นั ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ๑๙

สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิ่น

๓. เลน่ กีฬาทตี่ นเองช่ืน  การเล่นกีฬาประเภทบคุ คล

ชอบและสามารถประเมนิ และประเภททีมท่ชี ่นื ชอบ

ทกั ษะการเล่นของตนเป็น  การประเมนิ ทักษะการเลน่
ประจำ กฬี าของตน

๔. ปฏบิ ัตติ ามกฎ กติกา  กฎ กติกาในการเล่นกีฬา

ตามชนดิ กฬี าท่เี ล่น โดย ไทย กีฬาสากลตามชนิดกฬี าที่

คำนงึ ถงึ ความปลอดภัยของ เลน่

ตนเองและผ้อู น่ื

๕. จำแนกกลวธิ กี ารรกุ  กลวธิ ีการรกุ การป้องกันใน

การปอ้ งกนั และนำไปใช้ การเลน่ กีฬา

ในการเลน่ กีฬา

๖. เลน่ เกมและกฬี า  การสร้างความสามคั คีและ

ดว้ ยความสามคั คีและมี ความมีน้ำใจนักกีฬาในการเล่น

น้ำใจนักกีฬา เกมและกีฬา

ม. ๑ ๑. อธบิ ายความสำคัญ  ความสำคญั ของการออก

ของการออกกำลงั กายและ กำลังกายและเลน่ กีฬา จนเป็น

เล่นกีฬา จนเป็นวิถชี วี ิตท่ี วิถชี ีวติ ทม่ี ีสุขภาพดี

มีสขุ ภาพดี  การออกกำลงั กาย เชน่ กาย

บริหาร
๒. ออกกำลังกายและ แบบตา่ งๆ เต้นแอโรบกิ โยคะ
เลอื กเข้าร่วมเล่นกีฬาตาม รำมวยจีน
ความถนดั ความสนใจ  การเล่นกฬี าไทย และกีฬา
อยา่ งเต็มความสามารถ สากล
พร้อมท้ังมีการประเมนิ การ ทงั้ ประเภทบุคคลและทีม
เลน่ ของตนและผู้อน่ื
 การประเมนิ การเล่นกฬี า

ของตนเองและผอู้ ืน่

๓. ปฏบิ ตั ิตามกฎ กตกิ า  กฎ กติกา การเล่นเกมและ

และข้อตกลงตามชนิดกีฬา การแขง่ ขันกีฬาทีเ่ ลือกเลน่

ท่เี ลือกเลน่

๔. วางแผนการรกุ และ  รูปแบบ วิธีการรุกและ

การป้องกนั ในการเล่นกีฬา ป้องกนั ในการเลน่ กีฬาทีเ่ ลอื ก

ที่เลือกและนำไปใชใ้ นการ

เล่นอยา่ งเปน็ ระบบ

๕. ร่วมมือในการเล่น  การเลน่ การแขง่ ขันกีฬา

กีฬา และการทำงานเป็น และการทำงานเป็นทมี

ทมี อยา่ งสนกุ สนาน

๖. วเิ คราะหเ์ ปรยี บเทยี บ  การยอมรับความสามารถ

และยอมรบั ความแตกต่าง และความแตกต่างระหวา่ งบุคคล

ในการเล่นกีฬา

ช้นั ตวั ช้วี ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๒๐

สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น

ระหว่างวิธกี ารเล่นกฬี าของ

ตนเองกับผอู้ ่นื

ม. ๒ ๑. อธิบายสาเหตกุ าร  สาเหตกุ ารเปล่ยี นแปลง

เปล่ียนแปลงทางกาย จติ ใจ ทางดา้ นร่างกาย จิตใจ อารมณ์

อารมณ์ สังคม และ สงั คม และสตปิ ัญญา จากการ

สตปิ ัญญา ท่เี กิดจากการ ออกกำลังกายและการเลน่ กีฬา

ออกกำลังกาย และเลน่ อย่างสมำ่ เสมอ จนเปน็ วถิ ี

กีฬาเป็นประจำจนเปน็ วถิ ี ชวี ติ

ชีวิต  การสร้างวถิ ชี วี ติ ทีม่ ีสขุ ภาพ

ดี โดยการออกกำลงั กายและเล่น

กีฬาเปน็ ประจำ

๒. เลือกเข้ารว่ มกิจกรรม  การออกกำลงั กายและการ

การออกกำลังกาย เล่น เลน่ กฬี าไทย กีฬาสากลทัง้

กีฬาตาม ความ ประเภทบคุ คลและประเภททีม

ถนดั และความสนใจพร้อม  การวิเคราะห์ความแตกตา่ ง
ทัง้ วิเคราะห์ความแตกตา่ ง ระหว่างบุคคลเพื่อเปน็ แนวทางใน
ระหวา่ งบคุ คล เพือ่ เป็น การพฒั นาการร่วมกจิ กรรมการ
แนวทางในการพัฒนา ออกกำลังกายและเล่นกีฬา
ตนเอง

๓. มีวินยั ปฏิบัตติ ามกฎ  วนิ ัยในการฝึก และการเลน่

กตกิ า และข้อตกลงในการ กฬี า ตามกฎ กตกิ าและ

เลน่ กีฬาทีเ่ ลือก ข้อตกลง

๔. วางแผนการรกุ และ  รูปแบบ กลวธิ กี ารรกุ การ

การป้องกนั ในการเล่นกีฬา ปอ้ งกันในการเล่นกีฬาเปน็ ทีม

ที่เลือกและนำไปใช้ ในการ  ประโยชน์ของการเล่นและ
เลน่ อย่างเหมาะสมกบั ทีม การทำงาน เปน็ ทมี

 หลักการใหค้ วามร่วมมือใน

การเล่น การแขง่ ขันกีฬา

และการทำงานเปน็ ทมี

๕. นำผลการปฏบิ ตั ิใน  การพัฒนาวิธเี ล่นกีฬาที่

การเลน่ กีฬามาสรปุ เปน็ วิธี เหมาะสมกบั ตนเอง

ทเี่ หมาะสมกบั ตนเองด้วย - การเลอื กวธิ เี ลน่

ความม่งุ ม่ัน - การแกไ้ ขข้อบกพร่อง

- การเพ่ิมทักษะ

 การสร้างแรงจงู ใจและการ

สรา้ งความมุง่ มั่นในการเล่นและ

แขง่ ขนั กีฬา

ชัน้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ๒๑

สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่ิน

ม. ๓ ๑. มมี ารยาทในการเลน่  มารยาทในการเล่นและการ

และดกู ีฬาดว้ ยความมนี ้ำใจ ดูกฬี าด้วยความมนี ำ้ ใจนักกีฬา

นักกีฬา

๒. ออกกำลงั กายและ  การออกำลังกายและการเลน่

เลน่ กฬี าอย่างสมำ่ เสมอ กีฬาประเภทบุคคล และประเภท

และนำแนวคดิ หลักการ ทีม

จากการเล่นไปพัฒนา  การนำประสบการณ์
คณุ ภาพชวี ิตของตนดว้ ย แนวคดิ จากการ ออกกำลงั กาย
ความภาคภมู ิใจ
และเลน่ กีฬาไปประยุกต์ใชใ้ นการ

พฒั นาคุณภาพชีวิต

๓. ปฏบิ ตั ติ นตามกฎ  กฎ กตกิ าและข้อตกลงใน

กติกา และข้อตกลงในการ การเล่นกีฬาทีเ่ ลือกเล่น

เลน่ ตามชนดิ กฬี าทเ่ี ลอื ก  การประยกุ ต์ประสบการณ์
และนำแนวคิดทไ่ี ด้ไป การปฏิบตั ิตามกฎ กตกิ า
พฒั นาคุณภาพชีวิต ของ ข้อตกลงในการเล่นกีฬาไปใช้
ตนในสังคม
พัฒนาคณุ ภาพชีวิตของตนใน

สงั คม

๔. จำแนกกลวธิ กี ารรุก  วธิ ีการประยกุ ต์ใช้กลวธิ ีการ

การป้องกนั และใชใ้ นการ รกุ และการปอ้ งกนั ในการเล่นกฬี า

เล่นกฬี าทีเ่ ลือกและ ไดต้ ามสถานการณข์ องการเล่น

ตดั สินใจเลือกวธิ ีท่ี

เหมาะสมกบั ทีมไปใช้ได้

ตามสถานการณ์ของการ

เล่น

๕. เสนอผลการพัฒนา  การพฒั นาสุขภาพตนเองที่

สขุ ภาพของตนเองทีเ่ กิด เกิดจากการออกกำลงั กายและ

จากการออกกำลงั กาย การเล่นกฬี าเปน็ ประจำ

และการเล่นกฬี าเปน็

ประจำ

ม. ๔– ๑. ออกกำลงั กายและ  การออกกำลงั กายด้วยวธิ ที ี่

ม.๖ เล่นกีฬา ท่ี ชอบ เชน่

เหมาะสมกบั ตนเองอย่าง ฝกึ กายบริหารแบบต่างๆ ข่ี

สมำ่ เสมอ และใช้ จกั รยาน

ความสามารถของตนเอง การออกกำลังกายจากการทำงาน

เพิ่มศักยภาพของทมี ลด ในชีวติ ประจำวัน การรำกระบอง

ความเป็นตวั ตน คำนึงถึง รำมวยจนี

ผลทีเ่ กดิ ต่อสงั คม  การเล่นกฬี าประเภทบุคคล

และประเภททีม

ช้ัน ตวั ชี้วัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ๒๒

สาระการเรียนรู้ทอ้ งถิ่น

 การใช้ความสามารถของตน

ในการเพ่ิมศักยภาพของทีมใน

การเล่นกฬี าและการเล่นโดย

คำนึงถงึ ประโยชน์ตอ่ สงั คม

 การวางแผนกำหนดกจิ กรรม

การออกกำลงั -กายและเลน่ กฬี า

๒. อธิบายและปฏบิ ัติ  สิทธิ กฎ กตกิ าการเล่นกฬี า

เกี่ยวกบั สิทธิ กฎ กติกา  กลวิธี หลกั การรกุ การ
กลวธิ ตี า่ งๆ ในระหวา่ งการ ปอ้ งกันอยา่ งสร้างสรรค์ในการ
เล่น การแข่งขนั กฬี ากับ เลน่ และแขง่ ขันกีฬา
ผู้อน่ื และนำไปสรุปเป็น  การนำประสบการณจ์ าก
แนวปฏิบตั แิ ละใช้ใน
การเล่นกีฬาไปใชใ้ น
ชวี ิตประจำวนั อยา่ ง
ชวี ติ ประจำวนั
ต่อเนือ่ ง

๓. แสดงออกถึงการมี  การปฏบิ ตั ติ นในเรือ่ ง

มารยาทในการดู การเลน่ มารยาทในการดู การเล่น การ

และการแข่งขันกีฬา ดว้ ย แขง่ ขัน ความมนี ้ำใจนักกีฬา

ความมนี ำ้ ใจนักกีฬา และ  บุคลกิ ภาพทีด่ ี
นำไปใช้ปฏบิ ัตทิ กุ โอกาส

จนเปน็ บุคลิกภาพทด่ี ี

๔. ร่วมกจิ กรรมทางกาย  ความสขุ ทไ่ี ดจ้ ากการเข้ารว่ ม

และเลน่ กีฬาอยา่ งมี กจิ กรรมทางกาย และเล่นกีฬา

ความสุข ชืน่ ชมในคณุ ค่า  คุณคา่ และความงามของการ
และความงามของการกีฬา กฬี า

๒๓

สาระท่ี ๔ การสรา้ งเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการปอ้ งกันโรค

มาตรฐาน พ ๔.๑ เหน็ คุณค่าและมีทักษะในการสรา้ งเสรมิ สุขภาพ การดำรงสุขภาพ การปอ้ งกันโรค และการ

สรา้ งเสรมิ สมรรถภาพเพอ่ื สุขภาพ

ชน้ั ตัวช้วี ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๑ ๑. ปฏิบัติตนตามหลกั สุขบัญญัติ  การปฏิบัติตนตามหลักสุขบัญญตั ิแห่งชาติ

แหง่ ชาตติ ามคำแนะนำ

๒. บอกอาการเจบ็ ปว่ ยท่ีเกดิ ขน้ึ กับ  ลกั ษณะอาการเจ็บป่วยทเ่ี กิดข้นึ กับตนเอง

ตนเอง - ปวดศรี ษะ

- ตัวรอ้ น

- มนี ำ้ มกู

- ปวดท้อง

- ผื่นคัน (หนงั ศีรษะ ผวิ หนัง)

- ฟกชำ้ ฯลฯ

๓. ปฏบิ ัติตนตามคำแนะนำเมื่อมี  วธิ ีปฏิบัติตนเมอื่ มีอาการเจ็บป่วยทเ่ี กิด

อาการเจ็บปว่ ย ขนึ้ กบั ตนเอง

ป. ๒ ๑. บอกลกั ษณะของการมสี ุขภาพดี  ลกั ษณะของการมีสุขภาพดี

- รา่ งกายแขง็ แรง

- จติ ใจ ร่าเริง แจ่มใส

- มีความสุข

- มคี วามปลอดภัย

๒. เลือกกนิ อาหารท่ีมปี ระโยชน์  อาหารทม่ี ีประโยชนแ์ ละไม่มีประโยชน์

๓. ระบขุ องใชแ้ ละของเล่นท่มี ผี ลเสยี  ของใชแ้ ละของเล่นท่ีมผี ลเสียตอ่ สุขภาพ

ต่อสขุ ภาพ

๔. อธบิ ายอาการและวิธีป้องกันการ  อาการและวิธปี ้องกนั การเจบ็ ปว่ ย

เจ็บป่วย การบาดเจบ็ ท่ีอาจเกิดขน้ึ - ตาแดง ทอ้ งเสยี ฯลฯ

 อาการและวธิ ปี อ้ งกันการบาดเจ็บ

- ถกู ของมีคม แมลงสตั วก์ ัดตอ่ ย หกล้ม ฯลฯ

๕. ปฏบิ ัติตามคำแนะนำเมือ่ มีอาการ  วธิ ปี ฏิบัตติ นเมอ่ื เจบ็ ปว่ ยและบาดเจบ็

เจบ็ ป่วยและบาดเจ็บ

ป. ๓ ๑. อธบิ ายการติดต่อและวิธีการ  การตดิ ตอ่ และวิธกี ารปอ้ งกันการ

ป้องกันการแพรก่ ระจายของโรค แพรก่ ระจายของโรค

๒. จำแนกอาหารหลกั ๕ หมู่  อาหารหลกั ๕ หมู่

๓. เลือกกินอาหารที่หลากหลายครบ  การเลอื กกินอาหารทีเ่ หมาะสม

๕ หมู่ ในสดั สว่ นท่เี หมาะสม - ความหลากหลายของชนดิ อาหารในแต่ละหมู่

- สดั สว่ นและปรมิ าณของอาหาร (ตามธง

โภชนาการ)

๔. แสดงการแปรงฟนั ใหส้ ะอาดอยา่ ง  การแปรงฟันให้สะอาดอย่างถูกวธิ ี

ถกู วิธี (ครอบคลมุ บรเิ วณขอบเหงือกและคอฟัน)

๕. สร้างเสรมิ สมรรถภาพทางกายได้  การสรา้ งเสริมสมรรถภาพทางกายเพ่ือ

ตามคำแนะนำ สุขภาพ

๒๔

ชน้ั ตวั ชว้ี ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

- วธิ ีการทดสอบสมรรถภาพทางกาย

- วิธีการสรา้ งเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ

โดยการออกกำลังกาย การพักผ่อน และ

กิจกรรมนันทนาการ

ป. ๔ ๑. อธิบายความสัมพนั ธร์ ะหวา่ ง  ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสงิ่ แวดล้อมกับสุขภาพ

สง่ิ แวดลอ้ มกับสุขภาพ  การจดั สง่ิ แวดล้อมที่ถกู สุขลักษณะและ

เออื้ ต่อสขุ ภาพ

๒. อธบิ ายสภาวะอารมณ์ ความร้สู ึก  สภาวะอารมณแ์ ละความรู้สึก เช่นโกรธ

ที่มีผลตอ่ สขุ ภาพ หงดุ หงดิ เครียด เกลยี ด เสยี ใจ เศร้าใจ

วติ กกงั วล กลวั กา้ วรา้ ว อจิ ฉา รษิ ยา เบื่อ

หน่าย ท้อแท้ ดใี จ ชอบใจ รัก ชื่นชม สนกุ

สขุ สบาย

 ผลทม่ี ตี อ่ สขุ ภาพ

ทางบวก : สดช่ืน ยิม้ แยม้ แจม่ ใส รา่ เริง ฯลฯ

ทางลบ : ปวดศีรษะ ปวดท้อง เบอื่ อาหาร

ออ่ นเพลีย ฯลฯ

๓. วิเคราะห์ข้อมลู บนฉลากอาหารและ  การวิเคราะห์ข้อมลู บนฉลากอาหารและ

ผลติ ภัณฑ์สุขภาพ เพ่ือการเลือกบรโิ ภค ผลิตภัณฑ์สุขภาพ

๔. ทดสอบและปรับปรงุ สมรรถภาพ  การทดสอบสมรรถภาพทางกาย

ทางกายตามผลการตรวจสอบ  การปรบั ปรุงสมรรถภาพทางกายตามผลการ

สมรรถภาพทางกาย ทดสอบสมรรถภาพทางกาย

ป. ๕ ๑. แสดงพฤติกรรมทเี่ หน็ ความสำคญั  ความสำคญั ของการปฏิบตั ิตนตามสขุ บัญญตั ิ

ของการปฏบิ ตั ิตนตามสุขบญั ญตั ิ แหง่ ชาติ

แหง่ ชาติ

๒. ค้นหาข้อมูลขา่ วสารเพ่ือใชส้ ร้าง  แหลง่ และวิธีค้นหาขอ้ มูลข่าวสารทาง

เสริมสุขภาพ สขุ ภาพ

 การใช้ขอ้ มูลข่าวสารในการสร้างเสรมิ

สุขภาพ

๓. วเิ คราะหส์ ือ่ โฆษณาในการ  การตัดสนิ ใจเลือกซ้ืออาหารและผลติ ภัณฑ์

ตัดสนิ ใจเลือกซื้ออาหาร และผลติ ภณั ฑ์ สุขภาพ (อาหาร เครื่องสำอาง ผลติ ภณั ฑด์ แู ล

สุขภาพอย่างมีเหตผุ ล สขุ ภาพในช่องปาก ฯลฯ)

๔. ปฏิบัติตนในการป้องกนั โรคที่พบ การปฏิบัตติ นในการป้องกนั โรคที่พบบ่อยใน

บ่อยในชวี ติ ประจำวนั ชวี ิตประจำวัน

- ไข้หวัด

- ไขเ้ ลอื ดออก

- โรคผิวหนงั

- ฟันผแุ ละโรคปริทนั ต์ ฯลฯ

๒๕

ชน้ั ตัวช้ีวัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง

๕. ทดสอบและปรบั ปรงุ สมรรถภาพ  การทดสอบสมรรถภาพทางกาย

ทางกายตามผลการทดสอบ  การปรบั ปรุงสมรรถภาพทางกายตามผลการ

สมรรถภาพทางกาย ทดสอบสมรรถภาพทางกาย

ป. ๖ ๑. แสดงพฤติกรรมในการป้องกัน  ความสำคัญของส่งิ แวดล้อมที่มผี ลต่อ

และแก้ไขปัญหาส่งิ แวดลอ้ มท่ีมผี ลตอ่ สุขภาพ

สขุ ภาพ  ปัญหาของสง่ิ แวดล้อมที่มีผลตอ่ สขุ ภาพ

 การปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาส่งิ แวดล้อมท่ีมี

ผลต่อสขุ ภาพ

๒. วิเคราะห์ผลกระทบท่ีเกิดจากการ  โรคตดิ ตอ่ สำคญั ทีร่ ะบาดในปัจจบุ ัน

ระบาดของโรคและเสนอแนวทางการ  ผลกระทบทเี่ กดิ จากการระบาดของโรค
ป้องกันโรคติดต่อสำคัญที่พบใน
 การป้องกันการระบาดของโรค
ประเทศไทย

๓. แสดงพฤติกรรมที่บง่ บอกถึง  พฤตกิ รรมทีแ่ สดงออกถึงความรับผิดชอบต่อ

ความรบั ผิดชอบต่อสขุ ภาพของส่วนรวม สขุ ภาพของสว่ นรวม

๔. สรา้ งเสรมิ และปรับปรงุ  วิธที ดสอบสมรรถภาพทางกาย

สมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพอยา่ ง  การสรา้ งเสริมและปรบั ปรุงสมรรถภาพทาง
ต่อเนื่อง
กายตามผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย

ม. ๑ ๑. เลอื กกนิ อาหารที่เหมาะสมกบั วัย  หลกั การเลอื กอาหารทเ่ี หมาะสมกับวยั

๒. วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดจากการ  ปัญหาที่เกิดจากภาวะโภชนาการ

ภาวะโภชนาการท่ีมผี ลกระทบต่อ - ภาวะการขาดสารอาหาร

สขุ ภาพ - ภาวะโภชนาการเกนิ

๓. ควบคุมน้ำหนักของตนเองให้อยู่  เกณฑม์ าตรฐานการเจริญเติบโตของเด็กไทย

ในเกณฑม์ าตรฐาน  วิธีการควบคุมนำ้ หนกั ของตนเองให้อยใู่ น

เกณฑ์มาตรฐาน

๔. การสร้างเสริมและปรับปรุง  วธิ ที ดสอบสมรรถภาพทางกาย

สมรรถภาพทางกายตามผลการ  วธิ ีสร้างเสรมิ และปรบั ปรงุ สมรรถภาพ ทาง

ทดสอบ กายตามผลการทดสอบ

ม. ๒ ๑. เลือกใช้บรกิ ารทางสขุ ภาพอย่างมี  การเลอื กใช้บริการทางสุขภาพ

เหตุผล

๒. วิเคราะหผ์ ลของการใชเ้ ทคโนโลยี  ผลกระทบของเทคโนโลยี ทมี่ ีตอ่ สุขภาพ

ที่มีต่อสุขภาพ

๓. วเิ คราะห์ความเจริญก้าวหนา้  ความเจรญิ กา้ วหนา้ ทางการแพทย์ทีม่ ีผลตอ่

ทางการแพทย์ท่ีมผี ลต่อสุขภาพ สขุ ภาพ

๔. วิเคราะหค์ วามสมั พนั ธ์ของภาวะ  ความสมดลุ ระหวา่ งสุขภาพกายและ

สมดลุ ระหว่างสุขภาพกายและ สขุ ภาพจิต

สขุ ภาพจิต

๕. อธิบายลักษณะอาการเบ้อื งต้น  ความสมดลุ ระหว่างสุขภาพกายและ

ของผมู้ ีปัญหาสขุ ภาพจติ สุขภาพจิต

๒๖

ชัน้ ตวั ชวี้ ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

๖. เสนอแนะวธิ ีปฏบิ ัตติ นเพื่อจัดการ  วิธีปฏิบตั ติ นเพ่อื จดั การกับอารมณ์และ

กบั อารมณแ์ ละความเครียด ความเครยี ด

๗. พัฒนาสมรรถภาพทางกายตนเอง  เกณฑส์ มรรถภาพทางกาย

ใหเ้ ป็นไปตามเกณฑ์ท่ีกำหนด  การพฒั นาสมรรถภาพทางกาย

ม. ๓ ๑. กำหนดรายการอาหารที่เหมาะสม  การกำหนดรายการอาหารทีเ่ หมาะสมกับวยั

กับวัยต่าง ๆ โดยคำนึงถึงความ ต่าง ๆ

ประหยัดและคุณค่าทางโภชนาการ  วยั ทารก วยั เดก็ (วัยกอ่ นเรยี น วยั เรยี น)

วัยรนุ่ วยั ผู้ใหญ่ วยั สงู อายุ โดยคำนึงถงึ ความ

ประหยดั และคุณคา่ ทางโภชนาการ

๒. เสนอแนวทางป้องกนั โรคที่เป็น  โรคที่เปน็ สาเหตุสำคญั ของการเจบ็ ป่วยและ

สาเหตสุ ำคญั ของการเจ็บป่วยและการ การตายของคนไทย

ตายของคนไทย โรคตดิ ตอ่ เชน่

- โรคทเี่ กดิ จากการมีเพศสัมพนั ธ์

- โรคเอดส์

- โรคไข้หวัดนก

ฯลฯ

โรคไม่ตดิ ต่อ เชน่

- โรคหวั ใจ

- โรคความดนั โลหติ สงู

- เบาหวาน

- มะเร็ง

ฯลฯ

๓. รวบรวมข้อมลู และเสนอแนวทาง  ปญั หาสุขภาพในชุมชน

แกไ้ ขปัญหาสุขภาพในชมุ ชน  แนวทางแก้ไขปัญหาสุขภาพในชุมชน

๔. วางแผนและจัดเวลาในการออก  การวางแผนและจดั เวลาในการ

กำลังกาย การพกั ผ่อนและการสร้าง ออกกำลังกาย การพักผ่อน และการสร้างเสรมิ

เสริมสมรรถภาพทางกาย สมรรถภาพทางกาย

๕. ทดสอบสมรรถภาพทางกาย  การทดสอบสมรรถภาพทางกายแบบตา่ ง ๆ

และพัฒนาได้ตามความแตกต่างระหวา่ ง และการพัฒนาสมรรถภาพเพ่ือสุขภาพ

บุคคล

ม.๔– ม.๖ ๑. วิเคราะห์บทบาทและความ  บทบาทและความรบั ผดิ ชอบของบุคคล

รับผิดชอบของบคุ คลที่มตี ่อการสร้างเสริม ท่ีมีต่อการสร้างเสรมิ สุขภาพและการป้องกนั โรค

สุขภาพและการป้องกันโรคในชมุ ชน ในชมุ ชน

๒. วิเคราะห์ อิทธิพลของสือ่ โฆษณา  อทิ ธิพลของส่ือโฆษณาเก่ียวกับสุขภาพ

เก่ียวกับสุขภาพเพ่ือการเลือกบริโภค  แนวทางการเลอื กบรโิ ภคอยา่ งฉลาดและ

ปลอดภยั

๓. ปฏิบัติตนตามสิทธิของผู้บริโภค  สิทธิพ้ืนฐานของผ้บู รโิ ภคและกฎหมายท่ี

เกยี่ วข้องกับการค้มุ ครองผ้บู ริโภค

๒๗

ชั้น ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

๔. วิเคราะหส์ าเหตุและเสนอแนว  สาเหตขุ องการเจ็บป่วยและการตายของคนไทย

ทางการป้องกนั การเจบ็ ปว่ ยและการ เชน่ โรคจากการประกอบอาชีพ โรคทาง

ตายของคนไทย พันธุกรรม

 แนวทางการปอ้ งกนั การเจบ็ ปว่ ย

๕. วางแผนและปฏิบตั ติ ามแผน  การวางแผนการพฒั นาสุขภาพของตนเอง

การพัฒนาสุขภาพของตนเองและ ครอบครัว

ครอบครัว

๖. มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและ  การมีสว่ นรว่ มในการส่งเสรมิ และพฒั นา

พฒั นาสขุ ภาพของบุคคลในชุมชน สุขภาพของบุคคลในชุมชน

๗. วางแผนและปฏบิ ตั ติ ามแผน  การวางแผนพัฒนาสมรรถภาพทางกาย

การพัฒนาสมรรถภาพกายและ และสมรรถภาพกลไก

สมรรถภาพกลไก

สาระท่ี ๕ ความปลอดภยั ในชวี ติ

มาตรฐาน พ ๕.๑ ปอ้ งกนั และหลีกเล่ียงปัจจัยเสยี่ ง พฤติกรรมเส่ียงต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ การใช้ยา สารเสพตดิ

และความรุนแรง

ช้ัน ตวั ชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ป. ๑ ๑. ระบุส่งิ ท่ีทำใหเ้ กดิ อนั ตราย  ส่ิงทท่ี ำใหเ้ กิดอนั ตรายภายในบา้ นและ

ที่บ้าน โรงเรยี น และการป้องกนั โรงเรยี น

 การป้องกนั อันตรายภายในบ้านและ

โรงเรยี น

๒. บอกสาเหตแุ ละการป้องกัน  อันตรายจากการเลน่

อนั ตรายทเ่ี กิดจากการเล่น - สาเหตทุ ท่ี ำให้เกิดอันตรายจากการเลน่

- การปอ้ งกนั อนั ตรายจากการเล่น

๓. แสดงคำพูดหรือทา่ ทางขอความ  การขอความชว่ ยเหลอื เมอื่ เกดิ เหตรุ ้ายท่ีบา้ น

ช่วยเหลอื จากผอู้ นื่ เม่ือเกิดเหตรุ ้ายที่ และโรงเรียน

บ้านและโรงเรยี น - บุคคลทคี่ วรขอความชว่ ยเหลือ

- คำพดู และทา่ ทางการขอความช่วยเหลอื

ป. ๒ ๑. ปฏิบัติตนในการป้องกนั อบุ ตั ิเหตุ  อบุ ัติเหตทุ างนำ้ และทางบก

ทอ่ี าจเกิดขึน้ ทางนำ้ และทางบก - สาเหตขุ องอบุ ัติเหตทุ างนำ้ และทางบก

- วธิ ีการป้องกันอบุ ตั ิเหตทุ างนำ้ และทางบก

๒. บอกชื่อยาสามญั ประจำบ้าน  ยาสามัญประจำบ้าน

และใชย้ าตามคำแนะนำ - ชอ่ื ยาสามัญประจำบา้ น

- การใชย้ าตามความจำเปน็ และลกั ษณะอาการ

๓. ระบโุ ทษของสารเสพติด สาร  สารเสพตดิ และสารอันตรายใกล้ตัว

อนั ตรายใกลต้ ัวและวิธกี ารปอ้ งกนั - โทษของสารเสพติด และสารอนั ตรายใกล้ตวั

- วธิ ีปอ้ งกนั

๒๘

ชัน้ ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

๔. ปฏิบัตติ นตามสญั ลักษณ์และป้าย  สญั ลักษณแ์ ละป้ายเตือนของสิ่งของหรอื

เตือนของสิ่งของหรือสถานที่ทเี่ ป็น สถานท่ีทเ่ี ป็นอนั ตราย

อันตราย - ความหมายของสัญลกั ษณ์และป้ายเตือน

๕. อธิบายสาเหตุ อนั ตราย วธิ ี  อัคคีภยั

ปอ้ งกนั อคั คีภยั และแสดงการหนีไฟ - สาเหตขุ องการเกดิ อัคคีภัย

- อันตรายซ่งึ ไดร้ บั จากการเกิดอัคคภี ัย

- การป้องกันอัคคภี ัย และการหนีไฟ

ป. ๓ ๑. ปฏิบัติตนเพ่อื ความปลอดภัยจาก  วธิ ีปฏบิ ตั ติ นเพอื่ ความปลอดภยั จากอุบัติเหตุ

อบุ ตั ิเหตุในบา้ น โรงเรยี น และการ ในบ้าน โรงเรยี นและการเดนิ ทาง

เดินทาง

๒. แสดงวิธีขอความชว่ ยเหลือจาก  การขอความช่วยเหลอื จากบคุ คลและแหล่ง

บคุ คลและแหลง่ ต่าง ๆ เม่ือเกดิ ตา่ งๆ เม่ือเกิดเหตรุ ้ายหรืออุบตั เิ หตุ

เหตรุ ้าย หรืออุบัติเหตุ

๓. แสดงวธิ ีปฐมพยาบาล เมอื่  การบาดเจบ็ จากการเลน่

บาดเจ็บจากการเลน่ - ลักษณะของการบาดเจบ็

- วธิ ปี ฐมพยาบาล (บาดเจ็บ หา้ มเลือด ฯลฯ)

ป. ๔ ๑. อธบิ ายความสำคัญของการใช้ยา  ความสำคญั ของการใช้ยา

และใช้ยาอยา่ งถูกวธิ ี  หลักการใช้ยา

๒. แสดงวธิ ีปฐมพยาบาลเม่ือไดร้ ับ  วิธีปฐมพยาบาล

อันตรายจากการใชย้ าผดิ สารเคมี - การใช้ยาผิด

แมลงสตั วก์ ดั ต่อย และการบาดเจบ็ - สารเคมี

จากการเล่นกีฬา - แมลงสัตว์กัดตอ่ ย

- การบาดเจ็บจากการเลน่ กีฬา

๓. วิเคราะห์ผลเสียของการสูบบุหร่ี  ผลเสยี ของการสบู บหุ รี่ การดม่ื สรุ า และ

และการด่ืมสรุ า ที่มีต่อสุขภาพและการ การปอ้ งกนั

ปอ้ งกนั

ป. ๕ ๑. วิเคราะห์ปจั จัยทมี่ ีอิทธิพลต่อการ  ปจั จยั ทมี่ ีอทิ ธพิ ลต่อการใช้สารเสพตดิ (สุรา

ใช้สารเสพติด บุหร่ี ยาบา้ สารระเหย ฯลฯ)

- ครอบครวั สังคม เพื่อน

- ค่านิยม ความเชอื่

- ปญั หาสุขภาพ

- ส่อื ฯลฯ

๒. วเิ คราะห์ผลกระทบของการใชย้ า  ผลกระทบของการใช้ยา และสารเสพติดที่มี

และสารเสพตดิ ที่มีผลตอ่ รา่ งกาย ตอ่ รา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ สังคม และ

จติ ใจ อารมณ์ สังคม และสตปิ ัญญา สตปิ ัญญา

๓. ปฏบิ ตั ติ นเพอ่ื ความปลอดภยั จาก  การปฏบิ ตั ิตนเพ่ือความปลอดภยั จาก

การใช้ยาและหลีกเลี่ยงสารเสพตดิ การใชย้ า

 การหลกี เลยี่ งสารเสพติด

๒๙

ชัน้ ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

๔. วิเคราะห์อิทธพิ ลของสือ่ ที่มีต่อ  อิทธิพลของสื่อที่มีต่อพฤติกรรม สุขภาพ

พฤติกรรมสขุ ภาพ (อนิ เทอร์เน็ต เกม ฯลฯ)

๕. ปฏิบตั ติ นเพอ่ื ป้องกนั อันตราย  การปฏบิ ัตเิ พื่อป้องกันอันตรายจากการ

จากการเลน่ กีฬา เล่นกฬี า

ป. ๖ ๑. วิเคราะห์ผลกระทบจากความ  ภยั ธรรมชาติ

รุนแรงของภัยธรรมชาติทีม่ ีต่อรา่ งกาย - ลกั ษณะของภยั ธรรมชาติ

จติ ใจ และสังคม - ผลกระทบจากความรนุ แรงของภัยธรรมชาติ

ทีม่ ตี ่อร่างกาย จิตใจ และสังคม

๒. ระบุวิธีปฏิบตั ติ น เพื่อความ  การปฏบิ ตั ิตนเพ่อื ความปลอดภยั จากภยั

ปลอดภัยจากธรรมชาติ ธรรมชาติ

๓. วเิ คราะห์สาเหตุของการตดิ สารเสพติด  สาเหตุของการติดสารเสพตดิ

และชกั ชวนใหผ้ อู้ ื่นหลีกเล่ยี งสารเสพตดิ  ทกั ษะการสอ่ื สารให้ผ้อู ่ืนหลกี เลย่ี งสารเสพตดิ

ม. ๑ ๑. แสดงวธิ ปี ฐมพยาบาลและ  การปฐมพยาบาลและเคล่ือนย้ายผู้ป่วยอยา่ ง

เคลอื่ นย้ายผ้ปู ว่ ยอย่างปลอดภัย ปลอดภยั

- เป็นลม - บาดแผล

- ไฟไหม้ - กระดูกหัก

- น้ำร้อนลวก ฯลฯ

๒. อธิบายลักษณะอาการของผตู้ ิด  ลักษณะของผ้ตู ดิ สารเสพติด

สารเสพติดและการป้องกนั การตดิ สาร  อาการของผู้ติดสารเสพตดิ
เสพติด  การป้องกันการติดสารเสพติด

๓. อธิบายความสัมพนั ธข์ องการใช้  ความสมั พันธ์ของการใช้สารเสพติดกบั การ

สารเสพตดิ กับการเกดิ โรคและอบุ ัตเิ หตุ เกิดโรค และอุบัติเหตุ

๔. แสดงวธิ กี ารชักชวนผู้อน่ื ใหล้ ด  ทักษะทใี่ ชใ้ นการชกั ชวนผู้อื่นใหล้ ด ละ

ละ เลิกสารเสพตดิ โดยใชท้ กั ษะ เลกิ สารเสพติด

ต่าง ๆ - ทักษะการคดิ วิเคราะห์

- ทกั ษะการสือ่ สาร

- ทกั ษะการตัดสนิ ใจ

- ทกั ษะการแก้ปญั หา ฯลฯ

ม. ๒ ๑. ระบุวิธีการ ปจั จัยและแหล่งท่ี  วธิ กี าร ปัจจัยและแหล่งทีช่ ่วยเหลือ ฟ้นื ฟู

ช่วยเหลอื ฟื้นฟผู ้ตู ิดสารเสพติด ผู้ตดิ สารเสพตดิ

๒. อธิบายวิธีการหลกี เลยี่ งพฤตกิ รรม  การหลกี เลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงและ

เสย่ี งและสถานการณ์เสี่ยง สถานการณ์เสย่ี ง

- การมว่ั สุม

- การทะเลาะววิ าท

- การเข้าไปในแหลง่ อบายมุข

- การแขง่ จักรยานยนต์บนท้องถนน

ฯลฯ

๓๐

ช้นั ตัวช้วี ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ม. ๓ ๓. ใชท้ กั ษะชีวิตในการป้องกันตนเอง  ทกั ษะชีวิตในการปอ้ งกันตนเอง (ทักษะ
และหลีกเล่ียงสถานการณ์คบั ขนั ที่อาจ ปฏิเสธ ทกั ษะการต่อรอง ฯลฯ) และหลีกเลยี่ ง
ม.๔–ม.๖ นำไปสอู่ นั ตราย สถานการณ์คบั ขนั ทอ่ี าจนำไปสู่อันตราย
๑. วเิ คราะหป์ จั จัยเส่ยี ง และ  ปจั จัยเสีย่ ง และพฤตกิ รรมเสยี่ งต่อ
พฤติกรรมเสีย่ งที่มีผลต่อสขุ ภาพและ สุขภาพ
แนวทางป้องกนั  แนวทางการปอ้ งกนั ความเสย่ี งตอ่ สขุ ภาพ
๒. หลกี เลยี่ งการใช้ความรนุ แรงและ  ปญั หาและผลกระทบจากการใชค้ วาม
ชักชวนเพื่อนให้หลกี เล่ยี งการใชค้ วาม รนุ แรง
รุนแรงในการแก้ปญั หา  วิธหี ลกี เลยี่ งการใชค้ วามรนุ แรง
๓. วิเคราะหอ์ ิทธิพลของสอื่ ต่อ  อิทธิพลของสื่อต่อพฤติกรรมสขุ ภาพและ
พฤติกรรมสขุ ภาพและความรุนแรง ความรนุ แรง (คลิปวิดโี อ การทะเลาะววิ าท
อนิ เทอรเ์ น็ต เกม ฯลฯ)
๔. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของการดืม่  ความสัมพันธ์ของการด่มื เคร่ืองด่ืมท่ีมี
เครอื่ งด่ืมทีม่ ีแอลกอฮอลต์ ่อสุขภาพ แอลกอฮอล์ตอ่ สุขภาพและการเกิดอบุ ัตเิ หตุ
และการเกดิ อุบตั ิเหตุ
๕. แสดงวิธกี ารช่วยฟ้ืนคนื ชีพอย่าง  วธิ กี ารช่วยฟืน้ คืนชีพ
ถูกวิธี
๑. มสี ่วนรว่ มในการปอ้ งกนั ความ  การจดั กจิ กรรมป้องกนั ความเส่ียงตอ่ การ
เสี่ยงตอ่ การใช้ยา การใช้สารเสพตดิ ใช้ยา สารเสพตดิ และความรนุ แรง
และความรนุ แรง เพอ่ื สุขภาพของ
ตนเอง ครอบครวั และสังคม  การวิเคราะหผ์ ลกระทบทีเ่ กดิ จากการ
๒. วิเคราะหผ์ ลกระทบทเ่ี กดิ จากการ ครอบครอง การใชแ้ ละการจำหน่ายสารเสพติด
ครอบครอง การใชแ้ ละการจำหนา่ ย (ตนเอง ครอบครวั เศรษฐกิจ สังคม)
สารเสพติด  โทษทางกฎหมายทีเ่ กดิ จากการครอบครอง
การใชแ้ ละการจำหน่ายสารเสพติด
๓. วเิ คราะห์ปจั จยั ท่ีมผี ลต่อสขุ ภาพ  ปัจจยั ที่มีผลตอ่ สุขภาพของคนไทยและ
หรอื ความรุนแรงของคนไทยและเสนอ เสนอแนวทางป้องกัน
แนวทางปอ้ งกัน
๔. วางแผน กำหนดแนวทางลด  การวางแผน กำหนดแนวทางลดอบุ ัตเิ หตุ
อุบัตเิ หตุ และสรา้ งเสรมิ ความปลอดภยั และสร้างเสริมความปลอดภยั ในชมุ ชน
ในชุมชน
๕. มสี ว่ นรว่ มในการสร้างเสริมความ  กิจกรรมการสรา้ งเสรมิ ความปลอดภยั
ปลอดภยั ในชมุ ชน ในชุมชน
๖. ใชท้ ักษะการตัดสินใจแกป้ ัญหาใน  ทกั ษะการตัดสินใจแก้ปญั หาในสถานการณ์
สถานการณ์ทีเ่ สี่ยงต่อสุขภาพและ ทเ่ี สี่ยงตอ่ สขุ ภาพ
ความรนุ แรง
๗. แสดงวิธกี ารช่วยฟน้ื คนื ชพี อย่าง  วธิ กี ารช่วยฟ้นื คนื ชพี อยา่ งถกู วธิ ี
ถกู วธิ ี

๓๑

ผลการเรียนรทู้ ค่ี าดหวังรายวชิ าเพม่ิ เติมสุขศกึ ษาและพลศึกษา
ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 4 (เพศศึกษา)

1. อธบิ ายพฒั นาการทางเพศของการเปลี่ยนแปลงของวยั รุ่นได้
2. เข้าใจสัมพันธภาพ บทบาท ความรับผดิ ชอบของวยั รุ่นได้
3. มที ักษะการตดั สินใจ การกล้าแสดงออก การแสดงความคดิ เหน็ และความรสู้ ึกของตนเอง

บนพน้ื ฐานของการเคารพในสิทธิของผู้อน่ื ได้
4. ดูแลรักษาสุขภาพทางเพศของตนเองได้
5. มพี ฤติกรรมที่เหมาะสมตอ่ สังคมและวัฒนธรรม
6. รู้จักวธิ ีรกั ษาพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัยและมีความรับผดิ ชอบต่อพฤตกิ รรมของตน

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 (กจิ กรรมเข้าจงั หวะ)
1. รแู้ ละเขา้ ใจรูปแบบวธิ กี ารร่วมเล่นกิจกรรมเข้าจงั หวะได้ตามหลกั สากล
2. แสดงทักษะการเคลอื่ นไหวอยกู่ ับท่ีและการเคลือ่ นไหวเคลื่อนที่ได้ถูกวธิ ี
3. แสดงทกั ษะการเคล่ือนไหวรา่ งกายทา่ ทางแปรขบวนได้อย่างเหมาะสม
4. รู้และเขา้ ใจจังหวะทิศทางการเดินการเคลอื่ นไหวลลี าศเบือ้ งต้นไดถ้ ูกหลกั วธิ ี
5. แสดงทักษะการเตน้ ลลี าศการจบั ค่กู ารหมุน การเดินได้ตามหลักวธิ ี
6. รู้และเขา้ ใจประวตั ิกฎกตกิ าการเล่น การแสดงการเตรียมตวั ออกลีลาศ ได้ตามหลักสากล

๓๒

โครงสรา้ งเวลาเรยี นกลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา

ระดบั ชั้น รหัสวชิ า วิชา เวลาเรยี น/ช่ัวโมง รวม
รายวชิ าพน้ื ฐาน รายวชิ าเพม่ิ เติม 40
ป.๑ พ 11101 สขุ ศึกษาและพลศึกษา 40
40 - 40
ป.๒ พ 1๒101 สุขศึกษาและพลศึกษา 40 - ๘0
40 - ๘0
ป.๓ พ 1๓101 สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๘0 - ๘0
๘0 - ๓๖๐
ป.๔ พ 1๔101 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๘0 -
๓๖๐ - ๘0
ป.๕ พ 1๕101 สุขศึกษาและพลศึกษา 20 -
20 - ๘0
ป.๖ พ 1๖101 สุขศกึ ษาและพลศึกษา 20 -
20 - ๘0
รวม 20 -
20 - ๒๔๐
พ 21101 สุขศกึ ษา 20 -
20 - ๘0
ม.๑ พ 2110๒ สุขศึกษา 20 -
พ 21103 พลศึกษา (เทเบิลเทนนิส) 20 - ๔0
20 -
พ 21104 พลศึกษา (เซปักตะกร้อ) 20 - ๑๒0
๒๔๐ -
พ 2๒101 สุขศึกษา 20 - ๒๔๐
20 -
ม.๒ พ 2๒10๒ สุขศกึ ษา - 20
พ 2๒103 พลศกึ ษา (วอลเลย์บอล) - 20
20 -
พ 2๒104 พลศกึ ษา (วอลเลย์บอล) 20 -
20 -
พ 2๓101 สขุ ศกึ ษา 20 -
- ๔0
ม.๓ พ 2๓10๒ สุขศึกษา - ๔0
พ 2๓103 พลศึกษา (แบดมินตัน) ๑20 ๑20

พ 2๓104 พลศกึ ษา (เซปักตะกร้อ)

รวม

พ 31101 สขุ ศกึ ษา

ม.๔ พ 31102 พลศกึ ษา (ฟตุ ซอล)
พ 31203 เพศศึกษา

พ 3120๔ เพศศึกษา

ม.๕ พ 3๒101 สขุ ศึกษา
พ 3๒102 พลศึกษา (แบดมนิ ตัน)

พ ๓๓101 สขุ ศึกษา

ม.๖ พ ๓๓10๒ พลศึกษา (เซปักตะกร้อ)
พ ๓๓๒0๑ กจิ กรรมเข้าจังหวะ

พ ๓๓๒0๒ ลีลาศ

รวม

๓๓

โครงสรา้ งรายวชิ ากลุ่มสาระการเรียนรสู้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา

วิชาพ้นื ฐาน ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 – 6 จำนวน 40 ชวั่ โมง 1 หน่วยกิต
พ 11101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา จำนวน 40 ชว่ั โมง 1 หนว่ ยกติ
พ 12101 สขุ ศึกษาและพลศึกษา จำนวน 40 ช่ัวโมง 1 หนว่ ยกิต
พ 13101 สุขศึกษาและพลศึกษา จำนวน 80 ช่วั โมง 2 หนว่ ยกิต
พ 14101 สุขศึกษาและพลศึกษา จำนวน 80 ช่วั โมง 2 หน่วยกติ
พ 15101 สุขศึกษาและพลศกึ ษา จำนวน 80 ชว่ั โมง 2 หนว่ ยกิต
พ 16101 สขุ ศึกษาและพลศึกษา

วชิ าพืน้ ฐาน ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น

ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 สุขศึกษา จำนวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกิต
ภาคเรียนที่ 1 พลศกึ ษา (เทเบิลเทนนสิ ) จำนวน 20 ชวั่ โมง 0.5 หนว่ ยกิต

พ 21101 สุขศกึ ษา จำนวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกติ
พ 21103 พลศึกษา (เซปักตะกร้อ) จำนวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกติ
ภาคเรียนท่ี 2
พ 21102 สุขศกึ ษา จำนวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกิต
พ 21104 พลศึกษา (วอลเลยบ์ อล) จำนวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกิต
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2
ภาคเรยี นท่ี 1 สขุ ศกึ ษา จำนวน 20 ชวั่ โมง 0.5 หน่วยกิต
พ 22101 พลศกึ ษา (วอลเลย์บอล) จำนวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกิต
พ 22103
ภาคเรยี นท่ี 2 สุขศึกษา จำนวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกติ
พ 22102 พลศึกษา (แบดมินตนั ) จำนวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกิต
พ 22104
ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 3 สุขศกึ ษา จำนวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกิต
ภาคเรียนที่ 1 พลศกึ ษา (เซปักตะกร้อ) จำนวน 20 ชวั่ โมง 0.5 หน่วยกิต
พ 23101
พ 23103
ภาคเรียนที่ 2
พ 23102
พ 23104

วิชาพ้นื ฐาน ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๓๔

ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 4 0.5 หน่วยกิต
0.5 หน่วยกิต
พ 31101 สขุ ศกึ ษา จำนวน 20 ชว่ั โมง
0.5 หนว่ ยกิต
พ 31102 พลศึกษา (ฟุตซอล) จำนวน 20 ชวั่ โมง 0.5 หนว่ ยกติ

ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 5 0.5 หนว่ ยกติ
0.5 หน่วยกติ
พ 32101 สุขศกึ ษา จำนวน 20 ชว่ั โมง
0.5 หน่วยกติ
พ 32102 พลศกึ ษา (แบดมินตัน) จำนวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกติ

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 1.0 หนว่ ยกิต
1.0 หน่วยกติ
พ 33101 สุขศึกษา จำนวน 20 ชวั่ โมง

พ 33102 พลศึกษา (เซปักตะกรอ้ ) จำนวน 20 ชว่ั โมง

รายวิชาเพ่ิมเติม

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4

พ 31203 เพศศึกษา จำนวน 20 ชวั่ โมง

พ 31204 เพศศึกษา จำนวน 20 ชว่ั โมง

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 6

พ 33201 กจิ กรรมเข้าจังหวะ จำนวน 40 ชว่ั โมง

พ 33202 ลีลาศ จำนวน 40 ชวั่ โมง

๓๕

รหสั วิชา พ1101 คำอธบิ ายรายวิชาสุขศึกษาและพลศกึ ษา
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 1
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศึกษาและวิเคราะห์ อธิบายลักษณะและหน้าที่ของอวัยวะภายนอก เรื่อง ตา หู จมูก ผม มือ เท้า เล็บ
และผิวหนัง อวัยวะในช่องปาก เรื่อง ปาก ลิ้น ฟัน และเหงือก รวมถึงอธิบายวิธีการดูแลรักษา การ
เปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์และพัฒนาการทางเพศมี ทักษะปฏิเสธเพื่อป้องกันการถูกละเมิดทาง
เพศ การปฏิบัติตนตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติ ลักษณะอาการเจ็บป่วยและวิธี การปฏิบัติตนเมื่อเกิดอาการ
เจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับตนเอง การป้องกันอันตรายภายในบ้านและโรงเรียนการป้องกันอันตรายจากการเล่น
รวมถึงการขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุร้ายที่บ้าน และโรงเรียน ปฏิบัติการเคลื่อนไหวร่างกายขณะอยู่กับที่
เคลื่อนไหวและการใช้อุปกรณ์ประกอบในการเล่นเกมเบ็ดเตล็ด ฝึกวิธีการสร้างความสัมพันธ์ในลักษณะการน่ัง
ยืน ก้มเงย เอียงซ้ายและขวา ข้อมือ ข้อเท้า แขน ขา รวมถึงการเดิน วิ่ง กระโดด กลิ้งตัว เพื่อให้มีทักษะ
เบื้องต้นของการเล่นกีฬา มีความคล่องตัวว่องไว มีทักษะประสาทสัมพันธ์ที่ดี รักการออกกำลังกาย มีวินัย
เคารพสิทธิ กฎ กตกิ า ขอ้ ตกลงในเล่นเกมเบด็ เตล็ด มีนำ้ ใจเป็นนกั กฬี า มคี วามสนุกสนานเพลิดเพลนิ

โดยใช้การอธิบาย บอก ระบุ การแสดง และปฏิบัติตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติ รวมถึงการปฏิบัติการ
เคลื่อนไหวแบบอยูก่ บั ที่ เคลอื่ นท่แี ละเคลือ่ นไหวแบบประกอบอปุ กรณ์

เพื่อให้ผู้เรียนมีสุขภาพดีทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์และ
สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชวี ิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

ตวั ชว้ี ัด
พ 1.1 ป. 1/1 , ป. 1/2
พ 2.1 ป. 1/1 , ป. 1/2 , ป. 1/3
พ 3.1 ป. 1/1 , ป. 1/2
พ 3.2 ป. 1/1 , ป. 1/2
พ 4.1 ป. 1/1 , ป. 1/2 , ป. 1/3
พ 5.1 ป. 1/1 , ป1/2 , ป. 1/3

รวมท้งั หมด 15 ตัวชี้วัด

๓๖

รหัสวิชา พ12101 คำอธบิ ายรายวชิ าสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 2
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศกึ ษา
เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต

ศึกษาและวิเคราะห์ โครงสร้างลักษณะและหน้าที่ของอวัยวะภายใน เรื่อง สมอง หัวใจ ตับ ไต ปอด
ม้าม กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ วิธีการดูแลรักษา การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์และ
พัฒนาการทางเพศ มีทักษะปฏิเสธเพื่อปอ้ งกันการถูกละเมดิ ทางเพศ การปฏิบัติตนตามหลักสุขบัญญตั ิแห่งชาติ
ลักษณะอาการเจ็บป่วยและวิธีการปฏิบัติตนเมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับตนเอง การป้องกันอันตราย
ภายในบา้ นและโรงเรียน การป้องกนั อนั ตรายจากการเล่น รวมถึงการขอความชว่ ยเหลือเมอ่ื เกิดเหตุร้ายที่บ้าน
และโรงเรียน การเคลื่อนไหวร่างกายขณะอยู่กับที่ เคล่ือนที่และการใช้อุปกรณ์ประกอบในการเล่นเกมเบ็ดเตลด็
สร้างความสัมพันธ์ในลักษณะการนั่ง ยืน ก้มเงย เอียงซ้ายและขวา ข้อมือ ข้อเท้า แขน ขา รวมถึงการเดิน วิ่ง
กระโดด กลิ้งตัว มีทักษะเบื้องตน้ ของการเล่น มีความคล่องตวั วอ่ งไว มีทักษะ ประสาทสัมพันธ์ท่ีดี รักการออก
กำลงั กาย มีวินัย เคารพสทิ ธิ กฎ กตกิ า ขอ้ ตกลงในเลน่ เกมเบ็ดเตล็ด มนี ้ำใจเปน็ นกั กีฬา มีความสนุกสนาน
เพลดิ เพลนิ

โดยใช้การอธิบาย บอก ระบุ การแสดง และปฏิบัติตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติ รวมถึงการปฏิบัติการ
เคลื่อนไหวแบบอยกู่ ับที่ เคลื่อนทแ่ี ละเคล่อื นไหวแบบประกอบอุปกรณ์

เพื่อให้ผู้เรียนมีสุขภาพดีทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์และ
สามารถนำไปประยุกตใ์ ช้กับชวี ิตประจำวนั ไดอ้ ย่างถกู ต้องเหมาะสม

ตัวชีว้ ดั
พ 1.1 ป. 2/1 , ป. 2/2 , ป.2/3
พ 2.1 ป. 2/1 , ป. 2/2 , ป. 2/3 , ป. 2/4
พ 3.1 ป. 2/1 , ป. 2/2
พ 3.2 ป. 2/1 , ป. 2/2
พ 4.1 ป. 2/1 , ป. 2/2 , ป. 2/3 , ป. 2/4 , ป. 2/5
พ 5.1 ป. 2/1 , ป. 2/2 , ป. 2/3 , ป. 2/4 , ป. 2/5

รวมทัง้ หมด 21 ตวั ชวี้ ดั

๓๗

คำอธิบายรายวิชาสุขศกึ ษาและพลศึกษา

รหัสวิชา พ13101 กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนว่ ย
กิต

ศึกษาลักษณะการเจริญเติบโตของร่างกายมนุษย์ เปรียบเทียบตนเองกับเกณฑ์มาตรฐาน วิเคราะห์
ปัจจัยท่มี ผี ลต่อการเจริญเติบโต ความสำคัญและความแตกต่างของครอบครัวที่มตี ่อตนเอง สร้างสัมพนั ธภาพใน
ครอบครัวและกลุ่มเพื่อน หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่นำไปสู่การล่วงละเมิดทางเพศ สามารถการติดต่อและรู้วิธีการ
ป้องกันการแพร่ กระจายของโรค จำแนกอาหารหลัก 5 หมู่ เลือกกินอาหารที่หลากหลายครบ 5 หมู่ใน
สัดส่วนที่เหมาะสม แปรงฟันให้สะอาดอย่างถูกวิธี สร้างเสริมสมรรถภาพทางกายได้ตามคำแนะนำ ปฏิบัติตน
เพื่อความปลอดภัยจากอุบัติเหตุในบ้าน โรงเรียน และการเดินทาง ขอความช่วยเหลือจากบุคคลและแหล่ง
ต่างๆ เมื่อเกิดเหตุร้าย หรืออุบัติเหตุ ปฐมพยาบาล เมื่อบาดเจ็บจากการเล่น มีความรู้ มีทักษะในการ
จัดรูปแบบการเคลื่อนไหวร่างกายแบบผสมผสาน และการปฏิบัติกิจกรรมทางกายทั้งแบบขณะอยู่กับท่ี
เคลื่อนไหวและการใชอ้ ุปกรณ์ประกอบ ในการเล่นยืดหยุ่นขั้นพื้นฐานด้วยการกลิ้ง ม้วนตัว กระโดด ห้อยโหน
หกกบ หกสามเส้า หกศีรษะตั้ง การทรงตัว ความอ่อนตัว ความคล่องตัว เลือกออกกำลังกาย การละเล่น
พื้นเมืองและเล่นเกมที่เหมาะสมกับจุดเด่น จุดด้อยและข้อจำกัดของแต่ละบุคคล - การละเล่นสะบ้าทอย
สะบา้ บ่อน

โดยใช้การอธิบาย บอก ระบุ การแสดง และปฏิบัติตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติ รวมถึงการปฏิบัติการ
เคลื่อนไหวแบบอยูก่ บั ท่ี เคลอ่ื นทแี่ ละเคลอ่ื นไหวแบบประกอบอุปกรณ์

เพื่อให้ผู้เรียนมีสุขภาพดีทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม มีความสามารถในการเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐานได้
อย่างมีขัน้ ตอน ปลอดภัย มีความอดทน มกี ารตัดสินใจ และการทรงตวั ที่ดี มเี จตคติทีด่ ตี ่อการเรียนยืดหยุ่นข้ัน
พื้นฐาน การสร้างเสริมสุขภาพ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกาในการเล่นยืดหยุ่นขั้นพื้นฐานอย่างเคร่งครัด
และการละเล่นพื้นเมือง- การละเล่นสะบ้าทอย สะบ้าบ่อน สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์และ
สามารถนำไปประยุกตใ์ ชก้ บั ชีวิตประจำวันได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม

ตวั ชี้วดั
พ 1.1 ป. 3/1 , ป. 3/2,ป. 3/3
พ 2.1 ป. 3/1 , ป. 3/2 , ป. 3/3
พ 3.1 ป. 3/1 , ป. 3/2
พ 3.2 ป. 3/1 , ป. 3/2
พ 4.1 ป. 3/1 , ป. 3/2 , ป. 3/3 , ป. 3/4 , ป. 3/5
พ 5.1 ป. 3/1 , ป. 3/2 , ป. 3/3

รวมท้ังหมด 18 ตวั ชี้วดั

๓๘

รหัสวิชา พ 14101 คำอธิบายรายวชิ าสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศกึ ษา
เวลา 80 ชว่ั โมง จำนวน 2.0 หนว่ ยกิต

ศึกษา วิเคราะห์ระบบภายในร่างกายเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อที่มีผลต่อสุขภาพ รวมถึงการ
เจริญเตบิ โตและพัฒนาการและมีวธิ ีดูแลกล้ามเนื้อ กระดกู และข้อให้ทำงานอยา่ งมีประสิทธิภาพแล้วยังต้องดูแล
ตนเองและครอบครวั เก่ียวกับคณุ ลกั ษณะของความเป็นเพื่อนและสมาชิกทีด่ ีของครอบครวั พฤตกิ รรมท่เี หมาะสม
กับเพศของตนตามวัฒนธรรมไทย วธิ กี ารปฏเิ สธ การกระทำทเ่ี ป็นอันตรายและไม่เหมาะสมในเรอื่ งเพศ ทักษะ
รวมถึงการเคลอื่ นไหวในลักษณะผสมผสานได้ท้งั แบบอยู่กับท่ี เคล่ือนที่ และใช้อุปกรณป์ ระกอบ กายบริหารท่า
มือเปล่าประกอบจังหวะ เกมเลียนแบบและกิจกรรมแบบผลัด กีฬาพื้นฐานได้อย่างน้อย 1 ชนิด ออกกำลังกาย
เล่นเกม และกฬี าที่ตนเองชอบและมคี วามสามารถในการวเิ คราะหผ์ ลพฒั นาการของตนเองตามตัวอยา่ งและแบบ
ปฏิบัติของผู้อื่น กฎ กติกาการเล่นกีฬาพื้นฐานตามชนิดกฬี าที่เล่น มีการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสิง่ แวดล้อม
กับสุขภาพ สภาวะอารมณ์ ความร้สู ึกท่มี ีผลตอ่ สุขภาพ ข้อมลู บนฉลากอาหารและผลติ ภัณฑส์ ขุ ภาพ เพ่อื การเลือก
บริโภค ดูแลสมรรถภาพทางกายตามผลการตรวจสอบสมรรถภาพทางกาย ความสำคัญของการใช้ยาและใช้ยา
อย่างถูกวิธี วิธีปฐมพยาบาล เมื่อได้รับอันตรายจากการใช้ยาผิด สารเคมี แมลงสัตว์กัดต่อย และการบาดเจ็บ
จากการเล่นกีฬา ผลเสยี ของการสูบบุหรี่ และการดม่ื สรุ า ทม่ี ีต่อสขุ ภาพและการปอ้ งกัน

โดยใช้กระบวนการกลุ่มและการปฏิบัติ รวมถงึ การอธบิ าย การแสดง รวมถึงการปฏิบตั ิการเคล่ือนไหว
แบบอย่กู บั ที่ เคล่อื นทแี่ ละเคล่อื นไหวแบบประกอบอปุ กรณ์

เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ มีวิธีการดูแลสุขภาพร่างกายให้เหมาะสมกับวัยของตนเองทั้งร่างกาย
จิตใจ มีสุขภาพดีทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์และสามารถนำไป
ประยุกต์ใชก้ ับชีวติ ประจำวันได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม
ตัวชวี้ ัด

พ 1.1 ป. 4/1 , ป. 4/2 , 4/3
พ 2.1 ป. 4/1 , ป. 4/2 , ป. 4/3
พ 3.1 ป. 4/1 , ป. 4/2 , ป. 4/3 , ป. 4/4
พ 3.2 ป. 4/1 , ป. 4/2
พ 4.1 ป. 4/1 , ป. 4/2 , ป. 4/3 , ป. 4/4
พ 5.1 ป. 4/1 , ป. 4/2 , ป. 4/3

รวมทง้ั หมด 19 ตวั ช้ีวัด

๓๙

รหสั วิชา พ 15101 คำอธบิ ายรายวิชาสุขศึกษาและพลศกึ ษา
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 5
กล่มุ สาระการเรียนรูส้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
เวลา 80 ช่ัวโมง จำนวน 2.0 หนว่ ยกิต

ศึกษาระบบยอ่ ยอาหาร ระบบขับถา่ ย รวมถงึ วธิ ีการดูแลรกั ษา การเปลยี่ นแปลงทางเพศและการดูแล
ตนเองทถี่ ูกต้อง การวางตนที่เหมาะสมกับเพศตามวฒั นธรรมไทย แก้ปญั หาความขัดแยง้ ในครอบครวั ที่เกิดจาก
พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ปฏิบัติตนตามสุขบัญญัติแห่งชาติ วิเคราะห์อิทธิพลของสื่อที่มีผลต่อสุขภาพ ปฏิบัติ
ตนป้องกันโรคที่เกิดในชีวิตประจำวัน และปฏิบัติตนเพื่อป้องกันอันตรายจากการเล่นกีฬา ปฏิบัติตนเพื่อความ
ปลอดภัยจากการใช้ยาและหลีกเลี่ยงสารเสพติด วิเคราะห์ผลผลกระทบของการใช้ยาและสารเสพที่มีผลต่อ
ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญาทำลายตนเอง ครอบครัว สังคม การปฏิบัติและการหลีกเลี่ยงสา ร
เสพติด และสื่ออินเตอร์เน็ต เกมที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมสุขภาพ วิธีการป้องกันอันตรายจากการเล่นกีฬา
ทักษะในการจัดรูปแบบการเคลื่อนไหวร่างกายแบบผสมผสาน และการปฏิบัติกิจกรรมทางกายทั้งแบบขณะอยู่
กับที่ เคลื่อนไหวและการใช้อุปกรณ์ประกอบใน การเล่นยืดหยุ่นขั้นพ้ืนฐานด้วยการกลิ้ง ม้วนตัว กระโดด
ห้อยโหน หกกบ หกสามเส้า หกศีรษะตั้ง การทรงตัว ความอ่อนตัว ความคล่องตัว เพื่อให้มีความสามารถใน
การเคลื่อนไหวขนั้ พ้ืนฐานได้อย่างมีขน้ั ตอน ปลอดภัย มคี วามอดทน มีการตัดสนิ ใจ และการทรงตัวที่ดี มีเจต
คติที่ดีต่อการเรียนยดื หยุน่ ขั้นพ้ืนฐาน การสร้างเสริมสขุ ภาพ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกาในการเล่นยืดหยุ่น
ขน้ั พื้นฐานอยา่ งเครง่ ครดั

โดยใช้กระบวนการกลุ่มและการปฏิบัติ รวมถงึ การอธบิ าย การแสดง รวมถึงการปฏิบตั ิการเคล่ือนไหว
แบบอยู่กบั ท่ี เคลอื่ นทแี่ ละเคลื่อนไหวแบบประกอบอุปกรณ์

เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ มีวิธีการดูแลสุขภาพร่างกายให้เหมาะสมกับวัยของตนเองทั้งร่างกาย
จิตใจ มีสุขภาพดีทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์และสามารถนำไป
ประยกุ ตใ์ ชก้ บั ชวี ิตประจำวันไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม
ตัวช้ีวดั

พ 1.1 ป. 5/1 , ป. 5/2
พ 2.1 ป. 5/1 , ป. 5/2 , ป. 5/3
พ 3.1 ป. 5/1 , ป. 5/2 , ป. 5/3 , ป. 5/4 , ป. 5/5 , ป. 5/6
พ 3.2 ป. 5/1 , ป. 5/2 , ป.5/3 , ป. 5/4
พ 4.1 ป. 4/1 , ป. 4/2 , ป. 4/3 , ป. 4/4 , ป. 4/5
พ 5.1 ป. 5/1 , ป. 5/2 , ป. 5/3 , ป. 5/4 , ป. 5/5

รวมทง้ั หมด 25 ตัวชว้ี ัด

๔๐

รหัสวชิ า พ 16101 คำอธบิ ายรายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6
กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ุขศึกษาและพลศึกษา
เวลา 80 ชวั่ โมง จำนวน 2.0 หนว่ ยกิต

ศึกษาระบบสืบพันธ์ ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบหายใจ รวมถึงวิธีการดูแลรักษาให้ระบบต่างๆ ของ
ร่างกายให้ทำงานตามปกติ การสร้างและรักษาสัมพันธ์ภาพกับผู้อื่น พฤติกรรมเสี่ยง เพศสัมพันธ์ การติดเชื้อ
เอดส์ และการตั้งครรภ์ก่อนวัย สิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อสุขภาพ โรคติดต่อ ผลกระทบจากโรคระบาด วิธีการ
ป้องกันการระบาดของโรค พฤติกรรมที่แสดงออกเกี่ยวกับสุขภาพของส่วนร่วม วิธีการทดสอบสมรรถภาพทาง
กาย ภัยธรรมชาติ สาเหตุของการติดสารเสพติด ทักษะในการเคลื่อนไหวร่วมกับผู้อื่นแบบผลัด แบบผสมผสาน
ใน การร่วมกิจกรรมทางกาย และการปฏิบัติกิจกรรมทางกายทั้งแบบขณะอยู่กับที่ เคลื่อนไหวและการใช้
อุปกรณ์ประกอบในการเล่นกีฬาวอลเลย์บอล ประวัติความเป็นมา กฎ กติกา มารยาท ลักษณะวิธีการเล่นกีฬา
วอลเลย์บอล

โดยใช้การกระบวนการกลุม่ การอธิบาย บอก ระบุ การแสดงและการปฏิบัตติ นรวมถึง การปฏิบัติการ
เคลื่อนไหวอย่กู ับท่ี เคลอ่ื นท่แี ละเคลอ่ื นไหวโดยใชอ้ ปุ กรณ์

เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ การปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ มีทักษะการหลีกเลี่ยง
สารเสพติด มีวิธีการดูแลสุขภาพร่างกายให้เหมาะสมกับวัยของตนเองทั้งร่างกาย จิตใจ มีสุขภาพดีทั้งร่างกาย
จิตใจ และสังคมเพ่ือให้เกิดประโยชน์ต่อการสร้างเสริมสขุ ภาพ และสมรรถภาพของตน เพ่ือใหม้ คี วามสามารถใน
การเคลือ่ นไหวในการเล่นกีฬาวอลเลยบ์ อลได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอน ปลอดภยั มีความอดทน มกี ารตัดสินใจ มี
เจตคตทิ ่ีดีต่อการเล่นกีฬาวอลเลย์บอล สร้างเสริมสขุ ภาพ มีนำ้ ใจนกั กีฬา มวี ินยั เคารพสิทธิ กฎ กตกิ าในการเล่น
กีฬาวอลเลย์บอลอย่างเคร่งครัด สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ
ชีวติ ประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
ตัวช้ีวัด

พ 1.1 ป. 6/1 , ป. 6/2
พ 2.1 ป. 6/1 , ป. 6/2
พ 3.1 ป. 6/1 , ป. 6/2 , ป. 6/3 , ป. 6/4 , ป. 6/5
พ 3.2 ป. 6/1 , ป. 6/2 , ป.6/3 , ป. 6/4 , ป. 6/5 , ป. 6/6
พ 4.1 ป. 6/1 , ป. 6/2 , ป. 6/3 , ป. 6/4
พ 5.1 ป. 6/1 , ป. 6/2 , ป. 6/3

รวมทงั้ หมด 22 ตัวช้วี ดั

๔๑

คำอธบิ ายรายวชิ าสุขศึกษาและพลศกึ ษา

รหัสวิชา พ21101 (สุขศกึ ษา) กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หน่วยกติ

ศึกษาความรู้ วิเคราะห์และอธิบายเกี่ยวกับความสำคัญของระบบประสาทและระบบต่อมไร้ท่อที่มีผล
ต่อสุขภาพ การเจริญเติบโต และพัฒนาการของวัยรุ่น วิธีการดูแลรักษาระบบประสาทและต่อมไร้ท่อให้
ทำงานตามปกติ ภาวะการเจริญเติบโตทางร่างกายของตนเองกับเกณฑ์มาตรฐาน วิธีปรับตัวต่อการ
เปลี่ยนแปลงทางร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และพัฒนาการทางเพศอย่างเหมาะสม แสดงทักษะการปฏิเสธเพอ่ื
ปอ้ งกนั ตนเองจากการถูกลว่ งละเมิดทางเพศ

โดยใช้กระบวนการกลมุ่ ศึกษาความรู้เพ่มิ เติม แลกเปลีย่ นความคิดเหน็ นำข้อมูลมาใชว้ เิ คราะห์อย่างมี
เหตุผล ออกแบบหรือสร้างทางเลือกที่จะนำไปสู่การทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยเน้นการลงมือทำจริงจนเกิดเป็น
ความรูท้ เ่ี กิดอยใู่ นตวั ผูเ้ รยี น ให้ผ้เู รียนไดแ้ สดงออก

เพื่อให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าและความสำคัญของการดูแลสุขภาพ นำไปเป็นแนวทางการปฏิบัติตนใน
ชวี ิตประจำวนั เพือ่ ใชใ้ นการดูแล รกั ษา และสรา้ งเสริมสุขภาพของตนเอง ครอบครัว ชมุ ชน และสังคมได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ

ตวั ชี้วัด
พ 1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4
พ 2.1 ม.1/1, ม.1/2
รวมทง้ั หมด 6 ตวั ช้ีวัด

๔๒

คำอธิบายรายวิชาสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา

รหัสวิชา พ21102 พลศึกษา(เทเบลเทนนสิ ) กลุ่มสาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาและวเิ คราะห์ สาเหตกุ ารเปลยี่ นแปลงทางกาย จติ ใจ อารมณ์ สังคม และสตปิ ญั ญาทเ่ี กิดจากการ
ออกกำลังกายและเล่นกฬี าเป็นประจำจนเปน็ วถิ ีชวี ิต เลือกเข้ารว่ มกจิ กรรมการออกกำลังกาย เลน่ กฬี าตามความ
ถนดั ความสนใจ พร้อมท้งั วิเคราะห์ ความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคลเพ่อื เป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง มีระเบียบ
มีวินยั ปฏิบัตติ ามกฎกตกิ า ข้อตกลงในการเลน่ กีฬาท่เี ลือก วางแผนการรุก การปอ้ งกนั ในการเล่นกฬี าทเี่ ลือกเลน่
นำไปใช้ในการเลน่ อยา่ งเหมาะสมกบั ทีม นำผลการปฏบิ ตั ิในการเล่นกีฬามาสรปุ เปน็ วิธเี หมาะสมกับตนเองดว้ ย
ความมงุ่ มั่น

โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณ์จริง
กระบวนการเรยี นรู้การเรยี นรู้ของตนเอง กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนิสยั กระบวนการปฏบิ ัติลงมอื ทำจรงิ
เพ่อื ให้เกิดมีความรู้ ความเขา้ ใจ ความคิด สามารถส่ือสารสง่ิ ทเี่ รียนรู้ ความสามารถในการตดั สินใจ

เพอ่ื ให้ผเู้ รียนเห็นคณุ คา่ การนำความรไู้ ปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั และรกั ชาติ ศาสนา กษตั ริย์ ซอ่ื สตั ย์
สุจรติ มีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง มุง่ ม่ันในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย มีจติ สาธารณะ

ตัวช้ีวดั
พ 3.1 ม. 2/1 , ม. 2/2 , ม.2/3
พ 3.2 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3, ม.2/4,ม.2/5 , ม.2/6 , ม.2/7 , ม.2/8

รวมทง้ั หมด 10 ตัวชี้วัด

๔๓

คำอธบิ ายรายวชิ าสุขศกึ ษาและพลศึกษา

รหสั วชิ า พ21103 (สุขศกึ ษา) กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต

ศึกษาความรู้ วิเคราะห์ เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดจากภาวะโภชนาการที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ การ
เลือกกินอาหารที่เหมาะสมกับวัย ควบคุมน้ำหนักของตนเองให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน สร้างเสริมและ
ปรับปรุงสมรรถภาพทางกาย สามารถดุแลตนเองเมื่อยามเจ็บป่วย มีกระบวนการสร้างเสริมความปลอดภัย
ให้ตนเองและครอบครัว สถานการณ์ท่อี าจเป็นอันตรายตอ่ ชีวิตและความปลอดภยั การตดั สินใจและปฏิบัติตน
ในการแก้ปัญหาเมื่อเผชิญกบั ภัยอันตราย สามารถแสดงวิธีปฐมพยาบาลและเคลื่อนย้ายผู้ปว่ ยอย่างปลอดภัย
อธิบายลักษณะอาการของผู้ติดสารเสพติดและการป้องกันการติดสารเสพติด ความสัมพันธ์ของการใช้สาร
เสพตดิ กบั การเกดิ โรคและอบุ ตั ิเหตุ แสดงวีการชักชวนให้ผอู้ นื่ เลิกสารเสพตดิ

โดยใชก้ ระบวนการกลมุ่ ศึกษาความรู้เพ่มิ เติม แลกเปลย่ี นความคิดเห็น นำข้อมูลมาใช้วเิ คราะห์อย่างมี
เหตุผล ออกแบบหรือสร้างทางเลือกที่จะนำไปสู่การทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยเน้นการลงมือทำจริงจนเกิดเป็น
ความรู้ที่เกดิ อยใู่ นตวั ผูเ้ รียน ให้ผู้เรยี นได้แสดงออก

เพื่อให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าและความสำคัญของการดูแลสุขภาพ นำไปเป็นแนวทางการปฏิบัติตนใน
ชีวิตประจำวันเพือ่ ใช้ในการดแู ล รักษา และสรา้ งเสริมสขุ ภาพของตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน และสงั คมได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ

ตวั ชว้ี ดั
พ 4.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
พ 5.1 ม.1/1,ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4

รวมทัง้ หมด 7 ตวั ชว้ี ดั

๔๔

คำอธิบายรายวิชาสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา

รหัสวิชา พ21104 พลศกึ ษา(ตะกรอ้ ) กลุ่มสาระการเรียนรูส้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชัว่ โมง จำนวน 0.5 หน่วยกติ

ศกึ ษาเพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกับกฬี าตะกรอ้ ประวัติความเปน็ มา คุณค่า ทกั ษะของการ
เลน่ กายบริหาร การเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย การเสริมสรา้ งสมรรถภาพทางกลไก การเล่นด้วยความ
ปลอดภัย การดูแลรักษาอปุ กรณ์ มารยาทที่ดีของการเล่นกีฬา ดูกีฬา กติกาและระเบียบของการแข่งขนั กีฬา
ตะกร้อ

มีทกั ษะการเคล่ือนไหวพ้นื ฐานในการเล่นกีฬาตะกร้อ การอบอุ่นรา่ งกาย การเลน่ ลูกด้วยหนา้ เทา้ หลงั
เท้า เขา่ ไหล่ ศีรษะ ศอก การพกั ลูก การเดาะลกู การเลน่ เป็นทีม รปู แบบของการเล่นและการแข่งขัน
กฬี า

เห็นคณุ ค่าการนำความรู้ไปใช้ในชีวติ ประจำวนั และรักชาติ ศาสนา กษตั ริย์ ซือ่ สัตย์สุจริต มีวินยั
ใฝ่เรยี นรู้ อยูอ่ ย่างพอเพยี ง มุ่งม่นั ในการทำงาน รักความเป็นไทย มจี ติ สาธารณะ

รหสั ตวั ช้ีวดั
พ 3.1 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3, ม.2/4
พ 3.2 ม. 2/1 , ม.2/2 , ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5

รวมทง้ั หมด 9 ตวั ช้วี ัด

๔๕

คำอธบิ ายรายวชิ าสุขศึกษาและพลศึกษา

รหสั วิชา พ 22101 สุขศกึ ษา กล่มุ สาระการเรยี นรู้ สุขศกึ ษาและพลศึกษา
มัธยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หน่วยกติ

ศึกษาและวิเคราะห์ การเปลี่ยนแปลงและปัจจัยท่ีมีผลตอ่ การเจรญิ เติบโตและพัฒนาการด้านรา่ งกาย
จติ ใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญาในวัยร่นุ ปจั จัยทม่ี ีอิทธิพลตอ่ เจตคติในเรอ่ื งเพศ ปัญหาและผลกระทบท่ีเกิด
จากการมีเพศสัมพนั ธใ์ นวยั เรียน วธิ กี ารป้องกันตนเอง การหลีกเลยี้ งจากโรคตดิ ต่อทางเพศสมั พนั ธ์ เอดส์ การ
ตง้ั ครรภ์ไม่พงึ ประสงค์ ความสำคัญของความเสมอภาคทางเพศและการวางตวั ได้อยา่ งเหมาะสม การเลอื กใช้
บรกิ ารทางสุขภาพอย่างมีเหตุผล ผลของการใช้เทคโนโลยที ี่มีผลต่อสขุ ภาพ

โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรียนร้จู ากประสบการณจ์ ริง
กระบวนการเรียนรู้การเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนาลกั ษณะนสิ ยั เพ่ือให้เกิดมคี วามรู้ ความเขา้ ใจ
ความคิด สามารถสอื่ สารสิง่ ทเ่ี รยี นรู้ ความสามารถในการตัดสินใจ

เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นเห็นคณุ ค่าชองการนำความรู้ไปใช้ในชวี ติ ประจำวัน และรักชาติ ศาสนา กษัตริย์ ซ่ือสตั ย์
สุจรติ มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ อยอู่ ย่างพอเพยี ง มงุ่ มนั่ ในการทำงาน รักความเป็นไทย มจี ิตสาธารณะ

รหสั ตัวช้วี ดั
พ 1.1 ม.2/1 , ม.2/2
พ 2.1 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3 , ม.2/4
พ 4.1 ม.2/1 , ม.2/2

รวมทงั้ หมด 8 ตัวชว้ี ัด

๔๖

คำอธบิ ายรายวิชาสุขศึกษาและพลศกึ ษา

รหัสวชิ า พ22103 พลศกึ ษา (บอลเลยบ์ อล) กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาและวเิ คราะห์ สาเหตกุ ารเปลยี่ นแปลงทางกาย จติ ใจ อารมณ์ สังคม และสตปิ ัญญาท่เี กิดจากการ
ออกกำลังกายและเลน่ กฬี าเป็นประจำจนเป็นวิถชี วี ติ เลือกเขา้ รว่ มกิจกรรมการออกกำลังกาย เลน่ กฬี าตามความ
ถนดั ความสนใจ พรอ้ มท้งั วิเคราะห์ ความแตกต่างระหว่างบคุ คลเพอื่ เปน็ แนวทางในการพฒั นาตนเอง มีระเบยี บ
มวี ินยั ปฏบิ ตั ิตามกฎกติกา ข้อตกลงในการเล่นกีฬาทเี่ ลือก วางแผนการรุก การปอ้ งกันในการเลน่ กฬี าทเี่ ลือกเล่น
นำไปใชใ้ นการเล่น อยา่ งเหมาะสมกบั ทมี นำผลการปฏบิ ัตใิ นการเลน่ กีฬามาสรุปเปน็ วิธเี หมาะสมกบั ตนเองดว้ ย
ความมงุ่ มัน่

โดยใช้กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรียนรจู้ ากประสบการณ์จรงิ
กระบวนการเรียนรู้การเรยี นรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนาลกั ษณะนสิ ยั กระบวนการปฏบิ ตั ลิ งมอื ทำจริง
เพือ่ ใหเ้ กดิ มีความรู้ ความเข้าใจ ความคดิ สามารถส่ือสารสิ่งท่เี รยี นรู้ ความสามารถในการตดั สนิ ใจ

เพ่อื ใหผ้ ู้เรียนเหน็ คณุ คา่ การนำความรไู้ ปใช้ในชีวติ ประจำวัน และรกั ชาติ ศาสนา กษตั ริย์ ซอ่ื สัตย์
สจุ ริต มวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ

ตวั ช้ีวัด
พ 3.1 ม. 2/1 , ม. 2/2 , ม.2/3
พ 3.2 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3, ม.2/4,ม.2/5 , ม.2/6 , ม.2/7 , ม.2/8

รวมทัง้ หมด 10 ตัวชีว้ ัด

๔๗

คำอธบิ ายรายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา

รหสั วิชา พ 22102 สุขศึกษา กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
มัธยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต

ศกึ ษาและวิเคราะห์ ความเจรญิ กา้ วหนา้ ทางการแพทย์ที่มีผลต่อสขุ ภาพ ความสัมพนั ธ์ของภาวะสมดลุ
ระหวา่ งสขุ ภาพกายและสุขภาพจติ ลักษณะอาการเบ้อื งต้นของผูท้ ี่มปี ัญหาสุขภาพจิต วิธีปฏิบตั ติ นเพื่อจัดการกบั
อารมณ์ ความเครยี ด การพัฒนาสมรรถภาพทางกายของตนเองใหเ้ ป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ปจั จัยและแหลง่ ที่
ช่วยเหลือ ฟนื้ ฟูผ้ตู ิดสารเสพติด วิธหี ลกี เล่ียงพฤตกิ รรมเส่ยี งและสถานการณ์เส่ยี ง ทักษะชีวิตในการปอ้ งกันตนเอง
หลกี เลีย่ งสถานการณค์ บั ขนั ท่ีอาจนำไปสู่อนั ตราย

โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณ์จริง
กระบวนการเรียนรู้การเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพฒั นาลักษณะนสิ ัย เพ่ือใหเ้ กิดมคี วามรู้ ความเขา้ ใจ
ความคดิ สามารถสื่อสารส่งิ ที่เรยี นรู้ ความสามารถในการตัดสินใจ

เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นเห็นคุณค่าชองการนำความรไู้ ปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั และรักชาติ ศาสนา กษตั รยิ ์ ซื่อสตั ย์
สจุ รติ มวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ อยอู่ ย่างพอเพียง มุ่งมน่ั ในการทำงาน รักความเป็นไทย มจี ติ สาธารณะ

รหัสตวั ช้ีวดั
พ 4.1 ม.2/3 , ม.2/4 , ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7
พ 5.1 ม.2/1 , ม.2/2, ม.2/3

รวมทง้ั หมด 8 ตัวชีว้ ัด


Click to View FlipBook Version