๔๘
คำอธบิ ายรายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา
รหัสวิชา พ22104 พลศึกษา (บอลเลย์บอล) กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา
มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาและวเิ คราะห์ สาเหตุการเปลยี่ นแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สงั คม และสติปัญญาท่เี กิดจากการ
ออกกำลงั กายและเล่นกีฬาเป็นประจำจนเป็นวถิ ีชวี ติ เลือกเขา้ ร่วมกจิ กรรมการออกกำลังกาย เล่นกฬี าตามความ
ถนัด ความสนใจ พรอ้ มท้ังวเิ คราะห์ ความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคลเพ่อื เปน็ แนวทางในการพฒั นาตนเอง มรี ะเบียบ
มีวนิ ัย ปฏบิ ตั ิตามกฎกตกิ า ข้อตกลงในการเลน่ กีฬาทเี่ ลือก วางแผนการรกุ การปอ้ งกนั ในการเล่นกีฬาทเี่ ลอื กเล่น
นำไปใชใ้ นการเล่น อย่างเหมาะสมกบั ทมี นำผลการปฏบิ ตั ใิ นการเลน่ กีฬามาสรุปเป็นวิธีเหมาะสมกับตนเองดว้ ย
ความมงุ่ มั่น
โดยใช้กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง
กระบวนการเรียนรู้การเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนสิ ยั กระบวนการปฏิบัติลงมือทำจรงิ
เพือ่ ให้เกิดมีความรู้ ความเขา้ ใจ ความคดิ สามารถสื่อสารสง่ิ ทเ่ี รียนรู้ ความสามารถในการตัดสนิ ใจ
เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นเห็นคุณคา่ การนำความร้ไู ปใช้ในชีวิตประจำวนั และรกั ชาติ ศาสนา กษัตรยิ ์ ซ่อื สัตย์
สจุ ริต มีวนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มุง่ มั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มจี ิตสาธารณะ
ตวั ช้วี ัด
พ 3.1 ม. 2/1 , ม. 2/2 , ม.2/3
พ 3.2 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3, ม.2/4,ม.2/5 , ม.2/6 , ม.2/7 , ม.2/8
รวมทั้งหมด 10 ตัวช้วี ัด
๔๙
คำอธิบายรายวชิ าสุขศึกษาและพลศึกษา
รหัสวิชา พ 23101 (สขุ ศกึ ษา) กลุม่ สาระการเรียนร้สู ุขศึกษาและพลศกึ ษา
ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต
ศึกษา วเิ คราะห์ และอธบิ ายการเจริญเติบโตแต่ละช่วงวยั แนวทางการดำเนนิ ชวี ิตของวัยรุน่ ท่ีสอดคล้อง
กับความคาดหวังของสังคม การวิเคราะหส์ ือ่ โฆษณา การปฏบิ ตั เิ ก่ยี วกบั อนามยั เจรญิ พันธ์ุทเ่ี หมาะสมกับวยั ของ
ตนสถาบันครอบครวั และแนวทางป้องกันความขัดแย้งในครอบครัว คณุ คา่ ของอาหารกบั การสรา้ งเสริมสุขภาพ
โรคตดิ ตอ่ และโรคไม่ตดิ ตอ่
โดยใช้กระบวนการทางสุขศึกษาและพลศึกษา การทำงานเป็นทีม การคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ
และสร้างสรรค์ การแก้ไขปัญหา การสืบค้นความรู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ การสรุปความรู้
และการฝกึ ปฏิบัติ
เพ่อื ให้ผู้เรยี นเกดิ ความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถงึ ความสำคญั ของการเสริมสรา้ งสุขภาพ การปอ้ งกัน
โรค การหลีกเลี่ยงปัจจัยและพฤติกรรมเสี่ยงที่มีผลต่อสุขภาพ รักการออกกำลังกาย ร่วมกิจกรรมนันทนาการ
อยา่ งมคี วามสขุ นำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวนั อย่างถูกตอ้ ง ต่อเน่ืองเปน็ ระบบ และเหมาะสม
รหสั ตัวชวี้ ดั
พ 1.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3
พ 2.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3
พ 4.1 ม.3/2 ม.3/3
รวม 8 ตวั ชีว้ ดั
๕๐
คำอธบิ ายรายวิชาสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
รหสั วิชา พ 23102 พลศกึ ษา(แบดมินตัน) กลมุ่ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ชัว่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต
ศกึ ษาและวเิ คราะห์ สาเหตกุ ารเปล่ยี นแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สงั คม และสตปิ ัญญาทเี่ กดิ จากการ
ออกกำลงั กายและเล่นกีฬาเป็นประจำจนเป็นวิถีชีวติ เลอื กเข้ารว่ มกจิ กรรมการออกกำลังกาย เล่นกีฬาตามความ
ถนัด ความสนใจ พร้อมทงั้ วิเคราะห์ ความแตกต่างระหว่างบุคคลเพือ่ เป็นแนวทางในการพฒั นาตนเอง มีระเบียบ
มวี นิ ัย ปฏบิ ัตติ ามกฎกตกิ า ข้อตกลงในการเลน่ กีฬาทเี่ ลือก วางแผนการรุก การป้องกนั ในการเล่นกฬี าท่ีเลอื กเลน่
นำไปใชใ้ นการเลน่ อยา่ งเหมาะสมกบั ทมี นำผลการปฏบิ ัติในการเลน่ กีฬามาสรุปเปน็ วิธเี หมาะสมกบั ตนเองดว้ ย
ความมงุ่ ม่นั
โดยใช้กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณจ์ รงิ
กระบวนการเรียนรู้การเรยี นรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัย กระบวนการปฏบิ ัติลงมอื ทำจริง
ปฏิบัติตามกฎ กติกา กลวิธีต่างๆ การอบอนุ่ รา่ งกาย การทรงตวั การจับไม้ การตลี กู โยน ลกู ตก ลูกดาด ลกู
หยอด การสง่ ลกู การรบั ลูกตบ การรับลูกหยอด ความสามารถในการเลน่ ประเภทเดีย่ ว
เพอื่ ใหผ้ ้เู รียนเหน็ คณุ คา่ การนำความรไู้ ปใช้ในชวี ติ ประจำวนั และรักชาติ ศาสนา กษัตรยิ ์ ซอื่ สตั ย์
สจุ ริต มีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ อยอู่ ย่างพอเพียง มุ่งมน่ั ในการทำงาน รักความเปน็ ไทย มีจิตสาธารณะ
ตวั ชว้ี ดั
พ 3.1 ม. 2/1 , ม. 2/2 , ม.2/3
พ 3.2 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3, ม.2/4,ม.2/5 , ม.2/6 , ม.2/7 , ม.2/8
รวมทงั้ หมด 10 ตวั ชี้วัด
๕๑
คำอธิบายรายวชิ าสุขศกึ ษาและพลศึกษา
รหสั วชิ า พ 23102 (สขุ ศกึ ษา) กล่มุ สาระการเรยี นรู้สุขศกึ ษาและพลศึกษา
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต
ศกึ ษา วเิ คราะห์ และอธบิ าย การมีส่วนร่วมในการแกไ้ ขปัญหาสขุ ภาพในชุมชน โดยการเก็บรวบรวมและ
วิเคราะหข์ ้อมลู ด้านสขุ ภาพท่ีแตกตา่ งของแตล่ ะชุมชน จัดการเวลาในการออกกำลังกาย การพักผอ่ น และการสร้าง
เสริมสมรรถภาพตามผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายของแต่ละบุคคลอยา่ งเหมาะสม ป้องกนั และหลีกเลย่ี งปจั จัย
เสี่ยง พฤติกรรมเสีย่ งต่อสขุ ภาพ อุบัตเิ หตุ การใชย้ า สารเสพติด และความรนุ แรง ปฏิบัติการช่วยฟนื้ คนื ชพี ได้อย่าง
ถูกวธิ ี
เห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน และรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจรติ มีวินัย ใฝ่
เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพยี ง มุ่งม่นั ในการทำงาน รักความเปน็ ไทย มจี ติ สาธารณะ
โดยใช้กระบวนการทางสุขศึกษาและพลศึกษา การทำงานเปน็ ทีม การคดิ วเิ คราะหอ์ ยา่ งมีวิจารณญาณ
และสร้างสรรค์ การแก้ไขปญั หา การสบื ค้นความรใู้ ชเ้ ทคโนโลยีเพือ่ เปน็ เครื่องมือในการเรยี นรู้ การสรุปความรู้
และการฝกึ ปฏิบตั ิ
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถงึ ความสำคัญของการเสริมสรา้ งสขุ ภาพ การปอ้ งกันโรค
การหลีกเลีย่ งปัจจัยและพฤติกรรมเสยี่ งทม่ี ผี ลต่อสขุ ภาพ รักการออกกำลังกาย ร่วมกิจกรรมนนั ทนาการอย่างมี
ความสุข นำความรู้ไปปรบั ใช้ในชีวิตประจำวันอยา่ งถูกตอ้ ง ตอ่ เนื่องเปน็ ระบบ และเหมาะสม
รหัสตวั ช้วี ดั
พ 4.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5
พ 5.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5
รวม 10 ตวั ชวี้ ัด
๕๒
คำอธบิ ายรายวิชาสุขศึกษาและพลศกึ ษา
รหัสวิชา พ 23104 พลศึกษา(เซปักตระกร้อ) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศกึ ษาและวิเคราะห์ สาเหตุการเปล่ยี นแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สงั คม และสติปัญญาที่เกิดจากการ
ออกกำลงั กายและเล่นกฬี าเป็นประจำจนเป็นวิถชี วี ติ เลอื กเขา้ ร่วมกจิ กรรมการออกกำลังกาย เล่นกฬี าตามความ
ถนดั ความสนใจ พร้อมท้งั วเิ คราะห์ ความแตกตา่ งระหว่างบคุ คลเพ่ือเปน็ แนวทางในการพัฒนาตนเอง มีระเบยี บ
มวี ินยั ปฏบิ ตั ติ ามกฎกตกิ า ข้อตกลงในการเล่นกีฬาทีเ่ ลือก วางแผนการรกุ การปอ้ งกันในการเลน่ กฬี าท่ีเลือกเล่น
นำไปใช้ในการเล่น อยา่ งเหมาะสมกบั ทมี นำผลการปฏิบตั ใิ นการเล่นกีฬามาสรปุ เปน็ วิธีเหมาะสมกับตนเองด้วย
ความมุง่ มนั่ ศึกษาความรู้พ้ืนฐานเก่ยี วกับประวตั ิความเป็นมาของกีฬาเซปักตะกรอ้ ประโยชนข์ องกีฬาเซปกั
ตะกร้อ และให้มีสา่ นรว่ มปฏิบัติจรงิ ในกิจกรรมการบริหาร หลกั การออกกำลังกายด้วยกิจกรรมกฬี าเซปกั ตะกร้อ
กฎ กติกาการแข่งขนั
โดยใช้กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการเรยี นรูจ้ ากประสบการณ์จริง
กระบวนการเรยี นรู้การเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนสิ ยั กระบวนการปฏบิ ตั ลิ งมือทำจริง
ปฏบิ ัตทิ กั ษะการเคลื่อนท่ี การเคล่อื นไหวรา่ งกาย การทดสอบสมรรถภาพทางกาย การเลน่ ลกู ดว้ ยข้างเทา้ ดา้ นใน
หลังเทา้ เขา่ ศรี ษะ ทักษะการเสริ ฟ์ การรับ วธิ กี ารรุกและการป้องกันในการแข่งขนั อย่างถูกต้อง ปลอดภยั และ
สนกุ สนาน
เพอ่ื ใหผ้ ู้เรยี นเหน็ คณุ ค่าการนำความรูไ้ ปใชใ้ นชีวิตประจำวนั และรกั ชาติ ศาสนา กษัตรยิ ์ ซื่อสตั ย์
สจุ รติ มีวนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย มจี ติ สาธารณะ
ตวั ชว้ี ัด
พ 3.1 ม. 2/1 , ม. 2/2 , ม.2/3
พ 3.2 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3, ม.2/4,ม.2/5 , ม.2/6 , ม.2/7 , ม.2/8
รวมทงั้ หมด 10 ตวั ชวี้ ัด
๕๓
คำอธบิ ายรายวชิ าสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
รหสั วชิ า พ31101 สขุ ศึกษา กล่มุ สาระการเรียนรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา
ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ช่วั โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต
ศึกษาเพื่อใหเ้ กิดความรคู้ วามเข้าใจ กระบวนการสร้างเสริมและดำรงประสิทธิภาพ การทำงานของ
ระบบหายใจ ระบบไหลเวียนเลอื ด ระบบผวิ หนงั อวัยวะ ส่วนประกอบ หน้าท่ี อาหาร การออกกำลงั กาย
วิเคราะหอ์ ิทธิพลของครอบครัว เพือ่ น สงั คม และวัฒนธรรม พฤติกรรมทางเพศ ตลอดจนมที กั ษะในการ ดำเนนิ
ชวี ติ การสร้างเสริมสขุ ภาพ การปอ้ งกนั โรคในชมุ ชนอิทธิพลของ ส่อื โฆษณาทเี่ กี่ยวกับสขุ ภาพเพื่อเลือกการ
บรโิ ภค ความเสีย่ งตอ่ การใชย้ าการใช้สารเสพตดิ ความรนุ แรง ผลกระทบทีเ่ กดิ จากการครอบครอง การใชก้ าร
จำหนา่ ยสารเสพติด
โดยใช้กระบวนการคิดกระบวนการรว่ มมอื สบื ค้นข้อมูล การปฏบิ ตั ิและกระบวนการกลมุ่ ทาง สุขศึกษา
และพลศึกษา การสำรวจตรวจสอบ สืบคน้ ขอ้ มูลและอภปิ รายเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรคู้ วามคิด ความเข้าใจ ทักษะที่
ส่งผลตอ่ การเจริญเติบโตสมวัย
เพื่อให้เกดิ ความรูค้ วามเขา้ ใจนำหลกั การแนวคดิ ไปปรับปรุงมที กั ษะในการดำเนนิ ชีวติ มคี ุณธรรม
จริยธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์รักชาติศาสน์กษตั รยิ ์ซือ่ สตั ย์สจุ ริต มีวินยั ใฝ่เรียนร้มู งุ่ มนั่ ในการ ทำงาน มี
จิตสาธารณะดำรงตนอย่ใู นความพอเพียงและรักความเปน็ ไทย
ตวั ช้ีวดั
พ 1.1 ม.4/1
พ 2.1 ม.4/1, ม.4/2
พ 4.1 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/7
พ 5.1 ม.4/1, ม.4/2
รวม 8 ตวั ชว้ี ัด
๕๔
คำอธบิ ายรายวชิ าสุขศกึ ษาและพลศึกษา
รหัสวิชา พ 31102 พลศึกษา (ฟตุ ซอล) กลุ่มสาระการเรียนร้สู ุขศกึ ษาและพลศึกษา
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต
ศึกษา วิเคราะห์ กีฬาฟุตซอล ความคดิ รวบยอดเกีย่ วกับการเคล่ือนไหวรูปแบบต่างๆ ในการเลน่ กฬี า
ใชค้ วามสามารถของตนเพื่อเพมิ่ ศักยภาพของทมี คำนึงถงึ ผลทเ่ี กดิ ตอ่ ผู้อน่ื และสงั คม เล่นกฬี าไทย กีฬาสากล
ประเภทบคุ คล / คู่ กฬี าประเภททีมได้อยา่ งน้อย 1 ชนิด แสดงการเคลอ่ื นไหวไดอ้ ยา่ งสรา้ งสรรค์ เข้ารว่ มกิจกรรม
นันทนาการนอกโรงเรียน และนำหลักการแนวคดิ ไปปรบั ปรุงและพฒั นาคุณภาพชีวติ ของตนและสังคม ออก
กำลังกายและเลน่ กีฬาทเ่ี หมาะสมกบั ตนเองอยา่ งสม่ำเสมอ และใช้ความสามารถของตนเองเพ่มิ ศักยภาพของทมี
ลดความเป็นตัวตน คำนึง ถึงผลทเี่ กิดต่อสงั คม อธิบายและปฏบิ ตั ิเกย่ี วกบั สทิ ธิ กฎ กตกิ า กลวิธตี า่ งๆ ใน
ระหว่างการเล่น การแขง่ ขันกฬี ากับผู้อนื่ และนำไปสรปุ เปน็ แนวปฏิบัติและใช้ในชีวิตประจำวันอยา่ งต่อเน่ือง
แสดงออกถึงการมีมารยาทในการดู การเลน่ และการแขง่ ขนั กฬี า ด้วยความมีน้ำใจนกั กีฬา และนำไปใชป้ ฏบิ ัติ
ทกุ โอกาส จนเป็นบุคลิกภาพที่ดี ร่วมกจิ กรรมทางกายและเล่นกีฬาอย่างมีความสุข ชน่ื ชมในคุณค่าและความ
งามของการกีฬา วางแผนและปฏิบัตติ ามแผนการพัฒนาสมรรถภาพกายและสมรรถภาพกลไก
โดยใช้กระบวนการปฏบิ ตั ิ เล่น แขง่ ขัน กจิ กรรมกลุ่ม การอธบิ าย การวางแผน วเิ คราะห์ การนำ
เสนอ การใหค้ วามรว่ มมอื ในการปฏิบตั กิ จิ กรรม
เพ่อื ให้มสี ขุ ภาพดีทง้ั จติ ใจ ร่างกายสมบรู ณ์แขง็ แรง สามารถนำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวนั ได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ
ตัวชวี้ ดั
พ 3.1 ม. 4-6/1 , ม. 4-6/2 , ม.4-6/3 , ม. 4-6/4 , ม. 4-6/5
พ 3.2 ม. 4-6/1 , ม. 4-6/2 , ม.4-6/3 , ม. 4-6/4
พ 4.1 ม. 4-6/1
รวมทงั้ หมด 10 ตัวชว้ี ัด
๕๕
คำอธิบายรายวิชาสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
รหสั วชิ า พ32101 สขุ ศึกษา กลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หน่วยกิต
ศึกษา วเิ คราะห์ อธิบายกระบวนการสรา้ งเสรมิ และดำรงประสทิ ธิภาพการทำงานของระบบอวยั วะตา่ ง
ๆ การวางแผนดแู ลสุขภาพตามภาวะการเจริญเติบโต และพัฒนาการของตนเองและบุคคลในครอบครวั อิทธิพล
ของครอบครัว เพ่ือน สงั คม และวฒั นธรรมที่มีต่อพฤติกรรมทางเพศ และการดำเนินชีวิต ค่านิยมในเร่ืองเพศ
ตามวฒั นธรรมไทยและวัฒนธรรมอ่ืน แนวทางในการเลือกใช้ทกั ษะตา่ ง ๆ ในการป้องกนั ลดความขัดแยง้ และ
แกป้ ัญหาเร่ืองเพศ และครอบครวั ทกั ษะการส่ือสารและสร้างสมั พันธภาพ ทักษะการต่อรอง ทักษะการปฏเิ สธ
ทักษะการคดิ วิเคราะห์ ทักษะการตดั สินใจ และแกไ้ ขปัญหา ความขัดแยง้ ท่ีอาจเกดิ ข้นึ ระหวา่ งนักเรยี นหรือ
เยาวชนในชมุ ชน สาเหตขุ องความขัดแย้ง ผลกระทบที่เกิดจากความขัดแย้งระหวา่ งนักเรียน หรอื เยาวชนใน
ชมุ ชน แนวทางในการแกป้ ัญหาทีอ่ าจเกดิ จากความขดั แยง้ ของนักเรียนหรือเยาวชนในชุมชน
โดยใช้กระบวนการคิดกระบวนการรว่ มมอื สบื ค้นข้อมลู การปฏิบตั ิและกระบวนการกลุ่มทาง สขุ ศึกษา
และพลศึกษา การสำรวจตรวจสอบ สบื ค้นขอ้ มูลและอภปิ รายเพือ่ ให้เกิดความรคู้ วามคดิ ความเข้าใจ ทักษะที่
สง่ ผลตอ่ การเจรญิ เติบโตสมวัย
เพือ่ ใหเ้ กดิ ความรคู้ วามเข้าใจนำหลักการแนวคิดไปปรบั ปรุงมที ักษะในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม
จรยิ ธรรม คุณลักษณะอนั พงึ ประสงคร์ ักชาติศาสน์กษตั ริย์ซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้มุ่งม่ันในการ ทำงาน มี
จิตสาธารณะดำรงตนอยู่ในความพอเพียงและรักความเปน็ ไทย
ตวั ชว้ี ัด
พ 1.1 ม. 4-6/1 , ม. 4-6/2
พ 2.1 ม. 4-6/1 , ม. 4-6/2 , ม.4-6/3 , ม. 4-6/4
รวมทั้งหมด 6 ตวั ช้วี ดั
๕๖
คำอธบิ ายรายวิชาสุขศกึ ษาและพลศึกษา
รหสั วิชา พ 32102 พลศึกษา (แบดมนิ ตนั ) กลุม่ สาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและ
พลศกึ ษา เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2
ศกึ ษา วเิ คราะห์ กีฬาแบดมนิ ตนั ความคิดรวบยอดเกี่ยวกบั การเคลอ่ื นไหวรปู แบบต่างๆ ในการเลน่
กฬี า ใชค้ วามสามารถของตนเพอื่ เพิ่มศกั ยภาพของทีม คำนึงถงึ ผลที่เกิดต่อผู้อืน่ และสงั คมเลน่
กฬี าไทย กีฬาสากล ประเภทบุคคล / คู่ กีฬาประเภททีมได้อย่างน้อย 1 ชนดิ แสดงการเคล่อื นไหวได้อย่าง
สร้างสรรค์ เข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการนอกโรงเรียน และนำหลักการแนวคิด ไปปรับปรงุ และพัฒนาคุณภาพ
ชีวิตของตนและสังคม ออกกำลงั กายและเลน่ กฬี าที่เหมาะสมกบั ตนเองอยา่ งสม่ำเสมอ และใชค้ วามสามารถ
ของตนเองเพม่ิ ศกั ยภาพของทีม ลดความเป็นตวั ตน คำนึงถึงผลท่เี กิดต่อสังคม อธบิ ายและปฏบิ ัติเก่ยี วกับสทิ ธิ
กฎ กตกิ า กลวธิ ตี า่ งๆ ในระหว่าง การเลน่ การแข่งขันกฬี ากบั ผ้อู น่ื และนำไปสรปุ เปน็ แนวปฏิบัตแิ ละใชใ้ น
ชวี ิตประจำวันอยา่ งต่อเนอ่ื ง แสดงออกถึงการมีมารยาทในการดู การเลน่ และการแข่งขนั กีฬา ด้วยความมนี ้ำใจ
นกั กีฬา และนำไปใชป้ ฏบิ ตั ทิ กุ โอกาส จนเปน็ บุคลิกภาพท่ีดี ร่วมกิจกรรมทางกายและเล่นกฬี าอยา่ งมีความสุข
ชืน่ ชมในคณุ คา่ และความงามของการกีฬา วางแผนและปฏิบตั ิตามแผนการพัฒนาสมรรถภาพกายและ
สมรรถภาพกลไก
โดยใชก้ ระบวนการคิดกระบวนการร่วมมอื สบื ค้นข้อมูล การปฏบิ ัติและกระบวนการกลมุ่ ทาง สุขศึกษา
และพลศึกษา การสำรวจตรวจสอบ สบื คน้ ขอ้ มูลและอภิปรายเพอื่ ให้เกดิ ความรู้ความคดิ ความเข้าใจ ทักษะท่ี
สง่ ผลต่อการเจรญิ เตบิ โตสมวัย
เพอื่ ให้เกดิ ความร้คู วามเขา้ ใจนำหลกั การแนวคิดไปปรับปรุงมีทักษะในการดำเนินชีวติ มีคุณธรรม
จริยธรรม คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคร์ ักชาติศาสนก์ ษัตริย์ซือ่ สัตย์สุจรติ มวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรมู้ งุ่ มน่ั ในการ ทำงาน มี
จิตสาธารณะดำรงตนอยูใ่ นความพอเพยี งและรักความเปน็ ไทย
ตวั ชี้วัด
พ 3.1 ม. 4-6/1 , ม. 4-6/2 , ม.4-6/3 , ม. 4-6/4 , ม. 4-6/5
พ 3.2 ม. 4-6/1 , ม. 4-6/2 , ม.4-6/3 , ม. 4-6/4
พ 4.1 ม. 4-6/1
รวมท้ังหมด 10 ตวั ชีว้ ดั
๕๗
คำอธบิ ายรายวิชาสุขศึกษาและพลศกึ ษา
รหสั วิชา พ 33101 สุขศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรียนร้สู ขุ ศึกษาและพลศึกษา
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต
ศึกษา วิเคราะห์ บทบาทและความรับผิดชอบของบุคคลทีม่ ีตอ่ การสรา้ งเสริมสขุ ภาพและการปอ้ งกันโรคใน
ชุมชน อิทธิพลของสอ่ื โฆษณาเกย่ี วกบั สขุ ภาพ แนวทางการเลือกบริโภคอย่างฉลาดและปลอดภัย สิทธิพนื้ ฐาน
ของผบู้ ริโภคและกฎหมายท่เี กยี่ วขอ้ งกบั การคุ้มครองผบู้ รโิ ภค สาเหตุของการเจบ็ ป่วย และการตายของคนไทย เช่น
โรคจากการประกอบอาชีพ โรคทางพันธุกรรม แนวทางการป้องกนั การเจบ็ ปว่ ย การวางแผนการพฒั นาสขุ ภาพ
ของตนเอง ครอบครัว การมีสว่ นร่วมในการสง่ เสรมิ และพัฒนาสขุ ภาพของบุคคลในชมุ ชน การวางแผนพฒั นา
สมรรถภาพทางกายและสมรรถภาพกลไก
โดยใช้กระบวนการคิดกระบวนการรว่ มมือ สืบค้นข้อมลู การปฏิบตั แิ ละกระบวนการกลมุ่ ทาง สุขศึกษา
และพลศึกษา การสำรวจตรวจสอบ สืบคน้ ข้อมูลและอภิปรายเพ่ือให้เกิดความรคู้ วามคิด ความเขา้ ใจ ทักษะที่
สง่ ผลต่อการเจรญิ เตบิ โตสมวัย
เพอ่ื ให้เกดิ ความรูค้ วามเข้าใจนำหลักการแนวคดิ ไปปรับปรุงมที ักษะในการดำเนนิ ชีวติ มีคณุ ธรรม
จรยิ ธรรม คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์รักชาติศาสน์กษัตริย์ซ่อื สัตยส์ ุจริต มวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรมู้ ่งุ มั่นในการ ทำงาน มี
จติ สาธารณะดำรงตนอยู่ในความพอเพียงและรักความเป็นไทย
ตวั ชวี้ ัด
พ 4.1 ม. 4-6/1 , ม. 4-6/2 , ม.4-6/3 , ม. 4-6/4 ,ม. 4-6/5 , ม. 4-6/6 , ม. 4-6/7
รวมทั้งหมด 7 ตัวชีว้ ัด
๕๘
คำอธิบายรายวชิ าสุขศึกษาและพลศึกษา
รหสั วิชา พ 33102 พลศกึ ษา (เซปักตระกร้อ) กล่มุ สาระการเรียนรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต
ศึกษา วเิ คราะห์ เซปักตระกร้อ ความคิดรวบยอดเกยี่ วกบั การเคลอ่ื นไหวรูปแบบต่างๆ ในการเลน่ กีฬา
ใช้ความสามารถของตนเพื่อเพม่ิ ศักยภาพของทมี คำนงึ ถึงผลที่เกดิ ต่อผอู้ ่นื และสงั คมเล่น
กีฬาไทย กีฬาสากล ประเภทบคุ คล / คู่ กีฬาประเภททีมไดอ้ ยา่ งน้อย 1 ชนดิ แสดงการเคล่ือนไหวได้อย่าง
สร้างสรรค์ เข้ารว่ มกิจกรรมนันทนาการนอกโรงเรยี น และนำหลกั การแนวคดิ ไปปรบั ปรงุ และพัฒนาคุณภาพ
ชีวิตของตนและสังคม ออกกำลังกายและเล่นกฬี าที่เหมาะสมกับตนเองอย่างสมำ่ เสมอ และใช้ความสามารถ
ของตนเองเพมิ่ ศักยภาพของทีม ลดความเปน็ ตัวตน คำนึงถงึ ผลทเี่ กดิ ต่อสังคม อธบิ ายและปฏบิ ัตเิ กี่ยวกับสทิ ธิ
กฎ กตกิ า กลวธิ ตี ่างๆ ในระหว่าง การเลน่ การแข่งขันกีฬากับผอู้ ื่นและนำไปสรปุ เปน็ แนวปฏบิ ตั แิ ละใชใ้ น
ชวี ติ ประจำวนั อย่างต่อเนือ่ ง แสดงออกถึงการมมี ารยาทในการดู การเลน่ และการแขง่ ขันกฬี า ดว้ ยความมนี ้ำใจ
นักกีฬา และนำไปใช้ปฏบิ ตั ิทุกโอกาส จนเป็นบุคลกิ ภาพที่ดี ร่วมกจิ กรรมทางกายและเล่นกฬี าอย่างมีความสขุ
ชน่ื ชมในคณุ ค่าและความงามของการกีฬา วางแผนและปฏิบัตติ ามแผนการพัฒนาสมรรถภาพกายและ
สมรรถภาพกลไก
โดยใช้กระบวนการคิดกระบวนการรว่ มมือ สืบคน้ ข้อมูล การปฏบิ ตั แิ ละกระบวนการกลมุ่ ทาง สุขศึกษา
และพลศึกษา การสำรวจตรวจสอบ สืบค้นข้อมลู และอภิปรายเพอ่ื ให้เกดิ ความรู้ความคิด ความเขา้ ใจ ทักษะท่ี
ส่งผลตอ่ การเจรญิ เติบโตสมวัย
เพื่อให้ผ้เู รียนเกดิ ความรคู้ วามเขา้ ใจนำหลกั การแนวคิดไปปรบั ปรุงมีทักษะในการดำเนนิ ชวี ติ มคี ุณธรรม
จริยธรรม คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์รกั ชาติศาสน์กษัตริย์ซ่อื สัตยส์ ุจรติ มวี ินัย ใฝ่เรียนรมู้ ุ่งม่นั ในการ ทำงาน มี
จติ สาธารณะดำรงตนอยูใ่ นความพอเพียงและรักความเป็นไทย
ตวั ช้ีวัด
พ 3.1 ม. 4-6/1 , ม. 4-6/2 , ม.4-6/3 , ม. 4-6/4 , ม. 4-6/5
พ 3.2 ม. 4-6/1 , ม. 4-6/2 , ม.4-6/3 , ม. 4-6/4
พ 4.1 ม. 4-6/1
รวมทัง้ หมด 10 ตัวชี้วัด
๕๙
คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
พ 31203 เพศศึกษา กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต
ศึกษาเกีย่ วกับพัฒนาการทางเพศของการเปล่ยี นแปลงเขา้ สู่วยั หนุ่มสาว สมั พนั ธภาพ กบั
ความคาดหวงั ต่อบทบาทและความรบั ผิดชอบ การแสดงออกทางเพศ ทักษะการตดั สินใจ การต่อรองและการ
ส่อื สารความต้องการตามความคดิ เห็นและความรู้สึกของตนเองบนพ้นื ฐานของการเคารพในสิทธิของผอู้ ่นื การ
ดูแลสขุ ภาพทางเพศ สทิ ธใิ นการแสดงออกตามวิถีชวี ิตทางเพศภายใต้กรอบของกฎหมายวา่ ดว้ ยเพศ สงั คมและ
วฒั นธรรมตลอดจนภาพลกั ษณ์ที่ส่งผลตอ่ ความร้สู ึกและพฤติกรรมทางเพศ
โดยเนน้ กระบวนการเรยี นรแู้ บบมสี ว่ นร่วมของผู้เรียนเพ่ือปลกู ฝงั ทศั นคตแิ ละคา่ นยิ ม ตลอดจน
พฤติกรรมทางเพศท่ีปลอดภยั และรับผดิ ชอบในพฤติกรรมของตน
เพ่ือใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ ทักษะตา่ ง ๆ เก่ียวกับพฒั นาการทางเพศของการเปลยี่ นแปลงเข้าสวู่ ัย
หนุ่มสาวไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. อธบิ ายพฒั นาการทางเพศของการเปลยี่ นแปลงของวยั รุ่นได้
2. เข้าใจสมั พนั ธภาพ บทบาท ความรับผิดชอบของวยั รุ่นได้
3. มที ักษะการตดั สนิ ใจ การกลา้ แสดงออก การแสดงความคดิ เหน็ และความรูส้ ึกของตนเอง
บนพ้ืนฐานของการเคารพในสทิ ธิของผู้อ่นื ได้
4. ดแู ลรักษาสุขภาพทางเพศของตนเองได้
5. มพี ฤติกรรมทีเ่ หมาะสมตอ่ สงั คมและวฒั นธรรม
6. รู้จักวธิ ีรักษาพฤติกรรมทางเพศท่ีปลอดภยั และมีความรบั ผิดชอบต่อพฤตกิ รรมของตน
รวมทัง้ หมด 6 ผลการเรยี นรู้
๖๐
คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
พ31204 เพศศึกษา กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต
ศึกษาเก่ยี วกับพัฒนาการทางเพศของการเปลีย่ นแปลงเขา้ สวู่ ัยหนุ่มสาว สมั พนั ธภาพ กบั
ความคาดหวงั ต่อบทบาทและความรับผิดชอบ การแสดงออกทางเพศ ทักษะการตดั สินใจ การต่อรองและการ
ส่ือสารความต้องการตามความคิดเห็นและความรสู้ กึ ของตนเองบนพ้นื ฐานของการเคารพในสิทธิของผอู้ ่นื การ
ดูแลสุขภาพทางเพศ สทิ ธใิ นการแสดงออกตามวถิ ีชวี ติ ทางเพศภายใต้กรอบของกฎหมายวา่ ดว้ ยเพศ สงั คมและ
วัฒนธรรมตลอดจนภาพลักษณท์ ่ีส่งผลต่อความรู้สึกและพฤติกรรมทางเพศ
โดยเน้นกระบวนการเรียนรแู้ บบมสี ว่ นรว่ มของผู้เรยี นเพ่ือปลูกฝงั ทศั นคตแิ ละคา่ นยิ ม ตลอดจน
พฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัยและรบั ผดิ ชอบในพฤติกรรมของตน
เพื่อใหเ้ กดิ ความรู้ ความเข้าใจ ทกั ษะตา่ ง ๆ เกี่ยวกับพฒั นาการทางเพศของการเปลยี่ นแปลงเข้าสวู่ ัย
หนมุ่ สาวไดอ้ ย่างเหมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. อธิบายพัฒนาการทางเพศของการเปล่ยี นแปลงของวยั รุ่นได้
2. เขา้ ใจสมั พนั ธภาพ บทบาท ความรับผิดชอบของวยั รุ่นได้
3. มีทักษะการตัดสินใจ การกล้าแสดงออก การแสดงความคดิ เหน็ และความรูส้ ึกของตนเอง
บนพื้นฐานของการเคารพในสิทธิของผู้อื่นได้
4. ดแู ลรกั ษาสุขภาพทางเพศของตนเองได้
5. มพี ฤติกรรมที่เหมาะสมตอ่ สังคมและวัฒนธรรม
6. รจู้ ักวธิ รี ักษาพฤติกรรมทางเพศทีป่ ลอดภัยและมีความรบั ผิดชอบต่อพฤตกิ รรมของตน
รวมทง้ั หมด 6 ผลการเรยี นรู้
๖๑
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ สุขศึกษาและพลศึกษา
รหสั วิชา พ 33201 กิจกรรมเข้าจงั หวะ กล่มุ สาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต
ศกึ ษา วเิ คราะห์ กจิ กรรมเข้าจังหวะ ความคิดรวบยอดเกี่ยวกบั การเคล่ือนไหวรูปแบบต่างๆ ในการเลน่
กจิ กรรมเขา้ จงั หวะ ใช้ความสามารถของตนเพอ่ื เพม่ิ ศักยภาพของทีม คำนึงถึงผลท่ีเกดิ ต่อผู้อ่ืนและสังคม เลน่
และแข่งขันกจิ กรรมเข้าจังหวะ แสดงการเคลื่อนไหวไดอ้ ยา่ งสร้างสรรค์ เขา้ รว่ มกิจกรรมนันทนาการภายใน
โรงเรียน และนำหลกั การแนวคดิ ไปปรบั ปรงุ และพฒั นาคุณภาพชวี ติ ของตนและสังคม ออกกำลังกายและเลน่
กจิ กรรมเข้าจงั หวะทเ่ี หมาะสมกบั ตนเองอย่างสมำ่ เสมอ อธบิ ายและปฏบิ ตั ิเก่ยี วกบั สิทธิ กฎ กติกา ตา่ งๆ ใน
ระหวา่ งการเล่น การแข่งขัน กับผู้อน่ื และนำไปสรุปเปน็ แนวปฏิบตั แิ ละใชใ้ นชีวติ ประจำวันอย่างต่อเนื่อง
แสดงออกถึงการมีมารยาทในการดู การเล่นและการแข่งขันด้วยความมีน้ำใจนักกีฬา และนำไปใชป้ ฏิบัตทิ กุ
โอกาส จนเปน็ บคุ ลกิ ภาพทด่ี ี ร่วมกจิ กรรมทางกายและเล่นกีฬาอย่างมีความสขุ ช่นื ชมในคณุ ค่าและความงาม
ของการกีฬา
โดยใช้กระบวนการปฏบิ ตั ิ เล่น แข่งขัน กิจกรรมกลุ่ม การอธิบาย การวางแผน วิเคราะห์ การนำ
เสนอ การให้ความรว่ มมอื ในการปฏบิ ตั ิกิจกรรม
เพ่ือใหม้ ีสุขภาพดที ง้ั จิตใจ รา่ งกายสมบูรณ์แขง็ แรงสามารถนำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวันได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
ผลการเรียนรู้
1. มีความรู้ เขา้ ใจรูปแบบการเคลือ่ นไหวในรูปแบบต่าง ๆ
2. วิเคราะหร์ ปู แบบการเคล่ือนไหวที่เหมาะสมกับตนเอง
3. ปฏบิ ัติกิจกรรมเข้าจงั หวะไดอ้ ยา่ งน้อย 3 รูปแบบ
4. วางแผนการจดั กจิ กรรมการแข่งขนั กจิ กรรมเขา้ จังหวะ
5. ตดั สินการแข่งขันกจิ กรรมเข้าจงั หวะ
6. มมี ารยาทในการเป็นผ้เู ลน่ ผชู้ ม ตามกฎ กติกา
7. มีน้ำใจเปน็ นักกีฬา รแู้ พ้ รชู้ นะ รูอ้ ภยั
รวมทงั้ หมด 7 ผลการเรียนรู้
๖๒
คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ สุขศึกษาและพลศึกษา
รหัสวิชา พ33202 ลีลาศ กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต
ศึกษา วเิ คราะห์ กีฬาลีลาศ ความคิดรวบยอดเก่ยี วกับการเคลื่อนไหวรูปแบบต่างๆ ในการลลี าศ ใช้
ความสามารถของตนเพื่อเพิ่มศักยภาพของทีม คำนึงถงึ ผลท่ีเกดิ ต่อผู้อนื่ และสงั คม เล่นและแขง่ ขนั ลลี าศ แสดง
การเคล่ือนไหวได้อยา่ งสรา้ งสรรค์ เข้าร่วมกจิ กรรมนนั ทนาการภายในโรงเรียน และนำหลกั การแนวคดิ ไปปรับปรงุ
และพัฒนาคุณภาพชวี ติ ของตนและสังคม ออกกำลังกายโดยลลี าศท่ีเหมาะสมกับตนเองอย่างสม่ำเสมอ
อธบิ ายและปฏบิ ัตเิ กีย่ วกบั สิทธิ กฎ กตกิ า ต่างๆ ในระหว่างการเล่น การแขง่ ขนั กับผอู้ ่นื และนำไปสรปุ เปน็
แนวปฏิบตั ิและใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั อยา่ งต่อเนือ่ ง แสดงออกถงึ การมมี ารยาทในการดู การเล่นและการแข่งขัน
ด้วยความมีนำ้ ใจนักกีฬาและนำไปใชป้ ฏิบตั ทิ กุ โอกาส จนเปน็ บคุ ลิกภาพท่ีดี ร่วมกจิ กรรมทางกายและเล่นกีฬา
อย่างมีความสุข ชืน่ ชมในคุณค่าและความงามของการกฬี า
โดยใชก้ ระบวนการปฏบิ ตั ิ เล่น แขง่ ขัน กิจกรรมกลุ่ม การอธิบาย การวางแผน วิเคราะห์ การนำ
เสนอ การให้ความร่วมมอื ในการปฏบิ ตั ิกิจกรรม
เพือ่ ให้มีสขุ ภาพดที ้ังจิตใจ รา่ งกายสมบรู ณ์แข็งแรงสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวนั ได้อยา่ งมี
ประสิทธภิ าพ
ผลการเรียนรู้
1. อธบิ ายประเภทของการลีลาศ
2. บอกทิศทางของการลีลาศ
3. อธบิ ายมารยาททางสังคมในงานลีลาศ
4. อธบิ ายการจบั คู่ การนำ และการตามในลีลาศ
5. แสดงวธิ กี ารจบั คแู่ บบ บอลรมู ปิด- เปิด
6. แสดงวธิ กี ารนำและการตาม
7. แสดงลีลาศได้อย่างน้อย 3 รูปแบบ
8. จัดการแขง่ ขันกีฬาลลี าศ
9. ตดั สินการแข่งขนั ลลี าศ
10. มีมารยาทในการเป็นผเู้ ล่น ผูช้ ม ตามกฎ กตกิ า
11. มนี ้ำใจเป็นนักกฬี า รแู้ พ้ รชู้ นะ รอู้ ภัย
รวมท้งั หมด 11 ผลการเรียนรู้
๖๓
สื่อ/แหลง่ เรยี นรู้
กล่มุ สาระการเรียนรสู้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา ไดจ้ ัดทำสอื่ และจดั ใหม้ แี หลง่ เรียนรู้ ตามหลักการและ
นโยบายของการจัดการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน ดังนี้ สอ่ื การเรยี นรเู้ ปน็ เครื่องมอื สง่ เสริมสนบั สนนุ การจดั การ
กระบวนการเรยี นรู้ให้ผู้เรียนเขา้ ถึงความรู้ ทักษะกระบวนการ และคณุ ลักษณะตามมาตรฐานของหลกั สตู รได้
อย่างมีประสิทธภิ าพ ส่ือการเรยี นรมู้ ี หลากหลายประเภท ท้งั สอ่ื ธรรมชาติส่อื ส่งิ พิมพส์ อ่ื เทคโนโลยีและเครอื ขา่ ย
การเรยี นร้ตู า่ งๆ ท่ีมีในท้องถิ่น การเลือกใช้ส่ือควรเลือกให้มีความเหมาะสมกบั ระดบั พัฒนาการ และลลี าการ
เรยี นรทู้ ห่ี ลากหลายของผเู้ รยี น การจดั หาสื่อการเรยี นรูผ้ ้เู รียนและผู้สอนสามารถจัดทำและพฒั นาข้ึนเอง หรือ
ปรบั ปรงุ เลอื กใช้อย่างมีคณุ ภาพ จากสือ่ ต่างๆ ท่ีมอี ยรู่ อบตัวเพ่อื น ามาใชป้ ระกอบในการจดั การเรยี นรทู้ ส่ี ามารถ
สง่ เสรมิ และส่ือสารให้ผเู้ รียนเกิด การเรียนร้โู ดยสถานศึกษาควรจัดใหม้ ีอยา่ งพอเพียง เพื่อพัฒนาให้ผเู้ รียน เกิด
การเรยี นรู้อยา่ งแท้จรงิ สถานศกึ ษา เขตพื้นท่กี ารศึกษา หนว่ ยงานทเ่ี กี่ยวข้องและผู้มีหน้าที่จัดการศึกษาข้ัน
พ้นื ฐาน ควรด าเนินการ ดงั น้ี
1. จัดใหม้ ีแหล่งการเรยี นรู้ศูนยส์ อ่ื การเรียนรรู้ ะบบสารสนเทศการเรียนรแู้ ละเครือข่ายการเรยี นรทู้ ่ี มี
ประสิทธิภาพท้ังในสถานศึกษาและในชุมชน เพ่ือการศกึ ษาคน้ ควา้ และการแลกเปล่ยี นประสบการณ์การ เรียนรู้
ระหว่างสถานศึกษา ท้องถิ่น ชุมชน สังคมโลก
2. จัดทำและจัดหาสอื่ การเรียนรู้สำหรับการศึกษาคน้ คว้าของผู้เรยี น เสรมิ ความรู้ให้ผูส้ อน รวมทัง้
จัดหาสงิ่ ที่มอี ยู่ในท้องถ่นิ มาประยกุ ตใ์ ชเ้ ป็นสื่อการเรียนรู้
3. เลอื กและใชส้ ่ือการเรยี นรู้ท่มี คี ุณภาพ มีความเหมาะสม มคี วามหลากหลาย สอดคล้องกับวธิ กี าร
เรยี นรู้ธรรมชาตขิ องสาระการเรยี นรแู้ ละความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คลของผเู้ รียน
4. ประเมนิ คุณภาพของสื่อการเรยี นรทู้ เี่ ลอื กใช้อยา่ งเปน็ ระบบ
5. ศกึ ษาค้นควา้ วิจัย เพื่อพัฒนาสอื่ การเรยี นรใู้ หส้ อดคล้องกบั กระบวนการเรยี นรขู้ องผเู้ รียน
6. จัดให้มกี ารกำกับ ตดิ ตาม ประเมนิ คุณภาพและประสทิ ธิภาพเก่ียวกับสื่อและการใช้สื่อการเรยี นรู้
เป็นระยะๆ และสมำ่ เสมอ
ในการจัดทำ การเลอื กใช้และการประเมนิ คณุ ภาพส่ือการเรียนร้ทู ใ่ี ช้ในสถานศึกษาควรคำนงึ ถงึ
หลักการสำคัญของส่อื การเรียนรเู้ ช่น ความสอดคล้องกบั หลักสตู ร วัตถปุ ระสงค์การเรียนรู้การออกแบบ กิจกรรม
การเรียนรู้การจัดประสบการณใ์ ห้ผู้เรียน เนอื้ หามีความถูกตอ้ งและทันสมยั ไมก่ ระทบความม่ันคง ของชาติไม่ขดั
ตอ่ ศลี ธรรม มกี ารใชภ้ าษาท่ีถูกตอ้ ง รปู แบบการน าเสนอที่เขา้ ใจง่าย และนา่ สนใจ
การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ ๖๔
กล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศกึ ษาและพลศึกษา
คะแนน
1. อัตราส่วนคะแนน (ระดับประถมศึกษา) (80)
คะแนนระหว่างปกี ารศกึ ษา : สอบปลายปกี ารศกึ ษา = 80 : 20 70
รายการวดั 10
➢ ระหวา่ งภาค (20)
มีการวดั และประเมนิ ผล ดงั นี้ 100
1. คะแนนระหว่างปีการศึกษา
1.1 วัดโดยใช้แบบทดสอบ
1.2 วดั ทักษะ/กระบวนการ/สมรรถนะ (เลือกวดั ตามแผนการจัดการเรียนร้)ู
1.2.1 ภาระงานทม่ี อบหมาย
- การทำใบงาน/แบบฝกึ หัด/แบบฝึกทกั ษะ
- การรว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้
1.2.2 การเขา้ รว่ มกิจกรรมทางพลศึกษา และการทดสอบสมรรถภาพ ทางกาย
1.2.3 สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
1.3 วดั คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และเจตคติท่ีดตี อ่ วิชาสขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
- รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
- ซื่อสัตย์สุจรติ
- มีวนิ ัย
- ใฝ่เรียนรู้
- อยู่อย่างพอเพียง
- มุ่งม่นั ในการท างาน
- รกั ความเป็นไทย
- มจี ติ สาธารณะ
2. คะแนนสอบกลางปีการศึกษา
มกี ารวัดและประเมินผลโดยใชแ้ บบทดสอบ
➢ คะแนนสอบปลายปีการศกึ ษา
มกี ารวัดและประเมินผลโดยใชแ้ บบทดสอบ
รวมท้ังภาคเรียน
2. อตั ราส่วนคะแนน (ระดับมธั ยมศกึ ษา) ๖๕
คะแนนระหว่างปกี ารศกึ ษา : สอบปลายปีการศกึ ษา = 80 : 20
คะแนน
รายการวดั (80)
➢ ระหว่างภาค 70
มกี ารวัดและประเมนิ ผล ดังนี้
1. คะแนนระหว่างภาคเรียน 10
1.1 วัดโดยใชแ้ บบทดสอบ (20)
1.2 วดั ทกั ษะ/กระบวนการ/สมรรถนะ (เลือกวดั ตามแผนการจดั การเรยี นร)ู้ 100
1.2.1 ภาระงานท่มี อบหมาย
- การทำใบงาน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทักษะ
- การร่วมกจิ กรรมการเรยี นรู้
1.2.2 การเข้าร่วมกิจกรรมทางพลศึกษา และการทดสอบสมรรถภาพ ทางกาย
1.2.3 สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1.3 วดั คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ และเจตคติที่ดีต่อวิชาสุขศกึ ษาและพลศึกษา
- รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
- ซอื่ สัตย์สจุ รติ
- มีวินัย
- ใฝเ่ รยี นรู้
- อยอู่ ยา่ งพอเพียง
- มงุ่ มน่ั ในการท างาน
- รกั ความเป็นไทย
- มีจิตสาธารณะ
2. คะแนนสอบกลางภาคเรยี น
มีการวดั และประเมินผลโดยใช้แบบทดสอบ
➢ คะแนนสอบปลายภาคเรียน
มกี ารวัดและประเมินผลโดยใช้แบบทดสอบ
รวมทั้งภาคเรียน
๖๖
3. เกณฑ์การวดั ผลประเมินผล
1. การวดั และประเมนิ ผลโดยใชแ้ บบทดสอบ
กำหนดเกณฑ์การใหค้ ะแนนแต่ละแบบทดสอบ ดงั น้ี
1.1 เกณฑใ์ ห้คะแนนแบบทดสอบแบบเลอื กตอบ พจิ ารณาจากความถูกผดิ ของการเลือกตอบ
ตอบถูกให้1 คะแนน ตอบผิดให้ 0 คะแนน
1.2 เกณฑ์ให้คะแนนแบบทดสอบแบบถูกผดิ พจิ ารณาจากความถกู ผดิ ของคำตอบ
ตอบถูกให้ 1 คะแนน ตอบผิดให้ 0 คะแนน
1.3 เกณฑใ์ หค้ ะแนนแบบทดสอบแบบจบั คู่ พจิ ารณาจากความถูกผดิ ของการจบั คู่
จับคูถ่ ูกให้ 1 คะแนน จับคผู่ ดิ ให้ 0 คะแนน
1.4 เกณฑใ์ หค้ ะแนนแบบทดสอบแบบเปรยี บเทยี บ พจิ ารณาจากความถูกผดิ ของการเปรยี บเทยี บ
เปรียบเทียบถกู ให้ 1 คะแนน เปรยี บเทียบผดิ ให้ 0 คะแนน
1.5 เกณฑใ์ หค้ ะแนนแบบทดสอบแบบเตมิ คำ พจิ ารณาจากความถูกผิดของคำตอบ
ตอบถูกให้ 1 คะแนน ตอบผิดให้ 0 คะแนน
1.6 เกณฑ์ใหค้ ะแนนแบบทดสอบแบบเขียนตอบ พจิ ารณาจากคำตอบในภาพรวมท้ังหมด
โดยกำหนดระดับคะแนนเปน็ 4 ระดบั ดงั นี้
ระดับคะแนน เกณฑ์การให้คะแนน
4 ตอบได้ถูกต้อง และสามารถอธบิ ายเหตผุ ลได้อยา่ งชดั เจน พร้อมทัง้ แสดงแนวคดิ เชิง
เปรียบเทียบ
3 ตอบได้ถกู ต้อง และสามารถอธบิ ายเหตผุ ลได้อยา่ งชดั เจน
2 ตอบได้ถูกต้อง และสามารถอธิบายเหตุผลได้เป็นบางส่วน แต่ยงั ไม่อย่างชัดเจน
1 ตอบได้ถกู ต้อง แต่ไมส่ ามารถอธบิ ายเหตผุ ลได้
0 ตอบได้ถกู ต้อง และไม่สามารถอธิบายเหตผุ ลได้
๒.การวัดและประเมินผลด้านทักษะ/กระบวนการ/สมรรถนะ
๒.๑ ภาระงานที่มอบหมาย ดังน้ี
- ใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทกั ษะ
กำหนดเกณฑ์การประเมินผลของการทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝกึ ทักษะ เป็น 4 ระดับ ดังน้ี
ระดบั คุณภาพ เกณฑ์การพิจารณา
4
- ทำใบงาน/แบบฝกึ หัด/แบบฝกึ ทักษะครบถว้ นและเสร็จตามกำหนดเวลา
(ดมี าก) - ทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะไดถ้ ูกตอ้ ง
- แสดงลำดับข้นั ตอนของการทำใบงาน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทักษะชัดเจนเหมาะสม
3
(ด)ี - ทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะครบถว้ นและเสร็จตามกำหนดเวลา
- ทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทกั ษะได้ถูกต้อง
2 - สลบั ขัน้ ตอนของการทำใบงาน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทกั ษะ หรอื ไมร่ ะบุข้นั ตอนของการ
(พอใช)้ ทำใบงาน/แบบฝกึ หัด/แบบฝกึ ทกั ษะ
- ทำใบงาน/แบบฝกึ หัด/แบบฝึกทักษะครบถ้วน แต่เสรจ็ หลงั กำหนดเวลาเลก็ น้อย
- ทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝกึ ทักษะข้อไม่ถูกต้อง
- สลบั ขน้ั ตอนของการทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทกั ษะ หรือไม่ระบุขั้นตอนของการ
๖๗
1 ทำใบงาน/แบบฝกึ หัด/แบบฝึกทกั ษะ
(ต้องปรบั ปรุง)
- ทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝกึ ทกั ษะไม่ครบถว้ น หรอื ไมเ่ สร็จตามกำหนดเวลาเล็ก
- ทำใบงาน/แบบฝกึ หัด/แบบฝึกทักษะไม่ถูกต้อง
- แสดงลำดบั ข้นั ตอนของการทำใบงาน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทกั ษะไมส่ ัมพันธก์ ับโจทย์
หรอื ไมแ่ สดงลำดับขั้นตอน
๒.๒ การเขา้ รว่ มกจิ กรรมทางพลศกึ ษา และการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
การประเมินผลการเขา้ ร่วมกิจกรรมทางพลศึกษา
ระดบั คุณภาพ เกณฑ์การพจิ ารณา
4 - ผู้เรยี นมคี วามสนใจในกจิ กรรมทางพลศกึ ษาในทุกคาบเรียน อยา่ งเตม็ ท่ี และ พยายาม
(ดีมาก) พัฒนาตนเองตลอดเวลา
- ฝกึ ฝนทักษะการเคลื่อนไหว และทกั ษะกลไกต่างๆ ตามชนิดของกิจกรรม อยา่ ง ตั้งใจในทกุ
คาบเรียน จนสามารถพฒั นาตนเองให้มีทกั ษะต่างๆในระดับท่ีดขี น้ึ ได้
3 - ผู้เรียนมคี วามสนใจในกจิ กรรมทางพลศกึ ษาในบางคาบเรียน อยา่ งเต็มท่ี และ พยายาม
(ด)ี พฒั นาตนเองตลอดเวลา
- ฝึกฝนทักษะการเคล่อื นไหว และทักษะกลไกตา่ งๆ ตามชนิดของกจิ กรรม อย่าง ตัง้ ใจใน
บางคาบเรียน จนสามารถพฒั นาตนเองให้มีทักษะตา่ งๆใน
2 - ผ้เู รียนมคี วามสนใจในกจิ กรรมทางพลศึกษาบา้ ง และพยายามพัฒนาตนเองใน บางครั้ง
(พอใช้) - ไม่ฝกึ ฝนทกั ษะการเคลื่อนไหว และทักษะกลไกต่างๆ ตามชนดิ ของกจิ กรรม แต่มี ทักษะ
ต่างๆในระดับทด่ี ีขึ้น
1 - ผู้เรียนไมม่ ีความสนใจในกจิ กรรมทางพลศึกษาในทกุ คาบเรียน และไม่พยายามที่ จะพัฒนา
(ตอ้ งปรับปรุง) ตนเองเลย
- ไม่ฝึกฝนทกั ษะการเคล่ือนไหว และทักษะกลไกต่างๆ ตามชนิดของกิจกรรม และ ไม่มีการ
พัฒนาตนเองเลย
พิจารณาจากการทดสอบสมรรถภาพทางกาย 7 แบบทดสอบ โดยก าหนดคะแนนเปน็ 4 ระดบั
กำหนดเกณฑ์การประเมิน ดังน้ี
ระดับคุณภาพ เกณฑ์การพิจารณา
4 (ดมี าก) - มภี าพรวมของผลการทดสอบสมรรถทางกายทัง้ 7 แบบอยู่ในเกณฑด์ มี าก
3 (ด)ี - มีภาพรวมของผลการทดสอบสมรรถทางกายทั้ง 7 แบบอยใู่ นเกณฑ์ดี
2 (พอใช้) - มีภาพรวมของผลการทดสอบสมรรถทางกายทงั้ 7 แบบอยใู่ นเกณฑ์พอใช้
1 (ต้องปรับปรงุ ) - มภี าพรวมของผลการทดสอบสมรรถทางกายทั้ง 7 แบบอยู่ในเกณฑ์ต้องปรับปรงุ
๖๘
๒.๓ สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
– การประเมนิ ผลสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
การประเมนิ ผลสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ประเมินโดยใช้แบบประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น โดย
กำหนดเกณฑใ์ นการประเมนิ ดงั นี้
ระดบั คุณภาพ ความหมาย
(3) ผูเ้ รียนปฏบิ ัติตนตามสมรรถนะจนเป็นนิสยั และนำไปใช้ในชวี ิตประจำวันเพอ่ื ประโยชนส์ ขุ
ดีเยี่ยม ของตนเองและสงั คม โดยพจิ ารณาจากผลการประเมนิ ระดับดีเยี่ยม จำนวน 3-5 สมรรถนะ
และไม่มสี มรรถนะใดได้ผลการประเมนิ ต่ำกว่าระดบั ดี
(2) ผู้เรยี นมีสมรรถนะในการปฏบิ ัติตามกฎเกณฑเ์ พ่ือให้เปน็ การยอมรบั ของสังคม
ดี โดยพจิ ารณาจาก
1. ได้ผลการประเมินระดบั ดเี ย่ียม จำนวน 1-2 สมรรถนะ และไม่มี สมรรถนะใด
ได้ผลการประเมนิ ต่ำกว่าระดับดีหรอื
2. ได้ผลการประเมินระดับดีเยย่ี ม จำนวน 2 สมรรถนะ และไม่มสี มรรถนะ ใด
ได้ผลการประเมนิ ต่ำกวา่ ระดับผ่าน หรือ
3. ไดผ้ ลการประเมินระดับดีจำนวน 4-5 สมรรถนะ และไมม่ ีสมรรถนะใด ไดผ้ ล
การประเมนิ ต่ำกว่าระดับผา่ น
(1) ผเู้ รียนรับร้แู ละปฏิบตั ิตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขท่ีสถานศึกษากำหนด โดย พิจารณาจาก
ผ่าน 1. ไดผ้ ลการประเมินระดับผา่ น จำนวน 4-5 สมรรถนะ และไม่มีสมรรถนะ ใด
ไดผ้ ลการประเมนิ ต่ำกวา่ ระดับผ่าน หรอื
2. ได้ผลการประเมินระดับดีจำนวน 2 สมรรถนะ และไม่มีสมรรถนะใด ได้ผลการ
ประเมนิ ต่ำกว่าระดบั ผ่าน
(0) ผเู้ รยี นรบั ร้แู ละปฏิบตั ิได้ไมค่ รบตามเกณฑ์และเง่ือนไขท่ีกำหนด โดยพจิ ารณา จากผลการ
ไมผ่ ่าน ประเมินระดบั ต้องปรับปรงุ ตั้งแต่ 1 สมรรถนะ
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั สิ ม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมที่ปฏบิ ตั ิบ่อยคร้งั ให้ 1 คะแนน
พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครง้ั ให้ 0 คะแนน
พฤติกรรมท่ีปฏบิ ตั นิ ้อยครง้ั
เกณฑ์การตัดสนิ ระดับคณุ ภาพตามสมรถนะรายข้อ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
13 - 15 ดเี ย่ยี ม (3)
9 - 12
5-8 ดี (2)
ต่ำกว่า 5 ผา่ น (1)
ไมผ่ า่ น (0)
๖๙
แบบประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
ชอ่ื .......................................................นามสกลุ ....................................................เลขท่ี..............ช้ัน...................
คำช้แี จง : ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี น และขีด ✓ลงในช่องท่ีตรงกับคะแนน
สมรรถนะดา้ น รายการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
ดเี ยยี่ ม ดี ผา่ น ไมผ่ า่ น
1. ความสามารถ 1.1 มคี วามสามารถในการรับ-สง่ สาร (3) (2) (1) (0)
ในการสอื่ สาร 1.2 มคี วามสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความ รวม ....... คะแนน ระดบั .........
เข้าใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอย่างเหมาะสม รวม ....... คะแนน ระดบั .........
1.3 ใชว้ ธิ กี ารสอ่ื สารทเ่ี หมาะสม มปี ระสทิ ธิภาพ รวม ....... คะแนน ระดบั .........
1.4 เจรจาต่อรองเพอื่ ขจัดและลดปัญหาความขดั แย้งตา่ งๆได้ รวม ....... คะแนน ระดบั .........
1.5 เลอื กรบั และไมร่ ับขอ้ มูลขา่ วสารดว้ ยเหตผุ ลและถูกตอ้ ง รวม ....... คะแนน ระดบั .........
สรุปผลการประเมิน
2. ความสามารถ ใน 2.1 มคี วามสามารถในการคิดวิเคราะห์ สงั เคราะห์
การคิด 2.2 มีทกั ษะในการคิดนอกกรอบอยา่ งสรา้ งสรรค์
2.3 สามารถคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ
2.4 มคี วามสามารถในการสรา้ งองค์ความรู้
2.5 ตดั สนิ ใจแกป้ ญั หาเกยี่ วกบั ตนเองได้อยา่ งเหมาะสม
สรปุ ผลการประเมิน
3. ความสามารถ ใน 3.1 สามารถแก้ปญั หาและอปุ สรรคตา่ งๆ ท่ีเผชิญได้
การแกป้ ัญหา 3.2 ใช้เหตผุ ลในการแก้ปญั หา
3.3 เขา้ ใจความสมั พันธ์และการเปลีย่ นแปลงในสังคม
3.4 แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใชใ้ นการป้องกนั และ
แก้ไข ปญั หา
3.5 สามารติดสินใจได้เหมาะสมตามวยั
สรปุ ผลการประเมนิ
4. ความสามารถ 4.1 เรียนรดู้ ้วยตนเองไดเ้ หมาะสมตามวัย
ในการใช้ทกั ษะ 4.2 สามารถท างานกลุ่มรว่ มกบั ผู้อน่ื ได้
ชีวิต 4.3 น าความรู้ท่ีได้ไปใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจ าวนั
4.4 จดั การปญั หาและความขดั แยง้ ได้เหมาะสม
4.5 หลีกเล่ยี งพฤตกิ รรมไมพ่ ึงประสงคท์ ่สี ง่ ผลกระทบตอ่
ตนเอง
สรปุ ผลการประเมนิ
5. ความสามารถ ใน 5.1 เลือกและใช้เทคโนโลยีไดเ้ หมาะสมตามวัย
การใช้ เทคโนโลยี 5.2 มที กั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
5.3 สามารถนำเทคโนโลยไี ปใช้พัฒนาตนเอง
5.4 ใช้เทคโนโลยใี นการแกป้ ัญหาอยา่ งสร้างสรรค์
5.5 มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมในการใช้เทคโนโลยี
สรปุ ผลการประเมิน
ระดบั คณุ ภาพตามเกณฑก์ ารประเมนิ ในหลักสตู รรายชั้น
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมิน
๗๐
๓.คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
การประเมินผลคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ประเมินโดยใช้แบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ โดย
กำหนดเกณฑใ์ นการประเมนิ ดังน้ี
ระดบั คุณภาพ ความหมาย
(3)
ดเี ยี่ยม ผ้เู รยี นปฏบิ ัตติ นตามคณุ ลักษณะจนเปน็ นิสยั และน าไปใช้ในชวี ิตประจ าวนั เพ่อื
ประโยชน์สุขของตนเองและสังคม โดยพจิ ารณาจากผลการประเมนิ ทั้ง 8 คณุ ลักษณะ คือ
(2) ไดร้ ะดบั 3 จำนวน 5-8 คณุ ลกั ษณะ และไมม่ ีคณุ ลกั ษณะใดได้ผล การประเมินต่ำกว่า
ดี ระดบั 2
(1) ผ้เู รียนมคี ณุ ลักษณะในการปฏิบตั ิตามเกณฑ์ เพ่ือให้เป็นท่ียอมรบั ของสังคม โดยพจิ ารณา
ผา่ น จาก
(0) 1. ได้ผลการประเมนิ ระดับ 3 จำนวน 1-4 คณุ ลักษณะ และไม่มคี ุณลกั ษณะใด
ไม่ผ่าน ไดผ้ ลการประเมนิ ต่ำกวา่ ระดับ 2 หรือ
2. ได้ผลการประเมนิ ระดับ 3 จำนวน 4 คุณลกั ษณะ และไม่มีคุณลักษณะใด ได้ผล
การประเมินต่ำกวา่ ระดับ 1 หรือ
3. ได้ผลการประเมนิ ระดับ 2 จำนวน 5-8 คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใด
ไดผ้ ลการประเมินต่ำกว่าระดับ 1
ผเู้ รียนรับรู้และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ และเงื่อนไขทีส่ ถานศกึ ษาก าหนด โดยพิจารณาจาก
1. ได้ผลการประเมินระดับ 1 จำนวน 5-8 คณุ ลักษณะ และไม่มคี ุณลักษณะใด
ได้ผลการประเมนิ ต่ำกวา่ ระดับ 1 หรอื
2. ไดผ้ ลการประเมนิ ระดบั 2 จำนวน 4 คณุ ลกั ษณะ และไมม่ ีคณุ ลักษณะใด
ได้ผลการประเมนิ ต่ำกวา่ ระดับ 1
ผู้เรยี นรบั รแู้ ละปฏิบตั ิได้ไมค่ รบตามกฎเกณฑ์และเง่ือนไขที่สถานศึกษาก าหนด โดย
พิจารณาจากผลการประเมนิ ระดบั 0 ตั้งแต่ 1 คุณลักษณะขึน้ ไป
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมท่ีปฏิบตั สิ มำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ัติบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน
พฤติกรรมทีป่ ฏิบตั ิบางครง้ั ให้ 0 คะแนน
พฤติกรรมที่ปฏบิ ัติน้อยครง้ั
๗๑
แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ชื่อ.......................................................นามสกลุ ....................................................เลขที.่ .............ชัน้ ...................
คำช้ีแจง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี น และขีด ✓ลงในชอ่ งที่ตรงกบั คะแนน
ระดับคุณภาพ
สมรรถนะด้าน รายการประเมนิ ดี ดี ผา่ น ไม่
เยี่ยม (2) (1) ผา่ น
(3) (0)
1. รักชาติ - ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาตไิ ด้
ศาสน์ กษตั รยิ ์ - เขา้ รว่ มกจิ กรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเปน็
ประโยชน์ตอ่ โรงเรียน
- เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาท่ีตนนับถือ ปฏบิ ัตติ ามหลกั
ศาสนา
- เข้ารว่ มกิจกรรมทเ่ี กีย่ วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ตามที่
โรงเรียนจดั ขน้ึ
2. ซ่ือสัตย์ - ใหข้ ้อมลู ท่ีถูกต้อง และเป็นจรงิ
สุจรติ - ปฏบิ ตั ิในส่ิงท่ถี ูกต้อง
3. มีวนิ ยั - ปฏิบัตติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบงั คบั ของ
รับผิดชอบ ครอบครัว มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัตกิ ิจกรรม ต่าง ๆ
ในชวี ติ ประจ าวนั
4. ใฝ่เรยี นรู้ - รจู้ ักใชเ้ วลาว่างให้เป็นประโยชน์ และน าไปปฏิบัติได้
- รจู้ กั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม
- เชอ่ื ฟงั ค าส่งั สอนของบิดา - มารดา โดยไมโ่ ต้แยง้
- ตง้ั ใจเรยี น
5. อย่อู ยา่ ง - ใชท้ รัพย์สนิ และสง่ิ ของของโรงเรียนอย่างประหยัด- ใช้
พอเพยี ง อุปกรณ์การเรียนอยา่ งประหยดั และรู้คุณคา่
- ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยัดและมีการเก็บออมเงิน
6. มุ่งมน่ั ในการ - มีความตงั้ ใจและพยายามในการท างานที่ได้รับมอบหมาย
ทำงาน - มีความอดทนและไมท่ ้อแท้ตอ่ อปุ สรรคเพ่ือใหง้ านสำเร็จ
7. รักความเป็น - มจี ิตสำนึกในการอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย
ไทย - เห็นคณุ คา่ และปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8. มจี ิต 3. รู้จักช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงาน
สาธารณะ 4. รู้จกั การดูแลรกั ษาทรพั ยส์ มบัติและสิ่งแวดล้อมของ
ห้องเรียนและโรงเรยี น
ระดับคุณภาพตามเกณฑก์ ารประเมนิ ในหลักสูตรรายชนั้
ลงชือ่ ...................................................ผ้ปู ระเมิน
๗๒
การประเมินผลคุณลักษณะอันพึงประสงคข์ องผูเ้ รียนทางสขุ ศึกษาและพลศึกษา มีการกำหนด
เกณฑ์ใน การประเมนิ ผล 3 ระดบั ดงั น้ี
รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ เกณฑก์ ารพจิ ารณา
1. มีระเบยี บวนิ ยั 3 (ด)ี - การปฏิบัตติ นอยใู่ นข้อตกลงทก่ี ำหนดไว้
2 (พอใช้) - การปฏิบัติตนอยใู่ นขอ้ ตกลงทก่ี ำหนดไว้เป็นส่วนใหญ่
1 (ตอ้ งปรบั ปรุง) - ไมป่ ฏิบัตติ นตามขอ้ ตกลงท่ีกำหนดไว้
2. เคารพกฎ กติกา 3 (ด)ี - เคารพกฎ กติกา ในการเลน่ หรอื การแข่งขันกฬี า การมนี ้ำใจ
มีนำ้ ใจ นกั กีฬา นกั กีฬา รู้จกั แพ้รูจ้ กั ชนะ รจู้ กั ใหอ้ ภยั รู้จักควบคุมอารมณ์
- เคารพกฎ กติกา ในการเลน่ หรือการแข่งขนั กีฬา การมนี ้ำใจ
2 (พอใช)้ นักกีฬา รู้จักแพ้ รจู้ ักชนะ รจู้ ักให้อภยั รจู้ ักควบคมุ อารมณ์
ในบางคร้ัง
1 (ตอ้ งปรบั ปรงุ ) - ไมเ่ คารพกฎ กติกา ในการเลน่ หรือการ แข่งขนั กีฬา การมีน้ำใจ
นกั กีฬา รจู้ ักแพ้ รู้จักชนะ รจู้ ักใหอ้ ภัย และไม่ควบคมุ อารมณ์
3. รกั การออก 3 (ด)ี ตนเอง
กำลงั กาย และ 2 (พอใช)้
ปฏบิ ตั อิ ย่าง - ผ้เู รยี นแสดงนิสัยรักการออกกำลงั กายโดยใช้เวลาวา่ งไปกับการ
สม่ำเสมอ ออกกำลังกายหรอื เล่นกฬี า และเห็นความสำคัญของการมี
สขุ ภาพดี
1 (ตอ้ งปรับปรุง) - ผ้เู รยี นแสดงนสิ ยั รกั การออกกำลังกายโดยใช้เวลาว่างใน
บางคร้งั ไปกับการออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬา และเหน็ ความ
สำคัญของการมีสขุ ภาพดี
- ผู้เรยี นไมแ่ สดงนิสยั รกั การออกกำลังกายและไม่เหน็
ความสำคญั ของการมีสุขภาพดี
๔. เกณฑก์ ารตดั สนิ ผลการเรียน
4.1 เกณฑ์การตัดสินระดบั ผลการเรียน
ระดบั ผลการเรียน ความหมาย ช่วงคะแนน
80 - 100
4 ผลการเรยี นดีเยีย่ ม 75 - 79
70 - 74
3.5 ผลการเรียนดมี าก 65 - 69
60 - 64
3 ผลการเรียนดี 55 - 59
50 - 54
2.5 ผลการเรียนคอ่ นขา้ งดี 0 - 49
2 ผลการเรยี นปานกลาง
1.5 ผลการเรยี นพอใช้
1 ผลการเรยี นผา่ นเกณฑข์ ัน้ ต่ำ
0 ผลการเรียนต่ำกวา่ เกณฑ์
๗๓
4.2 เกณฑก์ ารตดั สินผลการเรียน ร และ มส.
4.2.1 ตัดสินผลการเรยี น ร
หมายถึง รอการตดั สนิ และยงั ตัดสินผลการเรียนไม่ไดเ้ นื่องจาก ผู้เรียนไมม่ ีขอ้ มลู ผลการเรียน
ในรายวิชาครบถ้วน ได้แก่ ไม่ได้วดั ผลกลางภาคเรยี น/ปลายภาคเรยี น ไมไ่ ด้สง่ งาน ท่ี
มอบหมายใหท้ ำ ซงึ่ งานน้ันเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสนิ ผลการเรยี น หรือมีเหตุ สุดวิสัย
ที่ทำให้ประเมินผลการเรยี นไมไ่ ด้
4.2.2 ตัดสินผลการเรียน มส.
หมายถึง ผเู้ รยี นไม่มสี ิทธิเข้ารับการวดั ผลปลายภาคเรยี น เนื่องจากผู้เรยี นมเี วลาเรียนไม่ถงึ
ร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทัง้ หมด และไม่ได้รับการผ่อนผันให้เขา้ รบั การวดั ผล ปลาย
ภาคเรียน
๕. การประเมนิ การอ่าน คิดวิเคราะหแ์ ละการเขียน
เกณฑ์การประเมินการอา่ น คิดวิเคราะหแ์ ละการเขียน คะแนนเต็ม 20 คะแนน
ระดบั คณุ ภาพ ความหมาย ช่วงคะแนน
ดเี ยย่ี ม 16 - 20
ดี มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ 13-15
ผา่ น และเขยี น ที่มคี ุณภาพดีเลิศอยูเ่ สมอ 10-12
ไมผ่ ่าน มผี ลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ 0-9
และเขยี น ท่ีมีคณุ ภาพเปน็ ที่ยอมรับได
มีผลงานทีแ่ สดงถึงความสามารถในการอา่ น คดิ วเิ คราะห์
และเขยี น ท่ีมคี ุณภาพเป็นท่ียอมรับได้ แตย่ ังมีขอ้ บกพรอ่ ง
บางประการ
ไมม่ ผี ลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอา่ น คดิ วิเคราะห์
และเขียน หรือถา้ มผี ลงาน ผลงานนั้นยังมีข้อบกพรอ่ งที่
ต้องการได้รบั การปรับปรงุ แก้ไขหลายประการ
๗๔
ภาคผนวก
๗๕
อภิธานศพั ท์
กลไกของรา่ งกายทใ่ี ช้ในการเคลื่อนไหว (Body Mechanism)
กระบวนการตามธรรมชาติในการเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายตามลักษณะโครงสร้าง หน้าท่ี
และการทำงานร่วมกันของข้อต่อ กล้ามเนื้อ กระดูกและระบบประสาทที่เกี่ยวข้องภายใต้ขอบข่าย เงื่อนไข
หลักการ และปัจจัยด้านชีวกลศาสตร์ที่มีผลต่อการเคลื่อนไหว เช่น ความมั่นคง (Stability) ระบบคาน
(Leverage) การเคลื่อน (Motion) และแรง (Force)
การเคลื่อนไหวเฉพาะอยา่ ง (Specialized Movement)
การผสมผสานกันระหว่างทักษะย่อยของทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานต่าง ๆ การออกกำลังกาย การเล่น
เกม และการเล่นกีฬาต่าง ๆ ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับกิจกรรมทางกาย เช่น การขว้างลูกซอฟท์บอล ต้อง
อาศัยการผสมผสานของทักษะการสไลด์ (การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่) การขว้าง (การเคลื่อนไหวแบบ
ประกอบอปุ กรณ์) การบดิ ตัว (การเคล่ือนไหวแบบไม่เคล่ือนท)่ี ทกั ษะท่ีทำบางอยา่ งยง่ิ มีความซบั ซ้อนและต้อง
ใชก้ ารผสมผสานของทักษะการเคลอ่ื นไหวพนื้ ฐานหลาย ๆ ทักษะรวมกัน
การเคลอื่ นไหวในชวี ิตประจำวนั (Daily Movement)
รูปแบบหรือทักษะการเคลื่อนไหวร่างกายในอิริยาบถต่าง ๆ ที่บุคคลทั่วไปใช้ในการดำเนินชีวิต ไม่ว่า
เพื่อการประกอบกิจวัตรประจำวัน การทำงาน การเดินทางหรือกิจกรรมอื่น ๆ เช่น การยืน ก้ม นั่ง เดิน
วิ่ง โหนรถเมล์ ยกของหนกั ปีนป่าย กระโดดลงจากทสี่ งู ฯลฯ
การเคลื่อนไหวพน้ื ฐาน (Fundamental Movements)
ทักษะการเคลื่อนไหวร่างกายที่จำเป็นสำหรับชีวิตและการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ในการปฏิบัติกิจกรรม
ตา่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ เป็นทักษะที่มกี ารพัฒนาในช่วงวัยเด็ก และจะเป็นพ้นื ฐานสำหรับการประกอบ
กจิ กรรมตา่ ง ๆ เม่ือเจรญิ วยั สูงข้ึน ตลอดจนเปน็ พน้ื ฐานของการ มคี วามสามารถในการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งในการเล่นกีฬา การออกกำลังกาย และการประกอบกิจกรรมนันทนาการ การเคลื่อนไหวพื้นฐาน
สามารถแบง่ ออกได้เป็น ๓ ประเภท คือ
๑. การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่ (Locomotor Movement) หมายถึง ทักษะการเคลื่อนไหว ที่ใช้
ในการเคลื่อนร่างกายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ได้แก่ การเดิน การวิ่ง การกระโดด สลับเท้า การกระโจน
การสไลด์ และการวิ่งควบม้า ฯลฯ หรือการเคลื่อนที่ในแนวดิ่ง เช่น การกระโดด ทักษะการเคลื่อนไหว
เหลา่ นี้เปน็ พื้นฐานของการทำงานประสานสัมพนั ธ์ทางกลไกแบบไมซ่ บั ซ้อน และเป็นการเคลื่อนไหวร่างกายท่ีใช้
กล้ามเน้ือมดั ใหญ่
๒. การเคลื่อนไหวแบบอยู่กับที่ (Nonlocomotor Movement) หมายถึง ทักษะการเคลื่อนไหวท่ี
ปฏิบัติโดยร่างกายไมม่ ีการเคลื่อนที่ของร่างกาย ตัวอย่างเช่น การก้ม การเหยียด การผลักและดนั การบิดตัว
การโยกตัว การไกวตวั และการทรงตวั เปน็ ตน้
๓. การเคลอื่ นไหวแบบประกอบอุปกรณ์ (Manipulative Movement) เป็นทกั ษะการเคล่ือนไหวที่มี
การบังคับหรือควบคุมวัตถุ ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการใช้มือและเท้า แต่ส่วนอื่น ๆ ของร่างกายก็สามารถ
ใช้ได้ เช่น การขวา้ ง การตี การเตะ การรบั เปน็ ต้น
๗๖
การจดั การกับอารมณแ์ ละความเครียด (Emotion and Stress Management)
วิธีควบคุมอารมณ์ความเครียดและความคับข้องใจ ที่ไม่เป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น แล้วลงมือ
ปฏิบัติอย่างเหมาะสม เช่น ทำสมาธิ เลน่ กีฬา การร่วมกจิ กรรม นันทนาการ การคลายกล้ามเนื้อ (muscle
relaxation)
การช่วยฟ้ืนคนื ชพี (Cardiopulmonary Resuscitation = CPR)
การชว่ ยชวี ิตเบ้อื งตน้ ก่อนส่งต่อใหแ้ พทย์ในกรณีผู้ปว่ ยหัวใจหยุดเต้น โดยการนวดหัวใจและผายปอดไป
พรอ้ ม ๆ กนั
การดแู ลเบื้องตน้ (First Care)
การใหก้ ารดูแลสุขภาพผู้ป่วยในระยะพกั ฟน้ื และ / หรือการปฐมพยาบาล
การพัฒนาทย่ี ั่งยนื (Sustainable Development)
การพัฒนาทเ่ี ปน็ องค์รวมของความเป็นมนุษย์ตามแนวทางของพระธรรมปิฏก (ประยุทธ์ ปยุตโต) เป็นการ
พัฒนาที่เป็นบูรณาการ คือ ทำให้เกิดเป็นองค์รวมหมายความว่า องค์ประกอบทั้งหลาย ที่เกี่ยวข้อง จะต้อง
ประสานกันครบทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และจิตวิญญาณ และมีดุลยภาพ สอดคล้องกับกฎเกณฑ์
ของธรรมชาติ
การละเลน่ พนื้ เมือง (Folk Plays)
กิจกรรมเล่นดั้งเดิมของคนในชุมชนแตล่ ะท้องถิ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชวี ิตหรือวถิ ีชีวิต เพ่ือ
เป็นการผ่อนคลายอารมณ์ ความเครียด และสร้างเสริมให้มีกำลังกายแข็งแรง สติปัญญาดี จิตใจเบิกบาน
สนุกสนาน อันก่อให้เกดิ ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกนั และเป็นสว่ นหน่ึงของวฒั นธรรม เช่น กิจกรรมการเลน่ ของ
ชุมชนท้องถิ่น วิ่งเปี้ยว ชักเย่อ ขี่ม้าส่งเมือง ตีจับ มอญซ่อนผ้า รีๆข้าวสาร วิ่งกระสอบ สะบ้า กระบี่
กระบอง มวยไทย ตะกร้อวง ตะกร้อลอดบ่วง
กจิ กรรมเข้าจงั หวะ (Rhythmic Activities)
การแสดงออกของร่างกาย โดยการเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้เข้ากับอัตราความ ช้า – เร็ว
ของตัวโนต้
กจิ กรรมนนั ทนาการ (Recreation Activities)
กจิ กรรมที่บุคคลได้เลือกทำหรือเข้ารว่ มด้วยความสมัครใจในเวลาวา่ ง และผลทไี่ ดร้ บั เป็นความพึงพอใจ
ไมเ่ ปน็ ภัยต่อสังคม
กิจกรรมรับนำ้ หนักตนเอง (Weight Bearing Activities)
กิจกรรมการออกกำลังกายที่มีการเคลื่อนไหวบนพื้น เช่น การเดิน การวิ่ง การกระโดดเชือก
ยมิ นาสตกิ การเตน้ รำหรอื การเตน้ แอโรบิก โดยกล้ามเน้ือสว่ นท่รี บั น้ำหนกั ต้องออกแรงกระทำกบั น้ำหนักของ
ตนเองในขณะปฏิบัตกิ ิจกรรม
กีฬาไทย (Thai Sports)
กฬี าท่ีมีพนื้ ฐานเช่อื มโยงกับวถิ ชี ีวิตและวัฒนธรรมของท้องถนิ่ และสงั คมไทย เช่น กระบีก่ ระบอง มวย
ไทย ตะกร้อ
๗๗
กฬี าสากล (International Sports)
กฬี าทเี่ ป็นทีย่ อมรับจากมวลสมาชิกขององค์กรกีฬาระดับนานาชาติใหเ้ ป็นชนิดกีฬาท่บี รรจุอยู่ในเกมการ
แข่งขัน เชน่ ฟุตบอล วอลเลยบ์ อล เทนนิส แบดมินตนั
เกณฑ์สมรรถภาพทางกาย (Physical Fitness Reference)
ค่ามาตรฐานที่ได้กำหนดขึ้น (จากการศึกษาวิจัยและกระบวนการสถิติ) เพื่อเป็นดัชนีสำหรับประเมิน
เปรียบเทียบว่าบุคคลที่ได้รับคะแนน หรือค่าตัวเลข (เวลา จำนวน ครั้ง น้ำหนัก ฯลฯ) จากการทดสอบ
สมรรถภาพทางกายแต่ละรายการทดสอบนั้น มีสมรรถภาพทางกายตามองค์ประกอบดังกล่าวอยู่ในระดับ
คุณภาพใด โดยท่ัวไปแล้วนิยมจัดทำเกณฑ์ใน ๒ ลักษณะ คอื
๑. เกณฑ์ปกติ (Norm Reference) เป็นเกณฑ์ที่จัดทำจากการศึกษากลุ่มประชากร ที่จำแนกตาม
กลุ่มเพศและวยั เปน็ หลัก ส่วนใหญ่แลว้ จะจัดทำในลกั ษณะของเปอรเ์ ซน็ ไทล์
๒. เกณฑ์มาตรฐาน (Criterion Reference) เป็นระดับคะแนนหรือค่ามาตรฐานท่ีกำหนดไว้ล่วงหน้า
สำหรับแต่ละราย การทดสอบเพื่อเป็นเกณฑ์การตัดสินว่าบุคคลที่รับการทดสอบ มีสมรรถภาพหรือ
ความสามารถผ่านตามเกณฑ์ทไี่ ด้กำหนดไวห้ รือไม่ มิได้เปน็ การเปรียบเทยี บกบั บคุ คลอ่ืน ๆ
ความคิดรวบยอดเก่ยี วกบั การเคล่อื นไหว (Movement Concepts)
ความสัมพันธร์ ะหว่างขนาด จงั หวะ เวลา พนื้ ที่ และทศิ ทางในการเคลื่อนไหวรา่ งกายความเข้าใจถึง
ความเก่ยี วขอ้ งเชอื่ มโยง และความพอเหมาะพอดีระหว่างขนาดของแรงทใ่ี ช้ ในการเคลอ่ื นไหวร่างกายหรือวัตถุ
ด้วยห้วงเวลา จังหวะและทิศทางที่เหมาะสมภายใต้ข้อจำกัดของพื้นที่ที่มีอยู่ และสามารถแปรความเข้าใจ
ดังกลา่ วท้ังหมดไปส่กู ารปฏบิ ตั กิ ารเคล่อื นไหวในการเลน่ หรอื แข่งขันกฬี า
ความเส่ียงต่อสุขภาพ (Health Risk)
การประพฤตปิ ฏิบตั ิท่ีอาจนำไปสู่การเกิดอันตรายต่อชวี ิตและสุขภาพของตนเองและผู้อ่นื เช่น การขับ
รถเร็ว การกินอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ ความสำส่อนทางเพศ การมีน้ำหนักตัวเกิน การขาด การออกกำลังกาย
การสบู บุหร่ี การดืม่ สรุ า การใชย้ าและสารเสพตดิ
คา่ นยิ มทางสังคม (Health Value)
คุณสมบัติของสิ่งใดก็ตาม ซึ่งทำให้สิ่งนัน้ เป็นประโยชน์น่าสนใจ สิ่งท่ีบุคคลยึดถือในการตัดสินใจและ
กำหนดการกระทำของตนเองเกีย่ วกับพฤตกิ รรมสุขภาพ
คุณภาพชวี ติ (Quality of Life)
ความรบั ร้หู รอื เข้าใจของปัจเจกบุคคลทม่ี ีต่อสถานภาพชวี ติ ของตนเองภายใตบ้ ริบทของระบบวัฒนธรรม
และค่านิยมทเ่ี ขาใช้ชวี ติ อยู่ และมคี วามเชือ่ มโยงกับจุดม่งุ หมาย ความคาดหวัง มาตรฐาน รวมทั้งความกังวล
สนใจทีเ่ ขามีต่อสิง่ ต่าง ๆ คณุ ภาพชีวิตเปน็ มโนคติท่ีมีขอบเขตกว้างขวาง ครอบคลุมเร่ืองต่าง ๆ ที่สลับซับซ้อน
ได้แก่ สุขภาพทางกาย สภาวะทางจิต ระดับความเป็นตัวของตัวเอง ความสัมพันธ์ต่าง ๆ ทางสังคม ความ
เชื่อส่วนบคุ คล และสัมพันธภาพที่ดีต่อสงิ่ แวดลอ้ ม
จติ วิญญาณในการแขง่ ขนั (Competitive Spiritual)
ความมุง่ มัน่ การทุ่มเทกำลงั กาย กำลงั ใจ ความรู้ ความสามารถในการแข่งขัน และรว่ มมอื อย่างสันติ
เต็มความสามารถ เพือ่ ให้ไดม้ าซึง่ ผลทีต่ นเองต้องการ
๗๘
ทักษะชีวติ (Life Skills)
เป็นคุณลักษณะหรือความสามารถเชิงสังคมจิตวิทยา (Psychosocial Competence) และเป็น
ความสามารถทางสตปิ ัญญา ทที่ ุกคนจำเป็นต้องใช้ในการเผชิญสถานการณต์ ่าง ๆ ที่เกิดขน้ึ ในชีวิตประจำวัน
ได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ สามารถพฒั นาขึ้นไดด้ ว้ ยการฝึกและกระทำซ้ำ ๆ ให้เกิดความคล่องแคลว่ เคยชนิ จน
เป็นลกั ษณะนิสยั ประกอบด้วยทักษะต่าง ๆ ดงั น้ี คือ การรู้จกั ตนเอง เขา้ ใจตนเองและเหน็ คุณค่าของตนเอง
การรจู้ ักคิดอย่างมีวิจารณญาณและคดิ สร้างสรรค์ การรู้จกั คดิ ตัดสินใจและแก้ปัญหา การรู้จักแสวงหาและใช้
ข้อมูลความรู้ การสื่อสารและการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น การจัดการกับอารมณ์และความเครียด การ
ปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง การตั้งเป้าหมาย การวางแผนและดำเนินการตามแผน ความเห็นใจผู้อ่ืน
ความรบั ผดิ ชอบต่อสังคมและซาบซ้ึงในส่งิ ทด่ี ีงามรอบตวั
ธงโภชนาการ (Nutrition Flag)
เป็นเครื่องมือที่ช่วยอธิบายและทำความเข้าใจโภชนบัญญัติ ๙ ประการ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ โดย
กำหนดเป็นภาพ “ธงปลายแหลม” แสดงกลุ่มอาหารและสัดสว่ นการกินอาหารในแต่ละกลุ่ม มากน้อยตามพื้นที่
สังเกตได้ชัดเจนว่า ฐานใหญ่ด้านบนเน้นให้กินมากและปลายธงข้างล่างบอกให้กิน น้อย ๆ เท่าที่จำเป็นโดยมี
ฐานมาจากข้อปฏบิ ัตกิ ารบรโิ ภคอาหารเพื่อสุขภาพท่ดี ีของคนไทย หรอื โภชนบัญญัติ ๙ ประการ คือ
๑. กินอาหารครบ ๕ หมู่ แตล่ ะหม่ใู ห้หลากหลายและหมัน่ ดแู ลนำ้ หนกั ตัว
๒. กนิ ข้าวเปน็ อาหารหลักสลับกบั อาหารประเภทแปง้ เปน็ บางมอื้
๓. กินพชื ผักให้มากและกินผลไมเ้ ปน็ ประจำ
๔. กินปลา เน้อื สตั วไ์ ม่ติดมัน ไข่ และถว่ั เมลด็ แห้งเปน็ ประจำ
๕. ดืม่ นมใหเ้ หมาะสมตามวยั
๖. กนิ อาหารท่มี ีไขมันแตพ่ อควร
๗. หลกี เล่ยี งการกินอาหารรสหวานจดั และเค็มจัด
๘. กินอาหารท่ีสะอาด ปราศจากการปนเปอ้ื น
๙. งดหรือลดเคร่ืองดม่ื ทมี่ แี อลกอฮอล์
น้ำใจนักกีฬา (Spirit)
เป็นคุณธรรมประจำใจของการเล่นร่วมกัน อยู่ร่วมกัน และมีชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคม ได้อย่างปกติสุ ข
และมีประสิทธิภาพ พฤติกรรมที่แสดงถึงความมีน้ำใจนักกีฬา เช่น การมีวินัย เคารพกฎกติกา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้
อภยั
บรกิ ารสขุ ภาพ (Health Service)
บริการทางการแพทยแ์ ละสาธารณสุขทัง้ ของรัฐและเอกชน
ประชาสังคม (Civil Society)
เครอื ข่าย กลมุ่ ชมรม สมาคม มูลนิธิ สถาบนั องค์กร หรอื ชมุ ชนที่มีกจิ กรรม การเคลื่อนไหวทาง
สังคม เพื่อประโยชน์รว่ มกันของกล่มุ
ผลติ ภัณฑส์ ขุ ภาพ (Health Products)
ยา เครอ่ื งสำอาง อาหารสำเร็จรปู เครือ่ งปรงุ รสอาหาร อาหารเสรมิ วิตามนิ
๗๙
พฤติกรรมเบยี่ งเบนทางเพศ (Sex Abuse)
การประพฤติปฏิบัติใด ๆ ที่ไม่เป็นไปตามธรรมชาติทางเพศตนเอง เช่น มีจิตใจรักชอบในเพศเดียวกนั
การแตง่ ตวั หรอื แสดงกริ ยิ าเปน็ เพศตรงขา้ ม
พฤติกรรมสุขภาพ (Health Behaviour)
การปฏิบตั ิหรอื กจิ กรรมใด ๆ ในด้านการปอ้ งกัน การสรา้ งเสรมิ การรกั ษาและการฟื้นฟูสุขภาพ อันมี
ผลต่อสภาวะทางสุขภาพของบคุ คล
พฤตกิ รรมเสยี่ ง (Risk Behaviour)
รูปแบบจำเพาะของพฤติกรรม ซึ่งได้รับการพิสูจน์แลว้ ว่า มีความสัมพันธ์กบั การเพิ่มโอกาส ที่จะป่วย
จากโรคบางชนดิ หรือการเสอ่ื มสุขภาพมากขนึ้
พลังปญั ญา (Empowerment)
กระบวนการสร้างเสริมศักยภาพแก่บุคคลและชุมชนให้เป็นผู้สนใจใฝ่รู้ และมีอำนาจในการคิด การ
ตัดสินใจ การแก้ปัญหาด้วยชุมชนเองได้เป็นส่วนใหญ่ นอกจากนั้นบุคคลและชุมชน ยังสามารถควบคุม
สภาพแวดล้อมทมี่ ีผลกระทบต่อปญั หาสุขภาพใหอ้ ยู่ในสภาพที่เอือ้ ต่อการสรา้ งเสรมิ และพฒั นาสขุ ภาพ
ภาวะทุพโภชนาการ (Malnutrition)
การขาดสารอาหารทจ่ี ำเปน็ ต่อการเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการของเดก็ ทำใหม้ ผี ลกระทบต่อสุขภาพ
ภาวะผนู้ ำ (Leadership)
การมคี ณุ ลักษณะในการเป็นหวั หนา้ สามารถชกั ชวนและชน้ี ำสมาชิกในกลมุ่ ร่วมมือรว่ มใจกนั ปฏิบัติงาน
ใหส้ ำเร็จลุลว่ งไปด้วยดี
ภูมปิ ัญญาไทย (Thai Wisdom)
สติปัญญา องค์ความรู้และค่านิยมที่นำมาใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม เป็นมรดกทาง
วฒั นธรรมที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ ความร้แู ขนงต่าง ๆ ของบรรพชนไทยนบั แต่อดีต สอดคลอ้ งกบั วิถี
ชีวติ ภมู ปิ ญั ญาไทย จงึ มคี วามสำคญั ตอ่ การพฒั นาชีวิตความเปน็ อยขู่ องคนไทย ทั้งดา้ นเศรษฐกจิ สังคม
ลกั ษณะของภมู ปิ ญั ญาไทย มีองค์ประกอบต่อไปนี้
๑. คติ ความเชอื่ ความคดิ หลักการที่เปน็ พนื้ ฐานขององค์ความรูท้ ี่เกิดจากสง่ั สมถา่ ยทอดกนั มา
๒. ศิลปะ วฒั นธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี
๓. การประกอบอาชพี ในแต่ละทอ้ งถนิ่ ท่ีได้รับการพัฒนาให้เหมาะสมกับสมัย
๔. แนวคิด หลกั ปฏิบตั ิ และเทคโนโลยสี มัยใหม่ทน่ี ำมาใชใ้ นชุมชน ซง่ึ เป็นอทิ ธพิ ลของความก้าวหน้า
ทางวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ตัวอย่างภูมิปญั ญาไทยท่เี กี่ยวข้องกับสุขภาพ เชน่ การแพทย์แผนไทย สมุนไพร อาหารไทย ยาไทย ฯลฯ
แรงขบั ทางเพศ (Sex Drive)
แรงขับท่เี กดิ จากสัญชาตญาณทางเพศ
๘๐
ล่วงละเมดิ ทางเพศ (Sexual Abuse)
การใช้คำพูด การจับ จูบ ลูบ คลำ และ / หรือร่วมเพศ โดยไม่ได้รับการยินยอมจาก ฝ่ายตรงข้าม
โดยเฉพาะกบั ผเู้ ยาว์
สติ (Conscious)
ความรูส้ กึ ตวั อยู่เสมอในการรับรู้สิง่ ต่าง ๆ การให้หลกั การและเหตุผลในการป้องกัน ยับย้ังช่ังใจ และ
ควบคุมตนเองเพื่อไม่ใหค้ ดิ ผดิ ทาง ไมห่ ลงลืม ไม่เครียด ไมผ่ ิดพลาด ก่อให้เกิดพฤติกรรมที่ถูกต้องดงี าม
สมรรถภาพกลไก (Motor Fitness) หรอื สมรรถภาพเชิงทักษะปฏบิ ัติ (Skill - Related Physical Fitness)
ความสามารถของร่างกายทชี่ ่วยให้บุคคลสามารถประกอบกจิ กรรมทางกาย โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงการเล่น
กฬี าไดด้ ี มีองคป์ ระกอบ ๖ ดา้ น ดงั นี้
๑. ความคล่อง (Agility) หมายถึง ความสามารถในการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว
และสามารถควบคุมได้
๒. การทรงตัว (Balance) หมายถึง ความสามารถในการรักษาดลุ ของรา่ งกายเอาไวไ้ ด้ ทง้ั ในขณะอยู่
กบั ท่ีและเคล่อื นท่ี
๓. การประสานสัมพันธ์ (Co – ordination) หมายถึง ความสามารถในการเคล่ือนไหวได้อย่างราบรื่น
กลมกลืน และมีประสิทธภิ าพ ซงึ่ เป็นการทำงานประสานสอดคล้องกันระหวา่ งตา-มือ-เทา้
๔. พลังกล้ามเนื้อ (Power) หมายถึง ความสามารถของกล้ามเนื้อส่วนหนึ่งส่วนใดหรือ หลาย ๆ
ส่วนของร่างกายในการหดตัวเพื่อทำงานด้วยความเร็วสูง แรงหรืองานที่ได้เป็นผลรวมของความ แข็งแรงและ
ความเรว็ ทีใ่ ช้ในชว่ งระยะเวลานั้น ๆ เชน่ การยนื อยู่กบั ที่ กระโดด การทุ่มนำ้ หนกั เปน็ ตน้
๕. เวลาปฏิกิริยาตอบสนอง (Reaction time) หมายถึง ระยะเวลาที่ร่างกายใช้ในการตอบสนองต่อส่ิง
เรา้ ต่าง ๆ เช่น แสง เสียง สมั ผัส
๖. ความเร็ว (Speed) หมายถึง ความสามารถในการเคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปยังอีกหนึ่งได้อย่าง
รวดเรว็
สมรรถภาพทางกาย (Physical Fitness)
ความสามารถของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ในการทำงานอย่างมปี ระสิทธภิ าพและประสิทธผิ ล บุคคล
ทีม่ ีสมรรถภาพทางกายดนี นั้ จะสามารถประกอบกจิ กรรมในชวี ติ ประจำวันได้อยา่ งกระฉับกระเฉง โดยไมเ่ หนื่อย
ล้าจนเกนิ ไปและยงั มีพลงั งานสำรองมากพอ สำหรบั กจิ กรรมนันทนาการหรือกรณีฉุกเฉนิ ในปัจจุบันนักวิชาชีพ
ด้านสุขศึกษาและพลศึกษาได้เห็นพ้องต้องกันวา่ สมรรถภาพทางกายสามารถจดั กลุ่มได้เป็นสมรรถภาพทางกาย
เพื่อสุขภาพ (Health – Related Physical Fitness) และหรือสมรรถภาพกลไก (Motor Fitness)
สมรรถภาพเชงิ ทกั ษะปฏิบตั ิ (Skill – Related Physical Fitness)
สมรรถภาพทางกายเพ่อื สขุ ภาพ (Health – Related Physical Fitness)
ความสามารถของระบบต่าง ๆ ในรา่ งกายประกอบดว้ ย ความสามารถเชิงสรีรวิทยาด้านต่าง ๆ ที่ช่วย
ป้องกันบคุ คลจากโรคท่ีมีสาเหตุจากภาวะการขาดการออกกำลังกาย นบั เป็นปจั จุบันหรือตวั บง่ ชี้สำคัญของการมี
สขุ ภาพดี ความสามารถหรือสมรรถนะเหล่าน้ี สามารถปรับปรุงพัฒนาและคงสภาพได้ โดยการออกกำลังกายอย่าง
สมำ่ เสมอ สมรรถภาพทางกายเพื่อสขุ ภาพมอี งคป์ ระกอบดังนี้
๘๑
๑. องค์ประกอบของร่างกาย (Body Composition) ตามปกติแล้วในร่างกายมนุษย์ประกอบด้วย
กล้ามเนื้อ กระดูก ไขมัน และส่วนอื่น ๆ แต่ในส่วนของสมรรถภาพทางกายนั้น หมายถึง สัดส่วนปริมาณ
ไขมนั ในรา่ งกายกับมวลร่างกายทีป่ ราศจากไขมนั โดยการวัดออกมาเปน็ เปอร์เซ็นตไ์ ขมนั (% fat) ดว้ ยเครอ่ื ง
๒. ความทนทานของระบบไหลเวียนโลหิต (Cardiorespiratory Endurance) หมายถึง สมรรถนะ
เชิงปฏิบัติของระบบไหลเวียนโลหิต (หัวใจ หลอดเลือด) และระบบหายใจในการลำเลียงออกซิเจนไปยังเซลล์
กล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายสามารถยืนหยัดที่จะทำงานหรือออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่เป็นระยะเวลา
ยาวนานได้
๓. ความอ่อนตัวหรือความยืดหยุ่น (Flexibility) หมายถึง พิสัยของการเคลื่อนไหวสูงสุดเท่าที่จะทำ
ได้ของข้อต่อหรอื กลมุ่ ข้อต่อ
๔. ความทนทานหรือความอดทนของกล้ามเนื้อ (Muscular Endurance) หมายถึง ความสามารถ
ของกล้ามเนือ้ มัดใดมดั หน่ึงหรือกลุ่มกลา้ มเน้ือ ในการหดตัวซ้ำ ๆ เพอ่ื ตา้ นแรงหรือความสามารถในการคงสภาพ
การหดตวั ครง้ั เดียวได้เป็นระยะเวลายาวนาน
๕. ความแข็งแรงของกลา้ มเนื้อ (Muscular Strength) หมายถึง ปริมาณสูงสุดของแรง ที่กล้ามเนื้อ
มัดใดมัดหนึง่ หรอื กลมุ่ กลา้ มเนอื้ สามารถออกแรงต้านทานได้ ในชว่ งการหดตวั ๑ คร้งั
สขุ บัญญัติแห่งชาติ (National Health Disciplines)
ข้อกำหนดที่เด็กและเยาวชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป พึงปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จนเป็นสุขนิสัย
เพ่ือใหม้ สี ขุ ภาพดที ้งั ร่างกาย จิตใจ และสงั คม ซึ่งกำหนดไว้ ๑๐ ประการ ดังนี้
๑. ดแู ลรักษาร่างกายและของใช้ใหส้ ะอาด
๒. รกั ษาฟันใหแ้ ขง็ แรงและแปรงฟันทุกวนั อยา่ งถกู ต้อง
๓. ล้างมอื ให้สะอาดกอ่ นกนิ อาหารและหลังการขับถ่าย
๔. กนิ อาหารสกุ สะอาด ปราศจากสารอนั ตราย และหลีกเลีย่ งอาหารรสจดั สีฉดู ฉาด
๕. งดบุหรี่ สรุ า สารเสพติด การพนนั และการสำสอ่ นทางเพศ
๖. สร้างความสัมพนั ธใ์ นครอบครัวให้อบอุน่
๗. ป้องกันอบุ ตั ภิ ยั ด้วยการไม่ประมาท
๘. ออกกำลงั กายสมำ่ เสมอและตรวจสุขภาพประจำปี
๙. ทำจติ ใจใหร้ า่ เริงแจม่ ใสอย่เู สมอ
๑๐.มีสำนึกต่อสว่ นรวม ร่วมสรา้ งสรรค์สังคม
สขุ ภาพ (Health)
สุขภาวะ (Well – Being หรือ Wellness) ที่สมบูรณ์และเชื่อมโยงกันเป็นองค์รวมอย่างสมดุลทั้งมิติ
ทางจิตวิญญาณ (มโนธรรม) ทางสังคม ทางกาย และทางจติ ซึ่งมิได้หมายถึงเฉพาะความ ไม่พิการและความ
ไมม่ ีโรคเท่าน้นั
สนุ ทรยี ภาพของการเคลอ่ื นไหว (Movement Aesthetic)
ศิลปะและความงดงามของท่วงทา่ ในการเคลื่อนไหวรา่ งกายในอริ ยิ าบถตา่ ง ๆ ซงึ่ เปน็ ผลมาจากความคิด
สร้างสรรค์ในการออกแบบท่าทางการเคลื่อนไหวและการฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ สามารถแสดงออกมาเป็น
ความกลมกลืนและตอ่ เนอื่ ง
๘๒
แอโรบกิ (Aerobic)
กระบวนการสร้างพลังงานแบบต้องใช้อากาศ ซึ่งในที่นี้ หมายถึง ออกซิเจน (Aerobic -energe
delivery) ในการสรา้ งพลงั งานของกล้ามเน้ือ เพือ่ ทำงานหรือเคล่ือนไหว น้นั กล้ามเนอ้ื จะมีวธิ ีการ ๓ แบบ
ทีจ่ ะได้พลงั งานมา
แบบที่ ๑ เป็นการใช้พลังงานท่มี ีสำรองอยู่ในกลา้ มเนือ้ ซงึ่ จะใชไ้ ดใ้ นเวลาไม่เกนิ ๓ วนิ าที
แบบที่ ๒ การสังเคราะห์พลังงานโดยไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic energy delivery) ซึ่งใช้ได้ไม่เกิน
๑๐ วนิ าที
แบบท่ี ๓ การสังเคราะหส์ ารพลงั งาน โดยใชอ้ อกซิเจน ซึ่งจะใช้พลงั งานไดร้ ะยะเวลานาน
๘๓
กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ขุ ศึกษาและพลศึกษา
คณะผู้จัดทำ
๑. นายคึกฤทธิ์ สิทธิฤทธิ์ ประธาน
๒. นายราชินทร์ ศริ ิผลา รองประธาน
๓. นายนสิ ติ สารเนตร กรรมการ
๔. นางสาวอุไรวรรณ นอ้ ยมาลา กรรมการและเลขานุการ