The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ถอดบทเรียน_สมรรถนะผู้นำของผู้นำวิชาชีพฯ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sirinath Kham-aiam, 2023-02-07 03:20:13

ถอดบทเรียน_สมรรถนะผู้นำของผู้นำวิชาชีพฯ

ถอดบทเรียน_สมรรถนะผู้นำของผู้นำวิชาชีพฯ

โครงการพัฒนาสมรรถนะผู้น าเพื่อการพัฒนาระบบบริการส ุขภาพ ส าหรับพยาบาลวิชาชีพ สภาการพยาบาล ปี พ.ศ. 2563 ถอดบทเรียน : สมรรถนะผู้น าของผู้น าวิชาชีพ การพยาบาลและการผด ุงครรภ์ โมด ูล 1 สมรรถนะผู้น าทางการพยาบาล โดย ผู้เข้าอบรมโครงการพัฒนาสมรรถนะผู้น าเพื่อการพัฒนาระบบบริการส ุขภาพ ส าหรับพยาบาลวิชาชีพ สภาการพยาบาล (ระหว่างวันที่ 19 - 23 ตุลาคม 2563)


2 สารบัญ เรื่อง หน้า บทน า ถอดบทเรียน : สมรรถนะผู้น าของผู้น าวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ รองศาสตราจารย์ ดร.ทัศนา บุญทอง 05 ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สมจิต หนุเจริญกุล 17 ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.วิจิตร ศรีสุพรรณ 22 ศาสตราจารย์ ดร.ศิริอร สินธุ 34 รองศาสตราจารย์วิลาวัณย์ เสนารัตน์ 41 รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา นันทบุตร 52


3 บทน า การพัฒนาสมรรถนะผู้น าทางการพยาบาลเป็นเรื่องส าคัญ เนื่องจากสมรรถนะและศักยภาพในการน า ของผู้น าทางการพยาบาลท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์กร โครงการพัฒนาสมรรถนะผู้น าเพื่อ การพัฒนาระบบบริการสุขภาพส าหรับพยาบาลวิชาชีพนี้ ได้ออกแบบการเรียนรู้ใน Module 1 “สมรรถนะผู้น า ทางการพยาบาล” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้เรียนรู้แนวคิดและความส าคัญของผู้น าทางการพยาบาล ความก้าวหน้าทางด้านวิชาการของพยาบาลวิชาชีพ บทบาทหน้าที่ สมรรถนะของผู้น าทางการพยาบาลเพื่อ พัฒนาระบบบริการสุขภาพ การวิเคราะห์และประเมินสมรรถนะผู้น าทางการพยาบาล และการวางแผนพัฒนา ภาวะผู้น า โดยน าวิธีการถอดบทเรียนมาใช้ในการจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ประสบการณ์การท างาน การใช้ชีวิต และกลยุทธ์สู่ความส าเร็จของผู้น าทางการพยาบาลที่ประสบความส าเร็จและมีชื่อเสียงในแวดวง วิชาชีพการพยาบาล ผู้เข้าอบรมจะแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อย 3 กลุ่ม ร่วมกันวิเคราะห์ อภิปรายและสรุปสิ่งที่ได้จาก การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเรื่องเล่าจากผู้น าทางการพยาบาล ต่อมาผู้เข้าอบรมจ านวน 2 - 3 คน น าข้อมูล ที่ได้จากกลุ่มมาสกัดองค์ความรู้อีกครั้ง แล้วน าข้อมูลที่สรุปมาร่วมกัน สะท้อนคิดการน าองค์ความรู้ที่ได้จาก ประสบการณ์ของผู้น าทางการพยาบาลไปใช้ในการพัฒนาตนเอง และพัฒนางานตามบริบทที่เกี่ยวข้อง การเรียนรู้จากการถอดบทเรียน เป็นการจัดการความรู้ (Knowledge Management) จากประสบการณ์ ตรงของผู้น าทางการพยาบาลที่ประสบความส าเร็จ ท าให้ผู้เข้ารับการอบรมได้รับฟังเรื่องเล่าที่เร้าพลังจากผู้น า ท าให้เกิดแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ที่สามารถพัฒนาศักยภาพ การเป็นผู้น าทางการพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ คณะผู้จัดท า


4 ถอดบทเรียน : สมรรถนะผู้น าของผู้น าวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ รองศาสตราจารย์ ดร.ทัศนา บุญทอง ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สมจิต หนุเจริญกุล ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.วิจิตร ศรีสุพรรณ ศาสตราจารย์ ดร.ศิริอร สินธุ รองศาสตราจารย์วิลาวัณย์ เสนารัตน์ รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา นันทบุตร


5


6 ผู้น าทางการพยาบาล ประวัติการศึกษาสูงสุด ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ปีการศึกษา 2559 จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปริญญาเอก สาขาการศึกษาด้านสุขภาพและการอุดมศึกษา จากมหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา ต าแหน่งปัจจุบัน (ณ ปี 2563) คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประวัติการท างาน นายกสภาการพยาบาล วาระ พ.ศ. 2541 - 2545 ; พ.ศ. 2545 - 2549 ; พ.ศ. 2561 - 2565 รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่ 2 รองประธานวุฒิสภา สมาชิกวุฒิสภาแบบสรรหา 2 สมัย นายกสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ ประธานที่ประชุมคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ของรัฐ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ประธานโครงการจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ ในสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏ สวนดุสิต มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บันทึกการเรียนรู้สมรรถนะผู้น า รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง จบการศึกษาในระดับปริญญาเอกจากต่างประเทศในปี พ.ศ. 2520 จากการที่จบ การศึกษาในวุฒิที่สูงสุดท าให้เกิดโอกาสในการท างาน โดยในปี พ.ศ. 2521 ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ช่วยของ อาจารย์ ดร.วิเชียร ทวีลาภ (รองคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลในสมัยนั้น) ซึ่งบทบาทหน้าที่ที่ ได้รับมอบหมาย คือ มีภารกิจในการด าเนินการเกี่ยวกับงานวิชาการทั้งหมด งานนิเทศสัมพันธ์ และการโต้ตอบ รองศาสตราจารย์ ดร.ทัศนา บุญทอง


7 หนังสือต่างประเทศ ท าให้เกิดกระบวนการเรียนรู้อันยิ่งใหญ่ คือการได้ท างานร่วมกับอาจารย์ผู้ใหญ่ ซึ่งเป็น Mentor และเป็นผู้ให้ค าปรึกษาตลอดจนการได้รับโอกาสต่าง ๆ หลายด้าน เนื่องจากได้รับการ Expectation ในระดับสูง และยังได้ติดตามเรียนรู้ในหลาย ๆ เรื่องตามที่อาจารย์ ดร.วิเชียร ด าเนินการโดยเฉพาะเรื่องส าคัญ เกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพการพยาบาล ด้านการพัฒนาในโรงเรียนพยาบาล และงานของสมาคมพยาบาลแห่ง ประเทศไทย (ในสมัยนั้น) พ.ศ. 2511 มีมติจากการประชุมพยาบาลแห่งชาติว่า “พยาบาลควรจะมีกฎหมายเป็นของตนเอง เหมือนกับวิชาชีพแพทย์” ซึ่งต่อมาก็ได้มีการร่างพระราชบัญญัติ (พรบ.) วิชาชีพการพยาบาลเป็นของตนเองโดย เริ่มด าเนินการในปี พ.ศ. 2520 ในสมัยที่นายกสมาคมพยาบาลชื่อ ดร.วิเชียร ทวีลาภ ได้เริ่มให้มีการผลักดัน พรบ. และเตรียมน าเสนอในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จวบจนปี พ.ศ. 2521 ซึ่งเป็นปีที่อาจารย์ รศ.ดร.ทัศนา กลับมาจากการศึกษาต่อต่างประเทศจึงได้ร่วม ในการจัดตั้งคณะกรรมการร่างกฎหมายในฐานะเลขาของอาจารย์ ดร.วิเชียร ทวีลาภ ท าให้ได้มีโอกาสในการ เรียนรู้งาน และวิธีการด าเนินการทุกขั้นตอน ได้เห็นถึงความมานะ ความพยายาม ความทุ่มเท และความเสียสละ ของอาจารย์ผู้ใหญ่ (การประชุมวันหยุด การเสียสละค่าใช้จ่ายส่วนตัวในการประชุม) ตลอดจนได้เรียนรู้วิธีการ ประสานงานในการเชิญผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขามาร่วมประชุม ทั้งนักกฎหมายของแพทย์ เลขาธิการกฤษฎีกา นายกสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมาย เป็นต้น พ.ศ. 2521 (ค.ศ. 1979) องค์การอนามัยโลก (WHO : World Health Organization) ได้มีการประชุมที่ ประเทศรัสเซีย และมีการประกาศ ANAHATA (Health for all by the year 2000) ว่าด้วย “ทุกคนต้องมี สุขภาพดีถ้วนหน้าในปี พ.ศ. 2543” ซึ่งประเทศไทยก็ด าเนินการตามนโยบายดังกล่าว โดยมีนโยบายในการมุ่ง พัฒนาระบบสุขภาพในระดับปฐมภูมิ (เช่นเดียวกับหลายประเทศในโลก) โดยมีการด าเนินการอย่างเป็นระบบ มากขึ้นจากเดิม ได้มีการด าเนินการจัดตั้งสถานีอนามัยทั่วประเทศ (เป็นศตวรรษแห่งการจัดตั้งสถานีอนามัย) จากนโยบายดังกล่าวจึงมีความจ าเป็นต้องสรรหาผู้มาปฏิบัติงานที่สถานีอนามัย ซึ่งเป็นบทบาทความ รับผิดชอบของกระทรวงสาธารณสุข (โดยกองการพยาบาลในขณะนั้น) ร่วมกับสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย ได้ด าเนินการจัดประชุมพยาบาลระดับชาติเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2522 ที่เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ โดยมี วัตถุประสงค์การประชุมว่า “จะผลิตบุคลากรอย่างไร?” สืบเนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวกระทรวงสาธารณสุขเพิ่งยกเลิกการผลิตผู้ช่วยพยาบาลจากปัญหาการ ขอปรับต าแหน่งของผู้ช่วยพยาบาล เนื่องจากเกิดความสับสนเกี่ยวกับบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบ และ คุณสมบัติของผู้ช่วยพยาบาล (เหตุการณ์นี้อาจารย์ รศ.ดร.ทัศนา เป็นผู้ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ตอบค าถาม และ ท าความเข้าใจกับกลุ่มผู้ช่วยพยาบาลดังกล่าวจนยุติปัญหาได้) จากความต้องการของกระทรวงสาธารณสุขในการผลิตบุคลากรเพื่อปฏิบัติงานที่สถานีอนามัยนั้น ได้มี การประชุมเฉพาะกิจในการหาวิธีด าเนินการโดยน าหลักสูตรพยาบาล 2 ปี และหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลมา พิจารณา ซึ่งอาจารย์ รศ.ดร.ทัศนา ได้น าประสบการณ์การเรียนรู้ในวิชา Leadership มาเสนอและแลกเปลี่ยน กับที่ประชุมในประเด็นเกี่ยวกับข้อพึงระวังในการให้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแก่พยาบาลหลักสูตร 2 ปี และ


8 4 ปีซึ่งเกิดผลกระทบในการประกอบวิชาชีพที่ต่างประเทศ จึงมีผลต่อมติการประชุมในครั้งนั้นเกี่ยวกับการท า หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลเป็น 1 ปี (ส าหรับผู้ที่จบ ม.6) แต่กระทรวงสาธารณสุขขอให้เพิ่มศักยภาพผู้ปฏิบัติงานที่สถานีอนามัยเป็นหลักสูตร 2 ปี เพื่อเพิ่ม ศักยภาพของบุคลากรที่จะปฏิบัติงาน จากความจ าเป็นของประเทศชาติดังกล่าว จึงเกิดการประชุมเกี่ยวกับการ ด าเนินการอีก โดยมีวัตถุประสงค์ว่า “จะท าอย่างไรให้มีการเปิดหลักสูตรพยาบาล 2 ปี โดยเกิดผลกระทบต่อ วิชาชีพการพยาบาลน้อยที่สุด” และได้ข้อสรุปดังนี้ 1. หลักสูตรนี้จะไม่ใช่ Terminated Program แต่เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรพยาบาล 4 ปี (ผู้ที่เรียน จบสามารถเรียนต่อเป็นพยาบาลวิชาชีพ 4 ปีได้) 2. หลักสูตรนี้จะเปิดชั่วคราว จะยกเลิกการผลิตเมื่อความต้องการก าลังคนครบแล้ว 3. ผู้ที่จบหลักสูตรนี้จะได้รับใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพฯ ชั้น 2 4. การปฏิบัติหน้าที่ให้อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ประกอบวิชาชีพฯ ชั้น 1 จากประสบการณ์ที่เคยศึกษาและการสังเกตการณ์เกี่ยวกับการออกกฎหมายของรัฐสภาในต่างประเทศ ประกอบกับได้เรียนรู้มีความเข้าใจ และเห็นความส าคัญในการให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้ตัดสินใจในการออก กฎหมาย (Lobby) จึงได้น าเสนอวิธีการนี้แก่อาจารย์ผู้ใหญ่ และได้รับความเห็นชอบให้ด าเนินการจนเกิดผลลัพธ์ ตามที่ก าหนดทุกประการ (ต่อมาอีก 20 ปี หลักสูตรพยาบาล 2 ปี ก็ได้ยุติการผลิต) “One voice” คือการมีความเห็นร่วม และผลักดันไปในทิศทางเดียวกัน ท าให้เกิดการตัดสินใจที่ส าคัญ ต่อการเมืองได้ ดังนั้นพยาบาลควรเป็นผู้น าที่ Influence ต่อประชาชน และผู้น าทางการพยาบาลควรเรียนรู้ เกี่ยวกับ Political Influence รวมทั้งการปฏิบัติตามบทบาทของพยาบาลวิชาชีพตามที่กฎหมายก าหนดด้วย การผลักดันให้พยาบาลเป็นวิชาชีพที่แท้จริงที่ส าคัญ คือการสร้างองค์ความรู้ทางการพยาบาล และ พัฒนาการศึกษาในระดับสูงถึงระดับอุดมศึกษา (ในสมัยนั้นเป็นระดับอาชีวศึกษาคือประกาศนียบัตร) จากเดิมใน ปี พ.ศ. 2499 มีการผลิตพยาบาล 2 หลักสูตร คือหลักสูตรพยาบาลบริการ (Service) เป็นหลักสูตรอนุปริญญา ซึ่งเป็นหลักสูตรเตรียมอุดมศึกษา (รับผู้ที่จบ ม.8 มาศึกษา) และหลักสูตรปริญญาตรีคือหลักสูตรวิทยาศาสตร บัณฑิต (4 ปี) เป็นระดับอุดมศึกษาซึ่งเป็นหลักสูตรส าหรับครูพยาบาล พ.ศ. 2520 ได้มีการผลักดันให้มีการปรับหลักสูตรของพยาบาลให้เป็นหลักสูตรปริญญาตรี (4 ปี) ทั้งหมดตามมติ ครม. ซึ่งในขณะนั้นกระทรวงสาธารณสุข (กองงานวิทยาลัยพยาบาล) ไม่สามารถให้ปริญญาบัตร แก่ผู้จบการศึกษาได้ (ให้ได้เฉพาะประกาศนียบัตรที่เทียบเท่าปริญญาได้) พ.ศ. 2530 ทบวงมหาวิทยาลัยได้จัดตั้งศูนย์ควบคุมการประสานงานการศึกษาพยาบาล และอาจารย์ รศ.ดร.ทัศนา ได้ร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย ในครั้งนั้นที่ประชุมมีข้อเสนอให้มีการด าเนินการออกปริญญาบัตร ร่วมกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ โดยเสนอให้วิทยาลัยพยาบาลทั้ง 26 แห่ง ด าเนินการร่วมกับมหาวิทยาลัยสุโขทัย ธรรมาธิราช (มสธ.) ในสมัยนั้น ซึ่งอาจารย์ได้มีความเห็นแย้งและเสนอความคิดเห็นในประเด็นการยกระดับการ พัฒนาให้เป็นระดับเดียวกับหลักสูตรในมหาวิทยาลัย เนื่องจากพบว่า มสธ. มีข้อจ ากัด คือยังไม่มีอาจารย์


9 พยาบาลประจ าสาขา เนื่องจากเป็นคณะสาธารณสุขศาสตร์จึงอาจจะไม่สอดคล้องกับการพัฒนาระดับการศึกษา ของพยาบาล ซึ่งในที่สุดที่ประชุมก็มีความเห็นพ้องด้วย พ.ศ. 2542 มีพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติคือมาตรา 19 (ม.19) ซึ่งก าหนดให้การศึกษาใน ระดับอุดมศึกษาต้องอยู่ในมหาวิทยาลัยเท่านั้น และมาตรา 22 (ม.22) ที่ก าหนดให้การฝึกอบรมหรือการศึกษา เฉพาะทางอยู่ที่สถาบันอื่นได้ ดังนั้นจึงมีวิทยาลัยพยาบาลจ านวน 17 แห่งได้ขอร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดลใน การพัฒนาการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ดังนั้นสภาการพยาบาลจึงได้ด าเนินการจัดประชุม 2 ครั้ง โดยได้เชิญ รัฐมนตรี (รมต.) กระทรวงศึกษาธิการ ปลัดทบวงมหาวิทยาลัย และปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมในการ ประชุมด้วย ซึ่งมติจากการประชุมได้มีการเสนอทางออก 2 ทาง คือ 1) วิทยาลัยพยาบาลร่วมกับมหาวิทยาลัย 2) วิทยาลัยพยาบาลด าเนินการท า พรบ.เป็นของตนเอง ซึ่งข้อสรุปการประชุมคือทางออกแรก คือการร่วมมือกับ มหาวิทยาลัย ซึ่งท าให้เกิดการยกระดับการศึกษาพยาบาลอย่างมาก (มีการด าเนินการตามกระบวนการของ มหาวิทยาลัย) ซึ่งข้อสรุปดังกล่าวเป็นผลมาจากการแสดงข้อมูลและการเสนอโดยการแสดงถึงการวิเคราะห์ที่ ละเอียดถี่ถ้วน ท าให้ผ่านการพิจารณาได้ จากข้อจ ากัดที่ในสมัยนั้นมีทุนรัฐบาลไปศึกษาต่อต่างประเทศส าหรับพยาบาลมีน้อยมาก (ตัวอาจารย์ เองได้ทุนของต่างประเทศไปศึกษาต่อ) เนื่องจากการจัดทุนสมัยนั้น รัฐบาลจัดสรรให้กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ และ ให้แต่ละมหาวิทยาลัยไปพิจารณา Priority ตามความจ าเป็นเอง ซึ่งพบว่าสาขาพยาบาลศาสตร์จะได้รับการ พิจารณารับทุนเป็นล าดับท้าย ๆ (รองจากสาขาแพทยศาสตร์และวิทยาศาสตร์) อาจารย์จึงเกิดความคิดที่จะเปิด หลักสูตรระดับปริญญาเอก สาขาพยาบาลศาสตร์ในประเทศไทย เพื่อให้ได้ตามข้อก าหนดการเปิดหลักสูตรระดับปริญญาเอก จึงจ าเป็นต้องมีการพัฒนาหลักสูตร ร่วมกันใน 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อร่วมกันสอนและดูแลวิทยานิพนธ์ และถือโอกาสในการพัฒนาอาจารย์พยาบาล ควบคู่ไปด้วย โดยด าเนินการเปิดสอนที่มหาวิทยาลัยมหิดลก่อนเนื่องจากมีความพร้อมที่สุด โดยมีอาจารย์ รศ.ดร.ทัศนา เป็นประธานหลักสูตรดังกล่าว (ซึ่ง 10 ปีต่อมามหาวิทยาลัยทั้ง 4 แห่งก็สามารถด าเนินการเปิด หลักสูตรเองได้) ในกระบวนการเรียนการสอนหลักสูตรปริญญาเอกครั้งแรก ได้มีการเชิญอาจารย์พยาบาลระดับเจ้าของ ทฤษฎีการพยาบาลต่าง ๆ มาสอนในประเทศไทยด้วย เช่น นิวแมน เป็นต้น ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีในการเรียนรู้ ส าหรับอาจารย์พยาบาลต่าง ๆ และความส าเร็จดังกล่าว เป็นผลมาจากความคิดที่ชัดเจนและมีเป้าหมายเกี่ยวกับ การพัฒนาวิชาชีพ จึงเกิดการผลักดันทุกวิถีทาง (กัดไม่ปล่อย) และประกอบกับอาจารย์เป็นผู้ที่ไม่ถอดใจอะไร ง่าย ๆ จึงท าให้เกิดโอกาสส าหรับวิชาชีพการพยาบาลมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งอาจารย์กล่าวว่า “หากไม่มีการตั้งต้น ในวันนั้น ก็อาจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นในวันนี้” ซึ่งวิธีคิดในการเชิญเจ้าของทฤษฎีมาสอน ได้เชิญสถาบันสมทบ มาร่วมเรียนรู้ด้วยโดยขอให้ส่งอาจารย์ระดับบัณฑิตศึกษาจากสถาบันร่วมและสถาบันสมทบมาฟังการบรรยาย เพื่อให้ได้เรียนรู้ และให้โอกาสในการพัฒนาผู้เกี่ยวข้องไปด้วย พ.ศ. 2528 - 2536 เป็นช่วงที่อาจารย์เป็นกรรมการสภาการพยาบาล


10 พ.ศ. 2530 เป็นคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2534 ได้รับโปรดเกล้าเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และเป็นช่วงที่ ครม. ได้มีการ ประกาศสาขาขาดแคลนซึ่งรัฐจะต้องเร่งรัดพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสาขาที่รัฐบาลประกาศเป็น สาขาขาดแคลนมี 5 สาขา ได้แก่ สาขาแพทย์ศาสตร์ เภสัชกร วิศวกร วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (ไม่มีสาขา พยาบาลศาสตร์) ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นช่วงที่รัฐเปิดโอกาสให้เอกชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจส่งผล ให้โรงพยาบาลเอกชนมีจ านวนมากขึ้น และท าให้พยาบาลบางส่วน (จาก รพ.ของรัฐ) ย้ายและลาออกไปท างาน กับโรงพยาบาลเอกชนเป็นจ านวนมาก เนื่องจากมีค่าตอบแทนสูงกว่า จากปัญหาดังกล่าวจึงได้ท าการศึกษาหาข้อมูลและวิเคราะห์เพื่อน าเสนอให้พยาบาลเป็นสาขาขาดแคลน ด้วยเช่นกัน ผลจากการวิเคราะห์และท าการศึกษาได้พบประเด็นอื่นที่ส าคัญด้วย คือมีการขาดแคลนคนในระบบ บริการสาธารณสุข (ข้อมูลพบว่ามีถึงร้อยละ 50) จึงได้เสนอให้มีการผลิตบุคลากรพยาบาลเพิ่มโดยคาดการณ์ จ านวนที่จะผลิตเพิ่มเป็นระยะเวลา 10 ปี (เดิมสัดส่วนพยาบาล : ประชากรเป็น 1 : 1,426 คน) โดยก าหนด เป้าหมายการผลิตให้ได้สัดส่วนพยาบาลต่อประชาชนต้องลดลง ผลจากการวิเคราะห์ความพร้อมในการผลิตบุคลากรพยาบาลด้านครูพยาบาล พบว่ามีความขาดแคลน ถึง 903 คน (ตามข้อก าหนด) และคุณสมบัติของครูพยาบาลควรต้องจบระดับปริญญาโทเป็นอย่างต่ า จึงได้มีการ เสนอให้มีการผลิตครูพยาบาล จ านวน 903 คนก่อน โดยท าควบคู่กับการพัฒนาส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องไปด้วย ได้แก่ สถานที่ ห้องสมุด เป็นต้น และก าหนดให้ครูดังกล่าวเรียนปริญญาโท จึงจ าเป็นต้องพัฒนาครูของครู ปริญญาโทด้วย ซึ่งควรต้องจบระดับปริญญาเอก จึงมีการด าเนินการจัดท าโครงการขอทุนให้ครูพยาบาลไปเรียน ต่อต่างประเทศจ านวน 350 ทุน (สามารถด าเนินการได้ส าเร็จ) และในที่สุด ครม. มีมติให้ความเห็นชอบตามที่ เสนอโครงการไป ดังนี้ 1. ประกาศให้วิชาชีพการพยาบาลเป็นสาขาขาดแคลน 2. ให้มีการเร่งรัดพัฒนาวิชาชีพพยาบาล เป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน คือ ให้มีการผลิตเพิ่มและ พัฒนาศักยภาพพยาบาล และในระยะยาว คือ เพื่อให้พยาบาลมีความก้าวหน้า และคงอยู่ในวิชาชีพการพยาบาล (ไม่ลาออกก่อน) หลัง ครม. เห็นชอบ ก็ได้จัดท าแผนการผลิตพยาบาลทุก 5 ปี และให้ผลิตเพิ่มในหน่วยงานที่มีศักยภาพ โดยมีการประเมินผลทุก 3 ปี ผลการด าเนินการโครงการผลิตพยาบาลเพิ่มทั้งหมดในภาพรวมของประเทศ (จนถึงปัจจุบัน) มีอาจารย์ พยาบาลที่เรียนจบปริญญาเอกรุ่นแรกจากโครงการนี้หลายท่าน ซึ่งเป็นผลจากการที่มีความมานะ ความพยายาม อย่างยิ่ง คือ “การท าอย่างไรที่จะท าให้วิชาชีพของเราได้รับการพัฒนา และการเอาใจใส่จากรัฐ” ซึ่งเป็น เป้าหมายในตอนนั้น และอีกอย่างคือ “ท าอย่างไรจะท าให้กระทรวงสาธารณสุขกับทบวงมหาวิทยาลัยมี มาตรฐานเดียวกัน” ซึ่งพบว่าสามารถท าได้ในภายหลังและน ามาซึ่งความปลื้มปิติและภาคภูมิใจมาก ๆ


11 ด้วยความเชื่อในหลักค าสอนพระพุทธทาสที่กล่าวว่า “ทุกอย่างเป็นเรื่องของธรรมชาติ ทุกอย่างเป็นเรื่อง เดียวกัน ไม่มีอะไรที่จะแยกจากกัน และส่งผลกระทบต่อกันหมด” ท าให้โครงการนี้ประสบความส าเร็จ ท าให้ครู พยาบาลในกระทรวงสาธารณสุขได้รับการสนับสนุนให้ไปศึกษาต่อต่างประเทศหลายคน พ.ศ. 2535 ได้รับการโปรดเกล้าเป็นวุฒิสมาชิกได้ด าเนินการต่อในการสนับสนุนโครงการดังกล่าว อาจารย์ได้เน้นย้ าว่า “งานส าเร็จไม่ได้ ถ้าไม่ช่วยกันคิด งานจะส าเร็จไม่ได้ ถ้าไม่ช่วยกันท า ต้องลงมือท ากันคน ละไม้คนละมือ” (ซึ่งมาจากประสบการณ์ตรง และประสบการณ์จริงของอาจารย์) ที่สามารถเรียนรู้ได้ทั้งวิธีการ คิดและวิธีการท างาน และในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นโรงพยาบาลศิริราชถูกปิดหอผู้ป่วยหลายหน่วยงาน จึงได้มีการเสนอวิธีการ แก้ปัญหาให้มีการผลิตผู้ช่วยพยาบาล เพื่อให้สามารถเปิดหอผู้ป่วยได้โดยใช้พยาบาล 4 ปี และผู้ช่วยพยาบาลใน การให้การบริการ ซึ่งสามารถแก้ปัญหาได้ส าเร็จ และเป็นผลจากการแก้ปัญหาแบบ win-win โดยวิธีการ negotiate (เจราจาต่อรอง) พ.ศ. 2544 มีการปฏิรูประบบบริการสุขภาพแห่งชาติ และมีการจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปสุขภาพ แห่งชาติ โดยมีอาจารย์ รศ.ดร.ทัศนา ร่วมเป็นกรรมการด้วย มีคณะอนุกรรมการ 3 ชุด ประกอบด้วย ชุดที่ 1 คณะกรรมการวิชาการ ศึกษาถึงการปฏิรูปอย่างไร เป็นการศึกษาหาวิธีการ (อ.จรัส สุวรรณเวลา) ชุดที่ 2 คณะกรรมการชุดขับเคลื่อนสังคม เป็นสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา (อ.ประเวศ วะสี) ชุดที่ 3 คณะกรรมการชุดร่างพระราชบัญญัติสุขภาพ (อาจารย์ รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง) ซึ่งพยาบาลถูกพิจารณาให้เป็นผู้ขับเคลื่อนในระดับบริการปฐมภูมิ ในการร่าง พรบ. สุขภาพมีการส่งให้สภาวิชาชีพต่าง ๆ ให้ความเห็น (สมัยนั้นมี 4 สภาวิชาชีพ ได้แก่ แพทยสภา สภาเภสัชกรรม ทันตแพทยสภา และสภาการพยาบาล) ซึ่งได้เสนอให้มี “ภาคีสภาวิชาชีพ 4 สภา วิชาชีพ” โดยภาคีร่วมกันพัฒนาและร่างกฎหมายซึ่งได้ด าเนินการเรื่อยมาและคงอยู่จนทุกวันนี้ จากการศึกษาพบว่าปัญหาภาระงานในความรับผิดชอบของบุคลากรใน 4 สภาวิชาชีพดังกล่าวมีมากขึ้น (ข้อมูลจากการท าแบบสอบถาม) จึงได้มีการท าเอกสารยื่นต่อนายกรัฐมนตรีในยุคนั้น (ดร.ทักษิณ ชินวัตร) ท าให้ ครม. อนุมัติให้เงินเพิ่มส าหรับต าแหน่งที่มีเหตุพิเศษของผู้ปฏิบัติงานด้านการสาธารณสุข (พ.ต.ส.) แก่บุคลากร 4 วิชาชีพและบุคลากรอื่น ๆ ตามที่ ครม. อนุมัติ (มีอัตราที่แตกต่างกัน) จวบจนทุกวันนี้ ผู้น าทางการพยาบาลควรมีศักยภาพในการดูแลความเป็นวิชาชีพ เช่น การสนับสนุนการต่อใบอนุญาต ผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาล (เป็นการสร้างบารมี) ควรมีความรอบรู้ การตามติดในเรื่องราวที่มีประโยชน์ต่อการ เป็นหัวหน้า ควรมีสมรรถนะ และความรอบรู้ด้านกฎหมาย การรับรู้ในบทบาทความรับผิดชอบของพยาบาล วิชาชีพ การยืนหยัดและกล้าในสิ่งที่ถูกต้อง จะท าให้สามารถปกป้องวิชาชีพการพยาบาลและน้อง ๆ พยาบาลได้ จบการบรรยายด้วยความประทับใจว่า “ถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อย แต่ก็เหนื่อยด้วยความเต็มใจใน การดูแลน้อง ๆ ในวิชาชีพและเพื่อวิชาชีพการพยาบาลของพวกเรา”


12 คุณลักษณะของผู้น า 1. ด้านคุณสมบัติส่วนบุคคล มีบุคลิกภาพที่ดีมากและเป็นตัวอย่างที่ดีในการวางตน มีความเป็นผู้น าสูง เชื่อมั่นในตนเองสูง กล้าคิด กล้าท า กล้าตัดสินใจและกล้ายืนหยัดใน ความถูกต้อง มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและทันสมัยตลอดเวลา มีปฏิภาณไหวพริบในการแก้ไขปัญหา รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง มีความรอบรู้ทุกเรื่องทั้งในด้านสุขภาพ การพยาบาล การศึกษา ระเบียบ กฎหมายต่าง ๆ เป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจจริง (กัดไม่ปล่อย) ทุ่มเท เสียสละ รักวิชาชีพ มีการวางแผน มีเป้าหมายที่ชัดเจน และมองการณ์ไกล มีความจริงใจและมีเมตตา เป็นผู้น าที่เปิดใจกว้าง และให้โอกาสคนรอบข้าง เป็นผู้น าที่ปกป้องผลประโยชน์และผดุงความยุติธรรมให้แก่ผู้ร่วมวิชาชีพ มีความเชื่อในหลักธรรมะตามค าสอนในการด าเนินชีวิตของศาสนาพุทธ รู้คน รู้งาน 2. ความรู้ ความสามารถ จากการวิเคราะห์ ความรู้ ความสามารถ พบว่า มีทักษะความสามารถที่โดดเด่นในเรื่องต่อไปนี้ 2.1 มีทักษะการคิดวิเคราะห์ (Critical thinking) และความสามารถในการวางแผนเชิง กลยุทธ์ (Strategic planning) เป็นผู้ที่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ทั้งวิเคราะห์งานและวิเคราะห์คน ดังเช่น กรณีผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูประบบสุขภาพ ท่านอาจารย์วิเคราะห์ได้ว่า งานชิ้นนี้ท่านควรจะ ไปให้ข้อมูลที่ชัดเจนอย่างไรกับบุคคลใดในคณะรัฐมนตรีซึ่งมีอ านาจบารมี (Power) เพียงพอที่จะช่วยขับเคลื่อน งานให้บรรลุเป้าหมายได้หรือท่านพิจารณาได้ว่าควรส่งใครไปให้ข้อมูล ติดต่อประสานงานกับบุคคลดังกล่าวนั้น ในบางกรณีท่านใช้กลยุทธ์เข้าทางหลังบ้านโดยเชิญเหล่าแม่บ้านของผู้บริหารในคณะรัฐบาลไปร่วมงานเลี้ยง สังสรรค์เพื่อให้ข้อมูล สร้างความเข้าใจกับกลุ่มหลังบ้าน อันจะน าไปสู่การสื่อสารที่ถูกต้อง ชัดเจนกับหัวหน้า ครอบครัวและน าไปสู่ความเข้าใจ ความร่วมมือ เมื่อท่านอาจารย์อภิปรายในที่ประชุมและหาแนวร่วมสนับสนุน ในเหตุการณ์ที่ต้องการความร่วมมือจากสภาวิชาชีพอื่น ๆ ท่านใช้กลยุทธ์เชิญกรรมการจากสภาวิชาชีพต่าง ๆ มาประชุมที่สภาการพยาบาล พร้อมทั้งเอื้ออ านวยความสะดวกต่างให้จนกรรมการสภาวิชาชีพต่าง ๆ เกรงใจและ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี อาจารย์ใช้กลยุทธ์การ Lobby คือการให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่บุคคลเป้าหมายเพื่อการ ตัดสินใจ โดยการให้ข้อมูลแบบ 360 องศา ครอบคลุมที่ Pro & Con เพื่อพิจารณาตัดสินใจ ดังเหตุการณ์ที่


13 อาจารย์เจาะจงที่จะไปให้ข้อมูลแก่ท่านวิษณุ เครืองาม เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และให้การสนับสนุน เมื่ออาจารย์ หยิบยกประเด็นมาอภิปรายในที่ประชุมคณะกรรมาธิการรัฐสภา เป็นต้น 2.2 มีความสามารถในการคิดเชิงระบบ (System thinking) ความสามารถในการคิด ตัดสินใจ (Decision making) และแก้ไขปัญหา (Problem solving) ท่านอาจารย์มีความสามารถในการคิดเชิง ระบบ คิดตัดสินใจ แก้ไขปัญหา ท าให้สามารถมองเห็นเส้นทางการด าเนินงานตั้งแต่เริ่มต้นจนบรรลุเป้าหมายของ การด าเนินงาน ตัวอย่างเช่น 1) ช่วงเหตุการณ์ที่ขาดแคลนพยาบาลในระดับต าบล ท าให้สภาการพยาบาลต้องมีแผน เพิ่มการผลิตพยาบาลระดับต้น/พยาบาลเทคนิค (หลักสูตร 2 ปี) เพื่อแก้ปัญหาความขาดแคลน ทั้งนี้ท่านอาจารย์ เล็งเห็นปัญหาที่จะเกิดตามมาหากจะผลิตพยาบาลระดับต้น/พยาบาลเทคนิคต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ท่านอาจารย์จึง มีข้อเสนอส าหรับการผลิตพยาบาล หลักสูตร 2 ปี ไว้ 4 ประเด็น ได้แก่ หลักสูตรพยาบาล 2 ปี (พยาบาลระดับต้น/พยาบาลเทคนิคที่ผลิตขึ้นมา ไม่ใช่ Terminated program กล่าวคือเป็นหลักสูตรที่ไม่สามารถจบในตัวเอง แต่ ขอให้หลักสูตร 2 ปีที่ผลิตขึ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรพยาบาล 4 ปี การเปิดหลักสูตรพยาบาล 2 ปีนี้เป็นการเปิดชั่วคราว เมื่อความต้องการ ก าลังคนเพียงพอแล้วขอให้ยกเลิกหลักสูตรนี้ ผู้ที่ส าเร็จการศึกษาหลักสูตรพยาบาล 2 ปีนี้จะต้องขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพชั้น 2 การปฏิบัติภารกิจของพยาบาลระดับต้น/พยาบาลเทคนิคที่จบหลักสูตร 2 ปี ให้อยู่ในความควบคุมของพยาบาลที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพชั้น 1 2) จากการที่กองงานวิทยาลัยพยาบาลฯ ณ ขณะนั้นไม่ใช่สถาบันอุดมศึกษาแต่ต้อง ผลิตพยาบาลเพื่อส่งคนไปท างานยังพื้นที่ขาดแคลนพยาบาลตามความต้องการของระบบสุขภาพและนโยบาย ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งท าให้กองงานวิทยาลัยฯ ไม่สามารถประสาทปริญญาบัตรให้แก่ผู้ส าเร็จการศึกษา จากความรับผิดชอบในบทบาทของสภาการพยาบาลจึงช่วยผลักดันโดยท าหลักสูตรประกาศนียบัตรพยาบาล ศาสตร์และผดุงครรภ์ เทียบเท่าปริญญาตรีขึ้นมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาได้ส าเร็จ 3) กรณีที่วิทยาลัยพยาบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ไม่สามารถประสาทปริญญา บัตรเองได้ผู้บริหารกองงานวิทยาลัยฯ ขณะนั้นมีแผนที่จะน าวิทยาลัยพยาบาลไปสมทบกับมหาวิทยาลัยสุโขทัย ธรรมาธิราช ซึ่งท่านอาจารย์ไม่เห็นด้วยเนื่องจากขณะนั้นมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชยังมีสถานะเป็น สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ และมีอาจารย์จ านวนไม่มาก อาจารย์จึงช่วยผลักดันให้วิทยาลัยพยาบาลเข้าเป็น สถาบันสมทบกับคณะพยาบาลศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ตามภูมิภาคของประเทศ เช่น มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัย


14 บูรพา และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อให้ผู้ส าเร็จการศึกษาได้รับปริญญาบัตร และวิทยาลัยสามารถใช้ ทรัพยากรการเรียนรู้จากมหาวิทยาลัยที่เข้าสมทบได้ด้วย 2.3 มีความสามารถในการบริหารคนเก่ง (Talent management) มีความสามารถเรื่องการ มอบหมายงานบุคคล บริหารคนเก่งได้อย่างเหมาะสมกับงาน เป็นที่ประจักษ์ชัด ดังจะเห็นได้จากการที่ท่านมัก มอบหมายกรรมการสภาการพยาบาลที่มีความเก่ง ความโดดเด่นในแต่ละด้านให้ไปท างานร่วมกับคนนอกวิชาชีพ ได้อย่างเหมาะสมและเกิดผลส าเร็จในงานทุกครั้ง เช่น มอบหมาย รศ.ดร.ศิริอร สินธุ ให้เป็นคณะท างานเรื่อง การแพทย์ฉุกเฉินกับทีมสหวิชาชีพ มอบหมาย รศ.ดร.ศิริอร สินธุ ให้ไปเป็นคณบดี คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นคนแรกเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ทีมพยาบาลภาคใต้ มอบหมาย ศ.ดร.สมจิต หนุเจริญกุล ให้ท าหลักสูตรปริญญาเอกในประเทศ เป็นต้น 2.4 ความสามารถในการสื่อสาร เจรจาต่อรอง (Negotiation) ดังตัวอย่างเรื่องการ Lobby ตามที่กล่าวไปแล้วข้างต้น นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งตัวอย่างได้แก่ การที่ท่านอาจารย์เชิญกรรมการสภาวิชาชีพ มาประชุมที่สภาการพยาบาลโดยที่ทางสภาการพยาบาลเอื้ออ านวยสถานที่ อาหาร และอื่น ๆ จึงท าให้สภาการ พยาบาลเป็นที่เกรงใจต่อกรรมการจากสภาวิชาชีพอื่นไม่ว่าจะเป็นแพทยสภา เภสัชสภา ฯลฯ และพร้อมที่จะให้ ความร่วมมือ ผนึกก าลังเป็นเสียงเดียวกัน แสดงถึงการมีอ านาจต่อรองในการเจรจา สื่อสารสร้างความร่วมมือใน อีกทางหนึ่ง 2.5 มีความสามารถในการสร้างพลังให้แก่คนรอบข้างและตนเอง (Empowerment) ด้วย ค าพูดและการปฏิบัติของท่านอาจารย์ต่อลูกศิษย์และน้อง ๆ ในวิชาชีพด้วยความรัก ความเมตตาและให้โอกาส ในการท างานทุกครั้ง ส่งผลให้น้อง ๆ เกิดพลังใจที่จะท างานในวิชาชีพการพยาบาลให้เกิดประโยชน์ต่อเพื่อน มนุษย์อย่างดีที่สุด 2.6 สามารถสร้างแรงบันดาลใจในการท างานให้แก่คนรอบข้าง (Inspiration) ด้วย คุณลักษณะของอาจารย์ที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ ใคร่ครวญคิดวิเคราะห์ มีความรอบรู้ทุกด้านทั้งด้านการพยาบาล การศึกษาและด้านกฎหมายมีความกล้าหาญ ยืนหยัดท าในสิ่งที่ถูกต้องจนสามารถน าพาวิชาชีพการพยาบาลให้ โดดเด่น ทัดเทียมกับวิชาชีพอื่น จึงนับว่าเป็นการสร้างพลังหรือสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดขึ้นแก่น้อง ๆ พยาบาล ให้อยากที่จะเจริญรอยตามท่านในการท างานเพื่อประโยชน์แก่สังคมและเพื่อยกระดับวิชาชีพการพยาบาล 2.7 มีความสามารถในการโน้มน้าวใจและมีอิทธิพลทางความคิด (Influences) ให้ผู้อื่น คล้อยตาม กระท าตามดังตัวอย่างที่กล่าวไปข้างต้น 3. ทักษะการปฏิบัติงาน ประสบการณ์ในการปฏิบัติภารกิจผู้น าในระดับชาติทั้งด้านการบริหารประเทศและด้านการ พัฒนาวิชาชีพการพยาบาล ความรู้ด้านการพยาบาลในระดับสากลและน ามาต่อยอดพัฒนาระดับการศึกษาของพยาบาล ความสามารถในการจัดการความรู้ที่มีให้เกิดประโยชน์ต่อวิชาชีพการพยาบาลและส่วนรวมได้


15 ความสามารถในการบริหารคนเก่ง (Talent management) ความสามารถในการสื่อสาร การใช้ภาษาอังกฤษ และการเจรจาต่อรอง ความสามารถในการคิดเชิงระบบ (System thinking) ความสามารถในการคิดตัดสินใจ (Decision making) และแก้ไขปัญหา (Problem solving) ทักษะการคิดวิเคราะห์ (Critical thinking) และความสามารถในการวางแผนเชิงกลยุทธ์ (Strategic planning) ความสามารถในการสร้างแรงบันดาลใจในการท างานให้แก่คนรอบข้าง (Inspiration) ความสามารถในการโน้มน้าวใจและมีอิทธิพลทางความคิด (Influences) สร้างเครือข่ายและบริหารจัดการแบบ win-win ผลงาน และคุณประโยชน์ที่เกิดจากความเป็นผู้น า 1. ผลงาน เปิดหลักสูตรปริญญาเอกทางการพยาบาล ปรับหลักสูตรการศึกษาพยาบาลเป็นระดับอุดมศึกษาการยกระดับการศึกษาทางการพยาบาล การสร้างพันธมิตรระหว่างพยาบาลจากวิทยาลัยพยาบาลและมหาวิทยาลัยให้เป็นสถาบัน สมทบ และมีมาตรฐานเดียวกัน จัดสรรทุนส าหรับอาจารย์พยาบาลในการศึกษาต่อระดับปริญญาโท-เอก เป็นผู้น าในการด าเนินการเพื่อลดความเหลื่อมล้ าของค่าตอบแทน (พ.ต.ส.) ของสหวิชาชีพ ก าหนดข้อก าหนดในการท าเวชกรรมที่นอกเหนือกฎหมายวิชาชีพ ผลักดัน พรบ. วิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ สร้างผู้น ารุ่นต่อไป โดยการพัฒนาสมรรถนะและสนับสนุนทุนส าหรับอาจารย์พยาบาล เป็นผู้น าในการร่างกฎหมายปฏิรูประบบบริการสุขภาพของประเทศ เป็นผู้น าทางการพยาบาลระดับชาติและนานาชาติได้รับการยอมรับจากคนในวิชาชีพการ พยาบาล สหวิชาชีพ ตลอดจนแวดวงต่างวิชาชีพทั้งในประเทศและต่างประเทศ 2. คุณประโยชน์ ร่วมในการจัดตั้งคณะกรรมการร่างกฎหมายในฐานะเลขานุการ ของอาจารย์ดร.วิเชียร ทวีลาภ ได้ด าเนินการจัดประชุมพยาบาลระดับชาติเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2522 ที่เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์การประชุมว่า “จะผลิตบุคลากรอย่างไร?” ได้มีความเห็นแย้งและเสนอความคิดเห็นในประเด็นการยกระดับการพัฒนาให้เป็นระดับ เดียวกับหลักสูตรในมหาวิทยาลัย


16 การพัฒนาหลักสูตรปริญญาเอกในประเทศไทยเพื่อพัฒนาระดับการศึกษาพยาบาล ผลักดันให้สาขาพยาบาลศาสตร์เป็นสาขาขาดแคลน จัดท าโครงการผลิตพยาบาลเพิ่ม การเสนอวิธีการแก้ปัญหาให้มีการผลิตผู้ช่วยพยาบาลท างานร่วมกับพยาบาล 4 ปี เปิดหลักสูตรพยาบาล 2 ปี โดยเกิดผลกระทบต่อวิชาชีพพยาบาลน้อยที่สุด โดยก าหนด หลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เสนอให้มีการจัดตั้งภาคีสภาวิชาชีพ 4 สาขา (แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล) เพื่อร่วมกันพัฒนาและร่างกฎหมาย พัฒนาหลักสูตรปริญญาเอกร่วมกัน ใน 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล เชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลานครินทร์


17


18 ผู้น าทางการพยาบาล ประวัติการศึกษา ประถม : โรงเรียนวัดสุคนธาวาส จ.สุราษฎร์ธานี มัธยมต้น : โรงเรียนสุราษฎร์ธานี มัธยมปลาย : โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ปริญญาตรี : วท.บ.การพยาบาล จากมหาวิทยาลัยมหิดล ปริญญาโท – เอก : ด้าน Nursing จาก Wayne State University สหรัฐอเมริกา ต าแหน่งปัจจุบัน (ณ ปี 2563) ที่ปรึกษาโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาลัยพยาบาลและผดุงครรภ์ขั้นสูงแห่งประเทศไทย และสภาการพยาบาล ประวัติการท างานและผลงานที่ภาคภูมิใจ เกษียณอายุราชการจากภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ประธานหลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ประธานหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (การพยาบาล) หลักสูตรนานาชาติร่วมกับมหาวิทยาลัย ต่างประเทศ เป็นที่ปรึกษาหลักสูตรระดับปริญญาโท/เอก ทางการพยาบาลของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เป็นประธานหลักสูตร APN รักษาการคณบดีผู้จัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อาจารย์พิเศษ สอนที่ Xian Medical University, Republic of China ได้รับเลือกให้เป็น WHO Expert Committee in Nursing Practice ได้รับโปรดเกล้าเป็นศาสตราจารย์สาขาพยาบาลศาสตร์คนแรกของประเทศไทย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สมจิต หนุเจริญกุล


19 ประธานคณะกรรมการด้านการวิจัยของสภาการพยาบาล รางวัลมหิดลสาขาความเป็นครู เป็นผู้น าทฤษฎีทางการพยาบาล Orem Theory ลงสู่การปฏิบัติ เป็นประธานหลักสูตรฝึกอบรมพยาบาลขั้นสูง ระดับวุฒิบัตร และการสอบวุฒิบัตร/หนังสืออนุมัติ แสดงความรู้ความช านาญเฉพาะทาง เป็นบรรณาธิการหนังสือ ได้แก่ หนังสือการดูแลตนเอง ศาสตร์และศิลปะทางการพยาบาล หนังสือ การปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง : บูรณาการสู่การปฏิบัติ หนังสือการพยาบาลอายุรศาสตร์ เล่ม 1 - เล่ม 4 เป็นพยาบาลคนแรกที่ได้รับทุนจากคณะฯ ไปเรียนต่อปริญญาเอกที่ต่างประเทศ และเป็น ศาสตราจารย์คนแรกของประเทศไทยในสาขาการพยาบาล คุณลักษณะส่วนบุคคล มีพื้นฐานด้านความรู้ดี เรียนเก่ง โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ มีสติ มีสมาธิและมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ก าหนดเป้าหมายชัดเจน มีระเบียบวินัย ในการด าเนินไปใน ทิศทางที่ตนเองก าหนดจนประสบผลส าเร็จ แสวงหาความรู้ด้วยตนเองตลอดเวลาจนเข้าใจ (ไม่รู้แต่ต้องท าเมื่อได้รับมอบหมายและเป็นสิ่งที่ต้อง รับผิดชอบ) รวมทั้งมีการวางแผน ทบทวนตลอดเวลาในการท างาน “ในการท างาน คนเราต้องมีการ วางแผนให้เป็นระบบ และอย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ที่ส าคัญต้องมีการวางเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อให้ งานของเราส าเร็จ” มีความรอบรู้ และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เป็นนักวิชาการ ครู และนักปฏิบัติ ที่ต้องเรียนรู้อยู่เสมอ และการอยู่ในคลินิกเป็นโอกาสดีที่ท าให้ได้เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา การใช้ความรู้ ใช้ผลการวิจัย การเรียนรู้ และการศึกษาวิจัย สร้างความรู้จากการปฏิบัติ รวบรวม วิเคราะห์สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการดูแลผู้ป่วย น าสู่การเผยแพร่ให้ผู้อื่นรับทราบโดยการเขียนหนังสือที่ สอดคล้องกับงานที่รับผิดชอบ การวิจัย การเขียนต ารา ก็วางแผนไว้ล่วงหน้า 2 - 3 ปีต่อ 1 เล่ม มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ในการสร้าง ค้นหาแนวทางปฏิบัติเพื่อการปฏิบัติการพยาบาล มีทักษะในการฟัง การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นเพื่อการเรียนรู้และพัฒนาปรับปรุง


20 คุณลักษณะส าคัญที่แสดงออกอย่างเด่นชัดในแต่ละด้าน นักปฏิบัติ นักวิชาการ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ นักเจรจาต่อรอง อดทน กล้าหาญ รอบรู้ เฉลียวฉลาด มีระเบียบ วินัย ชอบท าสิ่งใหม่ อ่อนน้อม ถ่อมตน ขยันหมั่นเพียร ใฝ่เรียนรู้ ชอบความท้าทาย แก้ปัญหาด้วยตนเอง เปิดใจ มีอุดมการณ์ มีความรับผิดชอบ มุ่งมั่น ทุ่มเท อดทน รับฟังความคิดเห็น ผู้อื่น ไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง วางแผนอย่างเป็น ระบบ เป้าหมายชัดเจน ไม่ปฏิเสธงาน รู้จุดอ่อนของตนเอง สมรรถนะเฉพาะที่โดดเด่น บทบาทครูพยาบาลผู้บุกเบิกในวิชาชีพคนส าคัญ ด้วยความที่ชอบสอนหนังสือชอบงานด้านการสอน และงานวิชาการมากกว่างานด้านบริหาร มีการเตรียมการสอนก่อนเสมอ มีระเบียบในการด าเนินชีวิต มีทิศทาง มั่นคง แน่วแน่ มีความมุ่งมั่นท างานให้ส าเร็จ ความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว กล้าตัดสินใจ พร้อมในการเรียนรู้เสมอ : การเลือกสถานที่ท างานจากที่เคย คุ้นชิน คือ รพ.ศิริราช และเลือกรามาธิบดีด้วยเหตุผลเป็นองค์กรใหม่ บุคลากรใหม่ ภาวะผู้น า การน าเพื่อการปรับเปลี่ยน การคิดวิเคราะห์และการตัดสินใจ การท างานเป็นทีม การสื่อสารและการประสานงาน การแสวงหาความรู้ การวางแผน การอุทิศตนให้กับองค์กร/วิชาชีพ ความคิดริเริ่ม คิดอย่างเป็นระบบ การพัฒนาศักยภาพคน การควบคุมตนเอง ผลงาน และคุณประโยชน์ที่เกิดจากความเป็นผู้น า สร้างหลักสูตรเพื่อการศึกษาทางการพยาบาลอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ หลักสูตรพยาบาลศาสตร มหาบัณฑิต หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (การพยาบาล) หลักสูตรนานาชาติร่วมกับมหาวิทยาลัย ต่างประเทศหลักสูตร APN ระดับวุฒิบัตร และการสอบวุฒิบัตร/หนังสืออนุมัติ แสดงความรู้ความ ช านาญเฉพาะทาง


21 ก่อตั้งสถาบันการศึกษาทางการพยาบาล ได้แก่ วิทยาลัยพยาบาลและผดุงครรภ์ขั้นสูงแห่งประเทศไทย คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดท าหนังสือทางการพยาบาล หนังสือการพยาบาลอายุรศาสตร์ เล่ม 1 - เล่ม 4 หนังสือการดูแล ตนเอง ศาสตร์และศิลปะทางการพยาบาล และหนังสือการปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง : บูรณาการ สู่การปฏิบัติ เป็นตัวแทนร่วมสอน และพัฒนาหลักสูตรปริญญาเอกสาขาพยาบาลศาสตร์ ซึ่งเป็นโครงการร่วม ระหว่าง 5 สถาบัน โดย รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นแกนน ารวมทั้งประธานหลักสูตรปริญญาโท สาขาพยาบาลศาสตร์ของภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เผยแพร่ทฤษฎีทางการพยาบาล Orem Theory ลงสู่การปฏิบัติใช้ในโรงพยาบาลต่าง ๆ ริเริ่มจัดท าและเป็นบรรณาธิการวารสารวิจัยทางการพยาบาล เป็นวิทยากรทั้งในและต่างประเทศ ท างานเพื่อพัฒนาวิชาชีพ พัฒนาศักยภาพของพยาบาลอย่าง ต่อเนื่องเพื่อให้เป็นก าลังหลักในระบบสุขภาพไทย และประชาคมอาเซียน ซึ่งจะมีส่วนช่วยปรับปรุง สุขภาพของและคุณภาพชีวิตของบุคคล ครอบครัว และชุมชน ประธานวิทยาลัยพยาบาลขั้นสูงแห่งประเทศไทย เพื่อให้มีพยาบาลขั้นสูง APN ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ในบทบาทการแก้ปัญหาสุขภาพ การปรับปรุงให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงการบริการที่ได้ คุณภาพ และค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม การประยุกต์ใช้ความรู้จากการถอดบทเรียนสู่การปฏิบัติ/การพัฒนาตนเอง การแสวงหาความรู้ใหม่เพื่อพัฒนาตนเอง พัฒนาระบบการคิดของตน การสร้างความรู้จากการปฏิบัติ ส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องทั่วทั้งองค์กร เป็นแบบอย่างในการร่วมแรงร่วมใจผลักดันการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในทีมงาน เลือกและแสวงหาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจอย่างเป็นระบบ จับประเด็น สรุปความหมายของ ผู้พูดทั้งความหมายโดยตรง และความหมายตามนัยได้ ฝึกการฟัง การจับใจความ และการบันทึก การจัดการความรู้อย่างเป็นระบบ จากการบอกเล่าถึงวิธีปฏิบัติว่าท าอะไร ท าอย่างไร และท าไปท าไม


22


23 ผู้น าทางการพยาบาล ประวัติการศึกษาสูงสุด ปริญญาเอกสาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิต Ph.D. (Doctor of Public Health) จาก Yale University, ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยทุน The China Medical Board of NewYork, Inc. ประวัติการท างาน รองอธิการบดี ฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หัวหน้าภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นผู้บุกเบิกการวิจัยและการพัฒนาอาจารย์ ด้านการควบคุมและการเฝ้าระวังการติดเชื้อใน โรงพยาบาลและชุมชน ผลักดันให้เกิดหลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลด้านการควบคุมและการ ป้องกันการติดเชื้อเป็นหลักสูตรแรกของทวีปเอเชีย เป็นประธานกรรมการบริหารหลักสูตรบัณฑิตศึกษา ประจ าสาขาวิชาการพยาบาลด้านการควบคุม การติดเชื้อ ก่อตั้งสมาคมพยาบาลเฉพาะทาง เช่น สมาคมพยาบาลด้านผู้สูงอายุ สมาคมพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป สมาคมเวชปฏิบัติทางตา และสมาคมพยาบาลด้านการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ ประธานคณะกรรมการประจ าสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ พ.ศ. 2528 ประธานกรรมการส านักทะเบียนและประมวลผล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2523 - 2528 ประธานกรรมการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประธานกรรมการอ านวยการบัณฑิตศึกษาสถาน (องค์กรในก ากับ) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประธานกรรมการอ านวยการสถานบริการพยาบาล (องค์กรในก ากับ) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.วิจิตร ศรีสุพรรณ


24 ประธานกรรมการอ านวยการสถานวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว (องค์กรในก ากับ) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประธานกรรมการพัฒนาอาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประธานโครงการต ารา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประธานคณะกรรมการด าเนินการรับสถาบันสมทบจากกระทรวงสาธารณสุข รองประธานกรรมการประกันคุณภาพการศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กรรมการบริหารและประสานงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2528 กรรมการประจ าส านักบริการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2528 กรรมการบริหารกองทุนพัฒนามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายกสภาการพยาบาล อุปนายกสภาการพยาบาลและกรรมการสภาการพยาบาล กรรมการสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เลือกตั้งจากผู้ด ารงต าแหน่งบริหาร พ.ศ. 2533 - 2535 ประธานกรรมการบัณฑิตศึกษา ประจ าคณะพยาบาลศาสตร์ พ.ศ. 2529 - 2534 ประธานคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายกสภาการพยาบาล พ.ศ. 2549 - 2553, 2553 - 2557 อุปนายกสภาการพยาบาล พ.ศ. 2537 - 2541 ประธานคณะกรรมการวิจัยทางการพยาบาลแห่งชาติ สภาการพยาบาล พ.ศ. 2534 - 2553 ประธานที่ประชุมคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ของรัฐ พ.ศ. 2533 - 2534 คณะอนุกรรมการบริหารโครงการร่วมผลิตบัณฑิตปริญญาเอก สาขาพยาบาลศาสตร์ ทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2533 กรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กรรมการสภาวิทยาลัยคริสเตียน วิทยาลัยมิชชั่น วิทยาลัยเซนต์หลุยส์ กรรมการที่ปรึกษาวารสาร Thai Journal of Nursing Research สภาการพยาบาล ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2549 Short term consultant in Nursing Education, WHO New Delhi, India พ.ศ. 2532 เป็นเวลา 4 เดือน Advisory group, Asian Training Center of Ageing, HelpAge International, UK พ.ศ. 2533 - 2536 Consultant in Nursing Education, Xi’an Medical University, People Republic of China Expert Group on Nursing Regulations, International Council for Nurses, Geneva, Switzerland


25 Advisory Board, Advancing Clinical Nursing Journal, Churchill Livingstone External Examiner, Doctoral Thesis, La Trobe University, Australia Co-Advisor, Doctoral Thesis, Otago University, New Zealand Co-Advisor, Doctoral Thesis, Melbourne University, Australia Editorial Board, Journal of Research and Theory for Nursing Practice, Springer Publishing Company ประวัติส่วนบุคคล ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.วิจิตร ศรีสุพรรณ เกิดเมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2485 ที่ต าบลพิหารแดง อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี 1. การพัฒนาตนเอง สร้างความรอบรู้ เพื่อพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ 1) พ.ศ. 2506 อนุปริญญาพยาบาลผดุงครรภ์และอนามัย และประกาศนียบัตรผดุงครรภ์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราช มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ 2) พ.ศ. 2511 ค.บ. (มัธยมศึกษา) คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 3) พ.ศ. 2511 วท.บ. (พยาบาล) คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 4) พ.ศ. 2516 M.S. (MCH) University of North Carolina Chapel Hill, USA ด้วยทุน กพ. 5) พ.ศ. 2526 Ph.D. (Public Health) Yale University, USA ด้วยทุน CMB 6) พ.ศ. 2517 ฝึกอบรมหลักสูตรแพทยศาสตร์ศึกษา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 7) พ.ศ. 2519 ฝึกอบรมหลักสูตรนักวิจัยทางสังคมศาสตร์ ส านักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ได้รับรางวัลที่เกี่ยวข้องกับการเรียน คือ รางวัลเหรียญทองเรียนดีตลอดหลักสูตร จากโรงเรียนพยาบาล ผดุงครรภ์และอนามัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราช มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ พ.ศ. 2506 2. ความมุ่งมั่น ทุ่มเท และอุทิศตนในการท างาน/การสอน/พัฒนาวิชาชีพการพยาบาล 1) พ.ศ. 2506 - 2510 พยาบาลประจ าการแผนกสูติกรรม โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราช มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ 2) พ.ศ. 2511 - 2514 อาจารย์พยาบาล แผนกสูติ-นรีเวชวิทยา โรงเรียนพยาบาลผดุงครรภ์และ อนามัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล 3) พ.ศ. 2516 - 2518 อาจารย์พยาบาล ภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


26 4) พ.ศ. 2519 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 5) พ.ศ. 2527 - 2545 รองศาสตราจารย์ ภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 6) พ.ศ. 2545 ศาสตราจารย์ (เกษียณราชการ 30 กันยายน 2545) คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 7) พ.ศ. 2546 ศาสตราจารย์เกียรติคุณ สาขาพยาบาลศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 8) พ.ศ. 2545 - 2555 ศาสตราจารย์เกียรติคุณ (อาจารย์ผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษ) สาขาพยาบาลศาสตร์คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 9) พ.ศ. 2555 - ปัจจุบัน ศาสตราจารย์เกียรติคุณ (อาจารย์พิเศษ) สาขาพยาบาลศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 3. ความมุ่งมั่น อุทิศตน ในการบริหารงานที่ส าคัญ เพื่อพัฒนาวิชาชีพการพยาบาล 1) รองอธิการบดี ฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2536 - 2539, 2539 - 2543 2) คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2529 - 2533, 2533 - 2536 3) ผู้ช่วยคณบดี ฝ่ายวิชาการ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2528 4) หัวหน้าภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2521 - 2522, 2526 - 2527 4. การวางแผนที่กล้าหาญในการสร้างงาน/หลักสูตรใหม่ทางการพยาบาล 1) เป็นผู้บุกเบิกการวิจัยและการพัฒนาอาจารย์ ด้านการควบคุมและการเฝ้าระวังการติดเชื้อใน โรงพยาบาลและชุมชน จนสามารถผลักดันให้เกิดหลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลด้าน การควบคุมและการป้องกันการติดเชื้อเป็นหลักสูตรแรกของทวีปเอเชีย โดยเป็นประธานกรรมการบริหาร หลักสูตรบัณฑิตศึกษา ประจ าสาขาวิชาการพยาบาลด้านการควบคุมการติดเชื้อ พ.ศ. 2535 - 2537 2) มีบทบาทส าคัญในการสนับสนุนการก่อตั้งสมาคมพยาบาลเฉพาะทาง เพื่อเป็นศูนย์รวม ของพยาบาลผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ อาทิ สมาคมพยาบาลด้านผู้สูงอายุ สมาคมพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป สมาคมเวชปฏิบัติทางตา และสมาคมพยาบาลด้านการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ ตัวอย่างเช่น สมาคม พยาบาลด้านการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ หรือ Nursing Association for Prevention and Control of Infections (NAPCI) เกิดขึ้นจากการที่สาขาวิชาการพยาบาลด้านการควบคุมการติดเชื้อ คณะพยาบาลศาสตร์


27 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประชุมร่วมกับพยาบาลควบคุมการติดเชื้อทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2548 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ • เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาวิชาการและองค์ความรู้ด้านการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ • เป็นศูนย์กลางการพัฒนาบุคลากรด้านการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ • ให้บริการวิชาการด้านการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อทั้งในสถานการณ์ปกติและเมื่อมี การระบาดของโรคติดเชื้อ • พัฒนาระบบงานการป้องกันและควบคุมการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ • ประสานงานกับองค์กร/หน่วยงานด้านการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อทั้งภายในและ ต่างประเทศ • เผยแพร่และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความคิด ประสบการณ์ ด้านการป้องกันและควบคุมโรค ติดเชื้อระหว่างมวลสมาชิก 3) ผลักดันให้มีการศึกษาวิจัยก าลังคน สาขาพยาบาลศาสตร์ และร่วมผลักดันให้สาขาพยาบาล ศาสตร์เป็นสาขาขาดแคลน จัดท าโครงการเร่งรัดการผลิตพยาบาลเพิ่ม พัฒนาคุณภาพและคุณวุฒิอาจารย์ให้ สอดคล้องกับคุณภาพ และความต้องการของประเทศ 4) โครงการขับเคลื่อนวิชาชีพการพยาบาลเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ 2556 - 2559 โดยการ สนับสนุนโดย สสส. สภาการพยาบาล และภาคีเครือข่าย 5 ภูมิภาค ด้วยกลยุทธ์การสร้างเครือข่าย สร้าง พันธมิตร และระบบการท างาน บริหาร ประสานงานพื้นที่ เพราะงานไม่สามารถส าเร็จด้วยการท างานของ พยาบาลเพียงล าพัง จึงต้องมีการเสาะหาผู้มีความรู้ในเรื่องต่าง ๆ ตั้งแต่ อบต. อบจ. จนถึงกระทรวงสาธารณสุข และการเปลี่ยนแปลงระบบการท างาน การจัดหลักสูตรให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย 5) Nurse-surveillance and reporting System in Hospital Infection Control (+community) 6) การพัฒนาการพยาบาลเฉพาะทาง ด้านเวชปฏิบัติทางตา จนประสบความส าเร็จ โดยอาจารย์ ใช้ประโยชน์จากเครือข่ายที่มีพี่ชายเป็นจักษุแพทย์ 7) หนังสือการรักษาโรคเบื้องต้น ปี 2545 และการใช้ยาส าหรับการรักษาโรคเบื้องต้น ซึ่งเป็น ต าราหลักของการศึกษาทางการพยาบาล 8) ในขณะที่ด ารงต าแหน่งคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยในต่างประเทศ พัฒนาอาจารย์และงานวิจัยของคณะได้ขยายงายด้านบัณฑิตศึกษาได้อย่าง กว้างขวางและมีคุณภาพ ด้วยโครงการพัฒนาอาจารย์พยาบาลจีน จาก 8 มหาวิทยาลัยในประเทศจีน (The China Medical Board of New York Inc.)


28 5. มีวิสัยทัศน์ที่มองเชิงระบบ เสียสละในการท างานร่วมกับวิชาชีพอื่นเพื่อพัฒนาความร่วมมือ ความเชื่อมโยงสู่การพัฒนาวิชาชีพ 1) ประธานคณะกรรมการประจ าสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ พ.ศ. 2528 2) ประธานกรรมการส านักทะเบียนและประมวลผล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2523 - 2528 3) ประธานกรรมการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 4) ประธานกรรมการอ านวยการบัณฑิตศึกษาสถาน (องค์กรในก ากับ) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 5) ประธานกรรมการอ านวยการสถานบริการพยาบาล (องค์กรในก ากับ) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 6) ประธานกรรมการอ านวยการสถานวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว (องค์กรในก ากับ) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 7) ประธานกรรมการพัฒนาอาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 8) ประธานโครงการต ารา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 9) ประธานคณะกรรมการด าเนินการรับสถาบันสมทบจากกระทรวงสาธารณสุข 10) รองประธานกรรมการประกันคุณภาพการศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 11) กรรมการบริหารและประสานงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2528 12) กรรมการประจ าส านักบริการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2528 13) กรรมการบริหารกองทุนพัฒนามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 14) นายกสภาการพยาบาล อุปนายกสภาการพยาบาลและกรรมการสภาการพยาบาล 15) กรรมการสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เลือกตั้งจากผู้ด ารงต าแหน่งบริหาร พ.ศ. 2533 - 2535 16) ประธานกรรมการบัณฑิตศึกษา ประจ าคณะพยาบาลศาสตร์ พ.ศ. 2529 - 2534 17) ประธานคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 6. การท างานเพื่อส่วนรวม เพื่อพัฒนาวิชาชีพการพยาบาล 1) นายกสภาการพยาบาล พ.ศ. 2549 - 2553, 2553 - 2557 2) อุปนายกสภาการพยาบาล พ.ศ. 2537 - 2541 3) ประธานคณะกรรมการวิจัยทางการพยาบาลแห่งชาติ สภาการพยาบาล พ.ศ. 2534 - 2553 4) ประธานที่ประชุมคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ของรัฐ พ.ศ. 2533 - 2534 5) คณะอนุกรรมการบริหารโครงการร่วมผลิตบัณฑิตปริญญาเอก สาขาพยาบาลศาสตร์ ทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2533 6) กรรมการมูลนิธิ รางวัลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี


29 7) กรรมการสภาวิทยาลัยคริสเตียน วิทยาลัยมิชชั่น วิทยาลัยเซนต์หลุยส์ 8) นายกผู้ก่อตั้งสมาคมพยาบาลด้านผู้สูงอายุ 9) กรรมการที่ปรึกษาวารสาร Thai Journal of Nursing Research สภาการพยาบาล 10) ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2549 11) Short term consultant in Nursing Education, WHO New Delhi, India พ.ศ. 2532 เป็นเวลา 4 เดือน 12) Advisory group, Asian Training Center of Ageing, HelpAge International, UK พ.ศ. 2533 - 2536 13) Consultant in Nursing Education, Xi’an Medical University, People Republic of China 14) Expert Group on Nursing Regulations, International Council for Nurses, Geneva, Switzerland 15) Advisory Board, Advancing Clinical Nursing Journal, Churchill Livingstone 16) External Examiner, Doctoral Thesis, La Trobe University, Australia 17) Co-Advisor, Doctoral Thesis, Otago University, New Zealand 18) Co-Advisor, Doctoral Thesis, Melbourne University, Australia 19) Editorial Board, Journal of Research and Theory for Nursing Practice, Springer Publishing Company ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.วิจิตร ศรีสุพรรณ เป็นผู้อุทิศตนให้กับวงการศึกษาพยาบาลเป็นอย่างมาก จนเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ ให้ความส าคัญกับบทบาทของพยาบาลต่อสุขภาพของ ผู้รับบริการ ความก้าวหน้าของวิชาชีพการพยาบาล และการศึกษาพยาบาล ตลอดจนการประกันคุณภาพ การศึกษาเพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาของพยาบาลไทย หลังเกษียณอายุราชการได้อุทิศเวลาแรงกาย แรงใจให้กับวิชาชีพพยาบาลมาอย่างต่อเนื่อง คุณลักษณะส่วนบุคคล 1. มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีส่วนร่วมในการสร้างและก าหนดยุทธศาสตร์ของชาติ จากกฎบัตรออตตาวา รวมทั้งประสานงาน สร้างระบบให้เกิดความร่วมมือของฝ่ายการศึกษากับฝ่ายบริการ มีการจัดท าหลักสูตร พยาบาลระดับชาติและนานาชาติ


30 2. มีความรักในวิชาชีพการพยาบาลสูง มีความมุ่งมั่น ทุ่มเท กล้าคิด กล้าท า กล้าเสี่ยง สร้างการมี ส่วนร่วม กระตุ้นการร่วมคิดร่วมสร้าง ก่อให้เกิด Connection ทั้งในและนอกประเทศ 3. ความคิดเชิงระบบ การคิดวิเคราะห์ การสื่อสารที่มีคุณภาพ รวมทั้งมีการจัดการความรู้ก่อให้เกิด การสร้างหลักสูตรพยาบาลที่ท าให้เกิดการพัฒนาบุคลากรด้านการสร้างเสริมสุขภาพ 4. ผู้น าการเปลี่ยนแปลง ความโดดเด่น ความฉลาด (Intelligence) วุฒิภาวะทางสังคมและใจกว้าง (Social Maturity & Achievement Drive) มีแรงจูงใจภายใน (Inner Motivation) ที่จะท าสิ่งใหม่ ๆ สร้างความมีส่วนร่วม กระตุ้นการร่วมคิด ร่วมสร้าง ก่อให้เกิด Connection ทั้งในและนอกประเทศ ด้วยการคิดเชิงระบบ การคิดวิเคราะห์ การสื่อสารที่มีคุณภาพ รวมทั้งมีการจัดการความรู้ก่อให้เกิดการสร้างหลักสูตรพยาบาลที่ท าให้เกิด การพัฒนาบุคลากรด้านการสร้างเสริมสุขภาพ เป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่มองเชิงระบบ เสียสละในการท างาน ร่วมกับวิชาชีพอื่นเพื่อพัฒนาความร่วมมือ ความเชื่อมโยงสู่การพัฒนาวิชาชีพ Core competency สมรรถนะเฉพาะที่โดดเด่น การคิดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Thinking) มีพื้นฐานด้านความรู้ดี เรียนเก่ง โดยเฉพาะด้าน วิทยาศาสตร์สุขภาพ น ามาใช้วางแผนท าการวิจัย สร้างหลักสูตรเพื่อพัฒนาการพยาบาล การเป็นผู้น าการเปลี่ยนแปลง (Chang Leadership) บทบาทครูพยาบาลผู้บุกเบิกในวิชาชีพคนส าคัญ ด้วยการก่อตั้งสมาคมพยาบาลเฉพาะทางเพื่อเป็นศูนย์รวมของพยาบาลผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ความสามารถในการเป็นผู้น า (Leadership) มีระเบียบในการด าเนินชีวิตทิศทาง มั่นคง แน่วแน่ มีความมุ่งมั่นอุทิศตนในการใช้โอกาสในการบริหารงานที่ส าคัญเพื่อพัฒนาวิชาชีพการพยาบาลและ การผดุงครรภ์ ความสามารถในการพัฒนาคน (Developing and Coaching) เป็นผู้บุกเบิกการวิจัยและการพัฒนา หลักสูตรเพื่อผลักดันให้มีการพัฒนาบุคลากรพยาบาล ความส าเร็จของผู้น า ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ เป็นพยาบาลคนแรกที่ได้รับทุนจากคณะฯ ไปเรียนต่อปริญญาเอกที่ต่างประเทศ โดยเป็น ศาสตราจารย์คนแรกของประเทศไทยในสาขาพยาบาลศาสตร์ เป็นตัวแทนร่วมสอน และพัฒนาหลักสูตรปริญญาเอกสาขาพยาบาลศาสตร์ ซึ่งเป็นโครงการร่วม ระหว่าง 5 สถาบัน โดย รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล


31 เป็นแกนน ารวมทั้งประธานหลักสูตรปริญญาโท สาขาพยาบาลศาสตร์ของภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ปริญญาตรี วท.บ. (การพยาบาล) จากมหาวิทยาลัยมหิดล โท-เอก ด้าน Nursing จาก Wayne State University สหรัฐอเมริกา เคยเป็นประธานหลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอกสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ ภาควิชาพยาบาล ศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นที่ปรึกษาหลักสูตรระดับปริญญาตรี โท และเอก ทางการพยาบาลของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เป็น WHO Expert Committee in Nursing Practice ประธานคณะกรรมการด้านการวิจัยของสภาการพยาบาล เป็นผู้ริเริ่มจัดท าและเป็นบรรณาธิการวารสารวิจัยทางการพยาบาล เคยเป็นรักษาการคณบดีผู้จัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นวิทยากรทั้งในและต่างประเทศ ท างานเพื่อพัฒนาวิชาชีพ พัฒนาศักยภาพของพยาบาลอย่าง ต่อเนื่องเพื่อให้เป็นก าลังหลักในระบบสุขภาพไทย และประชาคมอาเซียน ซึ่งจะมีส่วนช่วยปรับปรุง สุขภาพของและคุณภาพชีวิตของบุคคล ครอบครัว และชุมชน การเป็นครูและเป็นนักวิชาการ นักวิจัย นักปฏิบัติ บทบาทการเป็นกรรมการสภาการพยาบาล ประธานวิทยาลัยพยาบาลขั้นสูงแห่งประเทศไทย เป้าหมาย เพื่อให้มีพยาบาลขั้นสูง APN ที่เป็น ผู้เชี่ยวชาญบทบาทในการแก้ปัญหาการบริการสุขภาพ การปรับปรุงให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึง การบริการที่ได้คุณภาพ และค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม รางวัลเกียรติยศที่ได้รับจากผลลัพธ์ของการท างาน การทุ่มเท บากบั่น รางวัลพยาบาลดีเด่น สาขาเกียรติคุณ สภาการพยาบาล พ.ศ. 2541 รางวัลศิษย์เก่าดีเด่น คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2543 รางวัลอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต ระดับดีมาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2544 รางวัลศิษย์เก่าพยาบาลศิริราชดีเด่น สาขาการวิจัย สมาคมศิษย์เก่าศิริราชพยาบาลฯ พ.ศ. 2545 ศาสตราจารย์เกียรติคุณ สาขาพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2546 รางวัลมหิดลทยากร สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดลฯ พ.ศ. 2549 รางวัลพยาบาลดีเด่น สาขาการพัฒนาวิชาชีพ สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ พ.ศ. 2550 รางวัลศิษย์เก่าพยาบาลศิริราชดีเด่น สาขาเกียรติคุณ สมาคมศิษย์เก่าศิริราชพยาบาลฯ พ.ศ. 2550 ปริญญาพยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยคริสเตียน พ.ศ. 2548 ปริญญาพยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2552


32 ปริญญาพยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พ.ศ. 2553 ปริญญาพยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2556 ปริญญาพยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2558 รางวัลพยาบาลดีเด่น สาขาเกียรติคุณ สภาการพยาบาล พ.ศ. 2541 รางวัลศิษย์เก่าดีเด่น คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2543 รางวัลอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต ระดับดีมาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2544 รางวัลศิษย์เก่าพยาบาลศิริราชดีเด่น สาขาการวิจัย สมาคมศิษย์เก่าศิริราชพยาบาลฯ พ.ศ. 2544 ศาสตราจารย์เกียรติคุณ สาขาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2546 รางวัลมหิดลทยากร สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดลฯ พ.ศ. 2549 รางวัลพยาบาลดีเด่น สาขาการพัฒนาวิชาชีพ สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ พ.ศ. 2550 รางวัลศิษย์เก่าพยาบาลศิริราชดีเด่น สาขาเกียรติคุณ สมาคมศิษย์เก่าศิริราชพยาบาลฯ พ.ศ. 2550 ปริญญาพยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยคริสเตียน พ.ศ. 2548 ปริญญาพยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2552 ปริญญาพยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์พ.ศ. 2553 ปริญญาพยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2556 ปริญญาพยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2558 การพัฒนาการพยาบาลเฉพาะทาง ด้านเวชปฏิบัติทางตา จนประสบความส าเร็จ หนังสือการรักษาโรคเบื้องต้น ปี 2545 และการใช้ยาส าหรับการรักษาโรคเบื้องต้น ซึ่งเป็นต าราหลัก ของการศึกษาทางการพยาบาล ผลงาน และคุณประโยชน์ เป็นต้นแบบในการสร้างความก้าวหน้าของวิชาชีพ : หลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางและ พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต เป็นผู้น าแนวคิดด้านการสร้างเสริมสุขภาพ : พัฒนาศูนย์การเรียนรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพทั้ง 3 ระดับ ได้แก่ ปฐมภูมิ ทุติยภูมิและตติยภูมิ การสร้างเครือข่ายกับต่างประเทศ : ประเทศจีน เวทีแลกเปลี่ยนวิชาการ : ระดับชาติและนานาชาติ การจัดท าข้อเสนอเชิงนโยบายระดับประเทศ การเป็นนักบริหารมืออาชีพ หลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางและพยาบาลศาสตร์มหาบัณฑิต


33 พัฒนาศูนย์การเรียนรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพทั้ง 3 ระดับ ได้แก่ ปฐมภูมิ ทุติยภูมิและตติยภูมิ การสร้างเครือข่ายกับต่างประเทศ ในขณะที่ด ารงต าแหน่งคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ในการพัฒนาอาจารย์และงานวิจัย ได้ขยายงายด้านบัณฑิตศึกษาอย่างกว้างขวางและมีคุณภาพ ด้วยโครงการพัฒนาอาจารย์พยาบาลจีน จาก 8 มหาวิทยาลัยในประเทศจีน (The China Medical Board of New York Inc.) เวทีแลกเปลี่ยนวิชาการ : ระดับชาติและนานาชาติ การจัดท าข้อเสนอเชิงนโยบายระดับประเทศ มีส่วนร่วมในการสร้างและก าหนดยุทธศาสตร์ของชาติ จากกฎบัตรออตตาวา รวมทั้ง ประสานงาน สร้างระบบให้เกิดความร่วมมือของฝ่ายการศึกษากับฝ่ายบริการ มีการจัดท าหลักสูตรพยาบาล ระดับชาติและนานาชาติ สมาคมพยาบาลด้านการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ (สพปร.) หรือ Nursing Association for Prevention and Control of Infections (NAPCI) เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาวิชาการและองค์ความรู้ ด้านการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ


34


35 ผู้น าทางการพยาบาล ประวัติการศึกษาสูงสุด ส าเร็จการศึกษาปริญญาเอก สาขาการพยาบาล (Doctor of Nursing Science) จาก University of California ประวัติการท างาน อาจารย์ประจ า คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล คณบดี ส านักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ Nurse Educator WHOSEARO หลักสูตร Disaster and Critical Care อาจารย์ประจ า คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กรรมการสภาการพยาบาล ปี 2561 - 2565 อุปนายกสภาการพยาบาล ปี 2561 - 2565 คุณลักษณะส่วนบุคคล (Personality traits : DNA) จากการวิเคราะห์ คุณลักษณะที่ติดตัวของ รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริอร สินธุ พบว่า มีคุณลักษณะที่ โดดเด่น (Personality traits : DNA) ในเรื่องต่อไปนี้ 1. มีบุคลิกภาพความเป็นผู้น าสูง กล้าคิด กล้าท า กล้าตัดสินใจ มีความกล้าหาญ เชื่อมั่นในตนเองสูง อาจารย์มีความกล้าหาญยืนหยัดในความถูกต้อง ดังเช่นกรณีที่ผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนต าหนิการตัดสินใจ แก้ปัญหาของอาจารย์ว่าท าให้โรงพยาบาลเสียประโยชน์แต่อาจารย์กล้าหาญตอบโต้ด้วยเหตุและผล จน ผู้บริหารโรงพยาบาลท่านนั้นยอมจ านวน นอกจากนี้อาจารย์ยังมีความกล้าหาญในเชิงวิชาการ เนื่องจากเป็นผู้ รอบรู้ รู้จริง จึงท าให้อาจารย์กล้าหาญที่จะชี้แจง ต่อรองกับคณะกรรมมการต่าง ๆ ที่เป็นสหวิชาชีพ จนท าให้ วิชาชีพการพยาบาลเป็นที่ยอมรับ 2. เป็นผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและทันสมัย มีปฏิภาณ ไหวพริบในการแก้ไขปัญหารู้เท่าทันการ เปลี่ยนแปลงมีความคิดสร้างสรรค์/คิดนอกกรอบ (Creative thinking) : อาจารย์จะรับเป็นวิทยากร แม้แต่ เรื่องที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ จะเตรียมตัว โดยอ่านและศึกษาเพิ่มเติม ท าให้มีความรู้เพิ่มมากขึ้น 3. เป็นผู้ที่ยึดมั่นในความถูกต้อง เช่น ตอนที่อาจารย์อยู่เวร Supervisor ที่โรงพยาบาลเอกชน แห่งหนึ่ง อาจารย์ตัดสินใจแก้ปัญหาเรื่องค่ารักษาพยาบาลให้แก่ผู้ป่วยรายหนึ่ง ซึ่งการกระท าดังกล่าวท าให้ ศาสตราจารย์ ดร.ศิริอร สินธุ


36 อาจารย์ถูกผู้บริหารโรงพยาบาลต าหนิว่าอาจารย์ท าให้โรงพยาบาลเสียประโยชน์ แต่อาจารย์ก็ยืนกรานและ ชี้แจงเหตุผลจนผู้บริหารท่านนั้นยอมรับแสดงถึงความเป็นผู้ที่ยึดมั่นในความถูกต้องของอาจารย์ 4. เป็นผู้ที่เรียนรู้ตลอดเวลา (Lifelong learning) ดังเช่นเหตุการณ์หนึ่งตอนที่อาจารย์ได้รับ มอบหมายให้ดูแลผู้ป่วยโรค Hernia อาจารย์จะสืบค้นข้อมูลจนมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นเป็นอย่างดีจนสามารถ อธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจเกี่ยวกับโรคที่เป็นเป็นอย่างดี นอกจากนี้เมื่อผู้บังคับบัญชาหรือใครมอบหมายให้ รับผิดชอบงานใด แม้จะยังไม่เชี่ยวชาญ ไม่ถนัดในเรื่องนั้น ๆ อาจารย์จะไม่ปฏิเสธ แต่จะสืบค้น เสาะแสวงหา ข้อมูลจนรู้จริง และมีความรอบรู้ในเรื่องนั้น ๆ แสดงถึงความเป็นผู้ที่ใฝ่รู้และพัฒนาตนตลอดเวลา หากมีความ สงสัยหรือค าถามมักจะแสวงหาค าตอบเสมอจากผู้รู้ เช่น พยาบาลที่ท างานอยู่หน้างาน อาจารย์ที่ปฏิบัติงานกับ ชุมชน 5. มีความจริงใจ เป็นผู้ฟัง เปิดใจกว้าง และให้โอกาสคนรอบข้าง เป็นผู้มีความมุ่งมั่นในการท างานให้ ส าเร็จตามที่ได้รับมอบหมาย แม้จะพบข้อขัดข้องก็สามารถแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงได้ดีเป็นผู้มีความยืดหยุ่นใน การท างาน เพื่อให้งานด าเนินต่อไปได้ เช่น การเข้าถึงประชาชนในพื้นที่รอบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ท าให้ ประชาชนยอมรับและให้ความร่วมมือในกิจกรรมของคณะเป็นอย่างดี 6. เป็นผู้มีทักษะทางปัญญาสูง มีความสามารถในการแก้ปัญหาที่ยากได้จนส าเร็จ เช่น การเป็น คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในบทบาทของผู้น าและผู้บริหาร เป็นผู้มีความคิดเชิง ระบบ มีเหตุมีผล มีการวิเคราะห์ตนเองอยู่เสมอ เช่น การเตรียมตัวเพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ และการรับ หน้าที่คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 7. เป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่นสู่ความส าเร็จ มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์สูง เป็นผู้ไม่ย่อท้อต่อความล าบาก แม้จะมี ปัญหาและอุปสรรคในการท างาน อาทิเช่น เมื่อครั้งเป็นผู้บุกเบิกการพยาบาลเวชปฏิบัติฉุกเฉิน เป็นผู้มีความ รับผิดชอบต่อตนเองและต่องาน เป็นนักสู้ ไม่ย่อท้อต่อการแก้ปัญหา 8. เป็นผู้มีการเตรียมการที่ดี และมีการเตรียมความพร้อมเพื่อเผชิญสถานการณ์ที่ต้องแก้ปัญหา สามารถท างานร่วมกับผู้น า ผู้เชี่ยวชาญทางการพยาบาลที่มาจากหลากหลายสถาบัน เป็นผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และทันสมัย ส่งผลให้การพยาบาลเวชปฏิบัติฉุกเฉิน มีความก้าวหน้ามาก เป็นนักสู้: มุ่งมั่นสู่ความส าเร็จ มีความกล้าหาญ: กล้าคิด กล้าท า กล้าพูดบนพื้นฐานความรู้ที่ถูกต้อง มีปฏิภาณ ไหวพริบในการแก้ไขปัญหา รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง และมีความรับผิดชอบสูง 9. มีทักษะการคิดวิเคราะห์ (Critical thinking) : จากสถานการณ์ ความไม่เห็นด้วยกับการเรียน การสอนบางอย่าง เช่น การสอนที่บอกต่อ ๆ กันมา ตัวอย่างเช่น การผลัดกันเช็ดตัว โดยไม่มีการบอกเหตุผลว่า ท าเพื่ออะไร ดังนั้น อาจารย์จะสอนให้ลูกศิษย์รู้จักการวิเคราะห์ โดยต้องรู้เหตุผลของการท าทุกครั้ง ว่าท าไป เพื่ออะไร หากไม่สอนความเป็นเหตุเป็นผลจะถือว่าเป็นการท าร้ายลูกศิษย์ แสดงถึงความสามารถในการคิด วิเคราะห์สถานการณ์รอบด้าน 10. เป็นที่น่าเชื่อถือของคนในสังคม ความซื่อสัตย์ และศีลธรรมจรรยา (Honesty and Integrity) เป็นผู้ที่ยึดมั่นในความถูกต้อง เช่น ตอนที่อาจารย์อยู่เวร Supervisor ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งอาจารย์ ตัดสินใจแก้ปัญหาเรื่องค่ารักษาพยาบาลให้แก่ผู้ป่วยรายหนึ่ง ซึ่งการกระท าดังกล่าวท าให้อาจารย์ถูกผู้บริหาร


37 โรงพยาบาลต าหนิว่าอาจารย์ท าให้โรงพยาบาลเสียประโยชน์ แต่อาจารย์ก็ยืนกรานและชี้แจงเหตุผลจน ผู้บริหารท่านนั้นยอมรับแสดงถึงความเป็นผู้ที่ยึดมั่นในความถูกต้องของอาจารย์ 11. มีร่างกายแข็งแรงเป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพดี สง่างาม การแต่งกายเหมาะสมกับวัย น้ าเสียงและการพูด โต้ตอบมักใช้โทนเสียงที่นุ่มนวลน่าฟัง ท าให้สามารถลดความรุนแรงในสถานการณ์ความขัดแย้ง ทักษะการปฏิบัติงาน ความคิดและการตัดสินใจ 1. มีความสามารถในการคิดเชิงระบบ (System thinking) : ในการพัฒนาหลักสูตร NP และ ปริญญาโท ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยเริ่มจากการวิเคราะห์บริบทของชุมชน เรียนรู้พื้นที่ พบว่ามีปัญหา ส าคัญคือ โรคเรื้อรังเป็น ได้แก่ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง แก้ปัญหาโดยการพัฒนา ได้พัฒนาหลักสูตร NP ขึ้น ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากในโรงพยาบาลทั่วภาคใต้ 2. มีความสามารถในการวางแผนเชิงกลยุทธ์ (Strategic planning) เช่น เมื่อครั้งที่อาจารย์ได้รับ มอบหมายให้เป็นคณบดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อาจารย์ใช้กลยุทธ์ในการบริหารงาน จนสามารถสร้างความ เข้มแข็ง ความโดดเด่นทางวิชาการที่แตกต่างจากสถาบันอุดมศึกษาอื่นในการเข้าถึงและสร้างความผูกพันกับ ชุมชน (Community engagement) 3. มีความสามารถในการคิดตัดสินใจ (Decision making) และแก้ไขปัญหา (Problem solving) เฉพาะหน้าในการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น : อาจารย์ได้รับปากกับผู้น าชุมชนในการให้นักศึกษาไปช่วย ตรวจสุขภาพชาวบ้าน แต่ได้รับทราบว่า เป็นช่วงนักศึกษาปิดเทอม มีเฉพาะนักศึกษาปี 2 อยู่ที่คณะ ซึ่งยังไม่ สามารถท าหัตถการเจาะเลือด อาจารย์ตัดสินใจให้นักศึกษาปี 2 ไปร่วมกิจกรรม และป้องกันความเสี่ยงที่ อาจจะเกิดขึ้นโดย ให้ฝึกนักศึกษาปี 2 ให้ท าหัตถการให้ได้ภายใน 3 วัน ท าให้สามารถผ่านสถานการณ์ไปได้ และนักศึกษามีความภาคภูมิใจ 4. มีความสามารถในการบริหารคนเก่ง (Talent management) : เรียนรู้จากลูกศิษย์ ทั้งหลักสูตร ปริญญาโท และปริญญาเอก รู้ว่าศิษย์คนไหน เก่งเรื่ออะไร และมอบหมายงานให้ท า โดยการเรียนรู้จากศิษย์ อาจารย์จะใช้การฟัง รวบรวม วิเคราะห์ และเก็บเป็นคลังสมบัติ ค าพูดที่ประทับใจคือ “ศิษย์เป็นครู คนรอบตัว เป็นครู..แค่เราฟัง” 5. มีความสามารถในการสื่อสารเพื่อการแก้ไข/บริหารความขัดแย้ง (Conflict management) และ การเจรจาต่อรอง (Negotiation) เช่น เหตุการณ์เมื่อครั้งอาจารย์อยู่เวร Supervisor ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่ง หนึ่ง ซึ่งมีผู้ป่วยรายหนึ่งไม่พอใจจนเกิดข้อขัดแย้งกับโรงพยาบาล อาจารย์ในฐานะผู้บริหารได้เชิญผู้ป่วยมาพบ พูดไกล่เกลี่ยต่อรองเรื่องค่ารักษาพยาบาลจนผู้ป่วยยอมรับได้ ท าให้ไม่เกิดปัญหาการฟ้องร้องโรงพยาบาล 6. มีความสามารถในการสร้างความผูกพันกับชุมชน (Community engagement) เช่นเมื่อครั้งที่ อาจารย์ได้รับมอบหมายให้เป็นคณบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อาจารย์สามารถดึงชุมชนเครือข่ายในพื้นที่เข้า มามีส่วนร่วมในกิจกรรมการด าเนินงานของคณะพยาบาลได้เป็นอย่างดี ท าให้คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับอย่างมาก


38 7. มีความสามารถในการสร้างพลังให้แก่คนรอบข้างและตนเอง (Empowerment) อาจารย์มีความ เชื่อมั่นในตนเองสูง มีความรอบรู้ทุกด้านอันเป็นผลมาความใฝ่รู้ เสาะแสวงหาความรู้ตลอดเวลา หากคิดว่ายัง ไม่รู้ ยังไม่เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นอย่างดีพอ เช่นเมื่อครั้งเป็นนักเรียนพยาบาล ได้รับมอบหมายให้ดูแลผู้ป่วยโรค อะไรก็ตามอาจารย์จะต้องอ่านหนังสือ ต าราจนรู้เกี่ยวกับโรคนั้นจริงสามารถอธิบาย ให้ค าแนะน าผู้ป่วยได้ อย่างชัดเจน จนผู้ป่วยยอมรับและชื่นชม และอีกกรณีหนึ่งตอนที่อาจารย์รับเป็นวิทยากรในเรื่องที่ไม่ถนัด แต่อาจารย์มีมุมมองว่าเป็นเรื่องท้าทาย จึงต้องอ่าน เตรียมความพร้อมให้รู้เรื่องที่รับบรรยายเป็นอย่างดี ไม่ท้อถอย มีแต่จะก้าวเดินไปข้างหน้าตลอด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพลังแห่งความเชื่อมั่น พลังแห่งความรอบรู้ รู้จริงที่ส่งผ่านมายังลูกศิษย์ ผู้คนรอบข้างโดยอัตโนมัติ 8. สามารถสร้างแรงบันดาลใจในการท างานให้แก่คนรอบข้าง (Inspiration) ด้วยคุณลักษณะของ อาจารย์ที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ ใคร่ครวญคิดวิเคราะห์ ใฝ่รู้ เรียนรู้ตลอดเวลา แม้เป็นเรื่องยาก เป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่รู้ ไม่เชี่ยวชาญมาก่อน หากเมื่อรับที่จะท า หรือได้รับมอบหมายอาจารย์ก็เสาะแสวงหาความรู้ สืบค้นจนรู้เรื่อง นั้น ๆ เป็นอย่างดี ก่อให้เกิดเป็นแรงบันดาลใจแก่ลูกศิษย์ และคนรอบข้างให้ตระหนักว่า เราควรเป็นน้ าที่ไม่ เต็มแก้ว พร้อมเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ไม่มีใครเก่งมาแต่เกิด การงานทุกอย่างจะส าเร็จได้ด้วยความพยายามและ การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา 9. มีความสามารถในการโน้มน้าวใจและมีอิทธิพลทางความคิด (Influences) ให้ผู้อื่นคล้อยตาม กระท าตามดังเช่นเหตุการณ์ที่อาจารย์อยู่เวร Supervisor ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งมีผู้ป่วยรายหนึ่งไม่ พอใจเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลจนเกิดข้อขัดแย้งกับโรงพยาบาล อาจารย์สามารถสื่อสาร โน้มน้าวใจผู้ป่วยให้ ยอมรับข้อต่อรอง ไม่เกิดปัญหาการฟ้องร้องโรงพยาบาลตามมารวมทั้งสามารถชี้แจง ให้เหตุผลแก่ผู้บริหาร โรงพยาบาลที่ต าหนิการกระท าของอาจารย์ ให้เกิดการยอมรับ ยอมจ านนในเหตุผลการตัดสินใจแก้ปัญหาของ อาจารย์อีกด้วย อีกเหตุการณ์หนึ่งคือตอนที่อาจารย์ได้รับมอบหมายจากนายกสภาการพยาบาลให้เป็นผู้แทน เข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับหลักสูตรด้านการแพทย์ฉุกเฉินอาจารย์สามารถชี้แจงเหตุผล อธิบายรายละเอียดจนท า ให้คณะกรรมการซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นแพทย์ ยอมรับและเห็นด้วยกับข้อเสนอของอาจารย์ 10. เป็นผู้ที่มีความสามารถในการสื่อสารที่ดี (Effective Communication/Interpersonal Relationship) ด้วยการใช้ค าพูดที่ผ่านการกลั่นกรองที่เกิดผลในทางบวกต่อเรื่องที่ก าลังสนทนา สนทนาได้ตรงประเด็นปัญหา โดยการศึกษาและท าความเข้าใจกับประเด็นปัญหาพร้อมแนวทางการแก้ปัญหา รู้จักการใช้น้ าเสียงที่สุภาพ อ่อนโยนต่อคู่สนทนา นิ่ง รับฟัง และโต้ตอบได้อย่างสมเหตุสมผล สามารถเจราต่อรองเพื่อลดข้อขัดแย้งและ พิทักษ์ผลประโยชน์ขององค์กร/หน่วยงาน 11. เป็นผู้มีมนุษย์สัมพันธ์ดีกับบุคคลทุกระดับ มีความสามารถในการแสดงออกที่เหมาะสมกับ สถานการณ์ ควบคุมสถานการณ์ได้ดี ท าให้เหตุการณ์ที่รุนแรงคลี่คลายไปในทางที่ดี 12. เป็นผู้มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ (Critical thinking) และการคิดเชิงระบบ มีเหตุและมีผล ในการท างาน (Systematic thinking) มีความคิดสร้างสรรค์/คิดนอกกรอบ (Creative thinking) เช่น การให้ นักศึกษาพยาบาลและอาจารย์พยาบาลลงพื้นที่รอบมหาวิทยาลัยเพื่อการบริการวิชาการแก่ประชาชน มีความสามารถในการวางแผนเชิงกลยุทธ์(Strategic planning) และมีความสามารถในการตัดสินใจและแก้ไข


39 ปัญหาด้วยความรอบคอบ (Decision making and problem solving) มีทักษะการบริหารคนเก่ง (Talent management) ภายใต้ทรัพยากรบุคคลที่จ ากัด มีทักษะการสื่อสารเพื่อแก้ไขปัญหา และการบริหารความ ขัดแย้ง (Conflict management) การสร้างความผูกพันกับชุมชน (Community engagement) มีการสร้าง พลังให้คนรอบข้างและตนเอง (Empowerment) เพื่อการปฏิบัติงานที่ท้าทาย สมรรถนะหลัก (Core competency) 1. นักฟังที่ดี Respect ฟังหน้างาน ทีมงาน วิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาหน้างาน 2. Analytic thinking นักคิดวิเคราะห์ น ากระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาใช้อย่างครบถ้วน เตรียมตัว/ศึกษาเชิงรุกเรื่องที่ท า วิเคราะเรื่องที่ท า AAR ในเรื่องที่ท ามาแล้ว และได้ผล 3. Systemic thinking มองภาพรวม เข้าใจระบบ 4. ชอบการเปลี่ยนแปลง พร้อมปรับเปลี่ยน 5. แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ใช้ทรัพยากรในชุมชน มีมนุษย์สัมพันธ์ มองเห็นคุณค่าของทุกคน ให้ความส าคัญกับผู้ปฏิบัติ 6. ใช้วิกฤตเป็นโอกาส กับงานที่ท า ตั้งใจจริง/มุ่งมั่น 7. เป็นนักเจรจาต่อรองและ Empowerment รับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น คิดนอกกรอบ 8. สร้างความผูกพัน การรักษาผลประโยชน์ของวิชาชีพ (Love and Belonging รักในวิชาชีพ ความรับผิดชอบสูง) 9. สร้างเครือข่ายการท างานเป็นทีม 10. เป็นผู้น าในการเปลี่ยนแปลง 11. มีความรอบรู้ (ด้านกฎหมาย, Evidence based, และอื่น ๆ) 12. น ากระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ 13. สร้าง connection กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกับชุมชน ผลงาน และคุณประโยชน์ พัฒนาหลักสูตรการพยาบาล เฉพาะทาง ได้รับการยอมรับจากสหวิชาชีพ ทั้งในประเทศและ ต่างประเทศ เกิดการพัฒนาหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง จ านวน 15 หลักสูตร ที่มีชื่อเสียงมากได้แก่ หลักสูตร NP, ENP เป็นผู้ริเริ่มหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน มีการเขียนแนวปฏิบัติ (CNPG) ท าให้พยาบาลมีความมั่นใจในการปฏิบัติงาน มีส่วนร่วมในการผลักดันให้มีกฎหมายรับรองในการปฏิบัติงานของพยาบาล ได้รับการยอมรับจากผู้ร่วมวิชาชีพ ได้รับการยอมรับจากชุมชน สังคม


40 ระบบการแพทย์ฉุกเฉินมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยได้รับการดูแลสุขภาพที่มีประสิทธิภาพจากหลักสูตร Case Manager (CM) ที่อาจารย์ ช่วยพัฒนาขึ้น ส่งเสริม Career path และบทบาทอิสระของพยาบาล การสร้างแรงบันดาลใจ Inspirations จากภาวะผู้น าท าให้เกิดแรงบันดาลใจคือ ความรักในวิชาชีพ ผู้น าต้องยืนอยู่ในจุดที่ถูกต้อง การฟังและการเห็นคุณค่าของผู้อื่น เคารพผู้อื่น การสร้างคุณค่าให้ตัวเองและวิชาชีพ การประยุกต์ใช้จากการถอดบทเรียน การเป็นครูต้องสอนให้นักเรียนมีการคิดวิเคราะห์ ท าสิ่งแปลกใหม่อยู่เสมอ เพื่อสั่งสมความรู้และประสบการณ์ สถานการณ์ท าให้ต้องสร้างระบบ ผู้ปฏิบัติการพยาบาลที่อยู่หน้างานคือคนส าคัญ การได้โอกาสและการเกื้อหนุนจากผู้รู้น าสู่ความส าเร็จ


41


42 ผู้น าทางการพยาบาล ประวัติส่วนตัว เกิดที่ จังหวัดอุบลราชธานี มีพี่น้อง 9 คน ชอบเรียนวิทยาศาสตร์ สมรสกับ นายแพทย์เสรี เสนารัตน์ อาจารย์ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งต่อมาได้ลาออกจากราชการและก่อตั้งโรงพยาบาลเชียงใหม่ราม มีบุตรชาย 2 คน รองศาสตราจารย์วิลาวัณย์ เสนารัตน์เกิดเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2488 ที่ต าบลในเมือง อ าเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี บิดาชื่อ นายค า วงศ์สุวรรณ มารดาชื่อ นางค าเคน วงศ์สุวรรณ มีพี่น้อง 9 คน รองศาสตราจารย์วิลาวัณย์ เสนารัตน์ สมรสกับ นายแพทย์เสรีเสนารัตน์ อาจารย์ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งต่อมาได้ลาออกเพื่อร่วมก่อตั้งโรงพยาบาลเชียงใหม่ราม จังหวัด เชียงใหม่ มีบุตร 2 คน คือ นายฑรัท เสนารัตน์ และ นายสานุ เสนารัตน์ ประวัติการศึกษาและการฝึกอบรม ส าเร็จการศึกษาอนุปริญญาพยาบาลและอนามัย ประกาศนียบัตรผดุงครรภ์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2509 ส าเร็จการศึกษาวิทยาศาสตรบัณฑิต (การพยาบาลสาธารณสุข) คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2524 ส าเร็จการศึกษา Master of Public Health (Rural Health), University of the Philippines, Manila, Philippines ด้วยทุน SEAMEO-TROPMED พ.ศ. 2527 ฝึกอบรม Hospital Infection, Canada ด้วยทุน International Development Research Centre พ.ศ. 2530 ฝึกอบรมหลักสูตร Post Master in Teaching of Community Health Nursing Administration, University of Alabama at Birmingham School of Nursing, USA พ.ศ. 2532 รองศาสตราจารย์วิลาวัณย์ เสนารัตน์


43 ประวัติการท างาน คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยชียงใหม่ พ.ศ. 2536 - 2539, 2540 - 2544 รองคณบดีฝ่ายนโยบายและแผนและวิเทศสัมพันธ์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2532 - 2533 รองคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2533 - 2535 ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหารและวิเทศสัมพันธ์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2529 - 2532 หัวหน้าภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2527 - 2529 กรรมการประจ าสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ พ.ศ. 2537 - 2539, 2540 - 2544 กรรมการประจ าส านักทะเบียนและประเมินผล พ.ศ. 2537 - 2539 กรรมการสภามหาวิทยาลัยเลือกตั้งจากผู้ด ารงต าแหน่งบริหาร พ.ศ. 2541 - 2544 กรรมการบริหารงานบุคคล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2542 กรรมการอ านวยการหอพักนักศึกษาในก ากับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2543 - 2548 กรรมการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2543 กรรมการอ านวยการสถานบริการพยาบาล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2545 - 2559 อนุกรรมการจัดท ารายละเอียดการให้สวัสดิการส าหรับผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับโรคเอดส์ ทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2534 - 2535 อนุกรรมการศึกษาความต้องการก าลังคน สาขาพยาบาลศาสตร์ ทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2534 - 2535 อนุกรรมการพิจารณาการขอรับรองสถาบันการศึกษาพยาบาลและผดุงครรภ์ สภาการพยาบาล พ.ศ. 2538 - 2539 Visiting Professor, Primary Health Care, Faculty of Nursing and Community Studies, University of Western Sydney, Australia พ.ศ. 2534 เป็นผู้มีวิสัยทัศน์ ที่มองเชิงระบบ เสียสละในการท างานร่วมกับวิชาชีพอื่นเพื่อพัฒนาความร่วมมือ ความเชื่อมโยงสู่การพัฒนาวิชาชีพ กรรมการประจ าสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ พ.ศ. 2537 - 2539, 2540 - 2544 กรรมการประจ าส านักทะเบียนและประเมินผล พ.ศ. 2537 - 2539 กรรมการสภามหาวิทยาลัยเลือกตั้งจากผู้ด ารงต าแหน่งบริหาร พ.ศ. 2541 - 2544


44 กรรมการบริหารงานบุคคล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2542 กรรมการอ านวยการหอพักนักศึกษาในก ากับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2543 - 2548 กรรมการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2543 กรรมการอ านวยการสถานบริการพยาบาล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2545 - 2559 อนุกรรมการจัดท ารายละเอียดการให้สวัสดิการส าหรับผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับโรคเอดส์ ทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2534 - 2535 ท างานเพื่อส่วนรวม เพื่อพัฒนาวิชาชีพการพยาบาล อนุกรรมการศึกษาความต้องการก าลังคน สาขาพยาบาลศาสตร์ ทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2534 - 2535 อนุกรรมการพิจารณาการขอรับรองสถาบันการศึกษาพยาบาลและผดุงครรภ์ สภาการพยาบาล พ.ศ. 2538 - 2539 พ.ศ. 2506 - 2510 พยาบาลประจ าการแผนกสูติกรรม โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราช มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ พ.ศ. 2511 - 2514 อาจารย์พยาบาล แผนกสูติ-นรีเวชวิทยา โรงเรียนพยาบาลผดุงครรภ์ และอนามัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2516 - 2518 อาจารย์พยาบาล ภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2519 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2527 - 2545 รองศาสตราจารย์ ภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2545 ศาสตราจารย์ (เกษียณราชการ 30 กันยายน 2545) คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2546 ศาสตราจารย์เกียรติคุณ สาขาพยาบาลศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2545 - 2555 ศาสตราจารย์เกียรติคุณ (อาจารย์ผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษ) สาขาพยาบาลศาสตร์คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2555 - ปัจจุบัน ศาสตราจารย์เกียรติคุณ (อาจารย์พิเศษ) สาขาพยาบาลศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


45 มีความมุ่งมั่น อุทิศตน ในการบริหารงานที่ส าคัญ เพื่อพัฒนาวิชาชีพการพยาบาล คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยชียงใหม่ พ.ศ. 2536 - 2539, 2540 - 2544 รองคณบดีฝ่ายนโยบายและแผนและวิเทศสัมพันธ์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2532 - 2533 รองคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2533 - 2535 ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหารและวิเทศสัมพันธ์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2529 - 2532 หัวหน้าภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2527 - 2529 กรรมการประจ าสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ พ.ศ. 2537 - 2539, 2540 - 2544 กรรมการประจ าส านักทะเบียนและประเมินผล พ.ศ. 2537 - 2539 กรรมการสภามหาวิทยาลัยเลือกตั้งจากผู้ด ารงต าแหน่งบริหาร พ.ศ. 2541 - 2544 กรรมการบริหารงานบุคคล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2542 กรรมการอ านวยการหอพักนักศึกษาในก ากับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2543 - 2548 กรรมการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2543 กรรมการอ านวยการสถานบริการพยาบาล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2545 - 2559 อนุกรรมการจัดท ารายละเอียดการให้สวัสดิการส าหรับผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับโรคเอดส์ ทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2534 - 2535 อนุกรรมการศึกษาความต้องการก าลังคน สาขาพยาบาลศาสตร์ ทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2534 - 2535 อนุกรรมการพิจารณาการขอรับรองสถาบันการศึกษาพยาบาลและผดุงครรภ์ สภาการ พยาบาล พ.ศ. 2538 - 2539 Visiting Professor, Primary Health Care, Faculty of Nursing and Community Studies, University of Western Sydney, Australia พ.ศ. 2534 เป็นผู้มีประสบการณ์มีภาวะผู้น าในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพชุมชน ปี 2529 - 2540 พัฒนาระบบการดูแลผู้ติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยเอดส์ ปี 2529 - 2535 เปิดหลักสูตร Community health Nursing and PHC โดยการสนับสนุน ของกรมวิเทศสหการ ปี 2535 เปิดหลักสูตร ICN


46 ปี 2542 - 2552 เปิดหลักสูตร Short training course HIV/AIDS ปี 2544 ท าวิจัยระบบสุขภาพที่พึงประสงค์ จนเกิดหลักสูตร NP มีผลงานวิจัยเกี่ยวกับระบบสุขภาพชุมชน (ปี 2556 - 2564) ดังนี้ Primary and Community Health Care Development System: Saraphi District, Chiang Mai Province Funded by Thai Health Promotion Fund (October, 2013 - May, 2016) Health Information System Development to Support District Health System Management.Funded by Thai Health Promotion Fund (form November, 2013 - August, 2015) Provincial Health System Development Project through District Health Network Chiang Mai Province. Funded by Thai Health Promotion Fund (September, 2014 - August, 2017 Health Care System Development to Enhance Quality of Life in All Age Group through District Health System in Regional Health 1. Funded by Thai Health Promotion Fund (November, 2017 - March, 2019) Healht Literacy Improvement Among Urban Areas in Chiang Mai Province (October, 2018 - 2020) Funded by Thai Health Promotion Fund คุณลักษณะส่วนบุคคล 1. เป็นผู้มีความใฝ่เรียนรู้การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง มีความมุ่งมั่นอุทิศตนในการท างาน มีคุณธรรม จริยธรรมสูง มีการพัฒนาวิชาชีพการพยาบาล มีความเสียสละ เอื้ออาทร มีความรับผิดชอบ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มองโลกในแง่ดี รักการเรียนรู้ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รู้จักตนเอง พึ่งพาตนเอง มีวินัยใน ตนเอง ชอบช่วยเหลือคนอื่น ให้เกียรติผู้ร่วมงาน รักและภาคภูมิใจในวิชาชีพ เข้าถึงง่าย ชอบการท างานและมี ความจริงใจ มองปัญหาให้เป็นโอกาส “ไม่ได้สิ่งที่ชอบ ชอบสิ่งที่ได้” ไม่ได้คิดที่จะเรียนพยาบาล แต่เมื่อได้เข้า มาเรียนแล้ว ก็สามารถเรียนได้ดีจนได้รางวัลเหรียญทอง 2. ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างดี“ไม่เคยคิดจะเป็นครูพยาบาล” หลังจบพยาบาลได้ 2 ปี ต้องแต่งงานและเดินทางไปอยู่ต่างประเทศกับครอบครัว ท าให้ต้องวางแผนและปรับตัวอย่างมากทั้งใน เรื่องการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ และการหางานท าที่เหมาะสมกับความรู้และประสบการณ์ที่มี และประสบ ความส าเร็จในหน้าที่การงานในต าแหน่งผู้ตรวจการของพยาบาลวิสัญญี 3. เรียนรู้จากการท าจริง ทักษะที่ได้มาทั้งหมดเกิดจาการลงมือปฏิบัติจริงด้วยตนเอง “Learning by Doing” ทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและต่างประเทศ ได้แก่ การใช้ภาษาอังกฤษ การปกครองคน (กลุ่มคนผิวสี) รวมทั้งการบูรณาการสิ่งที่ศึกษาจริงสู่การปฏิบัติจริง จนเกิดประโยชน์ต่อสังคม เช่น การน าความรู้จากงานวิจัย


47 ลงสู่งานบริการ และการจัดหลักสูตรเพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญมากขึ้น และการน าผลการวิจัยลง ใช้ในระบบบริการทางคลินิกคนไข้โรคเรื้อรัง 4. มองโลกในแง่ดีในการปฏิบัติงาน ได้มีโอกาสท างานในหลายหน้าที่ บทบาท และหลายต าแหน่ง ซึ่งคิดว่าท าให้มีโอกาสได้เรียนรู้งานมากขึ้นกว่ามีภาระงานมากขึ้น 5. สร้างคน สร้างผู้น า การเป็นผู้น า ต้องสร้างผู้น า ยิ่งโตขึ้นยิ่งต้องสร้างคนให้มาท างานแทนเราได้ ดังนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในต าแหน่งบริหารใดก็ตามก็จะสร้างความพร้อมให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาให้เติบโตและมีความ พร้อมในการขึ้นเป็นผู้น าได้ด้วยวิธีการ Coaching, Mentor, and Facilitator 6. บริหารเวลา และมีวินัยในตนเอง ซึ่งเป็นบทเรียนที่ได้จากการอยู่ต่างประเทศ ซึ่งต้องรับภาระทั้ง การดูแลครอบครัว การเรียน และท างานไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งต้องมีการบริหารเวลา เพื่อให้ประสบความส าเร็จ ในทุก ๆ เรื่อง 7. ความกล้าหาญ เป็นผู้ที่ท าอะไร ไม่มีเงื่อนไขในตัวเอง “ทุกอย่างอยู่ที่ใจ” “หมูไม่กลัวน้ าร้อน” และ “ไม่มีอะไรที่ท าไม่ได้ ขอให้ได้ท า” ซึ่งเป็นผลให้ได้ริเริ่มงานใหม่ ๆ เสมอ และรับงานทุกอย่างได้อย่างไม่มี ข้อแม้ 8. ท างานเน้นคุณภาพ ด้วยความเมตตาและมีจริยธรรม ห้องท างาน ไม่เคยปิดประตูห้อง อนุญาต ให้ผู้ร่วมงาน รวมทั้งผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าพบได้ตลอดเวลา “ช่วยได้ต้องช่วย” “ท างานต้องได้ใจคน เพราะ ผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นคนท างานที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของเรา” ให้ความส าคัญกับผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคน ทุกฝ่าย ทั้งอาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา อย่างเท่าเทียมกัน มีส่วนร่วมในการสร้างหอพักให้กับทีม สนับสนุนที่มีรายได้น้อย 9. ทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ เนื่องจากมีประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างประเทศ จึงท าให้มี ทักษะการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ และท างานร่วมกับนานาชาติได้เป็นอย่างดีและสม่ าเสมอ จนเกิดผลลัพธ์ อย่างเป็นรูปธรรม และมีโอกาสในการท างานมากขึ้น ทั้งนี้ได้มีการเปิดโอกาสให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้ามาเรียนรู้ ในการพัฒนาภาษาอังกฤษด้วย เช่น การรับรองอาจารย์จากต่างประเทศ 10. มีความคิดเชิงระบบ และยึดหลักการทางวิทยาศาสตร์จากการพัฒนางานให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน โดยยึดหลักการท างานตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และน าแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชนเข้ามาใช้ใน ทุกขั้นตอนของการพัฒนา ร่วมกับการขับเคลื่อนทางด้านนโยบายและงบประมาณ จึงท าให้เกิดกระบวนการ ท างานอย่างเป็นระบบ และประสบความส าเร็จในการท างาน 11. สร้างเครือข่ายในการท างาน ท าให้เกิดผลลัพธ์win-win ดัวยกันทั้งสองฝ่าย เช่น โครงการ พัฒนาอาจารย์พยาบาลจากประเทศจีน ที่มีผลให้เกิดเครือข่ายในประเทศจีนเพิ่มขึ้น มีการแลกเปลี่ยนทุน ให้กับอาจารย์พยาบาลได้ไปศึกษาต่อ อบรม ศึกษาดูงานในประเทศจีน โดยได้รับการสนับสนุนและดูแลเป็น อย่างดี 12. ความรับผิดชอบ และเสียสละ การมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ผลลัพธ์ทั้งดี และไม่ดี ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้มอบหมายงานทั้งสิ้น รวมทั้งความรับผิดชอบในค าพูดและการกระท าของตนเอง


48 แม้ว่าจะเป็นการพูดและรับปากกับบุคลที่เราไม่รู้จักก็ตาม เห็นได้จากกรณีที่รับปากในการช่วยเหลือบุตรของ คนไข้ระยะสุดท้ายก่อนที่คนไข้จะเสียชีวิต 13. กตัญญูกตเวทีการประสบความส าเร็จได้ทุกวันนี้เป็นการได้รับโอกาส และความช่วยเหลือจาก ผู้ที่มีบุญคุณจ านวนมาก และต้องตอบแทนด้วยการท างานอย่าเต็มที่เต็มก าลัง 14. การมีสติ และการจัดการภาวะวิกฤต การมีสติจะสามารถช่วยจัดการและแก้ไขปัญหา ได้อย่างลง ตัว เพราะสติจะช่วยให้สามารถคิดวิเคราะห์ แยกแยะ และมองเห็นทางออกที่ดีที่สุด เห็นได้จากกรณีการ แก้ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุรถนักศึกษาเกือบตกเหว พบว่ามีจ านวนนักศึกษาที่บาดเจ็บจ านวนมาก รวมทั้งการ ต้องเผชิญปัญหากับผู้ปกครอง การติดต่อประสานงานกับหน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ และการแถลงข่าว และ การรับกับข้อร้องเรียนต่าง ๆ จากผู้ที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นมาเป็นผู้ที่มีสมรรถนะของ การเป็นผู้น าที่มีสติเป็นอย่างดี สมรรถนะหลัก (Core competency) 1. มีวิสัยทัศน์ไกล เรียน IC และเปิดหลักสูตร ICN แห่งแรกที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พัฒนาระบบการดูแลผู้ติดเชื้อ HIV และผู้ป่วย AIDS เปิดหลักสูตร Community Health Nursing and PHC เปิดหลักสูตร NP 2. การคิดวิเคราะห์และสามารถบูรณาการงาน บูรณาการการเรียนการสอน งานบริการ งานวิจัย เข้าด้วยกัน 3. มีทักษะในการสื่อสารภาษาต่างประเทศ 4. มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ประสานความร่วมมือกับเครือข่ายโทรศัพท์ในการท า Google Map 5. มีทักษะในการแก้ไขปัญหา การเจรจาต่อรองและขจัดความขัดแย้ง เจรจากับมหาวิทยาลัยในประเทศจีนส่งอาจารย์ไปเรียนโดยไม่ต้องจ่ายค่าลงทะเบียน การแก้ไขปัญหากรณีนักศึกษาประสบอุบัติเหตุ 6. มีความรับผิดชอบ 7. ได้รับรางวัลเหรียญทองในการเรียน บทเรียนที่ได้รับ การก้าวเป็นผู้น าการพัฒนาวิชาชีพพยาบาล เริ่มจากความเข้าใจ และความชัดเจนในตนเอง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจที่จะเรียนพยาบาล แต่เมื่อต้องเรียนพยาบาล ก็สามารถที่จะก้าวสู่ วิชาชีพการพยาบาลได้อย่างประสบความส าเร็จ ด้วยการปรับเปลี่ยนความคิด “ไม่ได้สิ่งที่ชอบ ชอบในสิ่งที่ได้”


49 มีการยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเอง เข้าใจตนเอง และก้าวเดินสู่เส้นทางวิชาชีพ ไต่ระดับตามความเชี่ยวชาญ ของตนเองในด้านชุมชนอย่างชัดเจน จากการเข้าศึกษาในระดับวิทยาศาสตรบัณฑิต (การพยาบาลสาธารณสุข) ต่อด้วย Master of Public Health (Rural Health) และผ่านการอบรมหลักสูตร Post Master in Teaching of Community Health Nursing Administration ซึ่งถือว่าเป็นการเดินทางสู่ความเป็นผู้น าการพัฒนา วิชาชีพการพยาบาลด้วยเส้นทางที่ชัดเจน และต่อยอดในสาขาเดียวกัน และในที่สุด ด้วยการสั่งสมความรู้ และ ประสบการณ์ด้านการพยาบาลชุมชน จึงท าให้มีผลงานการพัฒนาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับชุมชนจนเป็นที่ยอมรับ ในระดับประเทศ ระดับชาติ และนานาชาติ การเป็นผู้น าการพัฒนาวิชาชีพ ต้องรู้จริง ท าจริง ใช้บริบทและปัจจัยรอบตัวเป็นแรงผลักดันใน การสร้างผลงานวิชาชีพ เป็นผู้น าที่มีประสบการณ์ทางวิชาชีพทั้งในด้านงานบริการพยาบาล ด้านการศึกษาพยาบาล รวมทั้งการมีส่วนเกี่ยวข้อง และมีความเข้าใจโดยตรงกับสหสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง จากการแต่งงานกับ ผู้บริหารโรงพยาบาล ซึ่งเป็นผู้ที่ใช้ประโยชน์จากการเรียนรู้ทุกอย่างรอบตัวด้วยการท าจริง เพื่อให้เกิดการรู้จริง และยังเป็นผู้ที่สามารถบูรณาการเรียนรู้จากบริบทรอบตัว ประสบการณ์ชีวิตในทุก ๆ ด้าน ทั้งด้านชีวิตส่วนตัว เรื่องเรียน และเรื่องงาน ด้วยการน ามาเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันการพัฒนาวิชาชีพให้ก้าวหน้าขึ้นด้วย เช่น การน าประสบการณ์การใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศมาพัฒนาวิชาชีพ เปิดโอกาสทางการศึกษาพยาบาลสู่ระดับ นานาชาติ การผลักดันบุคลากรในวิชาชีพให้ได้รับโอกาสเหล่านั้นด้วยเช่นกัน เป็นผู้ที่น าความรู้จากสิ่งที่เรียน สู่การพัฒนางานวิชาชีพที่ตรงสาขา คือ สาขาการพยาบาล ด้านชุมชน รวมทั้งให้ความส าคัญการเรียนรู้จากชุมชนอย่างแท้จริง ไม่ยึดเพียงหลักการหรือทฤษฎีเพียง อย่างเดียว มีความเข้าใจธรรมชาติของคน สังคมที่มีความแตกต่างกัน “การท างานกับชุมชน ต้องรู้จักชุมชน เข้าหาชุมชน อยู่กับชุมชน เรียนรู้จากชุมชน และพัฒนาจากสิ่งที่มีอยู่ในชุมชน (Go to them, Live with them, Learn from them and Build on what they have)” ซึ่งท าให้ต้องลงมือเรียนรู้ด้วยการ ท าจริง (Learning by doing) ส่งผลให้เกิดการพัฒนางานที่สอดคล้องกับสังคม และสามารถน าไปใช้กับสังคมได้อย่าง แท้จริงที่ปรากฏให้เห็นจากผลงานสร้างชื่อ การเป็นผู้สร้างผู้น ามากกว่าเป็นคนน าเพียงอย่างเดียว ด้วยลักษณะส่วนบุคคล และการมีLeadership influences and inspiration ที่เปิดโอกาส ให้ตัวเองได้เรียนรู้งานบริหารในหลาย ๆ ด้าน จึงได้มีโอกาสท าหน้าที่ของการเป็นผู้ช่วย และรองฯ ในด้าน ต่าง ๆ มองการท างานหนักว่าเป็นโอกาสมากกว่าเป็นภาระ กล้าหาญที่จะเรียนรู้ในงานใหม่ ๆ ที่ไม่เคยท า ดังค าที่อาจารย์กล่าวว่า “หมูไม่กลัวน้ าร้อน” “ไม่มีอะไรที่ท าไม่ได้ขอให้ได้ท า” จึงส่งผลให้มีความเข้าใจใน เนื้องานเหล่านั้นอย่างแท้จริง และเมื่อได้มีโอกาสท าหน้าที่ของการเป็นผู้น า จึงสามารถเป็น Coaching, Mentor, and Facilitator ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาได้อย่างดี


50 รวมทั้งการเป็นผู้น า และให้ความส าคัญของการสร้างผู้น า มากกว่าการเป็นผู้น าเอง เพราะ ยิ่งโตขึ้นยิ่งต้องสร้างคนให้มาท างานแทนเราได้ ดังนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในต าแหน่งบริหารใดก็ตาม ก็จะสร้างความ พร้อมให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาให้เติบโตและมีความพร้อมในการขึ้นเป็นผู้น าในล าดับต่อไป ผลงาน และคุณประโยชน์ ผลงานด้านการวิจัย สร้างงานวิจัยที่เกี่ยวกับการพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนและระบบปฐมภูมิ โดยน าหลักการของ “การเข้าถึง เข้าใจ และมีส่วนร่วม” มาใช้ โดยเริ่มจาการเข้าไปแสวงหาข้อมูลจากชุมชนเพื่อวิเคราะห์ปัญหา และความต้องการของชุมชน และด าเนินการโดยการมีส่วนร่วมจากชุมชนทุกฝ่ายเน้น “การท างานกับชุมชน ต้อง “รู้จักชุมชน เข้าหาชุมชน อยู่กับชุมชน เรียนรู้จากชุมชน และพัฒนาจากสิ่งที่มีอยู่ในชุมชน” (Go to them, Live with them, Learn from them and Build on what they have)” ผลลัพธ์ที่ได้ที่ส าคัญ ได้แก่ พัฒนาสมรรถนะพยาบาลชุมชนเชิงรุก ก่อให้เกิดหลักสูตร พยาบาลเฉพาะทางเวชปฏิบัติชุมชน (NP) การน าสื่อดิจิทัลทางการพยาบาลมาใช้ในการสร้างเสริมสุขภาพ ประชาชน รวมทั้งการขับเคลื่อนนโยบายระดับชาติเพื่อพัฒนาระบบสุขภาพระดับอ าเภอ (District Health System: DHS) งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของคนในชุมชน ในเรื่องกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง: NCDs ซึ่งเป็น โรคที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการด าเนินชีวิตของแต่ละคน ดังนั้น การแก้ไขปัญหาจึงใช้Individual Project โดยการสร้าง Health Literacy ให้เกิดในแต่ละคน ก่อให้เกิด HLO: Health Literacy Organization, HLC: Health Literacy Communities ยกระดับคุณภาพชีวิตจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ งานวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วยเอดส์ (HIV/AIDS) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด และนานาชาติ ก่อให้เกิดต าราน ามาพัฒนาการเรียนการสอนส าหรับคนไทย ผลงานด้านการศึกษา โครงการร่วมผลิตพยาบาลชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน ก่อตั้งสถานบริการพยาบาล โดยคณะพยาบาลศาสตร์ที่มีระบบบริหารจัดการที่เป็นอิสระจากระบบ ราชการ เพื่อให้บริการ วิชาการ และให้ความรู้อย่างต่อเนื่องแก่สังคมจนเป็นที่ยอมรับจากสหวิชาชีพ ริเริ่มหลักสูตรปริญญาโท สาขาการพยาบาลด้านการติดเชื้อ สาขาการพยาบาลผู้สูงอายุ และสาขาการ พยาบาลอาชีวอนามัย บริหารโครงการ The Program of Higher Nursing Education Development (POHNES) ซึ่ง เป็นโครงการที่คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ความร่วมมือเปิดสอนหลักสูตร พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต ส าหรับอาจารย์พยาบาลจากมหาวิทยาลัยในประเทศสาธารณรัฐ ประชาชนจีน 8 แห่งริเริ่มหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง เวชปฏิบัติชุมชน (NP)


Click to View FlipBook Version