The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ ป.2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kruwassana.yan, 2022-07-10 05:02:24

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ ป.2

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ ป.2

คาํ อธบิ ายรายวิชา

รายวชิ า ประวัติศาสตร กลมุ สาระการเรียนรสู ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 2 รหัสวิชา ส๑๒๑๐๒ เวลา 40 ช่วั โมง/ป

ศกึ ษา วเิ คราะห อธบิ าย การใชค ําระบุเวลาที่แสดงเหตุการณใ นอดีต ปจ จบุ นั และอนาคต การลาํ ดบั
เหตุการณ ทีเ่ กิดขึน้ ในครอบครวั หรือในชวงชีวติ ของตนเอง โดยใชหลกั ฐานทีเ่ กีย่ วขอ ง การเปล่ยี นแปลงวิถี
ชวี ิตประจาํ วันของคนในชุมชนของตนจากอดีตถึงปจจุบัน และผลกระทบที่เกดิ ข้นึ ตอ วิถีชวี ติ ของคนในชุ มชน บุคคลท่ี
ทําประโยชนตอทองถนิ่ หรือประเทศชาติ วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปญ ญาไทยทภ่ี าคภูมิใจ และควรอนุรักษไ ว

โดยใชกระบวนการสบื คนขอ มูล วิธกี ารทางประวตั ิศาสตร กระบวนการคิด กระบวนการกลุม กระบวนการ
ทางสังคม

เพอื่ ใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถใชวิธี การทางประวัตศิ าสตรม าวิเคราะหเหตุการณต า งๆ อยางเปน
ระบบ ตระหนกั ถึงความสาํ คัญของเหตุการณต างๆ มีความรกั ความภูมิใจ และธํารงความเปน ไทย สามารถดําเนนิ ชีวติ
อยางสันติสุขในสงั คมไทยและสงั คมโลก

ตวั ชีว้ ดั ป.2/1, ป.2/2
ส 4.1 ป.2/1, ป.2/2
ส 4.2 ป.2/1, ป.2/2
ส 4.3

รวม 6 ตวั ชว้ี ัด

โครงสรางรายวชิ าประวตั ศิ าสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๒
จํานวน ๔๐ ช่ัวโมง/ป

ลําดับ ชอ่ื หนว ย มาตรฐานการ สาระสําคัญ เวลา นํ้าหนกั
ท่ี การเรยี นรู เรยี นรู / ตัวชี้วัด (ชวั่ โมง) คะแนน
ภาคเรยี นท่ี ๑ จํานวน ๒๐ ชัว่ โมง
1 จากวันวานสู ส 4.1 ป. 2/1 คําทีแ่ สดงชวงเวลาในอดตี ปจจุบนั 4 ๑๐
วันพรงุ นี้ อนาคต และวนั สําคญั ทป่ี รากฏในปฏทิ นิ ๑๐
ทาํ ใหสามารถระบเุ วลา และลาํ ดับของ
เหตุการณที่เกิดข้นึ ๑๕
2 ฉนั เปนใคร ส 4.1 ป. 2/2 การสืบคนเร่ืองราวของตนเองและ 6 ๓๐
ครอบครัว จะตอ งใชห ลกั ฐานทเ่ี กย่ี วขอ ง ๑๐๐
เปนเครอ่ื งยืนยนั และใชเ สนเวลาลําดบั ๑๕
เหตุการณท่ีเกดิ ขน้ึ ในครอบครวั หรอื ใน ๑๐
ชีวติ ของตนเอง
3 ชีวติ ที่ ส 4.2 ป. 2/1 การสืบคน ขอ มลู เก่ยี วกบั การเปลีย่ นแปลง 9 ๑๐
เปล่ียนแปลง ป. 2/2 ของชมุ ชนตนจากอดตี ถึงปจ จุบนั จะทาํ ให
สามารถอธบิ ายผลกระทบของการ ๓๐
เปลี่ยนแปลงท่มี ีตอ วิถชี ีวติ ของคนในชมุ ชน ๑๐๐
สอบกลางภาค ๑
รวมภาคเรยี นท่ี ๑ ๒๐
ภาคเรียนท่ี ๒ จํานวน ๒๐ ชั่วโมง

4 คนดใี น ส 4.3 ป. 2/1 บคุ คลทที่ ําคุณประโยชนตอทอ งถ่นิ และ ๘
ทอ งถน่ิ ประเทศชาติ สมควรไดรบั การยกยอง 8
และควรนํามาเปนแบบอยา งทดี่ ี
5 วฒั นธรรม ส 4.3 ป. 2/2 การอนุรกั ษวฒั นธรรม และประเพณี เปน 4
และ หนา ทขี่ องทุกคนทจ่ี ะตองชว ยกนั อนรุ ักษ
ภูมิปญ ญาที่ ใหคงอยคู กู บั สงั คมไทยสบื ตอ ไป -
นาภูมิใจ ๔๐
(1)
6 วัฒนธรรม ส 4.3 ป. 2/2 การอนุรักษภูมิปญญาทองถ่ิน เปนหนา ท่ี
และ ของทกุ คนท่ีจะตองชวยกันอนรุ กั ษใหค ง
ภูมปิ ญ ญาท่ี อยูค กู บั สงั คมไทย
นา ภูมิใจ สืบตอไป
(2)
สอบกลางภาค
รวมตลอดปการศกึ ษา

หนวยท่ี ๑

จากวันวานสวู ันพรงุ น้ี

แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๑
โรงเรยี นบงึ วชิ ัยสงเคราะห สพป.กส.1 กลุม สาระการเรียนรสู ังคมศึกษา ศาสนาฯ
รหสั วชิ า ส๑๒๑๐๒ รายวชิ า ประวัติศาสตร ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๒
หนวยการเรียนรูที่ ๑ ชอ่ื หนวย จากวันนนั้ สวู นั น้ี เวลา ๔ ชั่วโมง
แผนการจดั การเรยี นรูท ่ี ๑ เรือ่ ง คาํ บอกชวงเวลา วันทีใ่ ชแผนการสอน .....................................
*********************************************************************************************************
1. เปา หมายการเรยี นรู
มาตรฐานการเรยี นรู/ ตัวช้ีวดั /ตัวชีว้ ดั /ผลการเรยี นรู จุดประสงคก ารเรยี นรู
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ส ๔.๑ เขาใจความหมาย ความสําคญั ของเวลาและยคุ สมยั ทางประวตั ิศาสตร สามารถใชวธิ ีการ
ทางประวัติศาสตรม าวิเคราะหเ หตุการณต า งๆ อยา งเปน ระบบ
ตวั ชีว้ ดั / หรอื ผลการเรียนรู
ป.2/1 ใชค ําระบุเวลาท่ีแสดงเหตกุ ารณในอดตี ปจ จุบัน และอนาคต
จดุ ประสงคการเรียนรู
ความรู (K)
๑. ใชคําบอกชวงเวลาในอดีต ปจจบุ นั และอนาคตได
๒. เปรยี บเทยี บความแตกตา งของชว งเวลาในอดตี ปจ จุบนั และอนาคตได
ทักษะกระบวนการ (P)
๓. นาํ ความรูไปปรับใชใหเ กดิ ประโยชนในการดําเนนิ ชวี ิตประจาํ วนั
คุณลักษณะอันพึงประสงค (A) (เฉพาะท่ีเกดิ ในแผนการจดั การเรยี นรนู ้ี)
 1. รักชาติ ศาสน กษตั รยิ   5. อยอู ยางพอเพยี ง
 2. ซื่อสัตยส จุ รติ  6. มงุ ม่ันในการทํางาน
 3. มวี ินยั  7. รักความเปน ไทย
 4. ใฝเรียนรู  8. มจี ิตสาธารณะ
2. สาระสําคญั /แนวคดิ หลัก
คําทแ่ี สดงชวงเวลาในอดตี ปจ จุบัน อนาคต และวันสําคัญที่ปรากฏในปฏทิ ิน ทาํ ใหสามารถระบเุ วลา และ
ลําดับของเหตุการณท ี่เกิดขน้ึ
3. สาระการเรยี นรู
- คําท่ีแสดงชวงเวลาในอดีต ปจ จบุ นั และอนาคต เชน วนั นี้ เมื่อวานน้ี พรงุ นี้ เดอื นน้ี เดือนหนา เดอื นกอน
- วันสําคัญทปี่ รากฏในปฏทิ นิ ที่แสดงเหตกุ ารณสาํ คัญในอดตี และปจ จบุ ัน
- ใชค าํ บอกชว งเวลา อดีต ปจ จบุ ัน อนาคต แสดงเหตุการณได
4. สมรรถนะสาํ คัญของผูเ รยี น (C) (เฉพาะทเี่ กดิ ในแผนการจัดการเรยี นรนู ้ี)
 5.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
 5.2 ความสามารถในการคดิ
 5.3 ความสามารถในการแกปญ หา
 5.4 ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ติ
 5.5 ความสามารถในการใชเทคโนโลยี
5. จุดเนน สูก ารพฒั นาผูเรียน
ความสามารถและทักษะของผเู รียนศตวรรษที่ 21 (3Rs x 8Cs )
 R1– Reading (อานออก)  R2– (W)Riting (เขียนได)  R3 – (A)Rithmetics (คิดเลขเปน)

 C1 - Critical Thinking and Problem Solving ( ทกั ษะดา นการคิดอยางมวี ิจารณญาณ
และทักษะในการแกป ญหา)

 C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะดา นการสรา งสรรคแ ละนวัตกรรม)
 C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะดานความเขา ใจตางวฒั นธรรม ตางกระบวนทศั น)
 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะดานความรว มมอื การทาํ งานเปน ทีม

และภาวะผูนํา)
 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทักษะดา นการสือ่ สารสารสนเทศ

และรูเทาทนั สื่อ)
 C6 - Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยสี ารสนเทศ

และการสือ่ สาร)
 C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นรู)
 C8 – Compassion (ความมีเมตตากรณุ า วินยั คุณธรรม จรยิ ธรรม)

 บรู ณาการขา มกลมุ สาระการเรยี นรู (ระบุ) .............................................................................
 อืน่ ๆ (ระบุ) .............................................................................................................................

๖. กระบวนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู (จํานวน ๔ ชว่ั โมง)
ช่วั โมงท่ี ๑ คําบอกชวงเวลา

ขนั้ นาํ เขา สูบ ทเรยี น
1. นักเรียนตอบคาํ ถามกระตนุ ความคิด
2. ครนู าํ บตั รภาพรถรางทีใ่ ชใ นสมยั กอ น และรถไฟทใี่ ชโ ดยสารในสมัยปจ จบุ ัน มาใหน ักเรียนดู แลว ใหน กั เรยี น
เปรียบเทียบความแตกตางของการคมนาคมขนสง ในสมยั อดตี กับปจจบุ ัน
3. ครสู ุม นักเรียน 2-3 คน ออกมาแสดงความคดิ เหน็ ท่หี นาช้ันเรยี น
๔. ครูอธิบายใหนักเรียนเขา ใจวา อดตี กบั ปจจบุ ันมีความแตกตางกนั ของวัน เวลาทเ่ี กิดขนึ้ เชนเดียวกบั การคมนาคม

ขนสงในสมยั อดีตและปจ จุบันกย็ อมมีความแตกตา งกนั ท้งั นีใ้ นชวี ติ ประจําวนั ของเรอาาจตองเลา เรื่องราวตา งๆ ใหผ อู ่ืน
ฟง การใชคาํ บอกชวงเวลาที่ถูกตอง จะทาํ ใหเ ราเรียงลําดับเหตกุ ารณต า งๆ ไดถ ูกตอง
ขนั้ สอน

1. นักเรียนตอบคาํ ถามกระตุน ความคิด
2. ครูแบง นักเรียนออกเปน กลุม กลมุ ละ 4 คน คละกนั ตามความ สามารถ คอื เกง ปานกลางคอ นขางเกง ปาน

กลางคอ นขา งออน และออ น จากนนั้ ใหน ักเรยี นแตละกลมุ รว มกันศกึ ษาความรเู รอื่ ง คําบอกชวงเวลา จาก
หนงั สอื เรียน
3. ครูใหนกั เรยี นแตล ะกลมุ ชวยกันแสดงความคดิ เห็นวา เรอ่ื งราว ในอดีต ปจ จบุ นั และอนาคต แตกตางกัน
อยางไร และมีลําดับกอ นหลงั อยางไร
4. ครเู ปรยี บเทียบความแตกตางของคําบอกชว งเวลาในอดีต ปจจุบันและอนาคต พรอ มยกตวั อยางประกอบ
แผนภาพเพอื่ ใหน ักเรียนเขา ใจ
5. นกั เรียนแตล ะกลมุ รว มกนั ทําใบงานที่ 1.1 เร่ือง จาํ แนกชว งเวลา โดยใหส มาชิกแตละคนในกลมุ หาคาํ ตอบ
ในใบงานดวยตนเองจนครบทกุ ขอ จากนน้ั จบั คูกบั เพื่อนในกลุมผลัดกันอธิบายคําตอบของตนเองใหเ พือ่ นฟง
(นกั เรยี นอกี คูห นึ่งกป็ ฏบิ ัตกิ ิจกรรมเชน เดียวกนั )

๖. สมาชิกรวมกลมุ 4 คน ตามเดมิ ผลดั กันอธิบายคาํ ตอบของคตู นเองใหเ พือ่ นอีกคูห นึ่งฟง และสรปุ คาํ ตอบที่
เปน มติของกลมุ แลว บนั ทกึ คาํ ตอบลงในใบงานท่ี 1.1 เสรจ็ แลวนาํ สง ครตู รวจ
ขัน้ สรุป

๑. ครูและนกั เรยี นรว มกันสรปุ ความรเู กยี่ วกับการใชค ําบอกชวงเวลาในอดตี ปจจบุ ัน และอนาคต
๒. นกั เรียนตอบคาํ ถามกระตุนความคดิ

ช่วั โมงที่ ๒ การใชคาํ บอกชวงเวลา
ข้ันนาํ เขา สบู ทเรียน

ครนู าํ บัตรคํามาแจกใหน ักเรยี นคนละ 1 บัตรคํา จากน้ันใหนักเรียนระบุวา บตั รคําที่ไดรบั เปนคําทีบ่ อก
ชวงเวลาในอดีต ปจ จบุ ัน หรอื อนาคต
ขั้นสอน

๑. นักเรียนรวมกลุมเดิม ใหแตล ะกลมุ รว มกันศกึ ษาตวั อยา งการใชคาํ บอกชว งเวลา จากหนงั สือเรียน โดย
สังเกตการใชค าํ บอกชวงเวลาท่แี สดงถึงเรอื่ งราวในอดีต เรื่องราวในปจ จุบนั และเรื่องราวในอนาคต

๒. ครูนาํ บตั รภาพมาแสดงใหน ักเรียนดทู ีห่ นาชั้นเรียน แลว ใหนกั เรยี นแตล ะกลุมเลอื กคําในตารางคาํ บอก
เร่ืองราวในชวงเวลาตา งๆ เพื่อเขียนขอ ความบอกเลาเรื่องราวจากภาพในชว งเวลาจากอดีตถึงปจ จุบัน และเชื่อมโยง
ถึงอนาคตตามบัตรภาพที่กําหนด

๓. สมาชกิ แตละคนเขียนขอ ความเพอ่ื บอกเลาเรือ่ งราวจากบัตรภาพในชว งเวลาจากอดตี ถงึ ปจจุบนั และ
เชอื่ มโยงถึงอนาคตตามบตั รภาพทีก่ าํ หนด โดยใชค าํ ท่กี ลุม เลอื กจากตารางคําบอกเร่ืองราวในชว งเวลาตางๆ

๔. ใหส มาชกิ แตล ะคนในกลุม ผลดั กันอา นขอ ความที่ตนเองเขียนจนครบทุกคน แลว ชว ยกันตรวจสอบ
ความถกู ตองของการใชคําบอกชว งเวลา และเลอื กนําเสนอผลงานการเขยี นท่ดี ีที่สดุ ของกลุม ทีห่ นา ชน้ั เรยี น

๕. นักเรียนทําใบงานท่ี 2.1 เร่อื ง ประโยคบอกชวงเวลา เม่อื ทาํ เสรจ็ แลวใหตรวจความถูกตอ งกอ นนําสง ครู
ขัน้ สรุป

นกั เรียนรว มกันสรปุ ความสําคัญของชวงเวลาตางๆ และหลกั การใชค ําบอกชว งเวลาในอดีต ปจ จุบัน และ
อนาคตเพือ่ นําไปใชเ รียงลําดบั เหตกุ ารณก อ น – หลังไดอยางถกู ตอ ง

ช่วั โมงที่ ๓ – ๔ การใชปฏทิ ินบอกวันสําคัญ
ขั้นนาํ เขา สูบทเรียน

ครูใหน ักเรียนอา นกรณีศกึ ษา บันทกึ ของเตย จากนั้นครูตั้งประเดน็ คําถามใหนักเรยี นรว มกนั แสดงความ
คดิ เหน็ ประกอบเหตผุ ล
ขนั้ สอน

๑. นักเรียนรวมกลุมเดมิ ใหแตล ะกลุมรว มกนั วิเคราะหป ระเด็นตามทีค่ รกู ําหนด
๒. นักเรยี นศึกษาความรเู รอ่ื ง การใชป ฏทิ ินบอกวันสาํ คญั จากหนังสอื เรียน
๓. ครูแจกปฏทิ ินต้งั โตะใหนกั เรยี นกลมุ ละ 1 ฉบับ เพอ่ื สํารวจวันสาํ คัญตางๆ ในแตล ะเดือน และบอกขอ
ปฏบิ ตั ิ หรือความสําคัญของวนั สําคัญนนั้ ๆ ลงในสมุด
๔. ครูต้งั ประเด็นคาํ ถามใหนักเรยี นแตล ะกลุมรวมกันวิเคราะหเ พ่อื หาคาํ ตอบ แลว ใหน ักเรียนแตละกลุม สรุป
คาํ ตอบทไ่ี ดจากการวิเคราะหร วมกนั และสง ตวั แทนกลมุ ยนื อานคาํ ตอบ
๕. นกั เรียนทาํ ใบงานท่ี 3.1 เร่ือง การบันทกึ เหตกุ ารณใ นปฏิทนิ เม่อื ทําใบงานเสร็จแลวใหน กั เรียนสลับกัน
ตรวจกับเพือ่ น โดยครูเฉลยคําตอบบนกระดาน
ขนั้ สรุป

นกั เรยี นรวมกันสรุปความสาํ คญั ของปฏทิ ิน และประโยชนท่ีไดรับจากการบนั ทกึ เหตุการณส ําคญั ตา งๆ ของ
ตนเองลงในปฏิทิน

๗. สื่อการเรียนรู/ แหลง เรียนรู
1. หนังสอื เรยี น ประวัติศาสตร ป.2
2. บัตรภาพ
3. แผนภาพแสดงชว งเวลา
4. ใบงานท่ี 1.1 เรื่อง จําแนกชวงเวลา
๕. ใบงานที่ 2.1 เร่อื ง ประโยคบอกชว งเวลา
๖. ใบงานที่ 3.1 เรอื่ ง การบันทึกเหตุการณในปฏิทิน

๘. การวัดผลและประเมนิ ผลการเรยี นรู

สิง่ ทว่ี ดั ผล วธิ ีวดั ผล เคร่ืองมอื วัดผล เกณฑก ารประเมนิ ผล
ดานความรู(K) ใบงาน แบบบันทกึ คะแนน ระดับ ๕ = ผาน

ดานทักษะ/กระบวนการ(P) ใบงาน แบบบนั ทึกคะแนน ระดับ ๕ = ผา น
ดานคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค(A) สงั เกต แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั ๓ = ผาน
สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน(C) สงั เกต แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดบั ๓ = ผาน

แผนภาพแสดงชว งเวลา

บตั รภาพ

ภาพรถราง ภาพรถไฟ

ใบงานท่ี 1.1 เรอื่ ง จาํ แนกชว งเวลา

คําช้แี จง ใหนกั เรียนจาํ แนกคาํ ทีใ่ ชบ อกชวงเวลา โดยนาํ มาจัดกลมุ ลงในตารางใหถ ูกตอ ง

วนั นี้ เม่อื วาน ปี นี้ คราวนี้ พร่งุ นี้
เดือนหน้า เม่อื ก่อน เดือนก่อน เดือนนี้ วนั หน้า

คราวหน้า ตอนหน้า ตอนนี้ ช่วงกอ่ น ตอนนัน้
ปี กอ่ น ปี หน้า สปั ดาหน์ ี้ ช่วงนี้ คราวกอ่ น

สปั ดาหก์ ่อน ช่วงหน้า เด๋ียวนี้ สปั ดาหห์ น้า

คาํ บอกชวงเวลาในอดีต คาํ บอกชวงเวลาในปจ จุบัน คําบอกชว งเวลาในอนาคต

บตั รภาพ 

ภาพท่ี 1
ภาพท่ี 2
ภาพท่ี 3

ใบงานที่ 2.1 เรอื่ ง ประโยคบอกชว งเวลา

คําชี้แจง ใหน ักเรียนแตง ประโยค โดยใชคาํ บอกชว งเวลาในอดตี ปจ จุบนั และอนาคต มาอยา งละ 3 ประโยค
 ประโยคทบ่ี อกชวงเวลาในอดีต

 ประโยคที่บอกชว งเวลาในปจ จบุ ัน

 ประโยคทบ่ี อกชวงเวลาในอนาคต

ใบงานท่ี 3.1 เรอื่ ง การบันทกึ เหตุการณในปฏทิ ิน

คําชแี้ จง ใหนักเรียนอา นขอ มูลที่กาํ หนดให แลว นาํ ขอ มูลไปบันทึกลงในปฏทิ ินใหถ ูกตอง
1) วันที่ 1 พฤษภาคม วันแรงงานแหง ชาติ
2) วันที่ 5 พฤษภาคม วันฉตั รมงคล
3) วนั ที่ 6 พฤษภาคม วนั เกิดนอ งนง
4) วันท่ี 10 พฤษภาคม วันวิสาขบูชา
5) วันท่ี 12 พฤษภาคม วนั พชื มงคล
6) วันท่ี 13 พฤษภาคม คุณตาจัดงานฉลองอายคุ รบ 60 ป
7) วันท่ี 18 พฤษภาคม คุณแมพานองไปฉดี วัคซนี
8) วันที่ 25 พฤษภาคม สง การบา นประวัติของฉัน
9) วนั ท่ี 27 พฤษภาคม คุณยายนัดไปถวายสังฆทานทว่ี ัด

เดือน พฤษภาคม 2560

อาทิตย จนั ทร อังคาร พธุ พฤหสั บดี ศุกร เสาร
1 234
5
6 7 8 9 10 11
12

13 14 15 16 17 18 19

20 21 22 23 24 25 26

27 28 29 30 31

แบบประเมินการนาํ เสนอผลงาน

คําชแี้ จง : ให ผสู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว ขดี  ลงในชองท่ตี รง
กับระดับคะแนน

ลาํ ดับที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
1 เน้ือหาละเอียดชดั เจน 321
2 ความถกู ตองของเน้ือหา
3 ภาษาทใี่ ชเ ขา ใจงาย
4 ประโยชนที่ไดจากการนําเสนอ
5 วธิ กี ารนาํ เสนอผลงาน

รวม

ลงช่อื ...................................................ผูป ระเมิน
............../.................../................

เกณฑก ารใหค ะแนน ให 3 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคลองกบั รายการประเมินสมบรู ณชดั เจน ให 2 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคลอ งกบั รายการประเมินเปนสวนใหญ ให 1 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคลองกบั รายการประเมินบางสวน

เกณฑก ารตัดสินคุณภาพ

ชว งคะแนน ระดบั คุณภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11
ตาํ่ กวา 8 พอใช
ปรบั ปรงุ

แบบสังเกตพฤติกรรม การทาํ งานกลมุ

คาํ ช้แี จง : ให ผสู อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว ขีด  ลงในชองท่ตี รง
กับระดบั คะแนน

ชอ่ื – สกลุ ความรว มมอื การแสดงความ การรับฟงความ ความตั้งใจ การแกไ ข รวม
ลําดับที่ ของผูรบั การ กนั ทํากิจกรรม คดิ เห็น คดิ เหน็ ทาํ งาน ปญหา/หรอื 15
ปรบั ปรุง คะแนน
ประเมนิ 321 ผลงานกลมุ
321
321321321

ลงช่ือ...................................................ผปู ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑการใหค ะแนน ให 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา งสมา่ํ เสมอ ให 2 คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ ยคร้งั ให 1 คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั

เกณฑก ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ชวงคะแนน ระดบั คุณภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช
ตา่ํ กวา 8 ปรบั ปรงุ

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค

คาํ ช้แี จง : ให ผูสอน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลวขีด  ลงในชอ งท่ีตรง
กบั ระดับคะแนน

คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงคด าน 321

1. รกั ชาติ ศาสน 1.1 ยนื ตรงเมือ่ ไดยินเพลงชาตไิ ด และบอกความหมายของเพลงชาติ
กษัตรยิ  1.2 ปฏบิ ัติตนตามสิทธิหนา ที่
1.3 เขา รวมกิจกรรมทีเ่ ปนประโยชนตอโรงเรยี น และปฏบิ ตั ติ นเพ่ือ
2. ซอื่ สัตย สุจรติ
3. มีวินยั รับผิดชอบ สรา งความสามคั คี ปรองดองในหมเู พอ่ื น
4. ใฝเรยี นรู 1.4 เขารว มกจิ กรรมทางศาสนาท่ีตนนบั ถือตามหลักของศาสนา
1.5 เขารวมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบนั พระมหากษัตรยิ ตามที่โรงเรยี น
5. อยูอยางพอเพียง
และชุมชนจัดข้ึน
2.1 ใหขอมูลท่ีถูกตอง และเปน จรงิ
2.2 ปฏิบตั ิในสง่ิ ท่ถี ูกตอ ง ทาํ ตามสญั ญาทตี่ นใหไ วกบั พอ แม หรอื ผูปกครอง
2.3 ปฏบิ ตั ิตนตอ ผูอนื่ ดวยความซ่ือตรง
3.1 ปฏบิ ัติตามขอ ตกลง กฎเกณฑ ระเบยี บ ขอ บังคับของครอบครวั

และโรงเรยี น มคี วามตรงตอเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมตางๆ ใน
ชวี ิตประจาํ วนั
4.1 รูจกั ใชเวลาวา งใหเปน ประโยชน และนาํ ไปปฏิบัตไิ ด
4.2 รจู ักจดั สรรเวลาใหเหมาะสม
4.3 เช่ือฟง คําสงั่ สอนของบดิ า มารดา โดยไมโตแ ยง
4.4 ตั้งใจเรยี น
4.5 รจู กั ปรบั ปรุงตนเองในขอ ผิดพลาด
4.6 รูจักมัธยัสถ และเกบ็ ออม
5.1 ใชทรพั ยส นิ และส่ิงของของโรงเรียนอยางประหยัด
5.2 ใชอ ุปกรณการเรยี นอยางประหยัดและรคู ุณคา
5.3 ใชจายอยางประหยัดและมกี ารเกบ็ ออมเงิน

แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค (ตอ )

คาํ ช้ีแจง : ให ผสู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลวขดี  ลงในชองที่ตรง
กับระดบั คะแนน

คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อันพงึ ประสงคดาน 321
6. มงุ มนั่ ในการ 6.1 มคี วามตั้งใจและพยายามในการทาํ งานที่ไดร บั มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไมทอ แทต ออปุ สรรคเพอื่ ใหง านสําเร็จ
ทํางาน 7.1 มจี ติ สํานึกในการอนรุ กั ษวัฒนธรรมและภูมิปญ ญาไทย
7. รกั ความเปนไทย 7.2 เห็นคุณคาและปฏิบตั ิตนตามวฒั นธรรมไทย
8.1 รูจกั ชว ยพอ แม ผูป กครอง และครทู าํ งาน
8. มจี ติ สาธารณะ 8.2 อาสาทาํ งานใหผอู ่ืน
8.3 รจู กั การดูแลรักษาทรพั ยสมบัตแิ ละส่ิงแวดลอมของหอ งเรียน โรงเรียน

เขารว มกิจกรรมของโรงเรยี น

ลงชื่อ...................................................ผปู ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก ารใหคะแนน ให 3 คะแนน
พฤติกรรมที่ปฏบิ ตั ิชดั เจนและสมา่ํ เสมอ ให 2 คะแนน
พฤติกรรมที่ปฏิบัตชิ ัดเจนและบอ ยครง้ั ให 1 คะแนน
พฤติกรรมทีป่ ฏิบตั บิ างครั้ง

หนวยท่ี ๒

ฉนั เปน ใคร

แผนการจดั การเรยี นรูท ี่ ๑
โรงเรียนบึงวิชยั สงเคราะห สพป.กส.1 กลมุ สาระการเรียนรูส ังคมศกึ ษา ศาสนาฯ
รหสั วิชา ส๑๒๑๐๒ รายวชิ า ประวตั ิศาสตร ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๒
หนว ยการเรียนรูท ี่ ๒ ช่ือหนวย ฉันเปนใคร เวลา ๖ ชั่วโมง
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๑ เรือ่ ง เรยี นรเู รื่องตวั เราและครอบครัว วันทใี่ ชแผนการสอน .....................................
*********************************************************************************************************
1. เปาหมายการเรยี นรู
มาตรฐานการเรยี นรู/ ตวั ชี้วัด/ตัวชวี้ ัด/ผลการเรยี นรู จดุ ประสงคการเรยี นรู
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ส ๔.๑ เขาใจความหมาย ความสาํ คัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร สามารถใชว ิธีการ
ทางประวัติศาสตรม าวเิ คราะหเหตกุ ารณตา งๆ อยางเปนระบบ
ตัวชีว้ ัด / หรือผลการเรยี นรู
ป.2/๒ ลําดับเหตุการณทเ่ี กิดขนึ้ ในครอบครัว หรอื ในชวี ิตของตนเองโดยใชหลักฐานท่ีเกีย่ วของ
จุดประสงคการเรียนรู
ความรู (K)
๑. สืบคน เรอ่ื งราวของตนเองและครอบครัวโดยใชสตู ิบตั รและทะเบยี นบานได
๒. ลาํ ดบั เหตกุ ารณท่ีเกดิ ขึ้นในครอบครัวจากหลกั ฐานภาพถาย และสิ่งของเครอ่ื งใชท ี่ตกทอดมา
ในครอบครัวได
ทักษะกระบวนการ (P)
๓. นําความรไู ปปรับใชใ หเกดิ ประโยชนใ นการดาํ เนินชวี ิตประจําวัน
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค (A) (เฉพาะทีเ่ กิดในแผนการจดั การเรียนรนู ้ี)
 1. รักชาติ ศาสน กษตั ริย  5. อยูอ ยางพอเพียง
 2. ซอ่ื สตั ยส ุจรติ  6. มุงมั่นในการทํางาน
 3. มีวนิ ัย  7. รักความเปนไทย
 4. ใฝเรยี นรู  8. มจี ิตสาธารณะ
2. สาระสาํ คญั /แนวคิดหลกั
การสืบคน เรือ่ งราวของตนเองและครอบครัว จะตองใชห ลักฐานทเี่ ก่ียวของเปนเครอื่ งยืนยนั และใชเสนเวลา
ลาํ ดับเหตุการณท ่ีเกิดขึน้ ในครอบครวั หรอื ในชวี ติ ของตนเอง
3. สาระการเรยี นรู
๑. วธิ กี ารสบื คนเหตุการณทผ่ี า นมาแลวทเี่ กดิ ข้ึนกับตนเองและครอบครวั โดยใชห ลักฐานท่ีเกยี่ วของ เชน
ภาพถา ย สตู บิ ัตร ทะเบยี นบา น
4. สมรรถนะสําคัญของผเู รยี น (C) (เฉพาะท่เี กิดในแผนการจดั การเรียนรนู ี้)
 5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
 5.2 ความสามารถในการคิด
 5.3 ความสามารถในการแกปญหา
 5.4 ความสามารถในการใชทักษะชวี ติ
 5.5 ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี
5. จดุ เนน สกู ารพฒั นาผเู รียน
ความสามารถและทักษะของผเู รยี นศตวรรษที่ 21 (3Rs x 8Cs )
 R1– Reading (อานออก)  R2– (W)Riting (เขยี นได)  R3 – (A)Rithmetics (คิดเลขเปน )

 C1 - Critical Thinking and Problem Solving ( ทกั ษะดา นการคดิ อยา งมีวิจารณญาณ
และทกั ษะในการแกปญ หา)

 C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะดา นการสรางสรรคและนวตั กรรม)
 C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดานความเขา ใจตางวฒั นธรรม ตา งกระบวนทศั น)
 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา นความรว มมือ การทํางานเปนทีม

และภาวะผนู ํา)
 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะดานการสื่อสารสารสนเทศ

และรเู ทา ทันส่ือ)
 C6 - Computing and ICT Literacy (ทักษะดา นคอมพิวเตอร และเทคโนโลยสี ารสนเทศ

และการสื่อสาร)
 C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู)
 C8 – Compassion (ความมเี มตตากรณุ า วินยั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม)
 บูรณาการขา มกลมุ สาระการเรยี นรู (ระบุ) .............................................................................
 อนื่ ๆ (ระบุ) .............................................................................................................................
๖. กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (จาํ นวน ๒ ชวั่ โมง)

ชว่ั โมงท่ี ๑
ขั้นนําเขา สูบทเรียน

๑. ครแู จกแบบสอบถามใหน ักเรียนเขยี นขอมูลลงในแบบสอบถาม จากน้นั ครใู หนกั เรียนคดิ ถงึ ความ
ประทับใจเกย่ี วกบั ครอบครวั ตนเอง จากนั้นใหอ าสาสมคั รนกั เรียน 1-2 คน ออกมาเลา ใหเพอ่ื นฟง

๒. ครสู อบถามนกั เรยี นวา นกั เรยี นสามารถตอบคาํ ถามเหลาน้ไี ดเ พราะอะไร
ขนั้ สอน

๑. ครแู บง นักเรยี นเปน กลุม กลมุ ละ 4 คน คละกันตามความสามารถ แลว ใหแ ตละกลมุ รวมกันศึกษาความรู
เรือ่ ง เรยี นรูเรอ่ื งของตวั เราและครอบครัว จากหนังสอื เรยี น ตามประเด็นที่กําหนด

๒. สมาชิกในแตละกลุมผลดั กนั อธบิ ายความรูทีไ่ ดจากการศึกษา และซกั ถามขอสงสัยจนสมาชกิ ในกลมุ มี
ความรคู วามเขา ใจตรงกนั

ชั่วโมงท่ี ๒
ขั้นนําเขา สูบทเรยี น

๑. ครใู หน กั เรียนนําสาํ เนาสูติบัตร และสําเนาทะเบียนบา นของตนเองขน้ึ มาพจิ ารณาขอมลู (ครูใหนักเรยี น
เตรียมมาลว งหนา) แลว ใหนกั เรยี นบอกขอมูลตา งๆ ทีป่ รากฏ จากนั้นรวมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ ง และบอก
ประโยชนของขอมูลทไี่ ดจากสูติบัตรและสําเนาทะเบียนบาน
ข้นั สอน

๑. นักเรียนทาํ ใบงานท่ี 1.1 เรอ่ื ง ขอ มูลของฉนั เม่ือทําใบงานเสร็จแลวใหต รวจสอบความถูกตอ งของขอมลู
กบั สาํ เนาสตู บิ ัตรและสาํ เนาทะเบยี นบาน

๒. ครูใหนกั เรยี นแตละคนผลดั กนั รายงานประวัตขิ องตนเองจากใบงานที่ 1.1
ขน้ั สรปุ

นักเรยี นรว มกันสรปุ วธิ ีการสบื คนเร่อื งราวของตัวเราและครอบครัวจากสตู ิบัตรและสาํ เนาทะเบยี นบาน

๗. สือ่ การเรยี นร/ู แหลงเรยี นรู
1. หนังสอื เรยี น ประวัตศิ าสตร ป.2
2. แบบสอบถาม
3. สําเนาสูติบตั รและสําเนาทะเบยี นบาน
4. ใบงานท่ี 1.1 เรือ่ ง ขอมูลของฉนั

๘. การวดั ผลและประเมนิ ผลการเรียนรู

สง่ิ ทว่ี ัดผล วิธวี ัดผล เครอ่ื งมอื วดั ผล เกณฑการประเมินผล
ดา นความรู(K) ใบงาน แบบบนั ทกึ คะแนน ระดับ ๕ = ผา น

ดา นทักษะ/กระบวนการ(P) ใบงาน แบบบนั ทกึ คะแนน ระดับ ๕ = ผา น
ดา นคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค(A) สงั เกต แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั ๓ = ผาน
สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น(C) สังเกต แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั ๓ = ผาน

ใบงานที่ 1.1 เรื่อง ขอมูลของฉนั

คําชีแ้ จง ใหน ักเรยี นเติมขอมลู ของตนเองลงในชอ งวา งใหถ กู ตอง

ขอมูลของฉนั

ชื่อ-นามสกลุ ชื่อเลน
วัน เดือน ปเกิด
นบั ถือศาสนา อายุ ป
อยบู า นเลขท่ี
ตาํ บล/แขวง สญั ชาติ เช้อื ชาติ
จงั หวดั
ชอ่ื บดิ า หมูที่ ถนน
ชือ่ มารดา
สมาชิกในครอบครัวมี อําเภอ/เขต

รหสั ไปรษณีย

อายุ ป อาชพี

อายุ ป อาชีพ

คน เปนชาย คน เปน หญงิ คน

แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๒
โรงเรยี นบึงวิชัยสงเคราะห สพป.กส.1 กลุมสาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาฯ
รหสั วิชา ส๑๒๑๐๒ รายวชิ า ประวตั ิศาสตร ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๒
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๒ ชอื่ หนว ย ฉนั เปน ใคร เวลา ๖ ชัว่ โมง
แผนการจัดการเรียนรูที่ ๒ เร่อื ง เรียนรูเ รือ่ งตัวเราและครอบครวั ฯ วันทใ่ี ชแผนการสอน .....................................
*********************************************************************************************************
1. เปาหมายการเรียนรู
มาตรฐานการเรยี นรู/ ตวั ชีว้ ัด/ตวั ชวี้ ดั /ผลการเรียนรู จดุ ประสงคก ารเรียนรู
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ส ๔.๑ เขา ใจความหมาย ความสําคญั ของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร สามารถใชวิธีการ
ทางประวัติศาสตรม าวิเคราะหเหตกุ ารณตา งๆ อยา งเปนระบบ
ตัวชวี้ ัด / หรือผลการเรยี นรู
ป.2/๒ ลําดบั เหตกุ ารณท ีเ่ กิดขึน้ ในครอบครวั หรือในชวี ิตของตนเองโดยใชหลักฐานทเี่ กย่ี วขอ ง
จุดประสงคการเรียนรู
ความรู (K)
๑. สืบคนเร่ืองราวของตนเองและครอบครวั โดยใชภาพถาย และสงิ่ ของเคร่อื งใชท ี่ตกทอดมาใน
ครอบครวั ได
๒. ลาํ ดบั เหตุการณทีเ่ กิดข้นึ ในครอบครัวจากหลกั ฐานภาพถา ย และส่ิงของเครื่องใชที่ตกทอดมา
ในครอบครัวได
ทักษะกระบวนการ (P)
๓. นาํ ความรไู ปปรับใชใหเกดิ ประโยชนใ นการดําเนินชวี ิตประจําวนั
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค (A) (เฉพาะท่ีเกดิ ในแผนการจัดการเรียนรนู ้ี)
 1. รกั ชาติ ศาสน กษัตรยิ   5. อยอู ยางพอเพียง
 2. ซ่ือสตั ยส จุ รติ  6. มุงม่ันในการทํางาน
 3. มวี ินัย  7. รักความเปน ไทย
 4. ใฝเรียนรู  8. มจี ติ สาธารณะ
2. สาระสําคญั /แนวคดิ หลัก
การสืบคนเรือ่ งราวของตนเองและครอบครัว จะตองอาศยั หลกั ฐานท่เี ปนภาพถายเกาๆ และสง่ิ ของเครื่องใช
ทต่ี กทอดมาจากบรรพบุรุษ เพอ่ื ใหสามารถลาํ ดบั เหตกุ ารณท ่ีเกดิ ขึน้ ในครอบครวั
3. สาระการเรียนรู
๑. วิธกี ารสบื คน เหตกุ ารณที่ผา นมาแลวที่เกิดข้ึนกบั ตนเองและครอบครัว โดยใชห ลักฐานทีเ่ กี่ยวของ เชน
ภาพถา ย สตู ิบัตร ทะเบียนบาน
4. สมรรถนะสาํ คัญของผูเรยี น (C) (เฉพาะทเี่ กิดในแผนการจดั การเรียนรนู ี้)
 5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
 5.2 ความสามารถในการคดิ
 5.3 ความสามารถในการแกป ญ หา
 5.4 ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต
 5.5 ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี

5. จุดเนน สูการพฒั นาผเู รยี น
ความสามารถและทกั ษะของผเู รยี นศตวรรษท่ี 21 (3Rs x 8Cs )
 R1– Reading (อานออก)  R2– (W)Riting (เขยี นได)  R3 – (A)Rithmetics (คดิ เลขเปน )
 C1 - Critical Thinking and Problem Solving ( ทักษะดา นการคิดอยางมีวิจารณญาณ
และทกั ษะในการแกปญ หา)
 C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะดานการสรางสรรคและนวัตกรรม)
 C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดา นความเขาใจตา งวัฒนธรรม ตางกระบวนทศั น)
 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา นความรวมมือ การทาํ งานเปนทีม
และภาวะผูน ํา)
 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะดานการสอ่ื สารสารสนเทศ
และรูเทาทนั ส่ือ)
 C6 - Computing and ICT Literacy (ทักษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
และการส่ือสาร)
 C7 - Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู)
 C8 – Compassion (ความมีเมตตากรุณา วนิ ัย คณุ ธรรม จริยธรรม)
 บูรณาการขามกลมุ สาระการเรียนรู (ระบุ) .............................................................................
 อนื่ ๆ (ระบุ) .............................................................................................................................

๖. กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (จํานวน ๒ ชวั่ โมง)
ช่ัวโมงท่ี ๑ (เรยี นรูเรอื่ งของตวั เราและครอบครัวจากภาพถา ยและสง่ิ ของเคร่อื งใช)

ขั้นนาํ เขาสูบทเรยี น
๑. ครูนําภาพถา ยในสมัยกอนของครูมาแสดงใหนกั เรยี นดู แลว เลา ถงึ สภาพความเปน อยูของครใู นสมัยกอนให

นกั เรียนฟง เปน ตวั อยา ง
๒. ครใู หนกั เรยี นรวมกนั แสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั ความสาํ คัญของการทราบขอ มูลเกีย่ วกับภาพถา ยเกา ของ

ตนเองหรือคนในครอบครวั
ขน้ั สอน

๑. นกั เรยี นรวมกลมุ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรูท่ี 1) แลวใหแ ตละกลมุ รว มกนั ศึกษาความรูเร่อื ง เรยี นรู
เรอื่ งของตวั เราและครอบครัว จากหนังสือเรยี น ในประเดน็ ทีก่ ําหนด ดงั น้ี

- เรียนรูเรือ่ งของตวั เราและครอบครวั : ภาพถาย
- เรียนรเู รื่องของตัวเราและครอบครัว : ส่ิงของเครอื่ งใชทตี่ กทอดมาในครอบครัว
ขน้ั สรปุ
๑. สมาชิกในแตละกลุมผลดั กันอธบิ ายความรทู ี่ไดจากการศึกษา และซักถามขอสงสยั จนสมาชกิ ในกลุมมี
ความรูความเขาใจตรงกนั
๒. นกั เรียนรวมกนั สรปุ วิธกี ารเรียนรแู ละสบื คนเรื่องราวของตวั เรา และครอบครวั จากภาพถา ย และส่งิ ของ
เครือ่ งใชท ีต่ กทอดมาในครอบครวั

ช่ัวโมงที่ ๒ (เรียนรเู ร่อื งของตวั เราและครอบครวั จากภาพถายและส่งิ ของเคร่อื งใช)
ขนั้ นาํ เขา สูบทเรียน

นักเรยี นตอบคําถามกระตุนความคิด
 นกั เรียนมีวธิ ีการหาขอ มูลจากภาพถา ยเกาๆหรอื สงิ่ ของเครอ่ื งใชเ กา ๆ ภายในบา น

ไดอ ยา งไร

ข้ันสอน
๑. นกั เรยี นแตละคนนาํ ขอ มลู ทไ่ี ดจากการสืบคน เกี่ยวกับภาพถายเกาของครอบครัว และส่งิ ของเคร่ืองใชที่พอ

แมของนักเรียนไดร ับมาจากบรรพบุรษุ มาบนั ทกึ ลงในใบงานที่ 2.1 เรอื่ ง การสบื คน ขอ มลู ครอบครวั ของฉนั
ขัน้ สรุป

๑. ครูใหนักเรยี นแตล ะคนผลดั กันเลา เรื่องราวจากท่ไี ดไ ปสบื คนขอ มูลเกย่ี วกับภาพถา ยเกา ของครอบครัว
และสง่ิ ของเครอื่ งใชที่รบั มาจากบรรพบรุ ษุ ในใบงานที่ 2.1

๒. ครูและนักเรยี นรวมกันสรุปประโยชนท่ีไดรับจากการสบื คน เก่ยี วกบั ภาพถายเกาของครอบครวั และส่งิ ของ
เครื่องใชท่พี อ แมข องนักเรยี นไดร บั มาจากบรรพบรุ ุษ

๗. สื่อการเรยี นร/ู แหลง เรียนรู
๑. หนังสือเรียน ประวตั ิศาสตร ป.2
๒. ภาพถายสมัยเกาของครู
๓. ใบงานท่ี 2.1 เรอื่ ง การสบื คนขอ มลู ครอบครวั ของฉัน

๘. การวดั ผลและประเมนิ ผลการเรยี นรู

สง่ิ ท่วี ัดผล วิธวี ัดผล เครอื่ งมอื วัดผล เกณฑการประเมนิ ผล
ดา นความรู(K) ใบงาน แบบบนั ทกึ คะแนน ระดับ ๕ = ผา น

ดานทกั ษะ/กระบวนการ(P) ใบงาน แบบบันทกึ คะแนน ระดบั ๕ = ผาน
ดานคณุ ลักษณะอันพึงประสงค(A) สงั เกต แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดบั ๓ = ผา น
สมรรถนะสําคญั ของผูเรียน(C) สงั เกต แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั ๓ = ผา น

ใบงานท่ี 2.1 เร่ือง การสบื คน ขอ มูลครอบครัวของฉนั

คําช้แี จง ใหน กั เรียนแตล ะคนไปสบื คนขอมลู เก่ียวกบั ภาพถา ยเกา ของครอบครัว และสง่ิ ของเครอ่ื งใชท ี่พอ แม
ของนักเรยี นไดรับมาจากบรรพบรุ ุษ แลว บันทึกขอ มลู

ขอมลู ภาพถา ย

แผนการจัดการเรยี นรูที่ ๓
โรงเรียนบึงวิชยั สงเคราะห สพป.กส.1 กลมุ สาระการเรียนรสู ังคมศกึ ษา ศาสนาฯ
รหสั วชิ า ส๑๒๑๐๒ รายวิชา ประวัตศิ าสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๒
หนวยการเรียนรูท่ี ๒ ช่อื หนว ย ฉันเปนใคร เวลา ๖ ชั่วโมง
แผนการจัดการเรยี นรูที่ ๓ เรื่อง การสบื คนและบนั ทึกเรือ่ งสําคัญของครอบครวั วันท่ใี ชแผนการสอน ...........................
*********************************************************************************************************
1. เปาหมายการเรยี นรู
มาตรฐานการเรยี นรู/ ตวั ช้วี ดั /ตัวชวี้ ัด/ผลการเรียนรู จดุ ประสงคก ารเรียนรู
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ส ๔.๑ เขา ใจความหมาย ความสําคญั ของเวลาและยคุ สมยั ทางประวัติศาสตร สามารถใชวธิ กี าร
ทางประวตั ศิ าสตรมาวเิ คราะหเ หตุการณต างๆ อยา งเปนระบบ
ตวั ชีว้ ดั / หรอื ผลการเรยี นรู
ป.2/๒ ลําดบั เหตกุ ารณท ่ีเกดิ ข้นึ ในครอบครวั หรอื ในชวี ติ ของตนเองโดยใชห ลักฐานท่ีเก่ียวขอ ง
จุดประสงคการเรยี นรู
ความรู (K)
๑. เรียงลําดับเหตุการณความเปนมาของครอบครัวตนเองได
๒. ใชเสนเวลา (Time Line) ลาํ ดับเหตุการณท ่เี กดิ ข้นึ ได
ทกั ษะกระบวนการ (P)
๓. นําความรูไปปรับใชใ หเ กดิ ประโยชนในการดาํ เนนิ ชีวติ ประจาํ วัน
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค (A) (เฉพาะทเี่ กิดในแผนการจดั การเรยี นรนู ี้)
 1. รกั ชาติ ศาสน กษตั รยิ   5. อยอู ยา งพอเพียง
 2. ซอ่ื สัตยส จุ รติ  6. มงุ ม่นั ในการทํางาน
 3. มีวนิ ยั  7. รักความเปน ไทย
 4. ใฝเ รยี นรู  8. มีจติ สาธารณะ
2. สาระสาํ คัญ/แนวคดิ หลกั
เสนเวลา (Time Line) ชวยลําดบั เหตกุ ารณท่ีเกดิ ขึน้ ในครอบครัวหรือในชีวิตของตนไดตามความเปน จริงท่ี
ไดจ ากหลักฐานทเี่ กี่ยวขอ ง
3. สาระการเรียนรู
-ใชเ สน เวลา (Time Line) ลาํ ดับเหตุการณท ่ีเกิดขึ้นได
4. สมรรถนะสําคญั ของผูเรียน (C) (เฉพาะท่ีเกิดในแผนการจัดการเรยี นรนู ี้)
 5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
 5.2 ความสามารถในการคิด
 5.3 ความสามารถในการแกป ญ หา
 5.4 ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ิต
 5.5 ความสามารถในการใชเทคโนโลยี
5. จุดเนนสกู ารพัฒนาผูเรียน
ความสามารถและทกั ษะของผูเรียนศตวรรษที่ 21 (3Rs x 8Cs )
 R1– Reading (อานออก)  R2– (W)Riting (เขยี นได)  R3 – (A)Rithmetics (คดิ เลขเปน )
 C1 - Critical Thinking and Problem Solving ( ทักษะดา นการคดิ อยางมีวจิ ารณญาณ
และทักษะในการแกปญ หา)

 C2 - Creativity and Innovation (ทักษะดานการสรางสรรคและนวัตกรรม)
 C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะดา นความเขาใจตา งวฒั นธรรม ตางกระบวนทัศน)
 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา นความรวมมือ การทํางานเปน ทีม

และภาวะผนู ํา)
 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทักษะดานการสอื่ สารสารสนเทศ

และรูเทา ทันสอ่ื )
 C6 - Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดานคอมพวิ เตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศ

และการสือ่ สาร)
 C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทกั ษะการเรียนรู)
 C8 – Compassion (ความมเี มตตากรุณา วนิ ัย คณุ ธรรม จรยิ ธรรม)
 บูรณาการขา มกลมุ สาระการเรียนรู (ระบุ) .............................................................................
 อน่ื ๆ (ระบุ) .............................................................................................................................
๖. กระบวนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู (จาํ นวน ๒ ชว่ั โมง)

ชั่วโมงท่ี ๑ (การสืบคน และบนั ทึกเร่ืองสําคัญของครอบครวั )
ขั้นนาํ เขา สบู ทเรยี น

๑. ครถู ามนกั เรียนวา ในแตล ะปค รอบครัวนกั เรียนมกี ิจกรรมใดทต่ี อ งปฏิบตั ริ วมกนั เปนประจํา เชน กิจกรรม
สง ทายปเ กา ตอนรับปใ หมกิจกรรมรดนา้ํ ดาํ หวั คุณตาคุณยายในวนั สงกรานต

๒. ครูขออาสาสมคั รนกั เรียน 1-2 คน ออกมาเลา ใหเพ่ือนฟง และ เลา ถงึ ความประทับใจทเี่ กิดขนึ้ ในการรวม
กิจกรรมดังกลาว

๓. ครูอธบิ ายเชอ่ื มโยงเก่ยี วกบั การสบื คน และบนั ทกึ เรือ่ งสาํ คญั ของครอบครวั วา ในแตละครอบครัวมปี ระวัติ
หรอื มเี ร่ืองราวทีน่ า จดจํา แตเม่อื เวลาผา นไปอาจถูกลืมเลอื นได การบนั ทกึ เรอื่ งราวตา งๆ จะทาํ ใหเ รามีบันทกึ พรอม
หลกั ฐานไวเลา ใหล ูกหลาน(การเขียนขอความเลา เรอ่ื งดา นหลงั ภาพ)
ข้ันสอน

ครูใหนกั เรยี นรวมกลุม เดมิ (จากแผนการจัดการเรียนรทู ี่ 1) จากน้นั ใหแตละกลมุ รว มกนั ศึกษาความรเู รอ่ื ง
การสบื คน และบนั ทึกเร่ืองสาํ คญั ของครอบครวั จากหนังสอื เรยี น
ขั้นสรุป

นกั เรียนตอบคําถามกระตนุ ความคดิ
 ภาพถายเกาๆ สามารถบอกเลาเร่อื งราวตา งๆ ไดหรอื ไม เพราะเหตใุ ด
(ภาพเกาสามารถเลา เร่ืองราวได หากเจา ของภาพหรือผูท ีเ่ ก่ียวขอ งจดจาํ หรอื บันทึกเร่อื งราวตางๆ เก่ียวกบั ภาพไว)

ช่วั โมงที่ ๒ (การสืบคน และบันทกึ เรอ่ื งสําคญั ของครอบครัว)
ขนั้ นาํ เขาสูบทเรียน

ครูใหน ักเรยี นรวมกลมุ เดิม (จากช่วั โมงทแ่ี ลว ) จากนนั้ ใหแ ตล ะกลมุ รวมกันสรุปความรเู รื่อง การสบื คนและ
บนั ทกึ เร่ืองสําคญั ของครอบครวั จากการเรียนชว่ั โมงที่ผา นมา
ขนั้ สอน

๑. ครใู หนกั เรียนรว มกนั สังเกตลกั ษณะของการเขียนเสน เวลา (Time Line) แสดงเรื่องราวของครอบครวั
นารี จากนน้ั ครูอธิบายใหนักเรยี นเขาใจวธิ กี ารเขยี นเสนเวลา การลาํ ดับเร่ืองราวทเ่ี กิดข้นึ อยางสมั พันธก ัน

๒. นกั เรยี นแตละกลุมรว มกนั ทําใบงานท่ี 3.1 เร่ือง ครอบครวั ของนารี โดยใหส มาชกิ ในแตละกลมุ จับคกู ัน
เปน 2 คู แลวใหแตละคปู ฏิบัติกิจกรรม ดงั นี้

- สมาชิกคนที่ 1 อานโจทยคาํ ถาม และเขยี นคาํ ตอบ
- สมาชิกคนที่ 2 เปนฝา ยสังเกต ตรวจสอบคาํ ตอบ

ใหสมาชิกแตละคเู ปลย่ี นบทบาทกันในคําถามขอตอ ไป
๓. นักเรยี นรวมกลมุ เดิม (4 คน) ใหแตละคูนาํ คาํ ตอบของคตู นเองมานําเสนอใหเพื่อนอกี คหู นง่ึ ฟง เพ่ือ
ชวยกันตรวจสอบความถกู ตองจากน้ันนาํ ใบงานที่ 3.1 สงครู
ขัน้ สรุป
๑. นักเรียนและครูรว มกันแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกบั ความสําคญั ของการสบื คน ขอมูล และการบันทึก
เรือ่ งราวที่สาํ คญั ตางๆ ของครอบครัว
๒. นักเรยี นรว มกนั สรุปความรแู ละบอกแนวทางในการสืบคน และบันทกึ เรอ่ื งสาํ คญั ของครอบครวั ไปใช
ประโยชนใ นชีวติ ประจําวนั

๗. สอื่ การเรียนรู/แหลง เรียนรู
๑. หนงั สอื เรียน ประวัติศาสตร ป.2
๒. เสนเวลาครอบครัวของนารี
๓. ใบงานที่ 3.1 เรื่อง ครอบครวั ของนารี

๘. การวดั ผลและประเมนิ ผลการเรยี นรู

สิ่งท่ีวัดผล วธิ วี ัดผล เครอ่ื งมอื วดั ผล เกณฑก ารประเมนิ ผล
ดา นความรู(K) ใบงาน แบบบนั ทึกคะแนน ระดบั ๕ = ผาน

ดา นทกั ษะ/กระบวนการ(P) ใบงาน แบบบันทึกคะแนน ระดับ ๕ = ผา น
ดานคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค(A) สังเกต แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับ ๓ = ผาน
สมรรถนะสาํ คัญของผเู รียน(C) สังเกต แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั ๓ = ผาน

เอกสารประกอบการสอน

ใบงานที่ 3.1 เรอ่ื ง ครอบครวั ของนารี

คําชแี้ จง ใหน กั เรียนอา นเรื่องราวของครอบครวั นารี จากหนังสอื เรยี น แลว ตอบคาํ ถาม
1. นารีอาศัยอยใู นจงั หวดั ใด

2. เพราะเหตใุ ด พอ ของนารีจงึ ยา ยบานไปอยูท่จี งั หวัดอื่น

3. ในขณะทชี่ ว ยคณุ แมเกบ็ ของเพือ่ ยายบาน นารพี บรปู ถายของใครบา ง

4. นารีรูว า ครอบครวั ของนารียา ยไปอยทู จ่ี งั หวดั ปทมุ ธานี โดยดูจากหลักฐานอะไร

หนวยท่ี ๓

ชวี ิตที่เปลยี่ นแปลง

แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๑
โรงเรยี นบึงวชิ ัยสงเคราะห สพป.กส.1 กลมุ สาระการเรยี นรสู ังคมศึกษา ศาสนาฯ
รหสั วชิ า ส๑๒๑๐๒ รายวชิ า ประวตั ิศาสตร ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๒
หนวยการเรียนรทู ี่ ๓ ชอื่ หนวย ชีวิตทเ่ี ปลีย่ นแปลง เวลา ๙ ช่วั โมง
แผนการจดั การเรยี นรูที่ ๑ เรือ่ ง การเปล่ียนแปลงรูปแบบการใชช ีวติ ของผคู นในอดีตกับปจ จุบัน วันท่ีใชแ ผนการสอน .........................
*********************************************************************************************************
1. เปา หมายการเรียนรู
มาตรฐานการเรยี นรู/ ตวั ช้ีวดั /ตวั ช้ีวัด/ผลการเรยี นรู จุดประสงคการเรียนรู
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ส ๔.๒ เขาใจพัฒนาการของมนษุ ยชาตจิ ากอดตี จนถงึ ปจจบุ นั ในดา นความสัมพันธและการ
เปลย่ี นแปลงของเหตกุ ารณอยา งตอ เน่ือง ตระหนักถึงความสําคัญและสามารถวิเคราะห
ผลกระทบที่เกิดขึ้น
ตัวชี้วัด / หรือผลการเรยี นรู
ป.๒/๑ สืบคน ถึงการเปล่ยี นแปลงในวถิ ีชวี ติ ประจาํ วันของคนในชุมชนของตนจากอดีตถึงปจ จบุ ัน
ป.2/2 อธิบายผลกระทบของการเปลยี่ นแปลงที่มีตอ วิถชี วี ิตของคนในชมุ ชน
จดุ ประสงคการเรยี นรู
ความรู (K)
๑. บอกปจ จัยท่ที ําใหเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใชชีวติ ของผคู นในอดีตกบั ปจ จบุ ันได
๒. เขา ใจสาเหตุของการเปล่ียนแปลงวิถีชีวิตของคนในชุมชน
ทกั ษะกระบวนการ (P)
๓. นาํ ความรไู ปปรับใชใ หเกิดประโยชนใ นการดําเนนิ ชีวติ ประจําวนั
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค (A) (เฉพาะทเ่ี กิดในแผนการจดั การเรยี นรนู ี้)
 1. รักชาติ ศาสน กษัตริย  5. อยอู ยางพอเพยี ง
 2. ซื่อสัตยสจุ ริต  6. มุงมน่ั ในการทาํ งาน
 3. มวี ินยั  7. รักความเปนไทย
 4. ใฝเรยี นรู  8. มีจติ สาธารณะ
2. สาระสําคญั /แนวคดิ หลัก
การใชช วี ติ ของผูคนในปจจุบันแตกตา งจากผคู นในอดตี มาก ความแตกตางน้ีเกดิ จากปจ จัยในดา นการ
ดาํ รงชวี ติ ดา นที่อยอู าศัย และการประกอบอาชีพ
3. สาระการเรียนรู
-วิธีการสบื คนขอ มูลอยา งงา ยๆ เชน การสอบถามพอ แม ผรู ูในชมุ ชน
-วถิ ีชวี ิตของคนในชุมชน เชน การประกอบอาชพี การแตงกาย การส่อื สาร ประเพณใี นชมุ ชนจากอดีต
ถึงปจ จุบัน
-สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงวถิ ชี วี ิตของคนในชมุ ชน
-การเปลี่ยนแปลงของวถิ ีชวี ิตของคนในชุมชนทางดานตา งๆ
4. สมรรถนะสําคญั ของผูเรียน (C) (เฉพาะทีเ่ กิดในแผนการจดั การเรยี นรนู ี้)
 5.1 ความสามารถในการส่ือสาร
 5.2 ความสามารถในการคิด
 5.3 ความสามารถในการแกป ญหา
 5.4 ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต

 5.5 ความสามารถในการใชเทคโนโลยี
5. จุดเนน สกู ารพฒั นาผูเรียน

ความสามารถและทกั ษะของผเู รยี นศตวรรษที่ 21 (3Rs x 8Cs )
 R1– Reading (อา นออก)  R2– (W)Riting (เขยี นได)  R3 – (A)Rithmetics (คิดเลขเปน)
 C1 - Critical Thinking and Problem Solving ( ทกั ษะดานการคดิ อยา งมวี จิ ารณญาณ

และทกั ษะในการแกปญหา)
 C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะดา นการสรางสรรคแ ละนวัตกรรม)
 C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดานความเขาใจตางวัฒนธรรม ตางกระบวนทศั น)
 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะดานความรว มมือ การทาํ งานเปนทมี

และภาวะผูนํา)
 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทักษะดา นการสอ่ื สารสารสนเทศ

และรเู ทาทนั สื่อ)
 C6 - Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศ

และการสอื่ สาร)
 C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู)
 C8 – Compassion (ความมีเมตตากรุณา วินยั คณุ ธรรม จริยธรรม)
 บรู ณาการขา มกลมุ สาระการเรยี นรู (ระบุ) .............................................................................
 อืน่ ๆ (ระบุ) .............................................................................................................................
๖. กระบวนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู (จาํ นวน ๒ ชว่ั โมง)

ช่ัวโมงที่ ๑ (การเปลยี่ นแปลงรปู แบบการใชชวี ิตของผูคนในอดีตกับปจ จุบนั )
ขั้นนาํ เขาสูบ ทเรยี น

๑. ครูนาํ บตั รภาพมาแสดงใหน ักเรียนดู จากนัน้ ใหนกั เรียนพิจารณา แลวตอบคําถามในประเดน็ ที่กาํ หนด
ดังนี้

บัตรภาพท้งั 2 ภาพน้ี คืออะไร
บตั รภาพท้งั 2 ภาพนี้ มกี ารใชง านอยางไร และในครอบครัวของนักเรียนเคยใชงานสิ่งของในภาพหรือไม
อยางไร
บตั รภาพทั้ง 2 ภาพน้ี มีผลตอ การดําเนนิ ชีวติ ของเรา แตกตา งกันอยางไร
๒. ครใู หนกั เรียนชว ยกันยกตัวอยางสง่ิ ของเครือ่ งใชอน่ื ๆ ท่ีมีการเปลี่ยนแปลงจากอดตี จนมาถึงปจจุบัน
๓. ครูถามปญหานักเรยี นเพือ่ เปน การทบทวนความรเู ดมิ เชน
-เพราะเหตใุ ด ในปจ จบุ นั จงึ นยิ มใชกลองโฟม หรือถุงพลาสตกิ แทนใบตอง
-นักเรียนคดิ วา การเปล่ียนแปลงดังกลาว มีผลตอ การดําเนนิ ชีวิตประจาํ วนั อยางไร
ข้นั สอน
๑. ครูแบงนกั เรยี นออกเปนกลมุ กลมุ ละ 6 คน คละกันตามความสามารถ คือ เกง ปานกลางคอนขางเกง
ปานกลาง คอนขางออ น และออ น
๒. สมาชิกแตละกลุมเลอื กผนู ํา และเลขานุการกลมุ แลวแบงหนา ทก่ี นั แสวงหาความรจู ากหนังสอื เรยี น และ
หอ งสมดุ
ขน้ั สรุป
๑. สมาชิกแตละกลมุ จบั คูกนั เปน 3 คู ใหแ ตล ะคูศกึ ษาขอ มลู คลู ะ 1 ประเด็น ดงั น้ี

- คทู ี่ 1 ความเปลยี่ นแปลงดา นการดํารงชีวติ
- คทู ่ี 2 ความเปลย่ี นแปลงดา นท่อี ยอู าศัย
- คทู ี่ 3 ความเปลย่ี นแปลงดานอาชพี

ชว่ั โมงท่ี ๒ (การเปลย่ี นแปลงรปู แบบการใชช ีวิตของผูคนในอดตี กับปจ จุบนั )
ขั้นนาํ เขา สูบทเรียน

ครูใหนกั เรียนรวมกลุมเดิม (จากช่ัวโมงทแ่ี ลว) จากนัน้ ใหแ ตละกลมุ รวมกันสรุปความรูเ รอ่ื ง การเปล่ยี นแปลง
รปู แบบการใชช ีวติ ของผคู นในอดตี กบั ปจ จบุ ัน จากการเรยี นช่วั โมงท่ผี า นมา
ข้ันสอน

๑. สมาชิกแตล ะคูศกึ ษาทําความเขา ใจขอ มลู ความรใู หม และนาํ ความรเู ดมิ มาเปนพื้นฐานในการทําใบงาน
ดงั น้ี

- คทู ่ี 1 ทําใบงานที่ 1.1 เรอื่ ง การเปลยี่ นแปลงดานการดาํ รงชวี ิต
- คทู ่ี 2 ทาํ ใบงานที่ 1.2 เร่อื ง การเปล่ยี นแปลงดานท่อี ยูอ าศยั
- คูท ี่ 3 ทาํ ใบงานที่ 1.3 เรื่อง การเปล่ยี นแปลงดานอาชีพ
๒. สมาชิกแตละครู วมกนั ตรวจสอบผลงานในสวนท่ตี นรับผดิ ชอบ
ขน้ั สรุป
๑. สมาชิกในกลุม รว มกันสรุปความรู แลว เขยี นผังมโนทศั นแ สดงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใชช วี ิตของผูค น
ในอดตี กบั ปจ จบุ ัน
๒. นกั เรียนแตละกลมุ สงตวั แทนนาํ เสนอผลงานการเขยี นผังมโนทัศนแสดงการเปลยี่ นแปลงรปู แบบการใช
ชีวติ ของผูคนในอดีตกับปจจบุ นั
๓. นกั เรียนแตล ะคนทาํ ใบงานที่ 1.4 เรอื่ ง การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใชช ีวิต เสรจ็ แลวนาํ สงครู

๗. ส่อื การเรยี นร/ู แหลง เรยี นรู
1. หนังสือเรียน ประวตั ศิ าสตร ป.2
2. บตั รภาพ
3. ใบงานท่ี 1.1 เรือ่ ง การเปลี่ยนแปลงดานการดํารงชีวิต
4. ใบงานท่ี 1.2 เรอ่ื ง การเปลย่ี นแปลงดานทอี่ ยูอาศัย
5. ใบงานที่ 1.3 เรือ่ ง การเปลีย่ นแปลงดานอาชีพ
6. ใบงานท่ี 1.4 เร่อื ง การเปล่ียนแปลงรปู แบบการใชช วี ิต

๘. การวัดผลและประเมนิ ผลการเรยี นรู

สิ่งทีว่ ดั ผล วธิ ีวดั ผล เครอื่ งมือวัดผล เกณฑก ารประเมินผล
ดานความรู(K) ใบงาน แบบบันทกึ คะแนน ระดับ ๕ = ผา น

ดานทกั ษะ/กระบวนการ(P) ใบงาน แบบบนั ทึกคะแนน ระดบั ๕ = ผาน
ดา นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค(A) สังเกต แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั ๓ = ผาน
สมรรถนะสาํ คัญของผูเรยี น(C) สังเกต แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั ๓ = ผา น

บตั รภาพ



ภาพเตาถาน ภาพเตาไมโครเวฟ

ใบงานท่ี 1.1 เร่อื ง การเปลยี่ นแปลงดานการดาํ รงชีวิต

คําชแี้ จง ใหนกั เรียนดภู าพ แลวอธบิ ายการเปลี่ยนแปลงของการดําเนนิ ชีวติ ประจําวนั ของคนในสมัยอดีต
เพื่อเปรียบเทยี บกบั คนในสมัยปจจบุ นั
1.

2.

3.

ใบงานที่ 1.2 เร่ือง การเปลย่ี นแปลงดา นท่อี ยูอาศยั

คาํ ช้ีแจง ใหน กั เรียนดูภาพ แลวตอบคาํ ถามทก่ี าํ หนด

บา นในอดีต บานในปจ จบุ ัน
1. ลกั ษณะของบานในภาพเปนอยางไร 1. ลกั ษณะของบา นในภาพเปนอยา งไร
2. วสั ดสุ ว นใหญที่ใชในการสรางบาน คอื อะไร 2. วัสดุสว นใหญทใ่ี ชใ นการสรา งบาน คืออะไร
3. ขอ ดีของบานหลังน้ี คืออะไร 3. ขอ ดขี องบา นหลงั นี้ คอื อะไร
4. ขอเสียของบานหลังนี้ คอื อะไร 4. ขอ เสยี ของบา นหลังนี้ คอื อะไร

ใบงานที่ 1.3 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงดา นอาชพี

คาํ ชี้แจง ใหน ักเรียนหารปู ภาพเกี่ยวกับการประกอบอาชพี ในอดีต และปจจบุ นั มาตดิ ลงในกรอบ แลว เขยี นอธบิ าย
ลักษณะการประกอบอาชพี ดังกลาว

การประกอบอาชพี ในอดีต การประกอบอาชีพในปจ จุบัน

ใบงานที่ 1.4 เร่ือง การเปล่ยี นแปลงรปู แบบการใชช วี ติ

คาํ ช้ีแจง ใหน ักเรยี นเปรยี บเทยี บวถิ ีชวี ิตของคนในชุมชนในดา นตางๆ ระหวา งอดตี กบั ปจ จุบนั

อดีต ปจจุบัน

ดานการดํารงชีวติ

ดานท่ีอยอู าศัย

ดา นอาชีพ

แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๒
โรงเรยี นบึงวิชัยสงเคราะห สพป.กส.1 กลุมสาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาฯ
รหสั วิชา ส๑๒๑๐๒ รายวชิ า ประวตั ศิ าสตร ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๒
หนว ยการเรียนรูท่ี ๓ ช่ือหนวย ชวี ติ ที่เปล่ียนแปลง เวลา ๙ ชัว่ โมง
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๒ เรอ่ื ง การเปลยี่ นแปลงของชุมชน วนั ที่ใชแผนการสอน .....................................
*********************************************************************************************************
1. เปา หมายการเรยี นรู
มาตรฐานการเรียนรู/ ตวั ชวี้ ดั /ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู จดุ ประสงคก ารเรียนรู
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ส ๔.๒ เขาใจพฒั นาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปจ จุบนั ในดา นความสัมพนั ธแ ละการ
เปลี่ยนแปลงของเหตุการณอ ยา งตอเนื่อง ตระหนักถงึ ความสําคญั และสามารถวเิ คราะห
ผลกระทบทีเ่ กดิ ขน้ึ
ตวั ชว้ี ดั / หรือผลการเรยี นรู
ป.๒/๑ สืบคนถงึ การเปลีย่ นแปลงในวถิ ชี วี ิตประจําวนั ของคนในชมุ ชนของตนจากอดตี ถงึ ปจจุบัน
ป.2/2 อธิบายผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงที่มีตอ วิถชี ีวิตของคนในชมุ ชน
จุดประสงคการเรยี นรู
ความรู (K)
๑. บอกปจจยั ทเี่ ปน สาเหตทุ าํ ใหเกิดการเปลีย่ นแปลงของชุมชนได
๒. อธิบายผลกระทบของการเปล่ยี นแปลงของชุมชนท่ีมีตอวถิ ีชีวิตของคนในชมุ ชนได
ทกั ษะกระบวนการ (P)
๓. นําความรไู ปปรบั ใชใหเกิดประโยชนใ นการดาํ เนินชวี ติ ประจําวนั
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค (A) (เฉพาะท่ีเกิดในแผนการจดั การเรียนรูน้ี)
 1. รักชาติ ศาสน กษัตรยิ   5. อยูอ ยางพอเพยี ง
 2. ซอื่ สตั ยสุจรติ  6. มงุ มัน่ ในการทาํ งาน
 3. มีวินยั  7. รกั ความเปน ไทย
 4. ใฝเรียนรู  8. มีจิตสาธารณะ
2. สาระสําคญั /แนวคดิ หลกั
การเปล่ยี นแปลงของชุมชนจากปจจัยตา งๆ ยอมสงผลกระทบตอ วิถชี ีวติ ประจาํ วันของคนในชมุ ชน
3. สาระการเรียนรู
-วิธีการสบื คน ขอมลู อยา งงายๆ เชน การสอบถามพอ แม ผูรใู นชุมชน
-วถิ ีชีวิตของคนในชมุ ชน เชน การประกอบอาชพี การแตงกาย การสื่อสาร ประเพณีในชุมชนจากอดีต
ถงึ ปจจุบนั
-สาเหตุของการเปลยี่ นแปลงวิถชี วี ติ ของคนในชมุ ชน
-การเปลี่ยนแปลงของวิถชี ีวติ ของคนในชุมชนทางดานตางๆ
4. สมรรถนะสาํ คัญของผูเ รียน (C) (เฉพาะท่เี กิดในแผนการจดั การเรยี นรูนี้)
 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร
 5.2 ความสามารถในการคดิ
 5.3 ความสามารถในการแกปญ หา
 5.4 ความสามารถในการใชทักษะชีวิต
 5.5 ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี

5. จดุ เนน สกู ารพัฒนาผูเรียน
ความสามารถและทักษะของผเู รียนศตวรรษที่ 21 (3Rs x 8Cs )
 R1– Reading (อานออก)  R2– (W)Riting (เขยี นได)  R3 – (A)Rithmetics (คดิ เลขเปน )
 C1 - Critical Thinking and Problem Solving ( ทกั ษะดานการคดิ อยา งมีวิจารณญาณ
และทักษะในการแกปญหา)
 C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะดานการสรา งสรรคแ ละนวตั กรรม)
 C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะดานความเขา ใจตา งวัฒนธรรม ตางกระบวนทัศน)
 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา นความรว มมือ การทํางานเปนทมี
และภาวะผูน ํา)
 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะดา นการสอ่ื สารสารสนเทศ
และรูเทา ทนั สื่อ)
 C6 - Computing and ICT Literacy (ทักษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสอ่ื สาร)
 C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู)
 C8 – Compassion (ความมีเมตตากรุณา วนิ ยั คุณธรรม จริยธรรม)
 บูรณาการขา มกลุม สาระการเรยี นรู (ระบุ) .............................................................................
 อื่นๆ (ระบุ) .............................................................................................................................

๖. กระบวนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู (จาํ นวน ๒ ช่ัวโมง)
ชั่วโมงท่ี ๑ (การเปลยี่ นแปลงของชมุ ชน)

ขั้นนําเขาสูบทเรยี น
๑. ครทู บทวนความรูเก่ียวกับการเปลย่ี นแปลงในดานตางๆ เชน ดานการดํารงชีวติ ดา นท่ีอยอู าศัย และดาน

การประกอบอาชีพ
ขัน้ สอน

๑. ครนู าํ บตั รภาพตลาดในชมุ ชนเมือง และตลาดในชมุ ชนชนบทมาใหนกั เรียนดู แลว ใหนกั เรียนชวยกนั แสดง
ความคดิ เห็นเกย่ี วกับภาพทัง้ 2 ภาพ วา มีความแตกตา งกนั อยา งไร

๒. ครูสมุ เรียกตัวแทนนกั เรียน 2-3 คน ออกมาแสดงความคิดเห็นทห่ี นา ช้ันเรยี น
๓. นักเรยี นรว มกันยกตัวอยา งการเปลย่ี นแปลงของชมุ ชนของตนเอง หรือชุมชนทีอ่ ยูใกลโ รงเรยี นวา มกี าร
เปลี่ยนแปลงอะไรบางทนี่ กั เรยี นสังเกตเห็นได
๔. ครอู ธบิ ายเพิม่ เตมิ เกยี่ วกบั ความเปน อยแู ละการดาํ เนินชวี ิตของ แตล ะชมุ ชนวา ยอมเปลยี่ นแปลงไปตาม
วนั เวลาทผ่ี านไป การเปลี่ยนแปลงของชุมชนยอ มสงผลใหก ารดําเนินชีวติ ของผคู นในชมุ ชนเปล่ียนแปลงไปดวย
ขั้นสรปุ
๑. ครใู หนกั เรียนแตล ะกลุมศกึ ษา และสบื คนความรูเ พิม่ เติมเกยี่ วกบั การเปลยี่ นแปลงของชมุ ชนกบั การ
ดําเนินชวี ิตของชาวบานบาตร จากใบความรู เรือ่ ง ชุมชนบา นบาตร ตามประเด็นท่ีกาํ หนด ดังนี้
-ลกั ษณะของชมุ ชนบา นบาตร
-การประกอบอาชีพของชมุ ชนในอดตี
-การประกอบอาชีพของชมุ ชนในปจ จุบัน

ชัว่ โมงที่ ๒ (การเปลีย่ นแปลงของชมุ ชน)
ขั้นนําเขาสูบทเรยี น

๑. สมาชิกในแตล ะกลุมรว มกันอภปิ รายความรใู นแตละประเด็น และซักถามขอ สงสยั จนสมาชิกในกลุมมี
ความรคู วามเขา ใจตรงกนั

๒. นักเรยี นแตละกลุมรวมกันสรปุ ความรูในแตล ะประเด็น
ข้ันสอน

นักเรยี นแตล ะกลมุ รว มกนั ทาํ ใบงานที่ 2.1 เร่ือง การเปลีย่ นแปลงของชุมชนกบั การดาํ เนินชวี ติ
ขนั้ สรุป

๑. นกั เรียนแตละกลมุ สง ตวั แทนออกมานาํ เสนอใบงานท่ี 2.1
๒. ครูและนักเรยี นรวมกนั สรปุ การเปลย่ี นแปลงของชุมชนที่มีผล ตอการดาํ เนนิ ชวี ิตของคนในชุมชน

๗. สอ่ื การเรยี นรู/ แหลง เรียนรู
1. หนงั สือเรยี น ประวตั ศิ าสตร ป.2
2. บัตรภาพ
3. ใบความรู เรอ่ื ง ชุมชนบานบาตร
4. ใบงานที่ 2.1 เรือ่ ง การเปล่ียนแปลงของชุมชนกบั การดาํ เนินชวี ติ

๘. การวัดผลและประเมนิ ผลการเรยี นรู

สงิ่ ท่ีวัดผล วิธีวดั ผล เคร่ืองมอื วดั ผล เกณฑก ารประเมินผล
ดา นความรู(K) ใบงาน แบบบนั ทกึ คะแนน ระดบั ๕ = ผา น

ดานทักษะ/กระบวนการ(P) ใบงาน แบบบนั ทกึ คะแนน ระดบั ๕ = ผาน
ดานคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค(A) สงั เกต แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดบั ๓ = ผา น
สมรรถนะสําคญั ของผเู รียน(C) สงั เกต แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดบั ๓ = ผา น

ใบความรู

ชุมชนบานบาตร
หริ ัญ เสือศรีเสริม เจา ของรา นและประธานชมุ ชน บา นบาตร กลุมอนรุ กั ษบาตรไทยและภูมิปญญาไทย
เลา ใหฟงวา พน้ื ทเ่ี ลก็ ๆ บริเวณเชิงสะพานเมรุปูนเปนหน่ึงในหา รานคา ที่ยงั คงทาํ บาตรอยู สวนรานคา ที่เหลืออกี
4 รา น อยูในซอยบา นบาตร ถนนบํารงุ เมอื ง แขวงสาํ ราญราษฎร เขตปอ มปราบศัตรพู าย ในพ้ืนทป่ี ระมาณ 4
ไร 37 งาน ของสํานักงานทรพั ยสินสว นพระมหากษัตรยิ 
ชุมชนบานบาตรตงั้ ขึ้นในสมัยใด ยงั ไมป รากฏหลกั ฐานชัดเจน แตป ระมาณอายกุ วา 200 ป ชาวบาน
บาตรเดมิ เปน คนกรงุ ศรีอยธุ ยา อพยพมาตงั้ แตตอนเสยี กรงุ ใน พ .ศ. 2310 และสนั นษิ ฐานวา บา นบาตร อาจ
ต้ังขึ้นเมื่อพระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา จุฬาโลกมหาราช (รชั กาลท่ี 1) โปรดเกลาฯ ใหส ถาปนา
กรงุ เทพมหานครขนึ้ เปนราชธานีและขดุ คลองรอบกรุงข้นึ ใน พ.ศ. 2326 ชาวบานจึงไดอ พยพเขามาตั้งถิน่ ฐาน
ในละแวกคลองนอกเมอื ง
นอกจากนย้ี งั มีขอสนั นษิ ฐานเพม่ิ เติมอกี วา บรรพบรุ ุษเดมิ ของชาวบา นบาตรเปนชาวกรงุ ศรีอยุธยาทเี่ ขา
มากบั กองทพั ไทยในสมัยพระบา ทสมเด็จพระนัง่ เกลา เจา อยูหัว (รัชกาลที่ 3) หลังจากนนั้ ไดร วมกันมาอยทู ี่
ตรอกบา นบาตร ตั้งถน่ิ ฐานจนถงึ ปจ จบุ ัน
“ตนตระกูลเราอพยพมาจากอยุธยา เมอื่ ประมาณรอ ยกวา ปแ ลว โดยมีบานไมท รงปน หยาของบรรพบุรษุ
นามวา “อนิ ” ชางบาตรยคุ แรก บา นหลังนผี้ า นการประเมินอายุวา 140 ป เปนตวั ยนื ยนั แนวความคดิ บา งก็
วาเม่อื กอ นเปนทุงวางเปลา ชาวชุมชนยุคตน จึงพากันมาอยู แตไมรูวา มที ม่ี าจากไหน ” สวนหน่ึงของขอมูล เพ่อื
ยนื ยนั วา ชมุ ชนแหง นอี้ พยพมาจากกรุงศรีอยุธยา
คนในชมุ ชนแหงนส้ี บื ทอดการทําบาตรพระเปนอาชีพเล้ียงครอบครัวมาหลายชวั่ อายุคน บาตรพระท่ีนจี่ ะ
มรี าคาสงู เน่ืองจากเปนงานชางฝม ือหลายแขนงประกอบกนั ตอง ใชท้ังชางตขี อบ ชา งตอบาตร ชางแลน ชา ง
ลาย ชา งตี และ ชา งตะไบ คุณสมบัตขิ องบาตรจงึ มีความคงทน มคี วามหลากหลายในรปู ทรงทีส่ บื ทอดมา
แตโ บราณและถูกตองตาม พระธรรมวินัยของพทุ ธศาสนา

ใบความรู (ตอ )

เร่ืองเลาบาตรพระ
บาตรพระในปจจุบนั มีทั้งแบบบาตรปม และบาตรบุ เรือ่ งนี้ หริ ัญ บอกวา ปจ จุบันมกี ารใชเคร่ืองจักรปม บาตร
คร้ังละมากๆ เรยี กวา บาตรปม บาตรชนิดนมี้ รี าคาถูกเขามาตตี ลาดของบาตรบุ ตง้ั แต พ.ศ. 2514 สวนบาตรบุ คอื
งานบุของชา งไทยแขนงหนึ่ง มีกระบวนการทําบาตรดวยวิธดี งั้ เดิม คอื การตอเหล็ก และตขี ้ึนเปน รูปบาตรดวยการทาํ
มือ ประกอบดวยเหลก็ 8 ช้ิน ซึ่งบาตรของชุมชนบานบาตร คือบาตรประเภทน้ี
ในชวงที่บาตรปม ออกมาตตี ลาด สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสงั ฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรง
รบั รองใหภ ิกษสุ งฆส ามารถใชบาตรปม ได เพ่ือลดคาใชจ ายในการซอ้ื บาตร
“ผลกระทบจากบาตรปม ทาํ ใหผ ผู ลติ บาตรบางรายเลกิ กจิ การ จึงเหลอื ไมก ่ีราย ตา งจากเม่ือกอนทาํ บาตรกัน
ทกุ บา น พอบาตรปม ออกมา พวกผมจบเลย แลวรฐั บาลตอนน้นั กไ็ มม ีใครสนบั สนนุ ถาเปน บาตรปมสามารถผลติ ไดวัน
ละ 100 ใบ ตางจากบาตรบพุ วกผมตองใชเวลา 3 วนั กวา จะไดห นงึ่ ใบ และบาตรปมราคาถูกกวา ” อมร กลุ ดิลก
สมั พันธ ชางเช่อื มบาตรคนสุดทายในชมุ ชนวยั 56 ป กลา วถึงผลกระทบจากบาตรปม และอธิบายตอวา บาตรปมมี
ลกั ษณะบาง นา้ํ หนักเบา และไมม ขี อบ เปนบาตรท่ผี ดิ พระธรรมวนิ ยั ของพระสงฆ “ถา เปน พระผใู หญจ ะไมใ ชบาตร
ปม จะใชบ าตรจาก บา นบาตร” อมรยืนยนั เพราะปจจบุ ันคนทีส่ งั่ ทําบาตรบุ สวนมากเปนพระสงฆช้นั ผูใหญ
หรอื พระท่ีบวชนาน สวนพระทีบ่ วชไมน าน เชน บวชหนา ไฟ บวชเขา พรรษาจะใชบ าตรปม
ปรับตวั เปน ของที่ระลกึ
เหน็ ไดว า บาตรปม เขามาแยง พื้นทที่ างการตลาดของบาตรบุ เนอ่ื งจากหางา ยและราคาถกู และสว นมากคน
กรงุ เทพฯ จะซอ้ื เคร่อื งอัฐบรขิ ารหรอื ของเครือ่ งใชจ าํ เปน 8 อยา งสาํ หรบั พระในยา นเสาชิงชา ซ่ึงบาตรพระทน่ี น่ั เปน
บาตรปม ตา งจากตลาดบาตรบุ จนกระทงั่ ป พ.ศ. 2544 ชาญชัย วามะศริ ิ ผูอํานวยการเขตปอมปราบศตั รูพา ยใน
สมยั น้ัน ไดเ ขา มาสนบั สนนุ ใหบานบาตรเปนแหลง ทองเท่ยี ว และชมุ ชนไดมกี ารปรับตัว หันมาผลิตบาตรเพ่อื เปนของที่
ระลึก
“ถาพอ และพ่ยี งั อยู พวกเขาคงไมข ายบาตรใหฝรั่งหรอก เพราะฝร่งั ไมร คู ุณคา” สรนิ ยา สุดดิศ ชา งเขียนทอง
วยั 35 ป กลาว เธอเปนลูกสาวสเุ ทพ สุดดศิ ชางบาตรฝม ือดี เคยทาํ บาตรถวาย **พระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูหวั
ขณะทรงผนวช ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม สวน กฤษณา แสงไชย เจาของรา นหัตถกรรมไทยโบราณ บอกวา รานน้ี
เปน รา นที่ขายบาตรแพงทส่ี ดุ แตท กุ ๆ รายละเอียด มกี ารใสใจมากกวา รา นอื่น ยกตวั อยางเชน ตะเขบ็ ดา นในบาตรดู
เรียบ ไมสะดดุ มอื รวมทงั้ การเขียนลายทองเตม็ พ้ืนทบ่ี าตรดานนอก ซึ่งถือวาเปนรานเดยี วทที่ าํ เชนนี้
“คนในชุมชนบางคนตอ ตา นการทําบาตรลักษณะนี้ เขาบอกวา มันเปนการผดิ ครู ผดิ คาํ สอนของบรรพบรุ ุษ”
เธอเลาและบอกวา เปน การประยกุ ตบ าตรใหทนั สมยั ขึน้ เพ่อื ดึงดูดความสนใจ โดยวธิ ีการทําบาตรยังคงทําตาม
แนวทางครบู าอาจารย บาตรของรานนี้ ทางพระสายวปิ ส สนา (ธรรมยตุ กิ นิกาย) มกั นิยมนาํ ไปใช และชาวตา งชาตกิ ็
ชอบซ้อื บาตรเขียนทอง “ฝรง่ั ชอบถามวา เอาไปใสส ตูเนอ้ื ไดห รือเปลา ดิฉันก็บอกไปวา ไมไ ดน ะ คุณควรเอาไปต้ังโชว
หรอื เอาไปใสเ งินใสเหรียญที่คุณเหลอื ในแตล ะวัน เมื่อเตม็ บาตรแลว กเ็ อาไปบริจาคใหอ งคกรอะไรกไ็ ดใ นประเทศคณุ ”
เจาของรา นหัตถกรรมไทยโบราณใหค าํ ตอบ

** หมายถึง พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช

บตั รภาพ



ภาพตลาดในชุมชนเมอื ง ภาพตลาดในชมุ ชนชนบท

ใบงานที่ 2.1 เรือ่ ง การเปล่ียนแปลงของชมุ ชนกบั การดําเนินชวี ติ

คําช้แี จง ใหนักเรียนตอบคาํ ถามเกีย่ วกับการเปลย่ี นแปลงของชมุ ชนกบั การดาํ เนินชีวิตของคนในชมุ ชนบานบาตร
1. คนในชุมชนบานบาตรประกอบอาชีพใด

2. เพราะเหตใุ ด บาตรพระทบี่ านบาตรจึงมรี าคาสูง

3. บาตรพระท่บี านบาตรมคี ณุ สมบัตแิ ตกตา งจากบาตรพระทว่ั ไปอยา งไร

4. ชาวบา นบาตรไดรบั ผลกระทบอยา งไร เมอ่ื มีเคร่อื งปม บาตรทสี่ ามารถผลิตบาตรไดในปรมิ าณมาก

5. ชาวบา นบาตรปรับตวั อยางไรตอการเปลีย่ นแปลงทเ่ี กิดข้ึน

แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๓
โรงเรียนบึงวชิ ยั สงเคราะห สพป.กส.1 กลุมสาระการเรยี นรูส ังคมศกึ ษา ศาสนาฯ
รหัสวชิ า ส๑๒๑๐๒ รายวิชา ประวตั ศิ าสตร ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๒
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๓ ชือ่ หนว ย ชวี ิตท่เี ปลยี่ นแปลง เวลา ๙ ช่วั โมง
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๓ เรอ่ื ง การเปล่ยี นแปลงวิถชี ีวิตของคนในชุมชนเกาะเกรด็ วนั ท่ใี ชแ ผนการสอน .........................
*********************************************************************************************************
1. เปา หมายการเรยี นรู
มาตรฐานการเรียนรู/ ตวั ชี้วัด/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู จุดประสงคการเรยี นรู
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ส ๔.๒ เขา ใจพฒั นาการของมนษุ ยชาติจากอดตี จนถึงปจ จุบันในดา นความสัมพันธและการ
เปลยี่ นแปลงของเหตุการณอยางตอ เนอ่ื ง ตระหนักถงึ ความสาํ คญั และสามารถวเิ คราะห
ผลกระทบทีเ่ กิดข้นึ
ตวั ชีว้ ดั / หรือผลการเรยี นรู
ป.๒/๑ สบื คนถงึ การเปลี่ยนแปลงในวิถีชวี ติ ประจําวันของคนในชมุ ชนของตนจากอดีตถงึ ปจจบุ ัน
ป.2/2 อธบิ ายผลกระทบของการเปลย่ี นแปลงที่มีตอ วถิ ชี วี ิตของคนในชุมชน
จุดประสงคก ารเรยี นรู
ความรู (K)
๑. อธิบายลกั ษณะของชุมชนเกาะเกร็ดได
๒. บอกปจจัยทเ่ี ปน สาเหตทุ าํ ใหเกิดการเปลย่ี นแปลงของชุมชนเกาะเกรด็ ได
ทกั ษะกระบวนการ (P)
๓. นาํ ความรไู ปปรับใชใหเกดิ ประโยชนใ นการดาํ เนนิ ชีวติ ประจาํ วนั
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค (A) (เฉพาะท่เี กิดในแผนการจดั การเรยี นรนู ี้)
 1. รักชาติ ศาสน กษัตรยิ   5. อยอู ยางพอเพยี ง
 2. ซอ่ื สตั ยสุจรติ  6. มงุ มนั่ ในการทํางาน
 3. มีวินัย  7. รกั ความเปนไทย
 4. ใฝเ รยี นรู  8. มีจติ สาธารณะ
2. สาระสาํ คญั /แนวคดิ หลกั
การเปลยี่ นแปลงของชุมชนเกาะเกรด็ ท่มี ีสาเหตมุ าจากปจจัยตา งๆ ยอ มสง ผลกระทบตอวิถีชีวติ ประจําวนั ของ
คนในชุมชน
3. สาระการเรยี นรู
-วิถชี วี ิตของคนในชมุ ชน เชน การประกอบอาชีพ การแตง กาย การสอื่ สาร ประเพณีในชุมชนจากอดตี
ถึงปจจุบนั
-สาเหตุของการเปล่ียนแปลงวถิ ีชีวติ ของคนในชุมชน
-การเปลย่ี นแปลงของวิถชี ีวติ ของคนในชุมชนทางดา นตา งๆ
4. สมรรถนะสําคัญของผเู รียน (C) (เฉพาะทเ่ี กดิ ในแผนการจัดการเรียนรนู ี้)
 5.1 ความสามารถในการส่อื สาร
 5.2 ความสามารถในการคิด
 5.3 ความสามารถในการแกป ญหา
 5.4 ความสามารถในการใชท กั ษะชีวติ
 5.5 ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี

5. จดุ เนน สูการพัฒนาผูเ รยี น
ความสามารถและทกั ษะของผเู รยี นศตวรรษที่ 21 (3Rs x 8Cs )
 R1– Reading (อา นออก)  R2– (W)Riting (เขยี นได)  R3 – (A)Rithmetics (คิดเลขเปน )
 C1 - Critical Thinking and Problem Solving ( ทกั ษะดา นการคิดอยา งมวี ิจารณญาณ
และทกั ษะในการแกปญ หา)
 C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะดานการสรางสรรคและนวตั กรรม)
 C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดานความเขาใจตา งวฒั นธรรม ตา งกระบวนทศั น)
 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดานความรวมมือ การทํางานเปนทมี
และภาวะผูนํา)
 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะดานการสื่อสารสารสนเทศ
และรเู ทาทันสอ่ื )
 C6 - Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
และการสอ่ื สาร)
 C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู)
 C8 – Compassion (ความมีเมตตากรณุ า วนิ ัย คุณธรรม จริยธรรม)
 บรู ณาการขา มกลุมสาระการเรียนรู (ระบุ) .............................................................................
 อ่ืนๆ (ระบุ) .............................................................................................................................

๖. กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู (จาํ นวน ๓ ชวั่ โมง)
ชัว่ โมงที่ ๑ (การเปลย่ี นแปลงวถิ ีชีวติ ของคนในชมุ ชนเกาะเกร็ด)

ข้ันนาํ เขา สบู ทเรียน
๑. ครถู ามนกั เรียนวา หากกลาวถึงเกาะเกร็ด นักเรยี นจะนกึ ถึงอะไรเปน อันดบั แรก โดยครเู ปดโอกาสให

นักเรียนตอบไดอ ยางอิสระ
๒. ครเู ขยี นรวบรวมคาํ ตอบของนักเรียนลงบนกระดาน จากนน้ั ครอู ธบิ ายใหน ักเรยี นเขาใจวา สง่ิ ท่นี กั เรยี นนึก

ถงึ สวนมากไดแ ก เครอื่ งปนดนิ เผา ขา วแช ขนมไทย พระเจดียมุเตา ซ่ึงส่ิงเหลานี้ เปนเอกลกั ษณท ี่สาํ คญั ของเกาะเกรด็
ขัน้ สอน

๑. นักเรยี นรวมกลุมเดิม (จากแผนการจดั การเรียนรูท่ี 1) แลว ใหน กั เรียนแตละกลุมกาํ หนดหมายเลข
ประจําตวั ใหสมาชิกแตล ะคนในกลุม เปนหมายเลข 1-6 จากนนั้ รว มกันศึกษาความรูเ ร่ือง ตวั อยา งการเปลีย่ นแปลงวถิ ี
ชีวิตของคนในชุมชน จากหนังสอื เรยี น

๒. ครูกาํ หนดใหน ักเรยี นหมายเลข 1 สัมภาษณนักเรียนหมายเลข 2 นักเรียนหมายเลข 3 สมั ภาษณนักเรยี น
หมายเลข 4 และนกั เรียนหมายเลข 5 สัมภาษณน ักเรียนหมายเลข 6 เก่ยี วกับลกั ษณะวิถีชีวติ ของคนในชุมชนเกาะ
เกร็ด ตามประเดน็ ทกี่ ําหนดใหใ นใบงานท่ี 3.1 เร่อื ง ชุมชนเกาะเกรด็
ขั้นสรุป

นกั เรยี นแตละหมายเลขเปลย่ี นบทบาทกัน โดยใหนกั เรียนหมายเลข 2 สัมภาษณน กั เรียนหมายเลข 1
นกั เรยี นหมายเลข 4 สัมภาษณน ักเรยี นหมายเลข 3 และนกั เรียนหมายเลข 6 สัมภาษณนักเรียนหมายเลข 5


Click to View FlipBook Version