การทาลกู ประคบสมุนไพรสด
ผ้จู ัดทา นายสมชาย วงศเ์ ขียว หน่วยงาน กศน.อาเภอดอยสะเกด็
สานักงานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมวิ บลิ ดงิ้ ชัน้ 18-19 ถ.วภิ าวดีรังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
การทาลูกประคบสมนุ ไพรสด
สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมวิ บิลดงิ้ ชัน้ 18-19 ถ.วิภาวดรี ังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ชดุ ความรู้ทามาหากิน
“การทาลูกประคบสมนุ ไพรสด”
สว่ นท่ี 1 :
ทาไมต้อง ลูกประคบสมุนไพร
สานักงานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วิภาวดรี ังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ชุดความรูท้ ามาหากิน
“การทาลูกประคบสมุนไพรสด”
1.1 ความสาคญั ของอาชพี
จากหลักฐานการบันทึกต่างๆ ที่มีอยู่แสดงให้
เห็นว่าแพทย์แผนโบราณได้นาสมุนไพรมาใช้ประโยชน์ใน
การรักษาโรคภัยไข้เจ็บกันอย่างแพร่หลาย ตัวอย่าง
การแพทย์แผนโบราณท่ีเป็นท่ีรู้จักคือ ท่านชีวกโกมารภัจ
ที่เป็นแพทย์ประจาพระองค์พระเจ้าอโศกมหาราช
แห่งอินเดีย และต่อมาได้มาเป็นแพทย์ประจาพระองค์
สมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้า เป็นแพทย์ผู้หน่ึงที่นา
สมุนไพรต่างๆ มาใช้ในการรักษาและมีการจารึกไว้ใน
ประวัตศิ าสตรเ์ ป็นท่รี จู้ กั กันอย่างกว้างขวาง
สานักงานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บลิ ดงิ้ ชัน้ 18-19 ถ.วิภาวดรี ังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ชดุ ความรูท้ ามาหากิน
“การทาลูกประคบสมนุ ไพรสด”
1.1 ความสาคัญของอาชพี (ตอ่ )
การนาสมุนไพรชนิดต่างๆ มาใช้เป็นยารักษา
โรคนน้ั แพทยแ์ ผนโบราณจะต้องมกี ารเกบ็ สว่ นตา่ งๆของ
พืชสมุนไพรมาใชง้ าน และมีการนามาแปรรูปหรือทาเปน็
ยารักษาโรคในรูปแบบต่างๆ กันออกไปในแต่ละท้องถิ่น
ลูกประคบสมุนไพร เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการนา
สมุนไพรมาใช้ในการบาบัดรักษาโรคของการแพทย์
แผนไทย โดยใชค้ วบคูก่ ับการนวดไทย
สานักงานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บลิ ดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วภิ าวดีรังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ชดุ ความรทู้ ามาหากิน
“การทาลกู ประคบสมุนไพรสด”
1.1 ความสาคญั ของอาชพี (ตอ่ )
ดังนั้นลูกประคบสมุนไพรจึงเป็นส่วนหน่ึงท่ีมี
ความสาคัญในการนวดแผนไทย ซึ่งลูกประคบสมุนไพร
คือ การนาสมุนไพรหลายๆ ชนิดมาห่อรวมกัน ส่วนใหญ่
จะเป็นยาสมุนไพรท่ีมีน้ามันหอมระเหย ซ่ึงเม่ือถูกความ
ร้อนจะระเหยออกมากลายเป็นกลิ่น เช่น ไพล ขม้ินชัน
ตะไคร้ มะกรูด การบูร โดยเราสามารถนาเอาสมุนไพร
เหล่าน้ันมาห่ัน ย่อยอย่างหยาบ ๆ จากนั้นห่อด้วยผ้าดิบ
แล้วนาไปผ่านกระบวนการความร้อนด้วยวิธีการน่ึงไอน้า
เพื่อให้สมุนไพรละลายออกมาเป็นตัวยาซึมเข้าใต้ผิวหนัง
ตามร่างกาย
สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บลิ ดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วิภาวดีรังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ชุดความรูท้ ามาหากนิ
“การทาลูกประคบสมนุ ไพรสด”
1.1 ความสาคญั ของอาชพี (ต่อ)
การทาลูกประคบสมุนไพร จึงเป็นอีกอาชีพหนึ่ง
ที่น่าสนใจ เนื่องจากในปัจจุบันธุรกิจการนวดแผนไทย
เป็นธุรกิจท่ีเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก การเรียนรู้เกี่ยวกับ
การทาลูกประคบสมุนไพร จึงเป็นอีกทางเลือกหน่ึงที่จะ
ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่นอกระบบ
โรงเรียน ซ่ึงเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์จากการ
ทางาน และการประกอบอาชีพ ได้เรียนรู้ในเนื้อหาที่
เกี่ยวของกับภูมิปัญญาท้องถ่ิน นอกจากจะได้รับความรู้
มีทักษะ เก่ียวกับการทาลูกประคบสมุนไพร มีแนวทาง
ในการสร้างอาชีพแล้ว ยังเป็นการร่วมสืบสานอนุรักษ์
ภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่ินในดา้ นนีใ้ ห้ไดร้ บั การสืบทอดตอ่ ไป
สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ชดุ ความรูท้ ามาหากนิ
“การทาลูกประคบสมุนไพรสด”
1.2 กลุม่ เป้าหมายของชุดความรู้ทามาหากิน
• กลุ่มผู้ประกอบการนวดแผนไทยหรือ
รา้ นสปา
• กลุ่มผปู้ ระกอบการธุรกิจขนาดย่อม SME
• กลุ่มวิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มผลิตภัณฑ์
OTOP
• กล่มุ อาชพี ในชุมชน
สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บลิ ดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วิภาวดีรังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ชดุ ความรูท้ ามาหากิน
“การทาลูกประคบสมนุ ไพรสด”
1.3 ประโยชนท์ ี่จะเกดิ ขึ้น
- ประโยชน์ต่อคนในพืน้ ท่ี/ประชาชน
• สร้างมลู คา่ เพ่มิ ใหก้ บั สมุนไพรพน้ื บ้าน
• มีความรู้ และทักษะการใช้ประโยชน์จาก
สมุนไพรพ้นื บา้ นในการดแู ลสุขภาพ
• มี ช่ อ ง ท า ง ใ น ก า ร ป ร ะ ก อ บ อ า ชี พ
สรา้ งรายได้
สานักงานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมวิ บลิ ดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วิภาวดรี ังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ชดุ ความรู้ทามาหากนิ
“การทาลกู ประคบสมุนไพรสด”
1.3 ประโยชน์ทีจ่ ะเกิดขึ้น(ตอ่ )
- ประโยชน์ต่อหนว่ ยงาน
• มีหลักสูตร องค์ความรู้ท่ีสามารถนาไป
เผ ย แ พร่ ใ ห้ กั บผู้ เรี ย น / ผู้ รั บบริ ก าร
ของหน่วยงาน
- ประโยชน์ตอ่ ผู้จดั ทาองคค์ วามรู้
• มีความรเู้ กย่ี วกบั สรรพคณุ และประโยชน์
ของสมนุ ไพร
• มคี วามรู้เกีย่ วกับการใช้ลกู ประคบในการ
ดแู ลสขุ ภาพ
สานักงานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมวิ บลิ ดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วภิ าวดีรังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ชดุ ความรู้ทามาหากิน
“การทาลกู ประคบสมุนไพรสด”
1.4 ขั้นตอนการจัดทาชดุ ความรทู้ ามา
หากนิ
• ศกึ ษาหาความรจู้ ากหนังสือ ตารา เก่ยี วกบั
สมนุ ไพร
• ค้นควา้ หาความรจู้ ากสือ่ อเิ ล็กทรอนิกส์
• สัมภาษณ์ผรู้ ู้ ภมู ิปญั ญาทอ้ งถน่ิ
สานักงานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมวิ บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ชุดความรู้ทามาหากิน
“การทาลกู ประคบสมนุ ไพรสด”
สว่ นท่ี 2 :
เชค็ ความพร้อม
กอ่ นประกอบอาชพี
สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมวิ บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วภิ าวดีรังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Infographic
ลูกประคบสมนุ ไพรสด ปจั จยั สู่ความสาเร็จ
การตล - การใชว้ ตั ถุดิบที่มคี ุณภาพ
าด
- การควบคมุ คุณภาพการผลิตใหไ้ ด้
มาตรฐาน
- ความซ้ือสัตย์และรับผิดชอบต่อลกู คา้
- การมีใจรกั ในงานท่ีทา
- การมีเครือข่ายทก่ี วา้ งขวาง
การเงนิ การลงมอื
ทา
ลงทุนน้อย
เครอ่ื งมอื /อุปกรณ/์
กาไ+รงาม วตั ถดุ บิ
ค่าวตั ถดุ ิบ/อุปกรณฺ ์ คา่ แรง
1,140 บ.(28%) 300 บ.(8%)
ขายได้ 4,000 บ.
กาไร 2,560 บ.(64%)
สานักงานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วิภาวดีรังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Q & A ชุดความร้ทู ามาหากนิ
การทาลูกประคบสมุนไพรสด
1.วัตถปุ ระสงค์/เป้าหมาย 2.ความร/ู้ ทกั ษะสาหรบั ดาเนนิ การ 3.เงินลงทุน/การจดั การเงนิ
- เพื่อส่งเสริมและสืบสานอนุรักษ์ภูมิ - ความรเู้ ก่ยี วกบั สมนุ ไพร - ใช้เงินลงทุนประมาณ 1,440 บาท
ปัญญาทอ้ งถิ่น - ความรเู้ ก่ยี วกบั ลูกประคบสมนุ ไพร สาหรบั เป็นคา่ อปุ กรณ์ และวัตถดุ บิ
- เพอ่ื ส่งเสรมิ การใช้สมุนไพรพ้ืนบ้านเพ่ือ - ความรเู้ ก่ียวกบั วิธีการผลิตลกู ประคบ - สามารถใชเ้ งนิ ส่วนตัวลงทุนได้
สร้างมลู คา่ เพมิ่ สมนุ ไพร - ใช้เงินในการจัดซ้ือวัตถุดิบท่ีเป็น
- เพ่อื ส่งเสรมิ อาชีพบรกิ ารนวดแผนไทย สมนุ ไพร
กลุ่มเป้าหมายผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ได้แก่ กลุ่ม ลงทุนต่อรอบ 1 ครั้งใช้เงินลงทุน 1,440
นกั กีฬา ผู้ประกอบการร้านนวดแผนไทย บาท ทาได้ 80 ลูก ขายลูกละ 50 บาท
กลุ่มผ้สู ูงอายุ และกลุ่มบคุ คลทั่วไป เป็นเงิน 4,000 บาท กาไร 2,560 บาท
( 1 เดือนทา 3 รอบ เป็นเงิน 7,680
บาท)
4.การจดั การกาลังคน 5.เครือ่ งมอื /อปุ กรณ์/วตั ถุดบิ 6.การลงมือทา
- แรงงานที่ใช้ ทาด้วยตัวเองได้ หรือถ้า - มีด เขียง ตะแกรง กาละมัง ซื้อใช้ครั้ง - นาสมุนไพรที่เป็นวัตถุดิบมาห่ันซอยให้
จาเป็นต้องใช้แรงงานช่วยก็ประมาณ 2 เดยี วจนกว่าจะชารดุ เป็นช้ินเล็กๆ ได้แก่ ตะไคร้ ขม้ิน ไพล
คน - ตะไคร้ ไพล ขม้ิน ใบมะขาม มะกรดู ส่วนมะกรูดนามาปอกเอาแต่เปลือก ใบ
การบูร เกลือไทย ซื้อตามรอบการผลิต มะขาม ใบส้มป่อย นาไปตากแดดให้
หรือจะซื้อตนุ ไว้สาหรบั ฤดูท่ีขาดแคลน แห้งใชเ้ วลา 7 วนั
- ผ้าดิบ เชือก ถุงพลาสติกบรรจุภัณฑ์ - นาวตั ถดุ บิ ที่แห้งแลว้ มาคลุกเคล้ากัน ใส่
ซื้อตามรอบการผลติ การบูร เกลอื ไทย
- ผ้าดิบนามาตัดเป็นชิ้นสี่เหล่ียมจัตุรัส
ขนาด 35x35 ซม.
- นาสมุนไพรมาห่อด้วยผ้าดิบน้าหนักลูก
ละ 120 กรัม รัดด้วยเชือกให้แน่นและ
สวยงาม และบรรจถุ ุง
7.การตลาด 8.ปญั หา/กระบวนการแกป้ ัญหา 9.ปจั จยั สคู่ วามสาเร็จ
- ขายเป็นลูกขายให้กลุ่มเป้าหมายได้แก่ - ปัญหาจากการตากสมุนไพร ถ้าแดดไม่ - การใช้วตั ถดุ บิ ที่มีคณุ ภาพ
กลุ่มนักกีฬา ผู้ประกอบการร้านนวด แรงจะทาให้สมนุ ไพรขนึ้ รา แกป้ ัญหาโดย - การควบคมุ คุณภาพการผลติ ให้ได้
แผนไทย กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มบุคคล ใช้ต้อู บ มาตรฐาน
ทัว่ ไป - บางฤดูกาลอาจขาดแคลนวัตถุดิบใน - ความซ้ือสัตย์และรับผิดชอบตอ่ ลกู ค้า
- สถานที่จาหน่าย หน้าร้านของตัวเอง การทา แก้ปัญหาโดยการทาสต๊อกไว้ - การมใี จรกั ในงานทที่ า
ร้านค้า OTOP ร้านนวดแผนไทย ร้าน ในชว่ งท่ีวตั ถดุ บิ มมี าก - การมเี ครือข่ายท่ีกวา้ งขวาง
ขายยาแผนโบราณ
ราคาขายลูกละ 50 บาท ขนาด 120
กรัม
สานักงานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมวิ บิลดงิ้ ชัน้ 18-19 ถ.วิภาวดีรังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรทู้ ตี่ อ้ งมี/ทกั ษะท่ีตอ้ งใช้
1. ความรู้เกีย่ วกบั สมุนไพร
1.1 ความหมายของสมุนไพร
คาวา่ “สมุนไพร” (Herbs) มคี าจากัดความได้หลายอย่าง
ทางด้านพฤกษศาสตร์ HERBS หมายถึง พืชที่มีเมล็ด ท่ีไม่มีแก่นไม้
(nonwoody) และ ตายเมอ่ื สนิ้ สุดฤดูกาลเพาะปลูก
ทางด้านอาหาร HERBS หมายถึง เครื่องเทศ หรือ ผักท่ีใช้แต่งรส
หรอื กลิ่นอาหาร
ทางด้านยา HERBS มคี วามหมายทเี่ ฉพาะเจาะจง
คาจากัดความท่ถี กู ต้องที่สุดของ HERBS คือ ยาท่ีมาจากพืช ใช้รกั ษา
โรค ซ่งึ มักเปน็ โรคเรอ้ื รงั หรอื เพอ่ื บารงุ รักษาสขุ ภาพให้แข็งแรง
ด้านกฎหมาย สมุนไพรยังจัดเป็นกลุ่มพิเศษ คือ กลุ่มอาหาร
และ กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หากสมุนไพรใช้เพื่อการรักษา
หรอื บรรเทาอาการโรค หรอื ใช้เสริมสุขภาพ (เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัย
หรอื ปอ้ งกนั โรค) จะจดั เป็นยา
สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรทู้ ตี่ อ้ งมี/ทกั ษะทีต่ อ้ งใช้
ตาม พระราชบัญญัติยา หมายถึง "ยาที่ได้จากพืช สัตว์ หรือแร่ ซ่ึงยัง
ไม่ได้ผสม ปรุง หรือเปล่ียนสภาพ" เช่น พืชก็ยังเป็นส่วนของ ราก ลาต้น
ใบ ดอก ผล ฯลฯ ซ่ึงยังไม่ได้ผ่านขั้นตอนการแปรรูปใด ๆ แต่ในทาง
การค้าสมุนไพรมักจะถูกดัดแปลงในรปู ต่าง ๆ เข่น ถูกหั่นให้เป็นช้ินเล็ก
ลง บดเปน็ ผงละเอียด หรืออดั เป็นแทง่ อย่างไรกต็ ามในความรู้สึกของคน
ทัว่ ๆ ไป เมอื่ กลา่ วถงึ สมนุ ไพร มักจะนึกถึงเฉพาะต้นไม้ท่ีนามาใช้เป็นยา
เท่าน้ัน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าสัตว์ หรือแร่ มีการนามาใช้น้อย และใช้ใน
โรคบางชนิดเท่าน้นั
พืชสมุนไพร หมายถึงพันธ์ุไม้ต่าง ๆ ท่ีสามารถนามาใช้ปรุงหรอื ประกอบ
เปน็ ยารักษา โรคตา่ ง ๆ ใชใ้ นการสง่ เสรมิ สขุ ภาพร่างกายได้
สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บลิ ดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรทู้ ่ตี ้องมี/ทกั ษะทต่ี ้องใช้
1.2 ความสาคญั ของสมนุ ไพร
ความสาคัญในดา้ นสาธารณสขุ
พืชสมุนไพร เป็นผลผลิตจากธรรมชาติ ที่มนุษย์รู้จักนามาใช้เป็น
ประโยชน์ เพ่ือการรักษาโรคภัยไข้เจ็บต้ังแต่โบราณกาลแล้ว เช่นในเอเชียก็มี
หลักฐานแสดงว่ามนุษย์รู้จักใช้พืชสมุนไพรมากว่า 6,000 ปี แต่หลังจากท่ี
ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ มีการพัฒนาเจริญก้าวหน้ามากขึ้น มีการสังเคราะห์
และผลิตยาจากสารเคมี ในรูปท่ีใช้ประโยชน์ได้ง่าย สะดวกสบายในการใช้
มากกว่าสมนุ ไพร ทาใหค้ วามนยิ มใช้ยาสมนุ ไพรลดลงมาเป็นอันมาก เป็นเหตุ
ให้ความรวู้ ิทยาการด้านสมุนไพรขาดการพัฒนา ไม่เจริญก้าวหน้าเท่าทีค่ วร
ในปัจจุบันท่ัวโลกได้ยอมรับแล้วว่าผลที่ได้จากการสกัดสมุนไพร
ให้คุณประโยชน์ดีกว่ายา ท่ีได้จากการสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ประกอบ
กับในประเทศไทยเปน็ แหล่งทรัพยากรธรรมชาติ อันอุดมสมบูรณ์ มีพืชต่าง ๆ
ท่ีใช้เป็นสมุนไพรได้อย่างมากมายนับหม่ืนชนิด ยังขาดก็แต่เพียงการ
ค้นคว้าวจิ ยั ในทางทเ่ี ป็นวิทยาศาสตรม์ ากขนึ้ เท่านน้ั
สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บลิ ดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วภิ าวดรี ังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรทู้ ตี่ ้องมี/ทกั ษะที่ต้องใช้
ความต่ืนตัวที่จะพัฒนาความรู้ด้านพืชสมุนไพร จึงเริ่มข้ึนอีกครั้ง
หน่ึง มีการเริ่มต้นนโยบายสาธารณสุขข้ันมูลฐานอย่างเป็นทางการของ
ประเทศไทยในปี พ.ศ. 2522 โดยเพิ่มโครงการสาธารณสุขขั้นมูลฐานเข้าใน
แผนพัฒนาการสาธารณสุข ตามแผนพฒั นา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบับท่ี 4 (พ.ศ. 2520-2524) ต่อเน่ืองจนถึงแผนพัฒนาการเศรษฐกิจ และ
สังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2535-2539) โดยมี กลวิธีการพัฒนาสมุนไพร
และการแพทย์แผนไทยในงานสาธารณสุขมลู ฐาน คอื
1) สนับสนุนและพัฒนาวิชาการและเทคโนโลยีพ้ืนบ้านอนั ได้แก่
การแพทย์แผนไทย เภสัช กรรมแผนไทย การนวดไทย สมุนไพร
และเทคโนโลยีพื้นบ้าน เพื่อใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหา สุขภาพของ
ชมุ ชน
2) สนับสนุนและส่งเสริมการดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง
โดยใช้ สมุนไพร การแพทย์พ้ืนบ้าน การนวดไทย ในระดับบุคคล ครอบครัว
และชุมชน ให้เป็นไปอย่างถูกต้องเป็นระบบสามารถปรับประสานการดูแล
สขุ ภาพแผนปัจจบุ ันได้ อาจกล่าวได้ว่าสมุนไพรสาหรับสาธารณสุขมูลฐานคือ
สมุนไพรที่ใช้ในการส่งเสริมสุขภาพ และการรักษาโรค/อาการเจ็บป่วย
เบ้อื งตน้ เพอ่ื ใหป้ ระชาชนสามารถพ่ึงตนเองได้มากขึ้น
สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บลิ ดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วภิ าวดีรังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรทู้ ตี่ ้องมี/ทกั ษะที่ต้องใช้
ความต่ืนตัวที่จะพัฒนาความรู้ด้านพืชสมุนไพร จึงเริ่มข้ึนอีกครั้ง
หน่ึง มีการเริ่มต้นนโยบายสาธารณสุขข้ันมูลฐานอย่างเป็นทางการของ
ประเทศไทยในปี พ.ศ. 2522 โดยเพิ่มโครงการสาธารณสุขขั้นมูลฐานเข้าใน
แผนพัฒนาการสาธารณสุข ตามแผนพฒั นา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบับท่ี 4 (พ.ศ. 2520-2524) ต่อเน่ืองจนถึงแผนพัฒนาการเศรษฐกิจ และ
สังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2535-2539) โดยมี กลวิธีการพัฒนาสมุนไพร
และการแพทย์แผนไทยในงานสาธารณสุขมลู ฐาน คอื
1) สนับสนุนและพัฒนาวิชาการและเทคโนโลยีพ้ืนบ้านอนั ได้แก่
การแพทย์แผนไทย เภสัช กรรมแผนไทย การนวดไทย สมุนไพร
และเทคโนโลยีพื้นบ้าน เพื่อใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหา สุขภาพของ
ชมุ ชน
2) สนับสนุนและส่งเสริมการดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง
โดยใช้ สมุนไพร การแพทย์พ้ืนบ้าน การนวดไทย ในระดับบุคคล ครอบครัว
และชุมชน ให้เป็นไปอย่างถูกต้องเป็นระบบสามารถปรับประสานการดูแล
สขุ ภาพแผนปัจจบุ ันได้ อาจกล่าวได้ว่าสมุนไพรสาหรับสาธารณสุขมูลฐานคือ
สมุนไพรที่ใช้ในการส่งเสริมสุขภาพ และการรักษาโรค/อาการเจ็บป่วย
เบ้อื งตน้ เพอ่ื ใหป้ ระชาชนสามารถพ่ึงตนเองได้มากขึ้น
สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บลิ ดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วภิ าวดีรังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรทู้ ่ตี อ้ งมี/ทักษะทต่ี ้องใช้
ความสาคญั ในดา้ นเศรษฐกจิ
ใน ปั จจุ บั นพื ช ส มุน ไ พร จั ด เ ป็ น พืช เ ศ ร ษ ฐ กิจ ช นิด ห นึ่ ง
ที่ต่างประเทศกาลังหาทางลงทุนและคัดเลือกสมุนไพรไทยไปสกัดหาตัวยา
เพ่ือรักษาโรคบางโรคและมีหลายประเทศท่ีนาสมุนไพรไทยไปปลูกและทา
การค้าขายแข่งกับประเทศไทย สมุนไพรหลายชนิดที่เราส่งออกเป็นรูปของ
วัตถุดิบคือ กระวาน ขม้ินชัน เร่ว เปล้าน้อยและมะขามเปียกเป็นต้น
ซึ่งสมุนไพรเหล่าน้ีตลาดต่างประเทศยังคงมีความต้องการอีกมาก และใน
ปัจจุบันกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์ได้ให้ความสนใจในการศึกษาเพิ่มข้ึนและมีโครงการวิจัยบรรจุไว้ใน
แผนพัฒนาระบบการผลิต การตลาดและการสร้างงานในแผนพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2530-2534) เพื่อหาความ
เ ป็ น ไ ป ไ ด้ ใ น ก า ร พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ แ ล ะ แ ห ล่ ง ป ลู ก ส มุ น ไ พ ร เ พ่ื อ ส่ ง อ อ ก
โดยกาหนดชนิดของสมุนไพรท่ีมีศักยภาพ 13 ชนิด คือ มะขามแขก กานพลู
เทียนเกล็ดหอย ดองดึง เร่ว กระวาน ชะเอมเทศ ขมิ้น จันทร์เทศ ใบพลู
พรกิ ไทย ดปี ลี และนา้ ผง้ึ
สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมวิ บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วภิ าวดีรังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรทู้ ตี่ ้องมี/ทักษะท่ตี อ้ งใช้
1.3 ประโยชนข์ องสมนุ ไพร
• สามารถรักษาโรคบางชนดิ ได้ โดยไมต่ อ้ งใชย้ าแผนปัจจบุ ัน ซงึ่ บางชนิด
อาจมรี าคาแพง และตอ้ งเสยี ค่าใช้จ่ายมาก อีกทัง้ อาจหาซื้อได้ยากใน
ท้องถิ่นนน้ั
• ให้ผลการรักษาไดด้ ใี กลเ้ คยี งกบั ยาแผนปัจจุบัน และให้ความปลอดภยั แก่
ผใู้ ชม้ ากกว่าแผนปจั จบุ นั
• สามารถหาไดง้ ่ายในท้องถิน่ เพราะส่วนใหญไ่ ดจ้ ากพืชซึ่งมอี ยทู่ ั่วไปทงั้ ใน
เมืองและ ชนบท
• มรี าคาถูก สามารถประหยดั คา่ ใชจ้ ่ายในการซอ้ื ยาแผนปจั จบุ นั ท่ีตอ้ ง
สั่งซ้ือจากตา่ ง ประเทศเปน็ การลดการขาดดลุ ทางการคา้
• ใช้เป็นยาบารุงรกั ษาให้รา่ งกายมีสขุ ภาพแข็งแรง
• ใชเ้ ปน็ อาหารและปลูกเป็นพชื ผักสวนครวั ได้ เชน่ กะเพรา โหระพา ขิง
ขา่ ตาลงึ
สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วภิ าวดีรังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรทู้ ต่ี อ้ งมี/ทักษะทีต่ ้องใช้
1.3 ประโยชนข์ องสมนุ ไพร(ตอ่ )
• ใชใ้ นการถนอมอาหารเช่น ลูกจันทร์ ดอกจันทรแ์ ละกานพลู
• ใชป้ รุงแต่ง กลน่ิ สี รส ของอาหาร เช่น ลกู จันทร์ ใช้ปรุงแตง่ กลิน่ อาหาร
พวก ขนมปัง เนย ไสก้ รอก แฮม เบคอน
• สามารถปลูกเป็นไม้ประดบั อาคารสถานที่ตา่ ง ๆ ให้สวยงาม เชน่ คนู
ชุมเห็ดเทศ
สานักงานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมวิ บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วภิ าวดีรังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความร้ทู ี่ตอ้ งมี/ทักษะท่ีต้องใช้
1.4 การใช้ยาสมุนไพร
• ยาสมุนไพรคือ ยาที่ได้จากพฤกษชาติ สัตว์ หรือ แร่ ซ่ึงมิได้ผสมปรุง
หรือ แปรสภาพ
• ยาสมุนไพรมีมานานแล้วต้ังแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีการเล่าขาน บันทึก
เรื่องราว และใช้สบื ทอดกันมา
• สมุนไพร เป็นยารักษาโรคท่ีได้ตามธรรมชาติ หาได้ง่าย ใช้รักษาได้ผลดี
มีพิษน้อย
• สมุนไพรหลายชนิด ใช้เป็นอาหารประจาวันอยู่แล้ว เช่น ขิง ข่า
กระเทยี ม ตะไคร้ กระเพรา เป็นตน้
• ชีวิตประจาวันผูกพันกับสมุนไพร ท้ังในรูปของอาหารและยารักษาโรค
พืชแต่ละชนิด จะมีคุณสมบัติหรือสรรพคุณในการรักษาท่ีแตกต่างกัน
ตามส่วนต่างๆของพืช จึงต้องทาความรู้จักกับส่วนประกอบของพืช
สมุนไพรเสียก่อน ว่าในแต่ละส่วนนั้นมีอะไรบ้าง และใช้ประโยชน์ได้
อยา่ งไร
สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บลิ ดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วิภาวดีรังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรทู้ ตี่ ้องมี/ทกั ษะทีต่ อ้ งใช้
1.5 ส่วนประกอบของพชื สมนุ ไพร
ราก
• มีหนา้ ท่ีสะสม และ ดูดซึมอาหารมาเล้ียงบารงุ ตน้ พชื
• ลักษณะของราก มีทั้งรากแท้และรากฝอย
• การสังเกตราก ควรดูทั้งรากสดและรากแห้ง ลักษณะภายนอก
ขนาดของราก ความเปราะของเนอ้ื ราก สี กลน่ิ รส
• การที่จะจาแนกรากสมุนไพร ต้องใช้ความชาราญพืชสมุนไพรท่ัวไป
จะสังเกตอย่างคร่าวๆ และจดจาไว้ แต่ถ้าสมุนไพรที่ใช้รากมาทายา
จาเป็นต้องสังเกตอย่างละเอียดเพื่อท่ีจะไม่เก็บสมุนไพรผิดต้นไปรักษา
โรค
• สมุนไพรส่วนท่ีใช้ราก เช่น กระชาย แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
ปลาไหลเผอื ก แกไ้ ข้ มะละกอ ใชข้ บั ปสั สาวะ ฯลฯ
สานักงานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมวิ บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วภิ าวดีรังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรทู้ ่ีตอ้ งมี/ทักษะท่ีตอ้ งใช้
1.5 สว่ นประกอบของพืชสมนุ ไพร(ต่อ)
ลาต้น
• เป็นโครงการค้าที่สาคัญของพืช ปกติเกิดบนดิน หรือมีบางส่วนอยู่ใต้
ดิน ประกอบด้วย ตา ข้อ และ ปล้อง ซ่ึงแบ่งตามลักษณะภายนอก
เช่น ประเภทไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ประเภทหญ้า ประเภทไม้เลื้อย
เป็นต้น
• การสังเกตลาต้น ดูว่า ลาต้นของพืชมีลักษณะเป็นอย่างไร ลักษณะตา
ข้อ และปลอ้ ง เป็นอย่างไร แตกต่างจากลาตน้ ของพืชอน่ื อยา่ งไร
• สมุนไพรส่วนท่ีใช้ลาต้นเป็นยา เช่นอ้อยแดง ใช้แก้อาการขัดเบา
ชงิ ชา้ ชาลี บอระเพด็ ใช้แกไ้ ข้
สานักงานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วิภาวดรี ังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรูท้ ี่ต้องมี/ทักษะท่ตี ้องใช้
1.5 ส่วนประกอบของพืชสมุนไพร(ตอ่ )
ใบ
• เป็นสว่ นประกอบท่สี าคัญของพืช
• การสังเกต ดูท่ีรูปร่างของใบ ปลาย ริม เส้น และเน้ือของใยอย่าง
ละเอียด และ อาจเปรยี บเทียบลักษณะของใบที่คล้ายคลึงกันจะทาให้
จาแนกใบได้ชัดเจนยิง่ ข้นึ
• สมุนไพรท่ีใช้ใบยา เช่น กระเพรา ใช้ได้ท้ังใบสด หรือ ใบแห้ง
แก้ปวดทอ้ ง ทอ้ งข้นึ จกุ เสียด ข้เี หลก็ รักษาอาการทอ้ งผูก ใบชุมเหด็ เทศ
ขยี้ หรอื ตาในครกใหล้ ะเอยี ด เติมนา้ เล็กน้อย ใช้รกั ษา โรคกลาก
สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วภิ าวดรี ังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความร้ทู ต่ี อ้ งมี/ทกั ษะท่ีตอ้ งใช้
1.5 ส่วนประกอบของพชื สมนุ ไพร(ต่อ)
ดอก
• สว่ นประกอบของดอก มีความแตกต่างกัน
• การสังเกต ต้องดูลักษณะดอกอย่างละเอียด เช่น กลีบดอก จานวน
กลีบดอก การเรียงตัวของกลีบดอก รูปร่างของกลีบดอก สี กลิ่น
เปน็ ตน้
• ส่วนของดอกที่ใช้เป็นยา เช่น กานพลู น้ามันหอมระเหยในดอก
กานพลู มีฤทธิ์ขับลม ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ฤทธิ์ขับ พยาธิ ดีปลี
แก้ทอ้ งเฟ้อ
สานักงานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บลิ ดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วภิ าวดรี ังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรู้ท่ีต้องมี/ทกั ษะท่ตี ้องใช้
1.5 สว่ นประกอบของพืชสมุนไพร(ต่อ)
ผล
• ผลทเี่ ป็นยา เช่น มะเกลือ ดปี ลี มะแว้งตน้ กระวาน ฯลฯ
• การสงั เกต ต้องดูที่ลักษณะผล ท้งั ภายนอก และภายใน
• นอกจากผลไม้ เมล็ดภายในผลยังอาจเปน็ ยาไดอ้ กี เช่น สะแกฟกั ทอง
จงึ ควรสงั เกตลกั ษณะรปู รา่ งของเมลด็ ไปพร้อมกันดว้ ย
ส่วนประกอบของพืชสมุนไพร สามารถนามาใช้ได้ทุกส่วน ตัวยา
ในพืชสมุนไพรนั้น จะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่ปับปัจจัยหลายอย่าง
เช่น คานึงถึงชนิดของยาว่า ถูกต้องหรือไม่ ส่วนไหนของพืชท่ีใช้เป็นยา
ราก ลาต้น ใบ ดอก หรือ ผล พ้ืนดินท่ีปลูก อากาศ การเก็บในช่วง
ระยะเวลาท่ีเหมาะสม การเลือกเก็บยาอย่างถูกวิธีก็จะมีผลต่อคุณภาพ
หรือ ฤทธ์ิของยา ที่จะนามารักษาโรคด้วยจึงต้องมีหลักเกณฑ์ในการเก็บ
สมุนไพรอย่างถูกวิธี เพือ่ ใชไ้ ด้ยาท่ีมคี ณุ ภาพ
สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วิภาวดรี ังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรู้ทต่ี ้องมี/ทักษะท่ตี ้องใช้
1.6 การเกบ็ สมุนไพร
ประเภทรากหรอื หัว
• เก็บในช่วงที่พืชหยุดเจริญเติบโต ใบ ดอก ร่วงหมด หรือ ในช่วง
ต้นฤดูหนาว ถึงปลายฤดูร้อน เพราะช่วงนี้ ราก หัว มีการสะสม
ปริมาณของตวั ยาไว้คอ่ นข้างสงู
• วิธกี ารเก็บ ใช้วธิ กี ารขุดอย่างระมัดระวัง
เช่น กระชาย กระทอื ขา่ เปน็ ตน้
ประเภทใบ
• เก็บทง้ั ตน้ ควรเกบ็ ในช่วงที่พชื เจริญเติบโตมากที่สดุ หรือในชว่ งทด่ี อก
ตมู เริ่มบาน หรือ อาจเก็บในชว่ งท่ดี อกบานผลยังไมส่ กุ ก็ได้
• วธิ เี กบ็ ใชเ้ ด็ด เช่น กระเพรา ขลู่ ฝร่ัง ฟ้าทะลายโจร เปน็ ต้น
สานักงานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมวิ บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วิภาวดรี ังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรทู้ ี่ต้องมี/ทักษะทตี่ อ้ งใช้
1.6 การเกบ็ สมนุ ไพร(ตอ่ )
ประเภทเปลือกต้นและเปลือกราก
• เปลือกต้น โดยมากเก็บระหว่างช่วงฤดูรอ้ น ตอ่ กับฤดฝู น ปริมาณยาใน
พืชสูง และ ลอกออกง่าย
• การลอกเปลือกต้น อย่าลอกออกท้ังรอบต้น เพราะจะทาให้พืชตายได้
ควรลอกจากส่วนกิ่ง หรือ แขนงย่อย ไม่ควรลอกออกจากลาต้นใหญ่
ของต้นไม้
• ส่วนเปลือกราก เก็บในช่วงต้นฤดูฝนเหมาะที่สุด
ประเภทดอก
• เก็บในช่วงดอกเริ่มบาน แต่บางอย่างเก็บในช่วงดอกตูม เช่น กานพลู
เป็นต้น
สานักงานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วภิ าวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรทู้ ต่ี ้องมี/ทักษะท่ตี ้องใช้
1.6 การเก็บสมนุ ไพร(ต่อ)
ประเภทผลและเมลด็
• พืชสมุนไพรบางชนิดอาจเก็บในช่วงยังไม่สุก เช่น ฝรั่ง เก็บผลออ่ น
ใชแ้ กท้ ้องร่วง
• ผลแก่เต็มท่ี เช่น มะแว้งต้น มะแว้งเครือ ดีปลี เมล็ดฟักทอง เมล็ด
ชมุ เห็ดไทย เมล็ดสะแก เปน็ ตน้
เม่ือรู้หลักท่ัวไปในการเก็บส่วนต่างๆ ของพืชมาทายาก็จะทาให้
เลือกเก็บสมุนไพร และ ใช้ประโยชน์ส่วนต่างๆ ของพืชได้อย่างคุ้มค่า
ใชเ้ วลาในการเก็บที่เหมาะสม และได้ประโยชนส์ งู สุด
สานักงานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมวิ บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความร้ทู ่ีต้องมี/ทักษะทตี่ อ้ งใช้
1.7 คาแนะนาและการป้องกนั อนั ตรายจากการใชย้ า
สมนุ ไพร
• ต้องได้รับการวินิจฉัยโรคท่ีถูกต้องเสียก่อน ให้รู้ว่าเป็นโรคอะไร จะได้
เลือกใชย้ าใหถ้ ูกกบั โรค
• ถ้ายาใดไม่เคยกินมาก่อนเลย ควรเร่ิมกินในขนาดน้อยๆ ก่อนรอดูว่า
มสี ิ่งผดิ ปกติขนึ้ ในร่างกายหรือไมถ่ ้าไมม่ ีจึงคอ่ ยกินตอ่ ไป
• ศึกษาใช้ยาสมุนไพรให้ถูกชนิดเพราะยาสมุนไพรมีชื่อ ในท้องถิ่นต่างกัน
และยังมีช่ือพร้องและซ้าอีกคือ สมุนไพรช่ือเดียวกันแต่คนละชนิด
การรู้จักชื่อ แต่ไม้รู้จักลักษณะของต้นไม้เหล่านี้ จะทาให้เกิดความ
ผิดพลาด และอาจเกิดอนั ตรายจากการใชย้ าผดิ ชนิดได้
• ตอ้ งใชส้ มุนไพรให้ถูกสว่ น หรอื ถกู อายุ
• ใช้ให้ถูกขนาด ขนาดยามีความสาคัญมาก เพราะถ้าใช้น้อยไป
ก็ไม่ได้ผล ใช้มากไป ก็อาจจะเปน็ พิษได้
• ต้องใชใ้ หถ้ ูกวธิ ี ถา้ ผิดวิธอี าจจะเป็นพิษได้
สานักงานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมวิ บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความร้ทู ่ีต้องมี/ทักษะทต่ี อ้ งใช้
1.7 คาแนะนาและการปอ้ งกันอันตรายจากการใชย้ า
สมนุ ไพร(ต่อ)
• การใช้ยาคร้งั แรก ไม่ว่ายาน้ันจะเป็นยาภายนอก หรอื ยารับประทาน
ให้ทดลองใช้แต่น้อยก่อน ถ้าเป็นยาทา ก็ทาเฉพาะบริเวณแคบๆ
ถา้ เปน็ ยารบั ประทาน ก็ลดขนาดลดลงครึ่งหนง่ึ
• การรบั ประทานยาสมุนไพร ไม่ควรรบั ประทานติดต่อกันเป็นเวลานานๆ
โดยปกติ รบั ประทานยา 2-3 วัน ถ้าอาการไม่ดีข้ึนควรปรึกษาแพทย์
แผนโบราณ เพราะอาจต้องเปลี่ยนยา เพราะยานั้นไม่ถูกกับโรค
และ การรับประทานยาติดต่อกันเป็นเวลานานอาจเกิดการสะสมส่ิงที่
เป็นพษิ แก่ร่างกายได้
สานักงานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมวิ บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วภิ าวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรูท้ ตี่ ้องมี/ทักษะทีต่ อ้ งใช้
1.7 คาแนะนาและการปอ้ งกนั อนั ตรายจากการใชย้ า
สมุนไพร(ตอ่ )
• การนาสมุนไพรมาใชแ้ ละเก็บรักษา ควรคานึงถึงความสะอาดเป็นสาคัญ
โดยเฉพาะการนาส่วนต่างๆ ของพืชมาใช้ เช่น ราก ลาต้น ใบ ดอก
และ ผล ควรล้างทาความสะอาดส่วนของสมุนไพรท่ีจะใช้ก่อน
เพ่ือป้องกันส่ิงปลอมปน รวมทั้งภาชนะทุกชนิดที่ใช้ในการปรุงยา
ตลอดจนความสะอาดของผู้ปรุงยาเอง ส่วนสมุนไพรท่ีเหลือใช้ อาจทา
เป็นสมุนไพรแห้งได้ โดยทาเป็นช้ินเล็กๆ ตากแดดให้แห้ง เก็บใน
ภาชนะปิดสนิทกันฝุ่นละออง ส่วนขนาดที่ใช้น้ัน เป็นขนาดสาหรับ
ผใู้ หญถ่ ้าเปน็ เด็กก็ควรลดลงตามสว่ น
สานักงานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมวิ บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วิภาวดรี ังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรทู้ ตี่ ้องมี/ทกั ษะทีต่ อ้ งใช้
1.8 สมนุ ไพรที่ใชท้ าลกู ประคบและสรรพคุณ
ไพล
• เหง้า เป็นยาแก้ท้องขึ้น ท้องอืดเฟ้อ ขับลม แก้บิด ท้องเดิน
ขับประจาเดือนสตรี ทาแก้ฟกบวม แก้ผ่ืนคัน เป็นยารักษาหืด
เป็นยากัน เล็บถอด ใช้ต้มน้าอาบหลังคลอด น้าค้ันจากเหง้า รักษา
อาการเคล็ดขัดยอก ฟกบวม แพลงช้าเมือ่ ย
• หัว ช่วยขับระดู ประจาเดือนสตรี เลือดร้าย แก้มุตกิตระดูขาว
แก้อาเจยี น แกป้ วดฟัน
• ดอก ขับโลหติ กระจายเลอื ดเสยี
• ตน้ แก้ธาตพุ ิการ แกอ้ จุ าระพิการ
• ใบ แกไ้ ข้ ปวดเม่ือย แก้ครัน่ เนอ้ื ครั่นตัว แกเ้ ม่อื ย
สานักงานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมวิ บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วภิ าวดรี ังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรทู้ ตี่ ้องมี/ทักษะทตี่ ้องใช้
1.8 สมนุ ไพรทใ่ี ช้ทาลกู ประคบและสรรพคุณ(ตอ่ )
มะกรูด
• ผิวลกู มะกรูด ขบั ลมในลาไส้ ปรงุ เป็นยาลม ขับระดู แกป้ วดท้อง
• ใบ แกไ้ อ แกอ้ าเจียนเปน็ เลอื ด แก้ชา้ ใน มสี ารต้านมะเร็ง
• ราก แกไ้ ข้ แกก้ าเดา ถอนพิษ แกล้ มจกุ เสียด แก้พษิ ฝีภายใน แกเ้ สมหะ
• ลกู มะกรดู นามาดองกนิ เปน็ ยาฟอกและบารุงเลอื ด
สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บลิ ดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วภิ าวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรู้ทต่ี ้องมี/ทกั ษะท่ีต้องใช้
1.8 สมุนไพรท่ีใชท้ าลูกประคบและสรรพคุณ(ตอ่ )
ตะไคร้
• ทั้งต้น ใช้เป็นยารักษาโรคหืด แก้ปวดท้อง ขับปัสสาวะและ
แก้อหิวาตกโรค หรือทาเป็นยาทานวดก็ได้ และยังใช้รวมกับสมุนไพร
ชนิดอนื่ รักษาโรคได้ เช่น บารุงธาตุ เจริญอาหาร และขบั เหงื่อ
• หัว เป็นยารักษาเกลื้อน แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ปัสสาวะพิการ
แก้น่ิว บารุงไฟธาตุ แก้อาการขัดเบา ถ้าใช้รวมกับสมุนไพรชนิดอื่น จะ
เป็นยาแก้อาเจียน แก้ทราง ยานอนหลับลดความดันสูง แก้ลมอัมพาต
แก้กษยั เสน้ และแก้ลมใบ ใบสด ๆ จะชว่ ยลดความดันโลหติ สูง แก้ไข้
• ราก ใช้เปน็ ยาแก้ไข้เหนือ ปวดท้องและทอ้ งเสีย
• ต้น ใช้เป็นยาแก้ขับลม แก้เบ่ืออาหาร แก้ผมแตก แก้โรคทางเดิน
ปัสสาวะ นิ่ว เป็นยาบารุงไฟธาตุให้เจริญ แต่ถ้าเอาผสมกับสมุนไพร
ชนดิ อืน่ จะแก้โรคหนองใน และนอกจากนยี้ ังใชด้ ับกล่นิ คาวดว้ ย
สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมวิ บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วภิ าวดีรังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความร้ทู ตี่ อ้ งมี/ทกั ษะทีต่ อ้ งใช้
1.8 สมุนไพรทใี่ ชท้ าลกู ประคบและสรรพคุณ(ต่อ)
ใบมะขาม
• ใบอ่อน นามาต้มเอาน้าโขลกศีรษะ แก้หวัด คัดจมูก น้ามูกไหล
ส่วนใบสดก็นามาต้มน้าอาบหลังสตรีคลอดบุตรใช้ผสมกับสมุนไพรอื่น
เน่ืองจากในใบมะขามสดมีรสเปรี้ยวมีกรดหลายชนิดช่วยทาให้ผิวหน้า
สะอาดขึน้
• ใบและดอก ของมะขามนามาต้มรับประทาน น้าช่วยลดความดันโลหิต
ได้ดมี าก
สานกั งานบรหิ ารและพัฒนาองคค์ วามรู้
69/18-19 อาคารชดุ มิว บลิ ดิง้ ช้นั 18-19 ถ.วภิ าวดรี งั สิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรทู้ ีต่ อ้ งมี/ทักษะทต่ี ้องใช้
1.8 สมุนไพรทใ่ี ชท้ าลกู ประคบและสรรพคณุ (ตอ่ )
ขม้นิ ชัน
• เหง้า ใชร้ กั ษาโรคผวิ หนัง ผ่ืนคนั โดยทาเป็นผงผสมน้า หรอื เหง้าสด
ฝนน้าทา น้ามันหอมระเหย และสาร curcumin มีฤทธิ์ยับยั้งการ
เจรญิ ของเช้อื หนองไดด้ ี รกั ษาโรคท้องอืด
ท้องเฟ้อ และแผนในกระเพาะอาหาร
ใบสม้ ป่อย
• ใบรสเปร้ียว ฝาดร้อนเล็กน้อย สรรพคุณช่วยขับเสมหะ ขับระดูขาว
แก้บิด ฟอกโลหิต แก้โรคตา ดอก รสเปรี้ยว ฝาด มัน แก้เส้นเอ็นพิการ
ให้สมบูรณ์ ฝัก รสเปร้ียว เป็นยาขับเสมหะ แก้ไอ ทาให้อาเจียน แก้
น้าลายเหนยี ว แก้โรคผิวหนัง ช่วยขจัดรังแคและบารุงเส้นผม เปลือกรส
ขมเปรย้ี ว เผด็ ปร่า เจริญอาหารกัดเสมหะ
แก้ไอ ซางเด็ก ตน้ รสเปรย้ี วฝาดแกต้ า
พิการ ราก รสขม แกไ้ ข้ แกท้ ้องร่วง
สานักงานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วภิ าวดรี ังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรูท้ ต่ี ้องมี/ทักษะทีต่ อ้ งใช้
2. ความรู้เกย่ี วกบั ลกู ประคบสมุนไพร
2.1 ความหมายของลูกประคบสมนุ ไพร
ลูกประคบสมุนไพร คือ การนาสมุนไพรหลายๆ ชนิดมาห่อ
รวมกัน ส่วนใหญ่จะเป็นยาสมุนไพร ท่ีมีน้ามันหอมระเหย ซึ่งเมื่อถูกความ
ร้อนจะระเหยออกมากลายเป็นกลิ่น เช่น ไพล ขมิ้นชัน ขมิ้นอ้อย ตะไคร้
มะกรูด การบูร โดยเราสามารถนาเอาสมุนไพรเหล่าน้ันมาหั่น ย่อยอย่าง
หยาบ ๆ จากน้ันห่อด้วยผ้าดิบ แล้วนาไปผ่านกระบวนการความร้อนด้วย
วิธีการนึ่งไอน้าหรือใส่ไมโครเวฟ เพื่อให้สมุนไพรละลายออกมาเป็นตัวยาซึม
เข้าใต้ผิวหนังตามร่างกาย ถ้าใช้ไมโครเวฟจะต้องพรมน้าให้ชุ่มมากกว่าการ
น่ึงด้วยไอน้า สมัยโบราณจะใช้เหล้าขาวไปพรมด้วย เพราะเหล้าขาวเป็น
ตวั นายา (หรอื กษัยยา) เปน็ การชว่ ยทาใหส้ มนุ ไพรละลายและซึมเข้าสู่ผิวหนัง
ได้ดีย่ิงข้ึน การน่ึงระยะแรก จะใช้เวลา ประมาณ 10-15 นาที หากใช้
ไมโครเวฟในการอนุ่ ลูกประคบ หา้ มพรมด้วยเหล้าขาวเด็ดขาด เพราะอาจทา
ให้เกิดอันตรายได้ ลูกประคบ เป็นวิธีการบาบัดรักษาของแพทย์แผนไทย
ซง่ึ สามารถนาไปใชค้ วบคู่กบั การนวดไทย
โดยใชก้ ารประคบหลงั การนวดหรอื
ประคบพรอ้ มนวดรา่ งกาย
สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วิภาวดรี ังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรทู้ ีต่ อ้ งมี/ทักษะท่ีต้องใช้
2.2 ชนดิ ของลูกประคบสมนุ ไพร
ลูกประคบมี 2 ชนิด คือ ลูกประคบสมุนไพรสด และลูกประคบ
สมนุ ไพรแหง้
1. ลกู ประคบสมนุ ไพรสด
• ขอ้ ดี คือ การใช้สมุนไพรสดในการปรุงลูกประคบน้ัน สมุนไพรจะมีน้าอยู่
แล้ว จึงไม่จาเป็นต้องพรมน้าก่อนนาไปใช้ ไม่ต้องตากแห้ง ไม่ต้องอบฆ่า
เชอ้ื ไมต่ อ้ งกลวั ขนึ้ รา
• ข้อจากัด คือ เม่ือปรุงลูกประคบเสร็จแล้ว ต้องรีบนาไปใช้ ไม่สามารถ
เก็บไว้ไดน้ านในอณุ หภมู ปิ กติ ต้องเก็บในตูเ้ ย็นหรอื ภาชนะบรรจุพเิ ศษ
2. ลูกประคบสมุนไพรแห้ง
• ข้อดี คือ เก็บไว้ได้นาน สะดวกในการนาไปใช้ สามารถเตรียมสมุนไพรท่ี
ใช้ใน การปรุงลูกประคบได้ครบถ้วนมากขึ้น เน่ืองจากสมุนไพรบางชนิด
ไม่สามารถหาไดใ้ นท้องถิน่ ต้องหามาจากแหลง่ อืน่
สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บลิ ดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วิภาวดรี ังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรู้ทีต่ ้องมี/ทักษะที่ตอ้ งใช้
2.3 ประโยชน์ของการประคบสมนุ ไพร
• กระตุ้นหรอื เพิม่ การไหลเวียนของโลหติ
• ลดอาการเกรง็ ของกล้ามเนือ้ และบรรเทาอาการปวดเมอื่ ย
• ลดการติดขัดของข้อต่อบริเวณท่ีประคบและทาให้เน้ือเย่ือ พังผืด
ยืดตวั ออก
• ลดอาการบวมท่ีเกิดจากการอักเสบของกล้ามเน้ือหรือบริเวณข้อต่อ
ต่าง ๆ หลงั จาก 24-48 ช่ัวโมงไปแล้ว
สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมวิ บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วภิ าวดีรังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรทู้ ีต่ ้องมี/ทกั ษะท่ีตอ้ งใช้
3. ความรเู้ ก่ยี วกบั การผลติ ลูกประคบสมุนไพร
3.1 การเตรียมวัสดุ อุปกรณ์
วัสดุ อุปกรณ์
• ผ้าดิบสาหรับหอ่ ลกู ประคบ ขนาดกวา้ ง 35 ซม. ยาว 35 ซม.
• เชอื ก เขียง มีด กาละมงั ครก
สมนุ ไพรทใ่ี ชท้ าลูกประคบ(ลกู ประคบสมนุ ไพรสด)
• ไพล 1,000 กรัม
• ผวิ มะกรดู 400 กรัม
• ตะไคร้ 200 กรัม
• ใบมะขาม 400 กรมั
• ขมนิ้ ชัน 200 กรัม
• ใบสม้ ปอ่ ย 200 กรมั
• เกลือ 2 ชอ้ นโต๊ะ
• การบรู 4 ช้อนโตะ๊
(ทาลกู ประคบได้ 20 ลูก ขนาดลูกละ 120 กรัม)
สานักงานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมวิ บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วิภาวดรี ังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความร้ทู ตี่ อ้ งมี/ทักษะทต่ี ้องใช้
3.2 วิธกี าร ข้นั ตอน การทาลูกประคบสมุนไพร
ลกู ประคบสมุนไพรสด
วธิ กี ารเตรยี มสมนุ ไพร
• หั่นหัวไพล ขมิ้นชัน ให้เป็นลูกเต๋า ตะไคร้ซอยให้ละเอียด มะกรูด
ปอกเอาแตเ่ ปลอื ก นาไปโขลกกบั ครกพอหยาบๆ
• ใบมะขาม ใบส้มป่อย เด็ดออกจากก้านให้เป็นใบ นาไปผสมกับ
สมุนไพรในข้อที่ 1 เสร็จแล้วให้ใส่เกลือ การบูร คลุกเคล้าให้เป็น
เนอ้ื เดียว แต่อย่าให้แฉะเปน็ นา้
• แบ่งตัวยาที่คลุกเคล้าเรียบรอ้ ยแล้วใส่ผ้าดิบห่อเป็นลูกประมาณลูกส้มโอ
นา้ หนกั 120 กรมั รดั ด้วยเชือกให้แนน่
สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วภิ าวดรี ังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรู้ท่ีตอ้ งมี/ทกั ษะที่ตอ้ งใช้
ลูกประคบสมุนไพรแห้ง
วิธกี ารเตรียมสมนุ ไพร
• หั่นหัวไพล ขม้ินชัน ให้เป็นลูกเต๋า ตะไคร้ซอยให้ละเอียด มะกรูด
ปอกเอาแต่เปลือก ใบมะขาม ใบส้มป่อย เด็ดออกจากก้านให้เป็นใบ
นาไปตากแดดใหแ้ หง้ ใชเ้ วลา 7 วนั โดยแยกตากสมุนไพรแต่ละชนดิ
• เม่ือสมุนไพรแห้งดีแล้ว นาสมุนไพรตามอัตราส่วนมาผสมกัน ใส่เกลือ
การบรู คลุกเคลา้ ให้เปน็ เน้ือเดยี ว
• แบ่งตัวยาท่ีคลุกเคล้าเรยี บร้อยแล้วใส่ผ้าดิบหอ่ เป็นลูกประมาณลูกส้มโอ
นา้ หนกั 120 กรัม รัดด้วยเชือกให้แนน่
สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมวิ บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วภิ าวดีรังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความร้ทู ีต่ อ้ งมี/ทักษะทต่ี อ้ งใช้
การห่อลกู ประคบ
• นาส่วนทั้งหมดมาวางตรงกลางของผ้า เรม่ิ ต้นจบั มุมผ้า 2 มุม ขึ้นมาทบ
กัน โดยจับทีละมุมจนครบท้ัง 4 มุม จากน้ันจะเกิดมุมผ้าข้ึนมาอีก 4 มุม
ให้รวบมมุ ผา้ ทลี่ ะมุม อกี ครง้ั หน่ึงจนครบทั้ง 4 มุม
• แต่งชายผ้าให้เรียบร้อย ซ้อนกันเป็นชายเดียว จากนั้นค่อยๆ จัดแต่ง
ลกู ประคบให้เปน็ รูปทรงกลมทส่ี วยงาม
• เม่ือได้ลูกประคบเป็นรูปทรงกลมที่สวยงามแล้ว ให้นาเชือกมาพับคร่ึง
ร้อยเปน็ หว่ ง ให้ชายทงั้ สองเท่ากนั จากนั้นพันทบกัน 2 รอบแล้วผูกให้
แน่นด้วยเง่ือนตาย 1 รอบ ก็จะทาใหเ้ หลือปลายผ้าที่เท่ากันทั้งสอง
ขา้ ง จากนน้ั จงึ คอ่ ย ๆ จัดระเบียบชายผา้ ในสว่ นทีจ่ ะทาด้ามจบั
• การทาด้ามจับ โดยการจับชายผ้าที่เหลือมาซ้อนกันให้เรียบร้อย
เสรจ็ แล้วพบั เข้าหากนั เพอ่ื เก็บซ่อนชายผ้าทง้ั สองดา้ น
สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมวิ บลิ ดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วภิ าวดรี ังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรทู้ ตี่ อ้ งมี/ทักษะทีต่ อ้ งใช้
• หลังจากท่ีเราจัดแต่งและซ่อนชายผ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้พับลงมา
ประมาณ 2 นิ้วครงึ่ เพื่อทาด้ามจับใช้ปลายเชือกเส้นเดิมมาพันทบกันอกี
2 รอบโดยการผูกแบบเงื่อนตายใหแ้ นน่ อีกครั้งหนงึ่
• จากนั้นให้ซ่อนปลายเชือกไว้ในซอกผ้าตรงรอยพับท่ีเป็นด้าม จับ
และเพื่อใหล้ ูกประคบมีความแข็งแรงสวยงาม คงทนต่อการใช้งานให้นา
เชือกป่านผูกให้แน่นอีกครั้งโดยผูกแบบเง่ือนตาย ให้ปลายด้านหนึ่งยาว
ประมาณ 2 น้ิวครึ่ง เสรจ็ แล้วใหย้ กขึ้นมาแนบกับด้ามจับใช้ปลายเชือก
สว่ นท่ียาวกว่าค่อยพันข้ึนมา โดยใช้ปลายนิ้วไล่กดเชือกใหแ้ น่น การทา
เช่นน้ีจะทาให้เชือกเรียงกันดูสวยงามและเป็นระเบียบ เม่ือพันจนสุด
ชายเชือกแล้วให้ผูกเง่ือนตายไว้กับปลายเชือกเส้นที่แนบไว้กับด้ามจับ
ในตอนแรก จากนั้นซ่อนปลายไว้ในซอกผ้าท่ีเป็นด้ามจับ เพียงเท่านี้
ก็จะไดล้ กู ประคบที่สวยงามพรอ้ มใช้งาน
สานักงานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บลิ ดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วภิ าวดรี ังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรทู้ ีต่ ้องมี/ทกั ษะทต่ี ้องใช้
3.3 การเก็บรกั ษาลกู ประคบสมุนไพร
• ลูกประคบสมุนไพรที่ทาในแตล่ ะคร้ัง สามารถเกบ็ ไว้ใช้ซ้าได้ 3-5 วนั
• ควรเก็บลูกประคบไว้ในตู้เย็น จะทาให้เก็บได้นานข้ึน (ควรเช็ดลูก
ประคบดว้ ยถา้ มกี ล่ินบดู หรอื เหม็นเปรย้ี วไมค่ วรเก็บไว้)
• ถา้ ลกู ประคบแหง้ ก่อนใช้ควรพรมดว้ ยน้าหรอื เหล้าขาว
• ถ้าลูกประคบท่ีใช้ไม่มีสีเหลือง หรือสีเหลืองอ่อนลงแสดงว่ายาท่ีใช้
จืดแล้ว (คุณภาพนอ้ ยลง) จะใช้ไมไ่ ด้ผลควรเปลย่ี นลกู ประคบใหม่
สานักงานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมวิ บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วิภาวดรี ังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรูท้ ตี่ ้องมี/ทกั ษะที่ตอ้ งใช้
3.4 วธิ ีการใช้ลูกประคบสมุนไพร
• นาหม้อน่ึงใส่น้าแล้วต้ังท้ิงไว้ให้เดือด และนาลูกประคบวางบนช้ันนึ่งท้ิง
ไว้ประมาณ 10 – 15 นาที แลว้ จึงนามาใช้
• จัดท่าคนไข้ให้เหมาะสม เช่น นอนหงาย น่ัง นอนตะแคง ข้ึนอยู่กับ
ตาแหนง่ ท่จี ะทาการประคบสมุนไพร
• นาลูกประคบซ่ึงร้อนได้ที่แล้ว ประคบบริเวณที่ต้องการประคบ(ก่อนใช้
ต้องทดสอบความร้อนของลูกประคบด้วยการ นาลูกประคบแตะบรเิ วณ
ทอ้ งแขน หรือหลังมือของผปู้ ระคบกอ่ น)
• ในการวางลูกประคบบนผิวหนังคนไข้โดยตรงในช่วงแรกๆ ที่ลูกประคบ
กาลังร้อน ต้องทาด้วยความเร็ว อย่าวางแช่นานๆ เพื่อป้องกันผิวหนัง
ถูกลวก ไหม้ พอง จากความรอ้ น
• เม่ือลูกประคบคลายความร้อนลง ให้เปลี่ยนลูกประคบสลับกับลูกท่ีน่ึงไว้
ในหม้อนึ่ง (นาลูกป ระค บ เดิมไป นึ่งต่อให้ร้อนเ พ่ือรอการใช้สลับ กัน )
ทาซ้าต้งั แตข่ นั้ ตอนแรกจนถึงข้ันตอนสดุ ทา้ ย จนกวา่ อาการจะดีขนึ้
สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บลิ ดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วภิ าวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ความรู้ท่ตี ้องมี/ทกั ษะท่ตี อ้ งใช้
3.5 ขอ้ ควรระวังในการใช้ลกู ประคบสมนุ ไพร
• ห้ามใช้ลูกประคบที่ร้อนเกินไป โดยเฉพาะกับบริเวณผิวหนังอ่อนๆ
หรอื บริเวณทเี่ คยเปน็ แผลมากอ่ น
• ควรระวังเป็นพิเศษในผู้ป่วยเบาหวาน อัมพาต เด็ก และผู้สูงอายุ
เน่ืองจากกลุ่มบุคคลดังกล่าว ความรู้สึกตอบสนองต่อความร้อนช้า
อาจจะทาใหผ้ ิวหนงั ไหม้พองไดง้ ่าย
• ไมค่ วรใช้ลูกประคบสมุนไพรในกรณีที่มีแผลการอักเสบ(ปวด บวม แดง
รอ้ น) ในชว่ ง 24 ชั่วโมงแรก อาจจะทาใหบ้ วมมากขน้ึ
• หลังจากประคบสมุนไพรแล้ว ไม่ควรอาบน้าทันที เพราะจะไปชะล้าง
ตัวยาออกจากผิวหนัง และอุณหภูมิของร่างกายปรับเปล่ียนไม่ทัน
อาจจะทาให้เป็นไข้ได้
สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
69/18-19 อาคารชุดมิว บิลดิง้ ชนั้ 18-19 ถ.วภิ าวดีรังสติ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400