The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่-๑-กระต่ายไม่ตื่นตูม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nattanicha.t, 2021-04-26 01:48:39

บทที่-๑-กระต่ายไม่ตื่นตูม

บทที่-๑-กระต่ายไม่ตื่นตูม

แผนการเรียนร้กู ล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย

ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ วรรณคดลี านา

หน่วยที่ ๑ กระต่ายไม่ต่ืนตูม จานวน ๘ ชัว่ โมง

แผนการเรียนรู้ท่ี ๑ เรอ่ื ง การอา่ น การเขียนและเรียนรคู้ า คายาก เวลา ๑ ชว่ั โมง

สอนวนั ท่ี ........... เดือน ............................ พ.ศ. ..................

มฐ. ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้ และความคดิ ไปใช้ตัดสินใจ แก้ปญั หา และสร้างวสิ ยั ทัศน์

ในการดารงชีวิตและมีนสิ ัยรักการอา่ น
มฐ. ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขยี นส่ือสาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเรอ่ื งราวในรูปแบบต่างๆ

เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอย่างมปี ระสิทธิภาพ

มฐ. ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า

และนามาประยุกต์ใช้ในชวี ติ จริง

สาระสาคญั
การอ่าน การเขียนและเรียนรู้คา คายากได้ จะช่วยให้การอ่านเร่ืองราว เนื้อหาในบทเรียนได้ดี ถือเป็นการ

พัฒนาทกั ษะทางภาษาท่ผี เู้ รียนควรได้รับการฝกึ ฝน เพ่ือพฒั นาทกั ษะการอา่ นคา คายากและใชค้ าให้ถูกต้อง
จะทาให้การเรียนรภู้ าษาเป็นไปด้วยดีและเกดิ การพัฒนาตามมา

ผลการเรียนรทู้ ีค่ าดหวัง (รายครั้ง)
๑. อ่านคา คายาก ข้อความ และสานวนภาษาในบทเรียนได้ถกู ต้อง
๒. เขยี นคา คายาก ขอ้ ความ และสานวนภาษาในบทเรียนไดถ้ กู ต้อง
๓. บอกความหมายของคา คายากในบทเรยี นได้

สาระการเรยี นรู้
๑. การอา่ น คา คายาก ข้อความและสานวนในบทเรียน
๒. การอา่ นคา คายาก ขอ้ ความและสานวนภาษาในบทเรยี น
๓. การบอกความหมายของคายาก

กระบวนการเรยี นรู้
๑. เพอื่ ปลกุ เร้าความสนใจ และเชื่อมโยงการเรียนรู้ นกั เรียนดูแผนภมู ิเพลง “คาไทยใช้ให้ถกู ” อา่ น

ออกเสียงดงั ๆ พร้อมกัน ร้องเป็นเพลงตามครู ๑ เท่ียว ร้องกันเอง ๒ เทยี่ ว พรอ้ มปรบมอื ประกอบจังหวะ
ให้เกิดความสนุกก่อนเรียน (เนือ้ เพลงมใี นภาคผนวก)

๒. นกั เรียนดูบัตรคา คาว่า “เตลิด ราชสีห์ ตริตรอง ถล่ม โพรง เสร็จ พลาง” ที่ครูยกให้ดู แล้วร่วมกัน
สนทนา แสดงความคิดเห็น และอภิปรายถึงคา ความหมายของคา จากนัน้ ครูถามนาเพ่ือกระตุ้นและจุดประกาย
ความคิดใหน้ ักเรยี นตอบ เชน่

- นกั เรียนรไู้ หมว่าคาเหล่าน้ีมีความหมายวา่ อย่างใด (ตอบตามความเขา้ ใจ)
- คาเหล่าน้ที าหน้าทีใ่ นประโยคอะไรไดบ้ ้าง (ตอบตามความรู้ความเข้าใจเดิม)
- คาเหล่านี้สามารถนาไปใชแ้ ตง่ ประโยคได้อย่างไรบา้ ง (...........................)
- นกั เรียนคิดวา่ จะนาคาเหล่าน้ีไปใช้เปน็ ประโยชนท์ างภาษาได้อย่างไรหรือไม่

- นักเรยี นคิดวา่ เราจะสามารถนาคาเหล่านไี้ ปสรา้ งเปน็ เรื่องราวไดห้ รือไม่
- นักเรียนคดิ ว่าการเรียนรู้คา ความหมายของคา การอ่านคาที่ถกู ต้องมปี ระโยชน์ตอ่ การเรียน

ภาษาไทยและวชิ าอนื่ ๆ หรอื ไม่
- วันน้ีเรามาเรียนรู้คา การอา่ นคาและความหมายของคากันดไี หม

ฯลฯ
นักเรียนรว่ มกนั ตอบปากเปล่าตามความเข้าใจ ความรสู้ ึกนกึ คิดอย่างอิสระของนักเรียน
๓. นกั เรียนฟงั ครูอธบิ าย ใหค้ วามรเู้ ก่ยี วกบั เร่อื งตอ่ ไปน้ี เพอ่ื เปน็ พน้ื ฐานในการทากจิ กรรมและเรยี นรู้

ต่อไป
๓.๑ การเรยี นรู้คา คายาก กลุม่ คา ทงั้ อา่ นและเขยี นท่ีถูกต้อง

๓.๒ ความหมายของคา การหาความหมายของคาในพจนานุกรม
๓.๓ การใชพ้ จนานกุ รมง่าย ๆ(ควรมีพจนานกุ รมคาศพั ทใ์ ห้นกั เรียนศึกษาประกอบดว้ ย เพราะ
การใชพ้ จนานุกรมถือเป็นพนื้ ฐานในการใช้ภาษาท่ีถกู ต้องจงึ ควรฝกึ ใหน้ ักเรียนใชใ้ หเ้ ปน็

ตั้งแต่ระดบั น้ี เมอื่ สงู ข้นึ จะไดไ้ ม่มปี ัญหา)
๓.๔ คา ชนิดของคาเบอ้ื งตน้ เช่น คานาม คาสรรพนาม คากรยิ า คาวเิ ศษณ์

๓.๕ การเรยี งลาดับคาตามหลกั พจนานกรม
๔. นกั เรียนรว่ มกนั หาคา คายาก สานวนภาษาในบทเรยี น แล้วร่วมกนั เขยี นคาอ่านคาและหา
ความหมายของคา โดยใหค้ นท่ีมลี ายมือสวยงามเขยี นบนกระดาน โดยใช้ตารางดังนี้

คา คาอ่าน ความหมาย

ตวั อย่าง ถะ-หวัน ก. ทรง, ครอง, เจรญิ . ว.ใหญ่
ถวลั ย์

๕. แต่ละคนจดเอาคาจากตาราง จดั ทาเป็นพจนานกุ รมประจาตวั ใหเ้ ปน็ คลงั คาเพ่ือคน้ ควา้ ต่อไป

๖.เพอ่ื เปน็ พื้นฐานในการอา่ นเรื่องให้นักเรยี นฝกึ อ่านคายากสานวนภาษาในตารางคาบนกระดานดาหรือ
จากบทเรียนและที่หามาไดด้ ัง ๆ พรอ้ มกนั คาใดนักเรียนอ่านไมไ่ ด้ หรือไม่ถกู ต้องชดั เจน ครชู ว่ ยพาอา่ น
ใหถ้ กู ตอ้ ง

๗.นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุม่ ละ ๔-๖ (ควรคละกนั ระหว่างเก่ง ปานกลาง และอ่อน) คน แต่และกลุ่มรับใบ
กิจกรรมสรรคส์ รา้ งและปฏบิ ตั ติ ามขน้ั ตอนในใบกิจกรรมสรรคส์ รา้ ง เสรจ็ แล้วนาเสนอผลงานทีห่ นา้ ช้นั และ

สง่ ครูตรวจ
๘. นกั เรียนรว่ มกนั สรปุ ผลการเรียนรู้ครัง้ นี้โดยถามตอบเกี่ยวกับคาศัพทก์ ันเองเป็นการประเมนิ กนั เอง

ไปในตัวด้วยจากน้ันให้สรุปองค์ความรู้ในเร่ืองที่เรียนในรูปของแผนที่ความคิด หรือในลักษณะอน่ื ก็ได้ ครูคอย

เพมิ่ เตมิ หรือเตมิ เตม็ ในส่วนทเี่ ห็นว่าควรเสริม
๙. นักเรยี นทาแบบฝกึ หัดท่ี ๑

สื่อ/อปุ กรณ์
๑. เพลง
๒. บัตรคา

๓. แบบฝึกหัด
๔. ใบกิจกรรมสรรคส์ ร้าง

๕. พจนานกุ รม
๖. ปทานกุ รม
๗. ตารางคา

แหล่งเรยี นรู้
๑. หอ้ งเรียน
๒. ห้องสมุด

กระบวนการวัดผลประเมินผล

๑. วธิ ีการวดั ผลและประเมนิ ผล

๑.๑ การสังเกต

๑.๑.๑ การเขยี นคา คายาก

๑.๑.๒ การหาความหมายคา คายาก

๑.๒ ตรวจผลงาน

๑.๒.๑ แบบฝกึ หัด

๑.๒.๒ การเขียนคา/หาความหมายของคา

๒. เกณฑก์ ารประเมนิ

๒.๑ การเขยี นคา ผ่านเกณฑอ์ ย่างนอ้ ยร้อยละ ๘๐

๒.๒ การตรวจผลงาน ผา่ นเกณฑอ์ ยา่ งนอ้ ยรอ้ ยละ ๖๐

๓. เคร่อื งมือประเมินผล

๓.๑ แบบสงั เกต

๓.๒ แบบฝกึ หัด

๓.๓ ใบกจิ กรรม

กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

ขอ้ เสนอแนะและความคดิ เหน็ ของผ้บู ริหาร
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

(ลงช่อื )
(........................................................)

ผู้อานวยการโรงเรียน..........................................

บันทึกหลงั สอน
ผลการเรยี นรู้/สอน
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

๑. ดา้ นกจิ กรรมการเรียนรู้
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

๒. ดา้ นการมีสว่ นร่วมในการใช้ส่อื
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

๓. ดา้ นการวัดผลและประเมนิ ผล
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

๔. ดา้ นการบรู ณาการการเรียนรู้
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ปัญหา/อปุ สรรค
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

(ลงช่อื )....................................................ผนู้ ากิจกรรม
( ............................................ )

ภาคผนวก

เพลง คาไทยใชใ้ ห้ถูก
คาร้อง ทานอง สาลี รักสทุ ธี

คาไทย ภาษาไทยน้นั หนา
ถือเปน็ ภาษามีหลักการใช้
ท้ังเขียนอา่ นหลักการจาไว้
และนาไปใช้ให้ถกู วธิ ี

เราจะเก่งเรื่องภาษาไทย
อ่านเขยี นคาได้และจาใหด้ ี
คาไทยใช้ใหถ้ ูกทุกที่
ปญั หาไมม่ เี มือ่ ใชค้ าถกู เอย.

ใบกิจกรรม

ตอนท่ี ๑
คาชีแ้ จง หาคาศัพท์ คายาก ข้อความและสานวนภาษาท่คี วรศึกษา หาความหมายจาก
พจนานกุ รมกรอกลงในตารางที่กาหนดให้ (จดั ทาเปน็ พจนานกุ รมคาของกลมุ่ ) คาใดทีส่ ามารถแปล
เปน็ ภาษาองั กฤษไดก้ ใ็ หแ้ ปลไว้ด้วย

คาไทย คาภาษา คาอา่ น ชนดิ ของคา ความหมาย
อังกฤษ กระ-ตา่ ย, แรบ-บทิ คานาม
ตวั อย่าง ช่อื สตั ว์เล้ียงลกู ดว้ ยนม
กระต่าย rabbit ขนาดเลก็ มีขนปุย หยู าว
ชอบกนิ ใบไมแ้ ละหญ้า
เปน็ อาหาร

คาไทย คาภาษาองั กฤษ คาอ่าน ชนิดของคา ความหมาย

ตอนที่ ๒ เขยี นเคร่อื งหมาย รอบคาท่ีเขียนผดิ แลว้ เขียนใหม่ให้ถูกตอ้ ง

๑. กระต่าย เมกฝน ไพเราะ
................................................................................................

๒. ถร่ม มะพรา้ ว หล่น

...........................................................................................

๒. หัวเราะ นิทาน เครื่อนผา่ น

..........................................................................................

๓. ปรอบใจ เสร็จ สบาย
..........................................................................................

๕. สณั ญา กลุ้มใจ อาหาร

...........................................................................................

๖. ครอบครัว กระหลา่ ปลี กระไร

...........................................................................................

๗. ตน้ ตาน เสนาะ สัตว์

...........................................................................................

๘. ฉะนี้ พลาง ปันญา

...........................................................................................

๙. โบราณ อานาจ ราชสี

...........................................................................................

๑๐ .อานาช ถล่ม เวทนา

..........................................................................................

แบบฝึกหัดที่ ๑

เพือ่ ประเมินความรคู้ วามเข้าใจเก่ียวกบั คาศัพท์
ตอนท่ี ๑ คาชแ้ี จง จงเขียนคาอา่ นของคาต่อไปนี้ และเรยี งลาดับคาใหมต่ ามหลักพจนานกุ รม

๑. นิทาน อา่ นว่า ........................................................................
๒. สัตว์ อ่านวา่ ..........................................................................
๓. ปญั ญา อา่ นวา่ ........................................................................
๔. เวทนา อ่านวา่ ........................................................................
๕. ราชสีห์ อา่ นวา่ .......................................................................
๖. ถลม่ อา่ นวา่ ...........................................................................
๗. ตริตรอง อา่ นวา่ .........................................................................
๘. สุภาษิต อ่านวา่ .............................................................................
๙. สนทิ อา่ นว่า ..............................................................................
๑๐.อตุ สาหะ อา่ นว่า .............................................................................

เรยี งคาใหม่

๑. ....................................................................................................................................
๒. ....................................................................................................................................
๓. ....................................................................................................................................
๔. ....................................................................................................................................
๕. ....................................................................................................................................
๖. ....................................................................................................................................
๗. ....................................................................................................................................
๘. ....................................................................................................................................
๙. ....................................................................................................................................
๑๐.....................................................................................................................................

ตอนที่ ๒
คาชแ้ี จง จงเขยี นคาจากคาอา่ นที่กาหนดให้ ให้ถกู ตอ้ ง

๑. สะ-ติ-ปัน-ยา เขียนว่า ................................................................................................

๒. ราด-ชะ-สี เขียนว่า ................................................................................................

๓. พระ-ชาด เขียนวา่ ................................................................................................

๔. นิ-ไส เขียนวา่ ................................................................................................

๕. พิ-จา-ระ-นา เขยี นว่า ................................................................................................

๖. อะ-หรอ่ ย เขียนว่า ................................................................................................

๗. วิ-เคราะ เขยี นว่า ................................................................................................

๘. ลัก-สะ-หนะ เขยี นว่า ................................................................................................

๙. สง-ไส เขยี นวา่ ................................................................................................

๑๐.พระ-อิน เขียนวา่ ................................................................................................

แบบประเมินการทางานกลมุ่

กลุม่ ท่ี ................ ช่อื กลุ่ม ........................................................

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๓

โรงเรยี น ...................................................................... อาเภอ ................... จังหวดั .................................

ภาคเรียนท่ี .............. ปกี ารศกึ ษา ..................

ประเมนิ ครั้งท่ี ........... วนั ที่ ........... เดือน ............................................ พ.ศ. .................

_______________________________________________________________________________

คาชแ้ี จง ครปู ระเมนิ พฤตกิ รรมของนกั เรียนในการร่วมกจิ กรรมกลุ่ม และให้คะแนนลงในชอ่ งที่ตรงกบั
พฤตกิ รรมของนกั เรยี น

เกณฑก์ ารประเมนิ ผ้ผู ่านการประเมิน ต้องได้คะแนนรวมร้อยละ ๘๐ ขึน้ ไป

ผู้ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน ตอ้ งได้คะแนนต้ังแต่ ๑๔ คะแนน ขึน้ ไป
ลงชือ่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ

(........................................................)

รายละเอียดเกณฑก์ ารให้คะแนนแบบประเมนิ การทางานกลุ่ม (rubrics)

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓

โรงเรียน ..............................................................ภาคเรยี นที่ ............. ปกี ารศึกษา ....................

ประเด็นการประเมนิ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
๓๒


๑. คณะทางาน มปี ระธาน เลขานกุ าร ขาดองคป์ ระกอบ ขาดองคป์ ระกอบ

ผ้นู าเสนอ ผ้รู ว่ มงาน ๑ อย่าง ๒ อย่างขึ้นไป

๒. ความรับผิดชอบตอ่ ทกุ คนทาหน้าท่ี และ มีผทู้ ม่ี หี นา้ ท่ี แตไ่ ม่ มผี ้ทู ม่ี ีหน้าที่ แต่ไม่

หนา้ ที่ ความรบั ผิดชอบต่อ รับผิดชอบ ๑ คน รับผดิ ชอบ ๒ คนขน้ึ ไป
หน้าทีข่ องตนเอง

๓. ขนั้ ตอนการทางาน ๑) คัดเลอื กเรื่องตาม ขาดขนั้ ตอน ๑ ขั้นตอน ขาดขน้ั ตอน ๒ ขนั้ ตอน

ความสนใจของกลมุ่ หรือไมช่ ัดเจน ขน้ึ ไปหรือไม่ชัดเจน

๒) มีการวางแผนงาน

๓) เตรียมวสั ดอุ ุปกรณ์

๔) ปฏิบัติตามแผนและ

พฒั นางาน

๔. ความรว่ มมอื ทกุ คนมสี ว่ นร่วมและ ร้อยละ ๘๐ ของกลุ่ม รอ้ ยละ ๖๐ ของกลุม่
ในการทางาน ให้ความรว่ มมืออยา่ ง มีส่วนรว่ มและใหค้ วาม มสี ่วนร่วมและใหค้ วาม
เต็มที่ ร่วมมือ รว่ มมอื

๕. การรว่ มงานกล่มุ ทุกคนร่วมกจิ กรรมกลุ่ม รอ้ ยละ ๘๐ ของกลุม่ ร้อยละ ๖๐ ของกลุ่ม
อยา่ งมีความสุข
อยา่ งมีความสขุ ร่วมกิจกรรมกลุม่ อย่าง ร่วมกิจกรรมกลมุ่ อย่าง

มคี วามสขุ มคี วามสขุ

๖. เวลา เสรจ็ ตามกาหนด และ เสรจ็ ไม่ทันตามกาหนด เสรจ็ ไมท่ ันตามกาหนด

งานมคี ุณภาพ แต่งานมคี ณุ ภาพ และงานไม่มคี ุณภาพ

แผนการเรียนรู้กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย

ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ วรรณคดีลานา

หน่วยท่ี ๑ กระตา่ ยไม่ต่ืนตมู จานวน ๘ ชว่ั โมง

แผนการเรียนรูท้ ่ี ๒ เร่อื ง การอ่านในใจบทเรียน (ครง้ั ที่ ๑) เวลา ๑ ชั่วโมง
สอนวนั ที่ ........... เดือน ............................ พ.ศ. ..................

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้ และความคิดไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหา และสร้างวิสยั ทัศน์
ในการดารงชวี ิตและมนี ิสัยรกั การอา่ น

สาระสาคัญ
การอ่านในใจเป็นการอ่านที่เข้าใจเรอื่ งราวได้เพียงคนเดยี ว ผู้อ่านตอ้ งใช้สมาธิ สติในการอ่าน ศึกษา

คายาก ตงั้ จดุ หมายในการอ่าน อ่านอย่างพินิจ พจิ ารณา จะทาให้จับใจความสาคัญของเรอื่ งทอี่ า่ น สามารถ
ตอบคาถาม ลาดับเหตกุ ารณข์ องเรอ่ื ง และนาไปเขียนเป็นแผนภาพโครงเรือ่ ง เพ่ือการเล่าเรื่องและเขยี น
เรอ่ื งได้

ผลการเรียนรู้ท่คี าดหวัง (รายครงั้ )
๑. อา่ นในใจบทเรยี นตามหลกั การอา่ นในใจทด่ี ไี ด้ถกู ต้อง
๒. ตัง้ คาถาม ตอบคาถาม จากเรอื่ งทีอ่ า่ นได้
๓. สรปุ ขอ้ คดิ ใจความสาคญั ของเรอ่ื งทอ่ี ่านได้

สาระการเรยี นรู้
๑. อ่านในใจบทเรยี นท่ี ๑ เร่อื ง กระตา่ ยไม่ต่ืนตูม และเรอื่ งท่ีกาหนด
๒. การตั้งคาถาม ตอบคาถามของเรือ่ ง
๓. การสรุปขอ้ คิด ใจความสาคญั ของเร่ือง

กระบวนการเรยี นรู้
๑. เพ่ือปลุกเร้าความสนใจ และเช่ือมโยงสาระการเรยี นรู้ นักเรียนดูแผนภูมิเพลง “การอา่ นในใจ”

อ่านออกเสียงดงั ๆ พร้อมกนั ๑ เท่ียว ร้องเปน็ เพลงตามครู ๑ เทย่ี ว แล้วร้องกันเอง ครูใหค้ วามรู้เพ่มิ เตมิ
เกีย่ วกับการอา่ นในใจ แล้วสือ่ สู่สาระการเรียนรู้ (เน้อื หาเพลงมใี นภาคผนวก)

๒. รว่ มกนั สนทนาถงึ หลักและวิธกี ารอา่ นในใจ ครูใหค้ วามรแู้ ละเสนอแนะหลักการอ่านในใจเพ่ิมเตมิ ดงั น้ี
๒.๑ นงั่ หรือยืนตามสบาย
๒.๒ จบั หนงั สือใหถ้ กู ตอ้ ง ซ่ึงมี ๒ วิธี คอื
๑) นง่ั
- หนงั สือวางบนโตะ๊ มอื ขวาจบั มุมบนด้านขวา ใชน้ ว้ิ ชีเ้ ตรียมพรอ้ มท่ีจะพลกิ หน้า
ตอ่ ไป มือซา้ ยวางบนหนา้ ซ้าย
- หนังสอื หา่ งจากหน้าผ้อู า่ นประมาณ ๑๒ นิ้ว
๒) ยนื
- ประคองหนงั สือด้วยมือซา้ ย มอื ขวาจบั มุมบนด้านขวา โดยใช้นิว้ เตรยี มพร้อมที่จะ
พลกิ หน้าต่อไป
- หนงั สอื หา่ งจากหนา้ ผูอ้ า่ นประมาณ ๑๒ นว้ิ

๒.๓ ขณะอ่าน

- ไมเ่ อยี งคอ
- ไม่ส่ายหน้าตามบรรทัด
- ไม่ชตี้ ามตัวอกั ษร
- ไม่เอามือเท้าคาง (น่งั อา่ น)
๒.๔ ความเขา้ ใจในการอ่าน
- อ่านได้ถูกตอ้ ง
- รูค้ วามหมายของเรื่อง (ประโยค วลี) ได้
- จับรายละเอียดเร่อื งท่ีสาคญั ได้
- วิจารณ์ตวั ละครได้
ทมี่ า : กรมวิชาการ,กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๔๖) กิจกรรส่งเสริมการอา่ นหนา้ ๒๙๓
๓. นกั เรียนฟงั ครแู จ้งจุดประสงค์ในการอ่านในใจ หรอื ผลการเรียนรทู้ คี่ าดหวังครั้งนี้ เช่น
๓.๑ ต้ังคาถาม และตอบคาถาม จากเรอื่ งที่อา่ นได้
๓.๒ สรปุ ข้อคดิ และใจความสาคญั ของเรอ่ื งที่อา่ นได้
๔. แต่ละคนรับใบกิจกรรมท่ี ๑ เพ่ือฝึกอา่ นในใจเป็นรายบุคคลเบ้ืองต้น โดยใช้หลักการอ่านในใจตามที่
ครูแนะ (เน้นการอ่านคร่าว ๆ และอ่านอยา่ งพินิจพจิ ารณา)
๕. นกั เรียนแบ่งกลมุ่ เปน็ ๔ กลมุ่ กล่มุ ละ ๔ - ๖ คน โดยให้คละกนั ระหว่างเก่ง ปานกลาง และอ่อน
๖. แต่และกลุ่มรับใบกจิ กรรมที่ ๒ อา่ นในใจเรอ่ื งตามทก่ี าหนดในใบกจิ กรรม และทากจิ กรรมตามขนั้ ตอน
ทก่ี าหนดในใบกิจกรรม เสรจ็ แล้วนาเสนอหนา้ ชั้นและส่งครูตรวจตอ่ ไป
๗. นักเรยี นทาแบบฝกึ หัดที่ ๒

สื่อ/อปุ กรณ์
๑. เพลง
๒. ใบกิจกรรม
๓. หลักการอ่านในใจ
๔. แบบฝกึ หดั ที่ ๒
๕. คาถามนา

แหล่งเรยี นรู้
๑. หอ้ งเรยี น
๒. ห้องสมุด

กระบวนการวัดผลประเมินผล
๑. วธิ ีการวดั ผลและประเมนิ ผล
๑.๑ การสงั เกต
การอ่านในใจ
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ แบบฝึกหัดท่ี ๒
๑.๒.๒ การเขยี นสรุปขอ้ คิด
๒. เกณฑ์การประเมนิ
๒.๑ สงั เกตอ่านในใจ ผ่านเกณฑ์อยา่ งน้อยรอ้ ยละ ๘๐

๒.๒ การตรวจผลงาน ผ่านเกณฑอ์ ย่างนอ้ ยร้อยละ ๘๐
๓. เครอ่ื งมือประเมนิ ผล

๓.๑ แบบสังเกตการอา่ นในใจ
๓.๒ แบบประเมนิ การตรวจผลงาน (ใบกิจกรรมสรรค์สรา้ ง)
หมายเหตุ แบบประเมินท้งั ๒ จะรวมอยใู่ น “แบบสังเกต” ชุดเดียวกัน ครูผู้สอนสามารถปรับข้อมลู

กิจกรรมได้ตามสาระการเรียนรแู้ ตล่ ะคร้ัง

กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

ข้อเสนอแนะและความคดิ เหน็ ของผู้บริหาร
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

(ลงชอ่ื )
(........................................................)

ผอู้ านวยการโรงเรยี น..........................................

บันทกึ หลงั สอน
ผลการเรียนรู้/สอน
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

๑. ด้านกจิ กรรมการเรียนรู้
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

๒. ดา้ นการมสี ว่ นร่วมในการใช้สอื่
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

๓. ดา้ นการวัดผลและประเมนิ ผล
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

๔. ดา้ นการบูรณาการการเรียนรู้
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ปัญหา/อุปสรรค
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

(ลงชื่อ)....................................................ผ้นู ากิจกรรม
( ............................................ )

ภาคผนวก

เพลงอา่ นในใจ

คาร้อง สาลี รกั สทุ ธี ทานอง เป็นโสดทาไม

อา่ นในใจอ่านไมใ่ หใ้ ครได้ยิน เสียงไม่ออกมาทั้งส้นิ ไม่ได้ยนิ เสยี งจริง ๆ หนา

อ่านในใจเพอ่ื จับใจความทุกครา สรปุ ใจความได้วา่ ท่ีอา่ นมานั้นคืออะไร

อา่ นในใจตงั้ ใจอา่ นได้ดีกวา่ วุ่นวายจะไมเ่ ขา้ ทา่ เสียเวลาอ่านไม่เขา้ ใจ

สมาธิมน่ั สาคญั ควรเอาใจใส่ อ่านไปแล้วเขา้ ใจตอบคาถามได้สบายจรงิ เอย

ใบกจิ กรรมท่ี ๑

คาชี้แจง ให้นักเรียนฝึกอา่ นเคล่ือนสายตาแบบเส้นขวาง โดยอา่ นในใจแล้วตอบคาถาม
๑. อ่านพยญั ชนะ
ส ––––––– ก ––––––––– ร ––––––––– อ –––––––––– ว
อ ––––––– ต ––––––––– ง ––––––––– ย –––––––––– บ
ช ––––––– ป ––––––––– ซ –––––––– ด –––––––––– ข

คาถาม
๑. มตี วั อกั ษรท้งั หมดกต่ี ัว

.............................................................................................................................................
๒. มตี ัวอักษรทีซ่ ้ากันกตี่ วั อะไรบ้าง

.............................................................................................................................................

๒. อ่านคาและกลุ่มคา
ขนมตาล ––––– หมอ ––––– กลว้ ย –––––– ครู ––––––– ขนุน
นอ้ ยหน่า –––––– ไข่ลกู เขย ––––––– พยาบาล –––––– ขนมครก
พทุ รา –––––––– สับปะรด ––––––– ตารวจ –––––––– ข้ามต้มมดั
ทหาร –––––––– ลาไย –––––––––– กล้วยบวชชี –––––– มะละกอ

คาถาม
๑. มีชื่อตน้ ไม้กช่ี นิดอะไรบ้าง

...................................................................................................................................................
๒. มชี อ่ื ขนมกช่ี นิดอะไรบา้ ง

...................................................................................................................................................
๓. มีช่ือคนหรอื อาชพี เท่าไรอะไรบา้ ง

...................................................................................................................................................

ใบกิจกรรมท่ี ๒

คาชแี้ จง ให้นกั เรยี นแต่ละกล่มุ อ่านในใจเร่อื งทก่ี าหนดให้แล้วช่วยกนั ตั้งคาถามและเขยี นคาถาม
คาตอบ

สรุปใจความสาคัญและขอ้ คดิ ของเรอ่ื งลงในช่องว่าง กลมุ่ ละ ๕ ขอ้ จากนั้นนาเสนอต่อ
หนา้ ชนั้ เรยี น

กลมุ่ ท่ี ๑ อ่านเร่อื ง “กระต่ายไมต่ ่นื ตมู ” จากหน้า ๑ - ๔
กลมุ่ ท่ี ๒ อา่ นเรื่อง “กระตา่ ยตื่นตูม” จากหน้า ๕ - ๗
กลุม่ ท่ี ๓ อ่านเร่ือง “กระตา่ ยแหย่เสือ” จากหน้า ๑๒ - ๑๗
กลุม่ ที่ ๔ อ่านเร่อื ง “กระตา่ ยนอ้ ยนา่ รกั ” จากหน้า ๑๘

ชอ่ื กลมุ่ .............................................................
สมาชิกของกลุ่ม
๑. ................................................................ ประธาน
๒. ................................................................ รองประธาน
๓. ................................................................ กรรมการ
๔. ................................................................ กรรมการ
๕. ................................................................ กรรมการ
๖. ................................................................ เลขานกุ าร

คาถาม คาตอบ สรปุ ใจความสาคัญ/ข้อคิดของ
เรื่อง

แบบฝึกหดั ท่ี ๒

เพือ่ ประเมนิ การอ่านในใจและคดิ วเิ คราะห์
คาช้ีแจง จงตอบคาถามต่อไปนี้

๑. นกั เรียนคิดว่าแมก่ ระตา่ ย ในเรือ่ งกระตา่ ยไม่ต่ืนตูม เป็นกระต่ายที่นา่ เอาอย่างหรือไม่เอาอย่าง อย่างไร
ให้เหตุผล

........................................................................................................................................................
๒. นกั เรยี นคิดวา่ ขอ้ ใดท่ีแสดงให้เห็นวา่ แม่กระต่ายเป็นผู้ทมี่ เี หตมุ ีผล

........................................................................................................................................................
๓. นกั เรียนคิดวา่ ลูกกระต่ายในเรื่องกระตา่ ยไม่ตน่ื ตูม เป็นกระตา่ ยท่ีมีลกั ษณะอย่างไร มีเหตุมผี ลดีหรือไม่

เพราะเหตุไร

........................................................................................................................................................
๔. ลกู กระตา่ ยขาวและลกู กระต่ายดาในเร่ืองนี้ มลี ักษณะนิสยั เหมือนกับกระตา่ ยในนิทานทีแ่ ม่เล่าใหฟ้ ัง

หรอื ไม่ เพราะอะไร

........................................................................................................................................................
๕. นักเรียนคิดว่า หากไดเ้ ปน็ ตวั ละครในเรอ่ื งนี้ จะเลือกเปน็ ตวั ละครใด เพราะเหตุใด

........................................................................................................................................................
๖. นักเรยี นคิดว่า เหตใุ ดแม่กระตา่ ยจงึ เล่านทิ าน เร่ือง กระต่ายต่ืนตูม ให้ลูกกระต่ายฟงั

........................................................................................................................................................
๗. นักเรียนคิดว่า ธรรมชาติของกระต่ายกับกระต่ายในนิทานเรื่องน้ี มีอะไรที่เหมอื นกันและแตกต่างกนั บา้ ง

........................................................................................................................................................
๘. นักเรียนเคยฟังขา่ ว อ่านข่าว ได้ยินเรื่องราว หรือพบเหน็ เหตกุ ารณ์ท่ีมีลักษณะเช่นเดียวกับนิทาน เรื่อง

กระตา่ ยต่นื ตูม บ้างหรอื ไม่ ลองยกตวั อย่างมาใหท้ ราบ

........................................................................................................................................................
๙. เรื่องนใ้ี หข้ อ้ คดิ อะไรบา้ ง

........................................................................................................................................................

แบบประเมนิ การอ่านในใจ
กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๓
โรงเรยี น ...................................................................... อาเภอ ................... สพท .................................

ภาคเรียนที่ .............. ปีการศกึ ษา ..................
ประเมินครัง้ ท่ี ........... วันที่ ........... เดือน ............................................ พ.ศ. .................
_______________________________________________________________________________
คาช้แี จง ครูประเมินพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการอ่านในใจ และให้คะแนนลงในชอ่ งทต่ี รงกับพฤตกิ รรม
ของนักเรียน
เกณฑ์การประเมนิ ผผู้ ่านการประเมนิ ต้องได้คะแนนรวมร้อยละ ๘๐ ขน้ึ ไป

ผผู้ า่ นเกณฑก์ ารประเมิน ตอ้ งได้คะแนนตัง้ แต่ ๑๔ คะแนน ข้นึ ไป
ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมิน
(........................................................)

รายละเอยี ดเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมินการอา่ นในใจ (rubrics)
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓

โรงเรียน ..............................................................ภาคเรียนที่ ............. ปกี ารศึกษา ....................

ประเด็นการประเมนิ เกณฑ์การให้คะแนน
๓๒


๑. การวาง/การจับ ลักษณะท่าทางการวาง ลกั ษณะท่าทางการวาง ลักษณะทา่ ทาง การวาง
หนงั สือถกู ต้อง และการจบั หนังสือ และการจับหนังสือไม่ และการจบั หนงั สอื ไม่
ถกู ต้อง ถกู ตอ้ ง ๑ อยา่ ง ถูกต้อง ๒ อย่างขนึ้ ไป

๒. การกวาดสายตา กวาดสายตาจากซา้ ยไป กวาดสายตาจากซา้ ยไป กวาดสายตาจากซ้ายไป

ขวาไดถ้ ูกตอ้ ง ขวาไดถ้ ูกตอ้ ง แตช่ ้า ขวาไดถ้ ูกตอ้ ง แต่ช้ามาก

สม่าเสมอและรวดเร็ว

๓. ไม่ใชม้ อื ช้ตี ามตัว ไม่ใช้มือชต้ี ามตวั อักษร ไม่ใชม้ อื ชี้ตามตัวอักษร ใชม้ อื ชี้ตามตวั อักษร
อักษร
ขณะที่อา่ นในใจตลอด บา้ ง ในบางครัง้ ขณะที่
ทง้ั เรือ่ งตั้งแต่ตน้ จนจบ อ่านในใจ

๔. ไม่ส่ายหน้าไปมาใน ไม่สา่ ยหนา้ ไปมาในขณะ สา่ ยหน้าไปมาเป็น ส่ายหนา้ ในขณะอา่ น

ขณะอ่าน อ่านในใจตลอดท้งั เร่อื ง บางครงั้ ในขณะอ่านในใจ ในใจตลอดเวลา

ตง้ั แต่ต้นจนจบ

๕. จบั ใจความสาคญั ของ จบั ใจความสาคญั ของ จบั ใจความสาคญั ของ จับใจความสาคญั ของเร่ือง
ทอี่ า่ นไม่ได้เลย
เรื่องท่อี ่าน เร่ืองทอ่ี า่ นไดท้ กุ ประเดน็ เรือ่ งทอี่ ่านไดเ้ ป็นบาง

ครบ สมบรู ณ์ ตงั้ แต่ตน้ ประเด็น ไม่สมบูรณ์

จนจบเรอ่ื ง

๖. ต้ังคาถาม/ตอบคาถาม อา่ นในใจแลว้ ตง้ั คาถาม อา่ นในใจแล้วตั้งคาถาม อ่านในใจแล้วตง้ั คาถาม

จากเรอื่ ง และตอบคาถามจากเรื่อง และตอบคาถามจากเรือ่ ง และตอบคาถามจากเรอ่ื ง

ทอี่ า่ นไดถ้ ูกต้อง ทกุ เร่ือง ที่อา่ นได้ถกู ต้อง บางเร่อื ง ทีอ่ า่ นไม่ได้และไม่ถกู ตอ้ ง

ทกุ ประเด็น บางประเดน็

แผนการเรียนร้กู ลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย

ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๓ วรรณคดีลานา

หน่วยท่ี ๑ กระต่ายไม่ต่นื ตูม จานวน ๘ ชวั่ โมง

แผนการเรียนรทู้ ่ี ๓ เรือ่ ง การอ่านในใจบทเรียน (คร้ังท่ี ๒) เวลา ๑ ชั่วโมง
สอนวนั ที่ ........... เดอื น ............................ พ.ศ. ..................

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้ และความคดิ ไปใชต้ ัดสนิ ใจ แกป้ ัญหา และสรา้ ง
วสิ ัยทศั นใ์ นการดารงชวี ิตและมนี สิ ยั รกั การอ่าน

สาระสาคัญ
การอ่านในใจเป็นการอา่ นท่เี ข้าใจเรื่องราวไดเ้ พียงคนเดียว ผ้อู า่ นตอ้ งใช้สมาธิ สติในการอา่ น ศึกษา

คายาก ต้ังจุดหมายในการอา่ น อ่านอยา่ งพินิจ พิจารณา จะทาให้จบั ใจความสาคัญของเร่ืองทอี่ า่ น สามารถ
ตอบคาถาม ลาดับเหตกุ ารณ์ของเรอ่ื ง และนาไปเขียนเปน็ แผนภาพโครงเรื่อง เพอ่ื การเลา่ เรอ่ื งและเขียนเรื่องได้

ผลการเรยี นรู้ทค่ี าดหวัง (รายคร้งั )
๑. อ่านในใจบทเรยี นตามหลกั การอ่านในใจทีด่ ีได้ถกู ตอ้ ง
๒. ตง้ั คาถาม ตอบคาถาม จากเรอื่ งทอี่ ่านได้
๓. สรุปขอ้ คิด ใจความสาคญั ของเรอื่ งทีอ่ ่านได้

สาระการเรยี นรู้
๑. อา่ นในใจบทเรยี น และเรือ่ งทก่ี าหนด
๒. การตัง้ คาถาม ตอบคาถามของเรื่อง
๓. การสรุปขอ้ คิด ใจความสาคญั ของเรอ่ื ง

กระบวนการเรียนรู้
๑. เพื่อกระตุน้ ความสนใจ และเชื่อมโยงสาระการเรยี นรู้ นักเรยี นดูร้องเพลง “การอ่านในใจ” อีกครัง้

(เน้ือหาเพลงมีในภาคผนวกแผนฯท่ี ๒)
๒. นักเรยี นร่วมกนั ทบทวนหลกั การอา่ นในใจ แล้วฟังครแู จ้งจุดประสงค์การเรยี นอีกคร้ัง
๓. แต่ละคนรบั ใบกจิ กรรมที่ ๑ เพ่ือฝึกอา่ นในใจเปน็ รายบคุ คลเบอ้ื งตน้ โดยใชห้ ลักการอ่านในใจ

ตามหลกั การอ่านในใจทด่ี แี ละตามท่ีครแู นะนา (เน้นการอ่านคร่าว ๆ และอ่านอยา่ งรวดเรว็ )
๔. แต่ละคนอ่านในใจเนื้อหาในเรื่องตอ่ ไปน้ี
๔.๑ เรื่อง “กระต่ายไม่ตื่นตูม” จากหน้า ๑ - ๔
๔.๒ เรื่อง “กระต่ายตื่นตมู ” จากหนา้ ๕ - ๗
๔.๓ เรือ่ ง “กระต่ายแหยเ่ สอื ” จากหนา้ ๑๒ - ๑๗
๔.๔ เรื่อง “กระต่ายนอ้ ยนา่ รกั ” จากหนา้ ๑๘
๕. แต่ละคนทากิจกรรมหลงั อา่ นในใจตามกิจกรรมข้อ ๕ ดงั นี้
๕.๑ ตง้ั คาถามใหไ้ ดม้ ากทสี่ ุด (วงเลบ็ คาตอบไว้ด้วย)
๕.๒ สรุปใจความสาคัญและข้อคิดของเรอ่ื ง
๕.๓ ทาแผนท่ีความคิดของแตล่ ะเร่ือง
๕.๔ นาเสนอผลงานที่หนา้ ช้ัน และส่งครตู รวจ
๖. แต่ละคนรับใบกจิ กรรมที่ ๒ (ทาเปน็ การบ้าน)

ส่อื /อุปกรณ์
๑. เพลง
๒. ใบกจิ กรรม
๓. หลกั การอ่านในใจ
๔. คาถามนา

แหล่งเรียนรู้
๑. หอ้ งเรียน
๒. ห้องสมดุ

กระบวนการวัดผลประเมินผล
๑. วธิ ีการวัดผลและประเมนิ ผล
๑.๑ การสงั เกต
การอา่ นในใจ
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ การเขียนสรุปขอ้ คดิ

เกณฑ์การประเมนิ
๑ สังเกตอา่ นในใจ ผา่ นเกณฑ์อย่างนอ้ ยร้อยละ ๘๐
๒ การตรวจผลงาน ผ่านเกณฑอ์ ย่างนอ้ ยร้อยละ ๘๐

เคร่อื งมอื ประเมินผล
๑ แบบสงั เกตการอ่านในใจ
๒ แบบประเมินการตรวจผลงาน (ใบกิจกรรมสรรคส์ รา้ ง)

หมายเหตุ แบบประเมินท้ัง ๒ จะรวมอยู่ใน “แบบสงั เกต” ชุดเดียวกนั ครผู ู้สอนสามารถปรับข้อมลู กิจกรรม
ไดต้ ามสาระการเรยี นร้แู ต่ละคร้ัง

กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

ขอ้ เสนอแนะและความคิดเห็นของผบู้ รหิ าร
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

(ลงช่ือ)
(........................................................)

ผอู้ านวยการโรงเรียน..........................................

บันทกึ หลังสอน
ผลการเรียนรู้/สอน
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

๑. ดา้ นกจิ กรรมการเรียนรู้
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

๒. ดา้ นการมสี ว่ นร่วมในการใช้สือ่
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

๓. ด้านการวดั ผลและประเมินผล
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

๔. ดา้ นการบรู ณาการการเรยี นรู้
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ปัญหา/อปุ สรรค
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

(ลงชอ่ื )....................................................ผนู้ ากจิ กรรม
( ............................................ )

ใบกจิ กรรมท่ี ๑

คาชแ้ี จง ให้นักเรียนฝกึ อา่ นในใจแบบคร่าว ๆ และอ่านเรว็ แล้วตอบคาถามจากเรอื่ ง

กระต่ายนอ้ ยร้อยเลห่ ์

ณ ป่าแห่งหน่งึ ซึ่งมกี ระต่ายน้อย

แมต้ ัวจอ้ ยรอ่ ย แตไ่ ม่น้อยความคดิ

มันชอบโดดเต้น ข้ีเลน่ เปน็ นจิ

แม้ไมม่ พี ิษ แต่มสี ิทธิถ์ ูกหลอก
เห็นเสือผา่ นมา ตงั้ ท่าจะหยอก

ในใจมันบอก จะถอนหงอกเสอื ดู
นีเ่ สอื รู้ไหม มอี ะไรในรู

ทองคาซอ่ นอยู่ เจ้าอยากรไู้ หม

ถ้าเจา้ อยากรู้ ให้เอามือลว้ งไป

แล้วจะรู้ได้ คาในไหเตม็ อยู่

เสือรบี ล้วงทนั ใด คลาไปเจองู

เสือรอ้ งอูอ้ ู้ เพราะถกู งงู ับเอา

กระตา่ ยนอ้ ยวิง่ หนี หวั เราะฮฮ้ี ว้ี า่ โง่เขลา

เสือหนา้ โง่ถูกเรา หลอกเข้าแลว้ ไหมเนย่ี

สาลี รกั สทุ ธี เรยี บเรียงคา

ฝึกตอบคาถาม
๑. กระตา่ ยนอ้ ยมีลักษณะนิสัยอย่างไร

.....................................................................................................................................................
๒. กระตา่ ยไมม่ พี ษิ เหมือนงู แตก่ ระตา่ ยในเรื่องนีท้ าใหส้ ตั ว์อืน่ ได้รับความเจบ็ ปวดไดอ้ ย่างไร

.....................................................................................................................................................
๓. นักเรียนคิดวา่ การกระทาของกระตา่ ยน้อยในเร่อื งนเี้ หมาะสมหรือไม่ น่าเอาอยา่ งหรือไม่

อย่างไรให้เหตุผล

.....................................................................................................................................................
๔. ถา้ นักเรยี นเปน็ เสือนกั เรยี นจะทาอย่างไร เม่ือกระต่ายบอกวา่ มีทองคาอยใู่ นรู

.....................................................................................................................................................
๕. นกั เรียนคดิ ว่าเสือในเรอ่ื ง เป็นสตั ว์อย่างไร การกระทาของเสือเหมาะสมหรอื ไม่

.....................................................................................................................................................

ใบกจิ กรรมท่ี ๒

กิจกรรมเสริมการอา่ นในใจ
กิจกรรมนใ้ี ห้นกั เรียนฝึกปฏบิ ัติเมือ่ กลับไปถงึ บา้ น

จดุ ประสงค์
๑. เพอ่ื ให้นักเรียนไดพ้ ัฒนาความการอ่านในใจการคดิ วเิ คราะห์ทกั ษะทางภาษาให้

กวา้ งไกลยง่ิ ขึน้
๒. เพ่ือให้นักเรียนได้พฒั นาทักษะการอ่านจับใจความสรุปใจความสาคัญและข้อคิดของ

เร่อื งได้ดีย่งิ ขน้ึ
๓. เพอื่ ใหน้ ักเรียนได้รจู้ ักการจดบันทึกรายงานเรอ่ื งท่อี า่ นได้
๔. เพื่อให้นกั เรียนนาคาไปแต่งประโยคอยา่ งหลากหลาย
๕. เพอ่ื ให้นักเรียนได้ต่อยอดความรู้ ทกั ษะทางภาษาและความคดิ วิเคราะหอ์ ยา่ ง

ตอ่ เนอื่ ง
๖. เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่านให้กบั นกั เรยี น

วิธดี าเนินการ
แต่ละคนดาเนินการดงั นี้
- เลอื กอา่ นหนงั สอื ส่งเสริมการอ่าน นทิ าน เร่อื งสน้ั ๆ บทความ สารคดี หรือข่าวจาก

หนังสือพมิ พ์ โดยใช้หลกั การอา่ นในใจตามทไ่ี ด้เรยี นมา
- ตง้ั คาถามจากเรอ่ื งที่อ่านใหไ้ ด้มากท่สี ุด ครอบคลุมเนอ้ื หามากท่สี ุดเท่าท่จี ะทาไดพ้ รอ้ ม

วงเลบ็
คาตอบไว้ดว้ ย

- สรปุ ใจความสาคัญและขอ้ คิดของเรอื่ ง
- บอกช่ือผู้แต่ง ช่อื เร่ือง ปีทพ่ี มิ พ์

แบบประเมนิ การอ่านในใจ
กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๓
โรงเรยี น ...................................................................... อาเภอ ................... สพท .................................

ภาคเรียนที่ .............. ปีการศกึ ษา ..................
ประเมินครัง้ ท่ี ........... วันที่ ........... เดือน ............................................ พ.ศ. .................
_______________________________________________________________________________
คาช้แี จง ครูประเมินพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการอ่านในใจ และให้คะแนนลงในชอ่ งทต่ี รงกับพฤตกิ รรม
ของนักเรียน
เกณฑ์การประเมนิ ผผู้ ่านการประเมนิ ต้องได้คะแนนรวมร้อยละ ๘๐ ขน้ึ ไป

ผผู้ า่ นเกณฑก์ ารประเมิน ตอ้ งได้คะแนนตัง้ แต่ ๑๔ คะแนน ข้นึ ไป
ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมิน
(........................................................)

รายละเอยี ดเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมินการอา่ นในใจ (rubrics)
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓

โรงเรียน ..............................................................ภาคเรียนที่ ............. ปกี ารศึกษา ....................

ประเด็นการประเมนิ เกณฑ์การให้คะแนน
๓๒


๑. การวาง/การจับ ลักษณะท่าทางการวาง ลกั ษณะท่าทางการวาง ลักษณะทา่ ทาง การวาง
หนงั สือถกู ต้อง และการจบั หนังสือ และการจับหนังสือไม่ และการจบั หนงั สอื ไม่
ถกู ต้อง ถกู ตอ้ ง ๑ อยา่ ง ถูกต้อง ๒ อย่างข้ึนไป

๒. การกวาดสายตา กวาดสายตาจากซา้ ยไป กวาดสายตาจากซา้ ยไป กวาดสายตาจากซ้ายไป

ขวาไดถ้ ูกตอ้ ง ขวาไดถ้ ูกตอ้ ง แตช่ ้า ขวาไดถ้ ูกตอ้ ง แต่ชา้ มาก

สม่าเสมอและรวดเร็ว

๓. ไม่ใชม้ อื ช้ตี ามตัว ไม่ใช้มือชต้ี ามตวั อักษร ไม่ใชม้ อื ชี้ตามตัวอักษร ใชม้ อื ชี้ตามตวั อักษร
อักษร
ขณะที่อา่ นในใจตลอด บา้ ง ในบางครัง้ ขณะที่
ทง้ั เรือ่ งตั้งแต่ตน้ จนจบ อ่านในใจ

๔. ไม่ส่ายหน้าไปมาใน ไม่สา่ ยหนา้ ไปมาในขณะ สา่ ยหน้าไปมาเป็น ส่ายหนา้ ในขณะอา่ น

ขณะอ่าน อ่านในใจตลอดท้งั เร่อื ง บางครงั้ ในขณะอ่านในใจ ในใจตลอดเวลา

ตง้ั แต่ต้นจนจบ

๕. จบั ใจความสาคญั ของ จบั ใจความสาคญั ของ จบั ใจความสาคญั ของ จับใจความสาคญั ของเร่ือง
ทอี่ า่ นไม่ได้เลย
เรื่องท่อี ่าน เร่ืองทอ่ี า่ นไดท้ กุ ประเดน็ เรือ่ งทอี่ ่านไดเ้ ป็นบาง

ครบ สมบรู ณ์ ต้งั แต่ตน้ ประเด็น ไม่สมบูรณ์

จนจบเรอ่ื ง

๖. ต้ังคาถาม/ตอบคาถาม อา่ นในใจแลว้ ตง้ั คาถาม อา่ นในใจแล้วตั้งคาถาม อ่านในใจแล้วตง้ั คาถาม

จากเรอื่ ง และตอบคาถามจากเรื่อง และตอบคาถามจากเรือ่ ง และตอบคาถามจากเรอ่ื ง

ทอี่ า่ นไดถ้ ูกต้อง ทกุ เร่ือง ที่อา่ นได้ถกู ต้อง บางเร่อื ง ทีอ่ า่ นไม่ได้และไม่ถกู ตอ้ ง

ทกุ ประเด็น บางประเดน็

แผนการเรยี นรกู้ ลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย

ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ วรรณคดลี านา

หนว่ ยท่ี ๑ กระต่ายไม่ต่ืนตูม จานวน ๘ ช่วั โมง

แผนการเรยี นรทู้ ่ี ๔ เร่ือง การอ่านออกเสยี งเรอื่ งกระต่ายไม่ตื่นตมู (ครง้ั ที่ ๑) เวลา ๑ ช่ัวโมง

สอนวนั ที่ ........... เดือน ............................ พ.ศ. ..................

มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเหน็ คณุ คา่

และนามาประยุกตใ์ ช้ในชีวิตจรงิ

สาระสาคญั
การอ่านออกเสียง นอกจากจะเป็นการอ่านใหต้ นเองได้ยินและเขา้ ใจแลว้ ยังเปน็ การอา่ นทีใ่ ห้ผู้อื่นฟัง

เข้าใจในเร่ืองท่ีอา่ นได้ด้วย การอา่ นออกเสียงจะได้ประโยชน์มากขึ้น หากอ่านให้ถูกต้อง ชัดเจน และปฏิบัติตน
ในการอ่านถูกตอ้ งตามหลักเกณฑ์ จงึ จาเป็นท่ีจะตอ้ งฝกึ ฝน ปฏิบัตกิ จิ กรรมการอ่านเปน็ ประจา จงึ จะทาให้
เกดิ ทกั ษะ

ผลการเรียนร้ทู ่ีคาดหวัง
๑. อ่านออกเสยี งบทเรยี น เร่อื งกระตา่ ยไม่ต่นื ตมู ได้ถกู ตอ้ งและชัดเจน
๒. ปฏบิ ัติตนในการอา่ นออกเสยี งคาใหม่และเนอื้ หาไดถ้ ูกต้อง

๓. มมี ารยาทในการอา่ นและฟัง

สาระการเรยี นรู้
การอา่ นออกเสียงบทเรยี น และคายากหรือคาที่ควรศึกษาในบทเรยี น

กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. นกั เรยี นดูแผนภูมเิ พลง “กระตา่ ยไมต่ ืน่ ตมู ” อ่านออกเสียงดัง ๆ พร้อมกนั ร้องเป็นเพลงตามครู

๑ เที่ยว จากนน้ั ร้องกันเอง พรอ้ มปรบมอื ประกอบจังหวะใหเ้ กิดความสนุกก่อนเรยี นแล้วสนทนา แสดงความ

คดิ เห็นเกยี่ วกับเน้อื เพลง (มีรายละเอียดในภาคผนวก) ครใู หค้ วามรเู้ พมิ่ เติม
๒. ตวั แทนนกั เรยี นนาบตั รคาทีค่ วรศกึ ษาหรือคายากที่ครูเตรียมไว้ ติดบนกระเป๋าผนังพรอ้ มกับ

บัตรคาอ่าน เช่น

ราชสหี ์ ราด - ชะ - สี ปญั ญา ปนั - ยา

ถลม่ ถะ - หลม่ สุภาษติ สุ - พา - สิด

โบราณ โบ - ราน ชวี ติ ชี - วดิ

๓. นกั เรยี นอา่ นออกเสยี งดัง ๆ ตามครูคาละ ๒ คร้งั เนน้ การอา่ นออกเสยี งถกู ตอ้ ง และชัดเจน

ตามหลกั การอา่ นออกเสยี ง จากนัน้ ครอู ธิบายความหมายของคาศัพท์แต่ละคาให้นักเรียนเข้าใจ
๔. นักเรียนรับใบกิจกรรมอ่านออกเสียงบทร้อยกรองท่ีปรากฏในใบกิจกรรม และฝึกตั้งคาถามจากเรื่อง

ทอี่ ่าน แล้วส่งครตู รวจ

๕. นักเรียนแบง่ ออกเป็นกลุ่ม กล่มุ ละ ๔-๖ คน ครูใหค้ วามรู้ คาแนะนาเก่ียวกบั หนา้ ท่ีที่ตอ้ งทา

ในงานกลุ่ม กระบวนการทางานกล่มุ คุณธรรมท่คี วรนามาใช้ในการทางานกลุม่

๖. นักเรยี นทบทวนหลกั การอา่ นออกเสียงทเ่ี คยเรียนมาแล้วต้ังแตช่ ้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๒ ครใู ห้ความรู้

เพ่มิ เตมิ เช่น

๖.๑ นงั่ หรือยนื ตามสบาย

๖.๒ จบั หนังสอื ใหถ้ ูกต้อง ซ่ึงมี ๒ วิธี คอื

๑) นั่ง

- หนังสอื วางบนโตะ๊ มือขวาจับมุมบนดา้ นขวา ใชน้ ิ้วชเ้ี ตรียมพร้อมท่ีจะพลิกหน้าต่อไป

มือซา้ ยวางบนหน้าซ้าย

- หนงั สือหา่ งจากหน้าผู้อ่านประมาณ ๑๒ น้วิ

๒) ยนื

- ประคองหนงั สือดว้ ยมือซ้าย มือขวาจับมุมบนด้านขวา โดยใช้นิ้วเตรียมพรอ้ มที่จะ

พลิกหน้าตอ่ ไป

- หนงั สือหา่ งจากหน้าผอู้ ่านประมาณ ๑๒ นิ้ว

๖.๓ ขณะอ่าน

- ไม่เอียงคอ

- ไม่ส่ายหนา้ ตามบรรทดั

- ไมช่ ต้ี ามตัวอักษร

- ไมเ่ อามือเทา้ คาง (น่ังอา่ น)

๖.๔ ลกั ษณะการอ่าน

- ออกเสียงชดั เจน ถูกต้อง เป็นไปตามภาษามาตรฐาน

- ออกเสยี งสระ วรรณยกุ ต์ พยญั ชนะ ถกู ตอ้ งตามหลกั ภาษาไทย

- แบ่งวรรคตอนถูกตอ้ ง ถูกจงั หวะ

- ใชน้ ้าเสยี งและระดบั เสียงเหมาะสมกับเน้ือความที่อา่ น

- คล่องแคลว่ รวดเร็ว ไม่ลากเสียง

- ออกเสียงชัดเจน ถกู ต้อง ไมต่ ตู่ วั

๖.๕ ความเข้าใจในการอา่ น

- จับความหมายของข้อความทอี่ ่านไดค้ รบถว้ น

- รู้ความหมายของคา ประโยค ยอ่ หนา้

- จับรายละเอียดเร่อื งที่สาคัญได้

- วจิ ารณ์ตวั ละครได้

- ตอบคาถามเรอ่ื งที่อ่านได้

ที่มา : กรมวชิ าการ,กระทรวงศึกษาธกิ าร. (๒๕๔๖) กิจกรรมสง่ เสรมิ การอา่ นหน้า ๒๙๖ – ๒๙๗

๗. นักเรยี นอ่านหนงั สือเรยี นสาระการเรยี นรพู้ ืน้ ฐานภาษา ช้ันประถมปที ่ี ๓ วรรณคดีลานา บทท่ี ๑

เร่ืองกระต่ายไมต่ นื่ ตมู คนละ ๒ บรรทัดจากหน้า ๑ - ๔ ตอ่ กันจนจบ จากนัน้ อ่านนทิ านเรือ่ ง กระตา่ ยแหย่เสอื

หน้า ๑๒–๑๗ คนละ ๓ บรรทดั ต่อกันจนจบเชน่ กนั

๘. แตล่ ะกลมุ่ ฝึกอ่านออกเสยี งกันเองอกี ครั้ง โดยให้คนอ่านเก่งชว่ ยคนอา่ นไมเ่ ก่งในลักษณะ

เพือ่ นช่วยเพ่อื น และใหอ้ ่านเป็นรายบุคคลในกลุ่ม ขณะนักเรียนรว่ มกันฝึกอ่าน ครคู อยสังเกตพฤติกรรม

การอา่ นของเดก็ ๆ โดยเนน้ ท้งั การอ่านถูกต้องตามหลักการอา่ นออกเสยี งท่ดี ี มารยาทการอ่านและการฟงั ท้งั
รายกลุ่มและรายบคุ คล เพ่อื นาไปเป็นข้อมลู ในการพัฒนาทักษะการอา่ นออกเสียงตอ่ ไป

๙. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมาอา่ นออกเสียงทีห่ น้าชน้ั ตอนใดตอนหน่ึงของเร่อื งหรือจะอา่ นบทเพลง
หรอื นิทานกไ็ ด้ ให้แต่ละกลุ่มเลอื กอ่านกันเอง (ให้อิสระในการเลอื กอา่ น ซึง่ อาจซา้ กับกลุ่มอื่นก็ได้) เม่ืออ่านจบลง
ให้กลมุ่ อน่ื แสดงความคิดเหน็ หรือวิจารณก์ ารอา่ น ครสู รุปการอา่ นของแตล่ ะกล่มุ เพิม่ เติม หรือเติมเต็มในส่วน
ท่ีเห็นวา่ นกั เรียนยงั บกพรอ่ ง

๑๐. แต่ละคนรับแบบฝึกหัดท่ี ๔ ทาใบแบบฝกึ หัด เสรจ็ แล้วผลดั เปล่ยี นกนั ตรวจตามบตั รเฉลยของครู
แลว้ สง่ ใหค้ รเู ซ็นช่ือรับรองอีกคร้ัง

ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
๑. เพลง
๒. บัตรคายาก จากบทเรียนที่ ๑ จากเร่ืองกระต่ายไมต่ น่ื ตมู
๓. ใบกิจกรรม
๔. แบบฝกึ หัด

การวัดผลประเมินผล
๑. วิธีการวัดผลและประเมินผล
๑.๑ สังเกต
การอา่ นออกเสยี ง
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ เขียนข้อคิด ความเห็นลงสมดุ
๑.๒.๒ แบบฝึกหัด
๒. เคร่อื งมือวดั ผลและประเมินผล
๒.๑ แบบสงั เกตการอ่านออกเสยี ง
๒.๒ แบบฝกึ หัด
๓. เกณฑ์การวัดผลและประเมนิ ผล
รายละเอียดมใี นแบบประเมนิ

กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นของผูบ้ ริหาร
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

(ลงชื่อ)
(........................................................)

ผูอ้ านวยการโรงเรียน..........................................

บนั ทกึ หลังสอน
ผลการเรียนรู้/สอน
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

๑. ดา้ นกจิ กรรมการเรียนรู้
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

๒. ดา้ นการมสี ว่ นร่วมในการใช้สือ่
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

๓. ด้านการวดั ผลและประเมนิ ผล
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

๔. ด้านการบรู ณาการการเรยี นรู้
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ปัญหา/อุปสรรค
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

(ลงชอื่ )....................................................ผู้นากิจกรรม
( ............................................ )

ภาคผนวก

เพลง

เพลงกระต่ายไม่ตน่ื ตูม

คารอ้ ง-ทานอง สาลี รกั สุทธี

กระต่ายอยูใ่ นนทิ าน แต่โบราณทา่ นว่าตืน่ ตมู

แต่กระต่ายในน้ภี าคภมู ิ เพราะไม่ตืน่ ตมู มเี หตมุ ีผล

เมื่อฝนฟ้าลมแรงพดั มา กพ็ ัดพามะพรา้ วรว่ งหล่น

กระตา่ ยคนุ้ ชนิ และยนิ ยล รเู้ หตุผลจึงไมต่ น่ื ตูม

แผนภมู ิมารยาทในการฟัง

มารยาทนสิ ัยที่ดใี นการฟงั
๑. ตั้งใจฟงั ตามองผพู้ ูด
๒. ไม่ทาความราคาญให้กับผู้อื่น
๓. ไม่แสดงกริ ยิ าทไ่ี มเ่ หมาะสม เช่น โห่ ฮา ฯลฯ
๔. กอ่ นเข้าหรือออกจากหอ้ งทฟี่ ังควรขออนญุ าต

หรือแสดงความเคารพผูพ้ ดู
๕. ปรบมือให้เกียรติผ้พู ดู เม่ือฟังขอ้ ความทีพ่ อใจ และปรบมอื

ก่อนทผี่ ู้พดู จะพูด และหลงั ผูพ้ ูดพดู จบ

ใบกิจกรรม

คาช้ีแจง นักเรยี นอา่ นออกเสียงบทรอ้ ยกรองที่กาหนดให้ แลว้ ฝึกต้งั คาถามจากเรอื่ งท่ีอา่ น

บทดอกสร้อย

อ่านเอ๋ยอา่ นออกเสียง

อา่ นเอ๋ยอ่านออกเสียง ใช้สาเนียงสูงตา่ เน้นน้าเสียง

ตวั ร ล คาควบกล้าทาสาเนียง จังหวะเสียงขึน้ ลงตรงวรรคตอน

วรรณยกุ ต์ฉันทลักษณม์ หี ลกั อ่าน ใช้หลักการอา่ นตามครูผู้ส่ังสอน

หากฝึกฝนการอา่ นตามข้นั ตอน ย่อมแน่นอนอ่านไพเราะเสนาะเอย.

สาลี รักสทุ ธี ประพันธ์

ฝกึ ต้งั คาถาม
๑. ................................................................................................................................................

๒. .................................................................................................................................................

๓. .................................................................................................................................................

๔. .................................................................................................................................................

ใบฝกึ หดั ที่ ๔

คาชแ้ี จง ให้นกั เรียนเขียนคาอ่าน จากคาทีก่ าหนดให้ ให้ถกู ตอ้ ง

๑. ถล่ม อา่ นวา่ ...........................................................................................

๒. ราชสีห์ อ่านว่า ............................................................................................

๓. สญั ญาณ อา่ นว่า ......................................................................................

๔. ประสบการณ์ อา่ นว่า ...........................................................................................

๕. สมมตุ ิ อา่ นวา่ ...........................................................................................

๖. ทกุ ขเวทนา อา่ นวา่ ..........................................................................................

๗. ลักษณะ อา่ นวา่ ............................................................................................

๘. วิเคราะห์ อา่ นวา่ ...........................................................................................

๙. พฤตกิ รรม อา่ นวา่ ..........................................................................................

๑๐. เตลดิ อา่ นวา่ ............................................................................................

แบบประเมนิ การอ่านออกเสียง

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓

โรงเรียน ...................................................................... อาเภอ ................... สพท .................................

ภาคเรยี นท่ี .............. ปกี ารศกึ ษา ..................

ประเมินคร้งั ที่ ........... วันท่ี ........... เดือน ............................................ พ.ศ. .................

_______________________________________________________________________________

คาชี้แจง ครูประเมินพฤติกรรมของนักเรียนในการอ่านออกเสียง และให้คะแนนลงในชอ่ งทต่ี รงกบั พฤติกรรม
ของนกั เรยี น

เกณฑก์ ารประเมิน ผู้ผ่านการประเมิน ต้องไดค้ ะแนนรวมรอ้ ยละ ๘๐ ขึ้นไป

ผู้ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน ต้องได้คะแนนต้ังแต่ ๑๔ คะแนน ขน้ึ ไป

ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมิน
(........................................................)

รายละเอยี ดเกณฑก์ ารให้คะแนนแบบประเมนิ การอา่ นออกเสียง (rubrics)
กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๓

โรงเรียน ..............................................................ภาคเรยี นท่ี ............. ปีการศกึ ษา ....................

ประเด็นการประเมนิ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
๓๒


๑. การจับหนังสอื /พลกิ ลักษณะท่าทาง การวาง ลักษณะท่าทาง การวาง ลกั ษณะท่าทาง การวาง

หนงั สือ/ทา่ ทางในการ และการจบั หนงั สือ และการจับหนงั สือไม่ และการจบั หนังสือไม่

อ่านถูกต้อง ถูกตอ้ ง ถกู ตอ้ ง ๑ อยา่ ง ถูกตอ้ ง ๒ อย่างขึ้นไป

๒. อา่ นถกู ตอ้ งตาม อ่านถกู ตอ้ งตามอกั ขรวิธี อ่านถกู ตอ้ งตามอกั ขรวิธี อ่านไม่ถกู ตอ้ งตาม
อกั ขรวธิ ี ออกเสียง ร ล และคา ออกเสยี ง ร ล และคา อักขรวธิ ี ออกเสียง ร ล
ควบกลา้ ร ล ว ชัดเจน ควบกล้า ร ล ว และคาควบกล้า
ชัดบ้างไมช่ ัดบา้ ง ร ล ว ไมช่ ดั เจนเลย

๓. การเวน้ วรรคตอน อา่ นเวน้ วรรคตอนได้ อา่ นเวน้ วรรคตอน อา่ นเวน้ วรรคตอนผิด
ถูกต้อง ถกู ตอ้ งตลอดทง้ั เรื่อง ผิดบ้างเป็นบางคร้ัง ตลอดทง้ั เรื่อง ตง้ั แต่
ตั้งแต่ตน้ จนจบเรือ่ ง ต้นจนจบเรื่อง

๔. นา้ เสียงเหมาะสมกับ อา่ นเสยี งดังชัดเจน อา่ นเสียงดังชดั เจน อา่ นเสียงไม่ชัดเจน
นา้ เสียงเหมาะสมบ้าง
เร่ืองทอ่ี ่าน น้าเสยี งเหมาะสมกบั เปน็ บางครงั้ น้าเสียงไมเ่ หมาะสม
กบั เรอ่ื งที่อา่ น
เรอื่ งท่อี ่าน ตลอดทงั้ เรื่อง

๕. ไม่อา่ นข้าม/อ่านเพิ่ม/ อา่ นออกเสยี งได้ถกู ตอ้ ง อ่านออกเสียงได้ อา่ นออกเสียงไมถ่ กู ตอ้ ง
ตู่คา ชดั เจนทกุ คา ถูกตอ้ งชดั เจนเปน็ ไมช่ ดั เจน อา่ นข้ามคา
ทุกข้อความ ทกุ ประโยค บางคา มีการอ่าน อา่ นเพมิ่ คาและตู่คามาก

ต่คู า เพ่มิ คาและต่คู า
เปน็ บางครั้ง

๖. อา่ นเสยี งดังเหมาะสม อ่านเสยี งดงั ชัดเจน อ่านเสยี งดังบา้ งเป็น อา่ นเสยี งเบา ได้ยนิ
ได้ยนิ ท่ัวถึงกันท้ังหอ้ ง บางคร้งั เสยี งไม่ ไมท่ ่วั ถึง
เสยี งดงั สม่าเสมอ สมา่ เสมอ

ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๓ แผนการเรยี นรูก้ ลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย วรรณคดลี านา

หนว่ ยท่ี ๑ กระตา่ ยไม่ตน่ื ตูม จานวน ๘ ชวั่ โมง
แผนการเรยี นรู้ท่ี ๕ เรอื่ ง การอา่ นออกเสยี งเรอื่ งกระตา่ ยไม่ตื่นตูม (ครง้ั ที่ ๒) เวลา ๑ ชั่วโมง

สอนวันที่ ........... เดือน ............................ พ.ศ. ..................

มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คณุ คา่

และนามาประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ จรงิ

สาระสาคญั
การอา่ นออกเสียง นอกจากจะเปน็ การอ่านให้ตนเองไดย้ นิ และเข้าใจแลว้ ยงั เปน็ การอา่ นท่ีใหผ้ ้อู ่ืนฟงั

เข้าใจในเร่ืองท่ีอ่านได้ด้วย การอ่านออกเสียงจะได้ประโยชน์มากขึน้ หากอา่ นให้ถูกต้อง ชัดเจน และปฏิบัติตน
ในการอ่านถกู ตอ้ งตามหลกั เกณฑ์ จงึ จาเป็นท่จี ะต้องฝกึ ฝน ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมการอา่ นเปน็ ประจา จึงจะทาให้

เกิดทกั ษะ

ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวัง
๑. อา่ นออกเสียงบทเรยี น เร่ืองกระตา่ ยไม่ตืน่ ตมู ได้ถูกต้องและชัดเจน
๒. ปฏิบตั ิตนในการอ่านออกเสียงคาใหมแ่ ละเน้ือหาไดถ้ ูกตอ้ ง

๓. มมี ารยาทในการอา่ นและฟงั

สาระการเรียนรู้

การอ่านออกเสียงบทเรยี น และคายากหรือคาที่ควรศกึ ษาในบทเรยี น

กิจกรรมการเรยี นรู้
๑. เพื่อกระต้นุ ความสนใจ และเช่ือมโยงสาระการเรยี นรู้ นักเรยี นรอ้ งเพลง “กระตา่ ยไม่ตืน่ ตูม” พรอ้ ม
กนั อีกครง้ั (มีรายละเอยี ดในภาคผนวกแผนฯ ท่ี ๔)

๒. ตวั แทนนักเรยี นแผนภูมิบทดอกสร้อย “อ่านเอย๋ อ่านออกเสยี ง” ทคี่ รเู ตรียมไว้ ตดิ บนกระเป๋าผนัง

พรอ้ มกับบตั รคาอ่าน ซ่ึงมดี งั นี้
บทดอกสร้อย

อา่ นเอย๋ อา่ นออกเสยี ง

อ่านเอย๋ อา่ นออกเสียง ใช้สาเนียงสงู ตา่ เนน้ น้าเสียง
ตวั ร ล คาควบกลา้ ทาสาเนียง จงั หวะเสียงขึ้นลงตรงวรรคตอน

วรรณยุกตฉ์ นั ทลักษณม์ หี ลักอ่าน ใช้หลกั การอ่านตามครผู ู้ส่งั สอน
หากฝึกฝนการอา่ นตามขนั้ ตอน ย่อมแน่นอนอา่ นไพเราะเสนาะเอย.
สาลี รกั สทุ ธี ประพนั ธ์

๓. นกั เรียนอา่ นออกเสียงทานองธรรมดาดงั ๆ พรอ้ มกัน อ่านเปน็ ทานองเสนาะตามครู ๑ ครั้ง

อา่ นกันเอง ๒ ครัง้ เนน้ การอา่ นออกเสยี งถกู ต้อง และชัดเจนตามหลกั การอ่านออกเสียง จากน้ันส่มุ หรือ

ให้นักเรียนคดั เลือกันเองเพ่ืออ่านออกเสียงให้เพ่ือนฟัง

๔. นกั เรียนรับใบกิจกรรม อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ ท่ีปรากฏในใบกจิ กรรม และฝกึ ตอบคาถาม

จากเร่ืองท่ีอา่ น แลว้ สง่ ครูตรวจ

๕. นักเรียนทบทวนหลักการอ่านออกเสยี งท่เี คยเรยี นมาแล้วตัง้ แตช่ ่ัวโมงทแี่ ล้ว

๖. นักเรียนอ่านหนงั สือเรยี นสาระการเรียนรพู้ ้ืนฐานภาษา ช้ันประถมปีท่ี ๓ วรรณคดลี านา บทท่ี ๑
เรื่องกระตา่ ยต่ืนตมู คนละ ๒ บรรทัดจากหนา้ ๕ - ๗ ต่อกันจนจบ จากน้นั อา่ นบทอ่านเสรมิ เพ่มิ ความรู้ เรอ่ื ง
“กระตา่ ยน้อยน่ารกั ” หนา้ ๑๘ คนละ ๒ บรรทดั ต่อกันจนจบเช่นกนั

๗. แต่ละกลมุ่ ฝกึ อ่านออกเสยี งกันเองอีกคร้ัง โดยให้คนอ่านเก่งชว่ ยคนอา่ นไมเ่ ก่งในลกั ษณะเพ่ือน
ช่วยเพ่ือน และให้อ่านเป็นรายบุคคลในกลุ่ม ขณะนักเรียนร่วมกนั ฝกึ อ่าน ครคู อยสงั เกตการอ่านของเด็ก ๆ
ท้ังรายกลมุ่ และรายบุคคล เพ่ือนาไปเป็นขอ้ มลู ในการพัฒนาทักษะการอ่านออกเสยี งต่อไป

๘. นักเรียนแตล่ ะกลุม่ ออกมาอ่านออกเสยี งท่ีหนา้ ชน้ั ตอนใดตอนหนง่ึ ของเรื่องหรอื จะอ่านบทเพลง
หรอื นิทานก็ได้ ใหแ้ ต่ละกลุ่มเลือกอ่านกนั เอง (ให้อสิ ระในการเลอื กอา่ น ซ่งึ อาจซ้ากบั กลมุ่ อ่นื กไ็ ด้) เม่ืออา่ นจบลง
ให้กลมุ่ อนื่ แสดงความคดิ เห็น หรือวิจารณ์การอา่ น ครูสรปุ การอา่ นของแต่ละกลุ่มเพมิ่ เติม หรือเตมิ เตม็ ในสว่ น
ทีเ่ หน็ ว่านักเรียนยงั บกพร่อง

๙. แต่ละคนรับแบบฝกึ หดั ทาแบบฝึกหดั เสรจ็ แลว้ ผลัดเปล่ยี นกันตรวจตามบตั รเฉลยของครู แล้วส่ง
ให้ครเู ซน็ ช่อื รบั รองอีกครั้ง

ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
๑. เพลง
๒. บตั รคายาก จากบทเรยี นที่ ๑ จากเรอื่ งกระต่ายไมต่ ืน่ ตูม
๓. ใบกจิ กรรม
๔. แบบฝึกหัดที่ ๕

การวัดผลประเมนิ ผล
๑. วธิ ีการวดั ผลและประเมนิ ผล
๑.๑ สังเกต
การอ่านออกเสยี ง
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ เขยี นข้อคดิ ความเห็นลงสมุด
๑.๒.๒ แบบฝึกหัดท่ี ๕
๒. เคร่ืองมอื วดั ผลและประเมินผล
๒.๑ แบบประเมินการอา่ นออกเสยี ง (ใช้แบบประเมินเหมอื นแผนฯทีผ่ ่านมา)
๒.๒ แบบฝกึ หัดท่ี ๕
๓. เกณฑก์ ารวัดผลและประเมนิ ผล
รายละเอยี ดมีในแบบประเมนิ

กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นของผู้บรหิ าร
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

(ลงชื่อ)
(........................................................)

ผู้อานวยการโรงเรียน..........................................

ผลการเรียนรู้/สอน
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

๑. ด้านกจิ กรรมการเรียนรู้
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

๒. ด้านการมีส่วนร่วมในการใช้สื่อ
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

๓. ด้านการวัดผลและประเมินผล
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

๔. ด้านการบรู ณาการการเรียนรู้
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ปัญหา/อปุ สรรค
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

(ลงช่ือ)....................................................ผู้นากจิ กรรม
( ............................................ )

ใบกจิ กรรม

คาช้แี จง ฝึกอ่านออกเสียงเร่ืองที่กาหนดให้ แลว้ ตอบคาถามจากเร่ืองทีอ่ า่ น

เรื่องที่กาหนดให้
“กระตา่ ยน้อยตัวหนงึ่ เหน็ พ่อค้านาลูกโปง่ มาขายจึงอยากได้ แม่บอกว่าลกู โป่งกินไม่ได้ และ

อาจเป็นอันตรายด้วย แต่กระต่ายน้อยไม่ยอม จึงร้องไห้คิดว่าแม่จะเห็นใจและใจออ่ นแลว้ ก็จะซ้อื
ให้ แตก่ ระต่ายน้อยคิดผิด เพราะแมไ่ มใ่ จออ่ น นอกจากกระต่ายนอ้ ยไมไ่ ดล้ ูกโป่งแลว้ ยังถูกแม่ตี
อีกดว้ ย”
คาถาม : ๑. กระต่ายน้อยมีลักษณะนสิ ยั เช่นไร

.............................................................................................................................................
๒. แมก่ ระต่ายมลี ักษณะอยา่ งไร

.............................................................................................................................................
๓. นักเรียนว่าการกระทาของกระต่ายนอ้ ยกบั แม่ใครทาถกู และใครทาผิดเพราะเหตุใด

.............................................................................................................................................
๔. เหตุใดกระตา่ ยน้อยจึงถูกแม่ตี

.............................................................................................................................................
๕. ถา้ นักเรียนเป็นกระตา่ ยน้อย นกั เรียนจะทาอย่างไร

.............................................................................................................................................

แบบฝกึ หัดท่ี ๕

คาช้แี จง นกั เรียนเขยี นคาศัพทจ์ ากคาอ่านท่ีกาหนดให้ใหถ้ กู ต้อง

๑. อา-ไส ........................................................................

๒. ตะ-เหลิด ........................................................................

๓. สัน-ยาน ........................................................................

๔. ปัน-ยา ........................................................................

๕. อา-นาด .......................................................................

๖. สนั -ยา ........................................................................

๗. เมก-ฝน ........................................................................

๘. ดอก-สอ้ ย ........................................................................

๙. ตะ-หลอด ........................................................................

๑๐.สุ-พา-สิด ........................................................................

แบบประเมนิ การอ่านออกเสียง

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓

โรงเรียน ...................................................................... อาเภอ ................... สพท .................................

ภาคเรยี นท่ี .............. ปกี ารศกึ ษา ..................

ประเมินคร้งั ที่ ........... วันท่ี ........... เดือน ............................................ พ.ศ. .................

_______________________________________________________________________________

คาชี้แจง ครูประเมินพฤติกรรมของนักเรียนในการอ่านออกเสียง และให้คะแนนลงในชอ่ งทต่ี รงกบั พฤติกรรม
ของนกั เรยี น

เกณฑก์ ารประเมิน ผู้ผ่านการประเมิน ต้องไดค้ ะแนนรวมรอ้ ยละ ๘๐ ขึ้นไป

ผู้ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน ต้องได้คะแนนต้ังแต่ ๑๔ คะแนน ขน้ึ ไป

ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมิน
(........................................................)

รายละเอยี ดเกณฑก์ ารให้คะแนนแบบประเมนิ การอา่ นออกเสียง (rubrics)
กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๓

โรงเรียน ..............................................................ภาคเรยี นท่ี ............. ปีการศกึ ษา ....................

ประเด็นการประเมนิ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
๓๒


๑. การจับหนังสอื /พลกิ ลักษณะท่าทาง การวาง ลักษณะท่าทาง การวาง ลกั ษณะท่าทาง การวาง

หนงั สือ/ทา่ ทางในการ และการจบั หนงั สือ และการจับหนงั สือไม่ และการจบั หนังสือไม่

อ่านถูกต้อง ถูกตอ้ ง ถกู ตอ้ ง ๑ อยา่ ง ถูกตอ้ ง ๒ อย่างขึ้นไป

๒. อา่ นถกู ตอ้ งตาม อ่านถกู ตอ้ งตามอกั ขรวิธี อ่านถกู ตอ้ งตามอกั ขรวิธี อ่านไม่ถกู ตอ้ งตาม
อกั ขรวธิ ี ออกเสียง ร ล และคา ออกเสยี ง ร ล และคา อักขรวธิ ี ออกเสียง ร ล
ควบกลา้ ร ล ว ชัดเจน ควบกล้า ร ล ว และคาควบกล้า
ชัดบ้างไมช่ ัดบา้ ง ร ล ว ไมช่ ดั เจนเลย

๓. การเวน้ วรรคตอน อา่ นเวน้ วรรคตอนได้ อา่ นเวน้ วรรคตอน อา่ นเวน้ วรรคตอนผิด
ถูกต้อง ถกู ตอ้ งตลอดทง้ั เรื่อง ผิดบ้างเป็นบางคร้ัง ตลอดทง้ั เรื่อง ตง้ั แต่
ตั้งแต่ตน้ จนจบเรือ่ ง ต้นจนจบเรื่อง

๔. นา้ เสียงเหมาะสมกับ อา่ นเสยี งดังชัดเจน อา่ นเสียงดังชดั เจน อา่ นเสียงไม่ชัดเจน
นา้ เสียงเหมาะสมบ้าง
เร่ืองทอ่ี ่าน น้าเสยี งเหมาะสมกบั เปน็ บางครงั้ น้าเสียงไมเ่ หมาะสม
กบั เรอ่ื งที่อา่ น
เรอื่ งท่อี ่าน ตลอดทงั้ เรื่อง

๕. ไม่อา่ นข้าม/อ่านเพิ่ม/ อา่ นออกเสยี งได้ถกู ตอ้ ง อ่านออกเสียงได้ อา่ นออกเสียงไมถ่ กู ตอ้ ง
ตู่คา ชดั เจนทกุ คา ถูกตอ้ งชดั เจนเปน็ ไมช่ ดั เจน อา่ นข้ามคา
ทุกข้อความ ทกุ ประโยค บางคา มีการอ่าน อา่ นเพมิ่ คาและตู่คามาก

ต่คู า เพ่มิ คาและต่คู า
เปน็ บางครั้ง

๖. อา่ นเสยี งดังเหมาะสม อ่านเสยี งดงั ชัดเจน อ่านเสยี งดังบา้ งเป็น อา่ นเสยี งเบา ได้ยนิ
ได้ยนิ ท่ัวถึงกันท้ังหอ้ ง บางคร้งั เสยี งไม่ ไมท่ ่วั ถึง
เสยี งดงั สม่าเสมอ สมา่ เสมอ

แผนการเรยี นรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๓ วรรณคดีลานา

หน่วยที่ ๑ กระต่ายไม่ต่นื ตมู จานวน ๘ ช่ัวโมง

แผนการเรยี นร้ทู ี่ ๖ เรอ่ื ง การแสดงบทบาทสมุ ติ เวลา ๑ ชวั่ โมง

สอนวันท่ี ........... เดอื น ............................ พ.ศ. ..................

มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั
ของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ขิ องชาติ

สาระสาคัญ
การแสดงบทบาทสมมุติ เปน็ การนาเร่ืองราวที่อ่านหรือที่เกดิ ขน้ึ มาแสดงให้เปน็ ไปตามลักษณะนิสยั

ของตวั ละครในเร่อื ง
การอา่ นเรื่องทกี่ าหนดให้ หรอื เร่อื งท่ตี นสนใจ แลว้ เขา้ ใจเนอ้ื หาสาคัญของเร่ือง จนสามารถนามาแสดง

เป็นบทบาทสมมตุ ิได้ ถือว่าประสบความสาเร็จในการอ่าน

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง (รายครัง้ )
๑. วิเคราะหเ์ ร่ือง ตวั ละครในเร่ืองทีอ่ า่ น กาหนดลกั ษณะนิสัย อารมณ์ตัวละครแล้วนามาแสดงบทบาท

สมมุตไิ ด้
๒. แสดงบทบาทสมมุติตามลักษณะตัวละครท่กี าหนดได้
๓. มีมารยาทในการชมการแสดง

สาระการเรยี นรู้
๑. การวิเคราะห์ ตัวละครในเรื่องเพื่อแสดงบทบาทสมมตุ ิ
๒. การแสดงบทบาทสมมุติ
๓. มารยาทในการฟังการแสดง

กระบวนการเรียนรู้
๑. นกั เรยี นดูแผนภูมิเพลง “กระตา่ ยเอย๋ กระตา่ ย” อ่านออกเสียงเป็นทานองธรรมดาดงั ๆ พรอ้ ม

กนั ร้องเป็นเพลงตามครู ๑ เทยี่ ว รอ้ งกนั เอง ๒ เทยี่ ว พร้อมปรบมอื ประกอบจังหวะ และแสดงท่าทางตาม
จินตนาการประกอบ แลว้ สนทนาเก่ยี วกบั เนอ้ื หาของบทเพลง โดยครชู ่วยถามนา เพอื่ กระต้นุ ให้ นกั เรียนตอบ
เชน่ ถามวา่

- สิ่งทเ่ี รากาลังอ่านเปน็ บทร้อยกรองใช่หรอื ไม่
- นกั เรียนคดิ ว่าบทรอ้ ยกรองเรานามารอ้ งเป็นเพลงได้ไหม
- คาทเ่ี ราอ่านมคี าคล้องจองหรือไม่ คาไหนกบั คาไหน
- เราจะนาภาษาไทยไปใชใ้ ห้เกิดประโยชนห์ รอื ทาให้เกดิ ความคล้องจองกนั ได้ดคี วรทาอยา่ งไร
- สิ่งทเ่ี ราอ่านนีม้ งุ่ ให้อะไรแกเ่ รา
- กระต่ายในเน้ือหาของเพลงมีลักษณะอยา่ งไร
- กระต่ายชอบทาอย่างไร หรอื มกี ารเคล่ือนไหวอย่างไร
- ถ้าใหน้ ักเรียนกระทาทา่ ทางอยา่ งกระต่ายจะได้ไหม
- วันน้ีเราจะไดเ้ รียนร้แู ละฝึกแสดงบทบาทสมมุตใิ ห้เหมือนตวั ละครในเรือ่ ง

ฯลฯ

๒. นกั เรียนดูครูทาทา่ ทางกระโดด และชูนิ้วมือทง้ั สองข้างแนบหูซ้าย-ขวา แลว้ นนั้ ครูถามนาเพอื่ กระตุน้

และจุดประกายความคิดให้นักเรยี นตอบ เช่น

- นักเรยี นรไู้ หมว่าครทู าอะไร (ทาทา่ เลียนแบบกระตา่ ย)

- นักเรียนเคยเหน็ กระตา่ ยไหม (เคยเห็น,ไมเ่ คยเหน็ )
- กระตา่ ยมีลกั ษณะอย่างไร (ตอบตามความรคู้ วามเขา้ ใจเดิม)

- การกระทาตรงไหนท่นี กั เรียนเห็นว่าเป็นกระตา่ ย (ท่าทางกระโดด,และชูนิ้วมอื เป็นหสู องข้าง)

นกั เรยี นร่วมกนั ตอบปากเปล่าตามความเข้าใจ ความรู้สกึ นกึ คดิ ของนกั เรียน

จากน้ันครูทาท่าทางเปน็ เสือ ช้าง แลว้ ใหน้ กั เรยี นทายไปเรอื่ ย ๆ แลว้ พูดโยงสู่สาระการเรยี นรู้

ฯลฯ

๓. นักเรยี นฟงั ครชู ้ีแจงใหท้ ราบว่า “ให้นักเรยี นแบง่ กลุ่มเปน็ ส่กี ลุ่ม กลมุ่ ละ ๕ คน แต่ละกล่มุ ส่ง

ตวั แทนออกมาจบั ฉลากว่ากล่มุ ใดจะได้รบั เร่ืองใดไปอา่ นแล้วนามาแสดงบทบาทสมมุติ”

๔. ตวั แทนกลุม่ ออกไปจับฉลาก เมือ่ ได้ฉลากเรื่องแล้วฟังครอู ธบิ ายกตกิ าวา่

“ให้นักเรียนแต่ละกลมุ่ รว่ มกันอ่านทบทวนเร่ือง วเิ คราะห์เรือ่ ง คิดลกั ษณะ ท่าทางของตวั ละคร

ในเรอื่ ง ตคี วามในเนือ้ หาของเร่ือง ความเกี่ยวพันกนั ของตวั ละครแต่ละตัว แล้วฝกึ แสดงบทบาท
สมมตุ ปิ ระกอบเร่อื ง จากนน้ั นาเสนอผลงาน ดว้ ยการแสดงเป็นบทบาทสมมุติทห่ี น้าชนั้ ให้เพือ่ น

กลุ่มอื่นติชมและวจิ ารณ์”
๕. แตล่ ะกลุ่มอ่านเนอ้ื หาในเรื่องที่กลุ่มตนจับฉลากได้อีกครงั้ เพ่ือคิดวิเคราะห์เนื้อหาของเรอื่ ง

วเิ คราะห์ลกั ษณะทา่ ทางของตัวละครในเรอื่ งและตกลงวา่ จะมาแสดงบทบาทสมมตุ ิอย่างไรจงึ จะไดเ้ นือ้ ความ

ตอ่ เนื่อง ท่าทางของตวั ละครแต่ละตวั ทาอย่างไร เคล่อื นไหวอยา่ งไร

๖. นกั เรียนออกไปแสดงบทบาทสมมุติตามบทบาทหน้าท่ที ตี่ นเองไดร้ บั และฝกึ แสดงกันมาใหเ้ พ่ือน
กล่มุ อน่ื ชม ขณะนักเรียนแต่ละกล่มุ แสดง ครูคอยสงั เกตการแสดงหรอื พฤตกิ รรมของแต่ละกลุม่ อยา่ งสนใจ

ให้ความสาคัญและเอาใจใส่ ใหก้ าลังใจด้วยการปรบมอื และคาชม ส่วนการวิจารณก์ ารแสดงนั้น ใหโ้ อกาส
นกั เรยี นวจิ ารณ์กันเอง ครูคอยเติมเต็มบา้ งเท่านน้ั

๗. นักเรยี นร่วมกนั วิจารณผ์ ลการแสดงของกันและกนั ครูพยายามแนะนาให้วจิ ารณ์กันในลกั ษณะ

สรา้ งสรรค์ จากน้ันรับใบงานจากครู ทาตามขัน้ ตอนในใบงานเสรจ็ แล้วส่งครตู รวจ

๘. นกั เรียนร่วมกนั สรปุ ผลการเรยี นรู้และปฏบิ ตั ิในคร้ังน้ีดว้ ยการรอ้ งเพลง และแสดงทา่ ทางประกอบ
อกี ครง้ั

สือ่ /อุปกรณ์
๑. แผนภูมเิ พลง
๒. ใบงาน

๓. ฉง่ิ
๔. กลอง

แหล่งเรียนรู้
๑. ห้องเรยี น
๒. หอ้ งฝกึ แสดงผลงาน


Click to View FlipBook Version