The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-09-06 01:10:29

Ebook (1)

Ebook (1)




史 林惠珍

高三六班五号

传说时代

传说时代

远古时期

盘古开天辟地

เมอ่ื ผานกตู ่นื ขึ้น รูสึกอดึ อดั และมืดมวั จงึ จามไขใบนนั้ ออก เปน 2 สว น สว นที่สะอาดใหเปน "ผนื
ฟา " และสวนขนุ ขนใหเปน "ผืนดิน" อวยั วะตา งๆของทาน ไดกลายเปนสิ่งตางๆบนโลก คอื
- ลมหายใจ กลายเปน "ลม" และ"เมฆ"
-ตาซาย กลายเปน "ดวงอาทติ ย"
- ตาขวา กลายเปน "ดวงจันทร"
- แขน และขา กลายเปน "เทือกเขา"
- เลือด กลายเปน "สายนํ้า"

女娲造人,女娲补天

หนวี่ า คือ เทพธิดาที่ครง่ึ บนเปนคน คร่งึ ลางเปน ปลาหรืองแู ลวแตละตาํ นาน อยมู าวนั หน่งึ เจาแมหนีว่ าเหงา
จึงเสด็จลงมาบนโลกมนุษยซ ่ึงมีบรรยากาศทสี่ วยงดงาม แตว า กลับเงยี บเหงา หนี่วาจงึ นาํ ผมตนเองจมุ นา้ํ แลว
สะบดั ออกมาเปน มนษุ ย ชาวจนี จึงยกใหเจาแมหนว่ี าคอื พระมารดาผูใหก าํ เนดิ ชีวติ
เจา แมหนี่วายังมตี ํานานอดุ รอยรวั่ ของฟา คอื เทพไฟและเทพนา้ํ ไดตอ สกู นั เตา ยกั ษข องเทพนา้ํ ไดไปชนกบั เขา
ปดุ จิวซัวซง่ึ เปน เสาคํ้าฟา ทาํ ใหฟ า เอนไปทางตะวนั ตกเฉยี งเหนอื และดินเอยี งไปทางตะวันออกเฉยี งใต ภเู ขา
และฝนปา ถกู ไฟทาํ ลาย เกิดน้ําทวมไปท่ัว ปศาจตู างๆกอ็ อกมาทํารายมนษุ ย เจา แมไ ดใ ชข าของเตายกั ษม า
คํ้าฟา เอาไว และซอ มรูรั่วของฟา ดวยหนิ หาสี

传说时代

旧石器时代

元谋人:最早的人类

มนุษยห ยวนโหมว (ประมาณ 1.7ลานปม าแลว )
ปค.ศ. 1965 ไดข ดุ คน พบฟน 2 ซ่ีของมนุษย
หยวนโหมว(ตง้ั ชื่อตามเมอื งที่คน พบ) ทเี่ มอื ง
หยวนโหมว มณฑลยนู นาน ปจจุบันถือเปนมนุษย
ยืนตวั ตรงท่ีเกา แกท ส่ี ดุ ซึง่ ถกู คน พบทป่ี ระเทศจนี

北京人 "世界文化遗产" 用火和石器

มนษุ ยป ก กงิ่ (ประมาณ 7-2 แสนปม าแลว) ปค .ศ. 1929 ไดพบซากมนุษยปกกิ่ง
ในถ้าํ เขาหลงกซุ าน หมูบ านโขว เตีย้ น หา งจากกรงุ ปกกงิ่ ทางตะวนั ตกเฉยี งใตไป
ประมาณ 45 กโิ ลเมตรการคนพบคร้งั ตอ ๆมา ก็ไดค น พบซากมนุษยปกกิง่ อีก
จํานวนมาก ทั้งชายและหญงิ โดยเพศชายจะมสี ว นสูงประมาณ 1.558 เมตร เพศ
หญงิ จะมสี วนสูงประมาณ 1.435 เมตร ใบหนา สนั้ ปากย่ืนและคางหุบเขา หนา ผา
กลาดต่าํ หวั กะโหลกหนา หัวกะโหลกของมนุษยป ก กิ่งสามารถบรรจุสมองได
ประมาณ 1,057 ซีซี มนุษยป ก กิง่ สามารถเดนิ และวิ่งตรงไดแลว แตห ลังคอ ม อาศัย
อยูกันเปนหมเู หลาในถาํ้ สามารถใชไฟ ผลติ และใชเคร่อื งหินได

新石器时代

柳江人,麒麟山人

柳 江 ⼈ อยใู นหมทู ี่เกา แกทสี่ ดุ ทมี่ นุษยส มยั ยคุ หินใหม ทพ่ี บในเอเชยี

ตะวันออก ซากของพวกเขาถูกคน พบในถํ้า tongtianyan มณฑลกวางซี
ประเทศจีน ซากศพถูกขดุ ข้นึ ในป1958ซากศพประกอบดว ยหัวกะโหลก
ผูใหญท ไี่ ดร บั การอนุรักษไวอ ยา งดี กระดูกสะโพกท่ถี กู ตอ ง(กระดกู สะโพก)
กระดูกสะแครงสมบูรณก ระดูกสันหลงั หลายสวนและกระดกู ตนขาสองช้นิ
เชอ่ื วาซากท้ังหมดเปนของคนเดยี ว

夏朝

夏朝

华夏族(中国人)
"炎黄子弟"或者"炎黄子孙"

ตาํ นานเลา วา ราว 4000 กวา ป มาแลว บรเิ วณลุมแมนา้ํ หวงเหอมผี ูคนตง้ั ถ่นิ ฐานชุมชนอาศัยอยู
กนั เปนจาํ นวนมาก หวงต้ี และ เหยียนตี้ เปนหัวหนาแควน สองคนทมี่ ีชอ่ื เสยี ง ในขณะนน้ั มีแควน
ทเ่ี ขม แข็งแควนหนง่ึ ช่ือ “จ่ิวหลี” มหี วั หนาแควน ช่ือ ชือโหยว เปน ผูท ี่มีความกลาแกรงเปนท่สี ดุ
ชือโหยวกอ สงครามกับแควนของเหยยี นต้ี ตีเหยยี นตจ้ี นพายแพ จงึ ไปขอความชวยเหลือจากหวง
ตี้ ตอ มาแควนของหวงตีก้ ับเหยียนตี้ กร็ ว มมือกนั กอประกาศสงครามครง้ั สดุ ทา ยกับชือโหยวอกี
ครง้ั ณ ดนิ แดน จูล ู ในท่ีสดุ ชอื โหยวกถ็ ูกจบั กุมไดและถกู สังหาร หวงตก้ี ไ็ ดรบั การยกยอ งใหเปน
หวั หนาแควน พันธมติ รภาคกลาง ระยะเวลาผา นไปยาวนาน แควน ตางๆ หลอมรวมกนั เขา และ
พัฒนาเปนชาวฮน่ั ในยุคเริม่ แรก และเปนหลักของเชื้อชาตสิ บื มาจนปจ จุบัน ชาวฮ่ันและชนเผา พ่ี
นอ งมากมาย มักเรยี กตัวเองวา “ลกู หลานของ เหยยี น หวง”

大禹治水

มเี รอื่ งเลา วาในสมัยของพระเจา หยาว แถบลมุ แมนํา้ ฮวงโหตอนกลางของ
ประเทศจนี ประสบปญหาอุทกภัยเรือ้ รงั สรางความเดือดรอนใหก ับประชาชน
พระเจาหยาวจงึ ไดม อบหมายใหกุนผูเปนพอ ของหยว่รี ับหนาทใี่ นการแกไข
ปญหากนุ ใชเ วลาถงึ เกา ปแ ตก ไ็ มสามารถแกปญหาอทุ กภัยไดส ําเร็จ อีกท้งั
ยังถกู ลงโทษประหารชวี ิต ตอ มาหยวีไ่ ดรับมอบหนา ทต่ี อ จากกน หยว่เี รยี นรู
บทเรยี นจากความผิดพลาดของผเู ปน พอ ใชวธิ กี ารทางชลประทานคอื การ
ขดุ ลอกคลองระบายนํ้าจนสามารถควบคุมน้าํ ทว มไดส ําเรจ็ หยวี่ใชเ วลา
ยาวนานถงึ สิบสามปอทุ ศิ ตนใหก บั การแกปญหานํ้าทวม โดยมีเรือ่ งเลาวา ใน
ชว งเวลา13ปน ้นั หยวผี่ า นหนา บานตนเองถงึ สามครัง้ แตก ็ไมไดแ วะเขา บา น
เลยแมสักครั้งเดยี วเพราะเกรงวาจะทําใหเสยี เวลา

夏朝

大禹建立夏朝

ตา หยวี่ไดสถาปนาราชวงศแ รกของจนี ขน้ึ มาในทส่ี ดุ
คือ ราชวงศเ ซ่ยี มรี ะยะเวลาการปกครองยาวนาน
ถึง 400 กวาป

世袭制

ตัง้ แตฉ่ีปน ตนไป กเ็ กิดระบบสืบสันตตวิ งศข ้ึน เม่ือตองสบื สันตวิ งศ กต็ องมีดงั น้ัน ฉจี ึงนําชอื่ เผาของ
ตน น่ันคือเผาเซีย่ ซึ่งประกอบดวย12สกุลแซ มาเปนช่ือราชวงศ เขาไมก ลาเอาแซส กุลตวั เองคนเดยี ว

王朝เปน ชื่อราชวงศเพราะเดยี๋ วจะโดนรุม ก็ตองหาพวกไวกอน เปนรากฐานอาํ นาจ และการตั้งตนเปน

ราชาวงศของราชา ยอมเปน ราชวงศ จึงกลายเปน ทมี่ าของราชวงศแรกในประวัติศาสตรจนี
ราชวงศเซยี่ คอื ราชวงศแรกเพราะมนั คอื การสบื ทอดอาํ นาจดวยระบบสบื สนั ตตวิ งศค รง้ั แรก

造 "铜鼎"--进入铜器时代

ชาวเซี่ยยังสรางเคร่ืองทองสัมฤทธิห์ รือติง่ โดยเลยี นแบบรูปรางของสตั ว
ทําใหประวตั ิศาสตรจ นี เปลยี่ นจากยคุ หินมาเปนยุคโลหะ ติ่งมี 3 ขา 2 หู
แตกอ นตงิ่ เปน ภาชนะหุงตม ขนาดใหญ

鼎=王权象征

สญั ลกั ษณข องราชา แสดงถงึ ความร่ํารวย

商朝

商朝

首都:殷

ราชวงศซาง(Shang dynasty) เปนราชวงศจีนทีป่ กครองตอ จาก
ราชวงศเ ซีย่ ปกครองดนิ แดนแถบแมนํ้าเหลืองเม่ือประมาณ
2000 ปก อนคริสตกาล บางคร้งั เรียกวา "ราชวงศย นิ " (Yin
dynasty) เนือ่ งจากยินเปน เมืองหลวงที่พบหลกั ฐานราชวงศน ้ี

甲骨文

อกั ษรจารบนกระดูกสัตวเ ปน อักขระโบราณท่มี อี ายุเกา แกท ่ีสดุ ของจนี เทาท่มี กี ารคนพบในปจ จุบนั โดยมาก
อยใู นรูปของบันทกึ การทํานายทใ่ี ชม ดี แกะสลักหรอื จารลงบนกระดองเตา หรอื กระดูกสตั ว ปรากฏแพรห ลาย
ในราชสํานักซางเมื่อ 1,300 – 1,100 ปก อนคริสตกาล ลักษณะของตวั อักขระบางสวน ยงั คงมีลกั ษณะของ
ความเปน อักษรภาพอยู โครงสรางตวั อักษรเปน รปู วงรี มีขนาดใหญเลก็ แตกตางกนั ที่ขนาดใหญบ างสูงถงึ นิ้ว
กวา ขนาดเล็กเทาเมลด็ ขาว บางครงั้ ในอกั ขระตวั เดียวกนั ยังมวี ธิ ีการเขียนท่แี ตกตา งกัน ตวั อกั ษรมกี าร
พฒั นาการในแตล ะชว งเวลา โดยมีลักษณะพเิ ศษ กลา วคอื ยคุ ตน ตวั อักษรมีขนาดใหญ ยุคกลาง มขี นาดเลก็
และลายเสน ทีเ่ รยี บงา ยกวา เมื่อถึงยคุ ปลายจะมีลกั ษณะใกลเคียงกับอกั ษรจนิ เหวนิ หรอื อกั ษรโลหะทม่ี ีความ
เปน ระเบยี บสาํ รวม

商朝-周朝

司母戊鼎:世界上现存最大的青铜器

กระถางซือหมอู ูติง่ เปน กระถางสมั ฤทธทิ์ ี่กษัตรยิ ซางทรง
ทําข้นึ มาเพ่ือเอาไวสักการะบชู าพระมารดาท่ีเสียไป
เมือ่ 3000ปกอ นนา้ํ หนกั ของมนั มากกวา830กโิ ลกรัม

开始烧制原始青瓷

เร่ิมมีการใชภาชนะสํารดิ อยา งแพรห ลายโดยเฉพาะประเภทเครื่องใชตางๆ
ดว ยสําริด เชน ภาชนะบรรจสุ รุ าทสี่ วยงามรปู แบบตางๆ มีดวงพระจนั ทร
กลองสํารดิ ซ่งึ มกี ารขดุ คน พบเปนหลกั ฐานกนั มาก

周朝

西周
封建制度

ไดเ ร่ิมการปกครองดวยระบบศักดินา คอื แยกแผนดนิ ออกเปน
แควนตา งๆ ใหมอี อ งไปปกครอง โดยโจวอหู วงั เปนผูมีอํานาจ
สงู สุด ระบบสบื สายวงศข ึน้ ใชอยางชัดเจนเปนครงั้ แรก โดย
กาํ หนดวา ตําแหนง กษัตรยิ หรอื เจา นครรัฐตางๆตอ งสบื ทอด
เฉพาะบุตรคนโตของภรรยาเอกเทาน้นั บุตรทีเ่ หลือจะรับการ
แตงตงั้ ในตําแหนงตา่ํ ลงไป

周朝

东周

-春秋时期
春秋五霸

เปนการกลาวถึงเหตุการณป ลายราชวงศโจวที่เขา สยู คุ ชุนชวิ กอนยคุ จานกวอ คําวาหา อธิราชยน นั้

หมายถึงเจาผคู รองเเควน ท้งั หา ที่ทาํ สงครามเเยงชิงความเปนใหญก ัน ภาษาจนี เรียกวา"ชนุ ชวิ อูป า "ซงึ่

ประกอบดว ยเจาผูค รองเเควน ทั้งหา ไดเเก

แบบที1่ แบบท2่ี
齐桓公 齐桓公

宋襄公 宋襄公

晋文公 晋文公

秦穆公 吴王阖闾

楚庄王 越王勾践

百家争明

มนี ักคิดผยู ่งิ ใหญเ กิดขนึ้ พวกเขาไดแ สดงความคดิ เกย่ี วสงั คมในสมยั นัน้ โดยมองทีม่ มุ มองและจุดยืน

ตา งกัน ทําใหเกิดสาํ นักตา งๆ ไดแก

1.儒家 >>> 孙子,孟子 กฎระเบียบสงั คม มีแบบแผน เอือ้ อาทร

2.法家 >>> 韩非 ใชกฎหมายมาตดั สิน

3.墨家 >>> 墨子 เนน ความรักในเพื่อนมนษุ ย มีเหตผุ ล

4.道家 >>> 老子,庄子 ธรรมชาติ

儒家 道家

法家 墨家

周朝-秦朝

东周

-战国
商鞅变法

ป 359 กอ นครศิ ตศ ักราช อองฉนิ เสี้ยวกง สานตอ การปฏิรปู ของพระบิดา ฉนิ เสีย้ นกง แตงตั้ง
กงซนุ ยงั ขน้ึ เปนอัครมหาเสนาบดแี ละมอบอํานาจใหดําเนินการปฏิรปู การปกครอง ทงั้ นีแ้ มก าร
ปฏิรปู การปกครองของรฐั ฉนิ โดยกงซุนยังคร้งั นีจ้ ะเปนการปฏริ ูปทคี่ อ นขางลาชากวารฐั อ่ืน แต
ถือวาก็เปน การปฏิรูปทถี่ ือวาขดุ รากถอนโคน

天命

มกี ารกําหนดหลักเกณฑ (อาณตั ิสวรรค) มอบอํานาจใหก ษตั รยิ ราชวงศโจวปกครอง กษตั ริยม ฐี านะ
เปน โอรสสวรรค ถาปกครองดว ยความยตุ ธิ รรม หากปกครองโดยไรค ุณธรรมกษัตรยิ จะถูกเพิกถอน
จากผทู รงคุณธรรม ถอื เปนแนวคดิ ทมี่ ผี ลตอ การเปล่ียนแปลงทางการเมอื งของจีนตลอด 2 พนั ป

秦朝

秦始皇统一中国

เปน ยุคแหง การรวมชาตจิ นี หลังจากทแ่ี ตกแยกเปนกกเปน เหลา ในสมัยจา นกว๊ั เมอ่ื รฐั ฉนิ ซงึ่ อยทู าง
ตะวนั ตกของจานก๊วั ไดร วบรวมกกตา ง ๆ สาํ เรจ็ กส็ ถาปนาตนเองเปนกษตั รยิ องคแ รกของแผนดนิ โดย
เรยี กวา “จน๋ิ ซฮี องเต” การใชร ปู แบบตวั หนังสือ ระบบเงินตรา ระบบกฏหมาย ระเบียบงานในราชการ
รวมถงึ ระบบปรชั ญาแนวคิดเปน ไปในแบบเดยี วกนั หมด

秦朝

焚书抗儒

หล่ซี ือไดเ สนอแนวทางเผาตาํ ราฆา ขงจือ๊ เพ่ือใหสอดคลองตามนโยบายอกั ษรเดยี ว เพื่อปอ งกนั
ความแตกแยกความขัดแยง ขาดความสามัคคีแบง กนั เปน ฝก ฝา ย แมเ ปนผลดตี อเอกภาพทางการ
ปกครองแตก ส็ ง ผลกระทบอยา งใหญหลวงในแงของจรยิ ธรรมและสทิ ธิเสรีภาพ นักปราชญท ่ี
แนวคิดตรงขามกนั จงึ ถกู จบั ไปลงโทษหรือถูกฆา ตาํ ราของสํานักขงจอ๊ื ถกู เผาทิง้ แลวนําแนวคดิ
ของสาํ นักฝา เจียมาใชเเทน

兵马俑

สุสานแหง นถี้ ูกขุดพบโดยบงั เอญิ จากชาวนาตระกลู หยางจํานวน 7 คน ในหมบู านซหี ยาง เนือ่ งจาก
ชาวบานตองการขดุ หาแหลง น้าํ เมอ่ื ขดุ ลกึ ลงไปประมาณ 4 เมตร ก็พบกบั วัตถุทที่ ําดวยดินเผาที่มี
ลกั ษณะรูปรา งคลายกับเหยอื กสาํ หรับใสนาํ้ จึงคอย ๆ ขุดดนิ อยา งระมดั ระวัง และเมือ่ ยิ่งขดุ ลกึ ลง
ไปก็พบกองทัพทหารดนิ เผาในชุดเกราะ คันธนูและลูกธนทู องเหลอื งจาํ นวนหน่ึง ตอมารัฐบาลได
เร่ิมการขุดคนอยางมรี ะบบ ผลของการขดุ คน พบรูปปน กองทัพทหารและรถมา ดนิ เผามากกวา
8,000 ตวั และรถมา ไมม ากกวา 100 คัน หุนทหารดนิ เผาภายในสุสานมีขนาดรูปรางทแ่ี ตกตางกนั
ลักษณะหนา ตา กรยิ าทา ทาง เครือ่ งแตงกายไมเหมอื นกันแมแตตัวเดียว

秦朝

万里长城

กษัตริยฉินสรา งแนวปกกันพวกปาเถ่อื นจากทางเหนอื โดยการสรางกาํ แพงตอ เช่ือมกําแพงเดิมท่ี
อยูเ ดมิ จากการกอสรา งของรฐั ตาง ๆ สมยั จา นกว๊ั การกอสรา งนท้ี ําใหก ลายเปนกาํ แพงขนาด
ยาวนับหม่นื ลจ้ี ึงเรยี กกาํ แพงนีว้ า “กาํ แพงหมื่นล”้ี การกอ สรา งกาํ แพงตองใชเ งินทองและแรงงาน
มหาศาล ผูค นลมตายจํานวนมากขณะกอสรา ง ความไมพอใจจึงเกดิ ขึ้นทุกท่ี ฉะน้นั ทันทีท่ีฉินสื่อ
ฮอ งสน้ิ ลงในป 210 กอ นคริสตก าล ผูค นทไ่ี มพอใจเปน ทนุ เดมิ อยูแ ลวกล็ ุกข้นึ มาลมลางทันที

封建

ระบบศกั ดนิ าสมบรู ณท ส่ี ุดในราชวงศฉิน

汉朝

汉朝

刘邦建立汉朝

หลิวปง สถาปนาราชวงศฮ่นั หลงั จากราชวงศฉนิ ลม และได
汉⾼祖สถาปนาตนเปนจักรพรรดินามวา ฮั่นเกาจู (
)

汉武帝

จกั รพรรดฮิ ่ันอตู ้ที รงสถาปนาศูนยกลางการปกครองสมบูรณาญาสทิ ธิราชตงั้ อยใู น
พระราชวัง จดั ตัง้ ระบบคัดเลอื กคนเกงมีความสามารถเพ่ือรับใชราชการ นําแนว
ความเห็นของจูฝูเ หยี่ยน มาปรับปรงุ ปฎบิ ตั ิ ผลักดันนําประเทศสูความเปน สงาราศี
ทยุ อา นหลงิ้ แกไ ขปญ หาอาํ นาจของเจา แวนแควนและเจาประเทศราช รวมท้ังจดั
เก็บสินคาควบคุมอาทเิ กลือ เหลก็ และเงนิ เหรียญสง เขาศนู ยอํานาจ ณ.สว นกลาง
ดา นศิลปและวฒั นธรรมนาํ แนวความคดิ ของตง จงซมู าปฎิบตั ิ “ยกเลกิ สถาบนั ท่ีไร
ประโยชน สง เสริมและศรทั ธาเพียงสถาบนั ขงจ้อื ”

丝绸之路

เสน ทางสายไหมทางบก นายจาง เชยี น ทตู จีนออกเดนิ ทางจากเมอื งฉาง
อนั ผานมณฑลกานซู เขตซินเจียงของจีน ไปเยอื นเอเชยี กลาง เอเชีย
ตะวันตก และประเทศตา ง ๆ รมิ ฝง ทะเลเมดเิ ตอรเ รเนยี นโดยอฐู ตอ มา
ภายหลงั เสนทางสายนีเ้ ปน เสนทางสําคัญของการคาขายสายไหม

สวนเสนทางสายไหมทางทะเล เจ้งิ เหอเดนิ ทางจากชายฝงทะเลทาง
ตะวนั ออกเฉียงใตข องจนี ผา นคาบสมทุ รอินโดจนี ทะเลจนี ใต มหาสมทุ ร
อินเดีย ไปยงั ทะเลแดง ซ่งึ เปนชอ งทางสาํ คญั ในสมัยโบราณท่ีจนี ดาํ เนนิ
การคา และการแลกเปล่ยี นวฒั นธรรมกับประเทศตาง ๆ ในเอเชตี ะวนั
ออกเฉียงใต เอเชียใต ยุโรป และแอฟรกิ าตะวันออก

汉朝

王昭君

เปน 1ใน4สาวงาม ซงึ่ หวงั จาวจวนิ เปน ลูกสาวของชนเผาซงหนซู ่งึ เปน ชน
เผาเลยี้ งสตั วเ รรอ นตามแหลง อาหารเลีย้ งสตั วทางทศิ เหนือของจนี ไดม ี
อิทธพิ ลมากข้นึ เรอ่ื ย ๆ และไดร ุกรานลงมาทางภาคใตอยูห ลายครัง้ ซึ่งเปน
ภัยคุกคามตอ ความปลอดภยั ของจนี ในตน สมัยราชวงศฮนั่ ประเทศยงั ไม
คอยเขมแข็ง ไมสามารถตอ สกู บั ชาวซงหนูได จงึ ไดดําเนินนโยบายการ
อภเิ ษกสมรสเพอ่ื แสดงไมตรีจติ ตอกนั โดยมีจุดมงุ หมายพักรบชัว่ คราวตอ
มาดวยการพฒั นาดา นเศรษฐกจิ และการทหารของราชวงศฮ ั่น

司马迁➪史记

ฉ่ือจีเ้ ปน เอกสารทซ่ี อื หมา ถนั ขนุ นางฝายอาลักษณต าํ แหนงไทฉ ื่อล่งิ แหงราชวงศฮ นั่ ตะวนั ตก
เรม่ิ เขียน และบุตรชาย คอื ซือหมา เชยี น ขนุ นางฝายอาลักษณตําแหนงไทฉ ื่อกงแหงราชวงศ
เดียวกนั เขยี นตอจนจบในราว 94 ปกอ นครสิ ตกาล เน้ือหาวาดว ยความเปนมาของโลกดังทช่ี าวจนี
รบั รูใ นยคุ สมยั นนั้ กินเวลา 2,500 ปตั้งแตร ัชกาลจกั รพรรดหิ ฺวงั ไปจนถงึ รัชกาลจกั รพรรดฮิ น่ั อู ซงึ่
เปน ชวงเวลาของผูเขยี นเอง

汉朝

张衡➪地动仪

จางเหิงคิดคน เครื่องทาํ นายแผน ดินไหว ดา นในของเครอ่ื งวัดฯ ประกอบไปดว ยกลไกตางๆ ไดแก เสา
ทองแดงเปนแกนกลาง สมั พันธก บั ลางท้งั 8 ซ่ึงเชอ่ื มโยงกับปากมังกรทงั้ 8 ตวั ภายนอกไห เบอ้ื งลางมี
คางคก 8 ตัวอาปากรอรับไขม ุกเมด็ เล็กทาํ จากโลหะทองแดง หากเกดิ แผนดินไหวรนุ แรงในทศิ ทางใด เสา
ทองแดงภายในไหจะเสยี สมดลุ และไปชนเขากับลางดานใดดานหนึง่ ทําใหมังกรอา ปากคายเม็ดทองแดง
ตกใสป ากคางคก และเกิดเสยี ง ทําใหผคู มุ เครอ่ื งทราบวา แผนดินไหวนัน้ เกิดข้นึ ณ ทศิ ทางใดและเวลาใด
โดยมงั กรท้ัง 8 ตัวนั้นก็คือตวั แทนของ 8 ทศิ น่นั เอง

张仲景:医圣 华佗:神医

zhangzhongjing เปนนายแพทยผ ูย ง่ิ ใหญ huatuo เปนหมอเทวดา ปรมาจารย
ระดบั เซียน เกงในดา นการคดิ คน การรกั ษา ศัลยแพทยจนี เกง ในการผา ตดั และเปนบคุ คล
ภายในรา งกายมนุษย ทค่ี ดิ คนยาชา

三国

三国

สมยั สามกก คือประวตั ศิ าสตรจ ีนชวงปลายราชวงศตงฮนั่ (ฮัน่ ตะวนั ออก) ทแี่ ผน ดินจราจล เกิดสงคราม
ระหวางสามอาณาจักรทําศึกสงครามกนั เปนเวลายาวนานตามทีน่ ักประวตั ศิ าสตรนบั กนั อยา งเปน
ทางการคอื ระยะเวลา 60 ป

จดุ เกิด

จุดเกิดของยคุ สามกกในประวตั ิศาสตรจ ีน มีจดุ เริม่ ตนในยุคสมยั ปลายราชวงศฮัน่ ตะวนั ออกซ่ึงปกครองโดย
พระเจา เหย้ี นภายหลงั ถกู ต๋งั โตะเขายึดครองอํานาจทงั้ หมดไวเปน ของ สถาปนาตนเองเปน บิดาบุญธรรมของ
พระเจา เหยี้ นเต ภายหลังตัง๋ โตะถกู ลอบสงั หาร ราชสาํ นักและราชวงศเ กดิ ความวนุ วาย โจโฉฉวยโอกาสใน
สถานการณท ่ีเกดิ ความขดั แยง และปน ปวนเขายึดครองอํานาจและบงั คบั ควบคุมใหพ ระเจาเหยี้ นเตอยภู าย
ใตก ารปกครอง แตง ตง้ั ตนเองเปนมหาอปุ ราช มีอํานาจเดด็ ขาดแกเ หลา ขุนศึก กองกําลงั ทหารและไพรพล
ครอบครองดนิ แดนทางเหนอื สวนหนึง่ ไวเปนของตนอวนเส้ยี วเปนผมู อี ํานาจและกองกาํ ลังทหารและไพรพ ล
เปน จาํ นวนมาก ครอบครองพน้ื ท่บี ริเวณตอนุกลางและตอนปลายของลุมแมน ้าํ ฮวงโห กองทัพอวนเสี้ยวจดั
เปนกองกําลังทหารท่มี อี ํานาจสงู สดุ ทางภาคเหนอื เชน เดียวกับกองทพั ของโจโฉ ภายหลังโจโฉสามารถนํา
กาํ ลงั ทหารเขา โจมตีและเอาชนะอว นเส้ียวไดสาํ เรจ็ จึงรวบรวมดินแดนทางเหนือท้ังหมดไวเ ปนของตน
สาํ หรบั ดินแดนภาคใตบ รเิ วณตอนกลางลุม แมน ํา้ แยงซเี กียงเปนเขตดินแดนปกครองของเลา เปย วซึ่งปกครอง
ดินแดนดว ยความสงบและมั่นคง และตอนปลายแมน ้าํ าแยงซีเกยี งเปนเขตแดนปกครองของซุนกวน



เปนกกทีย่ ิ่งใหญและมอี าํ นาจมากทสี่ ดุ ในบรรดาสามกก ในระหวางป
ค.ศ. 220 — 265 ครอบคลุมพื้นท่ีทางตอนเหนือของประเทศจีน
ปกครองโดยโจโฉ วุยกกถูกยึดอํานาจโดยครอบครวั ขนุ นางตระกูลสุ
มา ตอมาราชวงศวยุ กถ็ ูกโคนลมโดยสุมาเอยี๋ น ซึง่ ตอมาภายหลังได
สถาปนาราชวงศจ้ินขน้ึ แทนและรวบรวมแผน ดินทแ่ี บงเปนกก ตาง ๆ
เขาดว ยกนั

三国



สถาปนาโดยพระเจา เลาป เชอ้ื พระวงศแหง ราชวงศฮ ั่น ปกครองใน
ระหวางป ค.ศ. 221-263 จกกกครอบครองพน้ื ทท่ี างภาคตะวันตก
ของประเทศจีน บริเวณมณฑลเสฉวน มแี มน้ําท้ังหกสายไหลผา น จ
กกกปกครองอาณาจกั รโดยจกั รพรรดิสืบตอ กนั มาท้ังหมด 2 พระองค
อาณาจกั รจกกก นัน้ มีอายไุ ดแคเพยี ง 42 ปก ็ลมสลายลงดวยฝมือ
กองทพั ของวยุ กก อันเน่ืองจากการบรหิ ารราชการแผน ดินท่ีลมเหลว
และไมด ีของพระเจาเลาเสีย้ น



ซุนกวนเปนผปู กครองในระหวางป ค.ศ. 222 — 280 ครอบคลมุ พน้ื ที่ทาง
ดานตะวนั ออกของประเทศจนี ทางบรเิ วณตอนใตข องแมน้ําแยงซี ซงึ่ คือ
พื้นที่บรเิ วณรอบ ๆ เมอื งหนานจงิ ในปจจุบัน มพี ระมหากษตั รยิ สืบตอ กนั มา
ท้ังหมด 4 พระองค งอกก เปนอาณาจกั รสุดทายในบรรดาอาณาจกั รสามกก
ทล่ี ม สลายโดยกองทพั ของพระเจาสมุ าเอยี๋ นแหงราชวงศจ ิน้ งอ กก เปนกกที่
อยไู ดน านทส่ี ุดในยุคสามกก

赤壁之战

เปนสงครามทีม่ คี วามสาํ คัญทีส่ ดุ สงครามหน่งึ ในยคุ ปลายราชวงศฮ ่นั ในรัชสมัยของพระเจาฮ่ันเห้ยี นเต ซ่งึ เปน
จุดเริ่มตนของยคุ สามกักในประเทศจีนในเวลาตอ มา ศึกผาแดงนเี้ กิดขึ้นในป พ.ศ. 751 โดยฝง หนง่ึ เปนกองทัพ
พนั ธมิตรของเลา ปแ ละซุนกวนทางตอนใต และอีกฝง คอื ทพั ของโจโฉทางตอนเหนือซุนกวนและเลา ปน ้ันได
ชัยชนะเหนอื โจโฉ ทําใหค วามพยายามในการยึดดินแดนทางใต
ของโจโฉตองลม เหลวลง โดยจุดแตกหกั เกิดข้ึน ณ ตําบลที่
เรียกวา "เซ็กเพก็ " รมิ แมน ํ้าแยงซีเกยี งศกึ ผาแดงนน้ี ับวา เปน
ศกึ ทม่ี ีช่ือเสยี งมากทีส่ ดุ ในสามกก

三国

花木兰:代父从军

ฮวามูหลานเปนคนสมัยราชวงศเ วยเหนอื คนภาคเหนอื สว นมากชอบฝก วทิ ยายทุ ธ บดิ าของฮวั มหู ลานเคย
เปน ทหาร เม่ือมูหลานอายกุ วา 10 ขวบ บดิ าก็มักจะพาเธอไปฝกข่ีมา ยงิ ธนแู ละวธิ ใี ชด าบกบั กระบองท่รี ิม
ฝง แมนํ้านอกหมูบ านเสมอ ในเวลาวา งเปลา มูห ลานยงั ชอบอานหนังสือพิชยั สงครามของบิดาดว ย เธอได
ปลอมตัวเปนผชู ายไปออกรบแทนพอ เนือ่ งจากพอแกแลว

祖冲之:数学家

ผลงานทสี่ าํ คญั ทีส่ ุดของจชู งจืออยุในดานคณติ ศาสตร เขาไดคิดอตั ราสวนระหวางเสนรอบวงกบั เสน ผา น
ศนู ยก ลางทล่ี ะเอยี ดแมน ยาํ ในระดับหนงึ่ ประเทศจีนมีมโนภาพอตั ราสวนระหวา งเสนรอบวงกับเสน ผา น
ศนู ยก ลางแตโบราณ แตยังไมคอยละเอียดแมนยํา จชู งจือไดสรุปประสบการณข องคนรุนกอ น และตัดสนิ ใจ
ใชว ธิ กี ารตัดรูปวงกลมของหลวิ ฮยุ ในสมยั สามกก มาคดิ อัตราสว นระหวางเสน รอบวงกบั เสน ผา นศนู ยกลาง
แตเคร่ืองมอื ในการคํานวณของสมัยนน้ั คือทอ นไผอ ยา งเดียวสาํ หรบั
ตัวเลข 9 หลัก จะตองคาํ นวณ 130 ครัง้ ขึน้ ไป ท้งั ยังเกิดขอผดิ พลาด
ไดงา ย จูชงจอื เมื่อไดคํานวณหน่ึงครงั้ จําเปน ตองทบทวนอยา งนอ ย
2 รอบ จนผลคาํ นวณของทกุ ครง้ั ลว นเหมือนกันจึงนับไดวาบรรลผุ ล
หลังจากคํานวณดว ยความขยันหมัน่ เพยี ร จูชงจอื ไดค ิดอตั ราสวน
ระหวางเสน รอบวงกับเสน ผานศนู ยกลางเปน ตัวเลขท่รี ะหวา ง
3.1415926 ถงึ 3.1415927

晋朝

晋朝

王羲之:书圣

หวางซีจือเมอ่ื ยงั เปนหนุมเคยเปนลูกศิษยข องมาดามเวยตอมาไดทองเทีย่ วไปตามภเู ขาเรอื งนามและ
แมนํ้าสายใหญตา ง ๆ และไดศึกษาเลียนแบบศิลาจารกึ ของนักอักษรศิลปจนี สมัยโบราณ หวางซจี ือไดฝก
เขียนพูกนั จีนดว ยความขยนั หมั่นเพียร มเี รือ่ งเลาวา เขาเคยฝกเขียนพกู นั จีนท่ีสระนํา้ ของศาลาหลานถิง
ท่ีอาํ เภอเซา ซงิ มณฑลเจอเจียงลอดท้งั วนั ทั้งคืน จนขนาดทีท่ าํ ให
นํ้าใสในสระกลายเปน สดี ําของหมึก ในท่สี ดุ เขาไดพฒั นาลักษณะ
เฉพาะของตนเองข้นึ มาสิงซแู ละเฉา ซู (ซ่งึ เปนทํานองการเขยี นพกู นั
จนี สองชนิด) ของหวางซีจอื ไดม ีบทบาทตอคนรุนหลงั อยา งมาก
ศิลาจารกึ การเขยี นพูกนั จีนทีเ่ รอื งนามของเขามี

《 兰亭集序》 《快雪时晴帖》,

顾恺之:画绝

กูขายจือ (ราวป ค.ศ.345-409) เปน จติ รกรท่ยี อดเยย่ี มในสมัยราชวงศจ ้ินตะวันออก คนรุนหลังได
ยกยอ งเขาเปนหนึง่ ใน 4 บรรพบุรุษแหง จติ รกรซึ่งงประกอบดว ย ลทู น่ั เวย จางเซิงเหยาและอเู ตา จึ
เขาเคยเท่ียวทัว่ ภาคใตข องประเทศจนี และไดสะสมขอ มลู ในการวาดภาพไวมากมาย

随朝

随朝

杨坚建立随朝

隋朝大运河:京杭大运河

ขุดคลองสายน้ีโดยใชแรงงานหลายลานคนโดยใชเ วลาประมาณ 6 ป เพ่ือการควบคุมประเทศไดม นั่ คงยงิ่

ขึ้น และเพอ่ื การขนสง เครอื่ งอุปโภคบริโภคจากภาคใตของแมน ํา้ แยงซเี กยี งไปสภู าคเหนอื ใหส ะดวกยงิ่

ขน้ึ คลองขดุ บางตอนไดพ ัฒนาจากคลองเดมิ ดวยวธิ ีการฟน ฟูบูรณะ การขยายใหกวางและขุดใหลกึ ขนึ้

นอกจากนี้ ยังยงั ไดเ ชอ่ื มแมน้าํ ธรรมชาติ ทะเลสาบและคลองใหญเ ลก็ ใหต อ เนอ่ื งกันดวย

随朝

科举制度

ระบบการคดั เลอื กขาราชการท่ีทางราชสํานกั จดั ข้ึนใหเ ปน การสอบสวนกลาง เพือ่ คดั เลอื กผูที่
มคี วามสามารถตามผลคะแนนสอบ และเพื่อประเมินการไดร ับความรูและคณุ ธรรมของผเู ขา
สอบ แลว แตงตั้งดํารงตําแหนง ขา ราชการในสวนตางๆ ตอไป มี 3 ระดับ คือ

1.乡试 สอบระดับชนบท สอบที 省会 (หวั เมอื งต่างๆ)
คนทีสอบได้ที 1 เรยี กวา่ 解元
คนทีสอบได้ เรยี กวา่ 举人

2. 会试 สอบระดับมณฑล สอบที京城(เมอื งหลวง)
คนทีสอบได้ที 1 เรยี กวา่ 会元
คนทีสอบได้ เรยี กวา่ 贡生

3. 殿试 สอบระดับประเทศ สอบที皇宫内大殿上(พระราชวงั )
คนทีสอบได้ที 1 เรยี กวา่ 状元
คนทีสอบได้ที 2 เรยี กวา่ 榜眼
คนทีสอบได้ที 3 เรยี กวา่ 探花

唐朝

唐朝

李渊建立唐朝

唐太宗:贞观之治

พระเจา ถังไทจ ง ทรงเหน็ การปกครองทโ่ี หดรา ยของราชวงศส ยุ ซง่ึ นาํ มาสกู ารลม สลายของราชวงศ
พระองคจ ึงนาํ เหตุการณนมี้ าเปน บทเรียนและทรงปกครองประเทศดวยความเปนธรรม พระองคทรง
บรหิ ารประเทศแบบเปด กวา งและเนน ผลประโยชนสวนรวม ดงั นน้ั จงึ ทาํ ใหร าชบลั ลงั คข องพระองค
มนั่ คงและยืนนาน นอกจากนี้ ทางดานเศรษฐกิจและสงั คมก็ยังไดร บั การพฒั นาจนกลบั มาเฟอ งฟอู ีก
คร้งั ในรชั สมยั นีจ้ งึ ปรากฏสภาพสังคมทร่ี มเย็นเปน สุข นกั ประวัตศิ าสตรจงึ เรียกยคุ นวี้ า "ยุคเจินกวาน
(ยคุ เหน็ ความรมเยน็ เปนสุข)"

唐朝

武则天:唯一女皇帝

อเู จอ เทยี นหรอื บเู ช็คเทียนเปนจกั รพรรดนิ คี นเดยี วในประวตั ศิ าสตรจีน
หลงั จากอูเจอเทียนขน้ึ เปน พระมเหสี พระนางทรงชวยเหลือกจิ การตางๆ
ในพระราชสํานกั และยงั ถือโอกาสนป้ี ลดเหลาขนุ นางที่มคี วามคดิ เหน็ ตอ
ตานตนและเนือ่ งจากพระเจาถงั เกาจงมสี ุขภาพพลานามยั ไมส ูด นี กั พระองค
ทรงเห็นความสามารถของพระมเหสอี เู จอ เทียน จงึ มอบหมายใหพระนางดุ
แลกิจการในราชสํานกั อาํ นาจของพระมเหสีอเู จอเทยี นนบั วันย่งิ เพิม่ มาก
ขึน้ เรื่อย ๆ ในยุคน้ี

唐玄宗:开元盛世

ยคุ ไคหยวน บานเมืองรม เย็นเปนสขุ การคา ขายและการติดตอส่ือสารพฒั นากวา งไกล เมืองหยางโจว
เปนเมืองที่ต้ังอยูตรงจุดท่คี ลองขุดใหญแ ละแมนา้ํ แยงซีเกยี งไหลมาบรรจบกนั จึงเปน ประโยชนตอการ
ตดิ ตอคา ขายระหวางจีนกบั ชาวตางชาติ นอกจากน้ี บา นเมืองยังเต็มไปดวยความหรูหราโออา ภายใน
เมอื งฉางอาน(เมอื งหลวง) เต็มไปดว ยความคึกคกั นกั การฑูต พอคา นักศึกษา ชางฝมือจากทว่ั ทกุ มุม
โลก ลวนมุง หนา สแู ผน ดินถงทาํ การพบปะสังสรรค คา ขายสนิ คา แลกเปล่ยี นวฒั นธรรมและความรู
ทางเทคโนโลยตี า ง ๆ ในยุคน้ีสังคมเจรญิ รุงเรอื งในแบบทีไ่ มเคยปรากฏมากอ นในรัชสมัยใดๆ จึงไดรบั
การขนานนามวา ยคุ "ไคหยวน"

唐朝

杨贵妃=安史之乱

หยางกยุ เฟยเปนสนมของจกั รพรรดิถังเสวยี นจง ดว ยความทพ่ี ระองค
โปรดปรานนางมาก อานลูชาน(ชนกลุม นอ ย)จงึ เขา หยางกยุ เฟย ประจบ
ออ นหยางกุยเฟยใหนางไปบอกสามขี องนางเพือ่ ซพั พอรตอานลชู าน ดวย
ความท่หี ยางกุย เฟยเอ็นดอู านลชู านเหมอื นลกู จึงทําตาม ทาํ ใหอานลูช าน
ไดยึดครองราชวงศถ งั ไป8ป สาเหตุน้ีทาํ ใหนางเปน ตัวตนเหตุกอ ความ
วนุ วาย

首都:长安 (西安)

玄奘西游:《西游记》唐僧去西天取经

"ซโี หยว จี้(ไซอว๋ิ )" หน่ึงในสี่งานประพนั ธท ่ีมชี ือ่ เสียงมากท่ีสุดของจนี โดยไดเ ขยี นบรรยายถงึ การเดินทางไป
อัญเชิญพระไตรปฏ กทซี่ เี ทียน (ประเทศอินเดียในปจจุบนั ) ของพระภิกษุรปู หนงึ่ ในราชวงศถงั ตามตาํ นาน
เลาวา พระภิกษุรปู น้ีนําศิษยไปดว ยท้งั หมด 3 คน มชี ือ่ วา ซนุ หงอคง ตือโปยกาย และซัวเจง

唐朝

鉴真东渡日本传播佛法

หลังจากทีพ่ ระสวนจา งกลบั มาเมอื งฉางอาน ไดประมาณ 100 ป
พระอาจารยอีกรูปหน่งึ ในสมัยราชวงศถ ัง สมณนามวา เจ้ียนเจิน
ตดั สนิ ใจเดนิ ทางไปญป่ี ุนเพ่อื เผยแพรพระพทุ ธศาสนา

李白:诗仙 白居易:诗魔

杜甫:诗圣 李贺:诗鬼

吴道子:画圣

宋朝

宋朝

宋太祖:杯酒释兵权

หลงั จากท่พี ระองคค รองราชยไ ดอยา งม่นั คง ก็เร่มิ ลงมอื ตัดกาํ ลังอาํ นาจทางการทหารมาจาก
เหลา แมทัพ พระเจาซง ไทจ เู ชญิ แมท พั สาํ คัญมาฉลองดม่ื เหลา ทุกคนดื่มกันจนเริ่มมนึ เมา จู ๆ
พระเจา ซง ไทจง ก็ไลองครกั ษออกไป แลวถอนหายใจตดิ ตอกัน เหลาแมทพั ตา งถามดวยความ
ตกใจวา ทรงเปนอะไร พระเจา ซงไทจ ง ถอนหายใจแลว ตรสั วา “ไมม ีพวกทา นกค็ งไมสามารถ
เปนจักรพรรดไิ ด แตเม่อื ไดเปน จกั รพรรดิแลว ก็ไมเคยจะนอนหลับอยา งเปน สุขเลย สูต อนท่เี ปน
ผูคุมเมอื งหนาดา นไมได… ในบรรดาพวกทานมีใครบางท่ีไมอยากเปน จักรพรรดิ ทข่ี า นอนหลับ
ไมเปนสุขกเ็ พราะรสู กึ กลัว” เหลา แมท พั รีบนอ มคาํ นับแลว พดู วา ตอนนท้ี กุ คนตา งสวามิภกั ดิ์
ไมม ีใครกลาคิดไมซือ่ พระเจาซงไทจ จู งึ ตรสั วา “พวกทา นไมม ใี ครทค่ี ดิ ไมซ ื่ออยางแนนอน แต
หากคนในบังคบั บญั ชาของพวกทา นคิดอยากรา่ํ รวยมวี าสนา วนั หน่ึงกน็ าํ เส้อื คลุมสเี หลือง
[หมายถึงฉลองพระองคของกษตั รยิ ] มาคลุมตวั พวกทาน ถึงแมวาพวกทานจะไมอยากเปน
จกั รพรรดิแตก ็ควบคมุ หรือทําอะไรไมไ ด” พระเจา ซง ไทจ จู ึงแนะนาํ ใหพวกเขาลาออกจาก
ราชการไปใชชีวติ สงบสุขท่บี า นเกิดกับครอบครัว

宋朝

杨家将

เปนเรอื่ งราวของครอบครัวแซห ยาง ทีร่ บั ราชการทหารมาตลอดท้งั ตระกลู ถึง 3 ชว่ั อายคุ น มคี วาม
จงรกั ภกั ดีและพรอมตายในสนามรบไดอ ยา งสมศกั ดิศ์ รี อกี ทงั้ เมือ่ เหลาผูช ายตายหมดแลว ผูหญงิ
ซึ่งเปน ภรรยามายหรอื ลกู หลานในตระกูลกร็ บั หนา ท่ีตอแทน

包青天:铁面无私

เปาบนุ จน้ิ เปนขาราชการชาวจนี ในรชั สมัยจกั รพรรดิเหรนิ จงแหงราชวงศซงของจักรวรรดิจีน
ตลอดเวลา 25 ปทรี่ บั ราชการนน้ั เปาบนุ จ้นิ แสดงออกซึง่ ความซอ่ื สัตยส ุจริตและเปนกลาง
อยางเสมอหนา ในระหวา ง ค.ศ. 1057 ถงึ 1058 เขาไดเ ปน ผวู าการนครไคเฟง เมืองหลวงของ
ราชวงศซ ง และไดร ิเรม่ิ การเปลย่ี นแปลงหลายประการในระบบราชการเพ่อื อํานวยความ
สะดวกใหแ กป วงชนผเู ดอื ดรอน ทาํ ใหเขาไดรบั ยกยอ งจนกลายเปน ตํานาน ในชวงชีวติ ราชการ
ของเขา เขายังไดร บั ฉายาวา เปาชงิ เทยี น "เปาผูทําใหฟ า กระจา ง" เพราะไดชวยเหลอื คน
ธรรมดาสามญั ใหรอดพนจากการฉอ ราษฎรบ ังหลวง

宋朝

岳飞:忠心报国"爱国英雄"

งักฮุยเปนนกั รบกชู าตคิ นสําคญั ซ่งึ มีชือ่ เสยี งมากผหู น่ึงในประวัตศิ าสตรป ระเทศจีน มีชีวิตอยใู น
ยคุ ราชวงศซง เปนแมทัพผูต อ ตา นการรกุ รานของชนเผาจนิ ถกู ใสค วามโดยศตั รูทางการเมืองจน
ตอ งโทษประหารชีวิต หลังจากน้นั จึงไดรบั ยกยองเปนแบบอยา งแหงความซื่อสตั ยในวัฒนธรรมจีน

张择端(明清上河图)

ภาพวาดบนผา ไหมของจางเจอตวน ในสมยั ราชวงศซ ง เหนอื ทม่ี ชี อ่ื วา “ชงิ หมิงซ่งั เหอถ”ู ซง่ึ มี
ความสวยงามมากเกินคาํ บรรยาย และเปน หนงึ่ เดียวในโลกท่จี ิตรกรเอกไดว าดบนผา ไหมทีก่ วาง
24.8 ซม. และยาวถงึ 528.7ซม. เนือ้ หาในรูปวาดเต็มไปดว ยเรอ่ื งราวของผูคนในนครเปยนยนจิง
ทรี่ มิ สองฝงแมน า้ํ เปย นเหอ ซึง่ ปจจบุ นั เมืองเปยนจงิ คือเมอื งไคเฟง ของมณฑลเหอหนาน

宋朝

司马光:《资治通鉴》

จอื จอื้ ทงเจย้ี น หรือ คนั ฉองสองกระบวนรัฐศาสตรข อง ซอื หมา กวง
(1019 - 1086)นักประวัติศาสตรสมยั ราชวงศซง รวบรวมเหตกุ ารณ
ทางประวัติศาสตรตัง้ แตย คุ รณรฐั จนถงึ ยดุ หาราชวงศ แมจ ะเปน
บนั ทกึ ประวัติศาสตร แตกร็ วบรวมสารตั ถะของเหตกุ ารณส าํ คัญๆไว
สามารถใชเ ปนอทุ าหรณใ นการบรหิ ารปกครองบานเมืองมาทุกสมยั

王安石变法

หวังอันฉือมีผลงานโดดเดนในดานการปฏริ ปู เศรษฐกิจ เขาเล็งเห็นความลาหลงั ของสงั คมและเปนผูนาํ
การปฏิรปู ทางเศรษฐกจิ สงั คม สงผลใหการใชจ ายของประชาชนคลองตวั ทําลายการผกู ขาดทางการคา
และสรา งระเบียบทางการปกครองและสวสั ดิการสังคมรปู แบบใหม หวังอนั ฉือ
ยังปรับปรงุ ระบบการสอบคัดเลอื กบคุ คลเขา รบั ราชการ โดยขดั ขวางคติเหน็ แก
ญาตแิ ละระบบอปุ ถมั ภอ ันฝงรากลึกในมาแตเ ดิมการปฏริ ปู ของหวังอันฉือไมเปน
ที่พึงใจของกลุมอนรุ ักษนยิ มอนั นําโดยรฐั มนตรซี ือหมา กวงอยางยิ่ง นอกจากนี้
สมเด็จพระจกั รพรรดเิ หรนิ จงซึ่งมพี ระราชอัธยาศัยใฝพระราชหฤทัยไปทาง
ซือหมากวงกไ็ มโ ปรดดวย ทาํ ใหก ารปฏิรูปดาํ เนนิ การและประสบความสาํ เร็จ

缠足

การรัดเทา หรือฉานจู เปนประเพณเี กา แกอ ันแสนเจบ็ ปวดของ
ผูห ญงิ จนี โบราณ กลาวคอื เทาทง้ั สองขา งของพวกเธอจะถกู รดั
อยา งแนนหนาต้งั แตอ ายปุ ระมาณ 4-7 ขวบ ทําใหเ ทาสอง
ขา งมขี นาดเลก็ กวาปกติ และผดิ รปู ไปจากเทาตามธรรมชาติ
เพราะคดิ วา เทาย่งิ เลก็ ย่งิ สวย

元朝

元朝

忽必烈建立元朝

กุบ ไลขานหรือหลานของเจนกสิ ขา น ไดเ ขารุกรานอาณาจักรซงใต
และไดส ถาปนาราชวงศห ยวน ซง่ึ เปน ราชวงศแรกที่เปน ชนตา งเผาท่ี
ไมใ ชคนจีนฮัน่

对中央和地方的行政机构进行改革

ในราชวงศห ยวนไดมีการปกครอง
แบบมณฑลขน้ึ คร้ังแรก(23มณฑล)

意大利人来华写《马可波罗行记》

เปน วรรณกรรมบนั ทึกประสบการณข องการเดนิ ทางไปยงั ตะวันออกไกลระหวางค.ศ. 1271 ถงึ ค.ศ.
1298 ทเี่ ขียนโดยมารโค โปโลในปลายครสิ ตศ ตวรรษท่ี 12 หนังสอื นี้เรยี กกนั เลน ๆ วา “เรอ่ื งฝอย
ลา นเรือ่ ง”บนั ทกึ การเดนิ ทางไปยงั ดินแดนตางรวมทง้ั เอเชยี , เปอรเ ชยี , จนี และ อินโดนเี ซยี

明朝

明朝

朱元璋建立明朝(南京-北京)

ภายใตก ารปกครองของราชวงศหยวน นอกจากภัยพิบัติทางธรรมชาติแลว ยงั มีการลกุ ฮอื ข้นึ ตอ สู
ของชาวนาหลายตอหลายคร้งั ซ่งึ นําสูการลมสลายของราชวงศห ยวน ราชหมงิ ตอตง้ั ขึ้นมาภายใน
การนาํ ของจูหยวน-จางซึ่งเปนชาวนาและอดตี นักบวชในศาสนาพุทธไดผนั ตนเองเปน หวั หนา กอง
กําลังตอ ตา น เดมิ ราชวงศห มงิ มีเมอื งหลวงอยูทีห่ นานจิงไดยา ยไปทีป่ กกงิ่

郑和下西洋最远到达了非洲东海岸
和红海沿岸

เจ้งิ เหอ ขนุ นางมสุ ลมิ จากกรมขนั ทีของราชสํานกั จีน เรม่ิ ออกเดนิ ทางไป "ทะเลตะวันตก"โดยเจ้ิงเหอ
ไดรับเทวโองการจากองคจักรพรรดหิ ยง เลอ จักรพรรดิองคท ี่ 3 แหง ราชวงศหมา เหอ ใหน าํ กองเรือไป
แผพ ระบรมเดชานภุ าพยังบา นเมืองตา ง ๆ

明朝

戚继光:抗日本倭寇

ฉจ่ี ้กี วงมีความกลา หาญและความเปนผูนําของเขาในการตอ สูก บั
กองทพั โจรสลัดวาโกของญีป่ นุ บริเวณชายฝงตะวนั ออกเฉยี งใต
ของจีน โดยเขาไดต อ สูกับเหลา โจรสลัดกวา 80คร้งั ตลอดระยะ
เวลา10ปนอกจากนเ้ี ขายังเปน แมท พั ผปู กปอ งสันตบิ ริเวณกําแพง
เมืองจนี ถึงแมว าเขาจะไมไดม บี ทบาทเพียงคนเดียว แตฉ ีจ้กี วง
กไ็ ดข้ึนชอ่ื วา เขาเปน ผมู ีบทบาทและเปนผูเ สยี สละมากท่ีสุดคน
หนง่ึ โดยนักประวัติศาสตรใ หฉายานามเขาวา ขนุ พลผปู ราบโจร
สลัด วรี บรุ ุษผปู ราบสงครามวาโก และวีรบรุ ุษผปู องกนั การรุกลํ้า
จากโจรสลดั ญป่ี นุ

郑成功收复台湾

วันท่ี 29 เมษายน ค.ศ.1661 เจง้ิ เฉิงกงนาํ กองทัพเรือและพลทหาร25,000 คน ขามทะเลมุง สูไ ตหวนั
และไดยดึ เมอื งทา ลเู ออรห มิน ทีเ่ กาะไตหวนั สําเร็จเปน อนั ดับแรก หลงั ยึดเกาะไตห วนั คนื มาได เจิง้
เฉงิ กงกเ็ รง พฒั นาเศรษฐกจิ ฟนฟูสภาพความเปนอยขู องเกาไตห วนั เพื่อใชเ ปน ทตี่ ั้งในการกชู าติตอ
ไป เเตห ลังจากทย่ี ดึ เกาะไตห วนั กลับมาไดไมน าน เจงิ้ เฉิงกงก็ลม ปวยและเสยี ชวี ติ ในทส่ี ดุ

清朝

清朝

鸦片战争以前

康乾盛世 维正 乾隆

พระเจาคงั ซเี ปนผูกอ ต้งั ราชวงศชิง ชว งกอนท่ีองคค งั ซีจะสววรคตนนั้ องคช ายสบิ ส(ี่ หย่ิงถี)้ ไดร ับ
แตงตัง้ ใหเปน แมทัพควบคุมกองกําลังทีภ่ าคตะวันตกเฉียงเหนือ นกั ประวัตศิ าตรบา งทา นไดต ้ัง
ขอสันนิษฐานวา การสงองคชายสิบสไ่ี ปเปน แมท พั ในครั้งนเ้ี พอื่ ตอ งการฝก ฝนองคช ายสิบสี่เพ่ือ
ตอไปจะไดข ี้นเปนฮองเตองคต อ ไป หรอื ในทางตรงกนั ขา ม เพ่ือใหองคชายสี่(หยงเจิ้น) ขน้ึ ครอง
บลั ลังกไ ดอ ยา งสะดวก ฮอ งเตหยง เจงิ้ ปฏิวตั ิระบบการเกบ็ ภาษใี นอตั รากาวหนา ใครมีที่นามาก
เสียมากมีนอ ยเสยี นอย เรง ปราบขุนนางท่ฉี อ ฉล เก็บหน้หี ลวงมาคนื คลงั ไมเวนแมแตผทู เ่ี ปน
ตาของฮอ งเตเ อง จนกระทง่ั ไดช ยั ชนะที่ซีเปย ราชวงศชงิ ในสมัยน้ันจงึ สงบสขุ สาเหตุหลักๆท่ี
ทาํ ใหราชวงศชิงสามารถปกครองชาวฮัน่ ไดย าวนาน เพราะความเอาใจใสและเรยี นรคู วามผดิ
พลาดของราชวงศห ยวนฮอ งเตห ยงเจงิ้ ถือไดว า เปน ผวู างรากฐานความเจรญิ ใหกับยคุ รงุ เรอื ง
ที่สดุ คอื ยุคเฉินหลง

清朝

李时珍《本草纲目》

หล่ีสอื เจนิ เปน ท้งั แพทยแ ละเภสัชกรผยู ิ่งใหญผ ลงานสําคญั ท่สี ดุ ของเขาคือการเรียบเรียงตาํ รา
เภสัชวิทยาชุดมหมึ าชื่อ “เปน เฉา กังม”ู โดยใชเ วลากวา 30 ป ศกึ ษาตาํ รากวา 800 เลม เขยี น
ตาํ รานเี้ สร็จเมือ่ มีอายุได 60 ป และพิมพเผยแพรครั้งแรกใน ค.ศ. 1596 เปนหนงั สือรวม 52
เลม กลาวถงึ สมุนไพร 1,892 ชนิด โดย 374 ชนิดเปน รายการใหมเ พิม่ จากตาํ ราเดมิ มภี าพ
ประกอบกวา 1,160 ภาพ เปน ตํารบั ยากวา 11,000 ตาํ รบั และตํารับยากวา 8,160 ตาํ รับ เขียน
จากประสบการณข องเขาเอง มกี ารจัดหมวดหมขู องสมนุ ไพรใหมท เี่ ปนวิทยาศาสตรดวย

努尔哈赤:八旗制度

ค.ศ.1601 นเู ออรฮาซ่ือจัดตัง้ กองทัพสธี งไดแ ก เหลอื งแดง ขาว นํ้าเงิน และในปค.ศ.1615ไดเ พ่ิม
อกี ส่กี องธงไดแ ก ขอบเหลอื ง ขอบขาว ขอบแดง ขอบนํ้าเงนิ รวมเรียกกองทัพแปดธง ในสมัย
หวงไท ไดมีการเพิ่มกองธงมองโกลและกองธงฮ่ันเพ่มิ เขามา จงึ รวมเปน24กองธงกองธงหน่งึ
กองธงจะมีหา เจียลา หน่งึ เจียลามีหา นิวลาหนง่ึ นวิ ลาม3ี 00คน ดงั นนั้ กองธงหนงึ จึงมีกําลัง
ประมาณ7,500นาย กองทัพแปดธงเปนการจัดระเบยี บกองทพั ท่ีมีประสิทธิภาพ ตอนพักรบจะ
ทาํ ไรท าํ นา เมื่อเกิดศกึ สงครามกอ็ อกรบเปน ทหาร หลังจากแมนจเขาดา นแลว กองทพั แปดธงจะ
ต้งั อยลู อมรอบพระราชวงั ตอ งหามเพ่ือรกั ษาความปลอดภัยใหแ กงคฮองเตและกรงุ ปกก่งิ

清朝

旗袍

ชดุ กี่เพา เปน ชดุ ประจาํ ราชวงศชิง มจี ุดกําเนิดมาจากระบบแปดธง

鸦片战争以后
林则徐: 虎门销烟-严禁鸦片

ฝน เปน ยาเสพติดท่ีชาวจนี ตดิ กนั อยางมากและติดกนั มานาน ในรชั กาลจกั รพรรดยิ งเจ้งิ เคยมดี าํ ริท่ี
จะทําการปราบปรามฝน แตก ็ไมประสบความสําเร็จ ชาวจีนสว นใหญยงั ตดิ ฝน เรื่อยมา จนถงึ รชั สมัย
ของจกั รพรรดิเตากวง) ปท่ี 19 พระองคมีเจตนารมณอยางแรงกลาท่ีจะทาํ การปราบฝน ทรงแตง ต้ัง
หลินเจอสวี เปนผวู าราชการเหลยี งกวางหรือผูว า ราชการสองมณฑลกวางตุง -กวา งซี และขาหลวง
ใหญผ ูแ ทนพระองค เพ่ือเปนผนู ําในการกวาดลา งฝนจากแผนดินจนี

清朝

南京条约

สนธิสัญญานานจงิ เปนสนธิสัญญาทไ่ี ดร บั การลงนามเม่ือวันที่ 29 สงิ หาคม ค.ศ. 1842 เปน จดุ
สิ้นสดุ ของ สงครามฝน คร้ังทห่ี น่ึง (ค.ศ. 1839-42) ระหวา ง สหราชอาณาจกั รบริเตนใหญและ
ไอรแลนด และจนี ราชวงศช งิ เปนคร้งั แรกที่จีนใชคาํ วา "สนธิสญั ญาอนั ไมเปนธรรม" เนื่องจาก
อังกฤษไมมพี นั ธกรณีเปนการตอบแทน เกีย่ วกับการคากับตา งประเทศ คา ปฏิกรรมสงคราม
และการเลกิ ระดมพล การยกฮองกงใหแ กอังกฤษ

太平天国:洪秀全

หง ซ่วิ เฉวฺ ียน เปน บณั ฑติ สอบตกทเี่ ขา รีตเปน คริสตศาสนกิ และอางตนเปน นอ งชายของพระเยซู เขากอ ต้งั
ลัทธิปายชางต้ี ทมี่ ุงหวังจะใหป ระชาชนหนั มานบั ถือศาสนาคริสตตามแบบของเขาท่ีมกี ารบูชาเทวดาตาง ๆ
ทง้ั จะโคนลมราชวงศช งิ แลวจดั การปฏิรปู บานเมอื งขนานใหญ[ 6][7] การปฏิรปู ของหง ซ่วิ เฉฺวยี น ไมไ ดเ ปน
ไปเพื่อเอาชนชั้นรากหญา เขาแทนที่ชนชั้นปกครองเทา นัน้ แตพ ยายามจะสบั เปล่ยี นระเบียบทางสงั คมและ
จิตวิญญาณดว ย เมื่อถกู ขนุ นางทอ งถิ่นหา มปราม ลทั ธปิ า ยชา งต้ีกล็ กุ ฮือท่ีจนิ เถียน ในเดือนมกราคม ค.ศ.
1851 รัฐบาลกลางจึงสง ทพั ธงเขยี วเขา ไปปราบ หง ซิ่วเฉวฺ ยี น จึงออกหนา ประกาศตนเปนเทยี นหวงั แหง
ประเทศท่เี ขากอตง้ั ใหม เรียกวา "ไทผิงเทยี นกั๋ว" แลว จดั ตงั้ ทพั มงุ ขน้ึ เหนือเม่อื เดอื นสงิ หาคม ค.ศ. 1851
เพอ่ื โจมตชี าวแมนจู คร้ันวันท่ี 19 มนี าคม ค.ศ. 1853 ทัพไทผ งิ เทยี นก๋วั ยดึ หนานจิงไวได จงึ เอาเปนเมือง
หลวง แลว เปล่ยี นชื่อเปน "เทียนจิง"

清朝

天津条约

สนธสิ ัญญาเทยี นจิน ค.ศ.1842 ที่รฐั บาลชิงจาํ ยอมลงนามกับมหาอาํ นาจตะวนั ตก 4ชาติ ไดแ ก องั กฤษ
ฝรงั่ เศส รัสเซยี และสหรัฐอเมรกิ า จนี ตอ งเปด เมอื งทาชายเพิ่มขน้ึ 11แหง ชายฝง ตะวนั ออกถกู เปด
กวา งใหมหาอาํ นาจตะวนั ตกคาขายไดอยา งเสรีภายใตร ะบบการคา เมืองทาตามสญั ญา โดยเสยี ภาษีนํา
เขา ไมเกินรอยละ 2.5 มหาอํานาจตะวนั ตกทั ้ง 4 ชาติ มสี ิทธิจัดตั ้งสถานกงสุลในนคร หลวงปกกิง่
และกองทัพเรือของชาตเิ หลา นีส้ ามารถผานเขา ออกแมน ้าฮวงโหไดอ ยางเสรี ชาวตะวนั ตก สามารถ
เดนิ ทางเขา ไปยังตอนในของแผนดนิ จนี ไดอยา งเสรี และจีนตอ งจายคา ปฏกิ รณสงครามใหก ับ อังกฤษ
และฝรัง่ เศส อกี ทั ้งจายคา ชดใชคาเสียหายใหแกพอ คา อังกฤษ

太平天国:洪秀全

ปกกิ่ง ค.ศ.1860 ที่ จนี ทํากับอังกฤษ ฝร่ังเศส และรสั เซยี ทาํ ใหสญั ญาเชา พื ้นท่ีตอนใตข องคาบสมทุ ร
เกาลนู (ปจจบุ นั คอื ถนน Boundary) ซงึ่ องั กฤษลงนามขอเชา จากจีนในเดอื นมีนาคม 1860 สิ น้ สดุ ลง
และตอ งยกพื น้ ท่ี บริเวณนี ้ใหอยูในอาณตั ิของอังกฤษรวมกับเกาะฮองกง (รวมถึงเกาะ Stonecutters)
เปด เมอื งเทียน จนิ ใหเ ปน เมืองทา ตามสัญญาเพ่ิมอีก 1 เมอื ง จา ยคาปฏิกรณ

清朝

洋务运动

ขบวนการเลยี นอยา งตะวันตกมแี นวคดิ สําคัญโดย มีการจัดต้ังสํานกั งานราชการทใี่ ชต ิดตอ กับตางประเทศ
โดยเฉพาะ เรียกวา “จงหลห่ี ยาเหมิน” มกี ารปรบั ปรงุ กองกําลงั ทหาร จดั ซอ้ื อาวธุ ปน จกั ตั้งหนวยงานที่
ฝกใชปน ตั้งกอทัพเรอื เปยหยาง และกองทพั เรอื ฝูเจีย้ น (ฮกเกย้ี น) มีการต้งั โรงงานยุโธปกรณทเ่ี ทียนจนิ ,
เซย่ี งไฮ และนานกิง ในดานการศกึ ษามกี ารต้งั โรงเรียนสอนภาษาตางประเทศอยาง ถงเหวนิ กว นเพื่อเปน
โรงเรียนสอนภาษาและความรูตางประเทศ ใหม าเปนบคุ ลากรในการแปล สงนกั เรียนไปศกึ ษาตอ ตาง
ประเทศ และมกี ารเรม่ิ ตนทาํ อุตสาหกรรมเหมอื งแร การตอ เรือพาณชิ ย

马关条约

สนธิสญั ญาหมา กวัน เปน สนธิสัญญา ระหวาง จักรวรรดญิ ่ีปนุ และ ประเทศจีน โดย ราชวงศชงิ เม่ือ
วนั ท่ี 17 เมษายน ค.ศ. 1895 สนธสิ ญั ญาน้ีทําให สงครามจนี -ญปี่ นุ ครัง้ ทห่ี นง่ึ สิ้นสดุ ลง เกาหลีเปน
อิสระจากจนี ญ่ีปุน ไดด นิ แดนในจีนและไดส ิทธภิ าพ ชาติทไ่ี ดรับอนเุ คราะหย่ิง จากจนี นอกจากน้ีญีป่ ุน
ยังสามารถเขาใชแ ละตง้ั กงสุลในสเี่ มอื งทา คอื ชาฉ,้ี ฉงช่งิ , ซโู จว และ หางโจว

清朝

戊戌变法

การปฏิรูปรอ ยวนั เปน ความเคลอ่ื นไหวในประเทศจีนชว งปลาย
ราชวงศชิง เพ่ือปฏิรปู ประเทศชาติ วัฒนธรรม การเมือง และ
การศึกษา ดําเนนิ ไปเปนเวลา 103 วันตงั้ แตว ันที่ 11 มิถุนายน
จนถึง 22 กันยายน ค.ศ. 1898 แตลมเหลว [1] ผดู าํ เนินการ คอื
จกั รพรรดกิ วังซวฺ ่ี ทท่ี รงพระเยาว พรอ มดวยเหลา ผูส นบั สนุนซ่ึง
มีใจปฏิรูป ภายหลังทมี่ ีราชโองการหลายฉบบั เพอ่ื ปฏริ ปู กลุม
ตอ ตานซ่ึงมีแนวคิดหวั โบราณและมีอํานาจกวา โดยมีผนู ํา คอื
พระนาง ฉือส่ไี ทโฮว ก็เขา ลมการปฏริ ปู โดยยดึ อาํ นาจการ
ปกครองใน รฐั ประหารอซู วฺ ี

慈禧太后

ซูสีไทเฮา เปน สตรชี าวแมนจชู ว งราชวงศชิงของจกั รวรรดิจีนจาก สกลุ เยเฮอ นาลาแหงกอง ธงเหลอื งมี
ขอบในแปดกองธง ไดเ ปนฮองเฮาในฐานะพระมเหสขี องจักรพรรดเิ สยี นเฟง หลังจากปฏิวตั 1ิ 00วันพระ
นางสนบั สนุนใหก บฏนกั มวยออกเขนฆา ตา งชาติ และประกาศสงครามกับผูรกุ ราน แตเ มอ่ื พา ยแพ
พระนางจงึ หนั มาเปนมิตรกับชาวตา งชาติ และเร่ิมนโยบายท่เี รียก " การปกครองแบบใหม " เพอ่ื นาํ
ประเทศไปสรู ะบอบการปกครองแบบ ราชาธปิ ไตยภายใตร ัฐธรรมนูญ ทวา ใน ค.ศ. 1908 พระนาง
สนิ้ พระชนมกอ นการปฏริ ปู จะเปนผล ราชสํานกั ตกอยูในเงือ้ มมือของกลมุ อนรุ ักษนิยม โดยมผี ูอี๋
จกั รพรรดเิ ดก็ อยบู นบัลลงั ก ทั้งประชาชนลกุ ฮอื ขนึ้ ตอ ตา นการปกครองไมหยุดหยอน นําไปสกู ารส้ินสุด
ของระบอบกษัตรยิ ราชวงศชิงเมอื่ ประเทศกลายเปนสาธารณรัฐใน ค.ศ. 1912

清朝

溥仪

ผอู ๋ี เปน จักรพรรดจิ นี สมยั ราชวงศช ิง และเปนพระองคสดุ ทา ย ของจนี มี
พระปรมาภไิ ธยวา สมเดจ็ พระจักรพรรดเิ ซวยี นถง จากป ค.ศ. 1908 จน
กระทัง่ สละราชสมบัตใิ น ค.ศ. 1912 และในชวงระยะเวลาการฟน ฟูราช
วงศสัน้ ๆ ค.ศ. 1917 โดยขนุ ศึก จาง ซวิน ตอมาในปค .ศ. 1934 กไ็ ด
สถาปนาเปน สมเด็จพระจกั รพรรดคิ งั เตอ ในประเทศแมนจู ซง่ึ จักรวรรดิ
ญ่ีปนุ สถาปนาขึ้น พระองคครองราชยท่ีแมนจจู นส้ินสุด สงครามโลกครั้งท่ี
สอง ในป ค.ศ. 1945 ตอมาภายหลังการกอต้ังสาธารณรัฐประชาชนจีนใน
ป ค.ศ. 1949 ผูอี๋ไดเขา เปน สมาชกิ สภาท่ปี รกึ ษาการเมอื งแหงชาติ ตงั้ แตป 
ค.ศ. 1964 จนกระทัง่ สวรรคตเย่ียงสามญั ชนในป ค.ศ. 1967

辛亥革命

การปฏิวัติซนิ ไฮ เปน การปฏวิ ัติซง่ึ โคนลมราชวงศช งิ ราชวงศสดุ ทา ยทปี่ กครองจนี การปฏิวตั ไิ ดเปล่ียนการ
ปกครองของประเทศไปสปู ระชาธิปไตยและสถาปนาสาธารณรัฐจีน การปฏิวัติน้ไี ดชอื่ วาซนิ ไฮเ พราะมขี น้ึ
ใน ค.ศ. 1911 ซึง่ ตรงกับอักษรซินไฮใ นแผนภมู สิ วรรคใ นปฏิทนิ จีน การปฏิวัติประกอบดวยการกบฏและ
การกอ การกาํ เรบิ หลายคร้งั จุดเปลย่ี นคือ การกอ การกําเรบิ วูชางเมอ่ื วนั ที่ 10 ตุลาคม ค.ศ. 1911 ซง่ึ เปน
ผลมาจากการจัดการกับขบวนการคมุ ครองทางรถไฟทผ่ี ดิ การปฏวิ ัติส้ินสดุ ลงดวยการสละราชสมบตั ขิ อง
จกั รพรรดิผอู ี๋ จักรพรรดอิ งคสดุ ทาย เมอ่ื วันท่ี 12 กมุ ภาพนั ธ ค.ศ. 1912 อนั เปน จุดสิ้นสดุ ของจกั รวรรดิ
จนี อายุกวา 2,000 ป และจุดเริ่มตนของการปกครองแบบสาธารณรัฐของจนี

中华民国

中华民国

袁世凯:临时大总统

เปนขาราชการชาวจนี ซ่งึ ขน้ึ สูอาํ นาจในชว งปลาย ราชวงศช งิ กอ ตงั้ กองทพั
แบบใหมเ ปนคร้งั แรกในประเทศ และปรบั ปรงุ การปกครองสวนภมู ภิ าคใน
ทางเหนอื ของประเทศ กอ นทจ่ี กั รพรรดผิ อู ๋ี จะสละราชสมบตั ใิ น ค.ศ. 1911
และเขาไดข้ึนเปน ประธานาธิบดคี นแรกของประเทศเมื่อ ค.ศ. 1912 แตเขา
ได รอื้ ฟน ระบอบกษัตริยข นึ้ ในชว ง ค.ศ. 1915–1916 โดยตั้งตนเปน
จกั รพรรดิหงเซ่ยี น

国民党

พรรคกก มินต๋งั โดยเรม่ิ แรกนน้ั เปน "พนั ธมติ รปฏวิ ัติประชาธิปไตยจีน" หรอื (ถงเหมงิ ฮุย) เปน
ขบวนการเคลอ่ื นไหวประชาธปิ ไตยหลักในการโคน ลมราชวงศช งิ เรมิ่ มบี ทบาทในการลกุ ฮอื ที่อูชาง
ในป ค.ศ. 1911 และประกาศกอตั้งสาธารณรฐั จนี บนแผน ดนิ ใหญ

中华民国

พรรคกก มินตั๋งไดถ กู กอ ต้ังขึ้นโดยซง เจยี่ วเหรนิ และ ดร.ซนุ ยตั เซ็น
หลังจากการปฏวิ ตั ิซินไฮ ในป ค.ศ. 1911 ดร.ซุนไดชนะผลการเลอื กตั้ง
ดาํ รงตาํ แหนงประธานาธบิ ดชี ั่วคราวแหงสาธารณรัฐจนี คนแรก แตต อ
มาเขาก็ยกตําแหนง ประธานาธบิ ดใี หแ กย เฺ หวยี น ช่อื ไขท ําใหประเทศจีน
แตกแยกเปนขนุ ศึกประจําแควน ตา งๆ หรือที่เรียกวาสมยั ขุนศึก ตอมา
พรรคกก มินตง๋ั ภายใตก ารนําของเจยี ง ไคเชกไดประกาศเจตนารมณ
รวมแผนดินจนี อีกครัง้ ทางพรรคไดจัดต้งั กองทัพปฏิวัติแหงชาตจิ ีนซึ่ง
ประสบความสาํ เร็จในการเดนิ ทางกรีฑาทพั ไปทางเหนอื เพอื่ ปราบเหลา
ขุนศกึ และรวมประเทศจนี แผน ดินใหญท ้งั หมดในป ค.ศ. 1928 ยตุ ิ
ความโกลาหลของยคุ ขนุ ศกึ

เม่อื รวบรวมแผนดนิ จนี สําเรจ็ พรรคกก มินตัง๋ ไดกลายมาเปน พรรคการเมืองหลกั ที่ปกครองจีนแผน ดนิ
ใหญจนกระทั่งถงึ ป ค.ศ. 1949 เม่อื พรรคกกมินตัง๋ ไดพ า ยแพส งครามกลางเมอื งจนี ใหก บั พรรค
คอมมวิ นสิ ตจีนซงึ่ เปน พรรคคูแขง ทําใหพ รรคกก มนิ ตง๋ั ไดล ีภ้ ยั หนไี ปเกาะไตห วนั และต้งั รัฐบาสาธารณรฐั
จนี ขึ้นใหมป กครองในฐานะรัฐเผด็จการพรรคเดียว ขณะที่พรรคคอมมวิ นสิ ตทยี่ ดึ แผน ดนิ ใหญไ ดต ง้ั
สาธารณรฐั ประชาชนจนี ขึน้ สวนสาธารณรัฐจนี ทไี่ ตห วันภายใตพรรคกก มนิ ตัง๋ ยังคงมีท่นี ัง่ ในองคการ
สหประชาชาตใิ นฐานะรัฐบาลตวั แทนของประเทศจีนทีถ่ กู ตอง (พรอ มดว ยการสนับสนุนจากตะวนั ตก)
จนถึงป ค.ศ. 1971

中华民国

五四运动

เปน ขบวนการตอตา นจกั รวรรดนิ ยิ ม, ขบวนการวฒั นธรรมและการเมืองท่ีเตบิ โตขน้ึ จากการเดินขบวน
ของนกั ศกึ ษาในกรุงปก ก่ิงเมอื่ วันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ. 1919 ซงึ่ ประทวงการสนองตอบสนธสิ ัญญาแวร
ซายที่ออนกําลงั ของรฐั บาลจนี โดยเฉพาะอยา งยิง่ การปลอยใหป ระเทศญีป่ ุน ไดดนิ แดนในมณฑลซานตง
ซงึ่ ประเทศเยอรมนยี อมจาํ นนหลงั การลอมเมืองชงิ เตา การเดินขบวนเหลาน้เี ปนชนวนการประทวง
ระดับชาติและเปนเคร่อื งหมายการทวีขึ้นอยางรวดเรว็ ของชาตนิ ิยมจีน การเปล่ยี นแปลงสูการระดม
ทางการเมอื งและออกหางจากกิจกรรมทางวฒั นธรรม และความเคลอ่ื นไหวสูฐานประชาชนแทนท่ีจะ
เปนอภิชนผมู ปี ญญา ผนู ําทางการเมืองและสงั คมในทศวรรษตอ มากําเนิดข้ึนในเวลานี้

中国共产党

เดอื นสงิ หาคม ป ค.ศ. 1920 เฉินตซู ิ่ว ดาํ เนินการกอตั้งองคการจดั ตั้งพรรคคอมมิวนสิ ตจนี พรรคแรกขึน้
ทเี่ ซี่ยงไฮ จากนนั้ มากไ็ ดมกี ารจัดตงั้ องคการดงั กลา วขน้ึ ตามเมอื งตางๆ ตามมาอีก เชน เปย จิง หูเปย
ซานตง เปนตน และเตรยี มการกอ ตงั้ พรรคคอมมวิ นิสตแหงชาติจีนขนึ้ วันที่ 23 เดอื น กรกฎาคม ป ค.ศ.
1321 คณะจดั ต้ังพรรครว ม 10 คน อาทิ เหมาเจอตง เหอซูเหิง ตงปอู เปนตน รวมประชุมลบั ทเี่ ซี่ยงไฮ

中华民国

五四运动

ในการประชุมไดห ารอื กนั วา โครงรางภายในและจุดมุงหมายของการกอตั้งของพรรคคอมมิวนสิ ตจนี กค็ ือ
ลมลา งชนช้ันนายทนุ โดยกองกาํ ลังของชนชนั้ กรรมมาชพี กอตั้งชนชน้ั กรรมมาชีพเผดจ็ การ ลม ลาง
ระบอบกรรมสิทธิ์ และเปาหมายสดุ ทา ยคือ นาํ ไปสูการลมลาง ความเหลือ่ มล้าํ ทางสังคม วนั ที่ 30
กรกฎาคม การประชมุ ถูกจบั ตามองจากทางการตาํ รวจ คณะกรรมการจงึ พากันยา ยไปประชุม กนั ตอใน
เรอื ท่ีลอ งไปในทะเลสาบหนานหู เมอื งเจียซง่ิ มณฑลเจอเจียง การกอ ต้งั พรรคคอมมวิ นสิ ตจ นี ไดนาํ แสง
สวางและความหวงั มาสปู ระชาชนชาวจนี

北伐战争

สงครามปราบขุนศึกทางหนือเปนสงครามจากทางใตส ูทางเหนือ ในประวตั ิศาสตรสมัยใหม กลาวคือ ใน
ฤดรู อ นป 1926 กองทพั ปฏวิ ัติแหง ชาตไิ ดส าบานตอ คณะสาํ รวจเหนอื ในกวางโจว เตรยี มใชกําลังเพ่ือ
ปราบขุนศึกเปย หยางที่กอ ความเสยี หายตอ ประเทศและประชาชน เจยี ง ไคเชก เปน ผูบญั ชาการกอง
กาํ ลงั สาํ รวจภาคเหนอื , หลี่ จิเซนิ เปนเสนาธกิ าร, ไป ฉงซี เปน รองเสนาธกิ าร, เตง้ิ ยานดา เปนผูอํานวย
การฝา ยการเมอื ง และกวั โมรัว เปนรองผอู ํานวยการ ของฝา ยการเมือง มปี ระมาณ 100,000 คนภายใต
เขตอํานาจของแปดกองทพั

中华民国

“九一八”事变

ประวตั ศิ าสตรจีนบันทกึ วาเปนเหตกุ ารณ 918 เวลาประมาณ 22.20 น. ของคนื วนั ศกุ รท ี่ 18 กนั ยายน
1931 เกดิ วนิ าศกรรมระเบดิ ขน้ึ ที่รางรถไฟใกลกับเมอื งมุกเดน(หรือ เสน่ิ หยางในปจ จุบัน) ทางแมนจูเรยี
ตอนใตซ งึ่ ญี่ปุน ยดึ ครองอยู จากการปฏบิ ัตกิ ารของพันเอก เซชโิ ร อิตะงากิ กบั พวกเปน สาเหตใุ หญปี่ ุน ยก
กองทพั เขายึดครองแมนจเู รยี และกอ ต้งั ประเทศแมนจูกวั เชกิ จกั รพรรด์ิองคสดุ ทา ย พูอ๋ี ขน้ึ ปกครอง
ประเทศในเวลาตอ มา แตวาเขาถกู โนมนา วโดยอิชวิ ะระและใหอนุญาตในภายหลงั เขาไดยายกอง
บญั ชาการใหญก องทัพควันตงไปยังมุกเดน และออกคําสง่ั ใหนายพลเซน็ จูโร ฮะยะชิ แหง กองทพั ทถี่ กู
เลอื กของญปี่ ุนในเกาหลสี งกําลังเสรมิ มายงั พื้นที่ เมอ่ื ถงึ เวลา 4.00 น. ของวนั ท่ี 19 กนั ยายน มกุ เดนถูก
ยดึ และเคร่อื งบนิ ของกองทพั ท่ถี ูกเลอื กกส็ ามารถลงจอดท่มี ุกเดนได จาง เซวเหลยี ง ซึ่งไดรับคาํ ส่งั จาก
พรรคกกมนิ ตัง๋ ใหดําเนนิ นโยบายไมต อตาน ไดส่ังหามไมใหท หารของเขาตอสูแ ละวางอาวุธในกรณที ี่
ทหารญี่ปนุ บกุ เขามา ทหารญปี่ นุ จึงมุงหนาสูชางชนุ ตานตองและบริเวณรอบขางอยางงา ยดาย และแม
จะมกี ารตอ ตา นจากกองกาํ ลงั ทอ งถ่ินในภายหลัง นครสาํ คัญในมณฑลเหลียวหนงิ มณฑลจี๋หลินและ
มณฑลเฮยห ลงเจียงก็ถูกกองทัพจักรวรรดญิ ่ีปนุ ยดึ ไดใ นเวลาเพยี งหาเดือน

中华民国

南昌起义

วนั ที่ 1 สิงหาคม ป 1927 ผนู ําจนี เชน โจวเอินไหล จเู ตอ เฮอ หลง เยถิ่ง หลวิ ปว เฉิง ไดนําทัพทหาร
ปราบขนุ ศึกภาคเหนือ กอ การลุกฮือขึ้นท่ีเมืองหนานชางมณฑลเจยี งซี ในวันนี้เองท่กี ระสุนปนนัด
แรกแหง การตอ ตา นขบวนการปฏกิ ิริยากก มินตัง๋ ที่ เปน สัญลักษณการเร่ิมตนการตอ สูของกองกาํ ลงั
ตดิ อาวุธของพรรคคอมมิวนสิ ตแหง ประเทศจีนอยา งเปน อสิ ระไดถ กู ยงิ ขึน้ ดังนน้ั จงึ ถือใหว ันที่ 1
สิงหาคมของทุกปเ ปนวนั ราํ ลกึ การกอตง้ั กองทพั ปลดแอกประชาชนจนี

"溥仪"
来当傀儡皇帝

จักรพรรดผิ อู ีท๋ รงไดก ลับมาขึน้ ครองราชยอีกคร้งั ในป ค.ศ. 1917 แตใ นระยะเวลาแค 12 วนั เทานน้ั แถม
ยังทรงอยใู นฐานะหมากตวั หน่ึงของเกมการเมืองที่แตง ต้งั จกั รพรรดิขึ้นในเชิงสัญลักษณ ซ่งึ สุดทา ยแลว
ฝายท่ชี นะในเกมการเมอื งนกี้ ็เนรเทศพระองคอ อกจากพระราชวัง ในวันท่ี 5 พฤศจิกายน ค.ศ. 1924
และปลดสถานะเปน นายผูอ ๋ี สามัญชนคนธรรมดา

中华民国

南京大屠杀

กอนสงครามโลกคร้งั ที่สองญี่ปุนตองการขยายจักรวรรดิญ่ีปนุ เหนือดนิ แดนจีนถงึ แมจ ีนมกี าํ ลังพล
มากกวา แตไ มสามารถสอู าวธุ ทมี่ อี านุภาพมากกวา ของญป่ี นุ ไดอีกทง้ั จนี ตองรบั ศึกสองดาน ไดแ ก
สงครามระหวางคนในชาติและสงครามกับญ่ีปุน หลงั จากกองทัพจกั รวรรดญิ ป่ี ุนสามารถยดึ จนี ได
บางสวน 13 ธนั วาคม 1937 สามารถยึดหนานจิงไดส ําเร็จเนื่องจากเชลยหนานจิงมมี ากทาํ ใหควบคมุ
ไดยากกองทพั จักรวรรดญิ ปี่ นุ จงึ มีนโยบายกําจดั คนจีนและเชลยทุกคนทีจ่ ับได การกําจัดคนครัง้ ละ
จาํ นวนมากไมใ ชเ รอื่ งงายทหารญ่ปี ุนจึงใชหลายวิธีในการกําจดั เชลยเชน ฝง ท้งั เปนเผาทัง้ เปนยงิ ท้ิง
ตัดคอใชเปนเปาซอมแทงดาบสว นผูหญิงไมว าเปนเด็กเลก็ หญงิ สาวหญิงชราแมแ ตแ มชที หารญ่ีปนุ
จะขม ขนื และฆาบางใหพ อ ขม ขนื ลูกลกู ขมขนื แมจากการกระทาํ สงั หารหมูห นานจิงทําใหความ
สัมพนั ธจีน-ญีป่ นุ ตกตาํ่ ในปจ จุบนั ชาวจีนบางสวนยังคงโกรธแคน และตอ ตา นญีป่ นุ อยู

中华民国

สงครามจนี -ญีปนุ

สงครามจีน-ญี่ปุน ครั้งท่สี อง เปน ความขัดแยงทางทหารท่ีเปน การสูรบหลักระหวางสาธารณรฐั จีน
และจกั รวรรดญิ ี่ปุน ตั้งแตว นั ที่ วนั ท่ี 7 กรกฎาคม ค.ศ. 1937 ถึงวนั ที่ 2 กนั ยายน ค.ศ. 1945 จดุ เร่ิม
ดวยเหตุการณ ณ สะพานมารโ ค โปโลในป ค.ศ. 1937 ซงึ่ กลายเปน ขอ พพิ าทระหวา งกองกําลงั
ทหารจีนและญี่ปุน ที่บานปลายจนตองสูรบกัน แหลงขอมลู บางแหงในสาธารณรฐั ประชาชนจนี ยคุ
ปจจุบันไดม ีการถอื จดุ เริ่มตนของสงครามคือญี่ปนุ บกุ ครองแมนจเู รยี ในป ค.ศ. 1931จีนไดตอสรู บกบั
ญปี่ ุนดว ยความชว ยเหลอื จากสหภาพโซเวยี ตและสหรัฐอเมริกา ภายหลังญ่ปี นุ เขาโจมตีเพิรลฮาร
เบอรในป ค.ศ. 1941 สงครามไดร วมไปถึงความขัดแยงท่อี น่ื ๆ ในสงครามโลกคร้ังทสี่ อง ในฐานะที่
เปนเขตของแนวรบที่สาํ คญั ทีถ่ กู เรียกวา เขตสงครามจนี พมา อนิ เดีย นักวชิ าการบางคนไดถอื วา จุด
เร่ิมตนของสงครามจีน-ญป่ี นุ ครงั้ ท่ีสองอยา งเต็มรูปแบบในปค.ศ.1937 คือจดุ เริ่มตน ของสงครามโลก
ครงั้ ทีส่ อง สงครามจนี -ญป่ี นุ ครงั้ ท่ีสองเปนสงครามขนาดใหญในภมู ิภาคเอเชยี ในศตวรรษที่ 20 มัน
ไดม กี ารถอื วาเปน สาเหตุของการบาดเจบ็ ลม ตายของพลเรอื นและทหารสวนใหญในสงครามแปซฟิ ก
กบั ระหวา งพลเรอื นชาวจนี จาํ นวน 10 และ 25 ลา นคนและบคุ ลากรทหารชาวจีนและญป่ี ุนทีก่ ําลงั
ใกลต ายกวา 4 ลานนายจากความรุนแรงทีเ่ กีย่ วขอ งในสงคราม ความอดอยาก และสาเหตอุ ่นื ๆ

中华人民共和国

中华人民共和国

毛泽东成立中华人民共和国

เดอื นกันยายน ป ค.ศ. 1949 มกี ารประชุมปรกึ ษาทางการเมืองของประชาชนจีน ครั้งท่ี 1 ขึน้ ทเี่ ปย
ผงิ การประชุมมีมตใิ หกอ ตัง้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยคดั เลือกใหเหมาเจอ ตงเปนประธานาธิบดี
ของรฐั บาลสาธารณรฐั ประชาชนจีน และมีใหเ ปลี่ยนชอ่ื เมอื งจาก เปยผิง เปนเปย จิง สถาปนาให
เปน เมืองหลวงของประเทศ ใชธ งชาตทิ เ่ี รยี กชอ่ื วา “ธงแดงหาดาว” เปนธงประจําชาติ วันท่ี 1
เดือนตุลาคม จดั พธิ ีเปด ประเทศ ประชาชนกวา สามแสนคนรวมตวั กันท่จี ัตรุ สั เทียนอนั เหมนิ
ประธานาธิบดีเหมาเจอ ตง ยนื อยูบนหอคอยเทยี นอนั เหมนิ และประกาศตอ สากลโลกวา “ประเทศ
สาธารณรัฐประชาชนจีนไดกอ ตง้ั ขนึ้ แลว ” พรอมท้ังไดเ ชญิ ธงแดงหาดาวผืนแรกข้นึ สยู อดเสาดวย
ตนเอง จากนนั้ เปน พิธีตรวจแถวทหารกองเกยี รติยศ เปด ประวัตศิ าสตรหนาใหมของประวัตศิ าสตร
ชาติจนี นบั จากนไ้ี ปประชาชนจีนทกุ คนเปนเจา ของประเทศ

中华人民共和国

周恩来是总理

โจว เอนิ ไหล เปนประธานคณะมนตรรี ัฐกจิ สาธารณรฐั ประชาชนจีน คนท่ี 1 โจวเปน หวั หนา
รัฐบาล ของจนี ดาํ รงตําแหนง ต้ังแตเ ดอื นตุลาคม ค.ศ. 1949 จนกระท่งั เขาเสียชีวติ ในเดือน
มกราคม ค.ศ. 1976 โจวทําหนา ท่อี ยูภายใตป ระธานเหมาเจอ ตง และมีสว นสาํ คัญในการเถลงิ
อํานาจของ พรรคคอมมิวนิสตแ ละตอ มาในการรวบรวมการควบคุม จดั ตง้ั นโยบายการตางประเทศ
และพฒั นาเศรษฐกิจของจีน

国庆节

สาธารณรฐั ประชาชนจนี กอ ตง้ั ขึ้นเมื่อวนั ที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1949 ในพิธที ่ี จตั รุ สั เทียนอนั เหมิน
รฐั บาลประชาชนกลางผา นมตวิ า ดว ยวนั ชาติจนี เมือ่ วนั ท่ี 2 ตุลาคม ค.ศ. 1949 และประกาศวาวัน
ที่ 1 ตุลาคมของทกุ ปเปนวนั ชาติ

中华人民共和国

首都从“北平”改名为“北京”

เมอื่ ป 1368 จหู ยวนจาง ปฐมจักรพรรดแิ หงราชวงศห มิงพระราชทานใหน ายพลสวตู ายกทัพไปยดึ
เมอื งหลวงของราชวงศหยวนดว ยความสาํ เรจ็ และใหเปลี่ยนช่อื เปน "เปยผงิ " จนกระท่งั สาธารณรัฐ
ประชาชนจีนสถาปนาขึน้ แลว จึงเปลีย่ นชื่อเมืองหลวงจาก "เปยผิง" เปน "เปย จิง"

乒乓外交:中美外交

การทูตปง ปอง คือการแขงขัน เทเบิลเทนนิส หรือปงปอง ระหวาง สหรัฐอเมริกา และ สาธารณรฐั
ประชาชนจีน ในชว งตนป พ.ศ. 2513 เพ่อื ละลายในความสมั พันธจ นี –อเมรกิ นั ทีป่ ทู างสู การ
เยอื นประเทศจีนของนิกสัน ปจ จัยสําคัญทีผ่ ลักดันใหเ กดิ การญาตดิ ีระหวา งจีนกบั สหรฐั ไดแก
การท่ีจีนแตกคอกบั สหภาพโซเวยี ต เม่อื ตางฝายตางชงิ ความเปนผนู ําของประเทศโลกทส่ี าม และ
การแขง ขนั พัฒนานิวเคลยี ร ทาํ ใหค วามขัดแยง ซึ่งมีมาตงั้ แตป  2503 พฒั นาไปสูก ารปะทะกันดว ย
กาํ ลงั ตามแนวชายแดนในป 2512 รวมทั้งการทีจ่ ีนมคี วามกงั วลวา โซเวยี ตจะรกุ รานตนเชน เดยี ว
กบั ที่ทาํ กับเชโกสโลวาเกียในป 2511 หรือโซเวยี ตอาจจะรว มมอื กบั เวียดนามเหนือเพ่อื ปด ลอ มจีน
ตามแผน “ความม่ันคงในเอเชีย” ของประธานาธิบดี เบรสเนฟ


Click to View FlipBook Version