The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pjuree, 2022-05-27 10:32:34

2021 GLOBESRC

2021 GLOBESRC

Keywords: งานวิจัย วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม

1

การนาํ เสนอผลงานวิจัย
วิทยาศาสตรส ่ิงแวดลอ ม

ประจาํ ป 2564

1

สารบัญ หนา้

การประกวด GLOBE Student Research Competition 2021 3
ก�ำ หนดการประกวด “GLOBE Student Research Competition 2021” 4
รายการบทคัดยอ่ ผลงานวิจยั ระดับประถมศกึ ษา 12
รายการบทคัดยอ่ ผลงานวิจัย ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้ 26
รายการบทคัดยอ่ ผลงานวิจยั ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย 56

2

การประกกาวรดปรGะกLวOด BGELOSBtEuSdtuednetntRReesseaarrcchhCoCmopmeptiteiotniti2o0n212021

สถาบันสงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (สสวท.) โดยฝายโลกศึกษาเพ่อื พัฒนาสิง่ แวดลอม

ส(GงLเสOรBิมEก)าจรัดแทลํากโเคปรลงี่ยกนารผปลรกะากรวศดึกษGาLคOนBคEวาSวtuิจdัยeขnอtงนRักesเรeียaนrchรวCมoกmับคpรeูtนitักioวnิท2ย0า2ศ1าสโตดรย มแีวลัตะถชุปุมรชะนสงในคเก6พาื่อร

เรียนรูและเขาใจความสัมพันธของส่ิงแวดลอมท่ีเปนองคประกอบของโลก (ดิน น้ํา บรรยากาศ และสิ่งปกคลมุ
ดิน/สิ่งมีชีวิต) ในลักษณะของวิทยาศาสตรโลกท้ังระบบ ท่ีเช่ือมโยงกับชีวิตจริง เก่ียวกับปญหาและวิธีการ
แกป ญ หาส่งิ แวดลอมในทองถนิ่ ของตนอยางเปนระบบ โดยใชหลักวธิ ีดําเนินการของ GLOBE ในการเก็บขอมูล
และสงขอมูลเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรูกับสมาชิกในโครงการ GLOBE ท้ังในประเทศและตา งประเทศ ท้ังน้ีเพื่อ
สงเสริมประสบการณ ทักษะชีวิต ความคิดวิเคราะหและความคิดสรางสรรคเพื่อนําไปสูการรูเทาทัน
สถานการณการเปล่ียนแปลงของส่ิงแวดลอม นําประสบการณท่ีไดรับไปปรับใชเพ่ือเปนประโยชนตอการ
ดําเนินชีวิต และนําไปสูการสรางความย่ังยืนในการรักษาส่ิงแวดลอมรวมกัน ในระดับทองถ่ิน ระดับภูมิภาค
และระดับโลก ตอไป โดยในปนี้ สสวท. ไดปรับเปลี่ยนรูปแบบการประกวด GLOBE Student Research
Competition 2021 ในรูปแบบออนไลน เพ่ือลดความเสี่ยงในการแพรระบาดของโรค COVID-19 ทั้งน้ีเพ่ือให
สอดคลอ งกบั สถานการณใ นปจ จุบนั

ผลงานวิจัยท่จี ะสงเขา รวมประกวดในโครงการฯ ควรจะมลี กั ษณะดังนี้
1. เปนผลงานวิจยั วิทยาศาสตรส ง่ิ แวดลอมทบี่ ูรณาการความรวู ิทยาศาสตรสิง่ แวดลอม หรอื วทิ ยาศาสตร
โลกท้ังระบบ (Earth System Science) รวมกับเทคโนโลยี และคณิตศาสตร โดยเนนการนําความรูไปใชใน
การแกปญ หาในชีวติ จริง รวมท้งั การพัฒนากระบวนการ หรือ แนวทาง หรอื นวตั กรรมท่เี ปน ประโยชนต อการ
อนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ หรือแกปญหาส่ิงแวดลอมอยางเปนระบบ ซ่ึงผลงานวิจัยดังกลาวจะตองมีการใช
หลักวิธีดําเนินการตรวจวัดของโครงการ GLOBE (GLOBE Protocols) และมีการสงขอมูล (GLOBE Data
Entry) เขาเว็บไซตโครงการ GLOBE (www.globe.gov) หากไมมีการใชหลักวิธีดําเนินการตรวจวัดของ
โครงการ GLOBE จะไมไ ดร บั การพจิ ารณา
2. เปนงานวิจัยท่ีเสร็จสมบูรณแลว และไมเคยไดเขารวมนําเสนอหรือสงเขารวมการประกวดผลงานวจิ ยั
วิทยาศาสตร ในการประชุมวิชาการประจําป ของ สสวท. หรือเคยไดรับรางวัลในการประกวดผลงานวิจัยใน
เวทีอ่ืน ๆ นอกเหนือจากเวทีของ สสวท. ทั้งน้ีหากเปนงานวิจัยที่มีการตอยอดจากงานเดิมสามารถสงเขารวม
ประกวดได แตตองแสดงใหเ หน็ วา งานดงั กลาวมคี วามแตกตา งจากงานเดิมอยา งชัดเจน

3

2

กำ�หนดการประกวด “GLOBE Student Research Competition 2021 (GLOBE SRC2021)”
โดย VDO Conference ผา่ นโปรแกรม ZOOM ในวนั ที่ 26 - 28 เมษายน พ.ศ. 2564

26 เมษายน 2564

เวลา กำ�หนดการ

08.00 – 08.30 น. ลงทะเบียนเขา้ รว่ มการประกวด GLOBE SRC 2021
08.30 – 10.00 น. การสัมภาษณ์และตอบคำ� ถามของคณะผวู้ จิ ยั (โรงเรียนละ 5 – 7 นาที)
10.00 – 10.15 น. ระดบั ประถมศกึ ษา
10.15 – 12.00 น. P01: การศึกษาการใช้ประโยชนข์ องที่ดินในพนื้ ทีจ่ ดุ ศึกษา 22 จดุ ศึกษาในเขตจังหวัดเชียงใหม่
โรงเรยี นดาราวิทยาลยั จังหวดั เชียงใหม่
P02: การศึกษาความหลากหลายทางชวี ภาพ ปัจจยั การเจริญเติบโตของไลเคนทม่ี ผี ล
ต่อคณุ ภาพอากาศในโรงเรียนเทศบาล 5 สหี รกั ษว์ ทิ ยา
โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษว์ ิทยา จังหวัดอุดรธานี
P03: สารสกดั ดว้ ยน�ำ้ จากสว่ นต่างๆ ของต้นสาบเสือทีม่ ผี ลตอ่ การควบคุมการเติบโตของ
หญ้าแห้วหมู
โรงเรียนเทศบาล 2 (ตะวันออก) จังหวดั ชลบุรี
P04: ความสูงของตน้ ไม้ที่มผี ลตอ่ ปริมาณลกู น้ำ� ยงุ บรเิ วณวัดทีอ่ ยใู่ กลโ้ รงเรียน ในเขตเทศบาลเมอื ง
พัทลุง จังหวัดพทั ลงุ
โรงเรยี นเทศบาลคูหาสวรรค์ จังหวดั พัทลงุ
P05: ศึกษาปจั จัยทีม่ ผี ลตอ่ การบานการหบุ ของดอกบัวแดงในสระโรงเรยี นบ้านดอน
(สหรัฐ-ราษฎร์อทุ ศิ ) ต�ำบลดอน อำ� เภอปกั ธงชัย จงั หวดั นครราชสมี า
โรงเรยี นบ้านดอน (สหรัฐ-ราษฎร์อุทิศ) จงั หวัดนครราชสมี า *โควต้าเครือข่ายมหาวทิ ยาลัย
P06: เปรยี บเทยี บปัจจยั สิ่งแวดล้อมทมี่ ีผลตอ่ สมบัติดินบริเวณสนามฟุตบอลและสนามเปตอง ณ
โรงเรยี นบา้ นดอน (สหรฐั -ราษฎรอ์ ุทิศ) ต�ำบลดอน อ�ำเภอปกั ธงชัย จังหวดั นครราชสมี า
โรงเรียนบา้ นดอน (สหรัฐ-ราษฎรอ์ ทุ ศิ ) จังหวดั นครราชสีมา
P07: สมบัตบิ างประการของดินท่ีมีผลต่อการเจรญิ เติบโตของต้นสมพงใหญ่ บริเวณปา่ ต้นน�ำ้ พรุยงู
บ้านเขาพลู ต�ำบลบางสัก อำ� เภอกันตัง จงั หวัดตรงั
โรงเรยี นบา้ นบางสกั จงั หวดั ตรงั
P08: การศกึ ษาเปรยี บเทียบสมบตั ิและการปรบั ปรงุ ดนิ ของพ้นื ทีบ่ ้านพักอาศยั กับพ้นื ทีเ่ กษตรกรรม
และพ้ืนทีเ่ กษตรอินทรยี ์
โรงเรยี นมงฟอรต์ วิทยาลัย แผนกประถม จงั หวัดเชียงใหม่
P09: การศึกษาความสัมพันธข์ องคณุ ภาพทางกายภาพและทางเคมขี องดนิ ที่มผี ลตอ่
การเจรญิ เตบิ โตของต้นมนั ส�ำปะหลงั ในพนื้ ที่แปลงปลกู มันส�ำปะหลงั บ้านไม้เส่ียว ต�ำบลดอน
อ�ำเภอปักธงชยั จงั หวดั นครราชสมี า
โรงเรียนวดั ไมเ้ ส่ียว จังหวัดนครราชสีมา
พกั
การสมั ภาษณแ์ ละตอบคำ� ถามของคณะผู้วิจยั (โรงเรียนละ 5 – 7 นาท)ี (ตอ่ )

4

เวลา กำ�หนดการ
ระดบั ประถมศกึ ษา
P10: การศึกษาผลของปรมิ าณเมฆปกคลมุ ที่มีผลตอ่ ความแตกต่างของอุณหภูมิอากาศเฉล่ยี ช่วงเวลา
กลางวนั และกลางคนื
โรงเรียนวารเี ชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
P11: ปรมิ าณฝุ่นพีเอ็ม 2.5 จากการจดุ ธปู ในช่วงเข้าพรรษาในวดั ตะโหมด จงั หวัดพทั ลุง
โรงเรียนอนบุ าลปา่ บอน จังหวดั พทั ลงุ
P12: การศึกษาความสามารถในการลดปริมาณฝนุ่ ละอองขนาดเลก็ กว่า 2.5 ไมครอน
(PM 2.5) ของพชื ทปี่ ลกู ในบรเิ วณโรงเรียนอนบุ าลลำ� ปาง (เขลางคร์ ตั นอ์ นสุ รณ)์
โรงเรียนอนบุ าลล�ำปาง (เขลางคร์ ัตนอ์ นสุ รณ์) จังหวัดลำ� ปาง

12.00 – 13.00 น. ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น
13.00 – 14.30 น. L01: การศกึ ษาความหลากหลายของเเพลงกต์ อนพชื และคณุ ภาพนำ�้ ในบ่อเลย้ี งกงุ้ กา้ มกรามในเขตพื้นท่ี
เขือ่ นล�ำปาว จังหวดั กาฬสนิ ธ์ุ เพื่อหาสภาวะท่เี หมาะสมตอ่ การเจริญเติบโตของ
กุ้งก้ามกราม
โรงเรยี นกาฬสินธ์พุ ทิ ยาสรรพ์ จงั หวดั กาฬสินธุ์
L02: ชนดิ และปรมิ าณของลกู น้ำ� ยงุ ในสวนรุกชาตเิ ขาดินไพรวนั วนอทุ ยานถ้�ำลมถ้ำ� วังและ
ปา่ ชมุ ชนบา้ นวังตามน ตำ� บลนาขุนไกร อ�ำเภอศรสี ำ� โรง จังหวดั สุโขทยั
โรงเรียนขนุ ไกรพทิ ยาคม จังหวดั สุโขทยั
L03: การตรวจวดั คุณภาพน้�ำผิวดนิ ทีไ่ หลผา่ นพื้นท่ีชมุ ชน อ�ำเภอขนุ ยวม จังหวดั แมฮ่ ่องสอน
โรงเรียนขุนยวมวิทยา จงั หวดั แม่ฮ่องสอน
L04: การตรวจสอบคุณภาพน้�ำของอา่ งเก็บน�ำ้ ในอ�ำเภอเชียงค�ำ จงั หวดั พะเยา
โรงเรยี นเชียงคำ� วิทยาคม จงั หวดั พะเยา
L05: การศึกษาประสทิ ธิภาพของผงเปลือกหอยนางรมท่มี ีตอ่ การยืดอายคุ วามสดของ
มะเขือเทศและปัจจยั ส�ำคญั ในสิ่งแวดลอ้ มทางกายภาพของหอยนางรมในตำ� บลอา่ งศิลา อ�ำเภอเมอื ง
ชลบุรี จังหวดั ชลบุรี
โรงเรียนชลราษฎรอ�ำรุง จังหวดั ชลบุรี
L06: การศกึ ษาความสัมพนั ธ์ของปรมิ าณน�ำ้ ฝน อณุ หภูมิ และความชน้ื สมั พทั ธ์ของอากาศตอ่ ชนดิ
และปริมาณของศัตรูธรรมชาตขิ องแมลงศตั รขู า้ ว
โรงเรียนชมุ แพศึกษา จังหวดั ขอนแกน่
L07: การศกึ ษาสมบตั ิของดินและน้ำ� ทะเลทม่ี ีผลต่อรสชาตขิ องเกลือหวานปตั ตานี จังหวดั ปตั ตานี
โรงเรยี นเดชะปัตตนยานกุ ลู จังหวัดปตั ตานี
พักรับประทานอาหารกลางวนั
การสัมภาษณ์และตอบคำ� ถามของคณะผู้วจิ ัย (โรงเรียนละ 5 – 7 นาท)ี (ตอ่ )

5

เวลา ก�ำ หนดการ
ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้
L08: การศกึ ษาการชะลา้ งพังทลายของดินทีส่ ่งผลตอ่ การเกิดอทุ กภยั ในจงั หวดั เชียงใหม่
โรงเรยี นดาราวทิ ยาลยั จงั หวดั เชยี งใหม่
L09: การศึกษาปัจจัยทางกายภาพของน�ำ้ ท่ีมีผลตอ่ ความหลากหลายทางชวี ภาพของสตั วน์ �ำ้ ทอี่ ยใู่ น
แหล่งน�้ำในพืน้ ท่โี รงเรยี นตรงั รงั สฤษฎ์
โรงเรียนตรังรงั สฤษฎ์ จังหวัดตรัง
L10: การศึกษาความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งไมโครพลาสตกิ กบั ปลากระบอกดำ� (Liza subviridis
Valenciennes) ในทะเลสาบสงขลา จงั หวดั สงขลา
โรงเรียนเทศบาล 5 (วัดหวั ปอ้ มนอก) จงั หวัดสงขลา
L11: การศึกษาคุณภาพนำ�้ เบือ้ งตน้ และลกั ษณะของไมโครพลาสตกิ ทพ่ี บในนำ้� ดิน และหอยฝาเดยี ว
จากล�ำคลองหมากแข้งชว่ งทไ่ี หลผา่ นเขตเทศบาลนครอดุ รธานี
โรงเรยี นเทศบาล 5 สีหรักษว์ ทิ ยา จังหวัดอุดรธานี
L12: การศกึ ษาเปรยี บเทยี บคณุ ภาพน�ำ้ ยมและคูน�ำ้ คอื ในเขตเทศบาล อ�ำเภอเมอื ง จังหวัดแพร่ และ
ศึกษาวิธกี ารกำ� จัดผกั ตบชวาโดยใช้สารสกดั จากพชื สมุนไพร จุลินทรยี แ์ ละแอลกอฮอล์จากสรุ าพ้นื บ้าน
โรงเรยี นนารีรตั น์ จังหวัดแพร่
L13: การศึกษาประสทิ ธิภาพของสารสกัดแทนนินจากพืช จลุ ินทรยี อ์ ีเอม็ (EM) และ พชื ลอยน�ำ้
ในการบ�ำบัดน้�ำเสยี จากนำ้� ท้งิ โรงอาหาร โรงเรียนเพชรวิทยาคาร
โรงเรยี นเพชรวิทยาคาร จงั หวดั ชัยภูมิ
L14: การศกึ ษาสารชว่ ยรวมตะกอนจากธรรมชาติ
โรงเรยี นพนมสารคาม “พนมอดุลวทิ ยา” จงั หวดั ฉะเชงิ เทรา
L15: การศกึ ษาปจั จยั ทางกายภาพที่เหมาะสมในการเจรญิ เตบิ โตของไลเคนและการประเมินคุณภาพ
อากาศโดยใช้ไลเคนเป็นตวั ชี้วดั ทางชวี ภาพบรเิ วณโรงเรยี นพิมายวทิ ยา อ�ำเภอพมิ าย จงั หวัด
นครราชสมี า
โรงเรยี นพมิ ายวิทยา จังหวัดนครราชสีมา
L16: การศึกษาประสิทธภิ าพการดดู ซับสารอนิ ทรีย์จากน้�ำเสยี ของพืชลอยน�้ำบางชนิดบริเวณน้ำ� ท้ิง
ของโรงเรียนแมส่ ะเรียง “บรพิ ัตรศึกษา”
โรงเรยี นแมส่ ะเรียง “บริพตั รศึกษา” จังหวดั แม่ฮ่องสอน
L17: การศึกษาความหลากหลายของแมลงนำ้� ท่ีเปน็ ดชั นีชีว้ ดั คุณภาพน้ำ� แม่น�ำ้ ยวม อ�ำเภอแม่สะเรียง
จังหวดั แมฮ่ ่องสอน
โรงเรียนแม่สะเรียง “บรพิ ัตรศกึ ษา” จงั หวัดแมฮ่ อ่ งสอน *โควตา้ เครอื ข่ายมลู นธิ ฯิ สวทช.
L18: การเปรียบเทยี บการใช้วัสดธุ รรมชาตเิ พอื่ รักษาความชืน้ ในดินท่ีจะสง่ ผลต่อสง่ิ มีชีวิต
ในดนิ
โรงเรียนรัฐราษฏรอ์ ุปถมั ภ์ จังหวัดราชบุรี

6

เวลา ก�ำ หนดการ
ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้
L19: การศึกษาชนิดและจ�ำนวนของลกู น�ำ้ ยุงในบรเิ วณทอ่ี ยู่อาศัยใกล้สวนยางพารา กับท่อี ยู่อาศยั
ทีไ่ กลจากสวนยางพารา ในต�ำบลโคกหลอ่ อำ� เภอเมือง จงั หวดั ตรัง
โรงเรยี นวเิ ชยี รมาตุ จังหวดั ตรัง
L20: การศึกษาผลของสาหรา่ ยเทาที่กำ� ลงั ย่อยสลายตอ่ การเจรญิ เติบโตของแหนบริเวณแม่น�ำ้ เลย
โรงเรยี นวทิ ยาศาสตร์จุฬาภรณราชวทิ ยาลยั เลย จงั หวดั เลย
L21: การศึกษาเมฆจากภาคพืน้ ดินเปรยี บเทยี บกบั ขอ้ มูลเมฆจากดาวเทียมและการเปลีย่ นแปลง
สภาพอากาศในฤดูรอ้ นและฤดูฝน ในอ�ำเภอเมือง จงั หวดั ตรัง
โรงเรยี นวทิ ยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลยั ตรัง จังหวดั ตรัง
สภาพอากาศในฤดูรอ้ นและฤดูฝน ในอำ� เภอเมอื ง จังหวัดตรัง
โรงเรียนวิทยาศาสตรจ์ ุฬาภรณราชวิทยาลัย ตรงั จงั หวัดตรงั
L22: สำ� รวจคุณภาพของแหลง่ น�ำ้ และความหลากหลายทางชวี ภาพของแมลงนำ้� บรเิ วณสระมรกต
โรงเรยี นวิสุทธรังษี อำ� เภอท่ามว่ ง จังหวดั กาญจนบุรี
โรงเรียนวสิ ุทธรังษี จังหวัดกาญจนบุรี
L23: เปรียบเทยี บชนดิ และปริมาณลกู น้ำ� ยงุ ในสถานศึกษาเขตต�ำบลบา้ นกล้วย อ�ำเภอเมือง
จังหวดั สุโขทยั
โรงเรียนศรีส�ำโรงชนูปถัมภ์ จังหวัดสุโขทัย
L24: ความหลากหลายของสาหรา่ ยน�ำ้ จืดและแมลงน�้ำ และคุณภาพน้�ำบางประการของแม่น�้ำวงั
ชว่ งทไ่ี หลผา่ นอ�ำเภอเมือง จงั หวดั ล�ำปาง
โรงเรยี นศกึ ษาสงเคราะห์จติ ตอ์ ารี ในพระอปุ ถมั ภข์ องสมเด็จพระศรีนครนิ ทราบรมราชชนนจี งั หวดั ลำ� ปาง
L25: ศึกษาคุณภาพน�้ำฝนลกั ษณะไมโครพลาสติกในนำ้� ฝน ในพื้นทป่ี ่ายางทุ่งนาและเขตเมือง
ในจงั หวัดพัทลงุ
โรงเรียนสตรพี ัทลงุ จงั หวดั พัทลงุ
L26: การศกึ ษาปจั จัยทางกายภาพในการดํารงชีวติ ของดว้ งมูลสตั ว์เพอ่ื พัฒนาระบบรังเทยี มอตั โนมตั ิ
โรงเรียนสว่างแดนดิน จงั หวดั สกลนคร
L27: การศกึ ษาชนดิ ของพืชท่ีมีผลตอ่ คุณภาพน�ำ้ ในสระนำ�้ ของโรงเรียนหันคาพทิ ยาคม
โรงเรยี นหนั คาพทิ ยาคม จังหวัดชัยนาท

7

27 เมษายน 2564 ก�ำ หนดการ
เวลา

08.00 – 08.30 น. ลงทะเบยี นเขา้ ร่วมการประกวด GLOBE SRC 2021 ผ่านโปรแกรม Zoom
08.30 – 10.00 น. การสมั ภาษณ์และตอบคำ� ถามของคณะผวู้ จิ ยั (โรงเรียนละ 5 – 7 นาที)
10.00 – 10.15 น. ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
10.15 – 12.00 น. U01: การศึกษาปจั จัยทางเคมแี ละทางกายภาพของน้�ำในบ่อเล้ียง กุ้งกา้ มกราม (Macrobrachium
rosenbergii) ส�ำหรับพัฒนาระบบแจง้ เตอื นอตั โนมตั ิ ร่วมกับอุปกรณ์ปรับปรุงคุณภาพ เพือ่ แก้ปัญหา
กุ้งน็อคน�้ำ
โรงเรยี นกาฬสินธ์ุพิทยาสรรพ์ จงั หวัดกาฬสินธุ์
U02: การปรบั ปรงุ สมบตั ขิ องดินบรเิ วณแปลงเกษตร ค ของโรงเรยี นขุนยวมวทิ ยา จงั หวดั แมฮ่ อ่ งสอน
โรงเรียนขนุ ยวมวทิ ยา จังหวัดแมฮ่ อ่ งสอน
U03: การศกึ ษาปจั จัยทเี่ หมาะสมตอ่ การเจรญิ เติบโตของเหด็ ปา่ ส่กู ารพัฒนาฟารม์ เห็ดในอำ� เภอสรรคบุรี
จงั หวดั ชัยนาท
โรงเรยี นคุรปุ ระชาสรรค์ จงั หวัดชยั นาท
U04: สำ� รวจศกึ ษาความชกุ ชมและดชั นีความหลากหลายของสัตวท์ ะเลหน้าดินขนาดใหญ่บรเิ วณหาด
แม่รำ� พงึ ในจงั หวัดระยอง
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรตสิ มเดจ็ พระศรีนครนิ ทร์ ระยอง ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี จังหวดั ระยอง
U05: ปริมาณการกกั เกบ็ คารบ์ อนของเสม็ดขาว (Melaleuca cajuputi) และยางพารา
(Hevea brasiliensis) ในพน้ื ท่ีปา่ พรคุ วนเคร็ง ต�ำบลเคร็ง อ�ำเภอชะอวด จงั หวดั
นครศรธี รรมราช
โรงเรยี นชะอวดวิทยาคาร จงั หวดั นครศรีธรรมราช
U06: การศึกษาแนวโนม้ การเปล่ยี นแปลงอุณหภมู อิ ากาศและปริมาณนำ�้ ฝน เพ่อื เตรียม
ความพรอ้ มการรบั มอื ความเสี่ยงตอ่ ภาวะน้�ำท่วมในอำ� เภอเมอื ง จังหวัดสมทุ รปราการ โดยใชก้ าร
วิเคราะหด์ ว้ ยสมการถดถอยเชงิ เส้น
โรงเรยี นเซนตโ์ ยเซฟทพิ วลั จังหวดั สมทุ รปราการ
U07: เทคนิคการเพ่มิ ผลผลิตของมะนาวแป้นพิจติ ร (Citrus aurantifolia Swingle) โดยการประยกุ ต์
ใชข้ ้อมลู สมบัตดิ ินร่วมกับระบบอัตโนมตั ิ
โรงเรยี นดอนจานพทิ ยาคม จงั หวดั กาฬสนิ ธุ์
U08: การศึกษาปจั จยั ทางกายภาพของดนิ ทีม่ ตี อ่ ความหลากหลายของพชื ในป่าดบิ ช้ืนในพ้ืนทส่ี วน
พฤกษศาสตรท์ ุ่งคา่ ย จังหวัดตรัง
โรงเรยี นตรงั รงั สฤษฎ์ จังหวดั ตรงั
U09: การพฒั นาระบบจัดเกบ็ ขอ้ มูลความหลากหลายทางชวี ภาพของสัตว์ปกี ดว้ ยเทคโนโลยปี ัญญา
ประดิษฐ์ เพอื่ การอนุรักษแ์ ละวิเคราะหผ์ ลเชงิ ส่งิ แวดล้อม
โรงเรยี นเตรยี มอดุ มศกึ ษา กรุงเทพมหานคร
พัก
การสมั ภาษณ์และตอบคำ� ถามของคณะผวู้ จิ ัย (โรงเรยี นละ 5 – 7 นาที) (ตอ่ )

8

เวลา กำ�หนดการ
12.00 – 13.00 น. ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
13.00 – 14.30 น. U10: ผลของถา่ นชวี ภาพผสมไฮโดรเจลต่อสมบตั ขิ องดินและการเจรญิ เตบิ โตของพชื
(กรณีทดสอบในสภาพกระถาง)
โรงเรียนเตรียมอดุ มศกึ ษา ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ จงั หวัดสกลนคร
U11: การปนเปือ้ นของไมโครพลาสติกในปลาขต้ี ัง (Scatophagus argus) บรเิ วณทะเลสาบสงขลา
จังหวัดสงขลา
โรงเรยี นเทศบาล 5 (วดั หัวป้อมนอก) จังหวดั สงขลา
U12: เปรียบเทียบคุณภาพของนำ้� ท่ใี ช้ในโรงเรียนทุ่งหวา้ วรวทิ ย์ อำ� เภอทุ่งหวา้ จงั หวัดสตลู
โรงเรียนทุ่งหวา้ วรวิทย์ จังหวัดสตลู
U13: การศกึ ษาและเปรียบเทียบคณุ ภาพดนิ ทีเ่ กดิ จากการทับถมของใบไผแ่ ละใบยางพารา
โรงเรยี นบางเเกว้ พทิ ยาคม จงั หวัดพทั ลุง
U14: การลดความเป็นกรดของดนิ ด้วยตน้ ขลู ่
โรงเรยี นบงึ โขงหลงวิทยาคม จงั หวดั บงึ กาฬ
U15: การศึกษา Activated carbon ทที่ �ำจากซงั ขา้ วโพดและปาลม์ ในการดดู ซบั ดบี กุ
ทีป่ นเปอื้ นในดนิ
โรงเรยี นปรนิ สร์ อยเเยลส์วทิ ยาลัย จงั หวัดเชียงใหม่
U16: ความสัมพนั ธ์ของคุณภาพดนิ สภาพอากาศ และขนาดของผลกับความหวานของมังคุด
บริเวณบา้ นลานนาและบา้ นท่าเสมด็ อำ� เภอชะอวด จังหวัดนครศรธี รรมราช
โรงเรยี นปา่ พะยอมพทิ ยาคม จงั หวัดพัทลงุ *โควต้าเครือขา่ ยมหาวทิ ยาลัย
U17: คณุ ภาพดนิ ปริมาณโลหะหนักในดินและการเจริญเตบิ โตของตน้ ทุเรียนหมอนทอง
(Durio zibethinus Murray) และตน้ ทุเรียนหนามด�ำบรเิ วณบา้ นห้วยศรเี กษร และบา้ น
ลานข่อย อ�ำเภอปา่ พะยอม จังหวดั พทั ลุง
โรงเรียนป่าพะยอมพทิ ยาคม จงั หวัดพทั ลุง
U18: การศกึ ษาผลของระยะทางหา่ งจากน้ำ� พุร้อนต่อสมบัตขิ องดนิ ในอำ� เภอปาย จังหวัด
แม่ฮอ่ งสอน
โรงเรยี นปายวิทยาคาร จงั หวดั แมฮ่ อ่ งสอน
U19: การศึกษาเปรยี บเทียบคุณภาพดนิ บรเิ วณใกลโ้ ป่งน�ำ้ ร้อนกบั พ้นื ทบ่ี ริเวณราบลุ่มแม่นำ�้ ปาย
อําเภอปาย จังหวัดแม่ฮอ่ งสอน
โรงเรยี นปายวทิ ยาคาร จังหวัดแม่ฮอ่ งสอน *โควต้าเครือขา่ ยมูลนธิ ิฯ สวทช.
พกั รับประทานอาหารกลางวนั
การสัมภาษณ์และตอบคำ� ถามของคณะผู้วิจัย (โรงเรียนละ 5 – 7 นาท)ี (ต่อ)
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
U20: การศึกษาประสทิ ธภิ าพของจุลินทรยี อ์ ีเอม็ (EM) ในการบ�ำบดั นำ้� เสยี จากนำ�้ ท้งิ โรงอาหาร
โรงเรียนเพชรวทิ ยาคาร
โรงเรียนเพชรวทิ ยาคาร จังหวดั ชยั ภมู ิ
U21: การวเิ คราะห์ความสมั พันธร์ ะหว่างส่งิ มีชีวติ เซลลเ์ ดียวกบั คุณภาพของน�้ำบรเิ วณบ่อนำ�้ หม่บู ้าน
หนองกอก ตำ� บลทุง่ หลวง จงั หวดั ราชบรุ ี
โรงเรยี นรัฐราษฎรอ์ ปุ ถัมภ์ จังหวัดราชบรุ ี

9

เวลา กำ�หนดการ
14.30 – 14.45 น. U22: การศึกษาประสทิ ธิภาพในการบ�ำบดั คุณภาพอากาศของไมย้ ืนต้นชนิดต่าง ๆ บริเวณพืน้ ทสี่ เี ขยี ว
14.45 – 16.20 น. สาธารณะ อำ� เภอเมือง จงั หวดั เชยี งใหม ่
โรงเรียนวารีเชียงใหม่ จงั หวดั เชยี งใหม่
U23: การศกึ ษาความหลากหลายทางธรรมชาติของไลเคนในสวนพฤกษศาสตร์ โรงเรยี นวิเชยี รมาตุ
อำ� เภอเมืองตรงั จังหวัดตรงั
โรงเรยี นวเิ ชียรมาตุ จังหวดั ตรงั
U24: การศกึ ษาคุณภาพน�ำ้ ทีม่ ผี ลตอ่ การด�ำรงชีวิตของเเมงกะพรุนน�้ำจดื สายพนั ธุน์ �้ำไหล
(Craspedacusta sowerbyi) บริเวณเเห่งบางระจนั ต�ำบลหนองเเมน่ า อำ� เภอเขาค้อ
จงั หวดั เพชรบรู ณ์
โรงเรยี นวทิ ยานกุ ูลนารี จงั หวดั เพชรบรู ณ์
U25: การศึกษาสาหร่ายเทา Spirogyra sp. ท่ีส่งผลต่อคุณภาพนำ�้ และระบบนเิ วศของ
แกง่ หินแมน่ ้�ำเลย ในเขตพน้ื ที่อำ� เภอเชยี งคาน
โรงเรยี นวิทยาศาสตรจ์ ฬุ าภรณราชวิทยาลัย เลย จังหวัดเลย
U26: ความสมั พันธ์ระหวา่ งสภาพอากาศเเละสขี องเเหลง่ เพาะพนั ธ์ุท่ีมผี ลตอ่ จำ� นวน
เเละชนดิ ของลูกน้ำ� ยุง
โรงเรยี นวทิ ยาศาสตร์จฬุ าภรณราชวทิ ยาลยั ตรัง จงั หวดั ตรงั
U27: การศึกษาความหนาแนน่ ของประชากรปกู ้ามดาบ (Uca bengali) กับลักษณะของรูปู
โรงเรียนวทิ ยาศาสตรจ์ ฬุ าภรณราชวิทยาลัย ตรงั จงั หวัดตรงั *โควตา้ เครอื ขา่ ยมหาวทิ ยาลัย
U28: การศึกษาประสิทธภิ าพของมอสหางกระรอก มอสขนนก และมอสแดง ในการดูดซบั
ฝนุ่ ละอองในอากาศ เพ่อื พัฒนาเปน็ กาํ แพงมอส
โรงเรียนวิทยาศาสตร์จฬุ าภรณราชวิทยาลัย มกุ ดาหาร จังหวัดมกุ ดาหาร
พกั
การสมั ภาษณแ์ ละตอบค�ำถามของคณะผ้วู จิ ยั (โรงเรียนละ 5 – 7 นาท)ี (ต่อ)
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
U29: ปัจจยั ที่มผี ลต่อการผพุ ังของของฟอสซลิ บริเวณเขาแดง อำ� เภอละงู จงั หวัดสตลู
โรงเรียนวิทยาศาสตรจ์ ุฬาภรณราชวิทยาลยั สตูล จังหวัดสตลู
U30: ศกึ ษาคุณภาพและสิง่ ปนเป้ือนในนำ้� ฝนในเขตพื้นท่ีจังหวดั พทั ลุง
โรงเรียนสตรีพัทลุง จังหวดั พัทลุง
U31: การแพรก่ ระจายของไมโครพลาสตกิ บรเิ วณปากน�ำ้ จังหวัดระนอง
โรงเรยี นสตรรี ะนอง จังหวดั ระนอง
U32: การศึกษาสภาพนำ�้ และอากาศท่สี ง่ ผลตอ่ การเกิดเชอื้ ราในข้าวพันธุ์ กข 41 บรเิ วณหมบู่ า้ น
หนองไม้แกน่ ต�ำบลควนชะลกิ อ�ำเภอหัวไทร จงั หวัดนครศรธี รรมราช
โรงเรียนแหลมราษฎรบ์ ำ� รงุ จังหวัดนครศรธี รรมราช
U33: การศกึ ษาความสัมพันธ์ของคุณภาพน�้ำกับแนวความคิดของชมุ ชน และความหลากหลาย
ของแพลงกต์ อน คลองแมร่ �ำพัน จงั หวัดสุโขทยั
โรงเรียนอุดมดรณุ ี จงั หวดั สโุ ขทัย

10

เวลา กำ�หนดการ
16.20 – 17.00 น. U34: ศึกษาการใส่ปุ๋ยเคมแี ละปุ๋ยอินทรียท์ ี่มีผลต่อคณุ ภาพดนิ และผลผลติ ของต้นมนั ส�ำปะหลงั
โรงเรียนอดุ รพิชัยรักษพ์ ิทยา จังหวดั อุดรธานี
U35: องค์ประกอบของอาหารในกระเพาะปลากดหวั โม่งจากการประมงพืน้ บา้ นในจังหวดั พทั ลุง
โรงเรียนอบุ ลรัตนราชกญั ญาราชวิทยาลัย พัทลงุ จงั หวดั พทั ลุง
U36: การเปรียบเทยี บคณุ ภาพดินที่สง่ ผลตอ่ ผลผลิตของสม้ โอพันธุ์ขาวแตงกวา
โรงเรยี นหนั คาพทิ ยาคม จงั หวัดชยั นาท
U37: การศึกษาปรมิ าณต้นไมท้ มี่ ผี ลต่อคุณภาพอากาศในเขตเทศบาลอำ� เภอเมืองจงั หวดั ปตั ตานี
โรงเรยี นเดชะปตั ตนยานกุ ลู จงั หวดั ปตั ตานี
คณะกรรมการตัดสนิ ฯ สรุปคะแนน

28 เมษายน 2564

09.00 – 10.30 น. ประชุมคณะกรรมการตัดสนิ ฯ พิจารณาตัดสนิ
10.30 – 10.45 น. พกั
10.45 – 12.00 น. ประชมุ คณะกรรมการตดั สินฯ พจิ ารณาตัดสนิ (ตอ่ )
12.00 – 13.00 น. พกั รบั ประทานอาหารกลางวนั
13.00 – 14.30 น. ประชุมคณะกรรมการตดั สนิ ฯ พจิ ารณาตดั สนิ (ตอ่ )
14.30 – 14.45 น. พัก
14.45 – 16.30 น. สรุปผลการตัดสนิ

หมายเหตุ : ก�ำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงไดต้ ามความเหมาะสม

11

บทคัดย่อผลงานวิจัย
ระดบั ประถมศกึ ษา

รายการบทคัดย่อผลงานวจิ ัย ระดบั ประถมศกึ ษา

ล�ำ ดับ โรงเรียน ช่ืองานวจิ ยั หน้า

P01 ดาราวทิ ยาลยั การศกึ ษาการใช้ประโยชน์ของท่ดี นิ ในพน้ื ทีจ่ ดุ ศกึ ษา 22 จุดศกึ ษา 14
จังหวดั เชยี งใหม่ ในเขตจังหวัดเชียงใหม่

P02 เทศบาล 5 สีหรกั ษว์ ิทยา การศึกษาความหลากหลายทางชวี ภาพ ปัจจยั การเจริญเตบิ โตของ 15
จงั หวดั อดุ รธานี ไสลีหเรคกันษท์วม่ี ทิ ีผยลาตอ่ คณุ ภาพอากาศในโรงเรยี นเทศบาล 5

P03 เทศบาล 2 (ตะวันออก) สารสกดั ด้วยน้ำ� จากส่วนต่างๆ ของต้นสาบเสือทีม่ ีผลต่อการ 16
จงั หวดั ชลบรุ ี ควบคุมการเติบโตของหญ้าแห้วหมู

P04 เทศบาลคหู าสวรรค์ ความสูงของต้นไม้ท่ีมีผลต่อปรมิ าณลูกน�ำ้ ยุงบรเิ วณวดั ท่ีอยูใ่ กล้ 17
จงั หวดั พทั ลุง โรงเรยี น ในเขตเทศบาลเมอื งพทั ลุง จงั หวัดพทั ลุง

P05 บ้านดอน (สหรฐั -ราษฎร์อุทิศ) ศกึ ษาปจั จัยทีม่ ีผลตอ่ การบานการหบุ ของดอกบัวแดงในสระ 18
จังหวัดนครราชสมี า โรงเรยี นบ้านดอน (สหรัฐ-ราษฎร์อทุ ศิ ) ตำ� บลดอน อ�ำเภอปกั ธงชยั
*โควต้าเครือขา่ ยมหาวทิ ยาลัย จังหวดั นครราชสมี า

P06 บา้ นดอน (สหรัฐ-ราษฎรอ์ ุทศิ ) เปรียบเทยี บปจั จยั สิ่งแวดลอ้ มทีม่ ผี ลตอ่ สมบตั ดิ ินบรเิ วสนาม 19
จงั หวดั นครราชสีมา ฟตุ บอลและสนามเปตอง ณ โรงเรยี นบ้านดอน (สหรัฐราษฎรอ์ ทุ ศิ )
ตำ� บลดอน อ�ำเภอปกั ธงชยั จงั หวดั นครราชสมี า

P07 บา้ นบางสกั สมบัติบางประการของดนิ ทม่ี ผี ลตอ่ การเจริญเตบิ โตของตน้ สมพง 20
จงั หวดั ตรัง กใหนั ญตัง่ บจรงั เิ วหณวัดปตา่ รตังน้ น้ำ� พรุยูง บ้านเขาพลู ต�ำบลบางสัก อำ� เภอ

P08 มงฟอรต์ วทิ ยาลยั การศกึ ษาเปรยี บเทียบสมบัตแิ ละการปรับปรงุ ดินของพืน้ ทบี่ ้านพัก 21
แผนกประถม อาศยั กับพ้นื ทเ่ี กษตรกรรมและพืน้ ท่ีเกษตรอนิ ทรีย์
จังหวดั เชยี งใหม่
การศกึ ษาความสัมพนั ธข์ องคุณภาพทางกายภาพและทางเคมี 22
P09 วัดไมเ้ สยี่ ว ของดินท่มี ีผลตอ่ การเจริญเตบิ โตของตน้ มนั สำ� ปะหลงั ในพื้นท่ี
จงั หวัดนครราชสีมา แจังปหลวงัดปนลคกู รมรันาสช�ำสปีมะาหลัง บา้ นไม้เสี่ยว ต�ำบลดอน อ�ำเภอปักธงชัย 23
การศึกษาผลของปริมาณเมฆปกคลุมท่มี ีผลตอ่ ความแตกตา่ งของ 24
P10 วารเี ชยี งใหม่ อณุ หภมู อิ ากาศเฉลี่ยชว่ งเวลากลางวนั และกลางคนื 25
จงั หวดั เชียงใหม่ ปรมิ าณฝุน่ พเี อม็ 2.5 จากการจุดธูปในช่วงเขา้ พรรษาในวัด
ตะโหมด จังหวัดพทั ลุง
P11 อนบุ าลปา่ บอน การศึกษาความสามารถในการลดปริมาณฝ่นุ ละอองขนาดเล็กกวา่
จงั หวัดพัทลุง 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ของพชื ทป่ี ลกู ในบริเวณโรงเรยี นอนุบาล
ล�ำปาง (เขลางค์รัตนอ์ นุสรณ์)
P12 อนุบาลล�ำปาง (เขลางค์รัตน์
อนสุ รณ์)
จงั หวัดล�ำปาง

13

บทคดั ยอ่ ผลงานวจิ ยั ระดบั ประถมศึกษา

ชือ่ งานวจิ ัย การศึกษาการใชประโยชนข องท่ดี นิ ในพน้ื ทจี่ ุดศึกษา 22 จุดศกึ ษาในเขตจังหวัด

คณะผูวจิ ยั เชยี งใหม

ระดบั ชน้ั เด็กหญิงภศั ราพรรญ วงควัน เด็กหญงิ พชิ ญานนิ ยอมใบ
อาจารยทป่ี รึกษา และเด็กชายพรพิทักษ ศรศิรวิ งศ
ประถมศึกษาปท ่ี 5
โรงเรยี น นางสาวพชิ ชาพร เขยี วสวัสด์ิ นางสาวดารณุ ี เย็นตา
และนางสาวจันทรน ภา ศนู ยจ ันทร
ดาราวทิ ยาลยั อาํ เภอเมือง จังหวัดเชยี งใหม

บทคดั ยอ

งานวิจัยน้ีมีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษาการใชประโยชนของท่ีดินในเขตจังหวัดเชียงใหมจํานวน 22 จุด
ศึกษาครอบคลุม 5 อําเภอ เก็บขอมูลลักษณะดินและสิ่งปกคลุมดินของพื้นท่ีแตละจุดศึกษาตั้งแตวันท่ี 1–7
กุมภาพันธ 2564 ศึกษาลักษณะของดินตามขอมูลสารสนเทศทรัพยากรดินรายจังหวัดในรูปแบบ GIS
(Geographic Information System) จากกรมพฒั นาทด่ี นิ และเปรยี บเทียบลักษณะดนิ ตามขอมูลชุดดิน และ
การใชประโยชนของทดี่ ินระหวางขอ มูลท่ีสํารวจไดกับขอมูลสารสนเทศทรัพยากรดิน ผลการศึกษาพบวาการใช
ประโยชนจากดินในเขตจังหวัดเชียงใหมแบงเปน 2 กลุม ไดแก กลุมที่ใชประโยชนจากดินในพ้ืนท่ีอาศัยและ
กลุมท่ีใชประโยชนจากดินจากทองที่อื่น สิ่งปกคลุมดินท่ีไดจากการสํารวจ และจากขอมูลภาพถายทางอากาศ
พบพื้นที่ทําการเกษตรและชุมชน ลักษณะของดินที่สํารวจไดตรงตามขอมูลชุดดินท่ีไดระบุไวในขอมูล
สารสนเทศทรัพยากรดินรายจังหวัดสวนการใชประโยชนของดินพบวา มีบางพ้ืนที่ใชประโยชนของดินไมเปน
ไปตามขอมลู ชุดดินทีร่ ะบไุ วใ นขอ มูลสารสนเทศทรพั ยากรดินรายจงั หวัด

คําสําคัญ: ลักษณะดิน การใชประโยชนจากดนิ ส่งิ ปกคลมุ ดิน

14

15

บทคดั ยอ่ ผลงานวิจยั ระดบั ประถมศกึ ษา

ชือ่ งานวิจัย การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพ ปจ จยั การเจริญเติบโตของไลเคน และ
การช้วี ดั คุณภาพอากาศในโรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษวทิ ยา
คณะผวู ิจัย เดก็ ชายศศธร เพ็งหมุย เด็กหญงิ ศศปิ ระภา เสาะกาน
และเด็กหญิงพิมญดา บตุ รราช
ระดบั ช้ัน ประถมศึกษาตอนปลาย
อาจารยท ป่ี รึกษา นางอัจฉราพร มาตยน อก นางรัตนา จนั ทรกอง
โรงเรยี น เทศบาล 5 สีหรักษวทิ ยา อาํ เภอเมือง จงั หวัดอุดรธานี
นักวิทยาศาสตรที่ปรกึ ษา ดร. ศิณวี ัณย พิทักษทิม มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อุดรธานี

บทคัดยอ

ไลเคน คือ ส่ิงมีชีวิตที่สามารถนํามาใชเปนดัชนีชี้วัดคุณภาพอากาศ การสํารวจในคร้ังน้ีจึงมี
วัตถุประสงคเพื่อสํารวจความหลากหลายทางชีวภาพของไลเคน ในโรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษวิทยา ท่ีมี
มลพิษทางอากาศคอนขางสูง โดยทําการเก็บตัวอยาง จากการสํารวจความหลากหลายไลเคน ท่ีพบบนตนไม
บริเวณรอบสนามโรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษวิทยา พบวาตนไมท่ีอยูบริเวณสนามโรงเรียนเทศบาล 5
สีหรักษวิทยา มีตนไมท่ีพบการเจริญของไลเคนจํานวน 5 ชนิด และสามารถพบไลเคนจํานวน 3 กลุม คือ
กลุมครัสโตส (Crustose) กลุมสแควมูโลส (Squamulose) และกลุมโฟลิโอส(Foliose) จะพบวาตนทองกวาว
พบไลเคนกลมุ ครสั โตส (Crustose) และตน มะฮอกกานีพบกลุมครสั โตส (Crustose) จาํ นวนมากท่สี ดุ มากกวา
50 เซลล และตน มะคา โมงพบจํานวนไลเคน นอ ยทส่ี ดุ คอื 6 เซลล ในชวงเดอื นพฤศจิกายน มีความชน้ื สูงท่ีสุด
เนื่องจากยังอยูในชวงฤดูฝน สวนเดือนมกราคม เปนชวงฤดูหนาว อุณหภูมิตํ่า ความช้ืนสัมพัทธอากาศตํ่าสุด
ในชวงเดือนธันวาคม พบไลเคนทุกชนิดมีการเจริญเติบโตมากท่ีสุด ขนาดของไลเคนมีขนาดใหญที่สุด คือ
ตน กาสะลอง 4.5 เซนตเิ มตร และในเดอื นมกราคม ขนาดของไลเคนลดลง มีขนาด 0.7 เซนตเิ มตร ไลเคนท่ีพบ
สวนใหญจะอยูบริเวณลําตน และดานที่หันหาเขาในสนามสวนลําตนดานท่ีหันหนามาทางถนนที่มีรถสัญจร
และทจี่ อดรถคณุ ครูจะไมพบเซลลของไลเคน ผลการศกึ ษาสามารถอธิบายไดว า ไลเคนจะเจรญิ ไดด ีในตนไมที่มี
เปลือกแข็ง และมีปริมาณความช้ืนสัมพัทธสูงในชวงฤดูฝน ไลเคนจะเจริญไดดี เม่ือเขาสูฤดูหนาว ความช้ืน
สัมพัทธใ นอากาศลดลง ไลเคนจะเจรญิ ไมด ี จะสามารถพบไลเคนท่ีบรเิ วณลาํ ตน ของตนไมทหี่ ันไปทางถนนและ
อาคารเรยี น จะมกี ารสญั จรของรถและมีการปลอ ยควนั ทางทอไอเสยี รถยนต

คําสาํ คญั : กลุมของไลเคน ดัชนชี ้วี ัดคณุ ภาพอากาศ

15

บทคดั ย่อผลงานวิจยั ระดับประถมศกึ ษา

ชื่องานวจิ ัย สารสกดั ดวยนาํ้ จากสวนตาง ๆ ของตน สาบเสือที่มีผลตอ การควบคมุ การเตบิ โตของ
หญาแหว หมู
คณะผูวจิ ัย เดก็ ชายกติ ตธิ ัช เพชรประไพ เด็กชายสริ วชิ ญ ครยก
และเด็กหญิงสชุ ัญญา คลังเจริญพาณิช
ระดบั ช้ัน ประถมศึกษาปที่ 5-6
อาจารยท่ีปรกึ ษา นายธรี ะ น่ิมบวั และนางสาวศริ พิ ร เฟองฟู
โรงเรยี น เทศบาล 2 (ตะวันออก) อําเภอบา นบึง จังหวัดชลบรุ ี

บทคัดยอ

หญาแหวหมูเปนวัชพืชที่สรางความเสียหายใหกับพืชท่ีเกษตรกรทําการเพาะปลูก เพราะแยง
สารอาหารในดินทําใหผลผลิตท่ีเพาะปลูกลดลงเปนวัชพืชท่ีกําจัดยากมาก เนื่องจากมีหัวอยูใตดิน ทนทานตอ
สารกําจัดวัชพืช ตนสาบเสือซึ่งเปนวัชพืชท่ีพบไดท่ัวไปเปนพืชที่มีรายงานวามีฤทธ์ิทางอัลลีโลพาธี
(Allelopathy) ท่ีสามารถยับย้ังการงอก การเจริญเติบโตของพืชไดหลายชนิด จึงไดคิดนําสวนตาง ๆ ของตน
สาบเสือมาทดลองทําสารสกัดควบคุมการเตบิ โตกับหญาแหวหมูเพ่ือใหต ายหรือเติบโตไดนอยที่สุด พบวา การ
แชสวนใบของตนสาบเสือตากแหงหนัก 30 กรมั ตอ น้าํ กล่ัน 500 มลิ ลลิ ิตร เปนระยะเวลา 72 ช่ัวโมง จะไดส าร
สกัดที่สามารถควบคุมการเติบโตของหญาแหวหมูไดดีกวาสวนของราก ลําตน เม่ือทดลองนําหญาแหวหมูแช
ลงในสารสกัดจากสวนใบเปนระยะเวลา 7 วัน พบวา พบรากฝอย และรากแขนงสีน้ําตาล งอกออกจากหัว
ยาวเฉลีย่ 0.46 เซนติเมตร ลาํ ตน เหย่ี ว มีสนี ้ําตาลเขม ใบเห่ียวมีสเี หลือง บางใบมีสีน้ําตาลและตาย ยาวเพิม่ ข้ึน
เฉลี่ยเพียง 0.21 เซนติเมตร ไมพบการแตกยอด แตกใบใหมเพิ่มขึ้น ไมพบการแตกหนอออกจากหัวของหญา
แหวหมู และเม่ือนําสารสกัดไปใชกับหญาแหวหมูท่ีข้ึนในดินรวน ดินทราย จะมีผลตอการควบคุมการเติบโต
ใกลเคียงกัน คือ ลําตนยาวเพ่ิมข้ึนเฉล่ีย 0.15, 0.18 เซนติเมตร ใบยาวเพ่ิมข้ึน 4.78, 4.87 เซนติเมตร และใน
ดินเหนยี วจะมผี ลตอ การควบคมุ การเติบโตของหญา แหวหมนู อยท่ีสดุ

คําสําคัญ: อัลลีโลพาธี (Allelopathy) การควบคุมการเตบิ โต สว นตาง ๆ ของตนสาบเสือ

16

17

บทคัดย่อผลงานวจิ ัย ระดบั ประถมศกึ ษา

เเเบบใขววใขบขวใบบทบททออววอวใใตตคลลคตใลคคคคคคคววโแวโโแออวโวอวแโโดดดรรรนนนรรรกกกคคครโชนรชนโอโรชนออดัดััดัััััีีัีดดรรดรดดดุุุูููกกกวววลลลนนววนวยยยณณณํํําาาอออีีี่่่รรรอออรรรงงงืืือออรรรงงงะะะนนนลลลเเเาาาทททาาาณณณาาาสสสออออือื่่ื่อิิิเเเกกักััิิิูููนนนโโโใใใะะะเเเไไไยยยงงงเเเงงงเเเขขขหหหนนนวววดดดวววมมมกกกคคคจจจมมมมมมรรราาาบบบิิินนนงงงาาาํํํรรรอ่ี่อี่อีววววววแแแ้ํํ้ํ้าาาูููใใใเเเะะะณณณตตตณณณบับัับีีีภภภยยยถถถชชชลลลรรราาาาาาสสสีีีกกกคคคกกกิิิยยยธธธยยยิิิทททยยยทททรรรสสสจจจผผผวววเเเียยยีีนรรนรนนนนศศศ้ื้นนืืน้โโโูููีีีชชชัััมมมกกกมมมวววลลลญัญััญเเเนนนุิิิุุููใใูใงงงทททเเเทททยยยาาํํํารรรงงงัััดดดวูวูวูรรรยยยนนนกกกนนนวววึึึััักกกดดดทททวววใใใสสสกกกาาาัั้้ัน้นนิิิพพพโโโขขขนนนาาาเเเาาาบบบี่ี่ี่พพพศศศงงงรรรจิจจิิ:::นนนทททลลลรรรีีีทททณณณยยยรรรษษษิิจจจิทททมัมมััาาาี่ี่ี่พพพวววอออศศศััันนนวววเเเะะะบบบัััยยยรรรบบบงงงเเเโโโขขขีปปีี่่ป่รรรรรรนนนัััาาายยยศศศพพพ่่ีี่ีาาาอออนนนคคคงงงาาาบบบขขขดดดโโโธธธรรริิิเเเเเเศศศาาาีีียยยลลลอออสสสมมมรรรรรรอออรรรบบบสสสยยยววววววััทัททงงงขขขตตตััับบบบบบลลลกกึึึกมมมนนนูููึึกกึก888กกกอออีีีงงงยยยูููลลลเเเงงงาาาาาาูููใใใตตตณณณาาาอออธธธเเเคคครรรรรรเเเษษษีีีกกกคคคเเททเทยยยษษษมมมนนนบบบนนนกกกนนนลลลรรรมมมงงงคคคิิิีียยยีเGGGเเ1รรรวววทททลลลอออาาาูููใใใวสสสววววว้้้ํํํศศศูููาาารรรใใใาาาปปปทาาาททิิิธธธวววืืือออีีีนนนรรร7าาายยยLLLกกกคคคนนนณุุุณณี่่ี่ีโโโณณณาาาศศศพพพููงงงูณณณยยยิิิััับบบดดดจจจ่ปป่ีี่ปีังง้้ัง้ัมมมงงงOOOรรรนนนลลลตตต(((รรรมมมเเเุุุงงงเเเใใใภภภจจจาาาบบบหหหรรรพพพวววงงงสสสรรระะะขขข้้ัั้ังงงผผผฉฉฉศศศนนนBBBนนน ชชชลลละะะเเเััััััดยยยดดกึึกกึูููภภภงููงูงผผผนนนพพพโโโัััลลลโโโทททตตตลลลลลลูููรรรนนนEEEเเเไไไ้้ืืื้นนนดดดดดดเเเขขขดดดดดดทททษษษขขขาาาููู้ีี้ีู้มมมููมมมมมมีีีัััยยยกกกทททเเเกกกมมม่่่ีีีลลลยยยยยยััับบบอออทททยยยไไไสสสาาาภภภตตตยยยี่่ีี่อออาาาินิินนวีีววีนนนาาาุุุืืืนนนออองงงธธธพพพดดดนนนลลลงงงใใใัััปปปมมมเเเศศศ333ยยยใใใิิิัััตตตรรรมมม้ํา้ํา้าํศศศใใใงงง้้ํํ้ํทททชชชาาาแแแตตตัััฒฒฒกกูกููชชชคคคศศศจจจนนนรรร111ูููบบบใใใพพพถถถุุุพพพขขขึึึกกกยยยกกกศศศนนนอออกกกนนนะะะวววััักึกึกึงงง...AAAุุุเเเนนนปปปาาาัััทททัััทททษษษุุุ999นนมแแโเเเแดปโโคปเคดเดปมคนมเAAAงงงบบบขขขณณุุุณลลลไไไหหหวววาาาถถถํ้ําํ้้าาษษษดดดทททลลลpppรรรรรราาาคคคมมมภภภลลลธธธลลลรรรวววหหหpppาาาาาาตตตมมมรรรัััยยยดดดโโโาาามมมวววงงงเเเ็ก็ก็กะะะาาาหหหอออเเเpppศศศวววรรร...าาางงงบบบุุุงงงะะะะะะลลลpppดดดุงุงงุาาาเเเาาาชชชมมมเเเนนนสสสัััศศศดดดพพพวววชชชสสสหหหงงงlllบบบภภภปปปทททงงงมมมาาารรรถถถเเเวววเเเยยยรรรlll็็็กกกืื้้้ืนนนiiiืืือออจจจุุนุนนัััดดดึึึกกกาาาดดดพพพศศศเเเนนนคคคงงงบบบcccมมมมมมยียีียiiiญญญสสสาาามููมูมรรรศศศมมมทททิิิิิิรรรcccเเเใใใเเเััังงงคคคสสสงงงงงงิสสสิิษษษนนนaaa็็ก็กกวววาาาิิิดดดนนนัััลลลืออือืะะะววววววทททชชชลลลูงงูงูอิอิอิีีีบบบยยยaaaนนนศศศยยยิงงิิงหหหลลลพพพเเเัััมมมtttาาาาาาเเเหหหิิิขขขาาาโโโภภภาาาบบบงงงณณณขขข้ืื้้ืใใในนน็็็กกกกกกtttาาาลลลพพพนนนกึกึึกาาาiiiซซซาาาววววววมมมาาาคคคััันนนoooทททพพพพพพiii)))อออญญญอออกกกาาาาาาคคคนนนัััลลลoooวววุุุลลลสสสงงงษษษใใใัััืื่่่ือออ111ัััลลลดดดดดดดดดทททชชชรรรnnnเเเลลลพพพงงงัททัทัััันนนทททนนนวววงงงาาาัััดดดยยยััังงงnnnัััเเเยยยมมมิิิขขขงงง)))ศศศาาาพพพเเเอออธธธททท่ี่ี่ีืน้ื้นน้ืตตตพพพ333มมมลลลศศศุุุัััดดดงงงปปปคคคลลลรรรธธธซซซฉฉฉเเเทททอออกกกตตตปปปพพพAAAรรรึึึกกกาาายยยัััขขขทททนนนสสสี่่ี่ี)))ูููกกกอออืืือออแแแบบบGGGปปปงุงุุงูหูหหูรรรตัตัตัีีียยยิิินนนรรรกักกััะะะเเเรรรทททlllจจจเเเษษษัััทททูููใใใอออตตตััมมมัไไไลลลนนนทททลลลงงงะะะคคคยยยtttอออLLLรรรรรรมมมสสสาาาดดดาาาษษษกกกทททจจจัััมมมงงงีี่่ี่iiiาาาพพพุุุทททณณณธธธเเเพพพุุุงงงสสสะะะูููมมมํ้ํ้้ํะะะOOOาาาศศศmmmยียยีีสสสวววใใใมมม555ีีีัับบบัคคคหหหทททลลลงงััังิณณณิิรรรททท กกกคคคยยยาาาัััแแแิิทททิทททดดดททัััทาาาดดดณณณบบบวววหหหหหห111อออจจจBBBบบบาาาคคคาาาอออศศศโโโวววeee่ีม่มี่ีมตตตุุุงงงวววมมมลลลลลลรรรูููหหหธธธลลลดดดธธธรรร)))าาาํํําาาวววยยยEEEเเเวววภภภัััดดดวววุุุณณณวววีีีบบบทททtttผผีีีผะะะาาารรริิิ์์์ฉฉฉะะะชชชลลลงงงมมมุุุงงงนนนโโโําาําํอออาาาภภภดัดััดeeeูููรรรใใใาาาิททิิทูููพพพมมมอออมมมาาาคคคภภภคคคลลลOOOรรรเเเหหหกกกลลลคคคสสสืื้้้ืเเเแแแนนนณณณะะะมมมมมมวววrrrพพพาาารรรลลลยยยิิินนนจจจมมมณณุณุุัััเเเทททตตตงงงดัดัดัิริรริ ่ี่่ีีลลลดดดลลลbbbยยยวววแแแภภภนนนชชชขขขสสสอออสสสอออีีียยยโโโััททัทาาาเเเีีีัััฉฉฉงงงืออืือมมม้ํ้ํํ้เเเาาากกกอออยยยลลลหหหโโโาาาะะะัับบบัมมมลลลดดดsssมมมนนนงููงูงูููมมมััยยัยาํําํารรรเเเมมมหหหนนนาาาลลลงงงรรรยยยาาาปปป666777อออขขขุุุeeeงงงมมมขขขดดดะะะเเเืืืออออออีีีภภภยยยคคคขขขูููยยยใใใิิิะะะนนนยยยพพพพพพวววเเเงงุุุงงงงรรรภภภ 777rrrตตตกกกรรรอออเเเนนนรรรทททุุุณณณงงงอออวววเเเทททมููมูมแแแนนนััั222เเเดดดvvvํ้ํ้้ํศศศาาาัััััททัทขขขทททอออิมิมมิกกกเเเ......พพพ222รรรพพพลลลงงงาาาาาางงงeeeศศศธธธิินินนหหห777)))ดดด่ีี่่ีพพพพพพึึึกกกใใใหหหมมมลลลตตตีีีเเเยยยาาา็็็)))ธธธบบบมมมงงงโโโแแแอออัทัทัทัััทททัญญัญัrrrนนนมมม555บบบกก็็ก็ําํ้้าาํ้งงงจจจษษษบบบัััทททรรรณณณสสสงงุงุุภภภขขขนนนนนนจจจสสสสสสุุุขขขณณณลลลลลลืือืออหหหMMMอออํํํงงงเเเาาาาาาญญญาาาลลลาาาลลลออออออาํําาํูููปปปมมมไไไเเเงูงููงงงง%%%จจจลลลอออขขขุงงุุงุุุงงงเเเงงงนนนลลลุุุณณณญญญมมมหหหทททวววขขขนนนูููไไไกกกขขขุุุงงงณุุณณุรรรoooงงงาาาิิิอออรรรงััังงููกกกูพพพมมมตตตมมมพพพนนนวววอออไไไจจจภภภศศศีีีแแแยยยวววอออนนนหหหะะะิงิงงิsssาาาหหหนนน333ูููมมมหหหลลลททััทัอออพพพเเเมมมนนนััังงงรรรมมมาาาศศศนนนqqqนนนสสสบบบงงงูููกกกกกกมมม้า้า้าํํํวววททท)))ภภภ้้ํําาา้ํมมมุุุทททภภภหหหณณณลลลหหหนนัันัีคคคีีงงงตตตตตตูููุุภุภภลลลuuuยยยตตตงงงดััดดัาาาอออเเเิิิาาาอออยยยวววศศศูููผีผีีผลลลมมมทททุงุงุงุุุููมูมมววววววกกกมมมฤฤฤนนนเเเนนนศศศุุุiiiงงงแแแลลลนนนกกกพพพบบบหหหาาาุงุงงุtttัััดดดฉฉฉลลลาาาัััาาาิิิดดดบบบนนนิิิอออศศศทททเเเมมมไไไoooตตตบบบจจจาาาไไไวววกกกไไไัััดดดทททแแแภภภสสสทททมมมดดดลลลตตตมมมแแแพพพมมมมมมาาาํ้้ํ้ํบบบาาานนนาาาาาาธธธัััดดดัังังงลลลรรราาาหหหวววลลลาาาูููสสส่่่ีีีมมมีี่่่ียยยกกกพพพศศศอออกกกลลลทททศศศหหหไไไทททดดด์ิ์์ิิลลลัััทททิิเเเิตตตาาานนนศศศะะะยยยรรรุงุงุงอออลลลมมมัััวววมมมิิิูููปปปาาานนนะะะนนนาาาบบบี่ี่ี่มมมําาํําลลลววว่ี่ีมม่มีเเเลลลวววิิิโโโ333ขขขวววุุุณณณงงงณณณศศศมมมพพพมมมดดดรรรคคค้้้ํํํัััดดดรรรวววกกกคคคยยยาาาีผผีผีบบบปปปัััดดดีใใีใีุุุงงง333ทททรรรอออตตตีีีนนนิมิิมมวววืืืผผผวววัััดดดนนนัััอออเเเพพพวววลลลาาาพพพรรรหหหาาารรรรรร888งงงีี่่่ีฉฉฉพพพพพพงงงาาาาาาลลลรรรใใใบบบัดดัดัรรรคคคธธธธธธงงงตตตนนนิิิมมมณณณัททััทัััฒฒฒภภภสสส444จจจชชชมมมลลลณณณืื้้ื้บบบนนนเเเวววาาาตตตกกกทททูููพพพหหหรรรอออาาาคคคลลลััักกก...ปปปนนินิิูููมมมสสสวววีี่ี่่เเเยยยรรรนนนจจจเิเิเิทททลลล888ับบับัอออณณณอี่ีออ่่ีาาาัััลลลปปปูููขขขทททหหหุงุงงุ็็็วววบบบิิิธธธดดดุขขุขุิิิดดดาาาอออวววาาาููู444กกกสสสี่่ี่ีศศศปปปยยยปปปูููกกกมมมรรรณณณีีีกกกาาา222ลลลมมมลลลาาาขขขาาาาาาัััเเเดดดนนนวววูููึึึใใใกกกิิมมมินนนรรรรรรสสสขขขดดดาาา888ูููุุุกกก(((กกกหหหงงงอออกกกวววรรรคคคิิิมมม้ํ้ํ้ําาาิิิlllวววษษษมมมาาารรร้้ําํ้ําาวววอออ็็็กกก...นนนดัดัดัuuuาาามมมลลลรรรยยยััั777ดดดณณณจจจาาายยยวววตตตรรราาาาาาเเเงงงเเเศศศทททํํ้้้ํคคคาาาxxxบบบูููลลลุุุปปปงงงณณณัััรรรลลลภภภงุงงุุณณณาาาแแแรรรงงงลลล)))ยยยออออออคคคอ่ีอี่อ่ีจจจรรรทททคคคมมมวววหหหนนน็็็กกกสสสบบบูููผผผแแแลลลูููกกกุุุงงงลลล444ิเิเเิยยยืืืยยยงงงอออํํําาาจจจพ่ีพ่ีีพ่ งงงเเเบบบวววรรรมมมาาาวววรรรกกูููกลลลนนนูููศศศกกก)))วววูููนนนใใใูใใููใขขขวววณณณะะะภภภััับบบิิิเเเดดดาาานนนกกกกกกวววาาาะะะัััดดดํ้้ํ้ําาากกกนนนาาาวววัััปปปดดดวววมมมยยยกกกนนนัััดดดิิิบบบมมมลลลลลลคคคยยยพพพํ้้้ํําาาเเเโโโััับบบณณณํํ้ํ้้นนนาาาตตตจจจขขขะะะซซซทททคคคยยยทททุุุโโโนนนขขขโโโุุุรรรงงงวววัััยยยทททปปปแแแาาารรรจจจรรรวออววอเเเบบบเเเิิิุุุงงงลลลกกกี่ี่ี่สสสอออาาา่ี่ีี่อออาาาุุุงงงวววมมมวววงงงรรรงงงลลลลลลััััััดดดททยยยทงงงมมมเเเรรรุุุเเเดดดงงงยยยยยยทททเเเลลลเเเณณณิิิมมมนนนหหหุุุซซซทททะะะงงงดดดแแแรรร่ีีี่่พพพิิิลลลเเเรรรเเเููููููใใใใใใีีี่่่าาาพพพวววาาาีีีีีีีีียยยยยยขขขชชชลลลยยยคคคีียยียกกกกกกอออ่ี่ีี่าาาวววสสสาาาบบบ11444ณณณณณณบบบนนนนนน่ื่ื่ืนนนััันนนัััมมมดดดืืืออออออดดดกกกสสสลลลลลลยยย22288งงง)))ููู

บทคัดยอ่ ผลงานวจิ ัย ระดับประถมศกึ ษา

ชือ่ งานวิจัย ศกึ ษาปจจัยที่มีผลตอ การบานการหุบของดอกบวั แดงในสระโรงเรยี นบานดอน
(สหรฐั -ราษฎรอทุ ศิ ) ตําบลดอน อําเภอปก ธงชยั จงั หวัดนครราชสีมา
คณะผวู ิจัย เด็กหญิงกลั ยารัตน โฉมจังหรีด เด็กหญิงกวิสรา มาศรัตน
และเด็กหญิงมนัญชยา เจรญิ สขุ
ระดับช้ัน ประถมศึกษาปท ี่ 4
อาจารยท่ปี รึกษา นางสาวจนิ ตนา โมทอง และนางสาวขนิษฐา พณิ ดอน
โรงเรียน บานดอน (สหรฐั -ราษฎรอุทิศ) อําเภอปกธงชัย จังหวัดนครราชสมี า
นักวิทยาศาสตรท่ปี รึกษา ดร.สุมาลี มุสกิ า ดร.ชมภนู ชุ ฆองลา และ ดร.ธิดารตั น บาํ รุงภกั ดี
มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน

บทคัดยอ

ศึกษาปจจัยการบานการหุบดอกบัวแดงในสระโรงเรียนบานดอน (สหรัฐ-ราษฎรอุทิศ) ตําบลดอน
อําเภอปกธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยเก็บขอมูลระหวางวันท่ี 11 มกราคม – 4 กุมภาพันธ พ.ศ. 2564
ชวงเวลา 06.40, 09.00, 11.00 และ 14.00 น. ใชหลักวิธีดําเนินการตรวจวัดของ GLOBE โดยวัดความเขม
แสงใชลักซมิเตอร อุณหภูมิอากาศใชเทอรโมมิเตอร ความช้ืนสัมพัทธใชไฮโกรมิเตอร และความเปนกรด–ดาง
ของน้ําใชกระดาษยูนิเวอรแซล ผลการศึกษา พบวา ดอกบัวแดงบานมากที่สุดโดยมีขนาดเฉล่ียเทากับ 17.78
เซนติเมตร ในชวงเวลา 09.00 น. โดยมีมุมราบเฉล่ียอยูระหวาง 133 – 135 องศา และมีมุมเงยเฉลี่ยอยู
ระหวาง 38 – 39 องศา มีอุณหภูมิเฉล่ียเทากับ 19 – 29 องศาเซลเซียส มีความช้ืนสัมพัทธเทากับ 62- 92%
คาความเปนกรด–ดางเฉล่ียเทากับ 7 ดังน้ัน การบานการหุบของดอกบัวแดงมีความสัมพันธกับชวงเวลา แสง
อุณหภูมิอากาศ ความช้นื สัมพัทธ

คําสาํ คญั : ดอกบวั แดง แสง อุณหภูมิอากาศ ความช้ืนสัมพัทธ ความเปน กรดเบส เวลา

18

บทคดั ย่อผลงานวจิ ัย ระดบั ประถมศกึ ษา

ชอ่ื งานวจิ ัย เปรียบเทียบปจจัยสง่ิ แวดลอมทมี่ ีผลตอสมบัติดนิ บรเิ วณสนามฟตุ บอล

คณะผวู จิ ัย และสนามเปตอง ณ โรงเรียนบานดอน (สหรฐั -ราษฎรอุทิศ) ตําบลดอน

ระดับชัน้ อําเภอปกธงชัย จงั หวดั นครราชสมี า
อาจารยท่ีปรกึ ษา
โรงเรียน เดก็ หญิงภทั คนิ ี กลา กระโทก เดก็ หญิงยุทธนัดดา วารขี นั ธ
นกั วิทยาศาสตรที่ปรึกษา และเด็กหญิงจรญิ ญา แตรดอน
ประถมศึกษาปที่ 3
นางสาวสดุ ารัตน แตรดอน และนางสาวอนงคนฐั พฒั นแสน

บา นดอน (สหรัฐ-ราษฎรอทุ ิศ) อําเภอปกธงชัย จังหวดั นครราชสมี า

ดร.สมุ าลี มสุ กิ า ดร.ชมภูนุช ฆองลา และ ดร.ธดิ ารัตน บํารงุ ภักดี
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

บทคัดยอ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษาเปรียบเทียบปจจัยส่ิงแวดลอมที่มีผลตอสมบัติดินบริเวณสนาม
ฟุตบอลและสนามเปตอง ณ โรงเรียนบานดอน (สหรัฐ-ราษฎรอุทิศ) ตําบลดอน อําเภอปกธงชัย จังหวัด
นครราชสีมา คณะผูวิจัยสังเกตเห็นดินสนามฟุตบอลไมมีหญาขึ้นแตสนามเปตองมีหญาข้ึน สมบัติดินท้ัง 2 ที่
แตกตางกัน ศึกษาวันท่ี 14 กรกฎาคม – 10 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เก็บขอมูลทุก 3 วันเก็บ 3 คร้ัง หาคาเฉล่ีย
เวลา 12.15 น. ศึกษาสมบตั ิดนิ ทางกายภาพและทางเคมี อุณหภูมิอากาศ อุณหภูมดิ ิน ความชน้ื ในดิน ความชืน้
สัมพัทธอากาศ และศึกษาสัตวหนาดินโดยใชหลักวิธีดําเนินการตรวจวัดของ GLOBE ผลการศึกษาพบวา
สมบัตดิ นิ ทางกายภาพของดนิ บรเิ วณสนามฟุตบอลมีโครงสรา งเปนดินเมด็ เดี่ยว เปน ทรายปนรว น มีสีหลักเปน
สีแดง สีรองเปนสีแดงคลายสนิมเหล็กปน นอกจากนี้ยังพบหินจํานวนมากไมพบรากพืช สวนสนามเปตองมี
โครงสรางเปนดินกอนกลม ดินเปนสีเทาปนดํา มีหินนอยและพบรากพืชจํานวนมาก ธาตุอาหารในดินสนาม
ฟุตบอล มีไนโตรเจนต่ํากวาสนามเปตอง มีคาความเปนกรด-ดางเทากับ 7 สนามเปตอง มีอุณหภูมิอากาศ
อุณหภูมิดิน ความชื้นในดินตํ่ากวาสนามฟุตบอล ความช้ืนสัมพัทธในโรงเรยี นบานดอน มีคาอยูระหวางรอยละ
72-93 สนามเปตองพบสัตวหนา ดินหลายชนิด ไดแ ก มดดํา มดแดง มดตานอย และต๊กั แตน สว นสนามฟุตบอล
ไมพ บสตั วหนาดิน

คําสําคัญ: สมบัติดิน อณุ หภูมิ ความช้นื ในดนิ หญาปากควาย

19

บทคดั ยอ่ ผลงานวจิ ยั ระดับประถมศึกษา

ชอ่ื งานวจิ ัย สมบตั บิ างประการของดนิ ทีม่ ีผลตอการเจรญิ เตบิ โตของตนสมพงใหญบรเิ วณ
ปาตนนํ้าพรยุ ูง บา นเขาพลู ตําบลบางสกั อาํ เภอกนั ตงั จงั หวัดตรงั
คณะผูวิจัย เด็กหญงิ โญศิตา มาชุม เด็กหญงิ กมลพรรณ เรืองพร
และเด็กหญิงอภิญญา ทองเรือง
ระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 5
อาจารยท ่ปี รกึ ษา นางรชฏนันท พระคง และวาทร่ี อยตรีอรรฆเดช ชติ แกว
โรงเรยี น บานบางสัก อําเภอกนั ตัง จังหวัดตรัง
นักวทิ ยาศาสตรท ป่ี รกึ ษา
ดร.อนันตนจิ ชมุ ศรี มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลศรวี ชิ ยั

บทคัดยอ

การศึกษาพันธุไมและสมบัติบางประการของดินท่ีตนสมพงใหญบริเวณปาตนนํ้าพรุยูง บานเขาพลู
ตําบลบางสัก อําเภอกันตัง จังหวัดตรัง สามารถสรุปไดวาจากจุดเก็บตัวอยางดินท้ัง 18 จุด ระยะ 20 เมตร
มาวิเคราะห 12 จุด ทิศละ 3 จุด มีคาเฉล่ียความเปนกรด-ดางเทากับ 6.42 ปริมาณสารอาหารพบวา
คาไนโตรเจนปานกลาง สวนคา ฟอสฟอรสั มีคาตํ่ามาก โพแทสเซยี มมีคาต่ํามากทุกพื้นทท่ี ี่สมุ ตรวจ สขี องดินมีสี
น้ําตาล สีน้ําตาลปนเทาเขม สีเทาดําเขม สีนํ้าตาลปนเทาเขม จากสีดินพบวามีการทับถมของฮิวมัสมากจึงทํา
ใหพชื มอี าหาร การยึดตวั ของดินรว นซุยแนน และแนนมากในบางจุดขึ้นอยูกับพน้ื ท่นี ้ําและท่ีสูง และเนือ้ ดินโดย
สวนใหญมีดินทรายปนอยูตางกันไป และจากการศึกษาชนิดของพันธุไมโดยการสุมตรวจที่ระยะ 10 20 และ
30 เมตร ขนาดพ้ืนท่ี 3 เมตร x 3 เมตร โดยวัดชนิด จํานวน ขนาดความสูง และความยาวรอบตนของพันธุไม
แตละชนดิ ทพี่ บจากระยะหางจากตนสมพงใหญ จากการรวบรวมพันธุไมทกุ จุดพบวามี 19 ชนดิ แบง เปนไมยืน
ตน 12 ชนิด ไมพุม 5 ชนิด ไมเล้ือย 2 ชนิด ตนอโศกน้ําพบมากที่สุด มีจํานวน 55 ตน รองลงมา คือ ตนอิคุย
มจี าํ นวน 50 ตน และตน ขแี้ รดจํานวน 42 ตน

คาํ สําคญั : สมบัตขิ องดิน พนั ธไุ ม ตนสมพงใหญ ปาตน นํ้า

20

บทคัดย่อผลงานวจิ ยั ระดบั ประถมศกึ ษา

ช่อื งานวจิ ัย การศึกษาเปรียบเทียบสมบตั ิและการปรบั ปรุงดนิ ของพน้ื ที่บา นพกั อาศยั กบั พ้ืนที่
เกษตรกรรมและพน้ื ทเี่ กษตรอินทรีย
คณะผูว จิ ัย เดก็ ชายชลันธร สงจันทร และเดก็ ชายปภงั กร จรูญวาณิชย
ระดับชัน้ ประถมศึกษาตอนปลาย
อาจารยท ี่ปรึกษา คุณครูณพวรรณ เมธชี ุตกิ ุล และคุณครูเกษสดุ า คําลนุ
โรงเรียน มงฟอรต วทิ ยาลัย แผนกประถม อําเภอเมือง จงั หวัดเชยี งใหม

บทคดั ยอ

ปญหาไวรัสโควิด-19 สงผลกระทบตอทุกภาคสวน วิถีดําเนินชีวิตเปลี่ยนไป โรงเรียนประกาศปดเพ่ือ
ปองกันการระบาดของโรค การปลูกผักเพื่อทําอาหารจะชวยลดการติดเชอื้ จากนอกบาน แตผักท่ีไดไมงอกงาม
เหมือนตามทองตลาด ผูวิจัยสนใจศึกษาเปรียบเทียบสมบัติและการปรับปรุงดิน เพื่อหาขอแตกตางที่มีผลตอ
การเจริญเติบโตของพืชผัก ทดลองโดยเก็บตัวอยางดินจากพ้ืนที่บานพักอาศัย พ้ืนท่ีเกษตรกรรมและพ้ืนท่ี
เกษตรอินทรีย สงตรวจท่ีหองปฏิบัติการเพ่ือวิเคราะหสมบัติทางกายภาพและทางเคมี ทําการทดสอบสมบัติ
ทางกายภาพดินในภาคสนาม จากนั้นปรับปรุงคุณภาพดินในพ้ืนที่บานพักอาศัย โดยแบงเปนแปลง A ใชปุย
หมักและแปลง B ใชปุยคอก เก็บตัวอยางดินสงวเิ คราะหสมบัติทางกายภาพและทางเคมี แลวปลูกผักในแปลง
A และแปลง B เพื่อเปรียบเทยี บการเจริญเตบิ โตของผกั จากดนิ ท่ผี า นการปรบั ปรงุ

ผลการศึกษา พบวา ดินจากพ้ืนที่บานพักอาศัย พื้นที่เกษตรกรรม และพื้นที่เกษตรอินทรียมีคา pH
5.61, 6.29 และ 5.89 คาอินทรียวัตถุ 0.74%, 0.94% และ 3.96% ตามลําดับ จะเห็นไดวาคา pH และ
คาอินทรียวัตถุของดินจากพ้ืนท่ีบานพักอาศัยมีคาต่ําที่สุด หลังจากปรับปรุงดินแปลง A และแปลง B มีคา pH
6.76 และ 8.30 คาอินทรียวัตถุ 6.78% และ 1.45% ตามลําดับ ผักท่ีปลูกบนแปลง A เจริญเติบโตดีที่สุด
สรปุ ไดว า ปุย หมกั เหมาะสมตอการปรับปรงุ คณุ ภาพดนิ เพือ่ ปลูกพืชผกั สวนครวั ในพืน้ ท่ีบานพักอาศยั

คําสําคญั : ดนิ การปรับปรงุ คุณภาพดนิ ปุยหมกั ปุยคอก

21

22

บทคัดยอ่ ผลงานวิจยั ระดบั ประถมศึกษา

ชอ่ื งานวจิ ัย การศึกษาความสัมพันธของคุณภาพทางกายภาพและทางเคมีของดนิ ที่มีผลตอ
การเจรญิ เตบิ โตของตนมนั สําปะหลังในพน้ื ทีแ่ ปลงปลูกมันสาํ ปะหลัง บานไมเสยี่ ว
คณะผวู ิจัย ตําบลดอน อาํ เภอปกธงชยั จังหวดั นครราชสมี า
เดก็ หญิงศศิกานต ตรกึ ตราจงั หรีด เดก็ หญิงสุภาวดี เตรียมจนั ทร
ระดบั ช้ัน และเดก็ หญิงนมดิ า บุรีวฒั น
อาจารยท ่ีปรึกษา ประถมศึกษาปท่ี 5-6
โรงเรยี น นางสาวปน แกว หมั่นกระโทก นางสาวฐติ มิ า ขอบกระโทก
นกั วิทยาศาสตรทีป่ รึกษา วัดไมเ สย่ี ว อาํ เภอปกธงชยั จงั หวัดนครราชสีมา
ดร.ชมภูนชุ ฆอ งลา ดร.สมุ าลี มุสิกา และดร.ธิดารตั น บํารุงภักดี
มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน

บทคัดยอ

ชุมชนบานไมเสี่ยว สวนใหญประกอบอาชีพเกษตรกรรม พบวาในพ้ืนท่ีน้ันบางบริเวณไมมี
การเจรญิ เติบโตของตนมันสําปะหลังในดินแปลงเดียวกัน จากปญหาดังกลาวผูว จิ ัยไดศึกษาเปรยี บเทียบสมบัติ
ทางกายภาพและทางเคมีของดิน เพ่ือนําผลการศึกษาไปตอบขอสงสัยของคนในชุมชนและปรับปรุงสภาพดิน
ในแปลงเกษตรไดลักษณะคุณภาพของดินที่ตองการศึกษามีดังนี้ ลักษณะทางกายภาพของดิน ไดแก สีดิน
โครงสรางดิน เน้ือดิน การยึดตัวของดิน อุณหภูมิดิน ความช้ืนในดิน ลักษณะทางเคมีของดิน ไดแก ความเปน
กรดเบส ความอุดมสมบูรณของดิน และดําเนินการศึกษาตรวจวัดวัดตามหลักวิธีดําเนินการของ GLOBE จาก
การเปรียบเทยี บลกั ษณะทางกายภาพของดินทั้ง 2 บรเิ วณ พบวามีลักษณะท่เี หมือนกนั คอื เปนดินรว นเหนียว
ปนทราย (SCL) และมีลักษณะทางเคมีที่เหมือนกัน คือ มีความเปนกรดออนชวง 6.4 และมีลักษณะทาง
กายภาพและลักษณะทางเคมีของดินทั้ง 2 บริเวณ แตกตางกัน คือ ปริมาณธาตุโพแทสเซียมในดินบริเวณท่ี 1
มมี ากเกินไป สวนในบริเวณที่ 2 มี ธาตุอาหารทส่ี มบูรณ พอเหมาะตอการเจริญเติบโต จึงมคี า ความชนื้ เฉล่ียสูง
มีใบไมปกคลุมดินอยางหนาแนน บงบอกไดวาดินบริเวณน้ีกักเก็บนํ้าได เพราะแสงแดดสองไมถึงจึงสงผลใหมี
อุณหภูมติ ่ํากวา ดินบริเวณที่ 1

คําสําคญั : ดนิ ตนมันสําปะหลงั อณุ หภมู ิ ความช้นื คา ความเปด กรด-ดาง ของดนิ ธาตุอาหาร

22

23

บทคัดย่อผลงานวิจัย ระดับประถมศึกษา

ช่ืองานวจิ ัย การศกึ ษาปริมาณเมฆปกคลมุ ทองฟาท่ีมีผลตอความแตกตางของอณุ หภมู ิอากาศ
ในเวลากลางวันและกลางคนื
คณะผวู จิ ยั เดก็ ชายพรี ทายะรังสี เด็กหญิงวรรี ัตน นนั ทสขุ เกษม
และเดก็ หญงิ คณาสริ ิ อนิ ทโกสุม
ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที่ 4-5
อาจารยทีป่ รกึ ษา นางสาวแสงมณี มง่ิ ศรีสุข นางสาวรตั นาภรณ แหวนเพ็ชร
และนางบรรณารกั ษ ตัญจพัฒนกลุ
โรงเรียน วารเี ชยี งใหม อาํ เภอเมือง จังหวัดเชยี งใหม

บทคดั ยอ

สภาพลมฟาอากาศเปนปจจัยหนึ่งที่สงผลตอการดําเนินชีวิตในแตละวันของเราเปนอยางมากโดย
สภาพลมฟาอากาศในพื้นที่หน่ึง ๆ จะเปนผลมาจากองคประกอบลมฟาอากาศซ่ึงสามารถเปล่ียนแปลง
ไดตลอดเวลา และการเปลย่ี นแปลงองคประกอบบางอยา งก็อาจสง ผลใหองคป ระกอบดา นอ่นื เปลีย่ นแปลงดวย
เมฆเปน องคประกอบสาํ คัญปจจัยหนึ่งทสี่ งผลตอการเปล่ียนแปลงสภาพอากาศในรอบวนั อกี ทงั้ ยังชวยสะทอน
รงั สีจากดวงอาทิตยบ างสว นกลบั คืนสูอวกาศ ขณะเดียวกนั ก็ดดู กลนื รังสีคลื่นสั้นเอาไวใ นเวลากลางวัน และแผ
พลังงานออกมาในรูปของรังสีอินฟราเรดในเวลากลางคืนจึงชวยทําใหอุณหภูมิอากาศเวลากลางวันและ
กลางคืนไมแตกตางกันมากนัก คณะผูวิจัยจึงมีความสนใจท่ีจะศึกษาผลของปริมาณเมฆท่ีมีตอความแตกตาง
ของอุณหภูมิชวงกลางวันและกลางคืน โดยทําการสังเกตปริมาณเมฆท่ีเกิดข้ึนในรอบวัน และนํามาวิเคราะห
ความสัมพันธกับคาความแตกตางของอุณหภูมิอากาศเฉล่ียในชวงเวลากลางวันและกลางคืนที่ไดจากการ
ตรวจวัดดวยชดุ อุปกรณที่ทําข้ึนจากบอรด Arduino และ Sensor วดั อณุ หภูมอิ ากาศ ผลการทดลองสรุปไดวา
ปริมาณเมฆมีผลตอความแตกตางของอุณหภูมิอากาศเฉลี่ยชวงกลางวันและกลางคืน โดยในวันท่ีมีปริมาณเมฆ
มากคาความแตกตางของอุณหภูมิจะนอย สวนในวันท่ีมีปริมาณเมฆนอยคาความแตกตางของอุณหภูมิจะมาก
อยางไรก็ตาม ผูวิจัยพบวา นอกเหนือจากปริมาณเมฆแลว ยังมีปจจัยอ่ืนที่สงผลตอคาความแตกตางของ
อุณหภูมิอากาศเฉล่ียชวงกลางวันและกลางคืนดวย เชน ปริมาณฝุนละอองในบรรยากาศ และชนิดของเมฆ
เปน ตน

คาํ สาํ คัญ: อณุ หภูมิอากาศ ปรมิ าณเมฆ ผลของปริมาณเมฆตอ อุณหภมู ิอากาศ

23

บทคัดย่อผลงานวจิ ัย ระดับประถมศึกษา

ช่อื งานวิจัย ปริมาณฝนุ พีเอม็ 2.5 จากการจดุ ธปู เทียนในชวงเขา พรรษาในวดั ตะโหมด จังหวัด

คณะผูวจิ ัย พัทลงุ

ระดบั ช้ัน เด็กชายสหรฐั หนูสุข เด็กชายเกยี รตกิ อง ศิริโภคา
อาจารยท ่ีปรึกษา และเด็กหญิงโศภติ า สวุ รรณรัตน
โรงเรยี น ประถมศึกษา
นกั วทิ ยาศาสตรทปี่ รึกษา นางสาวปราณี ดาํ เม็ง
อนุบาลปาบอน อาํ เภอปาบอน จงั หวัดพทั ลุง
ผศ.ดร.ชลธิรา แสงสุบนั และ อ.ดร.สุนสิ า คงประสทิ ธิ์
มหาวทิ ยาลัยทักษิณ วทิ ยาเขตพัทลุง

บทคดั ยอ

ในปจจบุ นั มลพิษทางอากาศจัดเปนปญหาดานอนามัยส่ิงแวดลอมทส่ี ําคัญของคนในทองถิน่ เนอ่ื งจาก
อนุภาคฝุนละอองขนาดเล็ก อาจกอใหเกิดผลกระทบตอสุขภาพของประชาชนในพื้นท่ีทั้งในระยะสั้น และ
ระยะยาว ซ่ึงอาจนําไปสูโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ โรคปอดติดเช้ือ และโรคมะเร็ง เปนตน โดย
กลุมเส่ียง ไดแก เด็ก และผูสูงอายุ ดังน้ันในงานวิจัยนี้ไดทําการศึกษาปริมาณฝุนละอองจากการจุดธูปเทียน
ในชวงเขาพรรษาในวัดตะโหมด จังหวัดพัทลุง โดยใชเครื่องวัดปริมาณอนุภาคฝุนละอองขนาดเล็กกวา 2.5
ไมครอน (ฝุนพีเอ็ม 2.5) ซึ่งจากผลการทดลองพบวาคาของปริมาณฝนพีเอ็ม 2.5 จากการจุดธูป ณ ตําแหนง
ตาง ๆ ในบริเวณหนาพระพุทธรูป ดังนี้ จุดศึกษาท่ี 1 หางจากบริเวณจุดธูปเทียน 1 เมตร จุดศึกษาท่ี 2 หาง
จากบริเวณจุดธูปเทียน 4 เมตร จุดศึกษาที่ 3 หางจากบริเวณจุดธูปเทียน 8 เมตร และจุดศึกษาท่ี 4 หางจาก
บริเวณจุดธูปเทียน 12 เมตร ในชวงวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2563 ถึงวันท่ี 2 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เปนเวลา
32 วัน มีคาฝนพีเอ็ม 2.5 อยูในชวง 12 - 123 ไมโครกรัมตอลูกบาศกเมตร โดยพบวาในวันท่ี 2 ตุลาคม พ.ศ.
2563 ในชวงเวลา 18.30 น. พบคา ฝนพีเอม็ 2.5 มีคา มากสุด มีคาเทากบั 123 ไมโครกรัมตอ ลกู บาศกเ มตร

คําสําคัญ: ฝนุ พีเอม็ 2.5 ธปู เทียน วัดตะโหมด เขาพรรษา จังหวัดพทั ลงุ

24

บทคัดย่อผลงานวจิ ยั ระดบั ประถมศึกษา

ช่ืองานวิจัย การศกึ ษาความสามารถในการลดปริมาณฝนุ ละอองขนาดเลก็ กวา 2.5 ไมครอน
(PM 2.5) ของพืชทป่ี ลกู ในบริเวณโรงเรียนอนบุ าลลาํ ปาง (เขลางคร ัตนอนสุ รณ)
คณะผวู ิจัย เด็กหญงิ พชิ ญาภัค จันอน เด็กหญิงฤทัยมาดา แนวบรรทัด
และเดก็ หญิงพชรวรรณ ปน ธดิ าการยจรยิ า
ระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ 4
อาจารยท่ปี รึกษา นางสาวธญั ลักษณ มะโนคํา และนางกชพรรณ ปนวงค
โรงเรยี น อนบุ าลลําปาง (เขลางครตั นอ นสุ รณ) อาํ เภอเมือง จงั หวดั ลําปาง

บทคดั ยอ

ฝุนละอองขนาดไมเกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) เปนฝุนที่มีเสนผานศูนยกลางไมเกิน 2.5 ไมครอน
เกิดจากการเผาไหมท ั้งจากยานพาหนะ การเผาวัสดุการเกษตร ไฟปา และกระบวนการอุตสาหกรรม สามารถ
เขาไปถึงถุงลมปอดได เปน ผลทําใหเกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ และโรคปอด ประเทศไทยไดป ระสบปญหา
ฝุนละอองขนาดเล็กกวา 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ท่ีสูงเกินคามาตรฐาน คุณภาพอากาศ ซ่ึงปญหาขางตนกอให
เกิดความเดือดรอน และเปนอันตรายตอสุขภาพ ดังน้ันจึงตองหาแนวทางปองกันและแกไขปญหาใหเปนไป
อยางมีประสิทธิภาพ ดวยวิธีการทางวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี หรือวิธีการทางธรรมชาติที่ใชตนไมในการลด
หรือดักจับฝุน งานวิจัยคร้ังนี้มีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษาความสามารถในการลดปริมาณฝุนละอองขนาดเล็กกวา
2.5 ไมครอน (PM 2.5) ของพืชท่ีปลูกในบริเวณโรงเรียนอนุบาลลําปาง (เขลางครัตนอนุสรณ) จํานวน 3 ชนดิ
คือ ตนเปเปอรหยก ตนเปเปอรดาง และตนบีโกเนียใบแดง โดยทําการศึกษาในกลองทดลองพลาสติกใส และ
วัดปริมาณฝุนละอองดวยเคร่ืองวัดปริมาณฝุนละอองขนาดเล็กกวา 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ผลการวิจัยพบวา
ตนบีโกเนียใบแดงมีความสามารถในการลดปริมาณฝุนละอองขนาดเล็กกวา 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ไดดีท่ีสุด
รองลงมาคือ ตนเปเปอรดาง และเปเปอรหยก โดยมีคารอยละการลดลงของฝุนละออง เทากับ 93.49 87.92
และ 86.69 ตามลําดับ

คําสาํ คญั : ฝนุ ละอองขนาดเล็กกวา 2.5 ไมครอน (PM 2.5) การดกั จบั ฝนุ ละอองของพชื มลพษิ ทางอากาศ

25

26

บทคัดยอ่ ผลงานวจิ ยั
ระดับมธั ยมศึกษา
ตอนต้น

รายการบทคดั ย่อผลงานวิจยั ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น

ล�ำ ดบั โรงเรยี น ช่ืองานวิจัย หนา้
การศกึ ษาความหลากหลายของเเพลงกต์ อนพืชและคุณภาพน�้ำ 29
L01 กาฬสินธพ์ุ ิทยาสรรพ์ จงั หวัด ใเพนอ่ืบหอ่ าเลสยี้ ภงากว้งุ ะกท้า่ีเมหกมราาะมสใมนตเข่อตกพารน้ื เจทรี่เขิญือ่ เนตบิล�ำโตปขาอวงจกังงุ้ หกว้ามัดกการฬามสนิ ธุ์
กาฬสินธ์ุ ชนิดและปรมิ าณของลกู นำ�้ ยุงในสวนรกุ ชาติเขาดินไพรวนั 30
วอน�ำเอภทุ อยศารนีสถำ� ้�ำโรลงมถจ�้ำังหวงัวแดั ลสะโุ ปขา่ทชยั ุมชนบา้ นวังตามน ต�ำบลนาขุนไกร
L02 ขนุ ไกรพทิ ยาคม การตรวจวัดคณุ ภาพนำ้� ผวิ ดนิ ทไ่ี หลผ่านพน้ื ที่ชมุ ชน อำ� เภอ 31
จังหวัดสุโขทยั ขนุ ยวม จังหวดั แมฮ่ อ่ งสอน

L03 ขุนยวมวทิ ยา
จังหวดั แม่ฮอ่ งสอน

L04 เชยี งค�ำวิทยาคม การตรวจสอบคุณภาพน้�ำของอ่างเกบ็ น้�ำในอ�ำเภอเชียงค�ำ จงั หวัด 32
จังหวดั พะเยา พะเยา 33
การศกึ ษาประสิทธิภาพของผงเปลือกหอยนางรมทีม่ ตี ่อการยดื
L05 ชลราษฎรอ�ำรงุ อายุความสดของมะเขือเทศและปัจจัยสำ� คัญในสิ่งแวดล้อมทาง 34
จังหวดั ชลบรุ ี กายภาพของหอยนางรมในตำ� บลอ่างศลิ า อ�ำเภอเมืองชลบรุ ี 35
จังหวดั ชลบุรี 36
L06 ชมุ แพศึกษา การศึกษาความสมั พนั ธข์ องปริมาณนำ้� ฝน อุณหภมู ิ และ
จังหวดั ขอนแก่น ขควอางมแมชลน้ื งสศัมตั พรัทขู ธ้าข์วองอากาศต่อชนิดและปริมาณของศัตรูธรรมชาติ

L07 เดชะปัตตนยานุกลู จงั หวดั การศึกษาสมบตั ิของดินและนำ้� ทะเลทม่ี ผี ลตอ่ รสชาติของเกลือ
ปตั ตานี หวานปตั ตานี จังหวัดปัตตานี
การศึกษาการชะลา้ งพังทลายของดนิ ทส่ี ่งผลต่อการเกดิ อทุ กภัยใน
L08 ดาราวทิ ยาลัย จงั หวดั เชยี งใหม่
จงั หวัดเชียงใหม่

L09 ตรงั รงั สฤษฎ์ การศกึ ษาปัจจยั ทางกายภาพของนำ�้ ท่ีมผี ลต่อความหลากหลาย 37
จังหวัดตรัง รทังาสงฤชษวี ภฎา์ พของสัตวน์ ้ำ� ท่อี ยู่ในแหล่งน้ำ� ในพน้ื ทโี่ รงเรียนตรัง

L10 เทศบาล 5 (วัดหวั ป้อมนอก) การศึกษาความสัมพนั ธ์ระหว่างไมโครพลาสตกิ กบั ปลากระบอกดำ� 38
จงั หวดั สงขลา (Liza subviridis Valenciennes) ในทะเลสาบสงขลา จังหวดั
สงขลา

L11 เทศบาล 5 สีหรักษว์ ทิ ยา จงั หวัด การศกึ ษาคณุ ภาพน�้ำเบอ้ื งต้น และลกั ษณะของไมโครพลาสตกิ 39
อุดรธานี ทพ่ี บในนำ้� ดิน และหอยฝาเดยี ว จากลำ� คลองหมากแข้งชว่ งทไี่ หล
ผ่านเขตเทศบาลนครอุดรธานี

L12 นารรี ัตน์ การศกึ ษาเปรียบเทียบคณุ ภาพน้�ำยมและคนู ้�ำคอื ในเขตเทศบาล 40
จังหวัดแพร่ อ�ำเภอเมือง จงั หวดั แพร่ และศึกษาวิธกี ารกำ� จดั ผักตบชวาโดยใช้
สบา้ารนสกดั จากพชื สมุนไพร จลุ ินทรีย์และแอลกอฮอล์จากสรุ าพ้ืน

L13 เพชรวทิ ยาคาร การศกึ ษาประสิทธภิ าพของสารสกัดแทนนนิ จากพชื จลุ ินทรีย์ 41
จังหวดั ชัยภูมิ อเี อม็ (EM) และพืชลอยนำ�้ ในการบ�ำบดั นำ้� เสยี จากนำ้� ทงิ้ โรง
อาหาร โรงเรียนเพชรวิทยาคาร

27

รายการบทคดั ย่อผลงานวิจยั ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้

ล�ำ ดับ โรงเรยี น ช่ืองานวิจยั หน้า
42
L14 พนมสารคาม “พนมอดลุ วิทยา” การศึกษาสารชว่ ยรวมตะกอนจากธรรมชาติ 43
จังหวดั ฉะเชิงเทรา
44
L15 พมิ ายวทิ ยา การศึกษาปจั จัยทางกายภาพที่เหมาะสมในการเจริญเตบิ โตของ
จังหวดั นครราชสีมา ไลเคนและการประเมินคุณภาพอากาศโดยใช้ไลเคนเปน็ ตัวชว้ี ดั 45
ทางชีวภาพบรเิ วณโรงเรยี นพิมายวทิ ยา อ�ำเภอพมิ าย จังหวดั
นครราชสมี า

L16 แมส่ ะเรยี ง “บรพิ ตั รศึกษา” การศกึ ษาประสทิ ธภิ าพการดดู ซับสารอนิ ทรีย์จากนำ้� เสยี ของพชื
จงั หวัดแม่ฮ่องสอน ลอยน�ำ้ บางชนิดบริเวณน�้ำทิง้ ของโรงเรยี นแม่สะเรียง “บรพิ ัตร
ศึกษา”

L17 แม่สะเรียง “บรพิ ัตรศึกษา” การศึกษาความหลากหลายของแมลงน�้ำทีเ่ ป็นดชั นชี ้ีวดั คณุ ภาพ
จังหวดั แม่ฮ่องสอน น้ำ� แมน่ �ำ้ ยวม อำ� เภอแมส่ ะเรียง จงั หวดั แม่ฮอ่ งสอน
*โควตา้ เครอื ข่ายมูลนธิ ิฯ สวทช.

L18 รฐั ราษฏร์อปุ ถมั ภ์ การเปรียบเทียบการใช้วสั ดธุ รรมชาตเิ พื่อรักษาความช้ืนในดนิ ท่ี 46
จงั หวดั ราชบุรี จะส่งผลต่อส่งิ มีชีวิตในดิน 47
การศกึ ษาชนิดและจ�ำนวนของลกู น�ำ้ ยุงในบริเวณที่อยอู่ าศยั ใกล้
L19 วิเชยี รมาตุ สวนยางพารา กับท่อี ยูอ่ าศยั ทีไ่ กลจากสวนยางพารา ในตำ� บล
จังหวดั ตรัง โคกหล่อ อำ� เภอเมือง จังหวดั ตรัง

L20 วิทยาศาสตรจ์ ฬุ าภรณราช การศกึ ษาผลของสาหร่ายเทาทก่ี ำ� ลงั ยอ่ ยสลายตอ่ การเจริญเตบิ โต 48
วิทยาลยั เลย จังหวดั เลย ของแหนบริเวณแม่น้ำ� เลย

L21 วทิ ยาศาสตร์จฬุ าภรณราช การศกึ ษาเมฆจากภาคพื้นดนิ เปรียบเทยี บกับข้อมูลเมฆจาก 49
วิทยาลยั ตรัง จงั หวัดตรัง ดาวเทยี มและการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในฤดูรอ้ นและฤดฝู น 50
ในอ�ำเภอเมือง จงั หวดั ตรงั
L22 วิสุทธรงั ษี ส�ำรวจคุณภาพของแหลง่ น�ำ้ และความหลากหลายทางชวี ภาพ
จงั หวัดกาญจนบรุ ี ของแมลงน�้ำ บรเิ วณสระมรกตโรงเรียนวสิ ุทธรังษี อ�ำเภอทา่ มว่ ง
จงั หวดั กาญจนบุรี

L23 ศรีสำ� โรงชนูปถมั ภ์ เปรียบเทยี บชนิดและปรมิ าณลูกน�้ำยุงในสถานศึกษาเขตต�ำบล 51
จงั หวดั สโุ ขทยั บา้ นกล้วย อ�ำเภอเมือง จงั หวดั สุโขทยั

L24 ศกึ ษาสงเคราะห์จติ ตอ์ ารี ใน ความหลากหลายของสาหร่ายนำ�้ จืดและแมลงน�ำ้ และคณุ ภาพน�ำ้ 52
นพคระรอินุปทถราัมบภรข์ มอรงาสชมชเดนจ็นพี รจะงั ศหรวี ัด บางประการของแมน่ ้ำ� วงั ชว่ งทีไ่ หลผ่านอำ� เภอเมอื ง จงั หวัดลำ� ปาง
ล�ำปาง

L25 สตรพี ทั ลุง ศึกษาคุณภาพน้�ำฝนลักษณะไมโครพลาสติกในนำ้� ฝน ในพ้นื ที่ 53
จังหวัดพัทลงุ ป่ายางทงุ่ นาและเขตเมอื ง ในจังหวัดพทั ลงุ

L26 สว่างแดนดิน การศึกษาปจั จยั ทางกายภาพในการดํารงชวี ิตของด้วงมูลสัตวเ์ พอ่ื 54
จังหวัดสกลนคร พัฒนาระบบรงั เทยี มอตั โนมัติ

L27 หนั คาพิทยาคม การศกึ ษาชนดิ ของพชื ที่มีผลตอ่ คณุ ภาพน�้ำในสระนำ้� ของโรงเรยี น 55
จังหวัดชยั นาท หนั คาพทิ ยาคม

28

บทคดั ย่อผลงานวจิ ัย ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้

ชอ่ื งานวจิ ัย การศึกษาความหลากหลายของเเพลงกตอนพืชและคุณภาพนํา้ ในบอเล้ียง
กงุ กามกรามในเขตพื้นทเี่ ขื่อนลาํ ปาว จงั หวดั กาฬสนิ ธุ เพ่ือหาสภาวะทเ่ี หมาะสม
คณะผูวจิ ยั ตอ การเจริญเตบิ โตของกงุ กามกราม
นางสาวปาฏลี เหย้ี มเหนิ เด็กหญงิ ปฏมิ ากร มาภกั ดี
ระดับชั้น และนางสาวหทยั ชนก วรววิ ฒั นวงศ
อาจารยทปี่ รกึ ษา มัธยมศกึ ษาปท ่ี 3
โรงเรียน นายชมุ พล ชารแี สน และนางสาวณัฐริกา ฉายสถติ ย
นักวิทยาศาสตรท ่ปี รกึ ษา กาฬสินธพุ ทิ ยาสรรพ อาํ เภอเมือง จงั หวัดกาฬสนิ ธุ
ผูชว ยศาสตราจารย ดร.ธญั ญา พันธฤ ทธดิ์ าํ มหาวทิ ยาลัยทกั ษิณ วทิ ยาเขตพทั ลุง

บทคดั ยอ

การศึกษาความหลากหลายของเเพลงกตอนพืชและคุณภาพนํ้าในบอเลี้ยงกุงกามกรามในเขตพื้นที่
เข่ือนลําปาว จังหวัดกาฬสินธุ เพ่ือหาสภาวะที่เหมาะสมตอการเจริญเติบโตของกุงกามกราม ไดดําเนินการ
ศึกษาเพื่อ 1) ศึกษาความหลากหลายของแพลงกตอนพืชและคุณภาพน้ําในบอเล้ียงกุงกามกรามในเขตพ้ืนที่
เข่ือนลําปาวจังหวัดกาฬสินธุ 2) เพ่ือศึกษาสภาวะท่ีเหมาะสมของน้ําในบอเล้ียงกุงมีผลตอการเจรญิ เติบโตของ
กุงกามกราม ไดสํารวจแพลงกตอนพืชเพื่อนํามาวิเคราะหขอมูลเชิงคุณภาพและปริมาณ พรอมทั้งวิเคราะห
สภาวะท่ีเหมาะสมตอการเล้ียงกุงกามกราม จากการศึกษา พบวา การศึกษาความหลากหลายของ
แพลงกตอนพืชที่พบในบอเล้ียงกุงการวิเคราะหเชิงปริมาณพบแพลงกตอนทั้งหมด 14 ชนิด ไดแก Nabaena
Pediastrum Dictyocha Eudorina Trachelomonas Rhodomonas Botrycoccus Ceratium
Coelastrum Chlorella Ocillatoria Nitzschia Chroococcus และ Cocinodiscus เม่ือวิเคราะหคุณภาพ
นํ้าจากแพลงกตอนสกุลเดนที่พบมากที่สุดใน 3 บอเล้ียงกุงกามกรามคาดัชนีคุณภาพน้ําของแตละบอมีดังน้ี
พบวา บอท่ี 1 และบอที่ 2 มีคาดชั นคี ณุ ภาพถือวาเปนนา้ํ สะอาด สว นบอ ที่ 3 คาดัชนีคณุ ภาพถอื วาน้ําคุณภาพ
ใชได ผลการวิเคราะหเชิงปริมาณ พบวา ความหนาแนนของแพลงกตอนในบอที่ 1 มี 18.67 x 104 เซลล/
มิลลิลิตร บอที่ 2 มี 20 x 104 เซลล/มิลลิลิตร และในบอที่ 3 มี 15.3 x 104 เซลล/มิลลิลิตร เมื่อนํามา
เปรียบเทียบกับคุณภาพน้ํา พบวา คุณภาพนํ้าใบบอเลี้ยงกุงมีคุณภาพใกลเคียงกัน ซึ่งสัมพันธกับขอมูลแพลงก
ตอนที่ 1 จงึ สงผลใหกงุ ทส่ี ุมตรวจในทั้ง 3 บอ มีนา้ํ หนกั แหง 10 ตัว และความยาวกุง แตกตา งกันเล็กนอ ย

คําสําคญั : แพลงกตอน ความหลากหลาย กงุ กา มกราม คุณภาพนาํ้

29

31

บทคัดยอ่ ผลงานวิจยั ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้

ช่ืองานวจิ ัย ชนิดและปริมาณของลูกน้าํ ยุงในเขตสวนรุกชาติเขาดนิ ไพรวัน วนอุทยานถ้ําลม
ถํ้าวังและปาชุมชน ตําบลนาขุนไกร อําเภอศรีสําโรง จังหวัดสโุ ขทัย
คณะผวู ิจัย เด็กหญงิ สุจิตรตา แสนกา เดก็ หญิงพรสนิ ี ผูผอ ง
และเด็กชายเจษฎาภรณ เมอื งเสือ
ระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี 1
อาจารยทป่ี รกึ ษา นางสาวนลิน ชลชาญกิจและนายวชั ระ อนิ ทรชาญ
โรงเรยี น ขนุ ไกรพิทยาคม อาํ เภอศรีสาํ โรง จังหวดั สโุ ขทัย
นักวทิ ยาศาสตรท่ปี รึกษา ดร.สุภาพร พงศธ รพฤกษ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อตุ รดิตถ

บทคดั ยอ

ชนิดและปริมาณของลูกนํ้ายุงในสวนรุกชาติเขาดินไพรวัน วนอุทยานถ้ําลมถ้ําวัง และปาชุมชน
บานวังตามน ตาํ บลนาขุนไกร อาํ เภอศรสี าํ โรง จงั หวดั สุโขทัย ผลการศึกษาดงั นี้ จํานวนของลูกนํา้ ยงุ ที่พบมาก
ที่สุดคือ ปาชุมชนบานวังตามน (ในเขตวัดถํ้าระฆัง) พบลูกน้ํายุงมากท่ีสุด รองลงมา คือ สวนรุกชาติเขาดิน-
ไพรวนั วนอทุ ยานถาํ้ ลมถํา้ วงั และโรงเรยี นขุนไกรพทิ ยาคม สถานทพี่ บลูกนํา้ ยุงมากที่สุด คือ หอ งนาํ้ รองลงมา
คือ ท่ีเพาะชําตนไม จุดทิ้งขยะ ภาชนะกักเก็บน้ําและที่พัก ชนิดของลูกนํ้ายุงท่ีพบในสวนรุกชาติเขาดินไพรวัน
วนอุทยานถ้ําลม ถํ้าวังและปาชุมชนบานวังตามน ตําบลนาขุนไกร อําเภอศรีสําโรง จังหวัดสุโขทัยพบวาลูกนํ้า
ยุงพบมากท่ีสุดคือ ลูกนํ้ายุงลายสวน ลูกนํ้ายุงลายบาน และลูกน้ํายุงกนปลอง จุดท่ีพบลูกนํ้ายุงรําคาญมาก
ท่ีสุด คือ ปาชุมชนบานวังตามน รองลงมาคือ วนอุทยานถํ้าลมถ้ําวัง สวนรุกชาติเขาดินไพรวัน โรงเรียน
ขุนไกรพิทยาคม จุดท่ีพบลูกน้ํายุงลายสวนมากท่ีสุดคือ วนอุทยานถํ้าลมถํ้าวัง และโรงเรียนขุนไกรพิทยาคม
รองลงมาคือ ปาชุมชนบานวังตามน และสวนรุกชาติเขาดินไพรวัน จุดท่ีพบลูกน้ํายุงลายบานมากที่สุด คือ
โรงเรียนขุนไกรพิทยาคม รองลงมาคือ สวนรุกชาติเขาดินไพรวัน วนอุทยานถ้ําลมถ้ําวัง ปาชุมชนบานวังตามน
จุดที่พบลูกน้ําายุงกนปลองมากท่ีสุด คือ โรงเรียนขุนไกรพิทยาคม รองลงมาคือ สวนรุกชาติเขาดินไพรวัน
วนอทุ ยานถา้ํ ลมถ้าํ วังและปา ชุมชนบา นวงั ตามน

คําสาํ คัญ: ชนดิ และปริมาณ ลกู นาํ้ ยงุ

30

บทคดั ยอ่ ผลงานวจิ ัย ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้

ชอ่ื งานวจิ ัย การวดั คุณภาพนํา้ ผวิ ดินที่ไหลผานพื้นที่ชุมชน อําเภอขนุ ยวม จังหวดั แมฮองสอน
คณะผวู จิ ัย เด็กหญงิ นริศรา อดุ มพฒั นากุล เด็กหญงิ กันตฤทยั รกั สตั ย
และเดก็ หญิงศิรนิ ยา กุลมนัส
ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน
อาจารยท ่ีปรกึ ษา นางสาวสายพิณ ไขคาํ และนางสาวสุภาลักษณ เทพวงค
โรงเรียน ขนุ ยวมวิทยา อาํ เภอขนุ ยวม จงั หวดั แมฮองสอน

บทคดั ยอ

งานวจิ ยั น้ีมีวัตถปุ ระสงค เพ่ือตรวจวดั คณุ ภาพน้ํากอนและหลงั ไหลผา นพืน้ ท่ชี ุมชน และเปรยี บเทียบ
คุณภาพนํ้ากบั มาตรฐานคุณภาพแหลง น้าํ ผวิ ดนิ กรมควบคมุ มลพิษ ทําการวิจยั โดยตรวจวัดคณุ ภาพนํา้ ผวิ ดนิ
2 บรเิ วณ คือ พ้ืนท่ีทไ่ี มไหลผานชมุ ชน ไดแ ก น้ํายวมในเขตหมูบ านแมยวมหลวง ตาํ บลแมอูคอ อําเภอขนุ ยวม
จังหวัดแมฮองสอน และพน้ื ท่ีทีไ่ หลผานชุมชน ไดแ ก ปากทางเขาจุดพักนํา้ เขา อางโรงเรียนขุนยวมวทิ ยา ตําบล
ขุนยวม อาํ เภอขุนยวม จังหวัดแมฮองสอน ดาํ เนินการตรวจวัดคณุ ภาพนา้ํ ผวิ ดิน ดา นกายภาพ ไดแ ก สี กล่นิ
และอุณหภมู ิ ดา นเคมี ไดแ ก ความเปน กรด - ดา ง ปริมาณไนเตรตในน้าํ และปริมาณออกซเิ จนทีล่ ะลายในน้ํา
และการวิเคราะหค ุณภาพนาํ้ ดวยส่งิ มีชีวิตที่ไมมีกระดูกสันหลังขนาดใหญใ นนา้ํ ผลการวิจยั พบวา คณุ ภาพน้ํา
ผิวดนิ ของน้าํ กอนไหลผา นพนื้ ทีช่ มุ ชนอยใู นระดบั ดี เปน ไปเกณฑมาตรฐานคุณภาพนา้ํ ผวิ ดนิ ประเภท 1 และนาํ้
หลงั ไหลผานพนื้ ทีช่ ุมชน อยูในระดับปานกลาง เปน ไปตามเกณฑม าตรฐานคณุ ภาพนํ้าผวิ ดนิ ประเภทท่ี 4
นัน่ คอื นํ้าผิวดนิ ท่ีไหลผานชมุ ชน สามารถใชเ ปน ประโยชนเพอื่ การอุตสาหกรรม และการอปุ โภคและบริโภคโดย
ตองผานการฆา เชอ้ื โรคตามปกตแิ ละผา นกระบวนการปรับปรงุ คุณภาพน้ําเปน พิเศษกอน ซ่งึ ไมเ หมาะสําหรบั
การประมง และกีฬาทางน้ํา

คาํ สาํ คัญ: คณุ ภาพนํา้ ผิวดิน นํา้ เพอ่ื การอปุ โภคบรโิ ภค อําเภอขนุ ยวม

31

33

บทคดั ย่อผลงานวิจัย ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้

ช่อื งานวิจัย การตรวจสอบคุณภาพนํา้ ของอางเก็บนาํ้ ในอําเภอเชยี งคํา จงั หวดั พะเยา
คณะผูวจิ ัย เดก็ ชายเปน ธรรม โยธาวธุ เดก็ หญงิ จิณหวรา ไชยโย
และเด็กหญิงนทั ชนัน วงศวุฒิ
ระดบั ชั้น มธั ยมศกึ ษาปที่ 2
อาจารยท ป่ี รึกษา นางพชั รธรรณ โหจินดารัตน และนางขวญั กมล จางวิรยิ ะ
โรงเรียน เชียงคาํ วิทยาคม อําเภอเชียงคาํ จงั หวดั พะเยา

บทคดั ยอ

อางเก็บน้ําในอําเภอเชียงคํามีจํานวนหลายแหงซึ่งอยูในแตละตําบล เพื่อสรางประโยชนในดานตาง ๆ
ใหกับชุมชน การที่คุณภาพของนํ้าในอางเก็บนํ้าแตละแหงจะมีคุณภาพนํ้าท่ีเปล่ียนแปลงไปจึงสงผลตอการใช
น้าํ ในดานการอปุ โภค บรโิ ภค การใชในภาคการเกษตรกรรม และอุตสาหกรรมตาง ๆ คณะผูจ ดั ทาํ วจิ ยั จงึ จัดทํา
โครงงานการตรวจสอบคุณภาพน้ําของอางเก็บนํ้าในอําเภอเชยี งคํา โดยมีวัตถุประสงค เพ่ือศึกษาเปรียบเทียบ
คุณภาพน้ําของอางเก็บนํ้าในอําเภอเชียงคํา กับคุณภาพน้ํามาตรฐานในแหลงนํ้าธรรมชาติ ท่ีศึกษาตรวจสอบ
คุณภาพน้ําในอําเภอเชียงคํา โดยไดดําเนินการตรวจสอบหาปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ํา (DO) ปริมาณ
คารบอนไดออกไซด (CO2) คากรด-เบส (pH) ความขุนใส ความเค็ม ในอางเก็บนํ้า จากผลการศึกษาพบวา
อางเก็บน้ําทุกอางเก็บนํ้ามีปริมาณออกซิเจนตํ่ากวาคามาตรฐานในแหลงนํ้าธรรมชาติ และมีสภาพน้ําเปนกรด
ทกุ อา งเกบ็ นาํ้ และมคี วามเคม็ ทค่ี อ นขางมากแตม ีเพียงอางเก็บน้ําแมต าํ๋ อา งเก็บน้าํ น้าํ แวน อางเก็บน้ํายวน ทม่ี ี
คาความขนุ ใสอยูใ นเกณฑมาตรฐานในแหลงนาํ้ ธรรมชาติ

คาํ สาํ คญั : อางเก็บนํ้า คุณภาพนาํ้ วิธีการตรวจสอบคุณภาพน้าํ

32

บทคัดย่อผลงานวิจัย ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้

ชื่องานวิจัย การศกึ ษาประสิทธิภาพของผงเปลอื กหอยนางรมทม่ี ีตอการยืดอายุความสดของ
มะเขือเทศ และปจ จยั สาํ คัญในส่ิงแวดลอ มทางกายภาพของหอยนางรม ในตาํ บล
คณะผูวจิ ัย อางศิลา อาํ เภอเมืองชลบรุ ี จังหวดั ชลบุรี
เด็กชายธนกร ฟเู กษม เด็กชายสริ วิชญ สีใคร
ระดับช้นั และ เดก็ ชายพันธวสั ส จลุ ละมณฑล
อาจารยทปี่ รกึ ษา มธั ยมศึกษาตอนตน
โรงเรียน นางสาววารุณี สุรงั สี และ Mr. Marvin Esparagoza Servallos
นักวิทยาศาสตรท ่ีปรกึ ษา ชลราษฎรอาํ รงุ อําเภอเมอื งชลบรุ ี จงั หวัดชลบุรี
ดร. สุรีย ทองวณชิ นยิ ม

บทคัดยอ

งานวิจัยน้ีมีวัตถุประสงคเพื่อประเมินประสิทธิภาพของผงเปลือกหอยนางรมในการยืดอายุความสด
ของมะเขือเทศ และตรวจสอบปจจัยสําคัญที่พบในส่งิ แวดลอมทางกายภาพของหอยนางรมดังกลาว เคร่ืองมือ
และวิธีวิจัย 1) ใชเคร่ืองมืออุปกรณมาตรฐานของ Extech วัดพารามิเตอรในถิ่นอาศัยของหอยนางรม ไดแก
อุณหภูมิของน้ํา TDS DO ความเค็ม การนําไฟฟา ความโปรงใส pH ของน้ํา อุณหภูมิของอากาศ และ
ความช้ืนสัมพัทธ 2) ใชวิธี Visual comparison วิเคราะหประเมินสีของน้ํา 3) ใชวิธีเผาเปลือกหอยนางรมท่ี
อุณหภูมิ 900°C ที่เตาเผาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร วิทยาเขตศรีราชา จนไดผงเปลือกหอยนําไปใชยืด
อายุความสดของมะเขือเทศ แบงเปน 4 กลุมทดลอง ไดแก กลุมควบคุม (ใชน้ํากล่ัน) และ 3 กลุมที่ใช
สารละลายผงเปลือกหอย 1% 5% และ 10% ตามลําดบั จากนั้นสงั เกต รวบรวมขอ มลู และเปรยี บเทียบ โดย
ใชวิธีวิเคราะหความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) และ Tukey HSD Test ผลการศึกษาสรุปไดวา
มีความแตกตางอยางมีนัยสําคัญของปจจัยในสิ่งแวดลอมทางกายภาพของหอยที่คาอุณหภูมิน้ํา DO TDS
การนําไฟฟา ความเคม็ ความโปรงใสของนํ้า ความช้ืนสัมพัทธ และอุณหภมู ิของอากาศ ยกเวน คา pH ของน้ํา
และสารละลายผงเปลือกหอยนางรมสามารถยดื อายคุ วามสดของมะเขอื เทศไดจรงิ

คาํ สําคัญ: การยืดอายุ ความสด ส่ิงแวดลอ มทางกายภาพ

33

35

บทคดั ยอ่ ผลงานวจิ ัย ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้

ชชออ่ืื่ งงาานนววิจิจััยย กกาารรศศึกึกษษาาคคววาามมสสััมมพพนันั ธธขข อองงปปรริมมิ าาณณนน้ําา้ํ ฝฝนน ออุุณณหหภภูมูมิิ แแลละะคคววาามมชช้ืน้นื สสัมัมพพัททั ธธ
คคณณะะผผูววู จิิจัยัย ขขอองงออาากกาาศศตตออชชนนดิิดแแลละะปปรริิมมาาณณศศตััตรรูธธู รรรรมมชชาาตตขิขิ อองงแแมมลลงงศศัตตั รรูขขู าาวว
ระดบั ชน้ั เเดด็กก็ หหญญิงงิ พพิชิชชชาาพพรร รรตัตั นนรรุงงุ โโรรจจนน เเดดก็ก็ หหญญงิิงววรริศิศรราา พพันันธธมุุมะะเเกกีียยรรตติิ
อาจารยทปี่ รกึ ษา เเดดก็ก็ หหญญงิิงกกฤฤตตพพรร โโลลหหเเสส็ง็ง
มัธยมศกึ ษาปท่ี 2
นายอภิวฒั น ศรีกณั หา และนายราชนั ย ตนกันยา

โรงเรยี น ชมุ แพศึกษา อาํ เภอชุมแพ จงั หวดั ขอนแกน
นนัักกววิทิทยยาาศศาาสสตตรรททีป่ปี่ รรกกึึ ษษาา นนาายยรรณณชชััยย ชชาางงศศรรีี แแลละะนนาางงสสาาววเเดดือือนนเเพพญ็ญ็ ออออนนออยยูู

บบททคคัดัดยยออ

ปขขปCออปตตปุุออณณhลลรรรริิมมิิมมuมมออหหาาููmลลาาดดภภณณณณชชpููมมGGนนววศศhิิกกLLงง้ํ้ํแแาาััตตaOOาาฤฤฝฝลลeรรรรBBดดนนะะููธธ2ศศEEููกกคครร0ึึกกออาาววรร2DDษษุุณณลลาามม0aaาามมททชชหหttคคขaaชชํําาาาภภววอ้ื้ืนนนนตตEEููมมาางสสิิาาขขnnิิมมโปปััมมแแออttรสสrrพพลลขขงงงyyััมมเแแะะออััททรพพมมคคงงียธธผผัันนเเววลลขขนาากกาาธธงงออนนชษษมมศศขขงงเเุมชชตตััออตตววออแื้ื้นน็็บบรรงงรราาพกกปปููสสกกขขไไซซศรรััมมาารราาึตตกศศิิววมมพพตตษตตาาััททhh้ั้ัมมงงออณณาธธแแttีีจจชชttขขนนทตตุุดดppนนออํ้้ํํเเาาาssปปิิดดดดงงกฝฝ::รร//ออืืแแออานน//ะะาาลลนนรwwสสกกะะเออพพกwwงงาาปปุุณณฤฤคค็ศศบwwรรษษเเหหขิิมมพพ..ตตggภภอภภาาื่่ืาาออllมาาณณููooมมมมศศคคูลbbิิหหศศึึกกแแมมชeeััตตลลษษลลน..ัักกรรggถถาาะะิดููธธooววึึแแงงคครริิธธvvแนนววรรธธีีดด//ลววาามมggัันนํําาะมมโโllชชเเววooนนนนจชชาาาาbbมมําิินน้ืื้ตตนนคคeeนคคกกิิขขสสมม--วววาาออddััมมนรราาปปงงaaพพขขมมศแแtt ััททaaออ22สสัมมต//งงธธ55ััมมลลรddขขู66ธงงพพGGaaออรศศ33ัันนttLLรงงััตตaaOOธธโโมออ--รรดดขขeeBBชาาููขขยยnnออEEกกาาาททttตงงววาาแแrrปปํํิาาขศศใใyyลลนนกกรรอตตะะSSแแิิมมาางออไไiiรรตตแttาาดดชชeeตตลลมณณรรนนรระะลาาNNิินนดดววเเยยงaaดดํ้้ํแแาาจจศงงmmืืฝฝออลลววาาัตนนัันนนนดดeeะะรู
ขCาhวumณpศhูนaยeว2ิจ0ัย2ข0าขวชอุมงโแรพงเอรียําเนภชอุมชแุมพแศพึกจษังาหทวัํดากขาอรนเแกก็บนขอจมาูลกชกนาริดศแึกลษะาจสําานมวานรศถัตแรบูธงรแรนมวชโานตมิขปอรงิมแามณลนงศํ้าฝัตนรู
ขอาุณวหณภูมศิ ูนแยลวะิจคัยวขาามวชชื้นุมสแัมพพอัทําธเขภอองชอุมาแกพาศจังไหดเวปัดนขอ2นชแวกงนคจือากชกวางรทศี่ ึก1ษ(าระสหาวมาางรเถดแือบนงพแฤนษวภโนามคปมรถิมึงากณันยนาา้ํ ยฝนน
อปุณ 2ห56ภ3ูม)ิ และชคว งาทมี่ช2ื้น(สรัมะหพวัทา ธงขเดอืองนอตากุลาศคมไถดึงเธปันนวา2คชมวปง  ค2ือ56ช3ว)งโทดี่ย1ใน(รชะวหงทวาี่ 1งเมดแีือนวพโฤนษมภขอาคงปมรถมิ ึงากณันนย้ําฝยน

อปุณ 2ห56ภ3ูม)ิ และคชว างมทช่ี 2้ืนส(รัมะพหัทวาธงข เอดงอื อนาตกลุ าาศคสมูงถกึงวธานั วในาคชมวงปท่ี 25จ6ะ3เ)หโ็นดวยาใในนชชววงงทที่ 1่ี 1มตแี รนววจโพนบมศขัตองรปูธรริมมาชณานต้ําิขฝอนง

แอมุณลหงภศูมัติรแขู ลาะวคควดิาเมปชนื้นรสอมั ยพลัทะธ7ข 0อ.6งอ8าซก่งึาสศูงกสวูงกา วใานชในวชงทว่ีง2ท่ีแ2ลจะะจเาหก็นขวอามใลู นเชดวืองนทพี่ 1ฤษตภราวคจมพบจศะัตรูธวรจรพมบชจาําตนิขวอนง
ศแมัตลรธูงรศรตั มรชูขาา ตวิขคอิดงเแปมนลรงอศยัตลระขู า7ว0ม.6าก8ทซสี่ ง่ึ ดุ สูงคกิดวเา ปในนรชอวยงลทะี่ 220แ.ล5ะ8จแาลกะขใอ นมเลูดเือดนือธนนั พวฤาษคมภาจคะมตรจวะจตพรบวจไดพนบอจยําทนี่สวนุด
ศคตดัิ เรปูธนรรรมอ ชยาลตะิข6อ.ง1แ9มซลึ่งงศศัตัตรรูธขู รา รวมมชาากตทิขี่สอุดงแคมดิ ลเงปศน ตั รรอ ูขยา ลวะท่ตี2ร0ว.5จ8พบแลจาะกในกเับดดอื ักนแธสนั งวไาฟคมมีทจง้ั ะหตมรดวจ7พชบนไดิดนแอบยงทเป่ีสนุด
ตคิดัวเเบปียน นรอ1ยลชะนิด6.1ค9ือ ซแง่ึ ตศนัตเรบธู ียรนรมสชวานตอขิ ีกอง6แมชลนงิดศเตั ปรนูขตาวัวทหตี่้ํารไวดจแพกบ มจวากนกเขับียดวกั ดแูดสไงขไ ฟมวมนที จั้งิงหโจมนด้ํา7แชมนงมดิ ุมแสบุนงัขเปปนา
ดดกกจ2จ2ตนซํําา่ึัววรรวงอสสนนศะะงงเกบาําํกกัดดตววจหหียนนนนกกรารรนูธกกขขกัับบคครรรออจ1แแริิดดะะงงะมมมดดมมเเชมปปงงชกกววนีแมมนนานนิดนมมุุมมตรรเเสสวววขขออคิขนนโนนุุีียยืยยออนดดขััขววลลงมแดดปปููดดแะะสตดููดไไมาา ขขัมน11ไไลดดขขพ00เงแแบวว ..ัศนแแลล22งงียัตลลธะะกก44นกระะดดนนูสสขับแแววสกกาววตตงงปวรรวเเนนนนะะนรตตมแแดดิมเเอาาบบีคมมกกีกาโโีีวยยงงณดดมมา6นนมมยยนมววุุมมชพพตตนนํ้าหสสนฝรรบบดดลุุนนววิดนููดดแแาััขขจจไไตตกเอปปพพขขปนนหุณาาบบนเเแแลบบไไหตลลาตตดดีียยภยัวะะรรมมนนหดดขววูมาามมจจววอํ้าิกกแาางงพพงใใไเเกกลชนนดตตบบททะนแชชาาไไค่่ีีสสิดดดกววจจดุดุวงงนน ะะมขาททออคคตตม้ึนว่่ีี ยยิิดด11รรนชอททววเเ้ืเนยสสปปจจข่่ีีสสูสกววนนพพียุุดดันนัมบรรวบบพมมปออดคคใใววนนยยัทูดจิิดดนนลลปปไจธเเขปปจจะะัขยรริิงงนนมิิมอทม66โโาารรงั้งวจจ88ณณอออทนนน..11ายยาททจํ้้ําา44กลลงิงี่ี่ใใจจากกกะะโรรศจะะาลลออพพน11ใยเเงงนคค..้ํภาบบลล33แีียยงงาไไ88แตงงดดมมพมกกลมมจจาาแงันนั เเะาาะะมลปปททกกเเเุมะดนนหหัั้้ใใงงชสืนนอดด็็นน22ีวุนนชชววไไภัขดดงงววขชชกกาปงงววอววพททนนาาางงง่่ีี
ชซวึ่งศงฤัตดรูทูธํารนรมาปชแาตลิขว อยงังแมมแี ลนงวศโันตรมูขสามั วพมันีคธวก าับมชหนลิดาแกลหะลปารยิมขาอณงขชอนงิดแมขล้ึนงอศยัตูกรับูขปา วจทจม่ีัยีกทา้ังรทราะงบกาาดยใภนาพพื้นแทลีน่ ะัน้ ชดีววภยาพ
คชนวาํองสกฤาํจดคาูทญักาํ จ:นะปามปรีแิมแ นาลณววโนนยาํ้มังฝมสนแี ัมนพอวุณันโนธหกมภับสมู ัมปอิ พราิมกันาาธณศก บั นคชํ้าวนฝามิดนชแอลืน้ ุณะสปัมหรพภิมัทูมาธิณแขขลออะงองคแาวมกาลามศงชศื้นศัตสัตรัมรูขูธพา รวัทรทธมม่ี ขชีกอาาตงรอิขราอะกงบแาาศมดใลในงนแศพตัตน้ื ลรทูขะนี่าเดวัน้ ือดนว ขยอง
คาํ สําคญั : ปริมาณ3น4าํ้ ฝน อุณหภูมิอากาศ ความชื้นสัมพัทธข องอากาศ ศัตรธู รรมชาตขิ องแมลงศัตรูขาว 36

บทคัดยอ่ ผลงานวจิ ยั ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น

ช่อื งานวิจัย การศึกษาสมบัติของดนิ และนํ้าทะเลที่มีผลตอ รสชาติของเกลอื หวานปตตานี
คณะผูว ิจยั นายอิทธิพงศ ภูเ พชร นางสาวปรยิ ากร สุขะพัฒน
และนางสาวอนสุ รา จลุ บุษย
ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปท ี่ 3
อาจารยท ี่ปรกึ ษา นายทวีศักด์ิ แกว ทอน และนายนาเซร นาแวร
โรงเรียน เดชะปต ตานยานุกูล อาํ เภอเมอื ง จังหวดั ปตตานี

บทคดั ยอ

งานวิจัยน้ีผูวิจัยตองการทราบปจจัยท่ีมีผลตอรสชาติเกลือปตตานี ซึ่งไดช่ือวาเปนที่รสชาติกลมกลอม
สามารถนํามาประกอบอาหารคาว หวานและแปรรูปอาหารได อีกทั้งเกลือปตตานีมีราคาแพงกวาเกลือจาก
แหลง อ่ืน การวิจัยนม้ี วี ัตถุประสงคเพ่ือศึกษาสมบัติของดนิ และนาํ้ ทะเลที่มีผลตอรสชาติของเกลือหวานปตตานี
โดยเก็บตัวอยางนํ้า และดินของเกษตรกรที่ทํานาเกลือ จํานวน 3 ทาน และเก็บแปลงละ 3 จุด พ้ืนที่ศึกษา
ตั้งอยูในหมูที่ 2 ตําบลบานา อําเภอเมืองปตตานี จังหวัดปตตานี ในชวงเดือนกุมภาพันธ พ.ศ.2564 ทําการ
สัมภาษณเกษตรท่ีทํานาเกลือ ระบุตําแหนงในการเก็บขอมูล ศึกษาสมบัติของดิน และน้ําที่มีผลตอรสชาติของ
เกลือปตตานี ผลการศึกษาพบวา ลักษณะดินเปนเลนเนื้อดินเหนียวกักเก็บนํ้าไดดี เหมาะแกการขังน้ําเพ่ือทํา
นาเกลือ อุณหภูมิของดินมีคา 24-26 องศาเซลเซียส มีคา pH เฉลี่ยเทากับ 3 – 3.67 ซึ่งดินมีสภาพเปนกรด
เม่อื วัดความอุดมสมบรู ณข องดนิ พบวา ดนิ ไมม คี วามอุดมสมบูรณไ มเหมาะแกการเพาะปลูก ดินมีคา ความเค็ม
20 ppt ผลการศึกษาสมบัติของนํ้า พบวา คาความเค็มของน้ําทะเลมีคาเฉล่ียอยูระหวาง 25 – 35 ppt มีคา
ความโปรงใสของน้ํา 34 เซนติเมตร มีคา pH เทากับ 4 อุณหภูมินํ้า 25 – 26 เซนติเมตร คาความเค็มของนํ้า
ในตาํ แหนง ท่ี 1 มีคา 25 – 35 ppt ตําแหนงที่ 2 มคี า 44 – 54 ppt และตาํ แหนง ท่ี 3 มคี า 110 – 132 ppt

คําสําคญั : เกลอื หวาน สมบัติของดิน คณุ ภาพน้าํ ทะเล จังหวดั ปตตานี

35

บทคดั ยอ่ ผลงานวจิ ัย ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น

ชอ่ื งานวจิ ัย การศกึ ษาการชะลา งพังทลายของดนิ ทส่ี ง ผลตอ การเกดิ อุทกภยั ในจังหวัดเชยี งใหม
คณะผูว จิ ยั เดก็ ชายเบ็น แดนไทย คอช เด็กหญงิ กชพร ขาวนอ ย
และเด็กหญิงพชั รห ทัย บุญพระรักษ
ระดบั ชั้น มธั ยมศึกษาปที่ 1
อาจารยท ี่ปรกึ ษา
อาจารยรกั ษณิ า สารแกน อาจารยฐปกร แกว พรม
โรงเรยี น และอาจารยจ ันทรน ภา ศูนยจ ันทร
ดาราวทิ ยาลัย อาํ เภอเมอื ง จังหวัดเชียงใหม

บทคัดยอ

งานวิจัยเร่ือง การศึกษาการชะลางพังทลายของดินท่ีสงผลตอการเกิดอุทกภัยในจังหวัดเชียงใหม มี
จุดประสงคเพื่อศึกษาลักษณะดิน คุณภาพน้ํา เพ่ืออธิบายความความสัมพันธของคุณภาพนํ้ากับลักษณะดิน
และอธิบายการชะลางพังทลายของดินท่ีสงผลตอการเกิดอุทกภัย บริเวณ อําเภอสันกําแพง และอําเภอดอย
สะเก็ด จังหวัดเชียงใหม โดยทําการตรวจสอบลักษณะดิน คุณภาพน้ําของพื้นที่จุดศึกษา 6 จุดศึกษาที่เปน
ตนนํ้า กลางน้ํา และปลายนํ้าของลุมนํ้าแมกวงซึ่งเปนบริเวณที่เกิดอุทกภัย สืบคนขอมูลปริมาณนํ้าฝนเฉล่ีย
รายปในพ้ืนท่ีท่ีเกิดอุทกภัย นําขอมูลที่ไดมาคํานวณปจจัยของฝนตอการชะลางพังทลายของดินเพ่ืออธิบาย
การชะลางพังทลายของดินที่สง ผลตอการเกิดอุทกภัย ผลการศึกษาพบวา ลักษณะดินสงผลตอคุณภาพของนาํ้
เม่ือมีการใชประโยชนของดินท่ีแตกตางกันสงผลตอคาความโปรงใสของน้ํา และปริมาณออกซิเจนท่ีละลายใน
นํ้า ปจจัยของฝนตอการชะลางพังทลายของดินสงผลตอการเกิดอุทกภัย จากการศึกษาภาพถายผานทาง
อากาศ พบวา การขยายตวั ของชุมชนเมืองสง ผลใหเกดิ ปญหาอทุ กภยั ในบริเวณกวา งมากขน้ึ

คําสาํ คัญ: คณุ ภาพดิน คณุ ภาพน้าํ การใชประโยชนของดนิ ลุม นํ้าแมกวง

36

38

บทคัดยอ่ ผลงานวิจัย ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น

ชือ่ งานวิจัย การศึกษาปจจยั ทางกายภาพของน้าํ ที่มีผลตอ ความหลากหลายทางชีวภาพ
ของสตั วน ํา้ ที่อยูใ นแหลงน้ําในพื้นที่โรงเรยี นตรังรังสฤษฎ
คณะผวู ิจยั เดก็ หญงิ จริยา สายัณห เด็กหญงิ นลนิ ทพิ ย วันแรก
และเด็กหญิงมริ ันตี บัวแกว
ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาตอนตน
อาจารยท ี่ปรึกษา นางสาววจิ ิตรา มณโี ชติ และนางพนู สขุ นุชมว ง
โรงเรยี น ตรงั รังสฤษฎ อาํ เภอยานตาขาว จังหวัดตรัง
นักวิทยาศาสตรท่ปี รกึ ษา ผูช วยศาสตราจารยอานชุ ครี รี ฐั นคิ ม และอาจารยอาจารี นาโค

บทคัดยอ

การศึกษาปจ จัยทางกายภาพของนาํ้ ที่มีผลตอความหลากหลายทางชีวภาพของสัตวน ้ําท่ีอยใู นแหลงนํ้า
ในพ้ืนที่โรงเรียนตรังรังสฤษฎศึกษาเก็บตัวอยางน้ํา (Water Sampling) โดยเก็บตัวอยางนํ้าจากแหลงน้ําทั้ง 2
แหลง ไดแก แหลงนํ้าจืดในสระ และแหลงนํ้าเค็มพื้นท่ีรอบบริเวณโรงเรียนตรังรังสฤษฎมาตรวจวัดความ
โปรงใสของน้ํา (Water Transparency) อณุ หภูมิน้ํา (Water Temperature) ความเปน กรด-เบสของนํ้า (pH)
ปรมิ าณออกซเิ จนท่ีละลายในนํ้า (Dissolved Oxygen) โดยใชห ลกั วิธีดาํ เนนิ การของ GLOBE เร่อื ง นา้ํ และใช
การตรวจวัดคุณภาพนํ้า เพื่อใหสามารถเปรียบเทียบผลการศึกษาท่ีเกิดจากการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ําในแต
ละสัปดาห ผลการศึกษาวิจัยแหลงนํ้าทั้ง 2 แหลงในพื้นท่ีและรอบบริเวณโรงเรียนตรังรังสฤษฎ พบวาผลการ
ตรวจวัดคุณภาพน้ําที่ไดมีคาที่แตกตางกัน โดยผลการตรวจวัดคุณภาพน้ําท่ัวไปในแหลงนํ้าจืด พบวาความ
โปรงใสมีคาเฉล่ีย 62 เซนติเมตร อุณหภูมิมีคาเฉลี่ย 27 องศาเซลเซียส ปริมาณออกซิเจนท่ีละลายในน้ํา
มีคาเฉลี่ย 7.8 มิลลิกรัมตอลูกบาศกเดซิเมตร และคา pH มีคาเฉลี่ย 7.3 ซ่ึงคุณภาพนํ้าจืดอยูในระดับดีมาก
มีความเหมาะสมมากสําหรับการดํารงชีวิตของสัตวน้ําจืด และผลการตรวจวดั คุณภาพน้ําท่ัวไปในแหลงน้ําเค็ม
พบวา ความโปรงใสมีคาเฉลี่ย 50 เซนติเมตร อุณหภูมิมีคาเฉล่ีย 26.33 องศาเซลเซียส ปริมาณออกซิเจนท่ี
ละลายในนํ้า มีคาเฉลี่ย 4.5 มิลลิกรัมตอลลลูกบาศกเดซิเมตร และคา pH มีคาเฉลี่ย 7.87 ซึ่งคุณภาพนํ้าเค็ม
อยูในระดับดี มีความเหมาะสมสําหรับการดํารงชีวิตของสัตวนํ้าเค็มคอนขางมาก และผลการสํารวจสัตวน้ําใน
แหลงนํ้าท้งั 2 แหลง ในพน้ื ทแ่ี ละรอบบริเวณโรงเรยี นตรงั รงั สฤษฎม คี วามหลากหลายทางชีวภาพของสตั วนํ้าจืด
5 ชนิด จาํ นวน 68 ตัว 5 วงศ และความหลากหลายทางชีวภาพของสตั วน ้ําเคม็ 4 ชนดิ จํานวน 83 ตัว 4 วงศ

คําสําคญั : ปจจัยทางกายภาพของน้าํ ความหลากหลายทางชีวภาพ สัตวน าํ้

37

บทคดั ยอ่ ผลงานวิจัย ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น

ช่ืองานวจิ ัย การศกึ ษาความสัมพนั ธระหวางไมโครพลาสตกิ กบั ปลากระบอกดาํ
(Liza subviridis Valenciennes) ในทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา
คณะผวู จิ ยั เด็กหญงิ อารยา เพช็ รพันธ เดก็ หญงิ ชนากานต เหมือนพิมพ
และเด็กหญิงณิชาภทั ร บวั งาม
ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาตอนตน
อาจารยท่ีปรึกษา นางสาวสาวบน เด็นหมัด และนางสาวกานตชนิต ทองเสนห
โรงเรียน เทศบาล 5 (วดั หวั ปอ มนอก) อาํ เภอเมืองสงขลา จงั หวัดสงขลา
นักวทิ ยาศาสตรที่ปรกึ ษา ดร.นนั ทิดา สธุ รรมวงศ และผชู ว ยศาสตราจารย ดร.เตอื นตา รา หมาน
มหาวทิ ยาลยั ทักษิณ วทิ ยาเขตพัทลุง

บทคัดยอ

การศึกษาความสัมพันธระหวา งไมโครพลาสติกกบั ปลากระบอกดํา (Liza subviridis Valenciennes)
ในทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา โดยเก็บตัวอยางจากบริเวณทาเรือสะพานเหล็กเพ่ือศึกษาการปนเปอน
ไมโครพลาสติกในกระเพาะและเนือ้ ปลากระบอกดาํ เพ่ือเปรียบเทียบการปนเปอนไมโครพลาสติกในกระเพาะ
และเน้ือปลากระบอกดํา จําแนกตามขนาดลําตัว น้ําหนักลําตัว และเพื่อศึกษาความสัมพันธระหวางขนาด
ลําตัว น้ําหนักลําตัว ความยาวกระเพาะ และน้ําหนักกระเพาะปลา ปลากระบอกดํากับการปนเปอนไมโคร-
พลาสติกในกระเพาะและเน้ือปลากระบอกดํา บริเวณทะเลสาบสงขลา จงั หวัดสงขลา พบวา ปลากระบอกดํามี
ความยาวลําตวั เฉล่ยี 20.82 ± 2.43 เซนติเมตร มีน้ําหนกั เฉล่ีย 99.38 ± 32.34 กรัม ความยาวกระเพาะเฉล่ีย
7.95 ± 1.26 เซนติเมตร น้ําหนักกระเพาะเฉล่ีย 7.28 ± 2.57 กรัม พบไมโครพลาสติกในกระเพาะปลา
กระบอกดําเฉลี่ย 2.03 ± 3.22 ชิ้นตอตัวประกอบดวยไมโครพลาสติกสีแดงลักษณะเปนแทงจํานวน 11 ชิ้น
สีแดงลักษณะเปนเสนใยจํานวน 4 ชิ้น สีนํ้าเงินลักษณะเปนแทงจํานวน 13ช้ิน สีน้ําเงินลักษณะเปนเสนใย
จํานวน 16 ชน้ิ สีดําลกั ษณะเปนแทง จํานวน 10 ชิน้ สดี ําลกั ษณะเปนเสนใยจาํ นวน 6 ชนิ้ สดี าํ ลักษณะเปนชิ้น
จาํ นวน 1 ชนิ้ และจากการใชเนื้อปลากระบอกดํา พบไมโครพลาสติกในเนอ้ื ปลากระบอกดําเฉล่ยี 1.93 ± 3.33
ชิ้นตอ ตวั ประกอบดวยไมโครพลาสติกสีแดงลักษณะเปนเสนใยจํานวน 12 ชิน้ สนี ํา้ เงนิ ลักษณะเปนแทงจํานวน
12 ชิ้น สีน้ําเงินลักษณะเปนเสนใยจํานวน 16 ชิ้น สีดําลักษณะเปนแทงจํานวน 1 ช้ิน สีดําลักษณะเปนเสนใย
จํานวน 26 ชิ้น สีดําลักษณะเปนช้ินจํานวน 1 ชิ้น เมื่อวิเคราะหสถิติ One–way ANOVA และ Duncan’ s
multiplerange test เพ่อื เปรียบเทียบปรมิ าณไมโครพลาสติกในกระเพาะและเนื้อปลากระบอกดําจําแนกตาม
ขนาดลําตัว พบวา ภาพรวมและรายดานไมแตกตางกัน เมื่อวิเคราะห Kendall's tau-b เพื่อดูความสัมพันธ
ของปริมาณพลาสติกในกระเพาะและเนื้อของปลากระบอกดํากับความยาวลําตัว น้ําหนักลําตัว ความยาว
กระเพาะ และนาํ้ หนกั กระเพาะ พบวา ไมมคี วามสมั พันธอยา งมนี ัยสําคญั (p> .05)

คําสําคญั : ไมโครพลาสติก ปลากระบอกดํา

38

40

บทคัดยอ่ ผลงานวิจยั ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น

ชือ่ งานวิจัย การศึกษาคุณภาพน้าํ เบื้องตน และลกั ษณะของไมโครพลาสติกที่พบในนาํ้ ดนิ และ
หอยฝาเดียว จากลาํ คลองหมากแขง ชว งท่ีไหลผานเขตเทศบาลนครอดุ รธานี
คณะผวู ิจยั เดก็ หญิงลลติ า ศริ ิทัพย เดก็ ชายปฏภิ ัทร หงษคาํ หลา
และเด็กชายดุลวฒั น พลนาเท่ียง
ระดบั ชั้น มัธยมศึกษาตอนตน
อาจารยท่ปี รกึ ษา นางรตั นา จันทรก อง และนางสาวนติ ยิ า พนิ ิจมนตรี
โรงเรยี น เทศบาล 5 สีหรกั ษวิทยา อําเภอเมือง จงั หวัดอุดรธานี
นกั วิทยาศาสตรทป่ี รึกษา ดร. ศณิ ีวัณย พทิ ักษทิม มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อดุ รธานี

บทคดั ยอ

ผูวิจัยไดทําการคัดเลือกบริเวณที่ใชในการเก็บตัวอยางท้ังหมด 3 จุด เริ่มตนจากจุดที่ 1 ท่ีสะพาน
เทศบาล 4 ขางประตูหลังมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏอุดรธานี (มอใน) ซึ่งเปนจุดภายในมหาวทิ ยาลัยราชภัฏอุดรธานี
ท่ีมีโรงกรองน้ําเสียจากคลองหมากแขงติดต้ังอยูภายในมหาวิทยาลัย จุดท่ี 2 คือ สะพานประจักษ ศิลปาคม
เปนบริเวณก่ึงกลางเมือง คลองหมากแขงไดมีการไหลผานชุมชน และจุดที่ 3 คือ สะพานตลาดบานหวย
จุดสุดทายในการเก็บตัวอยางในการทดสอบ ทําการเก็บตัวอยางติดตอกัน 2 เดือน ครั้งที่ 1 เก็บ วันที่ 5
ตุลาคม พ.ศ.2563 ครั้งที่ 2 เก็บวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 ซึ่งไดทราบวาคาความเปนกรด-เบสของน้ํา
ปริมาณของแข็ง (TSD) คา ความนําไฟฟา (EC) คา ความเค็ม อยใู นเกณฑมาตรฐานท่กี ําหนดไวจากกรมควบคุม
มลพิษ และสิ่งแวดลอม แตมีปริมาณออกซิเจนท่ีละลายในนํ้า (Dissolved oxygen,DO) ตํ่ากวาเกณฑ
มาตรฐานในจุดเก็บตัวอยางที่ 3 คาความเปนกรด–เบสของดิน มีสภาพเปนกรดออน อุณหภูมิของดิน
มีอุณหภูมิสูงท่ีสุด คือ 27.5°C การปนเปอนของไมโครพลาสติกมากท่ีสุดในการเก็บตัวอยางของดิน นํ้า และ
หอยฝาเดียว จากลําคลองหมากแขง เทศบาลนครอดุ รธานี มีการพบไมโครพลาสติก มากทีส่ ดุ คือ ในนาํ้ ในดิน
และหอยฝาเดียว จํานวน 43, 30 และ 15 ชิ้น ตามลําดับ จากท่ีผูเรียนทําการเก็บตัวอยางนํ้ามาทําการศึกษา
วิจัย พบวา น้ําในลําหวยหมากแขง มีคาดัชนีคุณภาพของน้ําอยูในเกณฑมาตรฐานคุณภาพนํ้าท่ีดีของ
กรมควบคุมมลพิษ และสิ่งแวดลอม มีเพียงคาดัชนีคุณภาพนํ้าดานปริมาณออกซิเจนท่ีละลายในน้ําท่ีมีคา
ต่ํากวาเกณฑที่กําหนดในจุดเก็บตัวอยางที่ 3 เมื่อทําการศึกษาลักษณะของไมโครพลาสติกท่ีพบจากนํ้า ดิน
และหอยฝาเดียวสวนใหญ จะเปนเสนใยสีแดง และสีน้ําเงิน รูปรางท่ีพบ คือเปนเสนยาว และเปนวงกลม และ
พบมากที่สุดในน้ํา และเมื่อทําการวิเคราะหดัชนีคุณภาพน้ําการละลายของของแข็งพบวา จุดเก็บตัวอยางที่ 3
มีคาการละลายของของแข็งมากที่สุด และพบไมโครพลาสติกมากท่ีสุด จึงทําใหมีความสัมพันธกัน
อยางมนี ัยสาํ คัญ

คําสาํ คัญ: ดัชนชี ว้ี ัดคุณภาพนา้ํ ไมโครพลาสติก

39

บทคัดย่อผลงานวิจยั ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้

ชอื่ งานวจิ ัย การศึกษาเปรยี บเทียบคุณภาพน้าํ ยมและคนู ํ้าคือ ในเขตเทศบาล อําเภอเมือง
จงั หวัดแพร และศกึ ษาวิธกี ารกําจัดผกั ตบชวาโดยใชส ารสกัดจากพืชสมุนไพร
คณะผูวจิ ัย จุลนิ ทรยี แ ละแอลกอฮอลจากสรุ าพน้ื บา น
เดก็ หญิงณัฏฐธิดา นะภใิ จ เด็กหญงิ นภสั วรรณ สคุ ันธมาลา
ระดบั ชั้น และเดก็ หญิงสริ ิกร หลา คํามี
อาจารยท ปี่ รกึ ษา มัธยมศึกษาปท่ี 2
โรงเรียน นางกัญญารัตน สมุ นะ และนางวราภรณ กาศมณี
นักวิทยาศาสตรท่ีปรึกษา นารรี ตั นจ ังหวดั แพร อาํ เภอเมืองแพร จงั หวดั แพร
ดร.วันทนีย แพงศรี

บทคัดยอ

ผกั ตบชวาจดั เปนวชั พืชท่ีกอ ใหเกิดปญหามากทส่ี ุดในโลก โดยนํ้าเสยี จากชุมชนและอตุ สาหกรรมทําให
น้ํามีธาตุอาหารพืชสูง สงผลใหผักตบชวาเติบโตและแพรระบาดอยางรวดเร็ว ผลจากการแพรระบาดอยาง
รุนแรงกอใหเกิดความเสียหายตอสภาพเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอม การศึกษาวิจัยน้ีมีวัตถุประสงคเพื่อ
ศึกษาคุณภาพนํ้าในเขตเทศบาล อําเภอเมือง จังหวัดแพร และวิธีการกําจัดผักตบชวาดวยสารสกัดจากพืช
สมุนไพร จุลนิ ทรยี  และแอลกอฮอลจากสุราพื้นบาน โดยกําหนดจุดศึกษา 2 จดุ ศกึ ษา ไดแ ก แมน า้ํ ยม บริเวณ
สะพานมหาโพธิ์ ตําบลปาแมต และคูนํ้าคือ บริเวณคูเมือง ตําบลในเวียง การศึกษาตอนท่ี 1 ศึกษาคุณภาพนํ้า
จากคา pH DO อณุ หภมู นิ ํ้า ความโปรงใส ของแข็งท่ลี ะลายในน้าํ และลกั ษณะของไมโครพลาสติกท่ีพบ ตอน
ท่ี 2 ศึกษาวธิ ีการกําจดั ผักตบชวาโดยใชสารสกดั จากพชื สมุนไพร จลุ นิ ทรีย และแอลกอฮอลจากสุราพ้นื บานใน
อตั ราสวนตาง ๆ จากการศกึ ษาพบวา คุณภาพของนํ้ายม และคูน้าํ คือ มคี า ตามมาตรฐานคุณภาพนํ้าในแหลงน้ํา
ผิวดิน โดยตรวจพบไมโครพลาสติกในลักษณะแบบแผน และเสนใยในทุกจุดสํารวจ และอัตราสวนฝกมะรุม :
กระเทียม : จุลนิ ทรยี  : สรุ าพน้ื บา นในปรมิ าณ 700 g : 800 g : 700 ml : 200 ml มีประสทิ ธิภาพในการกาํ จัด
ผักตบชวาดีทสี่ ดุ

คาํ สําคญั : คณุ ภาพนา้ํ ยม คูนาํ้ คือ ผักตบชวา การกาํ จัด

40

42

บทคัดย่อผลงานวจิ ยั ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น

ช่ืองานวจิ ัย ศกึ ษาประสทิ ธิภาพของสารสกดั แทนนินจากพืช จลุ ินทรยี อีเอ็ม (EM) และ
คณะผวู ิจัย พืชลอยน้ําในการบําบัดนา้ํ เสยี จากน้าํ ท้ิงโรงอาหาร โรงเรยี นเพชรวทิ ยาคาร
ระดับชน้ั
ออาาจจาารรยยทท ปี่่ีปรรึกกึ ษษาา เดก็ หญงิ พลอยชมภู นะภิใจ เดก็ หญงิ วรนชุ ดิลกลาภ
โโรรงงเเรรียียนน และเดก็ หญิงอรนภา เสมาเพชร
มธั ยมศกึ ษาปท่ี 2
นนาางงพพรรรรณณพพัชัชนนันันทท ศศรรชชีี ะะตตาา แแลละะนนาางงสสาาววกกนนิิษษฐฐาา ภภููดดววงงจจิตติ รร
เเพพชชรรววิทิทยยาาคคาารร ออาาํํ เเภภออภภเูเู ขขียียวว จจงัังหหววััดดชชยยัั ภภูมมู ิิ

บบททคคัดดั ยยออ

โโรรงงออาาหหาารรโโรรงงเเรรีียยนนเเพพชชรรววิิททยยาาคคาารร มมีีกกาารรรระะบบาายยนนํ้ํ้าาทท้ิิ้งง ทที่่ีเเกกิิดดจจาากกกกาารรลลาางงภภาาชชนนะะตตาางง ๆๆ ลลงงสสููแแหหลลงงนน้ํํ้าา
บบมมเแโออโแเม(แจแม(EEปปรรุลลลหหีคีคัันนยยรรMMงงลลนิิิะะเเาาููใใลลสสเเววืืออนนคค))สสรรทํําางงณณกกีีววยยงงนนรรหหปปรกกาาเเสสะะนนีย้ํํ้าาะะมมมมมมลลววดดอธธเเหหัักกลลเเพพิ่นน่ิ นนรรััีเบบปปลลกก็็ดดอเเรรชชพพททัังงนนหหัับบม็มมมมรรออี่ี่กกมมเเนนะะผผชชววปปเเ(รรน็็น้ํ้ํขขาาพพEััิิกกททาาดดนนตตออMาาตตตตีียยยย--ออมมกีีกาาิิแแบบดดงงาา)ััลลนนดดลลคคาาชชแสสจจททววงงตตววาาววลาาาายยรรรรรราากก((รระจจppาาาาสสพกกดดใใจจะะยยHHยยนนกกาางังัืชออสสแแตต))นนรรััดดแแลกกงงดดออนนสส้นััน้ แแหหผผอหหงงสสงููงํําาททยลลลลููหหกกคคตตััตตจจนกกนนงงนนววณณััววววุุลลนน้ํารรนนาาููออนนิิะะนนะะมมํ้ํ้แแาาิินนใยย้ํ้ํผผาาททบบททนหหาาจจาาูจูจ ตตบบกรรรรนนแแงงาาดัดั รรีีิิยยเเนนาตตกกแแลลววททฐฐรออํ้ํ้าาออเเดดะะณณาาบาํําปปีีททเเสสงงมมนนออจจําสสลลิ้้ิงงััตตีีคคกกงึึง็็มมบแแมมืืววออววมมาาาาลลัดนนาากกนนรรีคคี((กกะะตตนEEพพกกรร้ํํ้าาววาาเเMMรรํ้าะะลลปปาาออรรววเแแบบมมววส))รรเเนนจจลลพพยยาาสสีียยยี หหํําาววยยะะีีนนยยบบจไไััดดมมสสนนสสฟฟงงาใใเเคคััาากกจจทท่ิิ่งง้าํ้าํกฟฟรรุุโโณณกกมมททใใีียยนดดสสนนาาัับบีีชช้ิง้งิภภบบํา้ ยยกกกกขขีีววนนทาาปปมมศศััดดาาออตตพพํ้้ําา้ิงรรปปีีรรึึกกแแงงออโซซะะนนจจรรรษษนนทท่ืื่นนาาสสดััดํ้ํ้าาิมิมง้ํ้ําาาานนววอิิททเเกกาาปปๆๆสสขขนนาณณ((าาธธีียยEEาารรหิินนรริิภภใใออววCCะะกกนนาจจจจาาออสส))รบบัั าาแแพพจจาากกิิททโสสกกปปกกหหุุลลรขขซซธธููงงใในนญญงิินนลลออิเิเบบิิภภเเเจจ้ํํ้าางงงงททกกรหหมมาานนททนนขขยี ิินนรราาพพัันนออทท้ิิ้งงํ้ํ้นาาีีนนยยมมโโสสขขงง่ลีี่ลเออํา้ํ้ารรออาาพสสํําาออะะเเีีงงเเตตาาสสปปาาชอองงลลออจจรรรรยียีสสระะ็็มมาาาากกสสฐฐจจวาายยหหหหออาากกทิาารร((ใใลลาาEEนนนนกกััใใดดสสยรรัังงMMหหนนนนแแกกาโโเเจจเเรรคาํ้้าํ))ททััา้ําํ้ดดมมกกุุงงลลททานนหหแแื่ื่ออิิดดเเ((ิินนริ้งิง้DDรรททนนมมปปนนโโีียยททOOซรรััิินนกกนนํ้ํ้ลลาานนรรงงงึ่))กกเเนนจจออีีออยยนนเััตตบบาากพพิินนยยาาออาากก่าํํา่็บแแลลบบหหจจีีเเเเพพออสสนปปาางงซซววาา็็ีีืืมมชชยยสสกกรรํ้าาาึ่งึง่งงูู
ตจลุัวอนิ ยทารงยี บอาเี องสม็ ว(นEมMา)ทแําลกะาพรวืชิเลคอรยานะหา้ํ คใุนณกภาารพบนํา้ํบาเดั บนื้อํ้างเตสนยี กจอากนนท้าํ ี่จทะง้ิ ทโรํางกอาารหทาดรลโอรงงเรจยี านกเนพั้นชนรําวนิท้ํายตาัวคอายราซงงึ่มเากใ็บสนใ น้ํา
ตบัวออๆยาลงะบา2ง0สวลนิตมราจทําํานกวานรว1เิ ค0รบาะอหโคดุณยใภหาบพอนท้ําี่เบ1้ือเงปตนนบกออคนวทบี่จคะุมทใําสกสาารรทสดกลัดอแงทจนานกินนจั้นานกําเปนลํ้าืตอัวกอเมยลา็ดงมมาะใขสาในม
บสาอรสๆกลัดะแท2น0นลินิตจราจกําเปนลวือนก1ก0ลวบยอสโาดรยสใกหัดบแอททน่ี 1นินเปจนากบใอบคมวันบสคําุมปใะสหสลาังรสจกุลัดินแททรนียนอินีเอจ็มาก(EเปMล)ือหกมเมักลก็ดับมนะํ้าขตาามล
ทสารราสยกแัดดแงทจนุลนินินทจราียกอเีเปอล็มือ(กEกMล)วหยมสักากรับสนก้ําัดซแาทวนขนาวินจจุลาินกทใบรมียันอีสเอํา็มปะ(EหMลัง) หจมุลักินกทับรแียปอีเงอม็มันส(EําMปะ) หหลมังักกผับักตนบ้ําตชาวลา
จทอรกายหแูหดนงู แจลุละินทแหรียนอแีเดอง็มต(EามMล)ําหดมับักจกนับถนึง้ําบซอาทวข่ี 1า0วจนุลําินนท้ํารตียัวออีเยอา็มงท(Eั้งM1)0หบมอักกมับาวแิเปคงรมาันะสหําทปุกะวหันลเังปผนักเวตลบาช1ว4า
จวันอกตหิดตูหอนกู แันลบะันแทหึกนผแลดกงาตรวาิเมคลรําาดะับหคจุณนถภึงาบพอนทํ้า่ี 1ด0ัชนีคํานุณ้ําภตาัวพอนยํ้า ทงที่ ้ังําก1า0รศบึกอษมาาวไดิเคแรกา ะคหาปทรุกิมวาันณเปออนกเวซลิเาจน1ท4่ี
วลันะลตาิดยตใอนกนัน้ํา บ(DันOท)ึกผคลาคกวาราวมิเคปรนากะรหดค-ุณดาภงาพ(pนH้ํา) ดคัชากนาีครุณนภําาไฟพฟนาํ้ ขทอ่ีทงํานกํ้าร(ศECึก)ษแาลไะดอแุณกหคภาูปมิขริมอางณน้ําออ(Tก)ซพิเจบนวทาี่
ลสาะรลสากยัดในแนท้ํานน(DินOจ)ากคพาคืชวสาามมเปารนถกเรพด่ิม-ปดราิมงา(ณpHอ)อคกาซกิเจานรนทําี่ลไะฟลฟาายขในอนงน้ํา้ํา(D(EOC))มแาลกะทอ่ีสุณุดหคภิดูมเิขปอนงรนอํ้ายล(Tะ) 4พ3บ.7ว4า

พสาืชรลสอกยัดนแํ้าทสนานมินาจราถกเพืิ่ชมคสาาคมวาารมถเเปพน่ิมกปรรดิม-าดณางออ(pกHซ)ิเจมนาทก่ีทละ่ีสลุดาคยิใดนเปนนํ้า ร(อDยOล)ะม8าก.7ท0่ีสสุดาครสิดกเปัดนแรทอนยนลินะจ4า3ก.พ7ืช4
พสาืชมลาอรยถนลํ้าดคสาากมาารรนถําเไพฟิ่มฟคา าขคอวงานมํ้าเป(EนCก)รมดา-กดทาง่สี ดุ(pคHิด)เมปานกรทอี่สยุลดะค2ิด3เป.1น8รแอลยะลสะา8รส.7ก0ัดแสทารนสนกนิ ัดจแาทกนพนืชินสจาามกาพรืชถ
สลาดมคา รอถณุ ลหดภคูมากิขาอรงนํา้ ไมฟาฟกาทข่ีสอดุ งคนดิ ํ้าเป(EนCร)อมยลากะท5ส่ี .4ุด5คดิ เปนรอยละ 23.18 และสารสกัดแทนนินจากพชื สามารถ

คลดําสคํา คอณุญั ห: ภกาูมริขบอาํ งบนดัาํ้ นม้าํ เกสทยี ี่สดุ จคลุ ดิ ินเทปรนียรอ(EยMละ) 5ส.า4ร5แทนนนิ

คําสําคญั : การบาํ 4บ1ดั น้าํ เสีย จุลินทรีย (EM) สารแทนนิน

43

บทคดั ย่อผลงานวิจยั ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้

ชือ่ งานวจิ ัย การศกึ ษาสารชวยรวมตะกอนจากธรรมชาติ
คณะผูวิจัย เดก็ หญงิ นฤพร สังออนดี เด็กหญิงกัญญาณฐั ศรีเกษม
และเดก็ หญิงปุณณภา ปนทอง
ระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนตน
อาจารยท ป่ี รึกษา นายชดิ วงคใหญ และนางสกุ ัลยา วงคใ หญ
โรงเรียน พนมสารคาม “พนมอดุลวิทยา” อาํ เภอพนมสารคาม จงั หวัดฉะเชิงเทรา

บทคัดยอ

การศึกษาสารชวยรวมตะกอนจากธรรมชาติ เพื่อศึกษาความสามารถในการชวยรวมตะกอนของ
สารจากธรรมชาติชนิดตาง ๆ ตวั แปรที่ศึกษา ไดแ ก ชนิดของผงพชื (มะรมุ สาหรา ย จอก) รูปแบบการนําผงพืช
ไปใช (แบบชง แบบบรรจุถุง) ผงจากสวนตาง ๆ ของเมล็ดมะรุม (ผงเปลือกเมล็ด ผงเนื้อเมล็ด และผงรวม
เปลือกกับเน้ือเมล็ด) อัตราสวนของผงเปลือกเมล็ดมะรุม และระยะเวลาในการตกตะกอน การตกตะกอน
ทําการศึกษาโดยใชผงวัสดุท่ีเตรียมไวมาตกตะกอนน้ําจากคลองทาลาดปริมาตร 1000 มิลลิลิตร วัดคาความ
โปรงใสของน้ําโดยใชหลอดวัดความโปรงใส จากผลการศึกษา พบวา สารจากธรรมชาติที่สามารถชวยรวม
ตะกอนรวมกับสารสมไดดีที่สุด ไดแก ผงจากเปลือกเมล็ดมะรุม โดยใชรวมกับสารสมในอัตราสวนระหวาง
สารสมตอผงเปลือกเมล็ดมะรุม 2:1 บรรจุในซอง ท้ิงไวใหตกตะกอนนาน 90 นาทีสามารถทําใหนํ้าใสขึ้นได
มากท่ีสุด

คําสําคัญ: สารชวยรวมตะกอนจากธรรมชาติ มะรุมสารชว ยรวมตะกอน

42

บทคัดยอ่ ผลงานวจิ ยั ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้

ชื่องานวิจัย การศกึ ษาปจ จัยทางกายภาพท่เี หมาะสมในการเจริญเติบโตของไลเคน และ

คณะผวู จิ ยั การประเมนิ คณุ ภาพอากาศโดยใชไลเคนเปน ตวั ช้วี ัดทางชีวภาพบรเิ วณโรงเรยี น

ระดบั ชนั้ พิมายวิทยา อาํ เภอพิมาย จังหวดั นครราชสมี า
อาจารยทป่ี รกึ ษา
โรงเรยี น เดก็ ชายณฐั วัฒน ปยุ นอก เด็กหญิงชุตมิ า แสงออน
นกั วิทยาศาสตรท ่ีปรึกษา และเด็กหญิงฐปนรรฆ หลงเทพอรชนุ
มัธยมศึกษาตอนตน
นางสาวพิราวรรณ พมิ พสูงเนิน และนางสาววิไลพร แกวสืบตระกลู
พมิ ายวทิ ยา อาํ เภอพมิ าย จงั หวดั นครราชสมี า
ผศ.ดร.วชิ ดุ า กลา เวช ผศ.ดร.เกียรตสิ ดุ า สมนา และ ดร.ปยะมาศ จานนอก

มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน

บทคัดยอ

ไลเคนเปน สงิ่ มชี วี ิตที่อยูรวมกนั แบบพึ่งพาระหวางราและสาหรา ย ทม่ี คี วามจําเพาะในการเจริญเติบโต
ตอคุณภาพอากาศ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษาปจจัยทางกายภาพท่ีเหมาะสมในการเจริญของไลเคน
และใชไลเคนเปนตัวบงชี้คุณภาพอากาศ ภายในโรงเรียนพิมายวิทยา อําเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมาโดย
ตรวจวดั คุณภาพอากาศต้ังแตว ันที่ 18 กรกฎาคม - 9 สิงหาคม พ.ศ. 2563 ชว งเวลา 12.00-13.00 น. ทัง้ หมด
4 บริเวณ คือ สวนสมุนไพร โดมอเนกประสงค 70 ปสระโบราณและสวนปาสนามกีฬาประตูชัย และ
ทําการสํารวจจํานวนและชนิดของไลเคนบนเปลือกไมผลการศึกษาปจจัยทางกายภาพของอากาศ พบวา
อุณหภูมิของอากาศท้ัง 4 บริเวณใกลเคียงกันในชวง 30 - 31 องศาเซลเซียส ซ่ึงสามารถพบการเจริญของ
ไลเคนได สวนปจจัยดานแสงและความช้ืนสัมพัทธของอากาศ พบวา ไลเคนสามารถเจริญไดดีในบริเวณท่ีมี
ปริมาณแสงท่ีต่ําและความชื้นสัมพัทธที่สูง อยางไรก็ตามไลเคนก็ยังตองการความชื้นที่ไมมากเกินไป และ
ยังตองมีแสงในการสังเคราะหแสงดวย และผลจากการสํารวจไลเคนเพื่อใชเปนตัวชี้วัดบงชี้คุณภาพอากาศ
พบไลเคนในกลมุ ทนทานสูง 1 ชนดิ กลุมทนทาน 4 ชนดิ โดยไมพบไลเคนกลมุ อากาศดี โดยบรเิ วณที่มีมลภาวะ
มากหรืออยูใกลกับแหลงกําเนิดมลภาวะ จะทําใหการเจริญเติบโตของไลเคนมีไดนอยลงซึ่งจะพบไดเฉพาะไล
เคนในกลุม ทนทานและกลุมทนทานสงู

คาํ สําคญั : ไลเคน ตัวบงชี้คณุ ภาพอากาศทางชวี ภาพ ประเมินคุณภาพอากาศ

43

45

บทคดั ยอ่ ผลงานวิจัย ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

ช่อื งานวิจัย การศกึ ษาประสทิ ธภิ าพการดูดซับสารอนิ ทรียจ ากนํ้าเสียของพืชลอยน้าํ
บางชนดิ บริเวณน้ําทง้ิ ของโรงเรียนแมส ะเรยี ง “บริพัตรศกึ ษา”
คณะผูว ิจัย เดก็ หญิงนนั ทน ภสั ไชยประโคม เด็กหญงิ ปานฤทยั แกวธิวงั
และเดก็ หญงิ กนกวรรณ ปองผาตพิ ร
ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนตน
อาจารยท ่ีปรึกษา คณุ ครูจนั จริ า ทพิ ยว งค และคุณครปู รชี า ใจนา น
โรงเรยี น แมสะเรยี ง “บริพัตรศึกษา” อาํ เภอแมสะเรียง จังหวดั แมฮ องสอน

บทคัดยอ

งานวจิ ัยนีเ้ ปนการศึกษาประสทิ ธิภาพการดูดซับสารอนิ ทรียจ ากนาํ้ เสียของพืชลอยนาํ้ บางชนดิ บริเวณ
นํ้าทิ้งของโรงเรียนแมสะเรียง “บริพัตรศึกษา” โดยการใชตัวกรองชีวภาพ อาศัยพืช คือ จอกหูหนู และแหน
โดยวางแผนการทดลองเก็บตัวอยางสัปดาหละ 1 คร้ัง ระยะเวลา 8 สัปดาห ในชวงเวลาเดือนมกราคม –
กุมภาพันธ จากการศึกษาพบวา คุณภาพน้ําเสียของนํ้าทิ้งของโรงเรียนแมสะเรียง “บริพัตรศึกษา” ใน
ระยะเวลา 2 เดือน พบวา ความโปรง ใสของหนองน้ําวัดได 25 เซนติเมตร โดยจัดทาํ ถงั ท่ี 1 ไมไ ดบ ําบัด ถังท่ี 2
บําบัดนํ้าเสียดวยจอกหูหนู ถังที่ 3 บําบัดนํ้าเสียดวยแหน โดยทําการศึกษา ไดแก ลักษณะทางกายภาพ ความ
โปรงใส pH และ DO ผลการวิจัย พบวา อุณหภูมิของนํ้าตัวอยางอยูในชวงอุณหภูมิ 22-33°C วัดคาความ
โปรง ใสของนํ้ากอ นบําบัดมคี า 81.6 NTU ความโปรงใสของน้าํ หลังบาํ บัดแลวดว ยจอกหหู นู เทา กบั 0.91 NTU
และคาความโปรงใสของน้ําหลังบําบัดของแหน เทากับ 1.50 NTU คาความเปนกรด-เบสของตัวอยางนํ้า มี
คาเฉลี่ย 7.36 น้ํามีคาแปรผันอยูในชวง 5-12.5 mg/l และปริมาณออกซิเจนที่ละลายในนํ้ามีคาเฉลี่ยของ
ตวั อยางน้ําเทากบั 6 ml/l พบวา พืชที่สามารถบาํ บัดนํา้ เสยี ไดทส่ี ดุ คือ จอกหหู นู เน่ืองจากจอกหูหนูอาศัยราก
ท่ีมีลักษณะยาว ทําหนาที่เปนตัวกลางในการยึดเกาะของจุลินทรียท้ังในสภาวะที่มีอากาศและไมมีอากาศ
รวมถึงแบคทีเรียที่แขวนลอยอยูในน้ํา ทําใหจุลินทรียมีความสามารถยอยสลายสารอินทรียในนํ้าไดอยางมี
ประสทิ ธิภาพ

คําสาํ คญั : พชื ลอยนาํ้ การดดู ซับสารอนิ ทรยี  ประสทิ ธภิ าพในการบําบดั

44

บทคดั ย่อผลงานวจิ ัย ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น

ชื่องานวิจัย การศกึ ษาความหลากหลายของแมลงน้ําท่ีเปน ดชั นีชวี้ ัดคณุ ภาพน้ําแมน าํ้ ยวม
อาํ เภอแมส ะเรยี ง จังหวดั แมฮองสอน
คณะผวู ิจยั เด็กหญงิ นันทนภสั ปงเมือง เดก็ หญิงณัฐณชิ า โยธาวัง
เดก็ หญิงณชิ าภัทร ปูนมาก และเด็กหญิงศภุ สิ รา เทพเนาว
ระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปท ี่ 2
อาจารยท่ีปรึกษา นางสาวพรรวินท หนอ จันทร และนางสาววาสนา ตะยานะ
โรงเรยี น แมสะเรยี ง“บริพตั รศึกษา” อําเภอแมสะเรยี ง จังหวดั แมฮอ งสอน

บทคดั ยอ

ในการศึกษาคร้ังน้ี เปนการศึกษาการใชแมลงนํ้าเปนดัชนีชี้วัดคุณภาพน้ําแมนํ้ายวม ในเขตพ้ืนท่ี
อาํ เภอแมส ะเรียง จังหวัดแมฮ องสอน ระหวา งเดือนธนั วาคม พ.ศ.2563 ถึงเดือนกุมภาพันธ พ.ศ.2564 โดยทํา
การเก็บตัวอยางท้ังหมด 3 คร้ัง เก็บตัวอยางแมลงน้ําท้ังหมด 5 จุดสถานี ไดแก จุดท่ี 1 บริเวณหมูบานสบหาร
จุดท่ี 2 บริเวณหมูบานทาขาม จุดที่ 3 บริเวณหมูบานหนองปาแขม จุดที่ 4 บริเวณหมูบานคะปวง จุดที่ 5
บริเวณหมูบานหวยสิงห โดยการใชสวิง พรอมทั้งวิเคราะหคุณภาพน้ําทางกายภาพและเคมีบางประการ
ผลการศึกษา พบแมลงนํ้าท้ังหมด 196 ตัว จําแนกได 6 อันดับ 18 วงศ วงศที่มีจํานวนตัวมากที่สุด คือ
Aeshnidae คาดัชนีความหลากหลายของแมลงนํา้ ในจุดสถานีที่ 1 ถึง 5 คือ 1.921 1.152 0.598 1.195 และ
1.707 ตามลําดับ คาคุณภาพน้ําจากการประเมินทางดานชีวภาพดวย ASPT ในจุดสถานีท่ี 1 ถึง 5 คือ 6.30
7.38 4.00 6.71 และ4.44 ตามลําดับ แมนํ้ายวม ในเขตพ้ืนท่ีอําเภอแมสะเรียง จังหวัดแมฮองสอน จัดวาเปน
แหลงนํ้าที่มีคุณภาพน้ําอยูในเกณฑคอนขางดีถึงคอนขางสกปรก และจัดเปนแหลงน้ําผิวดินประเภทที่ 4 ตาม
มาตรฐานแหลง น้ําผิวดนิ

คาํ สาํ คญั : ความหลากหลาย แมลงนาํ้ คุณภาพน้ํา แมน้าํ ยวม

45

บทคดั ยอ่ ผลงานวิจยั ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น

ชอื่ งานวิจัย การเปรียบเทียบการใชวัสดุธรรมชาติเพ่ือรักษาความชื้นในดินท่ีสงผลตอส่ิงมีชีวิต
ในดนิ
คณะผูวจิ ยั เด็กชายณรงคกร คํามวง เดก็ หญงิ จิรภญิ ญา เขยี มสุวรรณ
และเด็กหญิงนํ้าทิพย คงชาติไทย
ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี 3
อาจารยที่ปรกึ ษา นางสาวอภญิ ญา เสนะโลหติ และนางปรียาภรณ ลมิ้ ติว้
โรงเรียน รฐั ราษฎรอ ุปถัมภ อาํ เภอเมือง จังหวัดราชบรุ ี
นกั วทิ ยาศาสตรท ี่ปรึกษา ผชู ว ยศาสตราจารย ดร.นภาพร พันธกุ มลศิลป
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร วิทยาเขตกําแพงแสน

บทคดั ยอ
การเปรียบเทียบการใชวัสดุธรรมชาติเพื่อรักษาความชื้นในดินท่ีสงผลตอสิ่งมีชีวิตในดิน โดยผูวิจัย
ไดทําการทดลอง 2 การทดลอง คือ การทดลองท่ี 1 การตรวจวัดคาความช้ืนในดิน โดยใชดินตัวอยางมาผสม
กับ ฟางขาว กลวย ผักตบชวา กาบมะพราว รดนํ้าปริมาณเทากัน คลุมพลาสติกเพื่อลดการระเหยน้ําต้ังท้ิงไว
เปนเวลา 5 สัปดาห ตรวจตรวจวัดคาความชื้นในดินทุก ๆ สัปดาห ผลการทดลองพบวา การทดลองที่คา
ความชื้นสูงที่สุด คือ ชุดทดลอง T3 มีคาความชื้นเฉลี่ย 9.75 กรัม รองลงมาคือชุดทดลอง T5 มีคาความช้ืน
เฉล่ีย 9.14 กรมั สว นชุดทดลอง T4 มคี า ความชน้ื เฉลย่ี 9.07 กรมั และการทดลองที่มีคาความชน้ื นอยทสี่ ดุ คือ
การทดลอง T2 มีคาความชื้นเฉลี่ย 7.93 กรัม การทดลองที่ 2 การตรวจวัดจํานวนส่ิงมีชีวิตในดิน โดยกําหนด
พื้นท่ีศึกษาจํานวน 5 แปลง ทําการทดลองในพ้ืนที่ศึกษา โดยนําวัสดุท่ีใชในการทดลองมาปกคลุม และสํารวจ
สิง่ มชี วี ิตแตละแปลงแบบสมุ ผลการทดลองพบวา แปลงทดลอง T3 ที่มกี าบกลว ยคลมุ อยูใน มีจํานวนส่ิงมีชีวิต
อาศัยอยูมากที่สุดโดยพบ 7 ชนิด รองลงมาคือ แปลงทดลอง T2 คลุมฟางขาว และ T4 คลุมผักตบชวา พบ
จาํ นวนสง่ิ มีชีวติ 5 ชนดิ โดยทง้ั สองแปลงการทดลองมีความหนาแนน ของประชากรสิง่ มชี ีวิตเทากัน และแปลง
ทดลอง T5 กาบมะพราว พบจํานวนสิ่งมีชีวิต 4 ชนิด ขณะท่ีแปลงทดลอง T1 ที่ไมมีวัสดุธรรมชาติคลุม
มจี าํ นวนชนดิ สง่ิ มีชวี ติ อยูน อ ยทส่ี ุดคือ 3 ชนดิ ซึ่งคือมดดาํ มดแดง และปลวก

คําสําคัญ: วสั ดธุ รรมชาติ ความชืน้ ในดิน ส่ิงมชี ีวิตในดิน

46

บทคดั ยอ่ ผลงานวิจัย ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้

ชื่องานวิจัย การศึกษาชนิดและจํานวนของลกู นาํ้ ยุงในบรเิ วณที่อยูอาศยั ใกลสวนยางพารา
กบั ทอี่ ยูอาศัยที่ไกลจากสวนยางพารา ตาํ บลโคกหลอ อาํ เภอเมือง จังหวัดตรงั
คณะผูวิจัย เดก็ หญิงกฤติมา นาคพล เด็กหญิงธนสร ตะบนู พงศ
และเดก็ หญิงเกศกนก รกั ราวี
ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนตน
อาจารยทีป่ รึกษา นางขวญั ใจ กาญจนศรีเมฆ นางรุง ทิวา เชียงสอน
โรงเรียน วเิ ชยี รมาตุ อําเภอเมือง จังหวัดตรัง
นกั วทิ ยาศาสตรทป่ี รึกษา นายสนุ ันท แกนอนิ ทร

บทคดั ยอ

การวจิ ยั นม้ี วี ตั ถปุ ระสงคเ พื่อศึกษาชนิดและจํานวนของลูกนํ้ายงุ ในบริเวณที่อยูอาศัยใกลสวนยางพารา
กับที่อยูอาศัยที่ไกลจากสวนยางพารา จํานวน 20 แหง ดําเนินการวัดคุณภาพนํ้าของแหลงเพาะพันธุ
จัดจําแนกชนิดและสกุล นับจํานวน พบวาในบริเวณอยูอาศัยใกลสวนยางพาราพบลูกนํ้ายุง จํานวน 5 ชนิด
ไดแก ลกู นาํ้ ยงุ รําคาญมากทีส่ ุด รองลงมาเปนลูกนํ้ายุงลายสวน ลูกนาํ้ ยุงลายบาน ลกู นา้ํ ยุงกนปลอ ง และลูกนํ้า
ยุงยักษ ตามลําดับ สวนในบริเวณอยูอาศัยไกลสวนยางพาราพบลูกน้ํายุงจํานวน 4 ชนิด ลูกนํ้ายุงรําคาญ
มากทสี่ ุด รองลงมา คอื ลกู นํา้ ยงุ ลายบาน ลกู นาํ้ ยุงกน ปลอง และลกู น้าํ ยงุ ลายสวน ตามลาํ ดับ แหลงเพาะพันธุ
ที่พบลูกนํ้ายุงพบวา ในบริเวณบานใกลสวนยางพารา ท้ังหมด 8 แหลง ไดแก เศษถังพลาสติก โองขนาดเล็ก
ขันน้ํา ลอยาง จานรองกระถาง ขวดนํ้า อางปลา และโองขนาดใหญ ในบริเวณท่ีไกลจากบริเวณสวนยางพารา
พบแหลงเพาะพันธของลูกนํ้ายุง ทั้งหมด 5 แหลง ไดแก กะลามะพราว ขันน้ํา อางปลา โองขนาดเล็ก ถัง
พลาสติก โดยคุณภาพนํ้า คาความเปนกรด-เบส อุณหภูมิผิวนาํ้ อุณหภูมิน้ําของแหลง ท่ีอยูอาศัยของลกู นํ้าไมมี
ความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติลูกนํ้ายุงลายบานและลูกน้ํายุงลายสวนบริเวณอยูอาศัยใกลสวน
ยางพาราท่ี คา HI BI และ CI สงู กวา บานทอ่ี ยูอ าศัยท่ไี กลจากสวนยางพารา

คําสาํ คัญ: แหลง ท่อี ยอู าศัย ลกู นํา้ ยุง คุณภาพน้ํา สวนยางพารา

47

49

บทคดั ย่อผลงานวจิ ยั ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

ช่ืองานวจิ ัย การศึกษาผลการยอยสลายของสาหรายเทา Spirogyra sp. ตอ
การเจรญิ เติบโตของแหนในแมน ้ําเลย
คณะผูว ิจยั นางสาวโชติกา ภทั รเกริกชยั นางสาวธญั ญรตั น แซโ ฟง
และนางสาวปณฑิตา ประไสเสริฐ
ระดับชั้น มธั ยมศึกษาตอนตน
อาจารยทป่ี รึกษา นายสงกรานต บุตตะวงค และนายณรงคศักด์ิ แสงขาว
โรงเรยี น วิทยาศาสตรจ ุฬาภรณราชวทิ ยาลัย เลย อาํ เภอเชยี งคาน จังหวัดเลย

บทคัดยอ

งานวิจัยน้ีมีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษาเรื่องการยอยสลายของสาหรายเทา ท่ีชวยในการเจริญเติบโตของ
แหนในแมน า้ํ เลย ทไี่ หลผา นบรเิ วณตาํ บลหาดทรายขาว อําเภอเชยี งคาน จังหวัดเลย โดยทําการทดลองทง้ั หมด
2 คร้ัง ในเดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ ป 2564 ซึ่งเปนชวงท่ีสาหรายเทาเร่ิมมีการยอยสลาย และลอย
ฟูข้ึนท่ีบริเวณผิวนํ้า จากการสังเกตบริเวณโดยรอบของสาหรายเทา พบวามีแหนข้ึนเปนจํานวนมาก จึงไดทํา
การทดสอบคุณภาพของนํ้าในบริเวณที่มีสาหรายเทา และบริเวณท่ีไมมีสาหรายเทา ดัชนีพื้นฐาน และสิ่งท่ีพบ
โดยรอบที่ไดจ ากการสํารวจ ไดแก คาความเปน กรด-ดาง ปรมิ าณออกซเิ จนทลี่ ะลายในนํ้า การนําไฟฟาของน้ํา
อุณหภูมินํ้า อุณหภูมิอากาศ ความชื้นสัมพัทธในอากาศ และสภาพอากาศ โดยตรวจวัดตามหลกั วิธีดําเนินการ
ของ GLOBE สวนดัชนี และคาอื่น ๆ ไดจากผลการวิเคราะหในหองปฏิบัติการ สรุปไดวา การยอยสลายของ
สาหรายเทาสงผลตอการเจริญเติบโตของแหนในแมน้ําเลย เปนไปตามสมมติฐานท่ีไดต้ังไว ซ่ึงแหนสามารถ
เจริญเติบโตอยูในแหลงนํ้าท่ีอุดมสมบูรณเทาน้ัน การท่ีคณะผูวิจัยพบแหนลอยอยูในบริเวณแมนํ้าเลย ที่ไหล
ผานตําบลหาดทรายขาว อําเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ทําใหคณะผูวิจัยสามารถอธิบายไดวาแมนํ้าเลยบริเวณ
ตําบลหาดทรายขาวที่พบสาหรายเทาเปนแหลงน้ําท่ีอุดมสมบูรณและมีคุณภาพนํ้าดี ซึ่งผลการวิจัยในครั้งนี้
สามารถนําไปพัฒนาและใชประโยชนทางดานทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศไดอยางหลากหลายเพ่ือให
สามารถอนุรกั ษทรพั ยากรทางธรรมชาตไิ ดอ ยา งมีประสิทธิภาพ

คําสําคัญ: สาหรายเทา แมน ้ําเลย แหน

48

บทคดั ยอ่ ผลงานวิจัย ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้

ช่อื งานวจิ ัย การศกึ ษาเมฆจากภาคพน้ื ดินเปรียบเทยี บกบั ขอมลู เมฆจากดาวเทยี มและ

คณะผูวจิ ยั การเปลีย่ นสภาพอากาศในฤดูรอ นและฤดูฝน อาํ เภอเมือง จงั หวดั ตรัง

ระดบั ชัน้ เด็กหญงิ ณฐภทั ร สงั ขหิรญั เด็กหญิงณฐมน ใจตรง
อาจารยท ี่ปรกึ ษา และเด็กหญิงกฤติยา มิสเกตุ
โรงเรียน มัธยมศึกษาตอนตน
นักวิทยาศาสาตรท ี่ปรกึ ษา นางพชั รา พงศมานะวฒุ ิ และนางสาวอาภาศรี ชุมชื่น
วิทยาศาสตรจุฬาภรณราชวทิ ยาลยั ตรงั อาํ เภอเมือง จังหวัดตรงั
รศ.ดร.มลั ลิกา เจริญสุธาสนิ ี และ รศ.ดร กฤษณะเดช เจริญสธุ าสินี
มหาวทิ ยาลยั วลัยลักษณ

บทคดั ยอ

การศกึ ษาครง้ั น้ีมีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษาเปรยี บเทียบปรมิ าณเมฆปกคลุมทองฟาและชนดิ ของเมฆจาก
ขอ มูลภาคพื้นดนิ ทเ่ี กบ็ โดยใชแ อพพลิเคชนั่ GLOBE Observer กับขอ มูลเมฆจากดาวเทียมของ GLOBE NASA
ท่ีไดยอนกลับมาทุกคร้ังที่สงขอมูลไป ในพื้นที่อําเภอเมือง จังหวัดตรัง ต้ังแตเดือนเมษายน พ.ศ. 2563 –
กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. 2564 พบวา ขอ มูลปริมาณเมฆปกคลุมมีความสอดคลอง 74.26% และศึกษาสภาพอากาศใน
ฤดูฝนและฤดูรอ น เกีย่ วกบั ความชื้นสมั พัทธ อุณหภมู ิ ปริมาณนา้ํ ฝน ชนิดของเมฆจากภาคพ้ืนดนิ พบวาในชวง
ฤดูฝนความช้ืนสัมพัทธในอากาศมีคาสูงกวาปกติ อุณหภูมิต่ํา พบเมฆชั้นตํ่า ชนิด Nimbostratus ซึ่งเปนเมฆ
ที่กอใหเกิดฝนอยางเดนชัด ซึ่งเปนการบอกใหทราบวาทองฟามืดคร้ึม มีฝนตก สวนในชวงฤดูรอนจะมี
ความชื้นสัมพัทธในอากาศปกติ อุณหภูมิปกติ ทองฟาแจมใส ปลอดโปรง และพบเมฆชั้นสูงมากกวาในฤดูฝน
ซึ่งทั้งสองฤดูมีสภาพอากาศแตกตางอยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ี 0.05 ซ่ึงสงผลตอการแพรกระจายของ
ไขเ ลอื ดออกในพื้นทอ่ี าํ เภอเมือง จังหวดั ตรัง ในฤดูฝนสงู กวา ฤดรู อ นอยา งมนี ัยสาํ คญั ทางสถติ ทิ ี่ 0.05

คําสําคัญ: สภาพอากาศ แอพพลเิ คชัน่

49

51


Click to View FlipBook Version