บทคัดย่อผลงานวจิ ยั ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น
ชอื่ งานวจิ ัย สํารวจคณุ ภาพของแหลง นํ้า และความหลากหลายทางชีวภาพของแมลงนํา้
บริเวณสระมรกต โรงเรียนวิสทุ ธรงั ษี อําเภอทา มว ง จังหวัดกาญจนบรุ ี
คณะผวู ิจัย เดก็ หญงิ สรุ ภา เหลียวตระกลู เดก็ หญิงชลสั สวดี ตันเจริญ
เด็กหญงิ สิริกร พฤฑฒิกลุ
ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปท ่ี 2
อาจารยท่ีปรกึ ษา นางสาวอรอนงค โอษคลงั และนางดาราณี ถือความสัตย
โรงเรียน วสิ ุทธรงั ษี อาํ เภอทามวง จงั หวัดกาญจนบุรี
บทคัดยอ
โรงเรียนวิสุทธรังษี จังหวัดกาญจนบุรี มีแหลงนํ้าท่ีขุดขึ้น 1 แหลง เรียกวา สระมรกต ซึ่งนักเรียนใช
บริเวณในการพักผอน และทํากิจกรรม ลักษณะของแหลงนํ้าเปนน้ํานิ่งมีแนวโนมเกิดมลภาวะสูง อาจสงผลตอ
สุขภาพของนักเรียนที่ใชประโยชนจากแหลงนํ้า จึงตองการศึกษาลักษณะทางกายภาพของน้ํา และ
ความหลากหลายทางชีวภาพของแมลงน้าํ โดยวจิ ัยสาํ รวจ 3 บรเิ วณโดยรอบของสระ ใชว ธิ สี ํารวจ คือ ขั้นตอน
แรกศึกษาลักษณะทางกายภาพของนํ้า เก็บตัวอยางนํ้า และตรวจวัดอุณหภูมิ คาความเปนกรด-เบส และ
คาความโปรงใสของนํ้า และขั้นตอนศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของแมลงนํ้า โดยใช BMWP Score
รวมกับ ASPT จากผลการวิจัย พบวา อุณหภูมิ และคาความเปนกรด–เบส ของนํ้าในสระมรกตอยูในเกณฑ
ปกติ คาความโปรงใสของนํ้าในสระมรกตอยูต่ํากวาเกณฑมาตรฐาน และความหลากหลายทางชีวภาพของ
แมลงน้ําเปนดัชนีช้ีวัดคุณภาพน้ําอยูในชวงคุณภาพน้ําสะอาด สามารถใชประโยชนเพื่อการเกษตรกรรม
การอุปโภคและบรโิ ภคตองผา นการฆา เช้อื โรคตามปกติ และผา นกระบวนการปรบั ปรงุ คณุ ภาพนํ้าทวั่ ไป
คําสําคัญ: คุณภาพของแหลง นา้ํ และความหลากหลายทางชีวภาพของแมลงน้ํา
50
52
บทคัดย่อผลงานวิจยั ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้
ช่ืองานวิจัย เปรยี บเทียบชนิดและปริมาณลกู นา้ํ ยุงในสถานศกึ ษาเขตตําบลบา นกลวย
อําเภอเมือง จงั หวดั สโุ ขทยั
คณะผวู ิจัย เดก็ ชายธฤตวัน นาคสวัสด์ิ นายทนิ ภทั ร ชูพนั ธ
และนางสาวจันจิรา ละออง
ระดับช้นั มัธยมศึกษาตอนตน
อาจารยท่ปี รึกษา นางชลุ ี ครุธแกว และนางสาวเรวดี เพ็ญศรี
โรงเรียน ศรสี ําโรงชนูปถมั ภ อาํ เภอเมือง จงั หวดั สโุ ขทยั
นกั วิทยาศาสตรท ี่ปรึกษา ดร.สภุ าพร พงศธ รพฤกษ มหาวิทยาลยั ราชภฏั อุตรดติ ถ
บทคดั ยอ
เปรยี บเทยี บชนิดและปรมิ าณลูกน้ํายุงในสถานศึกษาเขตตําบลบา นกลวย จงั หวดั สโุ ขทยั ผลการศึกษา
ดังนี้ แหลงท่ีพบลูกนํ้ายุงพบตามแหลงตาง ๆ ในสถานศึกษาเขตตําบลบานกลวย อําเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย
มากที่สุด คือ โรงอาหาร รองลงมาคือ ทอระบายนํ้าท้ิง หองนํ้าชาย สวนหยอม แปลงเกษตร และหองนํ้าหญิง
จํานวนของลูกนา้ํ ยงุ มคี า เฉล่ยี เทากับ 336.60, 308.80, 164.00, 146.20, 85.80 และ 83.50 สถานศกึ ษาท่ีพบ
มากท่ีสุด คือ วิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย รองลงมา คือ วิทยาลัยสารพัดชางสุโขทัย โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม
วิทยาลัยนาฎศิลปสุโขทัย และโรงเรียนบานสนามบิน โดยจํานวนลูกนํ้ายุงมีคาเทากับ 1,221, 1,216, 1,070,
1,015, และ 483 ตามลําดับ ผลการจําแนกลูกนํ้ายุงท่ีพบตามแหลง ตาง ๆ ในสถานศึกษาเขตตําบลบา นกลวย
อําเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย พบวา จํานวนลูกน้ํายุงรําคาญมีมากที่สุด รองลงมาคือ ลูกนํ้ายุงลายสวน ลูกน้ํา
ยุงลายบาน และลูกนํ้ายุงกนปลองโดยมีคาเฉล่ีย เทากับ 515.20, 255.00, 215.40 และ 15.40 สถานศึกษา
ที่พบลูกน้ํายุงลายที่เปนพาหะนําโรคไขเลือดออกมากท่ีสุด คือ วิทยาลัยสารพัดชางสุโขทัย รองลงมา คือ
วิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม วิทยาลัยนาฎศิลปสุโขทัย และโรงเรียนบานสนามบิน โดยมี
จํานวนลูกนํ้ายุงมีคาเทากับ 582, 574, 549, 407 และ 270 ตามลําดับ จํานวนลูกน้ํายุงรําคาญมีมากท่ีสุด
รองลงมา คือ ลูกนํ้ายุงลายสวน ลูกนํ้ายุงลายบาน และลูกน้ํายุงกนปลอง สถานศึกษาท่ีพบลูกน้ํายุงลายท่ีเปน
พาหะนําโรคไขเลือดออกมากที่สุด คือ วิทยาลัยสารพัดชางสุโขทัย รองลงมาคือ วิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย
โรงเรียนสโุ ขทยั วทิ ยาคม วิทยาลัยนาฎศิลปสุโขทยั และโรงเรียนบานสนามบนิ
คาํ สาํ คัญ: ชนดิ และปรมิ าณ ลกู น้ํา สถานศึกษา
51
53
บทคัดยอ่ ผลงานวจิ ยั ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น
ชือ่ งานวจิ ัย ความหลากหลายของสาหรายนาํ้ จืดและแมลงนํา้ และคณุ ภาพนํา้ บางประการ
คณะผูวจิ ัย ของแมนาํ้ วังชว งที่ไหลผานอําเภอเมอื ง จังหวดั ลําปาง
ระดับชัน้ เด็กหญิงกลั ยา ปญญาวรรณ เด็กหญิงรชั นก แซยาง
อาจารยท ปี่ รึกษา และเด็กหญิงอจั ฉราพันธ เรือนนอ ย
โรงเรียน มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3
นางสาวขวญั ฤทัย คําฝาเชื้อ
ศึกษาสงเคราะหจิตตอารี ในพระอุปถัมภของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
อาํ เภอเมือง จังหวัดลําปาง
นกั วิทยาศาสตรที่ปรกึ ษา อ.ดร.องั คณา เช้ือเจ็ดตน มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ลําปาง
ผศ.ดร.พงษพ นั ธุ ลีฬหเกรียงไกร และ อ.ดร.รงุ นภา ทากนั
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเชยี งใหม
บทคดั ยอ
ความหลากหลายของสาหรายนํ้าจืด และแมลงนํ้าสามารถเปนตัวบงชี้คุณภาพน้ําได ปจจุบันน้ําใน
แมน้ําวังมีคุณภาพต่ําลงจนอาจกลายเปนน้ําเสีย ผูวิจัยจึงไดเลือกเก็บตัวอยางจากแมน้ําวังชวงท่ีไหลผาน
อําเภอเมือง จังหวัดลําปาง เพ่ือศึกษาความหลากหลายของสาหรายนํ้าจืด และแมลงน้ํา และคุณภาพนํ้า
บางประการระหวา งเดือนสงิ หาคม – กนั ยายน พ.ศ.2563 โดยทําการสํารวจ 3 จุด จํานวน 3 คร้ัง พบสาหราย
ท้ังหมด 3 Division ไดแก Cyanophyta (3 สกุล) Chlorophyta (4 สกุล) และ Bacillariophyta (2 สกุล)
สกุลที่พบในทุกแหลงน้ําท่ีทําการสํารวจ คือ Closterium spp. และจุดเก็บตัวอยางท่ี 2 มีความหลากหลาย
มากท่ีสุด พบ 7 สกุล การสํารวจแมลงนํ้า พบ 6 อันดับ 11 วงศ อับดับที่พบมากที่สุด คือ Ephemeroptera
วงศที่พบมากท่ีสุด คือ Baetidae และพบจํานวนโดยรวมมากที่สุดท่ีจุดเก็บตัวอยางท่ี 2 (6 วงศ) และน้ํามี
อุณหภูมิ 27 – 31 °C คา pH เฉลี่ยเทากับ 7 จุดที่ 2 มีคาความโปรงใสของน้ํามากที่สุด เฉลี่ยเทากับ 66.7
เซนติเมตร คา DO จดุ ที่ 1 มแี นวโนมลดลง จุดท่ี 2 คอ นขางคงที่ และจดุ ท่ี 3 มีแนวโนม เพ่ิมขึ้น คา DO สูงสดุ
เทากับ 8 mg/l และคา DO ต่ําสุด เทากับ 4 mg/l จากขอมูลสามารถประเมินไดวาแมนํ้าวังชวงท่ีไหลผาน
อําเภอเมือง จงั หวัดลาํ ปาง มแี นวโนมคุณภาพนาํ้ ปานกลางถึงไมด ีมีสารอาหารสงู คอนขา งสกปรก
คาํ สําคัญ: สาหรา ยนาํ้ จดื แมลงนํา้ แมน้ําวัง คณุ ภาพนํ้า
52
บทคดั ย่อผลงานวจิ ยั ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้
ชอื่ งานวจิ ัย ศกึ ษาคุณภาพน้าํ ฝนลกั ษณะไมโครพลาสติกในนํา้ ฝนในพน้ื ทป่ี า ยาง ทุง นา
และเขตเมืองในจงั หวัดพัทลงุ
คณะผูวิจัย เดก็ ชายสรสิช จณิ รฐั เดก็ หญิงภัณฑริ า ทองมาก
และเดก็ หญงิ อติกานต ภกั ดีจิตร
ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาตอนตน
อาจารยท ่ีปรึกษา
โรงเรียน นางสาวชนะจิตร แสงคงเรือง และนางสาวชยพัทธ ศรกี รด
นกั วิทยาศาสตรทป่ี รกึ ษา สตรพี ัทลงุ อาํ เภอเมือง จงั หวัดพัทลงุ
อาจารย ดร.สุนิสา คงประสทิ ธิ์ และอาจารย ดร.นนั ทดิ า สธุ รรมวงศ
มหาวทิ ยาลัยทกั ษิณ วทิ ยาเขตพัทลงุ
บทคดั ยอ
การศกึ ษาคุณภาพนํ้าฝน ลกั ษณะไมโครพลาสติกในนํ้าฝนในพืน้ ทีจ่ ังหวดั พัทลุง เนือ่ งจากจงั หวัดพัทลุง
เปนจังหวัดหน่ึงในภาคใตตอนลางท่ีมีสภาพภูมิประเทศเปนที่ราบลุม จึงทําใหมีปริมาณฝนตกชุก อีกท้ัง
ประชากรบางพน้ื ท่ีนิยมใชน ํ้าฝนในการอปุ โภค บรโิ ภค และสวนใหญป ระกอบอาชีพเกษตรกรรม การทําประมง
น้ําจืด ทางผูวิจัยจึงไดทําการเก็บตัวอยางตรวจสอบคุณภาพนํ้าฝน ลักษณะไมโครพลาสติก ในบริเวณ 3 พื้นที่
ไดแก บริเวณปายาง บริเวณทุงนา และบริเวณเขตเมือง (2 จุด) ในชวงเดือนสิงหาคม ถึง พฤศจิกายน
พ.ศ. 2563 จากผลการศึกษา คาอุณหภูมิอากาศ อุณหภูมิน้ําฝน คา pH และปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ํา
พบวาคณุ ภาพนาํ้ ฝนทงั้ 4 บริเวณ มีคุณภาพอยูในเกณฑร ะดบั ดี ลักษณะ และปริมาณของไมโครพลาสติกท่ีพบ
สวนใหญเปนแบบเสนใยท่ีมีสดี ํา แดง นํ้าเงิน เขียว มวง เหลือง และใสไมมีสี โดยสีดําเกิดจากการเผาไหมของ
ขยะประเภทพลาสติก สีแดงเกิดจากพลาสติกท่ีมสี ีแดงเปน สวนประกอบ และสีนํ้าเงินเกิดจากเครื่องมือท่ีใชใ น
การทําประมง พบมากท่ีสุดในบริเวณปายาง 118 ชิ้น รองลงมา คือ บริเวณเขตเมือง (โรงเรียนสตรีพัทลุง) 64
ช้ินบริเวณเขตเมือง (บอขยะ) 23 ชิ้น และบริเวณทุงนา 19 ช้ิน สอดคลองกับขอมูลระบบสารสนเทศดานการ
จัดการขยะมูลฝอยของจังหวดั พทั ลุง เนอื่ งจากการกําจัดขยะผิดวธิ ีดว ยวิธกี ารเผาขยะของชุมชนในพน้ื ทบี่ ริเวณ
ปายาง กอเกิดเปนมลพิษพลาสติกในอากาศ และอาจไดรับอิทธิพลของลม ทําใหไมโครพลาสติกจากบริเวณ
หา งไกลสามารถพัดผา นมากบั ลมได จงึ สง ผลใหปรมิ าณไมโครพลาสติกมากกวาพนื้ ทอ่ี ืน่ ๆ
คําสําคัญ: ไมโครพลาสตกิ นาํ้ ฝน คณุ ภาพนา้ํ ฝน
53
55
บทคัดยอ่ ผลงานวจิ ยั ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น
ชื่องานวิจัย การศกึ ษาปจจัยทางกายภาพในการดํารงชีวิตของดว งมลู สตั วเพอื่ พฒั นาระบบ
รังเทยี มอัตโนมตั ิ
คณะผวู จิ ยั เด็กหญิงงามทิพย ฟองชน เด็กหญิงศศิพิมพ จนั ทรพร
และเดก็ ชายชยกร สานศุ ิษย
ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน
อาจารยที่ปรึกษา นางสาวเจษฎา ฤทธ์ศิ รบี ุญ และนายสุรศกั ด์ิ แสงจนั ทร
โรงเรียน สวา งแดนดนิ อาํ เภอสวางแดนดนิ จงั หวัดสกลนคร
บทคดั ยอ
งานวิจัยนี้ศึกษาปจจัยทางกายภาพในการดํารงชีวิตของดวงมูลสัตว ไดแก พ้ืนท่ีของมูลสัตวความลึก
ของรังจากผิวดิน pH ดิน ความช้ืนในดิน สีดิน เน้ือดิน อุณหภูมิดิน อุณหภูมิอากาศ ขนาดและจํานวนลูกเบา
ท่ีพบในพ้ืนท่ีศึกษาอําเภอสวางแดนดิน จังหวัดสกลนคร ในเดือนกุมภาพันธ พ.ศ.2564 เพ่ือพัฒนาระบบ
รงั เทยี มอตั โนมัติโดยใช Node MCU ESP8266 เพือ่ ควบคุมปจ จยั ทางกายภาพในดนิ ใหเหมาะสมตอการฟกตัว
ของตวั ออ นดว งมูลสตั ว เพื่อการอนรุ กั ษและเพาะเลี้ยงเชงิ เศรษฐกจิ ผลการศึกษาพบวา ดวงมลู สตั วอ าศัยอยใู น
มูลสัตวและทํารังใตมูล ลึกจากผิวดินเฉลี่ย 3.16 เซนติเมตร ในดินรวนปนทราย (SL) ท่ีมี pH เฉลี่ย เทากับ 7
มีความชื้นในดนิ เฉลีย่ 33% สดี ิน 7.5YR4/3, 7.5YR4/5, 7.5YR4/6 อุณหภมู ิดนิ เฉลย่ี 30.7°C อณุ หภมู ิอากาศ
เฉล่ีย 33.1 °C จากการสํารวจพบลกู เบาจาํ นวน 11 ลูก มีขนาดเสนผานศูนยกลางเฉล่ีย 2.45 เซนติเมตร และ
ขนาดของกองมูล เฉล่ีย 188.60 ตารางเซนติเมตร เม่ือออกแบบ และพัฒนารังเทียมเพาะเลี้ยงลูกเบาควบคุม
ดวยระบบอัตโนมัติ พบวา รังเทียมมีประสิทธิภาพสามารถควบคุมปจจัยทางกายภาพความชื้นในเพื่อ
การดํารงชีวิตของลูกเบาได คือสมบัติดินเหมาะสมตอการเจริญของตัวออนดวงมูลสัตวใกลเคียงกับท่ีพบใน
ธรรมชาติ
คําสาํ คัญ: ปจ จัยทางกายภาพ ดวงมลู สัตว รงั เทยี มอัตโนมัติ
54
56
บทคดั ย่อผลงานวิจัย ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น
ชอื่ งานวิจัย การศกึ ษาชนดิ ของพืชที่มผี ลตอ คุณภาพนํ้าในสระนา้ํ ของโรงเรยี นหันคาพิทยาคม
คณะผวู ิจัย เดก็ หญิงกนกพรรณ แกว แดง เด็กหญงิ พิชยา ไพรมุย
และเดก็ ชายณัฐเศรษฐ มะหิงษา
ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน
อาจารยท ่ีปรึกษา นางพชรมน นวลดี และนางสาววรกมล ปลองมาก
โรงเรียน หันคาพิทยาคม อําเภอหันคา จงั หวัดชยั นาท
นกั วทิ ยาศาสตรท่ปี รึกษา ผศ.ดร.นภาพร พันธกุ มลศิลป มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร กําแพงแสน
บทคัดยอ
งานวิจัยเรื่องการศึกษาชนิดของพืชที่มีผลตอคุณภาพนํ้าในสระน้ําของโรงเรียนหันคาพิทยาคม มี
วัตถุประสงคเพ่ือศึกษา 1) ชนิดของพืชน้ําที่มีผลตอคุณภาพนํ้าในสระนํ้าของโรงเรียนหันคาพิทยาคม
2) ความหนาแนนของพืชน้ําท่ีมีผลตอคุณภาพน้ําในสระนํ้าของโรงเรียนหันคาพิทยาคม การดําเนินการวิจัย
แบงเปน 2 ตอน โดยตอนท่ี 1 ศึกษาคณุ ภาพน้ําในสระนํ้าของโรงเรียนหันคาพิทยาคมในบรเิ วณทม่ี ีพชื ตางชนิด
กนั โดยแบง ชดุ การทดลองเปน 5 ชดุ ชดุ ท่ี 1 บรเิ วณที่ไมม ีพืชชนิดใด ๆ ชุดที่ 2 บริเวณท่ีมพี ืชใตน ํ้า (สาหรา ย)
ชุดที่ 3 บริเวณท่ีมีพืชโผลเหนือน้ํา (บัวสาย) ชุดที่ 4 บริเวณท่ีมีพืชลอยน้ํา (ผักตบชวา) ชุดท่ี 5 บริเวณที่มีพืช
ลอยนํ้า(แหน) วัดอุณหภูมิน้ํา คา pH คาความโปรงใสของน้ํา ปริมาณออกซิเจนท่ีละลายในน้ํา บันทึกผล
ทุกสปั ดาห เปนเวลา 6 สัปดาห ตอนที่ 2 ศกึ ษาคุณภาพน้ําในสระนํ้าของโรงเรยี นหันคาพิทยาคมในบริเวณท่ีมี
พืชลอยนํา้ ที่มีความหนาแนนตางกัน โดยแบง ชุดการทดลองเปน 4 ชดุ ชุดท่ี 1 บริเวณท่ีไมม ีพืชชนิดใด ๆ ชุดที่
2 บริเวณท่ีมีผักตบชวาท่ีมีความหนาแนนมาก ชุดที่ 3 บริเวณท่ีมีผักตบชวาที่มีความหนาแนนปานกลาง ชุดที่
4 บริเวณที่มีผักตบชวาที่มีความหนาแนนนอย วัดอุณหภูมิน้ํา คา pH คาความโปรงใสของนํ้า ปริมาณ
ออกซเิ จนที่ละลายในนาํ้ บนั ทึกผลทกุ สัปดาหเ ปนเวลา 6 สปั ดาห พบวา อุณหภมู ิของนาํ้ ในสระน้ําเปลยี่ นแปลง
ไปตามอุณหภูมขิ องอากาศ โดยมคี าตา่ํ กวา อณุ หภูมิอากาศประมาณ 2 °C และในบริเวณทม่ี ีพชื ใตน า้ํ (สาหรา ย)
จะมีอุณหภูมิตํ่ากวาบริเวณท่ีมีพืชนํ้าชนิดอ่ืน ๆ คา pH ของนํ้าในสระน้ําในบริเวณที่ไมมีพืชน้ํา และมีพืชน้ํา
แตกตางกันเล็กนอย มีคาระหวาง 7.0-7.5 พืชนํ้าตางชนิดกันทําใหน้ําใสมากขึ้นตางกัน โดยที่ผักตบชวาทําให
นํา้ ใสมากที่สุด รองมา ไดแ ก สาหรา ย แหน และบัวสาย น้าํ ในบริเวณท่ไี มม ีพชื น้าํ มคี า DO คงเดิม คอื 6 mg/L
บริเวณทีม่ พี ชื น้ําทาํ ใหค า DO ของน้าํ เพ่ิมมากข้นึ มคี า 8 mg/L โดยท่สี าหรายทําใหค า DO ของน้าํ เพ่มิ ขึน้ โดย
ใชเวลานอยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับพืชชนิดอ่ืน ๆ ในบริเวณท่ีมีผักตบชวาหนาแนนมากจะมีอุณหภูมิต่ํากวา
อุณหภูมิของอากาศประมาณ 3-3.5 °C ซ่ึงต่ํามากกวาบริเวณท่ีมีผักตบชวาหนาแนนปานกลางและหนาแนน
นอยตามลําดับในบริเวณท่ีมีผักตบชวาหนาแนนมาก น้ําจะมีคาความโปรงใสของนํ้ามากขึ้นกวาบริเวณท่ีมี
ผักตบชวาหนาแนนปานกลางและหนาแนนนอย บริเวณท่ีมีผักตบชวาหนาแนนนอยทําใหคา DO ของนํ้าเพ่ิม
มากขึน้ มคี า 8 mg/L ใชเ วลานอยกวา บรเิ วณทีม่ ีผกั ตบชวาหนาแนน ปานกลาง และหนาแนนมาก
คําสําคัญ: คา ความโปรง ใสของนํ้า ปริมาณออกซิเจนท่ีละลายในน้ํา พชื บําบัดนา้ํ
55
57
บทคดั ยอ่ ผลงานวจิ ัย
ระดับมัธยมศึกษา
ตอนปลาย
รายการบทคัดยอ่ ผลงานวจิ ัย ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
ล�ำ ดับ โรงเรยี น ช่ืองานวจิ ยั หนา้
กก้าุงกรศา้ มกึ ษกราาปมัจจ(Mัยทaาcงroเคbมrีแaลchะทiuาmงกาroยsภeาnพbขeอrงgนii)�้ำใสนำ� บห่อรเบั ลพ้ยี งัฒนา 60
U01 กกาาฬฬสสนนิิ ธธ์ุุ์พทิ ยาสรรพ์ จงั หวัด ระบบแจง้ เตือนอัตโนมตั ริ ่วมกับอุปกรณ์ปรบั ปรุงคณุ ภาพ เพื่อแก้
ปัญหากุง้ น็อคนำ้� 61
U02 ขนุ ยวมวทิ ยา การปรับปรงุ สมบตั ขิ องดินบริเวณแปลงเกษตร ค ของโรงเรยี น 62
จงั หวดั แม่ฮอ่ งสอน ขนุ ยวมวิทยา จงั หวัดแม่ฮอ่ งสอน 63
การศกึ ษาปจั จัยท่เี หมาะสมต่อการเจรญิ เตบิ โตของเหด็ ปา่ สู่
U03 ครุ ุประชาสรรค์ การพฒั นาฟารม์ เห็ดในอำ� เภอสรรคบรุ ี จงั หวดั ชัยนาท
จังหวัดชัยนาท สำ� รวจศกึ ษาความชกุ ชมและดัชนีความหลากหลายของสตั ว์ทะเล
หน้าดินขนาดใหญ่บรเิ วณหาดแม่ร�ำพงึ ในจังหวัดระยอง
U04 เฉลิมพระเกียรตสิ มเด็จพระ
ศรนี ครินทร์ ระยอง ในพระ tปi)ริมแาลณะยกาางรพกากั รเกา็บ(คHาeรv์บeอaนbขrอaงsเiสliมe็ดnขsiาsว) ใ(นMพe้ืนlaทlป่ีeuา่ พcaรคุ cวaนjuเคpรuง็ - 64
ราชูปถัมภส์ มเดจ็ พระเทพรตั น ตำ� บลเครง็ อ�ำเภอชะอวด จงั หวัดนครศรีธรรมราช 65
ราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี การศกึ ษาแนวโนม้ การเปล่ยี นแปลงอุณหภมู อิ ากาศและปริมาณนำ้�
จังหวดั ระยอง ฝน เพอ่ื เตรียมความพร้อมการรบั มอื ความเส่ียงต่อภาวะน�้ำทว่ มใน 66
อำ� เภอเมอื ง จงั หวดั สมทุ รปราการ โดยใช้การวเิ คราะหด์ ว้ ยสมการ 67
U05 จชงัะหอววดัดนวทิคยรศาครีธารรรมราช ถดถอยเชิงเส้น 68
เทคนคิ การเพม่ิ ผลผลิตของมะนาวแปน้ พิจิตร (Citrus auranti- 69
U06 เซนต์โยเซฟทพิ วลั folia Swingle) โดยการประยกุ ตใ์ ช้ข้อมลู สมบัติดินร่วมกบั ระบบ
จังหวดั สมทุ รปราการ อตั โนมัติ
U07 ดอนจานพิทยาคม การศกึ ษาปัจจัยทางกายภาพของดินทม่ี ตี อ่ ความหลากหลายของ
จังหวดั กาฬสินธุ์ พืชในปา่ ดบิ ชืน้ ในพื้นทสี่ วนพฤกษศาสตรท์ ุ่งคา่ ย จงั หวดั ตรงั
สกาตั รวพ์ปัฒกี ดนว้ายระเทบคบโจนัดโลเกย็บปี ขญั อ้ ญมลูาปควระาดมษิหฐล์าเกพหอ่ื ลกาายรทอานงุรชักวีษภแ์ าลพะของ
U08 ตรังรังสฤษฎ์ วิเคราะหผ์ ลเชงิ สง่ิ แวดลอ้ ม
จงั หวัดตรัง ผลของถ่านชวี ภาพผสมไฮโดรเจลตอ่ สมบัตขิ องดินและการเจรญิ
เติบโตของพืช (กรณีทดสอบในสภาพกระถาง)
U09 ตกรรุงยี เมทอพดุ มมหศากึ นษคาร
การปนเปือ้ นของไมโครพลาสตกิ ในปลาขี้ตงั (Scatophagus 70
U10 เตรียมอุดมศึกษา argus) บรเิ วณทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา 71
ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ทเปงุ่ รหียวบ้าเทจียงั หบวคัดุณสภตาลู พของนำ้� ท่ีใช้ในโรงเรียนทุ่งหวา้ วรวิทย์ อำ� เภอ 72
จังหวัดสกลนคร การศกึ ษาและเปรยี บเทยี บคุณภาพดนิ ท่ีเกิดจากการทบั ถมของ
ใบไผ่และใบยางพารา
U11 เทศบาล 5 (วัดหวั ป้อมนอก)
จังหวัดสงขลา
U12 จทังงุ่ หหววดัา้ วสรตวลู ิทย์
U13 บางเเก้วพทิ ยาคม
จงั หวัดพัทลุง
57
รายการบทคัดย่อผลงานวิจัย ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
ลำ�ดบั โรงเรียน ช่ืองานวิจยั หน้า
73
U14 บบงึึงโกขางฬหลงวิทยาคม จังหวดั การลดความเปน็ กรดของดินดว้ ยต้นขลู่
74
U15 ปรินสร์ อยเเยลส์วิทยาลยั จังหวดั การศกึ ษา Activated carbon ทีท่ �ำจากซังขา้ วโพดและปาลม์ ใน
เชยี งใหม่ การดูดซับดบี กุ ทีป่ นเปอ้ื นในดิน
U16 พปา่ัทพละุงยอมพิทยาคม จังหวดั คคววาามมหสมัวพานันขธอข์ งอมงังคคณุ ุดภบารพิเวดณินบสา้ ภนาลพานอานกาาแศละแบลา้ ะนขทน่าาเดสขมอด็ งผอลำ� เกภับอ 75
*โควตา้ เครอื ขา่ ยมหาวทิ ยาลัย ชะอวด จังหวดั นครศรีธรรมราช 76
ตคณุ้นทภเุ ารพียนดนิหมปอรนิมทาอณงโล(Dหuะrหioนกั zใiนbดeนิthแiลnะuกsาMรเuจrรrิญayเต)ิบแโลตะขตอน้ ง
U17 พปา่ัทพละงุ ยอมพิทยาคม จังหวัด ทุเรยี นหนามดำ� บรเิ วณบ้านห้วยศรเี กษร และบ้านลานข่อย อ�ำเภอ 77
ป่าพะยอม จงั หวัดพัทลงุ 78
U18 ปายวทิ ยาคาร การศึกษาผลของระยะทางหา่ งจากน�ำ้ พรุ อ้ นตอ่ สมบัติของดินใน 79
จงั หวัดแม่ฮ่องสอน อำ� เภอปาย จังหวดั แมฮ่ ่องสอน 80
การศึกษาเปรยี บเทยี บคณุ ภาพดนิ บรเิ วณใกลโ้ ป่งน้ำ� รอ้ นกับพื้นที่ 81
U19 ปายวิทยาคาร บรเิ วณราบลุ่มแม่นำ้� ปาย อาํ เภอปาย จังหวดั แม่ฮอ่ งสอน 82
จังหวัดแม่ฮอ่ งสอน 83
*โควตา้ เครอื ข่ายมลู นิธฯิ สวทช. การศึกษาประสทิ ธิภาพของจุลินทรยี อ์ ีเอม็ (EM) ในการบ�ำบัด 84
น้ำ� เสียจากน�ำ้ ทง้ิ โรงอาหาร โรงเรยี นเพชรวิทยาคาร 85
U20 เพชรวิทยาคาร การวิเคราะหค์ วามสมั พนั ธร์ ะหว่างสง่ิ มีชวี ิตเซลล์เดียวกบั คณุ ภาพ
จงั หวดั ชัยภมู ิ รขาอชงบนุรำ้� ีบรเิ วณบ่อนำ้� หมู่บ้านหนองกอก ตำ� บลทุ่งหลวง จังหวัด
การศึกษาประสทิ ธิภาพในการบ�ำบัดคุณภาพอากาศของไม้ยนื ตน้
U21 รัฐราษฎรอ์ ุปถมั ภ์ ชนดิ ตา่ งๆ บริเวณพ้นื ท่ีสเี ขยี วสาธารณะ อ�ำเภอเมือง จงั หวัด
จังหวดั ราชบุรี เชยี งใหม่
การศกึ ษาความหลากหลายทางธรรมชาติของไลเคนในสวน
U22 วารเี ชยี งใหม่ พฤกษศาสตร์ โรงเรยี นวเิ ชียรมาตุ อ�ำเภอเมอื งตรงั จังหวัด
จงั หวดั เชยี งใหม่ ตรัง
การศกึ ษาคุณภาพน้ำ� ที่มผี ลต่อการดำ� รงชีวิตของเเมงกะพรนุ นำ�้ จดื
U23 วิเชียรมาตุ สายพันธ์นุ ้�ำไหล (Craspedacusta sowerbyi) บริเวณเเห่ง
จังหวัดตรัง บางระจนั ตำ� บลหนองเเม่นา อำ� เภอเขาค้อ จงั หวัดเพชรบรู ณ์
การศึกษาสาหร่ายเทา Spirogyra sp. ท่สี ่งผลตอ่ คุณภาพ
U24 วทิ ยานกุ ูลนารี นำ�้ และระบบนิเวศของแกง่ หนิ แม่น�ำ้ เลย ในเขตพน้ื ที่อำ� เภอ
จังหวดั เพชรบูรณ์ เชียงคาน
ความสมั พันธ์ระหวา่ งสภาพอากาศเเละสีของเเหลง่ เพาะพันธ์ุทีม่ ี
U25 วิทยาศาสตรจ์ ฬุ าภรณราช ผลตอ่ จ�ำนวนเเละชนิดของลูกน�ำ้ ยงุ
วิทยาลยั เลย จังหวดั เลย
U26 วิทยาศาสตรจ์ ุฬาภรณราช
วิทยาลยั ตรงั จงั หวดั ตรัง
58
รายการบทคัดย่อผลงานวิจัย ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
ลำ�ดับ โรงเรียน ช่ืองานวิจยั หน้า
U27 ววทิทิ ยยาาลศัยาสตตรรัง์จฬุจงัาหภวรดัณตรรางั ช กกัาบรลศักกึ ษษณาคะขวอามงรหปู นู าแนน่ ของประชากรปกู า้ มดาบ (Uca bengali) 86
*โควตา้ เครอื ขา่ ยมหาวิทยาลัย
U28 วิทยาศาสตร์จุฬาภรณราช การศึกษาประสทิ ธิภาพของมอสหางกระรอก มอสขนนก และ 87
มวิทกุ ดยาาลหัยารมุกดาหาร จงั หวัด กมําอแสพแงดมงอใสน การดดู ซับฝนุ่ ละอองในอากาศ เพอื่ พัฒนาเป็น
U29 วิทยาศาสตร์จฬุ าภรณราช ปัจจัยท่มี ีผลตอ่ การผุพงั ของของฟอสซิลบริเวณเขาแดง อ�ำเภอ 88
วทิ ยาลัย สตูล จงั หวัดสตลู ละงู จังหวัดสตลู 89
ศกึ ษาคุณภาพและสงิ่ ปนเปอื้ นในน�้ำฝนในเขตพืน้ ที่จังหวดั พัทลงุ
U30 สตรพี ัทลุง
จังหวัดพัทลุง
U31 สตรีระนอง การแพรก่ ระจายของไมโครพลาสตกิ บริเวณปากน�้ำ จงั หวัดระนอง 90
จังหวัดระนอง
U32 แหลมราษฎร์บำ� รุง การศกึ ษาสภาพน�ำ้ และอากาศท่ีส่งผลตอ่ การเกิดเช้อื ราในขา้ วพนั ธุ์ 91
จังหวัดนครศรีธรรมราช กข 41 บริเวณหม่บู ้านหนองไม้แกน่ ตำ� บลควนชะลกิ อ�ำเภอ
หัวไทร จงั หวดั นครศรธี รรมราช
U33 อุดมดรณุ ี การศกึ ษาความสัมพันธ์ของคุณภาพนำ้� กบั แนวความคดิ ของชุมชน 92
จงั หวัดสุโขทัย และความหลากหลายของแพลงก์ตอน คลองแมร่ ำ� พนั จังหวดั
สโุ ขทัย
U34 อุดรพชิ ัยรักษ์พทิ ยา จงั หวดั ศกึ ษาการใสป่ ุ๋ยเคมแี ละป๋ยุ อินทรยี ท์ ม่ี ีผลตอ่ คณุ ภาพดนิ และ 93
อดุ รธานี ผลผลิตของตน้ มันส�ำปะหลงั
U35 อบุ ลรตั นราชกัญญาราชวิทยาลยั องคป์ ระกอบของอาหารในกระเพาะปลากดหัวโมง่ จากการประมง 94
พัทลุง พื้นบา้ นในจงั หวัดพัทลุง
จงั หวัดพัทลงุ
U36 หันคาพทิ ยาคม การเปรียบเทยี บคุณภาพดนิ ท่ีส่งผลตอ่ ผลผลิตของสม้ โอพนั ธขุ์ าว 95
จงั หวดั ชัยนาท แตงกวา
U37 ปเดัตชตะาปนัตี ตนยานกุ ูล จงั หวดั กอาำ� รเภศอึกเษมาือปงรจิมังหาณวดั ตปน้ ตั ไมตท้าน่มี ีผี ลตอ่ คุณภาพอากาศในเขตเทศบาล 96
59
บทคดั ย่อผลงานวจิ ัย ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
ชอื่ งานวจิ ัย การศึกษาปจจยั ทางเคมีและทางกายภาพของนํ้าในบอเล้ยี งกุงกา มกราม
(Macrobrachium rosenbergii de Man) สําหรบั พัฒนาระบบแจง เตือน
คณะผูวิจัย อัตโนมัติ รวมกบั อุปกรณป รบั ปรุงคุณภาพ เพอ่ื แกป ญหากงุ นอ็ คน้าํ
นายชชั นันท ปญญาประเสริฐกจิ นายชลศักดิ์ อนวุ ารีพงษ
ระดบั ชัน้ และนางสาวชนญั ธดิ า ทพิ ยอทุ ยั
อาจารยท ่ีปรึกษา มธั ยมศึกษาปท ่ี 5
โรงเรียน นายชุมพล ชารีแสน และนางสาวณัฐรกิ า ฉายสถติ ย
นกั วทิ ยาศาสตรท่ีปรกึ ษา กาฬสนิ ธุพิทยาสรรพ อําเภอเมือง จังหวัดกาฬสนิ ธุ
ผชู ว ยศาสตราจารย ดร.ธัญญา พนั ธฤ ทธ์ดิ าํ มหาวิทยาลยั ทักษณิ วิทยาเขตพัทลุง
บทคดั ยอ
การศึกษาปจจัยทางเคมีและทางกายภาพของนํ้าในบอเลี้ยง กุงกามกราม (Macrobrachium
rosenbergii de Man) สําหรบั พฒั นาระบบแจงเตือนอตั โนมัติ รว มกับอปุ กรณป รับปรงุ คณุ ภาพ เพื่อแกป ญ หา
กุงน็อคน้ํา ไดนําความรูดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ระบบอัตโนมัติมาประยุกตสรางเปน ระบบแจงเตือน
เกษตรกร พรอมทั้งการบําบัดคุณภาพน้ําใหเหมาะสม กอนเกิดปญหาและการสูญเสียทางดานเศรษฐกิจ และ
เพิ่มระบบเก็บฐานขอมูล เพื่อใหเปนประโยชนในการคาดการณในอนาคต ไดแบงการทดลองออกเปน 3 ตอน
ไดแก ตอนท่ี 1 ศึกษาปจจัยทางเคมีและทางกายภาพของนํ้าในบอเลี้ยงกุงกามกราม ตอนท่ี 2 พัฒนาอุปกรณ
ปรับปรุงคุณภาพน้ําในบอเลี้ยงกุงกามกราม ตอนท่ี 3 พัฒนาระบบอัตโนมัติเพื่อใชในระบบการแจงเตือน และ
ปรับปรุงคุณภาพน้ําในบอเล้ียงกุงกามกราม พรอมทั้งทดสอบประสิทธิภาพดวยการเล้ียงเปรียบกับการเล้ียง
บอ จริง
ผลการทดลอง พบวา เม่ือเปรียบเทียบปจจัยทางเคมีและทางกายภาพของน้ําในบอท่ีเกิดและไมเกิด
ภาวะกุง นอ็ คนาํ้ ปจ จัยทางเคมี ไดแก คา DO และ pH มคี วามแตกตา งกันอยางมีนัยสําคญั ทางสถิติ ปจจยั ทาง
กายภาพ ไดแ ก ผลตางของอณุ หภมู ิบนผวิ นา้ํ และใตผ วิ นํ้า มคี วามแตกตา งกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ สว นคา
EC ความเค็ม และ TDS ความโปรงใส มีคาใกลเคียงกัน ไมแตกตางอยางมีนัยสําคัญ เม่ือพัฒนาอุปกรณ
ปรับปรุงคุณภาพนํ้าทั้ง 4 ชนิดมีคุณภาพน้ําใกลเคียงกัน ตรวจวัดคา DO ระหวาง 7.72 – 7.84 มิลลิกรัมตอ
ลิตร คา pH ระหวา ง 8.3 - 8.52 อณุ หภูมิ 19 องศาเซลเซยี ส คา EC ระหวา ง 382 - 387.67 ไมโครซีเมนสตอ
เซนติเมตร คาความเค็มระหวาง 189 - 192.33 ppm และคา TDS ระหวาง 190.33 - 193.67 ppm จาก
ประสิทธิภาพดานตาง ๆ และราคาตนทุนจะสังเกตไดวาหัวทรายและอุปกรณเติมออกซิเจนแบบทรงกระบอก
น้ันมีราคาตนทุนสูงที่สุดประสุทธิภาพในการทํางานต่ํา การเพิ่มระบบวนนํ้าเพื่อปรับอุณหภูมิที่บริเวณผิวน้ํา
และใตน้าํ สง ผลใหอณุ หภมู ิทผ่ี ิวนํ้าและใตน ํ้ามีคา ไมแตกตางกนั จึงพฒั นาเปน ระบบอตั โนมัติเพ่ือใชใ นระบบการ
แจงเตือน และปรับปรุงคุณภาพนํ้าในบอเลย้ี งกุงกามกรามเม่อื นํากุงไปเล้ียงในบอของเกษตรกร กับบอทดลอง
ท่ีติดตง้ั ระบบอตั โนมัติ พบวา นาํ หนักแหง และขนาดของกุง ไมแตกตางกันอยา งมีนัยสําคญั
คาํ สาํ คญั : ปจ จยั ทางเคมแี ละทางกายภาพ บอ เล้ยี งกุงกามกราม ระบบอัตโนมัติ
60 63
บทคัดย่อผลงานวจิ ยั ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
ชือ่ งานวจิ ัย การปรับปรุงสมบตั ิของดินบริเวณแปลงเกษตร ค ของโรงเรียนขนุ ยวมวทิ ยา
จงั หวัดแมฮองสอน
คณะผูว จิ ยั นายกรกช ลืนคาํ นายลปิ กร นดั ดาศรี
และนางสาวญาณนิ อมรศักด์ิสวัสดิ์
ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปท ่ี 4
อาจารยท่ีปรกึ ษา นางสาวสทุ ธพิ ร พลพยัคฆกุล และนางสภุ าลกั ษณ เทพวงค
โรงเรียน ขนุ ยวมวิทยา อําเภอขนุ ยวม จังหวดั แมฮองสอน
บทคดั ยอ
งานวิจัยเรื่องการปรับปรุงสมบัติของดินบริเวณแปลงเกษตร ค ของโรงเรียนขุนยวมวิทยา จังหวัด
แมฮองสอน มีวัตถุประสงค เพ่ือศึกษาสมบัติดินที่ใชในการปลูกพืชกอนการปรับปรุงและศึกษาสมบัติดิน และ
การเจริญเติบโตพืชในดินที่ไดรับการปรับปรุง ดําเนินการวิจัยโดยการทดสอบ สมบัติทางกายภาพ ไดแก
ความหนาแนน อุณหภูมิ ทางเคมี ไดแก คาไนโตรเจนในรูปไนเตรต ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และความเปน
กรด-ดา ง จากน้ันนําดินไปปรบั ปรงุ ดว ยปยุ หมักมลู สุกร ทาํ การปลูกผกั กวางตงุ ญ่ปี ุน และวดั ผลการเจริญเติบโต
จากความสงู ลาํ ตน ความยาวใบ และจาํ นวนใบ ทีป่ ลูกในดินที่ไมไดรับการปรับปรุงและไดรบั การปรับปรงุ และ
ทดสอบสมบัติดินท่ีไดรับการปรับปรุงหลังการเพาะปลกู ผลการวิจัยพบวา ความหนาแนนที่ไดรับการปรับปรุง
ลดลงทําใหการระบายน้าํ ดขี น้ึ และพืชเจริญเตบิ โตไดดีกวา พืชทป่ี ลกู ในดนิ ท่ีไมไดร บั การปรับปรงุ อณุ หภูมิดนิ ท่ี
ไดรับการปรับปรุงเพ่ิมขึ้นทําใหพืชดูดซึมนํ้า และแรธาตุไดดีกวาพืชท่ีปลูกในดินที่ไมไดรับการปรับปรุง
คาไนโตรเจนในรปู ไนเตรต ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ของดนิ ท่ีไดร บั การปรับปรุงมีคา เพ่ิมขึน้ และความเปนกรด-
ดางของดินที่ไดรับการปรับปรุงมีฤทธ์ิเปนดางออนซ่ึงเหมาะสมในการเจริญเติบโตผักกวางตุงญ่ีปุน ความสูง
ลําตน ความยาว และจํานวนใบพืชในดินที่ไดรับการปรับปรุงมีการเจริญเติบโตเฉลี่ยมากกวาดินที่ไมไดรับ
การปรบั ปรุง
คาํ สําคัญ: การปรบั ปรุงดิน สมบัตขิ องดิน ผกั กวางตงุ ญีป่ ุน โรงเรยี นขนุ ยวมวทิ ยา ปยุ หมกั มลู สกุ ร
61
64
บทคดั ยอ่ ผลงานวิจัย ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
ชื่องานวิจัย การศึกษาปจ จัยทเ่ี หมาะสมตอ การเจริญเติบโตของเห็ดปา สูการพัฒนาฟารมเห็ดใน
อําเภอสรรคบรุ ี จงั หวดั ชยั นาท
คณะผูว จิ ยั นางสาวทิตยิ าภรณ กรานโต นางสาวธิญาดา ยอดเมือง
และนางสาววชิ ติ า ลนิ ลา
ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 5
อาจารยทป่ี รึกษา นายอาํ นาจ หรุม รน่ื
โรงเรียน คุรุประชาสรรค อําเภอสรรคบุรี จังหวดั ชัยนาท
นักวิทยาศาสตรท่ีปรึกษา ผศ. ดร. นภาพร พนั ธกุ มลศลิ ป และคณะ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร กําแพงแสน
บทคดั ยอ
ในฤดูฝนจะพบเห็ดปาในทองท่ีอําเภอสรรคบุรี มักกจะพบไดหลังจากฝนตกหนักติดตอกันหลายวัน
แสดงวามีปจจัยบางอยางเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเห็ด ผูวิจัยจึงสนใจที่จะคนหาและตรวจวัดคาของ
ปจจัยดังกลาวไปประยุกตใชเพิ่มผลผลิตเห็ดในฟารมของเกษตรกรในชุมชน จึงจัดทําวิจัยเร่ือง “การศึกษา
ปจจัยที่เหมาะสมตอการเจริญเติบโตของเห็ดปาสูการพัฒนาฟารมเห็ดในอําเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท”
มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษา 1) ปจจัยทางสิ่งแวดลอมท่ีเหมาะสมตอการเจริญเติบโตของเห็ดปา 2) การนําปจจัย
บางประการท่ีเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเห็ดปาไปประยุกตใชในการเพิ่มผลผลิตเห็ดในฟารม บริเวณ
ศึกษา 131/2 ตําบลดงคอน และโรงเรยี นครุ ุประชาสรรค ตําบลแพรกศรีราชา อาํ เภอสรรคบรุ ี การดาํ เนินการ
มี 2 ข้ันตอน ไดแก 1) ตรวจวัดหาคาปจจัยท่ีเหมาะสมตอการเจริญเติบโตของเห็ดปาในดานอุณหภูมิ
ความชื้นสัมพทั ธ ปริมาณธาตุอาหารในดิน ความช้นื ดนิ ปริมาณแสง ความเปน กรด-เบสของดนิ และโครงสราง
ดนิ ตามหลกั วธิ ีดําเนินการของ GLOBE 2) ทดลองเปรยี บเทียบปริมาณเห็ดและระยะเวลาในการเกดิ ดอกเห็ด
จากรนุ ที่ 1 ถึงรุนที่ 2 ของเหด็ ทปี่ ลอยใหเจริญตามสภาพภูมิอากาศ กบั เห็ดทคี่ วบคุมอุณหภูมิ และความช้ืนใน
โรงเรือน พบวาปจจัยที่เหมาะสมกับการเจริญของเห็ดปา ไดแก อุณหภูมิ 25-27 องศาเซลเซียส และความชื้น
สัมพัทธเฉล่ียรอยละ 90 ขึ้นไป เปนเวลา 2-3 วันติดตอกัน มีปริมาณของธาตุโพแทสเซียมสูง ความชื้นในดิน
เฉลี่ย รอยละ 34-39 ปริมาณแสง ชวง 46-57 % pH ดิน 6.67- 6.68 โครงสรางดินเปนดินรวน และเห็ดที่
ควบคุมอุณหภูมิ อุณหภูมิ 25-27 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิ และความชื้นสัมพัทธข องอากาศทีเ่ หมาะสมกับ
การเจริญของเห็ดปาสามารถนําไปประยุกตใชในการทําฟารมเห็ดได โดยชวยเพ่ิมปริมาณผลผลิตเห็ดมากข้ึน
รอ ยละ 16 และใชเรง ระยะเวลาการเกิดดอกเห็ดไดรอยละ 42
คาํ สําคญั : เหด็ ปา ฟารม เหด็ ปจจัยทางส่งิ แวดลอ ม อําเภอสรรคบุรี ปจจัยทเี่ หมาะสม
62
65
บทคดั ยอ่ ผลงานวิจยั ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
ชือ่ งานวิจัย สํารวจศกึ ษาความชุกชุมและดัชนีความหลากหลายของสัตวท ะเลหนา ดินขนาดใหญ
บรเิ วณหาดแมร าํ พึง ในจังหวัดระยอง
คณะผวู จิ ัย นายสัณหรัฐ กระจางศรี นางสาวณฐั วดี จันทรส มุทร
และนางสาวปณ ณิกา บรรจงจิตต
ระดบั ชั้น มัธยมศกึ ษาปที่ 5
อาจารยทป่ี รกึ ษา อาจารย มนตรวี บรรจงจิตต
โรงเรยี น เฉลมิ พระเกยี รตสิ มเดจ็ พระศรนี ครนิ ทร ระยอง ในพระราชูปถมั ภสมเดจ็
พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี อําเภอเมือง จังหวัดระยอง
บทคดั ยอ
โครงงานเร่ือง สํารวจศึกษาความชุกชุมและดัชนีความหลากหลายของสัตวทะเลหนาดินขนาดใหญ
บริเวณหาดแมรําพึง จังหวัดระยอง หาดทรายและสัตวทะเลหนาดินท่ีอยูตามทองทะเลเปนหนึ่งในระบบนิเวศ
หาดทรายเปนทรัพยากรชายฝงทะเลท่ีมนุษยใชประโยชนกันมาก ดังเห็นไดจากการขยายตัวของชุมชน
การเกิดข้ึนของแหลงอุตสาหกรรมและทาเรือบริเวณชายฝง การทําประมงชายฝง ตลอดจนการกอสราง
สาธารณปู โภคเพอ่ื รองรับการทองเท่ียวของมนุษย โดยกจิ กรรมเหลา นจี้ งึ เปน เหตุใหเ กิดความเปลย่ี นแปลงกลุม
ผูวิจัยจึงตองการที่จะศึกษา 1) องคประกอบชนิดของสัตวทะเลหนาดินขนาดใหญ 2) ดัชนีความหลากหลาย
ของสัตวทะเลหนาดินขนาดใหญบริเวณหาดแมรําพึง จังหวัดระยอง เพื่อเปนขอมูลพ้ืนฐานซ่ึงจะนําไปเปน
ประโยชนตอการศึกษาข้ันตอนการสํารวจมีข้ันตอนการดําเนินงานดังนี้ 1) ทําการศึกษาในชวงเดือนกันยายน
พ.ศ.2563 – เดือนสิงหาคม พ.ศ.2564 โดยสํารวจ 5 สถานี สถานีละ 3 ซ้ํา บนหาดแมรําพึง จังหวัดระยอง
2) เก็บตัวอยางสัตวหนาดินในแตละสถานีใชตารางสี่เหล่ียมขนาด 1 ตารางเมตร โดยการสุมเก็บตัวอยาง ใช
พลั่วสนามตักทรายลึก 10 เซนติเมตร ทรายภายในตารางสี่เหลี่ยมท้ังหมดนํามารอนผานชุดตะแกรงรอนสัตว
เก็บสัตวทะเลหนาดินที่อยูบนตะแกรงทั้งหมดเพื่อคัดแยกกลุมและนับจํานวนของสัตวทะเลหนาดินขนาดใหญ
3) นาํ สตั วทะเลหนาดนิ มาจาํ แนกประเภทโดยใชเ อกสารประกอบการจําแนกกลุม ของสุชาติ อปุ ถมั ภ และนาํ มา
หาคาดัชนีความหลากหลาย (species diversity index) โดยใชสูตรของ Shanon-Weiner diversity index
จากการสํารวจพบสัตวทะเลหนาดนิ ในเดือนกันยายน – พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2563 เทากับ 46 ตัว 136 ตวั และ
314 ตวั ตามลาํ ดับ คาดชั นีความหลากหลาย ในเดือนกนั ยายน – พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2563 เทากับ 0.81, 0.86
และ 0.41 ตามลาํ ดบั
คาํ สาํ คญั : สตั วทะเลหนา ดินขนาดใหญ ความหลากหลาย หาดแมร ะพงึ จังหวดั ระยอง
63
66
บทคดั ยอ่ ผลงานวจิ ัย ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
ชอื่ งานวจิ ัย ปรมิ าณการกกั เก็บคาร์บอนของเสม็ดขาว (Melaleuca cajuputi) และยางพารา
(Hevea brasiliensis) ในพน้ื ทปี่ า่ พรุควนเคร็ง ตาํ บลเคร็ง อําเภอชะอวด
คณะผ้วู ิจยั จังหวัดนครศรีธรรมราช
นายก่อพงศ์ แทนด้วง นายจริ ทปี ต์ บุญวงศ์
ระดบั ชน้ั และนางสาวนภสั วรรณ หนูรัก
อาจารยท์ ี่ปรกึ ษา มัธยมศึกษาตอนปลาย
โรงเรียน นางสาวจรุ ีย์ ไก่แก้ว และนางสาวอทุ ัยวรรณ สงั คานาคิน
นักวทิ ยาศาสตร์ทป่ี รกึ ษา ชะอวดวทิ ยาคาร อาํ เภอชะอวด จงั หวัดนครศรีธรรมราช
ผศ.อานุช คีรีรัฐนคิ ม และรศ.ดร.กนกพร สังขรกั ษ์
มหาวทิ ยาลัยทักษณิ วิทยาเขตพัทลุง
บทคัดย่อ
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษามวลชีวภาพและการกักเก็บคาร์บอนของเสม็ดขาว และ
ยางพาราในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง ตําบลเคร็ง อําเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยกําหนดแปลงพื้นที่
ศึกษาของพืชแต่ละชนิด ขนาด 10x10 เมตร จํานวน 5 แปลง ทําการวัดความสูง และเส้นผ่านศูนย์กลางของ
ต้นไม้โดยวัดจากเส้นรอบวงระดับอกของต้นไม้ในที่มีขนาดมากกว่า 15 เซนติเมตรขึ้นไป นําข้อมูลที่ได้มา
ประเมินปริมาณการกักเก็บคาร์บอนโดยใช้สมการมวลชีวภาพ (allometric equation) ของเสม็ดขาวและ
ยางพารา ผลการศึกษา พบว่า ยางพาราจะมีความสูงเฉลี่ยและเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยมากกว่าเสม็ดขาว โดย
ความสูงเฉลี่ยของเสม็ดขาวและยางพารา เท่ากับ 6.69 ± 2.61 และ 10.77±1.48 เมตร ตามลําดับ ขนาด
เส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยของเสม็ดขาวและยางพารา เท่ากับ 10.42± 5.39 และ 15.28 ± 2.97 เซนติเมตร
ตามลําดับ มวลชีวภาพรวมของเสม็ดขาวและยางพาราเฉลี่ยต่อแปลง เท่ากับ 942.12 และ 1,032.57 กิโลกรัม
คิดเป็น 15,073.92 และ 16,521.12 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลําดับ สําหรับการกักเก็บคาร์บอนเสม็ดขาวและ
ยางพารา คิดเป็น 7,235.36 และ 7,647.20 กิโลกรัมต่อไร่ หรือคิดเป็น 45.22 และ 47.80 ตัน/เฮกตาร์
ตามลําดับ มวลชีวภาพใต้พื้นดินของเสม็ดขาวและยางพาราคิดเป็นร้อยละ 37.00 และ 32.49 ของมวลชีวภาพ
เหนือพื้นดิน สามารถกล่าวได้ว่าเสม็ดขาวซึ่งเป็นพืชเด่นในป่าพรุควนเคร็งมีค่ามวลชีวภาพใต้พื้นดินที่สูงกว่า
ยางพารา
คำสำคญั : เสมด็ ขาว ยางพารา ปา่ พรุควนเคร็ง การกักเก็บคาร์บอน Melaleuca cajuputi
Hevea brasiliensis
64
บทคัดยอ่ ผลงานวจิ ยั ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
ช่ืองานวิจัย การศึกษาแนวโนมการเปลี่ยนแปลงอณุ หภมู ิอากาศ และปริมาณน้ําฝน
เพอ่ื เตรียมความพรอมการรบั มอื ความเสีย่ งตอภาวะน้ําทวมในอําเภอเมือง
คณะผวู จิ ยั จังหวัดสมุทรปราการ โดยใชการวิเคราะหด ว ยสมการถดถอยเชงิ เสน
ระดับชนั้ นางสาวโสธดิ า สารรกั ษ และนางสาววชริ ญาณ ชุตริ ัตน
อาจารยท ีป่ รกึ ษา มธั ยมศึกษาตอนปลาย
โรงเรียน นายมนตม นัส บุญชู และนางสพุ ิศ ศรีพอ
นักวิทยาศาสตรทีป่ รึกษา เซนตโยเซฟทิพวลั อาํ เภอเมือง จังหวัดสมทุ รปราการ
ดร.สุชาดา กรณุ า มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร วิทยาเขตกาํ แพงแสน
บทคัดยอ
การศึกษาคร้ังน้ี มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาแนวโนมการเปล่ียนแปลงของอุณหภูมิอากาศ และปริมาณ
น้ําฝน เพื่อเตรยี มความพรอมการรบั มอื ความเสี่ยงตอ ภาวะนํา้ ทว มในอาํ เภอเมือง จังหวดั สมุทรปราการ โดยใช
การวิเคราะหดวยสมการถดถอยเชิงเสน (Linear Regression Model) ซึ่งมีวิธีดําเนินการวิจัย ดังนี้ กําหนด
จุดศึกษา ทําการตรวจวัดอุณหภูมิอากาศและปริมาณน้ําฝนทุกวัน เปนระยะเวลา 3 ป ตั้งแต พ.ศ. 2561 –
2563 แลวเก็บรวบรวมขอมูล และวิเคราะหขอมูลดวยโปรแกรม Excel ซึ่งไดผลการวิจัยดังน้ี อุณหภูมิอากาศ
เฉล่ียรายปของอําเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ มีแนวโนมอุณหภูมิเฉล่ียรายปสูงขึ้นประมาณ 0.25
องศาเซลเซียส มีอุณหภูมิเฉลี่ยรายปเทากับ 31.23 องศาเซลเซียส ซ่ึงอุณหภูมิเฉลี่ยรายปสูงสุด 31.50
องศาเซลเซียส ในป พ.ศ. 2562 และอุณหภูมิเฉลี่ยรายปต่ําสุด 30.84 องศาเซลเซียส ในป พ.ศ. 2561 และมี
แนวโนมอุณหภูมิเฉล่ียสูงขึ้นในเดือนมกราคม กุมภาพันธ มีนาคม เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม
สิงหาคม กันยายน และ มีแนวโนมอุณหภูมิเฉลี่ยลดลงในเดือน ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม ซ่ึงคาแนวโนม
อุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือนอยูในชวง -13.265 ถึง 1.290 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ําฝนรายปของอําเภอเมือง
จังหวัดสมุทรปราการ มีแนวโนมปริมาณน้ําฝนเฉล่ียรายปลดลง ประมาณ 28.495 มิลลิเมตร มีปริมาณนํ้าฝน
เฉลี่ยรายปเทากับ 100.15 มิลลิเมตร ซึ่งปริมาณน้ําฝนเฉล่ียรายปสูงสุด 139.23 มิลลิเมตร ในป พ.ศ. 2561
และ ปริมาณนํ้าฝนเฉล่ียรายปต่ําสุด 78.99 มิลลิเมตร ในป พ.ศ. 2562 และมีแนวโนมปริมาณนํ้าฝนเฉลี่ย
สูงข้ึนในเดือนสิงหาคม กันยายน ตุลาคม ธันวาคม และมีแนวโนมปริมาณน้ําฝนเฉลี่ยลดลงในเดือน มกราคม
กุมภาพันธ มีนาคม เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม พฤศจิกายน ซ่ึงคาแนวโนมปริมาณนํ้าฝนเฉลี่ย
รายเดือนอยูในชวง -119.250 ถึง 50.210 มิลลิเมตร ดังนั้นจากผลการวิจัยท่ีรวบรวมไดสามารถบอกไดวา
พ้ืนท่ีอําเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ มีโอกาสเกิดความเส่ียงตอภาวะน้ําทวมในอนาคต ซ่ึงเปนผลมาจาก
การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอากาศ โดยเฉพาะเดือนกุมภาพันธ เน่ืองจากมีแนวโนมการเปล่ียนแปลงอุณหภูมิ
เพมิ่ ขึ้นสงู
คาํ สาํ คัญ: อณุ หภมู อิ ากาศ ปริมาณนํ้าฝน สมการถดถอยเชิงเสน
65
68
บทคัดยอ่ ผลงานวจิ ัย ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
ชื่องานวจิ ัย เทคนคิ การเพิ่มผลผลิตของมะนาวแปนพจิ ติ ร (Citrus aurantifolia Swingle)
โดยการประยกุ ตใชขอมลู ปจ จัยทางกายภาพของดินรว มกับระบบอัตโนมัติ
คณะผูวิจัย นายอนุพงษ ขันแข็ง นายอัมรนิ ทร นันทอนิ ทร และนางสาวปภสั รา บตุ ตะวงค
ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
อาจารยท ป่ี รึกษา นางสรญั ญา ภารประดับ และนายชุมพล ชารีแสน
โรงเรียน ดอนจานวิทยาคม อําเภอดอนจาน จงั หวดั กาฬสินธุ
บทคัดยอ
เน่ืองจากในชวงหนาแลงในพ้ืนที่อําเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ มีปริมาณผลผลิตของมะนาวลดลง
และมีราคาที่สูงข้ึน ประกอบกับดินสวนใหญในพ้ืนท่ีเปนดินรวนปนทราย เก็บความชื้นไดนอย ธาตุอาหารต่ํา
และมีนํ้าใชอยางจํากัด คณะผูจัดทําจึงสนใจแกปญหาโดยศึกษาเทคนิคการเพ่ิมผลผลิตของมะนาวแปนพิจิตร
จากการประยุกตใ ชข อมูลปจจัยทางกายภาพของดินรว มกับระบบอัตโนมัติ มีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษา 1) สมบัติ
ดินท่ีเหมาะสมกับการออกดอกและผลของมะนาว 2) ประสิทธิภาพของระบบใหน้ําแบบอัตโนมัติ ที่สงผลตอ
การออกดอกและผลของมะนาว 3) แผนคลุมดินจากใบกามปู V2 ที่มีผลตอสมบัติดินท่ีเหมาะสมตอการออก
ดอกและผลของมะนาว
ผลการศึกษาสมบัติดนิ บริเวณสวนมะนาวของเกษตรกร พบวา ดนิ มคี า pH ความชน้ื ดิน และอุณหภูมิ
ดินอยูในเกณฑท่ีเหมาะสมตอการปลูกพืช สวนความช้ืนดินมีปริมาณต่ํา และไมเหมาะสมตอการปลูกพืช เม่ือ
ความสมั พนั ธระหวางความชืน้ ดนิ กับจํานวนการตดิ ผลของมะนาว พบวา การใหนา้ํ ตน มะนาวในปรมิ าณ 1500
cm3/วัน สงผลใหมะนาวติดผลไดมากที่สุด และเมื่อเปรียบเทียบรายคูระหวางการใหตนมะนาวในปริมาณ
1000 และ 1500 cm3/วัน (ความช้ืนดินอยูระหวา ง 44.67-54.67%) พบวา มีจํานวนการติดผลของมะนาวไม
แตกตางกันอยางมีนัยสําคัญ จากการใชแผนคลุมดินจากใบกามปูแตละอัตราสวน พบวา แผนคลุมดินจากใบ
กามปูแตละอัตราสวนสงผลตอสมบัติดินท่ีแตกตางกัน โดยการใชแผนคลุมดินจากใบกามปูผสมปุยเคมี และ
แผนคลุมดินจากใบกามปูผสมปุยเคมีและเชื้อราไตรโคเดอรมาสงผลตอสมบัติดินเหมาะสมตอการปลูกพืชมาก
ที่สุด เมื่อเปรียบเทียบรายคูระหวางการใชแผนคลุมคลุมดินจากใบกามปูผสมปุยเคมี และแผนคลุมดินจากใบ
กามปูผสมปุยเคมีและเช้ือราไตรโคเดอรมา พบวา สงผลตอสมบัติดินไมแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญ ดังน้ัน
แผนคลุมดินจากใบกามปูผสมปุยเคมีและเชื้อราไตรโคเดอรมา คือแผนคลุมดินจากใบกามปู V2 เพราะมี
สวนผสมของเชื้อราไตรโคเดอรมาที่ชวยในเรื่องการยอย และการปองกันโรคของพืชจากทางดิน เมื่อปลูก
มะนาวโดยใชระบบใหนา้ํ แบบอตั โนมตั ริ ว มกับแผน คลุมดนิ จากใบกามปู V2 พบวา สามารถควบคมุ ความชืน้ ดิน
อยูในเกณฑท่ีเหมาะสมแกการปลูกมะนาว โดยมีความช้นื อยูในระดบั 45-50% และสงผลใหตนมะนาวติดดอก
และผลมากกวาการปลูกแบบเกษตรกร สวนเสนผานศูนยกลางของผลมะนาวมีคาใกลเคียงกัน เม่ือศึกษาการ
ควบคุมจํานวนดอกของชอดอกท่ีสงตอการเพิ่มผลผลิตของมะนาว พบวา การปลิดดอกของมะนาว 2 ดอก
สงผลใหมะนาวติดผลไดดีที่สดุ เมื่อเปรียบเทียบเสนผานศูนยก ลางของผลมะนาวจากการทดลองท่ีแตกตางกัน
พบวา มีคา ไมแตกตางกันอยางมนี ัยสําคัญ และเมอ่ื ศึกษาการใชฮอรโมนจบิ เบอเรลลิน จากหยวกกลว ยที่สงผล
ตอการเพิ่มผลผลิตของมะนาว พบวา การปลูกมะนาวแลวฉีดพนฮอรโมนฮอรโมนจิบเบอเรลลินจาก
หยวกกลวยสงผลใหตนมะนาวตดิ ดอก และผลไดม ากกวาการปลูกมะนาวแบบเกษตรกรทัว่ ไป
คําสาํ คญั : มะนาวแปน พิจติ ร เพ่มิ ผลผลิต ความช้ืนดนิ ปจ จยั ทางกายภาพของดิน ระบบอัตโนมตั ิ
66
69
บทคดั ย่อผลงานวิจยั ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
ชอ่ื งานวิจัย การศกึ ษาปจจยั ทางกายภาพของดนิ ทมี่ ตี อความหลากหลายของพรรณพชื ใน
ปา ดบิ ชืน้ ในพน้ื ท่ีสวนพฤกษศาสตรท ุงคา ย จงั หวดั ตรัง
คณะผวู จิ ยั นางสาวหรรษกานต ทองพราว นางสาวธนชั ชา ขาวบาง
และนางสาวอิสยาห แกลว ทนงค
ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
อาจารยท ป่ี รึกษา นางเกษรา ขายมาน และนางสาวสิริทร โพชสาลี
โรงเรยี น ตรังรังสฤษฎ อําเภอยานตาขาว จงั หวัดตรงั
นักวทิ ยาศาสตรท ่ปี รกึ ษา ผชู ว ยศาสตราจารยอ านุช ครี รี ัฐนิคม และอาจารยอาจารี นาโค
มหาวิทยาลยั ทักษิณ วิทยาเขตพทั ลงุ
บทคดั ยอ
การศึกษาปจจัยทางกายภาพของดินท่ีมีตอความหลากหลายของพรรณพืชในปาดิบช้ืนในพ้ืนที่สวน
พฤกษศาสตรทุงคาย จังหวัดตรัง ศึกษาโครงสรางของดิน การตรวจวัดสีดิน การยึดตัวของดิน ลักษณะเน้ือดิน
การตรวจวัดคาความเปนกรด-เบสของดนิ และการตรวจวดั ความอดุ มสมบรู ณข องดิน โดยใชหลกั วธิ ดี าํ เนนิ การ
ของ GLOBE เร่ืองดิน มีวิธีการตรวจวัดโดยการวางแปลงขนาด 40 x 40 เมตร จํานวน 3 แปลง แตละแปลง
แบง เปนแปลงยอ ยขนาด 10 x 10 เมตร การเกบ็ ตัวอยางดินจะเก็บในแปลงยอย เปนแถวจํานวน 3 แถว โดย
แบง เก็บดนิ เปน 3 ช้ัน คือ ผวิ ดิน ดนิ ชน้ั บนและดนิ ชัน้ ลา ง
ผลการศกึ ษาวิจยั ของดนิ ท้ัง 3 แปลงพบวา สวนใหญโ ครงสรางของดนิ เปนแบบเม็ด ดนิ มสี ีใกลเ คยี งกัน
การยึดตัวของดินเปนแบบรวนซุย มีลักษณะเน้ือดินแบบดินรวนปนทราย คาความเปนกรด-เบสของดินมี
สภาพเปนกรดออน อุณหภูมิของดิน 27 องศาเซลเซียส และดินคอนขางอุดมสมบูรณ พบ พืช 41 วงศ 82
ชนิด แปลงที่ 1 พบพืชวงศ EUPHORBIACEAE แปลงที่ 2 พบพืชวงศ LECYTHIDACEAE และแปลงท่ี 3 พบ
พืชวงศ CHRYSOBALANACEAE ซึ่งพบวาความอุดมสมบูรณของดินมีผลตอความหลากหลายของพรรณพืช
ของแตละแปลงท่ีสํารวจสภาพปาดิบช้ืนทางกายภาพของดินในสวนพฤกษศาสตรภาคใตทุงคาย ความอุดม
สมบูรณของดินมีผลตอความหลากหลายชองพรรณพืชควรดําเนินการศึกษาอยางตอเนื่อง เพื่อใหทราบถึง
ขอมูลทมี่ ีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของดนิ ตอ ไป
คําสําคญั : ปจจัยทางกายภาพของดนิ ความหลากหลายของพรรณพืช ปาดิบชน้ื
67
70
บทคัดย่อผลงานวิจยั ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
ช่อื งานวจิ ัย การพัฒนาระบบจัดเก็บขอมูลความหลากหลายทางชวี ภาพของสตั วป ก
ดว ยเทคโนโลยีปญ ญาประดษิ ฐเ พอื่ การอนรุ ักษและวิเคราะหผลเชิงสง่ิ แวดลอม
คณะผวู ิจยั นายศาสตริน ชชู ว ย นางสาวปญชิกา หลอธราประเสริฐ
และนายพงคภักด์ิ มะโนเรศ
ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 5
อาจารยทป่ี รึกษา นายพษิ ณุ จนั ทรเสวต
โรงเรยี น เตรยี มอดุ มศึกษา เขตปทมุ วนั กรุงเทพมหานคร
นกั วทิ ยาศาสตรท ปี่ รึกษา ดร.กอบชัย ดวงรัตนเลิศ
บทคดั ยอ
เปนที่ยอมรับกันมาชานานแลววา สัตวปก (Avian) เปนสายพันธุท่ีไดรับผลกระทบมากที่สุดจากการ
เปล่ียนแปลงของส่ิงแวดลอมในทางลบ ดังจะเห็นหลักฐานตั้งแตตนศตวรรษที่ 20 นกคีรีบูนถูกขังไวในเหมือง
ถานหิน เพื่อสงสัญญาณเม่ือกาซพิษ เชน คารบอนมอนอกไซด (CO) มีคาสูงกวามาตรฐาน และหลักฐานอ่ืน ๆ
ที่มีงานวิจัยจํานวนมากใหการยอมรับ เชน จํานวนสัตวปกที่ลดลง เสียงรองของพวกมันที่เปลี่ยนไป และ
สขุ ภาพทางเดินหายใจทน่ี บั วันจะแยลงไปเรอ่ื ย ๆ หรอื แมก ระทัง่ มีนกจํานวนหน่งึ ปรับตัวใหส ามารถทาํ นายการ
เกิดฝุนละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ไดลวงหนา เพ่ือจะไดอพยพไดอยางทันทวงทีคณะผูวิจัยจึงไดพัฒนาระบบ
จัดเก็บขอมูลความหลากหลายทางชีวภาพของสัตวปกขึ้น ดวยเทคโนโลยีปญญาประดิษฐเพื่อตอบโจทยความ
ทาทายในการนําฐานขอมูล (เชน ชนิดพันธุ ภาพสัตวปก วัน/เวลาท่ีพบ) มาวิเคราะหผลเชิงส่ิงแวดลอม
นอกจากจะเปน การขยายพรมแดนขอมลู ของสตั วปกซ่ึงเปนวตั ถปุ ระสงคประการแรกของทมี วิจัยแลว เราไดน ํา
ชุดขอมูลที่ไดมาวิเคราะหรวมกับขอมูลเชิงส่ิงแวดลอมของ GLOBE World bank และ OECD Stat. พบวามี
อยางนอย 3 ปจจัย ไดแก ปริมาณฝุนละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ความหนาแนนของประชากรมนุษยและ
ความหนาแนนของพื้นทีป่ า (Forest cover) ทม่ี ผี ลตอความหลากหลายทางชีวภาพของสัตวป ก ท้ังหมดนาํ ไปสู
การบรรลุเปา หมายใหญท ่ีสุดของมนษุ ยชาตคิ อื ทําอยางไรมนษุ ยจ ึงจะอยูร ว มกับธรรมชาตไิ ดอยา งยงั่ ยนื
คําสาํ คัญ: นก ฐานขอ มลู สัตวปก ปญ ญาประดิษฐ คุณภาพอากาศ GLOBE
68
71
บทคัดย่อผลงานวิจยั ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
ชอ่ื งานวจิ ัย ผลของถานชีวภาพผสมไฮโดรเจลตอสมบัติของดินและการเจริญเติบโตของพืช
(กรณีทดสอบในสภาพกระถาง)
คณะผูวจิ ยั นางสาวกนกวรรณ ณ นาน นางสาวณฐั ธดิ า สอนสมนึก
และนายตะวันฉาย วงเวยี น
ระดบั ชั้น มธั ยมศึกษาตอนปลาย
อาจารยท ี่ปรกึ ษา นางสาวศรอี ุดร ลานสาวงษ และนางสาวกิรยิ า ทิพมาตย
โรงเรียน เตรยี มอุดมศึกษา ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื อําเภอสวางแดนดนิ จงั หวัดสกลนคร
นักวิทยาศาสตรท ป่ี รกึ ษา ดร.ศณิ วี ัณย พทิ ักษทมิ มหาวิทยาลยั ราชภฏั อดุ รธานี
บทคัดยอ
การวิจัยผลของถานชีวภาพผสมไฮโดรเจลตอ สมบัติของดินและการเจริญเติบโตของพืช (กรณีทดสอบ
ในสภาพกระถาง) มีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษาสมบัติทางกายภาพ สมบัติทางเคมี และประสิทธิภาพวัสดุปลูกจาก
ถานไบโอชารผสมไฮโดรเจลทีม่ ีผลตอ การเจริญเตบิ โตของพชื แบง การทดลองเปน 9 กระถาง (5:0 0:3 0:3 0:3
0:3 5:3 5:3 5:3 และ 5:3) การทดลองจํานวน 3 ซํ้า จากการวิจัยลักษณะของดินรวนกอนปลูกและหลังปลูก
พบวา 1) กระถางที่มีวัสดปุ ลูกเปน ไฮโดรเจล ถานไบโอชาร แกลบดํา กากกาแฟ จะไมเกาะตวั กนั เปนกอนแตมี
ความรวนซุย 2) กระถางที่มีดินรวนผสมไฮโดรเจลจะยึดตัวเกาะกันเปนกอนลักษณะเหนียว ดินรวนผสมถาน
ไบโอชาร ดนิ รวนผสมแกลบดาํ ดินรว นผสมกากกาแฟ จะยึดเกาะกนั เปนกอ น สมบตั ิทางกายภาพและทางเคมี
พบวา กระถางท่ี 3 ถานไบโอชารมีอุณหภูมิในดินเฉลี่ย 30.06 °C ความชื้นในดินรอยละ 70 pH เฉลี่ย 7.50
ระดับธาตุอาหารในดินรอยละ 46.62 กระถางท่ี 4 แกลบดํามีอุณหภูมิภายในดินเฉล่ีย 30.06 °C ความช้ืนใน
ดินรอยละ 58 pH เฉล่ีย 7.16 และมีระดับธาตุอาหารในดินรอยละ 46.62 กระถางท่ี 7 ดินรวนผสมถาน
ไบโอชารมีอุณหภูมิดินเฉลี่ย 30.12°C ความช้ืนในดินรอยละ 80 pH เฉลี่ย 7.08 และมีระดับธาตุอาหารในดิน
รอยละ 46.62 กระถางที่ 8 ดินรวนผสมแกลบดํามีอุณหภูมิดินเฉล่ีย 30.24 °C ความชื้นในดินรอยละ 65 pH
เฉล่ีย 7.5 และมีระดับธาตุอาหารในดินรอยละ 46.62 เม่ือทดสอบประสิทธิภาพวัสดุปลูกที่มีผลตอการ
เจริญเติบโตของพลูดางในการตรวจวัดคร้ังแรกไมมีความแตกตางทางสถิติ เม่ือมีการตรวจวัดซ้ําครั้งที่ 2 – 5
พบวาความสูงของพลูดางเพ่ิมขึ้นโดยกระถางที่มีการเจริญเติบโตของพลูดางมากที่สุด คือ กระถางของดินรวน
ผสมถานไบโอชาร (5:3) ความสูงเพิ่มข้ึน 9 เซนติเมตร มีใบเพ่ิมขึ้นจํานวน 3 ใบ และกระถางท่ีมีการ
เจริญเติบโตนอยท่ีสุดคือ กระถางของดินรวนผสมไฮโดรเจล (5:3) ความสูงเพ่ิมข้ึนเพียง 1.5 เซนติเมตร มีใบ
เพิม่ ขน้ึ จํานวน 1 ใบ
คาํ สําคญั : ไบโอชาร ไฮโดรเจล วสั ดปุ ลูก สมบัตทิ างเคมี สมบัติทางกายภาพ
69
72
บทคดั ย่อผลงานวจิ ยั ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
ช่ืองานวจิ ัย การปนเปอ นของไมโครพลาสตกิ ในปลาข้ตี ัง (Scatophagus argus) บรเิ วณ
คณะผวู จิ ยั ทะเลสาบสงขลา จงั หวัดสงขลา
ระดับชนั้ นางสาวชนัญชดิ า บญุ ขวญั นางสาวอญั ชิสา จันทรประดิษฐ
อาจารยทปี่ รึกษา และนายกอพงศ เวชชศาสตร
โรงเรยี น มัธยมศึกษาตอนปลาย
นักวทิ ยาศาสตรท ่ีปรกึ ษา นางสาวสาวบน เดน็ หมัด และนางสาวกานตช นติ ทองเสนห
เทศบาล 5 (วัดหัวปอมนอก) อาํ เภอเมืองสงขลา จงั หวดั สงขลา
อาจารย ดร.นันทิดา สธุ รรมวงศ และ ผูชว ยศาสตราจารย ดร.เตอื นตา ราหมาน
มหาวทิ ยาลยั ทกั ษิณ วิทยาเขตพัทลุง
บทคดั ยอ
การศึกษาการปนเปอนของไมโครพลาสติกในปลาข้ีตัง (Scatophagus argus) บริเวณทะเลสาบ
สงขลา จังหวัดสงขลา โดยเก็บตัวอยางจากบริเวณสะพานติณสูลานนทเพ่ือศึกษาเปรียบเทียบปริมาณของ
ไมโครพลาสติกในปลาขี้ตัง และศึกษาเปรียบเทียบลักษณะของไมโครพลาสติกในปลาข้ีตัง บริเวณทะเลสาบ
สงขลา จังหวัดสงขลา จากการผากระเพาะปลาขี้ตังและเนื้อบริเวณรอบกระเพาะปลาข้ีตัง พบวา ปลาขี้ตังมี
ความยาวลาํ ตัวเฉล่ยี 13.70±1.39 เซนตเิ มตร นาํ้ หนกั ลาํ ตวั เฉลยี่ 80.25±19.17 กรัม ความยาวกระเพาะเฉล่ีย
4.60±0.59 เซนติเมตร น้ําหนักกระเพาะเฉล่ีย 7.38±1.76 กรัม พบไมโครพลาสติกในกระเพาะปลาขี้ตังเฉลีย่
0.83±1.02 ชน้ิ ตอตัว ประกอบดว ยไมโครพลาสติกสแี ดงลักษณะเปนเสน ใยจาํ นวน 4 ชน้ิ สีน้าํ เงินลกั ษณะเปน
แทงจํานวน 1 ช้ิน สีนํ้าเงินลักษณะเปนเสนใยจํานวน 3 ชิ้น สีดําลักษณะเปนแทงจํานวน 6 ช้ิน สีดําลักษณะ
เปนเสนใยจํานวน 8 ช้ิน และสีดําลักษณะเปนชิ้นจํานวน 3 ชิ้น และจากการใชเนื้อปลาขี้ตังบริเวณรอบ
กระเพาะ พบไมโครพลาสติกในเนื้อปลาข้ีตังเฉลี่ย 0.40±0.72 ช้ินตอตัว ประกอบดวยไมโครพลาสติกสีแดง
ลักษณะเปนเสนใยจํานวน 1 ช้ิน สีนํ้าเงินลักษณะเปนเสนใยจํานวน 2 ช้ิน สีดําลักษณะเปนแทงจํานวน 2 ชิ้น
สีดําลักษณะเปนเสนใยจํานวน 6 ชิ้น และสีดําลักษณะเปนชิ้นจํานวน 1 ชิ้น เม่ือวิเคราะหสถิติ One – way
ANOVA และ Duncan’s multiple range test เพื่อเปรียบเทียบปริมาณไมโครพลาสติกในกระเพาะและเน้อื
ปลาขี้ตังจําแนกตามขนาดลําตัว น้ําหนักลําตัว พบวา ภาพรวมและรายดานไมแตกตางกัน เม่ือวิเคราะห
Kendall's tau-b เพื่อดคู วามสัมพนั ธของปริมาณพลาสตกิ ในกระเพาะและเนื้อของปลาข้ตี ังกับความยาวลําตัว
นํ้าหนักลาํ ตัว ความยาวกระเพาะ พบวา ไมม ีความสัมพันธอยางมนี ยั สาํ คัญ (p> .05) ยกเวนความยาวลําตวั กบั
ปริมาณไมโครพลาสติกในเน้ือปลาข้ีตังมีความสัมพันธกันในทางตรงขามกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ
.05 นํ้าหนักลําตัวกับปริมาณไมโครพลาสติกในเน้ือปลาข้ีตังมีความสัมพันธกันในทางตรงขามกันอยางมี
นัยสาํ คัญทางสถติ ิทรี่ ะดับ .05
คาํ สําคญั : ไมโครพลาสตกิ ปลาขตี้ ัง
70
73
บทคดั ยอ่ ผลงานวจิ ัย ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
ชอ่ื งานวิจัย เปรียบเทียบคณุ ภาพของนํา้ ที่ใชใ นโรงเรยี นทงุ หวา วรวทิ ย อาํ เภอทุงหวา
จงั หวดั สตลู
คณะผูวจิ ยั นางสาววาสนา คงสุรนิ ทร นางสาวฐติ ินนั ท ถิ่นพนั ธ
นางสาวพฤศจิกา สนิ จรญู ศักดิ์ และนางสาวเสาวลกั ษณ อะหมาด
ระดบั ชั้น มัธยมศึกษาตอนปลาย
อาจารยท ี่ปรึกษา นายจํารัส สืบเหม นางมยุรา แซฉิ้น และนางสาวนูรอัยณี มานะกลา
โรงเรยี น ทงุ หวาวรวทิ ย อําเภอทุงหวา จงั หวัดสตูล
บทคดั ยอ
น้ําเปนปจจัยหน่ึงสําคัญตอการดําเนินชีวิตของคนเราโดยเฉพาะการบริโภคและอุปโภค การบริโภค
และอปุ โภคนาํ้ ที่ไมส ะอาด ไมป ลอดภยั มีการปนเปอ นของเชื่อโรคตา ง ๆ ทําใหเกดิ โรคท่ที าํ อนั ตรายแกร างกาย
เชน โรคอุจจาระรวง โรคบิดไทฟอยด โรคนิ่ว โรคตับอักเสบและพยาธิ เปนตน และนอกจากน้ีอาจไดรับ
อนั ตรายจากสารเคมีที่ปนเปอนมากับนํา้ ทเ่ี ราใชอ ุปโภคและบริโภค โดยสารเหลานีจ้ ะสะสมอยใู นรางกายทําให
เกิดผลในระยะยาว ผูวิจัยตองการศึกษาคุณภาพนํ้าท่ีใชภายในสถานศึกษา โดยจะนําผลการศึกษามาแกไข
ปญหานํ้าท่ีใชภายในสถานศึกษา เพ่ือการจัดการน้ําอุปโภคที่สะอาดปลอดภัยสําหรับบุคลากรของโรงเรียน
ตอไป โดยทําการเปรียบเทียบคุณภาพน้ํา 3 บริเวณ ไดแก น้ําจากน้ําตกธารปลิว ฝายเก็บน้ําโครงการระบบ
ประปาภูเขาน้ําตกธารปลิว และสระน้ําโรงเรียนทุงหวาวรวิทย อําเภอทุงหวา จังหวัดสตูล ทําการวิเคราะห
ตัวอยา งนาํ้ ทโี่ รงเรียนทุงหวา วรวิทย ไดแ ก อุณหภมู ินาํ้ pH และปรมิ าณออกซิเจนท่ีละลายในนํ้า (DO) จากน้ัน
บันทึกขอมูล เก็บรวบรวมขอมูล และวิเคราะหขอมูล โดยเก็บขอมูลตั้งแตเดือนมกราคม - กุมภาพันธ พ.ศ.
2564
ผลการศึกษาแหลงนํ้า 3 บริเวณ ไดแก น้ําตกธารปลิว ฝายเก็บนํ้าโครงการระบบประปาภูเขานํ้าตก
ธารปลิว และสระน้ําโรงเรียนทุงหวาวรวิทย วัดอุณหภูมิได 24.5°C 27.9°C และ 31.6°C ตามลําดับ คา pH
เทากบั 7.73 7.94 และ 8.03 ตามลําดับ และคา DO เทา กับ 3.5 ppm 4.0 ppm และ 7.0 ppm ตามลาํ ดบั
จากผลการศึกษาพบวา น้ําบริเวณสระนํ้าโรงเรียนทุงหวาวรวิทย มีปริมาณออกซิเจนดีท่ีสุด เหมาะแก
การเจริญเติบโตของสัตว เชน ปลาขนาดเล็ก ขนาดกลาง และเหมาะแกการใชอุปโภคภายในโรงเรียน
ทงุ หวา วรวิทย
คาํ สําคัญ: คณุ ภาพนาํ้ อุณหภมู นิ า้ํ DO pH โรงเรียนทงุ หวาวรวทิ ย
71
74
บทคดั ยอ่ ผลงานวิจยั ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
ชือ่ งานวจิ ัย การศึกษาและเปรียบเทยี บคุณภาพของดินท่ีเกดิ จากการทับถมของใบไผ
คณะผูวิจยั และใบยางพารา
ระดบั ชั้น นางสาวญาณศิ า พานชิ กุล นางสาวเนตรมาดา ชูกลนิ่
อาจารยที่ปรกึ ษา
โรงเรียน และนางสาวศภุ สิ รา ไชยเสน
นกั วิทยาศาสตรท ปี่ รึกษา
มธั ยมศึกษาปท่ี 5
นางสาวสาลามิหยะ กิตตบิ ุญญาทิวากร และนางนภสร ขุนเศรษฐ
บางแกวพิทยาคม อาํ เภอบางแกว จงั หวดั พัทลุง
ผศ.ดร.พีรนาฏ คดิ ดี และ อาจารยอาจารี นาโค
มหาวิทยาลยั ทกั ษิณ วิทยาเขตพทั ลุง
บทคดั ยอ
งานวิจัยเรื่อง การศึกษาและเปรียบเทียบคุณภาพของดินท่ีเกิดจากการทับถมของใบไผ และ
ใบยางพารา มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาคุณภาพของดินท่ีเกิดจากการทับถมของใบไผและใบยางพาราและ
เปรียบเทียบคุณภาพของดินที่เกิดจากการทับถมของใบไผ และใบยางพารา ผูวิจัยเลือกเก็บตัวอยางดินจาก
สวนไผในตําบลทามะเดื่อ อําเภอบางแกว จังหวัดพัทลุง และสวนยางพาราใน ตําบลนาปะขอ อําเภอบางแกว
จังหวัดพทั ลงุ เพ่อื ทาํ การศึกษาการศึกษาโครงสรางของดนิ ตรวจวัดความหนาของใบไมตรวจวดั การยึดตัวของ
ดิน ตรวจวัดเนื้อดิน ตรวจวัดอุณหภูมิดินและตรวจวัดคาความเปนกรดเบสในดิน ผลการวิจัยพบวา การทับถม
ของใบไมในสวนไผ และสวนยางพารามีความหนาของใบเฉล่ีย 2.3 เซนติเมตร โครงสรางดินในสวนไผเปน
โครงสรา งกอนแขง็ ขนาดใหญ 2 จดุ และเมด็ เด่ียว 1 จดุ สวนในสวนยางพาราทงั้ 3 จดุ เปน เมด็ เด่ยี ว การยึดตัว
ของดินในสวนไผ แนน 2 จุด และรวนซุย 1 จุด สวนในสวนยางพาราการยืดตัวของดินรวนซุย เน้ือดิน สวนไผ
SCL, L, C สวนยางพารา L 2 จุด CL 1 จุด อุณหภูมิสวนไผจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกวาสวนยางพารา สวนไผ
29.4 เปอรเซ็นตและสวนยางพารา 28.2 เปอรเซ็นต ความช้ืนเฉล่ียสวนไผตํ่ากวาสวนยางพารา สวนไผ 68.6
เปอรเซ็นต สวนยางพารา 76 เปอรเซ็นต และคา pH เฉลี่ยสวนไผสูงกวาสวนยางพารา 6.33 สวนยางพารา
6.11
คาํ สําคัญ: คณุ ภาพของดิน การทบั ถม ใบไผ ใบยางพารา
72
75
บทคัดย่อผลงานวจิ ัย ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
ชือ่ งานวิจัย การลดความเปน กรดของดินดวยตนผกั ขลู
คณะผูวจิ ยั นายกรรณวลิ ตยิ ะบตุ ร นาย นิตธิ ร วงษภ ธู รณ
ระดับชนั้ และนายเอกพล แข็งแรง
อาจารยท ่ีปรึกษา
โรงเรียน มธั ยมศึกษาตอนปลาย
นางสุทธิรัตน ศรีสงคราม
บึงโขงหลงวทิ ยาคม อาํ เภอบงึ โขงหลง จงั หวัดบึงกาฬ
บทคัดยอ
โครงงานเร่ือง การลดความเปนกรดในดินจากตนผักขลู จัดทําขึ้นโดยมีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษา
1) ตรวจความเปนกรดของดินรอบลานยางเพ่ือแกปญหาดินรอบลานยางเปนกรด 2) สํารวจชนิดของพืชที่พบ
รอบลานยางเพื่อนาํ มาชวยลดกรดรอบลานยาง 3) เพื่อทดลองการลดความเปน กรดของดินท่ปี นเปอ นของเหลว
จากการทํายางกอนถวยดวยตนขลู เมื่อตรวจวัดคา pH ของของเหลวในถุงยางกอนถวย มีคา pH 5.5 คา pH
ของดินรอบ ๆ ลานยางที่บริเวณขอบลานยาง pH เฉล่ียจะละลงเมื่อหางออกมาจากขอบลานยางพารา เมื่อ
สํารวจชนิดของพืชคลุมดิน พบวา บริเวณขอบลานยางพาราระยะ 30 -100 เซนติเมตร จะพบตนขลูกระจัด
กระจายรอบลานยาง สวนระยะทไ่ี กลออกไปจะพบหญาหวายเต็มพื้นที่ เมอ่ื นาํ ดินท่ีมีคา pH 7.0 มา 2 กระบะ
โดยกระบะที่ 1 ปลูกตนขลู สวนกระบะที่ 2 ไมปลูกตน ขลู รดนาํ้ ท่มี สี ว นผสมของของเหลวจากถุงยางกอนถวย
เม่ือเวลาผานไป 5 วัน วัดคา pH ของดิน พบวา กระบะท่ีปลูกตนขลู มีคา pH เฉล่ียของดิน 6.0 สวนกระบะ
ดินท่ีไมมีตนขลูจะมีคา pH เฉลี่ยของดิน 5.5 แสดงวา ตนขลูสามารถท่ีจะปลูกเพ่ือใชลดคาความเปนกรดของ
ดินรอบลานยางได
คําสาํ คัญ: ของเหลวในถงุ ยางกอ นถวย ลานยาง ตน ขลู ความปน กรดของดิน
73
76
บทคดั ยอ่ ผลงานวิจยั ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
ชอ่ื งานวจิ ัย การศกึ ษา Activated carbon ท่ที าํ จากซังขาวโพดและปาลม ในการดดู ซบั ดบี ุก
ท่ีปนเปอ นในดนิ
คณะผูวจิ ยั นางสาวศรดุ า อนิ ทโชติ นางสาวเบญญาภา เมธากิจตระกูล
นางสาวปณุ รศิ า บุณยรัตนวรรณลยั
ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
อาจารยท ป่ี รึกษา นายวราวฒุ ิ เชยี งบญุ และนายนิติพงษ กาวีวล
โรงเรยี น ปรินสรอยแยลสวิทยาลัย อาํ เภอเมือง จงั หวดั เชียงใหม
บทคดั ยอ
ในจังหวดั เชียงใหมมีเหมืองดีบุกหลายแหง จงึ เลอื กดบี ุกมาทาํ การวิจัย โดยดินทเ่ี กิดจากการทําเหมือง
จะไหลพรอมกับน้ําไปสะสมรอบบริเวณที่ทําเหมือง ทําใหดินและพืชมีการสะสมของดีบุก ทางผูวิจัยจึงศึกษา
การใชประโยชนจากซังขาวโพด และปาลมเพื่อนํามาผลิตเปน Activated Carbon และศึกษาประสิทธิภาพ
การดูดซับดีบุกในดิน โดยมีวัตถุประสงคเพ่ือนําวัสดุจากธรรมชาติมาใชใหเกิดประโยชน เพ่ือศึกษาอัตราการ
ดูดซับดีบุกของ Activated Carbon เพื่อศึกษาอัตราสวนระหวางดิน และ Activated Carbon ที่เหมาะสม
การวิจัยใชระยะเวลา 3 เดือน ผูวิจัยเลือกดินตัวอยางจากเหมืองแร อําเภอสะเมิง และนําดินตัวอยางมา
ตรวจสอบปริมาณดีบุกกอน และหลังใส Activated Carbon จากนั้นนําคาท่ีไดมาคํานวณตามสมการ
100 − �ปปรริมมิ าาณณดดบีีบกุกุ กหอลนงั ใใสส ∗ 100� ผลการวิจัย อยูในข้ันตอนการเก็บผลจึงไม
สามารถเขียนผลการวจิ ยั ได
คําสําคญั : ดนิ ปนเปอนดีบกุ ซงั ขาวโพด ปาลม Activated Carbon BCG
74
77
บทคัดยอ่ ผลงานวจิ ยั ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
ชื่องานวิจัย ความสัมพันธข องคณุ ภาพดิน สภาพอากาศและขนาดของผลกับความหวาน
ของมังคุด (Garcinia mangostana L.) บริเวณบา นลานนา และบา นทา เสมด็
อาํ เภอชะอวด จงั หวดั นครศรีธรรมราช
คณะผูวจิ ัย นางสาวกชมน บุญชดู ํา นางสาวมงคลรตั น จันทรนวล
และนางสาวณชั ชา ชวยคลา ย
ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4
อาจารยท ีป่ รกึ ษา นางภาณนิ ี วรเนตวิ ุฒิ
โรงเรียน ปาพะยอมพทิ ยาคม อาํ เภอปาพะยอม จงั หวัดพทั ลงุ
นกั วิทยาศาสตรทป่ี รกึ ษา ผศ.ดร.พรี นาฎ คิดดี อ.ดร.นนั ทิดา สุธรรมวงศ และ อ.ดร.อนันตนจิ ชมุ ศรี
มหาวทิ ยาลยั ทักษิณ วทิ ยาเขตพทั ลงุ
บทคัดยอ
อําเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช มีการปลูกมังคุดเปนจํานวนมาก ทํารายไดใหกับเกษตรกร
จํานวนมาก แตจ ากการสํารวจในอําเภอชะอวดพื้นท่ีปลูกมังคุดมีความแตกตางกนั เชน เปน พน้ื ท่นี าเดิม เปนที่
ดอน และอยูริมคลองบาง สวนรสชาติโดยเฉพาะความหวานของมังคุดพบวามีความแตกตางกัน มังคุดเปนพืช
สายพันธุเดียว คือ พันธุพื้นเมือง ทางคณะผูวิจัยจึงอยากที่จะศึกษาวาพื้นท่ีตางกันมีความหวานของมังคุด
แตกตา งกนั หรือไม โดยตรวจสอบคณุ ภาพของดินในดาน pH ความชนื้ ในดนิ อณุ หภมู ิดิน ปริมาณแรธาตุในดิน
สภาพอากาศ ความช้ืนสัมพันธ อุณหภูมิอากาศ และวัดขนาดของผล โดยทําการศึกษา 2 จุด คือ ในพื้นท่ีสวน
มังคุดบานลานนาซ่ึงเปน พื้นที่นาเดมิ มีความสูงจากระดับนํา้ ทะเล 22 เมตร และบานทาเสม็ดซ่ึงเปนพน้ื ท่ีสวน
มีความสูงจากระดับน้ําทะเล 17 เมตร โดยในการเก็บรวบรวมขอมูลจะเก็บในเดือนกันยายนซ่ึงเปน
ชวงเก็บเก่ียว โดยทําการเก็บตัวอยางพ้ืนที่ละ 16 ตน จากการสุมตัวอยางโดยการจับฉลากเก็บตัวอยางดิน
ตนละ 8 จุด จากการศึกษาพบวา คุณภาพของดินดานอุณหภูมิดิน คาความชื้นในดิน และคา pH ของดินมีผล
ตอความหวานของมังคุดโดยท่ีพ้ืนที่มีอุณหภูมิดินสูงกวา คาความชื้นในดินต่ํากวา และคา pH เปนกรดออน
มังคุด จะมีความหวานมากกวาพื้นที่มีดินที่มีอุณหภูมิต่ํากวา ความชื้นในดินสูงกวา และมีคา pH ตํ่า
สวนปริมาณแรธาตุในดินไมมีความแตกตาง สภาพอากาศพื้นที่ที่มีความชื้นต่ํากวาและมีอุณหภูมิสูงกวาจะมี
ความหวานมากกวา และขนาดผลของมังคุด พบวา มังคุดท่ีมีขนาดใหญกวาจะมีความหวานมากกวามังคุดท่ีมี
ขนาดเล็ก
คาํ สําคญั : มงั คดุ คณุ ภาพดนิ ความหวาน
75
78
บทคัดยอ่ ผลงานวิจัย ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
ช่ืองานวจิ ัย คณุ ภาพดิน ปริมาณโลหะในดิน และการเจรญิ เติบโตของตนทเุ รียนหมอนทอง
(Durio zibethinus Murray) และตน ทุเรยี นหนามดํา บริเวณบา นหว ยศรเี กษร
คณะผวู จิ ัย และบา นลานขอย อําเภอปา พะยอม จงั หวัดพทั ลุง
ระดับช้นั นางสาวธญั รตั น จนี ปาน นางสาวปรมาภรณ บัวงาม
อาจารยท ่ีปรึกษา และนางสาวศิรกิ านต มชี ู
โรงเรยี น มธั ยมศึกษาปท ่ี 4
นกั วทิ ยาศาสตรท ่ีปรึกษา นางภาณินี วรเนติวฒุ ิ
ปาพะยอมพทิ ยาคม อาํ เภอปาพะยอม จังหวัดพทั ลงุ
ผศ.ดร.พีรนาฏ คิดดี ดร.นันทดิ า สธุ รรมวงศ มหาวิทยาลัยทักษิณ วทิ ยาเขตพัทลุง
ดร.อนันตนจิ ชมุ ศรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลศรีวชิ ยั
นางณฐมน นนุ รักษา มหาวทิ ยาลยั วลยั ลักษณ
บทคดั ยอ
งานวิจัยน้ีเปนการศึกษาคุณภาพของดิน ปริมาณโลหะหนักในดิน และการเจริญเติบโตของตนทุเรียน
หมอนทองและหนามดําท่ีมีการดูแลรักษาเหมือนกัน เพื่อศึกษาคุณภาพของดินกับการเจริญเติบโตของตน
ทุเรียน การดูแลรักษากับการเจริญเติบโตของตนทุเรียน และศึกษาปริมาณโลหะหนักในดินบริเวณตนทุเรียน
และเพ่ือใชเปนขอมูลในการบํารุงรักษา และปรับปรุง พัฒนาคุณภาพของดินและตนทุเรียนตอไป โดย
ทําการศึกษาตนทุเรียนจํานวน 2 แปลง ท่ีมีอายุ 11 เดือน มีการฉีดยาเพื่อบํารุงตนทุเรียนทุก ๆ สัปดาห แลว
ทําการตรวจวัด อุณหภูมิดิน ความชื้นในดิน ปริมาณโลหะหนัก ไดแก สารหนู (As) แคดเมียม (Cd) โครเมียม
(Cr) และตะกั่ว (Pb) ในดินดวยเครื่อง ICP-OES เก็บตัวอยางดิน และวัดการเจริญเติบโตของตนทุเรียน
ในเดือนกันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน เดือนละ 1 คร้ัง ผลการวิจัย พบวา อุณหภูมิดินมีคาเฉล่ีย 26.48
ความชื้นในดินมีคาเฉล่ีย 17.72 โลหะหนักท่ีพบแบงเปนกลุม โลหะหนักท่ีเปนพิษ ไดแก สารหนู (As) มีคา
0.56 แคดเมยี ม (Cd) มคี า 0.03 โลหะหนกั ท่ีเปนประโยชน ไดแ ก โครเมยี ม (Cr) มีคา 5.24 และตะกั่ว (Pb) มี
คา 3.35 อตั ราการเจริญเตบิ โตของตนทุเรยี นพันธหุ มอนทองมีอัตราการเจรญิ เตบิ โตสูงกวาพันธุหนามดํา ทั้ง 2
แปลง
คําสาํ คัญ: ทเุ รยี น เครอื่ ง ICP-OES คุณภาพดิน ปรมิ าณโลหะหนักในดิน
76
79
บทคัดยอ่ ผลงานวิจยั ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
ชื่องานวจิ ัย การศกึ ษาผลของระยะทางหางจากนา้ํ พุรอนตอสมบัติของดินในอําเภอปาย
คณะผวู ิจัย จงั หวดั แมฮ องสอน
ระดบั ชนั้ นายณัฐนันท นั้นหมอ ง นางสาวภรดิ า ภูสงิ ห
อาจารยทปี่ รกึ ษา และนางสาวกรวรรณ ใสมาศ
โรงเรยี น มัธยมศึกษาปท ี่ 5
นางสาวอนิ ทราภรณ เพ็ญจิตต และนางสาวเจนประภา เรือนคํา
ปายวทิ ยาคาร อาํ เภอปาย จังหวดั แมฮองสอน
บทคดั ยอ
พ้ืนท่ีการเกษตรของอําเภอสวนมากเปนท่ีราบลุม เปนพ้ืนที่ไรนา และพื้นท่ีสําหรับทําไรทําสวน ซ่ึง
เหมาะแกการทํานาขาว และปลูกพืชหมุนเวียนชาวอําเภอปายสวนใหญจึงมีอาชีพเกษตรกร นิยมทํานาขาว
และปลูกพืชหมุนเวียนระยะส้ัน เชน ไรขาวโพด ปลูกพืช สภาพดินของพื้นที่อําเภอปายมีความอุดมสมบูรณ
มาก เปนดินรวนปนทรายซึ่งเปนดินท่ีเหมาะแกการเพราะปลูก และจากการสังเกตการปลูกพืชชนดิ ตาง ๆ นั้น
พบวาไดผลผลิตเปนอยางดี ชาวอําเภอปายสวนใหญมีอาชีพเกษตรกร ซึ่งขาดความรูทางดานการใชปุยเคมี
และการศึกษาสมบัติตาง ๆ ภายในดินของพืช ซึ่งชาวสวนหรือเกษตรกรไมสามารถวิเคราะหสมบัติของดินใน
พ้ืนท่ีนั้นได ผูวิจัยตองการตรวจวัดสมบัติของดิน เพ่ือเปนขอมูลเบ้ืองตนใหชาวสวนหรือเกษตรกรใชเปนขอมูล
พ้ืนฐานในการทําการเกษตรตอไป โดยมีขั้นตอนการศึกษาดังน้ี เก็บตัวอยางดินจากบริเวณนํ้าพุรอนไทรงาม
และบริเวณท่ีหางจากน้ําพุรอนไทรงามในระยะทาง 1 กิโลเมตร 2 กิโลเมตร และ 3 กิโลเมตร ไปทางทิศ
ตะวันออก และทิศตะวันตกรวมทั้งหมด 7 บริเวณ ท่ีระดับความลึก 0-15 เซนติเมตร และ 15-30 เซนติเมตร
โดยนําตัวอยางดินมาศึกษาลักษณะทางกายภาพ (สีดิน ลักษณะโครงสรางดิน ตรวจวัดความยืดตัวของดิน
อุณหภูมิดิน) และสมบัติทางเคมี ไดแก การตรวจวัดคาความเปนกรด-ดางของดินโดยใช pH meter และ
ตรวจสอบหาแรธาตุในดินโดยใชชุดทดสอบ NPK ในดิน ผลการทดสอบดินทั้ง 7 บริเวณ พบวา ดินบริเวณท่ี
ศกึ ษาทุกจดุ มคี วามสามารถในการเพาะปลูกพชื ไดใกลเ คียงกันโดยบรเิ วณท่ีมีคุณภาพของดินดที สี่ ุด คอื บรเิ วณ
ที่ 3 และแตละบริเวณแตกตางกันเพียงคาความเปนกรด-ดาง และอุณหภูมิเพียงเล็กนอย ซึ่งจะเปนตัวบงบอก
วา ดินบรเิ วณนนั้ เหมาะสมกบั พืชชนิดใด
คําสําคัญ: นํ้าพรุ อ น ระยะหาง สมบตั ิของดิน
77
80
บทคดั ย่อผลงานวจิ ัย ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
ช่ืองานวจิ ัย การศึกษาเปรียบเทียบคณุ ภาพดินบรเิ วณใกลโปงนาํ้ รอ นกับพน้ื ทใี่ นบริเวณท่รี าบลมุ
แมน ํา้ ปาย อําเภอปาย จงั หวัดแมฮองสอน
คณะผวู ิจยั นายอติกานต หนอ คํา นางสาวชอ ฟา หลา เหล้อื ม
และนางสาวสิรินทิพย ชมภู
ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 6
อาจารยท ี่ปรกึ ษา นางสาวอินทราภรณ เพ็ญจติ ต และนางสาวปวิชญา คทาธร
โรงเรยี น ปายวิทยาคาร อาํ เภอปาย จงั หวดั แมฮองสอน
บทคดั ยอ
อําเภอปาย จงั หวดั แมฮองสอนมนี ํ้าพรุ อนท่เี กิดข้นึ เองตามธรรมชาตถิ ึง 4 แหง ไดแก นํ้าพรุ อนทา ปาย
นํ้าพรุ อ นไทรงาม น้าํ พรุ อ นเมืองแปง และนา้ํ พรุ อนเหมืองแร โดยน้ําพรุ อนหรอื บอน้าํ รอน (Hot spring) มักจะ
มีแรธาตุท่ีสําคัญหลายชนิด เชน แคลเซียม แมกนีเซียม โซเดียม โพแทสเซียม คลอรีน ดังน้ันดินที่ใกลกับ
บริเวณนาํ้ พุรอ นอาจจะมีแรธ าตุท่สี าํ คญั ดงั ท่ีกลา วมา ซึ่งเปน แรธ าตทุ ่สี ําคัญตอ การเจริญเตบิ โตของพืช ผูว จิ ัยจึง
สนใจศกึ ษาแรธาตุในดนิ ที่อยบู รเิ วณนีต้ อการเพาะปลกู โดยเปรยี บเทยี บกบั พ้ืนที่ราบลุมแมน้ําปาย อาํ เภอปาย
จังหวดั แมฮอ งสอน โดยเกบ็ ตัวอยางดินจากบรเิ วณโปงน้ํารอนไทรงาม โปงนา้ํ รอนทาปาย และบรเิ วณท่รี าบลุม
แมนาํ้ ปาย นาํ มาสงั เกตลกั ษณะทางกายภาพ (สีดิน ลกั ษณะโครงสรา งดิน ตรวจวัดความยืดตวั ของดิน อณุ หภมู ิ
ดิน) ตรวจสอบสมบัตทิ างเคมี โดยการวัดคา pH ของดินโดยใช pH meter และตรวจสอบหาปรมิ าณแรธาตุใน
ดนิ โดยใชช ดุ ทดสอบ NPK ในดนิ
ผลการทดลอง พบวา ดินทั้งสามบริเวณและแตละระดับความลึกมีคา pH อยูในชวง 6.8- 7.2 ซ่ึงมี
ระดับที่ใกลเคียงกัน และมีปริมาณแรธาตุตาง ๆ ดังนี้ ปริมาณไนโตรเจนอยูในระดับ High ปริมาณฟอสฟอรัส
อยูในระดับ Trace ปริมาณโพแทสเซียมอยูในระดับ Medium ซ่ึงมีคาเทากันในทุกบริเวณ และทุกระดับ
ความลึก ดังนั้นจึงสรุปไดวา บริเวณทั้งสามท่ีนี้มีความสามารถในการเพาะปลูกพืชไดใกลเคียงกัน แตกตางกัน
เพยี งคาความเปน กรดดาง และอุณหภมู ิ ซ่งึ จะเปนตัวบง บอกวา ดนิ บรเิ วณน้ันเหมาะสมกับพชื ชนิดใด
คาํ สําคัญ: โปงนํา้ รอ น คุณภาพดนิ ไนโตรเจน ฟอสฟอรสั โพแทสเซยี ม กรด-ดาง
78
81
บทคัดยไขค1ขขไไคค11เหมใบบบเเมหมหใใสสสมมมบอออบบดเเเดดอจโสโจจโออสสแเคจเเแคคจแจอ่ สสสกกกพพพนนนดดดดดดคคอคโชชโอรรโรอช777ัดดดััอออาาาํํํอออุุุาาาัััอออาาาาาาณณณําําําาาาลลลนนนมํํํมมาาารรรผียียยีินนนิิรรรดดดกกกะะะยยยชชชกกกงงงกกกมมมาาาปปปสสสณณณออ่่อ่ืืืงงงกกกบบบิิิยยยกกกเเเวววักกัักสสสงงงภภภวววมมมดดดไไไวววีีีทททาาาลนนนจจจนนนศศศรรรทททําาํําาาางงงาาาะะะนนนซซซัััดดดดดดเเเํํํปปป(((าาาััันนนะะะาาารรรณณณาาามมมบบัับัวววรรรpppาาาาาารรร่ี่่ีี้ํา้าํา้ํรรรคคคสสสงึึึ้ั้้ัักกกนนนหหหี่่ีี่สสสิิิเเเวววปปปํํํนนนาาาผผผกกกหหหพพพยยีียีปปปิิิมมมนนรรรนัััทททถถถจจจนนนHHHชชชุุุดดดญัญัญัาเเเษษษยยยุุุดดดสสสนนนมมมลลลนนน้ํํ้ํ้าาาทททะะะูววููวมมมมมมยยยนนนนนนาาานนนเเเญญญวววเเเนจจจยยยน้น้ััน้ั)))นนนีีีวววปปปัััํํําาางงงเเเาาาํ้ํ้้ํพพพหหหาาา:::ิจิจิจทททส่ี่สี่สีรรรกกกกัักกัททท่ืออ่่ือืคคคํ้้ํํ้าาาสสสิจจจิิทททาาาาาานนนนนนวคคคหหหาํ้ํ้้ําาผผผตตตรรรอออกกกยัยััย่ิ่ิิุ่ดดดุุมมมทททลลลศศศปปปแแแปปีี่่ีป่ิิิดดดกกกีีีคคคยยยัััยยยตตต่ี่่ีีลลลิจ777้ํํ้้ํะะะาาาาาาดดดพพพลลลาาาัััวววาาางงงัััคคคงงงี่สสีี่ส่ลลลลลลเเเกกกจจจรรราาาาาากกกตตตัยะะะนนนสสสโโโแแแัััลลลชชชรรรปปปกกกอออสสสอออดุดดุุวววาาาอออึกกกึึะะะดดดรรรลลลาาาาาาาาาัััลลลวววบบบิิิททท้ํ้ํ้ํลลลาาางงงนนนาาายยยนนนาาาเเเันัันนยยยเเเกกกรรรยยยษษษทททรรรอออมมมเเเาาาพพพาําํําpppะะะปปปธธธร7รรรซซซีีีคคคคคคมมมาาาสสสรรรตตตลลลนนนคคคนนนรรราาายยยยยยบบบาาาิิิมมมภภภโโโใใใHHHะ9ีีีึ่ึึ่่ยยยดิดิิดงงงงงงุุุณณณรรรอออาาาีีียยยรรรงงงิดดดิิาาาํ้ํ้้ํดดดํํําาาาาาดคคคชชชาาาใใใดัดัดััััเเเนนนจจจีีียยยาาารรรงงงเเเสสสยยยวววจจจยยยนนนไไไทททเเเกกกงงงภภภยยยปปปืืือออมมมจจจับพพพนนนถถถาาาปปปบบบสสสฟฟฟแูููแแจจจลลลาาาแแแมมม็็็นนนิ้ิิ้้มมมบบบงงงพพพาาาุุุนนนาาาลลลกกก้าํํ้้าําเเเใใใํํําาากกกมหหหนนนวววเเเะะะฟฟฟดดดสสสาาาโโโพพพพพพคีคีคีกกกํ้้ํํ้าาานนนนนนทททิิิเเเบบบรรรนนนปปปัััรรรดดดนนนใใใรรรลลลูููงงงสสสตตตัธาาา111าาาทททอออนนน222ิ่่ิิ่มมมกกก้ํํ้้ํีีีสสสาาางงงยยยวววทททะะะอออคคค้ํ้ํํ้าาา(((งงงขขขียียียรรรเเเย666000ยยยอออนนนDDDตตตี่่่ีี้ํํํ้้าาาาาาสสสคคคใใใบบบาาาฉฉฉหหหนนนทททยยยุุุณณณรรรกกกอออนนน...ทททรรรลลลมาาาัััุุุาํ้้ําํ้าวววดดดOOOลลลาาาลลลีีี777ปปปาํ้้าํ้าํลลลยยย้ิ้ิิ้งงงบบบาาางงงจจจมมมบบบหหหภภภบบบะะะซซซี่ีี่่อออทททศธธธี่ยยี่ี่ยโโโ222ะะะรรรนนนััังงง)))อออรรรลุลุลุDDDแเเกแแเมโนมกมนโนกโนนนอออีีีคคคคคครรรํํําาาาาาาาาาาาอออรรรยยยํํํรรราาาหหหพพพเเเรรระะะึกีีีํ้้ํํ้333าาาเเเตตตินนนิิลลลาาางงงัธธธััวววบบบฉฉฉOOOาาาาาาแแแิิิโโโรรรพพพดดดาาารรรวววกกกาาางงงอออสสสมมมชชชมมม...อออดดดรรรยยยงยยงงย่ํํํ่่ขขขษาาาะะะๆๆๆลลลทททมมมคคคลลล555ัััดดดมมมอออเเเ(((งงงาาานนน็็็โโโมมมิิิศศศรรรสสสทททััักกกาาาปปปาาาEEEยยยนนนมมมขขขาาามมม่ีย่ยียี่999ชชชะะะบบบวววรรรรรรรรราาาานนนซซซ้ํ้ํ้ําาาวววลลลหหหาาาึึกึกกวววทททวววCCC222ธธธใใใจจจศศศนนนาาายีียยีรรราาาหหหศศศจจจงงงาาาาาาตาาาํ้้้ํํเเเาาาิิทททิ(((ึ่ึ่่ึงงงชชชวววิิิแแแะะะเเเษษษิิิ666ภภภาาา)))งงงรรร่ี่ี่ีวววเเเกกกสสสตตตึกึกึกEEEมมมุุุลลลึึึกกกรรราาาเเเงงงออออออคคคกกกอ222รรรสสสยยย(((สสสรรรลลลศศศ...สสสมมมาาาMMMีีีาาาแแแยยยิิิทททษษษแแแอออรรรสสสEEEิิินนนเเเษษษ666222อออีีียยยยยยนนนรรราาาูููนตตตาาาะะะปปปปปปักัักกีีียยยพพพลลลลลลMMMใใใยยย444ี่ีี่่วววาาาโโโ000สสสทททยยยาาาูููาาาคคค)))ใใในนนโโโววว222จจจษิษิษิจจจรรรชชชดดดรรรโโโปรรรนนนปปปะะะวววขขข,,,นนนรรรนนนลลลุุุดดดะะะปปปรรราาา333ดดด)))กกกาาาลุลุุลเเเทททงงงฐฐฐะะะไไไรรรลลล์์ิิ์ิมมมจจจงงงออออออ222กกกลทททพพพะะะรรรรรรีีีมมมยยยหหหหหหดดด...กกกเเเาาาาาายยยินินินาาาะะะสสสเเเ่่่ีีีิิิตตต888หหหะะะนัันนัคคครรรุุุณณณ333ะะะงงงรรรารรร่่ีีี่อออนนนชชชาาารรรแแแนนนลลลนนนยยยทิททิิอออททท222333ยียยีีสสส555รรรจจจ...ิิิภภภเเเดดดมมมดดดดดดยยยีีีเเเยหหหทททีีีเเเรรร666ดดดกกกหหหาาาะะะทททํ้ํ้้ํ้ํ้ํ้ําาาพพพํํําาาาาาธธธ...นนนรรรงงงอออุุุลลลนนนััััััเเเูดดูดูบบบ---กกกววว888หหหจจจเเเ666ํํํมมมาาาาาาทททเเเเเเภภภทททผผผียียยีิภภิภิศศศปปปดดดิิิ่่่มมม็็็พพพมมมเเเิิินนนคคคบบบภภภวววิิิวววทททเเเ999ดดดาาาวววกกกอออพพพัััลลลกกก้ิ้ิิ้ลลลออองงงูููุุุมมมพพพาาากกกาาาแแแนนนคคคลลลชชชงงงาาากกกทททอออทททยยยแแแัััวววนนนาาาัััโโโงงงททท(((ชชชพพพกกกีเีเีเปปปงงงิิิขขขจจจจจจวววลลลชชชปปปาาาาาาEEEรรรรรรกกกรรรอออภภภจจจรรรรรรลลลยยยาาาคคคตตตี่่ีี่รรรแแแรรรัััขขขิตตติิอออุุุนนนใใใรรรลลละะะรรรMMMออองงงรรราาาีีียยยม็็มม็วววคคคาาา(((เูเููเะะะนนนดัดััดDDDวววะะะนนนรรรตตตะะะวววอออรรรอออ111งงงขขขpppิิิิิินนนมมมรรรนนนยยยิิิกกกเเเอออมมมาาาิิิททท)))ทททยยยาาา้ํํ้ํ้OOOาาากกกนทิิิททนนจจจเเเกกกคคค555เเเงงงยยียีีาาาHHH(((าาาทททลลลนนนรรราาาีีีเเเปปปันัันนปปปยยยEEEอออตตตทททยยยจจจบบบาํําาําาาตตต...หหห้ํํํ้้ยยยาาาแแแรรรวววอออณณณงงง)))666ะะะ้ั้ั้ัรรรนนนMMMสสสตตตเเเรรรนนนรรราาาุุุพพพลลลาาาี่ี่ี่หหหตตตาาาาาาสสสาาาลลล็็็าาามมมมมมเเเีีี222ยยยสสสอออียียยี(((จจจคคคใใใหหหําําาํอออลลลนนิินิพพพคคคงงงะะะเเเรรร666อออบบบาาา)))มมมะะะTTTสสสอืออืือออปปปัังงงัูููวววบบบออองงงาาากกกมมมสสสวววทททหหหาาาตตตททท(((นนน่ิิ่ิ่888มมมแแแ)))ัััทททกกกวววหหหงงงจจจีีีโโโกกกเเเรรรEEEลลลกกกะะะเเเัััรรรนนนจจจัััััักกกตตตาาา...หหหอออคคครรรรรรคคคาารารราาาดดดทททพพพหี่ห่หี่ีุุุลลลวววMMMววว888หหหาาาซซซิริรริมมมใใใียยียีงงงวววงงงาาากกก็็็มมมุุุาาาณณณลลลวววิิิัดัดดัียียยีนนนมมมบบบาาานนน111000สสสพพพิิิเเเลลลพพพเเเลลลนนน)))อออยยยอออยยย111งงงจจจบบบมมมชชชรรรักัักกททท222วววูููpppตตตภภภกกกังังงัรรรํํําาา(((รรรีีีเเเนนนํ้ํ้ํ้แแแาาาทททนนนนนนจจจ444นนนีีียยยัยัยยัEEEดดดาาาอออปปปาาารรรรรรHHHดดดรรราาารรราาาดดดวววา้ํ้ํา้ําุุุโโโลลล่ี่ี่ีปปปหหหํ้ํ้้ําาานนนMMMกกกตตตทททภภภณณณ็็็วววีีีมมมยยยรรรกกกรรรณณณแแแับัับบพพพดดดวววมมมััันนนตตตงงงิิินนนลลลาาายยยมมมบบบรรระะะเเเ่ีี่่ีููมมูมลลลาาาลลลััั)))นนนยยยนนนาาาลลลพพพพพพ((((((าาารรรอออฐฐฐอออสสสทททัััเเเกกกรรระะะิิิํํําาาEEEEEEแแแะะะนนนกกกใใใทททฉฉฉตตตลลลดดด้ํํ้ํ้ใใใาาาัชัชัชชชชาาายยยอออิทิิททหหหบบบชชชลลลดดดMMMMMMรรรมมมลลลชชชํ้้้ํําาาออืื่่อ่ืเเเิิิทททคคคี่ี่่ีหหหดดดนนนนนนรรรลลลยยยีีีสสสดดดยยยธธธาาามมมัััวววดดดบบบีีีะะะจจจคคคซซซ)))ยยย)))าาาวววรรรตตตมมมนัันันงงงยยยกกกภิภิิภูตูตตูยยยงังังัอออััันนนกกกสสสุุุื้้ื้ืลลลอออาาาาาากกกมมมิิิใใใทททาาาตตตสสสนนนัััอออกกกใใใทททาาารรราาานนนEEEีีีเเเนนนูููทททกกกตตต้ํ้ํํ้ิิิาาานนนวววงงงยยยลลลนนนีปีปีปูููแแแาาายยยอออรรรกกกพพพน้ั้ันนั้ดดดกกกCCCเเเํ้ํํ้้าาาตตตาาารรรกกกี่่่ีีขขขทททแแแมมมาาาศศศหหหนนนสสสรรร็็็รรราาามมมาาา333ัััวววนนนขขขตตตรรรกกกนนนาาางงงาาาดดดะะะรรรอออคคคคคคแแแะะะรรรีีีรรรยยย้ํํํ้้ลลลาาายยยนนนอออาาารรราาาวววีีียยยงงง(((กกกสสสใใใชีีชีชหหหัััตตตลลลบบบณณณาาาจจจงงงบบบอออบบบลลลรรรEEEงงงํํํ(((ชชชาาาอออทิิททิะะระรรอออนนนรรรDDDะะะมมมาาาสสสจจจาาาหหหMMMัััออออออนนนไไไทททะะะาาํําํรรรตตีีีตเเเาาากกกธธธนนนลลลํ้ํ้ํ้าาายยยักัักกฟฟฟลุลุลุOOOาาาทททบบบผผผมมมยยยออออออะะะทททรรรสสส)))ภิิิภภาาาบบบโโโดดดมมมทททนนนนิินนิทททฟฟฟวูููววยยย็็็)))ัััมมม่ี่่ีีกกกัััดดดาาาปปปยยยรรรึึึวววกกกทททาาารรรคคคสสสาาา่ีแแ่่ีแี้ํํ้้ํทททิจิจิจ่ีี่ี่าาายยยจจจะะะทททนนนงงงาาาคคคลลลนนนพพพผผผิเิเิเรรร่ี่ี่ีาาาหหหาาาตตต(((ทททัยยยััมมมอออแแแรรระะะเเเขขขวววาาาํํา้าา้ํ้่ีีี่่อออEEEทททถถถอออลลลใใใวววมมมจจจยียยีี111กกกัััมมมิ้้ิ้ิณณณาาาทททนนนงงงดดดเเเคคคอออนนนMMMยยยลลล่ีลลล่่ีีไไไุุุสสสณณณกกกาาาึงึงึงหหหอออตตตััักกกงงงวววํํํงงงาาาเเเดดดกกกลลลสสสใใใดดดาาามมมมมมรรรียยียี)))าาาทททีเเเีีาาาาาานนนาาาหหหกกกชชชดดดอออาาาวววอออใใใงงงถถถคคคนนนจจจีีีีคคีีครรรคคคงงงรรรทททมมมศศศ้ํ้ํ้ํนนนรรราาาาาาภภภรรรวววสสสอออนนน็มม็ม็ลลลกกกาาาาาาววววววํ้ํ้้ําาาาาาเเเ่ีี่ี่ะะะหหหรรรบบบยยยกกกูููแแแูููกกกมมมโโโกกกอออพพพปิปปิิาาาดดดนันัันเเเซซซปปป(((แแแยยยทททรรรมมม(((คคคาํําาํมมมEEEาาาหหหแแแมมมิิินนนขขขุุุณณณอออคคคานาานนEEEใใใรรรลลลงงงะะะบบบรรรดดดCCCััักกกัััรรรนนนนนนบบบอออสสสลลลํ้าํ้าํ้าวววMMMเเเเเเาาาิิิมมมกกกเเเหหหะะะหหหัััดดดาาาดดด)))พพพรรรลลลทททขขขงงงวววเเเนนนกกกบบบงงงรรราาามมม)))ทททภภภีีียยยะะะมมมนนนEEEนนนนนนวววลลลอออีีีสสสยยยิ้งงิิ้ง้าาาาาา888ใใใดดดไไไณณณัััทททนนนนนนหหหCCCูููมมมัััศศศกกกยยยจจจววว้ํ้ํ้ํวววรรร้ํํ้ํ้าาาาาาาาาํ้้ํํ้222าาาูููงงงงงงงงง---ี่ี่่ีิิิ
บทคัดยอ่ ผลงานวิจัย ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
ชื่องานวจิ ัย การวิเคราะหความสมั พันธระหวางส่ิงมีชวี ติ เซลลเดียวกับคุณภาพของนํ้า
คณะผูว จิ ัย บรเิ วณบอน้าํ หมูบา นหนองกอก ตําบลทุงหลวง จงั หวดั ราชบรุ ี
ระดบั ช้ัน นายภาณุ ตําหนงิ าม นางสาวชนาพรรณ เอีย่ มอาจ
อาจารยท ่ปี รึกษา และนางสาวศศวิ ิมล ชูฟก
โรงเรยี น มัธยมศกึ ษาปท ่ี5
นักวิทยาศาสตรที่ปรกึ ษา นางสาวอภญิ ญา เสนะโลหติ และนายอริยะ เมืองงาม
รฐั ราษฎรอุปถมั ภ อําเภอเมือง จงั หวดั ราชบรุ ี
ดร.วฒุ ชิ ยั บุญพุก มหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ
บทคัดยอ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพ่ือวิเคราะหความสัมพันธระหวางสิ่งมีชีวิตเซลลเดียวกับคุณภาพ
ของน้ํา บริเวณหมูบานหนองกอก ตําบลทุงหลวง อําเภอปากทอ จังหวัดราชบรุ ี จํานวน 3 จุดศึกษา โดยมีการ
เก็บตัวอยางของส่ิงมีชีวิตในแหลง นํ้า พบวา จุดที่ 1 พบส่ิงมีชีวิตเซลลเดียวท้ังหมด 374 เซลล 12 ชนิด ซ่ึงพบ
Closterium sp. มากที่สุด จุดท่ี 2 พบสิ่งมีชีวิตเซลลเดียวท้ังหมด 600 เซลล 11 ชนิด ซ่ึงพบ Oscillatoria
มากทส่ี ุด จุดที่ 3 พบส่งิ มชี ีวติ เซลลเดียวทงั้ หมด 729 เซลล 12 ชนดิ ซึ่งพบ Paramecium sp. มากท่สี ุด เม่ือ
นําขอมูลท้ังหมดมาวิเคราะหหาความสัมพันธระหวางคุณภาพนํ้ากับการกระจายตอของสิ่งมีชีวิตเซลลเดียว
พบวา สิ่งมีชีวิตเซลลเดียวที่พบในแหลงน้ําทั้ง 3 จุด มีความสัมพันธไปในทิศทางเดียวกันกับคา pH ฟอสเฟต
ไนเตรท และคา ความโปรง ใสของน้ํา กบั การกระจายตัวของสง่ิ มชี ีวิต จากการศกึ ษาคร้งั นี้ทําใหเ ห็นวา สิง่ มชี วี ติ
เซลลเ ดียวสามารถเปนดัชนีบงช้ีคุณภาพนา้ํ ได
คาํ สาํ คญั : สิ่งมีชีวติ เซลลเดียว คุณภาพของน้าํ
80
83
บทคดั ย่อผลงานวจิ ยั ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
ชื่องานวิจัย ประสิทธิภาพในการบาํ บดั คุณภาพอากาศของไมยนื ตน ชนดิ ตา ง ๆ บรเิ วณพ้ืนท่ี
สเี ขยี วสาธารณะในอาํ เภอเมือง จงั หวัดเชียงใหม
คณะผูว ิจัย นายกฤต วทิ รู ศศวิ มิ ล นายชนกานต มะโนจิตต
และนางสาวแพรวา ณรงคพนั ธ
ระดบั ชั้น มธั ยมศกึ ษาปที่ 5
อาจารยที่ปรกึ ษา นางบรรณารักษ ตญั จพัฒนกุล
โรงเรยี น วารีเชียงใหม อําเภอเมอื ง จังหวดั เชียงใหม
บทคัดยอ
ปญหาคุณภาพอากาศเปนปญหาส่ิงแวดลอมที่สงผลกระทบในหลาย ๆ ดาน ท้ังดานปญหาสุขภาพ
เศรษฐกจิ และทัศนวสิ ัย จงั หวัดเชียงใหมเปน พื้นที่หนึง่ ที่ประสบปญหาดงั กลาวตอเนื่องเปน ประจําในหลายปที่
ผานมา ในปจจบุ นั จึงมีความพยายามทจี่ ะรับมือกับปญ หาน้ีอยางย่ังยนื ซ่ึงจากขอ มลู งานวจิ ัยหลายแหลง พบวา
พืชมีความสามารถในการบําบัดคณุ ภาพอากาศได ดว ยกระบวนการ Phytoremediation ดังนนั้ ในหลายชุมชน
จึงมีแนวคิดท่ีจะเพิ่มพ้ืนที่สีเขียวสาธารณะข้ึนเพ่ือแกไขปญหาคุณภาพอากาศ คณะผูวิจัยจึงมีความสนใจที่จะ
ศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการบําบัดคุณภาพอากาศของไมยืนตนในพื้นที่สีเขียวสาธารณะ รวมกับ
การศึกษาลักษณะสัณฐานวิทยาของไมยืนตน และกายวิภาคของใบพืช โดยคาดหวังวาจะสามารถนําผล
การศึกษาท่ีไดไปใชเปนขอมูลพ้ืนฐานสําหรับการเลือกชนิดไมยืนตนในการพัฒนา และออกแบบพ้ืนที่สีเขียว
สาธารณะในชุมชนตอ ไป
จากการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการบําบัดคุณภาพอากาศของไมยืนตนดวยการตรวจวัด
ขอมูลอากาศรวมกับการศึกษากายวิภาคของใบพืช พบวาพืชในพื้นท่ีศึกษามีความสามารถในการบําบัด
คุณภาพอากาศได โดยพบวา ตนจามจุรีสามารถดักกรองฝุนละอองขนาดเล็กไดดีกวาตนราชพฤกษ ในขณะท่ี
ตนราชพฤกษสามารถลดอุณหภูมิ เพิ่มความช้ืนสัมพัทธ และลดปริมาณแกสคารบอนไดออกไซดไดดีกวา
ตนจามจุรี โดยผูวิจัยคาดวาเปนผลเนื่องจากลักษณะผิวใบท่ีแตกตางกันของพืชทั้งสองชนิด โดยผิวใบของ
จามจุรีจะประกอบไปดวย Trichome และเสนขนจํานวนมาก จึงดักกรองฝุนละอองขนาดเล็กไดดีกวา สวนใบ
ราชพฤกษมีขนาดปากใบที่กวาง จึงมีความสามารถในการแลกเปลี่ยนแกสและคายนํ้าไดดีกวา ดังน้ัน
การพัฒนาพ้ืนท่ีสีเขียวสาธารณะจึงควรเลือกใชชนิดพืชท่ีหลากหลายเพื่อใหการบําบัดคุณภาพอากาศเปนไป
อยางมีประสิทธิภาพที่สุด เน่ืองจากพืชแตละชนิดจะมีคุณสมบัติในการบําบัดคุณภาพอากาศในแตละดานท่ี
แตกตางกัน
คาํ สําคัญ: การบาํ บัดคุณภาพอากาศ จามจุรี ราชพฤกษ พ้ืนท่สี ีเขียวสาธารณะ กายวภิ าคผิวใบ
81
84
บทคัดยอ่ ผลงานวจิ ยั ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
ช่อื งานวจิ ัย การศกึ ษาความหลากหลายทางธรรมชาติของไลเคนในสวนพฤกษศาสตร
คณะผวู จิ ัย โรงเรียนวเิ ชยี รมาตุ อําเภอเมืองตรัง จังหวัดตรงั
ระดบั ชั้น
อาจารยที่ปรกึ ษา นางสาวพรพมิ ล แสงแวว และนางสาวพิมพศิ า ทองเสม็
โรงเรยี น
นกั วิทยาศาสตรที่ปรกึ ษา มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
นางขวัญใจ กาญจนศรีเมฆ
วเิ ชียรมาตุ อาํ เภอเมืองตรัง จังหวดั ตรัง
นางสาวสุนตั ดา แดงหยง
บทคดั ยอ
จังหวัดตรังไดมีการสรางสนามบินนานาชาติซึ่งอยูติดกับโรงเรียนวิเชียรมาตุ สงผลใหสภาพอากาศ
ส่ิงแวดลอมตาง ๆ มีการเปล่ียนแปลง จากการศึกษาพบวาไลเคนสามารถใชตรวจสอบคุณภาพอากาศได ทาง
คณะผูวิจัยจึงมีความสนใจศึกษาความหลากหลายทางธรรมชาติของไลเคนในสวนพฤกษศาสตร โรงเรียน
วิเชียรมาตุ มีวัตถุประสงคเพ่ือ 1) ศึกษาชนิดไลเคนในสวนพฤกษศาสตรโรงเรียนวิเชียรมาตุ 2) ศึกษา
ความสัมพันธระหวางชนิดไลเคนกับชนิดตนไมท่ีเปนแหลงที่อยูของไลเคน 3) ศึกษาความสัมพันธระหวาง
จํานวนชนิดของไลเคนกับขนาดลําตน และลักษณะการปกคลุมเรือนยอดของตนไมเปนแหลงท่ีอยูของไลเคน
4) ศึกษาความสัมพันธระหวางชนดิ ของไลเคนกับความเปนกรด-เบส ของเปลือกไมท่ีเปนท่ีอยูอาศัยของไลเคน
โดยดําเนินการ กําหนดจุดเก็บตัวอยางไลเคน ศึกษาลักษณะของไลเคน วัดขนาดลําตน pH ของเปลือกไม
การปกคลุมเรือนยอดของตนไม พบวา จัดกลุมไลเคนเปน 3 กลุม คือ กลุมทนทานสูง กลุมทนทาน และกลุม
อากาศดี ความหนาแนน การปกคลมุ เรือนยอดของตนไมม ีความหนาแนน มาก จํานวนของไลเคนกจ็ ะมาก และ
พบวาถาตนไมมีเปลือกไมที่มีความเปนกรดสูง จะมีไลเคนอาศัยอยูหลายชนิดมากกวาตนไมท่ีมีเปลือกไมมี
ความเปน กรดนอยกวา
คําสําคญั : ความหลากหลายทางธรรมชาติ ไลเคน สวนพฤกษศาสตรโรงเรียน
82
85
บทคดั ยอ่ ผลงานวิจยั ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
ชือ่ งานวจิ ัย การศกึ ษาคุณภาพนา้ํ ทม่ี ผี ลตอการดํารงชวี ิตของแมงกะพรุนนํ้าจืดสายพันธนุ าํ้ ไหล
(Craspedacusta sowerbyi) บริเวณแกงบางระจัน ตําบลหนองแมนา อาํ เภอ
เขาคอ จงั หวดั เพชรบรู ณ
คณะผูวิจยั นางสาวนภสร สงอาวงษ นางสาวเปมิกา หาญลําใย
ระดับชัน้ และนางสาวพิชญาภา เละสันเท่ียะ
อาจารยทปี่ รึกษา
โรงเรียน มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
นายทรงพล จริ านธิ ิภัทร และนางสาวเรียม จนั ปญุ นะ
วิทยานกุ ูลนารี อําเภอเมอื ง จงั หวดั เพชรบรู ณ
บทคัดยอ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาคุณภาพของนํ้าที่มีผลตอการดํารงชีวิตของแมงกะพรุนน้ําจืดสาย
พันธุน้ําไหล (Craspedacusta sowerbyi) และเพื่อศึกษาวัฏจักรชีวิตของแมงกะพรุนนํ้าจืดสายพันธุน้ําไหล
(Craspedacusta sowerbyi) ในพ้ืนท่ีทองเที่ยวเชิงนิเวศ คือ แกงบางระจัน ตําบลหนองแมนา อําเภอเขาคอ
จังหวัดเพชรบูรณ โดยมีวิธีดําเนินการวิจัย คือ เก็บตัวอยางนํ้าโดยใชก ระบอกเก็บตัวอยา งนํ้า กําหนดจุดศึกษา
แลววาดแผนที่แหลงนํ้าที่เปนจุดศึกษา จากน้ันทําการตรวจวัดคาความเปนกรด-ดางโดยใช pH meter คา
ความโปรงใสของนํ้าโดยใชจานวัดความโปรงใสของน้ํา (Secchi Disk) ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในนํ้า (DO)
และอุณหภูมิน้ํา ดวย DO Meter และส่ิงมีชีวิตพวกแพลงกตอนที่อาศัยอยูบริเวณน้ีโดยใชถุงเก็บแพลงกตอน
จากการศึกษาพบวา บริเวณแกงท่ี 1 แกงที่ 2 และแกงท่ี 3 อุณหภูมิของน้ําอยูในระดับท่ีดีโดยอยูในชวง 23 –
25 องศาเซลเซียส ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในนํ้าสวนใหญอยูระหวาง 4.81 – 6.04 มิลลิกรัมตอลิตร
คุณภาพของน้ําอยูในระดับดี คาความเปนกรด-ดางของน้ําอยูในชวง 6.5 – 9.0 เปนน้ําระดับคุณภาพดี
คาความโปรงใสของนํ้าอยูในชวงระหวาง 0.31 – 0.35 เมตร เปนคาที่เหมาะสมตอการดํารงชีวิตของสัตวนํ้า
คณุ ภาพของน้ําอยใู นระดับดี
คาํ สําคัญ: แมงกะพรนุ นา้ํ จืดสายพันธุนํา้ ไหล (Craspedacusta sowerbyi) แพลงกตอน แหลง นาํ้ วฏั จักร
83
86
บทคัดย่อผลงานวิจยั ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
ชอ่ื งานวจิ ัย การศกึ ษาผลของสาหรา ยเทาทก่ี าํ ลังยอยสลายตอคุณภาพน้าํ และระบบนิเวศวทิ ยา
คณะผูว จิ ัย ของแกงหนิ แมน ํา้ เลย ในเขตอําเภอเชยี งคาน จังหวัดเลย
ระดบั ช้นั นางสาวกญัญาภัค บุญญะรตั นะ นางสาวขวัญรตา โพธิ์ศรา
อาจารยทปี่ รกึ ษา
โรงเรียน และนางสาวกมลวรรณ ชมชยั รัตน
มธั ยมศึกษาตอนปลาย
นายสงกรานต บตุ ตะวงค และนายณรงคศักด์ิ แสงขาว
วิทยาศาสตรจุฬาภรณราชวทิ ยาลยั เลย อําเภอเชียงคาน จังหวัดเลย
บทคัดยอ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงคเพื่อสํารวจ ตรวจสอบ และวิเคราะหผลขอมูลคุณภาพนํ้า และระบบ
นิเวศวิทยาในบรเิ วณที่พบสาหรายเทาท่ีกําลังยอยสลาย ในตําบลนาซา ว และตําบลหาดทรายขาว อําเภอเชยี ง
คาน จังหวัดเลยเร่ิมตั้งแตเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 ถึงเดือนกุมภาพันธ พ.ศ.2564 ใชจุดศึกษาทั้งหมด 4 จุด
โดยตรวจสอบดัชนีพื้นฐาน และสิ่งท่ีพบโดยรอบ ไดแกความเปนกรด-เบส ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ํา
การนําไฟฟาของนํ้า อุณหภูมิของน้ํา อุณหภูมิอากาศ ความช้ืนสัมพัทธ และสภาพอากาศ สวนดัชนีอ่ืน ๆ ท่ีได
จากผลการวิเคราะหในหองปฏิบัติการ เชน ปริมาณแรธาตุในดิน โดยใชวิธีการตรวจวัดและวิเคราะหผลตาม
หลกั วิธีดําเนนิ การของ GLOBE จากการศกึ ษาพบวา ในเดอื นธันวาคม พ.ศ. 2563 มคี วามแตกตา งของคุณภาพ
นํ้าไมมากนัก ตอมาในเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 มีความแตกตางของคุณภาพน้ํามากขึ้นกวาเดือนธันวาคม
และเริ่มพบความเปนดางมากข้ึนในบริเวณที่พบสาหรายเทาที่กําลังยอยสลาย และสุดทายในเดือนกุมภาพันธ
คาดัชนีของคุณภาพนํ้ามีความแตกตางอยางชัดเจน จากการตรวจสอบดินในบริเวณใกลเคียงกับแมน้าํ เลยของ
ทั้งสองจุดท่ีไดท ําการทดลอง พบวา ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 และมกราคม พ.ศ. 2564 ดินท้ังสองบริเวณมี
ระดับ N P K ตํ่า สวนในเดือนกุมภาพันธ ตัวอยางดินจากตําบลหาดทรายขาวมีคา N ในระดับกลาง และมีคา
K ในระดบั ตา่ํ ในขณะท่ตี ัวอยางดนิ จากตาํ บลนาซา ว มปี รมิ าณ N P K ในระดบั ตาํ่ ท้ังหมด และทางดานชีวภาพ
ของระบบนิเวศวิทยาของแตละแกง หนิ แมน้าํ เลยในแตละตําบลพบความแตกตางของส่งิ มีชวี ิตเมอ่ื เปรียบเทียบ
กันแลว สรุปไดวาบริเวณที่มีสาหรายเทาออนจะสงผลตอคา DO สูงกวาปกติ ทําใหพบสิ่งมีชีวิตและพืชน้ํา
จํานวนมาก สวนบริเวณที่มีสาหรายเทาที่กําลังยอยสลายมากขึ้นจะสงผลทําใหน้ําเปนเบสมากข้ึน คา DO
ลดลง สิ่งมีชีวิตลดลง คาไนโตรเจนสูงข้ึน สงผลทําใหส่ิงมีชีวิตขนาดเล็กบริเวณนั้นลดนอยลง พืชใตนํ้าไมคอย
เจริญเติบโต แตส ง ผลใหแ หนเจรญิ เติบโตไดเร็วขนึ้ ทาํ ใหไ นโตรเจนในดินบรเิ วณนนั้ สูงมากขึน้ สง ผลใหไ มยราบ
รมิ ตลิ่งเจรญิ เตบิ โตไดดตี ลอดจนหญาใบเขยี วทีเ่ กดิ ริมตล่ิงเจรญิ เตบิ โตไดด ีดว ย
คําสําคัญ: สาหรายเทา คณุ ภาพนํา้ ระบบนิเวศ แมน าํ้ เลย
84
87
บทคดั ย่อผลงานวจิ ยั ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
ชอื่ งานวจิ ัย ความสมั พันธร ะหวา งสภาพอากาศ และสีของแหลงเพาะพันธุท่มี ีผลตอจํานวนและ
ชนดิ ของลูกนาํ้ ยุง
คณะผวู จิ ยั นายกรวิชญ จริงจติ ร และนายอินทัช เมอื งพูล
ระดบั ชัน้
อาจารยท ี่ปรกึ ษา มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
โรงเรียน นางพชั รา พงศม านะวุฒิ
นักวทิ ยาศาสตรท่ีปรกึ ษา วทิ ยาศาสตรจ ฬุ าภรณราชวิทยาลัย ตรงั
ดร. อนนั ตนิจ ชมุ ศรี มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลศรวี ิชัย
บทคัดยอ
งานวิจัยนี้ไดศึกษาความสัมพันธของสภาพอากาศกับสีและอุณหภูมิของน้ําของแหลงเพาะพันธุที่มีผล
ตอ ชนิดและจํานวนลูกนํา้ ยุง โดยทําการศึกษาท่อี าํ เภอเมอื งและอําเภอนาโยง มีจดุ ศกึ ษา 5 แหงในแตละอาํ เภอ
โดยใชกับดักไขยุง สีขาวและสีดําลอยุงมาวางไข เก็บขอมูลทุกสัปดาหตั้งแตเดือนมิถุนายนจนถึงพฤศจิกายน
และมีการเก็บขอมูลสภาพอากาศ ในชวงเวลา solar noon (11.00 น. - 13.00 น.) ผลการวิจัยพบลูกนํ้ายุง 3
ชนิดในพื้นท่ีศึกษา ไดแก ลูกน้ํายุงลายบาน ลูกน้ํายุงลายสวน และลูกนํ้ายุงรําคาญ โดยลูกน้ํายุงลายบาน และ
ลูกน้ํายุงลายสวน มีจํานวนสูงสุดในเดือนตุลาคม ในขณะที่ลูกน้ํายุงรําคาญ มีจํานวนสูงสุดในเดือนมิถุนายน
จํานวนลูกน้ํายุงในกับดักไขยุงสีดําสูงกวาในกับดักไขยุงสีขาว ในกับดักไขยุงสีดํา จํานวนลูกนํ้ายุงลายบานมี
ความสัมพันธทางบวกกับความชื้นสัมพัทธแ ละปริมาณน้าํ ฝน สวนลูกนํ้ายุงลายสวนมีความสมั พันธทางบวกกับ
อุณหภูมิ และลูกน้ํายุงรําคาญมีความสัมพันธทางลบกับอุณหภูมิ สวนในกับดักไขยุงสีขาวอุณหภูมิ
ความช้ืนสัมพัทธ และปริมาณนํ้าฝน ไมมีความสัมพันธกับจํานวนลูกน้ํายุงแตละชนิด เมื่อนําขอมูลท่ีไดมา
ประยุกตสรางเปนนวัตกรรมกระถางปลูกตนไมกับดักยุง และสามารถดักจับยุงไดเปนชิ้นงานที่ลงทุนไมสูงแต
สามารถใชงานไดจ รงิ
คาํ สําคัญ: ลกู นํา้ ยุง กับดักไขยงุ สภาพอากาศ สขี องแหลงเพาะพนั ธุ
85
88
บทคัดยอ่ ผลงานวิจยั ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
ช่ืองานวิจัย การศึกษาความหนาแนน ของประชากรปกู ามดาบ (Uca bengali) กบั ลกั ษณะ
คณะผูว จิ ยั ของรปู ู
ระดับชน้ั
อาจารยท ป่ี รกึ ษา นางสาวศิอร หลกี ภยั และนายชชั รนิ ทร จนั ดี
โรงเรยี น
นักวิทยาศาสตรท ่ปี รึกษา มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
นางพชั รา พงศมานะวฒุ ิ และนางสาวหนึง่ ฤทยั ชยั มณี
วิทยาศาสตรจฬุ าภรณราชวทิ ยาลยั ตรัง อําเภอเมืองตรงั จังหวัดตรัง
รศ.ดร.มลั ลิกา เจรญิ สธุ าสินี มหาวทิ ยาลยั วลัยลกั ษณ
บทคัดยอ
งานวิจัยนี้ไดทําการศึกษา ณ ปาชายเลนบริเวณชุมชนหาดมดตะนอย อําเภอกันตัง จังหวัดตรังซึ่งอยู
บริเวณภาคใตของเมืองไทยโดยเลือกพ้ืนที่ในการศึกษาเปนบริเวณปาชายเลนท่ีมีลักษณะเปนดินโคลน
แบงพ้ืนท่ีการศึกษาเปน 2 บริเวณ คือบริเวณที่มีความหนาแนนของปูกามดาบมาก และบริเวณท่ีมีความ
หนาแนน ของปูกามดาบนอย ในแตล ะพื้นทส่ี ุมพ้นื ท่ีการศึกษาทั้งหมดพืน้ ท่ลี ะ 5 บรเิ วณ โดยใชกรอบขนาด 50
X 50 ตารางเซนติเมตร เพ่ือศึกษาความหนาแนน สัดสวนเพศ ขนาดตัว ขนาดกาม และลักษณะของรูปูแตละ
ตัวนอกจากน้ันไดเก็บตัวอยางดิน จากกรอบสุมทุก ๆ อันเพื่อวิเคราะหหาคาคุณภาพของดิน ผลการศึกษา
พบวาบริเวณท่ีมีความหนาแนนมากมีจํานวนปูเฉล่ียเทากับ 92.80 ± 8.67 ตัวตอตารางเมตร อัตราสวนเพศผู
ตอเพศเมียเทากับ 2 : 1 สวนบริเวณที่มีความหนาแนนนอย มีจํานวนปูเฉลี่ยเทากับ 17.60 ± 4.56 ตัวตอ
ตารางเมตรอัตราสวนเพศผูตอเพศเมียเทากับ 7 : 4 และขนาดของปูกามดาบบริเวณที่มีความหนาแนนมากมี
ขนาดใหญกวาบริเวณท่ีมีความหนาแนนนอย ทั้งสองบริเวณพบรูปรางรูปู 2 แบบ ไดแก รูปรางแบบ I และ
รูปรางแบบ Jโดยมีอัตราสวนเฉลี่ยรูปู (I : J) ในบริเวณท่ีมีความหนาแนนมากเทากับ 12 : 39 (เพศผู 6 : 22,
เพศเมีย 6 : 17) สวนในบริเวณท่ีมีความหนาแนนนอยเทากับ 8:14 (เพศผู 5 : 10, เพศเมีย 3 : 4) การศึกษา
ขนาดของรูปูพบวาความยาวของรูปูในบริเวณที่มีความหนาแนนมากมีความยาวมากกวาบริเวณที่มีความ
หนาแนนนอ ย ยกเวน ความยาวของรูปรู ปู แบบ J เพศเมียจะมีความยาวของรปู ูในบรเิ วณท่ีมีความหนาแนนนอย
มากกวาบรเิ วณทีม่ ีความหนาแนน มาก และพบวาเน้อื ดินในบริเวณทมี่ ีความหนาแนน มากมลี ักษณะเปน ดินรวน
ปนดินทรายสวนในบริเวณท่ีมีความหนาแนนนอยมีลักษณะเปนดินทรายปนดินรวน สารอินทรียในดิน
ในบริเวณท่ีมีความหนาแนนมากมีคามากกวาในบริเวณที่มีความหนาแนนนอย สวนคาความช้ืนภายในดินและ
pH ในดินในบรเิ วณทมี่ คี วามหนาแนน นอ ยมีคา มากกวาในบรเิ วณท่มี ีความหนาแนนมาก
คําสําคญั : ปาชายเลน ปูกา มดาบ
86
89
บทคดั ย่อผลงานวจิ ยั ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
ชอ่ื งานวิจัย การศกึ ษาประสทิ ธิภาพของมอสหางกระรอก มอสขนนก และมอสแดง
ในการดดู ซับฝนุ ละอองในอากาศ เพ่ือพัฒนาเปน กําแพงมอส
คณะผวู ิจยั นางสาวชลธิชา สมภูงา และนางสาวณฐั ณี บุญหาญ
ระดบั ชน้ั
อาจารยท ป่ี รกึ ษา มัธยมศึกษาตอนปลาย
โรงเรียน นายธีรวุฒิ จันทะพนั ธ
วทิ ยาศาสตรจฬุ าภรณราชวทิ ยาลัย มกุ ดาหาร อําเภอเมือง จังหวดั มุกดาหาร
บทคัดยอ
ปญหามลพิษทางอากาศนับเปนปญหาสิ่งแวดลอมท่ีเกิดขึ้นในทุกประเทศทั่วโลก รวมไปถึงประเทศ
ไทยมีความเขมขน PM2.5 เฉลี่ยรายปอยูในอันดับที่ 23 ของโลก และปญหาน้ีสงผลใหจํานวนผูปวยดวยโรค
ระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ รวมไปถึงผูปวยดานสุขภาพจิตเพ่ิมขึ้นอยางตอเน่ือง (Roberts et al., 2019)
งานวิจัยน้ไี ดทําการศึกษาประสิทธิภาพของมอสหางกระรอก มอสขนนก และมอสแดง ในการดูดซับฝนุ ละออง
ในอากาศ เพ่อื พฒั นาเปน กําแพงมอส โดยไดท ําการศึกษา 1) การศกึ ษาลักษณะทางกายภาพ ของมอส 3 ชนดิ
ท่ีมีผลตอการดูดซับฝุนละอองในอากาศ 2) แนวโนมรอดชีวิตของมอสในสภาวะที่มีมลพิษ และสภาวะไมมี
มลพิษ 3) เปรียบเทียบประสทิ ธภิ าพของมอส 3 ชนิดในการดดู ซบั ฝนุ ละอองในอากาศ 4) เพอื่ นํามอสพฒั นาไป
เปน กาํ แพงมอส ชว ยในการดูดซับฝนุ ละอองในอากาศ พบวา มอสทส่ี ามารถดูดซบั ฝนุ ละอองไดดที ่ีสดุ คือ มอส
หางกระรอก และมอสท่ีมีอัตราการรอดชีวิตสูงท่ีสุดในสภาวะที่มีมลพิษและไมมีมลพิษ คือ มอสหางกระรอก
ดังนั้น มอสท่ีดีท่ีสุดจะนํามาสรางเปนกําแพงมอส คือ มอสหางกระรอก เน่ืองจากเปนมอสที่มีอัตราการการ
ดูดซับฝุนละอองสูงท่ีสุด และมีอัตราการรอดชีวิตสูงที่สุดในสภาพแวดลอมท่ีมีฝุนละอองจากมอสท้ังหมด
จึงเหมาะสมแกก ารนํามาสรางกําแพงมอสเพื่อชวยดดู ซับฝนุ ละอองในอากาศ
คาํ สําคญั : มอส มลพษิ แนวโนมการรอดชีวติ
87
90
บทคัดย่อผลงานวิจัย ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
ชือ่ งานวิจัย ปจจัยทม่ี ีผลตอการผพุ ังของฟอสซิลบริเวณเขาแดง อาํ เภอละงู จงั หวัดสตูล
คณะผูวิจยั นางสาวนซั รยี า มะมนัง นางสาวนสิ รีน โตะ สะเล
และนายพรี วิชญ เฮาฮูเท่ยี น
ระดับช้ัน มัธยมศึกษาปที่ 5
อาจารยท ป่ี รกึ ษา นางศุลยา สามัญ และนางเยาวภา หนจู ันทร
โรงเรยี น วิทยาศาสตรจุฬาภรณราชวิทยาลยั สตูล อาํ เภอเมืองสตลู จงั หวัดสตูล
นกั วทิ ยาศาสตรท ่ีปรกึ ษา ผศ.ดร.พีรนาฏ คิดดี และดร.จนั ทวรรณ นอยศรี
มหาวทิ ยาลัยทักษิณ วทิ ยาเขตพทั ลุง
บทคดั ยอ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาปจจัยท่ีมีผลตอการผุพังของฟอสซิลบริเวณเขาแดง อําเภอละงู
จังหวัดสตูล จากการศึกษาพบวาอุณหภูมิบริเวณเขาแดงอยูในชวง 24 – 33 องศาเซลเซียส ซึ่งมีผลตอ
การผุพังของฟอสซิล เนื่องจากเม่ือไดรับความรอนจะมีการขยายตัว ขณะเดียวกันความเย็นจะทําใหเกิด
การหดตัวหินที่เกิดการขยายตัวและหดตัวสลับกันไปเชนนี้จะทําใหหินแตกได และคา pH ของดินบริเวณเขา
แดงมีคาเฉล่ียอยูท่ี 5 ซ่ึงมีความเปนกรดออน ความเปนกรดสามารถทําใหเกิดการกัดกรอนของหินปูนไดงาย
กวา ปกติ
คําสาํ คญั : การผุพัง ฟอสซลิ pH ของดิน
88
91
บทคัดย่อผลงานวิจยั ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
ช่อื งานวจิ ัย การศึกษาคณุ ภาพและสง่ิ ปนเปอนในนํ้าฝน ในเขตพ้ืนท่ีจงั หวัดพทั ลุง
คณะผูวจิ ยั
นายกิตติกร สงให นางสาวอิสรยิ า สงนุย
ระดับชน้ั
อาจารยท ่ีปรึกษา และนางสาวจรวยพร โอนกิ ะ
โรงเรียน
นกั วทิ ยาศาสตรท ีป่ รกึ ษา มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
นางสาวชนะจติ ร แสงคงเรอื ง และนางสาวสาลิตา สมาสเอียด
สตรีพทั ลุง อําเภอเมืองพัทลุง จงั หวัดพัทลงุ
ดร.สนุ ิสา คงประสทิ ธิ์ และดร.นันทดิ า สุธรรมวงศ
มหาวทิ ยาลัยทกั ษณิ วิทยาเขตพัทลุง
บทคัดยอ
งานวจิ ยั เรื่อง การศึกษาคุณภาพและสิ่งปนเปอนในน้ําฝน ในเขตพน้ื ท่ีจงั หวัดพทั ลงุ มีวัตถปุ ระสงคเพ่ือ
ศึกษาคุณภาพและสิ่งปนเปอนน้ําฝนในพื้นที่ 3 จุด คือ ปายาง (อําเภอศรีบรรพต) ทุงนา (อําเภอควนขนุน)
และเขตเมือง (อําเภอเมืองพัทลุง) โดยทําการเก็บตัวอยางนํ้าฝนตั้งแตเดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคม
พ.ศ. 2563 รวมเปนเวลา 3 เดอื น เนือ่ งจากเปน ชวงเวลาทภ่ี าคใตฝง ตะวันออกมีฝนตกชกุ ขอมลู คุณภาพนาํ้ ฝน
ที่เก็บ ไดแก ปริมาณและอุณหภูมิน้ําฝน อุณหภูมิอากาศ คา pH คา DO ปริมาณไนเตรต และส่ิงปนเปอนใน
นํ้าฝน จากผลการวิจัยพบวา คุณภาพนํ้าฝนท้ัง 3 บริเวณ มีคุณภาพอยูในเกณฑระดับดี โดยอําเภอศรีบรรพต
มีปริมาณน้ําฝนเฉล่ียมากท่ีสุด รองลงมา คือ อําเภอเมือง และอําเภอควนขนุน จากการศึกษาอุณหภูมินํ้าฝน
มี คาตํ่ากวาอุณหภูมิอากาศเล็กนอย ซึ่งอุณหภูมิน้ําฝนจะมีคาแตกตางกันในแตละพื้นท่ีข้ึนอยูกับ
สภาพแวดลอมภายนอก อีกท้ังยังมีความสัมพันธกับปริมาณแสงท่ีสองผานมายังพ้ืนโลก โดยอําเภอเมือง
มีอุณหภูมินํ้าฝนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ อําเภอศรีบรรพต และอําเภอควนขนุน ในสวนของอุณหภูมิอากาศ
มีความแตกตางกันไมมากนัก ซึ่งผลท่ีไดขึ้นอยูกับลักษณะพ้ืนที่โดยรอบจุดเก็บตัวอยางในแตละพื้นที่ โดย
อําเภอเมืองมีอุณหภูมิอากาศเฉล่ียมากที่สุด รองลง คือ อําเภอศรีบรรพต และอําเภอควนขนุน คา pH ของ
นํ้าฝนในอําเภอเมืองมีคา 6.41 สวนในอําเภอศรีบรรพต และควนขนุนมีคา pH 6.60 และ 6.61 ตามลําดับ
เน่ืองจากในพนื้ ทีอ่ ําเภอเมืองเปนชุมชนเมืองจงึ สงผลใหมีกาซท่ีทําใหเ ปน กรด โดยสว นใหญม าจากกจิ กรรมของ
มนษุ ย เชน ควันจราจร และการใชเ คร่ืองปรับอากาศ เปนตน แตใ นพน้ื ทอี่ ําเภอศรีบรรพตและอําเภอควนขนุน
สภาพแวดลอมโดยรอบสวนใหญจะเปนปาและทุงนา ปริมาณไนเตรตในน้ําฝนอยูในระดับท่ีต่ํามากทั้ง 3 พ้ืนที่
ในสวนของปริมาณและลักษณะของไมโครพลาสติกท่ีพบใน 3 พื้นท่ีสวนใหญจะมีลักษณะเปนเสนสีดํา โดยใน
อาํ เภอศรบี รรพตพบไมโครพลาสติกมากทส่ี ุด รองลงมาคือ อําเภอเมือง และอาํ เภอควนขนุน ตามลําดบั
คําสําคญั : คุณภาพนา้ํ ฝน ส่งิ ปนเปอ น ไมโครพลาสตกิ
89
92
บทคัดย่อผลงานวิจัย ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
ชือ่ งานวิจัย การแพรกระจายและปนเปอนของไมโครพลาสตกิ บรเิ วณปากนาํ้ จงั หวดั ระนอง
คณะผูวจิ ยั
นางสาวสาธิตา แสงเพชร นางสาวอันดามัน จันทรท อง
ระดับชั้น
อาจารยท ีป่ รกึ ษา และนางสาวรัญชดิ า รัตนเทพี
โรงเรียน
นกั วทิ ยาศาสตรท่ปี รกึ ษา มัธยมศึกษาตอนปลาย
นายดสิ ทัต ยงประเดิม และนายวรี วัฒน องุ เภา
สตรรี ะนอง อําเภอเมืองระนอง จงั หวัดระนอง
ดร. นันทดิ า สธุ รรมวงศ และ ผศ.ดร. ธญั ญา พันธฤ ทธิ์ดาํ
มหาวิทยาลัยทักษณิ วทิ ยาเขตพทั ลงุ
บทคัดยอ
ประเทศที่มีภูมิอากาศรอนช้ืนอยางประเทศไทยมักเกิดปญหาการสลายตัวของขยะพลาสติก
จนกลายเปนไมโครพลาสติกทเี่ ปนอนั ตรายและสงผลกระทบในบรเิ วณกวา ง สูสภาพแวดลอ มและหว งโซอ าหาร
จังหวัดระนองมีชุมชนบริเวณปากน้ําท่ีอาศัยอยูอยางหนาแนน และมีจุดทิ้งขยะท่ีมีเสนทางสูทะเลบริเวณ
ปากนํ้า ทําใหมีขยะสูทองทะเลและมหาสมุทรจํานวนมาก เกิดการยอยสลายกลายเปน ไมโครพลาสติกในทะเล
การท่ีเราเจอไมโครพลาสติกเปนจํานวนมากในระบบนิเวศเปนการสูญเสียความสมดุลของระบบนิเวศในทอง
ทะเลและพ้ืนที่สงวนชีวมณฑลระนอง ซ่ึงทําใหส่ิงมีชีวิตไดรับผลกระทบ โดยเฉพาะในพื้นท่ีจังหวัดระนองซ่ึงมี
การประกอบอาชีพประมงเปนหลัก การศึกษาการแพรกระจายของไมโครพลาสติกบริเวณปากน้ําจังหวัด
ระนอง ใชก ารเกบ็ รวบรวม และวิเคราะหขอมูลทางสถติ ิในการหาไมโครพลาสติกที่แพรกระจายจากบริเวณทาง
นํ้าใกลกองขยะ และแหลงชุมชนออกสูปากน้ําจังหวัดระนอง รวมท้ังเก็บตัวอยางปลาตะกรับแตละจุดศึกษา
โดยเก็บตวั อยางจากจุดสํารวจ 6 จดุ เปน บรเิ วณจดุ สํารวจในเสน ทางปากน้ํา 5 จุด และพื้นทส่ี งวนชวี มณฑล 1
จุด โดยนําตัวอยางน้ํามากรองดวย Nylon Filter 100 μm และวิเคราะหหาไมโครพลาสติกดวยกลอง
จุลทรรศน และกลองจุลทรรศนอิเล็กตรอน ในการศึกษาครั้งน้ีพบวา แหลงน้ําบริเวณท่ีพบไมโครพลาสติกมาก
ท่ีสุด คือ บริเวณปากนํ้า รองลงมาคือบริเวณใกลกองขยะ และจุดศึกษาเพิ่มเติมบริเวณชีวมณฑล เฉลี่ย 4.73
4.18 และ 1.55 ช้ิน/ลิตร โดยลักษณะที่พบมากที่สดุ คือ ชิ้น ๆ (Fragment) รองลงมา คือ เสนใย (Fiber) คิด
เปนรอยละ 39.77 และ 26.57 ตามลําดับ ในสวนของการศึกษาการปนเปอนไมโครพลาสติกในกระเพาะของ
ปลาตะกรบั พบวา บรเิ วณท่ีพบมากท่สี ดุ คอื บรเิ วณปากนํ้า และรองลงมา คอื บริเวณใกลก องขยะ เฉลีย่ 3.05
และ 2.55 ชิน้ ตอกรมั
คําสาํ คัญ: ไมโครพลาสติก ปากนํ้าจงั หวดั ระนอง ปลาตะกรับ
90
93
บทคัดยอ่ ผลงานวิจยั ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
ชือ่ งานวิจัย การศกึ ษาสภาพนาํ้ และอากาศท่สี งผลตอการเกิดเช้ือราในขาวพันธุ กข 41 บริเวณ
คณะผวู ิจัย หมบู านหนองไมแกน ตาํ บลควนชะลิก อาํ เภอหวั ไทร จังหวดั นครศรธี รรมราช
ระดับชนั้ นางสาวณฐั ธดิ า หาญณรงค นางสาวณฐั นรี หาญณรงค
อาจารยท ีป่ รกึ ษา
โรงเรยี น และนางสาวธัญญารตั น เสือฉวน
นักวิทยาศาสตรท ีป่ รึกษา
มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 4
นางสาวเพ็ญพกั ตร ชว ยพนั ธ และนายเสกสรร ชเู กิด
แหลมราษฎรบาํ รุง อาํ เภอหัวไทร จงั หวดั นครศรธี รรมราช
ดร.เตือนตา รา หมาน และดร.ชลธริ า แสงสบุ ัน
บทคัดยอ
งานวิจัยเรื่อง การศึกษาสภาพน้ําและอากาศที่สงผลตอการเกิดเช้ือราในขาวพันธุ กข 41 บริเวณ
หมูบานหนองไมแ กน อําเภอหัวไทร จงั หวัดนครศรีธรรมราช มีวตั ถุประสงคเ พ่ือศึกษาสาเหตุ และปจ จยั ทส่ี ง ผล
ใหเกิดเชื้อราในขาวพันธุ กข 41 บริเวณหมูบานหนองไมแกน โดยทําการศึกษาสภาพน้ําและอากาศ ชวงเดือน
สิงหาคม และกันยายน โดยเดือนสิงหาคมน้ัน ทําการศึกษาในท่ี 1 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เดือนกันยายน น้ัน
ทําการศึกษาต้ังแตวันท่ี 1- 6 กันยายน พ.ศ. 2563 และ ศึกษาปจจัยท่ีสงผลตอการเกิดเชื้อราในขาวพันธุ กข
41 โดยการศึกษาอุณหภูมินํ้า ความชื้นสัมพัทธ คาpH ของนํ้า ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ํา และอุณหภูมิ
นาํ้ ตามหลักวธิ ีการดําเนนิ การของ GLOBE และเปรยี บเทยี บความแตกตา งของขอมลู ทัง้ สองบริเวณ หาคา เฉล่ีย
ดวยสถิติ T – test independent โดยใชโปรแกรมสําเร็จรูป Microsoft Excel ผลการศึกษา พบวา
อุณหภูมินํ้า อุณหภูมิอากาศ และความชื้นสัมพัทธ มีผลตอการเกิดเช้ือราในขาวพันธุ กข 41 โดยเม่ืออุณหภูมิ
อากาศต่ํา คาความชื้นสัมพัทธในอากาศจะมีคาสูง เมื่อความชื้นสัมพัทธในอากาศมีคาสูงจะสงผลใหเกิดเชื้อรา
ในขา วพนั ธุ กข 41 ซง่ึ โรคทีเ่ กิดจากเช้ือรา คอื โรคไหม เกดิ จากเช้อื รา Pyricularia oryzae และ Pyricularia
grisea (Sacc.) ทําใหขาวพันธุ กข 41 เปนโรคตั้งแตระยะแตกกอไปจนถึงออกรวงสงผลใหผลผลติ ไดนอยและ
เกษตรกรขาดทนุ จากการทาํ นา ทาํ ใหข าดรายไดในการประกอบอาชพี
คําสําคัญ: ขาวพันธุ กข 41 เชอ้ื ราในขา ว อณุ หภูมินํ้า อุณหภูมอิ ากาศ ความช้ืนสัมพัทธ คา pH คา DO
91
94
บทคดั ย่อผลงานวจิ ัย ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
ช่อื งานวิจัย การศึกษาความสัมพันธของคุณภาพน้ํากับแนวความคิดของชมุ ชน
และความหลากหลายของแพลงกตอน คลองแมรําพนั จงั หวัดสโุ ขทยั
คณะผูวจิ ยั นางสาวบุณยวยี ชลชาญกจิ นางสาวศภุ นชุ เล่ียมวัฒนสธุ า
และนางสาวญาณัช จาดสอน
ระดบั ช้ัน มธั ยมศึกษาปท ี่ 5
อาจารยท ปี่ รึกษา นางขวัญใจ สงั ขจ นั ทร และนางสาวปวณี า คงสี
โรงเรียน อุดมดรุณี อาํ เภอเมอื ง จงั หวดั สุโขทัย
บทคดั ยอ
การศึกษาความสัมพันธของคุณภาพนํ้ากับแนวความคิดของชุมชน และความหลากหลายของ
แพลงกต อน คลองแมร ําพนั จงั หวดั สโุ ขทยั มีวัตถปุ ระสงคก ารวจิ ยั เพอื่ ศึกษา 1) ความสมั พนั ธค ุณภาพน้าํ คลอง
แมรําพันกับแนวความคิดของชุมชน 2) คุณภาพน้ําทางดานกายภาพ เคมี และชีวภาพบางประการใน
คลองแมรําพัน 3) ความสัมพันธทางชีวภาพในคลองแมรําพันกับคุณภาพน้ําดานกายภาพ และทางเคมี
4) ความหลากหลายของแพลงกตอนที่สํารวจพบในคลองแมรําพัน ดําเนินการเก็บน้ําตัวอยางท้ังหมด 4 จุด
ศึกษา บริเวณชวงตนลําคลอง ชวงกลางลําคลอง และชวงปลายลําคลอง ทําการวิเคราะหคุณภาพนํ้า ดังน้ี
คณุ ภาพนํ้าทางกายภาพ ไดแก อุณหภูมิ ความโปรง ใส การนาํ้ ไฟฟา ของแข็งทง้ั หมด คุณภาพนํา้ ทางเคมี ไดแ ก
ความเปนกรด-เบส ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ํา ปริมาณไนเตรท ประเมินคุณภาพนํ้าทางชีวภาพ ไดแก
สิ่งมีชีวิตท่ีไมมีกระดูกสันหลังขนาดใหญ และจําแนกความหลากหลายของแพลงกตอนในระดับจีนัส
ผลการวิจัยพบวา คุณภาพนํ้าคลองแมรําพัน จังหวัดสุโขทัย ทั้ง 4 จุดศึกษามีคา WQI ที่แตกตาง โดยเฉล่ีย
เทากับ 4.17 คุณภาพน้ําโดยรวมอยูในระดับเส่ือมโทรมมากสัมพันธคุณภาพน้ําทางชีวภาพ ผลการศึกษา
ความหลากหลายของแพลงกตอนท้ัง 4 จุดศึกษา มีความหลากหลายของแพลงกตอนท่ีแตกตางกันพบท้ังหมด
จาํ นวน 5 ดวี ิช่ัน/ไฟลมั จํานวน 10 แฟมลิ ่ี และจาํ นวน 14 จีนัส
คําสําคญั : คุณภาพน้าํ แพลงกตอน คลองแมรําพนั
92
95
บทคัดย่อผลงานวิจยั ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
ชอื่ งานวิจัย ศกึ ษาการใสป ุยเคมีและปยุ อินทรยี ทมี่ ีผลตอ คุณภาพดนิ และผลผลติ ของตน
มนั สําปะหลงั
คณะผวู ิจัย นางสาวเบญจพร ชนะนอก นางสาวธนญั ญา บุญสม
และนางสาวภาวนิ ี สมศรี
ระดบั ช้ัน มัธยมศกึ ษาปท่ี 5
อาจารยท่ปี รึกษา นางสาวสวุ รกั ษ สุวรรณไตร
โรงเรยี น อุดรพชิ ัยรกั ษพ ิทยา อาํ เภอเมือง จงั หวัดอุดรธานี
บทคัดยอ
มันสําปะหลงั เปนพืชเศรษฐกิจที่สําคัญในภาคอุตสาหกรรมอาหาร และอตุ สาหกรรมตอเนื่องอ่ืน ๆ แต
มักพบวาเมื่อทําการปลกู มันสําปะหลังซาํ้ ในบริเวณเดิมจะทาํ ใหความอุดมสมบรู ณของดินลดลง เกิดปญหาการ
ใชประโยชนจากดินในระยะยาว คณะผูวิจัยจึงศึกษาการใสปุยที่มีผลตอคุณภาพของดินและผลผลิตมัน
สําปะหลัง โดยแบงเปน 4 การทดลอง คือ แปลงท่ี 1 แปลงควบคุม แปลงที่ 2 ใสปุยเคมี แปลงท่ี 3 ใสปุย
อินทรีย และแปลงที่ 4 ใสปุยเคมีและปุยอินทรีย ในอัตราสวน 1:1 ทําการตรวจวัดคุณภาพของดินในแตละ
แปลงกอ นการทดลอง โดยทดลองเปนระยะเวลา 12 สัปดาหแลว จึงตรวจวดั คณุ ภาพของดินในแตล ะแปลงหลัง
การทดลอง และวัดผลผลิตของมันสําปะหลังโดยการช่ังนํ้าหนักหัวมันสําปะหลังจากผลการทดลอง พบวา
แปลงที่ 2 ใสปุยเคมี สามารถคงคุณภาพของดินไดดี โดยสามารถรักษาคาความเปนกรด-ดางของดินใหอยูใน
เกณฑท่ีเหมาะสม คงความชื้นในดินไดมากที่สุดเม่ือเปรียบเทียบกับแปลงการทดลองอื่น ชวยเพิ่มปริมาณธาตุ
ไนโตรเจน และฟอสฟอรสั และรักษาปริมาณโพแทสเซียมในดินใหอยูในระดับที่เหมาะสมตอพืชได อีกท้งั ยังให
ปริมาณผลผลิตมากท่ีสุด อยางไรก็ตามการใสเฉพาะปุยเคมีในระยาวจะทําในดินขาดความอุดมสมบูรณ
คณะผูว จิ ัยจึงแนะนาํ ใหใ ชปยุ เคมีรว มกบั ปยุ อินทรยี เพื่อชวยรกั ษาคุณภาพของดนิ
คําสําคัญ: ปุยเคมี ปุยอินทรีย คณุ ภาพของดิน มนั สาํ ปะหลงั
93
96
บทคัดยอ่ ผลงานวจิ ัย ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
ชอื่ งานวจิ ัย องคป ระกอบของอาหารในกระเพาะปลากดหวั โมงจากการประมงพ้นื บาน
ในจังหวัดพทั ลงุ
คณะผวู จิ ยั นายกมลนาวิน แสงทอง นายพฤตินันท อินนรุ ักษ และนายปวรตุ ม สวุ รรณ
ระดบั ชั้น มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 5
อาจารยทป่ี รกึ ษา นางยุพดี ภกั ดีวานชิ และนายเกยี รตชิ ัย ดว งเอียด
โรงเรียน อุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย พัทลุง อําเภอเมือง จงั หวดั พทั ลงุ
นักวิทยาศาสตรท ปี่ รกึ ษา ผศ.ดร.เตือนตา ราหมาน และผศ.ดร.ธญั ญา พนั ธฤทธด์ิ ํา
มหาวทิ ยาลัยทกั ษณิ วิทยาเขตพัทลุง
บทคัดยอ
การศึกษาเปรียบเทียบองคประกอบของอาหารในกระเพาะของปลากดหัวโมงที่เก็บรวบรวมจาก
บริเวณพื้นท่ีทะเลสาบสงขลาจังหวัดพัทลุง จํานวน 4 สถานี คือ บานปากประ บานลําปา บานจงเก และอาว
พะยูน โดยเก็บขอมูลคุณภาพนํ้าจํานวน 6 ดัชนีตัวช้ีวัด คืออุณหภูมิ คาความเปนกรด – ดาง คาปริมาณ
ออกซิเจนท่ีละลายในน้ํา คาการนําไฟฟา คาความเค็ม คาของแข็งท่ีละลายไดท้ังหมด และศึกษาลักษณะเพศ
ความยาว น้ําหนัก และองคประกอบของอาหารในกระเพาะของปลากดหัวโมง ในระหวางเดือนมกราคม –
เดือนกุมภาพันธ พ.ศ. 2564 จากตัวอยางปลากดหัวโมง ทั้งหมด 120 ตัว ทําการวิเคราะหชนิดของอาหารใน
กระเพาะดวยวิธี Occurrence method ผลการศึกษาพบวา คุณภาพนํ้า ทั้ง 4 สถานี มีคาแตกตางกันข้ึนอยู
กับพื้นท่ีที่ศึกษา ความแตกตางระหวางเพศผูและเพศเมียของปลากดหัวโมง ดูจากลักษณะภายนอก ตัวผูจะมี
ขนาดลําตัวเล็กกวาตัวเมีย และมีติ่งเพศขนาดเล็ก ทําใหสังเกตความแตกตางระหวางเพศคอนขางยาก
ความสัมพันธระหวางความยาวเหยียดและน้ําหนักของปลากดหัวโมง ดวยการวิเคราะหสหสัมพันธ แบบเพียร
สนั โดยใชโ ปรแกรม SPSS พบวา มีคา สมั ประสิทธิ์การตัดสนิ ใจ (r) เทา กับ 0.820 แสดงใหเห็นวาความยาวกับ
น้ําหนักตัวมีความสัมพันธไปในทิศทางเดียวกัน อยูในระดับสูงวิเคราะหขอมูลชนิดของอาหารในกระเพาะปลา
โดยการนับจํานวนกระเพาะอาหารท่ีพบอาหารแตละชนิด แลวคํานวณความถี่ในการพบอาหารแตล ะชนิดเปน
รอยละ (%F) พบวา ชนิดของอาหารที่พบสูงสุดเหมือนกันทุกสถานี คือ แพลงกตอนสัตว (แอมพิพอด) โดย
บา นปากประ พบสูงสุด 86.67% รองมาคือ อาวพะยนู 80.00% ตามดว ย บา นจงเก 66.67% และ บานลําปา
53.33% ชนดิ ของอาหารท่ีพบเปนอนั ดบั ที่ 2 ของแตล ะสถานี คือ บานปากประ พบหอยฝาเดียว 53.33% อา ว
พะยูน พบกุง 43.33% บานลาํ ปา และบานจงเกพบเหมือนกนั คอื แมลง (ริ้นน้าํ และตวั ออ นแมลงปอ) 36.67%
และ 33.33% ตามลาํ ดับ
คําสาํ คญั : ปลากดหวั โมง องคป ระกอบของอาหารในกระเพาะ ทะเลสาบพัทลงุ
94
97
บทคัดยอ่ ผลงานวิจยั ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
ชือ่ งานวจิ ัย การเปรียบเทียบคุณภาพดินที่สงผลตอ ผลผลิตของสมโอพนั ธขุ าวแตงกวา
คณะผวู ิจยั นางสาวณฏั ฐณชิ า ม่นั ทอง นายพลพฤทธิ์ นาคสังข และนายสุพศนิ สขุ สบาย
ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย
อาจารยทปี่ รึกษา นางเขม็ ทราย กิมสวัสด์ิ
โรงเรยี น หนั คาพทิ ยาคม อําเภอหนั คา จังหวดั ชยั นาท
บทคัดยอ
งานวิจัยเรื่อง การเปรียบเทียบคุณภาพดินที่สงผลตอผลผลิตของสมโอพันธุขาวแตงกวา เพ่ือศึกษา
1) คุณสมบัติดิน ตามหลักวิธีดําเนินการของ GLOBE ไดแก โครงสรางดิน สีดิน การตรวจวัดการยึดตัวของดิน
เนอ้ื ดนิ อณุ หภมู ิดนิ ความช้นื ในดนิ คา pH ในดิน ความอุดมสมบรู ณของดิน และปริมาณ N P K 2) การเจริญ
ของผลสมโอในดินที่ตางสถานที่กัน 3) สมบัติในดินแตละสถานที่ที่สงผลตอความหวานของสมโอขาวแตงกวา
โดยแบงการศึกษา และทดลองออกเปนทั้งหมด 12 ขั้นตอนคือ ตอนท่ี 1 การจัดเก็บตัวอยางดินเพื่อ
ทําการศึกษา ตอนท่ี 2 การวัดอุณหภูมิดิน ตอนท่ี 3 การหาความหนาแนนของดิน ตอนท่ี 4 การเปรียบเทียบ
สดี นิ ตอนท่ี 5 การหาความชื้นในดิน ตอนที่ 6 การหาโครงสรา งของดิน ตอนท่ี 7 การหาชนดิ ของดิน ตอนท่ี 8
การตรวจสอบความยดึ ตัวของดิน ตอนท่ี 9 การหาปริมาณ N P K ของดิน ตอนท่ี 10 การตรวจสอบ pH (กรด-
ดา งของดนิ ) ตอนที่ 11 การวัดขนาดผลของสม โอ และตอนที่ 12 การหาความหวานจาก Brix Refractometer
ทําการทดลองดนิ และสมโอจากทั้ง 2 สถานท่จี นครบทกุ ขัน้ ตอน พบวาดินของสวนสมโอโชคชัยมีความสมบูรณ
กวาดินของสวนสมโอโรงเรียนหันคาพิทยาคม โดยวิเคราะหโครงสรางและสมบัติของดินจากสวนสมโอโชคชัย
จะเห็นไดว า โครงสรางของชนั้ ดนิ มลี ักษณะเหมือนกนั ชนดิ ดินเหนียว ดนิ มีความละเอยี ดมากกวา สดี นิ เขมกวา
อุณหภูมิดินเฉลี่ยตํ่ากวา มีความหนาแนนของดินที่มากกวาจากการวิเคราะหหาปริมาณ N P K โดยท่ีคา N
ไมสามารถหาได คา P มีคาสูงมาก คา K มีคาสูง และการหาคา pH มากกวาสวนสมโอของโรงเรียน
หนั คาพิทยาคม การเจริญเติบโตของผลสมโอในสวนสมโอโชคชัยมีขนาดเสน รอบวงดานกวางของผลที่มากกวา
สมโอจากสวนสมโอของโรงเรียนหันคาพิทยาคม สมโอท่ีสวนโชคชัยมีความหวานตามการวัดดวย Brix
Refractometer ผลการวิจัยพบวา มีคา Brix เฉลี่ย 14.3 บริกซ ซ่ึงจะมีคาความหวานมากกวาสมโอของ
โรงเรยี นหันคาพทิ ยาคม
คาํ สาํ คญั : คุณภาพดนิ สม โอพันธุขาวแตงกวา
95
98
บทคดั ย่อผลงานวจิ ยั ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
ช่ืองานวจิ ัย การศึกษาปริมาณตนไมท ี่มีผลตอคุณภาพอากาศในเขตอําเภอเมือง จังหวัดปต ตานี
คณะผวู ิจยั นางสาวชนนิกานต รกั ษเชือ้ นางสาววราญา คงเมอื ง
และนางสาวสริ ริ ตั น เบญจมภ ัทร
ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 5
อาจารยท ่ปี รึกษา นายพงศศักดิ์ เหลาเจรญิ สุข และนางมสั รี สนาบารา
โรงเรียน เดชะปต ตนยานุกูล อาํ เภอเมือง จงั หวัดปตตานี
บทคดั ยอ
งานวิจัย เรื่องปริมาณตนไมที่มีผลตอคุณภาพอากาศในเขตอําเภอเมือง จังหวัดปตตานีมีวัตถุประสงค
เพื่อศึกษาคุณภาพอากาศในเขตอําเภอเมืองปตตานี และศึกษาเกี่ยวกับปริมาณตนไมที่มีผลตอคุณภาพอากาศ
ในการดําเนินการสํารวจคณะผูวิจัยไดแบงออกเปน 3 ตอน ตอนท่ี 1 วัดคาความเขมขนของฝุนละอองและ
สํารวจคุณภาพอากาศในเขตอําเภอเมืองปตตานี จากการสํารวจพบวา คุณภาพอากาศในเขตอําเภอเมือง
ปตตานีอยูในระดับดี ซึ่งมีคาความเขมขนเฉล่ยี ของฝุนละออง PM1.0 PM2.5 และ PM10 อยูท่ี 10.13, 17.06
และ 22.79ตามลําดับ ตอนท่ี 2 วัดคาความเขมขนของฝุนละอองในพ้ืนที่ทเ่ี ปนแหลงกอใหเกิดฝุนละออง โดย
มพี ืน้ ที่ตัวอยางในการสาํ รวจ 2 บรเิ วณ ไดแก บรเิ วณเขตโรงงานอตุ สาหกรรม และบริเวณถนนท่มี ีการคมนาคม
คับคั่ง ผลการสํารวจพบวา บริเวณเขตโรงงานอุตสาหกรรมมีคาความเขมขนเฉลี่ยของฝุนละออง PM1.0
PM2.5 และ PM10 อยูท่ี 19.3, 33 และ 41.4 ตามลําดับ ในขณะที่บริเวณถนนท่ีมีการคมนาคมคับคั่งมีคา
ความเขมขนเฉลี่ยของฝุนละออง PM1.0 PM2.5 และPM10 อยูที่17, 28.17 และ 36.1 ตามลําดับ จึงสรุปได
วา โรงงานอตุ สาหกรรมเปนสาเหตหุ ลักที่กอใหเกิดฝุนละออง ตอนที่ 3 วดั คา ความเขม ขนฝุนละอองในบริเวณ
ท่ีมีปริมาณตนไมตางกันในเขตโรงงานอุตสาหกรรม โดยแบงพ้ืนท่ีสํารวจออกเปน 4 บริเวณ ไดแก บริเวณท่ีมี
ปริมาณตนไมมาก บริเวณที่มีปริมาณตนไมปานกลาง บริเวณท่ีมีปริมาณตนไมนอย และบริเวณที่ไมมีตนไม
โดยบริเวณที่มีปริมาณตนไมมากมีคาความเขมขนเฉล่ียของฝุนละออง PM1.0 PM2.5 และ PM10 อยูท่ี 17.3,
35.2 และ 41.17 ตามลําดับ บริเวณท่ีมีปริมาณตนไมปานกลาง มีคาความเขมขนเฉลี่ยของฝุนละออง PM1.0
PM2.5 และ PM10 อยูท่ี19.8, 39.8 และ 48.27 ตามลําดับ บริเวณท่ีมีปริมาณตนไมนอย มีคาความเขมขน
เฉลี่ยของฝุนละออง PM1.0 PM2.5 และ PM10 อยูท่ี 20.45, 42.07 และ 51.93 ตามลําดับ บริเวณท่ีไมมี
ตนไมค าความเขมขนเฉลี่ยของฝุนละออง PM1.0 PM2.5 และPM10 อยทู ่2ี 9.87, 53.27 และ 66.03ตามลําดับ
จากผลสํารวจท้ังหมด พบวา ชวงเวลาท่ีมีคาความเขมขนฝุนละอองมากท่ีสุด คือ ชวงเชา รองลงมา คือ ชวง
เย็น และชวงเทีย่ ง ตามลําดับ
คําสาํ คัญ: ปริมาณตนไม คุณภาพนาํ้ ปริมาณฝนุ ละออง PM1.0 PM2.5 PM10
96
99
คณะผูจ้ ดั ทำา
ท่ีปรกึ ษา ผ้อู าำ นวยการ สสวท.
ผู้ช่วยผอู้ าำ นวยการ สสวท.
ศาสตราจารย ดร.ชูกจิ ลิมปจ าำ นงค
ดร.วรวรงค รักเรอื งเดช
คณะทำางาน ฝายโลกศึกษาเพอ่ื พัฒนาสิ่งแวดลอ้ ม (GLOBE) สสวท.
ฝา ยโลกศึกษาเพ่ือพฒั นาสง่ิ แวดลอ้ ม (GLOBE) สสวท.
นางปาริฉัตร พวงมณี ฝายโลกศึกษาเพ่ือพฒั นาสิ่งแวดล้อม (GLOBE) สสวท.
นางยพุ าพร ลาภหลาย ฝายโลกศกึ ษาเพ่อื พฒั นาสิ่งแวดลอ้ ม (GLOBE) สสวท.
นางสาวสมรศรี กนั ภยั ฝา ยโลกศกึ ษาเพื่อพฒั นาสิง่ แวดลอ้ ม (GLOBE) สสวท.
นางสาวสวุ ินัย มงคลธารณ ฝา ยโลกศึกษาเพ่ือพัฒนาส่งิ แวดลอ้ ม (GLOBE) สสวท.
นางสาวลลิดา อ่ำาบวั ฝา ยโลกศกึ ษาเพ่ือพัฒนาสง่ิ แวดล้อม (GLOBE) สสวท.
ดร.นสิ ากรณ แสงประชมุ
นางสาวศิรพิ ร เหลา่ วานิชย
รวบรวมและเรียบเรยี งเอกสารประกอบการประชมุ
นางยพุ าพร ลาภหลาย ฝายโลกศกึ ษาเพอ่ื พัฒนาสิ่งแวดลอ้ ม (GLOBE) สสวท.
ดร.นิสากรณ แสงประชมุ ฝา ยโลกศกึ ษาเพื่อพัฒนาส่ิงแวดลอ้ ม (GLOBE) สสวท.
สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
924 ถนนสขุ มุ วทิ แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรงุ เทพมหานคร 10110
โทรศพั ท 0-2392-4021 ต่อ 1121, 1124 และ 1128 โทรสาร 0-2382-3239
Email: [email protected], [email protected]
The Institute for the Promotion of Teaching Science and Technology (IPST)
Ministry of Education
924 Sukhumvit Road, Phra Khanong Subdistrict, Klong Toei District,
Bangkok 10110, Thailand
Tel. 0-2392-4021 ext. 1121, 1124 and 1128, Fax 0-2382-3239
Email: [email protected], [email protected]
99