ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 101
อ ๑๔๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๔ คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๔ กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ
เวลา ๘๐ ช่ัวโมง
คำอธบิ ายรายวิชา
ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้อง และคำแนะนำ (instructions)ง่าย ๆที่ฟังหรืออ่าน อ่านออกเสียงคำ สะกด
คำ อ่านกลุ่มคำ ประโยค ข้อความง่ายๆ และบทพูดเข้าจังหวะ ถูกต้องตามหลักการอ่าน เลือก/ระบุภาพหรือ
สัญลกั ษณ์ หรอื เครือ่ งหมายตรงตามความหมายของประโยคและข้อความสั้นๆที่ฟังหรืออ่าน ตอบคำถามจากการ
ฟังหรืออ่านประโยค บทสนทนา หรือนิทานง่ายๆ พูด/เขียนโต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคล ใช้คำสั่ง คำ
ขอร้อง และคำขออนุญาตง่าย ๆ พูด/เขียนแสดงความต้องการของตนเองตามและขอความช่วยเหลือใน
สถานการณ์ง่ายๆ พูด/เขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล เกี่ยวกับตนเองเพื่อน และครอบครัว พูดแสดงความรู้สึกของ
ตนเองเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว หรือกิจกรรมตา่ งๆ ตามแบบที่ฟัง พูด/เขียนให้ขอ้ มูลงา่ ยๆ เกี่ยวกับตนเองและ
เรื่องใกล้ตัว พูด/วาดภาพแสดงความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆใกล้ตัวที่ฟังหรืออ่าน พูดแสดงความคิดเห็นง่ายๆ
เกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว พูดและทำท่าประกอบอย่างสุภาพตามมารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษา ตอบคำถามเกี่ยวกับเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลองและชีวิตความเป็นอยู่ง่ายๆของเจ้าของภาษา การเข้า
ร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัย บอกความแตกต่างของเสียงตัว อักษร คำ กลุ่มคำ
ประโยค และข้อความ ของภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ)และภาษาไทย บอกความเหมือน/ความแต กต่าง
ระหว่างเทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษากับของไทย ค้นคว้ารวบรวม คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และนำเสนอด้วยการพูด/การเขียน ฟัง/พูดในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและ
สถานศึกษา ใช้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ)ในการสืบค้นและรวบรวมข้อมูลต่างๆ โดยการฟัง พูด อ่าน
เขยี น ระบุ อ่านออกเสียง เลือก ตอบคำถาม พดู โต้ตอบ ใช้ บอก ทำท่าทาง เขา้ ร่วม
ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ โดยใช้กระบวนการฟัง พูด อ่านและเขียน กระบวนกลุ่ม สรุปความคิดรวบ
ยอด สามารถนำความรู้ไปใช้ใหเ้ กิดประโยชน์จากสถานการณ์ง่ายๆทเ่ี กิดข้ึนในห้องเรียน สามารถนำไปประยุกต์ใช้
กบั ชีวติ ประจำวันได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสมและอยู่รว่ มกับผู้อน่ื ในสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสุข
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 102
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ต ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป๔/๔
ต ๑.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป๔/๔ , ป๔/๕
ต ๑.๓ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ต ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ต ๒.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒
ต ๓.๑ ป.๔/๑
ต ๔.๑ ป.๔/๑
ต ๔.๒ ป.๔/๑
รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตวั ช้ีวัด
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 103
อ ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๕ คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
เวลา ๘๐ ช่วั โมง
คำอธิบายรายวชิ า
ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้อง และคำแนะนำ ที่ฟังหรืออ่าน อ่านออกเสียง ประโยค ข้อความ
และบทกลอนสั้นๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน ระบุ/วาดภาพสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายตรงตามความหมายของ
ประโยคและข้อความสั้นๆท่ีฟังหรืออ่าน บอกใจความสำคญั และตอบคำถามจากการฟังหรืออ่านบทสนทนา และ
นิทานง่ายๆหรือเรื่องสั้นๆ พูด/เขียนโต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคล ใช้คำสั่ง คำขอร้อง คำขออนุญาตและ
ให้คำแนะนำง่าย ๆ พูด/เขียนแสดงความต้องการของตนเองตาม ขอความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้
ความช่วยเหลอื ในสถานการณ์งา่ ยๆ พดู /เขียนเพื่อขอและให้ข้อมลู เก่ยี วกบั ตนเองเพอื่ น ครอบครวั และเรื่องใกล้
ตัว พูดแสดงความรู้สกึ ของตนเองเกี่ยวกับเร่ืองต่างๆ ใกล้ตัว หรือกิจกรรมต่างๆพร้อมทั้งให้เหตุผลส้ันๆประกอบ
พูด/เขียนให้ข้อมูลง่ายๆ เกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว เขียนภาพ แผนผัง และแผนภูมิแสดงข้อมูลต่างๆตามท่ี
ฟังหรืออา่ น พดู แสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับเร่ืองตา่ งๆใกล้ตวั ใช้ถ้อยคำ น้ำเสยี ง และกิรยิ าท่าทางอย่างสุภาพตาม
มารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ตอบคำถาม/บอกความสำคัญของเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลองและ
ชีวิตความเป็นอยูง่ ่ายๆของเจ้าของภาษา การเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ บอกความ
เหมือน/ความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน และการลำดับคำ
(order)ตามโครงสร้างของประโยคของภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ)และภาษาไทย บอกความเหมือน/ความ
แตกต่างระหว่างเทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษากับของไทย ค้นคว้ารวบรวม คำศัพท์ที่
เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และนำเสนอด้วยการพูด/การเขียน ฟัง พูด และอ่าน/เขียนในสถานการณ์
ต่างๆที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา ใช้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ)ในการสืบค้นและรวบรวมข้อมูล
ตา่ งๆ โดยการฟัง พดู อ่าน เขยี น ระบุ อ่านออกเสียง เลือก ตอบคำถาม พูดโตต้ อบ ใช้ บอก ทำท่าทาง เขา้ ร่วม
ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ โดยใช้กระบวนการฟัง พูด อ่านและเขียน กระบวนกลุ่ม สรุปความคิดรวบ
ยอด สามารถนำความรู้ไปใช้ใหเ้ กิดประโยชน์จากสถานการณง์ ่ายๆทเ่ี กิดข้ึนในห้องเรียน สามารถนำไปประยุกต์ใช้
กับชีวติ ประจำวนั ได้อยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสมและอยู่รว่ มกับผูอ้ ่นื ในสงั คมได้อยา่ งมคี วามสุข
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 104
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
ต ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ต ๑.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ต ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ต ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ต ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ต ๓.๑ ป.๕/๑
ต ๔.๑ ป.๕/๑
ต ๔.๒ ป.๕/๑
รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตัวชี้วัด
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 105
อ ๑๖๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๖ คำอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน
ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ
เวลา ๘๐ ช่ัวโมง
คำอธิบายรายวิชา
ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้อง และคำแนะนำ ที่ฟังและอ่าน อ่านออกเสียง ข้อความ นิทาน และบทกลอน
สั้นๆ ถกู ตอ้ งตามหลักการอา่ น เลือก/ระบุประโยค หรือ ขอ้ ความสัน้ ๆ ตรงตามภาพ สัญลักษณ์ หรอื เครอ่ื งหมาย
ที่อ่าน บอกใจความสำคัญ และตอบคำถามจากการฟังหรืออ่าน บทสนทนา หรือนิทานง่ายๆและเรื่องเล่า พูด/
เขียนโต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคล ใช้คำสั่ง คำขอร้อง และคำขออนุญาตและให้คำแนะนำ พูด/เขียน
แสดงความต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏเิ สธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ง่ายๆ พูด/เขียน
เพื่อขอและให้ข้อมูล เกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว พูด/เขียนแสดงความรู้สึกของตนเอง
เกี่ยวกบั เร่อื งต่างๆ ใกลต้ วั หรอื กจิ กรรมต่างๆ พร้อมทัง้ ให้เหตผุ ลสน้ั ๆประกอบ พดู /เขียนใหข้ ้อมูล เกี่ยวกับตนเอง
เพื่อน และสิ่งแวดล้อมใกล้ตวั เขียนภาพ แผนผัง และแผนภูมิแสดงขอ้ มูลต่างๆตามที่ฟงั หรืออ่าน พูดเขียนแสดง
ความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องตา่ งๆ ใกล้ตัว ใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง และกิริยาท่าทางอย่างสุภาพ เหมาะสมตามมารยาท
สังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลอง/ชีวิตความเป็นอยู่ของ
เจ้าของภาษา การเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ บอกความเหมือน/ความแตกต่าง
ระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน และการลำดับคำ ตามโครงสร้าง ประโยค
ของภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ)และภาษาไทย เปรยี บเทียบความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาลงาน
ฉลอง และประเพณีของเจ้าของภาษากับของไทย ค้นคว้ารวบรวม คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื
จากแหลง่ การเรียนรู้ และนำเสนอดว้ ยการพูด/การเขียน ใช้ภาษาสอ่ื สารในสถานการณต์ ่างๆท่เี กิดขึ้นในห้องเรียน
และสถานศึกษา ใช้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ)ในการสบื ค้นและรวบรวมข้อมลู ต่างๆ โดยการฟัง พูด อ่าน
เขียน ระบุ อ่านออกเสยี ง เลือก ตอบคำถาม พดู โตต้ อบ เข้าร่วม เปรียบเทยี บ คน้ ควา้ ใช้ บอก
ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ โดยใช้กระบวนการฟัง พูด อ่านและเขียน กระบวนกลุ่ม สรุปความคิดรวบ
ยอด สามารถนำความรู้ไปใช้ใหเ้ กิดประโยชน์จากสถานการณง์ ่ายๆท่ีเกิดข้ึนในห้องเรียน สามารถนำไปประยุกต์ใช้
กบั ชวี ติ ประจำวันไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสมและอยู่ร่วมกับผอู้ น่ื ในสังคมไดอ้ ย่างมีความสุข
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 106
มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ต ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
ต ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
ต ๑.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ต ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ต ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ต ๓.๑ ป.๖/๑
ต ๔.๑ ป.๖/๑
ต ๔.๒ ป.๖/๑
รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตัวช้วี ัด
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 107
คำอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เติม
กลุ่มสาระการเรยี นรตู้ ่างประเทศ
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 108
คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม
อ ๑๑๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสาร ๑ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เวลา ๘๐ ช่วั โมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษา วเิ คราะห์ตวั อักษร เสียงตัวอักษรและสระ การสะกดคำ และประโยคหลกั การอ่านออก เสยี งคำ
กลมุ่ คำ คำส่ังและคำขอรอ้ งที่ใชใ้ นห้องเรยี น บทสนทนา หรอื นิทานท่ีมภี าพประกอบ ประโยค คำถามและคำ ตอบ
บทสนทนา ข้อมูลเกีย่ วกับตนเอง กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของ ภาษา คำ คำศัพท์เกี่ยวกบั เทศกาล
สำคัญของเจา้ ของภาษา ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย คำศัพทท์ ่ี เกีย่ วข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อืน่ การใช้
ภาษาในการฟงั /พูดในสถานการณง์ ่ายๆ ท่เี กิดข้นึ ใน ห้องเรียน การใชภ้ าษาต่างประเทศในการรวบรวมคำศพั ทท์ ี่
เก่ยี วข้องใกลต้ วั จากส่ือต่างๆ
ใช้กระบวนการทางภาษานำมาปฏิบตั ิ ไดแ้ ก่ การฟัง การพูดโตต้ อบและทำทา่ ประกอบ การ อ่านออกเสยี ง
การระบุตัวอักษร นักเรียนมีความสามารถในการสื่อสาร การคดิ การใช้เทคโนโลยี มวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งมนั่ ในการ
ทำงาน มเี จคติทด่ี ตี ่อวชิ าภาษาองั กฤษ
ผลการเรยี นรู้
1. นกั เรียนสามารถใช้คำทักทาย คำอำลา และใชท้ ่าทางประกอบได้อย่างถกู ต้อง
2. นกั เรยี นสามารถเขยี นและอ่านออกเสียงคำศัพท์ที่กำหนดใหไ้ ด้
3. นักเรียนเข้าใจและปฏบิ ัติตามคำสง่ั งา่ ยๆ
4. นกั เรยี นสามารถให้ข้อมลู เกีย่ วกบั ตนเอง และข้อมูลของผู้อืน่ ได้
5. นกั เรยี นสามารถสะกดคำศพั ท์ไดถ้ ูกต้อง
6. นักเรยี นสามารถถาม-ตอบประโยคงา่ ยๆ
รวมท้งั หมด 6 ผลการเรียนรู้
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 109
คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ
อ ๑๒๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร ๒ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๒ เวลา ๘๐ ช่วั โมง
คำอธบิ ายรายวิชา
ศึกษา วิเคราะห์ตัวอักษร เสียงตวั อกั ษรและสระ การสะกดคำ และประโยคหลกั การอ่านออก เสียงคำ
กลมุ่ คำ คำส่ังและคำขอร้องท่ีใชใ้ นหอ้ งเรียน บทสนทนา หรือนิทานท่ีมภี าพประกอบ ประโยค คำถามและคำ ตอบ
บทสนทนา ข้อมูลเกยี่ วกบั ตนเอง กจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษาคำ คำศัพท์เกี่ยวกบั เทศกาล
สำคัญของเจ้าของภาษา ภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย คำศัพท์ที่ เกยี่ วขอ้ งกบั กลมุ่ สาระการเรียนรู้อืน่ การใช้
ภาษาในการฟงั /พดู ในสถานการณ์งา่ ยๆ ท่เี กิดข้นึ ใน หอ้ งเรียน การใชภ้ าษาต่างประเทศในการรวบรวมคำศัพทท์ ี่
เก่ยี วข้องใกลต้ วั จากส่ือตา่ งๆ
ใช้กระบวนการทางภาษานำมาปฏิบตั ิ ได้แก่ การฟัง การพดู โต้ตอบและทำทา่ ประกอบ การ อ่านออกเสยี ง
การระบุตัวอักษร นักเรียนมีความสามารถในการส่ือสาร การคิดการใช้เทคโนโลยี มีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งมนั่ ในการ
ทำงาน มเี จคติที่ดีต่อวชิ าภาษาอังกฤษ
ผลการเรยี นรู้
1. นักเรียนสามารถใชค้ ำทักทาย คำอำลา และใช้ทา่ ทางประกอบได้อย่างถกู ต้อง
2. นักเรยี นสามารถเขยี นและอ่านออกเสียงคำศัพท์ท่กี ำหนดใหไ้ ด้
3. นกั เรียนเข้าใจและปฏบิ ตั ติ ามคำส่งั งา่ ยๆ
4. นักเรยี นสามารถใหข้ ้อมูลเกยี่ วกบั ตนเอง และข้อมูลของผอู้ ่ืนได้
5. นักเรียนสามารถสะกดคำศพั ท์ได้ถูกต้อง
6. นักเรียนสามารถถาม-ตอบประโยคงา่ ยๆ
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรยี นรู้
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 110
คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม
อ ๑๓๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสาร ๓ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ เวลา ๘๐ ช่วั โมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษา วเิ คราะห์ตวั อักษร เสียงตัวอักษรและสระ การสะกดคำ และประโยคหลักการอ่านออก เสยี งคำ
กลมุ่ คำ คำส่ังและคำขอรอ้ งที่ใชใ้ นห้องเรยี น บทสนทนา หรอื นิทานท่ีมภี าพประกอบ ประโยค คำถามและคำ ตอบ
บทสนทนา ข้อมูลเกีย่ วกับตนเอง กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษา คำ คำศัพทเ์ กี่ยวกบั เทศกาล
สำคัญของเจา้ ของภาษา ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย คำศัพทท์ ่ี เกีย่ วข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน การใช้
ภาษาในการฟงั /พูดในสถานการณง์ ่ายๆ ท่เี กิดข้นึ ใน ห้องเรียน การใชภ้ าษาต่างประเทศในการรวบรวมคำศัพทท์ ี่
เก่ยี วข้องใกลต้ วั จากส่ือต่างๆ
ใช้กระบวนการทางภาษานำมาปฏิบตั ิ ไดแ้ ก่ การฟัง การพูดโตต้ อบและทำทา่ ประกอบ การ อ่านออกเสยี ง
การระบุตัวอักษร นักเรียนมีความสามารถในการสื่อสาร การคดิ การใช้เทคโนโลยี มวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งมน่ั ในการ
ทำงาน มเี จคติทด่ี ตี ่อวชิ าภาษาองั กฤษ
ผลการเรยี นรู้
1. นกั เรียนสามารถใช้คำทักทาย คำอำลา และใชท้ ่าทางประกอบได้อย่างถกู ต้อง
2. นกั เรยี นสามารถเขยี นและอ่านออกเสียงคำศัพท์ที่กำหนดใหไ้ ด้
3. นักเรียนเข้าใจและปฏบิ ัติตามคำสง่ั งา่ ยๆ
4. นกั เรยี นสามารถให้ข้อมลู เกีย่ วกบั ตนเอง และข้อมูลของผู้อืน่ ได้
5. นกั เรยี นสามารถสะกดคำศพั ท์ไดถ้ ูกต้อง
6. นักเรยี นสามารถถาม-ตอบประโยคงา่ ยๆ
รวมท้งั หมด 6 ผลการเรียนรู้
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 111
คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม
อ ๑๔๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร ๔ กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาตา่ งประเทศ
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาวเิ คราะห์ ตัวอักษรและเสียงคำ กลุ่มคำ ประโยค คำถาม บทสนทนา หลกั การอา่ นคำสั่ง คำขอร้อง
และคำแนะนำ นิทาน ภาพตรงตามความหมาย ความต้องการของตนเอง และความชว่ ยเหลอื ในสถานการณต์ า่ งๆ
ข้อมูลเก่ียวกบั ตนเอง เพอ่ื นและครอบครัว ขอ้ มูลเกย่ี วกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว ความสมั พนั ธ์ของสิ่งต่างๆใกล้ตัว
ท่าทางประกอบอย่างสุภาพ ตามมารยาทสังคม กิจกรรมทางภาษา และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ความ
แตกตา่ งของเสยี งตวั อักษร คำ กล่มุ คำ ประโยค และข้อความ ของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย ความเหมือน/
ความแตกต่างระหวา่ งเทศกาลและงานฉลอง ตาม วฒั นธรรมของเจ้าของภาษากบั ของไทย และคำศัพทท์ ่เี กี่ยวข้อง
กับกล่มุ สาระการเรยี นรอู้ ่นื และการ สืบคน้ ข้อมูลรวบรวมข้อมลู ตลอดจนสถานการณ์ทเี่ กิดข้ึนในห้องเรียน
โดยใช้กระบวนการทางภาษานำมาปฏิบัติ ไดแ้ ก่ การฟัง การพูดโตต้ อบและทำท่าประกอบ การ อ่านออก
เสยี ง การเขยี น การเขา้ ร่วมกจิ กรรมทางภาษา เพ่ือใหน้ กั เรียนมีความสามารถในการสื่อสาร การคดิ การแก้ปัญหา
การใช้ทกั ษะชวี ิต เทคโนโลยี มีวนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งมัน่ ในการทำงาน และมีเจคตทิ ีด่ ตี ่อวชิ าภาษาองั กฤษ
ผลการเรยี นรู้
1. นักเรียนสามารถเขียนและอา่ นออกเสียงคำศัพทท์ ่ีกำหนดให้ได้
2. นักเรยี นสามารถใหข้ อ้ มลู เกี่ยวกับตนเอง และข้อมูลของผอู้ ่นื ได้
3. นกั เรยี นเข้าใจและปฏบิ ตั ิตามคำส่งั งา่ ยๆ
4. นักเรียนสามารถสะกดคำศพั ทไ์ ด้ถูกต้อง
5. นกั เรยี นสามารถถาม-ตอบประโยคง่ายๆได้
6. นกั เรียนเขา้ ใจ คำส่ัง คำขอรอ้ ง ภาษาทา่ ทาง และคำแนะนำในสถานศกึ ษา
7. นกั เรยี นเข้าใจบทสนทนาและบทความสัน้ ๆได้
8. นักเรียนสามารถใชแ้ ละเข้าใจไวยากรณ์ภาษาอังกฤษพื้นฐานได้
รวมทงั้ หมด 8 ผลการเรียนรู้
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 112
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
อ ๑๕๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ๕ กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๕ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาวิเคราะห์ ตัวอักษรและเสียงคำ กลุ่มคำ ประโยค คำถาม บทสนทนา หลกั การอา่ นคำสั่ง คำขอร้อง
และคำแนะนำ นทิ าน ภาพตรงตามความหมาย ความต้องการของตนเอง และความชว่ ยเหลอื ในสถานการณต์ า่ งๆ
ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง เพื่อนและครอบครวั ขอ้ มูลเก่ยี วกบั ตนเองและเรื่องใกลต้ ัว ความสมั พนั ธ์ของส่ิงต่างๆใกล้ตัว
ท่าทางประกอบอย่างสุภาพ ตามมารยาทสังคม กิจกรรมทางภาษา และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ความ
แตกตา่ งของเสียงตวั อักษร คำ กลุม่ คำ ประโยค และข้อความ ของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย ความเหมือน/
ความแตกตา่ งระหว่างเทศกาลและงานฉลอง ตาม วัฒนธรรมของเจ้าของภาษากบั ของไทย และคำศัพทท์ ่เี ก่ียวข้อง
กับกล่มุ สาระการเรียนร้อู ่ืน และการ สืบค้นข้อมลู รวบรวมขอ้ มูล ตลอดจนสถานการณ์ทเี่ กิดข้ึนในหอ้ งเรียน
โดยใช้กระบวนการทางภาษานำมาปฏิบัติ ไดแ้ ก่ การฟงั การพดู โตต้ อบและทำท่าประกอบ การ อ่านออก
เสยี ง การเขียน การเขา้ ร่วมกจิ กรรมทางภาษา เพ่ือใหน้ ักเรียนมีความสามารถในการสื่อสาร การคดิ การแก้ปัญหา
การใช้ทกั ษะชวี ิต เทคโนโลยี มวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งมัน่ ในการทำงาน และมีเจคตทิ ีด่ ตี ่อวชิ าภาษาองั กฤษ
ผลการเรยี นรู้
1. นกั เรยี นสามารถเขียนและอา่ นออกเสียงคำศัพท์ท่ีกำหนดให้ได้
2. นักเรยี นสามารถใหข้ ้อมลู เกี่ยวกับตนเอง และขอ้ มลู ของผู้อ่ืนได้
3. นักเรยี นเขา้ ใจและปฏิบตั ิตามคำสัง่ ง่ายๆ
4. นกั เรยี นสามารถสะกดคำศพั ทไ์ ด้ถกู ต้อง
5. นักเรียนสามารถถาม-ตอบประโยคงา่ ยๆได้
6. นกั เรยี นเขา้ ใจ คำสัง่ คำขอรอ้ ง ภาษาท่าทาง และคำแนะนำในสถานศกึ ษา
7. นกั เรยี นเข้าใจบทสนทนาและบทความสัน้ ๆได้
8. นกั เรยี นสามารถใช้และเข้าใจไวยากรณภ์ าษาองั กฤษพนื้ ฐานได้
รวมทง้ั หมด 8 ผลการเรียนรู้
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 113
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
อ ๑๖๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ๖ กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๖ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาวิเคราะห์ ตัวอักษรและเสียงคำ กลุ่มคำ ประโยค คำถาม บทสนทนา หลกั การอา่ นคำสั่ง คำขอร้อง
และคำแนะนำ นทิ าน ภาพตรงตามความหมาย ความต้องการของตนเอง และความชว่ ยเหลอื ในสถานการณต์ า่ งๆ
ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง เพื่อนและครอบครวั ขอ้ มูลเก่ยี วกบั ตนเองและเรื่องใกลต้ ัว ความสมั พนั ธ์ของส่ิงต่างๆใกล้ตัว
ท่าทางประกอบอย่างสุภาพ ตามมารยาทสังคม กิจกรรมทางภาษา และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ความ
แตกตา่ งของเสียงตวั อักษร คำ กลุม่ คำ ประโยค และข้อความ ของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย ความเหมือน/
ความแตกตา่ งระหว่างเทศกาลและงานฉลอง ตาม วัฒนธรรมของเจ้าของภาษากบั ของไทย และคำศัพทท์ ่เี ก่ียวข้อง
กับกล่มุ สาระการเรียนร้อู ่ืน และการ สืบค้นข้อมลู รวบรวมขอ้ มูล ตลอดจนสถานการณ์ทเี่ กิดข้ึนในหอ้ งเรียน
โดยใช้กระบวนการทางภาษานำมาปฏิบัติ ไดแ้ ก่ การฟงั การพดู โตต้ อบและทำท่าประกอบ การ อ่านออก
เสยี ง การเขียน การเขา้ ร่วมกจิ กรรมทางภาษา เพ่ือใหน้ ักเรียนมีความสามารถในการสื่อสาร การคดิ การแก้ปัญหา
การใช้ทกั ษะชวี ิต เทคโนโลยี มวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งมัน่ ในการทำงาน และมีเจคตทิ ีด่ ตี ่อวชิ าภาษาองั กฤษ
ผลการเรยี นรู้
1. นกั เรยี นสามารถเขียนและอา่ นออกเสียงคำศัพท์ท่ีกำหนดให้ได้
2. นักเรยี นสามารถใหข้ ้อมลู เกี่ยวกับตนเอง และขอ้ มลู ของผู้อ่ืนได้
3. นักเรยี นเขา้ ใจและปฏิบตั ิตามคำสัง่ ง่ายๆ
4. นกั เรยี นสามารถสะกดคำศพั ทไ์ ด้ถกู ต้อง
5. นักเรียนสามารถถาม-ตอบประโยคงา่ ยๆได้
6. นกั เรยี นเขา้ ใจ คำสัง่ คำขอรอ้ ง ภาษาท่าทาง และคำแนะนำในสถานศกึ ษา
7. นกั เรยี นเข้าใจบทสนทนาและบทความสัน้ ๆได้
8. นกั เรยี นสามารถใช้และเข้าใจไวยากรณภ์ าษาองั กฤษพนื้ ฐานได้
รวมทง้ั หมด 8 ผลการเรียนรู้
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 114
กิจกรรม
พฒั นาผเู้ รยี น
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 115
กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น
โรงเรียนบ้านแก้งยาง ได้จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยมุ่งให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง
ได้ฝึกปฏิบัติจริงและค้นพบความถนัดของตนเอง สามารถค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมตามความสนใจจากแหล่ง
เรียนรู้ที่หลากหลาย บำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม มีทักษะในการดำเนินงาน ส่งเสริมให้มีวุฒิภา วะทางอารมณ์
สังคม ศีลธรรม จริยธรรม ให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง สามารถวางแผนชีวิตและอาชีพได้อย่างเหมาะสม
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นกิจกรรมที่มุ่งให้ผู้เรียนพัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาการเรียนรู้อย่างรอบด้านเพ่ือ
ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มี
ระเบียบวินัย ปลูกฝังให้สร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคม สามรถจักการตนเองได้และอยู่ร่วมกับผู้อื่น
อยา่ งมคี วามสขุ โรงเรยี นบ้านแก้งยาง ได้จัดกิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน โดยแบ่งออกเปน็ ๓ ลักษณะ ดงั น้ี
๑. กจิ กรรมแนะแนว เปน็ กจิ กรรมที่ส่งเสรมิ และพัฒนาผู้เรยี นให้รจู้ กั ตนเอง รรู้ กั ษ์สง่ิ แวดลอ้ ม สามารถ
ตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กำหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่าง
เหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่
ผู้ปกครองในการมีส่วนร่วมพัฒนาผู้เรียน โดยนักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนว ๔๐ ชั่วโมงต่อปี
การศกึ ษา
๒. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาระเบียบวินัย ความเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบ
การทำงานร่วมกัน รู้จักแก้ปญั หา การตัดสินใจท่ีเหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันเอื้ออาทรและ
สมานฉนั ท์ โดยจัดใหส้ อดคล้องกบั ความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผเู้ รียน ให้ไดป้ ฏบิ ตั ิดว้ ยตนเอง
ในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผนประเมินและปรับปรุงการทำงานเน้นการ
ทำงานรวมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียนและบริบทของสถานศึกษาและ
ท้องถิ่น กิจกรรมนักเรียน ประกอบด้วย กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วม กิจกรรม
ลูกเสือ เนตรนารี ๓๐ ชั่งโมงต่อปีการศึกษา กิจกรรมชุมนุม นักเรียนทุกคนต้องเขา้ ร่วมกิจกรรม ชมรม ๔๐
ชง่ั โมงตอ่ ปกี ารศกึ ษา
๓. กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ เปน็ กิจกรรมท่ีส่งเสรมิ ให้ผูเ้ รยี นบำเพ็ญตนให้เปน็ ประโยชน์
ต่อสังคม ชุมชนและท้องถิ่นตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม
ความเสียสละการมีจิตสาธารณะ เชน่ กจิ กรรมอาสาพัฒนาตา่ งๆ กจิ กรรมสร้างสรรค์สังคม นกั เรยี นทุกคนต้อง
เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ชั่วโมงต่อปกี ารศกึ ษา
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 116
โครงสรา้ งและอัตราเวลาการจดั กิจกรรม
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น ระดับประถมศึกษา
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
๑. กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๒. กจิ กรรมนกั เรยี น
๒.๑ ลูกเสือ-เนตรนารี ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
๒.๒ กิจกรรมชมุ นุม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๓. กจิ กรรมเพอื่ สงั คม ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
และสาธารณประโยชน์
เวลาเรียนรวม ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
กจิ กรรมแนะแนว
วตั ถปุ ระสงค์
๑.เพอื่ ผูเ้ รียนคน้ พบความถนัด ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รกั ละเหน็ คุณคา่ ในตนเองและผอู้ น่ื
๒.เพือ่ ใหผ้ ูเ้ รยี นแสวงหาความรจู้ ากขอ้ มูล ขา่ วสาร แหลง่ เรียนรู้ ทงั้ ดา้ นการศกึ ษา อาชพี ส่วนตัว สงั คม
๓.เพอ่ื นำไปใช้ในการวางแผน เลือกแนวทางการศึกษาอาชีพได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกบั ศกั ยภาพของ
ตนเอง
๔.เพ่ือให้ผเู้ รียนได้พัฒนาบุคลิกภาพ และรับตวั อยู่ในสงั คมได้อยา่ งมีความสขุ
๕.เพื่อให้ผ้เู รียนมีความรู้ มีทักษะ มีความคิดสรา้ งสรรค์ ในงานอาชพี และมเี จตคตทิ ีด่ ีต่ออาชีพสจุ ริต
๖.เพื่อให้ผ้เู รยี นมีคา่ นยิ มที่ดีงามในการดำเนินชีวติ สรา้ งเสรมิ วินยั คณุ ธรรมและจริยธรรมแกน่ ักเรียน
๗.เพอ่ื ให้ผ้เู รยี นมีจติ สำนึกในการรบั ผิดชอบต่อตนเอง ครอบครวั สงั คม และประเทศชาติ
แนวการจัดกิจกรรม โรงเรียนบ้านแก้งยาง ได้จดั กจิ กรรมแนะแนวเพื่อชว่ ยเหลือและพัฒนาผเู้ รียน ดังนี้
จัดกิจกรรมเพื่อให้ครูได้รู้จักและช่วยเหลือผู้เรียนมากข้ึน โดยใช้กระบวนการทางจิตวทิ ยา การจัดบริการสนเทศ
โดยให้มีเอกสารเพื่อใช้ในการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้เรียน ด้วยการสังเกต สัมภาษณ์ การใช้แบบสอบถาม
การเขียนประวตั ิ การพบผู้ปกครองก่อนและระหวา่ งเรียน การเยี่ยมบ้านนักเรียน การให้ความช่วยเหลือผู้เรยี น
เรื่องสุขภาพจิต เศรษฐกิจ การจัดทำระเบียนสะสม สมุดรายงานประจำตัวนักเรียน และบัตรสุขภาพ การจัด
กจิ กรรมพัฒนาวุฒิภาวะทางอารมณ์ โดยทำแบบทดสอบเพ่ือรจู้ ักและเข้าใจตนเอง มีทกั ษะในการตดั สินใจ การ
ปรับตัว การวางแผนเพื่อเลือกศึกษาต่อ เลือกอาชีพ การจัดบริการให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียนรายบุคคล และราย
กลุ่ม ในดา้ นการศึกษา อาชพี และสว่ นตวั โดยมีผ้ใู ห้คำปรกึ ษาทม่ี ีคุณวฒุ ิ และมีความเช่ยี วชาญในเรื่องการให้
คำปรึกษา ตลอดจนมีห้องให้คำปรึกษาที่เหมาะสม ช่วยเหลือผู้เรียนที่ประสบปัญหาด้านการเงิน โดยการให้
ทนุ การศึกษาแกผ่ ู้เรยี นและติดตามเกบ็ ข้อมลู ของนักเรยี นท่ีสำเร็จการศึกษา
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 117
กจิ กรรมนกั เรยี น
๑. กจิ กรรมลูกเสอื
กิจกรรมลกู เสือ - เนตรนารี
ผู้เรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ ทุกคน ได้ฝึกอบรมวิชาลูกเสือ - เนตรนารี เพื่อส่งเสริม
หลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ส่งเสริมความสามัคคี มีวินัย และ
บำเพ็ญประโยชนต์ ่อสงั คม โดยดำเนนิ การจัดกจิ กรรมตามขอ้ กำหนดของคณะกรรมการลกู เสือแห่งชาติ
วตั ถปุ ระสงค์
พระราชบญั ญัติลูกเสอื พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๘ ไดก้ ำหนดวัตถปุ ระสงค์ของการฝึกอบรม
๑.เพื่อพัฒนาลูกเสือทั้งทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรมให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ
และชว่ ยสรา้ งสรรค์สังคม
๒.เพื่อให้เกิดความสามัคคี และความเจริญก้าวหน้า ทั้งนี้เพื่อความสงบสุข และความมั่งคงของ
ประเทศชาติตามแนวทางดงั ตอ่ ไปน้ี
-ใหม้ ีนิสัยในการสงั เกต จดจำ เชือ่ ฟงั และพงึ่ ตนเอง
-ให้มีความซ่ือสัตย์สุจรติ มีระเบยี บวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อ่ืน
-ให้รูจ้ กั บำเพ็ญตนเพ่ือสาธารณประโยชน์
-ใหร้ จู้ ักทำการฝีมือและฝึกฝนการทำกิจกรรมตา่ งๆตามความเหมาะสม
-ใหร้ ้จู กั รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม และความม่ังคงชองชาติ
แนวการจัดกจิ กรรม
➢กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑-๓
เปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบานการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษาวิเคราะห์ วางแผน
ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามมาตรฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรปุ ผลการปฏบิ ัติกจิ กรรม ปดิ ประชุมกอง โดยใหผ้ ู้เรียนศึกษา
และฝึกปฏบิ ัตดิ งั นี้
-เตรยี มลูกเสือสำรอง นิยายเร่ือเมาคลี ประวัติการเรมิ่ กจิ กรรมลูกเสอื สำรอง การทำความเคารพเป็น
หมู่ (แกรนด์ฮาวล์) การทำความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถวเบ้ืองตน้ คำปฏิญาณ กฎ
และคติพจน์ของลกู เสือสำรอง
-ลูกเสือสำรองดาวดวงที่ ๑ , ๒ และ ๓ อนามยั ความสามารถเชงิ ทักษะ การสำรวจ การคน้ หา
ธรรมชาติ ความปลอดภยั บรกิ าร ธง และประเทศตา่ งๆ การฝมี อื กจิ กรรมกลางแจ้ง การบันเทิง การผูก
เงื่อน คำปฏญิ าณ และกฎของลกู เสือสำรองโดยใชก้ ระบานการทำงาน กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการ
กลุ่ม กระบวนการจดั การ กระบวนการคิดรเิ ริ่ม สรา้ งสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบตั ิ ทางลูกเสือ กระบวนการ
ทางเทคโนโลยี และภูมิปญั ญาท้องถิน่ ได้อย่างเหมาะสม
-เพือ่ ให้มคี วามรู้ ความเข้าใจในกจิ กรรมลูกเสอื สามารถปฏบิ ตั ติ ามคำปฏญิ าณ กฎ และคติพจนข์ อง
ลูกเสอื สำรอง มนี ิสยั ในการสังเกต จดจำ เชอ่ื ฟงั และพึง่ ตนเอง ซ่ือสตั ย์ สจุ รติ มรี ะเบยี บวนิ ัย และเหน็ อก
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 118
เห็นใจผอู้ น่ื บำเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ รจู้ ักทำการฝีมือ พฒั นากาย จติ ใจ และศลี ธรรม ท้ังนโ้ี ดยไม่
เกย่ี วข้องกบั ลทั ธิทางการเมืองใดๆ สนใจและอนรุ ักษธ์ รรมชาติและสิง่ แวดล้อม นำไปใช้ในชวี ิตประจำวันไดอ้ ย่าง
มปี ระสิทธภิ าพ
➢กจิ กรรมลกู เสือ - เนตรนารี ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๔-๖
-เปดิ ประชมุ กอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมใหศ้ ึกษา วเิ คราะห์ วางแผน
ปฏบิ ัติกจิ กรรมตามมาตรฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรปุ การปฏิบัตกิ ิจกรรม ปดิ ประชมุ กอง โดยให้ผเู้ รยี นศกึ ษา
และปฏบิ ตั ิในเร่ือง
-ลกู เสอื ตรี ความรู้เกย่ี วกับขบวนการลกู เสือ คำปฏญิ าณและกฎของลูกเสือสามญั กิจกรรมกลางแจ้ง
ระเบียบแถว
-ลกู เสอื โท การรจู้ กั ดูแลตนเอง การช่วยเหลอื ผู้อืน่ การเดนิ ทางไปยังสถานทตี่ ่างๆ ทักษะทางวชิ า
ลกู เสอื งานอดิเรกและเร่ือท่ีนา่ สนใจ คำปฏิญาณ และกฎของลูกเสือ ระเบยี บแถว
-ลกู เสอื เอก การพ่ึงพาตนเอง การบรกิ าร การผจญภยั วิชาการของลกู เสือ ระเบียบแถว โดยใช้
กระบวนการทำงาน กระบวนการแกป้ ัญหา ระบวนการกลุ่ม กระบวนการจัดการ กระบวนการคิดริเร่ิม
สรา้ งสรรค์ กระบวนการฝกึ ปฏิบตั ิทางลูกเสอื กระบวนการทางเทคโนโลยี และภูมิปัญญาทอ้ งถิน่ ไดอ้ ย่าง
เหมาะสม
-เพื่อให้มคี วามรูค้ วามเข้าใจในกจิ กรรมลูกเสือ สามารถปฏบิ ัตติ ามคำปฏญิ าณ กฎ และคติพจนข์ อง
ลูกเสือสามญั มนี สิ ยั ในการสังเกต จดจำ เชื่อฟงั และพ่งึ ตนเอง ซอ่ื สตั ย์ สจุ ริต มีระเบยี บวนิ ัย และเห็นอก
เหน็ ใจผู้อื่น บำเพ็ญตนเพื่อสารธารณประโยชน์ รูจ้ กั ทำการฝมี อื พฒั นากาย จติ ใจ และศลี ธรรม ทง้ั น้ีโดยไม่
เกี่ยวข้องกบั ลทั ธทิ างการเมืองใดๆ สนใจและอนุรกั ษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม และนำไปใช้ในชวี ติ ประจำวันได้
อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
หมายเหตุ ผู้เรยี นได้ปฏบิ ัติกิจกรรม และผา่ นการทดสอบแลว้ จะไดร้ ับเครื่องหมายลูกเสอื ตรี ลูกเสือ
โท และลูกเสอื เอก
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 119
กจิ กรรมชุมนมุ
วัตถุประสงค์
๑.เพื่อให้ผ้เู รียนได้ปฏิบตั ิกจิ กรรมตามความสนใจ ความถนดั และความต้องการของตน
๒.เพอ่ื ใหผ้ เู้ รียนได้พฒั นาความรู้ ความสามารถดา้ นการคิดวเิ คราะห์ สังเคราะห์ ใหเ้ กดิ ประสบการณ์ทั้ง
ทางวชิ าการและวิชาชพี ตามศักยภาพ
๓.เพื่อสง่ เสริมให้ผเู้ รียนใช้เวลาให้เกิดประโยชนต์ อ่ ตนเองและสว่ นรวม
๔.เพื่อใหผ้ ้เู รียนทำงานรว่ มกับผ้อู ื่น ได้ตามวิถปี ระชาธิปไตย
แนวการจัดกิจกรรม
การจัดกิจกรรมตามความสนใจ (ชุมนุม) ผู้เรียนสามารถเลือกเข้าเป็นสมาชิกชมรม วางแผนการดำเนิน
กจิ กรรมร่วมกัน โดยมีชมรมที่หลากหลาย เหมาะสมกับเพศ วัย และความสนใจของผู้เรียน ประกอบด้วยกิจกรรม
ด้านคุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมประชาธิปไตย ส่งเสริมการเรียนรู้ และค่าย
วิชาการ การศึกษาดูงาน การฝกึ ปฏบิ ตั ิ การบรรยายพิเศษดังตัวอยา่ งพอสังเขปต่อไปนี้
-กิจกรรมรักการอ่าน จัดกิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่าน โดยจัดผ่านกิจกรรม/โครงการและคาบชุมนุม
ผู้เรียนมโี อกาสปฏบิ ตั ิจรงิ และฝกึ ทักษะการอ่านและการเขยี น
กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์
วตั ถุประสงค์
๑.เพื่อให้ผ้เู รยี นบำเพ็ญตนให้เปน็ ประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรยี น ชุมชน และประเทศชาติ
๒พอ่ื ให้ผู้เรียนออกแบบกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารประโยชนอ์ ย่างสร้างสรรค์ตามความถนัดและความ
สนใจในลกั ษณะอาสาสมัคร
๓.เพื่อให้ผู้เรยี นพฒั นาศกั ยภาพในการจัดกจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนไ์ ด้อยา่ งมี
ประสิทธภิ าพ
เพอ่ื ใหผ้ ู้เรยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จรยิ ธรรมตามคุณลกั ษณะอันพึง
ประสงค์
๔.เพื่อให้ผูเ้ รยี นมีจติ สาธารณะและใช้เวลาวา่ งให้เกิดประโยชน์
แนวการจดั กิจกรรม
การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ทำประโยชน์ตาม
ความสามารถ ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความ
เสียสละต่อสังคม มีจิตใจมุ่งทำประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชนและสังคมกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ กิจกรรมบำเพ็ญ
ประโยชน์ กิจกรรมสร้างสรรค์สงั คม กิจกรรมดำรงรักษา สืบสาน ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม กิจกรรมพัฒนา
นวัตกรรมและเทคโนโลยี
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 120
เวลาเรียนสำหรับกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ในส่วนกิจกรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชน์ จดั สรรเวลาให้ผเู้ รียนระดับประถมศึกษาปีท่ี ๑-๖ รวม ๖ ปี จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง(เฉลยี่ ปลี ะ ๑๐
ชั่วโมง)
การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ในระดับประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ เป็นการจัดกิจกรรม
ภายในเวลาเรียน โดยให้ผู้เรียนรายงานแสดงกรเข้าร่วมกิจกรรมลงในสมุดบันทึก และมีผู้รับรองผลการเข้าร่วม
กิจกรรมทกุ ครงั้
แนวทางการประเมินกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น
โรงเรียนบ้านแก้งยาง กำหนดแนวทางในการประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี นดังน้ี
๑. การประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียนรายกิจกรรม มีแนวทางปฏิบัติดังน้ี
๑.๑ การตรวจสอบเวลาเขา้ ร่วมกจิ กรรมของผ้เู รยี น ไม่น้อยกวา่ ร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรยี น
ตลอดปกี ารศึกษา
๑.๒ ประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจากการปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงานของผู้เรียน
ผูเ้ รยี นต้องไดร้ ับการประเมินทุกผลการเรยี นรู้ และผ่านทกุ ผลการเรยี นรู้ โดยแตล่ ะผลการเรยี นรู้ผ่านไม่น้อยกว่า
ร้อยละ ๕๐ หรอื มีคณุ ภาพในระดบั ๑ ขึ้นไป
๑.๓ ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงานของผู้เรียนตาม
เกณฑ์ ข้อ ๑.๑ และข้อ ๑.๒ ถือว่าผู้เรียนมีผลการเรียน “ผ” ผ่านการประเมินกิจกรรมและนำผลการ
ประเมินไปบนั ทกึ ในระเบยี นแสดงผลการเรียน
๑.๔ ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานไม่เป็นไปตาม
เกณฑ์ ข้อ ๑.๑ และข้อ ๑.๒ ถือว่าผู้เรียนมีผลการเรียน “มผ” โรงเรียนต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนทำ
กิจกรรมในส่วนที่ผู้เรียนไมไ่ ด้เข้ารว่ มหรอื ไม่ไดท้ ำจนครบถ้วน แล้วจึงเปลี่ยนผลการเรียนจาก “มผ” เป็น “ผ”
และนำผลการประเมนิ ไปบันทกึ ในระเบยี นแสดงผลการเรียน
๒. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเพือ่ การตัดสนิ มแี นวปฏิบตั ดิ งั นี้
๒.๑ กำหนดให้ผ้รู ับผิดชอบในการรวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกับการร่วมกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี นของ
ผ้เู รยี นทุกคนตลอดระดบั การศึกษา
๒.๒ ผรู้ ับผิดชอบสรปุ และตัดสนิ การร่วมกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี นของผเู้ รยี นเป็นรายบุคคลตาม
เกณฑ์ท่โี รงเรียนกำหนด ผเู้ รียนจะต้องผ่านกิจกรรม ๓ กิจกรรมสำคัญดงั นี้
๒.๒.๑ กจิ กรรมแนะแนว
๒.๒.๒ กิจกรรมนักเรยี น ได้แก่
๑. กจิ กรรมลกู เสือ เนตรนารี
๒. กิจกรรมชมุ นมุ
๒.๒.๓ กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 121
๒.๓ การนำเสนอผลการประเมนิ ต่อคณะกรรมการกลุม่ สาระการเรียนร้แู ละกจิ กรรมพัฒนา
ผเู้ รียน
๒.๔ เสนอผู้บรหิ ารโรงเรียนพจิ ารณาอนมุ ตั ผิ ลการประเมินกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนผ่านเกณฑ์การ
จบแตล่ ะระดับการศึกษา
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 122
คำอธบิ ายรายวชิ า
กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 123
คำอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น
กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน กิจกรรมแนะแนว
ช้นั ประถมศึกษาปีที ๑ - ๖ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง/ปี
คำอธบิ ายรายวชิ า
รู้จักและเข้าใจตนเอง รกั และเห็นคณุ ค่าในตนเองและผู้อนื่ มวี ฒุ ิภาวะทางอารมณ์ มีเจตคติที่ดีต่อการมี
ชีวิตที่ดีมีคุณภาพ มีทักษะในการดำเนินชีวิต สามารถปรับตัวให้ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข รู้จัก
ตนเองในทุกด้าน รู้ความถนัด ความสนใจ และบุคลิกภาพของตนเอง รู้และเข้าใจโลกของงานอาชีพอย่าง
หลากหลาย มีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจรติ รู้ข้อมูลอาชีพ สามารถเลือกตนแนวทางในการประกอบอาชีพได้อย่าง
เหมาะสม มีการเตรยี มตัวสู่อาชีพ สามารถวางแผนเพ่ือประกอบอาชพี ตามที่ตนเองมีความถนัดและสนใจ มี
คุณลักษณะพื้นฐานที่จำเป็นในการประกอบอาชีพและพัฒนางานให้ประสบความสำเร็จเพื่อสร้างฐานะทาง
เศรษฐกจิ ให้กบั ตนเอง ครอบครัว ชมุ ชนและประเทศชาติ
พัฒนาตนเองในด้านการเรียนอย่างเตม็ ศักยภาพ รจู้ ักแสวงหาความรู้ใฝ่รูใ้ ฝ่เรียนให้เป็นคนดีมีความรู้และ
ทักษะทางวิชาการ รู้จักแสวงหาและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนการเรียนหรือการศึกษาต่อได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ มีวิธีการเรียนรู้ มีทักษะการคิด แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ คิดเป็น ทำเป็น มีคุณธรรม
จรยิ ธรรม เออื้ อาทรและสมานฉนั ท์ เพอ่ื ดำรงชวี ติ อยรู่ วมกนั อยา่ งสงบสขุ ตามวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง
ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ รู้จัก เข้าใจ รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น เกิดการเรียนรู้สามารถวาง
แผนการเรียนรู้ อาชีพ รวมทั้งการดำเนินชีวิตและมีทักษะทางสังคม เกิดการเรียนรู้สามารถปรับตัวได้อย่าง
เหมาะสม อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข พึ่งตนเองได้มีทักษะในการเลือกแนวทางการศึกษา การงานและ
อาชีพ ชวี ติ และสงั คม มีสุขภาพจิตท่ีดีและจติ สำนึกในการทำประโยชน์ต่อครอบครวั สงั คมและประเทศชาติตาม
หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลการเรยี นรู้
๑.เพ่อื ให้ผู้เรียนเกดิ การเรยี นรู้ รจู้ กั เขา้ ใจ รัก และเห็นคุณคา่ ในตนเองและผู้อน่ื
๒.เพื่อใหผ้ เู้ รยี นเกิดการเรียนรู้ สามารถวางแผนการเรียน การศึกษาต่อ อาชีพ รวมทัง้ การดำเนนิ ชีวิต
และมีทักษะทางสังคม
๓.เพื่อใหผ้ ้เู รยี นเกดิ การเรยี นรู้ สามารถปรับตวั ได้อยา่ งเหมาะสม และอยรู่ ว่ มกบั ผู้อ่ืนได้อย่างเหมาะสม
๔.สามารถประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้
รวม ๔ ผลการเรียนรู้
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 124
กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน คำอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น
ชั้นประถมศึกษาปีที ๑ กจิ กรรมนักเรยี น (เตรียมลกู เสือสำรองและลกู เสือสำรองดาวดวงท่ี ๑)
เวลา ๓๐ ชั่วโมง/ปี
คำอธิบายรายวชิ า
เปดิ ประชุมกอง ดำเนนิ การตามกระบวนการของลูกเสือและจัดกิจกรรมโดยให้ศกึ ษา วเิ คราะห์ วางแผน
ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตามฐานการเรยี นรู้ โดยเน้นระบบหมู่และปฏิบตั กิ ิจกรรมตามคำปฏญิ าณและกฎของลูกเสือสำรอง
เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริงใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสำรองที่มีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษา
ธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม ปิด
ประชุมกอง ในเรอื่ งตอ่ ไปนี้
เตรียมลกู เสือสำรอง นิยายเมาคลี ประวตั ิการเร่ิมกิจการลูกเสือ การทำความเคารพหมู่ (แกรนด์ฮาวล์)
การทำความเคารพเปน็ รายบคุ คล การจับมอื ซ้าย ระเบียบแถว เบอื้ งต้น คำปฏิญาณ กฎและคตพิ จน์ของลกู เสือ
สำรอง
ลูกเสือสำรองดาวดวงที่ ๑ อนามัย ความสามารถเชงิ ทักษะ การสำรวจ การคน้ หาธรรมชาติ ความ
ปลอดภัย บรกิ าร ธงและประเทศต่าง ๆ การฝีมือ กจิ กรรมกลางแจง้ การบนั เทิง การผูกเงอื่ น คำปฏญิ าณ
และกฎของลกู เสือสำรอง
ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสำรองดาวดวงที่ ๑ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ
กฎ และคติพจน์ของลูกเสือสำรอง มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟังและพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริต
มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รู้จักบำเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทำการฝีมือและ
ฝึกฝนทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความมั่นคงของ
ชาติ และสามารถประยุกตใ์ ช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ผลการเรียนรู้
๑.มนี สิ ัยในการสงั เกต จดจำ เชอ่ื ฟังและพึ่งพาตนเองได้
๒.มคี วามซื่อสตั ย์ สุจริต มรี ะเบียบวนิ ยั และเหน็ อกเห็นใจผ้อู ่ืน
๓.บำเพญ็ ตนเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชน์
๔.ทำการฝมี ือและฝึกฝนการทำกิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม
๕.รักษาและสง่ เสรมิ จารีตประเพณี วฒั นธรรมประเพณี ภมู ปิ ญั ญาท้องถิ่นและ ความมั่นคง
๖.อนุรกั ษท์ รัพยากรธรรมชาติ สงิ่ แวดล้อมและลดภาวะโลกรอ้ น
๗.สามารถประยุกต์ใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้
รวม ๗ ผลการเรยี นรู้
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 125
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น คำอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี ๒ กิจกรรมนักเรียน (ลกู เสอื สำรองดาวดวงที่ ๒)
เวลา ๓๐ ช่วั โมง/ปี
คำอธบิ ายรายวชิ า
เปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามคำปฏิญาณ คติพจน์และกฎของลูกเสือ
สำรอง ศึกษาเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริงใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสำรองที่มีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน
ศกึ ษาธรรมชาติในชุมชนดว้ ยความสนใจใฝ่รู้ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรปุ ผลและปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุมกอง
ในเรือ่ งตอ่ ไปน้ี
ลูกเสือสำรองดาวดวงที่ ๒ นิยายเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือ การทำความเคารพหมู่
(แกรนฮาวล์) การทำความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมอื ซ้าย ระเบียบแถว คำปฏญิ าณ กฎ และคติพจน์ของ
ลูกเสือสำรอง อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสำรวจ การค้นหาธรรมชาติการอนุรักษ์ทรัพยากรในชุมชน
ท้องถิ่น ความปลอดภัย บริการ การผูกเงื่อน ธง และประเทศต่าง ๆ การฝีมือที่ใช้วัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น
กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิงที่ส่งเสริมสุขภาพกายสุขภาพจิตและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาติสง่ิ แวดลอ้ มลดภาวะโลกรอ้ น
ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสำรองดาวดวงที่ ๒ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ
และคติพจน์ของลูกเสือสำรอง มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟังและพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต
มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจ รู้จักบำเพ็ญเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทำการฝีมือและฝึกฝนทำ
กิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิน่ อนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาตสิ ิ่งแวดลอ้ ม ความมน่ั คงของชาติ และสามารถประยุกต์ใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ผลการเรยี นรู้
๑.มนี สิ ัยในการสังเกต จดจำ เชือ่ ฟงั และพึง่ ตนเองได้
๒.มีความซ่ือสัตย์ สจุ รติ มรี ะเบยี บวนิ ยั และเห็นอกเห็นใจผู้อ่นื
๓.บำเพญ็ ตนเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์
๔.ทำการฝีมอื และฝกึ ฝนทำกิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม
๕.รักษาและสง่ เสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรม ภูมิปญั ญาท้องถิน่ และความม่ันคงของชาติ
๖.อนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกรอ้ น สามารถประยุกต์ใช้หลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี งได้
รวม ๖ ผลการเรยี นรู้
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 126
กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น คำอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี ๓ กิจกรรมนักเรยี น (ลกู เสอื สำรองดาวดวงที่ ๓)
เวลา ๓๐ ช่วั โมง/ปี
คำอธบิ ายรายวชิ า
เปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามคำปฏิญาณ คติพจน์และกฎของลูกเสือ
สำรอง ศึกษาเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริงใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสำรองที่มีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน
ศกึ ษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจใฝร่ ู้ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรปุ ผลและปฏิบัตกิ ิจกรรม ปิดประชุมกอง
ในเรอื่ งต่อไปนี้
ลูกเสือสำรองดาวดวงที่ ๓ นิยายเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือ การทำความเคารพหมู่
(แกรนฮาวล์) การทำความเคารพเป็นรายบุคคล การจบั มอื ซ้าย ระเบียบแถว คำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ
ลูกเสือสำรอง อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสำรวจ การค้นหาธรรมชาติการอนุรักษ์ทรัพยากรในชุมชน
ท้องถิ่น ความปลอดภัย บริการ การผูกเงื่อน ธง และประเทศต่าง ๆ การฝีมือที่ใช้วัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น
กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิงที่ส่งเสริมสุขภาพกายสุขภาพจิตและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาตสิ งิ่ แวดล้อมลดภาวะโลกรอ้ น
ผู้เรยี นมคี วามรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสำรองดาวดวงท่ี ๓ สามารถปฏบิ ัติตามคำปฏญิ าณ กฎและ
คติพจน์ของลูกเสือสำรอง มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟังและพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย
และเห็นอกเห็นใจ รู้จักบำเพ็ญเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทำการฝีมือและฝึกฝนทำกิจกรรมต่าง ๆ
ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ส่ิงแวดล้อม ความมน่ั คงของชาติ และสามารถประยกุ ต์ใชห้ ลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ผลการเรยี นรู้
๑.มีนสิ ัยในการสงั เกต จดจำ เช่ือฟังและพึ่งตนเองได้
๒.มคี วามซื่อสตั ย์ สจุ รติ มรี ะเบยี บวินัย และเหน็ อกเห็นใจผ้อู ่นื
๓.บำเพญ็ ตนเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์
๔.ทำการฝีมือและฝกึ ฝนทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม
๕.รกั ษาและส่งเสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่ินและความมั่นคงของชาติ
๖.อนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน
๗.สามารถประยกุ ต์ใชห้ ลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้
รวม ๗ ผลการเรียนรู้
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 127
กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน คำอธบิ ายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน
ชั้นประถมศึกษาปีที ๔ กจิ กรรมนักเรยี น (ลูกเสือสามัญ ลกู เสอื ตรี)
เวลา ๓๐ ช่ัวโมง/ปี
คำอธิบายรายวิชา
เปดิ ประชุมกอง ดำเนนิ การตามกระบวนการของลูกเสือ และจดั กิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติกิจกรรมตามคำปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของ
ลกู เสือสามัญ เรียนรจู้ ากการคิดและปฏบิ ัติจริง ใชส้ ัญลักษณส์ มาชิกลกู เสือสามญั ทมี่ ีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน
ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้และมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม
ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ลดภาวะโลกร้อนและประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ความรู้เกี่ยวกับ
กระบวนการลูกเสือ ประวัติของ Load Baden Powell พระราชประวัติสังเขปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎ
เกล้าเจ้าอยู่หวั ววิ ฒั นาการของกระบวนการ ลูกเสือไทยและลกู เสือโลก การทำความเคารพ การแสดงรหัส การ
จบั มือซ้าย กิจกรรมกลางแจง้ ระเบยี บแถวท่ามือเปลา่ ทา่ มอื ไมพ้ ลวง การใชส้ ญั ญามอื และนกหวดี การตั้งแถว
และการเรยี นแถว
ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์
ของลกู เสอื สามัญ มนี ิสยั ในการสังเกต จดจำ เชือ่ ฟงั และพงึ่ ตนเอง มีความซือ่ สตั ย์ สุจรติ มีระเบยี บวินยั และ
เห็นอกเหน็ ใจผอู้ ่ืน บำเพ็ญตนเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ ทำการฝมี อื และฝึกฝนการทำกจิ กรรมตา่ ง ๆ ตาม
ความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความมั่นคง
ประโยชนแ์ ละสามารถประยกุ ต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรียนรู้
๑.มนี สิ ยั ในการสงั เกต จดจำ เช่อื ฟงั และพึ่งตนเองได้
๒.มีความซ่ือสตั ย์ สุจริต มรี ะเบยี บวินยั และเห็นอกเหน็ ใจผ้อู ื่น
๓.บำเพ็ญตนเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์
๔.ทำการฝีมือและฝกึ ฝนทำกิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม
๕.รักษาและสง่ เสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ และความมน่ั คงของชาติ
๖.อนุรกั ษท์ รัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน
๗.สามารถประยกุ ต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้
รวม ๗ ผลการเรยี นรู้
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 128
กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น คำอธิบายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น
ชั้นประถมศึกษาปที ี ๕ กจิ กรรมนักเรียน ( กิจกรรมลูกเสอื สามญั ลกู เสือโท)
เวลา ๓๐ ช่ัวโมง/ปี
คำอธบิ ายรายวชิ า
เปิดประชุมกองดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์
วางแผน ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตามฐานการเรยี นรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏบิ ัติกิจกรรมตามคำปฏิญาณ คติพจนแ์ ละ
กฎของลูกเสือสามัญ เรียนรู้จากคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสามัญที่มีความเป็นเอกลักษณ์
ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาตใิ นชุมชนด้วยความสนใจ ใฝร่ ู้ มจี ิตสำนกึ ในการอนรุ กั ษ์ ทรพั ยากรธรรมชาติ วฒั นธรรม
ภูมิปัญญาท้องถิ่น ลดภาวะโลกร้อนและการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้ทักษะในทางวิชา
ลกู เสือ การรูจ้ กั ดูแลตนเอง การชว่ ยเหลือผู้อน่ื การเดินทางไปยังสถานทต่ี า่ ง ๆ ทำงานอดเิ รก และเรอ่ื งทส่ี นใจ
ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์
ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย
และเห็นอกเห็นใจผอู้ ่ืน บำเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ทำการฝีมอื และฝึกฝนการทำกิจกรรมตา่ ง ๆ
ตามความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความมั่นคง
ประโยชนแ์ ละสามารถประยุกต์ใช้หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลการเรยี นรู้
๑.มนี สิ ยั ในการสงั เกต จดจำ เชื่อฟงั และพ่ึงตนเองได้
๒.มคี วามซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบยี บวินยั และเหน็ อกเห็นใจผู้อ่นื
๓.บำเพญ็ ตนเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์
๔.ทำการฝีมือและฝกึ ฝนทำกิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม
๕.รกั ษาและส่งเสรมิ จารีตประเพณี วัฒนธรรม ภมู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ และความมนั่ คงของชาติ
๖.อนุรกั ษท์ รัพยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกรอ้ น
๗.สามารถประยกุ ต์ใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้
รวม ๗ ผลการเรียนรู้
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 129
กิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน คำอธิบายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น
ชั้นประถมศึกษาปที ี ๖ กิจกรรมนักเรยี น ( กิจกรรมลกู เสือสามญั ลกู เสือเอก)
เวลา ๓๐ ชัว่ โมง/ปี
คำอธบิ ายรายวิชา
เปิดประชมุ กองดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสอื และจัดกจิ กรรมโดยใหศ้ ึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามคำปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของลูกเสือ
สามัญ วิชาการของลูกเสือ ระเบียบแถว การพึ่งตนเอง การผจญภัย การใช้สัญลักษณ์ สมาชิกลูกเสือสามัญ
ท่ี มีความเป็นเอกลักษณร์ ว่ มกนั เรียนร้จู ากการคดิ และปฏิบตั ิจริง ศึกษาธรรมชาติ วฒั นธรรมประเพณี ภูมิปัญญา
ท้องถิ่นด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ และประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการปฏิบัติกิจกรรมเพื่อการ
อนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละลดภาวะโลกรอ้ น
ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์
ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย
และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น บำเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ทำการฝีมือและฝึกฝนการทำกิจกรรม
ต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความ
ม่นั คง ประโยชนแ์ ละสามารถประยกุ ต์ใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ผลการเรียนรู้
๑.มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชือ่ ฟงั และพ่งึ ตนเองได้
๒.มีความซื่อสตั ย์ สจุ รติ มรี ะเบยี บวินัย และเหน็ อกเห็นใจผอู้ ื่น
๓.บำเพ็ญตนเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์
๔.ทำการฝีมอื และฝกึ ฝนทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม
๕.รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรม ภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่ินและความมั่นคงของชาติ
๖.อนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม ลดภาวะโลกรอ้ น
๗.สามารถประยกุ ต์ใชห้ ลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้
รวม ๗ ผลการเรียนรู้
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 130
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน คำอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี ๑ - ๖ กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์
เวลา ๑๐ ช่ัวโมง/ปี
คำอธบิ ายรายวชิ า
ฝึกปฏิบัติกิจกรรมด้วยความสมัครใจผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ฝึกการทำงานที่สอดคล้องกับชวี ิตจริง
ตลอดจนสะท้อนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ สำรวจและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนอย่างเป็นระบบ
เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ และใช้ความคิดสร้างสรรค์ การบริการด้านต่าง ๆ ท่ีเป็นประโยชน์ต่อตนเองและ
ส่วนรวม เสริมสร้างความมีน้ำใจ เอื้ออาทร ความเป็นพลเมืองดีและความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัวและ
สังคม คิดออกแบบกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ในลักษณะอาสาสมัคร จิตอาสา เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อ
สงั คมตามแนวทางวิถีชีวิตเศรษฐกจิ พอเพียง
ผู้เรียนบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคมและประเทศชาติ สามารถ
ออกแบบการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ ตามความถนัดและความสนใจใน
ลักษณะอาสาสมัคร พัฒนาศักยภาพตนเองในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์
มีจิตสาธารณะและใชเ้ วลาว่างใหเ้ กดิ ประโยชน์ และสามารถประยกุ ต์ใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้
ผลการเรียนรู้
๑.บำเพญ็ ตนให้เป็นประโยชน์ตอ่ ครอบครัว โรงเรียน ชมุ ชน สังคมและประเทศชาติ
๒.ออกแบบการจัดกจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ ตามความถนดั และความ
สนใจในลักษณะอาสาสมคั ร
๓.สามารถพฒั นาศักยภาพในการจัดกจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนไ์ ด้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
๔.ปฏิบตั ิกจิ การเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนจ์ นเกดิ คุณธรรม จริยธรรมตามคณุ ลักษณะอันพึง
ประสงค์
๕.สามารถประยุกต์ใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้
รวม ๕ ผลการเรยี นรู้
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 131
กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน คำอธบิ ายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น
ช้นั ประถมศึกษาปีที ๑ - ๖ กจิ กรรมนกั เรยี น (กิจกรรมชมุ นมุ )
เวลา ๔๐ ชว่ั โมง/ปี
คำอธบิ ายรายวิชา
ปฏิบัตกิ จิ กรรมตามความสนใจ ความถนดั และความตอ้ งการ เพอื่ พัฒนาความรู้ ความสามารถดา้ นการ
คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ให้เกิดประสบการณ์ทั้งด้านวิชาการ และพื้นฐานอาชีพ ทักษะชีวิตและสังคมตาม
ศกั ยภาพอย่างรอบด้าน เพื่อความเปน็ มนุษย์ท่ีสมบูรณ์ มคี วามสามารถในการส่ือสาร มที กั ษะการคิด แก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี พัฒนาทักษะในการทำงานและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซื่อสัตย์สุจริต มวี ินัย ใฝเ่ รยี นรู้ อยอู่ ย่างพอเพยี ง มุ่งม่ันในการทำงานรักความเป็นไทย
มจี ติ สาธารณะ
ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการของตน ได้พัฒนาความรู้
ความสามารถด้านการคิดวเิ คราะห์ สังเคราะห์ ให้เกิดประสบการณ์ทั้งทักษะทางวิชาการ ทักษะอาชีพ ทักษะ
ชีวิตและสังคมตามศักยภาพ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ตอ่ ตนเองและส่วนรวม คิดเป็น ทำได้ ทำงานร่วมกับ
ผ้อู ่นื ไดต้ ามวถิ ีประชาธปิ ไตย และประยกุ ตห์ ลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได้อย่างเหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
๑.ปฏิบัตกิ ิจกรรมตามความสนใจ ความถนัดและความต้องการของตน
๒.มีความรู้ ความสามารถดา้ นการคิดวิเคราะห์ สงั เคราะห์ให้เกิดประสบการณ์ ท้ังทางวชิ าการและ
วิชาชีพตามศกั ยภาพ
๓.ใชเ้ วลาวา่ งให้เกดประโยชน์ตอ่ ตนเองและส่วนรวม
๔.มงุ่ มั่นในการทำงานและทำงานร่วมกบั ผู้อน่ื ได้ตามวิถปี ระชาธิปไตย
๕.ประยกุ ต์ใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้อย่างเหมาะสม
รวม ๕ ผลการเรยี นรู้
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 132
คำอธิบายรายวชิ า
กจิ กรรมชุมนมุ
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 133
กจิ กรรมชุมนุมรักการอา่ น คำอธิบายรายวิชากจิ กรรมชุมนมุ
ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖
หลักการและเหตผุ ล
ประเทศไทยมีภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติ อันเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของชาติ สมควรจะ
ได้รับการทำนุบำรุงส่งเสริม และอนุรักษ์ไว้ให้ยั่งยืนตลอดไป ทั้งนี้ในยุคปัจจุบันวิชาการและเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้
ก้าวหนา้ ไปอย่างรวดเรว็ เกิดเทคนิคใหม่ ๆ ในการตดิ ตอ่ สือ่ สาร ท่มี ุ่งเน้นความสะดวกรวดเรว็ ส่งผลใหภ้ าษาไทยซึ่ง
เป็นส่ือกลางสำคัญในการตดิ ต่อและผูกพันต่อการดำรงชีวิตประจำวนั ของคนไทยไดร้ บั ผลกระทบ ทง้ั ภาษาพูดและ
ภาษาเขียน ทำให้ภาษาไทยเกิดการเปล่ียนแปลงไปจากเดิมอยา่ งน่าวิตกเป็นอย่างยิ่ง สภาพการณ์เช่นน้ีหากไม่เร่ง
รีบหาทางแก้ไขและป้องกันเสียแต่เนิ่นๆ การใช้ภาษาไทยของเราก็จะยิ่งเสื่อมลง จะส่งผลเสียหายต่อเอกลักษณ์
และคุณค่าของภาษาไทยเป็นทวีคูณ อ่านและเข้าใจความหมายของคำ ประโยค ข้อความและจัดทำแบบฝึกเป็น
รปู เล่ม จดั ทำพจนานุกรมฉบับจิว๋ ศึกษา คน้ ควา้ เกีย่ วกบั ขา่ ว บทความจากสงิ่ ตีพมิ พ์ประเภทต่างๆ และประดิษฐ์
ทีค่ นั่ หนังสือประเภทตา่ งๆ
ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รู้จักค้นคว้า และแก้ปัญหาในการทำงานอย่างมีระบบ เพื่อให้สมาชิก
เป็นผู้มีระเบียบวินัยเพื่อให้สมาชิกมีความเข้าใจและเลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์เป็นประมุขเพื่อให้สมาชิกมีความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่และสิทธิภายในขอบเขตของ
กฎหมายเพื่อให้สมาชิกมีความสงบซาบซึ้งในคุณค่า ดำรงไว้และส่งเสริมเอกลักษณ์วัฒนธรรมอันดีงามของชาติ
ไทยเพื่อให้สมาชกิ เกดิ ความรกั และสามัคคีในหมูค่ ณะเพื่อให้สมาชิกได้รับการสง่ เสริมการพัฒนาทางรา่ งกาย จิตใจ
และรู้จกั ใชเ้ วลาว่างให้เป็นประโยชน์เพื่อให้สมาชิกรู้จักบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม และสร้างเสริมความม่ันคงของ
ชาติเพื่อให้สมาชิกมีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อให้สมาชิกพัฒนาตนเองตามวัตถุประสงค์ของการจัดการศึกษา
สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชนโ์ ดยใช้หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ
ชีวิตประจำวันได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม
ผลการเรียนรู้
๑. ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามความสนใจ ความถนัดและความต้องการของตน
๒. อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ รอ้ ยกรองได้อยา่ งถกู ต้องตามอักขระวธิ ี
๓.เขยี น ได้ถกู ต้องตามหลกั ภาษาไทยใช้เวลาว่างให้เกดิ ประโยชน์ตอ่ ตนเองและส่วนรวม
๔.นกั เรยี นมีความตระหนักและเห็นคณุ ค่าของภาษาไทย ในฐานะภาษาประจำชาติ
๕.นกั เรยี นสามารถเป็นตัวแทนเขา้ ร่วมแข่งขนั กิจกรรมทางคณติ ศาสตร์
รวม ๕ ผลการเรียนรู้
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 134
การวดั
และประเมินผล
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 135
เกณฑ์การจบการศึกษา
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแก้งยาง พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดเกณฑส์ ำหรับการจบการศึกษา ดังน้ี
➢เกณฑ์การจบระดับประถมศกึ ษา
๑. ผูเ้ รียนเรยี นรายวชิ าพ้นื ฐาน จำนวน ๘๔๐ ชั่วโมง และรายวิชาเพ่ิมเติมจำนวน ๑๒๐ ชัว่ โมง และมี
ผลการประเมนิ รายวชิ าพน้ื ฐานผ่านทกุ รายวิชา
๒. ผู้เรยี นต้องมผี ลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขยี น ระดับ “ผา่ น” ขึ้นไป
๓. ผู้เรียนมผี ลการประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ระดับ “ผา่ น” ข้นึ ไป
๔. ผู้เรยี นต้องเขา้ ร่วมกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นและไดร้ ับการตดั สนิ ผลการเรยี น “ผา่ น” ทุกกิจกรรม
➢การจัดการเรียนรู้
การจดั การเรยี นรเู้ ป็นกระบวนการสำคญั ในการนำหลักสตู รสูก่ ารปฏิบตั ิ หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้
พ้นื ฐาน เป็นหลักสตู รท่ีมีมาตรฐานการเรยี นรู้ สมรรถนะสำคัญและคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ของผ้เู รยี น เปน็
เปา้ หมายสำหรบั พฒั นาเด็กและเยาวชน
ในการพฒั นาผเู้ รียนใหม้ คี ุณสมบัตติ ามเป้าหมายหลกั สูตร ผู้สอนพยายามคัดสรร กระบวนการเรียนรู้
จดั การเรียนร้โู ดยชว่ ยใหผ้ ูเ้ รียนเรียนรผู้ า่ นสาระที่กำหนดไว้ในหลักสตู ร ๘ กลุม่ สาระการเรียนรู้ รวมท้งั ปลูกฝัง
เสริมสรา้ งคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ พัฒนาทักษะต่างๆ อันเปน็ สมรรถนะสำคัญใหผ้ ้เู รียนบรรลุตามเปา้ หมาย
๑. หลักการจัดการเรียนรู้
การจดั การเรียนรูเ้ พื่อให้ผเู้ รียนมคี วามรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรยี นรู้ สมรรถนะสำคญั และ
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน โดยยดึ หลักวา่ ผูเ้ รยี นมี
ความสำคญั ทสี่ ดุ เชื่อวา่ ทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยดึ ประโยชน์ทเี่ กิดกับผู้เรยี น
กระบวนการจัดการเรยี นรู้ต้องส่งเสริมใหผ้ ้เู รยี น สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศกั ยภาพ คำนงึ ถงึ ความ
แตกต่างระหวา่ งบคุ คลและพัฒนาการทางสมองเนน้ ให้ความสำคญั ท้ังความรู้ และคุณธรรม
๒. กระบวนการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เป็น
เครื่องมือที่จะนำพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้เรียน อาทิ
กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการ
เผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลงมือทำจริง
กระบวนการจดั การ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรยี นรู้การเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนสิ ัย
กระบวนการเหล่าน้ีเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ทผี่ เู้ รียนควรไดร้ ับการฝึกฝน พฒั นา เพราะจะสามารถช่วยให้
ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดังนั้น ผู้สอน จึงจำเป็นต้องศึกษาทำความเข้าใจใน
กระบวนการเรยี นรตู้ า่ ง ๆ เพ่ือให้สามารถเลอื กใช้ในการจดั กระบวนการเรยี นร้ไู ด้อย่างมีประสทิ ธิภาพ
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 136
๓. การออกแบบการจัดการเรียนรู้
ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะสำคัญของ
ผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงพิจารณาออกแบบการ
จัดการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เพื่อให้ผู้เรียนได้
พฒั นาเต็มตามศกั ยภาพและบรรลุตามเป้าหมายท่ีกำหนด
๔. บทบาทของผูส้ อนและผเู้ รียน
การจดั การเรยี นรเู้ พ่อื ให้ผเู้ รยี นมีคุณภาพตามเปา้ หมายของหลกั สตู ร ทงั้ ผ้สู อนและผูเ้ รยี นควรมีบทบาท
ดงั นี้
๔.๑ บทบาทของผ้สู อน
๑) ศกึ ษาวิเคราะหผ์ ูเ้ รียนเป็นรายบคุ คล แล้วนำขอ้ มูลมาใชใ้ นการวางแผนการจัดการเรียนรู้ ท่ี
ตามความสามารถของผเู้ รยี น
๒) กำหนดเป้าหมายทตี่ อ้ งการใหเ้ กดิ ขึ้นกับผเู้ รยี น ดา้ นความรูแ้ ละทักษะกระบวนการ ท่ีเปน็
ความคดิ รวบยอด หลักการ และความสมั พันธ์ รวมท้ังคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
๓) ออกแบบการเรยี นรู้และจัดการเรยี นรทู้ ต่ี อบสนองความแตกต่างระหวา่ งบคุ คลและ
พฒั นาการทางสมอง เพื่อนำผู้เรยี นไปสู่เป้าหมาย
๔) จัดบรรยากาศทเ่ี อื้อตอ่ การเรียนรู้ และดแู ลช่วยเหลือผเู้ รยี นให้เกดิ การเรยี นรู้
๕) จัดเตรยี มและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับกจิ กรรม นำภมู ิปัญญาท้องถ่ิน เทคโนโลยีท่ี
เหมาะสมมาประยุกตใ์ ช้ในการจัดการเรยี นการสอน
๖) ประเมนิ ความกา้ วหน้าของผเู้ รยี นด้วยวธิ ีการท่หี ลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติของวิชา
และระดับพฒั นาการของผ้เู รียน
๗) วเิ คราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพฒั นาผู้เรียน รวมท้งั ปรบั ปรุงการจัดการ
เรยี นการสอนของตนเอง
๔.๒ บทบาทของผ้เู รียน
๑) กำหนดเปา้ หมาย วางแผน และรบั ผิดชอบการเรียนรู้ของตนเอง
๒) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถงึ แหลง่ การเรยี นรู้ วเิ คราะห์ สงั เคราะหข์ ้อความรู้ ตั้งคำถาม คดิ หา
คำตอบหรือหาแนวทางแก้ปัญหาด้วยวธิ กี ารต่างๆ
๓) ลงมอื ปฏิบตั ิจรงิ สรุปสง่ิ ทีไ่ ดเ้ รียนรดู้ ว้ ยตนเอง และนำความร้ไู ปประยุกตใ์ ชใ้ นสถานการณ์ตา่ งๆ
๔) มปี ฏิสมั พันธ์ ทำงาน ทำกิจกรรมร่วมกบั กลุ่มและครู
๕) ประเมินและพัฒนากระบวนการเรยี นร้ขู องตนเองอย่างต่อเน่อื ง
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 137
➢ส่อื การเรยี นรู้
สื่อการเรียนรู้เป็นเครื่องมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้
ทักษะกระบวนการ และคณุ ลักษณะตามมาตรฐานของหลกั สูตรไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ สอ่ื การเรยี นรมู้ ีหลากหลาย
ประเภท ทั้งสื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อเทคโนโลยี และเครือข่าย การเรียนรู้ต่างๆ ที่มีในท้องถิ่น การเลือกใช้ส่ือ
ควรเลอื กให้มคี วามเหมาะสมกับระดับพัฒนาการ และลลี าการเรยี นรู้ทห่ี ลากหลายของผ้เู รียน การจัดหาสื่อ
การเรียนรู้ ผู้เรยี นและผสู้ อนสามารถจัดทำและพัฒนาข้ึนเอง หรอื ปรับปรุงเลือกใช้อย่างมีคุณภาพจากส่ือต่างๆ ที่
มีอยู่รอบตัวเพื่อนำมาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถส่งเสริมและสื่อสารให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดย
สถานศึกษาควรจัดให้มีอย่างพอเพียง เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง สถานศึกษา เขตพื้นที่
การศึกษา หนว่ ยงานที่เกยี่ วขอ้ งและผมู้ หี น้าท่ีจดั การศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน ควรดำเนินการดงั นี้
๑. จดั ให้มีแหล่งการเรยี นรู้ ศูนย์สือ่ การเรยี นรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือข่าย
การเรียนรู้ที่มีประสทิ ธภิ าพท้ังในสถานศึกษาและในชมุ ชน เพือ่ การศึกษาคน้ คว้าและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์
การเรยี นรู้ ระหวา่ งสถานศกึ ษา ท้องถ่นิ ชุมชน สังคมโลก
๒. จัดทำและจัดหาส่ือการเรียนรู้สำหรับการศกึ ษาค้นควา้ ของผู้เรยี น เสริมความรู้ใหผ้ ู้สอน รวมทั้งจดั หา
สิ่งทมี่ ีอยู่ในทอ้ งถนิ่ มาประยุกต์ใชเ้ ป็นสื่อการเรียนรู้
๓. เลอื กและใชส้ ือ่ การเรยี นรู้ทมี่ คี ุณภาพ มคี วามเหมาะสม มคี วามหลากหลาย สอดคลอ้ ง กับวธิ กี าร
เรียนรู้ ธรรมชาตขิ องสาระการเรียนรู้ และความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคลของผู้เรยี น
๔. ประเมนิ คุณภาพของส่ือการเรยี นร้ทู ่ีเลือกใช้อยา่ งเป็นระบบ
๕. ศกึ ษาค้นควา้ วิจัย เพื่อพัฒนาส่อื การเรียนรู้ใหส้ อดคล้องกบั กระบวนการเรยี นรู้ของผูเ้ รียน
๖. จดั ให้มกี ารกำกับ ตดิ ตาม ประเมนิ คุณภาพและประสิทธิภาพเก่ียวกบั สื่อและการใชส้ ่อื
การเรยี นรู้เป็นระยะๆ และสม่ำเสมอ
ในการจัดทำ การเลือกใช้ และการประเมินคณุ ภาพส่ือการเรียนรู้ท่ใี ชใ้ นสถานศกึ ษา ควรคำนึงถึงหลักการ
สำคัญของสื่อการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์การเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรมการ
เรยี นรู้ การจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน เน้ือหามคี วามถูกต้องและทันสมยั ไมก่ ระทบความม่นั คงของชาติ ไม่ขัดต่อ
ศีลธรรม มีการใช้ภาษาทถี่ กู ตอ้ ง รปู แบบการนำเสนอทีเ่ ขา้ ใจงา่ ย และนา่ สนใจ
➢การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ของผเู้ รียนตอ้ งอยู่บนหลักการพน้ื ฐานสองประการ คอื การประเมินเพื่อ
พัฒนาผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้ประสบผลสำเร็จนั้น
ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะ
สำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในทุก
ระดับไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ การวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศท่ี
แสดงพัฒนาการ ความก้าวหนา้ และความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรยี น ตลอดจนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการ
ส่งเสริมให้ผูเ้ รยี นเกดิ การพัฒนาและเรยี นรอู้ ย่างเต็มตามศักยภาพ
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 138
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น ๔ ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับ
เขตพ้ืนท่ีการศกึ ษา และระดบั ชาติ มีรายละเอียด ดังน้ี
๑. การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผู้สอน
ดำเนินการเป็นปกติและสม่ำเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น การ
ซกั ถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมนิ โครงงาน การประเมินชนิ้ งาน/ ภาระงาน แฟม้ สะสมงาน การ
ใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเอง เพื่อนประเมินเพื่อน
ผ้ปู กครองรว่ มประเมนิ ในกรณที ี่ไมผ่ า่ นตวั ชีว้ ัดใหม้ ีการสอนซ่อมเสริม
การประเมินระดับชั้นเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้ อัน
เป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสิ่งที่จะต้องได้รับการพัฒนา
ปรับปรุงและสง่ เสริมในดา้ นใด นอกจากนย้ี งั เปน็ ข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนของตนดว้ ย ท้ังน้ีโดย
สอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชวี้ ัด
๒. การประเมินระดบั สถานศึกษา เป็นการประเมินท่ีสถานศึกษาดำเนินการเพื่อตัดสินผล การเรียนของ
ผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ และ
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น นอกจากน้เี พ่อื ใหไ้ ดข้ ้อมูลเก่ยี วกบั การจัดการศึกษา ของสถานศึกษา วา่ สง่ ผลต่อการเรียนรู้
ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมทั้งสามารถนำผลการเรียนของผู้เรียนใน
สถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศเพื่อ
การปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการจัดทำแผนพัฒนา
คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัด
การศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น
พนื้ ฐาน ผปู้ กครองและชุมชน
๓. การประเมินระดับเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษา เปน็ การประเมินคุณภาพผเู้ รยี นในระดับเขตพ้นื ท่ีการศึกษาตาม
มาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดำเนินการโดยประเมินคุณภาพผลสัมฤทธิ์
ของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานที่จัดทำและดำเนินการโดยเขตพื้นที่การศึกษา หรือด้วยความร่วมมือกับ
หน่วยงานต้นสังกัด ในการดำเนินการจัดสอบ นอกจากนี้ยังได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมูลจากการประเมิน
ระดบั สถานศึกษาในเขตพืน้ ท่ีการศึกษา
๔. การประเมินระดับชาติ เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรู้ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียน ในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๖ เขา้ รบั การประเมิน ผลจากการประเมนิ ใชเ้ ป็นข้อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษาใน
ระดับต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุนการ
ตัดสินใจในระดับนโยบายของประเทศ
ข้อมูลการประเมินในระดับต่างๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวนพัฒนา
คุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 139
ส่งเสริมสนับสนุนเพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐานความแตกต่างระหว่างบุคคลที่จำแนกตาม
สภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนทั่วไป กลุ่มผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ กลุ่มผู้ เรียนที่มี
ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนต่ำ กลมุ่ ผ้เู รยี นท่ีมปี ัญหาดา้ นวินัยและพฤตกิ รรม กลุ่มผเู้ รียนท่ปี ฏเิ สธโรงเรียน กลุ่มผู้เรียน
ที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจากการประเมินจึงเป็น
หัวใจของสถานศึกษาในการดำเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที ปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและ
ประสบความสำเรจ็ ในการเรยี น
สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษา จะต้องจัดทำระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผลการ
เรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่เป็นข้อกำหนดของหลั กสูตร
แกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน เพอื่ ใหบ้ คุ ลากรทเ่ี กี่ยวขอ้ งทกุ ฝา่ ยถือปฏิบตั ิร่วมกัน
เกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผลการเรยี น
๑. การตดั สิน การใหร้ ะดับและการรายงานผลการเรยี น
๑.๑ การตดั สนิ ผลการเรียน
ในการตดั สินผลการเรยี นของกลมุ่ สาระการเรียนรู้ การอา่ น คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
และกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี นน้นั ผสู้ อนตอ้ งคำนึงถงึ การพฒั นาผู้เรียนแตล่ ะคนเปน็ หลัก และต้องเก็บข้อมูลของ
ผเู้ รยี นทุกด้านอย่างสม่ำเสมอและต่อเนอื่ งในแตล่ ะภาคเรียน รวมท้ังสอนซ่อมเสรมิ ผู้เรียนให้พฒั นาจนเต็มตาม
ศกั ยภาพ
ระดับประถมศึกษา
(๑) ผ้เู รยี นตอ้ งมเี วลาเรียนไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรียนท้ังหมด
(๒) ผเู้ รยี นตอ้ งได้รบั การประเมนิ ทกุ ตวั ช้ีวดั และผ่านตามเกณฑท์ สี่ ถานศึกษากำหนด
(๓) ผ้เู รียนต้องไดร้ บั การตัดสินผลการเรยี นทุกรายวชิ า
(๔) ผ้เู รียนต้องไดร้ ับการประเมิน และมีผลการประเมินผา่ นตามเกณฑท์ ่สี ถานศึกษากำหนด ในการอ่าน
คดิ วเิ คราะห์ และเขียน คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น
การพจิ ารณาเลอ่ื นชั้น ถ้าผ้เู รียนมีขอ้ บกพร่องเพยี งเลก็ น้อย และสถานศึกษาพิจารณาเห็นวา่ สามารถ
พฒั นาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยูใ่ นดุลพนิ จิ ของสถานศึกษาทจ่ี ะผ่อนผนั ให้เล่อื นชั้นได้ แตห่ ากผเู้ รียนไม่ผ่าน
รายวิชาจำนวนมาก และมีแนวโน้มวา่ จะเป็นปญั หาตอ่ การเรียนในระดับช้ันทส่ี ูงข้นึ สถานศกึ ษาอาจต้งั
คณะกรรมการพจิ ารณาให้เรยี นซำ้ ช้นั ได้ ทัง้ นี้ให้คำนึงถึงวุฒิภาวะและความรู้ความสามารถของผู้เรียนเป็นสำคญั
๑.๒ การใหร้ ะดบั ผลการเรียน
ระดับประถมศึกษา ในการตัดสนิ เพ่อื ให้ระดบั ผลการเรียนรายวิชา สถานศึกษาสามารถให้ระดับผลการ
เรียนหรอื ระดับคณุ ภาพการปฏบิ ตั ขิ องผ้เู รยี น เปน็ ระบบตัวเลข ระบบตัวอักษร ระบบร้อยละ และระบบทีใ่ ช้คำ
สำคญั สะท้อนมาตรฐาน
การประเมนิ การอา่ น คดิ วิเคราะหแ์ ละเขยี น และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์น้ัน ใหร้ ะดบั ผล การประเมนิ เปน็ ดี
เย่ียม ดี และผา่ น
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 140
การประเมินกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน จะต้องพิจารณาท้งั เวลาการเขา้ รว่ มกิจกรรม การปฏิบัตกิ จิ กรรมและ
ผลงานของผู้เรยี น ตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากำหนด และให้ผลการเข้ารว่ มกิจกรรมเป็นผา่ น และไม่ผ่าน
๑.๓ การรายงานผลการเรยี น
การรายงานผลการเรยี นเปน็ การส่ือสารใหผ้ ู้ปกครองและผเู้ รียนทราบความก้าวหน้าในการเรยี นร้ขู อง
ผเู้ รียน ซ่งึ สถานศกึ ษาต้องสรุปผลการประเมนิ และจัดทำเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเปน็ ระยะๆ หรอื อยา่ ง
น้อยภาคเรยี นละ ๑ ครง้ั
การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเปน็ ระดบั คุณภาพการปฏิบัตขิ องผ้เู รียนทสี่ ะทอ้ นมาตรฐานการ
เรียนร้กู ล่มุ สาระการเรยี นรู้
1.4 คะแนนการประเมนิ ระหว่างเรยี น : ปลายปี
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ระหวา่ งเรียน ปลายปี
ภาษาไทย 70 30
คณติ ศาสตร์ 70 30
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 70 30
สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม 70 30
สุขศกึ ษาและพลศึกษา 80 20
ศลิ ปะ 80 20
การงานอาชพี 80 20
ภาษาต่างประเทศ 70 30
รายวชิ าประวตั ศิ าสตร์ 70 30
รายวชิ าการปอ้ งกนั การทจุ รติ 80 20
รายวิชาภาษาอังกฤษเพอื่ การสื่อสาร 80 20
๒. เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน กำหนดเกณฑก์ ลางสำหรบั การจบการศึกษาเป็น ๑ ระดับ คือ
ระดบั ประถมศึกษา
๒.๑ เกณฑก์ ารจบระดบั ประถมศึกษา
(๑) ผเู้ รียนเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐาน และรายวชิ า/กจิ กรรมเพมิ่ เติมตามโครงสร้างเวลาเรยี นที่
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐานกำหนด
(๒) ผเู้ รยี นตอ้ งมผี ลการประเมินรายวิชาพ้นื ฐาน ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ตามท่สี ถานศึกษา
กำหนด
(๓) ผ้เู รยี นมีผลการประเมินการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขยี นในระดบั ผ่านเกณฑ์การประเมนิ
ตามทส่ี ถานศกึ ษากำหนด
(๔) ผู้เรยี นมผี ลการประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี
สถานศึกษากำหนด
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 141
(๕) ผเู้ รยี นเข้ารว่ มกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี นและมีผลการประเมนิ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินตามท่ี
สถานศกึ ษากำหนด
สำหรับการจบการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น การศึกษาเฉพาะทาง การศึกษาสำหรับผู้มี
ความสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือก การศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส การศกึ ษาตามอธั ยาศัย ให้คณะกรรมการ
ของสถานศึกษา เขตพน้ื ท่ีการศึกษา และผูท้ ี่เกย่ี วข้อง ดำเนินการวัดและประเมินผล การเรยี นรู้ตามหลักเกณฑ์ใน
แนวปฏบิ ตั ิการวดั และประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานสำหรับกลุ่มเป้าหมาย
เฉพาะ
เอกสารหลกั ฐานการศึกษา
เอกสารหลกั ฐานการศึกษา เป็นเอกสารสำคัญทีบ่ นั ทึกผลการเรยี น ขอ้ มูลและสารสนเทศท่ีเกยี่ วข้องกบั
พัฒนาการของผเู้ รียนในดา้ นตา่ ง ๆ แบง่ ออกเปน็ ๒ ประเภท ดังน้ี
๑. เอกสารหลักฐานการศึกษาท่ีกระทรวงศึกษาธิการกำหนด
๑.๑ ระเบยี นแสดงผลการเรียน เปน็ เอกสารแสดงผลการเรียนและรบั รองผลการเรยี นของผเู้ รยี น
ตามรายวิชา ผลการประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขียน ผลการประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคข์ อง
สถานศกึ ษา และผลการประเมินกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น สถานศึกษาจะต้องบันทึกข้อมูลและออกเอกสารนใี้ ห้
ผู้เรียนเป็นรายบคุ คล เมื่อผู้เรยี นจบการศึกษาระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖)
๑.๒ แบบรายงานผสู้ ำเร็จการศกึ ษา เป็นเอกสารอนุมัติการจบหลกั สตู รโดยบันทกึ รายชอื่ และ
ขอ้ มลู ของผจู้ บการศึกษาระดับประถมศึกษา (ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๖)
๒. เอกสารหลกั ฐานการศึกษาทีส่ ถานศึกษากำหนด
เป็นเอกสารทสี่ ถานศึกษาจัดทำข้นึ เพ่อื บนั ทึกพฒั นาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมลู สำคญั เกีย่ วกบั ผ้เู รยี น เชน่
แบบรายงานประจำตัวนักเรยี น แบบบันทกึ ผลการเรยี นประจำรายวชิ า ระเบยี นสะสม ใบรบั รองผลการเรยี น และ
เอกสารอื่นๆ ตามวัตถุประสงคข์ องการนำเอกสารไปใช้
การเทียบโอนผลการเรยี น
สถานศกึ ษาสามารถเทยี บโอนผลการเรยี นของผเู้ รียนในกรณีตา่ งๆได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การเปลี่ยน
รูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลบั เข้ารบั การศึกษาต่อ การศึกษาจากต่างประเทศ
และขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากน้ี ยงั สามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรู้
อ่ืนๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบนั การฝึกอบรมอาชพี การจดั การศึกษาโดยครอบครวั
การเทียบโอนผลการเรียนควรดำเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรียนแรก หรือต้นภาคเรียนแรก
ที่สถานศึกษารับผู้ขอเทียบโอนเป็นผู้เรียน ทั้งนี้ ผู้เรียนที่ได้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษาต่อเนื่องใน
สถานศึกษาที่รับเทียบโอนอย่างน้อย ๑ ภาคเรียน โดยสถานศึกษาที่รับผู้เรียนจากการเทียบโอนควรกำหนด
รายวชิ า/จำนวนหนว่ ยกติ ท่จี ะรบั เทียบโอนตามความเหมาะสม
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 142
การพิจารณาการเทยี บโอน สามารถดำเนินการได้ ดงั น้ี
๑. พจิ ารณาจากหลกั ฐานการศึกษา และเอกสารอ่นื ๆ ที่ให้ข้อมูลแสดงความรู้ ความสามารถของผู้เรยี น
๒. พจิ ารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรียนโดยการทดสอบดว้ ยวิธีการตา่ งๆ ท้ังภาคความรู้และ
ภาคปฏิบตั ิ
๓. พจิ ารณาจากความสามารถและการปฏิบัติในสภาพจรงิ
การเทยี บโอนผลการเรียนให้เป็นไปตาม ประกาศ หรือ แนวปฏบิ ตั ิ ของกระทรวงศึกษาธิการ
การบริหารจดั การหลกั สตู ร
ในระบบการศึกษาที่มีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและสถานศึกษามีบทบาทในการพัฒนาหลักสูตรนั้น
หนว่ ยงานต่างๆ ท่เี กยี่ วขอ้ งในแต่ละระดบั ตงั้ แต่ระดับชาติ ระดบั ท้องถ่นิ จนถงึ ระดบั สถานศกึ ษา มบี ทบาทหน้าที่
และความรับผิดชอบในการพัฒนา สนับสนุน ส่งเสริม การใช้และพัฒนาหลักสูตรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อให้การดำเนินการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษามีประสิทธิภาพ
สูงสดุ อนั จะส่งผลให้การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรยี นรู้ทก่ี ำหนดไวใ้ นระดบั ชาติ
ระดับท้องถิ่น ได้แก่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หน่วยงานตน้ สังกัดอื่น ๆ เป็นหน่วยงานท่ีมีบทบาทใน
การขับเคลื่อนคุณภาพการจัดการศึกษา เป็นตัวกลางที่จะเชื่อมโยงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่
กำหนดในระดับชาติให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่การจัดทำหลักสูตรของ
สถานศึกษา ส่งเสริมการใช้และพัฒนาหลักสูตรในระดับสถานศึกษา ให้ประสบความสำเร็จ โดยมีภารกิจสำคัญ
คือ กำหนดเป้าหมายและจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ในระดับท้องถิ่นโดยพิจารณาให้สอดคล้องกับสิ่งที่
เป็นความต้องการในระดับชาติ พัฒนาสาระ การเรียนรู้ท้องถิ่น ประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับท้องถิ่น
รวมทั้งเพิม่ พูนคุณภาพการใช้หลกั สตู รด้วยการวิจัยและพัฒนา การพัฒนาบุคลากร สนับสนุน ส่งเสริม ติดตามผล
ประเมินผล วเิ คราะห์ และรายงานผลคณุ ภาพของผเู้ รียน
สถานศึกษามีหน้าที่สำคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การวางแผนและดำเนินการใช้หลักสูตร
การเพม่ิ พูนคุณภาพการใชห้ ลักสูตรดว้ ยการวจิ ยั และพฒั นา การปรับปรงุ และพัฒนาหลักสตู รจัดทำระเบียบการวัด
และประเมินผล ในการพฒั นาหลักสูตรสถานศึกษาต้องพิจารณาใหส้ อดคล้อง กับหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ัน
พ้นื ฐาน และรายละเอยี ดทเี่ ขตพื้นทีก่ ารศึกษา หรือหนว่ ยงาน สังกดั อ่ืนๆ ในระดับท้องถิน่ ไดจ้ ัดทำเพ่ิมเติม รวมทง้ั
สถานศึกษาสามารถเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความ
ตอ้ งการของผู้เรยี น โดยทกุ ภาคสว่ นเขา้ มามีสว่ นร่วมในการพฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษา
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 143
ภาคผนวก
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 144
คำส่ังโรงเรียนบ้านแก้งยาง
ที่ / 256๕
เรื่อง แตง่ ต้ังครปู ระจำช้นั ระดบั ก่อนประถมศกึ ษาและดับชน้ั ประถมศกึ ษา ประจำปีการศกึ ษา 2564
……………………………………………………..
อาศยั อำนาจตามมาตรา 37 วรรคสอง แหง่ พระราชบัญญัติระเบยี บบริหารราชการกระทรวงศกึ ษาธิการ
พ.ศ. 2546 เพื่อให้การบริหารของโรงเรียนบ้านแก้งยาง สอดคล้องกับการเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติ
การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2545 ที่มุ่งหวังยกระดับการศึกษาของ
ชาติให้ได้มาตรฐานและจัดการศึกษาได้อย่างทั่วถึง มีคุณภาพและเพื่อให้การบริหารและการดำเนินงานของ
โรงเรียน เป็นไปอย่างคล่องตัวมีประสิทธิภาพของโรงเรียน ประจำปีการศึกษา 256๕ จึงขอแต่งตั้ง ครู
ผู้รบั ผดิ ชอบในหนา้ ที่ประจำช้นั เรยี นในโรงเรยี นบา้ นแกง้ ยาง ดงั ต่อไปน้ี
1. ระดับปฐมวยั ประกอบด้วย ตำแหน่ง ครอู ัตราจ้าง ครปู ระจำชัน้ อนบุ าล 2
1.1 นางดารารัตน์ ใจตรง ตำแหนง่ ครูอตั ราจ้าง ครปู ระจำช้นั อนบุ าล 3
1.2 นางดารารตั น์ ใจตรง
2. ระดบั ประถมศกึ ษา (ป.1 - ป.6) ประกอบดว้ ย ครปู ระจำช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 1-2
2.1 นางฉวีวรรณ ไชยรถ ตำแหนง่ ครู คศ.3 ครูประจำช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3-4
2.2 นางนันทพิ ร ศรที น ตำแหนง่ ครู ผ้ชู ว่ ย ครูประจำชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๕-6
2.3 นางสาวประคอง สะทาสุ ตำแหน่ง ครู คศ.1
ให้บคุ ลากรท่ีได้รบั การแตง่ ตั้งตามคำสง่ั น้ี ทุกคนปฏบิ ัติตามหน้าที่ ทีไ่ ด้รบั มอบหมายและให้จัดเตรยี ม
ห้องเรียนและวชิ าทตี่ นเองรบั ผดิ ชอบท้ังเอกสารประจำช้ันเรียนและเอกสารรายวชิ าและเตรียมการสอน / แผน
สอนใหพ้ ร้อมเพ่อื ให้มีประสทิ ธิภาพ หากเกิดปญั หาใหร้ ายงานผู้บังคบั บญั ชาทราบทันที
ทั้งน้ี ตัง้ แต่บัดนี้เป็นต้นไป
สั่ง ณ วนั ท่ี ๙ พฤษภาคม 256๕
ลงช่ือ
(นางสาวอรสิ รา ชดั เจน)
ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบ้านแก้งยาง
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 145
คำสั่งสำนกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาอบุ ลราชธานี เขต ๔
ท่ี / ๒๕๖๕
เรอ่ื ง แต่งตง้ั คณะกรรมการบริหารหลกั สตู รและงานวิชาการสถานศึกษาข้นั พืน้ ฐาน
โรงเรยี นบา้ นแก้งยาง ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕
*********************************
เพ่อื ให้การบรหิ ารหลักสูตรและงานวชิ าการสถานศึกษาขั้นพ้นื ฐานเป็นไปอย่างมีประสทิ ธภิ าพสอดคล้อง
กบั พระราชบัญญัตกิ ารศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ หมวด ๔ มาตรา ๒๗ ทก่ี ำหนดให้สถานศกึ ษาข้ันพื้นฐาน
มีหน้าที่จัดทำสาระของหลักสูตรเพ่ือความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิต และการ
ประกอบอาชีพ ตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ ในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพของปัญหาในชุมชน และสังคม ภูมิปัญญา
ท้องถ่นิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์เพ่ือเปน็ สมาชิกท่ีดีของครอบครวั ชมุ ชน สังคมและประเทศชาติและสอดคล้อง
กับระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
พ.ศ.๒๕๔๔
อาศัยอำนาจตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.
๒๕๔๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารหลักสูตร และงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
โรงเรียนบา้ นแกง้ ยาง ดังน้ี
๑. นางสาวอรสิ รา ชัดเจน ผู้อำนวยการโรงเรียนบา้ นแกง้ ยาง ประธานกรรมการ
๒. นายคำ กุหลาบ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาฯ รองประธานกรรมการ
๓. นางดารารตั น์ ใจตรง หัวหน้าการเรยี นรู้ปฐมวัย กรรมการ
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรศู้ ิลปะ
หวั หนา้ กลุม่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพ
หวั หนา้ กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น
๔. นางฉววี รรณ ไชยรถ หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษาฯ กรรมการ
หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
หวั หน้างานวดั ผลและประเมินผล
๕. นางนันทพิ ร ศรที น หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย กรรมการ
หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
หวั หนา้ งานแนะแนว
๖. นางสาวประคอง สะทาสุ หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรรมการและเลขานุการ
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
หวั หนา้ ฝ่ายวชิ าการ
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 146
คณะกรรมการดำเนนิ การ มีหนา้ ทแ่ี ละดำเนินการจัดการตามขน้ั ตอนทีก่ ำหนด ดงั น้ี
๑. วางแผนการดำเนินงานวิชาการ กำหนดสาระรายละเอียดของหลักสูตรระดับสถานศึกษาและแนว
ทางการจัดสดั ส่วนสาระการเรียนรู้ และกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี นของสถานศกึ ษา ใหส้ อดคลอ้ งกบั หลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ และสภาพเศรษฐกิจ สงั คม ศิลปวัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถ่ิน
๒. จัดทำคู่มือการบริหารหลกั สูตร และงานวิชาการของสถานศึกษา นิเทศ กำกับ ติดตาม ให้คำปรึกษา
เกยี่ วกับการพฒั นาหลักสูตร การจดั กระบวนการเรยี นรู้ การวดั และประเมินผลและการแนะแนวให้สอดคล้องและ
เปน็ ไปตามหลักสตู รการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน
๓. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวน การเรียนรู้
การวดั และประเมนิ ผลและการแนะแนวใหเ้ ป็นไปตามจดุ หมายและแนวทางการดำเนินการของหลักสตู ร
๔. ประสานความร่วมมือจากบุคคล หน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ และชุมชน เพื่อให้การใช้หลักสูตรเป็นไป
อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและมคี ณุ ภาพ
๕. ประชาสัมพันธ์หลักสูตรและการใช้หลักสูตรแก่นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชนและผู้เกี่ยวข้องและนำ
ขอ้ มลู ปอ้ นกลบั จากฝา่ ยต่าง ๆ มาพิจารณาเพอื่ ปรบั ปรุงและพัฒนาหลกั สตู รของสถานศึกษา
๖. สง่ เสรมิ สนับสนนุ การวิจัยเกีย่ วกับการพฒั นาหลกั สตู ร และกระบวนการเรยี นรู้
๗. ติดตามผลการเรียนของนักเรียนเป็นรายบคุ คล ระดับชั้น และช่วงชั้น ระดับวิชา กลุ่มวิชาในแต่ละปี
การศึกษา เพ่อื ปรับปรงุ แก้ไข และพฒั นาการดำเนินงานด้านตา่ ง ๆ ของสถานศกึ ษา
๘. ตรวจสอบทบทวน ประเมินมาตรฐาน การปฏิบัติงานของครู และการบริหารหลักสูตรระดับ
สถานศึกษาในรอบปีที่ผ่านมา แล้ว ใช้ผลการประเมิน เพื่อวางแผนพัฒนาการปฏิบัติงานของครูและการบริหาร
หลักสูตรปีการศกึ ษาตอ่ ไป
๙. รายงานผลการปฏบิ ัตงิ านและผลการบรหิ ารหลักสตู รของสถานศึกษา โดยเน้นผลการพฒั นาคุณภาพ
นักเรียนต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการบริหารหลักสูตรระดับ เหนือสถานศึกษา
สาธารณชน และผูเ้ กีย่ วข้อง
ทงั้ น้ีให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งปฏิบัตหิ น้าทท่ี ี่ได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธภิ าพ และบรรลุตามวัตถุประสงค์
ทต่ี ้ังไว้
ทง้ั นี้ ตง้ั แตบ่ ัดนเ้ี ป็นตน้ ไป
สัง่ ณ วนั ที่ เดือน พ.ศ. ๒๕๖๕
(ลงชอ่ื )
(นายเธียนไท คำลา้ น)
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาอบุ ลราชธานี เขต ๔
ห ลั ก สู ต ร ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ร ง เ รี ย น บ้ า น แ ก้ ง ย า ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 6 ๕ | 147