The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การพัฒนาความสามารถด้านอ่านคำศัพท์พื้นฐาน
สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์
ประกอบการจัดการเรียนรู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นราธร เดชนรสิงห์ 024, 2024-06-17 06:15:14

การพัฒนาความสามารถด้านอ่านคำศัพท์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ ประกอบการจัดการเรียนรู้

การพัฒนาความสามารถด้านอ่านคำศัพท์พื้นฐาน
สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์
ประกอบการจัดการเรียนรู้

41 ∑ แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดในกลุ่ม N แทน จำนวนข้อมูลทั้งหมด 6.1.1.3 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยใช้สูตรคำนวณ ดังนี้ (บุญชม ศรี สะอาด, 2556 : 126) S.D. = √ ∑ −(∑ ) (−) เมื่อ S.D. แทน ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ∑ แทน ผลรวม X แทน คะแนนแต่ละคน n แทน จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 6.1.2 สถิติที่ใช้หาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Validity) แบบทดสอ[วัดความสามารถเรื่องสำนวน ไทย โดยหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง (IOC: Index of Item Objective Congruence) โดยใช้สูตร (ไพศาล วรคำ, 2555 : 269 ) IOC = ∑ R N เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้อง (Index Of Consistency) R แทน ผลรวมของการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ N แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญ


42 6.1.3 สถิติที่ใช้หาค่าอำนาจจำแนก (Discrimination) ของแบบทดสอบวัด เรื่องคำคล้องจองโดย ใช้สูตรของ Brennan B – Index ดังนี้(สมบัติ ท้ายเรือคำ, 2551 : 89) = 1 − 2 เมื่อ B แทน ค่าอำนาจจำแนก U แทน จำนวนผู้สอบผ่านเกณฑ์ที่ตอบถูก L แทน จำนวนผู้สอบไม่ผ่านเกณฑ์ที่ตอบถูก 1 แทน จำนวนผู้สอบผ่านเกณฑ์ 2 แทน จำนวนผู้สอบไม่ผ่านเกณฑ์ 6.2 สถิตที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล มีดังนี้ 6.1.3 สถิติที่ใช้ทดสอบสมมติฐาน ซึ่งใช้หาค่าผลการเปรียบเทียบความสามารถ ด้านอ่านคำศัพท์ พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้ โดยใชสูตรสถิติt-test (Dependent Samples) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สูตร (บุญชม ศรีสะอาด, 2553 : 147) t = ∑ √ ∑ 2−(∑ ) 2 −1 เมื่อ df= n-1 แทน ค่าผลต่างของคะแนนแต่ละคน แทน จำนวนกลุ่มตัวอย่าง


43 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัย เรื่อง การพัฒนาความสามารถด้านอ่านคำศัพท์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้ผู้ศึกษาค้นคว้านําเสนอผล การวิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับขั้น ดังนี้ 1. สัญลักษณ์ที่ใช้ในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 2. ลำดับขั้นตอนในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 3. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล สัญลักษณ์ที่ใช้ในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ศึกษาค้นคว้าได้กำหนดความหมายของสัญลักษณ์ที่ใช้ในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้เกิด ความเข้าใจตรงกันในการแปลความหมายข้อมูลดังต่อไปนี้ x̅แทน ค่าเฉลี่ย S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Σ แทน ผลรวม n แทน กลุ่มตัวอย่าง E1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ E2 แทน ประสิทธิภาพของของผลลัพธ์ของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ t แทน ค่าสถิติที่ใช้เปรียบเทียบกับค่าวิกฤตเพื่อทราบความมีนัยสําคัญ ลำดับขั้นตอนในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 การวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง เรียนรู้คำ นำไปใช้ให้มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ 75/75 ตอนที่ 2 การวิเคราะห์เปรียบเทียบความสามารถด้านการอ่านคำศัพท์ประจำบท ของนักเรียนที่เรียนโดย การจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง เรียนรู้คำ นำไปใช้โดยใช้โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่าน คำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้เทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 75 ตอนที่ 3 การวิเคราะห์ศึกษาการประเมินเจตคติของนักเรียน ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การพัฒนา ความสามารถด้านอ่านคำศัพท์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่าน คำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้


44 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลครั้งนี้ ผู้ศึกษาค้นคว้าได้ดำเนินการวิเคราะห์ตามลำดับขั้นตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 การวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง เรียนรู้คำ นำไปใช้ให้มี ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 การวิเคราะห์หาประสิทธิภาพ (E1/E2)ของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เรื่อง เรียนรู้คำ นำไปใช้สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ ประกอบการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 ดังตาราง 5 ตารางที่ 4 สรุปคะแนนระหว่างเรียน จากการวัดความสามารถการอ่านคำศัพท์ และประสิทธิภาพของแผนการจัด กิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เรื่อง เรียนรู้คำ นำไปใช้สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดฝึกเสริม ทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้ แผนการจัด กิจกรรมการ เรียนรู้ที่ คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้ การอ่านจับ ใจความ คะแนนรวม ̅ ร้อยละ S.D. 1 20 644 16.94 84.73 2.30 2 20 679 17.86 89.34 1.54 3 20 669 17.60 88.02 1.99 4 20 697 18.34 91.71 1.41 5 20 652 17.15 85.78 2.06 6 20 684 18 90 1.55 รวม 120 4,025 105.92 88.26 0.35 ร้อยละของคะแนนเฉลี่ย 88.26 ประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1) เท่ากับ 88.26 จากตารางที่ 4 พบว่าคะแนนระหว่างเรียน จากการวัดความสามารถการอ่านจับใจความ มีค่าเฉลี่ย 105.92 คิดเป็นร้อยละ 88.26 แสดงว่าประสิทธิภาพของกระบวนการ (1) เท่ากับ 88.26


45 ตารางที่ 5 สรุปคะแนนการวิเคราะห์เปรียบเทียบความสามารถด้านการอ่านคำศัพท์ประจำบท ของนักเรียนที่เรียน โดยการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง เรียนรู้คำ นำไปใช้โดยใช้โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการ อ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้เทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 75 จำนวนนักเรียน (38 คน) คะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้ 60 ก่อนเรียน หลังเรียน คะแนนรวม 2,280 1,965 2,060 เฉลี่ย (̅) 60 51.71 54.21 ร้อยละ 86.18 90.35 S.D. 6.13 4.22 จากตารางที่ 5 พบว่าคะแนนสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (ทดสอบหลังเรียน) มีค่าเฉลี่ย 54.21 คิดเป็น ร้อยละ 90.35 แสดงว่าประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (2) เท่ากับ 90.35 ตารางที่ 6 ประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เรื่อง เรียนรู้คำ นำไปใช้สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้ ผลการเรียน คะแนน เต็ม คะแนน รวม ̅ S.D. ร้อยละของ คะแนนเฉลี่ย ประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1) 120 4,025 105.92 0.35 88.26 ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2) 2,280 2,060 54.21 4.22 90.35 ประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้(/ 88.26/90.35) จากตารางที่ 6 พบว่า ประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1) เท่ากับ 88.26 และประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2) เท่ากับ 90.35 ดังนั้น แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เรื่อง เรียนรู้คำ นำไปใช้สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้จึงมีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 88.26/90.35 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด


46 ตอนที่ 2 การวิเคราะห์เปรียบเทียบความสามารถด้านการอ่านคำศัพท์เทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 75 ของ นักเรียนที่เรียนโดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เรื่อง เรียนรู้คำ นำไปใช้สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้(T-Test) ดังตาราง 8 ตารางที่7 เปรียบเทียบความสามารถการอ่านคำศัพท์หลังเรียนกับเกณฑ์ร้อยละ 75 ของนักเรียนที่เรียนโดยการ จัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เรื่อง เรียนรู้คำ นำไปใช้สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดฝึก เสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้ คะแนน ทดสอบ n Mean S.D. % of Mean df t Sig. หลังเรียน 60 54.21 4.22 90.35 36 -5.63* 1.688** เกณฑ์ 60 45 - 75.00 - - ค่าวิกฤต t ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 จากตารางที่ 7 พบว่า ค่าเฉลี่ยของคะแนนความสามารถด้านการอ่านคำศัพท์เทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 75 ของนักเรียนที่เรียนโดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เรื่อง เรียนรู้คำ นำไปใช้สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 สรุปได้ว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนโดยใช้โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ ประกอบการจัดการเรียนรู้มีความสามารถด้านการอ่านคำศัพท์เทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 75 ของนักเรียนที่เรียนโดย การจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เรื่อง เรียนรู้คำ นำไปใช้สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดร้อยละ 75 หรือ 45 คะแนน จากคะแนนเต็ม 60 คะแนน (Mean = 54.21) ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่วางไว้ ตอนที่ 3 ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาภาษาไทย เรื่อง เรียนรู้คำ นำไปใช้โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้ได้ผลดัง แสดงในตารางที่ 9 – 12 มีรายละเอียดดังนี้


47 ตารางที่ 8 ผลการศึกษาระดับความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาภาษาไทย เรื่อง เรียนรู้คำ นำไปใช้โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้ในด้าน บรรยากาศในชั้นเรียน ด้านกิจกรรมการเรียนรู้และด้านประโยชน์ที่ได้รับ จากตารางที่ 8 พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เรื่อง เรียนรู้คำ นำไปใช้โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้โดยภาพรวมนักเรียนพึงพอใจมากที่สุด ( ̅= 4.79,..= 0.23) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุดเรียงตามลำดับ คือ ด้าน ประโยชน์ที่ได้รับ ( ̅= 4.85,..= 0.18) ด้านบรรยากาศในชั้นเรียน ( ̅= 4.77,..= 0.26) และ ด้านกิจกรรม การเรียนรู้( ̅= 4.75,..= 0.25) เป็นลำดับสุดท้าย ข้อ รายการประเมิน ̅ .. ระดับ ความพึงพอใจ 1. ด้านบรรยากาศในชั้นเรียน 4.77 0.26 มากที่สุด 2. ด้านกิจกรรมการเรียนรู้ 4.75 0.25 มากที่สุด 3. ด้านประโยชน์ที่ได้รับ 4.85 0.18 มากที่สุด รวม 4.79 0.23 มากที่สุด


48 ตารางที่ 9 ผลการศึกษาระดับความพึงพอใจ ด้านบรรยากาศในชั้นเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เรื่อง เรียนรู้คำ นำไปใช้โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ ประกอบการจัดการเรียนรู้ จากตารางที่ 9 พบว่า ความพึงพอใจโดยภาพรวม นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุดในด้านบรรยากาศใน ชั้นเรียน ( ̅= 4.77, ..= 0.26) เมื่อพิจารณาแต่ละประเด็น พบว่า นักเรียนพึงพอใจมากที่สุดเป็นลำดับที่ 1 คือ บรรยากาศที่ครูส่งเสริมให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะการอ่านคำศัพท์อย่างถูกต้อง ( ̅= 4.82, ..= 0.19) และ บรรยากาศที่ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีส่วนในการจัดการเรียนรู้ ( ̅= 4.77, ..= 0.23) และนักเรียนเห็นด้วย มากเป็นลำดับสุดท้าย คือบรรยากาศที่ครูส่งเสริมให้นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อตนเองและกลุ่ม ( ̅= 4.71, ..= 0.37) ข้อ รายการประเมิน ̅ .. ระดับ ความพึงพอใจ ด้านบรรยากาศในชั้นเรียน 1 ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีส่วนในการจัดการเรียนรู้ 4.77 0.23 มากที่สุด 2 ครูส่งเสริมให้นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อตนเองและกลุ่ม 4.71 0.37 มากที่สุด 3 ครูส่งเสริมให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะการอ่านคำศัพท์อย่าง ถูกต้อง 4.82 0.19 มากที่สุด รวม 4.77 0.26 มากที่สุด


49 ตารางที่ 10 ผลการศึกษาระดับความพึงพอใจ ด้านกิจกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เรื่อง เรียนรู้คำ นำไปใช้โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ ประกอบการจัดการเรียนรู้ ข้อ รายการประเมิน ̅ .. ระดับ ความพึงพอใจ ด้านกิจกรรมการเรียนรู้ 4 กิจกรรมการเรียนรู้มีความแปลกใหม่และน่าสนใจ 4.68 0.21 มากที่สุด 5 กิจกรรมการเรียนรู้เหมาะสมกับเนื้อหา 4.74 0.36 มากที่สุด 6 กิจกรรมการเรียนรู้มีความสนุกสนาน 4.82 0.19 มากที่สุด รวม 4.75 0.25 มากที่สุด จากตารางที่ 10 พบว่า ความพึงพอใจโดยภาพรวม นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุดในด้านกิจกรรมการ เรียนรู้( ̅= 4.75, ..= 0.25) เมื่อพิจารณาแต่ละประเด็น พบว่า นักเรียนพึงพอใจมากที่สุดเป็นลำดับที่ 1 คือ กิจกรรมการเรียนรู้มีความสนุกสนาน ( ̅= 4.82, ..= 0.19) และ กิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเนื้อหา( ̅= 4.74, ..= 0.36) และนักเรียนเห็นด้วยมากเป็นลำดับสุดท้าย คือ กิจกรรมการเรียนรู้ความแปลกใหม่และ น่าสนใจ ( ̅= 4.68, ..= 0.21)


50 ตารางที่ 11 ผลการศึกษาระดับความพึงพอใจ ด้านประโยชน์ที่ได้รับ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เรื่อง เรียนรู้คำ นำไปใช้โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ ประกอบการจัดการเรียนรู้ ข้อ รายการประเมิน ̅ .. ระดับ ความพึงพอใจ ด้านประโยชน์ที่ได้รับ 7 กิจกรรมการเรียนรู้ช่วยให้นักเรียนมีทักษะการอ่านคำศัพท์ มากขึ้น 4.85 0.17 มากที่สุด 8 กิจกรรมการเรียนรู้ช่วยให้นักเรียนสามารถออกเสียงได้อย่าง ถูกต้อง 4.88 0.14 มากที่สุด 9 กิจกรรมการเรียนรู้ช่วยให้นักเรียนเห็นคุณค่าและความสำคัญ ของการอ่านคำศัพท์มากขึ้น 4.91 0.13 มากที่สุด 10 กิจกรรมการเรียนรู้ช่วยให้นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้รับ ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ 4.74 0.24 มากที่สุด รวม 4.85 0.18 มากที่สุด จากตารางที่ 11 พบว่า ความพึงพอใจโดยภาพรวม นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุดในด้านประโยชน์ที่ ได้รับ ( ̅= 4.85,..= 0.18) เมื่อพิจารณาแต่ละประเด็น พบว่า นักเรียนพึงพอใจมากที่สุดเป็นลำดับที่ 1 คือ ช่วยให้นักเรียนเห็นคุณค่าและความสำคัญของการอ่านจับใจความมากขึ้น ( ̅= 4.91, ..= 0.13) ช่วยให้ นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับการอ่านจับใจความจากสื่อต่าง ๆ มากขึ้น ( ̅= 4.88,..= 0.14) ช่วยให้นักเรียนมี ทักษะการอ่านจับใจความเพิ่มขึ้น ( ̅= 4.85,..= 0.17) และนักเรียนเห็นด้วยมากเป็นลำดับสุดท้าย คือช่วย ให้นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้รับ ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้( ̅= 4.74, ..= 0.24)


51 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัย เรื่อง การพัฒนาความสามารถด้านอ่านคำศัพท์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้ผู้วิจัยได้สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1. วัตถุประสงค์ของการวิจัย 2. สรุปผล 3. อภิปรายผล 4. ข้อเสนอแนะ วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง การพัฒนาความสามารถ ด้านอ่านคำศัพท์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ ประกอบการจัดการเรียนรู้ 2. เพื่อเปรียบเทียบความสามารถด้านการอ่าน เรื่อง การพัฒนาความสามารถด้านอ่านคำศัพท์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้ระหว่าง ก่อนเรียนและหลังเรียน 3. เพื่อศึกษาเจตคติของนักเรียนหลังจากได้การจัดการเรียนรู้ เรื่อง การพัฒนาความสามารถด้านอ่าน คำศัพท์พื้นฐานสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการ เรียนรู้ สรุปผล จากการวิจัย เรื่อง การพัฒนาความสามารถด้านอ่านคำศัพท์พื้นฐานสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้ผู้วิจัยสรุปผลได้ดังนี้ 1. แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เรื่อง เรียนรู้คำ นำไปใช้สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพ (1/2 ) เท่ากับ เท่ากับ 88.26/90.35 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้75/75


52 2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เรื่อง เรียนรู้คำ นำไปใช้โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้มีคะแนนทักษะการ อ่านคำศัพท์สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เรื่อง เรียนรู้คำ นำไปใช้โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้มีความพึงพอใจใน ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (̅ = 4.79 และ S.D. = 0.23 อภิปรายผล จากการวิจัย เรื่อง การพัฒนาความสามารถด้านอ่านคำศัพท์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้ในครั้งนี้สามารถอภิปรายผลได้ดังนี้ 1. จากผลการวิจัยพบว่า การพัฒนาความสามารถด้านอ่านคำศัพท์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้ได้ผลการหาประสิทธิภาพ ของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เรื่อง เรียนรู้คำ นำไปใช้สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้มีคะแนนจากการทำแบบทดสอบย่อยเท่ากับ 4,025 คะแนน จากคะแนนเต็ม 4,560 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 88.26 แสดงว่าประสิทธิภาพของกระบวนการ (1 ) เท่ากับ 88.26 และคะแนนจากการทำแบบวัดความสามารถการอ่านคำศัพท์ของนักเรียนชั้นประถมมศึกษาปีที่ 3 เท่ากับ 2,060 คะแนน จากคะแนนเต็ม 2,280 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 90.35 แสดงว่าประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (2 ) เท่ากับ 90.35 ดังนั้น ของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เรื่อง เรียนรู้คำ นำไปใช้สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพ (1/2) เท่ากับ 88.26/90.35 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 75/75 ทั้งนื้อาจเนื่องมาจาก เทคนิคการใช้แบบฝึก ทักษะประกอบการจัดการเรียนรู้ เป็นเทคนิคที่มุ่งเน้นสำหรับการสอนอ่านและเขียนเป็นหลัก เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือ ปฏิบัติ และพัฒนาทักษะให้ดีขึ้น โดยผลการวิจัยข้างต้น ได้แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาทักษะของผู้เรียนที่เป็นไปใน ทิศทางที่ดีขึ้น อันเป็นผลจากการใช้แบบฝึกทักษะ หรือชุดฝึกเสริมทักษะซ้ำ ๆ จนเกิดการพัฒนาของตัวผู้เรียนเอง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ ถวัลย์ มาศจรัส (2546 : 21) ที่กล่าวถึงประโยชน์ของแบบฝึกทักษะว่าเป็นสื่อการ เรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะให้แก่ผู้เรียน ใช้เป็นสื่อการเรียนรู้สำหรับแก้ปัญหาในการเรียนรู้ของผู้เรียน และพัฒนา ความรู้ ทักษะ และเจตคติด้านต่าง ๆ ของผู้เรียน 2. จากผลการเปรียบเทียบความสามารถด้านอ่านคำศัพท์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการ จัดการเรียนรู้ได้คะแนนเฉลี่ยจากการอ่านแบบอ่านคำศัพท์พื้นฐาน ของนักเรียนชั้นปรถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนเรียน


53 เท่ากับ 49.14 คะแนนหลังเรียนเท่ากับ 54.21 แสดงว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้มีทักษะการอ่านคำศัพท์พื้นฐานหลังเรียนสูง กว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกเสริม ทักษะประกอบการจัดการเรียนรู้นั้น เป็นการจัดการเรียนรู้ที่สามารถเห็นข้อเปรียบเทียบในการพัฒนาของตัว ผู้เรียนชัดเจน โดยการสร้างแบบฝึกหรือชุดฝึกเสริมทักษะนี้ ได้ออกแบบมาเพื่อพัฒนาทักษะความสามารถในการ อ่านคำศัพท์พื้นฐานของนักเรียนให้ดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับฉวีวรรณ กีรติกร (2541 : 11-12) ได้กล่าวถึงหลักการ สร้างชุดฝึกไว้ว่า แบบฝึกที่สร้างขึ้นต้องสอดคล้องกับจิตวิทยาพัฒนาการ และลำดับขั้นตอนการ เรียนรู้ของผู้เรียน เด็กที่เริ่มเรียนมีประสบการณ์น้อยจะต้องสร้างชุดฝึกให้น่าสนใจและแรงจูงใจ ผู้เรียนด้วยการเริ่มจากข้อที่ง่ายไปหา ยาก เพื่อให้ผู้เรียนมีกำลังใจทำชุดฝึก และวิมลรัตน์ สุนทร โรจน์ (2549 : 133) ที่ได้กล่าวถึงขั้นตอนการสร้างชุดฝึก หรือแบบฝึกทักษะว่าการสร้างแบบฝึก ควรเริ่มจากการศึกษา วิเคราะห์เนื้อหาหรือทักษะที่เป็นปัญหา ออกเป็น เนื้อหา หรือทักษะย่อย เพื่อใช้ในการสร้างแบบทดสอบ และแบบฝึกหัด พิจารณาวัตถุประสงค์ รูปแบบ และ ขั้นตอนการใช้สร้างแบบทดสอบ ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับเนื้อหาสาระ สร้างแบบฝึกหัด เพื่อใช้พัฒนาทักษะย่อยแต่ ละทักษะ ให้คำตอบ หรือแนวทางการตอบแต่ละเรื่อง สร้างแบบบันทึกความก้าวหน้า เพื่อใช้บันทึกผลการทดสอบ หรือผลการเรียน นำไปทดลองใช้ แล้วหาข้อบกพร่อง คุณภาพของแบบฝึก และคุณภาพของแบบทดสอบ ปรับปรุง แก้ไข 3. จากผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้พบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับ การจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้มีความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ ในระดับมากที่สุด เนื่องจากเทคนิคการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการ เรียนรู้ เป็นเทคนิคการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีความเหมาะสมกับพัฒนาการและพฤติกรรมของ ผู้เรียนในวัยนี้ กล่าวคือ ผู้เรียนในวัยเด็กยังต้องพึ่งพาการช่วยเหลือและการดูแลจากผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด ซึ่งการ มีแบบฝึกหรือชุดฝึกทักษะเป็นตัวช่วยในการพัฒนาทักษะของผู้เรียน นับว่าเป็นเรื่องดีอย่างนึง ตามธรรมชาติของ เด็กที่การจดจำสิ่งต่าง ๆ ต้องใช้การทำซ้ำ ย้ำในจุด ๆ นั้น จนเป็นความเคยชิน และต่อยอดเป็นทักษะพื้นฐานได้เมื่อ โตขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับ สอดคล้องกับสมใจ บุญถึง (2558 : 126-128) ที่ได้ศึกษาเรื่อง การวิจัยและพัฒนาชุดฝึก ทักษะการอ่านสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น พบว่า แนวทางการ พัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ คือ วิธีการที่ครูควรใช้เพื่อแก้ไขหรือช่วยให้ นักเรียนเกิดทักษะการอ่าน ได้แก่ การฝึกซ่อมเสริม การฝึกบ่อย ๆ หรือฝึกทุกวัน โดยใช้รูปแบบการฝึกต่าง ๆ ที่คิด พัฒนาขึ้นด้วยตนเอง นอกจากนี้ครูต้องใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องเพื่อเป็นแบบอย่างแก่นักเรียน ต้องสร้างบรรยากาศ


54 ในชั้น เรียน สร้างแรงจูงใจให้นักเรียนสนใจ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาไทย และควรสร้างนวัตกรรม เพื่อใช้ พัฒนาแก้ปัญหาด้านการอ่าน ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้ 1.1 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้ ครูผู้สอนควรทำการศึกษาแนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องให้เข้าใจเป็นอย่างดีเพื่อให้การวางแผนการจัดการเรียนรู้ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับช่วงวัยผู้เรียน 1.2 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้ ครูผู้สอนควรศึกษาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และเครื่องมือที่ใช้ในการวัดผลประเมินให้เข้าใจ 1.3 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้ ครูผู้สอนควรตรวจสอบความสามารถและความรู้เข้าใจ พื้นฐานของนักเรียนจากหลักฐานการประเมินผลการเรียนรู้ และวิธีการอื่น ๆ เพื่อให้ได้กลุ่มที่คละความสามารถของผู้เรียนอย่างแท้จริง 1.4 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการจัดการเรียนรู้ ควรออกแบบให้เหมาะสมกับนักเรียนกลุ่มต่าง ๆ โดยอ้างอิงข้อมูลความสามารถพื้นฐานของนักเรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้สอดคล้องกับประสิทธิผลที่จะเกิดขึ้น 2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรมีการนำการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ประกอบการ จัดการเรียนรู้ไปศึกษาวิจัยและบูรณาการร่วมกับตัวแปรอื่น ๆ เช่น การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การคิดสร้างสรรค์ ความคงทนในการเรียนรู้เป็นตัน 2.3 ควรมีการศึกษาปัจจัย และบทบาทของผู้เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เช่น ครูผู้สอน ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง เป็นต้น


55 บรรณานุกรม


56 บรรณานุกรม _______. (2550). นวัตกรรมการศึกษาชุด แบบฝึกหัด แบบฝึกทักษะ เพื่อพัฒนาผู้เรียนและการ _______. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุม สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จํากัด กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2544). แนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตร การศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพฯ: กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. กรมวิชาการ. (2545). การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: คุรุสภาลาดพร้าว. กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จํากัด. กาญจนา ชลเกริกเกียรติ. (2561). การพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนคำพื้นฐานภาษาไทย โดยใช้แบบฝึก ทักษะสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2561 . จัดทาผลงานทางวิชาการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : ธารอักษร. จุไรรัตน์ลักษณะศิริ. (2556). ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร. ชวลิต ชูกําแพง. (2553). การวิจัยหลักสูตรและการสอน. พิมพ์ครั้งที่ 2. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัย มหาสารคาม. ซ่อนกลิ่น กาหลง. (2559). การวิจัยและพัฒนาแบบฝึกทักษะการแก้ปัญหา ด้วยกระบวนการเทคโนโลยี สารสนเทศ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. หลักสูตรปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาวิชาวิจัย และประเมินผลการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ถวัลย์มาศจรัล. (2546). นวัตกรรมการศึกษาชุด แบบฝึกหัด-แบบฝึกเสริมทักษะ. กรุงเทพฯ : ธารอักษร. บุญชม ศรีสะอาด. (2546). การวิจัยสำหรับครู. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น. พิมพันธ์เดชะคุปต์. (2557). การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่21. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. พิสณุฟองศรี. (2554). การสร้างและพัฒนาเครื่องมือวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : บริษัท ด่านสุทธาการพิมพ์ จากัด. ราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน.


57 วรรณาพร พระเมเด (2562). การพัฒนาชุดฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทยเพื่อแก้ปัญหาการอ่านไม่ ออกเขียนไม่ได้ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่5. หลักสูตรปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาวิชาวิจัยและประเมินผลการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม วรรณีโสมประยูร. (2553). เทคนิคการสอนภาษาไทย. กรุงเทพมหานคร: ดอกหญ้าวิชาการ. สมชาย หอมยก. (2550). ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ สิริวรรณ นันทจันทูล, ธันวพร เสรีชัยกุล. (2555). ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร.พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.


58 ภาคผนวก


59 ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือและหนังสือขอความอนุเคราะห์


60 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ 1. นางสาวสุณีรัตน์ วินสา ตำแหน่ง ข้าราชการครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก ผู้เชี่ยวชาญด้านวัด และประเมินผล 2. นางดวงเดือน มาลาสิงห์ ตำแหน่ง ข้าราชการครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตร และการสอน 3. นางราตรี แก้วงามศรี ตำแหน่ง ข้าราชการครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา และการใช้ภาษา


61 หนังสือขอความอนุเคราะห์


62


63 ภาคผนวก ข ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้


64 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 กลุ่มสาระเรียนรู้ภาษาไทย วิชา ภาษาไทยพื้นฐาน ท ๑๓๑๐๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ 9 คิดไป รู้ไป จำนวน 9 ชั่วโมง หน่วยย่อยที่ 1 เรื่อง อ่านรู้คำ นำไปใช้(วิจัยในชั้นเรียน) จำนวน 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน นายนราธร เดชนรสิงห์ ผู้เรียนจำนวน 38 คน ๑.สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การอ่าน การเขียนและเรียนรู้คำ คำยาก และเข้าใจความหมายของคำ และประโยคได้จะช่วยให้อ่าน เรื่องราว เข้าใจเนื้อหาในบทเรียนได้ดีถือเป็นการพัฒนาทักษะทางภาษาที่ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน ดังนั้นการ อ่านและเขียนคำ คำยากและใช้คำให้ถูกต้อง จะทำให้ใช้ภาษาได้อย่างถูกต้อง 2. มาตรฐานการเรียนรู้ /ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ 2.1 มาตรฐานการเรียนรู้ / ผลการเรียนรู้ สาระที่ ๑ การอ่าน มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ ่านสร้างความรู้และความคิดเพื ่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาใน การดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษา มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของ ภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ 2.2 ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ป.๓/๑ อ่านออกเสียงคำ ข้อความ เรื่องสั้นๆ และบทร้อยกรองง่ายๆ ได้ถูกต้องคล่องแคล่ว ท ๑.๑ ป.๓/๒ อธิบายความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถอ่านและบอกความหมายของคำในเรื่องได้ถูกต้อง (K) ๒. นักเรียนสามารถเขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำได้(P) ๓. นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้(A)


65 4. สาระการเรียนรู้ ๔.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง องค์ความรู้ (Knowledge) อ่านและบอกความหมายของคำในเรื่องได้ถูกต้อง ด้านทักษะกระบวนการ (Process) เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำได้ ด้านเจตคติ (Attitude) - มีความใฝ่เรียนรู้ - พัฒนาการเรียนรู้สร้างปฏิสัมพันธ์และพื้นที่การเรียนรู้ ที่ดีและเหมาะสมสำหรับผู้เรียน 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร - มีความรู้ความเข้าใจและสามารถสื่อสารกับครูและเพื่อนได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ๒. ความสามารถในการคิด - คิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา - ใช้ทักษะกระบวนการทางภาษาไทยตัดสินใจแก้ปัญหา - คิดตัดสินใจโดยคำนึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต - นำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม - ปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี - เลือกใช้เทคโนโลยีในการสืบค้นข้อมูลเพื่อพัฒนาตนเองด้านการเรียนรู้ ๖.คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ 7. กิจกรรมการเรียนรู้ ๗.๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (15 นาที) 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียน จากนั้นครูพานักเรียนเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่บทเรียน ด้วยการ ทวนความรู้เดิมจากบทก่อนหน้า และทดสอบการอ่านเบื้องต้น


66 2. ครูสนทนากับนักเรียนถึงข้อดีของการรู้ความหมายของคำ เช่น การรู้ความหมายของคำทำให้ เข้าใจเรื่องราวที่อ่านเพิ่มมากขึ้น ๗.๒ ขั้นสอน (40 นาที) 1. ครูให้นักเรียนศึกษาคำและความหมายของคำจากบทเรียนภาษาพาทีชั้น ป.๓ เรื่อง คิดไป รู้ไป ร่วมกับการใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ 2. ครูครูสุ่มให้นักเรียนบอกความหมายของคำจากเรื่องที่อ่าน 3. ครูให้นักเรียนอ่านคำและความหมายของคำจากบทเรียนภาษาพาทีชั้น ป.๓ คิดไป รู้ไป ร่วมกับการใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ 4. นักเรียนทำใบงาน เรื่อง คำนี้ อะไรเอ่ย ? จากเรื่อง คิดไป รู้ไป ในระหว่างนี้จะทยอยสุ่มนำ นักเรียนมาทดสอบการอ่าน 7.3 ขั้นสรุปบทเรียน (5 นาที) 1. ครูร่วมกันสรุปกับนักเรียน พร้อมเฉลยใบงาน ๘. การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ประเมิน การประเมินความรู้และทักษะ ใบงาน เรื่อง คำนี้ อะไรเอ่ย ? ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ แบบประเมินการอ่านออกเสียง ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๙. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้ ๙.๑ สื่อการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ชั้น ป. ๓ 2. ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ๙.๒ แหล่งเรียนรู้ ๑. ห้องสมุดโรงเรียน ๑๐. วัสดุ / เอกสารประกอบการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ชั้น ป. ๓ ๒. ใบงาน เรื่อง คำนี้ อะไรเอ่ย ? 3. ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3


67 ๑๑. บันทึกหลังการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ผลการจัดการเรียนรู้ นักเรียนมีความสนใจในการเรียนการสอนในระดับดี เนื ่องจากนักเรียนได้เรียนรู้จากคำที ่มีอยู ่ใน ชีวิตประจำวัน สามารถตอบคำถามและอธิบายเพิ่มเติมจากสิ่งที่ตนได้เรียนมา รวมถึงมีการพยายามกระชับเวลาใน การสอน ทำให้การสอนราบรื่นตามเวลา สภาพปัญหา - นักเรียนส่งเสียงดังรบกวนนักเรียนคนอื่นในระหว่างการทำงาน - ปัญหานักเรียนที่อ่านหนังสือไม่ออก ไม่ยอมอ่านในระหว่างที่ครูให้อ่าน แนวทางแก้ไขปัญหา - ทำการสอบถามและทบทวนกฎและมารยาทในห้องเรียน รวมถึงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อให้การสอน เป็นไปด้วยดี - จัดสรรคู่บัดดี้นักเรียนที่อ่านออก ในการช่วยเหลือการอ่านให้กับนักเรียนที่อ่านหนังสือไม่ออก พร้อมกับ การใช้แบบฝึกทักษะ ข้อเสนอแนะ - (ลงชื่อ) ครูผู้สอน ( นายนราธร เดชนรสิงห์ ) นิสิตปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ความเห็นของครูพี่เลี้ยงและข้อเสนอแนะ ( ) ( นางดวงเดือน มาลาสิงห์) ครูพี่เลี้ยง


68


69 แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียน คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่กำหนด เลขที่ ชื่อ-สกุล รายการสังเกต สรุปผลการประเมิน ผ่าน/ไม่ผ่าน สนใจในเรื่องที่ครูเล่า มีมารยาทการฟังและการพูด มีสมาธิในการฟัง ตอบคำถามและเล่าเรื่องได้ อ่านข้อความถูกต้อง มีความตั้งใจในการทำงาน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ๑ เด็กชายกิตติพงษ์แสงจันทร์ ๒ เด็กชายนนทพัทธ์ทองด้วง ๓ เด็กชายณรงค์ชัย หนูน้อย ๔ เด็กชายจตุพัฒน์ บุญช่วย ๕ เด็กชายจิรกฤต ศรีบุญเรือง ๖ เด็กชายณภัทร จีนเมือง ๗ เด็กชายถิรวัสส์ วงศ์ตาผา ๘ เด็กชายถิรวุษิ พาหุมันโต ๙ เด็กชายธนดล เสียงเพราะ ๑๐ เด็กชายปฏิพัทธิ์ พิลาวรรณ์ ๑๑ เด็กชายปัณณธร นาโพธิ์ ๑๒ เด็กชายพงศกร ศิริบรรพรต ๑๓ เด็กชายเมธาสิทธิ์ กาบไกรแก้ว ๑๔ เด็กชายศุภวิชญ์ กันพิพิธ ๑๕ เด็กชายสิปปกร รักอ่อน ๑๖ เด็กชายเอกบดินทร์ สระฎัน ๑๗ เด็กชายพีรพล คำสุพรม ๑๘ เด็กชายอิทธิพล วงษ์สุมา


70 ๑๙ เด็กชายอินทัช พลเหลา ๒๐ เด็กชายณัฐกิตต์ มูลโต ๒๑ เด็กชายธนภัทร สมบัติบูรณ์ ๒๒ เด็กหญิงลัลนา ภาพสิงห์ ๒๓ เด็กหญิงกมลวรรณ ศรีใจวงค์ ๒๔ เด็กหญิงกันดาภา กิตวิวัฒน์ ๒๕ เด็กหญิงชนกานต์หันตุลา ๒๖ เด็กหญิงณัฐธิดา เเสงครจิตต์ ๒๗ เด็กหญิงณัฐมล ไกรอ่อน ๒๘ เด็กหญิงธนาวรรณ หงส์สินี ๒๙ เด็กหญิงปภาวรินทร์คำสระแก้ว ๓๐ เด็กหญิงเพ็ญพิชา ชวนจิต ๓๑ เด็กหญิงภัควลัญชญ์ แก้วใส ๓๒ เด็กหญิงวรรณนิศา พาลวงศ์ ๓๓ เด็กหญิงอัญญาวีร์ ศรีราชเบอร์ ๓๔ เด็กหญิงชัญญพัชร์แก้ววิศิษฐ์ ๓๕ เด็กหญิงศิรัญญา ทนาวัน ๓๖ เด็กหญิงมุทิตา สุดสาร ๓๗ เด็กหญิงวรกานต์คำหว่าน ๓๘ เด็กหญิงกรองขวัญ บุบผาแสง เกณฑ์การให้คะแนน 3 = ดี, 2 = ปานกลาง, 1 = ต้องปรับปรุงแก้ไข ผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนตั้งแต่ ๙ คะแนน ขึ้นไป (ลงชื่อ) ผู้ประเมิน ( นายนราธร เดชนรสิงห์ ) นิสิตปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา


71 แบบประเมินใบงาน/ชิ้นงาน คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องรายการประเมินที่กำหนด เลขที่ ชื่อ-สกุล รายการประเมิน สรุปผลการประเมิน ผ่าน/ไม่ผ่าน ความสะอาดเรียบร้อยของชิ้นงาน รูปแบบน่าสนใจสวยงาม ความครบถ้วนในเนื้อหาสาระ การใช้คำเหมาะสม การเขียนสะกดคำถูกต้อง มีความตั้งใจในการทำงาน ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๑ เด็กชายกิตติพงษ์แสงจันทร์ ๒ เด็กชายนนทพัทธ์ทองด้วง ๓ เด็กชายณรงค์ชัย หนูน้อย ๔ เด็กชายจตุพัฒน์ บุญช่วย ๕ เด็กชายจิรกฤต ศรีบุญเรือง ๖ เด็กชายณภัทร จีนเมือง ๗ เด็กชายถิรวัสส์ วงศ์ตาผา ๘ เด็กชายถิรวุษิ พาหุมันโต ๙ เด็กชายธนดล เสียงเพราะ ๑๐ เด็กชายปฏิพัทธิ์ พิลาวรรณ์ ๑๑ เด็กชายปัณณธร นาโพธิ์ ๑๒ เด็กชายพงศกร ศิริบรรพรต ๑๓ เด็กชายเมธาสิทธิ์ กาบไกรแก้ว ๑๔ เด็กชายศุภวิชญ์ กันพิพิธ ๑๕ เด็กชายสิปปกร รักอ่อน ๑๖ เด็กชายเอกบดินทร์ สระฎัน ๑๗ เด็กชายพีรพล คำสุพรม ๑๘ เด็กชายอิทธิพล วงษ์สุมา


72 ๑๙ เด็กชายอินทัช พลเหลา ๒๐ เด็กชายณัฐกิตต์ มูลโต ๒๑ เด็กชายธนภัทร สมบัติบูรณ์ ๒๒ เด็กหญิงลัลนา ภาพสิงห์ ๒๓ เด็กหญิงกมลวรรณ ศรีใจวงค์ ๒๔ เด็กหญิงกันดาภา กิตวิวัฒน์ ๒๕ เด็กหญิงชนกานต์หันตุลา ๒๖ เด็กหญิงณัฐธิดา เเสงครจิตต์ ๒๗ เด็กหญิงณัฐมล ไกรอ่อน ๒๘ เด็กหญิงธนาวรรณ หงส์สินี ๒๙ เด็กหญิงปภาวรินทร์คำสระแก้ว ๓๐ เด็กหญิงเพ็ญพิชา ชวนจิต ๓๑ เด็กหญิงภัควลัญชญ์ แก้วใส ๓๒ เด็กหญิงวรรณนิศา พาลวงศ์ ๓๓ เด็กหญิงอัญญาวีร์ ศรีราชเบอร์ ๓๔ เด็กหญิงชัญญพัชร์แก้ววิศิษฐ์ ๓๕ เด็กหญิงศิรัญญา ทนาวัน ๓๖ เด็กหญิงมุทิตา สุดสาร ๓๗ เด็กหญิงวรกานต์คำหว่าน ๓๘ เด็กหญิงกรองขวัญ บุบผาแสง เกณฑ์การให้คะแนน ๒ = ดี, ๑ = ปานกลาง, ๐ = ต้องปรับปรุงแก้ไข ผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนตั้งแต่ ๙ คะแนน ขึ้นไป (ลงชื่อ) ผู้ประเมิน ( นายนราธร เดชนรสิงห์ ) นิสิตปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา


73 แบบประเมินการอ่านออกเสียง คำชี้แจง ครูประเมินพฤติกรรมของนักเรียนในการอ่านออกเสียง และให้คะแนนลงในช่องที่ตรงกับพฤติกรรมของ นักเรียน เลข ที่ ชื่อ-สกุล การจับหนังสือ/พลิกหนังสือ/ท่าทางในการอ่านถูกต้อง อ่านถูกต้องตามอักขรวิธี อ่านเว้นวรรคตอนถูกต้อง น้ำเสียงเหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน ไม่อ่านข้าม/อ่านเพิ่ม/ตู่คำ อ่านเสียงดังเหมาะสม รวม สรุปผลการ ประเมิน ๓ ๓ ๓ ๓ ๓ ๓ ๑๘ ผ่าน ไม่ผ่าน ๑ เด็กชายกิตติพงษ์แสงจันทร์ ๒ เด็กชายนนทพัทธ์ทองด้วง ๓ เด็กชายณรงค์ชัย หนูน้อย ๔ เด็กชายจตุพัฒน์ บุญช่วย ๕ เด็กชายจิรกฤต ศรีบุญเรือง ๖ เด็กชายณภัทร จีนเมือง ๗ เด็กชายถิรวัสส์ วงศ์ตาผา ๘ เด็กชายถิรวุษิ พาหุมันโต ๙ เด็กชายธนดล เสียงเพราะ ๑๐ เด็กชายปฏิพัทธิ์ พิลาวรรณ์ ๑๑ เด็กชายปัณณธร นาโพธิ์ ๑๒ เด็กชายพงศกร ศิริบรรพรต ๑๓ เด็กชายเมธาสิทธิ์ กาบไกรแก้ว ๑๔ เด็กชายศุภวิชญ์ กันพิพิธ ๑๕ เด็กชายสิปปกร รักอ่อน


74 ๑๖ เด็กชายเอกบดินทร์ สระฎัน ๑๗ เด็กชายพีรพล คำสุพรม ๑๘ เด็กชายอิทธิพล วงษ์สุมา ๑๙ เด็กชายอินทัช พลเหลา ๒๐ เด็กชายณัฐกิตต์ มูลโต ๒๑ เด็กชายธนภัทร สมบัติบูรณ์ ๒๒ เด็กหญิงลัลนา ภาพสิงห์ ๒๓ เด็กหญิงกมลวรรณ ศรีใจวงค์ ๒๔ เด็กหญิงกันดาภา กิตวิวัฒน์ ๒๕ เด็กหญิงชนกานต์หันตุลา ๒๖ เด็กหญิงณัฐธิดา เเสงครจิตต์ ๒๗ เด็กหญิงณัฐมล ไกรอ่อน ๒๘ เด็กหญิงธนาวรรณ หงส์สินี ๒๙ เด็กหญิงปภาวรินทร์คำสระแก้ว ๓๐ เด็กหญิงเพ็ญพิชา ชวนจิต ๓๑ เด็กหญิงภัควลัญชญ์ แก้วใส ๓๒ เด็กหญิงวรรณนิศา พาลวงศ์ ๓๓ เด็กหญิงอัญญาวีร์ ศรีราชเบอร์ ๓๔ เด็กหญิงชัญญพัชร์แก้ววิศิษฐ์ ๓๕ เด็กหญิงศิรัญญา ทนาวัน ๓๖ เด็กหญิงมุทิตา สุดสาร ๓๗ เด็กหญิงวรกานต์คำหว่าน ๓๘ เด็กหญิงกรองขวัญ บุบผาแสง ผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนตั้งแต่ ๑๔ คะแนน ขึ้นไป (ลงชื่อ) ผู้ประเมิน ( นายนราธร เดชนรสิงห์ ) นิสิตปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา


75 ภาคผนวก ค ตัวอย่างชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านและการเขียนคําศัพท์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3


76


77 คํานํา การพัฒนากลุ่มสาระการเรียนรู้พื้นฐานภาษาไทย เนื้อหาเน้นให้ผู้เรียนอ่านออกเสียง ตามเรื่อง เสริมทักษะการอ่าน การเขียนคําศัพท์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ด้วยแบบฝึก เสริมทักษะชุดนี้ มี วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการอ่านสะกดเขียนคําศัพท์ให้ถูกต้อง ประกอบด้วย แบบฝึกเสริมทักษะดังนี้ บทที่ ๑ เรื่อง ปฏิบัติการสายลับจิ๋ว บทที่ ๒ เรื่อง แต่เด็กชื่อไว้ บทที่ ๓ เรื่อง ป่านี้มีคุณ บทที่ ๔ เรื่อง อาหารดี ชีวีมีสุข บทที่ ๕ เรื่อง ทำดี...อย่าหวั่นไหว บทที่ ๖ เรื่อง พลังงานคือชีวิต บทที่ ๗ เรื่อง ความฝันเป็นจริงได้ บทที่ ๘ เรื่อง ภูมิใจภาษาไทยของเรา บทที่ ๙ เรื่อง คิดไป รู้ไป บทที่ ๑๐ เรื่อง นอกเมือง...ในกรุง บทที่ ๑๑ เรื่อง ส่งข่าว....เล่าเรื่อง บทที่ ๑๒ เรื่อง ประชาธิปไตยใบเล็ก บทที่ ๑๓ เรื่อง ของดีในตําบล บทที่ ๑๔ เรื่อง ธรรมชาติเจ้าเอย บทที่ ๑๕ เรื่อง เล่นคําทาย บทที่ ๑๖ เรื่อง บันทึกความหลัง ผู้จัดทําหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านและการเขียนคําศัพท์ชุดนี้ จะทําให้ นักเรียน ผู้ที่สนใจศึกษาค้นคว้าสามารถอ่านสะกดคําและเขียนคําศัพท์ได้ถูกต้อง เพื่อใช้พัฒนาในการเรียน การทํางาน และการใช้ชีวิตประจําวันได้ดียิ่งขึ้น คุณครูดวงเดือน มาลาสิงห์ คุณครูนราธร เดชนรสิงห์


78 บทที่ ๑ เรื่อง ปฏิบัติการสายลับจิ๋ว .......................................... ๑. วรรณยุกต์ อ่านว่า วัน-นะ-ยุก ๒. ปฏิบัติการ อ่านว่า ปะ-ติ-บัด-กาน ๓. ฉันเพล อ่านว่า ฉัน-เพน ๔. กระฉับกระเฉง อ่านว่า กระ-ฉับ-กระ-เฉง ๕. กระตือรือร้น อ่านว่า กระ-ตือ-รือ-ร้น ๖. มายากล อ่านว่า มา-ยา-กน ๗. โขยกเขยก อ่านว่า ขะ-โหยก-ขะ-เหยก ๘. มารยาท อ่านว่า มา-ระ-ยาด ๙. สนั่น อ่านว่า สะ-หนั่น ๑๐. สกปรก อ่านว่า สก-กะ-ปรก ๑๑. สําเร็จ อ่านว่า สํา-เหร็ด ๑๒. อิจฉา อ่านว่า อิด-ฉา ๑๓. มิลลิเมตร อ่านว่า มิน-ลิ-เมด ๑๔. สามัคคี อ่านว่า สา-มัก-คี ๑๕. กรู อ่านว่า กรู ๑๖. กติกา อ่านว่า กะ-ติ-กา ๑๗. สมาชิก อ่านว่า สะ-มา-ชิก ๑๘. สุนัข อ่านว่า สุ-นัก ๑๙. ปฏิเสธ อ่านว่า ปะ-ติ-เสด ๒๐. เครือญาติ อ่านว่า เครือ-ยาด


79 บทที่ ๒ เรื่อง แต่เด็กซื่อไว้ .......................................... ๑. ขมีขมัน อ่านว่า ขะ-หมี-ขะ-หมัน ๒. ชาญฉลาด อ่านว่า ชาน-ฉะ-หลาด ๓. ประโยชน์ อ่านว่า ประ-โหยด ๔. อุปกรณ์ อ่านว่า อุบ-ปะ-กอน ๕. พยักหน้า อ่านว่า พะ-ยัก-หน้า ๖. รีไซเคิล อ่านว่า รี-ไซ-เคิ่น ๗. ศูนย์การค้า อ่านว่า สูน-กาน-ค้า ๘. ตุ๊กตา อ่านว่า ตุ๊ก-กะ-ตา ๙. ก้อนอิฐ อ่านว่า ก้อน-อิด ๑๐. เหตุการณ์ อ่านว่า เหด-กาน ๑๑. เทวดา อ่านว่า เท-วะ-ดา ๑๒. กระวนกระวาย อ่านว่า กระ-วน-กระ-วาย ๑๓. ทัศนศึกษา อ่านว่า ทัด-สะ-นะ-สึก-สา ๑๔. อุปสรรค อ่านว่า อุบ-ปะ-สัก ๑๕. บริสุทธิ์ อ่านว่า บอ-ริ-สุด ๑๖. ทุกข์ทรมาน อ่านว่า ทุก-ทอ-ระ-มาน ๑๗. ลําธาร อ่านว่า ลํา-ทาน ๑๘. เทพารักษ์ อ่านว่า เท-พา-รัก ๑๙. ซื่อสัตย์ อ่านว่า ซื่อ-สัด ๒๐. ประพฤติ อ่านว่า ประ-พรึด


80 บทที่ ๓ เรื่อง ป่านี้มีคุณ .......................................... ๑. พระบรมราชินีนาถ อ่านว่า พระ-บอ-รม-มะ-รา-ชิ-นี-นาด ๒. พระราชดํารัส อ่านว่า พระ-ราด-ชะ-ดํา-หรัด ๓. กฎเกณฑ์ อ่านว่า กด-เกน ๔. พระชนมพรรษา อ่านว่า พระ-ชน-มะ-พัน-สา ๕. อนุรักษ์ อ่านว่า อะ-นุ-รัก ๖. ธรรมชาติ อ่านว่า ทํา-มะ-ชาด ๗. ปูแสม อ่านว่า ปู-สะ-แหม ๘. ต้นโกงกาง อ่านว่า ต้น-โกง-กาง ๙. ต้นแสม อ่านว่า ต้น-สะ-แหม ๑๐. อัตโนมัติ อ่านว่า อัด-ตะ-โน-มัด ๑๑. สัตว์ประหลาด อ่านว่า สัด-ปะ-หลาด ๑๒. อารมณ์ อ่านว่า อา-รม ๑๓. เสียงเสนาะ อ่านว่า เสียง-สะ-เหนาะ ๑๔. ขมีขมัน อ่านว่า ขะ-หมี-ขะ-หมัน ๑๕. เกสร อ่านว่า เก-สอน ๑๖. ระบบนิเวศ อ่านว่า ระ-บบ-นิ-เวด ๑๗. พันธุ์ไม้ อ่านว่า พัน-ไม้ ๑๘. อุดมสมบูรณ์ อ่านว่า อุ-ดม-สม-บูน ๑๙. ริบหรี่ อ่านว่า ริบ-หรี่ ๒๐. เสื่อมโทรม อ่านว่า เสื่อม-โซม


81 บทที่ ๔ เรื่อง อาหารดีชีวีมีสุข .......................................... ๑. สุขภาพ อ่านว่า สุก-ขะ-พาบ ๒. วิสรรชนีย์ อ่านว่า วิ-สัน-ชะ-นี ๓. นาฬิกา อ่านว่า นา-ลิ-กา ๔. สมเด็จย่า อ่านว่า สม-เด็ด-ย่า ๕. อนุสรณ์ อ่านว่า อะ-นุ-สอน ๖. จักรยาน อ่านว่า จัก-กระ-ยาน ๗. แอโรบิก อ่านว่า แอ-โร-บิก ๘. ราชการ อ่านว่า ราด-ชะ-กาน ๙. อุโบสถ อ่านว่า อุ-โบ-สด ๑๐. โบสถ์ อ่านว่า โบด ๑๑. แคลเซียม อ่านว่า แคน-เซี่ยม ๑๒. ธาตุเหล็ก อ่านว่า ทาด-เหล็ก ๑๓. สาธารณสุข อ่านว่า สา-ทา-ระ-นะ-สุก ๑๔. ปักษ์ใต้ อ่านว่า ปัก-ใต้ ๑๕. เสื่อมโทรม อ่านว่า เสื่อม-โซม ๑๖. ใยอาหาร อ่านว่า ใย-อา-หาน ๑๗. สลับสับเปลี่ยน อ่านว่า สะ-หลับ-สับ-เปลี่ยน ๑๘. วัตถุดิบ อ่านว่า วัด-ถุ-ดิบ ๑๙. กรมอนามัย อ่านว่า กรม-อะ-นา-ไม ๒๐. ริดสีดวง อ่านว่า ริด-สี-ดวง


82 บทที่ ๕ เรื่อง ท าดี...อย่าหวั่นไหว .......................................... ๑. กระวีกระวาด อ่านว่า กระ-วี-กระ-วาด ๒. จํานรรจ์ อ่านว่า จำ-นัน ๓. เกื้อหนุน อ่านว่า เกื้อ-หนุน ๔. เศรษฐี อ่านว่า เสด-ถี ๕. ศีลทาน อ่านว่า สีน-ทาน ๖. กุศล อ่านว่า กุ-สน ๗. อนาคต อ่านว่า อะ-นา-คด ๘. วิจารณ์ อ่านว่า วิ-จาน ๙. เมตตา อ่านว่า เมด-ตา ๑๐. เสียสละ อ่านว่า เสีย-สะ-หละ ๑๑. ปรารถนา อ่านว่า ปราด-ถะ-หนา ๑๒. คติธรรม อ่านว่า คะ-ติ-ทํา ๑๓. พราหมณ์ อ่านว่า พราม ๑๔. สูญเสีย อ่านว่า สูน-เสีย ๑๕. ฉันทลักษณ์ อ่านว่า ฉัน-ทะ-ลัก ๑๖. กะหล่ำปลี อ่านว่า กะ-หล่ำ-ปลี ๑๗. พ่อหม้าย อ่านว่า พ่อ-ม่าย ๑๘. บวชนาค อ่านว่า บวด-นาก ๑๙. บทกลอน อ่านว่า บด-กลอน ๒๐. วิธีการ อ่านว่า วิ-ที-กาน


83 บทที่ ๖ เรื่อง พลังงานคือชีวิต .......................................... ๑. กิจกรรม อ่านว่า กิด-จะ-กำ ๒. พลังงาน อ่านว่า พะ-ลัง-งาน ๓. สุขสันต์ อ่านว่า สุก-สัน ๔. สะดวกสบาย อ่านว่า สะ-ดวก-สะ-บาย ๕. แยบคาย อ่านว่า แยบ-คาย ๖. โทรทัศน์ อ่านว่า โท-ระ-ทัด ๗. คําขวัญ อ่านว่า คำ-ขวัน ๘. เกียรติศักดิ์ อ่านว่า เกียด-ติ-สัก ๙. โอดครวญ อ่านว่า โอด-ครวน ๑๐. เอร็ดอร่อย อ่านว่า อะ-เหร็ด-อะ-หร่อย ๑๑. แก๊สหุงต้ม อ่านว่า แก๊ด-หุง-ต้ม ๑๒. คมนาคม อ่านว่า คะ-มะ-นา-คม ๑๓. การผลิต อ่านว่า กาน-ผะ-หลิด ๑๔. รถเมล์ อ่านว่า รด-เม ๑๕. ลิฟต์ อ่านว่า ลิบ ๑๖. สวดมนต์ อ่านว่า สวด-มน ๑๗. วีดิทัศน์ อ่านว่า วี-ดิ-ทัด ๑๘. รีโมทคอนโทรล อ่านว่า รี-โหมด-คอน-โทร ๑๙. พัฒนา อ่านว่า พัด-ทะ-นา ๒๐. เศรษฐกิจ อ่านว่า เสด-ถะ-กิด


84 บทที่ ๗ เรื่อง ความฝันเป็นจริงได้ .......................................... ๑. ฤดูร้อน อ่านว่า รึ-ดู-ร้อน ๒. ดาวฤกษ์ อ่านว่า ดาว-เริก ๓. บรรพต อ่านว่า บัน-พด ๔. พระฤๅษี อ่านว่า พระ-รือ-สี ๕. เดือนเพ็ญ อ่านว่า เดือน-เพ็น ๖. สนามบิน อ่านว่า สะ-หนาม-บิน ๗. อากาศยาน อ่านว่า อา-กาด-สะ-ยาน ๘. เครื่องยนต์ อ่านว่า เครื่อง-ยน ๙. กลไก อ่านว่า กน-ไก ๑๐. เครื่องร่อน อ่านว่า เครื่อง-ร่อน ๑๑. อาวุธ อ่านว่า อา-วุด ๑๒. พาณิชย์ อ่านว่า พา-นิด ๑๓. ปฏิบัติธรรม อ่านว่า ปะ-ติ-บัด-ทํา ๑๔. ฤทธิ์ อ่านว่า ริด ๑๕. หรรษา อ่านว่า หัน-สา ๑๖. สวดมนต์ อ่านว่า สวด-มน ๑๗. พรรคพวก อ่านว่า พัก-พวก ๑๘. พากเพียร อ่านว่า พาก-เพียน ๑๙. สรรพสินค้า อ่านว่า สับ-พะ-สิน-ค้า ๒๐. คุณธรรม อ่านว่า คุน-นะ-ทํา


85 บทที่ ๘ เรื่อง ภูมิใจภาษาไทยของเรา .......................................... ๑. ชาติไทย อ่านว่า ชาด-ไท ๒. คอมพิวเตอร์ อ่านว่า คอม-พิว-เต้อ ๓. รัฐบาล อ่านว่า รัด-ถะ-บาน ๔. โต้วาที อ่านว่า โต้-วา-ที ๕. ป้ายนิเทศ อ่านว่า ป้าย-นิ-เทด ๖. หงุดหงิด อ่านว่า หงุด-หงิด ๗. พระพุทธรูป อ่านว่า พระ-พุด-ทะ-รูบ ๘. พระธรรม อ่านว่า พระ-ทำ ๙. ต้นหว้า อ่านว่า ต้น-หว้า ๑๐. สัตว์มีพิษ อ่านว่า สัด-มี-พิด ๑๑. ยาเสพติด อ่านว่า ยา-เสบ-ติด ๑๒. ว่าวปักเป้า อ่านว่า ว่าว-ปัก-เป้า ๑๓. ปลาปักเป้า อ่านว่า ปลา-ปัก-กะ-เป้า ๑๔. จอกแหน อ่านว่า จอก-แหน ๑๕. ศักดิ์ศรี อ่านว่า สัก-สี ๑๖. ช็อกโกแลต อ่านว่า ช็อก-โก-แลด ๑๗. พจนานุกรม อ่านว่า พด-จะ-นา-นุ-กรม ๑๘. หวงแหน อ่านว่า หวง-แหน ๑๙. ก้อนเสลา อ่านว่า ก้อน-เส-ลา ๒๐. ต้นเสลา อ่านว่า ต้น-สะ-เหลา


86 บทที่ ๙ เรื่อง คิดไป รู้ไป .......................................... ๑. อนุสรณ์ อ่านว่า อะ-นุ-สอน ๒. ทัณฑฆาต อ่านว่า ทัน-ทะ-คาด ๓. โทรศัพท์ อ่านว่า โท-ระ-สับ ๔. ทาวน์เฮาส์ อ่านว่า ทาว-เฮ้า ๕. ออทิสติก อ่านว่า ออ-ทิส-ติก ๖. รถมอเตอร์ไซค์ อ่านว่า รด-มอ-เตอ-ไซ ๗. ไปรษณีย์ อ่านว่า ไปร-สะ-นี ๘. แท็กซี่ อ่านว่า แท็ก-ซี่ ๙. สหรัฐอเมริกา อ่านว่า สะ-หะ-รัด-อะ-เม-ริ-กา ๑๐. แซนด์วิช อ่านว่า แซน-วิด ๑๑. คอมพิวเตอร์ อ่านว่า คอม-พิว-เต้อ ๑๒. มงกุฎ อ่านว่า มง-กุด ๑๓. คนพิการ อ่านว่า คน-พิ-กาน ๑๔. สลัด อ่านว่า สะ-หลัด ๑๕. มะกะโรนี อ่านว่า มะ-กะ-โร-นี ๑๖. ไอศกรีม อ่านว่า ไอ-สะ-กรีม ๑๗. ผลิตภัณฑ์ อ่านว่า ผะ-หลิด-ตะ-พัน ๑๘. เย็นตาโฟ อ่านว่า เย็น-ตา-โฟ ๑๙. สมรรถภาพ อ่านว่า สะ-มัด-ถะ-พาบ ๒๐. คริสต์ศักราช อ่านว่า คริส-สัก-กะ-หราด


87 บทที่ ๑๐ เรื่อง นอกเมือง...ในกรุง .......................................... ๑. ข้าวเหนียวมูน อ่านว่า ข้าว-เหนียว-มูน ๒. มิตรภาพ อ่านว่า มิด-ตะ-พาบ ๓. รสชาติ อ่านว่า รด-ชาด ๔. ฟุตบอล อ่านว่า ฟุด-บอน ๕. รถไฟฟ้าใต้ดิน อ่านว่า รด-ไฟ-ฟ้า-ใต้-ดิน ๖. สถานี อ่านว่า สะ-ถา-นี ๗. กรุงเทพมหานคร อ่านว่า กรุง-เทบ-มะ-หา-นะ-คอน ๘. ปลอดโปร่ง อ่านว่า ปลอด-โปร่ง ๙. กังวล อ่านว่า กัง-วน ๑๐. นิทรรศการ อ่านว่า นิ-ทัด-สะ-กาน ๑๑. ผูกพัน อ่านว่า ผูก-พัน ๑๒. โหระพา อ่านว่า โห-ระ-พา ๑๓. กาฬสินธุ์ อ่านว่า กา-ละ-สิน ๑๔. บันใดเลื่อน อ่านว่า บัน-ใด-เลื่อน ๑๕. เสริมทักษะ อ่านว่า เสิม-ทัก-สะ ๑๖. บรรยาย อ่านว่า บัน-ยาย ๑๗. ผักสวนครัว อ่านว่า ผัก-สวน-ครัว ๑๘. ต่างจังหวัด อ่านว่า ต่าง-จัง-หวัด ๑๙. กะเพราะ อ่านว่า กะ-เพราะ ๒๐. ขี้เหล็ก อ่านว่า ขี้-เหล็ก


88 บทที่ ๑๑ เรื่อง ส่งข่าวเล่าเรื่อง .......................................... ๑. สรรพนาม อ่านว่า สับ-พะ-นาม ๒. โทรศัพท์มือถือ อ่านว่า โท-ระ-สับ-มือ-ถือ ๓. พิธีรีตอง อ่านว่า พิ-ที-รี-ตอง ๔. น้ำพริก อ่านว่า น้ำ-พริก ๕. อาหารฝรั่ง อ่านว่า อา-หาน-ฝะ-หรั่ง ๖. ขนมปัง อ่านว่า ขะ-หนม-ปัง ๗. หนังสือพิมพ์ อ่านว่า หนัง-สือ-พิม ๘. บุฟเฟต์ อ่านว่า บุ๊บ-เฟ่ ๙. ค็อกเทล อ่านว่า ค็อก-เทว ๑๐. วัฒนธรรม อ่านว่า วัด-ทะ-นะ-ทำ ๑๑. เกียรติ อ่านว่า เกียด ๑๒. เสิร์ฟ อ่านว่า เสิบ ๑๓. โต๊ะจีน อ่านว่า โต๊ะ-จีน ๑๔. กิริยา อ่านว่า กิ-ริ-ยา ๑๕. สังวรณ์ อ่านว่า สัง-วอน ๑๖. กาลเทศะ อ่านว่า กา-ละ-เท-สะ ๑๗. บริกร อ่านว่า บอ-ริ-กอน ๑๘. โขมง อ่านว่า ขะ-โหมง ๑๙. คําวิเศษณ์ อ่านว่า คํา-วิ-เสด ๒๐. จ่าหน้าซอง อ่านว่า จ่า-หน้า-ซอง


89 บทที่ ๑๒ เรื่อง ประชาธิปไตยใบเล็ก .......................................... ๑. ประชาธิปไตย อ่านว่า ประ-ชา-ทิบ-ปะ-ไต ๒. กริยา อ่านว่า กริ-ยา ๓. ประธาน อ่านว่า ประ-ทาน ๔. ระเบียบวินัย อ่านว่า ระ-เบียบ-วิ-ไน ๕. พฤติกรรม อ่านว่า พรึด-ติ-กำ ๖. สิทธิพิเศษ อ่านว่า สิด-ทิ-พิ-เสด ๗. ฉลาม อ่านว่า ฉะ-หลาม ๘. โลมา อ่านว่า โล-มา ๙. ต้นไทร อ่านว่า ต้น-ไซ ๑๐. นโยบาย อ่านว่า นะ-โย-บาย ๑๑. สมัคร อ่านว่า สะ-หมัก ๑๒. แถลง อ่านว่า ถะ-แหลง ๑๓. อิทธิพล อ่านว่า อิด-ทิ-พน ๑๔. กฎกติกา อ่านว่า กด-กะ-ติ-กา ๑๕. รัฐธรรมนูญ อ่านว่า รัด-ถะ-ทํา-มะ-นูน ๑๖. เผ่าพันธุ์ อ่านว่า เผ่า-พัน ๑๗. สันติธรรม อ่านว่า สัน-ติ-ทํา ๑๘. สะใภ้ อ่านว่า สะ-ไพ้ ๑๙. อุปถัมภ์ อ่านว่า อุบ-ปะ-ถำ ๒๐. สัมพันธ์ อ่านว่า สํา-พัน


90 บทที่ ๑๓ เรื่อง ของดีในต าบล .......................................... ๑. ประดิษฐ์ อ่านว่า ประ-ดิด ๒. วิเศษณ์ อ่านว่า วิ-เสด ๓. รถทัวร์ อ่านว่า รด-ทัว ๔. ชุลมุน อ่านว่า ชุน-ละ-มุน ๕. หัตถกรรม อ่านว่า หัด-ถะ-กำ ๖. อุทยานแห่งชาติ อ่านว่า อุด-ทะ-ยาน-แห่ง-ชาด ๗. มหาสมุทร อ่านว่า มะ-หา-สะ-หมุด ๘. ยางพารา อ่านว่า ยาง-พา-รา ๙. เอกลักษณ์ อ่านว่า เอก-กะ-ลัก ๑๐. หิมพานต์ อ่านว่า หิม-มะ-พาน ๑๑. โฆษณา อ่านว่า โคด-สะ-นา ๑๒. กระซิบกระซาบ อ่านว่า กระ-ซิบ-กระ-ซาบ ๑๓. มหัศจรรย์ อ่านว่า มะ-หัด-สะ-จัน ๑๔. ผลิตภัณฑ์ อ่านว่า ผะ-หลิด-ตะ-พัน ๑๕. แผนที่ อ่านว่า แผน-ที่ ๑๖. เล่าขาน อ่านว่า เล่า-ขาน ๑๗. หาดทราย อ่านว่า หาด-ซาย ๑๘. ปลาร้า อ่านว่า ปลา-ร้า ๑๙. ข้าวยํา อ่านว่า ข้าว-ยํา ๒๐. พยักหน้า อ่านว่า พะ-ยัก-หน้า


Click to View FlipBook Version