The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

SAR63โรงเรียนเมืองโพธิ์ชัยพิทยาคม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chattuporn6599, 2021-05-03 06:04:54

SAR63โรงเรียนเมืองโพธิ์ชัยพิทยาคม

SAR63โรงเรียนเมืองโพธิ์ชัยพิทยาคม

รายงานผลการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา

(Self Assessment Report : SAR)

ปกี ารศึกษา 2563

โรงเรยี นเมืองโพธิช์ ยั พิทยาคม

อำเภอหนองกี่ จงั หวัดบรุ รี ัมย์
สานกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษามัธยมศกึ ษาบรุ ีรมั ย์



รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา (บทสรปุ สาหรบั ผู้บรหิ าร)

ผ้จู ัดทา : ผู้อำนวยกำรสถำนศกึ ษำ: นำยสุบิน ฝ่ำยเทศ หมำยเลขโทรศัพท์ 044-119870
E-mail :[email protected]

ขอ้ มูลพนื้ ฐาน ช่อื สถำนศึกษำโรงเรียนเมอื งโพธ์ชิ ัยพิทยำคม ตัง้ อยู่เลขที่ 59 หมู่ 1 ตำบลเมอื งไผ่ อำเภอหนองกี่
จังหวัดบุรีรัมย์ รหัสไปรษณยี ์ 31210 โทรศพั ท์ 044-119870 E-mail : [email protected] website :
www.mpsc.ac.th สังกัดสำนักงำนเขตพน้ื ที่กำรศึกษำมธั ยมศึกษำบรุ ีรมั ย์ เปิดทำกำรสอนตั้งแตร่ ะดับชัน้
มธั ยมศกึ ษำปที ่ี 1 ถึงช้นั มัธยมศึกษำปีที่ 6 ปจั จุบัน มผี บู้ รหิ ำร จำนวน 1 คน จำนวนครูผูส้ อน 20 คน ปีกำรศึกษำ
2563 มีจำนวนนักเรียน รวมทั้งส้นิ 295 คน

1. ผลการประเมนิ ตนเองในภาพรวม มาตรฐานการศกึ ษาอยูใ่ นระดับคุณภาพ ดีเลิศ

มาตรฐานและประเดน็ พิจารณา ระดบั คุณภาพ
มาตรฐานที่ 1 คุณภาพผู้เรยี น ดี

1.1 ผลสัมฤทธทิ์ ำงวชิ ำกำรของผเู้ รียน ดีเลศิ
1.2 คุณลักษณะที่พงึ ประสงค์ของผู้เรยี น ดเี ลิศ
มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ
มาตรฐานท่ี 3 กระบวนการจัดการเรยี นการสอนทีเ่ น้นผู้เรยี นเปน็ สาคัญ

2. หลักฐานสนบั สนนุ

มาตรฐานท่ี 1 คณุ ภาพผู้เรยี น ระดับคุณภาพ ดี มีขอ้ มูล หลักฐำนกำรพฒั นำดงั นี้

1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน มุ่งเน้นให้นักเรียนมีควำมสำมำรถในกำรอ่ำน กำรเขียน กำร
ส่ือสำร กำรคิดคำนวณ รวมทั้งกำรมีผลสัมฤทธ์ิทำงกำรเรียนตำมหลักสูตรสถำนศึกษำ มีควำมสำมำรถในกำร
วิเครำะห์ คิดอย่ำงมีวิจำรณญำณ มีควำมสำมำรถในกำรสร้ำงนวัตกรรม กำรใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศ กำรสื่อสำร
และกำรมีควำมรู้ ทักษะพ้ืนฐำน เจตคติท่ีดีต่องำนอำชีพ สำหรับด้ำนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนมุ่งเน้น
ใหผ้ ู้เรียนมคี ณุ ลักษณะและคำ่ นิยมที่ดตี ำมที่สถำนศกึ ษำกำหนด และมีสขุ ภำวะทำงร่ำงกำยและสงั คม ควำมภูมิใจใน
ทอ้ งถิน่ และควำมเป็นไทยกำรยอมรบั ที่จะอย่รู ่วมกันบนควำมแตกต่ำงและหลำกหลำย

ประเด็นภำพควำมสำเร็จดำ้ นคณุ ภำพผเู้ รยี นสถำนศกึ ษำมีกำรวเิ ครำะหผ์ ลสมั ฤทธิท์ ำงกำรเรียนและ
ไดก้ ำหนดเป็นเปำ้ หมำยทำงกำรเรยี นโดยใชข้ ้อมูลฐำน 3 ปียอ้ นหลังเป็นเป้ำหมำยคุณภำพนักเรยี นให้พฒั นำสงู ข้ึน
จัดกิจกรรมกำรเรยี นกำรสอนเน้นกำรปฏบิ ัติ เน้นทักษะในกำรอ่ำน กำรเขียน และกำรคดิ คำนวณ ส่งเสริมผู้เรยี นให้
พัฒนำเต็มศักยภำพ จดั แหลง่ เรียนรูภ้ ำยในให้เหมำะสม มีส่ือดำ้ นเทคโนโลยีที่ทันสมัย จัดกจิ กรรมใหผ้ ู้เรียนมี
สุขภำพกำย สุขภำพจิตดี มีควำมกล้ำแสดงออก และสำมำรถอย่รู ว่ มกบั ผู้อน่ื อย่ำงมีควำมสขุ เนน้ ทกั ษะกำรทำงำน
ร่วมกัน ทำใหน้ ักเรยี นมที ักษะในกำรอ่ำน กำรเขียน กำรส่ือสำร และกำรคิดคำนวณเป็นไปตำมเกณฑท์ โ่ี รงเรียน
กำหนดในแตร่ ะดับช้นั



นกั เรยี นมคี วำมสำมำรถในกำรคดิ จำแนก แยกแยะ ใคร่ครวญไตรต่ รอง พิจำรณำอยำ่ งรอบคอบโดยใช้
เหตุผลประกอบกำรตัดสนิ ใจ มกี ำรอภปิ รำยแลกเปลี่ยนควำมคดิ เหน็ และแกป้ ัญหำอยำ่ งมีเหตุผล มีควำมสำมำรถใน
กำรรวบรวมควำมรไู้ ด้ทง้ั ด้วยตนเองและกำรทำงำนเปน็ ทีม เชอื่ มโยงองค์ควำมรู้ และประสบกำรณ์มำใชใ้ นกำร
สร้ำงสรรคส์ ง่ิ ใหม่ ๆ จำกกำรเรียนรูโ้ ดย โครงกำร/ กิจกรรมพัฒนำกำรอำ่ นเขยี นภำษำไทยนกั เรยี นมคี วำมภมู ิใจใน
ทอ้ งถิน่ เห็นคุณค่ำของควำมเปน็ ไทย มสี ่วนรว่ มในกำรอนรุ ักษ์วัฒนธรรมประเพณีไทยรวมทงั้ ภมู ปิ ัญญำไทยเข้ำร่วม
กิจกรรมท่โี รงเรียนจัดคดิ เป็นร้อยละ 100 นักเรยี นมีคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ตำมเกณฑท์ ่ีสถำนศึกษำกำหนด
ผำ่ นเกณฑ์ ร้อยละ 97.83 มีผลกำรอำ่ นคดิ วเิ ครำะห์และเขียนผำ่ นเกณฑท์ ี่สถำนศกึ ษำกำหนด ร้อยละ 98.41
กำหนดมำตรฐำนดำ้ นคุณภำพผ้เู รยี นตำมที่วำ่ “กำรจัดกำรศึกษำต้องเปน็ ไปเพือ่ พัฒนำคนไทยใหเ้ ป็นมนษุ ย์ที่
สมบรู ณ์ทัง้ ร่ำงกำย จิตใจ สติปัญญำ ควำมรู้ และคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และวฒั นธรรมในกำรดำรงชีวติ สำมำรถอยู่
ร่วมกับผูอ้ ่นื ไดอ้ ยำ่ งมคี วำมสุข

1.2 ดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ของผู้เรียน มงุ่ เนน้ ใหผ้ ู้เรยี นมีคณุ ลักษณะและคำ่ นิยมท่ีดตี ำมที่
สถำนศึกษำกำหนด และ มสี ุขภำวะทำงร่ำงกำยและสงั คม ควำมภูมิใจในท้องถิ่น และควำมเปน็ ไทยกำรยอมรบั ท่ีจะ
อยรู่ ่วมกันบนควำมแตกต่ำงและหลำกหลำยโดยมปี ระเด็นภำพควำมสำเร็จดำ้ นคณุ ภำพผู้เรยี น ดังน้ี นักเรียนมีทกั ษะ
ในกำรอ่ำน กำรเขียน กำรส่อื สำร และกำรคดิ คำนวณเปน็ ไปตำมเกณฑท์ ี่โรงเรียนกำหนดในแต่ระดบั ชั้น มี
ควำมสำมำรถในกำรคดิ จำแนก แยกแยะ ใคร่ครวญไตรต่ รอง พจิ ำรณำอย่ำงรอบคอบโดยใช้เหตุผลประกอบกำร
ตัดสนิ ใจ มกี ำรอภิปรำยแลกเปล่ียนควำมคดิ เหน็ และแก้ปัญหำอย่ำงมเี หตผุ ล มีควำมสำมำรถในกำรรวบรวมควำมรู้
ไดท้ งั้ ดว้ ยตนเองและกำรทำงำนเปน็ ทีม เช่ือมโยงองค์ควำมรู้ และประสบกำรณ์มำใชใ้ นกำรสรำ้ งสรรคส์ ่ิงใหม่ ๆ อำจ
เป็นแนวควำมคดิ โครงกำร โครงงำน ชน้ิ งำน ผลผลติ ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสอ่ื สำร
เพอื่ พฒั นำตนเอง และสงั คมในด้ำนกำรเรยี นรู้ กำรส่ือสำร กำรทำงำน อยำ่ งสรำ้ งสรรค์ และมีคุณธรรมมี
ควำมก้ำวหนำ้ ในกำรเรียนรู้ตำมหลักสูตรสถำนศึกษำจำกพื้นฐำนเดิมในด้ำนควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ ทักษะ กระบวนกำร
ตำ่ ง ๆ รวมทั้งมีควำมกำ้ วหน้ำในผลกำรทดสอบระดบั ชำติ หรือผลกำรทดสอบอน่ื ๆ มคี วำมรู้ ทักษะพื้นฐำนในกำร
จดั กำร เจตคตทิ ่ีดีพร้อมทีจ่ ะศึกษำต่อในระดับช้ันที่สงู ข้ึน กำรทำงำนหรืองำนอำชีพมีพฤติกรรมเปน็ ผทู้ ม่ี ีคุณธรรม
จริยธรรม เคำรพในกฎกติกำ มีค่ำนยิ มและจิตสำนึกตำมทสี่ ถำนศกึ ษำกำหนดโดยไม่ขัดกับกฎหมำยและวฒั นธรรม
อนั ดขี องสังคมมคี วำมภูมิใจในทอ้ งถนิ่ เห็นคุณคำ่ ของควำมเป็นไทย มสี ่วนรว่ มในกำรอนรุ ักษ์วัฒนธรรมประเพณีไทย
รวมท้ังภูมิปัญญำ ผ้เู รียนยอมรบั กำรอย่รู ่วมกันบนควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคลในดำ้ น เพศ วยั เช้ือชำติ ศำสนำ
ภำษำวัฒนธรรม ประเพณี มีกำรรกั ษำสุขภำพกำย สุขภำพจิต อำรมณ์ และสงั คม แสดงออกอย่ำงเหมำะสมในแตล่ ะ
ช่วงวัยสำมำรถอยรู่ ่วมกับคนอ่ืนอยำ่ งมีควำมสขุ เข้ำใจผู้อื่น ไม่มีควำมขดั แยง้ กบั ผู้อนื่

มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ ระดับคุณภาพ ดีเลิศ

ดำ้ นกระบวนกำรบริหำรและกำรจัดกำรเพื่อให้บรรลตุ ำมกระบวนกำรบริหำรและกำรจดั กำรคุณภำพของ
สถำนศึกษำ ในโรงเรียนเมืองโพธิ์ชยั พทิ ยำคม กำรดำเนินกำรวเิ ครำะห์สภำพปญั หำ ผลกำรจัดกำรศึกษำทีผ่ ่ำนมำ
โดยใชข้ อ้ มลู ฐำนในกำรกำหนดเปำ้ หมำยวิสัยทศั นแ์ ละพนั ธกจิ อย่ำงชดั เจน ในดำเนินกำรพัฒนำวชิ ำกำรทเี่ น้น
คณุ ภำพผ้เู รียนรอบดำ้ น ตำมหลักสูตรสถำนศกึ ษำทุกกลุ่มเป้ำหมำยเชื่อมโยงกับชวี ิตจริง จัดทำแผนพัฒนำคุณภำพ
จดั กำรศึกษำ ดำเนินงำนพฒั นำครูและบุคลำกรให้มีควำมเชีย่ วชำญ ทำงดำ้ นวิชำชีพ ตำมควำมต้องกำรของครแู ละ
สถำนศกึ ษำ จดั สภำพแวดลอ้ มทำงกำยภำพและสงั คมท่ีเออ้ื ต่อกำรจดั กำรเรยี นรู้อย่ำงมคี ณุ ภำพ และจัดระบบ
เทคโนโลยีสำรสนเทศ เพอื่ สนบั สนนุ กำรบรหิ ำรจัดกำรและกำรเรยี นรู้ทีเ่ หมำะสมกบั สภำพของโรงเรียนเมืองโพธิช์ ยั
พทิ ยำคม โดยประเมนิ ภำพควำมสำเรจ็ ดังนี้ โรงเรยี นมีเปำ้ หมำยวิสัยทัศนแ์ ละพนั ธกจิ ท่ีโรงเรยี นกำหนดชดั เจน
สอดคล้องกบั บรบิ ทของโรงเรียน สอดคลอ้ งกับบริบทของโรงเรยี น ควำมต้องกำรของชุมชนทอ้ งถน่ิ



วตั ถุประสงค์ของแผนกำรศึกษำแหง่ ชำติ นโยบำยของรฐั บำลและของตน้ สงั กัด รวมท้ังทนั ตอ่ กำรเปล่ียนแปลงของ
สังคมมีระบบกำรบริหำรจัดกำรคุณภำพอยำ่ งเป็นระบบ วำงแผนพฒั นำคณุ ภำพกำรจัดกำรศกึ ษำโดยนำแผนไป
ปฏบิ ตั ิ ตดิ ตำม ตรวจสอบ ประเมินผล และปรับปรุง พฒั นำงำนอยำ่ งต่อเนอื่ ง มกี ำรบรหิ ำรอัตรำกำลัง
ทรพั ยำกรทำงกำรศึกษำ และระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน มีกำรนเิ ทศภำยใน นำขอ้ มูลมำใชใ้ นกำรพฒั นำ
บคุ ลำกร และผเู้ ก่ยี วข้องทุกฝำ่ ยมีสว่ นในกำรวำงแผน ปรบั ปรุง พฒั นำและรว่ มกนั รบั ผดิ ชอบต่อกำรจัดกำรศกึ ษำ
มกี ำรบรหิ ำรจดั กำรเกย่ี วกับงำนวิชำกำร พัฒนำหลกั สูตร กิจกรรมเสริมหลกั สูตรท่เี นน้ คุณภำพผู้เรียนรอบด้ำน
เชื่อมโยงวิถีชีวิตจรงิ และครอบคลุมทกุ กลมุ่ เปำ้ หมำย รวมถึงกำรจดั กำรเรียนกำรสอนของกล่มุ ที่เรยี นแบบควบรวม
และกล่มุ เรยี นรว่ มด้วย มีกำรสง่ เสริมสนับสนนุ พัฒนำครแู ละบุคลำกรตรงตำมควำมต้องกำรและจดั ใหม้ ชี ุมชนกำร
เรียนรทู้ ำงวชิ ำชีพ มำใชใ้ นกำรพัฒนำงำนและกำรเรยี นรู้ของผู้เรยี นจดั สภำพแวดล้อมทำงกำยภำพ ภำยในและ
ภำยนอกหอ้ งเรียน และสภำพแวดล้อมทำงสงั คมทเ่ี อ้ือต่อกำรจดั กำรเรยี นรู้ของผู้เรยี นอยำ่ งมคี ณุ ภำพ มีควำม
ปลอดภยั จัดระบบเทคโนโลยีสำรสนเทศ สนบั สนุนกำรบรหิ ำรจดั กำร และกำรจดั กำรเรียนรทู้ ี่เหมำะสมกับสภำพ
ของโรงเรยี น จัดหำ พัฒนำและบรกิ ำรดำ้ นเทคโนโลยี สำรสนเทศ จดั ให้มีหอ้ งปฏบิ ตั ิกำรคอมพิวเตอรเ์ พื่อใชใ้ น
กำรบรหิ ำรจัดกำรและกำรจัดกำรเรียนร้อู ยำ่ งเหมำะสม

มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรยี นการสอนท่เี น้นผเู้ รยี นเป็นสาคญั ระดบั คุณภาพ ดเี ลิศ

ดำ้ นกระบวนกำรจัดกำรเรยี นกำรสอนทเี่ นน้ ผ้เู รียนเปน็ สำคัญ โดยกำรดำเนินงำน/โครงกำร/กจิ กรรม
อย่ำงหลำกหลำย มุ่งส่งเสรมิ ให้ครูจดั กำรเรียนกำรสอนเนน้ กำรปฏิบตั ิ (Active learning) ให้ผู้เรียนผ่ำน
กระบวนกำรคิด ปฏิบตั ิจรงิ เพอื่ นำไปสูก่ ำรเรยี นรู้ที่ลึกซ้ึงและคงทน ตำมมำตรฐำนและตัวชว้ี ัดของหลกั สตู ร
สถำนศกึ ษำ ให้นกั เรยี นมสี ่วนรว่ ม ครูรู้จกั ผเู้ รียนเปน็ รำยบุคคล ดำเนินกำรตรวจสอบและประเมินผเู้ รียนอย่ำงเปน็
ระบบ และนำผลมำพฒั นำผเู้ รียน รวมทง้ั รว่ มกนั แลกเปลีย่ นเรียนรู้ และนำผลท่ีได้มำปรับปรุงกำรจัดกำรเรียนรู้ ครูมี
แผนกำรจัดกำรเรยี นรู้ที่สำมำรถนำไปใชจ้ ดั กิจกรรมไดจ้ รงิ ครูใชส้ อ่ื และแหล่งเรยี นรู้ มีกำรบริหำรจัดกำรช้นั เรียน
เชงิ บวก เพือ่ ให้เดก็ รักกำรเรียนรู้และเรยี นรู้รว่ มกนั อย่ำงมีควำมสุข ครรู ว่ มแลกเปลย่ี นเรียนร้แู ละนำข้อมลู มำรว่ ม
พฒั นำปรบั ปรุงกำรจดั กำรเรยี นรู้และสอนตำมแผน ครูผลิตนวัตกรรม แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ อีกทงั้ ปรับโครงสร้ำง
รำยวชิ ำ หน่วยกำรเรียนรลู้ ดเวลำเรยี น เพ่ิมเวลำรู้ สดั ส่วนคะแนนแต่ละหน่วย กำหนดคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ท่ี
สอดคลอ้ งกบั หนว่ ยกำรเรียนรู้ สนับสนุนใหค้ รูจัดกำรเรยี นกำรสอนที่สรำ้ งโอกำสให้นักเรยี นทกุ คนมีสว่ นรว่ ม ไดล้ ง
มือปฏบิ ัติจรงิ จนสรปุ ควำมรู้ไดด้ ้วยตนเอง จดั กำรเรียนกำรสอนทีเ่ น้นทักษะกำรคดิ เช่น จดั กำรเรียนรู้ด้วยโครงงำน
ครมู ีกำรมอบหมำยหนำ้ ท่ีใหน้ ักเรียนจัดป้ำยนิเทศ และบรรยำกำศตำมสถำนทต่ี ่ำง ๆท้ังภำยในห้องเรียนและนอก
หอ้ งเรยี น ครูใชส้ ื่อกำรเรยี นกำรสอน นวัตกรรมและเทคโนโลยี ภมู ิปญั ญำท้องถนิ่ มีกำรประเมินคุณภำพและ
ประสทิ ธภิ ำพของส่ือกำรสอนทใี่ ชค้ รูทกุ คนทำงำนวจิ ยั ในชั้นเรยี น ปีกำรศึกษำละ 1 เรื่อง โดยมีประเด็นภำพ
ควำมสำเร็จด้ำนกระบวนกำรจัดกำรเรียนกำรสอนท่ีเนน้ ผูเ้ รียนเปน็ สำคัญ ดังนี้ ครจู ัดกำรเรยี นรูใ้ หน้ ักเรียนผำ่ น
กระบวนกำรคดิ และปฏบิ ัตจิ ริง ใหน้ ักเรยี นนำควำมรู้ไปประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจำวนั ได้ มแี ผนกำรจดั กำรเรยี นรู้
และจัดกจิ กรรมสำหรับนกั เรียนท่ตี ้องกำรควำมชว่ ยเหลือเป็นพิเศษ โรงเรยี นเมืองโพธช์ิ ัยพทิ ยำคม ได้ดำเนนิ กำร
กำรปฏิบตั กิ ำรทีเ่ ป็นเลิศ (Best Practices) ตำมประกำศของสำนักงำนเขตพื้นท่ีกำรศึกษำมธั ยมศึกษำบุรรี ัมย์ เร่ือง
การใช้แนวทางพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาตามแนวคิด “No Child Left Behind ไมม่ เี ดก็ คนใดถกู ทอดทิ้งไว้
ขา้ งหลัง”



เพอื่ ให้นกั เรยี นไดฝ้ กึ ทักษะ ได้แสดงควำมคิดเห็น ไดแ้ สดงออก เปน็ ผ้สู ำมำรถสรุปองค์ควำมรู้ นำเสนอผลงำน และ
สำมำรถนำไปประยุกตใ์ ช้ในชีวิตได้ ครใู ชส้ อื่ เทคโนโลยีสำรสนเทศ และแหลง่ เรียนรู้ รวมทง้ั นำภมู ิปญั ญำท้องถ่ินมำ
ใชใ้ นกำรจดั กำรเรียนรู้ นักเรียนได้แสวงหำควำมรู้ดว้ ยตนเองจำกส่ือทีห่ ลำกหลำย ครูมีกำรบริหำรจัดกำรช้นั เรียนเชิง
บวก เน้นกำรมีปฏสิ ัมพันธ์ ระหว่ำงเดก็ กับครู ครูกบั เด็ก เดก็ กับเด็ก เดก็ รักกำรเรยี นรู้ และสำมำรถอยรู่ ่วมกนั ได้
อยำ่ งมีควำมสุข ครรู ว่ มกนั ออกแบบกำรวดั ผลประเมนิ ผลเพื่อตรวจสอบ และประเมินผูเ้ รียนอยำ่ งมีขน้ั ตอน ใช้
เคร่อื งมือ วธิ ีกำรวัดและประเมินผลท่เี หมำะสม พรอ้ มทง้ั นำผลไปใช้พัฒนำกำรเรียนรู้ของผู้เรยี น ครผู ้สู อนรว่ มกนั
แลกเปลี่ยนควำมรู้และประสบกำรณ์ (PLC) เปน็ ชมุ ชนแห่งกำรเรียนร้ทู ำงวชิ ำชพี และนำไปปรับปรุง /พัฒนำกำร
จดั กำรเรียนรู้

3. แผนพฒั นาเพอ่ื ยกระดับคุณภาพมาตรฐานให้สงู ข้นึ
แผนปฏิบัติงานที่ 1 กำรพฒั นำบุคลำกรให้มีกำรสร้ำงส่ือ/นวัตกรรมทำงกำรศึกษำ ในกำรจัดกจิ กรรมกำรเรยี นกำร

สอนให้มปี ระสทิ ธิภำพมำกย่ิงขึน้
แผนปฏบิ ตั งิ านท่ี 2 ส่งเสรมิ ให้ครูเหน็ ควำมสำคัญและวำงแผนกำรจดั กำรเรียนรู้ออนไลน์ตำมสถำนกำรณแ์ พร่

ระบำดไวรัสโคโรนำ่ 19 ในสถำนกำรณป์ จั จุบัน

คานา

ตำมประกำศกฎกระทรวง “กำรประกันคุณภำพกำรศึกษำ” พ.ศ. 2561 กำหนดให้หน่วยงำนต้น
สงั กดั หรือหนว่ ยงำนที่กำกับดูแลมีหน้ำท่ีให้คำปรึกษำ ช่วยเหลือ และแนะนำสถำนศึกษำเพ่ือให้กำรประกนั คุณภำพ
กำรศกึ ษำของสถำนศึกษำพัฒนำอยำ่ งต่อเนื่อง และเม่อื ไดร้ บั รำยงำนผลกำรประเมินคณุ ภำพภำยในของสถำนศึกษำ
แล้ว ให้หน่วยงำนต้นสังกัดหรือหน่วยงำนที่กำกับดูแลสถำนศึกษำจัดส่งรำยงำนดังกล่ำวพร้อมกับประเด็นต่ำงๆ ท่ี
ต้องกำรให้มีกำรประเมินผลและติดตำมตรวจสอบซ่ึงรวบรวมได้จำกหน่วยงำนท่ีเกี่ยวข้องกับสถำนศึกษำแห่งน้ัน
ให้แก่สำนักงำนรับรองมำตรฐำนและประเมินคุณภำพกำรศึกษำ (องค์กำรมหำชน) เพื่อใช้เป็นข้อมูลและแนวทำงใน
กำรประเมนิ คุณภำพภำยนอกต่อไป

กำรจดั ทำรำยงำนกำรประเมนิ คุณภำพภำยในสถำนศกึ ษำ เป็นกำรรำยงำนผลกำรดำเนนิ งำนในรอบ
ปีกำรศกึ ษำของสถำนศึกษำในกำรเขยี นรำยงำนตอ้ งสะท้อนใหเ้ หน็ ภำพควำมสำเรจ็ ทเ่ี กิดขน้ึ ตำมบรบิ ทของโรงเรียน
ตำมมำตรฐำนเพอื่ กำรประกนั คณุ ภำพภำยในของสถำนศึกษำ ดังนั้น เพ่อื ให้หนว่ ยงำนตน้ สังกดั หรือหนว่ ยงำนท่ีมี
หนำ้ ท่ีกำกับดแู ลมีขอ้ มูลในกำรใหค้ ำปรึกษำ ช่วยเหลอื และแนะนำสถำนศกึ ษำ และใช้ขอ้ มูลรองรบั กำรประเมิน
ภำยนอกจำกสำนักงำนรับรองมำตรฐำนและประเมนิ คุณภำพกำรศกึ ษำ (องคก์ ำรมหำชน) และโรงเรยี นในสังกัด
สำนกั งำนเขตพ้ืนท่ีกำรศึกษำมธั ยมศึกษำบรุ ีรัมย์ ใหม้ ีควำมชัดเจนและมีแนวทำงในกำรจดั ทำรำยงำนกำรประเมนิ
คุณภำพภำยในสถำนศึกษำตำมแนวกำรประกนั คุณภำพ แนวใหมต่ ำมกรอบมำตรฐำนระดับกำรศกึ ษำขนั้ พืน้ ฐำน
จงึ ไดจ้ ัดทำเอกสำรตัวอยำ่ งรำยงำนผลกำรประเมินตนเอง (Self Assessment Report : SAR) ประจำปี 2563 ขึน้

โรงเรยี นเมอื งโพธ์ชิ ยั พิทยำคมขอขอบคณุ บุคลำกรทุกฝ่ำยทม่ี ีส่วนเก่ยี วข้องและเอื้อประโยชนต์ ่อ
ระบบกำรประกนั คณุ ภำพภำยในของโรงเรยี น ยังผลให้เกิดประโยชนต์ ่อกำรพัฒนำคุณภำพผู้เรยี นอยำ่ งมี
ประสิทธภิ ำพสร้ำงควำมมนั่ ใจให้กับผปู้ กครอง ผ้เู รียน และชมุ ชนวำ่ โรงเรียนเมอื งโพธ์ชิ ยั พทิ ยำคมจัดกำรศึกษำ
เปน็ ไปตำมมำตรฐำน เพ่ือสรำ้ งผเู้ รียนใหเ้ ปน็ คนดี มีควำมสำมำรถ มีควำมสุขช่วยสร้ำงสรรคส์ งั คมใหม้ ีสนั ติ และ
ขอบคุณทีมงำนท่ีรับผิดชอบกำรจดั ทำรำยงำนคุณภำพกำรศกึ ษำ ประจำปีกำรศกึ ษำ 2563 ฉบับนีจ้ นสำเรจ็ ลลุ ่วง
อย่ำงสมบูรณ์ และหวงั เปน็ อย่ำงย่ิงว่ำ รำยงำนกำรพัฒนำคณุ ภำพกำรศึกษำฉบับนีจ้ ะเปน็ ประโยชนต์ ่อโรงเรยี น
และผู้เกีย่ วข้อง อันจะสง่ ผลกำรพัฒนำกำรจดั กำรศึกษำของโรงเรียนต่อไป

โรงเรียนเมอื งโพธิ์ชัยพิทยำคม
24 เมษำยน 2564

สารบัญ

บทสรปุ ผลการรายงานการประเมนิ ตนเอง 1
คานา
สารบญั
สว่ นที่ 1 ขอ้ มูลพนื้ ฐานของสถานศึกษา

ส่วนท่ี 2 ผลการประเมินตามมาตรฐานการศกึ ษาของสถานศึกษา 14
ระดับการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน
14
มำตรฐำนที่ 1 คุณภำพของผูเ้ รยี น 22
มำตรฐำนที่ 2 กระบวนกำรบรหิ ำรและกำรจดั กำร 25
มำตรฐำนที่ 3 กระบวนกำรจดั กำรเรียนกำรสอนทเี่ น้นผเู้ รยี นเปน็ สำคญั 29
สรปุ ผลกำรประเมนิ ในภำพรวม

ส่วนที่ 3 การปฏิบัตทิ ่ีเป็นเลศิ (Best Practices) 32
รำยงำนกำรประเมนิ คณุ ภำพภำยนอกรอบ 3 สมศ. 37

ภาคผนวก
ประกำศโรงเรยี น กำหนดค่ำเป้ำหมำยตำมมำตรฐำนกำรศึกษำของสถำนศกึ ษำ
คำสงั่ แต่งตง้ั คณะกรรมกำรจัดทำมำตรฐำนกำรศกึ ษำของสถำนศกึ ษำ
คำสัง่ แตง่ ตัง้ คณะกรรมกำรตดิ ตำมตรวจสอบ และประเมนิ คุณภำพภำยในของสถำนศึกษำ
รำยงำนผลกำรทดสอบทำงกำรศึกษำระดบั ชำติขนั้ พื้นฐำน O-NET ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษำปที ่ี 3,6
ประมวลภำพกิจกรรม

ทป่ี รกึ ษาและคณะผจู้ ัดทา

สว่ นท่ี 1

ขอ้ มลู พนื้ ฐานของสถานศกึ ษา

1

ส่วนที่ 1
ข้อมูลพนื้ ฐานของสถานศึกษา

1. ช่ือโรงเรียน โรงเรยี นเมอื งโพธิ์ชยั พทิ ยำคม รหัสโรงเรยี น 1031260872
ทอี่ ยู่ 59 หมู่ท่ี 1 ตำบลเมืองไผ่ อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรรี ัมย์
E-mail : [email protected]

2. ช่ือผ้บู รหิ ารโรงเรยี น นำยสบุ ิน ฝำ่ ยเทศ

หมายเลขโทรศัพท์ 044-119870

3. แนวทางการจัดการศึกษา ประกอบดว้ ยปรัชญำกำรศึกษำวิสยั ทศั น์ พันธกจิ เอกลกั ษณ์ และอัตลกั ษณข์ อง
โรงเรียน

ตราประจาโรงเรียน

ปรชั ญา อทฺธปิ ปญฺญวสต ปสฏฺฐำ
(เปน็ อยูด่ ้วยปัญญำ ประเสรฐิ ทีส่ ุด อย่ำงแน่นอน)
คตพิ จน์ ศกึ ษำดี มีวนิ ยั ใฝ่พฒั นำ สำมัคคี
อตั ลักษณข์ องโรงเรียน ย้ิมแยม้ แจ่มใส ทกั ทำยสวัสดี
เอกลักษณข์ องโรงเรยี น โรงเรยี นเลก็ ในปำ่ ใหญ่
สปี ระจาโรงเรียน เขียว – เหลือง
สีเขยี ว หมำยถงึ ควำมเปน็ มนุษยสัมพันธ์
สีเหลอื ง หมำยถึง ควำมเป็นผมู้ ีสตปิ ัญญำดี

วสิ ัยทัศนก์ ลยุทธโ์ รงเรยี นเมืองโพธิช์ ยั พทิ ยาคม
โรงเรียนเมืองโพธช์ิ ัยพทิ ยำคมเปน็ แหลง่ เรียนร้ทู มี่ คี ุณภำพด้ำนทักษะกำรเรยี นรู้ คคู่ ณุ ธรรม

โดยยดึ หลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง เป็นพลังขบั เคล่ือนกำรศึกษำเขำ้ สู่มำตรฐำนสำกลบนพ้นื ฐำนของควำม
เปน็ ไทยภำยในปี 2563

พันธกจิ กลยุทธโ์ รงเรยี นเมอื งโพธช์ิ ยั พทิ ยาคม
"พัฒนำและส่งเสรมิ สนับสนุนกำรจดั กำรศึกษำอยำ่ งมีคุณภำพ โดยพัฒนำผเู้ รียนใหเ้ ป็นบุคคลท่ีมี

ควำมรู้ ค่คู ุณธรรม โดยยึดหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง มคี วำมสำมำรถตำมมำตรฐำน
กำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำนสมู่ ำตรฐำนสำกล"

2

เป้าประสงคโ์ รงเรียนเมืองโพธ์ชิ ยั พทิ ยาคม
1. ผเู้ รียนทุกคนได้รับกำรพัฒนำทักษะกำรเรยี นรโู้ ดยยึดหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียงท่ี

สำมำรถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
2. ผู้เรยี นทุกคนมีควำมรู้ คู่คุณธรรม มีคณุ ภำพมำตรฐำนกำรศกึ ษำขั้นพ้ืนฐำน และ มำตรฐำนสำกล
3. ครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำทุกคนสำมำรถปฏิบตั ิงำนได้อยำ่ งมีประสทิ ธิภำพ
4. โรงเรียนเมืองโพธชิ์ ัยพทิ ยำคมมีควำมเข้มแขง็ เปน็ กลไกขับเคลอ่ื นกำรศึกษำขนั้ พนื้ ฐำนสสู่ ำกล

4. ขอ้ มูลบุคลากร ประกอบดว้ ย จำนวนบุคลำกร จำแนกตำมตำแหนง่ เพศ ระดบั กำรศกึ ษำ ประสบกำรณใ์ น
ตำแหน่ง จำนวนบคุ ลำกรแยกตำมกลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ จำนวนชั่วโมงในกำรสอนของครเู ฉลย่ี ต่อคนต่อสัปดำห์
จำนวนครทู ่ไี ด้รับกำรอบรมพัฒนำ สำขำวชิ ำทขี่ ำดแคลนครู ฯลฯ

1. ข้อมูลบุคลากรประกอบด้วย จานวนบุคลากร จาแนกตามตาแหน่ง เพศ ระดับการศึกษา ประสบการณ์
ในตาแหน่ง

ข้อมูลบคุ ลากรทางการศึกษา เพศ รวม ระดบั การศกึ ษาสูงสดุ

/ประเภทบคุ ลากร ชาย หญงิ ตา่ กว่า ป.ตรี สงู กวา่
ป.ตรี ป.ตรี

ผอู้ านวยการ 1-1-- 1

รองผู้อานวยการ - - --- -

ครูประจาการ 8 9 17 - 11 6

พนักงานราชการ 213-3 -

ลกู จ้างประจา - 11-1 -

นกั การภารโรง 1 - 11- -

รวม 12 11 23 1 15 7

วุฒกิ ารศึกษา

ต่ำกวำ่ ป.ตรี ป.โท
4% 31%

ป.ตรี
65%

ป.โท ป.ตรี ต่ำกวำ่ ป.ตรี

3

จาแนกตามวทิ ยฐานะ

ที่ ตาแหนง่ ชาย หญิง รวม
1 ผ้อู ำนวยกำรสถำนศกึ ษำ คศ. 3 1- 1
2 ครู คศ.3 -3 3
3 ครู คศ.2 23 5
4 ครู คศ.1 42 6
5 ครผู ้ชู ่วย 21 3

จำแนกตำมวิทยฐำนะ

ผอ.คศ.3 1

ครู คศ.3 5

ครู คศ.2 6

ครู คศ.1 3

ครูผ้ชู ว่ ย 1 5 6
0
1234
ครูผ้ชู ว่ ย ครู คศ.1 ครู คศ.2 ครู คศ.3 ผอ.คศ.3

4

2. สาขาวิชาท่ีจบการศึกษาและภาระงานสอน จานวน(คน) ภาระการสอนเฉล่ยี
ของครู 1 คน (ชม./
ที่ สาขาวชิ า 1
3 สัปดาห์)
1 บรหิ ารการศึกษา 7
2 คณิตศาสตร์ 1 -
3 วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 3 23
4 ภาษาไทย 2 22
5 ภาษาองั กฤษ 1 20
6 สังคมศกึ ษา 2 21
7 การงานอาชพี ฯ 1 24
8 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 21 20
9 ศิลปศึกษา 23
25
รวม

5. ข้อมูลนักเรียน ประกอบด้วย จำนวนนักเรียน จำแนกตำมระดับชั้นเรียน เพศ จำนวนนักเรียนลักษณะพิเศษ
จำแนกตำมคุณลักษณะ กำรประเมินควำมสำมำรถด้ำนกำรอ่ำน คิด วิเครำะห์ และเขียน คุณลักษณะอันพึง
ประสงค์

1. ข้อมลู นักเรยี น ประกอบด้วย จานวนนกั เรียน จาแนกตามระดับชัน้ เรยี น เพศ จานวนนกั เรยี น

ช้นั ชาย หญงิ รวม

ม.1 42 31 73

ม.2 41 37 78

ม.3 23 31 54

รวม ม.ต้น 106 99 205

ม.4 11 27 38

ม.5 10 11 21

ม.6 41 49 90

รวม ม.ปลำย 44 41 85

รวมท้ังหมด 147 148 295

5

2. การประเมนิ ความสามารถดา้ นการอา่ น คิด วิเคราะห์ และเขยี น

ช้นั จน.นร. กำรอำ่ น คิด วเิ ครำะห์ และเขียน

ม. ท้ังหมด ดีเยี่ยม ดี ผำ่ น ไม่ผ่ำน

จำนวน รอ้ ยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน ร้อยละ

1 68 41 60.29 19 27.94 7 10.29 1 1.47

2 70 51 72.85 15 21.43 3 4.29 1 1.43

3 53 45 84.90 7 13.21 0 0.00 1 1.89

4 36 27 75.00 9 25.00 0 0.00 0 0.00

5 21 13 61.90 6 28.58 1 4.76 1 4.76

6 29 21 72.41 6 20.69 1 3.45 1 3.45

รวม 277 198 71.22 62 22.71 12 22.79 5 2.17

3. การประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

ช้ัน จน.นร. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

ม. ท้งั หมด ดีเยยี่ ม ดี ผ่ำน ไมผ่ ำ่ น

จำนวน ร้อยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ

1 68 55 80.88 12 17.65 0 0.00 1 1.47

2 70 59 84.29 9 12.86 1 1.43 1 1.43

3 53 45 84.91 7 13.21 0 0.00 1 1.89

4 36 29 80.56 7 19.44 0 0.00 0 0.00

5 21 16 76.19 3 14.29 1 4.76 1 4.76

6 29 26 89.66 3 10.34 0 0.00 0 0.00

รวม 277 230 82.75 41 87.79 2 1.03 4 1.59

6

4. ค่าเฉลีย่ ผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาตขิ ้นั พน้ื ฐาน (O-NET) ของผู้เรยี นแตล่ ะระดับชนั้
จาแนกตามรายวชิ า

ผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติขนั้ พน้ื ฐาน (O-NET) ปกี ารศึกษา 2563

ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาตขิ นั้ พนื้ ฐาน (O-NET) ปกี ารศกึ ษา 2563 ระดบั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3

ระดบั /รายวิชา ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
คะแนนเฉลีย่ ของโรงเรยี น 42.23 25.92 19.78 26.33
คะแนนเฉลี่ยระดับจงั หวดั 54.03 32.65 24.48 29.36
คะแนนเฉลี่ย สังกัด สพฐ.ทง้ั หมด 55.18 34.14 25.82 30.17
คะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ 54.29 34.38 25.46 29.89

เปรียบเทียบผล O-net

60.00
42.23
50.00 54.03
55.18
40.00 54.29

30.00 25.92
32.65
34.14
34.38

19.78
24.48
25.82
25.46
26.33
29.36
30.17
29.89

20.00

10.00

0.00 ภำษำองั กฤษ คณิตศำสตร์ วทิ ยำศำสตร์

ภำษำไทย

ระดบั โรงเรียน ระดบั จงั หวดั ระดบั สงั กดั ระดบั ประเทศ

7

ผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาตขิ ัน้ พื้นฐาน (O-NET) ปกี ารศึกษา 2563 ระดบั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6

ระดับ/รายวิชา ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ สงั คมศึกษา
คะแนนเฉลยี่ ของโรงเรยี น 38.33 23.84 18.53 30.73 32.66
คะแนนเฉลย่ี ระดบั จังหวดั 41.43 25.60 22.17 30.64 34.66
คะแนนเฉล่ยี สงั กัด สพฐ.ทั้งหมด 45.22 29.73 26.33 33.04 36.32
คะแนนเฉล่ยี ระดบั ประเทศ 44.36 29.94 26.04 32.68 35.93

เปรียบเทยี บผล O-net

50.00 38.33
45.00 41.43
40.00 45.22
35.00 44.36
30.00
25.00 23.84
20.00 25.60
15.00 29.73
10.00 29.94

5.00 18.53
0.00 22.17
26.33
26.04
30.73
30.64
33.04
32.68
32.66
34.66
36.32
35.93

ภำษำไทย ภำษำองั กฤษ คณิตศำสตร์ วทิ ยำศำสตร์ สงั คมศกึ ษำ

ระดบั โรงเรียน ระดบั จงั หวดั ระดบั สงั กดั ระดบั ประเทศ

6. รางวลั ท่ีโรงเรยี นไดร้ บั (โรงเรียน ผบู้ ริหาร ครู นกั เรยี น)
รางวลั ความภาคภูมใิ จ และครทู ีมีความสามารถพิเศษ ประจาปี 2563

ที่ ชือ่ รางวลั หนว่ ยงานที่มอบ

1 นำยปุณญเกียรติ วงค์ประวัณย์ ครู สมำคมผู้บรหิ ำร สพม32
2 นำงสำวสวุ รรณี แก้วระหนั ครดู เี ดน่ สมำคมผูบ้ ริหำร สพม32
3 นำงณิชภำ ชยั วงศ์ ครูดเี ดน่ สมำคมผบู้ ริหำร สพม32
ครดู ีเดน่

8

7. ขอ้ มูลแหลง่ เรยี นรู้ภายใน/นอกโรงเรียน จานวนการเขา้ ใช้ห้องสมดุ ของผเู้ รียนเฉล่ียตอ่ ปกี ารศึกษา
ภูมิปญั ญาท้องถ่นิ ปราชญช์ าวบา้ น

1. จานวนนกั เรยี นท่ีใช้แหลง่ เรียนรู้ในโรงเรียน ปีการศึกษา 2563

จานวนนกั เรียนทใ่ี ช้แหล่งเรยี นรู้ในโรงเรียน ปกี ารศึกษา 2563

54

73 78 54 38

73 78 54 38 21 90

73 78 38 21 90

73 78 54 38 21 90
21 90

73 78 54 38 21 90

ม.1 ม.2 ม.3 ม.4 ม.5 ม.6

ห้องสมดุ ห้องวิทยำศำสตร์ แปลงเกษตร สนำมบำสเกตบอล ห้องคอมพิวเตอร์

จานวนนกั เรียนท่ีใช้แหลง่ เรียนรู้นอกโรงเรยี น ปกี ารศึกษา 2563

300

250 43 21 30
25
200 40 30
37 21 25
30 30
150 35 30 45
40 53 29 21 6
34
33 30 28 21
100 30
40 30
34 46 21
50 30
วดั เว2ฬนุ ครำรำม 30
30 แหลง่ ทอผ้ำบ้ำนนำจำน
0 21 30 23 21

1 3วดั ป่ำหนองสระแบง 4 แหลง่ ทอเสอื่ บ้ำนลงุ 5ขหี ้ นู

สวนผกั บ้ำนไร่ไถ ฟำร์มเลยี ้ งไกบ่ ้ำนนำจำน

9

8. ข้อมลู ทรพั ยากร

รายลเอยี ด จานวน จานวน ห้อง หอ้ ง หอ้ งเก็บ หมายเหตุ

ลาดบั อาคาร หอ้ งเรียน ห้องปฏบิ ัติการ สานักงาน ประชุม อปุ กรณ์

1 อำคำร 1 3 3 5 - -

2 อำคำร 2 4 1 - - -

3 อำคำร 3 10 4 1 12

4 โรงฝกึ งำน - 1 - - 1

5 โรงอำหำร - - - - 2

9. ผลการประเมินคุณภาพภายในปีท่ีผ่านมา กำรนำเสนอผลกำรประเมินคุณภำพภำยในสถำนศึกษำ
ประกอบด้วย1) กำรนำเสนอผลกำรประเมินคุณภำพภำยในสถำนศึกษำเป็นรำยมำตรฐำนและ 2) กำรสรุปผลกำร
ประเมินของสถำนศกึ ษำ ในภำพรวม

1) ผลการประเมนิ คณุ ภาพภายในปีท่ีผา่ นมา (ปกี ารศึกษา 2562)

มาตรฐาน / ประเดน็ พจิ ารณา คา่ เปา้ หมาย
(ระดบั คุณภาพ)
มาตรฐานท่ี 1 คณุ ภาพของผเู้ รยี น
1.1 ผลสมั ฤทธ์ิทางวชิ าการของผเู้ รยี น ระดบั 3 (ด)ี

1) ควำมสำมำรถในกำรอ่ำน เขียน กำรสอ่ื สำร และกำรคิดคำนวณ ระดับ 3
2) ควำมสำมำรถในกำรคิดวเิ ครำะห์ คิดวจิ ำรณญำณ อภปิ รำย แลกเปลยี่ น ระดบั 3

ควำมคดิ เหน็ และแก้ปัญหำ ระดับ 3
3) มีควำมสำรมำรถในกำรสร้ำงนวตั กรรม ระดบั 4
4) ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศ และกำรสอื่ สำร ระดบั 3
5) มีผลสมั ฤทธทิ์ ำงกำรเรยี นตำมหลกั สูตร ระดับ 4
6) มคี วำมรู้ ทักษะพื้นฐำน และเจตคติท่ีดีต่องำนอำชีพ ระดบั 4 (ดีเลศิ )
ระดับ 4
1.2 คณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ของผเู้ รยี น ระดับ 4
1) มีคุณลกั ษณะและคำ่ นิยมที่ดตี ำมทส่ี ถำนศกึ ษำกำหนด ระดบั 4
2) ควำมภูมใิ จในทอ้ งถ่ิน และควำมเปน็ ไทย ระดบั 4
3) ยอมรับที่จะอย่รู ่วมกนั บนควำมแตกต่ำงและควำมหลำกหลำย ระดบั 4 (ดี)
4) สุขภำวะทำงรำ่ งกำย และลักษณะจติ สังคม ระดบั 3
มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจดั การของผู้บรหิ ารสถานศึกษา ระดบั 3
1) กำรมเี ป้ำหมำย วสิ ัยทัศน์ และพันธกจิ ทสี่ ถำนศึกษำกำหนดชัดเจน ระดบั 3
2) มีระบบบรหิ ำรจัดกำรคุณภำพของสถำนศกึ ษำ
3) ดำเนนิ งำนพฒั นำวิชำกำรที่เนน้ คณุ ภำพผูเ้ รียนรอบดำ้ นตำมหลักสูตรสถำนศึกษำและ ระดับ 3
ทุกกลมุ่ เปำ้ หมำย ระดับ 4
4) พัฒนำครูและบุคลำกรให้มีควำมเชยี่ วชำญทำงวิชำชพี ระดบั 3
5) จัดสภำพแวดล้อมทำงกำยภำพและสังคมทเี่ อือ้ ต่อกำรเรียนรู้อย่ำงมีคณุ ภำพ
6) จดั ระบบเทคโนโลยีสำรสนเทศเพ่ือสนับสนุนกำรบรหิ ำรจดั กำรและกำรจัดกำรเรียนรู้

10

มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนท่เี นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคัญ ระดับ 4 (ดีเลิศ)

1) จัดกำรเรียนรผู้ ำ่ นกระบวนกำรคดิ ผ่ำนกำรปฏิบตั ิจรงิ และสำมำรถนำไปประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ ได้ ระดับ 4

2) ใช้สื่อ เทคโนโลยสี ำรสนเทศ และแหลง่ เรียนร้ทู ีเ่ อื้อต่อกำรเรียนรู้ ระดบั 4
3) กำรตรวจสอบและประเมินควำมรู้ควำมเข้ำใจของผู้เรียนอยำ่ งเปน็ ระดับ 4

ระบบ และมีประสทิ ธภิ ำพ ระดบั 4
4) ตรวจสอบและประเมนิ ผลผเู้ รียนอยำ่ งเป็นระบบ และนำผลมำพฒั นำผู้เรยี น ระดบั 4
5) มกี ำรแลกเปลยี่ นเรียนรู้ และให้นำข้อมูลสะท้อนกลบั เพ่ือพฒั นำและปรบั ปรุงกำรจดั กำร
เรียนรู้

2) การสรปุ ผลการประเมินของสถานศึกษา ในภาพรวม

จดุ เด่น จุดควรพัฒนา

1.ดา้ นคณุ ภาพผ้เู รยี น

ผเู้ รยี นมสี ุขภำพกำยและสขุ ภำพจติ ทีด่ ี มนี ้ำหนกั ผู้เรยี นควรไดร้ บั กำรฝึกทกั ษะด้ำนกำรคดิ เชิง

และสว่ นสูงตำมเกณฑ์ หน้ำตำแจม่ ใส สนกุ สนำนในกำรใช้ สร้ำงสรรค์ และวิเครำะห์ควำมแตกต่ำงของสิง่

ชีวิตประจำวนั ส่งผลใหน้ ักเรยี นกล้ำแสดงออก มคี วำม ตำ่ งๆ โดยกำรจัดกจิ กรรมสอดแทรกไวใ้ นทกุ กลุม่

มนั่ ใจในตนเอง โรงเรยี นไดด้ ำเนินกำรสง่ เสรมิ ให้นักเรยี น สำระกำรเรียนรู้ นำเทคนิคทักษะกำรคิด

แสวงหำควำมรดู้ ้วยตนเอง มีกิจกรรมทส่ี ง่ เสริมรกั กำรอำ่ น หลำกหลำยวธิ ีมำพัฒนำผเู้ รยี น เช่น เทคนคิ กำร

เกดิ กำรใฝ่รู้อยำ่ งต่อเนื่อง สถำนศึกษำได้กำหนดอัตลกั ษณ์ ตงั้ คำถำม เทคนิคกำรคดิ วเิ ครำะห์แบบผัง

ของผู้เรียน “ยม้ิ แยม้ แจ่มใส ทกั ทำย สวัสดี” ดำเนิน ควำมคดิ กำรวิเครำะหแ์ ผนภูมิ และกระบวนกำร

กจิ กรรมส่งเสรมิ ผู้เรียนมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ทำงวิทยำศำสตร์ เป็นต้น ผ้เู รียนควรได้รบั กำร

พฒั นำผลสมั ฤทธท์ิ ำงกำรเรียนในทุกกลมุ่ สำระ

โดยกำรวเิ ครำะหเ์ ป็นรำยบุคคลเพ่อื ให้ทรำบถึง

ปญั หำท่ีแท้จรงิ

จุดเดน่ จดุ ควรพฒั นา

2. ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการของผู้บริหาร
สถานศึกษา

โรงเรยี นได้บรรลุในกำรสง่ เสรมิ พฒั นำสถำนศกึ ษำ โรงเรียนควรแตง่ แต่งคณะอนุกรรมกำรที่

เพอ่ื รักษำมำตรฐำนทสี่ อดคล้องกับแนวทำงปฏิรปู ปรึกษำกำรศึกษำข้นั พ้นื ฐำนเพ่อื ใหเ้ ขำ้ มำมีส่วน

กำรศกึ ษำ ในกำรพัฒนำคุณภำพคนไทยยคุ ใหม่ มีควำมใฝ่ ร่วมในกำรพฒั นำคุณภำพกำรศึกษำ ซึ่งจะเปน็

รู้ใฝเ่ รียน ศกึ ษำหำควำมรดู้ ว้ ยตนเอง รกั กำรอ่ำน มีควำม เครอื ข่ำยในกำรร่วมกันดำเนนิ งำนได้อย่ำงดี

ควำมสำมำรถในกำรคดิ วิเครำะห์ คิดสังเครำะห์ แก้ปัญหำ

มีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม มีควำมรบั ผิดชอบ มีสขุ ภำพกำย

สขุ ภำพจิตดี กำ้ วทนั เทคโนโลยี บุคลำกรมคี ุณภำพตำม

มำตรฐำนจรรยำบรรณวิชำชพี โรงเรียนมสี ภำพแวดล้อมท่ี

ดี มอี ำคำรสถำนท่แี ละแหล่งเรียนรทู้ ห่ี ลำกหลำย

11

3.ด้านกระบวนการเรียนการสอนทเ่ี นน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั

ครูมีกำรจัดกำรเรียนกำรสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรจัดกิจกรรมส่งเสริมให้ผู้เรียนในรูปแบบ
มกี ำรวเิ ครำะหผ์ เู้ รียนเป็นรำยบุคคล มีกำรจดั มีแหล่งเรียนรู้ ต่ำงๆท่ีหลำกหลำยเหมำะสมและสอดคล้องกับ
ทั้งในและนอกสถำนศึกษำให้ผู้เรียนได้ศึกษำเรียนรู้และ ระดับพัฒนำกำรของผู้เรียน ส่งเสริมและ
แลกเปล่ียนประสบกำรณม์ ีสื่อเทคโนโลยีที่ทนั สมัยใหผ้ ู้เรียน สนับสนุนให้ครูได้มีกำรพัฒนำสื่อกำรเรียนกำร
ได้สืบค้นข้อมูลเพียงพอสถำนศึกษำมีกำรสนับสนุนและใช้ สอน เพ่ือใหผ้ เู้ รียนสนใจและเข้ำร่วมกิจกรรมและ
แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญำท้องถ่ินมำบูรณำกำรในกำร ให้บุคคลภำยนอกรับรู้และมีส่วนร่วมในกำร
จดั กำรเรียนรู้ เพือ่ เพ่มิ ผลสมั ฤทธ์ทิ ำงกำรเรยี นของนักเรียน พัฒนำในโรงเรียนเป็นองค์กรแห่งกำรเรียนรู้ให้
และสอนวิชำชพี ใหแ้ กน่ ักเรียน มำกขน้ึ อย่ำงเป็นระบบส่งเสริมผู้ปกครองให้มีส่วน
ร่วมในกำรเป็นวิทยำกรท้องถ่ินและสนับสนุนกำร

เรียนกำรสอนอย่ำงเป็นระบบจัดกำรเรียนรู้และ

ประเมินผลกำรเรียนรู้ท่ีมุ่งเน้นพัฒนำกำรของ

ผู้เรียนด้วยวิธีกำรที่หลำกหลำย อีกทั้งพัฒนำ

นวัตกรรมงำนวจิ ยั เพ่ือพฒั นำกำรจดั กำรเรียนรู้

จดุ เดน่ จุดควรพัฒนา

4.ด้านการประกนั คณุ ภาพภายในทีม่ ปี ระสิทธิผล

สถำนศึกษำให้ควำมสำคัญดำเนินงำนเก่ียวกับกำร ควรมีกำรระดมทรัพยำกรภำยนอก ส่งเสริม

พัฒนำระบบประกันคุณภำพภำยในของสถำนศึกษำมี ควำมร่วมมือระหว่ำงโรงเรียนกับชุมชนและ
กำหนดข้ันตอนกำรดำเนินกำรประกันคุณภำพภำยใน โดย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในกำรพัฒนำ
เน้นกำรมีส่วนร่วมของบุคลำกรทุกฝ่ำยของสถำนศึกษำ กำรศึกษำให้มำกข้ึน กำรพัฒนำระบบประกัน
และบุคลำกรภำยนอก ได้แก่ คณะกรรมกำสถำนศึกษำขั้น
พื้นฐำน ผู้ปกครอง ชุมชน โดยยึดหลักกำรบริหำรคุณภำพ คุณภำพภำยในของสถำนศึกษำ โดยควำมร่วมมือ
(PDCA) มีกำรสรำ้ งควำมตระหนกั แก่ครูและบุคลำกรทุกคน จำกทุกๆ ฝ่ำยให้เพ่ิมมำกขึ้น มีกำรประเมิน
ภำยในสถำนศึกษำที่ต้องรู้และตระหนักร่วมกัน มีกำร คุณภำพภำยในของสถำนศึกษำจำกผู้ที่เกี่ยวข้อง
กำหนดมำตรฐำนกำรศึกษำของสถำนศึกษำท่ีต้องกำร อย่ำงชัดเจน และกำรนำผลกำรประเมินคุณภำพ
พัฒนำผู้เรียนให้บรรลุตำมมำตรฐำนหลักสูตรและควำม ภำยในมำวิเครำะห์ และพัฒนำระบบประกัน

ต้องกำรของผู้เกี่ยวข้อง โดยกำหนดเป้ำหมำยคุณภำพ คณุ ภำพภำยในสถำนศึกษำอยำ่ งตอ่ เนือ่ ง

ผู้เรียนและกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ ท้ัง 8 กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้

จัดระบบกำรบริหำรและสำรสนเทศเป็น 4 กลุ่มงำนให้เอ้ือ

ต่อกำรพัฒนำคุณภำพ คือ กลุ่มบรหิ ำรวชิ ำกำร กลุม่ บรหิ ำร

งบประมำณ กลุ่มบริหำรบุคคล และกลุ่มบริหำรท่ัวไป มี

กำรประสำนงำนกำหนดแนวทำงปฏิบัติ ระยะเวลำ

งบประมำณ ผู้รับผิดชอบ และจัดให้มีข้อมูลคุณภำพ

กำรศึกษำท่ีครอบคุลมกำรดำเนินงำนท้ัง 4 กลุ่มงำน มีกำร

ป ร ะ ชุ ม เ พื่ อ จั ด ท ำ แ ผ น พั ฒ น ำ ก ำ ร จั ด ก ำ ร ศึ ก ษ ำ ข อ ง

สถำนศกึ ษำท่ีมงุ่ เนน้ คุณภำพกำรศกึ ษำ

12

จัดโครงกำรและกิจกรรมโดยมีผู้รับผิดชอบในแต่
ละงำนวำงแผนร่วมกัน สถำนศึกษำดำเนินตำมแผนอย่ำง
เป็นระบบ โดยครูทุกคนดำเนินงำนตำมแผนของแต่ละงำน
ทก่ี ำหนดไว้ สถำนศกึ ษำมกี ำรนิเทศโดยผู้บริหำร ผู้เกี่ยวขอ้ ง
และได้รับกำรติดตำม ตรวจสอบจำกสำนักงำนเขตพ้ืนที่
กำรศึกษำมัธยมศึกษำบุรีรัมย์ ตลอดจนเป็นไปตำม
เ ป้ ำ ห ม ำ ย ค ว ำ ม ส ำ เ ร็ จ ต ำ ม ม ำ ต ร ฐ ำ น ก ำ ร ศึ ก ษ ำ ข อ ง
สถำนศึกษำ และมีกำรติดตำม ตรวจสอบ และมีกำร
ประเมินคณุ ภำพภำยในอย่ำงต่อเนอื่ ง

สว่ นท่ี 2

ผลการประเมนิ ตามมาตรฐาน
การศกึ ษาของสถานศกึ ษา
ระดับการศึกษาขนั้ พื้นฐาน

14

ส่วนที่ 2

ผลการประเมินตามมาตรฐานการศกึ ษาของสถานศึกษา ระดับการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน

มาตรฐานท่ี 1 คุณภาพผเู้ รียน ค่าเปา้ หมาย
ประเด็นพจิ ารณา 1.1 ผลสัมฤทธ์ิทางวชิ าการ (ระดับคุณภาพ)

1. ระดบั คุณภาพ ดี ระดับ 3 (ดี)

มาตรฐาน / ประเดน็ พิจารณา ระดบั 3
ระดบั 3
มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผ้เู รียน
1.1 ผลสมั ฤทธิ์ทางวชิ าการของผู้เรยี น ระดบั 3
ระดับ 4
1) ควำมสำมำรถในกำรอำ่ น เขียน กำรส่อื สำร และกำรคิดคำนวณ ระดบั 3
2) ควำมสำมำรถในกำรคดิ วเิ ครำะห์ คดิ วิจำรณญำณ อภปิ รำย แลกเปลี่ยน ระดบั 4

ควำมคิดเหน็ และแก้ปญั หำ
3) มีควำมสำรมำรถในกำรสร้ำงนวตั กรรม
4) ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยีสำรสนเทศ และกำรสือ่ สำร
5) มผี ลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรียนตำมหลักสูตร
6) มีควำมรู้ ทักษะพน้ื ฐำน และเจตคตทิ ี่ดีตอ่ งำนอำชีพ

2.1 วธิ ีการพัฒนา/ผลทเ่ี กิดจากการพัฒนา ขอ้ มูล หลกั ฐาน เอกสารเชิงประจกั ษ์ ท่ีสนับสนนุ ผลการประเมนิ
ตนเอง

วิธีการพฒั นา

ข้ันวางแผน

- ศึกษำข้อมูลกำรอำ่ น กำรเขียน และกำรส่อื สำร กำรคดิ คำนวณ และจัดกจิ กรรมกำรเรยี นกำรสอน
สอดคล้องกบั มำตรฐำนตวั ชว้ี ดั ของหลักสูตร ซึ่งโรงเรยี นเมืองโพธช์ิ ยั พิทยำคมส่งเสริมให้ครูจัดกระบวนกำรเรียนกำร
สอนทเี่ นน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคญั และเปน็ ไปตำมศักยภำพของผูเ้ รียนและตำมมำตรฐำน ตัวช้ีวัดของหลักสูตร มกี ำร
ออกแบบกำรจัดกำรเรียนรู้ท่เี หมำะสมกับผู้เรยี น โดยกำรดำเนนิ งำน/กิจกรรมอยำ่ งหลำกหลำย ได้แก่ งำนหลกั สูตรมี
กำรประชุมปฏบิ ัติกำร ปรับปรงุ หลักสูตรสถำนศึกษำ ตำมมำตรฐำนกำรเรยี นรแู้ ละตัวช้วี ัดฯ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.
2560) เพอ่ื ให้ครใู ช้เปน็ กรอบในกำรจัดกำรเรียนกำรสอน กำรพฒั นำผู้เรียน ส่งเสรมิ สนบั สนุนใหผ้ ู้เรียนบรรลตุ ำม
เป้ำหมำยทว่ี ่ำ “กำรจดั กำรศึกษำต้องเปน็ ไปเพื่อพฒั นำคนไทยใหเ้ ป็นมนษุ ย์ที่สมบรู ณท์ ้ังรำ่ งกำย จิตใจ สติปัญญำ
ควำมรู้ และคุณธรรม จรยิ ธรรม และวฒั นธรรมในกำรดำรงชีวติ สำมำรถอยู่ร่วมกบั ผู้อน่ื ไดอ้ ยำ่ งมีควำมสขุ ซง่ึ สอด
รบั กับจุดมุ่งหมำยของหลักสตู รแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพื้นฐำน พุทธศักรำช 2551 ท่ีได้มงุ่ พัฒนำใหผ้ ูเ้ รียนเป็นคนดี มี
ปัญญำ มีควำมสุข โรงเรยี นเมอื งโพธ์ชิ ยั พิทยำคมได้มีกำรเพื่อพฒั นำทกั ษะชวี ิตของผู้เรยี นเพอ่ื ให้อยใู่ นสังคมไดอ้ ย่ำง
มคี วำมสุข อีกทั้งยงั จัดกิจกรรมพฒั นำผ้เู รียนโดยมีกิจกรรมคือ กิจกรรมลดเวลำเรยี นเพ่ิมเวลำรู้

15

กิจกรรมชุมนุม กจิ กรรมเสยี งตำมสำย กิจกรรมรกั กำรอ่ำน อยำ่ งเข้มข้น โดยกิจกรรมกำรเรยี นกำรสอนของทุก ๆ
กลมุ่ สำระจะสอดแทรกใหผ้ เู้ รียน มคี วำมรู้ ทักษะพนื้ ฐำนและเจตคตทิ ี่ดตี อ่ งำนอำชีพ งำนส่งเสรมิ และพฒั นำ
ศักยภำพนักเรียนสง่ เสริมนกั เรยี นตำมศกั ยภำพเพื่อใหบ้ รรลเุ ปำ้ หมำยด้ำนอำชพี ทนี่ ักเรียนตงั้ เป้ำหมำยไว้ งำนแนะ
แนว จดั กจิ กรรมแนะแนวอำชีพอยำ่ ง คลินิกภำษำ ด้ำนอำชีพ และด้ำนสว่ นตวั และสังคม

- ศึกษำรูปแบบ แนวทำงกำรพฒั นำคุณภำพผ้เู รยี น ดำ้ นกำรอำ่ น กำรเขยี น และกำรสอื่ สำร
- กำหนดโครงกำรทดี่ ำเนนิ กำรในกำรพัฒนำผเู้ รยี น ดำ้ นกำรอ่ำน กำรเขยี น และกำรสือ่ สำร ไดแ้ ก่ วนั
ภำษำไทยแห่งชำติ มุมนักอ่ำน
- แต่งตั้งคณะกรรมกำรดำเนินงำนในกำรดำเนนิ โครงกำรพัฒนำคุณภำพผู้เรียน ด้ำนกำรอ่ำน กำรเขยี น
และกำรสื่อสำร

ขัน้ ดาเนนิ การ
ขน้ั ตอนนี้ เปน็ ข้ันตอนของกำรนำแผนงำน/โครงกำร และกิจกรรมตำ่ ง ๆ ท่ีกลุ่มงำนบริหำร กลมุ่ สำระ
กำรเรียนรู้ และบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ ได้ดำเนนิ กำรนำไปสูก่ ำรปฏบิ ัติ เพ่ือให้เกดิ กระบวนกำรเรียนรู้ ที่เนน้
ทกั ษะใหผ้ ้เู รียนได้ฝึกปฏิบัติ ไดล้ งมอื ทำ (Active Learning) และฝกึ ทักษะกำรคดิ วิเครำะห์ คดิ สร้ำงสรรค์
คิดอยำ่ งมีวจิ ำรณญำณ โดยกำรผสมผสำนกบั องค์ควำมรจู้ ำกแหล่งเรยี นรู้ ภมู ิปญั ญำท้องถ่ินมำใชใ้ นกำร
พัฒนำกำรเรียนรู้ของผ้เู รียน ดงั เช่น กำรจัดกจิ กรรมกำรเรียนร้ใู นรำยวิชำโครงงำนของกล่มุ สำระตำ่ ง ๆ กำรศึกษำ
คน้ คว้ำดว้ ยตนเอง (Independent Study: IS) เป็นวชิ ำทีเ่ น้นใหผ้ ูเ้ รียนได้พฒั นำกระบวนกำรคดิ อยำ่ งเปน็ ระบบ
ตำมควำมถนัดควำมสนใจ ให้เกดิ ประโยชน์ทสี่ ำมำรถนำมำประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวันได้มีกำรใชก้ ระบวนกำร PLC
: (Professional Learning Community) เพ่ือแก้ปัญหำกำรเรียนกำรสอนทุกกล่มุ สำระกำรเรยี นรู้ มีกำรซ่อมเสริม
กำรเรยี นรใู้ ห้แกผ่ ู้เรยี นอยำ่ งเหมำะสม ทุกกลุ่ม เป้ำหมำย ทงั้ กลุม่ เกง่ ปำนกลำง อ่อน ซึ่งวธิ กี ำรซ่อมเสรมิ เปน็ กำร
พฒั นำผูเ้ รียนด้วยวิธีกำรท่ี หลำกหลำย เชน่ พ่สี อนน้องเพ่ือนช่วยเพือ่ น ศษิ ย์เกำ่ แนะแนวรนุ่ นอ้ ง เป็นต้น
มีกำรสรำ้ งส่ือ นวตั กรรม จัดทำวจิ ยั ช้ันเรียน เพื่อแกป้ ญั หำและพัฒนำกำรเรียนรู้ของผ้เู รียน มกี ำรนิเทศ
ตดิ ตำม สนับสนุน ให้ขวัญและกำลงั ใจ สนับสนนุ ระบบดูแลช่วยเหลอื ผู้เรยี น ท้ังดำ้ นทกั ษะวิชำกำร ทักษะ
วชิ ำชพี และทักษะชีวติ
นอกจำกนีย้ ังจัดใหม้ ีกิจกรรมบูรณำกำรตำมแนวทำงสะเตม็ ศกึ ษำ (STEM) ซึ่งเป็นแนวทำง กำรจัดกำร
ศกึ ษำทบ่ี ูรณำกำรควำมรู้และทกั ษะกระบวนกำร โดยเน้นกำรนำควำมรูไ้ ปใช้แก้ปัญหำในชีวติ จริง โดยผู้เรียนจะมี
โอกำสนำควำมรู้มำออกแบบวธิ ีกำรหรือกระบวนกำร เพ่ือตอบสนองควำมต้องกำร หรือแก้ปัญหำท่เี ก่ียวขอ้ งกับ
ชวี ติ ประจำวัน โดยมกี ำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นร้ผู ำ่ นกระบวนกำรคิดและกำรปฏิบตั จิ ริงตำมมำตรฐำนกำรเรียนรู้ และ
ตัวช้วี ัดของหลกั สูตร ทง้ั 8 กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้
สรปุ ได้วำ่ ในข้ันตอนน้จี ะทำให้ผู้เรียน เรียนรูอ้ ย่ำงมคี วำมสุข โดยผเู้ รียนจะได้รับกำรพฒั นำคุณภำพจำก
กระบวนกำรเรียนรู้ ดังนี้
1. เรียนรู้ปฏิบตั ิจริงทหี่ ลำกหลำย
2. แลกเปล่ยี น เรยี นรู้รว่ มกนั
3. เรียนรแู้ บบองค์รวม (บรู ณำกำร)
4. เรยี นรู้วธิ กี ำรของตนเอง

ขัน้ ตรวจสอบ กำรตรวจสอบผลกำรปฏิบัติงำนต่ำงๆดงั น้ี
1. ผลสัมฤทธใ์ิ นกำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นกำรสอน
2. ผลกำรประเมินโครงกำรประจำปี
3. ผลกำรประเมนิ กจิ กรรมทีส่ นบั สนุนกำรพัฒนำคุณภำพผู้เรยี น
4. ผลกำรทดสอบระดับชำติ เช่น O-NET

16

ขั้นปรับปรงุ พัฒนา
1. ประชุมคณะกรรมกำร วำงแผนในกำรพัฒนำกำรอ่ำน กำรเขยี นและกำรส่ือสำร ใหม้ ีควำมย่ังยนื เช่น

กำรทำ PLC เพอ่ื ยกระดับผลสมั ฤทธ์ิ และแก้ปัญหำกำรอ่ำน กำรเขียนและกำรสือ่ สำร ของกล่มุ สำระกำรเรยี นรู้
ภำษำไทย กำรจดั กิจกรรมชมุ นมุ เพ่ือกำรแกไ้ ขปญั หำและพัฒนำควำมสำมำรถด้ำนกำรอ่ำน กำรเขยี นและกำร
สอื่ สำรของผเู้ รยี น

2. นเิ ทศ ติดตำม ตรวจสอบกำรออกแบบกำรจดั กำรเรียนรู้และจัดกจิ กรรมกำรเรยี นรู้ตำมธรรมชำตขิ อง
รำยวิชำ พัฒนำคุณภำพผ้เู รยี นตำมมำตรฐำนตัวชีว้ ัด ส่งเสริมสมรรถนะสำคัญของผู้เรยี นทั้ง 5 ประกำรก่อน
ดำเนินกำรจดั กำรเรยี นรู้

3. นิเทศ ติดตำม ตรวจสอบกำรจดั กจิ กรรมซ่อมเสริมใหก้ ับนกั เรยี นทมี่ ีปัญหำนอกเวลำเรยี น มีกำรวดั และ
ประเมนิ ผลกำรจดั กิจกรรมเพื่อให้นักเรียนผ่ำนเกณฑ์กำรประเมนิ ควำมสำมำรถในกำรอ่ำน กำรเขียนและ
กำรสื่อสำร

4. พฒั นำกำรจดั กจิ กรรมกำรเรยี นกำรสอน สรำ้ งสอ่ื ที่ทนั สมัย ใช้เทคโนโลยีช่วยในกำรบริหำรจดั กำร

2.2 ข้อมลู หลักฐาน เอกสารเชงิ ประจกั ษ์ ทส่ี นบั สนุนผลการประเมนิ ตนเอง
1) ผลงำนท่ีสะท้อนควำมสำมำรถในกำรอำ่ น กำรเขียน กำรส่ือสำร ข้อมูล หลักฐำนเอกสำรเชิงประจักษ์ คือ

บนั ทึกรักกำรอ่ำน กลมุ่ สำระกำรเรียนรภู้ ำษำไทย รำยงำนกิจกรรมหรอื โครงกำรสัปดำห์ห้องสมดุ รำยงำนกิจกรรม
หรือโครงกำรของกลุ่มสำระกำรเรียนรภู้ ำษำไทยและภำษำตำ่ งประเทศ โครงกำรวันภำษำไทยแห่งชำติ ตัวอย่ำง
ชิ้นงำนทีส่ ะท้อนควำมสำมำรถในกำรอำ่ น กำรเขยี นและกำรสือ่ สำรของนักเรยี น ทัง้ 8 กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ เชน่
งำนสรปุ องค์ควำมรูเ้ ป็นหนังสือเลม่ เล็ก งำนสรุปองค์ควำมรู้ดว้ ยแผนผังควำมคดิ เป็นต้น สรุปผลรำยงำนกำร
ทดสอบกำรอำ่ นรู้เร่ือง ตำมแนว PISA และกำรประเมนิ ผลกำรอ่ำนวรรณคดแี ละวรรณกรรม กลุ่มสำระกำรเรียนรู้
ภำษำไทย รำยงำนผลกำรแข่งขนั ทักษะควำมสำมำรถด้ำนกำรอำ่ น และกจิ กรรมพัฒนำผูเ้ รยี น สถิตกิ ำรอ่ำนออก
เขยี นไดแ้ ละกำรสื่อสำรของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 1- 6

2) ขอ้ มูลทีส่ ะท้อน กำรพฒั นำควำมสำมำรถในกำรคิดคำนวณ ได้ดำเนนิ กำรในระดับชนั้ มัธยมศกึ ษำปีท่ี
1 – 6 โดยใชแ้ บบวดั ควำมสำมำรถในกำรคดิ คำนวณระดับพน้ื ฐำนท่สี อดคล้องกบั มำตรฐำนและตวั ชว้ี ดั ในแตล่ ะ
ระดบั ช้นั โครงกำรทส่ี นบั สนุนควำมสำมำรถในกำรคิดคำนวณ โครงกำรคำ่ ยคณติ ศำสตร์ โครงกำรติวโอเน็ต

3) ผลงำนที่สะท้อนควำมสำมำรถในกำรคดิ วิเครำะห์ คดิ อย่ำงมีวิจำรณญำณ ผลสมั ฤทธิท์ ำงกำรเรียนของ
ผูเ้ รยี นสูงขึน้ ทัง้ ระดับมธั ยมศึกษำปที ี่ 3 และ 6 ผลงำนและกจิ กรรมเดน่ ๆ ของผูเ้ รยี นท่ีเผยแพรส่ ู่สำธำรณะ

4) ผลงำนท่สี ะท้อนควำมสำมำรถในกำรสร้ำงนวัตกรรม และชิน้ งำนที่เกิดจำกกระบวนกำรเรยี นรใู้ นแตล่ ะ
กลมุ่ กำรศกึ ษำ ช้นิ งำนที่เกิดจำกกระบวนกำรเรียนรใู้ นแตล่ ะกลมุ่ กำรศึกษำ รูปเล่มโครงงำนวทิ ยำศำสตร์ของ
นกั เรยี นระดับชนั้ มธั ยมศึกษำปีที่ 3 ในแตล่ ะปีกำรศึกษำ และชนิ้ งำนที่เกิดจำกกระบวนกำรเรยี นรู้ในแต่ละกลุ่มสำระ

5) ผลงำนที่สะท้อนควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศและกำร ระบบเครื่องแมข่ ำ่ ยและ
อนิ เทอร์เนต็ ท่มี ีประสทิ ธิภำพ ครอบคลุมพืน้ ท่ีปฏิบัติกำรสอนร้อยละ 100 มีอปุ กรณเ์ พื่อกำรใช้งำนเทคโนโลยี
สำรสนเทศ ในกำรจัดกำรเรยี นรูใ้ นหอ้ งเรียน เช่น Smart TV เครือ่ งฉำยภำพ เครื่องขยำยเสยี ง นักเรยี นทุกคน และ
บุคลำกรทุกคน มีบัญชีสำหรบั เข้ำใช้งำนอนิ เทอร์เน็ต มกี ำรเกบ็ ข้อมูลกำรใช้งำน ตำม พ.ร.บ. คอมพวิ เตอร์ 2560
ตลอดจนกำรคัดกรอง ควบคุม ปดิ ก้ันเวบ็ ไซต์ทไี่ มเ่ หมำะสม โรงเรียนมีกำรจัดกำรเรียนกำรสอน คอมพวิ เตอรจ์ ดั
สอนทกุ ระดบั ชัน้ มกี ำรจัดหำเคร่ืองคอมพวิ เตอร์และส่ือในรูปแบบออนไลน์ เพื่อใหน้ ักเรยี นทำงำนสืบคน้ หำควำมรู้
นอกเวลำเรียน นักเรยี นมีทักษะ ควำมสำมำรถในกำรใชง้ ำนและเรยี นรู้ สบื ค้น ผำ่ นระบบเทคโนโลยีสำรสนเทศ มี
กำรจดั กำรเรยี นร้ใู นห้องเรยี นผ่ำนระบบเทคโนโลยีสำรสนเทศ นกั เรียนมีทักษะในกำรติดต่อสอื่ สำร ผำ่ นระบบ
ออนไลน์

17

6) ขอ้ มูลที่สะท้อนกำรพฒั นำดำ้ นผลสัมฤทธ์ทิ ำงกำรเรยี นตำมหลักสตู ร โดยครผู ู้สอนสำมำรถจัดกจิ กรรม
กำรเรยี นกำรสอนไดส้ อดคล้องกบั มำตรฐำนและตวั ชีว้ ดั วดั และประเมินผลตำมสภำพจรงิ ตำมธรรมชำตวิ ิชำและ
ศักยภำพของผเู้ รียน ส่งผลให้ผูเ้ รยี นมคี วำมสำมำรถในกำรอ่ำน กำรเขียนกำรส่ือสำร กำรคิดคำนวณ คดิ วิเครำะห์
คดิ อยำ่ งมวี ิจำรณญำณ อภิปรำยแลกเปลยี่ นควำมคดิ เหน็ พรอ้ มทง้ั มกี ำรสร้ำงนวตั กรรม กำรใช้เทคโนโลยี
สำรสนเทศและกำรสอ่ื สำรเพ่ือพัฒนำตนเองและสังคมในด้ำนกำรเรยี นรู้กำรส่ือสำร เพื่อให้เกิดกำรทำงำนอย่ำง
สรำ้ งสรรคแ์ ละมีคุณภำพ ซึ่งทำให้ผู้เรียนบรรลุ และมีควำมกำ้ วหนำ้ ในกำรเรยี นรู้ ผู้เรยี นมผี ลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน
ตำมหลักสตู รสถำนศึกษำสงู ตำมเป้ำหมำยที่สถำนศึกษำกำหนด พรอ้ มทัง้ มีผลกำรทดสอบระดับชำติ (O-NET) ของ
นักเรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษำปที ี่ 3 และชน้ั มธั ยมศึกษำปีที่ 6 มคี ะแนนเฉล่ยี สงู ขน้ึ

7) ผลงำนทีส่ ะท้อนควำมรู้ ทักษะพืน้ ฐำน และเจตคตทิ ่ีดีต่องำนอำชีพ เชิงประจักษ์ ดังนี้ ไดแ้ ก่ กิจกรรม
นกั เรียนร้จู กั อำชีพของครอบครวั จำกกำรเขียน My Mapping จัดทำรำยงำนเรื่อง อำชีพที่สนใจทตี่ รงตำมแผนกำร
เรยี นในอนำคต จดั ทำรำยงำนกำรวำงแผนอำชีพทีต่ นสนใจ

3. จุดเดน่ จุดทค่ี วรพัฒนา แผนพัฒนาคุณภาพเพ่อื ยกระดับใหส้ ูงขึ้น

จดุ เดน่ จุดท่ีควรพัฒนา

ผู้เรยี นอำ่ นหนังสือออกและอ่ำนคล่อง ผ้เู รยี นควรไดร้ ับกำรพัฒนำฝึกทกั ษะด้ำนกำรคิด
รวมทง้ั สำมำรถเขยี นเพื่อกำรสอ่ื สำรได้ สำมำรถใช้ เชิงสร้ำงสรรค์ และวเิ ครำะห์ควำมต่ำงของสง่ิ ต่ำงๆ โดย
เทคโนโลยีในกำรแสวงหำควำมร้ไู ดด้ ้วยตนเอง กำรจัดกจิ กรรมท่สี อดแทรกไว้ในทกุ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้
ผูเ้ รียนมสี ขุ ภำพร่ำงกำยแข็งแรงมีสมรรถภำพทำง กำรนำเทคนิคทักษะกำรคิดที่หลำกหลำยวิธกี ำรพฒั นำ
กำยล้ำหนกั สว่ นสูงตำมเกณฑ์ ร่ำงกำยสมส่วน ผ้เู รยี น
สถำนศึกษำจดั กิจกรรม Open House มีกำรจดั
กิจกรรมกีฬำสี กจิ กรรมเข้ำค่ำยพัฒนำ โครงกำรจติ
สำธำรณะ ซ่งึ เปน็ กำรส่งเสรมิ ผู้เรยี นใหพ้ ัฒนำเตม็
ศกั ยภำพ มีกำรจัดแหลง่ เรยี นรู้ภำยในได้อยำ่ ง
เหมำะสม มสี ื่อดำ้ นเทคโนโลยที ที่ นั สมยั ผู้เรยี นมี
สขุ ภำพกำย สุขภำพจิต ดี กล้ำแสดงออก และ
สำมำรถอยรู่ ่วมกบั ผ้อู ่นื อย่ำงมคี วำมสขุ

แผนพัฒนาคุณภาพเพื่อยกระดับใหส้ ูงขึ้น

1) พฒั นำให้นักเรียนมีทักษะในกำรอ่ำน กำรเขยี น กำรสือ่ สำร และกำรคดิ คำนวณเป็นไปตำมเกณฑท์ ่ี
โรงเรยี นกำหนดในแต่ระดบั ช้ัน

2) พฒั นำให้นักเรยี นมีควำมสำมำรถในกำรคิดจำแนก แยกแยะ ใคร่ครวญไตรต่ รอง พจิ ำรณำอยำ่ งรอบคอบ
โดยใช้เหตผุ ลประกอบกำรตัดสินใจ มกี ำรอภปิ รำยแลกเปลี่ยนควำมคดิ เห็น และแก้ปัญหำอย่ำงมเี หตผุ ล

3) พฒั นำให้นักเรยี นมีควำมสำมำรถในกำรรวบรวมควำมรูไ้ ดท้ ง้ั ด้วยตนเองและกำรทำงำนเป็นทีม เชือ่ มโยง
องค์ควำมรู้ และประสบกำรณ์มำใช้ในกำรสร้ำงสรรค์สิ่งใหม่ ๆ

18

4) พฒั นำให้นักเรยี น มคี วำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรส่ือสำรเพ่ือพัฒนำตนเอง และ
สงั คมในด้ำนกำรเรียนรู้ กำรส่ือสำร กำรทำงำน อย่ำงสรำ้ งสรรค์ และมีคุณธรรม

5) พฒั นำให้นักเรียน มีควำมก้ำวหน้ำในกำรเรยี นรตู้ ำมหลกั สูตรสถำนศึกษำจำกพืน้ ฐำนเดมิ ในดำ้ นควำมรู้
ควำมเขำ้ ใจ ทักษะ กระบวนกำรตำ่ ง ๆ

6) พฒั นำให้นักเรียนมีควำมก้ำวหน้ำในผลกำรทดสอบระดับชำติ มคี วำมรู้ ทักษะพนื้ ฐำนในกำรจัดกำร
เจตคตทิ ่ีดีพรอ้ มทจ่ี ะศึกษำต่อในระดบั ชนั้ ทสี่ ูงขึน้ มพี ฤตกิ รรมเปน็ ผู้ที่มคี ุณธรรม จริยธรรม เคำรพในกฎกติกำ

7) พัฒนำให้นักเรยี นมีคำ่ นิยมและจติ สำนึกตำมทส่ี ถำนศึกษำมีควำมภมู ใิ จในท้องถนิ่ เห็นคณุ ค่ำของควำม
เปน็ ไทย มีสว่ นรว่ มในกำรอนุรักษ์วฒั นธรรมประเพณีไทยรวมทัง้ ภูมิปัญญำไทย

8) พฒั นำให้นักเรยี น มีกำรรกั ษำสขุ ภำพกำย สขุ ภำพจติ อำรมณ์ และสังคม แสดงออกอย่ำงเหมำะสมในแตล่ ะชว่ ง
วัย

มาตรฐานที่ 1 คณุ ภาพของผู้เรยี น
ประเด็นพิจารณา 1.2 คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ของผ้เู รียน

1. ระดบั คุณภาพ ดีเลิศ

มาตรฐาน / ประเด็นพิจารณา ค่าเป้าหมาย
(ระดบั คุณภาพ)
มาตรฐานท่ี 1 คณุ ภาพของผเู้ รยี น
1.2 คุณลักษณะท่ีพงึ ประสงคข์ องผเู้ รียน ระดบั 4 (ดเี ลศิ )

1) มคี ุณลกั ษณะและค่ำนยิ มท่ีดีตำมที่สถำนศกึ ษำกำหนด ระดบั 4
2) ควำมภมู ิใจในทอ้ งถิน่ และควำมเปน็ ไทย ระดับ 4
3) ยอมรบั ท่ีจะอยรู่ ว่ มกนั บนควำมแตกต่ำงและควำมหลำกหลำย ระดับ 4
4) สุขภำวะทำงร่ำงกำย และลกั ษณะจติ สังคม ระดับ 4

2. วิธกี ารพฒั นา/ผลที่เกิดจากการพัฒนา ข้อมูล หลักฐาน เอกสารเชงิ ประจกั ษ์ ท่ีสนบั สนุนผลการประเมิน
ตนเอง

วิธีการพฒั นา

ขน้ั วางแผน เป็นขน้ั ตอนในกำรดำเนนิ กำรแต่งต้งั คณะกรรมกำรพฒั นำคณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ ประชุม
วำงแผนในกำรวเิ ครำะห์พฤติกรรมทบ่ี ง่ ช้คี ุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ ศึกษำตัวช้ีวัดตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ัน
พ้นื ฐำน พิจำรณำตัวชวี้ ัดว่ำมคี วำมครอบคลุมและสอดคลอ้ งกบั ลักษณะธรรมชำติของวิชำกิจกรรมพัฒนำผูเ้ รียน
โครงกำรและกิจกรรมตำ่ ง ๆ ตลอดถงึ กำรศึกษำแนวคิดทฤษฎที ่ีเกี่ยวข้องกับกำรพฒั นำคุณลักษณะอันพึงประสงค์
เพอ่ื ใหไ้ ด้แนวปฏบิ ัติในกำรพัฒนำผู้เรียนว่ำจะดำเนนิ กำรพัฒนำคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ด้วยวิธีใด เชน่ กำรบรู ณำ
กำรในกำรจดั โครงกำร /กิจกรรมของกล่มุ สำระกำรเรยี นรู้ 8 กลมุ่ สำระกำรบรู ณำกำรในกำรจัดกจิ กรรมพฒั นำ
ผู้เรยี น กำรจัดโครงกำรพฒั นำคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์และกำรปลูกฝงั คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ โดยสอดแทรกใน
กจิ วตั รประจำวนั ของสถำนศึกษำเมื่อไดว้ ิธีในกำรดำเนินกำรพฒั นำจึงศึกษำข้อมลู พื้นฐำนของผเู้ รยี นก่อนกำรพฒั นำ
โดยได้ขอ้ มูลจำกระบบดแู ลชว่ ยเหลือนักเรียน น ำข้อมลู นักเรียนท่ีได้มำพจิ ำรณำสรำ้ งเครื่องมือกำรประเมนิ
คณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงค์ทีเ่ หมำะสม สอดคล้องกบั แนวปฏิบตั ิในกำรพฒั นำทวี่ ำงไว้

19

การนาไปปฏบิ ตั ิ ดำเนินกำรพฒั นำผ้เู รียนตำมแนวทำงที่กำหนดไว้ในกจิ กรรมกำรเรยี นรู้ทั้งในและ
นอกห้องเรยี น ประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงคผ์ ู้เรียนเป็นรำยกิจกรรม โดยใชเ้ คร่ืองมือในกำรประเมิน
ทีเ่ หมำะสมและสอดคล้องกบั กจิ กรรมและตัวชีวดั ทต่ี ้องกำรวดั แต่ละกจิ กรรม

การตรวจสอบ นเิ ทศ ตดิ ตำม ตรวจสอบกำรพฒั นำผเู้ รียนเปน็ ระยะอย่ำงสมำ่ เสมอ รำยงำนผล
ข้อมลู กำรพฒั นำคุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ตำมโครงกำร กิจกรรม สะท้อนผลกำรพฒั นำ

การปรบั ปรงุ พัฒนา นำข้อมูลท่ไี มผ่ ำ่ นเกณฑ์คณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงคม์ ำวำงแนวทำงในกำร
ปรบั ปรงุ พฤติกรรมให้เหมำะสมและดำเนนิ กำรแก้ไขพฤติกรรมของผเู้ รยี น เมื่อผเู้ รียนทำไม่ผำ่ นเกณฑก์ ำรพัฒนำ
คุณลักษณะท่พี ึงประสงค์ ได้รับกำรแก้ไขตำมแนวทำงกำรแกไ้ ขปรบั ปรุงคุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ของผู้เรียนท่ี
สถำนศกึ ษำกำหนด รำยงำนผลใหผ้ บู้ งั คับบัญชำและผมู้ สี ่วนเก่ียวข้องทรำบ จึงมีกำรประชุมวำงแผนโดยกำรนำ
ข้อมูลกำรพฒั นำคุณลักษณะทพี่ งึ ประสงคท์ ี่ดำเนินกำร จำกกำรรำยงำนมำหำแนวทำงในกำรสร้ำงเป็นแผนพฒั นำ
คณุ ภำพเพ่ือยกระดับคุณภำพมำตรฐำนกำรพฒั นำคณุ ลักษณะที่พึงประสงคใ์ ห้สงู ข้นึ ต่อไป

ผลการดาเนินพัฒนาคณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงคข์ องผ้เู รยี น
1) ผู้เรยี นมีคณุ ลักษณะและค่ำนยิ มทส่ี งู กว่ำเป้ำหมำยทสี่ ถำนศึกษำกำหนด เปน็ แบบอย่ำงได้

ซึง่ มีโครงกำรและกิจกรรมตำ่ ง ๆ ท่เี สริมสร้ำงคณุ ธรรม จรยิ ธรรมท่กี อ่ ให้เกดิ คุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์ และ
ค่ำนยิ มที่ดี ไดแ้ ก่ กจิ กรรมเคำรพธงชำติ กิจกรรมวันสำคัญ วันพอ่ แหง่ ชำติ วนั แม่แหง่ ชำติ กจิ กรรมวนั ไหวค้ รู
กิจกรรมส่งเสริมวิถีประชำธิปไตย กำรจัดกำรเรียนกำรสอนตำมหลักสตู รต้ำนทจุ ริตศึกษำ กิจกรรมขับขปี่ ลอดภยั
นอกจำกน้ี มกี จิ กรรมทีด่ ำเนินกำรตำมวำระโอกำสวนั สำคญั ทำงศำสนำและวันสำคญั ของสถำนศกึ ษำ เช่น กจิ กรรม
ทำบญุ ตกั บำตรเน่ืองในวันสำคัญ กจิ กรรมกำรบรจิ ำคโลหติ สภำกำชำดจังหวัดบรุ ีรมั ย์

2) ผู้เรยี นควำมภูมิใจในทอ้ งถิ่นเห็นคณุ คำ่ ของควำมเปน็ ไทย มสี ่วนร่วมในกำรอนรุ ักษ์วัฒนธรรม ประเพณี
และภูมิปญั ญำไทย ซึ่งมสี ่วนร่วมกจิ กรรมและเข้ำร่วมสืบสำนอนุรกั ษ์วฒั นธรรมประเพณีภมู ิปญั ญำท้องถิ่นและควำม
เป็นไทย ดว้ ยควำมตั้งใจและภำคภูมิใจอย่ำงสมำ่ เสมอ ไดแ้ ก่ กจิ กรรมวันแม่แหง่ ชำติ กจิ กรรมวันสนุ ทรภู่ กจิ กรรม
กำรแขง่ ขันโครงกำรรักษ์ภำษำไทยเนื่องในวันภำษำไทยแห่งชำติ กิจกรรมเปดิ กีฬำสีภำยใน กิจกรรมทำบุญตักบำตร
เนอ่ื งในวันสำคัญตำ่ งๆ

3) ผเู้ รียนมีควำมสำมำรถอยู่ร่วมกันบนควำมแตกต่ำงที่หลำกหลำย จำกสภำพควำมแตกตำ่ งหลำกหลำย
ของนักเรยี นตำมภูมลิ ำเนำและสถำนท่ตี ้ังสถำนศึกษำ โดยมุ่งเน้นกำรสรำ้ งเสริมทักษะชวี ิต เพ่ือสร้ำงกำรยอมรับและ
อยู่รว่ มกันกับผูอ้ ืน่ ได้อยำ่ งมีควำมสุข ตำมองค์ประกอบทงั้ 4 ดำ้ น คือ1) กำรตระหนักรู้และเหน็ คณุ คำ่ ในตนเองและ
ผู้อืน่ 2) กำรคดิ วิเครำะห์ตดั สินใจ และแก้ปัญหำอย่ำง 3) กำรจดั กำรกับอำรมณแ์ ละควำมเครียด 4) กำรสรำ้ ง
สมั พันธภำพท่ีดีกบั ผ้อู ืน่ และ มงุ่ เน้นสร้ำงกำรยอมรับในควำมแตกต่ำงระหวำ่ งบุคคล

4) ผเู้ รยี นมสี ขุ ภำวะทำงรำ่ งกำย และจิตสงั คมสงู กว่ำเปำ้ หมำยท่สี ถำนศกึ ษำกำหนดสง่ เสริมให้บุคลำกรใน
โรงเรยี นมสี ขุ ภำพอนำมัยทด่ี ีติดตอ่ ประสำนงำน กบั หนว่ ยงำนภำยนอกโรงเรียน เชน่ โรงพยำบำล เพอ่ื ตรวจสุขภำพ
นกั เรียน และครู ให้ควำมรู้ ด้ำนสขุ ภำพอนำมัยกำรป้องกันโรคตดิ ต่อชนิด ตำ่ ง ๆ กำรป้องกันกำรระบำดของโรค จัด
ใหม้ เี อกสำรเผยแพร่ และแบบพิมพ์ท่ใี ชใ้ นงำนอนำมัย

โรงเรยี น วำงแผน ดำเนินกำรจัดกจิ กรรมและรำยงำนผลเกี่ยวกบั กำรสง่ เสรมิ สขุ ภำพอนำมยั แก่นักเรยี นและ
บคุ ลำกรของโรงเรียน จดั ซือ้ จดั บริกำรเวชภณั ฑแ์ ละจัดบุคลำกรไว้ให้บริกำรแก่นักเรยี นและบุคลำกรของโรงเรียน
อย่ำง เพียงพอและรวดเรว็ จัดเกบ็ ดแู ลรกั ษำอุปกรณ์ที่ใช้ในกำรปฐมพยำบำล ให้อยู่ในสภำพเรียบรอ้ ยสะดวก
ตอ่ กำรใช้งำน จดั ทำหอ้ งปฐมพยำบำลให้สะอำดและพร้อมต่อกำรใชง้ ำน กิจกรรมสำรวจนำ้ หนักส่วนสงู ประจำปี
กำรศึกษำ โครงกำรกำรเฝ้ำระวังและปอ้ งกันไขห้ วดั ใหญ่ โครงกำรอบรมนกั เรียนอำสำสมัครสำธำรณสุข กิจกรรม
ตรวจสขุ ภำพนักเรยี นประจำปกี ำรศกึ ษำ โครงกำรอบรมตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ในวัยเรยี น ตรวจสขุ ภำพประจำปี
นักเรียนช้ันมธั ยมศึกษำปีท่ี 1-6

20

นอกจำกนี้ ยังมีกจิ กรรมทส่ี ่งเสรมิ สขุ ภำพกำยและสขุ ภำพจิตตลอดปกี ำรศึกษำ โดยกลมุ่ งำนส่งเสรมิ สุขภำพอนำมัย
รว่ มมือกบั คณะกรรมกำรดำเนินงำนตำมคำส่ังในกิจกรรมอ่ืน ๆ เชน่ กจิ กรรมกีฬำสีภำยใน กจิ กรรมวันต่อต้ำนยำเสพ
ตดิ กำรสวดมนต์ยำวเดือนละ 1 ครง้ั กำรทำบุญตักบำตรเน่ืองในวันสำคัญทำงพระพุทธศำสนำ กจิ กรรมแห่เทยี น
พรรษำ กจิ กรรมวันไหวค้ รู กิจกรรมทศั นศกึ ษำตำมแหลง่ เรียนรตู้ ำ่ งๆ

2.2 ขอ้ มูล หลักฐาน เอกสารเชิงประจักษท์ ี่สะท้อนคณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์ของผูเ้ รียน

1) ผเู้ รียนมคี ณุ ลักษณะและค่ำนยิ มท่ีตำมเปำ้ หมำยท่ีสถำนศึกษำกำหนด เปน็ แบบอย่ำงไดม้ ขี ้อมลู
หลักฐำน เอกสำรทีร่ บั รองผลกำรพัฒนำ ได้แก่ รำยงำนคะแนนคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของนกั เรียน แบบบันทกึ
กำรเขำ้ ร่วมกิจกรรมหนำ้ เสำธง แบบประเมินทใ่ี ช้ในกำรประเมินคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ตำมเกณฑ์
แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ทม่ี กี ำรประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รำยงำนโครงกำร กิจกรรมตำ่ งๆ ท่สี ง่ เสริม
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงคแ์ ละค่ำนิยมที่ดี โครงกำรท่ีสง่ เสริมคณุ ธรรมจรยิ ธรรม และงำนสง่ เสริมวถิ ีประชำธปิ ไตย
กจิ กรรมเคำรพธงชำติ กจิ กรรมวันพ่อแห่งชำติ กจิ กรรมวนั แม่แห่งชำติ กจิ กรรมสง่ เสริมวถิ ีประชำธิปไตย กิจกรรม
วนั ไหวค้ รู กจิ กรรมสอบธรรมศึกษำ โครงกำรโรงเรยี นคุณธรรม รำยงำนกำรจดั กำรเรียนรหู้ ลักสูตรต้ำนทุจรติ ศึกษำ
กิจกรรมขับข่ีปลอดภยั กิจกรรมปฐมนิเทศ กำรบรจิ ำคโลหิตสภำกำชำดจังหวัดบรุ รี ัมย์

2) ผู้เรยี นควำมภูมใิ จในท้องถิ่นเห็นคุณค่ำของควำมเป็นไทย มีส่วนร่วมในกำรอนุรักษว์ ัฒนธรรมประเพณี
และภมู ิปัญญำไทย เคร่ืองมอื กำรประเมินควำมภมู ใิ จในท้องถ่ินและควำมเป็นไทย แบบประเมนิ ผลงำน ใบงำน
แผ่นพับ กำรตอบคำถำม กำรนำเสนอตัวอยำ่ งภำพ /กิจกรรม ที่สะท้อนค่ำนิยม อตั ลกั ษณ์ เอกลักษณ์ของโรงเรยี น
และกจิ กรรมลดเวลำเรยี นเพ่ิมเวลำรู้

3) ผ้เู รยี นสำมำรถท่ีจะอยรู่ ่วมกนั บนควำมแตกต่ำงและหลำกหลำย โรงเรยี น ส่งเสริมควำมสำมำรถในกำร
คดิ วเิ ครำะห์ มีควำมสำมำรถในกำรแยกแยะส่ิงต่ำงๆ ได้ มุ่งจดั กิจกรรมที่ฝึกกำรใชเ้ หตผุ ล กำรแกป้ ญั หำ กำรคิดเลข
เร็ว อำทิ จัดกจิ กรรมสง่ เสริมและมุ่งพฒั นำผู้เรียนด้ำนเชำวน์ปญั ญำ และกระบวนกำรคิดทำงคณิตศำสตร์ ผำ่ น
กิจกรรมท่องสตู รคณู เพื่อฝกึ ฝนทักษะทำงด้ำนกำรจำและกำรคดิ เพือ่ พัฒนำกระบวนกำรคดิ อยำ่ งเปน็ ระบบทำง
คณติ ศำสตร์ ให้ควำมรู้และฝึกฝนอยำ่ งเข้มข้นจนเกิดควำมเชี่ยวชำญ อีกทง้ั ยังจดั โครงกำรสง่ เสรมิ และพัฒนำ
ศักยภำพผู้เรยี นตำมโครงกำร No Child left behind อยำ่ ท้งิ ใครไวข้ ้ำงหลงั

4) ผู้เรยี นมสี ุขภำวะทำงรำ่ งกำย และจติ สังคมตำมเปำ้ หมำยที่สถำนศึกษำกำหนด มีข้อมูลและหลักฐำน
เอกสำรทร่ี บั รองผลกำรพฒั นำ ไดแ้ ก่ กจิ กรรมสำรวจนำ้ หนักส่วนสูงประจำปีกำรศึกษำ โครงกำรอบรมตงั้ ครรภไ์ ม่พงึ
ประสงค์ในวัยเรยี น กิจกรรมกีฬำสภี ำยใน กจิ กรรมวันต่อต้ำนยำเสพตดิ กำรสวดมนต์ยำวทุกเย็นวันศกุ ร์
กำรทำบุญตักบำตรเนื่องในวนั สำคญั ทำงพระพุทธศำสนำ กิจกรรมวนั ไหว้ครู กิจกรรมทศั นศึกษำ กิจกรรมอำลำ
สถำบัน ส่งเสรมิ และพัฒนำควำมสำมำรถด้ำนกีฬำให้กับนักเรียน กจิ กรรมรบั วคั ซนี ป้องกนั มะเร็งปำกมดลูกใน
นักเรียนชั้นมธั ยมศกึ ษำปที ี่ 2

3. จดุ เดน่ จดุ ทค่ี วรพัฒนา แผนพฒั นาคณุ ภาพเพื่อยกระดบั ให้สูงขึน้

จุดเดน่ จดุ ท่คี วรพัฒนา

1. ผเู้ รียนมคี ุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์และค่ำนิยมท่ีดี 1. เขียนบรรยำย ประเดน็ หรือลกั ษณะ หรือคณุ ภำพ ที่
ตำมคำ่ เปำ้ หมำยท่สี ถำนศึกษำกำหนด ยังไม่เปน็ ที่พึงพอใจ หรือไมต่ รงกับเป้ำหมำยทก่ี ำหนดไว้
เปน็ แบบอยำ่ งได้ ซ่ึงมกี ำรส่งเสรมิ ใหผ้ ูเ้ รยี นเกดิ 2. กิจกรรมโครงกำรส่วนใหญ่ เป็นกำรสง่ เสริมสุขภำพ
พฤติกรรมทส่ี อดคล้องกับอัตลักษณ์ของโรงเรยี น รำ่ งกำยให้นักเรียนมคี วำมแข็งแรง เช่น ส่งเสรมิ กำรออก
2. กิจกรรมท่ีส่งเสริมคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์และ กำลงั กำย กำรจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ สขุ ภำพจิต เปน็ กำร
ค่ำนยิ มที่ดีของผูเ้ รยี น มคี วำมหลำกหลำย และ ป้องกันโรคเร้ือรังที่เกิดจำกพฤตกิ รรมมำกกวำ่ โรคทเ่ี กิด
เปน็ กจิ กรรมที่จัดขึน้ อย่ำงสม่ำเสมอ มีกจิ กรรมทเ่ี น้น

21

จุดเด่น จุดทค่ี วรพัฒนา

กำรพฒั นำและกจิ กรรมท่ีแก้ไขปญั หำคุณลกั ษณะทีไ่ ม่ จำกกำรติดเชื้อ ซงึ่ ในปี 2563 เกิดสถำนกำรณ์กำรระบำด
พึงประสงค์ สง่ ผลใหผ้ ู้เรยี นที่มคี ุณลักษณะพึงประสงค์ ของเช้ือไวรัส Covid-19 ซึ่งทำให้เห็นวำ่ ควำมสำคัญใน
ไมเ่ ป็นไปตำมเกณฑ์ทีส่ ถำนศึกษำกำหนด ไดร้ บั กำร กำรเตรยี มตวั และรบั มือกับโรคตดิ เชอื้ กส็ ำคญั เชน่ เดยี วกนั
แกไ้ ขพฤติกรรมมีพฤตกิ รรมท่ีดตี ำมเกณฑ์ จึงเป็นแนวทำงในอนำคตที่จะวำงแผนโครงกำรให้
3. เขยี นอธบิ ำย สง่ ที่เปน็ จุดแขง็ จุดเด่น ท่ีเปน็ ที่ ควำมรู้แกน่ ักเรียนสำหรบั โรคตดิ เชอื้ ทีอ่ ำจจะเกิดข้นึ ใน
ประจกั ษ์ที่สงั คมยอมรับ โดดเดน่ อนำคตต่อไป
4. มีชมุ ชนเข้มแขง็ คณะกรรมกำรสถำนศกึ ษำ
นกั เรยี นให้ควำมร่วมมือในกำรเขำ้ รว่ มกิจกรรม
วัฒนธรรมประเพณีไทย
5. ผู้เรยี นมสี ุขภำวะทำงร่ำงกำยและลกั ษณะจติ ทำง
สงั คมสูงขึน้ กวำ่ ค่ำเป้ำหมำยที่สถำนศกึ ษำกำหนด
เปน็ แบบอยำ่ งได้ ซ่งึ โรงเรียนมีกิจกรรมโครงกำรท่ี
ส่งเสริมทง้ั สุขภำพกำยและสขุ ภำพจิตทห่ี ลำกหลำย
ครบถ้วนทุกมิติ

แผนการพฒั นาคุณภาพ เพ่อื ยกระดับคณุ ภาพมาตรฐานใหส้ ูงข้นึ
1) มุง่ เน้นกำรจัดประสบกำรณใ์ นกำรฝกึ วินัยพน้ื ฐำนอยำ่ งสม่ำเสมอ โดยมกี ำรนำเทคโนโลยที ่ีมคี วำม

ทันสมยั มำใช้ในกำรจัดกระทำและประมวลผลข้อมูลสำรสนเทศ ให้เกดิ ควำมถูกต้อง รวดเรว็ และสำมำรถเปน็
แหล่งข้อมูลทีส่ ำคัญในกำรวำงแผนพฒั นำหรอื แก้ไขปัญหำเพ่อื ยกระดับคุณภำพมำตรฐำนใหส้ งู ขึน้ ได้อย่ำงถกู ต้อง
เปน็ รูปธรรม

22

มาตรฐานที่ 2
กระบวนการบริหารและการจดั การ

1. ระดบั คณุ ภาพ ดีเลศิ

มาตรฐาน / ประเดน็ พิจารณา ค่าเปา้ หมาย
(ระดบั คณุ ภาพ)
มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
1) กำรมเี ป้ำหมำย วิสัยทศั น์ และพนั ธกิจ ท่ีสถำนศึกษำกำหนดชดั เจน ระดบั 4 (ดีเลศิ )
2) มรี ะบบบรหิ ำรจัดกำรคุณภำพของสถำนศึกษำ ระดบั 4
3) ดำเนนิ งำนพัฒนำวชิ ำกำรทเี่ น้นคุณภำพผเู้ รยี นรอบด้ำนตำมหลกั สูตรสถำนศึกษำและ ระดับ 4
ทุกกลมุ่ เป้ำหมำย ระดับ 4
4) พัฒนำครูและบุคลำกรให้มีควำมเชยี่ วชำญทำงวชิ ำชีพ
5) จดั สภำพแวดลอ้ มทำงกำยภำพและสังคมทเ่ี อ้ือตอ่ กำรเรียนรู้อยำ่ งมีคณุ ภำพ ระดับ 4
6) จัดระบบเทคโนโลยสี ำรสนเทศเพื่อสนับสนนุ กำรบริหำรจดั กำรและกำรจดั กำรเรยี นรู้ ระดับ 4
ระดบั 4

2. วธิ กี ารพฒั นา/ผลท่เี กิดจากการพัฒนา ขอ้ มูล หลักฐาน เอกสารเชิงประจักษ์ ท่ีสนับสนุนผลการประเมนิ
ตนเอง

ข้นั วางแผน
1.1 ดำเนินกำรศึกษำสภำพบรบิ ทของโรงเรยี น วสิ ัยทศั น์ พันธกจิ ของโรงเรียน สภำพบริบทและ

ควำมต้องกำรของโรงเรียนและชุมชน ศกึ ษำหลักสตู รแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพ้นื ฐำน พุทธศักรำช 2551
(ฉบบั ปรบั ปรุง 2560) กรอบหลกั สตู รท้องถิ่น จุดเนน้ ควำมต้องกำรของสถำนศึกษำ ผู้เรียน และชุมชนพร้อมท้ัง
กำหนดเปำ้ หมำยให้เปน็ ไปตำมนโยบำยวิสยั ทัศนแ์ ละพนั ธกิจของโรงเรยี น

1.2 กำหนดวิธีในกำร แนวทำงในกำรพฒั นำคุณภำพกำรศึกษำ
1.3 กำหนดปฏิทินกำรทำงำน โดยกำรกำหนดวัตถุประสงค์ กำหนดคณะทำงำน และมอบหมำยควำม
รบั ผิดชอบ สำรวจสภำพปญั หำ โดยศกึ ษำผลกำรประเมนิ ภำยในประจำปีกำรศึกษำ ศึกษำมำตรฐำน นโยบำย
จุดเน้น และเอกสำรทีเ่ กี่ยวขอ้ ง
1.4 กำหนดตวั ช้ีวัดและเปำ้ หมำยควำมสำเร็จ
1.5 จดั ทำเคร่อื งมือทส่ี อดคล้องกับวสิ ัยทัศน์ พนั ธกจิ กลยุทธ์
ขนั้ ดาเนนิ การ
2.1 กำหนดแผนพฒั นำคณุ ภำพกำรศึกษำ โดยกำรจดั ทำโครงกำร จดั ทำแผนปฏบิ ตั ิกำร กจิ กรรม พัฒนำ
คณุ ภำพกำรศึกษำใหส้ อดคล้องกับมำตรฐำน เลือกใช้ข้อมูลจำกผลกำรประเมนิ ภำยในและคมู่ ือกำรนิเทศภำยใน
เป็นแนวทำงในกำรเนนิ กำรนเิ ทศภำยในผำ่ นเคร่ืองมือ
2.2 ดำเนินกำรพฒั นำงำนตำมโครงกำรและกิจกรรมท่ีกำหนดไว้ตำมปฏทิ นิ กำรทำงำน
ขั้นการตรวจสอบ
3.1 ตรวจสอบกำรจดั ทำแผนพฒั นำคุณภำพกำรศกึ ษำ ครอบคลุมและสอดคล้องกบั มำตรฐำน มกี ำร
กำหนดงบประมำณทเี่ หมำะสม กำหนดตัวชว้ี ดั ควำมสำเร็จ และปฏทิ ินกำรท ำงำนที่ชดั เจน ติดตำมได้
3.2 ตรวจสอบกำรดำเนนิ กำรตำมแผนพฒั นำคณุ ภำพกำรศึกษำ กำรดำเนนิ โครงกำร และกจิ กรรมต่ำง ๆ
วำ่ เป็นไปตำมแผนกำรดำเนินงำนและปฏิทนิ ทีว่ ำงไว้ ตลอดจนผลกำรพฒั นำ (รำยงำนโครงกำร)

23

ข้นั การปรบั ปรุง
4.1 กำรปรับปรุงวเิ ครำะห์กำรจัดแผนพัฒนำกำรศกึ ษำ เพื่อให้ได้ข้อมูลทสี่ ำมำรถนำไปปรบั ปรงุ ในปีต่อไป
4.2 กำรปรบั ปรงุ วิเครำะห์ กระบวนกำรจดั ทำรำยงำนผลกำรกำรพัฒนำคุณภำพ และฝ่ำยงำนทเ่ี กี่ยวข้อง

2.2 ขอ้ มลู หลกั ฐาน เอกสารเชงิ ประจักษ์ ทสี่ นับสนุนผลการประเมนิ ตนเอง

เพอ่ื ใหก้ ำรจัดทำรำยงำนผลกำรพัฒนำคุณภำพกำรศกึ ษำ มีคณุ ภำพกวำ่ ใชเ้ วลำน้อยกว่ำ เสนอผลที่ชดั เจน
กว่ำในปตี ่อไป

1) มกี ำรกำหนดเป้ำหมำย วิสยั ทัศน์ และพันธกิจสอดคลอ้ งกับบรบิ ทของโรงเรยี น ซง่ึ โรงเรยี นไดศ้ ึกษำ
สภำพปญั หำควำมต้องกำรพัฒนำของสถำนศึกษำ นโยบำยกำรปฏิรูปกำรศึกษำของชมุ ชน ยดึ หลกั ธรรมำภิบำลและ
แนวคิดหลักปรชั ญำเศรษฐกจิ พอเพยี ง มุง่ พัฒนำผเู้ รียนตำมแนวปฏิรูปกำรศึกษำสอดคลอ้ งกับสังคมกำรเปลี่ยนแปลง
ตำมแนวปฏิรปู ตำมแผนกำรศึกษำแหง่ ชำติโดยรว่ มมือกับผมู้ สี ่วนไดส้ ่วนเสียในกำรพัฒนำ รว่ มมือพฒั นำ ร่วม
รับผดิ ชอบและนำศำสตร์พระรำชำมำใชใ้ นกำรจัดกำรศึกษำ จัดทำแผนปฏิบตั กิ ำรประจำปที ส่ี อดคล้องกับกำรพัฒนำ
ผู้เรยี นทุกกลุม่ เป้ำหมำย ส่งเสริมควำมเปน็ เลิศทำงวิชำกำรเพื่อตอบสนองควำมต้องกำรของผเู้ รยี นและชุมชน

2) โรงเรยี นมีระบบกำรบรหิ ำรจัดกำรคณุ ภำพของสถำนศกึ ษำ ส่งผลต่อคุณภำพตำมมำตรฐำนกำรศกึ ษำ
ของโรงเรยี น มีกำรกำหนดแผนปฏบิ ตั ิกำรประจำปี แผนผังโครงสรำ้ งกำรบรหิ ำรงำนสอดคล้องกับกำรพัฒนำผู้เรียน
ทกุ กลมุ่ เปำ้ หมำย จัดทำค่มู ืองำนนเิ ทศภำยในและรำยงำนผลกำรสงั เกตกำรสอนของกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ทุกกลุม่
สำระและงำนแนะแนว ส่งผลตอ่ คุณภำพผู้เรยี นสำหรับโรงเรยี นที่มีอัตรำกำรแข่งขันสูง เป็นแบบอยำ่ งที่ดแี ละเป็นที่
ต้องกำรของผูป้ กครองและผเู้ รยี นในกำรเขำ้ ศึกษำต่อ

3) ดำเนนิ กำรพฒั นำงำนวิชำกำรท่ีเน้นผเู้ รียนตำมหลักสตู รสถำนศึกษำและทุกกลมุ่ เปำ้ หมำยมกี ำรจดั
กิจกรรมกำรเรยี นรทู้ ีเ่ ช่ือมโยงกับชวี ิตจรงิ โดยกำรจัดทำหลกั สูตรสถำนศึกษำปีกำรศึกษำ 2561 ตำมหลกั สูตร
แกนกลำงกำรศึกษำขนั้ พน้ื ฐำนพทุ ธศักรำช 2551 (ฉบับปรับปรงุ 2560) และหลกั สูตรกลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้
ตอบสนองควำมต้องกำรของผ้เู รยี นและชมุ ชน สง่ เสรมิ ควำมเป็นเลศิ ทำงวิชำกำรทักษะอำชีพและเทคโนโลยีเพื่อให้
ทันต่อกำรเปลีย่ นแปลง ส่งผลใหน้ กั เรียนมคี วำมสขุ เป็นคนเก่ง คนดี เข้ำศึกษำต่อในระดับทสี่ ูงขนึ้ หรอื ประกอบ
อำชีพตำมสถติ จำนวนนักเรยี นทสี่ ำเรจ็ กำรศึกษำ และสำมำรถปรบั ตวั ให้อยใู่ นสงั คมแห่งกำรเปล่ียนแปลงได้อย่ำงมี
ควำมสุข

4) พัฒนำครูและบุคลำกรให้มีควำมเชีย่ วชำญทำงวชิ ำชพี ครไู ด้พัฒนำตรงตำมควำมต้องกำรของครูและ
สถำนศึกษำ เพ่ือพัฒนำวิชำชพี พัฒนำงำน โดยกำรสง่ เสรมิ ให้ครไู ด้มีกำรอบรมพฒั นำตนเองให้มีควำมร้คู วำม
เช่ียวชำญตำมมำตรฐำนและตำแหน่ง จัดให้ครเู ข้ำรับกำรอบรมเพ่ือให้มีควำมรู้ตำมหลกั เกณฑ์ ว.21 จัดโครงกำร
พัฒนำครแู ละบุคลำกรทำงกำรศึกษำโดยกำรอบรม สมั มนำ ศกึ ษำดูงำนอยำ่ งต่อเนื่อง กำรใหบ้ ุคลำกรได้เป็นวิทยำกร
สนบั สนุนควำมรใู้ หก้ ับชมุ ชน มกี ำรติดตำมและประเมินผลกำรจดั กำรศึกษำอย่ำงเปน็ ระบบและต่อเนื่อง

5) จดั สภำพแวดลอ้ มทำงกำยภำพและสังคมท่ีเอ้ือตอ่ กำรจัดกำรเรยี นรู้อย่ำงมคี ุณภำพ
จดั ห้องเรียนใหส้ ะอำด ปลอดภยั ป้องกันกำรเกดิ อบุ ัตเิ หตุมีกำรอบรมเผชิญเหตุอันไม่พึงประสงค์

2.2 ขอ้ มลู หลกั ฐาน เอกสารเชิงประจักษ์ ทสี่ นับสนุนผลการประเมินตนเอง 24

1) มีกำรกำหนดเป้ำหมำย วสิ ยั ทัศน์ และพันธกจิ สอดคลอ้ งกบั บริบทของโรงเรียน โรงเรียนได้ศึกษำสภำพ
ปญั หำควำมต้องกำรพัฒนำของสถำนศึกษำ นโยบำยกำรปฏริ ูปกำรศกึ ษำของชุมชน ยึดหลักธรรมำภิบำลและแนวคิด
หลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพยี ง มุ่งพัฒนำผ้เู รยี นตำมแนวปฏริ ปู กำรศึกษำสอดคล้องกบั สังคมกำรเปลย่ี นแปลงตำม
แนวปฏริ ูปตำมแผนกำรศึกษำแห่งชำติโดยรว่ มมือกับผมู้ ีส่วนได้ส่วนเสยี ในกำรพฒั นำ รว่ มมอื พฒั นำ ร่วมรบั ผดิ ชอบ
และนำศำสตร์พระรำชำมำใช้ในกำรจัดกำรศึกษำ จัดทำแผนปฏบิ ัตกิ ำรประจำปีที่สอดคล้องกบั กำรพฒั นำผ้เู รียนทุก
กลมุ่ เปำ้ หมำย สง่ เสริมควำมเป็นเลิศทำงวิชำกำรเพื่อตอบสนองควำมต้องกำรของผู้เรยี นและชุมชน

2) โรงเรียนมีระบบกำรบริหำรจัดกำรคุณภำพของสถำนศกึ ษำ ส่งผลตอ่ คณุ ภำพตำมมำตรฐำนกำรศกึ ษำ
ของโรงเรียน มีกำรกำหนดแผนปฏิบัตกิ ำรประจำปี แผนผงั โครงสรำ้ งกำรบรหิ ำรงำนสอดคล้องกับกำรพฒั นำผู้เรยี น
ทกุ กลุ่มเปำ้ หมำย จดั ทำคมู่ ืองำนนเิ ทศภำยในและรำยงำนผลกำรสงั เกตกำรสอนของกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ทุกกลุ่ม
สำระและงำนแนะแนว ส่งผลต่อคุณภำพผู้เรียนสำหรบั โรงเรียนทม่ี ีอัตรำกำรแข่งขันสูง เป็นแบบอย่ำงทด่ี แี ละเป็นที่
ตอ้ งกำรของผูป้ กครองและผ้เู รยี นในกำรเขำ้ ศกึ ษำต่อ

3) ดำเนนิ กำรพัฒนำงำนวิชำกำรท่ีเน้นผเู้ รยี นตำมหลักสูตรสถำนศกึ ษำและทุกกลุม่ เปำ้ หมำยมีกำรจดั
กจิ กรรมกำรเรยี นรู้ท่ีเชื่อมโยงกับชีวติ จริง โดยกำรจดั ทำหลกั สตู รสถำนศึกษำปีกำรศึกษำ 2561 ตำมหลักสตู ร
แกนกลำงกำรศึกษำขนั้ พ้นื ฐำนพุทธศักรำช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) และหลักสตู รกลุม่ สำระกำรเรยี นรู้
ตอบสนองควำมต้องกำรของผู้เรียนและชุมชน สง่ เสริมควำมเป็นเลศิ ทำงวิชำกำรทักษะอำชพี และเทคโนโลยเี พื่อให้
ทนั ตอ่ กำร ส่งผลใหน้ กั เรยี นมีควำมสุข เปน็ คนเกง่ คนดี เข้ำศึกษำต่อในระดบั ท่สี ูงขึน้ หรือประกอบอำชีพ ปรับตัวให้
อยู่ในสังคมแห่งกำรเปลีย่ นแปลงไดอ้ ย่ำงมคี วำมสขุ

4) พัฒนำครูและบุคลำกรให้มีควำมเชย่ี วชำญทำงวิชำชีพครูได้พัฒนำตรงตำมควำมต้องกำรของครแู ละ
สถำนศกึ ษำ เพื่อพัฒนำวชิ ำชพี พฒั นำงำน โดยกำรสง่ เสรมิ ใหค้ รูได้มกี ำรอบรมพัฒนำตนเองใหม้ ีควำมรู้ควำม
เชีย่ วชำญตำมมำตรฐำนและตำแหน่ง จดั ให้ครูเข้ำรับกำรอบรมเพื่อให้มีควำมรตู้ ำมหลกั เกณฑ์ ว.21 จดั โครงกำร
พัฒนำครูและบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำโดยกำรอบรม สมั มนำ ศกึ ษำดูงำนอยำ่ งต่อเนื่อง กำรใหบ้ คุ ลำกรไดเ้ ปน็ วิทยำกร
สนับสนุนควำมรู้ใหก้ บั ชมุ ชน มกี ำรติดตำมและประเมินผลกำรจดั กำรศกึ ษำอย่ำงเป็นระบบและต่อเนอื่ ง

5) จดั สภำพแวดล้อมทำงกำยภำพและสงั คมท่เี อ้อื ต่อกำรจัดกำรเรยี นรู้อย่ำงมีคุณภำพ จัดห้องเรยี นให้
สะอำด ปลอดภัย ป้องกนั กำรเกดิ อบุ ัติเหตมุ กี ำรอบรมเผชิญเหตอุ นั ไมพ่ ึงประสงค์โรงเรยี นจดั ทำแหล่งเรยี นรู้ท่ี
หลำกหลำย หอ้ งสมุด หอ้ งพยำบำล ส่งผลให้ผเู้ รยี นรสู้ กึ ปลอดภยั เรียนรอู้ ย่ำงมีควำมสุข สอดคล้องกับกำรจดั
กำรศกึ ษำแหง่ ชำติให้โรงเรยี นมสี อื่ และแหลง่ กำรเรียนร้ทู ี่มีคุณภำพ

6) ใช้เทคโนโลยสี ำรสนเทศเพื่อสนับสนุนกำรบริหำรจัดกำร โดยใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศในกำรบรหิ ำร
จดั กำรระบบ ใชร้ ะบบเครื่องแม่ขำ่ ยและอนิ เทอร์เนต็ ท่ีมีประสทิ ธภิ ำพครอบคลุมพนื้ ท่ปี ฏิบัตกิ ำรสอนร้อยละ 100
โรงเรยี นมีกำรจัดหำ พฒั นำโปรแกรมทั้งออฟไลนแ์ ละออนไลน์ เพื่อกำรบรหิ ำรจดั กำรท่ีรวดเรว็ ระบบปัจจัยพนื้ ฐำน,
ระบบกำรดูแลชว่ ยเหลือนกั เรียน CareFor All โปรแกรม e-office, โปรแกรม smss, โปรแกรม sgs, ระบบ dmc,
จัดตำรำงเรียน ตำรำงสอน, ชมุ นมุ , โปรแกรมพัสดุและสินทรัพยม์ ีอุปกรณ์เพ่ือกำรใช้งำนเทคโนโลยสี ำรสนเทศใน
กำรจดั กำรเรียนรใู้ นห้องเรยี น เชน่ smart tv เครือ่ งฉำยภำพ เครือ่ งขยำยเสียง ครบทุกห้องเรียน โรงเรยี นมีกำร
จัดกำรเรียนกำรสอนคอมพิวเตอรใ์ นทุกระดบั ช้นั

25

3. จดุ เด่น จุดท่คี วรพัฒนา แผนพฒั นาคณุ ภาพเพือ่ ยกระดับใหส้ งู ข้ึน จดุ ท่คี วรพัฒนา
จุดเด่น

โรงเรียนมีเป้ำหมำย วิสัยทัศน์ พันธกิจ ที่ โรงเรียนเปิดโอกำสใหผ้ ู้ปกครองได้มีส่วนร่วมใน

กำหนดไวช้ ัดเจน สอดคล้องกบั บริบทของโรงเรยี นตำม กำรเสนอควำมคิดเห็นในกำรจัดกำรจัดกำรศึกษำ เพื่อ

ควำมต้องกำรของชุมชน วัตถุประสงค์ของแผนกำรจัด พัฒนำผู้เรียนและสร้ำงเครือข่ำยควำมร่วมมือของผู้มี

กำรศึกษำของชำติ นโยบำยของรัฐบำลและต้นสังกัด ส่วนเก่ียวข้องให้มีควำมเข้มแข็งที่ส่งผลต่อกำร

ทันต่อกำรเปลี่ยนแปลงของสังคม พัฒนำงำนวิชำกำร ขับเคล่ือนไดอ้ ย่ำงมีประสิทธิภำพ

เน้นคุณภำพผู้เรียนรอบด้ำน ตำมหลักสูตรสถำนศกึ ษำ

และส่งเสริมสนับสนุนพัฒนำครูและบุคลำกรให้มีควำม

เช่ียวชำญตรงตำมควำมต้องกำร ให้เป็นชุมชนกำร

เรียนรู้ทำงวิชำชีพ มำใช้ในกำรพัฒนำงำนและกำร

เรยี นรู้ของผเู้ รยี น

แผนพฒั นาคุณภาพเพ่ือยกระดับให้สูงขึ้น
1) โครงกำรสนับสนุนให้ครูพัฒนำรปู แบบกำรสอนที่ทันสมยั
2) โครงกำรพัฒนำกำรสรำ้ งส่ือกำรเรยี นกำรสอนและจดั เกบ็ ข้อมูลสำรสนเทศของในโรงเรียน
3) โครงกำรปรบั ปรงุ และเพิม่ ประสิทธิภำพระบบเครอื ข่ำยอินเทอร์เน็ตใหม้ ีประสิทธิภำพและควำมเร็วสงู ข้ึน
4) โครงกำรเพิม่ ทักษะกำรใช้ ICT เพ่ือกำรเรียนกำรสอน และพัฒนำห้องเรยี นท่ีมีส่อื อุปกรณ์กำรเรียนทท่ี ันสมยั

มาตรฐานท่ี 3
กระบวนการจดั การเรยี นการสอนทีเ่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคัญ

1. ระดบั คุณภาพ ดีเลศิ

มาตรฐาน / ประเด็นพิจารณา คา่ เป้าหมาย
(ระดบั คุณภาพ)
มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนทเี่ นน้ ผู้เรยี นเป็นสาคัญ
1) จดั กำรเรียนรูผ้ ำ่ นกระบวนกำรคิด ผ่ำนกำรปฏบิ ัติจริงและสำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ น ระดับ 4 (ดีเลิศ)
ระดบั 4
ชวี ติ ได้
ระดับ 4
2) ใชส้ อ่ื เทคโนโลยีสำรสนเทศ และแหล่งเรยี นร้ทู ีเ่ อื้อต่อกำรเรยี นรู้ ระดับ 4
3) กำรตรวจสอบและประเมนิ ควำมรู้ควำมเข้ำใจของผู้เรยี นอยำ่ งเปน็
ระดบั 4
ระบบ และมปี ระสทิ ธิภำพ ระดับ 4
4) ตรวจสอบและประเมนิ ผลผ้เู รียนอย่ำงเปน็ ระบบ และนำผลมำพัฒนำผู้เรียน
5) มีกำรแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ และใหน้ ำข้อมูลสะท้อนกลบั เพื่อพัฒนำและปรบั ปรุงกำร

จัดกำรเรียนรู้

26

2. วิธกี ารพัฒนา/ผลที่เกิดจากการพัฒนา ขอ้ มลู หลกั ฐาน เอกสารเชงิ ประจักษ์ ที่สนับสนุนผลการประเมนิ

ตนเอง

2.1 วธิ ีการพัฒนา / กระบวนการ โดยมีข้ันตอนและกระบวนกำรในกำรพฒั นำ ดังน้ี
โรงเรยี นได้ดำเนินกำรศึกษำ วิเครำะห์ หลักสตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำข้ันพืน้ ฐำน พทุ ธศักรำช 2551

(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) หลกั สูตรโรงเรียนมำตรฐำนสำกลและเอกสำรอืน่ ๆ ทเ่ี กีย่ วขอ้ ง เพอื่ ประชมุ วำงแผน
และหำแนวทำงในกำรดำเนินกำรตำมกระบวนกำรจัดกำรเรียนรทู้ เี่ นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคญั ครแู ละผเู้ กี่ยวข้องทุกฝ่ำย
ดำเนินกำรจดั ทำหลักสูตรสถำนศึกษำ หลกั สตู รกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ กจิ กรรมพฒั นำผู้เรยี น ตำมแผนและแนวทำงใน
กำรดำเนินกำรทกี่ ำหนด โดยจดั ทำหลักสูตรสถำนศึกษำ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ในรูปแบบของฉบับครูผ้สู อน คำอธบิ ำย
รำยวชิ ำ โครงสร้ำงรำยวชิ ำ ออกแบบหน่วยกำรจัดกำรเรียนร้วู ิเครำะหผ์ เู้ รียนรำยบคุ คล แผนกำรจัดกำรเรยี นรู้ และ
เอกสำรต่ำง ๆ ทเี่ กี่ยวข้อง และนำไปใช้ในกำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นร้อู ยำ่ งหลำกหลำยและเหมำะสมกบั ผูเ้ รยี น
เพ่อื ใหผ้ ูเ้ รยี นมีกำรพฒั นำตนเองอย่ำงเต็มตำมศักยภำพมีกำรนิเทศ ติดตำม ตรวจสอบ ประเมินผลในกำรดำเนนิ งำน
อยำ่ งเป็นระบบ ตอ่ เน่ือง และมปี ระสทิ ธิภำพ ดงั น้ี

ข้ันวางแผน ศึกษำและวิเครำะห์หลกั สูตรกำรศึกษำขั้นพนื้ ฐำน วำงแผนกำรจัดกำรเรยี นรู้โดยกำรจดั ทำ
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่เนน้ กำรพฒั นำกระบวนกำรคิดและมีกำรปฏบิ ัติจริง และสำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้
ตำมมำตรฐำนกำรเรยี นรู้ ตัวช้ีวัด ให้สอดคล้องกับเปำ้ หมำยของหลักสูตรสถำนศึกษำ

ข้ันดาเนนิ การ กำรดำเนนิ กำรจดั กิจกรรมกำรเรียนรผู้ ่ำนกระบวนกำรคดิ ผำ่ นกำรปฏบิ ตั ิจริงตำมขัน้ ตอน
และวิธีกำรท่อี อกแบบไว้ เพ่ือให้นกั เรียนสำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจำวนั ได้ โดยมกี ำรเก็บรวบรวมผลกำร
สอนผลกำรทำกจิ กรรม และผลกำรทดสอบ และบันทึกข้อมูลท่ไี ว้ เพ่อื ใช้เปน็ ข้อมูลในกำรดำเนินงำนในขั้นตอนต่อไป

ขั้นการตรวจสอบ ผลกำรสอน ผลกำรทำกิจกรรม และผลกำรทดสอบของนักเรียนว่ำได้เปน็ ไป
ตำมเป้ำหมำยและวตั ถุประสงคท์ ไี่ ด้กำหนดไว้ หรือไม่ หำกมีปัญหำจะมกี ำรค้นหำสำเหตุและวำงมำตรกำรในกำร
แก้ไขตอ่ ไปโดยกำรทำวจิ ยั ในชั้นเรยี น

ขน้ั ตอนการปรับปรุง โดยกำรทำวิจยั ในชน้ั เรียน และสร้ำงนวัตกรรมมำใช้จดั กำรเรียนรเู้ พ่ือ
แก้ปญั หำหรือเพื่อเอ้อื ให้นักเรียนเกิดกำรพัฒนำท่ดี ีขนึ้ และใชเ้ ปน็ ขอ้ มลู ในกำรวำงแผนกำรกำรจดั กำรเรยี นรใู้ น
ปีต่อไปโดยมีกำรสรุปรำยงำน และนำข้อมูลจำกกำรนเิ ทศ ตดิ ตำม ตรวจสอบ ประเมนิ ผล มำดำเนนิ กำรพฒั นำ
ปรับปรุงกระบวนกำรจัดกำรเรยี นกำรสอนท่ีเน้นผูเ้ รียนเป็นสำคญั และมีกำรเผยแพรป่ ระชำสัมพันธ์อย่ำงสม่ำเสมอ

2.2 ขอ้ มลู หลกั ฐาน เอกสารเชงิ ประจักษ์ ที่สนับสนนุ ผลการประเมนิ ตนเอง

1) มกี ำรส่งเสริมพัฒนำครูให้ปฏิบตั ติ ำมบทบำทหน้ำที่อย่ำงมีประสทิ ธิภำพ จัดกำรเรียนรู้ผ่ำนกระบวนกำร
คิด ผำ่ นกำรปฏบิ ตั ิจรงิ โดยดำเนนิ กำรพฒั นำหลักสูตรสถำนศึกษำ เพื่อเป็นแนวทำงในกำรจัดกระบวนกำรเรยี นกำร
สอนท่เี ปดิ โอกำสใหผ้ ้เู รยี นเรียนร้โู ดยผ่ำนกระบวนกำรคดิ ได้ปฏิบตั ิจรงิ ดว้ ยวิธกี ำรและแหล่งเรียนร้ทู ีห่ ลำกหลำยสรุป
องค์ ควำมรแู้ ละสำมำรถนำไปใช้ในสถำนกำรณต์ ำ่ ง ๆ ไดเ้ ป็นอย่ำงดี ไดแ้ ก่ กำรจัดกิจกรรมสง่ เสริมใหผ้ เู้ รยี นได้ฝกึ
ทักษะ แสดงออกนำเสนอผลงำน แสดง ควำมคดิ เหน็ คิดเป็น ทำเปน็ ได้แก่ โครงกำรวันวชิ ำกำร เพ่อื ให้ผเู้ รยี นได้รบั
ควำมรู้มีทักษะทำงวชิ ำกำรที่ หลำกหลำยและไดแ้ สดงออกซง่ึ ควำมรู้ ควำมสำมำรถในด้ำนวชิ ำกำรตำมศักยภำพและ
มกี ำรจัดกำรเรียนกำรสอนแบบโครงงำน สง่ เสริมใหผ้ เู้ รยี นได้เรยี นร้โู ดยเช่ือมโยงบูรณำกำร สำระกำรเรียนรู้และ
ทักษะด้ำนตำ่ งๆ เป็นกำรสอนท่ีเนน้ ให้ผเู้ รียนไดเ้ ชื่อมโยง ควำมรูร้ ะหว่ำงสำระกำรเรยี นรู้ต่ำง ๆ ไดแ้ ก่ ส่งเสริมด้ำน
Technology รวมท้งั ส่งเสรมิ Mathematics สง่ เสริมด้ำนคณติ ศำสตร์ ไดแ้ ก่ โครงกำรคณติ คดิ เร็ว เป็นตน้ ส่งเสรมิ
ใหผ้ ู้เรียนรูจ้ ักใชก้ ระบวนกำรวิจัยในกำรเรียนรู้ โดยกำรใช้กระบวนกำรสอนแบบโครงงำนใน รำยวิชำตำ่ ง ๆ เพ่ือให้
เกดิ กำรเรียนรู้ อย่ำงเปน็ รปู ธรรมและต่อเน่ืองได้แก่ โครงงำนวชิ ำภำษำไทย โครงงำนวชิ ำคณติ ศำสตร์ โครงงำน
วิทยำศำสตร์ โครงงำนวิชำสังคมศึกษำ เปน็ ต้น

27

ดำ้ นกำรตรวจสอบและประเมินควำมรูค้ วำมเข้ำใจของผเู้ รยี นอยำ่ งเปน็ ระบบ และมีประสิทธิภำพ ครูผู้สอน
ได้ใชว้ ิธกี ำรวดั และประเมินผลทห่ี ลำกหลำยตำมธรรมชำติของวชิ ำซงึ่ เนน้ กำรประเมนิ ผู้เรยี นจำกสภำพจริง ในกำรวดั
และประเมนิ ผลครูผู้สอนไดด้ ำเนินกำรตำมขน้ั ตอนตรวจสอบและประเมินอย่ำงเปน็ ระบบ ท้งั ประเมินผล ก่อนสอน
ระหวำ่ งสอน และประเมินหลังสอน ทำให้สำมำรถทรำบถึงพฒั นำกำรของผเู้ รียนได้อยำ่ งมปี ระสทิ ธภิ ำพ โดยใช้
เคร่อื งมอื และวธิ กี ำรวัดและประเมินผลทเี่ หมำะสมกบั เปำ้ หมำย เหมำะสมกับผเู้ รยี น และกำรจัดกำรเรยี นกำรสอน
ตำมรำยวิชำได้อย่ำงมปี ระสทิ ธภิ ำพ ผเู้ รียนและผู้ทเี่ กีย่ วข้องได้มีสว่ นรว่ มในกำรวัดและประเมินโดยเปิดโอกำสให้
ผู้เรยี นและผู้มสี ่วนเก่ยี วข้องมีสว่ นร่วมในกำรวัดและประเมินผล ไดแ้ ก่ กำรประเมนิ ผลงำนของตนเอง ประเมินผล
งำนของเพ่ือน หรือประเมนิ ผลงำนของกลุ่มตนเองและประเมินผลสลบั กันรำยบุคคล หรือกล่มุ เปน็ กำรประเมินผล
จำกหลำกหลำยมมุ มอง ครผู สู้ อนได้ให้ขอ้ มลู ยอ้ นกลับแกผ่ เู้ รียนหลังกำรประเมินเพื่อใหผ้ เู้ รียนนำไปใช้พฒั นำตนเอง
และครผู ู้สอนไดน้ ำผลกำรประเมินไปใช้ในกำรพัฒนำผเู้ รยี นในรปู ของกำรวจิ ยั ในชนั้ เรียน

2) มกี ำรใชส้ อื่ เทคโนโลยีสำรสนเทศ และแหล่งเรยี นรู้ที่เอื้อตอ่ กำรเรียนร้อู ำคำรสถำนท่ี หอ้ งปฏิบัติกำรและ
ระบบ ICT ทด่ี ีมีประสทิ ธภิ ำพ มอี นิ เตอรเ์ น็ตควำมเร็วสูงเพื่อให้นักเรยี นและบุคลำกรได้สืบค้นขอ้ มลู ขำ่ วสำร แหลง่
ควำมรู้ ได้อยำ่ งรวดเรว็ และมีประสทิ ธภิ ำพ มหี ้องปฏิบัติกำรในแต่ละกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ มสี ่ือกำรสอนท่ี
หลำกหลำยเหมำะสมในกำรจัดกำรเรยี นรใู้ ห้กับผเู้ รยี น นำเทคโนโลยีสมยั ใหม่มำใช้ในกำรจดั กำรเรียนกำรสอน
เพอ่ื ให้เกิดควำมสะดวก รวดเรว็ และทำใหผ้ เู้ รยี นสำมำรถเรียนรู้ไดด้ ีเขำ้ ใจง่ำย โดยมีกำรจัดทำโครงกำรจัดซ้ือ
คอมพวิ เตอร์และอปุ กรณท์ ำงกำรศกึ ษำเพือ่ ใช้อำนวยควำมสะดวกในกำรจดั กำรเรียนกำรสอน ครมู คี วำมรู้
ควำมสำมำรถในกำรใชส้ อื่ ที่ทันสมัยในกำรจัดกำรเรยี นกำรสอน ทำให้นักเรยี นเขำ้ ใจเนื้อหำไดด้ ียง่ิ ขึ้น อกี ทงั้ สำมำรถ
นำวธิ ีกำรสอนท่หี ลำกหลำยสนุกสนำนและน่ำสนใจมำบูรณำกำรในกำรจดั กิจกรรมกำรเรียนกำรสอนให้กับนกั เรยี น
ไดอ้ ย่ำงมปี ระสิทธิภำพนอกจำกนโี้ รงเรียนยังได้จดั หำโต๊ะท่ีนัง่ ไว้อย่ำงเพียงพอ จัดบรรยำกำศสิง่ แวดลอ้ มทเ่ี หมำะสม
สวยงำมตำมบรเิ วณตำ่ ง ๆ เพื่อไว้ใหน้ กั เรยี นน่งั พักผอ่ น เวลำวำ่ งจำกกำรเรยี น และเป็นท่ีใหน้ กั เรยี นใชท้ ำกำรบำ้ น
และพดู คยุ ปรกึ ษำกบั เพื่อน และเป็นสถำนที่ทใี่ ช้ศึกษำค้นคว้ำ หำควำมรู้ สบื คน้ อินเตอร์เน็ต โรงเรยี นมกี ำรใช้แหลง่
เรยี นรภู้ ำยในโรงเรยี นทเ่ี ออื้ ต่อกำรเรียนรู้ ห้องสมุดจดั กิจกรรมท่ีหลำกหลำย เช่น จัดกจิ กรรมสัปดำห์ห้องสมุดมีกำร
จดั ซือ้ หนังสือท่ีเปน็ ประโยชน์ ไวใ้ หบ้ ริกำรนักเรียนและบุคลำกรในโรงเรยี นและชุมชน มีกำรจดั หำส่ือและเทคโนโลยี
ท่ีเป็นอปุ กรณ์ทำงกำรศกึ ษำมำไวใ้ ห้บริกำรนักเรยี น จดั กิจกรรมสปั ดำหห์ อ้ งสมดุ มโี ครงกำรสง่ เสรมิ กำรใชห้ ้องสมุดท่ี
กระตุ้นใหผ้ เู้ รยี นเหน็ คุณค่ำถงึ กำรศึกษำคน้ คว้ำหำควำมรดู้ ้วยตนเอง อีกทงั้ จัดหำหนังสือ วำรสำรและหนังสอื พิมพ์
เขำ้ ห้องสมุดเพื่อใหบ้ ริกำรนักเรยี นและบคุ ลำกรได้รบั รู้ข่ำวสำรที่ทนั สมัย มกี ำรจัดแหล่งเรียนร้ตู ำมอำคำรเรียนต่ำง ๆ
ตำมกล่มุ สำระกำรเรยี นรู้อีกท้ัง มีห้องปฏิบัติกำรดำ้ นคอมพิวเตอร์ ท่ีมีกำรติดตง้ั คอมพวิ เตอรไ์ วใ้ หค้ รูผู้สอนได้ใชใ้ น
กำรจัดกำรเรยี นกำรสอน และใหบ้ รกิ ำรแก่ครูและบคุ ลำกรท่เี ข้ำไปใช้ศกึ ษำค้นควำ้ นอกจำกน้ีโรงเรยี นยงั ไดจ้ ดั อบรม
ใหค้ วำมรดู้ ้ำนกำรใช้สอ่ื และเทคโนโลยีเพื่อมำใช้ในกำรจัดกจิ กรรมกำรเรียนกำรสอน ทำให้ครสู ำมำรถใช้เทคโนโลยี
ไดอ้ ยำ่ งมปี ระสิทธภิ ำพ สะดวก ในกำรเตรียมและจัดกำรเรียนกำรสอน ประหยัดเวลำ และนกั เรยี นมีควำมสุขในกำร
เรยี นรู้

3) มีกำรบริหำรจัดกำรชัน้ เรยี นเชิงบวก โดยดำเนินกำรจดั บรรยำกำศในทเี่ อื้อต่อกำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นรู้
อย่ำงมีควำมสุข มีสสี นั ท่ีสวยงำม สะอำด จัดโตะ๊ เกำ้ อี้ที่เอื้อต่อกำรเรยี นกำรสอน สรำ้ งบรรยำกำศให้อบอนุ่ สรำ้ ง
ควำมเป็นกนั เอง จัดหำสอ่ื วสั ดุ อุปกรณ์กำรสอน โปรเจคเตอร์ สมำร์ททวี ีและส่ือทำงดำ้ น ICT ตลอดจนจดั เตรียมช้นั
เรยี นให้มีควำมพร้อมต่อกำรจัดกำรเรียนกำรสอนในแตล่ ะครง้ั เช่น กำรทำงำนกล่มุ กำรสำธติ กำรแสดงบทบำท
สมมุติ จดั ประโยชน์ชัน้ เรียนให้คุ้มคำ่ จดั มุมรกั กำรอำ่ นป้ำยนิเทศ มรี ะเบยี บและกฎเกณฑท์ ช่ี ัดเจน สง่ เสริมให้
นักเรยี นคดิ เปน็ และมีควำมสุขในกำรเรยี น

4) มีงำนวดั และประเมนิ ผล มีกระบวนกำรตรวจสอบและประเมนิ ผ้เู รียนอย่ำงเปน็ ระบบโดยกำหนด
เครอื่ งมอื วิธีกำรวดั และประเมนิ ผล เกณฑ์กำรประเมินไวใ้ นส่วนประกอบของแผนกำรจัดกำรเรียนรทู้ ีเ่ ป็นแบบ

28

ของโรงเรียนที่ครทู ุกคนรู้และเข้ำใจ ดำเนินกำรวดั และประเมินผลตำมสภำพจริงตำมธรรมชำตวิ ิชำ ทำใหผ้ ูเ้ รยี นได้
พัฒนำศักยภำพ ทกั ษะควำมรูต้ ำมศักยภำพของตนมีผลกำรประเมนิ ท่ีสะท้อนกำรพัฒนำของผูเ้ รียน ในด้ำนต่ำง ๆ
ตำมควำมเปน็ จรงิ หำกเปน็ นักเรียนทม่ี ีศักยภำพครผู ู้สอนจะดำเนินกำรสง่ เสรมิ ใหผ้ ูเ้ รยี นไดพ้ ัฒนำศักยภำพตำม
ควำมถนดั หำกพบข้อบกพร่องของผเู้ รียนขณะจดั กิจกรรมกำรเรยี นกำรสอนครผู ้สู อนจะรีบดำเนินกำรแกไ้ ข โดย
กำรสอนซ่อมเสริมทำกิจกรรมเสริมก่อนกำรวดั และประเมินผล เพอื่ เป็นกำรเฝ้ำระวงั เร่ืองผลกำรเรียนที่มปี ญั หำ
งำนวดั และประเมนิ ผลของโรงเรียนจงึ มกี ำรประชุมผ้ปู กครองช่วงหลงั สอบกลำงภำค เพื่อเฝำ้ ระวังกำรติด 0, ร, มส,
มผ. เมอ่ื สิน้ สดุ กำรจดั กิจกรรมกำรเรียนกำรสอนครูผ้สู อนสรุปผลกำรจัดกิจกรรมในเอกสำร ปพ.5 ฉบบั โรงเรียน
และระบบกำรประเมินผลกำรเรยี น SGS(Secondary Grading System) โดยมีงำนวดั ผลกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้
ตรวจสอบเปน็ เบอื้ งต้น และส่งผลกำรตรวจสอบต่อไปยงั งำนวดั และประเมินผลของโรงเรียนเพือ่ ตรวจสอบในลำดบั
ต่อไป เมือ่ ผลกำรตรวจสอบเปน็ ทเ่ี รยี บรอ้ ยแลว้ ครผู สู้ อนจึงรำยงำนผลกำรปฏบิ ตั ิงำนสง่ ฝำ่ ยบรหิ ำร

5) มกี ำรดำเนนิ งำนให้ควำมรู้ควำมเข้ำใจเกยี่ วกบั ชมุ ชนกำรเรยี นรู้ทำงวิชำชีพ PLC (Professional
Learning Community) โดยดำเนินกำรแต่งตัง้ คำส่ังใหค้ รแู ละบุคลำกรทุกท่ำนมสี ว่ นรว่ มในกำรพัฒนำนักเรยี น
สง่ เสรมิ ผเู้ รียนร่วมกัน สมำชิกในกลมุ่ มีควำมสัมพันธร์ ะหว่ำงกัน ยึดหลักต้องพ่งึ พำอำศัยซง่ึ กันและกัน เป็นกำลงั ใน
กำรปฏิบัติงำนที่มงุ่ มนั่ พัฒนำกำรเรียนของผเู้ รียนเปน็ สำคัญ โดยมีแนวทำงกำรปฏิบตั ิดังนี้โรงเรยี นได้กำหนดช่วั โมง
PLC ในตำรำงสอนทกุ วนั อังคำร เวลำ 16.30 – 17.30 น. เป็นชั่วโมงชุมชนแห่งกำรเรยี นรู้ร่วมกนั ของทุกกลุ่มสำระ
ในแตล่ ะกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ ดำเนินกำรรวมกลุ่ม PLCกำรรวมกลมุ่ PLC รับผิดชอบผูเ้ รยี นร่วมกนั / รบั ผิดชอบกลุ่ม
สำระเดียวกัน/ รบั ผิดชอบ/ มีภำระงำนเกย่ี วกับผู้เรียนคล้ำยกนั เรื่องท่นี ำมำ PLC คน้ หำปัญหำร่วมกัน/ นำ
วตั ถปุ ระสงค์/ ต้ังเป้ำหมำยควำมควำมสำเร็จรว่ มกัน/วำงแผนร่วมกนั / แลกเปล่ียนเรยี นรู้ร่วมกนั / หำแนวทำงในกำร
แก้ไขปัญหำ/ ออกแบบกจิ กรรม/นวัตกรรมท่ีกลมุ่ เลือก/ สะท้อนผลกำรดำเนนิ กจิ กรรม/ สรุปอภปิ รำยผล เสนอแนะ
แนวทำงในกำรพฒั นำ สมำชิกในกลุม่ PLC

- Mentor (ผ้นู ำกลุ่ม) : หัวหน้ำวิชำกำร/ หัวหนำ้ ระดับ/ หัวหน้ำกลุม่ สำระ
- Model Teacher (ครูตน้ แบบ) : ครผู ู้สอน
- Buddy Teacher (ผูร้ ว่ มแลกเปลีย่ นเรียนรู้) : ครผู ้รู ่วมเรียนรู้
- Expert (ผ้เู ชย่ี วชำญ) : ศึกษำนิเทศก์/ ครูครูผเู้ ช่ยี วชำญ/ ครู
- Administrator (ผู้ควบคุม) : ผบู้ ริหำรโรงเรยี น
- Recorder (ผู้บนั ทึกผล) : ผบู้ ันทกึ รำยงำนกำรประชมุ
กำรดำเนินงำนของทกุ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรบู้ ันทึกขออนุญำตดำเนนิ งำนกจิ กรรม PLC พรอ้ มแนบปฏิทนิ
กำร PLC ประชมุ สร้ำงควำมเขำ้ ใจกำรทำ PLC ในกลุ่มดำเนินกิจกรรมตำมทวี่ ำงแผน สรุปผลกำรดำเนินกิจกรรม
PLC ทุกครงั้ ผอู้ ำนวยกำรรับรองกิจกรรม บันทึกข้อควำมสรุปกจิ กรรม PLC ท้งั หมด มีกำรจดั กจิ กรรมกำรเรียนรู้
ผำ่ นกระบวนกำรคดิ กำรปฏิบัติจรงิ ตำมมำตรฐำนกำรเรียนรู้ตวั ชีว้ ดั หรอื ผลกำรเรียนรู้ของหลักสตู รสถำนศกึ ษำ
หลักสตู รกล่มุ สำระฯ และกิจกรรมพฒั นำผู้เรยี นโดยใช้แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ท่ีสำมำรถนำไปจดั กิจกรรมไดจ้ ริง มีกำร
ฝึกปฏิบัติ มีนวัตกรรมท่ีทันสมยั และสำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้และมีกำรเผยแพร่อยำ่ งสม่ำเสมอ
สง่ ผลให้จัดกำรเรยี นรผู้ ่ำนกระบวนกำรคิดผ่ำนกำรปฏบิ ัตจิ ริงและสำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ ได้ ใชส้ ่อื
เทคโนโลยสี ำรสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ รวมทัง้ ภูมิปัญญำท้องถ่นิ ทีเ่ อื้อต่อกำรเรยี นรู้ โดยสรำ้ งโอกำสใหผ้ ้เู รยี นได้
แสวงหำควำมร้ดู ว้ ยตนเอง เชน่ กำรจดั กิจกรรมศกึ ษำแหลง่ เรียนรู้ตำ่ ง ๆ ปำ้ ยนิเทศ และบรรยำกำศทส่ี ่งเสริมกำร
เรยี นรทู้ ง้ั ในและนอกหอ้ งเรียน มีกำรบริหำรจดั กำรชั้นเรยี นเชงิ บวก เดก็ รกั ที่จะเรยี นรู้ และเรยี นร้รู ว่ มกนั อย่ำงมี
ควำมสขุ ตรวจสอบและประเมนิ ผ้เู รียนอยำ่ งเป็นระบบ มีข้ันตอนโดยใช้เคร่ืองมือและวิธีกำรวดั และประเมินผลท่ี
เหมำะสมกบั เป้ำหมำยในกำรจดั กำรเรยี นรู้ ให้ข้อมลู ย้อนกลับแก่ผูเ้ รียน และนำผลมำพัฒนำผเู้ รียนอย่ำงสม่ำเสมอ
มีชุมชนแหง่ กำรเรยี นร้ทู ำงวิชำชพี ระหวำ่ งครแู ละผู้เก่ยี วข้องเพือ่ พฒั นำและปรบั ปรุงกำรจดั กำรเรยี นรู้ ครแู ละ
ผเู้ ก่ยี วขอ้ ง มีกำรแลกเปลี่ยนเรียนร้แู ละใหข้ ้อมลู สะทอ้ นกลับเพอ่ื พัฒนำและปรบั ปรุงกำรจัดกำรเรียนรอู้ ย่ำงเป็น
ระบบและต่อเน่ือง

29

3. จดุ เดน่ จดุ ทค่ี วรพัฒนา แผนพฒั นาคณุ ภาพเพอ่ื ยกระดบั ใหส้ ูงข้นึ

จดุ เด่น จุดทค่ี วรพัฒนา

ครูมีควำมตั้งใจ มุ่งมั่นในกำรพัฒนำกำรสอน โดย โรงเรยี นควรนำภูมปิ ญั ญำท้องถน่ิ ใหเ้ ขำ้ มำมสี ่วน
จัดกิจกรรมให้นักเรียนได้เรียนรู้ ท่ีเน้นทักษะ รว่ มในกำรจดั กิจกรรมใหน้ ักเรียนไดเ้ รียนรู้ และกำรให้
กระบวนกำรคิด ไดป้ ฏิบัตจิ รงิ มีกำรใหว้ ิธกี ำรและแหล่ง ขอ้ มูลย้อนกลบั แกน่ กั เรยี นทนั ทีเพื่อนักเรยี นนำไปใช้
เรียนรู้ท่ีหลำกหลำย มีกำรวิเครำะห์เป็นรำยบุคคล มี พฒั นำตนเอง จัดกิจกรรมส่งเสรมิ ให้ผู้เรยี นในรูปแบบ
กำรจัดกำรจดั แหล่งเรียนรู้ท้ังในและนอกสถำนศึกษำให้ ต่ำงๆท่หี ลำกหลำยเหมำะสม สอดคล้องกบั ระดับกำร
ผู้เรียนได้ศึกษำเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบกำรณ์ มี พฒั นำกำรของผเู้ รยี น สง่ เสริมให้ครูได้มีกำรพฒั นำส่ือ
ส่ือกำรเรียนรู้ท่ีทันสมัยให้นักเรียนแสวงหำควำมรู้ จำก กำรเรยี นกำรสอนอย่ำงตอ่ เนื่อง
ส่ือเทคโนโลยีด้วยตนเองอย่ำงต่อเน่ือง นักเรียนมีส่วน
ร่วมในกำรจัดบรรยำกำศ สภำพแวดล้อมท่ีเอ้ือต่อกำร
เรยี นรู้

แผนพฒั นาคุณภาพเพื่อยกระดับใหส้ ูงขน้ึ

1. จัดอบรมครูเก่ียวกำรจัดกำรเรยี นรู้ท่เี นน้ ทักษะกระบวนกำรคิด เพื่อเพม่ิ สมรรถนะในกำรจัดกำรเรยี น
กำรสอน

2. โครงกำรชมุ ชนแห่งกำรแลกเปลีย่ นเรยี นรู้บูรณำกำรทุกกลุ่มสำระ โดยดำเนนิ กำรแลกเปลี่ยนเรยี นรู้
และให้ข้อมูลสะทอ้ นกลับเพื่อพฒั นำ และปรบั ปรุงกำรจัดกำรเรียนรทู้ ุกกลุม่ สำระ เชือ่ มโยงบรู ณำกำร
กำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นรู้ครบวงจร

มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา โดยรวม

1. ระดบั คุณภาพ ดีเลิศ

2. วิธกี ารพัฒนา/ผลท่ีเกดิ จากการพฒั นา ข้อมลู หลักฐาน เอกสารเชิงประจกั ษ์ ท่ีสนับสนนุ ผลการประเมนิ
ตนเอง

2.1 วิธกี ารพฒั นา/ผลทเ่ี กดิ จากการพฒั นา

มีกำรบรหิ ำรจดั กำรเชงิ ระบบ แบบกระจำยอำนำจโดยมีควำมสมั พนั ธร์ ะดับองค์กร ตำมโครงสรำ้ งกำร
บริหำรโรงเรียน มีผอู้ ำนวยกำรเปน็ ผนู้ ำ มรี องผ้อู ำนวยกำร โดยยึดนโยบำย จดุ เนน้ และมำตรฐำนของ
กระทรวงศกึ ษำธิกำร และหน่วยงำนตน้ สังกัด ปรับกระบวนกำรบริหำรจดั กำร PDCA ให้เหมำะสมและสอดคล้องกับ
โครงสรำ้ งกำรบริหำรงำน บริบทของโรงเรียนและมำตรฐำนคุณภำพกำรศึกษำกำหนดมำตรฐำนคุณภำพกำรศึกษำ ท่ี
สอดคลอ้ งกบั กระทรวงศึกษำธกิ ำร ใช้กระบวนกำรบรหิ ำรจัดกำรทีม่ ีคณุ ภำพพฒั นำครูในด้ำนกำรจัดกระบวนกำร
เรียนกำรสอนทเ่ี น้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ทำใหเ้ กิดคุณภำพต่อผู้เรียน ท้งั ดำ้ นผลสัมฤทธทิ์ ำงวชิ ำกำรของผูเ้ รียน และ
คณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงคข์ องผเู้ รยี น ดงั นอ้ี ยภู่ ำยใตก้ ำรบริหำรงำนโรงเรียน 4 ฝ่ำยงำน ไดแ้ ก่ บรหิ ำรงำนวชิ ำกำร
บริหำรงำนงบประมำณ บริหำรงำนบคุ คลและบรหิ ำรงำนบริหำรทัว่ ไป

30

จำกผลกำรดำเนนิ งำน โครงกำร และกิจกรรมตำ่ งๆ สง่ ผลใหส้ ถำนศกึ ษำจดั กำรพัฒนำคุณภำพกำรศึกษำไป
ตำมเปำ้ หมำยทีต่ งั้ เปำ้ หมำยไวใ้ นแต่ละมำตรฐำน ซ่งึ จำกผลกำรประเมินสรุปว่ำไดร้ ะดบั ดีเลิศ โรงเรยี นมีเป้ำหมำย
วสิ ยั ทัศน์และพันธกจิ ท่โี รงเรยี นกำหนดชดั เจน สอดคล้องกบั บริบทของโรงเรียน สอดคลอ้ งกับบริบทของโรงเรียน
ควำมตอ้ งกำรของชุมชน ท้องถิ่น วัตถปุ ระสงค์ของแผนกำรศึกษำแห่งชำติ นโยบำยของรฐั บำลและของตน้ สังกดั
รวมท้ังทนั ต่อกำรเปลีย่ นแปลงของสังคมมรี ะบบกำรบรหิ ำรจดั กำรคณุ ภำพอย่ำงเป็นระบบ วำงแผนพฒั นำคณุ ภำพ
กำรจดั กำรศกึ ษำโดยนำแผนไปปฏบิ ัติ ติดตำม ตรวจสอบ ประเมินผล และปรับปรุง พฒั นำงำนอยำ่ งต่อเน่ือง
มกี ำรบรหิ ำรอัตรำกำลงั ทรัพยำกรทำงกำรศึกษำและระบบดแู ลชว่ ยเหลือนกั เรยี น มกี ำรนเิ ทศภำยในนำข้อมูลมำ
ใชใ้ นกำรพฒั นำบคุ ลำกรและผู้เก่ียวขอ้ งทุกฝ่ำยมีสว่ นในกำรวำงแผน ปรบั ปรงุ พัฒนำและร่วมกนั รบั ผดิ ชอบต่อกำร
จัดกำรศกึ ษำมีกำรบรหิ ำรจดั กำรเก่ียวกบั งำนวิชำกำร พัฒนำหลักสูตร กจิ กรรมเสรมิ หลักสูตรทีเ่ นน้ คุณภำพผู้เรยี น
รอบด้ำนเช่อื มโยงวิถีชีวติ จรงิ และครอบคลุมทุกกลุ่มเป้ำหมำย มีกำรสง่ เสรมิ สนับสนุนพัฒนำครแู ละบุคลำกรตรง
ตำมควำมต้องกำรและจดั ใหม้ ีชมุ ชนกำรเรยี นร้ทู ำงวชิ ำชีพ มำใชใ้ นกำรพัฒนำงำนและกำรเรียนร้ขู องผู้เรียนจัด
สภำพแวดลอ้ มทำงกำยภำพ ภำยในและภำยนอกหอ้ งเรียนและสภำพแวดลอ้ มทำงสงั คมทเี่ อ้ือต่อกำรจดั กำรเรียนรู้
ของผ้เู รียนอยำ่ งมีคณุ ภำพ ครูจดั กำรเรยี นรใู้ ห้นกั เรยี นผำ่ นกระบวนกำรคดิ และปฏิบตั ิจริงใหน้ ักเรียนนำควำมรู้ไป
ประยกุ ต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ครใู ชส้ อ่ื เทคโนโลยีสำรสนเทศ และแหล่งเรยี นรู้ รวมทง้ั นำภมู ิปัญญำท้องถนิ่ มำใช้
ในกำรจัดกำรเรยี นรู้ นักเรียนได้แสวงหำควำมรดู้ ว้ ยตนเองจำกส่ือทหี่ ลำกหลำย ครมู กี ำรบรหิ ำรจัดกำรช้นั เรยี นเชงิ
บวก เนน้ กำรมีปฏิสมั พันธ์ ระหว่ำงเด็กกบั ครู เด็กกับเด็ก เด็กรกั กำรเรยี นรู้ และสำมำรถอยรู่ ่วมกนั ไดอ้ ย่ำงมี
ควำมสขุ ครรู ว่ มกนั ออกแบบกำรวดั ผลประเมินผลเพื่อตรวจสอบ และประเมินผ้เู รียนอย่ำงมีข้ันตอน ใช้เครื่องมือ
วิธีกำรวดั และประเมนิ ผลทีเ่ หมำะสมพรอ้ มท้งั นำผลไปใช้พฒั นำกำรเรียนรขู้ องผ้เู รยี น ครูผู้สอนร่วมกันแลกเปลยี่ นควำมรูแ้ ละ
ประสบกำรณ์ (PLC) เปน็ ชุมชนแหง่ กำรเรยี นร้ทู ำงวชิ ำชพี และนำไปปรบั ปรุง /พฒั นำกำรจดั กำรเรียนรู้

2.2 ขอ้ มลู หลักฐาน เอกสารเชงิ ประจักษ์ ทส่ี นบั สนุนผลการประเมนิ ตนเอง

1) โรงเรยี นมีผลกำรประเมนิ ภำยในปกี ำรศึกษำ 2563 อย่ใู นระดบั ดีเลิศ ดังนี้
มาตรฐานที่ 1 คณุ ภาพผเู้ รยี น อยใู่ นระดบั ดี

ประเด็นพจิ ำรณำ 1.1 ผลสมั ฤทธทิ์ ำงวิชำกำรของผ้เู รยี น อยู่ในระดับ ดี
ประเด็นพิจำรณำ 1.2 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรยี น อยู่ในระดับ ดีเลิศ
มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบริหารและการจดั การ อยู่ในระดับ ดีเลิศ
มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนร้ทู เ่ี น้นผเู้ รียนเป็นสาคัญ อยู่ในระดบั ดีเลิศ
2) มกี ระบวนกำรบริหำรและจดั กำรท่ีชัดเจนเป็นรปู ธรรมและเปน็ แหล่งศึกษำดูงำนของโรงเรยี นทง้ั ในและ
นอกจังหวดั บรุ ีรัมย์ มีกระบวนกำรประกันคณุ ภำพภำยในที่เปน็ ระบบตรวจสอบได้
3) ครูและบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ ได้รบั กำรพฒั นำทำงวิชำชพี อย่ำงต่อเนื่อง ทง้ั จำกโรงเรียนจดั ให้
หน่วยงำน องคก์ รภำยนอก และกำรฝกึ อบรมทำงออนไลน์ นอกจำกนยี้ งั มรี ะบบกำรนิเทศภำยในทีเ่ ข้มแข็ง มกี ำร
สงั เกตกำรสอนอยำ่ งตอ่ เน่ืองก่อใหเ้ กดิ กำรพัฒนำเกิดชุมชนแหง่ กำรเรียนรู้
4) ผ้เู รยี นมคี ุณภำพได้รบั กำรพัฒนำทง้ั ดำ้ นวชิ ำกำร ดำ้ นทักษะ และคุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ มุ่งเน้นให้
นกั เรียนมคี วำมสำมำรถในกำรอำ่ น กำรเขยี น กำรส่ือสำร กำรคดิ คำนวณ รวมทั้งกำรมผี ลสมั ฤทธิท์ ำงกำรเรยี นตำม
หลักสตู รสถำนศึกษำ โครงกำรสง่ เสริมคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคำ่ นยิ มท่พี ึงประสงค์วำงแผนพัฒนำคุณภำพกำรจัด
กำรศึกษำโดยนำแผนไปปฏบิ ตั ิ ตดิ ตำม ตรวจสอบ ประเมนิ ผล และปรับปรุง พัฒนำงำนอยำ่ งต่อเน่ือง

31

มีกำรบรหิ ำรอัตรำกำลัง ทรัพยำกรทำงกำรศึกษำและระบบดูแลชว่ ยเหลอื นักเรยี น มกี ำรนิเทศภำยในนำข้อมลู มำ
ใช้ในกำรพัฒนำบคุ ลำกร และผู้เกยี่ วข้องทุกฝำ่ ยมีสว่ นในกำรวำงแผน ปรับปรงุ พฒั นำและร่วมกันรบั ผดิ ชอบตอ่
กำรจดั กำรศกึ ษำสนับสนุนผลกำรประเมินตนเอง ได้แก่ หลักสูตรสถำนศึกษำ หลักสตู รรำยวิชำเพิม่ เติม กิจกรรม
ชมุ นมุ ให้นักเรียนเลือกตำมควำมถนัดและควำมสนใจผำ่ นกระบวนกำรคดิ และปฏบิ ัตจิ ริง กจิ กรรมสำหรับนกั เรยี นท่ี
ต้องกำรควำมช่วยเหลือเปน็ พิเศษ ได้ดำเนินกำรตำมประกำศของสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำมธั ยมศึกษำบุรีรมั ย์
เรือ่ ง กำรใช้แนวทำงพัฒนำคุณภำพกำรศกึ ษำตำมแนวคดิ “No Child Left Behind ไมม่ ีเดก็ คนใดถกู ทอดทิง้ ไว้
ข้างหลัง”เพื่อ ใหน้ ักเรยี นไดฝ้ ึกทกั ษะ ไดแ้ สดงควำมคิดเหน็ ได้แสดงออก เปน็ ผู้สำมำรถสรุปองค์ควำมรู้ นำเสนอ
ผลงำน และสำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตได้ ครใู ชส้ ่อื เทคโนโลยสี ำรสนเทศ และแหลง่ เรียนรู้ รวมทัง้ นำภูมิ
ปัญญำท้องถิ่นมำใช้ในกำรจัดกำรเรยี นรู้ นกั เรยี นได้แสวงหำควำมรู้ด้วยตนเองจำกสอื่ ทีห่ ลำกหลำย

3. จดุ เด่น จุดทค่ี วรพัฒนา แผนพฒั นาคณุ ภาพเพอื่ ยกระดับใหส้ ูงขน้ึ

จดุ เดน่ จดุ ทีค่ วรพฒั นา

1. สถำนศกึ ษำมีกำรวเิ ครำะห์ผลสัมฤทธท์ิ ำงกำรเรยี น 1. กจิ กรรมที่มุ่งเนน้ ยกระดับผลสมั ฤทธ์ทิ ำงกำรเรียน
และได้กำหนดเปน็ เปำ้ หมำยทำงกำรเรียนสูงข้นึ 2. ควำมสำมำรถในกำรคดิ วิเครำะห์ ของนักเรยี น
2. กำรบรหิ ำรจัดกำรศึกษำ และกำรมี 3. กำรจดั กจิ กรรมท่ีสอดแทรกไวใ้ นทุกกลุ่มสำระกำร
ส่วนรว่ มของผู้เกย่ี วข้อง เรียนรู้ กำรนำเทคนิคทักษะกำรคิดท่ีหลำกหลำยวธิ กี ำร
3. จดั แหล่งเรียนรภู้ ำยในไดเ้ หมำะสม มีสื่อดำ้ น พฒั นำผเู้ รยี น
เทคโนโลยที ท่ี ันสมัย 4. เปิดโอกำสให้ผูป้ กครองได้มสี ว่ นร่วมในกำรเสนอ
4. ครมู ีควำมตงั้ ใจมุง่ มั่นในกำรพฒั นำกำรสอน ควำมคดิ เหน็ ในกำรจัดกำรจดั กำรศึกษำ
5. นักเรียนมสี ว่ นร่วมในกำรจัดบรรยำกำศ 5. จัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ ให้ผูเ้ รียนในรปู แบบตำ่ งๆที่
สภำพแวดลอ้ มทเี่ อื้อต่อกำรเรียนรู้ หลำกหลำยเหมำะสม สอดคล้องกบั ระดบั กำร
พัฒนำกำรของผเู้ รียน

แผนพฒั นาคุณภาพเพ่อื ยกระดบั ให้สูงขนึ้

1) โครงกำร/กิจกรรมกำรเรียนรู้ทีเ่ นน้ กำรพัฒนำผเู้ รยี นทกั ษะในกำรอ่ำน กำรเขยี น กำรสอื่ สำร และกำร
คิดคำนวณเปน็ ไปตำมเกณฑท์ ี่โรงเรียนกำหนดในแต่ระดับช้ัน

2) กิจกรรมเสริมหลกั สูตรทเี่ น้นคุณภำพผู้เรยี นรอบด้ำน เช่อื มโยงวิถชี ีวิตจริงและครอบคลมุ ทกุ
กลมุ่ เปำ้ หมำย

3) สง่ เสริมสนบั สนุนพฒั นำครูและบคุ ลำกรตรงตำมควำมต้องกำรและจดั ให้มีชมุ ชนกำรเรยี นรู้ทำงวิชำชพี
4) กิจกรรมแลกเปลีย่ นควำมรู้และประสบกำรณ์ (PLC) เป็นชมุ ชนแห่งกำรเรียนรทู้ ำงวิชำชีพ และ

นำไปปรบั ปรงุ /พัฒนำกำรจัดกำรเรยี นรู้
5) ปรับปรงุ และเพ่มิ ประสิทธิภำพระบบเครือขำ่ ยอนิ เทอร์เน็ตให้มปี ระสิทธภิ ำพและควำมเร็วสงู ขึน้
6) โครงกำรชมุ ชนแหง่ กำรแลกเปลี่ยนเรียนรบู้ รู ณำกำรทุกกลุ่มสำระ โดยดำเนนิ กำรแลกเปล่ียนเรยี นรู้

และให้ข้อมลู สะท้อนกลบั เพื่อพฒั นำ และปรบั ปรุงกำรจัดกำรเรยี นรู้ทกุ กลุ่มสำระ เชื่อมโยงบูรณำกำร
กำรจดั กจิ กรรมกำรเรยี นรู้ครบวงจร

สว่ นที่ 3

Best Practice
โรงเรยี นเมอื งโพธิ์ชยั พิทยาคม

32

รายงานผลการปฏิบัติท่ีดี (Best Practice)

โรงเรยี นเมอื งโพธช์ิ ยั พทิ ยำคม สหวิทยำเขตหนองก่ี

ชือ่ ผลงาน งำนสวนพฤกษศำสตรโ์ รงเรยี น โรงเรยี นเมอื งโพธิช์ ัยพทิ ยำคม

1. หลกั การและแนวคดิ สาคัญ

ตำมท่ีสมเด็จพระกนิษฐำธิรำชเจ้ำ กรมสมเด็จพระเทพรัตนรำชสุดำฯ สยำมบรมรำชกุมำรี ทรงมี
พระรำชดำริบำงประกำรเก่ียวกับกำรอนุรักษ์พันธุกรรมพืช "กำรสอนและอบรมให้เด็กมีจิตสำนึกในกำรอนุรักษ์พืช
พรรณน้ันควรใช้วธิ ีกำรปลูกฝังใหเ้ ดก็ เห็นควำมงดงำม ควำมน่ำสนใจ และเกิดควำมปีติท่ีจะทำกำรศึกษำและอนุรักษ์
พืชพรรณตอ่ ไป กำรใชว้ ธิ ีกำรสอนกำรอบรมทีใ่ หเ้ กดิ ควำมรสู้ ึกกลัววำ่ หำกไมอ่ นรุ ักษแ์ ล้วจะเกดิ ผลเสีย เกิดอนั ตรำย
แก่ตนเอง จะทำให้เดก็ เกดิ ควำมเครียดซงึ่ จะเปน็ ผลเสียแก่ประเทศในระยะยำว "

โครงกำรอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเน่ืองมำจำกพระรำชดำริฯ ได้ดำเนินงำนสนองพระรำชดำริจัดต้ังงำน
"สวนพฤกษศำสตร์โรงเรียน" เพ่ือเป็นสื่อในกำรสร้ำงจิตสำนึกด้ำนอนุรักษ์พันธุกรรมพืช โดยให้เยำวชนน้ันได้ใกล้ชิด
กบั พชื พรรณไม้เห็นคณุ ค่ำประโยชน์ ควำมสวยงำม อนั จะก่อใหเ้ กิดควำมคดิ ที่จะอนุรักษ์พรรณพืชตอ่ ไป

สวนพฤกษศำสตร์ คือแหล่งท่ีรวบรวมพันธุ์พืชชนิดต่ำงๆที่มีชีวิต จัดปลูกตำมควำมเหมำะสมกับสภำพ
ถิ่นอำศัยเดิมมีห้องสมุด สถำนท่ีเก็บรวบรวมตัวอย่ำงพรรณไม้รักษำสภำพอำจเป็นตัวอย่ำงแห้ง ตัวอย่ำงดอง และ
เก็บรักษำโดยวิธีอื่นๆ พันธุ์พืชที่ทำกำรรวบรวมไว้นั้นจะเป็นแหล่งข้อมูลและกำรเผยแพร่ควำมรู้เก่ียวกับพันธุ์ไม้
นอกจำกน้ีสำมำรถใช้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจซ่ึงสำมำรถดำเนินกำรสวนพฤกษศำสตร์ ในพ้ืนท่ีของโรงเรียนโดยมี
องค์ประกอบดังกล่ำวเป็นสวนพฤกษศำสตร์โรงเรียนใช้ในวัตถุประสงค์ดังกล่ำว อีกทั้งใช้ในกำรศึกษำและเป็น
ประโยชนต์ อ่ เน่ืองในกำรเรียนกำรสอนวิชำต่ำงๆ

สวนพฤกษศำสตร์โรงเรียน จึงเป็นกำรดำเนินงำนที่อิงรูปแบบของ “สวนพฤกษศำสตร์” โดยมีกำรรวบรวม
พันธไ์ุ มท้ ีม่ ชี ีวติ มีแหลง่ ขอ้ มูลควำมรู้เกีย่ วกับพันธ์ุไม้ มกี ำรศกึ ษำต่อเน่ือง มกี ำรเกบ็ ตัวอย่ำงพนั ธุ์ไม้แห้งพันธ์ุไม้ดอง
มีกำรรวบรวมพันธุ์ไม้ท้องถิ่นเข้ำมำปลูกรวบรวมไว้ในโรงเรียน และภูมิปัญญำท้องถิ่น มีกำรบันทึกรำยงำนและ
ข้อมูล รวมท้ังภูมิปัญญำท้องถิน่ เกี่ยวกับพนั ธุ์ไม้ มีมมุ สำหรับศึกษำคน้ คว้ำ และมีกำรนำไปใช้ประโยชนเ์ ปน็ ส่ือกำร
เรยี นกำรสอนในวิชำต่ำงๆ เป็นกำรดำเนินงำนให้สอดคล้องกับสภำพท้องถ่ิน ไมฝ่ ืนธรรมชำติ และเป็นไปตำมควำม
สนใจและควำมพรอ้ มของโรงเรยี น ดำเนินกำรโดยควำมสมัครใจ ไม่ให้เกิดควำมเครียด

งำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรยี น คอื งำนกำรเรยี นรพู้ ืชพรรณและสรรพส่งิ โดยรอบ ตำมแนวปรชั ญำกำรสร้ำง
นักอนุรกั ษ์เรียนรู้ตำมแนวทำงเกิดบรรยำกำศจำกผลกำรดำเนินงำนงำนสวนพฤกษศำสตรโ์ รงเรียน ใชท้ ุกสงิ่ ทกุ อย่ำง
ท่ีมีอยู่ในโรงเรียนเพ่ือกำรเรียนรู้โดยมีพืชเป็นปัจจัยหลัก ชีวภำพต่ำง ๆ เป็นปัจจัยรอง ทรัพยำกรธรรมชำติท่ีเป็น
กำยภำพเป็นปจั จยั เสรมิ ทรพั ยำกรอน่ื ๆ เปน็ ปจั จยั ประกอบ

จำกพระรำชดำริและพระรำโชวำทของสมเด็จพระกนิษฐำธิรำชเจ้ำ กรมสมเด็จพระเทพรัตนรำชสุดำฯ
สยำมบรมรำชกุมำรี ในเร่อื งของสวนพฤกษศำสตรโ์ รงเรยี น ซึ่งมีควำมสอดคล้องกบั งำนปกตใิ นเรอื่ งของกำรเรยี นกำร
สอน และในเร่อื งของกำรปฏริ ูปกำรศึกษำโดยเนน้ ผู้เรยี นเปน็ ศนู ย์กลำง ทำงโรงเรียนเมอื งโพธช์ิ ยั พิทยำคมจึงได้มีกำร
ประชุมหำรอื และเห็นพอ้ งต้องกนั ทีจ่ ะร่วมสนองพระรำชดำริดำเนินงำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรยี น

33

2. วัตถปุ ระสงค์

2.1 นกั เรียนและบุคลำกรในโรงเรียนมีจติ อนุรักษ์และเห็นคุณค่ำของพรรณไม้
2.2 สรำ้ งโรงเรียนให้เปน็ แหลง่ รวบรวมพรรณไม้ ขอ้ มูลพรรณไม้ และกำรเก็บรกั ษำ

เพอ่ื ประโยชน์ทำงกำรศึกษำ และเผยแพร่ส่ภู ำยนอก
2.3 สง่ เสริมใหผ้ ู้เรยี นสรำ้ งองคค์ วำมรู้ไดด้ ว้ ยตนเองและเก่งดีมีควำมสขุ
2.4 สร้ำงระบบข้อมูลพันธุกรรมพชื ท่ีมีอยใู่ นโรงเรียน
2.5 สรำ้ งแหล่งศึกษำและอนุรักษพ์ ันธุกรรมพชื ท้องถ่นิ และพชื หำยำก

3. เป้าหมายการดาเนนิ งาน

3.1 ดำ้ นโอกำสทำงกำรศึกษำ

3.1.1 สรำ้ งโรงเรยี นใหเ้ ป็นแหล่งรวบรวมพรรณไม้ ข้อมลู พรรณไม้ และกำรเกบ็ รักษำ
เพ่ือประโยชน์ทำง กำรศกึ ษำ และเผยแพร่สภู่ ำยนอก

3.1.2 สร้ำงระบบข้อมูลพันธุกรรมพืชทมี่ ีอยใู่ นโรงเรียน
3.1.3 สรำ้ งแหล่งศึกษำและอนุรักษ์พนั ธุกรรมพืชท้องถน่ิ และพชื หำยำก
3.2 ด้ำนคณุ ภำพทำงกำรศึกษำ

3.2.1 นกั เรียนและบุคลำกรในโรงเรียนมีจิตอนุรักษแ์ ละเห็นคณุ ค่ำของพรรณไม้
3.2.2 ส่งเสริมใหผ้ ู้เรียนสรำ้ งองค์ควำมร้ไู ดด้ ว้ ยตนเองและเก่งดีมีควำมสุข

4. ข้ันตอนการดาเนนิ งาน (PDCA)

4.1 สมคั รเขำ้ รว่ มเปน็ สมำชิกงำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรยี นต่อ อพ.สธ.
4.2 ประชมุ คณะกรรมกำรสถำนศึกษำฯ บุคลำกรของโรงเรียน และผปู้ กครองนกั เรียน เพ่ือช้แี จงกำรเขำ้

ร่วมงำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรยี น
4.3 แต่งต้ังคณะกรรมกำรดำเนนิ งำนสวนพฤกษศำสตรโ์ รงเรยี น โรงเรียนเมอื งโพธิ์ชัยพทิ ยำคม

และจัดทำแผนกำรดำเนินงำน
4.4 เขำ้ รว่ มกำรอบรมและศึกษำดูงำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรียน
4.5 วเิ ครำะหค์ วำมสอดคล้องกับหลกั สตู รแกนกลำงฯ จัดทำแผนกำรจดั กำรเรียนรู้ และจัดกำรเรยี นรู้

บรู ณำกำรงำนสวนพฤกษศำสตรโ์ รงเรียน
4.6 ประชมุ คณะกรรมกำรดำเนนิ งำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรยี นเพื่อตติ ำมผลกำรดำเนนิ งำนเป็นระยะ
4.7 รำยงำนผลกำรดำเนนิ งำนสวนพฤกษศำสตรโ์ รงเรียนประจำปกี ำรศึกษำตอ่ อพ.สธ.

34

5. ผลการดาเนนิ งาน

5.1 นกั เรยี นและบุคลำกรในโรงเรยี นมีจิตอนุรักษแ์ ละเห็นคุณค่ำของพรรณไม้
5.2 โรงเรยี นเปน็ แหลง่ รวบรวมพรรณไม้ ข้อมลู พรรณไม้ และกำรเก็บรกั ษำ

เพอื่ ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ และเผยแพร่สู่ภำยนอก
5.3 นกั เรยี นสำมำรถสรำ้ งองค์ควำมรูไ้ ด้ด้วยตนเองและเก่งดมี ีควำมสุข
5.4 โรงเรยี นมีระบบข้อมูลพันธุกรรมพชื ท่มี ีอยใู่ นโรงเรยี น
5.5 โรงเรียนมีแหลง่ ศึกษำและอนุรักษ์พันธุกรรมพืชท้องถิ่นและพืชหำยำก
5.6 ไดร้ ับพระรำชทำนปำ้ ยสนองพระรำชดำรงิ ำนสวนพฤกษศำสตรโ์ รงเรียน

6. ภาพกจิ กรรมการดาเนนิ งาน

ประชุมคณะกรรมกำรดำเนนิ งำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรียน ประชุมหวั หน้ำคณะกรรมกำรดำเนินงำน 5 องคป์ ระกอบ

ศึกษำดูงำน ณ โรงเรียนไพศำลพทิ ยำคม ศกึ ษำดงู ำน ณ โรงเรยี นบ้ำนกรวดวิทยำคำร

35

34

จดั ทำแบบศึกษำพรรณไมใ้ นสวนพฤกษศำสตร์โรงเรียน ปรำชญช์ ำวบำ้ นใหค้ วำมรู้เกี่ยวกบั ขอ้ มลู พ้นื บำ้ นของพรรณไม้

ติดป้ำยช่ือพรรณไมช้ ่ัวครำว กำรจัดกำรเรยี นร้บู รู ณำกำรพชื ศกึ ษำ (ฟกั ข้ำว)

กำรจดั กำรเรียนรู้บูรณำกำรพชื ศกึ ษำ (ฟักข้ำว) กำรเตรยี มตัวอย่ำงพรรณไม้

36

กำรถำ่ ยภำพพรรณไม้ เผยแพรง่ ำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรียนสู่ชมุ ชน

ประเมนิ เพือ่ ขอรบั พระรำชทำนปำ้ ยสนองพระรำชดำรฯิ ประเมนิ เพื่อขอรับพระรำชทำนปำ้ ยสนองพระรำชดำรฯิ

จัดแสดงนิทรรศกำรงำนสวนพฤกษศำสตรโ์ รงเรียน ไดร้ ับพระรำชทำนปำ้ ยสนองพระรำชดำรฯิ
ปี พ.ศ. 2562 ในกำรประชมุ วชิ ำกำรระดบั ชำติของ อพ.สธ.

37

รายงานการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 3 สมศ.

ผลกำรประเมินคุณภำพภำยนอก รอบสำม

38

39

40

ภาคผนวก


Click to View FlipBook Version