ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ รหสั วิชา ว30104
ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 6
ชดุ ที่ 3 เรื่อง แนวคิดของทฤษฎีการแผข่ ยาย
ของพื้นมหาสมุทรและหลกั ฐานสนบั สนุน
นางมงคล จนั ทราภรณ์
ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ
โรงเรยี นแกง้ เหนือพทิ ยาคม อาเภอเขมราฐ จงั หวดั อบุ ลราชธานี
องคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวัดอบุ ลราชธานี
ชดุ ท่ี 3 แนวคิดทฤษฎีการแผข่ ยายพืน้ สมทุ รและหลักฐานสนบั สนนุ ก
คำนำ
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เร่ือง กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 จัดทาข้ึนเพ่ือเปน็ ส่ือนวตั กรรมประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
รายวิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ รหัสวชิ า ว30104 เพื่อให้ผู้เรียนใช้ประกอบกิจกรรมการ
เรียนการสอนและสามารถเรียนรดู้ ้วยตนเอง นาไปใชใ้ นการเรียนการสอนซ่อมเสริมได้ หรือใชใ้ น
การสอนแทนได้เป็นอย่างดี เพ่ือให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรี ย น ของผู้ เรี ย น กลุ่ มส าร ะการ เรี ยน รู้ วิทย าศาส ตร์ เป็น น วัตกรร มท่ีช่ว ยล ดบทบาทของครู
ตามแนวทางการปฏิรูปการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสาคัญ เป็นกิจกรรม การเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้
ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ทาเป็น คิดเป็น แก้ปัญหาได้ สามารถพัฒนาตนเอง ได้เต็ม
ตามศกั ยภาพ ซง่ึ สอดคล้องกับหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับ
ปรับปรุง พ.ศ.2560) ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาท้ังด้านความรู้ กระบวนการคิด
กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา ความสามารถในการสื่อสาร การตัดสนิ ใจ การนา
ความรูไ้ ปใช้ในชีวติ ประจาวัน ตลอดจนส่งเสรมิ ให้ผู้เรียนมีจิตวทิ ยาศาสตรค์ ณุ ธรรมและค่านิยมที่
ถกู ตอ้ งเหมาะสม
ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างย่ิงว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์น้ีจะทาให้ผู้เรียน
มีความรู้ ความเข้าใจในเร่ืองโลกและการเปล่ียนแปลงของเปลือกโลกได้เป็นอย่างดี มีทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และมผี ลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสูงขึ้น สามารถใช้เพื่อศึกษาค้นคว้า
ด้วยตนเองเป็นส่ือที่มีประสิทธิภาพ สามารถอานวยประโยชน์ต่อการเรียนการสอนให้บรรลุ
วัตถุประสงค์ของหลักสูตรได้
มงคล จันทราภรณ์
โดย : นางมงคล จันทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพิเศษ โรงเรยี นแกง้ เหนือพิทยาคม
ชุดท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎีการแผ่ขยายพนื้ สมทุ รและหลกั ฐานสนบั สนนุ ข
สำรบญั
เรื่อง หน้ำ
คำนำ ก
สำรบัญ ข
คำช้ีแจงเกี่ยวกับกำรใช้ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ ค
แผนภูมิลำดบั ข้นั ตอนกำรใชช้ ดุ กจิ กรรมกำรเรยี นรู้วทิ ยำศำสตร์ ง
คำชแ้ี จงกำรใชช้ ุดกจิ กรรมกำรเรยี นรู้วิทยำศำสตร์สำหรบั ครู จ
คำชแ้ี จงกำรใชช้ ดุ กจิ กรรมกำรเรียนรู้วิทยำศำสตรส์ ำหรบั นกั เรียน ช
1
สาระการเรียนรู้ / มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชวี้ ดั 2
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 2
แนวความคิดต่อเนอ่ื ง 3
สาระสาคญั 4
แบบทดสอบก่อนเรยี น 7
บตั รเนอ้ื หา ชุดท่ี 3 เร่อื ง แนวคิดของทฤษฎีการแผ่ขยายของพ้ืนสมุทรฯ 26
บตั รกิจกรรมท่ี 3.1 เรอ่ื ง แบบจาลองการแผข่ ยายของพ้นื มหาสมุทร 30
บัตรกิจกรรมท่ี 3.2 ผังมโนทัศน์ เร่ือง แนวคดิ ของทฤษฎีการแผ่ขยายของพนื้ สมุทรฯ 31
บัตรกิจกรรมที่ 3.3 ถอดบทเรียน เรือ่ ง แนวคดิ ของทฤษฎกี ารแผข่ ยายของพ้ืนสมุทรฯ 32
แบบฝกึ หัด เรอ่ื ง แนวคิดของทฤษฎีการแผ่ขยายของพ้นื สมทุ รฯ 34
แบบทดสอบหลงั เรยี น 37
กระดาษคาตอบแบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรยี น 39
บรรณำนุกรม 39
ภำคผนวก 40
เฉลยบัตรกจิ กรรมท่ี 3.1 เรื่อง แบบจาลองการแผ่ขยายของพื้นมหาสมทุ ร 45
เฉลยบัตรกิจกรรมท่ี 3.2 ผงั มโนทศั น์ เรือ่ ง แนวคิดของทฤษฎกี ารแผ่ขยายพนื้ สมุทรฯ 46
เฉลยบตั รกจิ กรรมที่ 3.3 ถอดบทเรียน เรอื่ ง แนวคิดของทฤษฎีการแผข่ ยายพ้นื สมุทรฯ 47
เฉลยแบบฝกึ หดั เรื่อง แนวคดิ ของทฤษฎกี ารแผข่ ยายของพน้ื สมทุ รฯ 49
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรยี น 50
ประวัติยอ่ ผจู้ ัดทำ
โดย : นางมงคล จันทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนือพิทยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎกี ารแผ่ขยายพ้นื สมุทรและหลักฐานสนับสนนุ ค
คำชแ้ี จงเก่ียวกับชดุ กิจกรรมกำรเรยี นรู้วทิ ยำศำสตร์
. ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 2 เร่อื ง กระบวนการเปล่ยี นแปลง
ภายในโลก กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพ่ือใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้
รายวิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ รหัสวิชา ว30104 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 โดยให้
สอดคล้องตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
2560) กระทรวงศึกษาธิการ หลักจิตวิทยาการเรียนรู้ ยึดแนวทางการฝึกที่เหมาะสมกับระดับและ
วัย เพื่อให้นกั เรียนเกิดความกระตือรือร้น มีความสุขในการทากจิ กรรมการเรียนรู้ และเพ่ือส่งเสริม
เจตคติทดี่ ี นกั เรียนจะไดพ้ ัฒนากระบวนการคิด กระบวนการตัดสนิ ใจ กระบวนการแก้ปัญหา และ
สามารถนาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวันได้ มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ เข้าใจหลักการ
ทางวิทยาศาสตร์ เกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ วิธีสารวจตรวจสอบข้อมูล การคิด
แก้ปัญหา ตลอดจนการเสริมสร้างจิตวิทยาศาสตร์ ซ่ึงประกอบด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ จานวน
9 ชุด ดงั น้ี
ชดุ ที่ 1 เรอ่ื ง ขอ้ มลู ในการศึกษาและแบง่ ชั้นโครงสร้างโลก
ชุดท่ี 2 เรือ่ ง แนวคดิ ของทฤษฎีทวปี เลื่อนและหลกั ฐานสนับสนนุ
ชดุ ท่ี 3 เรื่อง แนวคดิ ของทฤษฎกี ารแผข่ ยายพ้นื สมุทรและหลักฐานสนับสนุน
ชุดที่ 4 เรื่อง การแปรสณั ฐานของแผน่ ธรณี
ชดุ ที่ 5 เรื่อง ธรณสี ัณฐานและโครงสรา้ งทางธรณีท่ีเกดิ จากการเคล่อื นที่ของแผ่นธรณี
ชดุ ท่ี 6 เร่ือง ภูเขาไฟระเบดิ
ชดุ ที่ 7 เรื่อง แผ่นดินไหว
ชุดท่ี 8 เรอ่ื ง สึนามิ
2. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์นี้เป็น ชุดที่ 3 เร่ือง แนวคิดของทฤษฎีกำรแผ่
ขยำยพ้นื สมุทรและหลักฐำนสนบั สนุน ใช้เวลำ 2 ช่ัวโมง
3. ผ้ใู ช้ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์น้ีควรศึกษาขน้ั ตอนการใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้
อยา่ งละเอยี ดก่อนใช้
ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชุดนี้ จะมีประโยชน์ต่อ
นักเรียนและผู้สนใจท่ีจะนาไปใช้สอนและฝึกเด็กในปกครองในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ใหม้ คี ณุ ภาพมากยิ่งขึน้ ตอ่ ไป
โดย : นางมงคล จันทราภรณ์ ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนือพทิ ยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคิดทฤษฎีการแผข่ ยายพ้นื สมุทรและหลักฐานสนบั สนุน ง
แผนภูมิลำดับขัน้ ตอนกำรใชช้ ุดกจิ กรรมกำรเรียนรวู้ ิทยำศำสตร์
อ่านคาชีแ้ จงและคาแนะนาในการใช้ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ศกึ ษาตัวชี้วัดและจดุ ประสงค์การเรียนรู้ เสริมพืน้ ฐำน
ทดสอบกอ่ นเรียน ผมู้ ีพน้ื ฐำนต่ำ
ศกึ ษาชดุ กจิ กรรมการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์ตามขัน้ ตอน
ประเมนิ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรจู้ ากชดุ กิจกรรม
ไม่ผำ่ น ทดสอบหลงั เรยี น
กำรทดสอบ
ผ่ำนกำรทดสอบ
ศึกษาชดุ กิจกรรมการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์เรือ่ งตอ่ ไป
แผนภูมิลำดับข้นั ตอนกำรเรียนโดยใชช้ ดุ กิจกรรมกำรเรยี นรูว้ ทิ ยำศำสตร์
ชดุ ที่ 3 เรอ่ื ง แนวคดิ ของทฤษฎกี ำรแผ่ขยำยพืน้ สมุทรและหลักฐำนสนบั สนุน
โดย : นางมงคล จันทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแกง้ เหนือพิทยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎกี ารแผ่ขยายพ้ืนสมุทรและหลกั ฐานสนบั สนนุ จ
คำชี้แจงกำรใช้ชดุ กิจกรรมกำรเรียนรวู้ ทิ ยำศำสตรส์ ำหรบั ครู
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่ครูผู้สอนได้ศึกษาต่อไปนี้คือ ชุดท่ี 3 เรื่อง แนวคิด
ของทฤษฎีกำรแผ่ขยำยพื้นสมุทรและหลักฐำนสนับสนุน ใช้เวลำในกำรทำกิจกรรม 2 ชั่วโมง
ซึ่งนักเรียนจะได้สารวจ สังเกตและรวบรวม ข้อมูลมาสรุปเป็นองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการคิด
กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการทางสังคม ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
กระบวนการเผชิญสถานการณแ์ ละแก้ปัญหา ผ่านทางกระบวนการกล่มุ เพ่ือช่วยใหก้ ารดาเนินการ
จัดกจิ กรรมการเรียนรู้บรรลจุ ุดประสงคแ์ ละมปี ระสิทธภิ าพ ครผู ู้สอนควรดาเนนิ การดังน้ี
1. ครูผู้สอนต้องศึกษาและทาความเข้าใจเกี่ยวกับคาชี้แจงการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้
สาหรับครู และแผนการจดั การเรียนรู้ เพื่อท่ีครูผู้สอนสามารถนาชุดกิจกรรมการเรยี นร้ไู ปใช้ในการ
จดั กิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ
2. ครูผู้สอนเตรยี มสื่อการเรียนการสอนให้พรอ้ ม
3. ก่อนดาเนินการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ครูต้องเตรียมชุดกิจกรรมการเรียนรู้ไว้
บนโต๊ะประจากลุ่มให้เรียบร้อยและเพียงพอกับนักเรียนในกลุ่มซึ่งนักเรียนจะได้รับคนละ 1 ชุด
ยกเวน้ สอ่ื การสอนทีต่ อ้ งใช้ร่วมกนั
4. ครูต้องชี้แจงให้นักเรียนรู้เกี่ยวกับบทบาทของนักเรียนในการใช้ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้
ดังน้ี
4.1 ศกึ ษาบทบาทของนักเรียนจากการปฏิบัติกิจกรรมให้เข้าใจก่อนการเรยี นรู้โดยใช้
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้
4.2 ปฏิบัติกิจกรรมตามลาดับข้ันตอน อ่านคาชี้แจงจากใบกิจกรรม เพื่อจะได้ทราบ
วา่ จะปฏบิ ตั กิ จิ กรรมอะไร อยา่ งไร
4.3 นักเรียนต้องตั้งใจปฏิบัติกิจกรรมอย่างเต็มความสามารถ ต้องให้ความร่วมมือ
ช่วยเหลือซึ่งกนั และกัน ไมร่ บกวนผ้อู ื่น และไม่ชักชวนเพือ่ นใหอ้ อกนอกลู่นอกทาง
4.4 หลงั จากปฏิบัติกิจกรรมแล้ว นกั เรียนจะต้องจัดเก็บอุปกรณท์ ุกชิ้นให้เรียบร้อย
4.5 เมื่อมกี ารประเมินผลนักเรียนตอ้ งปฏิบัติตนอยา่ งต้ังใจและรอบคอบ
5. การดาเนินการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้แบบวัฏจกั รการเรียนรู้ 7 ข้ัน (7E) แบ่งออกเป็น
7 ขั้นตอน ดังนี้
5.1 ขั้นท่ี 1 ขนั้ ตรวจสอบความรเู้ ดมิ
5.2 ขัน้ ท่ี 2 ขัน้ สร้างความสนใจ
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ โรงเรียนแกง้ เหนอื พิทยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎีการแผข่ ยายพื้นสมทุ รและหลกั ฐานสนบั สนนุ ฉ
5.3 ขัน้ ท่ี 3 ขน้ั สารวจและค้นหา
5.4 ขนั้ ท่ี 4 ขั้นอธิบายและลงข้อสรปุ
5.5 ขั้นท่ี 5 ขั้นขยายความรู้
5.6 ขน้ั ที่ 6 ขั้นประเมนิ
5.7 ขั้นท่ี 7 ขั้นนาความรู้ไปใช้
6. ขณะท่ีนักเรียนทุกกลุม่ ปฏิบัติกิจกรรม ครูไม่ควรพูดเสียงดัง หากมีอะไรจะพูดต้องพูด
เปน็ รายกลมุ่ หรอื รายบุคคล ตอ้ งไมร่ บกวนกจิ กรรมของนกั เรียนกลุ่มอน่ื
7. ครูผู้สอนต้องเดินดูการทางานของนักเรียนแต่ละกลุ่มอย่างใกล้ชิด หากมีนักเรียนคน
ใดหรอื กลุ่มใดมปี ัญหาควรเขา้ ไปให้ความช่วยเหลอื จนปัญหานั้นคล่คี ลายลง
8. การสรุปผลท่ีไดจ้ ากกิจกรรมการเรียนรู้ควรเปน็ กิจกรรมร่วมของนักเรียนทุกกลุ่มหรือ
ตวั แทนของกลุ่มรว่ มกนั ครคู วรเปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นแสดงออกใหม้ ากทสี่ ดุ
9. ประเมินผลการเรยี นรูข้ องนกั เรยี น เพือ่ ตรวจสอบผลการเรียนรู้ของนักเรียน
โดย : นางมงคล จันทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคิดทฤษฎกี ารแผ่ขยายพน้ื สมทุ รและหลกั ฐานสนบั สนุน ช
คำชแี้ จงกำรใช้ชดุ กจิ กรรมกำรเรยี นร้วู ิทยำศำสตรส์ ำหรบั นักเรยี น
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่นักเรียนได้ศึกษาต่อไปน้ีคือ ชุดท่ี 3 เร่ือง แนวคิด
ของทฤษฎีกำรแผ่ขยำยพื้นสมุทรและหลักฐำนสนับสนุน ซึ่งนักเรียนจะได้สารวจ สังเกต
และรวบรวมข้อมูลมาสรุปเป็นองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล
กระบวนการทางสังคม ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการเผชิญสถานการณ์
และแก้ปัญหา ผ่านทางกระบวนการกลุ่ม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด นักเรียนควรปฏิบัติตามคา
ช้ีแจง ดังตอ่ ไปน้ี
1. ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ชดุ ที่ 3 เรอื่ ง แนวคดิ ของทฤษฎีกำรแผ่ขยำย
พื้นสมทุ รและหลกั ฐำนสนับสนุน ใชเ้ วลำในกำรทำกจิ กรรม 2 ชว่ั โมง
2. นกั เรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน จานวน 10 ขอ้
3. นกั เรียนทากจิ กรรมเป็นรายกล่มุ และศึกษาวิธดี าเนนิ กจิ กรรมใหเ้ ขา้ ใจ
4. นกั เรียนปฏิบตั กิ จิ กรรมในชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
5. นักเรยี นทากิจกรรมในชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ให้ครบ
6. นกั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน จานวน 10 ข้อ
โดย : นางมงคล จันทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแกง้ เหนือพทิ ยาคม
ชดุ ที่ 3 แนวคดิ ทฤษฎีการแผข่ ยายพนื้ สมทุ รและหลักฐานสนบั สนนุ 1
ชดุ ที่ 3
แนวคดิ ของทฤษฎกี ารแผ่ขยายพ้ืนสมุทร
และหลักฐานสนบั สนนุ
มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชี้วดั
สาระท่ี 3 วทิ ยาศาสตร์โลกและอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการ
เปล่ียนแปลงภายในโลก และบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการ
เปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิศาสตร์โลก รวมท้ังผลต่อสิ่งมีชีวิต
และสิ่งแวดล้อม
ตัวชว้ี ัด
ว 3.2 ม.6/2 อธบิ ายหลกั ฐานทางธรณีวิทยาทสี่ นับสนุนการเคล่ือนทีข่ องแผ่นธรณีโดย
ใชแ้ บบจาลอง
ว 3.2 ม.6/3 ระบุสาเหตุ และอธิบายรูปแบบแนวรอยต่อของแผ่นธรณที่สัมพันธ์กับ
การเคลื่อนท่ีของแผ่นธรณี พร้อมยกตัวอย่างหลักฐานทางธรณีวิทยา
ทพี่ บ
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแกง้ เหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎีการแผข่ ยายพน้ื สมทุ รและหลักฐานสนบั สนนุ 2
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรสู้ ู่ตัวช้วี ัด
1. อธบิ ายแนวคดิ ทฤษฎเี กย่ี วกับการเคล่ือนทีข่ องแผน่ ธรณีขยายพืน้ สมทุ ร (K)
2. อธบิ ายหลกั ฐานทางธรณีทสี่ นบั สนุนการเคลื่อนทข่ี องแผน่ ธรณีขยายพื้นสมทุ ร (K)
3. สรา้ งแบบจาลองและอธิบายเก่ยี วกบั ลกั ษณะของรอยต่อของแผ่นธรณีภาคของโลก (P)
4. ทดลองและอธบิ ายสาเหตุทีท่ าใหแ้ ผน่ เปลือกโลกเคลอ่ื นท่ี (P)
5. ประยกุ ต์ใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงเกยี่ วกบั แนวคิดทฤษฎกี ารแผ่ขยายพน้ื สมุทร
และหลักฐานสนบั สนุน ในการรว่ มกิจกรรมการเรียนการสอนและนาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวนั (A)
6. มีความสนใจใฝ่เรียนรู้หรืออยากรู้อยากเห็น ทางานร่วมกับผู้อ่ืนอย่างสร้างสรรค์ ยอมรับ
ความคิดเห็นของผอู้ ่นื ได้ (A)
ลาดับความคิดต่อเนอ่ื ง
การแปรสณั ฐานของแผ่นธรณี
ธรณีภาคซึ่งเป็นช้ันนอกสุดของโครงสร้างโลก แบ่งออกเป็นแผ่นธรณี (plate)
หลายแผน่ ซึ่งเคลอื่ นทไ่ี ปบนฐานธรณีภาคทา ใหเ้ กิดการเปลี่ยนแปลงทางธรณอี ยตู่ ลอดเวลา
ทฤษฎีทวีปเลอ่ื น คือ แนวความคดิ ที่กล่าวว่า ในอดีต ณ ช่วงเวลาหนึ่งทวปี ต่าง ๆ
ไม่ได้มีตาแหน่ง เหมือนกับในปจั จุบัน แต่เคยอยูร่ วมกันเป็นแผ่นดนิ ใหญ่เพียงแผ่นดนิ เดยี วที่
เรียกว่า พนั เจีย (Pangaea)
หลักฐานท่ีสนับสนุนว่าทวีปเคยอยู่ติดกันมาก่อน ได้แก่ รูปร่างของขอบทวีป ซาก
ดกึ ดา บรรพ์ ความคลา้ ยกันของกลมุ่ หนิ และแนวเทือกเขา หลักฐานจากรอยครูดบนหินที่เกิด
จากการเคลอื่ นตัวของธารนา้ แขง็ บรรพกาล
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ที่ 3 แนวคดิ ทฤษฎกี ารแผข่ ยายพนื้ สมทุ รและหลักฐานสนบั สนนุ 3
ทฤษฎีการแผ่ขยายพื้นสมุทร เป็นการพบหลักฐานบนพ้ืนสมุทรท่ีสนับสนุนการ
เคลื่อนที่ของแผ่นธรณี ได้แก่ สันเขากลางสมุทร อายุของหินบะซอลต์บนพื้นมหาสมุทร
ภาวะแมเ่ หล็กบรรพกาล
นักวิทยาศาสตร์รวบรวมหลักฐานและแนวคดิ จากทฤษฎีทวปี เล่ือน ทฤษฎีการแผ่
ขยายพืน้ สมุทร นา มาสรุปเป็นทฤษฎีการแปรสัณฐานของแผ่นธรณี ซ่ึงกล่าวถึงการเคล่อื นที่
และการเปลี่ยนลักษณะของแผ่นธรณีอันเน่ืองมาจากวงจรการพาความร้อนของแมกมา
ภายในเน้อื โลก
การเคล่ือนที่ของแผ่นธรณีสัมพันธ์กับ แนวรอยต่อของแผ่นธรณี 3 รูปแบบ คือ
แนวแผ่นธรณีแยกตัว แนวแผ่นธรณีเคล่ือนที่หากัน แนวแผ่นธรณเี คลื่อนผ่านกันในแนวราบ
แต่ละรูปแบบ ส่งผลให้เกิดธรณีสัณฐาน โครงสร้างทางธรณีแบบต่าง ๆ และปรากฏการณ์
ทางธรณตี ่าง ๆ บนโลก
สาระสาคญั
นักธรณีวิทยาได้พยายามอธิบายปรากฏการณ์ต่าง ๆ ทางธรณีวิทยาทเ่ี กิดข้ึนบนโลก โดยใช้
หลกั ฐานข้อมูลทางธรณีภาค ไดแ้ ก่ รอยต่อของแผ่นธรณีภาค ตัวอย่างทสี่ งั เกตได้ชดั คือ ขอบของทวีป
อเมริกาใต้กับทวีปแอฟริกาที่น่าจะต่อกันได้พอดี นักธรณีวิทยาจึงทาการศึกษาต่อที่ใต้มหาสมุทร
แอตแลนติก พบรอยแยกของแผ่นธรณีภาค และเทอื กเขากลางมหาสมุทร นอกจากนี้ยังมีการค้นพบ
ซากดึกดาบรรพ์ชนิดเดียวกันแต่อยู่กันคนละทวีป จากข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ทาให้นักธรณีวิทยา
สันนิษฐานว่า โลกมีการเปล่ียนแปลงอยู่ตลอดเวลา แผ่นธรณีภาคแต่ละแผ่นเคลื่อนที่อยู่ตลอด
นับต้ังแต่โลกเร่ิมเกิด การเคล่ือนที่ของแผ่นธรณีภาคมีทั้งแบบแยกจากกัน หรือมุดซ้อนกัน ส่งผลให้
เกิดเปน็ ปรากฏการณ์แผน่ ดินไหว และภูเขาไฟระเบิด เป็นตน้
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแกง้ เหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ที่ 3 แนวคดิ ทฤษฎีการแผข่ ยายพน้ื สมทุ รและหลกั ฐานสนบั สนนุ 4
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
เรอ่ื ง แนวคดิ ของทฤษฎีการแผข่ ยายพน้ื มหาสมทุ รและหลักฐานสนับสนุน
รายวิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ รหสั วชิ า ว30104 ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 6
คาชแี้ จง 1. แบบทดสอบฉบับนี้ จานวน 10 ขอ้ คะแนนเต็ม 10 คะแนน เวลาทใ่ี ช้ 10 นาที
2. จงเลอื กคาตอบท่ถี ูกต้องท่ีสุด แลว้ เขียนเครือ่ งหมาย ลงในกระดาษคาตอบ
1. ทฤษฎีท่ีใช้อธิบายถึงกาเนิดของแผ่นดิน มหาสมุทร และส่ิงมีชีวิตที่ตายทับถม อยู่ในหินบน
เปลอื กโลก คอื ข้อใด
ก. ทฤษฎีการเลื่อนไหลของทวปี
ข. ทฤษฎีการขยายตวั ของพนื้ ทวีป
ค. ทฤษฎกี ารแปรสัณฐานแผน่ ธรณภี าค
ง. ทฤษฎกี ารเกิดแผน่ ดินไหวใตม้ หาสมทุ ร
2. เมอ่ื พืน้ แผน่ มหาสมุทรใหม่กอ่ รปู ขนึ้ จะเกิดผลอย่างไรกบั พ้ืนแผน่ มหาสมุทรเก่า
ก. พน้ื แผน่ มหาสมุทรเกา่ รวมตัวกันเปน็ แนวเทือกเขา
ข. พนื้ แผ่นมหาสมุทรเกา่ รวมตัวกนั เป็นบรเิ วณพืน้ ทวีป
ค. พนื้ แผน่ มหาสมุทรเกา่ รวมตวั กนั เปน็ แนวภเู ขาไฟกลางมหาสมทุ ร
ง. พนื้ แผ่นมหาสมุทรเก่าเคล่อื นตวั ลงไปภายในโลก บรเิ วณรอ่ งลกึ กน้ สมทุ ร เกิดการมดุ
ตัวของเปลือกโลก
3. ผนื แผ่นดนิ แผน่ เดยี วกันบนโลกต่อมาแยกเป็นทวปี ใหญ่ 2 ทวปี คือข้อใด
ก. ลอเรเซียและกอนด์วานา
ข. ออสเตรเลียและอัฟริกา
ค. ยโุ รปและอเมริกา
ง. เอเชยี และยโุ รป
4. สาเหตุทท่ี าใหแ้ ผ่นเปลอื กโลกเคล่ือนที่คือขอ้ ใด
ก. การปะทุของหินแข็งในชน้ั เปลอื กโลก
ข. การไหลวนของหินหนดื ในช้นั เนือ้ โลก
ค. การเคลอื่ นทข่ี องแร่ธาตใุ นแก่นโลกช้นั ใน
ง. การแทรกตวั ข้นึ มาของแรธ่ าตุจากแกน่ โลกช้นั นอก
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎกี ารแผข่ ยายพนื้ สมทุ รและหลกั ฐานสนบั สนนุ 5
5. ถ้าแผ่นเปลอื กโลก 2 แผน่ เคลอ่ื นทแ่ี ยกจากกันที่เทือกสนั เขากลางมหาสมุทร จะเกดิ ผลตาม
ข้อใด
ก. การขยายตัวของทวีป
ข. เกดิ ภูเขาไฟใต้มหาสมทุ ร
ค. เกิดแผ่นดนิ ไหวใต้มหาสมุทร
ง. เกิดการขยายตัวของมหาสมทุ ร
6. จากการพบหินบะซอลต์ที่รอยแยกบรเิ วณเทอื กเขากลางมหาสมทุ ร แอตแลนตกิ อายุของ
หนิ อย่บู รเิ วณดังกลา่ วเป็นอย่างไร
ก. หินบะซอลต์ท่ีอยู่ไกลจากรอยแยกมีอายุน้อยกวา่ หนิ บะซอลต์ ท่ีอยใู่ นรอยแยก
ข. หินบะซอลต์ทอ่ี ยู่ไกลจากรอยแยกมีอายุนอ้ ยกว่าหินบะซอลต์ ที่อยู่ใกล้รอยแยก
ค. หนิ บะซอลต์ที่อยู่ไกลจากรอยแยกมีอายุมากกวา่ หินบะซอลต์ ทอ่ี ยใู่ กล้รอยแยก
ง. ข้อ ก และ ข ถูก
7. แนวหินใหม่ท่เี กิดข้นึ ตลอดเวลาบรเิ วณรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลก เกดิ ใต้มหาสมุทร
อะไร
ก. แอตแลนติก
ข. อาร์กติก
ค. แปซฟิ ิก
ง. อนิ เดยี
8. สนามแม่เหล็กโลกโบราณใช้เปน็ หลักฐานเพ่ือพสิ จู นท์ ฤษฎอี ะไร
ก. การแปรสัณฐานแผ่นธรณภี าค
ข. การเคลอื่ นท่ีของแผน่ ธรณภี าค
ค. แม่เหล็กโลกในปจั จุบัน
ง. ขอ้ ก และ ข ถูก
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ที่ 3 แนวคดิ ทฤษฎีการแผข่ ยายพน้ื สมทุ รและหลกั ฐานสนบั สนนุ 6
9. การที่แผ่นธรณีภาคในแต่ละส่วนมีอัตราการเคลื่อนที่ไม่เท่ากัน นักเรียนคิดว่าเกิดจาก
สาเหตุใด
ก. ความร้อนจากชัน้ เนื้อโลกถ่ายเทอณุ หภูมิไม่เท่ากนั
ข. อัตราการเคลื่อนตัวของแมกมาในชนั้ เนอ้ื โลกไมเ่ ท่ากนั
ค. ความหนาแนน่ ของชั้นธรณีภาคและเน้ือโลกไม่เทา่ กัน
ง. ความหนาแนน่ ของชั้นธรณีภาคและเนื้อโลกไม่เท่ากัน
10. เทอื กเขากลางมหาสมุทรเกิดขน้ึ ไดอ้ ย่างไร
ก. ขอบแผ่นธรณีภาคเคลอื่ นเข้าหากัน
ข. ขอบแผ่นธรณีภาคเคลือ่ นที่ผ่านกนั
ค. ขอบแผ่นธรณีภาคแยกออกจากกัน
ง. ข้อ ก และ ข ถูก
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ที่ 3 แนวคดิ ทฤษฎกี ารแผข่ ยายพนื้ สมทุ รและหลักฐานสนบั สนนุ 7
บตั รเนื้อหา
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
ชดุ ที่ 3 แนวคิดของทฤษฎกี ารแผข่ ยายพื้นสมุทรและหลกั ฐานสนบั สนนุ
แนวคิดของทฤษฎีการแผข่ ยายพืน้ สมุทรและหลกั ฐานสนบั สนนุ
จากทฤษฎีทวีปเลื่อนที่กล่าวว่าทวีปต่าง ๆ ในอดีตเคยอยู่ติดกันมาก่อน แต่ก็ยังไม่สามารถ
อธิบายสาเหตุที่ทาให้ทวีปเคล่ือนที่แยกออกจากกัน จนกระท่ังแฮรี่ แฮมมอนด์ เฮส ได้สารวจพื้น
มหาสมุทร และพบแมกมาแทรกตัวขึ้นมาตามรอยแยกในบริเวณสันเขากลางสมุทร (mid-oceanic
ridge) และแข็งตัวกลายเป็นหินเกิดเป็นเปลือกโลกมหาสมุทรใหม่อย่างต่อเน่ืองทาให้พ้ืนมหาสมุทร
ขยายตัวและทวีปทั้งสองฝ่ังของสันเขากลางสมุทรแยกออกจากกันอย่างช้า ๆ ดังรูป 3.1
นกั วทิ ยาศาสตรจ์ งึ นาปรากฏการณ์ดังกลา่ วมาอธบิ ายกลไกการเคล่ือนท่ขี องทวีป
รูปท่ี 3.1 บริเวณสันเขากลางสมุทร
ท่ีมา : หนังสอื เรียนรายวชิ าพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ฯ วิชาวิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ (หนา้ 124)
สถาบนั สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแกง้ เหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ที่ 3 แนวคดิ ทฤษฎีการแผข่ ยายพนื้ สมทุ รและหลกั ฐานสนบั สนนุ 8
ต่อมาแฮร่ี แฮมมอนด์ เฮส และนักวิทยาศาสตร์คนอ่ืน ๆ ได้ศึกษาชนิดหิน อายุหิน
และภาวะแมเ่ หล็กบรรพกาล (paleomagnetism) ของหินบรเิ วณพ้ืนมหาสมทุ ร พบว่าพ้ืนมหา่ สมทุ ร
เป็นหินบะชอลต์เกือบท้ังหมด และหินบะซอลตท์ ่ีอยไู่ กลจากรอยแยกบริเวณสนั เขากลางสมุทรมีอายุ
มากกว่าหินบะชอลต์ท่ีอยู่ใกล้รอยแยก โดยมีรูปแบบสมมาตรตามแนวสันเขากลางสมุทร ดังรูป 3.2
และพบว่าหินบะซอลต์ทมี่ อี ายุเดียวกันท้ังสองข้างของรอยแยก แสดงทิศทางการเรียงตวั ของแร่ในหิน
บะซอลต์ตามทิศทางของสนามแม่เหล็กโลกเหมือนกัน แสดงว่าหินบะซอลต์ท่ีอยู่ท้ังสองข้างของรอย
แยกเกดิ ขึ้นพรอ้ มกันแล้วถูกแยกออกจากกัน จากหลักฐานที่กล่าวมาข้างตน้ ทาให้สามารถสรุปได้เป็น
ทฤษฎีการแผ่ขยายพ้ืนสมุทร (sea-floor spreading) ที่กล่าวว่าพ้ืนมหาสมุทรมีการเคล่ือนท่ีและ
ขยายตัวออกเนื่องจากการแทรกดันของลาวาขึ้นมาตามรอยแยกของพื้ นมหาสมุทรและแข็งตัว
กลายเป็นหินบะซอลต์ทาใหเ้ กิดเปน็ พื้นมหาสมุทรใหม่
รปู ที่ 3.2 อายหุ นิ บะซอลต์บนพ้นื สมทุ ร และทศิ ทางของสนามแม่เหลก็ โลกบนหนิ บะซอลต์
ทม่ี า : หนังสอื เรียนรายวชิ าพ้นื ฐานวิทยาศาสตรฯ์ วิชาวิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ (หนา้ 125)
สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธิการ
หลังจากมีการค้นพบทฤษฎีทวีปเลื่อนไปแล้ว ในเวลาต่อมาได้มีการค้นพบหลักฐานเกี่ยวกับ
อายุหินของพ้ืนมหาสมุทร ซึ่งเป็นท่ีมาของทฤษฎีการแผ่ขยายพ้ืนสมุทร (theory of sea floor
spreading) ท่ีอธิบายถึงสาเหตุท่ีทาให้แพงเจียแตกและเคลื่อนท่ีแยกออกจากกันได้ โดยกล่าวว่า
การปะทุแทรกขน้ มาของแมกมาบนเปลือกโลกทวีป ทาให้เปลือกโลกทวปี โป่งตวั ขึ้นแล้วแตกออกจาก
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแกง้ เหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ที่ 3 แนวคดิ ทฤษฎีการแผข่ ยายพนื้ สมทุ รและหลักฐานสนบั สนนุ 9
กัน จากน้ันก็ทรุดตัวลงเกิดเป็นหุบเขาทรุด (rift valley) ร่องท่ีเกิดจากการทรุดตัวทาให้น้าทะเล
ไหลท่วมเข้ามาเกิดเป็นทะเลหรือมหาสมุทร แมกมาท่ีปะทุแทรกขึ้นมาบนเปลือกโลก
เรียกว่า ลาวา (lava) เม่ือลาวาอุณหภูมิลดลงจะเกิดการแข็งตัวเป็นหินที่เป็นส่วนประกอบของ
เปลือกโลกมหาสมุทร เปลือกโลกมหาสมุทรท่ีอยู่ใกล้แนวรอยแตกของเปลือกโลกจะมีลักษณะเป็น
เทือกสันเขาใต้สมุทร (mid-oceanic ridge) ที่มีลักษณะขรุขระและพอกพูนข้ึนมาเป็นแนวสันเขา
ทอดยาวอยู่ใต้มหาสมุทรขนานกับแนวรอยแตก การเพ่ิมขึ้นของเปลือกโลกมหาสมุทรเน่ืองจากลาวา
แข็งตัวเป็นหินอย่างต่อเนื่องทาให้เกิดแรงดึงและดันเปลือกโลกมหาสมุทรที่เกิดข้ึนก่อนหรือท่ีมีอายุ
มากกว่าให้เคล่ือนท่ีออกห่างจากแนวรอยแตกมากข้ึนๆ สาเหตุดังกล่าวจึงอธิบายได้ว่าเพราะเหตุใด
พนั เจียจึงแตกและเคลื่อนท่แี ยกออกจากกนั ได้
แนวคิดท่ีว่าแต่เดิมทวีปต่าง ๆ เคยอยู่ติดต่อกันเป็นผืนแผ่นดินเดียวและต่อมาได้ค่อย ๆ
แยกออกจากกันนั้นเป็นของนักอุตุนิยมวิทยาและนักธรณีฟิสิกส์ชาวเยอรมันช่ือ อัลเฟรด โลทาร์
เวเกเนอร์ (Alfred Lothar Wegener) ซ่ึงแนวคิดนี้ปรากฏในหนังสือท่ีเขาได้แต่งข้ึนเม่ือ พ.ศ. 2545
และเป็นท่ีมาของทฤษฎีว่าด้วย ทวีปเล่ือน (Theory of Continental Drift) ซึ่งยังคงได้รับการ
กล่าวถึงในแวดวงวิชาการปัจจุบัน ตามทฤษฎีว่าด้วยทวีปเล่ือนนั้นได้อธิบายว่าแต่เดิมพื้นแผ่นดิน
ของโลกอยู่ติดต่อกนั เป็นผืนเดียวเรียกว่า พันเจีย (Pangaea) ต่อมาได้ค่อย ๆ แยกออกเป็น 2 ส่วน
ใหญ่ ๆ ส่วนหน่ึงเรียกว่า ลอเรเซีย (Laurasia) อยู่ในซีกโลกเหนือประกอบด้วยผืนแผ่นดินท่ีเป็น
ทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปยุโรป และทวีปเอเชียโดยไม่รวมคาบสมุทรอินเดียและอีกส่วนหน่ึง
เรียกว่า กอนด์วานาแลนด์ (Gondwanaland) อยู่ในซีกโลกใต้ประกอบด้วยผืนแผ่นดินส่วนท่ีเป็น
ทวีปแอฟริกา ทวีปอเมริกาใต้ ทวีปออสเตรเลีย ทวีปแอนตาร์กติกาและคาบสมุทรอินเดีย หลังจาก
นั้นลอเรเซียและกอนด์วานาแลนด์ก็ค่อย ๆ แยกส่วนและเคล่ือนท่ีออกห่างจากกันกลายเป็นทวีป
ตา่ ง ๆ ดังทเ่ี ป็นอยใู่ นปัจจบุ ัน
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎกี ารแผข่ ยายพนื้ สมทุ รและหลกั ฐานสนบั สนนุ 10
รูปท่ี 3.3
ทม่ี า : https://www.trueplookpanya.com/blog/content/58101
รูปที่ 3.4
ทมี่ า : https://www.trueplookpanya.com/blog/content/58101
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ที่ 3 แนวคดิ ทฤษฎีการแผข่ ยายพนื้ สมทุ รและหลักฐานสนบั สนนุ 11
ปัจจุบันเปลือกโลกมหาสมุทรมีแนวรอยแตกหรือช่องให้แมกมาปะทุแทรกข้ึนมาบนเปลือก
โลกไดม้ ากมาย ดังตวั อยา่ งแนวรอยแตกของเปลือกโลกบริเวณพ้นื มหาสมุทรแอตแลนติก
จากการสารวจและการหาอายุหินของพน้ื มหาสมุทรทาให้ทราบว่าพ้ืนมหาสมุทรท่ีอยู่ใกล้กับ
แนวรอยแตกของเปลือกโลกจะมีอายุน้อยกว่าพ้ืนมหาสมุทรท่ีอยู่ไกลออกไปตามลาดับ จากทฤษฎี
การแผ่ขยายพ้ืนสมุทรทาให้เราทราบว่าการแข็งตัวเป็นหินของลาวาอย่างต่อเนื่องทาให้เกิดเปลือก
โลกมหาสมุทรชุดใหม่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นสาเหตุทาให้เปลือกโลกมหาสมุทรเคลื่อนท่ีและแผ่ขยาย
ออกไปจากแนวรอยแตกของเปลือกโลกได้
รปู ที่ 3.5 แนวรอยแตกของเปลอื กโลก
ทม่ี า : http://blog12509.blogspot.com/p/blog-page_97.html
จากข้อมูลการสารวจพื้นท้องทะเลทาให้นักธรณีฟิสิกส์ช่ือ แฮร์รี แฮมมอนด์ เฮสส์ (Harry
Hammond Hess) ซ่ึงเป็นศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันในสหรัฐอเมริการะหว่าง พ.ศ.
2470 – 2512 ได้เสนอแนวความคิดใหม่ใน พ.ศ. 2504 ว่าพื้นท้องทะเลใหม่น่าจะถูกสร้างข้ึนใน
บริเวณสันเขาใต้สมุทร โดยการพวยพุ่งของสารร้อนท่ีหลอมละลายจากชั้นเน้ือโลกจนในที่สุดทาให้
เปลือกโลกเกิดการปริแตกเป็นแนวยาวและเป็นหนทางให้สารหลอมละลายเหล่านั้นเคล่ือนตัวพุ่ง
ขนึ้ มาจากเนอ้ื โลกตามรอยแยกน้ันซึ่งการแทรกดันของสารหลอมละลายนี้เกิดข้ึนตลอดเวลาทาให้ดัน
หินบนเปลือกโลกปริแตกออกแยกตัวและเคล่ือนตัวออกจากกัน แนวคิดนี้ทาให้เกิดทฤษฎีใหม่ท่ี
เรียกว่า ทฤษฎีการแผ่ขยายพื้นท้องทะเล (Theory of Seafloor Spreading) ซึ่งการขยายของ
พื้นท้องทะเลในแต่ละแห่งมีอัตราไม่เท่ากัน เช่น พื้นท้องมหาสมุทรแอตแลนติกมีการแผ่ขยาย
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ที่ 3 แนวคดิ ทฤษฎกี ารแผข่ ยายพนื้ สมทุ รและหลักฐานสนบั สนนุ 12
ประมาณปีละ 5 เซนติเมตร ส่วนพื้นท้องมหาสมุทรแปซิฟิกแผ่ขยายออกไปได้เร็วกว่าคือประมาณ
ปีละเกอื บ 10 เซนติเมตร
ในปัจจุบันนักธรณีวิทยาเชื่อว่าแผ่นเปลือกโลกมีการสร้างขึ้นใหม่และถูกทาลายอยู่
ตลอดเวลา ลักษณะเช่นน้ีส่งผลให้แผ่นเปลือกโลกเกิดการเปล่ียนลักษณะ (deformation) และการ
ดัดแปลง (modification) อยู่เสมอ เราเรยี กกระบวนการท่ีทาให้แผ่นเปลอื กโลกเกิดการเปลีย่ นแปลง
โครงสร้างอันเป็นผลเนื่องมาจากแรงภายในโลกว่า การแปรสัณฐานแผ่นเปลือกโลก (plate
tectonics) ในปัจจุบันเช่ือว่ากระบวนการทางธรณีวิทยาตา่ ง ๆ ของโลกเป็นผลเสียเน่ืองมาจากการ
แปรสัณฐานเปลือกโลกแทบท้ังสิ้นเนื่องจากกระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นบริเวณกว้างขวางท่ัวท้ัง
โลก บางคนจึงเรียกว่า การแปรสัณฐานพภิ พ (global tectonics) ซ่ึงเป็นแนวคดิ ของนกั ธรณีวทิ ยา
ชาวแคนาดาช่ือนายทโู ซ วิลสนั (Tuzo Wilson) ศาสตราจารย์ แหง่ มหาวิทยาลยั โทรอนโต (Toronto
University) เมื่อ พ.ศ. 2508 เนื่องจากการเคล่ือนท่ีหรือการแปรสัณฐานเห็นชัดเจนมากภายใน
เปลือกโลกบางคร้ังจึงเรียกว่า การแปรสัณฐานแผ่นเปลือกโลก (crustal tectonics) ท่ีจริง
แผ่นเปลือกโลก (crustal plate) ประกอบด้วยเปลือกโลกและส่วนบนสุดของเน้ือโลกด้วย
แผน่ เปลือกโลกดังกล่าวน้ีมีอยูท่ ั้งหมด 15 แผน่ แต่ละแผ่นอาจประกอบด้วยพื้นทะเลเพียงอยา่ งเดียว
เช่น แผ่นแปซิฟิก แผ่นแคริบเบียนหรือประกอบด้วยทั้งพื้นทะเลและพื้นทวีปก็ได้ เช่น แผ่นอเมริกา
เหนือ แผน่ แอฟริกา แผน่ อเมรกิ าใต้
การเคลื่อนท่ีของแผ่นเปลือกโลกมักเกิดเด่นชัดมากที่บริเวณขอบของแผ่นเปลือกโลกส่วนใน
บริเวณกลางแผ่นมักไม่ค่อยเกิดขึ้นมากเท่าใดนัก คือ มีความเสถียร (stable) มากกว่า การที่
นักวิทยาศาสตร์ทราบว่าขอบแผ่นเปลือกโลกนี้อยู่ตรงส่วนใดของโลกสามารถอธบิ ายได้เมื่อนาเอาจุด
ทีเ่ กิดแผน่ ดินไหวและภูเขาไฟปะทุบ่อย ๆ มากาหนดลงบนแผนท่ีโลกจะเห็นได้ชดั เจนวา่ จดุ ดังกลา่ วนี้
ต่อกันเป็นแนวยาวเรียงรายต่อเนื่องกันไปท่ีเห็นเด่นชัดมากคือบริเวณแนวจุดรอบ ๆ มหาสมุทร
แปซฟิ ิกทเี่ รยี กวา่ วงแหวนอคั นี (ring of fire) เมื่อก่อนนักวทิ ยาศาสตร์อธบิ ายไม่ได้ว่าทาไมจึงเกิด
แนวดังกล่าวเหล่าน้ันแต่เม่ือได้พิจารณาถึงการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกตามกระบวนการแปร
สัณฐานแผ่นเปลือกโลกแล้วเราสามารถอธิบายการเกิดวงแหวนอัคนีท่ีเชื่อ มโยงไปถึงการกาหนด
บริเวณขอบของแผ่นเปลอื กโลกได้ กล่าวคือบรเิ วณทเี่ ป็นสันเขาใตส้ มทุ รมกั เป็นบริเวณท่ีเป็นแนวยาว
นูนสูงและมีรอยแตกตรงกลางแนวมากมายซึ่งเป็นช่องทางให้หินหนืด (magma) คือ หินท่ีร้อน
และหลอม ละลายอยู่ภายในโลกไหลเคล่ือนท่ีข้ึนมาบนผิวโลก โดยหินหนืดจะเย็นตัวตกผลึก
และแข็งตัวตามรอยแตกได้อย่างรวดเร็วเม่ือสัมผัสกับน้าทะเลกลายเป็นหินภูเขาไฟท่ีมีองค์ประกอบ
เป็นหินบะซอลต์ ซึ่งเป็นหินหลักของพื้นทะเล การเกิดขึ้นมาเร่ือย ๆ ของหินหนืดบริเวณสันเขาใต้
สมุทรน้ีเองท่ีทาให้เกิดการแผ่ขยายพื้นท้องทะเลออกไปเร่ือย ๆ เม่ือท้องทะเลแผ่กว้างออกไปจึงมี
ส่วนผลักดันให้แผ่นเปลือกทวีปท่ีเดิมติดกันอยู่เกิดการเคลื่อนที่ห่างออกไปจากกันด้วยจนในท่ีสุดจะ
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ที่ 3 แนวคดิ ทฤษฎีการแผข่ ยายพนื้ สมทุ รและหลกั ฐานสนบั สนนุ 13
ทาให้ขอบแผ่นเปลือกโลกแผ่นหนึ่งมุดตัวลงไปใต้แผ่นเปลอื กโลกอกี แผน่ หนึง่ ไดโ้ ดยแผน่ ทม่ี ุดตัวลงไป
ส่วนใหญ่เป็นแผ่นเปลือกสมุทร เช่น แผ่นอินเดียมุดลงไปใต้แผ่นยูเรเชียแถบเกาะสุมาตราหรือแผ่น
แปซฟิ กิ มดุ ตวั ลงไปใต้แผน่ อเมริกาใต้
แผ่นเปลือกโลก 2 แผ่นท่ีอยใู่ กล้ชิดกันหากเกิดการเคลื่อนทผี่ ่านกันหรือสวนทางกันเราเรียก
การเคลื่อนท่ีแบบนี้ว่า การเคล่ือนแผ่นผ่านกัน (transform plate motion) ซ่ึงจะทาให้แผ่น
เปลือกโลก 2 แผ่นนั้นเสียดสีกันจนเกิดแผ่นดินไหวได้ แต่โดยทั่วไปการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก
มักมี 2 ลักษณะหลัก ๆ คือ การเคลื่อนแผ่นออกจากกัน (divergent plate motion) ซ่ึงทาให้
เกดิ หินหนืดและหินอคั นีได้ดงั กลา่ วมาแล้วและอีกแบบคือ การเคลื่อนแผ่นเข้าหากัน (convergent
plate motion) ซ่ึงทาให้เกิดการชนกันของแผ่นเปลือกโลกและดันบางส่วนของแผ่นเปลือกโลกให้
ยกตัวสูงขึ้น การเกิดเป็นภูเขาสูง ๆ เช่น เทือกเขาหิมาลัยของทวีปเอเชีย เทือกเขาแอลป์ของทวีป
ยุโรป เทือกเขาร็อกกีและเทือกเขาแอนดีสของทวีปอเมริกา ก็เป็นผลมาจากการเคล่ือนที่เข้าหากัน
ระหว่างแผ่นเปลือกโลกภาคพน้ื ทวีป 2 แผน่ แตใ่ นบางคร้งั จะพบว่าแผน่ เปลือกโลกภาคพ้ืนสมทุ รอาจ
เคลื่อนท่ีเข้าหาแผ่นเปลือกโลกภาคพ้ืนทวีปแล้วแผ่นเปลือกโลกภาคพ้ืนสมุทรเกิดการมุดตัว
(subduction) ลงไปใต้แผ่นเปลือกโลกภาคพื้นทวีป การเคล่ือนท่ีเข้าหากันของแผ่นเปลือกโลกท้ัง
สองนอกจากจะทาให้เปลือกโลกบรเิ วณนน้ั เกิดการยกตัวเปน็ ภูเขาสูงหรือยบุ ตวั ตา่ ลงเป็นแอง่ หรือหุบ
เขาแล้วยงั ทาใหเ้ ปลือกโลก เกดิ การเสียดสีกันอยา่ งมากจนในทีส่ ดุ อาจเกิดเป็นแผน่ ดนิ ไหวขน้ึ ได้ซง่ึ ถ้า
แผ่นดินไหวน้ีเกิดขึ้นใต้ทะเลและมีกาลังแรงมากก็อาจก่อให้เกิดสึนามิ (tsunami) ซึ่งเป็นคลื่นที่มี
ขนาดใหญ่มาก เคลื่อนตัวเข้าสู่บริเวณชายฝ่ังทะเลและก่อให้เกิดความเสียหายได้มากดังเช่นท่ีเคย
เกิดขนึ้ บรเิ วณชายฝง่ั ทะเลในภาคใต้ของประเทศไทยดา้ นทะเลอนั ดามนั เม่ือปลายเดือนธนั วาคม พ.ศ.
2547
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแกง้ เหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ที่ 3 แนวคดิ ทฤษฎีการแผข่ ยายพน้ื สมทุ รและหลักฐานสนบั สนนุ 14
รปู ที่ 3.6 แผนท่ีแสดงอายขุ องหินบริเวณพ้ืนมหาสมุทร โดยหินทม่ี ีอายุอ่อนทส่ี ดุ (สแี ดง)
อยู่บรเิ วณแนวรอยแยกของแผ่นเปลอื กโลก
ทีม่ า : https://th.wikipedia.org/wiki
อน่ึง การเสียดสีของแผน่ เปลือกโลกภาคพ้ืนสมุทรทีม่ ุดตัวลงไปทั้งใต้แผ่นเปลือกโลกภาคพ้ืน
ทวปี อาจก่อให้เกิดความร้อนอย่างรุนแรงมากขนึ้ เร่ือย ๆ จนในท่สี ุดเกิดการหลอมละลายบางสว่ นของ
แผ่นเปลือกโลกภาคพ้ืนสมุทรที่มุดตัวลึกลงไป การหลอมละลายของหินเปลือกโลกบางส่วนนี้ทาให้
เกิดหินหนืดข้ึนได้นอกจากน้ันการที่แผ่นเปลือกโลกภาคพื้นทวีปถูกบีบอัดอย่างรุนแรงอันเป็นผลต่อ
เน่ืองมาจากการมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกส่วนมหาสมุทรน้ีทาให้อุณหภูมิและความดันในหินเปลือก
โลกภาคพนื้ ทวปี สูงขึน้ มากจนทาใหห้ ินตะกอนบรเิ วณนนั้ เกดิ การแปรสภาพกลายเปน็ หนิ แปรได้
จากทฤษฎีทวปี เล่อื นทก่ี ลา่ วไปแลว้ น้ันทาใหท้ ราบวา่ ทวปี ตา่ ง ๆ เคยเปน็ แผน่ ทวปี ขนาดใหญ่
แผ่นเดียวกันมาก่อนต่อมาจึงเคลื่อนท่ีแยกออกจากกันกระบวนการใดท่ีทาให้แผ่นทวีปแยกออกจาก
กันและยังมีแนวคดิ และหลักฐานอืน่ ๆ อีกหรือไมท่ นี่ ามาใชส้ นับสนนุ การเคล่ือนทข่ี องแผ่นธรณี
จากแฮรี่แฮมมอนด์เฮส (Harry Hammond Hess) ได้สารวจพบการเหล่ือมกันของสันเขาที่
เป็นแนวยาวบริเวณตอนกลางของพ้ืนมหาสมุทรแอตแลนติกทาให้เกิดแนวคิดว่าพ้ืนมหาสมุทรมีการ
เคล่ือนท่ที าให้สนั เขาทีค่ วรเชื่อมตอ่ กันเหลือมออกจากกันจากการศึกษาในระยะตอ่ มาไดพ้ บหลกั ฐาน
ต่าง ๆ ท่สี นบั สนุนแนวคิดดงั กล่าว ดงั นี้
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแกง้ เหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎีการแผข่ ยายพน้ื สมทุ รและหลักฐานสนบั สนนุ 15
(1) สันเขากลางสมุทร (mid-oceanic ridge) เกิดจากการแทรกตัวขึ้นมาของลาวาตาม
รอยแยกกลางมหาสมุทรทาให้มีลักษณะเป็นสันเขาท่ีมีฐานกว้างมากเม่ือเทียบกับความสูงโดยท่ี
บริเวณส่วนยอดของสันเขามีลักษณะภูมิประเทศแบบหุบเขาทรุด (rift valley) ท่ีมีลักษณะเป็นรอย
แยกตลอดความยาวของเทือกเขาอีกท้ังมีรอยแตกและรอยเลอื่ นตัดขวางกับรอยแยกจานวนมากการ
แทรกดันของลาวาในบริเวณดังกล่าวจะดันให้บริเวณส่วนกลางเทือกเขากลางสมุทรของแผ่นธรณี
มหาสมุทรเคลื่อนที่ออกจากกันดังรูป 3.5 นอกจากน้ียังพบว่ารอยแยกเหล่าน้ีเป็นศูนย์กลางการเกิด
แผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิด
รปู ที่ 3.7 แสดงบรเิ วณสันเขากลางมหาสมทุ ร
ที่มา : หนังสือเรยี นรายวชิ าเพ่มิ เติมวิทยาศาสตร์ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ เล่ม 1 (หน้า 46)
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธกิ าร
(2) อายุของหินบะซอลต์บนพื้นมหาสมุทร จากการสารวจพ้ืนมหาสมุทรพบว่า
หินบะซอลต์ท่ีอยู่ไกลจากรอยแยกบริเวณสันเขากลางสมุทรมีอายุมากกว่าหินบะซอลต์ที่อยู่ใกล้รอย
แยกบริเวณสันเขากลางสมุทรนักวิทยาศาสตร์ได้อธิบายปรากฏการณน์ ้ีว่าลาวาจากสว่ นลา่ งแทรกดัน
ขึ้นมาทาให้ธรณีภาคในบริเวณน้ันเกิดรอยแยกและเกิดการเคล่ือนตัวออกจากกันอย่ างช้า ๆ
ตลอดเวลาเม่ือลาวาเย็นตัวลงเป็นหินบะซอลต์ทาให้เกิดเป็นเปลือกโลกมหาสมุทรใหม่และทาให้พ้ืน
มหาสมุทรขยายตัวดังรปู 3.6
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎีการแผข่ ยายพนื้ สมทุ รและหลกั ฐานสนบั สนนุ 16
รูปท่ี 3.8 อายุหินบะซอลต์บนพ้นื มหาสมุทร
ทมี่ า : หนงั สือเรียนรายวิชาเพ่ิมเติมวทิ ยาศาสตร์ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ เลม่ 1 (หน้า 47)
สถาบนั สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธิการ
(3) ภาวะแม่เหล็กบรรพกาล (paleomagnetism) เป็นร่องรอยของสนามแมเ่ หล็กโลกใน
อดีตท่อี ยู่ในหินที่เกิดจากการแขง็ ตัวของลาวาซ่ึงในขณะท่ีลาวากาลังเย็นตัวกลายเป็นหินแร่ประกอบ
หินในลาวาท่ีตอบสนองกับสนามแมเ่ หล็กได้จะถูกเหน่ียวนาให้ วางตัวตามทิศทางของสนามแม่เหล็ก
โลกในช่วงเวลาน้ัน ๆ ซึ่งภายหลังจากการแข็งตัวของลาวาแล้วการวางตัวน้ีจะไม่เปลี่ยนแปลงตาม
สนามแม่เหล็กโลกในเวลาต่อมาจากการศึกษาหินบะซอลต์บริเวณรอยแยกกลางมหาสมุทร
แอตแลนติกท่ีมีอายุ เท่ากันเป็นรูปแบบสมมาตรท้ังสองฝ่ังตามแนวรอยแยกกลางสันเขากลางสมุทร
พบว่าแร่ประกอบหินในหินบะซอลต์ที่มีอายุเดียวกันท้ังสองข้างของรอยแยกนั้นแสดงทิศของ
สนามแมเ่ หล็กโลกเหมอื นกันแสดงวา่ หินบะซอลตท์ ี่ทั้งสองข้างของรอยแยกทม่ี ีอายุเดียวกนั และมีทิศ
ของสนามแม่เหล็กโลกเหมือนกันนน้ั เกดิ ข้ึนพร้อมกันแล้วถูกแยกออกจากกนั ดังรปู 3.7
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแกง้ เหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎีการแผข่ ยายพนื้ สมทุ รและหลักฐานสนบั สนนุ 17
รูปที่ 3.9 ภาวะแมเ่ หลก็ บรรพกาล
ท่มี า : หนังสือเรียนรายวิชาเพม่ิ เติมวิทยาศาสตร์ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ เลม่ 1 (หนา้ 48)
สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธิการ
จากหลักฐานที่กล่าวาข้างต้นทาให้สามารถสรุปได้เป็นทฤษฎีการแผ่ขยายของพ้ืนสมุทร
ทะเล (Sea Floor Spreading Theory) ท่ีกล่าวว่า พ้ืนมหาสมุทรมรการเคล่ือนท่ีและขยายตัวออก
เนื่องจากการแทรกดันตัวของลาวาขึ้นมาตามรอยแยกของพื้นมหาสมุทรและแข็งตัวกลายเป็น
หนิ บะซอลต์ ทาให้เกดิ เป็นพ้ืนสมทุ รใหม่
แนวความคิดท่ีสนับสนุนทฤษฎีทวีปเลื่อน ได้แก่ ทฤษฎีการขยายตัวของพื้นทะเล (Sea
Floor Spreading Theory) และยังมีหลักฐานสนับสนุนอ่ืนๆ อีก เช่น หลักฐานจากซากดึกดาบรรพ์
ท่ีพบบริเวณสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ได้แก่ ฝ่ังทวีปอเมริกาใต้ และทวีปแอฟริกาใต้ มีลักษณะ
คลา้ ยกัน
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ที่ 3 แนวคดิ ทฤษฎกี ารแผข่ ยายพน้ื สมทุ รและหลักฐานสนบั สนนุ 18
รปู ท่ี 3.10 แสดงการขยายตัวของพื้นทะเล
ที่มา : http://www.baanjomyut.com
รปู ท่ี 3.11 รอบต่อของขอบทวปี
ทม่ี า : http://www.baanjomyut.com
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแกง้ เหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ที่ 3 แนวคดิ ทฤษฎกี ารแผข่ ยายพนื้ สมทุ รและหลักฐานสนบั สนนุ 19
รปู ท่ี 3.12
ทีม่ า : http://www.baanjomyut.com
รปู ที่ 3.13 แสดงการเคลื่อนท่ีของแผ่นเปลือกโลก
ท่ีมา : http://khanaporn.exteen.com
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแกง้ เหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎีการแผข่ ยายพนื้ สมทุ รและหลกั ฐานสนบั สนนุ 20
spreading plate boundary = การเคลื่อนท่ีของขอบแผ่นเปลือกโลกแบบกระจายตัว
โดยแผน่ เปลอื กโลกสองแผ่นมกี ารเคลอ่ื นทีอ่ อกจากกนั
plate subduction = ขอบแผ่นเปลือกโลกเคล่ือนเข้าหากันแบบมุดตัว การท่ีแผ่นเปลือก
โลกแผ่นหนึ่งมุดเข้าไปอยู่ใต้แผ่นเปลือกโลกอีกแผ่นหน่ึง เป็นแรงบีบอัด (Compress Forces) มัก
เกิดจากแผ่นทวีปมหาสมุทรกับมหาสมุทร หรือมหาสมุทรกับแผ่นทวีปทาให้เกิดแนวร่องลึกบาดาล
(Trench) ตามมา ซึ่งรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลกมีหลายแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธีเคล่ือนตัวท่ีแผ่น
หน่งึ กระทาต่ออีกแผน่ หนง่ึ ซง่ึ วธิ เี คลื่อนตัวมอี ยู่ 3 แบบ คือ
1. แบบกระจายตัว (spreading)
2. แบบมดุ ตัว (subduction)
3. แบบเปลย่ี นรูป (transform)
แผ่นดินไหวอาจเกิดมาจากภูเขาไฟระเบิด แต่แผ่นดินไหวส่วนใหญ่เกิดจากการเคลื่อนท่ี
บริเวณรอยแตกของเปลือกโลก แผ่นดินไหวระดับท่ีมีความรุนแรงมากหรือท่ีปล่อยพลังงานเท่ากับ
ร้อยละ 80 ของพลังงานท่ีเกิดจากแผ่นดินไหวทั่วโลก มักจะเกิดขึ้นในบริเวณท่ีเกิดการมุดตัว
ซง่ึ พ้ืนผิวโลกใต้มหาสมุทรมีการเคลือ่ นตัวมุดเข้าไปใต้พืน้ แผน่ ทวปี หรือใต้แผ่นท้องมหาสมุทรที่เพิ่งจะ
กอ่ ตวั ขน้ึ มาใหม่
transform fault =รอยเล่ือน ซ่ึงเป็นรอยเล่ือนขนาดใหญ่ มักเกิดขึ้นในบริเวณเทือกเขา
กลางมหาสมุทร เช่น จากการศึกษาลักษณะทางภูมศิ าสตร์ระยะใกลข้ องแนวเทือกเขาทมี่ ีการแยกตัว
ที่ Juan de Fuca นอกชายฝ่ังแปซิฟิกด้านตะวันตกเฉียงเหนือ แสดงให้เห็นถึงขอบของศูนย์กลางท่ี
เกิดการแยกตัวซึ่งปรากฏขึ้นมา ในขณะที่เปลือกโลกเคลื่อนที่ออกจากแนวเทือกเขาก็จะเย็นตัวและ
จมลง แนวเทือกเขาท่ีเหล่ือมกันด้านข้างเช่ือมต่อกันด้วยรอยเล่ือนแปลง (transform fault) แต่
บางครั้งก็เกิดข้ึนบริเวณชายฝั่ง เช่น รอยเลื่อนแอนเดรียส์ ท่ีทาให้เกิดแผ่นดินไหวในรัฐแคลิฟอร์เนีย
ประเทศสหรัฐอเมรกิ า เกิดจากการเคลื่อนทส่ี วนกนั ของเพลตอเมริกาเหนือและเพลตแปซิฟิก
แผ่นเปลือกโลกทั้ง 16 แผ่นท่ีประกอบกันเข้าเป็นเปลือกโลกน้ัน มีการเคลื่อนท่ีอยู่
ตลอดเวลา บางทีก็เคล่ือนที่ผ่านกัน และเฉียดกันในทิศทางท่ีสวนกัน จนเกิดเป็นรอยเลื่อนด้านข้าง
ขนาดใหญ่ (transform fault)ข้ึนได้ โดยอัตราการเคล่ือนที่ของแผ่นเปลือกโลกแตล่ ะแผ่นน้ัน นับว่า
ช้ามาก ๆ โดยเฉล่ียแล้วเพียงแค่ 2.5 ซม. ต่อปี หรือเทียบง่าย ๆ ว่าพอ ๆ กับเล็บมือของเราท่ีงอก
ออกมาในแตล่ ะปี
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎกี ารแผข่ ยายพน้ื สมทุ รและหลกั ฐานสนบั สนนุ 21
การเกดิ และลกั ษณะของ Island arcs และ ring of fire
รปู ที่ 3.14 แสดงการเคลอื่ นทขี่ องแผน่ เปลือกโลก
ทม่ี า http://khanaporn.exteen.com
Island arcs = หมเู่ กาะรูปโค้ง เช่น ญปี่ ุ่น และฟิลปิ ปนิ ส์ เป็นบริเวณทส่ี ามารถพบรอ่ งลึก
ก้นสมุทรได้ นอกจากนส้ี ามารถพบร่องลึกกน้ สมุทรได้ตามขอบทวีป โดยร่องลกึ กอ้ นสมทุ ร (oceanic
trench) มลี ักษณะยาว แคบและลึกกว่าบรเิ วณทรี่ าบก้นสมทุ ร (abyssal plain)
เปลือกโลกภาคพื้นสมุทรชนกันเอง จะได้เกาะภูเขาไฟ(volcanic Island arcs) ซ่ึงเป็น
ลักษณะหมู่เกาะรูปโค้งอย่างหน่ึง มีส่วนประกอบแบบandesitic และเกิดเนินชั้นตะกอนที่อยู่บนพ้ืน
สมุทรนั่นแหละถกู โกยมารวมกันเกดิ รอยแตก เกิดการคดโค้งเป็นภเู ขาที่เป็นหินตะกอน หรืออาจเกิด
hotspot จากใต้โลกดันเปลอื กโลกภาคพื้นสมทุ รขนึ้ มาเกดิ เปน็ แนวภูเขาไฟ เช่นแนวภเู ขาไฟทีฮ่ าวาย
เมื่อแผ่นเปลอื กโลกภาคพื้นสมทุ รเคลื่อนทเี่ ข้าปะทะกนั แผ่นเปลือกโลกหนงึ่ ก็จะมุดตัวลงไป
ใต้แผ่นเปลือกโลกอีกแผ่นหน่ึง เช่นเดียวกับท่ีเกิดแผ่นเปลือกโลกภาคพ้ืนสมุทร-ภาคพ้ืนทวีป เคล่ือน
ตัวเขา้ หากนั ดังที่ได้อธบิ ายไปแล้ว ส่วนท่ีต่างกันนั้นอยู่ท่ีการสะสมตัวของแมกมาและการเกิดระเบิด
ของภูเขาไฟน้นั จะเกิดท่ีพน้ื มหาสมุทร และถ้าเกิดภูเขาไฟระเบิดตอ่ ๆกัน ในที่สุดกส็ ามารถทาให้เกิด
เป็นเกาะใหม่ข้ึนมาในมหาสมุทร เกาะใหม่ที่เกดิ ขน้ึ นปี้ ระกอบด้วยเกาะภูเขาไฟ หลายๆเกาะเป็นแนว
ภูเขาไฟ ซ่ึงเรียกว่า volcanic Island arcs เกาะภูเขาไฟเหล่าน้ีมักจะอยู่ห่างจากแกนของร่องลึก
(trench axis) ประมาณ 200-300 กม.
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ที่ 3 แนวคดิ ทฤษฎกี ารแผข่ ยายพน้ื สมทุ รและหลกั ฐานสนบั สนนุ 22
รูปที่ 3.15 แสดงหลักฐานรอ่ งรอยแนววงแหวนไฟ
ทม่ี า : http://khanaporn.exteen.com
The Ring of Fire = "วงแหวนแห่งไฟ" หมายถึง แนวภูเขาไฟท่ีผุดขึ้นมาคู่กับร่องลึก
เป็นแถบที่มีการเกิดแผ่นดินไหว และภูเขาไฟระเบิด ในบริเวณขอบมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นแนว
เพลตเทคโทนิก (Tectonic Plates) และเขตภูเขาไฟคุกรุ่น (ในโลกมีแผ่นเทคโทนิกท้ังสิ้น 12 แผ่น
เป็นแนวที่จะเกิดการเคลื่อนไหว อันเกิดจากความร้อนภายในโลก ทั้งการขยายตัวและหดตัว รวมถึง
การเคลื่อนไหวของแมกมาอย่างฉับพลัน)
จากการศึกษาพบว่ามากกว่าร้อยละ 75 ของภูเขาไฟบนโลก คือ ประมาณ 637 ลูก จาก
850 ลูก เป็นภูเขาไฟที่ยังมีพลังอยู่และอยู่ในบริเวณท่ีเรียกว่า "วงแหวนไฟ" (Ring of Fire) บริเวณ
ตั้งแต่ทางตอนใต้ของประเทศซิลีข้ึนไปทางขอบตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ อเมริกาเหนือ ถึงรัฐอา
ลาสกา โค้งไปยังตะวันออกของเอเชีย จากไซบีเรียลงไปจนถึงนิวซีแลนด์และที่เหลืออีกร้อยละ 20
คือ ภูเขาไฟในอินโดนีเซีย และภูเขาไฟในญ่ีปุ่น หมู่เกาะอาลิวเชียน และอเมริกากลางเป็นเขตที่มี
ภูเขาไฟที่ยังมีพลังอยู่ท้ังหมด เรามักพบว่าภูเขาไฟมักอยู่ตามขอบของแผ่นทวีป ซึ่งขอบเขตของ
“วงแหวนของไฟ” นั้นเป็นบริเวณขอบทวีประหว่างแผ่นทวีปแปซฟิ กิ (Pacific Plates) กับแผ่นทวีป
โดยรอบมหาสมุทรแปซิฟิก ส่วนภูเขาไฟที่ยังมีพลังอื่นๆ ได้แก่ เขตทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และเกาะ
ไอซ์แลนด์ พบวา่ อยบู่ ริเวณขอบแผน่ ทวปี เชน่ เดียวกัน
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแกง้ เหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎกี ารแผข่ ยายพน้ื สมทุ รและหลักฐานสนบั สนนุ 23
ที่มาของทฤษฎีการแผ่ขยายพื้นสมุทร เกิดจากการค้นพบหลักฐานเก่ียวกับอายุหิน ของพื้น
มหาสมุทร โดยทฤษฎีการแผ่ขยายพ้ืนสมุทร ได้อธิบายถึงสาเหตุท่ีทาให้พันเจียแตก และเคลื่อนท่ี
แยกออกจากกัน ซึ่งเกิดจากการปะทุแทรกข้ึนมาของแมกมาบนเปลือกโลกทวีป ทาให้เปลือกโลก
ทวีปโปง่ ตัวข้ึน เกิดเป็นเทอื กเขากลางมหาสมุทร จนแตกออกจากกัน แล้วเกิดการทรุดตัวเป็นหุบเขา
ทรดุ ร่องทเ่ี กดิ จากการทรุดตัวเกิดเปน็ ทะเล และมหาสมุทร
เปลอื กโลกมหาสมุทรท่ีอยู่ใกล้แนวรอยแตกของเปลอื กโลก จะมลี ักษณะเปน็ สันเขาใต้สมุทร
การเพิ่มขึ้นของเปลือกโลกใต้มหาสมุทร เน่ืองจากลาวาแข็งตัวเป็นหินอย่างต่อเนื่อง ทาให้เกิดแรง
ดึงดูด และดันเปลือกโลกมหาสมุทรที่เกิดขึ้นก่อน หรือมีอายุมากกว่า ให้เคลื่อนที่ออกห่างจากแนว
รอยแตกมากข้ึน ส่งผลให้พื้นมหาสมุทร ที่อยู่ใกล้กับแนวรอยแตกของเปลือกโลกมีอายุน้อยกว่าพื้น
สมุทรท่ีอยู่ไกลออกไป และการแข็งตัวเปน็ หินของลาวาอย่างต่อเนอื่ ง ทาให้เกิดเปลือกโลกมหาสมทุ ร
ชุดใหมอ่ ยู่ตลอดเวลา
รปู ที่ 3.16 รอยเลอื่ นกลางมหาสมทุ ร
ที่มา : http://www.trueplookpanya.com/learning/detail/34154
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎีการแผข่ ยายพน้ื สมทุ รและหลักฐานสนบั สนนุ 24
หลกั ฐานที่สนับสนุนวา่ มีการแผ่ขยายพื้นมหาสมุทร ไดแ้ ก่
1. เทือกเขากลางสมุทร เน่ืองจากเกดิ รอยแยกบริเวณมหาสมุทร กลายเป็นบริเวณท่ีเกิดการ
ปะทุของภูเขาไฟ การแทรกดันของหินหนืดในบริเวณดังกล่าว จะดันให้แผน่ ธรณีมหาสมุทรเคลื่อนที่
ออกจากกนั จากส่วนกลางของเทือกเขากลางมหาสมุทร
2. อายุหินบริเวณพ้นื มหาสมุทร จากการศึกษาหนิ บะซอลต์บริเวณหุบเขาทรุด หรือรอยแยก
บริเวณเทือกเขากลางมหาสมุทร พบว่าหินบะซอลต์ท่ีอยู่ไกลจากรอยแยก จะมีอายุมากกว่าหิน
บะซอลต์ท่ีอยู่ใกล้รอยแยก เพราะเมื่อแผ่นธรณีเกิดรอยแยก แผ่นธรณีจะเคล่ือนที่ออกจากกันอย่าง
ช้าๆ ตลอดเวลา ซ่ึงเนอื้ ของหนิ บะซอลต์จากสว่ นล่าง จะแทรกเสริมขึ้นมาตรงรอยแยกเป็นธรณีภาค
ใหม่ ทาให้บริเวณรอยแยกเกิดหินบะซอลต์ใหม่เร่ือยๆ ดังน้ัน แผ่นธรณีบริเวณเทือกเขากลาง
มหาสมุทร จึงมีอายุนอ้ ยทสี่ ุด และแผ่นธรณใี กล้ขอบทวีป จะมอี ายมุ ากกวา่
3. ภาวะแม่เหล็กโลกบรรพกาล คือร่องรอยสนามแม่เหล็กโลกในอดีต ศึกษาจากหิน
บะซอลต์ท่ีมีแร่แมกนีไทต์ (Fe3O4) เป็นองค์ประกอบ เพราะธาตุเหล็กที่อยู่ในแร่นี้ จะถูกเหนี่ยวนา
โดยสนามแมเ่ หลก็ โลก ทาให้มีการเรียงตวั ในทศิ ทางเดยี วกับเส้นแรงแม่เหล็กโลก
รปู ท่ี 3.17 แผนท่ีแผน่ เปลอื กโลกทางทะเล
http://www.mitrearth.org/10-1-ocean-and-exploration/
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ที่ 3 แนวคดิ ทฤษฎกี ารแผข่ ยายพน้ื สมทุ รและหลักฐานสนบั สนนุ 25
โลกประกอบด้วยแผน่ ดนิ ประมาณ 29% ของพ้นื ผิวโลกท้งั หมด ส่วนทเี่ หลืออีก 71% หรอื
คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 361×106 ตารางกโิ ลเมตร น้นั เป็นส่วนของมหาสมุทร โดยซีกโลกเหนอื ถือ
เป็น ซีกโลกแหง่ แผ่นดิน (land hemisphere) ในขณะที่ซกี โลกใต้ เรียกวา่ ซีกโลกแห่งน้า (water
hemisphere)
นักวิทยาศาสตร์จาแนกมหาสมุทรหลักๆ ออกเป็น 4 มหาสมุทร คือ 1) มหาสมุทรแปซิฟิก
(Pacific Ocean) มีพ้ืนท่ี 181.34×106 ตารางกิโลเมตร (46% ของพ้ืนท่ีมหาสมุทรทั้งหมด)
เป็นมหาสมุทรท่ีมีพื้นท่ีกว้างและลึกมากที่สุด 2) มหาสมุทรแอตแลนติก (Atlantic Ocean) มีพื้นท่ี
106.57×106 ตารางกิโลเมตร (23%) มีความลึกไม่มากนัก 3) มหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean)
มีพ้ืนท่ี 74.1×106 ตารางกิโลเมตร (20%) มีพื้นที่โดยส่วนใหญ่อยู่ทางซีกโลกใต้ และ 4) มหาสมุทร
อาร์คติก (Arctic Ocean) มีพน้ื ทป่ี ระมาณ 7% ของมหาสมทุ รแปซฟิ กิ
รูปที่ 3.18
http://www.mitrearth.org/10-1-ocean-and-exploration/
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎกี ารแผข่ ยายพนื้ สมทุ รและหลกั ฐานสนบั สนนุ 26
บัตรกิจกรรม 3.1
เรอ่ื ง แบบจาลองการแผ่ขยายของพืน้ มหาสมุทร
จุดประสงค์กจิ กรรม
สรา้ งแบบจาลองเพ่อื อธิบายกระบวนการแผข่ ยายของพน้ื มหาสมทุ ร
วสั ดุ-อุปกรณ์
1. รปู รอยแยกกลางมหาสมุทร (รปู 1)
2. แผนท่แี สดงอายุของหินบริเวณพนื้ มหาสมุทร (รูป 2)
3. แผนทีพ่ นื้ มหาสมุทร (ภาคผนวก ค)
4. วัสดุสาหรบั ทาแบบจาลองตามที่นกั เรียนออกแบบ
สถานการณ์
นักวิทยาศาสตร์ได้สารวจพ้นื มหาสมุทรพบข้อมลู ดังนี้
1. มีแมกมาแทรกตวั ขึน้ มาตามรอยแยกกลางมหาสมุทร
2. เมอื่ เจาะสารวจหินบรเิ วณพืน้ มหาสมทุ ร และนามาตรวจสอบ วเิ คราะห์ หาชนิดหนิ และ
อายพุ บวา่
- หนิ บรเิ วณพืน้ มหาสมุทรเป็นหินบะซอลต์
- หินบริเวณพน้ื มหาสมุทรมีอายอุ ่อนกวา่ หินที่อยบู่ นพ้นื ทวปี
- หินพน้ื มหาสมทุ รบรเิ วณรอยแยกมีอายุทีส่ มมาตรกนั ทงั้ ด้านซ้ายและขวาของ รอยแยก
โดยหินใกล้รอยแยกจะมีอายุน้อยท่ีสดุ และหนิ มอี ายุมากข้ึนเร่ือย ๆ เม่อื ห่างออกจากรอยแยก
3. นักวทิ ยาศาสตร์นาข้อมลู ต่าง ๆ มาสร้างแบบจาลองและแผนท่ไี ดด้ ัง รปู 1 และ 2
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแกง้ เหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎกี ารแผข่ ยายพนื้ สมทุ รและหลกั ฐานสนบั สนนุ 27
วธิ กี ารทากจิ กรรม
1. นักเรียนร่วมกันวเิ คราะห์ข้อมูลและรปู ท่ีกาหนด เกีย่ วกับลกั ษณะสัณฐาน ชนิดและ อายุ
ของหินท่ีพบบนพนื้ สมุทร
2. อภปิ รายและสรุปข้อมลู ท่ีไดจ้ ากข้อ 2
3. ออกแบบโดยวาดภาพร่างแบบจาลองแสดงการแผข่ ยายพืน้ มหาสมุทร และกาหนด วัสดุ
ตา่ ง ๆ ที่จะใช้ในแบบจาลอง โดยครตู รวจภาพร่างของแบบจาลองเพื่อให้ข้อเสนอ แนะก่อนให้
นักเรียนลงมอื สรา้ งจริง
4. สร้างแบบจาลองแสดงการแผข่ ยายพนื้ มหาสมทุ ร พร้อมทั้งนาเสนอและอธบิ าย การแผ่
ขยายพ้นื มหาสมทุ รด้วยแบบจาลองท่ีสรา้ งข้ึน
5. รวบรวมข้อคดิ เหน็ ท่ีได้จากการนาเสนอมาปรับปรงุ แบบจาลองให้ถูกต้องและสมบรู ณ์
ผลการทากิจกรรม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ที่ 3 แนวคดิ ทฤษฎกี ารแผข่ ยายพนื้ สมทุ รและหลกั ฐานสนบั สนนุ 28
สรุปผลการทากจิ กรรม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
คาถามท้ายกจิ กรรม
1. องค์ประกอบต่าง ๆ ของแบบจาลองที่นักเรียนสร้างขึ้น เปรียบได้กับสิ่งใดบ้างใน
กระบวนการการแผ่ขยายพน้ื มหาสมทุ ร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
2. ข้อมูลจากรปู 1 และรปู 2 สามารถนามาใช้ในการสร้างแบบจาลองไดอ้ ยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
3. จากรูป กระบวนการใดบ้างที่เกิดขึน้ ในบรเิ วณรอยแยกกลางมหาสมุทร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎกี ารแผข่ ยายพนื้ สมทุ รและหลักฐานสนบั สนนุ 29
4. จากรูป หินท่ีพบบนพื้นมหาสมุทรเป็นหินชนิดใด และอายุของหินแต่ละบริเวณเหมือน
หรอื ตา่ งกันอยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
5. หินบรเิ วณใดบา้ งทม่ี ีอายุเท่ากัน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
6. หนิ บรเิ วณใดมีอายมุ ากท่ีสดุ และบริเวณใดมีอายนุ อ้ ยทีส่ ุด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
7. นักวิทยาศาสตร์ตั้งสมมติฐานว่า "พ้ืนมหาสมุทรมีการแผ่ขยายตัว" นักเรียนเห็นด้วย
หรอื ไม่ อยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแกง้ เหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎกี ารแผข่ ยายพน้ื สมทุ รและหลกั ฐานสนบั สนนุ 30
บัตรกิจกรรมที่ 3.2
แผนผงั มโนทศั น์ เรอื่ ง แนวคิดของทฤษฎีการแผข่ ยายพนื้ สมุทรและหลักฐานสนับสนนุ
คาช้ีแจง ให้นักเรียนสรุปความรู้ท่ีเกี่ยวกับ “แนวคิดของทฤษฎีการแผ่ขยายพื้นสมุทรและ
หลักฐานสนับสนุน” เป็นแผนผังมโนทัศน์ (Concept Mapping) ในกระดาษท่ีแจกให้แล้วนาเสนอ
ผลงานหนา้ ชั้นเรยี น
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎีการแผข่ ยายพนื้ สมทุ รและหลักฐานสนบั สนนุ 31
บัตรกิจกรรมท่ี 3.3
ถอดบทเรียน เร่อื ง แนวคิดของทฤษฎีการแผ่ขยายพน้ื สมทุ รและหลักฐานสนับสนุน
คาช้ีแจง ให้นักเรียนถอดบทเรียนท่ีเก่ียวกับ “แนวคิดของทฤษฎีการแผ่ขยายพื้นสมุทรและ
หลักฐานสนับสนุน” ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเปน็ ในกระดาษชาร์ตท่กี าหนดให้แล้ว
นาเสนอผลงาน โดยนาไปตดิ ป้ายนเิ ทศหน้าชน้ั เรยี น
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ที่ 3 แนวคดิ ทฤษฎกี ารแผข่ ยายพนื้ สมทุ รและหลกั ฐานสนบั สนนุ 32
แบบฝึกหดั
เรอ่ื ง แนวคิดของทฤษฎีการแผ่ขยายพื้นสมุทรและหลกั ฐานสนับสนุน
1. จงทาเคร่อื งหมาย หน้าข้อความทถ่ี ูกตอ้ ง และทาเคร่ืองหมาย หนา้ ข้อความที่ไม่ถกู ต้อง
คาตอบ ขอ้ ความ
1. หนิ บะซอลตท์ ่ีพบใกลร้ อยแยกบริเวณเทือกสันเขาใต้สมุทรจะมีอายุ อ่อนกวา่
หินบะซอลต์ทีอ่ ยู่ไกลจากรอยแยกออกไป
2. เมื่อแผ่นธรณีมหาสมุทรเกิดรอยแยกและเคลอ่ื นที่ออกจากกันอย่าง ช้า ๆ จะมี
เนอื้ หินแกรนติ จากสว่ นล่างแทรกดันข้นึ มาตรงรอยแยกเกดิ เปน็ ชน้ั ธรณีภาคใหม่
3. วงจรการพาความร้อนเป็นกระบวนการทที่ าให้เกิดการเคล่อื นที่ของ แผ่นธรณ
4. อัลเฟรด เวเกเนอร์ เป็นผู้เสนอทฤษฎีการแผข่ ยายพื้นสมุทร
5. บรเิ วณทะเลแดงเกิดจากการเคลือ่ นที่ชนกนั ของแผน่ ธรณีมหาสมทุ ร กับแผน่
ธรณีทวีป
6. เทอื กเขาหิมาลัยเกิดจากการเคล่ือนท่ชี นกนั ของแผ่นทวีปยเู รเซยี และแผ่นทวีป
อนิ เดยี – ออสเตรเลีย
7. ในอดีตประเทศไทยเคยเป็นสว่ นหน่งึ ของทวีปลอเรเซยี
8. รอ่ งลึกกน้ สมุทรเกิดขน้ึ บรเิ วณกลางมหาสมุทรแอตแลนติก
9. รอยเล่อื นซานแอนเดรียสเกดิ จากการเคลื่อนท่ีเข้าหากนั ของแผ่นทวีป
10. ภาวะแมเ่ หลก็ โลกบรรพกาลของพ้นื มหาสมุทรเป็นหลักฐานยนื ยนั การ
เคลือ่ นที่ออกจากกนั ของแผน่ ทวีป
2. การคน้ พบสง่ิ ใดของ แฮร่ี เฮส ท่ีถูกนามาใชส้ นบั สนุนทฤษฎีการแผ่ขยายพื้นมหาสมุทร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแกง้ เหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ที่ 3 แนวคดิ ทฤษฎีการแผข่ ยายพนื้ สมทุ รและหลกั ฐานสนบั สนนุ 33
3. แนวคดิ ทฤษฎที วปี เล่ือน ทฤษฎีการแผ่ขยายพื้นมหาสมุทร และทฤษฎีการแปรสัณฐาน ของแผ่น
ธรณมี คี วามเหมือน และแตกตา่ งกนั ในเร่ืองใดบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแกง้ เหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ที่ 3 แนวคดิ ทฤษฎกี ารแผข่ ยายพน้ื สมทุ รและหลกั ฐานสนบั สนนุ 34
แบบทดสอบหลังเรียน
เรื่อง แนวคิดของทฤษฎกี ารแผข่ ยายพ้นื มหาสมทุ รและหลกั ฐานสนบั สนุน
รายวิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ รหัสวชิ า ว30104 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 6
คาชีแ้ จง 1. แบบทดสอบฉบับน้ี จานวน 10 ข้อ คะแนนเต็ม 10 คะแนน เวลาท่ีใช้ 10 นาที
2. จงเลอื กคาตอบทถ่ี กู ต้องทีส่ ุด แล้วเขียนเครอื่ งหมาย ลงในกระดาษคาตอบ
1. เมอื่ พน้ื แผ่นมหาสมทุ รใหมก่ อ่ รปู ขน้ึ จะเกดิ ผลอย่างไรกับพ้ืนแผน่ มหาสมุทรเกา่
ก. พน้ื แผ่นมหาสมุทรเกา่ รวมตัวกนั เป็นแนวเทือกเขา
ข. พน้ื แผ่นมหาสมุทรเกา่ รวมตวั กนั เป็นบริเวณพนื้ ทวีป
ค. พนื้ แผ่นมหาสมุทรเกา่ รวมตัวกันเปน็ แนวภเู ขาไฟกลางมหาสมทุ ร
ง. พื้นแผ่นมหาสมุทรเก่าเคล่ือนตัวลงไปภายในโลก บรเิ วณร่องลกึ ก้นสมุทร เกดิ การมุดตัว
ของเปลือกโลก
2. ทฤษฎีท่ีใช้อธิบายถึงกาเนิดของแผ่นดิน มหาสมุทร และส่ิงมีชีวิตที่ตายทับถม อยู่ในหินบน
เปลอื กโลก คือขอ้ ใด
ก. ทฤษฎีการเลอ่ื นไหลของทวีป
ข. ทฤษฎีการขยายตัวของพนื้ ทวีป
ค. ทฤษฎกี ารแปรสัณฐานแผ่นธรณภี าค
ง. ทฤษฎกี ารเกดิ แผ่นดนิ ไหวใต้มหาสมทุ ร
3. สาเหตทุ ี่ทาให้แผน่ เปลือกโลกเคลือ่ นที่คอื ขอ้ ใด
ก. การปะทุของหินแขง็ ในชน้ั เปลอื กโลก
ข. การไหลวนของหนิ หนดื ในชัน้ เน้ือโลก
ค. การเคล่ือนทข่ี องแรธ่ าตุในแกน่ โลกช้ันใน
ง. การแทรกตวั ขน้ึ มาของแร่ธาตจุ ากแกน่ โลกชน้ั นอก
4. ผืนแผ่นดนิ แผน่ เดยี วกนั บนโลกตอ่ มาแยกเป็นทวีปใหญ่ 2 ทวีป คือขอ้ ใด
ก. ลอเรเซียและกอนด์วานา
ข. ออสเตรเลียและอัฟรกิ า
ค. ยโุ รปและอเมรกิ า
ง. เอเชยี และยุโรป
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ที่ 3 แนวคดิ ทฤษฎกี ารแผข่ ยายพนื้ สมทุ รและหลักฐานสนบั สนนุ 35
5. แนวหินใหม่ทีเ่ กดิ ขนึ้ ตลอดเวลาบรเิ วณรอยต่อระหว่างแผน่ เปลือกโลก เกดิ ใต้มหาสมทุ ร
อะไร
ก. แอตแลนติก
ข. อาร์กติก
ค. แปซฟิ ิก
ง. อินเดยี
6. แผน่ ดินของทวีปอเมรกิ ากบั ทวีปยโุ รปและทวีปแอฟริกาแยกหา่ งกนั มากข้นึ ตลอดเวลา
เพราะเหตใุ ด
ก. แผน่ เปลือกโลกเคล่ือนท่เี นื่องจากการไหลของแมกมาในช้ันเนอื้ โลก
ข. หนิ หนดื ในช้ันเน้ือโลกดันแทรกข้ึนมาตามรอยแตกระหวา่ งเปลอื กโลก
ค. เกดิ การระเบดิ ของภูเขาไฟและแผน่ ดินไหวในบรเิ วณน้บี ่อยครงั้
ง. ขอ้ ก และ ข ถูก
7. จากการพบหินบะซอลตท์ ่ีรอยแยกบรเิ วณเทือกเขากลางมหาสมทุ ร แอตแลนติก อายขุ อง
หินอยูบ่ ริเวณดงั กล่าวเป็นอยา่ งไร
ก. หนิ บะซอลต์ท่อี ยู่ไกลจากรอยแยกมีอายนุ อ้ ยกว่าหนิ บะซอลต์ ทอี่ ยู่ในรอยแยก
ข. หินบะซอลต์ทอ่ี ยู่ไกลจากรอยแยกมีอายนุ อ้ ยกวา่ หินบะซอลต์ ท่ีอยูใ่ กล้รอยแยก
ค. หินบะซอลต์ที่อยู่ไกลจากรอยแยกมีอายมุ ากกวา่ หินบะซอลต์ ทอี่ ยใู่ กล้รอยแยก
ง. ขอ้ ก และ ข ถูก
8. ถา้ แผ่นเปลอื กโลก 2 แผน่ เคลอื่ นทีแ่ ยกจากกันทีเ่ ทอื กสนั เขากลางมหาสมุทร จะเกิดผลตาม
ขอ้ ใด
ก. การขยายตัวของทวปี
ข. เกดิ ภเู ขาไฟใต้มหาสมุทร
ค. เกิดแผน่ ดนิ ไหวใต้มหาสมุทร
ง. เกิดการขยายตวั ของมหาสมทุ ร
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแกง้ เหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎกี ารแผข่ ยายพน้ื สมทุ รและหลกั ฐานสนบั สนนุ 36
9. เทอื กเขากลางมหาสมุทรเกดิ ขน้ึ ไดอ้ ยา่ งไร
ก. ขอบแผ่นธรณภี าคเคลอ่ื นเข้าหากัน
ข. ขอบแผน่ ธรณภี าคเคลอื่ นทผ่ี า่ นกัน
ค. ขอบแผ่นธรณีภาคแยกออกจากกนั
ง. ข้อ ก และ ข ถูก
10. การท่ีแผ่นธรณีภาคในแต่ละส่วนมีอัตราการเคล่ือนที่ไม่เท่ากัน นักเรียนคิดว่าเกิดจาก
สาเหตุใด
ก. ความร้อนจากชั้นเนือ้ โลกถา่ ยเทอุณหภูมิไม่เทา่ กัน
ข. อัตราการเคล่ือนตวั ของแมกมาในชน้ั เนื้อโลกไมเ่ ท่ากัน
ค. ความหนาแนน่ ของชั้นธรณีภาคและเนื้อโลกไม่เท่ากนั
ง. ความหนาแน่นของช้นั ธรณีภาคและเน้ือโลกไม่เท่ากัน
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแกง้ เหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎกี ารแผข่ ยายพน้ื สมทุ รและหลกั ฐานสนบั สนนุ 37
กระดาษคาตอบ
แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรยี น
ชดุ ท่ี 3 แนวคิดของทฤษฎกี ารแผข่ ยายของพื้นสมุทร
และหลกั ฐานสนับสนุน
แบบทดสอบก่อนเรยี น ง แบบทดสอบหลงั เรยี น ง
ขอ้ ก ข ค ข้อ ก ข ค
1 1
2 2
3 3
4 4
5 5
6 6
7 7
8 8
9 9
10 10
คะแนนเตม็ 10 คะแนน คะแนนเตม็ 10 คะแนน
ได้ ...................คะแนน ได้ ...................คะแนน
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎีการแผข่ ยายพน้ื สมทุ รและหลักฐานสนบั สนนุ 38
บรรณานุกรม
กรมทรพั ยากรธรณี. (2544), ธรณวี ิทยาประเทศไทยเฉลมิ พระเกียรติพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว
เนื่องในวโรกาสพระราชพิธมี หามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม
2542. (พมิ พค์ ร้งั ที่ 1). กรงุ เทพฯ : กองธรณีวทิ ยากรมทรพั ยากรธรณี.
กรมทรพั ยากรธรณี. (2550), ธรณวี ทิ ยาประเทศไทย. (พมิ พค์ รง้ั ที่ 2). กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ดอกเบีย้ .
ราชบณั ฑติ ยสถาน. (2558) พจนานกุ รมศัพทธ์ รณีวทิ ยา A-M. (พิมพ์ครงั้ ท่ี 2). กรุงเทพฯ :
สานกั พิมพ์คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา.
ราชบณั ฑติ ยสถาน. (2558), พจนานกุ รมศพั ทธ์ รณีวทิ ยา N-Z. (พิมพ์ครั้งท่ี 2). กรงุ เทพฯ :
สานักพมิ พ์คณะรฐั มนตรแี ละราชกจิ จานุเบกษา.
สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. (2551). หนังสอื เรยี นรายวชิ าพน้ื ฐาน
วิทยาศาสตร์ ดวงดาวและโลกของเรา. (พมิ พ์ครั้งท่ี 1). กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค.
สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2551). หนังสือเรียนรายวชิ าพืน้ ฐาน
โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ. (พิมพค์ รัง้ ที่ 8). กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค.
สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2554). หนงั สอื เรียนรายวชิ าเพิ่มเติม
โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ. (พิมพค์ รัง้ ที่ 1). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ สกสค.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. (2561). หนงั สอื เรียนรายวิชาเพิม่ เติม
โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ เล่ม 1. (พมิ พ์ครัง้ ท่ี 1). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์
แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.
สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2563). หนังสือเรยี นรายวิชาพนื้ ฐาน
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ. (พิมพ์คร้งั ที่ 1).
กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพรา้ ว.
สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. (2563). คู่มือครูรายวชิ าพื้นฐาน
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ. (พมิ พค์ ร้ังที่ 1).
กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพรา้ ว.
http://blog12509.blogspot.com/p/blog-page_97.html
https://www.google.com/search?q=tbm
https://www.trueplookpanya.com/blog/content/58101
http://www.baanjomyut.com
http://khanaporn.exteen.com
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎีการแผข่ ยายพน้ื สมทุ รและหลักฐานสนบั สนนุ 39
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแกง้ เหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎีการแผข่ ยายพน้ื สมทุ รและหลักฐานสนบั สนนุ 40
เฉลยบตั รกิจกรรม 3.1
เรอ่ื ง แบบจาลองการแผ่ขยายของพน้ื มหาสมทุ ร
จดุ ประสงคก์ จิ กรรม
สรา้ งแบบจาลองเพอ่ื อธบิ ายกระบวนการแผข่ ยายของพืน้ มหาสมุทร
วสั ดุ – อุปกรณ์
1. รปู รอยแยกกลางมหาสมทุ ร (รูป 1)
2. แผนที่แสดงอายขุ องหินบริเวณพ้นื มหาสมุทร (รปู 2)
3. แผนท่ีพ้ืนมหาสมุทร (ภาคผนวก ค)
4. วสั ดุสาหรบั ทาแบบจาลองตามท่นี กั เรยี นออกแบบ
สถานการณ์
นักวทิ ยาศาสตร์ได้สารวจพ้ืนมหาสมทุ รพบข้อมลู ดังนี้
1. มีแมกมาแทรกตวั ขน้ึ มาตามรอยแยกกลางมหาสมุทร
2. เม่อื เจาะสารวจหินบรเิ วณพนื้ มหาสมุทร และนามาตรวจสอบ วิเคราะห์ หาชนดิ หนิ และ
อายพุ บว่า
- หินบรเิ วณพืน้ มหาสมทุ รเป็นหินบะซอลต์
- หินบริเวณพ้นื มหาสมุทรมีอายุอ่อนกวา่ หนิ ท่ีอยู่บนพนื้ ทวีป
- หินพ้นื มหาสมทุ รบริเวณรอยแยกมีอายุท่ีสมมาตรกนั ท้งั ด้านซา้ ยและขวาของ รอยแยก
โดยหินใกลร้ อยแยกจะมีอายุนอ้ ยท่สี ุด และหินมอี ายุมากขึ้นเรอ่ื ย ๆ เมือ่ ห่างออกจากรอยแยก
3. นกั วิทยาศาสตร์นาข้อมูลต่าง ๆ มาสร้างแบบจาลองและแผนทีไ่ ด้ดงั รูป 1 และ 2
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎีการแผข่ ยายพนื้ สมทุ รและหลักฐานสนบั สนนุ 41
วิธีการทากจิ กรรม
1. นกั เรียนร่วมกันวเิ คราะห์ข้อมลู และรปู ท่ีกาหนด เกีย่ วกับลกั ษณะสัณฐาน ชนดิ และ อายุ
ของหนิ ท่ีพบบนพนื้ สมทุ ร
2. อภิปรายและสรุปข้อมูลท่ีไดจ้ ากข้อ 2
3. ออกแบบโดยวาดภาพรา่ งแบบจาลองแสดงการแผ่ขยายพน้ื มหาสมทุ ร และกาหนด วัสดุ
ต่าง ๆ ท่จี ะใชใ้ นแบบจาลอง โดยครูตรวจภาพรา่ งของแบบจาลองเพื่อให้ข้อเสนอ แนะก่อนให้
นกั เรียนลงมือสรา้ งจรงิ
4. สร้างแบบจาลองแสดงการแผข่ ยายพนื้ มหาสมุทร พร้อมท้ังนาเสนอและอธบิ าย การแผ่
ขยายพ้นื มหาสมุทรดว้ ยแบบจาลองท่สี ร้างข้ึน
5. รวบรวมขอ้ คิดเห็นที่ไดจ้ ากการนาเสนอมาปรบั ปรงุ แบบจาลองใหถ้ ูกต้องและสมบรู ณ์
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแกง้ เหนอื พทิ ยาคม
ชดุ ท่ี 3 แนวคดิ ทฤษฎกี ารแผข่ ยายพน้ื สมทุ รและหลักฐานสนบั สนนุ 42
ผลการทากิจกรรม
สรุปผลการทากิจกรรม
จากกิจกรรมนักเรยี นไดท้ ดลองสร้างแบบจาลองท่ีแสดงถงึ การแผข่ ยาย ของพื้นมหาสมทุ ร
จากหลักฐานการพบรอยแยกและสนั เขากลางมหาสมุทร อายหุ นิ บะซอลต์ บนพ้ืนมหาสมทุ ร
ซึ่งเปน็ ไปตามทฤษฎีการแผ่ขยายพ้ืนสมทุ ร (sea-floor spreading theory) ทก่ี ลา่ วว่าพื้น
มหาสมุทร มกี ารเคลื่อนทแี่ ละขยายตวั ออกเน่ืองจากการแทรกดนั ของแมกมาขน้ึ มา
ตามรอยแยกของพนื้ มหาสมุทรและแขง็ ตัวกลายเปน็ หนิ บะซอลต์ ทาใหเ้ กดิ เป็นพ้ืนมหาสมทุ รใหม่
นอกจากนก้ี ารศกึ ษาภาวะแมเ่ หล็กบรรพกาล ยงั เปน็ อีกหลักฐานหนงึ่ ท่ีสนับสนนุ ทฤษฎี ข้างตน้
คาถามทา้ ยกจิ กรรม
1. องค์ประกอบต่าง ๆ ของแบบจาลองท่ีนักเรียนสร้างข้ึน เปรียบได้กับส่ิงใดบ้างใน
กระบวนการการแผ่ขยายพน้ื มหาสมุทร
แนวคาตอบ
อธิบายแบบจาลองขอกลมุ่ ตนตามทีไ่ ด้ออกแบบไว้ เช่น ใชแ้ ผ่นพลาสติก
ลกู ฟกู แทนพืน้ มหาสมทุ รใช้แถบกระดาษแทนการแทรกดันของแมกมา
โดย : นางมงคล จนั ทราภรณ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นแก้งเหนอื พทิ ยาคม