The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

02-แบบประเมินผลสัมฤทธิ์ - แบบ ปผ.พนร. 1-1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นายสุพัฒ ลีอุดม, 2024-03-27 04:49:54

02-แบบประเมินผลสัมฤทธิ์ - แบบ ปผ.พนร. 1-1

02-แบบประเมินผลสัมฤทธิ์ - แบบ ปผ.พนร. 1-1

เอกสาร/หลักฐานประกอบตาม แบบ ปผ.พนร. 1-1 (แบบประเมินผลสัมฤทธิ์ของพนักงานราชการทั่วไป) ครั้งที่ 1 ปีงบประมาณ 2567 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2566 ถึง 31 มีนาคม 2567 นายสุพัฒ ลีอุดม ต าแหน่ง พนักงานราชการ กลุ่มงาน บริหารทั่วไป แผนกวิชาช่างเชื่อมโลหะ วิทยาลัยเทคนิคสระแก้ว ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา


แบบ ปผ.พนร. 1-1 แบบประเมินผลสัมฤทธิ์ของพนักงานราชการทั่วไป ส่วนที่ 1 ข้อมูลของผู้รับการประเมิน รอบการประเมิน ครั้งที่..........1............ ระหว่างวันที่ .......1 ตุลาคม 2566..... ถึงวันที่ .........31 มีนาคม 2567.......... ชื่อผู้รับการประเมิน......นายสุพัฒ ลีอุดม ................................................................................................................................. วันเริ่มสัญญาจ้าง........................................................... วันสิ้นสุดสัญญาจ้าง ........................................................................ ชื่องาน/โครงการ........................................................................................................................................................................ ต าแหน่ง .....พนักงานราชการ............... กลุ่มงาน .....บริหารทั่วไป................. สังกัด .....วิทยาลัยเทคนิคสระแก้ว.................. ส่วนที่ 2 การประเมินผลสัมฤทธิ์ของงาน หน้าที่/ภารกิจ ระดับค่าเป้าหมาย (ก) % น้ าหนัก (ข) คะแนน (ค) 1 2 3 (ค= กxข)/100 ๑. ด้านการจัดการเรียนรู้ 1. ๑.๑ สร้างและหรือพัฒนาหลักสูตร / 7 0.21 ๑.๒ ออกแบบการจัดการเรียนรู้ / 7 0.21 ๑.๓ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ / 7 0.21 ๑.๔ สร้างและหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ / 7 0.21 ๑.๕ วัดและประเมินผลการเรียนรู้ / 7 0.21 ๑.๖ ศึกษา วิเคราะห์และสังเคราะห์ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้ / 7 0.21 ๑.๗ จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน / 7 0.21 ๑.๘ อบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน / 7 0.21 ๒. ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ ๒.๑ จัดท าข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา / 7 0.21 ๒.๒ ด าเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน / 7 0.21 ๒.๓ ปฏิบัติงานวิชาการและงานอื่นๆ ของสถานศึกษา / 7 0.21 ๒.๔ ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่ายและหรือสถาน ประกอบการ / 7 0.21 ๓. ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ ๓.๑ พัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง / 7 0.21 ๓.๒ มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ / 5 0.15 ๓.๓ น าความรู้ความสามารถ ทักษะ ที่ได้จากการพัฒนาตนเองและวิชาชีพมาใช้ / 4 0.12 รวม 100 3 คะแนนผลสัมฤทธิ์ของงาน = คะแนนรวมของทุกตัวชี้วัด (ค) = 3 x ๑๐๐ = 100 3 3 หมายเหตุ: 1. 3 ซึ่งเป็นตัวหาร หมายถึง คะแนนเต็มของระดับค่าเป้าหมาย ๑๐๐ ซึ่งเป็นตัวคูณ หมายถึง การแปลงคะแนนรวมของผลสัมฤทธิ์ของงานให้เป็นคะแนนที่มีฐานคะแนนเต็มเป็น ๑๐๐ คะแนน 2. การน าเสนอข้อมูลในส่วนที่ 2 ให้จัดท าเป็น “เอกสารในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (E-book)” 3. ให้ท่านประเมินตนเอง ลงในแบบฟอร์มนี้ พร้อมลงลายมือ ชื่อตนเองไว้ด้วยเพื่อเป็นการรับรอง ลงชื่อ..................................................ผู้รับการประเมิน (นายสุพัฒ ลีอุดม)


เกณฑ์การให้คะแนนมีดังนี้ 1.1 สร้างและหรือพัฒนาหลักสูตร ประเด็นพิจารณา 1. แผนการจัดการเรียนรู้วิชาที่สอน 1 วิชา (ต้องมีลายเซ็น การอนุญาตให้ใช้ จากผู้บริหาร) 2. ตารางวิเคราะห์หลักสูตร 3. หลักฐานการพัฒนาหลักสูตร เกณฑ์การให้คะแนน มีหลักฐานประกอบการพิจารณาครบ 3 ข้อ ได้คะแนน ในระดับ 3 มีหลักฐานประกอบการพิจารณา 2 ข้อ ได้คะแนน ในระดับ 2 มีหลักฐานประกอบการพิจารณา 1 ข้อ ได้คะแนน ในระดับ 1 ๑.๒ ออกแบบการจัดการเรียนรู้ ประเด็นพิจารณา โครงการสอนที่ระบุรายละเอียดของหน่วยที่/สัปดาห์ที่/ชื่อหน่วย/เวลาสอน(อยู่ในแผนการจัดการเรียนรู้) เกณฑ์การให้คะแนน มีหลักฐานประกอบการพิจารณา ได้คะแนน ในระดับ 3 ไม่มีหลักฐานประกอบการพิจารณา ได้คะแนน ในระดับ 0 ๑.๓ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ ประเด็นพิจารณา 1. กิจกรรมการเรียนรู้(อยู่ในแผนการจัดการเรียนรู้) 2. กิจกรรมการเรียนรู้ที่ครูจัดท าเป็นโครงการเพื่อพัฒนากระบวนการคิด สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เรียน เช่นโครงการพัฒนาผู้เรียน ภาพกิจกรรม สรุป 3. มีบันทึกหลังการสอนหรือหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ เกณฑ์การให้คะแนน มีหลักฐานประกอบการพิจารณาครบ 3 ข้อ ได้คะแนน ในระดับ 3 มีหลักฐานประกอบการพิจารณา 2 ข้อ ได้คะแนน ในระดับ 2 มีหลักฐานประกอบการพิจารณา 1 ข้อ ได้คะแนน ในระดับ 1 ๑.๔ สร้างและหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ ประเด็นพิจารณา 1. สื่อการเรียนการสอน(อยู่ในแผนการจัดการเรียนรู้) 2. ภาพการน าสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีทางการศึกษา และแหล่งเรียนรู้ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน 3. หลักฐานการสร้างหรือพัฒนาสื่อนวัตกรรม เทคโนโลยีทางการศึกษา เกณฑ์การให้คะแนน มีหลักฐานประกอบการพิจารณาครบ 3 ข้อ ได้คะแนน ในระดับ 3 มีหลักฐานประกอบการพิจารณา 2 ข้อ ได้คะแนน ในระดับ 2 มีหลักฐานประกอบการพิจารณา 1 ข้อ ได้คะแนน ในระดับ 1 ๑.๕ วัดและประเมินผลการเรียนรู้ ประเด็นพิจารณา 1. มีเครื่องมือวัดและประเมินผล ที่สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ 2. มีการประเมินตามสภาพจริง 3. น าส่งข้อมูล/รายงาน/เอกสารที่เกี่ยวกับการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ครบถ้วนตามที่วิทยาลัยก าหนด เกณฑ์การให้คะแนน มีหลักฐานประกอบการพิจารณาครบ 3 ข้อ ได้คะแนน ในระดับ 3 มีหลักฐานประกอบการพิจารณา 2 ข้อ ได้คะแนน ในระดับ 2 มีหลักฐานประกอบการพิจารณา 1 ข้อ ได้คะแนน ในระดับ 1


๑.๖ ศึกษา วิเคราะห์และสังเคราะห์ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้ ประเด็นพิจารณา มีการศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน โดยใช้ กระบวนการวิจัยที่ถูกต้อง (วิจัยฯ 5 บท) เกณฑ์การให้คะแนน มีหลักฐานประกอบการพิจารณา ได้คะแนน ในระดับ 3 ไม่มีหลักฐานประกอบการพิจารณา ได้คะแนน ในระดับ 0 ๑.๗ จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน ประเด็นพิจารณา 1. ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการจัดสภาพแวดล้อมบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้มีความปลอดภัยและมีความสุข 2. ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิด มีทักษะชีวิตและทักษะการท างาน 3. ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ และนวัตกรรม ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี เกณฑ์การให้คะแนน มีหลักฐานประกอบการพิจารณาครบ 3 ข้อ ได้คะแนน ในระดับ 3 มีหลักฐานประกอบการพิจารณา 2 ข้อ ได้คะแนน ในระดับ 2 มีหลักฐานประกอบการพิจารณา 1 ข้อ ได้คะแนน ในระดับ 1 ๑.๘ อบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน ประเด็นพิจารณา มีการอบรมบ่มนิสัยให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และค่านิยมความเป็นไทยที่ดีงาม(บันทึกการ อบรม/ภาพถ่ายการอบรม) เกณฑ์การให้คะแนน มีหลักฐานประกอบการพิจารณา ได้คะแนน ในระดับ 3 ไม่มีหลักฐานประกอบการพิจารณา ได้คะแนน ในระดับ 0 ๒.๑ จัดท าข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา ประเด็นพิจารณา 1. จัดท าข้อมูลสารสนเทศและเอกสารของผู้เรียนประจ าชั้นเรียนหรือประจ าวิชา 2. น าส่งข้อมูลสารสนเทศและเอกสารของผู้เรียนประจ าชั้นเรียนหรือประจ าวิชา 3. ใช้สารสนเทศในการติดตามแก้ไขปัญหาผู้เรียน เกณฑ์การให้คะแนน มีหลักฐานประกอบการพิจารณาครบ 3 ข้อ ได้คะแนน ในระดับ 3 มีหลักฐานประกอบการพิจารณา 2 ข้อ ได้คะแนน ในระดับ 2 มีหลักฐานประกอบการพิจารณา 1 ข้อ ได้คะแนน ในระดับ 1 ๒.๒ ด าเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน ประเด็นพิจารณา 1. มีการใช้ข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับผู้เรียนรายบุคคล(สมุดพบครูที่ปรึกษา) 2. มีการประสานงานความร่วมมือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนา (ออกเยี่ยมบ้านนักเรียนนักศึกษาในที่ปรึกษา) 3. มีการแก้ปัญหาผู้เรียน ด้วยวิธีการที่หลากหลายในการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน เกณฑ์การให้คะแนน มีหลักฐานประกอบการพิจารณาครบ 3 ข้อ ได้คะแนน ในระดับ 3 มีหลักฐานประกอบการพิจารณา 2 ข้อ ได้คะแนน ในระดับ 2 มีหลักฐานประกอบการพิจารณา 1 ข้อ ได้คะแนน ในระดับ 1


๒.๓ ปฏิบัติงานวิชาการและงานอื่นๆ ของสถานศึกษา ประเด็นพิจารณา 1. มีค าสั่งหรือบันทึกการปฏิบัติงาน 2. มีภาพถ่ายการปฏิบัติงาน 3. มีสรุปรายงานการปฏิบัติงาน เกณฑ์การให้คะแนน มีหลักฐานประกอบการพิจารณาครบ 3 ข้อ ได้คะแนน ในระดับ 3 มีหลักฐานประกอบการพิจารณา 2 ข้อ ได้คะแนน ในระดับ 2 มีหลักฐานประกอบการพิจารณา 1 ข้อ ได้คะแนน ในระดับ 1 ๒.๔ ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่ายและหรือสถานประกอบการ ประเด็นพิจารณา มีการประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย และหรือสถานประกอบการ (ภาพถ่าย/หลักฐาน/รายงาน) เกณฑ์การให้คะแนน มีหลักฐานประกอบการพิจารณา ได้คะแนน ในระดับ 3 ไม่มีหลักฐานประกอบการพิจารณา ได้คะแนน ในระดับ 0 ๓.๑ พัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ประเด็นพิจารณา พัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้มีความรู้ความสามารถ ทักษะ เข้าร่วมการประชุม อบรม/สัมมนา ใน 1 ปีงบประมาณ เกณฑ์การให้คะแนน มีการเข้าร่วม รวมแล้วไม่น้อยกว่า 20 ชั่วโมง ได้คะแนน ในระดับ 3 มีการเข้าร่วม รวมแล้วไม่น้อยกว่า 16 ชั่วโมง ได้คะแนน ในระดับ 2 มีการเข้าร่วม รวมแล้วไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง ได้คะแนน ในระดับ 1 ๓.๒ มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ ประเด็นพิจารณา เข้าร่วมการพัฒนาวิชาชีพโดยการเข้าร่วมการประชุม อบรม/สัมมนา ตรงตามสาขาวิชาที่สอน เกณฑ์การให้คะแนน มีการเข้าร่วม รวมแล้วไม่น้อยกว่า 20 ชั่วโมง ได้คะแนน ในระดับ 3 มีการเข้าร่วม รวมแล้วไม่น้อยกว่า 16 ชั่วโมง ได้คะแนน ในระดับ 2 มีการเข้าร่วม รวมแล้วไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง ได้คะแนน ในระดับ 1 ๓.๓ น าความรู้ความสามารถ ทักษะ ที่ได้จากการพัฒนาตนเองและวิชาชีพมาใช้ ประเด็นพิจารณา น าความรู้ ความสามารถ ทักษะที่ได้จากการพัฒนาตนเองและวิชาชีพมาใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนา คุณภาพผู้เรียน และการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ / การจัดท าสิ่งประดิษฐ์ เกณฑ์การให้คะแนน มีหลักฐานประกอบการพิจารณา ได้คะแนน ในระดับ 3 ไม่มีหลักฐานประกอบการพิจารณา ได้คะแนน ในระดับ 0


๑. ด้านการจัดการเรียนรู้ ๑.๑ สร้างและหรือพัฒนาหลักสูตร ๑.๒ ออกแบบการจัดการเรียนรู้ ๑.๓ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑.๔ สร้างและหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ ๑.๕ วัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๑.๖ ศึกษา วิเคราะห์และสังเคราะห์ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้ ๑.๗ จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน ๑.๘ อบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน QR-Code แผนการสอนวิชาเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลั๊กช์ 1


๑.๑ สร้างและหรือพัฒนาหลักสูตร QR-Code แผนการสอนวิชาเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลั๊กช์ 1


ชื่อวิชา เชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ 1 รายละเอียดของหลักสูตรรายวิชา รหัสวิชา 20103-2001 ที่ก าหนดไว้ในหลักสูตร สาขาวิชาช่างเชื่อมโลหะ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ 1 พุทธศักราช 2562 รหัสและชื่อวิชา รหัส 20103-2001 วิชา เชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ 1 ระดับรายวิชา ระดับชั้น ปวช. ปีที่1 ภาคเรียนที่2/2566 เวลาศึกษา 18 สัปดาห์ 108 ชั่วโมง ทฤษฎี - ชั่วโมง ปฏิบัติ6 ชั่วโมง/สัปดาห์ จ านวนหน่วยกิต 2 หน่วยกิต จุดประสงค์รายวิชา 1. เข้าใจหลักการเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์แผ่นเหล็กกล้าคาร์บอน 2. มีทักษะในการเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์รอยต่อตัวทีแผ่นเหล็กกล้าคาร์บอน 3. มีทักษะในการเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ท่อกับแผ่นเหล็กกล้าคาร์บอน 4. มีกิจนิสัยในการปฏิบัติงานเชื่อมโดยใช้อุปกรณ์ความปลอดภัย สมรรถนะรายวิชา 1. เชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์รอยต่อตัวที แผ่นเหล็กกล้าคาร์บอน 2. เชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ท่อกับแผ่นยึดแน่น (หน้าแปลน) 3. ตรวจสอบแนวเชื่อมด้วยวิธีพินิจ (จุดพัฒนา) ค าอธิบายรายวิชา ปฏิบัติเกี่ยวกับการเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์แผ่นเหล็กกล้าคาร์บอนงานเชื่อมต่อตัวที ทุกต าแหน่งท่าเชื่อม งานเชื่อมท่อกับแผ่นเหล็กกล้าคาร์บอนทุกต าแหน่งท่าเชื่อมตามมาตรฐาน งานตรวจสอบแนว เชื่อมด้วยวิธีพินิจ (จุดพัฒนา) โดยปฏิบัติงานถูกต้องตามหลักอาชีวอนามัยและความปลอดภัย


๑.๒ ออกแบบการจัดการเรียนรู้


ตารางวิเคราะห์หลักสูตร ชื่อวิชา เชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ 1 รหัสวิชา 20103-2001 (0-6-2) หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ระดับการวิเคราะห์หลักสูตรรายวิชา พุทธิพิสัย ทักษะพิสัย จิตพิสัย 1 2 3 4 5 6 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 1 ความปลอดภัยในงานเชื่อม อาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ / / / / / / / / / / / / / / / / 2 กรรมวิธีผลิตเหล็ก / / / / / / / / / / 3 เหล็กที่ใช้ในงานเชื่อมโลหะ / / / / / / / / / / 4 ท่อที่ใช้ในงานเชื่อมโลหะ / / / / / / / / / / / / / / 5 เครื่องเชื่อมและอุปกรณ์ ประกอบ เครื่องเชื่อม / / / / / / / / / / / / / / 6 โลหะวิทยาในงานเชื่อม / / / / / / / / / / / / / / / / 7 งานเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อม หุ้มฟลักซ์ รอยต่อตัวที / / / / / / / / / / / / / / / / 8 งานเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อม หุ้มฟลักซ์ ท่อกับแผ่นเหล็ก / / / / / / / / / / / / / / / / 9 การตรวจสอบแนวเชื่อมด้วยวิธี พินิจ (จุดพัฒนา) / / / / / / / / / / / / / / / / สัดส่วน (ร้อยละ) 46 37 45 รวม 88.89 หมายเหตุ ระดับพุทธิพิสัย 1 = ความรู้/ความจ า 2 = ความเข้าใจ 3 = การน าไปใช้ 4 = การวิเคราะห์ 5 = การสังเคราะห์ 6 = ประเมินค่า ระดับทักษะพิสัย 1 = การเลียนแบบ 2 = การท าตาม 3 = ความถูกต้องตามแบบ 4 = การกระท าอย่างต่อเนื่อง 5 = การกระท าจนเคยชิน ระดับจิตพิสัย 1 = การเรียนรู้ 2 = การตอบสนอง 3 = การสร้างคุณค่า 4 = การจัดระบบ 5 = การสร้างลักษณะนิสัย


ตารางก าหนดการเรียนรู้ ชื่อวิชา เชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ 1 รหัสวิชา 20103-2001 (0-6-2) หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ชั่วโมง สัปดาห์ที่ ทฤษฎี ปฏิบัติ 1 ความปลอดภัยในงานเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้ม ฟลักซ์ 6 - 1 2 กรรมวิธีผลิตเหล็ก 2 10 2-3 3 เหล็กที่ใช้ในงานเชื่อมโลหะ 2 10 4-5 4 ท่อที่ใช้ในงานเชื่อมโลหะ 2 10 6-7 5 เครื่องเชื่อมและอุปกรณ์ประกอบ เครื่องเชื่อม 1 5 8 วัดผลสอบกลางภาค 1 5 9 6 โลหะวิทยาในงานเชื่อม 2 10 10-11 7 งานเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ รอยต่อตัวที 2 10 12-13 8 งานเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ ท่อกับแผ่น เหล็ก 2 10 14-15 9 ตรวจสอบแนวเชื่อมด้วยวิธีพินิจ (จุดพัฒนา) 2 10 16-17 วัดผลปลายภาคเรียน 6 18 รวม 22 86 108


ตารางวิเคราะห์สมรรถนะประจ าหน่วย ชื่อวิชา เชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ 1 รหัสวิชา 20103-2001 (0-6-2) หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ เนื้อหา สมรรถนะประจ าหน่วย 1 ความปลอดภัยในงานเชื่อม อาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ 1.1 ความปลอดภัยในงานเชื่อม อาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้ม ฟลักซ์ ตามหลักอาชีวอนามัย 1.2 อันตรายจากความร้อน 1.3 อันตรายที่เกิดขึ้นจากระบบ ไฟฟ้า 1.4 อันตรายที่เกิดจากแสงและ รังสี 1.5 อันตรายจากสารเคมี 1.6 อันตรายที่เกิดจากการ ระเบิดของชิ้นงานที่ท าการเชื่อม แสดงความรู้เกี่ยวกับความ ปลอดภัยในงานเชื่อมอาร์ก ด้วย ลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ 2 กรรมวิธีผลิตเหล็ก 2.1 กรรมวิธีผลิตเหล็กขั้นต้น 2.2 การผลิตเหล็กขั้นกลาง 2.3 การผลิตเหล็กขั้นปลาย 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับกรรมวิธี ผลิตเหล็ก 2. ปฏิบัติงานเชื่อมอาร์กด้วย ลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์เหล็กกล้า คาร์บอนรอยต่อตัวทีราบ (1F/PA) 3 เหล็กที่ใช้ในงานเชื่อมโลหะ 3.1 ชนิดเหล็กกล้า 3.2 การจ าแนกชนิดและการ ก าหนดเบอร์เหล็กกล้า 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับเหล็กที่ ใช้ในงานเชื่อมโลหะ 2. ปฏิบัติงานเชื่อมอาร์กด้วย ลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์เหล็กกล้า คาร์บอนรอยต่อตัวทีท่าระดับ (2F/PB) 4 ท่อที่ใช้ในงานเชื่อมโลหะ 4.1 กระบวนการผลิตท่อ 4.2 การจ าแนกท่อ 4.3 มาตรฐานท่อ 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับท่อที่ใช้ ในงานเชื่อมโลหะ 2. ปฏิบัติงานเชื่อมอาร์กด้วย ลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์เหล็กกล้า คาร์บอนรอยต่อตัวทีท่าตั้งเชื่อม ขึ้น (3F/PF) 5 เครื่องเชื่อมและ อุปกรณ์ประกอบเครื่องเชื่อม 5.1 เครื่องเชื่อม 5.2 อุปกรณ์ประกอบเครื่อง เชื่อม 5.3 ลวดเชื่อม แสดงความรู้เกี่ยวกับเครื่อง เชื่อมและอุปกรณ์ประกอบ เครื่องเชื่อม


ตารางวิเคราะห์สมรรถนะประจ าหน่วย ชื่อวิชา เชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ 1 รหัสวิชา 20103-2001 (0-6-2) หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ เนื้อหา สมรรถนะประจ าหน่วย 6 โลหะวิทยาในงานเชื่อม 6.1 โลหะวิทยาในงานเชื่อม 6.2 โครงสร้างพื้นฐานของโลหะ และโลหะผสม 6.3 ชนิดของเหล็กกล้าที่ใช้ใน งานเชื่อมโลหะ 6.4 การเชื่อมแบบหลอม ละลาย 6.5 การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ระหว่างการเชื่อม 6.6 การควบคุมการหดตัวและ การบิดตัวในงานเชื่อม 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับโลหะ วิทยางานเชื่อม 2. ปฏิบัติงานเชื่อมอาร์กด้วย ลวดหุ้มฟลักซ์เหล็กกล้า คาร์บอนเชื่อมท่อต่อกับหน้า แปลนท่าราบหมุนท่อ (1F/PA) 7 งานเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อม หุ้มฟลักซ์ รอยต่อตัวที 7.1 ต าแหน่งท่าเชื่อมรอยต่อตัว ที 7.2 ประเภทของรอยต่อมุมและ ตัวที 7.3 เทคนิคการเชื่อมต่อตัวที 7.4 การเตรียมงานเชื่อมอาร์ก ด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์รอยต่อ ตัวที แสดงความรู้และปฏิบัติงาน เชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้ม ฟลักซ์รอยต่อตัวที 8 หลักการเชื่อมอาร์กลวดเชื่อม หุ้มฟลักซ์ ท่อกับแผ่นเหล็ก 8.1 ต าแหน่งท่าเชื่อมในงาน เชื่อมท่อ 8.2 เทคนิคงานเชื่อมอาร์กด้วย ลวดหุ้มฟลักซ์เหล็กกล้า คาร์บอนเชื่อมท่อต่อกับหน้า แปลนท่าต่าง ๆ 8.3 การเตรียมงาน แสดงความรู้และปฏิบัติงาน เชื่อมอาร์กด้วยลวดหุ้มฟลักซ์ เหล็กกล้าคาร์บอนเชื่อมท่อกับ หน้าแปลน 9 ตรวจสอบแนวเชื่อมด้วยวิธีพินิจ (จุดพัฒนา) 9.1 การตรวจสอบงานเชื่อมฟิล เลตด้วยการพินิจ 9.2 การทดสอบรอยเชื่อมต่อตัว ทีด้วยการหัก (Feacture Test) 9.3 การตรวจสอบงานเชื่อมท่อ ด้วยการพินิจ 9.4 การทดสอบรอยเชื่อมท่อ ต่อแผ่นเหล็กด้วยการหัก (Fracture Test) แสดงความรู้ในการตรวจสอบ งานเชื่อมต่อตัวที


การสร้างแบบทดสอบ (Test Blueprint) ภาคปฏิบัติ ชื่อวิชาเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ 1 รหัสวิชา 20103-2001 (0- 6- 2) สาขาวิชาช่างเชื่อมโลหะ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ 1 เวลาที่ใช้ทดสอบ 12 ชั่วโมง จุดประสงค์รายวิชา/สมรรถนะ รายวิชา/ค าอธิบายรายวิชา จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ก าหนดงานที่ใช้วัด สอบปฏิบัติ น้ าหนัก เวลาที่ใช้ สอบ จุดประสงค์รายวิชา 1. สามารถปฏิบัติงานเชื่อมอาร์กลวด เชื่อมหุ้มฟลักซ์รอยต่อตัวที แผ่น เหล็กกล้าคาร์บอน 2. สามารถปฏิบัติงานเชื่อมอาร์กลวด เชื่อมหุ้มฟลักซ์ ท่อกับแผ่นเหล็ก 3. มีกิจนิสัยในการท างานที่ดี ปฏิบัติ การเชื่อมโดยใช้อุปกรณ์ความปลอดภัย ส่วนบุคคลครบถ้วน สมรรถนะรายวิชา 1. เชื่อมอาร์คลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ รอยต่อตัวที แผ่นเหล็กกล้าคาร์บอน 2. ปฏิบัติงานเชื่อมอาร์คลวดเชื่อม หุ้มฟลักซ์ ท่อกับแผ่นเหล็ก 3.ตรวจสอบแนวเชื่อมด้วยวิธีพินิจ (จุด พัฒนา) ค าอธิบายรายวิชา ศึกษาเกี่ยวงานเชื่อมอาร์กลวด เชื่อมหุ้มฟลักซ์เหล็กกล้าคาร์บอน งาน เชื่อมต่อรูปตัวทีทุกต าแหน่งท่าเชื่อม ตามมาตรฐาน งานเชื่อมท่อกับแผ่น เหล็กทุกต าแหน่งท่าเชื่อมตาม มาตรฐาน งานตรวจสอบงานเชื่อมด้วย การพินิจ(จุดพัฒนา)โดยใช้อุปกรณ์ ถูกต้องตามหลักความปลอดภัยและอา ชีวอนามัย 1. สามารถปฏิบัติงานเชื่อม อาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ รอยต่อตัวที แผ่นเหล็กกล้า คาร์บอนได้ 2. สามารถปฏิบัติงานเชื่อม อาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ ท่อกับแผ่นเหล็กได้ 3. มีกิจนิสัยในการท างานที่ดี ปฏิบัติการเชื่อมโดยใช้อุปกรณ์ ความปลอดภัยส่วนบุคคล ครบถ้วน 1.ปฏิบัติงานเชื่อมอาร์ก ด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ รอยต่อตัวที ท่าเชื่อม PC (สอบกลางภาค) 2. ปฏิบัติงานเชื่อมอาร์ก ด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ เชื่อมท่อกับแผ่นเหล็ก ท่า เชื่อม PC (สอบปลายภาค) 20 คะแนน 20 คะแนน 6 ชั่วโมง 6 ชั่วโมง รวม 40 คะแนน 12 ชั่วโมง


๑.๓ จัดกิจกรรมการเรียนรู้


แผนการสอน/การเรียนรู้ หน่วยที่ 3 ชื่อวิชา เชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์1 สอนสัปดาห์ที่ 4-5 ชื่อหน่วย เหล็กที่ใช้ในงานเชื่อมโลหะ คาบรวม 30 ชื่อเรื่อง เหล็กที่ใช้ในงานเชื่อมโลหะ จ านวนคาบ 12 สาระส าคัญ วัสดุที่น ามาผลิตประกอบเป็นโครงสร้างผลิตภัณฑ์ส่วนมากจะออกแบบเป็นวัสดุที่เป็นเหล็กมากที่สุดเพราะราคา ถูก โครงสร้างมีความแข็งแรงและสามารถต่อประสานรอยต่อได้หลากหลายวิธี โดยที่รูปร่างของผลิตภัณฑ์ไม่เปลี่ยนไป เช่น การการประสานด้วยกระบวนการเชื่อม การต่อด้วยหมุดย้ า เป็นต้น วัสดุเหล็กที่นิยมน ามาใช้ภาคอุตสาหกรรมการ ผลิตคือเหล็กกล้าคาร์บอนที่มีสมบัติเชื่อมต่อประสานด้วยกระบวนการเชื่อมโลหะได้ดี สมรรถนะอาชีพประจ าหน่วย 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับเหล็กที่ใช้ในงานเชื่อมโลหะ 2. ปฏิบัติงานเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์เหล็กกล้าคาร์บอนรอยต่อตัวทีท่าระดับ (2F/PB) การบูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน องค์ประกอบที่ 1 การจัดท าป้ายชื่อพรรณไม้ ล าดับการเรียนรู้ที่ 3 ท าและติดป้ายรหัสประจ าต้น จุดประสงค์การสอน/การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป 1. เข้าใจชนิดของเหล็กกล้า 2. เข้าใจการเลือกซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อน 3. เข้าใจชนิดและการก าหนดเบอร์เหล็กกล้า 4. เข้าใจหลักการปฏิบัติงานเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์เหล็กกล้าคาร์บอนรอยต่อตัวทีท่าระดับ (2F/PB) 5. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้เกี่ยวกับพรรณไม้ที่สนใจในสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน วิทยาลัยเทคนิคสระแก้ว จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. บอกชนิดของเหล็กกล้าได้ 2. อธิบายการเลือกซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อนได้ 3. จ าแนกชนิดและการก าหนดเบอร์เหล็กกล้าได้ 4. ปฏิบัติงานเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์เหล็กกล้าคาร์บอนรอยต่อตัวทีท่าระดับ (2F/PB) ได้ 5. สามารถอธิบายวิธีการเลือกวัสดุท าป้ายรหัสพรรณไม้ในสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนได้อย่างถูกต้อง


เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้ ด้านความรู้(ทฤษฎี) 3.ชนิดของเหล็กกล้า 3.1.1 ชนิดของเหล็กกล้า สามารถแบ่งออกได้ดังนี้ 1. เหล็กกล้าคาร์บอนธรรมดา (Plain Carbon Steel) เป็นเหล็กกล้าที่มีคาร์บอนเป็นส่วนผสมหลักโดยทั่วไปจะ แบ่งตามลักษณะการใช้งานออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้ (1) เหล็กที่ใช้ผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ โดยไม่ผ่านการเชื่อม (2) เหล็กที่ใช้ผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ โดยต้องแปรรูปขณะร้อน (3) เหล็กที่ประสานโดยวิธีการเชื่อมโลหะต้องรู้ส่วนผสมทางเคมี 2. เหล็กกล้าที่สามารถเพิ่มความแข็งโดยการแปรรูป (Work–Hardened Steel) ใช้ในการผลิต เส้นลวด ท่อเหล็ก ไร้ตะเข็บ เป็นต้น ที่ผลิตโดยการรีด กดอัด หรือดึงขึ้นรูปขณะเย็นมาแล้ว การแปรรูปที่ท าให้โลหะมีความแข็งเพิ่มขึ้น โดยเหล็กกล้าชนิดนี้สามารถน างานไปอบอ่อนเพื่อให้เกิดผลึกใหม่ สามารถขจัดความแข็งที่เพิ่มขึ้นมาอีกด้วย เหล็กชนิด นี้จ าหน่ายทั้งอบอ่อนและไม่อบอ่อน (1) เหล็กแผ่นหนาและบาง (Plate Mills and Hot–Trip Mills) แผ่นเหล็กบางใช้ส าหรับงานปั๊มขึ้นรูปและต้อง ใช้เหล็กกล้าคาร์บอนต่ าซึ่งต้องให้ต่ าที่สุดเท่าที่จะท าได้ เพื่อให้ มีอัตรายืดตัวสูงขึ้น และต้องมีคาร์ไบต์ไม่เกิน 0.08% แผ่นเหล็กหนา (Plate Mills) ใช้ส าหรับงานโครงสร้างผลิตจากเหล็กรีดร้อนมีปริมาณคาร์บอนมากกว่าแผ่นเหล็กบาง แต่มีความแข็งน้อยกว่า เพราะว่าการเย็นตัวของแผ่นเหล็กบางจะเร็วกว่าโดยกระบวนการใช้สแลบ (Slab) โดยขนาด ความหนาลงมาจนถึงขนาดที่ต้องการ ปกติจะหนา 6 มม. (2) เหล็กแผ่นด า (Steel Plate) มีตั้งแต่ขนาด 48 ฟุต 510 ฟุต 520 ฟุต และความหนาตั้งแต่ 1.0–30.0 มม. โดยมาตรฐานการผลิตจะมีสีเหมือนกันและขนาดที่เท่ากันตลอดทั้งแผ่น เป็นเหล็กแผ่นรีดร้อน (Hot–Rolled) เหล็กแผ่น รีดเย็นทุกเกรดที่ผลิตในประเทศจะมีมาตรฐาน มอก. รับรองชนิด SPHC SS400 (3) เหล็กเส้นแบน (Steel Flat Bars) เหล็กเส้นแบนที่ผลิตจากเหล็กแผ่นคุณภาพสูง ตัดสลิต ให้ได้ขนาด และ ความหนาเท่ากันทั้งเส้น (4) เหล็กฟรีคัตติ้ง (Fee–Cuting Steel) เหล็กชนิดนี้จะขึ้นรูปด้วยเครื่องมือกล เพื่อน ามาสร้างชิ้นส่วนเครื่องมือและ เครื่องจักร 3.1.2 วิธีการเลือกซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อน ปัจจุบัน เหล็กแผ่นรีดร้อน ถือว่าเป็นสินค้าพื้นฐานที่เป็นเหมือนกลไกส าคัญในการตอบสนองการเติบโต ทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมก่อสร้าง อุตสาหกรรมต่อเรือ อุตสาหกรรม ปิโตรเลียม อุตสาหกรรมรถยนต์ ฯลฯ โดยในการเลือกซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อนเพื่อน ามาใช้งานในแต่ละครั้งนั้น ผู้ซื้อควร พิจารณาถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ดังนี้ 3.1.3 การน าไปใช้งานในการซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อนนั้น ผู้ซื้อควรค านึงถึงการน าไปใช้งาน เพราะเหล็กแผ่นรีดร้อน แต่ละชนิด จะมีความแตกต่างกันในเรื่องค่าทางเคมี และองค์ประกอบต่าง ๆ ซึ่งส่งผลต่อการน าไปใช้ใน สภาวะที่ แตกต่างกัน 3.1.4 ขนาดของเหล็กแผ่นรีดร้อน เพื่อให้การน าเหล็กแผ่นรีดร้อนไปใช้งานมีการสูญเสียน้อยที่สุด ผู้ซื้อควรพิจารณาถึงขนาด เหล็กรีดร้อนที่ ต้องใช้ให้มีความเหมาะสมกับงานนั้น ๆ 3.1.5 คุณภาพ ผู้ซื้อควรพิจารณาถึงคุณภาพของเหล็กแผ่นรีดร้อนโดยเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานเหล็ก ระดับสากลรองรับ เช่น มาตรฐานเหล็ก ASTM, DIN, JIS, EN, Lloyd’s, ABS, AS หรือ API เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ ผู้ใช้งานว่าจะได้รับชิ้นงานที่มีคุณภาพสูง เป็นที่ยอมรับในระดับสากล


3.1.6 ความสะดวกในการสั่งซื้อและการส่งมอบ นอกจากปัจจัย 3 ข้อ ข้างต้นแล้ว ผู้ซื้อควรพิจารณาเรื่องความสะดวกในการสั่งซื้อ โดยเลือก ซื้อเหล็ก แผ่นรีดร้อนจากผู้ผลิตในประเทศ เพื่อประหยัดเวลาในการติดต่อ–สั่งซื้อสินค้า 3.2 การจ าแนกชนิดและการก าหนดเบอร์เหล็กกล้า ในปัจจุบันแต่ละประเทศมีผู้ผลิตเหล็กกล้าทั้งชนิดธรรมดาและชนิดผสม โดยแต่ละประเทศก็จะก าหนด มาตรฐานของตัวเองขึ้นมา บางประเทศมีผู้ผลิตหลายรายและใช้มาตรฐานต่างกัน ดังนั้นมาตรฐานเหล็กทั่วโลก จึงมี จ านวนมากจึงยกตัวอย่างดังนี้ AISC = American Institute of Steel Construction AISI = American Iron and Steel Institute ANSI = American National Standards Institute API = American Petroleum Institute ASM = American Society for Metals ASME = American Society for Mechanical Engineers ASTM = American Society for Testing and Materials BS = British Standard DIN = Deutsche Industrial Norm EN = European Standards JIS = Japanese Industrial Standards ISO = International Organization for Standardization Mil – STD = Military Standard SAE = Society of Automotive Engineers SI = Systems International ASA = American Standards Association AS = Australian Standards KS = Korean Standard TISI = Thai Industrial Standard Institute 3.2.1 การจ าแนกชนิดของเหล็ก การจ าแนกชนิดของเหล็กเป็นระบบจัดแบ่งโลหะออกเป็นกลุ่มตามคุณลักษณะด้านต่าง ๆ โดยยึดตาม คุณลักษณะดังนี้ 1. ตามส่วนผสมทางเคมีเช่น เหล็กกล้าคาร์บอน เหล็กกล้าผสม 2. ตามลักษณะผิวเช่น เหล็กรีดเย็นและเหล็กรีดร้อน 3. ตามลักษณะงานเช่น แผ่นเหล็กบาง แผ่นเหล็กหนา ท่อชนิดต่าง ๆ 4. ตามปริมาณคาร์บอนที่ใช้ผสมขณะที่ท าการผลิต เช่น เหล็กคาร์บอนต่ า เหล็กคาร์บอนสูง 3.2.2 เกรด (Grade) หมายถึง ส่วนผสมทางเคมี 3.2.3 ชนิด (Type) หมายถึง กระบวนการดีออกซิเดชั่น 3.2.4 ประเภท (Class) หมายถึง ลักษณะหรือคุณสมบัติด้านอื่น ๆ เช่น ความแข็งแรง ความเรียบผิว ความ เหนียว เป็นต้น 3.2.5 การก าหนด Specification หมายถึง รายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่ผู้ผลิตน ามาใช้เป็นข้อมูลที่ส าคัญในการ


ตัดสินใจซื้อหรือผลิต การก าหนด Specification จะมีรูปแบบและขอบเขตที่แตกต่างกันออกไปซึ่งจะประกอบด้วย ข้อมูลดังต่อไปนี้ 1. Scope หมายถึง การแบ่งประเภทผลิตภัณฑ์ 2. Chemical Composition หมายถึง ส่วนผสมทางเคมีของวัสดุ 3. Quality หมายถึง ระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ 4. Quantitative Requirements หมายถึง ช่วงจ ากัดส่วนผสมทางเคมีและคุณสมบัติทางกลและ กายภาพรวมถึงวิธีการทดสอบหรือมาตรฐานการตรวจสอบ 3.2.6 AISI – Designation ระบบก าหนดเบอร์เหล็กกล้าคาร์บอนและเหล็กกล้าผสมที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรม เหล็กคือ AISI และ SAE ทั้งสองระบบใช้หลักการเดียวกัน โดยก าหนดเป็นตัวเลข 4 ตัว เหล็กผสมต่ าความแข็งแรงสูง ก าหนดเป็นตัวเลข 3 ตัวองค์กรเหล่านี้ก าหนดรายละเอียดของเหล็กกล้าไว้ แตกต่างกันไป การจ าแนกเหล็กออกเป็น ประเภทเราเรียกว่า ระบบเรียกชื่อเหล็กกล้า (Steel number system) คือระบบการแบ่งเหล็กกล้าออกเป็นประเภทต่าง ๆ โดยเหล็กกล้าจะถูกเรียกเป็นตัวเลข ในหนังสือเล่มนี้จะกล่าวถึงระบบเรียกชื่อเหล็กกล้าเป็นแบบ AISI และ SAE เป็น หลักเช่น AISI/SAE 1121 ตัวอักษรด้านหน้าเป็นการเรียกชื่อเหล็กตามมาตรฐานในที่นี้ก็คือ สถาบันเหล็ก และเหล็กกล้าของอเมริกา และสมาคมวิศวกรยานยนต์อเมริกา ส่วนตัวเลขปกติแล้วจะมีตัวเลขอยู่สี่ตัว โดยตัวเลขสองอันดับแรกแสดงถึงสารที่ น ามาเจือปน และตัวเลขอีกสองตัวหลังด้านท้าย (มีอยู่บางประเภทจะมีอยู่สามตัวเลข) แสดงถึงเปอร์เซ็นต์ของคาร์บอน ภายในเนื้อเหล็กกล้า ยกตัวอย่างเช่น AISI/SAE 1020 หมายถึง – เป็นไปตามมาตรฐานของ AISI หรือ SAE – ตัวเลขแรกคือ (1) บอกถึงมีคาร์บอนผสมอยู่ – ตัวเลขล าดับที่สองคือ (0) ก็คือไม่มีธาตุอื่นผสมอยู่มีเพียงคาร์บอนเท่านั้น – ตัวเลขสองตัวสุดท้ายคือ (20) เหล็กกล้าที่มีคาร์บอนผสมอยู่ประมาณ 0.20% ตัวอย่าง AISI/SAE 4340 หมายถึง – เป็นไปตามมาตรฐานของ AISI หรือ SAE – ตัวเลขสองตัวแรก (43) ก็คือ เหล็กกล้ามีการผสม นิกเกิล–โครเมียม–โมลิบดีนัม ตัวเลขสองตัวหลัง (40) มีคาร์บอนเป็นส่วนผสมมีค่าประมาณ 0.4% 3.3 เข้าใจวิธีการเลือกวัสดุและการติดตั้งชื่อรหัสประจ าพรรณไม้ ด้านทักษะ(ปฏิบัติ) 1. อ่านแบบงานได้ 2. เตรียมงานตามแบบที่ก าหนดได้ 3. เชื่อมงานตามแบบก าหนดได้ 4. ตรวจคุณภาพงานและแก้ไขได้ 5. สามารถท าป้ายชื่อรหัสประจ าพรรณไม้และติดตั้งได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม


ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม/ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 3D /ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง/อาเซียน/ ค่านิยม 12 ประการ /การอนุรักษ์พันธุกรรมพืช 1. ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม 2. กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ 3. ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม 4. มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่ กิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้ กระบวนการจัดการเรียนรู้ใช้กระบวนการเรียนรู้แบบ MIAP ขั้นตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ขั้นตอนการเรียนรู้หรือกิจกรรมของนักเรียน 1. ขั้นน า (Motivation) 1. จัดเต รียมเอกส าร สื่อก ารเรียน การสอน ตัวอย่าง เครื่องมือและอุปกรณ์ แนะน าหัวข้อเรื่องที่เรียนวิธีการ เรียน การมอบหมายงาน และวิธีการวัดผล 2. ทดสอบก่อนเรียนเรื่องวัสดุเหล็กที่ใช้ในงาน เชื่อมโลหะจากนั้นให้นักเรียนสลับกันตรวจค าตอบ และให้คะแนน 3. แจ้งจุดประสงค์การเรียนและการให้ความร่วมมือ ของนักเรียนในการท ากิจกรรม 2. ขั้นศึกษาข้อมูล (Information) 1. ครูอธิบายเรื่องชนิดของเหล็กกล้าและชนิดของ เหล็กของเหล็กคาร์บอนโดยใช้สื่อPowerPoint และสื่อของจริง 2. มอบหมายงานให้นักเรียนศึกษาเกี่ยวกับวัสดุ เหล็กที่ใช้ในงานเชื่อมโลหะ 3. ขั้นพยายาม (Application) 1. ให้นักเรียนบอกถึงชนิดและคุณ สมบัติของ เหล็กกล้าตลอดจนการน าไปใช้งาน 2. ครูผู้สอนท าการตรวจประเมินความถูกต้องวัสดุ เหล็กที่ใช้ในงานเชื่อมโลหะ 4. ขั้นส าเร็จผล (Progress) 1. ครูสรุปผลการปฏิบัติงานของนักเรียน และสรุป เนื้อหาตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ตามหัวข้อ สาระความส าคัญ 2. ครูแจกแบบทดสอบหลังเรียน 3. ครูตรวจแบบทดสอบพร้อมกับบันทึกคะแนน 1. ขั้นน า (Motivation) 1. จัดเตรียมเอกสาร สื่อการเรียนการสอนตามที่ ครูผู้สอนและบทเรียนที่ก าหนด เตรียมตัวทดสอบก่อน เรียนเรื่อง วัสดุเหล็กที่ใช้ในงานเชื่อมโลหะ 2. ท าแบบทดสอบก่อนเรียนเรื่องวัสดุเหล็กที่ใช้ใน งานเชื่อมโลหะจากนั้นนักเรียนสลับกันตรวจ ค าตอบ และให้คะแนน 3. ท าความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์การเรียน และการให้ความร่วมมือของในการท ากิจกรรม 2. ขั้นศึกษาข้อมูล (Information) 1. นักเรียนฟังค รูอ ธิบ ายพ ร้อมทั้งจดบันทึก เกี่ยวกับเรื่อง วัสดุเหล็กที่ใช้ในงานเชื่อมโลหะ พร้อมทั้งศึกษาเพิ่มเติมจากใบความรู้เรื่องวัสดุ เหล็กที่ใช้ในงานเชื่อมโลหะ 3. ขั้นพยายาม (Application) 1. นักเรียนศึกษาเกี่ยวเกี่ยวกับ วัสดุเหล็กที่ใช้ในงาน เชื่อมโลหะ 2. น าแบบฝึกหัดและแบบทดสอบส่งครูผู้สอนเพื่อ ท าการประเมินผลร่วมกัน ขั้นสรุป ( 30 นาที ) 1.นักเรียนฟังครูครูสรุปผลการปฏิบัติงานของนักเรียน และสรุปเนื้อหาตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ตามหัวข้อ สาระความส าคัญ 2.นักเรียนรับและท าแบบทดสอบหลังเรียน 3.ครูและนักเรียนช่วยกันตรวจแบบทดสอบพร้อมกับ บันทึกคะแนน


เครื่องมือการวัดและประเมินผล แบบฝึกหัดหน่วยที่3 ค าสั่ง จงตอบค าถามต่อไปนี้ 1. จงยกตัวอย่างสมบัติที่ดีของเหล็กกล้า ตอบ 1. มีคุณสมบัติเชิงกลที่ดี 2. มีความสามารถเปลี่ยนรูปร่างสูงโดยไม่มีการแตกหัก 3. คงสภาพทางเคมีไม่เปลี่ยนแปลง 2. จงบอกวัตถุประสงค์การใช้เหล็กกล้าคาร์บอนต่ าส าหรับงานปั๊มขึ้นรูปแผ่นเหล็กบาง ซึ่งต้องให้ต่ าที่สุด เท่าที่จะท าได้ ตอบ เพิ่มอัตราการยืดตัวให้สูงขึ้น 3. จงบอกสมบัติของแผ่นเหล็กหนา (Plate Mills) ตอบ มีความยืดหยุ่นสูงสามารถขึ้นรูปได้บางถึง 0.6 ม.ม โดยผ่านกระบวนการรีดเย็น 4. จงบอกเหตุผลของงานผลิตภัณฑ์บางประเภทที่จะต้องทราบส่วนประสมทางเคมีก่อนการเชื่อมประสาน ตอบ ป้องกันการแตกร้าว 5. จงบอกความหมายการตัดสลิต ตอบ เป็นการตัดงานในกระบวนการผลิตที่มีความต่อเนื่อง


แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 3 ค าสั่ง ให้ท าเครื่องหมาย () ทับข้อที่เลือกเพียงข้อเดียว 1. วัสดุที่นิยมน ามาสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีราคาต่ าคืออะไร ก. เหล็ก ข. สแตนเลส ค. ทองแดง ง. อะลูมิเนียม 2. เหล็กแผ่นด า (Steel Plate) ผ่านกรรมวิธีขึ้นรูปแบบใด ก. รีดร้อน ข. รีดเย็น ค. อัดขึ้นรูป ง. หล่อขึ้นรูป 3. ข้อใดไม่ใช่สมบัติที่ดีของเหล็กเส้นแบน ก. มีความเหนียว ข. ทนแรงยืดได้ดี ค. ทนแรงพับได้ดี ง. ราคาแพง 4. ข้อใดไม่ใช่สมบัติของโลหะที่น ามาปั๊มขึ้นรูปโลหะ ก. คาร์บอนต่ า ข. มีอัตรายืดตัวสูง ค. มีความแข็งแกร่ง ง. ถูกทุกข้อ 5. ข้อใดไม่ใช่ข้อควรค านึงในการเลือกซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อน ก. คุณภาพ ข. ขนาด ค. การน าไปใช้งาน ง. ความแข็งแกร่ง 6. เหล็กแผ่นรีดเย็นทุกเกรดที่ผลิตในประเทศจะมีมาตรฐานใดรับรอง ก. มาตรฐาน มอก. รับรอง ข. มาตรฐาน SAE รับรอง ค. มาตรฐาน AISI รับรอง ง. มาตรฐาน ASTM รับรอง 7. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของมาตรฐานเหล็ก ก. การควบคุมการท างานในห้องปฏิบัติการ ข. กระบวนการผลิต ค. การน าไปใช้งาน ง. ต้นทุนการผลิต 8. ข้อใดไม่จัดอยู่ในองค์ประกอบการก าหนด Specification ของเหล็ก ก. Scope ข. Chemical Composition ค. Quality ง. Type 9. ข้อใดคือสัญ ลั กษณ์ ของเห ล็ กที่น าไปใช้งานได้เล ยโด ยไม่ต้ องผ่ าน ก รร ม วิธีป รับป รุงสมบั ติโด ยใช้ ความร้อน ก. St ข. SS ค. KD ง. SD 10. ข้อใดคือสัญลักษณ์มาตรฐานเหล็กประเทศญี่ปุ่น ก. AWS. ข. SAE ค. AISI ง. JIS


วิทยาลัยเทคนิคสระแก้ว ใบงานที่ 3 งานเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักช์เหล็กกล้าคาร์บอนรอยต่อตัวที่ ท่าระดับ(2F/PB) รหัสวิชา 20103-2001 วิชาเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์1 ระดับชั้น ปวช. 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เวลา 6 ชั่วโมง คะแนนเต็ม 10 คะแนน ผู้สอน ครูสุพัฒ ลีอุดม ค าสั่ง จงปฏิบัติงานเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักช์เหล็กกล้าคาร์บอนรอยต่อตัวที่ ท่าระดับ(2F/PB) แบบงาน วัสดุ ขนาด จ านวน / ชิ้น 1. แผ่นเหล็กกล้าคาร์บอน 2. แผ่นเหล็กกล้าคาร์บอน 3. ลวดเชื่อมไฟฟ้าหุ้มฟลักซ์ E 6013 4. ลวดเชื่อมไฟฟ้าหุ้มฟลักซ์ E 6013 100 200 10 ม.ม. 100 200 10 ม.ม. 2.6 ม.ม. 3.2.ม.ม. 1 1 1 1


จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เครื่องมือและอุปกรณ์ 1. อ่านแบบงานได้ 2 เตรียมชิ้นงานตามแบบก าหนดได้ 3. งานเชื่อมอาร์คด้วยลวดหุ้มฟลักซ์เหล็กกล้าคาร์บอน รอยต่อ ตัวทีท่าระดับ (2F /PB) 4. ตรวจงานขั้นพื้นฐานได้ 5. แก้ไขข้อบกพร่องงานเชื่อมก่อนน าไปเชื่อมแนวต่อไป ได้ 6. ท างานด้วยความมีวินัย รอบคอบ อดทน รักษา ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม 1. เครื่องเชื่อมไฟฟ้า 2. หน้ากากเชื่อมชนิดสวมหัว 3. ค้อนเคาะสแลก 4. คีมจับชิ้นงานร้อน 5. แปรงลวด 6. ตะไบแบน 7. บรรทัดเหล็ก 8. ถุงมือหนัง 9. เสื้อหนัง 10. แว่นตานิรภัย 11. เหล็กขีด 12. เครื่องเจียระไนมือ ข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย 1. การใช้ชุดตัดแก๊สเหล็กแผ่น ต้องใช้ถูกวิธีเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ 2. การใช้เลื่อยมือตัดงานต้องใช้ถูกวิธีเพื่อป้องกันใบเลื่อยหัก 3. จับให้แน่นก่อนตัด 4. ปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยในงานเชื่อมไฟฟ้าอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ล าดับขั้นตอนการเตรียมชิ้นงาน 1. วัดขนาดความยาวงานและร่างแบบให้ได้ตามแบบที่ก าหนด 2. จับงานเข้ากับปากกาให้สั้นๆแล้วขันให้แน่น 3. ท าการตัดงานด้วยเลื่อยให้ขาด 4. ถ้าตัดหรือแก๊ส ออกซี่ – อเซทิลีนต้องเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์และพื้นที่ปฏิบัติงานให้เกิดความปลอดภัย 5. ท าการลบคมหรือครีบด้วยตะไบหรือเครื่องเจียระไนมือ 6. ท าความสะอาดชิ้นงานด้วยแปลงลวดเช็ดท าความสะอาดด้วยผ้า ล าดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน 1. เตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ในการเชื่อมไฟฟ้าให้ครบ 2. ร่างแบบแผ่นงานตามแบบที่ก าหนด 3. น าเอาแผ่นงานทั้งสองมาประกอบกันเป็นรูปตัวทีและเชื่อมยึด 2 จุดและตรวจสอบงานแผ่นตั้งให้ได้มุมฉาก 90 องศา 4. วางชิ้นงานให้อยู่ ในต าแหน่งท่าระดับ โดยเริ่มท าการเชื่อมให้ตรงกึ่งกลางของรอยต่อจากขอบชิ้นงานขอบ ด้านซ้าย ปรับหัวเชื่อมให้เอียงเพื่อให้มุมเดินลวดเชื่อมประมาณ 60-70 องศา และมุมงานประมาณ 45-70 องศา 5.เชื่อมแนวแรก ปรับกระแสไฟเชื่อมให้สูงกว่า 80-100 แอมแปร์เล็กน้อยเพื่อให้เกิดการซึมลึก 6. เริ่มต้นอาร์คโดยใช้ระยะอาร์คเท่ากับ ความโตแกนลวดเชื่อมและท าการเชื่อมโดยเชื่อมจากขอบชิ้นงานด้านซ้าย ไปยังด้านขวาจนตลอดความยาวงาน 7. ขณะท าการเชื่อมต้องเคลื่อนลวดเชื่อมไปให้สม่ าเสมอและมุมลวดเชื่อมไม่เปลี่ยนจนเชื่อมตลอดแนว และต้องส่าย ลวดเชื่อมให้มีลักษณะวงเล็บเล็กๆหรือฟันปลาโดยหยุดที่ขอบด้านบนเล็กน้อยเพื่อป้องกันการเกิดรอยกัดที่ขอบงาน 4


8. ในกรณีมีความจ าเป็นต้องต่อแนวเชื่อมไม่ว่าจะเป็นแนวแรกหรือแนวทับหน้า(Cover Pass)โดยจะต้องเริ่มต้นอาร์ค หน้าบ่อจุดสิ้นสุดแนวเชื่อม (Crater) ระยะประมาณ 4 ม.ม. แล้วน าอาร์คกลับไปเติมบ่อจุดสิ้นสุดแนวเชื่อม (Crater) เดิมให้เต็มแล้วเดินเชื่อมต่อไปให้สิ้นความยาวงาน 9. เคาะสแลกออกให้หมดและท าความสะอาดชิ้นงาน ตรวจสอบแนวเชื่อม 10. การเชื่อมแนวที่สองทับแนวแรก (Cover Pass ) โดยเปลี่ยนลวดเชื่อมเป็นขนาด 3.2 ม.ม.ลดกระแสไฟลงมา80- 100 แอมแปร์ ให้รอยเชื่อมแนวที่ 2 ทับแนวเชื่อมแนวแรกครึ่งหนึ่งและอีกครึ่งหนึ่งอยู่กับแผ่นงานและ ต้องท าความ สะอาดแนวเชื่อมแนวแรกให้สะอาดปราศจากสิ่งสกปรกต่างๆออกให้หมดก่อนจึงเชื่อมได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด ข้อบกพร่องในแนวเชื่อมโดยใช้เทคนิคการเชื่อมเหมือนเดิม แต่ต้องเพิ่มความกว้างและปริมาตร (Volume) ของแนว เชื่อม เพราะแนวเชื่อมทับหน้าจะมีขนาดกว้างกว่าแนวเชื่อมแนวแรก ขณะเชื่อมต้องเอียงลวดเชื่อมเป็นมุม 70 – 80 องศา กับแผ่นงาน 11.เคาะแสลกออกให้หมด ใช้ผ้าเช็ดงานให้แห้ง 12. ส่งงานให้ครูตรวจเพื่อประเมิน ข้อควรระวัง 1. มุมลวดเชื่อม 2. ความเร็วในการเดินลวดเชื่อม 3. การควบคุมระยะอาร์คให้คงที่ 4. จุดสิ้นสุดแนวเชื่อมต้องสร้างบ่อ(Crater) ไว้เพื่อต่อแนวเชื่อมให้มีขนาดเท่ากัน 5. การเกิด Undercut 6. สแลกฝังใน ข้อเสนอแนะ 1. ลวดเชื่อม 1 เส้น เชื่อมได้แนวเชื่อมยาว 200 ม.ม. 2. ต้องรักษาขนาดแนวเชื่อมแนวแรกให้คงที่เพราะต้องเชื่อมทับแนว 3. การปรับแต่งผิวรอยตัดเพื่อลบคมที่เกิดจากการตัดเลื่อยกลหรือด้วยแก๊สงานจะมีครีบมากยากต่อการปรับแต่งด้วย วิธีตะไบ ควรเปลี่ยนไปใช้วิธีการเจียระไน 4. การฝึกเพื่อเพิ่มทักษะความช านาญต้องหักชิ้นงานด้วยเครื่องกดอัดไฮโดรลิกและตัดด้วยแก๊ส ออกซี่- อะเชทิลีนและ ตบแต่งขอบและผิวให้เรียบด้วยการเจียระไน


ผลงาน/ชิ้นงาน/ความส าเร็จของผู้เรียน แบบฝึกหัด งานที่ปฏิบัติตามใบงาน สื่อการเรียนการสอน/การเรียนรู้ สื่อสิ่งพิมพ์ 1. หนังสือเรียนวิชา เชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ 1 สื่อออนไลน์ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….……….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….……….. สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) Power Point สื่อของจริง ชิ้นงานตัวอย่าง


เอกสารประกอบการพิจารณาข้อ 1 ด้านการจัดการเรียนรู้ ข้อ 1.3 กิจกรรมการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ภาพประกอบการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิด มีทักษะการปฏิบัติงานและทักษะชีวิต โดย ใช้วิธีการสอนแบบ บรรยาย สาธิต การปฏิบัติงานจริง (ใช้กระบวนการสอนแบบ MIAP)


๑.๔ สร้างและหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้


เอกสารประกอบการพิจารณาข้อ 1 ด้านการจัดการเรียนรู้ ข้อ 1.4 สร้างหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีและแหล่งการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. สื่อวิชางานเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลั๊กซ์ 1 (เดิมใช้สื่อ Power Point ร่วมกับใบงาน)


เอกสารประกอบการพิจารณาข้อ 1 ด้านการจัดการเรียนรู้ ข้อ 1.4 สร้างหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีและแหล่งการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. การน าเสนอสื่อ ชิ้นงานจริง ประกอบการอธิบาย และการมอบหมายใบงานเพื่อให้นักเรียนเข้าใจยิ่งขึ้น


เอกสารประกอบการพิจารณาข้อ 1 ด้านการจัดการเรียนรู้ ข้อ 1.4 สร้างหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีและแหล่งการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. การพัฒนาสื่อ สื่อวิชางานเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลั๊กซ์ 1 (ใช้สื่อชิ้นงานของจริง )


๑.๕ วัดและประเมินผลการเรียนรู้


เอกสารประกอบการพิจารณาข้อ 1 ด้านการจัดการเรียนรู้ ข้อ 1.5 วัดและประเมินผลการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..


วิทยาลัยเทคนิคสระแก้ว ข้อสอบปลายภาค ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 รหัสวิชา 20103-2002 วิชา งานเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลั๊กซ์ 1 ระดับชั้น ปวช. ชช. 1 ข้อสอบมี 1 หน้า เวลา 6 ชั่วโมง คะแนนเต็ม 20 คะแนน ผู้สอน ครูสุพัฒ ลีอุดม ค าชี้แจง ข้อสอบอัตนัย (ปฏิบัติ) จ านวน 1 ข้อ คะแนนเต็ม 20 คะแนน ค าสั่ง ให้นักเรียนปฏิบัติงานเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลั๊กซ์ตามแบบที่ก าหนดให้ ข้อ 1 ข้อก าหนด 1.1 เหล็กแผ่นขนาด 50 × 120 มม. หนา 5 มม. 1.2 รอยต่อ Fillet weld 1.3 ต าแหน่งท่าเชื่อม PF 1.4 กระบวนการเชื่อม SMAW 1.5 ลวดเชื่อม E 6013 ขนาด 2.6 มม.


แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 6 ค าสั่งที่ ให้ท าเครื่องหมาย () ทับข้อที่เลือกเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง ก. อะตอมมีขนาดเล็กแบ่งแยกออกไม่ได้ ข. อะตอมมีโปรตอนและอิเลคตรอนกระจายอยู่ทั่วไป ค. บริเวณที่มีหมอกหนามีโอกาสพบ อิเลคตรอนมากกว่าหมอกเบาบาง ง. ระดับชั้นพลังงานที่อยู่ใกล้นิวเคลียสจะมีพลังงานมากสุด 2. นิวเคลียสประกอบด้วยอะไร ก. โปรตอน – อิเลคตรอน ข. โปรตอน – นิวตรอน ค. อิเลคตรอน – นิวตรอน ง. โปรตอน – นิวตรอน – อิเล็กตรอน 3. ธาตุ X มีจ านวนเวเลนซ์อิเลคตรอนซึ่งอยู่ในระดับพลังงานที่ 3 เท่ากับ 1 ธาตุ X มีธาตุอะตอมเท่าใด ก. 31 ข. 21 ค. 11 ง. 3 4. เมื่ออนุภาคแอลฟาวิ่งเข้าสู่นิวเคลียสอนุภาคแอลฟาจะหยุดก็ต่อเมื่ออนุภาคนั้นเป็นอย่างไร ก. มีพลังงานเป็นศูนย์ ข. วิ่งไปกระทบนิวเคลี่ยส ค. กระทบกับอิเล็คตรอนในชั้นใดชั้นหนึ่ง ง. มีพลังงานศักษ์เท่ากับพลังงานจลน์เดิม 5. ความสามารถในการเชื่อมของเหล็กกล้า (weldability of steels) ชนิดใดต่อไปนี้ ดีที่สุด ก. เหล็กกล้าที่มีคาร์บอนผสม 0.1% ข. เหล็กกล้าที่มีคาร์บอนผสม 0.15% ค. เหล็กกล้าที่มีคาร์บอนผสม 0.25% ง. เหล็กกล้าที่มีคาร์บอนผสม 0.4% 6. ถ้าอะตอม X เป็นกลาง มีเลขมวล 13 และมีโครงสร้างอะตอมดังภาพให้เขียนสัญลักษณ์ของธาตุ X ก. X 6 4 ข. X 13 4 ค. X 6 6 ง. X 13 6 7. บริเวณใดเป็นจุดอ่อนของรอยเชื่อม เมื่อน าไปใช้งานอาจจะเกิดการแตกหักได้ ก. Heat – Affecter Zone ข. Partially Melt Zone ค. Melting Zone ง. Columnar 8. อุณหภูมิเส้น A3 โครงสร้าง Austenite จะเปลี่ยนเป็นโครงสร้างอะไร ก. Unaltered ข. Ferrite


ค. Cementite ง. Pearlier 9. โครงสร้างจุลภาคเดิมเหล็ก AISI 1020 คืออะไร ก. Austenite + Ferrite ข. Ferrite + Cementite ค. Cementite + Pearlier ง. Ferrite + Pearlier 10. โครงสร้างใดในบริเวณ HAZ มีความแข็งมากที่สุด ก. มาร์เทนไซท์ ข. เฟอร์ไรท์ ค. ไบไนท์ ง. เพิร์ลไลท์ เครื่องมือการวัดและประเมินผล แบบฝึกหัดหน่วยที่6 ค าสั่ง จงเติมข้อความและอุณหภูมิที่คิดว่าถูกต้องในภาพให้สมบูรณ์ แผนภาพสมดุลเหล็กกับคาร์บอน 1. บริเวณที่ 1 หมายถึง ตอบ เป็นส่วนที่ได้รับความร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 1,492 องศาเซลเซียส จะท าให้Austeniteที่เกิดขึ้นจะมี ลักษณะเกรนหยาบ 2. บริเวณที่ 2 หมายถึง ตอบ เป็นพื้นที่ได้รับความร้อนประมาณ 1316 องศาเซลเซียส โครงสร้างยังเป็น Austenite แต่มีจะเกรน ละเอียดกกว่า ส่วนที่โลหะงานหลอมละลายอย่างสมบูรณ์(Melting Zone) และส่วนที่หลอมละลายบางส่วน (Partially Melt Zone) เป็นส่วนที่อ่อนแอที่สุดของแนวเชื่อม 3. บริเวณที่ 3 หมายถึง ตอบ คือบริเวณผลกระทบร้อน อุณหภูมิประมาณ 982 องศาเซลเซียส แต่โลหะงานไม่หลอมละลายแต่ ได้รับผลกระทบร้อนจากการเชื่อมสูงถึงเหนือเส้น A3 หรือ Acm โครงสร้างยังเป็น Austenite ที่ขยายตัวและมี


อัตราการเย็นตัวสูง ท าให้เกรนของโครงสร้างที่ขยายตัวเนื่องจากได้รับความร้อนสูงขณะเชื่อม ไม่มีโอกาส กลับคืนโครงสร้าง ฯ เดิม เกรนโครงสร้างจุลภาคบริเวณผลกระทบร้อนจะมีลักษณะเหมือนโครงสร้างการอบ ชุบแบบ Normalizing 4. บริเวณที่ 4 หมายถึง ตอบ เป็นบริเวณที่ชิ้นงานได้รับความร้อนแต่โลหะงานไม่หลอมละลายอุณหภูมิประมาณอยู่บริเวณเส้น A1 และ A3 ประมาณ 723 องศาเซลเซียส จะเกิดปฏิกิริยายูเทคตอยด์ขึ้นคือ Austenite ที่มีคาร์บอน 0.8% เกิด การแตกตัวท า Ferrite ที่มีคาร์บอนร้อยละ 0.025 และ Cementite ที่มีคาร์บอนร้อยละ 6.67 ซึ่งเรียก โครงสร้างรวมกันนี้ว่า Pearlite 5. บริเวณที่ 5 หมายถึง ตอบ เป็นบริเวณที่อยู่ในบริเวณเส้น A1 อุณหภูมิประมาณ 600 องศาเซลเซียส เป็นอุณหภูมิที่ร้อนสูงขณะ เชื่อมเช่นกัน ซึ่งอุณหภูมิช่วงนี้เป็นอุณหภูมิที่ใช้ในการให้ความร้อนเพื่อปรับปรุงคุณภาพโครงสร้างจุลภาค เหล็กกล้าตามปกติ ในกรรมวิธีอบอ่อน (Normal Annealing Structure) เพื่อลดความเครียดเหลือค้าง (Stress–Leiief) แต่ในงานเชื่อมโลหะจะปล่อยให้เย็นตัวในอากาศ จะมีอัตราการเย็นตัวช้าลงจึงท าให้เกรนมี โอกาสเรียงตัวกลับคืนสภาพเดิม แต่ไม่ถึงขนาดกลับคืนโครงสร้างฯเดิม เกรนโครงสร้างจุลภาคบริเวณ ผลกระทบร้อนส่วนนี้ จึงมีลักษณะละเอียดขึ้น (Fine Grain Zone) 6. บริเวณที่ 6 หมายถึง ตอบ เป็นบริเวณที่อุณหภูมิประมาณ 500 เซลเซียส จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเรียกว่า Original Structure เนื่องจากอุณหภูมิไม่สูงโครงสร้างจะเป็นโครงสร้างเดิมคือ Ferrite + Pearlite


๑.๖ ศึกษา วิเคราะห์และสังเคราะห์ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้ QR-Code งานวิจัยในชั้นเรียน


๑.๗ จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน


เอกสารประกอบการพิจารณาข้อ 1 ด้านการจัดการเรียนรู้ ข้อ 1.7 จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ปรับปรุงพื้นที่ทาสีพื้นห้องปฏิบัติการแขนกลเชื่อมเพื่อให้ห้องเรียนน่าเรียนมากขึ้น


เอกสารประกอบการพิจารณาข้อ 1 ด้านการจัดการเรียนรู้ ข้อ 1.7 จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ร่วมกันปรับปรุงห้องงานโลหะแผ่น (กั้นห้อง ติดกระดานไวท์บอร์ด ติดพัดลม)


๑.๘ อบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน


ข้อ 1.8 อบรมและพัฒนาคุณลักษณะของผู้เรียนและรายวิชา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. อบรมให้ความรู้นักเรียนก่อนท าการเรียนการสอน


๒. ด้านการส่งเสริมและ สนับสนุนการจัดการเรียนรู้ ๒.๑ จัดท าข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา ๒.๒ ด าเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน ๒.๓ ปฏิบัติงานวิชาการและงานอื่นๆ ของสถานศึกษา ๒.๔ ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย และหรือสถานประกอบการ


๒.๑ จัดท าข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา


๒.๒ ด าเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน


เอกสารประกอบการพิจารณาข้อ 2 ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ ข้อ 2.2 ด าเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. เชิญผู้ปกครองนักศึกษาระดับปวส.1 ทวิภาคีแผนกวิชาช่างเชื่อมโลหะ เพื่อแก้ปัญหาการขาดเรียน


Click to View FlipBook Version