กลมุ่ งานห้องสมดุ และสารสนเทศ สำนกั วชิ าการ
มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา
คณะที่ปรึกษา
พระราชปริยตั ิ,รศ.ดร. รองอธิการบดีวทิ ยาเขตพะเยา
พระครวู รวรรณวิฑูรย,์ ผศ.ดร. ผ้ชู ่วยอธกิ ารบดีฝ่ายวชิ าการ
พระครโู สภณปริยัติสุธ,ี รศ.ดร. ผอู้ ำนวยการวทิ ยาลยั สงฆ์พะเยา
พระครูพิศาลสรกจิ ,ผศ.ดร. รักษาการผ้อู ำนวยการสำนกั งานวทิ ยาเขต
พม.พงษป์ ระภากรณ์ วิสุทฺธิ าณเมธี,ผศ.ดร. รักษาการผู้อำนวยการสำนกั วิชาการ
ผศ.ดร.พรพรรณ จนั ทร์แดง ผอู้ ำนวยการศูนยบ์ รรณสารและสอ่ื การศึกษา
มหาวิทยาลัยพะเยา
ผเู้ รยี บเรียง นางสุดฤทยั จันทรวงษ์
พิมพค์ ร้งั ที่ ๑ 2559
พมิ พค์ รั้งที่ 2 ๒๕๖4 ฉบบั ปรับปรุงแกไ้ ข
พิสูจนอ์ กั ษร
พระมหาภทั รวฒั น์ มหาคเุ ณสี
นายธนาฒย์ จันทรวงษ์
นางสาวธนภรณ์ จนั ทรวงษ์
คำนำ
ทรัพยากรห้องสมุดในปัจจุบันมีให้เลือกอย่างมากมาย แตก่ ารคัดเลือกอย่างไรให้คุ้มกับ
งบประมาณที่จัดซื้อเลือกอยา่ งไรให้ตรงกบั ความต้องการ และสอดคล้องกับนโยบายของสถาบันท้ัง
ยงั สง่ เสรมิ การเรียนการสอนไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพที่สดุ
คู่มือการคัดเลือกทรัพยากรสารสนเทศห้องสมุดฉบับนี้เป็นคู่มือปฏิบัติงานห้องสมุด
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือและ
แนวทางในการดำเนินงาน ช่วยให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีระบบพร้อมทั้งเป็นเครื่องมือ
แลกเปลย่ี นความรสู้ ำหรับผทู้ ี่สนใจการดำเนนิ งานทางดา้ นหอ้ งสมุด
ผู้จัดทำขอขอบคุณเจ้าของข้อมูลทุกท่านที่นำมากล่าวอ้างในงาน การจัดทำคู่มือการ
คัดเลือกทรัพยากรสารสนเทศห้องสมุดฉบับนี้ ซึ่งมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ตาม
มาตรฐานห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา และสอดคล้องนโยบายของมหาวิทยาลัยที่วางไว้เป็นสำคั ญ
หากมขี ้อบกพร่องอันพ่ึงมีประการใด ผ้จู ัดทำขอน้อมรับไว้เพ่อื แก้ไขปรบั ปรุงในครงั้ ตอ่ ไป สว่ นความ
ดคี วามชอบของคู่มือฉบบั น้ีผ้จู ัดทำขอมอบแดค่ รอบครัวอันเป็นที่รักยิง่
สดุ ฤทยั จันทรวงษ์
กล่มุ งานห้องสมดุ และสารสนเทศ
สารบัญ
หน้า
บทท่ี ๑ บทนำ
๑.๑ ความเปน็ มาและความสำคญั ของปัญหา......................................................... ๑
๑.๒ วตั ถุประสงค.์ .................................................................................................. 2
๑.๓ ขอบเขตหรือขอ้ จำกัด..................................................................................... ๓
๑.๔ ประโยชน์ท่คี าดวา่ จะได้รับ............................................................................. ๓
๑.๕ นิยามศัพท์…………………........................………………………………………............. ๓
บทที่ ๒ โครงสรา้ งและบทบาทหนา้ ทีความรบั ผดิ ชอบ
๒.๑ โครงสรา้ งหนว่ ยงาน......................................................…………………….......... 4
๒.๑.๑ โครงสร้างการบริหารงานมหาวทิ ยาลยั ............................................. ๕
๒.๑.๒ โครงสรา้ งการบริหารงานส่วนวิทยาเขต …......................................... ๖
๒.๑.3 โครงสร้างการบริหารงานตามภาระงานวิทยาเขต ............................. 7
2.1.4 โครงสร้างการบรหิ ารงานสำนักวชิ าการ (ตามสังกัดของหอ้ งสมดุ ) .... 8
๒.๒ ภาระงานและบทบาทหน้าท่ี ...............................................………………......... ๑1
บทที่ ๓ หลกั เกณฑว์ ธิ ีการปฏบิ ตั งิ าน
๓.๑ ความหมายของทรพั ยากรสารสนเทศ ........................................................... ๑3
๓.๒ ประเภทของทรัพยากรห้องสมดุ ................................................................... ๑3
๓.๓ นโยบายในการเลอื กทรัพยากรหอ้ งสมุด ....................................................... ๑6
๓.๔ ผมู้ ีสว่ นรว่ มในการคัดเลือกทรัพยากรหอ้ งสมุด ............................................. ๑6
๓.๕ คุณสมบตั ิของผู้ทำการคัดเลือกทรัพยากรห้องสมุด ...................................... ๑7
๓.๖ หลักการคัดเลือกหนังสอื .............................................................................. ๑8
๓.๗ หลักการคัดเลอื กวารสาร นติ ยสาร .............................................................. ๒1
๓.๘ หลกั การคดั เลือกหนังสอื พิมพ์ ...................................................................... ๒2
๓.๙ หลักในการคัดเลือกทรัพยากรไม่ตพี ิมพ์เข้าหอ้ งสมุด .................................... ๒2
๓.๑๐ เคร่ืองมือช่วยคัดเลือกหนงั สอื ....................................................................... ๒3
สารบญั
หนา้
บทที่ ๔ กระบวนการปฏบิ ตั งิ าน
๔.๑ แนวทางในการปฏบิ ัติงาน.............................................................................. ๒4
๔.๒ ขั้นตอนการปฏิบตั งิ านและแผนผังขัน้ ตอน (Work Flow) ............................ ๓5
๔.๓ วธิ กี ารตดิ ตามและประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ิงาน ............................................... ๓7
๔.๔ จรรยาบรรณในการทำงาน............................................................................ ๓8
บทที่ ๕ ปญั หาอปุ สรรค แนวทางแก้ไขและขอ้ เสนอแนะ
๕.๑ ปัญหาและอปุ สรรค ...................................................................................... 41
๕.๒ แนวทางแก้ไข ............................................................................................... ๔2
๕.๓ ข้อเสนอแนะ ................................................................................................. ๔2
บรรณานกุ รม …………………………………………………………………………..………………………......... ๔3
ภาคผนวก
ภาคผนวก (ก) มาตรฐานห้องสมดุ สถาบันอดุ มศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๔ .......…………… ๔5
ภาคผนวก (ข) มาตรฐานห้องสมุดตามประกาศสมาคมหอ้ งสมดุ ........................ ๕4
แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๔๙
ประวัติผู้จดั ทำ ..................................................................................................................... ๕7
บทที่ ๑
บทนำ
๑.๑ ความเป็นมาและความสำคัญของปญั หา
การศึกษาไทยในปัจจุบันมีสภาพเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ
การจัดการเรียนการสอน จำเป็นต้องปรับกระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องทันต่อสถานการณ์
ปัญหาทางสังคมทีเ่ กิดขึ้นส่วนหนึ่งก็มาจากการจัดการศึกษาการดำเนินการแก้ไขปัญหาของสังคม
จึงมุ่งเน้นในการจัดการศึกษาตามแผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๔๕ - ๒๕๕๙)๑ มาตรา ๖ ใน
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่ระบุว่าการจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนา
คนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายจิตใจ สติปัญญาความรู้และคุณธรรมและวัฒนธรรมใน
การดำรงชีวิตสามารถอยูร่ ่วมกบั ผู้อื่นได้อย่างมีความสุข๒ การดำเนินงานจากนโยบายสูก่ ารปฏิบตั ิ
ต้องเกิดความชัดเจนและความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ตามเกณฑ์มาตรฐานห้องสมุด
ระดับอุดมศึกษาที่กำหนดไว้ว่าควรส่งเสริมให้ห้องสมุดมีหนังสือที่มีเนื้อหาสาระ มีประโยชน์มี
ปริมาณที่เพียงพอเหมาะสมตรงกับความต้องการของผู้เรียน สนับสนุนและส่งเสริมการใช้หนังสือ
เพื่อการอ่านและการเรียนรู้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ห้องสมุดจึงควรมีมาตรการหรือเกณฑ์
ประกอบการพจิ ารณาคัดเลอื กทรัพยากรให้เป็นไปในทิศทางเดยี วกนั
สารสนเทศ (Information) เป็นคำที่ให้ความหมายเกี่ยวกับข้อมูลและสื่อบันทึก
ความรู้รูปแบบต่างๆ ที่มนุษย์บันทึกไว้ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน โดยมีวิธีการดำเนินงานแตกต่างกัน
คำที่เกี่ยว ข้องกับสารสนเทศ อาทิ ทรัพยากรสารสนเทศ (Information resource) หมายถึง
สารสนเทศทีไ่ ด้รบั การบนั ทกึ เป็นหลกั ฐานและพจิ ารณาคดั เลือกมาเพ่ือการบริการสารสนเทศ ตาม
ภารกิจหรือภาระหน้าที่ของหน่วยงาน ทรัพยากรสารสนเทศจะอยู่ในรูปของวัสดุหลากหลายชนดิ
เช่น ทรัพยากรสารสนเทศตีพิมพ์ ตัวอย่างเช่น หนังสือ วารสาร/นิตยสาร,จุลสารและทรัพยากร
สารสนเทศไม่ตีพิมพ์ ตัวอย่างเช่น สื่ออีเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ซึ่งทรัพยากรสารสนเทศเหล่านี้ ช่วย
ส่งเสรมิ และสนับสนุนการเรียนรู้ทัง้ ยังช่วยปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน ทำให้เป็นบคุ คลแห่งการเรยี นรู้
๑พิศมัย วงศ์จำปา และสุดฤทัย จันทรวงษ์, รายงานวิจัย เรื่องการจัดการเรียนการสอนที่เน้น
ผู้เรียนเป็นสำคัญ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา อ้างใน รายงานการ
สังเคราะห์ผลการสำรวจ เรื่อง คนไทยคิดอย่างไรต่อการศึกษา, (มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย,
๒๕๕๕), หนา้ ๑.
๒รองศาสตราจารย์ สมคิด บางโม, กฎหมายการศึกษา, (กรุงเทพมหานคร : วิทยพัฒน์, ๒๕๔๙),
หนา้ ๑๖ – ๑๗.
๒
ตามมาตรา ๒๔ การจดั กระบวนการเรียนรู้ ไดก้ ำหนดใหส้ ถานศึกษาและหนว่ ยงานที่เกี่ยวข้องจัด
เนื้อหาสาระและกจิ กรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนดั ของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความ
แตกต่างระหว่างบุคคล ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการ
ประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา การจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จาก
ประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติใหท้ ำได้ คิดเป็น ทำเป็น ส่งเสริมนิสยั รักการอ่านและเกิดการใฝร่ ู้
อยา่ งต่อเนอื่ ง การจดั การเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ สง่ เสรมิ สนับสนุนให้
ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียนและอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียน
เกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้ รวมทั้งสามารถใช้การวิจัย และมาตรา ๒๕ รัฐต้องส่งเสริมการ
ดำเนินงาน และจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ.๒๕๔๒ กำหนดเอาไว้ ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานสู่การปฏิบัติให้เกิดความชัดเจนและ
ความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ควรส่งเสริมให้ห้องสมุดมีหนังสือที่มีสารประโยชน์ มีปริมาณ
เพียงพอเหมาะสมตรงกับความต้องการของผู้เรยี น ส่งเสรมิ การใช้หนงั สอื เพอ่ื สร้างนิสัยรักการอ่าน
การพิจารณาเพื่อคัดเลือกทรพั ยากรประเภทต่างๆ เข้าห้องสมุด จึงมีความสำคัญและ
เป็นงานที่ท้าทายความรู้ความสามารถของบรรณารกั ษ์เป็นอย่างยิง่ เพราะคุณค่าของห้องสมุดนนั้
มิไดข้ ึ้นอยู่กับปริมาณของทรัพยากรเหลา่ น้ันเพยี งอย่างเดียว แต่ขึ้นอยกู่ ับคุณภาพของทรัพยากรท่ี
ได้ผ่านการพิจารณาเลือกสรรมาแล้วเป็นอย่างดีอีกด้วย บรรณารักษ์เปรียบเสมือนปราการด่าน
แรก ที่จะคัดกรองคุณค่าในทางสร้างสรรค์ของทรัพยากร ต้องทำหน้าที่คัดเลือกหนังสือที่ดีมี
ประโยชน์ มีคุณค่าต่อผู้อ่านและกรองหนังสือที่ไม่เหมาะสมออกจากพื้นที่ให้บริการภายใน
ห้องสมุด ให้เหมาะสมกับเป็นสถานที่ ที่ส่งเสริม สนับสนุนภารกิจมหาวิทยาลัย สนองต่อนโยบาย
สถาบนั อยา่ งแทจ้ รงิ
ดังนั้นคู่มือการคัดเลือกทรัพยากรสารสนเทศฉบับน้ี จึงเป็นแนวทางปฏิบัติในการ
พิจารณาเพื่อจัดหาทรัพยากรเข้าห้องสมุด ใช้ประกอบการคัดเลือกซื้อหนังสือและทรัพยากร
ประเภทอน่ื ๆทีม่ ใี ห้บริการอยภู่ ายในห้องสมุดให้เกดิ ประโยชนส์ งู สุดตอ่ ไป
๑.๒ วัตถปุ ระสงค์
๑.๒.๑ เพื่อให้ส่วนงานมีคู่มือการปฏิบัติงานที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร แสดง
ข้ันตอนการปฏิบัติงาน และสรา้ งมาตรฐานการปฏบิ ัติงานท่ีมุ่งไปสูก่ ารบริการอยา่ งมีประสิทธิภาพ
๑.๒.๒ เพอ่ื ให้เปน็ คู่มือในการปฏิบตั ิงานได้อย่างมรี ะบบและมาตรฐานเดยี วกัน
๑.๒.๓ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานทราบวิธีและขั้นตอน สามารถนำมาดำเนินการก่อนหลัง
ตามข้ันตอนนั้นๆ ได้
๑.๒.๔ เพื่อแสดงวิธกี ารทำงานท่สี ามารถถ่ายทอดใหก้ ับผู้เข้ามาปฏิบตั งิ านใหม่ พฒั นา
ใหก้ ารทำงานเปน็ ไปดว้ ยความสะดวกและรวดเรว็
๓
๑.๓ ขอบเขตหรือข้อจำกัด
เอกสารคู่มือการปฏิบัติงานฉบับน้ี มีเนื้อหาสาระเป็นลักษณะแนวคิดเบื้องต้น อาจจะ
ไม่ได้ละเอียดมากนักในแต่ละหัวข้อ แต่ก็พอจะเป็นแนวทางทีจะนำไปประยุกต์ใช้กับกลุ่มงาน
วชิ าชพี เดยี วกนั ได้
๑.๔ ประโยชน์ท่คี าดวา่ จะได้รับ
๑.๔.๑ ได้คู่มือการปฏิบัติงานท่ีชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร จัดแสดงขั้นตอนของการ
ปฏบิ ัตงิ านและสรา้ งมาตรฐานการปฏบิ ัตงิ านทม่ี ุง่ ไปส่กู ารบรหิ ารคณุ ภาพอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
๑.๔.๒ ผ้ปู ฏิบตั งิ านมีคูม่ ือในการปฏิบตั ิงานไดอ้ ยา่ งเป็นระบบและมมี าตรฐานเดยี วกนั
๑.๔.๓ ผู้ปฏิบัติงานทราบหลักเกณฑ์ และขั้นตอนสามารถนำมาปฏิบัติงานก่อนหลัง
ตามขนั้ ตอนนั้นๆ ได้
๑.๔.๔ หน่วยงานมีองค์ความรู้ที่ผ่านการวิเคราะห์สามารถถ่ายทอดให้กับผู้ท่ีเข้ามา
ปฏิบัติงานใหม่ และพฒั นาใหก้ ารทำงานเปน็ ไปด้วยความสะดวกและรวดเรว็ ยงิ่ ขึ้น
๑.๕ นิยามศพั ท์
ทรพั ยากรสารสนเทศ หมายถึง วสั ดุเพ่อื การศึกษาและคน้ คว้าวจิ ัยที่ให้บริการภายใน
ห้องสมดุ เช่น หนังสือ วารสาร นติ ยสาร หนงั สอื พมิ พ์ จุลสาร หรือแมก้ ระทั่งสื่อโสตทศั นวสั ดตุ า่ งๆ
การคัดเลือก หมายถงึ กระบวนการทน่ี ำมาใช้เลือกเอาแต่สิง่ ทีเ่ หน็ ว่าดีทส่ี ดุ , พจิ ารณา
อย่างถถี่ ้วนรอบคอบ
คณะกรรมการพิจารณาทรัพยากรสารสนเทศห้องสมุด หมายถึง คณะกรรมการ
ภายในหน่วยงานท่ีส่วนงานพิจารณาเสนอชื่อจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และนำเสนอเพื่อลงนาม
แต่งตั้งโดยผู้มีอำนาจสูงสุด ให้ปฏิบัติหน้าที่คัดเลือกทรัพยากรห้องสมุดตามนโยบายหรือเกณฑ์ท่ี
กำหนดไว้
ขั้นตอนการปฏิบัติงาน หมายถึง การวางแนวทางปฏิบัตงิ านเป็นลำดบั ขั้นตอน ของ
หอ้ งสมดุ วิทยาเขตพะเยา
๔
บทท่ี ๒
โครงสรา้ งและบทบาทหน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบ
๒.๑ โครงสรา้ งหน่วยงาน
มหาวทิ ยาลยั มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในปจั จบุ นั มีการพฒั นาทั้งเชิง
กายภาพและคุณภาพมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2430 จนถึงปัจจุบัน ในปี พ.ศ. 2563 สิ่งท่ี
สะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของมหาวิทยาลัยสามารถประเมินได้จากผลลัพธ์เชิงประจักษ์ของ
การบริหารงานในหลายดา้ น ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ส่วนงานสนับสนุนการศึกษานั้น เมื่อ
วิเคราะห์จากข้อมูลตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2521 พบว่ามีจำนวน 11 แห่ง ประกอบด้วยสำนักงาน
อธิการบดี สำนักส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการสังคม โรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ส่วน
ธรรมนิเทศ มหาจุฬาอาศรม ศูนย์พัฒนาศาสนามหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ศูนย์พุทธวิปัสสนา
นานาชาติ โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ นอกจากนี้ มีมัธยมศึกษา 3 แห่ง คือ
โรงเรยี นบาลีเตรียมอุดมศกึ ษา โรงเรียนบาลีอบรมศึกษา และโรงเรียนบาลสี าธติ ศกึ ษา
ภายหลังมีพระราชบัญญัติตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2541-2558 ได้มีส่วนงานขยายเพิ่มเติมเป็นจำนวน
มาก โดยเพิ่มจากเดิมเป็น 14 แห่ง สำนักหอสมุดและเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันภาษา สำนัก
ทะเบียนและวัดผล สถาบันวิปัสสนาธุระ ศูนย์อาเซียนศึกษา กองกิจการวิทยาเขต กองคลังและ
ทรัพย์สิน กองนิติการ กองวิเทศสัมพันธ์ กองสื่อสารองค์กร สำนักงานประกันคุณภาพ สำนักงาน
ตรวจสอบภายใน สำนักงานพระสอนศีลธรรม และสำนักงานสภามหาวิทยาลัย สำหรับส่วนงานที่
จัดการศึกษานั้นตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2521-2540 พบว่า มีวิทยาเขต จำนวน 10 แห่ง และวิทยาลัย
สงฆ์ จำนวน 4 แห่ง ภายหลังจากที่มีพระราชบัญญัติ มีวิทยาลัยสงฆ์ จำนวน 8 แห่ง ห้องเรียน
จำนวน 5 แหง่ หนว่ ยวิทยบรกิ าร จำนวน 17 แหง่ และ สถาบันสมทบ จำนวน 6 สถาบนั สมทบ
โดยสรุปแล้ว ความรุ่งเรืองของมหาวิทยาลัยสามารถประเมินจากจำนวนงบประมาณ
หลักสูตร จำนวนนิสิต จำนวนผู้จบการศึกษา จำนวนของส่วนงานจัดการศึกษาและสนับสนุน
การศึกษา จำนวนการผลิตผลงานทางวิชาการ ทั้งคัมภีร์ ตำรา หนังสือ และงานเขียนต่างๆ
นับเป็นปัจจัยสำคญั ทีน่ ำไปสู่ความรุ่งเรือง มหาวิทยาลัยมีพระราชบัญญตั ิเป็นกรอบในการบริหาร
จัดการในฐานะเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการบริหาร มีทรัพยากรทั้ง
งบประมาณและบุคลากร มีการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อการบริหารและการจัดการเรียนการ
สอน การสร้างเครือข่ายของชาวพุทธทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ จนทำให้เกิดการ
ยอมรับและร่วมมือกนั สร้างนวตั กรรมทางการศึกษาและจดั งานนานาชาติรว่ มกัน ดงั จะเห็นได้จาก
การจดั งานเฉลิมฉลองวนั วสิ าขบูชาโลก และการจดั สัมมนานานาชาติอยา่ งต่อเนื่อง (มหาวิทยาลัย
มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั , 2563. [ออนไลน์])
๕
2.1.1 โครงสรา้ งการบริหารมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ภาพประกอบท่ี 1
โครงสรา้ งการบริหารมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ที่มา : ประวัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวทิ ยาลยั , [ออนไลน์]
๖
๒.๑.๒ โครงสรา้ งการบรหิ ารงานสว่ นวิทยาเขต
ภาพประกอบที่ 2
แผนภมู โิ ครงสร้างการบริหารงาน
รองอธกิ ารบดี
ผู้ช่วยอธกิ ารบดฝี ่ายกจิ การทั่วไป ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหาร
ผอ.สำนกั งานวิทยาเขต ผอ.สำนักวชิ าการ ผอ.วิทยาลัยสงฆ์
รอง ผอ.สำนกั งานวิทยาเขต ผอ.ส่วนงานสนับสนนุ วชิ าการ ผอ.สำนกั วทิ ยาลยั
ผอ.ส่วนงานบริหาร และ กลุ่มงานวิจยั และคณุ ภาพการศึกษา กลุ่มงานบริหาร
ผอ.คลังและทรัพยส์ ิน
สว่ นงานบริหาร กลุม่ งานทะเบียนและวดั ผล กลมุ่ งานวชิ าการและวางแผน
ส่วนงานคลงั และทรพั ยส์ นิ กลุ่มงานหอ้ งสมุดและสารสนเทศ กลุ่มงานบรกิ ารการศึกษา
กลุ่มงานส่งเสรมิ พระพุทธศาสนา กล่มุ งานบัณฑติ ศกึ ษา
และบรกิ ารสงั คม
๗
๒.๑.๓ โครงสรา้ งการบริหารงานตามภาระงานส่วนวทิ ยาเขต
ภาพประกอบที่ 3
แผนภูมิโครงสรา้ งการบริหารตามภาระงาน
รองอธกิ ารบดี
ผูช้ ่วยอธิการบดฝี ่ายกจิ การท่ัวไป ผชู้ ่วยอธกิ ารบดีฝา่ ยบริหาร
ผอ.สำนกั งานวิทยาเขต ผอ.สำนักวิชาการ ผอ.วิทยาลยั สงฆ์
รองผอ.สำนกั งานวทิ ยาเขต ผอ.สว่ นสนับสนนุ วิชาการ ผอ.สำนักวิทยาลยั
ผอ.ส่วนงานบรหิ าร กลุ่มงานวจิ ัยและคณุ ภาพการศกึ ษา กลมุ่ งานบริหาร
ผอ.คลังและทรพั ยส์ นิ
- งานมาตรฐานการศกึ ษา - งานสารบรรณ/ธรุ การ
สว่ นงานบริหาร - งานการประชมุ
- งานผลิตตำรา/เอกสาร - งานบรหิ ารทั่วไป
- งานสารบรรณ/ธรุ การ - งานวเิ ทศสัมพนั ธ์ - งานกจิ การนิสิต
- งานบรหิ ารบุคคล - งานวจิ ยั งานสง่ เสรมิ พระพุทธศาสนา/
- งานประชาสมั พนั ธ์ บำรุงศลิ ปวฒั นธรรม
- งานการประชมุ
กลมุ่ งานทะเบยี นและวัดผล กลมุ่ งานวชิ าการและวางแผน
- งานวางแผนและนโยบาย
- งานยานพาหนะ - งานทะเบยี นนิสิต - งานจัดการเรยี นการสอน
- งานวัดผลประเมินผล - งานบริหารการศึกษา
ส่วนงานคลังและทรพั ย์สนิ
กลมุ่ งานหอ้ งสมดุ และสารสนเทศ กลุ่มงานบรกิ ารการศกึ ษา
- การเงนิ และการบญั ชี
- งานพสั ดคุ รภุ ณั ฑ์ - งานทรัพยากรสารสนเทศ - งานแนะแนวศกึ ษา
- งานอาคารสถานที่ - งานสารสนเทศห้องสมดุ - งานสวัสดกิ ารนิสติ
- งานส่งเสริมมลู นธิ ิ - งานเทคโนโลยีสารสนเทศ - งานหลกั สตู รสาขาวิชา
- งานทรัพยส์ ินและพัสดุ - งานปฏบิ ัติศาสนากิจ
- งานนติ กิ รรม
กลุ่มงานสง่ เสริมพระพทุ ธศาสนา กลมุ่ งานบณั ฑติ ศกึ ษา
และบริการสงั คม
- งานทะเบยี น
- งานสง่ เสรมิ พระพุทธศาสนาและ - งานหลักสูตร
งานบรกิ ารสังคม - งานประเมินผลการศึกษา
๘
2.1.4 โครงสรา้ งการบริหารงานสำนักวิชาการ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ส่วนของวิทยาเขต มีการบริหารจัดการ
ด้านบุคลากร โดยแบ่งสายงานออกเป็น 3 สำนัก ได้แก่ สำนักงานวิทยาเขต สำนักวิชาการ
และวิทยาลัยสงฆ์ ซึ่งในแต่ละสำนักมีการแบ่งภาระงานที่ชัดเจนและมีบุคลากรรับผิดชอบตาม
ภาระงานนั้นๆ โดยกลุ่มงานห้องสมุดและสารสนเทศเป็นกลุ่มงานสนับสนุนวิชาการอยู่ในการ
กำกับดูแลของสำนักวิชาการ ซึ่งสำนักวิชาการมีกลุ่มงานในกำกับอยู่ด้วยกันจำนวน 4 กลุ่มงาน
คือ กลุ่มงานวิจัยและคุณภาพการศึกษา กลุ่มงานทะเบียนและวัดผล กลุ่มงานห้องสมุดและ
สารสนเทศ และกลุม่ งานส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการสังคม โดยมีโครงสร้างการบริหารงาน
ดังตอ่ ไปนี้
ภาพประกอบที่ ๔
แผนภมู ิโครงสรา้ งการบริหารงานสำนักวิชาการ
ผูอ้ ำนวยการสำนักวิชาการ
ผ้อู ำนวยการส่วนสนับสนนุ วิชาการ
กล่มุ งานวิจัยและ กล่มุ งานทะเบียน กลมุ่ งานหอ้ งสมุด กลมุ่ งานสง่ เสริมพระพทุ ธศาสนา
คณุ ภาพการศึกษา และวดั ผล และสารสนเทศ และบรกิ ารสงั คม
- งานมาตรฐานการศกึ ษา - งานทะเบยี นนสิ ติ - งานทรัพยากรสารสนเทศ - งานสง่ เสริมพระพุทธศาสนา
- งานวิเทศสัมพนั ธ์ - งานวัดผลประเมนิ ผล และงานบริการสงั คม
- งานวจิ ยั /ส่งเสรมิ พระพทุ ธศาสนา - งานสารสนเทศหอ้ งสมุด - งานสารบรรณ/ธุรการ
- บำรุงศิลปวัฒนธรรม - งานเทคโนโลยสี ารสนเทศ
๙
๒.๑.๔.๑ โครงสร้างการบรหิ ารงานของกลุ่มงานห้องสมุดและสารสนเทศ
ภาพประกอบท่ี ๕
แผนภูมิการบริหารงานของกลมุ่ งานห้องสมดุ และสารสนเทศ
ผอู้ ำนวยการสำนกั วชิ าการ
อนมุ ตั ิและตดิ ตามผล
ผู้อำนวยการสว่ นสนบั สนุนวิชาการ
กำกบั ดูแล สนบั สนนุ
กลุ่มงานห้องสมุดและสารสนเทศ
บรรณารกั ษ์/เจา้ หน้าที่ห้องสมดุ
(ระดับปฏิบัติการ – ระดับชำนาญการ)
รบั ทราบ ปฏบิ ัติงานตามภาระงานและนโยบายมหาวิทยาลยั
๑๐
๒.๑.๔.๒ โครงสรา้ งภาระงานในกล่มุ งานหอ้ งสมดุ และสารสนเทศ
ภาพประกอบท่ี ๖
แผนภูมิโครงสร้างภาระงานในกลุม่ งานห้องสมดุ และสารสนเทศ
สำนกั วิชาการ
กลุ่มงานหอ้ งสมดุ และสารสนเทศ
งานทรพั ยากรสารสนเทศ สารสนเทศห้องสมุด
- งานพัฒนาทรัพยากรห้องสมดุ - งานเทคโนโลยสี ารสนเทศห้องสมดุ
- งานดา้ นงบประมาณ - งานบริการยืม - คืน
- งานวเิ คราะหท์ รัพยากรห้องสมดุ - งานสารบรรณหรืองานธุรการ
- งานคดั เลอื ก/จดั หาทรัพยากร - งานวารสาร/นติ ยสาร/หนงั สือพมิ พ์
- งานประชาสัมพันธ์ - งานโสตทนั ศศกึ ษา
- งานบนั ทึกข้อมลู /เตรยี มความพรอ้ มตัวเลม่ - งานหนังสอื พเิ ศษ
สว่ นงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
- งานเว็บไซต์
- งานดแู ลห้องปฏิบัตกิ ารคอมพิวเตอร์
- งานดูแลระบบ Network มหาวทิ ยาลัย
- งานดูแลห้องและระบบ Server
- งานอบรมการใช้ระบบเทคโนโลยสี าร
๑๑
๒.๒ ภาระงานและบทบาทหน้าที่
จากโครงสร้างงานของกลุ่มงานห้องสมุดและสารสนเทศ มีการกำหนดภาระงาน และ
ขอบข่ายการปฏิบัติเอาไว้ นำมาเป็นแนวทางในการดำเนินการและการปฏิบัติ โดยแบ่งออกเป็น
ภาระงาน ดังนี้
๒.๒.๑ งานทรัพยากรสารสนเทศ
ทรพั ยากรสารสนเทศ แบง่ งานออกเป็น
๑) งานพฒั นาทรัพยากรหอ้ งสมุด
- จดั ทำแผนและโครงการ
- รายงานผลการปฏบิ ัตงิ านตามแผนและโครงการ
๒) งานด้านงบประมาณ
- พิจารณาการจดั ซื้อจดั หาวสั ด/ุ ครุภณั ฑห์ ้องสมุด
- พิจารณาจัดสรรงบประมาณคา่ วัสดุทางการศกึ ษาห้องสมุด
๓) งานวิเคราะห์ทรัพยากรห้องสมดุ
- วเิ คราะหเ์ ลขหมูแ่ ละลงทะเบียนหนงั สือภาษาไทย / ภาษาอังกฤษ
- วิเคราะห์เลขหมู่และลงทะเบียนงานวิจยั ,วทิ ยานิพนธ์,ปริญญานิพนธ์
- ลงทะเบียน CD ROM
- ตรวจ/แก้ไข รายการในฐานข้อมลู Matrix ตามระบบของ MARC
- เกบ็ สถิตขิ ้อมูลต่าง ๆ
- เขา้ เล่ม/ซ่อมหนงั สือ
๔) งานคดั เลือกและจัดหาทรพั ยากร
- คัดเลือกหนงั สือ/ส่ือเทคโนโลยสี ารสนเทศ
- จดั หาเพ่ือขอรับบรจิ าคและแลกเปล่ียน
- ตรวจรับหนงั สอื และใบสำคัญต่าง ๆ
- ติดต่อ/ทวงถามหนงั สือ
๕) งานประชาสัมพันธ์
- จัดทำรายงานประจำปี
- จัดทำและเผยแพร่ขา่ วสารของหอ้ งสมุด (แผ่นพับ)
- เผยแพร่ข่าวสารของส่วนงานและหน่วยงานอน่ื ท่ีเก่ยี วข้อง
- ตดิ ตอ่ ประสานงานกับหน่วยงานหรือสว่ นราชการอนื่ ๆทเ่ี กี่ยวขอ้ ง
๖) งานบันทกึ ข้อมลู /เตรยี มความพรอ้ มตัวเลม่
- พมิ พส์ ันหนังสือแตล่ ะเล่ม
- พมิ พ/์ ตดั ตวั เลขรหัส (Barcode) เพื่อตดิ หนงั สือใหม่ทกุ เลม่
- เก็บสถิตขิ อ้ มลู ตา่ งๆ ทเ่ี กีย่ วข้อง
๑๒
๒.๒.๒ งานสารสนเทศหอ้ งสมดุ
๑) งานเทคโนโลยสี ารสนเทศห้องสมดุ
- ประสานงานเกี่ยวกบั เทคโนโลยสี ารสนเทศห้องสมดุ
- ศึกษาวเิ คราะหโ์ ปรแกรมระบบอัตโนมัติที่ใช้ในการทำงาน
- ดแู ลบรกิ ารและให้คำแนะนำการใช้ Internet ของหอ้ งสมุด
- บรกิ ารคอมพิวเตอร์และเครือขา่ ยระบบอนิ เทอร์เน็ตไรส้ ายภายใน
ห้องสมุด
๒) งานบริการ ยืม-คนื
- บริการให้ยืมและรบั คนื หนังสือ
- บรกิ ารตอบคำถามเพ่ือชว่ ยการคน้ ควา้
- บริการสืบค้นจากฐานข้อมูลสำเรจ็ รูประบบหอ้ งสมุดอัตโนมตั ิ
- บรกิ ารนำชมห้องสมดุ
- บริการงานวจิ ยั , วิทยานิพนธ์, ปรญิ ญานพิ นธ์
- บรกิ าร CD–ROM ท่มี าพร้อมกบั หนังสอื
- จัดแสดงหนงั สือใหม/่ หนงั สือนา่ สนใจ
- สำรวจหนงั สือประจำปี
๓) งานสารบรรณหรอื งานธุรการ
- ลงทะเบียนรบั สงิ่ พิมพ์ทั้งจากหนว่ ยงานภายใน/ภายนอก
- ร่างและตอบรบั เพื่อขอบคุณทบ่ี ริจาคสงิ่ พิมพ์
- เสนอแฟม้ ใหผ้ ู้มีอำนาจลงนาม
๔) งานวารสาร/นติ ยสาร
- ประทับตราและลงทะเบียนขอ้ มลู ในสมดุ ทะเบียน
- จัดวางใหบ้ รกิ าร
- เกบ็ สถติ ิขอ้ มูลตา่ งๆ ทเี่ กี่ยวขอ้ ง
๕) งานโสตทัศนศึกษา
- บริการส่ือโสตทัศนศึกษา
- ฐานข้อมลู ในระบบอัตโนมตั ิสำหรับใช้งานของวิทยาเขต
- เผยแพรข่ ่าวสารของหนว่ ยงานท่ีเก่ยี วข้องกับงาน
- ดูแลรกั ษาและซอ่ มบำรุงอุปกรณ์โสตทศั นศึกษาของหน่วยงาน
๖) งานหนงั สือพเิ ศษ
- จัดหา/รวบรวมหนังสือเอกสารตา่ ง ๆ ของทอ้ งถ่ินและหนังสือทร่ี ะลึก
- ลงทะเบยี นและให้บริการ
2.2.3 สว่ นงานเทคโนโลยสี ารสนเทศ (การปฏิบตั ิงานจะแยกออกจากห้องสมุด)
๑๓
บทท่ี ๓
หลกั เกณฑว์ ธิ ีการปฏบิ ตั ิงาน
๓.๑ ความหมายของทรัพยากรสารสนเทศ
ทรัพยากรสารสนเทศ (Information resources) มีความหมายดังนี้ สารนิเทศ๑
หมายถึง การชี้แจงแนะนำเกี่ยวกับข่าวสารหรือข้อมูลต่างๆ ส่วน สารสนเทศ๒ หมายถึงข่าวสาร
ข้อมูลนานาประการ ความรู้ความรู้สึกนึกคิด ข้อเท็จจริง ประสบการณ์ รวมถึงจินตนาการของ
มนุษย์ ซึ่งมีการจัดการแล้วบันทึกลงในสื่อหรือวัสดุสารสนเทศรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง สามาร
ถ่ายทอดและเผยแพร่ได้ทั้งในรูปธรรมและนามธรรมทั้งสองคำน้ีอาจเรียกคำใดคำหนึ่งก็ได้เพราะ
โดยหลักวชิ าการแล้วมคี วามหมายคลา้ ยๆ กัน
ในโลกยุคข่าวสารแบบไร้พรมแดน ความรหู้ รอื สารสนเทศตา่ งๆ มกี ารเผยแพร่ออกมา
อย่างรวดเร็วและมากมาย ดังนั้นห้องสมุดจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่เก็บ รวบรวมทรัพยากร
เหล่านี้ไว้อย่างเป็นระบบเท่านั้น มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศตา่ งๆ มาใช้ในกระบวนการทำงาน
และการใหบ้ ริการ โดยเช่ือมเครือข่ายผ่านระบบส่ือสารโทรคมนาคม เพื่อค้นหาข้อมลู สารสนเทศ
จากแหลง่ ต่างๆ ทัง้ ในและนอกประเทศผา่ นเครือข่ายอนิ เตอรเ์ น็ต
๓.๒ ประเภทของทรพั ยากรห้องสมดุ
ทรพั ยากรสารสนเทศที่ให้บรกิ ารภายในหอ้ งสมุด แบ่งได้เป็น ๒ ประเภทใหญ่ ได้แก่
๓.๒.๑ สอ่ื ตพี ิมพ์ (Printed media) ไดแ้ ก่
๑) หนังสือ (Books) เป็นสง่ิ พมิ พ์ที่มีลักษณะเป็นรูปเล่ม ในเล่มหน่ึงจะมีเรื่อง
เดียวจบหรือหลายเรื่องก็ได้วัสดุสิ่งพิมพ์ที่บันทึกความรู้ ความคิด ประสบการณ์ ความเชื่อและ
การกระทำของมนษุ ย์ จดั พิมพ์เป็นรปู เล่มที่สมบรู ณ์ ยเู นสโกได้กำหนดไวว้ า่ หนังสือนั้นต้องมีความ
หนาตัง้ แต่ ๔๘ หน้าขึน้ ไป สว่ นไทยไดก้ ำหนดวา่ หนังสือจะต้องมตี ั้งแต่ ๖๐ หนา้ ขนึ้ ไป
ประเภทของหนังสือ การแบ่งหนังสือออกเป็นประเภทต่างๆ ถ้าแบ่งตาม
เนื้อหาอาจแบ่งกว้างๆ ไดด้ งั นี้
๑ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔, พิมพ์ครั้งที่ ๒, (กรุงเทพ
มหานคร : ราชบณั ฑติ ยสถาน, ๒๕๕๖), หน้า ๑๒๒๒.
๒คณาจารย์ ภาควิชาบรรณารักษศาสตรแ์ ละสารสนเทศศาสตร์ คณะมนษุ ยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรี
นครินทร์วิโรฒ, สารสนเทศและการศึกษาค้นคว้า, พิมพ์ครั้งท่ี ๔, (กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร,์ ๒๕๔๓), หนา้ ๔.
๑๔
(๑) หนังสอื สารคดี (Nonfiction book) ซง่ึ ครอบคลุมถงึ
- หนังสืออ้างอิง (Reference Books) คือ หนังสือท่ีมีการ
รวบรวมขอ้ เท็จจริงจากแหลง่ ต่าง ๆ นำมาเรียบเรยี งเขา้ ดว้ ยกันอยา่ งเป็นระเบียบเพื่อค้นหาข้อมูล
ได้โดย สะดวกรวดเร็วเป็นหนังสือที่ผู้ใช้จะอ่านเฉพาะตอนที่ต้องการจำ ไม่จำเป็นต้องอ่านทั้งเล่ม
มคี วามประณตี ในการจัดทำ และมคี วามถูกต้องเช่ือถือได้ หอ้ งสมดุ ใชอ้ ักษรย่อ “อ.”แทนหนังสือ
อา้ งองิ ภาษาไทยและอักษร “R” หรอื Ref. แทนหนังสอื อ้างองิ ภาษาตา่ งประเทศ
- หนังสือตำราวิชาการ (Textbook) คือ หนังสือ แบบเรียน
ตำราเรียนของรายวิชาที่มีการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรในระดับต่างๆ ของสถาบันนั้นๆ
รวมทงั้ หลกั สตู รคู่มือครู ประมวลการสอน
- หนังสืออ่านประกอบ (Supplementary Reader) หนังสือ
ที่เขียนขึ้นเพื่อใช้อ่านประกอบในเนื้อหาวิชาทั้งหลายที่เล่าเรียนกันอยู่ในสถานศึกษาระดับต่างๆ
โดยมีเนื้อหาละเอียดขึ้น พิสดารมากขึ้นเจาะลึกมากขึ้น เพื่อให้ผู้ที่สนใจค้นคว้าใหล้ ึกซึ้งได้ใช้อ่าน
ประกอบเพม่ิ พูนความรูแ้ ก่ตน
- หนงั สือความร้ทู ั่วไป (General Book) เปน็ หนังสือที่ผู้เขียน
ได้ค้นคว้าและเรียบเรียงขึ้นตามที่ตนสนใจ มิได้หวังให้เป็นตำราสำหรับวิชาหนึ่งวิชาใด แต่เป็น
การเสนอความรใู้ นเรือ่ งใดเรือ่ งหน่ึง หรอื ประเด็นใดประเด็นหน่ึง
- ปริญญานิพนธ์ วทิ ยานพิ นธ์ (Theses and dissertations)
เป็นงานนิพนธ์ที่เรียบเรียงขึ้นเพื่อประกอบในการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา เนื้อหาเป็นผลจาก
การศึกษาอย่างมีระบบในเรื่องที่ผู้เรียนมีความสนใจ ส่วนใหญ่จะเป็นข้อพิสูจน์สมมติฐานทาง
วิชาการในเรื่องต่างๆ หรือเป็นการพิสูจน์ทฤษฎีที่มีผู้กล่าวอ้างไว้ หรือเป็นการค้นพบสิ่งใหม่ใน
ความรู้สาขาต่างๆ นำเสนอประกอบหลกั สูตรท่ศี ึกษา
- คู่มือสถานศึกษา (School catalog) เป็นหนังสือที่สถาบัน
การศึกษาต่างๆ จัดทำเพื่อบอกรายละเอียดเกี่ยวกับสถาบันนั้นๆ นับแต่ประวัติ คณะวิชาที่เปิด
สอน รายนามอาจารย์ หลักสูตรรายวิชาต่างๆ ระเบียบการเข้าศกึ ษา ค่าธรรมเนียมต่างๆ หนังสือ
เหลา่ นี้บางห้องสมุดจะรวบรวมไว้ ท้ังทเ่ี ป็นของสถาบันภายในประเทศ และสถาบนั ตา่ งประเทศ ผู้
ที่สนใจในการศึกษาต่อในต่างประเทศ สามารถใช้เป็นแหล่งตรวจสอบรายละเอียดของสถาบัน
ตา่ งๆ ได้
- สิ่งพิมพ์รัฐบาล (Government publication) เป็นหนังสือ
เอกสารที่ผลิตโดยหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ อาจเป็นรายงานกิจการประจำปีของหน่วยงาน
อาจเป็นรายงานการประชุมทางวชิ าการที่หนว่ ยงานนั้นจดั ทำ อาจเป็นสถิติขอ้ มลู ต่างๆ ท่เี กีย่ วขอ้ ง
กับหน่วยงานนั้นๆ หรืออาจเป็นเอกสารเผยแพร่เชิงวิชาการที่หน่วยงานนั้นเชี่ยวชาญ ซึ่งสิ่งพิมพ์
ประเภทนบี้ างเลม่ เนอื้ หาอาจใชป้ ระโยชน์ได้ในระยะสั้น บางเลม่ ก็สามารถเกบ็ ไว้ใช้ค้นคว้าอ้างอิง
ในระยะยาว หลายหอ้ งสมดุ จะจดั ส่ิงพมิ พ์ประเภทนีแ้ ยกไว้ตา่ งหาก มรี ะบบการจดั เก็บต่างหาก ซง่ึ
ผ้ใู ชห้ อ้ งสมุดควรจะได้ศึกษา ทำความเขา้ ใจในระบบการจดั หมวดหมสู่ ่ิงพิมพร์ ัฐบาลท่ีห้องสมุดนั้น
ใชก้ ่อน เพือ่ จะได้สามารถค้นหาไดร้ วดเรว็
๑๕
(๒) หนังสือบันเทิงคดี (Fiction) หมายถึงหนังสือที่ให้ความ
เพลดิ เพลนิ บนั เทงิ ใจ อ่านเพ่ือความสนุกสนาน เชน่ นวนยิ าย นิทาน รวมเร่ืองส้ัน หนังสอื สำหรับ
เดก็ และเยาวชน รวมท้งั หนังสอื อ่านประกอบนอกเวลาสำหรบั บางรายวิชา
๒) วารสาร (Journals) หรือ นิตยสาร (Magazine) เป็นสิ่งพิมพ์ท่ี
ออกเปน็ วาระมกี ำหนดออกสม่ำเสมอแบ่งตามลักษณะการจัดทำและเนื้อหา ดงั นี้
(๑) วารสารทั่วไป เนื้อหาที่นำเสนอไม่เน้นหนักด้านใดด้านหนึ่งโดย
เฉพาะจะมุ่งให้ความบันเทิงเป็นหลัก เช่น เทคโนโลยีชาวบ้าน, สตรีสาร, คู่สร้างคู่สม, บ้านและ
สวนหมอชาวบา้ น, ชวี จติ , สกลุ ไทย, เส้นทางเศรษฐี อยา่ งน้ีเปน็ ตน้
(๒) วารสารเฉพาะวิชา เป็นวารสารที่จัดพิมพ์โดยสถาบัน หน่วยงาน
และตีพิมพ์บทความทางวิชาการเฉพาะสาขาใดสาขาหนึ่ง เช่น วารสารห้องสมุด วารสาร
สังคมศาสตร์ วารสารวิทยาศาสตร์ ฯลฯ มีจุดมุ่งหมายเพื่อเผยแพร่ให้ผู้มีความรู้ในสาขาวิชานั้นๆ
เพ่อื ให้กลุ่มหนว่ ยงานได้ติดตามความก้าวหนา้ ทางวิชาการและวชิ าชีพ
(๓) วารสารข่าวและวิจารณ์ข่าว มุ่งเสนอข่าวเชิงวิเคราะห์ วิจารณ์
เช่น มติชนสุดสปั ดาห์, เนชนั่ สดุ สัปดาห,์ สยามรัฐสัปดาหว์ ิจารณ์
๓) หนังสือพิมพ์ (Daily Newspaper) เป็นสิ่งพิมพ์ที่มีขนาดใหญ่ ไม่มีการ
เย็บเล่ม ใกระดาษซ้อนกันหลายๆ แผ่นสามารถพับได้ มีภาพประกอบที่เด่นชัด เรียกความสนใจ
จากผู้อ่านได้ทุกวันเสนอข่าวสารเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวท้ังภายในภายนอกประเทศ ในแต่ละ
วันทำใหผ้ ้อู ่านเปน็ คนทันสมยั
๔) จุลสาร (Booklets) เป็นสิง่ พิมพ์ขนาดเล็กเน้ือหากลา่ วถึงเรื่องหน่ึงเพียง
เรื่องเดียวจบสมบูรณ์ในเล่ม มีความยาวไม่มากนักให้รายละเอียดในเรื่องใหม่ๆ ที่ยังไม่มีการ
จัดพิมพ์เป็นหนังสือเป็นรูปเล่มยูเนสโกได้กำหนดไว้ว่าจุลสารนั้นต้องมีความหนาไม่เกิน ๔๘ หน้า
สว่ นไทยไดก้ ำหนดว่าจลุ สารจะต้องมคี วามหนาไม่เกนิ ๖๐ หนา้
๓.๒.๒ วัสดุไม่ตีพิมพ์หรือโสตทัศนวัสดุ (Non-printed Materials) แบ่งเป็น
ประเภทตา่ งๆ ดงั น้ี
๑) รปู ภาพ, แผนที, แผนภมู ิ, ภาพโฆษณา
๒) ภาพน่ิงและภาพเลอ่ื น
๓) ภาพยนตร์
๔) วสั ดยุ อ่ ส่วน
๕) ลูกโลก หุ่นจำลองและของตวั อยา่ ง
๖) CD-ROM, VCD, DVD
ความเจริญทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม ในยุคปัจจุบันทำให้ทรัพยากรสารสนเทศ
ห้องสมุดมีหลากหลายประเภทหลายรูปแบบ การคัดเลือกทรัพยากรเหล่านี้เข้าห้องสมุดจึงเป็น
หน้าที่ที่สำคัญสำหรับบรรณารักษ์ เพราะห้องสมุดจะมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่
กบั ทรพั ยากรท่ีใหบ้ ริการวา่ มคี ุณค่าตรงตามทผ่ี ใู้ ช้บริการต้องการหรือไม่
๑๖
๓.๓ นโยบายในการเลือกทรัพยากรหอ้ งสมุด๑
นโยบายหมายถึงการกำหนดแนวทางหรือวิธีดำเนินการ ที่วางไว้เป็นหลักเกณฑ์การ
คัดเลือกทรัพยากรห้องสมุดชนิดต่างๆ เข้าห้องสมุด ซึ่งนโยบายที่ว่านี้ควรเขียนเป็นลายลักษณ์
อักษรให้ชัดเจน และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของห้องสมุด เพื่อให้ยึดเป็นแนวทางปฏิบัติได้
ถูกต้องท้ังน้ีเพ่ือใหก้ ารบริการของห้องสมุดบรรลุเปา้ หมายและนโยบายของสถาบันมากทส่ี ดุ
๓.๓.๑ ผู้เลือก กำหนดผู้ที่จะทำหน้าที่เลือกว่ามีผู้ใดบ้าง เช่น บรรณารักษ์ อาจารย์
นสิ ติ คณะกรรมการห้องสมุด หรือทกุ ฝ่ายทำหน้าท่รี ่วมกนั รบั ผิดชอบและอำนาจหน้าที่สุดท้ายอยู่
ทีใ่ ครเปน็ ผู้เลือก
๓.๓.๒ วัตถุประสงค์ในการเลือก ห้องสมุดจะต้องมีการกำหนดให้ชัดเจน เช่น
กำหนดว่าห้องสมุดจะเลือกหนังสือเพื่อ สนองความต้องการของใคร เช่น นิสิต อาจารย์ หรือ
หลกั สูตรทม่ี ีการเรยี นการสอนเท่านัน้
๓.๓.๓ วิธีการเลือกและการพิจารณาคุณค่าของทรัพยากรหอ้ งสมุด ซึ่งควรกำหนด
วิธกี ารคดั เลอื ก และวางหลักเกณฑก์ ารพิจารณาทรพั ยากรแต่ละประเภทให้ชัดเจน
๓.๓.๔ ประเภทของทรัพยากร ในการพิจารณาคัดเลือกควรกำหนดว่าห้องสมุดจะ
รวบรวมทรพั ยากรประเภทใดบ้าง
๓.๓.๕ สาขาวิชา ห้องสมุดจะเน้นการจัดหาสาขาวิชาใด และครอบคลุมในสาขาวิชา
ใดบ้างและตอ้ งใช้ประกอบเทา่ ใด
๓.๓.๖ ภาษา เป็นการกำหนดภาษาของทรัพยากร ว่าจะมีภาษาใดบ้างเช่น หนังสือ
พระไตรปฎิ กฉบับภาษาบาลี ฉบับภาษาล้านนา ฉบบั ภาษาองั กฤษ เป็นต้น
๓.๓.๗ จำนวนฉบับ ห้องสมุดจะต้องมีการกำหนดประเภททรัพยากรที่จะคัดเลือก
และจัดหาว่าจะคัดเลือกจำนวนเท่าใดบ้างที่จะซื้อซ้ำฉบับ และจำนวนเท่าใดท่ีจะจัดซื้อจัดหาเข้า
มาใหม่
๓.๔ ผมู้ สี ่วนร่วมในการคดั เลือกทรพั ยากรหอ้ งสมดุ ๒
จากการวางนโยบายที่กำหนดไว้ ผู้คัดเลือกไม่ควรจำกัดไว้เฉพาะบรรณารักษ์ฝ่าย
จดั หาเทา่ นั้น ควรเปิดโอกาสให้บุคคลที่เกยี่ วขอ้ งให้มสี ่วนร่วมในการเลอื กด้วย กล่าวคอื
๓.๔.๑ ผูบ้ รหิ ารของสถาบนั ซึง่ ห้องสมดุ นั้นๆ สงั กดั อยู่ไดแ้ ก่ ผูอ้ ำนวยการสำนกั หรอื
ผู้อำนวยการส่วน เพราะผู้บรหิ ารเปน็ ผกู้ ำกบั ดแู ล สนบั สนุน รวมท้งั อนมุ ัติติดตามผล ให้เกดิ ความ
คล่องตัวในการดำเนินงาน ดังนั้นบรรณารักษ์ต้องติดต่อขอรับความสนับสนุนก่อนการตัดสินใจ
ดำเนินงาน และต้องรายงานผบู้ ริหารใหร้ ับทราบอยา่ งใกล้ชดิ
๑ธาดาศักดิ์ วชิรปรีชาพงษ์, การเลือกและจัดหาทรัพยากรห้องสมุด, พิมพ์ครั้งที่ ๒, (กรุงเทพ-
มหานคร : ศลิ ปาบรรณาคาร, ๒๕๔๐), หนา้ ๙-๑๐.
๒อา้ งแลว้ , ธาดาศกั ด์ิ วชิรปรีชาพงษ์, การเลือกและจดั หาทรพั ยากรหอ้ งสมุด, หน้า ๑๐-๑๑.
๑๗
๓.๔.๒ คณาจารย์ บุคคลเหล่านี้จะช่วยการในคัดเลือกทรัพยากร ที่ใช้ประกอบการ
เรียนการสอนเป็นอย่างดี ฉะนั้นบรรณารักษ์ต้องขอความร่วมมือจากคณาจารย์ในการช่วย
พิจารณาเลอื ก หรอื เสนอแนะรายการทรพั ยากรสาชาวิชาต่างๆ ที่ห้องสมุดควรจดั หา
๓.๔.๓ คณะกรรมการห้องสมุด ห้องสมุดบางแห่งจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ
หอ้ งสมดุ ซงึ่ ประกอบไปด้วย ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการสว่ นสนับสนุน ประธานหลักสูตรแต่
ละหลักสูตรทเี่ ปดิ อยู่ ซ่งึ คณะกรรมการนจี้ ะถูกแตง่ ตัง้ โดยผบู้ ริหารสูงสุดของสถาบัน ทำหน้าที่เป็น
ที่ปรึกษาของห้องสมุดเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านต่างๆ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะในการเลือกและ
จดั หาทรพั ยากร ห้องสมดุ ด้วย
๓.๔.๔ ผู้ใช้บริการห้องสมุด ห้องสมุดทั่วไปจะให้ผู้ใช้บริการมีส่วนร่วมในการ
เสนอแนะว่าจะให้ห้องสมุดจัดซื้อจัดหาทรัพยากรประเภทไหนบ้าง อะไรที่สนใจอยากอ่านหรือ
ตอ้ งการใหน้ ำมาไว้บริการภายในห้องสมุด ซึง่ ห้องสมุดทุกแห่งจะมีแบบฟอร์มสำหรบั กรอกรายช่ือ
หนังสือ หรือทรัพยากรอื่นๆ บรรณารักษ์ฝ่ายจัดหาก็จะนำมาพิจารณาว่าควรเลือกเข้ามาไว้ใน
หอ้ งสมดุ หรือไมต่ ่อไป
๓.๔.๕ บรรณารักษ์ห้องสมุด บรรณารักษ์เป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ
วัตถุประสงค์ของห้องสมุด นโยบายการเลือกทรัพยากรห้องสมุด รวมทั้งงบประมาณในการจัดซอื้
ของห้องสมุด ซึง่ บรรณารกั ษ์ตอ้ งกำหนดในเบ้ืองตน้ ว่ามีข้อจำกัดอะไรบา้ ง เพอื่ ให้ผู้มีส่วนร่วมท่าน
อน่ื ๆ ไดร้ บั ทราบข้อมูลเบื้องต้นน้ันๆ ของห้องสมดุ
๓.๕ คุณสมบัติของผูท้ ำการคัดเลอื กทรัพยากรหอ้ งสมุด๑
๓.๕.๑ รอบรู้ในเรื่องสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ต้องเป็นผู้มีความรอบรู้อย่างกว้างขวางใน
เรื่องหนังสอื ตา่ งๆ ผ้คู ดั เลอื กตอ้ งเป็นผมู้ ีพ้นื ความรู้ทางด้านวชิ าการ จะทำใหเ้ ปน็ ประโยชนอ์ ยา่ งย่ิง
ต่อการคัดเลอื กทรัพยากรหากศึกษามาตรงกบั สาขาที่รบั ผดิ ชอบคดั เลอื ก
๓.๕.๒ ทำงานเกี่ยวกับหนังสือสม่ำเสมอ เป็นผู้ที่อยู่กับหนังสือมามากและโดย
สมำ่ เสมอ คุณสมบตั ขิ องผู้คัดเลือกนอกจากมนี ิสัยรักการอา่ น ต้องเป็นผูท้ ี่ขยันหมั่นศึกษาเพ่ิมพูน
ความร้อู ย่เู สมอ
๓.๕.๓ ศึกษาแนวการเขียนของนักวิชาการและนักเขียน บรรณารักษ์ต้องรู้จักแนว
การเขียนของนักเขียนแต่ละท่านมาพอสังเขปหรือดีพอควร ปัจจุบันทรัพยากรหนังสือที่
ออกจำหนา่ ยมีมากมาย ทัง้ ผ้เู ขยี นทเ่ี ป็นนกั วิชาการ และผเู้ ขยี นทว่ั ไป ผูค้ ดั เลือกตอ้ งพิจารณาดูภูมิ
หลงั และแนวการเขียนก่อนพิจารณาเสมอ
๑ทวี มุขธระโกษา และ ชลชั ลยี ะวณิช, บรรณารกั ษศาสตร์, พมิ พค์ รง้ั ท่ี ๔, (กรุงเทพมหานคร :
สนุ ทรกิจการพิมพ์, ๒๕๒๑), หน้า ๔๑๙.
๑๘
๓.๕.๔ ศึกษาแยกแยะประเภทหนังสือได้ ต้องมีความสามารถเปรียบเทียบข้อ
แตกต่างของหนังสือประเภทเดียวกันได้ ซึ่งการเปรียบเทียบจะช่วยคัดแยกคุณค่าของทรัพยากร
น้ันๆ วา่ ดีพอกบั การจัดซอ้ื จัดหาหรือไม่
๓.๕.๕ มวี จิ ารณญาณทเี่ ที่ยงตรง และมเี หตผุ ลวจิ ารณญาณในท่นี ี้คือการวินิจฉัยการ
อ่านอยา่ งเฉียบแหลม สามารถเลือกทรัพยากรทดี่ ที ี่สุดได้
๓.๕.๖ รู้จักวางใจเป็นกลาง ในขณะพิจารณาทรัพยากรประเภทนั้นๆมีจริยธรรมใน
การวนิ จิ ฉยั คณุ ค่า
๓.๕.๗ เปน็ ผูต้ ดิ ตามข่าวสารความเคลอื่ นไหวของวงการหนังสือ อยตู่ ลอดเวลา โดย
สนใจในเรื่องการวิจารณ์หนังสือ จากสื่ออื่นๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รู้จักใช้คู่มือใน
การเลือกซอื้ ทรัพยากรประเภทต่างๆ เปน็ อย่างดี
๓.๕.๘ มคี วามซอื่ สตั ย์ มคี วามคดิ ลึกซึ้งและรอบคอบในการตัดสินใจ๑
๓.๖ หลักการคัดเลือกหนงั สอื ๒
การคัดเลือกหนังสือวิชาการประเภทต่างๆ นั้นต้องอาศัยหลักการประเมินคุณค่า
หนังสือมาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาเพื่อคัดเลือกหนงั สอื ซึ่งแตกต่างกันออกไปตามหมวดหมู่ของ
หนงั สือน้ันๆ ดังน้ี
๓.๖.๑ หนังสือปรัชญา
๑) กลา่ วถึงทฤษฎี ความคิด หลักปฏบิ ัตติ า่ งๆ ชดั เจนหรอื ไม่อย่างไร
๒) การแสดงความคิดเห็นของผู้เขยี น ชัดเจน มีเหตผุ ลน่าเลอ่ื มใสเพียงใด
๓.๖.๒ หนังสือศาสนา
๑) กลา่ วถึงหลกั ธรรมและขอ้ เทจ็ จริงต่างๆ ไว้ชัดเจนเพียงใด
๒) ผเู้ ขยี น กลา่ วถงึ ศาสนาต่างๆ ดว้ ยจติ ใจเป็นกลางหรือไม่
๓) มีการแสดงความคดิ เหน็ น่าเลื่อมใสมเี หตมุ ผี ลเพียงใด
๓.๖.๓ หนงั สือสงั คมศาสตร์ ควรพิจารณาถึง
๑) คณุ วุฒิหน้าท่ีการงานของผเู้ ขียนน่าเชอ่ื ถอื เพียงใด
๒) ใหค้ วามรทู้ างสงั คมศาสตร์แขนงใด
๓) อธบิ ายข้อเทจ็ จริงและรายละเอียดตา่ งๆ หรอื ไมอ่ ย่างไร
๔) มภี าพประกอบทชี่ ว่ ยให้เข้าใจเน้อื หาได้ดหี รอื ไม่
๑ชตุ มิ า สัจจานนั ท,์ อา้ งใน ภาควิชาบรรณารกั ษศาสตร์ วิทยาลัยครบู า้ นสมเดจ็ เจ้าพระยา,
บรรณารกั ษศาสตร์, (กรุงเทพมหานคร : แพร่วทิ ยา, ๒๕๒๖), หน้า ๓๓๙.
๒ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, บรรณารักษศาสตร์,
(กรงุ เทพมหานคร : แพร่วทิ ยา, ๒๕๒๖), หนา้ ๓๕๗.
๑๙
แนวคดิ หรือไม่ ๕) หลกั ฐานอ้างอิงตา่ งๆ
๖) มีการแสดงความคิดเห็นสอดแทรกมากน้อยเพียงใด มีความเป็นกลางใน
๗) ความเป็นปจั จบุ นั พจิ ารณาดเู น้ือหา ปีท่ีพมิ พ์ ฉบับท่ี
๓.๖.๔ หนงั สอื ภาษาศาสตร์
๑) พจิ ารณาคณุ วฒุ ขิ องผ้เู ขยี น
๒) จุดมุ่งหมายของการเขียน เช่น ประวัติ วิวัฒนาของภาษา ภาษา
เปรยี บเทียบ บทสนทนา หรอื วิธีสอน แล้วจงึ พจิ ารณาให้ตรงตามจดุ หมายนน้ั ๆ
๓) วธิ ีเขียนยากงา่ ยเหมาะสมกบั ใคร
๓.๖.๕ หนงั สอื วิทยาศาสตร์
๑) คณุ วุฒิของผเู้ ขียน
๒) เป็นวทิ ยาศาสตรส์ าขาใด
๓) มคี วามทนั สมัยเพยี งใด
๔) สว่ นประกอบตา่ งๆ เช่น ภาพ แผนภูมิ ตาราง
๕) ใหข้ อ้ เทจ็ จรงิ มีวิธีเขียนชดั เจน เข้าใจง่าย
๓.๖.๖ หนังสือศิลปะ
๑) อธิบายหลักเกณฑ์ ทฤษฎตี ่างๆ เขา้ ใจงา่ ยเพียงใด
๒) เปน็ ศลิ ปะบริสทุ ธ์ิ หรือศิลปะประยกุ ต์
๓) ให้คณุ คา่ และประโยชน์ต่องานเพียงใด
๔) สังเกตคุณภาพของการพิมพ์ ภาพประกอบ การจดั รปู เลม่
๓.๖.๗ หนังสือวรรณคดี
๑) เป็นวรรณคดีประเภทใด และใหค้ วามรู้ทางวรรณคดีในด้านใด
๒) พจิ ารณาคณุ คา่ ของวรรณคดี และความงดงามของภาษาเป็นสำคัญ
๓) ถ้าเป็นงานวจิ ารณ์ หรือประเภทวรรณคดเี ปรยี บเทียบ ต้องดูตัวอย่างด้วย
วา่ ผเู้ ขยี น ประพันธด์ ว้ ยใจเป็นกลางหรอื ไม่
๔) พจิ ารณาช่ือเสยี ง และผลงานอื่นๆ ของผู้เขียนประกอบ
๕) เปน็ วรรณคดีสมัยใด
๓.๖.๘ หนงั สอื ประวตั ิศาสตร์
๑) คุณวฒุ ขิ องผู้แตง่ ข้อเท็จจรงิ หลักฐานอา้ งองิ พจิ ารณาเปน็ สำคญั
๒) วิธเี ขยี น ไปตามลำดับ เข้าใจงา่ ยเพยี งใด
๓) ความทันสมยั มกี ารปรบั ปรงุ ขอ้ เทจ็ จรงิ ใหม่ๆ หรือไม่
๔) ส่วนประกอบต่างๆ เช่น แผนที่ ภาพประกอบ
๕) ถา้ ใช้วธิ สี ันนิษฐาน ได้อ้างหลกั ฐานประกอบนา่ เชอ่ื ถอื เพยี งใด
๖) มีเชิงอรรถ ภาคผนวก หรอื ดชั นหี รือไม่
๒๐
๓.๖.๙ หนงั สือภูมิศาสตร์และการทอ่ งเที่ยว
๑) เป็นหนังสือประเภทใด เช่น แนะนำการท่องเที่ยว หรือให้ความรู้ทาง
ภมู ศิ าสตรแ์ ขนงใดเพยี งใด
๒) อธบิ ายลักษณะสถานที สภาพภูมิศาสตร์ตา่ งๆ ละเอยี ดชดั เจนเพยี งใด
๓) คณุ ภาพในการพมิ พ์ แผนท่ี ภาพประกอบ
๔) ความทนั สมยั
๕) หลกั ฐานเกี่ยวกับผู้เขียน
๓.๖.๘ หนงั สอื ชีวประวตั ิ
๑) เป็นชวี ประวัติ ทีผ่ ูอ้ นื่ เขยี นหรือเจ้าของเขยี นเอง
๒) เปน็ ชีวประวัติของบุคคลทน่ี ่าสนใจหรอื ไม่
๓) ผู้เขยี นมีวิธเี ขยี นหรอื จดุ มงุ่ หมายทีเ่ ขียนน่าสนใจเพียงใด
๔) ลำดับเร่ืองไม่สับสน เข้าใจงา่ ย เขยี นชดั เจนเพยี งใด
๕) มคี ุณคา่ ในทางวรรณกรรม หรอื ใชป้ ระโยชน์แก่ผู้อา่ นเพยี งใด
๓.๖.๙ หนังสือเบ็ดเตลด็ พิจารณาถงึ
๑) เนอื้ หาและสาระของหนงั สือ
๒) คุณวุฒแิ ละประสบการณข์ องผเู้ ขียน
๓) เปน็ หนังสือที่ให้คณุ ประโยชน เพียงใด
๔) ส่วนประกอบที่สำคัญตา่ งๆ
๕) วธิ เี ขียน จดั ไว้เปน็ หมวดหมู่ หรอื เรียงตามลำดบั เข้าใจง่ายไม่สบั สน
๓.๖.๑๐ หนังสืออา้ งองิ
๑) หลักฐานในการแตง่ หรอื จัดพิมพ์ ทัง้ ผ้แู ต่ง ความเกา่ ใหม่ของเนือ้ หา
๒) ขอบเขตของหนงั สอื พจิ ารณาความทันสมัย เนื้อหา บรรณานุกรม
๓) วธิ ีเขียน ความถูกตอ้ งเทย่ี งตรง แนวการเขียน
๔) การเรียงลำดบั พิจารณาการเรยี งลำดบั เนื้อหา การเรยี งหัวข้อ
๕) รูปเล่ม การเยบ็ เลม่ เขา้ ปก กระดาษ ตวั พิมพ์ การวางรูปหนา้ การพิมพ์
๖) ลกั ษณะพิเศษหากเปรียบเทยี บกบั หนงั สืออา้ งอิงอนื่ ๆ
๗) คุณวุฒิและประสบการณข์ องผเู้ ขียน
๒๑
๓.๗ หลักการคดั เลือกวารสารนติ ยสาร๑
ปัจจุบันสิ่งพิมพ์ประเภทวารสาร นิตยสารมีการตีพิมพ์ออกจำหน่ายมากมาย
งบประมาณในการบอกรับเป็นสมาชิกของห้องสมุดก็เพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งวารสารภาษาไทยและ
ภาษาตา่ งประเทศ การประเมนิ คุณค่าเพื่อคัดเลือกเข้าห้องสมุด ก็ตอ้ งยดึ ต้องนโยบายหรือเกณฑ์ท่ี
วางไว้ อันเนื่องมาจากงบประมาณทีห่ ้องสมุดได้รับการจัดสรรมีอยู่ค่อนข้างจำกัด ซึ่งหลักเกณฑ์ท่ี
ควรคำนกึ ถึง ก็คือ
๓.๗.๑ พิจารณาตามปรัชญา พันธกิจและวิสัยทัศน์ของห้องสมุด ควรบอกรับ
วารสารนติ ยสารใหส้ อดคลอ้ งกบั วตั ถปุ ระสงค์และนโยบายของหอ้ งสมุดท่ีกำหนดไว้
๓.๗.๒ พิจารณาตามความต้องการและความสนใจของผู้ใช้ บอกรับเฉพาะวารสาร
ท่ีตรงกับความตอ้ งการและความสนใจของผู้ใช้ส่วนมาก
๓.๗.๓ พจิ ารณาเลือกรับให้ไดส้ ัดสว่ นสมดุลกนั เช่น
๑) ระหว่างวารสารท่วั ไป กับวารสารทางวชิ าการ
๒) วารสารในแต่ละสาขาวิชาที่ผู้ใช้ตอ้ งการ
๓.๗.๔ พจิ ารณาคณุ ภาพของวารสาร หากวารสารท่ีนำเสนอในลักษณะเดียวกันควร
พิจารณาเลือกรบั ชอ่ื ที่ดที สี่ ดุ ถ้าไม่เพียงพอจงึ พิจารณาเลือกรับวารสารชือ่ ทีม่ คี ุณภาพรองลงไป
๓.๗.๕ บอกรับวารสารให้มากที่สุด เป็นการพิจารณาตามชื่อเรื่องท่ีเหมาะสมแล้วก็
บอกรับมาให้บรกิ ารมากสดุ เทา่ ท่ีจะรบั ได้
จากเกณฑ์ทั้งหมดนี้เพื่อให้ห้องสมุดมีวารสาร ที่ตรงกับความต้องการและความสนใจ
ของผู้ใช้อย่างแท้จริง บรรณารักษ์ควรมีการศึกษาความสนใจในการใช้วารสาร อาจพิจารณาจาก
แบบประเมินความพงึ พอใจในการใช้ห้องสมดุ ก็ได้
หมายเหตุ
กรณีที่วารสารบางฉบับมีคุณค่าน้อยแต่มีผู้ใช้บริการนิยมอ่านกันมาก ต้องพิจารณาดู
ว่าราคาแพงเกินไปหรือไม่ บรรณารักษ์สามารถตัดสินใจบอกรับเข้าห้องสมุดได้ ทั้งนี้ดูความสนใจ
ของผใู้ ช้เป็นหลักสำคญั
๑ธาดาศักด์ิ วชริ ปรีชาพงษ์, การเลือกและจดั หาทรพั ยากรห้องสมุด, หนา้ ๖๗-๖๘.
๒๒
๓.๘ หลกั การคัดเลอื กหนงั สอื พมิ พ์๑
การประเมนิ คุณค่าเพอ่ื คดั เลือกหนังสือพิมพ์ ควรพิจารณาถงึ ส่ิงต่อไปน้ี
๓.๘.๑ นโยบายการนำเสนอ พิจารณาดูว่าภาพรวมของหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นๆ มี
ความชัดเจนหรือไม่ เน้นหนักไปในทางไหน มีความเป็นกลางในอุดมการณ์หรือไม่ เช่น ด้าน
การเมอื ง ดา้ นศาสนา เรือ่ งทวั่ ไป
๓.๘.๒ พิจารณาประเภทของหนังสือพิมพ์ บรรณารกั ษ์ต้องพิจารณาดหู นงั สือพิมพ์
ทห่ี ้องสมุดบอกรับประจำเปน็ หนงั สือพมิ พ์ประเภทไหน ประชานิยมหรือหนังสือพิมพ์คณุ ภาพมาก
น้อยเพยี งใด
๓.๘.๓ การนำเสนอขา่ ว ครอบคลมุ ครบเน้อื หาสาระหรอื ไม่
๓.๘.๔ รับผิดชอบต่อสังคม หนังสือฉบับนั้นๆ แสดงให้เห็นว่า เป็นผู้ทีรับผิดชอบต่อ
สงั คมอย่างไร
๓.๘.๕ การนำเสนอดี เนื้อหาการนำเสนอน่าอ่านมีทัง้ สาระและการใช้สำนวน การใช้
อกั ษรพิมพ์ทถ่ี ูกตอ้ ง
๓.๘.๖ มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ หนังสือพิมพ์ได้ดำเนินกิจการทุกอยา่ งตามครรลอง
ของจรรยาบรรณหนังสือพิมพห์ รือไม่
๓.๙ หลักการคดั เลือกทรัพยากรไมต่ ีพมิ พ์ ๒
ในการพิจารณาคัดเลือกทรัพยากรไม่ตีพิมพ์ประเภทตา่ งๆ เข้าห้องสมุด ควรคำนึกถึง
สงิ่ ต่อไปนี้
๓.๙.๑ จดั หาตามลำดบั ความสำคญั ความตอ้ งการ และความสนใจของผ้ใู ช้
๓.๙.๒ ต้องเปน็ วัสดทุ ีช่ ่วยเสรมิ สรา้ งการเรียนการสอนในหลกั สตู ร
๓.๙.๓ วัสดนุ ัน้ ๆ เหมาะกับวัย และระดบั ความรขู้ องผูใ้ ช้
๓.๙.๔ ระบบการจดั เก็บ การระวงั ในเร่อื งของสถานท่ีจัดเก็บ
๓.๙.๕ พิจารณางบประมาณ ในการจดั ซ้ือเพียงพอหรอื ไม่
๑อ้างแล้ว, ธาดาศักดิ์ วชิรปรีชาพงษ์, การเลือกและจัดหาทรพั ยากรห้องสมุด, หน้า ๖๙-
๗๐.
๒สำนักหอสมุดแห่งชาติ, คู่มือคัดเลือกจัดหารวบรวมทรัพยากรสารสนเทศของหอสมุด
แห่งชาต,ิ (กรุงเทพมหานคร : สำนักหอสมุดแห่งชาติ, ๒๕๕๓), หนา้ ๑๖-๑๗.
๒๓
๓.๑๐ เครื่องมอื ชว่ ยคัดเลือกหนังสือ๑
๓.๑๐.๑ หนงั สือบรรณานกุ รม เป็นหนังสือท่รี วบรวมรายช่อื หนังสือหรอื สงิ่ พิมพ์อย่าง
มีระบบ คือ จัดให้ค้นง่าย เช่น จัดเรียงรายการตามลำดับอักษรผู้แต่ง และให้รายละเอียดทาง
บรรณานกุ รม
๓.๑๐.๒ บัญชีรายการทรัพยากรห้องสมุดจากรา้ นค้า เปน็ รายการท่รี ้านค้าจัดทำข้ึน
เพอื่ ประชาสัมพนั ธเ์ ชิญชวนให้ซอ้ื อาจเป็นแผ่นพบั เป็นฉบบั หรือเปน็ ไฟลง์ านในรูปแบบอนื่ ๆ
๓.๑๐.๓ ค้นหาจากสื่อดิจิตอลอื่นๆ เช่น จากอินเตอร์เน็ต ที่มีการรวมบทความที่
วจิ ารณ์ วเิ คราะหส์ งิ่ พมิ พ์จากผเู้ ขียน หรือนักวชิ าการ
๓.๑๐.๔ ผู้ใช้บรกิ ารห้องสมดุ เป็นข้อเสนอแนะหรือคำเรียกร้องของผู้ใช้ห้องสมุด
เกี่ยวกับความต้องการหนังสือใหม่ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับบรรณารักษ์ท่ีควรนำมาพิจารณา
ประกอบการคัดเลือกทรัพยากรสารสนเทศเข้าห้องสมุด ซึ่งผู้ใช้บริการนี้ได้แก่ คณาจารย์ผู้สอน
นสิ ิต และบคุ ลากรมหาวทิ ยาลยั รวมท้งั บคุ คลภายนอกอน่ื ๆ
๓.๑๐.๕ จากแบบประเมินความพึงพอใจ ที่ผู้ใช้บริการได้ให้ข้อมูลและบรรณารักษ์
ต้องนำมาสรปุ เพอ่ื ประมวลตามหลกั วชิ าการที่ประเมินไว้
๑วลั ลภ สวสั ดิวัลลภ, คูม่ อื งานเทคนคิ และการฝกึ งานหอ้ งสมดุ , หนา้ ๕-๗.
๒๔
บทท่ี ๔
กระบวนการปฏบิ ัตงิ าน
ทรัพยากรห้องสมุด ประเภทสื่อตีพิมพ์ที่ให้บริการภายในห้องสมุดที่ถือว่าเป็นหัวใจ
หลกั กค็ อื หนงั สือ เพราะหนงั สือเป็นสื่อการศึกษาท่ีสำคัญ เป็นการให้ความรู้ในวงกวา้ งและอยู่นาน
ฉะนั้นหนังสือยิ่งมีความสำคัญเพียงใด ความจำเป็นที่ต้องคัดเลือกก็มีมากเพียงนั้น เพราะ
ประโยชน์ในการใช้หนังสือจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อผู้ให้บริการหรือบรรณารักษ์ที่ทำหน้าที่พิจารณา
คดั เลอื ก๑ นำเสนอให้บริการไดต้ รงกบั ความต้องการของผมู้ าคน้ ควา้ มากที่สดุ
๔.๑ แนวทางในการปฏิบตั ิงาน
๔.๑.๑ แนวทางเตรยี มการ
๑) พิจารณาแผนการปฏิบัติงาน ในการดำเนินงานทุกโครงการ หรือกิจกรรม
ของห้องสมดุ ต้องทำตามกรอบระยะเวลาท่วี างไวใ้ นแผนปฏบิ ัตกิ ารประจำปี
๒) พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการ เพื่อทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือกทรัพยากร
หอ้ งสมุด ตามวงเงินงบประมาณทไ่ี ด้รับจัดสรรมาแต่ละปี ซง่ึ การแต่งต้งั อาจพิจารณาไดน้ ้ี ผบู้ ังคับ
บัญชาที่กำกับดูแลกลุ่มงาน (ผู้อำนวยการสำนักวิชาการ ตำแหน่งประธานคณะกรรมการ
ผ้อู ำนวยการส่วนสนบั สนุนวิชาการ ตำแหนง่ รองประธานคณะกรรมการ, ประธานหลักสูตรแต่ละ
หลักสูตรที่เปิดดำเนินการจัดการเรียนการสอนทุกรูป/คน, ผู้อำนวยการศูนย์บัณฑิตศึกษาทุก
สาขาวิชา อาจจะมีการพิจารณาแต่งตั้งบุคลากรคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการร่วมก็ได้ โดยมี
บรรณารักษห์ รือเจ้าหนา้ ท่ีหอ้ งสมดุ เป็นกรรมการและเลขานุการ
๓) สำรวจและติดต่อร้านคา้ การตดิ ตอ่ ร้านคา้ หรือสำนักพิมพ์ เป็นการรวบรวม
รายชื่อทรัพยากรห้องสมุดให้ครอบคลุมทุกแขนงวิชา เพื่อประกอบการพิจารณาในเบื้องต้น และ
จัดเตรยี มนำเสนอให้คณะกรรมการ คณาจารยแ์ ละนิสติ ไดร้ ว่ มกนั พจิ ารณา
๔) สำรวจความสนใจจากผู้มีส่วนร่วมในการคัดเลือก นอกจากคณะกรรมการ
ได้แก่ คณาจารย,์ นิสิต, บคุ ลากรมหาวิทยาลยั และบคุ คลทว่ั ไป ตามรปู แบบทเี่ ตรียมไว้
๑รัญจวน อินทรกำแหง, ๒๕๑๕, อ้างใน วัลลภ สวัสดิวัลลภ, คู่มืองานเทคนิคและการ
ฝึกงานห้องสมุด, (กรุงเทพมหานคร : บรรณกิจเทรดดิง้ จำกดั , ๒๕๓๖), หน้า ๑.
๒๕
ภาพประกอบที่ ๗
ตวั อยา่ ง คำสัง่ แต่งต้ังคณะกรรมการ
๒๖
ภาพประกอบท่ี ๘
ตวั อยา่ ง แบบสำรวจความต้องการทรัพยากรสารสนเทศห้องสมดุ
๒๗
ภาพประกอบท่ี ๙
แบบฟอร์มสำรวจความตอ้ งการทรัพยากรสารสนเทศหอ้ งสมดุ
แบบฟอร์มที่ ๑
เปน็ การสำรวจจากสาขาวิชาและหลกั สตู รต่างๆ โดยจัดทำหนังสือบนั ทกึ แจง้ เรียนทาง
ประธานสาขาและหลกั สูตร เพื่อให้พจิ ารณาเสนอรายชือ่ หนังสือทตี่ ้องการ ซึง่ ทางสาขาอาจจัดทำ
หนงั สอื เวยี นเพอ่ื แจ้งให้คณาจารยท์ ่านอ่ืน ๆ ไดม้ สี ่วนร่วมในการเสนอเพ่ือคดั เลือกกไ็ ด้
๒๘
ภาพประกอบที่ ๑๐
ตวั อย่าง แบบสำรวจความต้องการทรัพยากรสารสนเทศสำหรบั วางไว้ในหอ้ งสมดุ (แผ่นท่ี ๑)
๒๕๖๒
๒๕๖๒
โทร. (๐๕๔) ๘๗๐๑๐๑
โทรสาร. (๐๕๔) ๘๗๐๑๐๑
๒๙
ภาพประกอบท่ี ๑๑
ตัวอยา่ ง แบบสำรวจความต้องการทรพั ยากรสารสนเทศสำหรบั วางไว้ในหอ้ งสมดุ (แผ่นที่ ๒)
แบบฟอร์มที่ ๒
การสำรวจความต้องการของผู้ใช้บริการ ซึ่งรูปแบบนี้ทางห้องสมุดจะต้องจัดมุมไว้
สำหรบั กรอกข้อมูลให้เด่นชดั เพือ่ เปน็ การเชิญชวนผู้ใช้ไดม้ ีส่วนรว่ มในการเสนอทรัพยากรท่ีสนใจ
และตอ้ งการศึกษาคน้ คว้า ดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปน้ี
๓๐
ภาพประกอบท่ี ๑๒
การจดั มมุ สำรวจความต้องการของผใู้ ช้บรกิ ารภายในห้องสมดุ
๔.๑.๒ แนวทางดำเนินการ
๑) บรรณารักษ์รวบรวมรายช่ือทรพั ยากรท่มี ีผู้เสนอแนะในเบื้องตน้
๒) นัดประชุมเพื่อพิจารณาคัดเลือก โดยกรรมการและเลขานุการขอความ
เห็นชอบจากประธานคณะกรรมการนัดหมายกำหนดวัน เวลาประชุม เพื่อพิจารณาคัดเลือกตาม
นโยบายหรือหลักเกณฑ์ ข้อจำกัดที่วางไว้ เช่น พิจารณาจากงบประมาณ, สาขาวิชาที่เปิดสอน
จำนวนทรัพยากรที่มอี ยขู่ องหอ้ งสมุด หรอื ปจั จยั อืน่ ๆ
๓) บรรณารักษ์ตรวจสอบรายการที่มีผู้เสนอ กับฐานข้อมูลในระบบ Matrix
ว่า มี/ไมม่ ี หรอื มจี ำนวนมากนอ้ ยเพียงพอกบั ความต้องการหรือไม่
(๑) กรณีรายชื่อทรัพยากรที่เสนอมา ไม่มีให้บริการ พิจารณาดูความ
จำเป็น ความสำคัญในการศึกษาค้นควา้ เพ่ือประกอบการพิจารณาเพม่ิ จำนวนเลม่
(๒) หากรายชื่อทรพั ยากรน้ันๆ ซำ้ ซ้อน มใี หบ้ รกิ ารอยู่แลว้ ใหด้ ูจำนวน
เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการทำการยกเลิกรายการนั้น และจัดทำบันทึกแจ้งผลการเสนอแนะ
รายชื่อทรัพยากรที่ห้องสมุดมีให้บริการอยู่แล้ว พร้อมทั้งแนบรายละเอียดรายการเล่มนั้นๆให้ผู้
เสนอแนะทราบ
๔) จัดทำบันทึกรายชื่อหนังสือที่เสนอมาทั้งหมด เพื่อนำเรียนให้
คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกทรัพยากรห้องสมุด ได้ตรวจสอบและลงมติเพื่อดำเนินการ อย่าง
ใดอย่างหนึง่
๓๑
ภาพประกอบท่ี ๑๓
ตัวอยา่ ง หนงั สอื เชิญประชุมคณะกรรมการพจิ ารณาจดั ซอื้ หนงั สือห้องสมดุ
๓๒
ภาพประกอบที่ ๑๔
ตัวอย่าง การตรวจสอบรายชอื่ หรือเช็คซ้ำหนังสือจากฐานข้อมลู ระบบ MATRIX
ตัวอย่างเช็คซ้ำ รายชื่อหนังสือ หลักรัฐประศาสนศาสตร์ ของ ไพรวัลย์ เคนพรม ผล
การตรวจสอบ พบว่า มีหนังสือเล่มนี้อยู่ในห้องสมุด ซึ่งต้องกดเข้าไปดูรายละเอียดว่ามีจำนวนก่ี
เลม่ ทมี อี ยใู่ นห้องสมุดของเรา
๓๓
ภาพประกอบท่ี ๑๕
ตวั อย่าง บันทึกแจ้งผลการเสนอแนะรายช่ือหนังสอื
ภายหลังจากการตรวจเช็คซ้ำรายการทรัพยากร หากพบว่ามีเพียงพออยู่แล้วให้จัดทำ
หนังสือแจ้งกลับไปยังผู้มีส่วนร่วมในการแนะนำหนังสือรับทราบ เพื่อเปิดโอกาสศึกษาค้นคว้า
ขอ้ มูลที่ตอ้ งการได้อย่างรวดเรว็ และสะดวกยง่ิ ข้ึน
๓๔
ปัจจุบันการคัดเลือกทรัพยากรห้องสมุดจะมีหลายวิธี อาจจะใช้การเชิญร้านค้ามาจัด
แสดงรายการหนังสือเป็นรูปเล่ม โดยการจัดกิจกรรมสัปดาห์ส่งเสริมรักการอ่าน มีการติดต่อ
ประสานงานเชญิ ร้านคา้ ให้นำหนังสือมาจัดกิจกรรมร้านค้าพบผู้อ่านภายในบรเิ วณห้องสมุด หรือ
สถานที่ที่จัดเตรียมไว้ ซึ่งกรณีนี้ทางห้องสมุดต้องประชาสัมพันธ์ และแจ้งให้คณะกรรมการ
พิจารณา คณาจารย์ นิสิตรวมทั้งบุคลากรมหาวิทยาลัยทุกท่านที่สนใจ จะมีส่วนร่วมในการ
คัดเลือกหนังสือที่ต้องการศึกษาค้นคว้าเข้าห้องสมุด ได้มาคัดเลือกตัวเล่ม ซึ่งวิธีนี้บรรณารักษ์
จะต้องทำการตรวจรายการทั้งหมดก่อน กรณีที่มีเพียงพอแล้ว ให้ยกเลิกและหากเล่มไหนยังไม่มี
ทำบันทึกละเอียดรายการส่งให้คณะกรรมการพิจารณาได้ร่วมกันคัดเลือก หรืออนุมัตสิ ั่งซือ้ โดยให้
ฝา่ ยจดั ซอื้ จดั หาดำเนนิ การเปน็ ลำดบั ตอ่ ไป
ภาพประกอบที่ ๑๖
ส่วนหนง่ึ กจิ กรรมสปั ดาห์รกั การอา่ น ร้านคา้ พบผู้อา่ น
๓๕
๔.๒ ขน้ั ตอนการปฏบิ ัตงิ านแผนผังขัน้ ตอนการปฏิบัตงิ าน (Work Flow)
การจัดหาทรัพยากรสารสนเทศหอ้ งสมุด
ท่ี ผงั กระบวนการ ระยะเวลา รายละเอยี ดงาน ผู้รบั ผดิ ชอบ
เรม่ิ
1 1 วนั ทำการ พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการโดย บรรณารกั ษ์
แตง่ ตงั้ คณะกรรมการ ตำแหน่งจากผู้บริหาร, หัวหน้าสาขา
ทกุ สาขา ร่างคำสงั่ เสนอขออนมุ ตั ิคำส่ัง
2 15 วันทำการ 1.ติดตอ่ ร้านคา้ เพอ่ื ขอรายชื่อหนงั สอื ใหม่ บรรณารกั ษ์
สำรวจทรพั ยากร 2..จัดทำสำเนาไฟล์ รายชื่อหนังสือทั้งหมด
เสนอคณะกรรมการ โดยจัดพิมพ์ออกมา
1 ชุดเพ่ือเป็นเอกสารประกอบการประชุม
3 1 วนั ทำการ 1.เสนอผู้อำนวยการสำนักงานเพ่ือ บรรณารักษ์
กำหนดวนั นัดประชุม
ประชมุ คณะกรรมการ 2.จัดทำบันทึกข้อความถึงคณะกรรม
เชิญเขา้ รว่ มประชมุ
3.บรรณารักษ์พิจารณาวงเงนิ งบประมาณ
จัดสรรไปตามสัดส่วนทรัพยากรที่มี
อยู่ภายในห้องสมุดจากสถิติหนังสือ
แต่ละสาขา ร่างเป็นกรอบเสนอในท่ี
ประชุม
4.จัดเตรียมเอกสารวาระการประชุม,
รายชอื่ หนงั สือเพือ่ นำเขา้ ร่วมประชุม
A
๓๖
ที่ ผงั กระบวนการ ระยะเวลา รายละเอียดงาน ผ้รู บั ผิดชอบ
4A 7 วันทำการ 1.ทำการเปดิ ช่องทางเพอื่ ให้ผู้ใชบ้ ริการ บรรณารกั ษ์
นำเสนอรายชื่อหนังสือที่สนใจตาม
แบบฟอร์มจากสื่อออนไลน์ และต้ัง
สำรวจความต้องการ จุดบริการภายในห้องสมุด รวบรวม
รวบรวมรายช่ือทรพั ยากรทเ่ี สนอ เพ่ือประกอบการพจิ ารณา
2.รวบรวมรายชอ่ื หนงั สือจากอาจารย,์
คณะกรรมการแต่ละสาขา
5 3 วนั ทำการ 1.ตรวจสอบ/เช็ครายการทรัพยากร บรรณารกั ษ์
สารสนเทศกับฐานข้อมูลในระบบ
Matrix ของห้องสมุด กรณีซ้ำ แจ้ง
ตรวจสอบรายชอ่ื ซำ้ กลบั ผู้เสนอเพื่อทราบพร้อมใหบ้ ริการ
ทรัพยากร/เช็คซา้ กรณีไม่ซำ้ เสนอรายการเตรียมจัดหา
จากฐานขอ้ มลู ใน 2.ส ร ุ ป ค ว า ม ต ้ อ ง ก า ร ท ร ั พ ย า ก ร
ระบบ Matrix สารสนเทศ ประจำปงี บมาณ
3.เสนอผู้อำนวยการสำนักงาน
6 ไม่ซำ้ 30 วันทำการ 1.ดำเนินการจัดซื้อโดยการทำหนังสือ บรรณารกั ษ์
ดาเนินการจัดซือ้ บันทึกข้อความขออนุมัติดำเนินการ
จัดซื้อ โดยจัดส่งให้งานพัสดุ กลุ่ม
7 ตรวจรับพัสดุและ งานทรัพย์ สิ นแ ล ะ พัส ดุ เ พ่ื อ
ดำเนินงานตามระเบียบข้อบังคับ
ไมถ่ กู ตอ้ ง รับมอบทรัพยากร ของมหาวิทยาลยั เปน็ ลำดบั ตอ่ ไป
สารสนเทศ
1 วนั ทำการ 1. ตรวจรับพัสดุ กรณีจัดซื้อจัดหา บรรณารักษ์
ถูกต้อง เรียบร้อยแล้ว ไม่ถูกต้อง ประสาน
ส่วนงานพัสดุ ถูกต้อง ตรวจรับเข้า
หอ้ งสมุดรอวิเคราะหท์ รัพยากร
2.จัดทำบันทึกข้อความเสนอขออนุมัติ
จดั ซ้ือตามวงเงนิ งบประมาณ ลงนาม
โดยผู้อำนวยการสำนักงานวชิ าการ
ถงึ รองอธิการบดี
๓๗
๔.๓ วิธกี ารตดิ ตามและประเมินผลการปฏบิ ตั งิ าน
การติดตามและประเมนิ ผลการปฏิบัติงานจะช่วยให้ทุกส่วนงานรายงานผลการปฏิบัติงาน
ไปยังผู้บริหารและฝ่ายแผนงานตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อรายงานผลการดำเนินงานต่อ
มหาวิทยาลัย และเพื่อให้สามารถนำผลของการประเมินมาใช้ในการวางแผนในปีต่อไปได้ ซึ่ง
สามารถสรปุ ไดด้ ังนี้
ท่ี การตดิ ตาม/ประเมินผล ระยะเวลา ผ้ใู หข้ ้อมลู วธิ กี าร กลไก
๑ ตดิ ตามแผนปฏบิ ตั ิงาน พฤษภาคม บรรณารกั ษ์ แผนปฏิบัติการประจำปีที่ กำหนดแนวทางการ
ที่วางไว้ วางไว้ ปฏบิ ัติงาน
๒ แต่งตัง้ คณะกรรมการ พฤษภาคม บรรณารักษ์ แต่งตั้งคณะกรรมการตาม คำส่ัง และกำหนด
ตำแหน่ง หน้าท่ีความรบั ผิดชอบ
๓ สำรวจขอ้ มูล/เสนอ พฤษภาคม บรรณารกั ษ์ ๑.ตดิ ตอ่ ร้านคา้ ๑.รายชือ่ รา้ นคา้ ทง้ั หมด
รายการ ๒.ทำหนังสือแจ้งประธาน ๒.หนังสือเวยี นแจ้ง
หลกั สูตรสาขาต่างๆ
เสนอรายการ
๓.นิสิตสามารถร่วมเสนอ
ได้ท่ีภายในห้องสมุด
๔ ประชมุ เพื่อพจิ ารณา พฤษภาคม คณะกรรมการ พิจารณาตามกรอบวงเงิน หาแนวทางการปฏิบตั ิ
เบ้อื งตน้ งบประมาณและตามแนว ในถูกต้องและสอดคลอ้ ง
ทางการคัดเลือก กบั นโยบายมหาวิทยาลัย
๕ ตรวจสอบรายการท่ี พฤษภาคม ผู้มสี ว่ นเกี่ยวข้อง รายการหนงั สอื ทั้งหมดทไ่ี ด้ รายการทรัพยากร
เสนอทรัพยากร จากเสนอมา
๖ ติดตามการตรวจเช็คซำ้ มิถุนายน บรรณารกั ษ์ ตรวจสอบเช็คซ้ำในระบบ รายการทรัพยากร
เพื่อพิจารณาฐานขอ้ มูล ระบบงาน Matrix
กรณีซ้ำ แจ้งกลับไปยงั
สาขาที่เสนอเพ่อื ทราบและ
พรอ้ มให้บริการหนังสอื
รายการน้ันๆ
กรณไี ม่ซำ้ จัดซ้ือจัดหา
รายการหนังสอื นน้ั ๆ
7 สรุปรายการเสนอและ มถิ ุนายน บรรณารักษ์ ๑.จัดทำบันทึกขออนุมัติ ๑.รายชือ่ /รา้ นค้า
ขออนมุ ัตดิ ำเนนิ งาน ดำเนินการ ๒.วงเงนิ งบประมาณ
โดยสง่ ตอ่ กลุ่มงานพสั ดุ ๒ . ร า ย ก า ร ท ร ั พ ย า ก ร ท่ี
เพ่ือดำเนนิ การขนั้ ตอ่ ไป คณะกรรมการพจิ ารณา
๓.คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรม
การพจิ ารณา
๓๘
๔.๔ จรรยาบรรณในการทำงาน๑
การปฏิบัติงานทุกองค์กร ทุกอาชีพมักจะกำหนดกรอบความประพฤติเป็นกฎเกณฑ์
สำหรับยึดถือปฏิบัติ ในภาษาวิชาการอาจเรียกว่า “ปทัสถาน”หรือบรรทัดฐานหรือศัพท์ทาง
ปรชั ญาเรียกว่า จรยิ ธรรม ซ่ึงมีแนวทางปฏิบตั ิหลายรปู แบบเชน่ ทางศาสนาพทุ ธจะเป็นข้อกำหนด
ในรูปแบบศีลในทางสาขาอาชีพจะเรียกว่าจรรยาบรรณ งานห้องสมุดก็จะมีจรรยาบรรณสำหรับ
บรรณารักษ์และนักสารสนเทศ ประกาศโดยสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์
สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พ.ศ. ๒๕๕๐ ไว้ดงั น้ี
๔.๔.๑ พึงให้บริการอย่างเต็มความสามารถ ด้วยบริการที่มีคุณภาพ และด้วยความ
เสมอภาคแกผ่ รู้ บั บริการ
๔.๔.๒ พึงรักษาความลับ เคารพและปกป้องสิทธิส่วนบุคคลและสิทธิในการรับรู้ของ
ผ้รู บั บริการ
๔.๔.๓ พึงมีความศรัทธาในวิชาชีพ และใช้วิชาชีพปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ
ซ่ือสัตย์สจุ ริต เสียสละ อดทน และมงุ่ ประโยชนส์ ว่ นรวม โดยปราศจากการถูกครอบงำด้วยอิทธิพล
หรือผลประโยชนอ์ นั มิชอบทกุ ประการ
๔.๔.๔ พึงแสวงหาความรู้และพัฒนาตนทางวิชาการวิชาชีพ อย่างต่อเนื่องให้ทันต่อ
ความเปล่ยี นแปลง และไดม้ าตรฐานทางวิชาการ วชิ าชีพระดับสากล
๔.๔.๕ พึงเปน็ กลั ยาณมิตรของผูร้ ว่ มงาน รว่ มมอื สนบั สนุน สง่ เสริม ช่วยเหลอื เกื้อกลู
กัน เปิดโอกาสให้แก่กันและกันสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ เพื่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างมี
ประสิทธิภาพ
๔.๔.๖ พึงพฒั นาสัมพันธภาพและความร่วมมือระหวา่ งบุคคลและสถาบัน และธำรงไว้
ซึ่งช่ือเสยี งและเกยี รติภมู ขิ องสถาบัน
๔.๔.๗ ไม่พึงใช้ตำแหน่งหน้าที่ ชื่อสถาบัน และทรัพยากรของสถาบันเพื่อแสวงหา
ประโยชน์ส่วนตนหรอื หมคู่ ณะโดยมิชอบ
๔.๔.๘ พงึ ยืนหยดั ในหลักการแหง่ เสรีภาพทางปัญญา เคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย
ของทรัพยส์ นิ ทางปญั ญา และธำรงไว้ซึ่งเสรภี าพของหอ้ งสมุดและเกยี รติภมู ิของวิชาชพี
๔.๔.๙ พึงมคี วามรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม อุทศิ ตนเพื่อประโยชน์และความมัน่ คงของสังคม
และมีบทบาทในการพัฒนาสงั คมไทยสู่สังคมภูมิปัญญาและการเรยี นรู้ เพอื่ ประโยชน์ในการพัฒนา
ประชาชนและประเทศชาติ
ต ่ อ ม า ท า ง ส ม า ค ม ห ้ อ ง ส ม ุ ด แห ่ งประเทศไทยใ น พ ร ะ ร า ช ู ป ถ ั ม ภ ์ ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ เ ท พ
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้กำหนดจรรยาบรรณบรรณารักษ์ พุทธศกั ราช ๒๕๕๒โดยทำ
การแยกเป็นหมวดดังน้ี
๑สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, “จรรยาบรรณบรรณารักษ์ พุทธศักราช ๒๕๕๐"
[ออนไลน์], เขา้ ถงึ ไดจ้ าก http://library.cmu.ac.th/cmul/th/content/ เม่อื วันท่ี ๙ พฤษภาคม ๒๕62.
๓๙
ห้องสมุดเป็นสถาบันที่มีเกียรติ เป็นสถานบริการความรู้ที่เป็นคุณแก่สังคม เพื่อ
ประโยชน์ต่อการพัฒนาห้องสมุด เพื่อสร้างความมั่งคงแก่สถาบันห้องสมุด และเพื่อให้สถาบัน
ห้องสมุดเป็นที่เชื่อถือและยอมรับของประชาชน สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ในพระ
ราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เห็นสมควรกำหนดจรรยาบรรณ
สำหรับบรรณารกั ษ์ และผ้ปู ฏิบัตงิ านหอ้ งสมดุ ทุกตำแหนง่ ไวด้ ังตอ่ ไปนี้
หมวดที่ ๑
จรรยาบรรณตอ่ ผ้ใู ช้
๑. ต้องคำนงึ ถึงความสะดวกสบายของผ้ใู ช้ก่อนอน่ื
๒. ต้องใชว้ ชิ าชีพใหเ้ กดิ ประโยชน์แก่ผู้ใชอ้ ย่างเต็มความสามารถ
๓. ต้องใชค้ วามเสมอภาคแกผ่ ู้ใช้โดยไม่คำนึงถงึ ฐานะ เช่ือชาติ ศาสนา สังคม
หมวดท่ี ๒
จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ
๑. ตอ้ งประพฤตติ นอันเป็นการเชดิ ชเู กียรติศกั ด์ใิ นวิชาชพี
๒. ตอ้ งศกึ ษา แสวงหาความรู้ตามมาตรฐาน และพัฒนาตามนวตั กรรมใหม่ ๆ มาใช้ใน
วชิ าชีพ
๓. ตอ้ งใหค้ วามร่วมมือในการปฏบิ ัติงานตอ่ วชิ าชพี
๔. ตอ้ งปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีที่รับผิดชอบดว้ ยความซ่ือสัตย์ สจุ รติ
หมวดที่ ๓
จรรยาบรรณต่อเพอ่ื นรว่ มงาน
๑. ต้องมีมนุษยสัมพันธ์อันดีต่อผรู้ ว่ มงานและผู้รว่ มวิชาชพี
๒. ตอ้ งเคารพและยอมรบั มติของท่ีประชมุ
๓. ต้องรักษา แสวงหามิตรภาพและเครอื ขา่ ยระหวา่ งผรู้ ่วมงานและผู้ร่วมวชิ าชีพ
๔. ต้องยึดมน่ั ในคุณธรรมและพรหมวิหารในการปฏบิ ตั ติ นต่อผบู้ งั คับบัญชา
ผใู้ ตบ้ ังคับบญั ชา ผู้รว่ มงาน และผู้ร่วมวชิ าชีพ
หมวดท่ี ๔
จรรยาบรรณต่อสถาบนั
๑. ต้องรักษาประโยชนแ์ ละชอ่ื เสยี งของสถาบันทสี่ ังกัด
๒. ต้องร่วมมอื และปฏิบตั งิ านตามนโยบายที่สังกดั เพอ่ื ธำรงชื่อเสยี งและเกยี รติภมู ิ
๓. ตอ้ งรกั ษาช่ือและทรัพยากรของสถาบนั ไม่พึงแสวงหาประโยชนส์ ่วนตนหรือหมู่
คณะโดยมิชอบ
๔๐
หมวดที่ ๕
จรรยาบรรณต่อสังคม
๑. ต้องเป็นผูน้ ำสังคมอย่างเข้มแขง็
๒. ตอ้ งอุทิศตนใหป้ ระโยชน์ตอ่ สงั คมดว้ ยการใช้วิชาชพี โดยสุจรติ
๓. ต้องผดงุ รักษาไว้ซ่งึ เสถยี รภาพและความมง่ั คงต่อสังคม
จรรยาบรรณในสาขาอาชีพ ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งของหน่วยงาน เพราะถ้า
บุคลากรในแต่ละสายงานขององค์กรขาดจรรยาบรรณในการทำงานแล้ว ความมั่นคง
เจรญิ ก้าวหน้าของหนว่ ยงานกจ็ ะลดลง เพราะจรรยาบรรณเปรียบเสมือนเกราะหรือภูมิคุ้มกันโรค
ใหก้ ับหนว่ ยงาน
จรรยาบรรณเป็นเครื่องมือยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้ทำงานเป็นไปในกรอบท่ีจรรยาบรรณ
กล่าวไว้ เมื่อการทำงานทำตามกรอบของจรรยาบรรณ ผลสัมฤทธิ์ของงานที่ออกมาก็จะมี
ประสิทธิภาพ ลดปญั หาและความขัดแย้งในหนว่ ยงานนน้ั ๆ ได้
๔๑
บทที่ ๕
ปญั หาอุปสรรค แนวทางแกไ้ ขและขอ้ เสนอแนะ
ทรัพยากรห้องสมุดทกุ ประเภท ก่อนที่จะจดั หามาให้บริการภายในห้องสมุด ย่อมต้อง
ผ่านการพิจารณาคัดเลือกจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และบรรณารักษ์ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ และ
สอดคล้องกับความต้องของผู้ใช้ ตามนโยบายและวัตถุประสงค์ของห้องสมุดนั้นๆการดำเนินงาน
ของห้องสมุดแต่ละแห่ง มักจะมีข้อจำกัดมีบรบิ ทท่ีแตกตา่ งกนั ออกไปตามภูมภิ าค สภาพแวดลอ้ ม
และปัจจัยหลากหลาย การคัดเลือกทรัพยากรห้องสมุดก็เช่นเดียวกันอาจมีวิธีการดำเนินงานและ
ปัญหาทแ่ี ตกต่างกัน สำหรบั ห้องสมุดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในส่วนวิทยาเขต
ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ต่างจังหวัด มักจะประสบปัญหาเกี่ยวกับการคัดเลือกทรัพยากรห้องสมุดประเภท
หนงั สือ ดงั นี้
๕.๑ ปญั หาและอปุ สรรค
๕.๑.๑ เครื่องมือที่ใชส้ ำหรับการคดั เลือก ทั้งหนังสือบรรณานุกรม บรรณานิทัศน์รวม
เล่มมีจำนวนน้อย เป็นสิ่งพิมพ์ที่ค่อยข้างจะหายาก ทำให้ห้องสมุดขาดขอ้ มูลในการคดั เลอื กที่เป็น
รปู เล่ม เพอ่ื เสนอแนะคณะกรรมการคดั เลือกได้พิจารณา
๕.๑.๒ พื้นที่หรือบริบทที่ตั้งของวิทยาเขต อยู่ต่างจังหวัดเป็นเมืองเล็กๆ ร้านค้าท่ี
เกี่ยวกับหนังสือหรือวัสดุห้องสมุดมีน้อย และที่มีอยู่ก็เป็นเพียงร้านค้าเล็กๆ ทรัพยากรที่ต้อง
พิจารณาคดั เลือกจึงมจี ำกัด
๕.๑.๓ คณะกรรมการ คัดเลือกหนังสือจากรายการโดยที่ไม่เห็นตัวเล่ม ทำให้สูญเสีย
โอกาสในการพจิ ารณาคุณค่าสิง่ พิมพ์นั้นๆ ไป ทั้งรูปเล่ม กระดาษพิมพ์ เนื้อหาการเรียบเรียง อาจ
ทำใหไ้ ด้หนังสือที่ไม่เหมาะสมเข้าหอ้ งสมดุ
๕.๑.๔ ผู้มีส่วนร่วมในการคัดเลือก ขาดความสนใจและความร่วมมือในการเลือก
หนังสือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณาจารย์ เพราะเป็นผู้ที่ต้องแนะนำนิสิตเพือ่ ศึกษาค้นควา้ เพิ่มเติมใน
สาขาวิชาทที่ า่ นเป็นผสู้ อน และแนะนำการอา่ นหนังสือประกอบการเรยี นการสอน
๕.๑.๕ งบประมาณที่ได้รับจัดสรรมีจำกัด ไม่เพียงพออันเนื่องมาจากทรัพยากรใน
ปัจจุบันมรี าคาสูงขนึ้
๕.๑.๖ ผู้ที่มาคัดเลือกโดยเฉพาะคณาจารย์ ส่วนมากจะเลือกหนังสือที่ตนเองถนัด
และชอบ ทำใหไ้ ดห้ นังสอื ไม่หลากหลาย
๔๒
๕.๒ แนวทางการแกไ้ ข
๕.๒.๑ ผู้มีส่วนคัดเลือกควรสร้างนิสัยรักการอ่านและตระหนักถึง คุณค่าหนังสือท่ี
จะตอ้ งสรรหาเขา้ มาไว้ในหอ้ งสมุดให้มากกวา่ น้ี
๕.๒.๒ ผู้บริหารควรกำหนดนโยบายของมหาวิทยาลัย ในการบริการสารสนเทศให้
ชัดเจน เพราะจะช่วยให้หอ้ งสมุดเป็นหัวใจของสถาบนั ได้อยา่ งแทจ้ ริง
๕.๒.๓ ห้องสมดุ ควรวางนโยบายหรือหลักเกณฑ์ในการคัดเลือก เป็นลายลักษณ์อักษร
เสนอต่อผู้บงั คบั บัญชาและคณะกรรมการประกอบการพิจารณา เพื่อความสะดวกและง่ายตอ่ การ
คัดเลือกทรพั ยากรสารสนเทศห้องสมุด
๕.๓ ข้อเสนอแนะ
๕.๓.๑ การคัดเลือกทรัพยากรห้องสมุดควรยึดตามเกณฑ์การพิจารณาคุณค่าของ
ทรัพยากรแต่ละประเภทอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยให้ผู้มีส่วนร่วมทุกฝา่ ยได้ตระหนักถึงหน้าท่ี
ความรับผิดชอบ และต้องเป็นผู้มีพื้นความรู้ทางด้านวิชาการ จะทำให้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อ
การคดั เลอื กทรพั ยากรหากผู้คัดเลือกศึกษามาตรงกบั สาขาทรี่ บั ผดิ ชอบคัดเลือก
๕.๓.๒ ทางห้องสมุดจะต้องทำการประเมินความต้องการของผู้ใช้บริการอย่าง
สม่ำเสมอและตอ่ เน่ือง เพือ่ ประกอบการพิจารณา
๕.๓.๓ เพิ่มงบประมาณในการจัดซื้อจัดหา เพื่อให้ทรัพยากรห้องสมุดมีจำนวนท่ี
เพียงพอต่อการศึกษาค้นคว้า ประกอบการเรียนการสอนและการวิจัย อันจะเป็นประโยชน์ต่อ
สถาบนั และสังคมสบื ต่อไป
๔๓
บรรณานุกรม
คณาจารย์ ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ คณะมนษุ ยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรี
นครินทรว์ โิ รฒ. สารสนเทศและการศึกษาค้นควา้ . พิมพ์คร้ังที่ ๔. กรงุ เทพมหานคร
: โรงพิมพ์มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์, ๒๕๔๓.
ชุติมา สัจจานันท์. อ้างใน ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา.
บรรณารักษศาสตร์. กรงุ เทพมหานคร : แพรว่ ิทยา, ๒๕๒๖.
ทวี มขุ ธระโกษา และชลชั ลยี ะวณชิ . บรรณารกั ษศาสตร.์ พมิ พค์ รงั้ ที่ ๔. กรงุ เทพมหานคร :
สุนทรกจิ การพมิ พ์, ๒๕๒๑.
ธาดาศักดิ์ วชิรปรีชาพงษ์. การเลือกและจัดหาทรัพยากรห้องสมุด. พิมพ์ครั้งที่ ๒.
กรงุ เทพมหานคร : ศลิ ปาบรรณาคาร, ๒๕๔๐.
พวา พนั ธุ์เมฆา. สารนิเทศกับการศกึ ษาค้นควา้ . พิมพ์ครั้งท่ี ๓. กรงุ เทพมหานคร : มหาวทิ ยาลัย
ศรีนครินทรว์ โิ รฒประสานมิตร, ๒๕๓๙.
พิมลพรรณ เรพเพอร์ และคนอืน่ ๆ. การใช้หอ้ งสมุด : Using The library LB 103.
กรงุ เทพมหานคร : สำนักพิมพ์มหาวทิ ยาลยั รามคำแหง, ๒๕๔๑.
พิศมัย วงศ์จำปา และสุดฤทัย จันทรวงษ์. รายงานวิจัย เรื่องการจัดการเรียนการสอนที่เน้น
ผูเ้ รยี นเป็นสำคัญมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วทิ ยาเขตพะเยา อ้าง
ในรายงานการสังเคราะห์ผลการสำรวจ เรื่องคนไทยคิดอย่างไรต่อการศึกษา.
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๕.
ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา. บรรณารักษศาสตร์. กรุงเทพ
มหานคร : แพร่วิทยา, ๒๕๒๖.
รัญจวน อินทรกำแหง. ๒๕๑๕ อ้างใน วัลลภ สวัสดิวัลลภ. คู่มืองานเทคนิคและการฝึกงาน
หอ้ งสมุด. กรงุ เทพมหานคร : บรรณกิจเทรดดง้ิ , ๒๕๓๖.
ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔. พิมพ์ครั้งที่ ๒.
กรุงเทพมหานคร : ราชบณั ฑติ ยสถาน, ๒๕๕๖.
ลมุล รตั ตากร. การใชห้ อ้ งสมดุ . พิมพ์ครงั้ ที่ ๘ แก้ไขเพ่ิมเตมิ . กรงุ เทพฯ : สุวีรยิ าสาส์น, ๒๕๓๙.
วาณี ฐาปนวงศ์ศานติ. การจัดและบรหิ ารงานห้องสมุด. กรงุ เทพฯ : ศลิ ปาบรรณาคาร, ๒๕๔๓.
วสิ ิทธ์ิ จินตวงศ์. บรรณารักษศาสตร์ไทย. กรงุ เทพมหานคร : สมาคมห้องสมุดแหง่ ประเทศไทย
ในพระอปุ ถัมภส์ มเด็จพระเทพรตั นราชสุดา, ๒๕๒๐.
สมคิด บางโม. กฎหมายการศกึ ษา. กรงุ เทพมหานคร : วทิ ยพฒั น,์ ๒๕๔๙.
สำนักหอสมุดแห่งชาติ. คู่มือคัดเลือก จัดหา รวบรวมทรัพยากรสารสนเทศหอสมุดแห่งชาติ.
กรุงเทพมหานคร : สำนกั หอสมดุ แหง่ ชาติ, ๒๕๕๓.
สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. “จรรยาบรรณบรรณารักษ์ พุทธศักราช ๒๕๕๐",
[ออนไลน์], เข้าถึงข้อมูลได้จาก http://library.cmu.ac.th/cmul/th/content/ เมื่อ
วนั ท่ี ๙ พฤษภาคม ๒๕62.
๔๔
ภาคผนวก
๔๕
ภาคผนวก ก
มาตรฐานห้องสมุดสถาบนั อดุ มศกึ ษา พ.ศ.๒๕๔๔
ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย
เร่อื ง มาตรฐานห้องสมุดสถาบนั อดุ มศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๔
มาตรฐานห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๔ฉบับน้ีเป็นมาตรฐานฉบับท่ี ๒ซ่ึงได้
จัดทำขึ้นเพื่อปรับปรุงแก้ไข มาตรฐานห้องสมุดมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๒๙เพื่อให้ทันสมัยและ
สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยมุ่งหวังที่จะให้เป็นแนวทางสำหรับ
สถาบันอุดมศึกษาได้พัฒนาห้องสมุดของสถาบันให้ได้มาตรฐาน ตลอดจนมีประสิทธิภาพและ
คุณภาพยิ่งขึ้นมาตรฐานห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาฉบับนี้จัดทำ ขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับ
พระราชบัญญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒เพอ่ื ใหเ้ ป็นการตอบสนองต่อการศึกษาเรียนรู้ด้วย
ตนเองและการศึกษาตลอดชีวิต และเป็นดัชนีบ่งชี้คุณภาพการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาให้ได้
มาตรฐานในการประกันคุณภาพการศึกษา ทบวงมหาวิทยาลัยจึงกำหนดมาตรฐานห้องสมุด
สถาบันอุดมศึกษาไว้ดังน้ี
๑) ประกาศนี้เรยี กว่า "ประกาศทบวงมหาวทิ ยาลยั เรือ่ ง มาตรฐานห้องสมุดสถาบัน
อดุ มศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๔"
๒) ให้ใชป้ ระกาศนี้ ตัง้ แตว่ ันถัดจากวันประกาศ เป็นต้นไป
๓) ในประกาศนี้
สถาบันอดุ มศกึ ษา หมายถงึ สถาบันการศึกษาทเ่ี ปดิ สอนต้ังแตร่ ะดับปริญญาตรี
ขน้ึ ไปท้งั ของรัฐและเอกชน ซ่งึ อาจเรยี กมหาวทิ ยาลัย หรอื ชื่ออ่นื ใด เช่น สถาบนั วิทยาลยั ฯลฯ
ห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา หมายถึง หน่วยงานสำหรับบริการทรัพยากร
สารสนเทศในสถาบันอดุ มศกึ ษา ซ่ึงอาจเรยี กว่า สำนกั หอสมดุ หรือชือ่ อ่นื ใด
ผู้บริหารห้องสมุด หมายถึง บุคคลที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ รอง
ผู้อำนวยการหรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบระดับสูง ในห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาหรือห้องสมุดที่ทำ
หนา้ ทีเ่ ปรียบเสมอื นห้องสมดุ ของสถาบนั อดุ มศึกษา
ผู้ปฏิบัติงานระดับวิชาชีพ หมายถึง บุคลากรที่ทำงานภายในห้องสมุดซึ่งมี
คุณวุฒิระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาวิชาต่างๆ เช่น บรรณารักษ์ นักเอกสารสนเทศ นักวิชาการ
การเงนิ นกั วชิ าการโสตทัศนศกึ ษา เปน็ ต้น