91 ตัวชี้วัด เป้าหมาย งบประมาณ เชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ ประเภท กลุ่มเป้าหมาย จ านวน กลุ่มเป้าหมาย นักศึกษา ศน.อ าเภอ ัตหีบ เข้า วมกิจกรรม านวน 150 น 1.ร้อยละ 80 ของ นักศึกษา กศน.อ าเภอ สัตหีบ มีความรู้ ความ เข้าใจใน เรื่องประวัติ ความเป็นมาของวันที่ ระลึกแห่งการรู้หนังสือ 2.ร้อยละ 80 ของ นักศึกษา กศน.อ าเภอ สัตหีบ มีทักษะในการ แสวงหาความรู้ 3.ร้อยละ 80 ของ นักศึกษา กศน.อ าเภอ สัตหีบ มีทักษะการอ่าน นักศึกษา กศน.อ าเภอ สัตหีบ จ านวน 150 คน งบอุดหนุน ค่า จัดการเรียนการสอน แผนงานยุทธศาสตร์ พัฒนาการศึกษาเพื่อ ความยั่งยืน โครงการสนับสนุน ค่าใช้จ่ายในการจัด การศึกษาตั้งแต่ ระดับอนุบาลจนจบ การศึกษาขั้นพื้นฐาน
ที่ ชื่อ/ โครงการ วัตถุประสงค์ กิจกรรมหลัก 7.หีบ “สตต” โครงการ ห้องสมุด WOW 24 ชม. สัตหีบ (24 Hours of read) 1. เพื่อให้ ผู้ใช้บริการเข้าถึง การอ่านได้ง่ายขึ้น 2.เพื่อให้ ผู้ใช้บริการได้รับ ข้อมูลข่าวสารที่ เป็นประโยชน์ และทันสมัย 3.เพื่อเป็นการ เพิ่มอัตราการ อ่านให้สูงขึ้น กิจกรรมส่งเสริมการอ่านออนไลน์ ประชาสัมพันธ์ข่าวสาร“ห้องสมุด wow 24 ชม.” เปิดหีบการอ่าน เปิดโลกการเรียนรู้ Open the box to read,Open learning world -ผ่าน ระบบLine Official account -ผ่านช่องทางเพจ Facebook ห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราช กุมารี”อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี -ผ่านช่องทางเว็บไซต์- -ผ่านระบบเชื่อมโยงแหล่งการ เรียนรู้ห้องสมุดประชาชน“เฉลิม ราชกุมารี”อ าเภอสัตหีบ จังหวัด ชลบุรี
92 ตัวชี้วัด เป้าหมาย งบประมาณ เชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ ประเภท กลุ่มเป้าหมาย จ านวน กลุ่มเป้าหมาย นักศึกษา กศน. อ าเภอสัตหีบ และ ประชาชน ทั่วไป จ านวน 1.ร้อยละ 80 ของผู้ใช้บริการ สามารถเข้าถึง การอ่านได้ สะดวก ตลอด 24 ชม. 2.ร้อยละ 80 ของ ผู้ใช้บริการ ได้ข้อมูลที่เป็น ประโยชน์ 3. ร้อยละ 80 ของผู้ใช้บริการ มีการอ่านที่ เพิ่มขึ้น นักศึกษา กศน. อ าเภอสัตหีบ และประชาชน ทั่วไป 25,000 คน งบด าเนินงาน กิจกรรมจัดสร้าง แหล่งเรียนรู้ แผนงานพื้นฐานด้าน การพัฒนาและ เสริมสร้างศักยภาพ คน ผลผลิตที่ 5 ผู้รับบริการการศึกษา ตามอัธยาศัย
กิจกรรมหลัก วัตถุประสงค์ ก1.เตรียมโครงการ 1.1 จัดตั้งคณะท างาน 1.2 ขออนุมัติโครงการ 1.3 ประสานผู้เกี่ยวข้อง 1. เตรียมโครงการ 2. ขออนุมัติโครงการ 3. ประสานผู้เกี่ยวข้อง 1. ผู้บ2.ผู้รับและบุ2. กิจกรรมประชุมชี้แจงและ ซักซ้อมท าความเข้าใจในการ ด าเนิน โครงการ การจัดการศึกษาตาม อัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย อ าเภอสัต หีบ 1. เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดโครงการ 2. เพื่อเตรียมความพร้อมและวางแผนใน การจัดโครงการ 3. เพื่อมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบ 1. ผู้บ2. ผู้รัโครงกที่เกี่ยว3. กิจกรรมเตรียมความพร้อมก่อน การด าเนินโครงการ การจัดการ ศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรม ส่งเสริมการอ่าน“สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์ การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย อ าเภอสัตหีบ 1. เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสื่อ วัสดุและ อุปกรณ์ ในการด าเนินโครงการ 2. เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสถานที่ ใน การด าเนินโครงการ 3.ประสานงาน กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4.ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรม 1. ผู้บ2. ผู้รัโครงกที่เกี่ยว5.วิธีด าเนินการ
93 กลุ่มเป้าหมาย เป้าหมาย พื้นที่ด าเนินงาน ระยะเวลา งบประมาณ บริหาร บผิดชอบโครงการ บุคลากรที่กี่ยวข้อง 22 คน ห้องสมุด ประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อ าเภอสัตหีบ พ.ย. 2563 - บริหาร ับผิดชอบ การและบุคลากร วข้อง 22 คน กศน.อ าเภอสัตหีบ พ.ย. 2563 - บริหาร ับผิดชอบ การและบุคลากร วข้อง 22 คน ห้องสมุด ประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อ าเภอสัตหีบ ธ.ค. 2563 -
กิจกรรมหลัก วัตถุประสงค์ ก4.กิจกรรมส่งเสริมการอ่านจัดเป็น ฐานการเรียนรู้ต่างๆ กิจกรรมที่ 1 หีบ “เอก” กิจกรรมที่ 2 หีบ “ทวิ” กิจกรรมที่ 3 หีบ “ไตร” กิจกรรมที่ 4 หีบ “จตุ” กิจกรรมที่ 5 หีบ “เบญจ” กิจกรรมที่ 6 หีบ “ฉ” กิจกรรมที่ 7 หีบ “สตต” 1. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกิจกรรมส่งเสริมการ อ่าน 2. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้พัฒนา ทักษะชีวิต รวมทั้งเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ ดีเหมาะสมกับวัยและความต้องการของแต่ ละบุคคล 3. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ สามารถน า ความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิต ประจ าวัน ขยายผล และเผยแพร่ให้กับผู้อื่น ได้ นักศึกสัตหีบในพื้น5. สรุปและรายงานผลการด าเนิน โครงการ เพื่อสรุปผลและรายงานผลการด าเนิน โครงการให้ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องทราบ เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนและ พัฒนาการด าเนินโครงการในระยะต่อไป 1.ผู้บริ2.ผู้รับและบุเกี่ยวข
94 กลุ่มเป้าหมาย เป้าหมาย พื้นที่ด าเนินงาน ระยะเวลา งบประมาณ กษา กศน.อ าเภอ บและประชาชน นที่อ าเภอสัตหีบ 29,500 คน ห้องสมุด ประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อ าเภอสัตหีบ และพื้นที่อ าเภอ สัตหีบ ม.ค. 2564 ถึง ก.ย. 2564 จ านวน 399,730.- (สามแสน เก้าหมื่นเก้า พันเจ็ดร้อย สามสิบบาท ถ้วน) ริหาร บผิดชอบโครงการ บุคลากรที่ ข้อง 22 คน กศน.อ าเภอสัตหีบ ก.ย. 2564 -
95 6. วงเงินงบประมาณทั้งโครงการ 1. งบด าเนินงานเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อหนังสือ สื่อ ส าหรับห้องสมุดประชาชนแผนงาน พื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน ผลผลิตที่ 5 ผู้รับบริการการศึกษาตามอัธยาศัย จ านวน 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) 2. งบอุดหนุน ค่าจัดการเรียนการสอน แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาการศึกษาเพื่อความยั่งยืน โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน จ านวน 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) 3. งบอุดหนุน ค่าจัดการเรียนการสอน จากแผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาการศึกษาเพื่อความ ยั่งยืน โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน จ านวน 30,000 บาท (สามหมื่นบาทถ้วน) 4. งบด าเนินงานเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารหน่วยงานในการปฏิบัติงาน แผนงานพื้นฐาน ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน ผลผลิตที่ 5 ผู้รับบริการการศึกษาตามอัธยาศัย จ านวน 18,000 บาท (หนึ่งหมื่นแปดพันบาทถ้วน) 5. งบด าเนินงานเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารหน่วยงานในการปฏิบัติงาน แผนงานพื้นฐาน ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน ผลผลิตที่ 5 ผู้รับบริการการศึกษาตามอัธยาศัย จ านวน 18,000 บาท (หนึ่งหมื่นแปดพันบาทถ้วน) 6. งบด าเนินงานเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารหน่วยงานในการปฏิบัติงาน แผนงานพื้นฐาน ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน ผลผลิตที่ 5 ผู้รับบริการการศึกษาตามอัธยาศัย จ านวน 16,480 บาท (หนึ่งหมื่นหกพันสี่ร้อยแปดสิบบาทถ้วน) 7. งบอุดหนุน ค่าจัดการเรียนการสอน แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาการศึกษาเพื่อความยั่งยืน โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน จ านวน 53,546 บาท (ห้าหมื่นสามพันห้าร้อยสี่สิบหกบาทถ้วน) 8. งบด าเนินงาน กิจกรรมจัดสร้างแหล่งเรียนรู้ แผนงานพื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพคน ผลผลิตที่ 5 ผู้รับบริการการศึกษาตามอัธยาศัย จ านวน 13,704 บาท (หนึ่งหมื่นสามพันเจ็ดร้อยสี่บาทถ้วน) รวมทั้งสิ้น 399,730.- (สามแสนเก้าหมื่นเก้าพันเจ็ดร้อยสามสิบบาทถ้วน) 7. สถานที่ด าเนินการ - พื้นที่ ในอ าเภอสัตหีบ - บ้านหนังสือชุมชนในอ าเภอสัตหีบ - ที่ว่าการอ าเภอสัตหีบ - ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี”อ าเภอสัตหีบ 8. ผู้รับผิดชอบโครงการ 9.1 นางสาวศิริทรัพย์ กิตติภิญโญวัฒน์ 9.2 นางสาวพรทิพย์ พลอยประไพ
96 9. เครือข่าย 10.1 ที่ว่าการอ าเภอสัตหีบ 10.2 คณะกรรมการสถานศึกษา 10.3 อาสาสมัครบ้านหนังสือชุมชน 10.4 หน่วยงาน ภาครัฐและภาคเอกชน 10. โครงการที่เกี่ยวข้อง 11.1 โครงการการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 11.2 โครงการจัดการศึกษาต่อเนื่อง 11.3 โครงการส่งเสริมการอ่านและพัฒนาทักษะการเรียนของนักศึกษา กศน. 11. ผลลัพธ์(Outcomes) ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้ศึกษาความรู้ และมีนิสัยรักการอ่านและสามารถเพิ่มอัตราการอ่านในอนาคต ได้ และเพื่อให้ ประชาชนในพื้นที่อ าเภอสัตหีบและ นักศึกษากศน.อ าเภอสัตหีบ ได้รับการ ส่งเสริมการ อ่าน 12. ดัชนีวัดผลและความส าเร็จของโครงการ 12.1 ตัวชี้วัดผลผลิต (Outputs) ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้รับความรู้จากการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน“สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่ง ความรู้” และสามารถน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้ ร้อยละ 80 ขึ้นไป 12.2 ตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Outcomes) 13.2.1 ผู้เข้าร่วมโครงการฯ เห็นความส าคัญของการอ่านและสามารถเพิ่มอัตราการอ่านได้ 13.2.2 ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้รับการ พัฒนาทักษะชีวิต และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 13.2.3 ผู้เข้าร่วมโครงการฯ น าไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้ดี
97 13. การติดตามและประเมินผลโครงการ 14.1 แบบสอบถาม 14.2 แบบติดตามผู้เข้าร่วมโครงการ 14.3 การรายงานผลการจัดโครงการ ผู้เสนอโครงการ (นางสาวศิริทรัพย์ กิตติภิญโญวัฒน์) บรรณารักษ์ (นางสาวพรทิพย์ พลอยประไพ) บรรณารักษ์ ผู้อนุมัติโครงการ (นางสุรัสวดี เลี้ยงสุพงศ์) ผู้อ านวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ
98 บริบทศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 1. สภาพทั่วไปของสถานศึกษา ชื่อสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบที่อยู่ เลขที่ 1020/7 หมู่ที่ 1 อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี รหัสไปรษณีย์ 20180เบอร์โทรศัพท์ 038-439076 เบอร์โทรสาร 038-439076 สังกัด ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดชลบุรี ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ส านักงาน ปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ 2. ประวัติความเป็นมาของสถานศึกษา ประวัติสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ ประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 4 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2551 ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่อง จัดตั้ง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชลบุรี สถานภาพเป็นสถานศึกษาในราชการส่วนกลาง สังกัด ส านักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กระทรวงศึกษาธิการ อาณาเขตที่ตั้ง สถานศึกษา อ าเภอสัตหีบตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดชลบุรี ติดชายฝั่งทะเลด้านทิศตะวันออกของอ่าว ไทย อยู่ห่างจากจังหวัดชลบุรีไปทางทิศตะวันออก ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) ประมาณ 84 กิโลเมตรอาณาเขตที่ตั้งสถานศึกษา เลขที่ 1020/7 หมู่ที่ 1 อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี รหัสไปรษณีย์ 20180 เบอร์โทรศัพท์ 038-439076 เบอร์โทรสาร 038-439076 3. สภาพของชุมชน อ าเภอสัตหีบมีเขตติดต่อกับเมืองพัทยาซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ส าคัญของโลก และสภาพ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของอ าเภอสัตหีบได้ ถูกรักษาไว้เป็นอย่างดีเนื่องจากเป็นเขตหวงห้ามของ ทหารเรือ ความกดดันการใช้พื้นที่ค่อนข้างหนาแน่นของเมืองพัทยาท าให้อ าเภอสัตหีบเป็นแหล่งระบาย นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาพักอาศัยในโรงแรม และที่พักรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมี สิ่งแวดล้อมที่ดี มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงคุณภาพในพื้นที่หลากหลายที่มีชื่อเสียงของภาคเอกชน ได้แก่ สวนนงนุช วิหารเซียน และสถานที่ของทางราชการ เช่น เรือรบหลวงจักรีนฤเบศร์ อ่าวต่าง ๆ ในเขตฐาน ทัพเรือสัตหีบ หมู่บ้านประมงช่องแสมสาร เป็นต้น รวมทั้งการเดินทางไปสู่แหล่งท่องเที่ยวในพัทยาไม่ ไกล นอกจากนี้ทรัพยากรประมงยังอุดมสมบูรณ์กว่าพื้นที่ใกล้เคียงในภาคตะวันออก จึงท าให้เหมาะสม ใน การพักอาศัย ส าหรับคนต่างชาติ 4. ลักษณะที่ตั้ง อ าเภอสัตหีบตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดชลบุรี ติดชายฝั่งทะเลด้านทิศตะวันออกของอ่าว ไทย อยู่ห่างจากจังหวัดชลบุรีไปทางทิศตะวันออก ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) ประมาณ 84 กิโลเมตร เนื้อที่ และประชากร อ าเภอสัตหีบ มีเนื้อที่รวมทั้งอ าเภอประมาณ 348,122 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นเนื้อที่ 217,575 ไร่ ประชากรมีประชากร จากทะเบียนราษฎร์จ านวน 164,168 คน ชาย 90,156 คน หญิง 74,012 คน คิดเป็นสัดส่วน 1 : 0.82 ความหนาแน่นของประชากรเฉลี่ยต่อ พื้นที่ 493 คนต่อตารางกิโลเมตร 5. อาณาเขตติดต่อ ทิศเหนือ ติดต่อกับอ าเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ทิศใต้ ติดต่อกับอ่าวไทย
99 ทิศตะวันออก ติดต่อกับอ าเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และอ าเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ทิศตะวันตก จรดอ่าวไทย 6. ลักษณะภูมิประเทศ สภาพพื้นที่ของอ าเภอสัตหีบ เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนล้อมรอบ ไม่มีภูเขาใหญ่ มีภูเขา ขนาดกลางและขนาดเล็กจ านวนมาก จึงท าให้พื้นที่อ าเภอสัตหีบส่วนใหญ่เป็นเนินสูง และที่ราบลุ่ม บริเวณติดต่อกับทะเลจะมีลักษณะลาดเอียงจากทิศตะวันออกของอ าเภอลงสู่ทิศตะวันตกด้านอ่าวไทย เปอร์เซ็นต์ความลาดเอียง ประมาณ 5 – 10 เปอร์เซ็นต์ ลักษณะเช่นนี้ เมื่อฝนตกหนักจะชะล้างพังทลาย หน้าดินผ่านลงมาทางตะวันตกของอ าเภออยู่เสมอ ลักษณะดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทราย ล าน้ า ส าคัญไม่มี มีแต่ล าห้วย ล าคลองขนาดเล็ก อ าเภอสัตหีบยังประกอบด้วยเกาะต่าง ๆ อีกจ านวน 26 เกาะ อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพเรือ เกาะที่ส าคัญได้แก่ เกาะแสมสาร เกาะแรด เกาะคราม เป็นต้น 7. พื้นที่และการใช้ประโยชน์ พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตทหาร การถือครองที่ดินในอ าเภอสัตหีบ การออกเอกสารสิทธิ์ ให้แก่ราษฎร มีรายละเอียด ดังนี้ - มีโฉนดที่ดิน จ านวน26,484 แปลง เนื้อที่ 35,285 ไร่ 2 งาน 29 ตารางวา - หนังสือรับรองการท าประโยชน์ (น.ส.3 ก) จ านวน24,314 แปลง เนื้อที่ 25,193 ไร่ 2 งาน 70 ตารางวา - หนังสือรับรองการท าประโยชน์ (น.ส.3) จ านวน2,162 แปลง เนื้อที่ 21,048 ไร่ 3 งาน 90 ตารางวา - หนังสือส าคัญส าหรับที่หลวง (น.ส.ล.) จ านวน 56 แปลง 8. การปกครอง แบ่งเขตการปกครองตาม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 เป็น 5 ต าบล 41 หมู่บ้าน ดังนี้ 1) ต าบลสัตหีบ 9 หมู่บ้าน 2) ต าบลบางเสร่ 11 หมู่บ้าน 3) ต าบลพลูตาหลวง 8 หมู่บ้าน 4) ต าบลนาจอมเทียน 9 หมู่บ้าน 5) ต าบลแสมสาร 4 หมู่บ้าน ด้านก ารเมืองและกา รปกครอง อ าเภอสัตหีบเป็นเขตเลือกตั้งที่ 8 มีจ านวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ านวน1 คน จ านวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง รวม 99,892 คน แยกเป็น ชาย 53,632 คน หญิง 46,260 คน 9. วิสัยทัศน์ พันธกิจ ภายในปี 2565 ผู้เรียน/ผู้รับบริการของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอ าเภอ สัตหีบมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ ใช้แหล่งเรียนรู้โดยเครือข่ายมีส่วนร่วม 10. พันธกิจ 1. ออกแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับหลักสูตร 2. จัดระบบสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้และการบริหารการศึกษา 3. พัฒนาบุคลากรด้านการออกแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้/สื่อ/การประเมินผล
100 4. ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายและชุมชนในการจัดกิจกรรม การศึกษา 11. อัตลักษณ์ “รู้เท่าทัน เทคโนโลยี” 12. เอกลักษณ์ “องค์กรออนไลน์ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จาการค้นคว้างานวิจัยเกี่ยวข้องกับการประเมินโครงการกิจกรรมส่งเสริมการอ่านของ ส านักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยมีปรากฏน้อย ส่วนใหญ่แล้วที่ค้นพบเป็นการ ประเมินโครงการระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่านั้น ผู้ประเมินจึงน าเสนองานวิจัยที่เกี่ยวข้องของประเมิน โครงการ ดังนี้ รุ่งเรืองรัตน์ ชูโชติ(2554 : บทคัดย่อ) รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมการอ่านในชุมชน แบบมีส่วนร่วม กศน.อ าเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานีผลการประเมินโครงการส่งเสริมการอ่าน ในชุมชนแบบมีส่วนร่วม กศน.อ าเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานีเมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 ปรากฏผลดังนี้1) ผลการประเมินความคิดเห็นของครู และอาสาสมัครที่มีต่อโครงการส่งเสริมการ อ่านในชุมชนแบบมีส่วนร่วม กศน.อ าเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานีเมื่อสิ้นสุดโครงการของ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 โดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก 1.1) ด้านสภาพแวดล้อมความ คิดเห็นของครู กศน.ต าบลและอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน ที่มีต่อโครงการส่งเสริมการอ่านในชุมชนแบบ มีส่วนร่วม กศน.อ าเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานีด้านสภาพแวดล้อม เมื่อสิ้นสุดโครงการของ ปีงบประมาณ พ.ศ.2554 พบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก 1.2) ด้านปัจจัยน าเข้าความคิดเห็น ของครู กศน.ต าบลและอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน ที่มีต่อโครงการส่งเสริมการอ่านในชุมชนแบบมีส่วน ร่วม กศน.อ าเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานีด้านปัจจัยน าเข้าเมื่อสิ้นสุดโครงการของปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 พบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก 1.3) ด้านกระบวนการ ความคิดเห็นของครู กศน.ต าบล และอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน ที่มีต่อโครงการส่งเสริมการอ่านในชุมชนแบบมีส่วนร่วม กศน.อ าเภอ หนองแสง จังหวัดอุดรธานีด้านกระบวนการเมื่อสิ้นสุดโครงการ ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 พบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด 1.4) ด้านผลผลิต ความคิดเห็นของครู กศน.ต าบลและอาสาสมัคร ส่งเสริมการอ่าน ที่มีต่อโครงการส่งเสริมการอ่านในชุมชนแบบมีส่วนร่วม กศน.อ าเภอหนองแสง จังหวัด อุดรธานีด้านผลผลิต เมื่อสิ้นสุดโครงการ ของปีงบประมาณ พ.ศ.2554 พบว่า มีความเหมาะสมอยู่ใน ระดับมากที่สุด 2) ผลการศึกษาผลกระทบที่เกิดจากการด าเนินโครงการส่งเสริมการอ่านในชุมชนแบบมี ส่วนร่วม กศน.อ าเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี2.1) ด้านความ พึงพอใจ ของนักเรียน นักศึกษาและ ประชาชนทั่วไป ที่มีต่อโครงการส่งเสริมการอ่าน ในชุมชนแบบมีส่วนร่วม กศน.อ าเภอหนองแสง จังหวัด อุดรธานี เมื่อสิ้นสุดโครงการ ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 โดยรวม อยู่ในระดับมาก 2.2) ด้านนิสัยรัก การอ่านของนักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป เมื่อสิ้นสุดโครงการ ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 มีพฤติกรรมบ่งชี้อยู่ในระดับมาก 2.3) ผลกระทบด้านการอ่านในชุมชน พบว่า กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ที่ กศน.อ าเภอหนองแสงจัดขึ้น สามารถกระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัวต่อการอ่านมีความสนใจต่อการอ่าน และมีทัศนคติที่ดีต่อการอ่านยิ่งขึ้น โดยสรุปการพัฒนาโครงการส่งเสริมการอ่านในชุมชนแบบมี
101 ส่วนร่วมกศน. อ าเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานีบรรลุเป้าหมายของการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน โดย นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ชอบอ่านหนังสือและพัฒนาการทางการอ่านดีขึ้นมาก อย่างไรก็ ตามควรด าเนินการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อปลูกฝังค่านิยมที่ดีงามในการส่งเสริมให้ทุกคน ในชุมชนมี นิสัยรักการอ่านหนังสือและการอ่านกว้างขึ้น สามารถแสวงหาความรู้ด้วยตนเองและน าความรู้ต่าง ๆ ที่ได้จากการอ่านหนังสือไปใช้ในชีวิตประจ าวัน จันจิรา คุณฑี (2555 : 79-80) ได้ศึกษาการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ในโรงเรียนต้นแบบส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษากาญจนบุรี ผลการวิจัย พบว่า (1) ผลประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ในโรงเรียนต้นแบบส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษากาญจนบุรี โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มากเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านบริบท อยู่ในระดับมาก ด้านปัจจัยน าเข้า อยู่ในระดับมาก ด้านกระบวนการอยู่ในระดับ มาก และด้านผลผลิต อยู่ในระดับมาก ผลการประเมินนิสัยรักการอ่านของนักเรียน ด้านความส าคัญของการ อ่านด้านพฤติกรรมนิสัยรักการอ่านของนักเรียน ด้านการใช้ห้องสมุด และด้านผลจากการอ่านโดย ภาพรวม อยู่ในระดับ มาก ผลการประเมินนิสัยรักการอ่านของนักเรียน ในความคิดเห็นของผู้ปกครอง นักเรียนอยู่ในระดับ มาก (2) โรงเรียนต้นแบบส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน สังกัดส านักงานเขตพื้นที่ การศึกษากาญจนบุรี มีผลงานในการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) ได้แก่ โรงเรียนบ้านเจ้าเณร อนันต์ ธรรมทอง (2558 : 90) ได้ศึกษาการประเมินโครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เพื่อ พัฒนาสมรรถนะด้านการอ่าน ของนักเรียนโรงเรียนเมืองพลพิทยาคม องค์การบริหารส่วนจังหวัด ขอนแก่น ผลการประเมินโครงการ พบว่า 1) ผลการประเมินด้านสภาพแวดล้อม ตามความคิดเห็นของ ผู้บริหารและครู โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุดและมีความคิดเห็นใกล้เคียงกัน เมื่อพิจารณาเป็นราย ข้อโดยเรียงความคิดเห็น 3 อันดับแรก คือเพื่อปลูกฝังและส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนเพื่อ กระตุ้นและสนับสนุนให้นักเรียนสนใจการอ่านอยู่เสมอและ เพื่อให้นักเรียนเห็นความส าคัญและ ประโยชน์ของการรักการอ่านซึ่งผ่านเกณฑ์ประเมิน 2) ผลการประเมินด้านปัจจัยน าเข้าตามความคิดเห็น ของผู้บริหารและครู โดยภาพรวมอยู่ในระดับ “มาก” แล้วความคิดเห็นด้านงบประมาณต่ ากว่าด้าน บุคลากรกับด้านวัสดุอุปกรณ์ เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อโดยเรียงความคิดเห็น 3 อันดับ คือ ผู้บริหารและ ครูในโรงเรียนให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการด าเนินงาน วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดกิจกรรม และวัสดุ ทางด้านโสตทัศนวัสดุที่ใช้ในการจัดกิจกรรมซึ่งผ่านเกณฑ์ประเมินซึ่งผ่านเกณฑ์ประเมิน 3) ผลการ ประเมินด้านกระบวนการ ตามความคิดเห็นผู้บริหารและครูโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และมีความ คิดเห็นใกล้เคียงกัน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อโดยเรียงความคิดเห็น 3 อันดับแรก คือ การจัดกิจกรรมค่าย รักการอ่าน จัดให้มีกิจกรรมหยุดทุกงานอ่านทุกคนและมีการจัดท ารายงาน สรุปผล การด าเนินกิจกรรม เป็นรูปเล่มซึ่งผ่านเกณฑ์ประเมิน 4) ผลการประเมินด้านผลผลิต 4.1 ตามความคิดเห็นผู้บริหารและครู โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากและมีความคิดเห็นใกล้เคียงกัน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อโดยเรียงความ คิดเห็น 3 อันดับแรก คือ ครูมีความพึงพอใจต่อนิสัยรักการอ่านของนักเรียนที่พัฒนาขึ้น นักเรียนที่ร่วม กิจกรรมเกิดความสนใจและมีนิสัยรักการอ่านและนักเรียนเกิดทักษะด้านการอ่านซึ่งผ่านเกณฑ์ประเมิน ซึ่งผ่านเกณฑ์ประเมิน 4.2 ตามความคิดเห็นของนักเรียน โดยภาพรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง และมี ความคิดเห็นใกล้เคียงกัน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อโดยเรียงความคิดเห็น 3 อันดับเเรก คือ การจัด กิจกรรมค่ายรักการอ่านจัดกิจกรรมที่นักเรียนมีส่วนร่วม เช่น การจัดสัปดาห์ห้องสมุด กิจกรรมการ แข่งขันต่างๆ และการประดับตกแต่งห้องสมุดเพื่อบรรยากาศผ่อนคลาย ซึ่งผ่านเกณฑ์ประเมิน
102 4.3 ตามความคิดเห็นของผู้ปกครองนักเรียน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และมีความคิดเห็นใกล้เคียง กัน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อโดยเรียงความคิดเห็น 3 อันดับแรก คือ โรงเรียนมีสภาพแวดล้อมเหมาะสม กับการเป็นสถานศึกษาที่ศึกษาหาความรู้ โรงเรียนจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านอย่างเพียงพอ และ โรงเรียนเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองแสดงความคิดเห็นในการจัดกิจกรรมการเรียน ซึ่งผ่านเกณฑ์ประเมิน 4.4 ด้านผลผลิตเกี่ยวกับการพฤติกรรมการอ่านของนักเรียน โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง และมี ความคิดเห็นใกล้เคียงกัน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อโดยเรียงความเห็น 3 อันดับแรก คือ เมื่อมีเวลา ข้าพเจ้าจะอ่านหนังสือเสมอ ข้าพเจ้ามีความสุขและสนุกกับการอ่านหนังสือ และข้าพเจ้าอยากให้จัดมุม หนังสือไว้ในห้องเรียนซึ่งผ่านเกณฑ์ประเมิน เพ็ญพิไลลักษณ์ มณีภาค (2559 : 80-83) ได้ศึกษารายงานผลการประเมินโครงการส่งเสริมรัก การอ่าน โรงเรียนหนองพอกวิทยา ผลการศึกษา พบว่า 1) ด้านบริบทหรือสภาวะแวดล้อม ครูและ ผู้ปกครองนักเรียนมีความคิดเห็นว่า บริบทหรือสภาวะแวดล้อมของโครงการส่งเสริมรักการอ่าน โดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.63 ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ การก าหนดหลักการของโครงการ สอดคล้อง กับนโยบายของส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นโยบายของโรงเรียน การก าหนด วัตถุประสงค์สอดคล้องกับปัญหา และหลักการของโครงการ และพบว่า การก าหนดวัตถุประสงค์ เป้าหมาย หลักการ ของโครงการมีความสอดคล้องกัน ประกอบกับมีการเตรียมการภายในของ สถานศึกษาอยู่ใน ระดับมาก 2) ด้านปัจจัยพื้นฐานโครงการส่งเสริมรักการอ่าน โดยรวมอยู่ในระดับมาก ที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.54 ครูและผู้ปกครองนักเรียนมีความเห็นว่า รายการที่มีความพร้อมซึ่งมีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ มีครู และบุคลากรรับผิดชอบโครงการเพียงพอ มีนโยบายและวิสัยทัศน์ของสถานศึกษาสนับสนุน มี วัสดุ อุปกรณ์ สื่อ และอาคารสถานที่เพียงพอ อยู่ในระดับมากที่สุด 3) ด้านกระบวนการ โครงการ ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ครูและผู้ปกครองนักเรียน มีความคิดเห็นว่าด้านกระบวนการโดยรวมอยู่ใน ระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.57 ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ มีปฏิทินการนิเทศภายใน มีการประเมินการ ท างานมีค าสั่งแต่งตั้งผู้รับผิดชอบ และมีการให้ค าปรึกษาแนะน า 4) ด้านผลผลิต (4.1) ผลการประเมิน กิจกรรมโครงการส่งเสริมรักการอ่าน โดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 4.45 เรียงล าดับค่าเฉลี่ยจากมาก ไปหาน้อย ดังนี้ กิจกรรมวันส าคัญ กิจกรรมว่างจากงานอ่านทุกคน กิจกรรมเสียงตามสาย กิจกรรมอ่าน บทเพลงสู่งานเขียน และกิจกรรมพี่ช่วยน้องรักการอ่านด้วยหนังสือเล่มเล็ก (4.2) ผลการประเมินรักการ อ่านของนักเรียน โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.55 ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ให้ความส าคัญ ของการอ่าน อ่านอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาว่าง ให้เป็นประโยชน์โดยการอ่าน อ่านหนังสือได้หลายประเภท และอ่านหนังสือได้จ านวนหน้าเพิ่มขึ้น อยู่ในระดับมากที่สุด (4.3) ผลการประเมินพฤติกรรมการเรียน ของนักเรียนโดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 4.46 ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ น าการอ่านมาเป็นกิจวัตร ประจ าวัน นักเรียนมีสมุดบันทึกการอ่าน และเข้าเรียนตรงเวลา (4.4) ผลการประเมินความพึงพอใจของ นักเรียนต่อโครงการส่งเสริมรักการอ่าน โดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 4.47 ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ พึงพอใจต่อเครือข่ายส่งเสริม การอ่านภายใน พึงพอใจกิจกรรมว่างจากงานอ่านทุกคน และกิจกรรม โครงการมีความเหมาะสม (4.5) ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ปกครอง นักเรียนต่อโครงการ ส่งเสริมรักการอ่าน ผู้ปกครองนักเรียนที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการมีความคิดเห็นว่า มีความพึงพอใจต่อ โครงการส่งเสริมรักการอ่านโดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 4.40 ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ การมีส่วน ร่วมของนักเรียน ความพึงพอใจต่อเครือข่ายส่งเสริมการอ่านภายในโรงเรียนและ ความพึงพอใจกิจกรรม ว่างจากงานอ่านทุกคน อยู่ในระดับมาก
103 เข้ม ชอบกิตติ์วรกุล (2560 : 209-201) ได้ศึกษาการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน โรงเรียนอมก๋อยวิทยาคม จังหวัดเชียงใหม่ ผลการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านโรงเรียนอม ก๋อยวิทยาคม จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า โดยรวมทั้งด้านบริบท ด้านปัจจัยน าเข้า ด้านกระบวนการ ด าเนินการและด้านผลการด าเนินการอยู่ในระดับมาก สูงกว่าเกณฑ์ที่ก าหนดไว้ เรียงตามล าดับค่าเฉลี่ย ของแต่ละด้าน คือ ด้านบริบท หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ และเป้าหมายของโครงการส่งเสริม นิสัยรักการอ่านโรงเรียนอมก๋อยวิทยาคม จังหวัดเชียงใหม่ มีความสอดคล้องกับนโยบาย วิสัยทัศน์และ เป้าหมายของโรงเรียนอมก๋อยวิทยาคม จังหวัดเชียงใหม่ ในระดับมาก รองลงมาคือด้านกระบวนการ ด าเนินการ พบว่า มีการปฏิบัติและเป็นจริงในระดับมาก ส่วนด้านปัจจัยน าเข้าพบว่ามีความเหมาะสม และความเพียงพอในระดับมาก และด้านผลการด าเนินการพบว่ามีความส าเร็จและความพึงพอใจ ใน ระดับมาก ส าหรับข้อเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านโรงเรียนอมก๋อย วิทยาคม จังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้จากการประเมินโครงการในแต่ละด้าน สรุปได้ดังนี้ ด้านบริบทของ โครงการ ควรปรับเป้าหมายของโครงการให้มีความสอดคล้องกับนโยบาย วิสัยทัศน์ เป้าหมายและบริบท ของโรงเรียน รวมทั้งมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติอย่างชัดเจน ด้านปัจจัยน าเข้าของโครงการ ควรมีการ จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน เชิญชวนให้บุคลากรทั้งภายในและภายนอกมี ส่วนร่วมในการสนับสนุนโครงการด้านกระบวนการด าเนินการ ควรเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมใน การวางแผนการจัดกิจกรรมการอ่านอย่างชัดเจนและเหมาะสม มีการนิเทศ ก ากับติดตามและพัฒนา อย่างต่อเนื่อง ด้านผลการด าเนินการโครงการ ควรมีการจัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อสร้างแรงบันดาล ใจและดึงดูดความสนใจให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมการอ่าน ให้มีนิสัยรักการอ่านอย่างสม่ าเสมอ ส่วนผล การตรวจสอบยืนยันข้อเสนอแนะแนวทาง ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 5 คน เห็นด้วยกับข้อเสนอแนะแนวทาง ดังกล่าว เพราะมีความเหมาะสมเป็นไปได้และสามารถน าไปปฏิบัติให้เกิดผลในเชิงประจักษ์ได้จริง มนต์ชัย ไวมาตย์ (2560 : บทคัดย่อ) ได้ศึกษารายงานผลการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัย รักการอ่านของโรงเรียนบ้านศรีสุข จังหวัดมหาสารคาม ผลการประเมิน พบว่า 1. การประเมินโครงการ ส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของโรงเรียนบ้านศรีสุข จังหวัดมหาสารคาม สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษามหาสารคาม เขต 3 ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ด้านบริบท ด้านปัจจัยเบื้องต้นด้านกระบวนการ ด้าน ผลผลิต ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและครูคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองนักเรียน และนักเรียน ผลการประเมินเป็นดังนี้1.1) ด้านบริบท พบว่า ผลการวิเคราะห์การ ประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของโรงเรียนบ้านศรีสุข จังหวัดมหาสารคาม สังกัดส านักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 3 ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและ ครูคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองนักเรียนและนักเรียน ทั้ง 4 ชุด โดยรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด 1.2) ด้านปัจจัยเบื้องต้น พบว่า ผลการวิเคราะห์การประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ของโรงเรียนบ้านศรีสุข จังหวัดมหาสารคาม สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา มหาสารคาม เขต 3 ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและครูคณะกรรมการสถานศึกษาขั้น พื้ น ฐ า น ผู้ ป ก ค ร อง นั ก เ รี ย น แ ล ะ นั ก เ รี ย น ทั้ ง 4 ชุ ด โ ด ย ร ว ม อ ยู่ ใ น ร ะ ดั บ ม า ก 1.3) ด้านกระบวนการ พบว่า ผลการวิเคราะห์การประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของโรงเรียน บ้านศรีสุข จังหวัดมหาสารคาม สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 3 ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและครูคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองนักเรียนและนักเรียน ทั้ง 4 ชุด โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 1.4) ด้านผลผลิต พบว่า ผลการ
104 วิเคราะห์การประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของโรงเรียนบ้านศรีสุข จังหวัดมหาสารคาม สังกัด ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 3 ตามความคิดเห็นของผู้บริหาร สถานศึกษาและครูคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองนักเรียนและนักเรียน ทั้ง 4 ชุด โดยรวมอยู่ในระดับมาก 1.5) ผลการวิเคราะห์การประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านโรงเรียนบ้าน ศรีสุข จังหวัดมหาสารคาม สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 3 ตาม ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง นักเรียน และนักเรียน ทั้ง 4 ชุด ในภาพรวมพบว่าอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านพบว่าอยู่ในระดับมาก ที่สุด จ านวน 2 ด้าน เรียงจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านกระบวนการ และด้านบริบท อยู่ในระดับมาก จ านวน 2 ด้าน เรียงจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านปัจจัยเบื้องต้น และด้านผลผลิต 2. แนวทางการ พัฒนานิสัยรักการอ่านของโรงเรียนบ้านศรีสุข จังหวัดมหาสารคาม สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษามหาสารคาม เขต 3 ได้แก่ จัดเกมการเล่นสะกดค า การอ่านนิทานจากภาพง่าย ๆ และ เขียนเรื่องสั้นให้เพื่อนอ่านแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ให้ความรู้ปลูกฝังคุณธรรมด้านประหยัดและเศรษฐกิจ จัดสรรสิ่งที่เหมาะสม ทั้งสถานที่ เวลา งบประมาณ ครูบรรณารักษ์ควรมีเวลาท างานได้เต็มที่ จัดงบประมาณ ในการจัดซื้อ วัสดุอุปกรณ์ หนังสือ ให้เพียงพอ และหาเวลาว่าง หาความรู้เข้ามาแทรกใน กิจกรรมต่าง ๆ พัชรี ขวัญศรี (2561 : ก-ง) ได้ศึกษาการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โดยใช้กิจกรรมสร้างสรรค์ 4 ลักษณะโรงเรียนวังวิเศษ ผลการประเมินพบว่า 1. ผลการประเมินด้าน สภาพแวดล้อมโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโดยใช้กิจกรรมสร้างสรรค์ 4 ลักษณะ โรงเรียนวังวิเศษ ปีการศึกษา 2561 ตามความคิดเห็นของครูและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยภาพรวมทั้งสองกลุ่มที่ประเมินมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์ที่ก าหนด อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาราย กลุ่มผู้ประเมิน พบว่า กลุ่มคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นว่าด้านสภาพแวดล้อม โครงการมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก และรองลงมาคือ กลุ่มครู มีความคิดเห็นว่าด้าน สภาพแวดล้อมโครงการมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก 2. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้านปัจจัยน าเข้า โครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโดยใช้กิจกรรมสร้างสรรค์ 4 ลักษณะโรงเรียนวังวิเศษ ปีการศึกษา 2561 ตามความคิดเห็นของครูโดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณา เป็นรายด้าน พบว่า ด้านวัสดุอุปกรณ์และอาคารสถานที่ มีค่าเฉลี่ยสูงสุดในระดับมาก รองลงมา คือ งบประมาณมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ส่วนด้านการบริหารจัดการและด้านหน่วยงานที่สนับสนุน มีค่าเฉลี่ยต่ าสุด อยู่ในระดับมากเช่นกัน ทุกด้านผ่านเกณฑ์การประเมิน 3. ผลการประเมินด้าน กระบวนการในการด าเนินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโดยใช้กิจกรรมสร้างสรรค์ 4 ลักษณะโรงเรียนวังวิเศษ ปีการศึกษา 2561 ตามความคิดเห็นของนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โดยภาพรวมทั้งสามกลุ่มที่ประเมิน มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์ที่ก าหนดอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาราย กลุ่มผู้ประเมิน พบว่า กลุ่มผู้ปกครอง มีความคิดเห็นว่าด้านกระบวนการของโครงการ มีคุณภาพอยู่ใน ระดับมาก รองลงมา คือ กลุ่มนักเรียน มีความคิดเห็นว่าด้านกระบวนการของโครงการ มีคุณภาพอยู่ใน ระดับมาก ส่วนกลุ่มครู มีความคิดเห็นว่าด้านกระบวนการของโครงการ มีคุณภาพอยู่ในระดับมาก 4. ผลการประเมินด้านผลผลิตของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโดยใช้กิจกรรม สร้างสรรค์4 ลักษณะโรงเรียนวังวิเศษ ปีการศึกษา 2561 ตามความคิดเห็นของนักเรียน ครูและ ผู้ปกครองหลังเสร็จสิ้นโครงการ จ าแนกตามตัวชี้วัด พบว่า 4.1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้านผลผลิต
105 เกี่ยวกับคุณภาพการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโดยใช้กิจกรรมสร้างสรรค์ 4 ลักษณะ โรงเรียน วังวิเศษ ปี การศึกษา 2561 ตามความคิดเห็นของนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โดยภาพรวมทั้งสามกลุ่ม ที่ประเมินมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์ที่ก าหนด ได้คะแนนรวมเฉลี่ย 10 ผ่านเกณฑ์ภาพรวมและทุกประเด็น ตัวชี้วัดที่ประเมิน เมื่อพิจารณารายกลุ่มผู้ประเมิน พบว่า กลุ่มผู้ปกครอง มีความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณภาพ การส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโดยใช้กิจกรรมสร้างสรรค์ 4 ลักษณะโรงเรียนวังวิเศษ ปี การศึกษา 2561 ว่ามีคุณภาพอยู่ในระดับมาก รองลงมา คือ กลุ่มนักเรียน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับ คุณภาพการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโดยใช้กิจกรรมสร้างสรรค์ 4 ลักษณะโรงเรียนวังวิเศษ ปีการศึกษา 2561 ว่ามีคุณภาพอยู่ในระดับมาก 4.2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้านผลผลิตเกี่ยวกับ พฤติกรรมการมีนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโดยใช้กิจกรรมสร้างสรรค์ 4 ลักษณะ โรงเรียนวังวิเศษ ปี การศึกษา 2561 ตามความคิดเห็นของครู และผู้ปกครอง โดยภาพรวมทั้งสองกลุ่มที่ประเมินมีค่าเฉลี่ย สูงกว่าเกณฑ์ที่ก าหนดได้คะแนนรวมเฉลี่ย 10 ผ่านเกณฑ์ภาพรวมและทุกรายการที่ประเมินเมื่อ พิจารณารายกลุ่มผู้ประเมิน พบว่า กลุ่มครู มีความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมการมีนิสัยรักการอ่านของ นักเรียนโดยใช้กิจกรรมสร้างสรรค์4 ลักษณะโรงเรียนวังวิเศษ ปีการศึกษา 2561 ว่ามีคุณภาพอยู่ใน ระดับมาก มีค่าเฉลี่ยโดยภาพรวมสูงสุด ได้คะแนน 10 ผ่านเกณฑ์ภาพรวมและทุกรายการที่ประเมิน รองลงมา คือกลุ่มผู้ปกครอง มีความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมการมีนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโดยใช้ กิจกรรมสร้างสรรค์ 4 ลักษณะโรงเรียนวังวิเศษ ปีการศึกษา 2561 ว่ามีคุณภาพอยู่ในระดับมาก มี ค่าเฉลี่ยโดยภาพรวม ได้คะแนน 10 ผ่านเกณฑ์ภาพรวมและทุกรายการที่ประเมิน 4.3 ผลสัมฤทธิ์ระดับ สถานศึกษาของนักเรียนโรงเรียนวังวิเศษ ปีการศึกษา 2561 ผลการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ตามหลักสูตรสถานศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนวังวิเศษ ปี การศึกษา 2560-2561 โดยภาพรวม ปีการศึกษา 2561 มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าปีการศึกษา 2560 ร้อยละ 3.33 ได้คะแนนเฉลี่ย 10 ผ่านเกณฑ์ประเด็นการประเมิน 4.4 สมรรถนะส าคัญของนักเรียนโรงเรียนวัง วิเศษ ปีการศึกษา 2561 ผลการวิเคราะห์ผลการประเมินสมรรถนะส าคัญของนักเรียนตามหลักสูตร โรงเรียนวังวิเศษ ปีการศึกษา2560-2561 โดยภาพรวม ปีการศึกษา 2561 มีค่าเฉลี่ยระดับคุณภาพระดับ ดีขึ้นไปสูงกว่าปีการศึกษา2560 ร้อยละ 26.01 ได้คะแนนเฉลี่ย 10 ผ่านเกณฑ์ประเด็นการประเมิน 4.5 ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มี ต่อการด าเนินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโดยใช้กิจกรรมสร้างสรรค์ 4 ลักษณะ โรงเรียนวังวิเศษ ปีการศึกษา 2561 ตามความคิดเห็นของนักเรียน ครูผู้ปกครอง และคณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐานโดยภาพรวมทั้งสี่กลุ่มที่ประเมิน มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์ที่ก าหนด ได้คะแนนรวม เฉลี่ย 10 ผ่านเกณฑ์ภาพรวมและทุกรายการที่ประเมิน เมื่อพิจารณารายกลุ่มผู้ประเมิน พบว่า กลุ่ม คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความพึงพอใจที่มีต่อการด าเนินโครงการ ส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโดยใช้กิจกรรมสร้างสรรค์ 4 ลักษณะโรงเรียนวังวิเศษ ปีการศึกษา 2561 ว่ามีคุณภาพอยู่ในระดับมาก รองลงมา คือ กลุ่มผู้ปกครอง มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความพึงพอใจที่ มีต่อการด าเนินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโดยใช้กิจกรรมสร้างสรรค์ 4 ลักษณะ โรงเรียนวังวิเศษปีการศึกษา 2561 ว่ามีคุณภาพอยู่ในระดับมาก ส่วนกลุ่มครู มีค่าเฉลี่ยต่ าสุด อยู่ใน ระดับมากเช่นกัน ได้คะแนน 10 ผ่านเกณฑ์ภาพรวมและทุกรายการที่ประเมิน นิโรธ วิชาธิคุณ(2561 : บทคัดย่อ) ได้ศึกษารายงานการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการ อ่านโรงเรียนเทศบาล 3 (โศภนพิทยาคุณานุสรณ์) อ าเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ผลการประเมินพบว่า
106 1. ด้านสภาวะแวดล้อม พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาผลการประเมินเป็นรายข้อ พบว่าอยู่ในระดับมากทุกข้อ และข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดได้แก่ วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับ สภาพปัญหาของนักเรียน รองลงมาคือ วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมนิสัยรัก การอ่านของส านักการศึกษา เทศบาลนครหาดใหญ่ 2. ด้านปัจจัยน าเข้า พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณาผลการประเมินเป็นรายข้อ พบว่าอยู่ในระดับมากทุกข้อ และข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด ได้แก่ บุคลากรที่จัดโครงการ มีความรู้ในเรื่องการจัดกิจกรรม รองลงมา คือ ความสะดวกด้านการใช้สื่อ วัสดุ อุปกรณ์และเทคโนโลยีเร้าความสนใจแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม 3. ด้านกระบวนการ พบว่า โดย ภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาผลการประเมินเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากทุกข้อ และที่มี ค่าเฉลี่ยมากที่สุดได้แก่ มีค าสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการด าเนินงานโครงการ รองลงมาคือ ผู้รับผิดชอบ โครงการรายงานผลการด าเนินโครงการเสนอผู้บริหาร 4. ด้านผลผลิต สรุปผลการประเมิน ดังนี้4.1 ผลการประเมินกิจกรรมโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านโรงเรียนเทศบาล 3 (โศภนพิทยาคุณานุสรณ์) อ าเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยเรียงล าดับกิจกรรมจากมากไปหาน้อย 4.1.1 กิจกรรมอ่านบทเพลงสู่ งานเขียน พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาผลการประเมินเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ใน ระดับมากที่สุด ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดได้แก่ การน าบทเพลงที่ชื่นชอบมาอ่านให้เพื่อนฟัง 4.1.2 กิจกรรมส่งเสริมทักษะการอ่าน พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาผลการประเมิน เป็นรายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมาก ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด ได้แก่ นักเรียน มีนิสัยรักการอ่านดีขึ้น 4.1.3 กิจกรรมวางจากงานอ่านทุกคน พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาผลการประเมินเป็น รายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมาก ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด ได้แก่ ใช้เวลาว่างในการอ่าน 4.1.4 กิจกรรม พัฒนาห้องสมุด พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาผลการประเมินเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากทุกข้อ เรียงล าดับค่าเฉลี่ยมากที่สุด ได้แก่ นักเรียนยืมหนังสือห้องสมุดไปอ่าน รองลงมา คือ ห้องสมุดจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านอย่างสม่ าเสมอ และ มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด ได้แก่ นักเรียนจัด นิทรรศการผลงานจากกิจกรรมการอ่าน 4.1.5 กิจกรรมพี่ช่วยน้องรักการอ่านด้วยหนังสือเล่มเล็ก พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาผลการประเมินเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมาก ข้อที่มี ค่าเฉลี่ยมากที่สุด ได้แก่ ส่งเสริมการท างานแบบร่วมมือ 4.2 การประเมินนิสัยรักการอ่านของนักเรียน พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุดเมื่อพิจารณาผลการประเมินเป็นรายข้อ พบว่าอยู่ในระดับมาก ที่สุด ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด ได้แก่ ให้ความส าคัญของการอ่าน 4.3 การประเมินพฤติกรรมนิสัยรักการ อ่านของนักเรียน พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากทุกข้อ เมื่อพิจารณาผลการประเมินเป็นรายข้อ พบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด และข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด ได้แก่ ร่วมกิจกรรมเต็มเวลา 4.4 การประเมิน ความพึงพอใจของนักเรียนต่อกิจกรรมการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ที่สุด เมื่อพิจารณาผลการประเมินเป็นรายข้อ พบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด ได้แก่ ความพึงพอใจผลงานของตนเองที่เกิดจากกิจกรรมโครงการ 4.5 การแบบประเมินความพึงพอใจของ ผู้บริหาร ครูและผู้ปกครองนักเรียนต่อกิจกรรมการส่งเสริมนิสัยรักการ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาผลการประเมินเป็นรายข้อ พบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด ได้แก่ ปริมาณของกิจกรรมโครงการเหมาะสมไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป โกมล ยุนุ้ย (2561 : บทคัดย่อ) ได้ศึกษารายงานการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ของนักเรียน โรงเรียนบ้านเหนือคลอง ปีการศึกษา 2561 ผลการประเมิน พบว่า 1.1 ผลการประเมิน สภาวะแวดล้อมด้านความเหมาะสมและความสอดคล้องของวัตถุประสงค์โครงการ โดยภาพรวมพบว่า
107 มีความเหมาะสมและความสอดคล้องอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายตัวชี้วัดการประเมิน พบว่า มีความเหมาะสมและความสอดคล้องอยู่ในระดับมากที่สุดทุกตัวชี้วัด เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์ การประเมินสรุปได้ว่า โดยภาพรวมและรายตัวชี้วัด ผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินที่ก าหนดไว้ 1.2 ผลการประเมินสภาวะแวดล้อมด้านความต้องการจ าเป็นของโครงการ พบว่า โดยภาพรวมมีความ ต้องการจ าเป็นของโครงการอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายตัวชี้วัดการประเมินพบว่า มีความ ต้องการจ าเป็นอยู่ในระดับมากที่สุดทุกตัวชี้วัด เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์การประเมินสรุปได้ว่า ผลการ ประเมินโดยภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมินที่ก าหนดไว้ และผลการประเมินรายตัวชี้วัดผ่านเกณฑ์การ ประเมินที่ก าหนดไว้ทุกตัวชี้วัด 1.3 ผลการประเมินสภาวะแวดล้อมของโครงการโดยภาพรวมคือ ด้าน ความเหมาะสม ความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ และความต้องการจ าเป็นของโครงการ พบว่ามีความ เหมาะสม มีความสอดคล้อง และความต้องการจ าเป็นอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายตัวชี้วัด การประเมินพบว่า วัตถุประสงค์โครงการมีความเหมาะสม มีความสอดคล้อง และความต้องการจ าเป็น อยู่ในระดับมากที่สุดทุกตัวชี้วัด เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์การประเมินสรุปได้ว่า ผลการประเมินโดย ภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมินที่ก าหนดไว้ และผลการประเมินรายตัวชี้วัดผ่านเกณฑ์การประเมินที่ ก าหนดไว้ทุกตัวชี้วัดผลการประเมินปัจจัยเบื้องต้นของโครงการ พบว่า โดยภาพรวมปัจจัยเบื้องต้นของ โครงการมีความเพียงพออยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายตัวชี้วัดการประเมินพบว่า ตัวชี้วัด 1,5,6,7,8,9 และ 10 มีความเพียงพออยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนตัวชี้วัดที่ 2,3 และ 4 มีความ เพียงพออยู่ในระดับมาก เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์การประเมินสรุปได้ว่า ผลการประเมินโดยภาพรวม ผ่านเกณฑ์การประเมินที่ก าหนดไว้ และผลการประเมินรายตัวชี้วัดผ่านเกณฑ์การประเมินที่ก าหนดไว้ทุก ตัวชี้วัด ผลการประเมินด้านกระบวนการด าเนินงานของโครงการ พบว่า โดยภาพรวมกระบวนการ ด าเนินงานมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายตัวชี้การประเมิน พบว่า ตัวชี้วัด ที่ 1,5,6 และ 8 มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนตัวชี้วัดที่ 2,3,4 และ 7 มีความเหมาะสมอยู่ ในระดับมาก เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์การประเมินสรุปได้ว่า ผลการประเมินโดยภาพรวมผ่านเกณฑ์ การประเมินที่ก าหนดไว้และผลการประเมินรายตัวชี้วัดผ่านเกณฑ์การประเมินที่ก าหนดไว้ทุกตัวชี้วัดผล การประเมินด้านผลผลิต สรุปได้ดังนี้4.1. ผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ พบว่า โดยภาพรวมผลผลิตโครงการมีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายตัวชี้วัดการ ประเมินพบว่า ตัวชี้วัดที่ 1,2,3,6 และ 8 มีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนตัวชี้วัดที่ 4,5,7 และ 9 มีคุณภาพอยู่ในระดับมาก เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์การประเมิน สรุปได้ว่า ผลการประเมินโดย ภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมินที่ก าหนดไว้และผลการประเมินรายตัวชี้วัดผ่านเกณฑ์การประเมินที่ ก าหนดไว้ทุกตัวชี้วัด4.2 ผลการประเมินความพึงพอใจที่มีต่อโครงการ สรุปได้ดังนี้4.1.1 ความพึงพอใจ ที่มีต่อรูปแบบการจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียน พบว่า โดยภาพรวมมีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายตัวชี้วัดการประเมิน พบว่า ตัวชี้วัดที่ 1,2,3 และ 5 มีความพึง พอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนตัวชี้วัดที่ 4 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์ การประเมินสรุปได้ว่า ผลการประเมินโดยภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมินที่ก าหนดไว้ และผลการ ประเมินรายตัวชี้วัดผ่านเกณฑ์การประเมินที่ก าหนดไว้ทุกตัวชี้วัด 4.1.2 ความพึงพอใจที่มีต่อบรรยากาศ ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียน พบว่า โดยภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณาเป็นรายตัวชี้วัด การประเมินพบว่า ตัวชี้วัดที่ 1,4,5 และ 7 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับ มากที่สุด ส่วนตัวชี้วัดที่ 2,3 และ 6 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์การ
108 ประเมินสรุปได้ว่า ผลการประเมินโดยภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมินที่ก าหนดไว้และผลการประเมิน รายตัวชี้วัดผ่านเกณฑ์การประเมินที่ก าหนดไว้ทุกตัวชี้วัด 4.3 ผลการประเมินนิสัยรักการอ่านและ การศึกษาค้นคว้าของนักเรียนโดยภาพรวมพบว่า นักเรียนมีนิสัยรักการอ่านและการศึกษาค้นคว้าโดย ปฏิบัติเป็นประจ าร้อยละ 85.84 เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์การประเมินสรุปได้ว่า นักเรียนมีนิสัยรักการ อ่านและการศึกษาค้นคว้าผ่านเกณฑ์การประเมินที่ก าหนดไว้คือ ร้อยละ 80 ขวัญชัย เปรียบยิ่ง (2561 : บทคัดย่อ) ได้ศึกษารายงานการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรัก การอ่าน โรงเรียนวัดศรีสุทธาราม สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร ผลการ ประเมินพบว่า 1. ผลการประเมินด้านสภาวะแวดล้อม (Context Evaluation) ของโครงการส่งเสริม นิสัยรักการอ่านโรงเรียนวัดศรีสุทธาราม สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร ภาพรวมมีความสอดคล้องอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ได้แก่ ด้านความสอดคล้องกับนโยบายต้นสังกัด อยู่ในระดับมากที่สุด และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ าที่สุด ได้แก่ ด้านความสอดคล้องกับความต้องการของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง อยู่ในระดับมาก 2. ผลการประเมิน ด้านปัจจัยน าเข้า(Input Evaluation) ของโครงการส่งเสริม นิสัยรักการอ่าน โรงเรียนวัดศรีสุ ทธาราม สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร ภาพรวมมีความเพียงพออยู่ใน ระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ได้แก่ ด้านบุคลากรด าเนินงาน อยู่ ในระดับมากที่สุด ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ าที่สุด ได้แก่ ด้านงบประมาณ อยู่ในระดับมาก 3. ผลการ ประเมินด้านกระบวนการ (Process Evaluation) โครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน โรงเรียนวัดศรีสุ ทธาราม สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาครภาพรวม มีการปฏิบัติอยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ข้อ 6 ด าเนินงานตามโครงการส่งเสริมนิสัยรัก การอ่านอย่างต่อเนื่องและสม่ าเสมอ อยู่ในระดับมากที่สุด และข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ าที่สุด ได้แก่ ข้อ 24 ตรวจสอบความก้าวหน้าของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านอย่างต่อเนื่อง อยู่ในระดับมาก 4. ผลการ ประเมินด้านผลผลิต (Product Evaluation) โครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน โรงเรียนวัดศรี สุทธาราม สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร สรุปได้ดังนี้4.1 นักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีพฤติกรรมนิสัยรักการอ่านระดับดีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 86.24 บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ร้อยละ 80 4.2 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 มีผลการประเมิน ความสามารถด้านการอ่าน ระดับดีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 91.26 บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ร้อยละ 80 4.3 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 มีผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน ระดับดีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 88.89 บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ร้อยละ 80 4.4 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 มีผลการ ประเมินความสามารถด้านการอ่านระดับดีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 84.50 บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ร้อยละ 80 ชวัลวิทย์ ไชยทัณย์ (2562 : บทคัดย่อ) รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช ผลการ ประเมินสรุปได้ดังนี้ 1) ภาพรวมผลการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอ าเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.76 ด้านที่มีความเหมาะสมมากที่สุดคือ ด้านกระบวนการ รองลงมาคือด้านผลผลิตและด้านที่มีความ เหมาะสมน้อยที่สุดคือ ด้านปัจจัยเบื้องต้น และเมื่อเทียบกับเกณฑ์การประเมินซึ่งได้ก าหนดไว้ในกรอบ
109 การประเมินว่าต้องมีค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 3.51 ขึ้นไปนั้น ปรากฏว่าผ่านเกณฑ์การประเมิน 2) ด้านความ เพียงพอเหมาะสมของปัจจัยเบื้องต้น (Input) พบว่า ในภาพรวมมีความเพียงพอเหมาะสม อยู่ในระดับ ปานกลาง ค่าเฉลี่ย 3.43 รายการที่มีความเพียงพอเหมาะมากที่สุด คือด้านบุคลากร บุคลากรให้ความ ร่วมมือในการด าเนินโครงการ ส่วนด้านงบประมาณเป็นด้านที่มีความเพียงพอเหมะสมอยู่ในระดับน้อย ถึงปานกลาง และเมื่อเทียบกับเกณฑ์การประเมิน ซึ่งได้ก าหนดไว้ในกรอบการประเมินว่าต้องมีค่าเฉลี่ย ตั้งแต่ 3.51 ขึ้นไปนั้น ปรากฏว่าไม่เป็นไปตามเกณฑ์การประเมิน 3) ด้านกระบวนการ (Process) ภาพรวมมีระดับการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.94 เมื่อเทียบกับเกณฑ์การประเมิน ซึ่งได้ก าหนด ไว้ในกรอบการประเมินว่าต้องมีค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 3.51 ขึ้นไปนั้น ปรากฏว่าผ่านเกณฑ์การประเมินในขั้น การด าเนินงานมีการปฏิบัติมากที่สุดคือ สถานศึกษามีการแต่งตั้งคณะกรรมด าเนินงานโครงการส่งเสริม นิสัยรักการอ่านชัดเจน รองลงมาคือขั้นการวางแผน มีการแบ่งหน้าที่สม่ าเสมอปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ที่สุด ส่วนในด้านของรูปแบบ การจัดกิจกรรม มีการปฏิบัติมากมี่สุดคือกิจกรรมส่งเสริมการอ่านมีความ เหมาะสม กับเพศ วัย และมีการแนะน าการใช้ห้องสมุดให้กับนักศึกษา ส่วนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการ อ่านมีความหลากหลายน่าสนใจ และกิจกรรมส่งเสริมการอ่านสอดคล้องกับความสนใจและความ ต้องการของผู้รับบริการอยู่ในระดับมาก กิจกรรมส่งเสริมการอ่านสอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ใน รายวิชาต่าง ๆ ของนักศึกษามีการปฏิบัติอยู่ในระดับน้อย 4) ด้านผลผลิต (Product) ตามวัตถุประสงค์ ของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอ พิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่าในด้านของครูและบรรณารักษ์มีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับ มาก ค่าเฉลี่ย 3.92 รายการที่พึงพอใจมากที่สุดคือ นักศึกษาสามารถน าทักษะการอ่านไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจ าวัน รองลงมาคือนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมมีนิสัยรักการอ่าน ผลการวิเคราะห์นิสัยรักการ อ่านของนักศึกษา ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.99 เมื่อเทียบกับเกณฑ์การประเมิน ซึ่งได้ก าหนด ไว้ในกรอบการประเมินว่า ต้องมีค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 3.51 ขึ้นไปนั้นปรากฏว่าผ่านเกณฑ์การประเมิน ทั้งด้าน ครู บรรณารักษ์และนักศึกษา ข้อเสนอแนะจากผลการประเมิน 1) ด้านปัจจัยเบื้องต้นของโครงการ ในระดับนโยบายรัฐบาลควรให้ความส าคัญในการสนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรมปลูกฝังนิสัยรัก การอ่านให้เป็นรูปธรรมถึงแม้จะมีการประกาศเป็นวาระแห่งชาติ และก าหนดเป็นทศวรรษแห่งการอ่าน ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2552-2561 แล้วก็ตาม แต่การขับเคลื่อนในเรื่องนี้ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเท่าที่ควร โดยเฉพาะในเรื่องของการสนับสนุนงบประมาณ สื่อวัสดุส่งเสริมการอ่านซึ่งไม่แตกต่างไปจากเดิม ในระดับสถานศึกษา สถานศึกษาให้นักศึกษา ครู และบุคลากรในสถานศึกษามีส่วนร่วมในการจัดหา ทรัพยากรในห้องสมุดให้มีความเพียงพอและตรงตามกับความต้องการ จัดหางบประมาณที่ใช้ในการ ด าเนินโครงการมีความเพียงพอและเหมาะสม ควรมีการระดมทรัพยากรและการมีส่วนร่วมจากภาคี เครือข่ายภายนอกมาสนับสนุนการจัดโครงการให้มากขึ้น ทั้งในด้านของงบประมาณและสื่อวัสดุการอ่าน ในระดับผู้ปฏิบัติ ควรมีการเสริมสร้างศักยภาพและให้ความรู้แก่ครูผู้จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้มี ความเป็นมืออาชีพมีความช านาญและรู้จักบูรณาการกิจกรรมการอ่านให้เข้ากับการเรียนการสอนให้มาก ขึ้น การน าสื่อและเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ในการจัดกิจกรรมโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน รวมทั้งมี การประสานความร่วมมือกับบรรณารักษ์ห้องสมุดประชาชน เพื่อบูรณาการในการจัดกิจกรรมให้ สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้และความต้องการของผู้เรียน 2) ด้านกระบวนการ ควรมีการจัดกิจกรรม ส่งเสริมการอ่านที่เร้าความสนใจอย่างต่อเนื่องและสม่ าเสมอเหมาะสมกับวัยกับนักศึกษา และควรมีการ วิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นของกลุ่มเป้าหมายก่อนที่จะจัดกิจกรรมเนื่องจากนักศึกษาของศูนย์การศึกษา
110 นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความแตกต่างระหว่างวัย และวัฒนธรรมที่หลากหลาย 3) ด้านผลผลิต ควรเน้นให้มีกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักศึกษา มีทักษะทางด้าน การอ่าน รู้จักการคิดวิเคราะห์เป็น ซึ่งจะน ามาสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต อันเป็นรากฐานในการพัฒนาใน ด้านอื่น ๆ ต่อไป และกิจกรรมที่เร้าใจท้าทายความสนใจ ท้าทายความสามารถของผู้เรียน รวมทั้งมีความ หลากหลาย เพื่อให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ อย่างมีความสุข และเป็นกิจกรรมที่เน้นให้ผู้เรียนได้ ปฏิบัติจริงสามารถแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง จากการศึกษาเอกสารแนวคิด ทฤษฎีการวิจัย ที่เกี่ยวข้องดังกล่าว จึงเป็นข้อสนับสนุนที่ให้ จัดท าการประเมินโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์ แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีขึ้น โดยได้ใช้แนวทางการบริหารจัดการคุณภาพสถานศึกษา และนโยบายการจัดการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการ ในด้านกระบวนการเรียนการสอน ด้านการบริหารจัดการ และด้านปัจจัย ทั้งนี้ ได้ใช้การประเมินโครงการแบบจ าลองซิปป์ (CIPP Model) ที่มีรูปแบบการด าเนินอย่างครบวงจร มีการ เก็บรวบรวมข้อมูลตามที่ก าหนดไว้ น ามาปรับเป็นเครื่องมือ เพื่อส ารวจสภาพการด าเนินการ รวมถึง ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ แล้วน าข้อมูลมาจัดท าเป็นสารสนเทศ ผลการศึกษาที่ได้จะเป็น ประโยชน์และใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุง และพัฒนาการจัดการศึกษา ซึ่งจะมีผลสืบเนื่องไป สู่นักเรียน ชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในโอกาสต่อไป
111 บทที่ 3 วิธีด าเนินการประเมิน การประเมินโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัด ชลบุรีครั้งนี้ ผู้ประเมินได้ด าเนินการตามล าดับหัวข้อ ดังนี้ 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 3. การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 4. วิธีการประเมินโครงการ 5. การเก็บรวบรวมข้อมูล 6. การวิเคราะห์ข้อมูล 7. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2.1 ประชากรที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา นักศึกษาและประชาชนในพื้นที่บริการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีแยกออกเป็น 1) ผู้บริหารสถานศึกษา จ านวน 1 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา จ านวน 22 คน นักศึกษา จ านวน 100 คนและประชาชนในพื้นที่บริการศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีจ านวน 2,200 คน รวมทั้งสิ้น 2,322 คน 2.2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา นักศึกษาและประชาชนในพื้นที่บริการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีแยกออกเป็น 1) ผู้บริหารสถานศึกษา จ านวน 1 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา จ านวน 22 คน นักศึกษา จ านวน 100 คนและประชาชนในพื้นที่บริการศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีจ านวน 327 คน รวมทั้งสิ้น 449 คน ดังนี้ 1) ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา นักศึกษา จ านวน 122 คน ได้มาโดยการเลือก แบบเจาะจง (Purposive Sampling) 2) ประชาชนในพื้นที่บริการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จ านวน 327 คน ได้มาจากการก าหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางของ เครซี่ และมอร์แกน (Krejcie and Morgan, 1970 อ้างใน บุญชม ศรีสะอาด 2560: 43) และใช้วิธีการ สุ่มแบบแบ่งชั้น ก าหนดจ านวนกลุ่มตัวอย่างแต่ละต าบล ตามสัดส่วนของจ านวนนักศึกษาแต่ละต าบล แล้วท าการสุ่มอย่างง่ายในแต่ละต าบลจนครบตามจ านวน รายละเอียดกลุ่มตัวอย่าง แสดงดังตาราง 6
112 สถานภาพ ประชากร กลุ่มตัวอย่าง ผู้บริหารสถานศึกษา 1 1 ครูและบุคลากรทางการศึกษา 21 21 นักศึกษา 100 100 ประชาชน 2,200 327 รวม 2,322 449 ตาราง 6 แสดงจ านวน ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการประเมินโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีมีดังนี้ 1. แบบประเมิน ชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ ที่ผู้ประเมินสร้าง ขึ้น จ านวน 2 ฉบับ คือ ฉบับที่ 1 แบบประเมินโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการ อ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอ สัตหีบ จังหวัดชลบุรีส าหรับผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางศึกษา ประกอบด้วย ตอนที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบ เป็นแบบส ารวจรายการ (Check list) จ าแนกเป็น เพศ ต าแหน่ง ระดับการศึกษา อายุ ตอนที่ 2 ประเมินเกี่ยวกับโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริม การอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีซึ่งจะครอบคลุม ขอบข่ายการประเมินตามรูปแบบจ าลองซิปป์ของสตัฟเฟิลบีม (Stufflebeam) แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ด้านสภาวะแวดล้อม ด้านปัจจัยน าเข้า ด้านกระบวนการ ด้านผลผลิต ลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) มี 5 ระดับ จ านวน 60 ข้อ (บุญชม ศรี สะอาด. 2560 : 103) โดยก าหนดระดับความคิดเห็นของผู้ตอบ ดังนี้ 5 หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด 4 หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก 3 หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับปานกลาง 2 หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับน้อย 1 หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับน้อยที่สุด ฉบับที่ 2 แบบประเมินนิสัยรักการอ่านของนักศึกษาที่เกิดจากโครงการการจัด การศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีจ านวน 15 ข้อ
113 2. แบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ ที่ผู้ประเมินสร้าง ขึ้น จ านวน 2 ฉบับ คือ ฉบับที่ 1 แบบสอบถามความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อโครงการการจัดการศึกษาตาม อัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีส าหรับนักศึกษา ประกอบด้วย ตอนที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบ เป็นแบบส ารวจรายการ (Check list) ตอนที่ 2 แบบสอบถามความพึงพอใจของนักศึกษาต่อโครงการการจัดการศึกษาตาม อัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) มี 5 ระดับ จ านวน 16 ข้อ (บุญชม ศรีสะอาด. 2560 : 103) โดยก าหนดระดับความพึงพอใจของผู้ตอบ ดังนี้ 5 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด 4 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก 3 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง 2 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับน้อย 1 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับน้อยที่สุด ฉบับที่ 2 แบบสอบถามความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อโครงการการจัดการศึกษา ตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีส าหรับประชาชน ประกอบด้วย ตอนที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบ เป็นแบบส ารวจรายการ (Check list) จ าแนกเป็น เพศ อายุ ระดับการศึกษา ตอนที่ 2 แบบสอบถามความพึงพอใจของประชาชนต่อโครงการการจัดการศึกษา ตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) มี 5 ระดับ จ านวน 14 ข้อ (บุญชม ศรีสะอาด. 2560 : 103) โดยก าหนดระดับความพึงพอใจของ ผู้ตอบ ดังนี้ 5 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด 4 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก 3 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง 2 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับน้อย 1 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับน้อยที่สุด โดยใช้เกณฑ์การแปลความหมายของค่าเฉลี่ย ดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด. 2556 : 100) ค่าเฉลี่ย 4.51 - 5.00 หมายถึง มีผลการประเมินในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.51 - 4.50 หมายถึง มีผลการประเมินในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 2.51 - 3.50 หมายถึง มีผลการประเมินในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.51 - 2.50 หมายถึง มีผลการประเมินในระดับน้อย ค่าเฉลี่ย 1.00 - 1.50 หมายถึง มีผลการประเมินในระดับน้อยที่สุด
114 การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล การสร้างแบบประเมินและแบบสอบถาม เพื่อใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการประเมิน โครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีครั้งนี้ ผู้ประเมินได้ สร้างตามขั้นตอน ดังนี้ 1. วิเคราะห์พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและนโยบายส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย ที่เกี่ยวกับกิจกรรมส่งเสริมรักการอ่าน 2.ศึกษาเอกสาร ต ารา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการประเมินตามรูปแบบการประเมิน ของสตัฟเฟิลบีม (Stufflebeam) และโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 3. ก าหนดกรอบแนวคิดเพื่อสร้างข้อค าถามให้ครอบคลุมขอบข่ายการประเมินตามรูป แบบจ าลองซิปป์ (CIPP Model)ของสตัฟเฟิลบีม (Stufflebeam) และการประเมินความพึงพอใจที่เกี่ยวกับ โครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 4. ศึกษาการสร้างแบบประเมินและแบบสอบถาม ชนิดมาตราส่วนประมาณค่าตามวิธี ลิเคอร์ท จากหนังสือการวิจัยเบื้องต้นของบุญชม ศรีสะอาด (2560 : 90-103) 5. สร้างแบบประเมินและแบบสอบถาม ชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จ านวน 5 ฉบับ ดังนี้ ฉบับที่ 1 แบบประเมินโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการ อ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอ สัตหีบ จังหวัดชลบุรีส าหรับผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ฉบับที่ 2 แบบประเมินนิสัยรักการอ่านของนักศึกษา ประชาชนที่เกิดจากโครงการการ จัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ฉบับที่ 3 แบบสอบถามความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อโครงการการจัดการศึกษาตาม อัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีส าหรับนักศึกษา ฉบับที่ 4 แบบสอบถามความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อโครงการการจัดการศึกษา ตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีส าหรับประชาชน 6. น าแบบประเมินและแบบสอบถามฉบับร่าง เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญจ านวน 5 ท่าน เพื่อพิจารณาความถูกต้องแนะความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) และความถูกต้องในการใช้ ภาษา ความเหมาะสมของข้อความ ความชัดเจนของภาษา พร้อมทั้งระบุข้อบกพร่องแต่ละข้อ โดยผู้เชี่ยวชาญมีดังนี้
115 6.1 นายกฤตชัย อรุณรัตน์ อดีตเลขาธิการส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย 6.2 ดร.ศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย 6.3 ดร.อรรถเดช สรสุชาติ อาจารย์พิเศษผู้เชี่ยวชาญด้านสถิติวิจัย ผู้จัดการฝ่าย วิชาการสถาบันกวดวิชา Smart Learning Center 6.4 นางอรณิช วรรณนุช ผู้อ านวยการส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดกาญจนบุรี 6.5 นางชุติมนฑน์ เรืองกาญจนสุรีย์ ผู้อ านวยการส านักงานส่งเสริมการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้ประเมินได้ปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ ดังนี้ 1) ปรับปรุงข้อค าถามฉบับที่ 1 -4 ให้ข้อค าถามมีความชัดเจน แก้ไขค าผิด ปรับข้อ ค าถามให้ชัดเจน ไม่ก ากวม ปรับจ านวนข้อให้มีความเหมาะสมในแต่ละด้าน 2) ปรับข้อค าถามของแบบสอบถามส าหรับผู้ปกครอง เน้นข้อค าถามให้บ่งชี้ถึง ความพึงพอใจของผู้ปกครองต่อโครงการและแก้ไขค าผิดบางข้อ 7. หาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อค าถาม ค่า IOC กับเนื้อหาโดยใช้สูตร (สมบัติท้าย เรือค า. 2551 : 107) โดยคัดเลือกข้อที่มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.60 ขึ้นไป ผลการวิเคราะห์พบว่า แบบประเมิน ฉบับที่ 1 มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.80-100 แบบประเมินฉบับที่ 2 มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.80-1.00 แบบประเมิน ฉบับที่ 3 มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.80-1.00 แบบสอบถามฉบับที่ 4 มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.80-1.00 ถือว่าแบบ ประเมินและแบบสอบถามมีคุณภาพ 8. น าแบบประเมินและแบบสอบถามไปทดลองใช้(Try Out) กับผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางศึกษา นักศึกษาและประชาชน ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง แล้วน ามาวิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม ทั้ง 4 ฉบับ ดังนี้ 8.1 ฉบับที่ 1 แบบประเมินโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริม การอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีส าหรับผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา สร้างจ านวน 70 ข้อ ต้องการใช้จริง 60 ข้อ 1) หาค่าอ านาจจ าแนกรายข้อ (Item Discrimination)ของแบบสอบถาม โดยการค านวณค่าความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนรวม (Item-Total Correlation) มีค่าอ านาจจ าแนก ระหว่าง 0.24 - 0.80 ได้ข้อที่มีอ านาจตามเกณฑ์ 2) ค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบสอบถามโดยหาสัมประสิทธิ์แอลฟา (α - Coefficient) ตามวิธีของ Cronbach ทั้งฉบับ เท่ากับ 0. 80 8.2 ฉบับที่ 2 แบบประเมินนิสัยรักการอ่านของนักศึกษาที่เกิดจากโครงการการจัด การศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษา
116 นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีสร้างจ านวน 20 ข้อ ต้องการใช้จริง 15 ข้อ 1) หาค่าอ านาจจ าแนกรายข้อ (Item Discrimination)ของแบบสอบถาม โดยการ ค านวณค่าความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนรวม (Item-Total Correlation) มีค่าอ านาจจ าแนก ระหว่าง 0.24 - 0.77 ได้ข้อที่มีอ านาจตามเกณฑ์ 2) ค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบสอบถามโดยหาสัมประสิทธิ์แอลฟา (α - Coefficient) ตามวิธีของ Cronbach ทั้งฉบับ เท่ากับ 0.81 8.4 ฉบับที่ 3 แบบสอบถามความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อโครงการการจัดการศึกษา ตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีส าหรับนักศึกษา สร้างจ านวน 20 ข้อ ต้องการใช้ จริง 16 ข้อ 1) หาค่าอ านาจจ าแนกรายข้อ (Item Discrimination)ของแบบสอบถาม โดยการค านวณค่าความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนรวม (Item-Total Correlation) มีค่าอ านาจจ าแนก ระหว่าง 0.26 - 0.85 ได้ข้อที่มีอ านาจตามเกณฑ์ 2) ค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบสอบถามโดยหาสัมประสิทธิ์ แอลฟา (α - Coefficient) ตามวิธีของ Cronbach ทั้งฉบับ เท่ากับ 0.82 8.5 ฉบับที่ 4 แบบสอบถามความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อโครงการการจัด การศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีส าหรับประชาชน สร้างจ านวน 20 ข้อ ต้องการใช้จริง 14 ข้อ 1) หาค่าอ านาจจ าแนกรายข้อ (Item Discrimination)ของแบบสอบถาม โดยการค านวณค่าความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนรวม (Item-Total Correlation) มีค่าอ านาจจ าแนก ระหว่าง 0.34 - 0.81 ได้ข้อที่มีอ านาจตามเกณฑ์ 2) ค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบสอบถามโดยหาสัมประสิทธิ์ แอลฟา (α - Coefficient) ตามวิธีของ Cronbach ทั้งฉบับ เท่ากับ 0.84 9. จัดพิมพ์แบบประเมินและแบบสอบถามเป็นฉบับสมบูรณ์เพื่อน ามาใช้ในเก็บข้อมูลต่อไป วิธีการประเมินโครงการ การประเมินโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัด ชลบุรี มีขั้นตอนวิธีการประเมินโครงการ ดังนี้ 1. เตรียมการประเมินโครงการ ประชุมวางแผนร่วมกันระหว่าง ครู และบุคลาการทาง การศึกษา ผู้ที่เกี่ยวข้อง ระดมความคิดเห็น และสร้างความตระหนักแก่ทุกฝ่ายให้ได้รับทราบเพื่อก าหนด แนวทางวิธีการ หลักเกณฑ์และทฤษฎีที่จะน ามาใช้ในการประเมินโครงการการจัดการศึกษาตาม อัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
117 2. ท าการออกแบบกรอบการประเมินโดยใช้การประเมินตามรูปแบบจ าลองซิปป์โมเดล (CIPP model) ของสตัฟเฟิลบีม (Stufflebeam) รวมทั้ง ประเมินนิสัยรักการอ่าน การประเมินผล ความพึงพอใจที่เกิดขึ้นหลังการด าเนินโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีรายละเอียดในตาราง ตาราง 7 แสดงรายละเอียดวิธีการประเมินโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริม การอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี วัตถุประสงค์การ ประเมินโครงการ ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การ ประเมิน การแปลผลการ ประเมิน เครื่องมือใน การประเมิน แหล่งข้อมูล 1. เพื่อประเมิน โครงการการจัด การศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการ อ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์ แห่งความรู้” ของศูนย์ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตาม อัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี -ด้านสภาวะแวดล้อม -ด้านปัจจัยน าเข้า -ด้านกระบวนการ -ด้านผลผลิต 1.ระดับมาก ขึ้นไป 2. ค่าเฉลี่ย ≥3.51 ค่าเฉลี่ยจาก แบบสอบถามที่ให้ น้ าหนักตามมาตรา ส่วนประมาณค่าแล้ว เทียบกับเกณฑ์การ ประเมินที่ก าหนดไว้ แบบประเมิน ฉบับที่ 1 - ผู้บริหาร สถานศึกษา - ครูและ บุคลากรทางการ ศึกษา - 2.เพื่อประเมินนิสัยรัก การอ่านของนักศึกษาที่ เกิดจากโครงการการจัด การศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการ อ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์ แห่งความรู้” ของศูนย์ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตาม อัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี นิสัยรักการอ่านของ นักศึกษา ประชาชน ที่เกิดจากโครงการ การจัดการศึกษาตาม อัธยาศัย กิจกรรม ส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์ แห่งความรู้” ของ ศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอ าเภอ สัตหีบ จังหวัดชลบุรี 1.ระดับมาก ขึ้นไป 2. ค่าเฉลี่ย ≥3.51 ค่าเฉลี่ยจากแบบ ประเมินที่ให้น้ าหนัก ตามมาตราส่วน ประมาณค่าแล้วเทียบ กับเกณฑ์การประเมิน ที่ก าหนดไว้ แบบประเมิน ฉบับที่ 2 นักศึกษา/ ประชาชน
118 ตาราง 7 (ต่อ) วัตถุประสงค์การ ประเมินโครงการ ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การ ประเมิน การแปลผลการ ประเมิน เครื่องมือใน การประเมิน แหล่งข้อมูล 3. เพื่อประเมินความ พึงพอใจของนักศึกษา ต่อโครงการการจัด การศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการ อ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์ แห่งความรู้” ของศูนย์ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตาม อัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ความพึงพอใจของ นักศึกษาต่อโครงการ ส่งเสริมนิสัยรักการ อ่าน ของศูนย์ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตาม อัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 1.ระดับมาก ขึ้นไป 2. ค่าเฉลี่ย ≥3.51 ค่าเฉลี่ยจาก แบบสอบถามที่ให้ น้ าหนักตามมาตรา ส่วนประมาณค่าแล้ว เทียบกับเกณฑ์การ ประเมินที่ก าหนดไว้ แบบสอบถาม ฉบับที่ 3 นักศึกษา 4. เพื่อประเมินความ พึงพอใจของประชาชน ต่อโครงการการจัด การศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการ อ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์ แห่งความรู้” ของศูนย์ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตาม อัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ความพึงพอใจของ ประชาชน ต่อโครงการการจัด การศึกษาตาม อัธยาศัย กิจกรรม ส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์ แห่งความรู้” ของ ศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอ าเภอ สัตหีบ จังหวัดชลบุรี 1.ระดับมาก ขึ้นไป 2. ค่าเฉลี่ย ≥3.51 ค่าเฉลี่ยจาก แบบสอบถามที่ให้ น้ าหนักตามมาตรา ส่วนประมาณค่าแล้ว เทียบกับเกณฑ์การ ประเมินที่ก าหนดไว้ แบบสอบถาม ฉบับที่ 4 ประชาชน การเก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูลด าเนินการตามขั้นตอนดังนี้ 1. กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ประเมินได้เก็บรวบรวมข้อมูลด้วย ตนเอง โดยมีการชี้แจงวัตถุประสงค์ ของการเก็บรวบรวมข้อมูล พร้อมรับแบบประเมินและแบบสอบถาม กลับคืนด้วยตนเอง 2. กลุ่มตัวอย่างที่เป็น นักศึกษา ผู้ประเมินได้มอบหมายให้ครูแต่กลุ่มเรียน เป็นผู้เก็บ รวบรวมข้อมูล โดยมีการชี้แจงวัตถุประสงค์ ของการเก็บรวบรวมข้อมูล พร้อมรับแบบประเมินและ แบบสอบถามกลับคืน 2. ประชาชน ผู้ประเมินได้ท าหนังสือจากศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ ถึงประชาชนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง พร้อมมีการชี้แจง ท าความเข้าใจ แล้วนัดหมาย วัน เวลาเก็บแบบประเมินและแบบสอบถามคืน เมื่อครบก าหนดผู้ประเมินได้ด าเนินเก็บรวบรวมข้อมูล ด้วยตนเอง
119 การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ประเมินได้ด าเนินการวิเคราะห์ข้อมูลตามขั้นตอนดังนี้ 1. น าแบบประเมินและแบบสอบถามทั้งหมดมาตรวจสอบความสมบูรณ์ ความถูกต้องในการ ตอบแบบสอบถาม แล้วน ามาคัดเลือกฉบับที่สมบูรณ์และถูกต้องเพื่อน ามาวิเคราะห์ข้อมูล 2. ตรวจและลงรหัส แทนค่าในแบบรายการของแบบประเมิน ดังนี้ 5 หมายถึง มีระดับความคิดเห็น/พึงพอใจมากที่สุด 4 หมายถึง มีระดับความคิดเห็น/พึงพอใจมาก 3 หมายถึง มีระดับความคิดเห็น/พึงพอใจปานกลาง 2 หมายถึง มีระดับความคิดเห็น/พึงพอใจน้อย 1 หมายถึง มีระดับความคิดเห็น/พึงพอใจน้อยที่สุด 3. น าข้อมูลจากแบบประเมินและแบบสอบถามมาวิเคราะห์ดังนี้ 3.1 แบบประเมินที่เป็นแบบตรวจสอบรายการ (Checklist) น ามาแจกแจงความถี่ของ ค าตอบแต่ละรายการ แล้ววิเคราะห์ข้อมูล โดยหาค่าร้อยละ 3.2 แบบประเมินที่เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) น ามาหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูป ดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพส่วนตัวของผู้ตอบแบบสอบถาม วิเคราะห์โดยใช้ สถิติความถี่ และร้อยละ แล้วน าเสนอในรูปแบบตารางประกอบความเรียง ตอนที่ 2 ข้อมูลการประเมินโครงการ วิเคราะห์โดยหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน แล้วน าเสนอในรูปตารางประกอบความเรียงการแปลความหมายข้อมูล จากค่าเฉลี่ย ดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด. 2560 : 103) ค่าเฉลี่ยระหว่าง 4.51-5.00 หมายถึง ผลการประเมินอยู่ในระดับความคิดเห็น มากที่สุดหรือปฏิบัติได้ผลดีที่สุด/พึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ยระหว่าง 3.51-4.50 หมายถึง ผลการประเมินอยู่ในระดับความคิดเห็น มากหรือปฏิบัติได้ผลดี/พึงพอใจมาก ค่าเฉลี่ยระหว่าง 2.51-3.50 หมายถึง ผลการประเมินอยู่ในระดับความคิดเห็น ปานกลางหรือปฏิบัติเป็นบางครั้ง หรือปฏิบัติได้ผลพอใช้/พึงพอใจปานกลาง ค่าเฉลี่ยระหว่าง 1.51-2.50 หมายถึง ผลการประเมินอยู่ในระดับความคิดเห็น น้อยหรือปฏิบัตินาน ๆ ครั้ง ความคิดเห็นหรือปฏิบัติได้ผลไม่น่าพอใจ/พึงพอใจน้อย ค่าเฉลี่ยระหว่าง 1.00 -1.50 หมายถึง ผลการประเมินอยู่ในระดับความคิดเห็นน้อย ที่สุดหรือปฏิบัติได้ผลไม่น่าพอใจที่สุด/พึงพอใจน้อยที่สุด
120 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1. สถิติพื้นฐาน 1.1 ร้อยละ ค านวณจากสูตร P = f N ×100 เมื่อ P แทน ร้อยละ f แทน ความถี่ที่ต้องการแปลงให้เป็นร้อยละ N แทน จ านวนความถี่ทั้งหมด 1.2 ค่าเฉลี่ย โดยใช้สูตร (บุญชม ศรีสะอาด. 2560 :102) X = ∑ เมื่อ X แทน ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง ∑ X แทน ผลรวมของคะแนนในกลุ่มตัวอย่าง N แทน จ านวนกลุ่มตัวอย่าง 1.3 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานโดยใช้สูตร(บุญชม ศรีสะอาด. 2560 : 103) S.D. = √ ∑ 2−(∑ ) 2 (−1) เมื่อ S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน X แทน คะแนนแต่ละคน ∑ X 2 แทน ผลรวมคะแนนแต่ละคนยกก าลังสอง N แทน จ านวนกลุ่มตัวอย่าง 2. สถิติที่ใช้หาคุณภาพเครื่องมือ 2.1 วิเคราะห์ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา โดยหาค่าดัชนีความสอดคล้องและความเหมาะสม ของข้อค าถาม (IOC: Index of Consistency) (บุญชม ศรีสะอาด, 2560 : 63) IOC = ∑ R N เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับวัตถุประสงค์ R แทน ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด N แทน จ านวนผู้เชี่ยวชาญ
121 2.2 การหาค่าอ านาจจ าแนกหาโดยใช้สูตร (บุญชม ศรีสะอาด. 2560 : 87) ดังนี้ r = ∑ −(∑ )(∑ ) √{ ∑ 2−(∑ ) 2} { ∑ 2−(∑ ) 2} เมื่อ r แทน ค่าอ านาจจ าแนก X แทน คะแนนของข้อที่หาค่าอ านาจจ าแนก Y แทน คะแนนรวมของทุกข้อ 2.3 ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามใช้วิธีของCronbach โดยใช้สูตร ดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด. 2560 : 96) s s 2 t 2 i 1 k 1 k เมื่อ แทน ค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่น k แทน จ านวนข้อของแบบสอบถาม s 2 i แทน ผลรวมของความแปรปรวนของแต่ละข้อ s 2 t แทน ความแปรปรวนของคะแนนรวม
122 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การประเมินโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัด ชลบุรีผู้ประเมินได้น าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามล าดับ ดังนี้ 1. สัญลักษณ์ที่ใช้น าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 2. ขั้นตอนน าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 3. ผลการประเมิน สัญลักษณ์ที่ใช้น าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล n แทน จ านวนกลุ่มตัวอย่าง x̅แทน ค่าเฉลี่ย (Mean) S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) ขั้นตอนน าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ประเมินได้ก าหนดล าดับขั้นตอนในการน าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ ตอนที่ 1 ผลการประเมินโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตอนที่ 2 ผลการประเมินนิสัยรักการอ่านของนักศึกษา ประชาชน ที่เกิดจากโครงการการ จัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตอนที่ 3 ผลการประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อโครงการการจัดการศึกษาตาม อัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตอนที่ 4 ผลการประเมินความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อโครงการการจัดการศึกษาตาม อัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
123 ผลการประเมิน ตอนที่ 1 ผลการประเมินโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอ สัตหีบ จังหวัดชลบุรี ผลการวิเคราะห์การประเมินโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการ อ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอ สัตหีบ จังหวัดชลบุรี ปรากฏดังตาราง ตารางที่ 8 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับการประเมินโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีตามความคิดเห็นของผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยรวม ข้อ รายการประเมิน ̅ S.D. ระดับความคิดเห็น ผลการประเมิน 1 ด้านสภาวะแวดล้อม 4.49 0.21 มาก ผ่าน 2 ด้านปัจจัยน าเข้า 4.56 0.28 มากที่สุด ผ่าน 3 ด้านกระบวนการ 4.41 0.16 มาก ผ่าน 4 ด้านผลผลิต 4.61 0.20 มากที่สุด ผ่าน รวม 4.52 0.12 มากที่สุด ผ่าน จากตารางที่ 8 พบว่า ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความคิดเห็นต่อการ ด าเนินงานโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่ง ความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยรวม มีการด าเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด (x̅=4.52) ผ่านเกณฑ์การประเมินที่ตั้งไว้ 3.51 เมื่อพิจารณาเป็น รายด้าน พบว่า มีการด าเนินงานอยู่ในระดับมาก 2 ด้าน และมากที่สุด 2 ด้าน ด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ ด้านผลผลิต (x̅= 4.61) รองลงมาคือ ด้านปัจจัยน าเข้า(x̅= 4.56) ด้านสภาวะแวดล้อม (x̅= 4.49) ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ด้านกระบวนการ (x̅= 4.41) โดยทุกรายการผ่านเกณฑ์การประเมิน
124 ตารางที่ 9 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับการประเมินโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตามความคิดเห็นของผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้านสภาวะแวดล้อม ข้อ รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น x̅ S.D. แปลผล ผลการประเมิน 1 วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับนโยบายของ รัฐบาล 4.43 0.51 มาก ผ่าน 2 วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับนโยบายการจัด การศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ส านักงานส่งเสริม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 4.30 0.47 มาก ผ่าน 3 วัตถุประสงค์ของโครงการที่ก าหนดไว้มีความชัดเจน สามารถน ามาปฏิบัติได้จริง 4.48 0.51 มาก ผ่าน 4 กิจกรรมการด าเนินงานสนองต่อนโยบายของศูนย์ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในด้าน การจัดการเรียนรู้ การส่งเสริมการอ่าน 4.43 0.51 มาก ผ่าน 5 กิจกรรมของโครงการเหมาะสมกับสภาพ ปัญหา สภาพแวดล้อมในศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยและน าไปปฏิบัติได้จริง 4.57 0.51 มากที่สุด ผ่าน 6 กิจกรรมที่ก าหนดไว้ในโครงการสามารถส่งเสริมการอ่าน ให้กับนักศึกษา ประชาชนให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ 4.39 0.50 มาก ผ่าน 7 เป้าหมายของโครงการสอดคล้องกับความต้องการ จ าเป็นในส่งเสริมการอ่านให้กับนักศึกษา ประชาชน 4.48 0.51 มาก ผ่าน 8 เป็นโครงการที่สนองต่อความต้องการของนักศึกษา ประชาชนเปิดโอกาสให้มีทางเลือกและส่งเสริมส่งเสริม การอ่านอย่างแท้จริง 4.52 0.51 มากที่สุด ผ่าน 9 ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึง ผู้เกี่ยวข้องในการด าเนินงานให้การยอมรับว่าเป็น โครงการที่จะเกิดการพัฒนาและมีความคุ้มค่าในการ ด าเนินงาน 4.70 0.47 มากที่สุด ผ่าน 10 ชุมชน ท้องถิ่น เห็นความส าคัญและยอมรับว่าเป็น โครงการที่เป็นประโยชน์และความต้องการ 4.61 0.50 มากที่สุด ผ่าน รวม 4.49 0.21 มาก ผ่าน
125 จากตารางที่ 9 พบว่า ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความคิดเห็นต่อการด าเนินงาน โครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีด้านสภาวะแวดล้อม โดยรวมมีการด าเนินงานอยู่ในระดับมาก (x̅=4.49) ผ่านเกณฑ์การประเมินที่ตั้งไว้ 3.51เมื่อพิจารณา เป็นรายข้อ พบว่า มีการด าเนินงานอยู่ในระดับมาก 6 ข้อ และมากที่สุด 4 ข้อ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงผู้เกี่ยวข้องในการด าเนินงานให้การยอมรับว่าเป็น โครงการที่จะเกิดการพัฒนาและมีความคุ้มค่าในการด าเนินงาน (x̅=4.70) รองลงมาคือ ชุมชน ท้องถิ่น เห็นความส าคัญและยอมรับว่าเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์และความต้องการ (x̅=4.61) ส่วนข้อที่มี ค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับนโยบายการจัดการศึกษาของกระทวง ศึกษาธิการ ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (x̅=4.30) โดยทุก รายการผ่านเกณฑ์การประเมิน ตารางที่ 10 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับการประเมินโครงการการจัดการศึกษาตาม อัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้”ของศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตามความคิดเห็นของผู้บริหาร ครูและบุคลากร ทางการศึกษา ด้านปัจจัยน าเข้า ข้อ รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น x̅ S.D. แปลผล ผลการประเมิน 1 ผู้บริหาร มีวิสัยทัศน์ เห็นความส าคัญและให้การ สนับสนุนโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่ง ความรู้” 4.70 0.47 มากที่สุด ผ่าน 2 มีครูและบุคลากรทางการศึกษาเพียงพอกับการ ด าเนินงานและกิจกรรมของโครงการการจัดการศึกษา ตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” 4.57 0.51 มากที่สุด ผ่าน 3 ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความรู้ ความสามารถ ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกิจกรรมโครงการการ จัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” 4.48 0.51 มาก ผ่าน 4 มีวัสดุและอุปกรณ์เพียงพอต่อการใช้ด าเนินงาน กิจกรรมตามโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่ง ความรู้” 4.39 0.50 มาก ผ่าน
126 ข้อ รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น x̅ S.D. แปลผล ผลการประเมิน 5 ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีส่วนร่วม ตัดสินใจ วางแผนและการจัดกิจกรรม 4.57 0.51 มากที่สุด ผ่าน 6 ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความมุ่งมั่นเสียสละใน การด าเนินกิจกรรมเพื่อให้ศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยพัฒนาการจัดการศึกษา 4.48 0.51 มาก ผ่าน 7 มีงบประมาณสนับสนุนกิจกรรม โครงการการจัด การศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” 4.52 0.51 มากที่สุด ผ่าน 8 การจัดอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อ การจัดกิจกรรมตามโครงการการจัดการศึกษาตาม อัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์ แห่งความรู้” 4.61 0.50 มากที่สุด ผ่าน 9 มีการใช้แหล่งเรียนรู้เพื่อใช้เป็นแหล่งศึกษาในการ ด าเนินกิจกรรมตามโครงการการจัดการศึกษาตาม อัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์ แห่งความรู้” 4.65 0.49 มากที่สุด 2ผ่าน 10 สถานที่มีความสะดวกและมีวัสดุอุปกรณ์เอื้อต่อการจัด กิจกรรมตามโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่ง ความรู้” 4.61 0.50 มากที่สุด ผ่าน 11 ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยมี ความคล่องตัวในการน างบประมาณที่ได้มาใช้ใน โครงการ 4.70 0.47 มากที่สุด ผ่าน 12 ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยมี การวางแผน นิเทศ ก ากับ ติดตาม ส่งเสริมสนับสนุน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แหล่งการเรียนรู้ที่ พัฒนาขึ้นในศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย 4.43 0.51 มาก ผ่าน รวม 4.56 0.28 มากที่สุด ผ่าน จากตารางที่ 10 พบว่า ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความคิดเห็นต่อการ ด าเนินงานโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่ง ความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีด้านปัจจัย น าเข้า โดยรวมมีการด าเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด (x̅=4.56) ผ่านเกณฑ์การประเมินที่ตั้งไว้ 3.51 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า มีการด าเนินงานอยู่ในระดับมาก 4 ข้อ และมากที่สุด 8 ข้อ ข้อที่มี
127 ค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ ผู้บริหาร มีวิสัยทัศน์ เห็นความส าคัญและให้การสนับสนุนโครงการการจัด การศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้”และศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยมีความคล่องตัวในการน างบประมาณที่ได้มาใช้ในโครงการ (x̅=4.70) รองลงมาคือ มีการใช้แหล่งเรียนรู้เพื่อใช้เป็นแหล่งศึกษาในการด าเนินกิจกรรมตามโครงการ การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” (x̅=4.65) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ มีวัสดุและอุปกรณ์เพียงพอต่อการใช้ด าเนินงานกิจกรรมตามโครงการ การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” (x̅=4.39) โดยทุกรายการผ่านเกณฑ์การประเมิน ตารางที่ 11 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับการประเมินโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีตามความคิดเห็นของผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้านกระบวนการ โดยรวม ข้อ รายการประเมิน x̅ S.D. ระดับความ คิดเห็น ผลการประเมิน 1 การวางแผน (Plan) 4.47 0.29 มาก ผ่าน 2 การลงมือปฏิบัติ (Do) 4.43 0.23 มาก ผ่าน 3 การตรวจสอบ(Check) 4.39 0.24 มาก ผ่าน 4 การปฏิบัติแก้ไข (Act) 4.32 0.22 มาก ผ่าน รวม 4.41 0.16 มาก ผ่าน จากตารางที่ 11 พบว่า ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความคิดเห็นต่อการ ด าเนินงานโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่ง ความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีโดยรวม ด้านกระบวนการ มีการด าเนินงานอยู่ในระดับมาก (x̅=4.41) ผ่านเกณฑ์การประเมินที่ตั้งไว้ 3.51เมื่อ พิจารณาเป็นรายด้านย่อย พบว่า มีการด าเนินงานอยู่ในระดับมากทุกด้าน ด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ การวางแผน (Plan) (x̅=4.47 ) รองลงมาคือ การลงมือปฏิบัติ (Do) (x̅=4.43) ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ย น้อยที่สุด คือ การปฏิบัติแก้ไข (Act) (x̅=4.32) โดยทุกรายการผ่านเกณฑ์การประเมิน
128 ตารางที่ 12 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับการประเมินโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตามความคิดเห็นของผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้านกระบวนการ ในส่วนขั้นตอนการวางแผน (Plan) ข้อ รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น x̅ S.D. แปลผล ผลการประเมิน 1 ส ารวจความต้องการจ าเป็น ของนักศึกษา ประชาชน เพื่อเป็นพื้นฐานข้อมูลในการจัดท า โครงการ 4.48 0.51 มาก ผ่าน 2 ศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการของ นักศึกษา ประชาชน เกี่ยวกับการจัดโครงการ 4.61 0.50 มากที่สุด ผ่าน 3 การเก็บรวบรวมข้อมูลสารสนเทศของนักศึกษา ประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนจัดท าโครงการ 4.57 0.51 มากที่สุด ผ่าน 4 การแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อปฏิบัติกิจกรรมในการ จัดเตรียมโครงการ 4.39 0.50 มาก ผ่าน 5 การจัดท าหนังสือประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อ มีส่วนร่วมในการวางแผนการด าเนินโครงการให้มี ความเหมาะสมกับนักศึกษา ประชาชน 4.39 0.50 มาก ผ่าน 6 การก าหนดแผนการด าเนินงาน ปฏิทินปฏิบัติงาน ในการจัดท าโครงการที่ชัดเจนและเหมาะสม 4.39 0.50 มาก ผ่าน 7 การประชุมชี้แจงแก่คณะครูและบุคลากรทางการ ศึกษาในรายละเอียดถึงแผนการด าเนินงานเพื่อ สร้างความเข้าใจร่วมกันในการจัดเตรียมโครงการ 4.43 0.51 มาก ผ่าน รวม 4.47 0.29 มาก ผ่าน จากตารางที่ 12 พบว่า ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความคิดเห็นต่อการ ด าเนินงานโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่ง ความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีด้าน กระบวนการ ในส่วนขั้นตอนการวางแผน (Plan) โดยรวมมีการด าเนินงานอยู่ในระดับมาก (x̅=4.47) ผ่านเกณฑ์การประเมินที่ตั้งไว้ 3.51 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า มีการด าเนินงานอยู่ในระดับมาก 5 ข้อ และมากที่สุด 2 ข้อ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ ศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการของ นักศึกษา ประชาชนเกี่ยวกับการจัดโครงการ (x̅=4.61)รองลงมาคือ การเก็บรวบรวมข้อมูลสารสนเทศ ของนักศึกษา ประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนจัดท าโครงการ (x̅=4.57) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อย ที่สุด คือ การแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อปฏิบัติกิจกรรมในการจัดเตรียมโครงการ การจัดท าหนังสือประ สานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อมีส่วนร่วมในการวางแผนการด าเนินโครงการให้มีความเหมาะสมกับ
129 นักศึกษา ประชาชนและการก าหนดแผนการด าเนินงาน ปฏิทินปฏิบัติงานในการจัดท าโครงการที่ชัดเจน และเหมาะสม (x̅=4.39) โดยทุกรายการผ่านเกณฑ์การประเมิน ตารางที่ 13 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับการประเมินโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีตามความคิดเห็นของผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้านกระบวนการ ในส่วนขั้นตอน การปฏิบัติตามแผน (Do) ข้อ รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น x̅ S.D. แปลผล ผลการประเมิน 1 การประสานการท างานกับประชาชน ชุมชน เจ้าหน้าที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความร่วมมือในการจัดท า โครงการ 4.30 0.47 มาก ผ่าน 2 การประสานงานทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อขอรับการ สนับสนุนงบประมาณ และทรัพยากรในการด าเนินการ พัฒนาโครงการ 4.61 0.50 มากที่สุด ผ่าน 3 การจัดเตรียมครูและบุคลากรทางการศึกษา และ บุคลากรด าเนินงานรับผิดชอบจัดเตรียมโครงการอย่าง ชัดเจนและเหมาะสม 4.48 0.51 มาก ผ่าน 4 การพัฒนา ปรับปรุง โครงการให้มีความสอดคล้อง เหมาะสมกับนักศึกษา ประชาชน 4.39 0.50 มาก ผ่าน 5 การประชาสัมพันธ์แจ้งให้นักศึกษา ประชาชน คณะครู และบุคลากรทางการศึกษาและชุมชนรับทราบถึง โครงการ 4.39 0.50 มาก ผ่าน รวม 4.43 0.23 มาก ผ่าน จากตารางที่ 13 พบว่า ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความคิดเห็นต่อการ ด าเนินงานโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่ง ความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีด้าน กระบวนการ ในส่วนขั้นตอนการปฏิบัติตามแผน (Do) โดยรวมมีการด าเนินงานอยู่ในระดับมาก (x̅=4.43) ผ่านเกณฑ์การประเมินที่ตั้งไว้ 3.51 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า มีการด าเนินงานอยู่ใน ระดับมาก 4 ข้อ และมากที่สุด 1 ข้อ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ การประสานงานทั้งภาครัฐและ เอกชนเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ และทรัพยากรในการด าเนินการพัฒนาโครงการ (x̅=4.61) รองลงมาคือ การจัดเตรียมครูและบุคลากรทางการศึกษา และบุคลากรด าเนินงานรับผิดชอบจัดเตรียม โครงการอย่างชัดเจนและเหมาะสม (x̅=4.48) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ การประสานการท างาน กับประชาชน ชุมชน เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความร่วมมือในการจัดท าโครงการ (x̅=4.30) โดยทุกรายการผ่านเกณฑ์การประเมิน
130 ตารางที่ 14ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับการประเมินโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีตามความคิดเห็นของผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้านกระบวนการ ในส่วนขั้นตอนการตรวจสอบ (Check) ข้อ รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น x̅ S.D. แปลผล ผลการประเมิน 1 การก าหนดวัตถุประสงค์การตรวจสอบและการ ประเมินผลโครงการที่ชัดเจนสามารถปฏิบัติได้ 4.35 0.49 มาก ผ่าน 2 การแต่งตั้งคณะกรรมการครูและบุคลากรทางการ ศึกษา ที่มีความรู้ความสามารถในการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการด าเนินงาน 4.22 0.42 มาก ผ่าน 3 การส่งเสริมการใช้วิธีการตรวจสอบและประเมินผล เกี่ยวกับโครงการที่หลากหลายและครอบคลุม 4.43 0.51 มาก ผ่าน 4 การจัดท าเครื่องมือในการตรวจสอบประเมินผลการ ด าเนินงานโครงการที่มีประสิทธิภาพ 4.35 0.49 มาก ผ่าน 5 การจัดท าแผนการติดตามตรวจสอบและประเมินผล การด าเนินงานโครงการอย่างต่อเนื่อง 4.52 0.51 มากที่สุด ผ่าน 6 มีการรวบรวมปัญหา บันทึกปัญหา อุปสรรค และ ข้อเสนอแนะการด าเนินงานโครงการอย่างต่อเนื่อง 4.35 0.49 มาก ผ่าน 7 จัดท ารายงานผลการด าเนินงานเป็นเอกสารเกี่ยวกับ สภาพปัญหา ข้อเสนอแนะ เพื่อรายงานผู้บริหาร ทราบ 4.52 0.51 มากที่สุด ผ่าน รวม 4.39 0.24 มาก ผ่าน จากตารางที่ 14 พบว่า ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความคิดเห็นต่อการ ด าเนินงานโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่ง ความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ด้าน กระบวนการ ในส่วนขั้นตอนการตรวจสอบ (Check) โดยรวมมีการด าเนินงานอยู่ในระดับมาก (x̅=4.39) ผ่านเกณฑ์การประเมินที่ตั้งไว้ 3.51 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า มีการด าเนินงานอยู่ในระดับมาก 5 ข้อ และมากที่สุด 2 ข้อ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ จัดท ารายงานผลการด าเนินงานเป็นเอกสาร เกี่ยวกับสภาพปัญหา ข้อเสนอแนะ เพื่อรายงานผู้บริหารทราบ การจัดท าแผนการติดตามตรวจสอบและ ประเมินผลการด าเนินงานโครงการอย่างต่อเนื่อง (x̅=4.52)รองลงมาคือ การส่งเสริมการใช้วิธีการ ตรวจสอบและประเมินผลเกี่ยวกับโครงการที่หลากหลายและครอบคลุม (x̅=4.43) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ย น้อยที่สุด คือ การแต่งตั้งคณะกรรมการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่มีความรู้ความสามารถในการ ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการด าเนินงาน(x̅=4.22) โดยทุกรายการผ่านเกณฑ์การประเมิน
131 ตารางที่ 15 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับการประเมินโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีตามความคิดเห็นของผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้านกระบวนการ ในส่วนขั้นตอนการแก้ไขปัญหา (Act) ข้อ รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น x̅ S.D. แปลผล ผลการประเมิน 1 การจัดประชุม ครูและบุคลากรทางการศึกษา และ บุคลากรที่รับผิดชอบโครงการเพื่อสรุปผลการ ด าเนินงาน และก าหนดข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหา 4.26 0.45 มาก ผ่าน 2 การจัดล าดับความส าคัญของแผนงานตามโครงการได้ อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ 4.22 0.42 มาก ผ่าน 3 การประชุมบุคลากรของศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยเพื่อมีส่วนร่วมในการปรับปรุง แก้ไข หาแนวทางในการแก้ปัญหาและพัฒนาโครงการ 4.26 0.45 มาก ผ่าน 4 น าผลการประเมินโครงการที่ไม่บรรลุเป้าหมายมา ปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 4.35 0.49 มาก ผ่าน 5 การน าผลการประเมินความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องมา เป็นพื้นฐานในการประกอบการตัดสินใจเพื่อพัฒนา โครงการในปีต่อไป 4.52 0.51 มากที่สุด ผ่าน รวม 4.32 0.22 มาก ผ่าน จากตารางที่ 15 พบว่า ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความคิดเห็นต่อการ ด าเนินงานโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่ง ความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีด้าน กระบวนการ ในส่วนขั้นตอนการแก้ไขปัญหา (Act) โดยรวมมีการด าเนินงานอยู่ในระดับมาก (x̅=4.32) ผ่านเกณฑ์การประเมินที่ตั้งไว้ 3.51 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า มีการด าเนินงานอยู่ในระดับมาก 4 ข้อ และมากที่สุด 1 ข้อ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ การน าผลการประเมินความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง มาเป็นพื้นฐานในการประกอบการตัดสินใจเพื่อพัฒนาโครงการในปีต่อไป (x̅=4.52)รองลงมาคือ น าผล การประเมินโครงการที่ไม่บรรลุเป้าหมายมาปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น (x̅=4.35)ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ การจัดล าดับความส าคัญของแผนงานตามโครงการได้อย่าง ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ(x̅=4.22) โดยทุกรายการผ่านเกณฑ์การประเมิน
132 ตารางที่ 16 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับการประเมินโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีตามความคิดเห็นของผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้านผลผลิต โดยรวม ด้าน รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น x̅ S.D. แปลผล ผลการประเมิน 1. ผลส าเร็จตามวัตถุประสงค์ของโครงการ 4.63 0.28 มากที่สุด ผ่าน 2. คุณค่าและประโยชน์ของโครงการ 4.59 0.29 มากที่สุด ผ่าน รวม 4.61 0.20 มากที่สุด ผ่าน จากตารางที่ 16 พบว่า ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความคิดเห็นต่อการ ด าเนินงานโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่ง ความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีด้าน ผลผลิต โดยรวมมีการด าเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด (x̅=4.61) ผ่านเกณฑ์การประเมินที่ตั้งไว้ 3.51 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า มีการด าเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุดทั้ง 2 ด้าน คือ ผลส าเร็จตาม วัตถุประสงค์ของโครงการ(x̅=4.63) และ คุณค่าและประโยชน์ของโครงการ(x̅=4.59) โดยทุกรายการ ผ่านเกณฑ์การประเมิน
133 ตารางที่ 17 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับการประเมินโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีตามความคิดเห็นของผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้านผลผลิต ในส่วนผลส าเร็จตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ข้อ รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น x̅ S.D. แปลผล ผลการประเมิน 1. โครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรม ส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” สามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 4.61 0.50 มากที่สุด ผ่าน 2. โครงการช่วยแก้ไขปัญหาให้นักศึกษา ประชาชน มี นิสัยรักการอ่าน 4.74 0.45 มากที่สุด ผ่าน 3. โครงการช่วยให้นักศึกษา ประชาชน มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์เพื่อน าไปพัฒนาตนในอนาคตได้ อย่างมีประสิทธิภาพ 4.48 0.51 มาก ผ่าน 4. โครงการช่วยให้นักศึกษา ประชาชนมีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ ใฝ่เรียนรู้และพัฒนาตนให้ก้าวหน้าอยู่ เสมอ 4.61 0.50 มากที่สุด ผ่าน 5. โครงการช่วยให้นักศึกษา ประชาชน มีเจตคติที่ดีต่อ การเรียนรู้ มีความมั่นใจและภาคภูมใจในสิ่งที่ตนได้ เรียนรู้ 4.65 0.49 มากที่สุด ผ่าน 6. โครงการช่วยให้นักศึกษา ประชาชน มีพฤติกรรมทาง สังคมที่ดีขึ้น ทั้งในการท างาน การอยู่ร่วมกัน และ ความรับผิดชอบ 4.61 0.50 มากที่สุด ผ่าน 7. โครงการช่วยให้นักศึกษา ประชาชน มีคุณธรรม จริยธรรม และมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามที่สังคม ต้องการ 4.74 0.45 มากที่สุด ผ่าน รวม 4.63 0.28 มากที่สุด ผ่าน จากตารางที่ 17 พบว่า ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความคิดเห็นต่อการ ด าเนินงานโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่ง ความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีด้าน ผลผลิต ในส่วนผลส าเร็จตามวัตถุประสงค์ของโครงการโดยรวมมีการด าเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด (x̅=4.63) ผ่านเกณฑ์การประเมินที่ตั้งไว้ 3.51เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า มีการด าเนินงานอยู่ใน ระดับมาก 1 ข้อ และมากที่สุด 6 ข้อ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ โครงการช่วยแก้ไขปัญหาให้นักศึกษา ประชาชน มีนิสัยรักการอ่าน และโครงการช่วยให้นักศึกษา ประชาชน มีคุณธรรม จริยธรรม และมี
134 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามที่สังคมต้องการ (x̅=4.74)รองลงมาคือ โครงการช่วยให้นักศึกษา ประชาชน มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ มีความมั่นใจและภาคภูมิใจในสิ่งที่ตนได้เรียนรู้(x̅=4.65) ส่วนข้อที่ มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ โครงการช่วยให้นักศึกษา ประชาชนมีความรู้ ทักษะและประสบการณ์เพื่อน าไป พัฒนาตนในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ (x̅=4.48) โดยทุกรายการผ่านเกณฑ์การประเมิน ตารางที่ 18 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับการประเมินโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีตามความคิดเห็นของผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้านผลผลิต ในส่วนคุณค่าและประโยชน์ของโครงการ ข้อ รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น x̅ S.D. แปลผล ผลการประเมิน 1 ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา นักศึกษา ประชาชน มีเจตคติที่ดี และมีความเชื่อมั่นในคุณค่า ต่อโครงการ 4.48 0.51 มาก ผ่าน 2 โครงการสามารถพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาได้ 4.74 0.45 มากที่สุด ผ่าน 3 โครงการสามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักศึกษา ประชาชนได้ 4.57 0.51 มากที่สุด ผ่าน 4 ผลการด าเนินงานตามโครงการสามารถบรรลุ วัตถุประสงค์ที่ศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยก าหนด 4.65 0.49 มากที่สุด ผ่าน 5 ผลการด าเนินการตามโครงการคุ้มค่ากับการลงทุนที่ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ด าเนินการไว้ 4.57 0.51 มากที่สุด ผ่าน 6 กิจกรรมที่จัดไว้สามารถส่งผลให้นักศึกษา ประชาชน และครูและบุคลากรทางการศึกษารู้จักการท างาน เป็นหมู่คณะ 4.61 0.50 มากที่สุด ผ่าน 7 โครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรม ส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” เหมาะสมกับสภาพปัญหาและความต้องการของ ชุมชน 4.52 0.51 มากที่สุด ผ่าน รวม 4.59 0.29 มากที่สุด ผ่าน จากตารางที่ 18 พบว่า ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความคิดเห็นต่อการ ด าเนินงานโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่ง ความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีด้าน ผลผลิต ในส่วนคุณค่าและประโยชน์ของโครงการโดยรวมมีการด าเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด
135 (x̅=4.59) ผ่านเกณฑ์การประเมินที่ตั้งไว้ 3.51เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า มีการด าเนินงานอยู่ใน ระดับมาก 1 ข้อ และมากที่สุด 6 ข้อ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ โครงการสามารถพัฒนาคุณภาพการ จัดการศึกษาได้ ( x̅=4.74) รองลงมาคือ ผลการด าเนินงานตามโครงการสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยก าหนด (x̅=4.65)ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา นักศึกษา ประชาชนมีเจตคติที่ดี และมีความเชื่อมั่นในคุณค่าต่อ โครงการ(x̅=4.48) โดยทุกรายการผ่านเกณฑ์การประเมิน ตอนที่ 2 ผลการประเมินนิสัยรักการอ่านของนักศึกษา ประชาชน ที่เกิดจากโครงการการ จัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ผลการประเมินนิสัยรักการอ่านของนักศึกษา ประชาชนที่เกิดจากโครงการการจัด การศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีปรากฏผล ดังตาราง ตารางที่ 19ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับการประเมินนิสัยรักการอ่านของนักศึกษา ประชาชน ที่เกิดจากโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัด ชลบุรี ข้อ รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น x̅ S.D. แปลผล ผลการประเมิน 1 สนใจการอ่าน 4.37 0.49 มาก ผ่าน 2 ให้ความส าคัญของการอ่าน 4.50 0.51 มาก ผ่าน 3 ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดยการอ่าน 4.47 0.51 มาก ผ่าน 4 ติดตามข่าวสารประจ าวัน 4.37 0.49 มาก ผ่าน 5 อ่านหนังสือได้หลายประเภท 4.63 0.49 มากที่สุด ผ่าน 6 อ่านข้อมูลข่าวสาร 4.23 0.43 มาก ผ่าน 7 อ่านหนังสือทุกครั้งที่เวลาว่าง 4.60 0.50 มากที่สุด ผ่าน 8 ใช้เวลาในการอ่านเพิ่มขึ้น 4.27 0.45 มาก ผ่าน 9 อ่านหนังสือได้จ านวนหน้าเพิ่มขึ้น 4.43 0.50 มาก ผ่าน 10 ถือเอาการอ่านเป็นกิจวัตรประจ าวัน 4.43 0.50 มาก ผ่าน 11 อ่านหนังสือโดยไม่มีใครบังคับ 4.50 0.50 มาก ผ่าน 12 ติดตามข่าวสารโดยการฟัง การดูและ การอ่าน 4.48 0.47 มาก ผ่าน
136 ข้อ รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น x̅ S.D. แปลผล ผลการประเมิน 13 สนทนากับผู้รู้หรือผู้มีประสบการณ์ใน เรื่องที่สนใจ 4.41 0.49 มาก ผ่าน 14 ค้นคว้าหาความรู้ใหม่ๆจากสื่อและสิ่ง เรียนรู้ที่หลากหลายทั้งต ารา สิ่งพิมพ์ และอินเตอร์เน็ต 4.43 0.50 มาก ผ่าน 15 แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องแปลกใหม่ 4.40 0.49 มาก ผ่าน รวม 4.43 0.15 มาก ผ่าน จากตารางที่ 19 พบว่า นักศึกษา ประชาชน ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีนิสัยรักการอ่านที่เกิดจากโครงการการจัดการศึกษาตาม อัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีโดยรวมอยู่ในระดับมาก (x̅=4.43) ผ่านเกณฑ์การ ประเมินที่ตั้งไว้ 3.51เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมาก 13 ข้อ และมากที่สุด 2 ข้อ ข้อที่มี ค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ อ่านหนังสือได้หลายประเภท (x̅=4.63) รองลงมาคือ อ่านหนังสือทุกครั้งที่เวลา ว่าง (x̅=4.60)ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ อ่านข้อมูลข่าวสาร(x̅=4.23) โดยทุกรายการผ่านเกณฑ์ การประเมิน
137 ตอนที่ 3 ผลการประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อโครงการการจัดการศึกษาตาม อัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจที่มีต่อโครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรม ส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ปรากฏดังตาราง ตารางที่ 20 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อโครงการการจัด การศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” ของศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ข้อ รายการประเมิน ระดับความพึงพอใจ x̅ S.D. แปลผล ผลการประเมิน 1 กิจกรรมตามโครงการตรงกับความ ต้องการของนักศึกษา 4.42 0.49 มาก ผ่าน 2 จ านวนกิจกรรมของโครงการมีความ เหมาะสม 4.40 0.49 มาก ผ่าน 3 ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยมีการประชาสัมพันธ์ โครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้”อย่างต่อเนื่องและ เป็นปัจจุบันให้นักศึกษาทราบ 4.58 0.50 มากที่สุด ผ่าน 4 นักศึกษาตระหนัก เห็นคุณค่าโครงการ การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรม ส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์ แห่งความรู้” 4.39 0.49 มาก ผ่าน 5 กิจกรรมตามโครงการมีความน่าสนใจ ส่งเสริม การอ่านมากขึ้น 4.44 0.50 มาก ผ่าน 6 นักศึกษามีส่วนร่วมต่อกิจกรรมใน โครงการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” 4.38 0.49 มาก ผ่าน