0 วิทยาลัยการอาชีพเสนา แผนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะอาชีพ บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รหัสวิชา 20100-1005 ชื่อวิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น แผนกวิชาช่างซ่อมบำรุง หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562 ประเภทวิชาอุตสาหกรรม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จัดทำโดย นายเทิดพร รัตน์อมรชัย ตำเหน่งครูผู้ช่วย วิทยฐานะ - แผนกวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยการอาชีพเสนา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
1 คำนำ แผนการสอนวิชางานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์รหัส 20100-1005 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็น แผนการสอนสำหรับครูผู้สอนและผู้เรียน สาขาวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์และนักเรียนช่างผ่านสาขาต่างๆ ซึ่งได้มี การวิเคราะห์สาระการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวิชา ของหลักสูตร มีจำนวนทั้งหมด 12 หน่วยการเรียน เนื้อหาสาระการเรียนรู้ ภายในแผนการสอนนี้ ประกอบด้วย คู่มือครู โครงการสอน แผนการจัดการ เรียนรู้ แบบทดสอบก่อนเรียน เอกสารประกอบการเรียน แบบฝึกหัด ใบงาน แบบประเมินผลการปฏิบัติงาน บรรณานุกรม แบบทดสอบหลังเรียน คำแนะนำการใช้สื่อ ตัวอย่างสื่อ และภาคผนวก เฉลยแบบฝึกหัด เฉลย แบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน และแบบประเมินกิจกรรมรายบุคคล กิจกรรมกลุ่มและแบบประเมิน คุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนการสอนวิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ครูผู้สอนและผู้เรียนในวิชานี้ และ นำไปเป็นแบบอย่างในการจัดทำแผนการสอนวิชาอื่นต่อไป หากมีข้อเสนอแนะใดๆ ผู้เรียบเรียงน้อมรับด้วย ความยินดียิ่ง เทิดพร รัตน์อมรชัย 17/01/2566 วิทยาลัยการอาชีพเสนา
2 สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ 1 สารบัญ 2 รายละเอียดของหลักสูตรรายวิชา 3 รายการหน่วย ชื่อหน่วย และสมรรถนะประจำหน่วย 4 ตารางวิเคราะห์หลักสูตร 1 6 หน่วยการสอนภาคทฤษฎีและปฏิบัติ 1 7 มาตรฐานการศึกษาวิชาชีพ 1 8 หน่วยที่1 ระบบความปลอดภัยในงานไฟฟ้า 20 2 เครื่องมือวัดไฟฟ้าเบื้องต้น 55 3 แหล่งกำเนิดไฟฟ้าและประเภทไฟฟ้า 93 4 กฎของโอห์ม กำลังไฟฟ้า และพลังงานไฟฟ้า 125 5 วงจรไฟฟ้าและเซลล์ไฟฟ้า 159 6 มอเตอร์และการควบคุมเบื้องต้น 193 7 อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าและการต่อสายดิน 227 8 ตัวต้านทาน 261 9 ตัวเก็บประจุ 299 10 ตัวเหนี่ยวนำและหม้อแปลงไฟฟ้า 337 11 อุปกรณ์เกี่ยวข้องในงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 363 12 วงจรอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น 398 บรรณานุกรม 438
3 วิทยาลัยการอาชีพเสนา รายละเอียดของหลักสูตรรายวิชา ชื่อรายวิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น รหัสวิชา 20100-1005 (ท-ป-น) (1-3-2) ระดับชั้น ปวช.1 แผนกวิชา ช่างซ่อมบำรุง หน่วยกิต 2 จำนวนคาบรวม 4 ชั่วโมง ทฤษฎี 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ ปฏิบัติ 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จุดประสงค์รายวิชา 1. เพื่อให้มีความเข้าใจหลักการ เกี่ยวกับงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น ระบบความปลอดภัยในงานไฟฟ้า 2. เพื่อให้มีความสามารถในการใช้เครื่องมือทดสอบวงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 3. เพื่อให้สามารถประกอบ ทดสอบวงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ได้ เหมาะสม 4. เพื่อให้มีกิจนิสัยในการทำงานด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีลำดับขั้นตอนในการทำงานอย่างถูกต้องและ ปลอดภัย คำอธิบายรายวิชา ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับ ระบบความปลอดภัยในงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ แหล่งกำเนิดไฟฟ้า กฎของ โอห์ม พลังงานไฟฟ้า วงจรไฟฟ้าเบื้องต้น วงจรไฟฟ้าแสงสว่าง การควบคุมมอเตอร์เบื้องต้น อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า และการต่อสายดิน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ R L C หม้อแปลงไฟฟ้า รีเลย์ ไมโครโฟน ลำโพง อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำ เทคนิคการบัดกรี การใช้มัลติมิเตอร์ ออสซิลโลสโคป เครื่องกำเนิดสัญญาณ กาประกอบวงจรอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น บนแผ่นวงจรพิมพ์ ประกอบชุดคิท เกี่ยวกับเครื่องหรี่ไฟ แหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรงชนิดคงที่ หรือปรับค่าได้ สวิตช์ ทำงานด้วยแสง สมรรถนะของรายวิชา 1. เข้าใจหลักการวัด ทดสอบ ประกอบวงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น การรักษาความปลอดภัย 2. ประกอบและตรวจสอบวงจรไฟฟ้า 3. ต่อวงจรและอุปกรณ์ควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า 4. ต่อวงจรและตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
4 รายการหน่วย ชื่อหน่วย และสมรรถนะประจำหน่วย ชื่อเรื่อง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม บทที่1 ระบบความปลอดภัยในงานไฟฟ้า สมรรถนะ: 1. ปฏิบัติงานด้านไฟฟ้าด้วยความปลอดภัย 2. ช่วยเหลือและปฐมพยาบาลผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูด จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ด้านความรู้ 1. บอกคุณสมบัติของไฟฟ้าได้ 2. บอกถึงอันตรายของไฟฟ้าต่อร่างกายมนุษย์ได้ 3. อธิบายข้อควรปฏิบัติในการใช้ไฟฟ้าอย่างถูกต้องปลอดภัย ได้ 4. บอกวิธีการปฏิบัติงานด้านไฟฟ้าที่ปลอดภัยได้ 5. เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจวิธีการช่วยเหลือผู้ประสบ อันตรายจากไฟฟ้าดูดได้ 6. เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจวิธีการปฐมพยาบาลผู้ประสบ อันตรายจากไฟฟ้าดูดได้ ด้านทักษะ 1. มีทักษะการปฏิบัติงานด้านไฟฟ้าที่ปลอดภัย 2. ช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูดได้ 3. ปฐมพยาบาลผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูดได้ ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 1. เตรียมความพร้อมด้าน วัสดุ อุปกรณ์สอดคล้องกับงาน ได้อย่างถูกต้อง 2. มีความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องในเรื่อง ความปลอดภัยและอุบัติภัยต่างๆ และสำเร็จภายใน เวลา ที่กำหนดอย่างมีเหตุและผลตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง
5 ชื่อเรื่อง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม บทที่2 เครื่องมือวัดไฟฟ้าเบื้องต้น สมรรถนะ: 1. การวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง 2. การวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม: ด้านความรู้ 1. บอกชนิดเครื่องมือวัดไฟฟ้าเบื้องต้นได้ 2. บอกส่วนประกอบมัลติมิเตอร์ชนิดแอนะลอกได้ 3. บอกส่วนประกอบสเกลหน้าปัดมัลติมิเตอร์ชนิดแอนะลอก ได้ 4. อธิบายการใช้งานมัลติมิเตอร์ชนิดแอนะลอกได้ 5. บอกส่วนประกอบมัลติมิเตอร์ชนิดดิจิตอลได้ 6. อธิบายการใช้งานมัลติมิเตอร์ชนิดดิจิตอลได้ ด้านทักษะ 1. มีทักษะการวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงได้อย่างถูกต้อง 2. มีทักษะการวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับได้อย่างถูกต้อง ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 1. เตรียมความพร้อมด้าน วัสดุ อุปกรณ์สอดคล้องกับงาน ได้อย่างถูกต้อง 2. มีความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องในเรื่อง เครื่องมือวัดไฟฟ้าเบื้องต้น และสำเร็จภายใน เวลาที่ กำหนดอย่างมีเหตุและผลตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง
6 ชื่อเรื่อง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม บทที่3 แหล่งกำเนิดไฟฟ้าและประเภทไฟฟ้า สมรรถนะ: 1. บอกประเภทของไฟฟ้าที่ถูกผลิตขึ้นมาอย่างถูกต้อง 2. เลือกชนิดของไฟฟ้าไปใช้งานได้ถูกต้อง จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม: ด้านความรู้ 1. บอกโครงสร้างอะตอมเกี่ยวข้องกับไฟฟ้าได้ 2. อธิบายวิธีการเกิดไฟฟ้าจากการเสียดสีได้ 3. อธิบายวิธีการเกิดไฟฟ้าจากแรงกดดันได้ 4. อธิบายวิธีการเกิดไฟฟ้าจากความร้อนได้ 5. อธิบายวิธีการเกิดไฟฟ้าจากปฏิกิริยาเคมีได้ 6. อธิบายวิธีการเกิดไฟฟ้าจากแสงสว่างได้ 7. อธิบายวิธีการเกิดไฟฟ้าจากสนามแม่เหล็กได้ 8. บอกประเภทของไฟฟ้าได้ ด้านทักษะ มีทักษะและแสดงความรู้ไฟฟ้าเกิดจากสนามแม่เหล็ก ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 1. เตรียมความพร้อมด้าน การเรียนรู้ ความสนใจใฝ่รู้ สอดคล้องกับเนื้อหาและงานได้อย่างถูกต้อง 2. มีความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา ฝึกความมีน้ำใจกับเพื่อน ในห้องเรียนตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนตลอดจนการปฎิบัติ กิจกรรมต่าง ๆสำเร็จภายใน เวลาที่กำหนดอย่างมีเหตุ และผลตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
7 ชื่อเรื่อง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม บทที่ 4 กฎของโอห์ม กำลังไฟฟ้าและพลังงาน ไฟฟ้า สมรรถนะ: 1. เขียนสมการกฎของโอห์ม 2. คำนวณแก้ปัญหาวงจรไฟฟ้าด้วยกฎของโอห์ม จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม: ด้านความรู้ 1. เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจคุณสมบัติของศักย์ไฟฟ้าและ ประจุไฟฟ้า 2. เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจสมการกฎของโอห์ม 3. เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจการคำนวณแก้ปัญหา วงจรไฟฟ้าด้วยกฎของโอห์ม 4. เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจการเขียนสมการกำลังไฟฟ้า สัมพันธ์กับกฎของโอห์ม 5. เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจวิธีแปลงหน่วยปริมาณไฟฟ้า 6. เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจการคำนวณค่ากำลังไฟฟ้าใน วงจรไฟฟ้า 7. เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจการคำนวณหาค่าพลังงานไฟฟ้า ด้านทักษะ 1. มีทักษะในการเขียนสมการกฎของโอห์ม การแก้ปัญหา วงจรไฟฟ้าด้วยกฎของโอห์มและค่ากำลังไฟฟ้าบวกเมตริกซ์ 2. แสดงวิธีการคำนวณแก้ปัญหาวงจรไฟฟ้าด้วยกฎของโอห์ม 3. แสดงวิธีการคำนวณหาค่ากำลังไฟฟ้า ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 1. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการเตรียมความพร้อมด้านการ เตรียม วัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง สำเร็จภายในเวลาที่กำหนด มีเหตุและผลตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง 2. เตรียมความพร้อมด้าน วัสดุ อุปกรณ์สอดคล้องกับงานได้ อย่างถูกต้อง 3. ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และสำเร็จภายใน เวลาที่กำหนด อย่างมีเหตุและผลตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
8 ชื่อเรื่อง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม บทที่5 วงจรไฟฟ้าและเซลล์ไฟฟ้า สมรรถนะ : 1. เขียนวงจรไฟฟ้าและเซลล์ไฟฟ้าแต่ละแบบ 2. ต่อวงจรเซลล์ไฟฟ้าและวงจรไฟฟ้าแสงสว่างแต่ละ แบบ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ด้านความรู้ 1. บอกส่วนประกอบวงจรไฟฟ้าได้ 2. อธิบายรูปแบบการต่อวงจรไฟฟ้าได้ 3. อธิบายรูปแบบการต่อเซลล์ไฟฟ้าได้ 4. เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในการต่อวงจรไฟฟ้าแสงสว่าง ด้วยหลอดแต่ละชนิด ด้านทักษะ 1. มีทักษะในการเขียนวงจรไฟฟ้าแสงสว่าง 2. มีทักษะต่อวงจรเซลล์ไฟฟ้าแต่ละแบบ 3. มีทักษะต่อวงจรไฟฟ้าแสงสว่างแต่ละแบบ ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 1. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการเตรียมความพร้อมด้านการ เตรียม วัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง สำเร็จภายในเวลาที่กำหนด มีเหตุและผลตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง 2. เตรียมความพร้อมด้าน วัสดุ อุปกรณ์สอดคล้องกับงานได้ อย่างถูกต้อง 3. มีความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องในเรื่อง วงจรไฟฟ้าและเซลล์ไฟฟ้า สำเร็จภายใน เวลาที่กำหนด อย่างมีเหตุและผลตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
9 ชื่อเรื่อง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม บทที่ 6 มอเตอร์และการควบคุมเบื้องต้น สมรรถนะ : ควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม: ด้านความรู้ 1. บอกคุณลักษณะของแม่เหล็กถาวรได้ 2. บอกคุณสมบัติของแม่เหล็กไฟฟ้าได้ 3. อธิบายส่วนประกอบของมอเตอร์ไฟฟ้าเบื้องต้นได้ 4. อธิบายหลักการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าได้ 5. บอกชนิดของมอเตอร์ไฟฟ้าได้ 6. บอกหลักการควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้าเบื้องต้นได้ ด้านทักษะ 1. มีทักษะในการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า 2. วิเคราะห์การทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าได้ ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 1. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการเตรียมความพร้อมด้านการ เตรียม วัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง สำเร็จภายในเวลาที่กำหนด มีเหตุและผลตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง 2. เตรียมความพร้อมด้าน วัสดุ อุปกรณ์สอดคล้องกับงานได้ อย่างถูกต้อง 3. มีความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องในเรื่อง มอเตอร์และการควบคุมเบื้องต้น สำเร็จภายใน เวลาที่ กำหนดอย่างมีเหตุและผลตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
10 ชื่อเรื่อง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม บทที่7 อุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้า และ การต่อสายดิน สมรรถนะ : ต่อสายดิน จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ด้านความรู้ 1. บอกหน้าที่ของอุปกรณ์ป้องกันอันตรายในระบบไฟฟ้าได้ 2. อธิบายลักษณะฟิวส์แต่ละชนิดได้ 3. อธิบายชนิดของสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติได้ 4. บอกคุณสมบัติของสวิตช์ตัดไฟฟ้ารั่วอัตโนมัติได้ 5. บอกหน้าที่การทำงานของสวิตช์นิรภัยได้ 6. บอกประโยชน์ของสายดินและการต่อสายดินได้ 7. อธิบายวิธีการติดตั้งหลักดินและสายดินที่ถูกต้องได้ ด้านทักษะ มีทักษะในการปฏิบัติงานในการต่อสายดินให้ได้คุณภาพ ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 1. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการเตรียมความพร้อมด้านการ เตรียม วัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง สำเร็จภายในเวลาที่กำหนด มีเหตุและผลตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง 2. เตรียมความพร้อมด้าน วัสดุ อุปกรณ์สอดคล้องกับงานได้ อย่างถูกต้อง 3. มีความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องในเรื่อง อุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้า และการต่อสายดินสำเร็จ ภายใน เวลาที่กำหนดอย่างมีเหตุและผลตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง
11 ชื่อเรื่อง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม บทที่8 ตัวต้านทาน สมรรถนะ : 1. แปลงหน่วยความต้านทาน 2. อ่านค่าความต้านทานแสดงเป็นตัวเลขตัวอักษร จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ด้านความรู้ 1. บอกค่าความแตกต่างของความต้านทานในวัตถุได้ 2. อธิบายชนิดของตัวต้านทานตามประเภทวัสดุที่ใช้ได้ 3. อธิบายลักษณะของตัวต้านทานตามรูปแบบที่ผลิตได้ 4. อ่านค่าความต้านทานจากรหัสตัวเลขตัวอักษรได้ 5. อ่านค่าความต้านทานจากรหัสสีได้ 6. คำนวณค่าการต่อตัวต้านทานแบบต่างๆ ได้ ด้านทักษะ 1. แปลงหน่วยความต้านทานได้ 2. อ่านค่าความต้านทานแสดงเป็นตัวเลขตัวอักษรได้ 3. อ่านค่าความต้านทานแสดงเป็นแถบสีได้ ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 1. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการเตรียมความพร้อมด้านการ เตรียม วัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง สำเร็จภายในเวลาที่กำหนด มีเหตุและผลตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง 2. เตรียมความพร้อมด้าน วัสดุ อุปกรณ์สอดคล้องกับงานได้ อย่างถูกต้อง 3. มีความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องในเรื่องตัว ต้านทาน สำเร็จภายในเวลาที่กำหนดอย่างมีเหตุและผลตาม หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
12 ชื่อเรื่อง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม บทที่9 ตัวเก็บประจุ สมรรถนะ : 1. แปลงหน่วยค่าความจุของตัวเก็บประจุ 2. อ่านค่าความจุแสดงเป็นตัวเลขตัวอักษร จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ด้านความรู้ 1. บอกโครงสร้างตัวเก็บประจุได้ 2. อธิบายการเปลี่ยนแปลงค่าความจุของตัวเก็บประจุได้ 3. บอกชนิดตัวเก็บประจุแบบค่าคงที่ได้ 4. บอกชนิดตัวเก็บประจุแบบเปลี่ยนแปลงค่าได้ 5. อธิบายหน่วยความจุและค่าทนแรงดันได้ 6. แสดงวิธีการอ่านค่าความจุของตัวเก็บประจุได้ 7. คำนวณค่าการต่อตัวเก็บประจุได้ ด้านทักษะ 1. แปลงหน่วยค่าความจุของตัวเก็บประจุได้ 2. อ่านค่าความจุแสดงเป็นตัวเลขตัวอักษรได้ ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 1. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการเตรียมความพร้อมด้านการ เตรียม วัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง สำเร็จภายในเวลาที่กำหนด มีเหตุและผลตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง 2. เตรียมความพร้อมด้าน วัสดุ อุปกรณ์สอดคล้องกับงานได้ อย่างถูกต้อง 3. มีความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องในเรื่องตัว เก็บประจุ ภายในเวลาที่กำหนดอย่างมีเหตุและผลตามหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
13 ชื่อเรื่อง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม บทที่10 ตัวเหนี่ยวนำและหม้อแปลง สมรรถนะ : แปลงหน่วยค่าความเหนี่ยวนำของตัวเหนี่ยวนำ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ด้านความรู้ 1. บอกคุณสมบัติของตัวเหนี่ยวนำได้ 2. อธิบายชนิดตัวเหนี่ยวนำแบบขดเดียวได้ 3. อธิบายชนิดตัวเหนี่ยวนำแบบหลายขดได้ 4. บอกชนิดหม้อแปลงกำลังได้ 5. แสดงวิธีการแปลงหน่วยความเหนี่ยวนำได้ ด้านทักษะ มีทักษะในการแปลงหน่วยค่าความเหนี่ยวนำของตัว เหนี่ยวนำ ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 1. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการเตรียมความพร้อมด้านการ เตรียม วัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง สำเร็จภายในเวลาที่กำหนด มีเหตุและผลตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง 2. เตรียมความพร้อมด้าน วัสดุ อุปกรณ์สอดคล้องกับงานได้ อย่างถูกต้อง 3. มีความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องในเรื่องตัว เหนี่ยวนำและหม้อแปลง สำเร็จภายในเวลาที่กำหนดอย่างมี เหตุและผลตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
14 ชื่อเรื่อง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม บทที่11 อุปกรณ์เกี่ยวข้องในงานไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์ สมรรถนะ : ต่อวงจรรีเลย์ใช้งานได้ถูกต้อง จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ด้านความรู้ 1. อธิบายชนิดของไมโครโฟนได้ 2. อธิบายชนิดของลำโพงได้ 3. บอกหลักการทำงานของรีเลย์ได้ 4. บอกหลักการทำงานของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ได้ 5. อธิบายชนิดของอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำได้ ด้านทักษะ มีทักษะในการปฏิบัติงานในการต่อสายดินให้ได้คุณภาพ ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 1. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการเตรียมความพร้อมด้านการ เตรียม วัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง สำเร็จภายในเวลาที่กำหนด มีเหตุและผลตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง 2. เตรียมความพร้อมด้าน วัสดุ อุปกรณ์สอดคล้องกับงานได้ อย่างถูกต้อง 3. มีความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องในเรื่อง อุปกรณ์เกี่ยวข้องในงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์สำเร็จ ภายในเวลาที่กำหนดอย่างมีเหตุและผลตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง
15 ชื่อเรื่อง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม บทที่12 วงจรอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น สมรรถนะ : 1. เขียนลายวงจรพิมพ์บนแผ่นวงจรพิมพ์ 2. ประกอบวงจรอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ด้านความรู้ 1. บอกความหมายของอิเล็กทรอนิกส์และวงจรได้ 2. อธิบายลักษณะแผ่นวงจรพิมพ์และการสร้างแบบลาย วงจรได้ 3. อธิบายขั้นตอนการสร้างลายวงจรพิมพ์แบบง่ายได้ 4. บอกคุณลักษณะหัวแร้งบัดกรีได้ 5. บอกส่วนประกอบตะกั่วบัดกรีได้ 6. บอกประโยชน์เครื่องดูดตะกั่วบัดกรีได้ 7. อธิบายเทคนิคการบัดกรีอุปกรณ์ได้ 8. บอกวิธีการประกอบวงจรอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้นได้ ด้านทักษะ 1. มีทักษะการเขียนลายวงจรพิมพ์บนแผ่นวงจรพิมพ์ 2. มีทักษะเทคนิคการบัดกรีและประกอบวงจร ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 1. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการเตรียมความพร้อมด้านการ เตรียม วัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง สำเร็จภายในเวลาที่กำหนด มีเหตุและผลตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง 2. เตรียมความพร้อมด้าน วัสดุ อุปกรณ์สอดคล้องกับงานได้ อย่างถูกต้อง 3. มีความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องในเรื่องวงจร อิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น สำเร็จภายในเวลาที่กำหนดอย่างมี เหตุและผลตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ตารางวิเครา ชื่อรายวิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้ ระดับชั้น ปวช.1 แผ หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ พุทธิพิสัย 1 2 3 4 5 1 ระบบความปลอดภัยในงานไฟฟ้า 4 4 4 2 เครื่องมือวัดไฟฟ้าเบื้องต้น 3 4 2 3 แหล่งกำเนิดไฟฟ้าและประเภทไฟฟ้า 4 4 4 4 กฎของโอห์ม กำลังไฟฟ้า และพลังงานไฟฟ้า 3 3 3 5 วงจรไฟฟ้าและเซลล์ไฟฟ้า 4 3 4 6 มอเตอร์และการควบคุมเบื้องต้น 3 4 2 7 อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าและการต่อสายดิน 3 3 2 8 ตัวต้านทาน 3 3 4 9 ตัวเก็บประจุ 3 3 3 10 ตัวเหนี่ยวนำและหม้อแปลงไฟฟ้า 3 4 4 11 อุปกรณ์เกี่ยวข้องในงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 3 3 4 12 วงจรอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น 4 5 5 ประเมินผลสิ้นสุดการเรียน(ปลายภาค) รวม 40 43 41 ความสำคัญ/สัดส่วนคะแนน 3 1 2 (ร้อยละ) 32 35 33 พุทธิพิสัย 1.) ความรู้ 2.) ความเข้าใจ 3.) นำไปใช้ 4.) วิเคราะห์ 5.) สังเคราะห์ 6.) ประเมินค่า ทักษะพิสัย 1.) การเลียนแบบ 2.) การทำตามแบบ 3.) การทำได้ถูกต้องโดยอิสระ 4.) การทำไ
16 าะห์หลักสูตร บื้องต้น รหัสวิชา 20100-1005 (1-3-2) ผนกวิชา ช่างซ่อมบำรุง ระดับพฤติกรรมที่พึ่งประสงค์ ลำดับความ สำคัญ เวลา ทักษะพิสัย จิตพิสัย 5 6 รวม 1 2 3 4 5 รวม 20 (ชม.) 12 5 4 4 3 3 19 20 4 6 9 5 5 4 4 4 22 20 7 4 12 4 4 3 3 14 20 2 8 9 5 5 5 4 4 23 20 7 4 11 5 5 5 4 4 23 20 4 6 9 5 5 4 4 18 20 6 4 8 5 5 4 4 18 20 7 4 10 5 5 5 4 4 23 20 4 6 9 5 4 4 4 17 20 6 4 11 5 4 4 4 17 20 3 6 10 5 4 4 4 17 20 5 6 14 5 4 4 4 17 20 1 10 56 124 59 54 50 46 19 228 240 56 72 1 2 3 4 5 26 24 22 20 8 า ได้ถูกต้องต่อเนื่อง 5.) การทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ
17 วิทยาลัยการอาชีพเสนา หน่วยการสอนภาคทฤษฎีและปฏิบัติ รหัส 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น ทฤษฎี 1 ชั่วโมง / สัปดาห์ ปฏิบัติ3 ชั่วโมง / สัปดาห์ หน่วยที่ หน่วย - รายการสอน คาบสอน ทฤษฎีและปฏิบัติ สอน สัปดาห์ที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ระบบความปลอดภัยในงานไฟฟ้า เครื่องมือวัดไฟฟ้าเบื้องต้น แหล่งกำเนิดไฟฟ้าและประเภทไฟฟ้า กฎของโอห์ม กำลังไฟฟ้า และพลังงานไฟฟ้า วงจรไฟฟ้าและเซลล์ไฟฟ้า มอเตอร์และการควบคุมเบื้องต้น อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าและการต่อสายดิน ตัวต้านทาน ตัวเก็บประจุ ตัวเหนี่ยวนำและหม้อแปลงไฟฟ้า อุปกรณ์เกี่ยวข้องในงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ วงจรอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น 1 2 1 2 1 1 1 2 2 1 1 2 1 18 3 6 3 6 3 3 3 6 6 3 3 6 3 54 1 2-3 4 5-6 7 8 9 10-11 12-13 14 15 16-17 18 72 คาบ
18 มาตรฐานการศึกษาวิชาชีพ คุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษาระดับคุณวุฒิการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประเภทวิชา ช่างอุตสาหกรรม สาขา อิเล็กทรอนิกส์ ประกอบด้วย ชื่อรายวิชา ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น รหัสวิชา 20100-1005 ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) แผนกวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 1. ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ วิชาชีพ เจตคติและกิจนิสัยที่ดี ภูมิใจ และรักษาเอกลักษณ์ของ ชาติไทย เคารพ กฎหมาย เคารพสิทธิของผู้อื่น มีความ รับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่ของตนเอง ตามระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีจิตสาธารณะและมีจิตสํานึกรักษ์สิ่งแวดล้อม 2. ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป ความรู้ในหลักการทั่วไปของงานอาชีพเฉพาะและการวิเคราะห์เบื้องต้น รวมทั้งมีความรู้ภาษาอังกฤษ และเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่สามารถใช้ในการสื่อสารเบื้องต้นได้ 3. ด้านสมรรถนะวิชาชีพ ทักษะการเลือกและประยุกต์ใช้วิธีการเครื่องมือและวัสดุขั้นพื้นฐานในการ ปฏิบัติงาน ทักษะการ สื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ ทักษะการเรียนรู้ ตลอดชีวิต ทักษะการคิดวิเคราะห์และ การแก้ปัญหา และ ทักษะด้านสุขภาวะ และความปลอดภัย 4. ด้านคุณภาพและความสามารถในการประยุกต์ใช้และความรับผิดชอบ ปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ซับซ้อนให้คําแนะนําพื้นฐานที่ต้องใช้การตัดสินใจ วางแผนและแก้ไข ปัญหาโดยไม่อยู่ภายใต้การควบคุมในบางเรื่องประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะทางวิชาชีพเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารในการแก้ปัญหาและการปฏิบัติงานใน เทิดพร รัตน์อมรชัย แผนกวิชาอิเล็กทรอนิกส์
19 คุณภาพ ระดับ ปวช. ระดับ ปวส. ด้ า น คุ ณ ธ รรม จ ริย ธ รรม แ ล ะ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ วิชาชีพ เจตคติและกิจนิสัยที่ดี ภูมิใจ และรักษาเอกลักษณ์ของชาติไทย เคารพ กฎหมาย เคารพสิทธิของผู้อื่น มี ความ รับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่ของ ตนเอง ตามระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีจิต สาธารณะและมีจิตสํานึกรักษ์ สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ วิชาชีพ เจตคติและกิจนิสัยที่ดี ภูมิใจ และรักษาเอกลักษณ์ของชาติไทย เคารพ กฎหมาย เคารพสิทธิของผู้อื่น มี ความ รับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่ของ ตนเอง ตามระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีจิต สาธารณะและมีจิตสํานึกรักษ์ สิ่งแวดล้อม ด้านความรู้ ความรู้ในหลักการทั่วไปของงานอาชีพ เฉพาะและการวิเคราะห์เบื้องต้น รวมทั้งมีความรู้ภาษาอังกฤษและ เทคโนโลยีสารสนเทศ ที่สามารถใช้ใน การสื่อสารเบื้องต้นได้ ความรู้ทางทฤษฎีและเทคนิคเชิงลึก ภายใต้ขอบเขตของงานอาชีพ รวมทั้ง ความรู้ภาษาอังกฤษ เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารในระดับที่ เชื่อมโยงกับการทํางาน ด้านทักษะ ทักษะการเลือกและประยุกต์ใช้วิธีการ เครื่องมือและวัสดุขั้นพื้นฐานในการ ปฏิบัติงาน ทักษะการสื่อสารและ เทคโนโลยีสารสนเทศ ทักษะการเรียนรู้ ตลอดชีวิต ทักษะการคิดวิเคราะห์และ การแก้ปัญหา และทักษะด้านสุขภาวะ และความปลอดภัย ทักษะในการปรับใช้กระบวนการ ปฏิบัติงานให้เหมาะสม ทักษะด้าน ความปลอดภัยที่เชื่อมโยงกันในการ ทํางานที่หลากหลาย ทักษะการเรียนรู้ ตลอดชีวิต ทักษะการคิดวิเคราะห์และ การ แก้ปัญหา ทักษะในการวางแผน การ บริหารจัดการ การประสานงาน และการ ประเมินผลในการปฏิบัติงาน ด้วยตนเอง ด้านคุณภาพและความสามารถในการ ประยุกต์ใช้และความรับผิดชอบ ปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ซับซ้อน ให้คําแนะนําพื้นฐานที่ต้องใช้การ ตัดสินใจ วางแผนและแก้ไขปัญหาโดย ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมในบางเรื่อง ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะทางวิชาชีพ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารใน การแก้ปัญหาและการปฏิบัติงานใน บริบทใหม่ รวมทั้งรับผิดชอบต่อตนเอง และผู้อื่น สามารถปฏิบัติงานตามแบบแผน และ ปรับตัวภายใต้ความเปลี่ยนแปลง สามารถแก้ปัญหาที่ไม่คุ้นเคยหรือ ซับซ้อนและเป็นนามธรรมเป็นบางครั้ง
20 แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฏี แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี บทที่ 1 ชื่อวิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น สอนสัปดาห์ที่ 1 ชื่อหน่วย ระบบความปลอดภัยในงานไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์ คาบรวม 4 ชื่อเรื่อง. ระบบความปลอดภัย จำนวนคาบ 4 หัวข้อเรื่อง ด้านความรู้ 1. คุณสมบัติของไฟฟ้า 2. อันตรายของไฟฟ้าต่อร่างกายมนุษย์ 3. ข้อควรปฏิบัติในการใช้ไฟฟ้าอย่างถูกต้องปลอดภัย 4. การปฏิบัติงานด้านไฟฟ้าที่ปลอดภัย 5. การช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูด 6. การปฐมพยาบาลผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูด 7. บทสรุป ด้านทักษะ 1. ปฏิบัติงานด้านไฟฟ้าที่ปลอดภัย 2. ช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูด 3. ปฐมพยาบาลผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูด ด้านคุณธรรม จริยธรรม 1. เตรียมความพร้อมด้าน วัสดุ อุปกรณ์สอดคล้องกับงานได้อย่างถูกต้อง 2. มีความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องในเรื่องความปลอดภัยและอุบัติภัยต่างๆ และสำเร็จภายใน เวลาที่กำหนด อย่างมีเหตุและผลตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สาระสำคัญ การปฏิบัติงานทางด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ปลอดภัย ผู้ใช้ไฟฟ้าจะต้องทราบและเข้าใจคุณสมบัติทางไฟฟ้า ต้อง ระมัดระวัง ไม่ประมาท ทำงานอย่างเป็นระบบและรอบคอบ คำนึงถึงกฎแห่งความปลอดภัยขณะทำงาน การช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง ต้องกระทำอย่างถูกวิธี รวดเร็ว รอบคอบ และ ระมัดระวัง ทำให้ผู้ประสบอันตรายมีโอกาสรอดพ้นจากอันตราย สมรรถนะอาชีพประจำหน่วย (สิ่งที่ต้องการให้เกิดการประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ คุณธรรม เข้าด้วยกัน) • ปฐมพยาบาลผู้ถูกไฟฟ้าดูด
21 จุดประสงค์การสอน/การเรียนรู้ • จุดประสงค์ทั่วไป / บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 1. เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับ อันตรายของไฟฟ้าต่อร่างกายมนุษย์ การปฏิบัติงานทางด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ ปลอดภัย และการปฏิบัติงานทางด้านการซ่อมบำรุงเกี่ยวกับไฟฟ้าและการช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้า (ด้านความรู้) 2. เพื่อให้มีทักษะในการปฐมพยาบาลผู้ถูกไฟฟ้าดูด(ด้านทักษะ) 3. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการเตรียมความพร้อมด้านการเตรียม วัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง สำเร็จ ภายในเวลาที่กำหนด มีเหตุและผลตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (ด้านคุณธรรม จริยธรรม) • จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม / บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 1. อธิบายอันตรายของไฟฟ้าต่อร่างกายมนุษย์ ได้ (ด้านความรู้) 2. ยกตัวอย่างการปฏิบัติงานทางด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ปลอดภัย (ด้านความรู้) 3. ยกตัวอย่างการปฏิบัติงานทางด้านการซ่อมบำรุงเกี่ยวกับไฟฟ้าได้(ด้านความรู้) 4. บอกวิธีการช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าได้ (ด้านความรู้) 5. สาธิตการปฐมพยาบาลผู้ถูกไฟฟ้าดูด (ด้านทักษะ) 6. เตรียมความพร้อมด้าน วัสดุ อุปกรณ์สอดคล้องกับงานได้อย่างถูกต้อง (ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจ พอเพียง) 7. ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และสำเร็จภายใน เวลาที่กำหนดอย่างมีเหตุและผลตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง) เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้ • ด้านความรู้(ทฤษฎี) 1.1 คุณสมบัติของไฟฟ้า ไฟฟ้าจัดเป็นพลังงานชนิดหนึ่ง ช่วยอำนวยความสะดวกแก่มวลมนุษย์ ช่วยให้มนุษย์บนโลกมีความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น โดยใช้ไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานจ่ายไปให้กับอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ ให้สามารถทำงานได้ ปัจจุบันมีความต้องการใช้ พลังงานไฟฟ้าในการดำเนินชีวิต ประจำวัน และทำกิจกรรมต่างๆ เพิ่มมากขึ้นทุกขณะ ส่งผลต่อการก่อให้เกิดโอกาสที่จะขาดแคลน พลังงานไฟฟ้า เพราะไม่สามารถหาแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้ามาเพิ่มเติมได้เพียงพอ การผลิตไฟฟ้าและการนำไฟฟ้าไปใช้งาน แสดง ดังรูปที่ 1.1
22 รูปที่ 1.1 การผลิตไฟฟ้าและการนำไฟฟ้าไปใช้งาน ไฟฟ้าเป็นพลังงานที่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปพลังงานได้ โดยอาศัยค่าแรงดันและกระแส จ่ายไปให้อุปกรณ์ เครื่องมือ และเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เกิดการทำงาน โดยจ่ายไปในรูปกระแสไหล ไฟฟ้าเคลื่อนที่ได้ดีในวัตถุตัวนำจำพวกโลหะชนิดต่างๆ เช่น ทองคำ ทองแดง เงิน เหล็ก ตะกั่ว และอะลูมิเนียม เป็นต้น ไฟฟ้าไม่สามารถเคลื่อนที่ผ่านไปได้หรือเคลื่อนที่ไปได้ลำบากในวัตถุที่ เป็นพวกฉนวน เช่น พลาสติก ยาง แก้ว ไม้ และเซรามิก เป็นต้น ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น ไม่สามารถรับรู้ได้นอกจากไปสัมผัส โดยตรง ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้สัมผัสถูกไฟฟ้า จึงมักเรียกว่าภัยมืด การทดสอบว่าสายไฟฟ้ามีไฟฟ้าหรือไม่ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ ติดตั้งพร้อมใช้งานมีไฟฟ้าหรือไม่ จะต้องทดลองใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านั้น หรือใช้เครื่องมือวัดไฟฟ้าตรวจวัดทดสอบดู ไฟฟ้ามีประโยชน์อนันต์และมีโทษมหันต์ เป็นคำกล่าวที่ทันสมัยอยู่เสมอ ผู้ที่ใช้ไฟฟ้าทุกคนจำเป็นต้องคำนึงถึงความ ปลอดภัยในการใช้งานทุกครั้ง และใช้งานด้วยความระมัดระวัง โดยไม่ตกอยู่ในความประมาท 1.1.1 ประโยชน์ของไฟฟ้า ประโยชน์ของไฟฟ้า มีมากมายมหาศาล ถูกนำไปใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วไป เช่น งานการผลิตทาง อุตสาหกรรม งานทางการเกษตร งานด้านสื่อสารโทรคมนาคม งานด้านให้บริการ งานด้านอำนวยความสะดวก และการให้ ความรู้ ความบันเทิง เป็นต้น ประโยชน์ของไฟฟ้าเมื่อพิจารณาทางด้านการนำไปใช้งาน แบ่งออกได้ดังนี้ 1. ให้ความร้อน โดยเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นความร้อน เช่น เตาไฟฟ้า เตาอบ เตารีดไฟฟ้า หม้อหุงข้าว ไฟฟ้า เครื่องเป่าผม และหัวแร้งบัดกรี เป็นต้น 2. ให้ความเย็น โดยเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นความเย็น เช่น ตู้แช่แข็ง ตู้เย็น ตู้น้ำเย็น และเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น 3. ให้พลังงานกล โดยเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานกล เช่น มอเตอร์ พัดลม สว่านไฟฟ้า เครื่องซักผ้า และเครื่องดูดฝุ่น เป็นต้น 4. ให้อำนาจแม่เหล็กโดยเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นสนามแม่เหล็ก เช่น กระดิ่ง ไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า ลำโพง และแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นต้น 5. ให้แสงสว่าง โดยเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นแสงสว่าง เช่น ไฟฉาย หลอดไฟฟ้า และการเกิดประกายไฟ จากการเชื่อมไฟฟ้า เป็นต้น 6. ให้ความสะดวกสบาย โดยจ่ายพลังงานไฟฟ้าไปให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทำให้เกิดการทำงานในอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ชนิดต่างๆ เช่น เครื่องรับวิทยุ เครื่องรับโทรทัศน์ เครื่องขยายเสียง เครื่องเล่นวีดีทัศน์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และ วิทยุสื่อสาร เป็นต้น
23 1.1.2 โทษของไฟฟ้า โทษของไฟฟ้ามีมากมายมหาศาลเช่นเดียวกัน ส่วนใหญ่เกิดจากการใช้ไฟฟ้าอย่างผิดวิธี ขาดความระมัดระวัง หรือใช้ไฟฟ้าด้วยความประมาทเลินเล่อ ก่อให้เกิดอันตรายตามมาอย่างมากมาย ทั้งต่อทรัพย์สิน เช่น อุปกรณ์ไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์ชำรุดเสียหาย และทำให้เกิดเพลิงไหม้ เป็นต้น หรือต่อร่างกายมนุษย์ เช่น ร่างกายพิการ และเสียชีวิต เป็นต้น จึง จำเป็นต้องมีการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ไฟฟ้า อันตรายเกิดจากไฟฟ้าแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ ไฟฟ้าช็อต (Short Circuit) และไฟฟ้าดูด (Electric Shock) ทั้งสองลักษณะนี้มีสาเหตุของการเกิดที่ต่างกัน และอันตรายที่ได้รับก็ต่างกันด้วย 1. ไฟฟ้าช็อต หรือเรียกอีกชื่อว่า ไฟฟ้าลัดวงจร คือ สภาวะที่กระแสไฟฟ้าไหลได้ครบวงจร โดยไม่ผ่านอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่อง ใช้ไฟฟ้า หรือภาระ (Load) ผลของไฟฟ้าช็อต จะทำให้เกิดความร้อนสูง เมื่อความร้อนถึงจุดลุกไหม้ ทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นได้ การ เกิดไฟฟ้า ช็อต แสดงดังรูปที่ 1.2 รูปที่ 1.3 ไฟฟ้าดูด รูปที่ 1.2 เพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าช็อต 2. ไฟฟ้าดูด คือ สภาวะที่กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน ร่างกายมนุษย์ลงพื้นดิน หรือไหลผ่านร่างกายมนุษย์ครบ วงจร จะก่อให้เกิดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ จนร่างกาย มนุษย์ไม่สามารถดิ้นหรือสะบัดให้หลุดออกจากไฟฟ้าได้ ผลที่เกิดจากไฟฟ้าดูดอาจทำให้พิการ หรือถึงเสียชีวิตได้ การเกิดไฟฟ้าดูด แสดงดังรูปที่ 1.3 1.2 อันตรายของไฟฟ้าต่อร่างกายมนุษย์ ไฟฟ้าเป็นพลังงานที่สามารถเคลื่อนที่ได้ การนำไฟฟ้าไปใช้งานโดยใช้ปริมาณของแรงดันที่แหล่งกำเนิดไฟฟ้าผลิตขึ้นมา และ ปริมาณของกระแสที่เกิดจากภาระต้องการใช้งาน คุณสมบัติของไฟฟ้า คือกระแสไหลผ่านได้ดีในวัตถุตัวนำจำพวกโลหะทุกชนิด โดยที่ขณะกระแสไหลไม่สามารถมองเห็น เพียงแต่รับรู้ได้จากการที่อุปกรณ์เครื่องมือ และเครื่องใช้ไฟฟ้าเกิดการทำงาน และจาก การตรวจวัดด้วยเครื่องมือวัดทดสอบทางไฟฟ้า หรือจากการสัมผัสโดยตรงของร่างกายมนุษย์ที่ทำให้เกิดกระแสไหลครบวงจร นั่น คือเป็นผลของการเกิดไฟฟ้าดูดร่างกายมนุษย์เป็นตัวนำไฟฟ้าเช่นเดียวกับตัวนำอื่นๆ ไฟฟ้าสามารถผ่านร่างกายไปได้อย่างสะดวก ดังนั้นจึงควรระมัดระวังไม่ให้ร่างกายทุกส่วนสัมผัสถูกตัวนำไฟฟ้าที่ต่อรับพลังงานอยู่กับแหล่งกำเนิดไฟฟ้า หรือในขณะที่มีกระแส ไหลผ่านตัวนำไฟฟ้าเหล่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะที่ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายมนุษย์สัมผัสอยู่กับพื้นน้ำ พื้นดิน พื้นปูน หรือ โลหะที่ต่อถึงพื้นดินหรือพื้นน้ำ กระแสสามารถไหลผ่านร่างกายลงสู่พื้นดินหรือพื้นน้ำได้สะดวก หรือในอีกกรณีหนึ่งที่ร่างกาย มนุษย์สัมผัสถูกสายตัวนำไฟฟ้าพร้อมกันมากกว่าหนึ่งเส้น ร่างกายมนุษย์จะกลายเป็นภาระไฟฟ้าทันทีแทนเครื่องใช้ไฟฟ้า จะทำให้ เกิดกระแสไหลผ่านร่างกายมนุษย์ครบวงจร เรียกการเกิดกระแสไหลในลักษณะนี้ว่าไฟฟ้าดูด การถูกไฟฟ้าดูดของร่างกายมนุษย์ จากการสัมผัสส่วนที่มีไฟฟ้า สามารถแยกตามลักษณะของการสัมผัสไฟฟ้าได้ 2 แบบ คือ การสัมผัสโดยตรง (Direct Contact) และ การสัมผัสโดยอ้อม (Indirect Contact)
24 1.2.1 การสัมผัสไฟฟ้าโดยตรง การสัมผัสไฟฟ้าโดยตรง คือ เป็นกรณีที่ ส่วนของร่างกายคนสัมผัสถูกส่วนที่มีไฟฟ้าจ่ายมาโดยตรง เช่น สายไฟฟ้ารั่วเพราะฉนวนชำรุด มีคนใช้มือจับสายไฟฟ้าที่รั่ว และจากการที่ใช้นิ้วมือหรือโลหะขนาดเล็ก เช่น ลวด ไขควง หรือโลหะอื่นๆ แหย่เข้าไปในรูเต้ารับไฟฟ้า เป็นต้น ลักษณะ การสัมผัสไฟฟ้าโดยตรงนี้ จะมีผลให้เกิดกระแสจำนวนมาก ไหลผ่านเข้าสู่ร่างกายคนไปลงดิน ทำให้เกิดอันตรายมาก คน อาจพิการหรือถึงเสียชีวิตได้ การสัมผัสไฟฟ้าโดยตรง แสดง ดังรูปที่ 1.4 รูปที่ 1.4 การสัมผัสไฟฟ้าโดยตรง 1.2.2 การสัมผัสไฟฟ้าโดยอ้อม การสัมผัสไฟฟ้าโดยอ้อม เป็นการสัมผัสที่ คนไม่ได้สัมผัสกับส่วนที่มีไฟฟ้าโดยตรง แต่เกิดจากคนสัมผัส กับอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือเครื่องใช้ ไฟฟ้าตามปกติ ซึ่งโดยปกติจะ ไม่มีไฟฟ้าจ่ายออกมาที่ตัวถังโลหะ แต่ถ้าเมื่ออุปกรณ์ไฟฟ้า หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเกิดไฟฟ้ารั่ว จึงมีไฟฟ้าจ่ายอยู่ที่ตัวถัง โลหะของอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น เมื่อคนไป สัมผัสจึงเกิดกระแสไหลผ่านเข้าสู่ร่างกายคนไปลงดิน เช่นเดียวกับการสัมผัสส่วนที่มีไฟฟ้า การสัมผัสไฟฟ้าโดย อ้อมมีอันตรายสูงมาก เพราะจาก รูปที่ 1.5 การสัมผัสไฟฟ้าโดยอ้อม การขาดความระมัดระวังของผู้ใช้งาน การสัมผัสไฟฟ้าโดยอ้อม แสดงดังรูปที่ 1.5 ร่างกายคนเมื่อถูกไฟฟ้าดูด จะเกิดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อจนไม่มีแรงสะบัดให้หลุดออกจากไฟฟ้าได้ ผลของไฟฟ้าดูด อาจทำให้บาดเจ็บ พิการ หรืออาจถึงเสียชีวิตได้ อันตรายที่เกิดขึ้นจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของกระแสที่ไหลผ่านร่างกายไป กระแสไหลผ่านน้อยเกิดอันตรายน้อย กระแสไหลผ่านมากเกิดอันตรายมาก ความสัมพันธ์ของปริมาณกระแสไหลผ่านร่างกายคนมี ผลต่อปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น แสดงดังตารางที่ 1.1 ตารางที่ 1.1 ความสัมพันธ์ของปริมาณกระแสไหลผ่านร่างกายคนมีผลต่อปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ปริมาณกระแสไหลผ่าน ร่างกายคน ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ต่ำกว่า 0.5 มิลลิแอมป์(mA) ยังไม่มีผลหรือไม่รู้สึก 1 mA รู้สึกจั๊กจี้หรือกระตุกเล็กน้อย 5 mA รู้สึกสั่นเล็กน้อย แต่ไม่เจ็บ คนส่วนใหญ่สามารถหนีได้แต่การ เคลื่อนที่อย่างไม่ระวังจะทำให้เกิดอันตรายได้ 6 – 25 mA (ผู้หญิง) รู้สึกเจ็บปวด สูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อ นี่คือปริมาณกระแสที่
25 9 – 30 mA (ผู้ชาย) ร่างกายไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ 50 – 150 mA ได้รับความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก อวัยวะที่เกี่ยวกับการหายใจหยุด ทำงาน กล้ามเนื้อหดตัวอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อข้อต่อจะแข็ง ทำให้ เสียชีวิตได้ 1 – 4.3 แอมแปร์(A) หัวใจหยุดเต้น กล้ามเนื้อหดตัว เส้นประสาทถูกทำลาย ทำให้ เสียชีวิต 10 A หัวใจหยุดเต้น และถูกเผาไหม้อย่างรุนแรง เสียชีวิต 15 A กระแสเกินค่าต่ำสุดที่ฟิวส์ หรือเซอร์กิตเบรกเกอร์จะตัดวงจร นอกจากนั้นระยะเวลาที่กระแสไหลผ่านร่างกายคน จะส่งผลถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นน้อยหรือมากด้วย กระแสไหลผ่านใช้ เวลาน้อยเกิดอันตรายน้อย กระแสไหลผ่านใช้เวลามากเกิดอันตรายมาก ระยะเวลาที่ถูกไฟฟ้าดูด ดังนั้นถ้าไม่มีบุคคลอื่นช่วยเหลือ อย่างทันท่วงทีอันตรายที่ได้รับก็จะสาหัสมากขึ้น คือหัวใจเต้นรัวเร็วหรือช้า ซึ่งอาจได้รับอันตรายถึงเสียชีวิต เมื่อระยะเวลาที่ถูก ไฟฟ้าดูดนานเกินกว่าระยะเวลากำหนดที่บอกไว้ แสดงดังตารางที่ 1.2 ตารางที่ 1.2 ความสัมพันธ์ของปริมาณกระแสไหลผ่านร่างกายคนกับระยะเวลาที่ทำให้เสียชีวิต ปริมาณกระแสไหลผ่าน ร่างกายคน ระยะเวลา หมายเหตุ 15 mA นานกว่า 2 นาที เสียชีวิต 20 mA นานกว่า 1 นาที 30 mA นานกว่า 35 วินาที 100 mA นานกว่า 3 วินาที 500 mA นานกว่า 0.11 วินาที 1 A นานกว่า 0.01 วินาที 1.3 ข้อควรปฏิบัติในการใช้ไฟฟ้าอย่างถูกต้องปลอดภัย การใช้ไฟฟ้าทุกครั้งควรคำนึงถึงความปลอดภัย ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความคุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุด และใช้อย่าง ประหยัด ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยประหยัดพลังงานแล้ว ยังมีผลดีต่อส่วนรวมของประเทศในแง่ของการอนุรักษ์ธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ยังช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อีกด้วย ผู้ใช้ไฟฟ้าจึงจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการใช้ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง ข้อควรปฏิบัติในการใช้ ไฟฟ้าอย่างถูกต้องปลอดภัย ปฏิบัติได้ดังนี้ 1. ควรตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนจ้างงานหรือทำสัญญากับบริษัท หรือช่างที่จะดำเนินการออกแบบ และเดินสายไฟติดตั้ง ระบบไฟฟ้าว่าเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ มีความรู้ความชำนาญเชื่อถือได้เท่านั้น 2. อุปกรณ์การติดตั้งทางไฟฟ้าต้องเป็นชนิดที่ได้รับการรับรองจากมาตรฐานต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ เช่น สำนักงานมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.), UL, VDE และ IEC เป็นต้น เครื่องหมายมาตรฐานอุปกรณ์ไฟฟ้าประเทศต่างๆ แสดงดังรูปที่ 1.6
26 มอก. มาตรฐานไทย มาตรฐานอเมริกา มาตรฐานเยอรมัน มาตรฐานยุโรป รูปที่ 1.6 เครื่องหมายมาตรฐานอุปกรณ์ไฟฟ้าประเทศต่างๆ 3. การเดินสายไฟ และติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า ต้องเป็นไปตามกฎการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าของการไฟฟ้านคร หลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าที่การไฟฟ้าทั้งสองยอมรับ 4. ก่อนใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ผู้ใช้ต้องอ่านและศึกษาคู่มือแนะนำการใช้งานให้เข้าใจ และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่าง เคร่งครัด 5. ทุกครั้งที่จะใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ควรตรวจสอบสายไฟ เต้าเสียบ และเต้ารับ ที่จะใช้งานว่ามีร่องรอยของการชำรุดหรือไม่ 6. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีเปลือกหุ้มภายนอกทำด้วยโลหะทุกชนิด หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อาจมี ไฟฟ้ารั่วมากับน้ำ จำเป็นต้องต่อสายดินของเครื่องใช้ ไฟฟ้าเข้ากับ ระบบสายดิน หมายถึงจะต้องมีการติดตั้งระบบสายดินที่ถูกต้อง ภายในบ้าน และใช้เตาเสียบชนิดมีขั้วสายดิน กับเต้ารับชนิดมีขั้ว สายดินที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน เครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ เช่น ตู้เย็น เตารีด หม้อหุงข้าว เตาไมโครเวฟ เตาไฟฟ้า กระทะไฟฟ้า หม้อต้ม น้ำร้อน เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องปรับอากาศ และเครื่องซักผ้า เป็น ต้น ลักษณะเต้าเสียบเต้ารับชนิดมีขั้วสายดิน แสดงดังรูปที่ 1.7 รูปที่ 1.7 เต้าเสียบเต้ารับชนิดมีขั้วสายดิน 7. เมื่อร่างกายเปียกชื้น ห้ามแตะต้องส่วนที่มีไฟฟ้า หรือ เครื่องใช้ไฟฟ้าโดยเด็ดขาด เพราะอาจมีไฟรั่วที่อุปกรณ์เหล่านั้น และความต้านทานต่อไฟฟ้าของผิวหนังที่เปียกชื้นจะลดลงอย่าง มาก ทำให้กระแสไฟฟ้าสามารถไหลผ่านร่างกายได้สะดวก ในกรณีที่ จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าขณะที่ร่างกายเปียกชื้น เช่น การใช้เครื่องทำ น้ำอุ่นในการอาบน้ำ นอกจากจะต้องติดตั้งสายดินแล้ว จะต้อง ติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่วช่วยเสริมการทำงานร่วมกับสายดินให้ปลอดภัย ยิ่งขึ้นด้วย เครื่องทำน้ำอุ่นที่มีระบบตัดไฟรั่ว แสดงดังรูปที่ 1.8 รูปที่ 1.8 เครื่องทำน้ำอุ่นที่มีระบบตัดไฟรั่ว 8. ในการเดินสายไฟ หรือลากสายไฟไปใช้งานนอกอาคารเป็นการชั่วคราว หรือถาวร เช่น งานก่อสร้าง ต่อเติม ปรับปรุง นอกอาคาร นอกจากอุปกรณ์ไฟฟ้าและสายไฟฟ้าต้องเป็นชนิดที่กันน้ำและทนทานต่อสภาวะแวดล้อมทางกลและแสงแดดแล้ว วงจรไฟฟ้าหรือเต้ารับนั้นต้องมีเครื่องตัดไฟรั่วด้วยจึงจะปลอดภัย 9. ควรแยกวงจรไฟฟ้าที่น้ำอาจท่วมถึงออกต่างหาก เช่น ในบริเวณชั้นล่างของอาคาร เพื่อให้สามารถปลดไฟออกได้ ทันทีเมื่อเกิดน้ำท่วม หรืออาจติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่วร่วมด้วยก็ได้ 10. หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ติดตั้งทางไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง 11. ฝึกให้เป็นคนช่างสังเกตสิ่งผิดปกติจากสี กลิ่น เสียง และการสัมผัสอุณหภูมิ รวม ทั้งการใช้เครื่องมือง่ายๆ ในการ ตรวจสอบ เช่น ไขควงลองไฟ เป็นต้น การสังเกต เช่น สีของสายไฟ เปลี่ยนไป มีกลิ่นเหม็นไหม้ มีรอยเขม่า หรือรอยไหม้มือจับสวิตช์
27 รูปที่ 1.9 การใช้ไขควงลองไฟทดสอบไฟรั่ว ไฟหรือเต้าเสียบแล้วรู้สึกอุ่น เป็นต้น เหล่านี้แสดงว่ามีความร้อนผิด ปกติเกิดขึ้น อาจเกิดจากจุดต่อต่างๆ ไม่แน่น เต้าเสียบ เต้ารับ หลวม เป็นต้น การใช้ไขควงลองไฟทดสอบไฟรั่ว แสดงดังรูปที่ 1.9 12. อย่าพยายามใช้ไฟฟ้าหรือเปิดสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น พัดลมระบายอากาศในบริเวณที่มีไอของสารระเหยหรือก๊าซที่ไวไฟ ปกคลุมอยู่เต็มพื้นที่ เช่น ก๊าซหุงต้ม ทินเนอร์ หรือไอน้ำมันเบนซิน เป็นต้น 13. ระมัดระวังการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าราคาถูกจากบางประเทศที่ผลิตแบบไม่ได้มาตรฐาน นอกจากจะมีอายุการใช้งานสั้น แล้วอาจไม่ปลอดภัยในการใช้งานโดยเฉพาะในเรื่องของอัคคีภัย 14. อุปกรณ์ที่มีการเสียบปลั๊กทิ้งไว้นานๆ โดยไม่มีผู้ดูแล เช่น หลอดไฟทางเดิน หรือบันได หม้อแปลงไฟขนาดเล็ก (อะแดปเตอร์) และเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ขนาดเล็ก เป็นต้น หากมีความจำเป็น ต้องใช้ให้หลีกเลี่ยงการใช้ในบริเวณที่มีวัสดุที่ติดไฟ ได้ง่ายอยู่ใกล้ๆ 15. ทุกครั้งที่เลิกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ควรปิดสวิตช์ที่เครื่องใช้ไฟฟ้าก่อน และถอดเต้าเสียบออกจากเต้ารับทุกครั้ง เพื่อ ไม่ให้เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุดเสียหายง่าย การถอดเต้าเสียบออกจากเต้ารับทุกครั้งเมื่อเลิกใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าแสดงดังรูปที่ 1.10 16.อย่าพยายามซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยตัวเอง หรือโดยช่างซ่อมที่มีความรู้ความชำนาญไม่เพียงพอ เครื่องใช้ไฟฟ้าบาง ประเภทจำเป็นต้องอาศัยอุปกรณ์ตรวจสอบด้านความปลอดภัย เช่น เตาไมโครเวฟ ต้องมีการตรวจสอบการรั่วออกมาของคลื่น ไมโครเวฟ ไม่ให้มีมากเกินอัตราที่กำหนดหรือเครื่องใช้ที่มีสายดินต้องตรวจสอบความต่อเนื่องและฉนวนของสายดินกับสายศูนย์ เป็นต้น 17. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในขณะที่มีฝน ตกฟ้าคะนอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์ อุปกรณ์สื่อสาร โทรทัศน์ เครื่องเล่นวีดีทัศน์ เครื่องเสียง และคอมพิวเตอร์ เป็นต้น เพื่อเป็นการ ป้องกันไม่ให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ชำรุดเสียหาย เมื่อมี ฟ้าผ่าเกิดขึ้นในบริเวณใกล้เคียง ให้ปิดเครื่องถอดเต้าเสียบ ออก รวมทั้งสายอากาศและสายโทรศัพท์ออกจากเครื่องทุก ครั้ง การเกิดฟ้าผ่า แสดงดังรูปที่ 1.11 รูปที่ 1.11 การเกิดฟ้าผ่า 18. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ควบคุมการเปิดปิดด้วย ปุ่มสัมผัสอิเล็กทรอนิกส์ หรือรีโมทคอนโทรล เช่น โทรทัศน์ เครื่องเล่นวีดีทัศน์ เครื่องเสียง และอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ เป็นต้น เครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้เมื่อปิด เครื่องแล้วยังมีไฟเลี้ยงวงจรควบคุมภายในเครื่องอยู่
28 รูปที่ 1.12 การเกิดเพลิงไหม้เครื่องคอมพิวเตอร์ ตลอด เวลา จึงมีโอกาสทำให้เกิดอุปกรณ์ควบคุม ภายในชำรุดได้ หรือบางครั้งอาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ ทรัพย์สินเสียหายได้ ดังนั้นจึงควรถอดเต้าเสียบออก หรือติดตั้งวงจรสวิตช์ตัดต่อวงจร เพื่อตัดไฟออกทุก ครั้งที่เลิกใช้งาน การเกิดเพลิงไหม้ของคอมพิวเตอร์ แสดงดังรูปที่ 1.12 19. เมื่อไฟฟ้าที่จ่ายมาจากการไฟฟ้าดับ ให้ดับสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดที่เปิดค้างอยู่ทันทีเพื่อป้องกันสาเหตุที่จะ เกิดขึ้น ดังนี้ เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุดจากแรงดันที่ผิดปกติขณะไฟฟ้าดับไม่สนิท แรงดันอาจต่ำกว่าปกติ หรือขณะที่เริ่มมี ไฟฟ้ากลับเข้ามาใหม่ แรงดันอาจมากเกินปกติ อุปกรณ์ตัดวงจรอาจทำงานอีกครั้ง เมื่อมีไฟกลับเข้ามา และมีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟในการเริ่มทำงานมาก เปิดใช้งานอยู่ จะทำให้เกิดไฟดับอีกครั้งได้ อันตรายจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความร้อนติดค้างอยู่ เช่น เตารีดและเตาไฟฟ้า เป็นต้น ในขณะที่มีไฟกลับเข้า มาโดยไม่รู้ตัว 20. ฝึกฝนให้รู้จักวิธีแก้ไขและป้องกันรวมทั้งช่วยเหลือปฐมพยาบาล เมื่อมีอุบัติเหตุทางไฟฟ้าเกิดขึ้น 1.4 การปฏิบัติงานด้านไฟฟ้าที่ปลอดภัย การสัมผัสจับต้องไฟฟ้าถือเป็นอันตรายต่อร่างกายคนอย่างร้ายแรง ดังนั้นการปฏิบัติงานทางด้านที่ต้องเกี่ยวข้องกับไฟฟ้า จำเป็นต้องมีความระมัดระวังอย่างมาก ต้องมั่นใจว่าเกิดความปลอดภัย ขณะปฏิบัติงานจะต้องมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และ อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เพียงพอ ต้องปฏิบัติงานให้ถูกขั้นตอน ทำงานอย่างเป็นระบบและมีความรอบคอบ หลักการปฏิบัติงาน ทางด้านไฟฟ้าที่ปลอดภัย มีดังนี้ 1. ควรคำนึงถึงกฎแห่งความปลอดภัยทุกครั้ง ขณะทำงานหรือซ่อมบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า และอย่าทำงาน ด้วยความประมาท 2. ก่อนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ต้องถือว่า เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านั้นมีไฟฟ้าจ่ายอยู่ ต้อง ตรวจสอบจนแน่ใจก่อนว่าไม่มีไฟฟ้าจ่ายให้แล้ว ตัดไฟฟ้าทุก ครั้งก่อนการปฏิบัติงาน แสดงดังรูปที่ 1.13 3. จะปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าเรื่องใด ต้องมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องนั้นก่อนการปฏิบัติงาน หรือถ้าไม่รู้ไม่ เข้าใจควรสอบถามผู้รู้ และให้ผู้รู้เป็นผู้กระทำ
29 รูปที่ 1.13 ตัดไฟฟ้าทุกครั้งก่อนการปฏิบัติงาน 4. อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการปฏิบัติงาน หากมีส่วนชำรุดหรือไม่สมบูรณ์ไม่ควรนำมาใช้งาน 5. อย่าปฏิบัติงานเมื่อรู้สึก เหนื่อย อ่อนเพลีย ง่วงนอน หรือรับประทานยาทำให้เกิดอาการง่วงซึม 6. อย่าปฏิบัติงานในขณะมือเปียกน้ำ หรือยืนอยู่บน พื้นที่เปียกน้ำ ทำให้เกิดอันตรายได้ง่าย อันตรายเกิดจาก ไฟฟ้ากับน้ำ แสดงดังรูปที่ 1.14 7. ถ้าจำเป็นต้องปฏิบัติงานในบริเวณที่มีคน พลุกพล่าน หรือมีการปฏิบัติงานอื่นๆ ร่วมด้วย ต้องแขวน ป้ายหรือเขียนป้ายแสดงการงดใช้ไฟฟ้าไว้ให้มองเห็นชัดเจน ทุกครั้งก่อนเริ่มการปฏิบัติงาน 8. ถ้าจำเป็นต้องปฏิบัติงานในบริเวณที่ไม่สามารถ ตัดไฟออกได้ ต้องกั้นบริเวณหรือป้องกันไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้อง เข้าใกล้ได้ รูปที่ 1.14 อันตรายเกิดจากไฟฟ้ากับน้ำ 9. การปฏิบัติงานถ้ามีการละงานไปชั่วคราว เช่น พักเที่ยง เมื่อกลับมาปฏิบัติงานต่อ ต้องตรวจสอบสวิตช์ตัดตอน สะพานไฟ ตลอดจนเครื่องหมายต่างๆ ที่ทำไว้ต้องอยู่ในสภาพเดิมก่อนปฏิบัติงานต่อไป 10. การปฏิบัติงานแต่ละครั้ง ควรมีผู้ร่วมปฏิบัติงานด้วยอย่างน้อย 2 คน 11. การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าแรงสูง ควรใช้เครื่องช่วยป้องกันไฟฟ้าให้มากขึ้นกว่าปกติเช่น ใช้เสื่อยางฉนวนปูพื้น สวมถุงมือฉนวน และปลอกแขนฉนวน เป็นต้น ก่อนการปฏิบัติ งานทุกครั้ง 1.5 การช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูด การช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูดนับเป็นสิ่งจำเป็น และสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องกระทำด้วยความรวดเร็วอย่างถูก วิธี มีความรอบคอบ และด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้ผู้ประสบอันตรายมีโอกาสรอดพ้นจากอันตรายขั้นร้ายแรง และผู้ให้ความ ช่วยเหลือเกิดความปลอดภัยไม่เป็นอันตรายตามไปด้วย สิ่งสำคัญคือผู้ให้ความช่วยเหลือต้องรู้จักวิธีให้ความช่วยเหลือที่ถูกต้อง และถูกวิธี การปฏิบัติทำได้ดังนี้ 1. อย่าใช้มือเปล่าแตะต้องตัวผู้ที่กำลังติดอยู่กับสายไฟฟ้า หรือตัวนำไฟฟ้าที่มีกระแสไหลผ่าน เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ให้ ความช่วยเหลือเกิดอันตรายตามไปด้วยอีกคน 2. รีบหาทางตัดทางเดินของไฟฟ้าก่อน โดยถอดเต้าเสียบ ตัดสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติ หรือสวิตช์ประธาน ถ้าทำไม่ได้ให้ ใช้วัสดุที่ไม่เป็นสื่อตัวนำไฟฟ้า เช่น ผ้าแห้ง เชือกแห้ง ไม้แห้ง สายยางแห้ง หรือผ้าพลาสติกที่แห้งสนิท ลากตัวผู้ประสบอันตรายให้ พ้นจากสิ่งที่มีไฟฟ้า หรือใช้ไม้แห้งเขี่ยสายไฟฟ้าให้หลุดพ้นออกจากตัวผู้ประสบอันตราย หรือเขี่ยส่วนของร่างกายผู้ประสบอันตราย ให้หลุดพ้นออกจากสายไฟฟ้าโดยเร็ว
30 รูปที่ 1.15 การช่วยผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูด การช่วยผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูด แสดงดังรูปที่ 1.15 3. เมื่อไม่สามารถทำวิธีอื่นใดได้แล้ว ให้ใช้มีด ขวาน หรือของมีคมที่มีด้ามไม้หรือด้ามที่เป็นฉนวน ฟัน สายไฟฟ้าให้ขาดหลุดออกจากผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด และต้องแน่ใจว่าสามารถทำได้ด้วยความปลอดภัย 4. ในกรณีที่มีกระแสอยู่ในบริเวณที่มีน้ำขัง อย่าลงไปในน้ำ ให้หาทางเขี่ยสายไฟฟ้าออกไปให้พ้นน้ำ หรือตัดไฟฟ้าออกก่อนจะลงไปช่วยผู้ประสบอันตรายที่ อยู่ในบริเวณนั้น 5. ถ้ากรณีที่เป็นสายไฟฟ้าแรงสูง ให้พยายามหลีกเลี่ยงอย่าเข้าไปใกล้ และรีบแจ้งการไฟฟ้าที่รับผิดชอบให้ทราบโดยเร็ว ที่สุด 1.6 การปฐมพยาบาลผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูด ผู้ประสบอันตรายจากกระแสไฟฟ้าดูด ส่วนมากจะหมดสติไม่รู้สึกตัว ซึ่งอาจจะไม่หายใจ และมีสภาวะหัวใจหยุดเต้น สังเกตได้จากอาการที่เกิดขึ้นดังนี้ ริมฝีปากเขียว สีหน้าซีดเขียวคล้ำ ทรวงอกเคลื่อนไหวน้อยมากหรือไม่เคลื่อนไหว ชีพจรเต้นช้า และเบามาก หากหัวใจหยุดเต้นจะคลำชีพจรไม่พบ ม่านตาขยายค้างไม่หดเล็กลง การหมดสติเช่นนี้ต้องรีบให้การปฐมพยาบาล ทันที เพื่อให้ปอดและหัวใจทำงาน เรียกการช่วยเหลือนี้ว่า การปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ (Cardio Pulmonary Resuscitation ; CPR) โดย วิธีการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (Basic Life Support ; BLS) ได้แก่ การผายปอดด้วยการให้ลมหายใจทางปากที่เรียกว่าการเป่าปาก ร่วมกับการนวดหัวใจภายนอก ก่อนนำผู้ป่วยส่งแพทย์ 1.6.1 การผายปอดด้วยการให้ลมหายใจทางปาก ภาวะหยุดหายใจ (Respiratory Arrest) เป็นภาวะที่มีการหยุดการทำงานของอวัยวะในระบบทางเดินหายใจและ การไหลเวียนของโลหิตส่วนมากมักจะพบว่ามีการหยุดหายใจก่อนเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น และถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือที่ถูกต้อง จะทำให้เสียชีวิตได้ การผายปอดด้วยการให้ลมหายใจทางปาก เป็นวิธีพื้นฐานที่จำเป็นต้องปฏิบัติในเบื้องต้น ทำได้ดังนี้ 1. ให้ผู้ป่วยนอนหงายราบกับพื้น จัด ท่านอนให้เหมาะสม เพื่อเปิดทางให้มีอากาศเข้าสู่ปอด ได้สะดวก โดยผู้ปฐมพยาบาลจะอยู่ทางด้านขวา หรือ ด้านซ้ายบริเวณศีรษะของผู้ป่วยก็ได้ ลักษณะการจัดท่า นอนที่ถูกต้องเหมาะสมให้ผู้ป่วย แสดงดังรูปที่ 1.16 2. ใช้มือข้างหนึ่งดึงคางผู้ป่วยหรือดัน ใต้คอพร้อมกับใช้มืออีกข้างดันหน้าผากให้หน้าแหงน เป็นวิธีป้องกันไม่ให้ลิ้นตกไปอุด รูปที่ 1.16 การจัดท่านอนที่ถูกต้องเหมาะสมให้ผู้ป่วย
31 รูปที่ 1.17 การใช้มือจับศีรษะผู้ป่วยให้หน้าแหงน ปิดทางเดินหายใจ และต้องระวังไม่ให้นิ้วมือที่ดึงคางนั้น กดลึกลงไปในส่วนของเนื้อใต้คาง เพราะจะทำให้อุดกั้น ทางเดินหายใจได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก สำหรับใน เด็กแรกเกิด ไม่ควรหงายคอมากเกินไป เพราะอาจทำ ให้เกิดหลอดลมแฟบ และเกิดอุดตันทางเดินหายใจได้ ลักษณะการใช้มือจับศีรษะผู้ป่วยให้หน้าแหงน แสดงดัง รูปที่ 1.17 3. สอดนิ้วหัวแม่มือเข้าในปากผู้ป่วย จับขากรรไกรล่างยกขึ้นจนปากอ้าออก 4. ล้วงเอาสิ่งอื่นๆ ที่อาจมีติดค้างอยู่ในปากและลำคอออกให้หมด เช่น ฟันปลอม และเศษอาหาร เป็นต้น เพื่อ ไม่ให้ขวางทางลม 5. ตรวจสอบการหายใจของผู้ป่วย โดยเอียงหน้ามองไปทางปลายเท้าผู้ป่วย ให้หูชิดปาก ผู้ป่วย เพื่อฟังเสียงหายใจ ตาดูการ เคลื่อนไหวของทรวง อก ถ้าผู้ป่วยหายใจได้เองอย่างเพียงพอ ให้จัดท่านอนให้ ผู้ป่วยใหม่ โดยจัดให้นอนตะแคงกึ่งคว่ำเพื่อนอนพัก การจัดท่านอนให้ผู้ป่วยนอนตะแคงกึ่งคว่ำ แสดงตาม ขั้นตอนที่ 1 – 4 ตามรูปที่ 1.18 รูปที่ 1.18 การจัดท่านอนให้ผู้ป่วยนอนตะแคงกึ่งคว่ำ 6. ถ้าผู้ป่วยไม่หายใจ ให้ผู้ปฐมพยาบาลทำการผายปอดด้วยการเป่าปากผู้ป่วย ผู้ปฐมพยาบาลอ้าปากให้กว้าง หายใจเข้าปอดเต็มที่ มือข้างหนึ่งบีบจมูกผู้ป่วยให้แน่นสนิท มืออีกข้างหนึ่งยังอยู่ที่คางผู้ป่วยอยู่ แล้วจึงประกบปากปิดปากผู้ป่วย ให้สนิท พร้อมกับเป่าลมเข้าไป รูปที่ 1.19 การผายปอดด้วยการเป่าลมเข้าปาก เป็นจังหวะประมาณ 12 – 15 ครั้ง/นาที ในเด็กเล็ก ประมาณ 20 – 30 ครั้ง/นาที การผายปอดด้วยการเป่า ลมเข้าปาก แสดงดังรูปที่ 1.19 7. ขณะทำการเป่าปากผู้ป่วย ตา ต้องเหลือบดูด้วยว่า หน้าอกผู้ป่วยมีอาการขยายขึ้นลง หรือไม่ หากไม่มีการกระเพื่อมขึ้นลงอาจเป็นเพราะท่า นอนไม่ดีหรือมีสิ่งกีดขวางทางเดินหายใจ ซึ่งต้องรีบ แก้ไขจัดท่าใหม่ และอย่าให้มีสิ่งกีดขวางทางเดินหายใจ การดูหน้าอกผู้ป่วยขยายขึ้นลง แสดงดังรูปที่ 1.20 8. ถ้ากรณีที่ไม่สามารถอ้าปากของ ผู้ป่วยได้ ให้ใช้มือปิดปากผู้ป่วยให้สนิท และเป่าลมเข้าทาง จมูกแทน โดยใช้วิธีการปฏิบัติในทำนองเดียวกับการเป่า ปาก 9. ขณะนำส่งโรงพยาบาล ให้ทำ
32 การเป่าปากไปด้วยจนกว่าผู้ป่วยจะฟื้น หรือเมื่อได้รับการ ช่วยเหลือจากแพทย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว รูปที่ 1.20 การดูหน้าอกผู้ป่วยขยายขึ้นลง 1.6.2 การนวดหัวใจภายนอก ภาวะหัวใจหยุดเต้น หมายถึงการไหลเวียนเลือดหยุดลงอย่างสิ้นเชิง ซึ่งทราบได้จากการหมดสติไม่มีการ เคลื่อนไหว ไม่มีอาการไอ คลำชีพจรไม่ได้ ไม่มีการหายใจอย่างที่เป็นตามปกติ ภาวะหัวใจหยุดเต้น เกิดขึ้นหลังจากภาวะหยุด หายใจ คนที่หยุดการหายใจและหัวใจหยุดเต้นไปแล้ว ยังมีโอกาสฟื้นขึ้นได้ ต้องรีบทำการช่วยให้หัวใจกลับเต้นขึ้นมาทันทีด้วยการ นวดหัวใจ มีวิธีการปฏิบัติดังนี้ 1. ให้ผู้ป่วยนอนราบกับพื้นแข็งๆ หรือใช้ไม้ กระดานรองหลังของผู้ป่วย ผู้ปฐมพยาบาลนั่งคุก เข่าลงข้างขวา หรือข้างซ้ายบริเวณหน้าอกผู้ป่วย 2. คลำหาส่วนล่างสุดของกระดูกอกที่ต่อกับ กระดูกซี่โครง โดยใช้สองนิ้วสัมผัสส่วนล่างกระดูกอกใช้ฝ่ามืออีกข้าง วางไล่ขึ้นมา ถ้าคุกเข้าข้างขวาใช้มือขวาคลำหาส่วนล่างกระดูกอก หากคุกเข่าข้างซ้ายใช้มือ รูปที่ 1.21 ตำแหน่งการวางมือเพื่อนวดหัวใจ ซ้ายคลำหาส่วนล่างกระดูกอก ตำแหน่งการวางมือเพื่อนวดหัวใจ แสดงดังรูปที่ 1.21 รูปที่ 1.22 ตำแหน่งการวางมือบนหน้าอกผู้ป่วย 3. วางมืออีกข้างทับบนหลังมือที่วางไว้แล้วใน ตำแหน่งที่ถูกต้อง เหยียดนิ้วมือตรง และเกี่ยวนิ้วมือ 2 ข้างเข้าด้วยกัน เหยียดแขนตรงโน้มตัวตั้งฉากกับหน้าอก ผู้ป่วย ทิ้งน้ำหนักลงบนแขนขณะกดหน้าอกผู้ป่วยให้ กระดูกลดระดับลง 1.5 – 2 นิ้ว หรือ 4 – 5 ซม. เมื่อกดสุด ให้ผ่อนมือขึ้นทันที โดยที่ตำแหน่งมือไม่ต้องเลื่อนจากจุดที่ กำหนด ขณะกดหน้าอกนวดหัวใจ ห้ามใช้นิ้วมือกดลงบน ซี่โครงผู้ป่วย ลักษณะการวางมือ บนหน้าอกผู้ป่วย แสดงดังรูปที่ 1.22 4. ขณะที่กดหน้าอกแต่ละครั้งต้องนับจำนวนครั้งที่กดดังนี้ หนึ่ง และสอง และ สาม และสี่ และห้า ….. โดยกดหน้าอกทุกครั้งที่นับตัว เลข และ ปล่อยมือจากการกดตอนคำว่า “และ” สลับกันไปให้ได้อัตราการ กดประมาณ 90 – 100 ครั้ง/นาทีการกดหน้าอกผู้ป่วย แสดงดัง รูปที่ 1.23
33 5. ถ้าผู้ปฏิบัติมีคนเดียว ให้นวดหัวใจ 15 ครั้ง สลับกับการเป่าปาก 2 ครั้ง ทำสลับกันเช่นนี้จนครบ 4 รอบ แล้วตรวจชีพจรและการหายใจ หากคลำชีพจรไม่ได้ต้องนวด หัวใจต่อ แต่ถ้าคลำชีพจรได้ รูปที่ 1.23 การกดหน้าอกผู้ป่วย และยังไม่หายใจต้องเป่าปากต่อไปอย่างเดียว 6. ถ้ามีผู้ปฏิบัติ 2 คน ให้นวดหัวใจ 5 ครั้ง สลับกับการเป่าปาก 1 ครั้ง โดยขณะที่เป่าปาก อีกคนต้องหยุด นวดหัวใจ 7. ในกรณีช่วยเหลือเด็กอ่อน หรือเด็กแรกเกิด การนวดหัวใจให้ใช้นิ้วเพียง 2 นิ้ว กดบริเวณกึ่งกลางกระดูก หน้าอกให้ได้อัตราการกด 100 – 120 ครั้ง/นาที การนวดหัวใจ เด็กอ่อน แสดงดังรูปที่ 1.24 8. การนวดหัวใจไม่ว่าผู้ใหญ่ หรือเด็ก ต้องทำ อย่างระมัดระวัง และถูกวิธี มิเช่นนั้นอาจทำให้กระดูกซี่โครงหัก ตับแตก และม้ามแตกได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็กต้องใช้ความ ระมัดระวังเป็นพิเศษ รูปที่ 1.24 การนวดหัวใจเด็กอ่อน 1.7 บทสรุป ไฟฟ้าเป็นพลังงานชนิดหนึ่ง มีทั้งโทษและประโยชน์ในเวลาเดียวกัน หากใช้ถูกวิธีจะเกิดประโยชน์มากมายมหาศาล หาก ใช้ผิดวิธีจะมีโทษมากมายมหาศาลเช่นเดียวกัน ไฟฟ้าเคลื่อนที่ได้ดีในวัตถุตัวนำจำพวกโลหะชนิดต่างๆ ไฟฟ้าไม่สามารถเคลื่อนที่ ผ่านไปได้หรือเคลื่อนที่ไปได้ลำบากในวัตถุที่เป็นพวกฉนวน ไฟฟ้าสามารถไหลผ่านร่างกายคนได้อย่างสะดวก เกิดไฟฟ้าดูดหรือ ไฟฟ้าช็อต ปริมาณกระแสที่ไหลผ่านร่างกายแตกต่างกัน เกิดอันตรายต่อร่างกายแตกต่างกันไป กระแสไหลผ่านน้อยเป็นอันตราย น้อย กระแสไหลผ่านมากเป็นอันตรายมาก มีผลทำให้บาดเจ็บ พิการ หรือถึงเสียชีวิตได้ การปฏิบัติงานทางด้านไฟฟ้าที่ปลอดภัย ผู้ใช้ไฟฟ้าจะต้องทราบและเข้าใจคุณสมบัติของไฟฟ้า ต้องระมัดระวัง ไม่ ประมาท ทำงานอย่างเป็นระบบและรอบคอบ คำนึงถึงกฎแห่งความปลอดภัยขณะทำงาน ผู้ใช้ไฟฟ้าจึงจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการใช้ ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง และเรียนรู้ข้อควรปฏิบัติในการใช้ไฟฟ้าอย่างถูกต้องปลอดภัย ผู้ประสบอันตรายจากกระแสไฟฟ้าดูด ส่วนมากจะหมดสติไม่รู้สึกตัว ซึ่งอาจจะไม่หายใจ และมีสภาวะหัวใจหยุดเต้นด้วย การหมดสติเช่นนี้ต้องรีบให้การปฐมพยาบาลทันที เพื่อให้ปอดและหัวใจทำงาน เรียกการช่วยเหลือนี้ว่า การปฏิบัติการช่วยฟื้นคืน ชีพ (CPR) โดยวิธีการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (BLS) ได้แก่ การผายปอดด้วยการให้ลมหายใจทางปาก ร่วมกับการนวดหัวใจ ภายนอก ก่อนนำผู้ป่วยส่งแพทย์การช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็น สำคัญอย่างยิ่ง ต้องกระทำอย่างถูกวิธี รวดเร็ว รอบคอบ และระมัดระวัง ทำให้ผู้ประสบอันตรายมีโอกาสรอดพ้นจากอันตราย
34 • ด้านทักษะ(ปฏิบัติ) (จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 5) 1. ใบปฏิบัติงานที่ 1.1 การช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูด และ ใบปฏิบัติงานที่ 1.2 การนวดหัวใจผู้ประสบ อันตรายจากไฟฟ้าดูด 2. แบบฝึกหัดบทที่ 1 • ด้านคุณธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง (จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 6-7) 1. การเตรียมความพร้อมด้านการเตรียม วัสดุ อุปกรณ์นักศึกษาจะต้องกระจายงานได้ทั่วถึง และตรง ตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจัดเตรียมสถานที่ สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ไว้อย่างพร้อมเพรียง 2. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบัติงาน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นักศึกษาจะต้องมีการใช้ เทคนิคที่แปลกใหม่ ใช้สื่อและเทคโนโลยี ประกอบการ นำเสนอที่น่าสนใจ นำวัสดุในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้อย่างคุ้มค่าและ ประหยัด
35 กิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้ ขั้นตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ขั้นตอนการเรียนรู้หรือกิจกรรมของนักเรียน 1. ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (15 นาที) 1. จัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนำรายวิชา วิธีการ ให้คะแนนและวิธีการเรียนเรื่อง ระบบความปลอดภัยในงาน ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 2. ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วยเรียนที่ 1 และการให้ความร่วมมือของนักศึกษาในการทำกิจกรรม 3. ผู้สอนให้ผู้เรียนยกตัวอย่างการปฏิบัติงานทางด้าน ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ปลอดภัย 4. ผู้สอนให้ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดก่อนเรียนบทที่ 1 เรื่อง ระบบความปลอดภัยในงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ แล้วให้นักศึกษาสลับกันตรวจคำตอบ และให้คะแนน 2. ขั้นให้ความรู้(75 นาที) 1. ผู้สอนฉายแผ่นใส บทที่ 1 เรื่อง ระบบความ ปลอดภัยในงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 2. ผู้สอนร่วมมือกับผู้เรียนอธิบายและยกตัวอย่าง อันตรายของไฟฟ้าต่อร่างกายมนุษย์ การ ปฏิบัติงานทางด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ปลอดภัย และ การปฏิบัติงานทางด้านการซ่อมบำรุงเกี่ยวกับไฟฟ้า 3. ขั้นประยุกต์ใช้( 90 นาที) 1. ผู้สอนให้ผู้เรียนทำการแบ่งนักเรียนออกเป็น 5 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 อันตรายต่อร่างกายมนุษย์ กลุ่มที่ 2 การปฏิบัติงานด้านไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์ 1. ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (15 นาที) 1. จัดเตรียมเอกสาร ฟังอาจารย์ผู้สอนแนะนำรายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเรื่อง องค์ประกอบของ คอมพิวเตอร์ 2. ผู้เรียนทำความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์การเรียนของ หน่วยเรียนที่ 1 และการให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม 3. ผู้เรียนยกตัวอย่าง เรื่อง การปฏิบัติงานทางด้านไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ที่ปลอดภัย ตามความเข้าใจของตนเอง 4. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดก่อนเรียนบทที่ 1 เรื่อง ระบบ ความปลอดภัยในงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ แล้วสลับกัน ตรวจคำตอบด้วยความซื่อสัตย์ 2. ขั้นให้ความรู้(75 นาที) 1. ผู้เรียนดูบทเรียนจากแผ่นใส บทที่ 1 เรื่อง ระบบ ความปลอดภัยในงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมกับจด บันทึกเนื้อที่ได้เรียน 2. ผู้เรียนร่วมมือกับผู้สอนอธิบายและยกตัวอย่าง อันตรายของไฟฟ้าต่อร่างกายมนุษย์ การปฏิบัติงานทางด้าน ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ปลอดภัย และ การ ปฏิบัติงานทางด้านการซ่อมบำรุงเกี่ยวกับไฟฟ้า ตามที่ได้ดู บทเรียนจากแผ่นใส 3. ขั้นประยุกต์ใช้( 90 นาที) 1. ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม 5 กลุ่ม
36 กิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้ ขั้นตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ขั้นตอนการเรียนรู้หรือกิจกรรมของนักเรียน กลุ่มที่ 3 การซ่อมบำรุงไฟฟ้า กลุ่มที่ 4 ช่วยเหลือผู้ถูกไฟฟ้าดูด กลุ่มที่ 5 การปฐมพยาบาล 2. ผู้สอนให้ผู้เรียนนำเสนอ หน้าชั้นเรียน ผู้สอนคอยสรุป เนื้อหาแต่ละกลุ่ม 3. ผู้สอนแนะนำลำดับขั้นตอนการทดลอง ตาม ใบ ปฏิบัติงานที่ 1.1 เรื่อง การช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้า ดูด และใบปฏิบัติงานที่ 1.2 เรื่อง การนวดหัวใจผู้ประสบอันตราย จากไฟฟ้าดูด 4. ขั้นสรุปและประเมินผล ( 60 นาที) 1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาที่ได้เรียนให้มี ความเข้าใจในทิศทางเดียวกัน 2. ผู้สอนให้ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดการเรียนรู้ บทที่ 1 3. แจกแบบฝึกหัดบทที่ 1 เรื่อง ระบบความปลอดภัย ในงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 4. ผู้สอนตรวจแบบฝึกหัดหลังเรียนพร้อมกับบันทึก คะแนน (บรรลุจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-7) (รวม 240 นาที หรือ 4 คาบเรียน) 2. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มอธิบายหน้าชั้นเรียนโดยขอ คำแนะนำจากผู้สอน 3. ผู้เรียนทำใบปฏิบัติงานที่ 1.1 เรื่อง การช่วยเหลือผู้ ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูด และใบปฏิบัติงานที่ 1.2 เรื่อง การนวดหัวใจผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูด 4. ขั้นสรุปและประเมินผล ( 60 นาที) 1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาที่ได้เรียนให้มี ความเข้าใจในทิศทางเดียวกัน 2. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดการเรียนรู้บทที่ 1 3. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดบทที่ 1 ด้วยความซื่อสัตย์ 4. ผู้เรียนนำคะแนนจากแบบฝึกหัดเพื่อดูความก้าวหน้า ของตนเอง (บรรลุจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-7)
37 งานที่มอบหมายหรือกิจกรรมการวัดผลและประเมินผล ก่อนเรียน 1. จัดเตรียมเอกสาร สื่อการเรียนการสอนตามที่อาจารย์ผู้สอนและบทเรียนกำหนด 2. ทำความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์การเรียนของบทที่ 1 และการให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมในบทที่ 1 ขณะเรียน 1. ศึกษาเนื้อหา ในบทที่ 1 เรื่อง ระบบความปลอดภัยในงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 2. รายงานผลหน้าชั้นเรียน 3. ปฏิบัติใบปฏิบัติงานที่ 1.1 เรื่อง การช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูด และ ใบปฏิบัติงานที่1.2 เรื่อง การ นวดหัวใจผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูด 4. สรุปผลการทดลอง หลังเรียน 1. ทำแบบฝึกหัดบทที่ 1 ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสำเร็จของผู้เรียน 1. แบบฝึกหัดบทที่ 1 ใบปฏิบัติงานที่ 1.1 ใบปฏิบัติงานที่ 1.2 2. ตรวจผลงาน การสาธิต การปฐมพยาบาลผู้ถูกไฟฟ้าดูด
38 สื่อการเรียนการสอน/การเรียนรู้ สื่อสิ่งพิมพ์ 1. หนังสือเรียนวิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น (ใช้ประกอบการเรียนการสอนจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1- 7) 2. แผ่นใส บทที่ 1 เรื่อง ระบบความปลอดภัยในงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์(ใช้ประกอบการเรียนการสอนขั้นสอน เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-5) 3. ใบปฏิบัติงานที่ 1.1 เรื่อง การช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูด (ใช้ประกอบการเรียนการสอนจุดประสงค์เชิง พฤติกรรมข้อที่ 4) 4. ใบปฏิบัติงานที่ 1.2 เรื่อง การนวดหัวใจผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูด (ใช้ประกอบการเรียนการสอนจุดประสงค์เชิง พฤติกรรมข้อที่ 5) 5. แบบฝึกหัดบทที่ 1 ใช้ประกอบการสอนขั้นเตรียม ข้อ 2 6. แบบฝึกหัดผลงานตามใบปฏิบัติงาน ใช้ประกอบการสอนขั้นการเรียนการสอน ข้อ 2 7. แบบฝึกหัดพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ใช้ประกอบการสอนขั้นการเรียนการสอน ข้อ 2 สื่อโสตทัศน์(ถ้ามี) 1. เครื่องฉาย ภาพ โปรเจคเตอร์(PROJECTOR) 2. เครื่องฉายแผ่นใส (OVERHEAD) สื่อของจริง 1. ไม้แห้งขนาดพอเหมาะยาวประมาณ 1.5 ม. ถึง 2 ม. 1 ท่อน 2. ท่อPVC ขนาด 6 หุล ยาวประมาณ 105 ม. ถึง 2 ม. 1 ท่อน 3. เชือกหรือเข็มขัดยาว 1 ม.ถึง 1.5 ม. 1 เส้น 4. ผ้าพลาสติกใช้ปูนอน 1 ผืน 5. ผ้าพลาสติกใช้ปูนอน 1 ผืน
39 แหล่งการเรียนรู้ ในสถานศึกษา 1. ห้องสมุด 2. ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ศึกษาหาข้อมูลทาง INTERNET นอกสถานศึกษา ผู้ประกอบการ สถานประกอบการ ในท้องถิ่น การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น 1. บูรณาการกับวิชาชีวิตและวัฒนธรรมไทย ด้านการพูด การอ่าน การเขียน และการฝึกปฏิบัติตนทางสังคมด้านการ เตรียมความพร้อม ความรับผิดชอบ และความสนใจใฝ่รู้ 2. บูรณาการกับวิชาการบริหารการจัดซื้อ ด้านการซื้อ การแสวงหาผลิตภัณฑ์ 3. บูรณาการกับวิชากีฬาเพื่อพัฒนาสุขภาพและบุคลิกภาพ ด้านบุคลิกภาพในการนำเสนอหน้าชั้นเรียน การประเมินผลการเรียนรู้ หลักการประเมินผลการเรียนรู้ ขณะเรียน 1. ตรวจผลงานตามใบปฏิบัติงานที่ 1.1และ ใบปฏิบัติงานที่ 1.2 2. สังเกตการทำงานกลุ่ม หลังเรียน 1. ตรวจแบบฝึกหัด บทที่ 1 2. ตรวจแบบแบบฝึกหัดผลการเรียนรู้ คำถาม อธิบายให้ได้ใจความสมบูรณ์และแสดงวิธีทำให้สมบูรณ์ถูกต้อง 1. ไฟฟ้าคืออะไร มีอันตรายต่อมนุษย์อย่างไร 2. ไฟฟ้ามีประโยชน์อะไรบ้างบอกมาเป็นข้อๆ 3. ปริมาณกระแสไหลผ่านร่างกายคนแตกต่างกัน จะเกิดผลต่อปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับร่างกายคนอย่างไร 4. บอกหลักการปฏิบัติงานทางด้านไฟฟ้าที่ปลอดภัยมาเป็นข้อๆ ตามลำดับ
40 5. อธิบายการผายปอดด้วยการให้ลมหายใจทางปากมาเป็นข้อๆ ตามลำดับ ผลงาน/ชิ้นงาน/ผลสำเร็จของผู้เรียน ตรวจผลงาน การสาธิตการปฐมพยาบาลผู้ถูกไฟฟ้าดูด รายละเอียดการประเมินผลการเรียนรู้ • จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 1 อธิบายอันตรายของไฟฟ้าต่อร่างกายมนุษย์ ได้ 1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ 2. เครื่องมือ : แบบฝึกหัด 3. เกณฑ์การให้คะแนน : อธิบายอันตรายของไฟฟ้าต่อร่างกายมนุษย์ ได้จะได้ 2 คะแนน • จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 2 ยกตัวอย่างการปฏิบัติงานทางด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ปลอดภัยได้ 1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ 2. เครื่องมือ : แบบฝึกหัด 3. เกณฑ์การให้คะแนน : ยกตัวอย่างการปฏิบัติงานทางด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ปลอดภัย • ได้จะได้ 3 คะแนน • จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 3 ยกตัวอย่างการปฏิบัติงานทางด้านการซ่อมบำรุงเกี่ยวกับไฟฟ้าได้ 1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ 2. เครื่องมือ : แบบฝึกหัด 3. เกณฑ์การให้คะแนน : ยกตัวอย่างการปฏิบัติงานทางด้านการซ่อมบำรุงเกี่ยวกับไฟฟ้าได้จะได้ 3 คะแนน • จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 4 บอกวิธีการช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าได้ 1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ 2. เครื่องมือ : แบบฝึกหัด 3. เกณฑ์การให้คะแนน : บอกวิธีการช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้า จะได้ 5 คะแนน • จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 5 สาธิตการปฐมพยาบาลผู้ถูกไฟฟ้าดูด 1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ 2. เครื่องมือ : แบบฝึกหัด 3. เกณฑ์การให้คะแนน : สาธิตการปฐมพยาบาลผู้ถูกไฟฟ้าดูด 15 คะแนน
41 • จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 6 เตรียมความพร้อมด้าน วัสดุ อุปกรณ์สอดคล้องกับงานได้อย่างถูกต้อง 1. วิธีการประเมิน : ตรวจผลงาน 2. เครื่องมือ : แบบฝึกหัดกระบวนการทำงานกลุ่ม 3. เกณฑ์การให้คะแนน : เตรียมความพร้อมด้าน วัสดุ อุปกรณ์สอดคล้องกับงานได้อย่าง ถูกต้อง จะได้ 6 คะแนน • จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 7 ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และสำเร็จภายใน เวลาที่กำหนดอย่างมีเหตุ และผลตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1. วิธีการประเมิน : ตรวจผลงาน 2. เครื่องมือ : แบบฝึกหัดกระบวนการทำงานกลุ่ม 3. เกณฑ์การให้คะแนน : ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และสำเร็จภายใน เวลาที่กำหนดอย่างมีเหตุ และผลตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะได้ 6 คะแนน
42 แบบฝึกหัดบทที่ 1 ระบบความปลอดภัยในงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ วัตถุประสงค์ เพื่อประเมินความรู้เดิมของนักศึกษาเกี่ยวกับเรื่อง ระบบความปลอดภัยในงานไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์ เขียนเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในข้อที่ถูกต้องที่สุด 1. ข้อควรคำนึงเป็นอับดับแรกในการใช้ไฟฟ้าคืออะไร ก. ความคุ้มค่า ข. ความประหยัด ค. ความปลอดภัย ง. เกิดประโยชน์สูงสุด 2. ไฟฟ้าดูดหมายถึงอะไร ก. เกิดกระแสไหลผ่านร่างกายคน ข. มีกระแสไหลผ่านในวงจรไฟฟ้าตลอดเวลา ค. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าสามารถดึงดูดโลหะจำพวกเหล็กได้ ง. เกิดสนามไฟฟ้ากระโดดข้ามจากสายไฟเส้นหนึ่งไปยังอีกเส้นหนึ่ง 3. วัสดุชนิดใดที่กระแสไหลผ่านได้ง่าย ก. ไม้แห้ง ข. แก้วน้ำ ค. พลาสติก ง. ยางเปียก 4. กระแสไหลผ่านร่างกายมนุษย์ลงสู่พื้นชนิดใดได้ลำบากที่สุด ก. พื้นไม้ ข. พื้นดิน ค. พื้นปูน ง. พื้นทราย 5. การสัมผัสไฟฟ้าแบบใดเรียกว่าการสัมผัสไฟฟ้าโดยตรง ก. ใช้มือจับสายไฟที่มีฉนวนหุ้ม ข. ใช้ตะปูแหย่เข้าไปในรูเต้ารับที่มีไฟฟ้า ค. จับตัวถังโลหะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีไฟฟ้ารั่วอยู่ ง. ขณะนำเต้าเสียบเสียบเข้าเต้ารับมีไฟฟ้ารั่วผ่านร่างกาย 6. การสัมผัสไฟฟ้าแบบใดเรียกว่าการสัมผัสไฟฟ้าโดยอ้อม ก. ขณะอาบน้ำด้วยเครื่องทำน้ำอุ่นเกิดอาการชาตามร่างกาย ข. ขณะล้างอ่างเลี้ยงปลาเกิดอาการชาเหมือนถูกไฟฟ้าดูด ค. ขณะเปิดตู้เย็นรู้สึกเจ็บปวดตามร่างกาย ง. ถูกทุกข้อ 7. การเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามาใช้งานอย่างไรถูกต้องที่สุด ก. สินค้านำเข้า ข. ราคาถูกใช้งานดี ค. มีเครื่องหมาย มอก. ง. ยี่ห้อที่กำลังเป็นที่นิยมใช้ 8. การปฏิบัติงานด้านไฟฟ้าที่ปลอดภัยข้อใดถูกต้องที่สุด ก. ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าแต่ละครั้งควรทำคนเดียวโดยลำพัง ข. อุปกรณ์และเครื่องไฟฟ้าชำรุดเพียงเล็กน้อยยังสามารถใช้งานได้ปกติ
43 ค. การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าทำได้ทันทีโดยไม่ต้องตรวจสอบไฟฟ้าในระบบ ง.การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าเมื่อรู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อย หรือง่วงนอนไม่ควรทำงาน 9. ขณะไฟฟ้าไหลผ่านร่างกายคน เพราะเหตุใดจึงไม่สามารถช่วยตัวเองให้หลุดพ้นจากไฟฟ้าได้ ก. เลือดในร่างกายหยุดการไหลเวียน ข. ไม่มีแรงพอและกล้ามเนื้อเกิดการหดตัว ค. เกิดอาการอ่อนเพลียง่วงนอนและนอนหลับ ง. สมองสับสนไม่สามารถบังคับและควบคุมตนเองได้ 10. การช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าข้อใดถูกต้องเหมาะสม ก. ใช้มือจับฉนวนสายไฟฟ้าออกจากตัวผู้ประสบภัยโดยเร็ว ข. รีบลงไปช่วยเหลือทันทีเมื่อผู้ประสบภัยถูกไฟฟ้าดูดในน้ำ ค. ใช้มีด ขวาน ของมีคมมีด้ามเป็นฉนวนฟันสายไฟฟ้าให้ขาด ง. ตัดกิ่งไม้ยาวๆ มาเขี่ยสายไฟฟ้าออกจากตัวผู้ประสบภัยทันที
44 ใบปฏิบัติงาน 1.1 การช่วยเหลือผู้ประสบอันตราย จากไฟฟ้าดูด จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกขั้นตอนการช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูดได้ 2. แสดงวิธีการช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูดได้ 3. เกิดความตระหนักในการทำงาน เครื่องมือและอุปกรณ์ 1. ไม้แห้งขนาดพอเหมาะ (หรือท่อ PVC ขนาด 6 หุล) ยาว 1.5 เมตร 1 ท่อน 2. เชือกยาว 2 เมตร 1 เส้น 3. ผ้าพลาสติกขนาด 1 x 2 เมตร 1 ผืน ลำดับขั้นการทดลอง 1. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มละ 2 คน 2. จำลองเหตุการณ์ขึ้นมา เช่น ผู้ประสบอันตรายถูกไฟฟ้าดูดติดอยู่กับสายไฟ 3. ฝึกปฏิบัติให้การช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายถูกไฟฟ้าดูด โดยให้นักเรียนคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ประสบอันตรายถูก ไฟฟ้าดูด นักเรียนอีกคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ให้การช่วยเหลือ 4. นักเรียนที่ทำหน้าที่เป็นผู้ให้การช่วยเหลือ ฝึกให้การช่วยเหลืออย่างถูกวิธีเป็นลำดับดังนี้ 4.1 หาไม้แห้ง หรือท่อ PVC มีความยาวพอเหมาะ เขี่ยสายไฟให้หลุดออกจากผู้ประสบอันตราย 4.2 ใช้เชือกคล้องตัวผู้ประสบอันตราย ดึงออกมาให้ห่างจากสายไฟ 5. สับเปลี่ยนหน้าที่การฝึกปฏิบัติ ทำการฝึกปฏิบัติในลักษณะเดียวกันตามขั้นตอน 6. ฝึกปฏิบัติหลายๆ ครั้งให้เกิดความชำนาญ
45 สรุปผลการทดลอง _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ คำถามและการวิเคราะห์ 1. การช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูดทำได้อย่างไร บอกมาเป็นลำดับ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________
46 ใบปฏิบัติงาน 1.2 การนวดหัวใจผู้ประสบอันตราย จากไฟฟ้าดูด จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกขั้นตอนการนวดหัวใจผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูดได้ 2. แสดงวิธีการนวดหัวใจผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูดได้ 3. เกิดความสามัคคีในการทำงานกลุ่ม เครื่องมือและอุปกรณ์ 1. ตุ๊กตา CPR หรือตุ๊กตาหมีขนาดพอเหมาะ 1 ตัว 2. ผ้าพลาสติกขนาด 1 x 2 เมตร 1 ผืน ลำดับขั้นการทดลอง 1. ฝึกปฏิบัติการนวดหัวใจให้ผู้ป่วย โดยนำตุ๊กตา CPR หรือตุ๊กตาหมีที่เตรียมไว้แทนผู้ประสบอันตราย 2. จำลองเหตุการณ์ขึ้นมา เช่น หลังจากช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายให้หลุดจากสายไฟแล้ว หัวใจผู้ประสบอันตราย หยุดเต้น 3. ฝึกหัดการนวดหัวใจ โดยให้ผู้ประสบอันตรายนอนราบกับพื้นแข็ง 4. ผู้ช่วยเหลือคุกเข้าลงข้างขวาหรือข้างซ้ายบริเวณหน้าอกผู้ประสบอันตราย 5. คลำหาส่วนล่างสุดของกระดูกอกที่ต่อกับกระดูกซี่โครง โดยใช้สองนิ้วสัมผัสส่วนล่าง สุดของกระดูกอกใช้ฝ่ามืออีกข้าง วางไล่ขึ้นมาการหาตำแหน่งวางมือนวดหัวใจ แสดงดังรูปที่ 1.1 6. วางมืออีกข้างทับบนหลังมือที่วางไว้แล้วในตำแหน่งที่ถูกต้อง เหยียดนิ้วมือตรง และเกี่ยวนิ้วมือ 2 ข้างเข้าด้วยกัน การประสานมือฝึกนวดหัวใจ 7. เหยียดแขนตรง โน้มตัวตั้งฉากกับหน้าอกผู้ประสบอันตราย ทิ้งน้ำหนักลงบนแขนขณะกดหน้าอกผู้ประสบอันตราย ให้กระดูกหน้าอกลดระดับลง 1.5 – 2 นิ้ว เมื่อกดสุดให้ผ่อนมือขึ้นทันที ลักษณะการกดหน้าอกผู้ประสบอันตราย แสดงดังรูปที่ 1.2 รูปที่ 1.1 การหาตำแหน่งวางมือนวดหัวใจ รูปที่ 1.2 การประสานมือฝึกกดนวดหัวใจ
47 8. ขณะกดหน้าอกแต่ละครั้งให้นับเลขตามไปด้วย ดังนี้ 1 และ 2 และ 3 และ 4 และ 5 โดยกดหน้าอกทุกครั้งที่นับ ตัวเลข และปล่อยมือขณะคำว่า “และ” ทำเช่นนี้สลับกันไป ในอัตราการกดประมาณ 90 – 100 ครั้ง/นาที 9. ผลัดเปลี่ยนการฝึกปฏิบัติให้ครบทุกคน และฝึกปฏิบัติจนเกิดความชำนาญ สรุปผลการทดลอง _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ คำถามและการวิเคราะห์ 1. บอกวิธีหาตำแหน่งจุดนวดหัวใจของผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูด บอกเป็นลำดับ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________________
48 แบบฝึกหัดผลการนำเสนอผลงาน ชื่อกลุ่ม……………………………………………ชั้น………………………ห้อง............................ รายชื่อสมาชิก 1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่……. 3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขที่……. ที่ รายการประเมิน คะแนน ข้อคิดเห็น 3 2 1 1 เนื้อหาสาระครอบคลุมชัดเจน (ความรู้เกี่ยวกับเนื้อหา ความถูกต้อง ปฏิภาณในการตอบ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า) 2 รูปแบบการนำเสนอ 3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม 4 บุคลิกลักษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้ำเสียง ซึ่งทำให้ผู้ฟังมีความ สนใจ รวม ผู้ประเมิน………………………………………………… เกณฑ์การให้คะแนน 1. เนื้อหาสาระครอบคลุมชัดเจนถูกต้อง 3 คะแนน = มีสาระสำคัญครบถ้วนถูกต้อง ตรงตามจุดประสงค์ 2 คะแนน = สาระสำคัญไม่ครบถ้วน แต่ตรงตามจุดประสงค์ 1 คะแนน = สาระสำคัญไม่ถูกต้อง ไม่ตรงตามจุดประสงค์ 2. รูปแบบการนำเสนอ 3 คะแนน = มีรูปแบบการนำเสนอที่เหมาะสม มีการใช้เทคนิคที่แปลกใหม่ ใช้สื่อและเทคโนโลยี ประกอบการ นำเสนอที่น่าสนใจ นำวัสดุในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้อย่างคุ้มค่าและประหยัด 2 คะแนน = มีเทคนิคการนำเสนอที่แปลกใหม่ ใช้สื่อและเทคโนโลยีประกอบการนำเสนอที่น่าสน ใจแต่ ขาดการประยุกต์ใช้ วัสดุในท้องถิ่น 1 คะแนน = เทคนิคการนำเสนอไม่เหมาะสม และไม่น่าสนใจ 3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม 3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม 2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม 1 คะแนน = สมาชิกส่วนน้อยมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม 4. ความสนใจของผู้ฟัง 3 คะแนน = ผู้ฟังมากกว่าร้อยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมือ 2 คะแนน = ผู้ฟังร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมือ 1 คะแนน = ผู้ฟังน้อยกว่าร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ