การประเมินผูป้ ่วยฉกุ เฉนิ
(Patient Assessment)
หลักสตู รปฏิบตั กิ ารแพทยข์ ั้นพ้ืนฐานและชว่ ยปฏบิ ตั กิ ารแพทยข์ น้ั สูง_2017 1
ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉกุ เฉนิ
เรื่อง อานาจหนา้ ที่ ขอบเขต ความรบั ผิดชอบ และข้อจากดั ในการปฏบิ ัตกิ ารแพทย์ ของผู้ชว่ ยเวชกรรมตาม
คาสง่ั ทางการแพทยห์ รอื การอานวยการ พ.ศ. ๒๕๕๖
หลกั สูตรปฏบิ ตั ิการแพทย์ขนั้ พื้นฐานและชว่ ยปฏบิ ตั กิ ารแพทย์ขน้ั สงู _2017 2
บทบาท พฉพ.ในการประเมินผู้ป่วยฉกุ เฉิน
• การประเมนิ เบอ้ื งตน้ (primary assessment)
• การประเมินข้นั ทีส่ อง (secondary assessment)
-การประเมินตามระบบอยา่ งรวดเรว็ (rapid Scan assessment )
-การประเมนิ มุ่งส่วนสาคญั (focused assessment)
-การประเมนิ ตามระบบอย่างละเอยี ด (detailed assessment)
• การประเมินซา้ และประเมินตอ่ เนอ่ื ง (reassessment & ongoing
assessment)
3
หลกั สูตรปฏิบตั ิการแพทย์ข้นั พืน้ ฐานและชว่ ยปฏบิ ตั ิการแพทย์ขน้ั สงู _2017
การประเมนิ เบื้องตน้
(Primary Assessment)
หลกั สตู รปฏบิ ตั กิ ารแพทยข์ น้ั พื้นฐานและชว่ ยปฏบิ ตั ิการแพทยข์ น้ั สูง_2017 4
แนวคดิ
• การประเมนิ เบือ้ งตน้ (Primary Assessment) เป็นการประเมินเพอ่ื คน้ หา
สิง่ ทีเ่ ปน็ ปัญหาคกุ คามชีวติ ทอ่ี าจสง่ ผลใหผ้ ปู้ ว่ ยฉุกเฉินเสยี ชวี ติ ได้ โดยใช้
เวลาในการประเมินไมค่ วรเกนิ 30 วินาที
• การประเมินเบ้ืองต้น จาเป็นตอ้ งทาในผูป้ ว่ ยฉุกเฉินทกุ ราย
• ทาการประเมินเบ้ืองตน้ ทนั ทเี มื่อพบผ้ปู ่วยฉกุ เฉนิ หลังจากได้ประเมิน
สถานการณแ์ ลว้ พบวา่ มคี วามปลอดภยั สาหรบั ทีมชว่ ยเหลอื
หลักสูตรปฏบิ ัตกิ ารแพทย์ขัน้ พนื้ ฐานและชว่ ยปฏบิ ตั ิการแพทยข์ นั้ สูง_2017 5
ขั้นตอนการประเมนิ เบ้อื งต้น (Primary Assessment)
• การประเมนิ สภาพทว่ั ไปของการเจ็บปว่ ย (General Impression)
• การประเมินความรู้สกึ ตวั (Level of consciousness : LOC)
• การประเมินทางเดนิ หายใจ (Airway) G
• การประเมนิ การหายใจ (Breathing)
• การประเมนิ การไหลเวียนโลหิต(Circulation) C R
BA
หลักสูตรปฏบิ ัตกิ ารแพทย์ขนั้ พน้ื ฐานและชว่ ยปฏิบตั ิการแพทย์ขน้ั สงู _2017 6
การประเมนิ สภาพทั่วไปของการเจบ็ ป่วย (General Impression)
• สภาพผู้ปว่ ยทเ่ี หน็ จากการสังเกตก่อนสมั ผสั ผปู้ ว่ ย
• อาการนาสาคญั ของผู้ปว่ ย
• แยกใหไ้ ด้วา่ เป็น “ผู้บาดเจ็บ” หรือ “ผปู้ ่วย”
• สง่ิ ทีต่ อ้ งประเมนิ เช่น
– อายุ ,เพศ
– อายโุ ดยประมาณ
– รปู รา่ ง ทา่ ทาง หรอื บาดแผลขนาดใหญ่
– สภาพท่ีเกิดเหตุ เช่น มีวตั ถตุ กหลน่ กลิ่นสารเคมี
หรือกลนิ่ ที่ผิดปกติ เปน็ ต้น
หลกั สูตรปฏิบตั ิการแพทยข์ ัน้ พ้นื ฐานและชว่ ยปฏบิ ตั ิการแพทย์ขน้ั สงู _2017 7
• ถา้ ผ้ปู ่วยพูดได้ ร้องได้ อาจบอกได้วา่ ไมม่ ีส่ิงอดุ ก้ัน
• ถ้าผู้ปว่ ยไมร่ สู้ ึกตัว แตย่ ังหายใจ ให้ดูในปากวา่ มเี ลอื ด สารคัดหล่ัง หรอื ส่งิ
แปลกปลอมอื่นๆทจ่ี ะเกิดการอุดกั้นหรอื ไม่
ถา้ พบทางเดินหายใจไมโ่ ลง่
-ใหเ้ ปดิ ทางเดินหายใจ
-ทาใหท้ างเดินหายใจโล่งดว้ ย manual technique
หลกั สูตรปฏิบตั กิ ารแพทยข์ ั้นพื้นฐานและชว่ ยปฏบิ ตั กิ ารแพทย์ขน้ั สูง_2017 8
การประเมนิ ความรสู้ ึกตัว (Level of consciousness : LOC)
1.หากพบผู้บาดเจบ็ หรือผู้ปว่ ยที่ไมท่ ราบประวัตชิ ดั เจนในสภาพนอนแนน่ งิ่
กอ่ นทาการประเมนิ ความรสู้ ึกตวั ให้ผู้ชว่ ยเหลือหนึ่งคนทาการยดึ ตรงึ ศรี ษะผปู้ ่วยให้อยนู่ ่งิ
กอ่ นเสนอ (Manual in line)
2. ตรวจสอบระดบั ความรสู้ ึกตวั ของผูป้ ว่ ยหลกั AVPU ในการประเมนิ ระดบั ความรสู้ ึกตวั
หลักสตู รปฏิบตั กิ ารแพทย์ขัน้ พืน้ ฐานและชว่ ยปฏิบตั กิ ารแพทย์ขน้ั สงู _2017 9
หลัก AVPU ในการประเมนิ ระดับความรูส้ กึ ตวั 10
แบง่ ระดับความรูส้ ึกตัวผู้ปว่ ย เป็น 4 ระดบั คอื
A = Alert (รูส้ กึ ตวั ด)ี
V = Verbal to stimuli (ตอบสนองตอ่ เสียงเรียก)
P = Painful to stimuli (ตอบสนองตอ่ ความเจบ็ ปวด)
U = Unresponsive (ไมร่ สู้ กึ ตัว)
หลกั สูตรปฏบิ ัตกิ ารแพทยข์ ัน้ พืน้ ฐานและชว่ ยปฏบิ ตั ิการแพทยข์ นั้ สงู _2017
ถา้ ประเมนิ พบวา่ ผ้ปู ว่ ยไมร่ ู้สึกตวั ไมห่ ายใจ หรอื หายใจเฮอื ก
เรม่ิ ปฏิบตั ติ ามขนั้ ตอนการช่วยฟนื้ คืนชพี
(CPR 2015)
หลกั สูตรปฏบิ ัติการแพทยข์ ั้นพ้ืนฐานและชว่ ยปฏบิ ตั กิ ารแพทย์ขนั้ สงู _2017 11
การประเมนิ ทางเดนิ หายใจ (Airway)
เพ่อื คน้ หาภาวะการอดุ กั้นทางเดิน
หายใจ
ในผู้ป่วยไม่ร้สู ึกตัว พบวา่ ลิ้นเป็นสาเหตหุ ลักท่ี
อดุ กั้นทางเดินหายใจส่วนตน้ ทพ่ี บไดบ้ ่อยที่สดุ
หลักสตู รปฏบิ ตั ิการแพทย์ขน้ั พืน้ ฐานและชว่ ยปฏบิ ตั กิ ารแพทย์ขน้ั สงู _2017 12
วิธกี ารเปดิ ทางเดนิ หายใจ
• ใช้วิธี Head-tilt, chin-lift ในผ้ปู ว่ ยฉกุ เฉิน ที่ไม่ใชม่ สี าเหตจุ ากการ
บาดเจบ็
หลกั สูตรปฏบิ ตั กิ ารแพทย์ขั้นพ้ืนฐานและชว่ ยปฏิบตั กิ ารแพทยข์ น้ั สูง_2017 13
วธิ กี ารเปดิ ทางเดนิ หายใจ
• ใชว้ ิธี Jaw thrust หรอื Chin lift ในผปู้ ่วยอบุ ัตเิ หตุ
หลกั สตู รปฏิบตั ิการแพทย์ข้นั พื้นฐานและชว่ ยปฏิบตั กิ ารแพทยข์ น้ั สงู _2017 14
การประเมนิ การหายใจ (Breathing)
:ใชห้ ลักการ ดู ฟงั และสัมผสั
ดูลักษณะการหายใจ
: การกระเพ่อื มข้ึน-ลงตัวของทรวงอก
: หายใจเร็ว ชา้ หรอื หายใจลาบาก
หรือไม่
หลกั สูตรปฏบิ ตั ิการแพทย์ข้นั พ้นื ฐานและชว่ ยปฏบิ ตั ิการแพทย์ขน้ั สงู _2017 15
การใหอ้ อกซเิ จน การช่วยการหายใจ
การใช้ Self- inflating bag
หลักสูตรปฏิบตั กิ ารแพทย์ขน้ั พนื้ ฐานและชว่ ยปฏิบตั กิ ารแพทยข์ นั้ สูง_2017 16
การประเมินระบบไหลเวยี น (Circulation)
- การคลาชพี จร : เปรยี บเทยี บชพี จรท่ีคอและขอ้ มอื
- การประเมนิ ผิวหนงั (skin) : ดูสีผวิ เหงื่อออก อณุ หภมู ิ ความช้นื
- การตรวจการคืนกลบั ของเลอื ดในหลอดเลอื ดฝอย (capillary refill)
- การประเมินจดุ เลือดออกมาก (major bleeding) หากพบจดุ เลอื อกออก
มาก ให้ทาการหา้ มเลอื ดทันที ไมเ่ กนิ 2 วนิ าที
หลักสตู รปฏบิ ตั กิ ารแพทย์ขั้นพื้นฐานและชว่ ยปฏิบตั กิ ารแพทย์ขนั้ สูง_2017 17
ผ้ปู ่วยฉกุ เฉินทกุ ราย ตอ้ งได้รบั การประเมนิ เบ้ืองตน้ เว้นแตม่ เี หตุผล
สาคัญ ทีท่ าใหต้ อ้ งหยุดการประเมนิ เบือ้ งต้นช่วั คราว ได้แก่
• หวั ใจหยุดเต้น (cardiac arrest)
• ทางเดนิ หายใจอุดกัน้ (airway obstruction)
• สถานท่ีเกดิ เหตไุ ม่ปลอดภยั (scene unsafety)
• ภาวะคกุ คามชวี ติ ทีต่ อ้ งแก้ไขเรง่ ด่วน (life threatening)
หลกั สูตรปฏิบัติการแพทยข์ ้ันพ้ืนฐานและชว่ ยปฏบิ ตั กิ ารแพทยข์ นั้ สูง_2017 18
หลงั การประเมนิ เบ้ืองต้น
ข้อมลู ท่ไี ดจ้ ากการประเมินเบอื้ งต้น จะต้องสามารถคัดแยกในเบอื้ งต้นไดว้ ่า
ผูป้ ่วยมีอาการคงท่ี (Stable) หรอื อาการไมค่ งที่ (Unstable) เพือ่ พจิ ารณาว่า
จะทาการประเมินอย่างไรในการประเมนิ ขั้นทส่ี องต่อไป
อาการไมค่ งท่ี อาการคงท่ี(stable)
(unstable/unsure) ทาการประเมินขนั้ ที่สอง(secondary
ให้ทาการประเมินขนั้ ที่สอง(secondary assessment )
assessment) โดยประเมิน Rapid
โดยการประเมิน focused assessment
scan assessment
หลกั สตู รปฏิบตั กิ ารแพทยข์ ัน้ พ้นื ฐานและชว่ ยปฏบิ ตั ิการแพทยข์ นั้ สงู _2017 19
พฉพ.
หลกั สูตรปฏบิ ตั ิการแพทยข์ ั้นพ้นื ฐานและชว่ ยปฏิบตั กิ ารแพทยข์ น้ั สูง_2017 20
การประเมนิ ข้ันทสี่ อง
(secondary assessment)
หลกั สูตรปฏิบตั กิ ารแพทย์ข้ันพื้นฐานและชว่ ยปฏบิ ตั ิการแพทย์ขน้ั สงู _2017 21
• การประเมนิ ข้นั ทส่ี อง (secondary assessment)
-การประเมนิ ตามระบบอยา่ งรวดเรว็ (rapid scan assessment )
-การประเมนิ ม่งุ ส่วนสาคัญ (focused assessment)
-การประเมนิ ตามระบบอย่างละเอยี ด (detailed assessment)
หลกั สตู รปฏิบัติการแพทย์ขน้ั พ้นื ฐานและชว่ ยปฏิบตั กิ ารแพทย์ขน้ั สูง_2017 22
การประเมนิ ตามระบบอยา่ งรวดเร็ว
(rapid scan assessment )
หลกั สตู รปฏิบตั ิการแพทยข์ ้ันพนื้ ฐานและชว่ ยปฏิบตั ิการแพทยข์ น้ั สงู _2017 23
หลักการสาคัญ
-เปน็ การประเมนิ โดยการตรวจร่างกายตามระบบอย่างรวดเร็ว
-ใช้เวลาไมเ่ กิน 90 วนิ าทีเมือ่ รวมกบั เวลาทใี่ ชใ้ นการประเมนิ เบอ้ื งตน้
(primary assessment + rapid scan assessment)
-ใช้ในการประเมินในผปู้ ่วยกลมุ่ อาการไมค่ งท่ี(unstable/unsure)
เพอ่ื ค้นหาภาวะคุกคามชวี ติ ทีส่ าคัญ
-ใชห้ ลักการ ดู คลา และ ฟัง
-DCAP-BTLS และ PMS
-เรม่ิ ประเมนิ ต้งั แต่ศรี ษะ จรดปลายเทา้ 24
หลักสูตรปฏบิ ตั กิ ารแพทย์ขน้ั พืน้ ฐานและชว่ ยปฏิบตั ิการแพทยข์ น้ั สงู _2017
Rapid scan assessment
DCAP-BTLS D= Deformities
C=Contusions
A=Abrasions 25
P=Punctures &
Penetrations
B=Burns
T=Tenderness
L=Lacerations
S=Swelling
หลกั สูตรปฏบิ ัตกิ ารแพทย์ข้ันพ้นื ฐานและชว่ ยปฏบิ ตั กิ ารแพทยข์ น้ั สงู _2017
DCAP-BTLS
D= Deformities
หลกั สตู รปฏบิ ัตกิ ารแพทยข์ ั้นพ้นื ฐานและชว่ ยปฏบิ ตั ิการแพทยข์ นั้ สงู _2017 26
DCAP-BTLS
C=Contusions
หลกั สตู รปฏบิ ัตกิ ารแพทยข์ ั้นพ้นื ฐานและชว่ ยปฏบิ ตั ิการแพทยข์ นั้ สงู _2017 27
DCAP-BTLS
A= Abrasions
หลักสตู รปฏบิ ตั ิการแพทยข์ ั้นพ้นื ฐานและชว่ ยปฏบิ ตั ิการแพทยข์ นั้ สงู _2017 28
DCAP-BTLS
P= Punctures & Penetrations
29
หลักสูตรปฏบิ ัตกิ ารแพทยข์ ั้นพ้นื ฐานและชว่ ยปฏิบตั กิ ารแพทยข์ น้ั สงู _2017
DCAP-BTLS
B= burns
หลกั สูตรปฏบิ ัตกิ ารแพทย์ข้นั พ้นื ฐานและชว่ ยปฏิบตั กิ ารแพทย์ขน้ั สงู _2017 30
DCAP-BTLS โอ๊ย โอย๊ ..!!!
T=Tenderness
หลักสูตรปฏบิ ตั ิการแพทยข์ นั้ พน้ื ฐานและชว่ ยปฏบิ ตั กิ ารแพทยข์ น้ั สงู _2017 31
DCAP-BTLS
L=Lacerations
หลกั สตู รปฏบิ ัตกิ ารแพทยข์ ั้นพ้นื ฐานและชว่ ยปฏบิ ตั ิการแพทยข์ นั้ สงู _2017 32
DCAP-BTLS
S= swelling
หลักสตู รปฏบิ ตั ิการแพทยข์ ั้นพ้นื ฐานและชว่ ยปฏบิ ตั ิการแพทยข์ นั้ สงู _2017 33
ข้นั ตอนการทา Rapid scan assessment
หลักสตู รปฏิบัตกิ ารแพทย์ขั้นพนื้ ฐานและชว่ ยปฏิบตั กิ ารแพทยข์ น้ั สงู _2017 34
▪ DCAP-BTLS : Head
หลกั สูตรปฏบิ ัตกิ ารแพทย์ข้นั พ้นื ฐานและชว่ ยปฏิบตั กิ ารแพทย์ขน้ั สงู _2017 35
▪ DCAP-BTLS : Face
หลกั สูตรปฏบิ ัตกิ ารแพทย์ข้นั พ้นื ฐานและชว่ ยปฏิบตั กิ ารแพทย์ขน้ั สงู _2017 36
▪ DCAP-BTLS : Neck
-ตรวจดู คลา DCAP-BTLS บริเวณคอท้ังดา้ นหนา้ และดา้ นหลงั
-ดูการโปง่ พองของหลอดเลือดใหญ่ ดูหลอดลมว่าเอียงไปดา้ นใดดา้ นหน่งึ
หรือไม่
- ใส่ cervical hard collar
หลกั สตู รปฏบิ ัตกิ ารแพทย์ขัน้ พนื้ ฐานและชว่ ยปฏบิ ตั ิการแพทย์ขน้ั สงู _2017 37
▪ DCAP-BTLS : chest
หลกั สูตรปฏบิ ัตกิ ารแพทย์ข้นั พ้นื ฐานและชว่ ยปฏิบตั กิ ารแพทย์ขน้ั สงู _2017 38
• ดกู ารขยายตัวของทรวงอกทัง้ สองข้างวา่ เทา่ กันหรอื ไม่ 39
• ดลู กั ษณะการหายใจ
• คลาเสยี งกรอบแกรบเพื่อดูภาวะลมใต้ชัน้ ผวิ หนัง (subcutaneous
emphysema) บริเวณลาคอและหน้าอกส่วนบน
• ฟังเสียงหายใจโดยใชห้ ฟู งั (stethoscope) ฟงั บริเวณชายปอดทัง้ สอง
ขา้ ง 4 จุด ดงั นี้
-เส้นก่งึ กลางแนวกระดกู ไหปลาร้า (mid-clavicular line)ทง้ั สองขา้ ง
-เส้นกงึ่ กลางแนวรกั แร้ (mid-axillary line) ทัง้ สองขา้ ง
• โดยฟังเสยี งหายใจว่ามหี รือไม่ ถา้ มีให้เปรยี บเทยี บว่าสองขา้ งเทา่ กนั
หรือไม่
หลักสตู รปฏิบตั กิ ารแพทย์ขน้ั พ้นื ฐานและชว่ ยปฏิบตั ิการแพทย์ขน้ั สงู _2017
▪ DCAP-BTLS : Abdomen
หลักสตู รปฏบิ ตั ิการแพทยข์ ั้นพ้นื ฐานและชว่ ยปฏบิ ตั ิการแพทยข์ นั้ สงู _2017 40
▪ DCAP-BTLS : Pelvis
หลักสตู รปฏบิ ตั ิการแพทยข์ ั้นพ้นื ฐานและชว่ ยปฏบิ ตั ิการแพทยข์ นั้ สงู _2017 41
▪ DCAP-BTLS : Lower extremities
: Assess PMS (Pulse
motor , sensory )
หลักสตู รปฏิบตั กิ ารแพทยข์ ั้นพ้นื ฐานและชว่ ยปฏิบตั กิ ารแพทยข์ น้ั สูง_2017 42
▪ DCAP-BTLS : Upper extremities
: Assess PMS (Pulse
motor , sensory )
หลักสตู รปฏิบตั กิ ารแพทยข์ ้นั พื้นฐานและชว่ ยปฏบิ ตั กิ ารแพทยข์ น้ั สูง_2017 43
▪ DCAP-BTLS : Back
หลกั สูตรปฏบิ ัตกิ ารแพทย์ข้นั พ้นื ฐานและชว่ ยปฏิบตั กิ ารแพทย์ขน้ั สงู _2017 44
เตรยี มการเคลอ่ื นยา้ ย/รอชดุ ปฏิบัติการฉกุ เฉินระดับสงู
- Baseline vital signs
- ซักประวตั ิ “SAMPLE”
-ตรวตพเิ ศษเพิม่ เตมิ ในส่วนทเ่ี กยี่ วข้อง
หลักสตู รปฏิบตั กิ ารแพทยข์ นั้ พน้ื ฐานและชว่ ยปฏบิ ตั กิ ารแพทยข์ น้ั สูง_2017 45
การประเมนิ มุ่งสว่ นสาคญั
(focused assessment)
หลักสตู รปฏบิ ตั กิ ารแพทย์ขน้ั พน้ื ฐานและชว่ ยปฏบิ ตั ิการแพทย์ขน้ั สงู _2017 46
Focused assessment
(การประเมนิ มุ่งสว่ นสาคญั )
-ผ้ปู ว่ ยรู้สกึ ดี ตรวจดูสว่ น 47
-บาดเจบ็ เล็กน้อย ที่มอี าการ
-ผปู้ ว่ ยสามารถบอกตาแหนง่
ทม่ี อี าการได้ ใหก้ ารชว่ ยเหลือตามปญั หา
เช่น ทาแผล/ดามกระดกู
หลักสตู รปฏบิ ตั กิ ารแพทยข์ ้ันพื้นฐานและชว่ ยปฏิบตั ิการแพทยข์ นั้ สูง_2017
ซักประวัติเพมิ่ เตมิ
หลกั การสาคญั
• ใช้ในการประเมินผ้ปู ว่ ยทีห่ ลงั การประเมินเบื้องต้น พบวา่ เปน็ กลมุ่ อาการ
คงที่(stable) หากเปน็ ผู้บาดเจบ็ กจ็ ะเปน็ การบาดเจ็บทม่ี ีอาการเพียง
เล็กน้อย ไม่มปี ัญหาคุกคามชวี ติ
• มีความสาคญั อย่างยง่ิ ในการประเมนิ ผ้ปู ว่ ยทางอายุรกรรม ท่สี ามารถบอก
อาการเจบ็ ป่วยได้ สามารถตรวจประเมนิ ในตาแหนง่ ทมี่ ีอาการร่วมกับ
อาการรว่ มอน่ื ๆ
หลักสตู รปฏบิ ัติการแพทย์ข้ันพื้นฐานและชว่ ยปฏิบตั กิ ารแพทย์ขน้ั สูง_2017 48
ในผบู้ าดเจบ็ ดวู ่ามีการบาดเจบ็ ตรงตาแหน่งใด เชน่
• ขอ้ เท้าแพลง
หลักสูตรปฏบิ ตั กิ ารแพทย์ข้ันพน้ื ฐานและชว่ ยปฏิบตั ิการแพทย์ขนั้ สูง_2017 49
• บาดเจบ็ ที่ไหล่
หลักสตู รปฏบิ ตั ิการแพทย์ข้นั พนื้ ฐานและชว่ ยปฏิบตั กิ ารแพทยข์ นั้ สูง_2017 50