The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Khanatip KOEW-KONGPHAN, 2022-05-07 14:17:45

คู่มือนักเรียน ปีการศึกษา 2565

KKUDSID

คู่มือนักเรียนโรงเรีปยนรสะาจธิตำมปหีากวิทายราศลัึยกขอษนาแก่2น5ฝ่6าย5นานาชาติ

คำนำ

เอกสารฉบับน้ีทาข้ึนเพื่อเป็นส่ือให้ผูป้ กครองนักเรยี นใหม่ของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่าย
นานาชาติ ทั้งในระดับอนุบาลศึกษาและระดับประถมศึกษา ท่ีเข้าศึกษาในปีการศึกษา 2565 ได้รู้จักโรงเรียน
รับทราบถึงนโยบายและทาความเข้าใจเก่ียวกับหลักสูตรที่ใช้ในการจัดการศึกษา ตลอดจนระเบียบและแนว
ทางการปฏบิ ัติตนตา่ ง ๆ ของโรงเรยี นภายในช่วงระยะเวลาทผี่ ู้ปกครองไดม้ อบหมายใหท้ างโรงเรียนอบรมส่ังสอน
กุลบุตรกลุ ธิดา

คู่มือนักเรียนฉบับน้ี ประกอบด้วย ข้อมูลพ้ืนฐานที่จาเป็นต่อการเตรียมตัวของนักเรียน การปฏิบัติตน
และการเรียนรู้ในระดับช้ันของนักเรียน ข้อมูลหลักสูตรการจัดการเรียนรู้และแนวทางการวัดและประเมินผล
รวมถึงแนวทางการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมของนักเรียน ซ่ึงเป็นส่ิงที่จาเป็นอย่างย่ิงที่นักเรียนและผู้ปกครอง
จะต้องทราบรายละเอียดดังกล่าวและเพ่ือประโยชน์แก่ตัวของนักเรียนเองตลอดระยะเ วลาที่ศึกษาอยู่ใน
สถานศึกษาแห่งน้ี รวมถงึ เป็นการสร้างความเข้าใจตรงกัน ซ่งึ จาเป็นตอ้ งอาศยั ความรว่ มมือของครูและผู้ปกครอง
ในการช่วยกันดูแล เอาใจใส่ ให้คาแนะนาและให้การสนับสนุน อันจะเป็นแนวทางไปสู่การพัฒนาศักยภาพของ
ผเู้ รยี นใหส้ ามารถกา้ วเดนิ ไปบนเสน้ ทางท่ีเหมาะสม เพอ่ื การสรา้ งรากฐานชวี ติ ทมี่ นั่ คงในอนาคต

ดังน้ัน คู่มือนี้จะเกิดคุณค่าและคุณประโยชน์ เม่ือผู้ปกครอง นักเรียน ครูและผู้ที่เกี่ยวข้อง ศึกษาและ
ประมวลขอ้ มูลในเอกสารฉบบั น้ี ไปปรับใช้ให้เหมาะสมและปฏิบัตติ ามระเบียบของทางโรงเรียนอยา่ งเครง่ ครัด

ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือในการอ่านและทาความเข้าใจในเร่ืองต่าง ๆ ในเอกสารฉบับนี้เพ่ือทางบา้ น
และโรงเรียน จะหลอมรวมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นแบบพิมพ์ท่ีสมบูรณ์ในการข้ึนรูปทรัพยากรมนุษย์ท่ีมี
คุณภาพและมีคุณค่าแก่ประเทศชาติต่อไป หากส่วนใดที่มีข้อสงสยั หรือข้อคาถาม ผู้ปกครองสามารถสอบถามได้
ทีโ่ รงเรียนในวันมอบตวั วนั ปฐมนเิ ทศหรอื วันราชการอ่ืนๆ ชอ่ งทาง Facebook Page หรอื เวบ็ ไซต์ ของโรงเรียน
สาธติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝา่ ยนานาชาติ

โรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น ฝา่ ยนานาชาติ

สำรบญั หนำ้
1
เร่ือง 2
สารจากคณบดี 3
สารจากรองผู้อานวยการ 6
ขอ้ มลู และสภาพทั่วไปของโรงเรียน 7
วสิ ยั ทศั น์ พนั ธกจิ เอกลักษณ์ 8
คณะผู้บริหารโรงเรียน 9
ทาเนียบบุคลากรโรงเรียนระดับประถมศึกษา 10
ทาเนยี บบุคลากรโรงเรียนระดับอนบุ าลศึกษา
หลกั สตู รสถานศกึ ษาระดบั ประถมศกึ ษา 19
การวัดและประเมนิ ผลระดับประถมศึกษา 33
การทดสอบวัดระดับทักษะภาษาอังกฤษ Oxford Young Learners Placement Test
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ 36
การอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียน
กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น 45
หลักสตู รสถานศึกษาระดับอนุบาลศกึ ษา
การวดั และประเมนิ ผลในระดับอนุบาลศึกษา 47
ระเบยี บข้อปฏบิ ัตขิ องนักเรยี นระดับประถมศึกษา
ระเบยี บข้อปฏิบตั ขิ องนกั เรียนระดบั อนุบาลศึกษา 49
ข้อแนะนาในการติดต่อทางโรงเรยี น
ประกาศมหาวิทยาลัยขอนแก่นเรื่องค่าบารุงการศกึ ษาและคา่ ธรรมเนยี ม 57
ภาพกจิ กรรมในโรงเรยี น
ใบมอบตวั นักเรยี น 59

66

75

76

78

83

สารจากคณบดี

คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายนานาชาติ ยินดีต้อนรับนักเรียนและผู้ปกครองทุกท่านด้วย
ความยินดีย่ิงและขอขอบคุณท่านผู้ปกครองท่ีมอบความไว้วางใจให้โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่าย
นานาชาติ ได้ดูแลบุตรหลานในด้านการเรียนการสอน การพัฒนาทางด้านร่างกายจิตใจ สังคม อารมณ์และ
สติปัญญา โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายนานาชาติได้จัดการเรียนรู้ภายใต้หลักสูตร “Innovative
School” โดยการบูรณาการหลักสูตรของสหราชอาณาจักร(UK) และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 รวมท้งั นวตั กรรมการเรยี นรขู้ องคณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ โดยมเี ป้าหมายของ
หลักสูตรท่ีตอบสนองทั้งการศึกษาในประเทศไทยและต่างประเทศ การจัดการเรียนรู้ท่ีเน้นให้ผู้เรียนเป็นนัก
สืบค้นข้อมูล (Inquirer) นักคิด(Thinker) และนักนวัตกร (Innovator) ท่ีมีความคิดสร้างสรรค์และมีความรู้เท่า
ทันวิทยาการปัจจุบันและในอนาคตอย่างมืออาชีพโดยใช้เทคโนโลยีดิจีทัลเป็นฐาน โดยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้บน
Authentic & Real life ปัจจุบันดาเนินการสอนในระดับอนุบาลศึกษา หรือ Pre-Level และระดับประถม
ศกึ ษา แบง่ เปน็ 4 Level คือ Level 1 สาหรับนักเรยี นช้ันประถมศึกษาปีที่ 1-3 Level 2 สาหรบั นกั เรียนชน้ั
ประถมศึกษาปีที่ 4-6 Level 3 สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1-3 Level 4 สาหรับนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 4-6 การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ในแต่ละรายวิชาของแต่ละ Level ใช้การวัดผลการ
เรียนรู้เพ่ือป้ันแต่งความสามารถเพื่อการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นรายบุคคลตามกระบวนการของแต่ละหน่วยการ
เรียนในรายวิชาและรายงานความสามารถในการเรียนรู้ตามสถานการณ์การเรียนรู้ให้ผู้ปกครองโดยตรงผ่าน
หลายช่องทางคือ การส่ือสารใน Line Group ผู้ปกครองในแต่ละระดับช้ัน การสื่อสารถึงผู้ปกครองรายบุคคล
ด้วยสมดุ จดการบา้ นและผา่ นการรายงานการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ของนักเรียนรายบคุ คลด้วย Weekly Report
ผา่ นระบบคอมพวิ เตอร์ (Google Link) นอกจากนนั้ มกี าหนดชว่ งเวลาสาหรับการประเมินความก้าวหน้าในการ
เรียนรู้ของผู้เรียนเป็นตารางตามระยะเวลาของหลักสูตร การจัดทาคู่มือนักเรียนครั้งนี้ถือเป็นเอกสารสาคัญที่
จัดทาขนึ้ เพ่ือเปน็ การส่ือสารระหว่างบ้านและโรงเรียนเพื่อให้ทราบแนวคิดกฎระเบียบและข้อปฏิบัติต่างๆรวมทั้ง
การจัดการเรียนการสอน ท้ังน้ีเพ่ือประโยชน์ของผู้ท่ีเกี่ยวข้องโดยเฉพาะนักเรียนและผู้ปกครอง ท้ายน้ีขอให้ลูก
ศิษย์ชาวสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายนานาชาติ เป็นคนเก่งที่มีจริยธรรมรู้บทบาทหน้าท่ีมีความรับผิดชอบ
ต่อตนเองและส่วนรวม

รองศาสตราจารย์ ดร. สุมาลี ชยั เจรญิ
คณบดีคณะศกึ ษาศาสตรแ์ ละรักษาการผอู้ านวยการโรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น

1

สารจากรองผอู้ านวยการ

โรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น ฝ่ายนานาชาติ
2 ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเช้ือไวรัสโคโรนา หรือที่เรียกกันในปัจจุบันว่าโรคโควิด-19

เมื่อปลายปี พ.ศ.2562 เป็นต้นมาน้ัน ส่งผลกระทบต่อวิถีการจัดการศึกษาของสถานศึกษาทั่วโลกเป็นอย่างมาก
หน่ึงในน้ันคือสถานศึกษาของทุกประเทศท่ัวโลกต้องต้องปรับเปล่ียนรูปแบบการจัดการเรียนการสอน เพ่ือให้
สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว ตลอดจนเป็นวิถีการปฏิบัติงานที่คานึงถึงความ
ปลอดภัยในภาวะสขุ ภาพของครูผ้สู อนและนักเรียนทุกคน จนปจั จบุ นั ทาให้เกดิ รูปแบบการจัดการศึกษาวถิ ีใหม่ท่ี
เหมาะสมตอ่ สถานการณ์ปัจจบุ ันและอนาคตอันใกล้ แทนการเปดิ ทาการเรยี นการสอนตามวถิ ปี กติ

ด้วยพลวัตการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็วกว่าอันเนื่องมาจากสถานการณ์วิกฤติที่เกิดขึ้นท่ัวโลกดังกล่าว
หลักการและแนวทางการจัดการศกึ ษาของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลยั ขอนแก่น ฝา่ ยนานาชาติ จงึ ตอ้ งถูกยึดโยง
ให้เป็นไปตามวิถีการเรียนการสอนปกติใหม่ โดยอาศัยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือสนับสนุน
และเปลี่ยนรูปกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนเพ่ือให้ได้รับคุณภาพการจัดการศึกษาสูงสุดโดยควบคู่กับการ
ดารงชีวิตอย่างปลอดภัยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากน้ันแล้ว เหนือจากการเรียนรู้
ข้อความรู้ท่ีต้องรู้ ควรได้รู้ จาเป็นต้องรู้ ทักษะปฏิบัติและเจตคติท่ีต้องมี ควรมี และจาเป็นต้องมีแล้วนั้นสาหรับ
การเรียนการสอนในยุคปัจจุบันแล้วน้ัน กิจกรรมสร้างเสริมประสบการณ์เพื่อพัฒนาสมรรถนะที่จาเป็นต่อการ
เป็นผอู้ ยรู่ อดภายใตส้ ถานการณ์วกิ ฤต (resilience) นนั้ ก็เป็นอีกสว่ นสาคัญหน่ึงทีโ่ รงเรยี นของเรามุ่งบ่มเพาะและ
สรา้ งเสรมิ ใหก้ บั นักเรยี นของเราดว้ ย

ดังนั้นแล้วเรามีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าการจัดการศึกษาของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่าย
นานาชาติ จะสามารถตอบโจทย์การปฏิวัติการเรียนรู้เพ่ือการพัฒนาศักยภาพบุตรหลานของทุกท่านเพ่ือให้ก้าว
ข้ามพ้นวิกฤตสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างเต็มตามศักยภาพและสามารถเป็นผู้ท่ีอยู่รอดภายใต้วกิ ฤติการณ์ต่าง ๆ
ของโลกไดอ้ ยา่ งแน่นอน

ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.นวิ ฒั น์ ศรสี วสั ด์ิ
รองคณบดฝี า่ ยวจิ ัยและนวตั กรรมการศึกษาสร้างสรรค์

และรักษาการแทนรองผอู้ านวยการ
โรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลยั ขอนแก่น ฝา่ ยนานาชาติ

2

ข้อมูลและสภำพท่ัวไปของโรงเรยี น

ประวตั โิ รงเรยี น

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น (ศึกษาศาสตร์) เดิมชื่อ“โรงเรียนสาธิตคณะศึกษาศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น” ก่อต้งั ขน้ึ เม่อื ปี พ.ศ. 2513 โดย ดร.สายสุรี จุติกลุ คณบดคี นแรกของคณะศกึ ษาศาสตร์
เนื่องจากโรงเรียนสาธิตเป็นโรงเรียนที่ทดลองหลักวิชาการต่างๆ ได้ ไม่จาเป็นต้องจัดการเรียนการสอนเหมือน
โรงเรยี นทั่วไป จงึ ตง้ั ข้นึ ดว้ ยความเชื่อที่เปน็ หลักในการจัดการเรยี นการสอนดังน้ี

1. โรงเรยี นเป็นสถานท่ใี หค้ วามรู้ด้านวิชาการและต้องทาหนา้ ทห่ี ลักของการอบรมบ่มนิสัยใหเ้ ด็กเปน็ คน
ดี มีหน้าที่ช่วยปลูกฝังคุณธรรม จรยิ ธรรม โรงเรยี นสาธิตเปน็ สถาบนั สงั คมแห่งทีส่ องของชีวิตคน ดังนนั้ โรงเรียน
สาธิตระดับอนบุ าลและระดับประถมจึงยังคงมบี รรยากาศของความรัก ความอบอนุ่ ความใกลช้ ดิ คลา้ ยคลึงกบั
บ้าน เพ่ือให้เดก็ คอ่ ยๆ ปรบั ตัว สามารถลดการพ่ึงพาผู้อ่ืนไปตามระดับอายุที่เพิ่มขนึ้ นอกจากน้ีการเติบโตใน
สภาพแวดล้อมท่ีดี สะอาด รม่ รน่ื สวยงาม จะชว่ ยกลอ่ มเกลาจิตใจและสร้างความสุนทรีย์ในใจเดก็ ได้ โรงเรียน
ของเราจงึ มีการก่อสร้างเหมอื นบ้านหลงั เลก็ ๆ ซ่ึงเราเรียกกันวา่ “ยนู ทิ หรอื หน่วย” ชนั้ หน่งึ กเ็ ป็นยนู ทิ หนึ่ง
ภายในมหี ้องน้า ห้องสุขา มีบริเวณมุมหนังสอื และมุมกจิ กรรมตา่ งๆ สร้างบรรยากาศให้อยากเรยี นรู้ ยูนทิ เหลา่ นี้
เรยี งราย ลดหล่ันกลมกลืนกบั พื้นทแี่ ละสภาพแวดล้อมท่ีพยายามดแู ลให้สวยงามอยู่เสมอ

2. บุคคลมีความแตกต่างกัน เช่น ความสนใจ ความถนัด ความสามารถ ความแตกต่างท่ีหลากหลาย
เหล่านี้ เมื่อมารวมประกอบเข้าด้วยกัน จะสร้างสรรค์สังคม สร้างสรรค์โลก ทุกคนต้องเรียนรู้ท่ีจะอยู่ด้วยกันใน
ความแตกต่างเหล่าน้ีอย่างมีความสุข โรงเรียนจึงใช้วิธีการจัดเรียนการสอนท่ีหลากหลาย ส่งเสริมให้นักเรียน
เรยี นรู้ดว้ ยตนเองจากกจิ กรรมตา่ ง ๆ กาหนดการเรยี นการสอนตามลาดบั ไม่กาหนดการสอบปลายปใี นลักษณะ
สอบได้สอบตก แต่มีการประเมินทุกวิชาท่ีเรียนและส่งเสริมให้นักเรียนแต่ละคนเรียนไปตามความสามารถของ
ตนเอง เช่น บางคนเรียนยูนิทเอ แต่เก่งคณิตศาสตร์ สามารถข้ามไปเรียนคณิตศาสตร์ของยูนิทบีได้ และยังมี
การฝกึ วินยั ตนเองเพอื่ การอยรู่ ว่ มกนั ตลอดจน น้าใจซ่ึงกันและกนั

3. การประเมินผลการเรียนของนักเรียน ต้องประเมินพัฒนาการทุกด้านไม่ใชป่ ระเมินเพียงด้านวชิ าการ
และการประเมินผลทม่ี ีจุดม่งุ หมายเพ่ือปรบั ปรุงแก้ไขให้การพัฒนาของเด็กเป็นไปด้วยดีและราบรน่ื โรงเรียนจึง
มรี ะบบการประเมนิ ผลทผ่ี ปู้ กครองตอ้ งมารับทราบ รับรูร้ ว่ มปรกึ ษากบั ครูในจดุ ตา่ งๆ ที่จะชว่ ยใหล้ ูกหลานพัฒนา
ไปด้วยดีโดยประเมินพัฒนาการด้านอารมณ์ สังคม ความรับผิดชอบ ไม่เพียงแต่ประเมินเฉพาะด้านวิชาการ

3

เท่านั้น ซ่ึงต่อมาหลักสูตรประถมศึกษาท่ัวประเทศก็ได้ใช้หลักการน้ีเช่นกัน ในคราวประกาศใช้หลักสูตร พ.ศ.

2521

การจัดการเรียนการสอนในสภาพดังกล่าว ผู้เย่ียมชมโรงเรียนหลายคนให้ความเห็นว่าโรงเรียนของเรา
เหมือนโรงเรียนสมัยโบราณที่นักเรียนไม่ต้องถูกจากัดอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมนั่งโต๊ะท่ีเรียงเป็นแถว แต่เรียนกันบน
ศาลาวัด จะลุกนั่งไปเรียนไปเขียนที่ไหนก็ได้ พระก็จะสอนต่อหนังสือให้เป็นรายบุคคล ไม่จาเป็นต้องเปิด
หนังสือเรียนหน้าเดียวกัน ปิดหนังสือจบหน้าเดียวกัน ลูกศิษย์วัดคนใดหน่วยก้านไปทางใด พระก็จะแนะนา
หรือสอนเพิ่มเติมให้ในแนวทางนั้น เล่าขานกันมาว่าผู้ที่เปรียบเทียบโรงเรียนสาธิตเหมือนศาลาวัด คือ
ศาสตราจารย์ ดร.ก่อ สวัสดิพาณิชย์ ทางโรงเรียนจึงได้นาคาน้ันมาใช้เรียกระบบการจัดการเรียนการสอนของ
เราวา่ เปน็ ระบบ“ศาลาวดั ”

ปจั จบุ ัน ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยขอนแก่นว่าดว้ ย โรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลัยขอนแก่น ปี พ.ศ. 2555
โรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประกอบด้วย 5 ฝ่ายดังต่อไปน้ี 1) ฝ่ายอนุบาลศึกษา 2) ฝ่ายประถมศึกษา
3) ฝา่ ยมธั ยมศกึ ษา 4) ฝา่ ยการศึกษาพิเศษ และ 5) ฝา่ ยนานาชาติ

ปกี ารศึกษา 2556 มหาวิทยาลยั ไดแ้ ต่งตง้ั คณะกรรมการการจัดตง้ั โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลยั ขอนแก่น
ฝ่ายนานาชาติ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร. กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็น
ประธานกรรมการ และมี รองศาสตราจารย์ ดร. ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ เป็นรอง
ประธานกรรมการ และได้แต่งต้ังคณะอนุกรรมการฝ่ายศึกษาความต้องการจาเป็น (Needs Assessment)
คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทาแผนแม่บท คณะอนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะอนุกรรมการฝ่ายพัฒนา
หลักสูตรการเรียนการสอน คณะอนุกรรมการฝ่ายวางแผนเร่ืองกรอบอัตรากาลัง และการสรรหาบุคลากร ในปี
เดียวกันนี้คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ได้นาทีม คณะอนุกรรมการไปศึกษาดูงานโรงเรียนนานาชาติช้ันนาของ
ประเทศ เพื่อเป็นแนวทางในการกลับมาพัฒนางาน จากความพยายามผลักดันของทีมคณะกรรมการ ทาให้ใน
วนั ท่ี 2 กันยายน 2557 ได้รับการแจง้ มติโครงการจดั ตั้ง โรงเรยี นสาธติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (นานาชาติ) และ
ไดร้ บั แจง้ ผลการขออนมุ ัตใิ ช้พ้นื ท่ีสาหรบั จดั ต้ังโรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลัยขอนแก่น ฝา่ ยนานาชาติ

ปีการศกึ ษา 2560 เปิดรับสมัครนักเรยี นระดับชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 1 รุ่นแรก
ในเดือนมิถุนายน พุทธศักราช 2562 รองศาสตราจารย์ ดร.สุมาลี ชัยเจริญ รบั ตาแหนง่ คณบดี
คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแกน่ ได้ปรับปรงุ หลักสูตร โดยบรู ณาการหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน
และหลักสตู รการศกึ ษาของสหราชอาณาจกั ร (UK) เปน็ หลกั สตู รโรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝา่ ย
นานาชาติจดั รูปแบบการจดั การเรยี นรู้ของโรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลยั ขอนแกน่ ฝา่ ยนานาชาติ เป็น innovative
school โดยจดั การเรียนการสอนแบบ bilingual ทใี่ ช้ภาษาองั กฤษเป็นหลักในการสอนทกุ วชิ ายกเว้นวิชา
ภาษาไทย
ปีการศกึ ษา 2563 เปดิ รับสมคั รนักเรียนระดับชนั้ อนุบาลศกึ ษาปีที่ 1, 2 รุ่นแรก

4

ช่อื โรงเรียน โรงเรยี นสาธติ มหาวิทยาลัยขอนแกน่ ฝ่ายนานาชาติ
สญั ลักษณ์
คอื ตราพระธาตุพนม ซึง่ เป็นตราสัญลกั ษณ์มหาวิทยาลัยขอนแก่นและปีท่ีก่อต้ัง ฝงั่ ซ้ายปี
ค.ศ.2017 ฝัง่ ขวาปีพ.ศ.2560 ล้อมรอบด้วยวงกลมท่ีมีตัวอกั ษร KHON KAEN UNIVERSITY
DEMONSTRATION SCHOOL INTERNATIONAL DIVISION

Identity (อตั ลักษณ์ของโรงเรยี น) สรา้ งสรรคน์ วัตกรรม นาดา้ นเทคโนโลยี มีคุณธรรม

Uniqueness (เอกลกั ษณข์ องโรงเรยี น) เปน็ สังคมการเรียนรู้ตลอดชวี ติ นวัตกรรมเดน่ เน้น
เทคโนโลยี

ตน้ ไมป้ ระจำโรงเรยี น ตน้ กลั ปพฤกษ์

สีประจำโรงเรยี น สีอิฐ (ดินแดง)

ทีต่ งั้ โรงเรยี น
โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น ฝ่ายนานาชาติ
เลขที่ 123 ถนนมติ รภาพ ตาบลในเมอื ง อาเภอเมืองขอนแก่น จงั หวดั ขอนแกน่ 40002
โทร 0-4333-2406 สังกดั คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่
E-mail: [email protected]
Facebook Page: โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ ฝา่ ยนานาชาติ,kkudsid
Website: https://dsid.satit.kku.ac.th

45

วิสัยทัศน์ พนั ธกจิ เอกลักษณ์

Vision (วิสัยทศั น์)

เป็นโรงเรียนตน้ แบบผลติ นกั เรียนทีม่ ีความคดิ สรา้ งสรรค์ เพอ่ื สรา้ งนวตั กรยคุ ดิจทิ ลั และร่วมผลติ
ครูมืออาชีพ

Mission (พนั ธกิจ)

1. จัดการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐานเพ่อื พัฒนาคุณภาพศกั ยภาพของผูเ้ รียนด้านวิชาการทกั ษะชวี ติ
และคุณลักษณะอันพึงประสงค์

2. พัฒนาการศกึ ษาแบบกา้ วกระโดด สรา้ งนวตั กรทมี่ ีความคดิ สร้างสรรคใ์ ห้มีความรู้เทา่ ทันวิทยาการ
ปจั จบุ ัน และอนาคตอย่างมืออาชพี โดยใชเ้ ทคโนโลยดี ิจทิ ลั เป็นฐาน

3. พัฒนาศาสตร์ทางการศึกษา บรกิ ารวิชาการ เผยแพร่นวัตกรรมทางการศึกษาซง่ึ นาไปสู่การศึกษา
เพื่อสงั คม

4. เนน้ จติ อาสา ทานบุ ารุงศลิ ปวัฒนธรรมไทย และภมู ิปญั ญาท้องถิ่น นาไปประยกุ ต์
ตอ่ ยอดในชีวิตประจาวัน นาไปส่คู วามเปน็ พลโลก

5. สนับสนุน และรว่ มผลติ ครูมอื อาชีพ

เอกลักษณ์โรงเรยี น

เปน็ สังคมการเรยี นรู้ตลอดชวี ติ นวัตกรรมเดน่ เน้นเทคโนโลยี

6

คณะผูบ้ รหิ ำรโรงเรียนสำธิต มหำวทิ ยำลยั ขอนแกน่ ฝ่ำยนำนำชำติ

รองศำสตรำจำรย์ ดร.สุมำลี ชยั เจริญ
คณบดีคณะศกึ ษาศาสตร์

ผอู้ านวยการโรงเรยี นสาธิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ผศ. ภสั สรำ อินทรกำแหง ผศ.ดร. นวิ ัฒน์ ศรีสวัสด์ิ
ท่ีปรกึ ษาโรงเรียนสาธติ รองผู้อานวยการโรงเรียนสาธิต
มหาวิทยาลยั ขอนแก่น ฝา่ ยนานาชาติ มหาวิทยาลยั ขอนแก่น ฝา่ ยนานาชาติ

ผศ.ศริ ีวรรณ รม่ เยน็ วูลเทอร์ Miss Sirivan Prammawat นำยพีระ เปรมธีรวัฒนช์ ยั นำงสำวศศวิ มิ ล เปรมไธสง นำงสำวดวงกมล พงษส์ ิน

ผูช้ ่วยผู้อานวยการฝา่ ยบริหาร ผชู้ ว่ ยผู้อานวยการฝา่ ยพฒั นาบคุ ลิกภาพ ผชู้ ว่ ยผูอ้ านวยการฝ่ายพฒั นา ผชู้ ่วยผู้อานวยการฝา่ ยวชิ าการ ผู้ชว่ ยผอู้ านวยการฝา่ ยประกนั คณุ ภาพ
และวิจยั โรงเรียนสาธิต โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลยั ขอนแก่น
และพฒั นาบคุ ลากร และความเปน็ สากล โรงเรียนสาธิต นกั เรยี นและองคก์ ร โรงเรยี น มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่
ฝา่ ยนานาชาติ
โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ มหาวิทยาลยั ขอนแก่น สาธิตมหาวทิ ยาลัยขอนแก่น

ฝา่ ยนานาชาติ ฝา่ ยนานาชาติ ฝา่ ยนานาชาติ ฝา่ ยนานาชาติ

7

ทำเนยี บบุคลำกร โรงเรียนสำธติ มหำวิทยำลยั ขอนแก่น ฝำ่ ยนำนำชำติ
ระดับประถมศกึ ษำ

ผศ.ภัสสรำ อินทรกำแหง ผศ.ดร. นวิ ฒั น์ ศรีสวสั ด์ิ
ทีป่ รกึ ษาโรงเรียนสาธิต รองผูอ้ านวยการโรงเรียนสาธติ
มหำวิทยำลยั ขอนแก่น
มหำวทิ ยำลยั ขอนแก่น
ฝำ่ ยนำนำชำติ ฝ่ำยนำนำชำติ

ผศ.ศิรีวรรณ รม่ เยน็ วูลเทอร์ Miss Sirivan Prammawat นำยพรี ะ เปรมธรี วัฒน์ชยั นำงสำวศศวิ ิมล เปรมไธสง นำงสำวดวงกมล พงษ์สนิ
(ผูช้ ว่ ยผอู้ านวยการฝา่ ยบรหิ าร (ผู้ช่วยผอู้ านวยการฝา่ ยพัฒนา (ผูช้ ว่ ยผูอ้ านวยการฝา่ ยพัฒนา (ผชู้ ่วยผอู้ านวยการฝ่ายวชิ าการ (ผู้ชว่ ยผ้อู านวยการฝ่ายประกนั
บุคลิกภาพและความเปน็ สากล)
และพฒั นาบุคลากร) นกั เรยี น และองคก์ ร) และวิจยั ) คณุ ภาพ)

นายกฤษณะ หารธงชัย นางสาวพัชศนิ ี สริ ทิ วอี รรจน์ นางสาวอจั ฉราภรณ์ อัศวภมู ิ นางสาวนนั ธวิ า จนั อยู่ นายคณาธิป แกว้ กงพาน นางสาวจารมุ น เจนถาวร

นายคุณาวุฒิ ไชยปัญญา นายศกั ดา ชาลเี ปลี่ยม นางสาวกนกวรรณ เมอื งคาบตุ ร นางสาวอภชั ยา พรมมงคล Mr. Joel Cedeno Mr. Zach Zeidenberg

Mr. Calvin Jai Flores Miss Helen Zuleyma Juarez Miss Regina Baker

8

ทำเนียบบคุ ลำกร โรงเรยี นสำธิตมหำวิทยำลยั ขอนแก่น ฝำ่ ยนำนำชำติ
ระดับอนุบำลศึกษำ

ผศ.ภัสสรำ อินทรกำแหง ผศ.ดร. นิวัฒน์ ศรสี วสั ด์ิ
ท่ีปรึกษาโรงเรยี นสาธติ รองผ้อู านวยการโรงเรยี นสาธติ
มหำวิทยำลัยขอนแก่น
มหำวทิ ยำลยั ขอนแกน่
ฝ่ำยนำนำชำติ ฝ่ำยนำนำชำติ

ผศ.ศริ วี รรณ ร่มเย็น วูลเทอร์ Miss Sirivan Prammawat นำยพีระ เปรมธรี วฒั นช์ ยั นำงสำวศศิวมิ ล เปรมไธสง นำงสำวดวงกมล พงษส์ นิ
(ผู้ช่วยผู้อานวยการฝา่ ยบรหิ าร (ผชู้ ่วยผู้อานวยการฝ่ายพฒั นา (ผ้ชู ว่ ยผ้อู านวยการฝ่ายประกัน
บคุ ลิกภาพและความเป็นสากล) (ผชู้ ว่ ยผอู้ านวยการฝ่ายพฒั นา (ผ้ชู ว่ ยผ้อู านวยการฝา่ ยวชิ าการ
และพัฒนาบคุ ลากร) คณุ ภาพ)
นักเรยี น และองค์กร) และวจิ ยั )

Mr. Ernst Suni นางสาวนา้ ฝน ผลมาตย์ Miss Nicole Luloff นางสาวพรรณพชั ร พรมอว้ น Marry Katherine Pena นางสาวปวรศิ า ไพบลู ย์อดุ มการณ์
อนุบำล 1 อนุบำล 1
อนบุ ำล 1

Joshua Deshonn นางสาวอภิชญา โมขนุ ทด Shekinah Victoria Terry นางสาวเกวลนิ สขุ รมย์
อนบุ ำล 2
อนบุ ำล 2

พเ่ี ลยี้ ง
นางสาวสกุ มล ศริ ิธร นางสาวจงกลนี อม่ิ นาง นางสาวอภสั รา พนั นาจันทร์ นางสาวโสภา คะหนู นางสาวสราภรณ์ นามมงุ

9

หลักสูตรโรงเรียนสำธติ มหำวทิ ยำลัยขอนแก่น ฝำ่ ยนำนำชำติ

ระดับประถมศกึ ษำ
โรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลยั ขอนแกน่ ฝา่ ยนานาชาติ ใชห้ ลกั สตู รโรงเรยี นนวตั กรรม (Innovative school)

หลักสตู รโรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลยั ขอนแก่น ฝา่ ยนานาชาติ
STEP 1 (G1-3)

“Inquirer” สมรรถนะในการเรียนรูผ้ า่ นการไดค้ น้ พบดว้ ยตวั เอง (Inquirer’s learning competencies)
STEP 2 (G4-6)

“Thinker” สมรรถนะในการคิดภายใต้บริบทการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ( Thinker’s learning
competencies)
STEP 3 (G7-9)
“Innovator” สมรรถนะในการเรยี นรผู้ ่านการสรา้ งเสน้ ทางการเรียนรู้ของตัวเอง (Innovator’s learning
competencies)
STEP 4 (G10-12)
“Influencer” สมรรถนะในการเรียนรู้ผ่านการสร้างผลกระทบให้สังคม (Influencer’s learning
competencies)

10

หลกั สูตรโรงเรียนสำธติ ฝำ่ ยนำนำชำติ
ระดับประถมศึกษำ

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายนานาชาติ ได้วางเป้าหมายเพื่อให้นักเรียนที่สาเร็จการศึกษา
จากโรงเรียนสามารถใช้ภาษาได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยใช้ภาษาต่างประเทศผ่านกิจกรรมทุกรายวิชา และ
สอดคล้องกับธรรมชาติของผู้เรียน หลักสูตรของโรงเรียนตอบสนองทั้งการศึกษาข้ันพ้ืนฐานในประเทศไทยที่อิง
ตามมาตรฐานของกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) กับหลักสูตรของ สหราชอาณาจักร (UK)
รวมท้งั นวตั กรรมการเรียนการสอนของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ การจัดการเรยี นรู้เนน้ ให้ผู้เรียน
เป็นนักสืบค้นข้อมูล (Inquirer) นักคิด (Thinker) และนักนวัตกร (Innovator) ท่ีมีความคิดสร้างสรรค์และมี
ความรเู้ ทา่ ทันวทิ ยาการปจั จุบันและในอนาคตอย่างมืออาชีพ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิตัลเป็นฐาน ซึ่งผ้เู รียนได้เรียนรู้
บน Authentic & Real life โดยหลักสูตรของโรงเรียนเป็น Innovative School โดยแบ่งเป็น 4 Level คือ
Level 1 สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 Level 2 สาหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 4-6 Level
3 สาหรับนกั เรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1-3 Level 4 สาหรับนกั เรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4-6 ซงึ่ เปน็ การจัดการ
เรียนการสอนเพ่ือให้เหมาะกับบริบทของนักเรียนในยุคศตวรรษที่21 โดยหลักสูตรประกอบด้วยรายวิชาหลัก
และรายวชิ าพนื้ ฐาน ดงั ตอ่ ไปน้ี

1. รำยวิชำหลกั (Core subject)

1.1 English (ภำษำองั กฤษ)
นักเรียนจะได้เรียนภาษาอังกฤษในรายวิชาภาษาอังกฤษหลัก และภาษาอังกฤษการอ่านและ

การเขียน (R&W) แล้วเข้าใจความหมายของคาต่าง ๆ และสามารถส่ือสารคาเหล่าน้ันออกมาได้อย่าง
ถูกต้องและเหมาะสม โรงเรียนยังจัดการเรียนการสอนในรายวิชาอ่ืน ๆ เป็นภาษาอังกฤษอีกด้วย ได้แก่
รายวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา คอมพิวเตอร์ ศิลปะ ดนตรี
การออกแบบและเทคโนโลยี ซึ่งเป็นการเน้นทักษะการฟัง การพูด การอ่าน การเขียน และการสื่อสาร
รวมทั้งการใช้ภาษาอังกฤษในช่วงเวลาอ่ืน ๆ ในโรงเรียนเพ่ือให้นักเรียนคุ้นเคยในการใช้ภาษาอังกฤษ
ตลอดเวลา

11

1.2 Thai language (ภำษำไทย)
การจัดกระบวนการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ซึ่งมุ่งเน้นการสอนในรูปแบบภาษาแม่

(Mother tongue language) เริ่มด้วยการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ถึงความสาคัญและความจาเป็นในการใช้
ภาษาไทยเพ่ือการสื่อสาร โดยเรียนรู้และสร้างทักษะท่ีสาคัญ ได้แก่ ทักษะการอ่าน ทักษะการเขียน
ทักษะการฟัง การดูและการพูด ซึ่งเป็นทักษะที่สามารถพัฒนาได้จากการฝึกปฏิบัติ โดยผ่าน
กระบวนการจัดการเรียนรู้ท่ียึดหลักสตู รแกนกลางการจัดการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน รวมทง้ั บรู ณาการร่วมกับ
รูปแบบการจัดการเรียนรู้ท่ีเน้นการปฏิบัติกิจกรรม การสืบเสาะความรู้ (Inquiry) และการสร้างสรรค์
นวตั กรรม (Create innovation) หรอื สร้างองคค์ วามรู้ใหม่ (Build knowledge) ท่แี สดงออกถึงความรู้
และความสามารถในการเรียนรู้

1.3 Mathematics/Thinking mathematics (คณิตศำสตร์)
การเรียนรู้คณิตศาสตร์มุ่งเน้นไปท่ี “คณิตศาสตร์ภาคปฏิบัติ” (Practicing Mathematics)

และ “ความเข้าใจความคิดรวบยอดอย่างท่องแท้” (Conceptual Understanding) การเรียนรู้ในทาง
ปฏิบัติและสอดคล้องกับชีวิตประจาวัน รูปแบบการสอนเพื่อพัฒนาทักษะการคิด การสืบเสาะหาข้อมูล
(Inquiry) และการแก้ปัญหา (Problem Solving Skills) สามารถสรุปองค์ความรู้ดว้ ยตนเองมีการใช้ส่ือ
ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ ห ล า ก ห ล า ย ที่ ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ ห ลั ก สู ต ร แ ก น ก ล า ง ก า ร ศึ ก ษ า ขั้ น พื้ น ฐ า น
และหลักสูตรสหราชอาณาจักร (UK)

1.4 Science/Thinking science (วิทยำศำสตร์)
การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์มุ่งเน้นในการสร้างแบบจาลองความรู้ผ่านรูปแบบการนาเสนอ

แนวคิด 3 ระดับได้แก่ การนาเสนอแนวคิดระดับมหภาค (Macroscopic representation) การนาเสนอ
แนวคิดระดับอนุภาค (Microscopic representation) และการนาเสนอแนวคิดที่เป็นภาษาสัญลักษณ์
(Symbolic representation) และการใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ (Inquiry learning) เพื่อ
ส่งเสริมการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ทักษะทางวิทยาศาสตร์ และสร้างสรรค์นวัตกรรม (Create
innovation) จากข้อค้นพบ และส่งเสริมความสามารถของนักเรียนแต่ละคนในฐานะผู้แก้ปัญหาอย่างเป็น
ระบบและการเรียนรตู้ ลอดชีวติ

12

2. รำยวิชำพ้นื ฐำน (Foundation subject)

2.1 Computing (คอมพวิ เตอร์)
การเรียนคอมพิวเตอร์มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้มีความรู้พื้นฐานด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital

technology) มีพ้ืนฐานการรู้เท่าทันส่ือ และข่าวสาร (Media and information literacy) ทักษะการ
คิดเชิงคานวณ Coding, AI การเขียนโปรแกรมอย่างง่าย การคิดวิเคราะห์ ท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนได้
วางแผนแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยสามารถประยุกต์ใช้ความรู้น้ีเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิต
จริง และทางานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ รู้เท่าทันการสื่อสารและใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้เป็น
ประโยชน์

2.2 Social Studies, Global citizenship and Thai history (สังคมศึกษำ ควำมเป็นพลเมือง
โลก และประวตั ศิ ำสตร์ไทย)

ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น โ ด ย ร า ย วิ ช า สั ง ค ม ศึ ก ษ า ต า ม ห ลั ก สู ต ร ก า ร ศึ ก ษ า ข้ั น พ้ื น ฐ า น
ประกอบดว้ ย สังคมศึกษา ศาสนา วฒั นธรรม หนา้ ที่พลเมือง ประวัติศาสตร์ไทย และรายวิชาความเป็น
พลเมืองโลก (Global citizenship) เพ่ือให้นักเรียนมีความเข้าใจเก่ียวกับโลก (Understanding the
world) มีความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์โลก และประวัติศาสตร์ไทย ภูมิศาสตร์ ศาสนาและ
วัฒนธรรมท่ีหลากหลาย และความเป็นพลเมืองโลกที่ดี (Global citizen) ผ่านกิจกรรมสืบเสาะความรู้
(Inquiry learning) พฒั นาทกั ษะการเรียนรูใ้ นศตวรรษท่ี 21 และสร้างองคค์ วามรใู้ หม่ได้ดว้ ยตนเอง

2.3 Health education and Physical education (สขุ ศกึ ษำและพลศึกษำ)
หลักสูตรบูรณาการด้านสุขศึกษาและพลศึกษา เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้านสุขภาพ ดูแลและ

ป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ และอุบัติภัยต่าง ๆ กับการพัฒนาด้านร่างกาย (Physical
development) ด้านทักษะกีฬา และกิจกรรมท่ีหลากหลาย เน้นให้นักเรียนทุกคนได้ร่วมและเห็น
ความสาคัญของการออกกาลังกาย รวมไปถึงพฒั นาทักษะกีฬาที่เหมาะสมกบั วัย โดยผ่านกิจกรรมพฒั นา
ทักษะทางสังคม ส่งเสริมการทางานเป็นทีม พัฒนาทักษะการคิด (Thinking development) สร้างองค์
ความรู้ใหม่ และส่งเสริมการมีน้าใจนักกีฬา เพ่ือจะได้ดารงและสร้างเสริมสุขภาพจนเป็นกิจนิสัย ซ่ึงจะ
สง่ ผลใหส้ งั คมโดยรวมมคี ุณภาพ

13

2.4 Art and design/ Music and dancing (ศิลปะ และดนตรี)
เน้นการพัฒนาทักษะทางศิลปะ ดนตรีสากล ดนตรีไทย และนาฏศิลป์ จัดการเรียนการสอน

ผ่านกิจกรรมเพื่อเพ่ิมจินตนาการความคิดสร้างสรรค์สุนทรียศาสตร์ ให้มีความริเริ่มสร้างสรรค์ การ
เขา้ ถึงความงดงามของศลิ ปะ และใหผ้ ู้เรยี นไดก้ ล้าแสดงออกอย่างอสิ ระในศลิ ปะแขนงต่าง ๆ
2.5 Design and Technology (กำรออกแบบ และเทคโนโลยี)

จัดการเรียนการสอนเน้นความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับวิถีชีวิต การดารงชีวิตโดยการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยี อีกท้ังยังฝึกให้ผู้เรียนเกิดทักษะการสร้างสรรค์ชิ้นงานจากความคิดสร้างสรรค์ คิดออกแบบ
สามารถเลือกใช้อุปกรณ์ในการออกแบบได้เหมาะสม และบูรณาการร่วมกับเทคโนโลยี เพ่ือให้ผู้เรียนได้
เกิดกระบวนการการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และสามารถสร้างผลงานใหม่ (Innovation) รวมทั้ง
ปรบั ปรุงผลงานให้ดขี น้ึ ได้
2.6 Foreign Languages (ภำษำต่ำงประเทศ)

โรงเรียนได้จัดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศเพิ่มอีก 2 ภาษา คือ วิชาภาษาญ่ีปุ่น
(Japanese language) และภาษาจีน (Chinese language) ให้นักเรียนได้มีทักษะในการฟัง พูด อ่าน
และเขียน ท่ีใช้ในชีวิตประจาวันได้ และเรียนรู้วัฒนธรรมโดยเริ่มตั้งแต่ Grade 1 สัปดาห์ละ 2 คาบ
(ภาษาญีป่ ุ่น 1 คาบและภาษาจนี 1 คาบ)
2.7 ทักษะชวี ติ (Life skill)

เน้นให้นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะท่ีมนุษย์ทุกคนจาเป็นต้องมี และต้องใช้ในชีวิตประจาวัน เพื่อ
ช่วยให้ตนเองสามารถปฏิบัติหน้าท่ีต่าง ๆ ได้ เช่น ทักษะการสื่อสาร ทักษะ EF (Executive Function)
ทักษะการอยู่ร่วมกันทางสังคม สามารถปรับตัวเพื่อให้รับมือกับความจาเป็น ความต้องการ และปัญหา
ชีวติ ของตนเอง

14

2.8 กจิ กรรมกำรพัฒนำผ้เู รียน
กจิ กรรมการพัฒนาผู้เรียน มีจดุ มุ่งหมายเพอ่ื พัฒนาศักยภาพของผู้เรียนใหม้ ีความสามารถสูงสุด

โดย เน้นการพัฒนาทุกด้านอย่างบูรณาการ ได้แก่ ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านอารมณ์ ด้านสังคม และ
สติปญั ญา การปลูกฝัง ความรูส้ ึกของศีลธรรม ความเขา้ ใจในจริยธรรม และความมวี ินยั ในของตนเอง มี
การสร้างเสริมสร้างจิตสานึกของพลเมือง ความคิดสร้างสรรค์ การสืบค้นข้อมูล มีความสามารถในการ
จัดการตนเอง และมคี วามสขุ กบั ชวี ติ

โรงเรยี นม่งุ ม่ันทีจ่ ะส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ของแต่ละบคุ คล ดงั นั้นแต่ละกจิ กรรมจึงมีการ
วางแผนร่วมกันโดยคณะครู และอาจารย์ของโรงเรียน นอกจากน้ีเพ่ือให้นักเรียนมีประสบการณ์ที่
หลากหลายเพื่อการเตรียมตัวในอนาคต โรงเรียนยังได้ใช้ทรัพยากรท่ีมีอยู่ในมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็น
แหลง่ เรยี นรขู้ องนักเรยี น

โรงเรียนให้ความสาคัญกับการพัฒนาผู้เรียนโดยรวมอย่างมาก จึงจัดให้มีการประชุมครูทุกคน
ใน โรงเรียนที่สอนในทุกวิชามาประชุมร่วมกันทุกวันพฤหัสบดี เพื่อออกแบบการเรียนรู้ร่วมกัน และ
แก้ปัญหาช้ันเรียน เพื่อให้ได้แผนจัดการเรียนรู้ท่ีดี เหมาะสมกับการเรียนรู้และความสามารถของ
นักเรียน ซึ่งทาให้นักเรียนแต่ละคนได้เรียนรู้และมีพัฒนาการเต็มตามศักยภาพของแต่ละคน เพื่อเป็น
รากฐานสาคัญของการดาเนินชีวิตต่อไปในอนาคต

15

กำรจัดกำรเรยี นกำรสอนในช้นั เรียน
จุดเด่นและเป็นจุดแข็งอย่างมากของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายนานาชาติ ได้แก่ การมี
โมเดลในการสอนท่ีมีความเปน็ เอกลักษณท์ ี่จะพัฒนาใหน้ ักเรียนไปสู่การเป็นนักนวัตกรได้ตามจุดมุ่งหมาย โดยใน
ขนั้ การเรียนการสอนในทกุ ๆ วิชาจะใช้โมเดลการจัดการเรียนรู้ ดงั น้ี

รูปแบบกำรจดั กำรเรยี นรูโ้ รงเรียนสำธติ มหำวทิ ยำลัยขอนแก่น ฝำ่ ยนำนำชำติ
ในการจดั การเรยี นการสอนของโรงเรียนครูและคณาจารย์ของโรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่าย
นานาชาติ ไดใ้ ชร้ ปู แบบการเรียนการสอนสาหรับโรงเรียนสองภาษา (Bilingual school) โดยใชภ้ าษาองั กฤษเป็น
ภาษาหลักในการจัดการเรียนการสอน ซึ่งสอนโดยอาจารย์ชาวต่างชาติที่เป็นเจ้าของภาษา ซ่ึงทาหน้าที่เป็น
อาจารย์ประจาชั้น และมีครูไทยที่ใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างเชี่ยวชาญเข้าร่วมสอนด้วยในทุกคาบ นอกจากน้ี
หลกั สูตรของทางโรงเรยี นยงั ไดร้ ับความรว่ มมอื จากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ ในการนานวตั กรรม
และงานวิจัยท่ีได้รับการยอมรับแล้ว มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนอีกด้วย ซึ่งโรงเรียนยังมีทีมนักศึกษา
ปฏิบัติการสอนที่มาปฏิบัติการสอนในสาขาวิชาเอกของตนเอง และร่วมจัดกิจกิจกรรม เตรียมส่ือ อุปกรณ์การ
เรียนการสอน โรงเรียนมีครูสอนภาษาต่างประเทศท้ังภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ที่เป็นเจ้าของภาษามีความรู้
16

และความสามารถ ร่วมทางานเป็นทีมกับครูและคณาจารย์ชาวไทย ทาให้นักเรียนค่อยๆ ซึมซับการเรียนรู้
ภาษาตา่ งประเทศอยา่ งเปน็ ธรรมชาติผา่ นกิจกรรมการเรยี นการสอนในรายวชิ าต่างๆ

โครงสร้ำงเวลำเรยี น ปกี ำรศกึ ษำ 2565
โรงเรียนสำธติ มหำวิทยำลยั ขอนแกน่ ฝำ่ ยนำนำชำติ

Grade 3-1 Grade 4-6

Contents Period/ Period/ Period/ Hour/ Period/ Period/ Period/ Hour/

1 .Thai language week semester year year week semester year year
2 .Mathematics
5 90 180 150 4 72 144 120
2.1 Maths
2.2 Thinking Maths 4 72 144 120 4 72 144 120
3 .Science and Technology 1 18 36 30 1 18 36 30
3.1 Science
3.2 Thinking Science 2 36 72 60 2 36 72 60
1 18 36 30 1 18 36 30

3.3 Computing 1 18 36 30 1 18 36 30

4 .Social religion and culture

4.1 Social studies/ 2 36 72 60 2 36 72 60
Global citizenship - - - - 1 18 36 30

4.2 Thai History

5 .Health and physical

education

5.1 Health education 1 18 36 30 1 18 36 30

5.2 Physical education (P.E.) 1 18 36 30 1 18 36 30

6 .Art

6.1 Music and dancing 1 18 36 30 1 18 36 30

6.2 Art and design 1 18 36 30 1 18 36 30

7. Design and Technology

7.1 Design and Technology 1 18 36 30 1 18 36 30

8 .Foreign language

8.1 English

17

Grade 3-1 Grade 4-6

Contents Period/ Period/ Period/ Hour/ Period/ Period/ Period/ Hour/
week semester year year week semester year year

8.1.1 English 4 72 144 120 4 72 144 120

8.1.2 Reading and Writing 1 18 36 30 1 18 36 30

8.2 Chinese 1 18 36 30 1 18 36 30

8.3 Japanese 1 18 36 30 1 18 36 30

9. Activities

9.1 Club 1 18 36 30 1 18 36 30

9.2 Innovative skill 1 18 36 30 1 18 36 30

9.3 Life skills * 3 54 180 90 3 54 180 90

9.4 Boy Scouts G5 – G6 1 18 36 30

Without life skills 30 544 1,078 900 30 544 1,078 900

With life skills 33 598 1,260 990 33 698 1,260 990

ตำรำงเรียนระดบั ประถมศึกษำ
ตัง้ แต่เวลำ 08.30 – 16.00 น. จำนวน 6 คำบ/วัน, 50 นำท/ี คำบ

Time Activity
08.30 – 08.45 น. Assembly
08.45 – 09.00 น. Homeroom / Life skills
09.00 – 09.50 น. 1st period
09.50 – 10.00 น. Milk break
10.00 – 10.50 น. 2nd period
10.50 – 11.40 น. 3rd period
11.40 – 13.00 น.
13.00 – 13.50 น. Lunch
13.50 – 14.40 น. 4th period
14.40 – 15.30 น. 5th period
15.30 – 16.00 น. 6th period
Homeroom / Go home

18

กำรวัดและประเมนิ ผลแยกตำมกลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ (ระดับประถมศึกษำ)

การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นปลายปีของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ จะนาคะแนนร้อยละของภาคต้น

และภาคปลายมารวมกันแลว้ เฉล่ยี นามาจัดระดบั คะแนน ตามความหมายของคะแนน ดงั น้ี

4 ดเี ยยี่ ม หมายถึง ได้คะแนนรอ้ ยละ 80 – 100

3.5 ดีมาก หมายถงึ ได้คะแนนร้อยละ 75 – 79

3 ดี หมายถึง ไดค้ ะแนนรอ้ ยละ 70 – 74

2.5 คอ่ นข้างดี หมายถงึ ได้คะแนนรอ้ ยละ 65 – 69

2 ปานกลาง หมายถึง ไดค้ ะแนนรอ้ ยละ 60 – 64

1.5 พอใช้ หมายถงึ ได้คะแนนร้อยละ 55 – 59

1 ผา่ นเกณฑ์ข้นั ตา่ หมายถึง ได้คะแนนรอ้ ยละ 50 - 54

0 ต่ากวา่ เกณฑ์ หมายถงึ ไดค้ ะแนนร้อยละ 0 – 49

นอกจากน้ีในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในแต่ละรายวิชาของแต่ละช่วงชั้นจะมีการประเมิน

สมรรถนะ ดงั นี้ Grade 4 -6 Grade 7 - 9 Grade 10 - 12
Inquirer Inquirer Inquirer
Grade 1 - 3 Thinker Thinker Thinker
Inquirer Innovator Innovator
Influencer

นอกจากนย้ี งั มีสมรรถนะผ้เู รียนระดับการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน 10 สมรรถนะ คอื

19

1.1 กำรวดั และประเมินผลกลมุ่ สำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย / Thai language
การวัดและประเมนิ ผลกลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ระดับชน้ั Grade 1 – Grade 6 มรี ายละเอียด

ดงั น้ี
1. การประเมนิ ผลก่อนเรยี น
การประเมินผลก่อนเรียนนั้น สามารถทาได้ด้วยวิธีการสังเกตจากทักษะและความสามารถในการ

อ่าน การเขียน การฟัง การดู และการพูด โดยใช้การสัมภาษณ์ (ถาม – ตอบ) รวมทั้งการใช้แบบอ่าน และ
แบบทดสอบ

2. การประเมนิ ผลเพือ่ การปรับปรงุ การเรียนการสอน
2.1 ประเมินจากแบบฝึกทักษะและผลงานในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ เช่น แบบฝึกหัด ผลงาน

ประจาหน่วยการเรียนรู้ คิดเป็นรอ้ ยละ 30
2.2 ประเมินจากแบบทดสอบประจาหน่วยการเรียนรู้ และทักษะการปฏิบัติ คิดเป็นร้อยละ 20

โดยใช้เกณฑ์ตัดสินอย่างน้อยร้อยละ 60 ตัดสินแบบผ่านหรือไม่ผ่าน หากไม่ผ่านจะได้รับการสอบซ่อม 1 ครั้ง
กรณีที่ผ่านแลว้ ให้ใชค้ ะแนนผ่านร้อยละ 60 หากไม่ผา่ นให้ใชค้ ะแนนครง้ั ทม่ี ากทส่ี ุด

2.3 ประเมนิ ทกั ษะปฏบิ ัติ คดิ เป็นร้อยละ 10
2.4 ประเมินจากพฤติกรรมการเรียน เช่น การให้ความร่วมมือในกิจกรรม ความตั้งใจเรียน
ความรับผดิ ชอบในการส่งงาน คิดเป็นร้อยละ 10
3. การประเมนิ ผลเพื่อตัดสนิ ผลการเรียน
3.1 คะแนนระหว่างเรียน คิดเปน็ ร้อยละ 70

3.1.1 ประเมนิ จากแบบฝกึ หัดและผลงาน ร้อยละ 30
3.1.2 ประเมินจากการทดสอบประจาหน่วยการเรียนรู้ ร้อยละ 20 โดยใช้เกณฑ์
ตดั สินอยา่ งน้อยร้อยละ 60 ตัดสนิ แบบผ่านหรือไมผ่ ่าน หากไมผ่ ่านจะได้รับการสอบซ่อม 1 ครงั้ กรณที ผี่ า่ นแล้ว
ให้ใชค้ ะแนนผ่าน ร้อยละ 60 หากไม่ผ่านให้ใชค้ ะแนนครัง้ ทมี่ ากที่สดุ
3.1.3 ประเมินทักษะปฏิบัติ ร้อยละ 10 จากการนาเสนอผลงาน การพูดหน้าช้ัน
เรยี น การท่องอาขยาน
3.1.4 ประเมินพฤติกรรมการเรียน ร้อยละ 10 เช่น การให้ความร่วมมือในกิจกรรม
ความต้งั ใจเรียน ความรบั ผิดชอบในการสง่ งาน
3.2 คะแนนประเมินสมรรถนะ คดิ เป็นรอ้ ยละ 10
3.3 คะแนนสอบปลายภาค คดิ เปน็ รอ้ ยละ 20

20

20

การสอบปลายภาคมีเน้ือหาเก่ียวกับส่ิงท่ีนักเรียนได้เรียนรู้ตลอดภาคเรียน ซึ่งครอบคลุม ทักษะการอ่าน
ทักษะการเขียน ทกั ษะการฟงั ทกั ษะการดู ทักษะการพูด หลักการใชภ้ าษา และวรรณคดี

วรรณกรรม โดยใช้เกณฑ์ตัดสินอย่างน้อยร้อยละ 60 ตัดสินแบบผ่านหรือไม่ผ่าน หากไม่ผ่านจะได้รับการ
สอบซอ่ ม 1 คร้งั กรณีท่ีผ่านแลว้ ใหใ้ ชค้ ะแนนผ่านรอ้ ยละ 60 หากไมผ่ ่านใหใ้ ช้คะแนนคร้ังทีม่ ากท่สี ดุ

3.4 นาคะแนนข้อท่ี 3.1, 3.2 และ 3.3 มารวมกันแลว้ จัดระดบั คะแนนตามทีโ่ รงเรียนกาหนด

1.2 กำรวัดและประเมินผลกลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้คณิตศำสตร์ / Mathematics and Thinking

Maths

การวัดและประเมินผลกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ระดับช้ัน Grade 1 – Grade 6 มี

รายละเอียดดงั นี้

1. การประเมนิ ผลก่อนเรียน

ประเมินความพร้อมและตรวจสอบความรู้พ้นื ฐานและทักษะเบ้ืองต้นของนักเรียนก่อนสอน โดย

การทดสอบหรือวธิ ีอ่นื ๆ

2. การประเมนิ ผลเพอ่ื การปรับปรุงการเรยี นการสอน

2.1 ประเมินจากแบบฝึก โดยใชเ้ กณฑต์ ัดสินอย่างนอ้ ยรอ้ ยละ 80 ตัดสนิ แบบผ่านหรอื ไมผ่ ่าน

2.2 ประเมินผลจากผลงานในแต่ละหนว่ ยการเรยี นรู้ ไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 70 ของผลงานท้งั หมด

2.3 การประเมินผลการทดสอบจากแบบทดสอบประจาหน่วยการเรียนรู้ โดยใช้เกณฑ์ตัดสิน

อยา่ งนอ้ ยร้อยละ 60 ตดั สนิ แบบผ่านหรือไม่ผา่ น ผทู้ ีไ่ ม่ผา่ นจะได้รับการสอบซ่อม 1 ครั้ง ในกรณีทีส่ อบซ่อมผ่าน

แล้วให้เก็บคะแนนร้อยละ 60 ถา้ ไมผ่ ่านให้ใช้คะแนนที่ไดม้ ากทีส่ ุด คะแนนเต็มของแบบทดสอบประจาหนว่ ยของ

การเรยี นรู้แต่ละชุด ขน้ึ อยกู่ ับความสาคัญของเนอ้ื หา

3. การประเมนิ ผลเพื่อตัดสินผลการเรียน

3.1 ประเมินผลงานจากแบบฝกึ หดั

3.2 คะแนนจากแบบทดสอบประจาหนว่ ยการเรียนรู้ คดิ เปน็ ร้อยละ 20

3.3 การประเมนิ ผลจากการเรยี นแต่ละภาคเรยี น มดี งั นี้

3.3.1 คะแนนจากการประเมนิ พฤติกรรม คิดเป็นร้อยละ 10 การประเมินพฤติกรรม

จะประเมนิ จากการร่วมกจิ กรรม ความตง้ั ใจเรยี น ความรับผดิ ชอบในการส่งงาน

3.3.2 คะแนนจากการประเมินผลงาน คิดเป็นร้อยละ 40 เกณฑ์การให้คะแนน

ชน้ิ งาน ดังน้ี

3.3.2.1 ประเมนิ จากผลงานกลมุ่ คดิ เปน็ ร้อยละ 20

3.3.2.2 ประเมินจากผลงานเด่ียว คิดเปน็ รอ้ ยละ 10

21

3.3.2.3 ประเมินจากผลงานแบบฝึกหดั คิดเปน็ รอ้ ยละ 10
3.3.3 คะแนนประเมินสมรรถนะคิดเป็นรอ้ ยละ 10
3.4 คะแนนจากแบบทดสอบปลายภาค คิดเปน็ รอ้ ยละ 20 โดยนาคะแนนแบบทดสอบทุกฉบับ
มารวมกัน โดยพจิ ารณา ดังนี้
3.4.1 กรณีท่นี กั เรยี นสอบไม่ผา่ นรอ้ ยละ 60 ใหส้ ิทธ์สิ อบซอ่ ม 1 ครัง้
3.4.2 กรณีที่นักเรียนสอบซ่อมแล้วไม่ผ่านร้อยละ 60 ให้คิดคะแนนที่สอบได้มาก
ทสี่ ดุ
3.4.3 แบบทดสอบปลายภาคจะแบ่งเน้ือหาทเี่ รียนในภาคเรียนน้ัน ๆ
3.5 นาคะแนนข้อท่ี 3.2, 3.3 และ 3.4 มารวมกันแล้วจัดเป็นระดับคะแนนตามที่โรงเรียน
กาหนด

1.3 กำรวัดและประเมินผลกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี / Science and
Technology

การวัดและประเมินผลกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชั้น Grade 1–6
มีรายละเอยี ดดงั น้ี

กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แบ่งออกเป็น 2 รายวิชาคือ
- วิชาวทิ ยาศาสตร์ / Science and Thinking Science มีการวดั ประเมินในระดับ Grade 1–6
- วชิ าคอมพวิ เตอร์ / Computing มกี ารวัดประเมินในระดบั Grade 1–6

วิชำวิทยำศำสตร์ / Science and Thinking Science
1. การประเมนิ ผลก่อนเรียน
การประเมินผลก่อนเรียน โดยการทดสอบความรู้เดิม หรือทักษะเบ้ืองต้น เช่น การตอบคาถาม

ปากเปล่า การใช้ Poll everywhere ในการแสดงความคดิ เห็น การใชเ้ กม เป็นตน้
2. การประเมนิ ผลเพ่อื การปรับปรุงการเรยี นการสอน
2.1 ประเมินจากแบบฝึกหัด/ใบกิจกรรม โดยใช้เกณฑ์ผ่านในความถูกต้องอย่างน้อยร้อยละ 80

ของช้ินงาน คะแนนต่ากวา่ ร้อยละ 80 ไมผ่ ่าน
2.2 ประเมนิ จากแบบทดสอบยอ่ ย/แบบทดสอบหลังเรยี น โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นในความถูกต้องอย่าง

น้อย ร้อยละ 60 ผู้ที่ไม่ผ่านสามารถสอบซ่อมได้ 1 ครั้ง ถ้าสอบซ่อมแล้วยังไม่ผ่านให้ถือคะแนนคร้ังที่มากท่ีสุด
หากสอบซอ่ มแลว้ ผา่ นใหไ้ ดค้ ะแนนไม่เกนิ ร้อยละ 60

3. การประเมนิ ผลเพอื่ ตดั สินผลการเรยี น
3.1 คะแนนระหว่างเรียน คดิ เปน็ ร้อยละ 70

22

3.1.1 แบบฝกึ หดั ร้อยละ 10

(โดยพจิ ารณาจากความถูกต้อง ความตรงต่อเวลา ความรบั ผิดชอบ)

3.1.2 ผลงานกลมุ่ รอ้ ยละ 10

(โดยพจิ ารณาจากชนิ้ งานรายกลุ่มทีส่ าเรจ็ ตามจุดประสงค์)

3.1.3 ผลงานเดยี่ ว รอ้ ยละ 10

(โดยพจิ ารณาจากชิน้ งานเด่ยี วท่สี าเรจ็ ตามจดุ ประสงค์)

3.1.4 แบบทดสอบย่อย รอ้ ยละ 20

(โดยพจิ ารณาจากแบบทดสอบหลงั เรยี นประจาบท)

3.1.5 ทักษะในการปฏิบตั ิการทดลอง ร้อยละ 10

3.1.6 ประเมินจากพฤติกรรมการเรียน ร้อยละ 10

3.2 คะแนนประเมินสมรรถนะ คิดเปน็ ร้อยละ 10

3.3 คะแนนสอบปลายภาค คิดเปน็ รอ้ ยละ 20

3.4 นาคะแนนข้อที่ 3.1 , 3.2 และ 3.3 มารวมกนั แล้วจดั ระดบั คะแนนตามท่โี รงเรียนกาหนด

วิชำคอมพิวเตอร์ / Computing

1. การประเมินผลก่อนเรยี น

การประเมินผลก่อนเรียนเป็นการตรวจสอบความรู้พ้ืนฐานหรือทักษะเบื้องต้นของนักเรียน โดย

วิธกี ารสงั เกต สนทนา ซกั ถาม หรอื ใช้แบบทดสอบ

2. การประเมินผลเพ่ือการปรบั ปรงุ การเรียนการสอน

2.1 ลกั ษณะนิสัยในการทางาน ร้อยละ 20
ทางานเรียบร้อย มีระเบียบวินัย ช่วยเก็บรักษาวัสดุ อุปกรณ์ รักษาความสะอาดขณะ

ทางาน มีความเออื้ เฟ้อื เผ่อื แผ่ผู้อน่ื ทางานร่วมกับผ้อู น่ื ไดด้ ี
2.2 ทกั ษะในการปฏิบัตงิ าน ร้อยละ 10

มกี ารนาความรหู้ รือความชานาญเดิมมาใช้ในการทางานช้นิ ใหม่ทางานตามข้ันตอนและ
เสรจ็ ตามเวลา
2.3 เจตคติ ร้อยละ 10

มีความสนใจและต้ังใจทางานต้ังแต่เร่ิมทางานจนเสร็จเรียบร้อย เห็นคุณค่าและชื่นชม
ผลงานของตัวเอง
2.4 ผลงาน ร้อยละ 50

มคี วามคิดสร้างสรรค์ ใช้เทคโนโลยีชว่ ยในการทางาน มคี วามเหมาะสม มคี วามประณีต
เรยี บรอ้ ย ใชง้ านได้ตรงหนา้ ที่ ประโยชน์ที่ได้รบั จากผลงาน

23

3. การประเมินผลเพอื่ ตัดสนิ ผลการเรยี น

3.1 คะแนนระหว่างเรยี น คิดเป็นรอ้ ยละ 90

3.1.1 ลักษณะนสิ ัยในการทางาน ร้อยละ 20

3.1.2 ทกั ษะในการปฏบิ ัตงิ าน รอ้ ยละ 10

3.1.3 เจตคติ ร้อยละ 10

3.1.4 ผลงาน ร้อยละ 50

3.2 คะแนนประเมินสมรรถนะ คดิ เปน็ ร้อยละ 10

3.3 นาคะแนนขอ้ ที่ 3.1 และ 3.2 มารวมกันแลว้ จดั ระดับคะแนนตามที่โรงเรียนกาหนด

1.4 กำรวดั และประเมินผลกลุ่มสำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม / Social

religion and culture

การวัดและประเมินผลกลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับชั้น Grade 1

– Grade 6 มีรายละเอยี ดดังน้ี

กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม แบง่ ออกเปน็ 2 รายวชิ าคือ

- วชิ าสังคมศกึ ษา / Social Studies คดิ เปน็ ร้อยละ 50

- วิชาความเป็นพลเมอื งโลก / Global Citizenship คิดเปน็ ร้อยละ 50

การตดั สนิ ผลการเรยี นโดยนาคะแนนของทงั้ สองรายวชิ ามารวมกนั แล้วคดิ เปน็ ค่าร้อยละ

1. การประเมินผลกอ่ นเรียน

การประเมินผลก่อนเรียนเป็นการตรวจสอบความรู้พื้นฐาน หรือทักษะเบ้ืองต้นของนักเรียน

โดยวิธีการสังเกต สนทนา ซักถาม และวธิ ีการอ่นื ๆ

2. การประเมนิ ผลเพ่อื การปรับปรุงการเรียนการสอน

2.1 ประเมนิ จากผลงานรอ้ ยละ 40

2.1.1 ประเมนิ จากผลงานกล่มุ ร้อยละ20

2.1.2 ประเมนิ จากผลงานเด่ยี ว ร้อยละ10

2.1.3 ประเมนิ จากแบบฝกึ หดั ร้อยละ10

2.2 ประเมินจากแบบทดสอบประจาบท ร้อยละ 20 โดยใช้เกณฑ์ตัดสินอย่างน้อย

รอ้ ยละ 60 ผู้ไม่ผา่ นรอ้ ยละ 60 มสี ทิ ธ์ิสอบซ่อมได้ฉบับละ 1 ครัง้ หากการซอ่ มผ่านแล้วจะ

ไดค้ ะแนนร้อยละ 60

2.3 ประเมนิ จากพฤติกรรมรอ้ ยละ 10

3. การประเมินผลเพ่อื ตดั สนิ ผลการเรียน
3.1 คะแนนระหว่างเรยี น คดิ เปน็ ร้อยละ 70

24
24

3.1.1 ผลงานกลุ่ม รอ้ ยละ 20

3.1.2 ผลงานเด่ียว รอ้ ยละ 10

3.1.3 แบบฝึกหดั ร้อยละ 10

3.1.4 แบบทดสอบประจาบท รอ้ ยละ 20

3.1.5 ประเมินจากพฤติกรรม ร้อยละ 10

3.2 คะแนนประเมนิ สมรรถนะ คิดเป็นร้อยละ 10

3.3 คะแนนสอบปลายภาค คดิ เปน็ ร้อยละ 20

3.4 นาคะแนนข้อที่ 3.1, 3.2, และ 3.3 มารวมกันแล้วคิดเป็นวิชาละ ร้อยละ50 ทั้งวิชาสังคม

ศึกษา/Social studies และ พลเมืองโลก/ Global citizenship รวมกันแล้วจัดลาดับคะแนนตามท่ีโรงเรียน

กาหนด

กำรวัดและประเมินผลกลุ่มสำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม / Social religion

and culture ระดบั ชน้ั Grade 4–6 มรี ำยละเอยี ดดังนี้

กำรวัดและประเมินผลของวิชำประวตั ิศำสตร์ไทย / Thai History

1. การประเมนิ ผลกอ่ นเรียน

การประเมินผลก่อนเรียนเป็นการตรวจสอบความรู้พื้นฐาน หรือทักษะเบ้ืองต้นของนักเรียน

โดยวธิ ีการสงั เกต สนทนา ซกั ถาม และวธิ กี ารอืน่ ๆ

2. การประเมนิ ผลเพ่ือการปรบั ปรงุ การเรียนการสอน

2.1 ประเมนิ จากผลงานร้อยละ 40

2.1.1 ประเมนิ จากผลงานกลมุ่ รอ้ ยละ20

2.1.2 ประเมนิ จากผลงานเดย่ี ว รอ้ ยละ10

2.1.3 ประเมนิ จากแบบฝึกหัด ร้อยละ10

2.2 ประเมินจากแบบทดสอบประจาบทร้อยละ 20 โดยใช้เกณฑ์ตัดสินอย่างน้อยร้อยละ 60 ผู้

ไมผ่ ่านร้อยละ 60 มีสิทธิ์สอบซ่อมได้ฉบับละ 1 ครัง้ หากการซอ่ มผา่ นแล้วจะไดค้ ะแนนรอ้ ยละ 60

2.3 ประเมินจากพฤติกรรม ร้อยละ 10

3. การประเมนิ ผลเพ่อื ตดั สนิ ผลการเรียน

3.1 คะแนนระหวา่ งเรยี น คิดเป็นรอ้ ยละ 70

3.1.1 ผลงานกลุม่ ร้อยละ 20

3.1.2 ผลงานเด่ียว รอ้ ยละ 10

3.1.3 แบบฝกึ หัด ร้อยละ 10

3.1.4 แบบทดสอบประจาบท ร้อยละ 20

25

3.1.5 ประเมนิ จากพฤตกิ รรม รอ้ ยละ 10
3.2 คะแนนประเมนิ สมรรถนะ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 10
3.3 คะแนนสอบปลายภาค คิดเปน็ รอ้ ยละ 20
3.4 นาคะแนนข้อท่ี 3.1, 3.2, และ 3.3 มารวมกนั แลว้ จัดระดับคะแนนตามทโ่ี รงเรียนกาหนด

1.5 กำรวัดและประเมนิ ผลกลุ่มสำระกำรเรียนรู้สขุ ศึกษำและพลศึกษำ / Health education and

Physical education

การวดั และประเมนิ ผลกลมุ่ สาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ระดบั ชน้ั Grade 1 – Grade 6 มี

รายละเอียดดังนี้

กลุม่ สาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา แบง่ ออกเปน็ 2 รายวิชาคือ

- วิชาสุขศกึ ษา / Health education คิดเปน็ รอ้ ยละ 50

- วชิ าพลศกึ ษา / Physical Education: PE คดิ เป็นร้อยละ 50

การตัดสนิ ผลการเรียนโดยนาคะแนนของทง้ั สองรายวชิ ามารวมกนั แลว้ คดิ เป็นค่าร้อยละ

1. การประเมนิ ผลก่อนเรียน

เปน็ การประเมินความพร้อมและตรวจสอบความรู้พื้นฐาน หรือทักษะเบื้องต้นของผเู้ รียนก่อนเรียน โดย

ใชว้ ิธีการสังเกต ซักถาม ทดสอบสมรรถภาพ และการทดสอบวิธอี นื่ ๆ

2. การประเมนิ ผลเพ่ือการปรบั ปรงุ การเรียนการสอน

2.1 วชิ าสุขศกึ ษา / Health education คิดเปน็ ร้อยละ 50

2.1.1 ประเมินผลงาน ร้อยละ 20

2.1.2 คะแนนสมรรถนะ ร้อยละ 10

2.1.3 คะแนนพฤติกรรม ร้อยละ 10

2.1.4 คะแนนทดสอบประจาบท ร้อยละ 10

2.2 วิชาพลศึกษา / Physical Education : PE คิดเป็นรอ้ ยละ 50

2.2.1 ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ร้อยละ 20 ตามเกณฑ์การทดสอบสมรรถภาพทาง

กายเพ่อื สุขภาพสาหรับนกั เรียน

2.2.2 ทดสอบทกั ษะกฬี า ร้อยละ 20

2.2.3 เจตคติและพฤตกิ รรม รอ้ ยละ 10

พิจารณาจากพฤตกิ รรมการเรียน การทางานกลมุ่ การปฏิบตั ติ ามระเบยี บวนิ ยั ในช้ันเรยี น

3. การประเมินผลเพ่ือตัดสินผลการเรียน คิดเปน็ ร้อยละ 100 ดังนี้

3.1 วิชาสขุ ศกึ ษา รอ้ ยละ 50

26
26

3.2 วิชาพลศึกษา รอ้ ยละ 50

3.3 นาคะแนนขอ้ ท่ี 3.1 และ 3.2 มารวมกันแล้วจดั ระดบั คะแนนตามท่ีโรงเรียนกาหนด

1.6 กำรวัดและประเมนิ ผลกลมุ่ สำระกำรเรยี นรศู้ ิลปะ / Art and design, Music and dancing

การวัดและประเมนิ ผลกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ ระดับชนั้ Grade 1 – Grade 6 มรี ายละเอยี ด

ดงั น้ี

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ แบง่ ออกเป็น 2 รายวชิ าคือ

- วชิ าศิลปะ / Art and design คิดเปน็ รอ้ ยละ 50

- วชิ าดนตรี / Music and dancing คดิ เปน็ รอ้ ยละ 50

กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ หมายถึง สาระทัศนศิลป์ สาระดนตรี และสาระนาฏศิลป์ รายละเอียด

การวัดและประเมนิ ผลดงั นี้

วิธีการวัดและประเมินผลเพื่อปรับปรุงการเรียนการสอน และการตัดสินผลการเรียน โดยสังเกต

พฤติกรรมนักเรียน ตรวจผลงาน การสอบภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ และการสังเกตพัฒนาการ ความสนใจ ในการ

เรียนศิลปะในสาระตา่ งๆ ตลอดระยะเวลาท่ีเรยี น แลว้ นามารวมเปน็ คะแนนในวิชาศลิ ปะ

1. สำระทศั นศิลป์ / Art and design มีวธิ ีกำรวัดและประเมินผลกำรเรียน ดังนี้

1.1 ดา้ นสมรรถนะ รอ้ ยละ 10

1.2 ดา้ นทักษะการทางาน ร้อยละ 10

1.3 ด้านพฒั นาการในการทางานศิลปะ ร้อยละ 10

1.4 ด้านเจตคติและพฤติกรรม ร้อยละ 10

1.5 ด้านคณุ ค่าผลงานศลิ ปะ ร้อยละ 60

การประเมนิ ผลงานทางศลิ ปะของนักเรียนมเี กณฑ์การประเมนิ ดงั น้ี

4 ดมี าก หมายถึง นักเรียนมีความสนใจ มีทักษะในการทางาน มีความรับผิดชอบ และมีความคิด
สรา้ งสรรค์ดีมาก

3 ดี หมายถึง นักเรียนมีความสนใจ มีทักษะในการทางาน มีความรับผิดชอบ และมีความคิด
สรา้ งสรรค์ดี

2 พอใช้ หมายถึง นักเรียนมีความสนใจ มีทักษะในการทางาน มีความรับผิดชอบ และมีความคิด
สร้างสรรค์ค่อนขา้ งดี

1 ควรแกไ้ ข หมายถึง นักเรียนมีความสนใจ มีทักษะในการทางาน มีความรับผิดชอบ และมีความคิด
สร้างสรรคต์ อ้ งแก้ไขปรบั ปรงุ

27

1.6 นาคะแนนขอ้ ท่ี 1.1 , 1.2, 1.3, 1.4 และ 1.5 มารวมกันแลว้ คิดเปน็ ร้อยละ 50

2. สำระวิชำดนตรี (ดนตรีไทย/นำฏศิลป/์ ดนตรีสำกล) / Music and dancing
วธิ ีการวดั และประเมนิ ผลเพือ่ ปรบั ปรงุ การเรียนการสอน และตดั สินผลการเรียน ดังน้ี
2.1 ประเมินด้านทักษะปฏิบัติ ร้อยละ 50 รายละเอียดการประเมินดังนี้ ความถูกต้องของ

จังหวะเพลง ความถกู ต้องของทานองเพลง ความสมบูรณ์ ตอ่ เนือ่ งของบทเพลง เทคนิคการบรรเลงเพลง
และบคุ ลกิ ภาพ

การประเมินด้านทักษะปฏิบัติจะใช้เกณฑ์การประเมินเป็นระดับคะแนน 4 คือ ดีมาก 3
คือ ดี 2 คอื พอใช้ และ1 คือ ปรบั ปรุง

2.2 พัฒนาการทางด้านทักษะดนตรีและนาฏศิลป์ ร้อยละ 20 พิจารณาจาก
ความก้าวหน้าทางด้านดนตรี เช่น มีพัฒนาการด้านความจาที่ดี สามารถจาเพลงได้มากขึ้น
สามารถอ่านและเขียนโน้ตได้ มที กั ษะการบรรเลงทดี่ ีขน้ึ

2.3 พฤติกรรมในการเรียน ร้อยละ 10 รายละเอียดการประเมินดังน้ี มีความสนใจ ความตั้งใจ
ในการเรียน ความรับผดิ ชอบ การตรงต่อเวลา ความขยัน หมัน่ ฝกึ ฝน และพฤตกิ รรมการเรียน

2.4 คะแนนประเมินสมรรถนะ ร้อยละ 10
2.5 ผลงานสร้างสรรค์ดา้ นดนตรีและนาฏศิลป์ รอ้ ยละ 10
2.6 นาคะแนนขอ้ ที่ 2.1 , 2.2 , 2.3 , 2.4 และ 2.5 มารวมกันแล้วคิดเป็นรอ้ ยละ 50

3. กำรประเมินผลเพ่ือตดั สินผลกำรเรียนกลมุ่ สำระกำรเรียนร้ศู ิลปะ
คะแนนของสาระการเรยี นรูศ้ ิลปะจะนาเอาคะแนนของสาระทัศนศลิ ปแ์ ละสาระวิชาดนตร/ี

นาฏศลิ ปม์ ารวมกันคิดเป็นร้อยละ แลว้ จดั ระดบั คะแนนตามทโ่ี รงเรียนกาหนด

1.7 กำรวดั และประเมนิ ผลกลุม่ สำระกำรเรียนรกู้ ำรงำนอำชพี และเทคโนโลยี / Design and
Technology

การวัดและประเมินผลกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีระดับชั้น Grade1 –
Grade6 มีรายละเอียดดงั น้ี

1. การประเมินผลก่อนเรยี น
การประเมินผลก่อนเรียนเป็นการตรวจสอบความรู้พื้นฐานหรือทักษะเบ้ืองต้นของนักเรียน โดย

วธิ กี ารสังเกต สนทนา ซกั ถาม หรือใช้แบบทดสอบ
2. การประเมนิ ผลเพ่อื การปรับปรุงการเรยี นการสอน

28
28

2.1 ลกั ษณะนิสัยในการทางาน ร้อยละ 20

ทางานเรียบร้อย มีระเบียบวินัย ช่วยเก็บรักษาวัสดุ อุปกรณ์ รักษาความสะอาดขณะ

ทางาน มคี วามเอือ้ เฟือ้ เผอ่ื แผ่ผูอ้ นื่ ทางานรว่ มกับผอู้ ่ืนไดด้ ี

2.2 ทกั ษะในการทางาน รอ้ ยละ 10

มีการนาความรู้หรือความชานาญเดิมมาใช้ในการทางานช้ินใหม่ทางานตามขั้นตอนและ

เสร็จตามเวลา

2.3 เจตคติ รอ้ ยละ 10

มีความสนใจและตั้งใจทางานต้ังแต่เร่ิมทางานจนเสร็จเรียบร้อย เห็นคุณค่าและ

ช่นื ชมผลงานของตวั เอง

2.4 ผลงาน ร้อยละ 50

มคี วามคิดสร้างสรรค์ ใช้เทคโนโลยีช่วยในการทางาน มีความเหมาะสม มีความประณีต

เรยี บรอ้ ย ใชง้ านได้ตรงหน้าท่ี ประโยชนท์ ี่ไดร้ ับจากผลงาน

3. การประเมินผลเพือ่ ตัดสินผลการเรยี น

3.1 คะแนนระหวา่ งเรียน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 90

3.1.1 ลักษณะนิสัยในการทางาน ร้อยละ 20

3.1.2 ทกั ษะในการทางาน ร้อยละ 10

3.1.3 เจตคติ รอ้ ยละ 10

3.1.4 ผลงาน รอ้ ยละ 50

3.2 คะแนนประเมินสมรรถนะ คดิ เป็นร้อยละ 10

3.3 นาคะแนนข้อที่ 3.1 และ 3.2 มารวมกันแลว้ จดั ระดับคะแนนตามทโี่ รงเรียนกาหนด

1.8 กำรวดั และประเมนิ ผลกล่มุ สำระกำรเรียนร้ภู ำษำตำ่ งประเทศ / Foreign Language
การวดั และประเมินผลของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ระดบั ชน้ั Grade 1 –

Grade 6 มีรายละเอียดดังนี้
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ แบง่ ออกเป็น 3 รายวิชา ไดแ้ ก่
- วิชาภาษาองั กฤษ / English มกี ารวัดประเมินในระดบั Grade 1 – Grade 6
- วชิ าภาษาจีน / Chinese มกี ารวัดประเมนิ ในระดับ Grade 1 – Grade 6
- วิชาภาษาญ่ีปุ่น / Japanese มกี ารวัดประเมินในระดบั Grade 1 – Grade 6

29

วชิ ำภำษำองั กฤษ / English

1. การประเมินผลก่อนเรียน

เป็นการประเมนิ ความพร้อมและตรวจสอบความรู้พ้ืนฐาน หรอื ทกั ษะเบ้ืองต้นของผู้เรยี นก่อนเรียน โดย

ใช้วธิ กี ารสังเกต สนทนา ซกั ถาม แบบทดสอบ และวธิ ีอืน่ ๆ

2. การประเมินผลเพื่อการปรับปรุงการเรยี นการสอน

2.1 ประเมินจากแบบฝึกหัด ผลงานเดี่ยวและผลงานกลุม่ พิจารณาจากความรับผดิ ชอบ ความ

ถูกต้อง ความตรงตอ่ เวลา

2.2 ประเมนิ จากแบบทดสอบย่อย โดยใช้เกณฑ์การตัดสนิ อย่างน้อยรอ้ ยละ 60 ตัดสนิ แบบผ่าน

ไม่ผ่าน ผู้ที่ไม่ผ่านจะได้สอบซ่อม 1 ครั้ง ในกรณีที่สอบซ่อมแล้วผ่าน ให้เก็บคะแนนได้ไม่เกิน

ร้อยละ 60

3. การประเมนิ ผลเพอ่ื ตดั สินผลการเรียน

3.1 คะแนนระหวา่ งเรยี น คิดเป็นรอ้ ยละ 70 ดงั นี้

3.1.1 แบบฝึกหดั รอ้ ยละ 10

3.1.2 ผลงานเดี่ยว รอ้ ยละ 10

3.1.3 ผลงานกลมุ่ รอ้ ยละ 10

3.1.4 แบบทดสอบย่อย ร้อยละ 20

3.1.5 พฤติกรรมและความสนใจในการเรียน ร้อยละ 10

3.1.6 ทักษะปฏบิ ตั ิ รอ้ ยละ 10

พจิ ารณาจากการแสดงออกถงึ ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษด้านตา่ ง ๆ

3.2 คะแนนประเมินสมรรถนะ คิดเปน็ ร้อยละ 10

3.3 คะแนนสอบปลายภาค คดิ เปน็ รอ้ ยละ 20

3.3.1 การทดสอบการสื่อสาร (Communication) รอ้ ยละ 10

3.3.2 การทดสอบไวยากรณ์ (Grammar) รอ้ ยละ 10

3.4 นาคะแนนข้อที่ 3.1 , 3.2 และ 3.3 มารวมกนั แลว้ จัดระดบั คะแนนตามทโ่ี รงเรยี นกาหนด

วชิ ำภำษำจีน / Chinese
1. การประเมินผลก่อนเรียน
มีการตรวจสอบความรู้พื้นฐานและทักษะเบ้ืองต้นของนักเรียนก่อนเรียนโดยใช้ การทดสอบ การตอบ
คาถามและวธิ ีอ่นื ๆ
2. การประเมินผลเพ่ือการปรับปรุงการเรยี นการสอน

30

2.1 แบบฝึกหัดและใบงาน ร้อยละ 30 โดยใช้เกณฑ์การตัดสินอย่างน้อยร้อยละ 80 ตัดสิน

แบบผ่านไมผ่ ่าน

2.2 ผลงาน ร้อยละ 30 โดยผลงานเป็นงานเดี่ยว ร้อยละ 10 และงานกลุ่ม ร้อยละ 20

ลกั ษณะของผลงานเช่น งานประดิษฐ์ การทาอาหาร การแสดงบทบาทสมมติในช้ันเรยี น เปน็ ตน้

2.3 พฤติกรรมการเรียน รอ้ ยละ 10 โดยประเมินจาก การสนใจฟงั เสมอตน้ เสมอปลาย มีความ

กระตือรือร้นในการเรียน มีความรับผิดชอบต่องานท่ีได้รับมอบหมาย การทางานร่วมกับผู้อื่น การปฏิบัติตาม

ขอ้ ตกลงในชน้ั เรียน

3. การประเมนิ ผลเพอ่ื ตดั สนิ ผลการเรยี น

3.1 คะแนนระหว่างเรียน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 70

3.1.1 แบบฝึกหัด ใบงาน รอ้ ยละ 30

3.1.2 ผลงานเดีย่ ว ร้อยละ 10

3.1.3 ผลงานกล่มุ รอ้ ยละ 20

3.1.4 พฤติกรรมการเรยี น รอ้ ยละ 10

3.2 คะแนนประเมนิ สมรรถนะ คิดเป็นรอ้ ยละ 10

3.3 การประเมินทกั ษะปฏบิ ัติ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 20 พจิ ารณาจากทกั ษะการพูดและการฟัง โดยให้

นกั เรยี นออกมาสนทนาโดยใช้ภาษาจนี เก่ียวกับหัวข้อทีเ่ รยี นไป โดยครูจดั สถานการณ์และอุปกรณ์ใหเ้ หมาะสม

กบั การสนทนา

3.4 นาคะแนนขอ้ ที่ 3.1 , 3.2 และ 3.3 มารวมกนั แล้วจดั ระดบั คะแนนตามท่ีโรงเรยี นกาหนด

วชิ ำภำษำญ่ปี ุน่ / Japanese
1. การประเมินผลก่อนเรยี น
มีการตรวจสอบความรู้พ้ืนฐานและทักษะเบื้องต้นของนักเรียนก่อนเรียนโดยใช้ การทดสอบ การตอบ

คาถามและวธิ ีอ่นื ๆ
2. การประเมนิ ผลเพอื่ การปรับปรงุ การเรียนการสอน
2.1 แบบฝึกหัดและใบงาน ร้อยละ 30 โดยใช้เกณฑ์การตัดสินอย่างน้อยร้อยละ 80 ตัดสิน

แบบผ่านไม่ผา่ น
2.2 ผลงาน ร้อยละ 30 โดยผลงานเป็นงานเด่ียว ร้อยละ 10 และงานกลุ่ม ร้อยละ 20

ลักษณะของผลงานเชน่ งานประดิษฐ์ การทาอาหาร การแสดงบทบาทสมมตใิ นช้ันเรยี น เปน็ ตน้

31

2.3 พฤตกิ รรมการเรยี น ร้อยละ 10 โดยประเมนิ จาก การสนใจฟงั เสมอต้นเสมอปลาย มคี วาม

กระตือรือร้นในการเรียน มีความรับผิดชอบต่องานท่ีได้รับมอบหมาย การทางานร่วมกับผู้อ่ืน การปฏิบัติตาม

ข้อตกลงในชัน้ เรียน

3. การประเมินผลเพ่อื ตดั สนิ ผลการเรยี น

3.1 คะแนนระหว่างเรยี น คดิ เป็นรอ้ ยละ 70

3.1.1 แบบฝกึ หดั ใบงาน ร้อยละ 30

3.1.2 ผลงานเด่ียว รอ้ ยละ 10

3.1.3 ผลงานกลุ่ม รอ้ ยละ 20

3.1.4 พฤติกรรมการเรียน รอ้ ยละ 10

3.2 คะแนนประเมนิ สมรรถนะ คดิ เป็นร้อยละ 10

3.3 การประเมนิ ทกั ษะปฏิบัติ คดิ เป็นรอ้ ยละ 20 พิจารณาจากทักษะการพูดและการฟัง โดยให้

นักเรียนออกมาสนทนาโดยใช้ภาษาญป่ี ุ่น เกยี่ วกับหวั ข้อที่เรียนไป โดยครจู ัดสถานการณ์และอุปกรณใ์ ห้

เหมาะสมกบั การสนทนา

3.4 นาคะแนนขอ้ ที่ 3.1 , 3.2 และ 3.3 มารวมกนั แลว้ จัดระดับคะแนนตามทโ่ี รงเรยี นกาหนด

32

กำรทดสอบวดั ระดบั ทกั ษะภำษำองั กฤษ Oxford Young Learners Placement Test
โรงเรียนสำธติ มหำวทิ ยำลัยขอนแกน่ ฝ่ำยนำนำชำติ

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่นฝ่ายนานาชาติ จัดให้มีการสอบเพื่อวัดระดับทักษะภาษาอังกฤษ
ต า ม ม า ต ร ฐ า น CEFR (Common European Framework of Reference for Languages) ซ่ึ ง เ ป็ น ม า ต ร ฐ า น
ความสามารถทางภาษาอังกฤษ ของประชากรของประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป ในนักเรียนระดับชั้น Grade 3
และนักเรียนระดับช้ัน Grade 6 ด้วยการใช้แบบทดสอบมาตรฐานของ Oxford Young Learners Placement Test
ซง่ึ เปน็ ขอ้ สอบวัดระดับออนไลน์ ทไ่ี ด้รบั การออกแบบโดยสานักพมิ พ์มหาวทิ ยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด (Oxford University
Press) เพื่อนามาใช้ในการประเมินทักษะและความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียน อายุต้ังแต่ 7 -12
ปี และสอดคล้องกับมาตรฐาน CEFR (Common European Framework of Reference for Languages) โดยผลการ
ทดสอบนี้จะแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ A0 (Pre-A1), A1, A2 และ B1 ซ่ึงในแต่ละระดับจะมีชื่อคลับเพ่ือบอก
ระดับของเด็ก ทาให้เด็กได้รู้สึกถึงความสาเร็จหลังจากการทดสอบเสร็จสิ้น ซึ่งโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย
ขอนแก่น ฝา่ ยนานาชาติ ได้กาหนดเกณฑ์สาหรับนักเรียนระดบั ชนั้ Grade 3 ควรมรี ะดับทักษะภาษาอังกฤษอยู่ที่
ระดบั A2 และนกั เรียนระดับชั้น Grade 6 ควรมีระดบั ทกั ษะภาษาอังกฤษอยทู่ ่ีระดบั B1

รูปภำพแสดง คะแนนและระดบั CEFR ของนักเรยี นรนุ่ 7-12 ปี

33

CEFR (Common European Framework of Reference for Languages) เป็นการกาหนดมาตรฐาน
ความสามารถทางภาษาองั กฤษ ของประชากรของประเทศในกลมุ่ สหภาพยโุ รป เพอ่ื ใหโ้ รงเรยี นทกุ ๆ โรงเรียน ใน
แต่ละประเทศท่ีเป็นชาติสมาชิกในสหภาพยุโรป ได้ออกแบบหลักสูตร และอานวยการเรียนการสอนวิชา
ภาษาอังกฤษ ท่ีมุ่งเน้นในการพัฒนา “ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ (English Proficiency)” ให้กับประชากรของ
ตนเอง เพ่ือให้ประชากรของทุกๆ ประเทศในสหภาพยุโรป สามารถใช้ภาษาอังกฤษ เป็นภาษากลาง ในการ
ส่อื สาร แลกเปล่ยี นวฒั นธรรม และองค์ความรตู้ ่างๆ ตลอดจนสามารถประสานงานเพื่อดาเนนิ ธุรกรรม และธุรกจิ
ใดๆ รว่ มกนั ไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ โดยปจั จบุ นั กรอบมาตรฐานความสามารถทางภาษาองั กฤษ CEFR น้นั ถอื ว่า
เป็นมาตรฐานในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก โดยกรอบมาตรฐาน
CEFR ได้แบ่งความสามารถทางภาษาอังกฤษเป็น 6 ระดับ (แต่ในรุ่น Younger มี 4 ระดับได้แก่ A0 (Pre-A1), A1,
A2 และ B1) ดงั ต่อไปน้ี

Proficient User:
C1 (Mastery): สามารถเข้าใจภาษาองั กฤษผา่ นการฟัง และการอา่ นไดอ้ ยา่ งคลอ่ งแคลว่ ครบถ้วน สามารถสรุป
ใจความ จากการรับฟัง และการอ่านจากแหล่งข้อมูลหลายๆ แหล่งได้ สามารถนาเสนอความคิดเห็น ข้อโต้แย้ง
เหตุผลประกอบต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว สามารถแนะนาพูดคุยภาษาอังกฤษในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่าง
ถกู ต้อง คล่องแคลว่ เปน็ ธรรมชาติ
C2 EOP (Efficient Operational Proficiency): สามารถเขา้ ใจความหมายที่แท้จริง ในประโยคภาษาอังกฤษท่ี
มีความซับซ้อนได้ สามารถพูดคุยภาษาอังกฤษได้เป็นธรรมชาติ โดยมีการติดขัดให้เห็นได้ไม่บ่อยนัก สามารถใช้
ภาษาอังกฤษในสังคม การเรียนหนังสือ และการประกอบอาชีพ ได้อย่างถูกต้อง คล่องแคล่ว สามารถใช้
ภาษาอังกฤษที่มีโครงสร้างประโยคทมี่ คี วามซบั ซ้อนในการสอ่ื สารได้

Independent User:
B2 (Vantage): สามารถเข้าใจใจความสาคัญของภาษาอังกฤษที่ซับซ้อนทั้งในส่วนของข้อเท็จจริง และอารมณ์
ความรู้สึกชองภาษาได้ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษท่ีมีความเก่ียวข้องกับอาชีพ และความสนใจของตนเอง สามารถ
พดู คยุ ภาษาองั กฤษไดค้ ่อนข้างเป็นธรรมชาติ ในระดับทสี่ ามารถสอ่ื สารกับเจา้ ของภาษาได้ โดยไมท่ าให้ค่สู นทนา
เกิดความเครียด

34

B1 (Threshold): สามารถเข้าใจใจความสาคัญของภาษาอังกฤษในโครงสร้างพื้นฐาน ในเร่ืองท่ีตนเองมี
ความคุ้นเคย เช่น เร่ืองในท่ีทางาน โรงเรียน เวลาว่าง ฯลฯ สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการเดินทางได้ สามารถ
สร้างประโยคพื้นฐานในการสื่อสารในเรื่องที่ตนเองสนใจได้ สามารถเล่าเรื่องเก่ียวกับประสบการณ์ เหตุการณ์
ความมุ่งหวังของตนเองเป็นภาษาอังกฤษได้ สามารถอธิบายเหตผุ ล และความคดิ เห็นของตนเองสน้ั ๆ ได้
Basic User:
A2 (Waystage): สามารถเข้าใจประโยคภาษาอังกฤษท่ีมักจะพบเจอบ่อยๆ ในเร่ืองที่เกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัว
ครอบครัว การซ้ือสินค้า การเดินทาง ฯลฯ ได้ สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษที่เก่ียวข้องกับกิจวัตรประจาวันได้
สามารถอธบิ ายความตอ้ งการของตนเองโดยใชป้ ระโยคพนื้ ฐานได้
A1 (Breakthrough): สามารถเขา้ ใจประโยคภาษาอังกฤษทตี่ ้องใช้ในชวี ิตประจาวันได้ โดยเฉพาะในส่วนของท่ี
เป็นข้อเท็จจริง และรูปธรรม สามารถแนะนาตนเอง และผู้อ่ืนได้ สามารถถามตอบคาถามเก่ียวกับข้อมูลส่วนตัว
เก่ียวกับท่ีอยู่อาศัย คนท่ีรู้จัก สิ่งของท่ีตนเองมีได้ สามารถโต้ตอบด้วยภาษาอังกฤษได้ ในกรณีท่ีคู่สนทนา
พยายามช่วยพดู อย่างช้าๆ ชดั ๆ

35

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน ม่งุ พฒั นาผ้เู รยี นใหม้ คี ุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ เพ่อื ให้
สามารถอยรู่ ่วมกับผอู้ ืน่ ในสังคมได้อย่างมีความสขุ ในฐานะเปน็ พลเมอื งไทยและพลโลก ดงั น้ี

1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
2. ชื่อสัตยส์ จุ ริต
3. มวี นิ ยั
4. ใฝ่เรียนรู้
5. อย่อู ยา่ งพอเพยี ง
6. มุ่งมนั่ ในการทางาน
7. รกั ความเป็นไทย
8. มีจติ สาธารณะ
นอกจากนีห้ ลักสตู รได้เปิดโอกาสใหส้ ถานศึกษาสามารถกาหนดคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์เพม่ิ เติมให้
สอดคล้องตามบริบทและจดุ เนน้ ของตนเองดังนนั้ โรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ฝ่ายนานาชาติ จงึ ได้กาหนดคุณลกั ษณะอันพึงประสงคข์ องนกั เรยี นทตี่ ้องการพัฒนา ดงั นี้
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ซ่อื สัตย์สุจรติ
3. มวี ินัยและรบั ผิดชอบ
4. ใฝเ่ รียนรู้
5. อยู่อยา่ งพอเพียง
6. มุ่งมัน่ ในการทางาน
7. รักความเป็นไทย
8. มีจติ สาธารณะ
9. รักษส์ ่งิ แวดลอ้ ม

หมำยเหตุ : เพ่ิมเตมิ คาว่า “รับผิดชอบ” ในข้อ 2 และเพม่ิ ขอ้ 9 รักษส์ ง่ิ แวดล้อม

36
33

การประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ กาหนดเกณฑ์การตัดสินเปน็ 4 ระดับ และความหมาย
แตล่ ะระดับดงั น้ี

ดีเย่ยี ม หมายถงึ ผเู้ รยี นปฏบิ ัตติ นตามคุณลกั ษณะจนเปน็ นิสัยและนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวัน เพอ่ื ประโยชน์
สุขของตนเองและนาสังคม โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดบั ดเี ยย่ี ม จานวน 5–10 คุณลกั ษณะ และไมม่ ี
คณุ ลักษณะใดได้ผลการประเมินตา่ กวา่ ระดับดี

ดี หมายถงึ ผู้เรียนมีคณุ ลักษณะในการปฏบิ ตั ติ ามกฎเกณฑเ์ พ่ือให้เป็นการยอมรบั ของสังคม โดยพจิ ารณา
จาก

1. ไดผ้ ลการประเมนิ ระดับดีเยย่ี ม จานวน 1-4 คุณลกั ษณะ และไม่มคี ุณลักษณะใดไดผ้ ลการประเมนิ
ต่ากว่าระดับดี หรือ

2. ได้ผลการประเมนิ ระดบั ดเี ยี่ยม จานวน 4 คณุ ลกั ษณะ และไมม่ ีคุณลกั ษณะใดได้ผลการประเมินตา่
กว่าระดบั ผา่ น หรอื

3. ไดผ้ ลการประเมินระดบั ดี จานวน 5-10 คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดไดผ้ ลการประเมินตา่
กวา่ ระดับผา่ น

ผำ่ น หมายถึง ผเู้ รียนรับรแู้ ละปฏิบัตติ ามกฎเกณฑ์และเง่อื นไขท่สี ถานศึกษากาหนด โดย
พิจารณาจาก

1. ไดผ้ ลการประเมนิ ต้ังแต่ระดบั ผ่าน จานวน 5-10 คุณลักษณะ และไม่มีคณุ ลักษณะใดไดผ้ ลการ
ประเมินต่ากว่าระดบั ผ่าน หรือ

2. ได้ผลการประเมนิ ตั้งแต่ระดบั ดี จานวน 4 คุณลกั ษณะ และไมม่ ีคุณลักษณะใดได้ผลการประเมนิ ตา่
กว่าระดบั ผา่ น

ไม่ผ่ำน หมายถึง ผเู้ รยี นรับร้แู ละปฏิบัตไิ ด้ไมค่ รบตามกฎเกณฑ์และเงอื่ นไขท่ีสถานศึกษากาหนด
โดยพิจารณาจากผลการประเมนิ ระดบั ไม่ผ่าน

37
34

เกณฑ์กำหนดระดับคุณภำพกำรประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ปีกำรศกึ ษำ 2565

คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ข้อที่ 1 : รกั ชำติ ศำสน์ กษัตริย์

ตวั ช้ีวดั ผลกำรประเมนิ ระดบั คณุ ภำพ

.1รอ้ งเพลงชาติ .1ร้องเพลงชาติได้อย่างถูกต้องชัดเจนและยืนตรงเคารพ

ดเี ยย่ี ม ธงชาติได้อย่างถูกต้องสมา่ เสมอ
.2หยุดยืนตรงเคารพธงชาตทิ ุกครั้งเมื่อได้ยินเสยี งเพลงชาติ

.3ไมแ่ สดงพฤติกรรมลบหลคู่ วามเป็นชาติไทย

.1ร้องเพลงชาติไดอ้ ย่างถูกต้องชัดเจนและยืนตรงเคารพ

ดี ธงชาติได้อย่างถูกตอ้ งสมา่ เสมอ

.2หยดุ ยืนตรงเคารพธงชาติทุกคร้งั เมื่อได้ยนิ เสยี งเพลงชาติ

ผำ่ นเกณฑ์ รอ้ งเพลงชาติได้อย่างถูกต้องชัดเจนและยืนตรงเคารพ
ธงชาตไิ ด้อยา่ งถูกต้องสม่าเสมอ

ไมส่ ามารถร้องเพลงชาติได้อย่างถกู ต้องชดั เจนและ

ไมผ่ ่ำน ไมส่ ามารถยนื ตรงเคารพธงชาติไดอ้ ย่างถูกตอ้ งและ
แสดงพฤตกิ รรมลบหลคู่ วามเปน็ ชาติไทย

.2สวดมนตไ์ หว้พระ ดเี ยย่ี ม สวดมนตไ์ หว้พระได้อย่างถูกต้องและสามารถปฏิบัติ
ไดอ้ ยา่ งถกู ต้องชดั เจนและมีกิรยิ าสารวมสมา่ เสมอ

ดี การสวดมนตไ์ หว้พระไดอ้ ย่างถกู ต้องชัดเจนและ
มีกริ ยิ าสารวมบ่อยครงั้

ผำ่ นเกณฑ์ การสวดมนต์ไหว้พระไดอ้ ย่างถูกต้องชัดเจนและ
มกี ิริยาสารวมบางครั้ง

ไม่ผ่ำน ไมส่ ามารถสวดมนต์ไหว้พระได้อยา่ งถูกต้องชดั เจนและ
มีกริ ยิ าท่ีไมเ่ หมาะสม

.3ปฏิบตั ิจิตใจใหส้ งบ ดเี ยย่ี ม นง่ั ในทา่ ท่ีถูกต้องและสามารถปฏิบตั กิ ารนั่งสมาธิ
ได้ตามเวลาที่กาหนดให้ทกุ ครั้ง

ดี นง่ั ในทา่ ท่ีถกู ต้องและสามารถปฏบิ ตั กิ ารนั่งสมาธิ
ไดต้ ามเวลาท่ีกาหนดบ่อยคร้ัง

ผำ่ นเกณฑ์ น่ังในท่าที่ถูกต้องและสามารถปฏิบัติการนงั่ สมาธิ
ได้ตามเวลาที่กาหนดบางคร้ัง

ไม่ผ่ำน ไมส่ ามารถน่ังในท่าที่ถูกต้องและไม่สามารถปฏบิ ตั ิ
การนัง่ สมาธิได้

38

ตัวช้วี ัด ผลกำรประเมนิ ระดับคุณภำพ
. 4 เ ข้ า ร่ ว ม กิ จ ก ร รมท่ี ดเี ยี่ยม เขา้ ร่วมกิจกรรมท่ีเกย่ี วกับชาติ ศาสนา และพระมหากษตั ริย์
เกี่ยวกับชาติ ศาสนา และ ตามทสี่ ถานศึกษากาหนดให้ทุกครง้ั
พระมหากษัตริย์ ดี เขา้ ร่วมกิจกรรมทีเ่ ก่ยี วกับชาติ ศาสนาและพระมหากษตั ริย์
บอ่ ยครั้ง
.5สง่ เสรมิ และอนรุ ักษ์ ผำ่ นเกณฑ์ เข้าร่วมกจิ กรรมท่เี กีย่ วกับชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
สนิ คา้ ไทย บางครงั้
ไมผ่ ำ่ น ไม่เข้ารว่ มกิจกรรมทเ่ี ก่ียวกับชาติ ศาสนา และ
ดเี ยีย่ ม พระมหากษัตริย์
ใชส้ นิ คา้ ทผี่ ลติ ในประเทศไทยเป็นประจา
ดี ใช้สินคา้ ทผ่ี ลติ ในประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่
ผำ่ นเกณฑ์ ใชส้ ินคา้ ทผี่ ลิตในประเทศไทยบ้าง
ไม่ใชส้ นิ ค้าที่ผลติ ในประเทศไทย
ไม่ผ่ำน

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ข้อที่ 2 : ซอ่ื สตั ย์ สุจริต

ตวั ชวี้ ดั ผลกำรประเมิน ระดบั คณุ ภำพ
.1มพี ฤติกรรมท่ีแสดงถึง
ความซอื่ สัตย์ สุจรติ ทาง นกั เรยี นปฏบิ ัติตนไดด้ ังนี้
วาจา
.1พดู และตอบคาถามตามความเปน็ จริง
.2มีพฤติกรรมท่แี สดงถงึ
ความซอ่ื สตั ย์ สุจริตทาง ดเี ย่ียม .2พูดจาสุภาพอ่อนน้อม
กาย
.3ไม่นนิ ทาวา่ ร้ายพูดจาส่อเสียดผอู้ น่ื /

.4ไม่พดู แก้ต่างให้ตนเองและเพ่ือนพ้นผิด

ดี นกั เรยี นปฏบิ ตั ิตนได้ ขอ้ 4 ใน 3

ผำ่ นเกณฑ์ นกั เรียนปฏบิ ัติตนได้ ข้อ 4 ใน 2

ไมผ่ ำ่ น นักเรียนปฏบิ ตั ติ นไดน้ ้อยกวา่ ข้อ 2

นักเรยี นปฏบิ ัติตนได้ดังน้ี

.1ไม่ลอกการบา้ นเพ่อื น

ดเี ยีย่ ม .2ไมน่ าของผู้อนื่ มาเป็นของตน

.3เกบ็ สิ่งของได้นากลับไปคนื เจา้ ของแจง้ ครู/

.4ต้งั ใจทาข้อสอบด้วยความสามารถของตนเอง

ดี นักเรียนปฏบิ ัตติ นได้ ขอ้ 4 ใน 3

ผ่ำนเกณฑ์ นกั เรียนปฏบิ ัติตนได้ ข้อ 4 ใน 2

ไมผ่ ่ำน นกั เรยี นปฏบิ ตั ติ นได้น้อยกว่า ขอ้ 2

39

36

คุณลักษณะอันพึงประสงคข์ ้อที่ 3 : มวี นิ ัยและรบั ผิดชอบ

ตัวชีว้ ดั ผลกำรประเมิน ระดับคณุ ภำพ

.1ตรงตอ่ เวลา นักเรยี นต้องปฏิบัติตนไดด้ ังต่อไปน้ีอย่างสม่าเสมอทุกคร้ัง39

.1มาโรงเรยี นทนั เวลาเขา้ แถวเคารพธงชาติ

ดเี ยย่ี ม .2เขา้ เรยี นตรงเวลาทก่ี าหนด
.3ทางานทค่ี รูมอบหมายสาเร็จเรียบรอ้ ยและสง่ ครูตาม

เวลา

ทีก่ าหนด

ดี นกั เรยี นปฏิบตั ิตนไดเ้ ปน็ สว่ นใหญแ่ ต่ไม่ทกุ ครง้ั

ผำ่ นเกณฑ์ นกั เรียนปฏิบตั ติ นได้เป็นส่วนน้อย

ไม่ผ่ำน นักเรยี นไม่สามารถปฏิบัติตนไดต้ ามข้อ 1, 2, 3

.2มีวินยั ในการแต่งกาย ดเี ย่ยี ม นักเรยี นแต่งเคร่อื งแบบนักเรียนถกู ต้องตามระเบยี บของ
โรงเรยี นอย่างสม่าเสมอ

ดี นักเรียนปฏิบัติตนไดเ้ ป็นส่วนใหญแ่ ตไ่ ม่ทกุ คร้ัง

ผ่ำนเกณฑ์ นกั เรียนปฏบิ ตั ติ นไดเ้ ปน็ สว่ นนอ้ ย

ไม่ผ่ำน นกั เรียนไมส่ ามารถปฏบิ ตั ิตนไดต้ ามข้อ 1, 2, 3

.3มวี นิ ัยในการรกั ษา นักเรียนตอ้ งปฏิบัติตนไดด้ ังต่อไปนี้อยา่ งสมา่ เสมอทุกครั้ง

สิง่ แวดลอ้ ม ดเี ยย่ี ม .1ทาความสะอาดห้องเรียน อาคารเรียน บรเิ วณโรงเรียน
.2ปิดไฟ พัดลมก๊อกน้าเมื่อเลิกใชง้ าน/เครื่องปรบั อากาศ/

.3ทง้ิ ขยะในทรี่ องรบั ขยะ

ดี นักเรียนปฏบิ ัติตนไดเ้ ปน็ สว่ นใหญ่แตไ่ ม่ทกุ คร้ัง

ผำ่ นเกณฑ์ นักเรียนปฏบิ ตั ิตนไดเ้ ปน็ ส่วนนอ้ ย

ไมผ่ ำ่ น นกั เรยี นไม่สามารถปฏิบัติตนไดต้ ามข้อ 1, 2, 3

.4เคารพกฎระเบยี บของ นักเรียนต้องปฏบิ ัติตนไดด้ ังต่อไปนี้อย่างสม่าเสมอทุกคร้ัง

สงั คม ดีเยย่ี ม .1เขา้ แถวรบั สิง่ ของหรอื รับบรกิ ารตามลาดบั ก่อนหลัง

.2ปฏิบตั ิตามกฎระเบยี บของโรงเรียนหรอื กฎจราจร

ดี นกั เรยี นปฏิบตั ิตนได้เปน็ สว่ นใหญแ่ ตไ่ ม่ทุกครง้ั

ผำ่ นเกณฑ์ นกั เรยี นปฏบิ ัตติ นไดเ้ ป็นส่วนน้อย

ไมผ่ ำ่ น นกั เรียนไม่สามารถปฏิบัติตนได้ตามข้อ 1, 2

.5มคี วามรบั ผิดชอบ นักเรยี นตอ้ งปฏิบัติตนได้ดังต่อไปน้ีอยา่ งสม่าเสมอทุกคร้ัง

ดีเยี่ยม .1ไมล่ มื สมุดหนังสือหรอื อปุ กรณก์ ารเรยี น

.2ใสใ่ จตอ่ ทรัพย์สนิ ของตนเองไมห่ ลงลมื

40

ตัวช้ีวัด ผลกำรประเมนิ ระดบั คุณภำพ

ดี นักเรยี นปฏบิ ตั ิตนได้เป็นสว่ นใหญ่แต่ไม่ทกุ ครั้ง

ผ่ำนเกณฑ์ นักเรยี นปฏบิ ัติตนไดเ้ ปน็ ส่วนนอ้ ย

ไม่ผำ่ น นักเรยี นไม่สามารถปฏิบตั ติ นไดต้ ามข้อ 1, 2

คุณลักษณะอนั พึงประสงคข์ ้อท่ี 4 : ใฝ่เรียนรู้

ตัวช้วี ดั ผลกำรประเมิน ระดบั คุณภำพ
.1ปฏิบตั ติ นทแี่ สดงถงึ การ ดเี ย่ียม อา่ นหนังสอื หรือมีการสบื คน้ ข้อมูลทางอนิ เทอร์เนต็ หรือ
ใฝ่เรียนรู้ ซกั ถามทกุ วันเป็นประจา
ดี อา่ นหนังสอื หรือมีการสืบคน้ ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตหรือ
ซกั ถามบอ่ ย ๆ
ผ่ำนเกณฑ์ อา่ นหนงั สอื นาน ๆ ครงั้ หรอื สืบค้นข้อมลู ทางอินเทอร์เนต็
ไมผ่ ่ำน 1คร้ัง/สปั ดาห์ หรอื ซักถามบ้างเปน็ บางครง้ั
นกั เรียนไมส่ ามารถปฏิบตั ติ นไดต้ ามเกณฑ์

คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคข์ ้อที่ 5 : อยู่อยำ่ งพอเพยี ง

ตวั ชว้ี ดั ผลกำรประเมิน ระดับคุณภำพ
.1ปฏิบัติตนในการใช้
ทรพั ยากรและทรัพยส์ ิน นกั เรียนต้องปฏิบัติตนได้ดังต่อไปน้ีอย่างสม่าเสมอทุกคร้ัง
ของตนเองและของ
ส่วนรวมอย่างประหยัด .1ใชท้ รพั ยส์ ิน สิ่งของโรงเรยี นและทรัพยากรด้านพลงั งาน
และค้มุ ค่า
อย่างประหยัดและคุ้มค่า

ดเี ย่ียม .2ใช้อปุ กรณก์ ารเรียนและสงิ่ ของของตนเองอยา่ ง

ประหยดั

และค้มุ ค่า

.3ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเกบ็ ออม

ดี นักเรียนปฏิบตั ิตนได้ 2ใน ข 3้อ

ผ่ำนเกณฑ์ นกั เรียนปฏบิ ตั ิตนได้ ข 1้อ

ไมผ่ ำ่ น นักเรยี นไมส่ ามารถปฏบิ ัตติ นไดต้ ามข้อ 1, 2, 3

41
38

คุณลกั ษณะอันพึงประสงคข์ ้อที่ 6 : มุง่ ม่ันในกำรทำงำน

ตัวช้วี ัด ผลกำรประเมิน ระดับคุณภำพ
.1ส่งงานครบและตรง ดีเย่ียม สง่ งานครบและตรงเวลาทกุ ครง้ั
เวลา ดี สง่ งานครบ และตรงเวลาเปน็ ส่วนใหญ่
สง่ งานตามเกณฑ์ทีก่ าหนดและตรงเวลาเปน็ บางครงั้
.2มสี ว่ นรว่ มในการทางาน ผ่ำนเกณฑ์ สง่ งานไม่ครบตามเกณฑ์ท่ีกาหนดและไม่ตรงเวลา
กลมุ่ ไมผ่ ำ่ น เปน็ สว่ นใหญ่
.1ยอมรบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผู้อ่นื
.3ทางานมีคุณภาพ ดีเยี่ยม .2มีส่วนร่วมทกุ ขัน้ ตอนในการทางานกล่มุ
.3แสดงความคิดเห็นในการทางานทุกครัง้
ดี .4รบั ผิดชอบงานทไ่ี ด้รบั มอบหมายในกลุ่ม
ผำ่ นเกณฑ์ นักเรียนปฏิบตั ติ นได้ 3ใน ข 4้อ
นักเรียนปฏบิ ตั ิตนได้ ข 4 ใน 2้อ
ไม่ผ่ำน นกั เรยี นไมส่ ามารถปฏิบตั ิตนได้ตามข้อ 1, 2, 3, 4
ดีเยี่ยม ถูกต้อง สวยงาม เปน็ ระเบียบ มีความประณีต แสดงถึง
ความคดิ สรา้ งสรรค์
ดี ถกู ต้อง สวยงาม และเปน็ ระเบียบ
ผ่ำนเกณฑ์ ถูกต้อง แต่ขาดความเป็นระเบียบและความประณีต
ไม่ถูกต้องและไม่เปน็ ระเบียบ
ไม่ผำ่ น

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ข้อท่ี 7 : รักควำมเปน็ ไทย

ตัวชว้ี ดั ผลกำรประเมนิ ระดับคุณภำพ
.1ปฏิบตั ติ นเปน็ ผรู้ กั ความ ดเี ยย่ี ม นักเรียนต้องปฏบิ ัติได้ดงั ต่อไปนอ้ี ย่างสมา่ เสมอทุกคร้ัง
เปน็ ไทย การทาความเคารพต่อบคุ คลทค่ี วรเคารพ ไดแ้ ก่
.1บิดา มารดา-
ครอู าจารย์-
พระสงฆ์ .1
ผูใ้ หญ่ .1
.2 การแสดงออกที่บง่ บอกถึงความเป็นไทย

42

ดี การใชว้ าจาสภุ าพ ไพเราะ 2.1
ผำ่ นเกณฑ์ 2.2 การแต่งกายทส่ี ุภาพเรียบร้อย
มกี ารแตง่ กายทบ่ี ่งบอกถงึ ความเป็นเอกลักษณข์ อง 2.3
ไม่ผ่ำน
ไทย
.3การเขา้ ร่วมกจิ กรรมท่ีสง่ เสริมความเป็นไทย
มีสว่ นร่วมในกจิ กรรมท่ีเกีย่ วกบั ประเพณีไทย 3.1
3.2 ชืน่ ชมและเข้าร่วมกิจกรรมท่ีเกย่ี วกบั ศิลปวัฒนธรรม

ไทย
นกั เรยี นปฏบิ ตั ติ นได้เป็นสว่ นใหญ่แต่ไม่ทุกครง้ั
นักเรยี นปฏบิ ตั ติ นได้เป็นส่วนนอ้ ย
นักเรยี นไม่สามารถปฏิบตั ติ นได้ตามข้อ 1, 2, 3

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ข้อท่ี 8 : มจี ิตสำธำรณะ

ตัวช้ีวัด ผลกำรประเมิน ระดับคุณภำพ
.1ทาประโยชนแ์ ละสร้าง ดเี ย่ียม ทาประโยชน์และสร้างสง่ิ ที่ดีงามในโรงเรียน ชมุ ชน สังคม
สงิ่ ทด่ี ีงามในโรงเรยี น ดี ดว้ ยความสมคั รใจและเตม็ ใจทกุ คร้ัง
ชมุ ชน สังคม ด้วยความ ทาประโยชนแ์ ละสร้างสิ่งที่ดงี ามใหโ้ รงเรยี น ชุมชน สังคม
สมัครใจและเต็มใจ ผำ่ นเกณฑ์ ดว้ ยความสมคั รใจและเต็มใจ ตามท่โี รงเรียนกาหนด
ทาประโยชนแ์ ละสร้างสิง่ ที่ดงี ามใหโ้ รงเรียน ชุมชน สงั คม
ไม่ผำ่ น ด้วยความสมัครใจและเต็มใจ ตามท่โี รงเรียนกาหนด
เป็นบางครงั้
ไมเ่ คยทาประโยชน์และสร้างส่ิงทีด่ ีงามใหโ้ รงเรียน ชุมชน
สงั คม ดว้ ยความสมัครใจและเต็มใจ ตามท่ีโรงเรยี นกาหนด

43
40

คุณลกั ษณะอันพึงประสงคข์ ้อที่ 9 : รักษ์สงิ่ แวดล้อม

ตวั ชวี้ ัด ผลกำรประเมนิ ระดับคุณภำพ
.1การทิ้งขยะและ ดีเยย่ี ม ท้ิงขยะลงถัง เกบ็ ขยะที่พบเห็นทง้ิ ลงถงั ขยะ คัดแยกการทิ้ง-
ไมท่ าลายสิ่งแวดลอ้ ม ดี ขยะและรณรงค์การดบั เคร่อื งยนตข์ ณะจอดรถ
ทงิ้ ขยะลงถังและเก็บขยะท่พี บเหน็ ท้ิงลงถังขยะทุกครั้ง
.2การดูแลสภาพแวดล้อม ผำ่ นเกณฑ์ ท้งิ ขยะลงถงั
ไมผ่ ่ำน ไมป่ ฏิบัติตามเกณฑ์การผา่ น
ปลูกและดแู ลต้นไม้ในบริเวณโรงเรยี น/ทบ่ี า้ น/ท่ีอืน่
ดีเยย่ี ม ๆ ไม่เด็ดใบไม้, ดอกไม้ ไม่ทาลายต้นไมแ้ ละไมเ่ ดนิ ลัด
สนาม
ดี ปลกู และดแู ลตน้ ไม้ในบริเวณโรงเรยี น ไม่เด็ดใบไม้, ดอกไม้
ผำ่ นเกณฑ์ ไมท่ าลายตน้ ไม้ และไมเ่ ดนิ ลัดสนาม
ไม่เดด็ ใบไม้, ดอกไม้ ไม่ทาลายตน้ ไม้และไมเ่ ดนิ ลัดสนาม
ไมผ่ ำ่ น ไมป่ ฏบิ ัติตามเกณฑ์การผ่าน

44

กำรอำ่ น คดิ วิเครำะห์ และเขียน

ควำมหมำย
44 การประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน เป็นการประเมินศักยภาพของผู้เรียนในการอ่านจาก

หนงั สือ เอกสาร และส่อื ต่าง ๆ เพือ่ หาความรู้ เพิ่มพนู ประสบการณ์ เพื่อความสนุ ทรีย์และประยุกตใ์ ช้ แลว้ นามา
คิดวิเคราะห์เนอ้ื หาสาระท่ีอ่าน นาไปสกู่ ารแสดงความคดิ เหน็ การสงั เคราะหส์ รา้ งสรรค์ การแกป้ ัญหาในเรอื่ ง
ต่าง ๆ และถา่ ยทอดความคิดน้ันดว้ ยการเขียนท่ีมีสานวนภาษาถูกต้อง มีเหตุผลและลาดับขนั้ ตอนในการนาเสนอ
สามารถสร้างความเขา้ ใจแกผ่ ู้อ่านได้อยา่ งชัดเจนตามระดับความสามารถในแต่ละระดบั ชั้น

รปู แบบประเมินควำมสำมำรถในกำรอ่ำน คดิ วิเครำะห์ และเขยี น
โรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น ฝ่ายนานาชาติ ใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมส่งเสริมความสามารถใน

การอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขยี น ทค่ี รอบคลมุ 5 ตัวชวี้ ัด ดงั น้ี

ระดบั ช้ัน ตำรำง ตัวช้วี ัดควำมสำมำรถในกำรอ่ำน คิดวิเครำะห์ และเขียน
G1 - G3
ตัวชี้วัด
G4 - G6 1. สามารถอา่ นและหาประสบการณจ์ ากส่ือที่หลากหลาย
2. สามารถจับประเด็นสาคัญ ขอ้ เทจ็ จรงิ ความคิดเห็นเรื่องทอี่ ่าน
3. สามารถเปรียบเทียบแงม่ ุมต่าง ๆ เช่น ข้อดี ข้อเสยี ประโยชน์ โทษ
ความเหมาะสม ไม่เหมาะสม
4.สามารถแสดงความคดิ เห็นตอ่ เรื่องท่ีอ่านโดยมเี หตุผลประกอบ
5.สามารถถ่ายทอดความคิดเห็น ความรสู้ กึ จากเรื่องท่ีอา่ นโดยการเขยี น
1.สามารถอา่ นเพ่ือหาข้อมลู สารสนเทศเสริมประสบการณ์จากสื่อประเภทต่าง ๆ
2.สามารถจบั ประเดน็ สาคัญ เปรียบเทยี บ เชื่อมโยงความเป็นเหตุเปน็ ผลจากเร่ืองท่ี
อ่าน
3.สามารถเชอื่ มโยงความสัมพันธ์ของเร่ืองราวเหตุการณข์ องเร่อื งท่ีอา่ น
4.สามารถแสดงความคดิ เหน็ ต่อเรอื่ งทอ่ี ่านโดยมเี หตุผลสนบั สนนุ
5.สามารถถ่ายทอดความเข้าใจ ความคดิ เห็น คุณค่าจากเร่ืองที่อ่านโดยการเขียน

45
42

เกณฑก์ ำรตดั สินควำมสำมำรถในกำรอ่ำน คดิ วเิ ครำะห์ และเขียน
การประเมนิ ความสามารถในการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขียนจะประเมนิ จากผลงาน โดยพิจารณาจาก

พัฒนาการของช้นิ งานตั้งแตช่ ้ินแรกจนถึงชิ้นสุดท้ายโดยกาหนดเกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพการอา่ น
คิดวเิ คราะห์ และเขยี นเป็น 4 ระดับ คือ ดเี ยยี่ ม ดี ผ่าน และไม่ผา่ น

ดเี ยย่ี ม หมายถึง มผี ลงานทแ่ี สดงถึงความสามารถในการอ่านคิดวิเคราะห์และเขยี นที่มีคุณภาพดเี ลิศอยู่
เสมอ

ดี หมายถงึ มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอา่ นคิด วเิ คราะห์ และเขยี นท่มี ีคณุ ภาพเปน็ ท่ี
ยอมรับ

ผำ่ น หมายถึง มีผลงานทีแ่ สดงถงึ ความสามารถในการอา่ นคิดวเิ คราะห์ และเขียนที่ มขี ้อบกพร่อง
บางประการ

ไม่ผ่ำน หมายถงึ ไม่มีผลงานท่ีแสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนหรือถ้ามีผลงาน
ผลงานนัน้ ยงั มีข้อบกพร่องท่ีต้องไดร้ บั การปรบั ปรุงหลายประการ

46

กจิ กรรมพัฒนำผู้เรียน

กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี นเปน็ กจิ กรรมที่โรงเรยี นสาธติ มหาวิทยาลัยขอนแกน่ ฝ่ายนานาชาติ จดั ให้ผ้เู รยี น
ทกุ ระดับชั้น เพ่อื สง่ เสริมพัฒนาความสามารถของตนเองตามความถนัดความสนใจให้เต็มศกั ยภาพ โดยม่งุ เน้น
การพฒั นาองคร์ วมของความเปน็ มนุษยท์ ้งั ทางดา้ นร่างกาย สตปิ ญั ญา อารมณ์และสังคม สร้างเยาวชนของชาติให้
เป็นผู้มศี ีลธรรม จรยิ ธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังและสร้างจิตสานกึ ของการทาประโยชน์เพอื่ สังคมและสามารถ
บริหารจดั การตนเองได้

กจิ กรรมพัฒนำผู้เรียนมี 3 ลักษณะ ดังนี้
1. กิจกรรมแนะแนว เปน็ กจิ กรรมท่ีส่งเสรมิ และพัฒนาผู้เรยี นให้สอดคล้องกบั ความสามารถ ความถนดั
และความสนใจ โดยคานึงถงึ ความแตกต่างระหว่างบคุ คล ด้วยกระบวนการทางจิตวทิ ยาการแนะแนว ให้
สอดคล้องครอบคลุมด้านการศกึ ษา อาชีพสว่ นตัวและสังคม กจิ กรรมสาคัญในการพัฒนา ได้แก่ กิจกรรมการ
รู้จัก เขา้ ใจและเหน็ คุณค่าในตนเองและผอู้ น่ื กจิ กรรมการปรับตวั และดารงชีวิต กจิ กรรมแสวงหาและใช้ข้อมลู
สารสนเทศ กจิ กรรมการตดั สินใจและแกป้ ัญหา เปน็ ต้น
2. กิจกรรมนกั เรยี น เปน็ กิจกรรมทมี่ ุ่งพฒั นาความมีระเบยี บวินยั ความเปน็ ผนู้ า ผู้ตามที่ดี มคี วาม
รบั ผิดชอบ การทางานรว่ มกัน การรจู้ กั การแก้ปญั หา การตดั สินใจท่เี หมาะสม ความมีเหตผุ ล การชว่ ยเหลอื
แบง่ ปันกนั เอ้ืออาทรและสมานฉันท์ โดยจัดใหส้ อดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน
ให้ผ้เู รียนไดป้ ฏบิ ตั ิด้วยตนเองในทกุ ข้นั ตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏบิ ัตติ ามแผนประเมินและ
ปรบั ปรงุ การทางาน เน้นการทางานร่วมกันเปน็ กล่มุ ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวฒุ ภิ าวะของผูเ้ รียน
บรบิ ทของสถานศึกษาและท้องถ่นิ กจิ กรรมนักเรยี นประกอบด้วย
2.1 กจิ กรรมบาเพ็ญประโยชน์
2.2 กจิ กรรมชมุ นุม
2.3 กจิ กรรมลกู เสือ เนตรนารี
3. กิจกรรมเพื่อสังคมและสำธำรณประโยชน์ การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
สามารถนาไปสอดแทรกหรือบูรณาการในกลุ่มสาระการเรียนรู้ บาเพ็ญประโยชน์ ได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้
การทากิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ ให้ผูเ้ รยี นรายงานผลแสดงการเข้ารว่ มกิจกรรมและมผี รู้ ับรองผล
การเขา้ ร่วมกิจกรรมด้วย โดยสถานศกึ ษาจดั เวลาให้ผเู้ รยี น ดงั น้ี

47
44


Click to View FlipBook Version