ระดับประถมศึกษำปีที่ 1-6 รวม 6 ปี จำนวน 60 ชั่วโมง (เฉลีย่ ปีละ 10 ชั่วโมง) โดย
เกณฑ์กำรตัดสนิ
ผ้เู รยี นจะตอ้ งไดร้ บั การประเมินกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นและผ่านเกณฑ์ตามที่สถานศึกษากาหนด
กาหนดเกณฑใ์ นการประเมินอยา่ งเหมาะสม ดงั นี้
1. กาหนดคณุ ภาพหรอื เกณฑ์การประเมินตามหลกั สูตรแกนกลางสถานศึกษากาหนดไว้ 2 ระดบั คือ
ผำ่ น และ ไมผ่ ่ำน
2. กาหนดประเดน็ การประเมนิ ให้สอดคล้องตามจุดประสงคใ์ นแต่ละกจิ กรรมและกาหนดเกณฑ์การผ่านการ
ประเมนิ ดงั นี้
2.1 เกณฑ์การตดั สินผลการประเมินรายกิจกรรม
ผำ่ น หมายถงึ ผเู้ รยี นมีเวลาเข้าร่วมกจิ กรรมครบตามเกณฑ์ และปฏิบตั ิกิจกรรมและ
กจิ กรรมและผลงานของผูเ้ รียนตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากาหนด
ไม่ผำ่ น หมายถงึ ผ้เู รยี นมเี วลาเขา้ ร่วมไม่ครบกจิ กรรมตามเกณฑ์ และไม่ผา่ นการปฏบิ ตั ิ
ผลงานของผูเ้ รียนตามเกณฑ์ท่สี ถานศึกษากาหนด
2.2 เกณฑ์การตดั สินผลการประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี นรายปี/ รายภาค
ผำ่ น หมายถงึ ผู้เรยี นมีผลการประเมินระดับ “ผ่าน” ในกิจกรรมสาคญั ทั้ง 3 กจิ กรรม
คือกจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมนักเรียน กจิ กรรมเพือ่ สังคมและ
สาธารณประโยชน์
ไมผ่ ่ำน หมายถึง ผู้เรียนมีผลการประเมนิ ระดับ “ไมผ่ า่ น” ในกิจกรรมสาคัญทง้ั 3 กจิ กรรม คอื
กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน กิจกรรมเพื่อสังคมสาธารณประโยชน์
2.3 เกณฑ์การตดั สนิ ผลการประเมินกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี นเพอื่ จบระดบั การศึกษา
ผำ่ น หมายถึง ผเู้ รียนมีผลการประเมินระดบั “ผ่าน” ทกุ ชั้นปใี นระดบั การศกึ ษานนั้
ไม่ผำ่ น หมายถงึ ผู้เรยี นมผี ลการประเมนิ ระดับ “ไมผ่ า่ น” บางช้ันปใี นระดับการศึกษาน้ัน
48
45
หลักสตู รโรงเรียนสำธิตมหำวทิ ยำลัยขอนแก่น ฝ่ำยนำนำชำติ
ระดบั อนุบำล
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายนานาชาติ (ระดับอนุบาล) เป็นหลักสูตรบูรณาการของ
หลักสูตร UK ออสเตรเลีย และอเมริกา ร่วมกับหลักสูตรปฐมวยั ของประเทศไทยโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักใน
การจัดการเรียนการสอน มุ่งเน้นท่ีจะเป็นผู้นาด้านจัดการศึกษาและพัฒนาเด็กระดับปฐมวัยอายุ
4-6 ขวบ ให้เป็นผู้ท่ีมีทักษะทางด้านการเรียนรู้และการคิด โดยส่งเสริมสมรรถนะด้านเสาะแสวงหาความรู้
(Inquiry) มีความคิดสร้างสรรค์ สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (Build knowledge) พัฒนาการแก้ปัญหาและกล
ยุทธ์การสืบค้นเพื่อนาไปสู่การเป็นนวัตกร (Innovator) ในอนาคต มีพัฒนาทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม
คุณธรรม จริยธรรม และด้านการเรียนรู้ การคิด (สติปัญญา) ส่งเสริมและพัฒนาความสามารถทางด้านภาษา
ทักษะชีวิต ตลอดจนวัฒนธรรมอันดีงามเพื่อเป็นรากฐานคุณภาพชีวิต สู่ความเป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์เต็มตาม
ศักยภาพ อย่างมีคณุ ค่าต่อตนเองและสงั คม บนความหลากหลายของวฒั นธรรมในสังคมโลก
ภำรกิจโรงเรียนสำธติ มหำวทิ ยำลยั ขอนแกน่ ฝ่ำยนำนำชำติ ระดับอนุบำลศกึ ษำ
1. เปน็ หอ้ งปฏิบตั ิการ สังเกต ศึกษา พฤติกรรมและพฒั นาการเดก็ วัย 4-6 ปี
2. เป็นสถานท่ีวิจัย ค้นคว้า ทดลอง เก่ียวกับเด็กปฐมวัย อายุ 4-6 ปี ของคณาจารย์และนักศึกษา
มหาวิทยาลยั ขอนแกน่
3. เป็นสถานท่ีให้การศึกษา และพัฒนาเด็กปฐมวัย อายุ 4-6 ปี ให้เป็นผู้ท่ีมีความพร้อมด้านสุขภาพกาย
สุขภาพจิตทส่ี มบรู ณ์ เป็นคนดมี คี ณุ ธรรม จริยธรรม มีความเชอื่ ม่นั ในตนเอง มภี าวะผู้นา กลา้ แสดงออก
อย่างสร้างสรรค์ ร่วมเล่น และทางานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขด้วยความรักความสามัคคี มีความ
กระตือรอื รน้ ในการแสวงหาความรู้ และสร้างองคค์ วามร้ใู หมไ่ ด้ด้วยตนเอง
4. เป็นสถานศึกษาทีป่ ลูกฝงั ให้เด็กปฐมวยั เป็นผทู้ ี่มที ักษะการดาเนนิ ชวี ิต การอย่รู ่วมกันทางสังคม สามารถ
ปรับตวั เพือ่ รับมือกับความจาเป็น ความตอ้ งการ และปญั หาชวี ติ ของตนเอง มีจติ สานึกในการดูแลรักษา
สง่ิ แวดลอ้ ม และภาคภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมไทย และศลิ ปวฒั นธรรมสากล
49
46
จดุ หมำยกำรศกึ ษำปฐมวยั
หลักสตู รการศกึ ษาปฐมวัยของโรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ ฝ่ายนานาชาติ มุ่งใหเ้ ดก็ มีพัฒนาการ
ตามวยั เต็มตามศักยภาพ และเพอ่ื ให้มีความพร้อมในการเรียนรู้ต่อไป จึงกาหนดจดุ หมายพฒั นาเด็กระดับปฐมวัย
ดา้ นตา่ ง ๆ ดังนี้
1. พฒั นำกำรดำ้ นรำ่ งกำย (Physical development)
เป็นพัฒนาการที่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของร่างกาย ในด้านโครงสร้างทางร่างกาย
มีพัฒนาการด้านการควบคุมท่ีดีและการประสานงานในการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมัดใหญ่และกลา้ มเนอ้ื มัดเลก็ มี
ทักษะในการควบคุมและเคลื่อนไหวของร่างกาย ฝึกการเคล่ือนไหวเพื่อพัฒนาสมองและการเรียนรู้ เคล่ือนท่ีได้
อย่างมั่นใจ มีความคล่องแคล่วว่องไวในการเดิน สามารถว่ิง กระโดด และควบคุมรวมถึงการบังคับการทรงตัวได้
สร้างความรู้ ทกั ษะ และทศั นคติเชิงบวกทางการเคลื่อนไหวทางกายภาพ การสมั ผัสหรอื การใชม้ อื มีความละเอียด
ข้ึน สามารถใช้มอื หยิบจบั สงิ่ ของต่างๆ ไดม้ ากขึ้น การใช้ตาและมือประสานกันในการทากิจกรรมตา่ ง ๆ ส่งเสริม
50
ให้ตระหนักถึงความสาคัญของการออกกาลังกายและโภชนาการที่ถูกต้อง เลือกอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
จัดการเกย่ี วกบั สขุ ลักษณะเบื้องต้นของตนเอง ตระหนกั ถึงความปลอดภยั ของตนเองและผอู้ ่ืนดว้ ย
2. พฒั นำกำรด้ำนตนเองและสงั คม (Personal and social development)
เป็นพัฒนาการในด้านการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมครั้งแรก ในครอบครัว โดยมีปฏิสัมพันธ์ในเชิง
บวกต่อผู้อ่ืน แสดงถึงความอ่อนไหวต่อความรู้สึกและความต้องการของผู้อื่น ท้ังพ่อแม่และพี่น้อง เมื่อโตข้ึนเร่ิม
เข้าสถานศกึ ษา เดก็ เร่ิมเรียนรู้การตดิ ต่อและการมสี ัมพันธก์ บั บุคคลภายนอกครอบครวั โดยเฉพาะอย่างย่ิงเด็กใน
วัยเดียวกัน รู้จักการสร้างความสัมพันธ์และมิตรภาพระหว่างผู้ใหญ่และเด็ก เรียนรู้การปรับตัวให้เข้ากับสังคม
ด้วยการเคารพผู้อื่นอย่างเหมาะสม รู้จักร่วมมือในการเล่นสามารถเล่นร่วมกับผู้อ่ืน และสลับเปลี่ยนให้ผู้อ่ืนร่วม
เลน่ ด้วย พัฒนาทักษะสาหรับการทางานกับผู้อ่นื ทางานกับกลุ่มเพ่ือนโดยการนาความคดิ เห็นของผู้อื่นมาร่วมใน
การดาเนินกิจกรรม มีความม่ันใจในความสามารถและการเรียนรู้ของตนเอง กล้าทดลองในกิจกรรมใหม่ ๆ
ตัดสินใจเลือกทรัพยากรท่ีต้องการสาหรับกิจกรรมที่เลือกได้อย่างมั่นใจได้ด้วยตนเอง รู้จักปรับพฤติกรรมใน
สถานการณ์ที่แตกต่าง รู้จักปฏิบัติกิจวัตรประจาวัน จัดการกับตัวเองได้ เรียนรู้วัฒนธรรมและประเพณีที่
หลากหลาย อนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาไทย ปฏิบัติตนตามมารยาทไทย เช่น การแสดงความเคารพ การ
พดู จาด้วยความสุภาพ การกล่าวคาขอบคุณและคาขอโทษ และเคารพกฎกตกิ าของสงั คม
3. พฒั นำกำรด้ำนอำรมณ์ (Emotional development)
เป็นพัฒนาการในการแสดงความรสู้ ึกของเด็ก เชน่ พอใจ ไม่พอใจ รกั ชอบ สนใจ เกลียด โดยท่ีเด็กรู้จัก
ควบคุมอารมณ์ของตนเอง เรียนรู้ท่ีจะจัดการความรู้สึกและแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างเหมาะสมกับวัยและ
สถานการณ์ รู้จักเกี่ยวกับพฤติกรรมของตนเอง ผู้อื่น และผลท่ีตามมา รวมท้ังพฤติกรรมที่ไม่เป็นที่ยอมรับ และ
แสดงภาพลักษณท์ ่ีดีของตนเองครอบครวั และวัฒนธรรม มคี วามสขุ รา่ เริงแจม่ ใส เหน็ อกเหน็ ใจต่อผู้อืน่ สามารถ
อดทน อดกลน้ั ตอ่ การรอคอย การที่ไมเ่ ป็นตามความตอ้ งการของตนเอง
4. พัฒนำกำรดำ้ นกำรเรยี นรแู้ ละกำรคิด (Learning and thinking development)
ส่งเสริมให้เด็กได้รับรู้ สืบค้นและเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวโดยการปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม บุคคล และ
ส่ือรวมถึงเทคโนโลยียุคดจิ ิทัล สามารถประยกุ ต์ใช้ความรู้จากส่ิงท่ีเรยี นรู้ พฒั นาการคิดในด้านการแก้ปัญหา การ
คิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ การสร้างนวัตกรรม ตลอดจนสามารถสร้างองค์ความร้ไู ด้ด้วยตนเอง ผ่านการจดั
กิจกรรมในดา้ นตา่ ง ๆ ดังนี้
51
48
4.1 ดำ้ นกำรสอ่ื สำรและภำษำ (ภำษำองั กฤษและภำษำไทย) พฒั นาให้เดก็ ฟงั เรื่องราวต่าง ๆ สามารถ
เข้าร่วมในเหตุการณส์ าคัญ สนองตอบสิ่งทีไ่ ด้ยิน เช่น การแสดงความคิดเหน็ การต้งั คาถาม ใหค้ วามใส่ใจกับการ
พดู ของผ้อู ่ืน และโต้ตอบได้อยา่ งเหมาะสม สามารถตอบคาถามท่ีมคี าวา่ อย่างไร และทาไมได้ พัฒนาความเข้าใจ
เก่ียวกับวัตถุประสงค์และความหมาย สามารถบรรยายและอธิบายโดยการเชื่อมโยงความคิดและการลาดับ
เหตุการณ์ เพื่อนาเสนอความคิดของตนเองโดยการใช้คาพูด การพูดที่ตระหนักถึงความต้องการของผู้ฟัง พัฒนา
ทกั ษะการสืบเสาะและการสื่อสาร สามารถพดู สื่อสารเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ถูกต้องตามวัตถปุ ระสงคแ์ ละตามกาล
4.2 ด้ำนกำรอ่ำนและกำรเขียน เช่ือมโยงเสียงและตัวอักษร เพ่ือเร่ิมอ่าน เขียน การมีส่วนร่วมและ
เข้าใจในการอ่าน การเขียน และการดูพฤติกรรม อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างรูปภาพ หรือสัญลักษณ์กับ
ขอ้ ความ
4.3 คณิตศำสตร์ พัฒนาการสร้างความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์ (Mathematics Concepts) ใน
เร่ืองจานวน การนับจานวนต้ังแต่ 1 ถึง 20 หรือมากกว่า การนับไปข้างหน้าและย้อนหลังเพื่อหาคาตอบ
เรียงลาดับและการเปรียบเทียบจานวน เพ่ิมและลบตัวเลขสองหลัก ความรู้เกี่ยวกับจานวนและพีชคณิต พัฒนา
เร่ืองรูปร่างพื้นท่ีและการวัด โดยสามารถบอกเกี่ยวกับขนาด น้าหนัก ความจุ ตาแหน่ง ระยะทาง เวลาและเงิน
การเปรียบเทียบปริมาณและวัตถุเพื่อแก้ไขปัญหา อธิบายรูปแบบ สารวจลักษณะของวัตถุและรูปร่างใน
ชีวิตประจาวัน พัฒนาความรู้ด้านการวัดและเรขาคณิต การคิดอย่างมีวิจารณญาณและรวบรวมข้อมูล และ
สามารถใช้ภาษาคณิตศาสตร์เพ่ืออธิบายได้ เน้นการพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา (Problem solving) และนา
คณติ ศาสตรไ์ ปใชใ้ นชีวิตประจาวนั
4.4 ควำมเข้ำใจโลก เน้นพัฒนาให้เด็กได้พัฒนาการเรียนรู้เกี่ยวกับผู้คนและชุมชน โดยการพูดคุย
เก่ียวกับเหตุการณ์ในอดีตและปัจจุบันในชีวิตของพวกเขาเองและในชีวิตของสมาชกิ ในครอบครัว รู้ว่าเด็กคนอ่ืน
ไม่ชอบสิ่งเดยี วกันเสมอ พฒั นาให้เด็กได้เรยี นรู้และเขา้ ใจในโลกและสงิ่ แวดลอ้ ม รู้เกี่ยวกับความเหมอื นและความ
แตกต่างเกี่ยวกับสถานท่ีวตั ถุ วัสดุและส่ิงมีชีวิต อธิบายสาเหตุท่ีเกิดอะไรขึ้นและพูดคุยเก่ียวกับการเปลยี่ นแปลง
สารวจสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติท่ีสร้างข้ึน เคารพดูแลและรักษาส่ิงแวดล้อม ส่งเสริมการพัฒนาแนวคิดทาง
วิทยาศาสตร์ โดยเด็กไดเ้ รยี นรู้การสบื เสาะทางวิทยาศาสตร์ (Scientific inquiry) รว่ มกบั ทกั ษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์เรื่อง การสังเกต การค้นหาและรวบรวมข้อมูล การทานาย และลงข้อสรุป นอกจากนั้นเพ่ือส่งเสรมิ
ทกั ษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ส่งเสริมใหพ้ ฒั นาด้านเทคโนโลยี โดยการพฒั นาทักษะทางเทคโนโลยีอยา่ งง่าย
สามารถเลือกใช้เครื่องมือทรัพยากรและเทคโนโลยีในการเล่น การคิดและการเรียนรู้ เด็กต้องรู้กติกาในการใช้
และมีมารยาทในการใชส้ ่ือได้เหมาะสมกับกาลเทศะ รเู้ ทา่ ทนั สอื่ รวมถงึ มวี จิ ารณญาณในการใช้ส่ือได้ เดก็ จะต้อง
มีพัฒนาการด้านการคิดแก้ปัญหา (Problem solving) การคิดวิเคราะห์ (Analytical Thinking) การคิด
สรา้ งสรรค์ (Creative Thinking) และการสร้างนวตั กรรม (Creating Innovation) ด้วยตนเองได้
52
49
4.5 กำรแสดงออกทำงศิลปะและกำรออกแบบ เด็กจะได้พัฒนาการสารวจและการใช้สื่อ วัสดุ
เคร่ืองมือและเทคนิคท่ีหลากหลาย ทดลองกับสี การออกแบบ พื้นผิว รูปแบบ ดูและสร้างด้วยสื่อได้ ส่งเสริมให้
เปน็ เด็กชา่ งคิด ชา่ งจนิ ตนาการ โดยการใช้สง่ิ ที่พวกเขาเรียนรู้เก่ียวกบั ส่ือและวัสดุในรูปแบบของตนเอง สามารถ
ใช้จินตนาการและนวัตกรรม เพื่อแสดงความคดิ และความร้สู ึกผ่านการออกแบบและเทคโนโลยี ศิลปะดนตรี การ
เตน้ รา การสวมบทบาทและเรือ่ งราวต่าง ๆ
5. พัฒนำกำรด้ำนคณุ ธรรม จรยิ ธรรม (Moral development)
เด็กในวัยนี้การเจริญเติบโตในทุกด้านทั้งร่างกาย สังคม จิตใจและสติปัญญา วัยน้ีจึงเหมาะสมแก่การ
ปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรม เนื่องจากเด็กจะได้รับกฎเกณฑ์มาตรฐานทางจริยธรรมมาจากพ่อ แม่ และครู จึง
ทาให้เป็นระยะเวลาท่ีสาคัญในการอบรมกล่อมเกลาและปลูกฝังให้เด็กเป็นคนดี รู้จักถูกและผิด รู้หน้าท่ีของตน
และมีความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์สุจริต มีน้าใจ รู้จักแบ่งปันต่อผอู้ ่ืน ประหยัด เก็บออมและพอเพียง กตัญญูกตเวที
ต่อผู้มพี ระคุณ และปฏิบตั ติ นตามหลกั ศาสนาทีต่ นเองนับถือ
คู่มือน้ีขอมุ่งเน้นการนาเสนอรายละเอียดของประสบการณ์สาคัญด้านการเรยี นรู้และการคิด (Learning
and thinking development) ให้ผู้ปกครองทุกท่านได้ทราบเพื่อเป็นแนวทางในการร่วมมือกัน กระตุ้นและ
พัฒนาเด็กให้ถูกทางควบคู่กับการพัฒนาลักษณะนิสัย คุณธรรมที่ดีงาม เหมาะสมกับวัย การพัฒนาด้านร่างกาย
และอารมณ์ให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์
ประสบกำรณ์สำคญั ด้ำนกำรเรียนรแู้ ละกำรคิด (Learning and thinking development)
ดำ้ นกำกรำสรื่อใสชำ้ภรำแษลำะภำษำ
- การเล่าเรือ่ งราวหรอื ประสบการณเ์ กี่ยวกับตนเอง - การเข้าร่วมในเหตกุ ารณส์ าคญั ตา่ ง ๆ
- การอธบิ ายเหตุการณ์ สง่ิ ของ และความสมั พนั ธ์ - การใช้ระดับเสียงใหเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์
- การสือ่ สารโดยใช้ภาษาองั กฤษตามบรบิ ทต่าง ๆ เชน่ บ้าน โรงเรียน สังคม - การต้ังคาถาม
- การฟงั นทิ าน เรื่องราว คาคลอ้ งจอง - การฟงั และปฏิบตั ติ ามคาแนะนา
- การสงั เกตและฟงั ข้อความมลั ติมเี ดียและเพลง - การแสดงความคดิ เห็นของตนเอง
- การเขียนคาที่มีความหมาย หรือคุ้นเคย - การคดิ สะกดคาดว้ ยตนเอง
ด้ำนกำรอำ่ นและกำรเขียน
- การอ่านหนงั สอื นิทานหลากหลายรูปแบบ - การอา่ นรว่ มกันกับผอู้ ่ืน หรืออา่ นแบบอิสระ
- การอธิบายความสมั พนั ธร์ ะหว่างรปู ภาพ หรือสญั ลักษณก์ บั ขอ้ ความ - การเชอื่ มโยงเสยี งและตัวอักษร -เขียนคา
53
50
คณิตศำสตร์
- การนบั จานวนและแสดงจานวนสงิ่ ของตา่ ง ๆ ในชวี ิตประจาวัน - การเปรียบเทียบ และเรยี งลาดบั จานวน
- การพัฒนาเร่ืองรปู รา่ ง พื้นท่ี และการวดั - เรขาคณติ
- การใช้ภาษาในการอธิบาย เปรียบเทยี บ เรยี งลาดับ การวดั ที่เหมาะสม เช่น ความยาว ขนาด น้าหนกั ความสงู
- สารวจลักษณะวตั ถแุ ละรปู รา่ งในชีวิตประจาวนั
- การตดั สินใจและมสี ว่ นร่วมในการแกป้ ัญหา
- การเก็บรวบรวมขอ้ มูล (สถติ ิ) ความน่าจะเป็น และการใหเ้ หตผุ ล
ควำมเขำ้ ใจในโลก
- การสารวจสิง่ ต่าง ๆ และสง่ิ แวดล้อมรอบตวั - การเคารพและดูแลรกั ษาสิง่ แวดลอ้ ม
- สารวจสภาพแวดลอ้ มทางธรรมชาติ - การสบื เสาะหาความรเู้ พอื่ คน้ หาคาตอบข้อสงสัย
- การตัง้ คาถามในเร่ืองที่สนใจ - การทดลองสิง่ ตา่ ง ๆ
- การใช้ทกั ษะทางวทิ ยาศาสตรเ์ รอ่ื ง การสังเกต การคน้ หา และรวบรวมขอ้ มูล การทานายและลงขอ้ สรปุ
- รูก้ ติการในการใช้เทคโนโลยแี ละมีมารยาทในการใชส้ ือ่ และเทคโนโลยี
- การใชเ้ ครื่องมอื ทรพั ยากร และเทคโนโลยี ในการเล่น การคดิ และการเรียนรู้
- การมสี ว่ นร่วมในการรวมรวมข้อมลู และนาเศสนลิ อปขะ้อแมลูละจกากำกราอรอสกบื แเสบาะบหาความรู้ในรปู แบบตา่ ง ๆ
- การรบั รแู้ ละแสดงความคดิ ความรู้สึกผา่ นสอื่ วัสดุ ของเล่น และช้นิ งาน
- การแสดงความคดิ สร้างสรรค์ผา่ นทางภาษา ท่าทาง การเคลื่อนไหว และศิลปะ
- การสรา้ งสรรคช์ ิน้ งานศิลปะโดยใช้รูปทรง รูปร่าง สี เส้น พ้นื ผวิ ความแตกต่าง
- การแสดงความคิดสรา้ งสรรค์ผ่านจินตนาการและการเล่นบทบาทสมมติ
- การมสี ว่ นร่วมในการแสดงความคิด ความรู้สกึ และประสบการณ์ในหลากหลายรูปแบบ
- การสรา้ งสรรค์ช้ินงานโดยใช้เครื่องมือและวัสดอุ ย่างงา่ ยในการประดิษฐ์ สร้างใหม่ของชิ้นงาน
54
กำรจดั กำรเรียนกำรสอนในชั้นเรียน
ระดับอนุบำลศึกษำ
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายนานาชาติ ระดับอนุบาลศึกษา มีรูปแบบการจัดกิจกรรมใน
ช้นั เรียนเพอื่ พัฒนาใหน้ ักเรียนเป็นผู้สาเร็จความรู้ผูส้ รา้ งองค์ความรู้ได้ด้วยตนเองและต่อยอดจนถึงระดับการเป็น
นักนวัตกรโดยผ่านการจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบไดแ้ ก่ ศิลปะ, เพลง, เล่นเสรี, กิจกรรมเสริมประสบการณ์,
กิจกรรมการศึกษา, กิจกรรมเสริมทักษะดนตรี/พละ/ห้องสมุด, คอมพิวเตอร์/กิจกรรมชุมนุม และกิจกรรม
กลางแจ้ง/พละ เพื่อพัฒนาผู้เรียนจะดาเนินการในลักษณะบูรณาการ เป็นหน่วยการเรียนในเร่ืองต่าง ๆ
เพื่อพัฒนาผู้เรียนในองค์รวม โรงเรียนได้ใช้รูปแบบการเรียนการสอนสาหรับโรงเรียนสองภาษา (Bilingual
school) โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการจัดการเรียนการสอน ซ่ึงสอนโดยอาจารย์ชาวต่างชาติท่ีเป็น
เจ้าของภาษา และมีครูไทยที่ใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างเชี่ยวชาญเข้าร่วมกิจกรรมด้วยในทุกกิจกรรม โดยจะใช้
โมเดลการจดั การเรียนรู้ ดังนี้
55
ตำรำงกจิ กรรมประจำวนั ระดับอนุบำลศึกษำ
ต้งั แต่เวลำ 08.00 – 17.00 น.
Time Activity
08.00 - 08.30 น. รับเด็ก
08.30 - 09.00 น. กจิ กรรมเขา้ แถว เคารพธงชาติ สวดมนต์ กายบรหิ าร
09.00 - 09.20 น. โฮมรมู
09.20 - 10.00 น. กจิ กรรมบูรณาการ
10.00 - 10.10 น.
10.10 - 12.00 น. ดมื่ นม
12.00 - 13.00 น. กจิ กรรมบูรณาการ
13.00 - 14.45 น. รับประทานอาหาร ทาความสะอาดร่างกาย เตรียมตัวพักผอ่ น
14.45 - 15.00 น.
15.00 - 15.30 น. พักผอ่ น
15.30 - 17.00 น. เกบ็ ทน่ี อน ลา้ งหนา้ แต่งตัว
ทบทวนบทเรียน และรบั ประทานอาหารวา่ ง
เตรียมตวั กลับบ้าน-ลงสนาม
กำรจดั กจิ กรรมบูรณำกำร
- ศลิ ปะ - เพลง
- เลน่ เสรี - กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์
- กิจกรรมเสรมิ ทักษะดนตร/ี พละ/ห้องสมดุ - คอมพิวเตอร/์ กิจกรรมชุมนุม
- กิจกรรมกลางแจง้ /พละ - กิจกรรมการศกึ ษา
ทุกวันศุกร์มีกิจกรรมบนเวที ร่วมกับโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายอนุบาลศึกษา
ชว่ งเช้าหลังเข้าแถวโดยนกั เรยี นแตล่ ะห้องแสดงผลงานความสามารถบนเวทีให้เพ่ือน ๆ ชม
56
ระเบยี บกำรวดั และประเมนิ ผล
ระดบั อนบุ ำลศกึ ษำ
56 โรงเรียนจะประเมินผลตามพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของนักเรียนตามเป้าหมายของโรงเรียน โดยมีการ
ประเมินพฤติกรรมและพัฒนาการขณะนักเรียนอยใู่ นโรงเรียน ทง้ั ภาคต้นและภาคปลาย โดยพิจารณาตัวบง่ ช้จี าก
พฤตกิ รรมของพัฒนาการ 5 ดา้ น คอื ดา้ นร่างกาย ดา้ นตนเองและสังคม ดา้ นอารมณ์ ดา้ นการเรยี นรแู้ ละการคิด
ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม
กำรประเมนิ พฒั นำกำรยึดหลกั ดังน้ี
1. ประเมินพฒั นาการของเด็กครบทุกด้าน
2. ประเมนิ เป็นรายบคุ คลอย่างสมา่ เสมอต่อเน่ืองตลอดปี
3. สภาพการประเมนิ มีลักษณะเช่นเดียวกับการปฏิบัติกิจกรรมประจาวนั ของเด็ก โดยจัดการประเมินให้
เป็นส่วนหนึ่งของกจิ กรรมปกตติ ามตารางกจิ กรรมประจาวัน
4. มีการประเมนิ ร่วมกนั ระหว่างบ้านและโรงเรียนเป็นระยะ
เกณฑ์ในกำรประเมิน ให้คา่ คะแนน 4 ถึง 1 ดงั นี้
ค่าคะแนน 4 หมายถงึ มีพฤติกรรมพัฒนาการเมอื่ เทียบกับวัยอยู่ในเกณฑ์ที่สูงกวา่ วัยหรือ
ดีมาก
คา่ คะแนน 3 หมายถงึ มีพฤติกรรมพัฒนาการเม่อื เทียบกบั วัยอยู่ในเกณฑ์ท่ดี ี
ค่าคะแนน 2 หมายถึง มีพฤติกรรมพัฒนาการเม่ือเทียบกบั วยั อยู่ในเกณฑ์พอใช้
ค่าคะแนน 1 หมายถงึ มีพฤติกรรมพฒั นาการเมอื่ เทียบกบั วยั อยู่ในเกณฑ์ตา่ หรือต้องช่วยเหลือ
การสรุปผลการพัฒนาความพร้อมเป็นรายภาค พิจารณาความพร้อมทั้ง 5 ด้าน คือ ด้านร่างกาย ด้าน
ตนเองและสังคม ด้านอารมณ์ ด้านการเรียนรู้และการคิด ด้านคุณธรรม จริยธรรม และสรุปผลรวมทั้งปีเพื่อ
พิจารณาเลื่อนชน้ั
กำรพิจำรณำกำรประเมินเพอ่ื เล่ือนช้นั
1. มีเวลาเรียนรอ้ ยละ 80 ของเวลาเรยี นท้ังปี
2. ในกรณกี ารตัดสนิ นกั เรยี นไม่ผ่านเกณฑส์ รุปของพฒั นาการด้านใดด้านหน่งึ หรือ 4 ใน 5 ดา้ น ไมถ่ อื ว่า
เป็นการตกซ้าช้ัน ให้ผู้ปกครองและอาจารย์ประจาช้ันร่วมมือกันในการช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ ยกเว้นเกณฑ์
57
54
การสรุปของพัฒนาการไม่ผ่านทั้ง 5 ด้าน จึงให้อยู่ในดุลยพินิจของพ่อแม่จะพิจารณาให้นักเรียนซ้าช้ันหรือเล่ือน
ช้ันตามปกตไิ ด้
เครื่องมอื ทใี่ ช้ในกำรประเมินผล
ในระดับอนบุ าลศึกษาใช้เคร่ืองมือหลายประเภทในการวดั และประเมินผล ไดแ้ ก่
1. การสังเกต 2. การสัมภาษณ์
3. การตรวจผลงาน 4. แฟ้มสะสมงาน
5. การสนทนา 6. การปฏิบัติ
กำรเล่ือนช้ันกรณพี เิ ศษ
การเลอื่ นชั้นกรณพี ิเศษกระทาโดยการพจิ ารณานักเรยี นท่ีมีความพร้อมสูง เดน่ กว่ากลมุ่ และวยั ในพัฒนา
ทั้ง 5 ดา้ น โดยตัวนักเรยี นทจ่ี ะเลอ่ื นไปเรียนในระดับทีส่ งู ขึ้น จะต้องผา่ นข้นั ตอนดังน้ี
1. ระยะเวลาของการพิจารณาอยู่ภายในหนึ่งเดือนครึ่งของภาคต้น ของช้ันอนุบาลศึกษาปีท่ี 1 หรือชั้น
อนุบาลปีที่ 2
2. การพิจารณาและประเมินความพร้อมจะกระทาโดยอาจารย์ประจาช้ันได้พิจารณาประเมินเป็น
เบ้ืองตน้ มาก่อนสง่ เร่อื งใหผ้ ู้บริหารโรงเรยี นพิจารณา
3. ผู้อานวยการโรงเรียนสาธิตฯ แต่งต้ังคณะกรรมการวิชาการซ่ึงประกอบด้วยรองผู้อานวยการ ผู้ช่วย
รองผู้อานวยการฝา่ ยวิชาการ และอาจารย์ระดับชน้ั ท่เี ก่ยี วขอ้ ง จานวนไม่นอ้ ยกว่า 5 คน
4. ผลการประเมินพัฒนาการท้ัง 5 ด้าน จะต้องอยู่ในเกณฑ์ 4 จึงจะเช่ือถือได้ว่าเด็กสามารถเรียน
ร่วมกบั นกั เรยี นระดับอนบุ าล 2 หรือ Grade 1
5.ทางโรงเรียนแจ้งผลการทดสอบและส่งผู้ปกครองร่วมศึกษาและพิจารณาชี้ขาด ซ่ึงจะต้องกระทาให้
แลว้ เสร็จภายใน 2 เดอื นแรกของภาคเรียนที่ 1
กำรประเมนิ ผลปลำยภำคเรียน
ทางโรงเรียนใช้วิธีประเมินผลนักเรียนร่วมกับผู้ปกครอง โดยการนัดหมายเป็นกลุ่มย่อย หรือรายบุคคล
เพื่อพิจารณาถึงพัฒนาการ ปัญหา แนวทางส่งเสริมและแก้ไข เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ โดย
คานึงถึงความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคล และความเขา้ ใจในเด็กแตล่ ะคน ซงึ่ ถอื เปน็ ขนั้ ตอนของการสรปุ ผลสุดท้าย
กรณีเอกสารสมุดรายงานประจาตัวนักเรียน หากมีการสูญหายผู้ปกครองจะต้องชาระค่าปรับเพื่อจัดทา
เอกสารฉบับใหม่เป็นจานวน 200 บาท
58
ระเบียบข้อปฏิบัตขิ องนกั เรียน
ระดบั ประถมศึกษำ
1. เวลำ
1.1 นักเรยี นเขา้ แถวเคารพธงชาติ เวลา 08.30 น.
1.2 นักเรียนมาถึงโรงเรียนอย่างเรว็ ทีส่ ุด เวลา 07.30 น.
1.3 นกั เรยี นพักทานของว่าง เวลา 09.50 น.
1.4 นกั เรียนพักทานอาหารกลางวัน เวลา 11.40 น.
1.5 นกั เรียนเร่ิมเรยี นวชิ าในภาคบ่ายเวลา 13.00 น.
1.6 เลิกเรยี นเวลา 16.00 น. ผปู้ กครองสามารถมารับนักเรียนไดต้ ้งั แต่เวลา 16.00 – 17.00 น. โดยแจง้
กับอาจารยผ์ ปู้ ฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีเวรประจาวนั หากนักเรียนมีเหตุจาเปน็ ตอ้ งกลบั ก่อนหรือหลงั เวลาดังกลา่ ว ให้แจง้ ไดท้ ่ี
อาจารย์ประจาชั้น
2. กำรรับนักเรียนกลับ
2.1 โรงเรียนจะดูแลนกั เรยี นถึงเวลา 17.00 น.
2.2 ผปู้ กครองสง่ นักเรยี นบรเิ วณหนา้ อาคารอานวยการ และรับนักเรียนกลบั บริเวณชัน้ สองของอาคาร
อานวยการโดยติดต่อกับอาจารยผ์ ้ปู ฏิบตั หิ น้าที่เวรประจาวัน
3. กำรเรียนวชิ ำนอกชั้นเรียน
นักเรียนจะต้องเข้าแถวใหเ้ ปน็ ระเบยี บและเดินแถวไปเรียนยงั ช้ันเรยี นน้นั ๆอย่างเป็นระเบยี บ
4. กำรทำควำมเคำรพอำจำรย์
4.1 นักเรียนยกมือไหว้และกล่าวคาว่า “สวัสดคี ะ่ ”หรือ”สวสั ดคี รับ” เมื่อพบกับอาจารย์ หรอื กล่าว
ทกั ทายกบั อาจารย์ชาวตา่ งชาตเิ ป็นภาษาองั กฤษ
4.2 เมอ่ื เดนิ ผ่านอาจารย์ ใหน้ ักเรียนเดนิ กม้ ศีรษะและค้อมตวั เล็กน้อยเป็นการแสดงความเคารพต่อ
อาจารย์
59
56
5. กำรออกนอกบริเวณโรงเรียน
5.1 โรงเรยี นไม่อนุญาตให้นกั เรยี นออกนอกบรเิ วณโรงเรยี นก่อนเวลาเลิกเรียนหรือไม่ไดร้ ับอนญุ าตจาก
60 อาจารย์
5.2 ในกรณที น่ี ักเรยี นจะตอ้ งกลบั บา้ นก่อนเวลาเลิกเรียน ขอให้ผู้ปกครองเป็นผู้มารบั และแจ้งอาจารย์
ประจาชน้ั ใหท้ ราบ
6. กำรนำเงินมำโรงเรยี น
ทางโรงเรยี นอนุญาตใหน้ กั เรียนนาเงนิ มาโรงเรยี นได้ในกรณีทีจ่ าเป็นจริงๆ เชน่ นักเรยี นต้องกลบั บ้าน
ด้วยตัวเอง หรอื มีกิจกรรมอนื่ ๆของทางโรงเรียนทจี่ าเปน็ ต้องใช้
7. สิ่งของหำย
7.1 หากนักเรียนพบส่ิงของที่ไมใ่ ช่ของตน ให้นาสิ่งของนั้นไปแจ้งกบั อาจารย์ประจาช้นั หรอื อาจารยเ์ วร
ประจาวัน
7.2 หากนักเรียนทาสงิ่ ของหาย สามารถสอบถามได้ท่ีอาจารยป์ ระจาชัน้ หรืออาจารยเ์ วรประจาวัน
8. กำรติดตอ่ ระหว่ำงโรงเรยี นและผู้ปกครอง
8.1 การตดิ ตอ่ ระหว่างโรงเรยี นกบั ผ้ปู กครองน้ัน ทางโรงเรียนจะใช้หนังสอื ราชการแจ้งไปยงั ผู้ปกครอง
โดยฝากไปกับนักเรียน
8.2 ในกรณีทผ่ี ้ปู กครองต้องการตดิ ต่อกับโรงเรียน สามารถตดิ ตอ่ ไดใ้ นเวลาราชการทุกวันหรอื นดั เป็น
กรณไี ด้ท่อี าคารอานวยการ
8.3 มกี ารประชาสัมพนั ธ์ทางเว็บไซต์ http://www.facebook.com/kkudsid
60
9. กำรแตง่ กำย ดำ้ นล่ำงตรำ
9.1 นกั เรียนชำย มหำวิทยำลัยขอนแกน่
มีขอ้ ควำม KKU DSID
ชื่อ - นำมสกุล ภำษำอังกฤษ
ตวั พิมพใ์ หญ่
เครื่องแบบนักเรียน: กางเกงขาสั้นสีเทาแก่สุภาพ ไม่มีหูขอบกางเกงใช้ขอเก่ียว เสื้อเช้ิต
สีขาวแขนส้ัน ไม่ใส่สาบหน้าผ่าอกตลอด ติดกระดุมสีขาว มีกระเป๋าที่หน้าอกด้านซ้ายปักตร า
มหาวิทยาลัยขอนแก่นบนกระเป๋า ใต้ตรามหาวิทยาลัย ปักตัวอักษรย่อของโรงเรียน KKU DSID และปักชื่อ
และนามสกลุ เปน็ ภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ทีห่ นา้ อกดา้ นขวา ด้วยไหมสีเทาแก่ ชายเสื้อให้ยาวจากเอวลงมา
อย่างน้อย 6 นิว้ ถุงเท้าสีขาวแบบยาว รองเท้าผา้ ใบหรือรองเทา้ หนงั สีดา
ทรงผม: รองทรงและไมท่ าสีผม
ชุดพลศึกษำ: กางเกงวอร์มสีดา ขายาวรัดข้อ เสื้อ
คอโปโลสีเทาปักตรมหาวทิ ยาลยั ขอนแก่นท่ีกระเป๋าหน้าอก
ซ้าย ใต้ตรามหาวิทยาลัย ปักตัวอักษรย่อของโรงเรียน KKU
DSID และปักชื่อและนามสกุลเป็นภาษาอังกฤษตัวพิมพ์
ใหญ่ที่หน้าอกด้านขวาด้วยไหมสีแสด รองเท้าผ้าใบสีขาว
และถงุ เทา้ สีขาว ทัง้ นี้ให้แต่งชดุ พละสีเทา หรือเสอื้ ยดื กีฬาสี
ในวนั ทีม่ กี ารเรียนวิชาพลศกึ ษา
61
58
เครือ่ งแบบลูกเสือ (สำหรับนกั เรียนชั้นประถมศึกษำปที ่ี 5 - 6) ไหลซ่ ำ้ ยปักปำ้ ย
Khon Kaen
ไหลข่ วำปักปำ้ ย
Khon Kaen University
Demonstration School
ช่ือ - นำมสกุล ภำษำอังกฤษ
ตัวพิมพ์ใหญ่
ลูกเสือสำมัญ
หมวก - หมวกปีกสีกากี พบั ข้าง มีเครอ่ื งหมายหน้าเสือตดิ ดอกจันข้างหมวก
เสอ้ื - สีกากี อกขวาปกั ชื่อสกุลดว้ ยสเี หลอื งพืน้ ดา ไหลข่ วาปักป้ายชื่อโรงเรยี น “Khon Kaen University
Demonstration School” ไหล่ซ้ายปักปา้ ย "Khon Kaen"
กางเกง - สเี ดยี วกบั เสือ้ มกี ระเป๋า 2 ข้าง มหี รู อ้ ยเข็มขดั
ผ้าผกู คอ - รูปสามเหลย่ี มหน้าจั่ว ดา้ นฐานยาว 100 ชม. ดา้ นตง้ั ยาว 75 ชม.สตี ามเขตการศึกษา ด้านหลังติด
เครอื่ งหมายจังหวัด (สเี ลือดหมู,ตราพระธาตุขามแก่น) ใช้ห่วงสวมตราลกู เสือ
เขม็ ขดั - เข็มขดั หนังสนี า้ ตาล กว้างไม่เกิน 3 ชม. หัวเขม็ ขัดทาด้วยโลหะสีทอง มลี ายดนุ รูปตราคณะลกู เสอื
แหง่ ชาติภายในกรอบชอ่ ชัยพฤกษ์ ดา้ นล่างมคี ติพจนล์ กู เสือ "เสียชีพอยา่ เสียสัตย"์
ถงุ เทา้ - ถุงเท้าสกี ากี
รองเทา้ - รองเทา้ ผา้ ใบสีนา้ ตาลแก่ ไม่มีลวดลาย
62
59
9.2 นักเรียนหญิง
เครื่องแบบนักเรียน: กระโปรงสีเทาแก่ ด้านหน้าและด้านหลังจีบด้านละ 4 จีบ ไม่ต้อง
เดินเกล็ด ยาวพอสมควร เส้ือสีขาวแขนสั้น ปกคอบัวผ่าอกตลอด เส้ือปล่อยตรงติดกระดุมสีขาว หน้าอก
ด้านซ้ายปักตรามหาวทิ ยาลัยขอนแก่น ใตต้ รามหาวทิ ยาลัย ปักตวั อกั ษรย่อของโรงเรยี น KKU DSID และปัก
ชื่อและนามสกุลเป็นภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ที่หน้าอกด้านขวา ด้วยไหมสีเทาแก่ สีขาวล้วนแบบยาวและ
พบั ลงใหเ้ รยี บรอ้ ย รองเท้าหนังสดี า
ทรงผม: นักเรียนหญิงควรจัดทรงผมให้เรียบร้อยกรณีไว้ผมส้ันไม่ควรให้ผมด้านหน้ายาว
ปิดตา หากไวผ้ มยาว ให้รวบ ถักเปีย หรอื เกบ็ ใหเ้ รยี บร้อย ไม่ปลอ่ ยสยายผม และไม่ทาสผี ม
ชุดพลศึกษำ: กางเกงวอร์มสีดา ขายาวรัดข้อ เส้ือ
คอโปโลสีเทาปักตรามหาวิทยาลัยขอนแก่นที่กระเป๋า
หน้าอกซ้าย ใต้ตรามหาวิทยาลัย ปักตัวอักษรย่อของ
โ รงเรียน KKU DSID และปักช่ือและนามสกุลเป็น
ภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ท่ีหน้าอกด้านขวาด้วยไหมสีแสด
หรือเส้ือยืดกีฬาสีของนักเรียน ชายเสื้อเข้าข้างในให้
เรียบร้อย รองเท้าผ้าใบสีขาวและถุงเท้าสีขาว ท้ังนี้ ให้แต่ง
ชุดพละสีเทา หรือเส้ือยืดกีฬาสีในวันท่ีมีการเรียน
วิชาพลศึกษา
63
60
เครือ่ งแบบเนตรนำรี (สำหรบั นกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษำปีท่ี 5 - 6) ไหลซ่ ้ำยปักป้ำย
Khon Kaen
ไหลข่ วำปักป้ำย
Khon Kaen University
Demonstration School
ช่ือ - นำมสกุล ภำษำอังกฤษ
ตัวพิมพใ์ หญ่
เนตรนำรีสำมัญ
หมวก - สีเขยี วไมพ่ ับจีบหลงั มเี ข็มเครอื่ งหมายเนตรนารีตดิ อยู่ทีห่ น้าหมวก
เสื้อ – สีเขียวอกขวาปักช่ือ-สกุลสีเหลืองพื้นดา อกซ้ายติดเข็มเนตรนารี ไหล่ขวาปักป้ายช่ือโรงเรียน “Khon
Kaen University Demonstration School” ไหลซ่ า้ ยปักป้าย "Khon Kaen"
กระโปรง - สเี ดียวกับเสื้อ
ผ้าผูกคอ - รูปสามเหลี่ยมหน้าจ่ัว ด้านฐานยาว 100 ชม. ด้านตั้งยาว 75 ชม.สีตามเขตการศึกษา ด้านหลังติด
เครอ่ื งหมายจังหวดั (สเี ลอื ดหมู,ตราพระธาตขุ ามแก่น) ใช้ห่วงสวมตราเนตรนารี
เข็มขัด - เขม็ ขดั หนังสดี า หวั เขม็ ขดั ทาด้วยโลหะสีทอง สัญลักษณเ์ นตรนารี
ถงุ เทา้ - สขี าวยาวพับลงให้ส้ันอยา่ งเรียบร้อย
รองเทา้ - รองเทา้ หนงั สดี า (รองเทา้ นักเรยี น)
64
กระเปา๋
ทางโรงเรยี นอนุญาตใหใ้ ชก้ ระเป๋าสะพายหลัง กระเป๋าห้ิวได้ ตามขนาดท่ีเหมาะสมกบั นกั เรยี น
เครื่องประดบั
ทางโรงเรียนไม่อนุญาตให้นักเรียนสวมเคร่ืองประดับมีค่ามาโรงเรียน เช่น สร้อย แหวน
หรือเคร่ืองประดับตามสมัยนิยม ยกเว้นนาฬิกา ไม่อนุญาตให้นาโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ ไอแพด
แท็บเล็ตและเครื่องมือสื่อสาร เทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ๆ มาโรงเรียน ยกเว้นทางโรงเรียนอนุญาตในกรณี
ท่ีจาเปน็ ตอ้ งใช้
65
62
ระเบยี บขอ้ ปฏบิ ตั ขิ องนักเรียน
ระดับอนบุ ำลศกึ ษำ
ระเบียบกำรรบั – ส่งนักเรียน
เพื่อใหก้ ารรบั และส่งนกั เรียนของโรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ ฝา่ ยนานาชาติ ระดับอนุบาล
ศกึ ษา เปน็ ไปด้วยความเรียบร้อย ปลอดภยั จึงให้มรี ะเบียบการรับ – สง่ นักเรยี น ดงั นี้
1. ผ้ปู กครองสง่ นักเรียนท่โี รงเรียนสาธติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายนานาชาติ ระดบั อนุบาลศกึ ษา
ไดต้ ัง้ แต่เวลา 07.30 – 08.20 น. โดยใหน้ าบัตรประจาตัวนกั เรียนสแกนที่เคร่อื งสแกนบัตรที่
ประตทู างเขา้ โรงเรียน
2. ผปู้ กครองทมี่ ารบั นักเรยี นกลับ จะตอ้ งมีบตั รประจาตวั นักเรียนที่ทางโรงเรยี นเปน็ ผู้ออกใหม้ า
แสดงแก่อาจารย์และสแกนที่เครื่องสแกนบตั รหนา้ ประตูโรงเรยี น
3. ผูป้ กครองรับนักเรียนกลับได้ต้ังแตเ่ วลา 15.30 – 17.00 น. ขอความกรณุ ารอรบั นกั เรยี น
บรเิ วณสนามเด็กเลน่ หรอื บรเิ วณมุมหนังสอื ทที่ างโรงเรียนจัดไวใ้ ห้ ไมค่ วรมาน่ังรอหนา้ หอ้ งเรยี น
เพราะจะทาให้เดก็ เกดิ ความกังวลและไม่มสี มาธใิ นการทากิจกรรม
4. กรณที ผ่ี ูป้ กครองไมส่ ามารถมารับนักเรยี นได้ ใหม้ อบบัตรประจาตัวนกั เรยี นแก่บุคคลท่ีมอบหมาย
ให้มารับนักเรียนแทน ทางโรงเรียนจงึ จะอนุญาตใหร้ บั นักเรยี นกลบั ได้
5. หากผปู้ กครองประสงคจ์ ะทาบัตรประจาตัวนักเรียนเพ่มิ ใหต้ ิดตอ่ ท่ีอาจารย์ประจาช้ัน และชาระ
เงินค่าบัตรประจาตัวนกั เรียนบตั รละ 150 บาท
6. การจอดรถรับ – ส่งนกั เรียน จะตอ้ งปฏิบตั ิตามกฎจราจรสากล และมีมารยาทในการใชถ้ นน
ไมจ่ อดรถกดี ขวางทางจราจร และเมือ่ จอดรถบรเิ วณรอบโรงเรยี นจะตอ้ งดับเครื่องยนต์ทุกคร้ัง
7. ในช่วง 2 สัปดาหแ์ รก ใหผ้ ู้ปกครองมาสง่ และรับนักเรยี นที่ห้องเรียนในเวลา 15.30 – 16.30 น. เพอ่ื เป็น
การสรา้ งความม่ันใจให้กับนักเรียน และสร้างความคนุ้ เคยกันระหวา่ งอาจารยป์ ระจาชั้นและผปู้ กครอง
หลังเวลา 16.30 น. รับนักเรยี นไดท้ ีส่ นามเด็กเลน่
8. ใหผ้ ้ปู กครองส่งนักเรียนทีห่ นา้ ประตูโรงเรียน
ประตหู น้า เวลาเปดิ – ปิด ประตูโรงเรยี น
ชว่ งเชา้ เปิด 07.30 – 09.30 น.
ช่วงเย็น เปิด 15.30 – 17.00 น.
66
63
ระเบียบและเร่อื งทวั่ ไป
ระเบียบและเรื่องท่ัวไปของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายนานาชาติ ระดับอนุบาลศึกษา
เป็นแนวปฏิบัติของนักเรียน ซ่ึงทางโรงเรียนใคร่ของความร่วมมือจากผู้ปกครองให้ช่วยกันดูแลให้นักเรียนปฏิบัติ
ตาม
1. กำรทำควำมเคำรพ
1.1 เม่ือมาโรงเรียนในตอนเช้า และพบหน้าผู้ปกครองในตอนเย็นให้ไหว้พร้อมกับกล่าวคาว่า
“สวัสดีครบั สวัสดคี ่ะ” ตอ่ คุณพ่อ คณุ แมแ่ ละญาตผิ ูใ้ หญ่ภายในบา้ น
1.2 เม่ือถึงโรงเรียนพบอาจารย์ให้ทาความเคารพในท่าไหว้ พร้อมกับ กล่าวคาว่า “สวัสดีครับ
สวัสดคี ่ะ” ท่าไหว้ผู้ใหญข่ องเดก็ สาธิต
การยืนไหว้ ท้ังหญิงและชายให้ยืนตรงเท้าชิดติดกัน พนมมือขึ้นระหว่างอกโน้มตัว ก้มศีรษะให้ปลายนิ้วช้ี
จรดระหวา่ งค้ิว ไมต่ อ้ งย่อเข่า พร้อมกล่าวคาว่า “สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ”
การนั่งไหว้ ทั้งหญิงและชายให้นั่งพับเพียบ (หญิงดึงขายกระโปรงลงปิด หัวเข่า) เก็บปลายเท้า
พนมมือไวร้ ะหวา่ งอกก้มศีรษะใหป้ ลายนว้ิ ชีจ้ รดระหวา่ งคิว้ พร้อมกลา่ วคาวา่ “สวสั ดีครบั สวัสดีค่ะ”
1.3 เมื่อพบอาจารย์ชาวต่างประเทศใหน้ กั เรียนกลา่ วทกั ทายเปน็ ภาษาอังกฤษ
2. ชว่ งเวลำรบั ผิดชอบนักเรียน
โรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ ฝา่ ยนานาชาติ ระดบั อนบุ าลศกึ ษา มกี ิจกรรมการเข้าแถวเคารพธงชาติ
ในเวลา 08.30 น. และเลิกเรยี นเวลา 15.30 น.
โรงเรียนจะรับผิดชอบนักเรียนตั้งแต่เวลา 07.30 – 17.00 น. (ควรส่งนักเรียนเข้าโรงเรียนก่อนเวลา
08.30 น.) ผู้ปกครองไม่ควรนาบุตร - ธิดามาส่งก่อนหรือหลังเวลาท่ีกาหนด (ดูรายละเอียดในระเบียบ
การรับ – สง่ นกั เรยี น)
67
3. กำรแตง่ กำย
ปกตินักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายนานาชาติ ระดับอนุบาลศึกษา จะแต่งกายด้วยชุด
นักเรียนตามระเบยี บการแต่งกายของโรงเรยี น ยกเว้นในกรณตี ่อไปนี้
– เมื่อทางโรงเรียนจัดกิจกรรมเสริมพเิ ศษ ซ่ึงจะแจง้ ให้นักเรียนทราบเป็นคราว ๆ ไป
– ในฤดูหนาวที่อากาศหนาวจดั ทางโรงเรียนอนุญาตใหน้ กั เรยี นสวมกางเกงขายาวและเสือ้ ผา้ ที่อบอุ่นมาได้
4. ถงุ ย่ำม
ถุงย่ามของนักเรียนโรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลยั ขอนแก่น ฝ่ายนานาชาติ ระดับอนุบาลศึกษา เป็นถุงสีฟ้า ให้
นักเรียนใช้ใส่ของไป – กลับ กรณีที่ถุงเปียก อนุโลมให้ใช้ถุงย่ามอื่นได้ช่ัวคราว ส่วนกรณีถุงย่ามหายหรือขาด ให้
ตัดเยบ็ ด้วยผา้ สฟี า้ และรอ้ ยเชือกตามสีที่กาหนดให้ (ดูรายละเอยี ดในระเบียบเครื่องใช้ประจาวนั )
5. เครอื่ งใชส้ ่วนตวั
เคร่ืองใชส้ ว่ นตวั นามาโรงเรียน นกั เรียนจะนากลับบ้านในวาระทต่ี า่ งกนั ดงั น้ี
นากลับ ทกุ วัน คอื ถงุ ย่าม, ชดุ นอน
นากลับ วนั สุดสปั ดาห์ คอื ทน่ี อน, ผา้ ปทู นี่ อน, ผ้าเชด็ ตวั , ผ้ากนั เปอื้ น
นากลบั สิ้นปีการศึกษา คอื แกว้ น้า, ท่นี อน, กล่องใส่ผลงาน
6. ของเล่นและของมีคำ่
ทางโรงเรียนไม่อนุญาตให้นักเรียนนาของเล่นที่บ้าน หรือสวมใส่เครื่องประดับที่มีค่าทุกชนิดรวมท้ัง
เครอ่ื งประดับท่ตี กแตง่ เพ่ือความโกเ้ ก๋ ตามแฟชนั่ มาโรงเรียนในชว่ งเรียนปกติ
7. กรณีของหำย
เม่ือนักเรียนลืมส่ิงของไว้ เช่น ถุงย่าม เสื้อกันหนาว ฯลฯ ขอให้ผู้ปกครองติดตามของได้ ในช้ันเรียนของ
นักเรียนเอง
8. อำหำรเช้ำ
ทุกเช้าผู้ปกครองควรดูแลให้นักเรียนได้รับประทานอาหารมื้อเช้า ท่ีมีคุณค่า และปริมาณพอเหมาะ
ไมส่ มควรอย่างยง่ิ ท่จี ะให้นกั เรียนนาขนมกรบุ กรอบ หรือขนมขบเคย้ี วอื่นๆ มารบั ประทานที่โรงเรยี น
9. ควำมสะอำดของร่ำงกำย
ผู้ปกครองพึงตรวจและช่วยดูแลความสะอาดของร่างกายของบุตร-ธิดา เป็นประจาทุกวัน ได้แก่ เล็บมือ
คราบไคล หลังหู ต้นคอ ข้อพับ หัวเข่า ฟัน และโดยเฉพาะอย่างย่ิงเรื่องผม ที่ต้องสะอาดปราศจากเหา
นกั เรียนหญงิ ท่ไี วผ้ มยาวต้องรวบผมยาวใหเ้ รยี บรอ้ ยไมป่ ลอ่ ยรงุ รงั นักเรียนชายไวผ้ มรองทรง
68
64
10. กรณีเจ็บป่วย
หากนักเรียนมีอาการที่บ่งบอกว่าจะมีอาการเจ็บป่วย เป็นไข้ ไอ ปวดหัว ฯลฯ ผู้ปกครองควรสังเกตอาการ
ของนักเรียน หากเห็นสมควรวา่ ต้องพักผอ่ น ควรให้นักเรียนพักผ่อนอยู่ที่บ้าน เพื่อให้ผู้ปกครองดูแลไดเ้ ต็มที่และ
ไม่เป็นการแพร่อาการเจ็บป่วยไปสู่นักเรียนคนอ่ืน ๆ หรือถ้าหากนักเรียนมีอาการเจ็บป่วยที่โรงเรียน เมื่อทาง
อาจารย์ประจาชั้นไดโ้ ทรแจ้งอาการ และเหน็ สมควรวา่ นักเรียนต้องไปพบแพทย์หรือพักผ่อนอยู่ทบ่ี ้าน ผปู้ กครอง
ควรมารบั นกั เรียนกลบั บา้ นในทันทีที่ไดร้ บั การแจ้งจากอาจารยป์ ระจาชนั้
11. ขอ้ ปฏบิ ัติของผปู้ กครองทม่ี ำตดิ ต่อโรงเรียน รวมทง้ั กำรเขำ้ มำในโรงเรยี นเพอ่ื รับนกั เรยี น
1) แตง่ กายสุภาพ เรยี บร้อย เป็นแบบอย่างท่ีดีให้แก่บุตรธิดา
2) ไม่สูบบุหรใ่ี นโรงเรียน
3) กรณที ี่เมาสุรา ทางโรงเรยี นจะไมอ่ นญุ าตให้ผู้ปกครองรับนกั เรยี น
4) จอดรถให้ถกู กฎจราจร ตามที่โรงเรียนกาหนด และดับเครื่องยนตท์ ุกครัง้
5) เมื่อผู้ปกครองมาส่งนักเรียนแล้ว ไม่ควรยืนเฝ้าดูนักเรียนอยู่หน้าช้ันเรียนหรือในห้องเรียน ควรส่ง
นกั เรียนให้กับอาจารยป์ ระจาชน้ั
6) หากผู้ปกครองมารับนักเรียนเร็วกว่าเวลา 15.30 น. ผู้ปกครองควรรอในบริเวณท่ีทางโรงเรียน
กาหนดไว้ เพ่ือให้นักเรียนไม่เกิดความกังวลใจเมื่อเห็นผู้ปกครองมารอรับ และจะได้ทากิจกรรมในชั้นเรียนก่อน
กลบั บา้ นได้อย่างเตม็ ที่
7) งดถา่ ยภาพในขณะทน่ี กั เรยี นทากิจกรรมหรือควรไดร้ ับอนุญาตจากอาจารย์
12. ควรให้กำรสนบั สนุนพฤตกิ รรมที่พึงประสงค์
นักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายนานาชาติ ระดับอนุบาลศึกษา ต้องพูดจาด้วยถ้อยคาท่ี
สุภาพและมีพฤติกรรมท่ีดี ไม่ก้าวร้าว มีจิตสาธารณะ และช่วยกันรักษาความสะอาดโรงเรียนโดยท้ิงขยะให้ถูกที่
ไม่เด็ดดอกไม้ใบไม้ของโรงเรียน หรือหยิบของท่ีเป็นของผู้อื่นไปโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นต้น ควรร่วมมือแก้ไข
ทนั ทเี มื่อบตุ รธิดาของทา่ นมคี ณุ ลกั ษณะไม่พงึ ประสงค์
69
65
13. ระเบยี บกำรใชห้ อ้ งสมุด
ทางโรงเรียนอนุญาตให้นักเรียนและผู้ปกครองเข้าใช้ห้องสมุดได้ในช่วงเช้าเวลา 08.00 – 08.25 น. และ
ในช่วงเยน็ เวลา 16.00 – 16.30 น. ซ่ึงนักเรยี นสามารถยืมหนงั สือกลบั บา้ นได้คร้ังละ 3 เล่ม กาหนดส่งคืน 2 วนั
ในกรณีทาหนังสือชารุดกรุณาซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้จึงส่งคืน หากพบว่าเสียหายมากหรือทาหนังสือ
หาย กรุณาซอ้ื เล่มใหมม่ าทดแทน
14. กำรสอ่ื สำรระหว่ำงบำ้ นและโรงเรียน
การแจง้ ข่าวกจิ กรรมต่าง ๆ ของทางโรงเรยี นจะแจ้งผา่ นทางจดหมาย ขอใหท้ า่ นอา่ นจดหมายทุกฉบบั และ
กรุณาตอบกลับทุกครงั้ ตามเวลาทีก่ าหนด
15. กำรรำยงำนตวั
การรายงานตัวเป็นกิจกรรมท่ีสาคัญ และจาเป็นอย่างยิ่งสาหรับนักเรียนทั้งอนุบาล 1 และอนุบาล 2 โดย
โรงเรียนได้จัดให้นักเรียนชั้นอนุบาล 1 มารายงานตัวก่อน โดยในวันแรกของการเปิดภาคเรียนท่ี 1 จะเป็นการ
รายงานตัวของนักเรียนชาย วันท่ีสองเป็นการรายงานตัวของนักเรียนหญิง และนักเรียนช้ันอนุบาล 2 กาหนดให้
มารายงานตวั พรอ้ มกนั ท้ังนักเรียนชายและนักเรยี นหญิง กาหนดเวลาครึง่ วนั เชา้ (8.00 น. – 11.30 น.) ท้ังนเ้ี พ่ือ
เป็นการเตรียมความพร้อมและเป็นการสร้างความคุ้นเคยท้ังกับอาจารย์ ครูพ่ีเล้ียง เพื่อนๆ และห้องเรียนของ
นักเรยี นด้วย
70
66
16.ระเบียบกำรแตง่ กำย
เครือ่ งแบบนักเรียนชำย
ชือ่ - นำมสกลุ ภำษำอังกฤษ
ตวั พิมพใ์ หญ่
ดำ้ นลำ่ งตรำ
มหำวิทยำลัยขอนแกน่
มีข้อควำม KKU DSID
เส้ือ เส้ือเช้ิตสีขาวแขนส้ัน ไม่มีสาบหน้าผ่าอกตลอด ติดกระดุมสีขาว มีกระเป๋าท่ีหน้าอก
ด้านซ้าย บนกระเป๋าปักตรามหาวิทยาลัยขอนแก่น ปักตัวอักษรย่อของโรงเรียน KKU DSID ด้านขวาปัก
ชื่อ – นามสกุล เป็นภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ด้วยไหมสีเทาแก่ ชายเส้ือให้ยาวจากเอวลงมา อย่างน้อย
6 นว้ิ สวมใสช่ ายเสือ้ ในกางเกง
กำงเกง กางเกงขาสนั้ สเี ทาแกแ่ บบสุภาพไม่มีหู ขอบกางเกงใช้ขอเกี่ยว
รองเท้ำ รองเทา้ หมุ้ ส้นสดี า (หนงั หรอื ผ้าใบ)
ถงุ เท้ำ ถุงเท้าสีขาว หรอื สีขาวส้นเท้าสเี ทา
71
68
เครอ่ื งแบบนักเรยี นหญงิ
เส้ือ เส้ือสีขาวแขนสั้น ปกคอบัวผ่าตลอด ติดกระดุมสีขาวไม่มีกระเป๋า หน้าอกด้านซ้ายปักตรา
มหาวิทยาลัยขอนแก่น ใต้ตรามหาวิทยาลัย ปักตัวอักษร ย่อของโรงเรียน KKU DSID ด้านขวาปัก
ชื่อ – นามสกลุ เปน็ ภาษาอังกฤษตวั พมิ พใ์ หญ่ ด้วยไหมสเี ทาแก่
กระโปรง กระโปรงสเี ทาแก่ ด้านหน้าและด้านหลงั มจี ีบ ด้านละ 4 จีบ โดยจีบกลางใหญ่และจีบเล็ก
พบั ออกด้านข้างซา้ ยขวาขา้ งละ 1 จีบ ไมต่ ้องเดินเกล็ดยาวพอสมควร
รองเทำ้ รองเทา้ หนังห้มุ ส้นสีดามีสายรดั
ถุงเท้ำ ถงุ เทา้ สีขาว หรือสีขาวส้นเท้าสีเทา
เครอ่ื งแบบพลศึกษำ
ระดับอนุบำลศึกษำ ทงั้ หญิงและชายใช้รปู แบบแบบเดยี วกัน
เส้อื เสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีขาว หนา้ อกดา้ นซา้ ยปักตรามหาวิทยาลัยขอนแกน่ ใตต้ รามหาวิทยาลยั
ปักตัวอกั ษรยอ่ ของโรงเรยี น KKU DSID ดา้ นขวาปักช่ือ – นามสกลุ เปน็ ภาษาองั กฤษตวั พิมพใ์ หญ่ ด้วยไหมสี
เทาแก่ สวมใส่ชายเส้ือในกางเกง
72
กำงเกง กางเกงขาส้ันสีดา รอบเอวใสย่ างยืด
รองเท้ำ รองเท้าผ้าใบสีขาว (อนุโลมใหใ้ ชแ้ บบไม่ผกู เชือก)
ถุงเทำ้ ถุงเท้าสีขาว หรอื สขี าวส้นเท้าสเี ทา
เครอ่ื งแบบวัฒนธรรมไทย
นักเรียนชำย
– เส้ือม่อฮ่อมแขนส้ัน หน้าอกด้านซ้ายปักตรามหาวิทยาลัยขอนแก่น ใต้ตรามหาวิทยาลัย
ปักตัวอักษรย่อของโรงเรียน KKU DSID หน้าอกขวาปัก ช่ือ-สกุลเป็นภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ ชายเส้ืออยู่
นอกกางเกง
– กางเกงมอ่ ฮ่อม ขาสามสว่ น เอวยางยดื
นักเรียนหญิง
– เส้อื ผา้ ฝา้ ยเน้ือบาง สีขาว ไหล่ล้า ระบายรีมแขน หน้าอกดา้ นซา้ ยปกั ตรามหาวทิ ยาลัยขอนแกน่
ใต้ตรามหาวทิ ยาลยั ปกั ตัวอกั ษรยอ่ ของโรงเรียน KKU DSID หน้าอกข้างขวาปกั ชอ่ื -สกุลเป็นภาษาอังกฤษ
ตวั พิมพ์ใหญ่ ชายเส้ืออยนู่ อกกระโปรง
– กระโปรงผ้าฝา้ ยมัดหม่ี สสี ้มอ่อน จีบรอบตวั
ควำมหมำยของสีสม้
– สขี องมหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น
73
69
– สขี องคณะศึกษาศาสตร์
– สีท่ีแสดงถึงความเจริญ ความรุง่ เรอื ง
หมายเหตุ:
นักเรยี นชนั้ อนบุ าล 1 ทุกคน ใหส้ วมเส้อื แบบวฒั นธรรมไทยในทกุ วนั ศุกร์ ส่วนนกั เรียนชัน้ อนบุ าล 2
ทกุ คนให้สวมในทกุ วนั จันทร์ แทนเคร่ืองแบบนักเรียน โดยตอ้ งสวมถงุ เท้า รองเทา้ นกั เรียน ยกเว้นกรณที ่ี
นักเรียนจะต้องแต่งชุดพเิ ศษเพอ่ื แสดงบนเวที ซงึ่ อาจารย์ประจาช้ันจะแจง้ เปน็ กรณีไป
ระเบยี บเครอ่ื งใชป้ ระจำวัน
เครื่องใชส้ าหรบั นักเรยี นทางโรงเรียนกาหนดให้นักเรยี นทกุ คนจะต้องมีเครือ่ งใช้ดงั นี้
1. เคร่ืองใชส้ ว่ นตัว
- ชุดนอน
- ผา้ เชด็ ตวั
2. เครื่องใช้ส่วนตัวประเภทผ้าที่กาหนดให้ใช้สีฟ้าเข้มและแบบตามกาหนดของโรงเรียน
- ถุงย่าม มเี ชือกรดั ปากถงุ ตามสที ่ีกาหนด
- ผ้าปูทน่ี อน
- ทีน่ อน หมอนพร้อมปลอก
- ผา้ กันเปื้อน
เครอื่ งใชท้ ุกชนิ้ ให้ปัก หรือเขียนชอ่ื พรอ้ มรูปสัญลกั ษณ์
3. เครื่องใช้ส่วนตัวท่ีทางโรงเรียนเป็นผจู้ ดั เตรียม โดยผ้ปู กครองชาระค่าใชจ้ ่ายล่วงหนา้ ตลอด 2 ปี
การศึกษา ไดแ้ ก่ แปง้ สบู่ หวี ยาสฟี นั แปรงสฟี ัน แกว้ น้า
รองเทา้ ฟองนา้ ผา้ เช็ดหนา้ ผ้าเช็ดตวั ทน่ี อน กลอ่ งเกบ็ ผลงาน และแฟ้มสะสมงาน
74
70
ข้อแนะนำในกำรตดิ ตอ่ ทำงโรงเรยี น
เพอ่ื ความรวดเรว็ ในการติดต่อกบั ทางโรงเรียน ใคร่ขอแนะนาดงั น้ี
1. การขอหลกั ฐานรบั รองผลการเรียนหรืออื่น ๆ ผปู้ กครองสามารถติดต่อยืน่ ใบคาร้องล่วงหนา้
ไม่นอ้ ยกว่ำ 7 วันทำกำร และชาระเงินตามท่โี รงเรยี นกาหนดได้ท่ีอาคารอานวยการโรงเรียนสาธิต
2. การปรึกษาเก่ียวกับการเรียนการสอน ขอให้ผู้ปกครองติดต่อโดยตรงกับอาจารย์ประจาช้ัน หรือ
ติดตอ่ อาจารยป์ ระจาวชิ าในรายวิชานนั้ ๆ
3. การปรึกษาเกี่ยวกับนกั เรียนและระเบียบวินัยของโรงเรียน ขอให้ผู้ปกครองติดต่อโดยตรงกับอาจารย์
ประจาชั้น หรือผู้ช่วยผู้อานวยการฝ่ายพัฒนานักเรียนและองค์กรสัมพันธ์โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น
ฝ่ายนานาชาติ
4. ผูป้ กครองสามารถติดต่อได้อกี ชอ่ งทาง คือ http://dsid.satit.kku.ac.th/ และ
http://www.facebook.com/kkudsid ซงึ่ รวมไปถงึ การประชาสัมพันธข์ ่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆเกีย่ วกบั
โรงเรยี น
75
ภำพกจิ กรรมในโรงเรียน
1. .Japanese Culture Day
2. Halloween
3. กิจกรรมเรยี นรู้วฒั นธรรมจีนผำ่ นพูก่ ันจนี
4. กิจกรรมวนั คริสมำสต์ระดับอนุบำล
78
5.กิจกรรมวนั คริสมำสต์ระดับประถม
6.กิจกรรมวนั ลอยกระทงระดับอนุบำล
7. กจิ กรรมวันลอยกระทงระดบั ประถม
8.กจิ กรรม Math Activity and KKUDSID Marketplace
79
นักเรียนทีส่ รำ้ งชื่อเสยี งให้โรงเรยี น
1. เดก็ หญิงญาดาพัชร์ ศรวี ันนา นกั เรยี นระดับชนั้ KG2
ได้รับรางวลั ตวั แทนเด็กและเยาวชนจังหวัดขอนแกน่
The Best Smile, The Best Make Up, The Best Excellent
รางวลั ชนะเลศิ Mini Beauty Thailand 2022
ในโครงการ "เดก็ ดีและเยาวชนดีเดน่ ผูน้ าชื่อเสยี งมาส่ปู ระเทศชาตแิ ละวงศต์ ระกลู " ในวนั ที่ 7 ตลุ าคม ที่ห้อง
รบั รอง ศาลากลางจงั หวดั ขอนแกน่
2. เดก็ ชายอนศุ ิษฎ์ กนั ตวธีระ นักเรยี นระดบั ชั้น Grade 1
ได้รบั รางวัล เหรยี ญทอง รุ่นMini อายุ 3-5 ปี (รวมทุกประเภท)
ในการแข่งขันโครงการแข่งขนั ดนตรี Music Charity Contest 2021
80
3. เด็กหญงิ ปารชิ า หมน่ื สา นักเรียนระดับชนั้ Grade 3
ไดร้ ับรางวลั ชนะเลศิ อันดับ 1 ประเภทจินตคณิต
เหรยี ญทองแดง ประเภทคณิตศาสตร์
เหรียญทองแดง ประเภทภาษาองั กฤษ
ในการแข่งขันโครงการแข่งขนั คน้ หาอัจฉรยิ ภาพ คร้งั ท่ี 7 ประจาปี 2564 ( The genius 7th Online Contest
2021 ) ระหวา่ งวันท่ี 16 - 17 ตลุ าคมทผี่ า่ นมา โดยเปน็ โครงการของบรษิ ัท ไอมี ไอคิว เอ็ดดูเคชน่ั จากดั
4. เด็กหญิงอลนิ นันท์ พิพฒั น์ไชยศริ ิ นกั เรียนระดับชั้น Grade 3
ได้รับรางวลั เหรียญทอง ขับรอ้ งเพลงไทย Junior อายุ 6-9 ปี
ชนะเลิศอันดบั ที่ 2 ระดบั อนุบาล ประถมศึกษา
ในการแข่งขัน โครงการแ่ขง่ ขันดนตรี Music Charity Contest 2021 กรมสง่ เสริมวฒั นธรรม กระทรวง
วฒั นธรรม และ การแข่งขันร้องเพลงจีนสาหรบั นักเรยี นนักศกึ ษา ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ คร้ังท่ี 9
ประจาปี 2563 สถาบันขงจื่อ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
81
5. เด็กหญงิ ลภัสรดา ไป่ทาฟอง นักเรียนระดับช้นั Grade 3
ไดร้ บั รางวลั เขา้ รว่ มการแข่งขนั คณิตศาสตร์แห่งประเทศไทย คร้ังที่ 10
ในการแข่งขนั สมาชกิ ภาพ สหภาพ IMC ประจาประเทศไทย เป็นการประเมนิ ศักยภาพด้านคณิตศาสตร์
ประจาปีการศกึ ษา 2564 10th Thailand Mathematics Contest
6.เดก็ หญิงพลอยชพู เฟ่ืองจันทร์ และเด็กชายธีรตั ม์ ตนั ติสุข นักเรียนระดบั ชนั้ Grade 5
ไดร้ บั รางวัล - รางวลั ชนะเลิศการสรา้ งเกมจากโปรแกรม Scratch
- รางวลั ชนะเลิศการตอบปญั หาทางคอมพิวเตอร์ ระดบั ประถมศกึ ษาตอนปลาย
การแขง่ ขันทักษะทางคอมพวิ เตอร์ Computer Education KKU Open House 2021 จัดโดย สาขาวชิ า
คอมพวิ เตอร์ศกึ ษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น
82
7.เดก็ ชายกฤษณ์ โกศลกิตย์ นกั เรยี นระดับช้นั Grade 2
ไดร้ ับรางวลั รองชนะเลิศอันดับ 1 (เหรยี ญเงนิ )
ในการแข่งขันเขียนไปรษณียบัตร ระดบั ชั้นประถมศึกษาตอนตน้ (ป.1-ป.3) ในการแขง่ ขันทกั ษะทางวชิ าการ
เนอ่ื งในวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจาปี 2564 จดั ขึ้นเม่ือวันที่ 21 สงิ หาคม 2564 โดยสาขาวิชาการสอน
ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ขอนแกน่
8. เดก็ หญิงณิชชา เลห่ ์รกั ษา นกั เรียนระดบั ชน้ั Grade 1
เข้าร่วมการแข่งขัน To Be Number One Teen Dancercise Thailand Championship 2022
รอบชงิ ชนะเลิศระดับประเทศ วันที่ 5 - 6 กมุ ภาพันธ์ 2565 ณ MCC HALL เดอะมอลล์ บางกะปิ
กรงุ เทพมหานคร
83
78
76
CONTACT
085-0033504
[email protected]
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายนานาชาติ, KKUDSID