The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิชาการคุ้มครองผู้บริโภค ม.ต้น ทช23021

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wuttiphonkumma, 2022-08-29 02:01:16

วิชาการคุ้มครองผู้บริโภค ม.ต้น ทช23021

วิชาการคุ้มครองผู้บริโภค ม.ต้น ทช23021

หนังสือเรียน กศน.หลักสตู รรายวชิ าเลือก
สาระทกั ษะการดาเนินชวี ิต

การค้มุ ครองผูบ้ รโิ ภค รหสั ทช23021
หลักสตู รการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น

ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอบางมูลนาก
สานกั งานการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั จงั หวัดพจิ ิตร

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร



คานา

หนังสือเรียนรายวิชาเลือกเสรี วิชาการคุ้มคองผู้บริโภค รหัส ทช23021 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
สาระทักษะการดาเนินชีวิต ได้เรียบเรียงขึ้นตามขอบข่ายเนื้อหาของหลักสูตร การคุ้มคองผู้บริโภค หลักสูตร
การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยรวบรวมเนื้อหา แบบฝึกหัด
แบบทดสอบพร้อมเฉลยไว้ในเล่มเดียวกัน เพ่ือสะดวกต่อผู้เรียนในการเรียนรู้ ศึกษาค้นคว้าและฝึกทักษะ
เพ่มิ เตมิ ด้วยตนเองของผเู้ รยี นระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้

กศน.อาเภอบางมูลนาก ขอขอบคุณคณะครู และบุคลากร กศน.อาเภอบางมูลนาก ทุกท่านท่ีมีส่วน
เกี่ยวข้อง ที่ให้ความร่วมมือทาให้หนังสือเรียนเล่มน้ีสาเร็จด้วยดี และหวังเป็นอย่างย่ิงว่าหนังสือเรียน รายวิชา
การคุ้มครองผู้บริโภค รหัส ทช23021 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนและผู้สนใจ
ตอ่ ไป

กศน.อาเภอบางมูลนาก
สงิ หาคม 2565

สารบญั ข

คานา หน้า
สารบัญ ก
คาแนะนาการใช้หนงั สอื เรยี น ข
โครงสรา้ งรายวชิ าการคุ้มครองผู้บรโิ ภค ค
แบบทดสอบกอ่ นเรียน ง
บทที่ 1 ความหมายความสาคญั และพฤติกรรมของผู้บริโภค จ
1
เรือ่ งที่ 1 ความหมาย ความสาคญั ของคาวา่ “ผบู้ รโิ ภค” 2
เรอ่ื งท่ี 2 พฤติกรรมของผบู้ ริโภค 4
บทท่ี 2 กฎหมายการค้มุ ครองผูบ้ ริโภคและหน่วยงานที่ทาหน้าท่ีในการคมุ้ ครองผู้บรโิ ภค 8
เรื่องที่ 1 สิทธิของผูบ้ ริโภค 9
เรื่องท่ี 2 ความสาคัญของกฎหมายคุ้มครองผบู้ ริโภค 11
เร่อื งที่ 3 หนว่ ยงานทท่ี าหน้าทใ่ี นการคมุ้ ครองผู้บรโิ ภค 13
บทที่ 3 การปกป้องสทิ ธผิ บู้ ริโภค 18
เรื่องที่ 1 การปกป้องสทิ ธผิ ูบ้ ริโภค ตนเอง ครอบครัว ชุมชน 19
เรอื่ งท่ี 2 การรอ้ งเรยี นการดาเนนิ คดแี ทนผู้บรโิ ภค 22
เรอ่ื งท่ี 3 สทิ ธขิ องผบู้ ริโภคในระบบขายตรง 24
บทท่ี 4 การขายตรงและการเลอื กใช้เทคโนโลยที ม่ี ีผลตอ่ การตดั สินใจของผู้บรโิ ภค 27
เร่ืองที่ 1 ความหมายและลกั ษณะของการขายตรงและตลาดแบบตรง 28
เรื่องท่ี 2 การขายตรงทถี่ ูกต้องตามกฎหมายการคุ้มครองผู้บรโิ ภค 29

ดา้ นการขายตรงและตลาดแบบตรง 32
เรอ่ื งท่ี 3 การเลอื กใช้เทคโนโลยีที่มีผลต่อการตดั สนิ ใจของผบู้ รโิ ภค 48
แบบทดสอบหลังเรียน 52
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรยี น 53
แนวเฉลยกิจกรรมทา้ ยบท 60
บรรณานกุ รม 61
ภาคผนวก 64
คณะผจู้ ดั ทา



คาแนะนาการใชห้ นังสือเรียน

หนังสือเรียนรายวิชา การคุ้มครองผู้บริโภค รหัส ทช23021 สาระทักษะการดาเนินชีวิต เป็นหนังสือ
เรียนสาหรบั ผเู้ รยี นรายวิชา การคมุ้ ครองผบู้ ริโภค ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น ตามหลกั สูตรการศึกษานอกระบบ
ระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ใช้เป็นคู่มือในการเรียนรู้ ผู้เรียนควรทาแบบทดสอบก่อนเรียน
ศึกษาเนื้อหาของหนังสือเรียนเล่มน้ีโดยละเอียด ทากิจกรรมท้ายบทให้ครบถ้วน และทาแบบทดสอบหลังเรียน
เมื่อจบกระบวนการเรียนรู้ และให้ดเู ฉลยในทา้ ยเล่ม หนงั สือเรยี นเลม่ นมี้ เี นือ้ หาท้ังหมด 4 บท ดงั นี้

บทที่ 1 ความหมายความสาคัญและพฤตกิ รรมของผบู้ ริโภค
บทที่ 2 กฎหมายการคุ้มครองผบู้ ริโภคและหน่วยงานท่ที าหน้าทใ่ี นการคมุ้ ครองผู้บริโภค
บทท่ี 3 การปกปอ้ งสิทธิผบู้ ริโภค
บทที่ 4 การซ้ือขายสินค้าด้วยระบบออนไลน์ และการเลือกใชเ้ ทคโนโลยี



โครงสรา้ งรายวชิ า
การคุม้ ครองผบู้ รโิ ภค
รหสั วชิ า ทช23021 สาระทกั ษะการดาเนินชีวติ
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้

สาระสาคญั
1. ความหมายความสาคัญและพฤติกรรมของผ้บู รโิ ภค
2. กฎหมายคมุ้ ครองผูบ้ ริโภคและหน่วยงานที่ทาหนา้ ท่ใี นการคมุ้ ครองผูบ้ ริโภค
3. การปกป้องสทิ ธิผบู้ ริโภค การรอ้ งเรยี นการดาเนนิ คดแี ทนผู้บริโภค
4. การซอ้ื ขายสนิ ค้าดว้ ยระบบออนไลน์ และการเลอื กใชเ้ ทคโนโลยที ม่ี ีผลตอ่ การตดั สินใจของ

ผบู้ รโิ ภค

ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวงั
1. มคี วามรู้เรือ่ งความหมาย ความสาคัญและพฤตกิ รรมของผู้บรโิ ภค
2. มีความรู้และเขา้ ใจในการนากฎหมายทีเ่ กยี่ วข้องกับการคุ้มครองผ้บู รโิ ภคไปใช้ในชวี ิตประจาวัน
3. มคี วามรู้และเข้าใจแนวทางการปกปอ้ งสทิ ธิผู้บรโิ ภค
4. มีความรู้และเขา้ ใจวธิ ีการซ้ือขายสินค้าด้วยระบบออนไลน์ และการเลือกใชเ้ ทคโนโลยที ่มี ีผลตอ่

การตดั สนิ ใจของผบู้ ริโภค

ขอบข่ายเนอื้ หา
บทที่ 1 ความหมาย ความสาคัญและพฤติกรรมของผูบ้ รโิ ภค
บทที่ 2 กฎหมายที่เก่ียวข้องกับการคุ้มครองผูบ้ รโิ ภค
บทที่ 3 การปกปอ้ งสิทธิผู้บรโิ ภค
บทที่ 4 การซื้อขายสินคา้ ด้วยระบบออนไลน์ และการเลือกใชเ้ ทคโนโลยีท่ีมีผลต่อการตัดสนิ ใจของ

ผบู้ ริโภค



แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
รายวิชา การคุ้มครองผู้บริโภค รหสั วิชา ทช23021 สาระการดาเนนิ ชวี ติ

ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้

คาส่ัง ให้ผเู้ รียนเลือกคาตอบท่ถี ูกตอ้ งทส่ี ดุ เพียงข้อเดียว
1. ข้อใดคอื ความหมายของ “การคมุ้ ครองผู้บริโภค”
ก. การปกป้องดแู ลผบู้ ริโภค
ข. การทาให้ได้รบั ความปลอดภัย
ค. ความเป็นธรรม จากการบรโิ ภคสินค้า
ง. ถูกทุกข้อ
2. ข้อใดตอ่ ไปนค้ี ือ สายด่วนผู้บริโภค
ก. 1166
ข. 1556
ค. 1665
ง. 1756
3. ขอ้ ใดไม่ใช่ความสาคัญของการคมุ้ ครองผู้บรโิ ภค
ก. เพื่อคุ้มครองผบู้ รโิ ภค ไม่ใหเ้ สยี เปรียบผ้ผู ลติ
ข. เพอ่ื ให้ผผู้ ลติ จาหนา่ ยสินค้าได้จานวนมาก
ค. เพือ่ ควบคมุ สนิ ค้าทไ่ี ม่ได้มาตรฐาน ไม่ปลอดภัย
ง. เพื่อใหเ้ กิดความเป็นธรรม ระหวา่ งผู้ซอ้ื และผขู้ าย
4. การปกป้องสิทธผิ ูบ้ รโิ ภคเปน็ หน้าท่ขี องผู้ใด
ก. นักเรยี น
ข. ขา้ ราชการ
ค. บดิ า - มารดา
ง. ผบู้ ริโภคทุกคน
5. ขอ้ ความใดทเ่ี ก่ยี วกับสทิ ธทิ จ่ี ะได้รับความปลอดภัยในการใช้สินค้า
ก. ฉลากยาทาแผลสดไดร้ ะบุไวว้ า่ ห้ามทาใกลต้ า
ข. อาหารกระป๋องทุกประเภทจะต้องกาหนดการผลิต
ค. ผู้ซื้อยาประเภทอนั ตรายจะต้องมใี บสงั่ ยาของแพทย์
ง. องค์การอาหารและยากาหนดใหย้ าทุกประเภท ตอ้ งมีคาช้ีแจงในฉลาก

6. ปจั จุบันไมม่ ีการโฆษณาขายสุราและบุหร่ีทางสถานีโทรทศั น์ แสดงถงึ ข้อใด
ก. การโฆษณามคี ่าใชจ้ ่ายสูง
ข. การโฆษณาขัดต่อศลี ธรรม
ค. การโฆษณาทางสถานีโทรทัศนไ์ มไ่ ดผ้ ล
ง. การโฆษณาจะมีผลสอื่ ต่อสังคมสว่ นรวม หรอื เป็นอันตรายตอ่ ผ้บู ริโภค

7. ข้อความใดบนฉลากของสินค้าที่ไมจ่ าเป็นตอ้ งระบุ
ก. คาเตอื น
ข. ชอ่ื สินค้า
ค. วธิ กี ารผลติ
ง. ชนิดของสินค้า

8. “หนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ ไปรษณีย์ โทรศัพท์ หรือป้าย” คือข้อใด
ก. โฆษณา
ข. สื่อโฆษณา
ค. ผลิต
ง. บริการ

9. ข้อใดคอื แหลง่ ข้อมลู ใดท่ีนา่ เชื่อถอื มากทสี่ ุดสาหรับผู้บรโิ ภค
ก. ฉลากสินค้า
ข. โฆษณา
ค. พนักงานขาย
ง. ผบู้ ริหารของบริษัท

10. การโฆษณาจะมผี ลส่อื ต่อสงั คมส่วนรวม หรือเปน็ อันตรายตอ่ ผู้บรโิ ภคปจั จุบันไม่มีการโฆษณาขาย
สุราและบุหรี่ทางสถานโี ทรทัศนแ์ สดงถึงข้อใด
ก. การโฆษณามคี ่าใช้จ่ายสงู
ข. การโฆษณาขดั ต่อศีลธรรม
ค. การโฆษณาทางสถานโี ทรทศั น์ไมไ่ ดผ้ ล
ง. การโฆษณาจะมีผลสือ่ ต่อสงั คมส่วนรวม หรอื เปน็ อันตรายต่อผบู้ รโิ ภค

11. หน่วยงานใดทท่ี าหนา้ ท่ใี นการคมุ้ ครองสิทธิผบู้ รโิ ภคไดก้ วา้ งขวางมากทีส่ ดุ
ก. สานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
ข. สานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บรโิ ภค
ค. สานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อตุ สาหกรรม
ง. คณะอนุกรรมการคุ้มครองผ้บู ริโภคประจาจังหวัด

12. ผ้บู รโิ ภคถกู หลอกลวงโดยรู้เทา่ ไม่ถงึ การณ์ในการเลือกซื้อสนิ คา้ ประเภทใดมากที่สดุ
ก. อาหารสาเรจ็ รปู อาหารกระป๋อง
ข. อาหารประเภทเครอื่ งด่ืมบารุงรา่ งกาย
ค. อาหารเสริม เคร่ืองสาอางค์ ยาลดความอ้วน
ง. อาหารกงึ่ สาเร็จรปู อาหารประเภทบรรจุกล่อง

13. หนว่ ยงานใดท่มี อี านาจหน้าทด่ี าเนินคดีแทนผ้บู รโิ ภคได้
ก. สานักงานคณะกรรมการคุม้ ครองผบู้ ริโภค
ข. สานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
ค. สานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อตุ สาหกรรม
ง. กรมการคา้ ภายใน

14. รฐั บาลสง่ เสรมิ สนบั สนุนสนิ ค้า OTOP เพราะอะไร
ก. เป็นการเปล่ียนคา่ นยิ มของคนไทยให้ภาคภูมิใจความเปน็ ไทยได้อยา่ งดเี ย่ยี ม
ข. ทาให้คนไทยเกิดสานกึ รกั บ้านเกิด
ค. สร้างงาน สรา้ งรายได้แกช่ มุ ชน
ง. เกดิ การแข่งขันกันเพ่อื การส่งออก

15. สานกั งานคณะกรรมการคุม้ ครองผบู้ ริโภคมีความสาคัญอยา่ งไร
ก. รกั ษาสทิ ธผิ บู้ ริโภค
ข. ให้การรกั ษาพยาบาลแก่ผ้บู ริโภค
ค. ค้มุ ครองอันตรายให้แกผ่ ้บู รโิ ภค
ง. จับกุมผูก้ ระทาผดิ ท่ีทาให้ผู้บริโภคได้รับความเสยี หาย

16. การขายยคุ ปัจจุบนั เนน้ เรื่องใดเป็นสาคญั
ก. ปรมิ าณสนิ ค้า
ข. ประเภทของสินค้า
ค. ความพอใจของลูกคา้
ง. ความต้องการของผ้ผู ลิต

17. ผลผลติ แบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท หลกั ๆ ตามข้อใด
ก. บริการ (Service) และ อาหาร (Food)
ข. สนิ คา้ (Goods) และ บริการ (Service)
ค. สินคา้ (Goods) และ อปุ กรณ์ (Equipment)
ง. บรกิ าร (Service) และ อุปกรณ์ (Equipment)

18. ข้อใดไมใ่ ช่ชอ่ งทางการจาหนา่ ยสินค้าออนไลน์
ก. ไลฟ์สด
ข. เฟชบุ๊คไลฟ์
ค. กูเกิล้ มที
ง. ข้อ ก และ ข ถูก

19. หลักการเลือกซ้ือสินค้าและบริการของผู้บริโภคท่ีมีความสาคัญอันดับแรกสุด คือข้อใด
ก. หลักความจาเป็น
ข. หลักความประหยัด
ค. หลักการมีประโยชน์
ง. หลักคุณภาพของสินค้า

20. ก่อนการเลือกซอ้ื ผลติ ภณั ฑ์อาหารใด ๆ สิ่งแรกท่ีควรทา คือข้อใด
ก. เลอื กอาหารทีม่ ยี ี่ห้อดังๆ
ข. เลือกอาหารทีม่ ีรสชาติอรอ่ ย
ค. การอา่ นฉลากผลติ ภัณฑ์อาหาร
ง. เลือกอาหารทมี่ ีราคาไม่แพงมาก

บทท่ี 1
ความหมาย ความสาคญั และพฤตกิ รรมของผบู้ รโิ ภค

สาระสาคัญ
ผู้บริโภค หมายถึง ผู้ซ้ือ ผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจ หรือผู้ซ่ึงได้รับการเสนอหรือชักชวน

จากผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งมีความสาคัญต่อการผลิตสินค้าและบริการของผู้ผลิต และปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรม
ในการเลือกซื้อสนิ ค้าของผูบ้ รโิ ภค กระบวนการ หรือพฤตกิ รรมในการตัดสินใจซื้อ และประเมินผลการใช้สินค้า
หรือบริการของผซู้ อื้ ซง่ึ จะมคี วามสาคัญตอ่ การซอื้ สนิ คา้ และบริการ
ผลการเรียนรู้ทีค่ าดหวัง

1. บอกความหมายของผู้บริโภคได้
2. อธบิ ายความสาคัญของผบู้ ริโภคได้
3. อธิบายพฤติกรรมของผู้บรโิ ภคได้
ขอบข่ายเนือ้ หา
เร่อื งท่ี 1 ความหมายและความสาคัญของผูบ้ รโิ ภค

1.1 ความหมายของผูบ้ ริโภค
1.2 ความสาคญั ของผูบ้ รโิ ภค
เรอื่ งที่ 2 คณุ สมบัตทิ ่ีดีและพฤติกรรมของผบู้ ริโภค
2.1 คณุ สมบัติที่ดขี องผู้บรโิ ภค
2.2 พฤติกรรมของผ้บู รโิ ภค
2.3 ปัจจัยทีม่ ผี ลกระทบต่อพฤติกรรมผูบ้ รโิ ภค

~1~

เร่ืองที่ 1 ความหมายและความสาคญั ของผูบ้ รโิ ภค
1.1 ความหมายของผู้บริโภค
ผู้บริโภค หมายถึง ผู้ซ้ือหรือได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจ และหมายความรวมถึงผู้ซ่ึงได้รับ

การเสนอหรือชกั ชวนจากผ้ปู ระกอบธุรกิจ เพื่อให้ซื้อสนิ คา้ หรือรบั บริการดว้ ย ผูเ้ ข้าทาสญั ญาในฐานะผ้ซู ้ือ ผ้เู ช่า
ผู้เช่าซื้อ ผู้กู้ ผู้เอาประกันภัย หรือผู้เข้าทาสัญญาอ่ืนใดเพ่ือให้ได้มาซ่ึงทรัพย์สิน บริการหรือประโยชน์อื่นใด
โดยมีค่าตอบแทน ท้ังน้ี การทาสัญญาน้ันต้องเป็นไปโดยมิใช่เพ่ือการค้าทรัพย์สิน บริการ หรือประโยชน์อื่นใด
น้นั และหมายความรวมถงึ ผูเ้ ขา้ ทาสญั ญาในฐานะผูค้ า้ ประกนั ของบุคคลดงั กลา่ ว ซึง่ มิได้กระทาเพ่ือการค้าดว้ ย

“ผู้บริโภค” ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ให้ความหมายไว้ว่า หมายถึง ผู้ซ้ือ
ผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจ หรือผู้ซึ่งได้รับการเสนอหรือชักชวนจากผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้ซื้อสินค้า
หรือบริการ และหมายความรวมถึงผู้ใช้สินค้าหรือผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจโดยชอบ แม้มิได้เสีย
ค่าตอบแทนก็ตาม

ดังนั้นสรุปได้ว่า ผู้บริโภค หมายถึง บุคคลหรือกลุ่มบุคคล ท่ีซ้ือสินค้าหรือบริการท่ีเพ่ือใช้
ประโยชน์จากสินค้าและบริการจากผู้ประกอบธุรกิจ เพ่ือสนองความต้องการของตนเอง เพ่ือใช้ส่วนตัว มิใช่
เพ่ือการผลิตหรือขายต่อ และหมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับการเสนอหรือชักชวนจากผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้ซื้อ
สินค้าหรือรับบริการ ผู้เข้าทาสัญญาในฐานะผู้ซ้ือ ผู้เช่า ผู้เช่าซื้อ ผู้กู้ ผู้เอาประกันภัย ผู้เข้าทาสัญญาอื่นใด
เพ่ือให้ได้มาซึ่งทรัพย์สิน จากผู้ประกอบธุรกิจโดยชอบ แม้มิได้เสียค่าตอบแทนก็ตาม ทั้งน้ี การทาสัญญานั้น
ต้องเป็นไปโดยมิใช่เพื่อการค้า และหมายความรวมถึงผู้เข้าทาสัญญาในฐานะผู้ค้าประกันของบุคคลดังกล่าว
ซงึ่ มไิ ด้กระทาเพ่อื การคา้

ท่ีมา: https://sites.google.com/site/classroom52nunice/neuxha1-1

~2~

1.2 ความสาคญั ของผู้บรโิ ภค
ผู้บริโภคมีความสาคัญ คือ เป็นผู้ช้ีนาให้เกิดการผลิต มีบทบาทสาคัญในการกาหนดความ

ต้องการของสินค้าและบริการ เป็นผู้ตัดสินใจว่าจะใช้จ่ายเงินอย่างไร โดยต้องพิจารณาว่าจะใช้จ่ายเงินให้เกิด
ประโยชน์อย่างไร ในปัจจุบันมีสินค้าและบริการให้เลือกใช้หลายชนิด ผู้บริโภคต้องรู้จักเลือกสินค้าอย่าง
ชาญฉลาด คอื มหี ลักเกณฑใ์ นการเลอื กซือ้ สนิ คา้ มีความรอบคอบ ระมัดระวัง เพอื่ ให้ตนเองปลอดภัยจากสินค้า
ท่ีไม่มีคุณภาพ รวมท้ังช่วยประหยัดเงิน และได้ประโยชน์จากการซ้ือสินค้าและบริการนั้นมาใช้ โดยทั่วไปเมื่อ
ผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าและบริการมาก ก็ย่อมมีผู้ผลิตสินค้าและบริการนั้น ๆ ออกมาเพิ่มมากข้ึน
พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคเป็นปัจจัยสาคัญที่ทาให้ผู้ผลิตตัดสินใจเลือกสินค้ามาจาหน่าย
ให้สอดคลอ้ งหรือตอบสนองความตอ้ งการของผบู้ ริโภคและบรกิ ารนนั้ มาใชม้ ากทีส่ ุด

~3~

เร่อื งที่ 2 คณุ สมบัตทิ ่ดี แี ละพฤติกรรมของผูบ้ ริโภค

2.1 คณุ สมบัตทิ ด่ี ีของผู้บริโภค
1) วางแผนก่อนการเลือกซ้ือสินค้าและบริการ เช่น ผู้บริโภคควรรู้ว่า จาเป็นต้องซ้ือสินค้า

ชนดิ ใด มีเงินท่ใี ชซ้ อ้ื สนิ ค้าและบรกิ ารทีจ่ าเปน็ เท่าใด เปน็ ตน้
2) ซื้อสินคา้ และบรกิ ารตามหลักการเลอื กซอ้ื ได้แก่
(1) หลักความจาเปน็ ต้องพิจารณาถงึ ความจาเป็นหรอื ความสาคญั ของการนาสนิ คา้ มาใช้
(2) หลักการมปี ระโยชน์ ต้องพจิ ารณาถงึ ประโยชน์ของสินคา้ และบรกิ ารที่เราไดร้ บั
(3) หลกั ความประหยดั ตอ้ งตรวจสอบปรมิ าณและราคาวา่ มีความยุติธรรมหรือไม่
3) สารวจสินค้าและบริการจากหลาย ๆ ร้านก่อน เพ่ือใช้เป็นข้อมูลในการเปรียบเทียบราคา

ปรมิ าณ และคณุ ค่าของสนิ ค้ากอ่ นตดั สนิ ใจซ้ือ
4) ไม่ควรหลงเช่ือคาโฆษณาของสินค้าและบริการ ผู้บริโภคต้องศึกษาเง่ือนไขหรือรายละเอียด

อนื่ ๆ ของสนิ คา้ และบริการทอี่ าจไม่ไดร้ ะบุไวใ้ นการโฆษณา
5) แจ้งข้อมูลเพ่ือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบคุณภาพและปริมาณของสินค้า หาก

ผ้บู ริโภคมีความสงสยั ว่าสินคา้ ใดจะมีคุณภาพและปรมิ าณตามท่รี ะบฉุ ลากของสินคา้ หรอื ไม่

2.2 พฤติกรรมของผู้บริโภค
พฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Behavior) หมายถึง กระบวนการ หรือพฤติกรรมในการ

ตัดสินใจซื้อ ใช้ และประเมินผลการใชส้ นิ ค้าหรือบริการของผู้ซื้อ ท้ังที่เปน็ ปัจเจกบุคคลและกลุ่มบุคคล อนั จะมี
ความสาคญั ต่อการซอ้ื สนิ ค้าและบรกิ าร ทง้ั ในปัจจุบันและอนาคต

การศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภค เป็นการศึกษาลักษณะเฉพาะของผู้บริโภค เพ่ือพยายาม
ทาความเข้าใจความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย และประเมินส่ิงที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจและ
กระบวนการการซ้ือสินค้าและบริการ ปัจจยั ทมี่ ผี ลต่อพฤตกิ รรมการซื้อของผ้บู ริโภคในปจั จุบัน ได้แก่

1) พฤตกิ รรมการบรโิ ภคเกิดขึน้ ได้ ตอ้ งมสี าเหตทุ ี่ทาใหเ้ กดิ กระบวนการดังกลา่ ว
2) สง่ิ จงู ใจหรือแรงกระตุ้น มีอิทธิพลตอ่ พฤติกรรมมนุษย์
3) พฤตกิ รรมท่เี กดิ ข้นึ ย่อมมุ่งไปสกู่ ารทาให้เกิดเป้าหมาย
ด้วยเหตุผลทั้ง 3 ข้อน้ี ทาให้หนึ่งในหลักการทาความเข้าใจและศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค
คือ การศกึ ษาเก่ียวกับปัจจยั ท่ีส่งผลต่อพฤติกรรมการซือ้ และบริโภคสินค้า หรือบรกิ ารนนั่ เอง

2.3 ปจั จยั ท่มี ผี ลกระทบต่อพฤติกรรมผู้บริโภค
1) ปัจจัยด้านวัฒนธรรม นับเป็นปัจจัยข้ันพื้นฐานท่ีมีผลกระทบต่อกระบวนการการซื้อ หรือ

พฤติกรรมการบริโภคของผู้ใช้บริการ โดยปัจจัยด้านวัฒนธรรม ยังรวมถึงความเช่ือ ความรู้ การศึกษา
ความเชอื่ และความรู้ในปัจจบุ นั ทีถ่ อื เป็นปัจจยั ท่ีกระทบต่อกระบวนการการบรโิ ภค เชน่ ความเชือ่ เกย่ี วกับการ
อนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติ หรือความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุย่อยสลายได้
เพอ่ื ลดขยะ เป็นต้น นอกจากนี้ยงั รวมถึงตาแหน่งทางสงั คม อันสามารถแบ่งออกเปน็ 6 ชนชั้น ไดแ้ ก่

~4~

(1) กลุ่ม Upper-Upper Class หมายถึง กลุ่มคนที่เป็นผู้มีช่ือเสียงเก่าแก่ เกิดมาใน
ครอบครวั ทมี่ คี วามรา่ รวยหรอื เกดิ มาบนกองเงินกองทองน่นั เอง

(2) กลุ่ม Lower-Upper Class หมายถึง ชนชั้นคนรวยหน้าใหม่ มักอยู่ในตาแหน่งสูงสุด
ของวงการบรหิ าร มีรายได้สูงสดุ ในจานวนชน้ั ทั้งหมด จดั อย่ใู นระดับมหาเศรษฐี

(3) กลุ่ม Upper-Middle Class หมายถึง กลุ่มชนชั้นท่ีประสบความสาเร็จในชีวิต มักจบ
การศกึ ษาในระดับสงู เรยี กกนั ว่าเป็นตาเป็นสมองของสังคม

(4) กลุ่ม Lower-Middle Class หมายถึง กลุ่มคนท่ีอยู่ในระดับค่าเฉล่ีย ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร
เปน็ เจา้ ของธรุ กิจขนาดเลก็ หรอื พนักงานบรษิ ัททัว่ ไป

(5) กลุ่ม Upper-Lower Class หมายถึง กลุ่มชนชั้นทางาน นับเป็นชนช้ันท่ีใหญ่ท่ีสุด
ในสงั คม

(6) กลมุ่ Lower-Lower Class หมายถงึ กลุ่มชนชั้นแรงงาน ผทู้ ่ที างานใช้แรงงานท่ีไม่ต้อง
ใช้ความเช่ียวชาญ เป็นตน้

2) ปัจจัยทางสังคม ประกอบด้วย กลุ่มอ้างอิงอย่างครอบครัว บทบาท และสถานะของผู้ซื้อ
ปัจจุบันโลกยุค 4.0 ทาให้เราเห็นผลกระทบจากปัจจัยด้านสังคมอย่างชัดเจนในการตัดสินใจซื้อ หรือบริโภค
เน่ืองจากข่าวสาร รวมถึงการแสดงบทบาทและสถานะทางสังคมถูกตอกย้า และรับรู้ได้ง่ายผ่านโลก
ออนไลน์ การบรโิ ภคสินค้าและบริการกลายเป็นส่วนหนึง่ ของการสรา้ งสถานะทางสังคมให้กับผ้บู รโิ ภคต่อสังคม
ภายนอกได้ เช่น การบรโิ ภคสินค้าราคาแพง สามารถสรา้ งความรับรู้ถึงสถานะทางสงั คมระดับสูงให้แกผ่ ูบ้ ริโภค
ได้ เปน็ ตน้

3) ปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยข้อน้ี หมายถึง ผลของการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ มาจาก
เหตผุ ล หรือคุณสมบัตสิ ว่ นบคุ คล เช่น อายุ อาชีพ ความชอบ สภาวการณท์ างเศรษฐกิจ ไลฟส์ ไตล์ เปน็ ตน้

4) ปจั จัยด้านจิตวทิ ยา คือ อทิ ธิพลจากปจั จยั ทางดา้ นจติ วทิ ยา ทีม่ ีผลตอ่ ตวั ผู้บริโภคอันเปน็ เหตุ
ให้มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการเลือกซ้ือและใช้สินค้าและบริการ เช่น Promotion ทางการตลาด การจูงใจด้วย
คาพดู ทดี่ งึ ดูด การสร้างความรับรขู้ องผขู้ าย ความเชอ่ื บคุ ลิกภาพและแนวความคดิ ของผู้บริโภค เป็นต้น

การสร้างความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภค ถือเป็นส่ิงที่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะคนที่ต้องทา
การตลาดเองด้วย ควรทาความเข้าใจและศึกษา เพื่อประสิทธิภาพในการวางแผนกลยุทธ์ต่าง ๆ ในการดาเนิน
ธุรกจิ ย่งิ ปัจจบุ นั ในโลกออนไลน์ มกี ารเก็บข้อมูลและสรา้ งสถิติที่น่าสนใจเก่ียวกบั ความต้องการของผู้บรโิ ภคให้
เรียกว่าสะดวกข้ึนมากเลยทีเดียว การตีโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างถูกต้อง แม่นยา นอกจากจะ
ชว่ ยเพม่ิ ยอดขายใหก้ บั กจิ การไดแ้ ล้ว ยงั ช่วยลดค่าใช้จา่ ยดา้ นการตลาดไปได้อย่างมาก เพราะสามารถสื่อสารไป
ถงึ ลูกค้าไดอ้ ย่างตรงจดุ น่ันเอง

~5~

กิจกรรมท้ายบท บทท่ี 1
ความหมาย ความสาคญั และพฤติกรรมของผบู้ รโิ ภค

คาช้ีแจง ใหผ้ ู้เรียนตอบคาถามตามหัวข้อต่อไปนี้

1. จงบอกความหมายของผบู้ รโิ ภค
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

2. ใหผ้ เู้ รยี นบอกความสาคญั ของผ้บู ริโภค
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................................. ............................
....................................................................................................... .......................................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................ ......................................
............................................................................................. .................................................................................
3. ปัจจยั ทีม่ ีผลตอ่ พฤติกรรมของผ้บู ริโภคมีอะไรบ้าง
........................................................................................................................... ...................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................ ..................
................................................................................................................. .............................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................................. ............................

~6~

ให้ผู้เรียนทาแบบทดสอบต่อไปน้ี จานวน 10 ข้อ โดยทาเคร่อื งหมาย ✓ หน้าข้อทเ่ี ห็นว่าถกู และ
ทาเครื่องหมาย x หน้าข้อทีเ่ หน็ วา่ ผดิ
.................1. ผูบ้ ริโภค หมายถึง ผ้ซู ้อื ผไู้ ดร้ ับบรกิ ารจาก ผ้ปู ระกอบ ธรุ กิจ หรือผซู้ ่งึ ไดร้ ับการเสนอหรือชักชวน

จากผู้ประกอบธุรกิจ
.................2. ผู้ใชป้ ระโยชน์จากสินค้าและบริการเพื่อสนองความตอ้ งการของตนเองคือ ผู้บรโิ ภค
.................3. ผ้เู ข้าทาสญั ญาในฐานะผูซ้ ือ้ ผู้เชา่ ผ้เู ช่าซือ้ ผู้กู้ ผ้เู อาประกันภยั หรือผเู้ ข้าทาสัญญาอื่นใดเพ่ือให้

ได้มาซ่ึงทรพั ยส์ ินไม่ใช่ผู้บริโภค
.................4. ผผู้ ลติ เป็นผ้กู าหนดความตอ้ งการของสนิ คา้
.................5. ผู้บริโภคเปน็ ผทู้ ีม่ ีบทบาทสาคัญในการกาหนดความตอ้ งการของสนิ ค้า ให้ผลติ ออกมามาก

หรอื น้อย
.................6. พฤติกรรมผู้บริโภคไม่มผี ลต่อความสาเรจ็ ของธรุ กิจ
.................7. กระบวนการ หรอื พฤติกรรมในการตดั สนิ ใจซ้ือ ใช้ และประเมนิ ผลการใชส้ ินค้าหรือบรกิ ารของ

ผซู้ ือ้ หมายถึง พฤตกิ รรมผู้บรโิ ภค
.................8. สิ่งจูงใจหรือแรงกระตุ้น เป็นปัจจยั มอี ทิ ธพิ ลตอ่ พฤตกิ รรม การซ้ือของผู้บริโภค
.................9. ปจั จัยดา้ นวฒั นธรรม เป็นปัจจยั ข้นั พื้นฐานที่มผี ลกระทบต่อกระบวนการการซ้ือ หรือ

พฤติกรรมการบริโภคของผู้ใชบ้ รกิ าร
...............10. พฤตกิ รรมการซื้อสนิ คา้ จากความชอบ สภาวการณท์ างเศรษฐกจิ ไลฟส์ ไตล์ คือ ปัจจยั

ดา้ นจติ วิทยา

~7~

บทท่ี 2
กฎหมายการคุ้มครองผู้บริโภคและหนว่ ยงานทท่ี าหนา้ ที่ในการคุ้มครองผู้บริโภค

สาระสาคัญ
กฎหมายค้มุ ครองผู้บรโิ ภค หมายถึง การปกป้องดูแลผบู้ ริโภค ใหไ้ ดร้ ับความปลอดภัยเป็นกฎหมายท่ี

เกยี่ วกบั การดารงชีวิตของคนในสังคม เกี่ยวขอ้ งกบั การบรโิ ภคสนิ คา้ และการใชบ้ ริการ เพือ่ อานวยความสะดวก
ใหก้ ับผู้บรโิ ภค หนว่ ยงานทีท่ าหนา้ ท่ีในการคุ้มครองผู้บรโิ ภค มีอยู่หลากหลายและกระจายตามประเภทของการ
บรโิ ภคสนิ ค้าและบริการ
ผลการเรียนรู้ท่คี าดหวัง

1. ผู้เรียนบอกใจความสาคัญการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.
2522 และแก้ไขเพมิ่ เติม (ฉบับที่ 2 พ.ศ.2541) ได้

2. ผูเ้ รยี นอธิบายความสาคญั ของกฎหมายคมุ้ ครองผู้บรโิ ภคได้
3. ผู้เรียนบอกหน่วยงานท่ีทาหน้าท่ีในการคุ้มครองผู้บริโภคและควบคุมดูแลให้ผู้ประกอบธุรกิจ
ปฏิบัติตามกฎหมายได้
ขอบข่ายเน้ือหา
เรื่องที่ 1 สิทธขิ องผบู้ ริโภค

1.1 สทิ ธผิ ู้บรโิ ภค 5 ประการ
1.2 หนา้ ท่ีของผบู้ ริโภค
เรอื่ งท่ี 2 กฎหมายและความสาคญั ของคุ้มครองผูบ้ ริโภค
2.1 ความสาคญั ของการคุ้มครองผูบ้ ริโภค
2.2 หลกั สาคัญในการคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค
2.3 กฎหมายคมุ้ ครองผู้บริโภค
เรื่องท่ี 3 หน่วยงานที่ทาหน้าทีใ่ นการคุ้มครองผูบ้ รโิ ภค
3.1 หนว่ ยงานคมุ้ ครองผ้บู ริโภค
3.2 บทบาทของสานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอ์ ตุ สาหกรรม (สมอ.)

~8~

เร่ืองที่ 1 สิทธขิ องผบู้ ริโภค

รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 เปน็ รฐั ธรรมนูญฉบับแรกที่ให้ความสาคัญของ
การคุ้มครองผ้บู ริโภค โดยบัญญตั ถิ งึ สิทธขิ องผู้บริโภคไว้ในมาตรา 57 วา่ “สิทธขิ องบุคคล ซง่ึ เปน็ ผูบ้ รโิ ภคยอ่ ม
ไดร้ ับความคุม้ ครองทั้งน้ีตามท่กี ฎหมายบญั ญัติ”

1.1 สทิ ธผิ บู้ รโิ ภค 5 ประการ
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับท่ี 2) พ.ศ.2541

ได้บัญญตั ิสทิ ธิของผูบ้ รโิ ภคทจี่ ะไดร้ บั ความคุ้มครองตามกฎหมาย 5 ประการ ดงั น้ี
1) สิทธิที่จะได้รับข่าวสาร รวมท้ังคา

พรรณนาคุณภาพท่ีถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้า
หรือบริการ ได้แก่ สิทธิท่ีจะได้รับการโฆษณาหรือการ
แสดงฉลากตามความเป็นจริงและปราศจากพิษภัย
แก่ผู้บริโภครวมตลอดถึงสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูล
เกี่ยวกับสินค้า หรือบริการอย่างถูกต้องและเพียง
พอทจี่ ะไม่หลงผดิ ในการซ้ือสินคา้ หรือรับบริการโดยไม่
เปน็ ธรรม

2) สิทธิท่ีจะมีอิสระในการเลือกหา
สินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะเลือกซ้ือสินค้าหรือ
รั บ บ ริ ก า ร โ ด ย ค ว า ม ส มั ค ร ใ จ ข อ ง ผู้ บ ริ โ ภ ค แ ล ะ
ปราศจากการชกั จงู ใจอันไม่เปน็ ธรรม

ทม่ี า : https://www.insurancethai.net/5-consumer-rights-protected-law/

3) สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิท่ีจะได้รับสินค้าหรือ
บรกิ ารที่ปลอดภัยมสี ภาพและคณุ ภาพไดม้ าตรฐานเหมาะสมแก่การใช้ ไมก่ อ่ ใหเ้ กิดอนั ตราย ต่อชวี ติ ร่างกาย
หรอื ทรพั ยส์ ิน ในกรณใี ช้ตามคาแนะนาหรอื ระมัดระวงั ตามสภาพของสินค้าหรือบริการนั้นแลว้

4) สิทธิท่ีจะได้รับความเป็นธรรมในการทาสัญญา ได้แก่ สิทธิท่ีจะได้รับข้อสัญญาโดยไม่ถูกเอา
รดั เอาเปรียบจากผู้ประกอบธรุ กิจ

5) สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสยี หาย ได้แก่ สิทธิท่ีจะได้รับการคุ้มครองและ
ชดใชค้ า่ เสยี หาย เมอื่ มกี ารละเมดิ สทิ ธขิ องผู้บรโิ ภคตามขอ้ 1, 2, 3 และ 4 ดังกลา่ ว

~9~

1.2 หนา้ ที่ของผูบ้ ริโภค
สิทธิของผู้บริโภคทั้ง 5 ประการ ตามที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ จะได้รับผลเต็มท่ี ต่อเม่ือผู้บริโภค
ไดป้ ฏบิ ัตติ ามคาแนะนา ดงั ต่อไปนี้
1) หนา้ ทข่ี องผบู้ รโิ ภคกอ่ นซื้อสนิ ค้าหรือบริการ

(1) ผู้บริโภคควรใช้ความระมัดระวังตามสมควร ในการซื้อสินค้าและรับบริการ เป็นต้นว่า
ตรวจสอบการแสดงฉลาก ปริมาณ และราคา ว่ายุติธรรมหรือไม่ อย่าเชื่อถือข้อความโฆษณาโดยไม่พิจารณา
ให้รอบคอบ และหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณภาพ แหล่งกาเนิด และลักษณะของสินค้าว่าเป็นความจริงตามที่
ได้โฆษณาไวห้ รือไม่ ถ้ามขี อ้ สงสยั หรอื ไมแ่ นใ่ จควรพิจารณาให้ดีเสยี ก่อน

(2) การเข้าทาสัญญาผูกพันกันตามกฎหมายโดยการลงลายมือชื่อน้ัน ผู้บริโภคต้อง
ตรวจสอบความชัดเจนของภาษาท่ีใช้ ว่ารัดกุมและให้สิทธิแก่ผู้บริโภคครบถ้วนหรือไม่ ตามท่ีได้เจรจากันไว้
และสัญญามีเง่ือนไขข้อใดบ้างที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค ถ้าสงสัยในข้อกฎหมายใดหรือไม่แน่ใจในความชัดเจน
ของสญั ญาก็ควรปรึกษาผทู้ ม่ี ีความรู้ให้แนช่ ัดเสียก่อน

(3) ข้อตกลงตา่ ง ๆ ท่ตี ้องการใหม้ ผี ลบังคับ ควรทาเป็นหนงั สอื และลงลายมือชอื่ ผู้ประกอบ
ธุรกิจดว้ ย

2) หนา้ ท่ีของผบู้ รโิ ภคหลังซื้อสนิ ค้าหรือบริการ
(1) ผู้บริโภคมีหน้าท่ีในการเก็บรักษาพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่แสดงถึงการละเมิดสิทธิของ

ผู้บริโภคไว้ เพ่ือทาการเรียกร้องตามสิทธิของตน พยานหลักฐานดังกล่าวอาจจะเป็นสินค้าที่แสดงให้เห็นว่า
มีปริมาณหรือคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานท่ีระบุไว้ในฉลาก มีความสกปรกหรือเป็นพิษอาจเกิดอันตราย
จากการใชส้ ินค้าหรือบรกิ ารนน้ั ได้ ควรจดจาสถานทที่ ซ่ี ือ้ สนิ ค้าหรอื รับบริการน้นั ไว้เพอื่ ประกอบการร้องเรียนดว้ ย

(2) ในกรณีที่มีการทาสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรกับผู้ประกอบธุรกิจ ต้องเก็บเอกสาร
สัญญาตา่ ง ๆ รวมท้ังเอกสารโฆษณาและใบเสรจ็ รบั เงินไว้ด้วย

(3) เม่อื มกี ารละเมิดสิทธิของผู้บริโภค ผูบ้ รโิ ภคมหี นา้ ที่ในการดาเนินการร้องเรียนตามสิทธิ
ของตนตามทีก่ ล่าวมาแลว้

~ 10 ~

เร่ืองที่ 2 ความสาคญั ของกฎหมายคุ้มครองผบู้ รโิ ภค
2.1 ความสาคญั ของการคุ้มครองผ้บู รโิ ภค
ในปัจจุบัน มีการแข่งขันกันในเชิงธุรกิจมาก ทาให้ผู้ผลิตแข่งกันผลิตและบริการ เพ่ือตอบสนอง

ต่อความต้องการของผู้บริโภค แต่พบว่ามีผู้ผลิตจานวนไม่น้อย ท่ีไม่คานึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค
ดว้ ยเหตุน้รี ัฐบาลจึงตอ้ งทาหนา้ ท่ีดแู ล และกากบั แกไ้ ข โดยมีจุดมงุ่ หมายในการคุ้มครองผ้บู ริโภค ดังน้ี

1) เพอ่ื คมุ้ ครองผู้บรโิ ภค ไม่ใหเ้ สยี เปรียบผผู้ ลติ
2) เพื่อคมุ้ ครองผู้บรโิ ภค ไมใ่ หต้ กเปน็ เหย่ือของการโฆษณา
3) เพ่อื ควบคุมสินค้าทไ่ี ม่ได้มาตรฐาน ไมป่ ลอดภยั หรอื เปน็ อนั ตรายต่อผบู้ ริโภค
4) เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ระหวา่ งผู้ซอ้ื และผขู้ าย

ทม่ี า: https://www.ocpb.go.th/ewtadmin/ewt/ocpb_web/more_banner.php?page=28

2.2 หลกั สาคัญในการคมุ้ ครองผู้บริโภค
1) การคุ้มครองผู้บริโภคด้านโฆษณา กากับดูแลข้อความที่จะใช้ในการโฆษณา กล่าวคือ ห้าม

มิให้มีการใช้ข้อความท่ีไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือใช้ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคม ส่วนรวม
ตามมาตรา 22 และจะต้องไม่ใช้วิธีการที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายหรือจิตใจ หรืออันอาจก่อให้เกิด
ความราคาญแกผ่ ้บู ริโภค

2) การคุ้มครองผู้บริโภคด้านฉลาก กาหนดให้สินค้าท่ีผลิตเพื่อขายโดยโรงงาน ตามกฎหมาย
ว่าด้วยโรงงานและสินค้าท่ีส่ังหรือนาเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อขายเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ตามมาตรา 30
โดยฉลากของสินค้าที่ควบคุม ฉลากจะต้องมีใช้ข้อความที่ตรงต่อความจริง และไม่มีข้อความท่ีอาจก่อให้เกิด

~ 11 ~

ความเข้าใจผิดในสาระสาคัญเกี่ยวกับสินค้าและต้องระบุข้อความตามที่กฎหมาย กาหนด อาทิชื่อหรือ
เครอื่ งหมายการคา้ ของผ้ผู ลติ หรือของผูน้ าเข้าเพ่ือขาย แล้วแต่กรณเี ปน็ ต้น

3) การคุ้มครองผู้บริโภคด้านสญั ญา กฎหมายกาหนดข้อความในสัญญาหรือแบบ หลักฐานการ
รับเงินเพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค โดยข้อสัญญาหรือข้อความในหลักฐานการรับเงินจะต้องมีลักษณะ ตาม
มาตรา 35 ทวิหรือมาตรา 35 เบญจ ตามลาดับ กล่าวคือ ต้องใช้ข้อสัญญา/ข้อความท่ีจาเป็นซ่ึงหากมิได้ใช้ข้อ
สญั ญา/ข้อความเช่นน้นั จะทาให้ผู้บริโภคเสียเปรยี บผูป้ ระกอบธุรกจิ เกินสมควร และห้ามใช้ข้อสัญญา/ขอ้ ความ
ท่ีไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค ทั้งนี้ หากผู้ประกอบธุรกิจไม่จัดให้มีข้อความ ตามท่ีกฎหมายกาหนดหรือจัดให้มี
ข้อความที่ต้องห้ามตามกฎหมาย การกาหนดในลักษณะเช่นน้ัน ถือว่าไม่มีผลบังคับใช้ด้วยกฎหมายบัญญัติ ให้
ถือข้อความเป็นไปตามท่ีกฎหมายกาหนดเท่าน้ัน ตามมาตรา 35 ตรีมาตรา 35 จัตวา และมาตรา 35 ฉ กรณีท่ี
ผู้ประกอบธุรกิจผู้ใดสงสัยว่าการโฆษณา ฉลาก หรือสัญญาของตนจะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายนี้หรือไม่ ก็อาจ
ขอให้คณะกรรมการที่เก่ียวข้องพิจารณาให้ความเห็นในเรื่องน้ันก่อนใช้ประกอบธุรกิจได้ อันถือเป็นมาตรการ
กากบั ในภายหลัง (post censor)

4) การคุ้มครองผู้บริโภคโดยประการอื่น ได้แก่ การคุ้มครองกรณีสินค้าหรือบริการอันตราย
โดยคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีอานาจในการกากับดูแล ซ่ึงมีอานาจส่ังให้ผู้ประกอบ ธุรกิจดาเนินการ
ทดสอบหรือพิสูจน์สินค้าหรือบริการ หรือสงั่ หา้ มขายสินค้าหรือบริการเปน็ การช่วั คราว หรอื ถาวร ส่งั ให้ทาลาย
หรือเปลี่ยนแปลงสินคา้ เป็นต้น

2.3 กฎหมายค้มุ ครองผูบ้ รโิ ภค
กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค เป็นกฎหมายท่ีเกี่ยวกับการดารงชีวิตของคนในสังคม โดยท่ัวไป

จะเก่ียวข้องกับการบริโภคสินค้าและการใช้บริการ เช่น มนุษย์ต้องบริโภคอาหาร เคร่ืองด่ืม ต้องใช้บริการรถ
ประจาทาง รถไฟฟ้า รวมท้ังบริการอ่ืน ๆ เพื่ออานวยความสะดวก เช่น การใช้บัตรเครดิต โทรศัพท์มือถือ
เป็นต้น ดังน้ันการบริโภคหรือการใช้บริการต่าง ๆ จะต้องได้มาตรฐานและมีคุณภาพครบถ้วนตามที่ผู้ผลิต
ได้โฆษณาแนะนาไว้ ด้วยเหตุน้ี รฐั ในฐานะผู้คมุ้ ครองดูแลประชาชน หากพบว่า ประชาชนได้รับความเดือดร้อน
จากการบริโภคสนิ ค้าและบรกิ าร จะตอ้ งรีบเข้าไปแก้ไขเยียวยาและชดเชยความเสียหายให้กับประชาชน

สาหรับพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 จัดเป็นกฎหมายเฉพาะที่ไม่ซับซ้อนหรือขัดกับ
อานาจหน้าท่ีของหน่วยงานที่คุ้มครองผู้บริโภคในด้านต่าง ๆ ตามตัวอย่างข้างต้น เพราะหากเกิดกรณีจาเป็น
หน่วยงานที่รับผิดชอบมิได้ดาเนินการแก้ไข หรือดาเนินการไม่ครบถ้วนตามข้ันตอนของกฎหมาย ผู้เดือดร้อน
สามารถร้องเรียนต่อสานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สังกัดสานักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ส่ังการแก้ไข
แทนได้ เพราะสานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นหน่วยงานคุ้มครองด้านการบริโภคสินค้าและ
บรกิ ารทั่วไป นอกเหนือจากการทางานของหนว่ ยงานอน่ื ๆ

~ 12 ~

เรอื่ งที่ 3 หนว่ ยงานท่ที าหน้าทใ่ี นการคมุ้ ครองผ้บู ริโภค

3.1 หนว่ ยงานทที่ าหน้าท่ีคมุ้ ครองผบู้ ริโภค

1) สานักงานคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค (สคบ.) มีหน้าที่คุ้มครองประโยชน์ของ
ประชาชน ที่มีปัญหาจากการอุปโภคและบริโภค ส่งเสริมคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของผู้บริโภคที่ได้รับ
เก่ียวกับความเป็นธรรมเรื่องราคา การปลอมปนสินค้า การผูกขาดตลาด การโกงมาตราชั่ง ตวง วัด ตลอดจน
การโฆษณาชวนเช่ือเกินความเป็นจริง เผยแพร่ให้ความรู้แก่ผู้บริโภค ให้ทราบถึงภัยอันตรายท่ีเกิดจากสินค้า
ที่เป็นพิษ ประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ ตลอดจนติดตามการดาเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ
เพ่อื ให้มกี ารปฏิบตั งิ านร่วมกนั อย่างมีประสทิ ธภิ าพและรวดเร็ว

2) สานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
1) คณะกรรมการอาหาร มีหน้าท่ี กาหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหาร ควบคุมเฉพาะ

ตามช่ือ ประเภท ชนิด หรือลักษณะของอาหารนั้น และกาหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธกี ารผลิตเพื่อจาหนา่ ย
นาเขา้ เพือ่ การจาหนา่ ยหรอื การจาหน่าย

2) คณะกรรมการยา มีอานาจหน้าท่ีกาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขเก่ียวกับการผลิต
ยาการขายยา การนาเข้าหรือสั่งยาเข้ามาในราชอาณาจักร การนายามาเป็นตัวอย่างเพ่ือการตรวจการ
ตรวจสอบสถานทีผ่ ลิตยา สถานทขี่ ายยา และสถานท่ีเก็บยา

3) สานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมมีหน้าที่
ในการกาหนดมาตรฐานสินค้าอตุ สาหกรรม เพ่ือเป็นเกณฑข์ ้นั ตา่ สาหรับผู้ผลิตในการผลติ สนิ คา้

4) องค์กรเอกชน ภาคเอกชนมีการจัดตั้งองค์กรที่เก่ียวข้องกับผู้บริโภค เช่น องค์กรพิทักษ์
ประโยชน์ของผบู้ ริโภค โครงการสภาสตรีส่งเสริมผบู้ ริโภค เปน็ ต้น

3) สานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) มีหน้าท่ีคุ้มครองผู้บริโภค รักษา
สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ พัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก
ตลอดจนสร้างความเป็นธรรมในการซื้อขาย ขจัดปัญหาและอุปสรรคทางการค้าท่ีเกิดจากมาตรการด้าน
มาตรฐาน โดย สมอ. ได้ดาเนนิ การ ดังน้ี

1) การกาหนดมาตรฐาน
(1) มาตรฐานระดับประเทศ กาหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ประเภท

บังคับและไม่บังคับตามความต้องการ และการขยายตัวของอุตสาหกรรมการค้า และเศรษฐกิจของประเทศ
รวมท้ังนโยบายของรัฐบาล เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค รักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ และส่งเสริมให้
ภาคอตุ สาหกรรมไทยแขง่ ขนั ในตลาดโลก

(2) มาตรฐานระดับสากล ร่วมกาหนดมาตรฐานกับองค์กรสากลที่สาคัญคือ องค์การ
ระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (International Organization for Standardization : ISO) คณะกรรมาธิการ
ระหวา่ งประเทศว่าด้วยมาตรฐานสาขาอิเลก็ ทรอนิกส์ (International Electrotechnical Commission : IEC)

~ 13 ~

2) การรบั รองคุณภาพผลิตภณั ฑ์
(1) การรับรองตามมาตรฐานของประเทศ สมอ.ให้การรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ โดยการ

อนุญาตให้แสดงเคร่ืองหมายมาตรฐาน จานวน 2 แบบ คือ เครื่องหมายมาตรฐานท่ัวไปและเคร่ืองหมาย
มาตรฐานบังคบั

เคร่ืองหมายมาตรฐานทวั่ ไป

เป็นเคร่ืองหมายท่ีแสดงกับผลิตภัณฑ์ท่ีเป็นมาตรฐานไม่บังคับ ผู้ผลิตสามารถย่ืนขอใบอนุญาต
แสดงเครื่องหมายมาตรฐานได้ด้วยความสมัครใจ ซ่ึงเป็นมาตรฐานที่กาหนดออกมามากท่ีสุด โดยปัจจุบัน
มกี ว่า 2,000 รายการ

เครือ่ งหมายมาตรฐานบงั คับ

เป็นเคร่ืองหมายที่แสดงบนผลิตภัณฑ์ที่มีกฎหมายกาหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน เพ่ือ
คุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภค และป้องกันความเสียหายท่ีจะเกิดข้ึนแก่เศรษฐกิจของประเทศ ผู้ผลิต
ผู้นาเข้า และผู้จาหน่ายจะต้องผลิต นาเข้าและจาหน่ายเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ต้องเป็นไปตาม มาตรฐาน
เท่านัน้ ปจั จุบนั สมอ.กาหนดออกมาแลว้ 69 รายการ

(2) การรับรองฉลากเขียว (Green Label) สมอ.ร่วมกับสถาบันส่ิงแวดล้อมไทยดาเนิน
โครงการฉลากเขียวเพื่อให้การรับรอง โดยให้ใช้ฉลากเขียวสาหรับผลิตภัณฑ์ ท้ังนี้เพ่ือช่วยลดมลภาวะจาก
สิ่งแวดลอ้ ม และเพอ่ื ผลักดนั ให้ผ้ผู ลิตใชเ้ ทคโนโลยี หรือวิธกี ารผลิตท่ใี ห้ผลกระทบต่อส่งิ แวดลอ้ มนอ้ ย

เคร่ืองหมายการรบั รองฉลากเขียว

~ 14 ~

(3) รับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) เป็นการให้การรับรองคุณภาพผลิต ภัณฑ์
ชุมชนของผู้ผลิตในชุมชน ท่ีเกิดจากการรวมกลุ่มกันประกอบกิจกรรมใดกิจกรรมหน่ึง หรือชุมชนในโครงการ
หนึ่งตาบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ท่ีผ่านการคัดเลือกจากจังหวัดหรือหน่วยงานที่เก่ียวข้องตามมาตรฐาน
ผลิตภัณฑ์ชุมชน ท่ีสานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมได้ประกาศกาหนดไว้ และจะแสดงเครื่องหมาย
มาตรฐานผลติ ภณั ฑช์ ุมชนกับผลิตภัณฑท์ ่ไี ด้รับ

เครอื่ งหมายรับรองคุณภาพผลติ ภัณฑช์ ุมชน

นอกจากน้ี ยังมีหน่วยงานที่คุ้มครองผู้บริโภคอีกหลากหลายตามประเภทของการบริโภคสินค้าและ
บรกิ าร ดงั น้ี

1. สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณาสุข มีหน้าที่ ดูแลเก่ียวกับอาหาร
ยา หรอื เคร่อื งสาอาง

2. สานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม มีหน้าที่ ดูแลกรณีที่
ประชาชนได้รบั ความเดอื ดรอ้ นเกี่ยวกับมาตรฐานผลิตภัณฑอ์ ุตสาหกรรม

3. กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย มีหน้าท่ี เข้ามาดูแลกรณีท่ีประชาชนได้รับความเดือดร้อน
เกี่ยวกบั เจา้ ของธรุ กิจจดั สรรทดี่ นิ อาคารชุด

4. กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่เข้ามาดูแล กรณีที่ประชาชนได้รับความ
เดอื ดร้อนเก่ยี วกบั คุณภาพหรือราคาสินคา้ อปุ โภค บรโิ ภค

5.กรมการประกันภยั กระทรวงพาณชิ ย์ มีหน้าท่ีเข้ามาดูแลกรณีท่ปี ระชาชนไดร้ ับความเดือดร้อน
เกยี่ วกบั การประกันภยั หรอื ประกันชวี ิต

~ 15 ~

กิจกรรมท้ายบทที่ 2

กฎหมายการคมุ้ ครองผ้บู ริโภคและหนว่ ยงานที่ทาหนา้ ทีใ่ นการค้มุ ครองผู้บริโภค

คาช้ีแจง ใหผ้ ู้เรียนตอบคาถามตามหวั ข้อต่อไปน้ี
1.สทิ ธิของผ้บู ริโภค 5 ประการ มอี ะไรบ้าง
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
2.ให้ผ้เู รียนอธบิ าย หนา้ ที่ของผบู้ รโิ ภคกอ่ นซื้อสินค้าหรือบริการ มาพอสงั เขบ
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
3. ใหผ้ ูเ้ รยี นบอกถึง ความสาคัญของการคุม้ ครองผบู้ ริโภค มาโดยละเอยี ด
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................................................

4 .ใหผ้ ู้เรียนบอกหนา้ ที่ของ สานกั งานคณะกรรมการคุ้มครองสิทธผิ ู้บรโิ ภค (สคบ.) มาโดยละเอยี ด
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................................

~ 16 ~

5..รปู ตอ่ ไปน้เี รยี กว่าสัญลกั ษณอ์ ะไรและมีความหมายอยา่ งไร

............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
.
6.กระทรวงพาณชิ ย์มีหน้าทใี่ นการคมุ้ ครองผ้บู รโิ ภคเร่ืองใดบ้าง
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................................

~ 17 ~

บทที่ 3
การปกป้องสทิ ธผิ บู้ ริโภค

สาระสาคญั
การปกป้องสิทธิผู้บริโภค เพื่อป้องกันสิทธิด้านความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยมีกฎหมายคุ้มครอง

สิทธิผู้บริโภคโดยตรงมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านการโฆษณา การคุ้มครองผู้บริโภคด้าน
ฉลาก การคุ้มครองผู้บริโภคด้านสัญญา และการคุ้มครองผู้บริโภคด้านอื่น ๆ และตั้งคณะกรรมการคุ้มครอง
ผู้บริโภค เพ่ือป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายจากสินค้าและบริการ ในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ
ผปู้ ระกอบธรุ กจิ ขายตรงและผปู้ ระกอบธรุ กจิ ตลาดแบบตรง
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

1. ผูเ้ รยี นบอกวิธีการปกป้องสิทธิผู้บรโิ ภคของตนเอง ครอบครวั และชมุ ชนได้
2. ผ้เู รียนอธบิ ายขน้ั ตอนการร้องเรยี นการดาเนินคดีแทนผบู้ รโิ ภคได้
3. ผู้เรยี นระบสุ ิทธขิ องผบู้ ริโภคในระบบขายตรงได้
ขอบข่ายเนือ้ หา
เร่ืองที่ 1 การปกป้องสทิ ธิผูบ้ ริโภค

1.1 สทิ ธทิ ี่ผู้บรโิ ภคจะได้รบั การคุ้มครอง
1.2 แนวทางการปกปอ้ งสิทธิผู้บรโิ ภค
1.3 การคมุ้ ครองผ้บู ริโภคโดยรฐั
เรื่องที่ 2 การร้องเรยี นการดาเนินคดีแทนผู้บรโิ ภค
เรอ่ื งท่ี 3 สิทธขิ องผู้บรโิ ภคในระบบขายตรง

~ 18 ~

เรื่องท่ี 1 การปกป้องสิทธิผู้บริโภค

1.1 สทิ ธทิ ีผ่ ้บู รโิ ภคจะไดร้ ับการค้มุ ครอง
1) สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าและบริการ เป็นสิทธิที่จะเน้นในเรื่องการ

ไดร้ ับความสะอาด ความปลอดภยั จากผลติ ภณั ฑแ์ ละสภาวะแวดลอ้ มต่าง ๆ ซึ่งเรือ่ งสุขภาพและความปลอดภัย
เป็นปัญหาสาคัญของผู้บริโภค จึงมีการออกกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคและตั้งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายจากสินค้าและบริการ องค์การที่จัดต้ังเพื่อป้องกันสิทธิด้านความ
ปลอดภัยของผบู้ รโิ ภคทีส่ าคัญ มี 2 องคก์ าร คอื

(1) องค์การคุ้มครองผบู้ รโิ ภค
(2) องค์การอาหารและยา
2) สิทธิท่จี ะได้รับข่าวสาร รวมทง้ั คาพรรณนาคุณภาพท่ีถูกต้อง และเพยี งพอเก่ียวกบั สินค้าหรือ
บริการน้ัน ๆ ขอ้ มูลท่ีเก่ียวกบั สินค้าทผี่ ูบ้ รโิ ภคควรได้รับ มีดังน้ี
(1) ราคา หมายถึง ราคาต่อหน่วยของสินค้า ซึ่งราคาผู้บริโภคไม่สามารถรู้ว่าผลิตภัณฑ์ชิ้น
ไหนดีหรือไม่ดี เพราะสินค้าน้ัน ๆ จะแตกต่างท่ีการบรรจุหีบห่อ ปริมาณ ขนาด และมีสินค้าบางชนิดไม่ระบุ
ราคา จึงทาให้ผบู้ รโิ ภคไม่สามารถทราบได้วา่ สนิ ค้าน้ันดีหรอื ไม่ และประหยดั ทส่ี ดุ หรอื ไม่
(2) ป้ายโภชนา การหมายถึง การให้ข่าวสารข้อมูลของสินค้าว่าเป็นอะไร บริโภคอย่างไร
ใชอ้ ยา่ งไร เพ่ือผู้บรโิ ภคจะได้เข้าใจรายละเอยี ด โดยปดิ อยูท่ บ่ี รรจุภณั ฑ์ของสนิ ค้านน้ั ๆ
(3) รายละเอยี ดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ หมายถึง รายละเอียดเกี่ยวกบั อายกุ ารใช้งาน
ของผลิตภัณฑ์ ซ่ึงประกอบดว้ ย วัน เดอื น ปี ทผ่ี ลิต อายกุ ารใชง้ าน และวันหมดอายขุ องผลติ ภณั ฑ์ โดยจะชแ้ี จง
บนหบี ห่อของผลติ ภัณฑ์
(4) ความจริงเกี่ยวกับสินค้าท่ีช่วยสนับสนุน หมายถึง สิ่งที่แสดงให้เห็นถึงรายละเอียดได้
ชัดเจน เพื่อเพิ่มความรู้ให้แก่ผู้บริโภค ผู้บริโภคจะต้องแยกข้อมูลที่ได้ออกมา และทาความเข้าใจเพื่อใช้ในการ
ตดั สนิ ใจ
(5) รายละเอียดของสินค้า ผู้ผลิตมีการกาหนดจานวนของรายละเอียดของสินค้าน้ัน ๆ ให้
เหมาะสม โดยผู้บริโภคจะใช้รายละเอียดของสินค้านั้น เปรียบเทียบกับสินค้าอ่ืน ๆ เพ่ือจะสามารถเลือก
ตัวเลอื กทด่ี ที ี่สดุ ไดป้ ระโยชนม์ ากท่ีสดุ
3) สิทธิท่ีจะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าและบริการ ข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจ
เลอื กซื้อ ควรมอี งค์ประกอบ ดงั นี้
(1) ให้ความรู้เกี่ยวกับเกณฑ์ที่จะใช้ประเมินในตัวสินค้า และบริการท่ีต้องใช้เทคโนโลยี
ยงุ่ ยากซับซ้อน และใหเ้ ลือกไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
(2) ใหม้ ที ักษะในการบริหารและการตดั สนิ ใจ ในระดบั นี้สามารถเทยี บกับการศกึ ษาที่ให้กับ
มืออาชพี

~ 19 ~

(3) ให้ความรูเ้ ก่ียวกบั องคก์ ารธรุ กิจต่าง ๆ และการใหค้ วามรูท้ างดา้ นการตลาดเพ่ิมข้ึนโดย
การพจิ ารณาใหข้ ่าวสารข้อมลู และความรแู้ กผ่ บู้ รโิ ภคเกย่ี วกับตัวสินค้าและบริการ ผูบ้ ริโภคจะนามาใชป้ ระเมิน
ให้ตรงกับความตอ้ งการและความถกู ต้องเหมาะสมท่จี ะเลอื กซ้ือสนิ คา้ ไดต้ ่อไป

4) สิทธิท่ีจะได้รับการพิจารณาและชดใช้ความเสียหาย สิทธิท่ีผู้บริโภคจะได้รับการพิจารณา
และชดใชค้ วามเสยี หาย ทาได้ 3 วิธี คอื

(1) การป้องกัน โดยภาครัฐและเอกชนมีการออกกฎหมายพิทักษ์ผู้บริโภค ซึ่งจะเป็นกลไก
ในการบังคบั ใช้กฎหมายคุม้ ครองผบู้ รโิ ภคควบคไู่ ปดว้ ย

(2) การเอากลับคืนมา การแก้ไขส่ิงท่ีผิดพลาดให้ดีดังเดิม ทาได้หลายวิธี เช่น แก้ไขท่ีตัว
สินค้า เม่ือเกิดการผิดพลาดภายหลังจากท่ีสินค้าน้ันออกสู่ตลาด โดยการนาเอากลับมาแก้ไข วิธีน้ีจะใช้กันมาก
ในการแก้ไขภาพพจน์ของตัวสินค้าการกาหนดบทลงโทษ กาหนดตัวบทกฎหมาย ใช้เป็นบทลงโทษต่อผู้ผลิต
โดยจะมที งั้ การปรับ ทั้งจาคุก

ที่มา: https://sites.google.com/site/sukhsuksanareiynru/bth-thi-5-siththi-phu-briphokh

1.2 แนวทางการปกป้องสิทธิผ้บู ริโภค
การปกป้องสิทธผิ ู้บริโภค เปน็ หน้าทข่ี องทุกคนทีจ่ ะตอ้ งปกปอ้ งสทิ ธขิ องตนเอง ดังนี้
1) สนใจศึกษาหาความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการท่ีจะบริโภค เช่น การอ่านฉลาก

สนิ คา้ ก่อนการบรโิ ภค
2) หมน่ั ตดิ ตามความก้าวหนา้ ของผลิตภัณฑท์ ีต่ อ้ งการการบรโิ ภค
3) สอบถามข้อมูลต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการท่ีต้องการจากหลาย ๆ ร้านจากผู้รู้หรอื

คนทีร่ จู้ ัก
4) กอ่ นซือ้ ควรเปรียบเทียบดปู ระโยชนป์ รมิ าณและราคา

~ 20 ~

5) มีการวางแผนในการซ้ือสินค้าและ

บรกิ ารซือ้ สินค้าและบริการ ดว้ ยความประหยดั คานึงถึง

ประโยชน์ท่ีได้รับเป็นสาคัญ ไม่ควรซ้ือสินค้าเพราะเห็น

แกข่ องแถมหรือลดราคา

6) รู้จักใช้สินค้าและบริการทดแทนเมื่อ

สนิ ค้า และบรกิ ารน้ันมีราคาแพง

7) ตรวจสอบใบเสร็จรับเงินทุกคร้ังท่ี

ชาระเงินจานวนมาก ท้ังสินค้าและราคา และการเก็บ

รักษาที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียท่ีได้รับความเสียหาย

หรอื ไมไ่ ดร้ ับความเป็นธรรมจากการใช้สินคา้ และบริการ

8) ไม่ควรซ้ือหรอื ใช้บริการจากผู้

ประกอบกจิ การทเ่ี อาเปรยี บผู้บริโภค

9) อย่าเพิกเฉยหรือนิ่งเงียบเมื่อถูกเอา

รัดเอาเปรียบ ควรร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เก่ียวข้อง

และควรบอกตอ่ ให้ผ้อู ื่นได้ทราบ เพื่อทีเ่ ขาจะได้ไมเ่ ปน็

เหยื่อรายต่อไป ทีม่ า : http://www.kampangsao.go.th/datacenter/detail.php?news_id=1006

1.3 การคุ้มครองผบู้ ริโภคโดยรัฐ

1) สานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นส่วนราชการระดับกรม สังกัดสานัก

นายกรัฐมนตรี จัดต้ังข้ึนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2522

ปัจจุบันมีสานักงาน ตั้งอยู่ที่ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อาคารบี ช้ัน 5 ถนน

แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลกั สี่ กรงุ เทพ

2) สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นส่วนราชการระดับกรม ของประเทศไทย

สังกัดกระทรวงสาธารณสุข มีหน้าที่ปกป้องและคุ้มครองสุขภาพประชาชนจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ

โดยผลิตภัณฑ์สุขภาพเหล่าน้ันต้องมีคุณภาพมาตรฐานและปลอดภัย มีการส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภค

ท่ถี ูกตอ้ งดว้ ยข้อมลู วิชาการทม่ี ีหลกั ฐานเชอื่ ถอื ไดแ้ ละมีความเหมาะสม เพ่ือใหป้ ระชาชนหนว่ ยงานในสังกัด

~ 21 ~

เรือ่ งที่ 2 การร้องเรียนการดาเนนิ คดแี ทนผู้บริโภค

การดาเนินคดแี ทนผู้บริโภค
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 เป็นกฎหมายคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคโดยตรงมี

บทบญั ญตั ิเกยี่ วกบั การคมุ้ ครองผบู้ ริโภค ด้านการโฆษณา การค้มุ ครองผ้บู รโิ ภคด้านฉลาก การคมุ้ ครองผูบ้ รโิ ภค
ด้านสัญญา และการคุ้มครองผู้บริโภคด้านอ่ืน ๆ ได้แก่ คุ้มครองบริโภคด้านสินค้าอันตรายและการดาเนินคดี
แทนผบู้ ริโภคทีถ่ ูกละเมดิ สทิ ธิ

มาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 บัญญัติว่า “ในกรณีท่ี
คณะกรรมการเห็นสมควรเข้าดาเนินคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค หรือเมื่อได้รับคาร้องขอจาก
ผ้บู ริโภคที่ถูกละเมดิ สิทธิ ซ่งึ คณะกรรมการเหน็ ว่า การดาเนนิ คดนี ั้นจะเป็นประโยชนแ์ กผ่ บู้ รโิ ภคหรือขา้ ราชการ
ในสานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ซ่ึงมีคุณวุฒิไม่ต่ากว่าปริญญาตรีทางนิติศาสตร์ เป็นเจ้าหน้าท่ี
คุ้มครองผู้บริโภคเพ่ือให้มีหน้าท่ีดาเนินคดีแพ่งและคดีอาญาแก่ผู้กระทาการละเมิดสิทธิให้เจ้าหน้าท่ีคุ้มครอง
ผู้บริโภคมีอานาจดาเนินคดีตามท่ีคณะกรรมการมอบหมายได้ ในการดาเนินคดีในศาล ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครอง
ผบู้ ริโภคมอี านาจฟ้องเรยี กทรัพย์สนิ หรือคา่ เสียหายให้แก่ผู้บรโิ ภคที่ร้องขอได้ดว้ ย และในการน้ีให้ไดร้ ับยกเว้น
ค่าฤชาธรรมเนียมท้งั ปวง”

จากบทบัญญัติดังกล่าวข้าวต้น สามารถกาหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาในการเข้าดาเนินคดี
แทนผบู้ รโิ ภค ตามพระราชบญั ญตั คิ มุ้ ครองผบู้ ริโภค พ.ศ. 2522 เมือ่ มผี รู้ อ้ งขอใหด้ าเนนิ คดีแทนได้ ดังนี้

1) ผู้ที่ร้องขอให้ดาเนินคดีแทน ต้องเป็นผู้บริโภค ตามความหมายที่บัญญัติไว้ในมาตรา 3 แห่ง
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. 2541 กล่าวคอื ผ้บู ริโภค หมายความวา่ ผู้ซอ้ื หรือได้รับบริการจากผ้ปู ระกอบธรุ กจิ หรือผ้ซู ่ึงไดร้ ับการเสนอ
หรือการชักชวนจากผู้ประกอบธรุ กจิ เพื่อให้ซื้อสินค้าหรือรับบริการและหมายความรวมถงึ ผู้ใช้สินค้าหรือผู้ได้รับ
บรกิ ารจากผปู้ ระกอบธรุ กจิ โดยชอบแมม้ ไิ ดเ้ ป็นผ้เู สยี ค่าตอบแทนก็ตาม

2) มีการกระทาอันเป็นการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค หมายถึง กรณีผู้ประกอบธุรกิจเป็นฝ่ายผดิ
สัญญาเท่ากับกระทาการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค และรวมถึงกรณีผู้ประกอบธุรกิจกระทาการละเมิดของ
ผู้บริโภคอย่างหน่ึงอย่างใดหรือหลายอย่างก็ได้ ท้ังนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายอื่นและกฎหมายว่าด้วยการ
คุ้มครองผู้บรโิ ภค

3) การดาเนนิ คดจี ะเปน็ ประโยชนต์ อ่ ผบู้ รโิ ภคเป็นส่วนรวม โดยพจิ ารณาจาก
(1) ลกั ษณะของการประกอบธรุ กจิ การประกอบธรุ กิจใดที่แมว้ ่าจะกอ่ ให้เกิดความเสียหาย

แก่ผู้บริโภคเพยี งรายเดียว แตม่ พี ฤตกิ รรมที่เห็นได้ว่า หากผปู้ ระกอบธุรกจิ ยงั คงประกอบธรุ กจิ ลกั ษณะนน้ั ต่อไป
อาจทาให้ผู้บริโภครายอ่นื ๆ ไดร้ ับความเสียหายด้วย

(2) ผลของการดาเนินคดีแทนผู้บริโภครายใดน้ัน จะเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภครายอ่ืน ๆ
ที่ยงั มิได้มาร้องขอตามมาตรา 39 แหง่ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึง่ สามารถย่ืนคาร้องขอให้
ดาเนินคดใี นภายหลังได้

~ 22 ~

4) การบงั คับคดตี ามคดีตามคาพพิ ากษาของศาล
เมื่อคดีละเมิดสิทธิของผู้บริโภคท่ีศาลมีคาพิพากษาและคดีถึงที่สุดแล้ว สานักงาน

คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจะเป็นผู้ดาเนินการแจ้งผลการดาเนินคดีให้ผู้บริโภคท่ีร้องเรียนทราบ และใน
กรณีที่ศาลมีคาพิพากษาให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นฝ่ายชนะคดี และฝ่ายจาเลย (ลูกหน้ีตามคา
พิพากษา) ไม่ปฏิบัติตามคาพิพากษา สานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจะดาเนินการสืบหาทรัพย์สิน
ของลูกหนตี้ ามคาพิพากษา ดังนี้

(1) ทาหนังสือถึงสานกั งานท่ีดนิ ทัว่ ประเทศ เพือ่ ขอตรวจสอบกรรมสิทธท์ิ ดี่ ินและสง่ิ ปลูกสรา้ ง
(2) ทาหนังสือถึงกรมการขนส่งทางบกเพื่อขอตรวจสอบกรรมสิทธ์ิในยานพาหนะต่าง ๆ
(3) ทาหนงั สือถึงธนาคารในประเทศเพอ่ื ขอตรวจสอบการถอื ครองเงนิ ในบญั ชี
ผลการตรวจสอบ หากพบว่ามีกรรมสิทธิ์ในท่ีดิน กรรมสิทธ์ิในรถยนต์หรือถือครองเงิน
ในธนาคาร ก็จะได้มีหนังสือถึงผู้บริโภคที่เป็นเจ้าหนี้ตามคาพิพากษา ให้มาประชุมและแต่งตั้งตัวแทนเพื่อรับ
มอบอานาจจากคณะกรรมการคมุ้ ครองผบู้ ริโภค (ตามคาสง่ั คณะกรรมการคุ้มครองผูบ้ รโิ ภค ท่ี 7/2544 ลงวันท่ี
12 เมษายน 2545) ให้ดาเนินการย่ืนเร่ืองบังคับคดีต่อกรมบงั คับคดี โดยนาเจ้าพนักงานบังคับคดียึดหรืออายดั
ทรัพย์สินดังกล่าว ออกขายทอดตลาดและนาเงินท่ีได้จากการขายทรัพย์สินมาแบ่งเฉล่ียให้แก่ผู้บริโภค (เจ้าหนี้
ตามคาพพิ ากษา) ต่อไป

ที่มา : http://1ab.in/eAeD
~ 23 ~

เรื่องท่ี 3 สทิ ธขิ องผู้บรโิ ภคในระบบขายตรง
พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ได้บัญญัติให้ความคุ้มครองผู้บริโภค

ในประเด็นตา่ ง ๆ ดังน้ี
3.1 ในการซอ้ื ขายสนิ คา้ หรอื บรกิ าร ผปู้ ระกอบธุรกจิ ขายตรงและผู้ประกอบธรุ กจิ ตลาดแบบตรงต้อง

ส่งมอบการซ้ือขายให้แก่ผู้บริโภค ซ่ึงเอกสารดังกล่าวต้องเป็นภาษาไทย ระบุช่ือผู้ซื้อผู้ขายวันที่ซ้ือขาย วันที่ส่ง
มอบ และสิทธิของผู้บริโภคในการเลิกสัญญา (เฉพาะสิทธิเลิกสัญญาต้องกาหนดด้วยตัวอักษรที่เห็นเด่นชัดกวา่
ขอ้ ความทวั่ ไป) แตถ่ ้าคณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรงเหน็ ว่า เพอื่ ใหผ้ บู้ รโิ ภคได้รับความคุ้มครองมาก
ข้ึน อันเน่ืองมาจากราคาสินค้าหรือประเภทสินค้า คณะกรรมการฯ มีอานาจเลิกสัญญา วิธีการคืนสินค้า การ
รับประกันสินค้า หรือการเปล่ียนสินค้าในกรณีมีความชารุดบกพร่องแต่ถ้าหากผู้ประกอบธุรกิจไม่ได้จัดให้มี
รายละเอยี ดในเอกสารดงั กล่าว ย่อมไมม่ ผี ลผูกพันผ้บู ริโภค

3.2 การซ้ือสินค้าหรือบริการในธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง น้ัน กฎหมายกาหนดให้ผู้บริโภคมี
สิทธิเลิกสัญญาได้ โดยการส่งหนังสือแสดงเจตนาไปยังผู้ประกอบธุรกิจภายใน 7 วัน นับแต่วันได้รับสินค้าหรือ
บริการ แต่การใช้สิทธิเลิกสัญญาน้ี ไม่สามารถนาไปใช้กับสินค้าหรือบริการได้ทุกชนิด ขึ้นอยู่กับประเภท ราคา
หรอื ชนดิ ของสินคา้ หรือบริการ ซึง่ จะได้กาหนดในพระราชกฤษฎีกาต่อไป

ทม่ี า:https://www.ocpb.go.th/ewtadmin/ewt/knowledge/more_banner.php?offset=588&id=5&startoffset=50

3.3เม่ือผู้บริโภคใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว กฎหมายกาหนดเป็นหน้าท่ีของผู้บริโภคต้องเลือกปฏิบัติ
อยา่ งใดอย่างหน่ึง ดังนี้

1) สง่ คนื สนิ คา้ ไปยังผจู้ าหน่ายอิสระ ตัวแทนขายตรง ผู้ประกอบธุรกจิ ขายตรง หรือสง่ คืนสินค้า
ไปยังผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบ แลว้ แตก่ รณี

~ 24 ~

2) เกบ็ รกั ษาสินคา้ ไวภ้ ายในระยะเวลา 21 วนั นบั แต่วันทใ่ี ชส้ ทิ ธิเลกิ สญั ญา เมือ่ พน้ กาหนดแล้ว
จะเก็บรักษาสินค้านั้นไว้หรือไม่ก็ได้ และต้องส่งคืนเมื่อผู้ประกอบธุรกิจมาขอรับคืน ณ ภูมิลาเนาของผู้บริโภค
แต่ถ้าผู้ประกอบธุรกิจขอให้ผู้บริโภคส่งคืนทางไปรษณีย์ โดยเรียกเก็บเงินปลายทางภายในระยะเวลา 21 วัน
ผู้บริโภคต้องส่งคืนตามท่ีผู้ประกอบธุรกิจร้องขอ และถ้าสินค้านั้นเป็นของใช้ส้ินเปลือง ผู้บริโภคมีหน้าที่คืน
เฉพาะส่วนที่เหลือจากการใช้ก่อนใช้สิทธิเลิกสัญญา สาหรับหลักเกณฑ์และวิธีการในการคืนสินค้าและบริการ
เปน็ ไปตามที่กาหนดในกฎกระทรวง

4) ถ้าเป็นความผิดของผู้บริโภคทาให้สินค้าน้ันสูญหายหรือบุบสลาย หรือไม่สามารถคืนสินค้า
แก่ผู้ประกอบธุรกิจได้ ผู้บริโภคต้องชดใช้ค่าเสียหาย เว้นแต่เป็นความเสียหายท่ีเกิดขึ้นตามปกติจากการเปิด
ประกอบหรือผสมเพอื่ ใชส้ ินค้านัน้

5) เมื่อผู้บริโภคได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาตามกฎหมายแล้ว ผู้จาหน่ายอิสระ ตัวแทนขายตรงผู้
ประกอบธุรกิจขายตรง หรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ต้องคืนเงินเต็มจานวนท่ีผู้บริโภคจ่ายไปภายใน
กาหนดเวลา 15 วัน นบั แตว่ นั ที่ไดร้ บั หนงั สอื แสดงเจตนาเลิกสัญญา แตถ่ า้ ไมค่ นื เงนิ ภายในกาหนดเวลาดังกล่าว
จะต้องเสยี เบี้ยปรับตามอตั ราทคี่ ณะกรรมการกาหนด

6) คารับประกันสินค้าต้องทาเป็นภาษาไทย และระบุถึงสิทธิของผู้บริโภคในการเรียกร้องสิทธิ
ตามคารับประกันให้ชัดเจน ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับคารับประกัน คณะกรรมการจะไปพิจารณาออกเป็น
ประกาศเรอ่ื งน้ี ต่อไป

ทม่ี า : https://www.youtube.com/watch?v=--TWsYPrWIM

~ 25 ~

กจิ กรรมบทที่ 3
การปกป้องสทิ ธผิ บู้ ริโภค

ให้ผเู้ รยี นศึกษาหัวเร่ือง การปกปอ้ งสิทธิผ้บู ริโภค แล้วตอบคาถามตามหัวข้อต่อไปนี้
1.สทิ ธทิ ่ีผู้บรโิ ภคจะไดร้ บั การคุ้มครองมีกี่ข้อ อะไรบา้ ง
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
2.องค์การท่ีจัดตัง้ เพื่อป้องกนั สิทธดิ ้านความปลอดภัยของผู้บริโภคมีกอ่ี งค์การอะไรบ้าง
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
3.ให้ผเู้ รยี นบอกแนวทางการปกปอ้ งสิทธผิ ้บู ริโภคอย่างน้อย 5 ข้อ
....................................................................................................................................... .......................................
............................................................................................ ..................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
4.ใหผ้ เู้ รียนบอกหน้าท่ีของ สานักงานคุ้มครองผบู้ รโิ ภค (สคบ.)
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
5.ถา้ พบสนิ ค้าท่เี ป็นอนั ตราย เป็นต้นว่า อาหารผสมสยี ้อมผ้า อาหารไมบ่ ริสทุ ธิ์ หรอื สินค้าท่ีไมป่ ลอดภยั เปน็ ตน้
ว่า อาหารมสี ารบอแรกซ์เจือปน จะต้องแจ้งหนว่ ยงานใดมาตรวจสอบ
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. ................................................

~ 26 ~

บทที่ 4
การขายตรงและการเลอื กใช้เทคโนโลยที ีม่ ผี ลตอ่ การตัดสนิ ใจของผู้บรโิ ภค

สาระสาคัญ
การขายตรง การทาตลาดสินค้าหรือบริการในลักษณะของการนาเสนอขายต่อผู้บริโภคโดยตรง

การขายแบบออนไลน์ คือ การนาสินค้าไปขายผ่านช่องทางต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ต โดยมีอินเทอร์เน็ตเป็น
สื่อกลางในการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ขายสินค้าและผู้ซ้ือสินค้า ซึ่งการเลือกใช้เทคโนโลยีในการโฆษณาสินค้า
และบริการผ่านคอมพวิ เตอรแ์ ละสอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกส์
ผลการเรียนรู้

1. ผู้เรียนอธบิ ายความหมายและลักษณะของการขายตรงและตลาดแบบตรงได้
2. ผู้เรยี นบอกวิธีการขายตรงท่ีถูกตอ้ งตามกฎหมายการคุ้มครองผู้บรโิ ภคดา้ นการขายตรงและตลาด
แบบตรงได้
3. ผูเ้ รียนอธิบายธรุ กิจการขายสินคา้ หรอื บริการในระบบตลาดแบบตรง และการขายตรงได้
4. ผ้เู รยี นบอกวธิ กี ารเลอื กใช้เทคโนโลยีทม่ี ผี ลต่อการตัดสนิ ใจของผู้บริโภคได้
ขอบข่ายเนื้อหา
เรอ่ื งท่ี 1 ความหมายและลักษณะของการขายตรงและตลาดแบบตรง

1.1 ความหมายของธุรกจิ ขายตรง (Direct sale)
1.2 รูปแบบของระบบการขายตรงในประเทศไทย
เรื่องที่ 2 การขายตรงท่ถี ูกตอ้ งตามกฎหมายการคมุ้ ครองผ้บู รโิ ภคดา้ นการขายตรงและตลาดแบบตรง
เรอ่ื งที่ 3 การเลอื กใชเ้ ทคโนโลยที ี่มผี ลต่อการตัดสนิ ใจของผู้บรโิ ภค

.

~ 27 ~

เรอ่ื งที่ 1 ความหมายและลักษณะของการขายตรง

1.1 ความหมายของธรุ กจิ ขายตรง (Direct sale)
ขายตรง หมายถึง การทาตลาดสินค้าหรือบริการในลักษณะของการนาเสนอขายต่อผู้บริโภค

โดยตรง ณ ที่อยู่อาศัยหรือสถานท่ีทางานของผู้บริโภคหรือของผู้อื่น หรือสถานที่อ่ืนท่ีมิใช่สถานที่ประกอบ
การคา้ เปน็ ปกติธรุ ะ โดยผา่ นตัวแทนขายตรงหรือผจู้ าหนา่ ยอิสระชนั้ เดียวหรือหลายช้ัน

ธุรกิจขายตรง คือ การขายสินคา้ ผลติ ภัณฑ์หรอื บริการท่ที าการตลาด และเข้าถงึ ผู้ซื้อด้วยวิธีการ
เสนอขายตอ่ ผบู้ ริโภคโดยตรง หรือพูดงา่ ยๆ ว่าเป็นการนาเสนอขายแบบบุคคลต่อบุคคลคอื ตวั แทนขายตรงกับ
ลูกค้านั่นเอง ซ่ึงระบบขายตรงท่ีเราจะเห็นกันบ่อย ๆ ยกตัวอย่างเช่น การเข้าไปนาเสนอขายสินค้าตามท่ีอยู่
อาศัย ที่ทางาน หรือนัดเจอตามสถานที่ต่าง ๆ อย่างมหาวิทยาลัย ห้างสรรพสินค้า ท่ีมักจะไม่ใช่สถานที่
ประกอบการคา้ ตามปกติธรุ กิจขายตรง

1.2 รูปแบบของระบบการขายตรง
1) ระบบการขายตรงแบบชัน้ เดียว (Single Level Marketing : SLM)
เป็นรูปแบบของธุรกิจขายตรงที่มีอย่ทู ่ัวไปในการประกอบอาชีพอิสระ ผู้ขายเสนอขายสินค้า

ให้ลูกค้าทีละคน ผู้ขายจะได้รายได้จากกาไรต่อหน่วยของสินค้าที่ขาย หรือคิดเปอร์เซ็นต์จากยอดขายของ
ตนเอง ผลตอบแทนจะมากหรือน้อยข้ึนอยู่กับผลงาน และหากทาเป้าถึงยอดท่ีบริษัทกาหนด ผู้แทนขาย
จะได้รับโบนัสพเิ ศษเป็นส่วนลด หรอื ของรางวัลตา่ ง ๆ เชน่ ทองคา รถยนต์ หรอื ได้ไปทอ่ งเทีย่ วต่างแดน

ผู้ท่ีเข้าสู่ระบบขายตรงช้ันเดียว (SLM) ไม่สามารถขอยืมยอดขายของผู้จาหน่ายตรงคนอ่ืน
มาเข้าร่วมเป็นคะแนนยอดขายของตน เพื่อเพ่ิมเปอร์เซ็นต์ส่วนลดหรือโบนัสได้ ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องเป็นฐาน
ใหใ้ ครปีนขน้ึ สู่ตาแหน่ง และรายไดท้ ี่สูงขน้ึ ผูจ้ าหน่ายตรงจะทาหนา้ ทข่ี ายเพียงอย่างเดียวโดยมุ่งขายสินค้าให้ได้
ปริมาณมาก และรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า เพ่ือให้มีการซ้ือซ้าในคร้ังต่อ ๆ ไป อีกทั้งจะอาศัยลูกค้าเดิม
ช่วยประชาสัมพันธ์ปากต่อปาก บอกเล่าต่อไปแนะนาลูกค้ารายใหม่ ๆ ให้ การทารายได้ดีมากน้อยขึ้นอยู่กับ
ความสามารถในการขายของผู้ขาย โดยเฉพาะความสามารถในการอธิบาย การสาธิตสินค้า การชี้ชวนให้ลูกค้า
คล้อยตามอย่างสมา่ เสมอจะชว่ ยรกั ษาลูกคา้ เดิม และเพ่ิมการซ้ือซ้าได้

2) การขายตรงแบบหลายช้นั (Multi Level Marketing : MLM)
เป็นระบบที่ผลักดันให้ตลาดขายตรงเติบโตเร็วเกนิ คาด โดยมี “แผนการตลาด” เปน็ แรงส่ง

โดยการสร้างระบบการวางแผนสร้างเครือข่ายการตลาด ซ่ึงมีผู้จาหน่ายตรงเป็นแกน มีคอมมิชชั่นและ
ผลตอบแทนล่อใจอื่น ๆ เป็นแรงขับเคลื่อนระบบนี้ ตัวผู้ประกอบการลงทุนต่าเพียงแค่สร้างระบบ และจ้าง
บุคลากรมาบริหารตัวแทนจาหน่ายเท่าน้ัน และสามารถผลักภาระการฝึกอบรมไปให้กับผู้จาหน่ายตรงระดับ
ซุปเปอร์ไวเซอร์ขึ้นไป บริษัททาหน้าที่สร้างแผนงานเครือข่าย โดยเสนอผลตอบแทนค่อนข้างสูงเพ่ือล่อใจให้
ผู้จาหน่ายตรงขยายตัวให้มากที่สุด มีการแบ่งระดับผลประโยชน์มากกว่า 1 ชั้น ส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 2 ชั้น
ขึ้นไป จนถึง 11 ชั้น โดยให้คอมมิชชั่นเป็นเปอร์เซ็นต์ต่างกันออกไป ระบบ MLM ได้รับความนิยมมากที่สุด
เนอื่ งจากสามารถขยายธรุ กจิ ได้เร็ว และให้ผลประโยชนต์ อบแทนแกผ่ แู้ ทนจาหนา่ ยไดม้ ากกวา่ ระบบขายตรงช้นั เดยี ว

~ 28 ~

เร่ืองที่ 2 การขายตรงทถี่ ูกต้องตามกฎหมาย การคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภคด้านการขายตรงและตลาดแบบตรง

การคุ้มครองผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติม
โดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2541 นั้น กล่าวได้ว่า ยังไม่เพียงพอในการคุ้มครอง
ผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าหรือรับบริการกับผู้ประกอบธุรกิจโดยเฉพาะการซ้ือสินค้าหรือ
บริการในธุรกิจขายตรง ซ่ึงเป็นวิธีการจาหน่ายสินค้าหรือบริการที่มีลักษณะเข้าถึงตัวผู้บริโภค โดยมีผู้ขายท่ี
เรียกช่ือตามกฎหมายว่า ผู้จาหน่ายอิสระหรือตัวแทนขายตรงเป็นผู้นาสินค้าไปอธิบาย หรือสาธิตเกี่ยวกับ
สรรพคุณ คุณภาพของสินค้าแก่ผู้บริโภคโดยตรง ตามสถานท่ีอยู่อาศัยของผู้บริโภค หรือสถานท่ีทางาน หรือ
สถานที่อ่ืนท่ีไม่ใช่สถานท่ีค้าขายตามปกติ ซ่ึงวิธีการขายสินค้าในเชิงรุกเช่นน้ี ผู้จาหน่ายอิสระหรือตัวแทนขาย
ตรงจะมีกลยุทธ์ในการแนะนาสินค้า รวมทั้งอาจมีการกล่าวอ้างสรรพคุณหรือคุณภาพของสินค้าหรือบริการ
ในลักษณะท่ีเป็นเท็จ หรือเกินความจริง หรือใช้วิธีการกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดความต้องการที่จะซ้ือสินค้าหรือ
บริการ ซงึ่ บางคร้งั ผู้บรโิ ภคกอ็ าจถูกหลอกให้ซ้ือสินค้าหรือบริการโดยไมจ่ าเป็น หรอื ตอ้ งซือ้ เพราะถูกแรงกดดัน
จากผู้ขาย ซ่ึงการควบคุมปัญหาตรงจุดนี้เป็นเร่ืองที่ทาได้ยาก ท้ังน้ี เพราะการโฆษณาหรือชักชวนเหล่าน้ี
ส่วนใหญ่จะทาด้วยคาพดู และรับรเู้ ฉพาะผ้ซู อื้ ผ้ขู ายเท่านั้น

มาตรการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ก็ยังไม่ครอบคลุมที่จะเอาผิดแก่ผู้
ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้จาหน่ายอิสระ หรือตัวแทนขายตรงได้ นอกจากน้ี การซื้อสินค้าหรือบริการใน
ธุรกิจขายตรงในปัจจุบัน เม่ือผู้บริโภคตกลงซื้อสินค้า หรือบริการแล้ว สัญญาซื้อขายก็ย่อมผูกพันคู่สัญญาทั้ง
สองฝ่ายที่ต้องปฏบิ ัติให้เป็นไปตามสัญญา แม้ว่าสัญญาซ้ือขายจะเกิดขึ้นเน่ืองจากผ้ขู ายใช้กลยุทธ์และสร้างแรง
กดดนั ใหแ้ กผ่ ู้บริโภคในหลายรปู แบบ แตก่ ารเลิกสญั ญาก็ต้องอยภู่ ายใตก้ ฎเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ และผู้ประกอบธุรกิจจานวนมากก็ไม่ให้สิทธิแก่ผู้บริโภคในการคืนสนิ ค้า ยิ่งไปกว่านั้น ผู้บริโภคจานวน
มากท่ีได้รับความเสียหายจากการกระทาในลักษณะแชร์ลูกโซ่หรือแบบพีระมิดที่แฝงเข้ามาในระบบธุรกิจขาย
ตรง ซึ่งสินค้าท่ีผู้ประกอบธุรกิจประเภทน้ีนามาใช้ในการแอบอ้างทาธุรกิจขายตรงส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่
ผู้บริโภคไม่คุ้นเคย โดยผู้ประกอบธุรกิจจะใช้วิธีการชักชวนให้ประชาชนมาสมัครเป็นสมาชิกเข้าร่วมเป็น
เครือข่าย และสัญญาว่าจะให้ประประโยชน์ตอบแทนจากการชักจูงผู้อื่นให้เข้ามาร่วมเป็นเครือข่าย และแสดง
ให้ผู้ถูกชักจูงเห็นว่าจะได้รับเงินหรือกาไรมากกว่าประโยชน์ท่ีผู้น้ันได้จ่ายไปโดยไม่คา นึงถึงรายได้จากการขาย
สินค้า และเมื่อผู้ประกอบธุรกิจระดมทุนได้ตามที่ต้องการแลว้ ก็จะเลิกล้มไป ผลเสียจะตกแก่ผู้บริโภค ซ่ึงท่ีผ่าน
มามีผู้บริโภคจานวนมากได้รับความเสยี หายจากการกระทาดังกล่าว ทาให้มองภาพลักษณ์ของธุรกิจขายตรงไป
ในเชิงลบ และเป็นผลใหผ้ ปู้ ระกอบธรุ กจิ ขายตรงทีส่ ุจรติ ไดร้ ับผลกระทบในการประกอบธุรกจิ ไปดว้ ย

ส่วนการทาธุรกิจตลาดแบบตรงน้ัน จะไม่มีพนักงานขาย เพราะเป็นการขายสินค้าหรือบริการ
ในลักษณะของการสื่อสารข้อมูลผ่านส่ือต่าง ๆ เหล่าน้ี ผู้บริโภคจึงไม่สามารถจับต้องสินค้าหรือเห็นรูปร่าง
ลักษณะของสินค้าได้อย่างชัดเจน ปัญหาที่เกิดข้ึนแก่ผู้บริโภคในขณะน้ี ส่วนใหญ่พบว่า สินค้าที่ผู้บริโภคสั่งซื้อ
มักจะไม่ตรงกับคากล่าวอ้างตามท่ีได้โฆษณาผ่านส่ือต่าง ๆ และเมื่อผู้บริโภคใช้สิทธิคืนสินค้าตามท่ีผู้ประกอบ
ธุรกิจให้คารับประกันความพอใจก็ไม่ได้รับเงินคืน หรือได้รับเงินคืนล่าช้าเกินควร ปัญหาและความจาเป็น

~ 29 ~

ท่ีกล่าวมาน้ี ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายใดออกมากากับดูแลการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง แม้ว่า
ขณะน้ีจะได้นาพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และพระราชกาหนดการกู้ยืมเงินท่ีเป็นการฉ้อโกง
ประชาชน พ.ศ. 2527 ซ่ึงแก้ไขเพ่ิมเติม พ.ศ. 2534 มาใช้บังคับ ก็ยังไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและปัญหา
ที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด และเมื่อเกิดความเสียหายก็ไม่สามารถติดตามตัวผู้ประกอบธุรกิจมาลงโทษ และช่วยเหลือ
ผบู้ รโิ ภคให้ได้รับความเปน็ ธรรมเทา่ ท่คี วร

ข้อดีข้อเสียและปัญหาของระบบตลาดแบบขายตรง
ปจั จบุ นั คนนยิ มหนั มาทาอาชีพขายตรงกนั มากขน้ึ เน่ืองจาก เปน็ อาชพี ทอี่ ิสระสามารถสร้างรายได้

อีกชอ่ งทางหนึ่ง จากการนาเสนอขายสนิ ค้าและบริการโดยตรงต่อผ้บู รโิ ภค
-รายไดเ้ ริ่มต้น : ผลกาไรจากการขายปลกี กค็ อื ผลตา่ งระหว่างตน้ ทุนสินคา้ ทซี่ ้อื มาจากบริษทั กบั ราคา

ขายปลีกทไี่ ดข้ ายสินคา้ หรอื บริการใหก้ ับผู้บริโภคนัน่ เอง
-รายไดจ้ ากเครือขา่ ย : มกั อย่ใู นรูปแบบของค่าคอมมชิ ชน่ั หรือส่วนลด ซงึ่ จะมากหรือน้อย กข็ น้ึ อยู่กับ

ระดบั ยอดขายของสินคา้ หรือบรกิ ารทมี่ ีการส่งั ซ้อื ของคนในทมี
-รายได้ผู้นา : คอมมิชชั่น หรือส่วนลดผู้นา เช่น ส่วนแบ่งเป็น % จากยอดขายกลุ่ม รางวัลเงินสดจ่าย

คร้ังเดียว กองทุนต่าง ๆ เช่น กองทุนท่องเท่ียว ซึ่งรูปแบบของผลตอบแทน ก็จะได้รับแตกต่างกันไป ซ่ึงก็
แน่นอนว่า ผู้ขายอิสระที่อยู่หัวแถว หรือผู้นาทีม ก็มักจะได้รายได้ผลตอบแทนมากกว่าผู้ขายอิสระรายท้าย ๆ
ของเครอื ขา่ ย

2.1 ขอ้ ดีของธรุ กิจขายตรง
1) การท่ีผู้ขายได้พบกับผู้บริโภคโดยตรง ทาให้สามารถเข้าใจผู้บริโภคมากกว่า สามารถให้

คาแนะนาและให้บรกิ ารแกผ่ บู้ รโิ ภคอยา่ งใกลช้ ิด
2) ใช้เงินลงทุนน้อย โดยส่วนมากมักเป็นการสมัครสมาชิก บริษัท MLM ที่มีธรรมาภิบาล จะไม่

บังคับให้คุณต้องสต็อกสินค้าเพื่อเป็นการบังคับขายสินค้าไปในตัว แต่จะเปิดโอกาสให้คุณได้ค่อยเรียนรู้ สะสม
ประสบการณ์การขายไปเรื่อย ๆ จนมผี ลตอบแทน

3) เริ่มต้นธุรกิจได้ด้วยความเท่าเทียม เพราะคุณไม่จาเป็นต้องใช้เงินทุนมหาศาลในการสต็อก
สินค้าในช่วงเริ่มต้น ทาให้สมาชิกใหม่ทุกคนเร่ิมออกจากจุดเริ่มต้นพร้อมกัน ขายสินค้าที่มีคุณสมบัติเดียวกัน
ความสามารถของคุณท่ีเป็นตวั วัดผลตอบแทนของคณุ เอง

4) Passive income หมายถึง รายได้ท่ีไม่ต้องใช้เวลาทางานเพื่อแลกเงิน แต่สามารถได้รับ
ผลตอบแทนจากการเป็นเจ้าของทรัพย์สินใดสิ่งหนึ่ง เช่น การเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เพ่ือปล่อยเช่า การ
ลงทนุ ในทรพั ย์สนิ ทางการเงิน เชน่ หนุ้ กองทนุ พนั ธบตั ร เปน็ ต้น เป็นจุดขายทนี่ า่ ดึงดูดของธุรกิจขายตรงเลยก็
ว่าได้ และก็ต้องบอกเลยว่า สมาชิกของระบบขายตรงท่ีประสบความสาเร็จสร้างรายได้แบบ Passive
income จากเครือขา่ ยของตัวเองก็มแี ละสามารถทาให้เป็นไปไดเ้ ช่นกัน

~ 30 ~

2.2 ขอ้ เสียของธุรกิจขายตรง
1) กรณที ่เี ลือกบรษิ ัทผดิ คุณอาจกลายเปน็ เหย่ือไปทาธุรกจิ ทเี่ น้นการหาสมาชิกเป็นหลกั ไมเ่ น้น

การขายสินคา้ เลย และหักหวั ควิ เป็นทอด ๆ ไป หรือที่เรารู้จักกันในช่อื ของ แชรล์ กู โซ่นนั่ เอง
2) ค่าสมัครแพงเกินกว่าเหตุ และยงั มีคา่ ต่ออายสุ มาชิกแพงเกนิ ไป หรือมีคา่ ใชจ้ า่ ยอื่น ๆ จุกจิก

ซึ่งต้องศึกษาดูให้ดีเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจเป็นสมาชิกกับบริษัทขายตรงบริษัทใด ๆ ก็แล้วแต่
เสยี ก่อน

3) บริษัทขายตรงอาจมีสินค้าตัวจริงมาใช้หลอกให้คนสนใจ ใช้สินค้ามาดึงดูดให้สมัครสมาชิก
แต่สดุ ท้ายมวี ัตถุประสงค์เพียงการสรา้ งรายไดจ้ ากค่าสมัครสมาชิก สนิ ค้าท่ีนามาขายกลับไม่มีคุณภาพ

4) สนิ ค้าหรือผลติ ภัณฑ์ในธุรกิจขายตรงอาจเปน็ สินคา้ หรือผลิตภัณฑ์ที่ไมเ่ ห็นสินค้าตัวจรงิ อาจ
ประสบปัญหาสินคา้ หรือผลิตภัณฑ์เมื่อไดร้ บั แลว้ ไม่ตรงกับทโ่ี ฆษณาเอาไวแ้ ละภาพก็ไมต่ รงกับ Catalog

2.3 ปญั หาทีพ่ บบอ่ ยเมอ่ื ทาธรุ กิจขายตรง
ข้อควรระวังการทาธุรกิจขายตรง คือ ผู้ขายที่ลงทุนในธุรกิจขายตรงแบบท่ีไม่ได้มีการศึกษา

อาจหลงเช่ือคาชีช้ วน กลายเป็นเหยอื่ ของธุรกิจแชรล์ ูกโซ่ได้ เพราะปัจจุบันแชรล์ ูกโซ่ที่เนน้ การหลอกขายสินคา้
บวกกับการจ่ายเงนิ สมคั รคา่ สมาชิกเกิดข้นึ อย่างมากมาย โดยมกั มีสินคา้ ผลติ ภณั ฑ์มาหลอกลอ่ ให้ผู้สนใจ เข้าใจ
ว่าเป็นการลงทุนในธุรกิจขายตรงนั่นเอง ดังนั้นก่อนเริ่มต้นลงทุน หรือสมัครสมาชิกทาธุรกิจขายตรง ผู้สมัคร
ควรศึกษาเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ดีเสียก่อน ธุรกิจลักษณะนี้เหมาะกับคนบางกลุ่ม และอาจจะไม่เหมาะกับคนบาง
กลุ่มเช่นกัน ดังนั้นการตัดสินว่าธุรกิจขายตรงจะเป็นธุรกิจที่ดีสาหรับเราได้หรือไม่ ก็อยู่ที่การศึกษา ทาความ
เข้าใจเกีย่ วกบั บรษิ ัทท่ีเราสนใจไปเปน็ สมาชกิ น้ัน ๆ และความสามารถและความสนใจของเราเองระบบขายตรง
ถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สร้างรายได้แบบ Passive Income ได้เหมือนกัน แต่การจะรอเงินทุนจากแบบ
Passive Income อย่างเดยี วเพอ่ื เอาไปทาธุรกิจในอนาคต ก็อาจจะทาให้พลาดโอกาสทด่ี ที างธรุ กิจไปได้

ท่ีมา:https://www.propertytoday.in.th/marketing/%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%
B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%87

~ 31 ~

เรอ่ื งท่ี 3 การเลอื กใช้เทคโนโลยที ่ีมีผลต่อการตดั สนิ ใจของผู้บรโิ ภค

3.1 ความหมายและความจาเปน็ ของการนาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในงานขายและธรุ กิจ

1) ความหมายของเทคโนโลยสี ารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology : IT) มาจากการผสมคาระหว่าง

“เทคโนโลยี ทีเ่ ปน็ การนาเอาแนวความคิด หลกั การ เทคนิค ความรู้ ระเบยี บ วิธี กระบวนการ ตลอดจนผลผลิต
ทางวิทยาศาสตร์ ท้ังในด้านสิ่งประดิษฐ์และวิธีปฏิบัติมาประยุกต์ใช้ในระบบงาน เพื่อช่วยให้เกิดการ
เปล่ียนแปลงในการทางาน และเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานให้มีมากย่ิงขึ้น กับคาว่า
"สารสนเทศ” เพราะฉะนนั้ เทคโนโลยีสารสนเทศ จึงเป็นเทคโนโลยีที่ใช้จัดการสารสนเทศด้วยการใช้เทคโนโลยี
ที่เกี่ยวข้อง ในการจัดหา วิเคราะห์ ประมวล จัดการ จัดเก็บ การพิมพ์ การสร้างรายงาน การเรียกใช้หรือ
แลกเปลี่ยน และเผยแพร่สื่อสารข้อมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของรูป เสียง ตัวอักษร
หรอื ภาพเคล่ือนไหว รวมไปถึงการนาสารสนเทศและข้อมูลไปปฏบิ ัติตามเน้ือหาของสารสนเทศนั้นเพื่อให้บรรลุ
เปา้ หมายของผใู้ ช้

ปัจจุบันเทคโนโลยีและสารสนเทศได้เข้ามามีบทบาทสาคัญในชีวิตประจาวันและการดาเนนิ
ธุรกิจ ทาให้ธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อให้ทันต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นอกจากนี้เทคโนโลยีสารสนเทศ
ยังสามารถนามาใช้ในการปฏิบัติงานขายในรูปแบบของธุรกิจออนไลน์ (Online) และช่วยเพ่ิมยอดขาย ให้แก่
ธรุ กิจได้

2) ความจาเป็นท่ตี อ้ งนาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในงานขยายและธุรกิจ
(1) เทคโนโลยีการส่ือสาร ข้อมูล และเครือข่ายคอมพิวเตอร์ องค์กรธุรกิจต่าง ๆ และ

องค์กรที่ไม่ใช่ธุรกิจ จะเช่ือมโยงข้อมูลและข่าวสารต่าง ๆ เข้าด้วยกัน รวมท้ังกฎหมายข้อบังคับต่าง ๆ ที่มี
การบังคับใชร้ ว่ มกับเทคโนโลยี เพือ่ ควบคมุ การใช้งานเทคโนโลยีให้มีความเปน็ ระเบียบและความปลอดภยั เช่น
การขออนญุ าตจดทะเบียนการค้าและการภาษีอากร เปน็ ต้น

(2) องค์กรธุรกิจมีการแข่งขันสูง ทุกองค์กรมีความต้องการเข้าถึงผู้บริโภคของตัวเอง
ด้วยความแตกต่างจากคู่แข่ง ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศได้เอื้อประโยชน์ให้แต่ละองค์กรสามารถ
ทาธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ (E-Business) ได้ เช่น การซ้ือขายสินค้า การทาธุรกรรมผ่านเว็บไซต์ หรือการพาณิชย์
อเิ ล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) เป็นตน้

(3) องค์กรธุรกิจต้องมีการปรับตัวและออกแบบองค์กรใหม่ เน่ืองจากได้รับผลกระทบจาก
แรงกดดันในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี สังคม การตลาด หรือลูกค้า ดังนั้นองค์กรธุรกิจจึงต้องปรับตัว
ใหท้ นั ตอ่ สถานการณ์ตา่ ง ๆ

3.2 ความหมายและความสาคญั ของพาณชิ ย์อิเล็กทรอนกิ ส์
1) ความหมายของพาณิชยอ์ เิ ล็กทรอนิกส์
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ( E-Commerce) เป็นการทาธุรกรรมทางการค้าผ่านสื่อ

อิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่อให้การทาธุรกิจมีประสิทธิภาพ มีความสะดวกและ

~ 32 ~

รวดเร็ว ช่วยลดต้นทุนในด้านต่าง ๆ และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ รวมทั้งทาให้ธุรกิจ
ขยายตัวเพ่ิมข้ึน เช่น การซื้อขายสินค้าหรือบริการ การกระจายสินค้า การโฆษณาและประชาสัมพันธ์
การให้บริการของสถาบันการเงิน การขนส่งสินค้า การแลกเปล่ียนข้อมูลและข่าวสารต่าง ๆ เป็นต้น ทาให้เกิด
การซื้อขายอยา่ งรวดเรว็ สะดวก และครอบคลมุ พ้ืนทีใ่ นการทาการคา้

2) ความสาคัญของพาณิชยอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์
(1) ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขาย การบริหารงานและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าเช่าพื้นที่ขาย

ค่าใช้จา่ ยในการตกแตง่ รา้ น เป็นต้น
(2) ชว่ ยใหป้ ระหยัดเวลาและขั้นตอนทางการตลาด
(3) ชว่ ยในการโฆษณาและประชาสัมพนั ธ์
(4) ชว่ ยเพ่มิ ช่องทางการกระจายสินค้าในประเทศและตา่ งประเทศ
(5) สามารถทากาไรได้มากขึ้น เน่ืองจากต้นทุนการผลิตและการกระจายสินค้าท่ีทาให้

ไดร้ บั กาไรจากการขายต่อหน่วยเพ่ิมขนึ้
(6) นาเสนอขอ้ มูลสนิ ค้าได้เปน็ จานวนมากและสามารถส่ือสารกับลูกคา้ ได้โดยตรง
(7) ขอ้ มูลของสินคา้ หรือบรกิ ารมกี ารปรับปรงุ (Update) และพฒั นาอยตู่ ลอดเวลา
(8) สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าและสินค้าหรือบริการ เพื่อนาข้อมูลไป ทา

วิจยั และวางแผนการตลาดเพอื่ ผลติ สนิ ค้าและบรกิ ารใหต้ รงกับความต้องการของตลาด
(9) ชว่ ยสร้างภาพลักษณท์ ดี่ ใี ห้กับกิจการ ทาให้สินค้าและบรกิ ารเป็นท่ียอมรบั ของคนท่ัวโลก
(10) สินคา้ สามารถเข้าสู่กลุม่ เปา้ หมายไดอ้ ยา่ งรวดเรว็

3.3 ประเภทของพาณิชย์อิเล็กทรอนกิ ส์
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นการทาธุรกิจโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์สามารถแบ่งตามกลุ่มผู้ซ้ือและ

ผู้ขายได้ 4รปู แบบดงั น้ี
1) การทาธุรกิจระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ (Business to Business: B-to-B) เป็นการทาธุรกิจ

ระหว่างองค์กรธุรกิจด้วยกันเอง ส่วนใหญ่เป็นการทาธุรกิจขนาดใหญ่ (Large Quantity) เช่น ผู้ผลิต วัตถุดิบ
จาหน่ายสินค้าให้กับโรงงานอุตสาหกรรม หรือโรงงานอุตสาหกรรมจาหน่ายสินค้าให้กับผู้ส่งออก
ท่ีจาหน่ายสินค้าไปต่างประเทศ โดยชาระเงินผ่านระบบธนาคารและใช้ระบบการสั่งซื้อผ่านระบบ
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เปน็ ต้น

2) การทาธุรกิจระหว่างธุรกิจกับผู้บริโภค (Business to Consumer: B-to-C) เป็นการทา
ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกับผบู้ ริโภคโดยตรง ท้ังการจาน่ายสินค้าอุปโภคบรโิ ภค เช่น การจาหน่ายอาหาร
การจาหน่ายดอกไม้ หรือการจาหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โดยชาระค่าสินค้าผ่านระบบบัตรเครดิต
เป็นตน้

~ 33 ~

3) การทาธุรกิจระหว่างธุรกิจกับรัฐบาล (Business to Government: B-to-G) เป็นการทา
ธุรกิจกับหน่วยงานของรัฐบาล เช่น การจัดซ้ือจัดจ้างของภาครัฐบาลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพ่ือประหยัด
ค่าใช้จา่ ย เป็นตน้

4) การทาธุรกิจระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภค (Consumer to Consumer: C-to-C เป็นการ
ทาธุรกิจระหว่างผู้บริโภคด้วยกัน หรือระหว่างผู้ใช้อินเทอร์เน็ตด้วยกัน ซึ่งปัจจุบันมีผู้เปิดเว็บไซต์ จานวนมาก
เพ่ือขายสินคา้ เช่น อปุ กรณส์ ่อื สารอุปกรณ์สานกั งาน คอมพวิ เตอร์ สัตว์เลี้ยง เสอ้ื ผ้า เป็นต้น

3.4 ประโยชนข์ องพาณชิ ย์อเิ ล็กทรอนิกส์
1) ประโยชนข์ องพาณิชย์อิเล็กทรอนิกสส์ าหรับผซู้ ื้อหรือผ้บู รโิ ภค เครอื ขา่ ยสามารถทาได้ตลอด

24 ชั่วโมง
(1) สามารถทาธุรกิจได้ตลอด 24 ช่ัวโมง การซื้อขายสินค้าทางคอมพิวเตอร์ผ่านระบบ

สนิ คา้ มากกวา่ การซอ้ื สินคา้ ผ่านรา้ นคา้ ท่วั ไป
(2) สามารถเลอื กซ้อื สินคา้ ไดต้ รงความต้องการ และลูกคา้ มีเวลาพจิ ารณารายละเอียด
(3) สามารถทราบข้อมูลสนิ คา้ และบริการไดใ้ นเวลารวดเร็ว เพ่ือประกอบการตัดสินใจซ้อื
(4) สามารถหาข้อมูลสินค้าได้ เช่น เปรียบเทียบราคา คุณภาพสินค้า และข้อมูลอื่น ๆ

ผู้ประกอบธุรกิจไปยังลูกคา้ โดยตรง
(5) มสี นิ ค้าหรือบริการที่หลากหลายและมีราคาถูก เพราะเปน็ การขายตรงจาก การส่ังซอ้ื สนิ คา้
(6) ลูกคา้ มีทางเลอื กมากขึ้น โดยเฉพาะลกู คา้ ปจั จบุ นั ท่นี ิยมใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ตในการส่งั ซ้ือสินคา้

2) ประโยชน์ของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สาหรับผู้ผลิตหรือผู้ชาย สามารถซื้อขายได้ตลอด 24
ชว่ั โมง

(1) ธุรกิจขนาดเล็กสามารถแข่งขันกับธุรกิจขนาดใหญ่ได้ การค้าในระบบพาณิชย์
อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ต้องมีหน้าร้าน จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดาเนินงาน เช่น ค่าเช่าร้าน ค่าจ้างพนักงาน
ค่าตกแต่งร้าน เป็นต้น ทาให้ธุรกิจขนาดเล็กท่ีมีสินค้าคุณภาพดีและเป็นท่ีต้องการของตลาดสามารถ จาหน่าย
สนิ ค้าแข่งขันกับธรุ กิจขนาดใหญ่ได้

(2) การค้าในระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไม่ต้องมีค่าเช่าร้าน ค่าจ้างพนักงาน ค่าตกแต่ง
รา้ น และคา่ จัดแสดงสนิ คา้ ทาให้ประหยดั ต้นทุนดาเนินงานดา้ นตา่ ง ๆ

(3) การเก็บเงินและโอนเงินเข้าบัญชีได้โดยอัตโนมัติการซ้ือขายสินค้าในระบบพาณิชย์
อเิ ล็กทรอนิกส์ ผู้ซอ้ื ต้องชาระสนิ คา้ ผ่านบัตรเครดติ หรือผา่ นระบบธนาคารทาใหส้ ะดวกในการชาระคา่ สนิ ค้า

(4) การค้าในระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สามารถติดต่อผ่านเครือข่ายได้ท่ัวโลก ทาให้
สินคา้ เข้าส่ตู ลาดได้ทัง้ ระดบั ภมู ิภาค ระดับประเทศ และระดบั โลก

(5) ช่วยยกระดับการผลิตให้มีประสิทธิภาพการค้า ปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูง กิจการท่ีใช้
ระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จะได้เปรียบกว่ากิจการท่ีทาการค้าแบบเดิม รวมทั้งช่วยให้กิจการดาเนินงาน
ไดอ้ ย่างสะดวกรวดเรว็ และช่วยยกระดับการผลติ ใหม้ ปี ระสิทธภิ าพ

~ 34 ~

(6) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทางานการใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มีประโยชน์ต่อระบบ
สานกั งานสว่ นต่าง ๆ ขององคก์ รธรุ กิจ เช่น งานการเงนิ งานบญั ชี งานขนสง่ งานผลติ งานบรกิ าร หลังการขาย
เป็นต้น รวมท้ังช่วยทาให้ระบบงานมีความถูกต้องแม่นยา สะดวก รวดเร็ว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและ
ประสทิ ธผิ ลใหก้ บั ระบบการทางาน

(7) ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติและติดต่อสื่อสารในระบบพาณิชย์
อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์ โทรสารระบบการชาระเงินและโอนเงินอัตโนมัติ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นต้น
ซึ่งจะเปน็ สงิ่ ทชี่ ว่ ยทาใหก้ ารจดั การผลิตมีประสทิ ธิภาพ

(8) ช่วยเพ่ิมประสิทธิภาพในการจัดการสินค้าคงคลัง ปัจจุบันธุรกิจได้นาระบบ เครือข่าย
มาใช้ในการจัดการคลังสินค้าระบบการจัดการกับคาสั่งซ้ือ และการส่งมอบสินค้า ทาให้การจัดการสินค้า
คงคลงั เกิดประสทิ ธิภาพมากข้ึน

(9) การซ้ือขายสินค้าในระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จะมีข้อมูลรายละเอียดของลูกค้า
ทาให้พนักงานขายสามารถให้คาแนะนาหรือแก้ไขปัญหาของลูกค้าได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และสามารถ
ติดตามผลการขายได้ตลอดเวลา

3.5 ประเภทสินคา้ ในพาณิชยอ์ ิเล็กทรอนิกส์
สินคา้ ทซี่ อื้ ขายในพาณชิ ย์อิเลก็ ทรอนิกส์ สามารถแบ่งออกได้เปน็ 2 ประเภท ดังนี้
1) สินค้าที่จับตอ้ งได้ (Tangible Goods)
สินค้าที่จับต้องได้ เป็นสินค้าอุปโภคหรือบริโภคทั่วไปที่จาหน่ายในร้านค้า หรือ แค็ตตาล็อก

สนิ ค้า เช่น สนิ คา้ หตั ถกรรม การใช้งาน หนงั สอื ดอกไม้ อาหาร เครอื่ งแต่งกาย เสื้อผ้า รถยนต์ เครอื่ งใช้ตา่ ง ๆ
ภายในบ้าน เครื่องใช้สานักงาน เคร่ืองใช้ไฟฟ้า เครื่องจักร อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือ สัตว์เล้ียง เป็นต้น
โดยสินคา้ เหลา่ นเ้ี ป็น สนิ ค้าทจ่ี ับต้องได้และสามารถจัดสง่ สนิ ค้าใหล้ กู คา้ ไดผ้ ่านทางไปรษณยี ์

2) สินค้าท่จี ับต้องไมไ่ ด้ (Intangible Goods)
สินค้าที่จับต้องไม่ได้ ส่วนใหญ่เป็นบริการต่าง ๆ ที่สามารถส่งผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ เช่น

บริการขนส่ง บรกิ ารขา่ วสาร อเิ ลก็ ทรอนิกส์ การเผยแพร่ข้อมูล ขา่ วสารแกผ่ บู้ ริโภค เป็นตน้

3.6 ข้ันตอนการทาธุรกรรมพาณิชยอ์ ิเลก็ ทรอนกิ ส์
การทาธุรกรรมพาณิชย์อเิ ลก็ ทรอนกิ สป์ ระกอบดว้ ยขนั้ ตอนตา่ ง ๆ ดงั นี้
1) การจัดตง้ั ร้านคา้
การทาธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จะใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นหน้าร้านโดยการ

ออกแบบ และตกแต่งเว็บไซต์ให้ดงึ ดดู ใจเพื่อใหล้ ูกค้าเข้ามาเย่ยี มชมสินคา้ ภายในร้าน
2) การซ้อื ขายสนิ ค้า
ผู้ซื้อจะเข้าไปดูรายละเอียดของสินค้าในอินเทอร์เน็ต ซ่ึงผู้ซื้อสามารถจะสอบถาม

รายละเอียดสินค้า ราคาสินค้า การชาระเงิน ระยะเวลาการส่งสินค้า และส่วนลดการซ้ือได้เมื่อพอใจ
รายละเอยี ดต่าง ๆ จึงจะมกี ารตกลงซ้ือขายสินค้า

~ 35 ~

3) การชาระเงิน
การซ้ือสินค้าผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อาจชาระเงินทางธนาณัติ เช็ค ดราฟต์ การโอนเงิน

หกั บญั ชีหรือชาระเงนิ โดยการโอนเงินผา่ นระบบเครือข่ายของธนาคารพาณชิ ย์
4) การจดั ส่งสนิ ค้า
เม่ือมีการชาระค่าสินค้าหรือบริการแล้วผขู้ ายสินค้าจะจัดส่งใหล้ ูกค้าผ่านช่องทางต่างๆ เช่น

ทางไปรษณีย์ เป็นต้น แต่ถ้าหากเป็นสินค้าประเภทข้อมูล เช่น เพลง ภาพยนตร์ ภาพถ่าย หรือโปรแกรม
คอมพิวเตอรจ์ ะสง่ ผ่านระบบเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์เขา้ ไปยังคอมพิวเตอร์ลูกค้า

3.7 บาร์โค้ด
บาร์โค้ด (Bar Code) เป็นระบบสัญลักษณ์หรือเคร่ืองหมายประจาตัวของสินค้าแทนเลขรหัส

เพื่อใช้บ่งบอกข้อมูล เช่น ประเทศผู้ผลิต บริษัทผู้ผลิตชนิดของสินค้า เป็นต้น ซึ่งบาร์โค้ดจะช่วยทาให้ผู้ผลิต
สินค้าหรือผู้ประกอบธุรกิจ ได้รับความสะดวกในการตรวจสอบขั้นตอนการผลิต การจัดจาหน่าย และการเก็บ
สินคา้ คงคลัง นอกจากนี้ยงั ช่วยลดตน้ ทนุ และประหยัดเวลาในการทางาน

บาร์โค้ดเป็นสัญลักษณ์แถบสีดาบนพ้ืนขาว โดยสีดาจะวางเรียงขนานกัน และมีระยะห่างของ
แถบที่ต่างกัน ซึ่งจัดทาโดยโปรแกรมพิมพ์รหัสบาร์โค้ด และอ่านผลด้วยเครื่องอ่านบาร์โค้ด โดยอาศัยหลักการ
สะทอ้ นแสงในการอ่านข้อมูล ซ่งึ เชื่อมโยงกับคอมพิวเตอรท์ ่ีมีรายละเอยี ดของสินคา้ เมือ่ เครอื่ งอา่ น บารโ์ ค้ดรับ
รหัสแล้วจะส่งผ่านไปยังเคร่ืองคอมพิวเตอร์ เพ่ือประมวลผลและแสดงข้อมูลในรปู แบบตา่ ง ๆ เช่น ส่ังให้เคร่ือง
P.O.S. (Point Of Sale) พิมพ์ใบเสร็จรับเงินให้ลูกค้า ณ จุดขาย และในขณะเดียวกันคอมพิวเตอร์จะตัดบัญชี
รายการสินค้าออกจากคลังสินค้าโดยอัตโนมัติ ซ่ึงทาให้สะดวกต่อการตรวจนับสินค้าคงคลังและการควบคุม
สนิ ค้า

1) ระบบบารโ์ ค้ดท่ีใช้ในปจั จุบันทปี่ ระเทศตา่ ง ๆ นิยมใช้ มี 2 ระบบ ดังน้ี
(1) ระบบ UPC (Universal Product Code) เป็นบาร์โค๊ดระบบแรกของโลก ซ่ึงได้คิดค้น

พัฒนาและทดลองใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 1970 (พ.ศ. 2513) โดย Mr. Norm Woodland และ
Mr. Barnard Silvers โดยมี Universal Code Council เป็นผู้ดูแลการใช้บาร์โค้ด ในปัจจุบันมีผู้ใช้ บาร์โค้ด
ระบบนี้ 2 ประเทศ คอื ประเทศสหรัฐอเมรกิ าและประเทศแคนาดา

(2) ระบบ LAN (European Article Numbering Code) เป็นระบบท่ีกลมุ่ ประเทศในแถบ
ยุโรปพัฒนาข้ึนมาในปี พ.ศ. 2519 ปัจจุบันมีผู้นิยมใช้ระบบนี้กว่า 60 ประเทศ โดยใช้กันอย่างแพร่หลาย
ในภาคพืน้ ยโุ รป เอเชีย และแปซิฟกิ รวมทัง้ เปน็ ระบบทเี่ หมาะสาหรับธรุ กิจหา้ งสรรพสนิ ค้าและ EAN-8 (Short
Version) ผู้ผลิตสินค้า โดยระบบ EAN จะมีเลขรหัส 2 ระบบ คือ ระบบ EAN-13 (Standard Version) และ
ระบบ

ในส่วนของประเทศไทย กระทรวงอุตสาหกรรมได้ออกประกาศ ณ วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.
2536 เพื่อกาหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม โดยให้ใช้สัญลักษณ์บาร์โค้ดสาหรับแสดงข้อมูล Council)
เป็นนายทะเบียน สินค้าตามระบบมาตรฐานของ EAN โดยมีสถาบันสัญลักษณ์รหัสแท่งไทย (Thai Article
Numbering Council) เป็นนายทะเบยี น

~ 36 ~

2) รายละเอียดของบารโ์ ค้ด
(1) หมายเลข 3 ตัวแรก เป็นหมายเลขประจาตัวของนายทะเบียนแต่ละประเทศ เรียกว่า

รหสั ประเทศ โดยกาหนดใหร้ หัสประเทศไทยเปน็ 885
(2) หมายเลข 4 ตัวหลังถัดจากรหัสประเทศ เป็นรหัสสมาชิก ซึ่งสถาบัน EAN จะเป็น

ผ้กู าหนดใหส้ มาชิกเพ่ือปอ้ งกันไม่ใหม้ ีรหัสสมาชิกซา้ กนั
(3) หมายเลข 5 ตัวหลังถัดจากรหัสสมาชิก เป็นเลขประจาตัวสินค้า ซึ่งหมายเลขนี้ลูกค้า

ทเ่ี ปน็ สมาชิกจะเป็นผู้กาหนดเอง เพื่อความสะดวกในการจัดเกบ็ ขอ้ มูลของสนิ ค้าแตล่ ะชนิด
(4) หมายเลขตัวสุดท้าย เป็นตัวตรวจสอบคอมพิวเตอร์ว่าตัวเลขที่อยู่ข้างหน้าน้ันถูกต้อง

หรือไม่
3) ประโยชน์ของการใช้บาร์โค้ด
(1) โปรแกรมระบบสินคา้ คงคลังจะตดั ยอดสนิ คา้ จากการจาหน่ายสนิ ค้าโดยอัตโนมตั ิ ทาให้

สามารถตรวจเช็คยอดขายสินคา้ ว่าสนิ คา้ ใดขายดี และเพ่ือใชเ้ ปน็ ข้อมลู ในการส่ังซ้อื สินคา้
(2) ลดข้ันตอนการทางานของพนักงาน รวมท้ังการบรกิ ารชาระเงนิ ของลูกค้าสามารถทาได้

รวดเรว็ และชว่ ยลดความผดิ พลาดในการชาระเงิน
(3) การจัดซ้ือสินค้าเข้ากิจการสามารถกาหนดจานวนได้อย่างเหมาะสม และมีปริมาณ

สนิ คา้ คงคลังที่เหมาะสม
(4) ทาให้ทราบอัตราการหมุนเวียนสินค้า เช่น ทาให้ทราบว่าสินค้ารายการใดขายช้า

จากน้นั จึงนามาลดราคาเพ่ือระบายสินค้า สนิ คา้ รายการใดขายเร็วสามารถส่ังซื้อมาเพิ่มได้อยา่ งรวดเรว็ เพอื่ ให้
ทันกับความตอ้ งการของลูกค้า เป็นต้น

(5) ลดความผดิ พลาดในการตรวจนบั สนิ ค้า
3.8 คิวอาร์โค้ด

คิวอาร์โค้ด (Quick Response : QR Code) เป็นบาร์โค้ด 2 มิติ ซ่ึงเป็นรหัสที่สามารถเก็บ
ข้อมูล ตา่ ง ๆ ของสนิ คา้ เช่น ราคาสินค้า เบอร์โทรศพั ท์ติดต่อ ชอื่ เวบ็ ไซต์ เป็นต้น

คิวอาร์โค้ดถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นโดยบริษัท เดนโซ-เวฟซ่ึงเป็นบริษัทในเครือของโตโยต้า
ประเทศญ่ีปุ่น ในปี พ.ศ. 2537 (ค.ศ. 1994) และจดลิขสิทธช์ิ ือ่ “QR Code” โดยมุ่งเนน้ ใหค้ ิวอาร์โค้ดสามารถ
อ่านข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้การอ่านคิวอาร์โค้ดยังนิยมใช้กับโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน และสามารถ
ติดตัง้ ซอฟตแ์ วรเ์ พม่ิ เตมิ ได้

1) วธิ ีการใช้ควิ อาร์โค้ด
อุปกรณ์ที่ใช้อ่านและถอดรหัสคิวอาร์โค้ด เป็นเครื่องอ่านแบบ CCD หรือการใช้งานคิวอาร์

โค้ดผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน โดยนากล้องท่ีอยู่บนมือถือสแกนบนผลิตภัณฑ์ท่ีมีคิวอาร์โค้ด จากน้ัน
เคร่ืองจะอ่านและแสดงข้อมูลของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ออกมาเป็นตัวหนังสือ เช่น รายละเอียดของสินค้า สถาน
ทต่ี ัง้ ของกจิ การ โปรโมชน่ั เว็บไซต์ หรือเบอร์โทรศพั ท์ เป็นต้น

~ 37 ~

2) ประโยชน์ของการใชค้ วิ อารโ์ ค้ด
(1) การใช้คิวอาร์โค้ดในอุตสาหกรรม ในคิวอาร์โค้ดจะมีข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณสินค้า

การส่งสินค้า รหัสสินค้า และข้อมูลอื่น ๆ ที่ใช้สาหรับการส่ังซื้อและการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ซ่ึงผู้รับหรือผู้ส่ง
สินค้าสามารถบันทึกข้อมูลรายการรับสินค้าและรายการสั่งซื้อสินค้าได้โดยสะดวก ทาให้ช่วยลดระยะเวลา
ในการทางาน ลดความผดิ พลาดในการตรวจสอบสินคา้ และลดคา่ ใชจ้ ่ายในการสง่ั ซ้อื สินค้า

(2) การใช้คิวอาร์โค้ดในการขนส่งสินค้า การขนส่งสินค้าประเภทต่างๆ คิวอาร์โค้ดจะทา
หน้าที่บันทึกข้อมูลปลายทางท่ีจะจัดส่งสินค้า รหัสสินค้า ขนาด จานวน สี และข้อมูลอ่ืน ๆ ที่ใช้ควบคุม
การขนส่ง ทาให้ชว่ ยลดขอ้ ผิดพลาดในขนสง่ สนิ คา้

(3) การใช้คิวอาร์โค้ดในอุตสาหกรรมอาหาร โดยบันทึกข้อมูลต่าง ๆ เช่น รหัสสินค้า วันที่
ผลิต วันหมดอายุ สถานท่ีผลิต และข้อมูลอื่น ๆ เพื่อความสะดวกในการควบคุม วันหมดอายุและสามารถ
ตดิ ตามประวตั กิ ารผลิตได้

(4) การใช้คิวอาร์โค้ดในการตลาด ควิ อาร์โค้ดเปน็ เครื่องมือทางการตลาดท่ใี ช้สื่อสารข้อมูล
ทางการตลาด โดยคิวอาร์โค้ดจะถูกพิมพ์อยู่บรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ถุง นิตยสาร หนังสือ หรือป้ายโฆษณา
เพือ่ ความสะดวกในการรับร้ขู ้อมลู เพ่ิมเติมได้ทนั ที และเปน็ การส่อื สารทส่ี ง่ ถึงมือผู้รบั ได้โดยตรง รบั ร้ไู ด้มากกว่า
การมองเห็นเพียงอย่างเดียว ซึ่งผู้รับสื่อจะสามารถรับรู้ถึงโปรโมช่ัน รายละเอียดสินค้า หรือข้อความ (URL)
ทีจ่ ะทาให้ผ้รู บั สอ่ื สามารถรับรู้ได้มากกว่าการมองเห็นเพียงอยา่ งเดียว

3.9 การขายออนไลน์

ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรา ทาให้สามารถติดต่อส่ือสารกันได้เร็วขึ้น การหา
ข้อมูลต่าง ๆ ก็เป็นไปอย่างรวดเร็ว แค่ตื่นนอนมาอยากกิน หรืออยากได้อะไรก็แค่เปิดโทรศัพท์หรือแล็ปท็อป
พิมพ์แล้วค้นหา สั่งเสร็จก็นอนรอท่ีบ้านได้เลยการซื้อขายออนไลน์จึงได้รับความนิยมเพ่ิมสูงข้ึนตลอดเวลา
เพราะสามารถเข้าถึงคนจานวนมากได้ง่ายโดยที่ลูกค้าสามารถรอรับสินค้าได้ที่บ้านเลย และการขายของ
ออนไลน์ยงั เพ่ิมยอดขายใหก้ ับพ่อคา้ แม่ค้าได้อกี ด้วย กฎหมายทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั การคา้ ออนไลน์ มดี งั น้ี

1. พระราชบัญญตั ิทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499
2. พระราชบญั ญัติวา่ ดว้ ยการกระทาความผิดเก่ียวกับคอมพวิ เตอร์ พ.ศ. 2550
3. พระราชบญั ญตั ิให้ใช้บทบัญญัตแิ ห่งประมวลรษั ฎากร พ.ศ. 2481
4. พระราชบัญญตั ิคุ้มครองผ้บู รโิ ภค พ.ศ.2522
5. พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินคา้ และบริการ พ.ศ. 2542
6. พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
7. พระราชบัญญตั ิวา่ ดว้ ยธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544
8. พระราชบญั ญัติยา พ.ศ. 2510

~ 38 ~

9. พระราชบัญญตั ิอาหาร พ.ศ. 2522

ที่มา : https://justhat.app/blogs/online-selling-act/

~ 39 ~

1) ขายของออนไลน์ ต้องจดทะเบยี นพาณชิ ย์อิเล็กทรอนกิ ส์
เรื่องนีเ้ ปน็ สง่ิ สาคัญทพ่ี ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ต้องรู้ ตามประกาศกระทรวงพาณชิ ย์ เร่อื ง ใหผ้ ู้ประกอบ

พาณิชยกจิ ต้องจดทะเบียนพาณชิ ย์ (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2553 ขอ้ 5 มีการกาหนดให้การซื้อขายสนิ คา้ หรอื บริการ
ท่ีใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตต้องจดทะเบียน ไม่ว่าจะมีหน้าร้านหรือไม่มีก็ตาม ซึ่งประกาศน้ีมีผลบังคับใช้ตั้งแต่
วันท่ี 1 มกราคม พ.ศ.2554 เป็นต้นมา ดังนั้นการต้ังร้านค้าออนไลน์จึงต้องไปจดทะเบียนให้ถูกต้องโดยไปย่ืน
จดทะเบยี นไดท้ สี่ านักเขตในกรุงเทพมหานคร เมอื งพัทยา เทศบาล หรอื องค์การบรหิ ารส่วนตาบล (อบต.) ตาม
ที่ตงั้ ของสานักงานหรอื ตามท่ีอยขู่ องคนขาย

ถ้าไมจ่ ดจะมีโทษตามมาตรา 19 พ.ร.บ.ทะเบยี นพาณชิ ย์ พ.ศ. 2499 ปรับไมเ่ กนิ 2,000 บาท และปรับ
ไมเ่ กนิ วันละ 100 บาท จนกวา่ จะไปจดทะเบียนให้ถกู ตอ้ งตามกฎหมาย

หลักฐานการจดทะเบยี นพาณชิ ย์อิเลก็ ทรอนกิ ส์

1. บัตรประจาตวั ประชาชนและสาเนาทะเบียนบ้าน
2. เอกสารแบบคาขอจดทะเบยี นพาณิชย์ (แบบ ทพ.)
3. รายละเอยี ดเกยี่ วกบั เวบ็ ไซต์(เอกสารแนบแบบ ทพ.) กรอก 1 ใบต่อ 1 เว็บไซต์
4. Print หนา้ แรกของเวบ็ ไซต์
5. วาดแผนทต่ี งั้ การประกอบพาณชิ ยกิจ
6. หนงั สือรบั รองการจดทะเบยี นของหา้ งหุ้นสว่ นหรอื บริษัท (กรณีจดในนามนติ ิบุคคล)
7. หนังสือมอบอานาจพร้อมติดอากรแสตมป์ 10 บาท และสาเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอานาจ

และผู้รับมอบอานาจ
8. หนังสอื ยินยอมใหใ้ ชส้ ถานที่หรอื สัญญาเช่า (กรณีไม่เป็นเจ้าของบ้าน)
9. สาเนาบตั รประจาตัวเจ้าของสถานที่และสาเนาทะเบยี นบา้ น หรอื เอกสารสิทธทิ์ ่แี สดงวา่ เป็น
เจา้ ของกรรมสิทธ์ิ (กรณไี ม่ใชเ่ จา้ ของบา้ น)

2) ขายของออนไลน์ นาเข้าข้อมูลเทจ็ หลอกลวง มคี วามผิด
การขายของออนไลน์นอกจากจะตอ้ งการผลกาไรแล้วยงั ตอ้ งมคี วามจริงใจกบั ลกู ค้าอีกด้วย เพราะสงิ่ นีเ้ องที่จะ
ทาให้ลูกค้ากลับมาอุดหนนุ รา้ นของเราไปเร่ือย ๆ การหลอกลวงให้คนอื่นหลงเชื่อโดยนาเข้าข้อมลู เทจ็
หลอกลวง หรอื ทาให้คนอ่นื ได้รับความเสยี หาย นอกจากจะเปน็ การทารา้ ยลูกคา้ ทาใหย้ อดขายตกเมื่อมีคนรู้
ความจริงแลว้ ยังมโี ทษอาญาตาม พ.ร.บ.ว่าดว้ ยการกระทาความผดิ เก่ยี วกบั คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา
14 มโี ทษจาคุกไมเ่ กิน 5 ปี หรอื ปรับไม่เกิน 100,000 บาทดว้ ยนะ

~ 40 ~


Click to View FlipBook Version